ประกวดราคาจ้างโครงการสร้างเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้จากศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้าน
โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้จากศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความต้องการและพื้นฐานชีวิตของเด็กและเยาวชน การสร้างแรงบันดาลใจและความเชื่อมโยงระหว่างการศึกษาและชีวิตจริง และการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของผู้เรียน
ขอบเขตงานประกอบด้วยการจัดทำแผนการดำเนินงานที่สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย, การคิดค้นนวัตกรรมและรูปแบบการเรียนรู้ที่เอาผู้เรียนเป็นฐานสู่การพัฒนาอาชีพโดยใช้ศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้าน, การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ, การค้นหาและเชิญชวนกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้านเข้าร่วมกิจกรรม, การจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์และลงพื้นที่เป้าหมาย, การออกแบบและพัฒนาเครื่องมือและแนวทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่, และการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานและแนวทางการพัฒนาต่อเนื่อง
ผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างจะต้องส่งมอบรายงานแผนการดำเนินงาน, รายงานผลการดำเนินงาน, และสรุปผลรายงานผลการดำเนินงาน โดยมีระยะเวลาการดำเนินโครงการ 365 วัน
English summary
This project aims to promote learning innovation from local arts and wisdom, focusing on developing a learning system that meets the needs of children and youth, inspiring them by connecting education with real life, and creating learning models tailored to individual learners.
The scope of work includes developing an operational plan aligned with the needs of the target group, creating learning innovations and models based on local arts and wisdom, building collaborative networks with various agencies, identifying and inviting children and youth related to local arts and wisdom to participate in activities, organizing public relations activities and field visits, designing and developing tools and approaches appropriate to each area, and preparing progress reports and continuous development guidelines.
The winning bidder must deliver an operational plan report, progress reports, and a summary of the progress reports, with a project duration of 365 days.
ณ สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือสถานที่อื่นใดตามที่ กสศ. กำหนด
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความต้องการและพื้นฐานชีวิตของเด็กและเยาวชน โดยใช้ศิลปะวัฒนธรรมเป็นฐานในการเรียนรู้
- เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความเชื่อมโยงระหว่างการศึกษาและชีวิตจริง ปรับกระบวนการเรียนยืดหยุ่น เหมาะสมกับบริบทของแต่ละบุคคล ให้เด็กและเยาวชนทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม
- เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของผู้เรียน โดยนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และกิจกรรมสร้างสรรค์มาใช้ในการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย
ขอบเขตของงาน
- จัดทำแผนการดำเนินงานสร้างเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้จากศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยออกแบบแผนงานที่สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละพื้นที่
- คิดค้นนวัตกรรมและรูปแบบการเรียนรู้ที่เอาผู้เรียนเป็นฐานสู่การพัฒนาอาชีพ ผ่านการพัฒนาแนวทางการเรียนรู้ที่เน้นการนำศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้านมาเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ทักษะชีวิต ทักษะวิชาการ และทักษะอาชีพ
- ค้นหาและสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการจัดการศึกษาและการส่งเสริมการศึกษาในทุกระดับ เพื่อสร้างพันธมิตรกับหน่วยงานอย่างน้อย 6 หน่วยงาน
- ค้นหาและเชิญชวนกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยมุ่งเน้นการสร้างแรงบันดาลใจและการพัฒนาทักษะที่ตรงตามความถนัดของแต่ละกลุ่ม
- จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์และลงพื้นที่ใน 5 พื้นที่เป้าหมาย พร้อมนำเสนอวัตถุประสงค์ของโครงการและพัฒนาแนวทางการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
- ออกแบบและพัฒนาเครื่องมือและแนวทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้
- จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อพัฒนา กระบวนการเรียนรู้และแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับความต้องการของ กลุ่มเป้าหมาย
- จัดทำรายงานผลการดำเนินงานและแนวทางการพัฒนาต่อเนื่อง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รายงานแผนการดำเนินงานโครงการสร้างเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้จากศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้าน (2 ชุด)
- รายงานผลการดำเนินงานโครงการสร้างเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้จากศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้าน พร้อมผลการจัดกิจกรรมใน 2 พื้นที่ (1 ชุด พร้อมไฟล์)
- สรุปผลรายงานผลการดำเนินงานโครงการสร้างเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้จากศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยประกอบด้วยผลการถอดบทเรียนและการจัดการความรู้ (1 ชุด พร้อม Flash drive 1 ชุด พร้อมไฟล์)
ระยะเวลาดำเนินการ
ภายใน 365 วัน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- นิติบุคคล ผู้มีอาชีพขายพัสดุหรือผู้มีอาชีพรับจ้างงาน ที่มีลักษณะเช่นเดียวกันกับขอบเขตของงานโครงการนี้
- กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
- Previous Project Cost: ไม่กำหนด
- Technical Capabilities: ไม่กำหนด
- Personnel: ไม่กำหนด
เกณฑ์การพิจารณา
- เกณฑ์ราคา: 20%
- เกณฑ์คุณภาพ: 80%
