ประกวดราคาเช่าเครื่องตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก จำนวน 1 ชุด ระยะเวลา 1 ปี
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดหาเครื่องตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก จำนวน 1 ชุด ให้แก่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อทดแทนเครื่องเดิมที่ใช้งานมานานกว่า 10 ปี โดยเครื่องใหม่นี้จะต้องมีคุณสมบัติที่สามารถตรวจวิเคราะห์ค่าความหนาแน่นของแร่ธาตุในกระดูก (Bone Mineral Density-BMD) และองค์ประกอบของแร่ธาตุในกระดูก (Bone Mineral Content-BMC) ได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ
ขอบเขตงานประกอบด้วยการเช่าเครื่องตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก พร้อมอุปกรณ์ประกอบ และระบบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องสามารถใช้งานร่วมกับระบบจัดเก็บ รับส่ง และจัดการภาพทางการแพทย์ชนิดดิจิตอล (PACS) ของโรงพยาบาลได้ ผู้เสนอราคาจะต้องติดตั้งเครื่องและเชื่อมต่อระบบต่างๆ ให้สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงการฝึกอบรมการใช้งานให้แก่เจ้าหน้าที่
ผู้เสนอราคาต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ใน TOR และยื่นเอกสารหลักฐานต่างๆ ให้ครบถ้วน เช่น หนังสือรับรองการเป็นตัวแทนจำหน่าย และหนังสือรับรองการติดตั้งใช้งานในโรงพยาบาลของประเทศไทย
English summary
This project aims to lease one unit of bone densitometer to replace the existing one that has been in use for more than 10 years. The new machine must be able to efficiently analyze bone mineral density and composition, and have programs and systems that can be integrated with the hospital’s PACS system. Bidders must meet the specified qualifications and provide complete supporting documents. The project includes leasing a bone densitometer with accessories and related systems, which must be compatible with the hospital’s PACS system. The contractor must install the equipment and connect the systems for complete functionality, including user training for staff. Bidders must meet the qualifications outlined in the TOR and submit all required documents, such as a distributor certificate and a certificate of installation in a Thai hospital.
ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อใช้ในการวัดความสมบูรณ์ของกระดูก ที่สามารถวิเคราะห์และแสดงค่าความหนาแน่นของแร่ธาตุในกระดูก (Bone Mineral Density-BMD) และองค์ประกอบของแร่ธาตุในกระดูก (Bone Mineral Content-BMC) ของร่างกาย
ขอบเขตของงาน
- เช่าเครื่องตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก จํานวน 1 ชุด พร้อมอุปกรณ์ประกอบ
- เครื่องต้องสามารถตรวจวิเคราะห์ค่าความหนาแน่นของแร่ธาตุ และองค์ประกอบของแร่ธาตุในกระดูก
- มีโปรแกรมตรวจวัดค่าต่างๆ และระบบที่เกี่ยวข้อง
- สามารถใช้งานร่วมกับระบบ PACS ของโรงพยาบาลได้
- ติดตั้งเครื่องและเชื่อมต่อระบบต่างๆ ให้สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์
- ฝึกอบรมการใช้งานให้แก่เจ้าหน้าที่
- ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ย้ายเครื่องวัดความหนาแน่นของกระดูกเดิม
- ผู้ให้เช่าต้องเชื่อมต่อเครื่องวัดความหนาแน่นของกระดูก เข้ากับระบบ PACS ของผู้เช่า
- ผู้ให้เช่าต้องส่งวิศวกรมาทําการซ่อมบํารุงปรับแต่งให้เครื่องมีคุณภาพ
- หากเกิดการชํารุดและได้รับการติดต่อจากผู้เช่า ทางผู้ให้เช่าต้องส่งวิศวกรเพื่อทําการตรวจสอบเครื่อง ภายใน 12 ชั่วโมง
- ผู้ให้เช่าต้องส่งเจ้าหน้าที่ที่ชํานาญงาน มาสาธิตการใช้งานและการดูแลรักษาเครื่องให้กับเจ้าหน้าที่ ในโรงพยาบาล
- ผู้ให้เช่าต้องทําการเชื่อมต่อระบบรับส่งภาพทางการแพทย์ที่ทางโรงพยาบาลมีอยู่ให้สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ของผู้เช่า
- ผู้ให้เช่าต้องรับผิดชอบในการเชื่อมต่อเครื่องมือทั้งหมดและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเข้ากับระบบ Network ของโรงพยาบาล
- ผู้ให้เช่าต้องทําการเชื่อมต่อระบบให้สามารถแสดงข้อมูลของผู้ป่วยจากระบบของโรงพยาบาล
- ผู้ให้เช่าต้องส่งมอบหนังสือคู่มือการใช้งาน การดูแลบํารุงรักษาและการตรวจซ่อมทั้งภาษาไทยและ ภาษาอังกฤษ
- ผู้ให้เช่าต้องทดสอบการใช้แต่ละ Protocol ของเครื่องที่กําหนดในคุณลักษณะเฉพาะให้ครบทุกข้อ
- ผู้ให้เช่าเป็นผู้รับผิดชอบในการติดตั้งระบบไฟฟ้าไปยังจุดเชื่อมต่อที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก กําหนด รวมถึงติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้า (Main Curcuitbreaker)
- ผู้ให้เช่าจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน ISO 27001 การรักษาความลับข้อมูลการรักษาพยาบาล และ ข้อมูลผู้ป่วยของศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก
- เมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่า ผู้ให้เช่าต้องดําเนินการรื้อถอน และปรับปรุงพื้นที่ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย เป็นไป ตามที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกกําหนด
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- เครื่องตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก จำนวน 1 ชุด ที่สามารถใช้งานได้ตามคุณสมบัติที่กำหนด
- การติดตั้งและเชื่อมต่อระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
