ซื้อระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาซื้อปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก และอื่นๆ รวม 3 รายการ สำหรับงานปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักอ่างเก็บน้ำลำห้วยบอนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดอุบลราชธานี

กรมชลประทาน 68029470643
฿1,285,500 ปีงบ 2568 ประกาศ 26 ก.พ. 2568 ชลบุรี
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้เป็นการจัดซื้อปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกและวัสดุอื่นๆ รวม 3 รายการ เพื่อนำไปใช้ในงานปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำของอ่างเก็บน้ำลำห้วยบอนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

วัตถุประสงค์หลักของโครงการคือการเพิ่มความสามารถในการกักเก็บน้ำของอ่างเก็บน้ำ (ชั่วคราว) ให้ได้ประมาณ 400,000 ลูกบาศก์เมตร จากเดิม 6.015 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 6.400 ล้านลูกบาศก์เมตรในช่วงปลายฤดูฝน เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำต้นทุนไว้ใช้ในฤดูแล้งมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มระดับการเก็บกักน้ำเพื่อให้สามารถชะลอการระบายน้ำลงลำน้ำเดิมได้สูงสุด 80 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ท้ายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรสำหรับโครงการนี้คือ 1,285,500.00 บาท (หนึ่งล้านสองแสนแปดหมื่นห้าพันห้าร้อยบาทถ้วน) โดยมีระยะเวลาส่งมอบพัสดุ 90 วันนับจากวันลงนามในสัญญา ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ใน TOR และการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอจะใช้หลักเกณฑ์ราคาเป็นสำคัญ

English summary

This project involves the procurement of hydraulic cement and other materials (3 items in total) for the improvement and enhancement of the water storage efficiency of the Lam Huai Bon Reservoir under Royal Initiative, located in Ubon Ratchathani Province. The objectives are to increase the reservoir’s water storage capacity (temporarily) by approximately 400,000 cubic meters and to delay water discharge to mitigate flooding. The delivery period is 90 days from the contract signing date.

สถานที่ดำเนินการ

อ่างเก็บน้ำลำห้วยบอน

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อเพิ่มความสามารถการกักเก็บน้ำอ่างเก็บน้ำ (ชั่วคราว) เพิ่มขึ้นประมาณ 400,000 ลูกบาศก์เมตร จากความจุเดิมประมาณ 6.015 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นประมาณ 6.400 ล้านลูกบาศก์เมตร ในช่วงปลายฤดูฝน ช่วยให้เกษตรกรมีปริมาณน้ำต้นทุนไว้ใช้ในฤดูแล้งได้เพิ่มขึ้น
  • เพื่อเพิ่มระดับการเก็บกักอ่างเก็บน้ำให้สามารถชะลอการระบายน้ำลงลำน้ำเดิมได้สูงสุด ประมาณ 80 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ช่วยบรรเทาอุทกภัยด้านท้ายน้ำในช่วงน้ำหลากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขอบเขตของงาน

  • จัดซื้อปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก และอื่นๆ รวม 3 รายการ สำหรับงานปรับปรุง เพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักอ่างเก็บน้ำลำห้วยบอนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดอุบลราชธานี

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก (Hydraulic Cement)
  • วัสดุอื่นๆ (ระบุในรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ)

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาส่งมอบ 90 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
  • กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
  • สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ
  • กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ

เกณฑ์การพิจารณา

พิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

อ้างอิงตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ (รายละเอียดจะอยู่ในเอกสารประกวดราคา)