- จัดทำแผนการดำเนินงานสร้างเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้จากศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้าน (30 คะแนน)
- คิดค้นนวัตกรรมและรูปแบบการเรียนรู้ที่เอาผู้เรียนเป็นฐานสู่การพัฒนาอาชีพ (40 คะแนน)
- ค้นหาและสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการจัดการศึกษา (15 คะแนน)
- การดำเนินการประชาสัมพันธ์และลงพื้นที่จัดกิจกรรม (15 คะแนน)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- แผนการดำเนินงานต้องสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและมีตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน
- นวัตกรรมและรูปแบบการเรียนรู้ต้องตอบโจทย์การพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะวิชาการ และทักษะอาชีพ โดยใช้ศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้านเป็นเครื่องมือ
- เครือข่ายความร่วมมือต้องมีความหลากหลายและมีการสนับสนุนการดำเนินงานที่ชัดเจน
- การประชาสัมพันธ์และการลงพื้นที่ต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและสร้างผลกระทบเชิงบวก
เงื่อนไขสัญญา
- แบ่งการจ่ายเงินเป็น 3 งวดตามการส่งมอบงาน
- งวดที่ 1: 30% เมื่อส่งมอบรายงานแผนการดำเนินงาน
- งวดที่ 2: 40% เมื่อส่งมอบรายงานผลการดำเนินงานและผลการจัดกิจกรรมใน 2 พื้นที่
- งวดที่ 3: 30% เมื่อส่งมอบสรุปผลรายงานผลการดำเนินงาน
- ค่าปรับ: 0.1% ของราคางานจ้างต่อวัน หากส่งมอบงานล่าช้า
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- โครงการนี้มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะด้านใดของเด็กและเยาวชน? โครงการนี้มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะวิชาการ และทักษะอาชีพ โดยใช้ศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้านเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้
- หน่วยงานใดบ้างที่ควรเข้าร่วมเป็นเครือข่ายความร่วมมือของโครงการ? หน่วยงานที่ควรเข้าร่วม ได้แก่ โรงเรียน มหาวิทยาลัย สภาการศึกษา และองค์กรภาคประชาสังคม
- กลุ่มเป้าหมายของโครงการคือใคร? กลุ่มเป้าหมายคือเด็กและเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่สำเร็จการศึกษาภาคบังคับ
- กิจกรรมประชาสัมพันธ์และลงพื้นที่จะจัดขึ้นที่ไหน? กิจกรรมจะจัดขึ้นใน 5 พื้นที่เป้าหมาย
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีประสบการณ์ในการทำงานด้านศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้านหรือไม่? TOR ไม่ได้ระบุข้อกำหนดเรื่องประสบการณ์เฉพาะด้านนี้โดยตรง แต่การนำเสนอแผนงานและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้านจะเป็นส่วนหนึ่งของการประเมิน
- โครงการนี้สนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนรู้หรือไม่? โครงการสนับสนุนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย
- มีการกำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมในแต่ละครั้งหรือไม่? กิจกรรมประชาสัมพันธ์และลงพื้นที่แต่ละครั้งควรมีผู้เข้าร่วมระหว่าง 10-50 คน
- ผลงานที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้จะเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร? ผลงานทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้จะเป็นกรรมสิทธิ์ของ กสศ.
- หากโครงการไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จะมีผลกระทบอย่างไร? กสศ. ขอสงวนสิทธิในการยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้าง หากไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ
- จะต้องมีคุณสมบัติเกี่ยวกับผลงานของผู้ยื่นข้อเสนออย่างไร ไม่กำหนดเป็นคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
แบบ ท.๑
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
โครงการ: สร้างเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้จากศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้าน
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
๑. ความเป็นมา
จากวาระสำคัญทางการศึกษาของประเทศไทยที่มุ่งสู่ Thailand Zero Dropout มีเป้าหมายเพื่อให้จำนวนเด็กที่ หลุดออกจากระบบการศึกษากลายเป็นศูนย์ โดยเฉพาะในการศึกษาภาคบังคับ เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการ ศึกษา เด็กมีโอกาสพัฒนาชีวิต มีการศึกษา มีอาชีพ ประเทศชาติมีแรงงานที่มีคุณภาพมากขึ้น การศึกษายืดหยุ่น (Flexible Learning) จึงเปรียบเสมือนกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกศักยภาพของเด็กเยาวชนด้อยโอกาส โดยมอบ โอกาสทางการศึกษาที่เสมอภาค เปิดให้เรียนรู้ด้วยวิธีการหลากหลายตามความสะดวกหรือสอดคล้องกับเงื่อนไขชีวิต
สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา (Anytime Anywhere) มีชุดทักษะความรู้ ที่หลากหลาย ไม่จำกัดแค่ความรู้หลักตาม ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ เช่น ความรู้เรื่องการเกษตร กีฬา การเงิน ช่างไฟ การทำเว็บไซต์ จากศิลปะวัฒนธรรม การแสดง การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง จนกระทั่งเกิดกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
ตลอดจนการวัดผลอย่างเปิดกว้างและยืดหยุ่น (กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา, ม.ป.ป.) จากศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านคำร้อง การแสดง และกลายเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงทางวัฒนธรรมที่ยังคงอยู่และเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในภาคอีสาน พบว่า มีผู้ที่ยังไม่สำเร็จการศึกษาภาคบังคับ (ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3) คิดเป็นร้อยละ 12.5 และผู้ที่ยังไม่สำเร็จ การศึกษาขั้นพื้นฐาน (ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6) คิดเป็นร้อยละ 30 จากสภาวการณ์ดังกล่าว เพื่อให้เด็กและ เยาวชนที่ประกอบอาชีพได้มีการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาในรูปแบบการจัดการศึกษาที่เหมาะสมและสอดคล้องกับ ความต้องการ ได้รับการพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพที่จำเป็น จึงได้พัฒนาหลักสูตรการจัดการศึกษาห้องเรียนเพื่อ ร่วมจัดการศึกษาที่สร้างโอกาส สร้างอาชีพ มีรายได้ และมุ่งหวังให้ทุกประสบการณ์ที่เกิดขึ้นสามารถเทียบการเรียนรู้ ได้ทั้งนี้เพื่อยกระดับการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในการเสริมสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ให้ เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริงทั่วประเทศ จึงขอทำการสนับสนุนโครงการสร้างเสริม นวัตกรรมการเรียนรู้จากศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้านในการดำเนินงานดังกล่าว