- การฝึกอบรมการใช้งานแก่เจ้าหน้าที่
- คู่มือการใช้งานและการบำรุงรักษา (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
- การบำรุงรักษาเครื่องตามระยะเวลาที่กำหนด
- การแก้ไขปัญหาเมื่อเครื่องชำรุด
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการ: เดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม 2568
- กำหนดส่งมอบ: 60 วัน นับจากวันทำสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- หนังสือรับรองเป็นยี่ห้อที่มีการติดตั้งใช้งานในโรงพยาบาลของประเทศไทย อย่างน้อย 1 แห่ง
- หนังสือรับรองที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้แทนจําหน่าย
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการจากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หรือมีทุนจดทะเบียนตามที่กำหนด
- กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ
- ผู้ให้เช่าต้องส่งวิศวกรมาทําการซ่อมบํารุงปรับแต่งให้เครื่องมีคุณภาพอยู่ ในมาตรฐาน ทุก 4 เดือน (ปีละ 3 ครั้ง) โดยวิศวกรที่ได้ผ่านการรับรองจากบริษัทผู้ผลิตเท่านั้น
- ผู้ให้เช่าต้องส่งเจ้าหน้าที่ที่ชํานาญงาน มาสาธิตการใช้งานและการดูแลรักษาเครื่องให้กับเจ้าหน้าที่ ในโรงพยาบาล
- ผู้ให้เช่าต้องแสดงหลักฐานการเป็นผู้แทนจําหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้อง และหลักฐาน แสดงการผ่านการอบรมของช่างผู้ทําการตรวจซ่อมเพื่อยืนยันการบริการหลังการขาย
- ผู้ให้เช่าจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน ISO 27001 การรักษาความลับข้อมูลการรักษาพยาบาล และ ข้อมูลผู้ป่วยของศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก
เกณฑ์การพิจารณา
- ใช้เกณฑ์ราคา ในการคัดเลือกผู้เสนอราคาต่ําสุดเป็นผู้ชนะการซื้อหรือจ้าง
- หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ 10 มหาวิทยาลัย จะจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว
- หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายของต่างประเทศ ไม่เกินร้อยละ 3 ให้จัดซื้อจัดจ้างจากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- สามารถทํางานและวิเคราะห์ค่าความหนาแน่นของแร่ธาตุในกระดูก องค์ประกอบของแร่ธาตุในกระดูก และองค์ประกอบของเนื้อเยื่อได้ โดยใช้หลักการวัดการดูดรังสีเอกซเรย์ที่ใช้พลังงาน 2 ระดับ (Dual Energy X-ray Absorptiometry)
- ใช้สําหรับวินิจฉัยโรคกระดูกพรุนตาม WHO Guidelines ได้
- สามารถรับน้ําหนักคนไข้ได้ 159 กิโลกรัม
- สามารถติดตั้งในของขนาดประมาณ 2.2 x 2.4 เมตร
- ใช้กับไฟฟ้า 220 Volt 50 Hz
- ชุดสแกนภาพเป็นชนิด Narrow-Angle Fan Beam โดยมีคอมพิวเตอร์เป็นตัวควบคุมตําแหน่ง ของหัววัดรังสีโดยอัตโนมัติ
- จ่ายพลังงานรังสีเอกซเรย์คงที่ 76 kV และใช้แผ่นกรองพลังงาน ชนิด K-edge filter ในการแยก พลังงานสูงและต่ําาได้พร้อมกัน
- ชุดตรวจ Detector สามารถเปลี่ยนพลังงานเอกซเรย์ ให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าโดยตรง มี คอมพิวเตอร์เป็นตัวควบคุมตําแหน่งของหัววัดรังสีโดยอัตโนมัติ (Smart Scan)
- โปรแกรมที่ใช้ควบคุมการทํางานของเครื่องคือ enCORE V18 Software บนระบบปฏิบัติการ Microsoft Window 10
- ระยะเวลาในการสแกน สําหรับการตรวจแบบปกติ (Standard mode)
- AP Spine ใช้เวลาไม่เกิน 30 วินาที
- Femur ใช้เวลาไม่เกิน 30 วินาที
- พื้นที่ในการสแกนกระดูกทั่วร่างกายมีขนาด 196 X 60 เซนติเมตร
- ความถูกต้องแม่นยําสูง มีค่าความคลาดเคลื่อน (Precision) ในการวิเคราะห์ของกระดูก ส่วน ต่างๆของร่างกายน้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 %
- สามารถแสดงค่าวิเคราะห์กระดูกส่วนต่างๆ ของร่างกาย
- ค่า BMD, BMC และ Area
- ค่า T - score, Z - score, % young adult และ % age matched
- สามารถเปรียบเทียบการสแกนของกระดูกกับผลครั้งก่อน (Patient Trend) โดยแสดง เป็นค่ากราฟเพื่อทําให้ดูง่ายขึ้น
- มีค่าปกติ (Normal Range) ที่ผู้ใช้สามารถเลือกตามมาตรฐานของชาติอื่นที่มีอยู่แล้ว ซึ่งคาดว่า ใกล้เคียงกับคนไทยจํานวน 20 กลุ่มประชากร
- มีโปรแกรมตรวจสอบการทํางานของเครื่อง ระบบไฟฟ้า รวมทั้งการสอบเทียบค่ามาตรฐานและ ควบคุมคุณภาพการตรวจวัดคนไข้
- มีโปรแกรมสําหรับตรวจวัดและรายงานผลดังนี้
- โปรแกรมตรวจความหนาแน่นกระดูกสันหลังช่วงเอว (AP Spine Software)
- โปรแกรมตรวจความหนาแน่นกระดูกสะโพกข้างเดียว (Single Femur Software)
- โปรแกรมตรวจความหนาแน่นกระดูกสะโพก 2 ข้าง (Dual Femur Software)
- โปรแกรมตรวจความหนาแน่นกระดูกทั้งร่างกาย (Total Body Software)
- โปรแกรมตรวจองค์ประกอบของร่างกาย (Body Composition Software)
- โปรแกรมตรวจความหนาแน่นกระดูกของแขน (Forearm Sitting Software)
- โปรแกรมตรวจความหนาแน่นกระดูกของแขนในท่านอน (Forearm Supine Software)
- โปรแกรมตรวจเด็ก : กระดูกสันหลัง, ข้อสะโพก, ทั้งร่างกาย (Pediatric Software)
- โปรแกรมการตรวจกระดูกสันหลังด้านข้าง (Dual - energy Vertebrat Assessment: DVA)
- โปรแกรมตรวจภาวะกล้ามเนื้อพร่อง (Sarcopenia)
- โปรแกรมรายงานผลการตรวจวัด 3 ส่วนในหนึ่งหน้ากระดาษ (One Vision Report)
- โปรแกรมประเมินความเสี่ยงในการหักของกระดูกใน 10 ปี (FRAXTM Data Software)
- โปรแกรมตรวจความหนาแน่นกระดูกสันหลังและสะโพกโดยการจัดท่าครั้งเดียว (OneScan)
- โปรแกรมแสดงภาพการตรวจครั้งก่อนหน้า (Previous Scan Image Comparison)
- โปรแกรมการตรวจสอบการตรวจ: การจัดท่า การวิเคราะห์ผล กายวิภาค (Scancheck)
- โปรแกรมคํานวณค่าความแม่นยํา (Precision Calculator (ISC))
