ประกวดราคาจ้างโครงการส่งเสริมการตลาดเชิงรุก (Proactive Marketing in Industrial Estates and Industrial Port) ประจำปีงบประมาณ 2568
โครงการส่งเสริมการตลาดเชิงรุก (Proactive Marketing in Industrial Estates and Industrial Port) ประจําปีงบประมาณ 2568 มีเป้าหมายหลักเพื่อเร่งรัดการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ได้แก่ อุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์, อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน, อุตสาหกรรมการแพทย์, อุตสาหกรรมดิจิทัล, อุตสาหกรรม BCG, และอุตสาหกรรม Robotic โครงการนี้จะดำเนินการผ่านการสื่อสารเชิงการตลาดในเวทีการค้าระหว่างประเทศ, การสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย, และการชูจุดแข็งด้านห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เพื่อกระตุ้นการลงทุน โดยเฉพาะจากนักลงทุนเป้าหมายในประเทศต่างๆ เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, และเกาหลีใต้ กนอ. ตั้งเป้าหมายที่จะยกระดับประเทศไทยให้เป็นพื้นที่การลงทุนชั้นนำ (Land of Infinite Prosperity and Opportunities) และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ความยั่งยืน
English summary
The Proactive Marketing in Industrial Estates and Industrial Port Project for fiscal year 2025 aims to accelerate investment in Thailand’s industrial estates by attracting foreign investors in targeted industries, including Electronics, Automotive, Medical, Digital, BCG, and Robotics. The project will utilize international marketing communications, build confidence in Thailand’s potential, and highlight the strength of its supply chain to stimulate investment, particularly from key investors in China, Japan, Taiwan, and South Korea. IEAT aims to elevate Thailand as a Land of Infinite Prosperity and Opportunities and drive the Thai economy towards sustainability.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อตอกย้ำความพร้อมของประเทศไทย แสดงศักยภาพของ กนอ. และประเทศไทย ให้เกิดความเชื่อมั่นให้นิคมอุตสาหกรรมเป็นพื้นที่การลงทุนชั้นนํา (Land of Infinite Prosperity and Opportunities) ในเวทีการค้า และการลงทุนในต่างประเทศ
- เพื่อแสดงบทบาทนําของ กนอ. ในการเร่งรัดการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อุตสาหกรรมการแพทย์ อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรม BCG อุตสาหกรรม Robotic เป็นต้นด้วยการลงทุนในนิคมฯ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ความยั่งยืน
ขอบเขตของงาน
- การสื่อสารเชิงการตลาดในเวทีการค้าและการลงทุนในต่างประเทศ
- การสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในฐานะพื้นที่การลงทุนชั้นนำ
- การดึงดูดนักลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์, ยานยนต์และชิ้นส่วน, การแพทย์, ดิจิทัล, BCG, Robotic)
- การชูจุดแข็งด้านความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของประเทศไทย
- การเชื่อมโยงนโยบาย, สิทธิประโยชน์, จุดเด่น, และแนวทางการจูงใจให้เกิดการลงทุน
- การมุ่งเน้นไปยังกลุ่มนักลงทุนเป้าหมาย (สาธารณรัฐประชาชนจีน, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, เกาหลีใต้)
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการสื่อสารเชิงการตลาดในเวทีการค้าและการลงทุนในต่างประเทศ
- สื่อประชาสัมพันธ์และสื่อส่งเสริมการตลาดที่น่าสนใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
- รายงานผลการดำเนินงานและประเมินผลของโครงการ
ระยะเวลาดำเนินการ
ระบุใน TOR เป็นปีงบประมาณ 2568
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
- Standards Compliance: -
- Experience: มีความชํานาญงานและประสบการณ์ในการสื่อสารเชิงการตลาดในเวทีการค้า การลงทุนในต่างประเทศ
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: -
- Personnel: -
เกณฑ์การพิจารณา
หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ระบุไว้ใน TOR
ข้อกำหนดทางเทคนิค
ระบุใน TOR เกี่ยวกับการสื่อสารเชิงการตลาดในเวทีการค้าและการลงทุนในต่างประเทศ และการดึงดูดนักลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
เงื่อนไขสัญญา
ระบุใน TOR เรื่องงวดงานและการจ่ายเงิน อัตราค่าปรับ และเงื่อนไขอื่นๆ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: โครงการนี้มุ่งเน้นการลงทุนจากประเทศใดเป็นพิเศษ?
- A: โครงการนี้มุ่งเน้นไปยังกลุ่มนักลงทุนเป้าหมาย อาทิ สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้
- Q: อุตสาหกรรมเป้าหมายที่โครงการนี้ให้ความสำคัญคืออะไร?
