จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น ชร.ถ. 19-007 สายทางบ้านร่องคี หมู่ที่ 1 - บ้านสันโค้ง หมู่ที่ 10

เทศบาลตำบลป่าซาง 68029258157
฿4,880,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 3 มี.ค. 2568 เชียงราย
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น ชร.ถ. ๑๙-๐๐๗ สายทางบ้านร่องคี หมู่ที่ ๑ ถึงบ้านสันโค้ง หมู่ที่ ๑๐ ระยะทาง 2,100 เมตร โดยมีเป้าหมายหลักคือการสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่มีความสะดวกและปลอดภัยในการคมนาคมขนส่ง ซึ่งจะช่วยส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจในชุมชน รวมถึงการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรและการท่องเที่ยว นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งหวังที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่และลดอุบัติเหตุบนท้องถนนโดยการติดตั้งเสาไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 70 ต้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มแสงสว่างในเวลากลางคืนและสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว

English summary

The project aims to improve the asphalt concrete road, Local Highway Code Chor.Tor. 19-007, from Ban Rong Khee Moo 1 to Ban San Khong Moo 10, a distance of 2,100 meters. The main objectives are to support convenient and safe transportation for local residents, promote economic activities in the community, including agricultural product transport and tourism. Additionally, the project aims to enhance driving efficiency and reduce road accidents by installing 70 solar-powered streetlights, improving nighttime visibility and creating a safer environment for residents and tourists.

สถานที่ดำเนินการ

บ้านร่องคี หมู่ที่ 1 ต.ป่าซาง เชื่อม บ้านสันโค้ง หมู่ที่ 10 ต.ป่าตึง

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนในชุมชนมีความสะดวก ปลอดภัยในการคมนาคมเพื่อใช้ขนส่งผลผลิตทางการเกษตร การบริการทางการเกษตร การท่องเที่ยวชุมชนการเกษตร การเข้าถึงตลาดสินค้าเกษตร และบริการอื่นๆ อันส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง
    • เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนในชุมชนมีโอกาสสร้างรายได้สู่ชุมชน สร้างงาน สร้างอาชีพ และมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในพื้นที่เพิ่มขึ้น ด้วยการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืนที่มีการเชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายผลผลิตสินค้าเกษตรกับตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ
    • เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่บนถนน โดยจะช่วยทำให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นเส้นทางการจราจรได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังถือเป็นการช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เพราะจากรายงานการวิจัยพบว่า โดยส่วนมากแล้วอุบัติเหตุบนท้องถนนมักจะเกิดจากความมืดหรือในบริเวณเส้นทางที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ
    • เพื่อสร้างโอกาสในการในการพัฒนาการท่องเที่ยวให้แก่ตำบลป่าซางและพื้นที่ข้างเคียง

ขอบเขตของงาน

  • ปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ผิวจราจรกว้าง 4.00 - 6.00 เมตร ยาว 2,100 เมตร หนา 0.05 เมตร หรือพื้นที่ไม่น้อยกว่า 8,984.00 ตารางเมตร
    • ติดตั้งเสาไฟพลังงานแสงอาทิตย์ เสาสูง 6.00 เมตร ขนาด 100 W จำนวน 70 ต้น
    • งานตีเส้นจราจร

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตที่ได้รับการปรับปรุงตามข้อกำหนด
    • เสาไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 70 ต้น ติดตั้งพร้อมใช้งาน
    • เส้นจราจรตีเส้นตามมาตรฐาน
    • แผนการทำงาน
    • แผนการใช้วัสดุที่ผลิตในประเทศ และแผนการใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศ
    • ผลการทดสอบต่างๆ ซึ่งผ่านการรับรองผลการทดสอบจากหน่วยงานของกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท หรือหน่วยงานราชการ

ระยะเวลาดำเนินการ

75 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • ผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันกับผลงานที่ประกวดราคาจ้างก่อสร้าง วงเงินไม่น้อยกว่า ๒,๔๔๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สองล้านสี่แสนสี่หมื่นบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาเดียว
  • กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการจากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวกติดต่อกันเป็นระยะเวลา ๑ ปีก่อนวันยื่นข้อเสนอ
  • กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท
  • กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ โดยพิจารณาจากบัญชีเงินฝากธนาคาร ณ วันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากเป็นบวกในมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณที่ยื่นขอเสนอในครั้งนั้น และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
  • กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการและทุนจดทะเบียน หรืมีแต่น้อยแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นขอเสนอ ผู้ยื่นขอเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อเพื่อมาสนับสนุนให้มีมูลค่าสุทธิของกิจการ(Net Worth) ไม่ติดลบ หรือให้มีสภาพคล่องทดจนเพียงพอต่อการยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณที่ยื่นขอเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อจากธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้าประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับการมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นขอเสนอ นับถึงวันยื่นขอเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)

เกณฑ์การพิจารณา

พิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • งานผิวทาง: PRIME COAT, TACK COAT, SEAL COAT ใชสูตร K = ๐.๓๐ + ๐.๔๐ At/Ao + ๐.๒๐ Et/Eo + ๐.๑๐ Ft/Fo
  • งานผิวทาง: ASPHALTIC CONCRETE, PENETRATION MACADAM ใชสูตร K = ๐.๓๐ + ๐.๑๐ Mt/Mo + ๐.๔๐ At/Ao + ๐.๑๐ Et/Eo + ๐.๑๐ Ft/Fo
  • วัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) หมายถึง วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ใช้ในการจัดทำเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น รีด หรือปาดลาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 542 วัสดุเทอร์โมพลาสติก ระดับ 1 ซึ่งมีคุณสมบัติและอัตราส่วนของลูกแก้วในส่วนผสมไม่น้อยกว่า 20% โดยน้ำหนักรวมทั้งใช้โรยบนเส้น เทอร์โมพลาสติก สะท้อนแสงในอัตราส่วน 400-500 กรัมต่อตารางเมตร
  • ไฟกิ่งถนนโซล่าเซลล์ 100W ประกอบด้วยแผงเซลล์แสงอาทิตย์กำลังไฟไม่น้อยกว่า 80 วัตต์ และต้องมีใบรับรอง มอก. และโคมไฟถนน LED โซล่าเซลล์กำลังไฟไม่น้อยกว่า 100W แสงสีขาว
  • โรงงานผสมแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (Asphalt Concrete Mixing Plant) ระยะขนส่งจากโรงงานผสมถึงกึ่งกลางของโครงการก่อสร้าง ต้องมีระยะทางไม่เกิน 110 กิโลเมตร และต้องมีกำลังการผลิต (Rated Capacity) ไม่น้อยกว่า 60 ตันต่อชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อให้สามารถควบคุมอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลท์ติกคอนกรีตได้ตามที่กำหนด

เงื่อนไขสัญญา

  • ค่าปรับกรณีผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเทศบาล: ร้อยละ 10 ของวงเงินจ้างช่วงนั้น
  • ค่าปรับกรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้าง: ร้อยละ 0.25 ของราคางาน ต่อวัน
  • ระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง: 2 ปี

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • โครงการนี้ครอบคลุมงานตีเส้นจราจรหรือไม่?
    - ใช่ โครงการนี้รวมถึงงานตีเส้นจราจรตามมาตรฐาน มอก.542 และ มอก.543 รวมถึงแบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจร ทถ.-3-110 (4)

    • ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการทำงานเมื่อใด?

      • ผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการทำงานภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ (เว้นแต่กรณีสัญญามีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท)
    • ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานเป็นระยะเวลานานเท่าใด?

      • ผู้ชนะการเสนอราคาต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงาน
    • ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุระหว่างการก่อสร้าง ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย?

      • ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรือเหตุอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
    • ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไรหากพบอุปสรรคด้านสาธารณูปโภคในพื้นที่ก่อสร้าง?

      • ผู้รับจ้างจะต้องติดต่อและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขอุปสรรคดังกล่าวและรับผิดชอบต่อความเสียหายที่หากเกิดขึ้น โดยค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้เป็นของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
    • โรงงานผสมแอสฟัลท์ติกคอนกรีตต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?

      • โรงงานผสมแอสฟัลท์ติกคอนกรีตต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (แบบ ร.ง.๔) ที่ยังไม่หมดอายุ และต้องแสดงแผนผังโรงงานตามมาตรฐาน มทช.๒๓๐-๒๕๖๓
    • ระยะทางการขนส่งจากโรงงานผสมแอสฟัลท์ติกคอนกรีตมีข้อจำกัดหรือไม่?

      • ระยะขนส่งจากโรงงานผสมถึงกึ่งกลางโครงการต้องไม่เกิน 110 กิโลเมตร และมีกำลังการผลิตไม่น้อยกว่า 60 ตันต่อชั่วโมง
    • ผู้รับจ้างต้องใช้วัสดุที่ผลิตภายในประเทศในโครงการนี้หรือไม่?

      • ผู้รับจ้างต้องใช้วัสดุก่อสร้างหรือครุภัณฑ์ที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าวัสดุก่อสร้างที่ใช้ในโครงการก่อสร้างนี้ ทั้งนี้หากงานก่อสร้างมีวัสดุก่อสร้างที่เป็นเหล็กจะต้อง ใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นเหล็กซึ่งเป็นสินค้าผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ใช้ตามสัญญาก่อสร้างนี้
    • มีข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณสมบัติของสีจราจรและวัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ใช้ในงานตีเส้นจราจรหรือไม่?

      • สีจราจรต้องแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก 415 สีจราจร ชนิดที่ 2 และวัสดุเทอร์โมพลาสติกต้องแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 542 วัสดุเทอร์โมพลาสติก ระดับ 1
    • มีข้อกำหนดเกี่ยวกับความหนาของเส้นจราจรหรือไม่?

      • สีจราจร ( Traffic Paint ) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 0.2 มิลลิเมตร และวัสดุเทอร์โมพลาสติก ( Thermoplastic) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 3.0 มิลลิเมตร

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

รางรายละเอยดขอบเขตของงานทงโครงการ (Terms of Reference : TOR)
๑. ขอมลเกยวกบโครงการ
๑.๑ ชอโครงการ ประกวดราคาจางกอสรางโครงการปรบปรงถนนลาดยางแอสฟลทตกคอนกรต รหส ทางหลวงทองถน ชร.ถ. ๑๙-๐๐๗ สายทางบานรองคีหมท่๑ - บานสนโคง หมท่๑๐ ดวยวธประกวดราคา อเลกทรอนกส์(e-bidding)
๑.๒ ความเปนมา
เนองดวยประชาชนในเขตตําบลปาซาง ประสบปญหาถนนมสภาพเปนหลมเปนบอมนําขงเวลาฝน ตกหนกทําใหการสญจรของประชาชนในพนทมความลําบากและเกดอบตเหตบอยครง อกทงยงขาดแคลน ระบบไฟฟาพนฐาน เนองจากมงบประมาณไมเพยงพอตอการจดใหมถนนแอสฟลทตกคอนกรตและไฟฟาระบบ พลงงานแสงอาทตย์เพอสรางสภาพแวดลอมทปลอดภยแกประชาชน ซงเปนเรองทสําคญยงในระดบตนๆ ซงท ผานมาในจดอบ จดเสยงหลายจดทเกดการสญเสยตอชวตและทรพยสนของประชาชนและนกทองเทยว เปน เหตกระทบตอความรสก และความเชอมนของประชาชนในระยะยาว เหตเหลานสามารถหลกเลยงไดโดยลด เหตปจจย โดยใหแสงสวางบรเวณพนททลอแหลมอยางเพยงพอและเหมาะสม เพอรกษาความปลอดภยแก ประชาชน สงเสรมภาพลกษณดานความปลอดภย ลดผลกระทบดานความพงพอใจดานความปลอดภยแก ประชาชน ปจจบนสภาพถนนทเชอมระหวาง บานรองคีหมท่๑ ตําบลปาซาง เชอมบานสนโคง หมท่๑๐ ตําบล ปาตง อําเภอแมจน จงหวดเชยงราย ถนนมสภาพเปนหลมเปนบอ มนําขงเมอเวลาฝนตกหนก ทําใหการ สญจรของประชาชนในพนทมความลําบาก และเกดอบตเหตบอยครง อกทงเสนทางดงกลาวนนเปนทางท ราษฎรใชสญจรไป-มาและขนสงสนคาทางการเกษตร
เทศบาลตําบลปาซาง อําเภอแมจน จงหวดเชยงราย จงไดตระหนกถงปญหาดงกลาว จงไดดําเนนการจด ทําคําขอรบการสนบสนนงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ งบเงนอดหนนเฉพาะกจเพอ ดําเนนการรบปรงถนนลาดยางแอสฟลทตกคอนกรต รหสทางหลวงทองถน ชร.ถ. ๑๙-๐๐๗ สายทางบาน รองคีหมท่๑ - บานสนโคง หมท่๑๐ ทงน้เปนโครงการทมความจําเปนและมประโยชนตอประชาชน เพอ บําบดความเดอดรอนของประชาชน ทําใหคณภาพชวตดขน การเดนทางสญจรของประชาชนเปนไปอยาง สะดวกและปลอดภยในชวตและทรพยสน
๑.๓ วตถประสงค

  • เพอสนบสนนใหประชาชนในชมชนมความสะดวก ปลอดภยในการคมนาคมเพอใชขนสงผลผลต ทางการเกษตร การบรการทางการเกษตร การทองเทยวชมชนการเกษตร การเขาถงตลาดสนคาเกษตร และ บรการอนๆ อนสงเสรมใหเกดกจกรรมทางเศรษฐกจทเขมแขง
  • เพอสนบสนนใหประชาชนในชมชนมโอกาสสรางรายไดสชมชน สรางงาน สรางอาชพ และมการเจรญ เตบโตทางเศรษฐกจในพนทเพมขน ดวยการขบเคลอนตามหลกปรชญาเศรษฐกจพอเพยง สรางความมนคงทาง
    เอกสารนจดทําในระบบจดซอจดจางภาครฐดวยอเลกทรอนกส
    อาหารอยางยงยนทมการเชอมโยงระหวางเครอขายผลผลตสนคาเกษตรกบตลาดอยางมประสทธภาพ
  • เพอชวยเพมประสทธภาพการขบขบนถนน โดยจะชวยทําใหผขบขสามารถมองเหนเสนทางการจราจร ไดอยางชดเจน อกทงยงถอเปนการชวยลดการเกดอบตเหตบนทองถนน เพราะจากรายงานการวจยพบวา โดย สวนมากแลวอบตเหตบนทองถนนมกจะเกดจากความมดหรอในบรเวณเสนทางทมแสงสวางไมเพยงพอ
  • เพอเพอสรางโอกาสในการในการพฒนาการทองเทยวใหแกตําบลปาซางและพนทขางเคยง ๑.๔ วงเงนงบประมาณ/วงเงนทไดรบจดสรร ๔,๘๘๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สลานแปดแสนแปดหมนบาท ถวน) ๒. คณสมบตของผยนขอเสนอ
    ๒.๑ มความสามารถตามกฎหมาย ๒.๒ ไมเปนบคคลลมละลาย ๒.๓ ไมอยระหวางเลกกจการ ๒.๔ ไมเปนบคคลซงอยระหวางถกระงบการยนขอเสนอหรอทําสญญากบหนวยงานของรฐไวชวคราวตามท ประกาศเผยแพรในระบบเครอขายสารสนเทศของกรมบญชกลาง
    ๒.๕ ไมเปนบคคลซงถกระบชอไวในบญชรายชอผทงงานและไดแจงเวยนชอใหเปนผทงงานของหนวยงาน ของรฐในระบบเครอขายสารสนเทศของกรมบญชกลาง ซงรวมถงนตบคคลทผทงงานเปนหนสวนผจดการ กรรมการผจดการ ผบรหาร ผมอํานาจในการดําเนนงานในกจการของนตบคคลนนดวย
    ๒.๖ มคณสมบตและไมมลกษณะตองหามตามทคณะกรรมการนโยบายการจดซอจดจางและการบรหาร พสดภาครฐกําหนดในราชกจจานเบกษา
    ๒.๗ เปน ผมอาชพ ทประกวดราคาอเลกทรอนกสดงกลาว นตบคคล รบจางงาน ๒.๘ ไมเปนผมผลประโยชนรวมกนกบผยนขอเสนอรายอนทเขายนขอเสนอใหแก่ ณ เทศบาลตําบลปาซาง วนประกาศประกวดราคาอเลกทรอนกสหรอไมเปนผกระทําการอนเปนการขดขวางการแขงขนราคาอยางเปน ธรรม ในการเสนอราคาครงน
    ๒.๙ ไมเปนผไดรบเอกสทธหรอความคมกน ซงอาจปฏเสธไมยอมขนศาลไทย เวนแตรฐบาลของผยนขอ เสนอไดมคําสงสละเอกสทธและความคมกนเชนวานน
    ๒.๑๐ ผยนขอเสนอตองมผลงานกอสรางประเภทเดยวกนกบผลงานทประกวดราคาจางกอสรางใน และเปนผลงานทเปนคสญญา วงเงนไมนอยกวา ๒,๔๔๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สองลานสแสนสหมนบาทถวน) ซงผลงานดงกลาวของยน โดยตรงกบหนวยงานของรฐ หรอหนวยงานเอกชนท่เทศบาลตําบลปาซาง เชอถอ ขอเสนอ ตองเปนผลงานในสญญาเดยวเทานน และเปนสญญาทผยนขอเสนอไดทํางานแลวเสรจตามสญญา ซง ไดมการสงมอบงานและตรวจรบเรยบรอยแลว ตามหนงสอเวยน กรมบญชกลาง ท่กค(กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว๒๑๔ ลงวนท่๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๓
    ๒.๑๑ กจการรวมคาทยนขอเสนอในรปแบบของ “กจการรวมคา” ตองมคณสมบตดงน
    กจการรวมคาทยนขอเสนอ ผเขารวมคาทกรายจะตองมคณสมบตครบถวนตามเงอนไขทกําหนดไว ในเอกสารเชญชวน เวนแตในกรณกจการรวมคาทมขอตกลงระหวางผเขารวมคากําหนดใหผเขารวมคารายใด
    เอกสารนจดทําในระบบจดซอจดจางภาครฐดวยอเลกทรอนกส
    รายหนงเปนผเขารวมคาหลก กจการรวมคานนสามารถใชผลงานกอสรางของผเขารวมคาหลกรายเดยวเปนผล งานกอสรางของกจการรวมคาทยนขอเสนอ
    กรณมขอตกลงระหวางผเขารวมคากําหนดใหผเขารวมคารายใดรายหนงเปนผเขารวมคาหลก ขอ ตกลงดงกลาวจะตองมการกําหนดสดสวนหนาท่และความรบผดชอบในปรมาณงาน สงของ หรอมลคาตาม สญญา มากกวาผเขารวมคารายอนทกราย
    กจการรวมคาทยนขอเสนอ ผเขารวมคาหลกจะตองเปนผประกอบการงานกอสรางในสาขาทไดขน ทะเบยนไวกบกรมบญชกลาง
    ผยนขอเสนอตองลงทะเบยนทมขอมลถกตองครบถวนในระบบจดซอจดจางภาครฐดวย ๒.๑๒ อเลกทรอนกส์(Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบญชกลาง
    ๒.๑๓ ดงน ผยนขอเสนอตองมมลคาสทธของกจการ
    กรณผยนขอเสนอเปนนตบคคลทจดตงขนตามกฎหมายไทยซงไดจดทะเบยนเกนกวา ๑ ปีตอง (๑) มมลคาสทธของกจการ จากผลตางระหวางสนทรพยสทธหกดวยหนสนสทธิทปรากฏในงบแสดงฐานะการเงน ทมการตรวจรบรองแลว ซงจะตองแสดงคาเปนบวกตดตอกนเปนระยะเวลา ๑ ปสดทายกอนวนยนขอเสนอ
    กรณผยนขอเสนอเปนนตบคคลทจดตงขนตามกฎหมายไทย ซงยงไมมการรายงานงบแสดง (๒) ฐานะการเงนกบกรมพฒนาธรกจการคา ใหพจารณาการกําหนดมลคาของทนจดทะเบยน โดยผยนขอเสนอจะ ตองมทนจดทะเบยนทเรยกชําระมลคาหนแลว ณ วนทยนขอเสนอ ไมตํากวา ๑ ลานบาท
    กรณผยนขอเสนอเปนบคคลธรรมดา ตองมมลคาสทธของกจการ โดยพจารณาจากบญชเงน (๓) ฝากธนาคาร ณ วนยนขอเสนอ โดยตองมเงนฝากเปนบวกในมลคา ๑ ใน ๔ ของมลคางบประมาณทยนขอ เสนอในครงนน และหากเปนผชนะการจดซอจดจางหรอเปนผไดรบการคดเลอกจะตองแสดงบญชเงนฝากทม มลคาดงกลาวอกครงหนงในวนลงนามในสญญา
    กรณทผยนขอเสนอไมมมลคาสทธของกจการและทนจดทะเบยน หรอมแตไมเพยงพอทจะเขา (๔) ยนขอเสนอ ผยนขอเสนอสามารถขอวงเงนสนเชอเพอมาสนบสนนใหมลคาสทธิของกจการ (Net Worth) ไม ตดลบ หรอใหมสภาพคลองทดจนเพยงพอตอการยนขอเสนอ โดยตองมวงเงนสนเชอ ๑ ใน ๔ ของมลคา งบประมาณทยนขอเสนอในครงนน (สนเชอทธนาคารภายในประเทศ หรอบรษทเงนทนหรอบรษทเงนทน หลกทรพยทไดรบอนญาตใหประกอบกจการเงนทนเพอการพาณชย์และประกอบธรกจ คาประกน ตาม ประกาศของธนาคารแหงประเทศไทย ตามรายชอบรษทเงนทนทธนาคารแหงประเทศไทย แจงเวยนใหทราบ โดยพจารณาจากยอดเงนรวมของวงเงนสนเชอทสํานกงานใหญรบรอง หรอทสํานกงานสาขารบรอง (กรณไดรบ มอบอํานาจจากสํานกงานใหญ) ซงออกใหแกผยนขอเสนอ นบถงวนยนขอเสนอไมเกน ๙๐ วน)
    กรณตาม (๑) - (๔) ยกเวนสําหรบกรณดงตอไปน (๕) (๕.๑) กรณทผยนขอเสนอเปนหนวยงานของรฐ
    (๕.๒) นตบคคลทจดตงขนตามกฎหมายไทยทอยระหวางการฟนฟกจการ ตามพระราชบญญต ลมละลาย (ฉบบท่๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
    (๕.๓) งานจางกอสราง ทกรมบญชกลางไดขนทะเบยนผประกอบการงานกอสรางแลว และงาน
    เอกสารนจดทําในระบบจดซอจดจางภาครฐดวยอเลกทรอนกส
    จางกอสรางทหนวยงานของรฐไดมการจดทําบญชผประกอบการงานกอสรางทมคณสมบตเบองตนไวแลว กอน วนทพระราชบญญตการจดซอจดจางและการบรหารพสดภาครฐมผลใชบงคบ
    ๒.๑๔ ผยนขอเสนอราคาทเปนผชนะการเสนอราคาตองจดทําแผนการทํางานมาใหภายใน ๓๐ วน โดยจดทําแผนการทํางานตามเอกสารแนบทายเอกสารประกวดราคา นบถดจากวนลงนามในสญญา อเลกทรอนกส์เวนแตเปนกรณสญญาทมวงเงนไมเกน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทงน้แผนการทํางานใหถอเปนเอกสาร สวนหนงของสญญา
    ๒.๑๕ ผยนขอเสนอทเปนผชนะการเสนอราคาตองจดทําแผนการใชพสดทผลตใน ประเทศและ แผนการใชเหลกทผลตในประเทศ โดยยนใหหนวยงานของรฐภายใน ๖๐ วน นบถดจากวนลงนามใน สญญา ๓. แบบรปรายการงานกอสรางทจะดําเนนการจางกอสราง และเอกสารแนบทายอน ๆ
    เอกสารแนบ ๑ แบบรปและรายการละเอยด (แบบแปลน) เอกสารแนบ ๒ มทช.๒๓๐-๒๕๖๓ มาตรฐานงานแอสฟลตคอนกรต ๔. กําหนดเวลาสงมอบพสด
    ระยะเวลาสงมอบ วน ๗๕ นบถดจากวนลงนามในสญญา ๕. งวดงานและการจายเงน ๑ งวดงาน ๑ งวดเงน
    เทศบาลตําบลปาซาง จะจายคาจางซงไดรวมภาษมลคาเพม ตลอดจนภาษอากรอน ๆ และคาใชจาย ทงปวงแลวใหแกผยนขอเสนอทไดรบการคดเลอกใหเปนผรบจาง เมอผรบจางไดสงมอบสงของไดครบถวนตาม สญญาจางกอสรางหรอขอตกลงเปนหนงสอ และเทศบาลตําบลปาซางไดตรวจรบมอบจางไวเรยบรอยแลว ดงน โครงการปรบปรงถนนลาดยางแอสฟลทตกคอนกรต รหสทางหลวงทองถน ชร.ถ.๑๙-๐๐๗ สายทางบาน รองคีหมท่๑ - บานสนโคง หมท่๑๐ ตําบลปาซาง อําเภอแมจน จงหวดเชยงราย
    ปรมาณงาน ผวจราจรกวาง ๔.๐๐ - ๖.๐๐ เมตร ยาว ๒,๑๐๐ เมตร หนา ๐.๐๕ เมตร หรอมพนทไมนอย กวา ๘,๙๘๔.๐๐ ตารางเมตร พรอมเสาไฟพลงงานแสงอาทตย์เสาสง ๖.๐๐ เมตร ขนาด ๑๐๐ W จํานวน ๗๐ ตน รายละเอยดตามแบบแปลนและรายการทเทศบาลตําบลปาซางกําหนด ๖. หลกเกณฑในการพจารณาคดเลอกขอเสนอ
    ในการพจารณาคดเลอกผชนะการยนขอเสนอ จะพจารณาตดสนโดยใชหลกเกณฑ เทศบาลตําบลปาซาง ราคา ๗. อตราคาปรบ
    ๗.๑ กรณทผรบจางนํางานทรบจางไปจางชวงใหผอนทําอกทอดหนงโดยไมไดรบอนญาตจาก เทศบาล จะกําหนดคาปรบสําหรบการฝาฝนดงกลาวเปนจํานวน ของวงเงนจางชวงนน ตําบลปาซาง รอยละ ๑๐
    ๗.๒ กรณทผรบจางปฏบตผดสญญาจาง จะกําหนดคาปรบเปนรายวนในอตรา เทศบาลตําบลปาซาง รอย ของราคางาน ละ ๐.๒๕
    เอกสารนจดทําในระบบจดซอจดจางภาครฐดวยอเลกทรอนกส
    . การกําหนดระยะเวลารบประกนความชํารดบกพรอง ๘
    ผชนะการเสนอราคาจะตองรบประกนความชํารดบกพรองของงานจางทเกดขนภายในระยะเวลาไมนอย นบถดจากวนท ไดรบมอบงานโดยจะตองจดการซอมแซมแกไขใหใชการไดดดง กวา ป ๒ เทศบาลตําบลปาซาง เดม นบถดจากวนทไดรบแจงความชํารดบกพรอง ภายใน วน ๑๕ . การปรบราคาคางานกอสราง ๙
    การปรบราคาคางานกอสรางตามหลกสตรการปรบราคาดงระบในเอกสารแนบทาย จะนํามาใชในกรณทคา งานกอสรางลดลงหรอเพมขน โดยวธการตอไปน
    ตามเงอนไข หลกเกณฑ์สตรและวธคํานวณทใชกบสญญาแบบปรบราคาไดตามมตคณะรฐมนตรีเมอวนท่ ๒๒ สงหาคม ๒๕๓๒ เรอง การพจารณาชวยเหลอผประกอบอาชพงานกอสราง ตามหนงสอสํานกเลขาธการ คณะรฐมนตรีท่นร ๐๒๐๓/ว ๑๐๙ ลงวนท่๒๔ สงหาคม ๒๕๓๒
    สตรการปรบราคา (สตรคา K) จะตองคงททระดบทกําหนดไวในสญญา หรอภายในระยะเวลาท่เทศบาล ตําบล ไดขยายออกไป ดงน หมวดท่๓ งานทาง ๓.๑ งานผวทาง PRIME COAT , TACK COAT , SEAL COAT
    ใชสตร K = ๐.๓๐ + ๐.๔๐ At/Ao + ๐.๒๐ Et/Eo + ๐.๑๐ Ft/Fo ๓.๓ งานผวทาง ASPHALTIC CONCRETE , PENETRATION MACADAM
    ใชสตร K = ๐.๓๐ + ๐.๑๐ Mt/Mo + ๐.๔๐ At/Ao + ๐.๑๐ Et/Eo + ๐.๑๐ Ft/Fo . มาตรฐานฝมอชาง ๑๐
    เมอเทศบาลตําบลปาซางไดคดเลอกผยนขอเสนอรายใดใหเปนผรบจางและไดตกลงจางกอสราง ตาม ประกาศนแลวผยนขอเสนอจะตองตกลงวาในการปฏบตงานกอสรางดงกลาว ยนขอเสนอจะตองมและใชผมี ขนไป วฒบตร วศวกรโยธา ระดบ ระดบภาควศวกร ๑๑. เครองจกรและเครองมอทใชในการกอสราง
    ๑๑.๑ เครองจกรและเครองมอทกชนดทจะนํามาใชงาน จะตองมสภาพใชงานไดดีโดยจะตองผานการ ตรวจ สอบและสอบเทยบ และผควบคมงานอนญาตใหใชได้ในระหวางการกอสรางผรบจางจะตองบํารงรกษา เครองจกรและเครองมอทกชนดใหอยในสภาพใชงานไดดอยเสมอ
    ๑๑.๒ กรณโรงงานผสมแอสฟลทตกคอนกรต ผยนเสนอตองมคณสมบติดงน
  • ผยนเสนอตองมโรงงานผสมแอสฟลทตกคอนกรต - ตองมสําเนา จากกรมโรงงานอตสาหกรรมของผ ใบอนญาตประกอบกจการโรงงาน (แบบ ร.ง.๔) ยน และตองไมหมดอายุถกยกเลก หรอเพกถอน โดยผเสนอราคาจะตองมสําเนาใบอนญาตประกอบกจการ โรงงาน (แบบ ร.ง.๔) ดงกลาว มาแสดงในวนเสนอราคา
  • ผเสนอราคาตองแสดงแผนผงโรงงานผสมแอสฟลทตกคอนกรต ตามมาตรฐาน มทช.๒๓๐-๒๕๖๓ โดยผเสนอราคาจะตองมเอกสารดงกลาว มาแสดงในวนเสนอราคา
  • โรงงานผสมแอสฟลทตกคอนกรต (Asphalt Concrete Mixing Plant) ระยะขนสงจากโรงงานผสม
    เอกสารนจดทําในระบบจดซอจดจางภาครฐดวยอเลกทรอนกส
    ถงกงกลางของโครงการกอสราง ตองมระยะทางไมเกน ๑๑๐ กโลเมตร และตองมกําลงการผลต (Rated Capacity) ไมนอยกวา ๖๐ ตนตอชวโมง ทงน้เพอใหสามารถควบคมอณหภมของสวนผสมแอสฟลทตกคอนก รต ไดตามทกําหนด โดยจะเปนโรงงานผสมแบบชด (Batch Type) หรอแบบผสมตอเนอง (Continuous Type) กไดแตตองสามารถผลตสวนผสมแอสฟลทตกคอนกรตเพอปอนเครองปู(Paver) ใหสามารถปไดอยาง ตอเนองและ เปนสวนผสมทมคณภาพสมําเสมอตรงตามสตรสวนผสมเฉพาะงานมอณหภมถกตองตาม มาตรฐาน ขอกําหนด ตาม มทช. ๒๓๐-๒๕๖๓ มาตรฐานงานแอสฟลทตกคอนกรต (Asphalt Concrete)
    เอกสารนจดทําในระบบจดซอจดจางภาครฐดวยอเลกทรอนกส
    ตําบลช
    ทศบาลต

