ประกวดราคาซื้อเหล็กเสริมคอนกรีต และอื่นๆ จำนวน ๕ รายการ งานแก้มลิงบ้านจะหลวย พร้อมอาคารประกอบ หมู่ที่ ๓ บ้านจะหลวย ตำบลร่อนทอง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ปริมาณดินขุดลอก ๒๒๓,๙๐๐ ลูกบาศก์เมตร (คป.บุรีรัมย์)
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ครอบคลุมเหล็กเส้นกลมผิวเรียบ (SR 24) ที่ใช้สำหรับเสริมคอนกรีตในงานก่อสร้างทั่วไป โดยกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับขนาด, มวล, และเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ มาตรฐานนี้ยังระบุถึงวัสดุที่ใช้ในการผลิต, คุณลักษณะที่ต้องการของเหล็กเส้น (เช่น ผิวเรียบ, ไม่ปริแตก), เครื่องหมายและฉลากที่ต้องมี, วิธีการชักตัวอย่างเพื่อตรวจสอบคุณภาพ, และเกณฑ์ที่ใช้ในการตัดสินว่าเหล็กเส้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการทดสอบต่างๆ ได้แก่ การทดสอบมวลต่อเมตร, การวัดความยาว, การวิเคราะห์ส่วนประกอบทางเคมี, การทดสอบสมบัติทางกล (ความต้านแรงดึง, ความต้านแรงดึงที่จุดคราก, ความยืด, และการดัดโค้ง), และการวัดระยะห่างของเครื่องหมายบนเหล็กเส้น เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพและเหมาะสมกับการใช้งานตามที่กำหนด
English summary
This standard covers plain round steel bars for reinforced concrete used in general construction. It specifies the quality grade (SR 24), dimensions, mass, and tolerances, as well as materials, required characteristics, markings and labels, sampling, acceptance criteria, and testing methods. The tests include mass per meter, length, chemical composition, mechanical properties (tensile and bending), and the spacing of markings on the steel bars.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- กำหนดชั้นคุณภาพ, ขนาด, มวล และเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของเหล็กเส้นกลม
- กำหนดวัสดุและคุณลักษณะที่ต้องการของเหล็กเส้นกลม
- กำหนดเครื่องหมายและฉลากที่ต้องมีบนเหล็กเส้นกลม
- กำหนดวิธีการชักตัวอย่างและการตัดสินคุณภาพของเหล็กเส้นกลม
- กำหนดวิธีการทดสอบเหล็กเส้นกลม (มวลต่อเมตร, ความยาว, ส่วนประกอบทางเคมี, สมบัติทางกล)
ขอบเขตของงาน
- การผลิตเหล็กเส้นกลมจากเหล็กแท่งเล็ก (billet) หรือเหล็กแท่งใหญ่ (bloom) ด้วยกรรมวิธีการรีดร้อน
- การควบคุมคุณภาพเศษเหล็ก (scrap) โดยตรวจสอบปริมาณธาตุฟอสฟอรัสและกำมะถัน
- การตรวจสอบคุณภาพส่วนประกอบทางเคมีของน้ำเหล็กในทุกขั้นตอนการทำเหล็กกล้า
- การทำให้น้ำเหล็กบริสุทธิ์ (refining process) เช่น การใช้เตาปรุง (ladle furnace)
- การหล่อเหล็กแท่งเล็กหรือเหล็กแท่งใหญ่แบบต่อเนื่อง (continuous casting)
- การตรวจสอบขนาด ลักษณะทั่วไป และส่วนประกอบทางเคมีของเหล็กแท่งเล็กหรือเหล็กแท่งใหญ่
- การทำเครื่องหมายบนเหล็กเส้นกลมทุกเส้น (ชื่อผู้ทำ, ขนาด, ชั้นคุณภาพ, สัญลักษณ์กรรมวิธี)
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- เหล็กเส้นกลมที่ได้มาตรฐาน มอก.20-2543 (SR 24)
- เหล็กเส้นกลมที่มีขนาด, มวล, และความคลาดเคลื่อนตามที่กำหนด
- เหล็กเส้นกลมที่มีคุณสมบัติทางกล (ความต้านแรงดึง, ความยืด) ตามที่กำหนด
- เหล็กเส้นกลมที่มีเครื่องหมายและฉลากครบถ้วนตามที่กำหนด
ระยะเวลาดำเนินการ
- ไม่ได้ระบุ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Standards Compliance: ต้องมีมาตรฐานการจัดการระบบสิ่งแวดล้อมที่ดี
เกณฑ์การพิจารณา
- การพิจารณาจากผลการทดสอบตามมาตรฐาน มอก.20-2543 ในหัวข้อ:
- ความยาว (ข้อ 8.2.1.2)
- ลักษณะทั่วไป (ข้อ 8.2.2.2)
- มวลต่อเมตร (ข้อ 8.2.3.2)
- ระยะห่างของเครื่องหมาย (ข้อ 8.2.4.2)
- ส่วนประกอบทางเคมีและสมบัติทางกล (ข้อ 8.2.5.3)
- เหล็กเส้นกลมต้องเป็นไปตามข้อกำหนดในข้อ 7.1.1 และ 7.2
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- เหล็กเส้นกลมต้องมีผิวเรียบเกลี้ยง ไม่มีรอยปริแตก ไม่มีสนิม
- ส่วนประกอบทางเคมีต้องเป็นไปตามตารางที่ 4 (คาร์บอน ≤ 0.280%, กำมะถัน ≤ 0.058%, ฟอสฟอรัส ≤ 0.058%)
- ความต้านแรงดึง ≥ 385 MPa
- ความต้านแรงดึงที่จุดคราก ≥ 235 MPa
- ความยืด ≥ 21%
- การดัดโค้งต้องไม่แตกหรือปริ
เงื่อนไขสัญญา
- ไม่ได้ระบุ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: เหล็กเส้นกลมตามมาตรฐานนี้มีชั้นคุณภาพอะไรบ้าง?
-
A: เหล็กเส้นกลมตามมาตรฐานนี้มีชั้นคุณภาพเดียวคือ SR 24
-
Q: เหล็กเส้นกลมต้องทำจากวัสดุอะไร?
-
A: เหล็กเส้นกลมต้องทำจากเหล็กกล้า (steel) ที่มีส่วนประกอบทางเคมีตามที่กำหนดในตารางที่ 4 ของมาตรฐาน
-
Q: จะทราบได้อย่างไรว่าเหล็กเส้นกลมเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่?
-
A: ต้องทำการทดสอบตามวิธีการที่ระบุในมาตรฐาน มอก. 20-2543 และผลการทดสอบต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
-
Q: เครื่องหมายบนเหล็กเส้นกลมต้องมีอะไรบ้าง?
-
A: ต้องมีชื่อผู้ทำหรือโรงงานที่ทำ, ขนาดของเหล็กเส้น
-
Q: ความคลาดเคลื่อนของมวลต่อเมตรของเหล็กเส้นกลมยอมรับได้เท่าไหร่?
-
A: ขึ้นอยู่กับขนาดของเหล็กเส้นกลม ดูรายละเอียดในตารางที่ 2 ของมาตรฐาน
-
Q: การทดสอบสมบัติทางกลของเหล็กเส้นกลมมีอะไรบ้าง?
-
A: มีการทดสอบความต้านแรงดึง, ความต้านแรงดึงที่จุดคราก, ความยืด, และการดัดโค้ง
-
Q: ถ้าผลการทดสอบไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดจะต้องทำอย่างไร?
-
A: สามารถทำการทดสอบใหม่หรือทดสอบซ้ำได้ตามเงื่อนไขที่ระบุในข้อ 8.2.5.3 ของมาตรฐาน
-
Q: ความยาวของเหล็กเส้นกลมในแต่ละมัดต้องเป็นอย่างไร?
-
A: ต้องมีขนาดความยาวเดียวกัน โดยจะคลาดเคลื่อนจากค่าที่ผู้ทำระบุไว้ที่ฉลากได้ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนดในตารางที่ 3
-
Q: วิธีการตรวจสอบลักษณะภายนอกของเหล็กเส้นกลมทำได้อย่างไร?
-
A: ทำได้โดยการตรวจพินิจด้วยสายตา เหล็กเส้นกลมต้องมีผิวเรียบเกลี้ยง ไม่มีรอยปริแตก ไม่มีสนิม
-
Q: เหล็กกล้าเจือ (alloy steel) คืออะไร?
-
A: เหล็กกล้าเจือ (alloy steel) คือ เหล็กกล้าที่มีธาตุเจือตั้งแต่หนึ่งธาตุขึ้นไปตามอัตราส่วนโดยมวล ตามรายละเอียดในภาคผนวก ก. ของประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 4802 (พ.ศ.2559)
-
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (Specification) เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรม
ฉบับที่ 4802 ( พ.ศ.2559 )
ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
พ.ศ.2511
เรื่อง แก้ไขมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
เหล็กเส้นเสรมคอนกร ิ ีต : เหล็กเส้นกลม
(แก้ไขครั้งท 1) ี่
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กเส้น กลม มาตรฐานเลขที่มอก. 20-2543
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2558 รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมออกประกาศแก้ไขเพิ่มเติมมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กเส้นกลม มาตรฐานเลขที่มอก. 20-2543 ท้ายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 2838 (พ.ศ.2544) ลงวันที่ 24 เมษายน พ.ศ.2544 ดังต่อไปนี้
1 ให้แก้หมายเลขมาตรฐานเลขที่ “มอก. 20-2543” เป็น “มอก. 20-2559”
2. ให้ยกเลิกข้อ 1.2
3. ให้ยกเลิกความในข้อ 5. และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“5. วัสดุการทํา และส่วนประกอบทางเคมี
5.1 เหล็กเส้นกลมต้องทําขึ้นจากเหล็กแท่งเล็ก (billet) หรือเหล็กแท่งใหญ่ (bloom) เท่านั้น ด้วยกรรมวิธีการรีดร้อน โดยต้องไม่มีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่นมาก่อน
5.2 การทําเหล็กแท่งเล็ก หรือเหล็กแท่งใหญ่ ที่ใช้ทําเหล็กเส้นกลม ต้องมีขั้นตอนกรรมวิธี การทําและการควบคุมเป็นส่วนประกอบหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) มีระบบการคัดแยก ตรวจสอบประเมินคุณภาพเศษเหล็ก (scrap) โดยมีการ ตรวจสอบควบคุมปริมาณของธาตุฟอสฟอรัสและกํามะถันที่เจือปนอย่างเข้มงวด
(2) มีการตรวจสอบคุณภาพส่วนประกอบทางเคมีของน้ําเหล็กในทุกขั้นตอนของ กระบวนการทําเหล็กกล้า (steel making) โดยใช้เครื่องมือตรวจสอบที่มีมาตรฐาน
(3) มีกระบวนการทําให้น้ําเหล็กบริสุทธิ์ (refining process) อย่างเหมาะสม เช่น มีเตาปรุง (ladle furnace) หรือการลดฟอสฟอรัส และการลดกํามะถัน รวมทั้ง
ปรับแต่งค่าส่วนประกอบทางเคมีขจัดสารฝังใน (inclusion) ได้อย่างเหมาะสม
/(4) การหล่อเหล็ก…
–1–
(4) การหล่อเหล็กแท่งเล็ก หรือเหล็กแท่งใหญ่ ต้องเป็นการหล่อแบบต่อเนื่อง (continuous casting) ที่มีอัตราการหล่ออย่างน้อย 10 000 kg/hr และมีการ ควบคุมอัตราการเย็นตัว (cooling rate) ที่เหมาะสม มีขนาดของเตาหลอม ไม่ต่ํากว่า 5 000 kg ต่อ 1 เตา และมีความถี่ในการทดสอบส่วนประกอบทางเคมีที่เหมาะสม
5.3 โรงงานที่ทําเหล็กแท่งเล็ก เหล็กแท่งใหญ่ และเหล็กเส้นกลม ต้องมีมาตรฐานการจัดการ ระบบสิ่งแวดล้อมที่ดี
5.4 เหล็กแท่งเล็ก หรือเหล็กแท่งใหญ่ ที่ใช้ทําเหล็กเส้นกลม อย่างน้อยต้องมีการตรวจสอบใน รายการขนาด ลักษณะทั่วไป และส่วนประกอบทางเคมีที่เหมาะสม
5.5 เหล็กเส้นกลมต้องเป็นเหล็กกล้าไม่เจือ (รายละเอียดเกณฑ์กําหนดของเหล็กกล้าเจือ ให้ เป็นไป ตามภาคผนวก ก.) โดยส่วนประกอบทางเคมีให้เป็นไปตามตารางที่ 4 การทดสอบให้ปฏิบัติตามข้อ 9.3
ตารางที่ 4 ส่วนประกอบทางเคมี
(ข้อ 5.5)
ปริมาณโดยมวล (สูงสุด)
ส่วนประกอบทางเคมี
%
เมื่อวิเคราะห์จากเบ้า เมื่อวิเคราะห์จากผลิตภัณฑ์
คาร์บอน 0.25 0.28
กํามะถัน 0.050 0.060
ฟอสฟอรัส 0.050 0.060
4. ให้ยกเลิกความในข้อ 7.1.1 และใหใช้ ้ความต่อไปนี้แทน
“7.1.1 ที่เหล็กเส้นกลมทุกเส้น อย่างน้อยต้องมีเลข อักษรหรือเครื่องหมาย แจ้งรายละเอียดต่อไปนี้ ประทับเป็นตัวนูนถาวรบนเนื้อเหล็กให้เห็นได้ง่าย ชัดเจน เรียงกันไปตามลําดับดังนี้ (1) ชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทํา หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน และชื่อผู้ได้รับอนุญาต (2) ชื่อขนาด
(3) ชั้นคุณภาพ
(4) สัญลักษณ์กรรมวิธีการทําเหล็กแท่งเล็ก หรือเหล็กแท่งใหญ่ ที่เป็นวัตถุดิบในการทํา เหล็กเส้นกลม ดังนี้
(กรรมวิธีแบบโอเพนฮาร์ท ใช้ OH
กรรมวิธีแบบเบสิกออกซิเจน ใช้ BO
กรรมวิธีแบบอิเล็กทริกอาร์กเฟอร์เนซ ใช้ EF
กรรมวิธีแบบอินดักชั่นเฟอร์เนซ ใช้ IF
สําหรับกรรมวิธีอื่น ๆ ให้ระบุตามที่ตกลงในเอกสารของผู้ทําโดยมีลายลักษณ์อักษรที่ ชัดเจนเป็นกรณีไป)
ทั้งนี้หากชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทํา เป็นชื่อเดียวกับชื่อผู้ได้รับอนุญาต ให้แสดงเพียงชื่อเดียว” /5. ให้ยกเลิก…
–2–
5. ให้ยกเลิกความในข้อ 7.1.2 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“7.1.2 ระยะห่างระหว่างชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทําหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนกับชื่อผู้ได้รับ ใบอนุญาต ชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตกับชื่อขนาด ชื่อขนาดกับชั้นคุณภาพ และชั้นคุณภาพกับ สัญลักษณ์กรรมวิธีการทํา ต้องไม่น้อยกว่า 50 mm”
6. ให้ยกเลิกความในข้อ 7.2 (6) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(6) ชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทําหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน สัญลักษณ์กรรมวิธีการทํา และชื่อ ผู้ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้หากชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทํา เป็นชื่อเดียวกับชื่อผู้ได้รับอนุญาต ให้แสดงเพียงชื่อเดียว” 7. ให้เพิ่มภาคผนวก ก. ดังต่อไปนี้
“ภาคผนวก ก.
