ประกวดราคาจ้างรักษาความปลอดภัยอาคารที่ทำการของการรถไฟฯ และบริเวณหน่วย 10 เชียงใหม่ ระยะเวลา 24 เดือน จำนวน 1 งาน
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีความประสงค์จะว่าจ้างเอกชนเพื่อรักษาความปลอดภัยอาคารสำนักงานและบริเวณหน่วย 10 เชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุอาชญากรรม ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน และเพิ่มความเชื่อมั่นและความพึงพอใจของผู้ใช้งานและผู้มาเยือน
ขอบเขตงานประกอบด้วย การจัดหาพนักงานรักษาความปลอดภัยจำนวน 4 คน ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด ปฏิบัติงาน 6 วันต่อสัปดาห์ ผลัดละ 12 ชั่วโมง โดยมีหน้าที่หลักในการดูแลรักษาทรัพย์สิน ป้องกันอัคคีภัย ตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะ อำนวยความสะดวกด้านการจราจร ระงับเหตุร้าย และรายงานสถานการณ์ประจำวัน นอกจากนี้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน เช่น เครื่องแบบ วิทยุสื่อสาร กระบอง นกหวีด ไฟฉาย และระบบ Guard Tour
การส่งมอบงานจะแบ่งเป็นงวด งวดละ 1 เดือน รวม 24 งวด ผู้เสนอราคาจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดและเสนอราคาต่ำสุด โดยพิจารณาจากราคารวม
English summary
The State Railway of Thailand (SRT) intends to hire a private company to provide security services for its office building and Area 10 in Chiang Mai for a period of 24 months. The contractor must provide 4 qualified security guards to work 6 days a week, 12-hour shifts. Their main duties include maintaining the security of buildings and premises, protecting property and personnel, preventing crime, maintaining order, coordinating with relevant agencies, and reporting daily situations. The contractor is also responsible for providing necessary tools and equipment for the operation, such as uniforms, radios, batons, whistles, flashlights, and a Guard Tour system. Deliverables are divided into monthly installments over 24 months. Bidders must meet the specified qualifications and offer the lowest price, based on the total price.
ที่ทําการหน่วย ๑๐ เชียงใหม่ ตําบลวัดเกต อําเภอเมืองเชียงใหม่
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุอาชญากรรม เช่น การโจรกรรม การทําลายทรัพย์สิน หรือเหตุการณ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อบุคลากรและทรัพย์สินในพื้นที่
- เพื่อดูแลและรักษาความสงบเรียบร้อย ในพื้นที่โดยรอบอาคารที่ทําการและบริเวณหน่วย ๑๐ เชียงใหม่ ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและปลอดภัย
- ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดการกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น เช่น เหตุเพลิงไหม้ อุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ที่ต้องการการตอบสนองอย่างรวดเร็ว
- เพิ่มความเชื่อมั่นและความพึงพอใจของผู้ใช้งานและผู้มาเยือน โดยการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดและมีมาตรฐาน
ขอบเขตของงาน
- จัดหาพนักงานรักษาความปลอดภัยจำนวน 4 คน
- ปฏิบัติงาน 6 วันต่อสัปดาห์, วันละ 2 ผลัด, ผลัดละ 12 ชั่วโมง (06.00-18.00 น. และ 18.00-06.00 น.)
- แลกบัตรผ่านเข้า-ออกรถทุกคัน และบันทึกข้อมูล
- ดูแลรักษาทรัพย์สินทุกชนิด
- ดูแลรักษาอาคารสถานที่ให้สะอาดและอยู่ในสภาพเรียบร้อย
- แจ้งรายชื่อแรงงานแต่ละผลัดให้ผู้ว่าจ้างทราบ
- รายงานสถานการณ์ประจำวัน
- ตรวจตราดูแลป้องกันอัคคีภัย
- ตรวจตราดูแลห้ามมิให้บุคคลเข้าไปในเขตหวงห้าม
- อยู่ประจำจุดเพื่อดูแลทรัพย์สิน
- เปิด-ปิด ประตูบริเวณทางเข้า-ออก
- อำนวยความสะดวกการจราจร
- ระงับเหตุร้าย และแจ้งเหตุ
- ตรวจสอบพฤติการณ์ของบุคคลที่ส่อพิรุธ
- ตรวจสอบเอกสารการเบิกสิ่งของเข้า-ออก
- เดินตรวจสอบความเรียบร้อยภายในพื้นที่พร้อมใช้เครื่องบันทึกการตรวจการณ์ (Guard Tour) ทุก ๑-๒ ชั่วโมง
- ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง
- ลงนามยืนยันการปฏิบัติงานในแต่ละวัน
- จัดหาแรงงานมาทดแทนกรณีลาป่วย หรือลากิจ
- ห้ามให้แรงงานปฏิบัติงานเกิน ๑๒ ชั่วโมงติดต่อกัน
- เปลี่ยนแรงงานหากสภาพร่างกายไม่พร้อมปฏิบัติหน้าที่
- ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- การรักษาความปลอดภัยอาคารและบริเวณหน่วย ๑๐ เชียงใหม่ ตลอด 24 เดือน
- รายงานสถานการณ์ประจำวัน
- บัญชีรายชื่อพนักงานรักษาความปลอดภัยแต่ละผลัด
- เอกสารการตรวจจุดต่างๆ (Guard Tour)
- การจัดหาพนักงานทดแทนกรณีลา
- การจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน
ระยะเวลาดำเนินการ
กําหนดส่งมอบงานเป็นงวด งวดละ ๑ เดือน ระยะเวลารวม ๒๔ งวด นับแต่วันแรกที่เข้าปฏิบัติงานตามที่กําหนดในสัญญาว่าจ้าง
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาพนักงานที่เป็นพนักงานของผู้รับจ้าง
