ประกวดราคาจ้างเหมาเอกชนรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ อจปร.อร. (ปอ.4/68)
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริเวณพื้นที่ของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้าฯ มีความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร สำหรับการปฏิบัติราชการของข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ และผู้มาติดต่อราชการทั้งภายในและภายนอก โดยมีขอบเขตงานหลักคือการจัดหาพนักงานรักษาความปลอดภัยจำนวน 7 นายต่อผลัด ตลอด 24 ชั่วโมง แบ่งเป็น 2 ผลัด ปฏิบัติงานใน 5 จุดสำคัญ ได้แก่ ป้อมยามประตู 1, ป้อมยามประตูคลองยายหลี, ป้อมยามประตู 5, ป้อมยามท่าเทียบเรือด้านทิศเหนือ, ป้อมยามท่าเทียบเรือด้านทิศใต้ และป้อมยามประตูอ่างจอดเรือ พนักงานรักษาความปลอดภัยมีหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์สิน ป้องกันการโจรกรรม อำนวยความสะดวกด้านการจราจร ตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะ รวมถึงรายงานเหตุการณ์ผิดปกติ ผู้รับจ้างต้องจัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน จัดการฝึกอบรม และจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน
English summary
This project involves hiring a private company to provide security services at the Phra Chulachomklao Royal Thai Naval Dockyard, Samut Prakan Province. The objective is to enhance security and facilitate traffic management for personnel and visitors. The scope includes deploying 7 security guards per shift, 24 hours a day in two shifts, across 5 key locations: Gate 1, Khlong Yai Lee Gate, Gate 5, North Pier, South Pier, and the Dry Dock Gate. Responsibilities encompass property protection, theft prevention, traffic control, personnel and vehicle inspection, and incident reporting. The contractor must provide qualified security personnel, training, and necessary equipment.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้บริเวณพื้นที่ของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้าฯ มีความปลอดภัย
- อำนวยความสะดวกด้านการจราจร บริเวณพื้นที่ของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้าฯ สำหรับการปฏิบัติราชการของข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ และผู้มาติดต่อราชการทั้งภายในและภายนอก
ขอบเขตของงาน
- กำหนดจุดปฏิบัติงาน จุดตรวจ และเวลาการออกตรวจพื้นที่ของพนักงานรักษาความปลอดภัย ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยอาคาร สถานที่ ทรัพย์สิน และการจราจรภายในอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ
- มีจุดปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัย จำนวน 5 จุด ๗ นาย
- หัวหน้าชุด (สายตรวจ) จำนวน ๑ นาย
- จุดที่ ๑ ป้อมยามประตู ๑ จำนวน ๑ นาย
- จุดที่ ๒ ป้อมยามประตูคลองยายหลี จำนวน ๑ นาย
- จุดที่ ๓ ป้อมยามประตู ๕ จำนวน ๑ นาย
- จุดที่ ๔ ป้อมยามท่าเทียบเรือด้านทิศเหนือ จำนวน ๑ นาย
- จุดที่ ๕ ป้อมยามประตูอ่างจอดเรือ จำนวน ๑ นาย
- จุดที่ 5 ป้อมยามท่าเทียบเรือด้านทิศใต้ จำนวน ๑ นาย
- จำนวนพนักงานดูแลรักษาความปลอดภัย จำนวนไม่น้อยกว่า ๗ คน / ผลัด
- การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานรักษาความปลอดภัยตลอด ๒๔ ชั่งโมง แบ่งเป็น ๒ ผลัด
- ผลัดที่ ๑ เริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่เวลา ๐๖.๓๐ น. - ๑๘.๓๐ น.
- ผลัดที่ ๒ เริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่เวลา ๑๘.๓๐ น. – ๑๖.๓๐ น. วันรุ่งขึ้น
- จุดปฏิบัติงานในการปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัย หากมีการเปลี่ยนแปลงจุดปฏิบัติงาน นอกเหนือจากจุดปฏิบัติงาน ตามข้อ ๔.๑ ผู้ว่าจ้างจะแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบ ผู้รับจ้างจะต้องจัดชุดปฏิบัติงาน รักษาความปลอดภัยตามจุดที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
- หน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงานรักษาความปลอดภัย
- ดูแลรักษาทรัพย์สิน รักษาความปลอดภัย ป้องกันการโจรกรรม การบุกรุก และ ระวังภัยต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับอาคาร สถานที่ และทรัพย์สินของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้าฯ มิให้เสียหาย หรือสูญหายตลอดเวลา
- ตรวจตราดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้าฯ เมื่อพบเห็น เหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นให้รายงานทางวิทยุสื่อสารทันที และทําการตรวจสอบเบื้องต้นโดยละเอียด พร้อมบันทึกไว้เป็นหลักฐานในการใช้เป็นข้อพิจารณาดําเนินการต่อไป (ตามแบบการรายงานของผู้ว่าจ้าง)
- อํานวยความสะดวก เมื่อมีผู้มาติดต่อราชการ สอบถามบุคคลด้วยความสุภาพ และ ตรวจสอบบุคคลที่ต้องสงสัยอย่างมีเหตุผล หรือหากพบเห็นบุคคล ที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยไม่น่าไว้วางใจ ให้ดําเนินการตรวจสอบทันที ตลอดจนมีหน้าที่ห้ามบุคคลที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆ เช่น บุคคลเข้ามาเรี่ยไร จําหน่ายสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้เสพสุรามึนเมาจนครองสติไม่ได้ ฯลฯ
- ปิดและเปิดประตูเข้าออก พื้นที่อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ประตูอาคารสํานักงาน ที่ได้รับมอบหมาย พร้อมทั้งปิดและเปิดไฟฟ้าแสงสว่างตามอาคาร สถานที่ต่างๆ เมื่อถึงกําหนดเวลา หรือตามคําสั่งของผู้ว่าจ้างหรือคําสั่งผู้แทนของผู้ว่าจ้าง
- ทําหน้าที่ตรวจสอบระบบไฟฟ้า ประปา ที่เห็นว่าเกิดการชํารุดเสียหายใช้งานไม่ได้แจ้งให้ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ทราบโดยให้แจ้งผ่านนายทหารเวรประจําวัน
- ทําหน้าที่ควบคุมและจัดระบบการจราจรตามจุดต่างๆ ในยามปกติ หรือเมื่อ อู่ทหารเรือ พระจุลจอมเกล้า ฯ มีกิจกรรมต่างๆ โดยรับผิดชอบในการจัดระเบียบการจอดรถ ระบบการจราจร ให้เป็นไป ด้วยความเรียบร้อย และหรือปฏิบัติตามคําสั่งของผู้ว่าจ้าง
- ทําหน้าที่ตรวจสอบและบันทึกยานพาหนะที่ผ่าน เข้า - ออก อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ในยามวิกาล หรือนอกเวลาราชการ ให้บันทึกไว้เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ
- ข้อปฏิบัติประจําวันในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานรักษาความปลอดภัย
- พนักงานรักษาความปลอดภัยทุกคนต้องลงชื่อเข้าปฏิบัติหน้าที่ทุกวัน ณ จุดที่อู่ทหารเรือ พระจุลจอมเกล้า ฯ กําหนดโดยให้ลงชื่อ – เวลาปฏิบัติงานและลงชื่อ – เวลาเลิกปฏิบัติงาน หากพนักงานรักษา ความปลอดภัยคนใดไม่มีลายมือชื่อ และเวลาเข้าหรือเวลาออกในแต่ละผลัด จะถือว่าเป็นผู้ละทิ้งหน้าที่ได้ทันที โดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น
- ให้หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัย เรียกประชุมแถวพนักงานรักษาความปลอดภัย ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ทุกผลัด เพื่อชี้แจงข้อราชการให้ทราบ และรายงานการปล่อยแถวพนักงานทุกครั้งทางวิทยุ สื่อสารแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
- พนักงานรักษาความปลอดภัยทุกคนต้องเข้าประจําจุดปฏิบัติงานทันที เมื่อมีการปล่อย แถว และเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตามข้อกําหนดไว้อย่างเคร่งครัด หากตรวจสอบพบว่าไม่มีพนักงานเข้าประจําจุด ปฏิบัติงานถือว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่
- ให้หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัย เรียกประชุมแถวพนักงานรักษาความปลอดภัย หลังเลิกปฏิบัติงานทุกผลัดเพื่อสรุปปัญหาในการปฏิบัติที่ผ่านมาจากพนักงานรักษาความปลอดภัยในแต่ละผลัด และรายงานต่อหัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัยเป็นลายลักษณ์อักษร (โดยผ่านนายทหารเวรประจําวัน)
- ให้พนักงานรักษาความปลอดภัยรายงานทางวิทยุสื่อสารในทันที เมื่อเข้าปฏิบัติหน้าที่ ประจําของตนเองโดยให้รายงานต่อหัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัย เพื่อตรวจความพร้อมในการเริ่ม ปฏิบัติหน้าที่ในผลัดนั้นๆ
- พนักงานรักษาความปลอดภัยทุกคนต้องปฏิบัติงานประจําจุดตลอดเวลา ห้ามละทิ้งหน้าที่ โดยเด็ดขาดและให้เตรียมความพร้อมก่อนเข้าปฏิบัติงานทุกครั้ง เช่น การจัดเตรียมอาหาร หรือ การรับประทานอาหารก่อนเข้าปฏิบัติงานเป็นต้น กรณีมีความจําเป็นเร่งด่วน หรือมีความจําเป็นต้องปฏิบัติ ภารกิจส่วนตัว ให้แจ้งต่อหัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยทราบ และจัดหาบุคคลอื่นไปปฏิบัติหน้าที่แทน ชั่วคราว (ยกเว้นมีคําสั่งจากผู้แทนของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ เท่านั้น) และจะไม่รับผิดชอบในกรณีที่ พนักงานรักษาความปลอดภัยละทิ้งหน้าที่ไปปฏิบัติงานอื่นๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่แจ้งให้อู่ทหารเรือ พระจุลจอมเกล้า ฯ ทราบก่อนล่วงหน้า
- หน้าที่ความรับผิดชอบของหัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัย (สายตรวจ)
- ดูแลรักษาทรัพย์สิน รักษาความปลอดภัยสถานที่ ป้องกันการโจรกรรม การบุกรุก และ ระวังภัยต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับอาคาร สถานที่ และทรัพย์สินของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ มิให้เสียหาย หรือสูญหายตลอดเวลา
- ตรวจตราดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ทั่วไปภายในอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ หากพบเห็นสิ่งผิดปกติต่อทรัพย์สินของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ หรือพบเห็นเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น ให้แจ้งหัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัยหรือนายทหารเวรประจําวัน ทราบทันทีและจุดพักการตรวจอยู่ที่ ป้อมยามประตู ๕
- อํานวยความสะดวกและประสานงาน เมื่อได้รับการร้องขอหรือเห็นว่าเป็นหน้าที่โดยตรง ให้กับบุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่อราชการ
- เรียกประชุมแถวพนักงานรักษาความปลอดภัยก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ทุกผลัด เพื่อแจ้ง ข้อราชการให้ทราบ และหลังจากเลิกปฏิบัติงานเพื่อสรุปปัญหาการปฏิบัติที่ผ่านมา
- หน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงานรักษาความปลอดภัย ประตู ๑ และประตูคลองยายหลี
- ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบประจําป้อมยาม ประตูทางเข้า – ออก ประตู ๑ และประตูคลองยายหลี
- กํากับดูแลความเรียบร้อย การผ่านเข้า - ออกของบุคคลและยานพาหนะพร้อมบันทึกเป็น หลักฐาน
- ให้ปิดแผงกั้นไว้ตลอดเวลาทั้งช่องทางเข้าและทางออก
- ตรวจสอบ สอบถาม หรือขอตรวจบุคคลและยานพาหนะ หากสงสัยจะมีการนําสิ่งของ ออกโดยไม่ได้รับอนุญาตให้แจ้งแผนกรักษาความปลอดภัยหรือนายทหารเวรประจําวันมาตรวจสอบ การตรวจสอบกระทําด้วย ความระมัดระวังตามหลักฐานอย่างมีเหตุผล
- ควบคุมและจัดการจราจรบริเวณทางเข้า - ออก ประตู หรือบริเวณใกล้เคียง ใช้ความเร็ว ไม่เกิน ๓๐ กม./ชม.