- โปรแกรมสําหรับการเชื่อมต่อระบบ PACS (DICOM : Worktist and Store )
- โปรแกรมสร้างรายงานผลการตรวจเอง (Composer Report)
- โปรแกรมการจัดการข้อมูลทางสถิติ (Practice Management Tool)
- โปรแกรมเชื่อมต่อและบริหารจัดการข้อมูลทางการแพทย์ (HL7)
- โปรแกรมประมาณค่าเปอร์เซนต์ไขมันในร่างกาย (Estimate Total Body % Fat)
- โปรแกรมตรวจความหนาแน่นกระดูกสะโพกที่ใส่เหล็กข้อสะโพก (Orthopedics Hip)
- โปรแกรมตรวจความหนาแน่นกระดูกข้อเข่าใส่เหล็กหัวเข่า (Orthopedics Knee)
- โปรแกรมวิเคราะห์กระดูกสะโพกขั้นสูง (Advanced Hip Assessment Software)
- โปรแกรมการตรวจวัดปริมาณไขมันในช่องท้อง (Core Scan)
- คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการควบคุมและประมวลผล
- คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบภายในเป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นที่ยอมรับมาตรฐานของ คุณภาพพร้อมด้วยระบบปฏิบัติการ Window 10 มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง
- ใช้ไมโครโปรเซสเซอร์ ความเร็วไม่น้อยกว่า 2 GHz
- หน่วยความจําหลัก (RAM) ของเครื่องมีความจุไม่น้อยกว่า 8 GB
- มีหน่วยความจําสํารอง (Hard Disk) ไม่น้อยกว่า 1 TB
- DVD RW จํานวน 1 ตัว
- มีแป้นอักษร (Keyboard) และเม้าส์ไร้สาย (Wireless Mouse) จํานวน 1 ชุด
- จอภาพเป็นชนิดจอภาพสี LCD ขนาดไม่น้อยกว่า 20 นิ้ว 1 จอ
- อุปกรณ์ประกอบเครื่องอื่นๆ
- เครื่องพิมพ์สี (Color Deskjet Printer) จํานวน 1 เครื่อง
- เครื่องควบคุมแรงดันไฟฟ้า (UPS) ขนาด 2 KVA จํานวน 1 เครื่อง
- มีแท่งกระดูกเทียม (Spine Phantom) และ Calibration Block สําหรับตรวจสอบ มาตรฐานของเครื่อง (Quality Assurance) จํานวน 1 ชุด
- มีอุปกรณ์สําหรับจัดท่า (Patient Positioner)
- ฉากตะกั่วกั้นรังสี จํานวน 1 ฉาก
- คู่มือการใช้งาน จํานวน 1 ชุด
- โต๊ะสําหรับวางคอมพิวเตอร์ จํานวน 1 ตัว
- เก้าอี้ปรับระดับความสูงได้สําหรับผู้ปฏิบัติงานและสําหรับผู้ป่วย จํานวน 2 ตัว
เงื่อนไขสัญญา
- มหาวิทยาลัย จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้ว โดยถือราคา เหมารวมเป็นเกณฑ์ และกําหนดการจ่ายเงิน แบ่งเป็น 12 งวด งวดละ 160,000.- บาท
- กรณีที่ผู้ให้เช่าปฏิบัติผิดสัญญาเช่า จะกําหนดค่าปรับเป็นรายวันเป็นเป็นจํานวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ 0.2 ของราคาค่าเช่าต่อเดือน
- ผู้ขายจะต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่ตรวจรับพัสดุ โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน 3 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชํารุดบกพร่อง
- หากเกิดการชํารุดและได้รับการติดต่อจากผู้เช่า ทางผู้ให้เช่าต้องส่งวิศวกรเพื่อทําการตรวจสอบ เครื่อง ภายใน 12 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ภายหลังที่รับแจ้ง และ ผู้ให้เช่าต้องดําเนินการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ภายใน 72 ชั่วโมง หากเกินกําหนด ผู้ให้เช่า ต้องชําระค่าปรับเป็นรายวัน ในวันละ 0.2% ของค่าเช่าต่อเดือนให้กับผู้เช่า
- ผู้ให้เช่ายินดีเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ภายในระยะเวลา 180 วัน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมทั้งสิ้น กรณีมีการซ่อมแซมในจุดเดิมเกิน 3 ครั้ง ภายในระยะเวลา การเช่า
- หากผู้ให้เช่าดําเนินการติดตั้งส่งมอบเครื่องดังกล่าว ก่อนวันครบกําหนดส่งมอบ โดยคณะกรรมการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว ผู้เช่าจะดําเนินการเบิกจ่ายค่าเช่าให้แก่ผู้ให้เช่าในเดือน ถัดไป
- หากผู้ขายต้องชําระค่าปรับเป็นรายวันในอัตราวันละ 0.2% ของราคาเช่าต่อเดือน นับตั้งแต่ วันที่เกินกําหนดจนถึงวันที่พร้อมใช้งาน หากผู้ขายไม่สามารถติดตั้งให้แล้วเสร็จ และส่งมอบงานภายใน 60 วันนับจากวันที่ทําสัญญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
คำถาม: เครื่องตรวจวัดความหนาแน่นกระดูกนี้สามารถตรวจวัดอะไรได้บ้าง?
คำตอบ: เครื่องนี้สามารถตรวจวัดค่าความหนาแน่นของแร่ธาตุในกระดูก (BMD) และองค์ประกอบของแร่ธาตุในกระดูก (BMC) เพื่อประเมินความสมบูรณ์ของกระดูก -
คำถาม: เครื่องนี้สามารถใช้งานร่วมกับระบบ PACS ของโรงพยาบาลได้หรือไม่?
คำตอบ: ได้ เครื่องนี้ต้องสามารถใช้งานร่วมกับระบบ PACS ของโรงพยาบาลได้ เพื่อจัดเก็บ รับส่ง และจัดการภาพทางการแพทย์ชนิดดิจิตอล -
คำถาม: ผู้เสนอราคาต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและเชื่อมต่อระบบต่างๆ หรือไม่?
คำตอบ: ใช่ ผู้เสนอราคาต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการติดตั้งและเชื่อมต่อระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเชื่อมต่อกับระบบ Network ของโรงพยาบาล -
คำถาม: มีการรับประกันความชำรุดบกพร่องของเครื่องหรือไม่?
คำตอบ: มี ผู้ขายจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่ตรวจรับพัสดุ -
คำถาม: หากเครื่องชำรุด ผู้ให้เช่าต้องดำเนินการแก้ไขภายในกี่ชั่วโมง?
คำตอบ: หากได้รับการติดต่อจากผู้เช่า ทางผู้ให้เช่าต้องส่งวิศวกรเพื่อทําการตรวจสอบเครื่อง ภายใน 12 ชั่วโมง และดําเนินการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ภายใน 72 ชั่วโมง -
คำถาม: ผู้ให้เช่าต้องมีการบำรุงรักษาเครื่องตามระยะเวลาที่กำหนดหรือไม่?
คำตอบ: ใช่ ในระยะเวลาที่ให้เช่า ทางผู้ให้เช่าต้องส่งวิศวกรมาทําการซ่อมบํารุงปรับแต่งให้เครื่องมีคุณภาพอยู่ในมาตรฐาน ทุก 4 เดือน -
คำถาม: ผู้ให้เช่าต้องทำอะไรเมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่า?