เงื่อนไขสัญญา

ค่าปรับในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคาค่าสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: โครงการนี้มีเป้าหมายในการเพิ่มปริมาณน้ำที่กักเก็บได้เท่าไหร่?
    คำตอบ: โครงการมีเป้าหมายที่จะเพิ่มปริมาณน้ำที่กักเก็บได้ประมาณ 400,000 ลูกบาศก์เมตร
  • คำถาม: การเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำของอ่างเก็บน้ำจะช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?
    คำตอบ: ช่วยให้เกษตรกรมีน้ำต้นทุนไว้ใช้ในฤดูแล้งได้เพิ่มขึ้น และช่วยบรรเทาอุทกภัยด้านท้ายน้ำในช่วงน้ำหลาก
  • คำถาม: ระยะเวลาในการส่งมอบพัสดุทั้งหมดของโครงการนี้คือนานเท่าไหร่?
    คำตอบ: ระยะเวลาในการส่งมอบพัสดุคือ 90 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
  • คำถาม: หากส่งมอบพัสดุล่าช้า จะมีค่าปรับหรือไม่ และคิดค่าปรับอย่างไร?
    คำตอบ: มีค่าปรับในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคาค่าสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน
  • คำถาม: ใครคือผู้รับผิดชอบโครงการนี้?
    คำตอบ: กรมชลประทาน
  • คำถาม: โครงการนี้เกี่ยวข้องกับหน่วยงานใดบ้าง?
    คำตอบ: สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 7
  • คำถาม: แผนการทำงานต้องส่งภายในกี่วันหลังจากลงนามในสัญญา?
    คำตอบ: 15 วัน
  • คำถาม: สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนี้ได้ทางช่องทางใด?
    คำตอบ: ทางอีเมล์ [email protected] หรือช่องทางตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด
  • คำถาม: ทำไมถึงต้องมีการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักอ่างเก็บน้ำลำห้วยบอน?
    คำตอบ: เพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำได้มากขึ้นในช่วงปลายฤดูฝน และมีน้ำเพียงพอสำหรับใช้ในฤดูแล้ง
  • คำถาม: การเพิ่มระดับเก็บกักน้ำของอ่างเก็บน้ำมีผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบหรือไม่?
    คำตอบ: ระดับเก็บกักที่เพิ่มสูงขึ้น ไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อพื้นที่โดยรอบ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ลำดับเอกสารในระบบ e-GP ขอ 1.1
.
เอกสารแนบทายเอกสารประกวดราคา
ขอ ๑.1 รางรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference : TOR)
ร่างรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference : TOR)

