ประกวดราคาจ้างเหมาพัฒนาระบบรับ-ส่งต่อผู้ป่วยเชื่อมต่อระบบ Health Link
โครงการจ้างเหมาพัฒนาระบบรับ-ส่งต่อผู้ป่วยเชื่อมต่อระบบ Health Link มีเป้าหมายหลักเพื่อเชื่อมต่อฐานข้อมูลจากระบบ Health Link กับระบบการส่งต่อผู้ป่วยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อพัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วยให้สอดคล้องกับบริบทการบริการ และการดูประวัติการรักษาข้ามสังกัดที่เหมาะสม ระบบที่พัฒนาขึ้นจะต้องสามารถรองรับการสร้างใบส่งตัว การรับ-ส่งต่อผู้ป่วยในรูปแบบต่างๆ (OPD, IPD, ER) รวมถึงการส่งตัวกลับ และต้องมีระบบบันทึกข้อมูลและสถิติการใช้งาน ผู้รับจ้างจะต้องออกแบบ พัฒนา ทดสอบ และจัดทำคู่มือการใช้งานระบบ รวมถึงจัดอบรมให้กับผู้ดูแลระบบและสถานพยาบาลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสนับสนุนนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่
English summary
The project aims to develop a patient referral system connected to the Health Link platform to enhance healthcare service efficiency in Bangkok. The contractor is responsible for designing and developing a system that enables seamless patient data exchange between healthcare facilities, including a reporting and statistics system to monitor and evaluate system performance. The system must support referral creation, various patient referral types (OPD, IPD, ER), and a return referral process, along with data logging and usage statistics. The contractor will design, develop, test, and create user manuals, as well as provide training for system administrators and relevant healthcare facilities, to ensure effective system operation and support the 30-baht healthcare policy.
กรุงเทพมหานคร
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อเชื่อมต่อฐานข้อมูลจากระบบ Health Link กับระบบการส่งต่อในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
- เพื่อพัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วยให้สอดคล้องกับบริบทการบริการและการดูประวัติการรักษาข้ามสังกัดที่เหมาะสมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ขอบเขตของงาน
- ผู้รับจ้างร่วมกับผู้ว่าจ้างออกแบบระบบรับ-ส่งต่อผู้ป่วยภายใต้บริบทที่เหมาะสมกับหน่วยบริการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
- เอกสารข้อกำหนดคุณลักษณะและความต้องการของระบบ (Requirement and specification)
- เอกสารทางสถาปัตยกรรมเชิงเทคนิค (Technical architecture)
- สถาปัตยกรรมข้อมูล (Data architecture)
- โครงสร้างข้อมูล (Data structure)
- สถาปัตยกรรมระบบ (System architecture)
- กลไกการทำงานของระบบ (Flow diagram)
- เอกสารการออกแบบหน้าจอผู้ใช้งาน
- ผลการสำรวจความต้องการจากกลุ่มผู้ใช้งาน
- การออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (User Interface) และประสบการณ์ผู้ใช้งาน (User Experience)
- ต้นแบบการใช้งาน (Prototype)
- ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบรับ-ส่งต่อผู้ป่วย
- เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลสามารถสร้างใบส่งตัวเพื่อส่งไปยังสถานพยาบาลปลายทาง
- การส่งต่อผู้ป่วยนอก (OPD)
- การส่งต่อผู้ป่วยใน (IPD)
- การส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน (ER)
- รูปแบบการรับ-ส่งต่อที่รองรับ
- การรับเข้า (Refer in)
- เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลปลายทางสามารถตอบรับหรือปฏิเสธการส่งตัวผู้ป่วยได้ พร้อมระบุเหตุผล
- เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลปลายทางสามารถส่งต่อใบส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาต่อยังสถานพยาบาลอื่นได้
- การส่งออก (Refer out)
- เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลต้นทางสามารถสร้างใบส่งตัวเพื่อส่งตัวไปสถานพยาบาลปลายทางได้
- เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลต้นทางสามารถเลือกสถานพยาบาลปลายทางที่ต้องการส่งต่อได้มากกว่า 1 แห่ง
- เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลต้นทางสามารถยกเลิกการส่งตัวพร้อมระบุเหตุผลการยกเลิกได้
