จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนาระบบ กลไก และกระบวนการนำนวัตกรรมทางการแพทย์หรือนวัตกรรมบริการในประเทศ เข้าสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 68029286057
฿2,000,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 25 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีเป้าหมายหลักในการพัฒนาระบบ กลไก ขั้นตอน และกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการนำนวัตกรรมทางการแพทย์และบริการสุขภาพที่ผลิตในประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โครงการจะทำการทบทวนวรรณกรรมทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงทบทวนความเหมาะสมของระบบและกลไกที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพื่อทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างนวัตกรรมที่ผลิตในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศในมิติต่างๆ เช่น ประสิทธิภาพ คุณภาพ ราคา และกำลังผลิต ขอบเขตงานรวมถึงการรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญ การสังเกตการณ์การประชุมและพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง และการวิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดทำรายงานสรุปผลการศึกษา ข้อค้นพบ และข้อเสนอแนะในการดำเนินงาน เพื่อให้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสามารถพัฒนาและปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และส่งเสริมการใช้นวัตกรรมทางการแพทย์ของไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด

English summary

This project aims to develop systems, mechanisms, and processes for integrating Thai medical and healthcare innovations into the National Health Security System’s policy decision-making. It involves literature reviews, expert interviews, and observations of relevant meetings and sites. The project analyzes and synthesizes data to create policy recommendations and development strategies for enhancing the integration of innovation into the health security system.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อพัฒนาระบบ จัดทํากลไก ขั้นตอน กระบวนการ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการพิจารณาให้นวัตกรรมทางการแพทย์หรือนวัตกรรมบริการในประเทศ เข้าสู่กระบวนการตัดสินใจเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
  • เพื่อทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับการพัฒนาระบบ กลไก และกระบวนการนํานวัตกรรมทางการแพทย์หรือนวัตกรรมบริการสุขภาพในประเทศ เข้าสู่กระบวนการพิจารณาตัดสินใจเป็นสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพจากประสบการณ์ของประเทศไทยและต่างประเทศ
  • เพื่อทบทวนความเหมาะสมของระบบ กลไกที่ใช้อยู่ และ/หรือ เคยใช้ในการพิจารณา ตัดสินใจให้บริการสุขภาพ เทคโนโลยี ยา เวชภัณฑ์ และ/หรือนวัตกรรมสุขภาพอื่นๆ เข้าเป็นสิทธิประโยชน์ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
  • เพื่อทําความเข้าใจความแตกต่างของนวัตกรรมทางการแพทย์/นวัตกรรมบริการสุขภาพที่ผลิตในประเทศไทยและนวัตกรรมสุขภาพที่นําเข้าจากต่างประเทศ ที่มีผลต่อการพิจารณาตัดสินใจและนําเข้าเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในมิติต่างๆ เช่น บริบท หลักฐานสนับสนุน ด้านประสิทธิภาพและคุณภาพ ราคา กําลังผลิต ห่วงโซ่อุปทาน การแข่งขันของตลาด บริการหลังนวัตกรรมออกสู่ตลาด ประสบการณ์ของผู้ใช้งาน

ขอบเขตของงาน

  • ทบทวนและรวบรวมเอกสารข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับระบบ กลไก และกระบวนการนํานวัตกรรมทางการแพทย์หรือนวัตกรรมบริการสุขภาพในประเทศ เข้าสู่กระบวนการตัดสินใจเข้าเป็นสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพจากประสบการณ์ของประเทศไทยและต่างประเทศ
    • เอกสารทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและผลักดันงานวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมไทยไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
    • เอกสารเกี่ยวกับระบบ/กลไกการนําเข้าเป็นสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ เช่น ขั้นตอน กระบวนการ ผู้ที่เกี่ยวข้อง
    • เอกสารเกี่ยวกับหลักเกณฑ์/ข้อควรคํานึงเกี่ยวกับการพิจารณาสิทธิประโยชน์ โดยทั่วไป และสิทธิประโยชน์ประเภทนวัตกรรมทางการแพทย์หรือนวัตกรรมบริการที่ผลิตในประเทศ
  • การสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง
    • สังเคราะห์เครื่องมือเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก/สนทนากลุ่ม
    • ประสานและติดต่อขอสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง (อย่างน้อย 10 หน่วยงาน/สังกัดที่เกี่ยวข้อง)
    • สัมภาษณ์เชิงลึกฯ
  • การเข้าร่วมสังเกตการณ์
    • การสังเกตการณ์จากการประชุมที่เกี่ยวข้อง โดยเข้าร่วมการประชุมอย่างน้อย 3 ประชุม ประกอบด้วย (1) คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและขยายผลนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพไทยสู่ตลาดภาครัฐ ภายใต้คําสั่งศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) (2) คณะทํางานสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ในบัญชีนวัตกรรมไทยและนวัตกรรมทางการแพทย์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และ (3) คณะอนุกรรมการกําหนดประเภทและขอบเขตในการให้บริการสาธารณสุข และคณะอนุกรรมการกําหนดประเภทและขอบเขตในการให้บริการสาธารณสุข ภายใต้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
    • การสังเกตการณ์จากในพื้นที่ โดยคัดเลือกพื้นที่ตามนวัตกรรมทางการแพทย์ หรือนวัตกรรมบริการที่ผลิตในประเทศไทย อย่างน้อย 5 พื้นที่ โดยอาจเป็นผู้ผลิตหรือผู้ใช้นวัตกรรม โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มนวัตกรรม คือ นวัตกรรมที่อยู่ในสิทธิประโยชน์แล้วและกําลังขยายตลาด และนวัตกรรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพฯ
  • การวิเคราะห์และสังเคราะห์
    • วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ
    • ประชุมรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย
  • จัดทํารายงานสรุปผลการศึกษา ข้อค้นพบ และข้อเสนอแนะการดําเนินงาน