ําเภอแม่จัน
ป่าซาง
จังหวัดเชียงรา
1
โครงการ ปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต บ้านร่อง หมู่ที่ 1 เชื่อม ต.ป่าตึง สายทาง ชร.ถ.19-007 บ้านร่องคี หมู่ที่ 1 ต.ป่าซาง เชื่อม บ้านสันโค้ง หมู่ที่ 10 ต.ป่าตึง
งานลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
จุดที่ 5 ปรับปรุงผิวจราจร กว้าง 4.00 ม. ยาว 491 ม.
จุดที่ 1 ปรับปรุงผิวจราจร กว้าง 4.00 ม. ยาว 1,179 ม.
จุดที่ 2 ปรับปรุงผิวจราจร กว้าง 5.00 ม. ยาว 162 ม.
จุดที่ 3 ปรับปรุงผิวจราจร กว้าง 6.00 ม. ยาว 154 ม.
วัดจอมคีรีพัทธญา
ถนนสายแม่สลอง
มูลป่าซาง
เทบาลตามมาข้าง
*
เทศบาลตาบลป่าซาง
อ้าเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
โครงการ
ปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต บ้านร่องคี หมู่ที่ 1 เชื่อม
ต.ป่าตึง สายทาง ชร.ถ.19-007
สถานที่
บ้านร่อง หมู่ที่ 1 ต.ป่าซาง เชื่อม
บ้านสันโค้ง หมู่ที่ 10 ต.ป่าตึง
เขียนแบบ
จุดที่ 4 ปรับปรุงผิวจราจร กว้าง 5.00 ม. ยาว 114 ม.
ตรวจสอบ
(นายฤทธิชัย ปาสาลี) ผู้ช่วยวิศวกรโยธา
(จ่าสิบเอกเกรียงศักดิ์ เป็นมูล) นายช่างโยธาปฏิบัติงาน
ตรวจสอบ
(นายปฏิภาณ เกษวิริยะการ) นายช่างโยธาชานาญงาน
ตรวจสอบ
ไปบ้านสันโค้ง หมู่ที่ 10
SCALE (A3)
แปลนถนน จุดที่ 1
1:600
ไปบ้านป่าซาง หมู่ที่ 3→→
จุดที่ 1 ปรับปรุงผิวจราจร กว้าง 4.00 ม. ยาว 1,179 ม.หนา 0.05 ม. มีพื้นที่ 4,716 ตร.ม. จุดที่ 2 ปรับปรุงผิวจราจร กว้าง 5.00 ม. ยาว 162 ม.หนา 0.05 ม. มีพื้นที่ 810 ตร.ม. มีพื้นที่ 924 ตร.ม. จุดที่ 3 ปรับปรุงผิวจราจร กว้าง 6.00 ม. ยาว 154 ม.หนา 0.05 ม. จุดที่ 4 ปรับปรุงผิวจราจร กว้าง 5.00 ม. ยาว
มีพื้นที่ 570 ตร.ม. จุดที่ 5 ปรับปรุงผิวจราจร กว้าง 4.00 ม. ยาว หรือมีพื้นที่รวมไม่น้อยกว่า 8,984 ตร.ม
114 ม.หนา 0.05 ม.
491 ม.หนา 0.05 ม. มีพื้นที่ 1,964 ตร.ม.
เห็นชอบ
อนุมัติ
(นายสมพล บั้งเงิน) ผู้อํานวยการกองช่าง
Fron
(.นาย าเนิน ยิ่งนอก.) ปลัด เทศบาลตาบลป่าซาง
Day
(.นายพิชิต ผัดเป้า) รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทน
วันที่
นายกเทศมนตรีตําบลป่าซาง
แบบแสดง
06/02/23
แผนที่พอสังเขป
NO SCALE
มาตราส่วน
เลขที่แบบ
A-02
แสดงรายละเอียดรูปตัดตามขวาง
กว้างตามที่กําหนด
ผิวจราจร คสล.เดิม
ทรายหยาบรองพื้นทางเดิม
ชั้นวัสดุรองพื้นทางเดิม
Tack coat ด้วยน้ํายาง ก่อนทําการปูแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
ผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนา 0.05 ม.
เทศบาลด
เทศบาลตาบลป่าซาง
อ้าเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
โครงการ
ปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต บ้านร่องคี หมู่ที่ 1 เชื่อม
สถานที่
ต.ป่าตึง สายทาง ชร.ถ.19-007
บ้านร่อง หมู่ที่ 1 ต.ป่าซาง เชื่อม
บ้านสันโค้ง หมู่ที่ 10 ต.ป่าตึง
เขียนแบบ
ตรวจสอบ
(นายฤทธิชัย ปาสําลี) ผู้ช่วยวิศวกรโยธา
รายการประกอบแบบ
1.ผู้รับจ้างทําการปรับปรุงงถนนแอสฟัลท์ติก ขนาดกว้าง 4.00-6.00 ม. หนา 0.05 ม. ยาว 2,100 ม. หรือมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า
8,984 ตร.ม. และงานตีเส้นจราจร 210 ตร.ม.
2. ผู้รับจ้างจะต้องทําการตรวจสอบแบบและรายการต่างๆ ให้เป็นที่ถูกต้อง พร้อมทั้งวางแผนการปฏิบัติงานให้เหมาะสมถูกต้อง
ตามขั้นตอนและตามมาตรฐานงานก่อสร้างที่ดีของงานก่อสร้างแต่ละรายการ
8. ให้ผู้รับจ้างดําเนินการแต่งตั้งผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้าง ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
สาขาโยธา ระดับภาคีวิศวกร หรือสูงกว่าเป็นผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างประจําโครงการนี้ตลอดระยะเวลาดําเนินการจนกว่าจะ แล้วเสร็จ เพื่อควบคุมงานให้เป็นไปตามแบบแปลนและรายละเอียดในสัญญา พร้อมทั้งประสานงานด้านต่างๆ กับทางผู้ว่าจ้างต่อไป
9.เครื่องจักรและเครื่องมือทุกชนิดที่จะนํามาใช้งาน จะต้องมีสภาพใช้งานได้ดี โดยจะต้องผ่านการตรวจสอบและสอบเทียบ และ
งานได้ดีอยู่เสมอ
3. การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง ในระหว่างการก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตจะต้องจัดและ ผู้ควบคุมงานอนุญาตให้ใช้ได้ ในระหว่างการก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องบํารุงรักษา เครื่องจักรและเครื่องมือทุกชนิดให้อยู่ใน สภาพใช้
ควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าผิวทางจะเย็นตัวลงมากพอที่จะเปิดให้การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทําให้ เกิดร่องรอยบนผิวทางนั้น โดยต้องติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จําเป็นตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด พร้อมจัดหาบุคลากร เพื่ออํานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ผิวทางแอสฟัลท์ติก
คอนกรีตเสียหายระยะเวลาในการปิดจราจรให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
4. แนวและค่าระดับ เปลี่ยนแปลงได้ โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน และไม่ขัดต่อระเบียบของทางราชการ
5. ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ และติดตั้งป้ายมาตรฐานโครงการ ข้อความระบุไว้ในรูปแบบรายการ
6. จัดทําเครื่องหมาย ป้ายเตือน ป้ายสัญญาณจราจร สัญญาณไฟ ติดตั้งไว้ให้เห็นชัดเจนทั้งในเวลากลางวัน และเวลากลาง
คืนในบริเวณจุดก่อสร้างและใกล้เคียง ในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิด ชอบต่อเหตุการณ์และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
7. จุดหรือบริเวณก่อสร้าง หากมีอุปสรรคด้านสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น ไฟฟ้า โทรศัพท์ ประปา ท่อระบายน้ําเป็นต้น ผู้รับจ้าง
จะต้องดําเนินการติดต่อและประสานงานกับหน่วยงงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขอุปสรรคดังกล่าวและรับผิดชอบต่อความ เสียหายที่หากเกิดขึ้น โดยค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้เป็นของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
10.รถบดล้อเหล็กสั่นสะเทือน จํานวนไม่น้อยกว่า 1 คัน หรือรถบดล้อเหล็ก จํานวนไม่น้อยกว่า 2 คัน ในกรณีไม่มีรถบดสั่นสะเทือน
11. รถบดล้อยาง จํานวนไม่น้อยกว่า 3 คัน
12. ในระหว่างการดําเนินการหากเกิดการชํารุดเสียหายของทรัพย์สินของทาง ทต. หรือ ของหน่วยงานอื่น หรือ ของประชาชน
ซึ่งความเสียหายเกิดจากการดําเนินงานของผู้รับจ้าง ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการซ่อมแซม ทรัพย์สินดังกล่าว กลับคืนสภาพเดิม โดยค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้างทั้งหมด
13. ทุกขั้นต้องการปฏิบัติงาน ตามข้อกําหนด มทช. 230 - 2563 มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
14. งานตีเส้นจราจรตาม มอก.542 มอก.543 และแบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจร ทถ.-3-110 (4)
15. ก่อนส่งมอบงาน ผู้รับจ้างต้องจัดส่งผลการทดสอบต่างๆ ซึ่งผ่านการรับรองผลการทดสอบจากหน่วยงานของกรมทางหลวง และ กรมทางหลวงชนบท หรือหน่วยงานราชการ ให้กับทางผู้ว่าจ้างเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
(จ่าสิบเอกเกรียงศักดิ์ เป็นมูล) นายช่างโยธาปฏิบัติงาน
ตรวจสอบ
(นายปฏิภาณุ เกษวิริยะการ) นายช่างโยธาชานาญงาน
ตรวจสอบ
เห็นชอบ
(นายสมพล บั้งเงิน) ผู้อํานวยการกองช่าง
อนุมัติ
(.นาย าเนิน ยิ่งนอก.) ปลัด เทศบาลตาบลป่าซาง
My
(นายพิชิต ผัดเป้า) รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทน
วันที่
นายกเทศมนตรีตําบลป่าซาง
แบบแสดง
มาตราส่วน
เลขที่แบบ
06/02/23
รายการประกอบแบบ
NO SCALE
A-03
ภาคผนวก
เทศบาล
ช่วง
ข้อกําหนดเกี่ยวกับการใช้วัสดุก่อสร้างและครุภัณฑ์ตามสัญญาก่อสร้างเพื่อส่งเสริมการ
ใช้สินค้าผลิตภัณฑ์ ที่ผลิตในประเทศ
1.ผู้รับจ้างต้องใช้วัสดุก่อสร้างหรือครุภัณฑ์ที่เป็นส่วนหนึ่งของงานก่อสร้าง(ถ้ามี) ตาม โครงการก่อสร้างนี้โดยต้องเป็นวัสดุก่อสร้างหรือครุภัณฑ์ที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตภายใน
ประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าวัสดุก่อสร้างที่ใช้ในโครงการก่อสร้างนี้ ทั้งนี้หาก งานก่อสร้างมีวัสดุก่อสร้างที่เป็นเหล็กจะต้อง ใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นเหล็กซึ่งเป็นสินค้าผลิต ภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ใช้ตามสัญญาก่อสร้างนี้
2.ผู้รับจ้างต้องเสนอแผนการใช้วัสดุก่อสร้างและครุภัณฑ์ ที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตภายใน ประเทศตามสัญญาจ้างก่อสร้างนี้ ตามเอกสาร ภาคผนวก 2 และ ภาคผนวก 3 (ภาคผนวก 3 เฉพาะกรณีที่เป็นงานก่อสร้างที่ มีวัสดุก่อสร้างที่เป็นเหล็ก) ให้ผู้ว่าจ้าง ตามระยะเวลาที่ กําหนดในสัญญาจ้าง(ถ้ามี) แต่ต้องไม่ช้ากว่า 30 วันหลังลงนามในสัญญาจ้างก่อสร้าง หากผู้ รับจ้างไม่เสนอแผนตามเวลาที่กําหนด ถือว่าผู้รับจ้างผิดสัญญาผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ยกเลิกสัญญา
ได้
แผนการใช้วัสดุก่อสร้างฯ ที่ผู้รับจ้างเสนอ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความจําเป็น เพื่อให้ มูลค่า/ปริมาณ การใช้วัสดุก่อสร้างฯ ซึ่ง เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องแจ้งการปรับแผนให้ผู้ว่าจ้างก่อสร้างทราบก่อนดําเนินการนําวัสดุก่อ สร้างฯ ตามแผนที่ปรับใหม่มาใช้ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ทั้งนี้ต้องก่อนการส่งมอบงานแต่
ละงวด
ล่าดับ

5
HT
รวม
อัตรา
(ร้อยละ)
หมายเหตุ
ตารางการจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
Tas$075………………….
รายการพัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในโครงการ
แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
รายการ
หน่วย ปริมาณ
ราคาต่อหน่วย เป็นเงิน
(บาท)
พัสดุ (รวม) ในประเทศ ต่างประเทศ
พัสดุ
ลงขอ
XXX
XXX
๗o
xxx
๓๐
(คู่สัญญาฝ่ายผู้รับจ้าง)
ราคาต่อหน่วยที่ใส่ในตารางการจัดทําแผนการใช้วัดก่อสร้างภายในประเทศ เป็นราคาตามใบแจ้งปริมาณ งานและราคาซึ่งแนบสัญญาก่อสร้างกรณีที่งานจ้างก่อสร้างที่มีสัญญาอายุไม่เกิน 60 วันหรือ กรณีวงเงิน การจัดจ้างไม่เกิน 500,000 บาท ไม่ต้องจัดทําแผนดังกล่าว
คารางการจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ
โครงการ
รายการพัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในโครงการ
แผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ
ปริมาณเหล็กทั้งโครงการ XXX (ตับ)
wwww
ภาคผนวก ด
วันเสียง
เทศบาลตาบลป่าซาง
อ้าเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
โครงการ
ปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต บ้านร่องคี หมู่ที่ 1 เชื่อม
สถานที่
ต.ป่าตึง สายทาง ขร.ถ.19-007
บ้านร่อง หมู่ที่ 1 ต.ป่าซาง เชื่อม บ้านสันโค้ง หมู่ที่ 10 ต.ป่าตึง
เขียนแบบ
ตรวจสอบ
(นายฤทธิชัย ปาสําลี) ผู้ช่วยวิศวกรโยธา
Ab
(จ่าสิบเอกเกรียงศักดิ์ เป็นมูล) นายช่างโยธาปฏิบัติงาน
ตรวจสอบ
(นายปฏิภาณ เกษวิริยะการ) นายช่างโยธาชานาญงาน
ตรวจสอบ
Kamar
(นายสมพล บั้งเงิน) ผู้อํานวยการกอ ช่าง
3.ผู้รับจ้างต้องแสดงหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาว่าวัสดุก่อสร้างหรือครุภัณฑ์เป็น ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ อย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วแต่กรณี แสดงต่อผู้ว่าจ้างเมื่อผู้ว่า จ้างร้องขอเพื่อประกอบการตรวจสอบของผู้ว่าจ้างว่าวัสดุก่อสร้าง/ครุภัณฑ์ ที่ผู้รับจ้างนํามา ใช้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศหรือไม่ ดังนี้

  1. สําเนาใบรับรองสินค้าที่ผลิตในประเทศ Made in Thailad (MiT) ที่ออกโดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  2. ฉลากสินค้า ที่แสดงว่าเป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย
  3. หลักฐานแสดงที่ตั้งของแหล่งผลิต ที่สามารถแสดงได้ว่าเป็นวัสดุก่อสร้างที่ เป็นผลิตภัณฑ์ในประเทศ เช่น ตําแหน่งที่ตั้ง โรงโม่หิน ท่าทราย บ่อดิน เป็นต้น
    เห็นชอบ
    หน่วย
    ปริมาณ
    เพล
    ในประเทศ
    เหล็ก
    ต่างประเทศ
    ล่าดับ
    รายการ
    เหลือเส้น
    เหล่ทองอ
    ต้น
    เหล็กเส้นกลม

    และ
    YY
    สัญญาฝากผู้รับจ่าย
    อนุมัติ
    (นาย าเนิน ยิ่งนอก.) ปลัด เทศบาลตําบลป่าซาง
    (นายพิชิต ผัดเป้า.) รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทน
    วันที่
    นายกเทศมนตรีตําบลป่าซาง
    แบบแสดง
    มาตราส่วน
    01/04/24
    ข้อกําหนดเกี่ยวกับการใช้วัสดุ
    NO SCALE
    เลขทีแบบ
    A-04
    จุติบาลต
    เจ้าของ

ข้อกําหนดการตีเส้นจราจรด้วยสีจราจร (Traffic Paint) และวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้