- การ Request refer out เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลปลายทางสามารถร้องขอให้สถานพยาบาลต้นทางส่งตัวผู้ป่วย
- การส่งตัวกลับ (Refer back)
- เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลปลายทางสามารถส่งผู้ป่วยกลับไปยังสถานพยาบาลต้นทางได้
- เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลปลายทางสามารถยกเลิกการส่งตัวกลับพร้อมระบุเหตุผลการยกเลิกได้
- เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลต้นทางสามารถร้องขอให้สถานพยาบาลปลายทางส่งตัวคนไข้กลับได้
- การรับเข้า (Refer in)
- คุณลักษณะทั่วไปของระบบ
- รองรับผู้ใช้งานอย่างน้อย 2 ประเภท
- เจ้าหน้าที่สถานพยาบาล (เวชระเบียน, แพทย์)
- ผู้ดูแลระบบ
- เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลสามารถค้นหาและดูรายละเอียดการส่งตัวที่เกี่ยวข้องกับสถานพยาบาลตัวเองได้
- ระบบสามารถบันทึกการทำงาน และการใช้งานของระบบ
- ข้อมูลเชิงสถิติในการส่งตัวผู้ป่วย (Statistical log)
- กิจกรรมที่เกิดขึ้นในระบบของผู้ใช้งาน (Audit log)
- จัดเก็บข้อมูลสำหรับด้าน Marketing and business : ผ่าน Google Analytics
- จัดเก็บข้อมูลสำหรับการพัฒนา UX : ผ่าน Amplitude
- ผู้ดูแลระบบ สามารถจัดการค้นหา เพิ่ม และแก้ไขรายชื่อสถานพยาบาลได้
- ผู้ดูแลระบบ สามารถจัดการผู้ใช้งาน และกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลได้
- รองรับผู้ใช้งานอย่างน้อย 2 ประเภท
- รายชื่อสถานพยาบาลปลายทางที่ต้นทางสามารถเลือกส่งต่อได้
- สถานพยาบาลในเครือข่าย
- สถานพยาบาลนอกเครือข่าย
- ใบส่งตัวที่สร้างจากระบบต้องมีข้อมูลที่สถานพยาบาลต้นทางสามารถกรอกได้อย่างน้อย
- เลขที่ใบส่งตัว (จำเป็น)
- ข้อมูลสถานพยาบาลต้นทาง (ชื่อสถานพยาบาล, แผนก, แพทย์/เจ้าหน้าที่ผู้ส่ง)
- ข้อมูลสถานพยาบาลปลายทาง (ชื่อสถานพยาบาล, แผนก)
- ข้อมูลผู้ป่วย (ชื่อ-นามสกุล, เลขบัตรประจำตัวประชาชน, เพศ, อายุ, เลขประจำตัวผู้ป่วย, อาการผู้ป่วย, สิทธิการรักษา)
- สาเหตุในการส่งต่อ (จำเป็น)
- เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลสามารถสร้างใบส่งตัวเพื่อส่งไปยังสถานพยาบาลปลายทาง
- ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบรับ-ส่งต่อผู้ป่วยให้เชื่อมต่อกับระบบ Health Link
- เชื่อมต่อข้อมูลประวัติการรักษาจากระบบ Health Link ในระบบการส่งตัวผู้ป่วย
- ผู้ใช้งานสามารถดูข้อมูลประวัติการรักษาจากระบบ Health Link ผ่านใบส่งตัว
- ระบบรายงานและสถิติ (Report and Dashboard)
- ค้นหาข้อมูลและแสดงรายงานจำนวนการรับส่งตัวผู้ป่วยของแต่ละสถานพยาบาล
- รูปแบบการให้บริการ
- รูปแบบการรับส่งต่อ
- สถานะการส่งตัว
- แสดงกราฟสถิติของจำนวนการรับ-ส่งตัวผู้ป่วยของแต่ละสถานพยาบาล
- รูปแบบการให้บริการ
- รูปแบบการรับส่งต่อ
- สถานะการส่งตัว
- Dashboard แสดงภาพรวมการรับ-ส่งตัวของสถานพยาบาลในระบบ
- ข้อมูลการส่งตัว (รูปแบบการให้บริการ, รูปแบบการรับส่งต่อ, สถานะการส่งตัว, สาเหตุการส่งตัว)
- ข้อมูลสถานพยาบาล (ประเภทสถานพยาบาล, ระดับการให้บริการ, สังกัดของโรงพยาบาล)
- ข้อมูลของคนไข้ (เพศ, อายุเฉลี่ย)
- จัดทำแผนการทดสอบ (Test Case) และทำการทดสอบพร้อมออกรายงานผลการทดสอบระบบ (Test report)
- ประชุมหรือระดมความคิดเห็นกับผู้ว่าจ้างไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง
- จัดทำคู่มือการใช้ระบบ
- จัดอบรมผู้ดูแลระบบอย่างน้อย 1 ครั้งและส่ง Source code
- ร่วมกับ ผู้ว่าจ้าง จัดอบรมสถานพยาบาลผู้ใช้ระบบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 ครั้ง โดยมีจำนวนสถานพยาบาลที่เข้าร่วมอบรมไม่น้อยกว่า 50 แห่ง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- เอกสารข้อกำหนดคุณลักษณะและความต้องการของระบบ (Requirement and specification)
- เอกสารทางสถาปัตยกรรมเชิงเทคนิค (Technical architecture)
- เอกสารการออกแบบหน้าจอผู้ใช้งาน
- ระบบรับ-ส่งต่อผู้ป่วยที่สามารถทำงานได้ตามข้อกำหนด
- ระบบรายงานและสถิติ (Report and Dashboard)
- แผนการทดสอบ (Test Case) และรายงานผลการทดสอบระบบ (Test report)
- คู่มือการใช้ระบบ
- Source code
- รายงานการประชุมและฝึกอบรม
- สรุปรายชื่อหน่วยบริการที่เข้าร่วมอบรม