- พนักงานของผู้รับจ้างจะต้องมีสัญชาติไทย
- พนักงานของผู้รับจ้างต้องมีอายุไม่ต่ํากว่า ๒๐ ปี แต่ไม่เกิน ๖๐ ปี
- เพศชาย ต้องมีหลักฐานผ่านการเกณฑ์ทหารหรือได้รับการยกเว้น
- พนักงานของผู้รับจ้างต้องมีสุขภาพดี แข็งแรง ความประพฤติเรียบร้อย สุภาพ เหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและการจราจร
- พนักงานของผู้รับจ้างต้องได้รับใบอนุญาตให้เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จากนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจรักษาความปลอดภัย
- พนักงานของผู้รับจ้างต้องผ่านการฝึกอบรมด้านการรักษาความปลอดภัยตามหลักสูตรรักษาความปลอดภัย ตามพระราชบัญญัติรักษาความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่กําหนดอย่างถูกต้อง
- พนักงานของผู้รับจ้างต้องไม่เป็นผู้เสพสุราเป็นอาจิณ หรือติดยาเสพติดใด ๆ
- พนักงานของผู้รับจ้างต้องไม่มีประวัติอาชญากรรม
- พนักงานของผู้รับจ้างต้องไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง และโรคที่สังคมรังเกียจ
- Standards Compliance:
- พนักงานของผู้รับจ้างทุกคน ต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางาน ตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. ๒๕๕๔ (มาตรา ๑๖)
- Personnel:
- ผู้รับจ้างจะต้องยื่นแสดงบัญชีรายชื่อพนักงานของผู้รับจ้าง พร้อมเอกสารต่าง ๆ ดังนี้
- สําเนาบัตรประชาชน
- หนังสือรับรองการผ่านการอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางาน ตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. ๒๕๕๔ (มาตรา ๑๖) ที่หน่วยงานตามข้อ ๒ ออกให้
- หนังสือรับรองการตรวจสุขภาพเพื่อยืนยันว่าไม่มีสารเสพติดหรือใช้สารเสพติดจากแพทย์
- เอกสารการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ (โดยภายในระยะเวลา ๕ ปี ก่อนลงนามในสัญญาจ้าง พนักงานของผู้รับจ้างจะต้องไม่มีประวัติอาชญากรรม)
- ใบอนุญาตพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต (แบบ ธภ.๗) ตามพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๕๘
- ผู้รับจ้างจะต้องยื่นแสดงบัญชีรายชื่อพนักงานของผู้รับจ้าง พร้อมเอกสารต่าง ๆ ดังนี้
เกณฑ์การพิจารณา
ผู้เสนอราคาที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและเสนอราคาต่ําสุดโดยพิจารณาจากราคารวม
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- พนักงานรักษาความปลอดภัยจำนวน 4 คน
- ปฏิบัติงาน 6 วันต่อสัปดาห์, วันละ 2 ผลัด, ผลัดละ 12 ชั่วโมง (06.00-18.00 น. และ 18.00-06.00 น.)
- เครื่องมือและอุปกรณ์: เครื่องแบบ, วิทยุสื่อสาร, กระบอง, นกหวีด, ไฟฉาย, เสื้อสะท้อนแสง, ระบบ Guard Tour (ไม่น้อยกว่า 10 จุด)
เงื่อนไขสัญญา
- งวดงานและการจ่ายเงิน: จ่ายเป็นงวด งวดละ 1 เดือน รวม 24 งวด หลังตรวจรับงานเรียบร้อย
- ค่าปรับ: กรณีส่งมอบงานล่าช้า ปรับร้อยละ 0.10 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน
- ค่าปรับเพิ่มเติม: กรณีไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข
- การรับประกันความชํารุดบกพร่อง: เป็นไปตามข้อกําหนดขอบเขตของงานและเงื่อนไขในสัญญาตลอดระยะเวลาสัญญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
ถาม: พนักงานรักษาความปลอดภัยต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
-
ตอบ: ต้องมีสัญชาติไทย อายุ 20-60 ปี เพศชายต้องผ่านการเกณฑ์ทหาร มีสุขภาพดี มีใบอนุญาต รปภ. ผ่านการอบรม ไม่มีประวัติอาชญากรรม และไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง
-
ถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์อะไรบ้างให้พนักงาน?
-
ตอบ: เครื่องแบบ, วิทยุสื่อสาร, กระบอง, นกหวีด, ไฟฉาย, เสื้อสะท้อนแสง, ระบบ Guard Tour
-
ถาม: หากพนักงานไม่มาปฏิบัติงาน จะมีค่าปรับหรือไม่?
-
ตอบ: มีค่าปรับในอัตราผลัดละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้างแต่ละงวดการชําระเงิน/คน และปรับเป็นรายชั่วโมงหากมาแต่ไม่ครบ 12 ชั่วโมง
-
ถาม: Guard Tour คืออะไร?
-
ตอบ: เป็นระบบสำหรับตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติงานของ รปภ. ตามจุดตรวจต่างๆ
-
ถาม: พนักงานสามารถทำงานเกิน 12 ชั่วโมงได้หรือไม่?
-
ตอบ: ไม่ได้ ผู้รับจ้างจะให้แรงงานของผู้รับจ้าง ปฏิบัติงานเกินกว่า ๑๒ ชั่วโมงติดต่อกันไม่ได้
-
ถาม: หากพนักงานมีประวัติอาชญากรรม สามารถปฏิบัติงานได้หรือไม่?
-
ตอบ: ไม่ได้ ภายในระยะเวลา ๕ ปี ก่อนลงนามในสัญญาจ้าง พนักงานของผู้รับจ้างจะต้องไม่มีประวัติอาชญากรรม
-
ถาม: ผู้ว่าจ้างจะชําระเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างเมื่อใด?
-
ตอบ: ผู้ว่าจ้างจะชําระค่าจ้างให้ผู้รับจ้าง หลังจากผู้รับจ้างได้ทํางานเสร็จเรียบร้อย และผู้ว่าจ้าง หรือคณะกรรมการตรวจการจ้าง ได้ตรวจรับมอบงานที่ส่งมอบในแต่ละงวดเรียบร้อยแล้ว
-
ถาม: หากเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของการรถไฟ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ?