- ห้ามรับฝากสิ่งของทุกชนิด
- ห้ามมิให้มีการก่อไฟ หรือทําอาหารภายในหรือภายนอก จุดปฏิบัติงานโดยเด็ดขาด
- ห้ามปิดไฟฟ้าแสงสว่างภายในป้อมยาม
- ห้ามมั่วสุมในจุดรักษาการณ์
- เมื่อประสบเหตุเพลิงไหม้ ลักทรัพย์ ทะเลาะวิวาท ให้แจ้งนายทหารเวรประจําวันทราบทันที
- ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง กระตือรือร้นในหน้าที่ มีความพร้อมต่อเหตุการณ์ มีไหวพริบ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพเรียบร้อย และมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีงาม
- ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานรักษาความปลอดภัยหรือตามคําสั่ง
- ห้ามดื่มสุราของมึนเมาและห้ามสูบบุหรี่ขณะปฏิบัติหน้าที่
- หน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงานรักษาความปลอดภัย ป้อมยามประตู ๕
- ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบประจําอยู่บริเวณทางเข้า - ออก ป้อมยามประตู ๕
- การเปิด – ปิด ประตู ๕ วันราชการเปิดเวลา ๐๕.๐๐ น. ปิด ๑ บานประตู เวลา ๑๖.๐๐ น. ปิด ๒ บานประตู เวลา ๒๑.๐๐ น. วันหยุดปิดตลอดวัน เว้นได้รับคําสั่งเปิดจากนายทหารเวรสั่งการ
- ให้ปิดแผงกั้นไว้ตลอดเวลาทั้งช่องทางเข้าและทางออก
- ตรวจสอบ สอบถาม หรือขอตรวจบุคคลและยานพาหนะ พร้อมสิ่งของผ่านเข้า - ออก ต้องได้รับอนุญาตถูกต้องจากแผนกรักษาความปลอดภัยหรือนายทหารเวรสั่งการ พร้อมบันทึกเป็นหลักฐาน
- ควบคุมการจอดรถบริเวณรอบอาคารให้ถูกต้องและเป็นระเบียบเรียบร้อย
- ตรวจตรายานพาหนะ ปฏิบัติตามกฎจราจรของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ใช้ความเร็วไม่เกิน ๓๐ กิโลเมตร/ชั่วโมง
- ควบคุมดูแลรับผิดชอบทรัพย์สิน อาคาร สถานที่ของบริเวณอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ
- ตรวจสอบการปิดประตูโรงงาน ปิดไฟฟ้า ปิดน้ําประปา ของอาคารสถานที่บริเวณ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ
- เมื่อประสบเหตุเพลิงไหม้ ลักทรัพย์ และอุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นให้แจ้งนายทหารเวร ประจําวันทราบ
- ห้ามรับฝากสิ่งของทุกชนิด
- ห้ามดื่มสุราของมึนเมาและห้ามสูบบุหรี่ขณะปฏิบัติหน้าที่
- ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง มีความพร้อมต่อเหตุการณ์ มีไหวพริบ แคล่วคล่องว่องไว ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพเรียบร้อย และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
- ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานรักษาความปลอดภัยหรือตามคําสั่ง
- หน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงานรักษาความปลอดภัย ป้อมยามท่าเทียบเรือด้านทิศเหนือ และป้อมยามท่าเทียบเรือด้านทิศใต้
- ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบ ดูแล ทรัพย์สิน บริเวณเขื่อนท่าเทียบเรือด้านทิศเหนือและบริเวณ เขื่อนท่าเทียบเรือด้านทิศใต้ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ
- ควบคุมดูแลการจอดรถบริเวณท่าเทียบเรือให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
- ห้ามทําการประมงในระยะต่ํากว่า ๕๐ เมตร ถ้าตรวจพบให้ดําเนินการขับไล่และแจ้ง แผนกรักษาความปลอดภัย หรือนายทหารเวรประจําวัน
- ห้ามเรือใดๆจอดท่าเทียบเรือโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ
- เมื่อประสบเหตุเพลิงไหม้ ลักทรัพย์ และอุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นให้แจ้งนายทหารเวร ประจําวันทราบ
- ห้ามบุคคลใดจับสัตว์น้ําทุกชนิด
- ห้ามรับฝากสิ่งของทุกชนิด
- ห้ามดื่มสุราของมึนเมาและห้ามสูบบุหรี่ขณะปฏิบัติหน้าที่
- ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง มีความพร้อมต่อเหตุการณ์ มีไหวพริบ แคล่วคล่องว่องไว ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพเรียบร้อย และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
- ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานรักษาความปลอดภัยหรือตามคําสั่ง
- หน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงานรักษาความปลอดภัย ป้อมยามประตูอ่างจอดเรือ
- ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบ ดูแล ทรัพย์สิน บริเวณประตูอ่างจอดเรืออู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้าฯ
- ควบคุมดูแลการจอดรถบริเวณประตูอ่างจอดเรือให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
- ห้ามทําการประมงในระยะต่ํากว่า ๕๐ เมตร ถ้าตรวจพบให้ดําเนินการขับไล่และแจ้ง แผนกรักษาความปลอดภัย หรือนายทหารเวรประจําวัน
- ห้ามเรือหรือบุคคลใดๆผ่านเข้าประตูอ่างจอดเรือโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอู่ทหารเรือ พระจุลจอมเกล้า ฯ
- เมื่อประสบเหตุเพลิงไหม้ ลักทรัพย์ และอุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นให้แจ้งนายทหารเวร ประจําวันทราบ
- ห้ามบุคคลใดจับสัตว์น้ําทุกชนิด
- ห้ามรับฝากสิ่งของทุกชนิด
- ห้ามดื่มสุราของมึนเมาและห้ามสูบบุหรี่ขณะปฏิบัติหน้าที่
- ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง มีความพร้อมต่อเหตุการณ์ มีไหวพริบ แคล่วคล่องว่องไว ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพเรียบร้อย และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
- ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานรักษาความปลอดภัยหรือตามคําสั่ง
- ขอบเขตและข้อกําหนด
- บริษัทรักษาความปลอดภัย ต้องจัดให้มีมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย ดังต่อไปนี้
- จัดทําคู่มือในการปฏิบัติงานให้กับพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตทุกคน เพื่อให้ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่กฎหมายกําหนด
- จัดทํา ขั้นตอนการปฏิบัติกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปกติขึ้นระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ และติดประกาศ ณ สถานที่ที่พนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตปฏิบัติงาน
- มีระบบบันทึกเหตุการณ์ประจําวันเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณ หรือสถานที่ที่รับผิดชอบรักษาความปลอดภัย
- สมุดรายงานเหตุการณ์ประจําวัน
- สมุดควบคุมบุคคลเข้า – ออกภายในบริเวณหรือสถานที่ที่รับผิดชอบรักษา ความปลอดภัย
- สมุดควบคุมยานพาหนะเข้า – ออกภายในบริเวณหรือสถานที่ที่รับผิดชอบรักษา ความปลอดภัย
- การกํากับดูแลและตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานรักษาความปลอดภัยรับ อนุญาต และการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติหน้าที่
- จัดให้มีเจ้าหน้าที่สายตรวจของบริษัทรักษาความปลอดภัย เพื่อกํากับดูแล และตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต
- ในการออกตรวจของเจ้าหน้าที่สายตรวจ ให้ลงลายมือชื่อในสมุดรายงาน
- จัดให้พนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตปฏิบัติงานในหน้าที่เฉพาะที่ กฎหมายกําหนดให้เป็นหน้าที่ของพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต
- จัดให้มีศูนย์ประสานงานและบุคลากรปฏิบัติหน้าที่ตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพื่อให้ คําแนะนําในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่
- จัดให้มีอุปกรณ์สื่อสารระหว่างศูนย์ประสานงานกับพนักงานรักษาความ ปลอดภัยรับอนุญาต ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ อาทิเช่น โทรศัพท์ โทรสาร หรือวิทยุสื่อสาร เป็นต้น
- จัดให้มีการฝึกทบทวนความรู้เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยให้แก่พนักงาน รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตอย่างน้อยปีละ ๔ ครั้ง
- ภาระหน้าที่รับผิดชอบของพนักงานรักษาความปลอดภัย
- ตรวจสอบการผ่านเข้า - ออกของบุคคล หรือยานพาหนะทุกคัน ตามวิธีการที่ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ กําหนด
- ทําการป้องกันและยับยั้งการโจรกรรม การวางเพลิง การทําลายทรัพย์สิน การทําลายความสงบและเหตุร้ายทุกประการ อันอาจเกิดขึ้นในบริเวณอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ และมีหน้าที่ดูแลเรื่องการจราจร
- อํานวยความสะดวกให้กับผู้มาติดต่อราชการ ข้าราชการ ลูกจ้าง และ พนักงานราชการ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ สมควรและแต่กรณี
- การประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่ด้วยกันและบุคคลภายนอก
- ประชาสัมพันธ์ในกรณีมีผู้มาติดต่อสอบถามเกี่ยวกับสถานที่พักอาศัย และ ขอเยี่ยมข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการ ในหน่วย
- ประสานงานขอความช่วยเหลือจากบุคคล หรือหน่วยงานในอู่ทหารเรือ พระจุลจอมเกล้า ฯ
- จะต้องจัดให้มีตัวแทนของผู้รับจ้าง หรือผู้ที่ได้รับมอบอํานาจในการตัดสินใจที่ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ติดต่อประสานงานได้ตลอดเวลา คําสั่งหรือคําแนะนําใดๆที่ผู้ว่าจ้าง หรือ ผู้แทนของผู้ว่าจ้างแจ้งให้ผู้แทนของผู้รับจ้างทราบแล้วถือเสมือนว่าผู้จ้างได้แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบแล้ว
- ตัวแทนของผู้รับจ้างหรือผู้แทนที่ผู้รับจ้างมอบหมายให้รับผิดชอบ จะต้องเข้า ร่วมประชุม กับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ (งานจ้าง) ของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ทุกครั้ง เมื่อได้รับแจ้ง
- ผู้รับจ้างจะต้องแต่งตั้งหัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัย ผลัดละ ๑ คน เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติงานของพนักงานรักษาความปลอดภัย และประสานงานกับผู้แทนของ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ
- พนักงานรักษาความปลอดภัยจะต้องบันทึกรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ผลัด ต่อไปรับทราบ และเพื่อให้อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ตรวจสอบ
- จะต้องจัดให้มีวิทยุสื่อสารที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งพร้อมที่จะใช้งานได้พร้อม เครื่องชาร์ตแบตเตอรี่ในข่ายความถี่ VHF หรือข่ายความถี่อื่นตามความจําเป็น พร้อมทั้งเครื่องแม่ข่าย (หากจําเป็น) สําหรับพนักงานฯ ของผู้รับจ้างใช้ประสานงานและรายงานเหตุการณ์ โดยพนักงานรักษาความปลอดภัย จะต้องได้รับการฝึก ให้สามารถใช้วิทยุสื่อสารได้อย่างถูกต้อง คําสั่งหรือคําแนะนําที่ได้รับจากการแจ้งจาก สถานีควบคุมข่ายวิทยุสื่อสารของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ถือว่าเป็นคําสั่งที่พนักงานรักษาความปลอดภัย จะต้องพึงปฏิบัติด้วย
- ปฏิบัติตามคําสั่งหรือคําแนะนําของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้ได้รับมอบหมาย จากอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ตามหน้าที่รับผิดชอบ
- กรณีผู้ว่าจ้าง หรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างมีคําสั่งให้พนักงานฯ ปฏิบัติงานนอกเหนือ แต่อยู่ใน ขอบเขตหรือเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัย ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ด้วย
- บริษัทรักษาความปลอดภัย ต้องจัดให้มีมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย ดังต่อไปนี้
- อํานาจของพนักงานรักษาความปลอดภัย
- ให้มีอํานาจตรวจสอบโดยสุภาพต่อบุคคล และยานพาหนะต้องสงสัยที่ผ่านเข้า - ออก ประตูอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ
- ให้มีอํานาจในการยับยั้งบุคคล และยานพาหนะผ่านเข้า - ออก ที่มีพฤติการณ์อันน่าสงสัย
- ให้มีอํานาจควบคุมบุคคลที่ได้กระทําความผิดภายในอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ โดยประสานงานกับนายทหารเวรประจําวัน
- ควบคุมแก้ไขปัญหาการจราจรภายในอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ให้เป็นไปด้วยความ เรียบร้อย
- ในการใช้อํานาจ ในข้อ ๔.๔.๒.๑ - ๔.๔.๒.๔ ให้กระทําได้ตามที่เห็นสมควรหรือที่ได้รับ คําสั่งจากอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ และให้มีบันทึกรายงานทุกครั้ง
- คุณสมบัติของพนักงานรักษาความปลอดภัย
- เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
- คุณสมบัติ
- มีสัญชาติไทย
- มีอายุไม่ต่ํากว่า ๑๘ (สิบแปด) ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน ๕๕ (ห้าสิบห้า) ปีบริบูรณ์ ในขณะที่สําเร็จการศึกษา
- สําเร็จการศึกษาภาคบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับ ที่ใช้อยู่ ในขณะที่สําเร็จการศึกษา
- ได้รับหนังสือรับรองว่าได้ผ่านการอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัยจาก สถานฝึกอบรมที่นายทะเบียนกลางรับรอง ตามกฎกระทรวง ว่าด้วยการรับรองสถานฝึกอบรมหลักสูตรการ รักษาความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๖๐
- ลักษณะต้องห้าม
- เป็นโรคพิษสุราเรื้อรังหรือติดยาเสพติดให้โทษหรือเป็นโรคติดต่อที่ คณะกรรมการ ตามพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๕๘ กําหนด
- เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ คนไร้ความสามารถหรือ คนเสมือนไร้ความสามารถ
- เป็นผู้เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกสําหรับความผิด เกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ หรือความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน หรือความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด เว้นแต่เป็นโทษสําหรับ ความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีก่อนวันขอรับ ใบอนุญาตและมิใช่ความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญา
- เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต มาแล้วยังไม่ถึงสองปีนับถึงวันยื่นคําขอรับใบอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต
- ละเว้นการประพฤติตนเสื่อมเสียในการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของทาง ราชการ หรือกฎหมายอื่นๆ
- คุณสมบัติ
- เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
- เงื่อนไขอื่น ๆ
- ให้ติดบัตรประจําตัวตลอดเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย ตามรูปแบบ ประกาศ นายทะเบียนกลาง เรื่อง แบบบัตรประจําตัวพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตของบริษัทรักษา ความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๖๐
- ให้ติดเครื่องหมายของพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติ ธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่บริเวณกระเป๋าเสื้อข้างซ้าย
- เครื่องแบบของพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต บริษัทรักษาความปลอดภัยจะ กําหนดให้คล้ายคลึงหรือเสมือนกับเครื่องแบบของทหารหรือตํารวจ หรือเครื่องแบบข้าราชการมิได้ อาทิเช่น
- เครื่องแบบข้าราชการฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย
- เครื่องแบบข้าราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม
- เครื่องแบบพัศดี กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม
- เครื่องแบบข้าราชการกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง
- เครื่องแบบข้าราชการกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง
- เครื่องแบบข้าราชการกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม
- เครื่องแบบข้าราชการสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สํานักนายกรัฐมนตรี
- เครื่องแบบราชการอื่น ๆ ที่กฎหมายให้มีอํานาจและหน้าที่ในการรักษาความสงบ เรียบร้อยของประชาชน
- ผู้เสนอราคาจะต้องเสนอวิธีการปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัยของอู่ทหารเรือ พระจุลจอมเกล้า ฯ เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ
- อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ มีสิทธิเปลี่ยนตัวพนักงานรักษาความปลอดภัย หากเห็น ว่าบุคลิก ความประพฤติของพนักงานรักษาความปลอดภัยไม่สมควร
- อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่พนักงานรักษาความปลอดภัยจําเป็นต้องใช้ เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดหา ดังต่อไปนี้
- เครื่องแบบ ไฟฉายพร้อมถ่าน เสื้อกันฝน นกหวีด กระบองยาม วิทยุสื่อสาร
- สมุดรายงาน เช่น สมุดบันทึกประจําตัวพนักงาน สมุดบันทึกแสดงการออกตรวจ ประจําจุดตรวจที่ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ กําหนด บันทึกการเข้า - ออก ของบุคคล ยานพาหนะประจํา ทุกประตู สมุดบันทึกการลงเวลาและการลงชื่อเข้า - ออกปฏิบัติงาน สมุดแบบการส่งรายงานเหตุการณ์ และอุปกรณ์ ที่จําเป็นอื่น ๆ ให้แก่พนักงานรักษาความปลอดภัย
- ต้องส่งรูปถ่ายของพนักงานรักษาความปลอดภัย ภาพสีหน้าตรง ไม่สวมหมวก หรือ แว่นตาดํา ขนาด ๑ นิ้ว จํานวน ๑ รูป พร้อมประวัติ เมื่อเข้าปฏิบัติงานหรือเมื่อเปลี่ยนตัวทุกครั้ง
- ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบโดยตรง สําหรับพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่
- ขณะปฏิบัติหน้าที่จะต้องมีระเบียบวินัยที่ดี อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับมอบหมายตลอดเวลา ไม่หลับ ไม่ดื่มสุรา หรือของมึนเมา ไม่เสพยาเสพติดอื่นใด ไม่เล่นการพนันหรือพฤติการณ์ใด ๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย หากมีพนักงานรักษาความปลอดภัยผู้หนึ่งผู้ใดฝ่าฝืน ผู้ที่ได้รับมอบหมายจาก อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ สั่งให้พนักงานผู้นั้นหยุดการกระทําดังกล่าวได้ทันที หรือให้ผู้รับจ้างถอนพนักงานผู้นั้นออกจากการปฏิบัติหน้าที่ได้ พร้อมทั้งให้ผู้รับจ้างจัดพนักงานมาทดแทนโดยทันที
- ในระหว่างการปฏิบัติงาน ถ้าพนักงานกระทําการใด ๆ อันเป็นการละเมิดต่อบุคคล หรือทรัพย์สินของผู้อื่น ผู้รับจ้างจะต้องร่วมรับผิดชอบในบรรดาความเสียหายที่พนักงานฯ ได้กระทําขึ้นนั้นด้วย
- พนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่จะต้องให้ความเคารพต่อบุคลากร หรือผู้มาติดต่อกับอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ตามสมควรแก่กรณี
- ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีตัวแทนของผู้รับจ้าง เพื่อติดต่อประสานงานกับอู่ทหารเรือ พระจุลจอมเกล้า ฯ และมีอํานาจการตัดสินใจแทนผู้รับจ้าง
- ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีการอบรมความรู้เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย และ การจราจรแก่พนักงานรักษาความปลอดภัย
- กรณีพนักงานรักษาความปลอดภัยที่จัดมาอยู่ปฏิบัติงานออกไป เมื่อผู้รับจ้าง จัดพนักงานรักษาความปลอดภัยคนใหม่เข้ามาแทน จะต้องแจ้งรายละเอียดให้อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ทราบ เป็นลายลักษณ์อักษรโดยทันทีทุกครั้ง
- กรณีผู้รับจ้างผิดเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใด จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย ผู้รับจ้างจะต้อง ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ตามมูลค่าทรัพย์สินที่เสียหาย
- ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายกรณีทรัพย์สินของผู้ว่าจ้างเสียหาย ซึ่งพิสูจน์แล้วว่า ไม่ได้เกิดจากเหตุสุดวิสัย ในวงเงินเต็มจํานวนตามราคาทรัพย์สิน ภายใน ๓๐ วัน ที่ได้รับแจ้ง จากผู้ว่าจ้าง
- ในกรณีไม่มีพนักงานรักษาความปลอดภัยมาปฏิบัติหน้าที่ ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับ ให้กับผู้ว่าจ้าง ดังนี้
