ประกวดราคาซื้อชุดน้ำยาตรวจหาปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อ Hepatitis B และ ซื้อชุดน้ำยาตรวจหาปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อ Hepatitis C
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาชุดน้ำยาตรวจหาปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) และชุดน้ำยาตรวจหาปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C) สำหรับโรงพยาบาลวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีรายละเอียดขอบเขตงานดังนี้:
- จัดหาชุดน้ำยาตรวจหาปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อ Hepatitis B ที่ใช้กับเครื่องตรวจ Real-time PCR ได้ มี Internal Standard (IS) หรือ Internal control (IC) สามารถตรวจได้ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ และจำเพาะต่อ Hepatitis B Virus genotype A-D
- จัดหาชุดน้ำยาตรวจหาปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อ Hepatitis C ที่ใช้กับเครื่องตรวจ Real-time PCR ได้ มี Internal Standard (IS) หรือ Internal control (IC) สามารถตรวจได้ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ และมีความจำเพาะต่อ Hepatitis C Virus genotype 1-6
- จัดหาเครื่องตรวจวิเคราะห์อัตโนมัติ จำนวน 1 เครื่อง พร้อมติดตั้งและเชื่อมต่อกับระบบ LIS ของโรงพยาบาล
- จัดอบรมการใช้งานเครื่องมือและน้ำยาแก่เจ้าหน้าที่
- บำรุงรักษาเครื่องมืออย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง และแก้ไขปัญหาเครื่องขัดข้องภายใน 24 ชั่วโมง
ผู้เสนอราคาต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโครงการ
English summary
This project aims to procure reagent kits for detecting Hepatitis B and Hepatitis C viral load for Vichiaburi Hospital, Phetchabun Province. The scope of work includes:
- Providing Hepatitis B viral load detection kits compatible with Real-time PCR, including Internal Standard (IS) or Internal control (IC), quantitative and qualitative detection capabilities, and specificity for Hepatitis B Virus genotypes A-D.
- Providing Hepatitis C viral load detection kits compatible with Real-time PCR, including Internal Standard (IS) or Internal control (IC), quantitative and qualitative detection capabilities, and specificity for Hepatitis C Virus genotypes 1-6.
- Providing 1 unit of automated analyzer, including installation and connection to the hospital’s LIS system.
- Providing training for staff on equipment and reagent usage.
- Maintaining the equipment at least twice a year and resolving equipment malfunctions within 24 hours.
Bidders must meet the specified qualifications and be responsible for all costs associated with project implementation.
โรงพยาบาลวิเชียรบุรี
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- จัดหาชุดน้ำยาตรวจหาปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อ Hepatitis B เพื่อใช้ในการตรวจวิเคราะห์หาปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัส Hepatitis B
- จัดหาชุดน้ำยาตรวจหาปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อ Hepatitis C เพื่อใช้ในการตรวจวิเคราะห์หาปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัส Hepatitis C
