จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างโครงการตรวจสอบและสอบเทียบมาตรวัดน้ำผู้ใช้น้ำในทางน้ำชลประทานตามมาตรา 8

กรมชลประทาน 68029291588
฿4,500,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 17 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการตรวจสอบและสอบเทียบมาตรวัดน้ำผู้ใช้น้ำในทางน้ำชลประทานตามมาตรา ๘ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อตรวจสอบความถูกต้องแม่นยำของมาตรวัดน้ำที่ใช้โดยผู้ได้รับอนุญาตใช้น้ำในเขตชลประทาน ครอบคลุมพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 8 และ 9 ขอบเขตงานประกอบด้วย การวางแผน, การวัดอัตราการไหลของน้ำในท่อโดยใช้อุปกรณ์วัดอัตราการไหลแบบ Ultrasonic (Clamp-on) สองชุดติดตั้งก่อนและหลังมาตรวัดน้ำของผู้ใช้น้ำ, การสอบเทียบมาตรวัดน้ำ, การจัดทำรายงานผล, และการฝึกอบรมบุคลากรของกรมชลประทาน โครงการนี้จะช่วยให้การจัดเก็บค่าชลประทานเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรมตามปริมาณการใช้น้ำจริง

English summary

This project aims to inspect and calibrate water meters of water users in irrigation areas under Section 8, covering the areas of Irrigation Office 8 and 9. The scope of work includes planning, measuring the flow rate of water in pipes using two sets of Ultrasonic (Clamp-on) flow meters installed before and after the user’s water meter, calibrating water meters, preparing reports, and training personnel of the Royal Irrigation Department. This project will help ensure the accuracy of water meter readings and support efficient irrigation fee collection.

สถานที่ดำเนินการ

สถานีสูบน้ำดิบของผู้รับอนุญาตใช้น้ำจากทางชลประทาน ตามมาตรา ๘

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • สอบเทียบมาตรวัดน้ำ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องเที่ยงตรงของมาตรวัดน้ำ ของผู้ใช้น้ำในทางน้ำชลประทาน ตามมาตรา ๘

ขอบเขตของงาน

  • การวางแผนและการเตรียมการดำเนินงาน:
    • จัดส่งแคตตาล็อกมาตรวัดอัตราการไหลของน้ำในท่อปิดที่จะใช้ในการวัด
    • จัดทำแผนการลงพื้นที่สอบเทียบมาตรวัดน้ำ จำนวน 135 ราย
    • จัดทำแบบฟอร์มรายงานผลการสอบเทียบมาตรวัดน้ำ
  • วัดอัตราการไหลในท่อ:
    • ตรวจสอบการติดตั้งมาตรวัดน้ำตามมาตรฐานกรมชลประทาน
    • ติดตั้งอุปกรณ์วัดอัตราการไหลของน้ำในท่อปิด 2 ชุด (ก่อนและหลังมาตรวัดน้ำของผู้ใช้น้ำ)
  • สอบเทียบมาตรวัดน้ำ:
    • บันทึกข้อมูลอัตราการไหลจากอุปกรณ์ทั้ง 2 ตัว และมาตรวัดน้ำของผู้ใช้น้ำ (10 ชุดข้อมูล, ห่างกันชุดละ 30 นาที)
    • เปรียบเทียบค่าอัตราการไหล
  • รายงานผลการดำเนินการ:
    • จัดทำเอกสารรายงานผลการตรวจสอบในแบบฟอร์มของกรมชลประทาน
    • จัดทำเอกสารรายงานผลวัดอัตราการไหลและสอบเทียบมาตรวัดน้ำ (รายละเอียดผู้ใช้น้ำ, สถานที่, พิกัด, ปริมาณน้ำสูงสุด, วันเวลา, ภาพประกอบ, ข้อมูลมาตรวัดน้ำ, ค่าข้อมูลอัตราการไหล, สรุปผล, กราฟเปรียบเทียบ, ปัญหา/อุปสรรค, ข้อเสนอแนะ)
    • จัดทำรายงานผลการดำเนินงาน (10 เล่ม) และไฟล์เอกสาร (USB Drive)
    • จัดการอบรมให้ความรู้และทักษะในการตรวจสอบและสอบเทียบมาตรวัดน้ำ
  • สรุปผลการดำเนินโครงการ:
    • จัดทำรายงาน (ฉบับสมบูรณ์) ผลการสอบเทียบมาตรวัดน้ำ 135 ราย (10 เล่ม, ต้นฉบับ 3, สำเนา 7) และไฟล์เอกสาร (Word, Excel, PDF, อื่นๆ ใน USB Drive)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แคตตาล็อกมาตรวัดอัตราการไหลของน้ำในท่อปิด
  • แผนการลงพื้นที่สอบเทียบมาตรวัดน้ำ
  • แบบฟอร์มรายงานผลการสอบเทียบมาตรวัดน้ำ
  • เอกสารรายงานผลการตรวจสอบตามแบบฟอร์มของกรมชลประทาน
  • เอกสารรายงานผลวัดอัตราการไหลและสอบเทียบมาตรวัดน้ำ
  • รายงานผลการดำเนินงาน (10 เล่ม) พร้อมไฟล์เอกสารใน USB Drive
  • รายงาน (ฉบับสมบูรณ์) ผลการสอบเทียบมาตรวัดน้ำ 135 ราย (10 เล่ม) พร้อมไฟล์เอกสารใน USB Drive
  • หนังสือรับรอง (certificates) การสอบเทียบมาตรวัดน้ำ แก่บุคลากรที่เข้าร่วมตรวจสอบ