รายละเอียดเกณฑ์กําหนดของเหล็กกล้าเจือ
(ข้อ 5.5)
เหล็กกล้าเจือ (alloy steel) คือ เหล็กกล้าที่มีธาตุเจือตั้งแต่หนึ่งธาตุขึ้นไปตามอัตราส่วนโดยมวล ดังต่อไปนี้
- อะลูมิเนียม (Al) ตั้งแต่ร้อยละ 0.3 ขึ้นไป
- โมลิบดีนัม (Mo) ตั้งแต่ร้อยละ 0.08 ขึ้นไป
- โบรอน (B) ตั้งแต่ร้อยละ 0.000 8 ขึ้นไป
- นิกเกิล (Ni) ตั้งแต่ร้อยละ 0.3 ขึ้นไป
- โครเมียม (Cr) ตั้งแต่ร้อยละ 0.3 ขึ้นไป
- ไนโอเบียม (Nb) ตั้งแต่ร้อยละ 0.06 ขึ้นไป
- โคบอลต์ (Co) ตั้งแต่ร้อยละ 0.3 ขึ้นไป
- ซิลิคอน (Si) ตั้งแต่ร้อยละ 0.6 ขึ้นไป
- ทองแดง (Cu) ตั้งแต่ร้อยละ 0.4 ขึ้นไป
- ไทเทเนียม (Ti) ตั้งแต่ร้อยละ 0.05 ขึ้นไป
- ตะกั่ว (Pb) ตั้งแต่ร้อยละ 0.4 ขึ้นไป
- ทังสเตน ) (วุลแฟรม (W) ตั้งแต่ร้อยละ 0.3 ขึ้นไป
- แมงกานีส (Mn) ตั้งแต่ร้อยละ 1.65 ขึ้นไป
- วาเนเดียม (V) ตั้งแต่ร้อยละ 0.1 ขึ้นไป
- เซอร์โคเนียม (Zr) ตั้งแต่ร้อยละ 0.05 ขึ้นไป
(ธาตุอื่น ๆ แต่ละธาตุตั้งแต่ร้อยละ 0.1 ขึ้นไป (ยกเว้นกํามะถัน ฟอสฟอรัส คาร์บอน และไนโตรเจน))”
/ทั้งนี้ให้มีผล…
–3–
ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกําหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กเส้นกลม ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 20-2559 ใช้บังคับเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559
อรรชกา สีบุญเรือง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศและงานทั่วไป เล่ม 133 ตอนพิเศษ 119 ง วันท 24 ี่พฤษภาคม พุทธศกราช ั 2559
–4–
มาตรฐานผลตภ
ิณฑ
ั อุตสาหกรรม
THAI INDUSTRIAL STANDARD
มอก. 20 2543
เหลกเส
็นเสร
มคอนกร
ิ ีต : เหลกเส
็นกลม
STEEL BARS FOR REINFORCED CONCRETE : ROUND BARS
สำนกงานมาตรฐานผล ั ตภ
ิณฑั อุตสาหกรรม
กระทรวงอตสาหกรรม
ุICS 77.140.60 ISBN 974-608-471-2
v
มาตรฐานผลตภ
ิณฑ
ั อุตสาหกรรม
เหลกเส
็นเสร
มคอนกร
ิ ีต : เหลกเส
็นกลม
มอก. 20 2543
สำนกงานมาตรฐานผล ั ตภ
ิณฑั อุตสาหกรรม
กระทรวงอตสาหกรรม ุ ถนนพระรามท 6 ี่กรงเทพฯ ุ 10400 โทรศัพท 2023300
ประกาศในราชกจจาน ิ เบกษา ุ ฉบบประกาศท ั วไป ั่เลม 118 ตอนท 68 ี่ง วันท 23 ี่ สิงหาคม พุทธศกราช ั 2544
คณะกรรมการวิชาการคณะที่ 9
มาตรฐานเหลกเส ็ นเสร มคอนกร ิ ีต
ประธานกรรมการ
รศ.สุธรรม สุริยะมงคล ผแทนคณะว ู ศวกรรมศาสตร ิ จุฬาลงกรณมหาวทยาล ิ ัย ศ.ปณธาน ิ ลักคณะประส ุ ทธิ ิ์
กรรมการ
นายเมธ ี หงษนอย ผแทนกรมโยธาธ ู การ ิ
นายจโรจน ิ สุภาพพงศ
นายเจริญ เฉยพวง ผ แทนกรมทางหลวง ู
นายชยวั ฒน ั ญาณภิรัต
นางประพิศ ประคณหุ งสั ต ผ ิ แทนกรมว ู ทยาศาสตร ิ บร การ ิ
นายประพนธ วงศวิเชยรี ผแทนกร ู งเทพมหานคร ุ
นายวิรัช จันทรา ผแทนสถาบ ู นวั ิจัยวทยาศาสตร ิ และเทคโนโลย ีแหงประเทศไทย นายวิศิษฐ วงศมาศา ผแทนการเคหะแห ู งชาต ิ
นายเอนก ศิริพานชกร ิ ผแทนว ู ศวกรรมสถานแห ิ งประเทศไทย ในพระบรมราชปถู มภั นายโชติชัย เชาวนิธิ ผูแทนสมาคมอตสาหกรรมเหล ุ กไทย ็ นายไพฑรยู จิรานนตร ั ตนั ผูแทนบริษัท เหลกสยาม ็ จำกัด
นายสมนึก ชัยวรานุรักษ ผูแทนบริษัทไทยสตลบาร ี สจำกัด
นายนนทว ั ฒช ั ัย วงษชนะช ย ผ ั แทนบร ู ิษัท โรงงานเหลกกร ็ งเทพฯ ุ จำกัด นายอำพล โตอรามร ตนั
นายสนตั ิกิตตโฆษน ิ ผูแทนบริษัท เอ็น.ที.เอส.สตลกร ี ุป จำกัด (มหาชน)
กรรมการและเลขานุการ
นายอลงกรณ รัตนชยดั ษฎุ ี ผูแทนสำนกงานมาตรฐานผล ั ตภิ ณฑั อุตสาหกรรม
(2)
มาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กเสนเสริมคอนกรีต : เหล็กเสนกลม นี้ ไดประกาศใชตามมาตรฐานเลขที่ มอก.20–2527 ในราชกจจาน ิ เบกษาฉบ ุ บพั เศษ ิ เลม 101 ตอนท 173
ี่ลงวนทั 23
ี่พฤศจกายน ิ พุทธศกราช ั 2527
ตอมาไดพิจารณาเหนเป ็ นการสมควรท จะแก
ี่ ไขปร บปร ั งเพุ อให ื่สอดคล องก บความก ั าวหน าทางว ชาการและอ ิ ตสาหกรรม ุ
ในปจจ ุบันจึงไดแก ไขปร บปร ั งโดยยกเล ุ กมาตรฐานเด ิ มและกำหนดมาตรฐานน ิ ี้ขึ้นใหม
มาตรฐานผลตภิ ณฑั อุตสาหกรรมนเปี้นเล มหน งในมาตรฐานผล ึ่ตภิ ณฑั อุตสาหกรรมชดเหล ุ กเส ็ นเสร มคอนกร ิ ีต ซึ่งมี 3 เลม คือ
มอก.20–2543 เหลกเส ็ นเสร มคอนกร ิ ีต : เหลกเส ็ นกลม
มอก.24–2536 เหลกเส ็ นเสร มคอนกร ิ ีต : เหลกข็ ออ อย
มอก.211–2527 เหลกเส ็ นเสร มคอนกร ิ ีต : เหลกร็ ดซี ้ำ
มาตรฐานผลตภิ ณฑั อุตสาหกรรมนกำหนดข ี้ นโดยใช ึ้ ขอมลจากผ ู ทำภายในประเทศและเอกสารต ู อไปน เปี้นแนวทาง BS 4449:1997 Carbon steel bars for the reinforcement of concrete JIS G 3112–1987 Steel Bars for Concrete Reinforcement
ASTM A 615/A615M–96a Deformed and Plain Billet–Steel Bars for Concrete Reinforcement มอก. 244 เลม 4-2525 การทดสอบเหลกและเหล ็ กกล ็ า เลม 4 การทดสอบเหลกกล ็ าโดย การดึง (ทั่วไป)
คณะกรรมการมาตรฐานผลตภิ ณฑั อุตสาหกรรมไดพิจารณามาตรฐานนแล
ี้ ว เหนสมควรเสนอร ็ ฐมนตร ั ประกาศตาม ี
มาตรา 15 แหงพระราชบ ญญั ัติมาตรฐานผลตภิ ณฑั อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511
(3)
v
ประกาศกระทรวงอตสาหกรรม ุ
ฉบบทั 2838 ( ี่พ.ศ. 2544 )
ออกตามความในพระราชบญญั ัติมาตรฐานผลตภิ ณฑั อุตสาหกรรม
พ.ศ. 2511
เรอง
ื่ยกเลกและกำหนดมาตรฐานผล ิ ตภิ ณฑั อุตสาหกรรม
เหลกเส ็ นเสร มคอนกร ิ ีต : เหลกเส ็ นกลม
โดยทเปี่ นการสมควรปร บปร ั งมาตรฐานผล ุ ตภิ ณฑั อุตสาหกรรม เหลกเส ็ นเสร มคอนกร ิ ีต : เหลกเส ็ นกลม มาตรฐานเลขที่มอก.20–2527
อาศยอำนาจตามความในมาตรา ั 15 แหงพระราชบ ญญั ัติมาตรฐานผลตภิ ณฑั อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 รัฐมนตรีวาการกระทรวงอตสาหกรรมออกประกาศยกเล ุ กประกาศกระทรวงอ ิ ตสาหกรรม ุ ฉบบทั 847 ( ี่พ.ศ.2527) ออกตามความในพระราชบญญั ัติมาตรฐานผลตภิ ณฑั อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 เรอง
ื่ยกเลกและกำหนดมาตรฐาน ิ
ผลตภิ ณฑั อุตสาหกรรม เหลกเส ็ นเสร มคอนกร ิ ีต : เหลกเส ็ นกลม ลงวนทั 9
ี่พฤศจกายน ิ พ.ศ. 2527 และออก
ประกาศกำหนดมาตรฐานผลตภิ ณฑั อุตสาหกรรม เหลกเส ็ นเสร มคอนกร ิ ีต : เหลกเส ็ นกลม มาตรฐานเลขที่มอก. 20-2543 ขึ้นใหม ดังมรายการละเอ ี ยดต ี อท ายประกาศน ี้
ทั้งนี้ใหมีผลตงแต
ั้พระราชกฤษฎ กาว ี าด วยการกำหนดให ผล ตภิ ณฑั อุตสาหกรรมเหลกเส ็ นเสร มคอนกร ิ ีต : เหลกเส ็ นกลม ตองเปนไปตามมาตรฐานเลขท ี่มอก.20-2543 ใชบังคบเป ั นต นไป
ประกาศ ณ วันท 24
ี่เมษายน พ.ศ. 2544
สุริยะ จึงรงเรุ องก ื ิจ
รัฐมนตรีวาการกระทรวงอตสาหกรรม ุ
(5)
v
มอก. 20–2543
มาตรฐานผลตภ
ิณฑ
ั อุตสาหกรรม
เหลกเส
็นเสร
มคอนกร
ิ ีต : เหลกเส
็นกลม
- ขอบขาย
1.1 มาตรฐานผลตภิ ณฑั อุตสาหกรรมนกำหนด ี้ ชั้นคณภาพ ุ ขนาด มวลและเกณฑความคลาดเคล อน
ื่ วัสดุคุณลกษณะ ั
ที่ตองการเครองหมายและฉลาก
ื่การชกตั วอย ั างและเกณฑ ตัดสิน และการทดสอบเหลกเส ็ นเสร มคอนกร ิ ีต : เหลกเส ็ นกลม ซึ่งตอไปในมาตรฐานน จะเร
ี้ยกว ี า “เหลกเส ็ นกลม ”
1.2 เหลกเส ็ นกลมต องทำข นจากเหล
ึ้กแท ็ งเล ็ก (billet) เหลกแท ็ งใหญ (bloom) หรอเหล ื กแท ็ งหล อ (ingot) โดยตรงดวยกรรมว ิธีการรดรี อน โดยตองไม มีการแปรรปเป ู นผล ตภิ ณฑั อย างอ นมาก
ื่อน และเหลกแท ็ งด งกล ั าว
ตองทำมาจากกรรมวิธีแบบโอเพนฮารท (open hearth) เบสกออกซ ิ เจนิ (basic oxygen) หรออื เลิ กทร ็ กอาร ิ ก เฟอรเนซ (electric arc furnace)
1.3 มาตรฐานผลตภิ ณฑั อุตสาหกรรมนครอบคล
ี้มถุ งเหล ึ กเส ็ นท ี่มีลักษณะหนาต ดกลม ั ซึ่งมความยาวต ี งแต
ั้ 3.40
เมตรขนไป ึ้ อันอาจนำไปใชเสร มคอนกร ิ ตสำหร ี บงานก ั อสร างท วไปได ั่ แตไม รวมถ งเหล ึ กเส็ นท ี่มีลักษณะหนาต ัด กลม ซึ่งไดมีประกาศกำหนดมาตรฐานผลตภิ ณฑั อุตสาหกรรมแลว - บทนิยาม
ความหมายของคำทใชี่ ในมาตรฐานผล ตภิ ณฑั อุตสาหกรรมนี้มีดังตอไปน ี้
2.1 เสน (bar) หมายถึง เหลกเส ็ นกลมหน งเส
ึ่นท ี่มีภาคตดขวางเป ั นร ปกลม ู
2.2 มัด (bundle) หมายถึง เหลกเส ็ นกลมจำนวนต งแต
ั้สองเส นข นไปท ึ้ ี่มัดรวมกัน
2.3 ขด (coil) หมายถึง เหลกเส ็ นกลมท ี่มวนเปนขด
2.4 ขนาดระบ (nominal size) ุ หมายถึง เสนผ านศ นยู กลางระบ และพ ุ นท
ื้ภาคต
ี่ดขวางระบ ั ุที่กำหนดไวในตาราง
ที่ 1
2.5 มวลระบ (nominal mass) ุ หมายถึง มวลตอความยาว 1 เมตรของเหลกเส ็ นกลมท ี่มีขนาดเทาก บขนาดระบ ั ุดัง กำหนดไวในตารางท 1ี่
2.6 มวลตอเมตร หมายถึง มวลจรงติ อความยาว 1 เมตร ของเหลกเส ็ นกลม - ชั้นคุณภาพ
3.1 เหลกเส ็ นกลมท กำหนดในมาตรฐานผล ี่ตภิ ณฑั อุตสาหกรรมนี้มีชั้นคณภาพเด ุ ยวี ใชสัญลกษณ ั SR 24
–1–
มอก. 20–2543 - ขนาด มวล และเกณฑความคลาดเคล
อน
ื่
4.1 ชื่อขนาด ขนาดระบุและมวลระบของเหล ุ กเส ็ นกลม ใหเป นไปตามตารางท 1ี่
ตารางท 1 ี่ ชื่อขนาด ขนาดระบุและมวลระบของเหล ุ กเส ็ นกลม
