ประกวดราคาจ้างก่อสร้างอาคารพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา ตำบลกำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม (ระยะที่ ๒) ครั้งที่ ๓ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
โครงการนี้เป็นการจ้างก่อสร้างอาคารพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่หลากหลาย, ให้บริการทางวิชาการ, และใช้ในพิธีการต่างๆ รวมถึงการประชุมและอบรมสัมมนา ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะของนักเรียน ตลอดจนบุคลากรภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย โดยขอบเขตงานครอบคลุมการก่อสร้างอาคารตามแบบและรายการประกอบแบบ, การรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเดิม, การจัดการพื้นที่, และการเชื่อมต่อระบบสาธารณูปโภค โครงการมีระยะเวลาดำเนินการ 210 วัน และแบ่งการจ่ายเงินเป็น 6 งวดตามความก้าวหน้าของงาน ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด และมีผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันในวงเงินไม่น้อยกว่า 8,000,000 บาท
English summary
This project involves the construction of a teaching and learning activity development building for the Demonstration School of Kasetsart University, Kamphaeng Saen Campus. The main objectives are to provide a venue for diverse teaching and learning activities, offer academic services, and host ceremonies, including meetings and seminars, to support student learning and skill development, as well as personnel within and outside the university. The scope of work covers building construction according to the plans and specifications, demolition of existing structures, site management, and connection of utilities. The project has a duration of 210 days with payments divided into 6 installments based on work progress. Bidders must meet the specified qualifications and have construction experience of the same type with a budget of at least 8,000,000 Baht.
ตำบลกำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน
ผู้เสนอราคาและผู้ชนะ
ผู้ชนะการประมูล (1)
ผู้เสนอราคาทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลผู้เสนอราคา
โครงการนี้ไม่มีรายชื่อผู้เสนอราคา
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อใช้สำหรับจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ฝึกทักษะและประสบการณ์ของนักเรียน
- เพื่อให้บริการทางด้านกิจกรรมวิชาการ
- เพื่อใช้จัดพิธีการแก่นักเรียน การประชุมผู้ปกครอง การอบรม สัมมนาของนักเรียนและบุคลากร ตลอดจนหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และหน่วยงานภายนอกมหาวิทยาลัย
ขอบเขตของงาน
- ก่อสร้างอาคารตามแบบและรายการประกอบแบบ
- รื้อถอนสิ่งก่อสร้างเดิม
- บริหารจัดการพื้นที่ก่อสร้าง
- เชื่อมต่อระบบสาธารณูปโภค
- จัดทำแผ่นป้ายแสดงรายละเอียดงานก่อสร้าง
- จัดทำประกันภัยโครงการ (Construction All Risks)
- จัดทำแผนงานการรักษาความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม
- เสนอแบบขยายรายละเอียด (Shop Drawing)
- จัดทำ AS BUILT DRAWING
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- อาคารพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนที่สร้างเสร็จสมบูรณ์
- แผนงานการก่อสร้าง
- แผ่นป้ายแสดงรายละเอียดงานก่อสร้าง
- กรมธรรม์ประกันภัย (Construction All Risks)
- แผนงานการรักษาความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม
- แบบขยายรายละเอียด (Shop Drawing)
- รายงานผลการทดสอบวัสดุ
- AS BUILT DRAWING
- คู่มือการใช้อาคาร
- ประวัติอาคาร
ระยะเวลาดำเนินการ
รวมระยะเวลา 210 วัน โดยแบ่งเป็น 6 งวด
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันกับผลงานที่ประกวดราคาจ้างก่อสร้างในวงเงินไม่น้อยกว่า ๘,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (แปดล้านบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เชื่อถือ
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับการจ้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคารพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนา การศึกษา ตำบลกำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม (ระยะที่ ๒) ครั้งที่ ๓ โดยผลงานที่นำเสนอจะเป็นงานก่อสร้างใหม่หรือ งานปรับปรุงหรืองานซ่อมแซม งานรื้อถอนเพื่อการก่อสร้างหรืองานต่อเติม ก็ได้ โดย งานก่อสร้างที่ใช้เทคนิคในการก่อสร้างต้องเหมือนกันของโครงสร้างหลักเป็นประเภทเดียวกัน และลักษณะการใช้ งานก่อสร้างต้องเหมือนกันที่เป็นประเภทเดียวกับเอกสารประกวดราคา
- ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบเอกสารผู้จัดการโครงการโดยยื่นหนังสือรับรองของวิศวกรที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ก.ว.) วิศวกรรมควบคุมรับรองการควบคุมงานก่อสร้าง หรือ หนังสือรับรองของสถาปนิกที่มีทะเบียนประกอบวิชาชีพ (ก.ส.) สถาปนิกรับรองการควบคุมงานก่อสร้าง
- ผู้จัดการโครงการ ต้องมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า ๓ ปี และเคยเป็นผู้จัดการโครงการทำงาน ก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานก่อสร้างที่ใช้เทคนิคในการก่อสร้างต้องเหมือนกันกับของโครงสร้างหลักเป็น ประเภทเดียวกัน และลักษณะการใช้งานเป็นประเภทเดียวกับการประกวดราคาจ้างก่อสร้าง และจะต้องปฏิบัติ หน้าที่บริหารจัดการการก่อสร้างอยู่ประจำ ณ สถานที่ก่อสร้าง โดยต้องเป็นผู้ที่เคยได้รับการแต่งตั้งและปฏิบัติงาน เป็นผู้จัดการโครงการงานก่อสร้างไม่น้อยกว่าหนึ่งโครงการมาก่อน โดยผู้จัดการโครงการต้องได้รับใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพวิศวกรโยธา หรือ สถาปนิก
- ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบเอกสารวิศวกรโยธาประจำโครงการหรือสถาปนิกประจำโครงการโดยยื่นหนังสือรับรองของ วิศวกรที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ก.ว.) วิศวกรรมควบคุมรับรองการควบคุมงานก่อสร้าง หรือ หนังสือรับรอง ของสถาปนิกที่มีทะเบียนประกอบวิชาชีพ (ก.ส.) สถาปนิกรับรองการควบคุมงานก่อสร้าง
- วิศวกรโยธาประจำโครงการหรือสถาปนิกประจำโครงการ ต้องมาปฏิบัติงานทุกวันตามความ เหมาะสม และจะต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่ประจำ ณ สถานที่ก่อสร้าง โดยต้องเป็นผู้ที่เคยได้รับการแต่งตั้งและ ปฏิบัติงานเป็นวิศวกรโยธาประจำโครงการหรือสถาปนิกประจำโครงการ ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพไม่ต่ำ กว่าระดับภาคีวิศวกรหรือภาคีสถาปนิก อย่างน้อย ๑ คน มีประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า ๑ ปี โดยผลงาน ประสบการณ์เป็นงานก่อสร้างที่ใช้เทคนิคในการก่อสร้างต้องเหมือนกันกับโครงสร้างหลักเป็นประเภทเดียวกัน และลักษณะการใช้งานเป็นประเภทเดียวกับการประกวดราคาจ้างก่อสร้าง
- ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบเอกสารวิศวกรไฟฟ้าประจำโครงการโดยยื่นหนังสือรับรองของวิศวกรที่มีใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพ (ก.ว.) วิศวกรรมควบคุมรับรองการควบคุมงานก่อสร้าง ผู้ชนะการเสนอราคา
- วิศวกรไฟฟ้าประจำโครงการ จะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้านวิศวกรรมไฟฟ้า อยู่ประจำ ณ สถานที่ ก่อสร้าง โดยต้องเป็นผู้ที่เคยได้รับการแต่งตั้งและปฏิบัติงานเป็นวิศวกรไฟฟ้ากำลังประจำโครงการ ได้รับ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพไม่ต่ำกว่าระดับภาคีวิศวกร อย่างน้อย ๑ คน มีประสบการณ์ทำงาน ไม่น้อยกว่า ๑ ปี โดยผลงานประสบการณ์เป็นงานก่อสร้างที่ใช้เทคนิคในการก่อสร้างต้องเหมือนกันกับโครงสร้างหลักเป็น ประเภทเดียวกัน และลักษณะการใช้งานเป็นประเภทเดียวกับการประกวดราคาจ้างก่อสร้าง
- ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบเอกสารนายช่างเทคนิคประจำโครงการ โดยยื่นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือคุณวุฒิ อย่างอื่นที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้
- นายช่างเทคนิค ต้องมาปฏิบัติงานทุกวันตามความเหมาะสม และจะต้องปฏิบัติหน้าที่ และ จะต้องปฏิบัติหน้าที่นายช่างเทคนิคประจำโครงการ ณ สถานที่ก่อสร้าง โดยต้องเป็นผู้ที่เคยได้รับการแต่งตั้งและ ปฏิบัติงานเป็นนายช่างเทคนิค ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ อย่างน้อย ๑ คน มีประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า ๑ ปี โดยผลงานประสบการณ์เป็นงานก่อสร้างที่ใช้เทคนิค ในการก่อสร้างต้องเหมือนกันกับโครงสร้างหลักเป็นประเภทเดียวกัน และลักษณะการใช้งานเป็นประเภทเดียวกับ การประกวดราคาจ้างก่อสร้าง
- ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบเอกสารเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยวิชาชีพประจำโครงการก่อสร้าง
- เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยวิชาชีพประจำโครงการก่อสร้าง ต้องมีคุณสมบัติตามกฎหมายกำหนด มีประสบการณ์ควบคุมงานก่อสร้างอาคารสูงไม่น้อยกว่า ๑ ปี อย่างน้อย ๑ คน ต้องปฏิบัติหน้าที่บริหารจัดการ การก่อสร้าง อยู่ประจำ ณ สถานที่ก่อสร้าง โดยยื่นหนังสือรับรองการเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยวิชาชีพ และ แสดงหลักฐานเป็นพนักงานประจำของผู้รับจ้าง
- ผู้ยื่นข้อเสนอในงานก่อสร้างที่มีวงเงินงบประมาณในการก่อสร้าง ตั้งแต่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป จะต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
- ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดย ต้องใช้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา
- ผู้รับจ้างต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐ ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตาม สัญญา
เกณฑ์การพิจารณา
- การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ ราคา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- โครงการ ก่อสร้างอาคารพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา ตำบลกำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม (ระยะที่ 2) ครั้งที่ 3
- งานสถาปัตยกรรม: งานพื้น, งานผนัง, งานฝ้าเพดาน, งานประตู-หน้าต่าง, งานห้องน้ำ, งานทาสี, งานตกแต่งภายใน
- งานระบบสุขาภิบาล ดับเพลิง และป้องกันอัคคีภัย: งานระบบประปา, งานระบบระบายน้ำ, งานระบบท่อส้วม, งานระบบดับเพลิง
- งานระบบไฟฟ้า: ระบบไฟฟ้าแรงสูง, ระบบไฟฟ้าแรงต่ำ, ระบบแสงสว่าง, ระบบสื่อสาร, ระบบป้องกันฟ้าผ่า
- งานระบบเครื่องกล: ระบบปรับอากาศ, ระบบระบายอากาศ
เงื่อนไขสัญญา
- อัตราค่าปรับ: หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้ ในสัญญาและผู้ว่าจ้างยังมิได้บอกเลิก สัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับ เป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคางานจ้างนั้น
- การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: หากมีเหตุชำรุดบกพร่องหรือเสียหายเกิดขึ้นจากการจ้างนี้ ภายในกำหนด เป็นเวลา ๒ ปีนับถัดจากวันที่ ได้รับมอบงานดังกล่าว ซึ่งความชำรุดบกพร่องหรือเสียหายนั้นเกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้างอันเกิดจากการใช้ วัสดุที่ไม่ถูกต้องหรือทำไว้ไม่เรียบร้อย หรือทำไม่ถูกต้องตามมาตรฐานแห่งหลักวิชา ผู้รับจ้างจะต้องรีบทำการแก้ไข ให้เป็นที่เรียบร้อยโดยไม่ชักช้า โดยผู้ว่าจ้างไม่ต้องออกเงินใด ๆ ในการนี้ทั้งสิ้น หากผู้รับจ้างไม่กระทำการดังกล่าว ภายในกำหนด ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจาก ผู้ว่าจ้างหรือไม่ทำการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อย ภายในเวลาที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะทำการนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นให้ทำงานนั้น โดยผู้รับจ้างต้องเป็น ผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
- กำหนดยืนราคา: ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๕๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
คำถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศเมื่อใด
คำตอบ: ภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา -
คำถาม: ผู้รับจ้างต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศในโครงการนี้คิดเป็นร้อยละเท่าใด
คำตอบ: ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐ ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา -
คำถาม: หากผู้รับจ้างต้องการใช้วัสดุเทียบเท่า ต้องดำเนินการอย่างไร
คำตอบ: ผู้รับจ้างจะต้องเสนอเรื่อง ขอใช้วัสดุเทียบเท่าต่อผู้ว่าจ้าง ก่อนที่จะถึงกำหนดใช้วัสดุนั้นเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยผู้รับจ้างต้องทำตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติหลักตามวัตถุประสงค์ของการออกแบบ ของวัสดุที่ กำหนดในสัญญา 2 ตราอักษร ขึ้นไป เปรียบเทียบกับวัสดุที่ขอใช้ พร้อมระบุวิธีทดสอบหรือพิสูจน์คุณสมบัติ -
คำถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดทำประวัติอาคารจำนวนกี่เล่ม
คำตอบ: จำนวน 5 เล่ม ส่งให้ผู้ว่าจ้างผ่านผู้ควบคุมงาน/กรรมการตรวจการจ้าง -
คำถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดทำ AS-BUILT DRAWING เมื่อใด
คำตอบ: ในงวดงานงวดสุดท้าย หรือตามที่กำหนดไว้ในงวดงาน -
คำถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนปฏิบัติงานความปลอดภัยในการทำงานเมื่อใด
คำตอบ: ใน 30 วันหลังจากลงนามในสัญญา หรือก่อนลงมือก่อสร้าง -
คำถาม: ผู้รับจ้างต้องแจ้งเหตุดังกล่าวให้ส่วนราชการทราบภายในกี่วัน
คำตอบ: 15 วัน นับแต่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง -
คำถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนงานก่อสร้างจำนวนกี่ชุด
คำตอบ: จำนวน 3 ชุด ส่งให้ ผู้ว่าจ้าง (ผ่านผู้ควบคุมงานและประธานกรรมการตรวจการจ้าง) -
คำถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดทำ SHOP DRAWING เมื่อใด
คำตอบ: ก่อนจะดำเนินการก่อสร้างส่วนหนึ่งส่วนใด
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
๑. ความเป็นมา
โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตกำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา ได้เปิด
สอนในระดับอนุบาลศึกษาปีที่ ๑ จนถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ปัจจุบันมีนักเรียน จำนวน ๒,๔๗๐ คน เปิดสอนใน
๓ หลักสูตร (หลักสูตรปกติ, หลักสูตร Intensive English Program และหลักสูตรห้องเรียนวิทยาศาสตร์) อาคาร
พัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน จึงเป็นสถานที่ ที่มีความสำคัญสำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในร่ม
และเป็นการให้บริการทางด้านกิจกรรมวิชาการ การจัดพิธีการและกิจกรรมต่าง ๆ แก่นักเรียน การประชุม
ผู้ปกครอง การอบรม สัมมนาของนักเรียนและบุคลากร เป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญยิ่ง ตลอดจนก่อให้เกิด
ประโยชน์ในกิจกรรมต่าง ๆ หน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และหน่วยงานภายนอกมหาวิทยาลัย
ต่อไป
๒. วัตถุประสงค์
๑. เพื่อใช้สำหรับจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ฝึกทักษะและประสบการณ์ของนักเรียน
๒. เพื่อให้บริการทางด้านกิจกรรมวิชาการ
๓. เพื่อใช้จัดพิธีการแก่นักเรียน การประชุมผู้ปกครอง การอบรม สัมมนาของนักเรียนและบุคลากร
ตลอดจนหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และหน่วยงานภายนอกมหาวิทยาลัย
๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
ตามรายละเอียดร่างประกาศ และร่างเอกสารประกวดราคา หรือตามรายละเอียดประกาศ และเอกสาร
ประกวดราคา
๔. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันกับผลงานที่ประกวดราคาจ้าง ก่อสร้างในวงเงินไม่
น้อยกว่า ๘,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (แปดล้านบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ
หรือหน่วยงานเอกชนที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เชื่อถือ โดยยื่นหนังสือรับรองผลงาน ในขณะเข้าเสนอราคา
/ผู้ยืน…
2
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับการจ้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคารพัฒนากิจกรรม
การเรียนการสอน โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนา
การศึกษา ตำบลกำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม (ระยะที่ ๒) ครั้งที่ ๓ โดยผลงานที่นำเสนอจะ
เป็นงานก่อสร้างใหม่หรือ งานปรับปรุงหรืองานซ่อมแซม งานรื้อถอนเพื่อการก่อสร้างหรืองานต่อเติม ก็ได้ โดย
งานก่อสร้างที่ใช้เทคนิคในการก่อสร้างต้องเหมือนกันของโครงสร้างหลักเป็นประเภทเดียวกัน และลักษณะการใช้
งานก่อสร้างต้องเหมือนกันที่เป็นประเภทเดียวกับเอกสารประกวดราคา
โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องส่งสำเนาสัญญางานก่อสร้างของผลงานที่เสนอ โดยให้ยื่นในขณะเข้าเสนอ
ราคา
- โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องส่งสำเนาบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคา (Bill of Quantities ; B.O.Q.)
ของผลงานที่เสนอ โดยให้ยื่นในขณะเข้าเสนอราคา
๔.๒ ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบเอกสารให้แก่ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ ภายใน ๑๕ วัน หลังจาก
ลงนามในสัญญา ตามรายละเอียดดังนี้
๔.๒.๑ ผู้จัดการโครงการโดยยื่นหนังสือรับรองของวิศวกรที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ก.ว.)
วิศวกรรมควบคุมรับรองการควบคุมงานก่อสร้าง หรือ หนังสือรับรองของสถาปนิกที่มีทะเบียนประกอบวิชาชีพ
(ก.ส.) สถาปนิกรับรองการควบคุมงานก่อสร้าง
ผู้จัดการโครงการ ต้องมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า ๓ ปี และเคยเป็นผู้จัดการโครงการทำงาน
ก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานก่อสร้างที่ใช้เทคนิคในการก่อสร้างต้องเหมือนกันกับของโครงสร้างหลักเป็น
ประเภทเดียวกัน และลักษณะการใช้งานเป็นประเภทเดียวกับการประกวดราคาจ้างก่อสร้าง และจะต้องปฏิบัติ
หน้าที่บริหารจัดการการก่อสร้างอยู่ประจำ ณ สถานที่ก่อสร้าง โดยต้องเป็นผู้ที่เคยได้รับการแต่งตั้งและปฏิบัติงาน
เป็นผู้จัดการโครงการงานก่อสร้างไม่น้อยกว่าหนึ่งโครงการมาก่อน โดยผู้จัดการโครงการต้องได้รับใบอนุญาต
ประกอบวิชาชีพวิศวกรโยธา หรือ สถาปนิก จะต้องแนบหลักฐานการทำงานประจำให้กับผู้ว่าจ้าง พร้อมลงชื่อ
รับรองเอกสารเป็นผู้จัดการโครงการในการก่อสร้าง แสดงตนพร้อมลงชื่อรับรองเอกสารเป็นผู้รับผิดชอบ
การควบคุมงานและแสดงความยินยอมเป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้างตามกฎกระทรวง การปฏิบัติตามกฎหมาย
วาด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๐ พร้อมแนบใบประกอบวิชาชีพ และหลักฐานประสบการณ์ ดังกล่าว
และแสดงตนในการประชุมระหว่างการก่อสร้างทุกครั้ง
๔.๒.๒ วิศวกรโยธาประจำโครงการหรือสถาปนิกประจำโครงการโดยยื่นหนังสือรับรองของ
วิศวกรที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ก.ว.) วิศวกรรมควบคุมรับรองการควบคุมงานก่อสร้าง หรือ หนังสือรับรอง
ของสถาปนิกที่มีทะเบียนประกอบวิชาชีพ (ก.ส.) สถาปนิกรับรองการควบคุมงานก่อสร้าง
วิศวกรโยธาประจำโครงการหรือสถาปนิกประจำโครงการ ต้องมาปฏิบัติงานทุกวันตามความ
เหมาะสม และจะต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่ประจำ ณ สถานที่ก่อสร้าง โดยต้องเป็นผู้ที่เคยได้รับการแต่งตั้งและ
ปฏิบัติงานเป็นวิศวกรโยธาประจำโครงการหรือสถาปนิกประจำโครงการ ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพไม่ต่ำ
กว่าระดับภาคีวิศวกรหรือภาคีสถาปนิก อย่างน้อย ๑ คน มีประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า ๑ ปี โดยผลงาน
ประสบการณ์เป็นงานก่อสร้างที่ใช้เทคนิคในการก่อสร้างต้องเหมือนกันกับโครงสร้างหลักเป็นประเภทเดียวกัน
และลักษณะการใช้งานเป็นประเภทเดียวกับการประกวดราคาจ้างก่อสร้าง ให้แนบเอกสารหลักฐานเป็นพนักงาน
/ประจำ…
3
ประจำของผู้รับจ้าง ลงนามรับรองเอกสารเป็นวิศวกรโยธาประจำโครงการหรือสถาปนิกประจำโครงการในการ
ก่อสร้าง แสดงตนในการประชุมระหว่างการก่อสร้างทุกครั้ง ในหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบการควบคุมงานและแสดง
ความยินยอมเป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้างครั้งนี้ รวบรวมจัดส่งเอกสารดังกล่าว ให้เรียบร้อยครบถ้วน
๔.๒.๓ วิศวกรไฟฟ้าประจำโครงการโดยยื่นหนังสือรับรองของวิศวกรที่มีใบอนุญาตประกอบ
วิชาชีพ (ก.ว.) วิศวกรรมควบคุมรับรองการควบคุมงานก่อสร้าง ผู้ชนะการเสนอราคา
ก่อสร้าง
วิศวกรไฟฟ้าประจำโครงการ จะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้านวิศวกรรมไฟฟ้า อยู่ประจำ ณ สถานที่
โดยต้องเป็นผู้ที่เคยได้รับการแต่งตั้งและปฏิบัติงานเป็นวิศวกรไฟฟ้ากำลังประจำโครงการ ได้รับ
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพไม่ต่ำกว่าระดับภาคีวิศวกร อย่างน้อย ๑ คน มีประสบการณ์ทำงาน ไม่น้อยกว่า
๑ ปี โดยผลงานประสบการณ์เป็นงานก่อสร้างที่ใช้เทคนิคในการก่อสร้างต้องเหมือนกันกับโครงสร้างหลักเป็น
ประเภทเดียวกัน และลักษณะการใช้งานเป็นประเภทเดียวกับการประกวดราคาจ้างก่อสร้างให้แนบเอกสาร
ลงนามรับรองเอกสารเป็นวิศวกรไฟฟ้าประจำโครงการในการก่อสร้าง
ในหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบการควบคุมงานและแสดงความ
หลักฐานเป็นพนักงานประจำของผู้รับจ้าง
แสดงตนในการประชุมระหว่างการก่อสร้างทุกครั้ง
ยินยอมเป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้างครั้งนี้
๔.๒.๔ นายช่างเทคนิคประจำโครงการ โดยยื่นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือคุณวุฒิ
อย่างอื่นที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้
นายช่างเทคนิค ต้องมาปฏิบัติงานทุกวันตามความเหมาะสม และจะต้องปฏิบัติหน้าที่ และ
จะต้องปฏิบัติหน้าที่นายช่างเทคนิคประจำโครงการ ณ สถานที่ก่อสร้าง โดยต้องเป็นผู้ที่เคยได้รับการแต่งตั้งและ
ปฏิบัติงานเป็นนายช่างเทคนิค ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้
อย่างน้อย ๑ คน มีประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า ๑ ปี โดยผลงานประสบการณ์เป็นงานก่อสร้างที่ใช้เทคนิค
ในการก่อสร้างต้องเหมือนกันกับโครงสร้างหลักเป็นประเภทเดียวกัน และลักษณะการใช้งานเป็นประเภทเดียวกับ
การประกวดราคาจ้างก่อสร้าง ให้แนบเอกสารหลักฐานเป็นพนักงานประจำของผู้รับจ้าง ลงนามรับรองเอกสารเป็น
นายช่างประจำโครงการในการก่อสร้าง แสดงตนในการประชุมระหว่างการก่อสร้างทุกครั้ง ในหน้าที่เป็น
ผู้รับผิดชอบการควบคุมงานก่อสร้างครั้งนี้
๔.๒.๕ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยวิชาชีพประจำโครงการก่อสร้าง
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยวิชาชีพประจำโครงการก่อสร้าง ต้องมีคุณสมบัติตามกฎหมายกำหนด
มีประสบการณ์ควบคุมงานก่อสร้างอาคารสูงไม่น้อยกว่า ๑ ปี อย่างน้อย ๑ คน ต้องปฏิบัติหน้าที่บริหารจัดการ
การก่อสร้าง อยู่ประจำ ณ สถานที่ก่อสร้าง โดยยื่นหนังสือรับรองการเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยวิชาชีพ และ
แสดงหลักฐานเป็นพนักงานประจำของผู้รับจ้าง พร้อมลงชื่อรับรองการเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยวิชาชีพประจำ
โครงการ แสดงตนเป็นผู้รับผิดชอบการควบคุมงานก่อสร้าง ครั้งนี้
๔.๒.๖ หากในระหว่างการก่อสร้าง มีการเปลี่ยนแปลงบุคลากรจากข้อที่กำหนดต่างไปจากนี้
ต้องมีเหตุผลอันควรและต้องได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ ทั้งนี้บุคลากรที่จะนำมาทดแทนจะต้องมี
คุณสมบัติเทียบเท่าหรือเหนือกว่าในกรณีที่พิจารณาเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยฯ เท่านั้น
/๔.๓ จำนวน…
4
๔.๓ จำนวนช่างอย่างน้อย ๑ คน ในแต่ละสาขาช่าง
☑ ช่างก่อสร้าง ☑ ช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ☑ ช่างไม้ (ก่อสร้าง)
☑ ช่างโยธา ☑ ช่างเชื่อมโลหะ ☑ ช่างฉาบปูน
☑ ช่างเชื่อมไฟฟ้า ☑ ช่างก่ออิฐ ☑ ช่างแก็ส
☑ ช่างท่อและสุขภัณฑ์ ☑ ช่างติดตั้งและเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร
☐ อื่น ๆ …………………… ฯลฯ
ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องกำหนดให้มีช่างที่มีความจำเป็นตามประเภทงานจ้างก่อสร้างดังกล่าวอย่างน้อย ๑ คน
๔.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอในงานก่อสร้างที่มีวงเงินงบประมาณในการก่อสร้าง ตั้งแต่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป
จะต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
๔.๕ งานก่อสร้าง ตั้งแต่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป คู่สัญญาจะต้องดำเนินการจัดทำแผ่นป้ายแสดง
รายละเอียดงานก่อสร้าง ติดตั้ง ณ สถานที่ก่อสร้าง
๔.๖ การจัดทำประกันภัยโครงการงานก่อสร้าง/งานปรับปรุง (Construction All Risks) มี
รายละเอียดดังนี้
๔.๖.๑ เมื่อได้ลงนามสัญญาจ้างเรียบร้อยแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัย
ซึ่งมีผลคุ้มครองตั้งแต่วันลงนามในสัญญา พร้อมนำใบเสร็จแสดงการชำระค่าเบี้ยประกันให้แก่ประธาน
กรรมการตรวจรับพัสดุภายใน ๑๕ วัน หลังจากลงนามในสัญญา
๔.๖.๒ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบความเสียหายต่ออาคารและ สิ่งปลูกสร้างที่ได้รับผลกระทบ
จากการดำเนินการ มีการคุ้มครองครอบคลุม (Construction All Risks)
๔.๖.๓ การประกันความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวงาน
ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีการประกันภัยการก่อสร้างแบบ Construction All Risks
insurance ตลอดอายุสัญญา ในวงเงินไม่น้อยกว่ามูลค่าตามสัญญา (Contract Value) กับบริษัทประกันภัยที่
ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๓๕ และ/หรือ
ได้รับใบอนุญาตฯ จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปก.) ที่ผู้ว่า
จ้างเห็นชอบ ในนามของผู้ว่าจ้างเป็นผู้เอาประกันภัยร่วมและผู้รับประโยชน์ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ชำระเบี้ย
ประกันภัยตลอดอายุสัญญา
กรณีกรมธรรม์ประกันภัยที่ได้ให้ไว้กับผู้ว่าจ้างจะหมดอายุลง ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มี
การประกันภัยใหม่ หรือทำสลักหลังกรมธรรม์เดิม เพื่อขยายระยะเวลาเอาประกันออกไปจนกระทั่งส่งมอบงาน
ทั้งหมดให้ผู้ว่าจ้าง ซึ่งมีเงื่อนไขเหมือนเดิม โดยให้มีระยะเวลาประกันภัยต่อเนื่องกัน มามอบให้ผู้ว่าจ้าง ภายใน
๗ วันทำการ ก่อนวันที่กรมธรรม์ประกันภัยฉบับเดิมจะหมดอายุ
๔.๖.๔ การประกันการชดใช้ความรับผิดสำหรับบุคคลที่สาม
ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีการประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อความสูญหายหรือ ความ
เสียหายสำหรับบุคคลที่สามไว้ตลอดอายุสัญญา ในวงเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐ (สิบ) ของมูลค่า ตามสัญญา ความ
สูญหายหรือความเสียหายแต่ละครั้ง กับบริษัทประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยตาม
พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๓๕ และ/หรือ ได้รับใบอนุญาตฯ จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและ
/ส่งเสริม…
5
ส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ผู้ว่าจ้างเห็นชอบ ในนามของผู้ว่าจ้างเป็นผู้เอาประกันภัยร่วม
โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ชำระเบี้ยประกันภัยตลอดอายุสัญญา
๔.๖.๕ กรณีกรมธรรม์ประกันภัยที่ได้ให้ไว้กับผู้ว่าจ้างจะหมดอายุลง ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มี
การประกันภัยใหม่ หรือทำสลักหลังกรมธรรม์เดิม เพื่อขยายระยะเวลาเอาประกันออกไปจนกระทั่งส่งมอบงาน
ทั้งหมดให้ผู้ว่าจ้าง ซึ่งมีเงื่อนไขเหมือนเดิม โดยให้มีระยะเวลาประกันภัยต่อเนื่องกัน มามอบให้ผู้ว่าจ้าง ภายใน
๗ วันทำการ ก่อนวันที่กรมธรรม์ประกันภัยฉบับเดิมจะหมดอายุ
๔.๖.๖ การรักษาความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม
ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแผนงาน การรักษาความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ส่ง
มอบให้ผู้ว่าจ้างอนุมัติภายใน ๗ วันทำการ หลังจากผู้ว่าจ้างให้เริ่มงาน โดยแผนงานดังกล่าวจะต้องเป็นไปตาม
ระเบียบและตามที่กฎหมายกำหนดไว้ และเป็นไปตามนโยบายของผู้ว่าจ้าง
๔.๗ ผู้เสนอราคา ต้องตรวจสอบและศึกษารายละเอียดของแบบก่อสร้างให้เข้าใจทั้งหมด และเมื่อได้ทำ
สัญญาว่าจ้างแล้ว ผู้รับจ้างต้องเสนอแบบขยายรายละเอียด จะต้องแสดงถึงวิธีการ ตำแหน่ง และระยะต่าง ๆ ใน
การปฏิบัติงานโดยละเอียด หากเกิดปัญหาระหว่างการก่อสร้างผู้รับจ้างจะเรียกร้องค่าใช้จ่ายและระยะเวลา
ก่อสร้างเพิ่มเติมอีกมิได้ ดังนั้นผู้เสนอราคาจะต้องศึกษารูปแบบรายการ รายละเอียดของการดำเนินการก่อสร้าง
โครงการ และการเตรียมการรื้อถอนวัสดุเดิมส่งมอบคืนหน่วยงานราชการและการตรวจนับจำนวนของเดิมเพื่อจะ
ทำงานต่อเนื่องต่อไป
การสำรวจสภาพพื้นที่โครงการ ประกอบด้วยขอบเขตงาน ดังนี้
(๑) ผู้รับจ้างต้องสำรวจเพื่อการก่อสร้างอาคาร ( Construction Survey ) การวางขอบเขตของพื้นที่ และ
ระดับความสูงของพื้นที่ก่อสร้าง, การกำหนดตำแหน่งขนาดของอาคารและความสูงอาคาร; การให้ระดับความต่างของ
อาคาร โครงการก่อสร้างอาคารพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วิทยาเขตกำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา ตำบลกำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
(ระยะที่ ๒) ครั้งที่ ๓ กำหนดวัตถุประสงค์ของการใช้อาคารฯ และผิวจราจร เป็นการสำรวจสภาพเส้นทางเข้าออก
โครงการ มีผลเมื่อต้องนำวัสดุอุปกรณ์เข้าโครงการ หากเข้าออกไม่สะดวกอาจทำให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาระหว่าง
ก่อสร้าง สิ่งสาธารณูปโภค เช่น ท่อประปา สายไฟฟ้า ท่อระบายน้ำทิ้ง เพื่อสำหรับใช้งานในระหว่างการก่อสร้างและใน
การส่งมอบงานก่อสร้าง; อาคารที่อยู่ใกล้เคียงกับสถานที่จะก่อสร้างเพื่อป้องกันการรบกวนและใช้เป็นจุดอ้างอิงแนวและ
ระดับในการก่อสร้าง; การเชื่อมต่อ งานระบบไฟฟ้า สุขาภิบาล ของการก่อสร้างครั้งนี้เข้ากับการก่อสร้างของเดิม
หากสิ่งใดที่อาจจะเป็นอุปสรรคหรืออาจส่งผลกระทบต่อการก่อสร้างแล้วนั้น ให้ผู้รับจ้างจัดทำเอกสารเป็นลายลักษณ์
อักษรก่อนดำเนินงาน และจะคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมไม่ได้ ยกเว้นเป็นงานนอกขอบเขตวัตถุประสงค์การทำงานปรับปรุง
ครั้งนี้
(๒) ผู้รับจ้างต้องบริหารจัดการและอำนวยการอื่น ๆ เพื่อให้การปรับพื้นที่โครงการเป็นไปตามวัตถุประสงค์
และเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ในแบบรูปและรายการประกอบแบบ ให้ครบถ้วน สำหรับการก่อสร้างปรับปรุงครั้งนี้ทาง
วิทยาเขตฯ จะไม่ส่งมอบพื้นที่อาคารให้ทั้งหมด เนื่องจากทางวิทยาเขตฯมีภาระการเรียนและกิจกรรมนิสิตต่อเนื่อง
ตลอดทั้งวันทำงานและวันหยุดราชการ แต่การมอบพื้นที่เพื่อการก่อสร้างจะส่งมอบตามแผนการทำงานของผู้รับจ้าง
(ที่
/ได้รับ…
งวดงาน งวดเงิน
โครงการ ก่อสร้างอาคารพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน
โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา
ตำบลกำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม (ระยะที่ 2) ครั้งที่ 3
รวมระยะเวลา 210 วัน โดยแบ่งเป็นงวด จำนวน 6 งวด เมื่อผู้รับจ้างดำเนินการแล้วเสร็จดังนี้
งวดที่ 1 เป็นจำนวนเงิน 10% ของราคาค่าก่อสร้าง ระยะเวลา 35 วัน
เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้
- ดำเนินงานขออนุมัติวัสดุที่ใช้ในโครงการแล้วเสร็จ
- ดำเนินงานอนุมัติรูปแบบการใช้วัสดุซับเสียง,สีและลายลามิเนต ให้เข้ากับตัวอาคารเดิม
ในรูปแบบภาพ 3 มิติ แล้วเสร็จ - ดำเนินงานอนุมัติใช้ ก่อสร้าง (for construction )เพื่อใช้ในโครงการทั้งหมดแล้วเสร็จ
- ดำเนินงานฝ้าเพดานแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 50%
- ดำเนินงานติดตั้งระบบประปาสุขาภิบาลแล้วเสร็จ
- ดำเนินงานติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่าแล้วเสร็จ
- จัดทำแผนงานหลัก (Master Schedule)
- จัดเตรียมวัสดุของงานงวดถัดไป ไม่น้อยกว่า 20%
- จัดทำรายงานประจำงวด Monthly Schedule และ Weekly Schedule
งวดที่ 2 เป็นจำนวนเงิน 10% ของราคาค่าก่อสร้าง ระยะเวลา 35 วัน
เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้
- ดำเนินงานติดตั้งระแนงอลูมิเนียม แล้วเสร็จ 100%
- ดำเนินงานติดตั้งผนังและโครงเคร่า แล้วเสร็จ 50%
- ดำเนินงานติดตั้ง สายไฟฟ้าและท่อไฟฟ้า ในหมวดงานระบบไฟฟ้าแล้วเสร็จ
- ดำเนินงานติดตั้ง ระบบโทรศัพท์แล้วเสร็จ
- ดำเนินงานติดตั้ง ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้แล้วเสร็จ
- จัดทำ Program Schedule
- จัดเตรียมวัสดุของงานงวดถัดไปไม่น้อยกว่า 25%
- จัดทำรายงานประจำงวด Monthly Schedule และ Weekly Schedule
งวดที่ 3 เป็นจำนวนเงิน 10% ของราคาค่าก่อสร้าง ระยะเวลา 35 วัน
เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้
- ดำเนินงานติดตั้งผนังและโครงเคร่า แล้วเสร็จ 80%
- ดำเนินงานติดตั้ง สวิตช์, เต้ารับ แล้วเสร็จ
- ดำเนินงานติดตั้ง ระบบคอมพิวเตอร์เน็ตเวิร์คแล้วเสร็จ
- ดำเนินงานระบบกล้องวงจรปิดแล้วเสร็จ
- จัดทำ Program Schedule
- จัดเตรียมวัสดุของงานงวดถัดไปไม่น้อยกว่า 25%
- จัดทำรายงานประจำงวด Monthly Schedule และ Weekly Schedule
งวดที่ 4 เป็นจำนวนเงิน 20% ของราคาค่าก่อสร้าง ระยะเวลา 35 วัน
เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้
งวดที่ 5 เป็นจำนวนเงิน 20% ของราคาค่าก่อสร้าง ระยะเวลา 35 วัน
เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้
- งานฝ้าเพดานแล้วเสร็จ 100 %
- ดำเนินงานติดตั้งระบบปรับอากาศ แล้วเสร็จ 80%
- ดำเนินงานติดตั้งระบบภาพและเสียง แล้วเสร็จ 80%
- ดำเนินงานติดตั้งผนังและโครงเคร่า แล้วเสร็จ
- ดำเนินงานติดตั้งฝ้าเพดานทั้งหมดแล้วเสร็จ
- จัดทำ Program Schedule
- จัดทำรายงานประจำงวด Monthly Schedule และ Weekly Schedule
งวดที่ 6 เป็นจำนวนเงิน 30% ของราคาค่าก่อสร้าง ระยะเวลา 35 วัน
เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้
- ดำเนินงานติดตั้ง งานดับเพลิง แล้วเสร็จ
- งานทดสอบระบบภาพและเสียงแล้วเสร็จ 100 % พร้อมจัดทำรายงานการสะท้อนของเสียงภายใน
อาคารและส่งมอบแล้วเสร็จ - งานติดตั้งระบบปรับอากาศ แล้วเสร็จ พร้อมทดสอบและทำบันทึกรายงาน แล้วเสร็จ
- งานสถาปัตยกรรมทั้งหมดเรียบร้อย แล้วเสร็จ
- งานระบบไฟฟ้าทั้งหมดพร้อมทดสอบและทำบันทึกรายงาน แล้วเสร็จ
- ดำเนินงานทดสอบระบบทั้งหมดที่ระบุในสัญญา พร้อมทำบันทึกรายงานแล้วเสร็จ
- งานทาสีทั้งหมด แล้วเสร็จ
- จัดทำ AS BUILT DRAWING งานทั้งหมดแล้วเสร็จ
- ทำความสะอาดพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมด แล้วเสร็จ 100%
- ดำเนินการงานที่อยู่ในแบบเซ็นและสัญญาทั้งหมดให้ครบถ้วนแล้วเสร็จ
- จัดทำคู่มือการใช้อาคารพร้อมรูปเล่มรวมใบรับประกันและอบรมการใช้อาคารแล้วเสร็จ
- เก็บงานทำความสะอาดอาคารและบริเวณโดยรอบแล้วเสร็จ
- จัดทำรายงานประจำงวด Monthly Schedule และ Weekly Schedule
ภาพรวมของเอกสารแสดงรายละเอียดงวดงานและงวดเงินของโครงการก่อสร้างอาคารพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน โดยแบ่งเป็นงวดงาน 6 งวด แต่ละงวดมีรายละเอียดงานที่ต้องดำเนินการและระยะเวลาที่กำหนดไว้
ภาพรวมของเอกสารแสดงรายละเอียดงวดงานและงวดเงินของโครงการก่อสร้างอาคารพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน โดยแบ่งเป็นงวดงาน 6 งวด แต่ละงวดมีรายละเอียดงานที่ต้องดำเนินการและระยะเวลาที่กำหนดไว้
มหาวิทยาลัยเกษตรศาส
พ.ศ. ๒๔๘
รายการประกอบแบบ
โครงการก่อสร้าง
:
อาคารพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน
โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วิทยาเขตกำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา
ตำบลกำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
(ระยะที่ 2)
รายละเอียดประกอบแบบ :
- เงื่อนไขและข้อผูกพัน
- งานสถาปัตยกรรม
- งานระบบสุขาภิบาล ดับเพลิง และป้องกันอัคคีภัย
- งานระบบไฟฟ้า
- งานระบบเครื่องกล
สถานที่ก่อสร้าง
:
โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วิทยาเขตกำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
จังหวัดนครปฐม
1
หมวดที่ 1
เงื่อนไขและข้อผูกพัน
เงื่อนไขและข้อผูกพันในการก่อสร้างฉบับนี้ ใช้ประกอบกับแบบและรายการประกอบแบบในการ
ก่อสร้างของ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนา
การศึกษา คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
1.1 ความสัมพันธ์ของสัญญาและเอกสารแนบท้ายสัญญา
1.1.1 สิ่งต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ในรายการประกอบแบบก่อสร้าง แต่มิได้แสดงไว้ในแบบรูปก่อสร้างหรือ
แสดงไว้ในแบบรูปก่อสร้าง แต่มิได้กำหนดไว้ในรายการประกอบแบบก่อสร้าง ให้ถือเสมือนว่าได้แสดงไว้แล้วทั้ง
สองแห่ง หรือไม่ได้ระบุไว้ในแบบหรือรายการประกอบแบบ แต่เป็นสิ่งที่ต้องกระทำตามขั้นตอนของงาน
ตามปกติเพื่อให้งานเสร็จบริบูรณ์ถูกต้องตามหลักวิชา วัตถุประสงค์ ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องและรวดเร็ว
ผู้รับจ้างจะต้องทำงานนั้น ๆ โดยไม่คิดค่าจ้างและเวลาเพิ่มอีก
1.1.2 ความใดในเอกสารแนบท้ายสัญญา (เช่น แบบ, รายการประกอบแบบ, ประมาณการ, คำชี้แจง
ในการนำดูสถานที่) ที่ขัดแย้งกับข้อความในสัญญา ให้ใช้ข้อความในสัญญาบังคับ และในกรณีที่
เอกสารแนบท้ายสัญญาขัดแย้งกันเอง ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของผู้ว่าจ้าง และให้ถือว่าคำวินิจฉัย
ของผู้ว่าจ้างเป็นที่สิ้นสุด
1.1.3 ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบความถูกต้องของแบบก่อสร้าง และรายการประกอบแบบก่อสร้าง
ก่อน และระหว่างดำเนินการ หากพบอุปสรรคข้อขัดข้อง, ข้อขัดแย้ง, ไม่ชัดเจน, คลาดเคลื่อน ให้ผู้รับจ้างแจ้ง
ต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อขอคำวินิจฉัยทันทีก่อนที่จะดำเนินการก่อสร้างในส่วนนั้นต่อไป และให้ถือว่าคำวินิจฉัยของ
ผู้ว่าจ้างเป็นที่สิ้นสุด หากผู้รับจ้างเพิกเฉยไม่ดำเนินการตามที่กล่าวข้างต้น และยังคงดำเนินการก่อสร้างต่อไป
โดยไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของผู้ว่าจ้างหรือก่อให้เกิดผลเสียหายใด ๆ ขึ้น ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของผู้ว่าจ้าง โดยไม่ถือเป็นเงื่อนไขในการต่ออายุสัญญา หรือ
เรียกร้องค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่ม
1.2 การรับฟังแนวทางปฏิบัติงาน
เมื่อผู้รับจ้างได้ลงนามในสัญญา ขอให้ติดต่อรับฟังแนวทางการปฏิบัติงาน และขอรับแบบฟอร์มต่างๆ
ตลอดจนรายชื่อเจ้าหน้าที่ที่จะติดต่อประสานงานได้ที่ สำนักงานควบคุมโครงการก่อสร้างฯ โรงเรียนสาธิตแห่ง
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนา
ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จังหวัดนครปฐม
2
1.3 กฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินการก่อสร้าง
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ประกาศ ระเบียบ บทบัญญัติและกฎหมายอื่นๆ ของ โรงเรียนสาธิต
แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เทศบาล หน่วยงานราชการ
และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการก่อสร้าง ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและแก้ไขเพิ่มเติมภายหลัง
1.4 การขออนุญาตเข้าทำงาน
เมื่อผู้รับจ้างจะเริ่มเข้าทำงาน จะต้องขออนุญาตเข้าทำงานทันทีในโอกาสแรก โดยทำหนังสือถึง
หน่วยงานเจ้าของพื้นที่ ในการผ่าน เข้า-ออก พื้นที่ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามระเบียบ ว่าด้วยการรักษาความ
ปลอดภัยและมาตรการรักษาความปลอดภัย ที่หน่วยเจ้าของพื้นที่กำหนด และจะต้องปฏิบัติงานอยู่ในเฉพาะ
พื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เท่านั้น
1.5 เวลาในการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง
เวลาทำงานก่อสร้างปกติของผู้รับจ้างที่กำหนดไว้ในสัญญา คือ 08.00-17.00 น. ของทุกวัน ในกรณีที่
ผู้รับจ้างมีความจำเป็นต้องทำงานล่วงเวลานอกเหนือจากกำหนดนี้ ให้ขออนุญาตจากหน่วยเจ้าของพื้นที่ (ผ่านผู้
ควบคุมงาน) ก่อนดำเนินการ ไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ
กรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถเข้าทำงานในเวลาปกติที่กำหนดไว้ได้ เนื่องจากสาเหตุที่กำหนดไว้ในเรื่อง
การขอขยายเวลา ผู้รับจ้างสามารถอ้างเหตุนี้เพื่อการขอขยายเวลาตามสัญญาได้ โดยปฏิบัติตามแนวทางการขอ
ขยายเวลาที่ผู้ว่าจ้างกำหนดไว้
1.6 สำนักงานสนามและสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว
ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสำนักงานสนาม และสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว เพื่อใช้อำนวยความสะดวกในการ
ก่อสร้าง สำหรับการขออนุญาตปลูกสร้าง ให้ขออนุญาตโดยตรงจากหน่วยเจ้าของพื้นที่ สิ่งปลูกสร้างที่ผู้รับจ้าง
ต้องจัดให้มี ประกอบด้วย
1.6.1 สำนักงานสนาม ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสำนักงานสนาม สำหรับผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง
กรรมการตรวจการจ้าง และสำนักงานของผู้รับจ้าง โดยสำนักงานสนามควรมีขนาดเหมาะสมกับขนาดของ
โครงการ พร้อมด้วยไฟฟ้า ประปา ห้องน้ำส้วม อุปกรณ์สำนักงานที่จำเป็น ดังนี้
1.6.1.1 สำนักงานสนามแยกส่วนระหว่างผู้ว่าจ้าง กับผู้รับจ้าง มีพื้นที่แต่ละส่วนไม่น้อยกว่า
ส่วนละ 30 ตารางเมตร
1.6.1.2 สถานที่เก็บตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ โต๊ะประชุมสำหรับคณะกรรมการตรวจการจ้าง
ขนาด 15 คน
1.6.1.3 สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์, เครื่องพิมพ์, เครื่องปรับอากาศ
โทรศัพท์, ระบบอินเตอร์ เป็นต้น
3
สำหรับตำแหน่งที่ตั้งควรอยู่ในที่มองเห็นบริเวณสถานที่ก่อสร้างได้ทั่วถึงหันหน้าเข้าหา
ตำแหน่งอาคารที่จะก่อสร้าง ไม่กีดขวางการจราจร หรือ การก่อสร้างในโครงการ เข้าออกได้สะดวก ทั้งนี้ให้ส่ง
แบบร่างสำนักงานสนามให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบก่อนขออนุญาตหน่วยเจ้าของพื้นที่
1.6.2 เรือนพักคนงาน อยู่ในดุลยพินิจของหน่วยเจ้าของพื้นที่ หรือจะแจ้งให้ทราบในการนำดูสถานที่
โดยจะบันทึกสิ่งที่ชี้แจงให้ผู้รับจ้างไว้เป็นลายลักษณ์อักษรด้วย
1.6.3 โรงเก็บพัสดุ ตัวอาคารควรมิดชิดกันแดดกันฝนได้ดี สามารถจ่ายวัสดุไปยังหน้างานได้สะดวก
รวดเร็ว มีการจัดเก็บแยกประเภทโดยชัดเจน เพื่อสะดวกในการเบิกจ่าย และตรวจนับจำนวน ควรมีการจัดแยก
วัสดุเชื้อเพลิงไว้ต่างหาก และมีเครื่องมือป้องกับอัคคีภัยอย่างเพียงพอ
1.6.4 ถนนชั่วคราว รั้วชั่วคราว ประตูชั่วคราว ถ้าในแบบไม่กำหนด ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
1.6.5 ห้องน้ำ-ส้วม ต้องเลือกบริเวณที่เหมาะสม ไม่มีปัญหากับบริเวณข้างเคียง ต้องมิดชิด และควร
รักษาความสะอาดตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ข้อกำหนดสวัสดิการเกี่ยวกับสุขภาพและอนามัยของ
ลูกจ้าง
1.6.6 อื่นๆ เช่น เพิงพักผ่อน ร้านอาหาร และขายของชำ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของหน่วยเจ้าของพื้นที่
1.7 การใช้อาคารที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเป็นที่พักอาศัย
ผู้รับจ้างจะต้องปลูกสร้างอาคารที่พักอาศัยชั่วคราวให้แก่เจ้าหน้าที่ และของคนงานของผู้รับจ้างใน
บริเวณที่หน่วยเจ้าของพื้นที่กำหนด (ห้ามใช้อาคารที่ก่อสร้างเป็นที่พักอาศัย ยกเว้นได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้าง
กรณีจำเป็น) โดยให้พักอยู่ในพื้นที่ก่อสร้าง ตามจำเป็นเท่านั้นโดยให้ผู้ควบคุมงานเป็นผู้กำนด และให้คนงาน
ทั้งหมดพักอยู่นอกพื้นที่มหาวิทยาลัย
1.8 สิ่งของประจำสถานที่ก่อสร้าง
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาสิ่งของต่าง ๆ ไว้ ณ สถานที่ที่ก่อสร้างและดูแลให้มีสภาพที่ดีดังนี้
1.8.1 พิมพ์เขียว/ขาว แบบและรายการประกอบแบบก่อสร้างทั้งหมด เรียงตามลำดับเก็บไว้เป็นเล่ม
จำนวน 1 ชุด
1.8.2 สำเนาสัญญาจ้างเหมา พร้อมรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 ชุด
1.8.3 สมุดบันทึกปกแข็งมีหมายเลขประจำหน้า สำหรับการตรวจงานของคณะกรรมการตรวจ
การจ้าง และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 1 เล่ม
1.8.4 ไม้สเกล, เทปวัดระยะความยาวไม่น้อยกว่า 40 เมตร, ไม้ฉากชนิด 30 องศา และ 45 องศา
จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ชุด
1.8.5 โต๊ะสำหรับใช้อ่านแบบ ขนาดกว้างประมาณ 1 เมตร ยาว 2 เมตร สูง 0.75 เมตร จำนวน
ไม่น้อยกว่า 1 ตัว
1.8.6 หมวกนิรภัยชนิดใช้ในการตรวจงานก่อสร้างพร้อมสายรัดคาง จำนวนเพียงพอต่อการใช้
ตรวจงานของกรรมการตรวจการจ้าง และผู้ควบคุมงาน
4
1.8.7 กระดานไวท์บอร์ด ขนาดเหมาะสม จำนวนอย่างน้อย 1 แผ่น
1.8.8 กระดานชานอ้อยสำหรับติดแผนงานและภาพถ่ายแสดงความก้าวหน้าการก่อสร้าง
1.8.9 แฟ้มแข็ง จำนวนประมาณ 10 แฟ้ม พร้อมตู้เก็บเอกสารขนาดเหมาะสม
1.8.10 จัดทำแผงไม้ติดตั้งตัวอย่าง หรือแคตตาล็อคของวัสดุ หรืออุปกรณ์ที่จะใช้ในการก่อสร้าง
ตามที่กำหนด ในตารางวัสดุหรืออุปกรณ์ หรือวัสดุที่ผู้ว่าจ้างอนุมัติให้ใช้ได้แล้ว
1.9 การขอใช้น้ำประปา ไฟฟ้า หรือโทรศัพท์
ให้ผู้รับจ้างดำเนินการขอใช้ไฟฟ้า / ประปา / โทรศัพท์ชั่วคราว จากหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่
เป็นเจ้าของหรือผู้ดำเนินกิจการโดยตรง หรือขอใช้เมนไฟฟ้า / ประปา / โทรศัพท์ชั่วคราว จากหน่วยงานใน
พื้นที่ ให้ผู้รับจ้างประสานกับหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ แล้วติดตั้งมิเตอร์ภายในชั่วคราว โดยค่าใช้จ่ายทั้งปวง
ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบ
1.10 การทำแผ่นป้ายสถานที่ก่อสร้าง
งานก่อสร้างซึ่งมีค่างานตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแผ่นป้ายแสดงรายละเอียดที่
เกี่ยวกับงานก่อสร้าง ณ สถานที่ก่อสร้าง ซึ่งต้องมีความสูงและอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจนจากทางเข้า
โดยมีรายละเอียดดังนี้
1.10.1 ขนาดป้าย 1.20 X 2.40 เมตร พื้นทาสีเขียวตัวหนังสือสีขาวสูง 10 เซนติเมตร
1.10.2 ข้อความ “กำลังก่อสร้างด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน” ให้ใช้เฉพาะงานที่ดำเนินการ
โดยใช้งบประมาณของทางราชการเท่านั้น
| ตรา หน่วย |
ชื่อหน่วยงาน สถานที่ติดต่อ พร้อมเบอร์โทร |
||
| สัญญา | เลขที่ | ลงวันที่ | |
| งานก่อสร้าง | ปริมาณงาน | บาท | |
| ผู้รับจ้าง | โทร | ||
| กำหนดเริ่มงาน | กำหนดแล้วเสร็จ | รวม | วัน |
| วงเงิน | บาท ค่าปรับวันละ | บาท | |
| คณะกรรมการตรวจการจ้าง 1. | 2. | ||
| 3. | 4. | 5. | |
| ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้าง | หมายเลขใบประกอบวิชาชีพ | โทร | |
| ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง | หมายเลขใบประกอบวิชาชีพ | โทร | |
| กำลังก่อสร้างด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน | |||
| ขยายแผ่นป้ายแสดงสถานที่ก่อสร้าง | |||
1.11.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแผนปฏิบัติงานความปลอดภัยในการทำงานอย่างละเอียดและชัดเจน
ให้สอดคล้องกับระบบการจัดการความปลอดภัยในการทำงานก่อสร้าง ยื่นเสนอต่อผู้ว่าจ้าง(ผ่านประธาน
กรรมการตรวจการจ้าง) ใน 30 วันหลังจากลงนามในสัญญา หรือก่อนลงมือก่อสร้าง ในกรณีที่เป็นงานก่อสร้าง
ขนาดใหญ่ ที่มีลักษณะหนึ่งลักษณะใดดังต่อไปนี้
1.11.2 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามแผนงานดังกล่าวอย่างเคร่งครัด และสอดคล้องกับกฎหมายและ
ระเบียบที่กำหนดไว้ พร้อมรายงานผลการดำเนินงานตามแผนการปฏิบัติงานความปลอดภัยฯ ให้ผู้ว่าจ้าง
รับทราบอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
1.11.3 สิ่งก่อสร้างที่อยู่ติดกับทางสาธารณะหรือมีผู้สัญจรผ่านไปมา ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแผง
ป้องกันวัสดุล่วงหล่น, รั้วแสดงพื้นที่ก่อสร้าง
1.12 การควบคุมงานของผู้รับจ้าง
ผู้รับจ้างต้องมีพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมงานดังนี้
1.12.1 วิศวกรที่มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ประเภทภาคีวิศวกรหรือสูงกว่า ในสาขา
วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมเครื่องกล ตามที่สภาวิศวกรออกให้ อยู่ประจำสถานที่ก่อสร้าง เพื่อ
กำกับดูแลและรับผิดชอบในการก่อสร้าง รวมทั้งเพื่อติดต่อประสานกับเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง ในการแก้ไข
ปัญหาข้อขัดข้องที่เกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้าง
1.12.2 สถาปนิกที่มีใบประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม ประเภทภาคีสถาปนิกหรือสูงกว่า ใน
สาขาสถาปัตยกรรมหลัก ตามที่สภาสถาปนิกออกให้ อยู่ประจำสถานที่ก่อสร้าง เพื่อกำกับดูแลและรับผิดชอบ
ในการก่อสร้าง รวมทั้งเพื่อติดต่อประสานกับเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง ในการแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องที่เกิดขึ้น
ระหว่างการก่อสร้าง
1.12.3 ผู้ควบคุมงานประจำสถานที่ก่อสร้าง (โฟร์แมน) ที่มีคุณวุฒิระดับ ปวช., ปวส., ปวท.
ตรวจสอบตามกฎสภาวิศวกร, สถาปนิก หรือเทียบเท่า สาขาช่างโยธาหรือช่างก่อสร้าง หรือเทคนิค
สถาปัตยกรรม ช่างไฟฟ้า จากสถาบันการศึกษา กพ.รับรอง อยู่ประจำสถานที่ก่อสร้าง เพื่อควบคุมดูแลการ
ก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบรูปและความประสงค์ของทางราชการ รวมทั้งเพื่อติดต่อประสานงานกับผู้ควบคุม
งานหรือวิศวกรของผู้ว่าจ้าง
1.12.4 ผู้รับจ้างต้องจัดส่งบัญชีรายชื่อวิศวกร สถาปนิก และผู้ควบคุมงาน หลักฐานสำเนาใบ
ประกอบวิชาชีพ พร้อมลงนามรับรอง และสำเนาใบประกาศนียบัตรของผู้ควบคุมงาน พร้อมลงนามรับรอง ส่ง
ให้ผู้ว่าจ้าง (ผ่านผู้ควบคุมงาน) ทราบใน 7 วัน นับตั้งแต่วันลงนามในสัญญา
1.12.5 ผู้รับจ้างต้องจดบันทึกการทำงาน ปริมาณงานที่ทำได้ จำนวนคนงาน จำนวนเครื่องจักร
เครื่องมือ และเหตุการณ์แวดล้อมในแต่ละวันพร้อมทั้งการหยุดงานและสาเหตุที่มีการหยุดงานให้ผู้ควบคุมงาน
ของผู้ว่าจ้างทราบ เมื่อสิ้นสุดงานในแต่ละวัน
6
1.12.6 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นรายสัปดาห์และรายเดือน ให้ผู้ควบคุม
งานของผู้ว่าจ้างทราบ พร้อมทั้งถ่ายภาพแสดงความก้าวหน้าของงานทุกสัปดาห์
1.13 ช่างฝีมือ
1.13.1 ผู้รับจ้างตกลงเป็นเงื่อนไขสำคัญว่า ผู้รับจ้างจะต้องมีและใช้ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐาน
ฝีมือช่าง จากสถานที่ศึกษาที่ทางราชการรับรอง หรือผู้มีวุฒิบัตรระดับ ปวช., ปวส., ปวท. หรือเทียบเท่า จาก
สถาบันการศึกษาที่ กพ.รับรองให้เข้ารับราชการได้ ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา โดยผู้รับจ้าง
จะต้องจัดทำบัญชีแสดงจำนวนช่างทั้งหมด โดยจำแนกตามแต่ละสาขาช่าง และระดับช่างพร้อมกับระบุชื่อ
ผู้ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่าง หรือผู้มีวุฒิบัตรดังกล่าวในวรรคแรก นำมาแสดงพร้อมหลักฐานต่าง ๆ
ต่อคณะกรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ควบคุมงานก่อนเริ่มลงมือทำงาน และพร้อมที่จะให้ผู้ว่าจ้างหรือเจ้าหน้าที่
ของผู้ว่าจ้างตรวจสอบได้ตลอดเวลาการทำงานตามสัญญา
1.13.2 งานจ้างก่อสร้างบางงานไม่ต้องใช้ หรือไม่จำเป็นต้องใช้ทุกสาขาช่าง ผู้ว่าจ้างจะกำหนดสาขา
ช่างที่ต้องใช้ไว้ในประกาศประกวดราคา และ/หรือ ข้อยกเว้นไว้ในรายการประกอบแบบก่อสร้างงานนั้นๆ หาก
ไม่ได้กำหนดไว้ อนุโลมให้มีเฉพาะสาขาช่างที่เกี่ยวข้องกับงานนั้นๆ
1.14 การทำงานที่ไม่ถูกต้อง และการปฏิบัติผิดสัญญา
หากผู้รับจ้างทำงานก่อสร้างไม่ถูกต้อง หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญา เพราะความประมาทหรือ
ไม่ได้ทำตามที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขของสัญญา หรือไม่ทำตามที่ผู้ว่าจ้าง แจ้งให้แก้ไขให้เป็นไปตามหลักวิชาช่างที่
ดี ผู้ว่าจ้างจะแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร หากพ้นจากกำหนด 15 วัน นับจากวันที่ผู้รับจ้างได้รับ
หนังสือ ผู้ว่าจ้างอาจเข้าแก้ไขข้อบกพร่องหรือหักค่าใช้จ่าย อันเกิดแต่การนั้นหรืออันเกิดจากการไม่ได้ทำ หรือ
ทำไม่ครบถ้วน จากเงินที่ถึงกำหนดชำระหรือจะถึงกำหนดชำระ แก่ผู้รับจ้าง หรือผู้ว่าจ้างอาจขอให้เลื่อนการ
ทำงานก่อสร้างส่วนนั้น จนกว่าจะมีการแก้ไขข้อบกพร่องจนแล้วเสร็จ โดยผู้รับจ้างจะอ้างเป็นสาเหตุการต่ออายุ
สัญญาหรือคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมไม่ได้
1.15 การจัดทำแผนงาน
1.15.1 เมื่อผู้รับจ้างลงนามในสัญญาแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแผนงานก่อสร้าง จำนวน 3 ชุด ส่งให้
ผู้ว่าจ้าง (ผ่านผู้ควบคุมงานและประธานกรรมการตรวจการจ้าง) ตรวจสอบและใช้ในการกำกับดูแลงานก่อสร้าง
นั้นต่อไป
1.15.2 แผนงานที่ผู้รับจ้างจัดทำ ต้องมีลักษณะ ดังนี้
1.15.2.1 การแบ่งกิจกรรมให้แบ่งตามงวดงานที่ผู้ว่าจ้างกำหนด หรืออาจแบ่งย่อยลงไปอีกก็
ได้แต่ต้องคงงวดงานใหญ่ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
1.15.2.2 ระยะเวลาในการดำเนินการของแต่ละกิจกรรม หาได้จากสถิติในการทำงานทั่วไป
หรือจากประสบการณ์ของผู้รับจ้าง หรือ เป็นระยะเวลาที่ผู้รับจ้างคาดการณ์ไว้
7
1.15.2.3 ระบุมูลค่างานแต่ละกิจกรรมให้ชัดเจน
1.15.2.4 ระบุกำหนดเริ่มงาน กำหนดแล้วเสร็จ ของแต่ละกิจกรรมให้ชัดเจน
1.15.2.5 ระบุวันหยุดงานหรือวันที่คาดว่าจะหยุดให้ชัดเจน
1.15.2.6 ระบุกิจกรรมที่ต่อเนื่อง (ถ้ามี) ให้ชัดเจน
1.15.2.7 แสดง TIME SCALE ขนาดเหมาะสม
1.15.2.8 แสดงอยู่ในรูปของ BAR CHART หรือ GANTT CHART หรือ CPM โดยใช้เครื่องมือ
จัดทำที่เหมาะสม เช่น MICROSOFT PROJECT หรือ PRIMAVERA PROJECT หรือ EXCEL ฯลฯ
1.15.2.9 ต้องติดแผนงานดังกล่าวไว้ ในที่ที่เห็นได้ชัด และจัดให้มีการติดตามความก้าวหน้าที่
ทำจริงลงในแผนงานทุก 7 วัน
1.16 การตรวจผัง
เมื่อผู้รับจ้างทำการปักผังที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จ ต้องเสนอเรื่องให้ผู้ว่าจ้างให้จัดเจ้าหน้าที่ทำการตรวจ
ผังดังกล่าว และเมื่อได้รับแจ้งผลการตรวจถูกต้องเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว จึงดำเนินการต่อไปได้
1.17 วัสดุอุปกรณ์และการขออนุมัติ
1.17.1 วัสดุหรืออุปกรณ์ทั้งหมดที่ระบุไว้ในแบบหรือรายการประกอบแบบ ต้องเป็นของใหม่ไม่เคยใช้
งานมาก่อน มีคุณภาพดี ได้มาตรฐานครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ทุกประการ โดยก่อนนำมาใช้งาน ผู้รับจ้างต้อง
เสนอแคตตาล็อค และ/หรือ ตัวอย่างวัสดุ ให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบ ตามแบบฟอร์มที่ทางราชการกำหนด โดยเสนอ
ผ่านผู้ควบคุมงาน ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
กรณีที่ 1 วัสดุอุปกรณ์ที่ ต้องเลือก สี รุ่น ขนาด หรือในรายการประกอบแบบกำหนดไว้ไม่
ชัดเจน หรือในแบบระบุว่าให้ส่งวัสดุนั้นให้ผู้ว่าจ้างก่อนดำเนินการ
กรณีที่ 2 ผู้รับจ้างขอใช้วัสดุตรงตามที่กำหนดในแบบ/รายการประกอบแบบ โดยไม่ต้องมีการ
เลือก สี รุ่น ขนาด ให้ผู้รับจ้างเสนอเรื่องให้ผู้ควบคุมงานอนุมัติก่อนดำเนินการ
1.17.2 การเสนอขอให้ตรวจสอบวัสดุที่จะนำมาใช้งานนั้น ผู้รับจ้างต้องแนบหลักฐานต่าง ๆ ที่
เกี่ยวข้อง เช่น แคตตาล็อคแสดงรายละเอียดคุณสมบัติ ตัวอย่าง พร้อมชื่อผู้ผลิต ผู้แทนจำหน่ายวัสดุหรือ
อุปกรณ์ จำนวน 3 ชุด ให้ผู้ว่าจ้างพิจารณาไม่น้อยกว่า 20 วันทำการ ก่อนที่จะสั่งวัสดุนั้นๆ โดยผู้รับจ้างจะต้อง
จัดซื้อหรือจัดหาเพื่อให้ทันกับระยะเวลาก่อสร้างและจะนำมาเป็นข้ออ้างภายหลังว่าวัสดุนั้นขาดตลาดเพื่อขอ
อนุญาตเปลี่ยนแปลงวัสดุ หรือลดเนื้องาน หรือขอต่ออายุสัญญา หรือเรียกร้องค่าใช้จ่ายเพิ่มมิได้
1.17.3 วัสดุหรืออุปกรณ์ที่กำหนดชื่อผลิตภัณฑ์ หรือกำหนดชื่อผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่าย หรือ
ผู้ประกอบการ หรือกำหนดตามมาตรฐานอุตสาหกรรมในแบบและรายการตามสัญญา หากไม่สามารถจัดหาได้
หรือใช้เวลาเตรียมการและดำเนินการจัดหาในระยะเวลาที่เหมาะสมแล้ว หรือผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายยืนยัน
เป็นลายลักษณ์อักษรว่าไม่สามารถจำหน่ายให้ได้ เนื่องจากเลิกกิจการ เลิกผลิต ขาดตลาด หรือผู้รับจ้างมี
เหตุผลอื่นๆ ที่ไม่สามารถจัดหาวัสดุหรืออุปกรณ์ดังกล่าวได้ หรือวัสดุอุปกรณ์ที่ผู้ว่าจ้างอนุมัติให้ใช้
8
แล้วแต่พบอุปสรรคดังกล่าวข้างต้น ให้ผู้รับจ้างเสนอเรื่องขอใช้วัสดุเทียบเท่าต่อผู้ว่าจ้างฯ ตามแนวทางปฏิบัติ
เรื่องการขอเทียบเท่าวัสดุ
1.17.4 การทดสอบวัสดุหรืออุปกรณ์ ถ้าในแบบหรือรายการประกอบแบบก่อสร้างได้ระบุให้ผู้รับจ้าง
ทดสอบวัสดุ หรืออุปกรณ์ และกรณีทดสอบวัสดุหรืออุปกรณ์เทียบเท่า ให้ผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการ
ทดสอบทั้งหมด พร้อมรวบรวมผลการทดสอบเสนอผู้ว่าจ้าง และให้ทำการทดสอบโดยสถาบันของทางราชการ
หรือรัฐวิสาหกิจ เช่น กรมทางหลวง, กระทรวงคมนาคม, กรมวิทยาศาสตร์, กระทรวงอุตสาหกรรม, สถาบัน
เทคโนโลยีแห่งเอเชีย, คณะวิศวกรรมศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยของรัฐ, สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เป็นต้น หรือสถาบันที่ผู้ว่าจ้างจะระบุให้เป็น
ผู้ทดสอบเป็นงาน ๆ ไป และระยะเวลาทดสอบถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาผู้รับจ้างจะนำมากล่าวอ้างเรียกร้อง
ขอขยายระยะเวลาเพิ่มเติมภายหลังมิได้
1.18 การขอเทียบเท่าวัสดุ
1.18.1 วัสดุหรืออุปกรณ์ทั้งหมดที่ระบุไว้ในแบบหรือรายการประกอบแบบ กำหนดชื่อผลิตภัณฑ์หรือ
ชื่อผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายหรือผู้ประกอบการไว้ ให้ถือเสมือนได้กำหนดข้อความ “หรือเทียบเท่า” ต่อท้าย
ไว้แล้ว
1.18.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างมีความประสงค์จะขอใช้วัสดุที่ดีกว่าหรือเทียบเท่ากับสิ่งของที่ระบุในสัญญา
ผู้รับจ้างจะต้องเสนอเรื่อง ขอใช้วัสดุเทียบเท่าต่อผู้ว่าจ้าง ก่อนที่จะถึงกำหนดใช้วัสดุนั้นเป็นเวลาไม่น้อยกว่า
30 วัน โดยผู้รับจ้างต้องทำตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติหลักตามวัตถุประสงค์ของการออกแบบ ของวัสดุที่
กำหนดในสัญญา 2 ตราอักษร ขึ้นไป เปรียบเทียบกับวัสดุที่ขอใช้ พร้อมระบุวิธีทดสอบหรือพิสูจน์คุณสมบัติ
1.18.3 ผู้ว่าจ้างจะทำการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่น้อยกว่า 3 คน ขึ้นพิจารณาการเทียบเท่า
ซึ่งคณะกรรมการฯ สามารถสั่งให้ผู้รับจ้างหาข้อมูล ทำการพิสูจน์ ทดสอบ ทดลอง เพื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติ
โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งปวงและเรียกร้องสิทธิ์ในการขยายเวลาและค่าใช้จ่ายมิได้ โดยการ
ตัดสินของคณะกรรมการพิจารณาเทียบเท่าวัสดุที่ผู้ว่าจ้างแต่ตั้งขึ้นให้ถือเป็นที่สุดเฉพาะคราวนั้น
1.18.4 สำหรับวัสดุหรืออุปกรณ์ที่ได้กำหนดให้ผู้รับจ้างเสนอแคตตาล็อคหรือแคตตาล็อคพร้อมราคา
ในวันยื่นซองประกวดราคาจะไม่อนุญาตให้ใช้ของเทียบเท่า นอกจากมีหลักฐานมาแสดงว่าเลิกผลิตแล้ว หรือมี
เหตุผลอันสมควรเท่านั้น
1.19 แบบแสดงรายละเอียด (SHOP DRAWING)
1.19.1 ก่อนจะดำเนินการก่อสร้างส่วนหนึ่งส่วนใด ให้ผู้รับจ้างเสนอขออนุมัติ SHOP DRAWING
ในกรณี ดังต่อไปนี้
1.19.1.1 ในแบบหรือรายการประกอบแบบ หรือ งวดงาน หรือ สัญญา กำหนดให้จัดทำ
1.19.1.2 กรณีพบอุปสรรคในการก่อสร้าง และต้องเสนอแนวทางแก้ปัญหา หรือในแบบ
กำหนดไว้ไม่ชัดเจน ให้ผู้ว่าจ้างเห็นชอบก่อนดำเนินการ
9
1.19.2 การเสนอขออนุมัติ SHOP DRAWING มีวิธีดำเนินการดังนี้
1.19.2.1 ให้จัดทำแบบพิมพ์เขียว/ขาว ขนาด A1 หรือ A2 หรือ A3 ขยายแสดงรายละเอียด
ต่าง ๆ จำนวน 3 ชุด พร้อมตัวอย่าง หรือแคตตาล็อคของวัสดุ หรืออุปกรณ์ก่อสร้าง เสนอผู้ว่าจ้าง ภายใน
ระยะเวลาที่กำหนดไว้ในงวดงาน (หากในงวดงานไม่กำหนดไว้ ให้ส่งก่อนลงมือดำเนินการ ตามแบบขยาย ฯ
อย่างน้อย 30 วัน)
1.19.2.2 แบบพิมพ์เขียว/ขาว ขยายแสดงรายละเอียดต่าง ๆ ต้องแสดงรายละเอียดวิธีติดตั้ง
และอื่น ๆ ที่เหมาะสม ซึ่งจะต้องดำเนินการโดยบุคคลที่มีคุณวุฒิที่ทางราชการรับรอง ตามสาขาของงานนั้นๆ
โดยแสดงชื่อผู้ดำเนินการสถานที่ทำงาน เบอร์โทรศัพท์ ที่สามารถติดต่อได้จริง พร้อมวันที่ที่จัดทำลงในแบบ
และแนบเอกสารรับรองคุณวุฒิผู้ดำเนินการมาด้วย
1.20 การส่งมอบงาน
เมื่อผู้รับจ้างต้องการส่งงานและเบิกเงินค่าจ้าง ให้ปฏิบัติ ดังนี้
1.20.1 ให้ทำหนังสือส่งงานเรียน ประธานกรรมการตรวจการจ้าง (ผ่านผู้ควบคุมงาน) ส่ง ณ สถานที่
ก่อสร้าง โดยวันที่ในหนังสือส่งงานจะต้องเป็นวันที่ที่งานแล้วเสร็จ
1.20.2 ในหนังสือส่งงาน ต้องระบุ เลขที่หนังสือ(ถ้ามี) วันที่(ส่งงาน),งวดที่ขอส่ง,เนื้องาน,วงเงิน
พร้อมทำใบแจ้งหนี้ด้วย
1.20.3 นำหนังสือดังกล่าวมาส่งที่ผู้ควบคุมงานโดยทำสำเนา 1 ชุด มาให้ผู้ควบคุมงานลงรับ โดย
ผู้ควบคุมงานจะลงรับไว้ทั้งต้นฉบับและสำเนา แล้วจะคืนสำเนาให้ผู้รับจ้างเก็บไว้ตามเรื่อง (ถ้างานนั้นไม่มี
ผู้ควบคุมงานให้ส่งโดยตรงที่กรรมการตรวจการจ้าง)
1.20.4 เมื่อผู้ควบคุมงานลงนามรับหนังสือนั้นไว้ แล้วจะทำการตรวจงานให้แล้วเสร็จใน 5 วัน
ทำการ ในกรณีที่พบว่างานไม่แล้วเสร็จบางส่วน หรือทั้งหมด ผู้ควบคุมงานจะไม่รับงานนั้น และแจ้งให้ผู้รับจ้าง
ส่งงานใหม่เมื่อแล้วเสร็จ กรณีที่งานแล้วเสร็จจริงผู้ควบคุมงานจะส่งต่อให้ประธานกรรมการตรวจการจ้างนัด
หมายวันตรวจรับมอบงาน
1.20.5 กรรมการตรวจการจ้าง จะนัดหมายตรวจงานให้แล้วเสร็จใน 5 วันทำการ สำหรับการตรวจ
งวดงานทั่วไป และ 7 วันทำการ สำหรับการตรวจรับงาน (งวดสุดท้าย) นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งส่งมอบงาน
จากผู้ควบคุมงาน
1.21 การบอกเลิกสัญญากรณีผู้รับจ้างทำงานล่าช้า
กรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นเหตุอันเชื่อได้ว่า ผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตาม
ระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา เพื่อดำเนินการบอกเลิกสัญญาตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ
พ.ศ.2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 173
6
ได้รับการอนุมัติแผนงานจากกรรมการตรวจรับพัสดุ) โดยผู้รับจ้างจะต้องรีบดำเนินการก่อสร้างและส่งมอบพื้นที่
บางส่วนให้ทางวิทยาเขตฯ ใช้ในงานการเรียนการสอน
และตลอดเวลาการทำงานผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมทรัพยากรที่
เหมาะสมและมีความปลอดภัยในระหว่างการก่อสร้าง ดังนั้นหากสิ่งใดที่อาจจะเป็นอุปสรรคหรืออาจส่งผลกระทบต่อ
บุคลากรและกายภาพของมหาวิทยาลัยฯแล้วผู้รับจ้างจะต้องเผื่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินการในการเสนอราคาครั้งนี้
การก่อสร้างให้ยึดถือประโยชน์ราชการเป็นหลักโดยถือว่าผู้รับจ้างเข้าใจดีแล้วก่อนการเสนอราคาการว่าจ้าง
ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบสภาพแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวก ข้อจำกัดที่มีอยู่ในปัจจุบันแล้ว
วิเคราะห์ประเมินความพร้อมและความเสี่ยง เพื่อให้การปรับปรุงพื้นที่ครั้งนี้ สำเร็จลุล่วงด้วยดีภายในระยะเวลาที่
กำหนด โดยจะขอขยายระยะเวลาได้ตามความจำเป็นเท่านั้น และจะต้องผ่านมติที่ประชุมกรรมการตรวจรับพัสดุ
- ผู้รับจ้างต้องบริหารจัดการและอำนวยการอื่น ๆ เพื่อให้การปรับปรุงพื้นที่โครงการเป็นไปตาม
วัตถุประสงค์และเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ในแบบรูปและรายการประกอบแบบ ให้ครบถ้วน
ผู้รับจ้างต้องดำเนินการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเดิม และสร้างสิ่งก่อสร้างใหม่
ผู้รับจ้างต้องส่งรายการวัสดุรื้อถอนให้ผู้ว่าจ้าง - ผู้รับจ้างรื้อถอนและทำงานให้เป็นไปตามวิธีทางวิศวกรรมที่ถูกต้อง และรักษาวัสดุ เป็นอย่างดีและ
เก็บในจุดที่มหาวิทยาลัยฯกำหนด ส่วนเศษวัสดุที่เหลือใช้ให้นำไปทิ้งในพื้นที่นอกมหาวิทยาลัยฯ
ผู้รับจ้างต้องรวมราคาค่ารื้อถอนสิ่งก่อสร้างเก่า อุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องใช้ กับงานราคา
ก่อสร้าง/ปรับปรุงอาคารฯ ครั้งนี้ พร้อมคำนึงถึงระยะเวลาในการดำเนินงาน - ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบแบบแปลนและรายละเอียดประกอบแบบ รวมทั้งรายการก่อสร้างอย่าง
ละเอียด พร้อมสำรวจสถานที่ให้เข้าใจกระจ่างแจ้งโดยตลอด เพื่อมิให้เกิดความผิดพลาดระหว่างการก่อสร้าง/
ปรับปรุงอาคาร - ในกรณีที่แบบก่อสร้าง/ปรับปรุงอาคาร ไม่ชัดเจน ขัดแย้งกัน หรือไม่ตรงกับรายการก่อสร้าง/
ปรับปรุงอาคาร ให้แจ้งผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง สถาปนิก วิศวกร ผู้ออกแบบ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
เพื่อพิจารณาสั่งการแก้ไขอย่างหนึ่งอย่างใดก่อนที่จะปฏิบัติงาน ถ้าผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติ ตามนี้หากมีข้อผิดพลาดใดๆ
เกิดขึ้น ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในข้อผิดพลาดนั้น ๆ ให้ถูกต้องตามคำสั่ง โดยจะเรียกร้องค่าจ้างเพิ่มเติม หรือขอ
ขยายสัญญาจ้างไม่ได้
การแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงแบบรูปรายการสามารถดำเนินการได้ โดยปฏิบัติตามระเบียบ
กระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.๒๕๖๐
การอ่านแบบให้ถือตัวอักษรและตัวเลขเป็นสำคัญ (ห้ามวัดระยะจากแบบ) เมื่อแบบก่อสร้าง/
ปรับปรุงอาคาร ไม่สมบูรณ์หรือไม่ชัดเจน ผู้รับจ้างจะเป็นผู้เสนอแบบขยาย หรือ รายการเพิ่มเติม Shop drawing
พิจารณาตรวจสอบก่อนการดำเนินการ และให้ถือว่าแบบและรายการที่เพิ่มเติมนั้น เป็นส่วนหนึ่งของแบบและ
รายการตามสัญญา
หากในระหว่างการก่อสร้าง/ปรับปรุงอาคาร มีการเปลี่ยนแปลงบุคลากรจากข้อที่กำหนด
ต่างไปจากนี้ ต้องมีเหตุผลอันควรและต้องได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ ทั้งนี้บุคลากรที่จะนำมาทดแทน
จะต้องมีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือเหนือกว่าในกรณีที่พิจารณาเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อ
มหาวิทยาลัยฯ เท่านั้น เสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณา
(๓) ผู้รับจ้าง…
๕. กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ หรือให้งานแล้วเสร็จภายใน ๒๑๐ วัน
๖. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาข้อเสนอ
การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะพิจารณา
ตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ ราคา
๗. วงเงินงบประมาณ /วงเงินที่ได้รับจัดสรร
- วงเงินงบประมาณ ๒๘,๔๙๒,๖๐๐.๐๐ บาท (ยี่สิบแปดล้านสี่แสนเก้าหมื่นสองพันหกร้อยบาทถ้วน)
- เบิกจ่ายจากเงินรายได้คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน (ร.ร.สาธิตเกษตรฯ กพส.)
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๗ จำนวนเงิน ๒๕,๔๘๐,๐๐๐ บาท (ยี่สิบห้าล้านสี่แสนแปดหมื่นบาทถ้วน)
และเงินรายได้คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน (ร.ร.สาธิตเกษตรฯ กพส.)
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๘ จำนวนเงิน ๓,๐๑๒,๖๐๐ บาท (สามล้านหนึ่งหมื่นสองพันหกร้อยบาทถ้วน)
๘. งวดงานและการจ่ายเงิน
จำนวน ๖ งวด โดยผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ ไม่เกิน ๒๑๐ วัน นับถัดจากวันลงนาม
ในสัญญาจ้างหรือจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้เริ่มทำงาน
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้ง
ปวงแล้ว และกำหนดการจ่ายเงินเป็น จำนวน 5 งวด
๙. อัตราค่าปรับ
หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้ ในสัญญาและผู้ว่าจ้างยังมิได้บอกเลิก
สัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับ เป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคางานจ้างนั้น
/๑๐. การกำหนด…
๑๐. การกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง
๑๒. ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดย
ต้องใช้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา
โดยต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ เสนอผู้ว่าจ้างภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลง
นามในสัญญา
- (ตามแบบเอกสารแนบท้าย ภาคผนวก ๑ ตามแนบ)
๑๓. ผู้รับจ้างต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐ ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตาม
สัญญา
โดยต้องจัดทำแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ เสนอผู้ว่าจ้างภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนาม
ในสัญญา
- (ตามแบบเอกสารแนบท้าย ภาคผนวก ๒ ตามแนบ)
๑๔. หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการ
ชื่อหน่วยงาน โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนา
การศึกษา ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โทร ๐๓๔-๓๕๑๓๙๖
๑๕. สถานที่ติดต่อเพื่อเสนอแนะวิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็น
คณะกรรมการจัดทำร่างขอบเขตของงานและร่างเอกสารประกวดราคา
ลงชื่อ ..ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์.. ประธานกรรมการฯ
(ผศ.ดร.วสันต์ เดือนแจ้ง)
ลงชื่อ ..ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์.. กรรมการฯ
(นายเตชทัต ศุภสินอธิกา)
ลงชื่อ ..ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์…กรรมการฯ
(นางสมพิศ ชยันโต)
ลงชื่อ ..ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์.. กรรมการฯ
(นายศักดิ์ชาย ทองเนื้องาม)
ลงชื่อ ..ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์.. กรรมการฯ
(ผศ.ภูมิพัฒน์ ธนัชญาอิศม์เดช)
ลงชื่อ ..ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์.. กรรมการและเลขานุการฯ
(นายทวีลาภ กุเรค้า)
| ลำดับ | รายการ | หน่วย | ปริมาณ | ราคาต่อหน่วย (บาท) | เป็นเงิน (รวม) | พัสดุในประเทศ | พัสดุต่างประเทศ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ๑ | ปูนซีเมนต์ | ||||||
| ๒ | กระเบื้อง | ||||||
| ๓ | ฝ้าเพดาน | ||||||
| ๔ | หลอดไฟ | ||||||
| ๕ | โคมไฟ | ||||||
| รวม | xxx | xxx | xxx | ||||
| อัตรา (ร้อยละ) | ๗๐ | ๗๐ | ๓๐ |
ลงชื่อ………………………………………………………… (คู่สัญญาฝ่ายผู้รับจ้าง)
(…………………………………………………………)
11
ภาคผนวก ๒
ตารางการจัดทำแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ
โครงการ ...................................................................
รายการพัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในโครงการ
แผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ
ปริมาณเหล็กทั้งโครงการ xxxx (ตัน)
<table title="Table of Steel Usage" description="This table outlines the planned use of steel produced within the country for a project.">
| ลำดับ | รายการ | หน่วย | ปริมาณ | เหล็ก ในประเทศ | เหล็ก ต่างประเทศ |
|---|---|---|---|---|---|
| ๑ | เหล็กเส้น | ตัน | | | |
| ๒ | เหล็กข้องอ | ตัน | | | |
| ๓ | เหล็กเส้นกรม | ตัน | | | |
| ๔ | | | | | |
| & | | | | | |
| รวม | | | XXX | XXX | XXX |
| อัตรา (ร้อยละ) | | | ๑๐๐ | ๙๐ | O |
</table>
ลงชื่อ ...............................................................(คู่สัญญาฝ่ายผู้รับจ้าง)
( )
</page>
<image title="steel_usage_table">
ภาพนี้เป็นเอกสารที่มีตารางเกี่ยวกับการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ ตารางนี้ประกอบด้วยคอลัมน์ต่างๆ เช่น ลำดับ รายการ หน่วย ปริมาณ เหล็กในประเทศ และเหล็กต่างประเทศ มีข้อมูลตัวอย่างในบางแถว เช่น เหล็กเส้น เหล็กข้องอ และเหล็กเส้นกรม มีการระบุปริมาณรวมและอัตราส่วนร้อยละของเหล็กที่ใช้ นอกจากนี้ยังมีส่วนสำหรับลงชื่อโดยคู่สัญญาฝ่ายผู้รับจ้าง เอกสารนี้มีลักษณะเป็นทางการและอาจเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาหรือข้อตกลงในการก่อสร้างหรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับการใช้เหล็ก
ลำดับ
รายการ
หน่วย ปริมาณ
เหล็ก
เหล็ก
ในประเทศ ต่างประเทศ
เหล็กเส้น
ตัน
๒
เหล็กข้องอ
ตัน
๓
เหล็กเส้นกรม
ตัน
๔
&
รวม
อัตรา
(ร้อยละ)
XXX
XXX
XXX
๑๐๐
๙๐
O
</image>
<page title="10">
10
1.21.1 เมื่อครบระยะเวลา 1 ใน 2 (หรือร้อยละ 50) ของระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา ผู้รับจ้างส่ง
มอบงานและเบิกเงินได้น้อยกว่า 1 ใน 4 (หรือร้อยละ 25) ของค่าจ้างทั้งหมด
1.21.2 เมื่อครบระยะเวลา 3 ใน 4 (หรือร้อยละ 75) ของระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา ผู้รับจ้าง
ส่งมอบงานและเบิกเงินได้น้อยกว่า 1 ใน 2 (หรือร้อยละ 50) ของค่าจ้างทั้งหมด
1.21.3 เมื่อครบระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา ผู้รับจ้างส่งมอบงานและเบิกเงินได้น้อยกว่า3 ใน 4
(หรือร้อยละ 75) ของค่าจ้างทั้งหมด
1.21.4 ผู้รับจ้างไม่เข้าทำงานในพื้นที่ก่อสร้างติดต่อกันเป็นระยะเวลาเกิน 30 วัน ขึ้นไป โดยไม่แจ้ง
เหตุผลความจำเป็นให้ทราบล่วงหน้า เว้นแต่สัญญาจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
1.21.5 เหตุอื่น ๆ ตามดุลยพินิจของหัวหน้าหน่วยที่เป็นคู่สัญญา
1.22 การขอขยายเวลา
1.22.1 ผู้รับจ้าง สามารถของดหรือลดค่าปรับ หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลง
ตามจำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริงเฉพาะกรณีดังต่อไปนี้
1.22.1.1 เหตุเกิดจากความผิด หรือความบกพร่องของส่วนราชการ
1.22.1.2 เหตุสุดวิสัย
1.22.1.3 เหตุเกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย
1.22.2 ผู้รับจ้างต้องแจ้งเหตุดังกล่าวให้ส่วนราชการทราบภายใน 15 วัน นับแต่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง
หากมิได้แจ้งภายในเวลาที่กำหนด ผู้รับจ้างจะยกมากล่าวอ้างเพื่อขอลดหรืองดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาใน
ภายหลังมิได้ เว้นแต่เป็นเหตุเกิดจากความผิด หรือความบกพร่องของส่วนราชการ ซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้ง หรือ
ส่วนราชการทราบดีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น
1.22.3 เมื่อเกิดอุปสรรคขึ้นและสิ้นสุดลง ผู้รับจ้างต้องมีหนังสือขอสงวนสิทธิ และเมื่อประสงค์ขอใช้
สิทธินั้นให้ทำหนังสือถึงผู้ว่าจ้างระบุอุปสรรค เวลาที่เกิดอุปสรรค ผลกระทบของงานทั้งสัญญา (อาจแสดงในรูป
ของแผนงานที่วางไว้กับแผนงานที่เกิดอุปสรรค) จำนวนวันที่ขอขยายเวลา ภาพถ่ายแสดงอุปสรรค
1.22.4 กรรมการตรวจการจ้างประชุมและให้ความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรว่าควรขยายเวลาให้
ผู้รับจ้างหรือไม่ อย่างไร แล้วเสนอหน่วยคู่สัญญา
1.22.5 กรณีที่เกิดอุปสรรคตามข้อ 1.22.1.2 หรือ 1.22.1.3 ขึ้น ภายหลังจากสิ้นสุดสัญญาแล้ว
ผู้รับจ้างจะนำมาเป็นเหตุในการขอขยายเวลามิได้
1.23 การแก้ไขสัญญา
1.23.1 สัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือที่ได้ลงนามแล้ว จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงมิได้ เว้นแต่การแก้ไข
นั้นเป็นความจำเป็นโดยไม่ทำให้ทางราชการต้องเสียประโยชน์ หรือเป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ
</page>
<page title="11">
11
1.23.2 เอกสารประกอบการพิจารณาแก้ไขสัญญา
1.23.2.1 หนังสือหรือบันทึกที่มาของการแก้ไขสัญญาพร้อมเหตุผลความจำเป็น หนังสือ
ของผู้รับจ้างแสดงความยินยอมว่ายินดีแก้ไขสัญญาโดยไม่คิดเงินและระยะเวลาเพิ่มขึ้น หรือหนังสือแสดงความ
ยินยอมพร้อมเงื่อนไขที่ขอระยะเวลา และ/หรือวงเงินเพิ่มขึ้น
1.23.2.2 ประมาณการเปรียบเทียบของเดิมและของใหม่ หากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
1.23.2.3 แผนงานเดิมเปรียบเทียบกับแผนงานใหม่(หากมีระยะเวลาเพิ่มขึ้น)
1.23.2.4 แบบรูปที่แก้ไข
1.23.2.5 งวดงานที่แก้ไข
1.23.2.6 การตรวจสอบประมาณการ
1.23.2.7 ความเห็นคณะกรรมการตรวจการจ้าง
1.23.2.8 ความเห็นผู้ออกแบบ
1.24 วัสดุที่ได้จากการรื้อถอน
ในงานที่มีการรื้อถอนสิ่งก่อสร้าง ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามแนวทางที่ผู้ว่าจ้างกำหนด หรือตามที่ระบุใน
เอกสารแนบท้ายสัญญา หากมิได้ระบุ ให้ผู้รับจ้างจัดทำบัญชีวัสดุที่ได้จากการรื้อถอน พร้อมส่งมอบวัสดุ
ดังกล่าวให้ ผู้ว่าจ้าง
1.25 งานที่มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ
การตรวจรับงานในงวดที่มีเครื่องปรับอากาศนั้น ให้ผู้รับจ้างเสนอรายการเครื่องปรับอากาศที่จะ
ติดตั้ง พร้อมขนาด,หมายเลขเครื่อง และ หมายเลขการเสียภาษี กับผู้ว่าจ้าง ก่อนดำเนินการ (สำหรับ
เครื่องปรับอากาศที่มีขนาดเกิน 72,000 บีทียู ไม่ต้องตรวจสอบการเสียภาษีสรรพสามิต)
ต่อไป
ในกรณีที่ปรากฏว่ามีการหลีกเลี่ยงภาษีเกิดขึ้น จะพิจารณาลงโทษให้ผู้รับจ้างรายนั้นเป็นผู้ทิ้งงาน
1.26 การจัดทำประวัติอาคาร
ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำประวัติอาคารหรือสิ่งก่อสร้าง จำนวน 5 เล่ม ส่งให้ผู้ว่าจ้างผ่านผู้ควบคุมงาน/
กรรมการตรวจการจ้าง โดยประวัติอาคารต้องมีส่วนประกอบดังนี้
1.26.1 รายละเอียดของสัญญา
1.26.2 รายการแบบและรายการประกอบแบบที่ใช้ประกอบสัญญา
1.26.3 แบบสำคัญประกอบสัญญา เช่น รายการแสดงเนื้องาน รูปแปลน รูปด้าน รูปตัด
1.26.4 รายนามคณะกรรมการตรวจการจ้าง
1.26.5 รายนามเจ้าหน้าที่ควบคุมงาน
1.26.6 ตารางการส่งงวดงาน
1.26.7 รายละเอียดของงวดงาน
</page>
<page title="12">
12
1.26.8 เนื้องาน / ปริมาณงาน / หมายเลขแบบ
1.26.9 แผนงานเทียบกับที่ปฏิบัติจริง
1.26.10 ภาพถ่ายความก้าวหน้าของงานก่อสร้าง
1.26.11 เอกสารการส่งงวดงาน และรายงานผลการตรวจการจ้างเหมาก่อสร้าง
1.26.12 เอกสารขออนุมัติเห็นชอบจัดซื้อจัดจ้าง
1.26.13 เอกสารการอนุมัติจ้าง
1.26.14 เอกสารการอนุญาตเข้าดำเนินการ
1.26.15 เอกสารผลการพิจารณาตรวจสอบวัสดุ และสถาปัตยกรรม
1.26.16 เอกสารผลการพิจารณางานระบบต่าง ๆ
1.26.17 เอกสารผลการพิจารณา SHOP DRAWING
1.26.18 เอกสารการส่งมอบงานให้หน่วย
1.26.19 เอกสารประกอบ (AS-BUILT)
1.26.20 บัญชีแสดงรายการเครื่องมือ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์ ที่ส่งมอบตามสัญญา
1.26.21 เอกสารการขอสงวนสิทธิ การขอขยายเวลา และที่อนุมัติจากผู้ว่าจ้าง
1.26.22 ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไขแบบและรายการประกอบแบบ
1.27 การจัดทำ AS-BUILT DRAWING
1.27.1 ในระหว่างการก่อสร้างหากมีสิ่งใดก่อสร้างแตกต่างจากที่กำหนดในแบบตามสัญญา หรือเป็น
งานระบบที่มีความซับซ้อนแต่ในแบบตามสัญญาไม่ได้แสดงรายละเอียดไว้อย่างชัดเจน ให้ผู้รับจ้างจัดทำ
AS-BUILT DRAWING เสนอให้ผู้ว่าจ้างเพื่อเก็บไว้ใช้งาน เป็นกระดาษไข 1 ชุด และพิมพ์เขียว/ขาวอีก 4 ชุด
และแผ่นซีดี (ในกรณีที่เขียนโดยใช้คอมพิวเตอร์) โดยทำหนังสือส่งมอบให้ ผู้ว่าจ้าง(ผ่านกรรมการตรวจการจ้าง)
ในงวดงานงวดสุดท้าย หรือตามที่กำหนดไว้ในงวดงาน
1.27.2 แบบ AS-BUILT DRAWING ต้องมีขนาดและมาตราส่วนเท่ากับแบบตามสัญญา ยกเว้น
แบบขยายให้ใช้มาตรส่วนได้ตามความเหมาะสม
1.27.3 แบบ AS-BUILT DRAWING ต้องลงนามรับรองความถูกต้องโดยผู้ควบคุมงานระบบนั้น ๆ
ของผู้รับจ้าง และผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง
1.27.4 หลังจากคณะกรรมการตรวจการจ้างตรวจสอบความถูกต้องของ แบบ AS-BUILT
DRAWING แล้วให้เสนอหน่วยคู่สัญญาเพื่อแจกจ่ายหน่วยเกี่ยวข้องต่อไป
1.28 ภาระหน้าที่ระหว่างการรับประกันผลงาน
หลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จและกรรมการตรวจการจ้างได้ตรวจรับงานงวดสุดท้ายแล้ว ผู้รับจ้างมี
ภาระหน้าที่ภายในระยะเวลาที่รับประกันผลงาน ดังนี้
</page>
<page title="13">
13
1.28.1 จัดบุคลากรเพื่อทำการตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ของงานที่ผู้รับจ้างได้
ดำเนินการตามสัญญา เป็นครั้งคราวตามความเหมาะสมที่ระบุในคู่มือการใช้งาน
1.28.2 จัดการฝึกอบรมและฝึกสอนช่างผู้ควบคุมระบบประจำอาคารให้ สามารถใช้เครื่องจักรและ
อุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการซ่อมแซมเบื้องต้น
1.29 เอกสารอื่นๆ
ผู้รับจ้างต้องทำหนังสือส่งเอกสารอื่นๆ เช่น คู่มือการใช้งานและบำรุงรักษาเครื่องจักรอุปกรณ์,
เอกสารการทดสอบเครื่องจักรอุปกรณ์, เอกสารการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่, ใบรับประกันอุปกรณ์อื่นๆ, หนังสือ
รับรองการใช้สี และอื่นๆ ที่กำหนดไว้ในสัญญาจำนวนอย่างน้อย 3 ชุด ให้ผู้ว่าจ้าง (ผ่านกรรมการตรวจการจ้าง)
ในการส่งงานในงวดที่ระบุ หรืองวดสุดท้าย (ถ้าไม่กำหนด)
1.30 การดูแลอาคารสถานที่หลังการส่งมอบงาน
อาคาร หรือสถานที่ใด ๆ ที่กรรมการตรวจการจ้างได้ตรวจรับแล้ว กรรมการตรวจการจ้างจะต้องส่ง
มอบให้หน่วยต้นสังกัด (หน่วยผู้ใช้งาน/หน่วยเจ้าของพื้นที่) รับมอบอาคารไว้ใช้ราชการ
ในระหว่างที่หน่วยต้นสังกัดยังไม่จัดเจ้าหน้าที่ดูแลอาคาร หรือ กรรมการตรวจรับมอบอาคารที่หน่วย
ต้นสังกัด (หน่วยผู้ใช้งาน/หน่วยเจ้าของพื้นที่) ยังไม่มาตรวจรับมอบอาคาร/สถานที่ ให้ผู้รับจ้างจัดเจ้าหน้าที่
เฝ้าดูแลทรัพย์สินไว้จนกว่า หน่วยฯ จะจัดเจ้าหน้าที่มาดูแล หรือ กรรมการตรวจรับมอบอาคารจะทำการตรวจ
รับมอบอาคารนั้นเสร็จสิ้น
1.31 อื่น ๆ
1.31.1 เมื่อผู้รับจ้างได้ติดตั้งวัสดุ อุปกรณ์ หรือเครื่องมือที่ระบุในแบบและสัญญา เรียบร้อยแล้ว
ผู้รับจ้างต้องทำการทดสอบให้เห็นว่าวัสดุ อุปกรณ์ หรือเครื่องมือนั้น สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1.31.2 ความเสียหายใดที่เกิดจากการดำเนินการของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องซ่อมแซมให้คืนสู่สภาพ
เดิม หรือดีกว่าสภาพเดิม
สุดท้าย
1.31.3 ผู้รับจ้างต้องทำความสะอาดบริเวณสถานที่ก่อสร้างให้เป็นที่เรียบร้อย ก่อนส่งมอบงานงวด
</page>
<page title="14">
14
หมวดที่ 2
งานสถาปัตยกรรม
2.1 งานพื้น
ให้ผู้รับจ้างจัดหาตัวอย่างต่างๆ ของวัสดุให้คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณา เมื่ออนุมัติ
เห็นชอบแล้ว จึงจะปฏิบัติงานดังต่อไปนี้
2.1.1 พื้นหินขัดกับที่
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นตามระบุในแบบรูปและรายละเอียด
และช่วยจัดส่งตัวอย่างให้กับคณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาอนุมัติก่อนดำเนินการ โดยลวดลายของ
หินขัดอาจมีการเปลี่ยนแปลงในขณะก่อสร้างโดยคณะกรรมการตรวจการจ้างวัสดุวัสดุที่ใช้ในงานหินขัด
ประกอบด้วย
(1) หินเกล็ด หินเกล็ดที่ใช้คือ หินอ่อนสีสันต่างๆ ขนาดของหินเกล็ดที่ใช้ หาก
มิได้ระบุ รายละเอียดในแบบก่อสร้างให้ใช้ส่วนผสมของหินขนาดเบอร์ 2, 3, 3/4 และ 4คละเคล้าเข้า
ด้วยกัน หินที่ใช้ต้องมี คุณภาพดีโดยจะต้องมีเนื้อละเอียดไม่ขรุขระหรือเป็นทราย สีสันสะอาดตาไม่มีรอย
ด่างของคราบแร' หรือสนิมหัว อยู่ในเนื้อ ไม่ผุยุ่ย หินเกล็ดคุณภาพดีจะให้พื้นหินขัดที่มีความมันเงางามสูง
(2) ปูนซีเมนต์ขาว ปูนซีเมนต์ขาวเป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ Type 1
(3)
สีผสมซีเมนต์สีที่ใช้ผสมซีเมนต์ขาว เพื่อให้ออกเป็นสีสันต่างๆ นั้น เป็นสาร
สังเคราะห์ประเภท Metals Oxide ที่จำหน่ายโดยทั่วไปจะมีอยู่ 6 สี คือ สีแดง ดำ เหลือง น้ำตาล (ซึ่งมา
จากสาร สังเคราะห์ประเภท Ferric Oxide) สีเขียว (จาก Chrome Oxide) และสีฟ้า (จาก Manganess
Oxide) คุณสมบัติของ สีผสมซีเมนต์จะต้องสามารถกระจายและผสมผสานกับเนื้อซีเมนต์ได้ดี ไม่ซีดจาง
และคงทน
(4) ผู้รับจ้างจะต้องทำลวดลายของพื้น บอกชนิดและสีของเส้นแบ่งพื้น และวัสดุ
อื่น ๆ ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาอนุมัติก่อนดำเนินการ
ขั้นตอนการทำงาน
(1) การเตรียมพื้นที่ควรทำเส้นแบ่งพื้นที่ แล้วเทปูนทรายปรับระดับ เมื่อปูน
ทราย หมาดๆ ควรใช้ไม้กวาดทางมะพร้าวตัดปลายขูดแล้วทิ้งไว้ให้แห้งแล้วหล่อน้ำเลี้ยงทิ้งไว้ประมาณ
1 คืน ก่อนทำ การหล่อหินขัด
(2) การหล่อหินเกล็ดที่จะใช้ควรผ่านการล้างและร่อนฝุ่นละอองที่เคลือบเม็ดหิน
อ่อน เสียก่อน สัดส่วนของหิน หากมิได้ระบุรายละเอียดในแบบก่อสร้างให้ใช้หิน
เบอร์ 2, 3, 3/4 และ 4 การคละหินเป็น ดังนี้ปูนซีเมนต์ขาว 1 ถุง หินเกล็ดเบอร์
2 จำนวน 4ถัง (ผสม 2 โรย 2)หินเกล็ดเบอร์3 จำนวน 2 ถัง หินเกล็ด เบอร์ 3 /4
</page><page title="15">
15
ตามลำดับ
จำนวน 2 ถัง หินเกล็ดเบอร์ 4จำนวน 1 ถัง ในขั้นตอนการหล่อ ให้กลึงบดอัด
ด้วยลูกกลิ้ง 2 ครั้ง
(3) การขัด ขั้นตอนการขัดแบ่งออกเป็น 3 ชนิดคือ
(ก) การขัดเพื่อลอกผิวหน้าให้ขัดลอกผิวหน้าด้วยวัสดุขัดเบอร์ 46 และ 60
(ข) การขัดเพื่อลบรอยขูดขีดหลังจากผ่านการขัดหยาบแล้วควรทิ้งไว้อย่าง
น้อย 5 วัน จึงจะทำการขัดต่อโดยวัสดุขัดเบอร์ 240 ขัดในครั้งที่สอง
(ค) การขัดเพื่อให้ผิวลื่นเป็นเงางามให้ใช้วัสดุขัดประเภทหินอ่อน หรือ
หินลื่นป่น ลงไปบนพื้นผิวหน้าที่ผ่านการขัดแล้วจากข้างต้น
2.1.2.2 พ่นหินแกรนิต
(4) การลงน้ำมันเพื่อรักษาผิวพื้นหินขัด ก่อนทำการลงน้ำมัน ควรชำระล้าง
ความสกปรก โดยใช้ Oxalic Acid (เงาชัว) ผสม น้ำแล้วป่นด้วยแปรงชำระล้าง
คราบสกปรกบนผิวหน้าของพื้นให้สะอาด ล้างออกแล้วทิ้งไว้ให้แห้งสนิท จึงทำ
การ ลงน้ำมัน ในการลงน้ำมันให้ใช้ขี้ผึ้งละเลงลงบนพื้นแต่เพียงเบาๆ จากนั้นใช้
แปรงใยมะพร้าวป่นตาม ให้น้ำมันซึม ซับลงในผิวพื้น จากนั้นใช้ฝอยเหล็กป่นทำ
ความสะอาดคราบน้ำมันขี้ผึ้งออกจากผิวหน้า
การเตรียมพื้นผิว พื้นเดิมต้องขรุขระ ราดน้ำทำความสะอาดแล้วเทปูนปรับให้ได้
แนว หรือระดับ เมื่อปูนทรายยังหมาดๆ เริ่มจะแข็งตัว ให้โรยปูนซีเมนต์หน้าให้ทั่ว ขัดแต่ง ผิวหน้าจนเรียบ
เสมอทั่วกัน แล้วทิ้งไว้แห้งสนิท
หินแกรนิต ให้ล้างหินด้วยน้ำปูนก่อนทำความสะอาดพื้นที่จะปูให้เรียบร้อย การปู
จะต้อง ให้แนวตรง วัดแนวรอยหินแกรนิต ให้เรียบร้อย การตัดตรงหรือตัดโค้ง ต้องให้ได้แนวตรงเรียงหรือ
โค้งเรียบ ไม่ เป็นลอนหรือไม่สม่ำเสมอแล้วจะต้องปูผิวเรียบเสมอกัน ได้ระดับตามที่ต้องการ การตัดให้ใช้
เครื่องมือแนวของ แผ่นหินแกรนิต จะต้องขนานกับผนังหรือพื้นด้านใดด้านหนึ่ง จะต้องกดเคาะให้แผ่น
หินแกรนิต แนบสนิท และทิ้งให้ปูนทรายแห้งแข็งตัว แล้วจึงสกัดเศษปูนที่ติดบนแผ่น (หรือตามรูปแบบที่
ระบุไว้ในผังลายเส้น) เมื่อปูเสร็จ แล้วต้องเช็ดทำความสะอาดและขัดพื้นให้เรียบร้อย
2.1.3 พื้นปูกระเบื้องเซรามิก
พื้นกระเบื้องเซรามิก
(1) การเตรียมพื้นผิวและการปู
สกัดผิวพื้นคอนกรีตบริเวณที่จะปูกระเบื้องเซรามิกให้ขรุขระ ราดน้ำทำความ
สะอาดแล้วเทน้ำปูนซีเมนต์ข้นๆให้ทั่วจึงเทปูนทรายอัตราส่วนปูนซีเมนต์ต่อทราย 1:4ส่วนปรับให้ได้ระดับ
เอียง ลาดตามส่วนที่กำหนดในแบบ เมื่อเทเสร็จแล้วต้องทิ้งไว้จากผิวปูนทรายหมาดๆ ตัวเสียก่อน แล้วจึงปู
ติดแผ่น กระเบื้องเซรามิกขนาด 8"x8" หรือ อื่น ๆ โดยเว้นรอยต่อแผ่นสม่ำเสมอกว้างไม่เกิน 2 มม. โดย
ก่อนปูกระเบื้องเซรามิกให้ทา Wax เคลือบผิวหน้าของกระเบื้อง 1 ครั้งก่อนเพื่อกันคราบน้ำปูนเกาะเปรอะ
</page>
<page title="16">
16
เปื้อน แนวของแผ่น กระเบื้องจะต้องขนานกับผนังหรือขอบพื้นด้านใดด้านหนึ่ง แบ่งหรือตัดแผ่นกระเบื้อง
ให้ปูได้พอดีในพื้นที่ ห้าม ตัดแผ่นกระเบื้องด้วยคีมหรือเคาะสกัดเมื่อปูกระเบื้องจนได้แนวเรียบร้อยแล้วให้
กดเคาะแผ่นกระเบื้องให้แนบ ทิ้ง ปูนทรายแห้งแข็งตัวแล้วจึงสกัดเศษปูนที่ติดแผ่นกระเบื้องและในรอยต่อ
ออกให้หมดจึงยาแนวรอยต่อแผ่น กระเบื้องด้วยปูนยาแนวที่ผสมสีเหมือนกระเบื้อง หรือตามที่ระบุ (2) การ
ทำความสะอาดให้ทิ้งไว้จนปูนยาแนวแห้งสนิทดีแล้ว จึงเช็ดทำความสะอาดให้เรียบร้อยปราศจาก คราบ
ต่างๆ ทิ้งไว้ให้พื้นปูกระเบื้องแห้งดีแล้วจึงลง Wax ขัดให้ทั่วพื้นอย่างน้อย 2 ครั้ง
2.1.4 พื้นผิวขัดมัน
พื้นปูนทรายขัดมันและปูนทรายผสมสีขัดมัน
เตรียมผิวพื้นและปรับระดับให้เรียบร้อยตามแบบที่กำหนดให้ด้วยปูนทราย ความ
หนาไม่ ต่ำกว่า 2 ซม. ก่อนที่พื้นปูนทรายจะแข็งตัวให้โรยผงปูนซีเมนต์ทับหน้าให้ทั่วขัดแต่งผิวด้วยเกรียง
เหล็กหรือเครื่อง ขัดผิวจนมันและเรียบสม่ำเสมอกัน
ถ้าไม่ได้กำหนดเป็นอย่างอื่นไว้ในแบบก่อสร้าง การตีเส้นบนผิวคอนกรีตให้ใช้เส้น
Elastic, PVC, Nylon กลมขนาด dia. 1/4 ผิวเรียบตึงและตรงตามแนวกดให้เป็นรอยแนบติดเสมอผิวเมื่อ
ดึงเส้น ออกให้แต่งแนวจนเรียบร้อย
พื้นปูนทรายผสมน้ำยากันซึม
เตรียมผิวพื้นและปรับระดับตามแบบ ผสมปูนซีเมนต์และทรายคลุกเคล้าให้เข้ากัน
แล้ว จึงเติมน้ำยากันซึม ตามสัดส่วนที่บริษัทผู้ผลิตกำหนดให้
น้ำยากันซึมให้ส่งตัวอย่างและข้อมูลทางเทคนิคขออนุมัติจากผู้ออกแบบ พื้น คสล.
ส่วนที่ถูกน้ำ เช่น ห้องนา และระเบียง เป็นต้น จะต้องผสมน้ำยากันซึม
2.1.5 งานกรวดล้าง ทรายล้าง และหินล้าง
ส่วนที่ระบุให้ทำกรวดล้าง ให้ขัดกรวดล้างมีความหนาไม่น้อยกว่า 3/4" ให้กรวด
เม็ดเล็ก เม็ด ค่อนข้างกลม ขนาดประมาณ 1/8"-1/4" หากมิได้ใช้กรวดขนาดอื่นผสมซีเมนต์ปอร์ตแลนด์สี
ขาว หรือสีอื่น ตามแต่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะระบุภายหลัง ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแผ่นกรวดล้าง
ตัวอย่างให้คณะกรรมการ ตรวจการจ้างพิจารณาอนุมัติก่อนลงมือปฏิบัติงาน
ก่อนฉาบกรวดล้าง และ/หรือหินล้างให้ทำความสะอาดผิวพื้นให้เรียบร้อยปราศจากฝุ่น
ละออง แล้วแต่งผิวส่วนที่จะขัดกรวดล้าง หรือหินล้างด้วยปูนแต่งผิวหน้า 3/8" ในอัตราส่วนของซีเมนต์และ
ทราย 1 ต่อ 3 และสลัดผิวปูน แต่งให้เป็นแนวเส้นบั้งให้หินล้างจับยึดได้แน่นและเรียบ และราดน้ำให้ชุ่ม
ก่อนฉาบวัสดุหินล้าง ในกรณีที่เป็นผนังอาคารเดิมให้กะเทาะสกัดปูนฉาบของเดิมออกเสียก่อนแล้วแต่ง
ตามที่ระบุไว้ข้างต้น
ให้ฉาบผิวหินล้างที่ฉาบครั้งสุดท้ายในขณะที่หินเริ่มแข็งตัว และล้างให้เม็ดหินขึ้นชัดเจน
และเรียบสม่ำเสมอและต้องระมัดระวังรักษามิให้ผิวหินล้างที่ขัดแล้วต้องกะเทาะหรือเสียหาย หากผิวหิน
ล้างที่ขัดแล้ว ตอนใดไม่เรียบสม่ำเสมอหรือไม่แน่น หรือเครื่องมือในการฉาบล้างไม่ดีพอ หรือกะเทาะ
</page>
<page title="17">
17
เสียหายใดๆ ก็ตาม ผู้รับจ้าง จะต้องจัดการซ่อมหรือทำให้ใหม่ตามการวินิจฉัยของคณะกรรมการตรวจการ
จ้างโดยไม่คิดมูลค่าใดๆ เพิ่มเติมทั้งสิ้น
หลังจากฉาบและขัดหินล้างแล้วผู้รับจ้างใช้น้ำยา Rain Coating ทาผิวหินล้าง 2-3 ชั้นเพื่อ
ป้องกัน มิให้น้ำซึมไปในซีเมนต์ อันจะทำให้เกิดรอยด่าง ทั้งนี้คณะกรรมการตรวจการจ้างจะกำหนดชนิด
ของน้ำยาให้จาก ตัวอย่างที่ผู้รับจ้างจัดหามา
2.1.6 งานพรม
การเตรียมพื้นผิว
พื้นที่จะปูพรมจะต้องปรับระดับให้เรียบและทำความสะอาดผิวให้เรียบร้อย การปู
พรมจะต้องขึง ให้ตึงและยึดติดกับไม้ขนานโดยรอบพื้นที่ การต่อพรมจะต้องเย็บต่อให้เรียบร้อยไม่เห็นรอย
และเมื่อปูเสร็จ เรียบร้อยแล้วจะต้องดูดฝุ่นทำความสะอาดขนพรมให้เรียบร้อยก่อนส่งมอบงาน
2.1.7 งานพื้นไม้ปาร์เก้
พื้นปาร์เก้ให้ใช้ไม้แดงขนาด 4" X 14" ขัดผิวเรียบ เคลือบยูริเทน การติดตั้งให้
ดำเนินขั้นตอนตาม มาตรฐานการติดตั้งและถูกต้องตามหลักวิชาช่าง
2.1.8 งานกระเบื้องยาง
ให้ใช้กระเบื้องยางแบบแผ่นชนิด Vinyl Composition Tile หรือตามแบบ ตาม
ดุลยพินิจของ คณะกรรมการตรวจการจ้างขนาด 0.30 ม. X .030 ม. หนา 2.00 มม. มีโครงสร้างเป็น
ลวดลายทะลุแผ่น และ สามารถรับน้ำหนักกดทับตามมาตรฐาน ASTM F 970 มีซิลิเกต และ Limestone
เป็นส่วนผสม เพื่อลดปัญหาการ ยืดหดตัวของเนื้อกระเบื้อง และเพิ่มความแกร่งให้มีคุณสมบัติทนทานต่อ
การขีดข่วน และผ่านมาตรฐานการทน ไฟ ASTM E 648, ASTM E662, BS476 Pt 7 Class 1
ในการติดตั้งให้ใช้กาวกลุ่ม WATER-BASE หรือเทียบเท่าทาก่อนการติดตั้ง การปู
กระเบื้องยางต้องทำความสะอาดพื้นที่ที่จะปูกระเบื้องยางให้สะอาดเรียบร้อยปราศจากฝุ่น ไขมัน ต่าง ๆ
การปูให้ทาน้ำยารองพื้นและกาวตามคำแนะนำของผู้ผลิต การปูจะต้องให้แนวตรง จัดจังหวะตัดให้
เรียบร้อยแล้วให้ใช้ลูกกลิ้งที่มีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 50 กก. กลิ้งบดทับให้ทั่วพื้นที่ทันทีที่ปูเสร็จภายใน 3 วัน
ห้าม บรรทุกน้ำหนักหรือเดินผ่าน บัวเชิงผนังยางเรียบร้อยแล้วจะต้องเปิดประตู-หน้าต่าง ให้มีการระบาย
อากาศอย่างเพียงพอเป็นเวลา 48 ชม.
การทำความสะอาดกระเบื้องยางหลังจากปูเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องรอจนกว่าน้ำยาที่ใช้
ปู กระเบื้องจะแห้ง และเกาะยึดตัวกันดีแล้ว โดยปกติควรเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน จึงลงมือทำความ
สะอาดพื้น กระเบื้องยางแล้ว'จึงลงน้ำยาเคลือบและ Wax จนทั่วขัดให้เป็นมันด้วยเครื่องมืออย่างน้อย
2 ครั้ง
</page>
<page title="18">
18
2.2 งานผนัง
2.2.1 วัสดุ
วัสดุก่อใช้ต้องแข็งแกร่งปราศจากรอยชำรุดใดๆ อันเป็นเหตุให้เสียกำลัง มี
ขนาดสม่ำเสมอกัน ไม่ บิดโค้งและเป็นของใหม่ การขนย้ายและการเก็บรักษา ต้องกระทำด้วยความ
ระมัดระวังมิให้แตกชำรุดหรือมีรอยเปรอะเปื้อน
อิฐมอญหรืออิฐก่อสร้างสามัญขนาดเล็ก จะต้องเป็นอิฐที่มีคุณภาพเผาไฟสุกทั่ว
เนื้อ แข็งแกร่ง ไม่มีโพรง ไม่แตกร้าว รูปร่างขนาดได้มาตรฐาน ไม่แอ่นบิดงอจะต้องดูดน้ำไม่เกิน 25% และ
จะต้อง ต้านทานแรงอัดสูงสุดไม่น้อยกว่า 100 กก./ตร.ซม. หรือมีคุณสมบัติเทียบเท่า หรือดีกว่ามาตรฐาน
มอก. 77-2517
อิฐบล็อกกลวง จะต้องเป็นอิฐที่มีคุณภาพดี ผลิตขึ้นตามมาตรฐาน
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 103-2517 เป็นอิฐโปร่งที่มีโพรง หรือรูอย่างขนานกัน ทำด้วยเครื่องจักรไม่
แตกร้าวบิดงอเหมาะสำหรับใช้รับ นาหนัก หรือได้มาตรฐาน มอก. 168-2519
อิฐมวลเบา จะต้องเป็นอิฐที่ไม่แตกร้าว ไม่บิดเบี้ยว ไม่แอ่นตัว และไม่มีตำหนิใด ๆ
ที่เป็น ผลเสียหายต่อการใช้งาน ผลิตขึ้นตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.1505-2541
ปูนก่อ มีส่วนผสมของปูนซีเมนต์ 1 ส่วน กับทรายสะอาด 4 ส่วน (ร่อนผ่านตะแก่
รงเบอร์ 16 ทั้งหมด) โดยตวงแห้ง ต้องคอยผสมบ่อย ๆ จากเวลาผสมน้ำยาลงไปจนใช้ก่อเสร็จไม่ควรช้า
กว่า 1 ชั่วโมง ให้ ผสมน้ำจำนวนพอควรแล้วใช้ให้เสร็จเมื่อใส่น้ำลงไปแล้วในบางกรณีคณะกรรมการตรวจ
การจ้างอาจจะกำหนดให้ผสมปูนขาวลงไปด้วย
ปูนถือผนังภายนอก ควรใช้ซีเมนต์ 1 ส่วนและทรายหยาบ 4 ส่วน หรือ ทราย
ละเอียด 4 ส่วน (ร่อนผ่านตะแก่รงเบอร์ 40) น้ำพอสมควร
ถ้าปูนฉาบผนังหนามากกว่า 1.5 ซม. แล้วควรแบ่งทำเป็น 2 ชั้น และชั้นนอกให้ใช้
ทราย ละเอียดทั้งนี้คณะกรรมการตรวจการจ้างหรือผู้ควบคุมงานก่อสร้างของผู้ว่าจ้างอาจสั่งลด หรือเพิ่ม
ส่วนผสมก็ได้ แล้วแต่ชนิดของงาน
ฉนวนกันความร้อน ต้องเป็นฉนวนชนิดใยแก้วมี Aluminum Foil 2 ด้าน ความ
หนาไม่ต่ำ กว่า 2 นิ้ว ตามมาตรฐาน มอก. การติดตั้งต้องมีการเสนอวิธีการยึดฉนวนติดกับผนังให้
คณะกรรมการตรวจการ จ้างก่อนปฏิบัติงาน
แผ่น Aluminum Composite ใช้วัสดุที่ได้มาตรฐาน มอก. ความหนาไม่ตากว่า
แผ่นทำสี จากโรงงาน และมีรายละเอียดการติดตั้งเสนอคณะกรรมการตรวจการจ้างก่อนการปฏิบัติงาน
2.2.2 การเก็บรักษา
วัสดุก่อทุกชนิดจะต้องจัดวางเรียงให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและมั่งคง กาเก็บเรียง
ซ้อนกันไม่ควร สูงเกิน 2 เมตร บริเวณที่เก็บจะต้องไม่ถูกสิ่งสกปรกหรือน้ำที่จะก่อให้เกิดตะไคร่น้ำ หรือรา
ได้ทั้งนี้วัสดุก่อที่มีสิ่ง สกปรกจับแน่นหรืออินทรียวัตถุ เช่น ราหรือตะไคร่น้ำจับ จะนำไปใช้ก่อไม่ได้
</page>
<page title="19">
19
2.2.3 การก่อ
ผนังก่อนบนพื้น คสล. ทุกแห่ง ผิวหน้าของพื้น คสล. จะต้องสกัดผิวให้ขรุขระ แล้ว
ทำ ความสะอาดและราดน้ำให้เปียกเสียก่อนที่จะก่อผนัง และโดยเฉพาะการก่อผนังริมนอกโดยรอบอาคาร
และ โดยรอบห้องน้ำจะต้องเทคอนกรีตกว้างเท่ากับผนังก่อและสูงจากพื้น คสล. 10 ซม. ก่อนจึงก่อผนังทับ
ได้ เพื่อกัน น้ำรั่วซึม
ผนังก่อชนเสา คสล. ผิวหน้าของเสา คสล. จะต้องสกัดผิวให้ขรุขระแล้วทำความ
สะอาด และราดน้ำให้เปียกเสียก่อน ก่อนที่จะก่อผนัง และจะต้องยื่นเหล็กขนาด dia. 6 มม. ยาว 30 ซม.
ทุกระยะไม่เกิน 80 ซม. ที่เตรียมไว้ในขณะเทคอนกรีตเสา ผนังก่อทั้งหมดจะต้องเสริมด้วยเหล็กก้างปลา
ขนาด 10x20 มม. ตาม แนวนอนตลอดความยาวของกำแพงปลายทั้ง 2 ด้าน จะอยู่ระดับเดียวกับเหล็กที่
ยื่นออกจากเสาเหล็กก้างปลา จะต้องฝังเรียบในแนวปูนก่อขนาดความกว้างของเหล็กก้างปลาจะต้องมีความ
กว้างเท่ากับความกว้างของวัสดุที่ใช้ ก่อผนังเพื่อช่วยปิดผนังก่อ การต่อเหล็กก้างปลาให้ต่อซ้อนทับกันอย่าง
น้อย 20 ซม.
ให้ก่อคอนกรีตบล็อกในลักษณะแห้ง โดยไม่จำเป็นต้องนำไปแช่น้ำหรือสาดน้ำ
ก่อน เว้น แต่ว่าต้องการทำความสะอาดคอนกรีตบล็อกเท่านั้น ส่วนการก่อวัสดุก่อประเภทอิฐต่างๆ ก่อนนำ
อิฐมาก่อจะต้อง นำไปแช่น้ำให้เปียกเสียก่อน
การก่อผนังจะต้องได้แนว ได้ดิ่ง ได้ระดับ และต้องเรียบ โดยการทิ้งดิ่งและใช้เชือก
ดึงจับ ระดับทั้ง 2 แนว ตลอดเวลาผนังก่อที่ก่อเปิดเรียบร้อยมีขนาดตามระบุในแบบก่อสร้างและจะต้องมี
เสาเอ็นหรือทับ หลังโดยรอบ
แนวปูนจะต้องหนาประมาณ 1 ซม. และต้องใส่ปูนก่อให้เต็มรอยต่อโดยรอบแผ่น
วัสดุ ก่อนการเรียงก่อต้องกดก้อนวัสดุก่อ และใช้เกรียงอัดให้แน่นไม่ให้มีซอก รู ห้ามใช้ปูนก่อที่กำลังเริ่ม
แข็งตัวหรือ เศษปูนก่อที่เหลือร่วงจากการก่อมาใช้ก่ออีก
การก่อผนังในช่วงเดียวกันจะต้องก่อให้มีความสูงใกล้เคียงกัน ห้ามก่อผนังส่วน
หนึ่ง ส่วนใดสูงกว่าส่วนที่เหลือเกิน 1 เมตร และผนังก่อหากก่อไม่แล้วเสร็จในวันนั้น ส่วนบนของผนังก่อที่
ก่อค้างไว้ จะต้องหาสิ่งปกคลุมเพื่อป้องกันฝน
ผู้รับจ้างจะต้องทำช่องเตรียมไว้ในขณะก่อผนัง ส่วนงานของระบบอื่นๆ ที่
เกี่ยวข้อง เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบสุขาภิบาล ระบบปรับอากาศ ฯลฯ การสกัดและการเจาะผนังก่อเพื่อ
ติดตั้งระบบดังกล่าว จะต้องยื่นขออนุมัติจากสถาปนิกเสียก่อน เมื่อได้รับการอนุมัติแล้วจึงจะดำเนินการได้
ทั้งนี้จะต้องดำเนินการสกัด เจาะด้วยความประณีตและต้องระมัดระวังมิให้ผนังก่อบริเวณใกล้เคียงแตกร้าว
เสียความแข็งแรงไป
ผนังก่อที่ไม่ฉาบปูนหรือก่อโชว์แนว การก่อจะต้องจัดก้อนวัสดุก่อให้ได้แนวดิ่งและ
ได้ แนว ระดับผิวหน้าเรียบได้ระดับอย่างสม่ำเสมอ โดยแนวปูนก่อต้องมีความกว้างไม่เกิน 15 มม. ยกเว้น
จากที่ระบุ เป็นอย่างอื่นแล้วให้ใช้เครื่องมือขูดร่อง รอยแนวปูนก่อลึกเข้าไปประมาณ 5 มม. และผนังก่อโชว์
</page>
<page title="20">
20
แนวภายนอก อาคาร เมื่อปูนแห้งแข็งตัวดีแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องทั้งให้ผนังแห้งสนิท พร้อมทั้งทำความสะอาด
ผนังให้เรียบร้อย แล้ว ทาด้วยน้ำยาประเภท Silicone เพื่อกันซึมและป้องกันพวกเรา ตะไคร่น้ำจับ
ในกรณีก่อผนังชิดขอบด้านในเสาและคาน
หรือในระหว่างกึ่งกลางของเสาและคานในขณะเทคอนกรีต ผู้รับจ้างจะต้องเตรียมร่องลึก 12 มม. กว้าง
ผนังก่อริมนอกโดยรอบอาคาร
เท่ากับความหนา ของผนังไว้ที่ข้างเสา และใต้คาน คสล. ตลอดแนวผนังก่อ
ผนังที่ก่อชนคาน คสล. หรือพื้น คสล. จะต้องเว้นช่องไว้ประมาณ 10-20 ซม. เป็น
เวลาไม่ น้อยกว่า 3 วัน เพื่อให้ปูนก่อแข็งตัวและทรุดตัวจนได้ที่เสียก่อนจึงทำการก่อให้ชนท้องคานหรือท้อง
พื้นได้
ผนังก่อที่ก่อใหม่จะต้องไม่กระทบกระเทือนหรือรับน้ำหนักเป็นเวลาไม่น้อยกว่า
3 วัน หลังจากก่อผนังเสร็จเรียบร้อยแล้ว
2.2.4 การทำเลทเอ็นและคานเอ็น คลล.
เสาเอ็นที่มุมผนังก่อทุกมุมหรือที่ผนังก่อหยุดลอยๆ โดยไม่ติดเสา คสล. หรือตรงที่
ผนัง ก่อติดกับวงกบ ประตู - หน้าต่าง จะต้องมีเสาเอ็นขนาดของเสาเอ็นจะต้องไม่เล็กกว่า 10 ซม. และมี
ความกว้าง เท่ากับผนังก่อเสาเอ็นจะต้องเสริมด้วยเหล็ก 2-dia. 9 มม. และมีเหล็กปลอก dia. 6 มม. @ 20
ซม. เหล็กเสริมเสา เอ็นจะต้องฝังลึกลงในพื้นและคานด้านบนโดยโผล่เหล็กเตรียมไว้ ผนังก่อที่กว้างเกินกว่า
2 เมตร จะต้องมีเสาเอ็น แบ่งครึ่งช่วงสูงตลอดความสูงของผนังคอนกรีตที่ใช้เทเสาเอ็น จะต้องใช้ส่วนผสม
1:2:4 โดยปริมาณ ส่วนหินให้ ใช้หินเล็ก
คานทับหลัง ผนังก่อที่ก่อสูงไม่ถึงท้องคาน หรือพื้น คสล. หรือผนังที่ก่อชนใต้วง
กบ หน้าต่าง หรือเหนือวงกบประตู-หน้าต่างที่ก่อผนังทับด้านบนจะต้องมีคานทับหลังและขนาดจะต้องไม่
เล็กกว่าเสา เอ็นตามที่ระบุมาแล้ว และผนังก่อที่สูงเกินกว่า 2 เมตร จะต้องมีคานทับหลังตรงกลางช่วงเหล็ก
เสริมคานทับหลัง จะต้องต่อกับเหล็กที่เสียบไว้ในเสาหรือเสาเอ็น คสล.
การทำเสาเอ็นในผนังคอนกรีตบล็อกให้เสียบเหล็ก 2 dia. 9 มม. ในช่องบล็อก @
2.00 ม. และเทปูนทรายให้เต็มช่องแทนการทำเสาเอ็น คานเอ็นในคอนกรีตบล็อกโชว์แนวให้ใช้คานทับหลัง
(Lintel Block) รูปตัว บ ใส่เหล็กและกรอกปูนทรายให้เต็มช่อง
2.2.5 การทำความสะอาด
เมื่อก่อผนังเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องทำความสะอาดผิวผนังแนวปูนก่อทั้ง 2 ด้าน ให้
ปราศจากเศษ ปูนก่อเกาะติดผนัง เศษปูนที่ตกที่พื้นจะต้องเก็บกวาดทิ้งให้หมดให้เรียบร้อยทุกครั้งก่อนปูน
แข็งตัว
2.2.6 การตกแต่งผิวผนัง
การฉาบปูนขัดมันหลังจากฉาบปูนผิวหน้าและปรับจนได้ระดับตกแต่งผิวจน
เรียบร้อยแล้ว ให้พรมนา และ โรยปูนซีเมนต์ผงทับหน้าให้ทั่ว ขัดผิวให้เรียบมันด้วยเกรียงเหล็ก
การฉาบปูนขัดมันกันซึมขณะผสมปูนฉาบทั้ง 2 ชั้น ให้ผสมน้ำยากันซึม มีสัดส่วน
ตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิตแล้วจึงฉาบ
</page>
<page title="21">
21
2.2.7 งานกรวดล้างและหินล้าง
กรวดล้างส่วนที่ระบุให้ทำกรวดล้าง ให้ขัดกรวดล้างมีความหนาไม่น้อยกว่า 3/4"
ใช้กรวดเม็ดเล็ก เม็ดค่อนข้างกลมขนาดประมาณ 1/8" - 1/4" หากมิได้ระบุให้ใช้กรวดขนาดอื่นผสมซีเมนต์
ปอร์ตแลนด์สีขาว หรือ สีอื่นตามแต่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะระบุภายหลัง
ผู้รับจ้างจะต้อง
จัดทำแผ่นกรวดล้างตัวอย่างให้คณะกรรมการตรวจการจ้าง พิจารณาอนุมัติก่อนลงมือปฏิบัติงาน
การเตรียมผิว ก่อนฉาบกรวดล้าง และ/หรือหินล้าง ให้ทำความสะอาดผิวพื้นให้
เรียบร้อยปราศจากฝุ่น ละออง แล้วจึงแต่งส่วนที่จะขัดกรวดล้างหรือหินล้างด้วยปูนแต่งผิวหน้า 3/8" ใน
อัตราส่วนของซีเมนต์และทราย 1 ต่อ 3 และสักผิวปูนแต่งให้เป็นแนวเส้นทั้งให้หินล้างจับยึดได้แน่นและ
เรียบ และราดน้ำมันให้ชุ่มก่อนฉาบวัสดุ หินล้าง ในกรณีที่เป็นผนังอาคารเดิมให้กะเทาะสกัดปูนฉาบ
ของเดิมออกเสียก่อน แล้วจึงแต่งผิวตามที่ระบุไว้ ข้างต้น
การตกแต่ง ให้ฉาบผิวหินล้างครั้งสุดท้ายในขณะที่หินเริ่มแข็งตัวและล้างให้เม็ด
หินขึ้นชัดเจนและ เรียบสม่ำเสมอและต้องระมัดระวังรักษามิให้ผิวหินล้างที่ขัดแล้วต้องกะเทาะหรือเสียหาย
หากผิวหินล้างที่ขัดแล้ว ตอนใดไม่สม่ำเสมอหรือไม่แน่น หรือเครื่องมือในการฉาบล้างไม่ดีพอ หรือกะเทาะ
เสียหายใด ๆ ก็ตาม ผู้รับจ้างจะต้อง
จัดการซ่อมหรือทำให้ใหม่ตามการวินิจฉัยของคณะกรรมการตรวจการจ้างโดยไม่
คิดมูลค่าใดๆ เพิ่มเติมทั้งสิ้น หลังจากฉาบและขัดหินล้างแล้วผู้รับจ้างใช้น้ำยา Rain Coating ทาผิวหินล้าง
2-3 ชั้น เพื่อป้องกันมิให้น้ำซึมเข้าไป ในซีเมนต์อันจะทำให้เกิดรอยด่าง ทั้งนี้คณะกรรมการตรวจการจ้างจะ
กำหนดชนิดของน้ำยาให้จากตัวอย่างที่ผู้รับจ้างจัดหามา
2.2.8 กระเบื้องเซรามิกและโมเสก
กระเบื้องเซรามิกใช้กระเบื้องเซรามิก ผนังภายในขนาด 8"x8" หรือ 12"x12"
ความหนาไม่น้อยกว่า 7 มม. ตามมาตรฐาน มอก. 613-2529 สีและลายตามแบบ และ/หรือให้กรรมการ
ตรวจการจ้างพิจารณาอนุมัติอีกครั้ง กระเบื้องโมเสก
ใช้กระเบื้องเดินเผาโมเสกชนิดเคลือบ ขนาด 2"x4" ความหนาไม่น้อยกว่า 4.9
มม. ตาม มาตรฐาน มอก. 38-2531 สีและลวดลายโดยให้ผู้รับจ้างจัดหาตัวอย่างวัสดุต่าง ๆ ให้
คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณา เมื่ออนุมัติเห็นชอบแล้วจึงจะปฏิบัติงานดังต่อไปนี้ (1) การปูแผ่น
กระเบื้องให้ฉาบปูนปรับผิวหน้าหรือบริเวณที่จะปูกระเบื้องให้เรียบร้อยได้ระดับโดยใช้ปูนฉาบรองพื้นและ
ปิด แผ่นกระเบื้องเคาะอัดให้ติดแน่นกับปูนฉาบยังไม่แข็งตัว โดยดึงเชือกและทิ้งดิ่งให้ได้ระดับทั้งแนวนอน
และ แนวตั้ง รอยต่อแผ่นจะต้องเว้นช่องอย่างสม่ำเสมอและกว้างไม่เกิน 1 มม.หรือตามข้อกำหนดของ
กระเบื้อง เมื่อปูนแห้งสนิท และยึดเกาะแผ่น กระเบื้องแล้วให้ทำความสะอาดผิวหน้ากระเบื้องและรอยต่อ
จนปราศจากเศษปูนยาแนวรอยต่อแผ่นด้วยปูนซีเมนต์ขาว ทำความสะอาดครั้งสุดท้ายและเช็ดถูให้ทั่วด้วย
ขี้ผึ้งขัดมันก่อนจะนำแผ่นกระเบื้องไปปูทำความ สะอาดและแช่น้ำให้อิ่มตัวตลอดเวลา เฉพาะกระเบื้อง
ประดับที่ผิวหน้ามิได้เคลือบมันก่อนไปแช่จะต้องทำความ สะอาดผิวหน้าและทาขี้ผึ้งขัดมันกันเปื้อน 1 ครั้ง
ความหนาของปูนฉาบเกาะกระเบื้อง จะต้องหนาไม่เกิน 1.5 ซม.
</page>
<page title="22">
22
(ก) ติดตั้งโดยใช้กาวซีเมนต์ผลิตจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1 ตาม
มาตรฐาน ANSI สำหรับปู กระเบื้องเซรามิก
(ข) การรับรองคุณภาพต้องใช้ช่างเครื่องมือชำนาญในการปูกระเบื้องโดยเฉพาะ
เท่านั้น วัสดุที่ใช้ต้องเป็น ของใหม่ที่มีคุณภาพดีไม่มีรอยตำหนิหรือเสียหาย หากพื้นหรือผนังส่วนใดที่จัดทำ
ไปแล้วมีคุณภาพไม่ดีหรือไม่ ตรงตามแบบและรายการก่อสร้างหรือมีตำหนิเสียหายใด ๆ เกิดขึ้นก่อนรับ
มอบงานผู้รับจ้างจะต้องทำการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนให้ใหม่โดยไม่คิดมลค่าใด ๆ ทั้งสิ้น
2.2.9 ผนังหินขัด
ให้ยึดถือรายละเอียดตามแบบพื้นหินขัด
2.2.10 ผนังแกรนิต
ก่อนบุผนังหินแกรนิต ให้ทาน้ำยากันคราบปูน และให้ทางผู้รับจ้างทำการเสนอชนิด
และรูปแบบการติดตั้ง ต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างก่อนดำเนินการ
2.2.11 ผนังบุหินทราย
จ้างดำเนินการ
ให้ทางผู้รับจ้างทำการเสนอชนิดและรูปแบบการติดตั้งต่อคณะกรรมการตรวจการ
2.2.12 CURTAIN WALL (ถ้าผนังกระจกสูงเกิน 3 เมตร ถือว่าเป็น CURTAIN WALL)
ให้ใช้ระบบที่เชื่อถือได้ และจะต้องมีบริษัทผู้เชี่ยวชาญระบบ CURTAIN WALL เป็น
ที่ปรึกษา และมีหนังสือรับรองจากบริษัทนั้น ๆ รับรองว่าจะเป็นผู้ให้การสนับสนุนในด้านวิชาการเกี่ยวกับ
ระบบCURTAIN WALL ดังกล่าว (ถ้ามีค่าวิชาการหรือ CONSULTANT FEE ผู้รับจ้างจะต้องเป็น
ผู้รับผิดชอบเอง) ตาม มาตรฐานของ ANSI/AAMA ดังนี้
การหย่อนตัวเนื่องจากแรงลม CURTAIN WALL จะต้องรับแรงลม (WIND
LOAD) ได้ไม่น้อยกว่า 80 กก./ตร.ม. ใน ส่วนจากพื้นดินเกินกว่า 20 ม. ขึ้นไป และมีการหย่อนตัวให้
ALLOWABLE DEFLECTION ไม่เกิน L/175 ของ ช่องว่าง SPAN แต่ต้องไม่มากกว่า 0.70 นิ้ว ให้เสนอผลู
การคำนวณ (ทดสอบมาตรฐาน ANSI/AAМА 302.9)
การหย่อนตัวเนื่องจาก DEAD LOAD CURTAIN WALL จะต้องสามารถรับ
น้ำหนักกระจกติดตายตามแบบที่แสดงไว้ และมี การหย่อนตัวที่ยอมให้ L/175 ของ SPAN ซึ่งจะต้องไม่ทำ
ให้ GLASS BITE ลดลงมากกว่า 0.125 นิ้ว ให้เสนอผล การคำนวณ (ทดสอบมาตรฐาน ANSI/AAAMA
302.9)
(1) ให้เสนอรายการคำนวณความสามารถในการรับแรงลมและการรับนำหนัก
DEAD LOAD ของระบบจุดยึด (FIXING BRACKET SYSTEM)
(2) AIR INFILTRATION
บานกระจก การรั่วของอาคารจะต้องไม่เกิน 0.60 CFM/F12 เมื่อทำการ
ทดสอบ ด้วย STATIC PRESSURE 1.56 PSF (25 MPH) ทดสอบมาตรฐาน ASTM E-283
</page>
<page title="23">
23
(3) WATER PENETRATION
จะต้องไม่มีการรั่วซึมปรากฏเมื่อทำการทดสอบด้วย STATIC PRESSURE
6.24 p SF (50 MPH) ร่วมกับการพ่นน้ำ 5 GALLON/FT 2 HOUR (ทดสอบตามมาตรฐาน ASTM E-331)
(4) FIRE RESISTANCE
ให้มีระบบกันไฟ (FIRE STOP) ในส่วน INTER FLOOR ในตำแหน่งที่
เหมาะสม และสามารถทนไฟได้ 2000 องศาฟาเรนไฮต์ อัตราการลามของไพ่ที่ผิวไม่เกิน 0-15 การเกิดควัน
ไม่เกิน 10 และ อัตราการทนไพ่ 2 ชม.
(5) SOUND ATTENUATION
การเกิดสนิม
System
ยอมให้มีการผ่านเสียงระหว่างชั้นของอาคารไม่เกินกำหนด STC 48
(6) FIXING BRACKET
ในส่วนที่เป็นเหล็กจะต้องซุบผิวด้วย HOT DIP Galvanized เพื่อป้องกัน
(7) GLAZING
จะต้องเป็นระบบ DUAL DEFENCE SYSTEM เป็นระบบ Wet and Dry
(8) การทดสอบ
ผู้รับจ้างจะต้องแสดงหลักฐานการทดสอบของระบบ (CURTAIN WALL
จาก สถาบันทดสอบที่เชื่อถือได้ เช่น สหรัฐอเมริกาประเทศญี่ปุ่น ประเทศในกลุ่มยุโรูป หรือออสเตรเลีย
ผลของการทดสอบให้ใช้มาตรฐานของ ANSI/AAMA ดังนี้ (ก) การรับ
แรงลมให้เสนอผลูการทดสอบตามมาตรฐาน ANSI/AAMA 302.9 (ข) การหย่อนตัวเนื่องจาก DEAD
LOAD ให้เสนอผลทดสอบตามมาตรฐาน
ANSI/AAMA 302.9 (ค) AIT INFILTRATION ให้เสนอผลทดสอบตาม
มาตรฐาน ASTM E-331 (ง) สำหรับระบบ CURTAIN WALL ที่ยังไม่ได้ทำการทดสอบให้จัดส่งไป
ทดสอบยังสถาบันที่ทำการทดสอบที่ระบุไว้ข้างต้นก่อนการติดตั้งจริง
(9) แบบประกอบการติดตั้ง (Shop Drawing)
ผู้รับจ้างจะต้องเขียนแบบประกอบการติดตั้ง (Shop Drawing) ของประตู-
หน้าต่าง อะลูมิเนียมและ CURTAIN WALL มาเสนอต่อกรรมการตรวจการจ้างตรวจสอบและอนุมัติให้
ถูกต้องเหมาะสมกับงานสถาปัตยกรรมที่ดี ผู้ที่ทำการติดตั้งประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียม และ CURTAIN
WALL จึงจะสามารถลงมือ ดำเนินการติดตั้งได้ แบบประกอบการติดตั้งจะต้องเขียนแบบประกอบการ
ติดตั้งของประตูหน้าต่างอะลูมิเนียม และ CURTAIN WALL แต่ละชุดโดยละเอียด ซึ่งจะต้องแสดง
รายละเอียดการติดตั้ง (INSTALLATION) การยึด (FIXING) การกันนา (WATER TIGHT) ระยะต่างๆ
ตลอดจน TOLERANCE (10) เอกสารูปประกอบการพิจารณาคุณสมบัติ
</page>
<page title="24">
24
ผู้รับจ้างจะต้องระบุชื่อบริษัทผู้ผลิต ประกอบ และติดตั้งประตูหน้าต่าง
อลูมิเนียม และ CURTAIN WALL พร้อมทั้งจัดเตรียมเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาคุณสมบัติตาม
รายการต่อไปนี้
(ก) DETAIL DRAWING แสดงรายละเอียดของระบบ CURTAIN WALL
(มาตราส่วน 1:1) ซึ่งประกอบด้วย EXPANSION JOINT, PRESSURE EQUALIZATION SYSTEM,
BRACKET FIXING DETAIL, FIRE STOP SYSTEM, CONDENATION SYSTEM แสดงการระบายน้ำของ
ระบบให้ชัดเจน แสดงการประสานกับระบบอาคารอื่นๆ เช่น รางม่าน ฝ้าเพดาน และระบบพื้น เป็นต้น เพื่อ
พิจารณาความ เหมาะสมของระบบ CURTAIN WALL นั้น ๆ กับอาคาร
กล่าวไว้ข้างต้น
(ข) รายการคำนวณการรับแรงลมตามที่ระบุข้างต้น
(ค) หนังสือรับรองรายงานผลูการทดสอบของระบบ CURTAIN WALL ที่
(ง) หนังสือรับรองจากบริษัทผู้ออกแบบระบบ CURTAIN WALL หรือผู้ที่
เป็น เจ้าของระบบ ซึ่งยอมให้ผลิตในประเทศได้ ผู้เป็นเจ้าของระบบจะต้องให้คำแนะนำ ปรึกษา ขณะทำ
Shop Drawing, DIE Drawing, MOCK-UP Model ในขณะทำการติดตั้งและยินยอมทำหนังสือรับรอง
คุณภาพของงาน การติดตั้งระบบ CURTAIN WALL
(จ) หนังสือการยินยอมการรับประกันคุณภาพของวัสดุ การติดตั้ง และ
เครื่องมือการ ติดตั้งของระบบ ประตูหน้าต่างของอะลูมิเนียมทั่วไป และระบบ CURTAIN WALL เป็นเวลา
5 ปี
2.2.13 บัวเชิงผนัง
ถ้ามิได้ระบุในแบบหรือรายการก่อสร้างให้ชัดเจน ให้ปฏิบัติตามรายการ ดังนี้
บัวเชิงผนังของพื้นเซรามิก ให้บุด้วยแผ่นเซรามิก สูง 4" สีตามที่กำหนด ให้ทำบัว
เชิงผนัง สำหรับทุกห้องตามวัสดุปูพื้น รวมถึงบันไดและทางลาด กันสาด และหลังคา คสล. ด้วย
บัวเชิงผนังของพื้นทรายล้าง, กรวดล้าง, หินล้างและหินขัด ให้ใช้วัสดุชนิด
เดียวกันสูง 4" มุมที่จรดกันระหว่างพื้นผนังให้ทำมุมโค้งรัศมี รัศมี 1/2
บัวเชิงผนังพื้นผิวอื่นๆ ทำสูง 4" ลักษณะเดียวกันโดยรอบห้อง
2.3 งานฝ้าเพดาน
2.3.1 ขอบเขตของงาน
การติดตั้งฝ้าเพดาน ผู้รับจ้างจะต้องทำความเข้าใจเรื่องทางเดินต่าง ๆ ของท่อ
เพื่อมิให้โครงฝ้าเกะกะทางเดินของท่อ การตีฝ้าเพดานทุกชนิดต้องกระทำภายหลังการเดินท่อต่างๆ รวมทั้ง
สายไฟ การปฏิบัติเป็นไปตามลำดับ ขั้นเพื่อให้ได้ผลงานที่ได้มาตรฐาน เคร่ายึดฝ้าจะต้องมีขนาดระยะ
ถูกต้องตามแบบและรายการก่อสร้าง เมื่อติดตั้ง วัสดุฝ้าเพดานจะต้องอยู่ในตำแหน่งที่พอดีไม่หมิ่นจนเกินไป
</page>
<page title="25">
25
เคร่าที่ยึดก่อนตีผู้รับจ้างจะต้องปรับแนวให้มีระดับ เรียบเสมอกันตลอดวัสดุที่ยึดเคร่าฝ้าเพดานจะต้องใช้
เหล็กอาบสังกะสีหรือตามที่กำหนดให้แบบแปลนฝ้าเพดาน เมื่อติดตั้งแล้วจะต้องได้ระดับเรียบเสมอกัน
การรับรองความเสียหาย
ฝ้าเพาดานทุกส่วนที่ติดตั้งแล้วจะต้องให้ได้ระดับและเส้นแนวตรงเรียบร้อย ไม่มี
รอยขูด ขีดหรือปิ่นกะเทาะต้องไม่เปรอะเปื้อน หากมีส่วนใดเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นจะต้องแก้ไขหรือเปลี่ยน
ให้ใหม่ โดย ไม่คิดมูลค่าใดๆ ทั้งสิ้น การเจาะฝ้าเพื่อการเดินท่อต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องทำด้วยความประณีต
ระวังความเสียหายที่ จะเกิดขึ้น
2.3.2 รายการทั่วไป
ผู้รับจ้าง จะต้องตรวจแบบก่อสร้างงานระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศและระบบ
อื่นๆ ที่ เกี่ยวข้องกับงานฝ้าเพดาน เพื่อเตรียมโครงสร้างสำหรับยึดดวงโคม หัวจ่ายระบบปรับอากาศและ
อื่นๆ ให้เรียบร้อย
ในกรณีที่จำเป็น จะต้องเตรียมช่องสำหรับเปิดฝ้าเพดานสำหรับซ่อมแซมระบบท่อ
และ ระบบปรับอากาศ ผู้รับจ้างจะต้องทำช่องสำหรับเปิดขนาดไม่เล็กกว่า 60x60 ซม. โดยใช้วัสดุชนิด
เดียวกับฝ้า เพดานให้เรียบร้อย
ความสูงของฝ้าเพดาน ให้ถือตามระบุในแบบ แต่อาจเปลี่ยนแปลงระดับได้
เล็กน้อย ตาม คำแนะนำของคณะกรรมการตรวจการจ้าง
ผู้รับจ้างจะต้องส่งแบบ Shop Drawing แสดงแนวฝ้าเพดาน และการติดตั้งฝ้า
เพดานให้ คณะกรรมการตรวจการจ้างอนุมัติก่อน จึงทำการติดตั้งได้
2.3.3 วัสดุ
ยิปซั่มบอร์ดให้ใช้ยิปซั่มบอร์ดที่มีคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสา
กรรมที่ 219-2520 ความหนาของแผ่นยิปซั่มบอร์ดตามระบุในรูปแบบแผ่นยิปซั่มที่ติดตั้งบนโครงเคร่าไม้
หรือเหล็กชุบ สังกะสีให้ใช้ขนาด 120x240 ซม. แผ่นยิปซั่มที่ติดตั้งบนโครงฝ้า T-BAR ให้ใช้ขนาด 60x60
ซม. หรือ 60x120 ซม. หรือตามระบุในแบบ
โครงเคร่าไม้ ให้ใช้ไม้ยางอัดน้ำยาตามระบุในรายการละเอียดหมวดงานไม้ ขนาด
ตาม ระบุในแบบ ในกรณีที่ไม่ได้ระบุแน่นอนให้ใช้ไม้ขนาด 1.5" X 3"
โครงเคร่าเหล็กชุบสังกะสีให้ใช้โครงเคร่าเหล็กชุบสังกะสีที่มีคุณภาพเทียบ
มาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ 863-2532 และเป็นชนิดระบบสกรูอัพระยะโครงเคร่า 0.40x1.00 ม.
ตัวแขวนใช้ชนิด ปรับระดับได้
โครงฝ้า T-BAR ให้ใช้โครงฝ้า T-BAR ชนิดทำด้วยเหล็กชุบสังกะสีที่มีคุณภาพ
เทียบเท่า มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ 449-2530
</page>
<page title="26">
26
2.3.4 การติดตั้ง
การติดตั้งฝ้าเพดานบนโครงเคร่าเหล็กชุบสังกะสี ฝ้าเพดานไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ดลายไม้ ที่
ระบุ ให้ติดตั้งบนโครงเคร่าเหล็กชุบสังกะสีให้ปฏิบัติตามรายละเอียดที่ระบุในแบบรูปวัสดุ และรายการ
ละเอียดตามคำแนะนำของบริษัทผู้จำหน่ายทุกประการ ภายหลังจากติดตั้งโครงเคร่าเพดานเสร็จเรียบร้อย
แล้ว จะต้องได้แนวได้ระดับ และยึดติดกับโครงสร้างของอาคารให้แข็งแรง โครงเหล็กสำหรับหิ้วโครงฝ้า
เพดานกับโครงสร้างจะต้อง ติดตั้งให้ได้ดิ่ง ได้แนว เป็นระเบียบเพื่อความสะดวกในการติดตั้งงานระบบอื่นๆ
ที่อยู่เหนือฝ้าเพดาน การยึดแผ่น ฝ้าเพดานกับโครงเคร่าเหล็กให้ได้ตะปูเกลียวปล่อยระยะประมาณ 10 ซม.
รอยต่อของแผ่นฝ้าและการติดตั้งแผ่น ฝ้าจะต้องเรียบร้อยได้แนวและระดับ
การติดตั้งฝ้าเพดานบนโครงฝ้า T-BAR การติดตั้งฝ้าเพดานบนโครงฝ้า T-BAR ให้ปฏิบัติ
ตาม รายละเอียดที่ระบุไว้ในรูปแบบ เหล็กห้อยโครงฝ้าแขวนลวดเหล็กให้แขวนกับเหล็กฉาก ซึ่งยึดติดกับ
พื้นหรือ คานคอนกรีตด้วยพุกฝังคอนกรีต 6 มม. หรือแขวนกับที่แขวนฝ้าเพดานชนิดฝังในคอนกรีต
Ceiling Anchors ขนาด 6 มม. ระยะระหว่างเหล็กห้อยประมาณ 60x120 ซม.
ฝ้าเพดานที่ติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วจะต้องเรียบร้อยแข็งแรง ได้ระดับและความสูงตาม
ระบุใน แบบ แนวของ T-BAR จะต้องได้แนวได้ฉาก และเป็นไปตามแบบ
2.4 งานประตู-หน้าต่าง
ประตู-หน้าต่างที่นำมาติดตั้งในงานก่อสร้างจะต้องเป็นไปตามแบบและขนาดที่ได้กำหนดก่อสร้าง
และ ผู้รับจ้างจะต้องวัดขนาดประตู-หน้าต่างที่แท้จริงโดยละเอียดจากสถานที่ก่อสร้างอีกครั้งก่อน
ปฏิบัติการ
2.4.1 การติดตั้งประตู-หน้าต่าง
ผู้รับจ้างจะต้องทำการติดตั้งประตู-หน้าต่างให้มั่นคงแข็งแรง เปิด-ปิดได้สะดวก
เมื่อปิดจะต้องสนิทเรียบร้อยป้องกันลมและฝนได้เป็นอย่างดี เมื่อเปิดจะต้องมีขอยึดหรือมีอุปกรณ์รองรับมิ
ให้เกิดความ เสียหายให้กับประตู-หน้าต่างหรือผนัง การประกอบติดตั้งจะต้องใช้ช่างเครื่องมือดีและมีความ
ชำนาญเฉพาะด้านการ ติดตั้ง และแบ่งช่องให้พอดีกับช่วงอาคารมีรอยต่อแนวประทับแนบสนิท และ
ป้องกันการรั่วไหลของน้ำฝนได้ เป็นอย่างดีและยึดติดกับอาคารมั่นคงแข็งแรง
การป้องกันการรั่วซึม รอยต่อวงกบกับผนังคอนกรีตหรือผนังอิฐให้ยาแนวรอยต่อ
ด้วย วัสดุกันซึมโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการ
ตามที่ระบุโดย เคร่งครัดเพื่อป้องกันการรั่วซึมโดยเด็ดขาด หากมีการรั่วซึมเกิดขึ้นผู้รับจ้างจะต้องซ่อมแซม
และแก้ไขให้อยู่ใน สภาพเรียบร้อยผ่านการเห็นชอบของคณะกรรมการตรวจการจ้าง
การติดตั้งประตู-หน้าต่าง ทุกจุดมีคานเอ็นทับหลังเป็นกรอบโดยรอบ โดยเสริม
เหล็ก ยืน 2 dia. 9 มม. เหล็กปลอก dia. 6 มม@ 0.20 ม.
</page>
<page title="27">
27
2.4.2 ประตูไม้ (Wood Doors)
ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้าง จะต้องจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ และแรงงาน ในการติดตั้งประตูไม้ ให้เป็นไป
ตาม ระบุในแบบรูปและรายการละเอียด งานในหมวดนี้ รวมถึงงานติดตั้งประตูไม้พร้อมวงกบไม้ วงกบ
อะลูมิเนียม วงกบเหล็ก ประตูช่อง Duct และประตูไม้อื่นๆ
วัสดุ
(1) วงกบไม้ ให้ถือตามระบุในแบบและรายการละเอียดให้ใช้ไม้แดงมาตรฐาน
ไม้ชั้น 1 ขนาด และรูปร่างตามระบุ
ประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียม
(2) วงกบอะลูมิเนียมให้ถือตามระบุในแบบและรูปและรายการละเอียด หมวด
(3) ประตูไม้อัด โดยทั่วไปให้ใช้ประตูไม้อัดชนิดภายใน สำหรับประตูไม้อัด
ติดตั้ง โดยรอบอาคาร และในห้องน้ำทุกห้องและทางเข้าห้องน้ำทุกห้อง ให้ใช้ชนิดภายนอกทนความชื้น
พิเศษ ประตูไม้อัดแผ่นเรียบทั้งสองชนิดจะต้องมีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่า มอก. ผิวหน้าโดยทั่วไปใช้ไม้
อัดสัก (ยกเว้นที่ระบุ ไว้เป็นพิเศษในแบบ)ไม้อัดที่ใช้ประกอบประตูต้องเป็นไม้อัดประเภทภายนอกชั้น
คุณภาพ 1 ตามมาตรฐาน มอก. 178-2538 แผ่นไม้อัดประตูทุกบานจะต้องมีขนาดและชนิดตามระบุใน
แบบ ห้ามใช้ประตูขนาดใหญ่กว่ามาตัดให้เล็กลง
(4) ประตูและหน้าต่างไม้เนื้อแข็ง ประกอบขึ้นจากโรงงานให้เรียบร้อยมีขนาด
และรูปร่างตามระบุในแบบ
(5) อุปกรณ์สำหรับประตู ให้ถือตามระบุในรายการละเอียด หมวดอุปกรณ์
สำเร็จ
(6) ไม้กรอบบานประตู และหน้าต่างให้ใช้ไม้เนื้อแข็ง อย่างดี
การประกอบและติดตั้ง
การประกอบและติดตั้งงานไม้ทั้งหมดจะต้องกระทำด้วยความประณีต และ
เป็นไปตาม หลักวิชาช่างที่ดี ถึงแม้ว่าจะไม่ได้แสดงรายละเอียดในแบบรูปและรายการก็ตาม
2.4.3 วัสดุ อุปกรณ์ ขอบเขตของงาน
(1) ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ แรงงานที่มีฝีมือและความ
ชำนาญ มีระบบควบคุมคุณภาพที่ดีในการติดตั้งอุปกรณ์ประตู-หน้าต่าง
ไว้ในแบบและรายการประกอบแบบ รวมทั้งการทดสอบให้ใช้งานได้ดี
(Hardware) ตามที่ได้ระบุ
(2) ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งตัวอย่างอุปกรณ์ประตู-หน้าต่างทั้งหมดไม่น้อยกว่า 2
ตัวอย่าง พร้อมรายละเอียด ให้ผู้ควบคุมงาน เพื่อพิจารณาอนุมัติ ก่อนการสั่งซื้อ
(3) ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำ Shop drawing แสดงระยะ ตำแหน่ง การติดตั้งของ
Hardware ทุกชนิด แสดง ทิศทางการเปิดของประตู รายละเอียดของกุญแจ โดยระบุการใช้งาน
</page>
<page title="28">
28
(Function) เพื่อให้เหมาะสมกับ ประตูห้องต่างๆ ตามข้อแนะนำของผู้ผลิต และตามวัตถุประสงค์ของ
ผู้ออกแบบ และต้องจัดทำ รายละเอียดระบบ Master keys ตามวัตถุประสงค์ของผู้ออกแบบและผู้ว่าจ้าง
(4) ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาอุปกรณ์ประตู-หน้าต่าง ตามระบุในแบบเป็นหลัก หรือ
ต้องประสานงานกับ ผู้ออกแบบงานตกแต่งภายใน หากไม่ระบุในแบบใดๆ ให้ยึดถือตามที่ระบุไว้นี้
นอกจากระบุไว้เป็นพิเศษในแบบก่อสร้างอุปกรณ์สำเร็จสำหรับประตู-หน้าต่าง
ทั้งหมดให้ใช้ชนิด ชุบโครเมียมหรือ Stainless Steel ผิวมันและเรียบไม่ขรุขระ โดยมีรายละเอียด
ดังต่อไปนี้
บานพับ
ให้ใช้บานพับสแตนเลส โดยมีรายละเอียดการติดตั้งดังนี้
(1) ประตูไม้ขนาดกว้างไม่เกิน 70 ซม. ให้ติดบานพับชนิดมีแหวน Stainless
ขนาด3"x4" ติดบานละ 4 ชุด
(2) ประตูไม้ขนาดกว้างเกิน 70 ซม. ขึ้นไปให้ติดบานพับชนิดมีแหวน Stainless
ขนาด3"x4" ติดบานละ 4 ชุด
(3) ประตูบานเปิดเหล็กทั้งหมดให้ติดบานพับชนิดมีแหวนลูกปืน (Ball Bearing
Hinge) ขนาด 4"x5" ติดบานละ 4 ชุด หรือตามมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิตประตูเหล็ก
กุญแจ
ถ้าในแบบก่อสร้างมิได้ระบุให้ชัดเจนให้ถือตามรายการ คือ กุญแจลูกบิดเป็น
กุญแจลูกบิดแบบมีลิ้น ตัวกุญแจ ลูกบิดทำด้วย Stainless Steel ระบบลูกปืน 6 พินมี UL LISTED รับรอง
คุณภาพ ANSI GRADE 2 แต่ละชุดจะต้องมีลูกกุญแจไม่น้อยกว่า 3 ดอก ให้ใช้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพเทียบเท่า
หรือดีกว่า มอก. 7562535 กลอนห้องน้ำแบบว่าง-ไม่ว่างชนิดรูปสี่เหลี่ยมโครเมียมมัน และให้ใช้กุญแจตาม
รายละเอียดดังต่อไปนี้
(1) กุญแจ A ใช้กุญแจลูกบิดชนิดล็อคภายนอกด้วยกุญแจ และล็อคภายในด้วย
ปมกด หรือบิดล็อคลูกบิดทำด้วย Stainless Steel ระบบลูกปืน 6 พินมี UL LISTED รับรองคุณภาพ ANSI
GRADE 2 การติดตั้งกุญแจชุด A ให้ติดตั้งที่ประตูบานเดี่ยว โดยทั่วไปบานละ 1 ชุด และประตูบานคู่ทุก
ช่อง ช่องละ 1 ชุด (ยกเว้นประตูบานเปิดคู่สแตนเลสและประตูที่ระบุในข้อ 2) - 6) ต่อไปนี้)
(2) กุญแจ B ให้ใช้กุญแจลูกบิดชนิดล็อคภายในด้วยปมกดหรือลูกบิดทำด้วย
Stainless Steel กุญแจชุด B ให้ติดที่ประตูห้องน้ำทั่วไปบานละ 1 ชุด (ยกเว้นห้องน้ำสาธารณะตามข้อ 3)
(3) กุญแจชุด C กุญแจสำหรับห้องน้ำย่อย ให้ใช้ชนิดที่ภายในเป็นกลอน
ภายนอกมี เครื่องหมายแสดงว่ากำลังมีการใช้งานอยู่หรือไม่ เช่น เป็นระบบสีหรืออักษร เป็นต้น อุปกรณ์
ทั้งหมดทำด้วย Stainless Steel หรือที่มีคุณภาพเทียบเท่ากุญแจชุด C ให้ติดตั้งที่ประตูห้องน้ำรวม
(ห้องน้ำสาธารณะ) บานละ 1 ชุด
ล็อค
(4) กุญแจชุด D กุญแจลูกบิดชนิดภายนอกล็อคตลอดเวลา ภายในเป็นแป้นบิด
</page>
<page title="29">
29
(5) กุญแจชุด E (ทางเข้าห้องน้ำสาธารณะ) ให้ใช้กุญแจลูกบิดชนิดล็อค และ
คลายคล็อคด้วยกุญแจลูกบิดทำด้วย Stainless Steel ระบบลูกปืน 6 พินมี UL LISTED รับรองคุณภาพมี
ANSI GRADE 2 กุญแจชุด D ให้ติดที่ทางเข้าประตูห้องน้ำย่อย บานละ 1 ชุด
(6) กุญแจ F ให้ใช้กุญแจ Exit Devices มือผลักด้านในเป็นชนิด Flat Bar
Panic Exit Device (Touch Bar) ด้านนอกเปิดประตูได้ด้วยกุญแจ ลูกบิดด้านนอก กุญแจชุด F ให้ติดที่
ประตูเข้าบันไดหนีไฟ ทั่วไปทุกประตู ประตูละ 1 ชุด
DUCT ทุกช่องๆ ละ 1 ชุด
(7) กุญแจชุด G กุญแจช่อง Duct (Engineering Key) ให้ใช้ติดต่อที่ประตู
(8) H กุญแจคล้องสายยูใช้ยี่ห้อเดียวกับลูกบิด
(9) กุญแจระบบตรวจสอบลายนิ้วมือประตูหลัก 3 ชุด ต่ออาคาร 1 หลัง โดย
แต่ละชุด จะต้องใช้ระบบตรวจสอบลายนิ้วมือปลดล็อคกลอนได้ทั้งด้านนอกและด้านในของทุกประตู หากมี
ระบุไว้ในแบบ
Door Closer
ประตูให้ติดตั้ง Door Closer
(1) ชนิดเปิดทางเดียว (Single Action) ให้ใช้ชนิด Standard-Duty สามารถ
เปิดค้าง 90 องศา ติดตั้งทางด้านบนของบานประตูบานละ 1 ชุด ติดตั้งที่บานประตูที่กว้างไม่เกิน 100 ซม.
บานละ 1 ชุด และ ต้องมี UL LISTED รับรองคุณภาพ
(2) Door Closer (สำหรับที่ใช้กับประตูทางเข้าห้องน้ำรวม) ให้ใช้ชนิด
Standard-Duty ชนิดไม่เปิดค้างติดตั้งบานละ 1 ชุด มี UL
(3) Door Closer สำหรับประตูกันไฟให้ใช้ชนิดไม่เปิดค้าง โดยปรับให้สามารถ
ผลัก บานประตูได้สนิทติดตั้งที่บานประตูเหล็ก บานละ 1 ชุด มี UL
(4) ชนิดของสองทาง (Double Action) ให้ใช้ชนิดพื้น สามารถเปิดค้างไว้
และ สามารถปรับองศาการตั้งค้างได้ในตัวโช้คอัพเอง และสามารถรับน้ำหนักได้ 300 กก.