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินงานภายใน 180 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ของ 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ
- กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามเกณฑ์ข้างต้น ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถแสดงหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อจากธนาคารไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีประสบการณ์การทำงานที่สัมพันธ์กับหัวข้อที่ประกาศจ้าง มีมูลค่าของผลงานไม่น้อยกว่า 500,000 บาท โดยเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาเดียวและทำสัญญาโดยตรงกับส่วนราชการหรือหน่วยงานเอกชนที่เชื่อถือได้ และเป็นผลงานที่ดำเนินการแล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ผลงาน/ สัญญา
เกณฑ์การพิจารณา
- ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (20%)
- มาตรฐานของสินค้าหรือบริการ / ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น ๆ (80%)
- รายละเอียดข้อเสนอโครงการ (20%)
- แนวความคิดและขั้นตอนการดำเนินงาน (35%)
- ความเหมาะสมของบุคลากรในโครงการ (15%)
- ผลงานและประสบการณ์ (10%)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ระบบต้องรองรับการสร้างใบส่งตัว การรับ-ส่งต่อผู้ป่วย (OPD, IPD, ER) และการส่งตัวกลับ
- ระบบต้องเชื่อมต่อกับระบบ Health Link เพื่อดึงข้อมูลประวัติการรักษา
- ระบบต้องมีระบบรายงานและสถิติที่สามารถแสดงข้อมูลจำนวนการรับส่งตัวผู้ป่วย
- ระบบต้องมี Dashboard แสดงภาพรวมการรับ-ส่งตัวของสถานพยาบาล
เงื่อนไขสัญญา
- งวดที่ 1 (30%): ส่งมอบผลการออกแบบโครงการข้อมูลและ Flow การส่งต่อผู้ป่วยภายใน 30 วัน
- งวดที่ 2 (30%): ส่งมอบรายงานผลการออกแบบระบบและต้นแบบก่อนการพัฒนาจริงภายใน 90 วัน
- งวดที่ 3 (40%): ส่งมอบระบบการส่งต่อผู้ป่วยพร้อมฟังก์ชันการทำงาน รายงานผลการทดสอบ Source code และคู่มือการใช้งานระบบภายใน 180 วัน
- ค่าปรับ: ร้อยละ 0.10 ของมูลค่าสัญญาจ้างต่อวัน
- การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: 1 ปี
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
คำถาม: ระบบนี้รองรับการส่งต่อผู้ป่วยประเภทใดบ้าง?
-
คำตอบ: ระบบรองรับการส่งต่อผู้ป่วยนอก (OPD), ผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยฉุกเฉิน (ER).
-
คำถาม: ระบบนี้เชื่อมต่อกับ Health Link อย่างไร?
-
คำตอบ: ระบบเชื่อมต่อข้อมูลประวัติการรักษาจากระบบ Health Link ในระบบการส่งตัวผู้ป่วย เพื่อให้แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์สามารถเปิดดูประวัติการรักษาได้.
-
คำถาม: ระบบนี้มีรายงานและสถิติอะไรบ้าง?
-
คำตอบ: ระบบมีรายงานจำนวนการรับส่งตัวผู้ป่วยของแต่ละสถานพยาบาลแยกตามรูปแบบการให้บริการ รูปแบบการรับส่งต่อ และสถานะการส่งตัว และมี Dashboard แสดงภาพรวมการรับ-ส่งตัวของสถานพยาบาลในระบบ.
-
คำถาม: ผู้ใช้งานสามารถดูข้อมูลประวัติการรักษาจาก Health Link ได้อย่างไร?
-
คำตอบ: ผู้ใช้งานจากสถานพยาบาลต้นทางและปลายทางสามารถดูข้อมูลประวัติการรักษาจากระบบ Health Link ผ่านใบส่งตัวที่ออกจากระบบ.
-
คำถาม: ระบบนี้รองรับผู้ใช้งานประเภทใดบ้าง?
-
คำตอบ: ระบบรองรับผู้ใช้งานอย่างน้อย 2 ประเภท คือ เจ้าหน้าที่สถานพยาบาล (เวชระเบียน, แพทย์) และผู้ดูแลระบบ.
-
คำถาม: ระบบนี้มีการบันทึกข้อมูลการใช้งานอย่างไร?
-
คำตอบ: ระบบสามารถบันทึกข้อมูลเชิงสถิติในการส่งตัวผู้ป่วย (Statistical log), กิจกรรมที่เกิดขึ้นในระบบของผู้ใช้งาน (Audit log), จัดเก็บข้อมูลสำหรับด้าน Marketing and business ผ่าน Google Analytics, และจัดเก็บข้อมูลสำหรับการพัฒนา UX ผ่าน Amplitude.
-
คำถาม: ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการข้อมูลสถานพยาบาลได้อย่างไร?
-
คำตอบ: ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการค้นหา เพิ่ม และแก้ไขรายชื่อสถานพยาบาลได้.
-
คำถาม: ระบบมีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ป่วยอย่างไร?
-
คำตอบ: (ข้อมูลนี้ไม่ได้ระบุไว้ใน TOR)
-
คำถาม: ระบบสามารถทำงานบนอุปกรณ์ใดได้บ้าง?
-
คำตอบ: (ข้อมูลนี้ไม่ได้ระบุไว้ใน TOR)
-
คำถาม: ระบบมีการแจ้งเตือนเมื่อมีการส่งต่อผู้ป่วยหรือไม่?