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินงาน: 240 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
  • งวดที่ 1: 60 วัน (45 ราย)
  • งวดที่ 2: 120 วัน (90 ราย)
  • งวดที่ 3: 180 วัน (135 ราย)
  • งวดที่ 4: 240 วัน (สรุปผล)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
  • Experience: -
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities:
    • ต้องมีอุปกรณ์มาตรวัดอัตราการไหลของน้ำในท่อปิดของผู้รับจ้างที่จะใช้ในการวัดอัตราการไหลในท่อ ทั้ง 2 ชุด ตามคุณลักษณะเฉพาะของกรมชลประทานเลขที่ ๖๒๐๕-๐๙๐๓-๐๑๑๘
  • Personnel:
    • ผู้จัดการโครงการ: วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาโท (1 อัตรา) สาขาวิศวกรรมชลประทาน, วิศวกรรมเครื่องกล, หรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
    • ผู้เชี่ยวชาญด้านชลประทาน: วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี (2 อัตรา) สาขาวิศวกรรมชลประทาน หรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง, มีประสบการณ์ด้านการสอบเทียบมาตรวัดน้ำ, การวิเคราะห์ผล

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา และจะพิจารณาจากราคารวม

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • เครื่องวัดอัตราการไหล: แบบ ULTRASONIC ชนิดกระเป๋าหิ้ว, ติดตั้งภายนอกท่อแบบ CLAMP-ON, หลักการ TRANSIT-TIME
  • คุณภาพการป้องกัน: ไม่ต่ำกว่า IP 65
  • ความเร็วของน้ำที่วัดได้: 0.5 ถึง 12 เมตร/วินาที
  • ความเที่ยงตรง (ACCURACY): คลาดเคลื่อนไม่เกิน ± 1.5%
  • ค่า REPEATABILITY: คลาดเคลื่อนไม่เกิน ± 0.3%
  • หัววัด (TRANSDUCER): แบบ UNIVERSAL TYPE, ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 50 – 1,500 มิลลิเมตร, อุณหภูมิ -35 ถึง 80 องศาเซลเซียส
  • จอแสดงผล: LCD, แสดงผลเป็นตัวเลขและกราฟได้
  • หน่วยความจำ: ไม่น้อยกว่า 1 MB
  • สัญญาณ OUTPUT: 2 Output, 4-20 mA, pulse, status logic
  • โปรแกรม (SOFTWARE): สำหรับวิเคราะห์และทำรายงานผล
  • POWER INPUT: 100 - 240 VAC และแบตเตอรี่ชนิดชาร์จได้, ใช้งานต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 7 ชั่วโมง
  • เครื่องวัดความหนาของท่อ: วัดค่าความหนาท่อ เหล็ก, อลูมิเนียม, PVC, HDPE, ช่วง 0.75 – 190 มิลลิเมตร, ความละเอียด 0.1 มิลลิเมตร, ความแม่นยำ ±(0.5% + 0.04) มิลลิเมตร

เงื่อนไขสัญญา

  • การส่งมอบงาน: แบ่งเป็น 4 งวด
    • งวดที่ 1: 45 ราย ภายใน 60 วัน (30% ของวงเงิน)
    • งวดที่ 2: 90 ราย ภายใน 120 วัน (30% ของวงเงิน)
    • งวดที่ 3: 135 ราย ภายใน 180 วัน (30% ของวงเงิน)
    • งวดที่ 4: สรุปผล ภายใน 240 วัน (10% ของวงเงิน)
  • การจ่ายเงิน: จ่าย 4 งวด ตามความสำเร็จของงานแต่ละงวด
  • อัตราค่าปรับ: ร้อยละ 0.10 ของวงเงินค่าจ้างต่อวัน หากงานไม่แล้วเสร็จตามกำหนด
  • การจ้างช่วง: ห้ามจ้างช่วงทั้งหมด, หากจ้างช่วงบางส่วนต้องได้รับอนุญาต, หากฝ่าฝืนปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานที่จ้างช่วง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: หากผู้รับอนุญาตใช้น้ำมีมาตรวัดน้ำมากกว่า 1 เครื่อง ต้องดำเนินการอย่างไร?
    A: ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบความถูกต้องเที่ยงตรงของมาตรวัดน้ำให้ครบทุกเครื่อง

  • Q: การบันทึกข้อมูลอัตราการไหลต้องทำอย่างไร?
    A: บันทึกข้อมูล ณ เวลาที่ต่างกัน 30 นาทีต่อ 1 ชุดข้อมูล รวมทั้งหมด 10 ชุดข้อมูล

  • Q: ต้องใช้อุปกรณ์อะไรในการวัดอัตราการไหล?
    A: ใช้อุปกรณ์วัดอัตราการไหลของน้ำในท่อปิด 2 ชุด ติดตั้งก่อนและหลังมาตรวัดน้ำของผู้รับอนุญาต

  • Q: ต้องจัดทำรายงานอะไรบ้าง?
    A: รายงานผลการตรวจสอบ, รายงานผลวัดอัตราการไหลและสอบเทียบ, รายงานสรุปผลโครงการ

  • Q: รูปแบบไฟล์ของรายงานสรุปผลต้องเป็นอย่างไร?
    A: Word (.docx), Excel (.xlsx), PDF (.pdf) และไฟล์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

  • Q: ต้องมีการอบรมบุคลากรหรือไม่?
    A: ใช่, ต้องจัดการอบรมให้ความรู้และทักษะในการตรวจสอบและสอบเทียบมาตรวัดน้ำ

  • Q: จำนวนรายงานผลการดำเนินงานที่ต้องส่งมอบมีกี่เล่ม?
    A: จำนวน 10 เล่ม

  • Q: จำนวนรายงานสรุปผลการดำเนินโครงการ (ฉบับสมบูรณ์) ที่ต้องส่งมอบมีกี่เล่ม?
    A: จำนวน 10 เล่ม (ต้นฉบับ 3 เล่ม, สำเนา 7 เล่ม)

  • Q: หากไม่สามารถสอบเทียบมาตรวัดน้ำครบ 135 ราย เนื่องจากเหตุขัดข้องจากกรมชลประทาน ต้องทำอย่างไร?
    A: ผู้รับจ้างจัดทำรายงานผลที่ไม่สามารถดำเนินการได้ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาตรวจสอบ โดยผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้พิจารณาพื้นที่ในการสอบเทียบมาตรวัดน้ำอื่นทดแทน

  • Q อุปกรณ์ที่ใช้ในการวัดอัตราการไหลต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง
    A ต้องเป็นไปตามคุณลักษณะเฉพาะของกรมชลประทานเลขที่ ๖๒๐๕-๐๙๐๓-๐๑๑๘