- A: อุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อุตสาหกรรมการแพทย์ อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรม BCG อุตสาหกรรม Robotic
- Q: กนอ. มีบทบาทอย่างไรในการดึงดูดการลงทุนในโครงการนี้?
- A: กนอ. แสดงบทบาทนำในการเร่งรัดการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายด้วยการลงทุนในนิคมฯ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ความยั่งยืน
- Q: โครงการนี้มีเป้าหมายที่จะสร้างความเชื่อมั่นในด้านใดของประเทศไทย?
- A: โครงการนี้มีเป้าหมายที่จะตอกย้ำความพร้อมของประเทศไทย แสดงศักยภาพของ กนอ. และประเทศไทย ให้เกิดความเชื่อมั่นให้นิคมอุตสาหกรรมเป็นพื้นที่การลงทุนชั้นนํา (Land of Infinite Prosperity and Opportunities)
- Q: กลยุทธ์ HOPE ของ กนอ. คืออะไร?
- A: กลยุทธ์ HOPE คือกลยุทธ์เชิงรุก เร่งรัดให้เกิดการลงทุนจริงอย่างมีความหวัง เพื่อส่งเสริมและเร่งรัดการลงทุน จากต่างประเทศด้วยมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่ครอบคลุมทุกด้าน
- Q: โครงการนี้มีผลกระทบต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างไร?
- A: โครงการนี้มุ่งขยายการดําเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability) ผู้ประกอบการยั่งยืน การลงทุนยั่งยืน ชุมชนยั่งยืน และประเทศไทยยั่งยืน
- Q: โครงการนี้จะสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร?
- A: โครงการนี้จะเร่งรัดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การปรับโครงสร้างการผลิตของประเทศ เพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างประเทศ
- Q: ปัจจัยใดที่ทำให้ประเทศไทยเป็นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนต่างชาติ?
- A: จุดเด่นด้านความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของประเทศไทย
- Q: โครงการนี้มีส่วนช่วยในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยอย่างไร?
- A: โครงการนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพการดําเนินงานด้านการสื่อสารเชิงการตลาด
- Q: การดำเนินงานของโครงการนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลอย่างไร?
- A: โครงการนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการดึงดูดนักลงทุนต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนระยะยาวในประเทศไทย
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
กนอ.
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ข้อกําหนดและขอบเขตของงาน (Terms of Reference)
โครงการส่งเสริมการตลาดเชิงรุก
(Proactive Marketing in Industrial Estates and Industrial Port)
ประจําปีงบประมาณ 2568
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กุมภาพันธ์ 2568
रुकईरा
4
นิต
Bar
- ความเป็นมา
- วัตถุประสงค์
- คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
- ขอบเขตการดาเนินงาน
- บุคลากร
- กําหนดเวลาการส่งมอบ
- วงเงินงบประมาณ
- งวดงานและการจ่ายเงิน
- อัตราคาปรับ
- การจัดทําข้อเสนอ
- หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกขอเสนอ
- เงื่อนไขอื่น ๆ
ภาคผนวก ก.
2
สารบัญ
หน้า
3
4
4
6
12
13
13
14
15
15
16
19
20
कलवरी
นิตยา
B2005
3 - ความเป็นมา
ประเทศไทยกําลังเผชิญความท้าทายที่เศรษฐกิจเติบโตในอัตราที่ต่ําลง โดยก่อนวิกฤตต้มยํากุ้งในช่วงปี 2533 – 2539 เศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 8.26 ต่อปี ต่อมา ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา พบว่าอัตรา การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยถดถอยมาอยู่ที่ต่ํากว่าร้อยละ 3 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการลงทุนโดยตรง จากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment หรือ FDI) ที่อยู่ในระดับต่ํามานาน ดังนั้น การเร่งรัดการลงทุน โดยตรงจากต่างประเทศ จึงอาจเป็นทางออกหนึ่งที่จะทําให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตเร็วอย่างมีคุณภาพ ถือว่า
เป็นเครื่องยนต์สําคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทย เพราะการลงทุนนําไปสู่การปรับโครงสร้าง การผลิตของประเทศ เพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างประเทศ รัฐบาลให้ความสําคัญในการดึงดูดนักลงทุนต่างประเทศให้ เข้ามาลงทุนระยะยาวในประเทศไทย มุ่งมั่นในการฟื้นฟูและเร่งรัดการลงทุนในประเทศไทย เพื่อเพิ่มสัดส่วน การลงทุนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1% ในปี 2569
ในปี 2568 นี้ กนอ. จึงตั้งเป้าหมายที่จะทําให้ประเทศไทยมีความหวังที่ดีที่สุด เพื่อสร้างอนาคตทาง เศรษฐกิจที่สดใส (I-EA-T will give Thailand hope for the best to make a brighter future) จึงได้วางกลยุทธ์ เชิงรุก เร่งรัดให้เกิดการลงทุนจริงอย่างมีความหวัง หรือ HOPE เพื่อส่งเสริมและเร่งรัดการลงทุน จากต่างประเทศด้วยมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่ครอบคลุมทุกด้าน ตั้งแต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ และดึงดูดการลงทุนมูลค่าสูง เพิ่มประสิทธิภาพในการทํางานของระบบราชการเพื่อเพิ่ม Ease of Doing Business & Investment ทําการตลาดเชิงรุกอย่างสร้างสรรค์ สร้างความเชื่อมั่นร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้แคมเปญ “เชื่อมั่นลงทุนไทย อนาคตสดใสและยั่งยืน” พร้อมมุ่งขยายการดําเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability) ผู้ประกอบการยั่งยืน การลงทุนยั่งยืน ชุมชนยั่งยืน และประเทศไทยยั่งยืน
ในการนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพการดําเนินงานด้านการสื่อสารเชิงการตลาด รวมทั้งเร่งรัดให้เกิดการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมไทย กนอ. จึงดําเนินโครงการส่งเสริมการตลาดเชิงรุก (Proactive Marketing in Industrial Estates and Industrial Port) ประจําปีงบประมาณ 2568 โดยการจัดจ้าง บริษัทที่มีความชํานาญงานและประสบการณ์ในการสื่อสารเชิงการตลาดในเวทีการค้า การลงทุนในต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นให้บรรลุเป้าหมายเร่งรัดให้เกิดการลงทุนอย่างมีความหวัง (HOPE) ส่งเสริมการลงทุน และโอกาสทาง ธุรกิจของประเทศไทย ชูจุดแข็งของประเทศไทย เพื่อกระตุ้นการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม ตามอุตสาหกรรม เป้าหมายสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ได้แก่ อุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมยานยนต์และ ชิ้นส่วน อุตสาหกรรมการแพทย์ อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรม BCG อุตสาหกรรม Robotic เป็นต้น พร้อม เชื่อมโยงนโยบาย สิทธิประโยชน์ จุดเด่น และแนวทางการจูงใจให้เกิดการลงทุนที่เชื่อมโยงกับกระแสการ เปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลกปัจจุบัน ตอกย้ําจุดเด่นด้านความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นไปยังกลุ่มนักลงทุนเป้าหมาย อาทิ สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ เป็นต้น
Bon
L
t)
หาก
4 - วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อตอกย้ําความพร้อมของประเทศไทย แสดงศักยภาพของ กนอ. และประเทศไทย ให้เกิดความ เชื่อมั่นให้นิคมอุตสาหกรรมเป็นพื้นที่การลงทุนชั้นนํา (Land of Infinite Prosperity and Opportunities) ในเวที การค้า และการลงทุนในต่างประเทศ
2.2 เพื่อแสดงบทบาทนําของ กนอ. ในการเร่งรัดการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อุตสาหกรรมการแพทย์ อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรม BCG อุตสาหกรรม Robotic เป็นต้นด้วยการลงทุนในนิคมฯ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ความยั่งยืน - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ
การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กนอ. ณ วันประกาศ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมในการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของ ผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
कगीत
b6
นิตย
Üsna
5
เก
3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(1) กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียน
เกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดง ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยัง ไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอไม่น้อยกว่า 3,000,000.00 บาท
(3) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน
หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของ ธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัททุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการ
พาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางของประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่
ธนาคารกลางของประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่ รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึง วันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน โดยต้องมียอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อไม่น้อยกว่า 5,000,000.00 บาท คิดเป็น 1 ใน 4 ของมูลค่าโครงการหรือรายการที่ยื่นเสนอในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ สําหรับธนาคารภายในประเทศหนังสือรับรองวงเงิน
สินเชื่อให้เป็นไปตามแบบที่กําหนด
(4) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาถือสัญชาติไทย/บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติ ไทย จะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 5,000,000.00 บาท คิดเป็น 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก จะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่า ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ทั้งนี้ หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากซึ่งธนาคารออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับ ถึงวันยื่นข้อเสนอหรือวันลงนามในสัญญา ไม่เกิน 90 วัน
(5) กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายต่างประเทศและบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือ สัญชาติไทยตามข้อ (2) (3) (4) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่ง
ประเทศไทยกําหนดในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารเชิญชวนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) หรือมีหนังสือเชิญชวน จนถึงวันยื่นข้อเสนอ
कई
นิตยา
bisor