-
คำตอบ: (ข้อมูลนี้ไม่ได้ระบุไว้ใน TOR)
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
จ้างเหมาพัฒนาระบบรับ-ส่งต่อผู้ป่วยเชื่อมต่อระบบ Health Link
- ความเป็นมา
ปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพมหานครประชาชนที่ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติราว 5,498,572 คน (ข้อมูลจาก สปสช. https://ucinfo.nhso.go.th/ucinfo/RptRegisPop-1) อัตราการเจ็บป่วยและต้องส่งต่อ การรักษาเฉลี่ย 6.41% ต่อเดือนของประชากรทั้งหมดหรือราว 352,711 ต่อปีหรือ1,705,470 (ข้อมูลจาก สปสช. ยอด OP Refer ปี 2566 ) และต้องใช้ประวัติการรักษาเพื่อประกอบการรักษา บริการและการเบิกจ่าย ประกอบกับนโยบายการให้บริการ OP anywhere กทม. การเข้ารับบริการในบางหน่วยบริการยังต้องการ เอกสารใบส่งตัวพร้อมประวัติการรักษา ส่งผลให้ประชาชนต้องกลับไปขอใบส่งตัวและประวัติการรักษาซึ่ง เสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไปกลับ ประสิทธิภาพในการให้บริการลดลง
Health Link คือแพลตฟอร์มพัฒนาการเชื่อมต่อประวัติการรักษาข้ามสังกัดและได้ดำเนินการในการ เชื่อมโยงประวัติการรักษาระหว่างสถานพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพมหานครแล้วกว่า 1,000 แห่ง จากการ เชื่อมโยงประวัติการรักษาที่ดำเนินการอยู่นั้นเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์แพลตฟอร์มและแก้ไขปัญหาในการ ให้บริการและการเบิกจ่ายในพื้นที่ กทม. โครงการ Health Link จึงขยายและพัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วย เชื่อมต่อกับระบบ Health Link เพื่อบูรณาการการเชื่อมต่อประวัติการรักษากับระบบ Refer ของหน่วยบริการ ที่มีในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการของประชาชน ลดการแออัดของสถานพยาบาลพื้นที่ กทม. พร้อมสนับสนุนนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ตามนโยบายรรัฐบาลในปัจจุบัน เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่ กำหนดโครงการ Health Link จึงจัดทำโครงการจ้างเหมาพัฒนาระบบรับ-ส่งต่อผู้ป่วยเชื่อมต่อระบบ Health
Link เพื่อต่อยอดนวัตกรรมเดิมที่มีอยู่ให้สามารถใช้ประโยชน์เพิ่มประสิทธิภาพการบริการมากยิ่งขึ้น - วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อเชื่อมต่อฐานข้อมูลจากระบบ Health Link กับระบบการส่งต่อในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 2.2 เพื่อพัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วยให้สอดคล้องกับบริบทการบริการและการดูประวัติการรักษาข้าม สังกัดที่เหมาะสมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
1 - คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพตามที่ประกาศ
3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน ราคาอย่างเป็นธรรม
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้เสนอราคา ได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 3.11ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
3.11.1 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะ การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ของ 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท 3.11.2 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา
ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็น มูลค่าไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหาก
2
เป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่า ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ทั้งนี้ หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากซึ่งธนาคารออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอหรือวันลงนามในสัญญา ไม่เกิน 90 วัน
3.11.3 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อ 3.11.1 (1) ข้อ 3.11.1 (2) และข้อ 3.11.2 ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศ ของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อจากธนาคารไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง 3.11.4 กรณีตามข้อ 3.11.1 - 3.11.3 ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(1) การจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งไม่เกิน 500,000 บาท
(2) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(3) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561
(4) การซื้อและการเช่าอสังหาริมทรัพย์
3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีประสบการณ์การทำงานที่สัมพันธ์กับหัวข้อที่ประกาศจ้างดังกล่าว มีมูลค่าของ ผลงานไม่น้อยกว่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) โดยเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาเดียวและทําสัญญา โดยตรงกับส่วนราชการหรือหน่วยงานเอกชนที่เชื่อถือได้ และเป็นผลงานที่ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ผลงาน/ สัญญา ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องส่งเอกสารหนังสือ รับรองผลงานหรือสำเนาสัญญามาประกอบการพิจารณาในวันยื่นข้อเสนอราคา - ขอบเขตของงาน
