ประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานปรับปรุงโรงซ่อมและเก็บวัสดุหน่วยถนน ต.236 พื้นที่ประมาณ 80 ตร.ม. เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น หจฟอ. (จ) 07/2568
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความประสงค์จะจัดจ้างเหมาก่อสร้างงานปรับปรุงโรงซ่อมและเก็บวัสดุหน่วยถนน ต.236 พื้นที่ประมาณ 80 ตร.ม. ณ เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เนื่องจากโรงซ่อมเดิมมีสภาพเสื่อมโทรมตามอายุการใช้งาน 18 ปี ทำให้ต้องปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมกับการทำงาน
ขอบเขตงานประกอบด้วยการจ้างเหมาค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าเครื่องมือเครื่องจักร ค่าดำเนินการ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงโรงซ่อม โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบในการก่อสร้างให้ครบถ้วนตามแบบและรายละเอียดที่กำหนด ซึ่งรวมถึงหมวดงานรื้อถอนและขนย้าย, หมวดงานโครงสร้าง ค.ส.ล., หมวดงานโครงสร้างพื้น GS1, หมวดงานโครงสร้างเหล็กและโครงหลังคา, หมวดงานทาสีโครงสร้างหลังคา, หมวดงานวัสดุมุงหลังคา, หมวดงานฉาบและทาสี และหมวดงานเบ็ดเตล็ดอื่นๆ
ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด และใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กทั้งหมด (ถ้ามี) งานนี้เป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K)
ผู้รับจ้างจะต้องเสนอแผนงานภายใน 15 วันหลังลงนามในสัญญา และเริ่มทำงานภายใน 7 วันหลังลงนามในสัญญา โดยต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน
English summary
EGAT (Electricity Generating Authority of Thailand) intends to hire a contractor for the renovation of the road unit’s repair shop and material storage, area approximately 80 sq.m., at Ubolratana Dam, Khon Kaen Province. The scope of work includes demolition, reinforced concrete structure work, GS1 floor structure work, steel structure and roof structure work, painting work, roofing work, plastering and painting work, and other miscellaneous works. Bidders must meet the specified qualifications and have relevant construction experience. The contractor must submit a work plan within 15 days after signing the contract, start work within 7 days after signing the contract, and complete the work within 120 days.
เขื่อนอุบลรัตน์
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- ปรับปรุงโรงซ่อมและเก็บวัสดุหน่วยถนน ต.236 ให้มีสภาพที่เหมาะสมกับการทำงานมากขึ้น
ขอบเขตของงาน
- จ้างเหมาค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าเครื่องมือเครื่องจักร ค่าดำเนินการ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานปรับปรุงโรงซ่อม
- งานรื้อถอนและขนย้าย
- งานโครงสร้าง ค.ส.ล.
- งานโครงสร้างพื้น GS1
- งานโครงสร้างเหล็กและโครงหลังคา
- งานทาสีโครงสร้างหลังคา
- งานวัสดุมุงหลังคา
- งานฉาบและทาสี
- งานเบ็ดเตล็ดอื่นๆ (ถ้ามี)
- ค่าใช้จ่ายพิเศษตามข้อกำหนด
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- งานปรับปรุงโรงซ่อมและเก็บวัสดุหน่วยถนน ต.236 แล้วเสร็จตามแบบเลขที่ UR-002-68-1/17 ถึง UR-002-68-17/17 และรายละเอียดต่างๆ ของสัญญา
- แผนงานที่แสดงขั้นตอนการทำงานและกำหนดเวลาที่ต้องใช้ในการทำงานหลักต่างๆ ให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
ระยะเวลาดำเนินการ
- เสนอแผนงาน: ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- เริ่มทำงาน: ภายใน 7 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- แล้วเสร็จ: ภายใน 120 วัน (หนึ่งร้อยยี่สิบวัน) นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- ต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายจดทะเบียนในประเทศไทยผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
- ต้องมีผลงานก่อสร้างหรืองานปรับปรุง อาคารสาธารณะ อาคารที่พักอาศัย หรืองานก่อสร้างที่เกี่ยวข้อง ที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้รับจ้างโดยตรงกับเจ้าของโครงการที่เป็นหน่วยงานราชการ องค์กรเทศบาล รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือ สำหรับงานก่อสร้างนั้น ๆ ที่มิใช่ผู้รับจ้างช่วง ซึ่งมีราคางานตามสัญญาเดียวไม่น้อยกว่า 400,000.00 บาท (สี่แสนบาทถ้วน) และเป็นราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยผลงานดังกล่าวจะต้องแล้วเสร็จครบถ้วนตามสัญญา พร้อมกับแนบหนังสือรับรองผลงาน และในกรณีที่ผลงานดังกล่าวเป็นการรับจ้างทํางานให้ผู้ว่าจ้างที่เป็นเอกชนให้แนบสําเนาสัญญาจ้างมาด้วย
เกณฑ์การพิจารณา
- กฟผ. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา
- กฟผ. จะพิจารณาจากราคารวมของผู้เสนอราคารายที่เสนอราคาต่ำสุด และมีรายละเอียดถูกต้องตามข้อกำหนด กฟผ.
- หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ 10 กฟผ. จะจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน 3 ราย
- หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 3 ให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา
- ผู้รับจ้างต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็ก (ถ้ามี) ที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา
เงื่อนไขสัญญา
- ค่าจ้างและการจ่ายเงิน: กฟผ. จะจ่ายค่าจ้างโดยถือราคาเหมารวมเป็นเกณฑ์ และกำหนดการจ่ายเงินเป็นจำนวน 4 งวด
- งวดที่ 1: 20% ของค่าจ้าง เมื่อผลงานรวมมากกว่า 20% ของปริมาณงานทั้งหมด (ภายใน 30 วัน)
- งวดที่ 2: 30% ของค่าจ้าง เมื่อผลงานรวมมากกว่า 50% ของปริมาณงานทั้งหมด (ภายใน 60 วัน)
- งวดที่ 3: 25% ของค่าจ้าง เมื่อผลงานรวมมากกว่า 75% ของปริมาณงานทั้งหมด (ภายใน 90 วัน)
- งวดสุดท้าย: 25% ของค่าจ้าง เมื่อปฏิบัติงานทั้งหมดแล้วเสร็จ (ภายใน 120 วัน)
- การหักเงินประกันผลงาน: กฟผ. จะหักเงินจำนวนร้อยละ 10 ของเงินที่ต้องจ่ายในแต่ละงวดเพื่อเป็นประกันผลงาน
- ค่าปรับ: หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด จะต้องชำระค่าปรับให้แก่ กฟผ. ในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานทั้งหมดตามสัญญาต่อวัน
- การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- งานปรับปรุงนี้ครอบคลุมพื้นที่เท่าไหร่? งานปรับปรุงครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 80 ตารางเมตร
- ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง? ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าเครื่องมือเครื่องจักร ค่าดำเนินการ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงโรงซ่อม
- ต้องใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศในสัดส่วนเท่าไหร่? ต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด
- ต้องใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศในสัดส่วนเท่าไหร่? ต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กทั้งหมด (ถ้ามี)
- มีค่าปรับหากทำงานไม่เสร็จตามกำหนดหรือไม่? หากทำงานไม่เสร็จภายในเวลาที่กำหนด จะต้องชำระค่าปรับให้แก่ กฟผ. ในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานทั้งหมดตามสัญญาต่อวัน
- มีการรับประกันความชำรุดบกพร่องหรือไม่? ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี
- ขอบเขตงานนี้รวมถึงงานรื้อถอนหรือไม่? ขอบเขตงานรวมถึงงานรื้อถอนและขนย้าย
- มีข้อกำหนดเรื่องคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนออย่างไรบ้าง? ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายจดทะเบียนในประเทศไทย และมีผลงานก่อสร้างที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนด
- การจ่ายเงินมีกี่งวด? การจ่ายเงินมีทั้งหมด 4 งวด ตามความคืบหน้าของงาน
- ต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเท่าไหร่? ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจํานวนเงินเท่ากับร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างตามสัญญารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Term of Reference : TOR)
งานปรับปรุงโรงซ่อมและเก็บวัสดุหน่วยถนน ต.236 พื้นที่ประมาณ 80 ตร.ม. เขื่อนอุบลรัตน์
ด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความประสงค์จะจัดจ้างเหมาก่อสร้าง งานปรับปรุงโรง ซ่อมและเก็บวัสดุหน่วยถนน ต.236 พื้นที่ประมาณ 80 ตร.ม. เขื่อนอุบลรัตน์ จํานวนวงเงินงบประมาณ 800,000.00 บาท (แปดแสนบาทถ้วน) ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)เป็นเงิน 856,000.00 บาท (แปดแสนห้าหมื่น หกพันบาทถ้วน) โดยมีรายละเอียดสาระสําคัญของขอบเขตงาน (TOR) และคุณลักษณะเฉพาะของงาน ดังต่อไปนี้
