ประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานก่อสร้างคอกสุนัขทหาร ของ กองพันสุนัขทหาร กรมการสัตว์ทหารบก และ งานก่อสร้างคลังเก็บสิ่งอุปกรณ์ ประเภท ๒ และ ๔ ของ กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ ๒ กรมการสัตว์ทหารบก จังหวัดนครราชสีมา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
คู่มือการปฏิบัติงานก่อสร้างของกองทัพบก พ.ศ. ๒๕๖๘ ฉบับนี้ จัดทำขึ้นโดยกรมยุทธโยธาทหารบก เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานก่อสร้าง ปรับปรุง ซ่อมแซมอาคารและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงสาธารณูปโภคต่างๆ ของกองทัพบก โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้อง ทันสมัย มีมาตรฐานคุณภาพงานก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างที่เป็นปัจจุบัน สอดคล้องกับหลักวิชาการ ระเบียบ ข้อกำหนด กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
คู่มือนี้ครอบคลุมกระบวนการดำเนินงานตั้งแต่การพิจารณาผังที่ตั้ง การออกแบบสถาปัตยกรรมและระบบวิศวกรรมต่างๆ การเตรียมงานก่อนการก่อสร้าง ระหว่างการก่อสร้าง และหลังการก่อสร้าง รวมถึงการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ ครุภัณฑ์ และการติดตั้ง ตลอดจนการส่งมอบงาน นอกจากนี้ คู่มือนี้ยังให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการดำเนินงานก่อสร้าง ซ่อมแซม และติดตั้งตามมาตรฐานงานก่อสร้างพื้นฐานที่ดี โดยมุ่งหวังให้บุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ทันเวลา และลดข้อขัดแย้ง
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดในคู่มือนี้เป็นเพียงข้อเสนอแนะ มิได้มีข้อบังคับในการปฏิบัติ หากมีวิธีการอื่นที่คงคุณภาพที่ดี คุ้มค่ากับงบประมาณ และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อกองทัพบก ก็สามารถขออนุมัติใช้ได้ โดยต้องสอดคล้องกับเงื่อนไข ข้อกำหนด กฎหมาย และระเบียบราชการที่เกี่ยวข้อง
English summary
This manual provides guidelines for construction, renovation, and repair works of buildings and facilities of the Royal Thai Army. It covers all stages from preparation and construction to project handover, emphasizing quality standards, materials, equipment, and compliance with relevant regulations, requirements, and laws. The manual also includes recommendations for material usage, site planning, work control, and safety precautions to ensure accurate, efficient operations and minimize conflicts.
ไม่ได้ระบุ
ผู้เสนอราคาและผู้ชนะ
ผู้ชนะการประมูล (1)
ผู้เสนอราคาทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลผู้เสนอราคา
โครงการนี้ไม่มีรายชื่อผู้เสนอราคา
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้การดำเนินงานก่อสร้าง ปรับปรุง และซ่อมแซมอาคารและสิ่งปลูกสร้างของกองทัพบกเป็นไปอย่างถูกต้อง
- เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างทันสมัย
- เพื่อให้มีมาตรฐานคุณภาพงานก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างที่เป็นปัจจุบัน
- เพื่อให้สอดคล้องกับหลักวิชาการ
- เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบ ข้อกำหนด และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
- เพื่อให้บุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ทันเวลา และลดข้อขัดแย้ง
ขอบเขตของงาน
- การตรวจสอบแบบรูปรายการ: ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบแบบทันทีที่ได้รับ หากมีข้อขัดแย้งต้องแจ้งผู้ว่าจ้าง
- การขอเข้าดำเนินการและขอใช้สาธารณูปโภค: ผู้รับจ้างต้องทำหนังสือขออนุญาตและปฏิบัติตามระเบียบของหน่วยงาน
- การก่อสร้างสำนักงานชั่วคราว: ผู้รับจ้างต้องจัดหาสถานที่ทำงานชั่วคราว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก
- การวางผังและการกำหนดระดับ: ผู้ว่าจ้างกำหนดจุดสร้าง ผู้รับจ้างทำผังบริเวณ
- การป้องกันและความรับผิดชอบ: ผู้รับจ้างรับผิดชอบความปลอดภัยและความเสียหาย
- กำหนดฝีมือและขั้นตอนการปฏิบัติงาน: ผู้รับจ้างต้องใช้ช่างฝีมือดีและทำตามขั้นตอน
- แบบขยายรายละเอียด (Shop Drawing): ผู้รับจ้างจัดทำ Shop Drawing หากจำเป็น
- วัสดุก่อสร้าง: ใช้วัสดุตามแบบ หรือขออนุมัติใช้วัสดุเทียบเท่า
- การทดสอบต่างๆ: ผู้รับจ้างดำเนินการทดสอบตามดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
- การทำความสะอาดพื้นที่: ผู้รับจ้างต้องทำความสะอาดเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ
- คู่มืออุปกรณ์และแบบขยายรายละเอียด: จัดส่งคู่มือและ As-built Drawing ให้ผู้ว่าจ้าง
- ความสมบูรณ์ของงานที่ส่งมอบ: งานต้องสมบูรณ์และทดสอบได้
- การรับรองสภาพงาน: รับรองสภาพงานตามสัญญา
- งานปรับพื้นที่: ขุดดิน ถมดิน บดอัดดิน เกลี่ยดิน ปรับระดับดิน
- งานฐานราก: ทำฐานรากให้มั่นคงแข็งแรง
- งานคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็ก: ทำแบบ เทคอนกรีต บ่มคอนกรีต
- งานโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ: ประกอบ ติดตั้ง เชื่อม สลักเกลียว
- งานมุงหลังคา: มุงกระเบื้องคอนกรีต กระเบื้องลอนคู่ กระเบื้องโปร่งแสง เหล็กรีด
- งานก่อผนังและฉาบปูน: ก่ออิฐ ฉาบปูนให้เรียบ
- งานไม้: ทำโครงสร้างและตกแต่งผิวไม้
- งานฝ้าเพดานและฝาผนัง: ติดตั้งฝ้าเพดานและฝาผนัง
- งานประตูและหน้าต่าง: ติดตั้งประตูและหน้าต่างไม้ อะลูมิเนียม เหล็ก
- งานปูพื้น: ปูพื้นไม้ กระเบื้องยาง กระเบื้องผิวแข็ง หินขัด
- งานติดตั้งกระจก: ติดตั้งกระจกกับไม้ อะลูมิเนียม เหล็ก
- งานติดตั้งอื่น ๆ: ติดตั้งช่องระบายอากาศ ราวบันได ลวดถัก ลวดหนาม เหล็กตาข่าย เตา
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แบบรูปขยายรายละเอียด (Shop Drawing)
- แผนภูมิการดำเนินงาน
- ตัวอย่างวัสดุก่อสร้าง
- รายงานการก่อสร้างประจำวันและสัปดาห์
- คู่มืออุปกรณ์ (ภาษาอังกฤษ 1 ชุด, ภาษาไทย 3 ชุด)
- แบบก่อสร้างจริง (As-built Drawing) จำนวน 3 ชุด
- เอกสารรับประกันวัสดุอุปกรณ์ (หากมีการรับประกันเกิน 2 ปี)
- ผลการทดสอบการรับน้ำหนักของเสาเข็ม (ถ้ามี)
ระยะเวลาดำเนินการ
ระบุในสัญญาจ้าง
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Standards Compliance:
- วัสดุต้องเป็นไปตามมาตรฐานคุณสมบัติรายการวัสดุที่กำหนดไว้ในรายการประกอบแบบก่อสร้าง ตามตารางแสดงปริมาณวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง หรือ ภาคผนวกคู่มือการปฏิบัติงานก่อสร้างของกองทัพบกเท่านั้น
- ผู้รับจ้างสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ตามตัวอย่างผลิตภัณฑ์วัสดุอุปกรณ์และครุภัณฑ์ประกอบงานก่อสร้างของกองทัพบก ที่กำหนดให้ใช้ผลิตภัณฑ์จากโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)
- Experience:
- ต้องมีช่างที่มีฝีมือดี ได้มาตรฐานของงานแต่ละชนิด
- Technical Capabilities:
- ต้องมีเครื่องสั่นคอนกรีตและวัสดุอุปกรณ์บ่มคอนกรีต
- Personnel:
- ผู้จัดการสนาม (Field manager) ที่ผู้ว่าจ้างเห็นชอบ
- วิศวกรสนาม (Field engineer) ที่มีสิทธิประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ. 2505
- ช่างสนาม (Foreman) ประจำหน่วยงานก่อสร้างตลอดเวลาการทำงาน อย่างน้อย 1 นาย
เกณฑ์การพิจารณา
ระบุในสัญญาจ้าง
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- คอนกรีต: หน่ายแรงที่ยอมให้ของคอนกรีต (f’c) ถ้าในแบบรูปไม่ได้กำหนด ให้ใช้ f’c = 173 กก./ตร.ซม. เมื่อทดสอบด้วยตัวอย่างคอนกรีตมาตรฐาน รูปทรงกระบอกที่่อายุ 28 วัน
- เหล็กเสริม: ระบุไว้ในภาคผนวกคู่มือการปฏิบัติงานก่อสร้างของกองทัพบก
- การถมดิน: ค่า CBR ของดินถมและดินเดิม ไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในแบบ
- งานสนามฝึก, สนามกีฬา และงานก่อสร้างอาคาร บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 85% Standard AASHTO และถมเป็นชั้นไม่เกินชั้นละ 50 ซม.
- งานถนน, สนามบิน, ลานจอดรถ และลานจอดเครื่องบิน : ถมดิน ให้บดอัดแน ่นไม ่น้อยกว ่า 90% Modified AASHTO หรือ เป็นไปตามแบบและถมเป็นชั้นไม่เกินชั้นละ 20 ซม.
- ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ในการตอกเสาเข็ม : หากไม่ได้มีการระบุในแบบรายละเอียดตำแหน่งเสาเข็มแต่ละต้นที่ระดับตัดหัวเสาเข็มจะยอมให้มีค่าเบี่ยงเบนสูงสุดจากศูนย์กลางที่กำหนดไว้ในแบบรายละเอียดได้ไม่เกินกว่า 5 ซม. สำหรับฐานรากที่ใช้เข็มหนึ่งต้นและสองต้น และไม่เกินกว่า 7.5 ซม. สำหรับฐานรากที่ใช้เข็มตั้งแต ่สามต้นขึ้นไป
เงื่อนไขสัญญา
ระบุในสัญญาจ้าง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: ผู้รับจ้างจะสามารถขอใช้วัสดุเทียบเท่าได้อย่างไร?
-
ตอบ: ผู้รับจ้างสามารถขอใช้วัสดุเทียบเท่าได้ โดยต้องเป็นวัสดุชนิดหรือประเภทเดียวกัน มีคุณภาพเดียวกัน หรือดีกว่าที่กำหนดไว้ในรูปแบบ หรือภาคผนวกคู่มือการปฏิบัติงานก่อสร้างของกองทัพบก และต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากกรมยุทธโยธาทหารบก
-
ถาม: หากผู้รับจ้างต้องการใช้วัสดุทดแทน จะต้องทำอย่างไร?
-
ตอบ: ผู้รับจ้างสามารถใช้วัสดุทดแทนได้ หากวัสดุที่กำหนดไว้ในรูปแบบไม่สามารถนำมาใช้ในการก่อสร้างได้ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมยุทธโยธาทหารบก
-
ถาม: ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไรหากพบข้อบกพร่องหลังส่งมอบงาน?
-
ตอบ: หากหน่วยเข้าใช้ประโยชน์แล้วพบข้อบกพร่องส่วนใดที่ไม่สามารถใช้งานได้หรือชำรุด จะแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบ และผู้รับจ้างจะต้องเข้าแก้ไขภายใน 15 วันหลังจากที่ได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากหน่วยใช้ประโยชน์หรือผู้ว่าจ้าง
-
ถาม: การบ่มคอนกรีตที่ถูกต้องต้องทำอย่างไร?
-
ตอบ: เมื่อเทคอนกรีตเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องป้องกันคอนกรีตไม่ให้โดนแดด น้ำ หรือน้ำฝน และหลังจากเทคอนกรีตแล้ว 24 ชม. จะต้องบ่มคอนกรีตให้ชุ่มน้ำอยู่ตลอดเวลาอย่างน้อย 7 วัน โดยใช้น้ำหล่อหรือกระสอบป่านคลุมให้ทั่วแล้วใช้น้ำราดให้ชุ่ม หรือใช้วัสดุอย่างอื่นที่เหมาะสมกับประเภทของงานก่อสร้าง
-
ถาม: กรณีงานก่อสร้างอาคารห่างจากทะเลไม่เกิน 10 กม. ต้องใช้ปูนประเภทใด?
-
ตอบ: ให้ใช้ปูนป้องกันซัลเฟส (ประเภท 5)
-
ถาม: การต่อเหล็กเสริมโดยวิธีทาบ ระยะทาบต้องเป็นเท่าใด?
-
ตอบ: ระยะทาบต้องไม่น้อยกว่า 40 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็กเส้นกลม ชั้นคุณภาพ SR-24, 30 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็กข้ออ้อย ชั้นคุณภาพ SD-30, 36 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็กข้ออ้อย ชั้นคุณภาพ SD-40, และ 45 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็กข้ออ้อย ชั้นคุณภาพ SD-50
-
ถาม: ในการมุงหลังคากระเบื้องคอนกรีต ต้องยึดกระเบื้องทุกแผ่นหรือไม่?
-
ตอบ: หากในแบบรูปไม่ได้ระบุรายละเอียดวิธีการยึดกระเบื้องเอาไว้ ให้ถือว่าต้องทำการยึดกระเบื้องด้วยตะปูเกลียวยึดกระเบื้องทุกแผ่น พร้อมยึดกระเบื้องแถวแรกตลอดแนวเชิงชายทุกแผ่นให้ติดกับแปแถวสุดท้ายที่ติดกับไม้เชิงชายด้วยตะปูเกลียว
-
ถาม: ในกรณีที่ต้องถมดินก่อสร้างอาคาร จะต้องแบ่งถมเป็นชั้น ชั้นละเท่าไร?
-
ตอบ: ให้แบ่งถมเป็นชั้น ชั้นละไม่เกิน 50 ซม. แล้วบดอัดแน่น หากเครื่องมือบดอัดดินขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าดำเนินการได้ให้แบ่งถมเป็นชั้น ชั้นละไม่เกิน 25 ซม. แล้วบดอัดแน่น
-
ถาม: ค่าระดับในแบบมาตรฐาน ให้อ้างอิงค่าระดับใดเป็น ค่า BM. 0.00 ?
-
ตอบ: ให้อ้างอิงค่าระดับพื้นแข็งหน้าอาคารเป็น ค่า BM. 0.00
-
ถาม: วิิธีีการตอกเสาเข็็มที่่เหมาสมกัับการติิดตั้้งเสาเข็็มสปัันไมโครไพล์ที่มีพื้นที่ในการทำงานเพียงพอ จะต้องใช้ตุ้มตอกที่มีขนาดเท่าใด ?
-
ตอบ: การตอกเสาเข็ม จะต้องใช้ตุ้มตอกที่มีขนาด1-2ตัน
-
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
คู่มือการปฏิบัติ
งานก่อสร้างของกองทัพบก พ.ศ. ๒๕๖๘
จัดทำ โดย กรมยุทธโยธาทหารบก
คู่มือการปฏิบัติ
งานก่อสร้างของกองทัพบก พ.ศ. ๒๕๖๘
จัดทำ โดย กรมยุทธโยธาทหารบก
ค�ำน�ำ
งานก่อสร้างปรับปรุงซ่อมแซมอาคารและสิ่งปลูกสร้างสาธารณูปโภคเป็นงานสาย การส่งก�ำลังบ�ำรุงที่มีองค์ประกอบที่ซับซ้อนและมีรายละเอียดมาก และมีกระบวนการด�ำเนินงาน หลายขั้นตอนที่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ตั้งแต่การพิจารณาผังที่ตั้ง การออกแบบสถาปัตยกรรม และระบบวิศวกรรมต่าง ๆ การเตรียมงานก่อนการสร้าง ระหว่างก่อสร้าง และหลังก่อสร้าง รวมทั้ง การเลือกใช้วัตถุอุปกรณ์ครุภัณฑ์และการติดตั้ง ตลอดจนการส่งมอบงาน
กรมยุทธโยธาทหารบกในฐานะหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก รับผิดชอบในการก�ำหนด แบบรูปรายการประกอบการจ้างของกองทัพบก ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาจัดท�ำคู่มือการ ปฏิบัติงานก่อสร้างของกองทัพบกและคณะท�ำงานน�ำเสนอการปรับปรุงคู่มือการปฏิบัติงานก่อสร้าง ของกองทัพบก ประกอบด้วย บุคลากรที่มีคุณวุฒิและใบประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม และวิศวกรรมควบคุม และผู้มีประสบการณ์ด้านการก่อสร้างของกองทัพบก ด�ำเนินการตรวจสอบ ปรับปรุงและประชุมพิจารณา เพื่อให้เกิดการพัฒนาแนวทางการปฏิบัติภารกิจดังกล่าวอย่างถูกต้อง ทันสมัย มีมาตรฐานคุณภาพงานก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างที่เป็นปัจจุบัน เป็นไปตามหลักวิชาการ และสอดคล้องกับระเบียบ ข้อก�ำหนด กฎหมายที่เกี่ยวข้องในปัจจุบัน
รายละเอียดของวิธีการด�ำเนินงานก่อสร้างซ่อมแซมและติดตั้งที่ได้ระบุไว้ในคู่มือฯ ฉบับนี้ เป็นเพียงข้อเสนอแนะในการปฏิบัติตามมาตรฐานงานก่อสร้างพื้นฐานที่ดีในปัจจุบันเท่านั้น โดย มุ่งหวังให้เป็นประโยชน์ต่อบุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถใช้เป็นแนวทางด�ำเนินงานได้อย่าง ถูกต้องรวดเร็วทันเวลาและลดข้อขัดแย้ง หากแต่มิได้ใช้เป็นข้อบังคับในการปฏิบัติแต่อย่างใด จึงสามารถขออนุมัติใช้วิธีการด�ำเนินการในรูปแบบอื่นได้ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปเพื่องานก่อสร้าง ที่คงคุณภาพที่ดี คุ้มค่ากับงบประมาณ เป็นประโยชน์สูงสุดต่อส่วนราชการกองทัพบกตลอดอายุ การใช้งานของสิ่งปลูกสร้างนั้น ๆ และสอดคล้องตามเงื่อนไขข้อก�ำหนดกฎหมาย, ระเบียบราชการ ที่เกี่ยวข้อง และ พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
คณะกรรมการพิจารณาจัดท�ำคู่มือการปฏิบัติงานก่อสร้างของกองทัพบก
สารบัญ
หน้า
หมวดที่ 1 การด�ำเนินการทั่วไป
การปฏิบัติก่อนการด�ำเนินงานก่อสร้าง 1 1. นิยามศัพท์ 1 2. การตรวจสอบแบบรูปรายการ 1 3. การขอเข้าด�ำเนินการและขอใช้สาธารณูปโภค 2 4. การก่อสร้างส�ำนักงานชั่วคราวของผู้รับจ้าง 3 5. เจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้าง 4 6. เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างในการควบคุมงาน 5 7. การวางผังและการก�ำหนดระดับ 6 8. แผนภูมิการด�ำเนินงาน 7 9. ข้อก�ำหนดทั่วไป 7
การปฏิบัติในระหว่างการก่อสร้าง 9 1. การป้องกันและความรับผิดชอบ 9 2. ก�ำหนดฝีมือและขั้นตอนการปฏิบัติงาน 9 3. แบบขยายรายละเอียด (Shop Drawing) ในระหว่างการก่อสร้าง 9 4. วัสดุก่อสร้าง 10 5. การทดสอบต่าง ๆ 10
การปฏิบัติในการส่งมอบงาน 12 1. การท�ำความสะอาดพื้นที่ 12 2. คู่มืออุปกรณ์ และแบบขยายรายละเอียด (Shop Drawing) 12 3. ความสมบูรณ์ของงานที่ส่งมอบ 12 4. การรับรองสภาพงาน, วัสดุและอุปกรณ์ 13
หน้า
หมวดที่ 2 งานสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมโครงสร้าง
งานปรับพื้นที่ 17 1. การเตรียมพื้นที่ 17 2. งานปรับพื้นที่ 17
งานอาคาร 21 1. งานฐานราก 21 2. งานคอนกรีีตและคอนกรีีตเสริิมเหล็็ก 25 3. งานโครงสร้้างเหล็็กรููปพรรณ 35 4. งานมุงหลังคา 38 5. งานก่อผนังและฉาบปูน 46 6. งานไม้ 50 7. งานฝ้้าเพดานและฝาผนััง 52 8. งานประตููและหน้้าต่่าง 57 9. งานปูพื้น 58 10. งานติดตั้งกระจก 64
11. งานติดตั้งอื่น ๆ 64 12. วิธีการในการปูกระเบื้อง 65 13. สี 68 14. การเตรียมพื้นผิวและการท�ำกันซึม 74
งานถนนและลานพื้นแข็ง 76 งานป้้องกัันและกำจััดศััตรููทำลายไม้้ 77 1. กล่่าวทั่่วไป 77 2. วิิธีีดำเนิินการ 77 3. หลักเกณฑ์คุณสมบัติของผู้รับจ้าง 79 4. การรับประกัน 80
หน้า
หมวดที่ 3 งานระบบวิศวกรรมสุขาภิบาล
งานระบบประปาและสุขาภิบาลภายในอาคาร 81 1. ข้อก�ำหนดทั่วไป 81 2. วิธีการติดตั้งท่อ 82 3. สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ 86
งานระบบระบายน�้ำภายนอกอาคาร 90 1. วัสดุที่ใช้ 90 2. วิธีการก่อสร้าง 90
งานระบบรวบรวมและบ�ำบัดน�้ำเสีย 91 1. วัสดุที่ใช้และวิธีการติดตั้ง 91 2. เงื่อนไขสัญญาการด�ำเนินการเกี่ยวกับถังบ�ำบัดน�้ำเสีย 91 ระหว่างผู้รับจ้างกับบริษัทผู้ผลิต
งานระบบดับเพลิงภายในอาคาร 92 1. ขอบเขตของงาน 92 2. วิธีการเดินท่อ 92 3. การทดสอบ 92
หมวดที่ 4 งานระบบวิศวกรรมไฟฟ้า
งานระบบไฟฟ้าก�ำลัง 93 1. ขอบเขตของงาน 93 2. ข้อปฏิบัติทั่วไป 94 3. วิธีการเดินสายและติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงต�่ำ 96 4. วิธีการเดินสายและติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในอาคาร 98
หน้า
งานระบบไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ 108 งานระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 109 1. ข้อก�ำหนดทั่วไป 109 2. ข้อปฏิบัติทั่วไป 111 3. แผนการดูแลบ�ำรุงรักษาระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ 120
หมวดที่ 5 งานระบบวิศวกรรมเครื่องกล
งานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ 121 1. ขอบเขตของงาน 121 2. ข้อก�ำหนดในการปฏิบัติทั่วไป 121 3. วิธีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วน (Split Type) 123 4. วิธีการติดตั้งชุดเป่าลมร้อน (Condensing Unit) 123 5. วิธีการติดตั้งชุดเป่าลมเย็น (Fan Coil Unit, Air Handling Unit) 124 6. วิธีการติดตั้งอุปกรณ์อื่น ๆ ของเครื่องปรับอากาศ 124 7. เครื่องปรับอากาศชนิด CHILLER 127
งานระบบลิฟต์ 128 การตรวจสอบและการทดสอบลิฟต์ที่ติดตั้งเสร็จก่อนส่งมอบงาน 128 (Acceptance Test of lift)
รายละเอียดลิฟต์โดยสารแบบไม่มีห้องเครื่อง 133 ภาคผนวก
คำสั่่งกรมยุุทธโยธาทหารบก (เฉพาะ) ที่่ 304/67 141 เรื่อง ก�ำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบในการจัดท�ำคู่มือการปฏิบัติงาน
ก่อสร้างของกองทัพบก (เล่มสีฟ้า) และภาคผนวกคู่มือการปฏิบัติงาน
ก่อสร้างของกองทัพบก (เล่มสีเหลือง)
หมวดที่ 1
การดำ เนินการทั่วไป
1
การปฏิบัติก่อนการด�ำเนินงานก่อสร้าง
- นิยามศัพท์
ศัพท์ต ่าง ๆ ที่ได้ระบุไว้ในสัญญาจ้างเหมารวมถึงเอกสารแนบท้ายสัญญาจ้าง ให้ถือว ่ามี ความหมายดังต่อไปนี้
“ผู้้ว่่าจ้้าง” หมายถึึง กองทััพบก
“ผู้้รัับจ้้าง” หมายถึึง บุุคคล หรืือ นิิติิบุุคคล ที่่ได้้ทำสััญญาจ้้างเหมากัับกองทััพบก “เจ้้าหน้้าที่่ของผู้้ว่่าจ้้าง” หมายถึึง หััวหน้้าส่่วนราชการที่่ได้้ดำเนิินการแต่่งตั้้งคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุและผู้ควบคุมงานที่รับการแต่งตั้งจากผู้ว่าจ้าง
“การให้ความเห็นชอบ” หมายถึง การแสดงความเห็นชอบเป็นหนังสือของผู้ว่าจ้าง หรือ หัวหน้าส่วนราชการที่ได้ด�ำเนินการจ้าง
“การขอความเห็นชอบ” หมายถึง การขอความเห็นชอบเป็นหนังสือของผู้รับจ้างต่อเจ้าหน้าที่ ของผู้ว่าจ้าง หรือผู้ว่าจ้าง หรือกรมยุทธโยธาทหารบกหรือผู้บังคับหน่วยที่รับผิดชอบพื้นที่ “งานก่อสร้าง” หมายถึง สิ่งปลูกสร้าง สิ่งอ�ำนวยความสะดวกที่ได้แสดงหรือระบุไว้ในแบบรูป และรายการประกอบสัญญา
“แบบขยายรายละเอียด (Shop Drawing)” หมายถึง แบบรูปขยายรายละเอียดงานเพื่อแสดง แบบรูปและรายการก ่อสร้างให้ชัดเจน หรือเพื่อแก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมแบบรูปรายการ ก่อสร้างให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ - การตรวจสอบแบบรูปรายการ
2.1 ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบแบบรูปรายการทันทีที่ได้รับแบบรูปรายการไป ตัวเลขที่เขียน ก�ำกับไว้ในแบบรูปโดยทั่วไปนั้น จะต้องตรงกับขนาดที่วัดได้ในแบบรูปตามมาตราส่วน หากมี การขัดแย้งในระหว่างแบบรปและรายการ ู ผู้รับจ้างจะต้องรีบแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้เจ้าหน้าที่ ของผู้ว่าจ้างทราบเพื่อวินิจฉัยให้ความเห็นชอบก่อนการด�ำเนินงานแต่ละขั้นตอนของงาน
2.2 ผู้ว่าจ้างจะมอบแบบรูปและรายการที่ใช้ในการก่อสร้าง ซึ่งตรงกับแบบรูปและรายการที่ใช้ ในการท�ำสัญญาเป็นจ�ำนวน 2 ชุด ในวันที่ลงนามในสัญญาให้กับผู้รับจ้าง โดยมิต้องเสียค่าใช้จ่าย
2
ใด ๆ ผู้รับจ้างจะต้องเก็บรักษาแบบรูปและรายการก่อสร้างจ�ำนวน 1 ชุด ไว้เป็นอย่างดีณ สถานที่ ก่อสร้างและพร้อมที่จะน�ำออกมาใช้ตรวจสอบได้ตลอดเวลา
2.3 แบบรูปและรายการ ถ้าต้องการจ�ำนวนเพิ่มเติม ให้ขอได้จากผู้ว่าจ้างตามความจ�ำเป็น ถ้าผู้รับจ้างไม่เข้าใจในส่วนใดของแบบรูปและรายการ ให้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้เจ้าหน้าที่ ของผู้ว่าจ้างทราบทันทีเพื่อชี้แจงจนเป็นที่เข้าใจถูกต้อง
2.4 ผู้รับจ้างต้องจัดท�ำแบบรูปขยายรายละเอียด (Shop Drawing) เพิ่มเติมเท ่าที่จ�ำเป็น ในระหว ่างการด�ำเนินการก ่อสร้าง เพื่อให้การท�ำงานเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยเสนอให้ผู้ว่าจ้างพิจารณาก่อนด�ำเนินการ ซึ่งจะต้องถือเป็นเอกสารส�ำคัญเช่นเดียวกัน 2.5 กรณีที่มีรายละเอียดขัดแย้งกันระหว ่างวัตถุประสงค์แบบรูปและคู่มือการปฏิบัติงาน ก่อสร้างของกองทัพบก ให้ยึดถือค�ำวินิจฉัยของผู้ว่าจ้าง โดยให้ถือค�ำวินิจฉัยนั้นเป็นที่สุด 3. การขอเข้าด�ำเนินการและขอใช้สาธารณูปโภค
3.1 ผู้รับจ้างจะต้องท�ำหนังสือขอเข้าด�ำเนินการต่อผู้ว่าจ้าง
3.2 การใช้สิ่งสาธารณูปโภคของทางราชการ ผู้รับจ้างจะต้องได้รับการยินยอมจากผู้บังคับ หน่วยที่รับผิดชอบพื้นที่ที่จะท�ำการก่อสร้างก่อน กับทั้งต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ และ ค�ำสั่งของหน่วยเจ้าของพื้นที่นั้นอย่างเคร่งครัด
3.3 ผู้ว ่าจ้างสงวนสิทธิ์ที่จะไม ่ยอมให้ผู้รับจ้างใช้สิ่งสาธารณูปโภคของทางราชการ หากเกิดกรณีขาดแคลน และความไม่ปลอดภัยของทางราชการ
3.4 การใช้สิ่งสาธารณูปโภคของทางราชการ หากเกิดการช�ำรุดอันเนื่องจากการใช้งาน หรือการกระท�ำของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องซ่อมให้อยู่ในสภาพดีหรือดีกว่าตลอดเวลาการท�ำงาน ก่อนส่งมอบงานงวดสุดท้าย
3.5 ผู้รับจ้างจะต้องหาสถานที่พักอาศัยของผู้รับจ้าง, สถานที่เก็บของวัสดุอุปกรณ์และ การจัดที่ส�ำหรับ ห้องน�้ำ - ห้องส้วม ดังนี้
3.5.1 สถานที่พักอาศัยคนงานของผู้รับจ้าง ต้องประสานหน่วยเกี่ยวข้อง และเจ้าของ พื้นที่ว่าจะมีคนงานก่อสร้างเข้าพักอาศัยจ�ำนวนเท่าใด มีรายชื่อ จ�ำนวนเป็นบัญชีรายละเอียด พร้อมระบุเกี่ยวกับ เชื้อชาติสัญชาติศาสนา เพศ (ชาย/หญิง) อายุ เพื่อท�ำบัตรผ่าน เข้า - ออก สถานที่ราชการให้ถูกต้องตามระเบียบค�ำสั่งของหน่วยเจ้าของพื้นที่เสียก่อน จึงเข้าพักอาศัยได้ โดยรับรองว่าจะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน และท�ำความเสียหายต่อทางราชการแต่อย่างใด