-
ตอบ: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบและชดเชยให้แก่ผู้ว่าจ้าง ในกรณีเกิดความเสียหายหรือสูญหายใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน, อาคาร, หรือที่ทําการของผู้ว่าจ้าง อันเกิดจากพนักงานของผู้รับจ้างที่ปฏิบัติหน้าที่อัน ปราศจากความระมัดระวังหรือประมาทเลินเล่อ
-
ถาม: พนักงานต้องแต่งกายอย่างไรในการปฏิบัติหน้าที่?
-
ตอบ: พนักงานของผู้รับจ้างต้องสวมใส่เครื่องแบบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งปักหรือ สกรีนชื่อและโลโก้ของบริษัทอย่างชัดเจน และผู้รับจ้างจะต้องให้พนักงานของผู้รับจ้างทุกคน สวมใส่เครื่องแบบ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ตลอดเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ (ห้ามใส่เสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะเด็ดขาด)
-
ถาม: ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไรหากต้องการเปลี่ยนตัวพนักงานที่ปฏิบัติงาน?
-
ตอบ: ผู้รับจ้างจะต้อง แจ้งเอกสารบัญชีรายชื่อพร้อมเอกสารตามข้อ ๓.๔ เป็นลายลักษณ์อักษรต่อผู้ว่าจ้าง และจะต้องได้รับอนุมัติ จากผู้ว่าจ้างก่อนทุกครั้ง หลังจากนั้นให้ดําเนินการตามข้อ ๓.๒, ๓.๓ (โดยอนุโลม) แล้วนําหลักฐานใบรับรอง ผ่านการอบรมแสดงต่อผู้ว่าจ้างด้วยทุกครั้ง
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน
(Terms of Reference : TOR)
ว่าจ้างรักษาความปลอดภัยอาคารที่ทําการของการรถไฟฯ และบริเวณหน่วย ๑๐ เชียงใหม่
๑. ความเป็นมา
ระยะเวลา ๒๔ เดือน จํานวน ๑ งาน
ด้วยการรถไฟแห่งประเทศไทย มีความประสงค์ที่จะว่าจ้างรักษาความปลอดภัยอาคารที่ทํา การของการรถไฟฯ เพื่อดูแลอาคาร สถานที่ ทรัพย์สิน ความปลอดภัยในชีวิตของผู้ปฏิบัติงาน ในเขตพื้นที่ที่ รับผิดชอบ โดยในการดําเนินงานดังกล่าวจะเชิญชวนผู้สนใจภาคเอกชนเข้าร่วมเสนอราคา ตามเงื่อนไขและ รายละเอียดในการจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งผู้เสนอราคาที่ได้รับการพิจารณาให้เป็นผู้ชนะการดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างแล้วฯ (ในเอกสารนี้ต่อไป จะเรียกว่า “ผู้รับจ้าง”) จะต้องดําเนินการจัดหาแรงงานเพื่อใช้ในการดําเนินการ ให้ถูกต้องและสอดคล้องกับ ข้อกําหนดและเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในเอกสารประกาศจัดซื้อจัดจ้าง ตลอดจนเป็นไปตามรายละเอียดที่ ผู้รับจ้างได้เสนอไว้ในการประกาศจัดซื้อจัดจ้างนี้
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุอาชญากรรม เช่น การโจรกรรม การ ทําลายทรัพย์สิน หรือเหตุการณ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อบุคลากรและทรัพย์สินในพื้นที่
๒.๒ เพื่อดูแลและรักษาความสงบเรียบร้อย ในพื้นที่โดยรอบอาคารที่ทําการและบริเวณ หน่วย ๑๐ เชียงใหม่ ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและปลอดภัย
๒.๓ ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดการกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น เช่น เหตุเพลิงไหม้ อุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ที่ต้องการการตอบสนองอย่างรวดเร็ว
๒.๔ เพิ่มความเชื่อมั่นและความพึงพอใจของผู้ใช้งานและผู้มาเยือน โดยการดูแลความ ปลอดภัยอย่างเข้มงวดและมีมาตรฐาน
๓. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ
กรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
/ม.
Yo
หน้า ๑ จาก ๒
(นายภูวนัย กกฝ้าย)
(นายวีระศักดิ์ สงสุรีย์)
(นายธวัชชัย ชุมภูทอง)
ช.ศล.
วกล.-วผล.
วอล.
๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาด้วยวิธีประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๓.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่การรถไฟฯ
หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
๔. ขอบเขตของงาน
เป็นไปตามรายละเอียดขอบเขตของงาน (เอกสารแนบ)
๕. กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
กําหนดส่งมอบงานเป็นงวด งวดละ ๑ เดือน ระยะเวลารวม ๒๔ งวด นับแต่วันแรกที่เข้า
ปฏิบัติงานตามที่กําหนดในสัญญาว่าจ้าง
5. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
ผู้เสนอราคาที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและเสนอราคาต่ําสุดโดยพิจารณาจากราคารวม
๗. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
๗.๑ วงเงินงบประมาณ ๗.๒ วงเงินที่ได้รับจัดสรร
๒,๓๘๒,๐๐๐.๐๐ บาท
๗.๓ ราคากลาง
๒,๓๘๒,๐๐๐.00 บาท - ๒,๒๑๗,๖๐๐.๐๐ บาท
๘. งวดงานและการจ่ายเงิน
ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง ตกลงกันว่าผู้ว่าจ้างตกลงชําระเงินค่าจ้าง เป็นงวด งวดละ ๑ เดือน รวม ทั้งหมด ๒๔ งวด โดยผู้ว่าจ้างจะชําระค่าจ้างให้ผู้รับจ้าง หลังจากผู้รับจ้างได้ทํางานเสร็จเรียบร้อย และผู้ว่าจ้าง หรือคณะกรรมการตรวจการจ้าง ได้ตรวจรับมอบงานที่ส่งมอบในแต่ละงวดเรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
กรณีผู้รับจ้างส่งมอบพัสดุล่าช้า จะต้องชําระค่าปรับเป็นรายวันในอัตราตายตัวเป็นเงินร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบในแต่ละงวด และข้อกําหนดอัตราค่าปรับเพิ่มเติมกรณีไม่ปฏิบัติตาม เงื่อนไข
๑๐. การกําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง
ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการให้เป็นไปตามข้อกําหนดขอบเขตของงานและเงื่อนไขในสัญญา
ตลอดระยะเวลาตั้งแต่วันที่เริ่มปฏิบัติงานจนถึงวันที่สิ้นสุดสัญญา ตามที่กําหนดในสัญญาว่าจ้าง
การรถไฟแห่งประเทศไทย
หน้า ๒ จาก ๒
(นายภูวนัย กกฝ้าย)
(นายวีระศักดิ์ สงสุรีย์)
(นายธวัชชัย ชุมภูทอง)
วอล.