ขอบเขตของงานจ้าง จ้างเหมาพัฒนาระบบรับ-ส่งต่อผู้ป่วยเชื่อมต่อระบบ Health Link รายละเอียด ดังนี้
4.1 ผู้รับจ้างร่วมกับผู้ว่าจ้างออกแบบระบบรับ-ส่งต่อผู้ป่วยภายใต้บริบทที่เหมาะสมกับหน่วยบริการใน พื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีองค์ประกอบอย่างน้อยดังนี้
4.1.1 เอกสารข้อกำหนดคุณลักษณะและความต้องการของระบบ (Requirement and specification)
3
4.1.2 เ อ ก ส า ร ท า ง ส ถ า ป ั ต ย ก ร ร ม เ ช ิ ง เ ท ค น ิ ค (T e c h n i c a l a r c h i t e c t u r e ) ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาอย่างน้อยดังนี้
4.1.2.1 สถาปัตยกรรมข้อมูล (Data architecture)
4.1.2.2 โครงสร้างข้อมูล (Data structure)
4.1.2.3 สถาปัตยกรรมระบบ (System architecture)
4.1.2.4 กลไกการทำงานของระบบที่สอดคล้องกับความต้องการที่ระบุในข้อ 5.1.1 (Flow diagram)
4.1.3 เอกสารการออกแบบหน้าจอผู้ใช้งานการ ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาอย่างน้อยดังนี้ 4.1.3.1 ผลการสำรวจความต้องการจากกลุ่มผู้ใช้งานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
4.1.3.2 การออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (User Interface) และประสบการณ์ผู้ใช้งาน (User Experience)
4.1.3.3 ต้นแบบการใช้งาน (Prototype)
4.2 ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบรับ-ส่งต่อผู้ป่วยโดยมีรายละเอียดในการพัฒนาอย่างน้อยดังนี้ 4.2.1 เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลสามารถสร้างใบส่งตัวเพื่อส่งไปยังสถานพยาบาลปลายทางในระบบได้ โดยสามารถรองรับรูปแบบการให้บริการไม่น้อยกว่า 3 รูปแบบ ได้แก่
4.2.1.1 การส่งต่อผู้ป่วยนอก (OPD)
4.2.1.2 การส่งต่อผู้ป่วยใน (IPD)
4.2.1.3 การส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน (ER)
4.2.2 รูปแบบการรับ-ส่งต่อที่รองรับ
4.2.2.1 การรับเข้า (Refer in)
ก. เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลปลายทางสามารถตอบรับหรือปฏิเสธการส่งตัวผู้ป่วยได้ พร้อมระบุเหตุผลหากปฏิเสธการรับตัว
ข. เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลปลายทางสามารถส่งต่อใบส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาต่อยัง สถานพยาบาลอื่นที่รับรักษาได้
4.2.2.2 การส่งออก (Refer out)
ก. เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลต้นทางสามารถสร้างใบส่งตัวเพื่อส่งตัวไปสถานพยาบาล ปลายทางได้
ข. เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลต้นทางสามารถเลือกสถานพยาบาลปลายทางที่ต้องการ ส่งต่อได้มากกว่า 1 แห่ง
4
ค. เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลต้นทางสามารถยกเลิกการส่งตัวพร้อมระบุเหตุผลการ ยกเลิกได้
ง. การ Request refer out เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลปลายทางสามารถร้องขอให้ สถานพยาบาลต้นทางส่งตัวผู้ป่วย ได้โดยสถานพยาบาลจะเป็นคนยืนยันหรือปฏิเสธ การออกใบส่งตัวพร้อมระบุเหตุผลหากปฏิเสธ
4.2.2.3 การส่งตัวกลับ (Refer back)
ก. เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลปลายทางสามารถส่งผู้ป่วยกลับไปยังสถานพยาบาลต้นทาง ได้
ข. เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลปลายทางสามารถยกเลิกการส่งตัวกลับพร้อมระบุเหตุผล การยกเลิกได้
ค. เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลต้นทางสามารถร้องขอให้สถานพยาบาลปลายทางส่งตัว คนไข้กลับได้และเจ้าหน้าที่สถานพยาบาลปลายทางสามารถยืนยันหรือปฏิเสธคำขอ ได้พร้อมระบุเหตุผลหากปฏิเสธ
4.2.3 คุณลักษณะทั่วไปของระบบ
4.2.3.1 รองรับผู้ใช้งานอย่างน้อย 2 ประเภท
ก. เจ้าหน้าที่สถานพยาบาล
- เวชระเบียน
- แพทย์
ข. ผู้ดูแลระบบ
4.2.3.2 เจ้าหน้าที่สถานพยาบาลที่ใช้งานระบบสามารถค้นหาและดูรายละเอียดการส่งตัวที่ เกี่ยวข้องกับสถานพยาบาลตัวเองได้
4.2.3.3 ระบบสามารถบันทึกการทำงาน และการใช้งานของระบบได้อย่างน้อยดังนี้ ก. ข้อมูลเชิงสถิติในการส่งตัวผู้ป่วย (Statistical log)
ข. กิจกรรมที่เกิดขึ้นในระบบของผู้ใช้งาน (Audit log)
ค. จัดเก็บข้อมูลสำหรับด้าน Marketing and business : ผ่าน Google Analytics ง. จัดเก็บข้อมูลสำหรับการพัฒนา UX : ผ่าน Amplitude
4.2.3.4 ผู้ดูแลระบบ สามารถจัดการค้นหา เพิ่ม และแก้ไขรายชื่อสถานพยาบาลได้ 4.2.3.5 ผู้ดูแลระบบ สามารถจัดการผู้ใช้งาน และกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลได้
5
4.2.4 รายชื่อสถานพยาบาลปลายทางที่ต้นทางสามารถเลือกส่งต่อได้ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทดังนี้ โดยเจ้าหน้าที่สถานพยาบาลรวมถึงผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดหรือเปลี่ยนแปลงรายชื่อ สถานพยาบาลในเครือข่ายได้
4.2.4.1 สถานพยาบาลในเครือข่าย
4.2.4.2 สถานพยาบาลนอกเครือข่าย
4.2.5 ใบส่งตัวที่สร้างจากระบบต้องมีข้อมูลที่สถานพยาบาลต้นทางสามารถกรอกได้อย่างน้อยดังนี้ 4.2.5.1 เลขที่ใบส่งตัว (จำเป็น)
4.2.5.2 ข้อมูลสถานพยาบาลต้นทาง
ก. ชื่อสถานพยาบาล (จำเป็น)
ข. แผนก
ค. แพทย์/เจ้าหน้าที่ผู้ส่ง
4.2.5.3 ข้อมูลสถานพยาบาลปลายทาง
ก. ชื่อสถานพยาบาล (จำเป็น)
ข. แผนก
4.2.5.4 ข้อมูลผู้ป่วย
ก. ชื่อ-นามสกุล (จำเป็น)
ข. เลขบัตรประจำตัวประชาชน (จำเป็น)
ค. เพศ (จำเป็น)
ง. อายุ (จำเป็น)
จ. เลขประจำตัวผู้ป่วยจากสถานพยาบาลต้นทาง
ฉ. อาการผู้ป่วยและการตรวจรักษาเบื้องต้น (จำเป็น)
ช. สิทธิการรักษาผู้ป่วย (จำเป็น)
4.2.5.5 สาเหตุในการส่งต่อ (จำเป็น)
4.3 ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบรับ-ส่งต่อผู้ป่วยในข้อ 4.2 ให้่เชื่อมต่อกับระบบ Health Link โดยมีรายละเอียดในการพัฒนาอย่างน้อยดังนี้
4.3.1 เชื่อมต่อข้อมูลประวัติการรักษาจากระบบ Health Link ในระบบการส่งตัวผู้ป่วยเพื่อให้แพทย์ หรือบุคลากรทางการแพทย์สามารถเปิดดูประวัติการรักษาภายหลังการส่งตัวได้อย่างสะดวก 4.3.2 ผู้ใช้งานจากสถานพยาบาลต้นทางและปลายทางสามารถดูข้อมูลประวัติการรักษาจากระบบ Health Link ผ่านใบส่งตัวที่ออกจากระบบได้
4.3.3 ระบบรายงานและสถิติ (Report and Dashboard)
6
4.3.4 ค้นหาข้อมูลและแสดงรายงานจำนวนการรับส่งตัวผู้ป่วยของแต่ละสถานพยาบาลแยกตาม เงื่อนไข ดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย โดยสามารถส่งออกรายงานในรูปแบบไฟล์ Excel ได้ 4.3.5 รูปแบบการให้บริการ (4.2.1)
4.3.6 รูปแบบการรับส่งต่อ (4.2.2)
4.3.7 สถานะการส่งตัว
4.3.8 แสดงกราฟสถิติของจำนวนการรับ-ส่งตัวผู้ป่วยของแต่ละสถานพยาบาลแยกตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
4.3.8.1 รูปแบบการให้บริการ (4.2.1)
4.3.8.2 รูปแบบการรับส่งต่อ (4.2.2)
4.3.8.3 สถานะการส่งตัว
4.3.9 Dashboard แสดงภาพรวมการรับ-ส่งตัวของสถานพยาบาลในระบบที่แสดงให้เห็นจำนวนการ ส่งตัวแยกตามประเภทอย่างน้อยดังต่อไปนี้
4.3.9.1 ข้อมูลการส่งตัว
ก. รูปแบบการให้บริการ
ข. รูปแบบการรับส่งต่อ
ค. สถานะการส่งตัว
ง. สาเหตุการส่งตัว
4.3.9.2 ข้อมูลสถานพยาบาล
ก. ประเภทสถานพยาบาล (คลินิก โรงพยาบาล)
ข. ระดับการให้บริการของสถานพยาบาล (ปฏมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ)
ค. สังกัดของโรงพยาบาล (สำนักการแพทย์ โรงพยาบาลมหาลัย)
4.3.9.3 ข้อมูลของคนไข้
ก. เพศ
ข. อายุเฉลี่ย
4.4 จัดทำแผนการทดสอบ (Test Case) และทำการทดสอบพร้อมออกรายงานผลการทดสอบระบบ (Test report) ตามที่ออกแบบระบบที่ ผู้ว่าจ้าง ได้อนุมัติแล้ว
4.5 ประชุมหรือระดมความคิดเห็นกับผู้ว่าจ้างไม่น้อยกว่า 1 ครั้งเพื่อรับฟังและรับข้อเสนอแนะนำไป พัฒนาปรับปรุงระบบ
4.6 จัดทำคู่มือการใช้ระบบตามข้อ 4.2-4.4 ให้กับ ผู้ว่าจ้าง เพื่อประกอบการใช้งานระบบให้กับผู้ดูแล ระบบจำนวนอย่างน้อย 1 ชุด
7
4.7 จัดอบรมผู้ดูแลระบบอย่างน้อย 1 ครั้งและส่ง Source code ให้กับ สขญ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำติดตั้งและดูแลระบบอย่างต่อเนื่อง
4.8 ร่วมกับ ผู้ว่าจ้าง จัดอบรมสถานพยาบาลผู้ใช้ระบบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 ครั้ง โดยมีจำนวนสถานพยาบาลที่เข้าร่วมอบรมไม่น้อยกว่า 50 แห่ง
-
กำหนดระยะเวลาส่งมอบงาน
ระยะเวลาดำเนินงานภายใน 180 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา -
หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
6.1 การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
6.1.1 จ้างเหมาพัฒนาระบบรับ-ส่งต่อผู้ป่วยเชื่อมต่อระบบ Health Link
(1) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 20
(2) มาตรฐานของสินค้าหรือบริการ / ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น ๆ กำหนดน้ำหนัก เท่ากับร้อยละ 80 ประกอบด้วยรายละเอียด ดังนี้
เกณฑ์ข้อเสนอทางด้านเทคนิค (น้ำหนักร้อยละ 80) ประกอบด้วย -
รายละเอียดข้อเสนอโครงการ ร้อยละ 20
-
แนวความคิดและขั้นตอนการดำเนินงาน ร้อยละ 35
-
ความเหมาะสมของบุคลากรในโครงการ ร้อยละ 15
-
ผลงานและประสบการณ์ ร้อยละ 10
8 -
รายละเอียดข้อเสนอโครงการ น้ำหนักร้อยละ 20 มีรายละเอียดการให้คะแนนดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน
คะแนน
วิธีประเมิน
เสนอรายละเอียดข้อเสนอ ครบตามขอบเขตการดำเนินงาน และมี ความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายโครงการ รวมทั้ง นำเสนอวิธีการให้คำปรึกษาที่โดดเด่น และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็น รูปธรรมและข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อ สขญ.