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความต้องการและพื้นฐานชีวิตของเด็กและเยาวชน โดยใช้ศิลปะวัฒนธรรมเป็นฐานในการเรียนรู้
๒.๒ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความเชื่อมโยงระหว่างการศึกษาและชีวิตจริง ปรับกระบวนการเรียนยืดหยุ่น เหมาะสมกับบริบทของแต่ละบุคคล ให้เด็กและเยาวชน ทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม ๒.๓ เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของผู้เรียน โดยนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และ กิจกรรมสร้างสรรค์มาใช้ในการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย
-
๒ -
๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราวเนื่องจาก เป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ มีสถานะเป็น
□ บุคคลธรรมดา ☑ นิติบุคคล ผู้มีอาชีพขายพัสดุหรือผู้มีอาชีพรับจ้างงาน ที่มีลักษณะเช่นเดียวกัน กับขอบเขตของงานโครงการนี้
๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอ ให้แก่ กองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษา ณ วันยื่นข้อเสนอหรือวันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็น การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการยื่นข้อเสนอหรือการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มี คำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลง ระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่า ตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้า นั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน หรือหนังสือเชิญชวน กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า ๓.๑๑ □ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงาน ☑ ไม่กำหนดเป็นคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ -
๓ -
□ การจำหน่ายพัสดุ ประเภทเดียวกันกับขอบเขตของงานโครงการนี้ซึ่งได้ส่งมอบพัสดุและมีผลการ ตรวจรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายในระยะเวลาไม่เกิน…..ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอโดยมีมูลค่างานในวงเงิน ไม่น้อยกว่า …………………. บาท (……………………..) ต่อ ๑ สัญญา และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน ที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เชื่อถือ
□ รับจ้างงาน ประเภทเดียวกันกับขอบเขตของงานโครงการนี้ซึ่งได้ส่งมอบพัสดุและมีผลการตรวจรับ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายในระยะเวลาไม่เกิน…..ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอโดยมีมูลค่างานในวงเงิน ไม่น้อยกว่า …………………. บาท (……………………..) ต่อ ๑ สัญญา และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน ที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เชื่อถือ
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๓.๑๒.๑ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏ ในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ของ ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก
๓.๑๒.๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ (๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกำหนดทุนจดทะเบียน
(๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ตํ่ากว่า ๑ ล้านบาท
(๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านบาท
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ตํ่ากว่า ๓ ล้านบาท
(๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๖๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ตํ่ากว่า ๘ ล้านบาท
(๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๖๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ตํ่ากว่า ๒๐ ล้านบาท
(๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ตํ่ากว่า ๖๐ ล้านบาท
(๘) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ตํ่ากว่า ๑๐๐ ล้านบาท
(๙) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ตํ่ากว่า ๒๐๐ ล้านบาท ๓.๑๒.๓ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาถือสัญชาติไทย/บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย -
๔ -
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการนี้หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง โดยหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากซึ่งธนาคารออกให้แก่ผู้ยื่น ข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอต้องมีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก จะต้องแสดงหนังสือรับรอง บัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญาหรือใบสั่งจ้าง โดยหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากซึ่ง ธนาคารออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันลงนามในสัญญาหรือใบสั่งจ้างต้องมีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน
๓.๑๒.๔ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อ ๓.๑๒.๑ ข้อ ๓.๑๒.๒ และข้อ ๓.๑๒.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบ กิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางของประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารกลางของประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงิน สินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อจากธนาคารไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการนี้หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ สำหรับธนาคารภายในประเทศหนังสือรับรอง วงเงินสินเชื่อให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนด ๓.๑๒.๕ กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ตามข้อ ๓.๑๒.๒ ข้อ ๓.๑๒.๓ และข้อ ๓.๑๒.๔ มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยกำหนดในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารเชิญชวนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) หรือมีหนังสือเชิญชวน จนถึงวันเสนอราคา
๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องผ่านคุณสมบัติเบื้องต้นตามข้อ ๓. ก่อน กสศ. จึงจะนำข้อเสนอโครงการ มาพิจารณาคัดเลือกต่อไป
๔. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะดำเนินการจัดซื้อ หรือขอบเขตของงานที่จะดำเนินการจัดจ้าง และเอกสารแนบท้ายอื่น ๆ
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกต้องดำเนินการ/ให้บริการ ดังนี้ ๔.๑.๑ ดำเนินการสร้างเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้จากศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยอย่างน้อยต้อง ดำเนินการ/ให้บริการ ดังต่อไปนี้
(๑) จัดทำแผนการดำเนินงานสร้างเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้จากศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดย ออกแบบแผนงานที่สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละพื้นที่ โดยกำหนด -
๕ -
กิจกรรมหลักและกิจกรรมย่อยที่เหมาะสม ทั้งยังมีการประชุมหารือร่วมกับนักวิชาการของ กสศ. เพื่อวางแนวทางการดำเนินงานและกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการอย่างเป็นรูปธรรม (๒) คิดค้นนวัตกรรมและรูปแบบการเรียนรู้ที่เอาผู้เรียนเป็นฐานสู่การพัฒนาอาชีพ ผ่านการพัฒนา แนวทางการเรียนรู้ที่เน้นการนำศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้านมาเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ทักษะชีวิต ทักษะวิชาการ และทักษะอาชีพ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้สร้างอาชีพและรายได้ พร้อมทั้งสนับสนุนให้สามารถอยู่ในระบบการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง
(๓) ค้นหาและสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการจัดการศึกษาและการส่งเสริมการศึกษาในทุกระดับ เพื่อสร้างพันธมิตรกับหน่วยงานอย่างน้อย 6 หน่วยงาน เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย สภา การศึกษา และองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันวางแผนและสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ การพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้
(๔) ค้นหาและเชิญชวนกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้าน ทั้งนี้ต้อง ระบุและเข้าถึงกลุ่มเด็กและเยาวชนจากกลุ่มพื้นบ้านอย่างน้อย 6 กลุ่ม เพื่อเชิญชวนเข้าร่วม กิจกรรมพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ โดยมุ่งเน้นการสร้างแรงบันดาลใจและการพัฒนาทักษะที่ ตรงตามความถนัดของแต่ละกลุ่ม
(๕) จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์และลงพื้นที่ใน 5 พื้นที่เป้าหมาย โดยมีกลุ่มผู้เข้าร่วมระหว่าง 10-50 คนต่อครั้ง พร้อมนำเสนอวัตถุประสงค์ของโครงการและพัฒนาแนวทางการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ ความต้องการของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาโครงการฯ
(๕.๑) ออกแบบและพัฒนาเครื่องมือและแนวทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละ พื้นที่ ที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ เช่น คู่มือกิจกรรมและสื่อการเรียนรู้ที่ใช้ศิลปะและภูมิ ปัญญาพื้นบ้าน พร้อมทดลองใช้ในพื้นที่จริง และเก็บข้อมูลเพื่อนำมาปรับปรุง
กระบวนการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
(๕.๒) จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเครือข่ายความร่วมมือ โดยสร้างพื้นที่การ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์จากเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อพัฒนา กระบวนการเรียนรู้และแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับความต้องการของ กลุ่มเป้าหมาย
(๖) จัดทำรายงานผลการดำเนินงานและแนวทางการพัฒนาต่อเนื่อง โดยสรุปผลการดำเนินงานใน รูปแบบรายงานที่มีทั้งข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ พร้อมเสนอแนะแนวทางในการพัฒนา นวัตกรรมการเรียนรู้ในระยะยาว เพื่อสร้างความยั่งยืนและความต่อเนื่องของโครงการ -
๖ -
๔.๒ ข้อเสนออื่น ๆ
๔.๒.๑ ติดต่อสื่อสารและรายงานความคืบหน้าให้กับ นักวิชาการ และตัวแทน กสศ. อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าโครงการดำเนินไปตามแผนที่วางไว้
๔.๒.๒ เนื้อหาที่ใช้ในการสื่อสารจะต้องผ่านการตรวจสอบที่มาและความถูกต้องของข้อมูล มีแหล่งอ้างอิง ที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือ ห้ามเป็นการคัดลอกหรือมีการละเมิดสิทธิ์โดยไม่ได้รับ
อนุญาต ทั้งต้องมีการเสนอแนวคิดแผนการดำเนินการงานและเนื้อหา และรูปแบบการสื่อสาร ให้ ทาง กสศ. พิจารณาทุกครั้งก่อนการสื่อสารและเผยแพร่เนื้อหา
๕. ระยะเวลาการดำเนินการ (รวมทั้งโครงการ)
☑ ภายใน ๓๖๕ วัน (ตั้งแต่วันที่ …….. ถึงวันที่……….)
□ ภายในวันที่ ……….. ถึงวันที่ …………
๖. กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุหรือผลงาน
☑ ภายใน ๓๖๕ วัน
□ ภายในวันที่…………เดือน……….……….ปี…………..
๗. งวดงาน งวดเงิน และเงื่อนไขการจ่ายเงิน
๗.๑ งวดงาน งวดเงิน
□ ส่งมอบครั้งเดียว
☑ แบ่งการส่งมอบ ออกเป็นงวด จำนวน ๓ งวด และแบ่งการชำระเงินออกเป็นงวด จำนวน ๓ งวด ดังนี้
งวดที่
พัสดุ/ผลงานที่ต้องส่งมอบ
จำนวน
ระยะเวลาการ
ส่งมอบผลงาน
งวดเงิน
ร้อยละ
๑.
รายงานแผนการดำเนินงานโครงการสร้างเสริม นวัตกรรมการเรียนรู้จากศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้าน ตามรายละเอียดขอบเขตงานข้อที่ 4 และมีแผนการ ดำเนินงานรายเดือน
โดยส่งเป็นรูปแบบรูปเล่มจำนวน ๒ ชุด
1 งวด
ภายใน 90 วันหลัง ลงนามสัญญา
ร้อยละ ๓๐ ของวงเงิน
จัดซื้อจัดจ้าง
๒.
รายงานผลการดำเนินงานโครงการสร้างเสริม นวัตกรรมการเรียนรู้จากศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้าน ตามรายละเอียดขอบเขตงานข้อที่ 4 และผลการจัด กิจกรรมใน 2 พื้นที่ ได้แล้วเสร็จ
โดยส่งเป็นรูปแบบรูปเล่มจำนวน 1 ชุด พร้อมไฟล์ส่ง งานเข้าใน Share Drive ตามที่ กสศ. ได้แจ้งไว้
1 งวด
ภายใน 260 วันหลัง ลงนามสัญญา
ร้อยละ ๔๐ ของวงเงิน
จัดซื้อจัดจ้าง -
๗ -
๓.