ตะปูเกลียว
อุปกรณ์สำเสร็จทั้งหมดจะต้องยึดติดกับอาคารด้วยตะปูเกลียวที่ทำด้วยวัสดุชนิด
เดียวกับ อุปกรณ์ และมีขนาดที่แข็งแรงและเหมาะสม ตะปูเกลียวจะต้องเป็นชนิดหัวเรียบฝังในอุปกรณ์
กันชนประตู
ประตูทุกบานที่ไม่ได้ระบุให้ติดตั้ง Door Closer ให้ติดตั้งกันชนประตูดังนี้
(1) ประตูทั่วไป (ยกเว้นประตู Duct) ให้ติดกันชนปมยางกันชน ชนิดมีขอยึด
บาน ประตูทำด้วย Stainless Steel ติดบานละ 1 ชุด
(2) ประตูห้องน้ำทุกบาน ให้ติดชนประตูชนิดมีปุ่มยาง พร้อมขอแขวนเสื้อทำ
ด้วย Stainless Steel เสนอตัวอย่างอนุมัติก่อนทำการติดตั้ง
</page><page title="30">
30
กลอน
ประตูช่องที่มีบานเปิด 2 บาน ให้ติดกลอนที่บานประตูด้านขวา 2 ตัวที่ด้านบน
และ ด้านล่างของบาน กลอนที่ใช้ให้ใช้กลอนชนิดฝังเรียบในบานติดตั้งด้านความหนาของบานประตู ช่อง
รับกลอน ประตูจะต้องทำด้วยโลหะชนิดเดียวกับกลอนฝังเรียบในพื้น ขนาด 6" ผิวทำด้วย Stainless
Steel
มือจับ
- ประตูทุกบานที่เป็นบานคู่ให้ติด Dummy Trim บานละ 1 ชุด
- ในส่วนของประตูช่องชาร์ป ให้ติดตั้งมือจับฝังเรียบในบาน ผิวทำด้วย Stainless
Steel
รางเลื่อน
รางเลื่อนสำหรับประตูบานเลื่อนทั้งหมด ให้ใช้รางเลื่อนชนิดแขวนด้านบน ขนาด
ตาม คำแนะนำของบริษัทผู้ผลิต การติดตั้งรางเลื่อนให้ติดตั้งพร้อมอุปกรณ์ครบชุด
ประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียม
2.4.4 ตัวอย่าง
อุปกรณ์ประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียม ให้ถือตามระบุในแบบก่อสร้าง และรายการ
ผู้รับจ้างจะต้องส่งตัวอย่างอุปกรณ์สำเร็จสำหรับประตู-หน้าต่างทุกชิ้นให้
คณะกรรมการตรวจการ จ้างอนุมัติก่อนจึงทำการติดตั้งได้
2.4.5 การติดตั้ง
การติดตั้งอุปกรณ์สำเร็จ สำหรับประตู-หน้าต่างจะต้องเป็นไปตามระบุใน
รูปแบบ รายการละเอียด และตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิตจำหน่ายทุกประการ
การทำความสะอาด
ภายหลังการติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้วจะต้องทำความสะอาดให้
เรียบร้อยพร้อมทั้ง หาเครื่องป้องกันไม่ให้อุปกรณ์เสียหาย เช่น ห่อหุ้มด้วยพลาสติก เป็นต้น จนกว่าจะ
ส่งมอบงานงวดสุดท้าย อุปกรณ์ที่เสียหายจะต้องเปลี่ยนใหม่จึงส่งมอบงานได้
2.5 งานห้องน้ำ
2.5.1 ขอบเขตของงาน
งานในหมวดนี้ รวมถึงงานติดตั้งเครื่องสุขภัณฑ์ อุปกรณ์ห้องน้ำ และงานที่เกี่ยวข้อง
เครื่อง สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำทั้งหมด ให้เป็นไปตามระบุในแบบและรายละเอียดประกอบแบบ
การติดตั้งเครื่องสุขภัณฑ์ให้เตรียมท่อน้ำทั้ง ท่อนำใช้ และท่อส้วมสำหรับสุขภัณฑ์ ก่อนที่
จะเทคอนกรีตโดยเว้นขนาดช่อง และตำแหน่งให้พอดีกับขนาดช่องท่อ ทุก ๆ ห้องจะต้องมีตะแกรงกรองผง
สำหรับน้ำ ทิ้งตามความลาดเอียงที่แสดงไว้ในแบบ สุขภัณฑ์ที่ติดตั้งแล้วต้องยึดแน่นกับพื้นและผนัง ได้
ขนาดและระยะที่ ถูกต้อง โดยทดสอบให้ใช้ได้ดีทุกส่วน เมื่อติดตั้งแล้วจะต้องระมัดระวังมิให้ชำรุดเสียหาย
</page>
<page title="31">
31
หรือเป็นตำหนิก่อนส่ง มอบงาน หากสุขภัณฑ์ที่ติดตั้งแล้วเกิดชำรุดเสียหายใดๆ ผู้รับจ้างต้องเปลี่ยนให้ใหม่
หรือซ่อมแซมแก้ไขให้อยู่ใน สภาพดีทุกประการโดยไม่คิดมลค่าใด ๆ เพิ่มเติมทั้งสิ้น
มาตรฐานและเกณฑ์กำหนดในการปฏิบัติงาน
ถ้ามิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น อุปกรณ์วัสดุ การประกอบแบบและการติดตั้งต้อง
เป็นไปตามกฎเกณฑ์ข้อกำหนดมาตรฐานที่ใช้อ้างอิง ดังต่อไปนี้ MWWA Metropolitan Water Work
Authority EIT
The Engineering institute of Thailand
Thai Industrial Standard Institute (TISI)
Underwriter's Laboratories Inc. (UL)
NEMA National Electricity Manufacturers Association
NFPA National Fire Protection Association
ข้อกำหนดเกี่ยวกับการติดตั้ง
(1) ลักษณะการเดินท่อ
การติดตั้งท่อจะต้องกระทำด้วยความประณีต มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
แก่ สายตา การเลี้ยว การหักมุม การเปลี่ยนแนวระดับ จะต้องใช้ข้อต่อที่เหมาะสมให้กลมกลืนกับลักษณะ
รูปร่างของ อาคารในส่วนใด ๆ แนวท่อต้องให้ขนานหรือตั้งฉากกับอาคารเสมอ อย่างให้เฉหรือเอียงจาก
แนวอาคาร หากที่ใด จะต้องแขวนท่อจากเพดานหรือจากโครงสร้างเหนือศีรษะและมิได้กำหนดตำแหน่งที่
แน่นอนไว้ในแบบแล้ว จะต้องแขวนให้ท่อนั้นชิดซ้ายบนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งนี้เพื่อมิให้ท่อนั้นเป็นที่
กีดขวางแก่สิ่งที่ติดตั้งที่ เพดานหรือเหนือศีรษะ เช่น โคมไฟ ท่อลม ฯลฯ เป็นต้น ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบ
แนวระดับท่อของระบบต่าง ๆ ให้แน่นอนเสียก่อนการติดตั้งระบบท่อ ระบบใดระบบหนึ่ง เพื่อไม่ให้ท่อ
เหล่านั้นกีดขวางกัน
(2) การวางตำแหน่งของส่วนประกอบการเดินท่อ
บรรดาส่วนประกอบต่าง ๆ ของระบบท่อ เช่น วาล์วน้ำ มาตรวัดน้ำ เกจวัด
ความดัน ฯลฯ เป็นต้น จะต้องวางให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับกับใช้งานโดยปกติ และสามารถถอดซ่อม
บำรุงรักษา หรือเปลี่ยนใหม่ได้โดยง่าย
(3) ข้อห้ามในการต่อท่อร่วมระหว่างระบบท่อ
ระบบท่อน้ำใช้ในการบริโภคและอุปโภคนั้น ห้ามต่อบรรจบกับระบบท่อส้วม
และ ท่อระบายน้ำทั้งเป็นอันขาด หากแนวของท่อน้ำที่ใช้ในการบริโภค จะต้องเดินขนานหรือตัดกับแนว
ของท่อส้วม หรือท่อระบายน้ำทั้งแล้ว แนวที่ขนานหรือตัดกันนั้น ท่อน้ำที่ใช้ในการบริโภคจะต้องอยู่เหนือ
ท่อส้วม หรือท่อ ระบายน้ำทั้ง
</page>
<page title="32">
32
(4) ปลายทางของท่อน้ำและท่อระบายน้ำ
หากในแผนผังปรากฏว่ามีท่อน้ำ หรือท่อระบายแสดงไว้ สำหรับต่อเติมขยาย
ออกไปในอนาคตแล้วจะต้องต่อท่อเหล่านี้ออกไปให้พ้นจากตัวอาคารไม่น้อยกว่า 1.5 เมตรแล้ว ใช้ปลั๊กอุด
หรือ ฝาครอบเกลียวปิดไว้และหากจำเป็นจะต้องกลบดินในระยะนี้เสียก่อน ก็อาจจะทำได้โดยตอกหลักปก
ป้ายแสดง ตำแหน่งปลายท่อเหล่านี้ไว้
(5) การดัดเจาะและซ่อมสิ่งกีดขวาง
หากมีสิ่งก่อสร้างใด ๆ กีดขวางแนวของท่อแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องแจ้ง
รายละเอียดให้แก่วิศวกรทราบพร้อมกับเสนอวิธีการที่จะตัดเจาะสิ่งกีดขวางนั้นกับวิธีการซ่อมกลับคืนด้วย
และจะต้องได้รับ อนุมัติจากวิศวกรเสียก่อนจึงจะปฏิบัติงานได้ การตัดเจาะและซ่อมสิ่งกีดขวางนั้น ผู้รับจ้าง
จะต้องใช้ช่างที่มีความ ชำนาญในการนั้น ๆ โดยเฉพาะและจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง
2.6 รายการสุขภัณฑ์
โถส้วมชนิดนั่งราบใช้กับฟลัชวาล์ว สีขาว ระบบการชำระล้างแบบ SIPHON
JET/Siphonic Wash Down/Siphon Vortex หรือ เทียบเท่า ฝารองนั่งทำจากพลาสติก ABS ให้ส่ง
ตัวอย่างและรายละเอียดการติดตั้งอย่างละเอียดเสนอก่อนทำงาน โถและอุปกรณ์เป็นผลิตภัณฑ์จากบริษัท
เดียวกัน และมีคุณภาพเทียบเท่า มอก. 792-2531
โถส้วมชนิดนั่งราบใช้กับฟลัชแท็งก์ สีขาว ระบบการชำระล้างแบบ SIPHON
JET/Siphonic Wash Down/Siphon Vortex หรือ เทียบเท่า ฝารองนั่งทำจากพลาสติก ABS ให้ส่ง
ตัวอย่างและรายละเอียดการติดตั้งอย่างละเอียดเสนอก่อนทำงาน โถและอุปกรณ์เป็นผลิตภัณฑ์จากบริษัท
เดียวกัน และมีคุณภาพเทียบเท่า มอก. 792-2531, มอก. 793-2531
อ่างล้างหน้าชนิดแขวนแบบมีขาตั้ง ใช้ในห้องน้ำให้ส่งตัวอย่างและรายละเอียดการ
ติดตั้งอย่างละเอียดเสนอก่อนทำงาน คุณภาพเทียบเทียบ มอก. 791-2531
อ่างอเนกประสงค์ชนิดฝังบนเคาน์เตอร์ ให้ส่งตัวอย่างและรายละเอียดการติดตั้ง
อย่างละเอียดเสนอก่อนทำงานคุณภาพเทียบเท่า มอก. 791-2531
2.7 งานทาสี
2.7.1 ข้อกำหนดทั่วไป
ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์เครื่องใช้และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อ
ดำเนินการ ทาสีให้สัมพันธ์กับงานในส่วนอื่น ๆ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดเตรียมสีที่จะใช้ จะต้องทำงานด้วย
ความระมัดระวังและถูกต้องตามหลักวิชาช่างต้องเก็บไว้ในสถานที่ก่อสร้างที่คณะกรรมการตรวจการจ้าง
กำหนดให้เมื่อจะนำไปใช้ให้แจ้งคณะกรรมการตรวจการจ้างทราบทุกครั้ง
ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียด และแจ้งปริมาณของสีแต่ละชนิดที่จะใช้ทา
อาคารโครงการนี้ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบ และคณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิเข้า
ตรวจสอบคุณภาพและ จำนวนของสีได้ตลอดเวลาการก่อสร้าง
</page>
<page title="33">
33
ห้ามนำสีเก่าที่เหลือจากงานอื่น หรือชนิดและหมายเลขนอกเหนือไปจากที่กำหนด
ไว้มาใช้ หรือนำมาผสมเป็นอันขาด
ผู้รับจ้างจะต้องเตรียมการป้องกันมิให้สีเปรอะเปื้อนวัสดุอื่นๆ ที่ติดตั้งไว้แล้วหรืออยู่
ใน บริเวณใกล้เคียงซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการทาสี
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาช่างที่มีฝีมือดีมีประสบการณ์และชำนาญงานโดยเฉพาะมา
ทำงานสี สี ที่ทาแล้วจะต้องเรียบสม่ำเสมอกันตลอด ปราศจากรอยต่อหรือรอยแปรง ไม่ไหลเยิ้ม ไม่มีรอย
หยดของสี หากมี ส่วนใดที่สงสัยหรือไม่สามารถทาสีได้ตามข้อกำหนดผู้รับจ้างต้องแจ้งให้คณะกรรมการ
ตรวจการจ้างทราบทันที
ห้ามทาสีในขณะที่ฝนตก ความชื้นในอากาศสูง และห้ามทาสีภายนอกอาคารหลัง
ฝนหยุด ใหม่ๆ จะต้องทิ้งไว้อย่างน้อย 72 ชม.
2.7.2 วัสดุ
สีที่ใช้ในการก่อสร้างให้ใช้สีอะคริลิกแท้ 100% มีส่วนผสมของเทฟล่อนทำความ
สะอาด ง่ายชนิดกันเชื้อราและปลอดจากสารตะกั่วและปรอทที่มีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่ามาตรฐาน
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ 272-2531 สีทั้งหมดจะต้องเป็นสีที่ผลิตขึ้นโดยมีตัวยาป้องกันการขึ้นราของสีกัน
สนิม อันเกิดจากโลหะ ป้องกันด่างอันเกิดจากคอนกรีตและกำแพงอิฐจะต้องเป็นสีที่มีความคงทนถาวรไม่
ร่อนหลุดง่าย สีที่นำมาใช้ในงานจะต้องบรรจุกระป๋องหรือภาชนะ ซึ่งออกมาจากบริษัทผู้ผลิตโดยตรง
ภาชนะที่ใส่สีนั้นจะต้องเรียบร้อย ไม่ชำรุด มีชื่อบริษัทผู้ผลิต และหมายเลขต่างๆ ติดอยู่อย่างสมบูรณ์ การ
ทาสีให้ใช้สีชนิดที่ระบุไว้ใน รายการก่อสร้าง และตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างระบุให้ใช้อย่างเคร่งครัด
ห้ามนำสีชนิดที่นอกเหนือไปจาก ที่กำหนดไว้มาใช้ผสมหรือทาเป็นอันขาด ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผ่นสีตัวอย่าง
ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างตรวจ เลือกชนิดและสีก่อนลงมือดำเนินการ และต้องส่งล่วงหน้าในเวลา
พอสมควรเพื่อการออกแบบสีต่อไป
ผู้รับจ้างจะต้องสั่งซื้อสีโดยตรงจากบริษัทผู้ผลิต หรือจากตัวแทนของบริษัทผู้ผลิต
ปริมาณ สีที่ได้สั่งมาเพื่องานนี้จริง สีจะต้องซื้อใหม่ทั้งหมดห้ามนำสีของเก่าที่เหลือจากงานอื่นมาใช้โดย
เด็ดขาด ทุกครั้งที่ จะนำสีเข้ามายังบริเวณก่อสร้างสำหรับทาตัวอาคารจะต้องแจ้งคณะกรรมการตรวจการ
จ้างรับทราบและตรวจสอบ ให้เรียบร้อยเสียก่อนจึงจะนำไปดำเนินการได้ กระป๋องสีที่ใช้แล้วห้ามนำออก
นอกบริเวณก่อสร้างจะต้องเก็บ กระป๋องสีเหล่านี้รวบรวมไว้ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างตรวจสอบอีก
ครั้งหนึ่งก่อน
ห้ามนำสีอื่นนอกเหนือจากที่คณะกรรมการตรวจการจ้าง ได้กำหนดให้ใช้เข้ามาใน
บริเวณก่อสร้างเป็นอันขาด
สิ่งอื่นๆ ที่ใช้ประกอบในการทาสีที่ไม่ได้ระบุไว้ เช่น น้ำมันสนหรือสารละลายต่างๆ
ซึ่ง ต้องใช้ควบคู่กันไปในระบบการทาสี ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิตสีนั้นๆ
</page>
<page title="34">
34
2.7.3 การเตรียมพื้นผิว
ผิวปูนฉาบผิวคอนกรีตที่จะทาสีจะต้องแห้งสนิท สะอาดปราศจากฝุ่นผง คราบ
สกปรก รอย แตกร้ายและคราบไขมันต่างๆ ร่อง รูพรุน ทั้งหมดต้องอุดให้เรียบร้อยด้วย Cement Filler
ผิวไม้จะต้องแห้งมีความชื้นไม่เกิน 18% ไสแต่งเรียบร้อย ซ่อมอุดรูรอยแตกต่างๆ
ของผิว ไม้ให้เรียบร้อยด้วย Wood Sealer แล้วทำการขัดให้เรียบร้อยด้วยกระดาษทราย ทำความสะอาด
ให้เรียบร้อย
ผิวโลหะให้ขัดรอยต่อเชื่อม ตำหนิต่างๆ ให้เรียบและปราศจากสนิม ทำความ
สะอาด ผิวหน้าไม่ให้มีไขมันหรือน้ำมันจับ แล้วจึงทาสีรองพื้นกันสนิมส่วนที่เป็นรูให้อุดด้วย Caulking
Compound
2.8 การทาสี
ถ้ามิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ปฏิบัติดัง รายละเอียดต่อไปนี้
งานคอนกรีต ปูนฉาบ ภายนอก
(1)
ทารองพื้นด้วยสีประเภท Acrylic Alkali Resisting Primer 1 เที่ยว
(2) ทาทับหน้าด้วยสีประเภท Acrylic Plastic Emulsion Paint หรือสีน้ำ
พลาสติกชนิด ทาภายนอก (ตามระบุในแบบ) 2 เที่ยว
เชื้อราสำหรับทาภายนอก
(3) เป็นสีอะคริลิกแท้ 100% มีส่วนผสมของเทฟล่อน ทำความสะอาดง่าย กัน
งานคอนกรีต ปูนฉาบ ภายใน
(1) ทารองพื้นด้วยสีประเภท Acrylic Alkali Resisting Primer 1 เที่ยว
(2) ทาทับหน้าด้วยสีประเภท Acrylic Plastic Emulsion Paint หรือสีน้ำ
พลาสติกชนิด ทาภายใน (ตามระบุในแบบ) 2 เที่ยว
(3) เป็นสีอะคริลิกแท้ 100% มีส่วนผสมของเทฟล่อน ทำความสะอาดง่าย
สำหรับทาภายใน
งานโลหะเหล็ก
(1) ทารองพื้นด้วยสีประเภท Red Lead 1 เที่ยว และประเภท Red Lead Iron
Oxide อีก 1 เที่ยว
(2) ทาทับหน้าด้วยสีน้ำมัน 2 เที่ยว
</page>
<image title="หน้าเอกสารที่มีข้อความเกี่ยวกับการทาสี">
ภาพเป็นหน้าเอกสารที่มีข้อความเกี่ยวกับการทาสี มีการกล่าวถึงการเตรียมพื้นผิว การทาสีบนพื้นผิวต่างๆ เช่น คอนกรีต ปูนฉาบ โลหะเหล็ก และรายละเอียดเกี่ยวกับสีที่ใช้ เช่น สีรองพื้น สีทับหน้า และชนิดของสีที่ใช้สำหรับภายนอกและภายในอาคาร
2.7.3 การเตรียมพื้นผิว
ผิวปูนฉาบผิวคอนกรีตที่จะทาสีจะต้องแห้งสนิท สะอาดปราศจากฝุ่นผง คราบ
สกปรก รอย แตกร้ายและคราบไขมันต่างๆ ร่อง รูพรุน ทั้งหมดต้องอุดให้เรียบร้อยด้วย Cement Filler
ผิวไม้จะต้องแห้งมีความชื้นไม่เกิน 18% ไสแต่งเรียบร้อย ซ่อมอุดรูรอยแตกต่างๆ
ของผิว ไม้ให้เรียบร้อยด้วย Wood Sealer แล้วทำการขัดให้เรียบร้อยด้วยกระดาษทราย ทำความสะอาด
ให้เรียบร้อย
ผิวโลหะให้ขัดรอยต่อเชื่อม ตำหนิต่างๆ ให้เรียบและปราศจากสนิม ทำความ
สะอาด ผิวหน้าไม่ให้มีไขมันหรือน้ำมันจับ แล้วจึงทาสีรองพื้นกันสนิมส่วนที่เป็นรูให้อุดด้วย Caulking
Compound
2.8 การทาสี
ถ้ามิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ปฏิบัติดัง รายละเอียดต่อไปนี้
งานคอนกรีต ปูนฉาบ ภายนอก
(1) ทารองพื้นด้วยสีประเภท Acrylic Alkali Resisting Primer 1 เที่ยว
(2) ทาทับหน้าด้วยสีประเภท Acrylic Plastic Emulsion Paint หรือสีน้ำ
พลาสติกชนิด ทาภายนอก (ตามระบุในแบบ) 2 เที่ยว
(3) เป็นสีอะคริลิกแท้ 100% มีส่วนผสมของเทฟล่อน ทำความสะอาดง่าย กัน
เชื้อราสำหรับทาภายนอก
งานคอนกรีต ปูนฉาบ ภายใน
(1) ทารองพื้นด้วยสีประเภท Acrylic Alkali Resisting Primer 1 เที่ยว
(2) ทาทับหน้าด้วยสีประเภท Acrylic Plastic Emulsion Paint หรือสีน้ำ
พลาสติกชนิด ทาภายใน (ตามระบุในแบบ) 2 เที่ยว
(3) เป็นสีอะคริลิกแท้ 100% มีส่วนผสมของเทฟล่อน ทำความสะอาดง่าย
สำหรับทาภายใน
งานโลหะเหล็ก
(1) ทารองพื้นด้วยสีประเภท Red Lead 1 เที่ยว และประเภท Red Lead Iron
Oxide อีก 1 เที่ยว
(2) ทาทับหน้าด้วยสีน้ำมัน 2 เที่ยว
</image><page title="35">
35
งานโลหะสังกะสีหรือกัลป์วาไนซ์
(1) ทารองพื้นเที่ยวแรกด้วยสีรองพื้นประเภท Wash Primer 1 เที่ยว และรอง
พื้นเที่ยวที่ สองด้วยสีรองพื้นประเภท Zinc Chromate 1 เที่ยว
(2) ทาทับหน้าด้วยสีน้ำมัน 2 เที่ยว
งานหินล้าง กรวดล้าง หรือทรายล้าง
(1) ทาเคลือบด้วยน้ำยาเคลือบใสประเภท Silicone Water Repollent 3 เที่ยว
(ในอัตรา8-10 ตร.ม. ต่อแกลลอน)
งานพื้นไม้ปาร์เก้ หรือไม้เนื้อแข็ง
(1) ทาเคลือบด้วยน้ำยาเคลือบแข็งประเภท Polyurethane 3 เที่ยว งานไม้
ภายนอกและภายใน
(2) ทารองพื้นด้วยสีประเภท Aluminium Wood Primer ที่มีคุณภาพในการ
ป้องกันยางไม้ 1 เที่ยว
(3) ทาทับด้วยสีประเภทสีน้ำมันใช้ทาไม้โดยเฉพาะตามที่ระบุ จำนวน 2 เที่ยว
ยกเว้นส่วนที่ระบุให้ย้อมสีธรรมชาติให้ย้อมสีด้วย Vanish หรือ Lacquer
2.9 การฝีมือ
การทาสี ให้เป็นไปตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิตสีหรือตามแต่คณะกรรมการ
ตรวจการจ้างจะ กำหนดให้ก่อนทาสีต้องทำความสะอาดผิวหน้าให้เรียบร้อยปราศจากรอยแปรงและรอย
ชำรุด ขรุขระ หากจำเป็น ให้ใช้กระดาษทรายขัด ต้องใช้ช่างเครื่องมือดี ประณีต มีความชำนาญ ส่วนที่ทา
ทั่วทุกซอกทุกมุมและสม่ำเสมอ ปราศจากรอยแปรงลูกกลิ้งแปรงที่ใช้ต้องสะอาด การทาสีแต่ละชั้นจะต้อง
ให้หนาพอและเป็นไปตามคำแนะนำ ของบริษัทผู้ผลิตสีหรือตามแต่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะ
กำหนดให้ ภายหลังจากทาสีแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องทำ ความสะอาดไม่ทำให้สีที่ทาไว้เดิมเสียหาย หากมีรอย
ชำรุดเสียหายต้องตกแต่งแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนส่งมอบงาน
2.10 การรับรองความเสียหาย
สีชนิดใด ที่นำมาใช้จะต้องมีคุณภาพเป็นของใหม่และเป็นสีชนิดที่มีคุณภาพตาม
มาตรฐาน ไม่หลุดหรือลอกหรือแตกภายในกำหนดเวลาอันสมควร ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อผู้ว่าจ้าง
ตามสัญญานี้ด้วย และผู้รับจ้างจะต้องทำการตกแต่งซ่อมแซมให้เรียบร้อยตามสัญญาว่าด้วยการรับรอง
คุณภาพวัสดุและเครื่องมือ ปฏิบัติงานเป็นระยะเวลา 2 ปี ภายหลังส่งมอบงาน
</page>
<page title="36">
36
การเตรียมงานของผู้รับจ้าง
2.11 งานตกแต่งภายใน
(1) สำรวจสภาพของสถานที่ที่จะทำการตกแต่งรวมทั้งตรวจวัดขนาดต่างๆ โดย
ละเอียด เพื่อเป็นข้อมูลในการตกแต่งรวมทั้งตำแหน่งอุปกรณ์ไฟฟ้า ปรับอากาศ และท่อน้ำต่างๆ
(2) จัดหาจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ประกอบการตกแต่ง ช่างเทคนิคช่างเครื่องมือและ
แรงงาน ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ให้เพียงพอสำหรับการตกแต่งตามรูปแบบและรายการให้เสร็จ
สมบูรณ์ทันเวลา ที่กำหนดให้ในสัญญาว่าจ้าง
(3) ดำเนินการและเตรียมการ เพื่อให้ได้มาซึ่งกระแสไฟฟ้าหรืออื่นๆ ตามความ
จำเป็น ในการประกอบการตกแต่ง
(4) หาลู่ทางในการปฏิบัติงาน เพื่อมิให้เป็นการรบกวนต่อการทำงานของบุคคล
ข้างเคียงหรือผู้รับจ้างรายอื่น เช่น การเก็บรักษาวัสดุตกแต่ง การเก็บกวาดสิ่งปฏิกูล หรือเศษวัสดุเหลือใช้
และการ รักษาความสงบ ฯลฯ
การประสานงานกับผู้ว่าจ้างรายอื่น
ผู้รับจ้างต้องให้ความยินยอมและให้ความร่วมมือในการติดตั้ง หรือตกแต่งแก่ผู้รับ
จ้าง รายอื่นที่ปฏิบัติงานอันไม่รวมในการตกแต่งภายใน และให้มีโครงการประสานงานเพื่อการปฏิบัติงานให้
เป็นไปตามโครงการนั้น เช่น งานติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า โทรศัพท์ และงานด้านสุขาภิบาลหรืองานที่
ต่อเนื่องกันจนแล้ว เสร็จ และสามารถใช้การได้ดีจนเป็นที่พอใจแก่คณะกรรมการตรวจการจ้าง
ผู้รับจ้างช่วง
ในกรณีที่งานตกแต่งทั้งหมดจะต้องใช้ช่างหรือผู้รับจ้างช่วงหรือผู้ชำนาญงานด้าน
เครื่องมือ หรือเทคนิคพิเศษหากปรากฏว่าช่างของผู้รับจ้างหรือผู้รับจ้างช่วงไม่มีฝีมือหรือความรู้
ความสามารถไม่เหมาะสมกับงาน หรือเป็นผู้มีความประพฤติไม่เรียบร้อย ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในผลงาน
การปฏิบัติงานหรือความไม่ เหมาะสมต่างๆ ที่เกิดขึ้นของผู้รับจ้างและหรือเกิดขึ้นจากผู้รับจ้างช่วง ช่าง
เครื่องมือที่ทำงานให้ในทุกกรณี
ผู้คุมงาน
ผู้รับจ้างจะต้องจ้างหรือแต่งตั้งหัวหน้าคุมงานตกแต่งหรือผู้รับผิดชอบงาน เพื่อ
เป็น ตัวแทนรับผิดชอบงานทุกชนิดของผู้รับจ้างทั้งด้านโรงงานและการติดตั้งสถานที่ตกแต่ง ในกรณีที่มี
ข้อความ ผิดพลาด ข้อสงสัยใดๆ ขณะที่ผู้รับจ้างไม่อยู่ หัวหน้าคุมงานจะต้องเป็นผู้ที่สามารถเข้าใจในแบบ
และรายการ ตกแต่งและมีความรู้ในการใช้วัสดุและอุปกรณ์การตกแต่งเป็นอย่างดีหากพบว่าหัวหน้าคุมงาน
ผู้นั้นไม่มีประสิทธิภาพหรือความสามารถในการทำงานและในการปฏิบัติงานอันจะทำให้เกิดผลเสียกับงาน
คณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิที่จะขอเปลี่ยนหัวหน้าคุมงาน
</page>
<page title="37">
การตรวจงาน
37
คณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิตรวจและดูความคืบหน้าของงานระหว่างการ
ดำเนินงานตกแต่งทั้งที่โรงงานและสถานที่ทำการตกแต่งทุกเวลาเพื่อตรวจสอบและวัดผลูการดำเนินงาน
การสั่งซื้อของและวัสดุ
วัสดุและอุปกรณ์การตกแต่งบางอย่างซึ่งจำเป็นต้องสั่งซื้อเป็นพิเศษผู้รับจ้างต้อง
สั่งซื้อ ของนั้นๆ ล่วงหน้าหรือตรวจสอบจำนวนว่ามีมากพอที่จะใช้หรือไม่ เพื่อที่ทันกับการประกอบและ
ดำเนินงานทัน ตามสัญญาที่กำหนดไม่ว่าวัสดุนั้นจะสั่งซื้อภายในหรือจากต่างประเทศ หากการดำเนินการ
สั่งซื้อล่าช้าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในทุกกรณีโดยปราศจากเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น
การใช้วัสดุ
วัสดุอุปกรณ์ทุกชนิดก่อนนำมาใช้ผู้รับจ้างจะต้องส่งตัวอย่างและรายละเอียดเสนอ
ต่อ คณะกรรมกาตรวจการจ้าง เพื่อขออนุมัติใช้ก่อนจึงจะนำมาใช้ได้ทุกครั้ง
แบบและรายการตกแต่งภายใน
แบบและรายการตกแต่ง รายละเอียดในงานนี้ทั้งหมดผู้รับจ้างจะนำไปใช้ในงาน
ชิ้นอื่น ไม่ได้ คณะกรรมการตรวจการจ้างและผู้ออกแบบมีสิทธิที่จะเรียกร้องแบบและรายละเอียดในการ
ตกแต่งคืนเมื่อ งานตกแต่งทั้งหมดได้สิ้นสุดลง
การรักษาแบบและรายการ
ผู้รับจ้างจะต้องรักษาแบบรูป และรายการตกแต่งให้อยู่ในสภาพที่ดีโดยครบถ้วน
1 ชุด เก็บไว้ที่สถานที่ตกแต่งหรือที่โรงงานที่จะทำการประกอบการตกแต่งตลอดเวลา เพื่อให้คณะกรรมการ
ตรวจการ จ้างสามารถตรวจสอบได้ทุกเวลารวมทั้งแบบการแก้ไข การเปลี่ยนแปลงครั้งสุดท้ายเพื่อใช้
ประกอบการตรวจงาน
ข้อขัดแย้งในแบบและรายการ
ในการปฏิบัติการหรือดำเนินการตกแต่ง หากมีข้อขัดแย้งหรือประสบปัญหาอัน
เป็นข้อขัดข้องในวิธีปฏิบัติงานอันเกิดจากแบบและรายการตกแต่ง ให้ผู้รับจ้างแจ้งต่อคณะกรรมการตรวจ
การจ้างเพื่อพิจารณาทันทีก่อนที่จะลงมือดำเนินการต่อไปตามที่กำหนดไว้ โดยต้องไม่ถือว่าเป็นการแก้ไข
เปลี่ยนแปลงแบบ และรายงานแต่อย่างใด
ระยะและมาตราส่วนต่างๆ
ในการตกแต่งทั่วไปผู้รับจ้างจะต้องกำหนดให้มีการตรวจสอบระยะของอาคาร
และ ของเดิมที่จะนำมาใช้รวมทั้งขนาดและมาตราส่วนต่างๆ ที่ปรากฏในแบบก่อสร้าง และยึดถือตัวเลขที่
ระบุไว้เป็น สำคัญให้ถูกต้อง โดยผู้รับจ้างต้องแสดงสถิติของการปฏิบัติงานทุกขั้นตอนตามความเป็นจริง
ตั้งแต่เริ่มลงมือ ก่อสร้างจนกระทั่งงานแล้วเสร็จสมบูรณ์อีกทั้งการอำนวยความสะดวกในการตรวจงานใน
สถานที่ตกแต่ง
</page>
<page title="38">
38
การเปลี่ยนแปลงในการตกแต่ง
คณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิที่จะสั่งเปลี่ยนรายละเอียดวัสดุและอุปกรณ์การ
ตกแต่ง เพิ่มเติม เพื่อให้ได้มาซึ่งงานที่สมบูรณ์โดยที่การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ทำให้ราคาก่อสร้างสูงขั้น
กว่าเดิม
การตกแต่งที่ไม่ตรงกับแบบและรายการ
ในกรณีที่การตรวจพบว่าผู้รับจ้างทำการก่อสร้างไม่ถูกต้องตามแบบแปลนและ
รายละเอียดหรือรายการ คณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิให้ผู้รับจ้างทำการแก้ไขให้ลูกต้องทันที โดยผู้รับ
จ้าง จะเรียกร้องค่าเสียหายหรือต่อสัญญาไม่ได้ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
การเสนอแบบขยายเท่าของจริง
การที่งานตกแต่งจะดำเนินการ ผู้รับจ้างต้องเสนอแบบขยายเท่าของจริงแก่
ผู้ออกแบบ พิจารณาอนุมัติโดยเฉพาะงานเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว งานป้าย ฯลฯ หรืองานที่ต้องการความ
ประณีต ทั้งนี้หากผู้รับ จ้างได้ดำเนินการไปก่อนโดยพลูการและมีผลเสียแก่งานตกแต่ง คณะกรรม การ
ตรวจการจ้างมีสิทธิที่จะสั่งระงับ หรือแก้ไข โดยผู้รับจ้างจะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ มิได้
การเสนอตัวอย่างวัสดุ
วัสดุที่มีรูปร่างลักษณะผิว สี ลวดลาย ที่ก่อให้เกิดความแตกต่างกันด้านความงาม
ผู้รับ จ้างต้องส่งรูปแบบหรือวัสดุตัวอย่างให้คณะกรรมการตรวจการจ้างตรวจเลือกและกำหนดให้ก่อนนำไป
ดำเนินการเสมอ ถ้าผู้รับจ้างดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ที่ไม่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการ
จ้างแล้ว คณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขจนเป็นที่พอใจของคณะกรรมการตรวจ
การจ้าง
การส่งมอบงาน
การส่งมอบงาน ผู้รับจ้างปฏิบัติดังนี้
(1) ทำความสะอาดสถานที่
ผู้รับจ้างต้องทำความสะอาดสถานที่ให้เรียบร้อยสามารถใช้งานได้ทันที
เช่น การ เก็บกวาดวัสดุที่ใช้ขัดพื้น ปัดฝุ่น ฯลฯ
(2) การจัดวางเฟอร์นิเจอร์
จัดวางและติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ตามตำแหน่งที่กำหนดให้และทำความ
สะอาด ให้เรียบร้อยพร้อมที่จะใช้งานได้
(3) ติดตั้งเครื่องประดับต่างๆ ทั้งนี้รวมถึงงานด้านกราฟิก รูปติดผนัง รูปปั้น
ฯลฯ ตามตำแหน่งที่ได้กำหนดให้
(4) ทดสอบอุปกรณ์ต่างๆ เช่น อุปกรณ์บานเปิด รางเลื่อน กุญแจ ไฟฟ้า
ประปา และ อุปกรณ์เครื่องใช้จนสามารถใช้การได้ดีทุกจุด
</page>
<page title="39">
39
(5) กุญแจต่าง ๆ
ผู้รับจ้างต้องจัดทำป้ายแจ้งรายละเอียดไว้กับกุญแจ รวมทั้ง Master Key
ถ้ามี ให้ ตรงกับแม่กุญแจทุกชนิดและต้องส่งมอบให้ผู้ว่าจ้างทั้งหมดทันที เมื่อผู้ว่าจ้างรับมอบงานลูกกุญแจ
เหล่านี้ต้องอยู่ ในความดูแลของผู้รับจ้างอย่างดี ห้ามจำลองกุญแจเหล่านี้โดยเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใดๆ หากผู้
รับจ้างทำลูกกุญแจหาย ผู้รับจ้างต้องเปลี่ยนกุญแจชุดนั้นใหม่โดยจะคิดเงินเพิ่มไม่ได้
(6) งานกระจกทั้งหมด
ใช้น้ำยาล้างกระจกและทำความสะอาดก่อนการส่งมอบงานรวมทั้งประตู
หน้าต่างหรือกระจกอื่น ๆ ที่มีอยู่เดิม
2.12 งานตกแต่งผนัง ฝ้าเพดาน
การทำงานตกแต่งพื้น ผนังและฝ้าเพาดาน ผู้รับจ้างจะต้องเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์
ประกอบต่างๆ และดำเนินงานด้วยช่างที่ชำนาญงาน มีความสามารถและทำงานด้วยความประณีตหากงาน
ที่ปรากฏไม่เรียบร้อยหรือไม่ประณีต คณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิสั่งให้ผู้รับจ้างรื้อทำใหม่ให้เรียบร้อย
จนเป็นที่พอใจและด้วย ค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเองและจะถือเป็นเหตุให้ต่ออายุสัญญาก่อสร้างเพิ่มขึ้นไม่ได้
งานตกแต่งพื้น
(1) พื้นหินอ่อน (หินแกรนิต)
(ก) การเตรียมพื้นผิว
สกัดพื้นเดิมให้ขรุขระ ราดน้ำทำความสะอาดแล้วเทปูนปรับให้ได้
แนว หรือระดับ เมื่อปูนทรายยังหมาดๆ เริ่มจะแข็งตัวให้โรยปูนซีเมนต์ทับหน้าให้ทั่ว ขัดแต่งผิวหน้าจน
เรียบเสมอทั่ว กัน แล้วทิ้งให้แห้งสนิท
(ข) การปูหินอ่อน (หินแกรนิต)
ให้ล้างหินด้วยน้ำปูนก่อนทำความสะอาดพื้นที่จะปูให้เรียบร้อย
การปู จะต้องให้แนวตรงวัดแนวรอยต่อหินอ่อน (หินแกรนิต) ให้เรียบร้อย แล้วจะต้องปูผิวเรียบเสมอกัน
ได้ระดับตามที่ ต้องการ การตัดให้ใช้เครื่องมือแนวของแผ่นหินอ่อน (หินแกรนิต) จะต้องขนานกับผนังหรือ
พื้นด้านในด้านหนึ่ง จะต้องกดเคาะให้แผ่นหินอ่อน (หินแกรนิต) แนบสนิท และทิ้งให้ปูนทรายแห้งแข็งตัว
แล้วจึงสกัดเศษปูนที่ติด บนแผ่นหินอ่อน (หินแกรนิต) เมื่อปูเสร็จแล้วต้องเช็ดทำความสะอาดและขัดพื้นให้
เรียบ
(2) พื้นกระเบื้องยาง
(ก) การเตรียมพื้นผิว
สกัดพื้นเดิมให้ขรุขระ ราดน้ำทำความสะอาด ราดน้ำปูนให้ชุ่มทั่ว
พื้นที่ แล้วจึงเทปูนทรายส่วนผสมซีเมนต์ 1 ส่วน ทรายหยาบร่อนตะแก่รง 3 ส่วนปรับให้ได้แนวหรือระดับ
เมื่อปูน ทรายยังหมาดๆ เริ่มแข็งตัวให้โรยผงซีเมนต์ทับหน้าให้ทั่ว ขัดแต่งผิวหน้าด้วยเกรียงเหล็กหรือ
เครื่องมือขัดผิวมัน จนเรียบเสมอทั่วกัน แล้วทิ้งให้พื้นแห้งสนิทไม่น้อยกว่า 15 วัน
</page><page title="40">
40
งานตกแต่งผนัง
(1) การกรุวอลณ์เปเปอร์
ผนังส่วนที่กรุวอลณ์เปเปอร์ จะต้องทำความสะอาดให้เรียบร้อยด้วยแปรง
ลวด และ โป้วผิวให้เรียบร้อยสม่ำเสมอ ในกรณีที่ผนังเดิมเป็นผนังทาสีให้ขูดสีเดิมในส่วนที่ ผุพอง ร่อน เดิม
ออกก่อนและ ทำความสะอาดผิวให้เรียบร้อย และผิวจะต้องแห้งสนิท ก่อนติดตั้งวอลณ์เปเปอร์ต้องใช้กาว
ลาเท็กซ์ที่ได้มาตรฐาน การทากาวจะต้องสม่ำเสมอทุกพื้นผิว เมื่อติดตั้งแล้วผิวจะต้องเรียบสม่ำเสมอ
ปราศจากรอยต่อและรอยเปื้อนทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องระมัดระวังมิให้รอยเปื้อนของกาวไปยังส่วนอื่น
(2) งานไม้และวัสดุประกอบต่างๆ ทั่วไป
(3) ไม้ยมหอม โครงภายในไม้ยมหอมทั้งหมดต้องเป็นไม้ที่อบแห้งสนิทได้ขนาด ไม่
บิดเบี้ยว ไม่มีตำหนิ
(4) ไม้สักทั้งหมดต้องเป็นไม้สักทองอบแห้งสนิทได้ขนาด ไม่บิดงอ ไม่มีตำหนิหรือ
ตาไม้
(5) ไม้อื่นที่ระบุถ้ามี ต้องเป็นไม้ที่อบแห้งสนิท ไม่บิดงอ ไม่มีตำหนิ ไม่มีเสี้ยนไม้
ปราศจากแมลงกินเนื้อไม้
(6) ไม้อัดสัก เป็นไม้อัดสักคุณภาพมาตรฐาน มอก. 178-2519 เกรดเอ คัดลาย
ขนาดความหนาตามแบบ
(7) ไม้อัดยาง คุณภาพตามมาตรฐาน มอก. 178-2519
(8) Melamine Laminate ทั้งหมดหนา 1 มม. คุณภาพและสีตามแบบหรือ
คณะกรรมการตรวจการจ้างจะระบุภายหลัง ขนาดและรอยต่อทำตามแบบ การติดตั้งทำตามคำแนะนำของ
บริษัทผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่าย
(9) หนังเทียม คุณภาพและสีให้ส่งคณะกรรมการตรวจการจ้างอนุมัติอีกครั้งใน
การ ติดตั้งให้ใช้กาวลาเท็กซ์ในการติด
หมายเหตุ งานไม้ประณีตที่มองเห็นทั้งหมดเป็นไม้สัก ไม้อัดสักทั้งหมดนอกจาก
ระบุเป็น อย่างอื่น ทำสีตามรายการและตัวอย่าง
ชนิดของไม้
ไม้ที่ใช้ในการออกแบบตกแต่ง ส่วนที่เป็นโครงภายในหรือส่วนอื่นที่ไม่
สามารถ มองเห็นจากภายนอกได้ใช้ไม้ยางหรือไม้ยมหิน โครงภายนอกที่ระบุให้ใช้ ไม้แดง ไม้สัก ไม้มะค่า
ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้ตะเคียนทอง และไม้ทั้งหมดต้องสามารถย้อมสีให้เป็นสีเดียวกันได้ ไม่มีรูโพรง บิดงอ
แตกร้าว มีตำหนิ หรือ มีกระพี้ไม้ฯลฯ
(10) ขนาดของไม้
ขนาดที่ระบุในรูปแบบและรายการ หรือขนาดของไม้ที่ยังไม่ได้ไสเรียบ และ
การ นำไม้ที่ไสเรียบทั้งหมดมาใช้ ขนาดต้องไม่เล็กกว่าที่ระบุเกิน 4 มม. และไม้ท่อนใดที่น้ำหนักเบาหรือ
เนื้อผุห้าม นำมาใช้เป็นอันขาด
</page>
<page title="41">
41
(11) การยึดโครงหรือการติดตั้ง
โครงไม้ทั้งหมดใช้ขนาดต่างๆ ตามแบบต้องเป็นไม้เนื้อแข็งแห้งสนิท ได้
ขนาด ไม่ บิดงอ ไม่มีตำหนิ ไม่มีกระพี้ไม้ และปราศจากแมลงกินเนื้อไม้ โครงไม้ต้องตั้งแนวให้ได้ระดับและ
ได้ฉากทั้ง แนวตั้งและแนวนอน โดยใช้เชือกขึงทดสอบความเรียบของผนังและปรับแนวนอนก่อน การยึด
โครงกับผนังปูน หรือคอนกรีตใช้โครงไม้เนื้อแข็ง ระยะห่างในแนวตั้ง 0.60 ซม. ในแนวนอน 0.40 ซม. ก่อน
ตอกให้เจาะรุทำแนว ก่อนที่จะตอกและส่งหัวตะปูให้สนิทได้ระดับกับผิวไม้ยกเว้นที่ระบุไว้เป็นอย่างอื่น
(12) การกรุไม้ผิวหน้า
วัสดุต่างๆ ที่กำหนดในรูปแบบ เช่น ไม้อัดสัก ไม้อัดยางยิปซั่มบอร์ด ไฟ
เบอร์ ซีเมนต์ โดยให้มีขนาดความหนา 12 มม. ชนิดต่อเรียบสนิทเทเปอร์จอยท์ การเลี้ยงมุม การติดตั้งทำ
ตามแบบและ รายการให้ใช้วัสดุอย่างดีที่ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน นอกจากจะระบุให้เห็นเป็นอย่างอื่น
และเป็นของที่ไม่มี ตำหนิ หรือแตกร้าว และไม้ที่ใช้ผิวนอกต้องจัดทำบัวหรือลิ้นร่องต่างๆ ตามรูปแบบและ
รายการที่กำหนดให้ ก่อน นำไปประกอบให้ได้รับการตรวจจากคณะกรรมการตรวจการจ้างก่อน การยึดไม้
กรุผิวหน้า ในกรณีที่ยึดกับผนัง ปูนหรือคอนกรีตให้ยึดด้วยตะปูเกลียวโดยเจาะรูทะลุเนื้อไม้ลงไปในผนังปูน
หรือคอนกรีตเดิมฝังพุก พี.วี.ซี ระยะห่างไม่เกินกว่า 0.40 ม. และเจาะรูสำหรับซ่อนหัวตะปูเกลียว 10 มม.
ลึกประมาณ 1 ใน 3 ส่วนของความหนา ของไม้แล้วยึดตะปูเกลียวจนแน่น อัดหัวตะปูเกลียวด้วยไม้ชนิด
เดียวกันด้วยกาวให้สนิทและมีเสี้ยนกลมกลืนกัน ห้ามอุดรูเหล่านี้ด้วยวัสดุคนละชนิด นอกจากระบุไว้เป็น
อย่างอื่น สำหรับการกรุวัสดุผิวหน้ากับโครงไม้ให้ทุบหัว ตะปูก่อนที่จะตอก ระยะการตอกไม่เกินกว่า 0.20
ม. หลังจากตอกตะปูแล้ว ต้องส่งหัวตะปูให้จมลึกเข้าไปในเนื้อ วัสดุที่กรุผิว การตอกตะปูต้องทำด้วยดินสอ
พองผสมเชลแล็ก หรือวัสดุสำเร็จรูปอื่นก่อนทำสีผิว ให้ขัดให้เรียบ และแต่งสีไม้ให้กลมกลืนกันทั้งหมด
(13) การเข้าไม้และการเข้ามุมต่าง ๆ
การเข้าไม้หรือการเข้ามุมต่าง ๆ ของการตกแต่งต้องสนิทและได้ฉากหรือได้
ระดับ แนวลิ่งและแนวตั้ง การเข้าไม้หรือเข้าเดือยเข้ามุมต้องทำด้วยความประณีตทุกจุดต้องอัดแน่นด้วย
กาวที่ใช้กับงาน ไม้โดยเฉพาะมีประสิทธิภาพที่คงทนและเหนียวแน่น เช่น กาวลาเท็กซ์ หรือกาวผง Epoxy
ห้ามเจือปนสารอื่นที่ ทำให้ประสิทธิภาพของกาวเจือจาง หรือน้ำมันต่าง ๆ
(14) การแบ่งช่วงต่างๆ
การแบ่งช่วงให้ยึดถือโครงสร้างเดิมเป็นสำคัญ
สำหรับรายละเอียด
ให้ดูตามรูปแบบและรายการ หากมีข้อสงสัยให้ปรึกษาคณะกรรมการตรวจการจ้างก่อนดำเนินการ กรณีที่
จะต้องต่อไม้ให้ ต่อแนวการแบ่งช่วง ห้ามต่อในส่วนกลางของการแบ่ง นอกจากที่จำเป็นให้แงใน และเข้า
รอยต่อให้สนิทเป็นผิว เดียวกัน โดยคำแนะนำของคณะกรรมการตรวจการจ้าง
การติดตั้ง
(15) ประตูไม้
งานประตูไม้ทั้งหมดให้ทำตามแบบและรายการ ให้เสนอตัวอย่างก่อนทำ
</page>
<page title="42">
42
(16) งานทาสีผนังยิปซั่มบอร์ด
สีทั้งหมดให้เสนอตัวอย่างต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างพร้อม
Specification ของ สีเพื่อ อนุมัติการทาสีตามกรรมวิธีใช้สีที่ระบุข้างกล่องโดยครบถ้วนและหรือตาม
ขั้นตอนดังต่อไปนี้
(ก) ต้องตรวจพื้นผิวโดยตลอดให้แห้งสนิท ปราศจากรอยร้าวเสียหาย ต้อง
ขัด ด้วยกระดาษทรายให้เรียบได้ระดับ ทำความสะอาดโดยตลอดจึงทาสี
(ข) ทาสีรองพื้น Primer หรือ Sealer 1 ชั้น
(ค) ทาสี Emulsion 1 ชั้น
(ง) ทาสี Emulsion อีก 1 ชั้น อันเป็นขั้นตอนสุดท้ายทุกขั้นตอน เมื่อสีแห้ง
สนิทแล้วต้องตรวจพื้นผิวโดยทั่ว ๆ ไปให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยและแห้งสนิทก่อนจึงทาสีขั้นต่อไปได้
หมายเหตุ การใช้โครงไม้อัดยางอัดน้ำยา ให้มีหนังสือรับรองคุณภาพจาก
กรมป่า ไม้ และในการใช้ตะปู นอต ตะปูเกลียว และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ต้องเป็นของใหม่ทั้งหมด และ
คุณภาพได้มาตรฐาน มีความแข็งแรงสามารถรับน้ำหนักได้ดี
(17) งานกระจก
กระจกทั้งหมดที่ใช้ต้องมีคุณภาพดี ผิวเรียบสม่ำเสมอตลอดทั้งแผ่น
ปราศจากริ้ว รอยขีดข่วน ไม้หลอกตา หรือฝ้ามัว กระจกที่ใช้อาจจะเป็นกระจกที่ใสกระจกตัดแสง หรือ
อื่นๆ ตามที่ระบุในแบบ ก่อสร้าง จะต้องมีการแต่งมุมให้เรียบร้อย สวยงามมีขนาดและความหนาตามที่
ต้องการ ความหนาของกระจกหาก ไม่ได้กำหนดในแบบก่อสร้างให้ใช้ความหนาของกระจกดังนี้
(18) ประตู
6 มม.
(19) กระจกติดตาย
4-6 มม.
(20) กระจกติดตายที่มีขนาดใหญ่เกินกว่า 2ตร.ม. 6-10 มม.
การบรรจุกระจกเข้ากรอบทั่วไป ผู้รับจ้างจะต้องระมัดระวังในการใช้วัสดุอัดยา
แนวอัน จะไม่ก่อให้เกิดความสกปรก เลอะเทอะ หรือความเสียหายกับกระจกหรือกรอบบานในภายหลัง
การล้างหรือทำ ความสะอาดเนื่องจากวัสดุอัดยาแนวนี้กับกระจก ผู้รับจ้างต้องใช้ทินเนอร์หรือน้ำยาอื่นๆ ที่
ผู้ผลิตได้แนะนำไว้ เท่านั้น ห้ามมิให้ผสมน้ำยาใดๆ อันจะทำให้ความเข้มข้นของวัสดุอัดยาแนวต้องน้อยลง
โดยมิได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการตรวจการจ้าง ห้ามมิให้บรรจุกระจกเข้ากรอบในขณะที่สียังไม่
แห้ง ผิวของกรอบบาน และ กระจกก่อนใช้วัสดุยาแนว
(21) งานอะลูมิเนียม
ให้ผู้รับจ้างตรวจสอบแบบและสถานที่จริงก่อนทำการติดตั้งโดยขนาดและ
ระยะที่ ใช้ถูกต้องตามแบบ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงระยะหรือขนาด เพื่อให้เหมาะสมกับสถานที่จริงให้
ผู้รับจ้างทำ แบบ (Drawings) เพื่อขออนุมัติจากคณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร
</page>
<page title="43">
43
(22) งานคิ้วและการแกะสลักไม้
งานทั้งหมดผู้รับจ้างต้องนำเสนอตัวอย่างการแกะสลักหรือการเซาะคิ้วไม้
แก่คณะกรรมการตรวจการจ้างเพื่อพิจารณาก่อนนำไปประกอบการตกแต่ง เช่น การแกะ สลักบัวไม้ฉลุ
ลาย การแกะ ลายที่ผนังต่าง ๆ ฯลฯ
งานตกแต่งเพดาน
(1) เพดานไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ด
การดำเนินงาน งานโครงเคร่าฝ้าเพดาน (Ceilling) ให้ผู้รับจ้างดำเนินงานการ
ติดตั้งตามขั้นตอนดังนี้
(ก) เดินโครงเคร่ารอง ขนาด 30×63×0.55 มม. รอบห้องตามระดับที่
กำหนด ยึดโครงด้วยฟูกพลาสติก #8 และสกรูเกลียวปล่อย #10 ยาว VA" ทุกระยะ 80 ซม.
(ข) ลดระดับฝ้าด้วย ยู ลดระดับขนาด 10x20x0.55 มม. ปลายบนยึด ติด
กับเพดานคอนกรีตด้วยฟูกโลหะ dia. 3/8" ปลายล่างยึดติดกับโครงตัวซีด้วย รีเวท #4-4 จำนวน 2 จุด
ระยะห่าง 100-120 ซม.
(ค) เดินโครงเหล็กตัวซี ขนาด 35x62.5x0.55 มม. ทุกระยะ 60 ซม. เดิน
โครงเคร่ารองตัวซอย ขนาด 30×63×0.55 มม. ระยะ 60 ซม. โดยยึดรีเวท #4-1 จำนวน 2 จุด (ทั้งล่างและ
บน ทำ มุม 30 องศา กับโครงเคร่าหลักตัวซี
(ง) ยึดแผ่นบอร์ดกับโครงเคร่าหลักและโครงเคร่ารอง ด้วยสกรู เกลียว
ปล่อย #6x1" DW ทุกระยะ 20-25 ซม.
(จ) ฉาบรอยต่อตามมาตรฐานของผู้ผลิต แผ่นฝ้าเพดานไพ่เบอร์ ซีเมนต์-
บอร์ดที่ใช้หนา 4 มม. เมื่อฉาบรอยต่อแล้วทิ้งให้แห้งอย่างน้อย 1 วัน จึงทำผิวตามที่ระบุไว้ในรายการ
(ฉ) การตกแต่งเพดานไม้การปฏิบัติงานให้ยึดถือเหมือนไม้ทั่วไปในการ
ตกแต่งผนัง
(ช) การทาสีเพดานเมื่อกรุวัสดุผิวหน้าแล้ว และทำการตกแต่งเพดานส่วนอื่น
แล้ว ให้ ตกแต่งผิวที่จะทำสีให้เรียบร้อยไม่มีรอยแตกหรือบุบสลายอื่นๆ ให้เรียบ ทำความสะอาด ปัดฝุ่น
และเตรียมการ ติดตั้งดวงโคม เครื่องประดับต่างๆ และปิดส่วนที่ไม่ต้องการทำสีให้สนิท โดยผ่านการตรวจ
จากคณะกรรมการ ตรวจการจ้างก่อนดำเนินการทาสี โดยกรรมวิธีผู้ผลิต
(ซ) การตกแต่งเพดานด้วยเครื่องประดับต่างๆ หลังจากทำสีผิวเพดานแล้ว
การตกแต่งเพดานด้วยเครื่องประดับ ต่างๆ ตำแหน่งที่ได้ระบุในแบบและรายการ เช่น ควงโคม ให้ผู้รับจ้าง
ดำเนินการติดตั้งจนแล้วเสร็จใช้การได้ดี
</page>
<page title="44">
44
2.13 งานสีและการทำผิว
งานสีและการทำผิว หมายถึง การพ่น การทา การลงขี้ผึ้ง การทาเชลแล็กการทา
น้ำมันต่างๆ ตลอดจนงานตกแต่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ยกเว้นส่วนที่กำหนดให้เป็นวัสดุอื่น
และรายการ
ขั้นตอนการทาสี
(1) ประเภทของสี
(ก) สีพลาสติก ทาบนผนังก่ออิฐฉาบปูนโดยทั่วไปหรือกำหนดให้ตามแบบ
(ข) สีน้ำมัน ทาหรือพ่นบนผิวไม้ หรือโลหะต่าง ๆ
(ค) ทาเชลแล็กและน้ำมัน ทาหรือพ่นบนผิวไม้
(ง) สีอื่นๆ จะระบุเพิ่มเติมไว้เฉพาะงานหรือเป็นพิเศษเฉพาะแห่ง
(2) การเตรียมงานและรองพื้น
(ก) ปูนฉาบ คอนกรีต ผิวพื้นใหม่ให้ทำความสะอาดพื้นที่ ที่จะทาสีใหม่โดย
ปัดฝุ่น เศษผง คราบนามัน เศษวัสดุต่างๆ ออกให้หมด หากมีรอยแตกร้าวให้สกัดแต่งผิวและฉาบปูนแต่งให้
เรียบ ถ้ามีรอยป่นหรือบุบสลายต่าง ๆ ต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อยทิ้งระยะให้ผิวปูนที่แต่งใหม่แห้งเสียก่อนจึง
ทาสีรองพื้นหรือเคลือบน้ำมัน หรือพ่นวัสดุที่กำหนดให้ได้
(ข) งานไม้ ส่วนที่เป็นไม้ต้องแห้งสนิท ปัดฝุ่นผง เศษวัสดุต่างๆ ให้ปราศจาก
ให้เรียบร้อยใช้
รอยสกปรกหรือคราบน้ำมันย้ำหัวตะปูให้จมลงไปในเนื้อไม้และอุดรูรอยต่อต่าง ๆ
กระดาษทรายขัดไม้หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่ทำสำเร็จจากโรงงานต้องทาสีรองพื้นหรือทาสีในชั้นแรกก่อนที่
(ค) งานสีไม้ สำหรับงานตกแต่งติดกับที่ Fixed Decoration และติดตั้งผนัง
จะนำมาติดตั้ง
Built-in Cabinet ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้
ขั้นที่ 1 ให้ขัดกระดาษทรายละเอียดโดยตลอดผิวนอกที่มองเห็น
ขั้นที่ 2 ให้ลงเชลแล็กขาวใส
ขั้นที่ 3 ให้ลงแล็กเกอร์โดยใช้ลูกประคบโดยตลอด
ขั้นที่ 4 ให้ขัดกระดาษทรายน้ำโดยตลอด
ขั้นที่ 5 ให้พ่นแล็กเกอร์ด้านครั้งสุดท้ายโดยตลอด หมายเหตุ ภายในตู้
ทั้งหมดรวมทั้งบานประตู ตู้ในลิ้นชัก ใต้และหลัง ลิ้นชักให้ขัด
กระดาษทรายให้เรียบร้อย แล้วทาเชลแล็กให้สีกลมกลืนกับ
ภายนอก
(ง) ส่วนที่เป็นโลหะ
ก่อนอื่นต้องทำความสะอาดผิวโลหะให้ปราศจากสนิม ฝุ่นละออง
ต่างๆ หรือสิ่งสกปรกอื่น โดยใช้กระดาษทรายหรือแปรงลวดขัดและล้างด้วยน้ำยากันสนิม เช็ดให้แห้งด้วย
ผ้าสะอาด ก่อนที่จะทาสีรองพื้นเรดออกไซด์หรือดำเนินการทำสีหรือผิวที่ระบุไว้
</page><page title="45">
45
การดำเนินงาน
การดำเนินงานสีหรือทำผิวทั่วไป ให้ปฏิบัติตามหัวข้อต่างๆ ดังต่อไปนี้
(1) สภาพดินฟ้าอากาศที่ไม่เหมาะในการทำสี
ผู้รับจ้างจะต้องไม่ทำสีหรือผิวในขณะที่ดินฟ้าอากาศไม่เหมาะ เช่น ในวันที่
มี อากาศชื้นหรือมีฝนตกห้ามทำสีในบริเวณที่มีความเปียกชิ้น หรือฝนละอองจับเมื่อมีการทำสีครั้งที่ 2
หรือในการ
ทำสีแต่ละครั้งต้องรอให้สีเดิมแห้งสนิทเสียก่อน
(2) ก่อนทำสีทุกครั้งผู้รับจ้างต้องปิดบริเวณที่ไม่ได้ทำสีอื่นให้เรียบร้อยด้วยเทป
และแกะออกเมื่อทำสีหรือผิวเสร็จแล้ว
(3) ก่อนทำสีจริงทุกครั้ง
ผู้รับจ้างต้องเสนอตัวอย่างสีจริงครั้งสุดท้ายให้คณะกรรมการตรวจการจ้าง
พิจารณาก่อนหรือแสดงตัวอย่างของสีกับคณะกรรมการตรวจการจ้าง โดยทาบนผิวนั้นๆ เป็นเนื้อที่
ประมาณ 1 ตร.ม. ทุกๆ ผิวพื้นที่จะต้องทาสีหรือผิว หากผู้รับจ้างดำเนินการไปโดยพลูการผลเสียหายที่
เกิดขึ้นผู้รับจ้างต้อง รับผิดชอบในการแก้ไขจนเป็นที่พอใจแก่คณะกรรมการตรวจการจ้างด้วยค่าใช้จ่าย
ของผู้รับจ้างเองทั้งสิ้น
(4) การเก็บรักษาสี
การเก็บรักษาสีจะต้องเก็บในที่ไม่อับชื้น และสีทุกสีที่กำหนดต้องจัดทำแยก
แต่ละชนิดอย่าให้ปนกัน
การย้อมและการพ่นสีไม้
(1) การพ่นสีบนผิวที่สามารถมองเห็นได้จากภายนอกให้ปฏิบัติดังนี้
(ก) ย้ำหัวตะปูต่างๆ ให้จมลงไปในเนื้อไม้
(ข) อุดหัวตะปูต่างๆ ให้จมลงไปในเนื้อไม้
(ค) หากมีรอยขรุขระ โป้วด้วยสีโป้วให้ทั่วบริเวณที่จะพ่นสีขัดผิวต่างๆ ให้
เรียบทิ้งให้โป้วแห้งสนิทจึงพ่นด้วยสีจริงครั้งที่ 1 ขัดลงลูกประคบและ
แต่งผิวต่างๆ ให้เรียบจึงพ่นสีจริงครั้งที่ 2
(ง) หากมีรอยหรือผิวไม่เรียบ แต่งและขัดด้วยกระดาษทราย และพ่นสีจริง
ลงบนลูกประคบครั้งสุดท้าย
(2) การย้อมไม้
(ก) ย้ำหัวตะปูต่างๆ ให้จมลงในเนื้อไม้
(ข) อุดรอยต่อหัวตะปูมุมต่างๆ ด้วยพัตตี้ (Putty) หรือดินสอพองสีฝุ่น
เชลแล็ก
(ค) ขัดผิวให้เรียบด้วยกระดาษทรายหยาบ ถ้ามีรอยขรุขระให้อุดแต่งผิว
ต่างๆ อีกครั้งและขัดด้วยกระดาษทรายเหมือนครั้งแรก
</page>
<page title="46">
46
(ง) ปิดเทปกั้นแนวส่วนที่ไม่ได้ย้อมสี
(จ) ลงฝุ่นจีนย้อมผิวให้เรียบตามสีที่ต้องการ
(ฉ) ทาน้ำมันหรือสีจริงครั้งที่ 1 หากมีรอย หรือขนแปรงไม่เรียบให้ขัดด้วย
กระดาษทรายละเอียดและลงลูกประคบแต่งลายและรอยต่างๆ
(ช) ทาน้ำมันหรือสีจริงครั้งที่ 2 หากมีรอยขนแปรงให้ขัดให้เรียบลงลูก
ประคบแต่งสีและลายไม้ให้เรียบร้อย
(ซ) ทาน้ำมันหรือสีจริงครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเคลือบผิวอีกครั้ง
(3) การทาน้ำมันหรือสี การทาน้ำมันหรือสีในส่วนที่ไม่สามารถมองเห็นได้จาก
ภายนอกตู้ให้ดำเนินการ
(ก) ย้ำหัวตะปูแล้วอุดด้วยพัตตี้ (Putty) ขัดผิดและปัดฝุ่นละอองให้เรียบร้อย
(ข) ทาน้ำมันหรือสีจริงครั้งที่ 1 และขัดผิวให้เรียบก่อนที่จะทาสีจริงครั้ง
(4) ก่อนทำสีจริงทุกครั้ง
ผู้รับจ้างต้องเสนอตัวอย่างสีจริงครั้งสุดท้ายให้คณะกรรมการตรวจการจ้าง
พิจารณาก่อน หรือแสดงตัวอย่างของสีกับคณะกรรมการตรวจการจ้าง โดยทาบนผิวนั้น ๆ เป็นเนื้อที่
ประมาณ 1 ตร.ม. ทุก ๆ ผิวพื้นที่จะต้องทำสีหรือผิว หากผู้รับจ้างดำเนินการไปโดยพลูการ ผลเสียหายที่
เกิดขึ้นผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการแก้ไขจนเป็นที่พอใจแก่คณะกรรมการตรวจการจ้างด้วยค่าใช้จ่ายของผู้
รับจ้างเองทั้งสิ้น
(5) การเก็บรักษาสี
การเก็บรักษาสีจะต้องเก็บในที่ไม่อับชื้น และสีทุกสีที่กำหนดต้องจัดแยกแต่
ละชนิดอย่าให้ปนกัน
2.14 งานเฟอร์นิเจอร์ติดผนัง
ทั้งหมดรวมงานไม้และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ติดตั้งภายในตู้ งานตู้ติดผนัง (Built-in
Cabinet) ตู้ติดผนังทำตามแบบ และรายละเอียดการประกอบไม้ให้ใช้ตะปูเกลียวสำหรับใช้งานไม้ หัวแบน
ฝังในเนื้อไม้อุดด้วยพัตตี้ (Putty) ขัดกระดาษทรายแต่งผิวนอก การประกอบหรือเข้าไม้ให้ใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง
หรือหลายวิธีดังต่อไปนี้เท่านั้น ตะปูเกลียวเข้าเดือยไม้เข้าแบบปากฉลาม และอัดกาวแน่นห้ามติดตั้งงานไม้
จนกว่า ปูนจะแห้งสนิท ปราศจากความชื้นต้องติดตั้งเข้าที่สนิทได้ระดับทั้งทางตั้งและยึดเข้าที่อย่างถาวร
(1) อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ให้เสนอตัวอย่างเพื่ออนุมัติ
(2) บานพับทั่วไปเป็นบานพับเหล็กชนิดซ่อนของในประเทศ ทาสีเหมือนสี
ภายในตู้ บานพับที่ใช้กับบานตู้ทับขอบ (Frame) เป็นชนิดบานพับขอบฝาบานโลหะชุบนิเกิลซี 847
(3)
ปมรับชั้นปรับระดับเป็นเหล็กชุบโครเมี่ยมพร้อมพลาสติกใสขนาด
เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 มม. ชนิดเซฟตี้
</page>
<page title="47">
47
(4)
รางเลื่อนลิ้นชักโละเป็นแบบสองตอนดึงออกใช้งานได้เต็มที่มีสีขาว ASD
ขนาดและการแบ่งช่วงตู้
ขนาดต่างๆ ปรับได้ตามสถานที่ที่ติดตั้ง หรือเครื่องใช้ที่จะต้องติดตั้งภายใน
หรือตู้ ผู้รับ จ้างต้องตรวจสอบระยะต่าง ๆ ของสถานที่ที่ติดตั้งหรือเครื่องใช้ที่ต้องติดตั้งภายในตู้ หากมี
ข้อบกพร่องหรือเสียหายอันเนื่องมาจากที่ไม่ได้ตรวจสอบขนาดดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องยินดีที่จะแก้ไข
จนกระทั่งเป็นที่พอใจของ คณะกรรมการตรวจการจ้าง โดยจะเรียกค่าใช้จ่ายใดๆ ไม่ได้ การแบ่งช่วงเคร่า
แนวตั้งตู้ ให้ยึดถือระยะที่ได้ ตรวจสอบจากสถานที่และเครื่องใช้ต่างๆ เป็นแนวในการแบ่งหากช่วงที่
กำหนดให้ไม่สามารถบรรจุเครื่องใช้ที่ กำหนดให้ในรูปแบบและรายการให้ดำเนินการไปตามที่รูปแบบและ
รายการกำหนด
โครงสร้างของเฟอร์นิเจอร์ติดผนัง
โครงสร้างทั่วไปของตู้ติดผนัง ในส่วนที่ไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอกใช้
ไม้ยาง หรือไม้ยมหอมที่อบหรือตากแห้งสนิท ไม่มีกระพี้ไม้ บิดงอ หรือแตกร้าว ห้ามใช้ไม้เนื้ออ่อนชนิดอื่น
เป็นอันขาด ขนาดของโครงไม้โดยทั่วไปใช้ไม้ขนาด 1"x2" ระยะห่างของโครงไม่เกินกว่า 0.40 ม. นอกจาก
จะระบุเป็นอย่าง อื่น สำหรับการกรุวัสดุภายนอกหรือส่วนที่สามารถมองเห็นใช้ไม้อัดอย่างหนา 6 มม. หรือ
ที่ระบุไว้เป็นอย่างอื่น การตั้งโครงทั้งหมดต้องได้มุม แนว และระดับตามที่กำหนดให้ การเข้าไม้ต้องเข้า
เดือย เข้ามุม ห้ามตีชนเป็นอัน ขาด การต่อไม้อัดตามแนวยาวเกินกว่า 2.40 ม. ให้กรุลายไม้ขวางแนวความ
ยาวของต้นอกจากจะมีวัสดุอื่นกรุทับหน้า
วัสดุกรุผิวหน้า
(1) ไม้อัด
ไม้อัดที่ต้องย้อมสีไม้ ใช้ไม้อัดสักคัดลายยกเว้นที่ระบุเป็นอย่างอื่น การเข้า
ไม่ให้ ใช้กาวทาที่โครงและส่วนที่จะยึดติดก่อนที่จะยึดด้วยตะปูทุบหรือตัดหัว และอัดแนวต่อไว้จนกว่ากาว
จะแห้งสนิท ขอบหรือสันไม้อัดทั้งหมดต้องไสให้เรียบและได้ก่อนทำการกรุ และต้องไม่มีรอยห่างระหว่าง
โครงกับไม้อัด และ ต้องมีไม้ปิดหัวไม้อัด โดยใช้ไม้สักในส่วนที่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก ไม้อัดที่ใช้ให้
ได้คุณภาพมาตรฐาน
(2) แผ่นพลาสติกลามิเนท
แผ่นพลาสติกลามิเนททั้งหมด ความหนาไม่น้อยกว่า 1 มม. หรือตาม
มาตรฐาน ของผู้ผลิต สีและลายตามรูปแบบและรายการ ตรวจสอบขนาดของส่วนที่จะกรุและตัดแต่งให้ได้
ขนาดใกล้เคียง แล้วทำความสะอาดส่วนที่จะกรุ ปดผงฝุ่น เศษไม้ต่างๆ ตามซอกมุมออกให้หมดก่อนที่จะ
ทากาวยางที่ผิวส่วนที่จะ ประกบติดกัน และอัดติดแน่นอยู่ให้มีฟองอากาศหรือเป็นคลื่นและอัดด้วยแม่แรง
ส่งกดทับอื่นๆ จนกาวแห้งสนิท และแต่งขอบลบมุมเล็กน้อย การเข้ามุมให้ส่วนที่อยู่ด้านบนทับขอบส่วนที่
อยู่ด้านล่าง และอัดขอบให้แน่นจนกาว แห้งสนิทแล้วจึงแต่งมุมสำหรับรอยต่อของแผ่นพลาสติกที่มีความ
ยาวเกินกว่า 2.40 ม. ให้ต่อที่ส่วนกลางของตู้ หรือแบ่งส่วนตู้เป็น 3 ส่วน 4 หรือตามแนวกึ่งกลางของการ
แบ่งช่วงตู้และการต่อตรงกันทั้งส่วนบนและส่วนล่าง
</page>
<page title="48">
48
(3) แผ่นโลหะ
ก่อนติดตั้งต้องปรับแต่งส่วนที่จะทำการกรุผิว ให้ลบมุมส่วนที่เป็นสันหรือ
เหลี่ยม ส่วนวิธีการเหมือนข้อ (2) แต่ให้พับซ่อนขอบของแผ่นโลหะให้เรียบร้อยผิวโลหะต้องเรียบไม่เป็น
คลื่นแนวสัน ต้องตรง รอยเชื่อมต่อต่างๆ ให้ขัดหรือปด ให้เรียบเป็นผิวเดียวกัน ความหนาของแผ่นโละที่ใช้
ไม่ตากว่า 0.05 มม. และราบเรียบสม่ำเสมอ
(4) ไม้ฉลุลาย
ความหนาของไม้ทั้งหมดต้องเท่ากัน ลายที่ฉลุต้องได้แนวและระดับ การ
ติดตั้งให้ กรุไม้อัดหนา 4 มม. ก่อนที่จะกรุไม้ฉลุไม้อัดที่กรุต้องสามารถทำสีหรือย้อมผิวได้เหมือนไม้ผิวหน้า
(ยกเว้นไม้ฉลุ ที่เป็นลูกกรง)
บานเปิดและลิ้นชัก
กรอบบานเปิดและหน้าลิ้นชักที่มองเห็นได้จากภายนอกทั้งหมดใช้ไม้สักกรุไม้อัด
สัก ขนาดตามที่กำหนดให้ในรูปแบบและรายการ ยกเว้นที่มีวัสดุกรุผิวหน้าเป็นอย่างอื่นให้ใช้ไม้เนื้อแข็งกรุ
ไม้อัดยาง ไม้พื้นลิ้นชักทั้งหมดใช้ไม้อัดยางมีความหนาอย่างน้อย 6 มม. ตู้บานเปิดทั้งหมดติดกุญแจก้ามปู
จับบานทุกบาน ลิ้นชักติดรางเลื่อนและอลุมิเนียมและกุญแจล็อกทุกลิ้นชัก
การดำเนินงานติดตั้ง
ในการประกอบเฟอร์นิเจอร์ติดผนังที่โรงงานช่วงระยะต่างๆ ผู้รับจ้างต้องเตรียม
เพื่อการ ติดต่อเข้ามุมกับสถานที่ก่อนที่จะติดตั้ง หากเฟอร์นิเจอร์ที่จะติดปิดบังอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือติดตั้ง
อุปกรณ์ใดๆ ผู้รับจ้างต้องเคลื่อนย้ายหรือปรับอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้บนตู้ติดผนังในตำแหน่งที่เหมาะสม สำหรับ
การติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเครื่องใช้ต่างๆ ต้องป้องกันรอยรั่วระหว่างข้อต่าง ๆ ให้เรียบร้อย
การนำส่งตัวอย่างวัสดุและเฟอร์นิเจอร์
ให้ผู้ว่าจ้างส่งตัวอย่างวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ต่อคณะกรรมการตรวจการจ้าง เพื่อ
พิจารณาอนุมัติตัวอย่างต่างๆ ที่ต้องนำเสนอเพื่ออนุมัติ ตามรายการข้างล่าง ผู้รับจ้างต้องนำส่ง
คณะกรรมการตรวจการจ้างภายใน 15 วัน หลังจากลงนามในสัญญาก่อสร้าง และเมื่อได้รับอนุมัติเป็นลาย
ลักษณ์อักษรแล้วภายใน 30 วัน ให้ทำสำเนา เอกสารสัญญาการซื้อขาย ระบุวันส่งของ ราคาต่อหน่วยและ
จำนวนของ ๆ แต่ละชนิด พร้อมด้วยตัวอย่างที่ได้รับอนุมัติต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างมอบไว้เป็น
หลักฐานแต่มิได้หมายความว่าผู้รับจ้างหมดความรับผิดชอบต่อ คุณภาพ และการทำงานให้แล้วเสร็จครบ
ตามสัญญา
วัสดุต่างๆ ตามรายการดังต่อไปนี้
(1)
Melamine Laminate คุณภาพและสีตามตัวอย่างของคณะกรรมการ
ตรวจการจ้าง อย่างละ 2 ชิ้น ๆ ละ 1/2 ตารางฟุต
(2) Plastic Laminate คุณภาพและสีตามตัวอย่างของคณะกรรมการตรวจ
การจ้างอย่าง ละ 2 ชิ้นๆ ละ 1/2 ตารางฟุต
</page>
<page title="49">
49
งานสีเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด
ให้เสนอตัวอย่าง ๆ ละ 1 ตารางฟุต เพื่ออนุมัติสีทั้งหมดเป็นแล็กเกอร์ด้านเต็ม
เสี้ยนให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้
ขั้นที่ 1 ให้ขัดกระดาษทรายละเอียดโดยตลอดผิวนอกที่มองเห็น
ขั้นที่ 2 ให้ลงเชลแล็กขาวใส
ขั้นที่ 3 ให้ลงแล็กเกอร์โดยใช้ลูกประคบโดยตลอด
ขั้นที่ 4 ให้ขัดกระดาษทรายน้ำโดยตลอด
ขั้นที่ 5 ให้พ่นแล็กเกอร์ด้านครั้งสุดท้าย 1 ครั้ง โดยตลอด
ส่วนสีของเนื้อไม้ ให้ทำตามตัวอย่างสีพ่นสีทา ให้ทำสีตามตัวอย่างสำหรับสีพ่นให้
ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้
ขั้นที่ 1 โป้วผิวหน้าโดยตลอด ปล่อยให้แห้งแล้วขัดกระดาษทรายหยาบ
จ้างระบบดังกล่าว
ขั้นที่ 2 ทาสีรองพื้น ปล่อยให้แห้งแล้วขัดกระดาษทรายละเอียด
ขั้นที่ 3 โป้วส่วนที่ไม่เรียบ ปล่อยให้แห้งแล้วขัดกระดาษทรายละเอียด
ขั้นที่ 4 พ่นสีตามตัวอย่างสี ปล่อยให้แห้ง ตรวจผิวโดยตลอดให้ลูเรียบร้อยแล้ว
ซ่อมสีก่อนพ่นสีครั้งสุดท้าย
งานไฟฟ้า งานประปา งานเครื่องปรับอากาศ
งานที่ไม่รวมในรายการ ผู้รับจ้างจะต้องให้ความร่วมมือและประสานงานกับผู้รับ
2.15 งานเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว
เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวทั้งหมดทำตามแบบและรายการ ผู้รับจ้างต้องตรวจระยะที่ต้อง
ทำการติดตั้ง ก่อนประกอบ ส่วนรายละเอียดต่างๆ มีดังนี้
โครงสร้างโดยทั่วไป
โครงไม้
โครงไม้ทั้งหมดต้องอบหรือผึ่งให้แห้งสนิท ไม่มีรอยบิ่น แตกร้าว คดงอ ไม่
มีตา ไม้ หรือกระพี้ไม้ ขนาดไม้ที่กำหนดให้ตามแบบและรายการ เป็นขนาดที่ไสและทำผิวเรียบร้อยแล้ว
เฉพาะไม้ที่ใช้ ในการประกอบตู้หรือไม้คิ้วทั้งหมดใช้ไม้สักหรือไม้อัดสัก
การเข้าไม้เข้ามุมต่างๆ
การเข้าไม้เข้ามุมต่าง ๆ ต้องสนิทไม่มีรอยห่าง เดือยทุกอันต้องมีขนาดไม่
ต่ำกว่า3/8" หรือครึ่งหนึ่งของหน้าตัดไม้ และอัดด้วยกาว อัดทิ้งไว้จนกว่ากาวจะแห้งสนิท การตอกตะปูที่มี
ความยาว มากกว่า 1" ให้ใช้สว่านเจาะนำก่อนที่จะอัดหัวตะปู การตอกอย่าให้ปรากฏรอยค้อนที่ตัว
เฟอร์นิเจอร์ได้
</page>
```markdown
<page title="page 50">
50
การแกะสลัก การกลึง
ไม้ที่ต้องใช้งานแกะหรือกลึง ต้องไม่มีตา กระพี้ การกลึงต้องเรียบไม่เป็น
คลื่น และได้ขนาดตามที่กำหนดให้ ไม้ที่ต้องแกะลายต้องเสนอคณะกรรมการตรวจการจ้างเพื่อรับความ
เห็นชอบก่อนที่ จะทำการประกอบ
บานเปิดและลิ้นชัก
บานเปิดทั้งหมด โครงไม้ในส่วนที่สามารถมองเห็นได้จากภายนอกใช้โครง
ไม้ สักกรุไม้อัดสัก ไม้หน้าลิ้นชักใช้ไม้สัก รายละเอียดภายในต่างๆ ผู้รับจ้างต้องเตรียมเพื่อให้ยกถอดได้
บานเปิด บานกระจกติดแม่เหล็กจับบานทุกบานและติดก้ามปูติดบานทุกบานและลิ้นชักติดบานเลื่อนโลหะ
2.16 ผนังก่ออิฐ
ขอบเขตของงาน
(1) ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ แรงงานที่มีฝีมือและ
ความชำนาญ มีระบบควบคุมคุณภาพ ในการก่อสร้างงานผนังก่ออิฐ ตามระบุในแบบและรายการประกอบ
แบบ
(2) ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งตัวอย่างอิฐไปทดสอบตามมาตรฐาน มอก. โดยมีผู้
ควบคุมงานเป็นผู้รับรองผลการทดสอบ หรือพิจารณาจากผลทดสอบที่เชื่อถือได้ของผู้ผลิต ตามความ
เห็นชอบของผู้ควบคุมงาน
(3) ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งตัวอย่างอิฐที่ใช้ตามระบุในแบบ ไม่น้อยกว่า 2
ก้อน พร้อมรายละเอียดของอิฐและ ปูนก่อ ให้ผู้ควบคุมงานพิจารณาอนุมัติ
อนุมัติวิธีการและเครื่องมือการก่ออิฐ
(4) ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแผงตัวอย่างผนังก่ออิฐให้ผู้ควบคุมงานพิจารณา
(5) ผนังก่ออิฐทั้งหมด หากไม่ระบุความสูงไว้ในแบบ ให้ก่อชนท้องคานหรือ
ท้องพื้น หรือชนใต้หลังคา เพื่อป้องกันเสียงระหว่างห้องและเสียงเหนือฝ้าเพดาน เช่น ห้องเครื่อง ห้องน้ำ
และช่องท่อต่างๆ
วัสดุ
อิฐที่ใช้สำหรับงานผนังก่ออิฐทั่วไปหรือตามระบุในแบบ ให้ใช้อิฐมอญขนาด
65×140×40 มิลลิเมตร ตามมาตรฐาน มอก. 77-2545 อิฐก่อสร้างสามัญผนังคอนกรีตบล็อคโชว์แนว
สำหรับผนังรั้ว หรือตามระบุในแบบ ให้ใช้คอนกรีตบล็อคขนาด 190×390×90 มิลลิเมตร ชนิดผิวเรียบผนัง
คอนกรีตบล็อคระบายอากาศตามระบุในแบบ ให้ใช้สกรีนบล็อคแบบกันฝน ลิ้นคู่ ขนาด 190×390×90
มิลลิเมตร อิฐแก้ว (Glass block) ตามระบุในแบบ ให้ใช้ขนาด 190×190×80 มิลลิเมตร สีใส ชนิดมี
ลวดลาย ของ ยี่ห้อช้างแก้ว ของ บริษัทบางกอกครัสตัล จำกัด หรือ ยี่ห้อ บี จี ของ บริษัทบางกอกกล๊าส
จำกัด หรือ ยี่ห้อ Glacier ของ บริษัท ทีพีไอ ทวีไพศาล จำกัด หรือเทียบเท่า ลวดลายตามวัตถุประสงค์
ของผู้ออกแบบ
</page>
<page title="page 51">
51
ปูนก่อ
ปูนก่อให้ใช้ปูนก่อสำเร็จรูปของ บ.ซีเมนต์ไทย จำกัด หรือ ของ
บ.ซีเมนต์นครหลวง จำกัด หรือ ของ บ.ทีพีไอ จำกัด หรือเทียบเท่า
น้ำ จะต้องใช้น้ำสะอาดปราศจากน้ำมัน กรด ด่าง เกลือ และ
พฤกษชาติต่างๆ ในกรณีที่น้ำบริเวณ ก่อสร้างมีคุณภาพไม่ดีพอ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาน้ำจากที่อื่นมา
ใช้
ได้รับอนุมัติจากผู้ควบคุมงาน
หินเกล็ดได้
ส่วนผสมของปูนก่อ ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตปูนก่อ โดย
เสาเอ็น คานทับหลัง เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ส่วนผสมที่เป็นหินให้ใช้
</page>
<page title="page 52">
52
หมวดที่ 3
งานระบบสุขาภิบาล ดับเพลิงและป้องกันอัคคีภัย
3.1 บทนำ
รายละเอียดของรายการและข้อกำหนดในเอกสารนี้ จะใช้เมื่อในแบบรูป และรายการประกอบแบบก่อสร้างไม่มี
ข้อกำหนดเป็นอย่างอื่น หรืออาจใช้เพื่อประกอบ หรือขยายความเพื่อความชัดเจนยิ่งขึ้น หากมีความขัดแย้งกับ
แบบรูป แลรายการประกอบแบบก่อสร้างให้ยึดถือตามแบบรูป และรายการประกอบแบบก่อสร้างเป็นหลัก
3.2 ขอบเขต
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหา ติดตั้ง และทดสอบเครื่องจักร เครื่องมือ ตลอดจนวัสดุ อุปกรณ์ทั้งหมดตามแบบและ
รายละเอียดของข้อกำหนดนี้ตลอดจนงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจไม่ได้แสดงไว้ แต่จำเป็นต้องทำเพื่อให้งานระบบ
สุขาภิบาล เสร็จเรียบร้อยจนใช้งานได้ตามหลักวิชาการ และมาตรฐานต่าง ๆ เป็นที่ยอมรับของหน่วยงานที่
เกี่ยวข้อง ขอบเขตของงานประกอบด้วยระบบต่าง ๆ ดังนี้
3.2.1 งานระบบประปา
3.2.2 งานระบบระบายน้ำฝน
3.2.3 งานระบบท่อส้วม ท่อน้ำทิ้งจากห้องครัว และท่อระบายอากาศ
3.2.4 งานระบบระบายน้ำรอบอาคาร
3.2.5 งานระบบดักไขมัน
3.2.6 งานระบบน้ำร้อนประจำอาคาร
3.2.7 งานระบบไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับระบบข้างต้น
3.2.8งานทดสอบระบบ และการทำความสะอาด
3.3 มาตรฐาน และกฎข้อบังคับ
ในการติดตั้งระบบสุขาภิบาลให้บรรลุผลเรียบร้อยสมบูรณ์ ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมและติดตั้ง ตามมาตรฐาน
และกฎข้อบังคับต่าง ๆ ฉบับล่าสุดที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้
3.3.1 มาตรฐานการเดินท่อภายในอาคารของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
3.3.2 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)
3.3.3 การประปานครหลวง (กปน.)
3.3.4 สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (สวล.)
3.3.5 วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.)
3.3.6 กระทรวงหรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
3.3.7 AMERICAN NATIONAL PLUMBLING CODE
3.3.8 THE AMERICAN SOCIETY OF PLUMBLING ENGINEERING (ASPE)
</page>
<page title="page 53">
53
3.3.9 FACTORTY MUTUAL ENGINEERING CORP. (FM)
3.3.10 UNDERWRITER LABORATORIES INC. (UL)
3.3.11 AMERICAN NATIONAL STANDARD INSTITUTE (ANSI)
3.3.12 BRITISH STANDARD (BS)
3.3.13 JAPANESE STANDARD (JIS)
3.3.14 DEUTSCHE INDUSTRY NORM (DIN)
3.4 ความต้องการทั่วไป
3.4.1 ต้องใช้ช่างซึ่งชำนาญงานโดยเฉพาะในแต่ละประเภทมาปฏิบัติงานติดตั้งระบบท่อ
เครื่องสุขภัณฑ์ อุปกรณ์และต้องควบคุมการทำงานของช่างให้ดำเนินไปโดยชอบด้วยหลักปฏิบัติดังต่อไปนี้
3.4.2 การตัดท่อและต่อท่อ จะต้องให้ได้ระยะพอดีตามความต้องการที่ใช้งาน ณ จุดนั้น ๆ
ซึ่งเมื่อต่อท่อบรรจบกันแล้วต้องได้แนวท่อที่สม่ำเสมอ ไม่คดและคลาดเคลื่อนจากแนวไป
3.4.3
การติดตั้งท่อ ต้องวางในลักษณะที่เมื่อเกิดการหดตัว หรือขยายตัวของท่อเนื่องจาก
การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแล้วไม่ทำให้เกิดความเสียหายขึ้นกับตัวท่อ หรือสิ่งใกล้เคียง ระบบท่อที่มีการขยายตัว
และหดตัวมากต้องจัดให้มี EXPANSION LOOP หรือ EXPANSION JOINT ในที่ ๆ จำเป็นและเหมาะสมถึงแม้
จะไม่มีกำหนดไว้ในแบบแปลนก็ตาม
3.4.4 ทันทีที่ต้องเปลี่ยนแนวหรือทิศทางของท่อ ให้ใช้ข้อต่อท่อตามความเหมาะสม (ข้อต่อ
หมายถึง ข้อโค้ง ข้องอ สามตา ฯลฯ ) และเมื่อมีการเปลี่ยนขนาดท่อ ณ จุดใด ๆ ให้ใช้ข้อลดเท่านั้น
3.4.5 การตัดท่อ ให้ใช้เครื่องสำหรับตัดท่อโดยเฉพาะและต้องคว้านปากท่อขูดเศษที่ยัง
ติดค้างอยู่ออกเสียให้หมด หากทำเกลียวต้องใช้เครื่องทำเกลียวที่มีฟันคมเพื่อให้ฟันเกลียวเรียบ และได้ขนาด
ตามมาตรฐาน
3.4.6 ลักษณะการเดินท่อ การติดตั้งต้องกระทำด้วยความประณีตปรากฏความเป็น
ระเบียบ เรียบร้อยแก่สายตา การเลี้ยว การหักมุม การเปลี่ยนแนวระดับ ต้องใช้ข้อต่อที่เหมาะสมให้กลมกลืน
กับรูปร่างของอาคารในส่วนนั้น ๆ แนวท่อต้องให้ขนานหรือตั้งฉากกับอาคารเสมอ อย่าให้เฉหรือเอียงจากแนว
อาคาร หากที่ใดต้องแขวนท่อจากเพดานหรือโครงสร้างเหนือศีรษะ และมิได้กำหนดตำแหน่งที่แน่นอนไว้ใน
แบบแล้วต้องแขวนท่อนั้นให้ชิดข้างบนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อมิให้ท่อนั้นเป็นที่กีดขวางแก่สิ่งติดตั้งที่
เพดาน หรือเหนือศีรษะ เช่น โคมไฟ ท่อลม ฯลฯ ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบแนวระดับท่อของระบบต่าง ๆ ให้
แน่นอนเสียก่อนติดตั้งระบบระบบใดระบบหนึ่งเพื่อมิให้ท่อเหล่านั้นกีดขวางกัน
3.4.7 ารวางตำแหน่งของส่วนประกอบการเดินท่อ บรรดาส่วนประกอบต่าง ๆ ของระบบ
ท่อ เช่น วาล์วน้ำ มาตรวัดน้ำ เกจวัดแรงดัน ฯลฯ ต้องวางให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับการใช้งานโดย ปกติ
และสามารถถอดซ่อมบำรุงหรือเปลี่ยนใหม่ได้โดยง่าย
</page>
<page title="page 54">
54
3.4.8 ข้อห้ามในการต่อท่อร่วมระหว่างระบบท่อ ระบบท่อน้ำที่ใช้ในการบริโภคนั้นห้ามต่อ
บรรจบกับ ระบบท่อโสโครกและท่อน้ำทิ้งเป็นอันขาด หากแนวของท่อน้ำที่ใช้ในการบริโภคต้องเดินขนาน
หรือตัดกับแนวท่อโสโครก หรือท่อระบายน้ำทิ้งแล้ว แนวที่ขนานหรือตัดกันนั้นท่อที่ใช้ในการ บริโภคต้องอยู่
เหนือท่อโสโครก หรือท่อระบายน้ำทิ้งเป็นระยะไม่น้อยกว่า 30 ซม.
