ซื้อระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาซื้อคอนกรีตผสมเสร็จกำลังอัดประลัยที่อายุ28วัน(กก. ตร.ซม.)รูปลูกบาศก์15x15x15ซม.และรูปทรงกระบอก15x30ซม.รูปลูกบาศก์240กก. ตร.ซม.และรูปทรงกระบอก210กก. ตร.ซม.(มอก.213-2560) และอื่น ๆ จำนวน 2 รายการ

กรมชลประทาน 68029252021
฿797,483 ปีงบ 2568 ประกาศ 14 ก.พ. 2568 สมุทรสาคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้เกี่ยวข้องกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมคอนกรีตผสมเสร็จ (Ready-Mixed Concrete) ซึ่งกำหนดขอบข่าย, บทนิยาม, ชนิด, ประเภท, ชั้นคุณภาพ, วัสดุ, การเก็บรักษา, การหาปริมาณส่วนผสม, โรงงานผสมคอนกรีต, การผสม, การขนส่ง, ลักษณะที่ต้องการ, เครื่องหมายและฉลาก, การชักตัวอย่างและเกณฑ์ตัดสิน, และการทดสอบคอนกรีตผสมเสร็จ ขอบข่ายของมาตรฐานนี้ครอบคลุมคอนกรีตผสมเสร็จที่ผสมจากโรงงานหรือโดยรถผสมคอนกรีต และส่งถึงสถานที่ก่อสร้าง แต่ไม่ครอบคลุมถึงการเท, การบ่ม, การทำให้แน่น, และการแต่งผิวคอนกรีต มาตรฐานนี้กำหนดให้คอนกรีตผสมเสร็จต้องมีคุณสมบัติสม่ำเสมอ, มีความต้านแรงอัดตามชั้นคุณภาพที่กำหนด, และใช้วัสดุที่ได้มาตรฐาน มีการกำหนดวิธีการทดสอบความสม่ำเสมอและความต้านแรงอัดอย่างชัดเจน ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบวัตถุดิบ, ควบคุมค่าการยุบตัว (Slump), และจัดส่งคอนกรีตให้เป็นไปตามข้อกำหนด มีการระบุถึงการทดสอบกำลังอัดของคอนกรีต, การเก็บแท่งตัวอย่าง, และเกณฑ์การยอมรับ เอกสารฉบับนี้เป็นมาตรฐานที่ใช้ในการควบคุมคุณภาพของคอนกรีตผสมเสร็จเพื่อให้มั่นใจว่าคอนกรีตที่ใช้ในงานก่อสร้างมีคุณภาพตามที่ต้องการ. ผู้ผลิตคอนกรีตจำเป็นต้องผลิตคอนกรีตให้มีคุณภาพตรงตาม มอก. นี้.

English summary

This project concerns the Thai Industrial Standard for Ready-Mixed Concrete. It defines the scope, definitions, types, categories, quality classes, materials, storage, proportioning, concrete mixing plants, mixing, transportation, required characteristics, marking and labeling, sampling and acceptance criteria, and testing of ready-mixed concrete. The scope of this standard covers ready-mixed concrete mixed at a plant or by a truck mixer and delivered to the construction site. It does not cover the placement, curing, compaction, and finishing of concrete. This standard requires that ready-mixed concrete be uniform, have compressive strength according to the specified quality class, and use standardized materials. Methods for testing uniformity and compressive strength are clearly defined. The manufacturer is responsible for inspecting raw materials, controlling the slump, and delivering concrete according to the specifications. The standard specifies compressive strength testing, sample collection, and acceptance criteria. This document is a standard used to control the quality of ready-mixed concrete to ensure that the concrete used in construction meets the required quality. Concrete manufacturers are required to produce concrete that meets this TIS standard.

สถานที่ดำเนินการ

ไม่ระบุสถานที่เฉพาะใน TOR

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • กำหนดคุณลักษณะเฉพาะของคอนกรีตผสมเสร็จ
  • กำหนดมาตรฐานวัสดุที่ใช้ในการผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ
  • กำหนดวิธีการผสม, การขนส่ง, และการทดสอบคอนกรีตผสมเสร็จ
  • กำหนดเกณฑ์การยอมรับคอนกรีตผสมเสร็จ
  • ควบคุมคุณภาพของคอนกรีตผสมเสร็จให้เป็นไปตามมาตรฐาน

ขอบเขตของงาน

  • การกำหนดชนิด, ประเภท, และชั้นคุณภาพของคอนกรีตผสมเสร็จ
  • การกำหนดวัสดุที่ใช้ในการผลิต (ปูนซีเมนต์, มวลรวม, น้ำ, สารผสมเพิ่ม)
  • การกำหนดวิธีการเก็บรักษาวัสดุ
  • การกำหนดวิธีการหาปริมาณส่วนผสม
  • การกำหนดข้อกำหนดเกี่ยวกับโรงงานผสมคอนกรีต
  • การกำหนดวิธีการผสมคอนกรีต (ผสมกับที่, ผสมโดยรถ)
  • การกำหนดวิธีการขนส่งคอนกรีต (รถผสม, รถกวน, รถขนส่ง)
  • การกำหนดลักษณะที่ต้องการของคอนกรีต (ลักษณะทั่วไป, ความสม่ำเสมอ, ความต้านแรงอัด)
  • การกำหนดเครื่องหมายและฉลาก
  • การกำหนดวิธีการชักตัวอย่างและเกณฑ์ตัดสิน
  • การกำหนดวิธีการทดสอบคอนกรีต (มวลต่อลูกบาศก์เมตร, การยุบตัว, ปริมาณอากาศ, ปริมาณมวลรวมหยาบ, ความต้านแรงอัด)
  • ผู้ผลิตต้องตรวจสอบวัตถุดิบ
  • กรมชลประทานสามารถกำหนดอัตราส่วนผสมคอนกรีต
  • ผู้ผลิตต้องควบคุมค่าการยุบตัว (Slump)
  • การทดสอบกำลังอัดของคอนกรีต
  • การทดสอบ Core Test หรือ Strength Evaluation of Existing Structure (ACI 318)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • คอนกรีตผสมเสร็จที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานที่กำหนด (ชนิด, ประเภท, ชั้นคุณภาพ)
  • คอนกรีตที่มีความต้านแรงอัดตามที่ระบุในชั้นคุณภาพ (ที่อายุ 28 วัน)
  • คอนกรีตที่มีความสม่ำเสมอตามเกณฑ์ที่กำหนด
  • คอนกรีตที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานที่กำหนด
  • เอกสารส่งมอบคอนกรีต (ระบุชื่อผู้ผลิต, ลำดับที่ใบส่งของ, เลขที่รถ, ชื่อผู้ซื้อ, ชื่องาน, สถานที่, ชนิด, ประเภท, ชั้นคุณภาพ, ปริมาณ, เวลา, ความยุบตัว, สารผสมเพิ่ม)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • การถ่ายคอนกรีตออกจากรถผสม/รถกวน: ภายใน 1 ชั่วโมง 30 นาที หลังจากเริ่มผสม
  • การถ่ายคอนกรีตออกจากรถขนส่ง: ภายใน 30 นาที หลังจากเริ่มผสม
  • การทดสอบความต้านแรงอัด: ที่อายุ 28 วัน
  • การเก็บตัวอย่างชุดแรกกับชุดที่สองต้องไม่เกิน 20 นาที
  • ช่วงเวลาเก็บตัวอย่างไม่เกิน 15 นาที