  1. วิธีดําเนินการจัดทํา
    1.1 การเตรียมผิวทาง : ผิวทางจราจรที่ทําการตีเส้น หรือเครื่องหมายจราจรต้องสะอาดและแห้ง ต้องไม่ทาบนผิวทางที่สกปรก มีฝุ่นจับ หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นใด และไม่ลงทับไปบนวัสดุจราจรเดิมที่ชาต
    การลงวัสดุรองพื้น ต้องใช้วิธีพ่นเพื่อให้วัสดุติดแน่นกับผิวจราจรสม่าเสมอ โดยไม่ก่อให้เกิดการเต็มตัวและเปลี่ยนสีเดิม สารวัสดุรองพื้นดังกล่าวต้องสอดคล้องกับผิวจราจรที่จะทํางาน รวมทั้งปริมาณจะต้องเหมาะสม ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อน ในกรณีที่เครื่องหมายจราจรเต็มไม่อยู่ในแนวหรือรูปแบบที่ถูกต้องกับเครื่องหมายจราจรที่จะทําขึ้นใหม่ ผู้รับจ้างมีหน้าที่
    รับผิดชอบในการลบเครื่องหมายจราจรเติมออกโดยใช้เครื่องจักรกล
    1.2 ในกรณี ตีเส้นจราจรหรือเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง ก่อสร้างใหม่ให้ดําเนินการภายหลังการก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์
    1.3
    การเตรียมวัสดุเทอร์โมพลาสติก : เพื่อป้องกันมิให้สีผิดเพี้ยนหรือเกิดการแตกเปราะของเทอร์โมพลาสติกเนื่องจากให้ความร้อนสูงเกินกว่าผู้ผลิตกําหนดไว้ ต้องใช้ วัสดุเทอร์โมพลาสติกให้เพียงพอกับความร้อนในเตาต้มที่มีการกวนอยู่ตลอดเวลาและจะต้องไม่ให้ความร้อนสูงกว่าที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ไม่ว่าขณะใดๆเมื่อวัสดุเหลวแล้วจะต้องรีบใช้ทันทีห้ามมิให้นํา
    วัสดุเทอร์โมพลาสติก หลอมเหลวอยู่นานเกิน 6 ชั่วโมงมาใช้งาน
    1.4 การเตรียมเครื่องมือ : ต้องใช้เครื่องมือ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ ตามลักษณะของวัสดุที่ใช้ทํางาน ปริมาณของวัสดุต้องอยู่ในกรอบขอบข่ายที่ผู้ผลิตกําหนดไว้หากมีการทํามากกว่าหนึ่งชั้น
    ขึ้นไปต้องรอให้ชั้นแรกแห้งเสียก่อน
  2. ข้อกําหนดคุณสมบัติ
    2.1 สีจราจร (Traffic Paint) หมายถึง สีจราจรที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจร โดยวิธีพ่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก
    415 สีจราจร ชนิดที่ 2
    2.2 วัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) หมายถึง วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น รีด หรือปาดลาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมาย
    มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 542 วัสดุเทอร์โมพลาสติก ระดับ 1 ซึ่งมีคุณสมบัติและอัตราส่วนของลูกแก้วในส่วนผสมไม่น้อยกว่า 20% โดยน้ําหนักรวมทั้งใช้โรยบนเส้น เทอร์โมพลาสติก สะท้อนแสงในอัตราส่วน 400-500 กรัมต่อตารางเมตร
    2.3 ลูกแก้ว (Glass Beads) ที่ใช้กับวัสดุ ท่าเครื่องหมายจราจรบนผิวทางเพื่อให้เกิดการสะท้อนแสงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทยซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
    มอก 543 ไว้ที่ผลิตภัณฑ์
    2.4 วัสดุรองพื้น (Tock Coat หรือ Primer) เป็นน้ํายาเคมีใช้พ่นบนผิวทางก่อนท่าเครื่องหมายจราจรเพื่อช่วยในการยึดเกาะระหว่างวัสดุทําเครื่องหมายจราจรกับผิวทาง มีคุณสมบัติตามที่ผู้ผลิต
    วัสดุเทอร์โมพลาสติก าหนด
  3. การตรวจวัดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
    3.1 ความหนา
    ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงานไม่เกิน 100 ตารางเมตร อย่างน้อย
    จะผ่าน เมื่อพ่นรีดหรือปาดลากวัสดุไปบนแผ่นโลหะนั้นแล้ว ให้นํามาวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรดังนี้
    (1) สีจราจร ( Traffic Paint ) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 0.2 มิลลิเมตร
  • วัสดุ.
    ตารางที่ 1 แสดงเกณฑ์กําหนดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
    จังหวัดเชียง
    เทศบาลตาบลป่าซาง
    อ้าเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
    โครงการ
    ปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต บ้านร่องคี หมู่ที่ 1 เชื่อม
    ต.ป่าตึง สายทาง ชร.ถ.19-007
    รายการที่ทําหนด
    สีจราจร
    วัสดุเทอร์โมพลาสติก
    1.1 ขอกินด
    อก 415–2541 ชนิดที่ 2 มอก.542 2550ระดับ 1
    1.2 การใช้งาน
    .
    พน
    ฟิน วิ หรือปาดจาก
    สถานที่
  1. ตรวจสอบคุณลักษณะขณะทํางาน
    2.1 ความหนา เมื่อแห้ง, มิล เมตร
    พ่น
    รีดหรือปาตจาก
    2.2 อัตราการใช้ลูกแก้ว (โดยจากเครื่อง) กรัม/ตร.ม.
  2. ตรวจสอบคุณ กษณะเมื่อเสร็จทันที (ตรวจรับงาน)
    3.1 ความหนาเบื่อแห้ง, มิลลิเมตร
    3.2
    การมองเห็นในเวลากลางคืน
    3.2. การสะท้อนแสง (Retroreflectivity), medix m
    สีขาว สีเหลือง
  3. ตรวจสอบคุณลักษณะหลังใช้งาน (ระยะเวลาประกัน)
    4.1 การมองเห็นในเวลากลางดิน
    1
    4.1.1 การสะท้อนแสง (Rotroreflectivity), medix m
    สีขาว
    สีเหลือง
  4. ระยะเวลาประกัน
    ค่า ย 1 ครั้ง โดยใช้แผ่นโลหะผิวเรียบวางรับในแนวที่ เครื่องตีเส้น
    (2) วัสดุเทอร์โมพลาสติก ( Thermoplastic) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 3.0 มิลลิเมตร หรือไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
    3.2 ค่าแฟคเตอร์ การสะท้อนแสง (Reflectonce หรือ Luminance Factor)
    ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดค่าการสะท้อนแสงของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงานไม่น้อยกว่า 10 ตําแหน่ง แต่ละตําแหน่งอย่างน้อย 3 ค่า และในทุกช่วงเวลา 1 ชั่วโมง ให้ตรวจสอบ มาตรฐานเครื่องมือ (Standardization) และปรับค่าให้ถูกต้อง
    20.2
    ≥ 3.0
    230
    ≥ 400

400
20.2
3.0
บ้านร่อง หมู่ที่ 1 ต.ป่าซาง เชื่อม
บ้านสันโค้ง หมู่ที่ 10 ต.ป่าตึง
เขียนแบบ
300
300
200
200
6 เดือน 1 ครั้ง
12
เดือน 1 ครั้ง
12 เดือน 1 คง
24 เดือน 1 ครั้ง
ตรวจสอบ
2 150
150
100
100
12 เดือน
24 เดือน
(นายฤทธิชัย ปาสําลี) ผู้ช่วยวิศวกรโยธา
(จ่าสิบเอกเกรียงศักดิ์ เป็นมูล)
ตรวจสอบ
นายช่างโยธาปฏิบัติงาน
Sym
(นายปฏิภาณ เกษวิริยะการ) นายช่างโยธาชานาญงาน
ตรวจสอบ
เห็นชอบ
(นายสมพล บั้งเงิน) ผู้อํานวยการกอ’ช่าง
My
(,นาย าเนิน ยิ่งนอก.) ปลัดเทศบาลตาบลป่าซาง
Dis
(นายพิชิต ผัดเป้า) รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทน
วันที่
นายกเทศมนตรีตําาบลป่าซาง
แบบแสดง
01/04/24
ข้อกําหนดงานตีเส้น
NO SCALE
แบบมาตรฐานงานทาง
สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เวลา! วาซาบ
อนุมัติ
เครืองหมายจราจรบนผิวทาง (ของหมดการก่อสร้าง)
แต่น
มาตราส่วน
เลขที่แบบ
A-05
เทศบาล
สปาชา
ข้อกําหนดงานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
1 ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อที่จะทําการตรวจสอบ
และอนุมัติให้ใช้เป็นแผนการปฏิบัติงาน

  1. ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เพื่อตรวจสอบ
    หรือออกแบบผิวทางตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท
  2. งานดินถมต้นทาง
  • วัสดุที่ใช้ในงานดินถมคันทางต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุดินกันทาง (มทร. 201-2545) ซึ่งได้ผ่านการ
    ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
    3.2 วัสดุที่จะทําการบดอัดแต่ละชั้นต้องผสมให้เข้ากันก่อน แล้วพรมน้ํา ตามจํานวนที่กําหนด ใช้รถเกรดปาดเกลี่ยให้วัสดุ
    มีความชื้นสม่ําเสมอก่อนท่าการ ท แบบ
    3.3 การถมดินทางให้ผมเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งๆ หนาไม่เกิน 20 เซ็นติเมตร ทุกชิ้นต้องบดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ
    95% Standard Proctor Bensity
  1. งานชิ้นของพื้นทาง
    4.1 วัสดุที่ใช้ในงานรองพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทร.02-2543) ซึ่งได้ผ่าน
    ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
    4.2 บนผิวจราจรเดิม หรือค้นทางใหม่ ถ้ามีหลุมจะต้องกลบและบดอัดให้แน่นก่อน แล้วจึงนําวัสดุรองพื้นทางมาเกลี่ยแผ่
    บดอัดเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งหนาไม่เกิน 20 เซนติเมตร และให้มีความหนาแน่นแต่ละชิ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 Modified Proctor Density
  2. งาน พื้นทาง
    5.1 วัสดุในงานพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มท.ช. 203 2545) ซึ่งได้ผ่านการ
    ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
    5.2 บริเวณใดหรือช่วงใดพบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยแผ่บดอัดจะต้องขุดคุ้ย (Scority)
    ออกและผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากวัสดุที่ทําการคลุกเหล้าใหม่ในตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด
    ให้นําวัสดุนั้นออกและนําวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
    Cr Control Tent จะเก็บตัวอย่างทดสอบทุกๆ ระยะ 1,000 เมตร และทุกตําแหน่งที่วัสดุแปรเปลี่ยนการทดสอบเพียง
    Steve Analysis และ Compoction เท่านั้นแต่ทั้งนี้ หากเกิดความสงสัยวัสดุตําแหน่งใด ผู้ควบคุมงานสามารถทดสอบ ทั้งหมดเหมือน Corneral test ได้
    5.4 ทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density) พื้นที่ 450 ตารางเมตรต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
  3. งาน Prime Coat มท.225-2545
    5.1-ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด MC-70
    หรือ css + ปริมาณการใช้ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร
    5.2 ผิวหน้าพื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใด โดยการกวาดและเป่าเศษวัสดุออก
    7 งาน
    Tack Coot ม.1227-2545
    7.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด CRS-2 ปริมาณการใช้ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร
    1.2 ก่อนที่จะทําการ rack Coat จะต้องทําการกวาดฝุ่นและหินที่หลุดออกให้หมดแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมด
    7.3 เมื่อลาดยางแอสฟัลต์แล้วจะต้องทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมง ก่อนที่จะทําผิวชั้นต่อไป
    8 งานแอสฟัลต์คอนกรีต
    8 1 พื้นผิวที่จะปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องทําการ Prime Coat ตาม มทช.225-2545 หรือ Tack Coat ตาม มทช.227 - 2545 ก่อน
    8.2 ฟื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นปะปน
    8 3 พื้นทางเดิมที่เกิดการยุบตัว (Depression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว (Soft Spot) ถ้าแอ่งลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร
    อาจแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะรวมไปพร้อมกันกับ การปูชั่นทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่จะจะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนาเกิน 80 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน ถ้าแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องเสริมปรับระดับเฉพาะส่วน ที่ยุบตัวก่อน โดยให้ปูเป็นชั้นๆ หนาไม่เกินชั้นละ 50 มิลลิเมตร
    8.4 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องชุดวัสดุยาแนวรอยแตก และรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวฟื้นคอนกรีตออกให้หมด
    ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมดแล้วก็ทํา Tack Coat ก่อนปูแอสฟัลต์คอนกรีต
    8.5 อุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีต เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 132 °C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 121 C 8.6 ทําการเก็บวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตหน้างาน พื้นที่ 9,000 ตารางเมตร ต่อ 1 ตัวอย่าง ทดสอบตาม พุทธ (1) 607-2545 เพื่อหาขนาดคละของมวลรวม
    และปริมาณแอสฟัลต์ซิเมนต์ที่ใช้
    8.7 การปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องได้ความหนาตามข้อกําหนด และผิวหน้าจะต้องมีความเรียบ ความแน่นสม่ําเสมอทั้งทางด้านตามความและตามยาว
    โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) รอบเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมหรือความเสียหายอื่นๆ เกิดขึ้น หากปรากฏว่ามีความเสียหาย เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขทันที ส่วนผสมที่มีลักษณะจับตัวกันเป็นก้อนแข็งห้ามนํามาใช้
    8.8 การบดอัดทับภายหลังจากที่ได้ปูแอสฟัลต์คอนกรีตลงบนผิวทางแล้ว ให้บดทับครั้งแรกด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ ที่มีน้ําหนักประมาณ
    8-10 ตัน จํานวน 2 เที่ยว แล้วจึงตามด้วยรถบดล้อยางที่น้ําหนักประมาณ 10-12 ตัน ทันที เมื่อได้ความหนาแน่นตามที่ต้องการแล้ว ลบรอย ร่องล้อด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ อีกครั้งหนึ่ง
    9 การตรวจสอบแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้ว
    91 ลักษณะผิว (Surface Texture) จะต้องมีระดับความลาดตามแบบ มีลักษณะผิวและลักษณะการบดอัดที่สม่ําเสมอ
    ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น ผิวหน้าหลุด (Pull) รอยฉีก (Tear) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น
    (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีความเสียหายดังกล่าวจะต้องดําเนินการแก้ไขให้ ถูกต้องเรียบร้อยตามผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
    9.2 ความหนาของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตให้เจาะตัวอย่างความหนาทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร จํานวน 1 ก้อนตัวอย่าง
    หรือจํานวน 3 ก้อนตัวอย่าง ในแนวตั้งฉากกับแนวถนน และก่อนตัวอย่างจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร และ
    น่ามาหาค่าเฉลี่ยความหนาจะต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
    9 3 ความแน่น (Density) หลังจากที่ได้ทําการบดอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเรียบร้อยแล้วให้ทําการเจาะก่อนตัวอย่าง เป็นตัวแทนของ นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วยเครื่องเจาะเก็บตัวอย่างจํานวน ก้อนตัวอย่าง ทุกๆ ระยะ 250 เมตร แล้วนํามาทดลองหาความหนาแน่น ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98
    1
    ของค่า Marshall Density
    ‘C
    9.4 การซ่อมหลุมที่เจาะก่อนตัวอย่าง จะต้องทําความสะอาดหลุมให้เรียบร้อย และทําการ Tack Coat ก่อนที่จะปะขอม
    ด้วยแอสฟัลติกคอนกรีตที่มีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 121 C ให้ผิวเรียบเสมอผิวทาง และได้ความหนาแน่นตามแบบกําาหนด 10. การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง ในระหว่างการก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องจัดและ
    ควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าผิวทางจะเย็นตัวลงมากพอที่จะเปิดให้การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทํา ให้เกิดร่องรอยบนผิวทางนั้น โดยต้องติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จําเป็นตามที่ผู้ว่าจ้าง กําาหนดพร้อมจัดหาบุคลากร เพื่ออําานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีตเสียหาย ระยะเวลาในการปิดจราจรให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
    มทางหลวง 1
    เทศบาลตําบลป่าซาง
    อ้าเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
    โครงการ
    ปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต บ้านร่อง หมู่ที่ 1 เชื่อม
    สถานที่
    ต.ป่าตึง สายทาง ชร.ถ.19-007
    บ้านร่อง หมู่ที่ 1 ต.ป่าซาง เชื่อม
    บ้านสันโค้ง หมู่ที่ 10 ต.ป่าตึง
    เขียนแบบ
    ตรวจสอบ
    (นายฤทธิชัย ปาสาลี) ผู้ช่วยวิศวกรโยธา
    (จ่าสิบเอกเกรียงศักดิ์ เป็นมูล) นายช่างโยธาปฏิบัติงาน
    ตรวจสอบ
    (นายปฏิภาณ เกษวิริยะการ) นายช่างโยธาช้านาญงาน
    ตรวจสอบ
    (นายสมพล บั้งเงิน) ผู้อํานวยการกองช่าง
    เห็นชอบ
    (นาย าเนิน ยิ่งนอก.) ปลัดเทศบาลตาบลป่าซาง
    แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    อนุมัติ
    งานเสริม และซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
    แบบเลขที่ ทถ-7-601
    แผ่นที่ 100
    (นายพิชิต ผัดเป้า.) รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทน
    วันที่
    นายกเทศมนตรีตําบลป่าซาง
    แบบแสดง
    01/04/24
    ข้อกําหนด
    มาตราส่วน
    NO SCALE
    เลขทีแบบ
    A-06
    ฤศบาล
    สสป่าซาง

ระดับอินเติม
SIDE SLOPE
Slope
รูปตัดโครงสร้างทาง 1
ระดับดินเดิน
SIDE SLOPE
ไหล่ทาง
Slope
ผิวจราจร
จราจร
ท่าผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต ทํา Tack Coat ไหล่ทางเดิม ไหล่ทางลาดยางเดิม
รูปตัดโครงสร้างทาง 2
Slope
Slope
SIDE SLOPE
ทาผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
ท่า TACK COAT ผิวทางเดิม
โครงสร้างทางเดิม
ใน ทวง
SIDE SLOPE
ท่าผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
ทา Tack Coat ผิวทางเดิม โครงสร้างทางเดิม
รายการประกอบแบบ

  1. ทํา DEEP PATCHING ผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมที่ชํารุดเสียหายจนถึงชั้น โครงสร้างทาง
  2. ถ้าระดับผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมไม่ดีชํารุดเสียหายแต่ไม่ลึกถึงโครงสร้างทาง ให้ทํา SKIN PATCHING
    ให้เรียบร้อยเสียก่อน
  3. ปรับระดับผิวทางและผิวไหล่ทางให้เรียบมีระดับเสมอกับบริเวณอื่น ก่อนที่จะเสริมผิว
  4. ทํา TACK COAT ผิวทางและผิวไหล่ทาง
  5. ทําผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
  6. ทําผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีตและตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
  7. รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทาง สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิต
    และด้านโครงสร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการ ทั้งนี้ให้อยู่
    ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  8. ภายในระหว่างหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบ อาจจะกําาหนดให้ทําการตอนใด
    ก็ได้ตามความเหมาะสม และอาจจะให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการ หรืออาคารสาธารณะ ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยก เพื่อ ให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนด ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
  9. ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสม
    ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  10. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 7.8 และ ข้อ 9 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ
  11. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง 12. งานไหล่ทางจะกําหนดในแบบแต่ละสาย
  12. งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจร หลักกันโค้ง หลักกิโลเมตรและ
    GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
    หมายเหตุ
    แบบงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีตปรับปรุงจากแบบมาตรฐานงานบํารุงรักษาทาง แบบที่3 ( มฐ. บร. 3/2546 และแบบที่ 3.2 มฐ. บร. 3.2/2546) ของกรมทางหลวงชนบท
    จังหวัดเชียง
    เทศบาลตาบลป่าซาง อําาเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
    โครงการ
    ปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต บ้านร่องคี หมู่ที่ 1 เชื่อม
    สถานที่
    ต.ป่าตึง สายทาง ชร.ถ.19-007
    บ้านร่อง หมู่ที่ 1 ต.ป่าซาง เชื่อม บ้านสันโค้ง หมู่ที่ 10 ต.ป่าตึง
    เขียนแบบ
    ตรวจสอบ
    (นายฤทธิชัย ปาสาลี) ผู้ช่วยวิศวกรโยธา
    (จ่าสิบเอกเกรียงศักดิ์
    เป็นมูล) นายช่างโยธาปฏิบัติงาน
    ตรวจสอบ
    (นายปฏิภาณ เกษวิริยะการ) นายช่างโยธาชานาญงาน
    ตรวจสอบ
    เห็นชอบ
    (นายสมพล บั้งเงิน) ผู้อําานวยการกองช่าง
    ข้อกําหนดงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
    ข้อกําหนด
    มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต

    มา1230-2545
    มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต มทช.230- 2545
    H
    มาตรฐานงานแทคโคท มทช.227-2545
    แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง " พล-3-110(1) - 110(4)
    ()
    ล่าดับที่
    รายการ
    1
    ไหล่ทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
    อาจถึง
    "
    2
    ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
    อ้างถึง
    3
    TACK COAT
    อ้างถึง
    21
    4
    การตีเส้นจราจรบนผิวทาง
    อ้าง ง

    มหางดง YHL
    แบบมาตรฐานงานทาง
    สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    งานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
    แบบเลขที 10-7-2011
    อนุมัติ
    (นาย าเนิน ยิ่งนอก.) ปลัด เทศบาลตาบลป่าซาง
    (นายพิชิต ผัดเป้า) รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทน
    นายกเทศมนตรีตําบลป่าซาง
    แบบแสดง
    01/04/24
    งานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
    NO SCALE
    แผ่นที่ 94
    วันที่
    มาตราส่วน
    เลขที่แบบ
    A-07
    เส้นแบ่งกึ่งกลางถนน สีสะท้อนแสงสีขาว
    กว้าง 0.30 ม. เส้นทึบตลอดแนว
    แบบงานตีเส้นจราจร
    SCALE
    0 5 10
    25
    50
    60
    (ทศบาล,
    แลป่าซาง
    เส้นแบ่งกึ่งกลางถนน สีสะท้อนแสงสีเหลือง กว้าง 0.10 ม. เส้นทึบตลอดแนว
    เทศบาลตาบลป่าซาง
    อําาเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
    โครงการ
    ปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
    สถานที่
    บ้านร่องคี หมู่ที่ 1 เชื่อม
    ต.ป่าตึง สายทาง ชร.ถ.19-007
    บ้านร่อง หมู่ที่ 1 ต.ป่าซาง เชื่อม บ้านสันโค้ง หมู่ที่ 10 ต.ป่าตึง
    เขียนแบบ
    ตรวจสอบ
    (นายฤทธิชัย ปาสาลี) ผู้ช่วยวิศวกรโยธา
    หมายเหตุ
    แนวเส้นจราจรเส้นอาจมีการปรับเปลี่ยนตามสภาพถนน รวมถึงทางร่วมทางแยก ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยกับผู้เดินทางสัญจร ให้ใช้สีเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสง
    "
    มอก. 542 มอก. 543 และมีการทดสอบเส้นจราจร จากกรมทางหลวง หรือกรมทางหลวงชนบท ตามมาตราฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
    ทถ-3-110 (4) ของกรมทางหลวงชนบท
    (จ่าสิบเอกเกรียงศักดิ์ เป็นมูล) นายช่างโยธาปฏิบัติงาน
    ตรวจสอบ
    Jym
    (นายปฏิภาณ เกษวิริยะการ) นายช่างโยธาชํานาญงาน
    ตรวจสอบ
    เห็นชอบ
    Kami
    (นายสมพล บั้งเงิน) ผู้อํานวยการกองช่าง
    c
    (.นาย าเนิน ยิ่งนอก.) ปลัดเทศบาลตาบลป่าซาง
    อนุมัติ
    (.นายพชิต ผัดเป้า) รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทน
    วันที่
    นายกเทศมนตรีตําบลป่าซาง
    แบบแสดง
    มาตราส่วน
    11/08/24
    แบบตีเส้นจราจร
    NO SCALE
    เลขที่แบบ
    A-08
    จุดที่ 1,5 ลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
    วัดจอมคีรีพัทธญา
    เชื่อมทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ยาว 10.00 ม. ความกว้างตามสภาพพื้นที่
    จุดที่ 1 ปรับปรุงผิวจราจร กว้าง 4.00 ม. ยาว 1,179 ม. หนา 0.05 ม.
    ถนนสายแม่สลอง
    จุดที่ 5 ปรับปรุงผิวจราจร กว้าง 4.00 ม. ยาว 491 ม.หนา 0.05 ม.
    ไปบ้านป่าซาง หมู่ที่ 3—
  • ไปบ้านสันโค้ง หมู่ที่ 10
    SCALE (A3)
    จากบาสต์
    ช่าง
    เทศบาลตาบลป่าซาง
    อําาเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
    โครงการ
    ปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต บ้านร่องคี หมู่ที่ 1 เชื่อม
    ต.ป่าตึง สายทาง ชร.ถ.19-007
    สถานที่
    บ้านร่อง หมู่ที่ 1 ต.ป่าซาง เชื่อม
    บ้านสันโค้ง หมู่ที่ 10 ต.ป่าตึง
    เขียนแบบ
    ตรวจสอบ
    (นายฤทธิชัย ปาสาลี) ผู้ช่วยวิศวกรโยธา
    (จ่าสิบเอกเกรียงศักดิ์ เป็นมูล) นายช่างโยธาปฏิบัติงาน
    ตรวจสอบ
    แปลนถนน จุดที่ 1
    1:600
    (นายปฏิภาณ เกษวิริยะการ) นายช่างโยธาชานาญงาน
    ตรวจสอบ
    เห็นชอบ
    อนุมัติ
    Fami
    (นายสมพล บั้งเงิน) ผู้อํานวยการกองช่าง
    W
    (,นายนําเนิน ยิ่งนอก.) ปลัด เทศบาลตําาบลป่าซาง
    (นาย พิชต ผัดเป้า) รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทน
    วันที่
    นายกเทศมนตรีตําบลป่าซาง
    แบบแสดง
    มาตราส่วน
    เลขที่แบบ
    06/02/23
    ถนนลาดยางจุดที่ 1,5
    NO SCALE
    A-09
    เทศบาล
    จุดที่ 2,4 ลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
    จุดที่ 2 ปรับปรุงผิวจราจร กว้าง 5.00 m. ยาวรวม 162 ม.หนา 0.05 ม.
    โครงการ
    จังหวัดเชียน
    เทศบาลตําาบลป่าซาง
    อ๋าเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
    ปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต บ้านร่องคี หมู่ที่ 1 เชื่อม
    สถานที่
    ต.ป่าตึง สายทาง ซร.ถ.19-007
    บ้านร่อง หมู่ที่ 1 ต.ป่าซาง เชื่อม บ้านสันโค้ง หมู่ที่ 10 ต.ป่าตึง
    เขียนแบบ
    ตรวจสอบ
    (นายฤทธิชัย ปาสําลี) ผู้ช่วยวิศวกรโยธา
    (จ่าสิบเอกเกรียงศักดิ์ เป็นมูล) นายช่างโยธาปฏิบัติงาน
    จุดที่ 4 ปรับปรุงผิวจราจร กว้าง 5.00 m. ยาวรวม 114 ม.หนา 0.05 ม.
    ตรวจสอบ
  • ทาง บ้านสันโค้งหมู่ที่ 10 ต.ป่าตึง
    ทาง บ้านป่าซาง หมู่ที่ 2 ต.ป่าซาง -
    แปลนถนน จุดที่ 3
    SCALE (A3)
    1:100
    (นายปฏิภาณ เกษวิริยะการ) นายช่างโยธาชานาญงาน
    ตรวจสอบ
    เห็นชอบ
    (นายสมพล บั้งเงิน) ผู้อํานวยการกอ ช่าง
    อนุมัติ
    (นายดําเนิน ยิ่งนอก.)
    ปลัด เทศบาลตําบลป่าซาง
    (นายพิชิต ผัดเป้า) รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทน
    วันที
    นายกเทศมนตรีตําบลป่าซาง
    แบบแสดง
    มาตราส่วน
    เลขทีแบบ
    01/04/24
    ถนนลาดยางจุดที่ 2,4
    NO SCALE
    A-10
    จุดที่ 3 ลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
    ไปบ้านสันโค้ง หมู่ที่ 10
    ไปบ้านร่องคี หมู่ที่ 1
    เทศบาลต