ช.ศล.
วกล.-วผล.
รายละเอียดขอบเขตของงาน
ว่าจ้างรักษาความปลอดภัยอาคารที่ทําการของการรถไฟฯ และบริเวณหน่วย ๑๐ เชียงใหม่
๑. วัตถุประสงค์
ระยะเวลา ๒๔ เดือน จํานวน ๑ งาน
ด้วยการรถไฟแห่งประเทศไทย มีความประสงค์ที่จะว่าจ้างรักษาความปลอดภัยอาคารที่ทํา การของการรถไฟฯ เพื่อดูแลอาคาร สถานที่ ทรัพย์สิน ความปลอดภัยในชีวิตของผู้ปฏิบัติงาน ในเขตพื้นที่ที่ รับผิดชอบ โดยวัตถุประสงค์ในการว่าจ้างในครั้งนี้ คือ
๑.๑ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุอาชญากรรม เช่น การโจรกรรม การทําลาย
ทรัพย์สิน หรือเหตุการณ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อบุคลากรและทรัพย์สินในพื้นที่
๑.๒ เพื่อดูแลและรักษาความสงบเรียบร้อย ในพื้นที่โดยรอบอาคารที่ทําการและบริเวณหน่วย
๑๐ เชียงใหม่ ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและปลอดภัย
๑.๓ เพื่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดการกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น
เช่น เหตุเพลิงไหม้ อุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ที่ต้องการการตอบสนองอย่างรวดเร็ว ๑.๔ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและความพึงพอใจของผู้ใช้งานและผู้มาเยือน โดยการดูแลความ
ปลอดภัยอย่างเข้มงวดและมีมาตรฐาน
โดยในการดําเนินงานดังกล่าวจะเชิญชวนผู้สนใจภาคเอกชนเข้าร่วมเสนอราคาตามเงื่อนไข และรายละเอียดในการจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
พ.ศ. ๒๕๖๐
๒. หน่วยงาน
๓.
ที่ทําการหน่วย ๑๐ เชียงใหม่ ตําบลวัดเกต อําเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ๕๐๐๐๐
คุณสมบัติของผู้รับจ้าง
๓.๑ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาพนักงานที่เป็นพนักงานของผู้รับจ้าง (ซึ่งผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบ และให้ความคุ้มครองพนักงานหรือลูกจ้างของผู้รับจ้างที่มาปฏิบัติงานกับผู้ว่าจ้างเกี่ยวกับสิทธิอันพึงได้ตาม
กฎหมายโดยไม่เรียกร้องเอาจากผู้ว่าจ้างอีก) โดยพนักงานของผู้รับจ้างจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
(นายภูวนัย กกฝ้าย)
ช.ศล.
(ก) มีสัญชาติไทย
(ข) มีอายุไม่ต่ํากว่า ๒๐ ปี แต่ไม่เกิน ๖๐ ปี
(ค) เพศชาย ต้องมีหลักฐานผ่านการเกณฑ์ทหารหรือได้รับการยกเว้น
(ง) มีสุขภาพดี แข็งแรง ความประพฤติเรียบร้อย สุภาพ เหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและการจราจร
(จ) ต้องได้รับใบอนุญาตให้เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จากนายทะเบียนตาม
กฎหมายว่าด้วยธุรกิจรักษาความปลอดภัย
(2) ต้องผ่านการฝึกอบรมด้านการรักษาความปลอดภัยตามหลักสูตรรักษาความ ปลอดภัย ตามพระราชบัญญัติรักษาความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่กําหนดอย่าง ถูกต้อง
(ช) ไม่เป็นผู้เสพสุราเป็นอาจิณ หรือติดยาเสพติดใด ๆ
(นายวีระศักดิ์ สงสุรีย์)
วกล.-วผล.
หน้า ๑ จาก 5
P
(นายธวัชชัย ชุมภูทอง)
วอล.