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • ต้องมีความสามารถในการผลิตคอนกรีตผสมเสร็จตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้.
    • ต้องมีโรงงานผสมคอนกรีตที่มีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน.
    • ต้องมีเครื่องชั่งที่ได้รับการตรวจสอบและมีความคลาดเคลื่อนไม่เกิน ±๐.๒% ของความสามารถสูงสุดของเครื่องชั่ง.
    • ต้องมีบุคลากรที่สามารถควบคุมการผลิตและการทดสอบคอนกรีตได้.
    • ต้องสามารถจัดหาวัสดุ (ปูนซีเมนต์, มวลรวม, น้ำ, สารผสมเพิ่ม) ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด.
    • ต้องมีระบบการจัดการคุณภาพในการผลิตคอนกรีต
    • สามารถทำการทดสอบ Core Test หรือ Strength Evaluation of Existing Structure (ACI 318) ได้ หากจำเป็น.

เกณฑ์การพิจารณา

  • ความสม่ำเสมอของคอนกรีต (ตามตารางที่ 4)
  • ความต้านแรงอัดเฉลี่ยที่อายุ 28 วัน (ตามตารางที่ 5 หรือ 6)
  • คุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ (ปูนซีเมนต์, มวลรวม, น้ำ, สารผสมเพิ่ม)
  • การปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการผสม, การขนส่ง, และการทดสอบ
  • การปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับเครื่องหมายและฉลาก
  • ผลการทดสอบกำลังอัดต้องไม่ต่ำกว่ากำลังอัดที่แบบกำหนด, โดยยอมให้มี 1 แท่ง ต่ำกว่าได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่า 85%

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • คอนกรีตผสมเสร็จ: ต้องเป็นคอนกรีตในสภาพเหลว พร้อมใช้งาน.
  • วัสดุประสาน: ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ (มอก.15 เล่ม 1), ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ปอซโซลาน (มอก.849), ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก (มอก.2594).
  • มวลรวม: ตาม มอก.566.
  • น้ำ: น้ำประปา (ตามมาตรฐานการประปาฯ) หรือน้ำที่ไม่ใช่น้ำประปา (ต้องทดสอบตามตารางที่ 2 และ 3).
  • สารผสมเพิ่ม: สารกระจายกักฟองอากาศ (มอก.874), สารเคมีผสมเพิ่ม (มอก.733), แร่ผสมเพิ่ม (มอก.2135), สารเคมีผสมเพิ่มสำหรับทำคอนกรีตไหล (มอก.985).
  • ความต้านแรงอัด: ตามชั้นคุณภาพที่กำหนด (ตารางที่ 1) ทดสอบที่อายุ 28 วัน.
  • ความสม่ำเสมอ: ตามเกณฑ์ที่กำหนดในตารางที่ 4.
  • การผสม: ผสมกับที่ หรือ ผสมโดยรถ.
  • การขนส่ง: รถผสม, รถกวน, หรือ รถขนส่ง.
  • ค่าการยุบตัว (Slump): ต้องควบคุมตามที่กรมชลประทานระบุ.

เงื่อนไขสัญญา

  • หน่วยซื้อขาย: ปริมาตร (ลูกบาศก์เมตร), การยุบตัว (เซนติเมตร), กำลังอัด (กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร).
  • การตรวจสอบวัตถุดิบ: ผู้ผลิตรับผิดชอบ, กรมชลประทานสามารถร้องขอให้ตรวจสอบได้.
  • การกำหนดส่วนผสม: กรมชลประทานกำหนด หรือ ผู้ผลิตออกแบบ.
  • การทดสอบกำลังอัด: เก็บตัวอย่างทุกครั้งที่เท, และทุก ๆ 50 ลบ.ม. (แล้วแต่กรณี).
  • กรณีผลทดสอบไม่ผ่าน: ผู้รับจ้างสามารถร้องขอ Core Test หรือ Strength Evaluation (ACI 318) โดยผู้ขายรับผิดชอบค่าใช้จ่าย.
  • การยอมรับ: เป็นไปตามแผนการชักตัวอย่าง (ภาคผนวก ก.)
  • ปริมาณคอนกรีตต่อรุ่น: ไม่เกิน 115 ลบ.ม.

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: คอนกรีตผสมเสร็จชนิดผสมโดยรถ มีหลักเกณฑ์อย่างไร?
    A: ต้องผสมจนเนื้อคอนกรีตสม่ำเสมอ, รถผสมต้องหมุนไม่น้อยกว่า 70 รอบ และไม่เกิน 100 รอบ ที่ความเร็วของการผสมตามที่ผู้ผลิตรถผสมกำหนด.

    • Q: หากใช้รถกวนขนส่งคอนกรีต ต้องดำเนินการอย่างไร?
      A: ใส่คอนกรีตได้ไม่เกิน 80% ของปริมาตรความจุโม่ และต้องถ่ายคอนกรีตออกจากโม่ให้หมดภายใน 1 ชั่วโมง 30 นาที หลังจากเริ่มผสม.

    • Q: หากใช้รถขนส่งคอนกรีต ต้องดำเนินการอย่างไร?
      A: ต้องถ่ายคอนกรีตออกให้หมดภายใน 30 นาที หลังจากเริ่มผสม.

    • Q: การทดสอบความสม่ำเสมอของคอนกรีตมีอะไรบ้าง?
      A: มวลต่อลูกบาศก์เมตร, ปริมาณอากาศ, ความยุบตัว, ปริมาณมวลรวมหยาบ, มวลต่อปริมาตรของมอร์ต้าร์, ความต้านแรงอัด.

    • Q: จะทราบได้อย่างไรว่าคอนกรีตมีความสม่ำเสมอ?
      A: ตรวจสอบตามเกณฑ์ที่กำหนดในตารางที่ 4.