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดําเนินงานโครงการฯ (รูปแบบเอกสาร จํานวน 5 ฉบับ และอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์บรรจุลง Flash Drive/Thumb Drive จํานวน 5 อัน)
  • รายงานผลเบื้องต้นการทบทวนเอกสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบ กลไก และกระบวนการนํานวัตกรรมทางการแพทย์หรือนวัตกรรมบริการสุขภาพในประเทศ เข้าสู่กระบวนการตัดสินใจเข้าเป็นสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพจากประสบการณ์ของประเทศไทยและต่างประเทศ (รูปแบบเอกสาร จํานวน 5 ฉบับ และอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์บรรจุลง Flash Drive/Thumb Drive จํานวน 5 อัน)
  • รายงานสรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ซึ่งประกอบด้วย สรุปผลการรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจากการทบทวนข้อมูลเอกสารที่เกี่ยวข้องฯ และ สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสังเกตการณ์ฯ โดยใช้โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ และสรุปผลเป็นเชิงคุณภาพ โดยใช้เทคนิค Inductive approach a Thematic analysis (รูปแบบเอกสารจํานวน 5 ฉบับ และอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์บรรจุลง Flash Drive/Thumb Drive จํานวน 5 อัน)
  • รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการพัฒนาระบบ กลไก และกระบวนการนํานวัตกรรมทางการแพทย์หรือนวัตกรรมบริการในประเทศ เข้าสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วย ข้อเสนอแนวทางการพัฒนาระบบ กลไก และกระบวนการนํานวัตกรรมทางการแพทย์หรือนวัตกรรมบริการในประเทศ เข้าสู่กระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบายเพื่อเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอน กระบวนการ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการพิจารณานําเข้านวัตกรรมทางการแพทย์หรือนวัตกรรมบริการที่ผลิตในประเทศ และ ข้อค้นพบสําคัญ ปัญหาอุปสรรค หรือความท้าทายในการดําเนินงาน รวมถึง ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและ/หรือแนวทางการพัฒนา/ปรับปรุงอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพนํานวัตกรรมทางการแพทย์หรือนวัตกรรมบริการในประเทศ เข้าเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (รูปแบบเอกสารจํานวน 5 ฉบับ และอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์บรรจุลง Flash Drive/Thumb Drive จํานวน 5 อัน)

ระยะเวลาดำเนินการ

กําหนดส่งมอบของภายใน 180 วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Experience: ผู้เสนอราคา ต้องมีความรู้ความชํานาญ ประสบการณ์ และมีผลงานที่มีความน่าเชื่อถือด้านการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์/สังเคราะห์ข้อมูลผลการศึกษาเกี่ยวกับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ อย่างน้อย 1 ผลงาน
  • Previous Project Cost: ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท ในสัญญาเดียวกัน เป็นผลงานย้อนหลังไม่เกิน 2 ปี นับจากวันที่ส่งมอบงานแล้วเสร็จจนถึงวันที่ยื่นเอกสารเสนอราคา และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือเอกชนที่สํานักงานเชื่อถือในกรณีผู้เสนอราคาเป็นผู้ร่วมค้า ผลงานดังกล่าวให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกําหนด

เกณฑ์การพิจารณา

  • ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 30 คะแนน
  • คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานของรัฐ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 70 ประกอบด้วย ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับ 100 คะแนน ต้องมีข้อเสนอ (Proposal) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
    • เสนอความเป็นมาและวัตถุประสงค์โครงการพัฒนาระบบ กลไก และกระบวนการนํานวัตกรรมทางการแพทย์หรือนวัตกรรมบริการในประเทศเข้าสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (10 คะแนน)
    • เสนอกรอบแนวคิดการดําเนินงาน (Conceptual framework) และขอบเขตการดําเนินงาน (20 คะแนน)
    • เสนอการทบทวนและรวบรวมเอกสารข้อมูลซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการ (20 คะแนน)
    • เสนอวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลและวิธีการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย (20 คะแนน)
    • เสนอวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเข้าร่วมสังเกตการณ์ (20 คะแนน)
    • เสนอแผนการดําเนินงาน (Grant chart) (10 คะแนน)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

โครงการนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญ การสังเกตการณ์การประชุมและพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล นำไปสู่การจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแนวทางการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการนำนวัตกรรมเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพ

เงื่อนไขสัญญา

  • งวดที่ 1 ชําระเงินร้อยละ 30 ของสัญญา เมื่อส่งมอบงานตามที่กำหนดภายใน 45 วัน
  • งวดที่ 2 ชําระเงินร้อยละ 50 ของสัญญา เมื่อส่งมอบงานตามที่กำหนดภายใน 120 วัน
  • งวดสุดท้าย ชําระเงินร้อยละ 20 ของสัญญา เมื่อส่งมอบงานทั้งหมดถูกต้อง ครบถ้วนตามสัญญาทุกประการ ภายใน 180 วัน
  • ค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานจ้าง
  • รับประกันความชํารุดบกพร่องของงานที่รับจ้าง เป็นเวลา 1 ปี

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ถาม: โครงการนี้จะช่วยปรับปรุงระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้อย่างไร?
    - ตอบ: โครงการนี้จะช่วยพัฒนาระบบและกลไกในการนำนวัตกรรมทางการแพทย์ของไทยเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพ ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและบริการใหม่ๆ ได้อย่างเหมาะสมและทันเวลา

    • ถาม: ผู้เชี่ยวชาญประเภทใดที่จะถูกสัมภาษณ์ในโครงการนี้?

      • ตอบ: จะมีการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้กำหนดนโยบาย ผู้ให้บริการทางการแพทย์ นักวิจัย และผู้ผลิตนวัตกรรมทางการแพทย์
    • ถาม: การสังเกตการณ์ในพื้นที่คืออะไร และมีเป้าหมายอย่างไร?

      • ตอบ: การสังเกตการณ์ในพื้นที่คือการลงพื้นที่จริงเพื่อศึกษาการใช้งานนวัตกรรมทางการแพทย์ในบริบทต่างๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อทำความเข้าใจถึงปัญหา อุปสรรค และความสำเร็จในการนำนวัตกรรมไปใช้
    • ถาม: ผลลัพธ์ที่คาดหวังของโครงการนี้คืออะไร?

      • ตอบ: ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือการได้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแนวทางการพัฒนาที่ชัดเจน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนำนวัตกรรมทางการแพทย์ของไทยเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพ
    • ถาม: โครงการนี้จะสนับสนุนนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ผลิตในประเทศไทยอย่างไร?

      • ตอบ: โครงการนี้จะช่วยสร้างระบบและกลไกที่เอื้อต่อการนำนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ผลิตในประเทศไทยไปใช้ในระบบหลักประกันสุขภาพ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการไทย
    • ถาม: ข้อมูลที่ได้จากการทบทวนวรรณกรรมจะถูกนำไปใช้อย่างไร?

      • ตอบ: ข้อมูลจากการทบทวนวรรณกรรมจะถูกนำมาใช้เป็นพื้นฐานในการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะที่อิงตามหลักฐานเชิงประจักษ์และแนวปฏิบัติที่ดี
    • ถาม: การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพในโครงการนี้จะใช้วิธีการใด?

      • ตอบ: จะใช้โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ (ระบุชื่อโปรแกรมถ้ามี) และเทคนิค Inductive approach และ Thematic analysis เพื่อให้ได้ข้อค้นพบที่ลึกซึ้งและครอบคลุม
    • ถาม: โครงการนี้จะมีการวัดผลสำเร็จอย่างไร?

      • ตอบ: จะมีการวัดผลสำเร็จโดยพิจารณาจากความครบถ้วนและถูกต้องของรายงาน การนำเสนอข้อเสนอแนะที่นำไปปฏิบัติได้จริง และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียในการดำเนินงาน
    • ถาม: ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่ได้จากโครงการนี้จะครอบคลุมประเด็นใดบ้าง?

      • ตอบ: ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจะครอบคลุมประเด็นต่างๆ เช่น การกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณานวัตกรรม การสร้างแรงจูงใจในการนำนวัตกรรมไปใช้ และการปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
    • ถาม: โครงการนี้จะมีการเผยแพร่ผลการศึกษาอย่างไร?

      • ตอบ: จะมีการเผยแพร่ผลการศึกษาในรูปแบบรายงานฉบับสมบูรณ์ และอาจมีการนำเสนอในเวทีต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