3
3.5.2 สถานที่เก็บวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีคลัง ส�ำหรับเก็บวัสดุ อุปกรณ์ในการก่อสร้าง เพื่อป้องกันวัสดุเสื่อมสภาพก่อนก�ำหนด และขาดความแข็งแรง เช่น คลัง เก็บเหล็กเสริม คลังเก็บปูน คลังไม้หินและที่กองทราย เป็นต้น โดยต้องเก็บกองไว้เป็นสัดส่วนให้ มีความสะดวก และสามารถน�ำไปใช้งานรวดเร็ว
3.5.3 การจัดที่ส�ำหรับห้องน�้ำ - ห้องส้วม จะต้องให้เพียงพอกับคนงาน ต้องค�ำนึงความ สะอาดในเขตสุขาภิบาล รวมทั้งที่ทิ้งขยะมูลฝอยอันเกิดจากการพักอาศัยของคนงานด้วย ทั้งนี้ เพื่อป้องกันและรับประกันความปลอดภัยว่าเชื้อโรค จะไม่เกิดการแพร่ระบาดได้จากความสกปรก และการน�ำพาโดยแมลงและสัตว์เป็นพาหะที่เป็นบ่อเกิดของโรคต่าง ๆ
3.5.4 ผู้รับจ้างต้องท�ำแผนที่เส้นทางการขนย้ายวัสดุ จะต้องมีแผนที่เส้นทางแสดงการ เข้า - ออก บริเวณพื้นที่ก่อสร้างให้เป็นที่แน่นอน และเสนอขออนุมัติต่อผู้บังคับหน่วยเจ้าของ พื้นที่ โดยมีรายละเอียดจ�ำนวนพนักงาน คนงานและจ�ำนวนยานพาหนะที่จะ เข้า - ออก พื้นที่ ก่อสร้างนั้น ก�ำหนดวิธีเข้า - ออก เป็นกรณีพิเศษเป็นครั้งคราวในยามวิกาล - การก่อสร้างส�ำนักงานชั่วคราวของผู้รับจ้าง
4.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาหรือก ่อสร้างส�ำนักงานชั่วคราว ส�ำหรับงานก ่อสร้าง ที่มีวงเงิน ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป และระยะเวลาด�ำเนินงานตั้งแต่ 120 วันขึ้นไป เพื่อใช้ในการก่อสร้าง และจัดแบ่งให้เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างได้ใช้ในระหว่างการก่อสร้าง ส�ำนักงานนี้ต้องเป็นห้องมีผนัง ทั้ง 4 ด้านเป็นสัดส่วน มีอุปกรณ์อ�ำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไฟฟ้า ประปา ผู้รับจ้างจะต้องดูแล และท�ำความสะอาดให้เรียบร้อยตลอดเวลา โดยต้องสร้างให้เสร็จก่อนตรวจรับงานในครั้งแรก
4.2 ส�ำนักงานจะต้องมีพื้นที่ใช้สอยขนาดเหมาะสม และมีที่ตั้ง (บอร์ด) ขนาดไม่น้อยกว่า 1.20 ม.x2.40 ม.โดยประกอบด้วยแผนภมิแสดงความก้าวหน้างานขนาดไม่น้อยกว่า ู 0.80 ม.x1.20 ม. รูปภาพผลงานก่อสร้าง, ค�ำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ, สัญญางานก่อสร้าง, วัตถุประสงค์, และที่วาง ของตัวอย่างของวัสดุก่อสร้างที่ได้รับการอนุมัติแล้ว
4.2.1 ส�ำนักงานชั่วคราว มีรายละเอียดดังนี้
4.2.1.1 ส�ำนักงานสนามของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีส�ำนักงานชั่วคราว พร้อมครุภัณฑ์ประจ�ำส�ำนักงานส�ำหรับใช้ท�ำงาน โรงเก็บของ ห้องครัว ห้องน�้ำ และห้องส้วม โดย ให้มีจ�ำนวนพอเพียงส�ำหรับคนงานของผู้รับจ้างเอง ซึ่งเมื่องานแล้วเสร็จจะต้องรื้อถอนออกไป กรณีจ�ำเป็นต้องมีแบบขยายรายละเอียด (Shop Drawing) ก็ต้องจัดท�ำไว้ถูกต้องและมีสถานที่ ส�ำหรับติดแบบรูปรายการไว้ในส�ำนักงานพร้อมแผนภูมิแสดงความก้าวหน้าในการก ่อสร้าง (Progress Chart)
4
4.2.1.2 ส�ำนักงานสนามของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมส�ำนักงานชั่วคราว พร้อมครุภัณฑ์ประจ�ำส�ำนักงานส�ำหรับเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง พร้อมครุภัณฑ์ที่จ�ำเป็น พร้อมห้องพัก ผู้ควบคุมงาน และห้องท�ำงานของผู้ควบคุมงาน ห้องประชุมของเจ้าหน้าที่ ห้องน�้ำ - ห้องส้วม และ ห้องเก็บของตามเหมาะสม โดยขนาดของส�ำนักงานต้องมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 13 ตารางเมตร
4.3 ผู้รับจ้างจะต้องจัดท�ำป้ายโครงการก่อสร้างขนาดไม่น้อยกว่า 1.20 ม. x 2.40 ม. แสดงรายการก่อสร้าง จ�ำนวนเงินงบประมาณค่าก่อสร้าง ระยะเวลาการก่อสร้าง ส่วนราชการ ผู้รับผิดชอบ ผู้รับจ้างและข้อความอื่นที่จ�ำเป็นให้เห็นอย่างชัดเจนในบริเวณที่ท�ำการก่อสร้างด้วย 4.4 ก ่อนการด�ำเนินการจัดหาหรือก ่อสร้างส�ำนักงาน ให้ผู้รับจ้างขอความเห็นชอบจาก ผู้ว่าจ้างหรือเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างเสียก่อน - เจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้าง
5.1 ผู้จัดการสนาม (Field manager)
ผู้รับจ้างต้องแต่งตั้งบุคคลที่ผู้ว่าจ้างเห็นชอบแล้ว เป็นผู้จัดการสนามโดยท�ำหน้าที่แทน ผู้รับจ้าง ซึ่งมีอ�ำนาจเต็มที่ในการตัดสินใจหรือสั่งงาน เมื่อได้รับค�ำสั่ง และหรือค�ำแนะน�ำต่าง ๆ จากผู้ว่าจ้างหรือเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง
5.2 วิศวกรสนาม (Field engineer)
5.2.1 ผู้รับจ้างต้องมีวิศวกรสนามเป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุมดูแลการก่อสร้าง ให้ เป็นไปตามแบบรูปและรายการที่ก�ำหนด
5.2.2 วิศวกรสนามของผู้รับจ้างต้องเป็นผู้มีสิทธิประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตาม พระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ. 2505 หรือตามพระราชบัญญัติฉบับปัจจุบัน 5.3 ช่างสนาม (Foreman)
มีอ�ำนาจในการสั่งงานและควบคุมงานก่อสร้างและจะต้องประจ�ำอยู่ที่หน่วยงานก่อสร้าง ตลอดเวลาการท�ำงาน อย่างน้อย 1 นาย
5.4 ผู้รับจ้างจะต้องเสนอรายชื่อ ผู้จัดการสนาม, วิศวกรสนาม และช่างสนามพร้อมหลักฐาน ต่าง ๆ เพื่อขอรับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างเสียก่อน
5.5 หากผู้ว่าจ้างตรวจสอบแล้วเห็นว่าเจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างไม่สามารถควบคุมงานก่อสร้าง ได้อย่างมีประสิทธิภาพตามความประสงค์ของผู้ว่าจ้าง หรือมีการกระท�ำที่ประพฤติส่อไปในทาง ไม่สุจริต ผู้ว่าจ้างสามารถแจ้งให้ผู้รับจ้างเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างได้โดยสั่งระงับการ ท�ำงานจนกว่าผู้รับจ้างจะหาเจ้าหน้าที่สนามได้ซึ่งความล่าช้าอันเกิดจากการสั่งระงับการท�ำงานนี้ ผู้รับจ้างจะถือเป็นเหตุขอขยายระยะเวลางดหรือลดค่าปรับตามสัญญามิได้
5
5.6 ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างร่วมตรวจสอบและจดบันทึกรายงานการก่อสร้างโดยรายงาน การก่อสร้างทุกวันและรายงานต่อผู้ควบคุมงานทุกสัปดาห์พร้อมลงนามรับรองโดยผู้รับจ้างหรือ ตัวแทน “ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560” ข้อ 176 ข้อย่อย 2) คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจสอบรายงานการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง
5.7 ผู้รับจ้างต้องลงลายมือชื่อในเอกสารที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานที่ทางราชการก�ำหนด เช่น แผ่นภูมิการปฏิบัติงาน, แผ่นงานการขออนุมัติใช้วัสดุ, เอกสารขออนุมัติใช้วัสดุและ SHOP DRAWING ฯลฯ - เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างในการควบคุมงาน
ผู้ว่าจ้างจะแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างประกอบด้วยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและผู้ควบคุม งาน เพื่อควบคุมการก่อสร้างให้เป็นไปตามสัญญาและแนวทางที่ทางราชการก�ำหนด ทั้งนี้หน้าที่ของ เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง มีดังนี้
6.1 คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มีหน้าที่ เป็นไปตาม ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการ จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
6.2 ผู้ควบคุมงาน มีหน้าที่ เป็นไปตาม ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
6.2.1 ตรวจและควบคุมงาน ณ สถานที่ที่ก�ำหนดไว้ในสัญญา หรือที่ตกลงให้ท�ำงานจ้าง นั้น ๆ ทุกวันให้เป็นไปตามแบบรูปรายการและข้อก�ำหนดในสัญญาทุกประการ 6.2.2 ในกรณีที่ปรากฏว่าแบบรูปรายการและข้อก�ำหนดในสัญญามีข้อความขัดแย้งกัน หรือเป็นที่คาดหมายได้ว ่าถึงแม้ว ่างานนั้นจะได้เป็นไปตามแบบรูปรายการและข้อก�ำหนดใน สัญญา แต่เมื่อส�ำเร็จแล้วจะไม่มั่นคงแข็งแรงหรือไม่เป็นไปตามหลักวิชาช่างที่ดีหรือไม่ปลอดภัย ให้สั่งพักงานนั้นไว้ก่อน แล้วรายงานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุโดยเร็ว
6.2.3 จดบันทึกสภาพการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างและเหตุการณ์แวดล้อมเป็นรายวัน พร้อมทั้งบันทึกผลการปฏิบัติงานหรือการหยุด และสาเหตุที่มีการหยุดงานอย่างน้อย 2 ฉบับ เพื่อรายงานให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุทราบทุกสัปดาห์ และเก็บรักษาไว้เพื่อมอบให้แก ่ เจ้าหน้าที่พัสดุเมื่อเสร็จงานแต่ละงวด โดยถือว่าเป็นเอกสารส�ำคัญของทางราชการ เพื่อประกอบ การตรวจสอบของผู้มีหน้าที่
6.2.4 ในวันก�ำหนดลงมือท�ำการของผู้รับจ้างตามสัญญา และในวันถึงก�ำหนดส่งมอบงาน แต่ละงวดให้รายงานผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างว่าเป็นไปตามสัญญาหรือไม่ ให้คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุทราบภายใน 3 วันท�ำการนับแต่วันก�ำหนดนั้น ๆ
6 - การวางผังและการก�ำหนดระดับ
7.1 เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ก�ำหนดจุดสร้างหรือซ่อมแซมและให้ระดับโดยให้ยึดจากผัง บริเวณเป็นหลัก หากไม่ก�ำหนดไว้ให้ยึดบริเวณถนนเดิมบริเวณใกล้เคียงอาคารเป็น ค่า BM.0.00 โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ด�ำเนินการท�ำผังบริเวณโดยรอบของอาคารที่จะก่อสร้างและก�ำหนดค่าระดับของ ดินถมและอาคารไว้กับสิ่งปลกสร้างถาวรตรงอาคารที่ใกล้เคียง ู ก�ำหนดต�ำแหน่งระบบสาธารณปโภค ู และขอบเขตพื้นที่จริงก�ำหนดหมุดอ้างอิงแสดงระยะข้างเคียงเสนอให้เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างพิจารณา และตรวจสอบ ผู้รับจ้างจะต้องรักษาหมุดอ้างอิงนั้นให้คงสภาพอย่เสมอ ู จนกระทั่งได้รับการยินยอม ให้รื้อถอนจากเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง
7.2 เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง (ผู้ควบคุมงาน) จัดการประชุมในวันชี้จุดปักผังเพื่อชี้แจงข้อก�ำหนด รายละเอียดข้อควรปฏิบัติต่าง ๆ พร้อมจัดท�ำบันทึกรายงานการประชุมให้คณะกรรมการตรวจรับ พัสดุทราบ และจัดประชุมติดตามความก้าวหน้าของงานทุกเดือน อย่างน้อยประกอบด้วย รายละเอียดของงาน กรอบเวลาเนื้องาน วัสดุที่ต้องขออนุมัติใช้ปัญหาข้อขัดข้อง เป็นต้น
7.3 การรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเดิม ถ้าการก่อสร้างนี้จ�ำเป็นต้องรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเดิมของผู้ว่าจ้าง และในรายการมิได้ก�ำหนดไว้ให้ผู้รับจ้างเสนอขออนุมัติต ่อผู้ว่าจ้างก่อน และเมื่ออนุมัติแล้ว จึงจะท�ำการรื้อถอนได้การรื้อถอนสิ่งต่าง ๆ เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง ส่วนวัสดุต่าง ๆ ของผู้ว่าจ้าง ที่รื้อถอนออกนี้ถือว ่าเป็นของผู้ว ่าจ้างทั้งหมด ผู้รับจ้างจะต้องน�ำไปเก็บไว้ณ ที่อันสมควร ซึ่งผู้ว่าจ้างจะก�ำหนดให้ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบเองทั้งสิ้นเว้นแต่สัญญา จะระบุไว้อย่างชัดเจนเป็นอย่างอื่น
7.4 การตัดต้นไม้ถ้าการก่อสร้างนี้จ�ำเป็นต้องตัดต้นไม้ในบริเวณที่ก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะตัด ต้นไม้ได้เฉพาะต้นที่สิ่งก่อสร้างตามสัญญาจะสร้างทับเท่านั้น ส่วนต้นอื่น ๆ ที่กีดขวางการก่อสร้าง จะต้องได้รับความเห็นชอบจากเจ้าของสถานที่เสียก่อนจึงจะตัดได้โดยผู้รับจ้างจะต้องจัดท�ำให้ เรียบร้อยและขนย้ายให้พ้นสถานที่ก่อสร้างด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
7.5 ในกรณีที่ก�ำหนดจุดสร้างในสถานที่จริงแล้วมีเหตุอันควรที่ไม่สามารถก�ำหนดจุดก่อสร้าง ตามแบบรูปได้จ�ำเป็นต้องปรับผังไปในระยะเหมาะสมใกล้เคียงจุดเดิม ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์จะแจ้งให้ ผู้รับจ้างด�ำเนินการได้ทั้งนี้จะน�ำไปเป็นเหตุขอขยายระยะเวลา งด หรือลดค่าปรับ และขอค่า ก่อสร้างเพิ่มมิได้
7 - แผนภูมิการด�ำเนินงาน
งานก่อสร้างตามสัญญาที่มีราคาค่าก่อสร้างเกินกว่า 5 ล้านบาท ให้ผู้รับจ้างจัดท�ำแผนงาน ขั้นตอนการด�ำเนินงาน ตั้งแต่เริ่มงานจนถึงงานแล้วเสร็จ จ�ำนวน 3 ชุด เสนอขอความเห็นชอบ จากเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างภายใน 10 วันเป็นอย่างช้านับตั้งแต่วันลงนามในสัญญา เมื่อเจ้าหน้าที่ของผู้ว ่าจ้างเห็นชอบแล้ว จะส ่งคืนให้ผู้รับจ้าง 1 ชุด ผู้รับจ้างจะต้องน�ำไป เขียนขยายให้มีขนาดใหญ่ไม่น้อยกว่าขนาด 0.80 ม. x 1.20 ม. หรือประมาณกระดาษ A0 ไว้ ณ สถานที่ก่อสร้าง และต้องมีรายนามของเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างแสดงอยู่ด้วย 9. ข้อก�ำหนดทั่วไป
9.1 การพิจารณาขอใช้วัสดุเทียบเท่าโดยผู้รับจ้าง ต้องเป็นไปตามมาตรฐานคุณสมบัติรายการ วัสดุที่ก�ำหนดไว้ในรายการประกอบแบบก่อสร้าง ตามตารางแสดงปริมาณวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง หรือ ภาคผนวกคู่มือการปฏิบัติงานก่อสร้างของกองทัพบกเท่านั้น
9.2 วัสดุบางรายการที่มีลักษณะส�ำเร็จรูป ไม่มีเทคนิคซับซ้อน มีการระบุชื่อรุ่นชื่อผลิตภัณฑ์ ของวัสดุอุปกรณ์ เพื่อให้สามารถก�ำหนดคุณสมบัติการใช้งาน หรือลักษณะทางกายภาพของวัสดุ อุปกรณ์ส�ำเร็จรูปที่ชัดเจน และระบุราคาค่าก่อสร้างได้เช่น รุ่นสุขภัณฑ์สีทาอาคาร หลังคาเหล็ก รีดลอน กระเบื้องยาง กาวซีเมนต์วัสดุกันซึม มิได้เป็นการกีดกันการแข่งขันแต่อย่างใด ผู้รับจ้าง สามารถขออนุมัติใช้วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างชื่อรุ่น/ผลิตภัณฑ์อื่น ตามมาตรฐานคุณสมบัติรายการวัสดุ อุปกรณ์ฯ ที่มีคุณภาพ คุณสมบัติการใช้งาน ลักษณะทางกายภาพของวัสดุอุปกรณ์และมีราคา ที่เท่าเทียม เพื่อพิจารณาขอใช้วัสดุเทียบเท่าได้
9.3 ผู้รับจ้างสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ตามตัวอย่างผลิตภัณฑ์วัสดุอุปกรณ์และครุภัณฑ์ประกอบงาน ก่อสร้างของ กองทัพบก ที่ก�ำหนดให้ใช้ผลิตภัณฑ์จากโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมาย มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์นั้นต้องผลิตตรงตามรุ ่น ชนิด และ ข้อก�ำหนดของมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนั้น ๆรวมทั้งผลิตภัณฑ์ใดที่ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมที่มีการประกาศเพิ่มเติมหรือที่เป็นปัจจุบัน ตามรายชื่อบัญชีผลิตภัณฑ์ของส�ำนักงาน มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)
9.4 ผู้รับจ้างสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ใด มีคุณลักษณะเฉพาะตรงตามที่ก�ำหนดหรือดีกว่า แต่ได้รับ มาตรฐานอื่นที่ไม่ตรงตามที่ก�ำหนดไว้โดยพิจารณาขอใช้วัสดุเทียบเท่า ผู้รับจ้างต้องจัดท�ำเอกสาร หลักฐานผลการทดสอบหรือรับรองการเปรียบเทียบมาตรฐานอื่นกับมาตรฐานอ้างอิงที่ก�ำหนดโดย
8
หน่วยงานมาตรฐานนั้น ๆ หรือสถาบันทดสอบมาตรฐาน เอกสาร เปรียบเทียบราคา พร้อมรับรอง เอกสารโดยผู้รับจ้างและผู้มีคุณวุฒิทางวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง
9.5 กองทัพบก สงวนสิทธิ์ที่จะให้ผู้รับจ้างแสดงหลักฐานการได้รับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมาย ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือการรับรองระบบคุณภาพของโรงงานผู้ผลิต (ISO) ที่ผลิตใน ประเทศไทย หรือมาตรฐานอ้างอิงอื่น ๆ หรือหลักฐานรับรองคุณสมบัติที่ก�ำหนดมาแสดง หากมี ข้อสงสัยว่าผลิตภัณฑ์ที่น�ำมาใช้ในการก่อสร้างไม่ถูกต้อง หรือการติดตั้งไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน วิชาชีพ หรือผู้ผลิต และหากจ�ำเป็นต้องส่งตัวอย่างไปตรวจสอบหรือการทดสอบพิสูจน์คุณภาพ โดยหน ่วยงานทดสอบที่มีคุณภาพมาตรฐาน ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค ่าใช้จ ่ายทั้งสิ้น และ ไม่สามารถเรียกร้องเวลาที่เสียไปได้
9.6 กรณีที่มีข้อมลเกี่ยวกับ ู ผลิตภัณฑ์ใด ที่เป็นเอกสารที่น่าเชื่อถือ หรือมีการยืนยันจากหน่วยงาน ราชการ หรือหน่วยราชการผู้ใช้งานหรือผู้เกี่ยวข้อง ที่เชื่อได้ว่า ชื่อผลิตภัณฑ์วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง นั้น ไม่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือมาตรฐานอ้างอิงที่เป็นจริง หรือไม่เป็นปัจจุบัน, มีคุณลักษณะเฉพาะที่ไม่เป็นไปตามที่ก�ำหนด,การให้บริการในการบ�ำรุงรักษาหรือการบริการภายหลัง การติดตั้งหรือการใช้งานไม่ดี, แสดงหลักฐานหรือราคาที่ไม่เป็นจริง เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม กองทัพบกขอสงวนสิทธิ์ที่จะปฏิเสธการขออนุมัติใช้วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างผลิตภัณฑ์นั้น ๆ แม้จะมี รายชื่อในรายการประกอบแบบก่อสร้างตามตารางแสดงปริมาณวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง หรือ ภาคผนวก ค่มือการปฏิบัติงานก่อสร้างของกองทัพบก ู ทั้งนี้ผู้รับจ้างมีสิทธิ์ที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อื่น ๆได้ตามที่ ก�ำหนด หรือสามารถเสนอขออนุมัติผลิตภัณฑ์ใด ๆ เทียบเท่าตรงตามคุณสมบัติที่ก�ำหนดได้
9
การปฏิบัติในระหว่างการก่อสร้าง - การป้องกันและความรับผิดชอบ
1.1 ในการด�ำเนินการก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบและป้องกันดูแลความปลอดภัยและ ความเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นต่อบุคคล และทรัพย์สินทั้งของผู้รับจ้างเอง และของบุคคลอื่น ๆ หรือของสาธารณะ ความเสียหายที่เกิดขึ้นในการก่อสร้างนี้อาจเนื่องมาจากอุบัติเหตุ เหตุฉุกเฉิน เหตุสุดวิสัย หรือเหตุอื่น ๆ อันเกิดจากการกระท�ำของผู้รับจ้าง หรือบริวารของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้าง จะต้องรับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น ๆ ทั้งสิ้น
1.2 ในระหว่างการด�ำเนินการก่อสร้าง หากผู้ว่าจ้างหรือเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างพิจารณาเห็นว่า การกระท�ำของผู้รับจ้าง หรือบริวารของผู้รับจ้างอันอาจจะก ่อให้เกิดความเสียหายหรือเป็น อันตราย ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามค�ำสั่งหรือค�ำแนะน�ำของเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างทันที 1.3 ในระยะเวลาของการก ่อสร้าง เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง หรือผู้แทนที่เกี่ยวข้อง ที่ได้รับ มอบหมายเป็นหนังสือมีสิทธิ์จะเข้าไปตรวจสอบงานก่อสร้าง หรือการตรวจสอบอื่นๆ ในบริเวณ พื้นที่การก่อสร้างได้ตลอดเวลา ผู้รับจ้างและเจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างต้องอ�ำนวยความสะดวกให้ตาม สมควร - ก�ำหนดฝีมือและขั้นตอนการปฏิบัติงาน
2.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาช ่างที่มีฝีมือดีได้มาตรฐานของงานแต ่ละชนิดเป็นผู้ด�ำเนินงาน งานส่วนใดไม่ว่าจะแล้วเสร็จโดยสมบูรณ์หรือไม่ก็ตาม หากปรากฏว่าไม่เรียบร้อย ผู้รับจ้างจะต้อง แก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อยตามหลักการช่างที่ดี
2.2 ผู้ว่าจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างสามารถแจ้งให้ผู้รับจ้างเปลี่ยนช ่างที่เห็นว ่ามีฝีมือ ไม่ดีพอ ผู้รับจ้างจะต้องรีบด�ำเนินการในทันที
2.3 การด�ำเนินงานทุกขั้นตอน ผู้รับจ้างจะต้องด�ำเนินการตามขั้นตอนของงานแต ่ละชนิด ตามที่ระบุไว้ในคู่มือการปฏิบัติงานก่อสร้างของกองทัพบกฉบับนี้ทุกประการ 3. แบบขยายรายละเอียด (Shop Drawing) ในระหว่างการก่อสร้าง
การติดตั้งส่วนหนึ่งส่วนใดหรือรายละเอียดการท�ำงานส่วนหนึ่งส่วนใดที่ไม่สามารถก�ำหนดก่อน เริ่มงานตามสัญญา หรือมีอุปสรรค ข้อขัดแย้งในการก ่อสร้างจนไม ่สามารถด�ำเนินการตามที่ ก�ำหนดไว้แต่เดิมได้ ผู้รับจ้างจะต้องท�ำ Shop Drawing ของส่วนก่อสร้างนั้นเพื่อแสดงรายการ ก่อสร้าง ที่ชัดเจน หรือที่แก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ เสนอให้ผู้ว่าจ้าง (กรรมการตรวจรับพัสดุ) พิจารณาก่อนการด�ำเนินการ
10 - วัสดุก่อสร้าง
4.1 การใช้วัสดุก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องยึดถือเงื่อนไขดังนี้
4.1.1 เป็นวัสดุที่ก�ำหนดไว้ในแบบรูป แต่หากแบบรูปไม ่ได้ก�ำหนดไว้ให้ถือตาม ภาคผนวกคู่มือการปฏิบัติงานก ่อสร้างของกองทัพบก โดยผู้รับจ้างต้องมีหนังสือแจ้งผู้ว่าจ้าง พร้อมเอกสารแสดงรายละเอียดของวัสดุอุปกรณ์ เพื่อให้ผู้ว่าจ้างทราบก่อนท�ำการติดตั้ง และเมื่อ ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนลงนามทราบแล้วจึงติดตั้งได้
4.1.2 เป็นไปตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และ ว.214 ลง 18 พ.ค. 63
4.2 นอกจากกรณีตามข้อ 4.1.1 ผู้รับจ้างจะต้องขอความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง (กรรมการ ตรวจรับพัสดุ) ที่จะใช้วัสดุเทียบเท่าหรือทดแทนก่อน
4.2.1 เทียบเท่า คือ การใช้วัสดุหรืออุปกรณ์ชนิดหรือประเภทเดียวกัน มีคุณภาพเดียวกัน หรือดีกว ่าที่ก�ำหนดไว้ในรูปแบบ หรือภาคผนวกคู่มือการปฏิบัติงานก ่อสร้างของกองทัพบก โดยผู้รับจ้างจะต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากกรมยุทธโยธาทหารบก ความเห็นของ กรมยุทธโยธาทหารบก (กรรมการตรวจรับพัสดุ) ให้ถือเป็นที่สิ้นสุดเฉพาะคราวนั้น
4.2.2 ทดแทน คือ การใช้วัสดุหรืออุปกรณ์ในการก่อสร้างนอกเหนือจากที่ก�ำหนดไว้ใน รูปแบบ หรือภาคผนวกคู่มือการปฏิบัติงานก่อสร้างของกองทัพบก เนื่องจากวัสดุหรืออุปกรณ์ ดังกล่าวที่ระบุไว้ในรูปแบบ หรือภาคผนวกคู่มือการปฏิบัติงานก่อสร้างของกองทัพบกไม่สามารถ น�ำมาใช้ในการก่อสร้างได้ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมยุทธโยธาทหารบก ความเห็นของ กรมยุทธโยธาทหารบกให้ถือเป็นที่สิ้นสุดเฉพาะคราวนั้น
4.2.3 ในการขอใช้วัสดุเทียบเท ่าหรือทดแทน ผู้รับจ้างจะน�ำมาอ้างเพื่อเป็นเหตุ ในการขอขยายระยะเวลา งด หรือลดค่าปรับตามสัญญามิได้
4.3 วัสดุก่อสร้างที่น�ำมาใช้ ผู้รับจ้างจะต้องท�ำตัวอย่างให้เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างตรวจและ เก็บไว้ที่ส�ำนักงานชั่วคราวเพื่อใช้เปรียบเทียบกับวัสดุที่จะใช้จริง - การทดสอบต่าง ๆ
การทดสอบระบบต่าง ๆ ที่ไม ่ระบุไว้ในแบบรูป และรายละเอียดการปฏิบัติประกอบ สัญญาจ้างของกองทัพบกแต่มีความจ�ำเป็นต้องทดสอบ ผู้รับจ้างจะต้องกระท�ำโดยให้อย่ในดุลยพินิจ ู ของผู้ว่าจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง (กรรมการตรวจรับพัสดุ)การทดสอบต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้อง เป็นผู้ด�ำเนินการเอง โดยอย่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ของ ู ผู้ว่าจ้างส่วนค่าใช้จ่ายในการทดสอบ ต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น และการทดสอบต่างๆให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยทดสอบจากสถาบันที่ได้รับการยอมรับหรือที่เชื่อถือได้
11
ตารางแสดงขั้นตอนปฏิบัติการใช้วัสดุเทียบเท่าหรือทดแทน
ล�ำดับ ขั้นตอน
ผู้ว่าจ้าง เอกสารที่เกี่ยวข้อง ผู้รับจ้าง/ ผู้เกี่ยวข้อง
จัดท�ำเอกสาร
ขอความเห็นชอบและอนุมัติ
ไม่อนุมัติ
จัดท�ำเอกสารเพื่อขอ อนุมัติใช้วัสดุอุปกรณ์ ส�ำหรับโครงการ
ผู้รับจ้าง
(บริษัท/หจก.)
พิจารณาอนุมัติ
อนุมัติ
พิจารณาอนุมัติใช้งาน วัสดุอุปกรณ์
ผู้ควบคุมงาน
คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ
คณะกรรมการ พิจารณาวัสดุ (คพว.)
ผู้ว่าจ้าง
(จก.ยย.ทบ.)