(ซ) ไม่มีประวัติอาชญากรรมตามที่กําหนดในข้อ ๓.๔ (ง)
(ฌ) ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง และโรคที่สังคมรังเกียจ
๓.๒ พนักงานของผู้รับจ้างทุกคน ต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางาน ตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการ
ทํางาน พ.ศ. ๒๕๕๔ (มาตรา ๑๖)
๓.๓
ๆ
พนักงานของผู้รับจ้างตามสัญญาจ้างนี้ ขณะปฏิบัติงานตามสัญญานี้ จะต้องไม่ปรากฏชื่อ เป็นผู้ปฏิบัติงานในสัญญาว่าจ้างอื่น ๆ ของการรถไฟฯ หรือสัญญาจ้างของเอกชนรายอื่น ๆ ในช่วงเวลา ปฏิบัติงาน ถ้าผู้ว่าจ้างตรวจพบว่าพนักงานของผู้รับจ้างตามสัญญาจ้างนี้ มีรายชื่อเป็นผู้ปฏิบัติงานในสัญญาอื่น ๆ ของการรถไฟฯ หรือสัญญาจ้างของเอกชนรายอื่น ๆ และไปปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างอื่น ๆ ในช่วงเวลาที่ กําหนดในสัญญาจ้างนี้ ผู้ว่าจ้างจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้รับจ้างทราบโดยเร็ว เมื่อผู้รับจ้างได้รับ
ๆ
หลักฐานจากผู้ว่าจ้างแล้วผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการแก้ไขทันที หากผู้รับจ้างเพิกเฉยและไม่ดําเนินการแก้ไข ในทันที ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิในการบอกเลิกสัญญาจ้างได้ และผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดที่
อาจจะเกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นให้กับผู้ว่าจ้าง ตามที่การรถไฟฯ เรียกร้อง
๓.๔ ก่อนลงนามในสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องให้พนักงานของผู้รับจ้าง (ตามข้อ ๓.๑) อบรม มาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ตามเงื่อนไขสัญญาและงานอื่น ๆ ณ สถานที่หน่วยงานตามข้อ ๒ โดยจะต้องให้พนักงานของผู้รับจ้างแต่งชุดยูนิฟอร์มของบริษัท มาเข้ารับการอบรม โดยผู้รับจ้างจะต้อง รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมดังกล่าวทั้งหมด และต้องดําเนินการอบรมให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วัน นับถัด จากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากทางการรถไฟฯ เมื่อพนักงานของผู้รับจ้างทั้งหมดได้ผ่านการอบรมจากหน่วยงาน
ที่รับผิดชอบแล้ว ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบจะออกใบรับรองผ่านการอบรมของพนักงานของผู้รับจ้างให้กับผู้รับ จ้าง เพื่อนําไปแสดงต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบในการทําสัญญาจ้างเพื่อดําเนินการในส่วนของสัญญาจ้างต่อไป
โดยผู้รับจ้างจะต้องยื่นแสดงบัญชีรายชื่อพนักงานของผู้รับจ้าง พร้อมเอกสารต่าง ๆ ดังนี้
(ก) สําเนาบัตรประชาชน
(ข) หนังสือรับรองการผ่านการอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางาน ตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. ๒๕๕๔ (มาตรา ๑๖) ที่หน่วยงานตามข้อ ๒ ออก
ให้
(ค) หนังสือรับรองการตรวจสุขภาพเพื่อยืนยันว่าไม่มีสารเสพติดหรือใช้สารเสพติดจาก
แพทย์
(ง) เอกสารการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ (โดยภายใน ระยะเวลา ๕ ปี ก่อนลงนามในสัญญาจ้าง พนักงานของผู้รับจ้างจะต้องไม่มีประวัติ อาชญากรรม)
(จ) ใบอนุญาตพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต (แบบ ธภ.๗) ตาม
พระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๕๘
๓.๕ พนักงานของผู้รับจ้างทุกคนจะต้องเป็นแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผู้รับจ้างจะต้อง ปฏิบัติต่อพนักงานของผู้รับจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงานอย่างเคร่งครัด ตลอดจน เรื่องความปลอดภัยและสวัสดิการในการทํางานด้วย ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้องให้ความร่วมมือหากผู้ว่าจ้างจําเป็น จะต้องให้ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม หรือตรวจสอบสารเสพติดในร่างกายกับพนักงานของผู้รับจ้าง (เฉพาะ บุคคลตามที่ผู้ว่าจ้างมีเหตุสงสัย) เมื่อมีการร้องขอ
(นายภูวนัย กกฝ้าย)
ช.ศล.
หน้า ๒ จาก 5
(นายวีระศักดิ์ สงสุรีย์)
วกล.-วผล.
(นายธวัชชัย ชุมภูทอง)
วอล.
หากตรวจพบว่าพนักงานของผู้รับจ้างใช้สารเสพติด หรือมีประวัติอาชญากรรมตามข้อ ๓.๔ (ง)
ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการเปลี่ยนตัวพนักงานคนดังกล่าวทันที หรือเมื่อได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้
ว่าจ้าง
๓.๖ พนักงานของผู้รับจ้างต้องสวมใส่เครื่องแบบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งปักหรือ สกรีนชื่อและโลโก้ของบริษัทอย่างชัดเจน และผู้รับจ้างจะต้องให้พนักงานของผู้รับจ้างทุกคน สวมใส่เครื่องแบบ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ตลอดเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ (ห้ามใส่เสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะเด็ดขาด) ๓.๗ หากผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้างเห็นว่าพนักงานของผู้รับจ้างรายใดประพฤติตนไม่ เหมาะสม หรือปฏิบัติหน้าที่ไม่เหมาะสม หรือไม่เชื่อฟัง หรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งที่เกี่ยวกับงานในหน้าที่ที่ต้อง รับผิดชอบ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ เมื่อผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้างแจ้งเป็นลาย ลักษณ์อักษรให้ผู้รับจ้างทราบแล้ว มาปฏิบัติงานแทนทันที