สรุปผลรายงานผลการดำเนินงานโครงการสร้างเสริม นวัตกรรมการเรียนรู้จากศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้าน ตามรายละเอียดขอบเขตของงานที่ได้มีการเสร็จสิ้นทุก ข้อทุกกิจกรรมที่ได้มีการจัด โดยประกอบด้วยผลการ ถอดบทเรียนและการจัดการความรู้
โดยส่งเป็นรูปแบบรูปเล่มจำนวน 1 ชุด Flash drive 1 ชุด พร้อมไฟล์ส่งงานเข้าใน Share Drive ตามที่ กสศ. ได้แจ้งไว้
1 งวด
ภายใน 365 วันหลัง ลงนามสัญญา
ร้อยละ ๓๐ ของวงเงิน
จัดซื้อจัดจ้าง
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก (ซึ่งต่อไปรวมเรียกว่า “ผู้ขาย /ผู้รับจ้าง”) จะต้องส่งมอบใบแจ้งหนี้มาพร้อมกับใบส่งของหรือหนังสือส่งมอบงานภายในวันเดียวกัน หรือภายใน ๕ วันทำการ นับแต่วันที่ส่งมอบพัสดุหรือผลงาน ทั้งนี้ การนำส่งใบแจ้งหนี้ล่าช้าเกินกว่ากำหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่า ผู้ขาย/ผู้รับจ้างยังมิได้มีการส่งมอบพัสดุหรือผลงานภายในกำหนดระยะเวลาตามสัญญาหรือหรือใบสั่งจ้าง
๗.๒ เงื่อนไขการจ่ายเงิน
เมื่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานซื้อหรืองานจ้างได้ตรวจรับพัสดุ/ผลงานไว้โดยชอบแล้ว กสศ. จะดำเนินการ เบิกจ่ายเงินงวดค่าพัสดุ/ค่าผลงาน เป็นเงินจำนวนตามสัดส่วนของพัสดุ/ผลงานที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ ได้ ตรวจรับไว้ให้แก่ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง โดยวิธีการโอนเงินค่าพัสดุ/ค่าผลงาน ที่ได้หักค่าธรรมเนียมธนาคาร ค่าปรับ ค่าเสียหาย ภาษี ณ ที่จ่าย และภาษีอากรอื่นทั้งปวง รวมถึงค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นใด (ถ้ามี) แล้ว เข้า
บัญชีเงินฝากธนาคารชื่อบัญชีของผู้ขาย/ผู้รับจ้างเท่านั้น
๘. วงเงินงบประมาณในการจัดหา
ใช้เงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ จำนวนเงิน ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท
๙. อัตราค่าปรับ
กรณีผู้ขาย/ผู้รับจ้างมิได้ส่งมอบพัสดุหรือผลงานภายในกำหนดระยะเวลาตามสัญญาหรือใบสั่งจ้าง ถือว่าผู้ขาย/ ผู้รับจ้างกระทำผิดสัญญาและจะต้องชำระค่าปรับให้แก่ กสศ. ดังนี้
□ กรณีผลสำเร็จของงานเป็นรายงวด ต้องชำระค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๒ ของราคาพัสดุที่ยัง ไม่ได้รับมอบ หรือของราคางานจ้างนั้น
☑ กรณีผลสำเร็จของงานทั้งหมดพร้อมกัน ต้องชำระค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๑ ของราคางานจ้าง นั้นแต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ ๑๐๐ บาท
-
๘ -
๑๐. การกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง (ถ้ามี)
๑๐.๑ ผู้ขาย/ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของพัสดุ/ผลงานที่ส่งมอบ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า - เดือน นับถัดจากวันที่ กสศ. ได้ตรวจรับพัสดุ
๑๐.๒ กรณี กสศ. แจ้งให้ผู้ขาย/ผู้รับจ้างดำเนินการแก้ไขพัสดุ/ผลงานให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กำหนด ในสัญญา/ใบสั่งจ้าง ผู้ขาย/ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็น ลายลักษณ์อักษรจาก กสศ.
๑๑. สถานที่ส่งมอบพัสดุ
ณ สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือสถานที่อื่นใดตามที่ กสศ. กำหนด
๑๒. เงินประกันผลงาน (ถ้ามี)
□ มีการหักเงินที่จะจ่ายค่าพัสดุ/ค่าจ้างแต่ละงวดในอัตราร้อยละ ๕ ของงวดนั้น และ กสศ. จะคืนเงินประกัน ผลงานดังกล่าวให้โดยไม่มีดอกเบี้ยพร้อมกับการจ่ายเงินค่าพัสดุ/ค่าจ้างในงวดสุดท้าย
☑ ไม่มี
๑๓. วิธีที่จะจัดซื้อจัดจ้าง
☑ วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป
□ วิธีคัดเลือก
□ วิธีเฉพาะเจาะจง
๑๔. รูปแบบการเสนอราคา
□ แบบทั่วไป คือ การเสนอเอกสารคุณสมบัติและเทคนิคพร้อมกับใบเสนอราคา (พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ โดยใช้เกณฑ์ราคา)
☑ แบบ ๒ ซอง คือ การแยกเอกสารทางเทคนิคกับใบเสนอราคาออกจากกัน (พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโดยใช้ เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น)
๑๕. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
□ เกณฑ์ราคา
☑ เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (กรอกสัดส่วนน้ำหนัก ข้อ ๑๕.๑ และกรอกเกณฑ์คุณภาพ ข้อ ๑๕.๒)
๑๕.๑ การกำหนดสัดส่วนของน้ำหนักในการให้คะแนนระหว่างเกณฑ์ราคาและเกณฑ์อื่นเพื่อใช้ในการประเมิน การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ -
เกณฑ์ราคา
กำหนดน้ำหนักร้อยละ ๒๐- เกณฑ์อื่น (เกณฑ์คุณภาพ)
กำหนดน้ำหนักร้อยละ ๘๐
- เกณฑ์อื่น (เกณฑ์คุณภาพ)
-
๙ -
๑๕.๒ การกำหนดเกณฑ์การพิจารณาย่อยในการให้คะแนนของแต่ละเกณฑ์คุณภาพ ตามข้อ ๑๕.๑
เกณฑ์คุณภาพและเกณฑ์ย่อย
คะแนน
(๑)
จัดทำแผนการดำเนินงานสร้างเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้จากศิลปะและภูมิ ปัญญาพื้นบ้าน -
มีแผนการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ชัดเจน ครอบคลุม กิจกรรมที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย โดยมีแผนการหารือร่วมกับ นักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งกำหนดตัวชี้วัดที่สามารถ ประเมินผลสำเร็จได้อย่างเป็นรูปธรรม (30 คะแนน)
-
มีแผนการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายบางส่วน โดยมี แผนการหารือร่วมกับนักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้ง กำหนดตัวชี้วัดที่สามารถประเมินผลสำเร็จแต่ยังไม่ชัดเจนหรือไม่สามารถ ทำได้จริง (๒0 คะแนน)
-
มีแผนการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์บางส่วนและเป้าหมายยังไม่ชัดเจน ไม่มีแผนการหารือร่วมกับนักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ ตัวชี้วัดที่สามารถประเมินผลสำเร็จแต่ยังไม่ชัดเจน (1๐ คะแนน)
-
ไม่มีแผนการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายยังไม่มีการระบุ กิจกรรมยังไม่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย ไม่มีแผนการหารือร่วมกับ นักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และไม่มีตัวชี้วัด (0 คะแนน)
30
(๒)
คิดค้นนวัตกรรมและรูปแบบการเรียนรู้ที่เอาผู้เรียนเป็นฐานสู่การพัฒนาอาชีพ - มีตัวอย่างนวัตกรรมและรูปแบบการเรียนรู้ต้องตอบโจทย์การพัฒนา ทักษะชีวิต ทักษะวิชาการ และทักษะอาชีพ โดยใช้ศิลปะและภูมิปัญญา พื้นบ้านเป็นเครื่องมือ สร้างการเรียนรู้ที่ยั่งยืนและสามารถประยุกต์ใช้ใน พื้นที่อื่นได้ พร้อมทั้งเน้นบทบาทของผู้เรียนในการพัฒนาอย่างชัดเจน (40 คะแนน) -
มีตัวอย่างนวัตกรรมและรูปแบบการเรียนรู้ต้องตอบโจทย์การพัฒนา ทักษะชีวิต ทักษะวิชาการ และทักษะอาชีพบางส่วน โดยใช้ศิลปะและภูมิ ปัญญาพื้นบ้านเป็นเครื่องมือบางส่วน แต่ยังสามารถประยุกต์ใช้ในพื้นที่ อื่นได้ (25 คะแนน)
-
มีตัวอย่างนวัตกรรมและรูปแบบการเรียนรู้ต้องตอบโจทย์การพัฒนา ทักษะชีวิต ทักษะวิชาการ และทักษะอาชีพบางส่วน แต่ยังไม่ได้มีการใช้ ศิลปะและภูมิปัญญาพื้นบ้านเป็นเครื่องมืออย่างเต็มรูปแบบ (15 คะแนน)
-
ไม่มีตัวอย่างนวัตกรรมและรูปแบบการเรียนรู้ต้องตอบโจทย์การพัฒนา ทักษะชีวิต ทักษะวิชาการ และทักษะอาชีพ ไม่มีการใช้ศิลปะและภูมิ
๔0 -
๑๐ -
ปัญญาพื้นบ้านเป็นเครื่องมือ และไม่มีการเน้นบทบาทของผู้เรียนในการ พัฒนา (๐ คะแนน)
(๓)
ค้นหาและสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการจัดการศึกษา -
สร้างเครือข่ายที่ความหลากหลายจากอย่างน้อย 6 หน่วยงาน โดยกำหนด บทบาทของแต่ละเครือข่ายอย่างชัดเจน และมีการสนับสนุนการ ดำเนินงานอย่างละเอียด (1๕ คะแนน)
-
สร้างเครือข่ายที่ความหลากหลาย 3 - 5 หน่วยงาน โดยกำหนดบทบาท ของแต่ละเครือข่ายบางส่วน และยังไม่มีการสนับสนุนการดำเนินงาน อย่างชัดเจน (10 คะแนน)
-
ไม่มีการสร้างเครือข่ายที่ชัดเจน (0 คะแนน)
๑๕
(๔)
การดำเนินการประชาสัมพันธ์และลงพื้นที่จัดกิจกรรม -
ประชาสัมพันธ์เนื้อหาที่ชัดเจนและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยวางแผนการ ลงพื้นที่อย่างน้อย 5 ครั้งขึ้นไป มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมหลากหลายตาม เป้าหมาย พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกในด้านการเรียนรู้หรือการมีส่วน ร่วมของผู้เข้าร่วม (15 คะแนน)
-
ประชาสัมพันธ์เนื้อหาที่ชัดเจนและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยวางแผนการ ลงพื้นที่อย่างน้อย 5 ครั้งขึ้นไป มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังไม่ตรงตาม กลุ่มเป้าหมาย (1๐ คะแนน)
-
ประชาสัมพันธ์เนื้อหาที่คลอบคลุมบางส่วนและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายบาง กลุ่ม โดยวางแผนการลงพื้นที่ระหว่าง 3 - 5 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมยัง ไม่ตรงตามกลุ่มเป้าหมาย (7 คะแนน)
-
ไม่ประชาสัมพันธ์เนื้อหาตามรายละเอียดโครงการฯ (0 คะแนน)
๑๕
ทั้งนี้ ผู้เสนอราคาที่ได้คะแนนเกณฑ์คุณภาพ ร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป จะถือว่าเป็นผู้ผ่านเกณฑ์การพิจารณา คัดเลือกข้อเสนอ
หมายเหตุ :
(๑) คณะกรรมการฯ ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคาที่เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกซื้อในจำนวน หรือประเภท หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะยกเลิกการจัดซื้อ จัดจ้างโดยไม่พิจารณาคัดเลือกก็ได้ ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของ กสศ. และเป้าหมายของงานเป็นสำคัญ
และให้ถือว่าการตัดสินของคณะกรรมการฯ เป็นที่สุด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ มิได้ (๒) กรณีมีผู้ผ่านเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่นได้คะแนนรวมเท่ากันหลายราย กสศ. ขอสงวนสิทธิ ในการคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้คะแนนเกณฑ์คุณภาพสูงสุดเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ที่ได้รับคัดเลือก
- ๑๑ -
๑๖. กำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๖๐ วัน
๑๗. กำหนดวันทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจาก กสศ.