-1-
ขอบเขตของงานจัดซื้อ/จัดจ้าง (Terms of Reference : TOR)
โครงการพัฒนาระบบ กลไก และกระบวนการนํานวัตกรรมทางการแพทย์หรือนวัตกรรมบริการในประเทศ
เข้าสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ด้วยสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจ มีความประสงค์จะจ้าง ดําเนินงานโครงการพัฒนาระบบ กลไก และกระบวนการนํานวัตกรรมทางการแพทย์หรือนวัตกรรมบริการใน
ประเทศ เข้าสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมการกําหนดร่าง ขอบเขตของงาน (TOR) ได้ดําเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เรียบร้อยแล้ว โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. ความเป็นมา
    รัฐบาลไทยสนับสนุนการดําเนินมาตรการเพื่อส่งเสริมและผลักดันงานวิจัยในประเทศให้สามารถนําไปใช้ ประโยชน์เชิงพาณิชย์ พร้อมทั้งสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นนวัตกรรม
    ซึ่งมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มสูงกว่าผลิตภัณฑ์แบบดั้งเดิม เพื่อปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมจากที่พึ่งพา แรงงานและทรัพยากรอย่างเข้มข้นไปสู่การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยมีเป้าหมายในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ช่วย ให้ประเทศไทยพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง และทําให้การใช้ทรัพยากรของรัฐมีความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์ สูงสุด โดยที่ผ่านมา พบว่า งานวิจัยเชิงนวัตกรรมสุขภาพจํานวนมากไม่สามารถนําเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพได้
    เนื่องจากขาดการต่อยอดงานวิจัยไปสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ หรืออาจเกิดจากความไม่สอด
    คล้องระหว่างงานวิจัยกับความต้องการของระบบสุขภาพ
    ดังนั้น จึงมีการดําเนินงานโครงการพัฒนาระบบ กลไก และกระบวนการนํานวัตกรรมทางการแพทย์หรือ นวัตกรรมบริการในประเทศ ที่ผ่านหน่วยสนับสนุนทุนวิจัยต่างๆ เพื่อพิจารณาเข้าสู่การกระบวนการพิจารณา ตัดสินใจเชิงนโยบายเพื่อบรรจุเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทําให้ระบบหลักประกัน สุขภาพฯ สามารถพัฒนาและปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม เทคโนโลยี และความต้องการด้าน สุขภาพของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยต่อยอดหรือหนุนเสริมนวัตกรรมทางการแพทย์ไทย สร้าง
    มูลค่าทางเศรษฐกิจ สอดคล้องกับทิศทางนโยบายของรัฐบาล
  2. วัตถุประสงค์
    2.1 เพื่อพัฒนาระบบ จัดทํากลไก ขั้นตอน กระบวนการ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการพิจารณาให้ นวัตกรรมทางการแพทย์หรือนวัตกรรมบริการในประเทศ เข้าสู่กระบวนการตัดสินใจเป็นสิทธิประโยชน์ใน
    ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
    2.2 เพื่อทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับการพัฒนาระบบ กลไก และกระบวนการนํานวัตกรรมทาง
    การแพทย์หรือนวัตกรรมบริการสุขภาพในประเทศ เข้าสู่กระบวนการพิจารณาตัดสินใจเป็นสิทธิประโยชน์ด้าน สุขภาพจากประสบการณ์ของประเทศไทยและต่างประเทศ
    (นางนันทวัน เกษธรรม) ผู้ออกข้อกําหนด
    FM-7.71 01-019
    sh
    (นางสาวทิชา เสนาธรรม) ผู้ออกข้อกําหนด
    Imm
    (นางสาวฐิติมา พี่มกุล) ผู้ออกข้อกําหนด
    ฉบับที่ 08
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2566
    -2-
    2.3 เพื่อทบทวนความเหมาะสมของระบบ กลไกที่ใช้อยู่ และ/หรือ เคยใช้ในการพิจารณา ตัดสินใจให้บริการสุขภาพ เทคโนโลยี ยา เวชภัณฑ์ และ/หรือนวัตกรรมสุขภาพอื่นๆ เข้าเป็นสิทธิประโยชน์ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
    2.4 เพื่อทําความเข้าใจความแตกต่างของนวัตกรรมทางการแพทย์/นวัตกรรมบริการสุขภาพที่
    ผลิตในประเทศไทยและนวัตกรรมสุขภาพที่นําเข้าจากต่างประเทศ ที่มีผลต่อการพิจารณาตัดสินใจและนําเข้า เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในมิติต่างๆ เช่น บริบท หลักฐานสนับสนุน ด้านประสิทธิภาพและคุณภาพ ราคา กําลังผลิต ห่วงโซ่อุปทาน การแข่งขันของตลาด บริการหลังนวัตกรรม ออกสู่ตลาด ประสบการณ์ของผู้ใช้งาน
  3. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
    3.1 ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุ/รับจ้างงานที่จะจัดซื้อ/จัดจ้าง
    3.2 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการและได้แจ้ง เวียนชื่อแล้ว หรือไม่เป็นผู้ที่ได้รับผลของการสั่งให้นิติบุคคลหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ทิ้งงาน ตามระเบียบของทาง
    ราชการ
    3.3 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ประสงค์จะเสนอราคารายอื่น ณ วัน ประกาศนี้ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
    3.4 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ประสงค์จะเสนอราคาได้มีคําสั่งให้สละสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    3.5 นิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญากับสํานักงานซึ่งได้ดําเนินการจัดซื้อ/จัดจ้าง ด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement : e-GP) ต้องลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ สํานักงานบัญชีกลางที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
    3.6 ผู้เสนอราคา ต้องมีความรู้ความชํานาญ ประสบการณ์ และมีผลงานที่มีความน่าเชื่อถือด้าน การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์/สังเคราะห์ข้อมูลผลการศึกษาเกี่ยวกับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ อย่างน้อย 1 ผลงาน ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท ในสัญญาเดียวกัน เป็นผลงานย้อนหลังไม่เกิน 2 ปี นับจากวันที่ส่งมอบงานแล้วเสร็จจนถึงวันที่ยื่นเอกสารเสนอราคา และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วน ราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือเอกชนที่สํานักงานเชื่อถือในกรณีผู้เสนอราคาเป็นผู้ร่วมค้า ผลงานดังกล่าวให้เป็นไปตามระเบียบที่
    กระทรวงการคลังกําหนด
  4. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (ระบุรายละเอียดตามความเหมาะสม)
    4.1 รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของงานที่จัดจ้าง
    การดําเนินงานโครงการพัฒนาระบบ กลไก และกระบวนการนํานวัตกรรมทางการแพทย์ หรือนวัตกรรมบริการในประเทศ เข้าสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นการ
    รวบรวมข้อมูลจากเอกสารการดําเนินงานจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ประกอบด้วยการทบทวนวรรณกรรม การสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญผู้ปฏิบัติงาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง การสังเกตการณ์การประชุมที่เกี่ยวข้อง และ การสังเกตการณ์ในพื้นที่ ดังนี้
    (นางนันทวัน เกษธรรม) ผู้ออกข้อกําหนด
    FM-7.71 01-019