ผู้รับจ้างต้องสั่งการให้พนักงานผู้นั้นพ้นจากหน้าที่และจัดหาพนักงานใหม่เข้า
๓.๔ กรณีผู้รับจ้างต้องการเปลี่ยนตัวพนักงานของผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานอยู่นั้น ผู้รับจ้างจะต้อง แจ้งเอกสารบัญชีรายชื่อพร้อมเอกสารตามข้อ ๓.๔ เป็นลายลักษณ์อักษรต่อผู้ว่าจ้าง และจะต้องได้รับอนุมัติ จากผู้ว่าจ้างก่อนทุกครั้ง หลังจากนั้นให้ดําเนินการตามข้อ ๓.๒, ๓.๓ (โดยอนุโลม) แล้วนําหลักฐานใบรับรอง ผ่านการอบรมแสดงต่อผู้ว่าจ้างด้วยทุกครั้ง
๔. ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างต้องจัดหาพนักงานรักษาความปลอดภัยจํานวน 4 คน ซึ่งเป็นพนักงานของผู้รับจ้าง เข้าปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่หน่วยงานตามข้อ ๒ โดยผู้ว่าจ้างจะดําเนินการส่งมอบพื้นที่ ปฏิบัติงานให้แก่ผู้รับจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนที่ผู้รับจ้างจะเริ่มดําเนินการตามสัญญา ทั้งนี้การส่งมอบพื้นที่ ดังกล่าวจะเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างทั้งสองฝ่าย และผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบสภาพพื้นที่และ
ทรัพย์สินที่ได้รับมอบอย่างรอบคอบ
พนักงานของผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงาน 6 วันต่อสัปดาห์ โดยจัดแรงงานปฏิบัติงาน วันละ ๒ ผลัด ผลัดละ ๑๒ ชั่วโมง ผลัดที่ ๑ เริ่มตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐ น. ถึง ๑๘.๐๐ น. ผลัดที่ ๒ เริ่มตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐ น. ถึง ๐๖.๐๐ น. โดยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
๔.๑ แลกบัตรผ่านเข้า-ออกรถทุกคัน และบันทึกข้อมูลผู้ขับขี่ หมายเลขทะเบียนรถที่ผ่านเข้า ออก บริเวณสถานที่ที่ผู้ว่าจ้างกําหนด ตรวจบุคคลและยานพาหนะทุกชนิด พร้อมรายงานเป็นประจําทุกวัน
๔.๒ ดูแลรักษาทรัพย์สินทุกชนิด รวมทั้งรถจักรและล้อเลื่อน ตลอดจนโรงซ่อมและอาคารที่ ทําการ ไม่ให้มีสิ่งใดสูญหาย เกิดความเสียหาย หรือเกิดความไม่เรียบร้อยขึ้น อันเกิดจากการกระทําของบุคคล หนึ่งบุคคลใด หรือกลุ่มบุคคล ที่ทําให้ทรัพย์สินหรือสิ่งอื่นใดในบริเวณพื้นที่ภายในหน่วยงานตามข้อ ๒ หรือ การรถไฟฯ ได้รับความเสียหาย หรือหากพบเห็นการกระทําอันใด ที่อาจจะเกิดความเสียหายต่อหน่วยงานหรือ การรถไฟฯ จะต้องป้องกันเหตุการณ์เหล่านั้นในทันที หรือต้องรายงานให้กับผู้ว่าจ้างทราบในทันที
เสมอ
๔.๓ ดูแลรักษาอาคาร สถานที่ทําการ รวมทั้งป้อมยามให้สะอาดและอยู่ในสภาพเรียบร้อย
๔.๔ แจ้งรายชื่อแรงงานของผู้รับจ้าง แต่ละผลัด ให้ผู้ว่าจ้างทราบเป็นประจําทุกวัน ๔.๕ รายงานสถานการณ์ประจําวัน ให้ผู้ว่าจ้างได้รับทราบเป็นประจําทุกวัน
๔.๖ ตรวจตราดูแลป้องกันอัคคีภัยที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างสม่ําเสมอ
๔.๗ ตรวจตราดูแลห้ามมิให้บุคคลเข้าไปในเขตหวงห้าม ตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด เว้นแต่จะมี หนังสืออนุญาตจากผู้ว่าจ้าง
7 //ม.
(นายภูวนัย กกฝ้าย)
ช.ศล.
หน้า ๓ จาก ๖
(นายวีระศักดิ์ สงสุรีย์)
(นายธวัชชัย ชุมภูทอง)
วอล.
วกล.-วผล.
๔.๑๐ อยู่ประจําจุด ตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด เพื่อดูแลทรัพย์สินต่าง ๆ ที่เป็นสมบัติของผู้ว่าจ้าง ที่อยู่ภายในบริเวณอาคาร รวมถึงยานพาหนะและเครื่องมือต่าง ๆ บริเวณสถานที่ที่รับผิดชอบ ไม่ให้เกิดการสูญหาย เสียหาย หรือถูกทําลาย
๔.๑๑ เปิด-ปิด ประตูบริเวณทางเข้า-ออก ตามเวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
๔.๑๒ อํานวยความสะดวกการจราจรให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน ผู้มาติดต่อราชการ ในบริเวณพื้นที่ที่ รับผิดชอบให้เรียบร้อย เป็นระเบียบและเกิดความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ด้วยความสุภาพ
๔.๑๓ ระงับเหตุร้าย และแจ้งเหตุให้ผู้เกี่ยวข้องทราบตามลําดับชั้นในทันที
๔.๑๔ ตรวจสอบพฤติการณ์ของบุคคลที่ส่อพิรุธไปในทางที่ไม่ดี เมื่อทราบแน่ชัดให้จับกุม หรือผลักดัน มิให้บุคคลที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม หรือประสงค์ร้ายออกจากพื้นที่ พร้อมทั้งรายงานให้ผู้ว่าจ้าง
ทราบทันที
๔.๑๕ ตรวจสอบเอกสารการเบิกสิ่งของเข้า-ออก และการนําสิ่งของเข้า-ออกนอกที่ทําการของ การรถไฟฯ ถ้าไม่มีเอกสารหลักฐานตามแบบที่ทางการกําหนด ห้ามอนุญาตให้นําออกจากพื้นที่ของที่ทําการฯ เด็ดขาด