(ขอ 2.4 ขอ 2.5 และขอ 4.1)
ขนาดระบุ มวลระบุ
ชื่อขนาด เสนผานศูนยกลางระบุ พื้นที่ภาคตัดขวางระบุ กิโลกรัมตอเมตร มิลลิเมตร ตารางมิลลิเมตร
RB 6 6 28.3 0.222
RB 8 8 50.3 0.395
RB 9 9 63.6 0.499
RB 10 10 78.5 0.616
RB 12 12 113.1 0.888
RB 15 15 176.7 1.387
RB 19 19 283.5 2.226
RB 22 22 380.1 2.984
RB 25 25 490.9 3.853
RB 28 28 615.8 4.834
RB 34 34 907.9 7.127
หมายเหตุ 1. พื้นที่ภาคตัดขวางระบุ = 3.141 6 ( เสนผ านศ นยู กลางระบ ุเปนม ลลิ เมตร ิ ) 2
4
เปนตารางมิลลิเมตร - มวลระบุ = 0.007 85 (พื้นทภาคต
ี่ดขวางระบ ั ุ เปนตารางม ลลิ เมตร ิ )
เปนกิโลกรัมตอเมตร
4.2 มวลตอเมตรของเหล กเส ็ นกลม
4.2.1 มวลตอเมตรของเหล็กเสนกลมแตละเสนจะคลาดเคลื่อนจากคามวลระบุไดไมเกินเกณฑที่กำหนดใน ตารางท 2
ี่สดมภที่ 3
4.2.2 มวลตอเมตรเฉล ี่ยจะคลาดเคลอนจากค
ื่ามวลระบ ไดุ ไม เก นเกณฑ ิ ที่กำหนดในตารางท 2
ี่สดมภที่ 4
การทดสอบใหปฏ ิบัติตามขอ 9.1
–2–
มอก. 20–2543
ตารางท 2 ี่เกณฑความคลาดเคล อนของมวลต
ื่อเมตร
(ขอ 4.2)
เกณฑความคลาดเคล่อนื
ชื่อขนาด มวลระบุ รอยละ
กิโลกรัมตอเมตร ตอเสน เฉล่ยี
RB 6 0.222 ± 10.0 ± 5.0
RB 8 0.395
RB 9 0.499
RB 10 0.616
RB 12 0.888
RB 15 1.387 ± 6.0 ± 3.5
RB 19 2.226
RB 22 2.984
RB 25 3.853
RB 28 4.834
RB 34 7.127
4.3 ความยาวของเหลกเส็ นกลมในแต ละม ดตั องม ขนาดความยาวเด ี ยวก ี ัน โดยจะคลาดเคลอนจากค
ื่าท ี่ผูทำระบไวุ ที่
ฉลากไดไม เก นเกณฑ ิ ที่กำหนดในตารางท 3ี่
การทดสอบใหปฏ ิบัติตามขอ 9.2
ตารางท 3 ี่เกณฑความคลาดเคล อนสำหร ื่บความยาว ั
(ขอ 4.3)
ความยาว เกณฑความคลาดเคลื่อน
ไมเกิน 10 เมตร + 55 มิลลิเมตร
0
เกิน 10 เมตร + 55 มิลลิเมตร และ + 5 มิลลิเมตร ทุก ๆ ความยาว 1 เมตร
ของสวนที่ยาวเกิน 10 เมตร แตรวมกันแลวไมเกิน 120 มิลลิเมตร
0
–3–
มอก. 20–2543 - วัสดุ
5.1 เหลกเส ็ นกลมต องทำจากเหล กกล ็ าท ี่มีสวนประกอบทางเคมเปี นไปตามตารางท 4 ี่เมอว
ื่เคราะห ิ จากผล ตภิ ณฑั
การทดสอบใหปฏ ิบัติตามขอ 9.3
ตารางท 4 ี่ สวนประกอบทางเคมเมี อว
ื่เคราะห ิ จากผล ตภิ ณฑั
(ขอ 5.1)
ธาตุ ปริมาณโดยน้ําหนัก (สูงสุด)
รอยละ
คารบอน 0.280
กํามะถัน 0.058
ฟอสฟอรัส 0.058 - คุณลกษณะท ั ี่ตองการ
6.1 ลักษณะทวไป ั่
6.1.1 เหลกเส ็ นกลม ตองมีผิวเรยบเกล ี ยงี้ (ยกเวนบร เวณท ิ ทำเคร ี่องหมาย
ื่ ) และตองไม ปร ิไมแตกร าว ไมมีสนิม
ขุมหรอตำหน ื ิอื่นซงม
ึ่ผลเส ี ยตี อการใช งาน
6.1.2 เหลกเส ็ นกลมต องม ีพื้นทภาคต
ี่ดขวางกลมสม ั ่ำเสมอโดยตลอดและตองไม มีปกหรอเป ื นคล ื่น
การทดสอบใหทำโดยการตรวจพ ินิจ
6.2 สมบัติทางกล
6.2.1 สมบัติในการดึง
6.2.1.1 ความตานแรงด ึง ตองไมนอยกวา 385 เมกะพาสคัล
6.2.1.2 ความตานแรงด งทึ ี่จุดคราก ตองไมนอยกวา 235 เมกะพาสคัล
6.2.1.3 ความยืด ตองไมนอยกวาร อยละ 21
การทดสอบใหปฏ ิบัติตามขอ 9.4
6.2.2 การดดโค ั ง
เมอทดสอบตามข
ื่ อ 9.5 ตองไมแตกหร อปร ื ตรงส ิ วนโค งด านนอกของช นทดสอบ
ิ้ - เครองหมายและฉลาก
ื่
7.1 เครองหมายท
ื่เหล
ี่กเส ็ นกลม
7.1.1 ที่เหลกเส็ นกลม อยางน อยต องม เลข ี อักษรหรอเคร ื องหมาย
ื่แจงรายละเอ ยดต ี อไปน ี้ประทบเป ั นต วนั นถาวร ู
บนเนอเหล
ื้ กให ็ เห นได ็ งาย ชัดเจน
–4–
มอก. 20–2543
(1) ชื่อผทำหร ู อโรงงานท ื ทำหร ี่อเคร ื องหมายการค
ื่าท จดทะเบ
ี่ยนี
(2) ชื่อขนาด
ทั้งนี้ชื่อขนาดตองอย ูถัดจากชอผ
ื่ ทำหร ู อโรงงานท ื ทำหร ี่อเคร ื องหมายการค
ื่าท จดทะเบ
ี่ยนี
7.1.2 ระยะหางระหว างช อผ
ื่ ทำหร ู อโรงงานท ื ทำหร ี่อเคร ื องหมายการค
ื่าท จดทะเบ
ี่ยนี กับชอขนาดต
ื่ องไม นอยกวา
50 มิลลเมตร ิ
การทดสอบใหปฏ ิบัติตามขอ 9.6
7.2 ที่มัดหรอทื ขดของเหล
ี่กเส็ นกลมท กมุ ดหร ั อทื กขดต ุ องม ีปายทไมี่ ฉีกขาดและไมหล ดงุ ายผ กตู ดอย ิ ูและที่ปายนั้น อยางน อยต องม เลข ี อักษร หรอเคร ื องหมายแจ
ื่งรายละเอ ยดด ี งตั อไปน ี้ใหเห นได ็ งาย ชัดเจน
(1) คำวา “เหลกเส ็ นกลม ”
(2) ชั้นคณภาพ ุ
(3) ชื่อขนาด
(4) ความยาว เปนเมตร (กรณเปี นม ัด) หรอมวล ื เปนก โลกร ิ ัม (กรณเปี นขด )
(5) หมายเลขของการหลอมแตละคร ั้ง หรอเคร ื องหมายอ
ื่ นใดท ื่เที่ยบเท ี า
(6) ชื่อผทำหร ู อโรงงานท ื ี่ทำ หรอเคร ื องหมายการค
ื่าท จดทะเบ
ี่ยนี
(7) ประเทศที่ทำ
7.3 ในกรณีที่ใชภาษาต างประเทศ ตองมความหมายตรงก ี บภาษาไทยท ั กำหนดไว ี่ ขางตน - การชกตั วอย ั าง และเกณฑตัดสิน
8.1 รุน ในที่นี้หมายถึง เหลกเส ็ นกลมช อขนาดเด
ื่ยวก ี นทั ทำหร ี่อสื งมอบหร อซื อขายในระยะเวลาเด ื้ยวก ี ัน
8.2 การชักตัวอยางและการยอมรับ ใหเปนไปตามแผนการชักตัวอยางที่กำหนดตอไปนี้หรืออาจใชแผนการชัก ตัวอยางอ นท
ื่เที่ยบเท ี าก นทางว ั ชาการก ิ บแผนท ั กำหนดไว ี่
8.2.1 การชกตั วอย ั างและการยอมร บสำหร ั บการทดสอบความยาว ั (เฉพาะกรณเปี นม ัด) 8.2.1.1 ชักตวอย ั างโดยว ิธีสุมจากรนเด ุ ยวก ี นตามจำนวนท ั กำหนดในตารางท ี่ 5
ี่ และใหชักตวอย ั างเหล กเส ็ น
กลมจากตวอย ั างแต ละม ดทั ี่สุมไดมาม ดละ ั 1 เสน เพอทดสอบความยาว
ื่
8.2.1.2 จำนวนตวอย ั างท ไมี่ เป นไปตามข อ 4.3 ตองไมเก นเลขจำนวนท ิ ยอมร
ี่บทั กำหนดในตารางท ี่ 5
ี่ จึงจะถือ
วาเหลกเส ็ นกลมร นนุ นเป ั้ นไปตามเกณฑ ที่กำหนด
8.2.2 การชกตั วอย ั างและการยอมร บสำหร ั บการทดสอบล ั กษณะท ั วไป ั่
8.2.2.1 ตัดปลายใดปลายหนงของต
ึ่วอย ั างท ตรวจสอบตามข
ี่ อ 8.2.1 แลว มาเสนละ 1 ทอน ใหมีความยาว
ทอนละ 1.50 เมตร หรอตื ดปลายใดปลายหน ั งของเหล
ึ่กเส ็ นกลมท เปี่นขด ซึ่งสมจากร ุ นเด ุ ยวก ี นตาม ั
จำนวนทกำหนดในตารางท ี่ 5
ี่มาขดละ 1 ทอน ใหมีความยาวทอนละ 1.50 เมตรเพอทดสอบล
ื่กษณะ ั
ทั่วไป
8.2.2.2 จำนวนตวอย ั างท ไมี่ เป นไปตามข อ 6.1 ตองไมเก นเลขจำนวนท ิ ยอมร
ี่บทั กำหนดในตารางท ี่ 5
ี่ จึงจะ
ถือวาเหล กเส ็ นกลมร นนุ นเป ั้ นไปตามเกณฑ ที่กำหนด
–5–
มอก. 20–2543
8.2.3 การชกตั วอย ั างและการยอมร บสำหร ั บการทดสอบมวลต ั อเมตร
8.2.3.1 นำตวอย ั างท ตรวจสอบตามข
ี่ อ 8.2.2 แลว มาเพอทดสอบมวลต
ื่อเมตร
8.2.3.2 จำนวนตัวอยางที่ไมเปนไปตามขอ 4.2.1 ตองไมเกินเลขจำนวนที่ยอมรับที่กำหนดในตารางที่ 5 และตองเป นไปตามข อ 4.2.2 จึงจะถอวื าเหล กเส ็ นกลมร นนุ นเป ั้ นไปตามเกณฑ ที่กำหนด
ตารางท 5
ี่แผนการชกตั วอย ั างสำหร บการทดสอบความยาว ั ลักษณะทวไป ั่และมวลตอเมตร
(ขอ 8.2.1 ขอ 8.2.2 และขอ 8.2.3)
ขนาดรุน ตัน
ขนาดตัวอยาง
มัด/ขดเลขจํานวนที่ยอมรับ
ไมเกิน 150 5 0
มากกวา 150 แตไมเกิน 500 20 1
มากกวา 500 32 2
8.2.4 การชักตัวอยางและการยอมรับสำหรับการทดสอบระยะหางระหวางชื่อผูทำหรือโรงงานที่ทำหรือเครื่อง หมายการคาท จดทะเบ
ี่ยนี กับชอขนาด
ื่
8.2.4.1 ชักตวอย ั างท ตรวจสอบตามข
ี่ อ 8.2.3 แลว จำนวน 5 ชิ้น เพอทดสอบระยะห
ื่างระหว างช อผ
ื่ ทำหร ู ือ
โรงงานททำหร ี่อเคร ื องหมายการค
ื่าท จดทะเบ
ี่ยนี กับชอขนาด
ื่
8.2.4.2 ชิ้นทดสอบทกชุ นต
ิ้ องเป นไปตามข อ 7.1.2 จึงจะถอวื าเหล กเส็ นกลมร นนุ นเป ั้ นไปตามเกณฑ ที่กำหนด 8.2.5 การชกตั วอย ั างและการยอมร บสำหร ั บการทดสอบส ั วนประกอบทางเคม ของว ี สดั ุและสมบัติทางกล 8.2.5.1 ชักตวอย ั างท ตรวจสอบตามข
ี่ อ 8.2.3 แลว จำนวน 3 ชิ้น หากมวลของเหลกเส ็ นกลมในร นมากกว ุ า 500 ตัน ใหชักตวอย ั างเพ มอ
ิ่ ีก 3 ชิ้น แตละช นต
ิ้ ดเป ั นช นทดสอบ
ิ้ จำนวน 2 ชิ้น เพอทดสอบส
ื่วน
ประกอบทางเคมของว ี สดั 1 ุ ชิ้น และทดสอบสมบัติในการดึง 1 ชิ้น
8.2.5.2 ชักตวอย ั าง จากตวอย ั างท เหล
ี่อจากการต ื ดตามข ั อ 8.2.5.1 จำนวน 1 ชิ้น หากมวลของเหลกเส ็ นกลม
ในรนมากกว ุ า 500 ตัน ใหชักตวอย ั างเพ มอ
ิ่ ีก 1 ชิ้น แตละช นต
ิ้ ดเป ั นช นทดสอบ
ิ้ จำนวน 1 ชิ้น เพื่อ
ทดสอบการดดโค ั ง
8.2.5.3 ชิ้นทดสอบทกชุ นต
ิ้ องเป นไปตามข อ 5.1 ขอ 6.2.1 และขอ 6.2.2 จึงจะถอวื าเหล กเส็ นกลมร นนุ นเป ั้ น ไปตามเกณฑที่กำหนด ยกเวนถาผลการทดสอบเปนไปตามขอตอไปนี้ใหทำการทดสอบใหมหรือ ทดสอบซ้ำ แลวแต กรณ ี
(1) หากผลการทดสอบสมบัติในการดึงไมเป นไปตามท กำหนดไว ี่ ในข อ 6.2.1 เนองจากสมบ
ื่ ัติของ
ชิ้นทดสอบเปลี่ยนไปเพราะ การกลึงไมถูกตอง ตำแหนงที่ชิ้นทดสอบขาดอยูนอกจุดพิกัด ตำแหนงที่ชิ้นทดสอบขาดอยูระหวางจุดพิกัดแตอยูหางจากจุดพิกัดที่อยูใกลนอยกวาหนึ่งใน สามของความยาวพิกัดเดมกิ อนทำการทดสอบ หรอเคร ื องทดสอบผ
ื่ ดปกต ิ ิใหทดสอบใหม โดย
ใชชิ้นทดสอบใหมเท าจำนวนช นทดสอบท
ิ้ ไมี่ เป นไปตามท กำหนดจากเหล ี่กเส็ นกลมต วอย ั างเด ยวก ี ัน
สำหรบความย ั ืด หากเปนไปตามข อ 6.2.1.3 ใหถือวาเป นไปตามข อกำหนดสำหร บความย ั ืด โดยไมคำนึงถงตำแหน ึ งท ี่ชิ้นทดสอบขาด
–6–
มอก. 20–2543