1
2
- แบบรูปรายการ (กรณีระบุ คุณสมบัติในแบบรูปรายการ) 2. ส�ำเนาสัญญาจ้าง
- ส�ำเนาความมุ่งหมาย/
วัตถุประสงค์ - เอกสารแสดงคุณสมบัติวัสดุ เช่น แค็ตตาล็อก ผลการทดสอบต่าง ๆ 5. ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติวัสดุ
- หนังสือรับรองผลิตภัณฑ์(ถ้ามี) ** เอกสารทุกแผ่นต้องมีตราประทับ ของบริษัท
พร้อมลายเซ็นของผู้มีอ�ำนาจ ลงนาม - หนังสือบริษัท พร้อมเอกสาร ที่แนบ
- หนังสือการพิจารณาให้ความ เห็นชอบสิ่งอุปกรณ์
3
จัดส่งเอกสารให้ผู้รับจ้าง
และจัดเก็บส�ำเนาที่ได้รับ
อนุมัติ - จัดส่งเอกสารที่ อนุมัติให้ผู้รับจ้าง 2. จัดเก็บส�ำเนาที่ได้รับ อนุมัติโดยแยกเป็น หมวดหมู่งาน
- รวบรวมและ
รายงานให้
คณะกรรมการตรวจ รับพัสดุทราบ
ผู้รับจ้าง
(บริษัท/หจก.) เจ้าหน้าที่
ธุรการของ
ผู้ว่าจ้าง
ผู้ควบคุมงาน - หนังสือที่ได้รับการอนุมัติ
12
การปฏิบัติในการส่งมอบงาน - การท�ำความสะอาดพื้นที่
1.1 เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ ผู้รับจ้างจะต้องท�ำความสะอาดสถานที่ให้เรียบร้อย เพื่อผู้ว่าจ้าง หรือหน่วยสามารถใช้งานได้ทันทีที่ตรวจรับและส่งมอบงาน
1.2 การตกแต่งบริเวณ ผู้รับจ้างจะต้องกลบเกลี่ยพื้นดินให้เรียบร้อย หรือตามที่ได้ก�ำหนดไว้ เศษวัสดุก่อสร้างต่าง ๆ เช่น เศษอิฐ ไม้ปูน ทราย โรงงาน และส้วมชั่วคราว เป็นต้น จะต้อง ขนย้ายไปให้พ้นบริเวณก่อนการส่งมอบงานงวดสุดท้าย ในกรณีที่อาคารข้างเคียงเลอะเทอะสกปรก หรือช�ำรุดเนื่องจากการก ่อสร้างในครั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดการท�ำความสะอาดและตกแต่ง หรือซ่อมแซมให้เรียบร้อยในสภาพเดิม - คู่มืออุปกรณ์ และแบบขยายรายละเอียด (Shop Drawing)
2.1 ในกรณีที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ประกอบอาคาร ผู้รับจ้างจะต้องส ่งคู่มือหรือค�ำแนะน�ำ ในการใช้งาน ให้ผู้ว่าจ้าง ประกอบด้วย คู่มือภาษาอังกฤษ 1 ชุด และคู่มือภาษาไทย จ�ำนวน 3 ชุด ในวันส่งมอบงานงวดสุดท้าย
2.2 ผู้รับจ้างจะต้องรวบรวมแบบขยายรายละเอียด (Shop Drawing) ที่ได้รับอนุมัติจัดท�ำ เป็นแบบก่อสร้างจริง (As-buit Drawing) ทั้งหมดจ�ำนวน 3 ชุด ส่งให้ผู้ว่าจ้างในวันส่งมอบงาน งวดสุดท้าย รวมทั้งแบบงานระบบสาธารณูปโภคภายนอกอาคารด้วย
2.3 ผู้รับจ้างจะต้องด�ำเนินการประสานเจ้าของ หรือตัวแทนจ�ำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ประกอบ อาคารทุกชนิดที่ระบุในคู่มือการปฏิบัติงานก ่อสร้างของกองทัพบกและภาคผนวกคู่มือ การปฏิบัติงานก่อสร้างของกองทัพบก ที่ระบุการรับประกันเกิน 2 ปีให้ออกเอกสารรับประกัน วัสดุอุปกรณ์นั้น ๆ ไว้ให้กับหน่วยเจ้าของอาคารในวันส่งมอบงานงวดสุดท้าย - ความสมบูรณ์ของงานที่ส่งมอบ
3.1 งานที่ส ่งมอบจะต้องมีความสมบูรณ์ ครบถ้วนตามสัญญาที่ก�ำหนด ในกรณีที่ต้องมี การทดสอบหรือสาธิตการใช้งาน เช่น งานระบบต่าง ๆ ผู้รับจ้างจะต้องด�ำเนินการจน คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นว่าไม่มีข้อบกพร่องในระบบต่าง ๆ
13
3.2 อุปกรณ์ประกอบในการใช้งานที่ต้องส ่งมอบ เช่น กุญแจ ฯลฯ ผู้รับจ้างต้องจัดท�ำ บัญชีส่งมอบให้กับหน่วยที่จะใช้ประโยชน์อาคารด้วย
3.3 ภายหลังการส ่งมอบ หน ่วยเข้าใช้ประโยชน์แล้วพบข้อบกพร ่องส ่วนใดที่ไม ่สามารถ ใช้งานได้หรือช�ำรุด จะแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบและผู้รับจ้างจะต้องเข้าแก้ไขภายใน 15 วันหลังจาก ที่ได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากหน่วยใช้ประโยชน์หรือผู้ว่าจ้าง - การรับรองสภาพงาน, วัสดุและอุปกรณ์
4.1 การรับรองสภาพงานทั่วไปเป็นไปตามที่สัญญาก�ำหนด
4.1.1 การตรวจรับรองสภาพงาน โดยปกติงานก่อสร้าง และซ่อมแซมอาคารจะรับรอง สภาพงานไม่น้อยกว่า 2 ปียกเว้นงานซ่อมแซมครุภัณฑ์ เช่น เครื่องปรับอากาศ เครื่องสูบน�้ำ จะรับรองสภาพงาน 1 ปีโดยก่อนครบก�ำหนดการรับรองสภาพงานอย่างน้อย 45 วัน จะต้อง มีการตรวจสภาพความช�ำรุดเสียหายว่ามีหรือไม่ แล้วจึงคืนหลักประกันสัญญา โดยเจ้าหน้าที่พัสดุ ของหน่วยจะต้องรายงานขออนุมัติผู้ว่าจ้าง หรือผู้เกี่ยวข้องด�ำเนินการ ดังนี้.-
4.1.1.1 แต่งตั้งกรรมการตรวจสภาพงาน จ�ำนวน 1 นายคัดเลือกจากคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ
4.1.1.2 แจ้งผู้ควบคุมงานตรวจสภาพงานและรายงานผลถึงเจ้าหน้าที่พัสดุก่อนหมด วันรับรองสภาพงานอย่างน้อย 30 วัน
4.1.1.3 มีหนังสือแจ้งหน่วยรับประโยชน์จัดเจ้าหน้าที่ร่วมตรวจสภาพงาน 4.1.1.4 มีหนังสือแจ้งผู้รับจ้างจัดผู้แทนร่วมตรวจสภาพงาน 4.1.2 กรณีไม ่เกิดความช�ำรุดเสียหายหลังจากตรวจรับรองสภาพงานแล้วไม ่ปรากฏ ความช�ำรุดบกพร่องให้รายงานผู้ว่าจ้างเพื่ออนุมัติถอนหลักประกันสัญญาให้กับผู้รับจ้างต่อไป 4.2 การแก้ไขสิ่งช�ำรุดบกพร่องในระหว่างรับรองสภาพงาน
เมื่อได้รับแจ้งจากหน ่วยรับประโยชน์ว ่าอาคารที่ได้รับการซ ่อมแซมตามสัญญาเกิด ความช�ำรุด ให้เจ้าหน้าที่พัสดุของหน่วยด�ำเนินการน�ำเรียนผู้ว่าจ้างให้สั่งการผู้เกี่ยวข้องด�ำเนินการ ดังนี้.-
4.2.1 แจ้งผู้รับจ้างให้เข้าไปด�ำเนินการซ ่อมแซมแก้ไขสิ่งบกพร ่องภายใน 15 วัน หลังจากที่แจ้ง
4.2.2 แจ้งหน่วยรับประโยชน์ทราบ
14
4.2.3 ให้ผู้ควบคุมงานติดตามการแก้ไขสิ่งช�ำรุดแล้วน�ำเรียนผลให้ผู้ว่าจ้างทราบผ่าน เจ้าหน้าที่พัสดุ
4.3 เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
4.3.1 กรรมการตรวจรับรองสภาพงาน
4.3.2 ผู้แทนหน่วยรับประโยชน์
4.3.3 ผู้ควบคุมงาน
4.3.4 ผู้รับจ้าง
4.3.5 เจ้าหน้าที่พัสดุ
4.4 เอกสารที่เกี่ยวข้อง
4.4.1 เอกสารการตรวจรับรองสภาพงานให้ผู้แทนหน่วย กรรมการตรวจรับพัสดุและ ผู้ควบคุมงาน ร่วมตรวจสอบรายการช�ำรุด แล้วรายงานผู้ว่าจ้าง
4.4.2 เอกสารการติดตามการซ่อมแซมแก้ไขสิ่งช�ำรุดบกพร่อง จ�ำนวน 2 ครั้ง (หลังจาก มีหนังสือแจ้งผู้รับจ้างแก้ไขภายใน 15 วัน จากผู้ว่าจ้าง)
4.5 การริบหลักประกันสัญญาให้ด�ำเนินการตามขั้นตอนดังนี้
4.5.1 ภายในก�ำหนดการรับรองสภาพงานนับถัดจากวันที่ผู้รับจ้างส่งมอบงาน หากมีเหตุ ช�ำรุดบกพร่องหรือเสียหายซึ่งผู้ว่าจ้างได้แจ้งให้ผู้รับจ้างเข้าด�ำเนินการซ่อมแซมแก้ไขในเหตุเดียวกัน ไปแล้วถึง2ครั้งแต่ผู้รับจ้างเพิกเฉยหรือจงใจไม่มาซ่อมแซมแก้ไขให้คณะกรรมการตรวจสภาพงาน แจ้งเจ้าหน้าที่พัสดุของผู้ว่าจ้างเพื่อขออนุมัติริบหลักประกันน�ำเงินจากหลักประกันมาจ้างผู้รับจ้าง รายอื่นให้มาซ่อมแซมแก้ไข ต่อไป
4.5.2 เจ้าหน้าที่พัสดุของผู้ว่าจ้าง เมื่อได้รับหนังสือแจ้งขอให้ริบหลักประกันจาก คณะกรรมการตรวจสภาพงานแล้ว ให้รีบด�ำเนินการแจ้งผู้รับจ้างโดยท�ำเป็นหนังสือลงทะเบียน ตอบรับแจ้งให้ผู้รับจ้างเข้ามาซ่อมแซมแก้ไขอีกครั้ง(เป็นครั้งที่3)และให้ผู้รับจ้างชี้แจงถึงเหตุขัดข้อง ให้ผู้ว่าจ้างทราบ หากผู้รับจ้างได้ชี้แจงเหตุขัดข้องภายในก�ำหนด 15 วัน นับแต่ได้รับหนังสือแต่ ผู้ว่าจ้างพิจารณาแล้วว่า เหตุผลหรือเหตุขัดข้องที่ ผู้รับจ้างชี้แจงไม่เหมาะสม ฟังไม่ขึ้น ให้ผู้ว่าจ้าง ด�ำเนินการริบหลักประกัน พร้อมกับแจ้งธนาคารผู้ค�้ำประกัน ขอริบหลักประกันเป็นจ�ำนวนเงินเต็ม ตามหลักประกันนั้น
15
4.5.3 เมื่อได้เงินจากการริบหลักประกันมาแล้วให้ด�ำเนินการน�ำฝากกง.ทบ. ภายใน 3วัน ท�ำการ เพื่อน�ำฝากเข้าบัญชีฝากกระทรวงการคลัง ชื่อบัญชี“เงินประกันสัญญา เงินประกันผลงาน เงินประกันอื่น” รหัสบัญชีเงินฝาก XX599 ประเภท 0800
4.6 การด�ำเนินการซ่อมแซมแก้ไขโดยใช้เงินที่ได้จากการริบหลักประกันสัญญาให้ด�ำเนินการ ตามขั้นตอนดังนี้
4.6.1 ผู้ว่าจ้างประมาณราคารายการช�ำรุดงานในส่วนที่จะต้องซ่อมคืนสภาพให้แล้วเสร็จ ภายใน 45 วัน และมีหนังสือแจ้งจ�ำนวนเงินที่จะซ่อมแซมรายการที่ช�ำรุดให้ผู้รับจ้างทราบ 4.6.2 ผู้ว่าจ้างด�ำเนินการขออนุมัติแผนตามสายงานที่เกี่ยวข้อง และด�ำเนินกรรมวิธีจัดซื้อ จัดจ้าง จนได้ผู้รับจ้างรายใหม่
4.6.3 ผู้ว่าจ้างรายงานขอตรวจสอบยอดเงินริบหลักประกันสัญญาไป กง.ทบ. (ขอสั่งจ่าย) 4.6.4 เมื่อกง.ทบ.ตอบยืนยันยอดเงินฝาก(สั่งจ่าย) ให้แจ้งผู้รับจ้างรายใหม่มาลงนามสัญญา 4.6.5 เมื่อผู้รับจ้างรายใหม่ด�ำเนินการซ่อมแซมสิ่งที่ช�ำรุดเรียบร้อยให้คณะกรรมการตรวจ รับพัสดุตรวจรับงานและเบิกเงินให้กับผู้รับจ้างรายใหม่ต่อไป
4.7 การคืนเงินหลักประกันสัญญาที่ริบ
4.7.1 กรณีอย่ในระหว่างรับประกันสัญญา ู 2 ปีเงินริบหลักประกันสัญญาส่วนที่เหลือยังคง ให้เก็บไว้จนกว่าจะครบก�ำหนดรับประกัน 2 ปี
4.7.2 กรณีเกินก�ำหนดรับประกันสัญญา 2 ปีเงินริบหลักประกันสัญญาส่วนที่เหลือให้คืน ผู้รับจ้างรายเดิม หลังจากลงนามในสัญญา ตามข้อ 4.6.4 แล้วทันที
4.7.3 ถ้าจ�ำนวนเงินที่ซ่อมแซมน้อยกว่าเงินที่ริบหลักประกัน เงินส่วนที่เหลือให้คืนกับ ผู้รับจ้างรายเดิม
4.7.4 ถ้าจ�ำนวนเงินที่จ้างผู้รับจ้างรายใหม่เข้าซ่อมแซมแก้ไขมากกว่าเงินที่ริบจากหลัก ประกัน ให้ผู้ว่าจ้างท�ำหนังสือถึงผู้รับจ้างรายเดิม ให้น�ำเงินมาช�ำระค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น หากผู้รับจ้าง เพิกเฉยเสีย หรือจงใจ ไม่ช�ำระค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น ให้ผู้ว่าจ้างด�ำเนินการทางศาลฟ้องเรียกค่าจ้างที่ เพิ่มขึ้น ต่อไป
4.8 การรับประกันวัสดุและอุปกรณ์ที่ก�ำหนดเป็นพิเศษ ให้ยึดถือตามสัญญาแบบรปรายละเอียด ู การปฏิบัติประกอบสัญญาจ้างของกองทัพบกในฉบับนี้หรือเอกสารการรับประกันจากบริษัทผูผ้ลิต หรือผู้จัดจ�ำหน่าย โดยถือเวลาที่มากกว่าเป็นเกณฑ์
หมวดที่ 2
งานสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมโครงสร้าง
17
งานปรับพื้นที่ - การเตรียมพื้นที่
ผู้รับจ้างจะต้องด�ำเนินการถากถางรื้อถอนและขนย้ายวัสดุที่ไม่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างออกไปไว้ ณ บริเวณที่ก�ำหนดให้เว้นแต่สิ่งที่ให้สงวนไว้ ผู้รับจ้างจะต้องระวังอย่าให้เกิดเสียหายได้วัสดุที่ได้ จากการถากถางหรือขุด ซึ่งเหมาะจะใช้เป็นดินผิวให้แยกเก็บไว้เพื่อน�ำไปใช้เป็นดินผิวในการปลูก ต้นไม้หรือปลูกหญ้าต่อไป รากไม้หรือตอไม้ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่า 5 ซม. จะต้องเอา ออกไป ต้นไม้ที่อยู่นอกเขตอาคารที่จะก่อสร้างห้ามตัด ถ้าพื้นที่เป็นหลุม บ่อ ผู้รับจ้างจะต้องเกลี่ย และปรับพื้นที่นั้นให้ราบและให้นานเสมอกับเฉพาะบริเวณที่จะท�ำการก่อสร้างนั้น - งานปรับพื้นที่
2.1 ขอบเขตของงาน งานที่จะต้องท�ำในหมวดนี้คือ การขุดดิน ถมดิน บดอัดดิน เกลี่ยดิน ปรับ ระดับดินเพื่อให้ได้ระดับ ขนาดความแน่น ตามความต้องการของแบบรปและรายการ ู เพื่อการท�ำงาน ฐานราก งานสาธารณูปโภค และทางเท้า งานตกแต่งบริเวณโดยรอบอาคาร เพื่อความเรียบร้อย สมบูรณ์ของการก่อสร้าง ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องด�ำเนินการ หลังจากที่ได้เตรียมพื้นที่เสร็จเรียบร้อย โดยการปรับระดับพื้นที่ด้วยวัสดุที่ได้ก�ำหนดไว้จนถึงระดับที่ได้ก�ำหนดไว้ในแบบรูปและรายการ
2.2 วัสดุที่ใช้ในการถม
2.2.1 การถมดิน
2.2.1.1 ดินที่ใช้ถมกลบไปในบริเวณก ่อสร้างเพื่องานโครงสร้าง ต้องเป็นดิน ที่ปราศจากเศษพืช และวัสดุที่ไม่พึงประสงค์ทั้งปวง
2.2.1.2 ดินที่ใช้ถมผิวดินรอบ ๆ อาคาร ต้องเป็นดินที่มีคุณสมบัติเป็นดิน เพาะปลูกได้
2.2.1.3 ดินที่ไม ่พึงประสงค์ให้น�ำไปถมบริเวณลุ ่ม ตามที่ผู้ควบคุมงานก ่อสร้าง ก�ำหนดให้
2.2.1.4 การถมดินในท้องถิ่นที่สถานที่ก ่อสร้างตั้งอยู่ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตาม ระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ที่ออกโดยหน่วยราชการท้องถิ่นนั้น ๆ รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าธรรมเนียม และค่าปรับที่อาจมีขึ้น เป็นต้น อยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
18
- กรณีเป็นพื้นที่บังคับใช้พ.ร.บ. และระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ให้ผู้รับจ้าง ขออนุมัติถมดินก่อนด�ำเนินการ โดยมีรายละเอียดประกอบด้วย แผนผังแสดงที่ตั้งบ่อดิน, ใบ รง.4 และระยะทางในการขนส่ง
- กรณีพื้นที่อยู่นอกข้อบังคับใช้ฯลฯ ให้ผู้รับจ้างขออนุมัติถมดินก ่อน ด�ำเนินการ โดยมีรายละเอียดประกอบด้วย แผนผังแสดงที่ตั้งบ่อดิน และระยะทางในการขนส่ง 2.2.2 การถมทราย
2.2.2.1 ทรายที่น�ำมาใช้ต้องปราศจากกิ่งไม้รากไม้และวัชพืชอื่น ๆ ที่จะท�ำให้เกิด โพรงภายหลัง
2.2.2.2 ให้ใช้ทรายปรับผิวเพื่อให้มีความแน ่นก ่อนการเทคอนกรีตบนผิวดิน ทุกแห่ง
2.3 การขุดดิน
2.3.1 ต้องขุดดินให้ถูกต้องตามต�ำแหน่ง ขนาด (กว้าง, ยาว, ลึก) ระดับและแนว ตลอดจนการปรับแต่งความลาดเอียงให้เป็นไปตามที่ก�ำหนดไว้
2.3.2 การขุดดินต้องป้องกันมิให้ดินพังทลายเนื่องจากเหตุต่าง ๆ ซึ่งจะต้องจัดการป้องกัน ให้ถูกต้องตลอดเวลาของการก่อสร้างนั้น ๆ
2.3.3 ในกรณีฐานรากแผ่ถ้าผู้รับจ้างขุดดินลึกเกินกว่าที่ก�ำหนดไว้ให้ปรับระดับด้วยทราย เปียกอัดแน่นหรือคอนกรีตหยาบเท่านั้นโดยปรับให้ได้ระดับตามที่ต้องการก่อนเทฐานรากต่อไป 2.4 วิธีการถมดิน
2.4.1 ในกรณีที่ต้องถมดินก ่อสร้างอาคาร ให้แบ ่งถมเป็นชั้น ชั้นละไม ่เกิน 50 ซม. แล้วบดอัดแน่น หากเครื่องมือบดอัดดินขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าด�ำเนินการได้ให้แบ่งถมเป็นชั้น ชั้นละไม่เกิน 25 ซม. แล้วบดอัดแน่น
2.4.2 ถ้าไม ่ได้ระบุเป็นอย ่างอื่น ให้แต ่งแนวดินถมเป็นแนวตรง และมีความเอียงลาด ตามที่ก�ำหนดไว้และในกรณีที่ถมดินลงในบ่อลึก ในคูที่มีน�้ำขัง ผู้รับจ้างจะต้องสูบน�้ำออกให้หมด เสียก่อน พร้อมก�ำจัดวัชพืชและลอกดินโคลนจนถึงผิวดินเดิมก้นบ่อออกก่อน จึงท�ำการถมดินได้ 2.4.3 การถมทราย จะต้องท�ำคันดินโดยรอบทุกด้าน สูงไม ่น้อยกว ่าระดับที่ก�ำหนด ความกว้างของสันดินไม่น้อยกว่า 1.00 ม. เอียงลาดด้านนอกไม่น้อยกว่า 1 : 1 1/2 การถมให้ ถมหนาชั้นละไม่เกิน 30 ซม.
19
2.5 การปรับผิวด้วยดินเพื่อปลูกพืช ในที่ซึ่งระบุไว้เป็นสนามหรือบริเวณปลูกพืช ต้องใส่ดิน ที่เหมาะสมแก่การปลูกพืชหนาไม่น้อยกว่า 30 ซม. ทับหน้าโดยต้องคัดเลือกสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ ที่ปะปนอยู่ในดินที่จะใช้ออกให้หมด เกลี่ยปรับระดับให้เรียบร้อยแล้วปลูกพืชตามที่ก�ำหนดไว้ 2.6 ระดับของการถมดินอาคารและสิ่งปลูกสร้าง หากแบบรูปรายการมิได้ก�ำหนดเป็นอย่างอื่น ให้ถมดินอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างสูงกว่าระดับดินถมของถนนหน้าอาคาร 20 ซม. 2.6.1 กรณีพื้นราบ ให้ถือระดับกึ่งกลางอาคาร
2.6.2 กรณีพื้นลาดเอียง ให้ถือระดับอาคารด้านที่อยู่ระดับถนนด้านที่สูงกว่า 2.6.3 ค่า BM. ± 0.00 อยู่กลางถนนในผังจุดก่อสร้าง เป็นจุดอ้างอิงของค่าระดับแนวดิน ถมเท่านั้น
2.6.4 ค่าระดับในแบบมาตรฐาน ให้อ้างอิงค่าระดับพื้นแข็งหน้าอาคารเป็น ค่า BM. 0.00 2.7 การถมดินถนน หากแบบรูปรายการมิได้ก�ำหนดเป็นอย ่างอื่น ให้ถมสูงเฉลี่ยตามที่ได้ ก�ำหนดไว้ในผังบริเวณ โดยถมตามความลาดเอียงของภูมิประเทศ
2.8 การบดอัดแน่นของดินถม ให้ถือเกณฑ์ดังนี้
2.8.1 ค่า CBR ของดินถมและดินเดิม ไม่น้อยกว่าที่ก�ำหนดไว้ในแบบ 2.8.2 งานสนามฝึก, สนามกีฬา และงานก่อสร้างอาคาร บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 85% Standard AASHTO และถมเป็นชั้นไม่เกินชั้นละ 50 ซม.
2.8.3 งานถนน, สนามบิน, ลานจอดรถ และลานจอดเครื่องบิน
2.8.3.1 ถมดิน ให้บดอัดแน ่นไม ่น้อยกว ่า 90% Modified AASHTO หรือ เป็นไปตามแบบและถมเป็นชั้นไม่เกินชั้นละ 20 ซม.
2.8.3.2 ชั้นลูกรังและหินคลุกงานถนนและลานพื้นแข็ง ให้บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95% Modified AASHTO
2.8.3.3 ชั้นหินคลุกของงานถนน Asphaltic Concrete ให้บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 98% Modified AASHTO
2.8.4 การบดอัดแน ่นดินถม ให้ท�ำการทดสอบความแน ่นของดินให้ได้ตามเกณฑ์ ขณะท�ำการบดอัด โดยท�ำการทดสอบความแน ่นของดินทุกชั้นของการถมดิน ผลการทดสอบ ความแน่นของดินจะต้องผ่านเกณฑ์ทุกจุดและให้ส่งผลการทดสอบที่รับรองโดยผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ของผู้ว่าจ้างให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบและอนุมัติโดยมีข้อก�ำหนดจุดทดสอบดังต่อไปนี้
20
2.8.4.1 งานก่อสร้างอาคารจะต้องท�ำการทดสอบความแน่นของดินถมอย่างน้อย อาคารละ 1 จุด หรือต่อพื้นที่ 400 ตร.ม.
2.8.4.2 งานสนามฝึก สนามกีฬาจะต้องท�ำการทดสอบความแน ่นของดินถม อย่างน้อย 1 จุด หรือต่อพื้นที่ 400 ตร.ม.
2.8.4.3 งานถนนและสนามบิน ท�ำการทดสอบความแน ่นของดินถมอย ่างน้อย 1 จุด หรือทุกระยะความยาว 25 ม. หรือตามที่ก�ำหนดไว้ในแบบรูป
2.8.4.4 ลานจอดรถและลานพื้นแข็ง จะต้องท�ำการทดสอบความแน่นของ ดินถมอย่างน้อย 1 จุด หรือต่อพื้นที่ 400 ตร.ม.
2.8.4.5 ลานจอดเครื่องบิน จะต้องท�ำการทดสอบความแน่นของดินถมอย่างน้อย 1 จุด หรือต่อพื้นที่ 250 ตร.ม.
21
งานอาคาร - งานฐานราก
ผู้รับจ้างจะต้องพิสูจน์ทราบความสามารถรับน�้ำหนักของชั้นดินโดยการเจาะทดสอบ (Boring Test) ณ จุดก่อสร้างและขอความเห็นชอบจากเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างในกรณีที่ผู้ว่าจ้างระบุไว้ใน วัตถุประสงค์ของรายการก่อสร้าง หรือเมื่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นว่าสภาพดิน ณ บริเวณ ก่อสร้างไม่มีความมั่นคงแข็งแรง
1.1 ประเภทของฐานราก
1.1.1 ฐานรากแผ่ (Spread Foundation) ซึ่งมีพื้นที่ฐานรากแผ่กว้างพอให้ดินสามารถ รับน�้ำหนักบรรทุกได้โดยปลอดภัย
1.1.2 ฐานรากเสาเข็ม (Pile Foundation) ใช้เสาเข็มให้ความยาวและจ�ำนวนเพียงพอ จนสามารถรับน�้ำหนักบรรทุกได้โดยปลอดภัย
1.1.3 ฐานรากแบบแท ่งตอม ่อ (Pier Foundation) เป็นฐานรากขนาดใหญ่ และ ท�ำลึกลงทั้งแท่งจนนั่งบนชั้นดินที่มีความแข็งแรงมากพอกับการรับน�้ำหนักได้ 1.2 การท�ำฐานราก เมื่อปรับพื้นที่ก ่อสร้างและตีผังอาคารเสร็จแล้วก็ก�ำหนดจุดที่จะท�ำ ฐานรากขุดดินให้มีความลึกตามที่ก�ำหนดไว้ในแบบหรือวัตถุประสงค์ก�ำหนด กระทุ้งดินก้นหลุม ให้เรียบและแน่น, ปรับระดับด้วยทราย, เทคอนกรีตหยาบให้ได้ระดับ, วางเหล็กตะแกรงฐานราก โดยมีลูกปูนหนุน ข้อส�ำคัญต้องตรวจสอบศูนย์กลางขนาดของฐานรากและระดับให้ถูกต้องอีกครั้ง ก่อนที่จะวางเหล็กตะแกรง และเมื่อตั้งเหล็กเสาเรียบร้อยแล้วต้องไม่ให้เหล็กเสาขยับหรือเลื่อนตัว ได้จึงเทคอนกรีตฐานรากต่อไป ส�ำหรับการก่อสร้างบนพื้นที่ที่ถมดินสูงมากจนฐานรากลึกไม่ถึง ดินเดิมก่อนถม (กรณีฐานแผ่) จะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างทราบ เพื่อพิจารณาหาหนทาง แก้ไขให้ถูกต้องตามหลักวิศวกรรมต่อไป
1.3 ฐานรากแผ่ หากในแบบรูปและวัตถุประสงค์ไม่ได้ก�ำหนดความสามารถในการรับน�้ำหนัก บรรทุกปลอดภัยของดิน (Soil Bearing Capacity) ไว้ก็ให้ใช้ค่าไม่น้อยกว่า 8 ตัน/ตร.ม. และ ก้นหลุมฐานรากแผ่นี้จะต้องอย่ลึกจากดินเดิมอย่างน้อย ู 50ซม.และไม่ควรลึกจากดินถมเกิน 2.00 ม. ถ้าหากลึกกว่าควรพิจารณาใช้ฐานรากเสาเข็ม
22
1.4 ฐานรากเสาเข็ม เสาเข็มจ�ำแนกตามชนิดและวิธีการท�ำได้หลายประเภท เช่น เสาเข็ม คอนกรีตอัดแรง เสาเข็มเจาะ เสาเข็มไมโครไพล์เป็นต้น
1.4.1 เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง ก ่อนจะน�ำเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงมาใช้ในงานก ่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องเสนอรายละเอียด, ขนาดรูปร่าง, เหล็กเสริมความแข็งแรง, ลวดเหล็ก อัตราการ จมตัวของเสาเข็มต่อการตอก (Blow Counts) และความสามารถในการรับแรงอัดของเสาเข็ม ตามมาตรฐานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยโดยมีสามัญวิศวกร (โยธา) ลงนามรับรองในเอกสาร โดยมีข้อก�ำหนดดังนี้:-
1.4.1.1 เสาเข็มคอนกรีตอัดแรงทุกต้น จะต้องผลิตได้ตาม มอก. โดยระบุเดือนปี ที่ผลิตแสดงไว้อย ่างชัดเจนทุกต้น และขณะที่น�ำเสาเข็มมาตอกนั้นจะต้องมีอายุคอนกรีต ครบก�ำหนดตามประเภทของปูนซีเมนต์ที่ใช้ผลิตเสาเข็ม
1.4.1.2 ห้ามตอกเสาเข็มที่มีความยาวเกิน 10 ม. ภายในรัศมี30 ม.ของสิ่งก่อสร้าง ที่เป็นโครงสร้างคอนกรีตที่อายุไม่ครบ 14 วัน
1.4.1.3 การตอกเสาเข็มเมื่อตอกจนได้ระดับที่ต้องการแล้วแต่ยังไม่ได้Blow Counts ตามที่ก�ำหนด ผู้รับจ้างจะต้องส่งเข็มลงไปจนกระทั่งได้Blow Counts ที่ขออนุมัติไว้โดยค่าใช้จ่ายใน การต่อเสาเข็มหรือต้องใช้ความยาวเสาเข็มมากขึ้น จะอย่ในความรับ ู ผิดชอบของผู้รับจ้าง ทั้งนี้จะต้อง ได้รับความเห็นชอบจากเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างด้วย
1.4.1.4 ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ในการตอกเสาเข็ม
- หากไม่ได้มีการระบุในแบบรายละเอียดต�ำแหน่งเสาเข็มแต่ละต้นที่ระดับ ตัดหัวเสาเข็มจะยอมให้มีค่าเบี่ยงเบนสูงสุดจากศูนย์กลางที่ก�ำหนดไว้ในแบบรายละเอียดได้ไม่เกิน กว่า 5 ซม. ส�ำหรับฐานรากที่ใช้เข็มหนึ่งต้นและสองต้น และไม่เกินกว่า 7.5 ซม. ส�ำหรับฐานราก ที่ใช้เข็มตั้งแต ่สามต้นขึ้นไป แต ่ทั้งนี้ค ่าเบี่ยงเบนของกลุ ่มเสาเข็มในฐานรากจะต้องไม ่เกินกว ่า 5 ซม. หากค่าเบี่ยงเบนมีค่าสูงกว่าค่าดังกล่าวจะต้องมีวิศวกรตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของ ฐานรากและเสาเข็มที่เป็นผลจากการเบี่ยงเบนดังกล่าว พร้อมวิศวกรระดับสามัญขึ้นไปลงนามรับรอง - ความผิดพลาดในแนวดิ่งต้องไม่เกินร้อยละ1ของความยาวเสาเข็ม หากค่า ความผิดพลาดมีค่าสูงกว่า ค่าดังกล่าวจะต้องมีวิศวกรตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของฐานราก และเสาเข็มที่เป็นผลจากความผิดพลาดดังกล่าว พร้อมวิศวกรระดับสามัญขึ้นไปลงนามรับรอง
1.4.1.5 การตัดเสาเข็มที่ได้ค่าBlow Counts ที่ต้องการก่อนที่จะถึงระดับที่ก�ำหนด ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างทราบและอนุมัติก่อนตัดเสาเข็ม และการตัดเสาเข็มจะต้องตัดให้มี ผิวเรียบไม่เกิดการเสียหายแก่เสาเข็ม และได้ค่าระดับหัวเสาเข็มตามที่ระบุไว้ในแบบรูป
23
1.4.1.6 ให้ผู้รับจ้างจัดท�ำระเบียนการตอกเสาเข็ม และผลการตอกเสาเข็ม ซึ่งประกอบด้วย ผังการตอกเสาเข็ม ขนาดต�ำแหน่ง วันและเวลาที่ตอกเสาเข็ม ระดับปลายเสาเข็ม และค่า Blow Counts ทุกต้น โดยมีวิศวกรของบริษัทและผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างลงนามแล้ว ส่งให้เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างตรวจสอบและพิจารณาเห็นชอบด้วย
1.4.1.7 หากเสาเข็มหักเสียหาย หรือไม ่สามารถรับน�้ำหนักได้ ให้ผู้รับจ้าง แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง พร้อมเสนอแบบวิธีแก้ไขและรายการค�ำนวณให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบ ก่อนด�ำเนินการต่อไป
1.4.1.8 เสาเข็มที่มีหน้าตัด 15 ซม. x 15 ซม. หรือ Ø 15 ซม. หรือเสาเข็มที่ รับน�้ำหนักบรรทุกปลอดภัยไม ่เกิน 5 ตัน/ต้น สามารถน�ำไปใช้ได้เลยไม่ต้องส่งรายการตาม ข้อ 1.4.1.6 มาให้ตรวจสอบ
1.4.1.9 หากมีเหตุขัดข้องหรือจ�ำเป็นใด ๆ ที่จะต้องใช้เสาเข็ม 2 ท ่อนต ่อหรือ มากกว่าให้ผู้รับจ้างขออนุมัติจากผู้ว่าจ้างโดยแจ้งเหตุผลพร้อมเสนอรายละเอียดการต่อเสาเข็มด้วย 1.4.2 เสาเข็มเจาะ เสาเข็มชนิดนี้มีหลักการคือ การเจาะเอาดินออกให้เป็นรู ได้ขนาด และความลึกตามที่ก�ำหนด ใส่เหล็กเสริมที่ผูกเตรียมไว้แล้วลงไปในรูเจาะแล้วเทคอนกรีตให้เต็ม ซึ่งจะแบ่งตามกรรมวิธีการท�ำได้ดังนี้- เสาเข็มเจาะระบบแห้ง (Dry Process)
- เสาเข็มเจาะระบบเปียก (Wet Process)
อ้างอิงตามข้อก�ำหนดมาตรฐานส�ำหรับงานก่อสร้างเสาเข็มเจาะ ของ วสท. การท�ำเข็มเจาะเมื่อเสร็จแล้ว จะต้องท�ำการทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็มเจาะ ด้วยวิธี“SeismicTest” หากในวัตถุประสงค์ไม่ก�ำหนดจ�ำนวนต้น การทดสอบก็ให้ทดสอบเสาเข็ม ทุกต้น
1.4.3 เสาเข็มสปันไมโครไพล์การตอกเสาเข็ม จะต้องใช้ตุ้มตอกที่มีขนาด1-2ตัน ซึ่งเป็น วิธีที่เหมาะสมกับการติดตั้งเสาเข็มสปันไมโครไพล์ที่มีพื้นที่ในการท�ำงานเพียงพอ โดยมีความกว้าง ของพื้นที่อย่างน้อย 120 เซนติเมตร ยาวประมาณ 300 เซนติเมตร และมีพื้นที่ความสูงของหลังคา มากกว่า 320 เซนติเมตร มี2 วิธีดังนี้
1.4.3.1 การตอกเสาเข็มลงไปทีละท่อน พร้อมกับเชื่อมต่อเสาแต่ละท่อนให้เข้ากัน ด้วยการเชื่อมไฟฟ้า และจะต้องท�ำการตรวจคุณภาพบริเวณรอยเชื่อมต่อด้วยวิธีPenetrant test ซึ่งท�ำการจดบันทึกตามจ�ำนวนครั้งที่ท�ำการตอก (Blow Count) โดยเมื่อท�ำการตอกเสาเข็ม 10
24
ครั้งสุดท้าย (Last Ten Blows) จะต้องท�ำการตรวจสอบเรื่องความสมบูรณ์ของเสาสปันไมโครไพล์ และการรับน�้ำหนัก ซึ่งตามปกติจะต้องใช้ Danish’s Formula เพราะสามารถบอกค่าของ การทดสอบน�้ำหนักได้ใกล้เคียงมากที่สุด ในบางกรณีอาจจะใช้การทดสอบความสามารถในการ รับน�้ำหนักของเสาเข็ม ด้วยวิธีDynamic Load Test ได้เช่นเดียวกันกับเสาเข็มขนาดใหญ่ทั่วไป
1.4.3.2 การกดอัดเสาเข็มสปันไมโครไพล์ โดยใช้แม่แรงไฮดรอลิคเพื่อท�ำการกด อัดเสา การติดตั้งเสาเข็มด้วยวิธีนี้เหมาะส�ำหรับในกรณีที่ การท�ำงานนั้นไม่สามารถท�ำได้ตามวิธี จากข้อ1.4.3.1ซึ่งตามปกติจะต้องใช้ส�ำหรับงานเสริมฐานรากเพราะว่าต้องเข้าไปท�ำงานบริเวณใต้ อาคารในพื้นที่ที่คับแคบมาก ๆ ประกอบกับพื้นที่มีระยะความสูงจ�ำกัด เมื่อท�ำงานเสร็จสิ้นจ�ำต้อง ท�ำการตรวจสอบรอยต่อเชื่อม เช่นเดียวกับขั้นตอนที่1.4.3.1เพียงแต่การตรวจสอบค่าความสามารถ ในการรับน�้ำหนักนั้น จะต้องท�ำการตรวจสอบด้วยมาตรวัดแรงดันจากแม ่แรงไฮดรอลิคที่ผ่าน การสอบเทียบ (Calibration) มาแล้ว
1.4.4 เสาเข็มที่มีหน้าตัด15ซม.x15ซม. หรือ Ø 15ซม. หรือเสาเข็มที่รับน�้ำหนักบรรทุก ปลอดภัยไม่เกิน 2.0 ตัน/ต้น สามารถน�ำไปใช้ได้เลยไม่ต้องส่งมาให้ตรวจสอบ 1.5 ผู้รับจ้างจะต้องท�ำการทดสอบการบรรทุกน�้ำหนักของเสาเข็ม ให้ท�ำการทดสอบเสาเข็มที่มี ขนาดใหญ่สุดอย่างน้อย 1 จุด ดังนี้
1.5.1 วิธีStandard Test Method forPiles UnderStatic Axial CompressiveLoad ตามมาตรฐานของ ASTMD 1143-81ส�ำหรับเสาเข็มที่รับน�้ำหนักบรรทุกปลอดภัยตั้งแต่30.0ตัน/ต้น ขึ้นไป ให้ใช้น�้ำหนักบรรทุกทดสอบ 2.0 เท่าของน�้ำหนักบรรทุกปลอดภัยที่ก�ำหนดในแบบ (เสาเข็ม ตอกต้นที่ท�ำการทดสอบควรเป็นต้นที่มีค่า Blow Counts น้อยที่สุด หรืออนุโลมตามความจ�ำเป็น) 1.5.2 วิธีStandard Test Method for High-Strain Dynamic Testing ตามมาตรฐาน ของ ASTM D4945-17ให้ใช้น�้ำหนักบรรทุกทดสอบ 2.5เท่าของน�้ำหนักบรรทุกปลอดภัยที่ก�ำหนด ในแบบ (เสาเข็มตอกต้นที่ท�ำการทดสอบควรเป็นต้นที่มีค่า Blow Counts น้อยที่สุด หรืออนุโลม ตามความจ�ำเป็น)
1.5.3 รายงานผลการทดสอบเสาเข็ม จะต้องได้รับการลงนามโดยวิศวกรระดับสามัญวิศวกร ขึ้นไป แล้วส่งให้เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างตรวจสอบ
1.6 ความประลัยของเสาเข็ม
เสาเข็มจะถือว่าประลัยเมื่อเกิดกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้
1.6.1 ส่วนหนึ่งส่วนใดของเสาเข็มโก่ง แตก หรือบิดเบี้ยวจากรูปเดิมหรือแนวต�ำแหน่งเดิม
25
1.6.2 ระยะการทรุุดตััวสููงสุุดที่่หััวเสาเข็็มเกิิน 25 มม. หรืืออััตราการทรุุดตััวเฉลี่่ยเกิิน 0.25 มม. ต่่อตััน เมื่่อทิ้้งไว้้24 ชม. ที่่น้้ำหนัักบรรทุุกสููงสุุด หรืือระยะทรุุดคงตััวหลัังจากการคืืนตััว เมื่่อลดน้้ำหนัักบรรทุุกออกหมดแล้้วมีีค่่าเกิิน 6 มม.