    (นางสาวทิชา เสนาธรรม) ผู้ออกข้อกําหนด
    (นางสาวฐิติมา พี่มกุล) ผู้ออกข้อกําหนด
    ฉบับที่ 08
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2566
    -3-
    4.1.1. ทบทวนและรวบรวมเอกสารข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับระบบ กลไก และกระบวนการ นํานวัตกรรมทางการแพทย์หรือนวัตกรรมบริการสุขภาพในประเทศ เข้าสู่กระบวนการตัดสินใจเข้าเป็น สิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพจากประสบการณ์ของประเทศไทยและต่างประเทศ
    เอกสารทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและผลักดันงานวิจัยและการ
    พัฒนานวัตกรรมไทยไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
    เอกสารเกี่ยวกับระบบ/กลไกการนําเข้าเป็นสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ เช่น
    ขั้นตอน กระบวนการ ผู้ที่เกี่ยวข้อง

เอกสารเกี่ยวกับหลักเกณฑ์/ข้อควรคํานึงเกี่ยวกับการพิจารณาสิทธิประโยชน์
โดยทั่วไป และสิทธิประโยชน์ประเภทนวัตกรรมทางการแพทย์หรือนวัตกรรมบริการที่ผลิตในประเทศ
4.1.2. การสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง
สังเคราะห์เครื่องมือเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก/สนทนากลุ่ม ประสานและติดต่อขอสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ที่

เกี่ยวข้อง (อย่างน้อย 10 หน่วยงาน/สังกัดที่เกี่ยวข้อง)
สัมภาษณ์เชิงลึกฯ
4.1.3 การเข้าร่วมสังเกตการณ์
เพื่อทําความเข้าใจระบบ/กลไกที่ใช้อยู่ในการนําบริการสุขภาพ เทคโนโลยี
ยา เวชภัณฑ์ และ/หรือนวัตกรรมสุขภาพอื่นๆ เข้าเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตลอดจนปัญหาอุปสรรคและข้อจํากัดที่เกิดขึ้นจากการดําเนินงาน รวมถึงทําความเข้าใจความแตกต่างของ
นวัตกรรมทางการแพทย์หรือนวัตกรรมบริการที่ผลิตในประเทศไทยและนวัตกรรมทางการแพทย์ฯ ที่นําเข้าจาก ต่างประเทศ ที่มีผลต่อการนําเข้าเป็นสิทธิประโยชน์ฯ ในมิติต่างๆ เช่น บริบท หลักฐานสนับสนุนด้าน ประสิทธิภาพและคุณภาพ ราคา กําลังผลิต ห่วงโซ่อุปทาน การแข่งขันของตลาด บริการหลังนวัตกรรมออกสู่ ตลาด ประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ประกอบด้วย

  • การสังเกตการณ์จากการประชุมที่เกี่ยวข้อง โดยเข้าร่วมการประชุมอย่างน้อย 3 ประชุม ประกอบด้วย (1) คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและขยายผลนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพ ไทยสู่ตลาดภาครัฐ ภายใต้คําสั่งศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) (2) คณะทํางานสนับสนุนการ ใช้ผลิตภัณฑ์ในบัญชีนวัตกรรมไทยและนวัตกรรมทางการแพทย์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และ (3)
    คณะอนุกรรมการกําหนดประเภทและขอบเขตในการให้บริการสาธารณสุข และคณะอนุกรรมการกําหนด
    ประเภทและขอบเขตในการให้บริการสาธารณสุข ภายใต้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
    การสังเกตการณ์จากในพื้นที่ โดยคัดเลือกพื้นที่ตามนวัตกรรมทางการแพทย์ หรือนวัตกรรมบริการที่ผลิตในประเทศไทย อย่างน้อย 5 พื้นที่ โดยอาจเป็นผู้ผลิตหรือผู้ใช้นวัตกรรม โดย แบ่งเป็น 2 กลุ่มนวัตกรรม คือ นวัตกรรมที่อยู่ในสิทธิประโยชน์แล้วและกําลังขยายตลาด และนวัตกรรมที่อยู่ ระหว่างการพัฒนาเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพฯ
    Mus
    (นางนันทวัน เกษธรรม) ผู้ออกข้อกําหนด
    Oh
    (นางสาวทิชา เสนาธรรม) ผู้ออกข้อกําหนด
    Im
    (นางสาวฐิติมา พี่มกุล) ผู้ออกข้อกําหนด
    FM-7.71 01-019
    ฉบับที่ 08
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2566
    -4-
    4.1.4 การวิเคราะห์และสังเคราะห์

วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ
ประชุมรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย
4.1.5 จัดทํารายงานสรุปผลการศึกษา ข้อค้นพบ และข้อเสนอแนะการดําเนินงาน
5. กําหนดเวลาการส่งมอบพัสดุ
กําหนดส่งมอบของภายใน 180 วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญา
6. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
6.1 ผู้เสนอราคาต้องมีคุณสมบัติตามที่กําหนด และมีเอกสารและหลักฐานต่างๆ ครบถ้วนตามที่ กําหนดในเอกสาร จึงจะได้รับการพิจารณาในข้อต่อไปนี้
6.1.1 กรณีที่ใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์คุณภาพ (Price Performance) โดยคะแนนรวม น้ําหนักต้องเท่ากับ 100 คะแนน กําหนดเกณฑ์คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานของรัฐ โดย
กําหนดแต่ละตัวแปร ประกอบด้วย
6.1.1.1 ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ 30 คะแนน 6.1.1.2 คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานของรัฐ กําหนดน้ําหนัก เท่ากับร้อยละ 70 ประกอบด้วย ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ กําหนดน้ําหนักเท่ากับ 100 คะแนน ต้องมีข้อเสนอ (Proposal) ซึ่งมี รายละเอียดดังนี้
รายละเอียดการพิจารณา
คะแนน

  1. เสนอความเป็นมาและวัตถุประสงค์โครงการพัฒนาระบบ กลไก และกระบวน การนํา 10 คะแนน
    นวัตกรรมทางการแพทย์หรือนวัตกรรมบริการในประเทศเข้าสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายใน
    ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
    เงื่อนไข
    (1) ไม่เสนอความเป็นมา และ ไม่เสนอวัตถุประสงค์โครงการ = 0 คะแนน (2) เสนอความเป็นมา แต่ ไม่เสนอวัตถุประสงค์โครงการ หรือเสนอวัตถุประสงค์
    โครงการแต่ไม่เสนอความเป็นมา = 5 คะแนน
    (3) เสนอความเป็นมาและเสนอวัตถุประสงค์โครงการ = 10 คะแนน
  2. เสนอกรอบแนวคิดการดําเนินงาน (Conceptual framework) และขอบเขตการดําเนินงาน เงื่อนไข
    (1) ไม่เสนอกรอบแนวคิดการดําเนินงาน (Conceptual framework) และไม่เสนอ
    ขอบเขตการดําเนินงาน = 0 คะแนน
    (2) เสนอกรอบแนวคิดการดําเนินงาน (Conceptual framework) แต่ไม่เสนอขอบเขตการ
    ดําเนินงาน หรือ เสนอขอบเขตการดําเนินงาน แต่ไม่เสนอกรอบแนวคิดการดําเนินงาน (Conceptual framework) = 10 คะแนน
    20 คะแนน
    Zmr
    (นางนันทวัน เกษธรรม)
    ผู้ออกข้อกําหนด
    FM-7.71 01-019
    Oa
    (นางสาวทิชา เสนาธรรม) ผู้ออกข้อกําหนด
    (นางสาวฐิติมา พี่มกุล) ผู้ออกข้อกําหนด
    ฉบับที่ 08
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2566
    -5-
    รายละเอียดการพิจารณา
    (3) เสนอกรอบแนวคิดการดําเนินงาน (Conceptual framework) และเสนอขอบเขต
    การดําเนินงาน = 20 คะแนน
  3. เสนอการทบทวนและรวบรวมเอกสารข้อมูลซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการ
    เงื่อนไข
    (1) ไม่เสนอการทบทวนและรวบรวมเอกสารข้อมูลซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการ = 0 คะแนน (2)เสนอการทบทวนและรวบรวมเอกสารข้อมูลซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการ
    = 20 คะแนน
  4. เสนอวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลและวิธีการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย
    เงื่อนไข
    (1) ไม่เสนอวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล และ ไม่เสนอวิธีการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย
    =
    0 คะแนน
    (2) เสนอวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล แต่ไม่เสนอวิธีการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย
    =
    หรือ เสนอวิธีการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย แต่ ไม่เสนอวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล
    10 คะแนน
    (3) เสนอวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล และ เสนอวิธีการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย
    =
    20 คะแนน
  5. เสนอวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการ
    เข้าร่วมสังเกตการณ์
    เงื่อนไข
    (1) ไม่เสนอวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ หรือ ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการ
    เข้าร่วมสังเกตการณ์ = 0 คะแนน
    (2) เสนอวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ หรือ ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเข้า
    ร่วมสังเกตการณ์ = 20 คะแนน
  6. เสนอแผนการดําเนินงาน (Grant chart)
    เงื่อนไข
    (1) ไม่เสนอแผนการดําเนินงาน (Grant chart) = 0 คะแนน
    (2) เสนอแผนการดําเนินงาน (Grant chart)
    =
    10 คะแนน
    คะแนน
    20 คะแนน
    20 คะแนน
    20 คะแนน
    10 คะแนน
    6.1.2 สํานักงานฯ จะพิจารณาเกณฑ์คุณภาพและคุณสมบัติเบื้องต้น ประกอบกับเอกสาร ด้านเทคนิค ภายหลังที่คณะกรรมการประกวดราคาพิจารณาผลผู้เสนอราคาที่ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้นแล้ว เท่านั้น
    6.2 กรณีที่มีผู้ยื่นข้อเสนอเพียงรายเดียว หรือมีผู้ยื่นข้อเสนอหลายรายแต่ถูกต้องตรงตามเงื่อนไขที่
    กําหนดในประกาศ/เอกสาร เพียงรายเดียว สํานักงานฯ ขอสงวนสิทธิการต่อรองราคา
    Imm
    (นางนันทวัน เกษธรรม) ผู้ออกข้อกําหนด
    ba
    (นางสาวทิชา เสนาธรรม) ผู้ออกข้อกําหนด
    (นางสาวฐิติมา พี่มกุล) ผู้ออกข้อกําหนด
    ฉบับที่ 08
    FM-7.71 01-019
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2566
    -6-
  7. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
    วงเงินจัดหาในครั้งนี้ จํานวนเงิน 2,000,000.00 บาท (สองล้านบาทถ้วน)
  8. งวดงานและการจ่ายเงิน
    เมื่อผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ได้ส่งมอบพัสดุ/งานจ้าง และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ ตรวจรับ ถูกต้องและครบถ้วนตามเงื่อนไขแล้ว กําหนดส่งมอบของและชําระเงินเป็นงวดๆ รวม 3 งวด ดังนี้
    งวดที่ 1 ชําระเงินร้อยละ 30 ของสัญญา เมื่อส่งมอบงานต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ในรูปแบบเอกสาร จํานวนอย่างละ 5 ฉบับ และอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์บรรจุลง Flash Drive/Thumb Drive จํานวน 5 อัน ภายใน 45 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา ประกอบด้วย
    แผนการดําเนินงานโครงการฯ
    รายงานผลเบื้องต้นการทบทวนเอกสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบ กลไก และ กระบวนการนํานวัตกรรมทางการแพทย์หรือนวัตกรรมบริการสุขภาพในประเทศ เข้าสู่กระบวนการตัดสินใจ เข้าเป็นสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพจากประสบการณ์ของประเทศไทยและต่างประเทศ
    งวดที่ 2 ชําระเงินร้อยละ 50 ของสัญญา เมื่อส่งมอบงานต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ใน รูปแบบเอกสารจํานวน 5 ฉบับ และอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์บรรจุลง Flash Drive/Thumb Drive จํานวน 5 อัน ภายใน 120 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา รายละเอียดดังนี้

รายงานสรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ซึ่งประกอบด้วย
0
สรุปผลการรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจากการทบทวนข้อมูลเอกสารที่เกี่ยวข้องฯ
• สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์เชิงลึกและการ สังเกตการณ์ฯ โดยใช้โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ และสรุปผลเป็นเชิงคุณภาพ โดยใช้เทคนิค Inductive approach a Thematic analysis
งวดสุดท้าย ชําระเงินร้อยละ 20 ของสัญญา เมื่อส่งมอบงานต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ทั้งหมดถูกต้อง ครบถ้วนตามสัญญาทุกประการ ในรูปแบบเอกสารจํานวน 5 ฉบับ และอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์ บรรจุลง Flash Drive/Thumb Drive จํานวน 5 อัน โดยทั้งหมดถูกต้อง ครบถ้วนตามสัญญาทุกประการ ภายใน 180 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา รายละเอียดดังนี้
รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการพัฒนาระบบ กลไก และกระบวนการนํานวัตกรรมทาง การแพทย์หรือนวัตกรรมบริการในประเทศ เข้าสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ซึ่งประกอบด้วย
๐ ข้อเสนอแนวทางการพัฒนาระบบ กลไก และกระบวนการนํานวัตกรรมทาง
การแพทย์หรือนวัตกรรมบริการในประเทศ เข้าสู่กระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบายเพื่อเป็นสิทธิประโยชน์ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอน กระบวนการ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการ
พิจารณานําเข้านวัตกรรมทางการแพทย์หรือนวัตกรรมบริการที่ผลิตในประเทศ
๐ ข้อค้นพบสําคัญ ปัญหาอุปสรรค หรือความท้าทายในการดําเนินงาน รวมถึง ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและ/หรือแนวทางการพัฒนา/ปรับปรุงอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพนํานวัตกรรมทาง
การแพทย์หรือนวัตกรรมบริการในประเทศ เข้าเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
Zink
(นางนันทวัน เกษธรรม) ผู้ออกข้อกําหนด
FM-7.71 01-019
Da
(นางสาวทิชา เสนาธรรม) ผู้ออกข้อกําหนด
Im
(นางสาวฐิติมา พี่มกุล) ผู้ออกข้อกําหนด
ฉบับที่ 08
วันที่ 11 พฤษภาคม 2566
-7-
9. อัตราค่าปรับ
กําหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานจ้างนั้น นับถัดจากวันครบ กําหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญา แต่ต้องไม่ต่ํากว่าวันละ 100 บาท
10. การกําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง (ถ้ามี) *
ผู้เสนอราคาต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องของงานที่รับจ้าง เป็นเวลา 1 ปี นับถัดจากวันที่
สํานักงานได้รับมอบงานถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา
11. เงื่อนไขการส่งเสริมการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศ (ถ้ามี)
*
พัสดุที่จัดซื้อจัดจ้างหรือส่งมอบในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ ต้องเป็นสินค้าที่ต้องผลิตภายในประเทศ
โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานทั้งหมดตามสัญญา
(ลงชื่อ………..
m
..ผู้ออกข้อกําหนด
(นางนันทวัน เกษธรรม)
(ลงชื่อ………………..
oa
(นางสาวทิชา เสนาธรรม)
..ผู้ออกข้อกําหนด
(ลงชื่อ……………….
.ผู้ออกข้อกําหนด
(นางสาวฐิติมา พี่มกุล)
FM-7.71 01-019
ฉบับที่ 08
วันที่ 11 พฤษภาคม 2566
เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก
โครงการ : การจ้างโครงการพัฒนาระบบ กลไก และกระบวน การนํานวัตกรรมทางการแพทย์หรือนวัตกรรม บริการในประเทศเข้าสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
หัวข้อประเมิน