๑๘. สถานที่จัดส่งเอกสาร/ติดต่อสอบถามข้อมูล
สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
ผู้ประสานงาน: นางสาวพรวลัย ศุภธนกิจ
โทรศัพท์: 065-878-9914
อีเมล: [email protected]
๑๙. การบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ
๑๙.๑ ถ้าผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ไม่ทำงานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือไม่ส่งมอบพัสดุ/ไม่ส่งมอบงานให้เป็นไป ตามกำหนดในสัญญาหรือใบสั่งจ้างกสศ. มีสิทธิบอกเลิกสัญญาหรือใบสั่งจ้าง และไม่จ่ายเงินค่าพัสดุ/ค่าจ้างทั้งหมดของงวด งานที่ล่าช้าได้
๑๙.๒ กสศ. มีสิทธิบอกเลิกสัญญาหรือใบสั่งจ้างได้ ในกรณีที่เห็นว่าพัสดุ/พัสดุ ตามสัญญาหรือใบสั่งจ้าง ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้งานอีกต่อไป หรือในกรณีการดำเนินงานหรือรับมอบพัสดุ/ผลงานตามสัญญาหรือใบสั่งจ้างต่อไป จะไม่เป็นประโยชน์แก่ กสศ. ทั้งนี้ กสศ. จะพิจารณาตรวจรับพัสดุ/ผลงาน และเบิกจ่ายเงินค่าพัสดุ/ค่าจ้างตามความเป็นจริง โดยคำนวณตามจำนวนพัสดุ/ปริมาณงาน ที่ได้ดำเนินการหรือตรวจรับไว้โดยชอบแล้ว
๑๙.๓ กสศ. มีสิทธิบอกเลิกสัญญาหรือใบสั่งจ้างถ้าเห็นว่าผู้ขาย/ผู้รับจ้างมิได้ปฏิบัติงานด้วยความชำนาญหรือมิได้ ปฏิบัติตามข้อสัญญาหรือใบสั่งจ้างข้อหนึ่งข้อใด และเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญาหรือใบสั่งจ้าง ในกรณีเช่นนี้ กสศ. จะบอก กล่าวให้ผู้ขาย/ผู้รับจ้างทราบ เมื่อผู้ขาย/ผู้รับจ้างได้รับหนังสือบอกกล่าวนั้นแล้ว ผู้ขาย/ผู้รับจ้างต้องหยุดปฏิบัติงานทันที
๑๙.๔ กสศ. อาจมีหนังสือบอกกล่าวให้ผู้ขาย/ผู้รับจ้างทราบล่วงหน้าเมื่อใดก็ได้ว่า กสศ. มีเจตนาที่จะระงับการทำงาน ทั้งหมด หรือแต่บางส่วน หรือจะบอกเลิกสัญญาหรือใบสั่งจ้าง ในกรณีการบอกเลิกสัญญาหรือใบสั่งจ้างดังกล่าว จะมีผลในเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน นับจากวันที่ผู้ขาย/ผู้รับจ้างได้รับหนังสือบอกกล่าวนั้น เมื่อครบกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ผู้ขาย/ผู้รับจ้างต้องหยุดปฏิบัติงานทันที
๑๙.๕ หากผู้ขาย/ผู้รับจ้าง และพนักงาน ลูกจ้าง ตัวแทน หรือบุคคลอื่นใดที่ได้รับมอบหมายของผู้ขาย/ผู้รับจ้าง (ซึ่งต่อไปรวมเรียกว่า “ลูกจ้าง”) กระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำผิดสัญญาหรือใบสั่งจ้าง โดยมิชอบ โดยจงใจ หรือประมาทเลินเล่อ ทำให้ กสศ. ได้รับความเสียหาย ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ตกลงยินยอมให้ กสศ. ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาหรือ ใบสั่งจ้าง และมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ขาย/ผู้รับจ้าง โดยให้ กสศ. มีสิทธินำค่าเสียหายมาหักออกจากค่าพัสดุ /ค่าจ้างได้ และหากยังไม่เพียงพอกับความเสียหายที่เกิดขึ้น กสศ. มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ขาย/ผู้รับจ้าง จนกว่า จะได้รับครบจำนวน - ๑๒ -
๒๐. ข้อมูลส่วนบุคคล
๒๐.๑ นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ตกลงจะศึกษาและรับทราบนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ กสศ. นโยบาย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับคู่สัญญา รวมถึงนโยบายและประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลของ กสศ. ทั้งที่มีผลใช้บังคับอยู่ในขณะนี้ รวมถึงที่จะมีผลใช้บังคับต่อไปภายหน้า โดยผู้ขาย/ผู้รับจ้างตกลง ปฏิบัติตามนโยบายและประกาศดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ผู้ขาย/ผู้รับจ้างตกลงจะติดตามนโยบายและประกาศ ดังกล่าวของ กสศ. ที่เว็บไซต์ของ กสศ. (www.eef.or.th)
๒๐.๒ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และเงื่อนไขในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
๒๐.๒.๑ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
☑ การดำเนินงานของโครงการนี้ไม่มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
□ การดำเนินงานของโครงการนี้ผู้ขาย/ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคล (ซึ่งต่อไปนี้รวมเรียกว่า “ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล”) โดยมีรายละเอียดตามรายการประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลเอกสารแนบท้ายขอบเขตงานนี้
ทั้งนี้ กรณีมีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลผู้ขาย/ผู้รับจ้างต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพียงเท่าที่ จำเป็นเพื่อให้การดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการตามรายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่กำหนดไว้ ในข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงตกลงจะดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
๒๐.๒.๒ กรณีการดำเนินงานตามโครงการนี้ไม่มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแต่ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือกรณีที่โครงการนี้มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแต่ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือหรือเกินไปจากที่กำหนดไว้ในรายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ กำหนดในข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ให้ถือว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวของผู้ขาย/ผู้รับจ้าง เป็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลอย่างเป็นอิสระแยกจาก กสศ. ทั้งนี้