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

- G รายละเอียดขอบเขตของงานจ้าง (Terms of Reference : TOR) โครงการตรวจสอบและสอบเทียบมาตรวัดน้ำผู้ใช้น้ำในทางน้ำชลประทาน ตามมาตรา ๘ ๑. หลักการและเหตุผล ด้วยทุนหมุนเวียนเพื่อการชลประทานมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการในการกัก เก็บ รักษา ควบคุม ส่ง ระบาย หรือแบ่งน้ำเพื่อเกษตรกรรม การพลังงาน การสาธารณูปโภค การอุตสาหกรรม และการป้องกันความ เสียหายแก่การเพาะปลูกอันเกิดจากน้ำ รวมตลอดถึงการซ่อมแซมเสริมพนัง คันกั้นน้ำ อาคารชลประทาน และการขุดลอกทางน้ำชลประทาน ตามข้อ ๓ ของระเบียบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าด้วยเงินทุนหมุนเวียน เพื่อการชลประทาน พ.ศ. ๒๕๔๕ และเมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้อาศัยอำนาจ ตามมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช ๒๔๘๕ ออกกฎกระทรวงกำหนดให้ทางน้ำชลประทานเป็น ทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทานแล้ว ค่าชลประทานที่จัดเก็บได้จะนำไปใช้เพื่อสนับสนุนภารกิจกรม ชลประทานด้านการบริหารจัดการน้ำและการจัดสรรน้ำให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยค่าชลประทานจากการใช้น้ำจากทางน้ำชลประทานตามมาตรา ๘ ได้ดำเนินการจัดเก็บจากผู้ใช้น้ำ เพื่อกิจการโรงงาน การประปา หรือกิจการอื่นในหรือนอกเขตชลประทานในอัตราไม่เกินลูกบาศก์เมตรละ ๕๐ สตางค์ ซึ่งผู้ได้รับอนุญาตใช้น้ำประเภทที่สองและประเภทที่สามต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการในการ ติดตั้งเครื่องมือวัดหรือประเมินปริมาณน้ำที่ใช้และการเก็บข้อมูลที่จำเป็นเพื่อการตรวจสอบและควบคุมการใช้ ทรัพยากรน้ำจากทางน้ำชลประทานของผู้รับใบอนุญาตการใช้น้ำประเภทที่สองและประเภทที่สาม ซึ่งมาตรวัดน้ำ ถือเป็นอุปกรณ์หลักในการวัดปริมาณการใช้น้ำจากทางน้ำชลประทานของผู้รับอนุญาตใช้น้ำเพื่อใช้ในการคำนวณ รายได้ค่าชลประทานได้อย่างถูกต้องสอดคล้องกับปริมาณน้ำที่ใช้ ทั้งนี้ ผู้รับใบอนุญาตการใช้น้ำประเภทที่สองและ ประเภทที่สามต้องดูแลรักษามาตรวัดน้ำให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง ดังนั้น ความเที่ยงตรงและมาตรฐานของมาตรวัดน้ำจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การบริหารจัดการน้ำและ การจัดเก็บรายได้ค่าชลประทานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ จึงจำเป็นต้องดำเนินการตรวจสอบและสอบเทียบ มาตรวัดน้ำผู้ใช้น้ำในทางน้ำชลประทานตามมาตรา ๘ เพื่อให้การจัดสรรปริมาณน้ำและการจัดเก็บรายได้ค่า ชลประทานเป็นไปตามมาตรฐานต่อไป ๒. วัตถุประสงค์ของโครงการ สอบเทียบมาตรวัดน้ำ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องเที่ยงตรงของมาตรวัดน้ำ ของผู้ใช้น้ำในทางน้ำชลประทาน ตามมาตรา ๘ ๓. กลุ่มเป้าหมาย ผู้ใช้น้ำในทางน้ำชลประทาน ตามมาตรา ๘ ในพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ ๘ และพื้นที่สำนักงาน ชลประทานที่ ๙ ๔. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ๔.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๔.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๔.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ - ๒ - ๔.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ๔.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๔.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ๔.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๔.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรม ณ วัน ประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ ๔.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น ๔.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือ มูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน หรือหนังสือเชิญชวน เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า ๔.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง ๔.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะ การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบ แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ (๓) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่น ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา (๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้าประกันตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรองหรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจ จากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน) (๕) กรณีตาม (๑) - (๔) ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้ (๕.