สป้ายวง
ดวลเชียง"
เทศบาลตาบลป่าซาง อําาเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
โครงการ
ปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต บ้านร่องคี หมู่ที่ 1 เชื่อม
สถานที่
ต.ป่าตึง สายทาง ซร.ถ.19-007
บ้านร่อง หมู่ที่ 1 ต.ป่าซาง เชื่อม บ้านสันโค้ง หมู่ที่ 10 ต.ป่าตึง
เขียนแบบ
ตรวจสอบ
(นายฤทธิชัย ปาสาลี) ผู้ช่วยวิศวกรโยธา
a
(จ่าสิบเอกเกรียงศักดิ์ เป็นมูล) นายช่างโยธาปฏิบัติงาน
ตรวจสอบ
(นายปฏิภาณ เกษวิริยะการ) นายช่างโยธาชานาญงาน
ตรวจสอบ
s
(นายสมพล บั้งเงิน) ผู้อําานวยการกองช่าง
จุดที่ 3 ปรับปรุงผิวจราจร กว้าง 6.00 m. ยาวรวม 154 ม.หนา 0.05 ม.
เห็นชอบ
ไปบ้านป่าซางหมู่ที่
อนุมัติ
(.นาย าเนิน ยิ่งนอก.) ปลัดเทศบาลตาบลป่าซาง
(นายพิชิต ผัดเป้า) รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทน
นายกเทศมนตรีตําบลป่าซาง
แบบแสดง
01/04/24
ถนนลาดยางจุดที่ 3
NO SCALE
แปลนถนน จุดที่ 2
SCALE (A3)
1:100
วันที
มาตราส่วน
เลขที่แบบ
A-11
1.20
2.40
ข้อความป้ายดูแบบข้อความของทต.ป่าซาง
แผ่นผ้าใบไวนิลหรือป้ายไม้อัด ขนาดกว้าง 1.20 เมตร ยาว 2.40 เมตร ทาสีเขียว
แผ่นผ้าใบไวนิลหรือป้ายไม้อัด ขนาดกว้าง 1.20 เมตร ยาว 2.40 เมตร ทาสีเขียว
โครงการ
(ศบาล,
เลป่าซาง
จังหวัดเช่นน
เทศบาลตาบลป่าซาง
อ๋าเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
ปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต บ้านร่องคี หมู่ที่ 1 เชื่อม
ต.ป่าตึง สายทาง ซร.ถ.19-007
สถานที่
บ้านร่อง หมู่ที่ 1 ต.ป่าซาง เชื่อม
บ้านสันโค้ง หมู่ที่ 10 ต.ป่าตึง
เขียนแบบ
ตรวจสอบ
(นายฤทธิชัย ปาสาลี) ผู้ช่วยวิศวกรโยธา
(จ่าสิบเอกเกรียงศักดิ์ เป็นมูล) นายช่างโยธาปฏิบัติงาน
ตรวจสอบ
(นายปฏิภาณ เกษวิริยะการ) นายช่างโยธาชํานาญงาน
ตรวจสอบ
รายการประกอบแบบ
1.พื้นป้ายทาสีเขียว
2. ตัวหนังสือข้อความใช้สีขาว
3.ขนาดตัวหนังสือกําหนดตามความเหมาะสมตามข้อความที่กําหนด
4.แผ่นป้ายขนาด 1.20 เมตร ยาว 2.40 เมตร
หมายเหตุ
-จุดติดตั้งกําหนดตามความเหมาะสม ในหน้างาน สามารถมองเห็นได้ชัดเจน
รายละเอียดประกอบ แบบป้ายมาตรฐานสําหรับโครงการก่อสร้างของเทศบาลตําบลป่าซาง
(นายสมพล บั้งเงิน) ผู้อํานวยการกอ’ช่าง
เห็นชอบ
อนุมัติ
(นาย าเนิน ยิ่งนอก.) ปลัดเทศบาลตาบลป่าซาง
(นายพิชิต ผัดเป้า) รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทน
วันที่
นายกเทศมนตรีตําบลป่าซาง
แบบแสดง
01/16/24
ป้ายชั่วคราว
มาตราส่วน
เลขทีแบบ
NO SCALE
A-12
0.20
0.80
1.20
0.25
เสาเหล็กกล่อง 2"x2" ทาสีน้ํามัน
แผ่นป้ายโครงการตามรายละเอียด
เจาะรูยึดด้วยน๊อต
เจาะรูยึดด้วยน๊อต
แผ่นป้ายโครงการตามละเอียดทาสี
โครงเหล็กกล่อง 1" x 1" ทาสีน้ํามัน
0.80
1.20
โลโก้เทสบาล,
ข้อความป้ายดูแบบข้อความของทูต ป่าซาง
โลโก้เทศบาลสติ๊กเกอร์ขาว,เขียนหรือพ่น ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว
|
เจาะรูยึดด้วยน๊อต แผ่นป้ายโครงการตามรายละเอียดทาสี
เสาเหล็กกล่อง 2"x2" ทาสีน้ํามัน
เสาเหล็กกล่อง 2"x2" ทาสีน้ํามัน
ระดับดิน
ขอบป้ายสติ๊กเกอร์สีขาว,เขียนหรือพ่น หนา 1 ซม โดยรอบ
เทศบาลต
*
าบลป
ป่าซาง
จังหวัดเชียง
ตัวอย่างโลโก้เทศบาล
*
หมายเหตุ
ระดับดิน
1.จุดที่ตั้งกําหนดตามความเหมาะสมในหน้างานที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
2.ก่อนดําเนินการทาสีจริงให้ทาสีกันสนิมก่อน
รายการประกอบแบบ
1.เสาเหล็กทาสีขาว(ใช้สีน้ํามัน)
2.แผ่นป้ายแผ่นเหล็ก พื้นป้ายทาสีฟ้าทั้งสองด้าน (ใช้สีน้ํามัน) 3.ตัวหนังสือสีขาว (ใช้เป็นสติ๊ก,เขียนหรือพ่น)
4. ขนาดตัวหนังสือกําหนดตามความเหมาะสมตามข้อความ 5.แผ่นป้ายแผ่นเหล็กขนาด 0.80 เมตร ยาว 1.20 เมตร
เทศบาลต
ศิลป๋วชวง
วัดเชีย
เทศบาลตาบลป่าซาง
อําาเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
โครงการ
ปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต บ้านร่อง หมู่ที่ 1 เชื่อม
ต.ป่าตึง สายทาง ซร.ถ.19-007
สถานที่
บ้านร่อง หมู่ที่ 1 ต.ป่าซาง เชื่อม
บ้านสันโค้ง หมู่ที่ 10 ต.ป่าตึง
เขียนแบบ
ตรวจสอบ
(นายฤทธิชัย ปาสาลี) ผู้ช่วยวิศวกรโยธา
(จ่าสิบเอกเกรียงศักดิ์ เป็นมูล) นายช่างโยธาปฏิบัติงาน
ตรวจสอบ
(นายปฏิภาณ เกษวิริยะการ) นายช่างโยสาชานาญงาน
ตรวจสอบ
เห็นชอบ
Kommert
(นายสมพล บั้งเงิน) ผู้อํานวยการกอ’ซ่าง
A
(.นาย าเนิน ยิ่งนอก.)
ปลัด เทศบาลตําาบลป่าซาง
อนุมัติ
*(นายพิชิต ผัดเป้า) รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทน
วันที
นายกเทศมนตรีตําบลป่าซาง
แบบแสดง
มาตราส่วน
01/16/24
ป้ายโครงการ
NO SCALE
เลขที่แบบ
A-13
1.00 m
รูปด้านหน้า
1.20 m
ทางปิด
เขตก่อสร้าง
ขออภัยในความไม่สะดวก
รูป 3 มิติ
0.60 m
โครงเคร่าป้าย
(เหล็กหรือไม้)
0.60 m
รูปด้านข้าง
1.20 m
0.60 m
1.00 m
0.20 m
*
านสบู่
สปาซาง
จังหวัดเชียงร
เทศบาลตาบลป่าซาง
อ้าเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
โครงการ
ปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต บ้านร่องคี หมู่ที่ 1 เชื่อม
ต.ป่าตึง สายทาง ชร.ถ.19-007
สถานที่
บ้านร่อง หมู่ที่ 1 ต.ป่าซาง เชื่อม
บ้านสันโค้ง หมู่ที่ 10 ต.ป่าตึง
เขียนแบบ
ตรวจสอบ
(นายฤทธิชัย ปาสําลี) ผู้ช่วยวิศวกรโยธา
(จ่าสิบเอกเกรียงศักดิ์ เป็นมูล) นายช่างโยธาปฏิบัติงาน
ตรวจสอบ
Am
(นายปฏิภาณ เกษวิริยะการ) นายช่างโยธาชํานาญงาน
พื้นสีขาว
ตรวจสอบ
ทางปิด
เขตก่อสร้าง
ขออภัยในความไม่สะดวก
ตัวหนังสือสีแดง
(นายสมพล บั้งเงิน) ผู้อํานวยการกองช่าง
เห็นชอบ
DAN
ป้ายเตือนไวนิลหรือไม้อัด
อนุมัติ
ติดตั้งไม่น้อยกว่า 3 ป้าย ตําแหน่งติดตั้ง (จุดเริ่มต้นโครงการ, จุดสิ้นสุดโครงการ, ระหว่างกลางของจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด)
(นาย าเนิน ยิ่งนอก.)
ปลัด เทศบาลตาบลป่าซาง
(นายพิชิต ผัดเป้า.) รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทน
นายกเทศมนตรีตําบลป่าซาง
แบบแสดง
มาตราส่วน
01/16/24
ป้ายชั่วคราว
NO SCALE
วันที่
ขยายป้ายเตือน
None Scale
เลขทีแบบ
A-14
พื้นดิน
6.00 ม.
0.40 ม.
0.50 ม.
15.00 องศา
1.20 m.
เทศบาลต
เลป่าซาง
เสาไฟฟ้าโซล่าเซลล์ 3 นิ้ว สูง 6 เมตร
ท่อเหล็กเคลือบสังกะสี (คาดน้ําเงิน) (เส้นผ่านศูนย์กลางเหล็ก +- 3mm.)
โครงการ
*
ไมวัดเพลง
เทศบาลตาบลป่าซาง
อ้าเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
ปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต บ้านร่องคี หมู่ที่ 1 เชื่อม
1.แผงเซลล์แสงอาทิตย์ กําลังไฟไม่น้อยกว่า 80 วัตต์ และต้องมีใบรับรอง มอก.
ไฟกิ่งถนนโซล่าเซลล์ 100W ประกอบด้วย
2.โคมไฟถนน LED โซล่าเซลล์ กําลังไฟไม่น้อยกว่า 100W แสงสีขาว
กล่องคอนโทรล
3.กล่องคอนโทรลกันน้ํามีหลังคาไม่น้อยกว่า 300 x 450 x 150 มม.พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม LiFePO4 12.8V 36AH
4.กล่องเก็บอุปกรณ์ พร้อมกุญแจล็อคตู้
5.โครงรองรับแผงโซล่าเซลล์ แบบ ปรับทิศทางได้
6.เสาท่อเหล็กเคลือบสังกะสี (คาดน้ําเงิน) ขนาด Ø 3 นิ้ว หนา 1.6 มม. พ่นสีกันสนิมและพ่นสีจริง (สีน้ําเงิน) ความสูงไม่น้อยกว่า 6 เมตร
7.แผ่นเพลท หนา 9 mm. ขนาด ไม่น้อยกว่า 40x40 เซนติเมตร เจาะรู 1 นิ้ว ทั้ง 4 ด้าน
8.ตอม่อ ค.ส.ล. สําเร็จรูป ขนาด ไม่น้อยกว่า 40x50x70 เซนติเมตร J BOLT ขนาด 12 มม.ยาว 50 ซม. พร้อมเกลียวน็อต
ต.ป่าตึง สายทาง ชร.ถ.19-007
สถานที่
บ้านร่อง หมู่ที่ 1 ต.ป่าซาง เชื่อม บ้านสันโค้ง หมู่ที่ 10 ต.ป่าตึง
เขียนแบบ
ตรวจสอบ
(นายฤทธิชัย ปาลี) ผู้ช่วยวิศวกรโยธา

นายช่างโยธาปฏิบัติงาน
(จ่าสิบเอกเกรียงศักดิ์ เป็นมูล)
ตรวจสอบ
m
ระยะห่างพื้นดินกับเพลทตามความเหมาะสม
0.70 ม.
เพลทเสา หนา 9 mm. ขนาด 30 x 30 ซม.
เหล็กค่าเสา ขนาด 100 x 100 0.10 ม.ซม. หนา 9 mm.
0
40 ซม.
0
40 ซม.
9 mm.
0110 ม.
0.10 ม.
(นายปฏิภาณ เกษวิริยะการ) นายช่างโยธาชานาญงาน
ตรวจสอบ
เห็นชอบ
(นายสมพล บั้งเงิน) ผู้อํานวยการกองช่าง
หมายเหตุ
ติดตั้งไฟโซล่าเซลล์ระยะห่างเสาไฟฟ้าห่างกันไม่น้อยกว่า 30 เมตร / ต้น หรือขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ และดุลพินิจของคณะกรรมการตรวจรับหรือช่าง
ควบคุมงาน
อนุมัติ
(นายดําเนิน ยิ่งนอก.)
ปลัด เทศบาลตาบลป่าซาง
(นายพิชิต ผัดเป้า) รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทน
วันที่
นายกเทศมนตรีตําบลป่าซาง
แบบแสดง
มาตราส่วน
เลขทีแบบ
แบบขยายเสาไฟฟ้า
NO SCALE
B-02
W
N
S
E
แนวติดตั้งเสาไฟโซล่าเซลล์จํานวน 70 ต้น
วัดจอมคีรีพัทธญา
ถนนสายแม่สลอง
เทศบาล
**
สปาชา,
เทศบาลตาบลป่าซาง
อ้าเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
โครงการ
ปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต บ้านร่อง หมู่ที่ 1 เชื่อม
ต.ป่าตึง สายทาง ซร.ถ.19-007
สถานที่
บ้านร่อง หมู่ที่ 1 ต.ป่าซาง เชื่อม
บ้านสันโค้ง หมู่ที่ 10 ต.ป่าตึง
เขียนแบบ
(นายฤทธิชัย ปาลี) ผู้ช่วยวิศวกรโยธา
ตรวจสอบ
(จ่าสิบเอกเกรียงศักดิ์ เป็นมูล)
ตรวจสอบ
นายช่างโยธาปฏิบัติงาน
I’m
(นายปฏิภาณ เกษวิริยะการ) นายช่างโยธาชานาญงาน
ตรวจสอบ
ไปบ้านสันโค้ง หมู่ที่ 10
หมายเหตุ
ไปบ้านป่าซาง หมู่ที่ 3
ติดตั้งไฟโซล่าเซลล์ระยะห่างเสาไฟฟ้าห่างกันไม่น้อยกว่า 30 เมตร / ต้น
หรือขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ และดุลพินิจของคณะกรรมการตรวจรับหรือ ช่างควบคุมงาน
เห็นชอบ
อนุมัติ
(นายสมพล บั้งเงิน) ผู้อํานวยการกองช่าง
Athen
(นาย าเนิน ยิ่งนอก.) ปลัด เทศบาลตําาบลป่าซาง
(นายพิชิต ผัดเป้า) รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทน
วันที
นายกเทศมนตรีตําาบลป่าซาง
แบบแสดง แปลนเสาไฟ
มาตราส่วน
NO SCALE
เลขทีแบบ
B-01
1
มทช.230-2563 มาตรฐานงานแอสฟลตคอนกรต (Asphalt Concrete)