  1. ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ
    1.1 ชื่อโครงการ ซื้อปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก และอื่นๆ รวม ๓ รายการ สำหรับงานปรับปรุง เพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักอ่างเก็บน้ำลำห้วยบอนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดอุบลราชธานี 1.2 ความเป็นมา
    เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2539 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราชบรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำห้วยบอนไว้เป็นโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตามที่นายบุญเหลือ จันทร์ภักดี อดีตผู้ใหญ่บ้านบ้านวารีอุดม หมู่ที่ 1 ตำบลสีวิเชียร อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ขอพระราชทานโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำห้วยบอน เพื่อบรรเทา
    ความเดือดร้อนจากความแห้งแล้ง (ตามหนังสือสำนักราชเลขาธิการ ที่ รล 0005/15150 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2539)
    กรมชลประทานอนุมัติเปิดโครงการ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 ออกประกาศ กรมชลประทานเริ่มดำเนินการก่อสร้าง เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 และก่อสร้างทำนบดินหัวงานและ อาคารประกอบ โครงการอ่างเก็บน้ำลำห้วยบอนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดอุบลราชธานี ปริมาตรเก็บกัก 6.00 ล้านลูกบาศก์เมตร เริ่มก่อสร้างปี 2564 แล้วก่อสร้างเสร็จปี 2567
    เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2566 รองเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริและคณะติดตาม ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ โครงการอ่างเก็บน้ำลำห้วยบอนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักงานก่อสร้าง ชลประทานขนาดใหญ่ที่ 7 เสนอแผนพัฒนาต่อยอดโครงการเมื่อก่อสร้างวแล้วเสร็จ เป็นแผนงานปรับปรุง เพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำด้วยการเพิ่มระดับเก็บกักน้ำของอ่างเก็บน้ำขึ้นอีก 1.00 เมตร (ชั่วคราว) ซึ่งระดับเก็บกักที่เพิ่มสูงขึ้น ไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อพื้นที่โดยรอบ ซึ่งสามารถกักเก็บน้ำได้เพิ่มขึ้น (ชั่วคราว) ประมาณ 400,000 ลูกบาศก์เมตร จากความจุเดิมประมาณ 6.015 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นประมาณ 6.400 ล้านลูกบาศก์เมตรในช่วงปลายฤดูฝนเพื่อให้เกษตรกรมีปริมาณน้ำต้นทุนไว้ใช้ในฤดูแล้งได้เพิ่มขึ้น และสามารถชะลอการระบายน้ำลงลำน้ำเดิมได้สูงสุดประมาณ 80 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อบรรเทาอุทกภัย
    ด้านท้ายน้ำในช่วงน้ำหลากได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผู้แทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ รวมถึง ผู้นำท้องถิ่นและตัวแทนราษฎรในพื้นที่เข้าร่วมประชุม และเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
    สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 7 จึงเสนอขอตั้งงบประมาณปี พ.ศ. 2568 ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 1 ปี
    1.3 วัตถุประสงค์
    ๑. เพื่อเพิ่มความสามารถการกักเก็บน้ำอ่างเก็บน้ำ (ชั่วคราว) เพิ่มขึ้นประมาณ 400,000 ลูกบาศก์เมตร จากความจุเดิมประมาณ 6.015 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นประมาณ 6.400 ล้านลูกบาศก์เมตร ในช่วงปลายฤดูฝน ช่วยให้เกษตรกรมีปริมาณน้ำต้นทุนไว้ใช้ในฤดูแล้งได้เพิ่มขึ้น
    ๒. เพื่อเพิ่มระดับการเก็บกักอ่างเก็บน้ำให้สามารถชะลอการระบายน้ำลงลำน้ำเดิมได้สูงสุด ประมาณ 80 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ช่วยบรรเทาอุทกภัยด้านท้ายน้ำในช่วงน้ำหลากได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1.4 วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร 1,285,500.00 บาท (หนึ่งล้านสองแสนแปดหมื่น ห้าพันห้าร้อยบาทถ้วน)
  • 2 -
  1. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    2.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
    2.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    2.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    2.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว ตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    2.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย 2.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    2.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    2.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรมชลประทาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการเสนอราคาครั้งนี้
    2.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคำสั่งสละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    2.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าหลักจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลาง ในส่วนของผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ใช่ ผู้เข้าร่วมค้าหลักจะเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนในสาขางานก่อสร้างไว้กับกรมบัญชีกลางหรือไม่ก็ได้ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็น ผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า
    2.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 2.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
  • 3 -
    (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกิน กว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดง ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดย ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
    (3) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่น ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    (4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียง พอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัท เงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบ ธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน)
    (5) กรณีตาม (1) - (4) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้
    (5.1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
    (5.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม
    พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561
  1. ขอบเขตของงานที่จะดำเนินการจัดจ้าง และเอกสารแนบท้ายอื่น ๆ
    3.1 รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ
    3.2 เงื่อนไขเฉพาะ
    3.3 ข้อกำหนดอื่น
    (1) หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน
    (2) แนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน
    3.4 แบบใบแจ้งรายละเอียดพัสดุ
  2. กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
    ระยะเวลาส่งมอบ 90 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    ๕. ค่าสิ่งของและการจ่ายเงิน
    กรมจะจ่ายค่าสิ่งของซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้ว ให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ขาย เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบสิ่งของได้ครบถ้วนตามสัญญาซื้อขาย หรือข้อตกลงเป็นหนังสือ และกรมได้ตรวจรับมอบสิ่งของไว้เรียบร้อยแล้ว
    ๖. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    6.1 ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้กรมจะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
  • 4 -
    6.2 การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
    กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรมจะพิจารณาจากราคารวม. ๗. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามแบบสัญญาซื้อขาย หรือข้อตกลงซื้อขายเป็นหนังสือ ให้คิดในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคา ค่าสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน
  1. การจัดทำแผนการทำงาน
    คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทำ แผนการทำงานตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ กรณีสัญญามีอายุไม่เกิน 90 วันหรือกรณีสัญญากำหนดส่งงานงวดเดียว หรือกรณีสัญญาที่มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
  2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน
    การโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน จะกระทำได้ เฉพาะกรณีตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมกำหนด ตามคำสั่งกรมชลประทานที่บังคับใช้ในขณะนั้น (ปัจจุบัน คำสั่งกรมที่ 98/2562 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2562) ดังนี้
    (1) ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือ ผู้ให้เช่า โอนให้แก่ธนาคารภายในประเทศ บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารแห่งประเทศไทย
    (2) ผู้รับโอนตามข้อ (1) ดังกล่าวข้างต้น โอนกลับคืนให้แก่ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้เช่า 10. แนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน
    การใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน ให้เป็นไปตามแนวทางและวิธีปฏิบัติที่กรมกำหนด (บันทึกกองการเงินและบัญชีที่ กงบ.1430/2558 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2558)
  3. ช่องทางติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างขอบเขตของงาน ผู้สนใจต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างขอบเขตของงาน โปรดสอบถามหรือแสดงความคิดเห็นมายังกรมชลประทาน ผ่านทางอีเมล์[email protected] หรือช่องทางตามที่ กรมบัญชีกลางกำหนด