    • Q: กรณีใช้ข้อมูลค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความต้านแรงอัดเฉลี่ยต้องเป็นเท่าไร?
      A: ตามตารางที่ 5 (ความต้านแรงอัดระบุ + 1.34s หรือ ความต้านแรงอัดระบุ + 2.33s แล้วแต่ค่าใดมากกว่า).

    • Q: กรณีไม่ใช้ข้อมูลค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความต้านแรงอัดเฉลี่ยต้องเป็นเท่าไร?
      A: ตามตารางที่ 6 (ความต้านแรงอัดระบุ + 7).

    • Q: หากผลการทดสอบกำลังอัดไม่ผ่านเกณฑ์ จะต้องทำอย่างไร?
      A: ผู้รับจ้างสามารถร้องขอให้ทำการทดสอบ Core Test หรือ Strength Evaluation of Existing Structure (ACI 318).

    • Q: ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบ Core Test?
      A: ผู้ขาย (ผู้ผลิตคอนกรีต).

    • Q: ต้องเก็บตัวอย่างคอนกรีตอย่างไร ในการทดสอบ
      A: ให้เก็บแท่งตัวอย่างทรงกระบอกมาตรฐาน Ø 15x30 เซนติเมตร อย่างน้อย 1 ชุด (6 แท่ง) ทุกๆครั้งของการเทคอนกรีต และถ้ามีการเทคอนกรีตปริมาณมากกว่า 50 ลูกบาศก์เมตร