คำตอบ: เมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่า ผู้ให้เช่าต้องดําเนินการรื้อถอน และปรับปรุงพื้นที่ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย เป็นไป ตามที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกกําหนด โดยผู้ให้เช่าไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น -
คำถาม: ผู้ให้เช่าต้องทำอย่างไรเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของโรงพยาบาล?
คำตอบ: ผู้ให้เช่าจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน ISO 27001 การรักษาความลับข้อมูลการรักษาพยาบาล และ ข้อมูลผู้ป่วยของศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก -
คำถาม: ต้องมีคู่มือการใช้งานเป็นภาษาอะไรบ้าง?
คำตอบ: ผู้ให้เช่าต้องส่งมอบหนังสือคู่มือการใช้งาน การดูแลบํารุงรักษาและการตรวจซ่อมทั้งภาษาไทยและ ภาษาอังกฤษ -
คำถาม: หากติดตั้งเครื่องก่อนกำหนดส่งมอบ จะมีการจ่ายค่าเช่าอย่างไร?
คำตอบ: หากผู้ให้เช่าดําเนินการติดตั้งส่งมอบเครื่องดังกล่าว ก่อนวันครบกําหนดส่งมอบ โดยคณะกรรมการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว ผู้เช่าจะดําเนินการเบิกจ่ายค่าเช่าให้แก่ผู้ให้เช่าในเดือน ถัดไป
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
เช่าเครื่องตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก จํานวน 1 ชุด
ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
- ความเป็นมา
เครื่องวัดความหนาแน่นของกระดูก ทดแทนเครื่องเดิมที่ใช้งานมามากกว่า 10 ปี ที่สามารถตรวจ วิเคราะห์ค่าความหนาแน่นของแร่ธาตุ และองค์ประกอบของแร่ธาตุในกระดูก โดยมีโปรแกรมตรวจวัดค่าต่างๆ พร้อม อุปกรณ์ประกอบ และระบบที่เกี่ยวข้อง ที่สามารถใช้งานร่วมกับระบบจัดเก็บ รับส่ง และจัดการภาพทางการแพทย์ชนิด
ดิจิตอล (PACS) ของทางโรงพยาบาลได้เป็นอย่างดี - วัตถุประสงค์
เพื่อใช้ในการวัดความสมบูรณ์ของกระดูก ที่สามารถวิเคราะห์และแสดงค่าความหนาแน่นของแร่ธาตุในกระดูก (Bone Mineral Density-BMD) และองค์ประกอบของแร่ธาตุในกระดูก (Bone Mineral Content-BMC) ของร่างกาย - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
- มีความสามารถตามกฎหมาย 2. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
- ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
- ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนด
ตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง - ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐใน ระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ
ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย - มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กําหนดในราชกิจจานุเบกษา
ครั้งนี้ - เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือที่จะดําเนินการจัดจ้าง
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่มหาวิทยาลัยมหิดล ณ วันประกาศ
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์/วันยื่นข้อเสนอ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ - ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่ง ให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
2 - ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
11.1
สุทธิของกิจการ
กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่า จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรอง
แล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
11.2 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียนโดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่
เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
(1) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องกําหนดทุนจดทะเบียน
(2) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 1 ล้านบาท (3) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 5 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 2 ล้านบาท (4) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 10 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 20 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 3 ล้านบาท (5) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 20 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 60 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 8 ล้านบาท (6) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 60 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 150 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 20 ล้านบาท (7) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 150 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 300 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 60 ล้านบาท (8) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 300 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 100 ล้านบาท (9) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 500 ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 200 ล้านบาท
11.3 สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากบัญชีเงินฝากธนาคาร ณ วันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
11.4 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้
ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตาม
รายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่ สํานักงานใหญ่รับรองหรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน)
11.5 กรณีตาม 11.1 - 1.1.4 ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
A
บ
(2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่
- พ.ศ. 2561
3
(3) งานก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานก่อสร้างที่หน่วยงาน ของรัฐได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัด
จ้างและการบริหารพัสดุมีผลใช้บังคับ
- ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนด สัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้า รายอื่นทุกราย
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงาน
ของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมี คุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน - หลักฐานการยื่นข้อเสนอ (ประกอบการพิจารณาคุณสมบัติที่กําหนดเพิ่มเติม และที่กําหนดในขอบเขตของงาน)
4.1 หนังสือรับรองเป็นยี่ห้อที่มีการติดตั้งใช้งานในโรงพยาบาลของประเทศไทย อย่างน้อย 1 แห่ง
4.2 หนังสือรับรองที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้แทนจําหน่าย - แบบรูปรายการ ขอบเขตของงาน และรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
(ตามเอกสารแนบ) - ระยะเวลาดาเนินการ
เดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม 2568 - ระยะเวลากําหนดแล้วเสร็จ
กําหนดส่งมอบ 60 วัน - วงเงินในการจัดจ้าง
ภายในวงเงินงบประมาณ 1,920,000.- บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนสองหมื่นบาทถ้วน) โดยเบิกจ่ายจากเงินรายได้
ประจําปีงบประมาณ 2558-2569
9.ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
มหาวิทยาลัย จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้ว โดยถือราคา เหมารวมเป็นเกณฑ์ และกําหนดการจ่ายเงิน แบ่งเป็น 12 งวด ดังนี้
