ประกวดราคาซื้อวัสดุหลัก จำนวน 5 รายการ สำหรับงานขยายระบบส่งน้ำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านม่วง ตำบลนาคูณใหญ่ อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม (คป.นครพนม)
เอกสารนี้เป็นรายการรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (SPECIFICATION) สำหรับวัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้าง มีรายละเอียดดังนี้
- ทราย: ทรายที่ใช้ผสมคอนกรีตต้องเป็นทรายน้ำจืด มีลักษณะเป็นเม็ดแกร่ง สมเป็นเหลี่ยม และปราศจากสารอินทรีย์เจือปน โดยมีคุณสมบัติเฉพาะ เช่น ความถ่วงจำเพาะ, ปริมาณตะกอนทราย, ความไม่บริสุทธิ์เนื่องจากสารอินทรีย์ และขนาดคละของทราย
- เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต:
- เหล็กเส้นกลม: ต้องเป็นเหล็กกล้าละมุน (MILD STEEL) ชั้นคุณภาพ SR ๒๔ ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. ๒๐-๒๕๔๓ มีขนาด, เส้นผ่าศูนย์กลาง, พื้นที่ภาคตัดขวาง, น้ำหนัก และเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนตามที่กำหนด รวมถึงคุณสมบัติทางกล เช่น การทดลองโดยการดึง (TENSILE TEST) และการทดสอบการตัดโค้งเย็น (COLD BEND TEST)
- เหล็กเส้นข้ออ้อย: ต้องทำจากเหล็กแท่งเล็ก (Billet) เหล็กแท่งใหญ่ (Bloom) หรือเหล็กแท่งหล่อ (Ingot) โดยกรรมวิธีรีดร้อน มีผิวเรียบเกลี้ยง ไม่มีรอยปริแตกร้าว และมีคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.๒๔ หรือเทียบเท่า แบ่งเป็น ๓ ชั้นคุณภาพ คือ SD ๓๐, SD ๔๐ และ SD ๕๐ มีคุณสมบัติทางกล เช่น ความต้านแรงดึง, ความต้านแรงดึงที่จุดคราก, ความยึดเมื่อขาด และการดัดโค้งเย็น
- ไม้: จําแนกเป็นไม้เนื้ออ่อน (softwood) และไม้เนื้อแข็ง (hardwood) โดยอ้างอิงตามหนังสือของกรมป่าไม้ที่ กส.0702/6679 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2517 แบ่งเป็น 3 ประเภทตามความแข็งแรงในการตัดและความทนทานตามธรรมชาติ มีรายละเอียดคุณสมบัติและประโยชน์ของไม้แต่ละชนิด เช่น ไม้เต็ง ไม้แดง ไม้สัก ไม้ยาง และไม้สยาขาว รวมถึงมาตรฐาน มอก. ที่เกี่ยวข้องกับไม้แปรรูป
เอกสารนี้ยังระบุถึงการเก็บตัวอย่างเพื่อทดสอบคุณภาพของเหล็ก, การทดสอบซ้ำ, การส่งมอบเหล็ก และการแสดงเครื่องหมายมาตรฐานบนผลิตภัณฑ์คอนกรีตผสมเสร็จตาม มอก. 213-2560
English summary
This document provides detailed specifications for construction materials, including sand, concrete reinforcing steel (both round bars and deformed bars), and wood. It covers physical, chemical, and mechanical properties, as well as relevant standards, to ensure the quality of the materials used. The document also specifies testing procedures, delivery requirements, and marking standards for concrete products according to TIS 213-2560.
ไม่ระบุ
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- กำหนดคุณลักษณะเฉพาะของวัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้าง
- ควบคุมคุณภาพของวัสดุให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
- สร้างความมั่นใจในความแข็งแรงและความทนทานของโครงสร้าง
ขอบเขตของงาน
- กำหนดคุณสมบัติของทรายที่ใช้ผสมคอนกรีต
- กำหนดคุณสมบัติของเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต (เหล็กเส้นกลมและเหล็กข้ออ้อย)
- กำหนดประเภทและคุณสมบัติของไม้ที่ใช้ในงานก่อสร้าง
- กำหนดวิธีการทดสอบคุณภาพของวัสดุ
- กำหนดข้อกำหนดในการส่งมอบวัสดุ
- อ้างอิงมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่เกี่ยวข้อง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ทรายสำหรับผสมคอนกรีตที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด
- เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต (เหล็กเส้นกลมและเหล็กข้ออ้อย) ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด
- ไม้แปรรูปตามประเภทและคุณสมบัติที่กำหนด
- รายงานผลการทดสอบคุณภาพวัสดุ
ระยะเวลาดำเนินการ
ไม่ระบุ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Standards Compliance:
- เหล็กเส้นกลมต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. ๒๐-๒๕๔๓
- เหล็กข้ออ้อยต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.๒๔ หรือเทียบเท่า
- ผลิตภัณฑ์คอนกรีตผสมเสร็จต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 213-2560
เกณฑ์การพิจารณา
ไม่ระบุ
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ทราย:
- ความถ่วงจำเพาะที่จุดอิ่มตัวผิวหน้าแห้ง: ไม่น้อยกว่า 2.0
- ตะกอนทรายผ่านตะแกรงเบอร์ 200: ไม่เกินร้อยละ 5 โดยน้ำหนัก
- ความไม่บริสุทธิ์เนื่องจากสารอินทรีย์: สีไม่เข้มกว่าสีมาตรฐานเบอร์ 3
- ขนาดคละ: มีขนาดตั้งแต่ 4.75 มิลลิเมตร (เบอร์ 4) สดหลั่นลงไป, ส่วนโตกว่า 4.75 มิลลิเมตร (เบอร์ 4) ได้ไม่เกินร้อยละ 5, ส่วนละเอียดที่สุดผ่านตะแกรงเบอร์ 100 ได้ไม่เกินร้อยละ 10
- เหล็กเส้นกลม (SR24):
- ความเค้นดึงสูงสุด: ไม่น้อยกว่า 385 นิวตันต่อตารางมิลลิเมตร (39 กิโลกรัมแรงต่อตารางมิลลิเมตร)
- ความเค้นดึงที่จุดคราก: ไม่น้อยกว่า 235 นิวตันต่อตารางมิลลิเมตร (24 กิโลกรัมแรงต่อตารางมิลลิเมตร)
- ความยืด: ไม่น้อยกว่าร้อยละ 21
- การดัดโค้งเย็น: ต้องไม่มีรอยแตก หรือปริที่ด้านนอกของส่วนโค้งของชิ้นทดสอบ
- เหล็กเส้นข้ออ้อย:
- SD 30: ความต้านแรงดึงที่จุดคราก (ต่ำสุด 3,000 กก./ตร.ซม.), ความต้านแรงดึงสูงสุด (ต่ำสุด 4,000 กก./ตร.ซม.), ความยึดเมื่อขาด (ต่ำสุด 17%)
- SD 40: ความต้านแรงดึงที่จุดคราก (ต่ำสุด 4,000 กก./ตร.ซม.), ความต้านแรงดึงสูงสุด (ต่ำสุด 5,700 กก./ตร.ซม.), ความยึดเมื่อขาด (ต่ำสุด 15%)
- SD 50: ความต้านแรงดึงที่จุดคราก (ต่ำสุด 5,000 กก./ตร.ซม.), ความต้านแรงดึงสูงสุด (ต่ำสุด 6,000 กก./ตร.ซม.), ความยึดเมื่อขาด (ต่ำสุด 13%)
เงื่อนไขสัญญา
- ผู้ขายต้องเป็นผู้จ่ายค่าทดสอบ (การทดสอบแรงดึง ตัวอย่างละ ๔๐.๐๐ บาท, การทดสอบการดัดโค้งเย็น ตัวอย่างละ ๓๐.๐๐ บาท)
- กรมชลประทานจะไม่รับมอบเหล็กที่ผู้ขายส่งมอบตามสัญญา หากผลการทดสอบไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
ถาม: ทรายที่ใช้ในงานคอนกรีตต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
-
ตอบ: ต้องเป็นทรายน้ำจืด เม็ดแกร่ง เหลี่ยมคม ปราศจากสารอินทรีย์ มีขนาดคละตามที่กำหนด และมีความถ่วงจำเพาะไม่น้อยกว่า 2.0
-
ถาม: เหล็กเส้นกลมที่ใช้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานใด?