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

รายการรายละเอียด และคุณลักษณะเฉพาะ (Specifications) มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม คอนกรีตผสมเสร็จ ๑. ขอบข่าย ๑.๑ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้กำหนด คอนกรีตผสมเสร็จซึ่งผสมจากโรงงานหรือ โดยรถผสม คอนกรีตและส่งถึงสถานที่ก่อสร้าง คอนกรีต ๑.๒ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ไม่ครอบคลุมถึงการเท การบ่ม การทำให้แน่น และการแต่งผิว ๒. บทนิยาม ความหมายของคำที่ใช้ในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้มีดังต่อไปนี้ ๒.๑ คอนกรีตผสมเสร็จ ซึ่งต่อไปในมาตรฐานนี้จะเรียกว่า “คอนกรีต” หมายถึง คอนกรีตในสภาพ เหลวที่จ่ายไปยังที่หล่อ และพร้อมใช้งานได้ทันที ๒.๒ วัสดุประสาน (Cementitious Materials) หมายถึง ผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์หรือปูนซีเมนต์ผสมแน่น ผสมเพิ่มเมื่อนำมาผสมกับน้ำจะเกิดปฏิกิริยาเคมีทำให้แข็งตัว เมื่อผสมกับมวลรวมจะเป็นคอนกรีต ๒.๓ มวลรวม (aggregates) หมายถึง วัสดุที่ไม่ทำปฏิกิริยากับปูนซีเมนต์ เช่น หินย่อย กรวด ทราย ๒.๔ สารผสมเพิ่ม (admixtures) หมายถึง วัสดุที่นอกเหนือไปจากมวลรวม ปูนซีเมนต์ หรือน้ำซึ่งเติม ลงไปก่อนหรือขณะผสมคอนกรีตเพื่อเปลี่ยนแปลงสมบัติของคอนกรีต ซึ่งแบ่งได้เป็น ๒ ประเภท คือสายเคมี ผสมเพิ่มและแร่ผสมเพิ่ม ๒.๕ สารเคมีผสมเพิ่ม (chemical admixtures) หมายถึง สารเคมีที่ใช้เติมลงในส่วนผสมคอนกรีต ก่อนผสมหรือขณะผสมคอนกรีต ๒.๖ แร่ผสมเพิ่ม (mineral admixtures) หมายถึง วัสดุที่ใช้เติมลงในส่วนผสมคอนกรีตก่อนผสมหรือ ขณะผสมคอนกรีต ในที่นี้ หมายถึง เถ้าลอยจากถ่านหินใช้เป็นวัสดุผสมคอนกรีต ๒.๗ การผสมกับที่ (central mixing) หมายถึง การผสมคอนกรีตซึ่งผสมเสร็จสมบูรณ์ที่โรงงาน ๒.๘ การผสมโดยรถ (truck mixing) หมายถึง การผสมคอนกรีตซึ่งผสมเสร็จสมบูรณ์ในรถผสม ๒.๙ รถผสม (truck mixing) หมายถึง รถซึ่งใช้ผสมและขนส่งคอนกรีตได้ ๒.๑๐ รถกวน (truck agitator) หมายถึง รถซึ่งกวนคอนกรีตที่ผสมเสร็จสมบูรณ์แล้วและขนส่งได้ แต่ ไม่มีความสามารถในการผสมคอนกรีตได้ ๒.๑๑ รถขนส่ง (truck) หมายถึง รถซึ่งใช้ขนส่งคอนกรีตที่ผสมเสร็จสมบูรณ์แล้วและต้องป้องกันน้ำรั่ว ได้ ๓. ชนิด ประเภท และชั้นคุณภาพ ๓.๑ คอนกรีตแบ่งตามวิธีการผสม เป็น ๒ ชนิด คือ ๓.๑.๑ ชนิดผสมกับที่ ๓.๑.๒ ชนิดผสมโดยรถ ๓.๒ คอนกรีตแบ่งตามชนิดของวัสดุประสาน เป็น 5 ประเภท คือ ๓.๒.๑ ประเภทปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ๓.๒.๒ ประเภทปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ผสมแร่ผสมเพิ่ม ๓.๒.๓ ประเภทปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ปอซโซลาน ๓.๒.๔ ประเภทปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ปอซโซลานผสมแร่ผสมเพิ่ม ๓.๒.๕ ประเภทปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก ๓.๒.๖ ประเภทปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกผสมแน่ผสมเพิ่ม ๓.๓ คอนกรีตแบ่งตามความต้านแรงอัดระบุ เป็น ๑๓ ชั้นคุณภาพ ดังตารางที่ ๑
ชื่อชั้นคุณภาพ ความต้านแรงอัดระบุ (ที่อายุ ๒๘ วัน) MPa ไม่น้อยกว่า
แท่งทรงกระบอก Ø ขนาด ๑๕๐ มม.
แท่งทรงลูกบาศก์ ขนาด ๑๕๐ มม. x ๑๕๐ มม.
x ๓๐๐ มม.
C๑๕/๑๘ ๑๕.๐ ๑๘.๐
C๑๘/๒๑ ๑๘.๐ ๒๑.๐
C๒๑/๒๔ ๒๑.๐ ๒๔.๐
C๒๔/๒๘ ๒๔.๐ ๒๘.๐
C๒๕/๓๐ ๒๕.๐ ๓๐.๐
C๒๘/๓๒ ๒๘.๐ ๓๒.๐
C๓๐/๓๘ ๓๐.๐ ๓๕.๐
C๓๒/๓๘ ๓๒.๐ ๓๘.๐
C๓๕/๔๐ ๓๕.๐ ๔๐.๐
C๓๘/๔๒ ๓๘.๐ ๔๒.๐
C๔๐/๔๕ ๔๐.๐ ๔๕.๐
C๔๕/๕๐ ๔๕.๐ ๕๐.๐
C๕๐/๕๕ ๕๐.๐ ๕๕.๐
๔. วัสดุ ๔.๑ ปูนซีเมนต์ ๔.๑.๑ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ตาม มอก.๑๕ เล่ม ๑ ๔.๑.๒ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ปอซโซลาน ตาม มอก.๘๔๙ ๔.๑.๓ ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก ตาม มอก.๒๕๙๔ ๔.๒ มวลรวม ตาม มอก.๕๖๖ ๔.๓ น้ำ ๔.๓.๑ น้ำประปา ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานของการประปานครหลวงหรือมาตรฐานของการ ประปาส่วนภูมิภาคให้นำมาผสมคอนกรีตได้โดยไม่ต้องทดสอบ ๔.๓.๒ น้ำที่ไม่ใช่น้ำประปา ให้ทดสอบสมบัติทางฟิสิกส์ ตามตารางที่ ๒ และปริมาณสารที่ ยอมให้มีได้ในน้ำผสมคอนกรีต ตามตารางที่ ๓
เกณฑ์ที่กำหนด วิธีทดสอบ
ความต้านแรงอัดของ
คอนกรีตหรือมอร์ต้าร์ที่
อายุ ๗ d
ไม่น้อยกว่า ๙๐% ของความต้านแรงอัด
ของคอนกรีตควบคุมหรือมอร์ต้าร์ควบคุม
ระยะเวลาก่อตัว ไม่เร็วกว่า ๑ h และไม่ช้ากว่า ๑ h ๓๐