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ (๕.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑ ๕. ขอบเขตของงาน ๕.๑ รายการสำคัญที่ผู้รับจ้างต้องจัดทำ งานจ้างตรวจสอบและสอบเทียบมาตรวัดน้ำ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องเที่ยงตรงของมาตรวัดน้ำ ของผู้ใช้น้ำในทางน้ำชลประทาน ตามมาตรา ๘ ในพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ ๘ และพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ ๙ เป็นไปตามระเบียบกรมชลประทาน ว่าด้วยการขออนุญาตใช้น้ำจากทางน้ำชลประทาน พ.ศ. ๒๕๖๕ และ พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ ประกอบด้วยงาน ดังรายการต่อไปนี้ ๕.๑.๑ การวางแผนและการเตรียมการดำเนินงาน ๑) จัดส่งแคตตาล็อกมาตรวัดอัตราการไหลของน้ำในท่อปิดของผู้รับจ้างที่จะใช้ในการวัดอัตราการ ไหลในท่อ ทั้ง ๒ ชุด โดยเทียบรายละเอียดระหว่างมาตรวัดอัตราการไหลของผู้รับจ้างกับคุณลักษณะเฉพาะ ของกรมชลประทาน ชื่อครุภัณฑ์ มาตรวัดอัตราการไหลของน้ำในท่อปิด เลขที่ ๖๒๐๕-๐๙๐๓-๐๑๑๘ ให้กรม ชลประทานตรวจสอบความถูกต้องภายใน ๓ วันทำการ นับถัดวันที่ผู้ว่าจ้างมีหนังสือขอตรวจสอบมาตรวัดอัตรา การไหล ๒) จัดทำแผนการลงพื้นที่สอบเทียบมาตรวัดน้ำ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องเที่ยงตรงของมาตรวัด น้ำ ของผู้ใช้น้ำในทางน้ำชลประทาน ตามมาตรา ๘ จำนวนทั้งหมด ๑๓๕ ราย ให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบภายใน ๓ วันทำการนับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยแผนการลงพื้นที่ตรวจสอบและสอบเทียบมาตรวัดน้ำต้องสอดคล้อง กับระยะเวลาดำเนินโครงการ ทั้งนี้ หากไม่สามารถสอบเทียบมาตรวัดน้ำ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องเที่ยงตรงของมาตรวัดน้ำ ของผู้ใช้น้ำ ในทางน้ำชลประทาน ตามมาตรา ๘ ครบทั้ง ๑๓๕ ราย เนื่องจากเป็นเหตุขัดข้องจากกรมชลประทานเอง ให้ผู้รับ จ้างจัดทำรายงานผลที่ไม่สามารถดำเนินการได้ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาตรวจสอบ โดยผู้ว่าจ้างจะ เป็นผู้พิจารณาพื้นที่ในการสอบเทียบมาตรวัดน้ำอื่นทดแทน ๓) จัดทำแบบฟอร์มรายงานผลการสอบเทียบมาตรวัดน้ำ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องเที่ยงตรงของ มาตรวัดน้ำ ของผู้ใช้น้ำในทางน้ำชลประทาน ตามมาตรา ๘ โดยแสดงรายละเอียดและลักษณะการรายงานผลให้ ผู้ว่าจ้างตรวจสอบ เพื่ออนุมัติแบบฟอร์มรายงานผลการสอบเทียบมาตรวัดน้ำของผู้ใช้น้ำในทางน้ำชลประทาน ตามมาตรา ๘ ๕.๑.๒ วัดอัตราการไหลในท่อ ๑) ลงพื้นที่บริเวณสถานีสูบน้ำดิบของผู้รับอนุญาตใช้น้ำจากทางชลประทาน ตามมาตรา ๘ ตามประกาศ เพื่อตรวจสอบการติดตั้งมาตรวัดน้ำ ตามมาตรฐานการติดตั้งระบบมาตรวัดน้ำ และอุปกรณ์สำคัญ กรมชลประทาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการติดตั้งเครื่องมือวัดหรือประเมินปริมาณน้ำที่ใช้และการเก็บ ข้อมูลที่จำเป็นเพื่อการตรวจสอบและควบคุมการใช้ทรัพยากรน้ำจากทางน้ำชลประทานของผู้รับใบอนุญาต การใช้น้ำประเภทที่สองและประเภทที่สาม ๒) ติดตั้งอุปกรณ์วัดอัตราการไหลของน้ำในท่อปิดทั้ง ๒ ชุด โดยการติดที่ท่อสูบน้ำดิบของผู้รับ อนุญาตใช้น้ำ โดยเครื่องที่ ๑ ติดตั้งก่อนมาตรวัดน้ำของผู้รับอนุญาตใช้น้ำ และเครื่องที่ ๒ ติดตั้งหลังมาตรวัดน้ำ ของผู้รับอนุญาต เพื่อวัดอัตราการไหลของน้ำทั้งก่อนผ่านและหลังผ่านมาตรวัดน้ำดิบของผู้รับอนุญาตใช้น้ำ (ลักษณะติดตั้งคร่อมมาตรวัดน้ำของผู้รับอนุญาตใช้น้ำ) กรณี ผู้รับอนุญาตใช้น้ำมีมาตรวัดน้ำดิบมากกว่า ๑ เครื่อง ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบความถูกต้อง เที่ยงตรงของมาตรวัดน้ำ ให้ครบทุกเครื่อง ๕.๑.๓ สอบเทียบมาตรวัดน้ำ ๑) บันทึกข้อมูลอัตราการไหลของมาตรวัดอัตราการไหลที่ติดตั้งทั้ง ๒ ตัวกับมาตรวัดน้ำดิบของผู้รับ อนุญาตใช้น้ำ โดยบันทึกข้อมูล ณ เวลาที่ต่างกัน ๓๐ นาทีต่อ ๑ ชุดข้อมูล รวมทั้งหมดจำนวน ๑๐ ชุดข้อมูล (เท่ากับมาตรวัดอัตราการไหลตัวที่ ๑ จำนวน ๑๐ ค่าข้อมูล มาตรวัดอัตราการไหลตัวที่ ๒ จำนวน ๑๐ ค่าข้อมูล มาตรวัดน้ำของผู้ใช้น้ำ จำนวน ๑๐ ค่าข้อมูล รวมทั้งหมดข้อมูล ๓๐ ค่าต่อหนึ่งจุดติดตั้งมาตรวัดน้ำ) ๒) เปรียบเทียบค่าอัตราการไหลของน้ำในท่อปิดที่ติดตั้งทั้ง ๒ ชุด กับมาตรวัดน้ำของผู้รับอนุญาตใช้น้ำ กรณี ผู้รับอนุญาตใช้น้ำมีมาตรวัดน้ำดิบมากกว่า ๑ เครื่อง ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบความถูกต้อง เที่ยงตรงของมาตรวัดน้ำ ให้ครบทุกเครื่อง ๕.