- หากพนักงานรักษาความปลอดภัยมาทํางานไม่ครบในแต่ละผลัด ผู้รับจ้าง ยินยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับในอัตรา ดังนี้
- พนักงานมาปฏิบัติงานไม่ครบ ขาด ๑ คนต่อผลัด ถูกปรับ 3,000 บาท
- พนักงานมาปฏิบัติงานไม่ครบ ขาด ๒ คนต่อผลัด ถูกปรับ 5,000 บาท
- พนักงานมาปฏิบัติงานไม่ครบ ขาด ๓ คนต่อผลัด ถูกปรับ 7,000 บาท
- พนักงานมาปฏิบัติงานไม่ครบเกิน ๓ คนต่อผลัด ถูกปรับคนละ 10,000 บาท
- หากพนักงานมาทํางานสาย หรือละทิ้งงานไปก่อนหมดเวลาทํางาน ในแต่ละผลัด ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับในอัตรา ๑๐๐ บาท / คน / ๓๐ นาที สําหรับเศษของเวลาที่เกิน ให้นับเป็น ๓๐ นาที ถัดไป
- ในกรณีการปฏิบัติงานของพนักงานฯ ของผู้รับจ้าง มีความบกพร่องจาก ข้อกําหนดการทํางานตามหน้าที่ความรับผิดชอบ หรือมีความประพฤติไม่เหมาะสมตามความประสงค์ของ ผู้ว่าจ้างผู้ว่าจ้างจะส่งหนังสือเตือนผู้รับจ้างให้ทราบทุกครั้ง เพื่อผู้รับจ้างจะได้รีบทําการปรับปรุงแก้ไข และผู้รับ จ้างจะต้องยินยอมให้ผู้ว่าจ้างหักเงินค่าจ้างเป็นค่าปรับในอัตรา ดังนี้
- ถูกตักเตือน ครั้งที่ ๑ ถูกปรับ 3,000 บาท
- ถูกตักเตือน ครั้งที่ ๒ ถูกปรับ 5,000 บาท
- ถูกตักเตือน ครั้งที่ ๓ ถูกปรับ 7,000 บาท
- หากถูกตักเตือนมากกว่า ๓ ครั้ง ผู้ว่าจ้างจะพิจารณายกเลิกการจ้างงานกับ ผู้รับจ้าง และหากยกเลิกการจ้างงานแล้วผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหาย ตามข้อ ๔.๑๒.๑๗.๑ จนกว่า ผู้ว่าจ้าง จะหาผู้รับจ้างรายใหม่ได้
- หากพนักงานรักษาความปลอดภัยมาทํางานไม่ครบในแต่ละผลัด ผู้รับจ้าง ยินยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับในอัตรา ดังนี้
- ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามบทบัญญัติแรงงานโดยเคร่งครัด
- ผู้รับจ้าง และพนักงานฯ ของผู้รับจ้าง จะต้องไม่เกี่ยวข้องกับการดําเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับยาเสพติด สินค้าผิดกฎหมาย รวมทั้งกิจการผิดกฎหมายอื่น ๆ ถ้าอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ตรวจพบว่ามีการดําเนินการดังกล่าวจะบอกเลิกสัญญาทันที
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- จัดหาพนักงานรักษาความปลอดภัยจำนวน 7 นายต่อผลัด ปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง
- จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานสำหรับพนักงานรักษาความปลอดภัย
- จัดการฝึกอบรมความรู้เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยและจราจรให้แก่พนักงาน
- จัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน เช่น เครื่องแบบ, ไฟฉาย, เสื้อกันฝน, นกหวีด, กระบองยาม, วิทยุสื่อสาร
- จัดทำสมุดรายงานต่างๆ เช่น สมุดบันทึกประจำตัวพนักงาน, สมุดบันทึกการตรวจ, บันทึกการเข้า-ออกของบุคคลและยานพาหนะ
- จัดส่งรูปถ่ายและประวัติของพนักงานรักษาความปลอดภัย
- จัดให้มีตัวแทนของผู้รับจ้างเพื่อติดต่อประสานงานกับอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้าฯ
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาจ้าง: 5 เดือน (9 เมษายน 2568 – 30 กันยายน 2568)
- กำหนดส่งมอบงาน: ภายในวันสุดท้ายของเดือน เมษายน 2568, พฤษภาคม 2568, มิถุนายน 2568, กรกฎาคม 2568, สิงหาคม 2568 และ กันยายน 2568
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
๑. ความเป็นมาของโครงการ
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) การจ้างเหมาเอกชนรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ
อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ ปัจจุบันตั้งอยู่ เลขที่ ๑๒๑ หมู่ ๕ ตําบลแหลมฟ้าผ่า อําเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นสถานที่ราชการ มีพื้นที่บริเวณกว้าง ประกอบด้วยอาคาร สํานักงาน โรงงานซ่อม - สร้าง สโมสรกีฬา อาคารที่พัก และอู่ต่อเรือ มีข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ พลทหาร ซึ่งมีหน้าที่ปฏิบัติงานเป็นจํานวนมาก รวมทั้งบุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่อราชการ ดังนั้น
จึงมีความจําเป็นต้องจ้างเหมาเอกชนรักษาความปลอดภัยบริเวณพื้นที่ของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ เพื่อความปลอดภัยบุคคล และพื้นที่ของ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้าฯ เพื่อป้องกันการ โจรกรรม การบุกรุก และระวังภัยต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับอาคาร สถานที่ และทรัพย์สินมิให้เสียหายหรือสูญหาย รวมทั้งอํานวยการจราจรบริเวณพื้นที่ของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ
๒. วัตถุประสงค์
เพื่อให้บริเวณพื้นที่ของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้าฯ มีความปลอดภัย และอํานวยความสะดวกด้าน การจราจร บริเวณพื้นที่ของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้าฯ สําหรับการปฏิบัติราชการของข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ และผู้มาติดต่อราชการทั้งภายในและภายนอก
๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑
เป็นนิติบุคคล และได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัยจากนายทะเบียน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ.๒๕๕๘ และตามกฎกระทรวง ว่าด้วยการอนุญาตประกอบ ธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ.๒๕๖๐
๓.๒ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๓ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๓.๔ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากไม่เป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๖ ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๗ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ
การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๘ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานดังกล่าว
๓.๙ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอในครั้งนี้ หรือไม่เป็น
ผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมในการจัดจ้างครั้งนี้
๓.๑๐ ไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๑
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
กิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน เว้นแต่ในกรณีกิจการร่วมค้าที่มีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้า รายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นสามารถใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็น ผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงดังกล่าวจะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญา มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการ จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๑๒๔ ลงวันที่ 9 มีนาคม ๒๕๖๖ ดังนี้
มูลค่าสุทธิของกิจการ
ด
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 6 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะ การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียนโดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
ไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท
๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกําหนดทุนจดทะเบียน
๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท
๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า 4 ล้านบาท
៨
๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒๐ ล้านบาท
๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า 50 ล้านบาท
ทะเบียนไม่ต่ํากว่า
ล้านบาท
๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ๑๐๐ ล้านบาท
๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒๐๐
(๓) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอโดยต้องมีเงินฝาก
คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรอง
บัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะ เข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท
เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้าประกันตาม
ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรองหรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)
(๕) กรณีตาม (๑) – (๔) ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้
๑) ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ
ล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
๔. ขอบเขตของงานที่จะดําเนินการจัดจ้าง
๔.๑ กําหนดจุดปฏิบัติงาน จุดตรวจ และเวลาการออกตรวจพื้นที่ของพนักงานรักษาความปลอดภัย ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยอาคาร สถานที่ ทรัพย์สิน และการจราจรภายในอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ
๔.๑.๑ จุดปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัย จํานวน 5 จุด ๗ นาย ดังนี้
๔.๑.๓
๔.๑.๑.๑ หัวหน้าชุด (สายตรวจ) ๔.๑.๑.๒ จุดที่ ๑ ป้อมยามประตู ๑ ๔.๑.๑.๓ จุดที่ ๒ ป้อมยามประตูคลองยายหลี ๔.๑.๑.๔ จุดที่ ๓ ป้อมยามประตู ๕
୩
๔.๑.๑.๕ จุดที่ ๔ ป้อมยามท่าเทียบเรือด้านทิศเหนือ ๔.๑.๑.๖ จุดที่ ๕ ป้อมยามประตูอ่างจอดเรือ
๔.๑.๑.๗ จุดที่ 5 ป้อมยามท่าเทียบเรือด้านทิศใต้
จํานวน ด
นาย
จํานวน ด
นาย
จํานวน
นาย
จํานวน
ด
นาย
จํานวน ©
นาย
จํานวน
นาย
จํานวน Q
นาย
๔.๑.๒ จํานวนพนักงานดูแลรักษาความปลอดภัย จํานวนไม่น้อยกว่า ๗ คน / ผลัด
การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานรักษาความปลอดภัยตลอด ๒๔ ชั่งโมง แบ่งเป็น ๒ ผลัด ดังนี้
๔.๑.๓.๑ ผลัดที่ ๑ เริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่เวลา ๐๖.๓๐ น. - ๑๘.๓๐ น.