3.4.9
ปลายของท่อน้ำและท่อระบายน้ำ หากในแผนผังปรากฏว่ามีท่อน้ำหรือท่อระบาย
น้ำแสดงไว้ สำหรับต่อเติม ขยายออกไปในอนาคตแล้วจะต้องต่อท่อเหล่านี้ออกไปให้พ้นจากตัวอาคารไม่น้อย
กว่า 1.5 ม. แล้วใช้ปลั๊กอุดหรือฝาคลอบเกลียวปิดไว้ และหากจำเป็นต้องกลบดินในระยะนี้เสียก่อน ก็อาจจะ
ทำโดยตอกหลักและติดป้ายแสดงตำแหน่งปลายท่อเหล่านี้ไว้
3.4.10 การป้องกันการชำรุดบุบสลายระหว่างติดตั้ง ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามแนวทาง
ดังต่อไปนี้
3.4.10.1
ปลายท่อทุกปลายให้ใช้ปลั๊กอุดหรือฝาคลอบเกลียวคลอบไว้ หากต้อง
ละจากงานต่อท่อในส่วนนั้นชั่วคราว
3.4.10.2
เครื่องสุขภัณฑ์ และอุปกรณ์ให้หุ้มหรือคลุมกันไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด
การแตกหัก บุบสลาย
3.4.10.3
วาล์วน้ำ ข้อต่อและส่วนประกอบอื่น ๆ สำหรับการติดตั้งท่อให้
ตรวจดูภายในและทำความสะอาดภายในให้ทั่วถึงก่อนนำมาประกอบติดตั้ง
3.4.10.4
เมื่อได้กระทำการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์แล้ว ต้องตรวจดูความเรียบร้อย
และทำความสะอาดเครื่องสุขภัณฑ์ และอุปกรณ์เหล่านี้อย่างทั่วถึง เพื่อส่งมอบงานให้แก่เจ้าของงานในสภาพที่
ปราศจากตำหนิและข้อบกพร่องและใช้การได้ตามวัตถุประสงค์เป็นอย่างดี
3.5 การติดตั้งท่อและอุปกรณ์
3.5.1 ความต้องการทั่วไป
ท่อที่เดินภายในอาคารและไม่ได้ฝัง ต้องแขวนโยง หรือยึดติดไว้กับโครงสร้างของ
อาคารอย่างมั่นคงแข็งแรง อย่าให้โยกคลอนแกว่งไกวได้ การแขวนโยงท่อที่เดินตามแนวราบ ให้ใช้เหล็กรัดท่อ
ตามขนาดของท่อรัดไว้ และที่แขวน ที่รับ หรือที่ยึดท่อซึ่งทำขึ้นนี้ต้องเป็นชนิดที่ทำขึ้นเพื่อการนี้โดยเฉพาะเพื่อ
การแขวน การรับ การยึดท่อเท่านั้น ห้ามมิให้นำวัสดุมาดัดแปลงต่อกันเข้าเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นอัน
ขาด ถ้าใช้ที่รองรับฝังไว้กับคอนกรีต ต้องผูกติดกับเหล็กเสริมคอนกรีตอย่างมั่นคง หรืออาจใช้ EXPSNSION
BOLT แทนก็ได้ หากมีท่อหลายท่อเดินตามแนวราบขนานกันเป็นแพ จะใช้สาแหรกแขวนรับไว้ทั้งชุดแทนใช้
เหล็กรัดท่อแขวนแต่ละท่อก็ได้ ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ที่ใช้ประโยชน์ได้เท่ากันมาใช้แทน ห้ามแขวนท่อด้วย
โซ่ ลวด เชือก หรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะไม่มั่นคงแข็งแรง การติดตั้งระบบท่อต่าง ๆ ให้ใช้มาตรฐานดังนี้
</page>
``````markdown
<page title="55">
55
3.5.1.1 ท่อที่ติดตั้งในแนวดิ่งหรือแนวตั้ง
(1) ท่อเหล็กหรือท่อเหล็กอาบสังกะสี ซึ่งต่อด้วยเกลียวหรือเชื่อมเข้าด้วยกันทุก ๆ
ระยะครึ่งหนึ่งของความยาวของท่อแต่ละท่อน ต้องมีที่ยึดหรือรองรับอย่างน้อยหนึ่งแห่งหรือที่ทุก ๆ ชั้น
(2) ท่อ พีวีซีทุก ๆ รอยต่อต้องมีที่ยึดและรองรับอย่างน้อยหนึ่งแห่งหรือที่ทุก ๆ ชั้น
(3) ท่อเหล็กหล่อต้องมีที่ยึดแขวนหรือรองรับท่อทุก ๆ ชั้นของอาคาร
(4) ท่อในแนวดิ่งต้องมีที่ยึดตรงฐานของท่อทุกท่อด้วย
3.5.1.2 ท่อที่แขวนในแนวราบหรือแนวระดับ
(1) ท่อเหล็ก ท่อเหล็กอาบสังกะสีที่ต่อด้วยเกลียว หรือเชื่อมเข้าด้วยกันทุก ๆ
ระยะไม่เกิน 200 ซม. ต้องมีที่ยึดหรือแขวน หรือรองรับอย่างน้อยหนึ่งแห่ง ยกเว้นกรณีได้ระบุรายละเอียดไว้
ในแบบ
(2) ท่อเหล็กหล่อที่ต่อกันด้วยปากแตร หรือปลอกเหล็กด้วยแหวนยางต้องมีที่ยึด
หรือแขวน หรือรองรับทุก ๆ ระยะข้อต่อ
3.5.1.3
ท่อทุกชนิดที่วางอยู่ในดิน ต้องวางอยู่บนที่อัดแน่นตลอดแนวความยาวของ
ท่อ และเมื่อกลบดินแล้วต้องอัดดินให้แน่นโดยการอัดดินเป็นชั้น ๆ
3.5.1.4
ท่อที่เดินในแนวระดับ ต้องรองรับด้วยที่แขวนหรือที่รองรับแบบชิงช้า
เหล็กเส้นที่แขวนให้มีขนาด ดังนี้
<table title="ตารางที่ 3.5.1" description="การติดตั้งวัสดุรองรับระบบท่อแนวระดับ">
| ขนาดท่อ | ขนาดเหล็กเส้น |
| ----------------------- | ------------------ |
| 12 มม. (1½ นิ้ว) - 40 มม. (1 1/2 นิ้ว) | 9 มม. (3/8 นิ้ว) |
| 50 มม. (2 นิ้ว) - 75 มม. (3 นิ้ว) | 12 มม. (1/2 นิ้ว) |
| 100 มม. (4 นิ้ว) - 150 มม. (6 นิ้ว) | 15 มม. (5/8 นิ้ว) |
| 200 มม. (8 นิ้ว) - 250 มม. (10 นิ้ว) | 25 มม. (1 นิ้ว) |
</table>
3.5.1.5 ระหว่าง EXPANSION JOINT หรือ EXPANSION LOOPS ต้องมี ANCHOR ติดตั้งไว้ใน
ตำแหน่งที่ถูกต้องเพื่อการขยายตัวหรือหดตัวของท่อน้ำ ตำแหน่ง EXPANSION JOINT หรือ EXPANSION
LOOPS จะกำหนดในภายหลัง
3.5.1.6 ผู้รับจ้างต้องเสนอแบบ SHOP DRAWING อธิบายถึงลักษณะ ขนาด และความหนาของ
เหล็กที่ใช้ตามขนาดต่าง ๆ กันเพื่อเสนอขออนุมัติจากผู้ควบคุมงานเสียก่อน ก่อนดำเนินการทำที่ แขวนและที่
รองรับท่อ
3.5.1.7
ที่แขวนและรองรับท่อจะต้องรับน้ำหนักได้อย่างเพียงพอ ภายใต้
ตำแหน่งที่ถูกต้อง และสามารถใช้การได้ดีในสภาพการใช้งานปกติ
</page>
<page title="56">
56
3.5.1.8
ที่แขวนและที่รองรับท่อ จะต้องสามารถปรับให้สูง-ต่ำได้ตามความ
ต้องการที่เหมาะสม
3.5.1.9
ที่แขวนท่อที่รองรับท่อ และที่ยึดท่อที่ติดตั้งภายในอาคารโดยทั่วไป
จะต้องได้รับการทาสี READ LEAD PRIMER 2 ชั้น และทาสีทับภายนอกอีกหนึ่งชั้นด้วย ALKYD GRAY
FINISHING PAINT น็อต สกรู แหวน และอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ จะต้องทำด้วย CADMIUM-PLATED
STEEL
3.5.1.10 ที่แขวนและที่รองรับท่อ ซึ่งติดตั้งอยู่ใกล้ COOLING TOWERS หรือ
บริเวณ COOLING TOWER จะต้องเป็นเหล็ก HOT-DIP GALVANIZED น็อต สกรู แหวน และเหล็กรัดท่อ
จะต้องทำด้วย STAINLESS STEEL บริเวณใดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของที่แขวนท่อหรือที่รองรับท่อ ถูกเจาะรู
ถูกตัดขาด หรือถูกกระแทกจน GALVANIZED ฉีกขาด หรือหลุดออก บริเวณนั้นหรือส่วนนั้น ๆ จะต้องทาด้วย
ZINC-RICH PAINT 2ชั้น
3.5.1.11
ที่แขวนท่อและที่รองรับท่อ ที่ติดตั้งอยู่ภายนอกอาคาร แต่อยู่เหนือ
ระดับพื้นดิน หรือติดตั้งอยู่บนสะพานเดินท่อ น็อต สกรู แหวน และเหล็กรัดท่อ จะต้องทำด้วย CADMIUM-
PLATED STEEL
3.5.1.12
ที่แขวนท่อ ที่รองรับท่อ น็อต สกรู แหวน และที่รัดท่อ ซึ่งติดตั้งฝังอยู่
ใต้ดิน ทั้งหมดนี้จะต้องทำด้วย STAINLESS STEEL
3.5.1.13
ที่รองรับท่อที่เป็นเหล็กฉาก เหล็กรางน้ำ หรืออุปกรณ์รองรับท่อต่าง ๆ
ที่ติดตั้งอยู่ในรางคอนกรีต (CONCRERE TRENCH) จะต้องเป็นเหล็ก HOT-DIP GALVANIZED น็อต สกรู
แหวน และเหล็กรัดท่อจะต้องทำด้วย STAINLESS STEE
3.5.1.14
ที่แขวนท่อและที่รองรับท่อ ซึ่งติดตั้งอยู่ภายในอาคารแต่ติดตั้งอยู่
ภายในบริเวณที่มีความชื้น และการกัดกร่อน เช่น (ห้องแบตเตอรี่ ห้องเครื่องกำเนิดไอน้ำ ห้องเครื่องทำความ
เย็น ห้องล้างจาน ห้องครัว และห้องซักรีด) เป็นต้น ที่แขวนท่อและที่รองรับท่อจะต้องทาสี EPOXY RED LEAD
PRIMER 2 ชั้น และทาสีทับภายนอกอีก 1 ชั้นด้วย EPOXY BLACK FINISHIHG PAINT
3.5.1.15
ที่แขวนท่อและที่รองรับท่อ ซึ่งติดตั้งอยู่ภายในห้องเครื่องจักรต่าง ๆ
จะต้องติดตั้ง SPRING VIBRATION ISOLATOR ประกอบเข้าอีกด้วยเพื่อป้องกันเสียงและการสั่นสะเทือนที่จะ
ไปรบกวนกับห้องเครื่องหรืออาคารข้างเคียง
3.5.1.16
ต้องติดตั้งANCHOR รองรับท่อในแนวดิ่งเพื่อป้องกัน UDER STRAIN
จะต้องเป็น HEAVY FORGED หรือ WELDED CONSTRUCTION ยึดต่างหากจาก SUPPORT และสำหรับท่อ
ในแนวนอนเพื่อป้องกัน STRAIN จาก OFFSETS จะต้องเป็นแบบ FORGED WROUGH IRON CLAMPED ยึด
อย่างแน่นหนา
ด้วย
3.5.1.17
ท่อในแนวตั้งจะต้องเพิ่มการยึดตรงฐานของท่อบริเวณหักเลี้ยวทุกท่อ
</page>
<page title="57">
57
3.5.1.18
ผู้ติดตั้งต้องรับผิดชอบในการจัดหาวาง CONCRETE INSERT และ
ANCHOR ROD และทำงานเกี่ยวกับโครงสร้างอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับการติดตั้งที่รับท่อต่าง ๆ
3.5.1.19 ที่แขวนท่อและที่รองรับท่อขนาดและรายละเอียดดังที่ระบุไว้ในแบบ
แต่ผู้ทำการติดตั้งจะต้องรับผิดชอบในการเพิ่มขนาดเหล็กแขวนท่อ และความหนาของเหล็กเพื่อให้เหมาะสมกับ
น้ำหนักของท่อในส่วนที่จำเป็น
3.5.1.20 ท่อที่ติดตั้งในแนวดิ่งหรือแนวตั้ง และท่อแนวราบหรือแนวระดับให้ยึด
แขวนตามระยะและขนาดเหล็กที่ระบุในตารางต่อไปนี้
<table title="ตารางที่ 3.5.2" description="ตารางสำหรับการยึดแขวนท่อ ระยะห่างระหว่างจุดยึดแขวน (เมตร)">
| NORMINAOL | ขนาด | ท่อเหล็กดำ หรือ | ท่อ พีอี พีบี และท่อ |
| :------------- | :--- | :----------------- | :--------------- |
| PIPE SIZE | | ท่อเหล็กอาบสังกะสี | ท่อพีวีซี | เหล็กหล่อ |
| มม. (นิ้ว) | (มม.)| | | |
| | | แนวราบ | แนวดิ่ง | แนวราบ | แนวดิ่ง | แนวราบ | แนวดิ่ง |
| 15 (1/2) | 9 | 2.0 | 2.4 | 0.9 | 1.2 | ทุกๆ ระยะ | ทุกๆ ชั้น |
| | | | | | | 1.0 เมตร | ของอาคาร |
| 20(3/4) | 9 | 2.4 | 3.0 | 1.0 | 1.2 | หรือ ทุกช่วง | หรือ ทุกช่วง |
| 25 (1) | 9 | 2.4 | 3.0 | 1.0 | 1.2 | ข้อต่อ | ข้อต่อ |
| 32 (114) | 9 | 2.4 | 3.0 | 1.2 | 1.8 | | |
| 40 (11/2) | 9 | 3.0 | 3.6 | 1.3 | 1.8 | | |
| 50(2) | 9 | 3.0 | 3.6 | 1.5 | 1.8 | | |
| 65 (21/2) | 12 | 3.0 | 4.5 | 1.8 | 2.4 | | |
| 80 (3) | 12 | 3.6 | 4.5 | 2.0 | 2.4 | | |
| 100(4) | 15 | 4.0 | 4.5 | 2.4 | 2.4 | | |
| 125 (5) | 15 | 4.8 | 4.5 | 2.4 | 3.0 | | |
| 150(6) | 15 | 4.8 | 4.5 | 2.4 | 3.0 | | |
| 200 (8) | 25 | 6.0 | 4.8 | 3.0 | 3.6 | | |
| 250 (10) | 25 | 6.0 | 4.8 | | | | |
| 300 (12) | 25 | 6.0 | 4.8 | | | | |
</table>
3.5.2.1 การตัดเจาะและซ่อมสิ่งกีดขวาง (CUTTING AND REPAIRING)หากมี
สิ่งก่อสร้างใต้ ๆ กีดขวางแนวของท่อแล้วผู้รับจ้างต้องแจ้งรายละเอียดให้เจ้าของโครงการทราบ พร้อมกับเสนอ
วิธีการตัดเจาะสิ่งกีดขวางนั้นกับวิธีการซ่อมกลับคืนด้วย และต้องได้รับอนุญาตจากผู้ควบคุมงานก่อน ผู้รับจ้าง
ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญในการนั้น ๆ โดยเฉพาะ และต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง
</page>
<page title="58">
58
3.5.2.2 SLEEVES, CUTTING AND PATCHING ท่อที่เดินผ่านฐานราก หรือผนัง
ฝากั้น และเพดานด้านนอกต้องติดตั้งโดยอาศัยหลักเกณฑ์ดังนี้
3.5.2.3 ตรงตำแหน่งที่ท่อ ปล่อง ฯลฯ จะต้องเดินผ่านเพดาน พื้น หรือกำแพง หรือ
คอนกรีต ให้เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างที่จะต้องจัดหาและติดตั้ง SLEEVES หรือ BLOCKINGS ต่าง ๆ ที่จำเป็น
3.5.2.4 ทุกครั้งที่ผู้รับจ้างทำการเจาะ ตัด ปะ หรือติดตั้งใด ๆ เกี่ยวกับงานของตน
ต้องขอความเห็นชอบต่อผู้ควบคุมงานก่อนเสมอ
3.5.2.5 SLEEVES ที่ผ่านกำแพงภายนอก ต้องป้องกันมิให้น้ำซึมผ่านได้และทำด้วย
ท่อเหล็กดำ SCH40
3.5.2.6 SLEEVES ที่ผ่านกำแพงอิฐ หรือคอนกรีตที่ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบกันซึม ให้
ใช้ท่อเหล็กอาบสังกะสี
3.5.2.7 SLEEVES ที่ผ่านกำแพงภายในที่ทำด้วยวัสดุอื่น ๆ นอกเหนือไปจากกำแพง
อิฐ ทำด้วยท่อเหล็กอาบสังกะสี
3.5.2.8 SLEEVES ต้องมีเส้นผ่าศูนย์กลางภายใน ขนาดใหญ่กว่าเส้นผ่าศูนย์กลาง
ภายนอกของท่อ (รวมฉนวนหุ้ม ถ้ามี) ที่ลอดผ่านภายในไม่ต่ำกว่า 25 มม. ( 1 นิ้ว) และผู้รับจ้างต้องใช้ใยแอส
เบสตอสอัดช่องว่างระหว่างท่อกับ SLEEVES ให้แน่นทุกแห่ง
3.5.2.9 ปลอกรองท่อที่พื้นอาคาร ต้องฝังให้ปลอกสูงกว่าระดับพื้นที่ตกแต่งแล้ว
25 มม. และเมื่อเดินท่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้อุดช่องว่างระหว่างท่อด้วยวัสดุ PASTIC ให้แน่นและเรียบร้อย
จนแน่ใจว่าน้ำรั่วซึมผ่านไม่ได้ ปิดพื้น ผนัง และเพดาน
3.5.2.10 ระดับท่อน้ำ (INRERT ELEVATION)ผู้รับจ้างต้องเสนอแบบขยาย
การจัดระดับท่อต่าง ๆ ให้ผู้ควบคุมงานอนุมัติก่อนจึงทำการติดตั้งได้
3.5.2.11
แผ่นปิดกันรั่ว (FLASHING)แผ่นปิดกันฝนรั่วรอบ ๆ ท่อระบาย
อากาศที่ติดตั้งผ่านทะลุหลังคาให้ใช้แผ่นตะกั่วขนาด 1.8 กก. (4 ปอนด์) ปิดโดยรอบท่อระบายอากาศ ให้มี
ความกว้างโดยรอบท่อระบายอากาศไม่น้อยกว่า 200 มม. และยกขอบตามท่อขึ้นไปอีกสูงไม่น้อยกว่า 150
มม. ส่วนท่ออากาศให้ต่อขึ้นไปและทำหมวกกันฝนอีกชั้นหนึ่ง
3.5.2.12
แผ่นปิดพื้น ผนัง และเพดาน (FLOOR, WALL AND CEILING
PLATE)ทุกทุกจุดที่ท่อเดินทะลุผ่านผนัง ฝากั้น เพดาน และพื้นอาคารซึ่งตกแต่งผิวหน้าแล้ว ผู้รับจ้างต้อง
จัดการปิดช่องโหว่ทั้งทางเข้า-ออกของท่อด้วยแผ่นอลูมิเนีมหนา 1.2 มม. ซึ่งมีขนาดโตพอที่จะปิดช่องรอบ ๆ
ท่อได้อย่างมิดชิด แผ่นอลูมิเนียมที่ใช้ที่เพดานและผนังต้องยึดด้วยสลักแบบเซ็ทสกูรห้ามใช้คลิบสปริง
3.5.3 การต่อท่อน้ำ
3.5.3.1 การต่อท่อแบบเกลียว (THREADE JOINT)
(1) เกลียวท่อโดยทั่วไปทำเกลียว TAPER THREAD ตามมาตรฐาน BS 21 หรือ ISO R7
ซึ่งได้ระบุไว้เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ มอก. 281-2521
</page>
<page title="59">
59
(2) การเลือกอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มี THREADED ENDS เช่น วาล์วและข้อต่อต่าง ๆ ถ้า
ระบุการสั่งทำประเภทเกลียวได้ให้เลือกเกลียวตามมาตรฐาน BS 21 TR (ISO R7) หรือ BS 21 (ISOR228)
ในการต่อท่อกับอุปกรณ์ที่มีเกลียวมาตรฐานแบบ NPT (ตามมาตรฐาน ANSI B2.1) อาจใช้THREAD
CONVERSION FITTING ร่วมในการประกอบท่อได้
ให้หมด
(3) ปลายท่อที่ตัดทำเกลียวแล้ว ต้องคว้านปาก ปาดเอาเศษที่ติดอยู่โดยรอบทิ้งออก
(4) ใช้ PIPE JOINT COMPOUND หรือ TEFLON TAPE หุ้มเฉพาะเกลียวตัวผู้เมื่อขัน
เกลียวแน่นแล้ว เกลียวต้องเหลือให้เห็นได้ไม่เกิน 2 เกลียวเต็ม
3.5.3.2 การต่อท่อแบบเชื่อม (WELDED JOINT)
(1) ก่อนการเชื่อมต้องทำความสะอาดส่วนปลายที่จะนำมาเชื่อม ตั้งปลายท่อที่จะนำมา
เชื่อมให้ได้แนวที่นำมาเชื่อม ให้ลบปลายมุม (BEVEL) ประมาณ 20 – 40 องศาโดยการกลึงหรือใช้หัวเชื่อมตัด
แต่ต้องใช้ค้อนเคาะออกไซด์ และสะเก็ดโลหะออก พร้อมทั้งตะไบให้เรียบร้อยก่อนการเชื่อม
(2) การเชื่อมท่อโดยทั่วไปให้เป็นแบบ BUTT – WELDING ใช้วิธีการเชื่อมด้วยไฟฟ้า
(ARC – WELDING) แผลเชื่อมต้องเป็นไปอย่างสม่ำเสมอตลอดแนวเชื่อมโลหะที่นำมาเชื่อมละลายเข้ากันได้
อย่างทั่วถึง
3.5.3.3 การต่อแบบหน้าแปลน (FLANGED JOINT)
(1) เลือกมาตรฐานขนาดหน้าแปลน และการเจาะรูให้เหมาะสมกับมาตรฐานท่อ
(OUTSIDE DIAMER) ที่เลือกใช้งานและหน้าแปลนที่ติดประกอบมากับอุปกรณ์ต่าง ๆ หน้าแปลนที่ใช้ประกอบ
กับท่อโดยทั่วไปต้องเป็นแบบเชื่อม
(2) การยึดจับหน้าแปลน ต้องจัดให้หน้าแปลนสัมผัส (FACING FLANGE) ได้แนวขนาน
กับการเชื่อมหน้าแปลนกับตัวท่อ ให้เชื่อมที่ขอบทั้งด้านนอกกับด้านใน ยกเว้นหน้าแปลนชนิด NECK FLANGE
ที่เชื่อมเฉพาะแนวด้านนอกท่อ
(3) สลักเกลียว (BOLT) และ น็อต (NUT) ที่ใช้กับหน้าแปลนโดยทั่วไปเป็น CARBON
STEEL ยกเว้นกับที่ใช้กับระบบท่อชุบสังกะสี จะต้องใช้ GALVANIZED OR CADMIUM PLATED BOULT
AND NUT และที่ใช้กับระบบท่อฝังดินทำด้วย STAINLESS STEEL สลักเกลียวต้องมีความยาวพอเหมาะกับ
การยึดหน้าแปลน เมื่อขันเกลียวต่อแล้วโผล่จากน็อต ไม่น้อยกว่า 4 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของสลักเกลียว
3.5.3.4 การต่อแบบบัดกรี (SOLDED JOINT)
(1) ปลายท่อทองแดงที่จะนำมาต่อเชื่อม ต้องตัดให้ได้ฉาก ลบเศษคมออกให้หมด ทำ
ความสะอาดท่อภายนอก และภายใน FITTING
(2) ใช้แปลงทา SOLDER FLUX ที่ปลายท่อและ FITTING สรวมต่อท่อแล้วทำการเชื่อม
ประสาน อุณหภูมิการเผา และปริมาณ FLUX ที่ใช้ต้องเป็นไปตามคำแนะนำของผู้ผลิตโดยเคร่งครัด โดยเฉพาะ
การใช้ SOLDER แบบ SILVER BRAZING น้ำบรัดกรีส่วนเกินต้องเช็ดออกให้หมดก่อนจะปล่อยให้เย็นตัวลง
เปอร์เซ็นต์งานเชื่อมต้องไม่น้อยกว่า 5%
</page>
```<page title="60">
60
3.5.3.5 การต่อแบบใช้น้ำยาเชื่อมประสาน (CEMENTED JOINT)
(1) เตรียมผิวท่อที่จะต่อโดยการลบมุมปลายท่อโดยรอบ และทำความสะอาดท่อและ
เตรียมผิวท่อ รวมถึงข้อต่อที่จะนำมาต่อให้สะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดท่อ ตามกรรมวิธีที่ผู้ผลิตท่อระบุไว้
(2) ทาน้ำยาเชื่อมประสานภายในข้อต่อ และภายนอกท่อที่จะต่อตามคำแนะนำของ
ผู้ผลิต เมื่อสรวมต่อท่อเข้ากับข้อต่อแล้ว ให้เช็ดน้ำยาที่ล้นออกมาให้หมดก่อนที่จะทิ้งไว้เพื่อให้น้ำยาแข็งตัว
ประมาณ 5 นาทีแล้วจึงนำไปติดตั้งต่อไป
3.5.3.6 การต่อท่อเหล็กหล่อ
การอุดรอยต่อสำหรับท่อเหล็กหล่อเคลือบชนิดปากระฆัง (HUB AND SPIGOT) ให้ใช้เชือก
มะนิลา หรือเชือกปอ หรือเชือกแอสเบสตอสพันโดยรอบท่อ และตอกย้ำให้แน่นอยู่ในร่องบ่าปากระฆัง ให้มีเนื้อ
ที่เหลือประมาณ 1 นิ้ว ถึง 1 ½ นิ้ว วัดจากปากระฆังถึงเชือกประเก็น แล้วเทปิดช่องว่างนี้ด้วยน้ำตะกั่วที่
หลอมละลายโดยเทครั้งเดียวให้เต็ม เมื่อตะกั่วเย็นแล้วให้ตอกย้ำตะกั่วให้เรียบเสมอปากระฆัง กรณีการใช้ท่อ
เหล็กหล่อต่อเข้ากับทางด้านดูดกลับ และด้านส่งออกของเครื่องสูบน้ำ ให้ใช้ท่อเหล็กหล่อแบบหน้าแปลน
3.5.3.7 การต่อท่อพีวีซี ถ้ามิได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น ข้อต่อท่อพีวีซีขนาด
เส้นผ่าศูนย์กลางต่ำกว่า 100 มม. จะต้องเป็นแบบใช้น้ำยาซีเมนต์ ในการเชื่อมเข้ากับท่อรับความดันโดยข้อต่อ
ต้องมีคุณสมบัติและความแข็งแรงเท่ากับตัวท่อ ส่วนข้อต่อพีวีซีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 100 มม.ขึ้นไป
จะต้องเป็นแบบ SOCKET TYPE มีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก 1131 “ข้อต่อ
ท่อ พีวีซี แข็ง สำหรับใช้กับท่อรับความดัน” พร้อมทั้งมีแหวนยางกันซึมแบบวงแหวน ที่มีคุณสมบัติตาม
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่ มอก. 237 “แหวนยาง สำหรับท่อน้ำชนิดทนความดัน”
3.5.3.8 การต่อท่อ พีบี ถ้ามิได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่นข้อต่อท่อ พีบี ขนาด
เส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 50 มม. ลงมาจะต้องเป็นแบบสวมล็อค (GRAB LOCK) ส่วนข้อต่อทีอ พีบี ขนาด 65-
150 มม. จะต้องเป็นแบบเชื่อมสอด(SOCKET FUSION) หรือดำเนินตามมาตรฐานผู้ผลิต และตามที่ระบุใน
แบบ
3.5.3.9 การต่อท่อ พีอี ถ้ามิได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น การต่อท่อ พีอี ขนาด
เส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 100 มม. ขึ้นไปต้องเป็นต่อแบบเชื่อมชน (BUTT FUSION) หรือให้ดำเนินการตาม
มาตรฐานผู้ผลิต หรือตามที่ระบุในแบบ
3.5.4 วาล์วน้ำ ให้ติดตั้งวาล์วน้ำไว้ที่ท่อน้ำก่อนเข้าเครื่องสุขภัณฑ์ และอุปกรณ์ทุกแห่ง
และตามตำแหน่งที่ได้แสดงไว้ในแบบโดยกำหนดชนิดของวาล์วดังนี้
3.5.4.1 GATE VALVE วาล์วตัดตอนน้ำให้ใช้ GATE VALVE ทุกแห่ง
3.5.4.2 GLOBE VALVE ในระบบท่อที่ต้องการปรับอัตราการไหลของน้ำ ให้ติดตั้ง
GLOBE VALVE ไว้ทุกแห่ง
3.5.4.3 CHECK VALVE ในระบบท่อที่จำเป็นและไม่ต้องการให้น้ำไหลกลับต้อง
ติดตั้งวาล์วกันน้ำไหลกลับไว้ทุกแห่ง
</page>
<page title="61">
61
3.5.4.4 วาล์วน้ำจะต้องติดตั้งตามตำแหน่งที่แสดงไว้ในแบบ
3.5.4.5 ท่อน้ำที่แยกและตรงเข้าอาคารทุก ๆ ท่อผู้รับจ้างต้องจัดหา และติดตั้ง
GATE VALVE ให้ ณ บริเวณจุดที่ท่อเข้าอาคารแห่งละตัว ทั้งนี้ไม่ว่าจะแสดงไว้ในแบบหรือไม่ก็ตาม
3.5.4.6 วาล์วทุกตัวต้องติดตั้งในตำแหน่งที่สะดวกแก่การตรวจหรือถอดเพื่อซ่อมหรือ
เปลี่ยน หรือมิฉะนั้นก็ต้องจัดให้มีช่องทางที่จะจัดการถอดเพื่อซ่อมหรือเปลี่ยนได้
3.5.4.7 การติดตั้งวาล์วทุกตัว ต้องเป็นชนิดที่ทำขึ้นเพื่อใช้กับแรงดันที่กำหนดใน
หัวข้อวาล์ว และอุปกรณ์ประกอบท่อน้ำ เว้นแต่ระบุไว้เป็นอย่างอื่น
3.5.5 ยูเนียน ให้ติดตั้งยูเนียนไว้ทางด้านใต้น้ำของวาล์วทุกตัว และก่อนท่อเข้าเครื่องสุขภัณฑ์นั้น ๆ
ยกเว้นเครื่องสุขภัณฑ์นั้นมีข้อต่อชนิดที่สามารถถอดท่อออกได้ง่าย ติดมาด้วยแล้ว การติดตั้งยูเนียนนั้นห้าม
ติดตั้งไว้ในกำแพง เพดาน หรือฝากั้น
3.5.6 VACUMM BREAKERS ในจุดที่มีน้ำไหลได้ และถ้าการไหลกลับของน้ำจะนำสิ่งสกปรกเข้าสู่ระบบ
ของท่อน้ำหรือไม่ก็ตามจะต้องติดตั้ง VACUMM BREAKERS ไว้ด้วย สำหรับ FLUSH VALVE จะต้องมี
VACUMM BREAKERS เป็นส่วนประกอบส่วนหนึ่ง
3.5.7 ท่อน้ำทิ้ง ต้องเดินให้มีความลาดเอียงลงสู่ทางระบายน้ำทิ้ง ถ้ามีท่อแยกออกจากท่อเมนซึ่งติดตั้ง
ไว้ในแนวดิ่ง ก็ให้ต่อท่อแยกนี้เอียงลงสู่ท่อเมน ณ จุดที่ระดับต่ำที่สุดในระบบท่อน้ำนี้ให้ติดตั้งวาล์วสำหรับเปิด
น้ำระบายตะกอนทิ้ง หรือเพื่อจะได้ระบายน้ำออกจากระบบได้หมดสิ้น
3.5.8 WATER HAMMER ARRESTOR ให้ติดตั้ง WATER HAMMER ARRESTOR (SHOCK
ABSORBER) ไว้ตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ หรือในบริเวณท่อน้ำที่อาจเกิด WATER HAMMER
เนื่องจากวาล์วชนิดปิด- เปิดเร็วทุกแห่ง เพื่อลดความดันเนื่องจากการกระแทกของน้ำในท่อน้ำ
3.5.9 การติดตั้งท่อน้ำประปา
3.5.9.1 ความลาดเอียง (SLOPE)
(1) การติดตั้งท่อทุกชนิด จะต้องติดตั้งให้มีความลาดเอียงไปในทิศทางที่สามารถระบาย
น้ำออกจากระบบได้จนหมด
(2) ท่อแยกที่ต่อออกจากท่อแนวตั้ง (VERTICAL RISER) จะต้องสามารถปล่อยน้ำระบาย
ย้อนกลับลงสู่ท่อแนวตั้งได้ และที่จุดต่ำสุดของระบบท่อจะต้องติดตั้งวาล์วระบายน้ำทิ้ง (DRAIN VALVE) ไว้
สำหรับระบายน้ำออกจากระบบได้จนหมดสิ้น
3.5.9.2 ท่อแยก (TAKE OFF)
การต่อท่อแยกออกจากท่อเมนที่มีความดันสามารถต่อท่อแยกออกจากด้านบน ด้านล่าง
หรือด้านข้างได้โดยใช้ข้อต่อที่เหมาะสม เช่น สามทาง สี่ทาง แล้วแต่กรณีให้เป็นไปตามแบบ
3.5.10 การติดตั้งท่อโสโครกและท่อระบาย
3.5.10.1 ท่อใต้ดิน ท่อโสโครก ท่อระบายและข้อต่อต่าง ๆ ที่ฝังใต้ดินให้ใช้
วิธีการและวัสดุ ตามที่กำหนดไว้ในหมวดวัสดุท่อ และข้อต่อ การติดตั้งให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
</page>
<page title="62">
62
(1) การอุดรอยต่อสำหรับท่อเหล็กหล่อ ชนิดปากระฆัง (HUB AND SPIGOT) ให้ใช้เชือก
มะนิลา หรือเชือกปอ หรือเชือกแอสเบสตอสพันโดยรอบ แล้วใช้ตะกั่วเทอุดให้เรียบร้อยไม่มีรอยรั่ว กรณีเป็น
ท่อ PVC ให้ใช้น้ำยาต่อท่อตามคำแนะนำผู้ผลิต
(2) ก้นร่อง ต้องกระทุ้งดินให้แน่นโดยตลอด ถ้าดินเดิมไม่ดีต้องขุดออกให้หมด แล้วนำวัสดุ
อื่นซึ่งได้รับความเห็นชอบจากเจ้าของโครงการมาใส่แทนแล้วกระทุ้งให้แน่น
(3) แนวท่อต้องตรงไม่คดไปมา ความลาดต้องถูกต้องตามแบบ
(4) รอยต่อทุกรอยต่อต้องแน่นสนิท น้ำซึมไม่ได้ เมื่อหยุดพักงานต้องอุดปากท่อเพื่อป้องกันมิ
ให้น้ำ ทราย ดิน เข้าไปในท่อ
(5) ท่อลอดถนน ท่อลอดถนนต้องเดินภายใน SLEEVE ซึ่งทำด้วย คสล. หรือท่อเหล็ก และ
ดินที่อยู่ใต้และเหนือท่อส่วนนี้ต้องกระทุ้งให้แน่นเป็นชั้น ๆ ไป
3.5.10.2 ท่อเหนือพื้นดินสำหรับท่อระบาย ท่อโสโครกให้ใช้ท่อ และอุปกรณ์
ตามข้อกำหนดการใช้ข้อต่อและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เป็นไปตามที่ผู้ผลิตท่อแนะนำ การหักมุมให้ใช้ข้อโค้งเสมอ
เว้นไว้แต่กรณีพิเศษซึ่งระบุให้ใช้ข้องอ การต่อในระยะสั้น ๆ อาจใช้ต่อด้วยข้อต่อเหล็กเหนียว หรือด้วยข้อต่อ
เหล็กหล่อประเภทที่ใช้กับท่อระบายน้ำก็ได้
3.5.10.3 ท่อโสโครกและท่อระบายที่ขนาดเล็กกว่า 75 มม. (3 นิ้ว) ลงมา
ต้องติดตั้งให้มีความ ลาดเอียงลงไปสู่ปลายท่อ ไม่น้อยกว่า 1:50 เว้นไว้แต่จะแสดงในแบบไว้เป็นอย่างอื่น
สำหรับขนาด 100 มม. (4 นิ้ว) หรือใหญ่กว่าจะต้องมีความลาดเอียงไม่น้อยกว่า 1 : 100
3.5.10.4 การประกอบท่อให้ทำตามข้อกำหนดดังนี้
(1) การลดขนาดของท่อให้ใช้ข้อลดด้วยขนาดและแบบที่เหมาะสม
(2) การหักเลี้ยวให้ใช้ข้อต่อรูปตัว Y ประกอบกับข้อโค้งเพื่อให้ได้แนวตามความต้องการ
เว้นไว้แต่
ก. การหักเลี้ยวอาจใช้สามตาก็ได้ (T-Y FITTING)
ข. ในกรณีที่น้ำโสโครกไหลจากแนวราบลงสู่แนวดิ่ง จะใช้ข้อโค้งสั้น 90 องศาก็ได้
ค. การหักเลี้ยวของท่อส่งน้ำโสโครกจากหม้อส้วม จะใช้ข้อโค้ง 90 องศาก็ได้
(3) การติดตั้งที่ดักผงซึ่งหมายรวมถึงคอห่านและถ้วยสำหรับระบายน้ำ มีข้อกำหนดดังนี้
ก. ที่ดักผง ต้องติดตั้งใกล้กับเครื่องสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ข. เครื่องสุขภัณฑ์และอุปกรณ์แต่ละชุด ห้ามมิให้ติดเครื่องดักผงมากกว่า 1 แห่ง
ค. ที่ดักผงซึ่งติดตั้งต้องอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงได้ง่ายนั้น และติดปลั๊กหรืออุปกรณ์อื่นใน
ที่ผู้ควบคุม งานเห็นเหมาะสมในการถอดออก เพื่อถ่ายผงทิ้งและทำความสะอาดภายในได้สะดวก
เท่านั้น
ง. ข้อต่อแบบสรวม จะนำมาใช้ต่อเข้ากับที่ดักผงได้ก็แต่เฉพาะเมื่อต่อที่ดักผงขึ้นมา
(4) TRAP SEAL ของเครื่องสุขภัณฑ์แต่ละชนิดต้องมี LIQUID SEAL ไม่น้อยกว่า 50 มม.
และไม่มากกว่า 100 มม. นอกจากจุดที่ต้องการ SEAL มากกว่านั้น
</page>
<page title="63">
63
(5) PIPE CLEANOUT ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งช่องทำความสะอาดท่อสำหรับท่อส้วมหรือท่อ
ระบายน้ำ ตามจุดต่าง ๆ และให้มีขนาดดังนี้
ก. มีช่องทำความสะอาดที่พื้น (FLOOR CLEANOUT) ทุก ๆ ระยะ 15 ม. สำหรับ
ท่อส้วมหรือท่อน้ำทิ้งในแนวนอนที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว หรือเล็กกว่า และติดตั้งทุก ๆ ระยะ 30 ม.
สำหรับท่อส้วมหรือท่อน้ำทิ้งในแนวนอนที่มีขนาดใหญ่กว่า 100 มม. ขึ้นไป
ข. ในกรณีที่ท่อ หรือท่อน้ำทิ้งเปลี่ยนทิศทางเกินกว่า 45 องศา
ค. ที่ฐานของท่อส้วม หรือท่อน้ำทิ้งในแนวดิ่ง (BASE OF STACKS)
ง. ในส่วนที่ใกล้ส่วนต่อระหว่างท่อส้วม ท่อน้ำภายในอาคาร DRAIN และส่วนที่อยู่นอก
อาคาร BUILDING SEWER
จ. ท่อส้วมหรือท่อน้ำที่ฝังดิน ต้องมีช่องทำความสะอาด (SERVICE CLEANOUTS OR
YARD CLEANOUT) ต่อขึ้นมาจนถึงระดับดิน
ฉ. ช่องทำความสะอาดต้องมีขนาดเท่ากับท่อส้วมหรือท่อน้ำทิ้ง สำหรับท่อขนาด
เส้นผ่าศูนย์กลาง 100 มม. และต่ำกว่า สำหรับท่อขนาดใหญ่กว่า 100 มม. ขึ้นไป ช่องทำความสะอาด
จะต้องมีขนาดไม่เล็กกว่า 100 มม.
3.5.6 การติดตั้งท่อระบายอากาศ
การจัดระบบท่อระบายอากาศให้อาศัยหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
3.5.6.1 ท่อระบายอากาศจากท่อโสโครกนั้น ต้องต่อท่อให้สูงพ้นระดับหลังคาเสมอ เว้นไว้
แต่จะปรากฏในแบบเป็นอย่างอื่น
3.5.6.2 หากกระทำได้ ถ้ามีท่อระบายอากาศจากท่อโสโครกมากกว่าท่อเดียว ให้ต่อท่อ
เหล่านี้รวมกันเป็นท่อเดียวกันเสีย แล้วต่อท่อให้สูงพ้นระดับหลังคาอาคาร
ท่อเดียวกันได้
3.5.6.3 ท่อระบายอากาศที่ติดตั้งแนวดิ่งเหนือเครื่องสุขภัณฑ์ทั้งหลาย อาจต่อรวมเข้าเป็น
3.5.6.4 ท่อรับน้ำโสโครกซึ่งรับจากเครื่องสุขภัณฑ์ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไป จะต้องต่อท่อ
ระบายอากาศออกทางปลายข้างหนึ่งของท่อ เว้นไว้แต่จะปรากฏว่าเครื่องสุขภัณฑ์แต่ละเครื่องมีท่อระบาย
อากาศของตนเองอยู่แล้ว
3.5.6.5 การต่อท่ออากาศเข้ากับท่อระบายน้ำที่วางตามแนวนอนนั้น ให้ต่อที่ด้านบนของ
ท่อระบายน้ำ
3.5.6.6 ท่อระบายอากาศนั้น จะต้องติดตั้งให้ปลายท่อบนสุดอยู่สูงจากหลังคาขึ้นไปเป็น
ระยะไม่น้อยกว่า 15 ซม. และต้องมีแผ่นกันหลังคาตามแบบ
</page>
<page title="64">
64
3.6 วัสดุท่อ และข้อต่อ
3.6.1 ท่อน้ำประปา (CW) ชนิดของท่อให้ยึดถือถามที่ระบุในแบบ โดยแต่ละชนิดมีรายละเอียดดังนี้
3.6.1.1 ท่อที่อยู่ภายในอาคารทั้งหมด
(1) ท่อเหล็กอาบสังกะสี ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ มอก. 277-2521 และ มอก.
281- 2521, CLASS Bหรือมาตรฐาน BS – 1387 ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว และเล็กกว่า ให้ต่อแบบเกลียว
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้วและใหญ่กว่า ให้ต่อแบบหน้าแปลน ข้อต่อเหล็กอาบสังกะสี ที่เป็นข้อต่อตรง
(SOCKET) ข้องอ (ELBOW) ข้อโค้ง (BEND) สามทาง (TEE) ข้อลด (REDUCER) นิปเปิล (NIPPLE) ยูเนียน
(UNION) ฯลฯ สำหรับท่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว และเล็กกว่าให้ใช้เป็นข้อต่อเหล็กหล่อเหนียวอาบ
สังกะสี (GALVANIZED MALLEABLE CAST-IRON) ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 249-2520
ข้อต่อสำหรับท่อขนาดที่โตกว่า 4 นิ้ว ทำด้วย WROUGHT CARBON AND ALLOY STEEL WITH HOT-DIP
GALVANIZED ตามมาตรฐาน ASTM A 234 และต่อท่อแบบหน้าแปลน หรือการต่อแบบเชื่อมไฟฟ้า
(2) ท่อ พีวีซี ตามมาตรฐาน อุตสาหกรรมที่ มอก. 17-2523 CLASS 13.5
(3) ท่อ พีบี ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ มอก. 910-2532 ชั้นคุณภาพ SDR 11
3.6.1.2 ท่อภายนอกอาคารที่ฝังอยู่ใต้ดิน หรืออยู่ใน TRANCH
(1) ท่อ HDPE, PN 10 หรือ PN 16 (ตามที่ระบุในแบบ) ตามมาตรฐาน มอก. 982-2533,
DIN 8074, 8075 หรือ SFS 2336, 4231ท่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง มากกว่า 90 มม. ต่อด้วยการเชื่อมความ
ร้อน ส่วนท่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 90 มม. และเล็กกว่าใช้ข้อต่อแบบสวมอัด ในกรณีที่มีการต่อกับท่อชนิด
อื่น หรืออุปกรณ์ที่มีหน้าจาน ให้ทำการต่อโดยใช้ข้อต่อแบบหน้าจาน (FLANGE ADAPTER OR STUB END)
แล้วใช้สกรูยึดระหว่างแหวนหน้าจาน (BACKING RING) โดยน็อตยึดให้ใช้น็อตสแตนเลสทั้งหมด
(2) ท่อ พีบี ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ มอก. 910-2532 ชั้นคุณภาพ SDR 11
3.6.1.3 ท่อน้ำโสโครก ท่อน้ำเสีย และท่อน้ำทิ้งจากครัว (S, W, KW) ชนิดของท่อให้ยึดถือตามที่ระบุใน
แบบ โดยแต่ละชนิดมีรายละเอียดดังนี้
3.6.1.3.1 ท่อเหล็กหล่อ ให้ใช้ชนิดปากระฆัง (HUB AND SPIGOT) ชนิดหนาพิเศษ (EXTRA
HEAVY GRADE) เคลือบด้วยวัสดุป้องกันสนิมตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 533-2527 หรือท่อ
เหล็กหล่อชนิด HUBLESS ต่อด้วยแหวนยางพร้อม STAINLESS STEEL CLAMP
3.6.1.3.2 ท่อ พีวีซี (POLYVINYL CHLORIDE PIPE: PVC) ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์
อุตสาหกรรมที่ มอก. 17-2532 CLASS 8.5 ข้อต่อสำหรับใช้กับท่อ พีวีซี เป็นแบบ INJECTION MOLDED
ชนิดหนา การต่อท่อเข้ากับข้อต่อที่เป็นชนิดเกลียวต้องพันเกลียวด้วย PTFE (TEFLON) TAPE เท่านั้น ข้อต่อ
ชนิดไม่มีเกลียว แต่เป็นการต่อแบบสวมเข้ากับท่อ ปลายท่อที่จะสวมใส่จะต้องทำความสะอาด และขัดผิวหน้า
หยาบเสียก่อน แล้วทาด้วยน้ำยาทาท่อพีวีซี ตามคำแนะนำของผู้ผลิตแล้วจึงต่อท่อเข้าและกดให้แน่นรอจน
น้ำยาแข็งตัวจึงปล่อยมือ ท่อที่ติดตั้งภายนอกอาคาร และต่ออยู่ระหว่างบ่อพักน้ำเสีย สำหรับท่อขนาด
เส้นผ่าศูนย์กลาง 150 มม. 250 มม. ให้ใช้ท่อพีวีซี ชนิดต่อด้วยแหวนยาง โดยแหวนยางจะต้องมีคุณสมบัติ
ตามมาตรฐาน ASTM F 477 ส่วนท่อขนาด 300 มม. และใหญ่กว่าให้ใช้เป็นท่อเสริมใยแก้ว (GLASS
</page><page title="65">
65
REINFORCEC PIPE – GRP) ตามมาตรฐาน ASTM-D 3262-88 ชั้นความคงรูป 2500 นิวตันต่อตารางเมตร
ทนแรงดันใช้งานภายในท่อไม่น้อยกว่า 245 กิโลปาสคาล (35 PSI) ข้อต่อเป็นชนิด SLEEVE COUPLING แบบ
มีแหวนยางภายในข้อต่อ
3.6.1.3.3 ท่อพีพี (POLY PROPYLENE PIPE) ตามมาตรฐาน BS 4991 CLASS B
การต่อแบบ MACHANICAL JOINT
3.6.2
ท่อระบายอากาศ และท่อน้ำฝน (V, RL) ชนิดของท่อให้เลือกใช้ตามที่ระบุในแบบ
3.6.2.1 ท่อเหล็กอาบสังกะสี ท่อที่ติดตั้งภายในอาคารที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว และ
เล็กกว่า ให้ใชท่อเหล็กอาบสังกะสีตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ มอก. 277-2521 CLASS B หรือตาม
มาตรฐาน BS – 1387 ต่อแบบเกลียว ข้อต่อทำด้วยเหล็กหล่อเหนียวอาบสังกะสี (GALVANIZED
MALLEABLE CAST-IRON) ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ มอก. 249-2520 หรือตามมาตรฐาน
ASTM A 120-73 ส่วนท่อที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่กว่า 4 นิ้วให้ใช้ท่อเหล็กอาบสังกะสี (ERW
GALVANIZED STEEL PIPE) ตามมาตรฐาน ASTM A-53 GRADE A SCHDULE 40 ต่อแบบหน้าแปลน
(GALVANIZED STEEL FLANGE JOINT) หรือการต่อท่อแบบเชื่อมไฟฟ้า (WELDED JOINTS) ข้อต่อทำด้วย
WROUGH CARBON AND ALLOY STEEL WITH HOT-DIP GALVANIZED ตามมาตรฐาน ASTM A234
การป้องกันการกัดกร่อนทั้งภายในและภายนอก สำหรับการต่อท่อแบบเชื่อมด้วยไฟฟ้า หรือเชื่อมแบบหน้า
แปลน จะต้องเคาะตะกรันเชื่อมออก ทำความสะอาด และทาด้วยสี ZINC-RICH 2 ชั้น น็อต สกรู แหวน
จะต้องทำด้วย CADMIUM-PLATED STEEL
3.6.3
3.6.2.3 ท่อ พีวีซี ตามมาตรฐาน มอก. 17-2523 CLASS 8.5
ท่อน้ำโสโครก และท่อน้ำเสียที่ออกจากเครื่องสูบน้ำ สำหรับท่อภายในอาคารให้ใช้ท่อเ
หล็กหล่อหน้าจาน (CAST IRON WITH FLANGE) ตามมาตรฐาน ISO R 13 CLASS B หรือ ท่อ พีพี (POLY
PROPYLENE PIPE) ตามมาตรฐาน BS 4991 CLASS B ต่อแบบ MACHANICAL JOINT และให้ใช้ท่อ HDPE,
PN 10 สำหรับท่อที่อยู่ภายนอกอาคาร ทั้งที่อยู่ใต้ดิน และอยู่ใน TRANCH
3.6.4
ท่อระบายน้ำรอบอาคาร และรอบบริเวณ ให้ใช้เป็นท่อคอนกรีตเสริมเหล็กชนิดปากลิ้นราง
ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 128-2518 ชั้นคุณภาพ 2
3.6.5
ท่อน้ำร้อน (HWS, HWR) ให้ใช้ท่อทองแดง COPPER TUBE TYPE L ต่อแบบเชื่อมหุ้ม
ด้วยฉนวน ชนิดของฉนวนตามที่ระบุในแบบ โดยมีรายละเอียดดังนี้
3.6.5.3 PREFORMED FIBREGLASS WITH ALUMINIUM FOIL COVERING 4 LBS/FT³
โดยมีความหนาของฉนวน 1 นิ้ว สำหรับท่อขนาด 1 ½ นิ้ว และเล็กกว่า และหนา 12 นิ้ว สำหรับท่อขนาด
2 นิ้วและใหญ่กว่า และท่อน้ำร้อนที่ปรากฏแก่สายตาต้องหุ้มทับด้วย ALUMINIUM SHEET หนา 0.6 มม.
อีกครั้งหนึ่ง
3.6.5.4 CLOSE CELL INSULATION ท่อก๊าสหุงต้ม (LPG) ให้ใช้ท่อเหล็กดำชนิดไร้ตะเข็บ
(BACK STEEL PIPE, SEAMLESS, SCH 40)
</page>
<page title="66">
66
3.5.7 วาวล์ และอุปกรณ์ประกอบท่อน้ำ (Valve and Accessories)
3.5.7.1 วาล์ว ยกเว้นวาล์วควบคุม (CONTROL VALVE) จะต้องมีขนาดเท่ากับท่อน้ำที่อุปกรณ์ดังกล่าวติด
ตั้งอยู่
3.5.7.2 ขนาดของวาล์วควบคุม ถ้าใช้ควบคุมเฉพาะปิด-เปิด (ON-OFF) ให้มีขนาดเท่ากับท่อน้ำที่วาล์วนั้นติด
ตั้งอยู่ แต่ถ้าใช้ควบคุมปริมารการไหล ให้เลือกขนาดให้เหมาะสมกับช่วงปริมาณการไหลที่ใช้ควบคุม
ทั้งนี้จะต้องมีความดันลดลงที่ตัววาล์วไม่เกิน 3 ม. ของน้ำที่ปริมาณการไหลสูงสุด และจะต้องไม่มี
เสียงดัง
3.6.1.1 โดยทั่วไปท่อที่ติดตั้งบนท่อน้ำในแนวนอน (HORIZONTAL PIPE) ต้องให้มีก้านวาล์วอยู่ใน
แนวดิ่ง เว้นแต่จะมีสาเหตุจำเป็นหรืออุปสรรคในการติดตั้งหรือใช้งาน จึงอนุญาตให้ก้านวาล์วติดตั้งอยู่ในแนว
เอียงได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาอนุมัติของผู้ควบคุมงานเป็นกรณีไป
จากพื้น
3.6.1.2 วาล์วปิด-เปิด ที่ใช้งานบ่อย หากสามารถทำได้ต้องติดตั้งให้ตัววาล์วไม่สูงกว่า 1.50 ม.
3.6.1.3 วาล์วขนาด 100 มม. และใหญ่กว่าที่ติดตั้งอยู่สูงเกิน 2.50 ม. จากพื้นต้องติดตั้ง CHAIN
WHEEL และโซ่ทำด้วยเหล็กไม่เป็นสนิมห้อยลงมาสูงจากพื้นประมาณ 1.00 ม. พร้อมที่คล้องโซในตำแหน่งที่
เหมาะสม
3.6.2 GATE VALVE
3.6.2.1 วาล์วขนาด 1/2 นิ้ว ถึง 2 นิ้ว ตัววาล์วทำด้วย BRONZE แบบ SCREW BONNET, NON-
RISING STEM, SOLID WEDGE, SCREWED ENDS, CLASS 125 ทนแรงดันใช้งาน (W.O.G. PRESSURE
RATING) ได้ไม่น้อยกว่า 200 PSI
3.6.2.2 วาล์วขนาด 2 1/2 นิ้ว และใหญ่กว่า ตัววาล์วทำด้วย CLASS-IRON, BOLTED BONNET,
BRONZE TRIMMED, OUTSIDE SCREW AND YOKE, RISING STEM, SOLID WEDGE, FLANGED ENDS,
CLASS 125 ทนแรงดันใช้งาน (W.O.G. PRESSURE RATING) ได้ไม่น้อยกว่า 200 PSI
3.6.3 GLOBE VALVE
3.6.3.1 วาล์วขนาด 12 นิ้ว ถึง 2 นิ้ว มีรายละเอียดเช่นเดียวกันกับ GATE VALVE ขนาดเดียวกัน
และ DISC จะต้องเป็นแบบ TAPER PLUG TYPE
3.6.3.2 วาล์วขนาด 2 นิ้วและใหญ่กว่าเป็นชนิด CLASS-IRON, BOLTED BONNET, BRONZE
TRIMMED, FLANGED ENDS OUTSIDE SCREW AND YOKE, RENEWABLE DISC AND SEAT RING, DISC
ที่เลือกใช้ จะต้องเหมาะสมกับที่ใช้งาน CLASS 125 ทนแรงดันใช้งาน (W.O.G. PRESSURE RATING) ได้ไม่
น้อยกว่า 200 PSI
</page>
<page title="67">
67
3.6.4 CHECK VALVE ชนิดและตำแหน่งการติดตั้งตามที่ระบุในแบบ
3.6.4.1 สำหรับ WATER TRANSFER PUMP ให้ใช้ชนิด HYDRAULICALLY PILOT OPERATED,
MODULATING TYPE เป็นเหล็กหล่อแบบ GLOBE PATTERN, PILOT OPERATE แบบ COMBINATION
PUMP CONTROL & CHECK VALVE รวมทั้งมีอุปกรณ์การปรับความเร็วของการเปิด-ปิด ครบชุด CLASS
125 ทนแรงดันใช้งาน (W.O.G. PRESSURE RATING) ได้ไม่น้อยกว่า 200 PSI
3.6.4.2 SILENT-CHECK VALVE (SPRING CLOSED TYPE) ใชสำหรับติดตั้งที่ท่อทางจ่ายของเครื่อง
สูบน้ำชนิดอื่นโดยทั่วไป ให้ใช้แบบ SILENT OR NON-SLAM WAFER TYPE CHECK VALVE ทนแรงดันใช้งาน
(W.O.G. PRESSURE RATING) ได้ไม่น้อยกว่า 200 PSI
3.6.4.3 SWING TYPE CHECK VALVE ใช้สำหรับเครื่องสูบน้ำเสียเท่านั้น สามารถติดตั้งใช้งานได้ทั้ง
แนวนอนและแนวตั้ง การทำงานของลิ้นวาล์วเป็นแบบ TWO-PIECE HINGES AND ACCESSIBLE DISC
COVER และสามารถใช้งานได้ดีโดยลิ้นวาล์วไม่ติดขัดหรือค้างอยู่และต้องปิดสนิทเมื่อมีการไหลย้อนกลับของน้ำ
โดยไม่เกิดเสียงดังและการสั่นสะเทือนทนแรงดันใช้งาน (W.O.G. PRESSURE RATING) ได้ไม่น้อยกว่า
200 PSI
3.6.5 PRESSURE REDUCING VALVE
โดยทั่วไปให้ใช้เป็นแบบ HYDAULICALLY-OPERATE, MODULATING TYPE, GLOBE
PATTERN, PILOT OPERATE ตัววาล์วทำด้วย CAST-IRON หรือ CAST STEEL ยึดข้อต่อแบบ หน้าแปลน
ประกอบด้วยตัว MAIN VALVE และตัว PILOT VALVE CLASS 125 ทนแรงดัน ใช้งาน (W.O.G.
PRESSURE RATING) ได้ไม่น้อยกว่า 200 PSI
3.6.6 PRESSURE RELIEF VALVE
สำหรับติดตั้งหลังเครื่องสูบน้ำ (กรณีมีระบุในแบบ) ให้ใช้เป็นชนิด HYDRAULICALLY
OPERATE PILOT CONTROL MODULATING TYPE เป็นเหล็กหล่อแบบ GLOBE TYPE,PILOT OPERATE
ประกอบด้วย MAIN VALVE และตัว PILOT VALVE รวมทั้งตัวควบคุมความเร็ว ของการปิด-เปิดวาล์วแบบ
ปรับได้ PRESSURE SENSOR ครบชุด CLASS 125 ทน แรงดันใช้งาน (W.O.G. PRESSURE RATING) ได้ไม่
น้อยกว่า 200 PSI
3.6.7 BUTTERFLY VALVE
สำหรับใช้กับท่อขนาด 2 1/2 นิ้วและใหญ่กว่าตามที่ระบุในแบบ ตัววาล์ว (BODY) ทำด้วย
CAST-IRON หรือ STEEL มี ALIGNMENT HOLES สำหรับการยึดหน้าแปลน และมี ELASTOMER SEAT,
PRESSURE RATING, CLASS 125, DISC ทำด้วย STAINLESS STEEL หรือ ALUMINUM BRONZE วาล์ว
ขนาด 6 นิ้วและใหญ่กว่า ให้เป็นชนิด HAND WHELL GEAR OPERATED วาล์วขนาด 6 นิ้วและเล็กกว่า
ใช้เป็น LEVER OPERATED
</page>
<page title="68">
68
3.6.8 FOOT VALVE
ปกติแล้วติดตั้งที่ปลายท่อทางดูดของเครื่องสูบน้ำ ลิ้นวาล์วจะปิดสนิทด้วยสปริง (SPRING
CLOSED TYPE) BODY, DISC, SEAT ทำด้วย CAST-IRON หรือ BRONZE SPRING ทำด้วย STAINLESS
STEEL จะต้องมีแผ่นตะแกรงดักผงติดมาด้วย
3.6.9 DRAIN VALVE (วาล์วระบายน้ำ)
3.6.9.1 DRAIN VALVE เป็นแบบ PLUG-TYPE ให้ติดตั้งในตำแหน่งที่ต่ำสุดของระบบท่อน้ำ ไว้สำหรับ
เปิดไล่ผง และตะกอนออกจากระบบท่อน้ำหรือเมื่อมีความจำเป็นอื่น ๆ
3.6.9.2 ต้องติดตั้งในตำแหน่งที่สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย และสะดวกในการบำรุงรักษา
3.6.9.3 ต้องมีขนาดที่เหมาะสมกับระบบท่อนั้น ๆ
3.6.9.4 ต้องต่อท่อจาก DRAIN VALVES ไปทิ้งไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม และไม่เป็นอันตราย เช่น
บ่อพักน้ำทิ้ง รางระบายน้ำทิ้ง ฯลฯ หรือตามคำแนะนำของผู้ควบคุมงาน
3.6.9.5 ท่อที่ต่อจาก DRAIN VALVES น้ำจะต้องจับยึดให้แน่นหนาไม่ให้เกิดการสบัดของท่อ เมื่อ
ปล่อยน้ำทิ้งอย่างรวดเร็ว
3.6.10
BALL VALVE
BALL ทำด้วย STAINLESS STEEL สำหรับใช้กับท่อ 12 นิ้ว ถึง 2 นิ้ว ตัวเรือนทำด้วย
BRONZE มีข้อต่อแบบเกลียว (THREADED ENDS) สำหรับขนาด 2 ½ นิ้ว และใหญ่กว่าตัวเรือนทำด้วย
CARBON STEEL ก้านหมุนขณะเปิดให้น้ำไหลผ่านได้เต็มที่จะต้องอยู่ใน แนวขนานกับท่อน้ำ เข้า-ออก วาล์ว
ต้องเป็นชนิด CLASS 125 ทนแรงดันใช้งาน (W.O.G. PRESSURE RATING) ได้ไม่น้อยกว่า 200 PSI
3.6.11 FLOAT VALVE
ต้องติดตั้งตามที่แสดงไว้ในแบบและรายการ ลักษณะของวาล์วเป็นแบบ HYDRALICALLY
OPERATED, DIAPHRAGM ACTUATED GLOBE OR ANGLE PATTERN, PILOT OPERATED ประกอบด้วย
MAIN VALVE และตัว CONTROL VALVE แบบ MODULATING หรือ NON- MODULATING REMOTE
CONTROLLED ตามที่ระบุในแบบ CLASS 125 ทนแรงดันใช้ งาน (W.O.G. PRESSURE RATING) ได้ไม่
น้อยกว่า 200 PSI ตัวลูกลอย (FLOAT) จะต้องติดตั้งควบคุมอยู่ในบริเวณน้ำนิ่ง หรืออยู่ใน STILLING WELL
ซึ่งสามารถป้องกันน้ำวน หรือ การกระเพื่อมขึ้น-ลงของระดับผิวน้ำ ผู้รับจ้างต้องจัดหา STILLING WELL
พร้อมติดตั้งให้ด้วย
3.6.12ข้อต่ออ่อน (FLEXIBLE PIPE CONNECTION)
3.6.12.1 ข้อต่ออ่อนสำหรับต่อด้านน้ำเข้า-ออกจากเครื่องสูบน้ำ REINFORCED NEOPRENE
RUBBER (BELLOW TYPE) สามารถทนแรงดันใช้งาน (W.O.G. PRESSURE RATING) ได้ไม่น้อยกว่า
200 PSI
3.6.12.2 ข้อต่ออ่อนขนาด 2 นิ้ว ต่อแบบเกลียว ส่วนขนาดตั้งแต่ 2 1/2 นิ้ว และใหญ่กว่าต่อแบบ
หน้าแปลน CLASS 125
</page>
<page title="69">
69
3.6.12.3
การติดตั้งแบบต่อด้วยหน้าแปลนต้องมี GUIDE และ STOPPER เพื่อป้องกันการเสียหาย
อันเนื่องมาจากการยืดตัวของข้อต่ออ่อน
3.6.12.4 ส่วนข้อต่ออ่อนที่ติดตั้งในที่อื่น ๆ สำหรับจุดที่อาจเกิดการเคลื่อนตัวของท่อในกรณีอาคาร
เกิดการทรุดตัวไม่เท่ากัน ไม่ว่าจะแสดงในแบบหรือไม่ สำหรับระบบท่อน้ำประปาให้ใช้เป็นแบบสแตนเลสถัก
(STAINLESS FLEXIBLE JOINT) และมี BELLOW ภายใน สำหรับระบบท่อส้วมให้ใช้เป็นแบบ FLEXIBLE
RUBBER JOINT หรือแบบอื่นที่สามารถให้ระยะการเคลื่อนตัวได้ไม่น้อยกว่า 10 ซม. (AXIAL MOVEMENT) ถ้า
ท่อเดินฝังดินให้ใช้เป็นชนิด UNDERGROUND มีวงแหวนเสริมความแข็งแรง (REINFORCED RING) และ
สามารถทนแรงกดทับของดินได้ลึกไม่น้อยกว่า 1 ม. โดยไม่เสียรูป
3.6.13XPANSION JOINT (ข้อต่อแบบยึดและหดตัว)
ใช้ติดตั้งในระบบท่อน้ำที่มีการยืดตัวและหดตัวของท่อน้ำ และในระบบท่อน้ำนั้นไม่สามารถ
ติดตั้ง EXPANSION LOOP หรือ OFFSETS ได้ เป็นชนิด PACKLESS CONSTRUCTION EXTERNALLY
PRESSURIZED GUIDE EXPANSION CONNECTOR ต่อด้วยหน้าแปลน ทนแรงดันใช้งานได้ไม่น้อยกว่า
1.5 เท่า ของ WORKING PRESSURE หรือตามที่ระบุในแบบ มีจุดตรึงยึดที่แน่นหนา (ANCHORS AND PIPE
GUIDE) จุดตรึงยึดจะต้องติดตั้งในนำแหน่งที่ถูกต้องเหมาะสมตามคำแนะนำของผู้ควบคุมงาน
3.6.14BOLTS, NUTS, AND WASHERS (สกรู น็อต และแหวน)
อุปกรณ์ประกอบท่อน้ำต่าง ๆ ที่มีการ"ต่อกับท่อแบบหน้าแปลน ซึ่งจะต้องมี สกรู น็อตและแหวน
ยึดประกอบรวมอยู่ด้วย กำหนดให้ สกรู น็อต และแหวน ทำด้วย CADMIUM-PLATED STEEL ระหว่างหน้า
แปลนทั้งสองประกบอยู่จะต้องมีประเก็นยางสังเคราะห์สอดให้อยู่ด้วย
3.6.15สเทรนเนอร์ (WATER STRAINER)
3.6.15.1 ใช้สำหรับต่อด้านน้ำเข้าเครื่องสูบน้ำ และที่อื่น ๆ ตามที่แสดงไว้ในแบบ ตัวสเทรนเนอร์
เป็นแบบ Y- PATTERN ออกแบบให้ทนแรงดันใช้งานได้ไม่น้อยกว่า 200 PSI แผ่นตะแกรงดักผงทำด้วย
STAINLESS STEEL สามารถถอดออกล้างได้โดยไม่ถอดสเทรนเนอร์ทั้งตัวออกจากระบบท่อน้ำ
3.6.15.2 ขนาด 12 นิ้ว ถึง 2 นิ้ว ตัวเรือนทำด้วย BRONZE ต่อแบบเกลียว รูตะแกรงไม่โตกว่า
MESH NO. 20
3.6.15.3 ขนาด 2 1/2 นิ้วและใหญ่กว่า ตัวเรือนทำด้วย CAST-IRON ต่อแบบหน้าแปลน
(FLANGED ENDS) รูตะแกรงไม่โตกว่า 1/8 นิ้ว ที่แผ่นปิดท้ายตะแกรงต้องติดตั้งวาล์วระบายตะกอนทิ้ง
ขนาดไม่เล็กกว่า 34 นิ้ว พร้อมทั้งมีท่อสั้นและฝาปิด (CAP) ปลายท่อทิ้งไว้ด้วย
3.6.16อุปกรณ์ไล่อากาศอัตโนมัติ (AUTOMATIC AIR VENT)
เป็นแบบ DIRECT ACTING FLOAT TYPE ขนาดของท่อต่อเข้า 34 นิ้ว ออกแบบมาให้ทน
แรงดันใช้งานได้ไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของแรงดันใช้งาน หรือตามที่ระบุในแบบ ลูกลอยและส่วนประกอบ
ภายในทำด้วย STAINLESS STEEL,BODY AND COVER ทำด้วย CAST-IRON โดยให้ติดตั้งไว้ที่จุดสูงสุดของ
ท่อ RISER หรือในตำแหน่งที่มีอากาศสะสมอยู่และทุกจุดที่ระบุไว้ในแบบเพื่อป้องกันการเกิด AIR LOCK ก่อน
</page><page title="70">
70
ต่อเข้า AUTOMATIC AIR VENT จะต้องมี SHUT OFF VALVE ประกอบอยู่ด้วย ส่วนทางด้านออกจะต้องต่อ
ท่อไปทิ้งไว้ ณ จุดรับน้ำทิ้ง
3.6.17เกจวัดความดัน (PRESSURE GAUGE)
เป็นแบบ BOURDON TUBE, STAINLESS STEEL MOVEMENT สำหรับวัดความดันน้ำ
ทางด้าน เข้า-ออกของเครื่องสูบน้ำและที่อื่น ๆ ตามที่แสดงไว้ในแบบ ตัวเรือนทำด้วย STAINLESS STEEL
หน้าปัทม์กลม เส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 4 นิ้ว มีสเกลหน้าปัทม์อยู่ในช่วง 0 – 150 % ของความดันใช้
งานปกติ ACCURACY 1 % ของสเกลบนหน้าปัทม์ มีอุปกรณ์ปรับค่าที่ถูกต้องได้ สเกลมีหน่วยอ่านค่าเป็น
KG/CM², BAR, PSIG หรือ MM HG. สำหรับวัดความดันที่ต่ำกว่าบรรยากาศ เกจวัดความดันแต่ละชุดจะต้องมี
SHUT-OFF NEEDLE VALVE และ PRESSURE SNUBBER ประกอบร่วมอยู่ด้วย
3.6.18มาตรวัดน้ำ (WATER METER)
เป็นมาตรวัดน้ำแบบใบพัด (TURBINE TYPE) MULTI JET MAGNETIC DRIVE ตามมาตรฐาน
การประปานครหลวง/ภูมิภาค และผ่านการทดสอบความเที่ยงตรงโดยมีหนังสือรับรองจากการประปานคร
หลวง/ภูมิภาค
3.6.19ช่องระบายน้ำจากพื้น (FLOOR DRAIN)
ตะแกรงระบายน้ำพื้นทำด้วยเหล็กหล่อ (CAST-IRON) มี TRAP กันกลิ่นในตัว ฝาช่องระบายน้ำ
จากพื้นเป็นฝากลม ขนาด 4 6 นิ้ว หรือตามที่ระบุในแบบ ฝาช่องระบายน้ำทำด้วย ทองเหลืองขัดมัน หรือ
ทองเหลืองชุบโครเมียม สามารถถอดออกทำความสะอาดได้โดยง่าย มีปีกโดยรอบป้องกันน้ำรั่วจากพื้น ส่วน
ภายในมีตะแกรงดักผง (CAST-BRASS STRAINER) ประกอบอยู่ด้วย เมื่อใช้ติดตั้งกับพื้นกันน้ำซึม ต้องใช้
FLASHING CLAMP การต่อท่อจาก FLOOR DRAIN ให้ใช้ท่อ GALVANIZED หรือ ท่อพีวีซี ตามแต่ที่จะระบุ
ในแบบ หาก FLOOR DRAIN ไม่มี TRAP กันกลิ่นประกอบติดมาด้วยจะต้องติดตั้ง TRAP เพิ่มในส่วนนี้ และ
จะต้องป้องกันกลิ่นได้อย่างสมบูรณ์
3.6.20ตะแกรงระบายน้ำพื้นจากฝักบัว
ต้องเป็นแบบกลมพร้อม FLASHING RING และฝาตะแกรงมีรูแบบบรอนซ์ชุบโครเมียม สามาร
ปรับระดับให้เข้ากับพื้นได้
3.6.21 ตะแกรงระบายน้ำฝนแบบไม่ต่อตรง (INDIRECT DRAIN)
3.6.22
AREA DRAIN
ถ้ามิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ตัวเรือนและฝาช่องระบายน้ำให้ทำด้วยเหล็กหล่อ ขนาดของ
AREA DRAIN ถ้ามิได้ระบุไว้ก็ให้มีขนาดเท่ากับท่อแยกที่ต่อออกมารับหัว AREA DRAIN นั้น ๆ
3.6.23 ช่องระบายน้ำฝน (ROOF DRAIN)
ทำด้วยเหล็กหล่อ ออกแบบสำหรับใช้งานหนัก โดยรอบตัวเรือนจะต้องมีปีกสำหรับฝังในพื้น
คอนกรีตบนหลังคา เพื่อป้องกันฝนรั่วผ่านพื้นที่ติดตั้งได้ ช่องเปิดรับน้ำฝนจะต้องออกแบบเป็นตะแกรงนูน
สูงขึ้น เพื่อให้ได้พื้นที่ช่องเปิดเมื่อรวมกันแล้วไม่น้อยกว่า 2 เท่าของขนาดท่อน้ำฝน ขนาดข้อต่อของ ROOF
DRAIN จะต้องเท่าขนาดท่อน้ำฝนและต่อแบบเกลียว
</page>
<page title="71">
71
3.6.24 มาตรวัดแก๊ส (GAS FLOW METER)
สามารถทนแรงดันใช้งานได้ถึง 150 KPA (20 PSI) มีความสามารถวัดปริมาณการไหลของ
แก๊ส LPG เหมาะสมตามที่กำหนดในแบบ และเป็นแบบป้องกันการกัดกร่อนได้
3.6.25 แทรป (TRAP)
ต้องทำด้วยทองเหลืองหล่อ เหล็กหล่อ และ/หรือ เหล็กหล่ออาบสังกะสี ทำเป็นชิ้นเดียวกัน
ตลอด และต้องมีซีลไม่น้อยกว่า 6 ซม. ต้องทำด้วยวัสดุ และ/หรือกรรมวิธีเช่นเดียวกับท่อที่ต่อบรรจบ ทั้งนี้
นอกจากแทรปขนาด 5 ซม. I.P.S. หรือเล็กกว่าซึ่งไม่ฝังดินจะต้องเป็นทองเหลืองเท่านั้น แทรปสำหรับ
สุขภัณฑ์ทั้งหมดต้องทำด้วยทองเหลืองหล่อเป็นชิ้นเดียวแบบตัว P พร้อมช่องทำความสะอาด และจุกอุดที่มี
ประเก็นซึ่งทำมาจากท่อเหล็ก
3.6.26 บ่อพักสำหรับท่อระบายน้ำฝน (MANHOLE)
สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมฝาปิดตามที่แสดงในแบบ จะต้องทำการก่อสร้างบ่อพักตาม
ตำแหน่งที่ระบุไว้ในแบบ และตรงจุดที่มีการเปลี่ยนทิศทาง หรือบรรจบของท่อ
3.6.27 บ่อพัก บ่อกำจัดน้ำเสีย บ่อดักไขมัน
ให้จัดทำและดำเนินการตามรายละเอียดที่ระบุในแบบอย่างครบถ้วน โดยงานคอนกรีตสำหรับ
บ่อกำจัดน้ำเสีย และบ่อดักไขมันให้ทำการประสานงานกับผู้รับเหมาก่อสร้าง และผู้รับจ้างที่มีหน้าที่จัดหา
อุปกรณ์ประกอบตามที่ระบุไว้อย่างครบถ้วน
3.6.28 WATER HAMMER ARRESTOR (WHA)
ใช้สำหรับลดแรงกระแทกของน้ำเนื่องจากการใช้สุขภัณฑ์ชนิด FLUSH VALVE หรือวาล์วปิดเร็ว
WHA ให้เป็นแบบ PISTON TYPE ตัว CHAMBER ทำด้วยท่อทองแดงอย่างหนา TYPE K HARD DRAWN
COPPER ไม่มีตะเข็บ ผลิตตามมาตรฐาน PDI-WH 201, ANSI/ASME A 112.26.1 M, ASSE 1010 ติดตั้งตาม
ตำแหน่งที่กำหนดในแบบ โดยขนาดที่ใช้ให้เป็นไปตามหน่วยสุขภัณฑ์ (FIXTURE UNIT) ที่ใช้งาน ดังนี้
<table title="WATER HAMMER ARRESTOR (WHA) Size Table" description="ตารางที่ การติดตั้ง WATER HAMMER ARRESTOR (WHA)">
| ขนาดเกลียว | ขนาด PDI | หน่วยสุขภัณฑ์ |
|---|---|---|
| 1/2'' | A | 1-11 |
| 3/4'' | B | 12- 32 |
| 1" | C | 33-60 |
| 1 1/4" | D | 61-113 |
| 1 1/2" | E | 114-154 |
| 2'' | F | 155-330 |
</table>
</page>
<page title="72">
72
กรณีกำหนดให้ใช้บริเวณ DISCHARGE ของเครื่องสูบน้ำเพื่อลดแรงกระแทก เมื่อหยุดการ
ทำงานของเครื่องสูบน้ำ ให้ใช้ WHA ตามที่กำหนดในแบบหรือคำนวณโดยอาศัยปริมาตรเหนือกระบอกสูบเป็น
เครื่องกำหนดจำนวน และขนาดของ WHA ที่ใช้ ส่วนความดันของอากาศหรือก๊าซเฉื่อยที่บรรจุอยู่เหนือ
กระบอกสูบให้มีขนาดความดันเท่ากับ 80 % ของความดันใช้งานของเครื่องสูบน้ำ WHA ที่มีขนาด 3” และ
ใหญ่กว่าให้ต่อแบบหน้าแปลน
3.6.29 AIR CHAMBER
ผู้รับจ้างต้องติดตั้ง AIR CHAMBER ไว้ที่ปลายสุดของท่อแยกที่จ่ายให้กับเครื่องสุขภัณฑ์ทั้ง
น้ำร้อน และน้ำเย็น AIR CHAMBER ต้องมีขนาดไม่เล็กกว่าท่อที่แยกไปเข้าเครื่องสุขภัณฑ์นั้น ๆ และต้องมี
ขนาดไม่เล็กกว่า 20 มม. (3/4 นิ้ว) และยาวไม่น้อยกว่า 450 มม. (18 นิ้ว) ที่ปลาย AIR CHAMBER ให้ใส่
CAP อุดเพื่อกันลมรั่วจาก
3.6.30 DRIP PANS
จัดหาและติดตั้ง DRIP PANS ชนิดกันน้ำซึมทำด้วยแผ่นสังกะสีเบอร์ 18 เสริมด้วยฉาก
ทองเหลือง ติดตั้งไว้ใต้ท่อน้ำหรือท่อระบายน้ำทุกชนิดที่วิ่งเหนือเครื่องมือ เครื่องใช้ไฟฟ้าทุก ชนิด ใช้ท่อน้ำ
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 14 นิ้ว สำหรับระบายน้ำบน DRIP PANS มาลงที่ ตะแกรงระบายน้ำพื้นที่ใกล้ที่สุด
3.7 การทาสีป้องกันการผุกร่อน และรหัสสี (Painting and Color Code)
3.7.1 ความต้องการทั่วไป
3.7.1.1 ผิวงานโลหะทุกชนิดก่อนนำเข้าไปติดตั้งในหน่วยงานต้องผ่านกรรมวิธีป้องกัน
การผุกร่อน และ/หรือ การทาสีตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนดนี้ทุกประการ วิธีการทาสีต้องปฏิบัติตามคำแนะนำ
ของบริษัทผู้ผลิตสึโดยเคร่งครัด เครื่องจักร อุปกรณ์ หรือวัสดุใด ๆ ที่ได้ผ่านการป้องกันการผุกร่อน และทาสี
จากโรงงานผู้ผลิตมาแล้ว หากตรวจพบว่ามีรอยถลอก ขูด ขีด รอยคราบสนิมจับและอื่น ๆ ผู้รับจ้างต้องทำการ
ซ่อมแซมขัดถู และทาสีให้เรียบร้อย โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
3.7.1.2 ในระหว่างการทาสีใด ๆ ก็ตาม ผู้รับจ้างต้องหาวิธีป้องกันมิให้สีหยดลงบนพื้น ผนัง
และอุปกรณ์ใกล้เคียงอื่น ๆ หากเกิดการหยดเปื้อน ต้องทำความสะอาดทันที ผลเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นต้อง
อยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
3.7.2 การเตรียมและการทำความสะอาดพื้นผิวก่อนทาสี
3.7.2.1 พื้นผิวโลหะที่เป็นเหล็ก หรือโลหะที่มีส่วนผสมของเหล็ก
(1) ให้ใช้เครื่องขัดสนิมตามรอยต่อเชื่อม และตำหนิต่าง ๆ จากนั้นใช้แปรงลวดหรือกระดาษ
ทรายขัดผิวงานให้เรียบร้อย และปราศจากสนิมหรืออาจใช้วิธีพ่นทรายเพื่อกำจัดคราบสนิมและเศษวัสดุ
แปลกปลอมออก จากนั้นจึงทำความสะอาดผิวงานไม่ให้มีคราบไขมันเคลือบผิวหลงเหลืออยู่ โดยใช้น้ำมัน
ประเภทระเหยไว เช่น ทินเนอร์ หรือน้ำมันก๊าดเช็ดถูหลาย ๆ ครั้ง แล้วใช้น้ำสะอาดล้างอีกครั้งหนึ่งจนผิวงาน
สะอาดพร้อมกับเช็ด หรือเป่าลมให้แห้งสนิท จึงทาสีรองพื้นตามคำแนะนำของผู้ผลิตสึโดยเคร่งครัด
ข้างต้น
(2) ในกรณีที่ผิวงานนั้นเคยถูกทาสีมาก่อน ต้องขูดสีเดิมออกก่อนจึงเริ่มทำตามกรรมวิธีดังกล่าว
</page>
<page title="73">
73
3.7.2.2 พื้นผิวโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็กให้ทำความสะอาดโดยใช้กระดาษทราย แล้วเช็ด
ด้วยน้ำมันสน ห้ามใช้เครื่องขัดหรือแปรงลวดโดยเด็ดขาด แล้วจึงทาสีรองพื้น
ทาสีรองพื้น
(1) พื้นผิวสังกะสีและเหล็กที่เคลือบสังกะสีให้ใช้น้ำยาเช็ดถูเพื่อขจัดคราบไขมันและฝุ่นออกก่อน
(2) พื้นผิวทองแดง ตะกั่ว พลาสติก ทองเหลืองให้ขัดด้วยกระดาษทรายก่อนแล้วใช้น้ำยาเช็ดถู
กำจัดฝุ่นก่อนทาสีรองพื้น
3.7.3 การทาสีหรือพ่นสี
3.7.3.1 ในการทาสีแต่ละขั้น ต้องให้สีที่ทาไปแล้วแห้งสนิทก่อน จึงให้ทาสีขั้นต่อ ๆ ไปได้
3.7.3.2 สีที่ใช้ทาประกอบด้วยสี 2 ส่วนคือ
(1) สีรองพื้นใช้สำหรับป้องกันสนิม และ/หรือ เพื่อให้ยึดเกาะระหว่างสีทับหน้ากับผิวงาน
(2) สีทับหน้าใช้สำหรับเป็นสีเคลือบขั้นสุดท้าย เพื่อใช้เป็นการแสดงรหัสของระบบต่าง ๆ ชนิด
สีที่ใช้ขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อม
3.7.3.3 ประเภทหรือชนิดของสีที่ใช้ให้เป็นไปตามที่ระบุในตารางข้อ 4.19.8
3.7.4 รหัสสีและสีสัญลักษณ์
3.7.4.1 การทาสีทับหน้าแสดงรหัสสีให้ทาดังนี้
(1) ในบริเวณห้องเครื่องสูบน้ำ ห้องเครื่องอุปกรณ์บำบัดน้ำเสียให้ทาทั้งเส้น
(2) ในบริเวณที่เดินลอยปรากฏให้เห็นได้แก่ เพดานชั้นจอดรถ แนบข้างอาคาร เป็นต้น ให้ทา
ตลอดทั้งเส้น โดยจะทาตามรหัสสี หรือทาสีให้กลมกลืนกับอาคารแล้วมีเพียงตัวอักษรแสดงชนิดของท่อกำกับ
ขึ้นกับความเห็นชอบของผู้ควบคุมงาน
เท่านั้น
(3) บริเวณช่อง SHAFT ให้ทาเป็นแถบ โดยทาใกล้บริเวณที่เป็นช่องเปิดบริการ
(4) ท่อที่เดินอยู่ในฝ้าและอื่น ๆ ที่ไม่ปรากฏให้เห็นให้ทาเป็นแถบ
3.7.4.2 ในระบบไฟฟ้า ให้แสดงรหัสสีเฉพาะที่ CLAMP ของท่อร้อยสายและกล่องต่อสาย
3.7.4.3 ขนาดแถบรหัสสี และตัวอักษร กำหนดดังนี้
</page>
<page title="74">
74
<table title="Color Code Table" description="ตารางที่ การกำหนดขนาดแถบรหัสสีและตัวอักษร">
| ขนาดท่อ (DIA.) | ความกว้างแถบรหัสสี | ขนาดตัวอักษร |
|---|---|---|
| 20 มม. (3/4") - 32 มม. (1 1/4") | 200 มม. (8") | 15 มม. (1/2") |
| 40 มม. (1 1/2") - 50 มม. (2") | 200 มม. (8") | 20 มม. (3/4") |
| 65 มม. (2 1/2") - 150 มม.(6”) | 300 มม. (12”) | 32 มม. (1 1/4") |
| 200 มม. (8") - 250 มม. (10") | 300 มม. (12") | 65 มม. (2 1/2") |
| มากกว่า 300 มม. (12”) | 500 มม. (20") | 90 มม. (3 1/2") |
</table>
3.7.5 ระยะของแถบรหัสสี อักษรสัญลักษณ์ และสัญลักษณ์ลูกศรแสดงทิศทาง กำหนดดังนี้
3.7.5.1 ทุก ๆ ระยะไม่เกิน 6 ม. ของท่อแนวตรง
3.7.5.2 ใกล้ตำแหน่งวาล์วทุกตัว
3.7.5.3 เมื่อมีการเปลี่ยนทิศทาง และ/หรือ มีท่อแยก
3.7.5.4 เมื่อท่อผ่านกำแพงหรือทะลุพื้น
3.7.5.5 บริเวณช่องเปิดบริการ
3.7.6 ตารางแสดงรหัสสีและสีสัญลักณ์
<table title="Color Legend Table" description="ตารางที่ รายละเอียดรหัสสีและสีสัญลักณ์">
| ลำดับที่ | รายละเอียด | ตัวอักษร | รหัสสี | สีสัญลักษณ์ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | COLD WATER SUPPLY | CWS | เขียว | ขาว |
| 2 | IRRIGATION PIPE | IR | ฟ้า | ขาว |
| 3 | COLD WATER SUPPLY TO WATER STORAGE | CWT | เขียว | ขาว |
| 4 | SOFT WATER | SFW | เขียว | ขาว |
| 5 | DRINKING WATER (SUPPLY, RETURN) | DWS, DWR | เขียวอ่อน | ดำ |
| 6 | RAINWATER | RL | เขียวอ่อน | ขาว |
| 7 | WASTE | W | น้ำตาล | ขาว |
| 8 | SOIL | S | ดำ | ขาว |
| 9 | VENT | V | เหลือง | ดำ |
| 10 | SINK WASTE | SK | ม่วง | ขาว |
| 11 | SEWER PIPE (FORM SEWAGE PUMP) | SW | เทา | ดำ |
| 12 | ท่อ-ราง สายไฟฟ้ากำลังปกติ | N | แดง | ดำ |
| 13 | ท่อ-ราง สายไฟฟ้าฉุกเฉิน | E | เหลือง | แดง |
| 14 | ท่อ-ราง สายไฟฟ้าควบคุมระบบ สุขาภิบาล | SAN | ฟ้า | ดำ |
</table>
</page>
<page title="75">
15
อุปกรณ์ยึดจับท่อร้อยสายไฟฟ้า
สายสัญญาณ & ท่อน้ำ
-
เทาเข้ม
-
16
DISTRIBUTION BOARD & MOTOR
-
งาช้าง
ดำ
CONTROL BOARD
ระบบไฟฟ้าปกติ
17
DISTRIBUTION BOARD & MOTOR
-
งาช้าง
แดง
CONTROL BOARD
ระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน
หมายเหตุ: สีที่ใช้สำหรับลำดับที่ 16 และ 17 ต้องเป็นสีอบ
3.7.7 การกำหนดใช้ประเภทสีตามชนิดของวัสดุในสภาวะแวดล้อมต่าง ๆ
ตารางที่ รายละเอียดประเภทสีตามชนิดของวัสดุในสภาวะแวดล้อม
<table title="ตารางที่ รายละเอียดประเภทสีตามชนิดของวัสดุในสภาวะแวดล้อม" description="">
| ชนิดของผิววัสดุ | บริเวณทั่วไป | บริเวณที่มีความชื้นสูง บริเวณที่มีการผุกร่อนสูง |
| :-------------------------- | :------------------------------------- | :--------------------------------------------------- |
| - BLACK STEEL PIPE | ชั้นที่ 1 RED LEAD PRIMER | ชั้นที่ 1 EPOXY RED LEAD PRIMER |
| | ชั้นที่ 2 RED LEAD PRIMER | ชั้นที่ 2 EPOXY RED LEAD PRIMER |
| - BLACK STEEL HANGER & | ชั้นที่ 3 สีทับหน้า ALKYD | ชั้นที่ 3 สีทับหน้า EPOXY |
| SUPPORT | ชั้นที่ 4 สีทับหน้า ALKYD | ชั้นที่ 4 สีทับหน้า EPOXY |
| - BLACK STEEL SHEET | | |
| SWITCHBOARD, PANEL- | | |
| BOARD ซึ่งทำจาก BLACK | | |
| STEEL SHEET | | |
| - GALVANIZED STEEL PIPE | ชั้นที่ 1 WASH PRIMER | ชั้นที่ 1 WASH PRIMER |
| | ชั้นที่ 2 ZINC CHROMATE | ชั้นที่ 2 EPOXY RED LEAD PRIMER |
| - GALVANIZED STEEL | PRIMER | |
| HANGER & SUPPORT | | |
| GALVANIZED STEEL SHEET | ชั้นที่ 3 สีทับหน้า ALKYD | ชั้นที่ 3 สีทับหน้า EPOXY |
| กรณีไม่ระบุรหัสสี ให้ใช้สีทับหน้า | ชั้นที่ 4 สีทับหน้า ALKYD | ชั้นที่ 4 สีทับหน้า EPOXY |
| เป็นสีอลูมิเนียม | | |
| - PVC PIPE | ชั้นที่ 1 WASH PRIMER | ชั้นที่ 1 WASH PRIMER |
| - PLASTIC PIPE | ชั้นที่ 2 สีทับหน้า | ชั้นที่ 2 สีทับหน้า |
| | CHLORINATED RUBBER | CHLORINATED RUBBER |
| | ชั้นที่ 3 สีทับหน้า | ชั้นที่ 3 สีทับหน้า |
| | CHLORINATED RUBBER | CHLORINATED RUBBER |
| - CAST IRON PIPE รวมถึงท่อ | ชั้นที่ 1 COAL TAR EPOXY | ชั้นที่ 1 COAL TAR EPOXY |
| ใต้ดินด้วย | ชั้นที่ 2 COAL TAR EPOXY | ชั้นที่ 2 COAL TAR EPOXY |
</table>
</page>
<page title="76">
- STAINLESS STEELPIPE
ชั้นที่ 1 WASH PRIMER
ชั้นที่ 1 WASH PRIMER
- STAINLESS STEEL SHEET
ชั้นที่ 2 สีทับหน้า ALKYD
ชั้นที่ 2 สีทับหน้า EPOXY
- ALUMINUMS STEEL SHEET
ชั้นที่ 3 สีทับหน้า ALKYD
ชั้นที่ 3 สีทับหน้า EPOXY
LIGHT ALLOY
LEAD
CONDUIT CLAMP
หมายเหตุ: ในกรณีที่มีการซ่อมสีเนื่องจากการเชื่อม การตัด การเจาะ การขัดหรือการทำเกลียว ให้ใช้สีรองพื้นจำพวก
ZINC RICH PRIMER ก่อนลงสีทับหน้า
3.8 ข้อกำหนดภายหลังการติดตั้ง
3.8.1 การทาสีและรหัสป้ายชื่อ
3.8.1.1
การทาสีต้องทำตามคำแนะนำของผู้ผลิตโดยเคร่งครัด
3.8.1.2
สีทุกชนิดที่ใช้ต้องได้รับอนุมัติจากผู้ควบคุมงานก่อนจึงนำมาใช้ใน
โครงการได้
3.8.1.3
รายการบางอย่างซึ่งเป็นส่วนประกอบของอุปกรณ์ซึ่งต้องการทาสีแต่
ไม่ได้ระบุไว้ไม่ได้หมายความว่าจะพ้นความรับผิดชอบของผู้รับจ้างที่ต้องทาสีส่วนประกอบนั้นด้วย
3.8.1.4
ก่อนทาสีต้องทำความสะอาดผิวชิ้นงานไห้เรียบร้อยไม่มีสิ่งสกปรก
หลงเหลืออยู่
3.8.1.5
ผิวงานที่เปรอะเปื้อนไขมัน หรือน้ำมัน ต้องชำระล้างด้วยสารละลาย
และเช็ดออกให้หมด
3.8.1.6
เรียบร้อย เพื่อป้องกันการเกิดสนิม
3.8.1.7
การทาสีรองพื้นต้องทาทันทีหลังจากทำความสะอาดผิวงานเสร็จ
ผู้รับจ้างต้องหาวิธีป้องกันไม่ให้สีที่ทาหยดลงพื้น ผนัง และอุปกรณ์
ใกล้เคียงอื่น สีทาที่หยดหรือเปื้อนต้องรีบเช็ดออก และต้องทำความสะอาดโดยทันที
3.8.1.8 ตัวอักษร ลูกศรแสดงทิศทางการไหลและแถบสี ต้องติดเป็นช่วง ๆ
ไม่เกินช่วงละ 6 ม. และอยู่ในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดเจน และใกล้ช่องเปิดบริการบนฝ้าเพดานหรือผนัง
3.8.1.9 รหัสป้ายชื่อ (TAG NO.) ผู้รับจ้างต้องจัดทำรหัสป้ายชื่อ เครื่องและ
อุปกรณ์ต่าง ๆ ตามรายการเครื่อง และอุปกรณ์ที่แสดงในแบบ อาจใช้วิธีเขียน พ่นสี หรือทำเป็นแผ่น
LAMINATE PLASTIC ตามคำแนะนำของผู้ควบคุมงาน ส่วนที่แผงไฟฟ้า ทำด้วย LAMINATE PLASTIC ขนาด
อักษรและป้ายชื่อให้พิจารณาตามความเหมาะสม และความเห็นชอบของผู้ควบคุมงาน
3.8.1.10 ป้ายประจำเครื่อง (NAME PLATE) อุปกรณ์ที่มีป้ายชื่อติดประกอบ
มาจากโรงงานผู้ผลิต จะต้องลงรายละเอียดต่าง ๆ เช่น ชื่อผู้ผลิต รุ่น หมายเลข และ ELECTRICAL
CHARACTERISTIC เป็นต้น
</page>
<page title="77">
3.8.2 การทดสอบ ตรวจสอบ และการทำความสะอาด
3.8.2.1
การตรวจและทดสอบระบบท่อทั้งหมดประกอบด้วย ท่อโสโครก ท่อ
ระบายน้ำ ท่อระบายอากาศ และท่อน้ำ ต้องได้รับการตรวจสอบและทดสอบคุณภาพและฝีมือการติดตั้งตามวิธี
ดังจะกล่าวต่อไป ท่อส่วนที่เดินฝังใต้ดิน ต้องทำการทดสอบก่อนกลบดิน
3.8.2.2
การทดสอบท่อรั่วให้ปฏิบัติดังนี้
(1) ใช้ปลั๊กอุดท่อโสโครก ท่อระบายน้ำ และท่ออากาศ แล้วเติมน้ำให้เต็มท่อ จนกระทั่งระดับ
ถึงจุดสูงสุดของท่อไม่น้อยกว่า 3 ม. อาจจะต้องต่อท่อเพิ่มสูงขึ้นในแนวดิ่งจนได้ความสูงตามต้องการ
(2) ทิ้งให้อยู่ในสภาพเช่นนั้นเป็นเวลา 60 นาที แล้วตรวจระดับน้ำ ถ้าระดับน้ำต่ำลงมาไม่เกิน
10 ซม. ก็ถือว่าใช้ได้
3.8.2.3
การทดสอบด้วยแรงดัน เมื่อได้ทำการติดตั้งวางท่อเสร็จ และก่อนที่
จะต่อท่อเข้าเครื่องสุขภัณฑ์ทั้งหมดสำหรับท่อน้ำใช้ ให้สูบอัดน้ำเข้าระบบท่อจนได้แรงดัน 10 กก./ตร.ซม.
