จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างโครงการประเมินผลสัมฤทธิ์และความคุ้มค่าจากการดำเนินงาน ของสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) 68029302632
฿2,200,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 19 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์และความคุ้มค่าจากการดำเนินงานของสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีเป้าหมายเพื่อวัดผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดที่ได้ตกลงกับสำนักงาน ก.พ.ร. และสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการประเมินความคุ้มค่าขององค์การมหาชน รวมถึงประเมินความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการให้บริการของ สบร. ทั้งจากแหล่งเรียนรู้ต้นแบบ, ช่องทางการเรียนรู้ออนไลน์, และกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต นอกจากนี้ ยังมีการประเมินระดับคุณภาพของหลักสูตร, องค์ความรู้, และกิจกรรมการเรียนรู้ (KM as a Service) และประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากการดำเนินงานของ สบร.

ผู้รับจ้างจะต้องทำการสำรวจ, รวบรวมข้อมูล, วิเคราะห์, และจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา/ปรับปรุงการให้บริการของ สบร. โดยครอบคลุมทั้งการประเมินความพึงพอใจ, ความผูกพันของผู้ใช้บริการ, และผลประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้บริการต่างๆ ของ สบร. รวมถึงการประเมินความสำเร็จของโครงการ Talent Everywhere และการใช้ประโยชน์จากแหล่งเรียนรู้เครือข่าย นอกจากนี้ยังต้องมีการจัดประชุมเพื่อเผยแพร่ผลการประเมินแก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของ สบร.

ระยะเวลาการดำเนินงานของโครงการคือ 200 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา โดยมีงบประมาณรวมทั้งสิ้น 2,200,000 บาท

English summary

This project aims to evaluate the performance and cost-effectiveness of the Office of Knowledge Management and Development (OKMD) for the fiscal year 2025. The objectives include assessing performance against agreed indicators with the Office of the Civil Service Commission (OCSC), in line with the Cabinet’s resolution on evaluating the value of public organizations, and gauging satisfaction among service users and stakeholders of OKMD, including those utilizing its learning centers, online channels, and activities promoting lifelong learning. Furthermore, it involves evaluating the quality of courses, knowledge, and learning activities (KM as a Service), and assessing the economic and social value generated by OKMD’s operations.

The contractor will conduct surveys, collect data, analyze information, and provide recommendations for the development/improvement of OKMD’s services. This includes evaluating user satisfaction, engagement, and the benefits derived from OKMD’s services, as well as assessing the success of the Talent Everywhere project and the utilization of learning network resources. Additionally, the contractor will organize a meeting to disseminate the evaluation results to OKMD’s executives and staff.

The project duration is 200 days from the contract signing date, with a total budget of 2,200,000 baht.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ประเมินผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดของ สบร. ประจำปีงบประมาณ 2568 ที่จัดทำไว้กับสำนักงาน ก.พ.ร. และการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี
  • รับทราบผลการประเมินผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินงานของ สบร. จากผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
  • สร้างการรับรู้ให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของ สบร. ได้รับทราบผลการประเมินผลสัมฤทธิ์และความคุ้มค่า

ขอบเขตของงาน

  • การประเมินผลสัมฤทธิ์:
    • ประเมินความพึงพอใจ, ความไม่พึงพอใจ, ความผูกพัน, การได้รับประโยชน์, การกลับมาใช้บริการซ้ำ (NPS) จากการใช้บริการแหล่งเรียนรู้หลัก (อุทยานการเรียนรู้ (TK park) และ มิวเซียมสยาม)
    • รับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการพัฒนา/ปรับปรุงงานบริการของแหล่งเรียนรู้ทั้งสองแห่ง โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview)
    • ประเมินความพึงพอใจ, ความไม่พึงพอใจ, ความผูกพัน และการได้รับประโยชน์ จากการใช้บริการช่องทางการเรียนรู้ออนไลน์ของ สบร. (เว็บไซต์, เฟซบุ๊ก, แอปพลิเคชัน)
  • การประเมินความสำเร็จของการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต: ประเมินทัศนคติของกลุ่มเป้าหมายต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
  • การประเมินระดับคุณภาพของหลักสูตร องค์ความรู้ และกิจกรรมเรียนรู้ (KM as a Service): ประเมินระดับคุณภาพของหลักสูตร, องค์ความรู้, และกิจกรรมการเรียนรู้
  • การประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและสังคม: ประเมินมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากการดำเนินงานของ สบร.
  • การประเมินความสำเร็จของการใช้ประโยชน์จากแหล่งเรียนรู้เครือข่าย: ประเมินการขยายเครือข่ายและ/หรือขยายองค์ความรู้ของ สบร.
  • การประเมินผลโครงการ Talent Everywhere: ประเมินความพึงพอใจและการนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ของกลุ่มเป้าหมาย
  • การจัดประชุม: จัดการประชุมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สบร. เพื่อเผยแพร่ผลการประเมิน

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รายงานเบื้องต้น (Inception Report)
  • รายงานการศึกษาขั้นกลาง (Interim Report)
  • ร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ (Draft Final Report)
  • รายงานการศึกษาฉบับสมบูรณ์ (Final Report) จำนวน 15 ชุด (เล่มสี) พร้อม External Harddisk
  • การจัดประชุมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สบร.