-
ตอบ: ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 20-2543 ชั้นคุณภาพ SR24
-
ถาม: เหล็กข้ออ้อยมีกี่ชั้นคุณภาพ และแต่ละชั้นมีคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างไร?
-
ตอบ: มี 3 ชั้นคุณภาพ คือ SD30, SD40 และ SD50 โดยมีค่าความต้านแรงดึงที่จุดคราก, ความต้านแรงดึงสูงสุด และความยึดเมื่อขาดแตกต่างกัน
-
ถาม: การทดสอบการดัดโค้งเย็น (Cold Bend Test) มีความสำคัญอย่างไร?
-
ตอบ: เป็นการทดสอบเพื่อตรวจสอบความสามารถในการรับแรงดัดของเหล็ก โดยชิ้นทดสอบต้องไม่มีรอยแตกหรือปริที่ด้านนอกของส่วนโค้ง
-
ถาม: หากผลการทดสอบวัสดุไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด จะมีผลอย่างไร?
-
ตอบ: กรมชลประทานจะไม่รับมอบวัสดุที่ผู้ขายส่งมอบตามสัญญา
-
ถาม: ไม้ที่ใช้ในงานก่อสร้างแบ่งออกเป็นกี่ประเภท?
-
ตอบ: แบ่งเป็น 3 ประเภทตามความแข็งแรงในการตัดและความทนทานตามธรรมชาติ คือ ไม้เนื้อแข็ง, ไม้เนื้อแข็งปานกลาง และไม้เนื้ออ่อน
-
ถาม: ผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบวัสดุหรือไม่?
-
ตอบ: ใช่ ผู้ขายต้องเป็นผู้จ่ายค่าทดสอบคุณภาพวัสดุ
-
ถาม: การแสดงเครื่องหมายมาตรฐานบนผลิตภัณฑ์คอนกรีตผสมเสร็จต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง?
-
ตอบ: ต้องมีเครื่องหมายมาตรฐาน, หมายเลข มอก., และข้อมูลผลิตภัณฑ์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (คิวอาร์โค้ด)
-
ถาม: ทำไมต้องมีการกำหนดคุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างอย่างละเอียด?
-
ตอบ: เพื่อให้มั่นใจว่าวัสดุที่ใช้มีคุณภาพตามมาตรฐาน, มีความแข็งแรงทนทาน และสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย
-
ถาม: มีมาตรฐาน มอก. อะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับไม้แปรรูป?
-
ตอบ: มอก.421-2525 (ไม้แปรรูปและข้อกําหนดทั่วไป), มอก.422-2525 (ไม้สักแปรรูป), มอก. 23-2525 (ไม้กระยาเลยแปรรูป), มอก.424-2525 (ไม้แปรรูปสําหรับงานก่อสร้างทั่วไป), มอก.497-2526 (ไม้แปรรูปอบ), มอก.516-2527 (ไม้อัดน้ํายา CCA)
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
20110300 (SPECIFICATIONS)
ㄓ
ลักษณะทั่วไป
ทรายที่ใช้ผสมคอนกรีตต้องเป็นทรายน้ําจืดที่หมาย มีลักษณะเป็นเม็ดแกร่ง สมเป็นแง และ
ปราศจากสารอินทรีย์หรือวัตถุอื่นเจือปน
- 16
ชุด ซองอยาก
ทรายน้ําจืดที่ใช้ผสมคอนกรีตต้องมีคุณลักษณะเฉพาะ ดังนี้
คุณลักษณะเฉพาะ
- ความถ่วงจําเพาะที่จุดอิ่มตัวผิวหน้าแห้ง
ตะกอนทรายผ่านตะแกรงเบอร์ เดอะ
แหล่งทรายภาคเหนือ
สั่งยายตะวันตกเฉียงเหนือ
แหล่ง รายกาศกลางสละภาคตะวันออก
๔) แหล่งทรายภาคใต้
๒.๔ ความไม่บริสุทธิ์เนื่องจากสารอินทรีย์ เมื่อใช้
สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ความเข้มข้น Soun a launimuin (Organic impurity)
ข้อ ๓. เอ กําหนดขนาดคณะของทราย
เกณฑ์ที่ก้าวร ไม่น้อยกว่า ๒.๐
ไม่เกินร้อยละ ๘. โดยนัก
b.tcash.crea
rce, Logo ไม่เข้มกว่าสีมาตรฐานเบอร์ จ
ทรายน้ําจืดต้องมีขนาดตั้งแต่ ๔๔.๗๕ มิลลิเมตร (๑๖) สดหลั่นลงไป ยอมให้มีส่วนโตกว่า ๔ ๒๕ มิลลิเมตร (๑๖) ได้ไม่เกินร้อยละ 1 และมีส่วนละเอียดที่สุดผ่านตะแกรงเบอร์
๔๕ 390
๑๐ ได้ไม่เกินร้อยละ
เ
รายการรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (SPECIFICATION) เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กเส้นกลมฯ
·SPEC..
๑. วัตถุประสงค์ เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตที่จะซื้อตามประกวดราคา/สอบราคานี้ต้องเป็นเหล็กเส้นกลม (PLAIN BAR) ชนิดเหล็กกล้าละมุน (MILD STEEL) ซึ่งจัดอยู่ในพวกเหล็กกล้าที่มีธาตุคาร์บอนอยู่อย่างธรรมดา (PLAIN CARBON STEEL) ที่ใช้เสริมคอนกรีตสําหรับงานก่อสร้างโดยทั่วไป
๒. คุณลักษณะทั่วไป เหล็กเส้นกลมที่ต้องการต้องมีคุณลักษณะทั่วไปตามที่ระบุไว้ในข้อ ๕. ในมาตรฐาน
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. ๒๐-๒๕๔๓
m.