100
เอกสารที่ผู้ยื่น
ข้อเสนอแสดง
รายละเอียด ชัดเจน สามารถปฏิบัติงาน
ตามข้อกำหนดได้
อย่างครบถ้วน และมีความรู้ความเข้าใจใน ขอบเขตงานต่างๆ
ของ TOR
เสนอรายละเอียดข้อเสนอ ครบตามขอบเขตการดำเนินงาน และมี ความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายโครงการ
80
เสนอรายละเอียดข้อเสนอ ครบตามขอบเขตการดำเนินงาน
60
เสนอรายละเอียดข้อเสนอ ไม่ครบถ้วนตามขอบเขตการดำเนินงาน
0 -
แนวความคิดและขั้นตอนการดำเนินงาน น้ำหนักร้อยละ 35 มีรายละเอียดการให้คะแนนดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน
คะแนน
วิธีประเมิน
มีแผนการดำเนินงานสอดคล้องกับระยะเวลาที่กำหนด มี รายละเอียดการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรม มีความพร้อมของ ทีมงาน/ผู้รับผิดชอบในแต่ละกิจกรรม และมีความเหมาะสม ที่ แสดงให้เห็นถึงความเป็น ไปได้ในการดำเนินงานให้บรรลุ วัตถุประสงค์ที่โดดเด่น และแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ สอดคล้องและเหมาะสมกับระยะเวลาและแผนงาน
100
เอกสารที่ผู้ยื่น
ข้อเสนอยื่นมา โดย
ให้แสดงกรอบ
แนวคิด วิธีการ
ดำเนินงาน ที่
สอดคล้องตาม
ข้อกำหนดขอบเขต
ของงาน โดยให้
สำคัญกับการแสดง
รายละเอียดให้
ชัดเจน ครบถ้วน
และเหมาะสม
มีแผนการดำเนินงานสอดคล้องกับระยะเวลาที่กำหนด มี รายละเอียดการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรม และแสดงให้เห็นถึง ความพร้อมของทีมงาน/ผู้รับผิดชอบในแต่ละกิจกรรม
80
มีแผนการดำเนินงานสอดคล้องกับระยะเวลาที่กำหนด และ มี รายละเอียดการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรม
60
แผนการดำเนินงานไม่สอดคล้องกับระยะเวลาที่กำหนด หรือไม่มี รายละเอียดการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรมในการดำเนินงานให้ บรรลุวัตถุประสงค์ได้
0
9
3. ความเหมาะสมของผู้เชี่ยวชาญ/ ที่ปรึกษา น้ำหนักร้อยละ 15 มีรายละเอียดการให้คะแนนดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน
คะแนน
วิธีประเมิน
เสนอรายชื่อบุคลากรในโครงการที่เสนอ ที่มีประสบการณ์ไม่น้อย กว่า 5 ปี จำนวน 5 ท่านขึ้นไป
100
พิจารณาจากประวัติ ของผู้เชี่ยวชาญ/ ที่
ปรึกษา ซึ่งแสดงให้ เห็นถึงประสบการณ์ ทำงานในลักษณะที่
เกี่ยวข้องและ
สอดคล้องกับ
วัตถุประสงค์ของ
งาน
เสนอรายชื่อบุคลากรในโครงการที่เสนอ ที่มีประสบการณ์ไม่น้อย กว่า 3 ปี จำนวน 5 ท่านขึ้นไป
80
เสนอรายชื่อบุคลากรในโครงการที่เสนอ จำนวน 3 ท่าน และทุกท่าน มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 3 ปี
60
เสนอรายชื่อบุคลากรในโครงการที่เสนอ น้อยกว่า 3 ท่าน หรือเสนอ รายชื่อผู้เชี่ยวชาญ/ ที่ปรึกษา 3 ท่าน แต่มีผู้ที่มีประสบการณ์ไม่ครบ 3 ปี
0
- ผลงานและประสบการณ์ น้ำหนักร้อยละ 10 มีรายละเอียดการให้คะแนนดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน
คะแนน
วิธีประเมิน
จำนวนตั้งแต่3 ผลงาน ขึ้นไป
100
พิจารณาจากเอกสาร หนังสือรับรองผลงาน หรือสำเนาสัญญาหรือ สำเนาใบสั่งซื้อ/สั่ง
จ้าง ที่มีมูลค่าของ
ผลงานไม่น้อยกว่า
500,000 บาท (ห้า
บาทถ้วน) และเป็น
ผลงานที่แล้วเสร็จ
ภายในระยะเวลาไม่
เกิน 5 ปี
จำนวนตั้งแต่ 2 ผลงาน
80
จำนวนตั้งแต่ 1 ผลงาน
60
10
7. วงเงินงบประมาณ
งบประมาณประจำปี 2568 เป็นเงินจำนวน 1,500,000 บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วนถ้วน) ซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว
8. งวดงานและการจ่ายเงิน
ระยะเวลาดำเนินงานครอบคลุมนับถัดจากวันลงนามในสัญญาถึง 180 วัน โดยมีรายละเอียดการส่ง มอบงานแบ่งออกเป็น 3 งวด ดังต่อไปนี้