min จากคอนกรีต ควบคุมหรือมอร์ต้าร์
ควบคุม
สารที่ยอมให้มีได้ในน้ำ
ผสมคอนกรีต
ปริมาณที่ยอมให้
Mg/L
วิธีทดสอบ
คลอไรด์ในรูปของ CI ไม่เกิน ASTM C๑๑๔
ซัลเฟตในรูปของ
SO₄
ไม่เกิน ASTM C๑๑๔
ด่างในรูปของ Na₂O +
K₂O
ไม่เกิน ASTM C๑๑๔
ปริมาณของแข็งทั้งหมด ไม่เกิน ASTM C๑๖๐๓
๔.๔ สารกระจายกักฟองอากาศสำหรับคอนกรีต ตาม มอก.๘๗๔ ๔.๕ สารเคมีผสมเพิ่มสำหรับคอนกรีต ตาม มอก.๗๓๓ ๔.๖ แร่ผสมเพิ่มสำหรับคอนกรีต เถ้าลอยจากถ่านหินใช้เป็นวัสดุผสมคอนกรีต ตาม มอก.๒๑๓๕ ๔.๗ สารเคมีผสมเพิ่มสำหรับทำคอนกรีตไหล ตาม มอก.๙๘๕
๕.๑ การเก็บรักษาวัสดุ ๕.๑.๑ ปูนซีเมนต์ ต้องเก็บรักษาในที่เก็บซึ่งป้องกันความชื้น และต้องไม่ให้ปูนซีเมนต์ต่างชนิด กันปนกัน ๕.๑.๒ แร่ผสมเพิ่ม ต้องเก็บรักษาในที่เก็บซึ่งป้องกันความชื้นได้ ๕.๑.๓ มวลรวม ต้องกองโดยป้องกันไม่ให้เปรอะเปื้อน และต้องไม่ให้มวลรวมต่างชนิดหรือ ต่างขนาดปนกัน ๕.๑.๔ น้ำผสมคอนกรีต สารกระจายกักฟองอากาศสำหรับคอนกรีต และสารเคมีผสมเพิ่ม ต้องบรรจุในภาชนะที่ป้องกันการรั่ว และสิ่งแปลกปลอมเจือปนได้ ๕.๒ การหาปริมาณส่วนผสม ๕.๒.๑ ปูนซีเมนต์ และแร่ผสมเพิ่ม ให้ทางปริมาณโดยการชั่งน้ำหนัก และใช้เครื่องชั่งเฉพาะ สำหรับชั่งปูนซีเมนต์และแร่ผสมเพิ่ม ถ้าน้ำหนักที่ชั่งไม่น้อยกว่า ๓๐% ของความสามารถสูงสุดของเครื่องชั่ง ปริมาณปูนซีเมนต์ยอมให้คลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน ±๑% ของน้ำหนักที่ต้องการ และปริมาณปูนซีเมนต์รวมกับแร่ ผสมเพิ่มยอมให้คลาดเคลื่อนได้ ±9% ของน้ำหนักที่ต้องการ และกรณีการผสมคอนกรีตปริมาตรน้อยกว่า ๑ ๓ m” ปริมาณปูนซีเมนต์และปริมาณปูนซีเมนต์รวมกับวัสดุผสมเพิ่มต้องไม่น้อยกว่าน้ำหนักต้องการ หรือไม่ มากกว่าน้ำหนักที่ต้องการเกิน ๔% ๕.๒.๒ มวลรวม ให้หาปริมาณโดยการชั่งน้ำหนัก น้ำหนักที่ชั่งคิดรวมน้ำหนักวัสดุแห้งบวก น้ำหนักความชื้นทั้งหมดที่อยู่ในมวลรวม (ส่วนที่ถูกดูดซึมและส่วนที่อยู่พื้นผิว) กรณีทำการชั่งมวลรวมแต่ละชนิดแบบแยกชั่ง หรือชั่งมวลรวมแบบชั่งสะสม ปริมาณที่ชั่งน้อยกว่า ๓๐% ของ ความสามารถสูงสุดของเครื่องชั่ง ยอมให้คลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน ±0.๓% ของความสามารถสูงสุดของเครื่องชั่ง หรือไม่เกิน±๐.๓% ของน้ำหนักสะสมที่ต้องการ แล้วแต่ค่าใดจะน้อยกว่า กรณีทำการชั่งมวลรวมแต่ละชนิดแบบแยกชั่ง ปริมาณที่ชั่งไม่น้อยกว่า ๓๐% ของความสามารถสูงสุดของ เครื่องชั่ง ยอมให้คลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน ±๒% ของน้ำหนักที่ต้องการ กรณีทำการชั่งมวลรวมแบบชั่งสะสม ปริมาณที่ชั่งไม่น้อยกว่า ๓๐% ของความสามารถสูงสุดของเครื่องชั่งยอม ให้คลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน 19% ของน้ำหนักสะสมที่ต้องการ ๕.๒.๓ น้ำผสมคอนกรีต (mixing water) หมายถึง น้ำที่เติมในคอนกรีต (added water) น้ำแข็งที่เติมในส่วนผสม น้ำส่วนที่เป็นความชื้นที่พื้นผิวของมวลรวม และน้ำที่อยู่ในสารเคมีผสมเพิ่ม น้ำที่เติม ในคอนกรีต ให้หาปริมาณโดยการชั่งหรือการตวง โดยยอมให้คลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน ±๑% ของน้ำทั้งหมดที่ ต้องการใช้ผสมคอนกรีต น้ำแข็งที่เติมในส่วนผสมต้องทำจากน้ำที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๔.๓ โดยบดเป็นก้อนเล็ก ๆ ให้หาปริมาณโดยการ ชั่ง และต้องผสมจนน้ำแข็งละลายหมดจึงใช้เทคอนกรีตได้ กรณีที่ผสมโดยรถ น้ำล้างโม่ใด ๆ ที่เหลืออยู่ในโม่ เมื่อใช้ผสมคอนกรีตครั้งต่อไปจะต้องวัดปริมาณ โดยละเอียด หากทำไม่ได้ ให้คายน้ำทิ้งจากโม่ทั้งหมดก่อนผสมคอนกรีตครั้งต่อไป ปริมาณน้ำทั้งหมด (รวมน้ำล้างโม่) ต้อง ตวงหรือชั่ง โดยยอมให้คลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน ±๓% ของปริมาณน้ำที่กำหนด ๕.๒.๔ สารเคมีผสมเพิ่ม สารเคมีผสมเพิ่มที่เป็นผงให้หาปริมาณโดยการชั่งน้ำหนัก สารเคมี ผสมเพิ่มที่เป็นของเหลวให้หาปริมาณโดยการชั่งน้ำหนักหรือตวงเป็นปริมาตร ปริมาณที่ใช้ยอมให้คลาดเคลื่อน ได้ไม่เกิน±๓% ของปริมาณที่กำหนด ๕.๓ โรงงานผสมคอนกรีต ๕.๓.๑ ที่จัดเก็บวัสดุ ต้องแยกมวลผสมหยาบ มวลผสมละเอียด และจัดวางให้ใช้งานได้อย่างดี มีประสิทธิภาพและสะดวก มีการแยกตัวกันในกระบะยกน้อยที่สุด ๕.๓.๒ เครื่องควบคุม ต้องอยู่ใกล้ผู้ปฏิบัติงาน และสะดวกในการควบคุม ๕.๓.๓ เครื่องชั่ง ต้องตรวจสอบเป็นประจำ ยอมให้คลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน ±๐.๒% ของ ความสามารถสูงสุดของเครื่องชั่ง ๕.