(๑) กรณีเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลอื่นใด ใช้สิทธิฟ้องร้อง หรือใช้สิทธิเรียกร้อง หรือใช้สิทธิอื่นใด เนื่องจากการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ผู้ขาย/ผู้รับจ้างตกลงรับผิดชอบในบรรดาความเสียหาย ทั้งปวงแต่เพียงผู้เดียว
(๒) กรณีเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลอื่นใด ใช้สิทธิฟ้องร้อง หรือใช้สิทธิเรียกร้อง หรือใช้สิทธิอื่นใด ให้ กสศ. ชดใช้ค่าเสียหายเนื่องจากการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ผู้ขาย/ผู้รับจ้างตกลงจะชดใช้ ค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายทั้งปวงที่เกิดขึ้นแทน กสศ. ทั้งนี้ การที่ผู้ขาย/ผู้รับจ้างชดใช้เงินและค่าเสียหายดังกล่าวไม่เป็น การตัดสิทธิของ กสศ. ในการดำเนินการตามกฎหมาย - ๑๓ -
๒๑. การรักษาข้อมูลไว้เป็นความลับ
๒๑.๑ ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง และลูกจ้าง ต้องเก็บรักษาข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการทำงานตามสัญญา หรือใบสั่งจ้าง ทั้งในระหว่างระยะเวลาในสัญญาหรือใบสั่งจ้าง และหลังสิ้นสุดสัญญาหรือใบสั่งจ้าง ไว้เป็นความลับ ไม่มอบหรือเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กสศ. และ/หรือเอาไปเพื่อประโยชน์อื่นใดแก่ตนเอง โดยหาก มีการนำไปใช้ หรือเปิดเผย หรือเผยแพร่ ข้อมูลดังกล่าวอันจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ กสศ. ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง จะต้อง รับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว และ กสศ. มีสิทธิดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ขาย/ผู้รับจ้าง
๒๑.๒ ข้อมูลที่เป็นความลับทั้งที่อยู่ในรูปของเอกสาร โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ที่บันทึกลงในสื่อต่าง ๆ หรือสิ่งอื่นใดที่เป็นรูปธรรมที่ กสศ. เปิดเผยแก่ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ต้องทำ เครื่องหมาย “ลับ” ไว้กับสิ่งนั้นอย่างชัดเจน ส่วนการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับด้วยวาจาหรือด้วยวิธีการอื่นใดที่ไม่ เป็นรูปธรรม ซึ่ง กสศ. ได้แจ้งให้ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ทราบ ณ เวลาเปิดเผยนั้นว่าเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง จะต้องสรุปสาระสำคัญของข้อมูลที่เป็นความลับดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งทำ เครื่องหมาย “ลับ” หรือเครื่องหมายที่มีความหมายทำนองเดียวกันนี้ไว้กับข้อความสรุปนั้นอย่างชัดเจน พร้อมทั้งส่ง มอบข้อความสรุปดังกล่าว ให้แก่ กสศ. ภายใน ๑๕ วัน นับตั้งแต่วันที่ กสศ. เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับนั้น
๒๑.๓ ผู้ขาย/ผู้รับจ้างตกลงจะเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับที่ กสศ. ได้เปิดเผยแก่ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง รวมถึงจะ จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมตามมาตรฐานของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่เป็นความลับนั้นเพื่อป้องกัน มิให้บุคคลภายนอกเข้าถึงข้อมูลที่เป็นความลับได้
๒๒. กรรมสิทธิ์ในผลงาน และสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
๒๒.๑ ผลงาน ซึ่งหมายความรวมถึงข้อมูล รายงาน เอกสาร ผลการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และที่เรียกชื่ออื่นใด ทั้งหมดที่ผู้รับจ้างและ/หรือลูกจ้าง เป็นผู้ดำเนินการหรือได้รับจากการดำเนินงานภายใต้สัญญาหรือใบสั่งจ้าง ให้ผลงาน ดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของ กสศ.
๒๒.๒ สิทธิเหนือทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ (ไม่ว่าจะเป็นลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ) ในผลงานตามของ ๒๒.๑ ที่ผู้รับจ้างและ/หรือลูกจ้างของผู้รับจ้างได้สร้างสรรค์ ประพันธ์ สร้างขึ้น หรือจัดทำขึ้นจาก การดำเนินงานภายใต้สัญญาหรือใบสั่งจ้างให้เป็นของ กสศ.
๒๒.๓ หากผู้รับจ้างประสงค์จะนำสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของ กสศ. ไปใช้จะต้องได้รับความยินยอมเป็น หนังสือจาก กสศ. ก่อน - ๑๔ -
๒๓. เงื่อนไขอื่น ๆ
กรณีวงเงินงบประมาณตามข้อ ๘. เป็นเงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณถัดไป กสศ. จะลงนาม ในสัญญาหรือใบสั่งจ้างกับผู้ขาย/ผู้รับจ้างก็ต่อเมื่อพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณนั้นมีผลใช้ บังคับและ กสศ. ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีจากสำนักงบประมาณแล้ว
ทั้งนี้ กสศ. ขอสงวนสิทธิในการยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ กรณีที่ กสศ. ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ เพื่อการจัดซื้อจัดจ้างโครงการนี้