ชั้นคุณภาพ เหล็กเส้นกลมต้องเป็นเหล็กที่มีชั้นคุณภาพ SR ๒๔ ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
มอก. ๒๐-๒๕๔๓
๔. มิติและเกณฑ์ความคลาดเคลื่อน เหล็กเส้นกลมต้องเป็นเหล็กที่มีมิติและเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนตาม
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.๒๐-๒๕๔๓
๔.๑ ขนาดระบุของเหล็กเส้นกลม
ชื่อขนาด
เส้นผ่าศูนย์กลาง (มิลลิเมตร)
เส้นรอบวง พื้นที่ภาคตัดขวาง
น้ําหนัก
(มิลลิเมตร)
(ตารางมิลลิเมตร) (กิโลกรัม/เมตร)
RB b
RB
0 %
៦
๑๘.๘๕
๒๘.๓
๐.๒๒๒
២៨.២៧
๖๓.๖
๐.๔๙๙
RB ๑๒
๑๒
๓๗.glo
๓๑๓.ด
๐.๘๘๘
RB ๑๕
๑๕
๔๗.๑๒
๑๗๖.๗
๑.๓๘๗
RB ๑๙
๕๔.๒๙
๒๘๓.๕
๒.๒๒๗
RB blo
២២
๒๙.๑๒
๓๘๐.๑
២.៨៨៥
RB ๒๕
๒๕
๗๘.๕๔
๔๙๐.๙
៣.៨៥៣
RB Luce
២៨
๘๗.๙๖
๖๑๕.๘
RB ad
๒๐๖.๘๑
๙๐๗.
๗.๒๒๙
๔.๒ เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนสําหรับเส้นผ่าศูนย์กลาง
ชื่อขนาด
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อน ไม่เกินกว่า (มิลลิเมตร)
ผลต่างของเส้นผ่าศูนย์กลาง
วัด ณ ตําแหน่งเดียวกันไม่เกินกว่า
(มิลลิเมตร)
R8 5 ถึง RB ๑๕
- 0.6
๐.๖๔
RB ๑๙ ถึง R8 ๒๕ - ๐.๕
๑.๘๐
RB ๒๘ ถึง RB ๓๔ - o.b
๐.๕๖
๔.๓
ตามที่กําหนดในสัญญา
ความยาวเหล็กเส้นกลมต้องมีขนาดความยาวตามที่กําหนดไว้ในตารางเสนอราคาหรือ
๔.๔ เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนสําหรับความยาว
ความยาว
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนไม่เกินกว่า
น้อยกว่าหรือเท่ากับ ๓๐ เมตร
ส่วนเกิน ๕๕ มิลลิเมตร
มากกว่า ๑๐ เมตร
ส่วนขาดไม่มี
ส่วนเกินยอมให้เกินกว่า ๕๕ มิลลิเมตร ได้อีก ๕ มิลลิเมตร ทุก ๆ ความยาว ๑ เมตร ที่มากกว่า ๑๐ เมตร
อย่างไรก็ดีส่วนเกินทั้งหมดต้องไม่เกินกว่า ๑๒๐ มิลลิเมตร
ส่วนขาดไม่มี
๔.๕ น้ําหนักให้ถือว่าเหล็กเส้นกลมที่ทําด้วยเหล็กกล้าละมุน (MILD STEEL) หนัก ๑.๗๘๕ กิโลกรัม ต่อความยาว ๑ เมตร เมื่อมีพื้นที่ภาคตัดขวาง ๑ ตารางเซนติเมตร ถ้าพื้นที่ภาคตัดขวางต่าง ไปจาก ๑ ตารางเซนติเมตร ให้คํานวณน้ําหนักต่อความยาว ๑ เมตร จากสูตร
น้ําหนักต่อความยาว 6 เมตร ๐.๗๘๕ TC ๑๔ D
๐.๖๑๗ D กิโลกรัม
เมื่อ D คือขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง หน่วยเป็นเซนติเมตร
๔๔.๖ เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนสําหรับน้ําหนัก
ชื่อขนาด
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนสําหรับน้ําหนักเหล็กเส้น จํานวน ไม่เกิน ๑๐ ตัน ไม่เกินร้อยละ
RB b
RB ๙ ถึง RB ๓๔
๓.๕
๕. คุณสมบัติทางกลที่ต้องการ
๕.๑ การทอลองโดยการดึง (TENSILE TEST) ตามวิธีที่ระบุในมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม มอก. ๒๐-๒๕๔๓ เหล็กเส้นกลมต้องมีความยึดไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๑ ความเค้นจึงสูงสุดและความ เค้นดึงที่จุดคราดต้องเป็นไปตามที่กําหนดดังนี้
รายการ
เกณฑ์นิวตันต่อตารางมิลลิเมตร (กิโลกรัมแรงต่อตารางมิลลิเมตร
ไม่น้อยกว่า ๓๘๕ (ไม่น้อยกว่า ๓๙)
๑. ความเค้นดึงสูงสุด
๒. ความเค้นดึงที่จุดคราก
ไม่น้อยกว่า ๒๓๕ (ไม่น้อยกว่า ๒๔)
๕.๒ การทดสอบการตัดโค้งเย็น (COLD BEND TEST) เมื่อนําเหล็กเส้นสําเร็จรูปที่ทําเป็นชิ้น ทดสอบสําหรับการทดสอบการตัดโค้งเย็นมากด้วยหัวกดรูปตัว U ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๕ เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลาง ของพื้นที่ทดสอบลงตรงกึ่งกลาง จนกระทั่งปลายทั้งสองข้างงอขึ้นมาขนานกันตามวิธีที่ระบุในมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม มอก. ๒๐-๒๕๔๓ ชิ้นทดสอบนั้นต้องไม่มีรอยแตก หรือปริที่ด้านนอกของส่วนโค้งของชิ้นทดสอบ
- การเก็บตัวอย่างเพื่อการทดสอบ ในการตรวจสอบคุณภาพของเหล็ก เจ้าหน้าที่ของกรม
ชลประทานจะเป็นผู้เก็บตัวอย่าง โดยวิธีสุ่มจากกองเหล็กที่ผู้ขายนํามาส่งตามเกณฑ์ต่อไปนี้
๗.
๖.๑ จํานวนตัวอย่างที่เก็บต่อการส่งของงวดหนึ่ง ๆ (เฉพาะแต่ละขนาด)
5.๑.๑ จํานวนเหล็กตั้งแต่ ๒ - ๓๐ ตัน เก็บ ๓ ตัวอย่าง/ขนาด ๒.๑.๒ จํานวนเหล็กตั้งแต่ ๓๐ - ๖๐ ตัน เก็บ ๕ ตัวอย่าง/ขนาด ๒.๑.๓ จํานวนเหล็กตั้งแต่ 50 ตัน ขึ้นไป เก็บ ๗ ตัวอย่าง/ขนาด ๖.๒ ขนาดของชิ้นตัวอย่างชิ้นหนึ่ง ๆ ต้องยาวไม่น้อยกว่า ๑๐๐ ซม. ๖.๓ ผู้ขายต้องเป็นผู้จ่ายค่าทดสอบ
การทดสอบแรงดึง ตัวอย่างละ ๔๐.๐๐ บาท การทดสอบการดัดโค้งเย็น ตัวอย่างละ ๓๐.๐๐ บาท
กรมชลประทานจะทําการทดสอบตามวิธีทดสอบที่กําหนดในมาตรฐาน
การทดสอบ
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. ๒๐-๒๕๔๓ - การทดสอบซ้ํา เมื่อปรากฏว่าผลการทดสอบไม่อยู่ในเกณฑ์ที่กําหนดในข้อ ๔ และข้อ ๕ โดยการตัดชิ้นตัวอย่างใหม่จากกองเหล็กเดิมให้มีจํานวนตัวอย่างเป็นสองเท่าของครั้งแรก
ให้ดําเนินการทดสอบซ้ํา
ผลการทดสอบครั้งแรกให้ยกเลิกหลังจากได้ทําการทดสอบซ้ําแล้วปรากฏว่าผลการทดสอบไม่อยู่ในเกณฑ์ที่กําหนด
ในข้อ ๔ และข้อ ๕ กรมชลประทานจะไม่รับมอบเหล็กที่ผู้ขายส่งมอบตามสัญญา
- การส่งมอบเหล็ก
เหล็กที่ผู้ขายน่าส่งมอบตามสัญญาต้องปฏิบัติดังนี้
๔.๑ เหล็กมัดหนึ่ง ๆ จะต้องมีจํานวนเส้นเท่ากันทุกมัด
๔.๒ การผูกมัดต้องมัดเข้าด้วยกันให้แน่นหนา และต้องมีแผ่นป้ายผูกติดอยู่ทุกมัด และที่
ป้ายนั้น อย่างน้อยต้องแสดงข้อความต่อไปนี้ให้เห็นได้ง่ายและชัดเจน
๔.๒.๑ ชื่อผู้ทํา
๔.๒.๒ คําว่า “เหล็กเส้นกลม”
๔.๒.๓ ชั้นคุณภาพและสัญลักษณ์ของเหล็ก
๙.๒.๔ ขนาด
๔.๒.๕ ขนาดความยาวเป็นเมตร
รายการรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (SPECIFICATION)
เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กเส้นข้ออ้อยๆ
๑. ลักษณะทั่วไป
เหล็กข้ออ้อยต้องทําขึ้นจากเหล็กแท่งเล็ก (Biker) เหล็กแท่งใหญ่ (Bloom) หรือเหล็กแท่ง หล่อ (Ingor) โดยตรงด้วยกรรมวิธีรีดร้อนโดยต้องไม่มีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่นมาก่อน และเหล็กแท่ง ดังกล่าว ต้องทํามาจากกรรมวิธีแบบโอเพนฮาร์ด (Open Heart) เบสิกออกซิเจน (Basis Oxygen) หรืออิเล็กทริก อาร์กเฟอร์เนช (Electric Arc Furnace) เหล็กข้ออ้อยต้องมีผิวเรียบเกลี้ยง ไม่มีรอยปริแตกร้าว และต้องมี คุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.๒๔. หรือเทียบเท่า
๒.คุณลักษณะเฉพาะ
เหล็กข้ออ้อยต้องมีคุณลักษณะเฉพาะตามที่กําหนดดังนี้
๒.๑. ชั้นคุณภาพ
เหล็กข้ออ้อยแบ่งตามส่วนประกอบทางเคมีและสมบัติทางกลออกเป็น ๓ ชั้นคุณภาพ
ใช้สัญลักษณ์ SD mo SD ๔๐ และ SD ๕๐
ชื่อขนาด
๒.๒ ชื่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางระบุ มวลระบุ และเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของมวลต่อเมตร
เส้นผ่าศูนย์กลางระบุ
มวลระบุ
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อน
ของมวลต่อเมตร
(มิลลิเมตร)
(กิโลกรัมต่อเมตร)
DB @Q
๑.๖๑๖
DB ob
ចា
๘.๘๘๘
DB ob
๑๖
๑.๕๗๘
DB ๒๐
๒๐
๒.๔๖๖
DB bb
๒๒
๒.๙๘๔
- &
‘DB ‘๒๕
๒๕
๓.๙๕๓
DB ๒๘
๒๘
๔.๘๓๔
DB ab
៣២
๖.๓๑๓
DB inb
៣៦
๗.๙๙๐
DB ๔๐
๔๐
๙.๗๖๕
๒.๓ คุณสมบัติทางกล
- ๒ -
ความต้านแรงดึง
ความต้านแรงดึง
ความยึดเมื่อขาด
การดัดโค้งเย็น
ที่ถูกคราก
สูงสุด
ชั้นคุณภาพ
ล่าสุด (กก./ตรซม.)
ต่ําสุด
ต่ําสุด
(กก./ตร.ซม)
(ร้อยละ)
SQ mo
๓,๐๐๐
๔,coo
๑๗
ไม่มีรอยร้าว
SD Co
๔,๐๐๐
๕,๗oo
๑๕
ไม่มีรอยร้าว
SD ๕๐
๕,๐๐๐
๖,moo
១៣
ไม่มีรอยร้าว
14/6/2541
thai construction portal
Posts Tagged ‘ไม้เนื้ออ่อน
ไม้เนื้ออ่อน :thai construction portal
thaicontractors.com’s blog
บ้านทรงไทย
มีนาคม 19, 2009
“ไม่” วัสดุหลักของบ้านทรงไทย ที่ต้องรู้
ไม้ (Wood)
ไม้เป็นผลิตภัณฑ์อันยิ่งใหญ่จากธรรมชาติ เป็นวัตถุดิบที่มีค่ายิ่ง จัดว่าเป็นวัสดุที่มีความสําคัญในการก่อสร้าง เพราะมีน้ําหนักน้อยดัดกลงหรือ เปลี่ยนรูปได้ง่าย มีความสวยงาม ตลอดจนสามารถปรับปรุงคุณภาพให้ดีขึ้น ได้ข้อเสียของไม้ก็คือมีความแข็งแรงต่ําและมีคุณภาพในแต่ละ ทิศทางไม่เท่ากัน (anisotropic) เช่น ความแข็งในทางปลาย (ขนานกับแนวเสี้ยน) จะต่างกับความแข็งที่รัศมี (radial) หรือด้านสัมผัส (tangential) เป็นต้นนอกจากนั้นในไม้ชนิดเดียวกันก็อาจจะมีความแตกต่างกันมากในด้านคุณสมบัติเชิงกลซึ่งขึ้นกับคุณภาพของไม้แต่ละท่อน ลักษณะการเลื่อย อายุของไม้ เป็นต้น
- การจําแนกประเภทของไม้
ไม้อาจจําแนกแบ่งเป็นไม้เนื้ออ่อน (saftwood) ซึ่งปกติจะเป็นไม่ใบแคบและไม้เนื้อแข็ง (hardwood) ซึ่งเป็นไม้จากต้นไม้ใบกว้างอย่างไร ก็ตามในปัจจุบัน เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน จึงแยกประเภทของไม้ตามหนังสือของกรมป่าไม้ที่ กส.0702/6679 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2517 ดังนี้คือให้แบ่งไม้ออกเป็น 3 ประเภท โดยถือเอาค่าความแข็งแรงในการตัดของไม้แข็งและความทนทานตามธรรมชาติของไม้นั้นๆ เป็นเกณฑ์ ดามตาราง ดังนี้
ความแข็งแรงของไม้และความต้านทานของไม้
ประเภทไม้ ความแข็งแรง (kg.cm 2) ความทนทาน (ปี)
ไม้เนื้อแข็ง > 1000 > 10
ไม้เนื้อแข็งปานกลาง 600 – 1000 2 – 10 ไม้เนื้ออ่อน < 600 < 2 - คุณสมบัติและประโยชน์ของไม้แต่ละชนิด