๔.๑๖ เดินตรวจสอบความเรียบร้อยภายในพื้นที่พร้อมใช้เครื่องบันทึกการตรวจการณ์สแกน ตามจุดตรวจต่าง ๆ (Guard Tour) ที่ผู้ว่าจ้างจะกําหนด ทุก ๑-๒ ชั่วโมง และจะต้องรายงานและแสดงเอกสาร การตรวจจุดต่าง ๆ ต่อผู้ว่าจ้างเป็นประจําทุกวัน
ๆ
๔.๑๗ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามคําสั่งของผู้ว่าจ้างอย่างเคร่งครัด และแรงงานของผู้รับจ้าง จะต้องให้ความเคารพผู้ปฏิบัติงานของผู้ว่าจ้าง, ผู้มาติดต่อราชการด้วยความสุภาพเรียบร้อยและเป็นที่ประทับใจ
๔.๑๘ ก่อนเข้าปฏิบัติงาน พนักงานของผู้รับจ้างต้องลงนามยืนยันการปฏิบัติงานในแต่ละวัน ในสมุดลงนาม ณ สถานที่หน่วยงานตามข้อ ๒ กําหนด โดยให้มีผู้แทนของหน่วยงานนั้นลงนามรับรองในสมุดลง นามดังกล่าวทุกวัน
๔.๑๙ ในกรณีที่แรงงานของผู้รับจ้างลาป่วย หรือลากิจ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาแรงงานมา ทดแทนให้ครบตามสัญญา โดยแรงงานที่จัดหามาทดแทนนั้นจะต้องไม่ใช่แรงงานที่เพิ่งออกเวรทําการ หรือ
แรงงานที่จะต้องเข้าเวรทําการถัดจากเวรที่ปฏิบัติงานนั้น
๔.๒๐ ผู้รับจ้างจะให้แรงงานของผู้รับจ้าง ปฏิบัติงานเกินกว่า ๑๒ ชั่วโมงติดต่อกันไม่ได้
๔.๒๑ หากผู้ว่าจ้างตรวจสอบพบว่าแรงงานของผู้รับจ้างมีสภาพร่างกายไม่พร้อมในการ
ปฏิบัติหน้าที่ หากผู้ว่าจ้างได้แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการเปลี่ยนแรงงานอื่นมาทดแทน
แรงงานที่ไม่พร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ทันที (เนื่องจากลักษณะที่ปฏิบัติเกี่ยวกับด้านความปลอดภัย)
๔.๒๒ ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้าง
ๆ
๕. เครื่องมือและอุปกรณ์ ในการปฏิบัติหน้าที่
ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีสภาพดีไม่ชํารุดให้เพียงพอ โดยคํานึงถึง
ประสิทธิภาพและประสิทธิผล ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเองทั้งสิ้น อย่างน้อยดังนี้
๕.๑ เครื่องแบบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
๕.๒ วิทยุสื่อสาร สําหรับการติดต่อสื่อสารระหว่างปฏิบัติงาน
ตายตัว
aa. (นายภูวนัย กกฝ้าย)
ช.ศล.
๕.๓
กระบอง สําหรับการป้องกันตัวและรักษาความปลอดภัย
๕.๔
นกหวีด สําหรับใช้ในการแจ้งเตือนหรือขอความช่วยเหลือ
๕.๕
ไฟฉาย สําหรับใช้งานในพื้นที่ที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ
๕.๖ เสื้อสะท้อนแสง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและมองเห็นได้ชัดเจน
๕.๗
ระบบ Guard Tour สําหรับตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติงานตามจุดตรวจต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า ๑๐ จุด
หน้า ๔ จาก ๖
(นายวีระศักดิ์ สงสุรีย์)
(นายธวัชชัย ชุมภูทอง)
วอล.
วกล.-วผล.
5. ค่าปรับและค่าเสียหาย
๖.๑ หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญาแต่ละงวด หรือ ปฏิบัติงานไม่ครบถ้วนตามข้อกําหนดขอบเขตงานจ้าง หากขาดส่วนใดส่วนหนึ่งถือว่างานนั้นไม่สําเร็จทั้งหมด พร้อมกัน และผู้ว่าจ้างยังมิได้บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับเป็นรายวันให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นจํานวน เงินตายตัว ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา แต่ไม่ต่ํากว่าวันละ ๑๐๐ บาท (หนึ่งร้อยบาท ถ้วน) โดยจะคิดค่าปรับ ณ วันเริ่มต้นเหตุจนถึงวันที่ผู้รับจ้างแก้ไขแล้วเสร็จตามสัญญาในแต่ละงวด
๖.๒ ในกรณีพนักงานของผู้รับจ้างผลัดใดไม่มาปฏิบัติงานหรือมาปฏิบัติงานแต่ไม่ครบถ้วน
หรือมาแต่ไม่ปฏิบัติงาน
ผู้รับจ้างต้องรีบดําเนินการจัดหาพนักงานมาทดแทนทันที แต่ต้องไม่ใช่พนักงานที่ ปฏิบัติงานมาแล้วในผลัดก่อน หรือจะต้องปฏิบัติงานในผลัดต่อไป
ในกรณีพนักงานของผู้รับจ้างไม่มาปฏิบัติงานหรือมาปฏิบัติงานไม่ครบจํานวนตามสัญญา ผู้รับ
จ้างยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับในอัตราผลัดละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้างแต่ละงวดการชําระเงิน/คน
ในกรณีพนักงานของผู้รับจ้างมาปฏิบัติงานครบจํานวนตามสัญญาในแต่ละผลัดแต่ปฏิบัติงาน
ไม่ครบ ๑๒ ชั่วโมง ผู้รับจ้างยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับในอัตราชั่วโมงละ ๑๐๐ บาท (หนึ่งร้อยบาทถ้วน) /คน เศษของ ชั่วโมงให้คิดเป็น ๑ ชั่วโมง
การปรับตามข้อนี้ ผู้รับจ้างยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับจนถึงเวลาที่ผู้รับจ้างจัดพนักงานมาปฏิบัติงาน ครบถ้วนถูกต้องตามสัญญาหรือจนถึงวันที่ผู้ว่าจ้างบอกเลิกสัญญา แล้วแต่กรณี
๖.๓ การบอกเลิกสัญญา ในระหว่างที่ผู้ว่าจ้างยังมิได้บอกเลิกสัญญานั้น หากผู้ว่าจ้างเห็นว่าผู้ รับจ้าง จะไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้ ผู้ว่าจ้างจะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาก็ได้ และถ้าผู้ว่าจ้างได้แจ้งข้อ เรียกร้อง ไปยังผู้รับจ้างเมื่อครบกําหนดแล้วเสร็จของงานในแต่ละงวดขอให้ชําระค่าปรับแล้ว ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะปรับ
ผู้รับจ้างจนถึงวันบอกเลิกสัญญาได้อีกด้วย
๖.๔ ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงได้ และจะต้องมีการปรับ ตามสัญญาหรือข้อตกลงนั้น หากจํานวนเงินค่าปรับจะเกินร้อยละสิบของวงเงินค่าจ้างทั้งหมด ผู้ว่าจ้างอาจจะ พิจารณาดําเนินการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง เว้นแต่ผู้รับจ้างได้ยินยอมเสียค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้าง โดยไม่มี เงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น
ๆ
๖.๕ ในกรณีพนักงานของผู้รับจ้าง ประสบอุบัติเหตุหรือได้รับอันตรายใด ๆ อันเกิดมาจากการ ปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญานี้ ผู้รับจ้างต้องสัญญาว่าจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายหรือสูญหายใด ๆ จากผู้ว่าจ้างทั้งสิ้น
๖.๖ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบและชดเชยให้แก่ผู้ว่าจ้าง ในกรณีเกิดความเสียหายหรือสูญหายใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน, อาคาร, หรือที่ทําการของผู้ว่าจ้าง อันเกิดจากพนักงานของผู้รับจ้างที่ปฏิบัติหน้าที่อัน ปราศจากความระมัดระวังหรือประมาทเลินเล่อ โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าสูญหาย ให้แก่ผู้ว่าจ้างในมูลค่าตามความเป็นจริง ตามราคาท้องตลาด โดยคิดราคาตั้งแต่เวลาอันเป็นฐานที่ตั้งการ ประมาณราคาต่อการเสียหายหรือสูญหายแต่ละครั้ง
ในการชําระค่าเสียหายหรือสูญหายแต่ละครั้ง ผู้รับจ้างต้องชําระให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้าง หากผู้รับจ้างไม่ชําระค่าเสียหายหรือสูญหายให้แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลาที่กําหนด ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์หักค่าเสียหายหรือสูญหาย โดยผู้ว่าจ้างจะเรียกร้องเพิ่มเติม จากผู้รับจ้างหรือหักออกจากเงินค้ําประกันสัญญาอีกก็ได้ จนกว่าจะครบโดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิโต้แย้งหรือคัดค้าน
ใด ๆ ทั้งสิ้น ในกรณีที่ผู้รับจ้างได้วางหลักประกันสัญญาไว้เป็นหนังสือค้ําประกันสัญญาของธนาคารผู้รับจ้าง
ยินยอมให้ผู้ว่าจ้างเรียกเอาจากธนาคารผู้ค้ําประกันได้ทันทีแล้วริบเสีย โดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิจะยับยั้งขัดขวาง ธนาคารผู้ค้ําประกันในการส่งเงินให้กับผู้ว่าจ้าง
io.
(นายภูวนัย กกฝ้าย)
ช.ศล.
หน้า ๕ จาก ๖
(นายวีระศักดิ์ สงสุรีย์)
(นายธวัชชัย ชุมภูทอง)
วอล.
วกล.-วผล.
๖.๗ การยกเว้นไม่ดําเนินการ
(ก) การงานที่ทําไม่แล้วเสร็จตามกําหนดหรือแต่บางส่วนของแต่ละวันตามสัญญา อันเกิดจาก
เหตุหรือพฤติการณ์อันหนึ่งอันใด
ที่ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิดตามกฎหมายหรือไม่ใช่เป็น ความบกพร่องของผู้รับจ้างในเชิงจัดการงาน ซึ่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย พิจารณาแล้วเห็นพ้องด้วย แต่ทั้งนี้หากผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยพิจารณาแล้ว เห็นว่าเหตุผลดังกล่าวไม่อาจรับฟังได้ ผู้รับจ้างยินยอมให้ถือเอาคําวินิจฉัยของ ผู้ว่าการรถไฟ แห่งประเทศไทยเป็นเด็ดขาด และผู้รับจ้างยอมผูกพันตามผลแห่งคําวินิจฉัยนั้นทุก
ประการ
(ข) การงานที่ทําไม่แล้วเสร็จตามสัญญาอันเกิดจากผู้ว่าจ้าง หรือคณะกรรมการตรวจ การจ้างที่สั่งเพิ่มการงานให้ผู้รับจ้างทําเป็นพิเศษ ซึ่งต้องแล้วแต่สภาพแห่งการงานที่สั่ง
เพิ่มเติมเป็นเกณฑ์ ผู้รับจ้างจะยกเหตุดังกล่าวขึ้นอ้างในกรณีที่ทําช้าเกินสมควรไม่ได้ ทั้งนี้เหตุผลที่จะวินิจฉัยดังกล่าว คู่สัญญายินยอมให้ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นผู้
ชี้ขาด และคําชี้ขาดของผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยให้ถือเป็นที่สุด
5. การชําระเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้าง
ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง ตกลงกันว่าผู้ว่าจ้างตกลงชําระเงินค่าจ้าง เป็นงวด งวดละ ๑ เดือน รวม ทั้งหมด ๒๔ งวด โดยผู้ว่าจ้างจะชําระค่าจ้างให้ผู้รับจ้าง หลังจากผู้รับจ้างได้ทํางานเสร็จเรียบร้อย และผู้ว่าจ้าง หรือคณะกรรมการตรวจการจ้าง ได้ตรวจรับมอบงานที่ส่งมอบในแต่ละงวดเรียบร้อยแล้ว
ในกรณีที่ผู้รับจ้างมีหนี้สินใด ๆ ติดค้างอยู่กับผู้ว่าจ้าง ถึงแม้ว่ามูลหนี้ทั้งสองฝ่ายจะมีวัตถุแห่ง
หนี้ต่างกันก็ดี หรืออยู่ในเงื่อนไขเวลาเดียวกันก็ดี ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างหักกลบลบหนี้ได้ ๗. การใช้พัสดุภายในประเทศ
ให้ใช้พัสดุส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของพัสดุที่จะใช้ในงานจ้าง
การรถไฟแห่งประเทศไทย
FrBt.
(นายภูวนัย กกฝ้าย)
(นายวีระศักดิ์ สงสุรีย์)
หน้า 5 จาก 5
(นายธวัชชัย ชุมภูทอง)
วอล.
ช.ศล.
วกล.-วผล.