(150 PSI) หรือ 1.5 เท่าของแรงดันใช้งานที่อาจเกิดขึ้น เป็นเวลาไมน้อยกว่า 60 นาที แล้วให้ตรวจสอบรอย
รั่ว ท่อช่วงใดที่ต้องฝังในผนังก่อนงานติดตั้งทั้งหมดแล้วเสร็จ ให้ทดสอบเฉพาะช่วงนั้น ๆ โดยวิธีทำนอง
เดียวกันกับที่กล่าวมาก่อนที่จะฝัง
3.8.2.4
ท่อรั่ว หรือชำรุด บุบสลาย หากผลของการทดสอบหรือตรวจสอบ
พบว่ามีท่อรั่ว หรือชำรุด บุบสลายไม่ว่าจะด้วยความบกพร่องในคุณภาพของวัสดุ หรือฝีมือการติดตั้งก็ดี ผู้รับ
จ้างต้องแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงใหม่ทันที และผู้ควบคุมงานจะทำการตรวจสอบใหม่ จนปรากฏผลว่าท่อที่ติดตั้ง
นั้นท่อที่ติดตั้งนั้นเรียบร้อยใช้งานได้ถูกต้องกับความประสงค์ทุกประการ การซ่อมท่อรั่วซึมนั้นให้ซ่อมโดยวิธี
ถอดออกต่อใหม่ หรือเปลี่ยนของใหม่ให้เท่านั้น ห้ามใช้ค้อนย้ำรูที่รั่ว หรือข้อต่อโดยเด็ดขาด
3.8.2.5
หลังจากงานติดตั้งระบบท่อน้ำ ได้เสร็จสิ้นลงเป็นการเรียบร้อยทุก
ประการแล้ว ผู้รับจ้างต้องทำความสะอาดระบบท่อทั้งหมด รวมทั้งเครื่องสุขภัณฑ์ บริภัณฑ์ และอุปกรณ์ทุกชิ้น
ที่ติดตั้งในระบบนั้นอย่างทั่วถึง ทั้งภายนอกและภายในโดยเช็ดถู ขัดล้างน้ำมันจารบี เศษโลหะและสิ่งสกปรก
ต่าง ๆ ออกให้หมด
3.8.2.6
การทำลายเชื้อ(STERILIZATION) ก่อนส่งมอบงานหลังจากผู้รับจ้าง
ติดตั้งระบบท่อทั้งหมดเสร็จเรียบร้อย ต้องทำการล้างทำลายเชื้อให้ระบบท่อทั้งหมดสะอาดปราศจาก
เชื้อจุลินทรีย์ โดยใช้น้ำยาที่มีส่วนผสมของคลอรีนไม่ต่ำกว่า 50 ส่วนในล้านส่วน ซึ่งอาจเป็นคลอรีนเหลว หรือ
น้ำยา SODIUM HYPOCHLORITE ก็ได้ ให้บรรจุน้ำยาดังกล่าวนี้เข้าไปในระบบท่อทิ้งไว้เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 8
ชม. และในระหว่างนี้ให้ทำการ เปิด-ปิด วาล์วทั้งหมดที่มีอยู่ในระบบเป็นครั้งคราว ให้น้ำยาไหลผ่านลงท่อ
ระบายไปหลาย ๆ ครั้ง เมื่อครบกำหนดเวลาแล้วให้เปิดวาล์วทุกวาล์ว รวมทั้งวาล์วระบายน้ำทิ้งด้วย แล้วใช้น้ำ
สะอาดไล่นำยาออกจากระบบจนปรากฏว่าน้ำที่ออกมามีคลอรีนอยู่ไม่ถึง 0.2 ส่วนในล้านส่วน (PPM) จึง
หยุดได้ และถือว่างานทำลายเชื้อในระบบได้เสร็จสิ้นแล้ว
</page>
<page title="78">
3.8.2.7
การทดสอบระบบบำบัดน้ำเสีย
(1) ผู้รับจ้างจะต้องทำการเริ่มต้นการทำงานของระบบ (START UP) โดยการใช้เชื้อแบคทีเรียที่
เหมาะสม (SEED) ใส่ลงไปเพื่อช่วยให้ระบบมีการใช้งานได้โดยเร็ว หลังจากเริ่มใช้งานและทำการตรวจวิเคราะห์
คุณภาพน้ำก่อน และหลังการผ่านเข้าระบบจนกระทั่งระบบมีการทำงานคงที่ (STABLE) และได้คุณภาพน้ำออก
จากระบบตามมาตรฐานน้ำทิ้งชุมชน
(2) ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งช่างผู้ชำนาญงานมาตรวจสอบการทำงานของระบบ และวิเคราะห์
คุณภาพน้ำก่อน และหลังจากเข้าระบบบำบัดน้ำเสียนี้อย่างน้อยเดือนละครั่ง เป็นระยะเวลา 1 ปี นับจากวัน
ส่งมอบงาน โดยเฉพาะใน 3 เดือนแรกต้องทำการตรวจสอบการทำงานของระบบอาทิตย์ละครั้ง
3.10 เครื่องสูบน้ำ (Water Pump)
เครื่องสูบน้ำประปาสำหรับสูบน้ำขึ้นถังเก็บน้ำบนหลังคา หรือสำหรับเครื่องสูบน้ำเพิ่มแรงดันให้มี
คุณสมบัติดังต่อไปนี้ โดยมีค่าสมรรถนะต่าง ๆ ตามที่ระบุในแบบ
3.10.1 ลักษณะของเครื่องสูบน้ำ (TYPE OF PUMP)
3.10.1เครื่องสูบน้ำจะต้องเป็นเครื่องสูบน้ำชนิด CENTRIFUGAL TYPE,
VERTICAL OR HORIZONTAL MOUNTED ตามที่ระบุในแบบ ใบพัดเป็นแบบ SINGLE STAGE OR MULTI
STAGE ขับโดยตรงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 380 โวลต์ 3 เฟส 50 เฮิร์ท โดยผ่านอุปกรณ์ DIRECT FLEXIBLE
COUPLING หรือเป็นแบบ CLOSED COUPLING ติดตั้งอยู่บนโครงฐานเหล็กชิ้นเดียวกัน
3.10.1.2 เครื่องสูบน้ำจะต้องหมุนด้วยความเร็วรอบไม่เกิน 3,000 รอบต่อนาที
หรือความเร็วรอบที่กำหนดไว้ในแบบ และราการอุปกรณ์
3.10.2 วัสดุและโครงสร้างของเครื่องสูบน้ำ (STRUCTURE OF PUMP)
3.10.2.1 CASING
ตัวเรือนเครื่องสูบน้ำ (CASING) ทำด้วย STAINLESS STEEL หรือ เหล็กหล่อ
(CAST-IRON) ออกแบบมาให้ใช้งานที่ความดัน (MAXIMUM WORKING PRESSURE) ไม่ต่ำกว่า 200 PSI และ
ต้องได้รับการทดสอบแรงดัน HYDROSTATIC TEST ถึง 1.5 เท่าของความดันที่ออกแบบไว้ (CASING
DESIGN MAXIMUM WORKING PRESSURE)
3.10.2.2 IMPELLER
ใบพัด (IMPELLER) จะต้องเป็นแบบ ENCLOSED TYPE ทำด้วย BRONZE หรือ
STAINLESS STEEL หล่อเป็นชิ้นเดียว ได้รับการปรับสมดุลทั้งด้าน STATIC และ DYNAMIC มาจากโรงงาน
ผู้ผลิต
3.10.2.3 SHAFT
เพลา (SHAFT) ทำด้วย STAINLESS STEEL ออกแบบให้มี SAFETY FACTOR
สูง ค่า SHAFT DEFLECTION ที่ STUFFING BOX ไม่ให้เกิน 0.05 มม.
</page>
<page title="79">
3.10..2.4 BEARING
BEARING ต้องเป็นชนิด HEAVY DUTY BALL BERING แบบ GREASE
LUBRICATE ออกแบบให้ใช้งานตามที่กำหนดได้ไม่ต่ำกว่า 100,000 ชั่วโมง (AVERAGE BEARING LIFE)
ผู้ผลิ
3..10.2.5 SEAL
SEAL เป็นชนิด MECHANICAL SEAL และ SEAL ที่เลือกใช้ให้ใช้ตามมาตรฐาน
3.10.2.6 BASE PLATE
เครื่องสูบน้ำพร้อมมอเตอร์และ COUPLING จะต้องประกอบติดตั้งมาบนฐาน
อันเดียวกันพร้อมทั้งยึดให้แน่นหนาและได้รับการปรับแนวศูนย์กลาง (ALIGNMENT) อย่างแน่นอนมาจาก
โรงงานของผู้ผลิต
3.10.2.7 มอเตอร์ไฟฟ้า (ELECTRIC MOTOR)
3.10.2.7.1 มอเตอร์ขับเครื่องสูบน้ำต้องเป็นแบบ SQUIRREL CAGE
INDUCTION MOTOR ชนิดปกปิดมิดชิด ระบายความร้อนด้วยอากาศ (TOTALLY ENCLOSED FAN
COOLED)
3.10.2.7.2 มอเตอร์ต้องหมุนด้วยความเร็วรอบไม่เกิน 3,000 รอบต่อนาที่ หรือ
ความเร็วรอบที่ระบุไว้ในแบบและรายการอุปกรณ์
3.10.2.7.3 มอเตอร์ใช้ได้กับระบบไฟฟ้า 380 โวลท์ 3 เฟส 50 เฮิร์ท (IP 55)
INSULATION CLASS F
3.10.2.7.4 ขนาดของมอเตอร์ต้องไม่เล็กกว่า 1.15 เท่าของกำลังไฟฟ้าที่ต้องการ
ขณะใช้งานสูงสุด
3.10.2.7.5 BEARING ของมอเตอร์ต้องเป็นแบบ ANTI-FRICTION ชนิด BALL
BEARING หรือ ROLLER BEARING และ SEAL ต้องเป็นชนิดแนบสนิทเพื่อป้องกันฝุ่นและความชื้น
3.10.2.7.6 กล่องขั้วสายของมอเตอร์ (MOTOR TERMINAL BOX) จะต้องเป็น
ชนิดกันน้ำโดยท่อร้อยสายไฟก่อนเข้ากล่องขั้วสายจะต้องเป็น FLEXIBLE CONDUIT ชนิดกันน้ำด้วย
3.10.2.8 เครื่องสูบน้ำเพิ่มแรงดัน (CONSTANT PRESSURE BOOSTER PUMP)
3.10.2.8.1 รายละเอียดโดยทั่วไป
(1) เครื่องสูบน้ำเพิ่มแรงดันเป็นชนิด PACKAGE CONSTANT PRESSURE
BOOSTER PUMP เป็นชุดของเครื่องสูบน้ำโดยใช้เครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่ง (CENTRIFUGAL PUMP) จำนวน
ไม่น้อยกว่า 2 เครื่องประกอบเข้าชุดกัน มี DIAPHRAGM TYPE PRESSURE TANK พร้อมอุปกรณ์ควบคุม
การทำงานของชุดเครื่องสูบน้ำโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ชุดเครื่องสูบน้ำสามารถจ่ายน้ำตามปริมาณความต้องการใช้
น้ำของอาคาร และสามารถรักษาความดันของน้ำให้คงที่โดยอาศัย PILOT OPERATED PRESSURE
REGULATING VALVE
</page><page title="80">
80
(2) เครื่องสูบน้ำทั้งชุดนี้ จะต้องผลิตและประกอบสำเร็จครบชุดมาจากโรงงานผู้ผลิต
ในต่างประเทศและได้รับการทดสอบ พร้อมทั้งได้รับการรับรองการทำงานของชุดเครื่องสูบน้ำนี้จากผู้ผลิต
(3) ชุดเครื่องสูบน้ำจะต้องจัดจำหน่ายโดยตัวแทนในประเทศที่มีชื่อเสียง และมี
บริการทางด้านอะไหล่เป็นที่เชื่อถือได้
(4) ในการเสนอขออนุมัติผลิตภัณฑ์ชุดเครื่องสูบน้ำ ผู้รับจ้างต้องแนบ
PERFORMANCE CURVE ต้นฉบับ (ORIGINAL CATALOGUE) ของชุดเครื่องสูบน้ำมาด้วย จุดที่เลือกสำหรับ
การใช้งานควรอยู่บริเวณกลางของ CURVE ซึ่งเป็นจุดที่ชุดเครื่องสูบน้ำมีประสิทธิภาพสูง และมีความยืดหยุ่น
เมื่อปริมาณน้ำ (FLOW RATE) และความดันเปลี่ยนไปได้มากที่สุด
(5) สมรรถนะของเครื่องสูบน้ำ จะต้องสามารถสูบน้ำได้ด้วยอัตราไหลและแรงดัน
ไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในรายการอุปกรณ์
(6) การเลือกมอเตอร์และเครื่องสูบน้ำต้องเลือกให้ลักษณะการใช้งานเป็นแบบ NON
OVERLOADING PERFORMANCE CURVE ของเครื่องสูบน้ำ มอเตอร์ที่เลือกใช้ต้องเป็น INDUCTION
MOTOR ชนิด TEFC (IP 55) INSULATION CLASS F
(7) ชุดเครื่องสูบน้ำและมอเตอร์ต้องได้รับการปรับแนว (ALIGNMENT) และยึดอย่าง
มั่นคงติดกับแท่นเหล็กวางและยึดอยู่บน INERTIA BLOCK ที่เป็นคอนกรีตเสริมแรงมีโครงสร้างเป็นเหล็ก
VIBRATION ISOLATOR ใต้ INERTIA BLOCK เป็นแบบสปริง มีค่าการยุบตัว (STATIC DEFLECTION) ไม่น้อย
กว่า 25 มม. ( 1 นิ้ว) และสปริงแต่ละชุดต้องรับน้ำหนักไม่เกินน้ำหนักสูงสุดที่ผู้ผลิตกำหนดให้ใช้
3.10.2.9 การประกอบชุดเครื่องสูบน้ำ (FACTORY PREFABRICATION)
(1) ชุดเครื่องสูบน้ำจะต้องประกอบสำเร็จเรียบร้อยมาจากโรงงานผู้ผลิต ซึ่งอยู่บน
ฐานโครงเหล็กชิ้นเดี่ยวกันพร้อมต่อท่อน้ำต่าง ๆ ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการสั่นสะเทือน ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า
และเดินสายไฟอย่างครบถ้วน และทำการทดสอบการทำงานของชุดเครื่องสูบน้ำอย่างถูกต้องก่อนส่งออกจาก
โรงงานผู้ผลิต
(2) เครื่องสูบน้ำยังประกอบไปด้วย ISOLATION VALVE ทั้งด้านดูดกลับและด้านน้ำ
ส่งของเครื่องสูบน้ำแต่ละชุด GALVANIZED STEEL SUCTION AND DISCHARGE PIPE MANIFOLDS,
COPPER TUBING WITH SHUT-OFF COCKS FOR GAUGES AND PRESSURE SWITCH ต้องประกอบและ
ติดตั้งมาอย่างครบถ้วน
3.10.2.10 การควบคุมการทำงานของระบบ (SYSTEM CONTROL)
ปริมาณน้ำ และแรงดันทางด้านน้ำส่งของระบบท่อน้ำ ให้รักษาแรงดันน้ำคงที่ไว้ โดยอุปกรณ์ PILOT
OPERATED DIAPHRAGM TYPE, COMBINATION PRESSURE REGULATING AND NON-SLAM CHECK
VALVE ON EACH PUMP หรือใช้ระบบ อินเวอร์เตอร์ ปรับความเร็วรอบมอเตอร์ในการควบคุมอัตราไหลและ
แรงดันของน้ำในระบบเส้นท่อ
</page>
<page title="81">
81
3.10.2.11 อุปกรณ์ประกอบและตู้ควบคุม (INSTRUMENTATION AND CONTROL PANEL)
(1) อุปกรณ์สำหรับควบคุมการทำงานของเครื่องสูบน้ำทุกชุด
(2) GATE VALVE ที่ด้านดูดและด้านส่งของเครื่องสูบน้ำทุกชุด
(3) ให้ติดตั้ง FLEXIBLE CONNECTION ที่ท่อทางด้านส่ง และด้านดูด เฉพาะท่อน้ำ
หลักของชุดเครื่องสูบน้ำ
(4) อุปกรณ์ลดความสั่นสะเทือน (ANTI VIBRATION PADS)
(5) PRESSURE GAUGE ด้านส่งของเครื่องสูบน้ำทุกชุด
(6) PRESSURE GAUGE แสดงแรงดันของระบบ
(7) PRESSURE SWITCH
(8) OVER TEMPERATURE PROTECTION
(9) FLOW SEQUENCE
(10) STANDBY PUMP SEQUENCE AND ALARM
(11) LEAD-LAG PUMP SELECTOR SWITCH
(12) PUMP RUN LIGHT
(13) THRU THE DOOR PUMP DISCONNECTING SWITCH
(14) EXTERNAL OVERLOAD RESET
(15) CONTROL POWER LIGHT AND SWITCH
(16) AUDIBLE ALARM HORN
(17) LOW SUCTION SYSTEM SHUT DOWN
(18) HIGH SUCTION SYSTEM SHUT DOWN
(19) NORMALLY OPEN CONTROL FOR REMOTE ALARM SIGNAL
(20) STANDBY
PRESSURE TANK
(21) DIAPHRAGM TANK, PRE-CHARGED DIAPHRAGM TYPE CLOSED
3.10.2.11 เครื่องสูบน้ำขึ้นถังเก็บน้ำบนหลังคา (PACKAGE TRANSFER PUMP)
3.10.2.11.1 รายละเอียดโดยทั่วไป
(1) เครื่องสูบน้ำแบบ PACKAGE TRANSFER PUMP เป็นชุดของเครื่องสูบน้ำโดยใช้
เครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่ง (CENTRIFUGAL PUMP) จำนวนไม่น้อยกว่า 2 เครื่องประกอบเข้าชุดกัน มี
อุปกรณ์ควบคุมการทำงานของชุดเครื่องสูบน้ำโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ชุดเครื่องสูบน้ำสามารถจ่ายน้ำได้โดย
อัตโนมัติ และการควบคุมด้วยมือ
</page>
<page title="82">
82
(2) เครื่องสูบน้ำทั้งชุดนี้ จะต้องผลิตและประกอบสำเร็จครบชุดมาจากโรงงานผู้ผลิต
ในต่างประเทศและได้รับการทดสอบ พร้อมทั้งได้รับการรับรองการทำงานของชุดเครื่องสูบน้ำนี้จากผู้ผลิต
(3) ชุดเครื่องสูบน้ำจะต้องจัดจำหน่ายโดยตัวแทนในประเทศที่มีชื่อเสียง และมี
บริการทางด้านอะไหล่เป็นที่เชื่อถือได้
(4) ในการเสนอขออนุมัติผลิตภัณฑ์ชุดเครื่องสูบน้ำ ผู้รับจ้างต้องแนบ
PERFORMANCE CURVE ต้นฉบับ (ORIGINAL CATALOGUE) ของชุดเครื่องสูบน้ำมาด้วย จุดที่เลือกสำหรับ
การใช้งานควรอยู่บริเวณกลางของ CURVE ซึ่งเป็นจุดที่ชุดเครื่องสูบน้ำมีประสิทธิภาพสูง และมีความยืดหยุ่น
เมื่อปริมาณน้ำ (FLOW RATE) และความดันเปลี่ยนไปได้มากที่สุด
(5) สมรรถนะของเครื่องสูบน้ำ จะต้องสามารถสูบน้ำได้ด้วยอัตราไหลและแรงดัน
ไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในรายการอุปกรณ์
(6) การเลือกมอเตอร์และเครื่องสูบน้ำต้องเลือกให้ลักษณะการใช้งานเป็นแบบ NON
OVERLOADING PERFORMANCE CURVE ของเครื่องสูบน้ำ มอเตอร์ที่เลือกใช้ต้องเป็น INDUCTION
MOTOR ชนิด TEFC (IP55) INSULATION CLASS F
(7) ชุดเครื่องสูบน้ำและมอเตอร์ต้องได้รับการปรับแนว (ALIGNMENT) และยึดอย่าง
มั่นคงติดกับแท่นเหล็กวางและยึดอยู่บน INERTIA BLOCK ที่เป็นคอนกรีตเสริมแรงมีโครงสร้างเป็นเหล็ก
VIBRATION ISOLATOR ใต้ INERTIA BLOCK เป็นแบบสปริง มีค่าการยุบตัว (STATIC DEFLECTION)
ไม่น้อยกว่า 25 มม. ( 1 นิ้ว) และสปริงแต่ละชุดต้องรับน้ำหนักไม่เกินน้ำหนักสูงสุดที่ผู้ผลิตกำหนด
และMANUAL
3.10.2.12 การควบคุมการทำงาน
สามารถเลือกการควบคุมการทำงานของเครื่องสูบน้ำได้ทั้ง 2 ระบบ คือ ระบบ AUTO
(1) ระบบ AUTO เครื่องสูบน้ำจะถูกควบคุมการทำงานด้วย MERCURY FLOAT
SWITCH จากถังเก็บน้ำใต้ดิน และ FLOAT LESS LEVEL SWITCH จากถังเก็บน้ำบนหลังคา คือเครื่องสูบน้ำ
หยุดทำงานเมื่อน้ำแห้งถังเก็บน้ำใต้ดิน หรือน้ำล้นถังเก็บน้ำบนหลังคา เครื่องสูบน้ำทำงาน 1 เครื่อง เครื่องสูบ
น้ำทำงาน 2 เครื่อง และเตือนระดับน้ำที่ถังเก็บน้ำใต้ดิน หรือถังเก็บน้ำบนหลังคาสูงผิดปกติ และนอกจากจะ
ทำงานโดยอัตโนมัติตามคำสั่งของ LEVEL SMIRCH แล้วยังสามารถสลับการทำงานแบบ ALTERNATIVE โดย
ควบคุมด้วย SEQUENCE CONTROL เพื่อให้เครื่องสูบน้ำมีระยะเวลาการใช้งานเท่า ๆ กันทั้ง 2 เครื่อง
(2) ระบบ MANUAL ผู้ควบคุมสามารถสั่งให้เครื่องสูบน้ำเครื่องใดเครื่องหนึ่งทำงาน
หรือทำงานทั้งสองเครื่องก็ได้ โดยกดปุ่ม START-STOP PUSH BUTTON เมื่อระดับน้ำเต็มถัง LEVEL SWITCH
จะสั่งให้เครื่องสูบน้ำหยุดทำงาน การทำงานใหม่จะเริ่มโดยการกดปุ่ม START และเมื่อระดับน้ำสูงผิดปกติ
LEVEL SWITCH จะสั่งให้ส่งสัญญาณแสง และเสียงเตือน HIGH ALARM
(3) ภายในตู้ควบคุมจะต้องมี PILOT LAMP แสดงสถานการณ์ทำงานของเครื่องสูบ
น้ำแต่ละเครื่อง
</page>
<page title="83">
83
3.10.2.13 ถังเก็บน้ำใต้ดิน
ถังเก็บน้ำใต้ดินเป็นถังสำเร็จรูป หรือถังคอนกรีตเสริมเหล็กตามที่กำหนดในแบบ จะรับ
น้ำประปาจากท่อเมนของการประปา การเติมน้ำจะควบคุมโดย FLOAT VALVE แบบ FULL OPENING
PILOT OPERATED พร้อมทั้งติดตั้ง FLOAT SHOCK-PROVE MERCURY SWITCH 3 ระดับ สำหรับ RUN
DRY PROTECTION ตัดไฟออกจากเครื่องสูบน้ำ หากน้ำประปาลดลงถึงระดับ LOW LEVEL และต่อไฟเมื่อ
ระดับน้ำสูงขึ้น มาถึงระดับที่แสดงไว้ตามแบบแปลน และให้ส่งสัญญาณเตือนเมื่อระดับน้ำสูงกว่าระดับ
NORMAL WATER LEVEL ALARM
3.10.2.14 ถังเก็บน้ำบนหลังคา
เป็นถังเก็บน้ำสำเร็จรูป หรือถังคอนกรีตเสริมเหล็กตามที่กำหนดในแบบ จะรับน้ำประปา
จาก TRANSFER PUMP การเติมน้ำจะควบคุมโดย FLOAT LESS LEVEL SWITCH 4 ระดับ ระดับล่าง
สำหรับเครื่องสูบน้ำทั้งสองเครื่องทำงานพร้อมกัน ระดับที่สองสำหรับเครื่องสูบน้ำ 1 เครื่องทำงาน รับที่สาม
สำหรับหยุดการทำงานของเครื่องสูบน้ำ ระดับที่สี่ ระดับบนสุดส่งสัญญาณเตือนน้ำล้นถัง พร้อมทั้งติดตั้ง
FLOAT VALVE สำหรับปิดไม่ให้น้ำไหลเข้าถังเมื่อระดับน้ำล้นถัง โดยเครื่องสูบน้ำจะถูกสั่งให้หยุดการทำงาน
โดย PRESSURE SWITCH สำหรับหยุดการทำงานเครื่องสูบน้ำ กรณี LEVEL SWITCH ขัดข้อง
3.10.2.15 อุปกรณ์ประกอบและตู้ควบคุม (INSTRUMENTATION AND CONTROL PANEL)
(1) อุปกรณ์สำหรับควบคุมการทำงานของเครื่องสูบน้ำทุกชุด
(2) GATE VALVE ที่ด้านดูดและด้านส่งของเครื่องสูบน้ำทุกชุด
(3) ให้ติดตั้ง FLEXIBLE CONNECTION ที่ท่อทางด้านส่ง และด้านดูด เฉพาะ
ท่อน้ำหลักของชุดเครื่องสูบน้ำ
(4) อุปกรณ์ลดความสั่นสะเทือน (ANTI VIBRATION PADS)
(5) PRESSURE GAUGE ด้านดูดของเครื่องสูบน้ำทุกชุด
(6) PRESSURE GAUGE ด้านส่งของเครื่องสูบน้ำทุกชุด
(7) PRESSURE SWITCH
(8) OVER TEMPERATURE PROTECTION
(9) FLOW SEQUENCE
(10) STANDBY PUMP SEQUENCE AND ALARM
(11) LEAD-LAG PUMP SELECTOR SWITCH
(12) PUMP RUN LIGHT
(13) THRU THE DOOR PUMP DISCONNECTING SWITCH
(14) EXTERNAL OVERLOAD RESET
(15) CONTROL POWER LIGHT AND SWITCH
(16) AUDIBLE ALARM HORN
(17)
</page>
<page title="84">
84
(18) LOW SUCTION SYSTEM SHUT DOWN
(19) HIGH SUCTION SYSTEM SHUT DOWN
(20) NORMALLY OPEN CONTROL FOR REMOTE ALARM SIGNAL
(21) STANDBY
3.10.2.15 เครื่องสูบน้ำทิ้ง (SUMP PUMP) และเครื่องสูบน้ำเสีย (SEWAGE PUMP)
3.10.2.15.1 รายละเอียดทั่วไป
(1) แต่ละบ่อสูบประกอบด้วยเครื่องสูบน้ำแบบจุ่มใต้น้ำจำนวน 2 ชุด โดยมี
สมรรถนะตามที่กำหนดในแบบ
(2) เครื่องสูบน้ำทิ้งและเครื่องสูบน้ำเสียเป็นชนิด SUBMERSIBLE PUMP, NON-
CLOCK TYPE ตัวเรือนทำด้วย CAST IRON ใบพัดทำด้วย CAST IRON เพลาทำด้วย STAINLESS STEEL หู
หิ้วเครื่องสูบน้ำเป็นเหล็กอาบสังกะสี หรือวัสดุทนการกัดกร่อนชนิดอื่นพร้อมโซ่ STAINLESS STEEL ยาว
เพียงพอสำหรับการดึงเครื่องสูบน้ำจากฐานได้สดวก เครื่องสูบน้ำจะต้องเป็นชุด GUIDE RAIL ซึ่งทำด้วย
STAINLESS STEEL GRADE 304 มอเตอร์เป็นชนิด AIR-FILLED WATER TIGHT, BUILT-IN OVERLOAD
PROTECTION ใช้กับระบบไฟฟ้า 380 โวลท์ 3 เฟส 50 เฮิร์ท โครงมอเตอร์ และ CASING ทำด้วย CAST
IRON
(3) เครื่องสูบน้ำเสีย และเครื่องสูบน้ำทิ้ง ออกแบบมาสำหรับใช้สูบน้ำทิ้งโดยการจุ่ม
เรือนเครื่องสูบน้ำลงไปในบ่อสูบน้ำไปตามร่องบังคับโดยท่อในแนวดิ่ง (GUIDE RAILS) เข้าเชื่อมต่อกับอุปกรณ์
ทางออก (DISCHARGE CONNECTION) การติดตั้งจะต้องมีแผ่นเหล็กปิดปากบ่อมิดชิดเพื่อกันกลิ่นจากบ่อ มี
สมรรถนะตามที่ระบุในแบบ และรายการ และจะต้องมี CHECK VALVE & GATE VALVE ที่ปลายท่อส่งน้ำเสีย
หรือน้ำทิ้งด้วย
3.10.2.15.2 การควบคุมการทำงาน
สามารถเลือกการควบคุมการทำงานของเครื่องสูบน้ำได้ทั้ง 2 ระบบ คือ ระบบ AUTO
และMANUAL โดยตู้ควบคุมทำด้วย STAINLESS STEEL ชนิดกันน้ำกรณีติดตั้งภายนอกอาคาร
(1) ระบบ AUTO เครื่องสูบน้ำจะถูกควบคุมการทำงานด้วย FLOAT SHOCK-
PROOF MERCURY SWITCH 4 ตัว คือเครื่องสูบน้ำหยุดทำงาน เครื่องสูบน้ำทำงาน 1 เครื่อง เครื่องสูบน้ำ
ทำงาน 2 เครื่อง และเตือนระดับน้ำสูงผิดปกติ และนอกจากจะทำงานโดยอัตโนมัติตามคำสั่งของ FLOAT
SWITCH แล้วยังสามารถสลับการทำงานแบบ ALTERNATIVE โดยควบคุมด้วย SEQUENCE CONTROL
เพื่อให้เครื่องสูบน้ำมีระยะเวลาการใช้งานเท่า ๆ กันทั้ง 2 เครื่อง
(2) ระบบ MANUAL ผู้ควบคุมสามารถสั่งให้เครื่องสูบน้ำเครื่องใดเครื่องหนึ่งทำงาน
หรือทำงานทั้งสองเครื่องก็ได้ โดยกดปุ่ม START-STOP PUSH BUTTON แต่เมื่อระดับน้ำลดลงถึงระดับต่ำสุด
FLOAT SWITCH จะสั่งให้เครื่องสูบน้ำหยุดทำงาน การเริ่มทำงานใหม่โดยการกดปุ่ม START และเมื่อระดับ
น้ำสูงผิดปกติ FLOAT SWITCH จะสั่งให้ส่งสัญญาณแสง และเสียงเตือน HIGH ALARM
</page>```markdown
<page title="85">
เครื่องสูบน้ำ แต่ละเครื่อง
85
(3) ภายในตู้ควบคุมจะต้องมี PILOT LAMP แสดงสถานการณ์ทำงานของ
3.10.2.16 ระบบบำบัดน้ำเสีย
เป็นระบบที่รองรับน้ำเสียจากอาคารหรือน้ำที่ผ่านการใช้งานทุกประเภท เมื่อผ่านการบำบัดแล้วต้อง
ได้มาตรฐานน้ำทิ้งของกฎกระทรวงต่าง ๆ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือบังคับใช้
3.10.2.16.1 ขอบเขตของงาน
(1) ระบบบำบัดน้ำเสียต้องรองรับน้ำทิ้งจากทุกกิจกรรมในอาคาร และบำบัดให้ได้
คุณภาพน้ำทิ้ง ตามมาตรฐานน้ำทิ้งของกฎกระทรวงต่างๆ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือบังคับใช้
(2) หากแบบรูปและรายการละเอียดมิได้ระบุไว้ สถานที่ก่อสร้างที่มีระบบบำบัดน้ำเสีย
รวมอยู่แล้ว น้ำทิ้งจากอาคารให้มีการดักกลิ่น ดักขยะ และดักไขมัน ก่อนประสานลงบ่อพักรองรับน้ำเสีย
(3) จัดหาพร้อมติดตั้งท่อ และอุปกรณ์ ในระบบบำบัดน้ำเสียตามแบบและข้อกำหนด จน
สามารถใช้การได้สมบูรณ์
(4) ทำความสะอาดและทดสอบการทำงานของระบบ
3.10.2.16.2 มาตรฐานการติดตั้ง
(1) กรณีที่ใช้ ระบบถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป ให้ติดตั้งตามมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิต
(2) ระบบบำบัดน้ำเสียที่อยู่ในพื้นที่ที่อาจจะมีผลกระทบต่อแรงกระทำต่อโครงสร้างของ
ระบบบำบัดน้ำเสีย เช่นที่จอดรถ ให้ผู้รับจ้างแสดงรายการคำนวณโครงสร้าง และแบบโดยมีวิศวกรโครงสร้าง
ลงนามรับผิดชอบ
3.10.2.17 การทดสอบระบบ
(1) ทั่วไป
ให้ทดสอบด้วยกำลังดันของน้ำในระหว่างการติดตั้ง และภายหลังการติดตั้งระบบท่อยืนแล้ว
รวมถึงการล้างท่อน้ำภายหลังการติดตั้งด้วยเครื่องสูบน้ำ
(2)การทดสอบระบบท่อน้ำ
ระบบท่อยืนที่ติดตั้งเสร็จแล้ว จะต้องได้รับการทดสอบด้วยแรงดันของน้ำ โดยอัดน้ำเข้าไปใน
ระบบท่อน้ำทั้งหมดด้วยความดันไม่น้อยกว่า 250 PSI เป็นเวลา 2 ชม. โดยจะต้องไม่มีการรั่วของน้ำปรากฏ
ให้เห็น
(3) การทดสอบการทำงานเครื่องสูบน้ำ
ให้ทดสอบการทำงาน และสมรรถนะของเครื่องสูบน้ำดับเพลิง และเครื่องสูบน้ำรักษาแรงดัน
โดยให้เดินเครื่องเป็นเวลา 1 ชม. ติดต่อกันหลังจากนั้นให้ตรวจสอบการทำงานของเครื่องสูบน้ำ ณ จุดทำงาน
ต่าง ๆ กัน โดยให้วัดปริมาณการไหล และแรงดันที่จุดต่าง ๆ บันทึกผลที่ได้เพื่อเทียบกับ PERFORMANCE
CURVE ที่ทดสอบมาจากโรงงานผู้ผลิต
</page>
<page title="86">
86
3.10.2.18 การล้างท่อน้ำ
(11)
ให้ล้างระบบท่อน้ำที่ติดตั้งเสร็จเป็นส่วน ๆ โดยกำหนดให้มีอัตราการไหลของน้ำ
ตามขนาดท่อตามที่ระบุ
(2)
อัตราการไหลของน้ำในการล้างท่อตามขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางต่าง ๆ
<table title="อัตราการไหลของน้ำ" description="ตารางแสดงอัตราการไหลของน้ำตามขนาดท่อ">
| ขนาดท่อ (นิ้ว) | อัตราการไหลของน้ำ(GPM) |
| ----------- | ----------- |
| 4 | 400 |
| 6 | 750 |
| 8 | 1,000 |
</table>
(3)
ท่อส่วนที่อยู่ระหว่างหัวรับน้ำพนักงานดับเพลิงและเช็ควาล์ว หลังจากการติดตั้ง
จะต้องได้รับการล้างท่อด้วยปริมาณน้ำที่กำหนดก่อนติดตั้งหัวน้ำเข้ากับระบบท่อ
3.10.2.19 ระบบไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับงานสุขาภิบาล
(1)
ขอบเขตงาน
ผู้รับจ้างต้องติดตั้งงานระบบไฟฟ้า แผงสวิตซ์ควบคุมการทำงานของเครื่องจักร และอุปกรณ์
ที่ใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ในระบบสุขาภิบาล พร้อมทั้งเดินท่อร้อยสายไฟไปยังเครื่องจักรอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งภายในและ
ภายนอกอาคารให้ได้ตามมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของการไฟฟ้านครหลวง หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตามที่
ระบุไว้ในแบบและรายการ เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้วจะต้องทดสอบการทำงานของระบบอัตโนมัติให้เป็นไปตาม
แบบและข้อกำหนด และให้ใช้งานได้ดี
(2)
มาตรฐานการติดตั้ง
วัสดุ และอุปกรณ์ใช้งานต่าง ๆ เช่น มอเตอร์สตาร์ทเตอร์ สวิตซ์ตัดตอนต่าง ๆ มาตรวัด
ฯลฯ ให้ใช้มาตรฐาน เดียวกับงานระบบไฟฟ้าของอาคาร
หากแบบรูป และรายการละเอียดมิได้ระบุไว้ ตู้แผงสวิตซ์ ต้องทำด้วยเหล็กแผ่นหนาไม่น้อย
กว่า 2.0 มม. พ่นสีรองพื้นกันสนิม 2 ชั้น แล้วพ่นสีทับหน้าให้เรียบร้อย ประตูหรือฝาปิดต้องมีขอบยางกันน้ำติด
แนบสนิทกับตัวตู้ สวิตท์และอุปกรณ์ทุกตัวมีแผ่นป้ายบอกชื่ออย่างชัดเจน การเดินสายไฟในตู้ต้องจัดให้อย่าง
เป็นระเบียบเรียบร้อย มีรหัสเลขหมายสายไฟควบคุม ด้านในของฝามี WIRING DIAGRAM แสดงรายละเอียด
การเดินสายไฟด้วย โดยให้ใช้รายละเอียดต่าง ๆ ของหมวดงานวิศวกรรมไฟฟ้า
- ให้เดินท่อ IMC ร้อยสายไฟแบบ THW แกนเดียว 750 V, 75 C ตามมาตรฐาน มอก.
11-2528 ช่วงที่จะเข้าอุปกรณ์และมอเตอร์ให้ใช้ FLEXIBLE CONDUIT ชนิดกันน้ำแบบโลหะต่อเป็นระยะไม่
น้อยกว่า 50 ซม.
ระบบไฟฟ้า ให้มีระบบการเดินสายดิน ป้องกันการรั่วของกระแสไฟฟ้า
</page>
<page title="87">
87
3.10.2.20 การฝึกอบรม
ผู้รับจ้างจะต้องฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ควบคุม และบำรุงรักษาเครื่องมือ อุปกรณ์ต่าง ๆ โดยผู้จัด
จำหน่าย และหรือผู้ติดตั้งอุปกรณ์นั้น ๆ ที่ผู้รับจ้างได้จัดซื้อมา ให้มีความรู้ ความสามารถในการใช้งาน และ
การบำรุงรักษาเครื่องมือ อุปกรณ์ จนสามารถใช้งานด้วยตนเอง พร้อมทั้งคู่มือและเอกสารรายละเอียดของ
เครื่องจักร อุปกรณ์ จำนวน 5 ชุด มอบให้คณะกรรมการตรวจการจ้าง
เครื่องดับเพลิงแบบมือถือ (PORTABLE EXTIHGUISHER)
1. เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมี A-B-C
1.1 เป็นเครื่องมือดับเพลิงชนิดผงเคมีสำหรับดับเพลิงได้ 3 ประเภท A-B-C ขนาด
10 ปอนด์ ถัวถังทำจากเหล็กกล้าพ่นสี และมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด DOT (DEPARTMENT OF
TRANSPORTATION) สามารถทนความดันทดสอบได้ไม่ต่ำกว่า 400 PSI ความดันสำหรับใช้ขับผงเคมีให้ใช้
ความดันจากแก๊ส โดยประมาณ 190 PSI อุปกรณ์ชุดสายฉีดน้ำ หัวฉีด วาล์ว จะต้องทนแรงดันได้ไม่ต่ำกว่า
1.5 เท่าของแรงดันแก๊สปกติ
1.2 ผงเคมีที่ใช้ เป็นสารประเภทโมโนแอมโมเนียมฟอสเฟต ผสมสารพิเศษเพื่อป้องกัน
การจับตัวเป็นก้อนได้ง่าย มีจุดประสงค์เพื่อใช้บรรจุในเครื่องดับเพลิงเคมีโดยเฉพาะ และมีประสิทธิภาพใน
การดับเพลิงสูง จะต้องมีความสามารถในการดับเพลิงได้เทียบเท่ากับค่า TIS RATING 6 A : 10 B
2. เครื่องดับเพลิงชนิดคาร์บอนไดออกไซด์
เป็นเครื่องมือดับเพลิงขนาด 10 ปอนด์ ใช้สำหรับดับเพลิงในห้องเครื่องไฟฟ้า และบริเวณ
ต่าง ๆตามที่กำหนด มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด DOT (DEPARTMENT OF TRANSPORTATION) สามารถ
ทนความดันทดสอบได้ไม่ต่ำกว่า 300 PSI มีความสามารถในการดับเพลิงไม่ต่ำกว่าค่า UL LISTED RATIHG
5 BC
3. การฝึกอบรม
ผู้รับจ้างจะต้องฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ควบคุม และบำรุงรักษาเครื่องมือ อุปกรณ์ต่าง ๆ โดยผู้จัดจำหน่าย
และหรือผู้ติดตั้งอุปกรณ์นั้น ๆ ที่ผู้รับจ้างได้จัดซื้อมาให้มีความรู้ความสามารถในการใช้งาน และการบำรุงรักษา
เครื่องมือ อุปกรณ์ จนสามารถใช้งานด้วยตนเอง พร้อมทั้งคู่มือและเอกสารรายละเอียดของเครื่องจักร อุปกรณ์
จำนวน 5 ชุด มอบให้คณะกรรมการตรวจการจ้าง
</page>
<page title="88">
88
งานระบบป้องกันอัคคีภัย
1บทนำ
รายละเอียดของรายการและข้อกำหนดในเอกสารนี้ จะใช้เมื่อในแบบรูป และรายการประกอบแบบ
ก่อสร้างไม่มีข้อกำหนดเป็นอย่างอื่น หรืออาจใช้เพื่อประกอบ หรือขยายความเพื่อความชัดเจนยิ่งขึ้น หากมี
ความขัดแย้งกับแบบแปลน และรายการประกอบแบบก่อสร้างให้ยึดถือตามแบบแปลน และรายการประกอบ
แบบก่อสร้างเป็นหลัก
2. ขอบเขต
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหา ติดตั้ง และทดสอบเครื่องจักร เครื่องมือ ตลอดจนวัสดุ อุปกรณ์ทั้งหมดตาม
แบบและรายละเอียดของข้อกำหนดนี้ตลอดจนงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจไม่ได้แสดงไว้ แต่จำเป็นต้องทำเพื่อให้งาน
ระบบป้องกันอัคคีภัยเสร็จเรียบร้อยจนใช้งานได้ตามหลักวิชาการและมาตรฐานต่างๆ เป็นที่ยอมรับของ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบเขตของงานประกอบด้วยระบบต่าง ๆ ดังนี้
2.1
2.2
งานระบบป้องกันอัคคีภัย
งานระบบไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับระบบป้องกันอัคคีภัย
2.3 งานทดสอบระบบ และการทำความสะอาด
3. มาตรฐาน และกฎข้อบังคับ
ในการติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัยให้บรรลุผลเรียบร้อยสมบูรณ์ ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมและติดตั้ง
ตามมาตรฐาน และกฎข้อบังคับต่าง ๆ ฉบับล่าสุดที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้
3.1 มาตรฐานการเดินท่อภายในอาคารของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
3.2 มาตรฐานการป้องกันอัคคีภัยของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
3.3 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)
3.4 วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.)
3.5 กระทรวงหรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
3.6 AMERICAN NATIONAL PLUMBLING CODE
3.7
THE AMERICAN SOCIETY OF PLUMBLING ENGINEERING (ASPE)
3.8
FACTORTY MUTUAL ENGINEERING CORP. (FM)
3.9 NATIONAL FIRE PROTECTION ASSOCIATION (NFPA)
3.10 UNDERWRITER LABORATORIES INC. (UL)
3.11
AMERICAN NATIONAL STANDARD INSTITUTE (ANSI)
3.12 BRITISH STANDARD (BS)
3.13 JAPANESE STANDARD (JIS)
3.14 DEUTSCHE INDUSTRY NORM (DIN)
</page>
<page title="89">
89
หมวดที่ 4
หมวดงานระบบไฟฟ้า
4.1 บทนำ
4.1.1 วัตถุประสงค์
ความมุ่งหมายของแบบแปลนและรายการนี้เพื่อให้ผู้รับจ้างทำการจัดหาติดตั้งระบบพร้อมอุปกรณ์
งานระบบไฟฟ้าหรือระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานทางด้านไฟฟ้าให้เสร็จเรียบร้อย สามารถใช้งานได้ผลดีตาม
ความประสงค์ของผู้ว่าจ้าง
4.1.2 เกณฑ์กำหนดในการปฏิบัติงาน
4.1.2.1 การติดตั้งให้เป็นไปตามมาตรฐานการไฟฟ้า ในกรณีที่กฎของการไฟฟ้ามิได้ระบุไว้ ให้เป็นไป
ตามมาตรฐานของ NEC (NATIONAL ELECTRICAL CODE), ว.ส.ท. (วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย) และ
ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องความปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า
4.1.2.2 วัสดุและอุปกรณ์ ให้เป็นไปตามมาตรฐานฉบับใดฉบับหนึ่งที่กำหนดไว้ในรายละเอียดเฉพาะ
วัสดุอุปกรณ์ในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้
มอก. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
ANSI AMERICAN NATIONAL STANDARDS INSTITUTE
NEMA NATIONAL ELECTRICAL MANUFACTURES ASSOCIATION
UL
UNDERWRITERS LABORATORIES INC
IEC
INTERNATIONAL ELECTROTECHNICAL COMMISSION
VDE
VERBAND DEUTSHER ELECTROTECHNIKER
DIN DEUTSHER INBDUSTRIE NORMEN
BS
BRITISH STANDARD
JIS
JAPANESE INDUSTRIAL STANDARDS
4.1.3 ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างต้องจัดหา พร้อมติดตั้งวัสดุและอุปกรณ์งานระบบไฟฟ้าหรือระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
กับงานทางด้านไฟฟ้า เช่น ระบบเสาอากาศร่วม, ระบบทีวีวงจรปิด, ระบบไมโครโฟนห้องประชุม, ระบบเสียง,
ระบบแจ้งเตือนอัคคีภัย, ระบบโทรศัพท์ และระบบป้องกันฟ้าผ่า เป็นต้น ให้กับผู้ว่าจ้าง และอุปกรณ์อำนวย
ความสะดวกอื่นๆ รวมถึงแรงงานเครื่องมือเครื่องใช้ สถานที่ที่เก็บของ พลังงานไฟฟ้า และงานอื่นๆ ที่
จำเป็นต้องใช้เพื่อให้งานเสร็จสิ้นเรียบร้อยสมบูรณ์ และใช้งานได้ดีตามความประสงค์ของผู้ว่าจ้างตามที่แสดงไว้
ในแบบและขอบเขตของงานข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
4.1.3.1 จัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง สำหรับการจ่ายพลังงานไฟฟ้าจากสายส่งแรงสูง
ของการไฟฟ้าท้องถิ่นนั้นๆ หรือตามที่ได้แสดงในแบบ
</page>
``````markdown
<page title="90">
90
4.1.3.2 จัดหาและติดตั้งตู้สวิตช์เกียร์แรงสูง หรือตามที่ได้แสดงในแบบ
4.1.3.3 จัดหาและติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า และระบบสายดินทั้งหมด หรือตามที่ได้แสดง
ในแบบ
4.1.3.4 จัดหาและติดตั้งเครื่องกำเนิดพลังงานไฟฟ้า หรือตามที่ได้แสดงในแบบ
4.1.3.5 จัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าแรงต่ำจากหม้อแปลงไฟฟ้ามายังแผงจ่ายไฟฟ้า
แรงต่ำ หรือตามที่ได้แสดงในแบบ
4.1.3.6 จัดหาและติดตั้งอุปกรณ์แรงต่ำและแผงจ่ายไฟฟ้าแรงต่ำ หรือตามที่ได้แสดงในแบบ
4.1.3.7 จัดหาและติดตั้งอุปกรณ์จ่ายไฟฟ้าย่อยแรงต่ำ หรือตามที่ได้แสดงในแบบ
4.1.3.8 จัดหาและติดตั้งอุปกรณ์แสงสว่างและเต้ารับ หรือตามที่ได้แสดงในแบบ
4.1.3.9 อื่น ๆ ตามที่ได้แสดงในแบบ
4.1.4 วัสดุอุปกรณ์
4.1.4.1 วัสดุและอุปกรณ์ที่นำมาติดตั้ง ต้องเป็นไปตามรายการวัสดุอุปกรณ์มาตรฐานของ
ผู้ผลิตที่อนุมัติให้ใช้ในโครงการนี้เท่านั้น และต้องเป็นของใหม่ ได้มาตรฐานตามที่กำหนด อยู่ในสภาพเรียบร้อย
สมบูรณ์และไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน
4.1.4.2 ถ้างานไฟฟ้าส่วนหนึ่งส่วนใดที่ผู้รับจ้างกำลังติดตั้ง หรือติดตั้งเสร็จแล้วก็ดี ผิดไปจาก
แบบและข้อกำหนดหรือใช้วัสดุอุปกรณ์ไม่ตรงกับรายการที่กำหนดไว้ ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิ์ในการสั่งให้ผู้รับจ้าง
หยุดงานเป็นการชั่วคราว และต้องทำการแก้ไขให้ถูกต้องทันที ความล่าช้าอันเนื่องมาจากเหตุดังกล่าว ผู้รับจ้าง
จะถือเป็นเหตุขอยืดวันทำการออกไปหรือกล่าวอ้างเป็นข้อแก้ตัวต่อการแล้วเสร็จสมบูรณ์ของงานทั้งหมดไม่ได้
4.1.4.3 จำนวนวัสดุและรายละเอียดต่างๆ ซึ่งอาจไม่ได้แสดงไว้ในแบบ หรือเขียนในรายการนี้
ให้ครบถ้วน หากเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ระบบไฟฟ้า และระบบต่างๆ ทำงานได้สมบูรณ์แล้วเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง
ต้องจัดหามา และผู้รับจ้างต้องทำงานนั้นด้วย
4.1.4.4 หากผู้ว่าจ้างเห็นว่ารายละเอียดใดที่จะต้องกระทำผิดแผกไปจากหลักการในแบบหรือ
รายการ ผู้รับจ้างต้องเสนอให้ผู้ว่าจ้าง เห็นชอบเสียก่อนที่จะดำเนินการหากมีข้อขัดแย้งหรือสงสัยระหว่างแบบ
และรายการให้ยึดถือการพิจารณาของผู้ว่าจ้าง ถือเป็นอันยุติ
4.1.5 วิศวกรไฟฟ้า
ผู้รับจ้างต้องมีและเสนอชื่อวิศวกรไฟฟ้าที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม
ควบคุม แขนงไฟฟ้ากำลัง ประเภทสามัญวิศวกร พร้อมส่งสำเนาหลักฐานให้กับผู้ว่าจ้างก่อนดำเนินการติดตั้ง
เพื่อเป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุมงานให้เป็นไปตามแบบ และรายการประกอบแบบ พร้อมลงนามรับรองใน
แบบของผู้รับจ้างที่เสนอแบบรูปขยายรายละเอียดขณะก่อสร้าง (SHOP DRAWING) และแบบแสดงการ
ติดตั้งจริง (AS-BUILT DRAWING)
</page>
<page title="91">
91
4.1.6 SHOP DRAWING
4.1.6.1 แบบที่ใช้ติดตั้งต้องใช้มาตรฐานกระดาษเขียนแบบ และสัญลักษณ์เดียวกับต้นแบบ
4.1.6.2 แบบที่ใช้ติดตั้งต้องแสดงรายละเอียดต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับระบบไฟฟ้าและ
รายละเอียดอื่นๆ อันอาจเกี่ยวกับงานก่อสร้าง หรือ ผู้รับจ้างรายอื่นๆ
4.1.6.3 แบบใช้งานมีรายละเอียดการติดตั้งของวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ อย่างน้อยดังต่อไปนี้
การติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงสูง พร้อมอุปกรณ์ประกอบ
การติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า และที่ล้อมหม้อแปลงไฟฟ้า ตลอดจนระบบสายดินทั้งหมด
การติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงต่ำ, แผงจ่ายไฟแรงต่ำ, อุปกรณ์ไฟฟ้า
4.1.7 การขอใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าฯ
4.1.7.1 หากมิได้กำหนดเป็นอย่างอื่น ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการติดต่อกับการไฟฟ้าฯ
ในนามของผู้ว่าจ้างเพื่อดำเนินการให้อาคารที่ก่อสร้างมีไฟฟ้าใช้ ซึ่งรวมถึง จัดหาและติดตั้งมิเตอร์แรงสูง
ค่าตรวจสอบ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งหมดที่การไฟฟ้าเรียกเก็บให้เป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
4.1.7.2 วัสดุและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับระบบจำหน่ายของการไฟฟ้าฯ เช่น สวิตช์เกียร์
แรงสูง หม้อแปลงไฟฟ้า สายไฟแรงสูง ต้องได้รับความเห็นชอบจากการไฟฟ้าฯ ก่อนการติดตั้ง
4.1.8 การทดสอบเครื่องและระบบ
4.1.8.1 ผู้รับจ้างต้องทำการทดสอบเครื่องและอุปกรณ์การใช้งานทั้งระบบ ตามหลักวิชาการ
และมาตรฐาน เพื่อแสดงให้เห็นว่างานที่ทำถูกต้องตามแบบ และข้อกำหนดทุก ประการ โดยมีผู้แทนของ
ผู้ว่าจ้างร่วมในการทดสอบด้วย และผู้รับจ้างต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการนี้ทั้งสิ้น
4.1.8.2 ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการทดสอบดังกล่าว
4.1.8.3 การทดสอบเครื่องและระบบต่างๆ ให้เป็นไปตามกฎของการไฟฟ้าฯ และหน่วย
ราชการที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนข้อกำหนดและมาตรฐานที่อ้างอิง
4.1.9 การรับประกัน
เริ่มนับจากวันตรวจรับงานครั้งสุดท้าย ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันให้ผลงานและวัสดุอุปกรณ์
ต่างๆ อันเป็นผลงานของผู้รับจ้างเป็นระยะเวลาตามที่กำหนดในสัญญา ค่าใช้จ่ายส่วนดังกล่าวถือเป็นความ
รับผิดชอบของผู้รับจ้าง ยกเว้นเกิดจากความบกพร่องของตัวเครื่องจักรเองหรือเหตุต่างๆ ที่มิใช่ความผิดที่เกิด
จากผู้รับจ้าง
4.1.10 การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่
4.1.10.1 ผู้รับจ้างต้องจัดการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่อง และรักษาเครื่องของผู้ว่าจ้าง
ให้มีความรู้ความสามารถในการใช้งานและการบำรุงรักษาก่อนการส่งมอบงาน
4.1.10.2 ผู้รับจ้างต้องจัดหาช่างผู้ชำนาญในระบบต่างๆ มาเดินเครื่อง และควบคุมเครื่องเป็น
ระยะเวลาอย่างน้อย 15 วัน ติดต่อกัน หลังจากส่งมอบงาน
</page>
<page title="92">
92
4.1.11 การบริการ
4.1.11.1 ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมช่างผู้ชำนาญงานในแต่ละระบบไว้สำหรับตรวจซ่อมแซมและ
รักษาเครื่อง และ อุปกรณ์ ให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี
4.1.11.2 ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายการผลการตรวจสอบอุปกรณ์ทุกชิ้น และการบำรุงรักษา
ทุกครั้งเสนอต่อผู้ว่าจ้างภายใน 7 วัน นับจากวันที่บริการ
4.1.11.3 ในกรณีผู้ว่าจ้างมีความจำเป็นต้องใช้บริการฉุกเฉินนอกเวลาทำงานปกติ ผู้รับจ้าง
ต้องรีบจัดทำโดยไม่ชักช้า
4.2 ระบบ รหัสสี และวิธีการติดตั้ง
4.2.1 ระบบไฟฟ้า
4.2.1.1 ระบบแรงสูง ใช้ระบบ 11 - 33 KV 3 เฟส - 3สาย 50 Hz
4.2.1.2 ระบบแรงต่ำ ใช้ระบบ 380/220 V 3 เฟส – 4 สาย 50 Hz
4.2.2 รหัสสีสายไฟฟ้าและบัสบาร์
รหัสสีของสายไฟฟ้าและบัสบาร์เป็นดังนี้
4.2.2.1 สายเฟส A สีแดง
4.2.2.2 สายเฟส B สีเหลือง
4.2.2.3 สายเฟส C สีน้ำเงิน
4.2.2.4 สายเฟส N สีขาวหรือสีเทา
4.2.2.5 สายเฟส G สีเขียวหรือเขียวคาดเหลือง
4.2.2.6 สายไฟที่ผลิตแต่เพียงสีเดียวให้ทาสีหรือพันเทปที่ปลายทั้ง 2 ข้างด้วยระบบสีที่
กำหนด สำหรับบัสบาร์ให้ทาสี หรือ ติดเทปตามระบบสี
4.2.3 รหัสสีของงานระบบต่างๆ
รหัสสีของงานระบบต่างๆ ให้พ่นสีที่ประกับยึดท่อทุกๆ จุด และที่ฝากล่องต่อสายทุกๆ อัน กรณีที่เป็น
รางเดินสายให้ทำการพ่นสีเพื่อบอกรหัสทุกๆ ระยะ 3-5 เมตร รหัสสีสำหรับงานระบบต่างๆ มีดังนี้
<table title="รหัสสีสำหรับงานระบบต่างๆ" description="ตารางแสดงรหัสสีสำหรับงานระบบต่างๆ">
| ระบบ | สี |
| :------------------------------------- | :-------- |
| ระบบไฟฟ้ากำลังปกติ (N) | สีส้ม |
| ระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน (E) | สีเขียว |
| ระบบโทรศัพท์ (TEL) | สีเหลือง |
| ระบบเสาอากาศร่วม (MATV) | สีม่วง |
| ระบบ SOUND (S) | สีฟ้า |
| ระบบ FIRE ALARM (FA) | สีแดง |
</table>
</page>
<page title="93">
93
4.2.4 ระบบการต่อลงดิน
4.2.4.1 ระบบป้องกันฟ้าผ่า กับดักฟ้าผ่า (SURGE ARRESTER) ของระบบโทรศัพท์ สายเส้น
ศูนย์ สายเส้นดิน โครงอุปกรณ์และดวงโคมรวมถึงส่วนต่างๆ ในระบบไฟฟ้าที่เป็นโลหะแต่ไม่ได้นำกระแสไฟฟ้า
ต้องต่อลงดิน อุปกรณ์และการติดตั้งระบบต่อลงดินให้ใช้ตามข้อกำหนดของมาตรฐานเรื่องการต่อลงดินของ
ว.ส.ท., สำนักงานพลังงานแห่งชาติ, กฎการไฟฟ้าท้องถิ่น ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องความปลอดภัย
เกี่ยวกับไฟฟ้า หรือ มาตรฐาน NEC หัวข้อ 250
4.2.4.2 ในกรณีที่ใช้หลักสายดิน (GROUND ROD) ต้องเป็นแท่งเหล็กหุ้มทองแดง ( COPPER
CLAD STEEL) มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 5/8” และยาวไม่น้อยกว่า 3 เมตร (10 ฟุต) โดยฝังลึกใน
ดินให้ปลายบนอยู่ต่ำกว่าระดับดิน 0.60 เมตร และต้องฝังห่างจากโลหะอื่นที่ต้องลงดินไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร
4.2.4.3 ถ้าสภาพของดินไม่สามารถใช้แท่งเหล็กได้ให้ใช้แผ่นเหล็กหุ้มทองแดงหรือแผ่นเหล็ก
หุ้มสังกะสีหนาอย่างน้อย ¼”(6.35 มม.) ขนาดอย่างน้อย 0.181 ตร.ม. หรือใช้เหล็กโครงสร้างที่ฝังในดินโดย
ต้องทำให้ค่าความต้านทานดิน (EARTHING RESISTANCES) มีค่าไม่เกิน 5 โอห์ม ถ้าสูงกว่า 5 โอห์ม ให้ติดตั้ง
หลักดินเพิ่มเติมจนได้ค่าไม่เกิน 5 โอห์ม และผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง
4.2.4.4 ในส่วนของสายตัวนำลงดินให้ใช้สายเส้นเดียวกันตลอดโดยไม่มีการตัดต่อ
4.2.4.5 หากสายตัวนำลงดินที่กำหนดให้ ร้อยในท่อโลหะ จะต้องต่อสายลงดินเข้ากับปลายทั้ง
สองของท่อโลหะ โดยใช้ประกับโลหะเชื่อมต่อทุกๆ จุด ของสายดิน
4.2.4.6 การต่อสายดินกับหลักสายดิน สายดินกับระบบหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าให้ใช้วิธีเชื่อมด้วย
ความร้อน ( EXOTHERMIC WELDING)
4.2.4.7 ขนาดสายต่อลงดินของระบบไฟฟ้าให้เป็นไปตาม ตารางที่ 1 และ ขนาดสายต่อลงดิน
ของระบบไฟฟ้าให้เป็นไปตาม ตารางที่ 2
4.2.5 วิธีป้องกันการผุกร่อน
4.2.5.1 วิธีป้องกันการผุกร่อนให้ยึดถือตามมาตรฐาน NEC หัวข้อ 300-6
4.2.5.2.ท่อร้อยสายที่เป็นโลหะและชิ้นส่วนที่เป็นโลหะซึ่งฝังในดินให้ทาด้วยสารประเภท
แอสฟัลต์ ให้ทั่วผิวด้านนอกอย่างน้อย 3 ครั้ง
4.2.5.3 ชิ้นส่วนที่เป็นเหล็กต้องป้องกันการผุกร่อน โดยการอาบสังกะสี หรือพ่นสีฝุ่นอบ
ความร้อน หรือโดยวิธีอื่นใดโดยให้เป็นไปตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
4.2.6 การต่อสายสัญญาณ สายเพื่อควบคุม สายโทรศัพท์
4.2.6.1 การต่อสายสัญญาณ สายเพื่อควบคุม สายโทรศัพท์ ที่ใช้ระบบแรงดันไฟฟ้าต่ำ ให้ใช้
หัวต่อแบบที่ไม่ต้องปอกสายโดยมีวัสดุใส่เพื่อกันความชื้น
4.2.6.2 สายที่เดินในอาคารต้องใช้กล่องต่อสายเพื่อป้องกันรอยต่อ ส่วนในกรณีของสายที่เดิน
นอกอาคารหรือเดินใต้ดินต้องมีตลับต่อสายเพื่อป้องกันรอยต่อโดยมีวัสดุที่เป็นฉนวนและกันน้ำซึมเข้าในตลับ
ต่อสายด้วย
</page>
<page title="94">
94
4.3 สายไฟฟ้า (CABLE)
4.3.1 ความต้องการทั่วไป
4.3.1.1 สายไฟฟ้าที่ใช้ในอาคาร ต้องมีคุณสมบัติที่จะไม่ไหม้ลุกลามเมื่อติดไฟ ส่วนประกอบ
ทุกอย่างที่ไม่ใช่โลหะ ของสายไฟฟ้าและเคเบิลต้องมีคุณสมบัติในการไม่ลุกลาม (FIRE RETARDING ) เท่ากัน
หรือดีกว่า ตามที่กำหนดไว้สำหรับฉนวน และเปลือกนอกของสายไฟฟ้าใน มอก.11-2531
4.3.1.2 สายไฟฟ้าที่ใช้สำหรับไฟฟ้ากำลัง หรือแสงสว่าง ต้องผลิตโดยผู้ผลิตที่ผู้ว่าจ้างเชื่อถือ
และได้รับการรับรองและทดสอบแล้วว่าใช้ได้ตามมาตรฐาน มอก.11 สำหรับสายตัวนำทองแดง และตาม
มาตรฐาน มอก.293 สำหรับตัวนำอะลูมิเนียม ส่วนขนาดของตัวนำให้ใช้ตามที่กำหนดในแบบ
4.3.2 ความต้องการด้านเทคนิค
ตามที่แสดงในแบบ
4.3.2.1 สายไฟฟ้าที่ร้อยในท่อใช้สายหุ้มฉนวนพีวีซี ทนแรงดันได้ 750 โวลท์ ชนิด THW หรือ
4.3.2.2 สายไฟฟ้าที่ใช้ภายในดวงโคม ใช้สายอ่อนหุ้มฉนวนทนต่ออุณหภูมิสูง 70 °C
4.3.2.3 สายป้อนและสายวงจรย่อย ให้ใช้สาย THW หรือตามที่แสดงในแบบ
4.3.2.4 สายใหญ่กว่า 6 ตร.มม. ให้ใช้เป็นสายตีเกลียว
4.3.2.5 สายไฟฟ้าสำหรับวงจรโคมไฟฟ้า และเต้ารับแต่ละวงจรต้องมีขนาดไม่ต่ำกว่าที่แสดง
ไว้ในแบบ สำหรับสายต่อแยกเข้าหาโคมไฟหรือเต้ารับให้ใช้สายขนาด 2.50 ตร.มม. ได้
4.3.2.6 สายที่ใช้ภายในดวงโคม ต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 1.00 ตารางมิลลิเมตร และต้องทน
กระแสได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 125 ของกระแสใช้งานสูงสุด
4.3.3 การติดตั้ง
4.3.3.1 สายไฟฟ้าต้องเดินร้อยในท่อโลหะ และ/หรือ ตามที่กำหนดในแบบ
4.3.3.2 การเดินสายไฟฟ้าในท่อต้องกระทำภายหลังการวางท่อร้อยสาย กล่องต่อสาย กล่อง
ดึงสาย และอุปกรณ์ต่างๆ เสร็จเรียบร้อยแล้วเท่านั้น อุปกรณ์การดึงสายไฟฟ้าต้องร้อยสายในขณะที่จะเดิน
สายไฟแต่ละช่วงห้ามมิให้ตระเตรียม หรือร้อยสายไฟไว้ในท่อร้อยสายล่วงหน้าอย่างเด็ดขาด
4.3.3.3 การดึงสายควรใช้อุปกรณ์ช่วยในการดึงสาย ซึ่งออกแบบโดยเฉพาะเพื่อใช้กับงานดึง
สายไฟฟ้าภายในท่อและต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตอุปกรณ์ดังกล่าวด้วย
แนะนำไว้เท่านั้น
4.3.3.4 การหล่อลื่นในการดึงสาย ผู้รับจ้างต้องใช้ตัวหล่อลื่น ซึ่งเป็นชนิดที่ผู้ผลิตสายไฟฟ้า
4.3.3.5 การดัดงอสายทุกขนาดต้องกระทำอย่างระมัดระวัง ในการดัดงอต้องเป็นไปตาม
คำแนะนำของผู้ผลิตสายไฟฟ้า หรือ มาตรฐาน NEC
4.3.3.6 การต่อสายไฟฟ้า ให้ทำได้เฉพาะในกล่องต่อสาย และภายในดวงโคมเท่านั้น สาย
ทองแดงที่มีขนาดไม่เกิน 10 ตร.มม. การต่อสายไฟให้ใช้ขั้วต่อสาย แบบเกลียวกวด หรือใช้เครื่องมือกลบีบ และ
สำหรับสายขนาด 16 ตร.มม. หรือใหญ่กว่าให้ใช้ขั้วต่อสาย แบบใช้เครื่องมือกลบีบ และใช้ฉนวน (HEAT
SHRINKABLE TUBE ) ห่อหุ้มรอยต่อดังกล่าว
</page>
```<page title="95">
95
4.3.3.7 การต่อสายใต้ดินในบริเวณที่เปียกขึ้นหรือโดนน้ำได้ต้องห่อหุ้มด้วยสารกันความชื้นมิ
ให้เข้าไปในหัวต่อได้ เช่น สารประเภทซิลิโคน หรือ EPOXY
4.3.3.8 การต่อสายเข้าอุปกรณ์ไฟฟ้าในกรณีที่อุปกรณ์ไฟฟ้ามีหัวสกรูแบบพันสายต้องใช้
หางปลาและหากอุปกรณ์ไฟฟ้ามีขั้วรับสายแบบมีรูสอดสายให้ต่อตรงได้
4.3.3.9 การกันความชื้นปลายทั้งสองข้างของสายไฟฟ้าที่ปล่อยไว้ต้องมีกรรมวิธีป้องกัน
ความชื้นจากภายนอก สำหรับสายที่มีขนาดใหญ่กว่า 25 ตร.มม. ให้ใช้ฉนวนห่อหุ้มรอยต่อ
4.3.3.10 ป้ายแสดงเลขวงจร สายไฟฟ้าทั้งหมดที่ปลายสายทั้งสองข้าง และในทุกจุดต่อที่มี
การต่อสายไฟฟ้า ทั้งในกล่องต่อสาย รางเดินสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า ต้องมีป้ายติดแสดงเลขที่วงจรไฟฟ้า
โดยใช้ป้ายที่มีความทนทานดี เพื่อความสะดวกในการบำรุงรักษา รายละเอียดของการบ่งบอกเป็นไปตามที่
แสดงไว้ในแบบ
4.3.3.11 จำนวนสูงสุดของสายไฟฟ้า ชนิด THW ให้เป็นไปตาม ตารางที่ 3
4.3.3.12 จำนวนสูงสุดของสายไฟฟ้า ชนิด NYY (หรือ XLPE) ให้เป็นไปตาม ตารางที่ 4
4.3.4 สายไฟฟ้าที่ใช้นอกอาคาร
ถ้าเป็นแบบมีฉนวน เปลือกนอกต้องมีคุณสมบัติทนทานต่อการแตกตัวเนื่องจากแสงอาทิตย์
(SUNLIGHT RESISTANCE) และต้องมีคุณสมบัติทนทานต่อภาวะอากาศ (WEATHERPROOF) โดยต้องทำให้
ได้ตามข้อกำหนดตามมาตรฐานนั้น สำหรับสายที่ใช้ใต้ดินต้องเป็นสายชนิดมีเปลือกนอกหนาพิเศษ
การเดินสายแบบฝังดินโดยตรง ( DIRECT BURIAL ) ให้ปฏิบัติดังนี้
4.3.4.1 การต่อสายไฟฟ้าที่ฝังดินโดยตรง กระทำโดยวิธีการพิเศษ โดยเฉพาะตรงรอยต่อให้
หุ้ม EPOXY RESIN หรือวัสดุอื่นที่มีคุณสมบัติเทียบเท่า
4.3.4.2 ในกรณีที่มีสายไฟฟ้าหลายชุดฝังอยู่ในแนวเดียวกันต้องมีรายละเอียดบนสายไฟฟ้า
ดังกล่าว แสดงวงจร และ ขนาดสายไฟฟ้าทุก ๆ ช่วงไม่เกิน 3 เมตร
4.3.4.3 สายไฟฟ้าสำหรับฝังดินโดยตรงต้องฝังลงในดินลึกอย่างน้อย 60 ซม.