ขอบเขตของงาน
- จัดหาชุดน้ํายาสําหรับตรวจหาปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อ Hepatitis B
- จัดหาชุดน้ํายาสําหรับตรวจหาปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อ Hepatitis C
- จัดส่งชุดน้ำยาตามที่กำหนด โดยงวดแรกภายใน 30 วัน หลังจากได้รับสัญญา
- ติดตั้งเครื่องตรวจวิเคราะห์อัตโนมัติ จำนวน 1 เครื่อง และต้องเป็นเครื่องที่พร้อมใช้งาน
- เชื่อมต่อเครื่องอัตโนมัติกับระบบ LIS ที่โรงพยาบาลวิเชียรบุรีมีใช้อยู่ พร้อมค่าใช้จ่ายในการจัดหา Hardware ตลอดจนการดูแลระบบให้สามารถปฏิบัติงานได้ตลอดเวลา
- บำรุงรักษาเครื่องอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง และแก้ไขปัญหาเครื่องขัดข้องภายใน 24 ชั่วโมง
- จัดอบรมการใช้เครื่องแก่เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลวิเชียรบุรี จนสามารถใช้งานได้ดี
- จัดหาอุปกรณ์ประกอบการทํางาน เช่น Biosafety cabinet Class II (BSC), PCR Cabinet, UPS, Freezer, ตู้เย็น, ชุดคอมพิวเตอร์, Autopipette, mini centrifuge เป็นต้น
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ชุดน้ํายาตรวจหาปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อ Hepatitis B
- ชุดน้ํายาตรวจหาปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อ Hepatitis C
- เครื่องตรวจวิเคราะห์อัตโนมัติ จำนวน 1 เครื่อง พร้อมติดตั้งและเชื่อมต่อกับระบบ LIS
- อุปกรณ์ประกอบการทำงาน เช่น Biosafety cabinet Class II (BSC), PCR Cabinet, UPS, Freezer, ตู้เย็น, ชุดคอมพิวเตอร์, Autopipette, mini centrifuge
- การอบรมการใช้งานเครื่องมือและน้ำยาแก่เจ้าหน้าที่
ระยะเวลาดำเนินการ
- กำหนดส่งมอบเครื่องและอุปกรณ์ทั้งหมด 30 วัน นับจากลงนามในสัญญา
- งวดแรกของการจัดส่งน้ำยาภายใน 30 วัน หลังจากได้รับสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Standards Compliance: น้ํายาผ่านการรับรองมาตรฐาน CE หรือ IVD และน้ํายาได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตตามแบบมาตรฐานสากล
เกณฑ์การพิจารณา
- ไม่ได้ระบุไว้ใน TOR
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ชุดน้ํายาตรวจหาปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อ Hepatitis B:
- ใช้กับเครื่องตรวจ Real time PCR
- ชุดน้ํายาพร้อมใช้งาน (Ready to use)
- มี Internal Standard (IS) หรือ Internal control (IC) เพื่อควบคุมการทดสอบ
- สามารถตรวจได้ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ และจําเพาะต่อ Hepatitis B Virus genotype A-D
- ใช้กับสิ่งส่งตรวจประเภท plasma และ serum ได้
- สามารถตรวจหาเชื้อได้อย่างน้อยในช่วง 10² - 10⁸ IU/ml
- ค่าต่ําสุดที่สามารถรายงายผลเป็นตัวเลขได้คือ 20 - 10⁸ IU/ml
- ชุดน้ํายาประกอบด้วย master mix, calibrator อย่างน้อย 4 ระดับความ เข้มข้นและ Internal standard
- ชุดน้ํายาตรวจหาปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อ Hepatitis C:
- ชุดน้ํายาตรวจวิเคราะห์สารพันธุกรรมของเชื้อไวรัส Hepatitis C โดยใช้กับเครื่องตรวจ Real time PCR
- ชุดน้ํายาพร้อมใช้งาน (Ready to use)
- มี Internal Standard (IS) หรือ Internal control (IC) เพื่อควบคุมการทดสอบ
- น้ํายาสามารถตรวจได้ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ และมีความจําเพาะต่อ Hepatitis C Virus genotype ๑-๖