1.6.3 เมื่่อมีีการกระทบกระเทืือนต่่อระดัับมาตรวััด หรืือระดัับพื้้นฐาน 1.7 วิิธีีStandard Test Method for Bearing Capacity of Soil for Static Load and Spread Footings ตามมาตรฐานของ ASTM D1194-94 ให้้ใช้้น้้ำหนัักบรรทุุกทดสอบ 3.0 เท่่า ของน้้ำหนัักบรรทุุกปลอดภััยที่่กำหนดในแบบ รายงานผลการทดสอบเสาเข็็ม จะต้้องได้รั้ับการลงนาม โดยวิิศวกรระดัับสามััญวิิศวกรขึ้้นไป แล้้วส่่งให้้เจ้้าหน้้าที่่ของผู้้ว่่าจ้้างตรวจสอบ 1.8 การตอกเสาเข็็ม, การทำเข็็มเจาะ หรืือการทำฐานราก หากมีีปััญหาใด ๆ เกิิดขึ้้นจน ไม่่สามารถดำเนิินการก่่อสร้้างได้้ผู้้รัับจ้้างจะต้้องรีีบติิดต่่อประสานกัับเจ้้าหน้้าที่่ของผู้้ว่่าจ้้างเพื่่อ พิิจารณาหาทางแก้้ไขและผู้้รัับจ้้างจะต้้องยิินยอมแก้้ไขตามข้้อพิิจารณาโดยไม่มี่ ีเงื่่อนไขแต่่ประการใด
1.9 รายละเอีียดปลีีกย่่อยอื่่น ๆ และกรรมวิิธีีในการก่่อสร้้างอื่่น ๆ ซึ่่งมิิได้้ระบุุไว้้ในบทกำหนดนี้้ ให้้ถืือปฏิิบััติิตามมาตรฐานสำหรัับการก่่อสร้้างอาคารคอนกรีีตเสริิมเหล็็กของวิิศวกรรมสถาน แห่่งประเทศไทย
1.10 รายงานการสำรวจดิินฐานราก หมายความว่่าเอกสารซึ่่งแสดงผลการสำรวจชั้้นดิินฐานราก หรืือผลการทดสอบคุุณสมบัติัิทางวิิศวกรรมของดิินฐานรากที่่เพีียงพอต่่อการคำนวณเสถีียรภาพและ ความมั่่นคงแข็็งแรงของฐานรากของอาคารได้้และรัับรองโดยสถาบัันที่่เชื่่อถืือได้้ “สถาบัันที่่เชื่่อถืือได้้” หมายความว่่า
(1) ส่่วนราชการหรืือหน่่วยงานของรััฐที่่มีีภารกิิจหลัักเกี่่ยวกัับงานด้้านวิิศวกรรมด้้านการ ออกแบบและคำนวณ การพิิจารณาตรวจสอบหรืือการให้้คำปรึึกษา
(2) นิิติิบุุคคลซึ่่งเป็็นผู้้ได้้รัับใบอนุุญาตประกอบวิิชาชีีพวิิศวกรรมควบคุุมตามกฎหมาย ว่่าด้้วยวิิศวกรที่่มีีวััตถุุประสงค์์ในการให้้คำปรึึกษา
(3) สถาบัันอุุดมศึึกษาที่่มีีการเรีียนการสอนหรืืองานวิิจััยในเรื่่องที่่เกี่่ยวข้้อง และเป็็นไป ตามหลัักเกณฑ์์ที่่อธิิบดีีกรมโยธาธิิการและผัังเมืืองกำหนด
- งานคอนกรีีตและคอนกรีีตเสริิมเหล็็ก
2.1 การทำแบบคอนกรีีต
แบบหล่่อคอนกรีีตจะต้้องทำให้้ดีีพอที่่เมื่่อคอนกรีีตแข็็งตััวแล้้ว จะต้้องอยู่่ในตำแหน่่ง ที่่ถููกต้้อง และมีีขนาดและผิิวตรงตามที่่กำหนด โดยต้้องให้้ผิิวที่่สััมผััสเนื้้อคอนกรีีตเรีียบ เว้้นแต่่ แบบสำหรัับคอนกรีีตที่่จะต้้องมีีการฉาบปููน แบบหล่่อต้้องทนต่่อน้้ำหนััก ความดัันของ
26
เนื้้อคอนกรีีตและแรงกระแทกกระทุ้้งของเครื่่องสั่่นคอนกรีีตได้้เป็็นอย่่างดีีขนาดและระดัับถููกต้้อง ตามแบบ แบบหล่่อต้้องทำให้้ถอดง่่ายและแข็็งแรงเพีียงพอที่่จะรัับน้้ำหนัักได้้อย่่างปลอดภััย ระหว่่างที่่ทำงานก่่อสร้้าง ทำช่่องไว้้สำหรัับล้้างแบบก่่อนเทคอนกรีีต โครงสร้้างที่่สััมผััสดิิน เช่่น พื้้น,คานคอดิิน,ฐานราก ก็็ให้้ทำแบบด้้วยเช่่นกััน ทั้้งนี้้ เพื่่อต้้องการไม่่ให้้คอนกรีีตสััมผััสดิินโดยตรง วััสดุุที่่นำมาใช้้เป็็นแบบให้้อยู่่ในดุุลยพิินิิจของผู้้ควบคุุมงาน ห้้ามใช้้ดิินยาภายในและห้้ามใช้้น้้ำมััน หรืือสิ่่งอื่่นใดที่่เป็็นอัันตรายต่่อคอนกรีีต หรืือทำให้้เปรอะภายในแบบ
2.2 คอนกรีีต
2.2.1 ให้้ใช้้คอนกรีีตผสมเสร็็จ (Ready - Mixed) ในการก่่อสร้้าง, การขนส่่งและส่่วนผสม ให้้ปฏิิบััติิตาม “บทกำหนดสำหรัับคอนกรีีตผสมเสร็็จ” (ASTM C94)
2.2.2 หน่่วยแรงที่่ยอมให้้ของคอนกรีีต ( ) ถ้้าในแบบรููปไม่่ได้้กำหนด ให้้ใช้้ = 173 กก./ตร.ซม. เมื่่อทดสอบด้้วยตััวอย่่างคอนกรีีตมาตรฐาน รููปทรงกระบอกที่่อายุุ 28 วััน หรืือ = 210 กก./ตร.ซม. เมื่่อทดสอบด้้วยตััวอย่่างคอนกรีีตรููปสี่่เหลี่่ยมจััตุุรััส ขนาด 15 x 15 x 15 ลบ.ซม.
2.2.3 ในกรณีีที่่จำเป็็นจะต้้องผสมคอนกรีีตในพื้้นที่่ก่่อสร้้างจะทำได้้เมื่่อใช้้คอนกรีีต = 173 กก./ตร.ซม. เท่่านั้้น (ถ้้าสููงกว่่านี้้ให้้ใช้้คอนกรีีตผสมเสร็็จเท่่านั้้น) และต้้องดำเนิินการ ดัังนี้้ .-
2.2.3.1 เครื่่องผสมโดยทั่่วไปให้้ใช้้เครื่่องแบบถัังหมุุนด้้วยเครื่่องยนต์์ 2.2.3.2 ทราย, หิินและน้้ำ ต้้องมีีคุุณสมบััติิตามที่่กำหนดและสะอาด 2.2.3.3 อััตราส่่วนผสมคอนกรีีตโดยปริิมาตรคืือ
- ซีีเมนต์์1 ส่่วน, ทราย 2 ส่่วน, หิิน 4 ส่่วน
- อััตราส่่วนของน้้ำต่่อซีีเมนต์์โดยน้้ำหนััก 2 ต่่อ 1
- ทราย ให้้ใช้้ทรายหยาบล้้วน
- หิิน ให้้ใช้้ขนาดคละดัังนี้้
ฐานรากให้้ใช้้หิินเบอร์์สองล้้วน ตอม่่อเสาคาน ให้้ใช้้หิินเบอร์์สอง 3 ส่่วน, หิินเบอร์์หนึ่่ง 1 ส่่วน
พื้้น บัันได กัันสาด ให้้ใช้้หิินเบอร์์สอง 2 ส่่วน, หิินเบอร์์หนึ่่ง 2 ส่่วน ครีีบตั้้ง ครีีบนอน หรืือโครงสร้้างที่่มีีความหนาน้้อยกว่่า 8 ซม. ให้้ใช้้ หิินเบอร์์สอง 1 ส่่วน, หิินเบอร์์หนึ่่ง 3 ส่่วน
โครงสร้้างอื่่น ๆ วิิศวกรผู้้ออกแบบและคณะกรรมการตรวจรัับพััสดุุ จะพิิจารณาให้้ตามความเหมาะสม
27
2.2.4 การตวงส่่วนผสมคอนกรีีต
2.2.4.1 ซีีเมนต์์ให้้ใช้้ผสมทีีละถุุงหรืือตวงด้้วยกระบะ ถ้้าใช้้ซีีเมนต์์ผง 2.2.4.2 หิินและทรายให้้ทำกระบะตวงให้้ได้้อััตราส่่วนตามลำดัับ กระบะที่่ต่่อ มีีขนาดพอที่่จะใส่่ปููนซีีเมนต์์ให้้1 ถุุงพอดีี ห้้ามตวงซีีเมนต์์ทราย หิิน ด้้วยวิิธีีการอื่่น ๆ เด็็ดขาด 2.2.4.3 น้้ำใช้้ตามอััตราส่่วนดัังกล่่าวข้้างบน (หากข้้นไปให้้ลดส่่วนผสมคอนกรีีต) คอนกรีีตผสมด้้วยหิินจาก 1 : 2 : 4 เป็็น 1 : 2 : 3 คอนกรีีตผสมด้้วยกรวด จาก 1 : 2 : 3 เป็็น 1 : 1 1/2 : 3 เมื่่อผสมคอนกรีีตเสร็็จแล้้วห้้ามเติิมน้้ำลงไปอีีกโดยเด็็ดขาด 2.3 การเตรีียมงานก่่อนเทคอนกรีีต
2.3.1 เตรีียมวััสดุุก่่อสร้้าง ปููนซีีเมนต์์ หิิน ทราย น้้ำ ให้้พร้้อม และมีีปริิมาณเพีียงพอ สำหรัับการเทคอนกรีีตในคราวหนึ่่ง ๆ รวมทั้้งแรงงานที่่จะเทคอนกรีีต โดยไม่่ขาดตอนด้้วย 2.3.2 ตรวจเครื่่องมืือผสมคอนกรีีต เครื่่องเขย่่าคอนกรีีต ฯลฯ ให้้อยู่่ในสภาพที่่พร้้อม จะใช้้งานได้้ตลอดเวลา หากสามารถเตรีียมเครื่่องสำรองได้้ด้้วยจะเป็็นการดีีเพื่่อไม่่ให้้การเท คอนกรีีตต้้องหยุุดชะงััก
2.3.3 ตรวจแบบหล่่อคอนกรีีตให้้ถููกต้้อง แข็็งแรง สะอาด หากเทคอนกรีีตในบริิเวณ ที่่มีีน้้ำขัังต้้องสููบน้้ำให้้แห้้งจึึงจะเทได้้
2.3.4 ตรวจขนาดและการผููกเหล็็กให้้เรีียบร้้อย ถููกต้้องตามแบบ
2.3.5 ค่่าการยุุบตััวสำหรัับงานก่่อสร้้างชนิิดต่่าง ๆ
ประเภทของงานคอนกรีีต
ค่่าการยุุบตััว (ซม.)
งานพื้้นสนามบิิน
5.0 ± 2.5
งานคอนกรีีตทั่่วไป
- พื้้น และถนน
- เสา คาน ผนััง และกำแพง
7.5 ± 2.5
10.0 ± 2.5
งานฐานรากทั่่วไป
งานคอนกรีีตปั๊๊�มทั่่วไป
งานเสาเข็็มเจาะขนาดเล็็กหรืือระบบแห้้ง
10.0 ± 2.5
งานเสาเข็็มเจาะขนาดใหญ่่หรืือระบบเปีียก
งานเทคอนกรีีตใต้้น้้ำ
งานฐานรากแผ่่ขนาดใหญ่่
งานที่่มีีเหล็็กเสริิมหนาแน่่น
มากกว่่า 15.0
28
2.3.6 การเทคอนกรีตต่อจากที่ได้เทไว้แล้ว ต้องเตรียมท�ำผิวคอนกรีตของเดิมตรงรอยต่อ ให้เรียบร้อย โดยท�ำผิวให้ขรุขระ ล้างน�้ำให้สะอาดและราดน�้ำปูนซีเมนต์ข้น ๆให้ทั่วบริเวณก่อนเท คอนกรีต
2.3.7 เตรียมการน�ำคอนกรีตจากที่ผสมคอนกรีตไปยังที่ต้องการเทคอนกรีตให้สะดวก รวดเร็ว ถูกวิธีและต้องจัดเตรียมที่รองรับ มิให้คนงานเทคอนกรีตเหยียบไปบนโครงเหล็กได้ ตลอดจนเตรียมการป้องกันไม่ให้คอนกรีตที่เทใหม่ถูกน�้ำ หรือแสงแดดที่ร้อนจัด 2.3.8 เมื่อผู้รับจ้างเตรียมการเทคอนกรีตเรียบร้อยแล้ว ให้แจ้งให้ผู้ควบคุมการก่อสร้าง หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุทราบล่วงหน้าเพื่อท�ำการตรวจสอบเสียก่อน เมื่อได้รับความเห็นชอบ แล้วจึงจะท�ำการเทคอนกรีตได้
2.3.9 คอนกรีตที่ขนส่งจากเครื่องผสมไปยังจุดที่จะเทนั้น จะต้องขนด้วยวิธีซึ่งจะป้องกัน มิให้คอนกรีตแยกตัวหรือรั่วไป เครื่องมือที่ใช้ขนส่งจะต้องมีประสิทธิภาพดีโดยไม่ท�ำให้ส่วนผสม ของคอนกรีตแยกตัวและเสียจังหวะในการเทจนกระทั่งเสียแรงเกาะกันระหว ่างคอนกรีตที่เท ต่อเนื่องกัน
2.3.10 งานนั่งร้านเพื่อความปลอดภัย ผู้รับจ้างควรปฏิบัติตาม “ข้อก�ำหนดนั่งร้าน งานก่อสร้างอาคาร” ในมาตรฐานความปลอดภัยของวิศวกรรมสถานแห ่งประเทศไทย หรือ ประกาศกฎกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กรณีไม ่ปฏิบัติตามข้อก�ำหนดแบบนั่งร้านมาตรฐาน ต้องจัดให้มีวิศวกรเป็นผู้ออกแบบและก�ำหนดรายละเอียดนั่งร้าน
2.4 การเทคอนกรีต
2.4.1 ก่อนเทคอนกรีตผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องสั่นคอนกรีตและวัสดุอุปกรณ์บ่มคอนกรีต กระบะตวงส่วนผสมมาให้พร้อมก่อน หากไม่มีห้ามเทคอนกรีต
2.4.2 คอนกรีตต้องผสมเสร็จไว้ใหม่ ห้ามใช้คอนกรีตที่ผสมไว้นานเกิน 30 นาที 2.4.3 ก ่อนเทลงในแบบต้องตรวจสอบแบบให้ถูกต้องและสมบูรณ์ และให้ผู้ควบคุม การก่อสร้างตรวจดูแบบ ขนาดของเหล็ก การผูกเหล็ก และการวางเหล็กให้ถูกต้องเสียก ่อน เมื่อเรียบร้อยแล้วให้ล้างแบบให้สะอาดและชุ่มน�้ำจึงลงมือเทได้
2.4.4 ต้องใช้เครื่องสั่นคอนกรีตในการเทคอนกรีตทุกครั้ง ยกเว้นแต ่จะได้รับอนุญาต จากผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ขณะเทคอนกรีตต้องใช้เหล็กกระทุ้งและใช้เครื่องมือสั่นให้เนื้อคอนกรีต ประสานกันแน่น ป้องกันรูพรุนที่จะเกิดขึ้น การใช้เครื่องสั่นคอนกรีตต้องใช้ให้ถูกวิธีไม่เร็วหรือ ช้าเกินไป ระวังอย่าให้เครื่องสั่นไปกระทบเหล็กเสริมจนหลวมหรือหลุดจากต�ำแหน่งที่อยู่
29
2.4.5 เมื่อเทคอนกรีตส่วนใดรวดเดียวตลอดไม่ได้ก็ให้หยุดเทคอนกรีตตามต�ำแหน่งดังนี้ - ส�ำหรับเสาให้เทถึงระดับ 2.5 ซม. ต�่ำจากท้องคานหัวเสา - ส�ำหรับคานให้เทถึงกลางคานและท�ำมุม 90 องศา คานที่มีความยาวเกินกว่า 5.00 ม. และฐานรากให้เทเสร็จในครั้งเดียว
- ส�ำหรับพื้นถึงกลางแผ่น
- ส�ำหรับบันไดให้เทพร้อมกันทั้งแม่บันได และขั้นบันไดจนเสร็จ พร้อมส่วนคาน รับช่วงบนของบันได
- วิศวกรผู้ออกแบบ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะก�ำหนดให้เป็นแห่ง ๆ แล้วแต่ความจ�ำเป็น
เมื่อเทคอนกรีตต่อใหม่ ให้กะเทาะหน้าคอนกรีตเก่าออก แล้วแปรงด้วยแปรงลวด ราดน�้ำเปียกแล้วให้น�ำน�้ำปูนหรือน�้ำยาประสานคอนกรีตราดให้ทั่วหน้าแล้วจึงเทคอนกรีตต่อไปได้ 2.5 งานถอดแบบหล่อและค�้ำยัน
2.5.1 จะถอดแบบหล่อและค�้ำยันออกได้ก็ต่อเมื่อคอนกรีตมีก�ำลังอัดเพียงพอที่จะสามารถ รับน�้ำหนักของคอนกรีตและน�้ำหนักอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการก่อสร้างต่อไป 2.5.2 ขั้นตอนและระยะเวลาในการถอดแบบหล ่อและค�้ำยัน ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของ ปูนซีเมนต์ส่วนผสมของคอนกรีต ความส�ำคัญของโครงสร้าง ชนิดและขนาดของโครงสร้างน�้ำหนัก ที่กระท�ำต่อโครงสร้าง อุณหภูมิและอื่น ๆ
2.5.3 กรณีโครงสร้างทั่วไปซึ่งมิได้มีข้อก�ำหนดระบุไว้สามารถถอดแบบหล่อและค�้ำยัน โดยมีค่าก�ำลังอัดของคอนกรีตขั้นต�่ำดังแสดงในตาราง
ตาราง ก�ำลังอัดขั้นต�่ำของคอนกรีตส�ำหรับการถอดแบบหล่อและค�้ำยันของโครงสร้างทั่วไป
ชนิดแบบหล่อของโครงสร้าง
ก�ำลังอัดขั้นต�่ำของคอนกรีต (กก./ตร.ซม.)
แบบหล่อด้านข้างของเสา คาน
ก�ำแพงและฐานราก
50
แบบหล่อท้องพื้นและคาน
140
2.5.4 กรณีโครงสร้างทั่วไปซึ่งมิได้มีข้อก�ำหนดระบุไว้และไม่มีผลทดสอบก�ำลังอัดของ คอนกรีต ให้ใช้ระยะเวลาถอดแบบหล่อและค�้ำยันเร็วที่สุด ดังตาราง
30
ตาราง อายุุขั้้นต่่ำของคอนกรีีตสำหรัับการถอดแบบหล่่อและค้้ำยัันของโครงสร้้างทั่่วไป
ชนิดแบบหล่อของโครงสร้าง
อายุุขั้้นต่่ำของคอนกรีีต (วััน)
แบบหล่อด้านข้างของเสา คาน
ก�ำแพงและฐานราก
2
แบบหล่อท้องพื้น
14
แบบหล่อท้องคาน
21
2.5.5 แบบหล่่อโครงสร้้างที่่สููงเกิิน 5.0 ม. และพื้้นไร้้คานที่่มีีความหนาพื้้นเกิิน 15 ซม. ต้้องมีีรายการคำนวณค้้ำยัันพร้้อมวิิศวกรลงนามรัับรอง
ข้้อแนะนำ
(1) ขั้้นตอนและลำดัับการถอดแบบหล่่อและค้้ำยััน ควรคำนึึงว่่าโครงสร้้างซึ่่งมีีค้้ำยััน ค้้างอยู่่บางส่่วนจะสามารถรัับแรงหรืือโมเมนต์์ที่่จะเกิิดขึ้้นได้้โดยไม่่แตกร้้าว (2) การกองวััสดุุบนโครงสร้้างคอนกรีีต หลัังจากถอดค้้ำยัันแล้้ว ต้้องตรวจสอบว่่าไม่่เป็็น อัันตรายต่่อโครงสร้้าง เนื่่องจากโครงสร้้างขณะนั้้นอาจจะยัังไม่่สามารถรัับน้้ำหนัักบรรทุุกได้้ตามที่่ ออกแบบไว้้นอกจากนี้้ อาจจะต้้องเคลื่่อนย้้ายวััสดุุที่่กองไว้้บนโครงสร้้างตั้้งแต่่ก่่อนการถอดค้้ำยััน ออกไป หากตรวจพบว่่าอาจเกิิดอัันตรายต่่อโครงสร้้างเมื่่อถอดค้้ำยัันออก
โครงสร้้างบางส่่วนที่่จำเป็็นจะต้้องถอดแบบตามเวลาที่่แตกต่่างกว่่านี้้ ให้้ผู้้รัับจ้้างสอบถาม จากคณะกรรมการตรวจรัับพััสดุุก่่อน เมื่่อถอดไม้้แบบออกแล้้วผู้้รัับจ้้างจะต้้องให้้เจ้้าหน้้าที่่ ผู้้ควบคุุมงานก่่อสร้้างตรวจ ถ้้าปรากฏว่่ามีีสิ่่งบกพร่่อง เช่่น มีีโพรง หรืือเหล็็กผิิดลัักษณะ จะต้้อง แก้้ไขส่่วนที่่เกี่่ยวกัับโครงสร้้างนั้้นให้้ถููกต้้องเสีียก่่อน
การซ่่อมโพรงคอนกรีีตให้้ใช้้ซีีเมนต์์ผสมน้้ำเหลวพอควร (อััตราส่่วน 1 : 1) อุุดให้้เรีียบ เป็็นผิิวเดีียวกััน ก่่อนอุุดต้้องราดน้้ำปููนที่่โพรงให้้ชุ่่ม
2.6 การบ่่มคอนกรีีต
2.6.1 เมื่่อเทคอนกรีีตเสร็็จเรีียบร้้อยแล้้ว ต้้องป้้องกัันคอนกรีีตไม่่ให้้โดนแดด น้้ำหรืือ น้้ำฝน และหลัังจากเทคอนกรีีตแล้้ว 24 ชม. จะต้้องบ่่มคอนกรีีตให้้ชุ่่มน้้ำอยู่่ตลอดเวลาอย่่างน้้อย 7 วััน โดยใช้้น้้ำหล่่อหรืือกระสอบป่่านคลุุมให้้ทั่่วแล้้วใช้้น้้ำราดให้้ชุ่่ม หรืือใช้้วััสดุุอย่่างอื่่นที่่ เหมาะสมกัับประเภทของงานก่่อสร้้าง ทำการบ่่มคอนกรีีต ทั้้งนี้้ต้้องได้้รัับความเห็็นชอบจาก
31
ผู้้ควบคุุมงานก่่อสร้้าง หรืือคณะกรรมการตรวจรัับพััสดุุเสีียก่่อน ในกรณีีที่่เป็็นงานพิิเศษ การบ่่ม คอนกรีีตจะกำหนดระยะเวลาให้้ตามประเภทของงาน
2.6.2 วิิธีีต่่าง ๆ ของการบ่่มคอนกรีีต
- โดยการใช้้น้้ำฉีีดหรืือพรมน้้ำให้้ชุ่่มอยู่่เสมอ
- โดยการใช้้กระสอบคลุุมแล้้วราดน้้ำให้้ชุ่่มอยู่่เสมอ
- โดยการใช้้สารประกอบเคมีีสำหรัับพ่่นคลุุมเป็็นเยื่่อบาง ๆ - โดยการใช้้แผงวััสดุุกัันน้้ำซึึม ปิิดคลุุมให้้มิิดชิิดโดยตลอด
- โดยการใช้้ดิินเหนีียวกั้้นขอบขัังน้้ำไว้้
- โดยการใช้้ทราย ขี้้เลื่่อย หรืือดิินคลุุม แล้้วราดน้้ำให้้ชุ่่มอยู่่เสมอ ถ้้าบ่่มคอนกรีีตไม่่ถููกต้้องตามที่่กำหนดไว้้และเป็็นเหตุุให้้คอนกรีีตเสีียกำลััง คณะกรรมการตรวจรัับพััสดุุมีีอำนาจสั่่งให้้ทุุบทิ้้งแล้้วหล่่อใหม่่ได้้
2.7 การแต่่งผิิวคอนกรีีต
2.7.1 คอนกรีีตที่่จะแต่่งผิิวด้้วยการฉาบปููนหรืือวิธีิต่ี่างๆให้้ทำผิิวให้้หยาบ เพื่่อความยึึดตััว ของวััสดุุแต่่งผิิว
2.7.2 ในกรณีีที่่ต้้องการความประณีีตทางสถาปััตยกรรม ผิิวคอนกรีีตส่่วนใดที่่ต้้องการ ให้้เรีียบ แต่่ปรากฏว่่าเมื่่อถอดแบบออกแล้้วขรุุขระ ผู้้รัับจ้้างจะต้้องตกแต่่งให้้ตรงตามความ ประสงค์์ของงาน
2.7.3 คอนกรีีตที่่แต่่งผิิวก็็ดีี ที่่ไม่่ฉาบปููนก็็ดีี ที่่ฉาบปููนก็็ดีี ต้้องเตรีียมผิิวให้้เป็็นไปตาม ลัักษณะงานนั้้น ๆ
2.7.4 คอนกรีีตไม่่ฉาบปููน ให้้แต่่งผิิวเรีียบตามวิิธีีที่่เหมาะสม แล้้วล้้างสะอาด ทั้้งนี้้ต้้องให้้ เป็็นคอนกรีีตที่่มีีแนวระยะผิิวที่่ถููกต้้องตามขนาดทุุกส่่วน
2.8 รอยต่่อในการก่่อสร้้าง
2.8.1 ในกรณีีที่่มิิได้้ระบุุตำแหน่่งและรายละเอีียดของรอยต่่อไว้้ในแบบ จะต้้องจััดทำและ เลืือกวางในตำแหน่่งที่่จะไม่่ทำให้้โครงสร้้างเสีียความแข็็งแรงมากเกิินไป ผิิวคอนกรีีตตรงรอยต่่อ จะต้้องสะอาดและกำจััดฝ้้าน้้ำปููนออกให้้หมด และต้้องพรมน้้ำให้้เปีียกทั่่ว ราดด้้วยน้้ำปููนซีีเมนต์์ ข้้น ๆ ก่่อนเทคอนกรีีตทัับรอยต่่อกััน
2.8.2 ก่่อนที่่จะเทคอนกรีีต คานหรืือแผ่่นพื้้นซึ่่งรองรัับด้้วยเสาหรืือผนััง จะต้้องรอให้้ คอนกรีีต เสา หรืือผนัังนั้้นแข็็งตััวเสีียก่่อน และให้้ถืือว่่า คาน แป้้นหููช้้าง หััวเสา และส่่วนของคาน ขยายปลายเป็็นส่่วนหนึ่่งของระบบพื้้นทั้้งหมดฉะนั้้นจะต้้องหล่่อให้้เป็็นเนื้้อเดีียวกััน
32
2.8.3 รอยต่่อในการก่่อสร้้างระบบพื้้น อาจจะอยู่่บริิเวณกึ่่งกลางของช่่วงแผ่่นพื้้นหรืือคาน ขอบได้้ในกรณีีคานขอบติิดกัับคานหลัักตรงบริิเวณกึ่่งกลางช่่วง ให้้เลื่่อนรอยต่่อในคานออกไปอีีก เป็็นระยะสองเท่่าของความกว้้างของคาน
2.9 วััสดุุที่่ฝัังในคอนกรีีตและช่่องเปิิดในแผ่่นพื้้นคอนกรีีต
2.9.1 ก่่อนเทคอนกรีีต จะต้้องฝัังปลอก ไส้้สมอ และวััสดุุอื่่น ๆ ที่่จะต้้องทำงานต่่อไป ภายหลัังให้้เรีียบร้้อย
2.9.2 จะต้้องจััดวางแผ่่นกั้้นน้้ำ ท่่อประปา ท่่อร้้อยเสาไฟ และสิ่่งซึ่่งจะฝัังอื่่น ๆ เข้้าที่่ให้้ ถููกตำแหน่่งอย่่างแน่่นอน และยึึดให้้ดีีเพื่่อมิิให้้เกิิดการเคลื่่อนตััว สำหรัับช่่องว่่างในปลอกไส้้และ ร่่องสมอ จะต้้องอุุดด้้วยวััสดุุที่่จะเอาออกได้้ง่่ายเป็็นการชั่่วคราว เพื่่อเป็็นการป้้องกัันมิิให้้คอนกรีีต ไหลเข้้าไปในช่่องว่่างนั้้น
2.9.3 ให้้ส่่งแบบขยายรายละเอีียดการฝัังวััสดุุในคอนกรีีต และช่่องเปิิดในแผ่่นพื้้น (Shop Drawing) ให้้ผู้้ว่่าจ้้างเห็็นชอบก่่อนดำเนิินการ
2.10 การซ่่อมปะผิิวคอนกรีีตที่่ชำรุุด
2.10.1 ห้้ามปะซ่่อมรููร้้อยเหล็็กยึึดและเนื้้อที่่ที่่ชำรุุดทั้้งหมด ก่่อนที่่วิิศวกรหรืือผู้้แทน ผู้้ว่่าจ้้างจะได้้ตรวจสอบแล้้ว
2.10.2 สำหรัับคอนกรีีตที่่เป็็นรููพรุุนเล็็กๆและชำรุุดเล็็กน้้อย หากวิิศวกรลงความเห็็นว่่า พอที่่จะซ่่อมแซมให้้ดีีได้้จะต้้องสกััดคอนกรีีตที่่ชำรุุดออกให้้หมดจนถึึงคอนกรีีตดีีเพื่่อป้้องกััน มิิให้น้้ ้ำในมอร์์ตาร์ที่่ ์ จะปะซ่่อมนั้้นถููกดููดซึึมไป จะต้้องราดน้้ำบริิเวณคอนกรีีตที่่จะปะซ่่อมและเนื้้อที่่ บริิเวณโดยรอบเป็็นระยะออกมาอย่่างน้้อย14ซม.มอร์์ตาร์ที่่ ์ จะใช้้เป็็นตััวประสานจะต้้องประกอบด้้วย ส่่วนผสมของซีีเมนต์์1 ส่่วน ต่่อทรายละเอีียดซึ่่งผ่่านตะแกรงเบอร์์30 หนึ่่งส่่วน ให้้ละเลงมอร์์ตาร์์ นี้้ให้้ทั่่วพื้้นที่่ผิิว
2.10.3 ส่่วนผสมสำหรัับใช้้อุุดให้้ประกอบด้้วยซีีเมนต์์1 ส่่วน ต่่อทรายที่่ใช้้ผสมคอนกรีีต 2 1/2 ส่่วน โดยปริิมาตรชื้้นหลวม สำหรัับคอนกรีีตเปลืือยภายนอกให้้ผสมซีีเมนต์์ขาวเข้้ากัับ ซีีเมนต์์ธรรมดาบ้้าง เพื่่อให้้ส่่วนผสมที่่ปะซ่่อมมีีสีีกลมกลืืนกัับสีีของคอนกรีีตข้้างเคีียง ทั้้งนี้้โดย ใช้้วิิธีีทดลองหาส่่วนผสมเอาเอง
2.11 การเก็็บวััสดุุ
2.11.1 ปููนซีีเมนต์์ถุุง จะต้้องเก็็บในเรืือนที่่มีีหลัังคาและผนัังปิิดโดยรอบและยกพื้้นหรืือ กรณีีปููนซีีเมนต์์ผงให้้ใช้้ถัังเก็็บหรืือไซโลที่่ป้้องกัันความชื้้นและความสกปรกได้้ในการจััดส่่งให้้ส่่ง ในปริิมาณเพีียงพอที่่จะไม่่ทำให้้งานคอนกรีีตชะงัักหรืือล่่าช้้าและจะต้้องแยกวััสดุุที่่ส่่งมาแต่่ละครั้้ง ให้้เป็็นสััดส่่วน ไม่่ปะปนกััน
33
2.11.2 การกองมวลรวมจะต้้องป้้องกัันมิิให้้เกิิดการปะปนกัันระหว่่างมวลรวมซึ่่งมีีขนาด และชนิิดต่่างกััน และมิิให้้เกิิดการสกปรกจากดิินโคลนหรืือสิ่่งไม่่พึึงประสงค์์ใด ๆ 2.11.3 การเก็็บสารผสมเพิ่่ม จะต้้องระวัังมิิให้้เกิิดการเปรอะเปื้้�อน การระเหยหรืือเสื่่อม คุุณภาพตามคำแนะนำของบริิษััทผู้้ผลิิต
2.11.4 ปููนซีีเมนต์์ที่่เปีียกน้้ำหรืือชื้้นจนจัับตััวแข็็งเป็็นก้้อน แม้้เป็็นบางส่่วน ห้้ามนำมาใช้้ โดยเด็็ดขาด
2.12 เหล็็กเสริิมคอนกรีีต ระบุุไว้้ในภาคผนวกคู่่มืือการปฏิิบััติิงานก่่อสร้้างของกองทััพบก 2.13 การต่่อเหล็็กเสริิม
2.13.1 ต่่อโดยวิิธีีทาบ
- ระยะทาบต้้องไม่่น้้อยกว่่า 40 เท่่าของเส้้นผ่่านศููนย์์กลางของเหล็็กเส้้นกลม ชั้้นคุุณภาพ SR-24 แล้้วให้้ผููกมััดด้้วยลวดผููกเหล็็กเบอร์์16 SWG.
- ระยะทาบต้้องไม่่น้้อยกว่่า 30 เท่่าของเส้้นผ่่านศููนย์์กลางของเหล็็กข้้ออ้้อย ชั้้นคุุณภาพ SD-30 แล้้วให้้ผููกมััดด้้วยลวดผููกเหล็็กเบอร์์16 SWG.
- ระยะทาบต้้องไม่่น้้อยกว่่า 36 เท่่าของเส้้นผ่่านศููนย์์กลางของเหล็็กข้้ออ้้อย ชั้้นคุุณภาพ SD-40 แล้้วให้้ผููกมััดด้้วยลวดผููกเหล็็กเบอร์์16 SWG.
- ระยะทาบต้้องไม่่น้้อยกว่่า 45 เท่่าของเส้้นผ่่านศููนย์์กลางของเหล็็กข้้ออ้้อย ชั้้นคุุณภาพ SD-50 แล้้วให้้ผููกมััดด้้วยลวดผููกเหล็็กเบอร์์16 SWG.