งวดที่ 1 เป็นจํานวนเงินในอัตรา 160,000.- บาท (หนึ่งแสนหกหมื่นบาทถ้วน) เมื่อผู้ให้เช่าได้ส่งมอบงานเป็นที่เรียบร้อย งวดที่ 2 เป็นจํานวนเงินในอัตรา 160,000.- บาท (หนึ่งแสนหกหมื่นบาทถ้วน) เมื่อผู้ให้เช่าได้ส่งมอบงานเป็นที่เรียบร้อย งวดที่ 3 เป็นจํานวนเงินในอัตรา 160,000.- บาท (หนึ่งแสนหกหมื่นบาทถ้วน) เมื่อผู้ให้เช่าได้ส่งมอบงานเป็นที่เรียบร้อย งวดที่ 4 เป็นจํานวนเงินในอัตรา 160,000.- บาท (หนึ่งแสนหกหมื่นบาทถ้วน) เมื่อผู้ให้เช่าได้ส่งมอบงานเป็นที่เรียบร้อย งวดที่ 5 เป็นจํานวนเงินในอัตรา 160,000.- บาท (หนึ่งแสนหกหมื่นบาทถ้วน) เมื่อผู้ให้เช่าได้ส่งมอบงานเป็นที่เรียบร้อย งวดที่ 6 เป็นจํานวนเงินในอัตรา 160,000.- บาท (หนึ่งแสนหกหมื่นบาทถ้วน) เมื่อผู้ให้เช่าได้ส่งมอบงานเป็นที่เรียบร้อย งวดที่ 7 เป็นจํานวนเงินในอัตรา 160,000.- บาท (หนึ่งแสนหกหมื่นบาทถ้วน) เมื่อผู้ให้เช่าได้ส่งมอบงานเป็นที่เรียบร้อย งวดที่ 8 เป็นจํานวนเงินในอัตรา 160,000.- บาท (หนึ่งแสนหกหมื่นบาทถ้วน) เมื่อผู้ให้เช่าได้ส่งมอบงานเป็นที่เรียบร้อย งวดที่ 9 เป็นจํานวนเงินในอัตรา 160,000.- บาท (หนึ่งแสนหกหมื่นบาทถ้วน) เมื่อผู้ให้เช่าได้ส่งมอบงานเป็นที่เรียบร้อย งวดที่ 10 เป็นจํานวนเงินในอัตรา 160,000.- บาท (หนึ่งแสนหกหมื่นบาทถ้วน) เมื่อผู้ให้เช่าได้ส่งมอบงานเป็นที่เรียบร้อย งวดที่ 11 เป็นจํานวนเงินในอัตรา 160,000.- บาท (หนึ่งแสนหกหมื่นบาทถ้วน) เมื่อผู้ให้เช่าได้ส่งมอบงานเป็นที่เรียบร้อย งวดสุดท้าย เป็นจํานวนเงินในอัตรา 160,000.- บาท (หนึ่งแสนหกหมื่นบาทถ้วน) เมื่อผู้ให้เช่าได้ส่งมอบงานเป็นที่ เรียบร้อยและเมื่อผู้ให้เช่าได้ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ
มหาวิทยาลัยได้ตรวจรับมอบงานเช่า - อัตราค่าปรับ
กรณีที่ผู้ให้เช่าปฏิบัติผิดสัญญาเช่า จะกําหนดค่าปรับเป็นรายวันเป็นเป็นจํานวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ 0.2
ของราคาค่าเช่าต่อเดือน - การรับประกันความชํารุดบกพร่อง
ผู้ขายจะต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่ตรวจรับพัสดุ โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน 3 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชํารุดบกพร่อง - หลักเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอ
[V] ใช้เกณฑ์ราคา ในการคัดเลือกผู้เสนอราคาต่ําสุดเป็นผู้ชนะการซื้อหรือจ้าง โดยมีเงื่อนไขดังนี้
(1) หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ ไม่เกินร้อยละ 10 มหาวิทยาลัย จะจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลําดับผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น ผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 ที่จะเรียกมาทําสัญญา
ไม่เกิน 3 ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อต้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีวงเงินสัญญาสะสม ตามปีปฏิทิน รวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตามขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้ กับ สสว.
5
(2) หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้ง ขึ้นตามกฎหมายไทย เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติ บุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายของต่างประเทศ ไม่เกินร้อยละ 3 ให้จัดซื้อจัดจ้างจากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือ
สัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
[ ] ใช้เกณฑ์คุณภาพ ในการคัดเลือกผู้เสนอราคาที่ได้คะแนนรวมสูงสุดเป็นผู้ชนะการซื้อหรือจ้าง โดยกําหนด เกณฑ์การให้น้ําหนักคะแนน ดังนี้
*ข้อเสนอทางด้านเทคนิค ต้นทุนของพัสดุนั้นตลอดอายุการใช้งาน
มาตรฐานของสินค้าหรือบริการ
บริการหลังการขาย
พัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน
- ราคา
% (ต้องกําหนดและน้ําหนักการให้คะแนนต้องมากที่สุด)
%
%
%
%
%
ทั้งนี้ วิธีการให้คะแนนเป็นไปตามเกณฑ์การพิจารณาการให้คะแนนด้านคุณภาพที่แนบท้ายนี้
- การใช้พัสดุที่ส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ
(1) จัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงาน จ้างนั้น ภายใน 60 วันนับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา
หมายเหตุ กรณีที่ระยะเวลาดําเนินการตามสัญญาไม่เกิน 60 วัน ไม่ต้องจัดทําแผนตามข้อ 13 (1)
(2) กําหนดให้ผู้รับจ้าง ต้องใช้วัสดุหรือครุภัณฑ์ ต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของ มูลค่าวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานจ้างนั้น
***หมายเหตุ
- กรณีที่ทราบตั้งแต่ต้นว่าโครงการนี้ ต้องใช้พัสดุที่นําเข้าจากต่างประเทศและพัสดุนั้นไม่มีผลิตภายในประเทศหรือ
กรณีที่ทราบตั้งแต่ต้นว่าโครงก
แต่ต้นว่าโครงการนี้ มีผลิตในประเทศแต่จะไม่ใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ (ซึ่งได้รับอนุมัติจาก
ผู้มีอํานาจอนุมัติแล้ว)
ทําให้อัตราการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศน้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานทั้งหมดตามสัญญา
ไม่ต้องกําหนดข้อ 13 นี้
- มาตรการความปลอดภัยในการทํางาน
14.1 ให้ผู้รับจ้าง จัดให้ลูกจ้างทุกคน เข้ารับการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ตาม
หลักสูตรของศูนย์บริหารความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานก่อนเริ่มปฏิบัติภายในพื้นที่ของ
6
มหาวิทยาลัยมหิดล โดยแจ้งความประสงค์ไปยังศูนย์บริหารความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน ก่อนวันทํางานไม่น้อยกว่า 7 วันทําการ ลูกจ้างที่ผ่านการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้างจะได้รับ หลักฐานแสดงการผ่านการฝึกอบรมที่มีอายุการรับรอง 1 ปี ซึ่งลูกจ้างต้องทําการสอบวัดผลและมีผลคะแนนไม่น้อยกว่า
ร้อยละ 70
ทั้งนี้ ต้องชําระค่าลงทะเบียน 150 บาท/ท่าน ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้าง โดยเลือกช่องทางอบรมได้ 2 ช่องทาง ได้แก่ ทางวีดิโอคลิป หรือ อบรมที่ศูนย์บริหารความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน (COSHEM)
14.2 ให้ผู้รับจ้าง มีหนังสือแจ้งรายชื่อ สําเนาบัตรประชาชน พร้อมสําเนาหลักฐานการผ่านอบรม ให้ประธาน กรรมการตรวจรับพัสดุ ก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญา - ประกาศที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินงานภายในมหาวิทยาลัยมหิดล
(1) ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง นโยบายคุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่และจัด “เขตสูบบุหรี่” เป็นการ เฉพาะ พ.ศ.2556 ประกาศ ณ วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ.2556
(2) ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง กฎจราจร ในพื้นที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา พ.ศ.2564 ประกาศ ณ วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2564
(3) ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง หลักเกณฑ์การบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับ ผู้รับจ้าง พ.ศ.2562 ประกาศ ณ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552 - สถานที่ติดต่อเพื่อขอทราบข้อมูลเพิ่มเติม
ส่วนงาน : ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
หน่วยงาน : งานพัสดุ
ชื่อ-นามสกุล : นางศันศนีย์ โชคนาคะวโร
เบอร์โทร : 02-8496600 ต่อ 6383
อีเมล์ :
: [email protected]
เว็บไซต์ www.gprocurement.go.th, www.eprocurement.mahidol.ac.th/
(ลงชื่อ).