- ความเป็นมา
เนื่องด้วยปัจจุบันหน่วยถนน กยอ-ฟ. มีเครื่องจักรกลหนักในความรับผิดชอบจํานวนมาก (38 คัน) ซึ่งต้องมี การบํารุงรักษาเป็นประจําในบริเวณของโรงเก็บวัสดุ มีอายุการใช้งานนานถึง 18 ปี มีความเสื่อมสภาพตามอายุการ
ใช้งาน จึงมีความจําเป็นที่จะต้องปรับปรุงเพื่อให้มีสภาพที่เหมาะสมกับการทํางานมากขึ้น - ขอบเขตของงาน
จ้างเหมาค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าเครื่องมือเครื่องจักร ค่าดําเนินการ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงาน ปรับปรุงโรงซ่อมและเก็บวัสดุหน่วยถนน ต.236 พื้นที่ประมาณ 80 ตร.ม. เขื่อนอุบลรัตน์ รายละเอียดตามแบบรูป และรายการละเอียด เงื่อนไขข้อกําหนด และข้อปฏิบัติต่าง ๆ โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องรับผิดชอบในการก่อสร้างให้ ครบถ้วนตามที่ปรากฏในแบบเลขที่ UR-002-68-1/17ถึง UR-002-68-17/17และรายละเอียดต่าง ๆ ของสัญญาทุก ประการซึ่งประกอบด้วยหมวดงานดังต่อไปนี้
(1) หมวดงานรื้อถอนและขนย้าย
(2) หมวดงานโครงสร้าง ค.ส.ล. (3) หมวดงานโครงสร้างพื้น GS1
(4) หมวดงานโครงสร้างเหล็กและโครงหลังคา
(5) หมวดงานทาสีโครงสร้างหลังคา
(6) หมวดงานวัสดุมุงหลังคา
(7) หมวดงานฉาบและทาสี
(8) หมวดงานเบ็ดเตล็ดอื่นๆ (ถ้ามี)
(9) ค่าใช้จ่ายพิเศษตามข้อกําหนด
โดยผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุหรือคุรุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อย
กว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา และต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่ น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็ก (ถ้ามี) ที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา
สถานที่ก่อสร้างบริเวณ เขื่อนอุบลรัตน์ อําเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น งานก่อสร้างนี้เป็นสัญญาแบบ ปรับราคาได้ (ค่า K) - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1. เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ข้อ 2
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
หน้า 1 จาก 6
3.2. ต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายจดทะเบียนในประเทศไทยผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา
อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
3.3. ต้องมีผลงานก่อสร้างหรืองานปรับปรุง อาคารสาธารณะ อาคารที่พักอาศัย หรืองานก่อสร้างที่เกี่ยวข้อง
ที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้รับจ้างโดยตรงกับเจ้าของโครงการที่เป็นหน่วยงานราชการ องค์กรเทศบาล รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือสําหรับงานก่อสร้างนั้น ๆ ที่มิใช่ผู้รับจ้างช่วง ซึ่งมีราคางานตาม สัญญาเดียวไม่น้อยกว่า 400,000.00 บาท (สี่แสนบาทถ้วน) และเป็นราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดย ผลงานดังกล่าวจะต้องแล้วเสร็จครบถ้วนตามสัญญา พร้อมกับแนบหนังสือรับรองผลงาน และในกรณีที่
ผลงานดังกล่าวเป็นการรับจ้างทํางานให้ผู้ว่าจ้างที่เป็นเอกชนให้แนบสําเนาสัญญาจ้างมาด้วย - หลักฐานการยื่นข้อเสนอและการเสนอราคา
4.1. เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ข้อ 3 หลักฐานการยื่นข้อเสนอ และข้อ 4 การเสนอราคา กฟผ. ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับพิจารณา หากผู้ยื่น ข้อเสนอยื่นเอกสารไม่ครบถ้วน
4.2. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารอย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อประกอบการพิจารณา โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่น ข้อเสนอและการเสนอราคาผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ กฟผ. ขอ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับพิจารณา หากผู้ยื่นข้อเสนอยื่นเสนอไม่ครบถ้วน