  1. ขอบขาย
    แอสฟลตคอนกรตหมายถงวสดทไดจาก การผสมรอนระหวางมวลรวม(Aggregate) กบแอสฟลตซเมนต์ (Asphalt Cement) ทโรงงานผสมแอสฟลตคอนกรต (Asphalt Concrete Mixing Plant) โดยการควบคมอตรา สวนผสมและอณหภมตามทก าหนด มวตถประสงคเพอใชในงานกอสราง งานบรณะและบ ารงทาง โดยการปหรอ เกลยแตงและบดทบบนชนทางใดๆ ทไดเตรยมไว และผานการตรวจสอบแลว ใหถกตองตามแนว ระดบ ความ ลาด ขนาด ตลอดจนรปตดตามทไดแสดงไวในแบบ
  2. วสด งานแอสฟลตคอนกรต ประกอบดวยวสดมวลรวมทไดจากการผสมวสดมวลหยาบ (Coarse Aggregate) กบวสดมวลละเอยด (Fine Aggregate) และแอสฟลตซเมนต หรออาจเพมวสดผสมแทรก (Mineral Filler) ไดตามความเหมาะสม เพอใหมขนาดคละตามตารางท่1
    2.1 แอสฟลตซเมนต ใหใช AC 40-50 หรอ AC 60-70 ตามมาตรฐานผลตภณฑอตสาหกรรม มอก.851 : มาตรฐานแอสฟลตซเมนตส าหรบงานทาง กรณทแบบระบใหใชแอสฟลตซเมนตอนๆ หรอแอสฟลตซเมนตท ปรบปรงคณสมบตดวยสารใดๆ นอกเหนอจากน จะตองมคณภาพเทาหรอดกวา ทงนตองผานการทดสอบ คณภาพและพจารณาความเหมาะสม รวมทงตองไดรบอนญาตใหใชไดจากกรมทางหลวงชนบทเปนกรณไป สาหรบปรมาณการใชแอสฟลตซเมนตโดยประมาณ ใหเปนไปตามตารางท่1
    2.2 มวลรวม ใหเปนไปตาม มทช. 209 : มาตรฐานวสดมวลรวมสาหรบงานแอสฟลตคอนกรต
  3. การออกแบบสวนผสมแอสฟลตคอนกรต
    3.1 กอนเรมงานไมนอยกวา 30 วน ผรบจางตองเสนอเอกสารการออกแบบสวนผสมแอสฟลตคอนกรต ของตนเองตอผควบคมงาน แลวผควบคมงานเกบตวอยางวสดพรอมเอกสารการออกแบบสวนผสมแอสฟลต คอนกรต สงใหกรมทางหลวงชนบทเพอท าการตรวจสอบ ผรบจางอาจรองขอใหกรมทางหลวงชนบทเปน ผออกแบบสวนผสมแอสฟลตคอนกรตใหกได้ โดยผรบจางตองเปนผรบผดชอบคาใชจายในการออกแบบทงหมด
    3.2 ขนาดคละและปรมาณแอสฟลตซเมนต ใหเปนไปตามตารางท่1 3.3 ขอกาหนดในการออกแบบแอสฟลตคอนกรต สาหรบ AC 60-70 ใหเปนไปตามตารางท่2 3.4 ขอกาหนดในการออกแบบแอสฟลตคอนกรต สาหรบ 40-50 ใหเปนไปตามตารางท่3 3.5 กรมทางหลวงชนบท จะเปนผตรวจสอบเอกสารการออกแบบ หรอท าการออกแบบสวนผสม แอสฟลตคอนกรต พรอมทงพจารณาก าหนดสตรสวนผสมเฉพาะงาน (Job Mix Formula) ซงมเกณฑ ความคลาดเคลอนทยอมให้(Tolerant Limit) ของวสดตางๆ ตามตารางท 4 เพอใชควบคมงานนนๆ กรณทกรม
    2
    ทางหลวงชนบท เหนควรใหก าหนดขอบเขตของสตรสวนผสมเฉพาะงานแตกตางไปจากตารางท 4 กสามารถ ดาเนนการไดตามความเหมาะสม
    3.6 การผสมแอสฟลตคอนกรตทโรงงานผสม ถามวลรวมขนาดหนงขนาดใด หรอปรมาณแอสฟลต ซเมนต หรอคณสมบตอนใดคลาดเคลอนเกนกวาขอบเขตทก าหนดไวในสตรสวนผสมเฉพาะงาน ใหถอวา สวนผสมของแอสฟลตคอนกรตทผสมไวในแตละครงนน มคณภาพไมถกตองตามทก าหนด ผรบจางจะตองท า การปรบปรงแกไข คาใชจายในการนผรบจางตองเปนผรบผดชอบทงหมด
    3.7 ผรบจางอาจขอเปลยนสตรสวนผสมเฉพาะงานใหมได ถาวสดทใชผสมแอสฟลตคอนกรตเกดการ เปลยนแปลง โดยตองไดรบความเหนชอบจากกรมทางหลวงชนบทกอน
    3.8 กรมทางหลวงชนบทสามารถตรวจสอบ แกไข เปลยนแปลง ปรบปรง หรอก าหนดสตรสวนผสม เฉพาะงานใหมไดตามความเหมาะสม ตลอดเวลาทปฏบตงาน
    ตารางท่1 ขนาดคละของมวลรวมและปรมาณแอสฟลตซเมนตทใช ขนาดทใชเรยก มลลเมตร 9.5 12.5 19.0 25.0 (นว) (3/8) (1/2) (3/4) (1) สาหรบชนทาง Wearing Wearing Binder Base
    Course Course Course Course ความหนา มลลเมตร 25-35 40-70 40-80 70-100
    ขนาดตะแกรง ปรมาณผานตะแกรง รอยละโดยมวล มลลเมตร (นว)
    37.5 (1 1/2) 100 25.0 (1) 100 90-100 19.0 (3/4) 100 90-100 - 12.5 (1/2) 100 80-100 - 56-80 9.5 (3/8) 90-100 - 56-80 - 4.75 (เบอร์4) 55-85 44-74 35-65 29-59 2.36 (เบอร์8) 32-67 28-58 23-49 19-45 1.18 (เบอร์16) - - - - 0.600 (เบอร์30) - - - - 0.300 (เบอร์50) 7-23 5-21 5-19 5-17 0.150 (เบอร์100) - - - - 0.075 (เบอร์200) 2-10 2-10 2-8 1-7
    ปรมาณแอสฟลตซเมนต (รอยละโดยนาหนกของมวลรวม) 4.0-8.0 3.0-7.0 3.0-6.5 3.0-6.0
    3
    หมายเหต กรมทางหลวงชนบท อาจพจารณาเปลยนแปลงขนาดคละของมวลรวม และปรมาณแอสฟลตซเมนต ทใช แตกตางจากตารางท 1 กได ทงนแอสฟลตคอนกรตทไดตองมคณสมบตและความแขงแรง ถกตองตามตารางท่2 หรอตารางท่3 แลวแตแอสฟลตซเมนตทใช
    ตารางท่2 ขอกาหนดในการออกแบบแอสฟลตคอนกรต สาหรบ AC 60-70
    ชนทาง รายการ Wearing Wearing Binder Course Course Course Base Course Shoulder Aggregate Size 9.5 mm. 12.5 mm. 19.0 mm. 25.0 mm. 25.0 mm. Blows 75 75 75 75 75 Stability Min. N 8,006 8,006 8,006 7,117 7,117 lb. 1,800 1,800 1,800 1,600 1,600 Flow 0.25 mm.(0.01 in) 8-16 8-16 8-16 8-16 8-16 Percent Air Voids 3-5 3-5 3-6 3-6 3-5 Percent Voids In Mineral Aggregate(VMA) Min.
    15 14 13 12 12
    Stability / Flow Min. N/0.25 mm. 712 712 712 645 645 lb./0.01 in. 160 160 160 145 145 Percent Strength Index Min. 75 75 75 75 75
    4
    ตารางท่3 ขอกาหนดในการออกแบบแอสฟลตคอนกรต สาหรบ AC 40-50
    ชนทาง รายการ Wearing Wearing Binder Course Course Course Base Course Shoulder Aggregate Size 9.5 mm. 12.5 mm. 19.0 mm. 25.0 mm. 25.0 mm. Blows 75 75 75 75 75 Stability Min. N 9786 9786 9786 9786 9786 lb. 2,200 2,200 2,200 2,200 2,200 Flow 0.25 mm.(0.01 in) 9-17 9-17 9-17 9-17 9-17 Percent Air Voids 3-5 3-5 3-6 3-6 3-5 Percent Voids In Mineral Aggregate(VMA) Min.
    15 14 13 12 12
    Stability / Flow Min. N/0.25 mm. 750 750 750 750 750 lb./0.01 in. 170 170 170 170 170 Percent Strength Index Min. 75 75 75 75 75
    หมายเหต
    (1) การทดสอบเพอออกแบบสวนผสมแอสฟลตคอนกรต ใหด าเนนการตาม มทช.(ท)607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟลตคอนกรตโดยวธมารแชลล
    (2) การออกแบบไหลทางแอสฟลตคอนกรต ตามขอก าหนดในตารางท 2 หรอตารางท 3 ใหใชมวล รวมขนาด 12.5 มลลเมตร ยกเวนกรณทแบบกาหนดใหชน Binder Course เปนไหลทางดวยใหใชขอก าหนดใน การออกแบบแอสฟลตคอนกรตของชน Binder Course เปนขอกาหนดในการออกแบบแอสฟลตคอนกรตของไหล ทาง
    (3) การทดสอบหาคา Percent Strength Index ใหด าเนนการตาม มทช.(ท)611 : มาตรฐานการ ทดสอบหาคาดชนความแขงแรงของสวนผสมแอสฟลตคอนกรต
    ตารางท่4 เกณฑความคลาดเคลอนทยอมใหสาหรบสตรสวนผสมเฉพาะงาน
    ผานตะแกรงขนาด รอยละ 2.36 มม.(เบอร์8) และขนาดใหญกวา ± 5 1.18 มม.(เบอร์16) 0.600 มม.(เบอร์30) และ 0.300 มม.(เบอร์50) ± 4 0.150 มม.(เบอร์100) ± 3 0.075 มม.(เบอร์200) ± 2 ปรมาณแอสฟลตซเมนต ± 0.3
    5
  4. เครองจกรและเครองมอทใชในการกอสราง
    เครองจกรและเครองมอทกชนดทจะน ามาใชงาน จะตองมสภาพใชงานไดด โดยจะตองผานการ ตรวจสอบและสอบเทยบ และผควบคมงานอนญาตใหใชได ในระหวางการกอสรางผรบจางจะตองบ ารงรกษา เครองจกรและเครองมอทกชนใหอยในสภาพใชงานไดดอยเสมอ
    4.1 โรงงานผสมแอสฟลตคอนกรต (Asphalt Concrete Mixing Plant) ระยะขนสงจากโรงงานผสม ถงกงกลางของโครงการกอสราง ตองมระยะทางไมเกน 110 กโลเมตร และตองมก าลงการผลต (Rated Capacity) ไมนอยกวา 60 ตนตอชวโมง ทงนเพอใหสามารถควบคมอณหภมของสวนผสมแอสฟลตคอนกรตได ตามทก าหนด โดยจะเปนโรงงานผสมแบบชด (Batch Type) หรอแบบผสมตอเนอง (Continuous Type) ก ได้แตตองสามารถผลตสวนผสมแอสฟลตคอนกรตเพอปอนเครองปู(Paver) ใหสามารถปไดอยางตอเนอง และ เปนสวนผสมทมคณภาพสมาเสมอตรงตามสตรสวนผสมเฉพาะงาน มอณหภมถกตองตามขอกาหนด
    โรงงานผสมแอสฟลตคอนกรต ตองมหองปฏบตการทดสอบขนาดพนทไมนอยกวา 40 ตาราง เมตร หรอตามแบบทกรมทางหลวงชนบทก าหนด อยในบรเวณทสามารถมองเหนการท างานของโรงงานผสม จากหองนนได พรอมทงตดตงอปกรณอ านวยความสะดวกทจ าเปนตามทก าหนด มเครองมอทดสอบทได มาตรฐานและสภาพใชงานไดด เพอใชในการตรวจสอบคณภาพของสวนผสมแอสฟลตคอนกรต เชน ชด เครองมอทดสอบ Marshall, ชดเครองมอทดสอบหาปรมาณยางแอสฟลตซเมนตในสวนผสม, ชดเครองมอ ทดสอบหาขนาดคละของมวลรวม เปนตน และตองอนญาตใหผควบคมงานใชเครองทดสอบเพอตรวจสอบ คณภาพแอสฟลตคอนกรตระหวางการกอสรางได
    โรงงานผสมแอสฟลตคอนกรต จะตองมเครองมออปกรณตางๆ อยางนอยดงตอไปน 4.1.1 อปกรณส าหรบการเตรยมแอสฟลตซเมนต (Equipment for Preparation of Asphalt Cement) โรงงานผสมตองมถงเกบแอสฟลตซเมนต (Storage Tank) ซงมอปกรณใหความรอนประเภททอ เวยนไอนารอนหรอนามนรอน (Steam or Oil Coil) หรอประเภทใชไฟฟา (Electricity) หรอประเภทอนใดท ไมมเปลวไฟสมผสกบถงเกบแอสฟลตซเมนตโดยตรง อปกรณทกประเภทตองสามารถท างานไดอยางม ประสทธภาพ มเครองควบคมใหอณหภมของแอสฟลตซเมนตไดตรงตามขอก าหนด และตองมระบบท าให แอสฟลตซเมนตไหลเวยน (Circulating System) ทเหมาะสม ทท าใหแอสฟลตซเมนตไหลเวยนไดอยาง ตอเนองตลอดเวลาขณะท างาน พรอมกนนตองมอปกรณใหหรอรกษาความรอนทระบบทอไหลเวยน โดยอาจ เปนประเภทใชไอนา (Steam Jacket) หรอนามนรอน (Hot Oil Jacket) หรอประเภทฉนวนรกษาความรอน (Insulation) เพอรกษาอณหภมของแอสฟลตซเมนตในทอสงแอสฟลต มาตรวดแอสฟลต ทอพนแอสฟลต์ถง บรรจแอสฟลต และอนๆ ใหมอณหภมตามทกาหนด ปลายทอไหลเวยนแอสฟลตตองอยทใตระดบแอสฟลตใน ถงเกบแอสฟลตขณะปมแอสฟลตทางาน
    4.1.2 ยงหนเยน (Cold Bin) และเครองปอนหนเยน (Aggregate Feeder) โรงงานผสมตองมยง หนเยนไมนอยกวา 4 ยง ส าหรบแยกใสวสดหนหรอวสดอนๆ แตละขนาด ชองเปดปากยงจะตองเปนแบบปรบ ได ยงหนเยนตองประกอบดวยเครองปอนหนเยนแบบทเหมาะสมสามารถปอนหนเยนไดอยางสมาเสมอไปยง หมอเผา (Dryer) ไดถกตองตามอตราสวนทตองการ โดยเฉพาะอยางยงเครองปอนหนเยนส าหรบยงมวล ละเอยด เชน หนฝน หรอทราย จะตองเปนแบบสายพานยางตอเนอง หรอสายพานอนใดทใหผลเทยบเทา
    6
    4.1.3 หมอเผา (Dryer) โรงงานผสมตองมหมอเผาอยในสภาพด มประสทธภาพในการท างานด พอทจะท าใหมวลรวมแหงและมอณหภมตามทก าหนด โดยตองมเครองวดอณหภมทเหมาะสม เชน เครองวด อณหภมแบบแปรความรอนเปนคาไฟฟา (Electric Pyrometer) ทอานอณหภมไดละเอยดถง 2.5 องศา เซลเซยส ตดตงอยทปากทางทมวลรวมเคลอนตวออก และจะตองมเครองบนทกอณหภมของมวลรวมทวดได โดยอตโนมต
    4.1.4 ชดตะแกรงรอน (Screening Unit) โรงงานผสมตองมชดตะแกรงรอนมวลรวมทผานมา จากหมอเผา เพอแยกมวลรวมเปนขนาดตางๆ ตามทตองการ โดยในชดตะแกรงรอนนตองประกอบดวย ตะแกรงคด (Scalping Screen) ส าหรบคดมวลรวมกอนโตเกนขนาดทก าหนด (Oversize) ออกทงตะแกรง ทกขนาดตองอยในสภาพด เหลกตะแกรงไมขาดหรอสกหรอมากเกนไป อนจะใหมวลรวมทรอนออกมาผดขนาด ไปจากทตองการ 4.1.5 ยงหนรอน (Hot Bin) โรงงานผสมตองมยงหนรอนอยางนอย 4 ยง ทงนไมรวมยงวสดผสม แทรก สาหรบเกบมวลรวมรอนทผานตะแกรงแยกขนาดแลว ยงหนรอนนตองมผนงแขงแรงไมมรอยรว มความ สงพอทจะปองกนไมใหมวลรวมไหลขามยงไปปะปนกนได และตองมความจมากพอทจะปอนมวลรวมรอน ใหกบหองผสม (Pugmill Mixer) ไดอยางสมาเสมอเมอโรงงานผสมทาการผสมเตมก าลงผลต ในแตละยงตองม ทอสาหรบใหมวลรวมไหลออกไปขางนอก เพอปองกนไมใหไปผสมกบมวลรวมทอยในยงอนๆ ในกรณทมมวล รวมในยงนนๆ มากเกนไป
    4.1.6 ยงเกบวสดผสมแทรก (Mineral Filler Storage Bin) โรงงานผสมตองมยงเกบวสดผสม แทรกตางหาก พรอมกบมเครองชง หรอเครองปอนวสดผสมแทรกซงสามารถควบคมปรมาณวสดเขาสหอง ผสมอยางถกตอง และสามารถปรบเทยบ (Calibrate) ได
    4.1.7 เครองเกบฝน (Dust Collector) โรงงานผสมตองมเครองเกบฝน ส าหรบเกบวสดสวน ละเอยดหรอฝน ทมประสทธภาพดและเหมาะสมทสามารถเกบฝนกลบไปใชไดอยางสมาเสมอหรอน าไปทงได ทงหมด หรอบางสวน และเครองเกบฝนดงกลาวตองสามารถควบคมฝนไมใหมฝนเหลอออกสอากาศภายนอก มากจนทาใหเกดมลภาวะตอสงแวดลอม
    โรงงานผสมตองมเครองเกบฝนทงชดหลก (Primary) และชดรอง (Secondary) ชดหลกใหเปน แบบแหง (Dry Type) และชดรองเปนแบบเปยก (Wet Type) หรอแบบอนๆ ทมประสทธภาพทดเทยมกน
    4.1.8 เครองวดอณหภม (Thermometric Equipment) โรงงานผสมตองมเทอรโมมเตอรแบบ แทงแกวหมดวยปลอกโลหะ (Armoured Thermometer) หรอแบบอนใดซงวดอณหภมไดระหวาง 90-200 องศาเซลเซยส ตดตงไวททอสงแอสฟลต ทต าแหนงทเหมาะสมใกลทางออกของแอสฟลตทหอง ผสม นอกจากนจะตองมเครองวดอณหภม เชน เทอรโมมเตอรแบบใชปรอท ชนดม หนาปทม (Dial Scale Mercury Activated Thermometer) เครองวดอณหภมแบบแปรความรอนเปนคา ไฟฟา (Electric Pyrometer) หรอแบบอนๆ ทเหมาะสม ทกรมทางหลวงชนบทอนญาตใหใชได้ตดตงทปลาย ทางออกของมวลรวม เพอใชวดอณหภมของมวลรวมรอนทออกจากหมอเผา เครองวดอณหภมชนดใดๆ ทใช ตองมความสามารถแสดงอณหภมไดอยางถกตอง เมอมอตราการเปลยนแปลงอณหภมเรวกวา 5 องศาเซลเซยส ตอนาท
    7
    4.1.9 ชดอปกรณควบคมปรมาณแอสฟลตซเมนต (Asphalt Control Unit) โรงงานผสมตองม ชดอปกรณควบคมปรมาณแอสฟลตซเมนต ซงอาจใชวธชงนาหนกหรอวธวดปรมาตรกได แตตองสามารถ ควบคมปรมาณแอสฟลตซเมนตทใชใหอยในชวงทก าหนดไวในสตรสวนผสมเฉพาะงาน กรณใชวธชงนาหนก เครองชงทใชตองมความละเอยดไมนอยกวารอยละ 2 ของนาหนกแอสฟลตซเมนตทตองการใชผสม กรณทใช วธวดปรมาตร มาตรทใชวดอตราการไหลของแอสฟลตซเมนต์ทปลอยเขาสหองผสมจะตองเทยงตรง โดยยอม ใหคลาดเคลอนจากปรมาณแอสฟลตซเมนตทตองการใชเมอเทยบเปนนาหนกไมเกนรอยละ 2
    4.1.10 ขอกาหนดพเศษสาหรบโรงงานผสมแบบชด
    (1) ถงชงมวลรวม (Weigh Box or Hopper) โรงงานผสมแบบชดตองมอปกรณส าหรบ ชงมวลรวมทปลอยออกมาแตละยงไดอยางละเอยดถกตอง ถงชงนาหนกตองแขวนอยกบเครองชง และตองม ขนาดใหญพอทจะบรรจมวลรวมไดเตมชด (Batch) โดยมวลรวมไมลนถง ถงชงนาหนกจะตองวางบนฟลครม (Fulcrum) ซงวางอยบนขอบใบมด (Knife Edge) อยางแนนหนาอกทหนง ซงเมอขณะท างานฟลครมและขอบ ใบมดตองไมเคลอนตวออกจากแนวเดม ประตยงหนรอนและถงชงนาหนกตองแขงแรงและไมรว
    (2) หองผสม (Pugmill Mixer) หองผสมของโรงงานผสมแบบชดนจะตองเปนชนดม เพลาผสมค มอปกรณใหความรอนหองผสม และสามารถผลตแอสฟลตไดสวนผสมทสมาเสมอ ประตปลอย สวนผสมเมอปดจะตองปดสนทโดยไมมวสดรวไหล ตองมเครองตงเวลาและควบคมเวลาการผสมเปนแบบ อตโนมติ ซงจะควบคมไมใหประตหองผสมเปดจนกวาจะไดเวลาตามทกาหนดไว ภายในหองผสมประกอบดวย ใบพาย (Paddle Tip) จ านวนเพยงพอจดเรยงตวกนอยางเหมาะสมทจะผสมสวนผสมแอสฟลตคอนกรตได อยางถกตองสมาเสมอระยะหางระหวางปลายใบพายและผนงหองผสม จะตองนอยกวาครงหนงของขนาดมวล รวมกอนโตสด
    (3) เครองชง (Plant Scale) เครองชงตองมความละเอยด ไมนอยกวารอยละ 0.5 ของ มวลรวมสงสดทตองการชง หนาปทมเครองชงตองมขนาดใหญพอ ซงสามารถอานนาหนกไดในระยะหางอยาง นอย 7 เมตร และตองอยในต าแหนงทพนกงานควบคมเครองมองเหนไดชดเจน หนาปทมเครองชงมวลรวม จะตองมเขมชนาหนกแตละยง มตมนาหนกมาตรฐานหนกตมละ 5 กโลกรม จ านวนไมนอยกวา 2 ตม, ตม นาหนก 10 กโลกรม ไมนอยกวา 1 ตม และหนกตมละ 25 กโลกรม ไมนอยกวา 40 ตม หรอมจ านวนเพยง พอทจะใชในการสอบเทยบเพอตรวจสอบความถกตองของเครองชง
    (4) การควบคมปรมาณมวลรวม และแอสฟลตทใชผสมในแตละชด จะตองเปนแบบ อตโนมต
    4.1.11 ขอกาหนดพเศษสาหรบโรงงานผสมแบบตอเนอง
    (1) ชดอปกรณควบคมมวลรวม (Gradation Control Unit) โรงงานผสมแบบนตอง มอปกรณควบคมปรมาณมวลรวมทไหลออกมาจากยงหนรอนแตละยงไดอยางถกตองแนนอน ประกอบดวย เครองปอนหน (Feeder) อยภายใตยงหนรอน สาหรบการปอนวสดผสมแทรกจะตองมอปกรณควบคมปรมาณ ตางหาก ตดตงในต าแหนงททาใหควบคมการปอนวสดผสมแทรกลงในหองผสมเพอผสมกบมวลรวมในจงหวะ ของการผสมแหง (Dry Mixing) กอนทจะไปผสมกบแอสฟลตซเมนต ทจายเขามาภายหลงในจงหวะของการ ผสมเปยก (Wet Mixing)
    8
    (2) จงหวะสมพนธของการควบคมการปอนมวลรวม และแอสฟลตซเมนต์ (Synchronization of Aggregate and Asphalt Cement Feed) โรงงานผสมแบบนตองมอปกรณควบคม การปอนมวลรวมแตละขนาดและแอสฟลตซเมนตเขาสหองผสม เปนแบบขบเคลอนทสมพนธกน เพอใหได อตราสวนผสมทคงทตลอดเวลา
    (3) ชดหองผสม (Pugmill Mixer Unit) หองผสมของโรงงานผสมแบบตอเนองนตอง เปนแบบท างานตอเนอง (Continuous Mixer) เปนชนดมเพลาผสมค มอปกรณใหความรอนหองผสม และ สามารถผลตแอสฟลตคอนกรตไดสวนผสมทสมาเสมอ ใบพายจะตองเปนชนดปรบมมใหไปในทางเดยวกน เพอใหสวนผสมเคลอนตวไดเรว หรอใหกลบทางกน เพอถวงเวลาใหสวนผสมเคลอนตวชาลงได และหองผสม จะตองมอปกรณควบคมระดบของสวนผสมดวย ระยะหางระหวางปลายใบพายและผนงหองผสมจะตองนอย กวาครงหนงของขนาดมวลรวมกอนโตสด ทหองผสมจะตองมแผนแสดงปรมาตรของหองผสม เมอมสวนผสม บรรจในหองผสมทความสงตางๆ ตดตงไวอยางถาวร นอกจากนนจะตองมตารางแสดงอตราการปอนวสดมวล รวมตอนาที เมอโรงงานผสมทางานในอตราเรวปกต
    การคานวณเวลาในการผสม ใหกาหนดโดยใชนาหนกตามสตรดงน้คอ
    เวลาในการผสม (วนาท) = A/B
    เมอ A = ปรมาณของสวนผสมทงหมดในหองผสม (Pugmill Dead Capacity) มหนวยเปนกโลกรม
    B = สวนผสมทออกจากหองผสม (Pugmill Output) มหนวยเปนกโลกรมตอวนาท
    (4) ยงพกสวนผสม (Discharge Hopper) โรงงานผสมแบบนตองประกอบดวยยง สาหรบพกสวนผสมแอสฟลตคอนกรตทออกมาจากหองผสม ยงพกสวนผสมนมประตเปดทดานลางของยงและ จะปลอยสวนผสมไดเมอสวนผสมเตมยงแลว
    (5) สญญาณแจงปรมาณมวลรวมในยงหนรอนโรงงานผสมตองมสญญาณซงจะแจงให ทราบวาปรมาณมวลรวมในยงหนรอน ยงมปรมาณเพยงพอทจะดาเนนการตอไปไดหรอไม ถาปรมาณมวลรวม ยงใดขาดหรอนอยไป สญญาณดงกลาวจะท าใหผควบคมทราบทนท ผรบจางตองหยดการด าเนนการและท า การแกไข จนกวาผควบคมจะเหนสมควร จงจะอนญาตใหดาเนนการตอไปได
    4.2 รถบรรทก (Haul Truck)