๔.๑.๓.๒ ผลัดที่ ๒ เริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่เวลา ๑๘.๓๐ น. – ๑๖.๓๐ น. วันรุ่งขึ้น
๔.๑.๔ จุดปฏิบัติงานในการปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัย หากมีการเปลี่ยนแปลงจุดปฏิบัติงาน นอกเหนือจากจุดปฏิบัติงาน ตามข้อ ๔.๑ ผู้ว่าจ้างจะแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบ ผู้รับจ้างจะต้องจัดชุดปฏิบัติงาน รักษาความปลอดภัยตามจุดที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
๔.๒ หน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงานรักษาความปลอดภัย
๔.๒.๑ ดูแลรักษาทรัพย์สิน รักษาความปลอดภัย ป้องกันการโจรกรรม การบุกรุก และ ระวังภัยต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับอาคาร สถานที่ และทรัพย์สินของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้าฯ มิให้เสียหาย หรือสูญหายตลอดเวลา
๔ -
๔.๒.๒ ตรวจตราดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้าฯ เมื่อพบเห็น
เหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นให้รายงานทางวิทยุสื่อสารทันที และทําการตรวจสอบเบื้องต้นโดยละเอียด พร้อมบันทึกไว้เป็นหลักฐานในการใช้เป็นข้อพิจารณาดําเนินการต่อไป (ตามแบบการรายงานของผู้ว่าจ้าง)
๔.๒.๓ อํานวยความสะดวก เมื่อมีผู้มาติดต่อราชการ สอบถามบุคคลด้วยความสุภาพ และ ตรวจสอบบุคคลที่ต้องสงสัยอย่างมีเหตุผล หรือหากพบเห็นบุคคล ที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยไม่น่าไว้วางใจ ให้ดําเนินการตรวจสอบทันที ตลอดจนมีหน้าที่ห้ามบุคคลที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆ เช่น บุคคลเข้ามาเรี่ยไร จําหน่ายสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้เสพสุรามึนเมาจนครองสติไม่ได้ ฯลฯ
๔.๒.๔ ปิดและเปิดประตูเข้าออก พื้นที่อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ประตูอาคารสํานักงาน ที่ได้รับมอบหมาย พร้อมทั้งปิดและเปิดไฟฟ้าแสงสว่างตามอาคาร สถานที่ต่างๆ เมื่อถึงกําหนดเวลา
หรือตามคําสั่งของผู้ว่าจ้างหรือคําสั่งผู้แทนของผู้ว่าจ้าง
๔.๒.๕ ทําหน้าที่ตรวจสอบระบบไฟฟ้า ประปา ที่เห็นว่าเกิดการชํารุดเสียหายใช้งานไม่ได้แจ้งให้ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ทราบโดยให้แจ้งผ่านนายทหารเวรประจําวัน
๔.๒.๖ ทําหน้าที่ควบคุมและจัดระบบการจราจรตามจุดต่างๆ ในยามปกติ หรือเมื่อ อู่ทหารเรือ พระจุลจอมเกล้า ฯ มีกิจกรรมต่างๆ โดยรับผิดชอบในการจัดระเบียบการจอดรถ ระบบการจราจร ให้เป็นไป ด้วยความเรียบร้อย และหรือปฏิบัติตามคําสั่งของผู้ว่าจ้าง
๔.๒.๗ ทําหน้าที่ตรวจสอบและบันทึกยานพาหนะที่ผ่าน เข้า - ออก อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ในยามวิกาล หรือนอกเวลาราชการ ให้บันทึกไว้เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ
๔.๓ ข้อปฏิบัติประจําวันในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานรักษาความปลอดภัย
๔.๓.๑ พนักงานรักษาความปลอดภัยทุกคนต้องลงชื่อเข้าปฏิบัติหน้าที่ทุกวัน ณ จุดที่อู่ทหารเรือ พระจุลจอมเกล้า ฯ กําหนดโดยให้ลงชื่อ – เวลาปฏิบัติงานและลงชื่อ – เวลาเลิกปฏิบัติงาน หากพนักงานรักษา ความปลอดภัยคนใดไม่มีลายมือชื่อ และเวลาเข้าหรือเวลาออกในแต่ละผลัด จะถือว่าเป็นผู้ละทิ้งหน้าที่ได้ทันที โดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น
๔.๓.๒ ให้หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัย เรียกประชุมแถวพนักงานรักษาความปลอดภัย ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ทุกผลัด เพื่อชี้แจงข้อราชการให้ทราบ และรายงานการปล่อยแถวพนักงานทุกครั้งทางวิทยุ สื่อสารแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
๔.๓.๓ พนักงานรักษาความปลอดภัยทุกคนต้องเข้าประจําจุดปฏิบัติงานทันที เมื่อมีการปล่อย
ปฏิบัติงานถือว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่
แถว และเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตามข้อกําหนดไว้อย่างเคร่งครัด หากตรวจสอบพบว่าไม่มีพนักงานเข้าประจําจุด
๔.๓.๔ ให้หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัย เรียกประชุมแถวพนักงานรักษาความปลอดภัย
หลังเลิกปฏิบัติงานทุกผลัดเพื่อสรุปปัญหาในการปฏิบัติที่ผ่านมาจากพนักงานรักษาความปลอดภัยในแต่ละผลัด
และรายงานต่อหัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัยเป็นลายลักษณ์อักษร (โดยผ่านนายทหารเวรประจําวัน)
๔.๓.๕ ให้พนักงานรักษาความปลอดภัยรายงานทางวิทยุสื่อสารในทันที เมื่อเข้าปฏิบัติหน้าที่ ประจําของตนเองโดยให้รายงานต่อหัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัย เพื่อตรวจความพร้อมในการเริ่ม
ปฏิบัติหน้าที่ในผลัดนั้นๆ
๔.๓.๖ พนักงานรักษาความปลอดภัยทุกคนต้องปฏิบัติงานประจําจุดตลอดเวลา ห้ามละทิ้งหน้าที่ โดยเด็ดขาดและให้เตรียมความพร้อมก่อนเข้าปฏิบัติงานทุกครั้ง เช่น การจัดเตรียมอาหาร หรือ การรับประทานอาหารก่อนเข้าปฏิบัติงานเป็นต้น กรณีมีความจําเป็นเร่งด่วน หรือมีความจําเป็นต้องปฏิบัติ
-&-
ภารกิจส่วนตัว ให้แจ้งต่อหัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยทราบ และจัดหาบุคคลอื่นไปปฏิบัติหน้าที่แทน ชั่วคราว (ยกเว้นมีคําสั่งจากผู้แทนของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ เท่านั้น) และจะไม่รับผิดชอบในกรณีที่ พนักงานรักษาความปลอดภัยละทิ้งหน้าที่ไปปฏิบัติงานอื่นๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่แจ้งให้อู่ทหารเรือ พระจุลจอมเกล้า ฯ ทราบก่อนล่วงหน้า
๔.๔ หน้าที่ความรับผิดชอบของหัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัย (สายตรวจ)
๔.๔.๑ ดูแลรักษาทรัพย์สิน รักษาความปลอดภัยสถานที่ ป้องกันการโจรกรรม การบุกรุก และ ระวังภัยต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับอาคาร สถานที่ และทรัพย์สินของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ มิให้เสียหาย หรือสูญหายตลอดเวลา
๔.๔.๒ ตรวจตราดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ทั่วไปภายในอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ หากพบเห็นสิ่งผิดปกติต่อทรัพย์สินของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ หรือพบเห็นเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น ให้แจ้งหัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัยหรือนายทหารเวรประจําวัน ทราบทันทีและจุดพักการตรวจอยู่ที่
ป้อมยามประตู ๕
๔.๔.๓ อํานวยความสะดวกและประสานงาน เมื่อได้รับการร้องขอหรือเห็นว่าเป็นหน้าที่โดยตรง
ให้กับบุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่อราชการ
๔.๔.๔ เรียกประชุมแถวพนักงานรักษาความปลอดภัยก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ทุกผลัด เพื่อแจ้ง ข้อราชการให้ทราบ และหลังจากเลิกปฏิบัติงานเพื่อสรุปปัญหาการปฏิบัติที่ผ่านมา
๔.๕ หน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงานรักษาความปลอดภัย ป้อมยามประตู ๑ และป้อมยามประตู คลองยายหลี
ยายหลี
หลักฐาน
๔.๕.๑ ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบประจําป้อมยาม ประตูทางเข้า – ออก ประตู ๑ และประตูคลอง
๔.๕.๒ กํากับดูแลความเรียบร้อย การผ่านเข้า - ออกของบุคคลและยานพาหนะพร้อมบันทึกเป็น
๔.๕.๓ ให้ปิดแผงกั้นไว้ตลอดเวลาทั้งช่องทางเข้าและทางออก
๔.๕.๔ ตรวจสอบ สอบถาม หรือขอตรวจบุคคลและยานพาหนะ หากสงสัยจะมีการนําสิ่งของ ออกโดยไม่ได้รับอนุญาตให้แจ้งแผนกรักษาความปลอดภัยหรือนายทหารเวรประจําวันมาตรวจสอบ การตรวจสอบกระทําด้วย ความระมัดระวังตามหลักฐานอย่างมีเหตุผล
๔.๕.๕ ควบคุมและจัดการจราจรบริเวณทางเข้า - ออก ประตู หรือบริเวณใกล้เคียง ใช้ความเร็ว ไม่เกิน ๓๐ กม./ชม.