4.3.4.4 สายไฟฟ้าต้องวางทราย ซึ่งหนาไม่น้อยกว่า 10 ซม. (SAND BED)
4.3.4.5 การวางสายไฟฟ้าบนทรายควรวางเรียงเดียวตามแนวนอนโดยที่ระยะห่างระหว่าง
สายไฟฟ้าควรมีค่าเท่ากับพื้นที่หน้าตัดของสายไฟดังกล่าวแล้วกลบด้วยทราย โดยขอบสายไฟฟ้าหนาไม่น้อย
กว่า 10 ซม. เช่นกัน และวางทับด้วยแผ่นคอนกรีต หรือ แผ่นอิฐตลอดสายกลบด้วยดิน ในตอนที่สายโผล่จาก
พื้นดินต้องมีการป้องกันสายโดยการร้อยสายผ่านท่อโลหะหรือใช้วิธีอื่น ๆ ที่เหมาะสม
4.3.4.6 การเดินสายฝังดินให้เป็นไปตาม ตารางที่ 5
4.3.5 การทดสอบสายไฟฟ้า
ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิ์ที่จะนำตัวอย่างของสายไฟฟ้าที่ใช้งานส่งไปสถาบันที่ผู้ว่าจ้างเชื่อถือทำการ
ทดสอบมาตรฐานโดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ถ้าตัวอย่างนั้นไม่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน
ผู้ว่าจ้างจะไม่ยินยอมให้ใช้สายไฟฟ้าจากผู้ผลิตรายดังกล่าว และผู้ว่าจ้างต้องนำสายไฟฟ้าจากผู้ผลิตรายใหม่ที่มี
คุณภาพตามมาตรฐานมาเปลี่ยนให้ทั้งหมด โดยไม่คิดค่าใช่จ่ายใด ๆ เพิ่มขึ้นจากสัญญาและหากเกิดการล่าช้า
ขึ้น ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบด้วย
</page>
<page title="96">
96
4.3.6 สายไฟฟ้าและสายเคเบิลที่นำมาใช้
ต้องมีลักษณะเรียบร้อย หากมีลักษณะ เช่น ตัวอักษรแจ้งรายละเอียดของสายไม่ชัดเจน ผิว
สายขรุขระ ฉนวนหรือเปลือกนอกรอบ ๆ สายมีความหนาต่างกันมาก จะไม่อนุญาตให้ใช้สายของผู้ผลิตนั้น
ถึงแม้ว่าจะเป็นสายไฟของผู้ผลิตเดียวกันที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานแล้วก็ตาม
4.4 ท่อร้อยสาย รางร้อยสาย และอุปกรณ์ประกอบ
4.4.1 ท่อร้อยสาย(CONDUIT)
4.4.1.1 ลักษณะท่อร้อยสาย
(1) ท่อโลหะหนา ( RIGID STEEL CONDUIT : RSC )
เป็นชนิดที่ทำด้วยเหล็กต้องฉาบผิวทั้งภายในและภายนอกด้วยสังกะสี ต้องทำแบบที่
ทำเกลียวหัวท้ายเสร็จจากโรงงานเรียบร้อย และมีข้อต่อเติมมาด้วยท่อนละ 1 อัน ท่อโลหะหนาที่ทำขึ้นให้มี
คุณสมบัติป้องกันการผุกร่อนโดยใช้โลหะอื่นที่ไม่ใช่เหล็กจะต้องมีเครื่องหมายหรือข้อความแจ้งไว้ที่ตัวท่อ ท่อ
โลหะหนาทุกท่อนต้องแสดงชื่อผู้ผลิต และเครื่องหมายการค้าที่ติดแน่นทนทานไม่ลบง่าย วัสดุประกอบที่ใช้กับ
ท่อโลหะ เช่น ข้อต่อ ข้องอ ที่ยึดที่รองรับจะต้องมีการฉาบโลหะ หรือน้ำยาเพื่อป้องกันการผุกร่อนได้ไม่น้อยกว่า
ท่อ ข้อต่อ ข้อลด ไม่ว่าจะเป็นแบบต่อตรง หรือมีการหักมุมก็ตาม ถ้ามีฝาปิดเปิดได้ จะต้องมีเนื้อโลหะตรงหน้า
ตัดที่ต่อเข้ามาต่อไม่น้อยกว่า 2 เท่าของเนื้อโลหะท่อขนาดใหญ่ที่สุดที่นำมาต่อ วัสดุประกอบต้องเป็นของที่ทำ
สำเร็จรูปมาจากโรงงานผู้ผลิตห้ามใช้วัสดุประกอบที่ทำหรือดัดแปลงขึ้นมาเอง
(2) ท่อโลหะหนาปานกลาง ( INTERMEDIATE METAL CONDUIT : IMC )
เป็นชนิดที่ทำด้วยเหล็กจะต้องมีการฉาบผิวทั้งภายในและภายนอก ด้วยสังกะสีหรือ
น้ำยาป้องกันการผุกร่อนและท่อโลหะหนาปานกลางแต่ละท่อนจะต้องแสดงชื่อผู้ผลิต และเครื่องหมายการค้าที่
ติดแน่นทนทานไม่ลบง่าย วัสดุประกอบที่ใช้ เช่น ข้อต่อ ข้องอ ที่ยึด ที่รองรับ จะต้องฉาบด้วยโลหะ หรือน้ำยา
ป้องกันการผุกร่อน หรือทำด้วยโลหะที่มีคุณสมบัติป้องกันการผุกร่อนอยู่แล้วในตัวเพื่อให้ทนทานต่อการผุกร่อน
ได้ไม่น้อยกว่าท่อ วัสดุประกอบต้องเป็นของที่ทำสำเร็จมาจากโรงงานผู้ผลิต ห้ามใช้วัสดุประกอบที่ทำหรือ
ดัดแปลงขึ้นมา
(3) ท่อโลหะบาง ( ELECTRICAL METALLIC TUBING : EMT )
เป็นชนิดที่ทำด้วยเหล็กต้องฉาบผิวทั้งภายในและภายนอกด้วยสังกะสี ท่อโลหะบาง
จะต้องทำให้ผิวภายนอกมีลักษณะที่เห็นได้ว่าต่างกับท่อโลหะหนา และต้องทนทานอยู่ให้เห็นได้หลังการติดตั้ง
แล้ว
(4) ท่อ HDPE ต้องมีความหนาไม่น้อยกว่าที่กำหนดในมาตรฐาน NEMA TC2-1983
SCHEDULE 40
(5) ท่อ PVC แข็งสำหรับร้อยสายไฟฟ้า หรือสายโทรศัพท์ ให้ใช้ผลิตภัณฑ์หรือ
มอก.216-2524
</page>
<page title="97">
97
(6) ท่ออ่อน ( FLECXIBLE METAL CONDUIT : FMC)
ต้องทำขึ้นโดยต้องมีการป้องกันการผุกร่อน โดยฉาบด้วยสังกะสี มีหน้าตัดกลมอ่อน
ตัวได้ ทำขึ้นให้มีคุณสมบัติกันน้ำจะใช้ได้เฉพาะที่เป็นการยกเว้นตามมาตรฐาน NEC 350
4.4.1.2 เทคนิคและการติดตั้ง
(1) การติดตั้งท่อร้อยสาย
ก. ต้องทำความสะอาดทั้งภายนอกและภายในท่อก่อนนำมาติดตั้ง
ข. ท่อ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ANSI และผ่านกรรมวิธีป้องกันสนิม
ค. ท่อทุกชนิดที่ใช้ร้อยสายไฟฟ้าต้องมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เล็กกว่า 12 นิ้ว
ง. ท่อร้อยสายไฟที่ต่อกับอุปกรณ์ที่สั่นสะเทือนขนาดใช้งานปกติ ต้องใช้ท่อ FMC ใน
กรณีที่อยู่นอกอาคาร หรือ บริเวณที่เปียกขึ้น ให้ใช้ท่อ FMC ชนิดกันน้ำ
จ. ท่อเหล็กกล้าเคลือบสังกะสี ที่ฝังในคอนกรีตต้องใช้ท่อ IMC หรือ RSC เท่านั้น
ฉ. ในกรณีที่ไม่ได้กำหนดชนิดของท่อเหล็กกล้าเคลือบสังกะสี ที่ซ่อนไว้เหนือ
ฝ้าเพดาน หรือเดินท่อลอยเกาะผนัง หรือฝังในผนังก่อฉาบที่ไม่ใช่คอนกรีตให้ใช้ท่อ EMT ในบริเวณดังกล่าวได้
ช. ในกรณีที่กำหนดให้ใช้ท่อ EMT ขนาดท่อที่ใช้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางโตกว่า
2 นิ้ว (50 มม.)ให้ใช้ท่อ IMC และถ้าเส้นผ่านศูนย์กลางโตกว่า 4 นิ้ว (100 มม.) ให้ใช้ท่อ RSC
ญ. ท่อโลหะที่ฝังดินต้องทาฟลิ้นโค้ตภายนอกอย่างน้อย 2 ครั้ง
ฎ. ท่อที่วางลอดใต้ถนน ต้องฝังลึกไม่น้อยกว่า 0.60 เมตร
ฏ. การยึดท่อแข็งติดกับโครงสร้างต้องยึดทุกระยะไม่เกิน 3 เมตร ในแนวดิ่ง ไม่เกิน
1.8 เมตร ในแนวราบ และต้องยึดท่อในระยะไม่เกิน 0.60 เมตร จากกล่องต่อสาย กล่องดึงสาย แผงสวิตช์ หรือ
อุปกรณ์ต่าง ๆ
ฐ. การยึดท่ออ่อนติดกับโครงสร้าง ต้องยึดทุกระยะไม่เกิน 1.50 เมตร ต้องยึดท่อใน
ระยะไม่เกิน 0.30 เมตร จากกล่องต่อสาย กล่องดึงสาย และแผงสวิตช์
ฑ. ต้องมี LOCK NUT และ BUSHING ในทุกปลายของท่อ
ฒ. ท่อที่ต่อเข้ากับกล่องต่อสายและอุปกรณ์ต้องมี CONNECTOR ติดไว้ทุกแห่ง
ณ. ปลายท่อที่มีการร้อยสายเข้าท่อ ถ้าอยู่ในอาคารต้องมี CONDUIT BUSHING
ใส่ไว้ แต่ถ้าอยู่นอกอาคารหรือในที่เปียกขึ้นต้องมี SERVICE ENTRANCE FITTING ใส่ไว้
ด. ปลายท่อที่ไม่ใช้งานต้องฝาครอบ (CONDUIT CAP) ปิดไว้ทุกแห่ง
ต. การงอท่อต้องให้มีรัศมีความโค้งของท่อไม่น้อยกว่า 6 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลาง
ภายนอกท่อ โดยใช้เครื่องมือดัดที่เหมาะสม และระหว่างกล่องต่อสาย 2 จุด เมื่อรวมมุมที่งอแล้วต้องไม่เกิน
360 องศา
</page>
<page title="98">
98
ถ. ปลายท่อทั้งสองข้างทุกท่อนก่อนจะต่อเข้าด้วยกันกับข้อต่อ หรือกล่องต่อสายต้อง
ลบคมด้วย CONDUIT REAMMER
ท. การต่อท่อกับกล่องต่อสาย และตู้ ส่วนที่เป็นเกลียวของท่อที่ต่อผ่านเข้าไปใน
กล่อง และตู้ต้องมี LOCK NUT ทั้งด้านในและด้านนอก และต้องมี BUSHING ด้านในของกล่องต่อสาย และ
ด้านในของตู้
ธ. พื้นที่หน้าตัดของท่อร้อยสายทุกเส้นที่เดินในท่อ เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 40 %
ของพื้นที่หน้าตัดภายในของท่อ
(2) กล่องต่อสาย
ก. กฎ และวิธีการ กล่องต่อสาย กล่องใส่อุปกรณ์ และCONDUIT BODY ให้ใช้โดยมีลักษณะ
ขนาด และ วิธีการติดตั้งตามกำหนดในมาตรฐาน NEC ข้อ 380 และ 373
ข. โดยทั่วไปกล่องต่อสายต้องเป็นเหล็กอาบสังกะสี หรืออะลูมิเนียมหนาไม่น้อยกว่า
1.40 มม. เป็นแบบมีฝาปิด
ค. กล่องสำหรับสวิตช์และเต้ารับที่ฝังในผนังและเสา โดยทั่วไปให้ใช้ขนาดลึก 54 มม.
ง. กล่องต่อสายต้องมีกรรมวิธีกันสนิม และป้องกันการบาดของสายไฟฟ้า
แต่ให้ใช้ขนาดตื้น 41 มม. แทนได้ โดยต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าจ้างก่อน
จ. กล่องต่อสายแบบกันน้ำ ต้องใช้เป็นอะลูมิเนียม หรือเหล็กหล่อและมีกรรมวิธี
ป้องกันน้ำได้ดี โดยที่ฝาครอบมีขอบยางอัดรอบ หรือทำด้วยเหล็กแผ่น หรืออะลูมิเนียมแผ่น
ฉ. กล่องต่อสายสำหรับสวิตช์ และเต้ารับแบบกันน้ำฝนได้ ที่ใช้ติดเกาะผนังให้ใช้ชนิด
โลหะหล่อ (DIE CAST) พ่นสี และอบ หรือกล่องพลาสติก
ช. กล่องดึงสาย และฝาครอบขนาดใหญ่ ให้ทำด้วยแผ่นเหล็กหนาไม่น้อยกว่า
1.60 มม. พ่นสีกันสนิมแล้วพ่นสีชั้นนอกด้วย
ญ. กล่องต่อสายทุกกล่องต้องต่อลงดินตามมาตรฐาน NEC
4.4.2 รางร้อยสาย (WIREWAY )
4.4.2.1 ความต้องการด้านเทคนิค
(1) ถ้าไม่ได้กำหนดเป็นอย่างอื่น วัสดุที่ใช้ทำราง ให้เป็นไปตามข้อใดข้อหนึ่งดังนี้
ก. แผ่นเหล็กผ่านกรรมวิธีล้างทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างไขมันและเคลือบ
ฟอสเฟตด้วยน้ำยา ZINC PHOSPHASE จากนั้นจึงพ่นทับด้วยสีฝุ่น (POWDER PAINT ) และอบด้วยความ
ร้อนประมาณ 200 °C
ข. แผ่นเหล็กชุบสังกะสี โดยวิธีทางไฟฟ้า
ค. HOT DIP (จุ่มร้อน)
ง. เป็นเหล็กชุบอะลูมิเนียม (ALUZINC )
หมายเหตุ : ในกรณีที่ใช้ในสถานที่เปียกขึ้น ให้ใช้วิธี HOT DIP หรือ ALUZINC
</page>
<page title="99">
99
(2) ต้องเป็นของที่มีสภาพดี ไม่มีสนิมตลอดช่วงระยะการก่อสร้างและรับประกัน หาก
มีสนิมเกิดขึ้น ผู้รับจ้างต้องเปลี่ยนให้ใหม่
(3) ขนาดรางเดินสายที่แนะนำในการผลิต เป็นไปตาม ตารางที่ 6 หรือ ขนาดตาม
ในแบบ
4.4.2.2 การติดตั้ง
(1) รางร้อยสาย ใช้ในการติดตั้งแบบเดินลอย และในสถานที่ซึ่งเข้าถึงได้เท่านั้น และ
ให้เป็นไปตามมาตรฐาน NEC ข้อที่ 300
(2) การติดตั้งรางร้อยสาย โดยต้องมีที่รองรับหรือแขวนยึดให้มั่นคง ที่รองรับหรือที่
ยึดรางร้อยสายที่เดินในแนวนอน ต้องห่างกันไม่เกิน 1.50 เมตร รางร้อยสายที่เดินในแนวดิ่งต้องมีที่ยึดหรือ
รองรับห่างกันไม่เกิน 2.40 เมตร และมีจุดต่อรางร้อยสายระหว่างช่วงของที่รองรับ หรือที่ยึดไม่เกิน 1 แห่ง ท่อ
หรือทางเดินสายอื่น ๆ ที่นำมาต่อกับรางร้อยสายไม่นับเป็นที่รองรับหรือที่ยึด
(3) รางร้อยสายในแนวตั้ง ต้องมีระยะขั้นบันไดทุกระยะไม่เกิน 2.40 เมตร สำหรับ
ยึดและรับน้ำหนักสายไฟฟ้า
(4) ที่ปลายของรางร้อยสาย เมื่อไม่มีการเดินสายเข้าออก ต้องปิดด้วยแผ่นปิดท้าย
รางที่ทำมาสำหรับใช้กับรางร้อยสายโดยเฉพาะ
(5) อุปกรณ์ประกอบรางร้อยสาย ได้แก่ ข้องอ ข้อต่อ ฝาปิดท้าย ข้อต่อลดขนาด
กล่องแยก 3 ทาง กล่องแยก 4 ทาง ฯลฯ ให้ใช้อุปกรณ์สำเร็จรูปจากโรงงานผู้ผลิตเท่านั้น
(6) ระบบของรางร้อยสายที่ติดตั้ง จะต้องมีความต่อเนื่องทางไฟฟ้าและต้องต่อลงดิน
ตามวิธีการในมาตรฐาน NEC ข้อที่ 250
(7) พื้นที่หน้าตัดทั้งหมดของสายไฟทุกเส้นที่เดินในรางร้อยสาย เมื่อรวมกันแล้วต้อง
ไม่เกิน 20 % ของพื้นที่หน้าตัดภายในของรางร้อยสายตรงช่วงที่สายเดินผ่านไป และจำนวนสายไฟต้องไม่เกิน
30 เส้น โดนไม่นับสายที่มีกระแสไหลเพียงชั่วคราว หรือสายดิน ทั้งนี้มีข้อยกเว้นตามมาตรฐาน NEC ข้อที่ 362
(8) สายไฟ ข้อต่อ และวัสดุอื่นๆ ที่ใช้ในการต่อสายต้องกินเนื้อที่รวมกันไม่เกิน 75 %
ของพื้นที่หน้าตัดภายในรางร้อยสาย
4.4.3 รางเดินสาย ( CABLE TRAY AND CABLE DUCT)
4.4.3.1 ความต้องการด้านเทคนิค
(1) กฎ และวิธีการ การติดตั้งรางเดินสาย และจำนวนสาย ให้ใช้ตามที่กำหนดใน
มาตรฐาน NEC หัวข้อ 318
(2) รางเดินสายไฟฟ้า ต้องทำจากแผ่นเหล็กฟอสเฟต ที่มีความหนาไม่น้อยกว่า
2 มม. ต้องผ่านกรรมวิธี HOT DIP GALVANIZED และทนต่อสภาพการผุกร่อนได้ดี ขอบของรางและขั้นของ
รางจะต้องเรียบ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับสายเคเบิลอันเนื่องจากการลากสายระหว่างการติดตั้ง
</page>
<page title="100">
100
(3) การต่อเนื่องกัน ( BONDING ) การใช้รางเดินสายสำหรับวางสายไฟฟ้าโดยราง
เป็นโลหะจะต้องคำนึงถึงความต่อเนื่องถึงกันตลอดของเส้นทางลงดิน ไม่ให้เกิดการขาดตอนได้ ข้อต่อระหว่าง
รางเดินสายแต่ละช่วงจะต้องแนบสนิทหรือมีสายทองแดงขนาดตามมาตรฐาน NEC เรื่องรางเดินสาย จะต้องมี
ความต้านทานต่อกระแสไฟฟ้าต่ำตลอดระยะทางและต้องรับปริมาณกระแสไฟฟ้าอันเกิดจากการลัดวงจรได้
อย่างปลอดภัย
4.4.3.2 การติดตั้ง
รางให้มั่นคง
(4) ขนาดของรางให้เป็นไปตามกำหนดในแบบ
(1) การเดินสายในรางเดินสาย
ก. การเดินสายในรางเดินสาย ที่ไม่ได้อยู่ในแนวนอนจะต้องยึดสายที่เดินไปกับพื้น
ข. ถ้ามีสายไฟที่ใช้งานแบบวงจรต่อขนานเดินในรางเดินสาย ต้องจัดสายสำหรับวงจร
ต่อขนานนั้นรวมเป็นชุด ๆ โดยแต่ละชุดมีสายของไฟแต่ละเฟส สายศูนย์ไม่เกิน 1 เส้น และสายดิน (ถ้ามี)
ครบถ้วนในแต่ละชุด
ค. จำนวนสายที่จะเดินในรางเดินสายแต่ละขนาด และการจัดวางสายในรางเดินสาย
ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน NEC ข้อ 318
(2) การรองรับ หรือ แขวนยึด (SUPPORT & HANGER)
ก. SUPPORT ทำจากเหล็กรางน้ำหรือแผ่นเหล็กหนา 8 มม. หรือตามที่ในแบบ
กำหนด โดย SUPPORT ต้องทำการอาบสังกะสี หรือพ่นสีอบความร้อน
ข. HANGER ทำจากเหล็กรางน้ำสำหรับรองรับแขวนด้วยเหล็กเพลาทำการอาบ
สังกะสี หรือพ่นสีอบความร้อน โดยเหล็กเพลาที่ใช้ต้องมีขนาด 3/8 นิ้วขึ้นไป หรือตามที่แบบกำหนด ส่วนปลาย
ของเหล็กเพลาให้ทำเกลียวสำหรับให้ใช้ NUT โดยตรง ห้ามนำ BOLT มาเชื่อมต่อปลายเหล็กเพลา
4.5 บัสเวย์ (BUSWAYS)
4.5.1 ผลิตตามมาตรฐาน IEC, NEMA หรือ ANSI
4.5.2 ต้องเป็นชนิด TOTALLY ENCLOSED, LOW IMPEDANC, 3 PHASE FULL NEUTRAL WITH
INTERNAL GROUND BUS หรือ INTEGRAL GROUND ใช้กับระบบแรงดันไฟฟ้า 380/220 V., 50Hz,
RATED INSULATION CLASS B 13
4.5.3 บัสบาร์ทำด้วยอะลูมิเนียม หรือทองแดงตามที่กำหนดในแบบ และต้องมี ELECTROLYTICALLY
PLATED ซึ่งการต่อบัสบาร์ให้ใช้สลักและแป้นเกลียวของผู้ผลิตเดียวกัน โดยตลอดความยาวของบัสบาร์แต่ละ
อันต้องมีฉนวนหุ้มโดยตลอด และอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นของบัสเวย์ต้องไม่เกิน 55 °C จากอุณหภูมิแวดล้อมเมื่อรับ
โหลด
4.5.4 PLUG IN UNIT ต้องมีระบบ SAFETY DEVICES คือ เมื่อสวิตช์หรือเมื่อเซอร์กิตเบรกเกอร์อยู่ใน
ตำแหน่ง ON จะไม่สามารถเปิดฝา PLUG IN UNIT ได้ และไม่สามารถ ON สวิตช์หรือเซอร์กิตเบรกเกอร์ได้
ถ้าฝา PLUG IN UNIT เปิดอยู่
</page>
<page title="101">
101
4.5.5 แรงดันตกระหว่างเฟส ไม่เกิน 3.8 โวลต์ต่อความยาว 30 เมตรที่ RATED CURRENT และ
POWER FACTOR เท่ากับ 0.8
4.5.6 อุปกรณ์ประกอบบัสเวย์ เช่น FLANGE END, END COVER, ELBOW, SUPPORT ต้องเป็น
ผลิตภัณฑ์เดียวกันกับบัสเวย์
4.5.7 อุปกรณ์ประกอบการจับยึดบัสเวย์ต้องแข็งแรง ชิ้นส่วนที่เป็นโลหะต้องไม่เป็นสนิมหรือผ่าน
กรรมวิธีป้องกันสนิม และเป็นไปตามมาตรฐานผู้ผลิต
4.6 การป้องกันไฟและควันลาม
บริเวณพื้นหรือกำแพงที่เปิดช่องไว้เป็นทางผ่านของท่อร้อยสายไฟ รางเดินสาย บริเวณช่อง SHAFT
จะต้องบุ หรือ อุดด้วยวัสดุป้องกันไฟ และควันลาม ซึ่งสามารถป้องกันไฟลามได้ไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง โดยผู้รับ
จ้างต้องแสดงวิธีการป้องกันไฟลามเสนอผู้ว่าจ้างพิจารณาก่อนการติดตั้ง
4.7 อุปกรณ์ประกอบระบบไฟฟ้าแรงสูง
4.7.1 HIGHT TENTION METER ( HT.METER ) & CT & PT
4.7.1.1 HIGH TENTION METER WITH CT&PT
<table title="HIGH TENTION METER WITH CT&PT" description="Specification of high tension meter">
| STANDARD | IEC, JIS |
|---|---|
| TYPE | DEMAND / TOU TYPE |
| AVAILABLE RATING | 3P-3W WITH CT & PT |
</table>
4.7.1.2 HV. CURRENT TRANSFORMER (CT)
<table title="HV. CURRENT TRANSFORMER (CT)" description="Specification of high voltage current transformer">
| STANDARD | IEC, JIS |
|---|---|
| TYPE | OIL / RESIN TYPE |
| RATED VOLTAGE | LOCAL STANDARD |
| SECONDARY CURRENT | 5 AMP |
| FREQUENCY | 50 Hz |
| RATED VA | 10 VA หรือดีกว่า |
| MAXIMUM SPARK OVER (BIL) | 75 KV (11 KV, 12 KV RATED) |
| | 125 KV (22 KV, 24 KV RATED) |
| | 200 KV (33 KV RATED) |
</table>
</page>
<page title="102">
102
4.7.1.3 HV. POTENTIAL TRANSFORMER (PT)
<table title="HV. POTENTIAL TRANSFORMER (PT)" description="Specification of high voltage potential transformer">
| STANDARD | IEC, JIS |
|---|---|
| TYPE | OIL / RESIN TYPE |
| RATED VOLTAGE | LOCAL STANDARD |
| SECONDARY VOLTAGE | 110-120 V |
| FREQUENCY | 50 Hz |
| RATED VA | 25 VA หรือดีกว่า |
| MAXIMUM SPARK OVER (BIL) | 75 KV (11KV, 12 KV) |
| | 125 KV (22KV, 24 KV) |
| | 200 KV (33 KV) |
</table>
4.7.1.4 CONTROL CABLE
: 1X7C- 2.5 SQ.MM.
4.7.2 LIGHTNING ARRESTER
<table title="LIGHTNING ARRESTER" description="Specification of lightning arrester">
| STANDARD | IEC, ANSI |
|---|---|
| RATED VOLTAGE | 9 KV RMS (11 KV, 12 KV) |
| | 21 KV RMS (22 KV, 24 KV) |
| | 30 KV RMS (33 KV) |
| RATED FREQUENCY | 50 Hz |
| DISCHARGE CURRENT | 5 ΚΑ |
| MAXIMUM SPARK OVER (BIL) | 95 KV (11KV, 12 KV) |
| | 125 KV (22KV, 24 KV) |
| | 170 KV (33 KV) |
</table>
4.7.3 DROP FUSE CUT OUT
<table title="DROP FUSE CUT OUT" description="Specification of drop fuse cut out">
| STANDARD | IEC |
|---|---|
| RATD VOLTAGE | 33 KV RMS |
| RATED FREQUENCY | 50 Hz |
| RATED CURRENT | NOT MORE THAN 300% LOAD |
| BIL | 125 KV |
</table>
4.7.4 HIGH VOLTAGE INSULATOR
<table title="HIGH VOLTAGE INSULATOR" description="Specification of high voltage insulator">
| STANDARD | PEA |
|---|---|
| RATD VOLTAGE | 33 KV RMS |
| RATED FREQUENCY | 50 Hz |
| BIL | 125 KV |
</table>
</page>
<page title="103">
103
4.7.5 HIGH VOLTTAGE TERMINATION
<table title="HIGH VOLTTAGE TERMINATION" description="Specification of high voltage termination">
| STANDARD | PEA |
|---|---|
| RATD VOLTAGE | 24 KV RMS (MEA), 33 KV RMS (PEA) |
</table>
4.8 สวิตช์ปลดวงจร และแผงสวิตช์เกียร์จ่ายไฟแรงสูง
4.8.1 สวิตช์ปลดวงจร
ประเภทสวิตช์ไม่อัตโนมัติ เช่น SAFETY SWITCH, DISCONNECTION SWITCH, LOAD BREAK
SWITCH หรือ ISOLATION SWITCH ชนิดและขนาดให้เป็นไปตามที่กำหนดในแบบ ผลิตตามมาตรฐาน
ANSI, NEMA, UL, IEC, BS หรือ VDE
4.8.2 แผงสวิตช์เกียร์จ่ายไฟแรงสูง
4.8.2.1 แผงสวิตช์ต้องผลิตตามมาตรฐาน ANSI IEC,NEMA, BS สำหรับระบบไฟฟ้า 24 KV
3 เฟส 3 สาย 50 Hz ต้องมีคุณสมบัติใช้ได้ตามความต้องการของการไฟฟ้าท้องถิ่น มีพิกัดโดยทั่วไปดังนี้
<table title="แผงสวิตช์เกียร์จ่ายไฟแรงสูง" description="Specification of high voltage switchgear">
| RATED VOLTAGE | LOCAL STANDARD |
|---|---|
| BIL | LOCAL STANDARD |
| RATED INTERRUPTING CURRENT | ตามที่กำหนดในแบบ |
| DEGREE OF PROTECTION | IP 54 |
| RATED CONTINUOUS CURRENT | ตามที่กำหนดในแบบ |
</table>
4.8.2.2 ตัวตู้ เป็นแบบตั้งพื้น โครงตู้ทำด้วยเหล็กฉากหนาอย่างน้อย 2.50 มม. เชื่อมติดกัน
ด้วยสลักและเป็นเกลียว ตู้ที่ประกอบติดกันต้องกั้นแยกด้วยแผ่นโลหะส่วนภายในตู้ออกจากกัน แผ่นโลหะที่ใช้
รอบนอกต้องเป็นเหล็กขาวหนาไม่น้อยกว่า 2.5 มม. บานประตูด้านหน้าของช่องใส่อุปกรณ์เป็นแบบเปิดออกได้
โดยใช้บานพับ บานประตูต้องแข็งแรง ไม่บิดงอ และต้องมีช่องมองอุปกรณ์ ขนาด 300×500 มม. ปิดกระจก
หนาไม่น้อยกว่า 5 มม. และปิดฝาด้านในด้วย ACRYLIC SHEET หนา 6 มม. ฝาปิดด้านบน-ข้าง-หลัง ทั้งหมด
ใช้เหล็กแผ่นยึดด้วยสกรูได้โดยสะดวกและให้เจาะรูระบายอากาศโดยมีมุ้งลวดติดด้านในชิ้นส่วนที่เป็นโลหะทุก
ชิ้นจะต้องผ่านกรรมวิธีป้องกันการผุกร่อนอย่างดี พร้อมทั้งพ่นสีอบความร้อนอย่างน้อย 2 ชั้น ฝาตู้ทุกด้านต้อง
มีสายดินทองแดงซุบแบบต่อลงดินที่โครงตู้
4.8.2.3 บัสบาร์และการต่อสาย
บัสบาร์ต้องทำด้วยทองแดงโดยมีฉนวนเป็น EPOXY RESIN โดยผลิตตามมาตรฐาน ANSI,
DIN หรือเทียบเท่า ต้องมีขนาดกระแสใช้งานต่อเนื่องและกระแสลัดวงจรไม่ต่ำกว่ากระแสลัดวงจรสูงสุดของ
อุปกรณ์ตัดตอนที่รองรับ และตัวยึด( BRACKET ) บัสบาร์กับตัวตู้ทำจากฉนวน CAST RESIN หรือฉนวนที่
ดีกว่า การจัดเรียงบัสบาร์ในตู้ ให้จัดเรียงตาม เฟส A เฟส B เฟส C โดยเมื่อมองด้านหน้าของตู้ในลักษณะเรียง
จากหน้าไปหลัง หรือจากซ้ายมือไปขวามือ หรือจากบนลงล่างอย่างใด อย่างหนึ่ง บัสบาร์เส้นศูนย์และเส้นดิน
ต้องมีความยาวตลอดเท่ากับความยาวของตู้ทั้งชุด บัสบาร์เส้นดินต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกเตรียมไว้สำหรับ
ต่อลงดิน การต่อสายไฟเข้ากับบัสบาร์ต้องต่อผ่านขั้วต่อสายและขันยึดด้วยสลักเกลียวและแหวนสำหรับต่อบัส
บาร์ ชนิด HIGH-TENSILE STEEL, ELECTRO-GALVANIZED OR CHROME-PLATED แล้วขันด้วย TORQUE
WRENCH ให้มีแรงกดที่ผิวอย่างสม่ำเสมอ การต่อสายเพื่อการกำบังกับบัสบาร์ทองแดงให้หุ้มด้วยแหวนแบบหด
</page>
<page title="104">
104
ตัวด้วยความร้อน (HEAT-SHRINKABLE JOINTS ) ซึ่งมีคุณสมบัติไม่ต่ำกว่าฉนวนของสายทองแดง สายที่ใช้
สำหรับวงจรควบคุม หรือวงจรเครื่องวัด ให้ใช้ชนิดทนแรงดันได้เกินแรงดันพิกัด สายที่ยาวจะมีการเคลื่อนไหว
ให้ใช้สายอ่อน การเดินสายภายในตู้ให้เดินในท่อ หรือรางพลาสติก ช่วงต่อเข้าอุปกรณ์ ให้ร้อยในท่อพลาสติก
อ่อนให้เรียบร้อย
ได้โดยง่าย
4.8.2.4 ข้อมูลของแผงเกียร์จ่ายไฟแรงสูง
(1) ป้ายแสดงชื่อ และสถานที่ติดต่อของผู้ผลิตทำด้วยโลหะติดไว้ที่ด้านนอกตู้บริเวณที่สังเกต
(2) ป้ายชื่อ และตำแหน่งการใช้งานบ่งบอกด้วย NAME PLATE ทำด้วยพลาสติก 2 ชั้น
ชั้นนอกเป็นสีดำ และชั้นในเป็นสีขาว การแกะสลักบนแผ่นพลาสติกสีดำติดให้มั่นคงที่ฝาตู้ด้านหน้าของช่องใส่
อุปกรณ์นั้น ๆ
(3) ที่ฝาตู้ด้านหน้าที่เข้าปฏิบัติงาน ให้พ่นสีเป็นแถบกว้างเห็นชัดเจนเป็น SINGLE LINE แสดง
หน้าที่ และความสัมพันธ์ของอุปกรณ์
(4) ที่ฝาตู้ด้านหน้าทุกตู้ให้พ่นสีแดง ขนาดอักษรไม่เล็กกว่า 25 มม. ข้อความอันตราย
ไฟฟ้าแรงสูง ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้ง่าย
4.9 หม้อแปลงไฟฟ้า (TRANSFORMER)
4.9.1 ชนิดของหม้อแปลง เป็นชนิดแช่ในน้ำมัน สำหรับใช้ภายนอกอาคาร ถ้าแบบไม่ได้กำหนดไว้เป็น
อย่างอื่น ให้เลือกใช้ตามเงื่อนไขดังนี้
4.9.1.1 ชนิด HERMETICALLY FULLY SEALED เป็นแบบปิดผนึก (น้ำมันเต็ม) ให้ใช้ครีบ
เป็นแบบลอนคลื่น (CORRUGATED FILL) โดยให้ใช้กับหม้อแปลงขนาดไม่เกิน 1000 KVA
4.9.1.2 ชนิด CONSERVATOR TANK เป็นแบบเปิด ( OPEN TYPE ) ให้ใช้ครีบเป็นแบบ
RADIATOR FILL โดยให้ใช้กับหม้อแปลงขนาดตั้งแต่ 1000 KVA ขึ้นไป
4.9.2 มาตรฐานของหม้อแปลง
<table title="หม้อแปลงไฟฟ้า (TRANSFORMER)" description="Specification of the transformer">
| STANDARD | ANSI, VDE, IEEE, IEC, TIS.384-2543 |
|---|---|
| TYPE | ตามที่กำหนดในแบบ |
| RATED KVA | ตามที่กำหนดในแบบ |
| RATED FREQUENCY | 50 Hz |
| PRIMARY VOLTAGE | LOCAL STANDARD |
| SECONDARY VOLTAGE | LOCAL STANDARD |
| NO. OF PHASE | 3 PHASES, 4 WIRES |
| OPERATION DUTY | CONTINUOUS |
</table>
</page><page title="105">
105
TAP CHANGER
: -4X2.5 % (MEA), +/-2X2.5 % (PEA)
% IMPEDANCE VOLTAGE AT 75 °C :6%
TEMPERATURE RISE
BIL
COOLING
4.9.3 TRANSFORMER OIL
4.9.4 CORE (SILICAL STEEL)
4.9.5 TOTAL LOSS (KW)
: 65 C (CLASS 1)
: 75 KV (11, 12 KV)
: 125 KV (22, 24KV)
: 170 KV (33KV)
: ONAN
: WITH IEC-296 (CLASS I)
: VALUE CORE (HERMETICALLY)
: STRACTING CORE (CONSERVATOR)
: <= 1.5% OF KVA, RATING AT PF.=1.0
4.9.6 อุปกรณ์ประกอบ ( ACCESSORIES ) อย่างน้อยต้องมีอุปกรณ์ประกอบดังนี้
H.V. & L.V. BUSHING WITH TERMINAL CONNECTORS
ARCING HORNS, CORROSION PROVED.
TAP CHANGER
UPPER FILTER PRESS CONNECTION
OIL DRAIN, FILTER PRESS SAMPLING VALVE
LIFTING LUG.
TANK GROUNDING PROVISION
NAME PLATE
DEHYD RATING BREATHER SILICAGEL
LIQUID LEVEL GAUGE
THERMOMETER DIAL TYPE WITH ALARM ADD TRIP CONTTACTOR
MECHANICAL PRESSURE RELIEF DEVICE
BUCHHOIZ RELAY
4.9.7 การทดสอบ หม้อแปลงจะต้องผ่านการทดสอบดังนี้
4.9.7.1 ROUTINE TESTเป็นการทดสอบปกติ ซึ่งทางโรงงานผู้ผลิตจะต้องทดสอบหม้อแปลง
ฯ ทุกใบ ซึ่งจะมีการทดสอบดังนี้
(1) APPLIED VOLTAGE TEST เป็นการทดสอบฉนวนหลัก
(2) INDUCED VOLTAGE TEST เป็นการทดสอบความทนต่อแรงดันเหนี่ยวนำ
(3) NO LOAD LOSS AND CURRENT เป็นการวัดกำลังงานสูญเสียขณะไม่มีโหลด และ
กระแสขณะไม่มีโหลด
(4) SHORT CIRCUIT IMPEDANCE LOAD LOSS เป็นการวัด IMPEDANCE ลัดวงจร และ
ความสูญเสียขณะมีโหลด
</page>
<page title="106">
106
(5) RESISTANCE MEASUREMENT เป็นการวัดความต้านทานของขดลวดแรงต่ำ-แรงสูง เพื่อ
บ่งชี้ความถูกต้องของขนาดลวดที่ใช้ แนวการเชื่อมต่อ หรือประสิทธิภาพของแท็ป (TAP CHANGER)
(6) RATIO TEST เป็นการวัดอัตราส่วนของแรงดันไฟแรงสูงกับแรงต่ำ มีค่าถูกต้อง หรือ
ความคลาดเคลื่อนจากค่าที่กำหนดมากน้อยเท่าใด ค่าความคลาดเคลื่อนต้องไม่เกิน 0.5 %
(7) POLARITY AND PHASE RELATION TEST เป็นการตรวจสอบขั้วและความสัมพันธ์
ของเฟส
(8) LEAKAGE TEST เป็นการทดสอบการรั่วซึม
(9) INSULATION RESISTANCE TEST OR MEGGER TEST เป็นการทดสอบค่าความ
ต้านทานการเป็นฉนวน
4.9.7.2 ΤΥΡE TEST
(1) TEMPERATURE RISE TEST เป็นการทดสอบหาค่าอุณหภูมิเพิ่มของขดลวด และน้ำมัน
ตอนบนของหม้อแปลง ขณะโหลดเต็มพิกัด ( FULL LOAD)
(2) IMPULSE VOLTAGE TEST หรือ การทดสอบอิมพัลส์ฟ้าผ่า
หมายเหตุ : ก่อนการติดตั้งหม้อแปลงทุกใบ ผู้รับจ้างจะต้องส่งหม้อแปลงไปให้การไฟฟ้าฯ
ทำการทดสอบ TYPE TEST พร้อมใบรับรองการทดสอบ ยกเว้นได้รับมาตรฐาน มอก. 17025 ไม่ต้องส่งให้
การไฟฟ้าฯทดสอบ แต่ต้องมีใบรับรองมาตรฐานมาแสดงก่อนการติดตั้ง
4.9.8 นั่งร้านหม้อแปลง (PLATE FORM)
4.9.8.1 ให้เป็นไปตามมาตรฐานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ การไฟฟ้านครหลวง
4.9.8.2 คานเป็น คอร. ติดตั้งสูงจากพื้น 3.70 - 4.10 ม. และติดตั้ง SUPPORT รองรับคาน
ซึ่งทำด้วยเหล็กชุบกัลวาไนซ์ หนาไม่น้อยกว่า 5 มม.
4.9.8.3 ในกรณีหม้อแปลงแขวนกับเสาไฟ ให้ติดตั้งและก่อสร้างตามมาตรฐานการไฟฟ้าฯ
4.9.9 หม้อแปลงตั้งพื้น ( เปิดโล่ง )
4.9.9.1 ให้เป็นไปตามมาตรฐานฐานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ การไฟฟ้านครหลวง
4.9.9.2 รั้วของหม้อแปลงต้องเป็นแบบใส่กุญแจได้ เพื่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
4.9.9.3 ส่วนที่มีไฟฟ้าของระบบไฟฟ้าแรงสูงเหนือที่ว่างเพื่อปฏิบัติงานต้องอยู่สูงจากพื้น
ไม่น้อยกว่า 2.75 ม. หรือมีที่กั้นเพื่อป้องกันการสัมผัสส่วนที่มีไฟฟ้าโดยไม่ตั้งใจ
4.9.9.4 ระยะห่างตามแนวระดับระหว่างรั้วหรือผนังกับส่วนที่มีไฟฟ้าของระบบไฟฟ้าแรงสูง
ต้องไม่น้อยกว่า 1.20 ม. (สำหรับแรงดันไม่เกิน 33 KV)
4.9.9.5 ระยะระหว่างแนวระดับระหว่างรั้ว หรือ ผนังกับหม้อแปลงต้องไม่น้อยกว่า 1.00 ม.
และระยะห่างระหว่างหม้อแปลงต้องไม่น้อยกว่า 0.60 ม.
4.9.9.6 รั้ว หรือ กำแพงของลานหม้อแปลงต้องสูงไม่น้อยกว่า 2.00 ม.
4.9.9.7 พื้นห้องหม้อแปลงต้องสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก หนาไม่น้อยกว่า 125 มม.และ
ต้องรับน้ำหนักของหม้อแปลงและอุปกรณ์อื่น ๆ ได้อย่างปลอดภัย
</page>
<page title="107">
107
4.9.9.8 พื้นห้องหม้อแปลงต้องลาดเอียง มีทางระบายฉนวนของหม้อแปลงไปลงบ่อพัก
4.9.9.9 บ่อพักต้องสามารถบรรจุของเหลวอย่างน้อย 3 เท่าของปริมาตรของของเหลวตัว
มากที่สุด แล้วใส่หินเบอร์ 2 จนเต็มบ่อ
4.9.9.10 ต้องมีธรณีประตูสูงเพียงพอที่จะกักน้ำมันตัวที่มากที่สุด โดยต้องสูงไม่น้อยกว่า
100 มม.
4.9.9.11 ส่วนของโลหะที่เปิดโล่งและไม่ใช้เป็นทางเดินของกระแสไฟฟ้า รวมถึงรั้ว ที่กั้น
หรืออื่น ๆ ต้องต่อลงดินด้วยทองแดง ขนาดไม่เล็กกว่า 35 ตร.มม.
4.9.9.12 ต้องมีป้ายเตือนแสดงข้อความ “ อันตรายไฟฟ้าแรงสูง” ให้เห็นอย่างชัดเจนติดไว้ที่
รั้วด้านนอกของหม้อแปลง
4.10 การเดินสายไฟแรงสูง
4.10.1 การเดินสายอากาศ
4.10.1.1 ถ้าแบบไม่ได้กำหนดเป็นอย่างอื่นให้ใช้สายหุ้มฉนวนแรงสูง 2 ชั้นไม่เต็มพิกัด SAC
(SPACE AERIAL CABLE) 25 KV. ขนาดตามกำหนดในแบบ
4.10.1.2 การขึงสายให้มีระยะหย่อนยานตามมาตรฐานการไฟฟ้าฯ
4.10.1.3 การพาดสายไฟฟ้าแรงสูงกับลูกถ้วยตั้ง ต้องพันสายไฟฟ้าด้วยฟรีฟอร์มไลน์การ์ด
(FREFORMER LINE GUARD) หรือลวดอะลูมิเนียมแบน ขนาด10x1 มม. หรือ ผูกด้วยลวดอะลูมิเนียมกลม
(TIE WIRE ) ขนาด 4 มม. ตามมาตรฐานการไฟฟ้าฯ
4.10.1.4 การจับยึดสายไฟฟ้าแรงสูงที่ต้องรับแรงดึงให้ใช้ฟรีฟอร์ม
4.10.1.5 การพาดสายแรงสูงให้ใช้สายเส้นเดียวยาวตลอด ยกเว้นกรณีเดินสายเป็นระยะทาง
ยาวเกิน 1,000 ม. ให้ต่อสายได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้การต่อสายต้องกระทำ ณ จุดที่สายไม่ได้รับแรงดึง
เท่านั้น
4.10.1.6 กรณีที่ใช้ SPACER ถ้าใช้กับต้นเสาไฟให้ใช้ชนิดที่ทำจาก เซรามิค (CERAMIC) ส่วนช่วง
ระหว่างเสาไฟให้ใช้ชนิดพลาสติก (PLASTIC) ได้
4.10.1.7 สาย MASSENGER ซึ่งใช้สำหรับแขวน SPACER ต้องเป็นสายชนิดลวดเหล็กตีเกลียว
ชุบสังกะสี (GALVANIZED STEEL WIRE หรือ GUY WIRE)
4.10.1.8 ให้ติดตั้ง OVERHEAD GROUND WIRE โดยติดตั้งเหนือแนวสายส่ง หรือ สายป้อน
ทั้งหมด และต้องต่อลงดินด้วย ทั้งนี้เพื่อป้องกันฟ้าผ่าสาย
4.10.2 การเดินสายใต้ดิน
4.10.2.1 ให้ใช้สาย XLPE
4.10.2.2 กรณีที่ฝังดินโดยตรง ให้ปฏิบัติดังนี้
(1) สายใต้ดินต้องฝังดินลึกไม่น้อยกว่า 0.90 ม. ในทุกกรณี
(2) ถ้าเป็นสายฝังดินโดยตรง ต้องมีแผ่นคอนกรีตหนาไม่น้อยกว่า 100 มม. ปิดทับอีก
ชั้นหนึ่งเหนือสายเคเบิล ระหว่า 0.30 ถึง 0.45 ม. และแผ่นคอนกรีตต้องกว้างพอที่จะปิดคลุมออกไปจากแนว
สายทั้งสองข้าง อย่างน้อยข้างละ 0.15 ม.
</page>
<page title="108">
108
4.10.2.3 กรณีก่อสร้าง DUCT BANK
เมื่อจำนวนท่อตั้งแต่ 2 ท่อขึ้นไป ให้ก่อสร้างเป็น DUCT BANK ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องเสนอ
เป็น SHOP DRAWING เพื่อขออนุมัติก่อนการติดตั้ง
4.10.2.4 การก่อสร้างบ่อพักใต้ดินขนาดใหญ่ ( MANHOLE ) อย่างน้อยต้องมีอุปกรณ์
ประกอบดังนี้
(1) แกนเหล็กสำหรับติดตั้ง CABLE SUPPORT (CABLE RACK)
(2) คานเหล็กรองรับฉนวนรองสายใต้ดิน (CABLE SUPPORT/ CABLE HANGER )
(3) ฉนวนรองสายใต้ดิน ( PILLOW INSULATOR )
(4) เหล็กยึดผนังท่อใช้สำหรับดึงสายใต้ดิน (PULLING IRON )
(5) บันไดปืนขึ้น-ลง ( ENTRANCE STEP)
4.10.3 การติดตั้งลูกถ้วย
4.10.3.1 ลูกถ้วยตั้ง (PIN TYPE INSULATOR) ให้ใช้ดังนี้
(1) สำหรับระบบ 12 KV ใช้ตามมาตรฐาน ANSI CLASS 56-1,มอก. 279
(2) สำหรับระบบ 24 KV ใช้ตามมาตรฐาน ANSI CLASS 56-2,มอก. 279
(3) สำหรับระบบ 33 KV ใช้ตามมาตรฐาน ANSI CLASS 56-3,มอก. 279
4.10.3.2 ลูกถ้วยแขวนรับแรงดึง ( SUSPENSION INSULATOR ) ให้ใช้ดังนี้
(1) สำหรับระบบ 11KV,12KV และ 22 KV,ใช้ขนาด 10 “ตามมาตรฐาน ANSI CLASS
52-4 หรือ มอก. 354 ประกอบเป็น 2 ชั้น / ชุด
(2) สำหรับระบบ 24 KV, ใช้ขนาด 10 “, ตามมาตรฐาน ANSI CLASS 52-4 หรือ มอก.
354 ประกอบเป็น 3 ชั้น / ชุด
(3) สำหรับระบบ 33 KV, ใช้ขนาด 10 “, ตามมาตรฐาน ANSI CLASS 52-4 หรือ มอก.
354 ประกอบเป็น 3 ชั้น / ชุด
4.10.4 การติดตั้งสายโยงยึด
4.10.4.1 สายโยงยึดแรงต่ำ
(1) สายโยงยึดทำด้วยเหล็กตีเกลียว หรือเหล็กอาบสังกะสี ขนาดไม่น้อยกว่า 50 ตร.มม.
(2) จานสมอบก ( ANCHOR PLATE ) เป็นเหล็กชุบกัลวาไนซ์ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง
8 นิ้ว
(3) จานสมอบกฝังในดินลึกไม่น้อยกว่า 5 ฟุต และเทคอนกรีตหุ้มเส้นผ่านศูนย์กลาง
ไม่น้อยกว่า 10 นิ้ว จนถึงระดับผิวดิน
(4) ก้านสมอบก ชนิดหูห่วง ( EYE ANCHOR ROD ) เป็นเหล็กชุบกัลวาไนซ์ ขนาดเส้น
ผ่านศูนย์กลาง 5/8 นิ้ว ยาว 6 ฟุต
(5) ลูกถ้วยดึงสาย ( GUY WIRE) เป็นไปตามมาตรฐาน NEMA CLASS 54-2 หรือ มอก.
280-2525 ขนาด 2 7/8 นิ้ว ยาว 4 14 นิ้ว
</page>
<page title="109">
109
(6) สลักคอม้าชนิดเหล็กชุบกัลวาไนซ์ สำหรับยึดโยงกับเสาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5/8
นิ้ว ยาวตามความต้องการใช้งาน
(7) ลูกถ้วยสายโยงยึด ( GUY STRAIN INSULATOR ) ต้องอยู่สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า
2.50 ม. และต้องมีคุณสมบัติทั้งทางกลและทางไฟฟ้าเหมาะสมกับสภาพการใช้งานตาม มอก. 280-2529
(8) ลวดผูกสายต้องมีขนาดไม่เล็กกว่า 10 ตร.ม. และต้องเป็นชนิดที่ไม่ทำให้เกิดการ
ผุกร่อนเนื่องจากโลหะต่างชนิดกัน
4.10.4.2 สายโยงยึดแรงสูง
(1) สายโยงยึดทำด้วยเหล็กตีเกลียว หรือเหล็กอาบสังกะสี ขนาดไม่น้อยกว่า 90 ตร.มม.
(2) จานสมอบก เป็นเหล็กชุบกัลวาไนซ์ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 นิ้ว
(3) จานสมอบกฝังในดินลึกไม่น้อยกว่า 7 ฟุต และเทคอนกรีตหุ้มเส้นผ่านศูนย์กลาง
ไม่น้อยกว่า 12 นิ้ว จนถึงระดับผิวดิน
(4) ก้านสมอบก ชนิดหูห่วง ( EYE ANCHOR ROD ) เป็นเหล็กชุบกัลวาไนซ์ ขนาดเส้น
ผ่านศูนย์กลาง 5/8 นิ้ว ยาว 8 ฟุต
(5) ลูกถ้วยดึงสาย ( GUY WIRE ) เป็นไปตามมาตรฐาน NEMA CLASS 54-3 หรือ มอก.
280-2525 ขนาด 3 3/8 นิ้ว ยาว 5 12 นิ้ว
(6) สลักคอม้าชนิดเหล็กชุบกัลวาไนซ์ สำหรับยึดโยงกับเสาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง
5/8 นิ้ว ยาวตามความต้องการใช้งาน
(7) ลูกถ้วยสายโยงยึด ( GUY STRAIN INSULATOR ) ต้องอยู่สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า
2.50 ม. และต้องมีคุณสมบัติทั้งทางกลและทางไฟฟ้าเหมาะสมกับสภาพการใช้งานตาม มอก. 280-2529
การผุกร่อนเนื่องจากโลหะต่างชนิดกัน
(8) ลวดผูกสายต้องมีขนาดไม่เล็กกว่า 10 ตร.ม. และต้องเป็นชนิดที่ไม่ทำให้เกิด
4.10.5 ระบบสายดินของหม้อแปลงและกับดักฟ้าผ่า(LIGHTNING ARRESTER)
4.10.5.1 การต่อลงดินของกับดักฟ้าผ่า กรณีติดตั้งแบบนั่งร้านหม้อแปลง
(1) ให้ติดตั้งกับดักฟ้าผ่าที่ทางด้านแรงสูงของหม้อแปลง
(2) สายต่อลงดินของกับดักฟ้าผ่าต้องต่อร่วมกับสายต่อลงดินของตัวถังหม้อ และต้อง
ให้สายสั้นที่สุด
(สาย NEUTRAL)
(3) สายต่อลงดินนี้ต้องแยกต่างหากจากสายต่อลงดินของระบบไฟฟ้าด้านแรงต่ำ
(4) ต้องติดตั้งกับดักฟ้าผ่าบนคอนอันล่างสุดเหนือหม้อแปลง
4.10.5.2 การต่อลงดินของกับดักฟ้าผ่า กรณีติดตั้งสายเคเบิลใต้ดิน
(1) สายเคเบิลตรงจุดที่ต่อกับสายอากาศต้องติดตั้งกับดักฟ้าผ่า
(2) การต่อลงดินของกับดักฟ้าผ่า ต้องต่อร่วมกับสายชิลด์ของเคเบิลใต้ดิน
</page><page title="110">
110
4.10.5.3 ขนาดสายดินต้องเป็นทองแดงหรืออะลูมิเนียม อาจเป็นสายเปลือยหรือหุ้มฉนวน
ก็ได้ โดยมีขนาดเป็นไปตามตารางสายดินของระบบไฟฟ้า แต่ต้องมีขนาดไม่เล็กกว่า 16 ตร.มม.
4.10.6 เสาไฟ (CONCRETE POLE)
4.10.6.1 เสาไฟฟ้าเป็นชนิดคอนกรีตอัดแรง ( PRESTRESSED CONCRETE ) ผลิตตาม
มาตรฐานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ การไฟฟ้านครหลวง
4.10.6.2 การติดตั้งเสาไฟแรงต่ำ ให้ปักเสาลึกในดิน 1.50 ม. และเทคอนกรีตหุ้มรอบโคนเสา
ไม่น้อยกว่า 30 ซม. และลึกไม่น้อยกว่า 60 ซม.
4.10.6.3 การติดตั้งเสาไฟแรงสูง ต้องเป็นเสาแบบมีสายดินชนิดลวดเหล็กตีเกลียวอาบ
สังกะสีฝังตลอดความยาวเสา โดยให้ปักลึกในดิน 2.00 ม. และเทคอนกรีตหุ้มรอบโคนเสาไม่น้อยกว่า
30 ซม. และลึกไม่น้อยกว่า 100 ซม.
4.10.7 คอนสาย ( CROSSARM )
4.10.7.1 เป็นไปตามมาตรฐานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ การไฟฟ้านครหลวง
4.10.7.2 คอนสาย อาจเป็นแบบ คอร. หรือ คอนเหล็กรูปรางน้ำ (CROSSARM STEEL
CHANNEL) ก็ได้
4.10.7.3 เหล็กประกับคอนสาย และสลักเกลียวต่าง ๆ (BOLT, NUT AND WASHER
ETC.) ต้องเป็นชนิดเหล็กชุบกัลวาไนซ์
4.11 อุปกรณ์ประกอบระบบแรงต่ำ
4.11.1 LV. SURGE ARRESTER ( LV. LIGHTNING ARRESTER )
<table title="LV. SURGE ARRESTER Specifications" description="Specifications for LV. SURGE ARRESTER">
| | |
|-------------------|-----------|
| STANDARD | IEC, ANSI |
| RATED VOLTAGE | 500 V.RMS |
| RATED FREQUENCY | 50 Hz |
| DISCHARGE CURRENT | 5 ΚΑ |
</table>
4.11.2 LOW TENTION FUSE SWITCH ( LT SWITCH)
<table title="LOW TENTION FUSE SWITCH Specifications" description="Specifications for LOW TENTION FUSE SWITCH">
| | |
|------------|----------------|
| RATED VOLTAGE | 600 V |
| RATED AMP. | ตามกำหนดในแบบ |
| RATED FUSE (A) | ตามที่กำหนดในแบบ |
</table>
</page>
<page title="111">
111
4.12 ตู้กระจายไฟฟ้ารวม (MAIN DISTRIBUTION BOARD : MDB)
4.12.1 ความต้องการด้านเทคนิค
<table title="MDB Technical Specifications" description="Technical Specifications for MAIN DISTRIBUTION BOARD">
| | |
|----------------------|------------------------------|
| FREQUENCY | 50 Hz |
| STANDARD | ANSI, NEMA, IEC, VDE |
| RATED VOLTAGE | 380/220 VOLT, 3 PHHASE, 4 WIRE |
| RATED SHORT-TIME | 50 KA RMS (1 S.) |
| WITHSTAND | |
| DEGREE PROTECTION | 31(INDOOR), 54(OUTDOOR) |
| AMBIENT TEMPERATURE | 40 C |
| TYPICAL FORMS | 2A (MAIN <= 400 A.) |
| | 3A (MAIN > 400A.) |
</table>
4.12.2 การจัดสร้างตู้
4.12.2.1 เหล็กที่ใช้ทำตู้ ถ้าแบบไม่ได้กำหนดเป็นอย่างอื่นให้ใช้เหล็กขาว
4.12.2.2 ชิ้นส่วนที่เป็นโลหะทุกชิ้นต้องผ่านกรรมวิธีป้องกันการผุกร่อน และกันสนิม ดังนี้
ขั้นตอน 1 : ล้างทำความสะอาด และเคลือบ ZINC PHOSPHASE (กันสนิม)
ขั้นตอน 2 : พ่นสีฝุ่น (EPROXY POWDER PAINT) อย่างน้อยสองครั้ง
ขั้นตอน 3 : อบด้วยความร้อน (ประมาณ 200 °C)
4.12.2.3 ลักษณะตู้ เป็นแบบตั้งพื้น โครงตู้ทำด้วยเหล็กฉากหนาอย่างน้อย 2.00 มม. เชื่อมติดกัน
ด้วยสลักและเป็นเกลียว ตู้ที่ประกอบติดกันต้องกั้นแยกด้วยแผ่นโลหะส่วนภายในตู้ออกจากกัน แผ่นโลหะที่ใช้
รอบนอกต้องเป็นเหล็กหนาไม่น้อยกว่า 2.00 มม. บานประตูด้านหน้าของช่องใส่อุปกรณ์เป็นแบบเปิดออกได้
โดยใช้บานพับ บานประตูต้องแข็งแรง ไม่บิดงอ ฝาปิดด้านบน-ข้าง-หลัง ทั้งหมดใช้แบบถอดยึดด้วยสปริง หรือ
แบบอื่นที่สามารถถอดออกได้โดยง่าย โดยต้องได้รับอนุมัติจากวิศวกรผู้ออกแบบก่อน และให้เจาะรูระบาย
อากาศ (DRIP PROOFLOUVER) โดยมีมุ้งลวดติดด้านในที่ฝาปิดช่วงล่างด้านหน้า และ ฝาปิดช่วงบน
ด้านหลังของช่องใส่อุปกรณ์ APPARATUS CUBICLES ทุกช่องระหว่างอุปกรณ์ต้องมีแผ่นโลหะป้องกันอาร์ค
ใช้แผ่นโลหะหนาไม่น้อยกว่า 1.60 มม ฝาตู้ทุกด้านต้องมีสายดินทองแดงซุบแบบต่อลงดินที่โครงตู้
4.12.2.4 บัสบาร์และการติดตั้ง
(1) ใช้ทองแดงชนิดที่ผลิตขึ้นสำหรับใช้งานไฟฟ้าโดยเฉพาะตามมาตรฐาน ANSI, DIN หรือ
เทียบเท่า นำกระแสได้มากกว่า 1.5 เท่า ของกระแสพิกัดที่รองรับ และฉนวนยึด (BUS BAR SUPPORT
INSULATION ) ให้ทำจากแหวน CAST RESIN หรือเป็นไม้อัด LIGNOSTONE ทนกระแสลัดวงจรได้ไม่น้อย
กว่า 50 กิโลแอมแปร์ หรือตามข้อกำหนดในแบบ
(2) การจัดเรียงบัสบาร์ในตู้ ให้จัดเรียงตาม เฟส A เฟส B เฟส C โดยเมื่อมองด้านหน้า
ของตู้ในลักษณะเรียงจากหน้าไปหลัง หรือจากซ้ายมือไปขวามือ หรือจากบนลงล่างอย่างใด อย่างหนึ่ง
</page>
<page title="112">
112
(3) บัสบาร์เส้นศูนย์และเส้นดินต้องมีความยาวตลอดเท่ากับความยาวของตู้ทั้งชุด บัสบาร์
เส้นดินต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกเตรียมไว้สำหรับต่อลงดิน การต่อสายไฟเข้ากับบัสบาร์ต้องต่อผ่านขั้วต่อ
สายและขันยึดด้วยสลักเกลียวและแหวนสำหรับต่อบัสบาร์ ชนิด HIGH-TENSILE STEEL, ELECTRO-
GALVANIZED OR CHROME-PLATED แล้วขันด้วย TORQUE WRENCH ให้มีแรงกดที่ผิวอย่างสม่ำเสมอ
(4) สายที่ใช้สำหรับวงจรควบคุม หรือวงจรเครื่องวัด ให้ใช้ชนิดทนแรงดันได้ 750 โวลต์
ฉนวนทนความร้อนได้ 70 ° C เดินในท่อ หรือ รางพลาสติก ช่วงต่อเข้าอุปกรณ์ ให้ร้อยในท่อพลาสติกอ่อน
ให้สวยงาม
(5) ต้องผ่านการทดสอบ TEMPERATURE RISE TEST และ RUTINE TEST
4.12.2.5 เพื่อความสะดวกในการใช้งาน และบำรุงรักษา แผงจ่ายไฟแรงต่ำ ต้องมีข้อมูลอย่างน้อย
ดังนี้
(1) ป้ายแสดงชื่อสถานที่ต้องติดต่อกับผู้ผลิต เป็นป้ายโลหะติดไว้ที่ตู้ด้านนอกตรงที่สังเกตเห็น
ได้โดยง่าย
(2) ป้ายชื่อและตำแหน่งการใช้งานของอุปกรณ์ทุกชนิดที่ผู้ปฏิบัติงานต้องการทราบเป็น
ภาษาไทย หรือ ภาษาอังกฤษ ตามกำหนด โดยให้ทำเป็นแผ่น พลาสติก 2 แผ่น ประกบกัน โดยแกะสลัก
ตัวอักษรแผ่นพลาสติกสีดำ ติดให้มั่นคงที่ฝาตู้ด้านบนของช่องใส่อุปกรณ์นั้น ๆ
(3) ที่ฝาตู้ด้านที่เข้าปฏิบัติการให้พ่นสีเป็น SINGLE LINE แถบกว้าง เห็นชัดเจน แสดงหน้าที่
และความสัมพันธ์ของอุปกรณ์ต่าง ๆ
4.12.2.6 AIR CIRCUIT BREAKER (ACB)
<table title="ACB Specifications" description="Specifications for AIR CIRCUIT BREAKER">
| | |
|---------------------------|--------------|
| STANDARD | IEC |
| RATED VOLTAGE | 660 VAC. |
| NO. OF POLE | 3 |
| FRAM SIZE | ตามที่กำหนดในแบบ |
| OPERATION TYPE | MANUAL หรือตามกำหนดในแบบ |
| MOUNTTING TYPE | DRAW OUT |
| INTERRUPTING CAPACITY | ตามที่กำหนดในแบบ |
| RELEASE | ELECTRONIC TRIP RELAY |
| | ADJUSTABLE THERMAL TRIP |
| | ADJUSTABLE GROUND FAULT TRIP |
| | SHORT-TIME RELAY |
| | TRIP INDICATOR |
</table>
</page>
<page title="113">
113
<table title="ACB Accessories" description="Accessories for AIR CIRCUIT BREAKER">
| | |
|--------------|----------------------------|
| ACCESSORIES | UNDER VOLTAGE TRIP 3P-4W |
| | SHUNT TRIP |
| | AUXILIARY SWITCH |
| | ALARM SWITCH |
| | ELECTRICAL & MECHANICAL INTERLOCK |
</table>
4.12.2.7 MOLDED-CASE CIRCUIT BREAKER (MCCB)
<table title="MCCB Specifications" description="Specifications for MOLDED-CASE CIRCUIT BREAKER">
| | |
|----------------------|---------------------|
| STANDARD | IEC |
| RATED VOLTAGE | 660 VAC. |
| NO. OF POLE | 3 |
| FRAM SIZE | ตามที่กำหนดในแบบ |
| OPERATION TYPE | MANUAL หรือตามที่กำหนดในแบบ |
| MOUNTTING TYPE | FIXED |
| INTERRUPTING CAPACITY | ตามที่กำหนดในแบบ |
| RELEASE | ADJUST THERMAL TRIP |
| | ADJUST INSTANEOUS TRIP |
</table>
4.12.2.8 METERING
(1) CURRENT TRANSFORMER
<table title="Current Transformer Specifications" description="Specifications for CURRENT TRANSFORMER">
| | |
|----------------------|--------|
| STANDARD | IEC, JIS |
| SECONDARY CURRENT | 5 AMP |
| ACCURACY CLASS | 1.0 |
| FREQUENCY | 50 Hz |
| INSULATION CLASS | 600 VAC |
| SORT-TIME CURRENT | 40 TIMES |
</table>
(2) KILOWATT HOUR METER
<table title="Kilowatt Hour Meter Specifications" description="Specifications for KILOWATT HOUR METER">
| | |
|----------------------|----------------|
| STANDARD | IEC, JIS |
| OPERATING PRINCIPLE | INDUCTION TYPE |
| ACCURACY CLASS | 2.0 |
| AVAILABLE RATING | 3P-4W 380/220 CT 5A |
</table>
</page>
<page title="114">
114
<table title="AC AMPMETER Specifications" description="Specifications for AC AMPMETER">
| | |
|----------------------|----------------|
| STANDARD | IEC, JIS |
| OPERATING PRINCIPLE | RECTIFIER TYPE |
| ACCURACY CLASS | 1.5 |
| SCALE MOVEMENT | MORE THAN 180 |
| AVAILABLE RATING | CT 5A |
</table>
(4) AC VOLTMETER
<table title="AC VOLTMETER Specifications" description="Specifications for AC VOLTMETER">
| | |
|----------------------|----------------|
| STANDARD | IEC, JIS |
| OPERATING PRINCIPLE | RECTIFIER TYPE |
| ACCURACY CLASS | 1.5 |
| SCALE RANGE | 0 - 600 VAC |
| SCALE MOVEMENT | MORE THAN 180 |
</table>
(5) AMP SELECTOR SWITCH เป็นชนิดเลือกได้ 4 จังหวะ เพื่อวัดกระแสได้ทั้ง 3 เฟส
และมีจังหวะปิดด้วย(O – R – S - T) ใช้สำหรับแอมป์มิเตอร์แบบผ่าน CT
(6) VOLT SELECTOR SWITCH เป็นชนิดเลือกได้ 7 จังหวะ (RS – ST – TR – O – RO
– SO – TO) ใช้สำหรับไฟฟ้า 3 เฟส 4 สาย
(7) FUSE&BASE
ก. ใช้ฟิวส์ชนิด HRC ตามมาตรฐาน DIN 43620 และ VDE 0660 ซึ่งสามารถป้องกัน
กระแสไฟฟ้าลัดวงจรได้ไม่น้อยกว่า 100 KA ที่ 380 VAC โดยฐานฟิวส์ใช้ชนิด SINGLE POLE ติดชิดกัน
3 อัน โดยมี PHASE BARRIERS
ข. ฟิวส์และฐาน สำหรับป้องกันเครื่องวัดต่าง ๆ ให้ใช้ฟิวส์ชนิด CARTRIDGE ตาม
มาตรฐาน DIN 49360 & 49515 และ VDE 0635 ซึ่งสามารถป้องกันกระแสไฟฟ้าลัดวงจรได้ไม่น้อยกว่า
50 KA ที่ 380 VAC ฐานฟิวส์ใช้ชนิด FLUSH-MOUNTING
(8) POWER FACTORY CONTROLLER
<table title="POWER FACTORY CONTROLLER Specifications" description="Specifications for POWER FACTORY CONTROLLER">
| | |
|----------------------|---------------------|
| STANDARD | IEC |
| REGULATOR ARE AVAILABLE | (STEP) ตามในแบบ |
| VOLTAGE COIL | 220 VAC, 50 Hz |
| MANUAL/AUTOMATIC SW. | |
| ACCESSORIES | |
| ON-OFF PUSH BUTTON | จำนวนเท่า CONTACTOR |
| INDICATOR LIGHTS | จำนวนเท่า CONTACTOR |
| CONTROL FUSE | จำนวนเท่า CONTACTOR |
| PF. RATING | LEAD 0.5..1..0.5 LAG |
</table>
</page><page title="115">
115
(9) CONTACTOR
STANDARD : IEC
TYPE : AIR-BREAK CONTACTOR
RATED CURRENT : ตามที่แสดงในแบบ
COIL VOLTAGE : 220 VAC, 50 Hz
INSULATION CLASS : 600 VAC
DUTY OPERATING : AC 3
(10) POWER CAPACITOR
STANDARD : IEC
RATED VOLTAGE : 400 VAC
TYPE : NONFLAMMABLE, DRY TYPE
ENCLOSURE TYPE : 42
CAPACITY : KVA & DISCHARGE RESISTOR
MAXIMUM TEMPERATURE : 50 °C
4.13 แผงสวิตช์จ่ายไฟย่อย (LOAD PANEL)
4.13.1 แผงจ่ายไฟย่อยจะต้องออกแบบและประกอบตาม NEMA STANDARD ใช้กับกระแสไฟฟ้า 3
PHASE 4 WIRE 380/220 V.AC 50 Hz ตู้ทำด้วย GALVANIZED SHEET STEEL WITH GRAY BAKED
ENAMEL FINISH ความหนาไม่ต่ำกว่า 2.00 มม. มีประตูเปิด-ปิดด้านหน้าเป็นแบบ FLUSH LOCK และมี
KEY LOCK ด้วย ชิ้นส่วนที่เป็นโลหะทุกชิ้นต้องผ่านกรรมวิธีป้องกันการผุกร่อน และกันสนิมอย่างดีพร้อมทั้ง
พ่นสีอบความร้อน
4.13.2 บัสบาร์ใช้ทองแดงชนิดที่ผลิตขึ้นสำหรับใช้งานไฟฟ้าโดยเฉพาะตามมาตรฐาน ANSI, DIN
หรือเทียบเท่า นำกระแสได้มากกว่า 1.5 เท่า ของกระแสพิกัดที่รองรับ และฉนวนยึด (BUS BAR SUPPORT
INSULATION ) ให้ทำจากแหวน CAST RESIN หรือเป็นไม้อัด LIGNOSTONE ทนกระแสลัดวงจรได้ไม่น้อย
กว่า 50 กิโลแอมแปร์ หรือตามข้อกำหนดในแบบ การจัดเรียงบัสบาร์ในตู้ ให้จัดเรียงตาม เฟส A เฟส B
เฟส C โดยเมื่อมองด้านหน้าของตู้ในลักษณะเรียงจากหน้าไปหลัง หรือจากซ้ายมือไปขวามือ การต่อสวิตช์ตัด
ตอนเข้ากับบัสบาร์ต้องต่อผ่านขั้วต่อสายและขันยึดด้วยสลักเกลียว แป้นเกลียวและฉนวนสำหรับต่อบัสบาร์
ชนิด HIGH-TENSILE STEEL , ELECTRO-GALVANIZED OR CHROME-PLATED แล้วขันด้วย TORQUE
WRENCH ให้มีแรงกดที่ผิวอย่างสม่ำเสมอ
4.13.3 MAIN CIRCUIT BREAKER ต้องเป็นแบบ MOLDED CASE CIRCUIT BREAKER มีขนาด AT
& AF ตามกำหนดในแบบประกอบด้วย INSTANTANEOUS MAGNETIC SHORT TRIP และ THERMAL
OVER CURRENT TRIP มี INTERUPTING CAPACITY ไม่น้อยกว่า 14 KA ที่ 415 V.AC และ/หรือตามที่
กำหนดในแบบ
</page>
<page title="116">
116
4.13.4 BRANCH CIRCUIT BREAKER ต้องเป็นแบบ MOLDED CASE CIRCUIT BREAKER มีขนาด
AT & AF ตามกำหนดในแบบประกอบด้วย INSTANTANEOUS MAGNETIC SHORT TRIP และ THERMAL
OVER CURRENT TRIP มี INTERUPTING CAPACITY ไม่น้อยกว่า 4.5 KA ที่ 240 V.AC และ/หรือตามที่
กำหนดในแบบ
4.14 แผงควบคุมไฟฟ้า (CONSUMER UNIT)
4.14.1 ตู้เป็นแบบติดลอย ตัวตู้ทำด้วยเหล็กหรือพลาสติกทนความร้อน มีฝาปิด-เปิดด้านหน้าทำด้วย
PVC ใส สามารถมองเห็น CIRCUIT BREAKER ได้
4.14.2 CIRCUIT BREAKER เป็นแบบ PLUG-INหรือแบบ BOLT-ON
4.14.3 MAIN CIRCUIT BREAKER ต้องเป็นชนิด 2P มีค่า INTERUPTING CAPACITY ไม่น้อยกว่า
10 KA ที่ 240 V.AC
4.14.4 BRANCH CIRCUIT BREAKER มีค่า INTERUPTING CAPACITY ไม่น้อยกว่า 4.5 KA ที่
240 V.AC
4.14.5 การติดตั้งให้สูงจากพื้น 2.20 เมตร วัดถึงระดับบนของแผง
4.15 ดวงโคมพร้อมอุปกรณ์ประกอบ สวิตช์ และเต้ารับ
4.15.1 โคมไฟฟ้าและอุปกรณ์
4.15.1.1 ชนิดของโคมไฟฟ้าให้เป็นไปตามที่กำหนดในแบบ
4.15.1.2 โครงโคมต้องหนาไม่น้อยกว่า 0.80 มม.
4.15.1.3 ขั้วรับหลอดเป็นชนิดเกลียว เป็นผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานของ IEC หรือ VDE
4.15.1.4 หลอดไฟ สำหรับใช้งานที่แรงดัน 220-230 V. เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเครื่องหมาย มอก.
4.15.1.5 สำหรับสายภายในดวงโคมให้ใช้สายอ่อน ขนาดไม่เล็กกว่า 1.0 ตร.มม. และฉนวนสามารถที่
ความร้อนได้ไม่น้อยกว่า 70 องศาเซลเซียส์
4.15.2 โคมไฟชนิดหลอดฟลูออเรสเซนต์
4.15.2.1 ต้องผลิตตามมาตรฐาน BS, VDE, DIN, NEMA, JIS หรือเทียบเท่า
4.15.2.2 บัลลาสต์ เป็นชนิด LOW POWER LOSS
4.15.2.3 หลอดไฟ เป็นชนิดแสง สีเดย์ไล้ท์ หรือตามที่กำหนดในแบบ
4.15.2.4 สำหรับหลอดขนาด 36 วัตต์ ชั่วโมงการใช้งานไม่น้อยกว่า 15,000 ชม. ลูเมน
ไม่น้อยกว่า 2,600
4.15.2.5 สำหรับหลอดขนาด 18 วัตต์ ชั่วโมงการใช้งานไม่น้อยกว่า 7,500 ชม. ลูเมน
ไม่น้อยกว่า 1,030
4.15.2.6 สำหรับหลอดประหยัดพลังงาน ขนาด 25 วัตต์ ชั่วโมงการใช้งานไม่น้อยกว่า 8,000 ชม.
ลูเมนไม่น้อยกว่า 1,200
</page>
<page title="117">
117
4.15.2.7 CAPACITOR ต่อขนานเพื่อปรับค่า POWER FACTOR ไม่น้อยกว่า 0.9 เป็น อะลูมิเนียม
4.15.2.8 STARTER ใช้ตาม มอก. 183
4.15.2.9 โคมไฟชนิด ที่มีแผ่นสะท้อนแสงและตะแกรงบังตา ต้องมีประสิทธิภาพของแผ่นสะท้อนแสง
ไม่น้อยกว่า 95 % โดยมีรายละเอียดดังนี้
LUMINARE EFFICIENCY >= 80% สำหรับโคมไฟ 2x36 W.
LUMINARE EFFICIENCY >= 69% สำหรับโคมไฟ 3x36 W.
TOTAL REFLECTANCE >= 95%
REFLECTOR ทำจาก PURE ALUMINIUM ความบริสุทธิ์ 99.99%
LOUVER ทำจาก ANODIZED ALUMINIUM ชนิดเงา ความหนา 0.4 มม.
4.15.2.10 โคมไฟชนิด ดาวน์ไล้ท์ วัสดุสะท้อนแสงทำด้วยอะลูมิเนียมสีเงิน ขอบวงแหวนสีเงิน ขนาด
ไม่เล็กกว่า 150 มม.
4.15.3 โคมไฟชนิดไฮเบย์ ถ้าแบบไม่ได้กำหนดเป็นอย่างอื่นให้มีคุณสมบัติดังนี้
4.15.3.1 ตัวสะท้อนแสงทำจาก ANODIZED ALUMINIUM
4.15.3.2 ปรับมุมกระจายแสงได้ เช่น แคบ-ปานกลาง-กว้าง
4.15.3.3 ขั้วหลอดทำจาก PORCELAIN สามารถทน PULSE ได้ถึง 5 KV
4.15.3.4 มีขอบวงแหวนสำหรับฝังฝ้า และกระจกทนความร้อน พร้อมโซ่ และ ตะขอแขวนเพื่อการ
เปลี่ยนหลอดไฟ
4.15.3.5 หลอดเป็นชนิด เมทัลฮาไลด์ ขนาดตามกำหนดในแบบ
4.15.4 โคมไฟชนิด FLOOD LIGHT ถ้าแบบไม่ได้กำหนดเป็นอย่างอื่นให้มีคุณสมบัติดังนี้
4.15.4.1 ตัวสะท้อนแสงทำจาก ALUMINIUM เคลือบด้วย ALZAK
4.15.4.2 ปรับมุมในแนวนอนและแนวดิ่งได้
4.15.4.3 ตัวโคมทำจาก DIE CAST ALUMINIUM มีประเด็นยางและตัวดูดซับความร้อน
4.15.4.4 มีกระจกทนความร้อน
4.15.4.5 หลอดเป็นชนิด เมทัลฮาไลด์ ขนาดตามกำหนดในแบบ
4.15.5 การต่อลงดินของดวงโคมและอุปกรณ์ประกอบ
ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นโลหะ ซึ่งไม่ใช่เป็นทางเดินของกระแสไฟฟ้า และอยู่สูงจากระดับพื้น
อาคารแต่ละชั้นต่ำกว่า 2.40 เมตร ซึ่งคนสัมผัสได้ ต้องต่อลงดินทั้งหมด ยกเว้นส่วนโลหะดังกล่าวอยู่ใน
ตำแหน่งที่สัมผัสไมถึง (ระยะห่างไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร ตามแนวราบ )
4.15.6 สวิตช์และเต้ารับ
4.15.6.1 สวิตช์ ปิด-เปิด ทนกระแสได้ไม่น้อยกว่า 10 A และทนแรงดันได้ไม่น้อยกว่า 250 V ติดตั้งสูง
จากพื้น 1.20 เมตร
</page>
<page title="118">
118
4.15.6.2 เต้ารับ (2P+G) ทนกระแสได้ไม่น้อยกว่า 10 A และทนแรงดันได้ไม่น้อยกว่า 250 V ติดตั้งสูง
จากพื้น 0.30 เมตร
4.15.6.3 สวิตช์ เต้ารับ และฝาครอบต้องเป็นผลิตภัณฑ์ยี่ห้อเดียวกัน
4.16 ระบบป้องกันฟ้าผ่า (LIGHTNING PROTECTION SYSTEM)
4.16.1 หัวล่อฟ้า ( AIR TERMINAL)
4.16.1.1 ถ้าแบบกำหนดให้ใช้แบบรัศมีป้องกัน หัวล่อฟ้าต้องมีส่วนประกอบดังนี้
(1) PICK-UP POINT เป็นแท่งโลหะกลมปลายแหลมทำด้วย CHROM PLATE
COPPER หรือ STAINLESS STEEL ทำหน้าที่รับประจุที่เกิดจากฟ้าผ่าแล้วถ่ายเทสู่พื้นดิน
(2) การทำงานของหัวล่อฟ้า ใช้หลักการเก็บสะสมพลังงานในสภาวะปกติและปล่อย
พลังงานออกขณะเกิดฟ้าผ่า
(3) ACESSORIES เช่น เสา (HAST) ต้องทำด้วย GALVANIZED STEEL สำเร็จรูป
จากโรงงาน และความสูงของเสาไม่น้อยกว่า 6 เมตร หรือตามที่กำหนดในแบบ
(4) รัศมีป้องกัน ตามที่กำหนดในแบบ
4.16.1.2 ถ้าแบบไม่ได้กำหนดเป็นอย่างอื่น หัวล่อฟ้าให้ใช้แบบแท่งทองแดงชนิดปลายแหลม
(TAPER POINTED AIR ROD ) ขนาด Dia. 3/4” ยาวไม่น้อยกว่า 1 เมตรหรือขนาดตามที่กำหนดในแบบ
ติดตั้งที่จุดสูงสุดของอาคาร โดยติดทุกมุมของอาคารและให้เชื่อมต่อถึงกันด้วยทองแดงขนาดไม่เล็กกว่า
50 ตร.มม. (โดยจัดเชื่อมต่อเป็นรูปวงแหวนที่ชั้นล่างรอบอาคารอีกครั้งหนึ่ง)
4.16.2 ตัวนำลงดิน
4.16.2.1 ถ้าแบบกำหนดให้เป็นสาย COAXIAL CABLE ให้ใช้ขนาดตามที่กำหนดในแบบ
4.16.2.2 ถ้าแบบไม่ได้กำหนดเป็นอย่างอื่น สายตัวนำลงดินให้เป็นแบบ BARE COPPER
CONDUCTOR CABLE และขนาดต้องไม่เล็กกว่า 50 ตารางมิลลิเมตร สายตัวนำลงดินต้องเป็นสายเส้น
เดียวกันตลอด ห้ามมีการตัดต่อโดยเด็ดขาด โดยเดินร้อยในท่อพีวีซี และถ้าเดินยึดเกาะผนังให้ยึดด้วย
GALVANIZED CONDUIT STRAP ทุก ๆ ระยะ 1.5 ม.
4.16.3 หลักสายดิน (GROUND ROD) ใช้ COPPER CLAD STEEL ROD DIA. 5/8 นิ้ว ยาว 10 ฟุต
(3 เมตร) อย่างน้อย 3 แท่ง ปักลงดินโดยให้ปลายบนสุดลึกลงไปในดิน 0.6 เมตร และการต่อสายตัวนำลงดิน
กับแท่งหลักดิน ให้ใช้วิธีหลอมละลายในเบ้าหลอม ( EXOTHERMIC WELDING ) เท่านั้น
4.16.4 GROUND TEST BOX
เพื่อความสะดวกในการทดสอบความต้านทานของหลักดิน ต้องมี TEST BOX ซึ่งใช้เป็นจุดผ่าน
ระหว่าง DOWN CONDUCTOR ที่ลงมาจากด้านบน กับ GROUND CONDUCTOR ติดตั้งในระดับสายตา
4.16.5 ตัวนับจำนวนฟ้าผ่า ( LIGHTNING FLASH COUNTER )
ใช้สำหรับตรวจสอบจำนวนครั้งของการเกิดฟ้าผ่า โดยจะมีตัวเลขบอกจำนวนครั้งซึ่งไม่สามารถ
RESET ได้ เป็นชนิดกันน้ำ และไม่ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟจากแหล่งใด ๆ ทั้งสิ้น
</page>
<page title="119">
119
4.16.6 การติดตั้ง
ในแบบเป็นตำแหน่งโดยประมาณเท่านั้น ก่อนติดตั้งจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าจ้างก่อน และถ้ามี
ระบบสื่อสาร ควรติดตั้งคนละมุมอาคารกับระบบสื่อสาร
4.16.7 ความต้านทานดิน
ความต้านทานดินของระบบป้องกันฟ้าผ่า ต้องมีค่าไม่เกิน 5 โฮห์ม ถ้าหากความต้านทาน
ดินเกิน ผู้รับจ้างต้องทำการตอก GROUND ROD เพิ่มขึ้น จนได้ความต้านทานตามที่กำหนด ค่าใช้จ่าย
ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้างจะนำมาคิดเพิ่มภายหลังมิได้
4.17 ระบบป้องกันไฟกระโชกและป้องกันคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (SURGE PROTECTION)
4.17.1 อุปกรณ์ที่ต้องการป้องกันไฟกระโชก (SURGE) ถ้าแบบกำหนดให้มี ควรมีคุณสมบัติดังนี้
4.17.1.1 กรณีต้องการป้องกัน ตู้ FIRE ALARM / ดับเพลิง และแบบไม่กำหนดเป็นอย่างอื่น ควรมี
คุณสมบัติและขนาดดังนี้
(1) MAX.SURGE CURRENT / PHASE : 1 IMPUSE (8/20 US) : >=10 ΚΑ.
(2) SURGE LIFE / PHASE : 10000 IMPUSE(8/20 US) : >=500 A.
(3) ให้ติดตั้งเป็นลักษณะอนุกรมระหว่างสายจ่ายไฟและอุปกรณ์ที่ต้องการป้องกันในระบบ
แรงดัน 240 โวลท์ 1 เฟส 2 สาย
(4) มีหลอดไฟแสดงสถานะการทำงาน
4.17.1.2 กรณีต้องการป้องกัน ตู้ PABX และแบบไม่กำหนดเป็นอย่างอื่น ควรมีคุณสมบัติดังนี้
(1) BASIC ENCLOSURE UNIT
ก. CONNECTOR : RJ 21
ข. PROTECTS : UP TO 50 WIRE
(2) PLUG-IN PROTECTION MODULE
ก. PROTECT : 1 PAIR/1 MODULE
ข. I PEAK : 5 ΚΑ
ค. ให้ติดตั้งโดยต่อนุกรมกับอุปกรณ์ที่ต้องการป้องกัน
4.17.1.3 กรณีต้องการป้องกัน เสาอากาศ/จานดาวเทียม และแบบไม่กำหนดเป็นอย่างอื่น ควรมี
คุณสมบัติดังนี้
(1) อุปกรณ์เสิร์จ สามารถต่อกับสาย COAXCAIL CABLE (RG 11) ได้โดยไม่ต้องใส่
อุปกรณ์เสริมอื่น
(2) ให้ติดตั้งระหว่างสายที่รับสัญญาณจากเสาอากาศหรือจานดาวเทียม กับเครื่องส่ง
(อนุกรม)
4.17.1.4 กรณีต้องการป้องกัน ตู้ MDB และแบบไม่กำหนดเป็นอย่างอื่น ควรมีคุณสมบัติและขนาด
ดงน
ดังนี้
(1) MAX.SURGE CURRENT / PHASE : 1 IMPUSE (8/20US) : >=120 ΚΑ.
(2) SURGE LIFE / PHASE : 10000 IMPUSE(8/20US) : >=4 ΚΑ.
</page>
```markdown
<page title="120">
120
(3) ตัวตู้ทำด้วยแผ่นเหล็กแข็งแรงตามมาตรฐานสากล
(4) แต่ละเฟส ต้องมีหลอดไฟแสดงสถานะ PROTECTION PRESENT INDICATOR หรือ
REDUCE PROTECTION INDICATOR
(5) ฟิวส์ป้องกันอุปกรณ์ภายในควรเป็นฟิวส์คู่สำหรับไฟแต่ละเฟสที่ทำงานทดแทนกัน
อัตโนมัติ เมื่อฟิวส์ตัวใดตัวหนึ่งขาด และมีหลอดไฟแสดงสถานการณ์ทำงานของฟิวส์และอุปกรณ์เพื่อช่วยใน
การตรวจสอบบำรุงรักษา
(6) ติดตั้งโดยการต่อขนานกับสายเมน และให้ติดตั้งด้านไฟออกของ CIRCUIT BREAKER
4.17.2 เพื่อเป็นการป้องกันคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ให้ได้ผลยิ่งขึ้น (กรณีวิศวกรโยธายินยอมให้ทำได้) ควร
ปฏิบัติดังนี้
4.17.2.1 ต่อประสานโครงโลหะบริเวณป้องกัน โดยต่อเชื่อมทุกระยะ 1 เมตร เพื่อต่อลงดินร่วมกับ
อุปกรณ์ป้องกันเสิร์จ (ต้องทำระหว่างการก่อสร้างโดยประสานกับวิศวกรโยธา)
ตัวนำ
50 ตร.มม.