ระยะเวลาดำเนินการ

200 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • ประสบการณ์: มีผลงานจ้างประเภทเดียวกัน หรืองานลักษณะคล้ายกัน เช่น การประเมินความพึงพอใจ, การประเมินการได้รับประโยชน์, การประเมินเครือข่าย, การประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม, การประเมินความสำเร็จของการส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายมีทัศนคติดีต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต, การประเมินระดับคุณภาพของหลักสูตร องค์ความรู้ และกิจกรรมเรียนรู้ หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) โดยต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวที่ได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่เชื่อถือได้ โดยมีผลงานย้อนหลัง จำนวน 2 ผลงาน ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับจากวันที่งานแล้วเสร็จจนถึงวันยื่นเอกสารประกวดราคาจ้าง
  • มูลค่าสุทธิของกิจการ/ทุนจดทะเบียน:
    • กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    • กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
    • กรณีเป็นบุคคลธรรมดา พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง
    • กรณีที่ไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ สามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ
  • บุคลากร:
    • หัวหน้าโครงการ จำนวน 1 คน มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาโท โดยเป็นผู้มีประสบการณ์ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ด้านการบริหารจัดการโครงการหรือเป็นหัวหน้าโครงการ โดยมีประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 15 ปี
    • นักวิจัย จำนวน 3 คน โดยมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ หรือ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี หรือการบริหารธุรกิจ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือเป็นประโยชน์กับโครงการ โดยเป็นผู้มีประสบการณ์การทำงาน ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 5 ปี
    • ผู้ช่วยนักวิจัย จำนวน 2 คน โดยมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ หรือ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี หรือการบริหารธุรกิจ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือเป็นประโยชน์กับโครงการ โดยเป็นผู้มีประสบการณ์การทำงาน ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 5 ปี
    • ผู้ประสานงานโครงการ จำนวน 1 คน มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี เป็นผู้มีประสบการณ์การประสานงานโครงการ โดยมีประสบการณ์ทำงานอย่างน้อย 3 ปี

เกณฑ์การพิจารณา

  • ราคา (20%): พิจารณาจากราคาที่เสนอ
  • ข้อเสนอทางเทคนิค (80%):
    • ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ (15%)
    • กรอบแนวคิดและกระบวนการวิจัย (75%)
    • แผนและขั้นตอนการดำเนินงาน (5%)
    • คุณสมบัติและความพร้อมของทีมวิจัย (5%)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • หลักการและเหตุผล: อธิบายความสำคัญและที่มาของโครงการ
  • วัตถุประสงค์: ระบุวัตถุประสงค์ของโครงการ
  • กลุ่มเป้าหมาย: ระบุกลุ่มเป้าหมายของโครงการ
  • พื้นที่ในการดำเนินงาน: ระบุพื้นที่ในการดำเนินงาน
  • ขอบเขตการดำเนินงาน: อธิบายขอบเขตการดำเนินงานตามที่ระบุไว้ใน TOR

เงื่อนไขสัญญา

  • การชำระเงิน: ชำระเป็นงวดตามผลงานที่ส่งมอบ:
    • งวดที่ 1: 20% เมื่อส่งมอบรายงานเบื้องต้น (Inception Report)
    • งวดที่ 2: 30% เมื่อส่งมอบรายงานการศึกษาขั้นกลาง (Interim Report)
    • งวดที่ 3: 20% เมื่อส่งมอบร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ (Draft Final Report)
    • งวดที่ 4: 30% เมื่อส่งมอบรายงานการศึกษาฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
  • ค่าปรับ: ค่าปรับร้อยละ 0.10 ต่อวันของวงเงินค่าจ้าง หากทำงานไม่แล้วเสร็จตามกำหนด
  • การรักษาความลับ: ผู้รับจ้างต้องเก็บรักษาข้อมูลเป็นความลับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ถาม: โครงการนี้จะช่วยพัฒนา สบร. ในด้านใดบ้าง?
    ตอบ: โครงการนี้จะช่วยให้ สบร. ทราบถึงจุดแข็ง จุดอ่อน และโอกาสในการพัฒนาการให้บริการ, การบริหารจัดการ, และการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม
  • ถาม: การประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและสังคมจะทำอย่างไร?
    ตอบ: จะประเมินจากมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการดำเนินงานของ สบร. ทั้งทางตรงและทางอ้อม, ในรูปแบบตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน
  • ถาม: กลุ่มเป้าหมายของโครงการนี้มีใครบ้าง?
    ตอบ: ผู้ใช้บริการแหล่งเรียนรู้, ผู้ใช้บริการช่องทางออนไลน์, ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย, ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สบร.
  • ถาม: รายงานแต่ละงวดจะต้องส่งมอบอะไรบ้าง?
    ตอบ: รายละเอียดการส่งมอบรายงานในแต่ละงวดระบุไว้ในหัวข้อ “การส่งมอบงาน”
  • ถาม: มีการจัดประชุมเพื่อเผยแพร่ผลการประเมินหรือไม่?
    ตอบ: ใช่ มีการจัดการประชุมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สบร. เพื่อนำเสนอผลการประเมิน
  • ถาม: หากไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามกำหนดจะต้องทำอย่างไร?
    ตอบ: จะต้องชำระค่าปรับในอัตราร้อยละ 0.10 ต่อวันของวงเงินค่าจ้าง
  • ถาม: ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานในลักษณะใด?
    ตอบ: ต้องมีผลงานที่เกี่ยวข้องกับการประเมินผล, การประเมินความพึงพอใจ, หรือการประเมินความคุ้มค่าในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท
  • ถาม: บุคลากรในทีมวิจัยต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
    ตอบ: หัวหน้าโครงการต้องมีวุฒิปริญญาโท, นักวิจัยต้องมีวุฒิปริญญาโท, ผู้ช่วยนักวิจัยต้องมีวุฒิปริญญาตรี, และผู้ประสานงานโครงการต้องมีวุฒิปริญญาตรี
  • ถาม: การพิจารณาข้อเสนอจะพิจารณาจากอะไรบ้าง?
    ตอบ: พิจารณาจากราคา (20%) และข้อเสนอทางเทคนิค (80%)
  • ถาม: ข้อมูลที่ส่งมอบให้ สบร. จะถูกเก็บรักษาเป็นความลับหรือไม่?
    ตอบ: ผู้รับจ้างต้องเก็บรักษาข้อมูลทั้งหมดเป็นความลับ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