๔.๕.๖ ห้ามรับฝากสิ่งของทุกชนิด
๔.๕.๗ ห้ามมิให้มีการก่อไฟ หรือทําอาหารภายในหรือภายนอก จุดปฏิบัติงานโดยเด็ดขาด ๔.๕.๘ ห้ามปิดไฟฟ้าแสงสว่างภายในป้อมยาม
๔.๕.๙ ห้ามมั่วสุมในจุดรักษาการณ์
๔.๕.๑๐ เมื่อประสบเหตุเพลิงไหม้ ลักทรัพย์ ทะเลาะวิวาท ให้แจ้งนายทหารเวรประจําวันทราบทันที ๔.๕.๑๑ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง กระตือรือร้นในหน้าที่ มีความพร้อมต่อเหตุการณ์ มีไหวพริบ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพเรียบร้อย และมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีงาม
๔.๕.๑๒ ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานรักษาความปลอดภัยหรือตามคําสั่ง ๔.๕.๑๓ ห้ามดื่มสุราของมึนเมาและห้ามสูบบุหรี่ขณะปฏิบัติหน้าที่
๖
๔.๖ หน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงานรักษาความปลอดภัย ป้อมยามประตู ๕
๔.๖.๑ ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบประจําอยู่บริเวณทางเข้า - ออก ป้อมยามประตู ๕
๔.๖.๒ การเปิด – ปิด ประตู ๕ วันราชการเปิดเวลา ๐๕.๐๐ น. ปิด ๑ บานประตู เวลา ๑๖.๐๐ น. ปิด ๒ บานประตู เวลา ๒๑.๐๐ น. วันหยุดปิดตลอดวัน เว้นได้รับคําสั่งเปิดจากนายทหารเวรสั่งการ
๔.๖.๓ ให้ปิดแผงกั้นไว้ตลอดเวลาทั้งช่องทางเข้าและทางออก
๔.๖.๔ ตรวจสอบ สอบถาม หรือขอตรวจบุคคลและยานพาหนะ พร้อมสิ่งของผ่านเข้า - ออก ต้องได้รับอนุญาตถูกต้องจากแผนกรักษาความปลอดภัยหรือนายทหารเวรสั่งการ พร้อมบันทึกเป็นหลักฐาน
๔.๖.๕ ควบคุมการจอดรถบริเวณรอบอาคารให้ถูกต้องและเป็นระเบียบเรียบร้อย
๔.๖.๖ ตรวจตรายานพาหนะ ปฏิบัติตามกฎจราจรของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ใช้ความเร็วไม่เกิน ๓๐ กิโลเมตร/ชั่วโมง
๔.๖.๗ ควบคุมดูแลรับผิดชอบทรัพย์สิน อาคาร สถานที่ของบริเวณอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ๔.๖.๔ ตรวจสอบการปิดประตูโรงงาน ปิดไฟฟ้า ปิดน้ําประปา ของอาคารสถานที่บริเวณ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ
ประจําวันทราบ
๔.๖.๙ เมื่อประสบเหตุเพลิงไหม้ ลักทรัพย์ และอุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นให้แจ้งนายทหารเวร
๔.๖.๑๐ ห้ามรับฝากสิ่งของทุกชนิด
๔.๖.๒๒) ห้ามดื่มสุราของมึนเมาและห้ามสูบบุหรี่ขณะปฏิบัติหน้าที่
๔.๖.๑๒ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง มีความพร้อมต่อเหตุการณ์ มีไหวพริบ แคล่วคล่องว่องไว ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพเรียบร้อย และมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี
๔.๖.๑๓ ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานรักษาความปลอดภัยหรือตามคําสั่ง ๔.๗ หน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงานรักษาความปลอดภัย ป้อมยามท่าเทียบเรือด้านทิศเหนือ และป้อมยามท่าเทียบเรือด้านทิศใต้
๔.๗.๑ ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบ ดูแล ทรัพย์สิน บริเวณเขื่อนท่าเทียบเรือด้านทิศเหนือและบริเวณ เขื่อนท่าเทียบเรือด้านทิศใต้ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ
๔.๗.๒ ควบคุมดูแลการจอดรถบริเวณท่าเทียบเรือให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
๔.๗.๓ ห้ามทําการประมงในระยะต่ํากว่า ๕๐ เมตร ถ้าตรวจพบให้ดําเนินการขับไล่และแจ้ง แผนกรักษาความปลอดภัย หรือนายทหารเวรประจําวัน
ประจําวันทราบ
๔.๗.๔ ห้ามเรือใดๆจอดท่าเทียบเรือโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ๔.๗.๕ เมื่อประสบเหตุเพลิงไหม้ ลักทรัพย์ และอุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นให้แจ้งนายทหารเวร
๔.๗.๖ ห้ามบุคคลใดจับสัตว์น้ําทุกชนิด
๔.๗.๗ ห้ามรับฝากสิ่งของทุกชนิด
๔.๗.๘ ห้ามดื่มสุราของมึนเมาและห้ามสูบบุหรี่ขณะปฏิบัติหน้าที่
๔.๗.๔ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง มีความพร้อมต่อเหตุการณ์ มีไหวพริบ แคล่วคล่องว่องไว ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพเรียบร้อย และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
๔.๗.๑๐ ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานรักษาความปลอดภัยหรือตามคําสั่ง ๔.๘ หน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงานรักษาความปลอดภัย ป้อมยามประตูอ่างจอดเรือ
- ๗ -
๔.๔.๑ ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบ ดูแล ทรัพย์สิน บริเวณประตูอ่างจอดเรืออู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้าฯ ๔.๔.๒ ควบคุมดูแลการจอดรถบริเวณประตูอ่างจอดเรือให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
๔.๔.๓ ห้ามทําการประมงในระยะต่ํากว่า ๕๐ เมตร ถ้าตรวจพบให้ดําเนินการขับไล่และแจ้ง แผนกรักษาความปลอดภัย หรือนายทหารเวรประจําวัน
๔.๔.๔. ห้ามเรือหรือบุคคลใดๆผ่านเข้าประตูอ่างจอดเรือโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอู่ทหารเรือ พระจุลจอมเกล้า ฯ
ประจําวันทราบ
๔.๘.๕ เมื่อประสบเหตุเพลิงไหม้ ลักทรัพย์ และอุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นให้แจ้งนายทหารเวร
๔.๔.๖ ห้ามบุคคลใดจับสัตว์น้ําทุกชนิด
๔.๔.๗ ห้ามรับฝากสิ่งของทุกชนิด
๔.๔.๘ ห้ามดื่มสุราของมึนเมาและห้ามสูบบุหรี่ขณะปฏิบัติหน้าที่
๔.๔.๙ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง มีความพร้อมต่อเหตุการณ์ มีไหวพริบ แคล่วคล่องว่องไว ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพเรียบร้อย และมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี
๔.๔.๑๐ ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานรักษาความปลอดภัยหรือตามคําสั่ง ๔.๙ ขอบเขตและข้อกําหนด
๔.๔.๑ บริษัทรักษาความปลอดภัย ต้องจัดให้มีมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย ดังต่อไปนี้
๔.๔.๑.๑ จัดทําคู่มือในการปฏิบัติงานให้กับพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตทุกคน เพื่อให้ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่กฎหมายกําหนด
๔.๔.๑.๒ จัดทํา ขั้นตอนการปฏิบัติกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปกติขึ้นระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ และติดประกาศ ณ สถานที่ที่พนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตปฏิบัติงาน
๔.๔.๑.๓ มีระบบบันทึกเหตุการณ์ประจําวันเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณ หรือสถานที่ที่รับผิดชอบรักษาความปลอดภัย ดังต่อไปนี้
ความปลอดภัย
ความปลอดภัย
(๑) สมุดรายงานเหตุการณ์ประจําวัน
(๒) สมุดควบคุมบุคคลเข้า – ออกภายในบริเวณหรือสถานที่ที่รับผิดชอบรักษา
(๓) สมุดควบคุมยานพาหนะเข้า – ออกภายในบริเวณหรือสถานที่ที่รับผิดชอบรักษา
๔.๔.๑.๔ การกํากับดูแลและตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานรักษาความปลอดภัยรับ อนุญาต และการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) จัดให้มีเจ้าหน้าที่สายตรวจของบริษัทรักษาความปลอดภัย เพื่อกํากับดูแล และตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต
(๒) ในการออกตรวจของเจ้าหน้าที่สายตรวจ ให้ลงลายมือชื่อในสมุดรายงาน
(๓) จัดให้พนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตปฏิบัติงานในหน้าที่เฉพาะที่ กฎหมายกําหนดให้เป็นหน้าที่ของพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต
เหตุการณ์ประจําวันไว้เป็นหลักฐาน
(๔) จัดให้มีศูนย์ประสานงานและบุคลากรปฏิบัติหน้าที่ตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพื่อให้
คําแนะนําในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่
(๕) จัดให้มีอุปกรณ์สื่อสารระหว่างศูนย์ประสานงานกับพนักงานรักษาความ ปลอดภัยรับอนุญาต ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ อาทิเช่น โทรศัพท์ โทรสาร หรือวิทยุสื่อสาร เป็นต้น
(๖) จัดให้มีการฝึกทบทวนความรู้เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยให้แก่พนักงาน รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตอย่างน้อยปีละ ๔ ครั้ง
๔.๔.๒ ภาระหน้าที่รับผิดชอบของพนักงานรักษาความปลอดภัย
๔.๔.๒.๑ ตรวจสอบการผ่านเข้า - ออกของบุคคล หรือยานพาหนะทุกคัน ตามวิธีการที่ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ กําหนด
๔.๔.๒.๒ ทําการป้องกันและยับยั้งการโจรกรรม การวางเพลิง การทําลายทรัพย์สิน การทําลายความสงบและเหตุร้ายทุกประการ อันอาจเกิดขึ้นในบริเวณอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ และมีหน้าที่ดูแลเรื่องการจราจร
๔.๔.๒.๓ อํานวยความสะดวกให้กับผู้มาติดต่อราชการ ข้าราชการ ลูกจ้าง และ พนักงานราชการ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ สมควรและแต่กรณี
๔.๔.๒.๔. การประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่ด้วยกันและบุคคลภายนอก
(๑) ประชาสัมพันธ์ในกรณีมีผู้มาติดต่อสอบถามเกี่ยวกับสถานที่พักอาศัย และ