- ใช้กับสิ่งส่งตรวจประเภท plasma และ Serum ได้
- สามารถตรวจหาเชื้อได้อย่างน้อยในช่วง ๑๕ - ๑๐⁸ IU/ml
- ค่าต่ําสุดที่สามารถรายงายผลเป็นตัวเลขได้คือ ๔๐ - ๑๐⁸ IU/ml
- ชุดน้ํายาประกอบด้วย master mix, calibrator อย่างน้อย ๔ ระดับความเข้มข้น และ Internal standard
เงื่อนไขสัญญา
- เมื่อเครื่องมือขัดข้องใช้งานไม่ได้ผู้ขายต้องแก้ไขให้พร้อมใช้งานภายใน 24 ชั่วโมง
- บริษัทผู้ขายต้องจัดส่งน้ํายาตามที่กําหนด โดยงวดแรกภายใน 30 วัน หลังจากได้รับสัญญา
- บริษัทผู้ขายต้องเชื่อมต่อเครื่องอัตโนมัติกับระบบ LIS ที่โรงพยาบาลวิเชียรบุรีมีใช้อยู่ พร้อมค่าใช้จ่ายในการจัดหา Hardware ตลอดจนการดูแลระบบให้สามารถปฏิบัติงานได้ตลอดเวลา ให้บริษัทผู้ขายรับผิดชอบทั้งหมดตลอดอายุสัญญา
- ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเครื่องเป็นของบริษัทผู้ขายตลอดอายุสัญญา
- น้ํายาที่จัดส่งต้องมีอายุอย่างน้อย 120 วัน และในกรณีน้ํายาใกล้หมดอายุ หรือเสื่อมคุณภาพบริษัท ผู้ขายต้องนําน้ํายาเปลี่ยนให้ใหม่ครบตามจํานวนทันทีที่ได้รับแจ้ง
- หากบริษัทผู้ขายไม่สามารถจัดหาน้ํายาได้ทันตามความต้องการของโรงพยาบาลวิเชียรบุรี หรือเครื่อง เสียไม่สามารถตรวจวิเคราะห์ได้ทําให้โรงพยาบาลวิเชียรบุรีต้องส่งตรวจวิเคราะห์นอกหน่วยงาน ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น บริษัทผู้ขายจะต้องรับผิดชอบ
- บริษัทผู้ขายต้องทําการบํารุงรักษาเครื่องอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง และในกรณีเครื่องเสียไม่สามารถตรวจ วิเคราะห์ได้ บริษัทผู้ขายต้องส่งช่างที่ชํานาญมาทําการซ่อมให้เครื่องสามารถใช้การได้ใน 24 ชั่วโมง หลังจากได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลวิเชียรบุรี
- โรงพยาบาลมีสิทธิยกเลิกสัญญาได้ตลอดเวลา หากน้ํายาเครื่องมือรวมทั้งบริการหลังการขายไม่ เป็นไปตามกําหนด และสามารถเรียกร้องค่าเสียหาย อันเกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข จากบริษัท ผู้ขายได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
คำถาม: ชุดน้ำยาที่จัดหาต้องมีคุณสมบัติในการตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดใดบ้าง?
คำตอบ: ชุดน้ำยาตรวจ Hepatitis B ต้องจำเพาะต่อ genotype A-D และชุดน้ำยาตรวจ Hepatitis C ต้องจำเพาะต่อ genotype 1-6 -
คำถาม: สามารถใช้สิ่งส่งตรวจประเภทใดในการตรวจวิเคราะห์ด้วยชุดน้ำยาเหล่านี้?
คำตอบ: สามารถใช้สิ่งส่งตรวจประเภท plasma และ serum ได้ -
คำถาม: ช่วงของการตรวจหาเชื้อที่ชุดน้ำยาสามารถตรวจวัดได้คือเท่าใด?
คำตอบ: ชุดน้ำยา Hepatitis B สามารถตรวจหาเชื้อได้อย่างน้อยในช่วง 10² - 10⁸ IU/ml และชุดน้ำยา Hepatitis C สามารถตรวจหาเชื้อได้อย่างน้อยในช่วง 15 - 10⁸ IU/ml -
คำถาม: ค่าต่ำสุดที่สามารถรายงานผลเป็นตัวเลขได้ของชุดน้ำยาแต่ละชนิดคือเท่าใด?
คำตอบ: ค่าต่ำสุดที่สามารถรายงานผลเป็นตัวเลขได้ของชุดน้ำยา Hepatitis B คือ 20 - 10⁸ IU/ml และชุดน้ำยา Hepatitis C คือ 40 - 10⁸ IU/ml -
คำถาม: ชุดน้ำยาต้องมีส่วนประกอบอะไรบ้าง?
คำตอบ: ชุดน้ำยาต้องประกอบด้วย master mix, calibrator อย่างน้อย 4 ระดับความเข้มข้น และ Internal standard -
คำถาม: หากเครื่องตรวจวิเคราะห์ขัดข้อง ผู้ขายต้องดำเนินการแก้ไขภายในกี่ชั่วโมง?
คำตอบ: ผู้ขายต้องแก้ไขเครื่องให้พร้อมใช้งานภายใน 24 ชั่วโมง -
คำถาม: บริษัทผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาระบบ LIS หรือไม่?