๑.๔ รายงานผลการดำเนินการ ๑) จัดทำเอกสารรายงานผลการตรวจสอบในแบบฟอร์มแบบตรวจสอบมาตรฐานการติดตั้งมาตร วัดน้ำดิบของกรมชลประทาน ของแต่ละผู้รับอนุญาตใช้น้ำ ๒) จัดทำเอกสารรายงานผลวัดอัตราการไหลในท่อและสอบเทียบมาตรวัดน้ำ โดยต้องประกอบด้วย รายละเอียด ดังนี้ - รายละเอียดผู้รับอนุญาตใช้น้ำ เช่น ชื่อผู้รับอนุญาตใช้น้ำ จำนวนมาตรวัดน้ำ วันที่รับอนุญาตใช้ น้ำและวันครบอายุสัญญาอนุญาตใช้น้ำ เป็นต้น - สถานที่หรือพื้นที่ดำเนินการ, พิกัดติดตั้งมาตรวัดน้ำ, ปริมาณน้ำสูงสุดที่เครื่องสูบน้ำจะสูบได้ ของแต่ละเครื่อง วันเวลาที่ดำเนินการ ภาพประกอบการดำเนินงาน - มาตรวัดน้ำของผู้รับอนุญาตใช้น้ำ เช่น ยี่ห้อ รุ่น ลักษณะการทำงานของมาตรวัดน้ำ ขนาดท่อ ส่งน้ำ ความสมบูรณ์ ระบบการทำงาน เปอร์เซ็นต์ความคลาดเคลื่อนของมาตรวัดน้ำ พร้อมภาพประกอบ ปริมาณ สูบน้ำปัจจุบัน ป้ายของมาตรวัดน้ำที่แสดงขนาดหรือความจุ เป็นต้น ค่าข้อมูลอัตราการไหลของมาตรวัดอัตราการไหลทั้ง ๒ ตัวของผู้รับจ้าง ค่าข้อมูลมาตรวัดน้ำของผู้รับอนุญาตใช้น้ำ - สรุปผลการสอบเทียบมาตรวัดน้ำให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย สรุปผลการสอบเทียบมาตรวัดน้ำ โดยแสดงให้อยู่ในรูปตารางเปรียบเทียบและแสดงร้อยละ ความคลาดเคลื่อนของอุปกรณ์วัดอัตราการไหลของน้ำในท่อของผู้รับจ้างกับมาตรวัดน้ำของผู้รับอนุญาตใช้น้ำ ดังตัวอย่าง
ค่าที่วัดได้ ครั้งที่ เวลา มาตรวัดน้ำ
(ของผู้ใช้น้ำ)
อุปกรณ์วัดอัตรา
การไหลของน้ำ
ในท่อ ตัวที่ 1
(ก่อนมาตรวัดน้ำ)
ความคลาด
เคลื่อน
ร้อยละความ
คลาดเคลื่อน
อุปกรณ์วัดอัตรา
การไหลของน้ำ
ในท่อ ตัวที่ 2
(หลังมาตรวัดน้ำ)
ความคลาด
เคลื่อน
ร้อยละความ
คลาดเคลื่อน
8.30 น. 1 8.30 น.
9.00 น. 2 9.00 น.
9.30 น. 3 9.30 น.
10.00 น. 4 10.00 น.
10.30 น. 5 10.30 น.
11.00 น. 6 11.00 น.
11.30 น. 7 11.30 น.
12.00 น. 8 12.00 น.
12.30 น. 9 12.30 น.
13.00 น. 10 13.00 น.
ค่าเฉลี่ย
-b- กราฟเปรียบเทียบค่าข้อมูลจากการสอบเทียบมาตรวัดน้ำทั้ง ๓ ค่า เทียบเวลา ปัญหาและอุปสรรคของการดำเนินงาน - ภาพประกอบการตรวจสอบและสอบเทียบมาตรวัดน้ำผู้ใช้น้ำ ข้อเสนอแนะ เช่น มาตรวัดน้ำของผู้รับอนุญาตใช้น้ำเที่ยงตรงหรือไม่เที่ยงตรง เห็นสมควรให้ กรมชลประทานดำเนินการอย่างไรต่อไป และอื่น ๆ เป็นต้น รายละเอียดอื่น ๆ ประกอบที่เป็นประโยชน์ต่อกรมชลประทาน จัดทำรายงานผลการดำเนินการที่ได้ดำเนินการตรวจสอบและสอบเทียบมาตรวัดน้ำผู้ใช้น้ำที่ แล้วเสร็จ เป็นรูปเล่มรายงาน จำนวน ๑๐ เล่ม และส่งไฟล์เอกสารที่เกี่ยวข้องโดยให้เก็บข้อมูลไว้ใน USB Drive แล้วส่งให้ส่วนเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการชลประทาน ๓) ผู้รับจ้างต้องจัดการอบรมให้ความรู้และทักษะในการตรวจสอบและสอบเทียบมาตรวัดน้ำ พร้อมหนังสือรับรอง (certificates) การสอบเทียบมาตรวัดน้ำ แก่บุคลากรที่เข้าร่วมตรวจสอบ ๕.๑.๕ สรุปผลการดำเนินโครงการ ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงาน (ฉบับสมบูรณ์) ผลการสอบเทียบมาตรวัดน้ำ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง เที่ยงตรงของมาตรวัดน้ำ ของผู้ใช้น้ำในทางน้ำชลประทาน ตามมาตรา ๘ จำนวน ๑๓๕ ราย โดยแสดงรายละเอียด ผลการตรวจสอบอัตราการไหล พร้อมให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับผลที่ได้และแนวทางการปรับปรุงแก้ไขปัญหาที่พบ โดยแสดงให้เห็นข้อมูลมูลค่าความสูญเสียประโยชน์จากความคลาดเคลื่อนของมาตรวัดน้ำของผู้รับอนุญาตใช้น้ำ โดยค่าความคลาดเคลื่อนของมาตรวัดน้ำแต่ละประเภทเป็นไปตามประกาศกรมชลประทาน เรื่อง หลักเกณฑ์และ วิธีการในการติดตั้งเครื่องมือวัดหรือประเมินปริมาณน้ำที่ใช้และการเก็บข้อมูลที่จำเป็นเพื่อการตรวจสอบและ ควบคุมการใช้ทรัพยากรน้ำจากทางน้ำชลประทานของผู้รับใบอนุญาตการใช้น้ำประเภทที่สองและประเภทที่สาม ให้ชัดเจนและตรวจสอบได้ โดยจัดทำเป็นรูปเล่มรายงาน จำนวน ๑๐ เล่ม ประกอบด้วย ต้นฉบับจำนวน ๓ เล่ม สำเนาจำนวน ๗ เล่ม และส่งเอกสารรายงาน รายละเอียด ภาพประกอบทั้งหมดในรูปแบบไฟล์ Word (.docx) Excel (.xlsx) PDF (.pdf) และไฟล์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยให้เก็บข้อมูลไว้ใน USB Drive แล้วส่งให้ส่วนเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการชลประทาน ๖. ระยะเวลาการดำเนินงาน ๒๔๐ วัน (สองร้อยสี่สิบวัน) นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา ๗. วงเงินงบประมาณ ๔,๕๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สี่ล้านห้าแสนบาทถ้วน) - ๗ - ๘. การส่งมอบงานและการจ่ายเงิน ๘.