ไพรินทร์
.ประธานกรรมการ
(นางสาวไพรินทร์ สุขสมบัติ)
ลงชื่อ….
กรรมการ
ลงชื่อ….
…omt.
..กรรมการ
(นายกันตพงศ์ มหาชนะวงศ์)
(นางสาวอรทัย เจากสิกร)
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ เช่าเครื่องตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก จํานวน 1 ชุด
ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล - ความต้องการ
เครื่องวัดความหนาแน่นของกระดูก ทดแทนเครื่องเดิมที่ใช้งานมามากกว่า 10 ปี ที่สามารถตรวจ วิเคราะห์ค่าความหนาแน่นของแร่ธาตุ และองค์ประกอบของแร่ธาตุในกระดูก โดยมีโปรแกรมตรวจวัดค่า ต่างๆ พร้อมอุปกรณ์ประกอบ และระบบที่เกี่ยวข้อง ที่สามารถใช้งานร่วมกับระบบจัดเก็บ รับส่ง และจัดการ ภาพทางการแพทย์ชนิดดิจิตอล (PACS) ของทางโรงพยาบาลได้เป็นอย่างดี - วัตถุประสงค์ในการใช้งาน มีดังนี้
เพื่อใช้ในการวัดความสมบูรณ์ของกระดูก ที่สามารถวิเคราะห์และแสดงค่าความหนาแน่นของ แร่ธาตุในกระดูก (Bone Mineral Density-BMD) และองค์ประกอบของแร่ธาตุในกระดูก (Bone Mineral Content-BMC) ของร่างกาย - คุณลักษณะทั่วไป
3.1 สามารถทํางานและวิเคราะห์ค่าความหนาแน่นของแร่ธาตุในกระดูก องค์ประกอบของแร่ธาตุใน กระดูก และองค์ประกอบของเนื้อเยื่อได้ โดยใช้หลักการวัดการดูดรังสีเอกซเรย์ที่ใช้พลังงาน 2 ระดับ (Dual Energy X-ray Absorptiometry)
3.2 ใช้สําหรับวินิจฉัยโรคกระดูกพรุนตาม WHO Guidelines ได้
3.3 สามารถรับน้ําหนักคนไข้ได้ 159 กิโลกรัม
3.4 สามารถติดตั้งในของขนาดประมาณ 2.2 x 2.4 เมตร
3.5 ใช้กับไฟฟ้า 220 Volt 50 Hz - รายละเอียดทางเทคนิค
4.1 ชุดสแกนภาพเป็นชนิด Narrow-Angle Fan Beam โดยมีคอมพิวเตอร์เป็นตัวควบคุมตําแหน่ง
ของหัววัดรังสีโดยอัตโนมัติ
4.2 จ่ายพลังงานรังสีเอกซเรย์คงที่ 76 kV และใช้แผ่นกรองพลังงาน ชนิด K-edge filter ในการแยก
พลังงานสูงและต่ําาได้พร้อมกัน
(ลงชื่อ)…. ไพรินทร์
ประธานกรรมการ
(นางสาวไพรินทร์ สุขสมบัติ)
ลงชื่อ……
كسك كسم
กรรมการ
ลงซอ.
crit
(นายกันตพงศ์ มหาชนะวงศ์)
(นางสาวอรทัย เจากสิกร)
กรรมการ
2
4.3 ชุดตรวจ Detector สามารถเปลี่ยนพลังงานเอกซเรย์ ให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าโดยตรง มี
คอมพิวเตอร์เป็นตัวควบคุมตําแหน่งของหัววัดรังสีโดยอัตโนมัติ (Smart Scan)
4.4 โปรแกรมที่ใช้ควบคุมการทํางานของเครื่องคือ enCORE V18 Software บนระบบปฏิบัติการ
Microsoft Window 10
4.5 ระยะเวลาในการสแกน สําหรับการตรวจแบบปกติ (Standard mode)
AP Spine ใช้เวลาไม่เกิน 30 วินาที
Femur ใช้เวลาไม่เกิน 30 วินาที
4.6 พื้นที่ในการสแกนกระดูกทั่วร่างกายมีขนาด 196 X 60 เซนติเมตร
4.7 ความถูกต้องแม่นยําสูง มีค่าความคลาดเคลื่อน (Precision) ในการวิเคราะห์ของกระดูก ส่วน
ต่างๆของร่างกายน้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 %
4.8 สามารถแสดงค่าวิเคราะห์กระดูกส่วนต่างๆ ของร่างกาย ดังนี้
4.8.1 ค่า BMD, BMC และ Area
4.8.2 ค่า T - score, Z - score, % young adult และ % age matched
Z
4.3.3 สามารถเปรียบเทียบการสแกนของกระดูกกับผลครั้งก่อน (Patient Trend) โดยแสดง
เป็นค่ากราฟเพื่อทําให้ดูง่ายขึ้น
4.9 มีค่าปกติ (Normal Range) ที่ผู้ใช้สามารถเลือกตามมาตรฐานของชาติอื่นที่มีอยู่แล้ว ซึ่งคาดว่า ใกล้เคียงกับคนไทยจํานวน 20 กลุ่มประชากร ได้แก่ Asia, Japan, China, Korea, Indonesia,
Philippines, Australia, Middle East, Egypt, Brazil, Mexico, Spain, Tunisia, Turkey,
Finland, France, Germany, Italy, UK, USA
4.10 มีโปรแกรมตรวจสอบการทํางานของเครื่อง ระบบไฟฟ้า รวมทั้งการสอบเทียบค่ามาตรฐานและ
ควบคุมคุณภาพการตรวจวัดคนไข้
4.11 มีโปรแกรมสําหรับตรวจวัดและรายงานผลดังนี้
4.11.1. โปรแกรมตรวจความหนาแน่นกระดูกสันหลังช่วงเอว (AP Spine Software) 4.11.2. โปรแกรมตรวจความหนาแน่นกระดูกสะโพกข้างเดียว (Single Femur Software) 4.11.3. โปรแกรมตรวจความหนาแน่นกระดูกสะโพก 2 ข้าง (Dual Femur Software) 4.11.4. โปรแกรมตรวจความหนาแน่นกระดูกทั้งร่างกาย (Total Body Software) 4.11.5. โปรแกรมตรวจองค์ประกอบของร่างกาย (Body Composition Software) 4.11.6. โปรแกรมตรวจความหนาแน่นกระดูกของแขน (Forearm Sitting Software) 4.11.7. โปรแกรมตรวจความหนาแน่นกระดูกของแขนในท่านอน (Forearm Supine
Software)
(ลงชื่อ)…….
ไพรินทร์
كس كمة
.ประธานกรรมการ
(นางสาวไพรินทร์ สุขสมบัติ)
……………..