4.17.2.2 โครงข่ายต่อประสานและระบบรากสายดิน ต้องต่อเข้าด้วยกันด้วยตัวนำต่อขนานกันหลาย
4.17.2.3 ตัวนำต่อประสานที่ทำด้วยทองแดงหรือเหล็กชุบสังกะสี ควรมีพื้นที่หน้าตัดไม่เล็กกว่า
4.18 ระบบโทรศัพท์ ( TELEPHONE SYSTEM )
4.18.1 ข้อกำหนด
รายละเอียดในแบบเป็นแนวทางในการออกแบบ และจัดอุปกรณ์หลักๆ เท่านั้น ผู้รับจ้าง
จะต้องจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อให้ระบบทั้งหมดใช้งานร่วมกันได้ครบถ้วน และถูกต้องตามความ
ต้องการของผู้รับจ้าง
4.18.2 เทคนิค
4.18.2.1 แผงกระจายสายรวม (MAIN DISTRIBUTION FRAME : MDF)
(1) ตัวตู้ทำด้วยโลหะ ความหนาไม่น้อยกว่า 1.6 มม. ผ่านกรรมวิธีป้องกันสนิมและพ่นสีอบ
ด้วยความร้อน ขนาดตามที่กำหนดในแบบ
(2) คุณลักษณะของแผงกระจายสายรวม เป็นดังนี้
ก. ต้องเป็นชนิดที่ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังต่อไปนี้
ส่วนที่ 1 ต้องมีจำนวนขั้วต่อสายเพียงพอสำหรับสายทั้งหมดที่มาจากตู้สาขา
ส่วนที่ 2 ต้องมีจำนวนขั้วต่อสายเพียงพอ สำหรับสายของเลขหมายภายในทั้งหมด
ส่วนที่ 3 ต้องมีจำนวนขั้วต่อสายแบบที่สามารถติดตั้ง ( เตรียมพร้อมติดตั้ง ) GAS
TUBE ARRESTER ได้เพียงพอกับจำนวนสายภายนอกอาคาร และสายองค์การโทรศัพท์ ทั้งหมด
ข. ในกรณีที่ผู้รับจ้างใช้คู่สายโทรศัพท์จาก MDF ไปยังกล่องต่อสายประจำชั้นมากกว่า
ขั้วต่อสายตามแบบ ต้องเพิ่มขั้วต่อสายให้มีขนาดไม่น้อยกว่าจำนวน คู่สายดังกล่าว
</page>
<page title="121">
121
ค. ต้องมี LABLE HOLDERS และ LABLES แสดงแถวหรือหมวดหมู่ของคู่สาย
4.18.2.2 กล่องต่อสายโทรศัพท์ (TELEPHONE CUBINET : TC)
เป็นแบบที่บรรจุในตัวตู้ ให้ทำด้วยตัวเหล็กแผ่นหนาไม่น้อยกว่า 1.4 มม. ตู้ต้องพ่นสีแล้วอบ
ด้วยความร้อน มีฝาและบานพับพร้อมกุญแจล็อคตัวตู้ ต้องมีขนาดใหญ่พอสำหรับแผงต่อสายในขนาดเริ่มต้น
และสามารถขยายขนาดสำหรับอนาคตได้ ในตู้มีที่ยึดสายให้เรียบร้อยและมีขั้วดินด้วย
4.18.2.3 เต้ารับและเต้าเสียบ
เป็นแบบ MODULAR JACK TYPE ชนิด 4 ขั้ว พร้อมสายต่อ (EXTENSION CORD)
สำหรับเครื่องโทรศัพท์ยาวไม่น้อยกว่า 2 เมตร ในแต่ละจุด โดยที่ฝาครอบโทรศัพท์มีลักษณะเดียวกันกับฝา
ครอบของสวิตช์และเต้ารับ
4.18.2.4 การเดินสาย
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของตัวนำไม่ต่ำกว่า 0.65 มม. และเป็นไปตามมาตรฐานของ
องค์การโทรศัพท์ โดยระบบโทรศัพท์ให้ใช้สายโทรศัพท์ที่มีรหัสสีแบ่งแยกคู่สายให้ชัดเจน และในการเดิน
สายโทรศัพท์ถ้ามิได้ระบุเป็นอย่างอื่น ให้ใช้สายต่อไปนี้
อาคาร
(1) สาย AP (ALPETH SHEATHED CABLE) ใช้สำหรับเดินในรางใต้ดินหรือร้อยในท่อนอก
(2) สาย TPEV ใช้สำหรับเดินระหว่างแผงกระจายสายรวม (MDF) ไปยังกล่องต่อ
สายโทรศัพท์ (TC) โดยที่รางหรือกล่องต่อสายต้องต่อลงดินให้ถูกต้องและมีขนาดเหมาะสม โดยจำนวนสูงสุด
ของสายที่เดินในท่อให้เป็นไปตาม ตารางที่ 7
(3) สาย TIEV ใช้สำหรับเดินระหว่างกล่องต่อสายโทรศัพท์ (TC) ไปยังกล่องต่อสายหรือ
เต้ารับโทรศัพท์ ส่วนการเดินท่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของการเดินท่อร้อยสายไฟ โดยจำนวนสูงสุดของสาย
ที่เดินในท่อให้เป็นไปตาม ตารางที่ 8
4.18.2.5 การติดตั้ง
ให้ติดตั้งระบบโทรศัพท์และอุปกรณ์ประกอบตามที่แสดงในแบบให้เป็นไป ตามกฎและ
ระเบียบขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย
4.18.2.6 ตู้ระบบสาขาอัตโนมัติ (PABX) (ถ้าแบบกำหนดให้มี) ต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อยดังนี้
(1) มาตรฐาน
ได้มาตรฐาน CCITT และ ผ่านการทดสอบคุณภาพตามมาตรฐาน ทศท. พร้อม
หนังสือรับรองเสนอผู้ว่าจ้าง
(2) ขนาดเครื่อง
ก. ให้จัดหาและติดตั้งตู้ PABX ขนาดตามที่ระบุในแบบ
ข. ตู้ PABX ต้องเป็นเครื่องที่ประกอบอยู่ในตู้โลหะ มีฝาและประตูปิดมิดชิด การระบาย
ความร้อนได้ออกแบบโดยใช้ระบบถ่ายเทความร้อนด้วยระบบหมุนเวียนของอากาศตามธรรมชาติ
(NATURAL AIR COOLING ) และสามารถทำงานได้ดีในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิสูงถึง 40 ° C
</page>
<page title="122">
122
(3) คุณสมบัติพื้นฐานของตู้ PABX อย่างน้อยต้องเป็นดังนี้
ก. ประกอบด้วยอุปกรณ์หลัก คือ หน่วยประมวนผลกลางใช้ CPU (CENTRAL
PROCESSING UNIT ) ขนาด 32 บิต, หน่วยความจำหลัก ( MAIN MEMORY),หน่วยความจำสำรอง (
BACK-UP MEMORY),หน่วยสวิตช์ชิ่ง ( SWITCHING UNIT ),หน่วยสำหรับอุปกรณ์ต่อร่วม ( PERIPHERAL
UNIT ), หน่วยจ่ายกำลังไฟฟ้า ( POWER SUPPLY )
ข. ระบบ SWITCHING เป็นแบบ DIGITAL โดยส่งผ่านสัญญาณในลักษณะ TIME
DIVISION MULTIPLEXING( TDM) และ PULSE CODE MODULATION (PCM)
เฉพาะบุคคลได้
ค. สามารถเชื่อมต่อกับตู้สาขาโทรศัพท์อื่นๆ ได้
ง. สามารถกำหนดเลขหมายภายในได้ไม่ต่ำกว่า 4 หลัก
จ. สามารถกำหนดรหัสพิเศษส่วนบุคคล เพื่อกำหนดขีดความสามารถในการโทรออก
ฉ. ชุดพนักงานรับโทรศัพท์ ( ATTENDANCE CONSOLE )
ช. ระบบบันทึกโทรศัพท์สามารถพิมพ์ออกได้ในระยะเวลาที่กำหนด
ญ. สามารถตั้งระดับการโทรออกได้ ไม่ต่ำกว่า 5 ระดับ
ฎ. สามารถประชุมทางโทรศัพท์ได้ ไม่น้อยกว่า 5 คู่สาย
ฎ. สามารถเชื่อมโทรสารเข้ากับระบบได้
ฐ. สามารถสนทนาระหว่างคู่สายภายในได้
ฑ. มีระบบฝากข้อความเมื่อไม่สามารถรับสายได้ (VOICE MAIL SYSTEM)
ฒ. สามารถจำกัดเวลาการใช้งานได้
ณ. สามารถแก้ไขข้อบกพร่องของระบบได้โดยผ่านทางสายโทรศัพท์ (REMOTE
MAINTENANCE ) จากศูนย์บริการได้ทันที
ด. สามารถแบ่งกลุ่มสายนอกและสายในของโทรศัพท์ออกเป็นกลุ่ม ๆ ได้ เพื่อแยก
ค่าใช้จ่าย
ต. มีระบบไฟสำรองอย่างน้อย 12 ชม. เมื่อไฟฟ้าดับ โดยตู้ PABX ยังคงใช้งานได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ และ มีอุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟผิดปกติเช่น SURGE PROTECTION
ถ. มีระบบหมุนทวนหมายเลขสุดท้าย, บันทึกหมายเลข, พักสาย, เชื่อมต่ออุปกรณ์
เครื่องเสียง, โอนการรับสาย
ท. สามารถติดตั้งในห้องที่ไม่มีระบบปรับอากาศได้ โดยไม่มีผลเสียกับอุปกรณ์ภายใน
เครื่อง
ธ. คุณสมบัติและความสามารถอื่น ๆ ของเครื่อง ให้เสนอรายละเอียดแนบในเอกสารเสนอ
ราคา
</page>
<page title="123">
123
น. การรับประกันคุณภาพ ไม่น้อยกว่า 2 ปี ในช่วงระยะเวลารับประกันต้องสามารถ
บริการฉุกเฉินได้ตลอดเวลา เมื่อเครื่องทำงานผิดปกติ
บ. การอบรมเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง ทางผู้รับจ้างต้องอบรมเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง ให้
สามารถซ่อมแซม บำรุงรักษาเครื่องได้เป็นอย่างดีเมื่อเครื่องทำงานผิดปกติ
4.18.2.7 เครื่องรับโทรศัพท์
(1) เครื่องรับโทรศัพท์แบบอนาล็อก
ก. เป็นอิเล็กทรอนิกส์ หน้าปัดเป็นปุ่มกดสามารถเลือกใช้สัญญาณได้ทั้งแบบ PULSE
และ แบบ TONE
ข. มีปุ่มสำหรับใช้ในการพักสายหรือโอนสาย
ค. มีปุ่มสำหรับทวนเลขหมายสุดท้ายได้ (REDIAL)
ง. มีปุ่มปรับความดังเสียงเรียก
(2) เครื่องรับโทรศัพท์แบบดิจิตอล
จ. มีปุ่มบันทึกเลขหมายโทรศัพท์ได้ไม่น้อยกว่า 8 เลขหมาย
ก. สามารถสนทนาโดยไม่ต้องยกหู HAND FREE
ข. สามารถตอบรับการเรียกสายได้โดยไม่ต้องยกหู
ค. สามารถส่งผ่านได้ทั้งสัญญาณเสียงและข้อมูลได้พร้อมกัน ( SIMULTANEOUS VOICE
AND DATA ) โดยใช้สายเพียง 1 คู่สาย พร้อมทั้งไม่ต้องใช้กำลังไฟฟ้าจากภายนอก
ง. มีวงจรในการสนทนา 2 วงจร สามารถพักสายเพื่อรับหรือต่อวงจรได้อีกในขณะนั้น
จ. สามารถใช้เป็นระบบผู้บริหาร/เลขาได้ โดยมีหลอดไฟแสดงสถานะของอีกฝ่ายหนึ่งว่า
ว่างหรือใช้งานอยู่และกดเพียงปุ่มเดียวสามารถสนทนาได้เลย
ฉ. มีปุ่มโปรแกรมคุณสมบัติต่าง ๆ เพื่อความสะดวกในการใช้แทนการจำรหัสอย่างน้อย
ดังนี้ การตอบรับอัตโนมัติ การสนทนาร่วม การรับสายแทน การโอนสาย
4.19 ระบบสัญญาณเตือนและแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (FIRE ALARM SYSTEM)
4.19.1 ข้อกำหนด
ระบบสัญญาณเตือนอัคคีภัยและอุปกรณ์ที่ใช้ ต้องเป็นระบบ PRESIGNAL หรือ MULTIPLEX
SYSTEM ตามที่กำหนดในแบบ โดยเป็นไปตามข้อกำหนดของ NATIONAL FIRE PROTECTION
ASSOCIATION (NFPA) ของสหรัฐอเมริกา หรือ FIRE OFFICE COMMITTEE (F.O.C.) ของอังกฤษ หรือ
JAPANESE FIRE SERVICE LAW ของญี่ปุ่น หรือ NEC ARTICLE 760 โดยที่ผู้รับจ้างต้องจัดหาและติดตั้งระบบ
สัญญาณเตือนภัยและอุปกรณ์ประกอบตามที่แสดงในแบบ และระบุในข้อกำหนดนี้ทุกประการ
</page>
<page title="124">
124
4.19.2 ด้านเทคนิค
4.19.2.1 แผงควบคุมรวม (FIRE CONTROL PANEL : FCP)
ทำด้วยแผ่นเหล็กหนาประกอบสำเร็จรูปจากโรงงานผู้ผลิต มีความแข็งแรง ไม่ผุกร่อน หรือ
เป็นสนิมได้ง่าย ซึ่งประกอบด้วยโซนต่างๆ ของระบบสัญญาณเตือนอัคคีภัย โดยจำนวนโซนกำหนดตามแบบ
และมีสำรองให้อีกอย่างน้อยหนึ่งโซน ภายในแผงควบคุมประกอบด้วยวงจรอีเลคทรอนิคส์ ชนิด MODULAR
UNIT ต่างๆ ซึ่งควบคุมการทำงานด้วย ไมโครโปรเซสเซอร์ที่ต้องผ่านการทดสอบ Y2K มาแล้ว และทำงานด้วย
ไฟกระแสตรง 24 V. และต้องมีอุปกรณ์ประกอบอย่างน้อยดังนี้
(1) หลอดไฟสัญญาณต่างๆ ดังต่อไปนี้
ก. AC POWER ON LAMP โดยจะติดตลอดเวลาที่มีกระแสสลับป้อนให้กับระบบ
เมื่อมีเหตุขัดข้องที่ทำให้กระแสสลับไม่สามารถป้อนให้กับระบบได้ หลอดไฟดวงนี้จะกระพริบและระบบจะ
เปลี่ยนไปใช้กระแสไฟสำรองในแผงควบคุมโดยอัตโนมัติ
ข. ZONE LAMP ติดเพื่อแสดงบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้มีตัวอักษรบอกชื่อบริเวณติดอยู่
บนหลอดไฟ เพื่อที่จะทราบที่เกิดเหตุโดยรวดเร็วเมื่อเกิดอัคคีภัย
ค. SWITCH POSITION ON LAMP เป็นหลอดไฟเตือนตำแหน่งสวิตช์ ซึ่งจะ
กระพริบเตือนทุกครั้งที่สวิตช์แผงควบคุมตัวใดตัวหนึ่งอยู่ในตำแหน่งผิดปกติ อันเป็นเหตุให้การทำงานของแผง
ควบคุมผิดพลาด
เหตุขัดข้องของระบบ
ง. DIGITAL ZONE INDICATOR สำหรับแสดงโซนที่ไดรับสัญญาณเพลิงไหมและ
จ. MANUAL ALARM LAMP แสดงการแจ้งเตือนเกิดจากอุปกรณ์แจ้งเหตุด้วยมือ
ฉ. ALARM VERIFICATION LAMP แสดงว่ากำลังตรวจสอบสัญญาณเพลิงไหม้
ช. AUXILIARY POWER TEST LAMP แสดงการทดสอบทำงานของ BATTERY
ญ. TELEPHONE LAMP แสดงว่ามีการเรียกทางโทรศัพท์
ฎ. LINE TROUBLE LAMP เป็นหลอดแสดงสาเหตุของการขัดข้อง เช่น สายไฟที่
ต่อไปยังอุปกรณ์แจ้งเหตุ (DETECTOR LINE ) ของโซนใดโซนหนึ่งขาด
ฏ. SPARE INDICATOR LAMP ไม่น้อยกว่า 3 จุด เพื่อแสดงสถานะอุปกรณ์แจง
เตือนจากระบบอื่น ๆ เพิ่มเติม
(2) สวิตช์ควบคุมต่างๆ อย่างน้อยต้องมีดังต่อไปนี้
ก. MAIN ALARM / LOCAL ALARM SILENCING SW.
ข. ALARM RESET SW.
ค. ALL LOCAL ALARM OPERATING SW.
ง. AUXILIARY POWER TEST SW.
จ. ALARM SIGNAL CUT-OFF SW.
</page>
```<page title="125">
125
ฉ. AUTOMATIC / TEST RESET SW.
ช. ZONE SELECTION SW.
ญ. BUZZER SILENCING SWITCH
(3) รีเลย์ต่างๆ สำหรับกระแสไฟฟ้าแรงต่ำ จำนวนโซน และต้องมีรีเลย์พิเศษเพื่อใช้
ควบคุมพัดลม-เครื่องปรับอากาศ-ลิฟต์ ฯลฯ
4.19.2.2 แผงแสดงสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (ANNUNCIATOR)
โดยใช้หลอดไฟสัญญาณแสดงตำแหน่งของโซนที่เกิดเพลิงไหม้ ที่ได้แบ่งไว้ตามแผนผัง
ของอาคาร ( GRAPHIC ANNUNCIATOR) และมีการแสดงสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ระยะไกล ( REMOTE
ANNUNCIATOR) ซึ่งติดตั้งตามที่ได้แสดงไว้ในแบบ ( ถ้าในแบบกำหนดให้ติดตั้ง )
4.19.2.3 แบตเตอรี่ และเครื่องอัดแบตเตอรี่ (BATTERY AND BATTERY CHARGER)
เครื่องอัดแบตเตอรี่ ต้องเป็นอุปกรณ์ที่ใช้กับแรงดันไฟสลับ 220 V 50 Hz และแปลง
เป็นแรงดันไฟตรง 24 V ประกอบด้วยวงจรอิเลคทรอนิคส์ต่าง ๆ โวลต์มิเตอร์ แอมมิเตอร์ หลอดไฟสัญญาณ
แสดงการทำงาน เช่น แสดงการทำงานในสภาวะปกติเป็นต้น พร้อมทั้งมีระบบป้องกันต่าง ๆ เช่น กระแสเกิน
การลัดวงจร ฯลฯ เป็นต้น เป็นชนิดนิกเกิลแคดเมียม ซึ่งมีกำลังพอใช้งานขณะไฟเมนดับได้ไม่น้อยกว่า 6
ชั่วโมง โดยที่เครื่องอัดแบตเตอรี่ ต้องมีขนาดที่พอเหมาะกับการใช้งานดังกล่าวด้วย และ สามารถประจุไฟให้
เต็มภายใน 10 ชั่วโมง
4.19.2.4 อุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ (SIGNAL INTIATING DEVICE )
ประกอบด้วยอุปกรณ์ต่างๆซึ่งได้แสดงในแบบอย่างน้อยดังนี้
(1) อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน ( HEAT DETECTOR ) แบบ RATED OF RISE
TEMPERATURE ซึ่งจะทำงานเมื่ออัตราการเพิ่มของอุณหภูมิเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเกินกว่า 15 องศา C ต่อนาที
มีหลอดไฟสัญญาณในตัว ( RESPONSE LAMP ) สำหรับแสดงสภาวะเมื่อ DETECTOR ทำงาน และสามารถต่อ
พ่วงหลอดไฟให้ติดที่อื่นได้ (REMOTE FIRE INDICATOR LAMP) ใช้กับไฟ 15-30 V.DC พื้นที่ตรวจจับไม่
น้อยกว่า 90 ตารางเมตร ที่ความสูงไม่เกิน 4.00 เมตร
(2) อุปกรณ์ตรวจจับควัน ( SMOKE DETECTOR ) แบบ PHOTO ELECTRIC มีหลอดไฟ
สัญญาณในตัว (RESPONSE LAMP ) สำหรับแสดงสภาวะเมื่อ DETECTOR ทำงาน และสามารถต่อพ่วง
หลอดไฟให้ติดที่อื่นได้ (REMOTE FIRE INDICATOR LAMP) ใช้กับไฟ 15-30 V.DC พื้นที่ตรวจจับไม่
น้อยกว่า 150 ตารางเมตร ที่ความสูงไม่เกิน 4.00 เมตร
(3) สวิตช์แจ้งสัญญาณเพลิงไหม้ด้วยมือ (MANUAL STATION ) เป็นชนิดติดฝังแบบดึงหรือ
กดปุ่ม โดยมีแท่งแก้วหรือกระจกป้องกันการดึงหรือกดในสภาวะปกติ มีป้าย “ FIRE ” เห็นได้ชัดเจน และมี
สวิตช์กุญแจ สำหรับไขเพื่อเปิดหา GENERAL ALARM หรือ TELEPHONE JACK
4.19.2.5 อุปกรณ์ส่งเสียงสัญญาณและหลอดไฟสัญญาณ (AUDIBLE ALARM & ALARM
LAMP INDICATING DEVICE)
</page>
<page title="126">
126
(1) ALARM BELL เป็นแบบกระดิ่ง (BELL ) ชนิด LOW CURRENT 24 V.DC ใช้ได้ทั้ง
ภายในและภายนอกอาคาร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 นิ้ว ทำด้วย ALMINUM ALLOY สีแดง ดังประมาณ
90 dB ที่ระยะ 1.00 เมตร
(2) ALARM LAMP (ถ้าแบบกำหนดให้มี) เป็นดวงโคมสีแดงใช้หลอดไฟขนาด 3W 24 VDC
ติดยึดกับกล่องเหล็กซึ่งประกอบเป็นชุดกับ MANUAL ALARM
4.19.2.6 ระบบสาย ให้ใช้ดังนี้
(1) สายวงจร แบบ CLASS A (4 สาย) ซึ่งสามารถแจ้งสัญญาณได้ ถึงแม้ว่าสายจะขาดที่
จุดหนึ่ง หรือสายลัดวงจรที่จุดหนึ่ง
(2) สายวงจร แบบ 2 สาย ใช้ทั้งแจ้งสัญญาณและส่งไฟไปยังเครื่องตรวจจับควันในวงจร
เดียวกัน โดยที่ปลายวงจรต้องมีตัวต้านทาน ( END OF LINE RESISTOR)
4.19.2.7 การทำงาน (สำหรับระบบแจ้งเหตุอย่างเดียว)
เมื่อมีสัญญาณแจ้งเหตุจากโซนใด หลอดไฟสัญญาณของโซนนั้นจะติดหรือกระพริบพร้อมทั้งมี
เสียงสัญญาณเฉพาะที่แผงควบคุมรวม จนกว่าจะกดตัดเสียง แต่หลอดไฟสัญญาณจะยังคงติดอยู่จนกว่าจะ
กลับสู่สภาวะปกติ แต่ถ้าหากว่าไม่มีการกดตัดเสียงภายในระยะเวลาที่ตั้งไว้ (0 – 5 นาที ) ระบบจะส่ง
สัญญาณไปยังโซนที่เกี่ยวข้อง โดยมีขั้นตอนดังนี้
(1) เมื่อมีสัญญาณเพลิงไหม้ส่งมาจากโซนใด DIGITAL ZONE INDICATOR ของโซนนั้นที่
FIRE ALARM CONTROL PANEL (FCP) จะติด ขณะเดียวกัน FCP จะตรวจสอบว่าเป็นสัญญาณเพลิงไหม้จริง
หรือไม่โดยจะหน่วงเวลาไว้ประมาณ10 วินาที สำหรับ HEAT DETECTOR และ 60 วินาที สำหรับ SMOKE
DETECTOR ภายในช่วงเวลาดังกล่าวถ้าไม่ใช่สัญญาณเพลิงไหม้ FCP จะ RESET ตัวเองโดยอัตโนมัติ แต่ถ้า
เป็นสัญญาณเพลิงไหม้จริง ZONE LAMP ของโซนที่เกิดเพลิงไหม้ที่ FCP จะติด พร้อมทั้งมีเสียงสัญญาณดัง
ขึ้นที่ FCP
(2) หากผู้ควบคุมต้องการส่งเสียงสัญญาณไปยังโซนทีเกิดเพลิงไหม้หรือทุกโซนพร้อมกันหมด
ก็สามารถเลือกทำได้โดยการเปิด LOCAL ALARM SILENCING SWITCH และ LOCAL ALARM OPERATING
SWITCH ที่ FCP ตามลำดับ
(3) ผู้ควบคุมสามารถปิดเสียงสัญญาณในข้อ (1) และ (2) ได้แต่หลอดไฟ ZONE LAMP,
LOCAL ALARM SILENCING LAMP จะยังคงติดอยู่จนกว่าจะกลับสู่เหตุการณ์ปกติและกด RESET SWITCH
4.19.2.8 การทำงาน (สำหรับระบบแจ้งเหตุและดับเพลิงอัตโนมัติ)
ระบบดับเพลิงอัตโนมัติเป็นการดับเพลิงโดยการฉีดน้ำจากหัวสปริงเกลอร์( SPRINKLER) หรือ
อาจจะเป็นสารดับเพลิงประเภทอื่น เช่น HALON-1301, FM-200 หรือ NAF-III โดยสามารถดับเพลิงได้อย่าง
รวดเร็วและปลอดภัย โดยแบ่งขั้นตอนการทำงานดังนี้
(1) ขั้นตอนที่ 1 เมื่อ SMOKE DETECTOR หรือ HEAT DETECTOR ของ ZONE หนึ่ง
ZONE ใด ทำงาน (อาจจะเป็นการตรวจสอบควันไฟได้ หรือ เกิดจากการแจ้งสัญญาณก็ตาม) สัญญาณไฟฟ้าจะ
ถูกส่งจาก SMOKE DETECTOR หรือ HEAT DETECTOR ตัวนั้นไปยังตู้ควบคุมระบบ CONTROL PANEL
เพื่อสั่งการให้สัญญาณกระดิ่งดัง(เสียงดังยาวตลอด) และ STROB LIGHT จะแสดงสัญญาณไฟกระพริบ
</page>
<page title="127">
127
เพื่อเตือนให้คนทำงานในห้องนั้นและห้องอื่น ๆ ให้รู้ว่าตอนนี้ได้เกิดเหตุผิดปกติขึ้นแล้ว ให้ออกจากห้องไปอยู่ใน
ที่ปลอดภัยโดยเร็ว ในขั้นตอนนี้ แก็สหรือน้ำ จะยังไม่ฉีด เพราะเพลิงที่เกิดอาจเป็นเพลิงขนาดเล็ก ซึ่งสามารถ
ดับด้วยเครื่องมือดับเพลิงมือถือได้ หรืออาจเป็นการแจ้งสัญญาณเท็จของ SMOKE DETECTOR หรือ HEAT
DETECTOR ก็ได้
(2) ขั้นตอนที่ 2 เป็นขั้นตอนต่อเนื่องจากขั้นตอนที่ 1 คือ ในขณะที่กระดิ่งสัญญาณ และ
สัญญาณไฟกระพริบทำงานอยู่นั้น เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบต้องเข้าไปตรวจสอบ(เวลาที่มีเจ้าหน้าที่ดูแล)ทันทีว่ามี
เหตุอะไรเกิดขึ้น โดยสังเกตจากหน้าปัดแผงควบคุมระบบ จะบ่งระบุเหตุที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากอะไร พื้นที่ของส่วน
ไหน (ZONE ) ถ้าเป็นการเกิดเพลิงขึ้น แต่เป็นเพลิงขนาดเล็ก สามารถควบคุมเพลิงได้ด้วยเครื่องดับเพลิงมือ
ถือ หรือ SMOKE DETECTOR ที่ตรวจจับการแจ้งเท็จ หรือเกิดจากข้อขัดข้องใด ๆ ของระบบก็ตาม
(TROBLE) ให้รีบทำการหยุดระบบการทำงานและสั่งการฉีดแก็สหรือน้ำดับเพลิงโดยกดหรือบิด หรือโยกไปที่
ตัวอักษรตามแบบผู้ผลิตที่ ABORT SWITCH DISCONNECT, ISOLATE, TOP GAS เพื่อหยุดการทำงานของ
ระบบก่อน จากนั้นก็ทำการปรับ (RESET) ระบบที่แผงควบคุม CONTROL PANEL เพื่อทำการหยุดสัญญาณ
กระดิ่ง (ALARM BELL) และสัญญาณไฟกระพริบ (ALARM STROB LIGHT) เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบพื้นที่
บ่งระบุที่เกิดเหตุ ถ้าไม่พบและต้องการให้ระบบกลับเข้าสู่สภาวะปกติ โดย บิด หรือโยก ปุ่มต่าง ๆ ให้อยู่ที่
ตำแหน่งเดิม แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วเป็นเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ ไม่สามารถดับได้ด้วยเครื่องดับเพลิงมือถือ
ได้ ก็ให้ระบบอัตโนมัติทำงานต่อไปดังจะกล่าวต่อไปในขั้นตอนที่ 3
(3) ขั้นตอนที่ 3 ในขั้นตอนนี้ SMOKE DETECTOR หรือ HEAT DETECTOR ตรวจจับ
ควันไฟ หรือความร้อนได้พร้อมกันทั้ง 2 จุด ในบริเวณเดียวกัน สัญญาณไฟฟ้าจาก SMOKE DETECTOR และ
HEAT DETECTOR จะถูกส่งไปยังแผงควบคุม COLTROL PANEL ที่แผงควบคุม CONTROL PANEL จะมีตัว
หน่วงเวลา TIME DELAY ซึ่ง TIME DELAY ทำหน้าที่เป็นตัวหน่วงเวลา จะแสดงตัวอักษรเป็นตัวเลข ตั้งแต่
60 วินาที ลงถึง 0 ในระหว่างที่ตัว TIME DELAY ทำงานและเพื่อรอให้คนที่อยู่ภายในออกไปนอกห้องหมด
ก่อน ในช่วงนี้ถ้าเจ้าหน้าที่ยังไม่แน่ใจก็สามารถทำการตรวจสอบพื้นที่ ๆ เกิดเพลิงไหม้ได้อีกครั้ง โดยหยุดระบบ
การทำงานและให้ตัวหน่วงเวลาเริ่มหน่วงเวลาใหม่ได้ไปเรื่อย ๆ เมื่อตรวจสอบว่าเป็นเพลิงไหม้ขนาดใหญ่แล้วก็
RESET ให้ระบบเข้าสู่สภาวะปกติและให้ตัว TIME DELAY ทำงานต่อ จากนั้นแผงควบคุม CONTROL PANEL
จะสั่งการให้สัญญาณกระดิ่งดังเป็นช่วง ๆ และสัญญาณเสียง (STROB HORN) ดังขึ้น และสัญญาณกระพริบ
(STROB LIGHT) เกิดขึ้นเป็นจังหวะ จากนั้นเมื่อหมดเวลาที่ตั้งหน่วงไว้ 45 หรือ 60 วินาที แผงควบคุม
CONTROL PANEL จะส่งสัญญาณไฟฟ้าเข้าสู่ชุดเปิดวาล์วระบบไฟฟ้า (ELECTRIC SOLENOID VALVE) เพื่อ
เปิด VALVE บนหัวถัง แล้วปล่อยแก็สหรือน้ำดับเพลิง เมื่อตรวจสอบว่าเพลิงได้ดับลงแล้วก็ให้ดำเนินการปรับ
RESET ที่แผงควบคุม CONTROL PANEL เพื่อให้ระบบกลับไปสู่สภาวะเดิม
(4) ขั้นตอนที่ 4 เป็นกรณีฉุกเฉิน คือ เกิดเพลิงไหม้ขึ้นทันทีทันใด และอุปกรณ์อัตโนมัติ
ต่าง ๆ ยังไม่ทำงาน เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบพิจารณาแล้วว่าถ้าปล่อยให้ระบบอัตโนมัติทำงานไป จะช้าทำให้เกิด
ความเสียหายมากขึ้น เจ้าหน้าที่ก็สามารถดึงสัญญาณสั่งฉุกเฉินด้วยบุคคล (มือ) โดยให้ดึงที่ตำแหน่งคำว่า
MANUAL PULL STATTION หรือ FIRE สัญญาณจะถูกส่งไปยังแผงควบคุม CONTROL PANEL เพื่อสั่งให้
</page>
<page title="128">
128
อุปกรณ์ต่าง ๆ ทำงานทันที คือชุดควบคุมการจ่ายแก็สหรือน้ำดับเพลิงที่อยู่บนหัวถังน้ำยาดับเพลิง จะถูกเปิด
ออกปล่อยแก็สหรือน้ำออกไปดับเพลิงทันที
(5) ขั้นตอนที่ 5 ในกรณีที่ไฟฟ้า (AC.VOLT) เกิดขัดข้องภายในแผงควบคุม CONTTROL
PANEL จะมี BATTERY สำรอง สามารถจ่ายไฟ DC. เลี้ยงระบบอยู่ได้นาน 24-72 ชั่วโมง แต่ถ้า BATTERY เกิด
ชำรุด ในขณะที่ไฟฟ้าเกิดขัดข้อง และเกิดไฟไหม้ขณะนั้น จะไม่มีไฟไปเลี้ยงระบบทำงานโดยอัตโนมัติได้ ใน
กรณีนี้แก็สหรือน้ำจะถูกปล่อยออกมาเพื่อดับเพลิงได้ โดยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบต้องดึงตัว MANUAL
PNEUMATIC ACTUATOR ที่อยู่บนหัวถังแก็สหรือน้ำ เพื่อปล่อยแก็สหรือน้ำไปทำการดับเพลิง
4.19.2.9 การติดตั้ง
(1) ให้ติดตั้งแผงควบคุมรวมของระบบสัญญาณเตือนอัคคีภัย พร้อมแบตเตอรี่และเครื่อง
ประจุในห้องควบคุมของอาคารหรือตามกำหนดในแบบ
(2) สายไฟฟ้า ชนิดทนอุณหภูมิ 75 ° C ขนาดไม่เล็กกว่า 1.5 ตร.มม. สำหรับวงจรแจ้งเหตุ
และขนาดไม่เล็กกว่า 2.5 ตร.มม. สำหรับวงจรส่งเสียงสัญญาณและหลอดไฟสัญญาณ
(3) สายทนไฟใช้สำหรับในพื้นที่ที่ต้องการป้องกันทางกายภาพเท่านั้น โดยความเห็นชอบของ
ผู้ออกแบบ
(4) ปลายสายทุกเส้นที่เข้า FCP ต้องกำกับหมายเลขให้ตรงกันด้วย WIRE MARKER
พลาสติก และมีตัวเลขแสดงโดยไม่ลบเลือนได้ง่าย
(5) MANUAL STATION & KEY SWITCH ให้ติดตั้งที่ระดับ 1.50 เมตร เหนือพื้น
(6) BELL & HORN ให้ติดตั้งต่ำกว่าระดับฝ้า 0.30 เมตร
(7) ผู้รับจ้างต้องจัดหาและติดตั้งท่อร้อยสายขนาด 2-2.5 ตร.มม. จากแผงควบคุมระบบ
สัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ไปยังแผงควบคุมของพัดลมอัดอากาศ ( PRESSURIZED FAN ), ระบบควบคุมลิฟต์
ทุกห้องเครื่อง และ SOLENOID VALVE ของระบบดับเพลิงอัตโนมัติ (ถ้ามีระบุในแบบ)
(8) ถ้าไม่มีความจำเป็นในการป้องกันทางกายภาพ ให้ใช้สาย THW ร้อยในท่อโลหะเดินแยก
จากระบบอื่น
4.19.2.10 ตำแหน่งที่แน่นอนของการตรวจจับ และอุปกรณ์แจ้งเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลง
ระหว่างการก่อสร้าง ให้ผู้รับจ้างหารือกับผู้ควบคุมงานก่อนดำเนินการติดตั้ง
4.19.2.11 การทดสอบ
เมื่อติดตั้งระบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องมีการทดสอบการทำงานของระบบให้ครบถ้วนโดยมีผู้แทนของ
ผู้ว่าจ้างเข้าร่วมด้วย
4.19.2.12 การอบรม
ผู้รับจ้างต้องทำการอบรมเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างให้รู้ถึงวิธีการใช้ระบบ และวิธีบำรุงรักษาด้วย
</page>
<page title="129">
129
4.20 การทดสอบของระบบไฟฟ้า
4.20.1 การทดสอบระบบแรงสูง
4.20.1.1 กรณีสายแรงสูงเดินใต้ดิน ให้ทดสอบกระแสรั่วไหล โดยให้ทำการปลดปลายสายออก
ทั้งสองข้างเพื่อป้อนแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง ที่แรงดันประมาณ 2 เท่า (50 KV.DC. : สำหรับระบบ
24 kV. ) เป็นเวลาต่อเนื่อง 30 วินาที กระแสที่ผ่านระหว่างสายกับสาย และสายกับดิน ทุกเฟสจะต้องมีกระแส
รั่วไม่เกิน 25 มิลลิแอมป์
4.20.1.2 การทดสอบระบบ เมื่อป้อนกระแสไฟฟ้าปกติเข้าไปในระบบ โดยที่อุปกรณ์ไฟฟ้า
ทั้งหมดอยู่ในสภาพเหมือนถูกใช้งานปกติ หากพบว่ามีอุปกรณ์ไม่ทำงาน หรือคลาดเคลื่อนไปจากความต้องการ
ผู้รับจ้างต้องแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงโดยทันที
4.20.2 การทดสอบระบบแรงต่ำ
4.20.2.1 การทดสอบทั่วไป
(1) การทดสอบระบบและอุปกรณ์ โดยการจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าไปในระบบและอุปกรณ์ไฟฟ้า
ทั้งหมดแล้วทำการตรวจสอบหน้าที่ และการทำงาน โดยที่อุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดอยู่ในสภาพเหมือนถูกใช้งาน
ปกติ รีเลย์ หรือ เซอร์กิตเบรกเกอร์ต้องปรับแต่งให้อยู่ในระดับที่ต้องการ หากพบว่ามีอุปกรณ์ไม่ทำงาน หรือ
คลาดเคลื่อนไปจากความต้องการ ผู้รับจ้างต้องแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงโดยทันที
(2) การทดสอบดวงโคม ดวงโคมไฟฟ้าทั้งหมดต้องถูกทดสอบโดยการเปิดไฟฟ้าทิ้งไว้ต่อเนื่องกัน
เป็นเวลา อย่างน้อย 24 ชั่วโมง แล้วตรวจสอบอุปกรณ์ทุกชนิด หากพบมีความเสียหายต้องแก้ไข หรือ
เปลี่ยนแปลงโดยทันที
4.20.2.2 การทดสอบฉนวน
อุปกรณ์ที่มีฉนวนทุกชนิดจะต้องถูกทดสอบดังนี้
(1) วงจรไฟฟ้าแสงสว่าง ให้ทำการปลดอุปกรณ์ป้องกันที่เป็นตัวเมนออกจากวงจร แต่ดวงโคม
ไฟฟ้าทั้งหมดอยู่ในตำแหน่งต่อเชื่อมวงจร (คือเปิดสวิตช์ไฟไว้) จากนั้นป้อนไฟฟ้ากระแสตรงที่แรงดัน
ประมาณ 2 เท่า ( 500 V.DC.) เป็นเวลาต่อเนื่อง 30 วินาที ค่าความต้านทานฉนวนที่ผ่านระหว่างสายกับสาย
และสายกับดิน ต้องไม่น้อยกว่า 0.5 เมกกะโอห์ม
(2) สายป้อนหรือสายป้อนย่อย ให้ทำการปลดปลายสายออกทั้งสองข้างเพื่อทำการทดสอบป้อน
แรงดันไฟฟ้ากระแสตรงขนาดประมาณ 2 เท่า (500 V.DC.) เป็นเวลาต่อเนื่อง 30 วินาทีค่าความต้านทาน
ฉนวนที่ผ่านระหว่างสายกับสาย และสายกับดิน ต้องไม่น้อยกว่า 0.5 เมกกะโอห์ม
</page>
<page title="130">
130
(3) การทดสอบแรงดันตก
ก. เมื่อวัดแรงดันไฟฟ้าตกจากหม้อแปลง ถึงโหลดต่าง ๆ แรงดันไม่ควรตกเกิน 5 %
(ไม่เกิน 3% สำหรับระบบใต้ดิน )
ข. ในกรณีแรงดันจากการไฟฟ้าฯ ต่ำกว่า 22 KV (กฟภ.) หรือ 24 KV (กฟน.) ผู้รับจ้าง
จะต้องตรวจสอบ และ แก้ไขแท็ป (TAP) ของหม้อแปลงให้เหมาะสมกับระบบไฟนั้น ๆ
4.20.2.3 การทดสอบระบบดิน
เมื่อวัดค่าความต้านทานของดินของระบบการต่อลงดินของระบบไฟฟ้า และ การต่อลงดินของ
อุปกรณ์ไฟฟ้า ต้องมีค่าความต้านทานของดินไม่เกิน 5 โอห์ม
4.21 การส่งมอบงาน
4.21.1 ก่อนส่งมอบงาน ผู้รับจ้างต้องปรับแต่งอุปกรณ์ในระบบไฟฟ้าและระบบสื่อสารให้มีขนาดที่
เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน ทั้งในปัจจุบันและการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยให้มีความเหมาะสมกับสถานที่
และความต้องการ ซึ่งได้แก่การปรับสมดุลของโหลด การปรับแต่งแรงดันของระบบ การปรับแต่งการป้องกัน
การใช้กระแสเกิน และการลัดวงจร รวมถึงการปรับแต่งระบบไฟฟ้าสื่อสารต่างๆ
4.21.2 ผู้รับจ้างต้องเปิดเดินเครื่อง และ อุปกรณ์ต่างๆ ให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานเต็มที่เป็นเวลา 24
ชั่วโมงติดต่อกัน
4.21.3 ผู้รับจ้างต้องทำการทดสอบเครื่อง วัสดุและอุปกรณ์ ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนดให้ทดสอบจนกว่าจะ
ได้ผลเป็นที่พอใจ และแน่ใจของผู้ว่าจ้าง ว่าเครื่อง วัสดุ หรืออุปกรณ์เหล่านั้นสามารถทำงานได้ดีถูกต้องตาม
แบบ และข้อกำหนดทุกประการ
4.21.4 รายการสิ่งของต่างๆ ต่อไปนี้ ผู้รับจ้างต้องส่งมอบให้ผู้ว่าจ้างในวันส่งมอบงานโดยถือเป็นส่วน
หนึ่งในการตรวจรับมอบงานด้วย คือ
4.21.4.1 AS-BUILT DRAWING โดยจัดทำเป็นกระดาษพิมพ์เขียว จำนวน 4 ชุด และ
กระดาษไขจำนวน 1 ชุด พร้อม CD 1 ชุด
4.21.4.2 หนังสือคู่มือการใช้ และบำรุงรักษาเครื่อง อย่างละ 4 ชุด
4.21.4.3 เครื่องมือพิเศษสำหรับใช้ในการปรับแต่ง ซ่อมบำรุง และอุปกรณ์ซึ่งโรงงานผู้ผลิต
ส่งมาให้ด้วย
4.21.4.4 อะไหล่ต่างๆ ตามข้อกำหนด
4.21.4.5 การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ โดยต้องฝึกอบรมให้เสร็จสิ้นก่อนส่งมอบงาน
</page>
<page title="131">
131
<table title="ตารางที่ 1 ขนาดของสายดินสำหรับต่อสายศูนย์ ( NEUTRAL) ไปยังสายหลักดิน" description="แสดงขนาดของสายดินสำหรับต่อสายศูนย์ ( NEUTRAL) ไปยังสายหลักดิน">
| ขนาดสายประธาน (ตร.มม.) | ขนาดตัวนำขั้วดิน (ตร.มม.) |
| ---------------------- | --------------------- |
| ไม่เกิน 35 | 10 |
| เกิน 35 แต่ไม่เกิน 50 | 16 |
| " 50 " 95 | 25 |
| " 95 " 185 | 35 |
| " 185 " 300 | 50 |
| " 300 " 500 | 70 |
| เกิน 500 ขึ้นไป | 95 |
</table>
<table title="ตารางที่ 2 ขนาดสายดินสำหรับเปลือกนอกโลหะของอุปกรณ์เครื่องไฟฟ้า" description="แสดงขนาดสายดินสำหรับเปลือกนอกโลหะของอุปกรณ์เครื่องไฟฟ้า">
| พิกัด หรือขนาดปรับตั้งของตัดตอนอัตโนมัติ หรือ ขนาดฟิวส์ต้นทางของระบบไฟฟ้า | ขนาดตัวนำสายดิน (ตร.มม.) |
| ----------------------------------------------------------------------- | ----------------------- |
| 15 | 1.5 |
| 20 | 4 |
| 30-60 | 6 |
| 100 | 10 |
| 200 | 16 |
| 400 | 25 |
| 500 | 35 |
| 600 | 50 |
| 800 | 50 |
| 1000 | 70 |
| 1200 | 95 |
| 1600 | 120 |
| 2000 | 120 |
| 2500 | 185 |
| 3000 | 240 |
| 4000 | 240 |
| 5000 | 400 |
| 6000 | 400 |
</table>
</page>
<page title="132">
132
<table title="ตารางที่ 3 จำนวนเส้นของสายไฟฟ้ามากที่สุดในท่อร้อยสาย (THW)" description="แสดงจำนวนเส้นของสายไฟฟ้ามากที่สุดในท่อร้อยสาย (THW)">
| ขนาด | 12.7-16 | 19 | 25 | 32 | 38 | 50 | 60 | 75 | 90 | 100 |
| ------ | ----------- | ----- | ----- | ----- | ----- | ----- | ----- | ----- | ----- | ----- |
| สายไฟ | 1/2"-3/8" | 3/4" | 1" | 1 1/4" | 1 1/2" | 2" | 2 1/2" | 3" | 3 1/2" | 4" |
| 1 | 6 | 10 | 18 | 31 | 45 | - | - | - | - | - |
| 1.5 | 5 | 10 | 14 | 25 | 35 | - | - | - | - | - |
| 2.5 | 3 | 5 | 9 | 16 | 22 | 38 | - | - | - | - |
| 4 | 3 | 5 | 7 | 13 | 18 | 30 | 47 | - | - | - |
| 6 | 2 | 4 | 5 | 10 | 14 | 23 | 36 | 48 | - | - |
| 10 | 1 | 3 | 4 | 6 | 9 | 15 | 22 | 32 | 44 | 50 |
| 16 | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 9 | 14 | 21 | 28 | 37 |
| 25 | - | - | - | 3 | 4 | 7 | 11 | 16 | 22 | 28 |
| 35 | - | - | - | 2 | 3 | 5 | 8 | 13 | 18 | 23 |
| 50 | - | - | - | 1 | 2 | 4 | 6 | 9 | 13 | 16 |
| 70 | - | - | - | 1 | 1 | 3 | 5 | 8 | 10 | 13 |
| 95 | - | - | - | 1 | 1 | 2 | 3 | 6 | 8 | 10 |
| 120 | - | - | - | 1 | 1 | 2 | 3 | 6 | 8 | 10 |
| 150 | - | - | - | 1 | 1 | 2 | 3 | 5 | 7 | 9 |
| 185 | - | - | - | - | 1 | 1 | 2 | 4 | 5 | 7 |
| 240 | - | - | - | - | 1 | 1 | 1 | 3 | 4 | 6 |
| 300 | - | - | - | - | - | 1 | 1 | 1 | 3 | 4 |
| 400 | - | - | - | - | - | - | 1 | 1 | 1 | 3 |
| 500 | - | - | - | - | - | - | 1 | 1 | 1 | 2 |
</table>
</page>
<page title="133">
133
<table title="ตารางที่ 4 จำนวนเส้นของสายไฟฟ้ามากที่สุดในท่อร้อยสาย (NYY แกนเดียว)" description="แสดงจำนวนเส้นของสายไฟฟ้ามากที่สุดในท่อร้อยสาย (NYY แกนเดียว)">
| ขนาด | 12.7-16 | 19 | 25 | 32 | 38 | 50 | 60 | 75 | 90 | 100 | 150 |
| ------ | ----------- | ----- | ----- | ----- | ----- | ----- | ----- | ----- | ----- | ----- | ----- |
| สายไฟ | 1/2"-3/8" | 3/4" | 1" | 1 1/4" | 1 1/2" | 2" | 2 1/2" | 3" | 3 1/2" | 4" | 5" |
| 1 | 1 | 1 | 3 | 6 | 8 | 14 | 20 | 31 | 42 | - | - |
| 1.5 | 1 | 1 | 3 | 6 | 8 | 13 | 18 | 28 | 38 | 49 | - |
| 2.5 | 1 | 1 | 3 | 5 | 7 | 11 | 16 | 25 | 34 | 43 | - |
| 4 | 1 | 1 | 2 | 4 | 6 | 10 | 14 | 22 | 29 | 38 | - |
| 6 | 1 | 1 | 2 | 4 | 5 | 9 | 13 | 20 | 27 | 34 | - |
| 10 | - | 1 | 1 | 3 | 4 | 7 | 11 | 17 | 22 | 29 | 45 |
| 16 | - | 1 | 1 | 3 | 4 | 6 | 9 | 14 | 19 | 24 | 39 |
| 25 | - | - | 1 | 2 | 3 | 5 | 7 | 11 | 15 | 20 | 31 |
| 35 | - | - | 1 | 1 | 2 | 4 | 6 | 9 | 12 | 16 | 25 |
| 50 | - | - | 1 | 1 | 1 | 3 | 5 | 8 | 11 | 14 | 22 |
| 70 | - | - | 1 | 1 | 1 | 3 | 4 | 6 | 9 | 11 | 18 |
| 95 | - | - | - | 1 | 1 | 2 | 3 | 5 | 7 | 9 | 14 |
| 120 | - | - | - | - | 1 | 1 | 3 | 4 | 6 | 8 | 12 |
| 150 | - | - | - | - | 1 | 1 | 2 | 3 | 5 | 6 | 9 |
| 185 | - | - | - | - | - | 1 | 1 | 1 | 3 | 4 | 8 |
| 240 | - | - | - | - | - | 1 | 1 | 1 | 2 | 3 | 6 |
| 300 | - | - | - | - | - | - | 1 | 1 | 1 | 2 | 5 |
| 400 | - | - | - | - | - | - | - | 1 | 1 | 1 | 4 |
| 500 | - | - | - | - | - | - | - | - | 1 | 1 | 3 |
| | | | | | | | | | | | |
| หมายเหตุ | : จำนวนสูงสุดของสายไฟฟ้าชนิด XLPE สามารถใช้ตารางที่ 4 นี้ได้เช่นกัน | | | | | | | | | |
</table>
</page>
<page title="134">
134
<table title="ตารางที่ 5 ความลึกต่ำสุดในการติดตั้งใต้ดินสำหรับระบบแรงต่ำ" description="แสดงความลึกต่ำสุดในการติดตั้งใต้ดินสำหรับระบบแรงต่ำ">
| วิธีที่ | วิธีการเดินสาย | ค่าความลึกต่ำสุด(ม.) |
| ----- | --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- | ------------------- |
| 1 | เคเบิลฝังดินโดยตรง | 0.60 |
| 2 | เคเบิลฝังดินโดยตรง และมีแผ่นคอนกรีตหนาไม่น้อยกว่า 0.05 ม. วางอยู่เหนือสาย | 0.45 |
| 3 | ท่อโลหะหนาและหนาปานกลาง | 0.15 |
| 4 | ท่ออโลหะซึ่งรับรองให้ฝังดินโดยตรงได้โดยไม่ต้องมีคอนกรีตหุ้ม (เช่น HDPE และ PVC ) | 0.45 |
| 5 | ท่อใยหินหุ้มคอนกรีตเสริมเหล็ก | 0.45 |
| 6 | ท่อร้อยสายอื่น ๆ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง | 0.45 |
| หมายเหตุ | (1) ท่อร้อยสายที่ได้รับการรับรองให้ฝังดินได้โดยมีคอนกรีตหุ้มต้องหุ้มด้วยคอนกรีตหนาไม่น้อยกว่า 0.05 เมตร | |
| | (2) สำหรับวิธี 4,5 และ 6 หากมีแผ่นคอนกรีตหนาไม่น้อยหว่า 0.05 เมตร วางอยู่เหนือสาย ยอมให้ความลึกลดลงเหลือ 0.30 เมตรได้ | |
| | (3) ข้อกำหนดสำหรับความลึกนี้ ไม่ใช้บังคับสำหรับการติดตั้งใต้อาคารหรือใต้พื้นคอนกรีต ซึ่งหนาไม่น้อยกว่า 0.10 เมตร และยื่นเลยออกไปจากแนวติดตั้งไม่น้อยกว่า 0.15 เมตร | |
| | (4) บริเวณที่มีรถยนต์วิ่งผ่าน ความลึกต้องไม่น้อย 0.60 เมตร | |
</table>
<table title="ตารางที่ 6 ขนาดรางเดินสายโลหะที่แนะนำในการผลิต" description="แสดงขนาดรางเดินสายโลหะที่แนะนำในการผลิต">
| ขนาดความสูง x ความกว้าง (มม.) | ความหนาต่ำสุด (มม.) |
| --------------------------- | ----------------- |
| 50 x 50 | 1.00 |
| 50 x 100 | 1.00 |
| 100 x 100 | 1.20 |
| 100 x 150 | 1.20 |
| 100 × 200 หรือ 150 x 200 | 1.60 |
| 100 x 300 หรือ 150 × 300 | 1.60 |
| 100 × 400 หรือ 150 × 400 | 1.60 |
</table>
</page>
<page title="135">
135
ตารางที่ 7 จำนวนสูงสุดของสายโทรศัพท์ TPEV (0.65 mm.) ในท่อร้อยสาย
<table title="Table 7" description="Maximum number of TPEV (0.65 mm) telephone cables in conduit.">
| NO OF PAIRS | 12.7-16 1/2"-3/8" | 19 3/4" | 25 1" | 32 1 1/4" | 38 1 1/2" | 50 2" | 60 2 1/2" | 75 3" | 90 3 1/2" | 100 4" |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 3 | 1 | 3 | 5 | 8 | 12 | 21 | 33 | 48 | 66 | 86 |
| 4 | 1 | 2 | 4 | 6 | 9 | 16 | 25 | 37 | 50 | 66 |
| 5 | - | 2 | 3 | 5 | 8 | 14 | 22 | 32 | 43 | 57 |
| 6 | - | 1 | 3 | 5 | 7 | 13 | 20 | 29 | 40 | 53 |
| 8 | - | 1 | 2 | 4 | 6 | 11 | 17 | 25 | 35 | 45 |
| 10 | - | 1 | 2 | 4 | 5 | 10 | 16 | 23 | 32 | 42 |
| 11 | - | 1 | 2 | 3 | 5 | 9 | 15 | 22 | 30 | 39 |
| 12 | - | 1 | 2 | 3 | 5 | 9 | 14 | 21 | 28 | 37 |
| 15 | - | 1 | 1 | 3 | 4 | 7 | 12 | 17 | 23 | 31 |
| 16 | - | 1 | 1 | 2 | 4 | 7 | 11 | 16 | 22 | 29 |
| 20 | - | 1 | 2 | 3 | 5 | 9 | 13 | 17 | 23 |
| 21 | - | 1 | 2 | 3 | 5 | 8 | 12 | 17 | 22 |
| 25 | - | 1 | 1 | 2 | 4 | 7 | 11 | 15 | 19 |
| 30 | - | 1 | 1 | 2 | 4 | 6 | 9 | 12 | 16 |
| 40 | - | - | 1 | 1 | 3 | 5 | 7 | 10 | 13 |
| 50 | - | - | 1 | 1 | 2 | 4 | 5 | 8 | 10 |
</table>
ตารางที่ 8 จำนวนสูงสุดของสายโทรศัพท์ TIEV ในท่อร้อยสาย
<table title="Table 8" description="Maximum number of TIEV telephone cables in conduit.">
| ขนาดสาย TIEV | 12.7-16 1/2"-3/8" | 19 3/4" | 25 1" | 32 1 1/4" | 38 1 1/2" | 50 2" |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 2C-0.65 MM. | 5 | 12 | 22 | 34 | 50 | 89 |
| 3C-0.65 MM. | 4 | 11 | 19 | 31 | 44 | 79 |
| 4C-0.65 MM. | 4 | 9 | 16 | 26 | 38 | 67 |
| 5C-0.65 MM. | 3 | 8 | 14 | 22 | 32 | 58 |
| 6C-0.65 MM. | 3 | 6 | 12 | 19 | 27 | 48 |
</table>
</page>
<page title="136">
136
หมวดที่ 5
งานระบบเครื่องกล
5.1 บทนำ
รายละเอียดของรายการและข้อกำหนดในเอกสารนี้ จะใช้เมื่อในแบบรูป และรายการประกอบแบบ
ก่อสร้างไม่มีข้อกำหนดเป็นอย่างอื่น หรืออาจใช้เพื่อประกอบ หรือขยายความเพื่อความชัดเจนยิ่งขึ้น หากมี
ความขัดแย้งกับแบบรูป และรายการประกอบแบบก่อสร้างให้ยึดถือตามแบบแปลน และรายการประกอบแบบ
ก่อสร้างเป็นหลัก โดยข้อกำหนดนี้ให้ใช้กับอาคารทั่วไปที่ไม่อยู่ในข่ายควบคุมของ พ.ร.บ. อาคารสูง
5.2 ขอบเขต
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหา ติดตั้ง และทดสอบเครื่องจักร เครื่องมือ ตลอดจนวัสดุ อุปกรณ์ทั้งหมดตามแบบ
และ รายละเอียดของข้อกำหนดนี้ตลอดจนงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจไม่ได้แสดงไว้ แต่จำเป็นต้องทำเพื่อให้งาน
ระบบวิศวกรรมเครื่องกลเสร็จเรียบร้อยจนใช้งานได้ตามหลักวิชาการ และมาตรฐานต่าง ๆ เป็นที่ยอมรับของ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบเขตของงานประกอบด้วยระบบต่าง ๆ ดังนี้
5.2.1 งานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ
5.2.2 งานระบบไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับระบบข้างต้น
5.2.3 งานทดสอบระบบ และการทำความสะอาด
5.3 มาตรฐาน และกฎข้อบังคับ
ในการติดตั้งงานระบบเครื่องกลให้บรรลุผลเรียบร้อยสมบูรณ์ ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมและติดตั้งตาม
มาตรฐาน และกฎข้อบังคับต่าง ๆ ฉบับล่าสุดที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้
มอก. สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
วสท. วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
AHAM ASSOCIATION OF HOME APPLIANCE MANUFACTURE
AMCA AIR MOVING AND CONDITIONING ASSOCIATION
ANSI AMERICAN NATIONAL STANDARD INSTITUTE
ARI AIR CONDITIONING AND REFRIGERATION INSTITUTE
API AMERICAN NATIONAL STANDARD INSTITUTE
ASHRAE AMERICAN SOCIETY OF HEATING, REFRIGERATING AND AIR-
CONDITIONING ENGINEERS
</page>
<page title="137">
137
ASME AMERICAN SOCIETY OF MECHANICAL ENGINEERS
ASTM AMERICAN SOCIETY OF TESTING MATERIALS
BS BRITISH STANDARD
FM FACTORY MUTUAL
IEC INTERNATIONAL ELECTRO-TECHNICAL COMMISSION
MEA METROPOLITAN ELECTRICITY AUTHORITY
NEC NATIONAL ELECTRICAL CODE
NEMA NATIONAL ELECTRICAL MANUFACTURERS
NFPA NATIONAL FIRE PROTECTION ASOCIATION
SMACNA SHEET METAL AND AIR-CONDITIONING CONTRACTORS NATIONAL
ASSOCIATION INC.
UL UNDERWRITERS LABORATORIES, INC.
5.4 ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ
5.4.1 ขอบเขตงาน
ข้อกำหนดนี้ให้ใช้กับอาคารทั่วไปที่ใช้เครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วนระบายความร้อนด้วยอากาศ
(AIR-COOLED SPLIT TYPE) และอาคารนั้นไม่อยู่ในข่ายควบคุมของ พ.ร.บ. อาคารสูง และไม่มีระบบพิเศษใน
งานปรับอากาศ เป็นต้น โดยผู้รับจ้างต้องจัดหาและติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ของระบบปรับอากาศและระบายอากาศ
ของโครงการฯ ดังแสดงในแบบ รวมถึงส่วนประกอบอื่นๆ ได้แก่ แรงงาน เครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ การติดตั้ง
ตามหลักวิชาช่างที่ดีตลอดถึงงานชั่วคราว เพื่อให้งานเสร็จสิ้นเรียบร้อยสมบูรณ์ใช้งานได้ตามจุดประสงค์ของ
ผู้ว่าจ้าง
5.4.2 วัสดุและอุปกรณ์อื่นๆ ที่ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมให้
5.4.2.1 ติดตั้ง MAIN A/C SWITCH BOARD พร้อมอุปกรณ์ครบถ้วนไว้ที่ห้องเครื่องกลตามที่ระบุ
ในแบบ
5.4.2.2 ติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมทางไกลต่างๆ (REMOTE CONTROL AND MONITORING
DEVICES) ของอุปกรณ์ส่วนกลางทั้งหมด เช่น เครื่องส่งลมเย็นและพัดลมทั้งหมด เป็นต้น พร้อมเดินสายไฟให้
ครบถ้วนเรียบร้อยไปที่ A/C CONTROL BOARD ซึ่งผู้รับจ้างระบบไฟฟ้าได้จัดเตรียมไว้ใน CENTRAL
CONTROL ROOM
</page>
<page title="138">
138
5.4.2.3 จัดทำแท่นเครื่องของอุปกรณ์ระบบปรับอากาศและระบายอากาศทั้งหมด
5.4.2.4 ติดตั้ง FILTER GAUGE สำหรับเครื่องส่งลมเย็นทุกเครื่อง (AHU) และอยู่ในตำแหน่งที่
สามารถตรวจดูได้ง่าย
5.4.2.5 แผ่นกรองอากาศ ขนาด และชนิดตามที่ระบุจำนวน 1 ชุด สำหรับสับเปลี่ยนในระหว่าง
การบำรุงรักษาปกติ
5.4.2.6 ข้อต่อท่อร้อยสายที่อยู่นอกอาคารและในที่เปียกขึ้นใช้ชนิดกันน้ำ (RAIN TIGHT) ข้อต่อ
ที่ฝังในปูนต้องใช้ชนิดกันปูน (CONCRETE TIGHT)
5.4.3 การปฏิบัติงาน
5.4.3.1 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานตามที่กำหนดทั้งในแบบแปลน และในรายการ ถึงแม้ว่างานบาง
รายการมีแสดงในแบบแต่ไม่ปรากฏในรายการ หรือมีกำหนดในรายการแต่ไม่แสดงในแบบก็ตาม ผู้รับจ้างต้อง
ปฏิบัติงานนั้นเช่นกันเสมือนกับว่าแสดงไว้สองแห่ง งานที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต้องทำเพื่อให้งานลุล่วงถูกต้อง
ตามแบบและรายการ แต่ไม่ได้แสดงรายละเอียดไว้ในแบบ รายการบัญชี รายการวัสดุและอุปกรณ์ของผู้ว่าจ้าง
และ/หรือ บัญชีใบเสนอราคาของผู้รับจ้าง ซึ่งแบบและรายการดังกล่าวให้ถือเป็นเพียงแนวทางในการคิดราคา
เท่านั้น ผู้รับจ้างต้องทำให้ถูกต้องครบถ้วนโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น
5.4.3.2 ในกรณีที่รายการ และ/หรือ แบบขัดกัน และ/หรือ มีความจำเป็นที่ผู้รับจ้างต้อง
เปลี่ยนแปลงจากแบบและรายการแต่ประการใด ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรทันที
เพื่อให้ผู้ว่าจ้างพิจารณาให้ความเห็นชอบเป็นลายลักอักษรก่อนแล้วจึงจะดำเนินการได้ ถ้าหากผู้รับจ้าง
ดำเนินการไปโดยพลการ ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิ์ที่จะสั่งให้ผู้รับจ้างแก้ไขใหม่ให้ถูกต้องทุกประการได้ โดยผู้รับจ้าง
ต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย โดยทั่วไปหากรายละเอียดในข้อกำหนดและในแบบไม่ตรงกันให้ถืออันที่ถูกต้อง และ/
หรือ ดีกว่าเป็นหลัก
5.4.3.3 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานตามหลักวิชาทางช่างที่ดีและเป็นไปตามกฏข้อบังคับต่างๆ ที่
เกี่ยวข้อง กฎข้อบังคับของหน่วยงานท้องถิ่น กฎข้อบังคับของการไฟฟ้าท้องถิ่น มาตรฐานเพื่อความปลอดภัย
ทางไฟฟ้าของประเทศไทย กฎข้อบังคับของ NEC กฎของ IEC มาตรฐานต่างๆของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศ
ไทย โดยให้ปฏิบัติตามกฎที่ดีที่สุด ผู้รับจ้างต้องรับแก้ไขงานที่ผิดกฎดังกล่าวให้ถูกต้อง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ
ทั้งสิ้น
5.4.3.4 ผู้รับจ้างต้องกำหนดตารางและรายละเอียดประกอบการประสานงาน ทั้งทางด้าน
การช่าง การส่งของ การติดตั้ง และการแล้วเสร็จของงาน เพื่อป้องกันอุปสรรค และความล่าช้าต่างๆ อันอาจ
เป็นผลกระทบกระเทือนต่อการแล้วเสร็จสมบูรณ์ของงานทั้งหมด
</page>
<page title="139">
139
5.4.3.5 ผู้รับจ้างต้องมีเครื่องมือเครื่องใช้ในการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ และเป็นชนิดที่
ถูกต้องเหมาะสมกับประเภทของงานที่ทำเป็นจำนวนที่เพียงพอ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ที่จะบังคับให้ผู้รับจ้างเพิ่ม และ/
หรือ เปลี่ยนแปลงจำนวน และ/หรือ ประเภทของเครื่องมือต่างๆ เมื่อเห็นว่าผู้รับจ้างมีเครื่องมือไม่เพียงพอ
และ/หรือ ใช้เครื่องมือที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมกับงาน
5.4.3.6 ผู้รับจ้างต้องระมัดระวังรักษาความปลอดภัยรวมทั้งอัคคีภัยเกี่ยวกับทรัพย์สินทั้งปวง
และบุคคลต่างๆ ที่เข้าไปในบริเวณปฏิบัติงาน โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบเต็มที่เกี่ยวกับเหตุเสียหายต่างๆ ที่
อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างต้องดูแลสถานที่ปฏิบัติงานให้สะอาดเรียบร้อย และอยู่ในสภาพที่
ปลอดภัยตลอดเวลา
5.4.3.7 ผู้รับจ้างต้องพยายามทำงานให้เงียบ และสั่นสะเทือนน้อยที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้เพื่อ
มิให้เกิดความเดือดร้อนและมีผลกระทบกระเทือนต่อคนหรืองานอื่นๆ ที่กำลังจัดทำอยู่ใกล้สถานที่ติดตั้ง ผู้รับ
จ้างต้องกำชับคนงานให้ปฏิบัติตามที่กล่าวนี้ พร้อมทั้งจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆที่มีเสียงรบกวนหรือการ
สั่นสะเทือนน้อยที่สุดมาใช้ ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิ์ที่จะสั่งให้ผู้รับจ้างทำการแก้ไขปัญหาเรื่องเสียงและการ
สั่นสะเทือนให้อยู่ในระดับที่ต้องการได้ โดยค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
5.4.3.8 ผู้รับจ้างต้องติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ของระบบปรับอากาศในตำแหน่งที่ช่างสามารถใช้งาน
และซ่อมแซมบำรุงรักษาได้โดยสะดวก อุปกรณ์เหล่านี้รวมตลอดไปถึงวาล์ว แทรปของท่อน้ำทิ้ง มอเตอร์
เครื่องมือวัด คอยล์เย็นของเครื่องส่งลมเย็น สวิทช์เกียร์ต่างๆ เป็นต้น อุปกรณ์ใดที่ซ่อนอยู่ในฝ้า ท่อลมหรือใน
เครื่อง ผู้รับจ้างต้องจัดทำ ACCESS DOORS ขนาดพอเหมาะไว้ใกล้อุปกรณ์ชิ้นนั้นๆ โดยอนุญาตให้มีการ
เปลี่ยนแปลงแบบการติดตั้งได้เล็กน้อย แต่ต้องได้รับการเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อนทุกครั้ง
5.4.4 พนักงาน
5.4.4.1 ผู้รับจ้างต้องมีวิศวกรเครื่องกล และวิศวกรไฟฟ้าสาขาไฟฟ้ากำลังที่ชำนาญงานผู้เป็นภาคี
วิศวกรหรือสูงกว่าตามพ.ร.บ.วิชาชีพวิศวกรรม เป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุมการสร้างและอำนวยการติดตั้งให้
เป็นไปตามแบบและรายการให้ถูกต้องตามหลักวิชาที่ดีและต้องเป็นผู้ลงนามรับรองผลงานในเอกสารการส่ง
มอบงานทุกงวดด้วย
5.4.4.2 ผู้รับจ้างต้องมีนายงานที่ดีเพื่อสั่งงานและควบคุมงานในสถานที่ก่อสร้างตลอดเวลา
ปฏิบัติงาน และต้องใช้คนงานที่มีความสามารถในการทำงานตามวิธีการที่ถูกต้องตามหลักวิชาทางช่างที่ดีด้วย
ฝีมือที่ดี ตามกฎข้อบังคับต่างๆดังกล่าวข้างต้น และมีจำนวนคนงานเพียงพอที่จะปฏิบัติงานให้เสร็จทันตาม
ความต้องการของผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิ์ที่จะสั่งให้ผู้รับจ้างถอนคนงานที่ผู้ว่าจ้างเห็นว่าปฏิบัติงานด้วยฝีมือ
ที่ไม่ดีพอ ผู้รับจ้างต้องหาคนงานใหม่ที่มีประสิทธิภาพดีพอโดยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการนี้ทั้งสิ้น
</page>
<page title="140">
140
5.4.5 รายละเอียดอุปกรณ์
5.4.5.1 เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนขนาดไม่เกิน 60,000 BTUH.เครื่องปรับอากาศเป็น
ระบบแยกส่วนระบายความร้อนด้วยอากาศ (DIRECT EXPANSION AIR- COOLED SPLIT SYSTEM) ใช้
สารทำความเย็น R- 22 หรือสารทำความเย็นทดแทน R-22 มีสมรรถนะตามที่ระบุในแบบ ประกอบด้วย
CONDENSING UNIT และ FAN-COIL UNIT พร้อมอุปกรณ์ร่วมอื่นๆ ให้ครบถ้วน เครื่องทั้งหมดต้องเป็นของ
ผู้ผลิตเดียวกัน และเป็น MATCHED UNIT ที่ผู้ผลิตแนะนำโดยต้องมีหลักฐานแสดง เช่น แคตตาล๊อกของผู้ผลิต
เครื่องปรับอากาศทั้งชุดต้องสามารถใช้งานกับระบบไฟฟ้าที่ผู้ว่าจ้างติดตั้งใช้ ณ สถานที่ติดตั้งโดยไม่ต้องมีการ
ดัดแปลง หรือใช้หม้อแปลงแรงดันไฟฟ้า ยกเว้นสำหรับระบบควบคุม และมีรายละเอียดข้อกำหนดของตัว
เครื่องปรับอากาศอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(1) CONDENSING UNIT
ก. ประกอบเรียบร้อยทั้งชุดมาจากโรงงานผู้ผลิตมีรายละเอียด ดังนี้
ข. ส่วนโครงภายนอก ( CASING, CABINET) ทำด้วยแผ่นเหล็กที่ผ่าน
กระบวนการกันสนิมและกระบวนการเคลือบและอบสีหรือวัสดุที่ทนหรือทำให้ทนต่อการเป็นสนิม เช่น ไฟเบอร์
กลาสหรือพลาสติกอัดแรงหรือวัสดุที่เหมาะสมสำหรับติดตั้งกลางแจ้ง ตัวโครงจะต้องมั่นคงแข็งแรงไม่
สั่นสะเทือนหรือเกิดเสียงดังเมื่อใช้งาน
ค. คอมเพรสเซอร์ (COMPRESSOR) เป็นแบบมอเตอร์หุ้มปิด (HERMETIC)
ระบาย ความร้อนด้วยสารทำความเย็น และที่มอเตอร์มีอุปกรณ์ป้องกัน เมื่อเกิดความร้อนสูง เกินเกณฑ์
ง. คอยล์ของคอนเดนเซอร์ (CONDENSOR COIL) เป็นท่อทองแดงแบบ
INNER GROOVE ที่ถูกอัดให้เข้ากับครีบอะลูมิเนียม ซึ่งจะต้องเรียงเป็นระเบียบร้อยยึดแน่นกับท่อทองแดง
ผ่านการทดสอบรอยรั่วและการขจัดความชื้นมาจากโรงงานผู้ผลิต
จ. พัดลมของ CONDENSOR เป็นแบบใบพัดแฉก (PROPELLER) ได้รับการถ่วง
สมดุลมาเรียบร้อยขับเคลื่อนโดยตรงจากมอเตอร์ มีตะแกรงโปร่งป้องกันอุบัติ เหตุ
ฉ. มอเตอร์พัดลมเป็นแบบหุ้มปิดมิดชิด มีอุปกรณ์กันเมื่อเกิดความร้อนสูง
เกินเกณฑ์ มีระบบรองลื่นแบบตลับลูกปืน หรือ แบบปลอกที่มีการหล่อลื่นตลอดอายุการใช้งาน
ช. ระบบควบคุม MAGNETICCONTRACTOR, OVERLOAD ของ
คอมเพรสเซอร์ อุปกรณ์หน่วง เวลา (TIME DELAY RELAY) ยกเว้นในกรณีที่มีอุปกรณ์หน่วงเวลาติดตั้งอยู่แล้ว
ในTHERMOSTATและมี SHUT OFF VALVES พร้อม SERVICE PORTS
</page>
<page title="141">
141
ซ. ในกรณีที่เครื่องมีขนาดใหญ่กว่า 36,000 BTUH ให้ติดตั้ง HIGH-LOW
PRESSURE SWITCH หรือระบบตรวจสอบอย่างอื่นที่ทำงานเพื่อวัตถุประสงค์เดียวกัน
(2) FAN-COIL UNIT
ต้องประกอบเรียบร้อยทั้งชุดจากโรงงานผู้ผลิต และเป็นผลิตภัณฑ์ยี่ห้อเดียวกับชุด
CONDENSING UNIT มีรายละเอียดดังนี้
ก. ส่วนโครงภายนอก เป็นแบบที่ตกแต่งสำเร็จ ทำด้วยแผ่นเหล็กที่ผ่าน
กระบวนการเคลือบและอบสี วัสดุที่ทนหรือทำให้ทนต่อการเป็นสนิมเช่น ไฟเบอร์กลาส พลาสติกอัดแรง
ภายในบริเวณที่จำเป็นให้บุด้วยฉนวนยาง หรือวัสดุเทียบเท่า มีถาดน้ำทิ้งที่หุ้มด้วยฉนวน ในการใช้งานปกติ
จะต้องไม่เกิดหยดน้ำเกาะที่ภายนอกของตัวโครง และถ้าเป็นชนิดเป่าลมเย็นโดยตรง (FREE BLOW) ต้อง
มีหน้ากากจ่ายลมสามารถปรับทิศทางจ่ายลมได้ 4 ทิศทาง
ข.
พัดลมส่งลมเย็น เป็นพัดลมแบบหอยโข่ง (CENTRIFUGAL TURBO FAN)
หรือ แบบใบพัดยาว (CROSS FLOW FAN) มีพัดลมที่ขับเคลื่อนโดยตรงด้วยมอเตอร์ซึ่งสามารถปรับความเร็ว
ได้ไม่น้อยกว่า 2 อัตรา
ค. มอเตอร์ เป็นชนิด SPLIT CAPACITOR ที่มีอุปกรณ์ป้องกันความร้อนสูงเกิน
เกณฑ์ อยู่ภายใน ใช้ระบบไฟฟ้า 220V/ 1 PH/ 50 HZ
ง. คอยล์เย็น (EVAPORATOR COIL) เป็นท่อทองแดง แบบ INNER GROOVE
ที่ถูกอัดให้เข้ากับครีบอะลูมิเนียม ซึ่งจะต้องเรียงเป็นระเบียบเรียบร้อยยึดแน่นกับท่อทองแดง ผ่านการทดสอบ
รอยรั่วจากโรงงานผู้ผลิต
จ. อุปกรณ์จ่ายสารทำความเย็นเป็นแบบCAPPILLARY TUBE หรือแบบ
EXPANSION VALVE สำหรับเครื่องขนาดมากกว่า 24,000 BTU
ฉ.
ระบบควบคุม มีสวิตซ์ ปิด-เปิด เครื่อง และ ปรับความเร็วพัดลม พร้อมทั้ง
สวิตซ์ เทอร์โมสแตทติดอยู่ที่เครื่องหรือแบบติดตั้งแยก (REMOTE TYPE)
ช. แผงกรองอากาศเป็นแบบอะลูมิเนียมหนาไม่น้อยกว่า 12 นิ้ว หรือใยสังเคราะห์
ที่สามารถ ถอดล้างทำความสะอาดได้
</page>
<page title="142">
142
ซ. การปิด-เปิดและการควบคุมอุณหภูมิโดยอัตโนมัติการควบคุมอุณหภูมิใช้เทอร์
โมสแตทชนิด 1 ขั้น เพื่อควบคุมการทำงานของชุด CONDENSING UNIT ส่วนชุด FAN-COIL UNIT ทำงาน
ตลอดเวลาที่เปิดเครื่องปรับอากาศ เทอร์โมสแตทเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ความละเอียด ± 0.50C หรือแบบ
โลหะ 2 ชนิด (BI-METAL) หรือ แบบแรงดัน มีช่วงอุณหภูมิ 180C-300C ความละเอียด ± 10C พร้อมวงจร
หน่วงเวลา 2 ถึง 5 นาทียกเว้นในกรณีที่มีการติดตั้งอุปกรณ์หน่วงเวลา อยู่ที่ชุด CONDENSING UNIT
ณ. มาตรฐานในการคิดเทียบขีดความสามารถในการทำความเย็น
ญ. ปริมาณการทำความเย็นทั้งหมดคิดเทียบที่ความยาวท่อน้ำยามาตรฐาน
(5 เมตร ถึง 7.5 เมตร)เมื่อคอนเดนซิ่งยูนิตและเครื่องเป่าลมเย็น ทำงานร่วมกัน ให้คิดเทียบที่
WB)
ฎ. อากาศก่อนเข้าคอยล์เย็นที่อุณหภูมิ 270C DB 19.50C WB (800F DB/670F
ฎ. อากาศก่อนเข้าคอยล์ร้อนที่ อุณหภูมิ 350C (950F)
ฐ. ระบบไฟฟ้า 50 เฮิรตซ์
ฑ. อุณหภูมิน้ำยาอิ่มตัวด้านดูด (SATURATED SUCTION TEMPERATURE)
และอุณหภูมิน้ำยาที่คอยล์เย็น (EVAPORATOR TEMPERATURE) เดียวกันอยู่ในช่วง 5.5 °C - 7.2 °C (42 °F
45 °F)
ฒ. การคิดเทียบปริมาณความเย็นของชุดเครื่องคอนเดนซิ่งยูนิต และ เครื่องเป่า
ลมเย็นที่ทำงานร่วมกันนั้นต้องไม่มากเกินกว่าค่าความสามารถในการทำความเย็นของคอมเพรสเซอร์
ณ. ในการคิดความสามารถในการทำความเย็นของคอมเพรสเซอร์ให้คิดเทียบเมื่อ
คอมเพรสเซอร์ทำงานในภาวะ ดังนี้ คือ อุณหภูมิน้ำยาอิ่มตัวด้านดูดไม่เกิน 7.2 °C (45 °F) อุณหภูมิน้ำยา
อิ่มตัวด้านคอยล์ร้อน ไม่ต่ำกว่า 49 °C (120 °F) (SATURATED CONDENSING TEMPERATURE) อากาศ
ก่อนเข้าคอยล์ร้อน ไม่ต่ำกว่า 35 °C (95 °F)
5.4.5.2 เครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วน ขนาดมากกว่า 5 ตันความเย็น( 60,000 BTU) แต่
ไม่เกิน 20 ตันความเย็น (240,000 BTU ) เครื่องปรับอากาศเป็นระบบแยกส่วนระบายความร้อนด้วย
อากาศ(DIRECT EXPANSION AIR- COOLED SPLIT SYSTEM) ใช้สารทำความเย็น R- 22 หรือสารทำ
ความเย็นทดแทน R-22 มีสมรรถนะตามที่ผู้ว่าจ้างระบุเป็นเครื่อง ประกอบด้วยชุด CONDENSING UNIT
และ AIR HANDLING UNIT พร้อมอุปกรณ์ร่วมอื่นๆ ให้ครบถ้วน เครื่องทั้งหมดต้องเป็นของผู้ผลิตเดียวกัน
และเป็น MATCHED UNIT ที่ผู้ผลิตแนะนำโดยต้องมีหลักฐานแสดง เช่น แคตตาล็อกของผู้ผลิตเครื่อง
เครื่องปรับอากาศทั้งชุดต้องสามารถใช้งานกับระบบไฟฟ้าที่ผู้ว่าจ้างติดตั้งใช้ ณ สถานที่ติดตั้งโดยไม่ต้องมี
</page>
<page title="143">
143
การดัดแปลง หรือใช้หม้อแปลงแรงดันไฟฟ้า ยกเว้นสำหรับระบบควบคุม ค่าเพาเวอร์แฟกเตอร์ของ
เครื่องปรับอากาศทั้งชุด ขณะใช้งานไม่ว่าเวลาใดต้องมีค่าอยู่ระหว่าง 0.85 ถึง 1.00 ถ้าค่าต่ำกว่าผู้รับจ้างต้อง
ติดตั้งแคแปซิเตอร์เพิ่มเติมสำหรับมอเตอร์ทุกตัวและคอมเพรสเซอร์เพื่อปรับค่าเพาเวอร์แฟกเตอร์ให้อยู่ใน
ระดับที่กำหนดตลอดเวลา โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มจากผู้ว่าจ้างทั้งสิ้น ในการทดสอบเพื่อตรวจรับผู้รับจ้าง
ต้องวัดค่าเพาเวอร์แฟกเตอร์ ทั้งขณะคอมเพรสเซอร์ทำงานและขณะหยุด พร้อมทั้งส่งหลักฐานแสดงผลการวัด
ให้ผู้ว่าจ้างด้วย แคแปซิเตอร์ที่ใช้ต้องเป็นชนิดที่มีความต้านทานต่อคร่อม สำหรับปล่อยประจุและต้องเป็นแค
แปซิเตอร์ที่มีคุณภาพดีสำหรับใช้กับมอเตอร์ และทนแรงดันไฟฟ้าได้เพียงพอ สำหรับระบบไฟฟ้าที่ใช้เมื่อใส่แค
แปซิเตอร์แล้วต้องปรับลดเครื่องป้องกันกระแสเกินขนาด และการใช้เกินกำลังของมอเตอร์ และคอมเพรสเซอร์
เพื่อให้มีขนาดเหมาะสมกับค่ากระแสไฟฟ้าสูงสุดที่ลดลง และมีรายละเอียดข้อกำหนดของตัวเครื่องปรับอากาศ
อย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(1) CONDENSING UNIT
ประกอบเรียบร้อยทั้งชุดมาจากโรงงานผู้ผลิตมีรายละเอียด ดังนี้
ก. ส่วนโครงภายนอก ( CASING, CABINGT) ทำด้วยแผ่นเหล็กที่ผ่าน
กระบวนการกันสนิมและกระบวนการเคลือบและอบสีหรือวัสดุที่ทนหรือทำให้ทนต่อการเป็นสนิม เช่น ไฟ
เบอร์กลาสหรือพลาสติกอัดแรง หรือวัสดุที่เหมาะสมสำหรับติดตั้งกลางแจ้ง ตัวโครงจะต้องมั่นคงแข็งแรงไม่
สั่นสะเทือนหรือเกิดเสียงดังเมื่อใช้งาน
ข. คอมเพรสเซอร์ (COMPRESSOR) เป็นแบบมอเตอร์หุ้มปิด ( HERMETIC)
หรือแบบมอเตอร์กึ่งปิด (SEMI-HERMETIC) ระบายความร้อนด้วยสารทำความเย็น และติดตั้งอยู่บน
อุปกรณ์กันสะเทือน ที่มอเตอร์มีอุปกรณ์ป้องกันเมื่อเกิดความร้อนสูงเกินเกณฑ์
ค.
คอยล์ของคอนเดนเซอร์ (CONDENSER COIL) เป็นท่อทองแดง ที่ถูกอัด
ให้เข้ากับครีบอลูมิเนียมโดยวิธีกล มีจำนวนครีบไม่น้อยกว่า 14 ครีบ/นิ้วซึ่งจะต้องเรียงเป็นระเบียบ
เรียบร้อยยึดแน่นกับท่อท่องแดงผ่านการทดสอบรอยรั่ว และการขจัดความชื้นมาจากโรงงานผู้ผลิต
ง.
พัดลมของคอนเดนเซอร์ เป็นแบบใบพัดแฉก (PROPELLER) ได้รับการ
ถ่วงสมดุลมาเรียบร้อย ขับเคลื่อนโดยตรงจากมอเตอร์ มีตะแกรงโปร่งป้องกันอุบัติเหตุ
จ.