(2) หากผลการทดสอบสมบัติในการดึง ต่ำกวาท กำหนดในข ี่ อ 6.2.1 ดวยสาเหตุอื่นนอกจากทไดี่ กลาวไว ในข อ (1) โดยมความต ี านแรงด งตึ ่ำกวาท กำหนดเก ี่ ิน 14 เมกะพาสคัล หรอมื ความต ี าน แรงดึงที่จุดครากต่ำกวาที่กำหนดเกิน 7 เมกะพาสคัล ใหถือวาสมบัติในการดึงไมเปนไป ตามเกณฑที่กำหนด โดยไมตองทดสอบซ้ำ
(3) หากผลการทดสอบสมบัติในการดึง ต่ำกวาท กำหนดในข ี่ อ 6.2.1 ดวยสาเหตุอื่นนอกจากทไดี่ กลาวไว ในข อ (1) โดยมความต ี านแรงด งตึ ่ำกวาท กำหนดไม ี่เก ิน 14 เมกะพาสคัล หรอมื ความ ี ตานแรงดงทึ ี่จุดครากต่ำกวาท กำหนดไม ี่เก ิน 7 เมกะพาสคัลใหทดสอบซ ้ำโดยใชชิ้นทดสอบใหม จำนวน 2 เทาของชิ้นทดสอบที่ไมเปนไปตามเกณฑที่กำหนดจากเหล็กเสนกลมรุนเดียวกัน ผลการทดสอบซ้ำตองเป นไปตามข อ 6.2.1 ทุกชิ้น จึงจะถอวื าเหล กเส ็ นกลมร นนุ นเป ั้ นไปตาม เกณฑที่กำหนด
(4) หากผลการทดสอบการดดโค ั งไม เป นไปตามท กำหนดไว ี่ ในข อ 6.2.2 ใหทดสอบซ ้ำโดยใชชิ้น ทดสอบใหมจำนวน 2 เทาของช นทดสอบท
ิ้ ไมี่ เป นไปตามเกณฑ ที่กำหนดจากเหลกเส ็ นกลมร ุน
เดยวก ี ัน ผลการทดสอบซ้ำตองเป นไปตามข อ 6.2.2 ทุกชิ้น จึงจะถอวื าเหล กเส็ นกลมร นนุ นเป ั้ น ไปตามเกณฑที่กำหนด
หมายเหตุ ในการทดสอบสมบัติในการดึง หากปรากฏการณการครากไมชัดเจนหรือไมมีใหใช ความเคนพิสูจนที่ความยืดรอยละ 0.2 แทนคาความตานแรงดึงที่จุดคราก
8.3 เกณฑตัดสิน
เหลกเส ็ นกลมท กมุ ดหร ั อทื กขดในร ุ นตุ องเป นไปตามข อ 7.1.1 ขอ 7.2 และตวอย ั างเหล กเส ็ นกลมต องเป นไป ตามขอ 8.2.1.2 ขอ 8.2.2.2 ขอ 8.2.3.2 ขอ 8.2.4.2 และขอ 8.2.5.3 ทุกขอ จึงจะถอวื าเหล กเส ็ นกลมร นนุ ั้น เปนไปตามมาตรฐานผล ตภิ ณฑั อุตสาหกรรมนี้ - การทดสอบ
9.1 มวลตอเมตร
9.1.1 เครื่องมือ
9.1.1.1 เครองช
ื่งทั่ ี่ชั่งไดละเอ ยดถ ี ึง 1 กรัม
9.1.1.2 เครองว
ื่ดความยาวท ั ี่วัดไดละเอ ยดถ ี ึง 1 มิลลเมตร ิ
9.1.2 วิธีทดสอบ
วัดและชงชั่นต
ิ้วอย ั างแต ละช นให ิ้ละเอ ยดถ ี ึง 1 มิลลเมตร ิ และ 1 กรัม ตามลำดับ แลวหามวลต อเมตรของ ชิ้นตวอย ั างแต ละช ิ้น และหาคาเฉล ี่ย
9.1.3 การรายงานผล
รายงานคามวลต อเมตรของช นต
ิ้วอย ั างแต ละช ิ้น และคาเฉล ี่ยใหละเอ ยดถ ี งทศน ึ ยมิ 4 ตำแหนง
9.2 ความยาว
ใชสายว ดโลหะท ั ี่วัดไดละเอ ยดถ ี ึง 1 มิลลเมตร ิ และยาวพอทจะว
ี่ดความยาวของเหล ั กเส ็ นกลมหน งเส
ึ่ นได โดย
ตลอดในครงเด
ั้ยวี วัดความยาวของตวอย ั าง
–7–
มอก. 20–2543
9.3 สวนประกอบทางเคมี
ใหใช วิธีวิเคราะหทางเคม โดยท ี วไปหร ั่อวื ิธีอื่นใดทใหี่ผลเท ยบเท ี า แลวรายงานผลช นทดสอบแต
ิ้ละช ิ้น
9.4 สมบัติในการดึง
9.4.1 เครื่องมือ
เครองทดสอบแรงด
ื่ ึง ที่สามารถจายแรงได อย างสม ่ำเสมอและตอเน องโดยตลอดในอ ื่ตราความเร ั วท็ กำหนด ี่ 9.4.2 การเตรยมช ี นทดสอบ
ิ้
9.4.2.1 ชิ้นทดสอบตองเปนไปตามสภาพเดิมของเหล็กเสนกลมโดยไมผานกรรมวิธีทางความรอน (heat treatment) แตอย างใด ถาจำเปนต องด ดชั นทดสอบท
ิ้ ี่บิดโคงงอให ตรง ใหดัดเยนตามปกต ็ ิแตถามการ ี
บิดโคงจนมากเก นไปให ิ คัดทิ้ง
9.4.2.2 เหล็กเสนกลมชื่อขนาดตั้งแต RB 15 ลงมา ใหทดสอบโดยไมตองกลึงชิ้นทดสอบใหเล็กลง เหลกเส็ นกลมช อขนาดต
ื่งแต
ั้ RB 19 ขึ้นไป อาจกลงลดขนาดลงให ึ พอเหมาะท จะใช ี่ กับเครองทดสอบ
ื่
แรงดึงก็ไดแตเสนผานศูนยกลางตองไมนอยกวา 15 มิลลิเมตร ในกรณีที่กลึงลดขนาดเสนผาน ศูนยกลาง ความยาวของสวนท กล
ี่งตึ องไม นอยกวา 5.5 เทาของขนาดเส นผ านศ นยู กลางของส วนท กล
ี่ ึง
9.4.2.3 จับยดชึ นทดสอบท
ิ้ ี่มีความยาวพิกัดและระยะหางระหว างห วจั บกั บจั ดพุ ิกัด ตามรปทู 1ี่
เมื่อ G คือ ความยาวพิกัด เทาก ับ 5 D
S1 และ S2 คือ ระยะหางระหว างห วจั บกั บจั ดพุ ิกัด ไมนอยกวา 0.25 D
D คือ เสนผ านศ นยู กลางระบ ในกรณ ุ ีที่ไมกล งชึ นทดสอบ
ิ้หรอเสื นผ านศ นยู กลางของ
สวนทกล
ี่ งในกรณ ึ ีที่กลงชึ นทดสอบ
ิ้แลวแต กรณ ี
หมายเหตุ การทำเครองหมายความยาวพ
ื่ ิกัด ใหมีเกณฑความคลาดเคล อนได ื่ ไม เก นริ อยละ + 1
รูปท 1 ี่การจบยั ดชึ นทดสอบ
ิ้
(ขอ 9.4.2.3)
–8–
มอก. 20–2543
9.4.3 วิธีทดสอบ
ใหปฏ ิบัติตามมอก. 244 เลม 4
9.4.4 วิธีคำนวณ
9.4.4.1 ความตานแรงด ึง
(1) ในกรณีที่ไมกล งชึ นทดสอบ
ิ้
ความตานแรงด ึง
เปนเมกะพาสค ัล
(2) ในกรณีที่กลงชึ นทดสอบ ิ้
แรงดงสึ งสู ดเป ุ นน วติ ัน = พื้นทภาคต
ี่ดขวางระบ ั ุเปนตารางม ลลิ เมตร ิ
ความตานแรงด ึง เปนเมกะพาสค ัล
= k x
พื้นทภาคต
แรงดงสึ งสู ดเป ุ นน วติ ัน
เมื่อ k =
พื้นทภาคต
ี่ดขวางท ั คำนวณได ี่ เปนตารางม ลลิ เมตร ิ
มวลตอเมตรจร งของช ิ นทดสอบ
ิ้ เปนก โลกร ิ มตั อเมตร
มวลระบของช ุ นทดสอบ
ิ้ เปนก โลกร ิ มตั อเมตร
ี่ดขวางท ั คำนวณได ี่
=
เปนตารางม ลลิ เมตร ิ
9.4.4.2 ความตานแรงด งทึ ี่จุดคราก (1) ในกรณีที่ไมกล งชึ นทดสอบ
ิ้
ี่ ึง เปนม ลลิ เมตร ิ )2
3.141 6 (เสนผ านศ นยู กลางของส วนท กล
4
ความตานแรงด งทึ ี่จุดคราก
เปนเมกะพาสค ัล
(2) ในกรณีที่กลงชึ นทดสอบ
ิ้
ความตานแรงด งทึ ี่จุดคราก
เปนเมกะพาสค ัล
9.4.4.3 ความยืด
ในกรณีที่ไมกล งชึ นทดสอบและกล
แรงดงทึ ี่จุดคราก เปนน วติ ัน =
พื้นทภาคต
ี่ดขวางระบ ั ุเปนตารางม ลลิ เมตร ิ
แรงดงทึ ี่จุดคราก เปนน วติ ัน
= k xพื้นที่ภาคตัดขวางที่คำนวณไดเปนตารางมิลลิเมตร
ิ้งชึ นทดสอบ
ิ้
ความยด ความยาวระหว ื างจ ดพุ ิกัดทเพ
ี่มข
ิ่ ึ้น เปนม ลลิ เมตร ิ
= x 100
เปนร อยละ ความยาวพิกัดเดมเป ิ นม ลลิ เมตร ิ
9.4.5 การรายงานผล
9.4.5.1 ในรายงานผลการทดสอบ อยางน อยต องแสดงรายละเอ ยดด ี งตั อไปน ี้
(1) ชนิด หมายเลขลำดับ และความละเอยดของเคร ี องทดสอบ
ื่
(2) อุณหภูมิขณะทดสอบ
(3) ความยาวและมวลของชนทดสอบแต
ิ้ละช นก
ิ้อนกล ึง
(4) ชื่อขนาด ขนาดระบุและชอผ
ื่ ูทำ หรอโรงงานท ื ี่ทำ หรอเคร ื องหมายการค
ื่าท จดทะเบ
ี่ยนี
(5) ในกรณีที่ตองกลงชึ นทดสอบ
ิ้ ใหรายงานพ นท
ื้ภาคต
ี่ดขวางท ั คำนวณได ี่ และคา k
(6) ความยาวพิกัด และระยะหางระหว างห วจั บกั บจั ดพุ ิกัดทั้ง 2 ขาง
–9–
มอก. 20–2543
(7) ความเรวในการด ็ งชึ นทดสอบ
ิ้
(8) แรงดงทึ ี่จุดครากและแรงดงสึ งสู ุด
(9) ความยาวระหวางจ ดพุ ิกัดเมอนำช ื่นทดสอบท
ิ้ขาดแล
ี่วมาต อก นตามรอยท ั ขาด
ี่
9.4.5.2 คาความตานแรงด ึง ความตานแรงด งทึ ี่จุดคราก และความยดของช ื นทดสอบแต
ิ้ละช ิ้น ใหรายงาน
ละเอยดถ ี งทศน ึ ยมิ 1 ตำแหนง
9.5 การดดโค ั ง
9.5.1 เครื่องมือ
9.5.1.1 เครื่องทดสอบการดัดโคง ที่สามารถจายแรงไดอยางสม่ำเสมอและตอเนื่องกันโดยตลอดจนเสร็จ การทดสอบ
9.5.1.2 หัวกดรปตู ัว U ที่มีขนาดเสนผ านศ นยู กลางของห วกดเท ั าก ับ 3 เทาของเส นผ านศ นยู กลางระบ ของ ุ ชิ้นทดสอบ และบาท งสองข
ั้างของฐานรองร บตั องสามารถทำให ชิ้นทดสอบโคงเป นร ปตู ัว U ไดโดย
อิสระโดยหวกดและฐานรองร ั บควรทำเป ั นร องโค งให พอด ีที่จะทำใหชิ้นทดสอบโคงงอส มผั สกั บหั วกด ั โดยรอบและปลายทงสองข
ั้ างโค งกล บมาขนานก ั นเม ั อกดช
ื่นทดสอบ
ิ้
9.5.2 การเตรยมช ี นทดสอบ
ิ้
9.5.2.1 ชิ้นทดสอบตองเปนไปตามสภาพเดิมของเหล็กเสนกลมโดยไมผานกรรมวิธีทางความรอนแต อยางใด
9.5.2.2 ชิ้นทดสอบตองม ความยาวเพ ี ยงพอท ี เมี่อกดด
ื่วยเคร องทดสอบแล
ื่ ว ปลายทงสองข
ั้างของร ปตู ัว U
ตองโผลพนบาของฐานท รองร
ี่ ับ
9.5.3 วิธีทดสอบ
กดชนทดสอบด
ิ้วยห วกดท ั ี่กึ่งกลางชนทดสอบ
ิ้ โดยใชความเร วสม ็ ่ำเสมอและตอเน องก
ื่นตลอดเวลาท ั ทดสอบ
ี่
จนไดมุมดดโค ั ง 180 องศา แลวตรวจพ ินิจ
9.5.4 การรายงานผล
ใหรายงานว าช นทดสอบแต
ิ้ละช นแตกหร
ิ้ อปร ื ตรงส ิ วนโค งด านนอกหร อไม ื
9.6 ระยะหางระหว างช อผ
ื่ ทำหร ู อโรงงานท ื ทำหร ี่อเคร ื องหมายการค
ื่าท จดทะเบ
ี่ยนี กับชอขนาด
ื่
9.6.1 เครื่องมือ
เครองว
ื่ดทั ี่วัดไดละเอ ยดถ ี ึง 0.1 มิลลเมตร ิ
9.6.2 วิธีทดสอบ
วัดความกวางของช องว างระหว าง ชื่อผทำหร ู อโรงงานท ื ทำหร ี่อเคร ื องหมายการค
ื่าท จดทะเบ
ี่ยนี กับชอขนาด
ื่
9.6.3 การรายงานผล
รายงานคาความกว างของช องว างท ี่วัดไดของช นต
ิ้วอย ั างท ั้ง 5 ชิ้น ใหละเอ ยดถ ี งทศน ึ ยมิ 1 ตำแหนงเปนค า
ระยะหางระหว างช อผ
ื่ ทำหร ู อโรงงานท ื ทำหร ี่อเคร ื องหมายการค
ื่าท จดทะเบ
ี่ยนี กับชอขนาด
ื่
–10–
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (Specification) เหล็กเส้นกลมข้ออ้อย
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
ฉบับที่ 4803 ( พ.ศ.2559 )
ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
พ.ศ.2511
เรื่อง แก้ไขมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
เหล็กเส้นเสรมคอนกร ิ ีต : เหล็กข้ออ้อย
(แก้ไขครั้งท 1) ี่
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้อ อ้อย มาตรฐานเลขที่มอก. 24-2548