ในที่นี้จะกล่าวถึงคุณสมบัติและประโยชน์ของไม้เนื้อแข็งไม้เนื้อแข็งปานกลางและไม้เนื้ออ่อนที่ควรทราบตามลําดับ ดังนี้
2.1) ไม้เนื้อแข็ง
มีหลายชนิด เช่น ไม้เต็ง ไม่รัง ไม้แดง ซึ่งมีคุณสมบัติและประโยชน์ที่ควรทราบดังต่อไปนี้
2.1.1) ไม้เต็ง เป็นต้ไม้ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ขึ้นเป็นหมู่ตามป่าแดดทั่วไปยกเว้นภาคใต้ลักษณะเนื้อไม้เป็นสีน้ําตาลอ่อนเมื่อแรกตัดทิ้งไว้นาน จะเป็นสีน้ําตาลแก่แกมแดง เสี้ยนสับสน เนื้อหยาบแต่สม่ําเสมอแข็งเหนียวแข็งแรงและทนทานมากแห้งแล้วเลื่อยไสกบตกแต่งได้ยาก น้ําหนัก โดยเฉลี่ยประมาณ 1,040 กิโลกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร ใช้ท่าหมอนรางรถไฟเครื่องมือกสิกรรมโครงสร้างอาคาร เช่น ตง คาน วงกบ ประตูหน้าต่าง โครงหลังคา เสา 2.1.2) ไม่ถึง เป็นต้นไม้ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ขึ้นเป็นหมู่ตามในป่าแดดทั่วไป ลักษณะเนื้อไม่มีสีน้ําตาลอมเหลือง เสี้ยนสับสน เนื้อหยาบแต่ สม่ําเสมอ แข็ง หนัก แข็งแรง และทนทานมาก เลื่อยไสกบตกแต่งค่อนข้างยากเมื่อแห้งจะมีลักษณะคุณสมบัติคล้ายไม้เต็งจึงในบางครั้งเรียกว่า ไม้เต็งรังนํ้าหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 800 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใช้ทําเสาและโครงสร้างอาคารต่างๆ ท่าหมอนรางรถไฟ ท่าเครื่องมือก กรรม 2.1.3) ไม้แดง เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ ขึ้นทั่วไปในป่าเบญจพรรณแล้งและชื้น ลักษณะของเนื้อไม้มีสีแดงเรื่อๆ หรือ สีน้ําตาลอมแดง เสี้ยนเป็นลูก คลื่นหรือสับสน เนื้อละเอียดพอประมาณ แข็ง เหนียวแข็งแรงและทนทาน เลื่อยใสกบแต่งได้เรียบร้อยขัดชักเงาได้ดีน้ําหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 960 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตรไม้นี้นิยมในการก่อสร้างในส่วนที่ไม่ใช่โครงสร้าง เช่น พื้น วงกบประตูหน้าต่าง ท่าเกวียน ท่าเรือหนอนรางรถไฟ เครื่องเรือน เครื่องมือกสิกรรม ด้านเครื่องมือ คันชั่ง ไม้แดง ปลวกหรือเพรียงจะไม่ค่อยรบกวน และเป็นไม้ที่ต้านทานไฟในตัวด้วย
ไม้แดง เป็นไม้ที่มีความแข็งมาก ทําให้เวลาเกิดความชื้นหรือร้อน และขยายตัว จะดันจนกําแพงแตกได้ (กรณีเป็นพื้น) หรือ หากไปดี ต ทําฝ้า เพดาน (ชายคา) ด้านนอกบ้าน ก็จะดันจน เครื่องหลังคา มีปัญหาง่าย ต่างกับไม้สักหรือมะค่า ที่อ่อน/แข็ง แต่ยืดหดตัวน้อยกว่าครับ ยิ่งถ้าเป็น ตะเคียนทองแท้ (ต้องมีรอยมอดป่า) การยืดหดค่อนข้างน้อยมาก ครับ เอาไปท่าวงกมละก็ ดีมากเลย 2.1.4) ไม้ตะเคียนทอง
เป็นต้นไม่ใหญ่และสูงมากขึ้นเป็นหมู่ตามป่าดิบชื้นทั่วไปลักษณะเนื้อไม้มีสีเหลืองหม่นสีน้ําตาลอมเหลืองมักมีเส้นสีขาว หรือเทาขาวผ่านเสมอ สีที่ผ่านนี้เป็นท่อน้ํามันหรือยาง เสี้ยนมักสับสนเนื้อละเอียดปานกลางแข็ง เหนียว ทนทาน ทนปลวกได้ดี เมื่อน่าไปเลื่อย ใสกบตกแต่งและชักเงาได้ดีมาก น้ําหนักโดยเฉลี่ย 750 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใช้ในการก่อสร้างอาคาร ไม้หมอนรางรถไฟ ไม้ชนิดนี้นิยมใช้ ท่าเรือมาก และยังใช้การได้ดีทุกอย่างที่ต้องการความแข็งแรง เหนียวและทนทาน
2.1.5) ไม้ตะแบก เป็นต้นไม้สูงใหญ่ตอนโคนมีลักษณะเป็นพู ขึ้นในป่าเบญจพรรณชื้นและแสงทั่วไปลักษณะเนื้อไม้สีเทาจนถึงสีน้ําตาลอมเทา เสี้ยนตรงหรือเกือบตรง เนื้อละเอียดปานกลาง เป็นมัน แข็งเหนียว แข็งแรงทนทานที่ถ้าใช้ในร่มไม้ตากแดดตกฝนใช้ทําเสาบ้าน ท่าเรือ แพ เกวียน เครื่องกสิกรรม ไม้ตะแบบชนิดลายใช้ท่าเครื่องเรือนได้สวยงามมาก ใช้ทําด้ามมีด ไม้ถือ กรอบรูป ด้ามปืน เป็นต้น
2.1.6) ไม้สัก เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ ขึ้นเป็นหมู่ในป่าเบญจพรรณทางภาคเหนือและบางส่วนของภาคกลางและตะวันตกลักษณะเนื้อไม้สีเหลือง
ทองนานเข้าจะกลายเป็นสีน้ําตาลหรือน้ําตาลแก่มีกลิ่นเหมือนหนังฟอกเก่าๆ และมีน้ํามันในตัวมักมีเส้นสีแก่แทรกเสี้ยนตรงเนื้อหยาบและไม่ สม่ําเสมอ แข็งพอประมาณแข็งแรงทนทานที่สุดปลวกมอดไม่ทําอันตราย น่าไปเลื่อย ไสกบตกแต่งง่าย แกะสลักได้ดี ชักเงาได้ง่ายและดีมาก
https://thaicontractors.wordpress.com/tag/ไม่เนื้ออ่อน/
1/4
14/6/2564
ไม้เนื้ออ่อน | thal construction portal
เป็นไม้ที่ผึ้งให้แห้งได้ง่ายและอยู่ตัวดี น้ําหนักโดยประมาณ 640 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ไม้สักเป็นที่นิยมมากในการทําเครื่องเรือนท่าบาน ประตูหน้าต่าง ท่าเรือ แกะสลักต่างๆ ปริมาณที่ทําออกจําหน่ายยังมีมากพอสมควร ไม้สักเป็นไม้ที่เป็นสินค้าขาออกและเป็นที่นิยมของชาวต่าง ประเทศมาก ไม้สักที่ใหญ่ที่สุดในโลกปัจจุบันนี้ขึ้นอยู่ที่บ้านปางเกลือ ตําบลน้ําไคร้ อําเภอน้ําปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ มีความสูง 51 เมตร วัดรอบ ต้นได้ 10.58 เมตร ใช้คนกางแขนโอบรอบต้นได้ไม่น้อยกว่า 8 คน กรมป่าไม้ได้ประมาณอายุต้นสักนี้ไว้ไม่น้อยกว่า 1,500 ปี 2.1.7) ไม่ชัก เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นตามป่าดิบและป่าเบญจพรรณขึ้นทั่วประเทศเว้นแต่ทางภาคเหนือลักษณะเนื้อไม้สีน้ําตาลอ่อนถึงแก่เสี้ยน