    รถบรรทกทน ามาใชจะตองมจ านวนพอเพยงกบก าลงผลตของโรงงานผสม และความสามารถใน การปของเครองปู ทงนเพอใหการกอสรางชนทางแอสฟลตคอนกรตด าเนนไปไดอยางตอเนองมากทสดในแตละ วนทปฏบตงาน จ านวนรถบรรทกทใช ใหค านวณใหเหมาะสมกบก าลงผลตของโรงงานผสม ความจของ รถบรรทก เวลาในการบรรจสวนผสมแอสฟลตคอนกรตลงรถบรรทก ระยะทางและระยะเวลาในการขนสง เวลาในการรอและการเทสวนผสมแอสฟลตคอนกรตลงในเครองปูความสามารถในการปของเครองปูและอนๆ กระบะรถบรรทกจะตองไมรว พนกระบะจะตองเปนแผนโลหะเรยบ ภายในกระบะจะตองสะอาด ปราศจากวสดทไมพงประสงคอน ๆ ตกคางอย กอนใชขนสงสวนผสมแอสฟลตคอนกรต จะตองพนหรอ
    9
    เคลอบภายในกระบะดวยนาสบ นาปนขาว หรอสารเคมเคลอบชนดใดๆ ทมนาหนกผสมไมเกนรอยละ 5 โดย ตองไดรบความเหนชอบจากผควบคมงาน หามใชนามนเบนซน นามนกาด นามนดเซล หรอนามนประเภท เดยวกน การพนหรอเคลอบภายในกระบะใหทาเพยงบางๆ เทานน และกอนบรรจสวนผสมแอสฟลตคอนกรต ลงกระบะ ใหยกกระบะเทวสดหรอสารเคลอบทอาจมมากเกนความจ าเปนออกใหหมด ในการขนสงจะตองม ผาใบหรอแผนวสดอนใดทใชไดอยางเหมาะสมคลมสวนผสมแอสฟลตคอนกรต เพอรกษาอณหภมและปองกน นาฝนหรอสงสกปรกอนๆ ดวย
    4.3 เครองปู(Paver or Finisher)
    เครองปสวนผสมแอสฟลตคอนกรตจะตองเปนแบบขบเคลอนไดดวยตวเองโดยจะเปนชนดลอ เหลกตนตะขาบ หรอชนดลอยางทมคณภาพเทยบเทา มก าลงมากพอและสามารถควบคมความเรวในการ เคลอนทไดอยางสมาเสมอ ทงในขณะทเคลอนไปพรอมกบรถบรรทกสวนผสมแอสฟลตคอนกรตและในขณะ เคลอนตวไปตามล าพง เครองปจะตองสามารถปรบความเรวการปไดหลายอตรา และปสวนผสมแอสฟลต คอนกรตไดความลาดถกตองตามแบบ
    4.3.1 สวนขบเคลอน (Tractor Unit) ประกอบดวยเครองยนตตนกาลงมอปกรณควบคมความเรว รอบเครองยนต์(Governor) ใหคงทระหวางทางาน กระบะบรรจสวนผสมแอสฟลตคอนกรต (Hopper) จะตอง เปนแบบขางกระบะหบได สายพานปอนสวนผสมแอสฟลตคอนกรต (Slat Conveyor)เกลยวเกลยจาย สวนผสมแอสฟลตคอนกรต (Auger หรอ Screw Conveyor) แยกเปน 2 ขาง ซายและขวา ซงสามารถแยก ท างานเปนอสระแกกนได ประตควบคมการไหล (Flow Gate) ของสวนผสมแอสฟลตคอนกรตสามารถปรบ ระดบความสงของชองประตได้
    4.3.2 สวนเตารด (Automatic Screed Unit) ประกอบดวยอปกรณควบคมความหนา (Thickness Control) อปกรณควบคมความลาดเอยงทผว (Crown Control) อปกรณใหความรอนแผนเตารด (Screed HeaTer) แผนเตารด (Screed Plate) และอปกรณประกอบอนๆ ทจ าเปน ระบบการควบคมความ ลาดชน (Grade Control) และระดบแอสฟลตคอนกรตควรเปนแบบอตโนมต โดยอาจเปนแบบ (1) Erected Grade Line (2) Mobile String Line (3) Ski (4) Floating Beam หรอ (5) Joint-matching Shoe ส าหรบ แบบท (2) แบบท (3) และแบบท (4) ตองมความยาวไมนอยกวา 9 เมตร แผนเตารดจะตองมความยาวไมนอย กวา 2.4 เมตร และสามารถขยายไดยาวไมนอยกวา 3.5 เมตร แผนเตารดจะตองตรงแนวและไดระดบ ไมบดงอ หรอสกหรอมากเกนสมควร ไมสกเปนหลม มระบบการอดแอสฟลตคอนกรตขนตนเปนแบบสนสะเทอน (Vibratory Screed) หรอแบบคานกระแทก (Tamper Bar) หรอเปนทง 2 แบบ ประกอบกน ซงสามารถปรบ ความถของการสนสะเทอนหรอการกระแทกไดตามตองการ ส าหรบแบบคานกระแทกจะตองมระยะหาง ระหวางแผนเตารดกบคานกระแทก 0.25-0.50 มลลเมตร ผวของคานกระแทกดานลางทใชอดแอสฟลต คอนกรตตองอยในสภาพดีและไมสกหรอมากกวาครงหนงของขนาดความหนาของใหม
    4.4 รถเกลยปรบระดบ (Motor Grader)
    รถเกลยปรบระดบนถาจ าเปนตองน ามาใชงาน จะตองเปนชนดขบเคลอนไดดวยตวเอง มลอยาง ผวเรยบ มใบมดยาวไมนอยกวา 3.6 เมตร และมความยาวของชวงเพลา (Wheel Base) ไมนอยกวา 4.8 เมตร การใชงานใหอยในดลยพนจของผควบคมงาน
    4.5 เครองจกรบดทบ
    10
    เครองจกรบดทบทกชนดจะตองเปนแบบขบเคลอนไดดวยตวเอง ตองมนาหนกและคณสมบตอนๆ ถกตองตามทไดระบไวในรายละเอยดทก าหนดส าหรบเครองจกรบดทบแตละชนด นาหนกในการบดทบของ เครองจกรบดทบแตละชนดจะตองเหมาะสมกบชนดและลกษณะของสวนผสมความหนาของชนทป ขนตอน การบดทบและอนๆ เครองจกรบดทบตองมจานวนเพยงพอทจะอานวยใหการกอสรางชนทางแอสฟลตคอนกรต ดาเนนไปไดโดยปกตไมตดขดหรอหยดชะงก เพอใหไดชนทางแอสฟลตคอนกรตทมความแนน ความเรยบ และ คณสมบตอนๆ ตามก าหนด การก าหนดนาหนกเครองจกรบดทบ นาหนกในการบดทบของเครองจกรแตละคน ตลอดจนการเพมจ านวนเครองจกรบดทบจากจ านวนขนตาทก าหนดไว ใหอยในดลยพนจของผควบคมงาน เครองจกรบดทบจะตองประกอบดวยเครองจกรชนดตางๆ ซงตองไดรบการตรวจสอบและอนมตใหใชไดจากผ ควบคมงานกอน โดยมจานวนอยางนอยดงตอไปน
    ก. รถบดลอเหลกชนด 2 ลอ จ านวนไมนอยกวา 1 คน และรถบดสนสะเทอนชนด 2 ลอ จ านวน ไมนอยกวา 1 คน หรอรถบดลอเหลกชนด 2 ลอ ไมนอยกวา 2 คน ในกรณทไมมรถบดสนสะเทอน
    ข. รถบดลอยาง ไมนอยกวา 3 คน รายละเอยดของเครองจกรชนดตางๆ เปนดงน 4.5.1 รถบดลอเหลก 2 ลอ (Steel-Tired Tandem Roller) ตองมขนาดนาหนกไมนอยกวา 8 ตน และสามารถเพมนาหนกไดจนมนาหนกไมนอยกวา 10 ตน จะตองมนาหนกตอความกวางของลอรถบดไม นอยกวา 37.9 กโลกรมตอเซนตเมตร รถบดจะตองอยในสภาพดี สามารถขบเคลอนเดนหนาและถอยหลงได้ การขบเคลอนไปขางหนา การหยด และการถอยหลงจะตองเรยบสมาเสมอ ลอเหลกทง 2 ลอ จะตองตรงตาม แนว ทผวลอเหลกจะตองเรยบไมเปนรอง (Groove) ลกเปนหลมหรอเปนรอยบม (Pit) สลกยดลอ (king Pin) และลกปนลอ (Wheel Bearing) ตองไมสกหรอมากเกนไปจนท าใหลอหลวม ตองมถงนา มระบบฉดนา (Sprinkler System) มอปกรณคราดผวลอเหลก (Scraper) และแผนวสดสาหรบซมซบนาและเกลยกระจายนา สาหรบเลยงลอรถบดทใชการไดด และถกตองตามทตองการ เพอปองกนไมใหสวนผสมแอสฟลตคอนกรตตดลอ ขณะบดทบ
    4.5.2 รถบดลอยาง (Pneumatic-Tired Roller) ตองมขนาดนาหนกไมนอยกวา 10 ตน และ สามารถเพมนาหนกได มลอยางไมนอยกวา 7 ลอ ลอรถบดตองเปนชนดผวหนาเรยบ มขนาดเสนผาศนยกลาง ของลอ (Rim Diameter) ไมนอยกวา 500 มลลเมตร มผวหนาลอยางกวางไมนอยกวา 225 มลลเมตร มขนาด และจ านวนชนผาใบเทากนทกลอ สวนลอและเพลาเคลอนตวขนลงไดอสระอยางนอย 1 แถว มแรงอดทผวหนา สมผสของลอรถบดขณะบดอดไมมากกวา 620 กโลปาสกาล (90 ปอนดตอตารางนว) และตองมถงนา มระบบ ฉดนา มอปกรณคราดผวลอยาง และแผนวสดสาหรบซมซบนาและเกลยกระจายนาส าหรบเลยงลอรถบดทใชได ดและถกตองตามทตองการ เพอปองกนไมใหสวนผสมแอสฟลตคอนกรตตดลอขณะบดทบ รถบดลอยางขณะใช งานจะตองมความดนลมยางเทากนทกลอ โดยอนญาตใหมความดนลมยางแตละลอแตกตางกนไดไมเกน 35 กโลปาสกาล (5 ปอนดตอตารางนว)
    4.5.3 รถบดสนสะเทอน (Vibratory Roller) ตองมขนาดนาหนกไมนอยกวา 4 ตน ส าหรบบด ทบชนผวทางแอสฟลตคอนกรตหนาไมเกนชนละ 35 มลลเมตร และตองมขนาดนาหนกไมนอยกวา 6 ตน สาหรบบดทบชนผวทางแอสฟลตคอนกรตหนาตงแตชนละ 40 มลลเมตรขนไป โดยอาจเปนแบบสนสะเทอนลอ เดยวหรอสองลอกได ตองมความถการสนสะเทอน (frequency) ไมนอยกวา 33 เฮรตซ (2,000 รอบตอ
    11
    นาท) และมระยะเตน (Amplitude) ระหวาง 0.20-0.80 มลลเมตร มนาหนกตอความกวางของรถบดไมนอย กวา 22 กโลกรมตอเซนตเมตร รถบดจะตองอยในสภาพด สามารถบดทบโดยการเดนหนาและถอยหลง ได การขบเคลอนไปขางหนา การหยดและการถอยหลงจะตองเรยบสมาเสมอ ลอทง 2 ลอ จะตองตรง แนว ทผวลอเหลกจะตองเรยบ ไมลกเปนหลมหรอเปนรอยบม สลกลอและลกปนลอตองไมสกหรอมาก เกนไป จนท าใหลอหลวม ตองมถงนา มระบบฉดนา มอปกรณคราดผวลอ และแผนวสดส าหรบซมซบนาและ เกลยกระจายนาเลยงลอรถบด เพอปองกนไมใหสวนผสมแอสฟลตคอนกรตตดลอขณะบดทบ มระบบการ สนสะเทอนทอยในสภาพด
    4.6 เครองพนแอสฟลต์(Asphalt Distributor)
    ตองเปนชนดขบเคลอนไดดวยตวเองมถงบรรจแอสฟลตตดตงบนรถบรรทกหรอรถพวง และ ประกอบดวยอปกรณทจาเปนในการใชงาน ดงน้
    4.6.1 ไมวด (Dipstick) หรอเครองวดปรมาณแอสฟลตในถง 4.6.2 หวเผาใหความรอนแอสฟลต์(Burner) 4.6.3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแอสฟลต์(Thermometer) 4.6.4 ปมแอสฟลต์(Asphalt Pump) 4.6.5 เครองตนกาลงหรอเครองทาย (Power Unit) 4.6.6 ทอพนแอสฟลต์(Spray Bar) พรอมหวฉด (Nozzle) 4.6.7 ทอพนแอสฟลตแบบมอถอ (Hand Spray) 4.6.8 อปกรณวดปรมาณการพนแอสฟลต์(Bitumeter) 4.6.9 ถงบรรจแอสฟลตบนรถ (Asphalt Tank) เครองพนแอสฟลตตองมระบบหมนเวยน (Circulating System) มปมแอสฟลตทสามารถใชไดดี ตงแตกบแอสฟลตเหลวจนถงแอสฟลตซเมนต์และตองทางานไดดงน้
    (1) ดดแอสฟลตเขาถงได (2) หมนเวยนแอสฟลตในทอพนแอสฟลต์และในถงบรรจแอสฟลตได (3) พนแอสฟลตผานทางทอพนแอสฟลต์หรอผานทอพนแอสฟลตแบบมอถอได (4) ดดแอสฟลตจากถงบรรจหรอทอพนแอสฟลตแบบมอถอเขาสถงได (5) ปมแอสฟลตจากถงบรรจประจารถพนแอสฟลตไปยงถงเกบแอสฟลตภายนอกได (6) เครองตนกาลงหรอเครองทาย ตองมมาตรบอกความดน หรออนๆ
    เครองปมแอสฟลต ตองตดเครองวดปรมาณแอสฟลตทผานปม โดยวดเปนรอบหรอวดเปน ความดน หรออนๆ ทอพนแอสฟลต อาจประกอบดวยทอหลายทอนตอกน มหวฉดตดตงโดยมระยะหางระหวาง หวฉดเทาๆ กน หวฉดปรบท ามมกบทอพนแอสฟลตได และตองมอปกรณปดเปดได ทอพนแอสฟลตตองเปน แบบทแอสฟลตหมนเวยนผานได เมอใชงานตองมความดนสมาเสมอตลอดความยาวของทอและสามารถปรบ ความสงและความกวางในการพนแอสฟลตได
    12
    ทอพนแอสฟลตแบบมอถอทเคลอนทไดอสระ ตองเปนแบบใชหวฉด ใชพนแอสฟลตบนพนท ทรถพนแอสฟลตเขาไปไมได
    อปกรณวดปรมาณการพนแอสฟลต ประกอบดวยลอวดความเรว (ลอทหา) ตอสายเชอมไปยง มาตรวดความเรวในเกงรถ มาตรวดความเรวนตองวดความเรวเปนเมตรตอนาท หรอฟตตอนาท พรอม ทงนมตวเลขบอกระยะทางรวมทรถวง
    ถงบรรจแอสฟลตบนรถ เปนชนดมฉนวนหมปองกนความรอน ภายในถงประกอบดวยทอน า ความรอนจากหวเผา (หนงหวเผาหรอมากกวา) มแผนโลหะชวยกระจายความรอน มทอระบายแอสฟลต ทถง ตองมเครองวดปรมาณแอสฟลตเปนแบบไมวด หรอเขมวดบอกปรมาณหรอทงสองชนด มเทอรโมมเตอรวด อณหภมเปนแบบหนาปทม์(Dial) หรอแบบแทงแกวหมดวยปลอกโลหะ (Armoured Thermometer) หรอทง สองชนด ทอานไดละเอยดถง 1 องศาเซลเซยส
    อปกรณสาหรบเครองพนแอสฟลตตางๆเหลาน กอนนาไปใชงานตองตรวจสอบใหอยในสภาพ ใชงานไดด การตรวจสอบและตรวจปรบอปกรณตองด าเนนการตามวธทก าหนด ซงแอสฟลตทพนออกมา จะตองมปรมาณสมาเสมอตลอดความกวางและความยาวและเมอตรวจสอบโดยวธทดสอบหาปรมาณแอสฟลต ซเมนตทลาดตามขวางและตามยาว จะตองถกตองตามขอก าหนดกลาวคอปรมาณแอสฟลตซเมนตทลาดตาม ขวางคลาดเคลอนไดไมเกนรอยละ 17 และปรมาณแอสฟลตซเมนตทลาดตามยาวคลาดเคลอนไดไมเกนรอยละ 15 ตามลาดบ
    4.7 เครองจกรและเครองมอทาความสะอาดพนททจะกอสราง
    4.7.1 รถบรรทกนา (Water Truck) ตองอยในสภาพดีมทอพนนาและอปกรณฉดนาทใชการไดด 4.7.2 เครองกวาดฝน (Rotary Broom) อาจเปนแบบลาก แบบขบเคลอนไดดวยตวเองหรอแบบ ตดตงทรถไถนา (Farm Tractor) หรอรถอนใด แตตองเปนแบบไมกวาดหมน โดยเครองกล ขนไมกวาดอาจท า ดวยไฟเบอร์ลวดเหลก ไนลอน หวาย หรอวสดอนๆ ทเหมาะสมโดยความเหนชอบของผควบคมงาน ทงนตองม ประสทธภาพพอทจะทาใหพนททจะกอสรางสะอาด
    4.7.3 เครองเปาลม (Blower) เปนแบบตดตงทรถไถนาหรอรถอนใด มใบพดขนาดใหญ ใหก าลง ลมแรงและมประสทธภาพพอเพยงทจะทาใหพนททจะกอสรางสะอาด
    4.8 เครองมอประกอบ
    4.8.1 เครองมอบดทบแบบสนสะเทอนขนาดเลก (Small Vibratory CoMpactor) ตองมขนาด นาหนกเหมาะสมทจะใชบดทบแอสฟลตคอนกรตบรเวณทรถบดไมสามารถเขาไปดาเนนการได้ หรอใชในงาน ซอมขนาดเลก การใชงานใหอยในดลยพนจของผควบคมงาน
    4.8.2 เครองมอกระทงแอสฟลตคอนกรต (Hand Tamper) ตองเปนแบบและมขนาดนาหนก เหมาะสม ทจะใชกระทงอดแอสฟลตคอนกรตบรเวณทเครองบดทบขนาดเลกเขาไปบดทบไมได หรอใชงานซอม ขนาดยอย การใชงานใหอยในดลยพนจของผควบคมงาน
    4.8.3 เครองมอตดรอยตอ อาจเปนแบบตดกบรถบดลอเหลกหรอเปนแบบรถเขนขนาดเลก หรอ จะมทง 2 แบบกได หรอมแบบอนๆ ซงสามารถตดแนวรอยตอไดเรยบรอย ทงนใหอยในดลยพนจของผควบคม งาน
    13
    4.8.4 เครองมอเจาะตวอยาง อาจเปนชนดใชเครองยนตหรอใชไฟฟาทสามารถใชเจาะตวอยางทม ขนาดเสนผานศนยกลาง 100 มลลเมตร ไดอยางเรยบรอย
    4.8.5 ไมบรรทดวดความเรยบ (Straight-edge) ตองเปนไมบรรทดวดความเรยบทมขนาด เหมาะสม มความยาว 3.00 เมตร
    เครองจกร เครองมอ หรออปกรณอนใด นอกเหนอจากทก าหนดไวแลวขางตน การน ามาใชงาน และการใชงานใหอยในดลยพนจของผควบคมงาน
  5. การเตรยมการกอนการกอสราง
    5.1 การเตรยมสถานทตงโรงงานผสมและกองวสด
    สถานทตงโรงงานผสมและกองวสดจะตองเหมาะสม มบรเวณกวางพอทจะด าเนนการไดโดยสะดวก นอกจากนนจะตองจดใหมการระบายนาทด อนจะเปนการปองกนมใหมนาทวมกองวสดได พนทส าหรบกอง วสดทน ามาใชงานจะตองสะอาดปราศจากวสดไมพงประสงค เชน วชพช สงสกปรกอนๆควรรองพนดวยวสด หนหรอปดวยแผนวสดทเหมาะสม สถานทกองวสดจะตองราบเรยบไดระดบพอควร การกองวสดแตละ ขนาด จะตองกองแยกไวอยางชดเจน โดยการกองแยกใหหางกนตามสมควรหรอท ายงกนไวเพอปองกนวสดท จะใชแตละชนด แตละขนาด ไมใหปะปนกน หรอปะปนกบวสดไมพงประสงคอนๆ การกองวสดตอง ดาเนนการใหถกตองเพอปองกนไมใหวสดเกดการแยกตวโดยการกองวสดเปนชนๆ สงชนละไมเกนความสงของ กองวสดกองเดยวๆ เมอเทจากรถบรรทกเททายคนหนงๆ ถาจะกองวสดชนตอไปจะตองแตงระดบยอดกองให เสมอ และไมควรกองวสดสงเปนรปกรวย
    5.2 การเตรยมมวลรวมและวสดผสมแทรก
    กองวสดทใชทกชนด จะตองมมาตรการปองกนไมใหวสดเปยกนาฝน โดยการกองวสดในโรงทมหลงคา คลม หรอคลมดวยผาใบหรอแผนวสดอนๆทเหมาะสม หรอโดยวธอนใดทไดรบความเหนชอบจากผควบคมงาน วสดทใชทกชนดเมอปอนเขาโรงงานผสม ตองไมมความชนเกนก าหนด ตามขอแนะนาของบรษทผผลตโรงงาน ผสมทใชงานนนๆ ทงนเพอใหโรงงานผสมทางานไดอยางมประสทธภาพ
    มวลรวมทใชแตละชนด กอนน าไปใชงานจะตองบรรจอยในยงหนเยน แยกกนแตละยง และการผสม มวลรวมแตละชนดจะตองดาเนนการโดยผานยงหนเยนเทานน หามนามาผสมกนภายนอกยงหนเยนในทกกรณ วสดผสมแทรก หากนามาใชจะตองแยกใสยงวสดผสมแทรกโดยเฉพาะ การปอนวสดผสมแทรกจะตอง แยกตางหากโดยไมปะปนกบวสดอนๆ และจะตองปอนเขาหองผสมโดยตรง
    5.3 การเตรยมแอสฟลตซเมนต
    แอสฟลตซเมนตในถงเกบแอสฟลตซเมนตตองมอณหภมไมสงกวา 100 องศาเซลเซยส เมอผสม กบมวลรวมทโรงงานผสมจะตองใหความรอนจนไดอณหภมิ159 ± 8 องศาเซลเซยส หรอมอณหภมทแอสฟลต ซเมนต มความหนด 170 ± 20 เซนตสโตกส (Centistokes)หรอมอณหภมตรงตามทระบไวในสตรสวนผสม เฉพาะงาน การจายแอสฟลตซเมนตไปยงหองผสม จะตองเปนไปโดยตอเนองและมอณหภมตามทก าหนด สมาเสมอตลอดเวลา
    5.4 การเตรยมเครองจกร เครองมอ และอปกรณทใชในการกอสราง
    14
    เครองจกร เครองมอ และอปกรณทกชนดตามทระบไวในขอ 4 ทน ามาใชงานตองมสภาพใชงาน ไดด โดยจะตองผานการตรวจสอบและหรอตรวจปรบ ตามรายการและวธการทกรมทางหลวงชนบทก าหนด และผควบคมงานอนญาตใหใชไดกอน เครองจกร เครองมอ และอปกรณทกชนดตองมจ านวนพอเพยงทจะ อานวยใหการกอสรางชนทางแอสฟลตคอนกรต ดาเนนไปโดยตอเนอง ไมตดขดหรอหยดชะงก และในระหวาง การกอสรางจะตองบารงรกษาใหอยในสภาพดอยเสมอตลอดระยะเวลาทางาน
    5.5 การเตรยมพนทกอสราง
    5.5.1 รองพนทาง พนทาง หรอไหลทาง จะตองเรยบสมาเสมอ ไดระดบและความลาดตาม รปแบบกอนทาชนทางแอสฟลตคอนกรตทบ กรณรองพนทางหรอพนทางหรอไหลทางมความเสยหายเปนคลน เปนหลมบอ มจดออนตว (Soft Spot) หรอไมถกตองตามรปแบบ ใหแกไขใหถกตองกอนโดยไดรบความ เหนชอบจากผควบคมงาน
    5.5.2 ผวทางลาดยางเดม ทจะท าชนทางแอสฟลตคอนกรตทบมผวหนาไมสมาเสมอ หรอเปน คลน และไมมการท าชนปรบระดบ ใหปรบแตงใหสมาเสมอ ถามหลมบอ รอยแตก จดออนตวหรอความ เสยหายของชนทางใดๆ จะตองตด หรอขดออก แลวปะซอม หรอขดซอมแลวแตกรณ แลวบดทบใหแนนและม ผวหนาทเรยบสมาเสมอ โดยใหมระดบและความลาดถกตองตามแบบ วสดทน ามาใชจะตองมคณภาพด ขนาด และปรมาณวสดทใชใหเหมาะสมกบลกษณะความเสยหายและพนททจะซอม
    5.5.3 พนทางหรอไหลทาง ทม ไพรมโคท (Prime Coat )หลดหรอเสยหาย ตองแกไขใหมให เรยบรอยตามวธการทผควบคมงานกาหนด แลวทงไวจนครบก าหนดเวลาบมตวของแอสฟลตทใชซอมกอน จง ทาชนทางแอสฟลตคอนกรตทบได
    5.5.4 พนทางหรอไหลทางทท า ไพรมโคท ทงไว้มผวหลดเสยหายเปนพนทตอเนองมากเกนกวาท จะซอมตามขอ 5.5.3 ใหไดผลด ใหพจารณาคราด (Scarify) พนทางหรอไหลทางนน แลวบดทบใหมใหไดความ แนนตามทก าหนด แลวทาไพรมโคทใหมทงไวจนครบก าหนดเวลาบมตวของแอสฟลตทใชท าไพรมโคทกอน จง ทาชนทางแอสฟลตคอนกรตทบได
    5.5.5 พนทางหรอไหลทางทท าไพรมโคททงไวนาน โดยไมไดท าชนทางแอสฟลตคอนกรตตาม ขนตอนการกอสรางปกต แตไพรมโคทไมหลดเสยหายกอนท าชนทางแอสฟลตคอนกรตทบอาจพจารณาให ทาแทคโคท (Tack Coat) โดยใหด าเนนการตาม มทช.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat) ทงนใหอย ในดลยพนจของผควบคมงาน
    5.5.6 ในงานเสรมผวทาง (Overlay) ดวยแอสฟลตคอนกรตบนผวทางเดมซงเกดการยบตว Sag and Depression) หรอเปนแองเฉพาะแหง แตไมใชจดออนตว ใหดาเนนการดงน
    (1) กรณยบตวหรอเปนแองลกไมเกน 30 มลลเมตร อาจแยกปเสรมเพอปรบระดบเฉพาะ สวนทยบตวหรอเปนแองกอน หรอจะปรวมไปพรอมกบการปชนทางแอสฟลตคอนกรตกได โดยใหอยในดลย พนจของผควบคมงาน แตทงนความหนารวมทปจะตองไมเกน 80 มลลเมตร หากความหนารวมเกน 80 มลลเมตร จะตองแยกปเสรมเพอปรบระดบเฉพาะสวนทยบดวยหรอเปนแองกอน
    (2) กรณยบตวหรอเปนแองลกเกน 50 มลลเมตร จะตองแยกปเสรมปรบระดบเฉพาะสวน ทยบตวหรอเปนแองกอน โดยใหปเปนชนๆ หนาไมเกนชนละ 50 มลลเมตร
    15
    การแยกปเสรมปรบระดบเฉพาะสวนทยบตวหรอเปนแองดวยแอสฟลตคอนกรต นใหบด ทบดวยรถบดลอยางจนไดความแนนตามทกาหนด แลวจงปชนทางแอสฟลตคอนกรตตอไป
    5.5.7 รองพนทาง พนทาง ไหลทาง หรอผวทางลาดยางเดมทจะท าชนทางแอสฟลตคอนกรตทบ ตองสะอาดปราศจากฝน วสดสกปรก หรอวสดไมพงประสงคอนๆ ปะปน
    5.5.8 การท าความสะอาดรองพนทาง พนทาง ไหลทาง หรอผวทางลาดยางเดม ทจะท าชนทาง แอสฟลตคอนกรตทบ โดยการกวาดฝน วสดหลดหลวม ทรายทสาดทบไพรมโคท ส าหรบพนทางหรอไหล ทางออกจนหมดดวยเครองกวาดฝน ตองปรบอตราเรวการหมนและนาหนกกดทกดลงบนรองพนทาง พนทาง ไหลทางหรอผวทางลาดยางเดมใหพอด โดยไมทาใหรองพนทาง พนทาง ไหลทาง หรอผวทางเดมเสยหาย เสรจ แลวใหใชเครองเปาลมเปาฝนหรอวสดทหลดหลวมออกจนหมด