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2558 รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมออกประกาศแก้ไขเพิ่มเติมมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย มาตรฐานเลขที่มอก. 24-2548 ท้ายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 3334 (พ.ศ.2548) ลงวันที่ 26 เมษายน พ.ศ.2548 ดังต่อไปนี้
- ให้แก้หมายเลขมาตรฐานเลขที่ “มอก. 24-2548” เป็น “มอก. 24-2559”
- ให้ยกเลิกข้อ 1.2
- ให้ยกเลิกความในข้อ 5. และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“5. วัสดุการทํา และส่วนประกอบทางเคมี
5.1 เหล็กข้ออ้อยต้องทําขึ้นจากเหล็กแท่งเล็ก (billet) หรือเหล็กแท่งใหญ่ (bloom) เท่านั้น ด้วยกรรมวิธีการรีดร้อน โดยต้องไม่มีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่นมาก่อน
5.2 การทําเหล็กแท่งเล็ก หรือเหล็กแท่งใหญ่ ที่ใช้ทําเหล็กข้ออ้อย ต้องมีขั้นตอนกรรมวิธีการ ทําและการควบคุมเป็นส่วนประกอบหนึ่ง ดังต่อไปนี้
( )1 มีระบบการคัดแยก ตรวจสอบประเมินคุณภาพเศษเหล็ก (scrap) โดยมีการ ตรวจสอบควบคุมปริมาณของธาตุฟอสฟอรัสและกํามะถันที่เจือปนอย่างเข้มงวด
( )2 มีการตรวจสอบคุณภาพส่วนประกอบทางเคมีของน้ําเหล็กในทุกขั้นตอนของ กระบวนการทําเหล็กกล้า (steel making) โดยใช้เครื่องมือตรวจสอบที่มีมาตรฐาน
( )3 มีกระบวนการทําให้น้ําเหล็กบริสุทธิ์ (refining process) อย่างเหมาะสม เช่น มีเตา ปรุง (ladle furnace) หรือการลดฟอสฟอรัส และการลดกํามะถัน รวมทั้งปรับแต่ง
ค่าส่วนประกอบทางเคมีขจัดสารฝังใน (inclusion) ได้อย่างเหมาะสม
/(4) การหล่อเหล็ก…
–1–
(4) การหล่อเหล็กแท่งเล็ก หรือเหล็กแท่งใหญ่ ต้องเป็นการหล่อแบบต่อเนื่อง (continuous casting) ที่มีอัตราการหล่ออย่างน้อย 10 000 kg/hr และมีการ ควบคุมอัตราการเย็นตัว (cooling Rate) ที่เหมาะสม มีขนาดของเตาหลอม ไม่ต่ํากว่า 5 000 kg ต่อ 1 เตา และมีความถี่ในการทดสอบส่วนประกอบทางเคมีที่ เหมาะสม
5.3 โรงงานที่ทําเหล็กแท่งเล็ก เหล็กแท่งใหญ่ และเหล็กข้ออ้อย ต้องมีมาตรฐานการจัดการ ระบบสิ่งแวดล้อมที่ดี
5.4 เหล็กแท่งเล็ก หรือเหล็กแท่งใหญ่ ที่ใช้ทําเหล็กข้ออ้อย อย่างน้อยต้องมีการตรวจสอบใน รายการขนาด ลักษณะทั่วไป และส่วนประกอบทางเคมีที่เหมาะสม
5.5 เหล็กข้ออ้อยต้องเป็นเหล็กกล้าไม่เจือ (รายละเอียดเกณฑ์กําหนดของเหล็กกล้าเจือ ให้ เป็นไปตามภาคผนวก ก.) โดยเมื่อวิเคราะห์จากเบ้า ให้เป็นไปตามตารางที่ 5 และเมื่อ วิเคราะห์จากผลิตภัณฑ์ยอมให้มีค่าสูงกว่าค่าสูงสุดของตารางที่ 5 ตามเกณฑ์ที่กําหนดใน ตารางที่ 6
การทดสอบให้ปฏิบัติตามข้อ 9.4
ตารางที่ 5 ส่วนประกอบทางเคมเมี ื่อวิเคราะหจากเบ ์ ้า
(ข้อ 3.1 และข้อ 5.5)
ส่วนประกอบทางเคมีปริมาณโดยมวล (สูงสุด)
ชั้นคุณภาพ
%
คาร์บอน แมงกานีส ฟอสฟอรัส กํามะถัน คาร์บอน+แมงกานีส/6
SD 30 0.27 - 0.050 0.050 0.50 SD 40 - 1.80 0.050 0.050 0.55 SD 50 - 1.80 0.050 0.050 0.60
ตารางที่ 6 เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของสวนประกอบทางเคม ่ ีเมื่อวิเคราะห์จากผลิตภัณฑ์ (ข้อ 5.5)
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อน
ส่วนประกอบทางเคมี
ปริมาณโดยมวล %
คาร์บอน + 0.03
แมงกานีส + 0.05
กํามะถัน + 0.010
ฟอสฟอรัส + 0.010 - ให้ยกเลิกความในข้อ 7.1 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“7.1 เครื่องหมายที่เหล็กข้ออ้อย
ที่เหล็กข้ออ้อยทุกเส้น อย่างน้อยต้องมีเลข อักษรหรือเครื่องหมาย แจ้งรายละเอียดต่อไปนี้ ประทับเป็นตัวนูนถาวรบนเนื้อเหล็กให้เห็นได้ง่าย ชัดเจน เรียงกันไปตามลําดับดังนี้
/(1) ชื่อผู้ทํา…
–2–
(1) ชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทํา หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน และชื่อผู้ได้รับอนุญาต (2) ชื่อขนาด
(3) ชั้นคุณภาพ
(4) สัญลักษณ์ “T” (เฉพาะเหล็กข้ออ้อยที่ผ่านกรรมวิธีทางความร้อน (heat treatment) ในระหว่างการผลิต)
(5) สัญลักษณ์กรรมวิธีการทําเหล็กแท่งเล็ก หรือเหล็กแท่งใหญ่ ที่เป็นวัตถุดิบในการทําเหล็ก ข้ออ้อย ดังนี้
(กรรมวิธีแบบโอเพนฮาร์ท ใช้ OH
กรรมวิธีแบบเบสิกออกซิเจน ใช้ BO
กรรมวิธีแบบอิเล็กทริกอาร์กเฟอร์เนซ ใช้ EF
กรรมวิธีแบบอินดักชั่นเฟอร์เนซ ใช้ IF
สําหรับกรรมวิธีอื่น ๆ ให้ระบุตามที่ตกลงในเอกสารของผู้ทําโดยมีลายลักษณ์อักษรที่ ชัดเจนเป็นกรณีไป)
ทั้งนี้หากชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทํา เป็นชื่อเดียวกับชื่อผู้ได้รับอนุญาต ให้แสดงเพียงชื่อเดียว” 5. ให้ยกเลิกความในข้อ 7.2 (7) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(7) ชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทํา หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน และชื่อผู้ได้รับอนุญาต ทั้งนี้หากชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทํา เป็นชื่อเดียวกับชื่อผู้ได้รับอนุญาต ให้แสดงเพียงชื่อเดียว” 6. ให้เพิ่มภาคผนวก ก. ดังต่อไปนี้
“ภาคผนวก ก.
รายละเอียดเกณฑ์กําหนดของเหล็กกล้าเจือ
(ข้อ 5.5)
เหล็กกล้าเจือ (alloy steel) คือ เหล็กกล้าที่มีธาตุเจือตั้งแต่หนึ่งธาตุขึ้นไปตามอัตราส่วนโดยมวล ดังต่อไปนี้
- อะลูมิเนียม (Al) ตั้งแต่ร้อยละ 0.3 ขึ้นไป
- โมลิบดีนัม (Mo) ตั้งแต่ร้อยละ 0.08 ขึ้นไป
- โบรอน (B) ตั้งแต่ร้อยละ 0.000 8 ขึ้นไป
- นิกเกิล (Ni) ตั้งแต่ร้อยละ 0.3 ขึ้นไป
- โครเมียม (Cr) ตั้งแต่ร้อยละ 0.3 ขึ้นไป
- ไนโอเบียม (Nb) ตั้งแต่ร้อยละ 0.06 ขึ้นไป
- โคบอลต์ (Co) ตั้งแต่ร้อยละ 0.3 ขึ้นไป
- ซิลิคอน (Si) ตั้งแต่ร้อยละ 0.6 ขึ้นไป
- ทองแดง (Cu) ตั้งแต่ร้อยละ 0.4 ขึ้นไป
- ไทเทเนียม (Ti) ตั้งแต่ร้อยละ 0.05 ขึ้นไป
- ตะกั่ว (Pb) ตั้งแต่ร้อยละ 0.4 ขึ้นไป
- ทังสเตน ) (วุลแฟรม (W) ตั้งแต่ร้อยละ 0.3 ขึ้นไป
/- แมงกานีส…
–3– - แมงกานีส (Mn) ตั้งแต่ร้อยละ 1.65 ขึ้นไป
- วาเนเดียม (V) ตั้งแต่ร้อยละ 0.1 ขึ้นไป
- เซอร์โคเนียม (Zr) ตั้งแต่ร้อยละ 0.05 ขึ้นไป
(ธาตุอื่น ๆ แต่ละธาตุตั้งแต่ร้อยละ 0.1 ขึ้นไป (ยกเว้นกํามะถัน ฟอสฟอรัส คาร์บอน และไนโตรเจน))”
ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกําหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 24-2559 ใช้บังคับเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559
อรรชกา สีบุญเรือง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศและงานทั่วไป เล่ม 133 ตอนพิเศษ 119 ง วันท 24 ี่พฤษภาคม พุทธศกราช ั 2559
–4–
มาตรฐานผลตภ
ิณฑ
ั อุตสาหกรรม
THAI INDUSTRIAL STANDARD
มอก. 24 2548
เหลกเส
็นเสร
มคอนกร
ิ ีต : เหลกข
็อออย
STEEL BARS FOR REINFORCED CONCRETE : DEFORMED BARS
สำนกงานมาตรฐานผล ั ตภ
ิณฑั อุตสาหกรรม
กระทรวงอตสาหกรรม
ุICS 77.140.15 ISBN 974-9902-76-9
v
มาตรฐานผลตภ
ิณฑ
ั อุตสาหกรรม
เหลกเส
็นเสร
มคอนกร
ิ ีต : เหลกข
็อออย
มอก. 24 2548
สำนกงานมาตรฐานผล ั ตภ
ิณฑั อุตสาหกรรม
กระทรวงอตสาหกรรม ุ ถนนพระรามท 6 ี่กรงเทพฯ ุ 10400 โทรศัพท 0 2202 3300
ประกาศในราชกจจาน ิ เบกษา ุ ฉบบประกาศและงานท ั วไป ั่เลม 122 ตอนท 60 ี่ง วันท 28 ี่กรกฎาคม พุทธศกราช ั 2548
คณะกรรมการวิชาการคณะที่ 9
มาตรฐานเหลกเส ็ นเสร มคอนกร ิ ีต
ประธานกรรมการ
ผูชวยศาสตราจารยเอนก ศิริพานชกร ผ ิ แทนว ู ศวกรรมสถานแห ิ งประเทศไทย ในพระบรมราชปถู มภั
กรรมการ
ผูชวยศาสตราจารยธีรพงศ เสนจนทร ั ฒิไชย ผแทนคณะว ู ศวกรรมศาสตร ิ จุฬาลงกรณมหาว ทยาล ิ ัย นายชวกิจ หิรัญญาภรมย ิ ผูแทนกรมโยธาธการและผ ิ งเมั องื
นางสาววนดาิ ชุลิกาวทยิ ผูแทนกรมวทยาศาสตร ิ บร การ ิ
นายพิชิต จำนงพิพัฒนกุล ผแทนกรมทางหลวง ู
นายอานนท เหลองบร ื ิบูรณ
นายบญตวง ุ สารศกดั ิ์ ผูแทนกรงเทพมหานคร ุ
นายวิชัย เรองร ื ุง
นายวิรัช จันทรา ผแทนสถาบ ู นวั ิจัยวทยาศาสตร ิ และเทคโนโลย แหี งประเทศไทย นายกมลภูมินันท ผูแทนการเคหะแหงชาต ิ
นายสรศุ กดั ิ์ กิตติวิบูลย
นายโชติชัย เชาวนิธิ ผูแทนสมาคมอตสาหกรรมเหล ุ กไทย ็ นายนคพั ฒน ั ยิ้มเศรษฐี
นายทวีศักด ิ์เสรีรักษ ผูแทนบริษัท เหลกสยาม ็ จำกัด
นายธรยี ทธุ เลศศิ รริ งสรรค ั
นายสมนึก ชัยวรานุรักษ ผูแทนบริษัทไทยสตลบาร ี สจำกัด นายนนทว ั ฒช ั ัย วงษชนะช ย ผ ั แทนบร ู ิษัท โรงงานเหลกกร ็ งเทพฯ ุ จำกัด นายอำพล โตอรามร ตนั
นายวิสูตร อนุพันธเมธา ุ ผแู ทนบริษัท เอ็น.ที.เอส.สตลกร ี ุป จำกัด (มหาชน) นายไพบลยู พันธโภคา ุ
กรรมการและเลขานุการ
นายอลงกรณ รัตนชยดั ษฎุ ี ผูแทนสำนกงานมาตรฐานผล ั ตภิ ณฑั อุตสาหกรรม
(2)
มาตรฐานผลตภิ ณฑั อุตสาหกรรมเหลกเส ็ นเสร มคอนกร ิ ีต : เหลกข็ ออ อย นี้ไดประกาศใช คร งแรกเป ั้นมาตรฐาน เลขที่มอก.24–2516 ในราชกจจาน ิ เบกษา ุ เลม 90 ตอนท 18 ี่ วันท 22 ี่กุมภาพนธั พุทธศกราช ั 2516 และไดมี การแกไขปร บปร ั งเปุ นมาตรฐานเลขท ี่มอก.24–2524 ประกาศในราชกจจาน ิ เบกษาฉบ ุ บพั เศษ ิ เลม 98 ตอนท 54