กรรมการ
(นางสาวอรทัย เจากสิกร)
ลงซอ.
..กรรมการ
(นายกันตพงศ์ มหาชนะวงศ์)
3
4.11.8. โปรแกรมตรวจเด็ก : กระดูกสันหลัง, ข้อสะโพก, ทั้งร่างกาย (Pediatric Software) 4.11.9. โปรแกรมการตรวจกระดูกสันหลังด้านข้าง (Dual
านข้าง (Dual - energy Vertebrat
Assessment: DVA)
4.11.10. โปรแกรมตรวจภาวะกล้ามเนื้อพร่อง (Sarcopenia)
4.11.11. โปรแกรมรายงานผลการตรวจวัด 3 ส่วนในหนึ่งหน้ากระดาษ (One Vision Report) 4.11.12. โปรแกรมประเมินความเสี่ยงในการหักของกระดูกใน 10 ปี (FRAXTM Data
Software)
4.11.13. โปรแกรมตรวจความหนาแน่นกระดูกสันหลังและสะโพกโดยการจัดท่าครั้งเดียว
(OneScan)
4.11.14. โปรแกรมแสดงภาพการตรวจครั้งก่อนหน้า (Previous Scan Image Comparison) 4.11.15. โปรแกรมการตรวจสอบการตรวจ: การจัดท่า การวิเคราะห์ผล กายวิภาค
(Scancheck)
4.11.16. โปรแกรมคํานวณค่าความแม่นยํา (Precision Calculator (ISC)) 4.11.17. โปรแกรมสําหรับการเชื่อมต่อระบบ PACS (DICOM : Worktist and Store )
4.11.18. โปรแกรมสร้างรายงานผลการตรวจเอง (Composer Report) 4.11.19. โปรแกรมการจัดการข้อมูลทางสถิติ (Practice Management Tool) 4.11.20. โปรแกรมเชื่อมต่อและบริหารจัดการข้อมูลทางการแพทย์ (HL7)
4.11.21. โปรแกรมประมาณค่าเปอร์เซนต์ไขมันในร่างกาย (Estimate Total Body % Fat) 4.11.22. โปรแกรมตรวจความหนาแน่นกระดูกสะโพกที่ใส่เหล็กข้อสะโพก (Orthopedics Hip) 4.11.23. โปรแกรมตรวจความหนาแน่นกระดูกข้อเข่าใส่เหล็กหัวเข่า (Orthopedics Knee) 4.11.24. โปรแกรมวิเคราะห์กระดูกสะโพกขั้นสูง (Advanced Hip Assessment Software) 4.11.25. โปรแกรมการตรวจวัดปริมาณไขมันในช่องท้อง (Core Scan) 4.12 คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการควบคุมและประมวลผลมีรายละเอียดดังต่อไปนี้หรือดีกว่า
4.12.1. คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบภายในเป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นที่ยอมรับมาตรฐานของ
คุณภาพพร้อมด้วยระบบปฏิบัติการ Window 10 มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง
4.12.2. ใช้ไมโครโปรเซสเซอร์ ความเร็วไม่น้อยกว่า 2 GHz
4.12.3. หน่วยความจําหลัก (RAM) ของเครื่องมีความจุไม่น้อยกว่า 8 GB 4.12.4. มีหน่วยความจําสํารอง (Hard Disk) ไม่น้อยกว่า 1 TB
4.12.5. DVD RW จํานวน 1 ตัว
4.12.6. มีแป้นอักษร (Keyboard) และเม้าส์ไร้สาย (Wireless Mouse) จํานวน 1 ชุด
ประธานกรรมการ
(นางสาวไพรินทร์ สุขสมบัติ)
ลงชื่อ
กรรมการ
(นางสาวอรทัย เจ้ากสิกร)
ลงชื่อ…………
ส
กรรมการ
(นายกันตพงศ์ มหาชนะวงศ์)
4
4.1.2.7. จอภาพเป็นชนิดจอภาพสี LCD ขนาดไม่น้อยกว่า 20 นิ้ว 1 จอ
4.13 อุปกรณ์ประกอบเครื่องอื่นๆ ดังต่อไปนี้
4.13.1. เครื่องพิมพ์สี (Color Deskjet Printer) จํานวน 1 เครื่อง
4.13.2. เครื่องควบคุมแรงดันไฟฟ้า (UPS) ขนาด 2 KVA จํานวน 1 เครื่อง
4.13.3. มีแท่งกระดูกเทียม (Spine Phantom) และ Calibration Block สําหรับตรวจสอบ
มาตรฐานของเครื่อง (Quality Assurance) จํานวน 1 ชุด
4.13.4. มีอุปกรณ์สําหรับจัดท่า (Patient Positioner)
4.13.5. ฉากตะกั่วกั้นรังสี จํานวน 1 ฉาก
4.13.6. คู่มือการใช้งาน จํานวน 1 ชุด
4.13.7. โต๊ะสําหรับวางคอมพิวเตอร์ จํานวน 1 ตัว
4.13.8. เก้าอี้ปรับระดับความสูงได้สําหรับผู้ปฏิบัติงานและสําหรับผู้ป่วย จํานวน 2 ตัว - เงื่อนไขเฉพาะ
5.1 ติดตั้งโดยวิศวกร พร้อมฝึกสอนการใช้งาน
5.2 มีหนังสือแต่งตั้งเป็นตัวแทนจําหน่ายอย่างเป็นทางการจากบริษัทผู้ผลิต 5.3 มีหนังสือรับรองว่ามีวิศวกรที่ได้รับการอบรมจากบริษัทผู้ผลิต
5.4 ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ย้ายเครื่องวัดความหนาแน่นของกระดูกเดิมในห้องที่ผู้เช่าจัดให้ออกไปในพื้นที่ที่ผู้ เช่าจัดให้ เพื่อทําการปรับปรุงสถานที่ และติดตั้งเครื่องวัดความหนาแน่นของกระดูก ตามสัญญา เช่านี้ ซึ่งผู้ให้เช่าต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายและดําเนินการทั้งหมด รวมถึงการปรับปรุงสถานที่เพื่อ รองรับเครื่องมือดังกล่าวให้สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง
5.5 ผู้ให้เช่าต้องเชื่อมต่อเครื่องวัดความหนาแน่นของกระดูก เข้ากับระบบ PACS ของผู้เช่า โดย สามารถนําเข้าข้อมูลผู้ป่วย จัดส่งภาพ และข้อมูลเข้าสู่ระบบ PACS อย่างสมบูรณ์ตาม วัตถุประสงค์ของผู้เช่า โดยผู้ให้เช่าเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
5.6 ผู้ให้เช่าจะต้องติดตั้งเครื่องวัดความหนาแน่นของกระดูก และอุปกรณ์ประกอบการใช้งาน ให้ ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในข้อ 4.13 และสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นไปตาม วัตถุประสงค์ รวมทั้งการเชื่อมต่องานระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยติดตั้งในพื้นที่ที่ศูนย์การแพทย์ กาญจนาภิเษกกําหนด (ตามรูปแบบรายการ) โดยการติดตั้งจะต้องมีความปลอดภัย เป็นไปตาม มาตรฐาน ดังนี้
5.6.1. มาตรฐานกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 5.6.2. มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า (วสท.)