2.13.2 ต่่อโดยวิิธีีเชื่่อม จะต้้องให้้กำลัังของรอยเชื่่อมไม่่น้้อยกว่่า 1.25 เท่่าของกำลััง เหล็็กเสริิมนั้้น
2.13.3 การต่่อเหล็็กด้้วยวิธีิีทางกลจะต้้องทํําปลายเหล็็กแกนเสาให้้เป็็นเกลีียวและประกบ ต่่อกัันด้้วยข้้อต่่อเกลีียว
รอยต่่อในเหล็็กเสริิม
ชนิิดขององค์์อาคาร
ชนิิดรอยต่่อ
ตำแหน่่งของรอยต่่อ
คาน, พื้้น, ผนััง
เสา
ฐานราก
ต่่อทาบ, ต่่อเชื่่อม (สำหรัับขนาด เส้้นผ่่านศููนย์์กลางมากกว่่า19 มม.) ต่่อทาบ, ต่่อเชื่่อม (สำหรัับขนาด เส้้นผ่่านศููนย์์กลางมากกว่่า19 มม.) ห้้ามต่่อ
เหล็็กบนต่่อที่่กลางคาน เหล็็กล่่างต่่อที่่ หน้้าเสาถึึงระยะ 1/5 จากศููนย์์กลางเสา เหนืือระดัับพื้้น 1 ม.จนถึึงระดัับกึ่่งกลาง ความสููง
34
2.14 ความหนาของคอนกรีีตที่่หุ้้มเหล็็ก วััดจากผิิวเหล็็กหากไม่่ได้้กำหนดไว้้ในแบบ ให้้คอนกรีีต ที่่ห่่อหุ้้มเหล็็กเสริิมต้้องมีีความหนาอย่่างน้้อยดัังนี้้.-
ลัักษณะงานก่่อสร้้าง
ระยะหุ้้มต่่ำสุุด (มม.)
ระยะหุ้้มเหล็็กเสริิมทั่่วไปสำหรัับโครงสร้้างคอนกรีีตทั่่วไป
คอนกรีีตที่่หล่่อติิดกัับดิินโดยใช้ดิ้ินเป็็นแบบ และผิิวคอนกรีีตสััมผััส กัับดิินตลอดเวลาใช้้งาน
75
คอนกรีีตที่่สััมผััสกัับดิิน หรืือถููกแดดฝน
50
คอนกรีีตที่่ไม่่สััมผััสดิิน หรืือไม่่ถููกแดดฝน
-
ในผนััง แผ่่นพื้้น และตง
-
ในคาน และเสา
30
40
ระยะหุ้้มเหล็็กเสริิมทั่่วไปสำหรัับโครงสร้้างคอนกรีีตที่่มีีความเสี่่ยงต่่อการเกิิดสนิิมของเหล็็กเสริิม
คอนกรีีตที่่หล่่อติิดกัับดิินโดยใช้ดิ้ินเป็็นแบบ และผิิวคอนกรีีตสััมผััส กัับดิินตลอดเวลาใช้้งาน
100
คอนกรีีตที่่สััมผััสกัับดิิน หรืือถููกแดดฝน
70
คอนกรีีตที่่ไม่่สััมผััสดิิน หรืือไม่่ถููกแดดฝน -
ในผนััง แผ่่นพื้้น และตง
-
ในคาน และเสา
50
702.15 งานคอนกรีีตมาตรฐานที่่ต้้องควบคุุมเป็็นพิิเศษ
2.15.1 อััตราส่่วนผสมคอนกรีีต1:2:4โดยปริิมาตรใช้้น้้ำประมาณ 29 ลิิตร ต่่อน้้ำหนััก ซีีเมนต์์1 ถุุง ระยะยุุบตััว (Slump) ไม่่เกิิน 7ซม.สำหรัับตััวอย่่างที่่ใช้้ทดสอบ ขนาด15 x 15 x 15 ลบ.ซม. เมื่่อคอนกรีีตอายุุ28 วััน จะต้้องรัับแรงอััดประลััยไม่่น้้อยกว่่า 200 กก./ตร.ซม. 2.15.2 หากผู้รับจ้างจะใช้อัตราส่วนผสมที่นอกเหนือไปจากนี้จะต้องส่งรายการค�ำนวณ พร้อมทั้งแสดงผลการทดสอบแรงอัดประลัยต่อผู้ว่าจ้างเพื่อพิจารณา และจะต้องไม่น้อยกว่าที่ ก�ำหนดไว้ในข้อ 2.15.1
2.15.3 ส่วนผสมที่นอกเหนือไปจากที่ได้ก�ำหนด เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งรายการค�ำนวณแล้ว จะต้องท�ำตัวอย่างการทดสอบ 6 ตัวอย่าง ซึ่ง 3 ตัวอย่าง จะน�ำไปทดสอบหาค่าแรงอัดประลัย
35
ในระยะ 7 วัน และอีก 3 ตัวอย่าง หาแรงอัดประลัยในระยะ 28 วัน ผลของการทดสอบหาแรงอัด ประลัยนี้ผู้รับจ้างจะต้องเสนอผู้ว่าจ้างเห็นชอบก่อนท�ำการก่อสร้าง
2.15.4 ถ้าผลของการทดสอบหาแรงอัดประลัย เมื่อคอนกรีตมีอายุ 28 วัน ต�่ำกว่า ค่าแรงอัดประลัยที่ก�ำหนดไว้ตามข้อ2.15.1 หรือถ้าแรงอัดประลัยในระยะ7วัน ต�่ำกว่าที่ควรจะเป็น จะต้องส่งผลการค�ำนวณใหม่และเสนอผลการทดสอบใหม่จนกว่าจะได้แรงอัดประลัยตามก�ำหนด 2.15.5 ส่วนผสมใดเมื่อน�ำไปใช้งานก่อสร้างแล้ว ภายหลังจากการทดสอบแล้ว ปรากฏว่า ก�ำลังของคอนกรีตที่ได้ต�่ำกว่าข้อก�ำหนดของคอนกรีตส่วนที่น�ำไปใช้งานก่อสร้างนั้น จะต้องทดสอบ โดยผู้ว่าจ้างอีกครั้ง หากใช้ไม่ได้ผู้รับจ้างต้องทุบคอนกรีตส่วนนั้น ๆ ออก เพื่อท�ำการหล่อใหม่
2.15.6 กรณีก่อสร้างอาคารห่างจากทะเลไม่เกิน 10กม. ให้ใช้ปูนป้องกันซัลเฟส(ประเภท 5) 2.16 พื้นคอนกรีตส�ำเร็จรูป พื้นคอนกรีตอัดแรง และโครงสร้างส�ำเร็จรูปอื่น ๆ - ผู้รับจ้างจะต้องส่งแบบรูปรายละเอียด รายการค�ำนวณแบบแปลนต�ำแหน่งติดตั้งและ อื่น ๆ ที่จ�ำเป็นรวมทั้ง แค็ตตาล็อกซึ่งมีสามัญวิศวกร (โยธา) รับรองมาให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบและ อนุมัติก่อนน�ำไปใช้- ในกรณีที่จะขออนุมัติใช้แบบที่แตกต ่างไปจากแบบรูปที่ก�ำหนดไว้ให้ผู้รับจ้างส ่ง รายละเอียดของพื้นคอนกรีตส�ำเร็จรูป หรือโครงสร้างส�ำเร็จรูปมาให้ผู้ว่าจ้างพิจารณาตรวจสอบ และเห็นชอบก่อนจึงจะน�ำไปใช้ในการก่อสร้างได้
- งานโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ
3.1 ขอบเขตของงาน งานที่ต้องท�ำตามความต้องการในหมวดนี้คืองานท�ำโครงสร้างเหล็ก และสิ่งก่อสร้างเหล็กทุกชนิดที่เป็นเหล็กตามแบบรูปรายการก�ำหนด
3.2 วัสดุ เหล็กรูปพรรณทั้งหมดจะต้องมีคุณสมบัติตาม มอก. 1227 - 2558 หรือ AISC หรือ JIS หรือ BS
3.3 การกองเก็บวัสดุ การเก็บเหล็กรูปพรรณทั้งที่ประกอบแล้วและยังไม่ได้ประกอบ จะต้อง เก็บไว้บนพื้นยกเหนือพื้นดิน จะต้องรักษาเหล็กให้ปราศจากฝุ่น ไขมันหรือสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ และต้องระวังรักษาอย่าให้เหล็กเป็นสนิม ในกรณีที่ไม่มีโรงเก็บให้คลุมด้วยผ้าใบให้มิดชิด 3.4 รูและช่องเปิด การเจาะหรือตัดหรือกดทะลุให้เป็นรู ต้องกระท�ำตั้งฉากกับผิวของเหล็ก และห้ามขยายรูด้วยความร้อนเป็นอันขาด ในเสาที่เป็นเหล็กรูปพรรณซึ่งต่อกับคาน ค.ส.ล. จะต้อง เจาะรูไว้เพื่อให้เหล็กเสริมในคานคอนกรีตสามารถล็อกได้รูจะต้องเรียบร้อยปราศจากรอยขาด หรือแหว่ง ขอบซึ่งคมอันเกิดจากการเจาะด้วยสว่าน ให้ขจัดออกให้หมดด้วยเครื่องมือ โดยลบมุม
36
2 มม. ช่องเปิดอื่น ๆ เหนือจากรูสลักเกลียวจะต้องเสริมแหวนเหล็ก ซึ่งมีความหนาไม่น้อยกว่า ความหนาขององค์อาคารที่เสริมนั้น รูหรือช่องเปิดภายในของแหวนจะต้องเท่ากับช่องเปิดของ องค์อาคารที่เสริมนั้น
3.5 การประกอบและการยกติดตั้ง
3.5.1 แบบขยาย ก่อนจะท�ำการประกอบเหล็กรูปพรรณทุกชิ้นถ้าในแบบมิได้ก�ำหนดไว้ ผู้รับจ้างจะต้องส่งแบบขยายต่อผู้แทนของผู้ว่าจ้างเพื่อรับความเห็นชอบ
3.5.1.1 จะต้องจัดท�ำแบบที่สมบูรณ์แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการตัดต่อประกอบ และการติดตั้งสลักเกลียว, รอยเชื่อมและรอยต่อที่จะกระท�ำในโรงงาน
3.5.1.2 สัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ใช้จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล 3.5.1.3 จะต้องมีส�ำเนาเอกสารแสดงบัญชีวัสดุ และวิธีการยกติดตั้ง ตลอดจน การยึดโยงชั่วคราว
3.5.2 การประกอบและยกติดตั้ง
3.5.2.1 ให้พยายามประกอบที่โรงงานให้มากที่สุดเท่าที่จะท�ำได้ 3.5.2.2 การตัดเฉือน ตัดด้วยไฟ สกัดและกดทะลุต้องกระท�ำอย่างละเอียดประณีต 3.5.2.3 องค์อาคารที่วางทาบกันจะต้องวางให้แนบสนิทเต็มหน้า 3.5.2.4 การติดตัวเสริมก�ำลังและองค์อาคารยึดโยงให้กระท�ำอย ่างประณีต ส�ำหรับตัวเสริมก�ำลังที่ติดแบบอัดแน่นต้องให้สนิทจริง ๆ
3.5.2.5 รายละเอียดให้เป็นไปตาม “มาตรฐานส�ำหรับอาคารเหล็กรูปพรรณ” ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ที่ 1003 - 18 ทุกประการ
3.5.2.6 ห้ามใช้วิธีเจาะรูด้วยไฟ จะต้องแก้แนวต่าง ๆ ให้ตรงตามแบบรูปที่เจาะรูไว้ ไม่ถูกต้องจะต้องอุดให้เต็มด้วยวิธีเชื่อมและเจาะรูใหม่ให้ถูกต�ำแหน่ง
3.5.2.7 ไฟที่ใช้ตัดควรมีเครื่องมือกลเป็นตัวน�ำ
3.6 การเชื่อม
3.6.1 ให้เป็นไปตามมาตรฐาน AWS. ส�ำหรับการเชื่อมในงานก่อสร้างอาคาร AWS. 3.6.2 ผิวหน้าที่จะท�ำการเชื่อมจะต้องสะอาดปราศจากสะเก็ดล่อน, ตะกรันสนิม ไขมัน สีและวัสดุแปลกปลอมอื่น ๆ ที่จะท�ำให้เกิดผลเสียต่อการเชื่อมได้
3.6.3 ในระหว่างการเชื่อมจะต้องยึดชิ้นส่วนที่จะเชื่อมติดกันให้แน่นเพื่อให้ผิวแนบสนิท สามารถทาสีอุดได้โดยง่าย
37
3.6.4 หากสามารถปฏิิบััติิได้้ให้้พยายามเชื่่อมในตำแหน่่งราบ
3.6.5 ให้้วางลำดัับการเชื่่อมให้้ดีีเพื่่อหลีีกเลี่่ยงการบิิดเบี้้ยวแรงตกค้้าง ในระหว่่าง กระบวนการเชื่่อม
3.6.6 ในการเชื่่อมแบบชน จะต้้องเชื่่อมในลัักษณะที่่จะให้้ได้้การจมเข้้า (Penetration) โดยสมบููรณ์์ โดยไม่่ให้้มีีกระเปาะตะกรัันขัังอยู่่ ในกรณีีนี้้อาจใช้้วิิธีีลบมุุมตามขอบหรืือ Backing Plates ก็็ได้้
3.6.7 ชิ้้นส่่วนที่่จะต่่อเชื่่อมแบบทาบ จะต้้องวางให้้ชิิดกัันที่่สุุดเท่่าที่่จะมากได้้และไม่่ว่่า กรณีีใดจะต้้องห่่างกัันไม่่เกิิน 6 มม.
3.6.8 รอยเชื่่อมให้้ปฏิิบััติิตามแบบ หากในแบบไม่่ได้้กำหนดให้้ผู้้รัับจ้้างส่่งแบบขยาย รอยเชื่่อมเพื่่อให้้ผู้้ว่่าจ้้างพิิจารณาก่่อนดำเนิินการ
3.7 งานสลัักเกลีียว
3.7.1 การตอกสลัักเกลีียวจะต้้องกระทำด้้วยความประณีีต โดยไม่่ทำให้้เกลีียวเสีียหาย 3.7.2 ต้้องแน่่ใจว่่าผิิวรอยต่่อเรีียบและผิิวที่่รองรัับจะต้้องสััมผััสกัันเต็็มหน้้าก่่อนจะทำการ ขัันเกลีียว
3.7.3 ขัันรอยต่่อด้้วยสลัักเกลีียวทุุกแห่่งให้้แน่่น โดยใช้้กุุญแจปากตายที่่ถููกขนาด 3.7.4 เมื่่อขัันสลัักเกลีียวแน่่นแล้้ว ให้้ทุุบปลายเกลีียวเพื่่อมิิให้้แป้้นสลัักเกลีียวคลายตััว 3.8 การต่่อและประกอบในสนาม
3.8.1 ให้้ปฏิิบััติิตามที่่ระบุุในแบบขยายและคำแนะนำในการยกติิดตั้้งโดยเคร่่งครััด 3.8.2 ค่่าผิิดพลาดที่่ยอมให้้ให้้ถืือปฏิิบััติิตามมาตรฐานสากล
3.8.3 จะต้้องทำนั่่งร้้านค้้ำยััน ยึึดโยง ฯลฯ ให้้พอเพีียง เพื่่อยึึดโครงสร้้างให้้แน่่นหนา และอยู่่ในแนวและตำแหน่่งที่่ต้้องการ และเพื่่อความปลอดภััยต่่อผู้้ปฏิิบััติิงานจนกว่่างานประกอบ จะเสร็็จเรีียบร้้อย และแข็็งแรงดีีแล้้ว
3.8.4 หมุุดให้้ใช้้สำหรัับยึึดชิ้้นส่่วนต่่างๆเข้้าหากัันโดยไม่่ให้้เหล็็ก(โลหะ) เกิิดการบิิดเบี้้ยว หรืือชำรุุดเท่่านั้้น
3.8.5 ห้้ามใช้้วิิธีีตััดด้้วยแก๊๊ส นอกจากจะได้้รัับอนุุญาตจากวิิศวกร 3.8.6 สลัักเกลีียวยึึดและสมอ ให้้ตั้้งโดยใช้้แบบนำเท่่านั้้น
3.9 แผ่่นรองรัับ
3.9.1 ใช้้ตามที่่กำหนดในแบบขยาย
3.9.2 ให้้รองรัับและปรัับแนวด้้วยลิ่่มเหล็็ก
38
3.9.3 หลังจากได้ยกติดตั้งเสร็จเรียบร้อย ให้อัดมอร์ตาร์ชนิดไม่หดตัว และใช้ผงเหล็ก เป็นมวลรวมใต้แผ่นรองรับให้แน่นแล้วติดขอบลิ่มให้เสมอกับขอบของแผ่นรองรับ โดยทิ้งส่วน ที่เหลือไว้ในที่
3.10 การป้องกันเหล็กมิให้ผุกร่อน หมายถึงการทาสีและการป้องกันการผุกร่อนของงานเหล็ก ตามก�ำหนดไว้ในรายการงานทาสี(รายละเอียดตามหัวข้องานสี) - งานมุงหลังคา
4.1 การมุงหลังคากระเบื้องคอนกรีต
4.1.1 ให้ติดตั้งตามมาตรฐานและกรรมวิธีของผู้ผลิต และอุปกรณ์หลังคาต ่าง ๆ เช่น อุปกรณ์ที่ใช้ยึดกระเบื้อง (ตะปูเกลียวยึดกระเบื้อง, ขอยึดกระเบื้องและขอยึดเชิงชาย) แผ่นปิด รอยต่อส�ำเร็จรูป แผ่นปิดเชิงชายสีทาปูนใต้ครอบ ฯลฯให้ใช้ผลิตภัณฑ์ตราสินค้าเดียวกับกระเบื้อง มุงหลังคา
4.1.2 การจัดระยะแป ให้จัดระยะแปที่แถวแรกบริเวณเชิงชาย แถวอื่น ๆ ในผืนหลังคา และแถวคู่บนสุดบริเวณสันหลังคาให้ถูกต้องตามข้อก�ำหนดการใช้กระเบื้องของตราสินค้านั้น ๆ 4.1.3 การมุงกระเบื้อง ให้มุงสลับแผ่นเพื่อป้องกันการรั่วซึมบริเวณลิ้นรางด้านข้าง กระเบื้อง โดยให้แนวลอนกระเบื้องได้แนวตรงกัน สวยงาม ไม่คดงอ
4.1.4 การยึดกระเบื้อง หากในแบบรูปไม่ได้ระบุรายละเอียดวิธีการยึดกระเบื้องเอาไว้ ให้ถือว่าต้องท�ำการยึดกระเบื้องด้วยตะปูเกลียวยึดกระเบื้องทุกแผ่น พร้อมยึดกระเบื้องแถวแรก ตลอดแนวเชิงชายทุกแผ่นให้ติดกับแปแถวสุดท้ายที่ติดกับไม้เชิงชายด้วยตะปูเกลียว 4.1.5 การเลือกใช้ตะปูเกลียวยึดกระเบื้องให้เหมาะสมกับแป ให้ถือเกณฑ์ดังนี้ - ตะปูเกลียวยึดกระเบื้องขนาด 2 1/4 นิ้ว ชนิดปลายแหลมธรรมดา ใช้ส�ำหรับ ยึดกระเบื้องติดกับแปไม้หรือแปเหล็กเคลือบสังกะสีส�ำเร็จรูป ที่มีความหนาของเนื้อเหล็กไม่เกิน 0.55 มม.- ตะปูเกลียวยึดกระเบื้องขนาด 2 1/2 นิ้ว ชนิดปลายสว่าน ที่สามารถเจาะทะลุ แปเหล็กที่มีความหนาของเนื้อเหล็กไม่เกิน 3.2 มม. ได้โดยไม่ต้องเจาะรูน�ำ ใช้ส�ำหรับยึดกระเบื้อง ติดกับแปเหล็กเคลือบสังกะสีส�ำเร็จรูป ที่มีความหนาของเนื้อเหล็กอยู่ระหว่าง 0.70 - 1.00 มม. หรือแปเหล็กรูปพรรณ ที่มีหน้าตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยม รูปตัวซีหรือรูปตัวยู และมีความหนาของ เนื้อเหล็กไม่เกิน 3.2 มม.
39
-ตะปูเกลียวยึดกระเบื้องขนาด4 นิ้ว ชนิดปลายสว่าน ที่สามารถเจาะทะลุแปเหล็ก ที่มีความหนาของเนื้อเหล็กไม่เกิน 3.2 มม. ได้โดยไม่ต้องเจาะรูน�ำ ใช้ส�ำหรับยึดกระเบื้องติดกับ แปเหล็กรูปพรรณ ที่มีหน้าตัดรูปฉาก ขนาดใหญ่สุดไม่เกิน 40 มม. และมีความหนาของ เนื้อเหล็ก ไม่เกิน 3.2 มม.
4.1.6 กระเบื้องส่วนที่จ�ำเป็นต้องตัด เช่น กระเบื้องบริเวณตะเข้สัน ตะเข้ราง เป็นต้น ให้ตัดกระเบื้องด้วยมอเตอร์ไฟเบอร์อย่างประณีต พร้อมยึดเศษกระเบื้องให้แน่น ไม่ไหลหลุดออกมา 4.1.7 การติดตั้งครอบสันและตะเข้สัน - ในกรณีที่ติดตั้งโดยระบบเปียกด้วยการวางปูนทรายใต้ครอบ ให้ใช้ส่วนผสม ของปูนทรายตามอัตราส่วนที่ผู้ผลิตก�ำหนด และปฏิบัติตามกรรมวิธีของผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด - ในกรณีที่ต้องติดตั้งครอบโดยระบบแห้ง ด้วยการใช้ชุดอุปกรณ์ยึดครอบ แบบ Dry Tech System (การยึดครอบเชิงกล โดยยึดครอบด้วยตะปูเกลียวติดกับชุดเหล็กรองรับครอบ และติดตั้งแผ่นกันรั่วคลุมกระเบื้องตลอดแนวสันหลังคาและตะเข้สัน โดยซ้อนอยู่ใต้ครอบ) ให้ เลือกใช้ชุดอุปกรณ์ติดตั้งครอบแบบ Dry Tech System ตราสินค้าเดียวกับ กระเบื้องมุงหลังคา และติดตั้งตามมาตรฐานของผู้ผลิต
4.1.8 ในบริเวณที่เป็นจุดต่อในผืนหลังคา เช่น บริเวณปั้นลมชนตะเข้สัน บริเวณสันหลังคา ชนหัวตะเข้รางน�้ำ บริเวณตะเข้สันชนปีก ค.ส.ล. เป็นต้น ให้ติดตั้งแผ่นปิดรอยต่อส�ำเร็จรูปเพื่อ ป้องกันการรั่วซึม ห้ามใช้วิธีการยารอยต ่อในบริเวณดังกล ่าวด้วยปูนทรายเพียงอย ่างเดียว โดยไม่ได้ติดตั้งแผ่นปิดรอยต่อส�ำเร็จรูปร่วมด้วย
4.1.9 ให้แต ่งสีบริเวณส ่วนที่เป็นรอยตัดกระเบื้องบริเวณตะเข้ราง ตามแนวปูนทราย ใต้ครอบ และบริเวณที่ยาปูนทรายเสริมแผ่นปิดรอยต ่อส�ำเร็จรูปกันรั่ว เป็นต้น โดยเลือกใช้ สีเดียวกับกระเบื้อง ทาให้กลมกลืนกัน ห้ามใช้สีทาทับบนกระเบื้องและครอบหลังคาที่เลอะคราบ สกปรกต่าง ๆ โดยเด็ดขาด
4.1.10 รางน�้ำตะเข้ - วัสดุที่ใช้ท�ำรางน�้ำตะเข้ให้ใช้เป็นแผ่นเหล็กอาบสังกะสีแผ่นเหล็กอาบสังกะสี เคลือบสีหรือแผ่นเหล็กไร้สนิม ขนาดไม่บางกว่า 0.30 มม. พับขึ้นรูปตามที่ก�ำหนด หรือใช้ ผลิตภัณฑ์รางน�้ำตะเข้ส�ำเร็จรปตราเดียวกับกระเบื้องมุงหลังคาโดยติดตั้งตามมาตรฐานและกรรมวิธี ู ของผู้ผลิต
40 - ลักษณะของรางน�้ำตะเข้ต้องพับขึ้นรูปในลักษณะที่มีร่องรางน�้ำเป็นรูปตัวยู โดยขนาดของร่องรางและความกว้างของปีกรางที่สอดใต้แผ่นกระเบื้องต้องมีขนาดใหญ่พอที่จะรับ ปริมาณน�้ำฝนบนผืนหลังคานั้น ๆ ได้หากแบบไม่ก�ำหนด ให้ใช้ขนาดรวมขอบปีกไม่น้อยกว่า 8” บริเวณปลายปีกรางน�้ำตะเข้ทั้งสองข้างให้พับท�ำขอบเพื่อเสริมความแข็งแรง ตามมาตรฐาน ข้อก�ำหนดของบริษัทผู้ผลิต
- การติดตั้ง ให้สอดใต้แผ่นกระเบื้อง การต ่อระหว ่างท ่อนรางน�้ำตะเข้ให้วาง ท่อนบนทับท่อนล่าง ซ้อนไม่น้อยกว่า 20 ซม. พร้อมยึดรั้งรางน�้ำตะเข้ที่บริเวณปลายขอบปีก รางทั้งสองข้างให้ติดกับโครงสร้างหลังคาให้แน่น ห้ามตอก หรือเจาะรูบริเวณร่องรางน�้ำตะเข้ หรือกระท�ำการอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นเหตุให้รางน�้ำตะเข้เกิดการรั่วซึมโดยเด็ดขาด
4.1.11 รางน�้ำฝนไวนิล - การติดตั้งรางน�้ำฝนไวนิลเข้ากับเชิงชาย
1. กรณีเชิงชายตรงสามารถติดตั้งตะขอแขวนรางเข้ากับเชิงชาย โดยใช้ตะขอ แขวนราง 90 องศา
2. กรณีเชิงชายเอียงสามารถติดตั้งตะขอแขวนรางเข้ากับเชิงชาย โดยใช้ตะขอ แขวนราง 30 องศา
3. กรณีเชิงชายมุมอื่น ๆ หรือมีความไม่สม�่ำเสมอ สามารถใช้แผ่นปรับองศา ในการปรับมุมตะขอแขวนรางโดย (1 แผ่นปรับได้2 องศา) - หาเส้นทางลงท่อระบายน�้ำฝน เพื่อให้น�้ำระบายได้อย่างดีที่สุด โดยค�ำนึงถึง ปัจจัยต่อไปนี้
1. ทุกความยาว12เมตร หรือทุกๆ50ตร.ม.ของพื้นที่หลังคาต้องมีท่อระบาย น�้ำอย่างน้อย 1 จุด
2. ทางลงของท่อระบายน�้ำ ควรติดใกล้กับท่อระบายน�้ำของบ้าน หรือลงบน พื้นแข็ง เช่น คอนกรีตฯ เป็นต้น หากลงในสวนควรใช้ก้อนหินเล็ก ๆ วางบริเวณจุดลงของน�้ำ และ ไม่ควรปล่อยน�้ำลงระเบียง เพราะน�้ำอาจซึมเข้าภายในบ้านได้
3. ค�ำนวณรายการอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เพียงพอกับการใช้งาน - ขั้นตอนการติดตั้ง
1. หาระดับบนเชิงชาย เพื่อติดตั้งรางน�้ำ โดยใช้สายวัดระดับน�้ำ 2. ดีดเต๊าเพื่อก�ำหนดความลาดเอียงของรางน�้ำฝน
41
** ข้อก�ำหนดความลาดเอียงของรางน�้ำ คือ 1 ม. เอียง 2 มม. (2 ซม. : 10 ม.) เพื่อให้ระบายน�้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
3. ติดตะขอแขวนรางเข้ากับเชิงชายบ้าน โดยให้ระยะตะขอแขวนรางตัวแรก ห่างจากมุมเชิงชาย 30 ซม. และตะขอแขวนรางตัวต่อไปห่างกันเฉลี่ยไม่เกิน 60 ซม. และยึดด้วย สกรูให้ครบทั้ง 4 ตัว จากนั้นขึงเอ็นที่ปลายของตะขอแขวนรางทั้ง 2 ตัว เพื่อใช้เป็นแนววัด มุมคว�่ำ มุมเงย และระยะยื่นของตะขอแขวนรางตัวอื่น ๆ ต่อไป
4. ประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ของรางน�้ำฝนเข้าด้วยกันโดยใช้น�้ำยาประสานท่อ 4.1 ตัดเจียนปลายรางให้ระยะตัดลึก จากขอบรางเข้าไป 3 ซม. และมีมุม ประมาณ 30 องศา ก่อนทุกครั้ง
4.2 เจียนลบปลายรางเพื่อให้ประกอบง ่าย และมีพื้นที่ส�ำหรับทาน�้ำยา ประสานท่อชนิดเข้มข้น
4.3 ขัดกระดาษทรายหยาบที่รางและ ข้อต่อทั้งหมดก่อนทาน�้ำยาประสาน ท่อชนิดเข้มข้น
4.4 ทาน�้ำยาประสานท ่อชนิดเข้มข้น ที่รางและข้อต ่อ ทั้งด้านในและ ด้านนอกที่มีการเชื่อมต่อ
** ห้าม ทาน�้ำยาประสานท่อที่ครอบเชื่อมราง
5. น�ำรางน�้ำฝนที่ประกอบเสร็จเรียบร้อยแล้วไปติดกับตะขอแขวนราง (ที่ติดอยู่ กับเชิงชาย) โดยเกี่ยวรางน�้ำฝน ที่ปลายตะขอแขวนรางด้านนอกก่อน จากนั้นดันขอบรางอีกข้าง เข้าไปยังจุดล็อกด้านในของตะขอแขวนราง
6. ประกอบครอบเชื่อมรางเข้ากับรางน�้ำฝน โดยเลื่อนรางให้เข้ามาในครอบ เชื่อมราง 6 ซม. ทั้ง 2 ข้าง และยาซิลิโคนใส (ส�ำหรับรางน�้ำฝนสีขาว) หรือยาซิลิโคนสีด�ำ (ส�ำหรับ รางน�้ำฝนสีน�้ำตาลเข้ม) ทั้งด้านในและด้านนอกครอบเชื่อมรางเพื่อให้รางน�้ำฝนยืดหดตัวได้อย่างอิสระ โดยให้ครอบเชื่อมรางอยู่กึ่งกลางของตะขอแขวนราง ที่มีระยะห่างไม่เกิน 35 ซม.
7. กรณีใช้ตะขอแขวนรางแบบกลม สามารถติดกับครอบเชื่อมรางได้เลย กรณีที่ใช้ท ่อระบายน�้ำแบบเหลี่ยม ต้องใช้ตัวแปลงท ่อระบายน�้ำฝน ต ่อที่ครอบเชื่อมรางก ่อน จึงจะสามารถใส่ท่อระบายน�้ำฝนได้และใช้น�้ำยาประสานท่อ ในการเชื่อมต่อประกอบท่อระบาย น�้ำฝนทั้ง 2 กรณี
42
8. ต ่อข้องอ 30/90 องศา เข้ากับท ่อระบายน�้ำฝน ด้วยน�้ำยาประสานท่อ จากนั้นน�ำท่อระบายน�้ำฝนและข้อต่อที่ประกอบกันแล้วไปวัดระยะตัด โดยเผื่อระยะสวมเข้ากับ ข้องออีก 1 ซม.
** ระยะตัด = ระยะวัด + 1 ซม.
9. ติดคลิปรัดท ่อเข้ากับผนังบ้านโดยใช้สกรูเบอร์ 8 โดยติดตั้งคลิปตัวแรก ห่างจากข้องอไม่เกิน 10 ซม. และตัวต่อไปห่างกันไม่เกิน 1 ม. แล้วจึงติดตั้งท่อระบายน�้ำฝนเข้ากับ คลิปรัดท่อ
** ถ้าเป็นผนังคอนกรีตให้ฝังพุกก่อน
- ตะปูเกลียวยึดกระเบื้องขนาด 2 1/2 นิ้ว ชนิดปลายสว่าน ที่สามารถเจาะทะลุ แปเหล็กที่มีความหนาของเนื้อเหล็กไม่เกิน 3.2 มม. ได้โดยไม่ต้องเจาะรูน�ำ ใช้ส�ำหรับยึดกระเบื้อง ติดกับแปเหล็กเคลือบสังกะสีส�ำเร็จรูป ที่มีความหนาของเนื้อเหล็กอยู่ระหว่าง 0.70 - 1.00 มม. หรือแปเหล็กรูปพรรณ ที่มีหน้าตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยม รูปตัวซีหรือรูปตัวยู และมีความหนาของ เนื้อเหล็กไม่เกิน 3.2 มม.
- หลังจากติดตั้งเสร็จ ควรทดสอบการระบายน�้ำ พร้อมทั้งเช็ดท�ำความสะอาด ด้วยน�้ำสบู่ หรือ น�้ำยาล้างจาน
4.2 การมุงหลังคากระเบื้องลอนคู่หรือลูกฟูก
4.2.1 ต้องมุงให้กระเบื้องทุกแผ่นทับกันสนิท แนวชายกระเบื้องต้องตรงได้ระเบียบ ก ่อนเริ่มมุงจะต้องพิจารณาทิศทางลมว ่ามีมากทางใด เมื่อทราบทิศทางแล้วต้องตั้งต้นมุงสวน กับทิศทางลม วิธีการมุงให้ปฏิบัติตามค�ำแนะน�ำของโรงงานผู้ผลิต และให้ชายกระเบื้องส่วนที่ ซ้อนกันมีความยาว 20 ซม. ทุกแผ่น
4.2.2 การยึดกระเบื้องกับแปชนิดต่าง ๆ
4.2.2.1 ต้องเจาะรูกระเบื้องด้วยสว่านโดยให้รูโตกว่าสลักเกลียวหรือตะปูเกลียว อีก1/16 นิ้วการขันหัวตะปเกลียวหรือสลักเกลียว ู อย่าขันให้แน่นจนเกินไปจะท�ำให้กระเบื้องแตกได้ 4.2.2.2 หากกระเบื้องขนาดยาว 1.20 ม. ไม ่พอดีต้องใช้ขนาดยาว 1.50 ม. หรือ 1.80 ม. ส�ำหรับแนวสุดท้ายของกระเบื้องห้ามเอากระเบื้องขนาด 1.20 ม. มาตัดใช้และ ต้องท�ำหลังคาให้มีความลาดไม่น้อยกว่า 10 องศา เพราะเมื่อฝนตกมากน�้ำฝนไหลไม่ทัน ระดับน�้ำ จะสูงขึ้นที่ร่องลอนไหลย้อนเข้าใต้กระเบื้องตอนที่ซ้อนทับกันตามแนวนอนไหลเข้าใต้หลังคาได้
4.2.2.3 ตะปูเกลียวหรือสลักเกลียวยึดกระเบื้องต้องเจาะรูกระเบื้องด้วยดอกสว่าน ขนาดโตกว่าตะปูเกลียว หรือสลักเกลียวที่ยึดประมาณ 1/16 นิ้ว การเจาะรูต้องทะลุทั้ง 2 แผ่น และอยู่ห่างจากปลายชายข้างกระเบื้องไม่น้อยกว่า 5 ซม.
4.2.2.4 ตะปูเกลียวยึดกระเบื้องลอนคู่ ให้ยึดที่ลอนตัวกลางแผ่นละ 1 ตัว โดย ชายข้างกระเบื้องซ้อนทับกันครึ่งลอน (5 ซม.)
4.2.2.5 ตะปูเกลียวยึดกระเบื้องลูกฟูกลอนเล็ก ให้ยึดที่ลอนที่สอง แผ่นละ 1 ตัว โดยชายข้างกระเบื้องซ้อนทับกันลอนครึ่ง (9 ซม.)