ี่
วันท 8
ี่เมษายน พุทธศกราช ั 2524 และไดแก ไขปร บปร ั งอุ กคร ี งโดยการยกเล ั้ กและกำหนดใหม ิ เป นมาตรฐานเลขท ี่ มอก.24–2527 ประกาศในราชกจจาน ิ เบกษาฉบ ุ บพั เศษ ิ เลม 101 ตอนท 173 ี่ วันท 23 ี่พฤศจกายน ิ พุทธศกราช ั 2527 และไดมีการยกเลกและกำหนดใหม ิ เป นมาตรฐานเลขท ี่มอก.24–2536 ประกาศในราชกจจาน ิ เบกษาฉบ ุ ับ พิเศษ เลม 110 ตอนท 226 ี่ วันท 29 ี่ ธันวาคม พุทธศกราช ั 2536 ตอมาไดพิจารณาเหนเป ็ นการสมควรท จะแก
ี่ ไข
ปรบปร ั งโดยการเพ ุ มขนาดของเหล
ิ่กข็ ออ อยเพ อให ื่สอดคล องก บความก ั าวหน าทางว ชาการและอ ิ ตสาหกรรมในป ุ จจ ุบัน จึงไดแก ไขปร บปร ั งยกเล ุ กมาตรฐานเด ิ มและกำหนดมาตรฐานน ิ ี้ขึ้นใหม
มาตรฐานผลตภิ ณฑั อุตสาหกรรมนเปี้นเล มหน งในช ึ่ดมาตรฐานเหล ุ กเส ็ นเสร มคอนกร ิ ีต ซึ่งม 2 ี เลม คือ มอก.20-2543 เหลกเส ็ นเสร มคอนกร ิ ีต : เหลกเส ็ นกลม
มอก.24-2548 เหลกเส ็ นเสร มคอนกร ิ ีต : เหลกข็ ออ อย
มาตรฐานผลตภิ ณฑั อุตสาหกรรมนกำหนดข ี้ นโดยใช ึ้ ขอมลจากผ ู ทำภายในประเทศและเอกสารต ู อไปน เปี้นแนวทาง BS 4449 : 1997 Carbon steel bars for the reinforcement of concrete
JIS G 3112-1987 Steel bars for concrete reinforcement
ASTM A615/A615M-03a Deformed and Plain Billet-Steel Bars for Concrete Reinforcement ISO 6935–2 : 1991 Steel for the reinforcement of concrete–Part 2 : Ribbed bars
คณะกรรมการมาตรฐานผลตภิ ณฑั อุตสาหกรรมไดพิจารณามาตรฐานนแล
ี้ ว เหนสมควรเสนอร ็ ฐมนตร ั ประกาศตาม ี
มาตรา 15 แหงพระราชบ ญญั ัติมาตรฐานผลตภิ ณฑั อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511
(3)
v
ประกาศกระทรวงอตสาหกรรม ุ
ฉบบทั 3334 ( ี่พ.ศ. 2548 )
ออกตามความในพระราชบญญั ัติมาตรฐานผลตภิ ณฑั อุตสาหกรรม
พ.ศ. 2511
เรอง
ื่ ยกเลกและกำหนดมาตรฐานผล ิ ตภิ ณฑั อุตสาหกรรม
เหลกเส ็ นเสร มคอนกร ิ ีต : เหลกข็ ออ อย
โดยทเปี่ นการสมควรปร บปร ั งมาตรฐานผล ุ ตภิ ณฑั อุตสาหกรรม เหลกเส ็ นเสร มคอนกร ิ ีต : เหลกข็ ออ อย มาตรฐานเลขที่มอก. 24-2536
อาศยอำนาจตามความในมาตรา ั 15 แหงพระราชบ ญญั ัติมาตรฐานผลตภิ ณฑั อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 รัฐมนตรีวาการกระทรวงอตสาหกรรมออกประกาศยกเล ุ กประกาศกระทรวงอ ิ ตสาหกรรม ุ ฉบบทั 1947 ( ี่พ.ศ.2536) ออกตามความในพระราชบญญั ัติมาตรฐานผลตภิ ณฑั อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 เรอง
ื่ยกเลกและกำหนดมาตรฐาน ิ
ผลตภิ ณฑั อุตสาหกรรม เหลกเส ็ นเสร มคอนกร ิ ีต : เหลกข็ ออ อยลงวนทั 22 ี่ ธันวาคม พ.ศ.2536 และออกประกาศ กำหนดมาตรฐานผลตภิ ณฑั อุตสาหกรรม เหลกเส ็ นเสร มคอนกร ิ ีต : เหลกข็ ออ อย มาตรฐานเลขที่มอก. 24-2548 ขึ้นใหมดังมรายการละเอ ี ยดต ี อท ายประกาศน ี้
ทั้งนี้ใหมีผลตงแต
ั้พระราชกฤษฏ กาว ี าด วยการกำหนดให ผล ตภิ ณฑั อุตสาหกรรม เหลกเส ็ นเสร มคอนกร ิ ีต : เหลกข็ ออ อย ตองเปนไปตามมาตรฐานเลขท ี่มอก. 24–2548 ใชบังคบเป ั นต นไป
ประกาศ ณ วันท 26 ี่เมษายน พ.ศ. 2548
วัฒนา เมองส ื ุข
รัฐมนตรีวาการกระทรวงอตสาหกรรม ุ
(5)
v
มอก. 24–2548
มาตรฐานผลตภ
ิณฑ
ั อุตสาหกรรม
เหลกเส
็นเสร
มคอนกร
ิ ีต : เหลกข
็อออย
- ขอบขาย
1.1 มาตรฐานผลตภิ ณฑั อุตสาหกรรมนครอบคล
ี้มถุ งเหล ึ กข็ ออ อยท ี่มีความยาวตงแต
ั้ 3.40 เมตรขนไป ึ้ อันอาจ
นำไปใชเสร มคอนกร ิ ตสำหร ี บงานก ั อสร างท วไปได ั่ ซึ่งตอไปในมาตรฐานน จะเร
ี้ยกว ี า “เหลกข็ ออ อย ”
1.2 เหล็กขอออย ตองทำขึ้นจากเหล็กแทงเล็ก (billet) เหล็กแทงใหญ (bloom) หรือเหล็กแทงหลอ (ingot) โดยตรง ดวยกรรมวิธีการรีดรอน โดยตองไมมีการแปรรูปเปนผลิตภัณฑอยางอื่นมากอนและเหล็กแทง ดังกลาวต องทำมาจากกรรมว ิธีโอเพนฮารท (open hearth process) เบสกออกซ ิ เจน ิ (basic oxygen process) หรออื เลิ กทร ็ กอาร ิ กเฟอร เนซ (electric arc furnace process) - บทนิยาม
ความหมายของคำทใชี่ ในมาตรฐานผล ตภิ ณฑั อุตสาหกรรมนี้มีดังตอไปน ี้
2.1 เหลกข็ ออ อย หมายถึง เหลกเส ็ นกลมท ี่มีบั้ง (transverse rib) และอาจมครี ีบ (longitudinal rib) หรอชื องว าง (gap) ที่ผิว เพอเสร
ื่ มกำล ิ งยั ดระหว ึ างเหล กเส ็ นก บเน ั อคอนกร
ื้ ีต
2.2 เสน หมายถึง เหลกข็ ออ อยหน งเส
ึ่นท ี่มีลักษณะเหยยดตรงหร ี อพื บงอ ั
2.3 มัด หมายถึง เหลกข็ ออ อยจำนวนต งแต
ั้สองเส นข นไปท ึ้ ี่มัดรวมกัน
2.4 ขด (coil) หมายถึง เหลกข็ ออ อยหน งเส
ึ่นท ี่มวนเปนขด
2.5 ขนาดระบ (nominal size) ุ หมายถึงเสนผ านศ นยู กลางระบ และพ ุ นท
ื้ภาคต
ี่ดขวางระบ ั ุที่กำหนดไวในตารางท 1ี่
2.6 เสนผานศูนยกลางระบุ หมายถึง เสนผานศูนยกลางของวงกลมที่มีพื้นที่เทากับพื้นที่ภาคตัดขวางระบุของ เหล็กขอออย
2.7 มวลระบ (nominal mass) ุ หมายถึง มวลตอความยาว 1 เมตร ของเหลกข็ ออ อยท ี่มีขนาดเทาก บขนาดระบ ั ุ ดังกำหนดไวในตารางท 1ี่
2.8 มวลตอเมตร หมายถึง มวลจรงติ อความยาว 1 เมตร ของเหลกข็ ออ อย
2.9 บั้ง หมายถึง สันนนบนเหล ู กข็ ออ อยท ทำม ี่มกุ บแนวแกนของเหล ั กข็ ออ อย (ดูรูปท 1) ี่ 2.10 ครีบ หมายถึง สันนนบนเหล ู กข็ ออ อยตามความยาวของเหล กข็ ออ อย (ดูรูปท 1) ี่ 2.11 ชองวาง หมายถึง ชองระหวางปลายส ดของบ ุ งทั้อย
ี่ตรงข ู ามก ัน (ดูรูปท 1) ี่
–1–
มอก. 24–2548 - ชั้นคุณภาพ
3.1 เหล็กขอออยแบงตามสวนประกอบทางเคมีและสมบัติทางกลออกเปน 3 ชั้นคุณภาพ ตามตารางที่ 5 และ ตารางท 7
ี่ ไดแก
(1) ชั้นคณภาพ ุ SD 30
(2) ชั้นคณภาพ ุ SD 40
(3) ชั้นคณภาพ ุ SD 50 - ขนาด มวล และเกณฑความคลาดเคล
อน
ื่
4.1 ชื่อขนาด ขนาดระบุและมวลระบของเหล ุ กข็ ออ อย ใหเป นไปตามตารางท 1ี่
ตารางท 1 ี่ ชื่อขนาด ขนาดระบุและมวลระบของเหล ุ กข็ ออ อย
(ขอ 2.5 ขอ 2.7 และขอ 4.1)
ขนาดระบุ มวลระบุ (WN)
ชื่อขนาด เสนผานศ ูนยกลางระบุ (dN) พื้นที่ภาคตดขวางระบ ั ุ (SN) kg/m
mm mm2
DB 6 6 28.3 0.222 DB 8 8 50.3 0.395 DB 10 10 78.5 0.616 DB 12 12 113.1 0.888 DB 16 16 201.1 1.578 DB 20 20 314.2 2.466 DB 22 22 380.1 2.984 DB 25 25 490.9 3.853 DB 28 28 615.8 4.834 DB 32 32 804.2 6.313 DB 36 36 1 017.9 7.990 DB 40 40 1 256.6 9.865
หมายเหตุ 1. SN =
3.141 6 dN2 4 - WN = 0.007 85 SN
–2–
มอก. 24–2548
4.2 มวลตอเมตรของเหล็กขอออย
4.2.1 มวลตอเมตรของเหล กข็ ออ อยแต ละเส นหร อขดจะคลาดเคล ื อนจากค
ื่ามวลระบ ไดุ ไม เก นเกณฑ ิ ที่กำหนด
ในตารางท 2
ี่สดมภที่ 3
4.2.2 มวลตอเมตรเฉล ยของเหล
ี่กข็ ออ อย 1 ชุดตวอย ั างจะคลาดเคล อนจากค
ื่ามวลระบ ไดุ ไม เก นเกณฑ ิ ที่กำหนด
ในตารางท 2
ี่สดมภที่ 4
การทดสอบใหปฏ ิบัติตามขอ 9.1
ตารางท 2 ี่เกณฑความคลาดเคล อนของมวลต
ื่อเมตร
(ขอ 4.2)
เกณฑความคลาดเคลื่อน
ชื่อขนาด มวลระบุ %
kg/m ตอเสน เฉลี่ย
DB 6 0.222 ± 8 ± 7
DB 8 0.395
DB 10 0.616
DB 12 0.888 ± 6 ± 5
DB 16 1.578
DB 20 2.466
DB 22 2.984 ± 5 ± 4
DB 25 3.853
DB 28 4.834
DB 32 6.313
DB 36 7.990 ± 4 ± 3.5
DB 40 9.865
4.3 ชวงระหวางบ ั้งสวนสงของบ ู ั้ง และความกวางของคร บหร ี อชื องว าง ใหเป นไปตามตารางท 3ี่ การทดสอบใหปฏ ิบัติตามขอ 9.2
–3–
มอก. 24–2548
ตารางท 3 ี่ ชวงระหวางบ ั้ง สวนสงของบ ู ั้ง และความกวางของคร บหร ี อชื องว าง (ขอ 4.3)
หนวยเป นม ลลิ เมตร ิ
ผลรวมของความกวางของ
ชื่อขนาด ชวงระหวางบั้ง สวนสูงของบั้ง ครีบหรือชองวาง
สูงสุด ต่ําสุด สูงสุด สูงสุด
DB 6 4.2 0.2 0.5 4.7
DB 8 5.6 0.3 0.6 6.3
DB 10 7.0 0.4 0.8 7.9
DB 12 8.4 0.5 1.0 9.4
DB 16 11.2 0.7 1.4 12.6
DB 20 14.0 1.0 2.0 15.7
DB 22 15.4 1.1 2.2 17.3
DB 25 17.5 1.3 2.6 19.7
DB 28 19.6 1.4 2.8 22.0
DB 32 22.4 1.6 3.2 25.2
DB 36 25.2 1.8 3.6 28.3
DB 40 28.0 2.0 4.0 31.4
4.4 ความยาวของเหล็กขอออยในแตละมัดตองมีขนาดความยาวเดียวกัน โดยจะคลาดเคลื่อนจากคาที่ผูทำ ระบไวุ ที่ฉลากไดไม เก นเกณฑ ิ ที่กำหนดในตารางท 4ี่
การทดสอบใหปฏ ิบัติตามขอ 9.3
ตารางท 4 ี่เกณฑความคลาดเคล อนสำหร ื่บความยาว ั (เฉพาะกรณเปี นม ัด)
(ขอ 4.4)
ความยาว เกณฑความคลาดเคลื่อน
ไมเกิน 10 เมตร + 55 มิลลิเมตร
0
เกิน 10 เมตร + 55 มิลลิเมตร และ + 5 มิลลิเมตร ทุก ๆ ความยาว 1 เมตร ของสวนที่ยาวเกิน 10 เมตร แตรวมก ันแลวไมเกิน 120 มิลลิเมตร
0
–4–
มอก. 24–2548 - สวนประกอบทางเคมี
5.1 สวนประกอบทางเคมีของเหล็กขอออยเมื่อวิเคราะหจากเบา ใหเปนไปตามตารางที่ 5 เมื่อวิเคราะหจาก ผลตภิ ณฑั ยอมให มีคาสงกว ู าค าส งสู ดของตารางท ุ 5
ี่ตามเกณฑความคลาดเคล อนในตารางท ื่ 6ี่
การทดสอบใหปฏ ิบัติตามขอ 9.4
ตารางท 5
ี่ สวนประกอบทางเคมเมี อว
ื่เคราะห ิ จากเบ า