คำตอบ: บริษัทผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดหา Hardware และการดูแลระบบ LIS ให้สามารถปฏิบัติงานได้ตลอดอายุสัญญา -
คำถาม: หากน้ำยาที่จัดส่งใกล้หมดอายุ บริษัทผู้ขายต้องดำเนินการอย่างไร?
คำตอบ: บริษัทผู้ขายต้องนำน้ำยาเปลี่ยนให้ใหม่ครบตามจำนวนทันทีที่ได้รับแจ้ง -
คำถาม: บริษัทผู้ขายต้องบำรุงรักษาเครื่องตรวจวิเคราะห์บ่อยแค่ไหน?
คำตอบ: บริษัทผู้ขายต้องทำการบำรุงรักษาเครื่องอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง -
คำถาม: บริษัทผู้ขายต้องจัดหาอุปกรณ์ประกอบการทำงานอะไรบ้าง?
คำตอบ: บริษัทผู้ขายต้องจัดหาอุปกรณ์ประกอบการทํางาน เช่น Biosafety cabinet Class II (BSC), PCR Cabinet, UPS, Freezer, ตู้เย็น, ชุดคอมพิวเตอร์, Autopipette, mini centrifuge เป็นต้น
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
๑.วัตถุประสงค์
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
ชุดน้ํายาตรวจหาปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อ Hepatitis B และ ชุดน้ํายาตรวจหาปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อ Hepatitis C โรงพยาบาลวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์
น้ํายาตรวจหาปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อ Hepatitis B ใช้สําหรับการตรวจวิเคราะห์หาปริมาณสาร พันธุกรรมของเชื้อไวรัส Hepatitis B
๑.๒ น้ํายาตรวจหาปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อ Hepatitis C ใช้สําหรับการตรวจวิเคราะห์หาปริมาณสาร พันธุกรรมของเชื้อไวรัส Hepatitis C
๒.ความต้องการ
๒.๑ ชุดน้ํายาสําหรับตรวจหาปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อ Hepatitis B ๒.๒ ชุดน้ํายาสําหรับตรวจหาปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อ Hepatitis C
๓.คุณสมบัติทั่วไป
๓.๑ น้ํายาผ่านการรับรองมาตรฐาน CE หรือ IVD
๓.๒ ชุดน้ํายาต้องมีเอกสารประกอบชุดตรวจหรือใบรับรองจากผู้ผลิต
๓.๓ มีหนังสือรับรองการนําเข้าเครื่องมือแพทย์ที่ออกโดยสํานักงานกรรมการอาหารและยา ๓.๔ มีคู่มือการใช้เครื่องมือและวิธีทดสอบเป็นไทยและภาษาอังกฤษ
๔.คุณสมบัติเฉพาะ
คุณสมบัติเฉพาะน้ํายามี ๒ รายการ
๔.๑ ชุดน้ํายาตรวจหาปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อ Hepatitis B
๔.๑.๑ ชุดน้ํายาตรวจวิเคราะห์สารพันธุกรรมของเชื้อไวรัส Hepatitis B โดยใช้กับเครื่องตรวจ Real
time PCR
๔.๑.๒ ชุดน้ํายาพร้อมใช้งาน (Ready to use)
น้ํายาได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตตามแบบมาตรฐานสากล
๔.๑.๔ น้ํายามีฉลากข้างขวด ระบุชื่อน้ํายา Lot number และวันหมดอายุ ที่สามารถตรวจสอบได้
(ลงชื่อ).