๔ การผสมคอนกรีต การผสมคอนกรีตให้ใช้วิธีข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ๕.๔.๑ การผสมกับที่ มีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ ๕.๔.๑.๑ ต้องผสมจนเนื้อคอนกรีตสม่ำเสมอ ให้ทดสอบตามข้อ ๖.๒ ๕.๔.๑.๒ ถ้าไม่ทดสอบความสม่ำเสมอ การผสมคอนกรีตต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๑ min ต่อการผสมคอนกรีตไม่เกิน ๐.๗๕ m” และต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า ๑๕ 5 ต่อปริมาณคอนกรีตที่ เพิ่มขึ้นทุก ๆ ๐.๗๕ m ๕.๔.๒ การผสมโดยรถผสม มีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ ๕.๔.๒.๑ ต้องผสมจนเนื้อคอนกรีตสม่ำเสมอ ให้ทดสอบตามข้อ ๖.๒ ๕.๔.๒.๒ ถ้าไม่ทดสอบความสม่ำเสมอ ต้องให้รถผสมคอนกรีตหมุนไม่น้อยกว่า ๗๐ รอบและไม่เกิน ๑๐๐ รอบที่ความเร็วของการผสม (mixing speed) ตามที่ผู้ผลิตรถผสมกำหนด ๕.๕ การขนส่ง มีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ ๕.๕.๑ ถ้าใช้รถผสม ขนส่งคอนกรีตตามข้อ ๕.๔.๑ ให้ใส่คอนกรีตได้ไม่เกิน ๘๐% ของ ปริมาตรความจุโม่ และถ้าใช้ขนส่งคอนกรีตตามข้อ ๕.๔.๒ ให้ใส่คอนกรีตได้ไม่เกิน ๖๓% ของปริมาณความจุโม่ และต้องถ่ายคอนกรีต(discharge) ออกจากโม่ให้หมดภายในเวลา ๑ hr ๓๐ min หลังจากเริ่มผสม หากไม่เกิน ๑ hr ๓๐ min ต้องไม่เติมน้ำเพิ่มในคอนกรีตและสามารถเทคอนกรีตได้ ๕.๕.๒ ถ้าใช้รถกวน ขนส่งคอนกรีตตามข้อ ๕.๔.๑ ให้ใส่คอนกรีตได้ไม่เกิน ๘๐% ของ ปริมาตรความจุโม่ และต้องถ่ายคอนกรีตออกจากโม่ให้หมดภายในเวลา ๑ hr ๓๐ min หลังจากเริ่มผสม หาก เกิน ๑ hr ๓๐ min ต้องไม่เติมน้ำเพิ่มในคอนกรีตและสามารถเทคอนกรีตได้ ๕.๕.๓ ถ้าใช้รถขนส่ง จะต้องถ่ายคอนกรีตออกให้หมดภายในเวลา ๓๐ min หลังจากเริ่มผสม ๖. ลักษณะที่ต้องการ ๖.๑ ลักษณะทั่วไป คอนกรีตยังมีเนื้อสม่ำเสมอ ไม่มีการแยกตัวของมวลรวม การทดสอบให้ทำโดยการตรวจพินิจ ๖.๒ ความสม่ำเสมอ คอนกรีตต้องมีสมบัติความสม่ำเสมอของคอนกรีตตามตารางที่ ๔ การทดสอบให้ปฏิบัติตามข้อ ๙
ลำดับ การทดสอบ หน่วย เกณฑ์สูงสุดที่ยอมให้แตกต่างของตัวอย่างที่
เก็บมาจาก ๒ ชุด ตัวอย่าง
มวลต่อลูกบาศก์เมตรของคอนกรีตที่ปราศจาก
อากาศ
Kg/m³ ไม่เกิน ๑๐๐
ปริมาณอากาศในคอนกรีต สัดส่วนโดยปริมาตร % เกิน ๑๐๐
ความยุบตัว mm ๒๕
ปริมาณมวลรวมหยาบในคอนกรีตที่ค้างอยู่บน
แร่งขนาด ๔.๗๕ mm. สัดส่วนโดยมวล
% ๔๐
มวลต่อปริมาตรของมอร์ต้าร์ที่ปราศจากอากาศ Kg/m³ ๖.০
b ความต้านแรงอัดเฉลี่ย ๓ แท่งที่อายุ ๗ d % ๑.๖
c ความต้านแรงอัดเฉลี่ย ๓ แท่งที่อายุ ๒๘ d % ๗.๕
๖.๓ ความต้านแรงอัด ที่อายุ ๒๘ d ๖.๓.๑ กรณีใช้ข้อมูลค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของความต้านแรงอัด คอนกรีตแต่ละชั้นคุณภาพ ต้องมีความต้านแรงอัดเฉลี่ย ตามตารางที่ ๕ ๖.๓.๒ กรณีไม่ใช้ข้อมูลค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของความต้านแรงอัด คอนกรีตแต่ละชั้น คุณภาพต้องมีความต้านแรงอัดเฉลี่ย ตามตารางที่ ๖
การทดสอบให้ปฏิบัติตาม มอก.๔๐๙ การชัดตัวอย่างให้เป็นไปตาม มอก.๑๗๓๖ เล่ม ๑ การหล่อและการบ่มให้ เป็นไปตาม มอก.๑๗๓๖ เล่ม ๒ ตารางที่ ๕ ความต้านแรงอัดเฉลี่ย กรณีใช้ข้อมูลค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานของความต้านแรงอัด ความต้านแรงอัดเฉลี่ย MPa ไม่น้อยกว่า | ชั้นคุณภาพ | ความต้านแรงอัดระบุ + ๑.๓๔ s | หรือ | ความต้านแรงอัดระบุ + ๒.๓๓ s | ใช้ค่าที่มากกว่า | |---|---|---|---|---| | C๑๕/๑๘ | | | | | | C๑๘/๒๑ | | | | | | C๒๑/๒๔ | | | | | | C๒๔/๒๘ | | | | | | C๒๕/๓๐ | | | | | | C๓๐/๓๕ | | | | | | C๓๒/๓๘ | | | | | | C๓๕/๓๘ | | | | | | C๓๕/๔๐ | | | | | | C๓๘/๔๒ | | | | | | C๔๐/๔๕ | | หรือ | ๐.๙๐ เท่าของความต้านแรงอัดระบุ + ๒.๓๓ s | ใช้ค่าที่มากกว่า | | C๔๕/๕๐ | | | | | | C๕๐/๕๕ | | | | |
ตารางที่ ๖ ความต้านแรงอัดเฉลี่ย กรณีไม่ใช้ข้อมูลค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานของความต้านแรงอัด ความต้านแรงอัดเฉลี่ย MPa ไม่น้อยกว่า | ชั้นคุณภาพ | ความต้านแรงอัดระบุ + ๗ | |---|---| | C๑๕/๑๘ | | | C๑๘/๒๑ | | | C๒๑/๒๔ | | | C๒๔/๒๘ | | | C๒๕/๓๐ | | | C๓๐/๓๕ | | | C๓๒/๓๘ | | | C๓๕/๓๘ | | | C๓๕/๔๐ | | | C๓๘/๔๒ | | | C๔๐/๔๕ | | | C๔๕/๕๐ | | | C๕๐/๕๕ | |
๗. เครื่องหมายและฉลาก ๗.๑ ที่รถกวนหรือรถผสมหรือรถขนส่งอย่างน้อยต้องมีเลข อักษร หรือเครื่องหมายแจ้งรายละเอียด ต่อไปนี้ให้เห็นได้ง่ายและชัดเจน ๗.๑.๑ เลขที่รถกวนหรือรถผสมหรือรถขนส่ง - ๖ -