๑ การส่งมอบงาน ภายใต้สัญญาฉบับนี้ผู้ว่าจ้างกำหนดให้มีการแบ่งการส่งมอบ เป็น ๔ งวด ดังนี้ ๑) งวดที่ ๑ ผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตรวจสอบและสอบเทียบมาตรวัดน้ำของผู้อนุญาตใช้น้ำแล้ว จำนวน ๔๕ ราย ให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยการตรวจสอบและสอบเทียบ มาตรวัดน้ำนั้นต้องดำเนินการ ตามหัวข้อ ๕.๑.๑, ๕.๑.๒, ๕.๑.๓ และ ๕.๑.๔ แล้วเสร็จ ๒) งวดที่ ๒ ผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตรวจสอบและสอบเทียบมาตรวัดน้ำของผู้อนุญาตใช้น้ำแล้ว จำนวน ๙๐ ราย ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยการตรวจสอบและสอบเทียบ มาตรวัดน้ำนั้นต้องดำเนินการ ตามหัวข้อ ๕.๑.๑, ๕.๑.๒, ๕.๑.๓ และ ๕.๑.๔ แล้วเสร็จ ๓) งวดที่ ๓ ผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตรวจสอบและสอบเทียบมาตรวัดน้ำของผู้อนุญาตใช้น้ำแล้ว จำนวน ๑๓๕ ราย ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยการตรวจสอบและสอบเทียบ มาตรวัดน้ำนั้นต้องดำเนินการ ตามหัวข้อ ๕.๑.๑, ๕.๑.๒, ๕.๑.๓ และ ๕.๑.๔ แล้วเสร็จ ๔) งวดที่ ๔ เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือ โดยการตรวจสอบและสอบเทียบมาตรวัดน้ำนั้นต้องดำเนินการ ตามหัวข้อ ๕.๑.๕ แล้วเสร็จภายใน ๒๔๐ วัน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว
ลำดับ ระยะเวลา การจ่ายเงิน
๖๐ วัน ร้อยละ ๓๐
๑๒๐ วัน ร้อยละ ๓๐
๑๘๐ วัน ร้อยละ ๓๐
๒๔๐ วัน ร้อยละ ๑๐
๘.๒ การตรวจรับงาน เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานครบถ้วนตามหัวข้อที่ ๘.๑ ในแต่ละงวดแล้วและจัดทำใบส่งมอบงาน ดังกล่าวให้แก่คณะกรรมการการตรวจรับพัสดุ หากงานที่ผู้รับจ้างส่งมอบนั้นไม่ครบถ้วนสมบูรณ์หรือถูกต้อง แต่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะสั่งการให้ผู้รับจ้างทำการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้อง ครบถ้วน ซึ่งผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตาม ในระหว่างที่ยังปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมตามที่กล่าวมา ยังไม่แล้วเสร็จครบถ้วน สมบูรณ์ให้ถือว่ายังไม่มีการส่งมอบงาน คณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีสิทธิไม่ตรวจรับงานหรือตรวจรับเฉพาะส่วนที่ ถูกต้อง โดยออกหลักฐานการตรวจรับเฉพาะส่วนนั้นก็ได้ แต่จะเบิกจ่ายเงินตามที่ระบุไว้ในสัญญา ๘.๓ การจ่ายเงิน ภายใต้สัญญาฉบับนี้ผู้ว่าจ้างกำหนดให้มีการแบ่งการจ่ายเงินค่าจ้าง ๔ งวด ดังนี้ ๑) งวดที่ ๑ ผู้ว่าจ้างจะชำระค่าจ้างให้ผู้รับจ้าง เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของวงเงินตาม สัญญาจ้างหลังจากที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานตามข้อ ๘.๑ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงาน ดังกล่าวไว้ เรียบร้อยแล้ว ๒) งวดที่ ๒ ผู้ว่าจ้างจะชำระค่าจ้างให้ผู้รับจ้าง เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของวงเงินตาม สัญญาจ้างหลังจากที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานตามข้อ ๘.๑ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงาน ดังกล่าวไว้ เรียบร้อยแล้ว ๓) งวดที่ ๓ ผู้ว่าจ้างจะชำระค่าจ้างให้ผู้รับจ้าง เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของวงเงินตาม สัญญาจ้างหลังจากที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานตามข้อ ๘.๑ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงาน ดังกล่าวไว้ เรียบร้อยแล้ว ๔) งวดที่ ๔ ผู้ว่าจ้างจะชำระค่าจ้างให้ผู้รับจ้าง เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของวงเงินตาม สัญญาจ้างหลังจากที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานตามข้อ ๘.๑ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงาน ดังกล่าวไว้ เรียบร้อยแล้ว ๑๐. หลักเกณฑ์ในการจัดหาบุคลากรในการดำเนินงาน การดำเนินงานผู้รับจ้าง จะต้องจัดบุคลากรเพื่อดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จ ซึ่งต้องมีผู้เชี่ยวชาญ ด้านต่าง ๆ ที่มีประสบการณ์ตรง ดังนี้ ๑๐.๑ ผู้จัดการโครงการ ต้องมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาโท จำนวนไม่น้อยกว่า ๑ อัตรา ในสาขาที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยสาขาวิศวกรรมชลประทาน วิศวกรรมเครื่องกล หรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ๑๐.