ตรงพอประมาณเนื้อหยาบและสับสนแข็งพอประมาณเหนียวทนทานนําไปเลื่อย ไสกบตบแต่งได้ยาก บางครั้งเรียกว่า เต็งดง น้ําหนักโดยเฉลี่ย ประมาณ 961 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใช้ท่าหมอนรองรถไฟ ใช้ก่อสร้าง เช่น ทําโครงสร้าง ตง คาน โครงหลังคา พื้น 2.1.8) ไม้เคี่ยม เป็นต้นไม้ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงตรง ขึ้นชุกชุมในป่าดิบชื้นทางภาคใต้บางแห่งใหญ่ วัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ถึง 3 เมตร ลักษณะเนื้อไม้สีน้าตาลหรือสีน้ําตาล่อนอ ทิ้งไว้นานเป็นสีน้ําตาลแก่หรือเกือบด่า เสี้ยนค่อนข้างสั้นเนื้อละเอียดแข็ง เหนียว หนัก แข็งแรงมาก ใช้ในน้ําได้ทนทานดี นําไปเลื่อยไสกบตบแต่งได้ค่อนข้างง่ายน้ําหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 800 - 990 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตรใช้ทําหม่อนราง รถไฟโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรงมากสะพาน แพ พื้น ใช้ในที่แจ้งทนแดดทนฝนดีมาก 2.1.9) ไม้มะค่าแต้ เป็นต้นไม้ขนาดกลางถึงขนาดสูงใหญ่ขึ้นประปรายในป่าแดงและป่าเบญจพรรณแล้วทั่วไปลักษณะเนื้อไม้สีน้ําตาลอ่อนถึงสี นํ้าตาลแก่ เลื่อยทิ้งไว้นานสีจะเข้มขึ้น มีเส้นเสี้ยน ผ่านซึ่งมีสีแก่กว่าสีพื้นเสี้ยนสับสนเนื้อค่อนข้างหยาบแต่สม่ําเสมอเป็นมันเลื่อม แข็งและ ทนทานมากทนมอดปลวกได้ดี เลื่อยใสกบตกแต่งได้ยาก ถ้าดอกตะปูลงในแก่นไม้จะดอกไม้ยากและตะปูมักคดงอเพราะความแข็งแรงของไม้ น้ําหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 1,000 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใช้ในการก่อสร้างต่าง ๆ ทําไม้หมอนรางรถไฟทําเครื่องเกวียน เครื่องไถนา เครื่อง 2.1.10) ไม้ประดู่ เป็นไม้ต้นสูงใหญ่ ขึ้นในเบญจพรรณชื้นและ แล้งทั่วไปเว้นแต่ทางภาคใต้ มีชุกชุมทางภาคเหนือและภาคอีสานลักษณะเนื้อไม้สี แดงอมเหลืองถึงสีแดงอย่างสีอิฐแก่สีเส้นเสี้ยนแก่กว่าสีพื้นบางทีมีลวดลาย สวยงามมาก เสี้ยนสับสนเป็นริ้ว เนื้อละเอียดปานกลาง แข็งและ ทนทาน ไสกบตบแต่งได้ดีและชักเงาได้ดีน้ําหนักโดยเฉลี่ย 800 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใช้ในการก่อสร้าง ทําเกวียนเรื่องเรือนที่สวยงามทํา จากปุ่มประดู่ทําด้ามเครื่องมือและสิ่งอื่นๆ ที่ต้องการความแข็งแรงทนทาน ในประเทศจีนและญี่ปุ่นนิยมใช้ทําเครื่องเรือนกันมาก
เรียน เป็นต้น
ไม้ประดู่ ส่วนใหญ่คือ ประดู่แดง หรือ ประดู่เหลือง ความแข็งใกล้เคียงกับไม้แดง แต่ยืดหดน้อยกว่า (ถามจากช่างไม้ และช่างทําวงกบมาหลาย ราย) แต่คนไม่ค่อยชอบ เพราะ สีบางครั้งออกเป็น ๆ (ไม่สวยเหมือนมะค่า) แต่ก็ไม่เรียบร้อย เหมือน ไม้แดง ตอนแรกๆ ก็เลยไม่เป็นที่นิยมกัน … จนมาปิดป่าไม้แดง เมื่อหลายปี มานี่แหละครับ ไม้ประดู่ จึงเริ่มเป็นที่รู้จักกัน อย่าง จริงจัง ครับ 2.2. ไม้เนื้อแข็งปานกลาง
มีหลายชนิดเช่นไม้ยางไม้กระบากหรือไม้กะบากไม้กระท้อน และอื่นๆ ซึ่งมีคุณสมบัติและประโยชน์ที่ควรทราบดังต่อไปนี้
2.2.1) ไม้ยาง เป็นต้นไม้สูงใหญ่ สูงสุด ไม่มีกิ่งที่ลําต้น มักขึ้นเป็นหมู่ในป่าดิบชื้น และที่ต่ําชุ่มชื้นตามบริเวณใกล้เคียงแม่น้ําลําธารในป่าดิบและ ป่าอื่นๆ ทั่วไป ตีนบางชนิดสามารถเผาเอาน้ํามันยางได้ (แต่เป็นคนละชนิดกับต้นยางพารา) ลักษณะเนื้อไม้สีแดงเรื่อหรือสีน้ําตาลหม่นเสี้ยนมัก ตรง เนื้อหยาบ แข็งปานกลางใช้ในร่มทนทานดีเลื่อยไสกบตกแต่งได้ดีน้ําหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 650 – 720 กิโลเมตรต่อลูกบาศก์เมตร ใช้ใน งานก่อสร้างทั่วไป ท่าทึบ ที่นิยมใช้กันมากคือใช้เป็นไม้ฝา ไม่คร่าว ฝ้าเพดาน คร่าวฝา 2.2.2) ไม้กระบากหรือไม่กะบาก เป็นต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นปะปรายในป่าดิบชื้นและป่าเบญจพรรณชื้นทั่วประเทศ ทางพฤกษศาสตร์จะมีอยู่หลายชนิด แต่ในส่วนเนื้อไม้และการใช้มีลักษณะคล้ายคลึงมากใช้ร่วมกันได้ดีลักษณะเนื้อไม้โดยรวมมีสีตั้งแต่นวลเหลืองถึงน้ําตาลอ่อนแกมแดงเรื่อๆ เสี้ยนมักตรงเนื้อหยาบแต่สม่ําเสมอ แข็ง เหนียว เจ๋งพอประมาณ เลื่อยไสกบตกแต่งได้ไม่ยาก แต่มีข้อเสียคือเนื้อเป็นทรายทําให้กัดคมเครื่อง มือ ผึ่งแห้งง่ายและไม่ค่อยเสื่อมเสีย น้ําหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 600 กิโลเมตรต่อลูกบาศก์เมตร ใช้ท่าแบบหล่อคอนกรีตได้ดีเพราะถูกน้ําแล้วไม่ บิดงอหรือโค้ง ท่าเครื่องเรือนราคาถูก ท่ากล่องใส่ของเก้าอี้ 2.2.3) ไม้ซุ่มแพรก เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นประปรายตามป่าดิบชื้นทางภาคตะวันออก เช่นทางอําเภอศรีราชา จังหวัด ชลบุรี และในภาคกลาง บางแห่ง ลักษณะเนื้อไม้เมื่อเลื่อยหรือตัดใหม่ๆ จะเป็นสีแดงเข้มเมื่อทิ้งไว้ถูกอากาศจะเป็นสีน้ําตาลอมแดงเป็นมันเสื่อมเสี้ยนมักตรงและ สม่ําเสมอ เป็นริ้วห่างๆ เหนียวแข็ง ใช้ในร่มทนทานดี เลื่อยใสกบตกแต่งได้ง่าย ชักเงาได้ดี น้ําหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 640 กิโลเมตรต่อลูกบาศก์ เมตร ใช้ก่อสร้าง เช่น ท่าน ฝา 2.2.4) ไม้นนทรี เป็นต้นไม้ขนาดกลาง ขึ้นในป่าดิบชื้นและป่าโป่รงขึ้น ลักษณะไม้สีชมพูอ่อน ถึงน้ําตาลแกมชมพู เป็นมันเลื่อม เสี้ยนตรงหรือเป็น ลูกคลื่น หรือสับสนบ้างเล็กน้อย เนื้อหยาบปานกลาง เลื่อนผ่าไสกบตกแต่งได้ง่ายๆ น้ําหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 575 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใช้หาไม้พื้นเพดานและฝา ท่าเครื่องเรือน หีบใส่ของต่างๆ