4.2.1 หนังสือรับรองผลงาน และในกรณีที่ผลงานดังกล่าวเป็นการรับจ้างทํางานให้ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็น
เอกชนให้ยื่นสําเนาสัญญาด้วย ตามข้อ 3.3
4.2.2 สําเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งได้ขึ้นทะเบียน
ผู้ประกอบการ SME เพื่อการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (THAI SME-GP) ใน www.thaismegp.com (ถ้ามี)หากผู้ประกอบการ SMEs ไม่ยื่นสําเนาใบขึ้นทะเบียนฯ ผู้ประกอบการ SMEs รายนั้น ก็จะ ไม่ได้รับสิทธิการได้แต้มต่อตามข้อ 7.4 ในการเสนอราคาดังกล่าว
4.3. ให้ผู้ยื่นข้อเสนอกรอกรายละเอียดการเสนอราคาในใบเสนอราคาตามแนบเอกสารประกวดราคาจ้าง
ก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ครบถ้วน โดยไม่ต้องยื่นใบแจ้งปริมาณงาน และราคา และใบบัญชีรายการก่อสร้าง ในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) สําหรับผู้ได้รับการคัดเลือก ก่อนลงนามสัญญา ให้จัดทําใบแจ้งปริมาณงานและราคา และใบบัญชี รายการก่อสร้างให้ตรงกับแบบรูปและรายละเอียด ยื่นให้กับ กฟผ.พิจารณา
4.4. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องคํานวณหาปริมาณงาน และจะต้องรับผิดชอบในความผิดพลาดของปริมาณงานที่ เสนอ หากมีข้อสงสัยในปริมาณงาน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องไปตรวจสอบเอง ณ สถานที่ก่อสร้าง ผู้ยื่น ข้อเสนอจะนํามาเป็นข้ออ้างในการขอเบิกค่าใช้จ่ายจาก กฟผ. อีกไม่ได้ เว้นแต่ในกรณีที่มีการแก้ไขงาน หรือเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในแบบ ซึ่ง กฟผ. สงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาจ่ายให้หรือหักคืนจากผู้รับจ้าง 4.5. รายการวัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในหมวดต่าง ๆ ในบัญชีแสดงการคํานวณราคาก่อสร้างที่ให้ ไว้นั้นเป็นรายการเบื้องต้นที่ให้ผู้ยื่นข้อเสนอกรอกราคา ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถกรอกรายการอื่น ๆ ที่ ปรากฏไว้ในแบบหรือเงื่อนไขต่าง ๆ แต่มิได้ระบุไว้ในบัญชีดังกล่าวในหมวดนั้น ๆ หรือหมวดเบ็ดเตล็ด
หน้า 2 จาก 6
ในกรณีที่ไม่ได้เสนอมา ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องรับผิดชอบในการก่อสร้างให้เป็นไปตามรูปแบบและเงื่อนไข
ต่าง ๆ ของสัญญา
4.6.ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกําหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา
โดยภายในกําหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอ
ราคามิได้ - กําหนดเวลาแล้วเสร็จ
ผู้รับจ้างจะต้องเสนอแผนงานแก่ กฟผ. โดยแสดงถึงขั้นตอนของการทํางานและกําหนดเวลาที่ต้องใช้ในการ ทํางานหลักต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จภายในกําหนด 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
ผู้รับจ้างต้องเริ่มทํางานที่รับจ้างภายในกําหนด 7 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา จะต้องทํางานให้แล้วเสร็จ ภายในกําหนด 120 วัน (หนึ่งร้อยยี่สิบวัน) นับถัดจากวันลงนามในสัญญา - หลักเกณฑ์การพิจารณา
6.1. เป็นไปตามหลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาของเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวด
ราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
6.2. การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กฟผ. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้
หลักเกณฑ์ราคา
6.3. การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอกรณ์ใช้เกณฑ์ราคา กฟผ. จะพิจารณาจากราคารวมของผู้เสนอ
ราคารายที่เสนอราคาต่ําสุด และมีรายละเอียดถูกต้องตามข้อกําหนด กฟผ.