กระตุกต่อมคิด สํานักงานบรหารและพัฒนาองค์ความรู้ ขอบเขตของงาน (Term of Reference) โครงการ/กิจกรรม ดำเนินโครงการประเมินผลสัมฤทธิ์และความคุ้มค่าจากการดำเนินงานของสำนักงานบริหาร และพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ภายใต้ โครงการประเมินผลสัมฤทธิ์และความคุ้มค่าจากการดำเนินงาน ของ สบร. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ปีงบประมาณ 2568 1. หลักการและเหตุผล สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ สบร. จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อ 13 สิงหาคม 2561 ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2561 มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นองค์กรบริหารและจัดการความรู้ที่สมบูรณ์ หลากหลาย และเป็นองค์กรพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ รวมทั้งสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตที่สอดคล้องกับ ทิศทางการพัฒนาประเทศ รวมถึงสามารถให้บริการและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ต้นแบบทั้งในรูปแบบของอุทยาน การเรียนรู้และพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ นอกจากนี้ สนับสนุนส่งเสริมให้มีพื้นที่สร้างสรรค์ที่เอื้อต่อการเข้าถึงและ การใช้บริการด้านการเรียนรู้รวมทั้งพื้นที่ในการค้นคว้า แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างแรงบันดาลใจ ทั้งที่เป็น พื้นที่จริงทางกายภาพและพื้นที่เสมือนจริง ตลอดจนสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้ ด้อยโอกาสสามารถเข้าถึงข้อมูลและความรู้ที่หลากหลาย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความรู้ ส่งเสริมให้ เด็กและเยาวชนมีนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้ รวมทั้งพัฒนาทักษะที่หลากหลายและสร้างสังคมการเรียนรู้ใน ภูมิภาค ท้องถิ่น และชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล ตลอดจนสามารถนำความรู้ไปต่อยอดและขยาย ผลเพื่อสร้างรายได้และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ สร้างนวัตกรรมและพัฒนาการเรียนรู้รูปแบบใหม่ของคนทุก ช่วงวัย รวมถึงกลุ่มผู้ด้อยโอกาสเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปเป็นต้นแบบขยายผล นอกจากนี้ พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2561 มาตรา 38 กำหนดให้ "การประเมินผลงานของสำนักงานให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยองค์การ มหาชน" ซึ่งตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 มาตรา 24/1 ในการควบคุมดูแลการดำ เนินงานขององค์การมหาชน ให้คณะกรรมการ พิจารณากำหนดแนวทางการปฏิบัติงานขององค์การมหาชนให้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ซึ่งต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เกิด ผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจ ความซื่อสัตย์สุจริต การลดขั้นตอนการ ปฏิบัติงาน การกระจายอำนาจการตัดสินใจ การอำนวยความสะดวก และการตอบสนองความต้องการของ ประชาชน อีกทั้งการจัดทำตัวชี้วัดในการประเมินผลสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) กับสำนัก คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ซึ่งต้องมีการวัดความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ ความผูกพัน และ การได้รับประโยชน์ของผู้รับบริการ และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการดำเนินงาน สบร. รวมทั้ง เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2565 คณะรัฐมนตรีมีมติเรื่องการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชนทั้ง 3 ประเภทจาก 5 ปี เป็น 3 ปี โดยสำนักงาน ก.พ.ร. มีการกำหนดแนวทางการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนา องค์การมหาชน และได้มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชนระหว่าง สบร.กับสำนักงาน กพ.ร. โดยคาดว่าจะมีการประเมินความคุ้มค่าขององค์การมหาชนในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 - 2 - ในการดำเนินงาน สบร. จึงได้จัดทำ "ประเมินผลสัมฤทธิ์และความคุ้มค่าจากการดำเนินงาน ของ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568" เพื่อประเมินผล ความสำเร็จและผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินงานของ สบร. โดยสำรวจความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ ความ ผูกพัน และการใช้ประโยชน์จากการให้บริการของแหล่งเรียนรู้ต้นแบบของ สบร. การให้บริการสื่อออนไลน์ และแหล่งเรียนรู้เครือข่าย พร้อมข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนา/ปรับปรุงบริการในแหล่งเรียนรู้ของ สบร. นอกจากนี้ยังมีการประเมินผลความคุ้มค่าจากการดำเนินงานของ สบร. ภายใต้กรอบการประเมินผลความคุ้มค่า องค์การมหาชน (CPER Model) ตามที่ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การ มหาชนกับสำนักงาน กพ.ร. โดยการประเมินความคุ้มค่าของการดำเนินงาน เพื่อสะท้อนภาพรวมการเป็นหน่วย งานให้บริการแหล่งเรียนรู้และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ รวมถึงการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม จากการดำเนินงานของ สบร. 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อประเมินผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดของสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งได้จัดทำไว้กับสำนักงาน ก.พ.ร. และการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2565 เรื่องการประเมินความคุ้มค่าองค์การมหาชน 2.2 เพื่อรับทราบผลการประเมินผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินงานของ สบร. จากผู้รับบริการและผู้มีส่วน ได้ส่วนเสีย โดยสะท้อนผลความสำเร็จในการให้บริการ ทั้งในด้านความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ ความผูกพัน การได้รับประโยชน์ การกลับมาใช้บริการซ้ำ (NPS : Net Promotor Score) ของการบริการของ สบร. จาก ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งความสำเร็จของการส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียน รู้ตลอดชีวิต และการประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและสังคมจากการดำเนินงานตามภารกิจของ สบร. ใน การให้บริการจากงานบริการแหล่งเรียนรู้ต้นแบบ การให้บริการการเรียนรู้ออนไลน์ของ สบร. และแหล่งเรียนรู้ เครือข่ายที่ สบร. ให้การสนับสนุน เพื่อรับทราบความต้องการ ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ โดย นำมาจัดทำแนวทาง/แผนการพัฒนาปรับปรุงการให้บริการของ สบร. ต่อไป 2.3 เพื่อสร้างการรับรู้ให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของ สบร. ได้รับทราบผลการประเมินผลสัมฤทธิ์และ ความคุ้มค่าที่สะท้อนภาพรวมผลการดำเนินงานของ สบร. และเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนพัฒนาการดำเนิน งานขององค์กรให้มีประสิทธิภาพต่อไป 3. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ 3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ 3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง - 3 - 3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วย งานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย 3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา 3.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว 3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ "สบร." ณ วัน ประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมใน การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ 3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อ เสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น 3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานจ้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง หรืองานลักษณะคล้าย กัน เช่น การประเมินความพึงพอใจ การประเมินการได้รับประโยชน์ การประเมินเครือข่าย การประเมินมูลค่า ทางเศรษฐกิจและสังคม การประเมินความสำเร็จของการส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ ตลอดชีวิต การประเมินระดับคุณภาพของหลักสูตร องค์ความรู้ และกิจกรรมเรียนรู้ หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ใน วงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) โดยต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวที่ได้ทำงานซึ่งได้มี การส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วย งานเอกชนที่เชื่อถือได้ โดยมีผลงานย้อนหลัง จำนวน 2 ผลงาน ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับจากวันที่งาน แล้วเสร็จจนถึงวันยื่นเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมกับแนบหลักฐานเป็น หนังสือรับรองผลงานและสำสัญญาจ้างด้วย 3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ "กิจการร่วมค้า" ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ กรณีที่ข้อตกลง ระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะ ต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วม ค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดราย หนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการ ร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้า หลักผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน หรือหนังสือเชิญ ชวน กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็น ผู้ยื่นข้อ เสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้า ร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือ มอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า 3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย 3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ - 4 - (1) กรณีผู้ยื่นเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการ เงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบ แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียนโดยผู้ยื่นข้อ เสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท (3) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอโดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัด เลือกจะต้องแสดงบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามสัญญา (4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่ จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้าประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรองหรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณี ได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน) (5) กรณีตามข้อ 3.11 (1) – (4) ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้ (5.1) ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ (5.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราช บัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 4. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ (ถ้ามี) 4.1 ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล - 5 - 4.2 ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ยื่นสำเนาบัตรประจำตัว ประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ ถือสัญชาติไทย พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง 4.3 สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี) 4.4 ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทนให้แนบหนังสือมอบอำนาจซึ่งติด อากรแสตมป์ตามกฎหมาย โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ ทั้งนี้ หากผู้รับ มอบอำนาจเป็นบุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้วเท่านั้น 4.5 สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เพื่อการจัดซื้อจัด จ้างภาครัฐ (ถ้ามี) 4.6 สำเนาหนังสือรับรองสินค้า Made in Thailand ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ถ้ามี) 4.7 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ (1) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล ให้ยื่นงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยให้ยื่นขณะเข้าเสนอราคา (2) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้ยื่นหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยให้ยื่นขณะเข้าเสนอราคา และต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดัง กล่าวอีกครั้งในวันลงนามในสัญญา (3) ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการและทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่ จะเข้ายื่นข้อเสนอ ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อ (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำ ประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้ง เวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรองหรือที่สำนักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน) 4.8 คุณสมบัติและความพร้อมของทีมวิจัย คุณสมบัติ ความพร้อม ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของบุคลากรและทีมวิจัยหลัก จำนวน 7 คน ประกอบด้วย 1) หัวหน้าโครงการ จำนวน 1 คน มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาโท โดยเป็นผู้มี ประสบการณ์ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ด้านการบริหารจัดการโครงการหรือเป็นหัวหน้าโครงการ โดยมี ประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 15 ปี 2) นักวิจัย จำนวน 3 คน โดยมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ หรือ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี หรือการบริหารธุรกิจ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือเป็นประโยชน์กับ โครงการ โดยเป็นผู้มีประสบการณ์การทำงาน ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 5 ปี 3) ผู้ช่วยนักวิจัย จำนวน 2 คน โดยมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีด้าน เศรษฐศาสตร์ หรือ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี หรือการบริหารธุรกิจ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือเป็น ประโยชน์กับโครงการ โดยเป็นผู้มีประสบการณ์การทำงาน ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 5 ปี 4) ผู้ประสานงานโครงการ จำนวน 1 คน มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี เป็นผู้มี ประสบการณ์การประสานงานโครงการ โดยมีประสบการณ์ทำงานอย่างน้อย 3 ปี 4.9 ข้อเสนอทางเทคนิค ประกอบด้วยรายละเอียด ดังนี้ 1) หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย พื้นที่ในการดำเนินงานและขอบเขตการ ดำเนินงาน - 6 - 5. กลุ่มเป้าหมาย 5.1 ผู้ใช้บริการแหล่งเรียนรู้ของ สบร. 5.2 ผู้ใช้บริการช่องทางการเรียนรู้ออนไลน์ของ สบร. 5.3 ผู้ใช้บริการ/เครือข่ายแหล่งเรียนรู้ สบร. 5.4 ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สบร. 5.5 ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการดำเนินงานของ สบร. ที่เกี่ยวข้อง 6. พื้นที่ในการดำเนินงาน /ขอบเขตดำเนินงาน พื้นที่แหล่งเรียนรู้ต้นแบบและเครือข่ายของ สบร. รวมถึงช่องทางการเรียนรู้ออนไลน์ของหน่วยงาน อาทิ เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 6.1 ประเมินผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินงานของ สบร. ประกอบด้วย 6.1.1 ประเมินความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ ความผูกพัน การได้รับประโยชน์ การกลับมา ใช้บริการซ้ำ (NPS (Net Promotor Score) จากการใช้บริการแหล่งเรียนรู้หลักของ สบร. ซึ่งประกอบด้วย 6.1.1.1 ประเมินความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ ความผูกพัน การได้รับประโยชน์ การกลับมาใช้บริการซ้ำ (NPS (Net Promotor Score) ของผู้ใช้บริการแหล่งเรียนรู้ 2 แห่ง ได้แก่ อุทยานการ เรียนรู้ (TK park) และ มิวเซียมสยาม 6.1.1.2 รับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของแหล่งเรียนรู้ทั้ง 2 แห่ง ของ สบร. ในการพัฒนาปรับปรุงงานบริการของแหล่งเรียนรู้ทั้ง 2 แห่ง โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกบุคคลที่เกี่ยวข้อง (In-Depth Interview) แห่ง 6.1.1.3 จัดทำข้อเสนอแนะ เพื่อพัฒนาคุณภาพงานบริการของแหล่งเรียนรู้ทั้ง 2 6.1.2 ประเมินความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ ความผูกพัน และการได้รับประโยชน์ จากการ ใช้บริการช่องทางการเรียนรู้ออนไลน์ของ สบร. ที่เปิดให้บริการในปัจจุบัน 6.1.2.1 ประเมินความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ ความผูกพัน และการได้รับ ประโยชน์ จากการใช้บริการช่องทางออนไลน์ของ สบร. ที่เปิดให้บริการในปัจจุบัน อาทิ เว็บไซต์หลัก และ เว็บไซต์รองของ สบร. เฟซบุ๊ก แอปพลิเคชัน และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยใช้แบบสำรวจออนไลน์ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ - เว็บไซต์หลักของ 3 หน่วยงาน ได้แก่ ส่วนงานกลาง (www.okmd.or.th) TK park (www.tkpark.or.th) และ Museum Siam (www.museumsiam.org) - เว็บไซต์รองของ สบร. ได้แก่ เว็บไซต์มิวเซียมไทยแลนด์ (www.museumthailand.com) เว็บไซต์ Knowledgeportal (www.knowledgeportal.okmd.or.th) เว็บไซต์ thekommon (www.thekommon.co) ออนไลน์ของ สบร. เฟซบุ๊ก 3 หน่วยงาน ได้แก่ ส่วนงานกลาง TK park และ Museum Siam แอปพลิเคชันของ TK Park 6.1.2.2 จัดทำข้อเสนอแนะการพัฒนาปรับปรุงงานบริการของช่องทางการเรียนรู้ - 7 - 6.2 ประเมินความสำเร็จของการส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยประเมินจากการส่งเสริมให้ประชาชนในทุกช่วงวัยที่เข้าร่วมกิจกรรมกับทาง สบร. หรือกิจกรรมที่ ดำเนินงานผ่านความร่วมมือของพันธมิตรภาคีเครือข่ายของ สบร. โดยเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการสร้างสังคมแห่ง การเรียนรู้ กระตุ้นให้คนไทยทุกคนมีความใฝ่รู้ แสวงหาความรู้เพื่อการพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ เพื่อสะท้อนถึง ความสำเร็จ ประสิทธิภาพของการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ และพัฒนานโยบายที่กระตุ้นให้สังคมไทยเกิด ความอยากเรียนรู้ แสวงหาความรู้เพื่อการพัฒนาศักยภาพและทักษะต่างๆ โดยกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการ สำรวจทัศนคติหลังเข้าร่วมกิจกรรม โดยมีประเด็นที่สำรวจ ประกอบด้วย 1) เจตคติต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยกลุ่มเป้าหมายเห็นประโยชน์และความสำคัญของการ เรียนรู้ตลอดชีวิตว่าจะช่วยในการพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ 2) กลุ่มเป้าหมายเกิดแรงจูงใจใฝ่เรียนรู้ เกิดแรงผลักดัน มีความกระหายใคร่รู้ มีจิตใจรักที่จะ 3) กลุ่มเป้าหมายพยายามแสวงหาโอกาสที่จะเรียนรู้ เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะของตนเอง 4) กลุ่มเป้าหมายมีความประสงค์เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างต่อเนื่อง 6.3 ประเมินระดับคุณภาพของหลักสูตร องค์ความรู้ และกิจกรรมเรียนรู้ (KM as a Service) เพื่อ ประเมินระดับคุณภาพของหลักสูตรด้านการเรียนรู้ (KM as a Service) องค์ความรู้ที่ถ่ายทอด รวมถึงกิจกรรม การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานของ สบร. 6.4 ประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากการดำเนินงานตามภารกิจของ สบร. ใน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยประเมินจากมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากการดำเนินงานตาม ภารกิจของ สบร. คำนวณได้จากผลรวมของมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ที่เกิดจากผลผลิตและผลลัพธ์ที่เกิดจากการ ดำเนินงานตามภารกิจของ สบร. ทั้งผลประโยชน์ทางตรง (Direct Benefit) กับผลประโยชน์ทางอ้อม (Indirect Benefit) อันประกอบด้วย 1) มูลค่าที่เกิดจากภารกิจด้านการส่งเสริมการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ต้นแบบ และ 2) มูลค่าที่เกิดจากภารกิจการส่งเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้ โดยผลประโยชน์/มูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการดำเนิน ภารกิจหลักของ สบร. ครอบคลุมทั้งในรูปแบบการให้บริการความรู้ผ่านช่องทางออฟไลน์ อาทิ การใช้บริการ แหล่งเรียนรู้ต้นแบบ แหล่งเรียนรู้เครือข่าย กิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ต่างๆของ สบร. การอบรม/สัมมนา เป็นต้น และช่องทางออนไลน์ อาทิ เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน เฟซบุ๊ก และช่องทางอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยประเมิน ว่าการดำเนินงานของ สบร. สามารถก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมในด้านต่างๆ มากน้อยเพียงใด โดยประเมินออกมาในรูปแบบเชิงปริมาณ หรือในรูปตัวเงิน (Monetary) และเชิงคุณภาพ หรือที่ไม่ใช่ตัวเงิน (Non-monetary) 6.5 ประเมินความสำเร็จของการใช้ประโยชน์จากแหล่งเรียนรู้เครือข่าย โดยประเมินความสำเร็จของ การขยายเครือข่ายและ/หรือขยายองค์ความรู้ แนวคิด และรูปแบบการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่ได้จากแหล่งเรียนรู้ ต้นแบบและแหล่งเรียนรู้เครือข่ายของ สบร. ที่ได้รับการขยายผลไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ จากการเร่งรัดผลักดันให้มีการ ขยายผลในการนำต้นแบบแหล่งเรียนรู้ที่พัฒนา ให้มีการกระจายตัวของแหล่งเรียนรู้เครือข่ายโดยขยายผลไปใน ภูมิภาคและพื้นที่จังหวัด รวมทั้งการให้บริการเชื่อมโยงเครือข่ายอุทยานการเรียนรู้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและ กระจายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพและการเรียนรู้ตลอดชีวิตแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง โดยคัดเลือกเครือข่ายเพื่อทำการสำรวจในแต่ละปี 8 6.6 ประเมินผลโครงการ Talent Everywhere โดยประเมินจากกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ เด็กและ เยาวชนที่ได้รับความรู้และการพัฒนาทักษะด้านดนตรี ผ่านกิจกรรมต่างๆ ในโครงการ และเครือข่ายร่วมดำเนิน งาน ได้แก่ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านดนตรี สถาบันการศึกษาที่ร่วมจัดกิจกรรม ทั้งนี้ ประเมินในมิติด้านความพึงพอใจในการเข้าร่วมกิจกรรม และมิติการนำองค์ความรู้หรือทักษะไปใช้ประโยชน์ ของกลุ่มเป้าหมายของโครงการ โดยโครงการ Talent Everywhere มีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ 1) กิจกรรมการให้ บริการหลักสูตรออนไลน์ "พื้นฐานการพัฒนาตนเองสู่การเป็นศิลปิน" 2) กิจกรรมสร้างการรับรู้ (Roadshow) ค่ายบ่มเพาะเยาวชนดนตรี 5 ภูมิภาค 3) กิจกรรมค่ายบ่มเพาะเยาวชนดนตรี 5 ภูมิภาค (10 ค่าย) 4) กิจกรรม จัดแสดงดนตรีเปิดหมวก 5) กิจกรรมเวทีจัดแสดงดนตรีระดับภูมิภาคและระดับประเทศ (Showcase) และ 6) กิจกรรมการให้ความรู้สาธารณะในรูปแบบของ เวทีเสวนา public lecture และ/หรือ workshop เป็นต้น 6.7 จัดการประชุมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของ สบร. เพื่อเผยแพร่ผลการประเมินสำนักงานบริหารและ พัฒนาองค์ความรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ให้แก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สบร. จำนวนไม่น้อยกว่า 40 คน เพื่อรับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการวางแผนการดำเนินงานของ สบร. ให้มีประสิทธิภาพและสะท้อน ความต้องการของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อไป โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัด ประชุมทั้งหมด หมายเหตุ: ทั้งนี้ ในการสำรวจและประเมินผล หากมีความจำเป็นในการให้ของที่ระลึกสำหรับการตอบ คำถาม เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้บริการมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการดังกล่าว ทางบริษัท/ผู้ประเมิน จะต้องเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด 7. ผลที่คาดว่าจะได้รับ 7.1 การให้บริการและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ต้นแบบ ทั้งในรูปแบบของอุทยานการเรียนรู้ และพิพิธภัณฑ์ การเรียนรู้ รวมถึงการให้บริการสื่อออนไลน์และดิจิทัลแพลตฟอร์ม ผู้ใช้บริการได้รับประโยชน์สามารถเข้าถึง ข้อมูลและความรู้ที่หลากหลาย นำความรู้ไปต่อยอดและขยายผล เพื่อสร้างรายได้และยกระดับชีวิตความเป็น อยู่ให้ดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความรู้ รวมทั้งยังมีความพึงพอใจในการเข้าถึงบริการด้านการเรียนรู้ การค้นคว้า แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างแรงบันดาลใจ ทั้งที่เป็นพื้นที่จริงทางกายภาพและพื้นที่เสมือนจริง เพื่อ ขยายผลพื้นที่เรียนรู้สร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมทักษะในอนาคต รวมทั้งส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายมีทัศนคติที่ดีต่อการ เรียนรู้ตลอดชีวิต 7.2 ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งผู้ใช้บริการ และบุคลากร สบร. มีส่วนร่วมในการประเมินงานบริการตาม ภารกิจของสูบร. เสนอแนะ จัดทำแผนการปรับปรุงงานบริการให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ บริการ อีกทั้งผู้ให้บริการสามารถนำผลการประเมินไปพัฒนางานด้านต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เกิด ประโยชน์และความคุ้มค่าต่อประชาชน รวมทั้งนำไปพัฒนานโยบาย กลยุทธ์ และวิธีการดำเนินงาน แผนงาน/ โครงการให้บรรลุเป้าหมายในการบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ต่อไป - 9 - 8. ระยะเวลาดำเนินงาน การดำเนินงาน 200 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง 9. งบประมาณดำเนินงาน งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2568 โครงการประเมินผลสัมฤทธิ์และความคุ้มค่าจากการดำเนิน งานของสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ภายใน วงเงิน 2,200,000 บาท (สองล้านสองแสนบาทถ้วน) 10. เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก 10.1 ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สบร. จะพิจารณาตัดสิน โดยใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น 10.2 การพิจารณาข้อเสนอ จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้ (1) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 20 (2) ข้อเสนอทางเทคนิค กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 80