ลงชื่อ………… ไพรินทร์
…………..
كمه كساة
(นายกันตพงศ์ มหาชนะวงศ์)
.ประธานกรรมการ
(นางสาวไพรินทร์ สุขสมบัติ)
กรรมการ
ลงชื่อ..
On
…กรรมการ
(นางสาวอรทัย เจากสิกร)
ลงชื่อ.
LO
5
5.6.3. มาตรฐานกรมโยธาธิการและผังเมือง 5.6.4. มาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
5.7 ในระยะเวลาที่ให้เช่า ทางผู้ให้เช่าต้องส่งวิศวกรมาทําการซ่อมบํารุงปรับแต่งให้เครื่องมีคุณภาพอยู่ ในมาตรฐาน ทุก 4 เดือน (ปีละ 3 ครั้ง) โดยวิศวกรที่ได้ผ่านการรับรองจากบริษัทผู้ผลิตเท่านั้น พร้อมใบรายงานผลการบํารุงรักษา โดยแจ้งให้ผู้เช่าทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันทําการ และ หากพบความผิดปกติ ต้องแจ้งให้ผู้เช่าทราบและทําการแก้ไขทันที
5.8 หากเกิดการชํารุดและได้รับการติดต่อจากผู้เช่า ทางผู้ให้เช่าต้องส่งวิศวกรเพื่อทําการตรวจสอบ เครื่อง ภายใน 12 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ภายหลังที่รับแจ้ง และ ผู้ให้เช่าต้องดําเนินการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ภายใน 72 ชั่วโมง หากเกินกําหนด ผู้ให้เช่า ต้องชําระค่าปรับเป็นรายวัน ในวันละ 0.2% ของค่าเช่าต่อเดือนให้กับผู้เช่า นับตั้งแต่วันแรกที่เกิน กําหนดจนถึงวันที่เครื่องทํางานได้ปกติ กรณีมีการซ่อมแซมในจุดเดิมเกิน 3 ครั้ง ภายในระยะเวลา การเช่า ผู้ให้เช่ายินดีเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ภายในระยะเวลา 180 วัน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมทั้งสิ้น
5.9 ผู้ให้เช่าต้องส่งเจ้าหน้าที่ที่ชํานาญงาน มาสาธิตการใช้งานและการดูแลรักษาเครื่องให้กับเจ้าหน้าที่ ในโรงพยาบาลจนกว่าจะใช้งานได้เป็นอย่างดี โดยผู้เช่าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมทั้งสิ้น เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือน หรือจนกว่าจะใช้งานได้ตามมาตรฐาน
7
5.10 ผู้ให้เช่าต้องทําการเชื่อมต่อระบบรับส่งภาพทางการแพทย์ที่ทางโรงพยาบาลมีอยู่ให้สามารถใช้งาน
ได้ตามวัตถุประสงค์ของผู้เช่า โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
5.11 ผู้ให้เช่าต้องรับผิดชอบในการเชื่อมต่อเครื่องมือทั้งหมดและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเข้ากับระบบ
Network ของโรงพยาบาล โดยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
5.12 ผู้ให้เช่าต้องทําการเชื่อมต่อระบบให้สามารถแสดงข้อมูลของผู้ป่วยจากระบบของโรงพยาบาลให้ได้ ตามมาตรฐาน DICOM Worklist ทุก Console Station and Acquisition Workstation โดย เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น
5.13 ผู้ให้เช่าต้องส่งมอบหนังสือคู่มือการใช้งาน การดูแลบํารุงรักษาและการตรวจซ่อมทั้งภาษาไทยและ ภาษาอังกฤษ จํานวนอย่างละ 2 ชุด (หน่วยงานผู้ใช้งาน 1 ชุด และงานอุปกรณ์ทางการแพทย์ 1 ชุด)
5.14 ผู้ให้เช่าต้องแสดงหลักฐานการเป็นผู้แทนจําหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้อง และหลักฐาน
แสดงการผ่านการอบรมของช่างผู้ทําการตรวจซ่อมเพื่อยืนยันการบริการหลังการขาย
5.15 ปลั๊กไฟและปลั๊กต่อพ่วงที่ใช้ต้องเป็นแบบ Hospital Grade
5.16 ผู้ให้เช่าต้องทดสอบการใช้แต่ละ Protocol ของเครื่องที่กําหนดในคุณลักษณะเฉพาะให้ครบทุกข้อ
لسيد كمان
(นายกันตพงศ์ มหาชนะวงศ์)
(ลงชื่อ).
ไพรนทร์ (นางสาวไพรินทร์ สุขสมบัติ)
กรรมการ
…….ประธานกรรมการ
……….. ลงซอ.
@mi
….กรรมการ
(นางสาวอรทัย เจากสิกร)
ลงซอ..
6
5.17 ผู้ให้เช่าเป็นผู้รับผิดชอบในการติดตั้งระบบไฟฟ้าไปยังจุดเชื่อมต่อที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก
กําหนด รวมถึงติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้า (Main Curcuitbreaker)
5.18 ผู้ให้เช่าจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน ISO 27001 การรักษาความลับข้อมูลการรักษาพยาบาล และ
ข้อมูลผู้ป่วยของศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก
5.19 เมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่า ผู้ให้เช่าต้องดําเนินการรื้อถอน และปรับปรุงพื้นที่ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย เป็นไป ตามที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกกําหนด โดยผู้ให้เช่าไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น 5.20 ผู้ขายต้องทําการติดตั้งให้แล้วเสร็จ และส่งมอบงานภายใน 60 วันนับจากวันที่ทําสัญญา หากเกิน กําหนด ผู้ขายต้องชําระค่าปรับเป็นรายวันในอัตราวันละ 0.2% ของราคาเช่าต่อเดือน นับตั้งแต่
วันที่เกินกําหนดจนถึงวันที่พร้อมใช้งาน
5.21 ทั้งนี้หากผู้ให้เช่าดําเนินการติดตั้งส่งมอบเครื่องดังกล่าว ก่อนวันครบกําหนดส่งมอบ
โดยคณะกรรมการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว ผู้เช่าจะดําเนินการเบิกจ่ายค่าเช่าให้แก่ผู้ให้เช่าในเดือน
ถัดไป
کید کرد
(นายกันตพงศ์ มหาชนะวงศ์)
.ประธานกรรมการ
(นางสาวไพรินทร์ สุขสมบัติ)
กรรมการ
……………
om
(นางสาวอรทัย เจากสิกร)
กรรมการ