๗.๑.๒ ความจุของโม่ ๗.๑.๓ ชื่อผู้ทำหรือโรงงานที่ทำหรือชื่อผู้จัดจำหน่ายหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน ๗.๒ ที่เอกสารสำหรับส่งมอบให้กับผู้ซื้อ อย่างน้อยต้องมีเลข อักษร หรือเครื่องหมายแสดงข้อความ ต่อไปนี้ ให้เห็นอย่างชัดเจน หมด ๗.๒.๑ ชื่อผู้ทำ หรือโรงงานที่ทำ หรือชื่อผู้จัดจำหน่าย หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน ๗.๒.๒ ลำดับที่ของใบส่งของ ๗.๒.๓ เลขที่รถกวนหรือรถผสมหรือรถขนส่ง ๗.๒.๔ ชื่อผู้ซื้อ ๗.๒.๕ ชื่องานและสถานที่ ๗.๒.๖ ชนิด ประเภทและชั้นคุณภาพ ๗.๒.๗ ปริมาณคอนกรีต ๗.๒.๘ เวลาที่เริ่มผสมและเวลาที่ถ่ายคอนกรีตออกจากรถกวนหรือรถผสมหรือรถขนส่งจน ๗.๒.๙ ความยุบตัว ๗.๒.๑๐ สารผสมเพิ่ม ในกรณีที่ใช้ภาษาต่างประเทศด้วย ต้องมีความหมายตรงกับภาษาไทยที่กำหนดไว้ข้างต้น ๘. การชักตัวอย่างและเกณฑ์ตัดสิน ๘.๑ การชักตัวอย่างและเกณฑ์ตัดสิน ภาคผนวก ก. ๙.การทดสอบ ๙.๑ มวลต่อลูกบาศก์เมตรของคอนกรีตที่ปราศจากอากาศ ให้เป็นไปตาม ASTM C๑๓๘/C๑๓๘M ๙.๒ การยุบตัว ๙.๒.๑ เครื่องมือ ๙.๒.๑.๑ เครื่องวัด ที่วัดได้ละเอียด ๑ mm ๙.๒.๑.๒ กรวยเหล็กต้องมีความหนาพอที่จะไม่บิดเบี้ยวเสียรูป มีรูปร่างและขนาด ๙.๒.๑.๓ แท่งเหล็กกลมสำหรับกระทุ้ง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๖ mm ยาว ๖๐๐ mm ปลายด้านที่ใช้กระทุ้งเป็นรูปมน ๙.๒.๒ วิธีทดสอบ วางกรวยเหล็กบนพื้นราบและเรียบที่ไม่ดูดซึมน้ำ ใส่คอนกรีตประมาณ ๑ ใน ๓ ของปริมาตร ของกรวย ใช้แท่งเหล็กกระทุ้งให้ทั่ว ๒๕ ครั้ง เติมคอนกรีตครั้งที่ ๒ ลงไปให้ได้ประมาณ ๒ ใน ๓ ของปริมาตร ของกรวยแล้วใช้แท่งเหล็กกระทุ้งให้ทั่ว อีก ๒๕ ครั้ง เติมคอนกรีตครั้งสุดท้ายให้เติมจนล้นกรวย แล้วกระทุ้งให้ ทั่วอีก ๒๕ ครั้ง จากนั้นใช้แท่งเหล็กปาดขอบบนของกรวยให้คอนกรีตส่วนที่เกินหลุดออกไป ยกกรวยขึ้นตรง ๆ ช้า ๆ ระวังอย่าให้กระทบเนื้อคอนกรีตภายในกรวย วัดระยะความยุบตัวของคอนกรีต ๙.๓ ปริมาตรอากาศในคอนกรีต ให้ปฏิบัติตาม ASTM C๑๗๓/C๑๗๓M หรือ ASTM C๒๓๑ ๙.๔ ปริมาณมวลรวมหยาบในคอนกรีตและหน่วยมวลของมอร์ต้าร์ที่ปราศจากอากาศ ๙.๔.๑ เครื่องมือ ๙.๔.๑.๑ ภาชนะที่มีปริมาตรไม่น้อยกว่าปริมาตรของลูกบาศก์ขนาด ๑๕๐ mm x ๑๕๐ mm x ๑๕๐ mm และ ปราศจากรูรั่ว ๙.๔.๑.๒ เครื่องชั่ง ความละเอียด ถึง ๐.๑% ๙.๔.๑.๓ เครื่องอบอุณหภูมิคงที่ ที่ (๑๑๐ ±๕)°C - ๗ - ๙.๔.๒ วิธีทดสอบ ใช้ตัวอย่างคอนกรีตประมาณ ๗.๕ kg ใส่ในภาชนะอัดให้แน่นปาดหน้าให้เรียบเสมอขอบบน จะได้ปริมาตรคอนกรีตซึ่งคำนวณได้จากขนาดภายในของภาชนะ (เป็นค่า V) ชั่งมวลคอนกรีต (เป็นค่า b) แล้ว นำไปล้างในน้ำสะอาดทันที เพื่อแยกมวลรวมจากซีเมนต์แล้วนำมวลรวมไปร่อนในแร่งขนาด ๔.๗๕ mm นำ มวลรวมที่ค้างอยู่บนแร่งไปอบที่อุณหภูมิ ๑๑๐°C เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒๔ hr แล้วนำมาชั่งอีกครั้งหนึ่ง (เป็น ค่า C) ๙.๔.๓ การคำนวณ ๙.๔.๓.๑ ปริมาณมวลรวมหยาบในคอนกรีต ๙.๔.๓.๒ มวลต่อปริมาตรของมอร์ต้าร์ที่ปราศจากอากาศ - ๘ - - ७ - คุณลักษณะเฉพาะ เมื่อไม่กำหนดเป็นอย่างอื่นกำหนดให้คอนกรีตผสมเสร็จต้องมีคุณลักษณะเฉพาะตามที่กำหนดดังนี้ ๑.หน่วยที่ใช้ในการซื้อขายคอนกรีต คือ ปริมาตรเป็นลูกบาศก์เมตร ค่าการยุบตัวเป็นเซนติเมตร กำลัง อัดเป็นกิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (ทอดสอบด้วยตัวอย่างทรงกระบอกมาตรฐาน Ø ๑๕๐๓๐ เซนติเมตร) ทราย ๒.ให้ผู้ผลิตเป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตคอนกรีต เช่น ปูนซีเมนต์ หิน น้ำ และสารผสมเพิ่มอื่นๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐานวัสดุของกรมชลประทาน โดยผู้ควบคุมงานของกรม ชลประทานสามารถร้องขอให้ผู้ผลิตจัดส่งวัตถุดิบในการผลิตคอนกรีตเพื่อทำการตรวจสอบได้หากเกิดข้อสงสัย ขึ้น ๓.การกำหนดส่วนผสม ให้กรมชลประทานสามารถกำหนดอัตราส่วนผสมคอนกรีตให้ผู้ผลิตดำเนินการ ผลิตตามที่กำหนด หรือผู้ผลิตรับผิดชอบในการออกแบบส่วนผสมคอนกรีตเพื่อให้ได้คุณลักษณะของคอนกรีต ตามที่กรมชลประทานต้องการ ๔.ผู้ผลิตต้องควบคุมค่าการยุบตัว (Slump) ของคอนกรีตให้อยู่ในช่วงที่กรมชลประทานระบุโดยเคร่ง คัด ห้ามเติมน้ำเพียงอย่างเดียวลงในส่วนผสมคอนกรีตที่หน้างานเพื่อเพิ่มค่าการยุบตัวโดยเด็ดขาดซึ่งการ ทดสอบค่าการยุบตัวควรทำเมื่อมีการเก็บแท่งตัวอย่าง และทำการสุ่มทดสอบเพื่อให้แน่ใจว่าคอนกรีตมี คุณสมบัติสม่ำเสมอ ทั้งนี้ขึ้นกับการพิจารณาของผู้ควบคุมงานของกรมชลประทาน ๕.