(ขอ 3.1 และขอ 5.1)
หนวยเป นร อยละ
สวนประกอบทางเคมี
ชั้นคณภาพ คาร ุ บอน แมงกานีส ฟอสฟอรัส กํามะถัน คารบอน + (แมงกานีส/6) สูงสุด สูงสุด สูงสุด สูงสุด สูงสุด
SD 30 0.27 - 0.05 0.05 0.50
SD 40 - 1.80 0.05 0.05 0.55
SD 50 - 1.80 0.05 0.05 0.60
ตารางท 6 ี่เกณฑความคลาดเคล อนของส
ื่ วนประกอบทางเคม เมี อว
ื่เคราะห ิ จากผล ตภิ ณฑั
(ขอ 5.1)
หนวยเป นร อยละ
สวนประกอบ เกณฑความคลาดเคลื่อน
คารบอน + 0.03
แมงกานีส + 0.05
ฟอสฟอรัส + 0.01
กํามะถัน + 0.01 - คุณลกษณะท ั ี่ตองการ
6.1 ลักษณะทวไป ั่
6.1.1 เหล็กขอออย ตองมีผิวเรียบเกลี้ยง (ยกเวนบริเวณที่เปนบั้ง ครีบ และเครื่องหมายที่เปนตัวนูน) และ ตองไมปร ิไมแตกร าว ไมมีสนมขิ มหร ุ อตำหน ื ิอื่นซงม
ึ่ผลเส ี ยตี อการใช งาน
6.1.2 เหลกข็ ออ อยต องม ีบั้งเปนระยะๆ เทาๆ กันโดยสม่ำเสมอตลอดเสน บั้งและครบที อย
ี่ตรงข ู ามก ันตองมี
ขนาดและรปรู างเหม อนก ื ัน
การทดสอบใหทำโดยการตรวจพ ินิจ
–5–
มอก. 24–2548
6.2 มุมระหวางบั้งกับแกนของเหล็กขอออย
มุมแหลมตองไม นอยกวา 45 องศา
ในกรณีที่บั้งทำมมกุ บแกนของเหล ั กข็ ออ อยต งแต
ั้ 45 ถึง 70 องศา บั้งจะตองวางกล บทางก ั นบนแต ั ละข างของ
เหลกข็ ออ อย หรอบื งทั้งหมดของข
ั้างหน งต
ึ่องกล บทางก ั บบั งทั้งหมดของอ
ั้กขี างหน ึ่ง แตถาบงทำม ั้มแหลมก ุ ับ
แกนของเหลกข็ ออ อยเก ิน 70 องศา ก็ไมจำเป นต องกล บทางก ั ัน ดังตวอย ั างในร ปทู 1ี่ การทดสอบใหปฏ ิบัติตามขอ 9.2
รูปท 1 ี่ ตัวอยางบ งและคร
ั้บหร ี อชื องว างของเหล กข็ ออ อย
(ขอ 2.9 ขอ 2.10 ขอ 2.11 ขอ 6.2 และขอ 9.2.2.3)
6.3 สมบัติทางกล
6.3.1 สมบัติการดึง
ความตานแรงด ึง ความตานแรงด งทึ ี่จุดคราก และความยืด ตองไมนอยกวาค าท กำหนดในตารางท ี่ 7ี่ การทดสอบใหปฏ ิบัติตามขอ 9.5
ตารางท 7
ี่ความตานแรงด ึง ความตานแรงด งทึ ี่จุดครากและความยดของเหล ื กข็ ออ อย
(ขอ 3.1 และขอ 6.3.1)
ชั้นคุณภาพ ความตานแรงดึง ความตานแรงด งทึ ี่จุดคราก ความยืด
MPa MPa %
SD 30 480 295 17
SD 40 560 390 15
SD 50 620 490 13
–6–
มอก. 24–2548
6.3.2 การดดโค ั ง
เมอทดสอบตามข
ื่ อ 9.6 ตองไมแตกหร อปร ื ตรงส ิ วนโค งด านนอกของช นทดสอบ
ิ้ - เครองหมายและฉลาก
ื่
7.1 เครื่องหมายที่เหล็กขอออย
ที่เหลกข็ ออ อย อยางน อยต องม เลข ี อักษรหรอเคร ื องหมาย
ื่แจงรายละเอ ยดต ี อไปน ี้ประทบเป ั นต วนั นถาวร ู
บนเนอเหล
ื้ กให ็ เห นได ็ งายชัดเจน เรยงก ี นไปตามลำด ั บดั งนั ี้
(1) ชื่อผทำหร ู อโรงงานท ื ทำหร ี่อเคร ื องหมายการค
ื่าท จดทะเบ
ี่ยนี
(2) ชื่อขนาด
(3) ชั้นคณภาพ ุ
(4) สัญลักษณ “ T ” (เฉพาะเหล็กขอออยที่ผานกรรมวิธีทางความรอน (heat treatment) ในระหวาง การผลิต)
7.2 ที่มัดหรือที่ขดของเหล็กขอออยทุกมัดหรือทุกขดตองมีปายที่ไมฉีกขาดและไมหลุดงายผูกติดอยู และ ที่ปายนนอย
ั้างน อยต องม เลข ี อักษร หรอเคร ื องหมายแจ
ื่งรายละเอ ยดด ี งตั อไปน ี้ใหเห นได ็ งาย ชัดเจน
(1) คำวา “เหลกข็ ออ อย ”
(2) ชื่อขนาด
(3) ชั้นคณภาพ ุ
(4) สัญลกษณ ั “ T ” ( เฉพาะเหลกข็ ออ อยท ี่ผานกรรมวิธีทางความรอนในระหว างการผล ิต) (5) ความยาวแตละเส น เปนเมตร (กรณเปี นม ัด) หรอมวล ื เปนก โลกร ิ ัม (กรณเปี นขด ) (6) หมายเลขของการหลอมแตละคร ั้ง หรอเคร ื องหมายอ
ื่ นใดท ื่เที่ยบเท ี า
(7) ชื่อผทำหร ู อโรงงานท ื ี่ทำ หรอเคร ื องหมายการค
ื่าท จดทะเบ
ี่ยนี
(8) ประเทศที่ทำ
7.3 ในกรณีที่ใชภาษาต างประเทศ ตองมความหมายตรงก ี บภาษาไทยท ั กำหนดไว ี่ ขางตน - การชกตั วอย ั าง และเกณฑตัดสิน
8.1 รุน (lot) ในที่นี้หมายถึง เหลกข็ ออ อยช อขนาดและช
ื่นค
ั้ณภาพเด ุ ยวก ี นทั ทำหร ี่อสื งมอบหร อซื อขายในระยะ ื้
เวลาเดยวก ี ัน
8.2 การชักตัวอยางและการยอมรับ ใหเปนไปตามแผนการชักตัวอยางที่กำหนดตอไปนี้หรืออาจใชแผนการ ชักตวอย ั างอ นท
ื่เที่ยบเท ี าก นทางว ั ชาการก ิ บแผนท ั กำหนดไว ี่
8.2.1 การชกตั วอย ั างและการยอมร บสำหร ั บการทดสอบความยาว ั (เฉพาะกรณเปี นม ัด) 8.2.1.1 ใหชักตัวอยางโดยวิธีสุมจากรุนเดียวกันตามจำนวนที่กำหนดในตารางที่ 8 และใหชักตัวอยาง เหลกข็ ออ อยจากต วอย ั างแต ละม ดทั ี่สุมไดมาม ดละ ั 1 เสน เพอทดสอบความยาว
ื่
8.2.1.2 จำนวนตัวอยางที่ไมเปนไปตามขอ 4.4 ตองไมเกินเลขจำนวนที่ยอมรับที่กำหนดในตารางที่ 8 จึงจะถอวื าเหล กข็ ออ อยร นนุ นเป ั้ นไปตามเกณฑ ที่กำหนด
–7–
มอก. 24–2548
8.2.2 การชกตั วอย ั างและการยอมร บสำหร ั บการทดสอบล ั กษณะท ั วไป ั่ ชวงระหวางบ ั้งสวนสงของบ ู ั้ง ความกวาง ของครบหร ี อชื องว าง และมมระหว ุ างบ งกั้บแกนของเหล ั กข็ ออ อย
8.2.2.1 ตัดปลายใดปลายหนงของต
ึ่วอย ั างท เปี่ นไปตามเกณฑ ที่กำหนดในขอ 8.2.1 แลว มาเสนละ 1 ทอน
ใหมีความยาวทอนละ 1.50 เมตร หรือตัดปลายใดปลายหนึ่งของเหล็กขอออยที่เปนขด ซึ่งสุม จากรนเด ุ ยวก ี นตามจำนวนท ั กำหนดในตารางท ี่ 8
ี่มาขดละ 1 ทอน ใหมีความยาวทอนละ 1.50 เมตร
เพื่อทดสอบลักษณะทั่วไป ชวงระหวางบั้ง สวนสูงของบั้ง ความกวางของครีบหรือชองวาง และ มุมระหวางบั้งกับแกนของเหล็กขอออย
8.2.2.2 จำนวนตัวอยางที่ไมเปนไปตามขอ 4.3 ขอ 6.1 และขอ 6.2 ตองไมเกินเลขจำนวนที่ยอมรับ ที่กำหนดในตารางท 8
ี่ จึงจะถอวื าเหล กข็ ออ อยร นนุ นเป ั้ นไปตามเกณฑ ที่กำหนด
8.2.3 การชกตั วอย ั างและการยอมร บสำหร ั บการทดสอบมวลต ั อเมตร
8.2.3.1 นำตวอย ั างท ตรวจสอบตามข
ี่ อ 8.2.2 แลว มาเพอทดสอบมวลต
ื่อเมตร
8.2.3.2 จำนวนตัวอยางที่ไมเปนไปตามขอ 4.2.1 ตองไมเกินเลขจำนวนที่ยอมรับที่กำหนดในตารางที่ 8 และตองเป นไปตามข อ 4.2.2 จึงจะถอวื าเหล กข็ ออ อยร นนุ นเป ั้ นไปตามเกณฑ ที่กำหนด
ตารางท 8 ี่แผนการชกตั วอย ั างสำหร บการทดสอบความยาว ั ลักษณะทวไป ั่ ชวงระหวางบ ั้ง สวนสงของบ ู ั้ง ความกวางของคร บหร ี อชื องว าง มุมระหวางบ งกั้บแกนของเหล ั กข็ ออ อย และมวลตอเมตร (ขอ 8.2.1 ขอ 8.2.2 และขอ 8.2.3)
ขนาดรุน ขนาดตวอย ั าง เลขจ ํานวนที่ยอมรับ
ตัน มัด/ขด
ไมเกิน 150 5 0
มากกวา 150 แตไมเกิน 500 20 1
มากกวา 500 32 2
8.2.4 การชกตั วอย ั างและการยอมร บสำหร ั บการทดสอบส ั วนประกอบทางเคม ของว ี สดั ุและสมบัติทางกล 8.2.4.1 ชักตวอย ั างท ตรวจสอบตามข
ี่ อ 8.2.3 แลว จำนวน 3 ชิ้น หากมวลของเหลกข็ ออ อยในร นมากกว ุ า 500 ตัน ใหชักตัวอยางเพิ่มอีก 3 ชิ้น แตละชิ้นตัดเปนชิ้นทดสอบ จำนวน 2 ชิ้น เพื่อทดสอบ สวนประกอบทางเคมของว ี สดั 1 ุ ชิ้น และทดสอบสมบัติการดึง 1 ชิ้น
8.2.4.2 ชักตัวอยางจากตัวอยางที่เหลือจากการตัดตามขอ 8.2.4.1 จำนวน 1 ชิ้น หากมวลของเหล็ก ขอออยในร นมากกว ุ า 500 ตัน ใหชักตวอย ั างเพ มอ
ิ่ ีก 1 ชิ้น แตละช นต
ิ้ ดเป ั นช นทดสอบ
ิ้ จำนวน
1 ชิ้น เพอทดสอบการด
ื่ ดโค ั ง
–8–
มอก. 24–2548
8.2.4.3 ชิ้นทดสอบทกชุ นต
ิ้ องเป นไปตามข อ 5.1 ขอ 6.3.1 และขอ 6.3.2 จึงจะถอวื าเหล กข็ ออ อยร นนุ ั้น
เปนไปตามเกณฑที่กำหนด ยกเวนถาผลการทดสอบเปนไปตามขอตอไปนี้ใหทำการทดสอบใหม หรอทดสอบซ ื ้ำแลวแต กรณ ี
(1) หากผลการทดสอบสมบัติการดึง ไมเปนไปตามที่กำหนดไวในขอ 6.3.1 เนื่องจากสมบัติ ของชนทดสอบเปล ิ้ ยนไปเพราะ ี่การกลงไม ึ ถูกตอง ตำแหนงท ี่ชิ้นทดสอบขาดอยนอกจ ู ดพุ ิกัด ตำแหนงท ี่ชิ้นทดสอบขาดอยระหว ู างจ ดพุ ิกัดแตอย ูหางจากจดพุ ิกัดทอย
ี่ ใกล ู นอยกวาหน งในสาม ึ่
ของความยาวพิกัดเดิมกอนทดสอบ หรือเครื่องทดสอบผิดปกติใหทดสอบใหม โดยใช ชิ้นทดสอบใหมเทาจำนวนชิ้นทดสอบที่ไมเปนไปตามที่กำหนดจากเหล็กขอออยตัวอยาง เดยวก ี ัน สำหรบความย ั ืด หากเปนไปตามข อ 6.3.1 ใหถือวาเป นไปตามข อกำหนดสำหร ับ ความยดโดยไม ื คำนึงถงตำแหน ึ งท ี่ชิ้นทดสอบขาด
(2) หากผลการทดสอบสมบัติการดึง ต่ำกวาท กำหนดในข ี่ อ 6.3.1 ดวยสาเหตุอื่นนอกจากทไดี่ กลาวไวในขอ (1) โดยมีความตานแรงดึงต่ำกวาที่กำหนดเกิน 14 เมกะพาสคัล หรือมี ความตานแรงดึงที่จุดครากต่ำกวาที่กำหนดเกิน 7 เมกะพาสคัล ใหถือวาสมบัติการดึง ไมเป นไปตามเกณฑ กำหนด โดยไมตองทดสอบซ้ำ
(3) หากผลการทดสอบสมบัติการดึง ต่ำกวาท กำหนดในข ี่ อ 6.3.1 ดวยสาเหตุอื่นนอกจากทไดี่ กลาวไวในขอ (1) โดยมีความตานแรงดึงต่ำกวาที่กำหนดไมเกิน 14 เมกะพาสคัล หรือมี ความตานแรงดึงที่จุดครากต่ำกวาที่กำหนดไมเกิน 7 เมกะพาสคัล ใหทดสอบซ้ำโดยใชชิ้น ทดสอบใหมจำนวน 2 เทาของช นทดสอบท
ิ้ ไมี่ เป นไปตามเกณฑ ที่กำหนด จากเหลกข็ ออ อย
รุนเดียวกัน ผลการทดสอบซ้ำตองเปนไปตามขอ 6.3.1 ทุกชิ้น จึงจะถือวาเหล็กขอออย รุนนนเป ั้ นไปตามเกณฑ ที่กำหนด
(4) หากผลการทดสอบการดัดโคงไมเปนไปตามที่กำหนดไวในขอ 6.3.2 ใหทดสอบซ้ำโดย ใชชิ้นทดสอบใหมจำนวน 2 เทาของชิ้นทดสอบที่ไมเปนไปตามเกณฑที่กำหนด จากเหล็ก ขอออยร นเด ุ ยวก ี ัน ผลการทดสอบซ้ำตองเป นไปตามข อ 6.3.2 ทุกชิ้น จึงจะถอวื าเหล กข็ ออ อย รุนนนเป ั้ นไปตามเกณฑ ที่กำหนด