    5.5.9 กรณทมคราบฝนหรอวสดจบตวแขงอยทพนทาง ไหลทาง หรอผวทางลาดยางเดมทจะท า ชนทางแอสฟลตคอนกรตทบ ใหก าจดคราบแขงดงกลาวออกโดยการใชเครองมอใดๆ ทเหมาะสมตามทผ ควบคมงานก าหนดหรอเหนชอบ ขดออก ลางใหสะอาด ทงไวใหแหง ใชเครองกวาดฝนกวาด แลวใชเครอง เปาลมเปาฝนหรอวสดทหลดหลวมออกใหหมด
    5.5.10 ผวทางลาดยางเดมทมแอสฟลตเยม กอนท าชนทางแอสฟลตคอนกรตทบจะตองแกไขให เรยบรอยกอน โดยการปาดแอสฟลตทเยมออก หรอโดยวธการอนใดทเหมาะสมทผควบคมงานก าหนดหรอ เหนชอบ
    5.5.11 ผวทางลาดยางเดมหรอชนทางแอสฟลตคอนกรตใดๆ ทจะท าชนทางแอสฟลตคอนกรต ทบ จะตองทาแทคโคทกอน โดยใหดาเนนการตาม มทช.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
    5.5.12 ขอบของโครงสรางคอนกรตใดๆ หรอผวหนาตดชนทางแอสฟลตคอนกรตเดมทตอเชอม กบ แอสฟลตคอนกรตทจะกอสรางใหม่ จะตองทาแทคโคทกอน โดยใหด าเนนการตามมทช.227:มาตรฐานงาน แทคโคท (Tack Coat)
    5.5.13 ผวพนสะพานคอนกรตทจะตองปชนทางแอสฟลตคอนกรต จะตองขดวสดยาแนวรอย แตกและรอยตอสวนเกนทตดอยทผวพนคอนกรตใหหมด ลางท าความสะอาดทงไวใหแหงแลวใชเครองเปาลม เปาฝนออกใหหมด แลวทาแทคโคท โดยใหดาเนนการตาม มทช.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
  6. วธการกอสราง
    6.1 การควบคมการผลตสวนผสมแอสฟลตคอนกรตทโรงงานผสม
    การดาเนนการควบคมการผลตสวนผสมแอสฟลตคอนกรตทโรงงานผสม มรายละเอยดดงตอไปน 6.1.1 การควบคมคณภาพสวนผสมแอสฟลตคอนกรต มวลรวมและแอสฟลตซเมนตตองม คณสมบตตามขอ 1 คณภาพของสวนผสมแอสฟลตคอนกรตตองสมาเสมอตรงตามสตรสวนผสมเฉพาะงานท ไดกาหนดขนสาหรบแอสฟลตคอนกรตนนๆ สตรสวนผสมเฉพาะงานอาจเปลยนแปลงไดตามเหตผลในขอ 3.5 และ ขอ 3.6
    6.1.2 การควบคมเวลาในการผสมสวนผสมแอสฟลตคอนกรต โรงงานผสมตองมเครองตงเวลาและ ควบคมเวลาแบบอตโนมติทสามารถตงและปรบเวลาในการผสมแหงและผสมเปยกไดตามตองการ
    16
    ส าหรบโรงงานผสมแบบชด ระยะเวลาในการผสมแหงและผสมเปยกควรใชประมาณ 15 วนาท และ 30 วนาทีตามลาดบ
    สาหรบโรงงานผสมแบบตอเนอง ระยะเวลาในการผสมใหค านวณจากสตรตามขอ 4.1.11 (3) ในการ ผสมสวนผสมแอสฟลตคอนกรตโดยโรงงานผสมทง 2 แบบ ตองไดสวนผสมแอสฟลตคอนกรตทสมาเสมอ ใน กรณทผสมกนตามเวลาทก าหนดไวแลว แตสวนผสมแอสฟลตคอนกรตยงผสมกนไดไมสมาเสมอตามตองการ กใหเพมเวลาในการผสมขนอกกได้แตเวลาทใชในการผสมทงหมดตองไมเกน 60 วนาทีทงนใหอยในดลยพนจ ของผควบคมงาน การก าหนดเวลาในการผสมของโรงงานผสมใดๆใหก าหนดโดยการทดสอบหาปรมาณท แอสฟลตเคลอบผวมวลรวม ตามวธการทดสอบ AASHTO T 195 “Determining Degree of Particle Coating of Bituminous-Aggregate Mixtures” โดยใหถอหลกเกณฑกาหนดตามตารางท่5
    ตารางท่5 ปรมาณทแอสฟลตเคลอบผวมวลรวม
    ชนทาง แอสฟลตคอนกรต ปรมาณทแอสฟลตเคลอบผวมวลรวมรอยละโดยพนท
    พนทาง ไมนอยกวา 90
    ผวทาง รองผวทาง ไหลทาง ปรบระดบ ไมนอยกวา 95
    6.1.3 การควบคมอณหภมของวสดกอนการผสมและอณหภมของสวนผสม แอสฟลตคอนกรต
    (1) มวลรวม กอนการผสมตองใหความรอนจนไดอณหภม 163 ±8 องศาเซลเซยส และม ความชนไมเกนรอยละ 1 โดยมวล และขณะผสมกบแอสฟลตซเมนต จะตองมอณหภมตรงตามทระบไวในสตร สวนผสมเฉพาะงาน
    (2) แอสฟลตซเมนต ขณะเกบในถงเกบรอใชงานตองมอณหภมไมสงกวา 100 องศาเซลเซยส เมอจะผสมกบมวลรวมตองใหความรอนเพมจนไดอณหภม 159 ±8 องศาเซลเซยส หรออณหภมทแอสฟลต ซเมนต มความหนด 170 ±20 เซนตสโตกส (Centistokes) หรออณหภมตรงตามทระบไวในสตรสวนผสม เฉพาะงาน
    (3) แอสฟลตคอนกรตทผสมเสรจ กอนออกจากหองผสมจะตองมอณหภมระหวาง121-168 องศาเซลเซยส หรอตามทระบไวในสตรสวนผสมเฉพาะงาน ถามอณหภมแตกตางไปกวาทก าหนดน หามน า สวนผสมแอสฟลตคอนกรตดงกลาวไปใชงาน
    (4) ตองมการบนทกอณหภมของมวลรวมทผานหมอเผา อณหภมของแอสฟลตซเมนตขณะกอน ผสมกบมวลรวม และอณหภมของสวนผสมแอสฟลตคอนกรต ตลอดเวลาทปฏบตงาน โดยใชเครองบนทก อณหภมแบบอตโนมต พรอมทจะใหตรวจสอบไดตลอดเวลา และผรบจางจะตองสงบนทกรายการอณหภม ดงกลาวประจาวน แกผควบคมงานทกวนทปฏบตงาน
    (5) การวดอณหภมของสวนผสมแอสฟลตคอนกรตทอยในรถบรรทก ตองใชเครองวดอณหภมท อานอณหภมไดอยางรวดเรว การวดอณหภมใหวดผานรทเจาะไวขางกระบะรถบรรทกทง 2 ดาน ทประมาณ
    17
    กงกลางความยาวของกระบะ และสงจากพนกระบะประมาณ 150 มลลเมตร การวดอณหภมใหวดจาก รถบรรทกทกคนแลวจดบนทกอณหภมไว
    6.2 การขนสงสวนผสมแอสฟลตคอนกรต การขนสงสวนผสมแอสฟลตคอนกรตจากโรงงานผสมไปยงสถานทกอสราง ตองใชรถบรรทกทเตรยมไวแลว โดยถกตองตามขอ 4.2 ในการขนสงจะตองมผาใบ หรอแผนวสดอนใดทใชไดอยางเหมาะสมคลมสวนผสม แอสฟลตคอนกรต เพอรกษาอณหภมและปองกนนาฝนหรอสงสกปรกอนๆ
    6.3 การปสวนผสมแอสฟลตคอนกรต
    การปสวนผสมแอสฟลตคอนกรต จะตองใชเครองปทถกตองตามทกาหนดในขอ 4.3 โดยตองผานการ ตรวจสอบ ตรวจปรบ และอนญาตใหใชไดแลวจากผควบคมงาน การปสวนผสมแอสฟลตคอนกรต จะตอง คานวณความเรวของเครองปใหเหมาะสมกบกาลงผลตของโรงงานผสม และปจจยทเกยวของอนๆ การปจะตอง ด าเนนการไปโดยตอเนองมากทสด ดวยความเรวการปทสมาเสมอ ปรมาณสวนผสมแอสฟลตคอนกรตทออก จากเตารดของเครองป จะตองมปรมาณสมาเสมอตลอดความกวางของพนททป โดยขณะปควรปอนสวนผสม แอสฟลตคอนกรตจากกระบะบรรจผานไปยงเกลยวเกลยจายทง 2 ขาง จนถงสวนเตารดโดยสมาเสมอ ม ระดบสวนผสมแอสฟลตคอนกรตคงท และในการปฏบตนใหเปนไปโดยตอเนองมากทสด ในสวนของเตารด อตราเรวการกระแทกของคานกระแทก และจ านวนรอบการสนสะเทอนของเตารดแบบสนสะเทอนตลอดจน ระยะเตนจะตองคงท และใชใหเหมาะสมกบชนดลกษณะของสวนผสมแอสฟลตคอนกรตความหนาของชนทาง และอนๆ ในการปสวนผสมแอสฟลตคอนกรต ผวหนาของชนทางแอสฟลตคอนกรต ขณะยงไมไดบดทบ จะตองมลกษณะผวหนาทมความเรยบ ความแนน สมาเสมอทงทางดานตามขวางและตามยาว โดยไมมรอยฉก (Tearing) รอยเคลอนตวเปนแอง (Shoving) การแยกตวของสวนผสมแอสฟลตคอนกรตหรอลกษณะความ เสยหายอนๆ ขณะปหากปรากฏวามความเสยหายใดๆ เกดขนใหรบแกไขในทนทีสวนผสมแอสฟลตคอนกรตท มลกษณะจบตวเปนกอนแขง หามนามาใช
    6.3.1 สภาพผวชนทางกอนการปสวนผสมแอสฟลตคอนกรต จะตองแหง หามปสวนผสมแอสฟลต คอนกรตขณะฝนตกหรอเมอผวชนทางทจะปเปยกชน
    6.3.2 อณหภมของสวนผสมแอสฟลตคอนกรตขณะป ไมควรคลาดเคลอนไปจากอณหภมเมอออกจาก โรงงานผสมทก าหนดใหโดยผควบคมงาน เกนกวา 14 องศาเซลเซยส แตทงนจะตองไมตากวา 120 องศา เซลเซยส การตรวจวดอณหภมแอสฟลตคอนกรตทปแลวบนถนน จะตองดาเนนการเปนระยะๆ ตลอดเวลาของ การปหากปรากฏวาอณหภมของสวนผสมแอสฟลตคอนกรตไมถกตองตามทก าหนด ใหตรวจสอบหาสาเหตและ แกไขโดยทนท
    6.3.3 การวางแนวกอสรางชนทางแอสฟลตคอนกรต กอนการกอสรางชนทางแอสฟลตคอนกรตทกชน จะตองวางแนวขอบชนทางทจะปกอน โดยการใชเชอกขงวางแนว และยดตดกบพนททจะปสวนผสมแอสฟลต คอนกรตใหแนน หรอวธการกาหนดแนวอนใดทเหมาะสมตามทผควบคมงานเหนชอบ โดยเฉพาะอยางยงเมอ จะปชนทางแอสฟลตคอนกรตชองจราจรแรกของชนทางแตละชน ทงนเพอใหไดชนทางแอสฟลตคอนกรตทตรง แนวเรยบรอยตามแบบ การด าเนนการนไมรวมถงการปชนทางแอสฟลตคอนกรตตดกบคนหน (Curb) และรอง ระบายนา (Gutter) หรอสวนของโครงสรางใดๆ ทมแนวถกตองตามแบบอยแลว
    18
    6.3.4 ล าดบการกอสรางชนทางแอสฟลตคอนกรต การกอสรางชนทางแอสฟลตคอนกรตนน จะตอง ด าเนนการปชองจราจรหลกหรอทางตรงกอน สวนชองจราจรหรอบรเวณอนๆ เชนทางแยก ทางเชอม สวน ขยาย หรอบรเวณยอยอนๆ ใหดาเนนการภายหลง
    6.3.5 การกอสรางรอยตอตามขวาง รอยตอตามขวางหมายถง แนวกอสรางชนทางแอสฟลตคอนกรต ตามขวางทปลายแปลงกอสรางทสนสดการกอสรางประจาวน การกอสรางรอยตอตามขวาง อาจด าเนนการได้ 2 วธีคอ
    (1) การใชไมแบบ โดยใชไมแบบทมความหนาเทากบความหนาของชนทางทป วางทจดสนสด ของการปแตละแปลงใหตงฉากกบแนวการป เมอปแอสฟลตคอนกรตถงไมแบบนใหปเลยไปเปนทางลาดทม ความยาวเพยงพอทจะไมท าใหยวดยานสะดดเมอแลนผานและอาจอนญาตใหใชทรายรองพนสวนลาดไดเพอ ความสะดวกในการลอกแอสฟลตคอนกรตสวนทเปนทางลาดออก โดยใหอยในดลยพนจของผควบคมงาน
    (2) การใชกระดาษแขงส าเรจรปหรอแผนวสดส าเรจรปใดๆ ทใชส าหรบท ารอยตอตามขวาง โดยเฉพาะ ซงใชงานไดตามวตถประสงคและผควบคมงานเหนชอบ โดยน ามาวางทจดสนสดของการปแตละ แปลงใหตงฉากกบแนวการป แลวปแอสฟลตคอนกรตทบเปนทางลาดทมความยาวเพยงพอทจะไมท าให ยวดยานสะดดเมอแลนผาน
    เมอจะปชนทางแอสฟลตคอนกรตตอจากรอยตอตามขวางนน กใหยกไมแบบ แผนกระดาษแขง หรอแผนวสดส าเรจรปนน รวมทงชนทางสวนทปเปนทางลาดออกไป ตรวจสอบระดบดวยไมบรรทดวดความ เรยบ หากระดบหรอความหนาของชนทางสวนใดไมถกตองตามแบบ ใหตดชนทางแอสฟลตคอนกรตสวนนน ออกไปจนถงชนทางสวนทมระดบและความหนาถกตองตามแบบดวยเครองตดรอยตอแอสฟลตคอนกรตใหได แนวตรงและตงฉากโดยเรยบรอย กอนทจะปชนทางแอสฟลตคอนกรตตอไป ใหทารอยตอตามขวางนนดวย แอสฟลตบางๆ เพอใหรอยตอตอเชอมกบชนทางทจะปใหมไดด การทารอยตอดวยแอสฟลตนใหด าเนนการ ตาม มทช.227: มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat )
    ในกรณทการปสวนผสมแอสฟลตคอนกรตหยดชะงกดวยเหตใดกตามในระหวางการกอสราง ประจ าวน จนท าใหอณหภมของสวนผสมแอสฟลตคอนกรตบรเวณหนาเตารดลดลงตากวาทก าหนด กใหท า รอยตอตามขวางทบรเวณนนดวย โดยใหตดรอยตอถงบรเวณทมความหนาตามแบบและไดบดทบเรยบรอย แลว โดยตดใหตงฉากพรอมกบตกสวนผสมแอสฟลตคอนกรตสวนทตดออกทงไป ใหทารอยตอตามขวางนน ดวยแอสฟลตบางๆ เพอใหรอยตอ ตอเชอมกบชนทางทจะปใหมไดด การทารอยตอดวยแอสฟลตใหดาเนนการ ตาม มทช.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
    การปชนทางแอสฟลตคอนกรตตอเชอมกบรอยตอตามขวางในครงใดๆ เมอเรมปสวนผสม แอสฟลตคอนกรตไปไดกระบะแรก ใหใชไมบรรทดวดความเรยบตรวจสอบระดบทรอยตอ หากไมไดระดบ ตามทกาหนด ใหดาเนนการแกไขโดยดวนขณะทสวนผสมแอสฟลตคอนกรตทปใหมนนยงรอนอย
    ในการปชนทางแอสฟลตคอนกรตแตละชองจราจร รอยตอตามขวางของการกอสรางชนทางท ชองจราจรขางเคยงตองไมอยในแนวเดยวกน โดยตองกอสรางใหมระยะหางกนไมนอยกวา 5 เมตร ทงนเพอ ไมใหเกดเปนจดออนทาใหเกดความเสยหายภายหลงได
    ในกรณทปแอสฟลตคอนกรตหลายชน รอยตอตามขวางของแตละชนจะตองหางกนไมนอยกวา 5 เมตร และจะตองหางจากรอยตอตามขวางของชองจราจรขางเคยงไมนอยกวา 5 เมตร ดวย
    19
    6.3.6 การกอสรางรอยตอตามยาว ในการปชนทางแอสฟลตคอนกรตประกบกบชนทางชองจราจร ขางเคยงทไดดาเนนการเรยบรอยแลวนน อาจทาได้2 วธีคอ
    (1) การปสวนผสมแอสฟลตคอนกรต ใหเหลอมเขาไปในชนทางชองจราจรขางเคยงทได ดาเนนการเรยบรอยแลว 25-50 มลลเมตร แลวดนสวนผสมแอสฟลตคอนกรตสวนทเหลอมเขาไปนใหชนแนว รอยตอ โดยใหสงกวาระดบทดานนอกถดไปใหมากพอทเมอบดทบแลว รถบดจะไปอดสวนผสมแอสฟลตตกคอ นกรตตรงรอยตอนนแนนและเรยบไดระดบสมาเสมอกบผวชนทางทกอสรางประกบนน
    (2) การปสวนผสมแอสฟลตคอนกรต ใหเหลอมเขาไปในชนทางชองจราจรขางเคยงทได ด าเนนการเรยบรอยแลว 25-50 มลลเมตร คดเมดวสดกอนโตบรเวณทเหลอมกนตรงรอยตอนนออกทงไป ซง เมอบดทบจะไดรอยตอตามยาวทแนน ไมขรขระ และเรยบไดระดบสมาเสมอกบผวทางทกอสรางประกบนน
    กอนจะปชนทางแอสฟลตคอนกรตใหมประกบกบชนทางของชองจราจรทไดด าเนนการ เรยบรอยแลว ใหตดแตงรอยตอตามยาวนนดวยเครองมอตดรอยตอตามทระบไวในขอ 4.8.3 โดยตดใหตงฉาก กบชนทางทปทบ และรอยตอนนจะตองตรงแนว เรยบรอย คม ไมฉกขาด เสรจแลวใหทารอยตอนนดวย แอสฟลตบางๆ เพอใหรอยตอ ตอเชอมกนไดดกบชนทางทประกบ การทารอยตอดวยแอสฟลตน้ใหด าเนนการ ตาม มทช.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
    ในการปชนทางแอสฟลตคอนกรตหลายชน แตละชนใหกอสรางใหมรอยตอตามยาวเหลอมกน ไมนอยกวา 150 มลลเมตร ถาเปนชนทาง 2 ชองจราจร รอยตอตามยาวของชนทางชนบนสดใหอยในแนวขอบ ชองจราจรตามแบบ
    การปชนทางแอสฟลตคอนกรตหลายชองจราจรพรอมกน โดยใชเครองปหลายเครอง การปชน ทางโดยเครองปทตามหลง ใหปสวนผสมแอสฟลตคอนกรตเหลอมเขาไปในชนทางทก าลงปโดยเครองปเครอง หนา 25-50 มลลเมตร ในกรณเชนนไมจาเปนตองตดรอยตอตามยาว และไมตองทาแทคโคท
    6.3.7 การปสวนผสมแอสฟลตคอนกรตในทางโคง ใหปชองจราจรดานโคงในกอนไปตามล าดบจนถง โคงนอก แตถากอสรางในฤดฝนจะตองด าเนนการกอสรางใหเสรจเตมโคงโดยเรวทสด เพอปองกนนาขงบนชน ทาง
    6.3.8 การตรวจวดความหนาของชนทางแอสฟลตคอนกรต ใหตรวจวดความหนาของชนทางแอสฟลต คอนกรตทปแลวแตยงไมไดบดทบเปนระยะๆ ชวงละไมเกน 8 เมตร โดยใหตรวจวดความหนาตลอดความกวาง ของชนทาง หากปรากฏวาความหนาของชนทางคลาดเคลอนไปจากความหนาทก าหนด ใหแกไขโดยทนท ขณะทสวนผสมแอสฟลตคอนกรตยงมอณหภมตามทกาหนด กรณทมความหนานอยกวาทก าหนด ใหคราดผว แลวน าสวนผสมแอสฟลตคอนกรตทมคณภาพถกตองมาปเสรม เกลยใหไดระดบสมาเสมอแลวตรวจสอบระดบ ใหถกตอง 6.3.9 การปสวนผสมแอสฟลตคอนกรตดวยรถเกลยปรบระดบ การปสวนผสมแอสฟลตคอนกรต บรเวณทเครองปไมสามารถเขาไปด าเนนการไดหรอไมเหมาะสมทจะเขาไปด าเนนการ อาจพจารณาใหใชรถ เกลยปรบระดบทถกตองตามทระบไวในขอ 4.4 ด าเนนการไดแลวตรวจสอบดวยไมบรรทดวดความเรยบใหได ระดบถกตอง ทงนใหอยในดลยพนจของผควบคมงาน
    6.3.10 การปดวยแรงคน กรณทเปนพนทจ ากด หรอพนททตองการปรบระดบพนททมสงกดขวาง และอนๆ ทเครองปและรถเกลยปรบระดบเขาไปด าเนนการไมได ไมเหมาะสมหรอไมสะดวกทจะเขาไป
    20
    ดาเนนการ อาจพจารณาใชคนปสวนผสมแอสฟลตคอนกรตในบรเวณดงกลาวได ทงนใหอยในดลยพนจของผ ควบคมงาน ในการใชคนดาเนนการน ใหใชพลวตกสวนผสมแอสฟลตคอนกรตไปกองเรยงกนบนพนททตองการ ป แตละกองเปนกองเดยวๆ หามกองทบกนเปนกองสง เกลยแตงใหเรยบสมาเสมอ แลวตรวจสอบดวยไม บรรทดวดความเรยบใหไดระดบถกตอง
    6.3.11 การตรวจสอบความเรยบในการปสวนผสมแอสฟลตคอนกรต ใหด าเนนการตรวจสอบภาย หลงจากการบดทบเทยวแรก โดยใชไมบรรทดวดความเรยบวางทาบไปบนผวหนาชนทางแอสฟลตคอนกรต หากตองเสรมแตงปรบระดบใหม่ใหดาเนนการขณะทสวนผสมแอสฟลตคอนกรตยงมอณหภมตามทกาหนด
    6.4 การบดทบชนทางแอสฟลตคอนกรต
    การบดทบชนทางแอสฟลตคอนกรตนน จะตองใชเครองจกรบดทบทถกตองตามทก าหนดในขอ 4.5 และจะตองมจานวนเพยงพอทจะอ านวยใหการกอสรางชนทางแอสฟลตคอนกรตดาเนนไปไดโดยปกต ไมตดขด หรอหยดชะงก เครองจกรบดทบตางๆ ดงกลาว กอนน าไปใชงานจะตองผานการตรวจสอบ ตรวจปรบ ให เหมาะสมตามรายการและวธการตามทกรมทางหลวงชนบทกาหนด และอนญาตใหใชไดจากผควบคมงาน
    การบดทบจะตองกระท าทนทหลงจากการปสวนผสมแอสฟลตคอนกรต และเรมบดทบขณะท สวนผสมแอสฟลตคอนกรตยงรอนอย โดยมอณหภมระหวาง 120-150 องศาเซลเซยส เมอบดทบแลว จะตอง ไดชนทางแอสฟลตคอนกรตทมความแนน ความเรยบสมาเสมอ ไดระดบและความลาดตามแบบ ไมมรอยแตก รอยเคลอนตวเปนแอง รอยคลน รอยลอรถบด หรอความเสยหายของผวชนทางแอสฟลตคอนกรตอนๆ
    6.4.1 หลกการบดทบชนทางแอสฟลตคอนกรตทวๆไป ในกรณทขอกาหนดไมไดระบวธการบดทบเปน อยางอน การบดทบใหพจารณาดาเนนการตามหลกการบดทบดงน
    ในเบองตนใหบดทบรอยตอตางๆ กอนโดยทนท ตอจากนนกใหบดทบขนตน (Initial or Breakdown Rolling) โดยใหรถบดทบตามหลงเครองปใหใกลชดเครองปมากทสดเทาทจะมากได และในการ บดทบชนทางแอสฟลตคอนกรตทก าลงบดทบตองไมมรอยแตก ไมมสวนผสมแอสฟลตคอนกรตตดลอรถบด ตอไปเปนการบดทบขนกลาง (Intermediate Rolling) โดยใหบดทบตามตดการบดทบในขนตนใหใกลชดทสด เทาทสามารถจะทาได้และตองดาเนนการขณะทสวนผสมแอสฟลตคอนกรตยงมอณหภมเหมาะสมทจะทาใหได ความแนนตามทก าหนด ตอจากนนเปนการบดทบขนสดทาย (Finish Rolling) ซงจะตองด าเนนการขณะท สวนผสมแอสฟลตคอนกรตยงมอณหภมทรถบดจะสามารถลบรอยลอรถบดทบทผานมาไดเรยบรอย
    ในการบดทบจะตองเรมบดทบทขอบชนทางแอสฟลตคอนกรตดานตาหรอดานขอบนอกกอน แลวจงคอยๆ บดทบเหลอมเขาไปสดานเสนแบงกงกลางถนน เวนแตการบดทบชวงการยกโคง ซงจะตองบดทบ ทางดานตากอน แลวจงบดทบเหลอมไปทางดานสง การบดทบแตละเทยวใหบดทบขนานไปกบเสนแบงกงกลาง ถนน และใหแนวบดทบเหลอมกน (Overlap) ประมาณ 150 มลลเมตร แตถาบดทบแลวเกดเปนคลนตามขวาง หรอสวนผสมเคลอนตวเปนแองกใหเปลยนเปนบดทบเหลอมกนครงหนงของความกวางของลอรถบด การหยด รถบดแตละเทยวของการบดทบ ตองไมหยดทแนวเดยวกบรอยหยดของรถบดเทยวกอน แตควรหยดรถบดให เหลอมกนเปนระยะหางพอสมควร
    ในระหวางการบดทบ หากมสวนผสมแอสฟลตคอนกรตตดลอรถบด ควรใชนาหรอสาร สาหรบเคลอบลอรถบดใดๆ ทเหมาะสมทผควบคมงานเหนชอบ พนลอรถบดบางๆ เพยงเพอเคลอบผวหนาลอ รถบดใหเปยกชน เพอปองกนไมใหสวนผสมแอสฟลตคอนกรตตดลอรถบด หากหมดความจ าเปนแลวใหเลกใช้
    21
    การบดทบรถบดจะตองวงดวยความเรวตาและสมาเสมอ โดยใชลอขบ (Drive Wheel) น าหนาใหใกลชดเครอง ปมากทสด หากมการเปลยนความเรวรถบดขณะบดทบ จะตองคอยๆ เปลยนความเรวทละนอย ในชองทางการ บดทบชองทางใดๆ การบดทบเดนหนาและถอยหลงใหอยในแนวชองทางการบดทบเดยวกน กอนเดนหนาและ ถอยหลงรถบดจะตองหยดนงกอน ถาเปนรถบดสนสะเทอนจะตองหยดการสนสะเทอนกอนดวย การเปลยน แนวชองทางบดทบจะตองคอยๆ เปลยน โดยใหไปเปลยนบนชนทางแอสฟลตคอนกรตบรเวณทไดบดทบและ เยนตวแลว หามเปลยนบนผวชนทางแอสฟลตคอนกรตทก าลงบดทบหรอทยงรอนอย การบดทบชองทางบด ทบถดไปจะตองขนานกบชองทางเดม การจอดรถบดขณะบดทบหรอบดทบเสรจแลว ใหจอดบนผวชนทาง แอสฟลตคอนกรตบรเวณทเยนตวแลว หามจอดบนผวชนทางแอสฟลตคอนกรตทยงรอนอย ถาในการบดทบ ท าใหสวนผสมแอสฟลตคอนกรตเกดการเคลอนตวออกไปตองแกไขโดยดวน โดยการคราดสวนผสมแอสฟลต คอนกรตบรเวณดงกลาวใหหลวม แลวน าสวนผสมแอสฟลตคอนกรตทมคณภาพและอณหภมถกตองมาเพม พรอมกบแตงระดบใหสมาเสมอไดระดบถกตองแลวจงบดทบใหม
    6.4.2. ความเรวของรถบดในการบดทบ ในการบดทบโดยทวๆ ไป รถบดจะตองวงดวยความเรวตาและ สมาเสมอ ความเรวสงสดทใชในการบดทบขนอยกบชนดของรถบด อณหภม ชนด ลกษณะ และความหนาของ สวนผสมแอสฟลตคอนกรต ขนตอนการบดทบ และปจจยทเกยวของอนๆ ความเรวสงสดในการบดทบ สาหรบรถบดลอเหลกแบบไมสนสะเทอน รถบดลอเหลกแบบสนสะเทอนซงบดทบโดยไมสนสะเทอน และรถบด ลอยาง ในการบดทบขนตอนตางๆ ควรจะเปนไปตามตารางท่6