การทดสอบกำลังอัดของคอนกรีต ให้เก็บแท่งตัวอย่างทรงกระบอกมาตรฐาน Ø ๑๕๐๓๐ เซนติเมตร อย่างน้อย ๑ ชุด (๖ แท่ง) ทุกๆ ครั้งของการเทคอนกรีต และถ้ามีการเทคอนกรีตปริมาณมากกว่า ๕๐ ลูกบาศก์เมตร ควรเก็บแท่งตัวอย่าง ๑ ชุด ทักๆ การเทคอนกรีต ๕๐ ลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการ พิจารณาของผู้ควบคุมงานของกรมชลประทาน โดยค่าเฉลี่ยของผลการทดสอบกำลังอัดที่อายุ ๒๘ วัน (๓ แท่ง) ต้องไม่ต่ำกว่ากำลังอัดตามที่แบบกำหนด โดยยอมให้ค่ากำลังอัดที่ทดสอบได้ของคอนกรีต จำนวน ๑ แท่ง ต่ำ กว่าข้อกำหนดได้แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๕ ของค่ากำลังอัดที่แบบกำหนด ในกรณีที่ผลการทดสอบกำลังอัด ไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ผู้รับจ้างสามารถร้องขอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ให้ทำการทดสอบกำลังของ คอนกรีตที่โครงสร้าง เช่น คอนกรีตเจาะ (Core Test) ตาม ASTM C๔๒ หรือโดยการทดสอบการรับน้ำหนัก บรรทุก ตาม ACI ๓๑๘ (Strength Evaluation of Existing Structure) โดยผู้ขายต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายในการทดสอบทั้งหมด ซึ่งการทดสอบทุกวิธีให้ทดสอบโดยหน่วยงานของกรมชลประทาน ภาคผนวก ก. การชักตัวอย่างและเกณฑ์ตัดสิน ก.๑ รุ่นในที่นี้ หมายถึง คอนกรีตชนิด ประเภท และชันคุณภาพเดียวกันที่มีส่วนผสมเดียวกัน ที่ทำหรือส่งมอบ หรือซื้อขายในระยะเวลาเดียวกัน โดยมีปริมาตรไม่เกิน ๑๑๕ m ก.๒ การชักตัวอย่างและการยอมรับ ให้เป็นไปตามแผนการชักตัวอย่างที่กำหนดต่อไปนี้ หรืออาจใช้แผนการชัก ตัวอย่างอื่นที่เทียบเท่ากันทางวิชาการกับแผนที่กำหนดไว้ ก.๒.๑ การชักตัวอย่างและการยอมรับ สำหรับการทดสอบลักษณะทั่วไป ความสม่ำเสมอ และ เครื่องหมายและฉลาก ก.๒.๑.๑ ให้ชักตัวอย่างโดยวิธีสุ่มจากรุ่นเดียวกันจำนวน ๒ ชุดตัวอย่าง ตัวอย่างละประมาณ ๕๐ kg ชักอย่างชุดแรกเมื่อถ่ายคอนกรีตออกมาประมาณ ๑๕% ของปริมาณคอนกรีตใน ๑ คัน และชัก ตัวอย่างชุดที่สองเมื่อถ่ายออกมาประมาณ ๘๕% ของปริมาณคอนกรีตใน ๑ คัน ช่วงเวลาที่เก็บตัวอย่างชุดแรก กับตัวอย่างชุดที่สองต้องไม่เกิน ๒๐ min ก.๒.๑.๒ ตัวอย่างต้องเป็นไปตามข้อ ๖.๑ ข้อ ๖.๒ และข้อ ๗ ทุกข้อ จึงจะถือว่าคอนกรีตรุ่น นั้นเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ก.๒.๒ การชักตัวอย่างและการยอมรับ สำหรับการทดสอบความต้านแรงอัด ก.๒.๒.๑ กรณีใช้ตัวอย่างและการยอมรับ สำหรับการทดสอบความต้านแรงอัด ก.๒.๒.๑.๑ ให้ชักตัวอย่างโดยวิธีสุ่มจากรุ่นเดียวกันจำนวน ๓ ชุดตัวอย่าง โดยชัก ตัวอย่างคอนกรีตที่อยู่ประมาณ ๑/๓ ๑/๒ และ ๒/๓ ของปริมาณคอนกรีตใน ๑ คัน ที่มีปริมาณประมาณ ๒ m” ใช้ตัวอย่างทั้งหมดประมาณ ๑๕๐ kg แล้วนำมาผสมรวมกันเป็น ๑ ชุดตัวอย่าง ปริมาณคอนกรีตที่เก็บ ๑ ชุดตัวอย่าง ต้องมากพอที่จะหล่อแท่งตัวอย่างทดสอบอย่างน้อย ๑๐ แท่ง ช่วงเวลาที่เก็บตัวอย่างแรกกับครั้ง สุดท้ายที่จะนำมารวมกัน และหล่อเป็นแท่งตัวอย่างเสร็จต้องใช้เวลาไม่เกิน ๑๕ min ในกรณีที่ไม่สามารถเก็บ ตัวอย่าง ๓ ครั้ง ได้ตามเวลาที่กำหนด ให้ชักตัวอย่างคอนกรีตที่อยู่ประมาณ ๑/๒ ถึง ๒/๓ ของปริมาณ คอนกรีตในรถ ๑ คัน เป็น ๑ ชุดตัวอย่างได้ ก.๒.๒.๑.๒ ตัวอย่างต้องมีความต้านแรงอัดเฉลี่ยตามข้อ ๖.๓.๒ จึงจะถือว่าคอนกรีต รุ่นนั้นเป็นไปตามเกณฑ์กำหนด ก.๒.๒.๒ กรณีไม่ใช้ข้อมูลค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของความต้านแรงอัด ก.๒.๒.๒.๑ ให้ชักตัวอย่างโดยวิธีสุ่มจากรุ่นเดียวกันจำนวน ๒ ชุดตัวอย่าง โดยชัก ตัวอย่างคอนกรีตที่อยู่ประมาณ ๑/๓ ๑/๒และ๒/๓ ของปริมาณคอนกรีต ๑ คัน ใช้ตัวอย่างทั้งหมดประมาณ ๗๕ kg แล้วนำมาผสมรวมกันเป็น ๑ ชุดตัวอย่าง ปริมาณคอนกรีตที่เก็บ ๑ ชุดอย่าง ต้องมากพอที่จะหล่อแท่ง ตัวอย่างทดสอบอย่างน้อย ๕ แท่ง ช่วงเวลาที่เก็บตัวอย่างครั้งแรกกับครั้งสุดท้ายที่จะนำมารวมกัน เป็นแท่งตัวอย่างเสร็จต้องใช้เวลาไม่เกิน ๑๕ min ในกรณีที่ไม่สามารถเก็บตัวอย่าง ๓ ครั้ง ได้ตามเวลาที่ กำหนด ให้ชักตัวอย่างคอนกรีตที่อยู่ประมาณ ๑/๒ ถึง ๒/๓ ของปริมาณคอนกรีตในรถ ๑ คัน เป็น ๑ ชุด ตัวอย่างได้ ก.๒.๒.๒.๒ ตัวอย่างต้องมีความต้านแรงอัดเฉลี่ยตามข้อ ๖.๓.๒ จึงถือว่าคอนกรีตรุ่น ก.๓ เกณฑ์ตัดสิน ตัวอย่างคอนกรีตต้องเป็นไปตามข้อ ก.๒.๑.๒ และ ก.๒.๒.๑.๒ ทุกข้อ หรือเป็นไปตามข้อ ก.๒.๑.๒ และ ก.๒.๒.๒.๒ ทุกข้อ แล้วแต่กรณี จึงจะถือว่าคอนกรีตรุ่นนั้นเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้