To tir
(นางณัฏฐ์วริยา หอมสุคนธ์)
.ประธานกรรมการฯ
นักเทคนิคการแพทย์ชํานาญการ กา
(นางสาวอุษา สุขพัฒนานรากุล) นักเทคนิคการแพทย์ชํานาญการ
กรรมการ (ลงชื่อ)
(นายณัฐวุฒิ ทูโคกกรวด) นักเทคนิคการแพทย์ปฏิบัติการ
.กรรมการ
๔.๑.๑.๕ มี Internat…
-๒-
๔.๑.๕ มี Internal Standard (IS) หรือ Internal control (IC) เพื่อควบคุมการทดสอบ ๔.๑.๖ น้ํายาสามารถตรวจได้ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ และจําเพาะต่อ Hepatitis B Virus
genotype A-D
๔.๑.๒ ใช้กับสิ่งส่งตรวจประเภท plasma และ serum ได้
៨
๔.๑.๘ สามารถตรวจหาเชื้อได้อย่างน้อยในช่วง ๑๐ - ๑๐ IU/ml
៨
๔.๑.๔ ค่าต่ําสุดที่สามารถรายงายผลเป็นตัวเลขได้คือ ๒๐ - ๑๐ IU/ml
๔.๑.๑๐ ชุดน้ํายาประกอบด้วย master mix, calibrator อย่างน้อย ๔ ระดับความ เข้มข้นและ
Internal standard
๔.๒ ชุดน้ํายาตรวจหาปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อ Hepatitis C
๔.๒.๑ ชุดน้ํายาตรวจวิเคราะห์สารพันธุกรรมของเชื้อไวรัส Hepatitis C โดยใช้กับ
เครื่องตรวจ Real time PCR
๔.๒.๒ ชุดน้ํายาพร้อมใช้งาน (Ready to use)
๔.๒.๓
น้ํายาได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตตามแบบมาตรฐานสากล
๔.๒.๔ น้ํายามีฉลากข้างขวด ระบุชื่อน้ํายา Lot number และวันหมดอายุ ที่สามารถตรวจสอบได้ ๔.๒.๕ มี Internal Standard (IS) หรือ Internal control (IC) เพื่อควบคุมการทดสอบ
๔.๒.๖ น้ํายาสามารถตรวจได้ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ และมีความจําเพาะต่อ Hepatitis C
Virus genotype ๑-๖
๔.๒.๗ ใช้กับสิ่งส่งตรวจประเภท plasma และ Serum ได้
๔.๒.๔ สามารถตรวจหาเชื้อได้อย่างน้อยในช่วง ๑๕ ๑๐๘ IU/mt
๔.๒.๔ ค่าต่ําสุดที่สามารถรายงายผลเป็นตัวเลขได้คือ ๔๐ - ๑๐ IU/ml
៨ «
๔.๒.๑๐ ชุดน้ํายาประกอบด้วย master mix, calibrator อย่างน้อย ๔ ระดับความเข้มข้น และ
Internal standard
๕. เงื่อนไขเฉพาะ
๕.๑ เมื่อเครื่องมือขัดข้องใช้งานไม่ได้ผู้ขายต้องแก้ไขให้พร้อมใช้งานภายใน ๒๔ ชั่วโมง
๕.๒ บริษัทผู้ขายต้องจัดส่งน้ํายาตามที่กําหนด โดยงวดแรกภายใน ๓๐ วัน หลังจากได้รับสัญญา ๕.๓ บริษัทผู้ขายต้องติดตั้งเครื่องตรวจวิเคราะห์อัตโนมัติ จํานวน ๑ เครื่องและต้องเป็นเครื่องที่พร้อม
ใช้งาน
(ลงชื่อ)…..
eb
Mr Cour
(ลงชื่อ).