43
4.2.2.6 ตะปูเกลียวยึดกระเบื้องลูกฟูกลอนใหญ่ ให้ยึด 2 ตัวที่ลอนที่สอง และ ลอนที่ห้า โดยชายข้างกระเบื้องซ้อนทับกันหนึ่งลอน (7 ซม.)
4.2.2.7 สลักเกลียวยึดกระเบื้องกับแปเหล็กให้ยึดเช่นเดียวกับการมุงด้วยตะปเกลียว ู แต่เมื่อยึดกับแปเหล็กแล้ว จะต้องยึดให้กันเคลื่อนตัว (รวน) เมื่อถูกลม
4.3 การมุงหลังคากระเบื้องโปร่งแสง
4.3.1 ตะปูเกลียวยึดกระเบื้องโปร ่งแสงลอนคู่ ให้ยึดที่ตัวลอนกลางและลอนที่ทับกัน ที่ชายข้างทั้ง 2 ข้าง (ทุกลอน)
4.3.2 ตะปูเกลียวยึดกระเบื้องโปร่งแสงลูกฟูกลอนเล็ก ให้ยึดที่ตัวลอนกลางและลอนที่ทับ กันที่ชายทั้ง 2 ข้าง
4.3.3 ตะปูเกลียวยึดกระเบื้องโปร ่งแสงลูกฟูกลอนใหญ่ ให้ยึดที่ตัวลอนกลางและ ลอนที่ทับกันที่ชายทั้ง 2 ข้าง
4.3.4 การยึดกระเบื้องโปร่งแสงด้วยสลักเกลียวกับแปเหล็ก หรือแปไม้จุดยึดก็ให้ปฏิบัติ เช่นเดียวกับการยึดของกระเบื้องโปร่งแสงลอนคู่, การยึดของกระเบื้องโปร่งแสงลูกฟูกลอนเล็ก และการยึดของกระเบื้องโปร่งแสงลูกฟูกลอนใหญ่ ขนาดและชนิดของสลักเกลียวก็ให้เหมาะสมกับ รูปร่างของแป
4.4 การกรุสังกะสีลูกฟูก ต้องกรุซ้อนกันลอนครึ่งส�ำหรับลอนใหญ ่ สองลอนครึ่งส�ำหรับ ลอนเล็กทุกแผ่นทับกันสนิทได้แนวตรง ยึดตรึงด้วยตะปูตอกสังกะสี
4.5 การติดตั้งหลังคาเหล็กรีดขึ้นรูป
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาช่างฝีมือที่ดีมีความช�ำนาญในการติดตั้งตามหลักวิชาที่ถูกต้อง หรือ โดยยึดถือตามมาตรฐาน AS 1562 1992 “Design and installation of roof and wall cladding” และให้เป็นไปตามแบบขยาย (Shop Drawing) ทั้งนี้การติดตั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ งานหลังคาและผนัง ต้องถูกต้องสมบูรณ์ตามกรรมวิธีและค�ำแนะน�ำของบริษัทผู้ผลิตแผ่นหลังคา และผนังและได้รับการอนุมัติความเห็นชอบจากผู้ออกแบบก่อนการติดตั้ง นอกจากนี้ให้ปฏิบัติตาม ข้อแนะน�ำดังต่อไปนี้
4.5.1 ผู้รับจ้างจะต้องมีการประสานงานกับผู้รับจ้างหลักเพื่อก�ำหนดต�ำแหน่งของโครงสร้าง ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้งทุกส่วนให้สมบรณ์เรียบร้อย ู ถ้ามีข้อบกพร่องใดๆให้แก้ไขให้ถกต้อง ู ก่อนที่จะท�ำการติดตั้ง
44
4.5.2 ในกรณีที่บริษัทผู้ผลิตแผ่นหลังคาและผนังมิได้เป็นผู้ติดตั้งเอง ผู้ว่าจ้างอาจร้องขอ ให้ทางบริษัทผู้ผลิตฯ จัดส่งผู้ช�ำนาญการติดตั้งมาช่วยควบคุมการติดตั้งให้ถูกต้องและเป็นไปตาม ความต้องการของผู้ออกแบบ
4.5.3 กรณีน�ำแผ่นเหล็กม้วนมารีดที่สถานที่ก่อสร้าง เหล็กที่น�ำมารีดจะต้องอยู่ในหีบห่อ เรียบร้อยและมีเครื่องหมายแสดงถึงบริษัทผู้ผลิตวัน - เดือน - ปีที่ผลิตข้อมูลเฉพาะของวัสดุที่ตรง ตามก�ำหนดไว้ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนทั้งบนหีบห่อและผิวด้านล่างของแผ่นเหล็ก 4.5.4 กรณีที่แผ่นเหล็กรีดลอนมาแล้ว ต้องมีการจัดวางและกองเก็บที่ดีมีสิ่งปกคลุม เพื่อป้องกันความเปียกชื้นและสิ่งสกปรกต่าง ๆ
4.5.5 ห้ามมิให้ลากหรือเลื่อนแผ่นเหล็กกับผิวขรุขระ หรือระหว่างแผ่นด้วยกันเอง เพื่อ ป้องกันรอยขีดข่วน และควรสวมถุงมือที่แห้งและสะอาดในการท�ำงาน
4.5.6 ให้เก็บแผ่นเหล็กไว้ในสถานที่ปราศจากความเปียกชื้น และสิ่งสกปรกเปรอะเปื้อน ต่าง ๆ และการกองเก็บไม่ควรนานเกิน 7 วัน
4.5.7 การตัดแผ่นเหล็ก ให้กระท�ำในแนวพื้นราบ และให้ท�ำการปัดฝุ ่นและเศษเหล็ก ออกจากพื้นผิวของแผ่นเหล็กทันทีภายหลังการตัด เครื่องมือที่ใช้ตัดแผ่นต้องเป็นอุปกรณ์ประเภท ที่มีใบตัดเป็นโลหะ และไม่ท�ำให้เกิดความเสียหายต่อผิวเคลือบและรอยตัดของแผ่นเหล็ก 4.5.8 การเชื่อมต่อแผ่นให้ใช้สกรูหรือยึดด้วย Rivet แบบอะลูมิเนียม หรือใช้กาวซิลิโคน (Silicone Sealant) ประเภท Neutral Silicone โดยผู้ติดตั้งต้องส่งแบบแสดงรายละเอียด เพื่ออนุมัติก่อนติดตั้ง
4.5.9 ต้องมีใบรับประกันคุณภาพส�ำหรับผลิตภัณฑ์เหล็กซิงคาลุม ไม่น้อยกว่า 20 ปี ส�ำหรับผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการเคลือบสีแบบต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 30 ปี
4.5.10 หลังคาและบานเกล็ดไฟเบอร์กลาสโปร่งแสง ผลิตจากเรซินเกรดสูง เสริมก�ำลัง ด้วยใยแก้ว เคลือบผิวทั้งสองด้านด้วยแผ่นฟิล์มเมเลเนกซ์ทั้งบนและล่าง หรือเทียบเท่า น�้ำหนัก ไม่เกิน 2,400 กรัม/ตร.ม. มีลักษณะรูปลอนเข้ากับหลังคาเหล็กเคลือบ และต้องมีใบรับประกัน คุณภาพของวัสดุรับประกัน 10 ปีจากบริษัทผู้ผลิต
4.5.11 องศาความลาดเอียงในการติดตั้ง ไม่น้อยกว่า 3 องศา การติดตั้งแบบต่อแผ่นให้ ความลาดเอียงไม่น้อยกว่า 5 องศา
วิธีติดตั้งหลังคา แบบยิงสกรู
(1) ติดตั้งแผ่นหลังคาแผ่นแรกโดยใช้ลอนตัวเมียอยู่หน้าจั่ว ตรวจสอบปลายแผ่น ของหลังคาให้ยื่นล�้ำอย่างเหมาะสม
45
(2) ยึดสกรูทุก ๆ สันลอนบริเวณปลายและแปเดี่ยว ส ่วนแปกลางให้ยึดสกรู ลอนเว้นลอน
(3) น�ำแผ่นหลังคาแผ่นที่สองวางซ้อนทับแผ่นแรกโดยให้ยึดลอน ตัวเมียทับลอน ตัวผู้ของแผ่นแรก การต่อแผ่นควรมีระยะซ้อนทับ ประมาณ 30 - 55 ซม.
(4) ท�ำการยึดสกรูบริเวณซ้อนทับทุกสันลอน
(5) หลังติดตั้งหลังคาไปประมาณ 5 แผ่น ควรตรวจสอบแนวระดับทุกๆระยะว่า ได้ฉากหรือไม่
วิธีการติดตั้งหลังคา แบบล็อก
(1) ติดตั้งแผ่นหลังคาแผ่นแรกโดยให้หันลอนตัวเมียของแผ่นไปยังชายที่ติดตั้ง เริ่มเจาะยึด Connector แถวแรก (Connector 1 ชิ้น บนแต่ละแป) ทั้งหัวและท้ายแถวเพื่อเป็น หลักในการขึงเชือกก�ำหนดเส้นตรงของแถว Connector และยึด Connector ส�ำหรับแปที่เหลือ ทั้งหมดของแถวนั้นโดยขา Connector ด้านสั้นอยู่ด้านใกล้เชิงชาย
(2) วางแผ่นหลังคาแผ่นแรกลงบน Connector ที่ยึดไว้แล้ว จัดระยะโดยให้ ปลายแผ่นยื่นล�้ำอย่างเหมาะสม หรือ 1 ใน 3 ของความกว้างรางน�้ำแล้วกดล็อกลอนหลังคา กับ Connector ให้ใช้เท้าเหยียบบนสันลอนกลางท่อน
(3) เจาะยึด Connectorแถวถัดไปโดยให้ขาด้านสั้นของ Connector ทับบนลอน ของแผ่นแรกที่เพิ่งติดตั้งไป หากต�ำแหน่งของ Connector ตรงกับรอยปุ ่มนูนให้เรียบ เพื่อ Connector จะได้สวมทับลอนได้สนิท
(4) วางแผ่นที่ 2 ลงบน Connector แถวที่ 2 จัดให้ปลายแผ่นเสมอกันเป็น เส้นตรงอาจใช้เชือกขึงเพื่อช่วยจัดระยะของแผ่นแรกโดยเดินไปตามความยาวแผ่นและทับสลับ ลอนตัวเมีย และลอนตัวกลางสลับกันไปติดตั้งแผ่นถัดไปโดยปฏิบัติตามขั้นตอนที่ 3 และ 4 ควรตรวจสอบแผ่นเป็นระยะว่าติดตั้งได้แนวตามโครงสร้างหลังคาหรือไม่
(5) การติดตั้งแผ่นสุดท้าย หากเกิดช่องว่างที่เหลือของโครงสร้างมีขนาดไม่พอดี กับความกว้างของแผ่นหลังคา หรือกว่าครึ่งของแผ่น ให้ติดตามความยาวถัดจากลอนตัวกลาง พอประมาณ แล้วติดตั้งลงบน Connector แถวสุดท้าย ถ้าหากช่องว่างที่เหลือมีขนาดแคบกว่า ครึ่งหนึ่งของความกว้างให้ใช้ขา Connector ที่ตัดเอาด้านสั้นยึดลอนสุดท้ายได้เลย จากนั้นจึงใช้ แผ่นครอบเชิงชายปิดทับอีกครั้งหนึ่ง
46
4.6 การท�ำ Hood และปล่องไฟ รอยต่อตะเข็บต่าง ๆ ต้องบัดกรีให้เรียบร้อย ส่วนที่ปล่องไฟ ยึดกับฝาอาคารใช้เหล็กขนาด 1/16 นิ้ว x 1 นิ้ว รัดยึดระยะห่าง 50 ซม. ยอดปล่องมีฝาชี ท�ำด้วยสังกะสีเรียบเบอร์ 28 ครอบบน โดยยึดฝาชีปล ่องด้วยเหล็กขนาด 1/8 นิ้ว x 1 นิ้ว รวม 3 จุด โดยวิธีย�้ำด้วยหมุด การติดตั้งตัวปล่องต้องแนบสนิทกับตัวหลังคา
4.7 หลังคาโพลีคาร์บอเนต
วิธีการติดตั้ง
ให้ติดตั้งบนโครงสร้างที่มีความแข็งแรงตามหลักวิศวกรรม ซึ่งความลาดเอียงไม ่น้อย กว่า 5° และโครงสร้างสามารถปรับลดได้ตามความเหมาะสมของหน้างาน โดยให้จัดท�ำ Shop Drawing เพื่อขออนุมัติการเปลี่ยนแปลงจากผู้ออกแบบและผู้ควบคุมงานก่อน การติดตั้งแผ่น จะติดตั้งบนแป โดยการยึด จะไม ่มีการเจาะและยึดนอตลงบนแผ่นโดยตรง เพื่อประโยชน์ใน การขยายและหดตัวของวัสดุเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง โดยระยะห่างของแปขึ้นอยู่กับความหนา ของแผ่น Polycarbonate - งานก่อผนังและฉาบปูน
5.1 วัสดุที่ใช้ก่อ
5.1.1 อิฐ อิฐก ่อใช้อิฐพื้นเมือง หรืออิฐมอญ ซึ่งเผาสุกดีแล้ว แข็งแกร ่ง ไม ่บิดเบี้ยว มีขนาดสม�่ำเสมอ
5.1.2 คอนกรีตบล็อก เป็นวัสดุที่ท�ำจากส่วนผสมซีเมนต์ น�้ำ และวัสดุผสมที่เหมาะสม ชนิดต่าง ๆ จะมีสารอื่นผสมอยู่ด้วยหรือไม่ก็ได้
5.1.3 อิฐประดับ เป็นอิฐที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษเพื่อใช้ประดับ ท�ำจากดินเหนียวที่ได้คัดเลือก แล้วมีขนาดและสีต่าง ๆ การท�ำผิวอาจท�ำผิวเรียบ หยาบ หรือหยาบปานกลาง และละเอียด 5.1.4 ปูนขาว ต้องเป็นปูนที่เผาสุก เนื้อปูนละเอียดนิ่ม ไม่เป็นก้อน 5.1.5 คอนกรีตมวลเบา เป็นวัสดุก่อก้อนตัน ไม่มีรูกลวง มีน�้ำหนักเบา มีส่วนผสมของ ปูนซีเมนต์(CementBase) น�้ำและวัสดุผสมที่เหมาะสม ท�ำให้แข็งด้วยการอบไอน�้ำ เป็นผลิตภัณฑ์ ที่ได้รับเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมมีขนาดมาตรฐาน กว้าง 20 ซม. ยาว 60 ซม. ความหนา 7.5, 10, 12.5, 15, 20 และ 25 ซม.
5.1.6 คอนกรีตมวลกลาง วัสดุเป็นก้อนตัน น�้ำหนักเบา ดูดซึมน�้ำน้อย ท�ำจาก Cement Base ขนาดกว้าง 13.5 ซม. ยาว 39 ซม. หนา 6.8 ซม.
47
5.2 การผสมของปูนก่อและปูนฉาบโดยปริมาตร ให้ใช้ดังต่อไปนี้
5.2.1 ปูนก่อ
5.2.1.1 ปูนก่อผนังที่อยู่ต�่ำกว่าระดับดิน : ปูนซีเมนต์1 ส่วน, ทรายหยาบ 4 ส่วน 5.2.1.2 ปูนก่อผนังโดยทั่วไป : ปูนซีเมนต์1 ส่วน, ปูนขาว 1 ส่วน, ทรายหยาบ 4 ส่วน
5.2.1.3 ปูนส�ำหรับเทแทรกในแนวก่ออิฐ: ปูนซีเมนต์1ส่วน, ทรายละเอียด 1ส่วน 5.2.2 ปูนฉาบ
5.2.2.1 ปูนฉาบผนังภายนอก : ปูนซีเมนต์ 1 ส่วน, ปูนขาว 1 ส่วน, ทรายหยาบ หรือละเอียด 5 ส่วน
5.2.2.2 ปูนฉาบผนังภายใน : ปูนซีเมนต์1 ส่วน, ปูนขาว 2 ส่วน, ทรายหยาบ หรือละเอียด 6 ส่วน
5.2.3 ปูนก่อและปูนฉาบ สามารถใช้ปูนซีเมนต์ส�ำเร็จรูปที่มีมอก. แทนได้ 5.3 วิธีการก่อฉาบปูน
5.3.1 การก่อ วัสดุที่น�ำมาก่อต้องสะอาด การก่อต้องวางเรียงซ้อนกันได้ดิ่งฉาก ระดับปูน ก่อต้องใส่เต็มหน้าและซอกอิฐ การก่อเชื่อมคอนกรีตทุกแห่งต้องกะเทาะผิวคอนกรีตเพื่อให้ปูนก่อ จับสนิทไม่แยกตัวแตกร้าวได้
5.3.2 การฉาบผิว ต้องท�ำความสะอาดผิวและราดน�้ำให้เปียก ถ้าตอนใดเป็นคอนกรีตต้อง กะเทาะผิวให้หยาบและราดน�้ำให้เปียก เมื่อฉาบเสร็จเรียบร้อยแล้วระดับผิวปูนจะต้องเรียบ ได้ดิ่ง ได้ระดับ ไม่เป็นคลื่น
5.3.3 วัสดุก้อนกลวงให้เรียงโดยยาส ่วนที่เป็นเปลือกด้วยมอร์ตาร์ให้ทั่วทั้งทางดิ่งและ ทางราบ นอกจากส่วนที่เป็นตอม่อ เสา และส่วนที่เป็นชั้นแรกที่วางบนฐานราก และผนังตันที่ ท�ำเป็นฐาน ตลอดจนส่วนที่ติดกับช่องหรือส่วนเว้าซึ่งจะต้องเสริมเหล็กและอัดให้เต็มด้วยคอนกรีต 5.3.4 ส�ำหรับวัสดุก้อนตันให้เรียงโดยยาด้วยมอร์ตาร์เต็มหน้าทั้งรอยต่อทางหัวและทางราบ 5.3.5 รอยต่อทางราบและทางตั้งจะต้องหนาไม่น้อยกว่า 9 มม. นอกจากระบุเป็นอย่างอื่น รอยต่อทางตั้งจะต้องอัดให้แน่น ส�ำหรับรอยต่อที่ใช้มอร์ตาร์ที่ผิวด้านนอกให้ปาดให้เรียบหลังจาก อัดมอร์ตาร์ให้แน่นด้วยเครื่องมือรปวีหรือกลม ู ส�ำหรับรอยต่อที่ผิวด้านในจะปาดมอร์ตาร์ให้เรียบร้อย หรือก�ำหนดให้เป็นอย่างอื่นก็ได้รอยที่อัดมอร์ตาร์ซึ่งจะฉาบปูน หินล้าง หรือปะด้วยวัสดุชนิดอื่น ให้เซาะเป็นร่อง มอร์ตาร์ที่ล้นเข้าไปในช่องหรือส่วนเว้าซึ่งจะเสริมเหล็กต้องขจัดออกให้หมด
48
5.3.6 รอยต่อ Collar (ทางตั้งและทางยาว) ระหว่างผนังหน้าและหลังของผนังสองชั้น ซึ่งอยู่ภายนอก ยกเว้นตรงส่วนเว้าจะต้องอัดมอร์ตาร์ให้เต็ม
5.3.7 จะต้องเซาะร ่องรอยต ่อ เพื่อที่จะอัดมอร์ตาร์ตรงผิวนอกของรอยต ่อควบคุม ปลายธรณีโดยรอบวงกบประตูหน้าต่างและต�ำแหน่งอื่นที่ระบุว่าจะต้องอุดด้วยมอร์ตาร์ รอยต่อ ดังกล่าวจะต้องขูดเอามอร์ตาร์ออก และใช้เครื่องมือปาดให้เรียบให้มีความลึกประมาณ 2 ซม. โดยสม�่ำเสมอ
5.3.8 ก่อนก่อต้องชุบน�้ำให้อิฐเปียกทั่ว เพื่อมิให้ซับน�้ำจากปูนก่อมากเกินไปจนปูนร่วน 5.3.9 ต้องก่อให้ถูกต้องตามแบบ แนวก่อต้องตรงระดับของแต่ละชั้นต้องได้แนว ได้ระดับ รอยต่อต้องมีปูนก่อเต็มหน้า
5.3.10 ต้องใช้วัสดุก่อที่เป็นแผ่นเรียบร้อยทุกแผ่นห้ามใช้วัสดุก่อที่หัก 5.3.11 หากจ�ำเป็นจะต้องก่อบางแห่งในแนวผนังเดียวกันซึ่งสูงกว่าแห่งอื่น ๆ ก็ห้ามมิให้ ก่อสูงกว่ากันเกิน 1.00 ม.
5.3.12 ส่วนที่ติดโครงสร้างต้องก่อให้ติดและยาแนวให้แน่น โดยกะเทาะหน้าคอนกรีต ให้ขรุขระตลอดหน้า (ให้แง่หินโผล่แต่ไม่ถึงโครงเหล็ก) และต้องราดน�้ำหน้าคอนกรีตนั้นให้เปียก ก่อนที่จะท�ำการก่อ เพื่อให้ปูนก่อจับสนิทไม่มีการแยกได้
5.3.13 ก�ำแพงทุกส่วนต้องมีทับหลังและเสาเอ็น ค.ส.ล. ตามความหนาของก�ำแพง 5.3.14 ก ่อนก ่อเหนือคานระดับดินทุกแห ่ง ต้องเทแนวกันความชื้นบนคานระดับดิน ด้วยยางแอสฟัลต์หนาอย่างน้อย 1 ซม. กว้างเท่าผนัง
5.3.15 ขณะก่อหรือเสร็จแล้วภายใน 48 ชม. ห้ามเปียกน�้ำ ห้ามบรรทุกน�้ำหนักและไม่ให้ ได้รับความกระทบกระเทือนเด็ดขาด
5.3.16 ผนังที่ก่อมีเนื้อที่กว้างกว่า 9 ตร.ม. จะต้องท�ำเสาเอ็นขนาบ (เว้นแต่ในกรณีที่ สถาปนิกสั่งเป็นอย่างอื่น)
5.3.17 ผนังชั้นสุดท้ายอยู่หนุนติดกับระดับท้องคานต้องเว้นไว้ไม่ต�่ำกว่า 3 วัน หลังจาก การก่อผนังไว้เสร็จสิ้นแล้ว และปูนก่อได้แข็งตัว แล้วจึงจะก่อหนุนท้องคานได้ 5.3.18 เมื่อก่อผนังเสร็จแล้วต้องท�ำความสะอาดฝาผนังทุกแห่งให้เรียบร้อย 5.3.19 วัสดุที่ต้องก ่อชนท้องคานหรือท้องพื้นที่เป็นหลังคาคอนกรีตให้อัดด้วยโฟม หนาประมาณ 1 ซม. ระหว่างวัสดุก่อกับท้องคานหรือท้องพื้นตลอดแนวที่ก่อ
49
5.4 การก่อฉาบคอนกรีตมวลเบา
5.4.1 ปูนก่อและปูนฉาบ
5.4.1.1 ปูนก่อ ใช้ปูนก่อส�ำเร็จรูปหรือปูนกาวส�ำหรับก่อโดยเฉพาะที่ความหนา 2 - 3 มม. ผสมน�้ำตามมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิต
5.4.1.2 ปูนฉาบ ใช้ปูนฉาบที่ผลิตขึ้นส�ำหรับงานฉาบคอนกรีตมวลเบาโดยเฉพาะ ผสมน�้ำตามมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิต
5.4.2 วิธีการก่อและการฉาบ
5.4.2.1 การก ่อใช้ปูนทรายทั่วไปวางไปตามแนวที่จะก ่อเพื่อปรับระดับให้สูง ประมาณ 4 - 5 ซม. จากนั้นป้ายปูนก่อด้วยเกรียงก่อหน้าประมาณ 2 - 3 มม. ตลอดก้อนและ ยกวางบนปูนทราย ใช้ค้อนยางจัดแนวให้ได้ระดับ การก่อก้อนที่ 2 โดยป้ายปูนก้อนแรกและ วางก้อนที่ 2 ลงไป และใช้ค้อนยางเคาะให้ชิดสนิทกัน ไปจนจบในแถว โดยสลับแนวและ ที่ชนโครงสร้างจะต้องยึดด้วยเหล็กเส้น 6 มม. หรือใช้แผ่นเหล็กยึดส�ำเร็จรปู (MetalStrap) ทุก2ชั้น 5.4.2.2 การฉาบ ให้ราดน�้ำที่ผนังก่อก่อนฉาบ โดยท�ำการฉาบเป็น 2ชั้น ฉาบชั้นแรก แล้วทิ้งไว้ให้ผิวหน้าแห้งหมาด แล้วจึงฉาบชั้นที่ 2 ให้มีความหนาตามต้องการ และขัดผิวหน้า ให้เรียบ เช่นเดียวกับการฉาบปูนทั่วไป
5.4.2.3 รอยต ่อระหว ่างอิฐมวลเบากับโครงสร้างคอนกรีตให้ยึดด้วยลวดกรงไก ่ ก่อนท�ำการฉาบ
5.5 การก่อฉาบคอนกรีตมวลกลาง
5.5.1 การก่อ ก่อได้ทันทีโดยไม่ต้องแช่น�้ำ ใช้อุปกรณ์ก่อปกติเหมือนอิฐมอญทั่วไป 5.5.2 การฉาบ ทิ้งผนังให้แห้งไม่เกิน 1 วัน แล้วฉาบปกติเหมือนอิฐมอญทั่วไป 5.6 การฉาบผนังที่มีส่วนยื่นของผนังภายนอก ให้ท�ำร่องเพื่อกันน�้ำย้อน 5.7 การท�ำเอ็น ค.ส.ล.
ผนังก่ออิฐหรือซีเมนต์บล็อกที่ฉาบปูนตอนใดมีเนื้อที่เกินกว่า 9 ตร.ม. และผนังก่ออิฐหรือ ซีเมนต์บล็อกตอนใดที่ก่อติดวงกบประตูหน้าต่างต้องมีเอ็น ค.ส.ล. โดยใช้เหล็กยืน 2 - ø 9 มม. เหล็กปลอกø6 มม. ทุกระยะ 20 ซม. รัดรอบเหล็กยืนความหนาของเอ็น ค.ส.ล. ต้องมีความหนา เท่าผนังก่ออิฐหรือซีเมนต์บล็อก และเสา ค.ส.ล. ทุกต้นที่ก�ำแพงมาก่อชนต้องเสียบเหล็ก ø 6 มม. ฝังยื่นข้างละ 25 ซม. ทุกระยะ 30 ซม. ส�ำหรับผนังที่ก่อด้วยอิฐ และทุกระยะ 20 ซม. ส�ำหรับ ผนังที่ต่อซีเมนต์บล็อก เสาเอ็น ค.ส.ล. ที่วงกบประตูหน้าต่างต้องฝังพุกไม้เว้นช่องให้พอเพียง
50
ส�ำหรับการยึดตรึง ส�ำหรับคานเอ็นเหนือวงกบประตู - หน้าต่างที่ยาวเกิน 2 ม. ต้องให้วิศวกร ออกแบบอีกครั้ง - งานไม้
6.1 งานไม้โครงสร้าง ตามแบบรูปก�ำหนด ไม้ที่น�ำมาใช้ต้องแห้งสนิทโดยมีความชื้นไม่เกิน 14-16%
6.1.1 ต้องใช้ช่างไม้ฝีมือดีท�ำงาน
6.1.2 เครื่องมือและเครื่องจักรช่างไม้ต้องมีประสิทธิภาพ คือ คมและมีความเที่ยงและ สามารถท�ำงานเรียบร้อยประณีตทุกส่วน
6.1.3 ตกแต่งไม้ต่าง ๆ ที่โชว์ผิวต้องเรียบร้อย ไม่มีเสี้ยน รอยแตก บิดงอใด ๆ 6.1.4 ผิวที่มองเห็นทุกส่วนต้องพร้อมที่จะท�ำงานสีต่อไป
6.1.5 ไม้ที่ต้องประกอบเข้าด้วยกัน เมื่อประกอบแล้ว อุปกรณ์ที่ใช้ยึดจะต้องไม่ท�ำให้ ตัวไม้นั้นแตกเสียหาย จุดใดที่ต้องใช้ตะปูหรือตะปูเกลียว ให้ใช้สว่านเจาะน�ำก่อนเสมอ พร้อมทั้ง ต้องส่งให้มิดชิดเรียบร้อยได้แนวสวยงาม
6.1.6 ส่วนใดที่ติดตั้งแล้ว ต้องระวังไม่ให้ช�ำรุดเสียหาย
6.1.7 ในที่ที่มีการใช้วัสดุแผ่น ซึ่งมีความจ�ำเป็นต้องใช้คร ่าวเป็นที่ยึด แม้จะไม่แสดง ในแบบ โครงสร้างของคร่าวต้องท�ำขึ้นอย่างแข็งแรงได้แนวระดับอย่างถูกต้องตรงตามชนิดของ วัสดุแผ่นนั้น ๆ
6.1.8 การต่อตัวไม้จะต้องกระท�ำด้วยเหตุจ�ำเป็น
6.2 งานไม้ตกแต่ง ตามแบบรูปก�ำหนด
6.2.1 ต้องใช้ช่างไม้ฝีมือดีท�ำงาน
6.2.2 เครื่องมือและเครื่องจักรช ่างไม้ต้องมีประสิทธิภาพ คือ คมและมีความเที่ยง สามารถท�ำงานได้เรียบร้อยประณีตทุกส่วน
6.2.3 ต้องตกแต ่งตัวไม้ต ่าง ๆ ที่เห็นได้ผิวที่เกลี้ยง สะอาด เรียบร้อยไม ่มีต�ำหนิและ ต้องประกอบเข้าด้วยกันให้แนบสนิท ไม่มีรอยห่างหรือแตกหรือบิดงอใด ๆ
6.2.4 ผิวที่มองเห็นทุกส่วนต้องเรียบ พร้อมที่จะท�ำงานสีต่อไป
6.2.5 ที่ใดที่ต้องใช้ตะปูหรือตะปูเกลียว ต้องส่งให้หัวตะปูมิดชิดเรียบร้อยให้เป็นแนวตรง 6.2.6 ส่วนใดที่ติดตั้งเข้าที่แล้วต้องระมัดระวังตลอดเวลา ไม่ให้ผิวช�ำรุดเสียหาย
51
6.2.7 ต้องค�ำนึงถึงการจัดลายไม้ที่มองเห็นให้สวยงาม สีไม้กลมกลืนเป็นอย่างดี 6.2.8 การเข้าลิ้น เข้าเดือย และเข้าไม้ส่วนต่าง ๆ ต้องท�ำด้วยความประณีต 6.2.9 ในที่ที่มีการเข้าเดือยหรือการยึดไม้เข้าด้วยกันให้ใช้กาวประเภทลาเทกซ์ชนิด ใช้กับงานไม้ช่วยในการยึดเหนี่ยวเสมอ
6.2.10 การประกอบประตูหน้าต่าง การต ่อยึดตรึงทุกจุด ต้องต ่อด้วยการเข้าเดือย และเข้าปากไม้เป็นวิธีที่ดีที่สุดและยึดตรึงด้วยตะปูเดียวเท่านั้น
6.2.11 การต่อยึดตรึงส่วนต่าง ๆ ต้องไม่แตกร้าว ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดการไม่มั่นคง 6.2.12 การต่อยึดตรึงส่วนย่อยต่าง ๆ ใช้ตะปูขนาดที่เหมาะสมได้ 6.3 งานตกแต่งผิวงานไม้
6.3.1 จะต้องท�ำความสะอาดของผิวของไม้จนปราศจากละอองฝุ ่นก ่อนทาสีหรือท�ำสี ส�ำหรับงานครุภัณฑ์ กรอบบาน, บานประตูหน้าต ่างจะต้องขัดด้วยกระดาษทรายกลางหรือ กระดาษทรายละเอียดเป็นครั้งสุดท้ายให้เรียบสะอาดไม่มีเสี้ยน ปุ่มตาใหญ่ หรือที่หลุดออกมาได้ จะต้องตัดออกและอุดเสียด้วยไม้ดีหรือจะต้องอุดให้เรียบร้อยด้วยฟิลเลอร์ถ้าเป็นปุ่มตาเล็ก ๆ อาจจะทาด้วยเชลแล็กผสมแอลกอฮอล์บาง ๆ 2 ครั้งก็ได้ถ้าทารองพื้นหรือทาสีย้อมไม้ รองพื้นแล้ว รอยแตกรูตะปูหรืออื่นใดจะต้องอุดเสียด้วยไม้หรือพุตตี้จะต้องผสมสีพุตตี้ส�ำหรับ งานไม้ขัดสีธรรมชาติให้เป็นสีเดียวกับไม้นั้น
6.3.2 ไม้ที่ไสเรียบร้อยให้มีความหนาหรือความลึกเมื่อไสแล้วน้อยกว่าขนาดระบุดังนี้
ความหนาหรือความลึกของขนาดระบุ
ความหนาหรือความลึกที่ยอมให้น้อยกว่า ขนาดระบุไม่เกิน (มิลลิเมตร)
เกินกว่า 6 นิ้ว (150.4 มม.) ขึ้นไป
เกินกว่า 2 นิ้ว (50.8 มม.) แต่ไม่เกิน 6 นิ้ว เกินกว่า 1 นิ้ว (25.4 มม.) แต่ไม่เกิน 2 นิ้ว (50.8 มม.)
1 นิ้ว (25.4 มม.)