2.2.5) ไม้มะม่วงป่า เป็นต้นไม่ใหญ่ ขึ้นห่างๆกันในป่าดิบชื้นและป่าเบญจพรรณ หรือตามที่ชุมชื้นทั่วไป ลักษณะเนื้อไม้ไม่มีแก่นมากนัก สีน้ําตาล ไหม้ เสี้ยนค่อนข้างตรง เนื้อเป็นมันเล็กน้อย แข็งเหนียว ไปในร่มทนทานดีเลื่อมใสกบง่ายน้ําหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 600 กิโลเมตรต่อลูกบาศก์ เมตร ใช้ท่าเครื่องเรือน หีบใส่ของ ไม้บรรทัด ปอกออกมาเป็นแผ่นบางๆ ใช้ท่าไม้อัด 2.2.6) ไม้กระท้อน เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ ขึ้นตามป่าดิบชื้นทั่วประเทศ ลักษณะเนื้อไม้สีแดงเรื่อๆ ปนเท่า เสี้ยนไม่ตรง เนื้อค่อนข้างหยาบ แข็งแรง ปานกลาง ใช้ในร่มทนทานพอสมควร เลื่อนไสกบตบแต่งได้ง่ายขัดและชักเงาได้ ผึ่งให้แห้งได้ง่าย แต่หดตัวมาก ใช้ทําพื้น เพดาน เครื่องเรือน 2.3 ไม้เนื้ออ่อน มีหลายชนิดเช่นไม้สยาขาว ไม่ก้านเหลือง ไม้มะยมป่า ไม้ต้นมะพร้าว ซึ่งคุณสมบัติและประโยชน์ที่ควรทราบต่อไปนี้
2.3.1) ไม้สยาขาว เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ ขึ้นตามไหล่เขา และบนเขาในป่าดิบทางภาคใต้บางจังหวัด เช่น ยะลา นราธิวาส ลักษณะเนื้อไม้สีชมพู อ่อนแกมขาวถึงน้ําตาลอ่อนแกมแดง มีรั้วสีแก่กว่าสีพื้นเป็นมันเสื่อมเสี้ยนสับสนเนื้อหยามอ่อน ค่อนข้างเหนียว ทนทานในร่ม เลื่อย ไส ฝาได้ง่าย น้ําหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 480 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใช้ท่าเครื่องเรือนและส่วนของอาคารที่อยู่ในร่ม เปลือกใช้ท่าไม้อัดได้
2.3.2) ไม้ก้านเหลือง เป็นต้นไม้ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ขึ้นตามริมน้ําแม่น้ําลําธานหรือในที่ชุ่มชื้นทั่วไปลักษณะเนื้อไม้สีเหลืองเข้มถึงสีเหลือง ปนแสดเสี้ยนตรงละเอียดพอประมาณ และอ่อน นําไปเลื่อยไสกบได้ง่ายชักเงาได้ดี น้ําหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 540 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใช้ ท่า น ฝา เครื่องเรือน หีบใส่ของ
2.3.3) ไม้มะยมป่า เป็นไม้ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ขึ้นประปรายในป่าดิบชื้นหรือป่าเบญจพรรณชื้นทั่วไปลักษณะเนื้อไม่ไม่มีแก่นสีจากถ้าถูกอา กาศนานๆ สีจะนวลขึ้น เสี้ยนตรง เนื้อหยาบ แต่สม่ําเสมอและอ่อนได้กับได้ง่าย น้ําหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 400 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เท่า ก้านไม้ขีดไฟ กลักไม้ขีดไฟ หีบใส่ของ ปัจจุบันใช้ทําเครื่องเรือนต่างๆ
2.3.4) ไม้ต้นมะพร้าว เนื้อมีความหนาแน่นใช้เป็นโครงสร้างได้ ความหนาแน่นตรงริมมีมากกว่าตรงกลางตันตอนกลางๆ มีความหนาแน่น 400 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ตอนริมมีความหนาแน่นถึง 600 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร - มาตรฐานไม่
มาตรฐานของไม้ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของกระทรวงอุตสาหกรรมหรือ มอก. ในปัจจุบันมีดังนี้ 1) มอก.421 -2525 หมายถึง ไม้แปรรูปและข้อกําหนดทั่วไป
- มอก.422 -2525 หมายถึง ไม้สักแปรรูป
https://thaicontractors.wordpress.com/tag/ไม้เนื้ออ่อน/
2/4
14/8/2564 - มอก. 23 -2525 หมายถึง ไม้กระยาเลยแปรรูป
- มอก.424 -2525 หมายถึง ไม้แปรรูปสําหรับงานก่อสร้างทั่วไป 5) มอก.497 -2526 หมายถึง ไม้แปรรูปอบ
- มอก.516-2527 หมายถึง ไม้อัดน้ํายา CCA ซึ่งในมาตรฐานดังกล่าวจะมีหัวข้อที่กล่าวมาถึงคือ
- ขอบข่าย 2) บทนิยาม 3) ในคุณภาพ
- วัสดุและการท่า 5) คุณลักษณะที่ต้องการ
- เครื่องหมายและฉลาก
- การชักตัวอย่างและเกณฑ์ตัดสิน
ไม้เนื้ออ่อน | thai construction portal
มาตรฐานของไม้แปรรูปนั้น มีมิติ (ขนาด) เป็นมิลลิเมตร ซึ่งกําหนดตาม มอก.421-2535 เป็นดังนี้ - ขนาด ไม้แปรรูปตามมาตรฐานนี้ มีขนาดดังต่อไปนี้
ความหนา : 12,16,19,22,25,32,38,44,50,63,75,88,100,113,125,138, 150 และ 200
ความกว้าง: 25, 38,50,63,75,88,100,113,125,150,175,200,225,250,275, 300, 350 และ 400 มิลลิเมตร (ยกเว้นไม้สักเหลี่ยม ให้ถือตามขนาดไม้สักเหลี่ยมแปรรูป มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไม้สักแปรรูปมาตรฐานเลขที่ มอก.422)
ความยาว : สําหรับไม้สัก เริ่มตั้งแต่ 0.30 เมตร และให้มีความยาวเพิ่มขึ้นช่วงละ 0.15 เมตร ส่วนไม้กระยาเลย เริ่มตั้งแต่ 0.30 เมตร และให้มีความ ยาวเพิ่มขึ้นช่วงล่ะ 0.30 เมตร - การเรียก อขนาด ให้เรียกชื่อขนาดไม้เรียงลําดับดังนี้
ความหนา X ความกว้าง X ความยาว - การแปรรูป ต้องแปรรูปให้ส่วนยาวของไม้แปรรูป ขนานกับความยาวของท่อนซุง ด้านทั้ง