ประธานกรรมการฯ
(นางณัฏฐ์วริยา หอมสุคนธ์)
นักเทคนิคการแพทย์ชํานาญการ 40
(นางสาวอุษา สุขพัฒนานรากุล)
นักเทคนิคการแพทย์ชํานาญการ
..กรรมการ
(นายณัฐวุฒิ ทูโคกกรวด) นักเทคนิคการแพทย์ปฏิบัติการ
๕.๔ บรษท…
-60-
๕.๔ บริษัทผู้ขายต้องเชื่อมต่อเครื่องอัตโนมัติกับระบบ LIS ที่โรงพยาบาลวิเชียรบุรีมีใช้อยู่ พร้อมค่าใช้จ่าย ในการจัดหา Hardware ตลอดจนการดูแลระบบให้สามารถปฏิบัติงานได้ตลอดเวลา ให้บริษัทผู้ขาย รับผิดชอบทั้งหมดตลอดอายุสัญญา
๕.๕ ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเครื่องเป็นของบริษัทผู้ขายตลอดอายุ
๕.๖ น้ํายาที่จัดส่งต้องมีอายุอย่างน้อย ๑๒๐ วัน และในกรณีน้ํายาใกล้หมดอายุ หรือเสื่อมคุณภาพบริษัท ผู้ขายต้องนําน้ํายาเปลี่ยนให้ใหม่ครบตามจํานวนทันทีที่ได้รับแจ้ง
๕.๗ หากบริษัทผู้ขายไม่สามารถจัดหาน้ํายาได้ทันตามความต้องการของโรงพยาบาลวิเชียรบุรี หรือเครื่อง เสียไม่สามารถตรวจวิเคราะห์ได้ทําให้โรงพยาบาลวิเชียรบุรีต้องส่งตรวจวิเคราะห์นอกหน่วยงาน ค่าใช้จ่ายที่
เกิดขึ้น บริษัทผู้ขายจะต้องรับผิดชอบ
๕.๔ บริษัทผู้ขายต้องทําการบํารุงรักษาเครื่องอย่างน้อยปีละ ๒ ครั้ง และในกรณีเครื่องเสียไม่สามารถตรวจ วิเคราะห์ได้ บริษัทผู้ขายต้องส่งช่างที่ชํานาญมาทําการซ่อมให้เครื่องสามารถใช้การได้ใน ๒๔ ชั่วโมง
หลังจากได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลวิเชียรบุรี
๕.๙ บริษัทผู้ขายต้องติดตั้งเครื่องตรวจวิเคราะห์อัตโนมัติให้เสร็จเรียบร้อยพร้อมใช้งาน และจัดอบรมการใช้
เครื่องแก่เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลวิเชียรบุรี จนสามารถใช้งานได้ดี
๕.๑๐ โรงพยาบาลมีสิทธิยกเลิกสัญญาได้ตลอดเวลา หากน้ํายาเครื่องมือรวมทั้งบริการหลังการขายไม่ เป็นไปตามกําหนด และสามารถเรียกร้องค่าเสียหาย อันเกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข จากบริษัท ผู้ขายได้
๕.๑๑ บริษัทผู้ขายต้องจัดหาอุปกรณ์ประกอบการทํางาน เช่น Biosafety cabinet Class II (BSC), PCR Cabinet, UPS, Freezer, ตู้เย็น, ชุดคอมพิวเตอร์, Autopipette, mini centrifuge เป็นต้น ๕.๑๒ กําหนดส่งมอบเครื่อง ๓๐ วัน นับจากลงสัญญา
ขอรับรองว่า คุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะจัดซื้อจัดจ้างในครั้งนี้เป็นไปตาม มาตรา ๙ แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งกําหนดไว้ว่า การกําหนด คุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะทําการจัดซื้อจัดจ้าง ให้หน่วยงานของรัฐคํานึงถึงคุณภาพ เทคนิค และ วัตถุประสงค์ของการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุนั้น และห้ามมิให้กําหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุให้ใกล้เคียงกับยี่ห้อ ใดยี่ห้อหนึ่ง หรือของผู้ขายรายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ เว้นแต่พัสดุที่จะทําการจัดซื้อจัดจ้าง ตามวัตถุประสงค์นั้น มียี่ห้อเดียวหรือจะต้องใช้อะไหล่ของยี่ห้อใด ก็ให้ระบุยี่ห้อนั้น
(ลงชื่อ)…
mini
(นางณัฏฐ์วริยา หอมสุคนธ์)
นักเทคนิคการแพทย์ชํานาญการ
(ลงชื่อ)………………. …กรรมการ (ลงชื่อ)………
(นางสาวอุษา สุขพัฒนานรากุล)
นักเทคนิคการแพทย์ชํานาญการ
ประธานกรรมการฯ
Bro
…กรรมการ
(นายณัฐวุฒิ ทูโคกกรวด) นักเทคนิคการแพทย์ปฏิบัติการ