12.0
9.0
7.5
6.0
มาตรฐานงานไม้(มทช.104-2545)
6.4 การทาน�้ำยาป้องกันศัตรูท�ำลายไม้
6.4.1 ทาบนไม้ที่แห้งสนิท กรณีไม้มียาง ควรเช็ดยางไม้ออกก่อนทา 6.4.2 ท�ำความสะอาดพื้นผิวไม้ให้สะอาด ปราศจากคราบไขและสิ่งสกปรก
52
6.4.3 ไม้ที่จะทาสีจะต้องลงพื้นด้วยสีลงพื้นตามที่ระบุไว้ในคู่มือการปฏิบัติงานก่อสร้าง ของกองทัพบก และให้ด�ำเนินการตามหนังสือคู่มือของบริษัทผู้ผลิตสีที่ใช้ทุกประการ 6.4.4 งานไม้ที่จะต้องลงขี้ผึ้ง จะต้องขัดกระดาษทรายน�้ำอย ่างละเอียดด้วยฝีมือหรือ เครื่องขัดให้เรียบร้อยแล้วจึงใช้ฟิลเลอร์ทาซึมลงไปในเสี้ยนไม้ให้เป็นสีแก่กว่าสีของผิวไม้ให้ถกลับไป ู กลับมาจนได้ผิวมันเหมือนเปลือกไข่
6.4.5 งานไม้ที่จะต้องขัดแลกเกอร์จะต้องเตรียมดังต่อไปนี้
- ให้เตรียมเช่นเดียวกับไม้ที่จะลงขี้ผึ้ง
- ให้ย้อมสีตามที่เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างเห็นชอบเป็นตัวอย่างก่อนงานจริง - ให้ทาแลกเกอร์2 ครั้ง แต่ละครั้งให้ขัดด้วยกระดาษทรายน�้ำ - ให้ขัดจนขึ้นเงาเป็นมันมากหรือมันเหมือนเปลือกไข่
- งานไม้ที่ต้องทาน�้ำมันชักเงาจะต้องปฏิบัติเช่นเดียวกันนี้
7. งานฝ้าเพดานและฝาผนัง
7.1 การปฏิบัติทั่วไป
7.1.1 ฝ้าเพดานและฝาผนังวัสดุแผ่นทุกแห ่งต้องมีคร ่าวรับ ชนิดและขนาดของคร ่าว เป็นไปตามมาตรฐานผู้ผลิตหรือตามแบบรูปรายการที่ก�ำหนดและต้องยึดกันอย่างแข็งแรง 7.1.2 ฝาผนังอาคารภายในทุกแห่ง ถ้ามิได้ระบุวัสดุบัวเชิงผนังไว้ก็ให้มีการท�ำโดยใช้ วัสดุที่กลมกลืนหรือเหมาะสมกับวัสดุที่ใช้เป็นผนังและปูพื้น
7.1.3 การยึดวัสดุแผ่นติดกับผิวคร่าว ต้องแต่งผิววัสดุให้เรียบร้อย กับทั้งต้องยึดไม่ให้ ปรากฏรอยเคลื่อน
7.1.4 การติดตั้งฝ้าเพดานภายนอกต้องติดตั้งตาข่ายกันแมลง
7.2 การกรุฝาไม้อัดซีเมนต์และฝาไฟเบอร์ซีเมนต์
7.2.1 การติดตั้งโครงคร่าวฝาให้วางโครงนอนโดยยึดติดกับพื้นหรือโครงสร้างทั้งด้านบน และด้านล่าง แล้วจึงวางโครงในแนวตั้ง โดยก�ำหนดระยะห่างไว้ไม่เกิน 60 x 40 ซม. หรือใช้ตาม แบบรูปรายการที่ก�ำหนด
7.2.2 การติดตั้งแผ่นฝาโดยระยะห่างของตะปูเกลียว 20 ซม. และบริเวณขอบแผ่นให้ ติดตั้งห่างจากขอบประมาณ 1.2ซม.และห่างจากมุมแผ่นประมาณ 5.0ซม.ต้องเริ่มกรุโดยการวาง แผ่นจากกึ่งกลางห้อง เศษของแผ่นที่เหลืออยู่ตอนริม และตอนล่างของผนัง รอยต่อแผ่นติดตั้ง แบบเว้นร่องประมาณ 10 มม. แล้วยาแนวรอยต่อแผ่นด้วยกาวโพลียูรีเทน
53
7.3 การกรุฝาผนังกระเบื้อง Facing Tile, กระเบื้องเคลือบ, กระเบื้องเซรามิก, หินแกรนิต, หินอ่อน
7.3.1 ก ่อนท�ำการกรุจะต้องมีการฉาบปูนผิวชั้นแรกของก�ำแพง โดยท�ำความสะอาด รดน�้ำผนังก ่อน ฉาบปูนผิวชั้นแรกให้ผิวเรียบได้ฉาก ได้ดิ่ง โดยให้ขูดผิวปูนฉาบในแนวนอน ระยะห่างประมาณ 15 ซม. ตลอดแนวก่อนที่จะแห้ง โดยเมื่อกรุกระเบื้องแล้ว ให้ได้ผิวหน้าเสมอ ตามความประสงค์
7.3.2 ก่อนกรุกระเบื้อง ให้รดน�้ำผิวปูนฉาบ และให้แช่กระเบื้องในน�้ำก่อนกรุ แล้วให้ใช้ ปูนหรือปูนกาว ฉาบหลังกระเบื้องทันทีที่จะท�ำการกรุ การกรุจะต้องให้รอยต่อระหว่างแผ่นเป็น แนวเดียวกัน และรอยต่อจะต้องไม่กว้างเกิน 3 มม. ยาแนวอุดรอยต่อเมื่อแล้วเสร็จด้วยวัสดุ ยาแนวให้แนวเรียบ ตรง และไม่ล้นออกจากแนวกระเบื้อง ระวังอย่าให้เคลือบกระเบื้องเสียหาย ปูนที่เปรอะเปื้อนต้องรีบล้างออกก่อนแข็งตัว เมื่อกรุเสร็จแล้ว ต้องล้างและเช็ดผิวหน้ากระเบื้อง ให้เรียบร้อยอีกครั้ง
7.3.3 ตามข้อ 7.3.1 - 7.3.2 ผู้รับจ้างสามารถใช้กาวผงส�ำเร็จรูปผสมกับซีเมนต์ทราย น�้ำ แทนได้ทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามข้อก�ำหนดของบริษัทผู้ผลิต
7.3.4 ก่อนกรุหินแกรนิต หรือหินอ่อน ให้ระยะต่าง ๆ ของผนังให้ได้ดิ่งและระดับอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นไปตามแบบรูปที่ก�ำหนด ก่อนการกรุให้ท�ำการแยกคัดลายและสีของหินให้ดูดี และกลมกลืนสวยงามก่อน โดยน�ำมาเรียงและตรวจสอบจ�ำนวนหินให้เพียงพอกับผนังนั้น ๆ แล้ว จึงท�ำการกรุก่อนการกรุต้องกรีดแผ่นหลังของหินและยึดขอโลหะให้ติดแน่นกับแผ่นหินด้วยวิธีการ ที่เหมาะสม แล้วจึงน�ำขึ้นกรุ ด้านหลังของหินที่มีช่องว่าง ให้อุดด้วยปูนทรายให้เต็ม รอยต่อของ แผ่นต้องสนิท และยาแนวด้วยปูนผสมสีให้ใกล้เคียงหิน เมื่อกรุหินเสร็จเป็นครั้ง ๆ ไป และเช็ด ผิวหน้าให้เรียบร้อยสวยงาม
7.3.5 การกรุกระเบื้องแกรนิตโต้(เซรามิกพอร์ซเลน) ให้ใช้ปนกาวส� ู ำหรับกระเบื้องแผ่นใหญ่ เท่านั้น
7.4 การกรุฝาผนังยิปซัม
7.4.1 วางโครงตัวยูที่พื้นและเพดาน (ท้องพื้น) ตามแนวเส้นและยึดโครงคร่าวตัวยูกับพื้น และเพดาน (ท้องพื้น) ด้วยพุกเหล็ก 6 มม. ทุกระยะ 60 ซม. หรือตามมาตรฐานผู้ผลิต 7.4.2 ติดตั้งโครงคร่าวตัวซีเข้าในร่องตัวยูให้มีระยะห่าง 60 ซม. โดยยึดโครงคร่าวด้วย รีเวท การติดตั้งแผ่นยิปซัมให้เริ่มจากด้านล่างของผนังก่อน โดยสามารถติดตั้งได้ทั้งแนวตั้งและ แนวนอน
54
7.4.3 น�ำแผ่นยิปซัมหนาไม ่น้อยกว ่า 12 มม. ยึดกับโครงคร ่าวโลหะด้วยสกรูเกลียว ปล่อย การยึดสกรูให้ยึดสกรูผ่านแผ่นยิปซัมยึดเข้ากับโครงคร่าวโลหะ โดยให้มีระยะห่างระหว่าง สกรูประมาณ 30 ซม. และห่างจากขอบแผ่นประมาณ 1 ซม.
7.5 การกรุฝ้าเพดานกระเบื้องแผ่นเรียบ
7.5.1 วิธีปฏิบัติถือตามมาตรฐานผู้ผลิต ก่อนท�ำการตีฝ้าเพดานหรือผนังต้องตรวจสอบ ระดับของคร่าวให้เรียบร้อยเสียก่อน
7.5.2 ถ้าแบบรูปรายการไม่ได้ระบุไว้ให้ใช้คร่าวไม้ทุกระยะ 60 ซม. x 60 ซม. ไม้ขนาด 1 1/2 x 3 นิ้ว
7.5.3 ติดกระเบื้องให้ได้ระดับและได้แนวเป็นเส้นตรงโดยให้ผิวด้านเรียบอยู่ภายนอก 7.5.4 รอยต่อประเภทเว้นช่องตามแนวคร่าว 1 ซม. หรือเซาะร่องรูปตัววีให้ลบมุมโดย การไสกบ หรือตามแบบรูปก�ำหนดให้เป็นอย่างอื่น
7.5.5 การตอกตะปูยึด ไม่ต้องตอกยึดติดแน่นเกินไปจะท�ำให้กระเบื้องร้าวได้และต้องใช้ ตะปูชนิดหัวโต
7.5.6 ตรงปลายกระเบื้องชนกับปูนฉาบก�ำแพง ให้ฉาบปูนชนกระเบื้องและขุดเป็นร่อง เรียบร้อย
7.5.7 การตอกตะปูให้ตอกจากกึ่งกลางแผ่นกระเบื้องด้านยาวก่อนแล้วจึงตอกไล่ออก ไป สองข้างเท่า ๆ กัน และเว้นตะปูห่างจากมุมกระเบื้องไม่น้อยกว่า 1 ซม.
7.5.8 การติดแผ่นกระเบื้อง ให้ตั้งต้นจากกึ่งกลางห้องเรียงออกไปสองข้างทางเท่า ๆ กัน โดยให้เศษของกระเบื้องตอนริมมีขนาดเท่ากันโดยประมาณ
7.5.9 การกองและเก็บกระเบื้อง
- ควรกองในพื้นที่ที่เรียบและแข็งแรงพอที่จะรองรับน�้ำหนักกระเบื้อง โดยใช้ ไม้หน้ากว้างไม่น้อยกว่า 4 นิ้ว วางให้ได้ระดับ 3 แผ่น วางรับกระเบื้อง
- ควรยกโดยการตั้งกระเบื้องแผ่นเรียบทางขวางขึ้น
7.6 การกรุฝ้าเพดานแผ่นไม้อัดซีเมนต์/ไฟเบอร์ซีเมนต์
7.6.1 คร่าวฝ้าเพดานมีระยะ 40 ซม. x 80 ซม. ศูนย์กลางถึงศูนย์กลาง ชนิดการติดตั้ง โครงคร่าว ขนาดโครงคร่าวเหล็กชุบสังกะสี, โครงคร่าวเหล็ก, ไม้คร่าว 1 1/2 นิ้ว x 3 นิ้ว, ตามมาตรฐานผู้ผลิต หรือตามแบบรูปรายการก�ำหนด
7.6.2 ติดแผ่นฝ้าให้ได้แนวระดับเส้นตรงเรียบร้อย
55
7.6.2.1 รอยต่อลบมุมรูปตัว วี. การติดฝ้าต้องตั้งต้นจากกึ่งกลางห้องเรียงออกไป 2 ข้างเท่า ๆ กัน โดยให้เศษของฝ้าตอนริมมีขนาดเท่ากันโดยประมาณ
7.6.2.2 ฝ้าแต่ละแผ่นต้องยึดติดกับไม้คร่าวด้วยตะปูเกลียวปลายแหลม ต้องปรับ ให้ชิดกันอย่างเรียบร้อย
7.6.2.3 ทับแนวให้มีเฉพาะรอบห้องเท่านั้น ใช้ไม้เนื้อแข็งเว้นแต่แบบรูปรายการ จะก�ำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
7.7 การกรุฝ้าเพดานยิปซัมบอร์ดบนโครงทีบาร์
7.7.1 ก�ำหนดระดับรอบห้องและติดโครงคร่าวริมเข้ากับผนัง แขวนโครงคร่าวหลักกับ ชุดปรับระดับทุกระยะห่าง 1.20 ม. ตามแนวโครง และทุกระยะ 60 ซม. ในระหว่างแนวโครง 7.7.2 กรณีท�ำฝ้าทีบาร์60 ซม. x 120 ซม. ติดตั้งโครงคร่าวซอยสั้น 60.5 ซม. เข้ากับ โครงคร่าวเหล็กทุกระยะ 121 ซม. กรณีท�ำฝ้าทีบาร์60 ซม. x 60 ซม. ติดตั้งโครงคร่าวซอยสั้น 60.5 ซม. เข้ากับโครงเหล็กทุกระยะ 60.5 ซม.
7.7.3 ตัดแผ่นยิปซัมตามขนาดที่ต้องการ ทาสีรอให้แห้ง แล้วจึงน�ำมาวางบนโครงคร่าว 7.8 การกรุฝ้าเพดานยิปซัมบอร์ดฉาบเรียบทาสี
ให้ยึดปลายด้านหนึ่งของชุดปรับระดับกับโครงสร้างด้านบนของอาคารด้วยพุกเหล็กให้แน่น เว้นระยะห่างกันไม่เกิน 1.00 ม. - 1.20 ม. ให้ได้แนว ปลายอีกด้านยึดกับคร่าวบนให้แน่น และ ให้ได้ระดับที่ต้องการ ยึดคร่าวล่างให้ติดกับคร่าวบนด้วยขอยึดโครง ให้แนวตั้งฉาก กับคร่าวบน โดยคร่าวล่างห่างกันทุกระยะ40ซม. โดยมีคร่าวบนหิ้วเอาไว้ทุกระยะ1.00 ม. -1.20 ม.จนรอบห้อง ปรับระดับโครงฝ้าเพดานที่ชุดปรับระดับจนรอบห้อง จากนั้นติดตั้งแผ่นยิปซัมโดยยึดติดกับคร่าวล่าง ด้วยสกรู ทั้งนี้ต้องติดตั้งแผ่นในแนวตั้งฉากกับคร่าวล่างเสมอ
7.9 การกรุฝ้าเพดานอะคูสติคบอร์ดบนโครงทีบาร์
ก�ำหนดระดับรอบห้องและติดโครงคร ่าวริมเข้ากับผนัง แขวนโครงคร ่าวหลักกับชุด ปรับระดับทุกระยะ 120 ซม. (โดยประมาณแล้วแต่ระบบ) ประกอบกับโครงคร่าวซอย 120 ซม. เข้ากับโครงคร่าวหลักทุกระยะประมาณ 60 ซม. วางแผ่นอะคูสติคขนาด 60 ซม. x 120 ซม. หากเป็นแผ่นฝ้าขนาด 60 ซม. x 60 ซม. ให้ประกอบโครงคร่าวซอยสั้น 60 ซม. เข้ากับโครงคร่าว ซอยยาวอีกครั้ง จากนั้นจึงวางแผ่นอะคูสติคขนาด 60 ซม. x 60 ซม.
7.10 การกรุฝ้าเพดานและฝาผนังโดยใช้วัสดุอื่น ๆ หากมิได้ก�ำหนดไว้ในแบบรูป ให้ผู้รับจ้าง ปฏิบัติตามมาตรฐานของผู้ผลิต
56
7.11 การติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อน
- การติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนมี2 วิธีดังนี้
วิธีที่ 1 ติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนบนหลังจันทันใต้แป
- ติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อน ตามแนวขนานกับเชิงชายตลอดแนว ให้ติดตั้งจากขวา ไปซ้าย
- ติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนระหว่างจันทันให้หย่อนหรือตกท้องช้างประมาณ 1 นิ้ว ให้ติดตั้งแปทับบนแผ่นสะท้อนความร้อน และยึดแปกับจันทันด้วยตะปูเกลียวยึดแป ขณะติดตั้ง ต้องระวังอย่าให้แผ่นสะท้อนความร้อนเกิดการฉีกขาด หรือเสียหาย
- ติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนแถวถัดไปด้านบน ให้ซ้อนทับ 15 ซม. ยาวตลอดแนว ติดตั้งจนเต็มผืนหลังคา บริเวณสันหลังคาให้คลุมด้านละ 20 ซม. บริเวณตะเข้สันและตะเข้รางน�้ำ ให้ใช้แผ่นปิดตะเข้คลุมตลอดแนว หากแผ่นสะท้อนความร้อนเกิดฉีกขาดหรือเสียหาย ควรรื้อออก และเปลี่ยนใหม่เพื่อประสิทธิภาพในการสะท้อนความร้อน
วิธีที่ 2 ติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนบนแป
- ติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนบนหลังแป ให้ติดตั้งจากเชิงชายขึ้นไปจนถึงสันหลังคา - ติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนระหว่างช่องแป ให้หย่อนเป็นรูปตัว U อย่าติดตั้งให้ตึง เวลามุงกระเบื้องจะท�ำให้แผ่นสะท้อนความร้อนเกิดการฉีกขาดจากขอเกาะกระเบื้อง - ติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนแถวถัดไป ให้ซ้อนทับด้านข้าง 15 ซม. ตลอดแนว ติดตั้งจนเต็มพื้นหลังคา บริเวณสันหลังคาให้คลุมด้านละ 20 ซม. ส ่วนบริเวณตะเข้สันและ ตะเข้รางน�้ำให้ใช้แผ่นปิดตะเข้คลุมตลอดแนว หากแผ่นสะท้อนความร้อนเกิดการฉีกขาดหรือ เสียหายควรรื้อออก และเปลี่ยนใหม่เพื่อประสิทธิภาพในการสะท้อนความร้อน 7.12 การติดตั้งผนังอะลูมิเนียมทุกชนิด ให้ติดตั้งตามมาตรฐานผู้ผลิตหรือแบบรูปที่ก�ำหนด และให้ผู้รับจ้างส่งแบบและวิธีการติดตั้งให้กรมยุทธโยธาทหารบกอนุมัติก่อนการด�ำเนินการ 7.13 ผนังกั้นห้องน�้ำส�ำเร็จรูป
วัสดุที่ใช้จะต้องเป็นวัสดุใหม ่ต้องห ่อหุ้มเรียบร้อยจากบริษัทผู้ผลิต มีเครื่องหมาย รายละเอียดต่าง ๆ แสดงรุ่น และชื่อผู้ผลิตอย่างสมบูรณ์ชัดเจน พร้อมอุปกรณ์ครบชุด - การติดตั้งทุก ๆ ส่วนที่ติดตั้งแล้วจะต้องมั่นคงแข็งแรงได้ระดับในแนวตั้งและแนวนอน ด้วยความประณีตเรียบร้อย จะต้องปฏิบัติตามแบบและมาตรฐานกรรมวิธีการติดตั้งของบริษัท ผู้ผลิต และต้องได้รับการอนุมัติก่อนการติดตั้ง
57
8. งานประตูและหน้าต่าง
8.1 ประตูและหน้าต่างไม้และอุปกรณ์ประตูหน้าต่าง (ไม้ที่น�ำมาใช้ต้องเป็นไม้ที่มีความชื้น ไม่เกิน 14 - 16%)
8.1.1 ต้องท�ำประตูและหน้าต่างตามรายการ ให้ตรงตามขนาดวัสดุและเป็นไปตาม รายละเอียดที่ก�ำหนดในแบบ หรือที่จะก�ำหนดให้เพิ่มเติม
8.1.2 ประตูและหน้าต่างไม้อัดแผ่นเรียบ ต้องเป็นแผ่นที่เลือกผิวที่ดีไม่มีต�ำหนิมาใช้ 8.1.3 ประตูและหน้าต่างที่ติดบานพับ ต้องเปิดปิดได้สะดวก
8.1.4 บานพับและลูกบิดกุญแจในตัว ต้องเป็นไปตามรายการ รายละเอียด หรือที่จะ ก�ำหนดให้เพิ่มเติม
8.1.5 การเจาะฝังลูกบิดและกุญแจ ต้องท�ำให้ถูกต้องตามระยะและเรียบร้อย 8.1.6 ประตูและหน้าต่างแต่ละบาน จะต้องมีอุปกรณ์พร้อม
8.1.7 วงกบและกรอบประตูหน้าต่าง
8.1.7.1 ขนาดวงกบประตูหน้าต่างซึ่งแต่งแล้ว ยอมให้มีอัตราผิดได้หน้าละไม่เกิน 1/8 นิ้ว จากที่ระบุในแบบ
8.1.7.2 ถ้าวงกบติดกับงานปูน ต้องยึดวงกบกับงานปูนด้วยเครื่องยึดเหนี่ยว มีระยะห่างไม่เกิน 60 ซม. แล้วอุดรูให้เรียบร้อย
8.1.7.3 การประกอบและการติดตั้งต้องยึดกับโครงสร้างอย ่างแข็งแรง และ ต้องตั้งได้ฉาก
8.1.7.4 การเข้าไม้ของวงกบ และกรอบ ต้องเข้าเดือยและเข้าปากไม้อย่างสนิท และแข็งแรงและต้องใช้กาวประเภท Latex ช่วยยึดเหนี่ยวทุกแห่ง
8.2 วิธีติดตั้ง
8.2.1 ทุกบานต้องติดตั้งด้วยฝีมือที่ดีเปิด - ปิด ได้สะดวกและเงียบ ไม่มีเสียงดัง ไม่มี ช่องโหว่หรือแอ่น หรือห่างเกินขนาดที่พอดีและต้องได้ระยะต�ำแหน่งตามแบบ 8.2.2 ที่ใดที่มีการใช้ตะปู ตะปูเกลียว ต้องฝังให้ลึก และอุดรูให้สนิท 8.2.3 ต้องติดอุปกรณ์ที่ควรอยู่ในแนวเดียวกันให้ได้ระดับเดียวกัน 8.2.4 การเจาะไม้เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ต้องให้ได้ขนาดพอดีและเมื่อเปิด - ปิด ต้องเป็นไป อย่างสะดวก มีความแข็งแรง ไม่มีการสั่นคลอนแต่อย่างใด
58
8.3 ประตูและหน้าต่างอะลูมิเนียม, ประตูหน้าต่างเหล็กรีดขึ้นรูปและประตูเหล็กม้วน : ดูใน ภาคผนวกคู่มือการปฏิบัติงานก่อสร้างของกองทัพบก
(งานติดตั้งประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียม ให้ติดตั้งหลังจากงานทาสีเรียบร้อยแล้ว) 8.4 ประตู - หน้าต่างไวนิล (UPVC)
ประกอบเชื่อมเป็นวงส�ำเร็จโดยวิธีเข้ามุม 45 องศา พร้อมฐานบานพับส�ำเร็จในตัว ตาม มาตรฐานโรงงาน ผ่านกระบวนการพ ่นสีผงอบความร้อน 200 องศาเซลเซียส (POLYESTER POWDER COATING) ไม่มีการตัดต่อหรือไปประกอบที่หน้างาน
วิธีติดตั้ง การติดตั้งระบบประตู - หน้าต่างไวนิล เข้ากับช่องเปิดจะต้องมีช่องว่างระหว่าง ช่องเปิดประตู - หน้าต่างไวนิล ประมาณ 3 - 10 มม. ทุกด้าน เพื่อสามารถยิง Acrylic ได้สกรู และพุกต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 2.5 นิ้ว ทุกระยะการยิงไม่เกิน 0.60 ม. ต้องมีโฟมเส้นขนาด เหมาะสมใส่ทั้งด้านนอกและด้านในเพื่อป้องกันน�้ำ Acrylic ที่ใช้ต้องมีคุณภาพดีตามมาตรฐานของ ผู้ผลิต ในการตรวจสอบคุณภาพ เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วผู้ผลิตต้องตรวจสอบคุณภาพและการใช้งาน ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ดี
9. งานปูพื้น
9.1 พื้นไม้
พื้นไม้ทุกแผ่นต้องเข้าลิ้นอัดสนิท เว้นแต่ในแบบรูป จะได้ก�ำหนดไว้เป็นวิธีอื่น ๆ การปรับ พื้นต้องเป็นแนวตรง การไสปรับต้องเรียบเสมอไม่เป็นคลื่นเป็นลอน
9.2 พื้นกระเบื้องยาง
วัสดุที่ใช้ต้องเป็นกระเบื้องที่มีคุณภาพดีกระเบื้องทุกแผ่นต้องไม่มีรอยต�ำหนิเลย ต้องใส่ ภาชนะที่เรียบร้อย มีตราของบริษัทผู้ผลิต และวิธีปฏิบัติตามค�ำแนะน�ำของบริษัทผู้ผลิตแนบมา เรียบร้อย ภาชนะที่ใส่ต้องไม่ฉีกขาดหรือช�ำรุดแต่ประการใด
9.2.1 วิธีติดตั้ง
9.2.1.1 ต้องเตรียมผิวที่จะปูกระเบื้องยางนี้ด้วยการแต่งผิวให้ได้ระดับเรียบร้อย เสียก่อน พื้นคอนกรีตต้องแห้งสนิท สะอาดปราศจากฝุ่นละอองและเม็ดทราย 9.2.1.2 การทากาวหรือสิ่งรองพื้นต้องท�ำตามค�ำแนะน�ำของบริษัทผู้ผลิต โดย เกลี่ยกาวให้สม�่ำเสมอ โดยใช้เกรียงซึ่งมีขอบเป็นฟันปลาและมีความหนาไม่เกินกว่า 0.80 ซม. ร่องรูปตัว “วี” ที่เกรียงมีความลึก 0.16 ซม. และห่างกัน 0.25 ซม. จากศูนย์กลางถึงศูนย์กลาง มีความลึก 0.16 ซม. และห่างกัน 0.25 ซม. จากศูนย์กลางถึงศูนย์กลาง
59
9.2.1.3 จะเริ่มปูกระเบื้องได้เมื่อปูนแต่งผิวมีอายุไม่น้อยกว่า 21 วัน 9.2.1.4 ต้องปูให้ได้แนวตรงระดับสม�่ำเสมอ และมีรอยชิดกัน โดยใช้ช่างผู้ช�ำนาญ ด้านนี้โดยเฉพาะ หรือตัวแทนของบริษัทผู้จ�ำหน่าย เป็นผู้ท�ำงานปูกระเบื้องนี้โดยตลอด เมื่อปูเสร็จ ต้องเรียบร้อยสม�่ำเสมอ แน่น แข็งแรง ให้ใช้ลูกกลิ้งมีน�้ำหนักไม่ต�่ำกว่า 50 กก. บดทับ 9.2.1.5 ห้ามเดินผ่านหรือท�ำงานในบริเวณที่ปูเสร็จใหม่ ไม่น้อยกว่า 3 วัน และ ห้ามเปียกน�้ำหรือขัดในระหว่างนี้
9.2.1.6 บัวเชิงผนังให้ใช้ตามแบบรูปรายการก�ำหนด ถ้าไม่ได้ก�ำหนดให้ใช้ไวนิล หนาไม่น้อยกว่า 0.4 มม. กว้าง 4 นิ้ว
9.2.1.7 เมื่อกระเบื้องติดพื้นสนิทแน ่นดีแล้ว ให้ขัดด้วยน�้ำมันขัดพื้นส�ำหรับ กระเบื้องยาง โดยใช้เครื่องขัดให้สะอาดเรียบร้อยจนทั่ว
9.2.1.8 การขจัดรอยด่างให้ใช้เกรียงพุตตี้หรือฝอยเหล็ก หรือผ้าชุบสบู่ที่เป็นกลาง ชนิดที่ผู้ผลิตรับรอง ห้ามมิให้ใช้น�้ำยาอื่น ผ้าซับน�้ำ และล้างน�้ำโดยเด็ดขาด
9.2.1.9 ติดตั้งตัวจบกระเบื้องยางบริเวณขอบห้อง, ขอบประตู, รอยต่อของพื้น ต่างระดับ
9.3 กระเบื้องพื้นชนิดผิวแข็ง
9.3.1 ขอบเขตของงาน งานที่ต้องท�ำคืองานวัสดุผิวพื้น ที่ทางผู้ออกแบบก�ำหนดไว้ใน แบบให้เป็นวัสดุชนิดผิวแข็ง ได้แก่กระเบื้องโมเสก, เซรามิก, หินอ่อน, หินแกรนิต,กระเบื้องเคลือบ, กระเบื้องดินเผาความร้อนสูง, กระเบื้องหินขัด เป็นต้น
9.3.2 การใช้วัสดุ วัสดุที่ใช้ทั้งหมดจะต้องมีคุณภาพ ขนาด สีและลักษณะตามตัวอย่าง ที่เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างอนุมัติแล้ว ทุกแผ่นต้องไม่มีรอยต�ำหนิเลย ต้องใส่ภาชนะบรรจุที่เรียบร้อย มีตราของบริษัทผู้ผลิต และวิธีปฏิบัติตามค�ำแนะน�ำของบริษัทผู้ผลิต
9.3.3 การเตรียมงาน
9.3.3.1 ไม่เริ่มงานจนกว่าแนวปูน สมอยึด พุก งานไฟฟ้า เครื่องกลไก งานเดินท่อ ของระบบต่าง ๆ หรืองานใด ๆ ที่อยู่ล่างงานกระเบื้องฯ จะเสร็จเรียบร้อย
9.3.3.2 ไม่เริ่มงานจนกว่าจะปกปิดป้องกันงานที่ใกล้เคียงเสียก่อน 9.3.3.3 ก่อนจะปูพื้นที่เตรียมไว้ต้องสะอาด ปราศจากผงเศษวัสดุต่าง ๆ พื้นผิวต้อง ได้ระดับและความลาดตามต้องการ ตัวพื้นที่เตรียมต้องต�่ำกว่าระดับตามขนาดความหนาของแผ่น รวมปูนประสาน ซึ่งเมื่อปูเสร็จแล้วต้องให้ได้ระดับความสูงตามก�ำหนด
9.3.3.4 ต้องเตรียมผิวด้วยการปรับระดับพื้นและผนัง ให้ได้ฉาก มุม ขนาด อย่างถูกต้อง
60
9.3.3.5 ก่อนปูกระเบื้องต้องล้างผิวที่จะท�ำงานให้สะอาด ท�ำให้ผิวชุ่มและต้องไม่มี น�้ำขัง
9.3.3.6 ห้ามปูกระเบื้องบนแผ่นพื้นคอนกรีตที่อายุไม่ครบ 28 วัน หรือคอนกรีต ยกระดับที่อายุไม่ครบ 14 วัน
9.3.3.7 ปูนรองพื้นประกอบด้วยซีเมนต์1 ส่วน และทราย 4 ส่วน โดยปริมาตร ผสมเคล้ากันให้ทั่ว ผสมกับน�้ำเพียงพอให้เหลว
9.3.4 วิธีติดตั้ง
9.3.4.1 โรยผงปูนซีเมนต์แห้งลงให้ทั่วปูนรองพื้น โดยหนาไม่เกิน 1.6 มม. แล้วไล้ ด้วยเกรียงเหล็กบาง ๆ เสร็จแล้วเริ่มเรียงกระเบื้อง เมื่อโรยปูนแล้วน�้ำไม่ผุดขึ้นมาบนเนื้อปูน 9.3.4.2 วางแผ่นกระเบื้องโมเสก (ถ้าเป็นกระเบื้องเคลือบให้เรียงห่างกัน 1 มม.) ลงบนปนที่เพิ่งเท ู และยังไม่แข็งตัวถ้าปนเทแล้วเกิน ู 1ชม. หรือถ้าลงชั้นยึดประสานแล้วเกิน 15 นาที หรือถ้าปูนมีเยื่อลอยปิดหน้าให้โกยปูนออกแล้วเทปูนรองพื้นและชั้นยึดประสานใหม่ 9.3.4.3 กดและเคาะกระเบื้องลงไปบนปูนให้แน่น
9.3.4.4 ปรับระดับของหน้ากระเบื้องด้วยฟองน�้ำ โดยใช้น�้ำแต่พอให้กระดาษเปียก ทันทีหลังจากลอกกระดาษออกแล้ว ให้ใช้ฟองน�้ำลบล้างกาวออกให้หมดและปรับแนวที่เฉ ต้องท�ำการวาง กด ปรับระดับ ลอกกระดาษกาว และปรับแนวให้เสร็จภายใน 1 ชม. หลังจาก การวางแผ่น
9.3.4.5 ยาแนวโดยใช้ผงซีเมนต์ยาแนวโดยเฉพาะ ให้สีคล้ายคลึงกับกระเบื้อง หรือสีขาว และท�ำความสะอาดให้เรียบร้อย
9.3.4.6 แต่งแนวกระเบื้องให้เสมอกัน
9.3.4.7 ให้ท�ำการยาแนวเร็วที่สุดหลังจากปกระเบื้องและต้องเสร็จภายใน ู 11/2ชม. ภายหลังจากการวางแผ่นกระเบื้องหรือหินแกรนิต และเช็ดให้ได้ระดับเสมอแผ่นกระเบื้องหรือ แผ่นหิน ทุกครั้ง
9.3.4.8 ให้ท�ำการขัดผิวหน้าหินขัดส�ำเร็จรูปทุกครั้ง เพื่อปรับผิวหน้าให้เรียบร้อย สวยงาม
9.3.5 การดูแลและการป้องกัน
9.3.5.1 ห้ามเดินหรือท�ำงานในบริเวณนี้ระหว่างการบ�ำรุงเป็นเวลา 7 วัน 9.3.5.2 ห้ามผ่านหรือท�ำงานอื่นใด บริเวณที่เพิ่งปูเสร็จใหม่ ๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน
61
9.3.5.3 ในระหว ่างการท�ำงานให้ใช้กระดานหรือแผ่นไม้อัดปูรองก ่อนท�ำงาน บนพื้นปูเสร็จใหม่ๆ
9.3.5.4 ในระหว ่างการท�ำงานหรือหลังการท�ำงาน หากมีเศษทรายหรือวัสดุ ที่จะท�ำให้เกิดการเสียหายต่อผิวหน้าของกระเบื้องหรือผิวกระเบื้อง ต้องกวาดให้เรียบร้อย 9.3.5.5 การท�ำความสะอาดครั้งสุดท้าย ใช้ฟองน�้ำล้างกระเบื้องแล้วจึงขัดและ ท�ำความสะอาดด้วยผ้าแห้ง
9.4 พื้นหินขัดในที่ พื้นหินล้าง พื้นกรวดล้าง พื้นทรายล้าง และบันไดหินขัด 9.4.1 ห้ามลงมือก ่อนจะตรวจว ่างานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ที่อยู่ภายในและตอนล่างของ งานหินขัดได้ติดเสร็จเรียบร้อย
9.4.2 เตรียมป้องกันบริเวณใกล้เคียง
9.4.3 ผิวพื้นต้องท�ำความสะอาด ปรับระดับหรือความลาดให้สม�่ำเสมอ 9.4.4 ห้ามท�ำหินขัดลงพื้นคอนกรีตที่อายุไม่ครบ 28 วัน หรือคอนกรีตยกระดับที่อายุ ไม่ครบ 14 วัน
9.4.5 ห้ามผ่านหรือท�ำงานอื่นใด บริเวณที่เพิ่งปูเสร็จใหม่ๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน 9.4.6 ส่วนผสมของหินขัด หินขัดหนา 1 ซม. ในพื้นที่ 1 ตร.ม. ใช้ปูนซีเมนต์ขาว 6 กก. หินเกล็ด 20 กก. โดยวิธีผสมแห้งแล้วเติมน�้ำลงไป คลุกผสมกันพยายามให้ส่วนผสมแห้งที่สุด แล้วจึงใส่สีที่ต้องการ ส�ำหรับส่วนผสมของหินล้างหนา 1 ซม. ในพื้นที่ 1 ตร.ม. ใช้ปูนซีเมนต์ ธรรมดาหรือซีเมนต์ขาว 8 กก. หินเกล็ด 20 กก.