- ด้านต้องเรียบเป็นแนวเส้นตรง มีขนาดสม่ําเสมอกันตลอดความยาวของแผ่น และภาคตัดขวางหัวท้ายต้องเป็นสี่เหลี่ยมมุมฉาก
- ข้อมูลความแข็งของไม้ชนิดต่างๆ
ชื่อไม้ ชื่อพฤษศาสตร์ ความแข็งแรงในการค้ด
(กก./ชม.2) ความแข็ง
(กก.) ความทนทาน
(ปี) หมายเหตุ
ไม้แดง Xylia kerrii Craib& Hutch, 1,305 1,030 15.9
ประดู่ Pterocarpus spp. 1,334 925 14.7
มะค่าแต้ Sindora spp. 1,221 1,294 มากกว่า 7.0 ผลการทดลองยังไม่สิ้นสุด
มะค่าโมง Afrelia Xylocarpa Craib. 1,229 808 10.7
สัก Tectona grandis Linn.f. 1,045 489 16.0
หลุมพอ Intsia bakeri Prain 1,626 772 14.5
สนประดิพัทธ์ Casuarina junghuhniana Miq. 1,525 865 4.6
สนสองใบ (Pinus merkusii Jungh.) 1,000 402 4.9
สนสามใบ (Pinus Kesiya Jungh.) 1,055 404 3.2
หมายเหตุ - ความแข็งแรงในการตัด คือค่าที่ทําให้ไม้เกิดแตกหัก
- ความแข็ง คือ แรงที่ใช้ในการกดลูกปืนให้จมลงในเนื้อไม่ในระดับที่กําหนด
- ความทนทาน คือ ความทนทานตามธรรมชาติของไม้ที่ปักลงดิน ทนต่อมอด ปลวก และทนต่อการผุ (ทดลองจนไม้หัก)
- ถ้าน่าไม่เหล่ามาท่าปาเก้ ซึ่งต้องทนการเหยียบย่ํา น่าจะน่าเอาค่าของความแข็งแรง มาพิจารณา
- ไม้แดง เกิดการบิดตัวน่าจะเกี่ยวกับความชื้นในไม้ที่ใช้ทําปาร์เก้ (ความชื้นต้องต่ํากว่า16% จึงจะถือว่าเป็นไม้แห้ง)
- ความทนทานเฉลี่ย(ปี) เป็นผลที่ได้จากการทดลอง โดยใช้ไม้ตัวอย่างแต่ละชนิดที่เป็นแก่นล้วน ไม่มีกระพี้ ไม่มีตําหนิ ลักษณดี ขนาด 5ซม. สี่เหลี่ยมยาว 50 ซม. ความชื้นไม่เกิน 20%ฝังลงไปในประมาณ 25 ซม. กระจายไปทั่วแปลง ทดลอง ในที่กลางแจ้ง ตากแดด ตากฝน ตามภาค ต่างๆ ของประเทศไทย แล้วทําการตรวจสภาพของไม้ เพื่อเก็บสถิติ ทุก 6เดือน จนไม่ตัวอย่างผุผังเสียหายจนหักไป ถือว่าสิ้นสุดการทดลอง แล้วดึงเฉลี่ยค่าความทนทาน
ข้อมูลอ้างอิง : http://www.bansongthai.com (http://www.bansongthai.com) 1ไม้เนื้อแข็งของประเทศไทย ฝ่ายวิจัยไม้กรมป่าไม้
อ้างอิง http://www.thaicontractors.com (http://www.thaicontractors.com)
โฆษณา
https://thaicontractors.wordpress.com/tag/ไม่เนื้ออ่อน/
3/4
TISI
สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
กระทรวงอุตสาหกรรม
หลักเกณฑ์เฉพาะในการตรวจสอบเพื่อการอนุญาต สําหรับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมคอนกรีตผสมเสร็จ
มาตรฐานเลขที่ มอก. 213-2560
Ane (imu)
R0213-2560(01)
ประกาศสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์เฉพาะในการตรวจสอบเพื่อการอนุญาต
สําหรับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมคอนกรีตผสมเสร็จ มาตรฐานเลขที่ มอก. 213-2560
โดยที่เป็นการสมควรกําหนดหลักเกณฑ์เฉพาะในการตรวจสอบเพื่อเป็นแนวทางในการดําเนินการ
อนุญาตสําหรับผลิตภัณฑ์แต่ละมาตรฐานให้สอดคล้องกับประกาศสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เรื่อง
หลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจสอบเพื่อการอนุญาตและติดตามผล
สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จึงยกเลิกประกาศสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์
อุตสาหกรรม เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์เฉพาะในการตรวจสอบเพื่อการอนุญาตสําหรับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม คอนกรีตผสมเสร็จ มาตรฐานเลขที่ มอก. 213-2552 ฉบับลงวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ และกําหนด หลักเกณฑ์เฉพาะในการตรวจสอบเพื่อการอนุญาตสําหรับผลิตภัณฑ์คอนกรีตผสมเสร็จ มาตรฐานเลขที่
มอก. 213-2560 ดังรายละเอียดท้ายประกาศนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๔
(นายธนะ อัลภาชน์)
รองเลขาธิการสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
R0213-2560(01) - การแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน : ตําแหน่งและขนาด
มีข้อแนะนํา ดังนี้
7.1
ให้แสดงเครื่องหมายมาตรฐานไว้ที่รถบรรจุผลิตภัณฑ์
7.2 ตําแหน่งของเครื่องหมายมาตรฐานอยู่ด้านหน้า หรือด้านข้างของรถบรรจุผลิตภัณฑ์
7.3 ขนาดเครื่องหมายมาตรฐานต้องแสดงให้เหมาะสม สัมพันธ์กับขนาดของรถบรรจุผลิตภัณฑ์ และ ไม่น้อยกว่า 50 มิลลิเมตร และความสูงของหมายเลขมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ไม่น้อยกว่า 10 มิลลิเมตร
7.4 ให้แสดงข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (คิวอาร์โค้ด) ไว้บริเวณเดียวกับเครื่องหมาย
มาตรฐาน และมีขนาดไม่ควรน้อยกว่า 50 มิลลิเมตร - การตรวจติดตามภายหลังการอนุญาต
สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมจะดําเนินการตรวจติดตามภายหลังการอนุญาตตามที่กําหนดใน
หลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจสอบเพื่อการอนุญาตและติดตามผล - เงื่อนไขที่ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติ
ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เลขาธิการสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกําหนด
3/3
R024 3-2560(0.1
хазов