6.4. หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่
ไม่เกินร้อยละ 10 กฟผ. จะจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลําดับผู้ยื่น ข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกิน ร้อยละ 10 ที่จะเรียกมาทําสัญญาไม่เกิน 3 ราย
6.5. หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคล ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 3 ให้ หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคล
ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว - หลักประกันสัญญา
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจํานวนเงินเท่ากับร้อยละ 5 ของ ราคาค่าจ้างตามสัญญารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และเป็นจํานวนเต็ม ให้ กฟผ. ยึดถือไว้ในขณะทําสัญญาโดยใช้ หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใด ตามหัวข้อการทําสัญญาจ้างก่อสร้าง ของเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วย วิธี
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
หน้า 3 จาก 6
궁금 - ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กฟผ. จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว โดยถือ ราคาเหมารวมเป็นเกณฑ์ และกําหนดการจ่ายเงินเป็น จํานวน 4 งวด ดังนี้
งวดที่ 1 เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 20 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตามรูปแบบรายการงาน ก่อสร้างได้ผลงานรวมมากกว่าร้อยละ 20 ของปริมาณงานตามแบบรูปรายการงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา ให้ แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
งวดที่ 2 เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตามรูปแบบรายการงาน ก่อสร้างได้ผลงานรวมมากกว่าร้อยละ 50 ของปริมาณงานตามแบบรูปรายการงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา ให้ แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
งวดที่ 3 เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 25 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตามรูปแบบรายการงาน ก่อสร้างได้ผลงานรวมมากกว่าร้อยละ 75 ของปริมาณงานตามแบบรูปรายการงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา ให้ แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
งวดสุดท้าย เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 25 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จ เรียบร้อยตามสัญญา รวมทั้งทําสถานที่ก่อสร้างให้สะอาดเรียบร้อยให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับถัดจากวันลงนาม
ในสัญญา
การจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างแต่ละงวด กรณีมีเศษสตางค์ กฟผ. อาจจะหักเศษสตางค์ออก และนํารวมไปจ่าย
ในงวดสุดท้าย - การหักเงินประกันผลงาน
ในการจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างแต่ละงวด กฟผ. จะหักเงินจํานวนร้อยละ 10 ของเงินที่ต้องจ่ายในงวด
นั้นเพื่อเป็นประกันผลงาน
ในกรณีที่เงินประกันผลงานถูกหักไว้ทั้งสิ้นไม่ต่ํากว่า 6 เดือน (สําหรับสัญญาที่เป็นราคาเหมารวม) ผู้รับจ้างมีสิทธิที่จะขอเงินประกันผลงานคืน โดยผู้รับจ้างจะต้องนําหนังสือค้ําประกันของธนาคาร หรือหนังสือค้ํา ประกันอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งออกโดยธนาคารภายในประเทศ มามอบให้ กฟผ. เพื่อเป็นหลักประกันแทน
กฟผ. จะคืนเงินประกันผลงาน และ/หรือหนังสือค้ําประกันของธนาคารดังกล่าวโดยไม่มีดอกเบี้ยให้แก่ผู้รับ จ้างพร้อมกับการจ่ายเงินค่าจ้างงวดสุดท้าย - ค่าปรับ
10.1. ผู้รับจ้างจะต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแห่งสัญญานี้ไปจ้างช่วงอีกทอดหนึ่ง เว้นแต่การจ้าง