ประเด็นการพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิค น้ำหนักการให้คะแนนรวม
1. ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ 15
2. กรอบแนวคิดและกระบวนการวิจัย 75
3. แผนและขั้นตอนการดำเนินงาน 5
4. คุณสมบัติและความพร้อมของทีมวิจัย 5
หมายเหตุ : รายละเอียดเกณฑ์การให้คะแนนด้านเทคนิค ปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 11. เงื่อนไขประกอบการดำเนินการ 11.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด และมีเอกสารและหลักฐานต่างๆ ครบถ้วนตามที่ กำหนดในเอกสารนี้ จึงจะได้รับการพิจารณา โดย สบร. จะพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอตามเกณฑ์การพิจาร รณา 11.2 คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ สามารถต่อรองราคา เพื่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุดต่อผู้ว่าจ้าง และขอสงวนสิทธิ์ในการให้คำแนะนำเพิ่มเติม ปรับปรุงรายละเอียดบางประการ เพื่อ ให้ได้ผลงานสมบูรณ์ที่สุด 11.3 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องดำเนินการต่างๆ ตามขอบเขตการดำเนินงานที่ผู้ว่าจ้างกำหนด โดยต้องได้รับ ความเห็นชอบจาก สบร. รวมทั้งต้องแจ้งและยินยอมให้ผู้แทนของ สบร. รับรู้หรือร่วมสังเกตการณ์ในการดำเนิน งานตามขอบเขตการดำเนินงานที่เป็นสาระสำคัญในทุกขั้นตอน 11.4 สบร. สงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกการจ่ายเงินในทันที และเรียกเงินคืน หากผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนิน การได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดในข้อกำหนดการจ้างข้อหนึ่งข้อใด โดยผู้รับจ้างจะไม่ขอเรียกร้องสิทธิ์ รวมทั้ง ค่าใช้ จ่ายใดๆ จากผู้ว่าจ้าง
- 10 - 12. การส่งมอบงาน 12.1 งวดที่ 1 ส่งรายงานเบื้องต้น (Inception Report) ประกอบด้วย 1) หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ กรอบแนวคิด วิธีการดำเนินงาน (Methodology) 2) ร่างแบบสอบถาม และร่างประเด็นในการ สัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) และ 3) แผนการดำเนินงานและขั้นตอนการดำเนินงานทั้งหมดของ งานตามขอบเขตของงานจ้าง (TOR) ในข้อ 6.1-6.7 ตามขอบเขตของงานจ้าง (TOR) โดยจัดส่งรายงานเบื้องต้น (Inception Report) จำนวน 6 ชุด (เล่มสี) พร้อมด้วยไฟล์รายงานฯ ภายใน 30 วันนับถัดจากวันลงนามใน สัญญาจ้าง 12.2 งวดที่ 2 ส่งรายงานการศึกษาขั้นกลาง (Interim Report) ประกอบด้วย 1) แบบสอบถามและ ประเด็นในการประเมินทั้งหมด ที่ผ่านการทดสอบแล้ว กรณีเป็นแบบสอบถามออนไลน์ ให้จัดส่งแบนเนอร์ สำหรับการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ด้วย 2) รายงานความก้าวหน้าของการดำเนินงานทั้งหมดของ งานตามขอบเขตของงานจ้าง (TOR) ในข้อ 6.1-6.7 โดยจัดส่งรายงานการศึกษาขั้นกลาง (Interim Report) จำนวน 6 ชุด (เล่มสี) พร้อมด้วยไฟล์รายงานฯ ภายใน 100 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง 12.3 งวดที่ 3 ส่งร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ (Draft Final Report) ของงานตามขอบเขตของงานจ้าง (TOR) ในข้อ 6.1-6.7 ประกอบด้วย 1) ร่างรายงานการประเมินผลความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ ความผูกพัน และการได้รับประโยชน์ การกลับมาใช้บริการซ้ำ (NPS (Net Promotor Score) จากแหล่งเรียนรู้หลักของ สบร. 2) ร่างรายงานการประเมินความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ ความผูกพัน และการได้รับประโยชน์ จาก แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ของ สบร. 3) ร่างประเมินความสำเร็จของการส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต 4) ร่างประเมินระดับคุณภาพของหลักสูตร องค์ความรู้ และกิจกรรมเรียนรู้ (KM as a Service) 5) ร่างรายงานประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและมูลค่าเพิ่มทางสังคม จากการดำเนินงานตาม ภารกิจของ สบร. 6) ร่างประเมินความสำเร็จของการใช้ประโยชน์จากแหล่งเรียนรู้เครือข่าย 7) ร่างผลประเมินโครงการ Talent Everywhere 8) แผนการจัดประชุมผู้บริหารและเจ้าหน้าของ สบร. โดยจัดส่งร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ (Draft Final Report) จำนวน 6 ชุด (เล่มสี) พร้อมด้วยไฟล์รา ยงานฯ ภายใน 160 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง 11 12.4 งวดที่ 4 ส่งรายงานการศึกษาฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ของงานตามขอบเขตของงานจ้าง (TOR) ในข้อ 6.1-6.7 ประกอบด้วย 1) บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary) 2) รายงานการประเมินผลความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ ความผูกพัน และการได้รับประโยชน์ การก ลับมาใช้บริการซ้ำ และ NPS (Net Promotor Score) จากแหล่งเรียนรู้ของ สบร.รวมทั้งจัดทำข้อเสนอแนะใน การพัฒนาปรับปรุงงานบริการของแหล่งเรียนรู้ต้นแบบทั้ง 2 แห่ง 3) รายงานการประเมินความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ ความผูกพัน และการได้รับประโยชน์ จาก แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ของ สบร. ที่ใช้บริการในปัจจุบัน รวมทั้งจัดทำข้อเสนอแนะในการพัฒนาปรับปรุงงาน บริการของแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ของ สบร. จริง 4) รายงานประเมินกลุ่มเป้าหมายที่ สบร. ส่งเสริมให้มีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต 5) รายงานประเมินระดับคุณภาพหลักสูตร องค์ความรู้ กิจกรรมเรียนรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ 6) ประเมินความสำเร็จของการใช้ประโยชน์จากแหล่งเรียนรู้เครือข่าย 7) รายงานผลประเมินโครงการ Talent Everywhere 8) รายงานประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากการดำเนินงานตามภารกิจของ สบร. 9) สรุปผลการจัดประชุมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของ สบร. โดยจะต้องจัดส่งรายงานการศึกษาฉบับสมบูรณ์ (Final Report) จำนวน 15 ชุด (เล่มสี) พร้อมทั้ง External Harddisk บรรจุไฟล์ข้อมูลทั้งหมด อาทิ ไฟล์รายงานประเมินผล ไฟล์ภาพประกอบการลงพื้นที่ สำรวจ หรือจัดสัมมนา ไฟล์นำเสนอรายงาน และไฟล์ข้อมูลหรือการคำนวณข้อมูล และไฟล์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 ชุด ตามขอบเขตของงาน (TOR) ในรายละเอียดข้อ 6 ภายใน 200 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา จ้าง 13. การชำระเงิน ชำระค่าจ้างเป็นงวด โดยกำหนดการจ่ายเงินเป็นงวด ๆ เมื่อผู้รับจ้างดำเนินงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จ เรียบร้อยตามรายละเอียดของงาน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาแล้วเห็นว่าครบถ้วนถูกต้องและ ทำการตรวจรับไว้ถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ดังนี้ (1) งวดที่ 1 ร้อยละ 20 เมื่อผู้รับจ้างดำเนินงานและส่งงานตามงวดงานที่ 1 (ข้อ 12.1) ให้แล้วเสร็จ เรียบร้อยตามรายละเอียดของงาน ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง (2) งวดที่ 2 ร้อยละ 30 เมื่อผู้รับจ้างดำเนินงานและส่งงานตามงวดงานที่ 2 (ข้อ 12.2) ให้แล้วเสร็จ เรียบร้อยตามรายละเอียดของงาน ภายใน 100 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง (3) งวดที่ 3 ร้อยละ 20 เมื่อผู้รับจ้างดำเนินงานและส่งงานตามงวดงานที่ 3 (ข้อ 12.3) ให้แล้วเสร็จ เรียบร้อยตามรายละเอียดของงาน ภายใน 160 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง (4) งวดที่ 4 ร้อยละ 30 เมื่อผู้รับจ้างดำเนินงานและส่งงานตามงวดงานที่ 4 (ข้อ 12.4) ให้แล้วเสร็จ เรียบร้อยตามรายละเอียดของงาน ภายใน 200 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง อนึ่ง การส่งมอบงานแต่ละครั้ง ผู้รับจ้างต้องทำหนังสือส่งมอบงานทั้งหมด โดยทำหนังสือระบุเลขที่ สัญญาและชื่อโครงการต่อประธานกรรมการตรวจรับ และส่งมอบงานตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนดฯ สบร. จะจ่ายเงินค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาแล้วเห็นว่า ครบถ้วนถูกต้อง และทำการตรวจรับไว้ถูกต้องเรียบร้อยแล้ว 12 - ทั้งนี้ สบร. จะโอนเงินค่าจ้างเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้รับจ้าง โดยผู้รับจ้างตกลงเป็นผู้รับผิดชอบ ภาระเงินค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการอื่นใดเกี่ยวกับการโอน รวมทั้งค่าใช้จ่ายใดๆ (ถ้ามี) ที่ธนาคารเรียกเก็บ และยินยอมให้หักเงินดังกล่าวจากจำนวนเงินโอนในงวดนั้นๆ 14. ค่าปรับ 14.1 หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาและ สบร. ยังมิได้ บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้อง ชำระค่าปรับให้แก่ สบร. ในอัตราร้อยละ 0.10 ต่อวันของวงเงินค่าจ้างตาม สัญญานับถัดจากวันที่ครบกำหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญาหรือวันที่ สบร. ได้ขยายเวลาทำงานให้ จนถึงวันที่ทำงานแล้วเสร็จจริง หรือวันที่บอกเลิกสัญญาแล้วแต่กรณี 14.2 ผู้รับจ้างต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนไปจ้างช่วงอีกทอดหนึ่ง เว้นแต่การจ้างช่วงงานแต่ บางส่วนที่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก สบร. ก่อนกรณีผู้รับจ้างไปจ้างช่วงงานแต่บางส่วนโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้รับจ้างต้องชำระค่าปรับให้แก่ สบร. เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 10 (สิบ) ของวงเงินของงานที่จ้างช่วงตาม สัญญา 15. การรักษาความลับ ข้อมูล เอกสารใดๆ ทั้งที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล หรือเป็นข้อมูลอื่นใดของ สบร. ที่ส่งมอบให้ผู้รับจ้าง เพื่อ ดำเนินการตามงานที่จ้างนี้ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรักษาข้อมูล เอกสารดังกล่าวไว้เป็นความลับอย่าง เคร่งครัด และไม่เปิดเผย ส่งมอบ เผยแพร่ ข้อมูล เอกสารที่เป็นความลับทั้งหมดไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้ แก่บุคคลภายนอกหรือหน่วยงานภายนอก เว้นแต่เป็นการเปิดเผย ส่งมอบ เผยแพร่ ข้อมูล เอกสารความลับให้ แก่เจ้าหน้าที่ สบร. เพื่อประกอบการดำเนินการตามงานที่จ้าง 16. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามขอบเขตงานนี้ ผู้รับจ้างตกลงจะปฏิบัติตามพระราช บัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎ ระเบียบ ประกาศ และคำสั่งอื่นใดที่ออกตามพระราช บัญญัติดังกล่าว และที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคตอย่างเคร่งครัด ซึ่งรวมถึงการดำเนินการใดๆ ที่จำเป็น เพื่อ ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้อ่านและเข้าใจรายละเอียดที่ระบุไว้ในคำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของอีก ฝ่ายหนึ่ง และได้ดำเนินการให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้ความยินยอม ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลด้วยแล้ว ในกรณีที่ขอบเขตงานนี้ เป็นกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีหน้าที่ที่จะต้องเก็บ รวมรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือโอนไปต่างประเทศซึ่งข้อมูลส่วน บุคคลตามคำสั่งของอีกฝ่ายหนึ่ง ในกรณีดังกล่าวทั้งสองฝ่ายตกลงลงนามในสัญญาเกี่ยวกับการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) ตามแบบที่ สบร. กำหนด 13 - 17. ลิขสิทธิ์ในเอกสาร เอกสารรายงาน "โครงการประเมินผลสัมฤทธิ์และความคุ้มค่าจากการดำเนินงานของสำนักงานบริหาร และพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568" และส่วนประกอบทั้งหมด เป็น ลิขสิทธิ์ของสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ซึ่งผู้รับจ้างจะดำเนินการอื่นใด หรือจะ มอบให้แก่ผู้ใดมิได้ ก่อนที่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความ รู้ (องค์การมหาชน) 18. สถานที่ติดต่อหน่วยงานรับผิดชอบ ฝ่ายงบประมาณและติดตามประเมินผล สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) เลขที่ 69/18-19 อาคารวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (อาคารชุดมิว บิลดิ้ง) ชั้น 18-19 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 ติดต่อประสานงานเจ้าหน้าที่ สบร. : คุณกนกวรรณ/ คุณศรินดา โทรศัพท์: 02-105-6500 ต่อ 446, 406 หรือ e-mail: [email protected], [email protected] ผู้จัดทำ/คณะกรรมการจัดทำขอบเขตงาน (นายอภิชาติ ประเสริฐ) ผู้อำนวยการสำนัก/หัวหน้าฝ่าย (นางสาวรัดใจ เปียแก้ว) รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายงบประมาณและติดตาม 13ก.พ.68 เวลา 22:18:14 Non-PKI Server Sign Signature Code: QwA2A-EIAQg-A5AEM-AOAA0 ประเมินผล (นางสาวศรินดา จันทรเกิด) นักวิเคราะห์และประเมินผลอาวุโส 13ก.พ.68 เวลา 22:30:48 Non-PKI Server Sign Signature Code: MwBEA-EMAOQ-AyAEU-AMQA2 14ก.พ.68 เวลา 09:59:15, Non-PKI Server Sign, Signature Code : RAA2A- EYAQg-A0ADU-AQQA2 อนุมัติ (นายทวารัฐ สูตะบุตร) ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ 14ก.พ.68 เวลา 13:21:51, Non-PKI Server Sign, Signature Code : NQBEA- EQANW-BBADK-AMgBG กนกรรรณ หวังคริส (นางสาวกนกวรรณ ยีหวังเจริญ) นักวิเคราะห์และประเมินผลอาวุโส 13ก.พ.68 เวลา 22:31:38 Non-PKI Server Sign Signature Code: QgA0A-EUARg-AwADI-AMgBE