๒ ผู้เชี่ยวชาญด้านชลประทาน ต้องมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี จำนวนไม่น้อยกว่า ๒ อัตรา ในสาขาวิศวกรรมชลประทานหรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และต้องมีประสบการณ์ด้านการสอบเทียบ มาตรวัดน้ำ การวิเคราะห์ผลการทดสอบ ผลการตรวจสอบและสอบเทียบมาตรวัดน้ำ ๑๑. การดำเนินงาน ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบแบบและรายละเอียดโดยถี่ถ้วน หากปรากฏว่าแบบและรายละเอียด ดังกล่าว มีการขัดแย้ง คลาดเคลื่อนหรือผิดพลาด ผู้รับจ้างต้องรายงานให้ผู้ว่าจ้างทราบทันที คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และหรือผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้พิจารณาและวินิจฉัย คำวินิจฉัยของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างต้อง ปฏิบัติโดยเคร่งครัดและถือเป็นอันยุติ -2- ๑๒. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรมชลประทานจะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา และจะพิจารณาจากราคารวม ๑๓. ระยะการติดตามผลการ หากภายหลังจากส่งมอบงาน ผู้ว่าจ้างตรวจสอบผลการการดำเนินงานโครงการและมีข้อแก้ไข ผู้รับจ้าง ต้องดำเนินการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วนและส่งมอบ ภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ๑๔.อัตราค่าปรับ ๑) อัตราค่าปรับ กรณีผู้รับจ้างทำงานไม่แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนด ผู้รับจ้างจะต้องเสียค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของวงเงินค่าจ้าง นับถัดจากวันครบกำหนด จนถึงวันที่ผู้รับจ้างปฏิบัติตามสัญญาถูกต้อง ครบถ้วนและได้ตรวจรับมอบงาน ๒) การจ้างช่วง ผู้รับจ้างจะต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือบางส่วนแห่งสัญญานี้ไปจ้างช่วงอีกทอดหนึ่ง เว้นแต่การจ้างช่วง แต่บางส่วนที่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างก่อน การที่ผู้ว่าจ้างได้อนุญาตให้จ้างช่วงงานแต่บางส่วนดังกล่าว นั้น ไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างหลุดพ้นจากความรับผิดหรือพันธะหน้าที่ตามสัญญานี้และผู้รับจ้างจะยังคงต้อง รับผิดชอบในความผิดและความประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้างช่วงงาน หรือตัวแทนหรือลูกจ้างของผู้รับช่วงงานนั้น ทุกประการ กรณีผู้รับจ้างไปจ้างช่วงงานแต่บางส่วนโดยฝ่าฝืนความในวรรคหนึ่ง ผู้รับจ้างต้องชำระค่าปรับให้ แก่ผู้ว่าจ้างเป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานที่จ้างช่วงตามสัญญา ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิผู้ว่าจ้างใน การบอกเลิกสัญญา ๑๕. ข้อกำหนดอื่น ผู้รับจั ผู้รับจ้างต้องนำอุปกรณ์มาตรวัดอัตราการไหลของน้ำในท่อปิดของผู้รับจ้างที่จะใช้ในการวัดอัตราการไหล ในท่อ ทั้ง ๒ ชุด ตามคุณลักษณะเฉพาะของกรมชลประทานเลขที่ ๖๒๐๕-๐๙๐๓-๐๑๑๘ และใบรับรองการ สอบเทียบ (Certificate of Calibration) ของอุปกรณ์มาตรวัดอัตราการไหลของน้ำในท่อปิดของผู้รับจ้าง ตามที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยมาตรชั่งตวงวัด หรือเป็นไปตามมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือได้รับรองผลการสอบเทียบจากสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ให้คณะกรรมการตรวจ รับพัสดุ ตรวจสอบความถูกต้องภายใน ๓ วันทำการ นับถัดจากวันที่ลงนามสัญญา ๑๖. ผู้รับผิดชอบโครงการ ผู้สนใจต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการตรวจสอบและสอบเทียบมาตรวัดน้ำผู้ใช้น้ำ ในทางน้ำชลประทาน ตามมาตรา ๘ โปรดสอบถามมายังส่วนเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการชลประทาน กองแผนงาน กรมชลประทาน โดยติดต่อนายธนะศักดิ์ โยเซฟ ประธานกรรมการโครงการฯ ผ่านโทรศัพท์หมายเลข ๐ ๒๒๔๑ ๔๖๕๕ ต่อ ๒๘๒๐ ในวันและเวลาราชการ หรือทาง e-mail : [email protected] -2- หมายเลข. 6205 0903 0118 รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ชื่อครุภัณฑ์ : มาตรวัดอัตราการไหลของน้ำในท่อปิด ชนิด/แบบ/รุ่น แบบเคลื่อนที่ หน่วยนับ : เครื่อง (ประเภทครุภัณฑ์ : วิทยาศาสตร์และการแพทย์ หมวดครุภัณฑ์ : เครื่องมือเครื่องใช้ทางอุทกวิทยา) รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของกรมชลประทาน รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของผู้เสนอราคา 1. รายละเอียดผลิตภัณฑ์ 1.1 ยี่ห้อ 1.2 รุ่น 1.3 ประเทศต้นกำเนิด 1.4 ประเทศที่ผลิต 1.5 ประเทศที่ประกอบ 2. รายละเอียด เป็นเครื่องวัดอัตราการไหลแบบ ULTRASONIC ชนิดกระเป๋าหิ้ว สามารถวัดอัตราการไหลของน้ำ เป็นของใหม่และรุ่นล่าสุดซึ่งไม่เคยใช้งานมาก่อน มีลักษณะการติดตั้งหัววัด(TRANSDUCER) ภายนอกท่อ แบบ CLAMP-ON เครื่องวัดและอุปกรณ์จะต้องบรรจุ ในกล่องที่แข็งแรงทนทานต่อการกระทบกระเทือน 3. คุณสมบัติทางเทคนิค 3.1 เครื่องวัดอัตราการไหลมีชั้นคุณภาพการป้องกันไม่ ต่ำกว่า IP 65 หรือดีกว่า 1. 