ขอเยี่ยมข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการ ในหน่วย
พระจุลจอมเกล้า ฯ
(๒) ประสานงานขอความช่วยเหลือจากบุคคล หรือหน่วยงานในอู่ทหารเรือ
(๓) จะต้องจัดให้มีตัวแทนของผู้รับจ้าง หรือผู้ที่ได้รับมอบอํานาจในการตัดสินใจที่ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ติดต่อประสานงานได้ตลอดเวลา คําสั่งหรือคําแนะนําใดๆที่ผู้ว่าจ้าง หรือ ผู้แทนของผู้ว่าจ้างแจ้งให้ผู้แทนของผู้รับจ้างทราบแล้วถือเสมือนว่าผู้จ้างได้แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบแล้ว
(๔) ตัวแทนของผู้รับจ้างหรือผู้แทนที่ผู้รับจ้างมอบหมายให้รับผิดชอบ จะต้องเข้า ร่วมประชุม กับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ (งานจ้าง) ของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ทุกครั้ง เมื่อได้รับแจ้ง
(๕) ผู้รับจ้างจะต้องแต่งตั้งหัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัย ผลัดละ ๑ คน เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติงานของพนักงานรักษาความปลอดภัย และประสานงานกับผู้แทนของ อู่ทหารเรือ
พระจุลจอมเกล้า ฯ
(๖) พนักงานรักษาความปลอดภัยจะต้องบันทึกรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ผลัด
ต่อไปรับทราบ และเพื่อให้อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ตรวจสอบ
(๗) จะต้องจัดให้มีวิทยุสื่อสารที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งพร้อมที่จะใช้งานได้พร้อม เครื่องชาร์ตแบตเตอรี่ในข่ายความถี่ VHF หรือข่ายความถี่อื่นตามความจําเป็น พร้อมทั้งเครื่องแม่ข่าย (หากจําเป็น) สําหรับพนักงานฯ ของผู้รับจ้างใช้ประสานงานและรายงานเหตุการณ์ โดยพนักงานรักษาความปลอดภัย จะต้องได้รับการฝึก ให้สามารถใช้วิทยุสื่อสารได้อย่างถูกต้อง คําสั่งหรือคําแนะนําที่ได้รับจากการแจ้งจาก สถานีควบคุมข่ายวิทยุสื่อสารของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ถือว่าเป็นคําสั่งที่พนักงานรักษาความปลอดภัย
จะต้องพึงปฏิบัติด้วย
๔.๔.๓ ปฏิบัติตามคําสั่งหรือคําแนะนําของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้ได้รับมอบหมาย จากอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ตามหน้าที่รับผิดชอบ
๔.๔.๔ กรณีผู้ว่าจ้าง หรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างมีคําสั่งให้พนักงานฯ ปฏิบัติงานนอกเหนือ แต่อยู่ใน ขอบเขตหรือเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัย ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ด้วย - 6-
๔.๑๐ อํานาจของพนักงานรักษาความปลอดภัย
๔.๑๐.๑ ให้มีอํานาจตรวจสอบโดยสุภาพต่อบุคคล และยานพาหนะต้องสงสัยที่ผ่านเข้า - ออก ประตูอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ
๔.๑๐.๒ ให้มีอํานาจในการยับยั้งบุคคล และยานพาหนะผ่านเข้า - ออก ที่มีพฤติการณ์อันน่าสงสัย ๔.๑๑.๓ ให้มีอํานาจควบคุมบุคคลที่ได้กระทําความผิดภายในอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ โดยประสานงานกับนายทหารเวรประจําวัน
เรียบร้อย
๔.๒๐.๔ ควบคุมแก้ไขปัญหาการจราจรภายในอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ให้เป็นไปด้วยความ
๔.๑๐.๕ ในการใช้อํานาจ ในข้อ ๔.๔.๒.๑ - ๔.๔.๒.๔ ให้กระทําได้ตามที่เห็นสมควรหรือที่ได้รับ คําสั่งจากอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ และให้มีบันทึกรายงานทุกครั้ง
ดังต่อไปนี้
๔.๑๑ คุณสมบัติของพนักงานรักษาความปลอดภัย
๔.๑๑.๑ เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้าม
๔.๑๑.๑.๑ คุณสมบัติ
ในขณะที่สําเร็จการศึกษา
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ํากว่า ๑๘ (สิบแปด) ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน ๕๕ (ห้าสิบห้า) ปีบริบูรณ์ (๓) สําเร็จการศึกษาภาคบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับ ที่ใช้อยู่
(๔) ได้รับหนังสือรับรองว่าได้ผ่านการอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัยจาก สถานฝึกอบรมที่นายทะเบียนกลางรับรอง ตามกฎกระทรวง ว่าด้วยการรับรองสถานฝึกอบรมหลักสูตรการ รักษาความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๖๐
๔.๑๑.๑.๒ ลักษณะต้องห้าม
(๑) เป็นโรคพิษสุราเรื้อรังหรือติดยาเสพติดให้โทษหรือเป็นโรคติดต่อที่
คณะกรรมการ ตามพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๕๘ กําหนด
คนเสมือนไร้ความสามารถ
(๒) เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ คนไร้ความสามารถหรือ
(๓) เป็นผู้เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกสําหรับความผิด เกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ หรือความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน หรือความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด เว้นแต่เป็นโทษสําหรับ ความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีก่อนวันขอรับ ใบอนุญาตและมิใช่ความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญา
(๔) เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต
มาแล้วยังไม่ถึงสองปีนับถึงวันยื่นคําขอรับใบอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต
ราชการ หรือกฎหมายอื่นๆ
๔.๑๒ เงื่อนไขอื่น ๆ
(๕) ละเว้นการประพฤติตนเสื่อมเสียในการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของทาง
๔.๑๒.๑ ให้ติดบัตรประจําตัวตลอดเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย ตามรูปแบบ ประกาศ นายทะเบียนกลาง เรื่อง แบบบัตรประจําตัวพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตของบริษัทรักษา ความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๖๐
๔.๑๒.๒ ให้ติดเครื่องหมายของพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติ ธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่บริเวณกระเป๋าเสื้อข้างซ้าย
๔.๑๒.๓ เครื่องแบบของพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต บริษัทรักษาความปลอดภัยจะ กําหนดให้คล้ายคลึงหรือเสมือนกับเครื่องแบบของทหารหรือตํารวจ หรือเครื่องแบบข้าราชการมิได้ อาทิเช่น
๔.๑๒.๓.๑ เครื่องแบบข้าราชการฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย ๔.๑๒.๓.๒ เครื่องแบบข้าราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม ๔.๑๒.๓.๓ เครื่องแบบพัศดี กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ๔.๑๒.๓.๔ เครื่องแบบข้าราชการกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ๔.๑๒.๓.๕ เครื่องแบบข้าราชการกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ๔.๑๒.๓.๖ เครื่องแบบข้าราชการกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม
๔.๑๒.๓.๗ เครื่องแบบข้าราชการสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สํานักนายกรัฐมนตรี ๔.๑๒.๓.๘ เครื่องแบบราชการอื่น ๆ ที่กฎหมายให้มีอํานาจและหน้าที่ในการรักษาความสงบ
เรียบร้อยของประชาชน
๔.๑๒.๔ ผู้เสนอราคาจะต้องเสนอวิธีการปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัยของอู่ทหารเรือ พระจุลจอมเกล้า ฯ เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ
๔.๑๒.๕ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ มีสิทธิเปลี่ยนตัวพนักงานรักษาความปลอดภัย หากเห็น ว่าบุคลิก ความประพฤติของพนักงานรักษาความปลอดภัยไม่สมควร
๔.๑๒.๖ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่พนักงานรักษาความปลอดภัยจําเป็นต้องใช้ เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดหา ดังต่อไปนี้
๔.๑๒.๖.๑ เครื่องแบบ ไฟฉายพร้อมถ่าน เสื้อกันฝน นกหวีด กระบองยาม วิทยุสื่อสาร
๔.๑๒.๖.๒ สมุดรายงาน เช่น สมุดบันทึกประจําตัวพนักงาน สมุดบันทึกแสดงการออกตรวจ ประจําจุดตรวจที่ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ กําหนด บันทึกการเข้า - ออก ของบุคคล ยานพาหนะประจํา ทุกประตู สมุดบันทึกการลงเวลาและการลงชื่อเข้า - ออกปฏิบัติงาน สมุดแบบการส่งรายงานเหตุการณ์ และอุปกรณ์ ที่จําเป็นอื่น ๆ ให้แก่พนักงานรักษาความปลอดภัย
๔.๑๒.๗ ต้องส่งรูปถ่ายของพนักงานรักษาความปลอดภัย ภาพสีหน้าตรง ไม่สวมหมวก หรือ แว่นตาดํา ขนาด ๑ นิ้ว จํานวน ๑ รูป พร้อมประวัติ เมื่อเข้าปฏิบัติงานหรือเมื่อเปลี่ยนตัวทุกครั้ง
๔.๑๒.๔ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบโดยตรง สําหรับพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่
๔.๑๒.๙ ขณะปฏิบัติหน้าที่จะต้องมีระเบียบวินัยที่ดี อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับมอบหมายตลอดเวลา ไม่หลับ ไม่ดื่มสุรา หรือของมึนเมา ไม่เสพยาเสพติดอื่นใด ไม่เล่นการพนันหรือพฤติการณ์ใด ๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย หากมีพนักงานรักษาความปลอดภัยผู้หนึ่งผู้ใดฝ่าฝืน ผู้ที่ได้รับมอบหมายจาก อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ สั่งให้พนักงานผู้นั้นหยุดการกระทําดังกล่าวได้ทันที หรือให้ผู้รับจ้างถอนพนักงานผู้นั้นออกจากการปฏิบัติหน้าที่ได้ พร้อมทั้งให้ผู้รับจ้างจัดพนักงานมาทดแทนโดยทันที