    ตารางท่6 ความเรวของรถบดในการบดทบ
    ชนดของรถบด ความเรวของการบดในการบดทบ
    การบดทบขนตน การบดทบขนกลาง การบดทบขนสดทาย กม./ชม. ไมล/ชม. กม./ชม. ไมล/ชม. กม./ชม. ไมล/ชม. รถบดลอเหลกชนด 2 ลอ 3 2 5 3 5* 3* รถบดลอยาง 5 3 5 3 8 5 รถบดสนสะเทอน** 4-5 2.5-3 4-5 2.5-3 - -
    หมายเหต * รวมถงรถบดสนสะเทอนบดทบโดยไมสนสะเทอน / ** ดตารางท่7 ประกอบ
    ความเรวสงสดของการบดทบส าหรบรถบดสนสะเทอนทมความถในการสนสะเทอนใดๆ ขนอย กบระยะกระแทกของลอรถบด (Impact Spacing) ซงตามปกตระยะการกระแทกของลอรถบดจะนอยกวาความ หนาของชนทางแอสฟลตคอนกรตทบดทบแลว ในการบดทบระยะกระแทกของลอรถบดไมควรนอยกวา 10 ครง ตอระยะทาง 300 มลลเมตร (หรอ33 ครงตอระยะทาง 1 เมตร) ทรถบดเคลอนตวไป ส าหรบความเรวท เหมาะสมในการบดทบของรถบดสนสะเทอนทความถการสนสะเทอนใดๆทใชและระยะกระแทกของลอรถบดท กาหนด ควรจะเปนไปตามตารางท่7
    22
    ตารางท่7 ความสมพนธระหวางความเรว ความถ่และจานวนครงการกระแทก (ชวงทควรใชอยในกรอบเสนทบ)
    ความถการสนสะเทอน เฮรตซ์(รอบตอนาท)
    จานวนครงการกระแทกตอระยะ 1 เมตร (จานวนครงการกระแทกตอระยะ 1 ฟต) 30 (1,800) 45.0 33.8 27.0 22.5 19.3 (13.6) (10.2) (8.2) (6.8) (5.8) 33 (2,000) 50.0 37.5 30.0 25.0 21.4 (15.2) (11.4) (9.1) (7.6) (6.5) 37 (2,200) 55.0 41.3 33.0 27.5 23.6 (16.7) (12.5) (10.0) (8.3) (7.1) 40 (2,400) 60.0 45.0 36.0 30.0 25.7 (18.2) (13.6) (10.9) (9.1) (7.8) 43 (2,600) 65.0 48.8 39.0 32.5 27.9 (19.7) (14.8) (11.8) (9.8) (8.4) 47 (2,800) 70.0 52.5 42.0 35.0 30.0 (21.2) (15.9) (12.7) (10.6) (9.1) 50 (3,000) 75.0 56.3 45.0 37.5 32.1 (22.7) (17.0) (13.0) (11.4) (9.7)
    ความเรว รถบด
    กม./ชม. 2.4 3.2 4.0 4.8 5.6 ไมล/ชม. 1.5 2.0 2.5 3.0 3.5 ม./นาท 40.0 53.3 66.7 80.0 93.3 ฟต/นาท 132 176 220 264 308
    6.4.3 การท าแปลงทดลองเพอก าหนดรปแบบของการบดทบ กอนเรมการกอสรางชนทางแอสฟลต คอนกรต เพอใหใชเครองจกรบดทบทมอยไดถกตองเหมาะสมตองานและเกดประโยชนสงสด ควรท าแปลง ทดลองในสนามยาวประมาณ 100-150 เมตร เพอก าหนดรปแบบของการบดทบ (Pattern of Rolling) ท เหมาะสมกบชนด จ านวน สภาพเครองจกรทน ามาใชงาน โดยเมอบดทบเสรจแลวจะตองไดชนทางแอสฟลต คอนกรตทมความเรยบ ความแนนสมาเสมอ ไดระดบความลาดตามแบบ และมคณสมบตอนๆ ถกตองตามท ก าหนด การท าแปลงทดลองบดทบนใหด าเนนการแกไข ปรบการใชงาน หรอเพมจ านวนเครองจกรบดทบได แลวแตกรณ จนกวาจะสามารถบดทบไดถกตองตามทก าหนด และผควบคมงานเหนชอบแลว จงน าไปใชเปน บรรทดฐานในการกอสรางชนทางแอสฟลตคอนกรตในงานนนๆ ตอไป ในระหวางการกอสราง หากมการ เปลยนแปลงใดๆ เกยวกบสวนผสมแอสฟลตคอนกรต หรอเครองจกรบดทบทใชงานและอนๆ ผควบคมงาน อาจพจารณาใหปรบปรงแกไขหรอทาแปลงทดลองในสนาม เพอทดลองหาความเหมาะสมใหมกได้ทงนใหอยใน ดลยพนจของผควบคมงาน
    การกาหนดรปแบบการบดทบทเหมาะสมสาหรบเครองจกรบดทบชดใด ทใชงานนน ใหผรบจาง ด าเนนการทดลองบดทบ เพอก าหนดขนาดพนทบดทบทสมพนธกบก าลงผลตสวนผสมแอสฟลตคอนกรตของ โรงงานผสม อตราการปสวนผสมแอสฟลตคอนกรต และเพอทราบจ านวนเทยวการบดทบเตมผวหนาชนทาง
    23
    แอสฟลตคอนกรต (Coverage) จ านวนเทยวการบดทบซาทชองทางบดทบแตละชอง (Pass) ความเรวของรถ บดแตละชนดในการบดทบและอนๆ
    6.4.4 ลาดบขนตอนการบดทบชนทางแอสฟลตคอนกรต
    (1) เมอปชนทางแอสฟลตคอนกรตชองจราจรแรก หรอเตมผวจราจรในคราวเดยว การบดทบ จะตองดาเนนการตามลาดบดงน
    ก. บดทบรอยตอตามขวาง ข. บดทบขอบผวชนทางแอสฟลตคอนกรตดานนอก ค. บดทบขนตน ง. บดทบขนกลาง จ. บดทบขนสดทาย (2) เมอปชนทางแอสฟลตคอนกรตหลายชองจราจรพรอมกน หรอปชนทางแอสฟลตคอนกรต ใหมประกบกบชองจราจรเดมทไดด าเนนการเรยบรอยแลว หรอประกบกบแนวโครงสรางใดทมอยแลว การบด ทบจะตองดาเนนการตามลาดบดงน
    ก. บดทบรอยตอตามขวาง ข. บดทบรอยตอตามยาว ค. บดทบขอบผวทางแอสฟลตคอนกรตดานนอก ง. บดทบขนตน จ. บดทบขนกลาง ฉ. บดทบขนสดทาย 6.4.5 การบดทบรอยตอตามขวาง ใหใชรถบดลอเหลก 2 ลอ หรอรถบดสนสะเทอน แตใหบดทบโดยไม สนสะเทอน
    ส าหรบการกอสรางชนทางแอสฟลตคอนกรตชองจราจรแรก กอนการบดทบรอยตอตามขวาง ควรใชแผนไมทมความหนาเหมาะสม วางรองชดขอบชนทางแอสฟลตคอนกรตบรเวณรอยตอตามขวางทง 2 ดาน เพอรองรบลอรถบดเวลาบดทบเลยขอบชนทางแอสฟลตคอนกรตออกไป เปนการปองกนมใหขอบชน ทางแอสฟลตคอนกรตทปลายรอยตอตามขวางเสยหาย เสรจแลวจงบดทบรอยตอตามขวาง โดยในการบดทบ เทยวแรกใหรถบดวงบนชนทางแอสฟลตคอนกรตทกอสรางเสรจเรยบรอยแลว และใหลอรถบดเหลอมเขาไปใน บรเวณชนทางแอสฟลตคอนกรตทปใหม ประมาณ 150 มลลเมตร ใชไมบรรทดวดความเรยบตรวจสอบความ เรยบของรอยตอ หากไมถกตองใหแกไขใหเรยบรอยทนท และในการบดทบเทยวตอๆ ไป ใหแนวบดทบคอยๆ เลอนเขาไปในบรเวณชนทางแอสฟลตคอนกรตทปใหมเทยวละ 150-200 มลลเมตร จนในทสดลอรถบดจะเขา ไปบดทบบนชนทางแอสฟลตคอนกรตทปใหมทงหมด
    สาหรบการกอสรางชนทางแอสฟลตคอนกรตชองจราจรประกบกบชนทางแอสฟลตคอนกรตชอง จราจรทไดกอสรางเรยบรอยแลว การบดทบในครงแรกใหบดทบบรเวณปลายรอยตอตามขวางดานทบรรจบกบ รอยตอตามยาว โดยใหบดทบขนานไปตามรอยตอตามยาวเปนระยะประมาณ 0.5-1 เมตร แลวใชไมบรรทดวด ความเรยบตรวจสอบความเรยบของรอยตอ หากไมถกตองใหแกไขใหเรยบรอยทนท ตอจากนนใหเรมบดทบ
    24
    รอยตอตามขวาง กอนบดทบควรใชแผนไมทมความหนาเหมาะสม วางรองชดขอบชนทางแอสฟลตคอนกรต บรเวณรอยตอตามขวางดานนอก เสรจแลวใหบดทบรอยตอตามขวาง โดยใหด าเนนการตามวธการบดทบ ดงกลาวขางตน
    6.4.6 การบดทบรอยตอตามยาว รอยตอตามยาวแบงออกเปน 2 แบบ คอ
    (1) รอยตอเยนหรอรอยตอเกา (Cold Joint) หมายถงรอยตอตามยาวระหวางชองจราจรทได กอสรางชนทางแอสฟลตคอนกรต และบดทบเรยบรอยแลว กบชนทางแอสฟลตคอนกรตใหมทกอสราง ประกบกน
    ในการบดทบรอยตอตามยาว เมอใชรถบดลอเหลกชนดไมสนสะเทอน การบดทบเทยวแรกให ลอรถบดสวนใหญอยบนชนทางแอสฟลตคอนกรตทกอสรางเสรจแลว โดยใหลอรถบดเหลอมเขาไปบนชนทาง แอสฟลตคอนกรตทกอสรางใหม 100-150 มลลเมตร และในการบดทบเทยวตอๆ ไป ใหลอรถบดคอยๆ เลอน แนวบดทบเหลอมเขาไปบนชนทางทกอสรางใหมเพมขน จนกระทงลอรถบดทงหมดจะอยบนชนทางแอสฟลต คอนกรตทกอสรางใหม ในกรณใชรถบดสนสะเทอนบดทบ การบดทบจะตองใหลอรถบดสวนใหญอยบนชน ทางแอสฟลตคอนกรตทสรางใหม โดยใหลอรถบดเหลอมเขาไปบนชนทางแอสฟลตคอนกรตทกอสรางสราง แลว 100-150 มลลเมตร และใหด าเนนการบดทบซาตามแนวบดทบดงกลาว จนกระทงไดรอยตอตามยาวท เรยบรอยและไดความแนนตามทกาหนด
    (2) รอยตอรอนหรอรอยตอใหม (Hot Joint) หมายถงรอยตอตามยาวของชนทางแอสฟลต คอนกรต ระหวางชองจราจร 2 ชอง ทกอสรางพรอมกน โดยการปดวยเครองปู2 ชด
    ในการบดทบรอยตอตามยาวแบบนใหใชรถบดลอเหลกเขาบดทบพนทบรเวณรอยตอทง 2 ขาง ของรอยตอตามยาว กวางประมาณ 400 มลลเมตร ทเวนไวในการบดทบขนตน การบดทบใหแนวรอยตอ ตามยาวอยกงกลางความกวางของลอรถบด โดยใหบดทบจนกวาจะไดรอยตอตามยาวทเรยบรอยและไดความ แนนตามทกาหนด
    6.4.7 การบดทบขนตน (Initial or Breakdown Rolling) ภายหลงจากทไดบดทบรอยตอตางๆ เสรจ เรยบรอยแลว ใหด าเนนการบดทบขนตนเมอสวนผสมแอสฟลตคอนกรตมอณหภมไมตากวา 120 องศา เซลเซยส การบดทบใหใชไดทงรถบดลอเหลกแบบไมสนสะเทอนหรอรถบดสนสะเทอน เครองจกรบดทบทใช ตองถกตองตามขอ 4.5 โดยนาหนกรถบด นาหนกบดทบ นาหนกตอความกวางของลอรถบด ความถการ สนสะเทอน ระยะเตนของลอรถบด ความเรวของรถบด และปจจยทเกยวของอนๆ จะตองพจารณาใชให เหมาะสมกบชนด ลกษณะ ความคงตว อณหภม ความหนาของชนทางทปู และสภาพของชนทางทอยภายใตท จะกอสรางชนทางแอสฟลตคอนกรตทบ การบดทบใหเรมบดทบจากขอบชนทางแอสฟลตคอนกรตดานตา หรอขอบชนทางดานนอก ไปหาขอบชนทางแอสฟลตคอนกรตดานสงหรอขอบชนทางดานใน
    การบดทบโดยใชรถบดสนสะเทอน ควรใชความถการสนสะเทอน และระยะเตนของลอรถบดให เหมาะสม ความถการสนสะเทอนควรอยระหวาง 33-50 เฮรตซ์(2,000-3,000 รอบตอนาท) และระยะเตนของ ลอรถบดควรอยระหวาง 0.2-0.8 มลลเมตร สาหรบการบดทบชนผวทางหรอผวไหลทางแอสฟลตคอนกรต ควร ใชคาความถการสนสะเทอนดานสง และใชคาระยะเตนดานตา แตถาเปนชนทางแอสฟลตคอนกรตทไมใชชน ผวทางและมความหนามากกวา 50 มลลเมตร อาจใชคาความถการสนสะเทอนดานตา และใชคาระยะเตนดาน
    25
    สงได้อยางไรกตามการใชคาความถการสนสะเทอนและคาระยะเตนของลอรถบดในการบดทบ ใหพจารณาจาก ผลการทาแปลงทดลองตามขอ 6.4.3
    การบดทบชนทางแอสฟลตคอนกรตทมความหนานอยกวา 25 มลลเมตร ตองพจารณาความ เหมาะสมเปนพเศษ หากใชรถบดลอเหลก ไมควรบดทบโดยการสนสะเทอนหากจะใชรถบดบดทบโดยการ สนสะเทอนกใหใชคาระยะเตนของลอรถบดดานคาตาโดยเมอบดทบแลว จะตองไมเกดความเสยหายของชน ทางแอสฟลตคอนกรต เชน เกดการยบตว ทงนตองไดรบความเหนชอบจากผควบคมงานกอน
    การบดทบชนทางแอสฟลตคอนกรตทมความหนาระหวาง 25-50 มลลเมตร หากใชรถบด สนสะเทอนบดทบ ควรใชคาความถการสนสะเทอนดานสง และใชคาระยะเตนของลอรถบดดานตา
    การบดทบชนทางแอสฟลตคอนกรตทมความหนามากกวา 50 มลลเมตร ดวยรถบด สนสะเทอน สาหรบการบดทบชนทางแอสฟลตคอนกรตทไมใชชนผวทาง อาจใชคาระยะเตนของลอรถบดดาน สงได แตส าหรบชนผวทางแอสฟลตคอนกรต ควรจะใชคาความถการสนสะเทอนดานสง และใชคาระยะเตน ของลอรถบดดานตา
    การบดทบชนทางแอสฟลตคอนกรตทมความหนามากกวา 50 มลลเมตร และไมมแนว สงกอสราง เชน คนหน หรอชนทางแอสฟลตคอนกรตทกอสรางแลวชวยอดดานขางไว หากบดทบตามวธการ ปกตแลวปรากฏวามการเคลอนตวของสวนผสมแอสฟลตคอนกรตดานขางใหเปลยนวธการบดทบใหม โดยให รนแนวบดทบเทยวแรกเขาไปใหหางจากขอบชนทางแอสฟลตคอนกรตประมาณ 300 มลลเมตร หลงจากนนให บดทบตอไปตามปกต เสรจแลวจงกลบมาบดทบขอบชนทางแอสฟลตคอนกรตสวนทเวนไวนนในเทยวสดทาย ของการบดทบเตมหนาเทยวแรกตอไป
    การกอสรางชนทางแอสฟลตคอนกรต 2 ชองจราจรพรอมกน การบดทบในขนตนนให ดาเนนการพรอมกนทง 2 ชองจราจร โดยใหเวนระยะของแนวบดทบใหหางจากรอยตอรอนหรอรอยตอใหมของ แตละชองจราจร ไวขางละประมาณ 200 มลลเมตร พนทแนวรอยตอดงกลาวน ใหด าเนนการบดทบตามขอ 6.4.6 (2) ตอเนองกนไป
    6.4.8 การบดทบขนกลาง (Intermediate Rolling) ใหเรมดาเนนการบดอดเมอชนทางแอสฟลต คอนกรตมอณหภมไมตากวา 95 องศาเซลเซยส การบดทบขนกลางควรดาเนนการตามรปแบบการบดทบขนตน โดยใหบดทบตามหลงการบดทบขนตนใหใกลชดทสด และใหบดทบโดยตอเนองไปจนกวาจะไดความแนนตามท กาหนดและสมาเสมอทวทงแปลงทกอสราง
    การบดทบขนกลางตามปกตใหใชรถบดลอยางเปนหลก โดยเฉพาะชนผวทางและผวไหล ทางแอสฟลตคอนกรต ใหปรบนาหนกรถบด และความดนลมยาง เพอใหไดแรงอดทผวหนาสมผสของลอรถบด ทเหมาะสมกบชนทางแอสฟลตคอนกรตทกาลงบดทบ
    ส าหรบชนทางแอสฟลตคอนกรตอนๆ หรอชนทางแอสฟลตคอนกรตทมความหนา มากกวา 50 มลลเมตร ทไมใชชนผวทางและผวไหลทางแอสฟลตคอนกรต อาจพจารณาใหใชรถบดลอเหลก รถบดสนสะเทอนบดทบรวมกบรถบดลอยางดวยไดตามความเหมาะสม โดยรถบดตองมนาหนก นาหนกบดทบ นาหนกตอความกวางของลอรถบด ความถการสนสะเทอนระยะเตนของลอรถบด และปจจยทเกยวของอนๆ เหมาะสมกบชนทางแอสฟลตคอนกรตทกาลงบดทบ ทงนใหอยในดลยพนจของผควบคมงาน
    26
    6.4.9 การบดทบขนสดทาย (Finish Rolling) มจดประสงคเพอลบรอยลอรถบดทผวหนาและท าให ผวหนาเรยบสมาเสมอเทานน ทงนใหเรมดาเนนการเมอชนทางแอสฟลตคอนกรตมอณหภมไมตากวา 66 องศา เซลเซยส โดยใหใชรถบดลอเหลกแบบไมสนสะเทอนหรอใชรถบดสนสะเทอนแตบดทบโดยไมสนสะเทอน เทานน รถบดตองมนาหนก นาหนกบดทบ นาหนกตอความกวางของลอรถบด และปจจยทเกยวของอนๆ เหมาะสมกบชนทางแอสฟลตคอนกรตทกาลงบดทบ
    6.4.10 การบดทบพนทพเศษ
    (1) การบดทบบนพนทลาดชนสง (Steep Grade) สาหรบชนทางแอสฟลตคอนกรตทกอสราง บนพนททมความลาดชนสง หรอในทางโคงทมการยกโคงสง การบดทบโดยรถบดลอเหลกแบบไมสนสะเทอน ใหใชลอตาม (Tiller Wheel) เดนหนา โดยใหบดทบตามหลงเครองป โดยใกลชดทสด ไมวาเครองปจะป สวนผสมแอสฟลตคอนกรตขนทางลาดชนหรอปลงตามทางลาดชนกตาม ในการบดทบโดยใชรถบดสนสะเทอน นน การบดทบในเทยวแรกใหบดทบโดยไมสนสะเทอน แตหลงจากทสวนผสมแอสฟลตคอนกรตของชนทางม ความคงตว (Stability) สงขนมากพอทจะบดทบโดยการสนสะเทอนได กใหบดทบตอไปโดยการสนสะเทอน โดยใหใชคาระยะเตนของลอรถบดดานตา
    (2) การบดทบบนพนททรถบดเขาไปด าเนนการไมได (Inaccessible Area) ส าหรบพนทท กอสรางชนทางแอสฟลตคอนกรตทรถบดเขาไปด าเนนการไมได เชน บรเวณทชดกบ คนหนและรองระบายนา สะพาน ขอบบอพก และสงกดขวางอนๆ จะตองใชเครองจกรหรอเครองมอบดทบขนาดเลกทถกตองตามขอ 4.8.1 และหรอขอ 4.8.2 การนามาใช้ และการใชงานใหอยในดลยพนจของผควบคมงาน
    (3) การบดทบบรเวณทางแยก ทางเชอม (Bell Mouth Area) อาจดาเนนการได้2 วธีคอ
    ก. การบดทบทะแยงมม ในขนแรกใหด าเนนการบดทบในแนวทะแยงมมกอน ตอจากนน จงบดทบขนานกบขอบทางโคง
    ข. การบดทบขนาน ในขนแรกใหด าเนนการบดทบในแนวขนาน โดยตงฉากกบแนวเสน แบงกงกลางทางแยกกอนตอจากนนจงบดทบขนานกบขอบทางโคง
  7. การตรวจสอบชนทางแอสฟลตคอนกรตทกอสรางเสรจแลว
    หลกเกณฑในการตรวจสอบชนทางแอสฟลตคอนกรตทกอสรางเสรจเรยบรอยแลว มอยาง นอย 3 ประการดงตอไปน
    7.1 ลกษณะผว (Surface Texture) ชนทางแอสฟลตคอนกรตทกอสรางเสรจเรยบรอยแลว จะตองไดระดบและความลาดตามแบบ ม ลกษณะผว และลกษณะการบดทบทสมาเสมอ ไมปรากฏความเสยหาย เชน แอสฟลตคอนกรตทผวหนาหลด (Pull) รอยฉก (Torn) ผวหนาหลวมหรอแยกตว (Segregation) เปนคลน (Ripple) หรอความเสยหายอนๆ หากตรวจสอบแลวปรากฏความเสยหายดงกลาว จะตองดาเนนการแกไขใหถกตองเรยบรอยตามทผควบคมงาน เหนสมควร 7.2 ความเรยบทผว (Surface Tolerance)
    27
    เมอใชไมบรรทดวดความเรยบตามขอ 4.8.5 วางทาบบนผวของชนทางแอสฟลตคอนกรตในแนวตงฉาก และในแนวขนานกบแนวเสนแบงกงกลางถนนระดบผวของชนทางแอสฟลตคอนกรตภายใตไมบรรทดวดความ เรยบจะแตกตางจากระดบของไมบรรทดวดความเรยบไดไมเกน 6 มลลเมตรและ 3 มลลเมตร ตามลาดบ
    7.3 ความแนน (Density) การตรวจสอบรบรองความแนนของชนทางแอสฟลตคอนกรตทกอสรางเสรจเรยบรอยแลว ไดจากการ เปรยบเทยบคาความแนนของตวอยางชนทางแอสฟลตคอนกรต กบคาความแนนของตวอยางทบดอดใน หองปฏบตการตาม มทช.(ท)607: มาตรฐานการทดสอบแอสฟลตคอนกรต โดยวธมารแชลล โดยค านวณเปน คาความแนนรอยละของคาความแนนของตวอยางทบดอดในหองปฏบตการ ตามรายละเอยดดงน
    7.3.1 การจดเตรยมกอนตวอยางแอสฟลตคอนกรตในหองปฏบตการ ใหเกบตวอยางสวนผสม แอสฟลตคอนกรต จากรถบรรทกทโรงงานผสมกอนสงออกไปยงสถานทกอสราง โดยการสมตวอยางจาก รถบรรทกจากการผลตสวนผสมแอสฟลตคอนกรตประจ าวน เปนระยะๆ แลวน าไปด าเนนการใน หองปฏบตการ โดยใหไดกอนตวอยางอยางนอย 8 กอนตวอยางในแตละวนทปฏบตงาน ทดสอบหาคาความ แนน แลวน าคาความแนนททดสอบไดจากกอนตวอยางทงหมดมาหาคาเฉลย เปนความแนนในหองปฏบตการ ประจาวน สาหรบใชในการค านวณเปรยบเทยบเปนคาความแนนรอยละของตวอยางชนทางแอสฟลตคอนกรต ในสนาม การเกบตวอยางและการเตรยมตวอยางสวนผสมแอสฟลตคอนกรตใหด าเนนการตามรายละเอยดและ วธการทก าหนด การทดสอบหาคาความแนนใหด าเนนการตาม มทช.(ท)607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟลต คอนกรต โดยวธมารแชลล สวนผสมแอสฟลตคอนกรต ในหองปฏบตการ จะตองตรงตามทระบไวในสตร สวนผสมเฉพาะงาน และมอณหภมในขณะบดอดกอนตวอยางตรงตามทก าหนด ส าหรบตวอยางสวนผสม แอสฟลตคอนกรตทด าเนนการในหองปฏบตการนนอนญาตใหน าเขาอบในเตาอบเพอรกษาอณหภมไว ไดนาน ไมเกน 30 นาท ในระหวางด าเนนการถาอณหภมของตวอยางสวนผสมแอสฟลตคอนกรตลดลงตากวาอณหภม การบดอดทก าหนด ใหน าตวอยางสวนผสมแอสฟลตคอนกรตดงกลาวนนทงไป หามน าไปอบ เพอน ามาใชบด อดทากอนตวอยางทดสอบอกตอไป
    7.3.2 การจดเตรยมกอนตวอยางของชนทางแอสฟลตคอนกรตในสนาม ใหเจาะกอนตวอยาง ตวแทนของชนทางแอสฟลตคอนกรตในสนามทกอสรางเสรจเรยบรอยแลว ดวยเครองเจาะตวอยางทถกตอง ตามขอ 4.8.4 โดยใหเจาะเกบกอนตวอยางไมนอยกวาจ านวน 1 กอนตวอยางทกๆ ระยะทางประมาณ 250 เมตรตอชองจราจร หรอทกๆ สวนผสมแอสฟลตคอนกรตทนามาใชงานประมาณ 100 ตน แลวนาไปทดสอบหา คาความแนนตาม มทช.(ท)607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟลตคอนกรต โดยวธมารแชลล
    ส าหรบชนผวทางชนรองผวทาง และชนปรบระดบแอสฟลตคอนกรตทมความหนาไมนอยกวา 25 มลลเมตร คาความแนนของชนทางแอสฟลตคอนกรตในสนามจะตองไมนอยกวารอยละ 98 ของคาความ แนนเฉลยของกอนตวอยางจากหองปฏบตการทใชเปรยบเทยบประจาวน
    สาหรบชนพนทาง และผวไหลทางแอสฟลตคอนกรต คาความแนนของชนทางแอสฟลตคอนกรต ในสนามจะตองไมนอยกวารอยละ 97 และ 96 ของคาความแนนของกอนตวอยางจากหองปฏบตการทใช เปรยบเทยบประจาวน ตามลาดบ
    28
  8. การอานวยการและควบคมการจราจรระหวางการกอสราง
    ในระหวางการกอสรางชนทางแอสฟลตคอนกรต จะตองจดและควบคมการจราจรไมใหผานชน ทางแอสฟลตคอนกรตทกอสรางใหม จนกวาชนทางแอสฟลตคอนกรตจะเยนตวลงมากพอทเมอเปดให การจราจรผานแลวจะไมท าใหเกดรองรอยบนชนทางแอสฟลตคอนกรตนน โดยจะตองตดตงปายจราจร พรอมอปกรณควบคมการจราจรอนๆ ทจ าเปนตามทกรมทางหลวงชนบทก าหนด พรอมจดบคลากรเพอ อ านวยการจราจรใหผานพนทกอสรางไดโดยสะดวกปลอดภย และไมท าใหชนทางแอสฟลตคอนกรตท กอสรางใหมนนเสยหาย ระยะเวลาในการปดและเปดการจราจรใหอยในดลยพนจของผควบคมงาน
  9. หนงสออางอง
    9.1 กรมทางหลวง มาตรฐานท่ทล.-ม.408/2532 “แอสฟลตคอนกรต (Asphalt Concrete or Hot-Mix Asphalt)” 9.2 American Society Of Testing Meterials Astm. Standard D-1559 9.3 The Asphalt Institute “Mix Design Methods For Asphalt Concrete And The Hot- Mix
    Types” Manual Series No.2 (Ms-2)