9.4.7 การเตรียมผิวพื้น จะต้องพรมน�้ำให้ชื้นเสียก่อนโดยไม่ให้มีน�้ำขัง หลังจากได้ฉาบปูน ผิวข้างใต้และวางเส้นแบ่งอย่างน้อย 1 วัน ก่อนหน้าจะด�ำเนินการท�ำหินขัด และเมื่อพรมน�้ำแล้ว ใช้ซีเมนต์เปล่าผสมสีตามต้องการฉาบลงไปทันทีส่วนผสมของหินขัดในกรอบระหว่างเส้นแบ่ง แล้วโรยด้วยเศษหินอ่อนตามอัตราส่วนที่ได้ระบุไว้แล้วลงไปบดส่วนบนจนแน่นด้วยเกรียงเหล็ก หรือลูกกลิ้งโลหะจนซีเมนต์และน�้ำทะลักออกมาใช้เกรียงมือปาดหน้าจนเป็นผิวของเส้นแบ่งได้ ระดับพอดีกับหินขัด
9.4.8 ต้องบ่มพื้นอย่างน้อย 6 วัน โดยเอาน�้ำราดกระสอบส�ำหรับบ่ม 9.4.9 การขัดเมื่อบ ่มแล้ว ให้ขัดด้วยมือหรือเครื่อง ทันทีที่ขัดแล้วจะต้องล้างหินขัด ให้สะอาด ให้ใช้เนื้อซีเมนต์ตามที่ระบุไว้แล้วเป็นส่วนช่วยอุดรู รอยต่าง ๆ โดยวิธีการไล้บาง ๆ
62
9.4.10 การตบแต่ง ห้ามล้างหรือขัดก่อนอุดรูร่องต่าง ๆ แล้วเป็นเวลา 72 ชม. โดย ใช้หินขัดชนิดละเอียดขัดเมื่อเสร็จแล้วพื้นจะต้องมีเศษหินอ่อนให้มองเห็นได้ง่ายอย่างน้อย 70% 9.4.11 การปิดและแต ่งหน้า ห้ามใช้กรดท�ำความสะอาด เมื่อหินขัดครั้งสุดท้ายแล้ว ให้ท�ำความสะอาด และเมื่อแห้งแล้ว จึงใช้ขี้ผึ้งส�ำหรับขัดพื้น ขัดตามค�ำแนะน�ำของผู้ผลิตและ ขัดด้วยเครื่องจักร
9.5 พื้นหินแกรนิต หินอ่อน หินขัดส�ำเร็จรูป
9.5.1 ต้องตรวจว่างานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ที่อยู่ตอนล่างของหินได้ติดตั้งแล้ว 9.5.2 ปรับพื้นผิวท�ำความสะอาด พร้อมทั้งปรับระดับให้ได้ตามแบบที่ก�ำหนด รวมทั้ง ความลาดเอียง ในกรณีที่เป็นพื้นภายนอกอาคาร ค่าระดับต้องไม่น้อยกว่า 1 : 200 9.5.3 ท�ำการคัดแยกลายและสีให้ดูดีกลมกลืนสวยงามก ่อน โดยการน�ำมาเรียงเป็น ผืนก่อน แล้วจึงท�ำการปูจริง
9.5.4 ห้ามท�ำการปูหินลงพื้นคอนกรีต ที่อายุไม่ครบ 28 วัน หรือคอนกรีตยกระดับที่อายุ ไม่ครบ 14 วัน
9.5.5 ส่วนผสมของปูนทรายต้องรับน�้ำหนักของแผ่นหินได้และรักษาระดับของหินได้ ตลอดเวลาจนกว่าจะแข็งตัว
9.5.6 ผิวหน้าของหินที่ปูจะต้องเรียบ ได้ระดับเสมอกันตลอดแนว 9.5.7 ห้ามผ่านหรือท�ำงานอื่นใด บริเวณที่เพิ่งปูเสร็จใหม่ๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน 9.5.8 ให้ท�ำการยาแนวเร็วที่สุดหลังจากพื้นแข็งตัวแล้วโดยให้สีใกล้เคียงกับหินให้ มากที่สุด
9.5.9 ภายหลังจากการยาแนวแล้วให้กวาดเศษทรายให้สะอาด หากต้องมีการผ่านบริเวณที่ ปูหินแล้ว จะต้องมีการปกคลุมบริเวณนั้นให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันการช�ำรุดเสียหาย 9.5.10 ส�ำหรับหินขัดส�ำเร็จรปหลังจากป ู เสร็จแล้วก่อนการส่งงานจะต้องท� ู ำการขัดผิวหน้า 1 ครั้ง เพื่อให้ผิวหน้าเรียบสม�่ำเสมอ และท�ำการแต่งแนวรอยต่อให้เรียบร้อย 9.6 กระเบื้องพอร์ซเลน
9.6.1 วัดแนวและตีเส้นที่ผนังแนวดิ่งและให้ได้ฉากกรณีปพื้นควรวัดระยะและตีเส้นให้ตรง ู กับแนวผนัง จากนั้นควรท�ำความสะอาดให้ปราศจากสิ่งสกปรก
9.6.2 ใช้กาวซีเมนต์ลงบนด้านหลังของแผ่นกระเบื้องให้ทั่วและสม�่ำเสมอการปูโดยการใช้ กาวซีเมนต์ควรปล่อยให้พื้นผิวที่ปูกระเบื้องแห้งอย่างน้อย 1 วัน ก่อนท�ำการลงยาแนว
63
9.6.3 ใช้ค้อนยางเคาะแผ่นกระเบื้องเพื่อให้สัมผัสกับกาวซีเมนต์ได้อย่างทั่วถึง 9.6.4 ปรับระดับของกระเบื้องให้เสมอด้วยตัวปรับระดับกระเบื้องเพื่อช่วยในการปรับระดับ ผิวหน้าให้เสมอกัน
9.6.5 ควรปกระเบื้องให้มีระยะห่างระหว่างแ ู ผ่นประมาณ 1-3 มม. โดยใช้อุปกรณ์จัดแนว ร่องกระเบื้องระหว่างปู
9.6.6 การลงยาแนวให้ดึงตัวจัดแนวร่องกระเบื้องออกก่อน จากนั้นค่อยท�ำการปาดยาแนว ตามแนวเฉียงกับร่องกระเบื้อง และควรเช็ดคราบยาแนวส่วนเกินออกจากผิวกระเบื้องหลังจากที่ ลงยาแนว โดยรอประมาณ 5 นาทีหรือตามข้อแนะน�ำของยาแนวที่ใช้จากนั้นท�ำความสะอาดด้วย ฟองน�้ำหมาด ๆ เปลี่ยนน�้ำและฟองน�้ำที่ใช้เป็นประจ�ำเพื่อความสะอาดของผิวกระเบื้อง ควรเช็ด ให้สะอาดไม่หลงเหลือคราบยาแนวไว้เพราะเมื่อคราบยาแนวแห้งสนิทแล้ว จะท�ำความสะอาด ออกได้ยาก โดยเฉพาะกระเบื้องที่มีสีเข้ม และกระเบื้องผิวสัมผัสหยาบ
9.7 เชิงผนัง
9.7.1 เชิงผนังทั่วไป ที่ไม่ได้ระบุในแบบรูปว่า ไม่ให้มีเชิงผนัง ให้มีการท�ำเชิงผนัง โดยให้ใช้ วัสดุที่กลมกลืน หรือเหมาะสมกับวัสดุที่ใช้ปพื้นและวัสดุที่เป็น ู ผนังโดยให้เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างเป็น ผู้พิจารณาและเห็นชอบก่อน ทั้งนี้ให้ยกเว้น
- ห้องหรือบริเวณที่พื้นเป็นซีเมนต์ ไม่มีการปูด้วยวัสดุใด ๆ ให้ทาสีน�้ำมันแทน เชิงผนัง มีความสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 10 ซม.
- ห้องที่มีผนังกรุด้วยกระเบื้องชนิดผิวแข็ง
9.7.2 เชิงผนังหินขัด
- หากแบบรูปหรือรายการไม ่ได้ก�ำหนดไว้ เชิงผนังหินขัดจะต้องมีความสูง ไม่น้อยกว่า 10 ซม. จากขอบบนถึงระดับพื้นผิว
- ให้รองพื้นก่อนท�ำผิวหินขัด โดยใช้ซีเมนต์ขาว 1 ส่วน ทราย 3 ส่วน ผสมน�้ำ พอเหมาะ
- หินขัดต้องหนาอย่างน้อย 10 มม. และมีส่วนผสมเหมือนพื้น - ให้ลงหินขัดและแต ่งด้วยเกรียงให้ได้ดิ่งเรียบตรงบ ่มบ�ำรุงอย ่างน้อย 6 วัน จึงขัดให้เหลือหน้าเรียบและมัน
64
10. งานติดตั้งกระจก
10.1 การติดกระจกกับไม้ทับแนว ให้ท�ำความสะอาดบานก ่อนติดตั้งและจะต้องให้ กรอบบานแห้ง ฉาบพุตตี้บาง ๆ ลงในร่องของกรอบบาน แล้วกดกระจกลงไปบนพื้นพุตตี้ไม่ต้อง แต่งผิว ตอกตะปูไม้ทับแนวเข้าที่แต่งผิวพุตตี้ที่ล้นออกมาให้เรียบ อย่าให้ถูกน�้ำจนกว่าพุตตี้จะแห้ง แล้วจึงทาสีได้
10.2 การติดตั้งกระจกกับอะลูมิเนียมและเหล็ก การติดตั้งกระจกกับเหล็กให้ด�ำเนินการ ตามค�ำแนะน�ำของผู้ผลิตพุตตี้ หรือตามแบบรูปรายการก�ำหนดการติดตั้งกระจกกับอะลูมิเนียม ใช้ยางอัดกระจกชนิดไวนิลหรือยางเส้น
11. งานติดตั้งอื่น ๆ
11.1 งานติดตั้งช่องระบายอากาศ ตามที่ก�ำหนดไว้ในแบบ
11.2 งานติดตั้งราวบันไดและราวระเบียง
- ต้องตกแต่งให้ได้ขนาดและรปร่างตามแบบรอยต่อตอนมุมเลี้ยวต้องแต่งให้ต่อเนื่องกัน ู อย่างเรียบร้อย
- ต้องยึดราวบันไดให้มั่นคงแข็งแรง
11.3 การกรุขึงลวดถัก การกรุและการขึงต้องเหยียดลวดถักให้ตรง แล้วจึงขึงให้ตึงตามแบบ ที่ระบุไว้เมื่อกรุหรือขึงยึดแล้วจะต้องไม ่หย ่อนโย้ช ่วงตาของลวดถักจะต้องได้แนวไม ่โย้เอียง ต้องเป็นทางเดียวกันตลอดเมื่อติดกับกรอบเหล็กแล้ว ต้องแต่งรอยต่อเชื่อมนั้นให้เรียบร้อยทุกจุด พร้อมทั้งท�ำความสะอาดรอยเชื่อมทาสีกันสนิมและทาสีทับหน้า
11.4 การขึงลวดหนาม การขึงลวดหนามจะต้องขึงให้ตึง ไม่ให้ตกท้องช้าง การขึงลวดหนาม กับเสา ค.ส.ล. จะต้องยึดตรึงให้แน่นชิดกับร่องที่บากแล้วอุดด้วยปูนทรายให้เรียบร้อย ถ้าขึงกับ โครงเหล็กจะต้องยึดตรึงให้แน่นทุกๆเส้นด้วยการเชื่อม การสร้างเสาค�้ำยันรั้วทุกๆระยะ10ช่วงเสา จะต้องมีเสาค�้ำยัน 1 ต้น รั้วทุกแบบจะต้องมีค�้ำยันทุกจุดที่รั้วเปลี่ยนแนวตั้งแต่30 องศาขึ้นไป
11.5 การกรุเหล็กตาข่าย ตะแกรงเหล็กยึด (Expanded Metal) การกรุจะต้องเหยียด เหล็กตาข ่ายให้ตรง แล้วจึงขึงให้ตึงตามแบบได้ก�ำหนดไว้ในกรอบที่ต้องการ โดยมีไม้ทับแนว เมื่อกรุแล้วจะต้องได้แนวไม่โย้เอียงและเป็นแนวเดียวกันตลอด โดยใช้ตะปูเกลียว 11.6 การก ่อสร้างเตา ก ่อนก ่ออิฐทนไฟต้องล้างน�้ำจนหมดฝุ ่นที่เปรอะเปื้อนและดูดน�้ำ จนอิ่มตัว การก่อสร้างต้องวางเรียงซ้อนสลับกันให้เป็นไปตามหลักวิชาการช่าง จะต้องถูกลักษณะ รัศมีส่วนโค้งของเตา และการผายออกของปากเตาและระดับปูนก่อใช้ปูนทนไฟผสม ต้องใส่เต็ม
65
หน้าอิฐและซอกอิฐ พื้นคอนกรีตทุกแห่งที่จะก่ออิฐทนไฟทับ ต้องกะเทาะผิวคอนกรีตให้แง่หินโผล่ เพื่อให้ปูนก่อจับแน่น
เมื่อสร้างเตาแล้วต้องรอปูนฉาบและคอนกรีตให้แห้งสนิทก ่อนและให้สุมไฟในเตา ทุก ๆ เตา โดยสุมไฟรุม ๆ เพื่อให้เตาได้รับความร้อนน้อย ๆ จึงค่อยเพิ่มความร้อนทีละน้อย ๆ ในระยะ 48 ชม. ขณะที่ก�ำลังก่ออิฐหรือได้ก่อแล้วห้ามเปียกน�้ำ ราดน�้ำและห้ามบรรทุกหนักไม่ให้ ได้รับความกระทบกระเทือนโดยเด็ดขาดภายใน 48 ชม.
11.7 การติดตั้งแผ่นกันซึม (Water Stop) ในแนวรอยต ่อคอนกรีต เพื่อป้องกันปัญหา การรั่วซึมในโครงสร้างคอนกรีตที่มีการเทหล่อต่างเวลากัน เป็นผลมาจากเนื้อคอนกรีตที่แข็งตัว ต่างเวลากัน จะไม่สามารถสมานเป็นเนื้อเดียวกันได้ท�ำให้เกิดแนวต่อคอนกรีต (Constraction Joint)ซึ่งเป็นช่องว่างที่น�้ำซึมผ่านได้และการยืดหดตัวของโครงสร้างคอนกรีตที่เกิดจากการเปลี่ยน อุณหภูมิการบิดหรือการเคลื่อนตัวของโครงสร้าง (Expension and Constraction Joint) เป็น สาเหตุให้เกิดการแตกร้าวได้
การป้องกันโดยให้ท�ำการติดตั้งแผ่นยางกันซึม มอก. 1135 - 2536 หรือแผ่นกันซึม ชนิด PVC. มอก. 1239 - 2537 เพื่อป้องกันการรั่วซึมของน�้ำบริเวณรอยต่อ เช่น ห้องใต้ดิน, สระว ่ายน�้ำ, ผนัง, ดาดฟ้าอาคาร และบริเวณที่มีการก ่อสร้างโครงสร้างขนาดใหญ ่ มีพื้นที่ สั่นสะเทือนในโครงสร้าง หรือมีการหดตัวและขยายตัวของคอนกรีตสูง เช่น เขื่อน, อุโมงค์ใต้ดิน
12. วิธีการในการปูกระเบื้อง
12.1 การเตรียมผิว
- ท�ำความสะอาดพื้นผิวที่จะปูกระเบื้องให้สะอาด ปราศจากฝุ่นผงคราบไขมัน และ สกัดเศษปูนทรายที่เกาะอยู่ออกให้หมด ล้างท�ำความสะอาดด้วยน�้ำ
- เทปูนทรายหรือฉาบปูนรองพื้น เพื่อปรับระดับให้ได้ดิ่ง ได้ฉาก ได้แนว ได้ ความลาดเอียงตามข้อก�ำหนดที่ระบุไว้ในงานฉาบปูน ขูดขีดผิวให้เป็นรอยหยาบตลอดพื้นที่ ขณะที่ปูนทรายยังหมาด ๆ อยู่
- หลังจากเทปนทรายหรือฉาบป ู นรองพื้นแล้ว ู 24ชม.ให้ท�ำการบ่มตลอด3วัน แล้วจึงเริ่ม ด�ำเนินการปูกระเบื้อง
- ส�ำหรับกระเบื้องหินธรรมชาติควรมีการใช้กันซึมเพื่อช่วยในการป้องกันคราบขาว ที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง โดยวัสดุกันซึมที่เลือกใช้ควรเป็นกันซึมประเภทซีเมนต์เบส 2 ส่วนผสม - การเตรียมแผ่นกระเบื้อง กระเบื้องที่ใช้ปูด้วยกาวซีเมนต์ไม่จ�ำเป็นต้องน�ำไปแช่น�้ำ
66
12.2 การเตรียมกาวซีเมนต์
- ใส่น�้ำ 5 ลิตร (ส�ำหรับกาวซีเมนต์20 กก.) หรือ ใส่น�้ำ 6.25 ลิตร (ส�ำหรับกาวซีเมนต์ 25 กก.) อุณหภูมิของน�้ำปกติ(ไม่ใช้น�้ำอุ่นหรือน�้ำร้อน) ลงในถังที่เตรียมไว้ - ค่อย ๆ ใส่กาวซีเมนต์ในอัตราส่วน คือ น�้ำ 1 ส่วน : กาวซีเมนต์4 ส่วน โดยน�้ำหนัก หรือน�้ำ 1 ส่วน : กาวซีเมนต์3 ส่วนโดยปริมาตรลงในน�้ำ ขณะเดียวกันใช้เครื่องปั่น ปั่นให้ทั่ว จนเป็นเนื้อเดียวกัน
- หลังจากผสมกาวซีเมนต์ให้เข้ากันได้แล้ว ควรทิ้งไว้3 - 4 นาทีก่อนใช้งานเพื่อให้ สารเคมีในกาวซีเมนต์ท�ำปฏิกิริยากับน�้ำ
12.3 การปูกระเบื้อง
- ปาดกาวซีเมนต์บางส่วนลงบนพื้นผิว และใช้เกรียงหวีที่มีขนาดเหมาะสม ตามขนาด กระเบื้องตามที่ผู้ผลิตแนะน�ำ ปาดกาวซีเมนต์ให้เป็นทางยาวบนพื้นผิว 1 ถึง 2 ตร.ม. แล้วเกลี่ย ให้ทั่ว ความหนาตามร่องของเกรียงหวีที่ใช้เป็นการควบคุมปริมาณกาวซีเมนต์ที่ใช้ให้สม�่ำเสมอ (ไม่มากหรือน้อยเกินไป)
- ในกรณีปูกระเบื้องขนาดใหญ่กว่า 25 x 25 ซม. (10 x 10 นิ้ว) ควรปาดกาวซีเมนต์ ลงบนหลังกระเบื้อง ให้ทั่วเล็กน้อย เพื่อแน่ใจว่าได้ปาดกาวซีเมนต์ลงพื้นผิวอย่างทั่วถึง และไม่มี ช่องอากาศว่างเหลืออยู่เมื่อปูกระเบื้องเสร็จ
- ปูกระเบื้องลงบนกาวซีเมนต์และกดให้แน่น หรือใช้ค้อนยางเคาะบนกระเบื้องให้ทั่ว เพื่อให้ร ่องของกาวซีเมนต์ที่แผ่นกระเบื้องกดทับประสานกันอย ่างทั่วถึง เว้นช่องว่างระหว่าง กระเบื้องแต่ละแผ่น เพื่อให้เป็นร่องยาแนว (อย่างน้อย 2 มม.)
- หากต้องการจัด หรือปรับต�ำแหน่งกระเบื้องเมื่อปูเสร็จด้วยกาวซีเมนต์สามารถปรับ ตกแต่งกระเบื้องแต่ละแผ่นภายใน 15 นาทีก่อนกาวซีเมนต์จะแห้ง
- ทิ้งให้กาวซีเมนต์แห้งประมาณ 24 ชั่วโมง ก่อนการยาแนว
12.4 การเตรียมยาแนว
- ใส่น�้ำสะอาด อุณหภูมิของน�้ำปกติ(ไม่ใช้น�้ำอุ่นหรือน�้ำร้อน) ลงในถังน�้ำที่เตรียมไว้ (กรณีใช้ยาแนวคุณภาพสูงที่มีส่วนผสมอีพอกซีให้ผสมส่วนผสม 2 ส่วนเข้าด้วยกัน อัตราส่วน ด้านบน : ด้านล่าง เป็น 1 : 3 โดยไม่ต้องผสมน�้ำคนให้ทั่วจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน) - ค่อย ๆ เทยาแนวลงในน�้ำ ขณะเดียวกันคนให้ทั่วจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน โดยสัดส่วน การผสม คือ 1 : 3 โดยน�้ำหนัก (น�้ำ 1 ส่วน ยาแนว 3 ส่วน หรือ น�้ำ 1 ส่วน ยาแนว 2.5 ส่วน โดยปริมาตร)
67
- หลังจากผสมยาแนวให้เข้ากันดีแล้วควรทิ้งไว้3ถึง4 นาทีก่อนใช้งานเพื่อให้สารเคมี ในยาแนวท�ำปฏิกิริยากับน�้ำ
12.5 การยาแนว
- ส�ำหรับผนัง ใช้เกรียงยาง หรือแผ่นยางตักยาแนวที่ผสมได้ที่แล้ว ปาดยาแนวให้เฉียง กับร่องกระเบื้อง เพื่อให้ยาแนวเต็มร่องที่เตรียมไว้
- ส�ำหรับพื้น เพื่อความรวดเร็ว ป้ายยาแนวที่ผสมได้ที่แล้วลงบนพื้นที่ประมาณ 1ตร.ม. แล้วใช้เกรียงปาดยาแนวให้เฉียงกับร่องกระเบื้อง เพื่อให้ยาแนวเต็มร่องที่เตรียมไว้ - เช็ดยาแนวส ่วนที่เกินออกจากแผ่นกระเบื้องด้วยฟองน�้ำหมาด ๆ ก ่อนที่ยาแนว จะแห้งสนิท
กรณีใช้ยาแนวคุณภาพสูงที่มีส่วนผสมของอีพอกซีควรเช็ดยาแนวส่วนที่เกินออกจาก แผ่นกระเบื้องด้วยฟองน�้ำเส้นใยแข็งที่ชุบน�้ำอุ่นหมาด ๆ หลังยาแนวเสร็จประมาณ 15 ถึง 20 นาที (พื้นที่ประมาณ 1 ตร.ม.)
- ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 2 ชม. แล้วท�ำความสะอาดกระเบื้องด้วยผ้าสะอาด - เพื่อการยึดเกาะที่ดีของยาแนว ควรทิ้งเอาไว้ให้แห้งประมาณ 24 ชม. ก่อน การใช้งาน
12.6 การท�ำความสะอาด
ผู้รับจ้างต้องท�ำความสะอาดทุกแห่งที่เกี่ยวข้องหลังจากการปกระเบื้องด้วยความประณีต ู สะอาดเรียบร้อยปราศจากคราบน�้ำปูน คราบไคล หรือ รอยเปื้อนต่าง ๆ ก่อนขออนุมัติตรวจสอบ จากผู้ออกแบบและส่งมอบงาน
12.7 การซ่อมแซม
พื้นผิวกระเบื้องให้ท�ำการใช้เหรียญหรือโลหะเคาะที่กระเบื้อง เพื่อตรวจสอบว ่า มีเสียงเคาะดังโปร ่งหรือไม ่ หากมีเสียงดังกล ่าว ผู้รับจ้างจะต้องท�ำการรื้อโดยสกัดกาวซีเมนต์ บางส ่วนออกและท�ำความสะอาดปราศจากฝุ ่นผง จากนั้นท�ำการปูกระเบื้องอีกครั้ง โดยปาด กาวซีเมนต์ด้านหลังกระเบื้อง และใช้เกรียงหวีปูกาวซีเมนต์ที่ผิวตามปกติรอให้แห้งและยาแนว อีกครั้ง ผู้ควบคุมงานหรือผู้ออกแบบจะต้องเป็นผู้ก�ำหนดกรรมวิธีตลอดจนการเลือกใช้วัสดุ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมทั้งหมด
68
13. สี
ผู้รับจ้างจะต้องด�ำเนินการตามข้อก�ำหนดต่าง ๆ ดังนี้.-
13.1 ขอบเขต
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์ เครื่องใช้และสิ่งอ�ำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อ ด�ำเนินการทาสีให้ลุล ่วงดังที่ก�ำหนดในแบบและรายการก ่อสร้างโดยให้สัมพันธ์กับงานในส ่วน อื่น ๆ ด้วย
13.2 ข้อก�ำหนดทั่วไป
สีที่ใช้ให้หมายถึง สีรองพื้น สีทับหน้าและตัวท�ำละลาย จะต้องปฏิบัติตามค�ำแนะน�ำ ของบริษัทผู้ผลิตโดยเคร่งครัด ภายใต้การแนะน�ำและตรวจสอบของผู้ช�ำนาญงานจากบริษัทผู้ผลิต โดยให้ผู้รับจ้างจัดส่งข้อมูลทางวิชาการ (Technical Data) ผลิตภัณฑ์สีที่จะใช้ในโครงการทั้งหมด ยย.ทบ. พิจารณาก่อนหรือให้ด�ำเนินการทาสีโดยบริษัทผู้ผลิตโดยตรง
13.2.1 ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดและแจ้งปริมาณของสีแต่ละประเภท ที่จะใช้ทาอาคารในโครงการนี้ให้ผู้ควบคุมงานทราบ
13.2.2 สีที่น�ำมาใช้ในโครงการจะต้องบรรจุและผนึกในกระป๋องหรือภาชนะโดยตรง จากโรงงานของผู้ผลิตประทับตราเครื่องหมายการค้า เลขหมายต่าง ๆ ชนิดที่ใช้วันที่ผลิตและ ค�ำแนะน�ำในการใช้ติดบนภาชนะอย ่างสมบูรณ์กระป๋องหรือภาชนะที่ใส ่สีจะต้องอยู่ในสภาพ เรียบร้อย ไม่บุบ ช�ำรุด ฝาปิดต้องไม่มีรอยปิด - เปิดมาก่อนและห้ามน�ำสีที่เหลือใช้จากโครงการอื่น และกระป๋องสียี่ห้อที่ไม่ได้รับอนุมัติใช้เข้ามาในโครงการ
13.2.3 สีและอุปกรณ์ประกอบจะต้องน�ำมาเก็บไว้ในสถานที่ที่จัดไว้ในห้องเฉพาะ ที่มิดชิดมั่นคงสามารถล็อกโดยกุญแจได้ภายในห้องให้มีการระบายอากาศดีไม่อับชื้น มีการท�ำ ความสะอาดให้เป็นระเบียบเรียบร้อยจัดกองกระป๋องถังประเภทสีอย่างมีระเบียบไม่ปะปนกันและ จะต้องมีการป้องกันอัคคีภัยเป็นอย่างดีและการมอบรับสีจากผู้ผลิตหรือการเปิดกระป๋อง ตลอดจน การผสมสีให้ท�ำเฉพาะในห้องนี้เท่านั้น
13.2.4 ผู้รับจ้างจะต้องไม ่ท�ำการทาสีในขณะที่มีฝนตก ความชื้นในอากาศสูงและ ห้ามทาสีภายนอกอาคารทันทีหลังจากฝนหยุดตก จะต้องทิ้งไว้อย่างน้อย 72 ชั่วโมง หรือจนกว่า ผู้ควบคุมงานจะเห็นสมควรให้เริ่มทาสีได้
13.2.5 การน�ำสีมาใช้แต่ละงวดจะต้องให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบก่อนว่าเป็นสีที่ถกต้อง ู ตามที่ก�ำหนดให้ใช้
69
13.2.6 ถ้าหากมีส่วนหนึ่งส่วนใดที่สงสัย หรือไม่สามารถทาสีได้ตามข้อก�ำหนด ผู้รับจ้าง จะต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงานทราบทันทีส�ำหรับพื้นผิวที่ไม่ต้องการทาสีนั้นมีข้อก�ำหนดดังนี้คือ ก. พื้นคอนกรีตขัดมัน
ข. ผิวบันไดคอนกรีตทั้งลูกตั้งและลูกนอน
ค. ผิววัสดุที่มีสีในตัว เช่น Acoustical Material, กระเบื้องมุงหลังคา ง. อุปกรณ์ส�ำเร็จรูป เช่น ทองเหลือง สเตนเลสสตีล อะลูมิเนียม จ. โคมไฟ และปลั๊กไฟ
13.2.7 งานทาสีทั้งหมดจะต้องเรียบร้อยสม�่ำเสมอ ไม่มีรอยแปรง รอยต่อ รอยหยดสี และข้อบกพร่องอื่นใด และต้องท�ำความสะอาดรอยเปื้อนต่าง ๆ บริเวณข้างเคียง อันเนื่องจาก การทาสีทันทีงานทาสีจะต้องได้รับการตรวจตราและรับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน 13.2.8 ถ้าผู้รับจ้างไม ่ปฏิบัติตามรายการงานสีนี้อย ่างเคร ่งครัด หรือว ่ามีเจตนา ที่จะพยายามบิดพลิ้ว ปลอมแปลง ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ที่จะสั่งให้ผู้รับจ้างล้างหรือขูดสีออกแล้วทาใหม่ ให้ถูกต้องตามรายการและผู้รับจ้างจะคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มมิได้ส่วนเวลาที่ล่าช้าเพราะการนี้จะยกเป็น ข้ออ้างในการขอขยายเวลาท�ำการตามสัญญามิได้
13.2.9 รายละเอียดอื่น ๆ เช่น ความอ่อนแก่ของสีให้ผู้รับจ้างเสนอขอรับรายละเอียด ต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในเวลาอันสมควร
ข้อก�ำหนดเฉพาะ
13.2.10 สีทุกชนิดจะต้องมีตัวยาป้องกันราและตะไคร่ผสมอยู่ในปริมาณที่เพียงพอ สามารถจะป้องกันราและตะไคร่ได้
13.2.11 สีผสมเสร็จ จะต้องใช้สีผสมเสร็จตามเอกสารวิธีใช้ของบริษัทผู้ผลิต ห้ามใช้ทินเนอร์ผสมเพื่อท�ำให้สีจางลงเว้นแต่บริษัทจะระบุไว้ให้ท�ำ ในกรณีเช่นนี้จะต้องใช้ทินเนอร์ ชนิดที่เหมาะสมและเป็นจ�ำนวนที่พอเหมาะการใช้สีจะต้องให้มีปริมาณมากพอจนสามารถปกคลุม เนื้อที่ทั้งหมด และคลุมเข้าไปในรอยต่อรอยบุบหรือเนื้อที่ที่เปิดทุกแห่ง
13.2.12 สีรองพื้น จะต้องเป็นชนิดเหมาะสม สามารถให้ใช้คู่กันได้กับสีทับหน้า และเหมาะสมกับลักษณะพื้นผิวที่จะถูกทาด้วย
13.2.13 สีชั้นแรกจะต้องเป็นสีชนิดเดียวกับสีชั้นสุดท้าย และเป็นสียี่ห้อเดียวกัน 13.2.14 น�้ำมันชักเงา ฯลฯ จะต้องมีคุณภาพและการผลิตเหมือนกับตัวอย่างที่ได้รับ ความเห็นชอบแล้ว และเมื่อส่งถึงที่ก่อสร้างจะต้องบรรจุอยู่ในภาชนะที่ผนึกเรียบร้อยมีตราของ ผู้ผลิตแสดงอยู่
70
13.3 การเตรียมการทั่ว ๆ ไป
13.3.1 ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมทั้งนั่งร้าน บันไดส�ำหรับทาสีที่ เหมาะสมหรือตามความจ�ำเป็นพร้อมผ้าหรือวัสดุอื่นใด ที่ใช้ปกคลุมพื้นที่ส่วนอื่นของอาคารเป็นการ ป้องกันความสกปรกเปรอะเปื้อน เลอะเทอะ ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากงานทาสี
13.3.2 ผู้รับจ้างต้องตรวจดูอุปกรณ์ - หน้าต่าง และอุปกรณ์ส่วนอื่น ๆ ที่สามารถจะ ติดตั้งภายหลังได้แต่ติดตั้งไปแล้วให้ถอดออกและท�ำการติดตั้งภายหลังเมื่อทาสีเรียบร้อยแล้ว 13.3.3 ฝาครอบสวิตช์และปลั๊กไฟฟ้า ซึ่งได้ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว จะต้องเอาออกก่อน ท�ำการทาสีเมื่อทาสีเสร็จและสีแห้งดีแล้ว จึงท�ำการติดตั้งตามเดิมให้เรียบร้อย 13.3.4 การตัดเส้นตามขอบต่าง ๆ และการทาระหว่างรอยต่อของสีต่างกันจะต้อง ระมัดระวังอย่างดีอย่าให้มีรอยทับกันระหว่างสี
13.3.5 วัสดุอุดยาแนว
ก. ส่วนที่เป็นไม้ให้ใช้Wood Sealer หรือ Wood Filler ข. ส่วนที่เป็นคอนกรีต ปูนฉาบให้ใช้Cement Filler
ค. ส ่วนที่เป็นเหล็กหรือโลหะอื่น เมื่อทาสีรองพื้นกันสนิมแล้วให้อุดรูวัสดุ Caulking Compound
13.4 การเตรียมพื้นผิว
13.4.1 พื้นผิวคอนกรีตและปูนฉาบ
- ต้องแน ่ใจว ่าพื้นผิวแห้งสนิท โดยเฉพาะปูนฉาบภายนอกและภายใน ควรทิ้งไว้ให้แห้ง ไม่น้อยกว่า 4 สัปดาห์ หากมีกรณีที่ปูนฉาบมีอายุไม่ถึงเกณฑ์4 สัปดาห์และ มีความจ�ำเป็นต้องเร่งทาสีรองพื้นปูน ให้เลือกใช้สีรองพื้นปูนที่มีคุณสมบัติทาบนปูนฉาบใหม่ได้ หลังอายุปูนฉาบ 2 วันโดยเฉพาะ โดยให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อเดียวกันกับสีทับหน้าที่อนุมัติให้ใช้ อาทิCAPTAIN/Perfex Primer หรือ ICI/Weather shield Power Plus Primer หรือ BEGER/ Ultra Hide Primer 2100 หรือ TOA/Quick Primer หรือเทียบเท่า
- รอยแตกร้าวปูนฉาบ หากเป็นรอยแตกร้าวลายงาขนาดเล็กไม่เกิน 1 มม. ให้อุดโป๊วด้วยวัสดุประเภท ACRYLIC FILLER และหากเป็นรอยแตกร้าวมากกว่า 1 มม. ให้อุดโป๊ว ด้วยวัสดุประเภท ACRYLIC SEALANT โดยให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อเดียวกับสีทับหน้าที่อนุมัติ ให้ใช้
- ท�ำความสะอาดพื้นผิวให้ปราศจากฝุ่นละอองและคราบเปื้อนต่าง ๆ ด้วย ผ้าแห้งเนื้อหยาบ ๆ 1 ครั้ง แล้วเช็ดด้วยผ้าชื้นอีกครั้ง