๔.๑๒.๑๐ ในระหว่างการปฏิบัติงาน ถ้าพนักงานกระทําการใด ๆ อันเป็นการละเมิดต่อบุคคล หรือทรัพย์สินของผู้อื่น ผู้รับจ้างจะต้องร่วมรับผิดชอบในบรรดาความเสียหายที่พนักงานฯ ได้กระทําขึ้นนั้นด้วย
๔.๑๒.๑๑ พนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่จะต้องให้ความเคารพต่อบุคลากร หรือผู้มาติดต่อกับอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ตามสมควรแก่กรณี
๔.๑๒.๑๒ ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีตัวแทนของผู้รับจ้าง เพื่อติดต่อประสานงานกับอู่ทหารเรือ พระจุลจอมเกล้า ฯ และมีอํานาจการตัดสินใจแทนผู้รับจ้าง
๔.๑๒.๑๓ ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีการอบรมความรู้เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย และ การจราจรแก่พนักงานรักษาความปลอดภัย
๔.๑๒.๑๔ กรณีพนักงานรักษาความปลอดภัยที่จัดมาอยู่ปฏิบัติงานออกไป เมื่อผู้รับจ้าง จัดพนักงานรักษาความปลอดภัยคนใหม่เข้ามาแทน จะต้องแจ้งรายละเอียดให้อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ทราบ เป็นลายลักษณ์อักษรโดยทันทีทุกครั้ง
๔.๑๒.๑๕ กรณีผู้รับจ้างผิดเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใด จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย ผู้รับจ้างจะต้อง ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ตามมูลค่าทรัพย์สินที่เสียหาย
๔.๑๒.๑๖ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายกรณีทรัพย์สินของผู้ว่าจ้างเสียหาย ซึ่งพิสูจน์แล้วว่า ไม่ได้เกิดจากเหตุสุดวิสัย ในวงเงินเต็มจํานวนตามราคาทรัพย์สิน ภายใน ๓๐ วัน ที่ได้รับแจ้ง จากผู้ว่าจ้าง
๔.๑๒.๑๗ ในกรณีไม่มีพนักงานรักษาความปลอดภัยมาปฏิบัติหน้าที่ ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับ ให้กับผู้ว่าจ้าง ดังนี้
๔.๑๒.๑๗.๑ หากพนักงานรักษาความปลอดภัยมาทํางานไม่ครบในแต่ละผลัด ผู้รับจ้าง ยินยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับในอัตรา ดังนี้
(๑) พนักงานมาปฏิบัติงานไม่ครบ ขาด ๑ คนต่อผลัด ถูกปรับ 9,000 บาท (๒) พนักงานมาปฏิบัติงานไม่ครบ ขาด ๒ คนต่อผลัด ถูกปรับ 5,000 บาท (๓) พนักงานมาปฏิบัติงานไม่ครบ ขาด ๓ คนต่อผลัด ถูกปรับ ๕,๐๐๐ บาท (๔) พนักงานมาปฏิบัติงานไม่ครบเกิน ๓ คนต่อผลัด ถูกปรับคนละ 7,000 บาท ๔.๑๒.๑๗.๒ หากพนักงานมาทํางานสาย หรือละทิ้งงานไปก่อนหมดเวลาทํางาน ในแต่ละผลัด ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับในอัตรา ๑๐๐ บาท / คน / ๓๐ นาที สําหรับเศษของเวลาที่เกิน ให้นับเป็น ๓๐ นาที ถัดไป
๓๐ นาที
๔.๑๒.๑๗.๓ ในกรณีการปฏิบัติงานของพนักงานฯ ของผู้รับจ้าง มีความบกพร่องจาก ข้อกําหนดการทํางานตามหน้าที่ความรับผิดชอบ หรือมีความประพฤติไม่เหมาะสมตามความประสงค์ของ ผู้ว่าจ้างผู้ว่าจ้างจะส่งหนังสือเตือนผู้รับจ้างให้ทราบทุกครั้ง เพื่อผู้รับจ้างจะได้รีบทําการปรับปรุงแก้ไข และผู้รับ จ้างจะต้องยินยอมให้ผู้ว่าจ้างหักเงินค่าจ้างเป็นค่าปรับในอัตรา ดังนี้
(๑) ถูกตักเตือน ครั้งที่ ๑ ถูกปรับ 9,000 บาท
(๒) ถูกตักเตือน ครั้งที่ ๒ ถูกปรับ 5,000 บาท (๓) ถูกตักเตือน ครั้งที่ ๓ ถูกปรับ 1,000 บาท
(๔) หากถูกตักเตือนมากกว่า ๓ ครั้ง ผู้ว่าจ้างจะพิจารณายกเลิกการจ้างงานกับ
ผู้รับจ้าง และหากยกเลิกการจ้างงานแล้วผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหาย ตามข้อ ๔.๑๒.๑๗.๑
จนกว่า ผู้ว่าจ้าง จะหาผู้รับจ้างรายใหม่ได้
๔.๑๒.๑๘ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามบทบัญญัติแรงงานโดยเคร่งครัด - ๑๒ -
๔.๑๒.๑๙ ผู้รับจ้าง และพนักงานฯ ของผู้รับจ้าง จะต้องไม่เกี่ยวข้องกับการดําเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับยาเสพติด สินค้าผิดกฎหมาย รวมทั้งกิจการผิดกฎหมายอื่น ๆ ถ้าอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ฯ ตรวจพบว่ามีการดําเนินการดังกล่าวจะบอกเลิกสัญญาทันที
๕. ข้อกําหนดในการเสนอราคา
๕.๑ เป็นราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายอื่นใดทั้งสิ้นทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
๕.๒ ทางราชการทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาใดราคาหนึ่ง หรือราคาที่เสนอทั้งหมดก็ได้ หรืออาจยกเลิก และให้ถือว่าการตัดสินของทาราชการเป็นเด็ดขาด ผู้เสนอ
โดยไม่พิจารณาจัดหาเลยก็ได้สุดแล้วแต่จะพิจารณา ราคาจะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ มิได้
- หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานตามที่กําหนด รวมทั้งสําเนาเอกสารแสดงคุณสมบัติของ
ผู้เสนอ ตามข้อ ๓.๑ ยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคา
๗. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
พิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคา และพิจารณาจากราคารวมต่ําสุด
๔. กําหนดยืนราคา
ราคาที่เสนอจ้างต้องยืนราคาอยู่ได้ไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันเสนอราคา
๔. ระยะเวลาดําเนินการ
กําหนดระยะเวลาจ้าง 5 เดือน โดยเริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน ๒๕๖๘ ถึงวันที่
๓๐ กันยายน ๒๕๖๘
๑๐. กําหนดเวลาส่งมอบงาน
ในวันสุดท้ายของเดือน เมษายน ๒๕๖๘ พฤษภาคม ๒๕๖๘ มิถุนายน ๒๕๖๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘ สิงหาคม ๒๕๐๘ และ กันยายน ๒๕๖๘ ส่งมอบงาน ณ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ ๑๑. เงื่อนไขการชําระเงิน
ผู้ว่าจ้างตกลงชําระค่าจ้างเป็นรายงวด งวดละหนึ่งเดือน รวมทั้งหมด ๖ (หก) งวด ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้ว ดังนี้
งวดที่ ๑ จํานวนร้อยละ ๑๖.๖๖ ของค่าจ้างทั้งหมด หลังจากผู้รับจ้างได้ทํางานเดือน เมษายน ๒๕๖๘ เสร็จเรียบร้อย และผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับมอบงานที่ส่งมอบเรียบร้อยแล้ว
๑๑.๒ งวดที่ ๒ จํานวนร้อยละ ๑๖.๖๖ ของค่าจ้างทั้งหมด หลังจากผู้รับจ้างได้ทํางานเดือน พฤษภาคม ๒๕๖๘ เสร็จเรียบร้อย และผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับมอบงานที่ส่งมอบเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๓ จํานวนร้อยละ ๑๖.๖๖ ของค่าจ้างทั้งหมด หลังจากผู้รับจ้างได้ทํางานเดือน มิถุนายน ๒๕๖๘ เสร็จเรียบร้อย และผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับมอบงานที่ส่งมอบเรียบร้อยแล้ว
๑๑.๔ งวดที่ ๔ จํานวนร้อยละ ๑๖.๖๖ ของค่าจ้างทั้งหมด หลังจากผู้รับจ้างได้ทํางานเดือน กรกฎาคม ๒๕๖๘ เสร็จเรียบร้อย และผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับมอบงานที่ส่งมอบเรียบร้อยแล้ว
๑๑.๓
๓
๑๑.๕ งวดที่ ๕ จํานวนร้อยละ ๑๖.๖๖ ของค่าจ้างทั้งหมด หลังจากผู้รับจ้างได้ทํางานเดือน สิงหาคม ๒๕๖๘ เสร็จเรียบร้อย และผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับมอบงานที่ส่งมอบเรียบร้อยแล้ว
๑๓ -
๑๑.๖ งวดที่ 5 (งวดสุดท้าย) จํานวนร้อยละ ๑๖.๗๐ ของค่าจ้างทั้งหมด หลังจากผู้รับจ้างได้ทํางาน เดือน กันยายน ๒๕๖๘ เสร็จเรียบร้อย และผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับมอบงานที่ส่งมอบ
เรียบร้อยแล้ว
การจ่ายเงินตามเงื่อนไขแห่งสัญญานี้
ผู้ว่าจ้างจะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้รับจ้างทั้งนี้
ผู้รับจ้างตกลงเป็นผู้รับภาระเงินค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการอื่นใดเกี่ยวกับการโอนรวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นใด (ถ้ามี) ที่ธนาคารเรียกเก็บ และยินยอมให้มีการหักเงินดังกล่าวจากจํานวนเงินโอนในงวดนั้น ๆ
๑๒. วงเงินในการจัดจ้าง
จํานวนเงินทั้งสิ้น ๑,๙๔๐,๔๐๐ บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนสี่หมื่นสี่ร้อยบาทถ้วน) โดยเบิกจ่ายจาก เงินงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๘ เป็นราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีอื่น น ๆ และค่าใช้จ่ายอื่นใดทั้งสิ้นทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
๑๓. ข้อสงวนสิทธิ์
การจัดจ้างในครั้งนี้ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการจัดจ้าง หากไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณ
๑๔. หน่วยงานผู้รับผิดชอบดําเนินการ
อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ เลขที่ ๑๒๑ หมู่ ๕ ตําบลแหลมฟ้าผ่า อําเภอพระสมุทรเจดีย์
จังหวัดสมุทรปราการ ๑๐๒๙๐
ล่าดับ
จ้างเหมาเอกชนรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ อจปร.อร.
(ระยะเวลา ๑ เม.ย.๖๘ - ๓๐ ก.ย.๖๘) จํานวน ๑ งาน
รายการ
จ้างเหมาเอกชนรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ อจปร.อร.
- จํานวน ๑๔ นาย (ปฏิบัติหน้าที่ ๒ ผลัด
ผลัดละ ๗ นาย จุดรักษาการณ์ จํานวน 5 จุด)
จํานวน
หน่วยนับ
0
งาน