หมายเหตุ ในการทดสอบสมบัติการดึง หากปรากฏการณการครากไมชัดเจนหรือไมมีใหใช ความเคนพิสูจนที่ความยืดรอยละ 0.2 แทนคาความตานแรงดึงที่จุดคราก
8.3 เกณฑตัดสิน
เหล็กขอออยทุกมัดหรือทุกขดในรุนตองเปนไปตามขอ 7. และตัวอยางเหล็กขอออยตองเปนไปตาม ขอ 8.2.1.2 ขอ 8.2.2.2 ขอ 8.2.3.2 และขอ 8.2.4.3 ทุกขอ จึงจะถอวื าเหล กข็ ออ อยร นนุ นเป ั้ นไปตาม มาตรฐานผลตภิ ณฑั อุตสาหกรรมนี้
–9–
มอก. 24–2548 - การทดสอบ
9.1 มวลตอเมตร
9.1.1 เครื่องมือ
9.1.1.1 เครองช
ื่งทั่ ี่ชั่งละเอยดี 1 กรัม
9.1.1.2 เครองว
ื่ดความยาวท ั ี่วัดละเอยดี 1 มิลลเมตร ิ
9.1.2 วิธีทดสอบ
วัดและชงชั่นต
ิ้วอย ั างแต ละช นให ิ้ละเอ ยดถ ี ึง 1 มิลลเมตร ิ และ 1 กรัม ตามลำดับ แลวหามวลต อเมตร ของชนต
ิ้วอย ั างแต ละช ิ้น และหาคาเฉล ยของช
ี่นทดสอบท
ิ้ ั้ง 5 ชิ้น
9.1.3 การรายงานผล
รายงานคามวลต อเมตรของช นต
ิ้วอย ั างแต ละช ิ้น และคาเฉล ี่ยใหละเอ ยดถ ี งทศน ึ ยมิ 4 ตำแหนง
9.2 ชวงระหวางบ ั้ง สวนสงของบ ู ั้ง ความกวางของคร บหร ี อชื องว าง และมมระหว ุ างบ งกั้บแกนของเหล ั กข็ ออ อย 9.2.1 เครื่องมือ
9.2.1.1 เวอรเน ยรี แคลล เปอร ิ ส หรอไมโครม ื เตอร ิ ที่วัดละเอยดี 0.02 มิลลเมตร ิ
9.2.2 วิธีทดสอบ
9.2.2.1 ชวงระหวางบ ั้ง
วัดชวงระหวางสันของบั้ง 10 ชวงที่ตอเนื่องกันตามแนวแกนของเหล็กขอออยแลวหาคาเฉลี่ย ชวงระหวางบ ั้ง
9.2.2.2 สวนสงของบ ู ั้ง
วัดความสูงของบั้งไมนอยกวา 2 บั้ง แตละบั้งใหวัดที่จุด 3 จุด คือ จุดกึ่งกลางและจุดแบงสี่อีก 2 จุด แลวหาค าเฉล ยส
ี่วนส งของบ ู ั้ง
9.2.2.3 ความกวางของครีบหรือชองวาง
ใชเวอร เน ยรี แคลล เปอร ิ สว ดความกว ั างของช องว างด งในร ั ปทู 1
ี่ ทั้ง 2 ขาง นำมารวมกัน โดยวัด
10 ตำแหนงใน 10 ชวงระหวางบ งทั้ ี่ตอเนองก
ื่นแล ั วหาค าเฉล ี่ย
ในกรณีที่เหล็กขอออยมีครีบใหวัดความกวางของครีบที่โคนทั้ง 2 ขางนำมารวมกันโดยวัด 10 ตำแหนงท ี่ตอเนองก
ื่นแล ั วหาค าเฉล ี่ย
9.2.2.4 มุมระหวางบั้งกับแกนของเหล็กขอออย
กลงต
ิ้วอย ั างบนด นนิ ้ำมนทั ทำเป ี่นแผ นเร ยบแล ี วว ดมั มระหว ุ างบ งกั้บแกนของเหล ั กข็ ออ อย 9.3 ความยาว
ใชสายว ดโลหะท ั ี่วัดละเอยดี 1 มิลลเมตร ิ และยาวพอทจะว
ี่ดความยาวของเหล ั กข็ ออ อยหน งเส
ึ่ นได โดยตลอด
ในครงเด
ั้ยวี วัดความยาวของตวอย ั าง
9.4 สวนประกอบทางเคมี
ใหใช วิธีวิเคราะหทางเคม โดยท ี วไปหร ั่อวื ิธีอื่นใดทใหี่ผลเท ยบเท ี า แลวรายงานผลช นทดสอบแต ิ้ละช ิ้น
–10–
มอก. 24–2548
9.5 สมบัติการดึง
9.5.1 เครื่องมือ
เครื่องทดสอบแรงดึง ที่สามารถจายแรงไดอยางสม่ำเสมอและตอเนื่องโดยตลอดในอัตราความเร็วที่ กำหนด
9.5.2 การเตรยมช ี นทดสอบ
ิ้
9.5.2.1 ชิ้นทดสอบตองเปนไปตามสภาพเดิมของเหล็กขอออย ถาจำเปนตองดัดชิ้นทดสอบที่บิดโคงงอ ใหตรง ใหดัดเยนตามปกต ็ ิแตถามการบ ี ดโค ิ งจนมากเก นไปให ิ คัดทิ้ง
9.5.2.2 เหล็กขอออยชื่อขนาดตั้งแต DB 28 ลงมา ใหทดสอบโดยไมตองกลึงชิ้นทดสอบใหเล็กลง เหลกข็ ออ อยช อขนาดต
ื่งแต
ั้ DB 32 ขึ้นไป อาจกลงลดขนาดลงให ึ พอเหมาะท จะใช ี่ กับเครองทดสอบ
ื่
แรงดงกึ ได็ แตเส นผ านศ นยู กลางต องไม นอยกวา 28 มิลลเมตร ิ ในกรณีที่กลงลดขนาดเส ึ นผ านศ นยู กลาง ความยาวของสวนท กล
ี่งตึ องไม นอยกวา 5.5 เทาของขนาดเส นผ านศ นยู กลางของส วนท กล
ี่ ึง
สำหรบเหล ั กข็ ออ อยท ผล
ี่ ตโดยผ ิ านกรรมว ิธีทางความรอน ตองทดสอบโดยไมมีการกลงลดขนาดลงมา ึ
9.5.2.3 จับยดชึ นทดสอบท
ิ้ ี่มีความยาวพิกัดและความยาวระหวางห วจั ับ ตามรปทู 2ี่
Lo l2 l1
เมื่อ Lo คือ ความยาวพิกัดเดิม เทาก ับ 5 dN (กรณีที่ไมกล งชึ นทดสอบ
ิ้ ) หรือ 5 dm (กรณีที่กลึง
ชิ้นทดสอบ)
โดย dN คือ เสนผ านศ นยู กลางระบ ของช ุ นทดสอบ
ิ้
dm คือ เสนผ านศ นยู กลางของส วนท กล
ี่งของช ึ นทดสอบ
ิ้
l1 และ l2 คือ ระยะหางระหวางหัวจับกับจุดพิกัด ไมนอยกวา 0.25 dN หรือ 0.25 dm แลวแต กรณ ี
หมายเหตุ 1. กรณีที่ชิ้นทดสอบมีความยาวเพียงพอ อาจทำเครื่องหมายความยาวพิกัดไวหลายชุด ครอมกันไวเปนชวงจนถึงระยะหัวจับก็ได ทั้งนี้ใหมีเครื่องหมายความยาวพิกัด
ชุดหนึ่งอยูประมาณกึ่งกลางของระยะหางระหวางหัวจับ - การทำเครองหมายความยาวพ
ื่ ิกัด ใหมีเกณฑความคลาดเคล อนได ื่ ไม เก ิน ± รอยละ 1
รูปท 2 ี่การจบยั ดชึ นทดสอบ
ิ้
(ขอ 9.5.2.3)
–11–
มอก. 24–2548
9.5.3 วิธีทดสอบ
ใหปฏ ิบัติตาม มอก. 244 เลม 4
9.5.4 วิธีคำนวณ
9.5.4.1 ความตานแรงด ึง
(1) ในกรณีที่ไมกล งชึ นทดสอบ
ิ้
Rm =
Fm SN
เมื่อ Rm คือ ความตานแรงด ึงเปนเมกะพาสค ัล Fm คือ แรงดงสึ งสู ุด เปนน วติ ัน
SN คือ พนท
ื้ภาคต
ี่ดขวางระบ ั ุเปนตารางม ลลิ เมตร ิ
(2) ในกรณีที่กลงชึ นทดสอบ
ิ้
Rm =
k x Fm S
เมื่อ Rm คือ ความตานแรงด ึงเปนเมกะพาสค ัล Fm คือ แรงดงสึ งสู ุด เปนน วติ ัน
k คือ อตราส ั วนของมวลจร งติ อมวลระบ ของช ุ นทดสอบ ิ้
โดย k =
W
WN
เมื่อ W คือ มวลจรงของช ิ นทดสอบ
ิ้ เปนก โลกร ิ มตั อเมตร
WN คือ มวลระบของช ุ นทดสอบ
ิ้ เปนก โลกร ิ มตั อเมตร
S คือ พนท
ื้ภาคต
ี่ดขวางท ั คำนวณได ี่ เปนตารางม ลลิ เมตร ิ
โดย S =
3.141 6 dm2 4
เมื่อ dm คือ เสนผ านศ นยู กลางของส วนท กล
ี่ ึง เปนม ลลิ เมตร ิ
9.5.4.2 ความตานแรงด งทึ ี่จุดคราก
(1) ในกรณีที่ไมกล งชึ นทดสอบ
ิ้
Re =
Fe SN
เมื่อ Re คือ ความตานแรงด งทึ ี่จุดคราก เปนเมกะพาสค ัล Fe คือ แรงดงทึ ี่จุดคราก เปนน วติ ัน
SN คือ พนท
ื้ภาคต
ี่ดขวางระบ ั ุเปนตารางม ลลิ เมตร ิ
–12–
มอก. 24–2548
(2) ในกรณีที่กลงชึ นทดสอบ
ิ้
Re =
k x Fe S
เมื่อ Re คือ ความตานแรงด งทึ ี่จุดคราก เปนเมกะพาสค ัล
Fe คือ แรงดงทึ ี่จุดคราก เปนน วติ ัน
k คือ อตราส ั วนของมวลจร งติ อมวลระบ ของช ุ นทดสอบ
ิ้
(ดูขอ 9.5.4.1(2))
S คือ พนท
ื้ภาคต
ี่ดขวางท ั คำนวณได ี่ เปนตารางม ลลิ เมตร ิ
(ดูขอ 9.5.4.1(2))
หมายเหตุ 1. กำหนดให 1 กิโลกรมแรง ั เทาก ับ 9.807 นิวตัน - พื้นที่ภาคตัดขวางระบุและมวลระบุใหเปนไปตามตารางที่ 1
9.5.4.3 ความยืด
ในกรณีที่ไมกล งชึ นทดสอบและกล
ิ้งชึ นทดสอบ
ิ้
Lu–Lo
A = x 100
Lo
เมื่อ A คือ ความยืด เปนร อยละ
Lo คือ ความยาวพิกัดเดิม เปนม ลลิ เมตร ิ
Lu คือ ความยาวพิกัดสดทุ าย เปนม ลลิ เมตร ิ
9.5.5 การรายงานผล
9.5.5.1 ในรายงานผลการทดสอบอยางน อยต องแสดงรายละเอ ยดด ี งตั อไปน ี้
(1) ชนิด หมายเลขลำดับ และความละเอยดของเคร ี องทดสอบ
ื่
(2) อุณหภูมิขณะทดสอบ
(3) ความยาวและมวลของชนทดสอบแต
ิ้ละช นก
ิ้อนกล ึง
(4) ชื่อขนาด ขนาดระบุ ชั้นคุณภาพ และชื่อผูทำหรือโรงงานที่ทำหรือเครื่องหมายการคาที่ จดทะเบยนี
(5) ในกรณีที่ตองกลงชึ นทดสอบ
ิ้ ใหรายงานพ นท
ื้ภาคต
ี่ดขวางท ั คำนวณได ี่ และคา k
(6) ความยาวพิกัด และความยาวระหวางห วจั บกั บจั ดพุ ิกัดทั้ง 2 ขาง
(7) ความเรวในการด ็ งชึ นทดสอบ
ิ้
(8) แรงดงทึ ี่จุดครากและแรงดงสึ งสู ุด
(9) ความยาวระหวางจ ดพุ ิกัดเมอนำช ื่นทดสอบท
ิ้ขาดแล
ี่วมาต อก นตามรอยท ั ขาด
ี่
9.5.5.2 คาความตานแรงด ึง ความตานแรงด งทึ ี่จุดคราก และความยดของช ื นทดสอบแต
ิ้ละช ิ้น ใหรายงาน
ละเอยดถ ี งทศน ึ ยมิ 1 ตำแหนง
–13–
มอก. 24–2548
9.6 การดดโค ั ง
9.6.1 เครื่องมือ
9.6.1.1 เครื่องทดสอบการดัดโคง ที่สามารถจายแรงไดอยางสม่ำเสมอและตอเนื่องกันโดยตลอดจน เสรจการทดสอบ ็
9.6.1.2 หัวกดรปตู ัว U ที่มีขนาดเสนผ านศ นยู กลางของห วกดด ั งตารางท ั 9
ี่และบาท งสองข
ั้างของฐานรองร ับ
ตองสามารถทำใหชิ้นทดสอบโคงเป นร ปตู ัว U ไดโดยอ สระ ิ โดยหวกดและฐานรองร ั ับ ควรทำเปน รองโคงให พอด ีที่จะทำใหชิ้นทดสอบโคงงอส มผั สกั บหั วกดโดยรอบและปลายท ั งสองข
ั้ างโค งกล บมา ั
ขนานกนเม ั อกดช
ื่นทดสอบ
ิ้
ตารางท 9 ี่มุมดดโค ั งและเส นผ านศ นยู กลางของห วกดสำหร ั บการทดสอบการด ั ดโค ั ง
(ขอ 9.6.1.2 และขอ 9.6.3)
สัญลักษณ เสนผานศ ูนยกลางระบุ มุมดดโค ั ง เส นผานศูนยกลางของห ัวกดชิ้นทดสอบ mm
SD 30 ไมเกิน 16 180o 3 เทาของเสนผานศูนยกลางระบ ุ
เกิน 16 4 เทาของเสนผานศูนยกลางระบ ุ
SD 40 ทุกขนาด 180o 5 เทาของเสนผานศูนยกลางระบ ุ
SD 50 ไมเกิน 25 90o 5 เทาของเสนผานศูนยกลางระบ ุ
เกิน 25 6 เทาของเสนผานศูนยกลางระบ ุ
9.6.2 การเตรยมช ี นทดสอบ
ิ้
9.6.2.1 ชิ้นทดสอบตองเป นไปตามสภาพเด มของเหล ิ กข็ ออ อยโดยไม ผานกรรมวิธีทางความรอนแต อย างใด 9.6.2.2 ชิ้นทดสอบตองม ความยาวเพ ี ยงพอท ี เมี่อกดด
ื่วยเคร องทดสอบแล
ื่ ว ปลายทงสองข
ั้างของร ปตู ัว U
ตองโผลพนบาของฐานท รองร
ี่ ับ
9.6.3 วิธีทดสอบ
กดชิ้นทดสอบดวยหัวกดที่กึ่งกลางชิ้นทดสอบโดยใชความเร็วสม่ำเสมอและตอเนื่องกันตลอดเวลา ที่ทดสอบจนไดมุมดดโค ั ง ตามตารางท 9
ี่แลวตรวจพ ินิจ
9.6.4 การรายงานผล
ใหรายงานว าช นทดสอบแต
ิ้ละช นแตกหร
ิ้ อปร ื ตรงส ิ วนโค งด านนอกหร อไม ื
–14–