งวดที่ 1 ส่งมอบงานภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยกำหนดจ่ายค่าจ้าง คิดเป็น ร้อยละ 30 ของมูลค่าสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินงานรายละเอียดตาม ก. และทำหนังสือส่งมอบงาน งวดที่ 1 จำนวน 1 ชุด และจัดทำสำเนาบรรจุลงในสื่อบันทึกข้อมูลดิจิทัล และคณะกรรมการได้ทำการตรวจรับเรียบร้อย แล้ว โดยผู้รับจ้างจะต้องส่งงานอย่างน้อยดังนี้
ก. ผลการออกแบบโครงการข้อมูลและ Flow การส่งต่อผู้ป่วยภายใต้บริบทที่เหมาะสมกับ หน่วยบริการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยนำเสนอเพื่อให้ สขญ. เข้าใจและเห็นชอบตาม รายละเอียดข้อ 4.1.1
งวดที่ 2 ส่งมอบงานภายใน 90 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยกำหนดจ่ายค่าจ้าง คิดเป็น ร้อยละ 30 ของมูลค่าสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินงานรายละเอียดตาม ข. และทำหนังสือส่งมอบงาน งวดที่ 2 จำนวน 1 ชุด และจัดทำสำเนาบรรจุลงในสื่อบันทึกข้อมูลดิจิทัล และคณะกรรมการได้ทำการตรวจรับเรียบร้อย แล้ว โดยผู้รับจ้างจะต้องส่งงานอย่างน้อยดังนี้
ข. รายงานผลการออกแบบระบบและต้นแบบก่อนการพัฒนาจริงโดยรายละเอียดตามข้อ 4.1
งวดที่ 3 ส่งมอบงานภายใน 180 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยกำหนดจ่ายค่าจ้าง คิดเป็น ร้อยละ 40 ของมูลค่าสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินงานรายละเอียดตาม ค. และทำหนังสือส่งมอบงาน งวดที่ 3 จำนวน 1 ชุด และจัดทำสำเนาบรรจุลงในสื่อบันทึกข้อมูลดิจิทัล และคณะกรรมการได้ทำการตรวจรับเรียบร้อย แล้ว โดยผู้รับจ้างจะต้องส่งงานอย่างน้อยดังนี้
ค. ระบบการส่งต่อผู้ป่วยโดยมีรายเอียดฟังก์ชันพร้อมรายละงานผลการทดสอบครบถ้วนตาม รายละเอียดข้อ 4 รายงานฉบับสมบูรณ์ประกอบไปด้วยอย่างน้อยดังนี้
• สถาปัตยกรรมระบบรายละเอียดตามข้อ 4.1
• ข้อมูลการพัฒนาระบบรายละเอียดตามข้อ 4.2 - 4.3
• ข้อมูลการทดสอบและผลการทดสอบระบบรายละเอียดตามข้อ 4.4
11
• Source code รายละเอียดตามข้อ 4.7
• คู่มือการใช้งานระบบรายละเอียดตามข้อ 4.6
• สรุปรายงานการประชุมและฝึกอบรมรายละเอียดตามข้อ 4.5,4.6 และ 4.8
• สรุปรายชื่อหน่วยบริการที่เข้าร่วมรายละเอียดตามข้อ 4.8
9. อัตราค่าปรับ
หากผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับ ให้แก่สขญ. เป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.10 (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของมูลค่าสัญญาจ้าง แต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวัน ละ 100 บาท
10. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้าง หากมีเหตุชำรุดบกพร่องหรือขัดข้อง อันเกิดขึ้น จากการใช้งานตามปกติ ภายในกำหนด 1 ปีนับถัดจากวันที่ได้ส่งมอบงานและคณะกรรมการตรวจรับแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องซ่อมแซม หรือแก้ไขให้อยู่ในสภาพ ที่ใช้การได้ดีดังเดิม ภายใน 7 วัน โดย สขญ. ไม่ต้องชำระค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการนี้ทั้งสิ้น
11. สถานที่ติดต่อขอรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม
สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน)
อาคารลาดพร้าว ฮิลล์ เลขที่ 80 ซอยลาดพร้าว 4
ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected]
คณะกรรมการจัดทำรายละเอียดขอบเขตของงาน
ลงชื่อ…………………………………………. ประธานกรรมการ
(นางสาวน้ำฝน ประโพธิ์ศรี)
ลงชื่อ……………………………….กรรมการ ลงชื่อ……………………………….กรรมการและเลขานุการ (นายณพิภัช ไตรรัตณ์) (นายธนาวัฒน์ ศิริวรรณหงษ์)
12