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 2. 3. 3.1 3.2 ใช้หลักการคำนวณอัตราการไหลในเส้นท่อแบบ 3.2 TRANSIT-TIME 3.3 มีระบบตรวจเช็คการทำงานของเครื่อง 3.3 (DIAGNOSTIC) 3.4 สามารถวัดความเข้มและคุณภาพของสัญญาณ 3.4 ก่อนที่จะทำการวัด 3.5 ใช้วัดอัตราการไหลผ่านท่อโลหะหรืออโลหะได้ 3.5 3.6 ความเร็วของน้ำที่เครื่องสามารถวัดได้อยู่ในช่วง 3.6 0.5 ถึง 12 เมตร/วินาที 3.7 ความเที่ยงตรง (ACCURACY) คลาดเคลื่อนไม่เกิน ± 1.5 % หรือดีกว่า 3.7 3.8 ค่า REPEATABILITY คลาดเคลื่อนไม่เกิน ± 0.3 % หรือดีกว่า 3.8 3.9 ค่า Velocities 0.3 เมตร/วินาที และ Sensitivity 0.003 เมตร/วินาที หรือดีกว่า 3.10 หัววัด (TRANSDUCER) เป็นแบบ UNIVERSAL TYPE พร้อมชุด RULER SUPPORTS พร้อม สายรัดท่อมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 50 – 1,500 มิลลิเมตร 3.11 สามารถใช้วัดกับท่อที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 50 – 1,500 มิลลิเมตร หรือดีกว่า 3.12 หัววัดใช้งานได้ดีที่อุณหภูมิอยู่ในช่วง -35 ถึง 80 องศาเซลเซียส หรือดีกว่า 3.13 หัววัดสำหรับท่อที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 50 – 1,500 มิลลิเมตร พร้อมสาย ที่มีความยาว 3 เมตร จำนวน 1 ชุด 3.14 สามารถใช้งานวัดอัตราการไหลกับท่อหนาถึง 76 มิลลิเมตร หรือดีกว่า 3.15 จอแสดงผลแบบ LCD แสดงผลเป็นตัวเลขและ กราฟได้ 3.16 สามารถแสดงผลได้ทั้งอัตราการไหล (FLOW) และความเร็วของน้ำได้ทั้งสองทิศทาง สามารถ เลือกหน่วยแสดงค่าเกี่ยวกับอัตราการไหลได้ 3.17 มีหน่วยความจำสำหรับเก็บข้อมูลได้ไม่น้อยกว่า 1 MB หรือดีกว่า 3.18 สามารถให้ค่าสัญญาณอัตราการไหล OUTPUT ได้ ถึง 2 Output หรือมากกว่า 3.19 สามารถเลือกสัญญาณอัตราการไหล OUTPUT แบบกระแส DC 4-20 mA, pulse, status logic หรือดีกว่า 3.20 มีโปรแกรม (SOFTWARE) สำเร็จรูป เพื่อนำ ข้อมูลการวัดมาวิเคราะห์และทำรายงานผลการวัด จำนวน 1 ชุด 3.21 POWER INPUT เป็น 100 - 240 VAC และ แบตเตอรี่ชนิดชาร์จได้ ภายในเครื่อง 3.22 สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 7 ชั่วโมง หรือดีกว่า 3.23 เครื่องวัดความหนาของท่อ จำนวน 1 ชุด 3.24 สามารถวัดค่าความหนาท่อที่ผลิตจาก เหล็ก, อลูมิเนียม, PVC และ HDPE ได้ 3.25 สามารถวัดความหนาของท่อได้ตั้งแต่ 0.75 – 190 มิลลิเมตร หรือดีกว่า 3.26 สามารถบันทึกผลการวัดได้ 3.27 หลักการทำงานของเครื่องใช้คลื่นเสียงเพื่อวัด ความหนาของผนัง 3.28 ช่วงความเร็วของเสียง 1000 - 9999 เมตร/วินาที 3.29 ความละเอียด 0.1 มิลลิเมตร หรือดีกว่า 3.30 ความแม่นยำ ±(0.5% + 0.04) มิลลิเมตร หรือดีกว่า 4. ข้อกำหนดอื่นๆ เช่น 4.1 รับประกัน 1 ปี หลังจากคณะกรรมการตรวจรับของ กรมชลประทานรับของเรียบร้อยแล้ว 4.2 การบริการหลังการขายให้ระบุชื่อที่อยู่และหมายเลข โทรศัพท์ของบริษัทที่ให้บริการในระหว่างที่อยู่ใน ระยะเวลารับประกันและหลังจากหมดระยะเวลา รับประกันแล้ว 4.3 ทำการฝึกอบรมด้านการใช้งานและการบำรุงรักษา จำนวน 1 ครั้ง ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง 4.4 ผู้ขายต้องเสนอ Training Agenda, Training Schedule ให้เจ้าหน้าที่ควบคุมงานเห็นชอบก่อน ดำเนินการ 4.5 ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมตลอดจนวัสดุอุปกรณ์ ทั้งหมดเป็นภาระความรับผิดชอบของผู้ขายทั้งสิ้น 4.6 การฝึกอบรมต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนส่ง มอบงาน ผู้ขายจะต้องเติมข้อความเปรียบเทียบคุณลักษณะ ตามความเป็นจริงของผลิตภัณฑ์ ในช่องรายละเอียด คุณลักษณะผู้เสนอราคา และจะต้องไม่ลอกเลียนข้อ ความในช่องรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของ กรมชลประทาน ผู้เสนอราคายอมรับว่า อาจจะไม่ได้รับการพิจารณา หากมีการลอกเลียนข้อความในช่องรายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะของกรมชลประทาน เสนอ ผู้เสนอราคา (นายวรวุฒิ บุญทอง) มอ.บอ. ฝ่ายมาตรฐานเครื่องมืออุทกวิทยา ส่วนอุทกวิทยา สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา วันที่ 30 พ.ศ. 2562 เห็นชอบ (นางสุพิญดา วัฒนาการ) สพ.บอ. รักษาราชการแทน ผอท.บอ. อนุมัติ (นายธีระพล ตั้งสมบุญ) ผส.บอ. 30 พ.ค. 2562