ช่วงงานแต่บางส่วนที่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก กฟผ. กรณีผู้รับจ้างไปจ้างงานแต่บางส่วนโดย ฝ่าฝืนผู้รับจ้างต้องชําระค่าปรับให้แก่ กฟผ. เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ10 ของวงเงินของงานที่ จ้างช่วงตามสัญญา ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิ์ กฟผ.ในการบอกเลิกสัญญา
หน้า 4 จาก 6
10.2. หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญา และ กฟผ. ยังมิได้บอก
เลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้แก่ กฟผ. เป็นรายวันเป็นจํานวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานทั้งหมด ตามสัญญารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่จะต้องไม่ต่ํากว่าวันละ 100 บาท นับ ถัดจากวันที่ครบกําหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญาหรือวันที่ กฟผ. ได้ขยายเวลาทํางานให้ จนถึง วันที่ทํางานแล้วเสร็จจริง และจะต้องชําระค่าใช้จ่ายในการควบคุมงาน (ถ้ามี) ในเมื่อ กฟผ. ต้องจ้างผู้ควบคุมงานอีกต่อหนึ่งเป็นจํานวนเงินวันละ…………………ถัดจากวันที่ครบกําหนดเวลา แล้วเสร็จของงานตามสัญญาหรือวันที่ผู้ว่าจ้างได้ขยายเวลาทํางานให้จนถึงวันที่ทํางานแล้วเสร็จจริง
นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยอมให้ กฟผ. เรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้รับจ้างทํางานล่าช้าเฉพาะ ส่วนที่เกินกว่าจํานวนค่าปรับและค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้อีกด้วย - การบังคับค่าปรับ ค่าเสียหาย และค่าใช้จ่าย
ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใดข้อหนึ่งด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม จนเป็นเหตุให้เกิดค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแก่ กฟผ. ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่ กฟผ. โดยสิ้นเชิงภายใน กําหนด 30 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจาก กฟผ. หากผู้รับจ้างไม่ชดใช้ให้ถูกต้องครบถ้วนภายใน ระยะเวลาดังกล่าว กฟผ. มีสิทธิที่จะหักเอาจากจํานวนเงินค่าจ้างที่ต้องชําระ หรือจากเงินประกันผลงานของผู้รับจ้าง หรือบังคับจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาได้ทันที
หากค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายที่บังคับจากเงินค่าจ้างที่ต้องชําระเงินประกันผลงาน หรือ หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาแล้วยังไม่เพียงพอ ผู้รับจ้างยินยอมชําระส่วนที่เหลือที่ยังขาดอยู่จนครบถ้วนตาม จํานวนค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายนั้น ภายในกําหนด 30 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจาก กฟผ. - การรับประกันความชํารุดบกพร่อง
ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัด
จากวันที่ กฟผ. ได้รับมอบหมายงวดสุดท้ายของงานทั้งหมดตามสัญญา ซึ่งความชํารุดบกพร่องหรือเสียหายนั้นเกิด จากความบกพร่องของผู้รับจ้างอันเกิดการใช้วัสดุที่ไม่ถูกต้องหรือทําไว้ไม่เรียบร้อย หรือทําไม่ถูกต้องตามาตรฐาน แห่งหลักวิชา ผู้รับจ้างจะต้องรีบทําการแก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อยโดยไม่ชักช้า โดย กฟผ. ไม่ต้องออกเงินใด ๆ ในการนี้ ทั้งสิ้น หากผู้รับจ้างไม่กระทําการดังกล่าวภายในกําหนด 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจาก กฟผ. หรือไม่ทําการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อยภายในเวลาที่ กฟผ. กําหนด กฟผ. มีสิทธิที่จะทําการนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นให้ ทํางานนั้น โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น - การเปลี่ยนแปลงงาน
กฟผ. มีสิทธิ์ที่จะทําการแก้ไขเพิ่มเติมหรือลดงานจากแบบ และรายการเดิมได้ทุกอย่าง โดยไม่ต้องเลิก สัญญานี้ การเพิ่มหรือลดงานราคาที่เปลี่ยนแปลงจะคิดราคาต่อหน่วยในสัญญา (ถ้ามี) ในกรณีที่ไม่มีราคาต่อหน่วย
จะคิดและตกลงราคากันใหม่
หน้า 5 จาก 6