  1. เสนอความเป็นมาและวัตถุประสงค์โครงการพัฒนาระบบ กลไก และกระบวน การนํานวัตกรรมทางการแพทย์หรือนวัตกรรมบริการในประเทศเข้าสู่การตัดสินใจ
    เชิงนโยบายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
    เงื่อนไข
    (1) ไม่เสนอความเป็นมา และ ไม่เสนอวัตถุประสงค์โครงการ = 0 คะแนน (2) เสนอความเป็นมา แต่ไม่เสนอวัตถุประสงค์โครงการ หรือเสนอวัตถุประสงค์
    โครงการแต่ไม่เสนอความเป็นมา = 5 คะแนน
    (3) เสนอความเป็นมาและเสนอวัตถุประสงค์โครงการ = 10 คะแนน
    คะแนน
    คะแนนที่ได้
    10 คะแนน
  2. เสนอกรอบแนวคิดการดําเนินงาน (Conceptual framework) และขอบเขตการ
    20 คะแนน
    ดําเนินงาน
    เงื่อนไข
    (1) ไม่เสนอกรอบแนวคิดการดําเนินงาน (Conceptual framework) และไม่เสนอ
    ขอบเขตการดําเนินงาน = 0 คะแนน
    (2) เสนอกรอบแนวคิดการดําเนินงาน (Conceptual framework) แต่ไม่เสนอ
    ขอบเขตการดําเนินงาน หรือ เสนอขอบเขตการดําเนินงาน แต่ไม่เสนอกรอบ แนวคิดการดําเนินงาน (Conceptual framework) = 10 คะแนน
    (3) เสนอกรอบแนวคิดการดําเนินงาน (Conceptual framework) และเสนอ
    ขอบเขตการดําเนินงาน = 20 คะแนน
  3. เสนอการทบทวนและรวบรวมเอกสารข้อมูลซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการ เงื่อนไข
    (1) ไม่เสนอการทบทวนและรวบรวมเอกสารข้อมูลซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการ
    = 0 คะแนน
    (2) เสนอการทบทวนและรวบรวมเอกสารข้อมูลซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการ
    = 20 คะแนน
  4. เสนอวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลและสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย
    เงื่อนไข
    (1) ไม่เสนอวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล และ ไม่เสนอวิธีการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิง
    นโยบาย= 0 คะแนน
    (2) เสนอวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล แต่ ไม่เสนอวิธีการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย
    หรือเสนอวิธีการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย แต่ไม่เสนอวิธีการวิเคราะห์
    ข้อมูล = 10 คะแนน
    20 คะแนน
    20 คะแนน
    นางนันทวัน เกษธรรม
    นางสาวทิชา เสนาธรรม
    hm
    นางสาวฐิติมา พี่มกุล
    คะแนน
    คะแนนที่ได้
    หัวข้อประเมิน
    (3) เสนอวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลและเสนอวิธีการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย
    = 20 คะแนน
  5. เสนอวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง
    รวมถึงการเข้าร่วมสังเกตการณ์
    เงื่อนไข
    (1) ไม่เสนอวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ หรือ ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง
    รวมถึงการเข้าร่วมสังเกตการณ์ = 0 คะแนน
    (2) เสนอวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ หรือ ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง
    รวมถึงการเข้าร่วมสังเกตการณ์ = 20 คะแนน
  6. เสนอแผนการดําเนินงาน (Grant chart) เงื่อนไข
    (1) ไม่เสนอแผนการดําเนินงาน (Grant chart) = 0 คะแนน (2) เสนอแผนการดําเนินงาน (Grant chart) = 10 คะแนน
    20 คะแนน
    10 คะแนน
    Mind
    นางนันทวัน เกษธรรม
    Oh
    นางสาวทิชา เสนาธรรม
    นางสาวฐิติมา พี่มกุล