มอเตอร์พัดลม เป็นแบบหุ้มปิดมิดชิด มีอุปกรณ์ป้องกันเมื่อเกิดความร้อน
สูงเกินเกณฑ์มีระบบหล่อลื่นแบบตลับลูกปืน หรือแบบปลอกที่มีการหล่อลื่นตลอดอายุการใช้งาน
</page>
<page title="144">
144
น. ระบบควบคุม มีแมกเนติกคอนแทคเตอร์ โอเวอร์โหลดของคอมเพรสเซอร์
อุปกรณ์หน่วงเวลา (TIME DELAY RELAY) ยกเว้นในกรณีที่มีอุปกรณ์หน่วง เวลาติดตั้งอยู่แล้วใน
เทอร์โมสแตตมี SHUT OFF VALVES พร้อม SERVICE PORTS และมี HIGH-LOW PRESSURE
SWITCH หรือระบบตรวจสอบอย่างอื่นที่ทำงานเพื่อวัตถุประสงค์เดียวกัน
(2) AIR HANDLING UNIT
ต้องประกอบเรียบร้อยทั้งชุดจากโรงงานของผู้ผลิต และเป็นผลิตภัณฑ์ยี่ห้อ
เดียวกับ CONDENSING UNIT มีรายละเอียดดังนี้
ก. ส่วนโครงภายนอก เป็นแบบที่ตกแต่งสำเร็จ ทำด้วยแผ่นเหล็กที่ผ่าน
กระบวนการกันสนิมและกระบวนการเคลือบและอบสี ภายในให้บุด้วยฉนวน มีถาดน้ำทิ้งหุ้มด้วยฉนวน
โดยในการใช้งานปกติจะต้องไม่มีหยดน้ำเกาะภายนอกของตัวถัง
ข. เครื่องส่งลม ประกอบด้วยพัดลมแบบหอยโข่ง (CENTRIFUGAL FAN)
ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์แบบปิด ใบพัดลมจะต้องปรับตั้งให้สมดุลทั้งแบบสถิตศาสตร์และพลศาสตร์มอเตอร์
ต้องติดตั้งบนฐานที่มั่นคง
ค. คอยล์เย็น (EVAPORATOR COIL) เป็นท่อทองแดงอย่างแข็งอัดเข้ากับ
ครีบโดยวิธีกล โดยครีบจะต้องเรียงเป็นระเบียบ เครื่องขนาดใหญ่กว่า 15 ตันความเย็น (180,000 BTU)
ต้องมีวงจรคอยล์ไม่น้อยกว่า 2 วงจร และต้องได้รับการทดสอบรอยรั่วจากโรงงานผู้ผลิต
ง. อุปกรณ์ประกอบ แต่ละชุดเครื่องต้องประกอบด้วย EXPANSION VALVE
และ โซลินอยด์วาล์ว (SOLENIOD VALVE)
จ. แผงกรองอากาศเป็นแบบอลูมิเนียมมีความหนาไม่น้อยกว่า 25 มิลลิเมตร
หรือแผ่นกรองแบบใยสังเคราะห์ ที่สามารถล้างทำความสะอาดได้
(3) การปิดเปิดและการควบคุมอุณหภูมิโดยอัตโนมัติ
การควบคุมอุณหภูมิ ใช้ THERMOSTAT ชนิด 1 ขั้น เพื่อควบคุมการทำงาน
ของเครื่องคอนเดนซิ่งยูนิต ส่วนเครื่องเป่าลมเย็นทำงานตลอดเวลาที่เปิดเครื่องปรับอากาศ THERMOSTAT
เป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ความละเอียด ±0.5°C หรือแบบโลหะ 2 ชนิด (BI-METAL) หรือแบบแรงดัน มีช่วง
อุณหภูมิ 18°C ถึง 30°C ความละเอียด ±1° C พร้อมวงจรหน่วงเวลา 2 ถึง 5 นาที ยกเว้นในกรณีที่มี
การติดตั้งอุปกรณ์หน่วงเวลาอยู่ที่ตัวคอนเดนซิ่งยูนิตส่วนของเครื่องส่งลมเย็น สำหรับเครื่องปรับอากาศที่มี
ขนาดตั้งแต่ 15 ตันความเย็นขึ้นไป (180,000 BTU) ต้องมี THERMOSTAT แบบหลายขั้น ( MULTI STAGE
THERMOSTAT)
(4) มาตรฐานในการคิดเทียบขีดความสามารถในการทำความเย็น
ก. ปริมาณการทำความเย็นทั้งหมดคิดเทียบที่ความยาวท่อน้ำยามาตรฐาน
(5 เมตร ถึง 7.5 เมตร) เมื่อคอนเดนซิ่งยูนิตและเครื่องเป่าลมเย็น ทำงานร่วมกันให้คิดเทียบที่
</page><page title="145">
145
ก. อากาศก่อนเข้าคอยล์เย็นที่อุณหภูมิ 27 °C DB 19.5 °C WB (80 °F
DB/67 °F WB)
ข. อากาศก่อนเข้าคอยล์ร้อน ที่อุณหภูมิ 35 °C (95 °F)
ค. ระบบไฟฟ้า 50 เฮิรตซ์
ง. อุณหภูมิน้ำยาอิ่มตัวด้านดูด (SATURATED SUCTION TEMPERATURE)
และอุณหภูมิน้ำยาที่คอยล์เย็น (EVAPORATOR TEMPERATURE) เดียวกันอยู่ในช่วง 5.5 °C- 7.2 °C
(42 °F -45 °F)
จ. การคิดเทียบปริมาณความเย็นของชุดเครื่องคอนเดนซิ่งยูนิต และ เครื่องเป่า
ลมเย็น ที่ทำงานร่วมกันนั้น ต้องไม่มากเกินกว่าค่าความสามารถในการทำความเย็นของคอมเพรสเซอร์
ฉ. ในการคิดความสามารถในการทำความเย็นของคอมเพรสเซอร์นั้น ให้คิด
เทียบเมื่อคอมเพรสเซอร์ทำงานในภาวะ ดังนี้ คือ อุณหภูมิน้ำยาอิ่มตัวด้านดูดไม่เกิน 7.2 °C (45 °F) อุณหภูมิ
น้ำยาอิ่มตัวด้านคอยล์ร้อนไม่ต่ำกว่า 49 °C (120 °F) (SATURATED CONDENSING TEMPERATURE) อากาศ
ก่อนเข้าคอยล์ร้อนไม่ต่ำกว่า 35 °C ( 95 °F)
(5) ท่อน้ำยา
ท่อน้ำยา ให้ใช้ท่อทองแดงชนิด HARD DRAWN ตามมาตรฐาน ASTM TYPE L
หรือตามมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่า ข้อต่อใช้ชนิด FORGED OR WROUGTH COPPER, SOLDER TYPE รอยต่อ
เชื่อมด้วย SILVER SOLDER
5.5 พัดลมระบายอากาศ
5.5.1 ข้อกำหนดทั่วไป
5.5.1.1 พัดลมแบบ PROPELLER, CENTRIFUGAL หรือแบบอื่นๆตามที่แสดงไว้ จะต้อง
ประกอบสมบูรณ์ด้วยมอเตอร์ ชุดขับเคลื่อน และตัวแยกการสั่นสะเทือน ณ ตำแหน่งที่ต้องการ
5.5.1.2 พัดลมจะต้องมีพิกัดปริมาณใกล้เคียงที่สุดกับค่าที่แสดงไว้ เมื่อมี STATIC PRESSURE
ตามที่กำหนดและเป็นแบบ NON-OVERLOAD
5.5.1.3 พัดลมจะต้องได้รับปรับสมดุลให้ถูกต้องทั้งแบบสถิตและพลวัต การทำงานต้องไม่ส่ง
เสียงดังและสั่นสะเทือนรบกวนบริเวณข้างเคียง เสียงดังและการสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นต้องได้รับการแก้ไขจนเป็น
ที่ยอมรับของผู้ว่าจ้าง โดยอยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
5.5.1.4 โครงสร้างของพัดลมและคุณลักษณะการทำงานจะต้องถูกต้องตามมาตรฐาน และ
รับรองโดย AMCA
5.5.1.5 พัดลมนอกอาคารให้ติดตั้งอยู่ใน CABINET มีช่องสำหรับดูแลรักษามอเตอร์และ
สายพาน
</page>
<page title="146">
146
5.5.2 พัดลมระบายอากาศแบบ CENTRIFUGAL
5.5.2.1 HOUSING มีส่วนประกอบต่างๆ ครบถ้วน ประกอบจากเหล็กกล้า พ่นสีตาม
มาตรฐานของโรงงานแท่นเครื่องมีรูสำหรับยึดติดตั้งได้ และตำแหน่งพัดลมเปลี่ยนแปลงได้
5.5.2.2 FAN WHEEL ทำด้วยอลูมิเนียม เหล็กกล้า โลหะผสมหรือวัสดุอื่นที่เทียบเท่า เป็น
MULTI BLADE แบบ BACKWARD หรือ FORWARD CURVE BLADE
5.5.2.3 เพลาพัดลม ทำด้วยเหล็กกล้าที่ได้มาตรฐานของโรงงาน
5.5.2.4 พัดลมขนาดไม่เกิน 800 CFM. การขับเคลื่อนเป็น DIRECT DRIVE
5.5.2.5 หากไม่ได้ระบุให้เป็นอย่างอื่น การขับเคลื่อนใช้ V-BELT พร้อมที่กำบังสายพาน
สามารถทำการปรับหรือเปลี่ยนใหม่ได้โดยไม่ต้องถอด BEARING หรือที่ค้ำจุนของพัดลมออก BEARING จะต้อง
อัดจารบีและเข้าถึงได้ง่าย มู่เล่จะต้องเป็นแบบปรับ PITCH DIAMETER ได้ เหมาะสำหรับใช้กับมอเตอร์ที่มี
ความเร็วรอบ 1,500 รอบต่อนาที
5.5.2.6 กรณีใช้เป็นพัดลมระบายอากาศจาก HOOD ในห้องครัว ตำแหน่งของ BEARING
ต้องอยู่นอก AIR STEAM (OVERHANG TYPE)
5.5.2.7 พัดลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 700 มิลลิเมตร ใช้ความเร็วรอบไม่เกิน 1,500
รอบต่อนาที
5.5.2.8 พัดลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกิน 700 มิลลิเมตร ใช้ความเร็วรอบไม่เกิน 1,000 รอบ
ต่อนาที
5.5.3
พัดลมระบายอากาศแบบ PROPELLER (FAN DIAMETER 6"-12")
ตัวกรอบและใบพัดทำด้วยพลาสติกทนความร้อน พร้อมกับมี AUTOMATIC SHUTTER
สามารถปิดได้สนิทขณะที่พัดลมหยุดหมุน มอเตอร์เป็นแบบ TOTALLY ENCLOSED DUST PROOF ใช้กับ
ไฟฟ้า 220 V/1 PH/50HZ ความเร็วรอบของมอเตอร์ไม่เกิน 1,500 รอบต่อนาที
5.5.4
พัดลมระบายอากาศแบบ PROPELLER (FAN DIAMETER เกิน 12”)
โครงสร้างของพัดลม มอเตอร์และที่กำบังพัดลมจะต้องยึดติดบนโครงโลหะที่มั่นคงแข็งแรงและ
พ่นสีตามมาตรฐานของโรงงาน พร้อมกับมี GRAVITY SHUTTER แบบใบขนานทำด้วยอลูมิเนียมขนาดเท่ากับ
กรอบนอกของพัดลม FAN WHEEL ทำด้วยเหล็กกล้า หรือ อลูมิเนียม หรือวัสดุอื่นที่เทียบเท่า ตั้งศูนย์ได้
ถูกต้องสมบูรณ์ทั้งแบบสถิตและพลวัต ขับเคลื่อนโดยตรง มี BALL BEARING แบบอัดจารบีไว้ถาวร มอเตอร์
เป็นแบบ TOTALLY ENCLOSED DUST PROOF ความเร็วรอบของมอเตอร์ไม่เกิน 1,500 รอบต่อนาที
5.5.5 พัดลมระบายอากาศแบบ AXIAL FLOW DIRECT DRIVE
HOUSING มีส่วนประกอบต่างๆครบถ้วน ประกอบจากเหล็กกล้าหรือวัสดุอื่นเทียบเท่า พ่นสี
ตามมาตรฐานของโรงงาน ขนาดกะทัดรัดเหมาะสำหรับต่อกับท่อลมและยึดติดตั้งเหนือฝ้า ตลอดจนมีข้อต่อ
สำหรับต่อท่อระบายน้ำทิ้งได้ FAN WHEEL เป็น MULTIBLADE ทำด้วยเหล็กกล้า โลหะผสมหรือวัสดุอื่นที่
เทียบเท่า ตั้งศูนย์ได้ถูกต้องทั้งแบบสถิตและพลวัต ขับเคลื่อนโดยตรง มี BALL BEARING แบบอัดจารบีไว้ถาวร
มอเตอร์มี 4, 6 หรือ 8 POLES ตามมาตรฐานผู้ผลิต
</page>
<page title="147">
147
5.5.6 พัดลมระบายอากาศแบบ AXIAL FLOW BELT DRIVE
5.5.6.1 HOUSING มีส่วนประกอบต่างๆครบถ้วน ประกอบจากเหล็กกล้าหรือวัสดุอื่น
เทียบเท่า พ่นสีตามมาตรฐานของโรงงาน มีข้อต่อสำหรับต่อท่อระบายน้ำทิ้งได้
5.5.6.2 FAN WHEEL เป็น MULTIBLADE ทำด้วยเหล็กกล้า โลหะผสมหรือวัสดุอื่นที่
เทียบเท่า ตั้งศูนย์ได้ถูกต้องทั้งแบบสถิตและพลวัต
5.5.6.3 ขับเคลื่อนแบบ BELT DRIVE ด้วยมอเตอร์ TEFC INSULATION CLASS F
5.5.6.4 พัดลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 700 มิลลิเมตร ใช้ความเร็วรอบไม่เกิน 1,500
รอบต่อนาที
5.5.6.5 พัดลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกิน 700 มิลลิเมตร ใช้ความเร็วรอบไม่เกิน 1,000 รอบ
ต่อนาที
5.5.7 พัดลมระบายอากาศแบบฝังเพดาน (CEILING MOUNTED TYPE)
HOUSING พัดลม มอเตอร์ ต้องติดตั้งอยู่ในกล่องโลหะที่มั่นคงแข็งแรง พ่นสีตามมาตรฐานของ
โรงงาน เหมาะสำหรับติดตั้งฝังเพดานและต่อท่อลมได้ FAN WHEEL ทำด้วยเหล็กกล้า โลหะผสมหรือวัสดุอื่นที่
เทียบเท่า ตั้งศูนย์ได้ถูกต้องทั้งแบบสถิตและพลวัต ขับเคลื่อนโดยตรง มี BALL BEARING แบบอัดจารบีไว้ถาวร
5.6 VIBRATION ISOLATOR
5.6.1 ข้อกำหนดทั่วไป
5.6.1.1 ถ้าไม่ได้ระบุให้เป็นอื่นในแบบ อุปกรณ์ทุกชิ้นที่มีการเคลื่อนไหวของระบบปรับอากาศ
และระบบระบายอากาศ ต้องติดตั้งตัวกันการสั่นสะเทือนและเสียงไปตามโครงสร้างอาคาร
5.6.1.2 ระยะยุบตัวของสปริงให้เป็นไปตามคำแนะนำของผู้ผลิต โดยยึดจากชนิดของ
เครื่องจักรกล และระยะความกว้างของพื้นที่ติดตั้งจากเสาถึงเสา (FLOOR SPAN)
5.6.2
ยางรองเครื่อง (NEOPRENE MOUNTING) TYPE A
5.6.2.1 ΝΕΟOPRENE MOUNTINGS SHALL BE DOUBLE DEFLECTION NEOPRENE
TYPE.
5.6.2.2 ALL METAL SURFACES SHALL BE NEOPRENE COVERED TO AVOID
CORROSION AND HAVE FRICTION PADS BOTH TOP AND BOTTOM SO THEY NEED NOT BE
BOLTED TO THE FLOOR. BOLT HOLES SHALL BE PROVIDED FOR THESE AREAS WHERE BOLTING
IS REQUIRED.
5.6.2.3 NEOPRENE MOUNTINGS SHALL BE TYPE ND.
</page>
<page title="148">
148
5.6.3 สปริงรองเครื่อง (SPRING ISOLATOR) TYPE B
5.6.3.1 SPRING ISOLATORS SHALL BE FREE STANDING AND LATERALLY STABLE
“
WITHOUT ANY HOUSING AND COMPLETE WITH 1/4 NEOPRENE ACOUSTIC FRICTION PADS
BETWEEN THE BASE PLATE AND THE SUPPORT.
5.6.3.2 ALL MOUNTINGS SHALL HAVE LEVELING BOLTS THAT MUST BE RIGIDLY
BOLTED TO THE EQUIPMENT.
5.6.3.3 SPRING DIAMETERS SHALL BE NO LESS THAN 0.8 OF THE COMPRESSED
HEIGHT OF THE SPRING AT RATED LOAD.
5.6.3.4 SPRINGS SHALL HAVE A MINIMUM ADDITIONAL TRAVEL TO SOLID EQUAL
TO 50% OF THE RATED DEFLECTION.
5.6.3.5 MOUNTINGS SHALL BE TYPE SLF.
5.6.4 SPRING ISOLATOR WITH LIMIT STOP TYPE C
5.6.4.1 SPRING ISOLATORS SHALL BE OF SIMILAR CONSTRUCTION TO SPRING
ISOLATORS DESCRIBED IN TYPE В ЕХСЕРT A HOUSING WITH VERTICAL LIMIT STOPS TO
PREVENT SPRING EXTENSION WHEN WEIGHT IS REMOVED.
5.6.4.2 A MINIMUM CLEARANCE OF 1/2" SHALL BE MAINTAINED AROUND
RESTRAINING BOLTS SO AS NOT TO INTERFERE WITH THE SPRING ACTION.
5.6.4.3 LIMIT STOPS SHALL BE OUT OF CONTACT DURING NORMAL OPERATIONS
5.6.2.4 MOUNTINGS EXPOSED TO WEATHER SHALL BE HOT DIPPED GALVANIZED
5.6.4.4 MOUNTINGS SHALL BE TYPE SLR.
5.6.5 สปริงแขวนเครื่อง (SPRING HANGER) TYPE D
5.6.5.1 VIBRATION HANGERS SHALL CONTAIN A STEEL SPRING AND 0.3"
DEFLECTION NEOPRENE ELEMENT IN SERIES. THE NEOPRENE ELEMENT SHALL BE MOLDED
WITH A ROD ISOLATION BUSHING THAT PASSES THROUGH THE HANGER BOX.
5.6.5.2 SPRING DIAMETERS AND HANGER BOX LOWER HOLE SIZES SHALL BE
LARGE ENOUGH TO PERMIT THE HANGER ROD TO SWING THROUGH A 30° ARC BEFORE
CONTACTING THE HOLE AND SHORT CIRCUITING THE SPRING.
5.6.5.3 SPRINGS SHALL HAVE A MINIMUM ADDITIONAL TRAVEL TO SOLID EQUAL
TO 50% OF THE RATED DEFLECTION.
5.6.5.4 HANGERS SHALL BE TYPE 30N.
</page>
<page title="149">
149
5.6.6
ข้อต่ออ่อน(FLEXIBLE CONNECTOR) TYPE E
5.6.6.1 FLEXIBLE CONNECTORS SHALL BE MANUFACTURED OF MULTIPLE PLIES
OF NYLON TIRE CORD FABRIC AND EPDM BOTH MOLDED AND CURED IN HYDRAULIC RUBBER
PRESSES. NO STEEL WIRE OR RINGS SHALL BE USED AS PRESSURE REINFORCEMENT.
5.6.6.2 STRAIGHT CONNECTORS SHALL HAVE TWO SPHERES.
5.6.6.3 CONNECTORS SHALL BE MANUFACTURED WITH BAKED ENAMEL
DUCTILE IRON FLOATING FLANGES
5.6.6.4 ALL CONNECTORS SHALL BE RATED A MINIMUM OF 150 PSI AT 220 °F
5.6.6.5 ALL CONNECTORS SHALL BE MADE WITH FLANGED TWIN-SPHERES
PROPERLY PRE-EXTENDED AS RECOMMENDED BY THE MANUFACTURER TO PREVENT
ADDITIONAL ELONGATION UNDER PRESSURE.
5.6.6.6 CONNECTORS SHALL BE TYPE MFTNC.
5.6.7
การติดตั้ง
5.6.7.1 CONDENSING UNIT ติดตั้งบนแผ่น NEOPRENE TYPE A
5.6.7.2 พัดลมตั้งพื้นและเครื่องส่งลมเย็นตั้งพื้น ติดตั้งบนโครงสร้างเหล็กชนิด ICS และ
ตัวกันการสั่นสะเทือนและเสียงชนิด B
5.6.7.3 พัดลมแบบแขวนและเครื่องส่งลมเย็นแบบแขวน ติดตั้งกับตัวกันการสั่นสะเทือน
และเสียงชนิด D
5.6.7.4 เครื่องส่งลมเย็นขนาดใหญ่ (AHU) ให้ติดตั้ง FLEXIBLE CONNECTOR TYPE E
ที่ทางเข้าและทางออกของเครื่อง
5.6.7.5 ผู้ผลิตหรือตัวแทนของผู้ผลิตตัวกันการสั่นสะเทือนและเสียง ต้องรับผิดชอบในการให้
คำแนะนำการติดตั้งตัวกันการสั่นสะเทือนและเสียงก่อนระบบจะทำงานได้และภายหลังที่ระบบได้ทำงานไปแล้ว
โดยผู้ผลิตหรือตัวแทนผู้ผลิตตัวกันการสั่นสะเทือนและเสียงต้องทำการตรวจสอบขั้นสุดท้ายและออกหนังสือ
รับรองความถูกต้องในการติดตั้งและเป็นไปตามหลักวิชาการเสนอกับผู้ว่าจ้าง
5.7
ระบบท่อลมและการกระจายลม
5.7.1 ข้อกำหนดทั่วไป
อุปกรณ์ที่ใช้ในงานท่อลมและการกระจายลมต้องไม่ติดไฟและลามไฟ ท่อลมที่ผ่านพื้นหรือผนัง
กันไฟต้องติดตั้ง FIRE DAMPER เพื่อป้องกันไฟลามผ่าน การทำท่อลมต้องเป็นไปตามมาตรฐานของ ASHRAE
และ SMACNA. DIFFUSER, REGISTER, EXTRACTOR และ GRILLE ทุกอันต้องทำด้วย ANODIZED
EXTRUDED ALUMINUM ยกเว้นแต่จะได้ระบุว่าใช้วัสดุอย่างอื่น ของทุกชิ้นต้องประกอบเรียบร้อยมาจาก
โรงงานผู้ผลิต ส่วนขนาดและตำแหน่งที่ติดตั้งให้ดูจากแบบ
</page>
<page title="150">
5.7.2 ท่อลม
5.7.2.1 แผ่นโลหะ (SHEET METAL) ท่อลมต้องประกอบขึ้นจากแผ่นเหล็กอาบสังกะสีหรือ
แผ่นอลูมิเนียมเท่านั้น ความหนาของแผ่นโลหะ น้ำหนักของสังกะสีที่ใช้ชุบ ขนาด และระยะห่างของเหล็กเสริม
ความแข็งแรงของท่อลมต้องเป็นไปตามที่ระบุในแบบโดยเคร่งครัด การเสริมความแข็งแรงเป็นพิเศษอาจจำเป็น
ขึ้นอยู่กับลักษณะการแขวนและรองรับท่อลม
5.7.2.2 รอยต่อท่อลม (JOINT) รอยต่อและตะเข็บท่อลมทุกท่อนต้องแน่นและยาแนวด้วย
SILICONE หรือ NONFLAMMABLE ACRYLIC DUCT SEALANT เพื่อไม่ให้ลมภายในรั่วออกมาไม่ได้ โดย
สังเกตได้จากบริเวณรอยต่อหรือคอท่อลมที่ยึดติดกับ GRILLE, REGISTER หรือ DIFFUSER จะไม่ปรากฏรอย
เปื้อนของฝุ่นให้เห็นได้ ส่วนของแผ่นโลหะที่เกยกับ (LAP) ตรงรอยต่อต้องพับไปด้านเดียวกับทิศทางการไหล
ของลมในท่อ
5.7.2.3 การเปลี่ยนขนาดของท่อลม (TRANSFORMATION) ต้องลดจากด้านข้างเรียวสอบเข้า
ไปตามที่แสดงไว้ในแบบ
5.7.2.4 ท่อเลี้ยวของท่อลม (DUCT BEND) ต้องมีรัศมีความโค้ง 3/4 เท่าของความกว้างท่อลม
5.7.2.5 แผ่นบังแนวลม (SPLITTER DAMPER) ต้องติดตั้ง ณ ทุกท่อแยกที่ไปจ่ายกิ่งย่อย
(BRANCH TAKE-OFF) ใบ DAMPER ทำด้วยแผ่นโลหะซึ่งหนากว่าขนาดที่ใช้ทำท่อลมช่วงนั้นๆหนึ่งเบอร์และ
ยาวอย่างน้อย 1.5 เท่าของความกว้างของ BRANCH THROAT ปลายด้านหนึ่งติดบานพับเป็นจุดหมุนยึดกับท่อ
ทำให้สามารถเลื่อนใบ DAMPER ไปมาได้โดยไม่หลุดหรือมีเสียงดัง ก้านชักเป็นแกนโลหะอาบสังกะสียื่นพ้น
ด้านข้างของท่อลมออกมา ภายหลังจากที่ได้แบ่งปรับลมเรียบร้อยแล้วต้องยึดก้านนี้ให้แน่นกับตัวท่อด้วย LOCK
SCREW และ LOCKING PIN ซึ่งอยู่ด้านนอกของแผ่นฉนวนกันมิให้เลื่อนกลับเข้าใปในท่อได้อีก สำหรับบริเวณ
ท่อแยกแบบ TAP-IN ผู้รับจ้างอาจติด SPLITTER DAMPER แบบที่ได้กล่าวมาแล้วหรือใช้ AIR EXTRACTOR
ที่ทำสำเร็จรูปมาจากโรงงานก็ได้ แต่ต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าจ้างก่อนติดตั้ง
5.7.3 VOLUME DAMPER
แบบ SINGLE LEAF ทำด้วยโลหะแผ่นชนิดเดียวกับที่ใช้ทำท่อลมปลายของ BLADE แต่ละใบต้อง
พับงอขึ้นเพื่อเพิ่มความแข็งแรง
5.7.3.1 ACCESS DOOR
ต้องติดตั้ง ณ ที่ทุกแห่งซึ่งจำเป็นต้องเข้าไปบำรุงรักษาเครื่องมือวัดระบบควบคุม หรือ
คอยล์ทำ ความเย็นเป็นประจำ ตัวประตูทำด้วยแผ่นเหล็กอาบสังกะสียึดติดกับตัวท่อลมทางด้านหนึ่งด้วยบาน
พับทองเหลือง ส่วนอีกด้านเป็นกลอนสองตัวทำด้วยทองเหลืองเช่นกัน บานประตูต้องหุ้มด้วยฉนวนชนิด
เดียวกับที่ใช้หุ้มท่อลมหรือตัวถัง (CASING) ขอบประตูโดยรอบต้องกรุด้วยแผ่นปะเก็น NEOPRENE ยาวตลอด
เพื่อกันมิให้ลมรั่วได้ การติดตั้งถ้าเป็นที่ท่อลมต้องมี ขนาด 20"X14” ในกรณีที่ท่อลมช่วงนั้นมีขนาดเล็กเกินไป
ให้ทำช่องใหญ่ที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ ส่วนที่เป็น RETURN AIR PLENUM ขนาดช่องต้องเป็น 60” X 24”
หรือ 24" X 24” ตามแต่จะกำหนด
</page>
<page title="151">
5.7.4 ที่รองรับท่อลม (DUCT SUPPORT)
การรองรับท่อลมที่เดินตามแนวนอนจะต้องห่างไม่เกินช่วงละ 8 ฟุต ท่อกิ่งที่เลี้ยวแยกออกมาต้อง
รองรับห่างจากจุดแยก 2 ฟุต สำหรับท่อลมที่เดินตามแนวดิ่งต้องรองรับในลักษณะที่ให้น้ำหนักท่อกระจายไปทั่ว
ทุกส่วนอย่างสม่ำเสมอ ที่รองรับท่อทุกอันต้องทาสีกันสนิมหรืออย่างอื่น ตามที่กำหนด
5.7.5 FLEXIBLE DUCT CONNECTOR
ปลายท่อลมส่วนที่จะต่อเข้ากับพัดลมหรืออุปกรณ์อื่นๆที่มีการสั่นสะเทือนให้ใช้ FLEXIBLE
CONNECTOR ที่ทำด้วยวัสดุไม่ติดไฟ กว้างไม่น้อย 6 นิ้ว คั่นกลางไว้
5.7.5.1 ช่องสำหรับสอดเครื่องมือวัด (INSTRUMENT INSERT HOLE)
ท่อลมหรือ PLENUM ส่วนใดที่ติดตั้ง PITOT TUBE หรือเครื่องมือวัดอย่างอื่นไว้เพื่อให้
ทราบการไหลของอากาศและ BALANCE ระบบลมนั้น ต้องทำช่องขนาดพอเหมาะไว้ตามแต่จะกำหนดหรือ
ความจำเป็น ช่องดังกล่าวต้องปิดด้วยฉนวนและทำเครื่องหมายไว้ให้เห็นได้เด่นชัด
5.7.5.2
DUCT SLEEVE
ท่อลมส่วนใดที่ระบุให้เดินผ่านพื้น เพดาน ผนัง หรือหลังคา ต้องเดินเฉพาะในช่องที่
เจาะ เตรียมไว้ให้เท่านั้น ผู้รับจ้างต้องใช้เหล็กแผ่นอาบสังกะสีหนาไม่น้อยกว่า 20 BWG เป็น SLEEVE ให้ใหญ่
กว่าขนาดท่อที่หุ้มฉนวนแล้ว 1 นิ้ว โดยรอบฝังไว้ในช่องเมื่อเดินท่อลมผ่านเสร็จแล้วจึงใช้แผ่นโลหะ
(FLASHING) ปิดช่องว่างที่เหลือให้แลดูเรียบร้อย
5.7.5.3 DIFFUSER
รูปร่างที่ใช้อาจเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือแบบ SLOT ยาว ซึ่งการกระจาย
ลมเป็นแบบแน่นอนตายตัว (FIXED) หรือแบบปรับได้ (ADJUSTABLE) ตามแต่จะกำหนดไว้ในแบบคอหัวจ่าย
ทุกอันต้องยาวพอที่จะใส่ VOLUME DAMPER สำหรับปรับปริมาณลมเข้าไว้ภายในท่อได้ ท่อลมส่งต้องยาวเลย
หัวจ่ายสุดท้ายออกไปอีกอย่างน้อย 8 นิ้ว
5.7.5.4 REGISTER
ต้องเป็นแบบ DOUBLE DEFLECTION มีก้านโยกเปิดปิด VOLUME DAMPER ได้จาก
ด้านหน้าที่ตรงท่อแยก (TAKE-OFF) อาจต้องติด AIR EXTRACTOR เพื่อช่วยให้ลมเย็นออกได้เต็มปริมาณที่
ระบุไว้ เกล็ดกระจายลมทางด้านหน้าจะเป็นแนวนอนหรือตั้งขึ้นอยู่กับ SPACE และ DROP ที่ต้องการ ปีกหัว
จ่ายที่ติดกับกำแพงหรือตัวถังเครื่อง (CASING) ต้องมีปะเก็นทำด้วยฟองน้ำอัดอยู่โดยรอบมิให้ลมรั่วได้
5.7.5.5 GRILLE
เกล็ดที่ใช้ต้องเป็นแบบ DOUBLE DEFLECTION เช่นเดียวกับ REGISTER
5.7.5.6 AIR LOUVER
ต้องทำด้วยเกล็ดติดตายชนิด SINGLE DEFLECTION ความเอียงของใบเกล็ดต้องมาก
พอที่น้ำฝนจากภายนอกสาดเข้ามาไม่ได้ มีตะแกรงกันแมลงและ VOLUME DAMPER ติดอยู่ด้านหลังตัวเกล็ด
หรือภายในท่อลมที่ซึ่งสามารถเข้าไปปรับปริมาณลมหรือถอดแผ่นตะแกรงลงมาล้างทำความสะอาดได้โดยง่าย
</page>
<page title="152">
5.7.5.7 TRANSFER GRILLE
เกล็ดที่เป็น TRANSFER GRILLE ต้องติดตั้งที่ทั้งสองด้านของผนังด้านละอันและ
ติดมุ้งลวดภายใน ส่วนผนังหรือประตูที่เป็นเกล็ดตามที่ระบุในแบบเป็นงานของผู้รับจ้างงานอาคาร
5.7.5.8 FLEXIBLE DUCT
ประกอบด้วย MULTI-LAYERED LAMINATED ALUMINUM POLYESTER เสริมโครง
ด้วยลวดสปริงชุบโลหะกันสนิม หุ้มทับด้วยฉนวนหนา 1 นิ้ว ความหนาแน่น 1.5 LB/FT3 หุ้มทับภายนอกด้วย
อลูมิเนี่ยมฟอยล์ทนไฟ วัสดุที่ใช้ทั้งหมดต้องเป็นไปตามมาตรฐานNFPA 90A CLASS1 หรือตามมาตรฐาน
UL181 โดยที่ FLAME SPREAD RATING ไม่เกิน 25 และ SMOKE DEVELOPED RATING ไม่เกิน 50
5.7.5.9 ฉนวนหุ้มท่อลมชนิดใยแก้ว
(1) ความหนาไม่น้อยกว่า 25 มม. (1 นิ้ว)
(2)
ความหนาแน่นไม่น้อยกว่า 32 กก./ลบ.ม. (20 ปอนด์/ลบ.ฟ.)
(3)
ไม่ติดไฟ
(4) มีค่าสัมประสิทธิ์การนำความร้อนไม่เกิน 0.038 W/M.K (0.27 BTU.IN
/FT2.H.F)
(5) ฉนวนใยแก้วจะต้องยึดติดอยู่กับ ALUMINIUM FOIL โดยใช้กาวชนิดไม่ติดไฟ
ALUMINIUM FOIL จะต้องประกอบด้วย แผ่นฟอยด์ด้านนอก กระดาษดร๊าฟ เส้นใยไฟเบอร์กลาสเสริมแรง
(MESH REINFORCEMENT) และแผ่นฟอยด์ด้านใน ส่วนประกอบทั้งหมดยึดติดกันโดย ADHESIVE ตาม
กรรมวิธีของผู้ผลิต คุณสมบัติอื่นๆ เมื่อทดสอบตามมาตรฐาน ASTM วิธีที่ E 84 จะต้องเป็นดังนี้ FLAME
SPREAD INDEX ต้องไม่เกิน 25, SMOKE DEVELOPED INDEX ต้องไม่เกิน 50 ADHESIVE, MASTIC,
CEMENT, TAPE, ใยแก้วและ JACKET ต้องไม่ติดไฟและไม่ลามไฟด้วย
5.7.5.10 ฉนวนหุ้มท่อลมชนิดเซลปิด
(1) ความหนาไม่น้อยกว่า 9, 12, หรือ 25 มม. ตามที่ระบุในแบบ
(2) ความหนาแน่นไม่น้อยกว่า 60 กก./ลบ.ม. (3.75 ปอนด์/ลบ.ฟ.)
(3)
ไม่ลามไฟ
(4) มีค่า สัมประสิทธิ์การนำความร้อนไม่เกิน 0.038 W/M.K (0.27 BTU.IN
/FT² .H.F)
ระบุในแบบ
(5) ฉนวนยางสังเคราะห์ประเภทนี้สามารถหุ้มได้ทั้งภายใน และภายนอกท่อตามที่
5.7.5.11 ฉนวนหุ้มท่อระบายควันจากครัวให้มีคุณสมบัติดังนี้
(1) เป็นแผ่นใยแก้วชนิด HI-TEMPERATURE ที่มีความหนาแน่นไม่น้อยกว่า
75 มม. (3 นิ้ว)
(2) ความหนาแน่นไม่น้อยกว่า 32 KG/M³ (2 LB/FT³)
</page>
<page title="153">
(3) ไม่ติดไฟ
153
(4) ค่าสัมประสิทธิ์การนำความร้อนไม่เกิน 0.08 W/M.K ที่อุณหภูมิเฉลี่ย
200 องศาเซลเซียส (0.56 BTU.IN/FT2. F.HR.ที่อุณหภูมเฉลี่ย 390 F)
(5) ฉนวนใยแก้วต้องยึดติดกับ ALUMINIUM FOIL โดยใช้กาวชนิดไม่ติดไฟ
5.7.5.12 แผงกรองอากาศ
(1) ข้อกำหนดทั่วไป
ก.
ประสิทธิภาพแผงกรองอากาศต้องเป็นตามมาตรฐาน ASHRAE 52-76
ข. ขนาดของแผงกรองอากาศที่ใช้ต้องเป็นขนาดมาตรฐานถอดเปลี่ยนทำ
ความสะอาดได้
ค. ความเร็วลมที่ผ่านแผงกรองอากาศ ต้องไม่เกิน 500 ฟุตต่อนาที หรือตามที่
ระบุไว้ให้เป็นอย่างอื่น
ง. วัสดุที่ใช้ทำแผงกรองอากาศต้องไม่ติดไฟ
(2) แผงกรองอากาศสำหรับเครื่องปรับอากาศขนาดไม่เกิน 60,000 BTU
ให้เป็นไปตามมาตรฐานของผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศแต่ละยี่ห้อ
(3) แผง แผงกรองอากาศสำหรับเครื่องปรับอากาศขนาดมากกว่า 60,000 BTU
ทำด้วยแผ่นอลูมิเนียมถักซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ประสิทธิภาพ 60-65% ARRESTANCE ความหนาไม่น้อยกว่า
2 นิ้ว INITAIL RESISTANCE ไม่เกิน 0.1 IN.WG.
5.7.5.13 FILTER GAUGE
ผู้รับจ้างต้องจัดหาและติดตั้ง INCLINE MANOMETER ชนิด LINEAR SCALE ให้กับ
เครื่องส่งลมเย็นขนาดใหญ่ทุกชุด ที่มีช่วงสเกล 0 – 2.4 นิ้วน้ำ เพื่อใช้เป็น LOCAL INDICATOR วัดความดัน
ลดของแผงกรองอากาศ
5.7.5.14 FIRE AND SMOKE CONTROL SYSTEM (เฉพาะกรณีที่ระบุไว้ในแบบ)
(1) FIRE STAT
เป็น LIMIT CONTROL SNAP ACTING SPST, NORMALLY CLOSED
SWITCH ลักษณะเป็นแผ่น BIMETAL ใช้สำหรับตัดวงจรควบคุมของมอเตอร์เครื่องส่งลมเย็นหรือของ
เครื่องปรับอากาศทั้งชุด เมื่ออุณหภูมิของอากาศที่ผ่านตัวสวิทซ์สูงขึ้นถึงประมาณ 124°F มี MANUAL RESET
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจาก UL ติดตั้งที่ทางด้านลมกลับของเครื่องส่งลมเย็นทุกเครื่อง
(2) FIRE DAMPER
จัดหาและติดตั้ง FIRE DAMPER สำหรับท่อลมที่ทะลุผ่านพื้นและผนังกันไฟและ
สามารถทนไฟได้ไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง FIRE DAMPER จะต้องเป็นไปตามมาตรฐาน NFPA 90A และ UL
STANDARD 181, FUSIBLE LINK ที่ใช้เป็นแบบ 160OF RATING บริเวณที่ติดตั้งจะต้องทำมี ACCESS
DOOR สำหรับเข้าไปตั้งปรับตัว DAMPER ได้
</page>
<page title="154">
(3) สารทนไฟ
154
เตรียมปลอกท่อสำหรับท่อน้ำ ท่อสายไฟและท่อลมที่ผ่านพื้นและผนังทนไฟ
โดยมีขนาดใหญ่กว่าท่อนั้น 1 ขนาด แล้วเทคอนกรีตปิดโดยรอบนอกปลอกท่อ ส่วนภายในปลอกท่อให้ปิดด้วย
สารทนไฟได้ไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง เช่น HYSOL, EVO-STIK INTUFIL 2 เป็นต้น
5.7.5.15 ท่อระบายน้ำทิ้ง ให้ใช้ท่อ PVC CLASS 8.5 มาตรฐาน มอก.มอก. 17-2523
ขนาดท่อต้องเลือกให้เหมาะสมกับขนาดของเครื่องปรับอากาศ แต่ทั้งนี้ขนาดเล็ก
ต้องไม่เล็กกว่า 34 นิ้ว ในทุกกรณี
5.7.6
การติดตั้ง
5.7.6.1 การติดตั้งท่อน้ำยา
(1) การเดินท่อน้ำยา ท่อต้องอยู่ในแนวขนาน และ/หรือตั้งฉากไปกับตัวอาคารถ้า
เดินผ่านทางเท้าที่มีคนเดิน สายดิน และ/หรือ ถนนให้ทำคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมฝาครอบเหล็กหล่อเพื่อใส่ท่อ
น้ำยา และท่อร้อยสายไฟ ท่อที่เดินทะลุผ่านผนัง คานและพื้นจะต้องมี PIPE SLEEVE ขนาดใหญ่กว่าท่อ (หุ้ม
ฉนวนแล้ว) โดยรอบไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว ช่องว่าง ระหว่างท่อกับ SLEEVE ให้อุดด้วยวัสดุที่ยืดหยุ่นได้ กันน้ำและ
กันไฟลามผ่านได้ เช่น ซิลิโคนท่อต้องมี ANCHORS AND EXPANSION BENDS เพื่อรองรับการขยายตัวของ
ท่อในกรณีที่จำเป็นต้องใช้ FLEXIBLE WOVEN METAL CONNECTOR ต่อเข้ากับคอมเพรสเซอร์เพื่อป้องกัน
ท่อแตก เพราะการสั่นสะเทือน การยึดท่อให้ใช้ปะกับและรางเหล็กอาบสังกะสีชนิดเดียวกับที่ใช้ยึดท่อร้อย
สายไฟฟ้ายึดให้แข็งแรง ท่อที่อยู่ในสถานที่อาจถูกทำลายหรือกระทบให้เสียหายได้ต้องมีการป้องกัน เช่น
มีฝาครอบ เป็นต้น ท่อน้ำยาขนาดไม่เกิน 1-1/4 นิ้ว ต้องมีที่ยึดท่อห่างทุกระยะไม่เกิน 2400 มม. ท่อขนาด
ใหญ่กว่า 1-1/4 นิ้ว ต้องมีทุกระยะไม่เกิน 3000 มม. ภายหลังจากที่ได้ทำการเชื่อมระบบเส้นท่อจนหมดสิ้น
แล้ว ให้ทำการทดสอบรอยรั่ว ตามข้อต่อต่างๆ หากตรวจพบรอยรั่ว ณ จุดใด ต้องทำการเชื่อมซ่อมแซมรอยรั่ว
นั้น จากนั้นใช้ปั๊มดูดสูญญากาศ (VACUUM PUMP) ดูดเอาความชื้นออกและทำให้ระบบเป็นสูญญากาศ
(DEHYDRATION AND EVACUATION) หากปรากฏว่าความดันภายในระบบไม่อาจลดต่ำลงไปได้ตามที่กำหนด
แสดงว่าระบบท่อยังมีรอยรั่วอยู่อีก ให้ทำการทดสอบและซ่อมแซมรอยรั่วต่างๆ ก่อนการดูดเอาความชื้นและ
ทำให้ระบบเป็นสูญญากาศอีกครั้งหนึ่ง
(2) ฉนวนหุ้มท่อน้ำยา ให้ใช้ชนิด CLOSED-CELL FOAMED PLASTIC ท่อขนาด
3/8 นิ้ว ให้ใช้ฉนวนหนาไม่น้อยกว่า ½ นิ้ว ท่อขนาด 5/8 นิ้ว ขึ้นไปให้ใช้ฉนวนหนาไม่น้อยกว่า 4 นิ้ว ตรงที่
แขวนท่อ หรือยึดท่อฉนวนหุ้มท่อ ต้องเป็นชนิดแข็ง และยาวไม่น้อยกว่า 100 มม. และต้องใส่แผ่นเหล็กอาบ
สังกะสีหนา 1.0 มม. ไว้ระหว่างที่แขวนท่อหรือที่ยึดกับฉนวนท่อตรงที่แขวนท่อ หรือที่ยึดท่อทุกแห่ง
(3) ขนาดของท่อน้ำยาต่างๆ จะต้องเป็นไปตามที่ระบุในแบบ หรือคำนวณขนาด
ท่อตาม EQUIVALENT LENGTH ของแนวท่อที่ติดตั้งจริงโดยที่ค่า PRESSURE DROP ในเส้นท่อแต่ละชนิดได้
แต่ท่อ SUCTION, ท่อ DISCHARGE หรือท่อ LIQUID ต้องไม่เกินกว่า 20 F CHANGE IN SATURATED
TEMPERATURE ในขณะเดียวกันให้คำนึงถึงเรื่องการไหลกลับของน้ำมันหล่อลื่นเข้าสู่คอมเพรสเซอร์ด้วย
จะต้องเป็นไปโดยสะดวกในทุกสภาวะการทำงานของเครื่องปรับอากาศ
</page>
<image title="หน้า 150">
ภาพนี้เป็นภาพถ่ายเอกสารที่สแกน มีข้อความภาษาไทยเกี่ยวกับการติดตั้งท่อลมและส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องในระบบปรับอากาศ ข้อความนี้มีหัวข้อเกี่ยวกับชนิดของวัสดุที่ใช้, รอยต่อท่อ, การเปลี่ยนขนาดท่อ, และแผ่นบังลม นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับประตูเข้าถึงเพื่อการบำรุงรักษา
5.7.2 ท่อลม
5.7.2.1 แผ่นโลหะ (SHEET METAL) ท่อลมต้องประกอบขึ้นจากแผ่นเหล็กอาบสังกะสีหรือ
แผ่นอลูมิเนียมเท่านั้น ความหนาของแผ่นโลหะ น้ำหนักของสังกะสีที่ใช้ชุบ ขนาด และระยะห่างของเหล็กเสริม
ความแข็งแรงของท่อลมต้องเป็นไปตามที่ระบุในแบบโดยเคร่งครัด การเสริมความแข็งแรงเป็นพิเศษอาจจำเป็น
ขึ้นอยู่กับลักษณะการแขวนและรองรับท่อลม
5.7.2.2 รอยต่อท่อลม (JOINT) รอยต่อและตะเข็บท่อลมทุกท่อนต้องแน่นและยาแนวด้วย
SILICONE หรือ NONFLAMMABLE ACRYLIC DUCT SEALANT เพื่อไม่ให้ลมภายในรั่วออกมาไม่ได้ โดย
สังเกตได้จากบริเวณรอยต่อหรือคอท่อลมที่ยึดติดกับ GRILLE, REGISTER หรือ DIFFUSER จะไม่ปรากฏรอย
เปื้อนของฝุ่นให้เห็นได้ ส่วนของแผ่นโลหะที่เกยกับ (LAP) ตรงรอยต่อต้องพับไปด้านเดียวกับทิศทางการไหล
ของลมในท่อ
5.7.2.3 การเปลี่ยนขนาดของท่อลม (TRANSFORMATION) ต้องลดจากด้านข้างเรียวสอบเข้า
ไปตามที่แสดงไว้ในแบบ
5.7.2.4 ท่อเลี้ยวของท่อลม (DUCT BEND) ต้องมีรัศมีความโค้ง 3/4 เท่าของความกว้างท่อลม
5.7.2.5 แผ่นบังแนวลม (SPLITTER DAMPER) ต้องติดตั้ง ณ ทุกท่อแยกที่ไปจ่ายกิ่งย่อย
(BRANCH TAKE-OFF) ใบ DAMPER ทำด้วยแผ่นโลหะซึ่งหนากว่าขนาดที่ใช้ทำท่อลมช่วงนั้นๆหนึ่งเบอร์และ
ยาวอย่างน้อย 1.5 เท่าของความกว้างของ BRANCH THROAT ปลายด้านหนึ่งติดบานพับเป็นจุดหมุนยึดกับท่อ
ทำให้สามารถเลื่อนใบ DAMPER ไปมาได้โดยไม่หลุดหรือมีเสียงดัง ก้านชักเป็นแกนโลหะอาบสังกะสียื่นพ้น
ด้านข้างของท่อลมออกมา ภายหลังจากที่ได้แบ่งปรับลมเรียบร้อยแล้วต้องยึดก้านนี้ให้แน่นกับตัวท่อด้วย LOCK
SCREW และ LOCKING PIN ซึ่งอยู่ด้านนอกของแผ่นฉนวนกันมิให้เลื่อนกลับเข้าใปในท่อได้อีก สำหรับบริเวณ
ท่อแยกแบบ TAP-IN ผู้รับจ้างอาจติด SPLITTER DAMPER แบบที่ได้กล่าวมาแล้วหรือใช้ AIR EXTRACTOR
ที่ทำสำเร็จรูปมาจากโรงงานก็ได้ แต่ต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าจ้างก่อนติดตั้ง
5.7.3 VOLUME DAMPER
แบบ SINGLE LEAF ทำด้วยโลหะแผ่นชนิดเดียวกับที่ใช้ทำท่อลมปลายของ BLADE แต่ละใบต้อง
พับงอขึ้นเพื่อเพิ่มความแข็งแรง
5.7.3.1 ACCESS DOOR
ต้องติดตั้ง ณ ที่ทุกแห่งซึ่งจำเป็นต้องเข้าไปบำรุงรักษาเครื่องมือวัดระบบควบคุม หรือ
คอยล์ทำ ความเย็นเป็นประจำ ตัวประตูทำด้วยแผ่นเหล็กอาบสังกะสียึดติดกับตัวท่อลมทางด้านหนึ่งด้วยบาน
พับทองเหลือง ส่วนอีกด้านเป็นกลอนสองตัวทำด้วยทองเหลืองเช่นกัน บานประตูต้องหุ้มด้วยฉนวนชนิด
เดียวกับที่ใช้หุ้มท่อลมหรือตัวถัง (CASING) ขอบประตูโดยรอบต้องกรุด้วยแผ่นปะเก็น NEOPRENE ยาวตลอด
เพื่อกันมิให้ลมรั่วได้ การติดตั้งถ้าเป็นที่ท่อลมต้องมี ขนาด 20"X14” ในกรณีที่ท่อลมช่วงนั้นมีขนาดเล็กเกินไป
ให้ทำช่องใหญ่ที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ ส่วนที่เป็น RETURN AIR PLENUM ขนาดช่องต้องเป็น 60” X 24”
หรือ 24" X 24” ตามแต่จะกำหนด
</image>
<image title="หน้า 151">
ภาพนี้เป็นภาพถ่ายเอกสารที่สแกน มีข้อความภาษาไทยเกี่ยวกับการรองรับท่อลม, ตัวเชื่อมต่อท่อลมแบบยืดหยุ่น, ช่องสำหรับสอดเครื่องมือวัด, ปลอกท่อ, และหัวจ่ายลม นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับ Register และ Air Louver
5.7.4 ที่รองรับท่อลม (DUCT SUPPORT)
การรองรับท่อลมที่เดินตามแนวนอนจะต้องห่างไม่เกินช่วงละ 8 ฟุต ท่อกิ่งที่เลี้ยวแยกออกมาต้อง
รองรับห่างจากจุดแยก 2 ฟุต สำหรับท่อลมที่เดินตามแนวดิ่งต้องรองรับในลักษณะที่ให้น้ำหนักท่อกระจายไปทั่ว
ทุกส่วนอย่างสม่ำเสมอ ที่รองรับท่อทุกอันต้องทาสีกันสนิมหรืออย่างอื่น ตามที่กำหนด
5.7.5 FLEXIBLE DUCT CONNECTOR
ปลายท่อลมส่วนที่จะต่อเข้ากับพัดลมหรืออุปกรณ์อื่นๆที่มีการสั่นสะเทือนให้ใช้ FLEXIBLE
CONNECTOR ที่ทำด้วยวัสดุไม่ติดไฟ กว้างไม่น้อย 6 นิ้ว คั่นกลางไว้
5.7.5.1 ช่องสำหรับสอดเครื่องมือวัด (INSTRUMENT INSERT HOLE)
ท่อลมหรือ PLENUM ส่วนใดที่ติดตั้ง PITOT TUBE หรือเครื่องมือวัดอย่างอื่นไว้เพื่อให้
ทราบการไหลของอากาศและ BALANCE ระบบลมนั้น ต้องทำช่องขนาดพอเหมาะไว้ตามแต่จะกำหนดหรือ
ความจำเป็น ช่องดังกล่าวต้องปิดด้วยฉนวนและทำเครื่องหมายไว้ให้เห็นได้เด่นชัด
5.7.5.2
DUCT SLEEVE
ท่อลมส่วนใดที่ระบุให้เดินผ่านพื้น เพดาน ผนัง หรือหลังคา ต้องเดินเฉพาะในช่องที่
เจาะ เตรียมไว้ให้เท่านั้น ผู้รับจ้างต้องใช้เหล็กแผ่นอาบสังกะสีหนาไม่น้อยกว่า 20 BWG เป็น SLEEVE ให้ใหญ่
กว่าขนาดท่อที่หุ้มฉนวนแล้ว 1 นิ้ว โดยรอบฝังไว้ในช่องเมื่อเดินท่อลมผ่านเสร็จแล้วจึงใช้แผ่นโลหะ
(FLASHING) ปิดช่องว่างที่เหลือให้แลดูเรียบร้อย
5.7.5.3 DIFFUSER
รูปร่างที่ใช้อาจเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือแบบ SLOT ยาว ซึ่งการกระจาย
ลมเป็นแบบแน่นอนตายตัว (FIXED) หรือแบบปรับได้ (ADJUSTABLE) ตามแต่จะกำหนดไว้ในแบบคอหัวจ่าย
ทุกอันต้องยาวพอที่จะใส่ VOLUME DAMPER สำหรับปรับปริมาณลมเข้าไว้ภายในท่อได้ ท่อลมส่งต้องยาวเลย
หัวจ่ายสุดท้ายออกไปอีกอย่างน้อย 8 นิ้ว
5.7.5.4 REGISTER
ต้องเป็นแบบ DOUBLE DEFLECTION มีก้านโยกเปิดปิด VOLUME DAMPER ได้จาก
ด้านหน้าที่ตรงท่อแยก (TAKE-OFF) อาจต้องติด AIR EXTRACTOR เพื่อช่วยให้ลมเย็นออกได้เต็มปริมาณที่
ระบุไว้ เกล็ดกระจายลมทางด้านหน้าจะเป็นแนวนอนหรือตั้งขึ้นอยู่กับ SPACE และ DROP ที่ต้องการ ปีกหัว
จ่ายที่ติดกับกำแพงหรือตัวถังเครื่อง (CASING) ต้องมีปะเก็นทำด้วยฟองน้ำอัดอยู่โดยรอบมิให้ลมรั่วได้
5.7.5.5 GRILLE
เกล็ดที่ใช้ต้องเป็นแบบ DOUBLE DEFLECTION เช่นเดียวกับ REGISTER
5.7.5.6 AIR LOUVER
ต้องทำด้วยเกล็ดติดตายชนิด SINGLE DEFLECTION ความเอียงของใบเกล็ดต้องมาก
พอที่น้ำฝนจากภายนอกสาดเข้ามาไม่ได้ มีตะแกรงกันแมลงและ VOLUME DAMPER ติดอยู่ด้านหลังตัวเกล็ด
หรือภายในท่อลมที่ซึ่งสามารถเข้าไปปรับปริมาณลมหรือถอดแผ่นตะแกรงลงมาล้างทำความสะอาดได้โดยง่าย
</image>
<image title="หน้า 152">
ภาพนี้เป็นภาพถ่ายเอกสารที่สแกน มีข้อความภาษาไทยเกี่ยวกับการติดตั้งเกล็ดเปลี่ยนทิศทางลม (Transfer Grille), ท่อลมแบบยืดหยุ่น (Flexible Duct), และฉนวนหุ้มท่อลมชนิดใยแก้วและเซลปิด รวมถึงข้อกำหนดและคุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ในการผลิต
5.7.5.7 TRANSFER GRILLE
เกล็ดที่เป็น TRANSFER GRILLE ต้องติดตั้งที่ทั้งสองด้านของผนังด้านละอันและ
ติดมุ้งลวดภายใน ส่วนผนังหรือประตูที่เป็นเกล็ดตามที่ระบุในแบบเป็นงานของผู้รับจ้างงานอาคาร
5.7.5.8 FLEXIBLE DUCT
ประกอบด้วย MULTI-LAYERED LAMINATED ALUMINUM POLYESTER เสริมโครง
ด้วยลวดสปริงชุบโลหะกันสนิม หุ้มทับด้วยฉนวนหนา 1 นิ้ว ความหนาแน่น 1.5 LB/FT3 หุ้มทับภายนอกด้วย
อลูมิเนี่ยมฟอยล์ทนไฟ วัสดุที่ใช้ทั้งหมดต้องเป็นไปตามมาตรฐานNFPA 90A CLASS1 หรือตามมาตรฐาน
UL181 โดยที่ FLAME SPREAD RATING ไม่เกิน 25 และ SMOKE DEVELOPED RATING ไม่เกิน 50
5.7.5.9 ฉนวนหุ้มท่อลมชนิดใยแก้ว
(1) ความหนาไม่น้อยกว่า 25 มม. (1 นิ้ว)
(2)
ความหนาแน่นไม่น้อยกว่า 32 กก./ลบ.ม. (20 ปอนด์/ลบ.ฟ.)
(3)
ไม่ติดไฟ
(4) มีค่าสัมประสิทธิ์การนำความร้อนไม่เกิน 0.038 W/M.K (0.27 BTU.IN
/FT2.H.F)
(5) ฉนวนใยแก้วจะต้องยึดติดอยู่กับ ALUMINIUM FOIL โดยใช้กาวชนิดไม่ติดไฟ
ALUMINIUM FOIL จะต้องประกอบด้วย แผ่นฟอยด์ด้านนอก กระดาษดร๊าฟ เส้นใยไฟเบอร์กลาสเสริมแรง
(MESH REINFORCEMENT) และแผ่นฟอยด์ด้านใน ส่วนประกอบทั้งหมดยึดติดกันโดย ADHESIVE ตาม
กรรมวิธีของผู้ผลิต คุณสมบัติอื่นๆ เมื่อทดสอบตามมาตรฐาน ASTM วิธีที่ E 84 จะต้องเป็นดังนี้ FLAME
SPREAD INDEX ต้องไม่เกิน 25, SMOKE DEVELOPED INDEX ต้องไม่เกิน 50 ADHESIVE, MASTIC,
CEMENT, TAPE, ใยแก้วและ JACKET ต้องไม่ติดไฟและไม่ลามไฟด้วย
5.7.5.10 ฉนวนหุ้มท่อลมชนิดเซลปิด
(1) ความหนาไม่น้อยกว่า 9, 12, หรือ 25 มม. ตามที่ระบุในแบบ
(2) ความหนาแน่นไม่น้อยกว่า 60 กก./ลบ.ม. (3.75 ปอนด์/ลบ.ฟ.)
(3)
ไม่ลามไฟ
(4) มีค่า สัมประสิทธิ์การนำความร้อนไม่เกิน 0.038 W/M.K (0.27 BTU.IN
/FT² .H.F)
ระบุในแบบ
(5) ฉนวนยางสังเคราะห์ประเภทนี้สามารถหุ้มได้ทั้งภายใน และภายนอกท่อตามที่
5.7.5.11 ฉนวนหุ้มท่อระบายควันจากครัวให้มีคุณสมบัติดังนี้
(1) เป็นแผ่นใยแก้วชนิด HI-TEMPERATURE ที่มีความหนาแน่นไม่น้อยกว่า
75 มม. (3 นิ้ว)
(2) ความหนาแน่นไม่น้อยกว่า 32 KG/M³ (2 LB/FT³)
</image>
<image title="หน้า 153">
ภาพนี้เป็นภาพถ่ายเอกสารที่สแกน มีข้อความภาษาไทยเกี่ยวกับการติดตั้งแผงกรองอากาศ, เกจวัดความดันของแผงกรองอากาศ (Filter Gauge), และระบบควบคุมไฟและควัน (Fire and Smoke Control System) รวมถึงข้อกำหนดและคุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ในการผลิต
(3) ไม่ติดไฟ
(4) ค่าสัมประสิทธิ์การนำความร้อนไม่เกิน 0.08 W/M.K ที่อุณหภูมิเฉลี่ย
200 องศาเซลเซียส (0.56 BTU.IN/FT2. F.HR.ที่อุณหภูมเฉลี่ย 390 F)
(5) ฉนวนใยแก้วต้องยึดติดกับ ALUMINIUM FOIL โดยใช้กาวชนิดไม่ติดไฟ
5.7.5.12 แผงกรองอากาศ
(1) ข้อกำหนดทั่วไป
ก.
ประสิทธิภาพแผงกรองอากาศต้องเป็นตามมาตรฐาน ASHRAE 52-76
ข. ขนาดของแผงกรองอากาศที่ใช้ต้องเป็นขนาดมาตรฐานถอดเปลี่ยนทำ
ความสะอาดได้
ค. ความเร็วลมที่ผ่านแผงกรองอากาศ ต้องไม่เกิน 500 ฟุตต่อนาที หรือตามที่
ระบุไว้ให้เป็นอย่างอื่น
ง. วัสดุที่ใช้ทำแผงกรองอากาศต้องไม่ติดไฟ
(2) แผงกรองอากาศสำหรับเครื่องปรับอากาศขนาดไม่เกิน 60,000 BTU
ให้เป็นไปตามมาตรฐานของผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศแต่ละยี่ห้อ
(3) แผง แผงกรองอากาศสำหรับเครื่องปรับอากาศขนาดมากกว่า 60,000 BTU
ทำด้วยแผ่นอลูมิเนียมถักซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ประสิทธิภาพ 60-65% ARRESTANCE ความหนาไม่น้อยกว่า
2 นิ้ว INITAIL RESISTANCE ไม่เกิน 0.1 IN.WG.
5.7.5.13 FILTER GAUGE
ผู้รับจ้างต้องจัดหาและติดตั้ง INCLINE MANOMETER ชนิด LINEAR SCALE ให้กับ
เครื่องส่งลมเย็นขนาดใหญ่ทุกชุด ที่มีช่วงสเกล 0 – 2.4 นิ้วน้ำ เพื่อใช้เป็น LOCAL INDICATOR วัดความดัน
ลดของแผงกรองอากาศ
5.7.5.14 FIRE AND SMOKE CONTROL SYSTEM (เฉพาะกรณีที่ระบุไว้ในแบบ)
(1) FIRE STAT
เป็น LIMIT CONTROL SNAP ACTING SPST, NORMALLY CLOSED
SWITCH ลักษณะเป็นแผ่น BIMETAL ใช้สำหรับตัดวงจรควบคุมของมอเตอร์เครื่องส่งลมเย็นหรือของ
เครื่องปรับอากาศทั้งชุด เมื่ออุณหภูมิของอากาศที่ผ่านตัวสวิทซ์สูงขึ้นถึงประมาณ 124°F มี MANUAL RESET
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจาก UL ติดตั้งที่ทางด้านลมกลับของเครื่องส่งลมเย็นทุกเครื่อง
(2) FIRE DAMPER
จัดหาและติดตั้ง FIRE DAMPER สำหรับท่อลมที่ทะลุผ่านพื้นและผนังกันไฟและ
สามารถทนไฟได้ไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง FIRE DAMPER จะต้องเป็นไปตามมาตรฐาน NFPA 90A และ UL
STANDARD 181, FUSIBLE LINK ที่ใช้เป็นแบบ 160OF RATING บริเวณที่ติดตั้งจะต้องทำมี ACCESS
DOOR สำหรับเข้าไปตั้งปรับตัว DAMPER ได้
</image>
<image title="หน้า 154">
ภาพนี้เป็นภาพถ่ายเอกสารที่สแกน มีข้อความภาษาไทยเกี่ยวกับการติดตั้งท่อน้ำยาในระบบปรับอากาศ รวมถึงข้อกำหนดเกี่ยวกับสารทนไฟ, ท่อระบายน้ำทิ้ง, การเดินท่อ, ฉนวนหุ้มท่อ, และขนาดของท่อ
(3) สารทนไฟ
เตรียมปลอกท่อสำหรับท่อน้ำ ท่อสายไฟและท่อลมที่ผ่านพื้นและผนังทนไฟ
โดยมีขนาดใหญ่กว่าท่อนั้น 1 ขนาด แล้วเทคอนกรีตปิดโดยรอบนอกปลอกท่อ ส่วนภายในปลอกท่อให้ปิดด้วย
สารทนไฟได้ไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง เช่น HYSOL, EVO-STIK INTUFIL 2 เป็นต้น
5.7.5.15 ท่อระบายน้ำทิ้ง ให้ใช้ท่อ PVC CLASS 8.5 มาตรฐาน มอก.มอก. 17-2523
ขนาดท่อต้องเลือกให้เหมาะสมกับขนาดของเครื่องปรับอากาศ แต่ทั้งนี้ขนาดเล็ก
ต้องไม่เล็กกว่า 34 นิ้ว ในทุกกรณี
5.7.6
การติดตั้ง
5.7.6.1 การติดตั้งท่อน้ำยา
(1) การเดินท่อน้ำยา ท่อต้องอยู่ในแนวขนาน และ/หรือตั้งฉากไปกับตัวอาคารถ้า
เดินผ่านทางเท้าที่มีคนเดิน สายดิน และ/หรือ ถนนให้ทำคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมฝาครอบเหล็กหล่อเพื่อใส่ท่อ
น้ำยา และท่อร้อยสายไฟ ท่อที่เดินทะลุผ่านผนัง คานและพื้นจะต้องมี PIPE SLEEVE ขนาดใหญ่กว่าท่อ (หุ้ม
ฉนวนแล้ว) โดยรอบไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว ช่องว่าง ระหว่างท่อกับ SLEEVE ให้อุดด้วยวัสดุที่ยืดหยุ่นได้ กันน้ำและ
กันไฟลามผ่านได้ เช่น ซิลิโคนท่อต้องมี ANCHORS AND EXPANSION BENDS เพื่อรองรับการขยายตัวของ
ท่อในกรณีที่จำเป็นต้องใช้ FLEXIBLE WOVEN METAL CONNECTOR ต่อเข้ากับคอมเพรสเซอร์เพื่อป้องกัน
ท่อแตก เพราะการสั่นสะเทือน การยึดท่อให้ใช้ปะกับและรางเหล็กอาบสังกะสีชนิดเดียวกับที่ใช้ยึดท่อร้อย
สายไฟฟ้ายึดให้แข็งแรง ท่อที่อยู่ในสถานที่อาจถูกทำลายหรือกระทบให้เสียหายได้ต้องมีการป้องกัน เช่น
มีฝาครอบ เป็นต้น ท่อน้ำยาขนาดไม่เกิน 1-1/4 นิ<page title="155">
155
(4) อุปกรณ์อื่นๆ
ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม (ถ้าไม่มีติดมาพร้อมเครื่องปรับอากาศ)
ทั้งนี้ต้องไม่ขัดกับคำแนะนำของผู้ทำเครื่องอย่างน้อยดังนี้ DRIER, STRAINER, LIQUID SIGHT GLASS,
CHARGING VALVE, SHUT-OFF VALVE, HOT GAS MUFFLER (เฉพาะเครื่องขนาด 100,000 บีทียู ขึ้นไป)
เป็นต้น
5.7.6.2 ท่อลมและฉนวนหุ้มท่อลม
(1) ช่างที่ทำและติดตั้งงานท่อลมสำหรับระบบปรับและระบายอากาศต้องเป็นผู้มี
ฝีมือดีและได้รับการเห็นชอบด้านผลงานจากผู้ว่าจ้าง
(2) ขนาดของท่อลมต้องตามที่ระบุไว้ในแบบ รอยต่อของท่อลมแต่ละท่อนต้อง
แน่นสนิทลมไม่สามารถรั่วออกได้
(3) ต้องต่อยึดติดกับโครงสร้างของอาคารอย่างแข็งแรงปราศจากการสั่นสะเทือน
ในทุกสภาวะการใช้งาน
(4) ท่อส่งลมเย็นและท่อลมกลับต้องหุ้มทับด้วยฉนวนกันความร้อนรอยต่อและ
แนวตะเข็บของท่อลมทุกท่อนให้ใช้ SILICONE อุดให้ทั่วไม่ให้มีการรั่วของลมก่อนหุ้มทับด้วยฉนวน
(5) การยึดแผ่นฉนวนกับท่อลม ให้ใช้ NON-FLAMMABLE ADHESIVE ทาลงบน
ท่อลม ก่อนนำแผ่นฉนวนหุ้มทับ ให้ยึดเสริมป้องกันการ SAGGING ด้วย PIN และ LOCKING WASHER ซึ่งยึด
ติดท่อลมด้วย SYNTHETIC ELASTOMER ADHESIVE ระยะห่างระหว่าง PIN กับ PIN ไม่เกิน 12 นิ้ว สำหรับ
ท่อตรงและไม่เกิน 3 นิ้วสำหรับข้อต่อ ปิดทับรอยต่อของฉนวนและ LOCKING WASHER ด้วย ALUMINIUM
TAPE กว้างไม่น้อยกว่า 3 นิ้วและใช้ ALUMINIUM SHEET ความกว้างไม่น้อยกว่า 1/2 นิ้ว พร้อมปลอกรัดรัด
รอบฉนวนอีกทีทุกระยะ 1 เมตร
5.7.6.3 การติดตั้งแฟนคอล์ยูนิต
(1) การติดตั้งบนพื้นหรือผนัง แฟนคอล์ยต้องตั้งบนพื้นโดยมีขาเหล็กรองเครื่อง ให้
มีที่วาง ที่ว่างใต้เครื่องไม่น้อยกว่า 300 มม. หรือตามที่ผู้ทำเครื่องกำหนด ขาเหล็กให้มีแผ่นยางหรือวัสดุอื่นรอง
เพื่อกันน้ำขังใต้ขาให้ยึดขาติดกับพื้นห้องด้วย สำหรับการติดตั้งเครื่องแฟนคอลย์บนผนัง ระดับความสูงที่ติดตั้ง
จะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง และติดตั้งจะต้องปฏิบัติตามข้อแนะนำของผู้ทำเครื่องโดยเคร่งครัด
(2) การติดตั้งแขวนจากเพดาน ให้ยึดด้วยโครงเหล็กติดกับพื้นของชั้นบนโดยตรง
โดยใช้สลักเกลียว และแป้นเกลียว หรือใช้ EXPANSION BOLTS ซึ่งสามารถรับน้ำหนักเครื่องได้อย่างปลอดภัย
และมี VIBRATION ISOLATOR ตามประเภทที่กำหนด
(3) ท่อน้ำทิ้ง ให้ต่อท่อน้ำทิ้งจากถาดรองน้ำของแฟนคอล์ยเชื่อมต่อเข้าระบบท่อ
ระบายน้ำทิ้งจากเรื่องปรับอากาศ หรือท่อระบายน้ำที่ใกล้ที่สุดตรงจุดที่ต่อออกจากเครื่องต้องมีข้องอเพื่อดัก
กลิ่น/ผงและเปิดออกทำความสะอาดได้ง่าย ท่อน้ำทิ้งให้ใช้ท่อพีวีซี ตามมาตรฐาน มอก. 17-2523 ประเภท 8.5
การยึดติดกับผนัง ฯลฯ ให้ใช้ประกับเหล็กอาบสังกะสี หรืออลูมิเนียมชนิดสำหรับใช้รัดท่อร้อยสายไฟฟ้า
</page>
<page title="156">
156
5.7.6.4 การติดตั้ง AHU
(1) กรณีติดตั้งบนพื้นต้องติดตั้งบนฐานแท่น คสล. สูง 10 ซม. และมีอุปกรณ์
รองรับการสั่นเสทือนตามชนิดที่ระบุ
(2) ติดตั้งแผงกรองอากาศ ตามแบบและชนิด ที่ได้ระบุไว้ในแบบ
(3) ติดตั้ง FILTER GAUGE กับแผงกรองอากาศของ AHU ทุกชุด
(4) ท่อน้ำทิ้ง ให้ต่อท่อน้ำทิ้งจากถาดรองน้ำของแฟนคอล์ยเชื่อมต่อเข้าระบบท่อ
ระบายน้ำทิ้งจากเรื่องปรับอากาศ หรือหาท่อระบายน้ำที่ใกล้ที่สุด ตรงจุดที่ต่อออกจากเครื่องต้องมีข้องอเพื่อ
ดักกลิ่น/ผงและเปิดออกทำความสะอาดได้ง่าย ท่อน้ำทิ้งให้ใช้ท่อพีวีซี ตามมาตรฐาน มอก. 17-2523 ประเภท
8.5 การยึดติดกับผนัง ฯลฯ ให้ใช้ประกับเหล็กอาบสังกะสี หรืออลูมิเนียมชนิดสำหรับใช้รัดท่อร้อยสายไฟฟ้า
(5) ภายในห้องเครื่อง AHU ต้องติดตั้งก็อกจ่ายน้ำประปา พร้องช่องระบายน้ำที่พื้น
5.7.6.5 การติดตั้งคอนเดนซิ่งยูนิต
(1) การติดตั้งบนทางเท้า หรือถนนให้ทำฐานคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดสูงไม่น้อย
กว่า 150 มม. จากระดับพื้นที่ติดตั้ง ขนาดฐานใหญ่ไม่น้อยกว่าขนาดของคอนเดนซิ่งยูนิต หรือทำฐานเฉพาะ
แต่ละขาของเครื่องก็ได้ ผิวให้ฉาบปูนขัดมันให้เรียบ ขาเครื่องทุกขาต้องยึดติดกับฐานด้วยสลักเกลียวฝังใน
ฐานและใช้แป้นเกลียวยึดติด และต้องแต่งผิวฐานเพื่อไม่ให้น้ำขังค้างอยู่ที่ขาส่วนที่เป็นเหล็กได้
(2) การติดตั้งบนพื้นดิน ให้ทำบนคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่ตลอดใต้เครื่องและ
โตกว่าเครื่องไม่น้อยกว่า 500 มม. โดยรอบทุกด้าน ฐานสูงกว่าระดับดินไม่น้อยกว่า 200 มม. ฐานต้องทาสีให้
เหมาะสมกับสภาพดิน และสามารถรับน้ำหนักเครื่องได้โดยไม่ทรุด
(3) การติดตั้งบนหลังคา กันสาด หรือระเบียง เครื่องต้องตั้งอยู่บนเหล็กรูปตัวไอ
หรือตัวซี เพื่อเฉลี่ยน้ำหนักยึด ขาเครื่องทุกขาให้ติดแน่นกับเหล็กโดยใช้สลักเกลียวและแป้นเกลียวตัวเหล็กซีให้
ยึดติดกับพื้นหลังคา หรือกันสาดด้วย ก่อนการติดตั้งให้ปรึกษาผู้ว่าจ้างก่อนถ้าหากพื้นหลังคา กันสาด หรือ
ระเบียบ สามารถรับน้ำหนักได้ โดยไม่ต้องมีเหล็กรับเพื่อเฉลี่ยน้ำหนักก็ให้ยึดขาเครื่องติดกับพื้นได้ โดยทำฐาน
คอนกรีตเพิ่มขึ้นสำหรับแต่ละขา ทั้งนี้ต้องป้องกันไม่ให้น้ำขังค้างใต้ขาเครื่อง
(4) กรณีพื้นที่ที่ติดตั้งเครื่องคอนเดนซิ่งมีจำกัด จำเป็นต้องติดตั้งเครื่องซ้อนกันเป็น
ชั้นๆ และ/หรือ ในบริเวณที่ที่มีผนังปิดรอบ ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบแบบก่อสร้างที่เกี่ยวข้อง และจัดทำ
SHOP DRAWING แสดงรายละเอียด โครงเหล็ก การติดตั้งเครื่อง ขนาด ช่องลมเข้าและช่องระบายลมร้อน
เพื่อขออนุมัติต่อผู้ว่าจ้างก่อนดำเนินการ เพื่อให้สามารถจัดเตรียมงานติดตั้งที่จำเป็นไปพร้อมๆกับงานก่อสร้าง
ได้เครื่องที่ติดอยู่ชั้นบน จะต้องมีโครงเหล็กรองรับอย่างมั่นคงแข็งแรงไม่โคลงหรือสั่นสะเทือน ให้ยึดขาเครื่อง
กับโครงเหล็กโดยมี VIBRATION ISOLATOR รองรับและยึดโครงเหล็กกับฐาน หรือพื้นคอนกรีตให้เรียบร้อย
ทั้งนี้การซ่อมบำรุงเครื่องจะต้องจัดให้สามารถนำเครื่องเข้าออกได้ทางด้านข้างหรือด้านหลังโดยไม่มีผลกระทบ
ต่อเครื่องอื่นๆ
</page>
<page title="157">
157
5.7.6.6 การติดตั้งท่อระบายน้ำทิ้ง
(1) การเดินท่อระบายน้ำทิ้ง ท่อต้องอยู่ในแนวขนาน และ/หรือตั้งฉากไปกับ
ตัวอาคาร ท่อที่เดินทะลุผ่านผนัง คานและพื้นจะต้องมี PIPE SLEEVE ขนาดใหญ่กว่าท่อ (หุ้มฉนวนแล้ว)
โดยรอบไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว ช่องว่าง ระหว่างท่อกับ SLEEVE ให้อุดด้วยวัสดุที่ยืดหยุ่นได้ กันน้ำและกันไฟลาม
ผ่านได้ เช่น ซิลิโคน
(2) ความลาดเอียงของท่อจะต้องให้เกิดการไหลได้สดวก แต่ต้องไม่น้อยกว่า
1: 100 ในทุกกรณี
(3) ท่อระบายน้ำทิ้งท่อเดินผ่านบริเวณที่ไม่มีการปรับอากาศ หรือเดินผ่านห้องปรับ
อากาศแต่มีโอกาสหยุดเดินเครื่องปรับอากาศ จะต้องหุ้มด้วยฉนวนแบบเซลปิดความหนาไม่น้อยกว่า 12 นิ้ว
หรือตามที่ระบุในแบบ ยกเว้นท่อที่เดินในแนวดิ่ง และฝังภายในผนังปูน
5.8 อุปกรณ์ไฟฟ้า
5.8.1
ข้อกำหนดทั่วไป
ต่อไปนี้
ผู้รับจ้างงานปรับอากาศและระบายอากาศต้องรับผิดชอบในการจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า
5.8.1.1 มอเตอร์สำหรับเครื่องส่งลมเย็น พัดลม DAMPER และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบ
ปรับและระบายอากาศ
5.8.1.2 เครื่องช่วยในการเริ่มเดิน (STARTER) สำหรับมอเตอร์ที่ระบุในข้างต้น
5.8.1.3 แผงควบคุมและแผงจ่ายไฟใหญ่ (A/C CONTROL BOARD AND SWITCHBOARD)
สำหรับระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ภายในห้องเครื่องและที่อื่นๆตามที่ระบุในแบบ
5.8.1.4 สายไฟควบคุม (CONTROL WIRING) สำหรับระบบปรับอากาศและระบายอากาศ
ทั้งหมด
5.8.1.5 อุปกรณ์ควบคุม (CONTROL DEVICE) สำหรับควบคุมสภาวะที่ต้องการภายในห้อง
โดยอัตโนมัติ
5.8.1.6 อุปกรณ์ควบคุมต่างๆ (REMOTE CONTROL AND MONITORING) ของระบบปรับ
อากาศและระบายอากาศพร้อมเดินสายควบคุมให้เรียบร้อยไปที่ A/C CONTROL BOARD ภายใน CONTROL
ROOM ทำการเดินสายไฟโดยร้อยในท่อร้อยสายจากสวิทช์ตัดตอนอัตโนมัติหรือสวิทซ์ตัดตอนธรรมดา ซึ่งผู้รับ
จ้างไฟฟ้าได้จัดเตรียมไว้ภายในห้องเครื่องส่งลมเย็นทุกห้องหรือที่ใกล้เคียงเข้าแผงสวิทช์จ่ายไฟเฉพาะแห่งของ
ระบบปรับอากาศ (LOCALIZED A/C SWITCHBOARD) สำหรับมอเตอร์เครื่องส่งลมเย็นทุกเครื่อง
</page>
<page title="158">
158
5.8.1.7 อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชิ้นต้องเป็นของใหม่ และอยู่ในสภาพดี เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นตาม
มาตรฐาน NEMA หรือ IEC ได้รับการรับรองโดยสถาบันที่ผู้รับจ้างยอมรับและเหมาะสมสำหรับใช้กับระบบ
ไฟฟ้าที่กำหนดให้ใช้ ณ สถานที่ติดตั้ง
5.8.2
มอเตอร์
5.8.2.1 เป็นของใหม่ที่ได้รับการออกแบบตามมาตรฐาน IEC
5.8.2.2 มอเตอร์ทุกเครื่องที่ใช้ขับเคลื่อนอุปกรณ์ต่างๆ ต้องมีกำลังเพียงพอที่จะขับอุปกรณ์
ดังกล่าวมีสมรรถนะตามที่กำหนด โดยไม่เกินสมรรถนะที่ปรากฏบนแผ่น NAMEPLATE ของมอเตอร์
5.8.2.3 เป็นชนิดที่เหมาะสมกับการใช้งานต่อเนื่องโดยยึดถืออุณหภูมิของอากาศโดยรอบ
เท่ากับ 40OC เป็นเกณฑ์
5.8.2.4 ต้องเป็นชนิดมีแรงปิด-เปิด (NORMAL TORQUE) ใช้กระแสไฟฟ้าน้อยตอนเริ่มเดิน
(LOW STARTING CURRENT) และ LOW SLIP ขณะใช้งาน โดยถือว่า SYNCHRONOUS SPEED เป็น1,500
รอบต่อนาที เว้นแต่จะได้ระบุเป็นอย่างอื่นๆ
5.8.2.5 สำหรับชนิดที่มีขนาดเล็กกว่า 1 แรงม้า ต้องเป็นแบบ SPLIT-PHASE สามารถใช้กับ
ระบบไฟ 1PH/220V/50HZ ได้ ส่วนชนิดที่มีขนาดใหญ่กว่า 1 แรงม้าขึ้นไป ต้องเป็นแบบ SQUIRREL CAGE
และใช้กับระบบไฟ 3PH/380V/50HZ หรือตามระบบไฟฟ้าของอาคาร
เหมาะสม
5.8.2.6 มอเตอร์ทุกเครื่องเมื่อติดตั้งเสร็จแล้วจะต้องต่อสายดินเข้ากับระบบต่อลงดินที่
5.8.2.7 มอเตอร์ของ DAMPER และระบบควบคุมอื่นๆ ต้องเป็นชนิดที่ได้รับการออกแบบให้
เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละประเภทตามมาตรฐานของผู้ผลิต การติดตั้งต้องมีหม้อแปลง
(TRANSFORMER) ขนาดพอเหมาะกับความต้องการ
5.8.3
เครื่องช่วยเริ่มเดินของมอเตอร์ (MOTOR STARTER)
5.8.3.1 เครื่องช่วยการเริ่มเดินแบบ AC MANUAL FULL-VOLTAGE
5.8.3.2 ใช้สำหรับมอเตอร์ที่มีขนาดเล็กกว่า 1 แรงม้า ประกอบด้วย MANUALLY
OPERATED TOGGLE SWITCH พร้อม THERMAL และ OVERCURRENT PROTECTION ติดตั้งภายใน
GENERAL PURPOSE ENCLOSURE
5.8.3.3 เครื่องช่วยการเริ่มเดินแบบ AC MAGNETIC FULL-VOLTAGE ACROSS-THE-LINE
5.8.3.4 สำหรับระบบไฟฟ้า 380V/3PH ใช้กับมอเตอร์ขนาด 5 แรงม้าหรือต่ำกว่า เครื่อง
ควบคุม (CONTROLLER) ซึ่งติดตั้งภายในตู้อเนกประสงค์ (GENERAL PURPOSE) กันน้ำได้ หรือในแผงสวิทช์
จ่ายไฟต้องประกอบด้วย สวิทช์เลือก (SELECTOR SWITCH) ที่สามารถบิดไปยังตำแหน่ง “ควบคุมด้วยมือ-ปิด-
อัตโนมัติ” (HAND-OFF-AUTOMATIC) ตามต้องการได้ นอกจากนี้จะต้องมี REMOTE PUSH BUTTON
สำหรับการควบคุมจากระยะไกล (REMOTE CONTROL) ได้อีกด้วย เครื่องช่วยการเริ่มเดินนี้ต้องมี THERMAL
</page>
<page title="159">
159
OVERLOAD และ MAGNETIC SHORT CIRCUIT PROTECTION สำหรับสายเฟสทุกเส้น สามารถต่อ
INTERLOCK SWITCH ได้ไม่น้อยกว่า 4 ตัว
5.8.3.5 เครื่องช่วยการเริ่มเดินแบบ AC MAGNETIC REDUCED VOLTAGE
5.8.3.6 สำหรับมอเตอร์ขนาด 7.5 แรงม้าหรือใหญ่กว่าที่ใช้ระบบไฟ 380V/50HZ เป็นแบบ
WYE-DELTA พร้อม OVERLOAD RELAY และ HOLDING INTERLOCK PROTECTION
5.8.4
สวิทช์ตัดตอน (DISCONNECTING SWITCH)
ในกรณีที่ตำแหน่งของมอเตอร์อยู่ห่างไกลจากเครื่องควบคุม (CONTROLLER) จนมิอาจมองเห็น
ได้ระยะ (OUT-OF-SIGHT) ตามความหมายของ NEC ผู้รับจ้างต้องจัดหาสวิทช์ตัดตอนควบคุมด้วยมือ
(MANUAL OPERATED SWITCH) สำหรับตัดไฟที่ไปป้อนมอเตอร์ตัวนั้นไว้ใกล้ๆ อุปกรณ์ชนิดใดที่ติดตั้งใน
ระยะไกลและต่อพ่วง (INTERLOCK) กับวงจรควบคุมของมอเตอร์ อาจใช้ SNAP SWITCH แบบใช้มือโยกติดไว้
ใกล้อุปกรณ์ชิ้นนั้นก็ได้
5.8.5
แผงสวิทช์ควบคุมและแผงจ่ายไฟ สำหรับระบบปรับอากาศ
5.8.5.1 แผงสวิทช์จ่ายไฟ (SWITCH BOARD)
มีลักษณะเป็นตู้โลหะชนิดตั้งพื้นหลายๆ ใบ ยึดติดกันด้วยสกรูและน็อต ตู้ออกแบบ
สำหรับใช้ระบบไฟฟ้า 380V/3PH/50HZ สามารถทนแรงดันไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 600 โวลท์ได้โดยปลอดภัย โครง
ตู้ทำด้วยเหล็กฉากเชื่อมติดกันเพื่อเสริมความแข็งแรง บานประตูด้านหน้าเป็นแบบเปิดได้ โดยใช้บานพับชนิด
ซ่อนรูป (HIDDEN HINGE) เปิดปิดได้โดยใช้กุญแจหกเหลี่ยม ฝาตู้ทุกด้านต้องทำเป็นแบบถอดได้ สามารถเข้า
ไปตรวจบำรุงรักษาสายไฟและบัสบาร์ได้โดยสะดวก มีบานเกล็ดระบายอากาศตามความจำเป็น ผนังตู้ทั้งหมด
ให้ใช้แผ่นเหล็กกล้าหนาไม่น้อยกว่า 1.5 มม. และชิ้นส่วนที่เป็นเหล็กจะต้องทาสีรองพื้นไม่น้อยกว่า 2 ชั้น ส่วน
ผิวผนังด้านนอกให้ทา PEARL GRAY LACQUER ทับอีกชั้นหนึ่งให้สวยงาม ภายในตู้ทุกใบต้องมีที่ว่างพอที่จะ
ร้อยสายเข้าออกได้ทางด้านบน สามารถเดินสายไฟ ติดตั้งเครื่องวัดอุปกรณ์ควบคุม บัสบาร์กำลัง (POWER
BUS) และบัสบาร์ดิน (GROUND BUS) พร้อมฉนวนได้
5.8.5.2 บัสบาร์ (BUS BAR)
เป็นแท่งทองแดงยาวตลอด สามารถทนกระแสได้ไม่น้อยกว่าที่กำหนดที่ระบบไฟฟ้า
380V/ 3PH ขนาดของบัสศูนย์เท่ากับบัสกำลัง (FULL NEUTRAL) ตัวบัสยึดติดกับแผงสวิทซ์ทางตอนบน
สามารถทนกระแสอันเกิดจากการลัดวงจรได้ 30KA RMS ASYMMETRICAL การจัดวางบัสต้องห่างจากราง
สายไฟและบริเวณที่ต้องซ่อมบำรุงรักษาพอสมควร
5.8.5.3 การต่อสายไฟเข้าแผงสวิทช์ (INCOMING CIRCUIT)
การร้อยสายไฟเข้าตู้ให้เข้าทางตอนบนเท่านั้น ปลายสายต่อเข้ากับสวิทช์ตัดตอน
อัตโนมัติเมนของตัวแผง (MAIN AUTOMATIC BREAKER) การต่อลงดินให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางไฟฟ้า
</page><page title="160">
160
5.8.5.4 สวิทช์ตัดตอนอัตโนมัติของสายป้อน (FEEDER CIRCUIT BREAKER)
ต้องเป็นแบบ ADJUSTABLE OVERLOAD TRIP AND INSTANTANEOUS SHORT
CIRCUIT TRIP สวิทช์ตัดตอนอัตโนมัติที่ใช้ต้องเป็นของผู้ผลิตเดียวกันเป็นชนิด MOLDED CASE ทำด้วยฉนวน
สามารถทนกระแสไฟลัดวงจรได้ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนดไว้แต่ไม่ต่ำกว่า 5 KA ที่
380V โดยไม่ต้องใช้ฟิวส์ป้องกัน หากมีความจำเป็นต้องใช้ฟิวส์ จะต้องใช้ฟิวส์แบบที่สามารถตัดสวิทช์ตัดตอน
อัตโนมัติได้เอง ในกรณีที่ฟิวส์อันใดอันหนึ่งขาด โดยจัดให้มี CONTROL POWER SUPPLY ตามที่จำเป็น ส่วน
ขนาดทริปคอยล์ต้องเหมาะสมกับภาวะการใช้ไฟฟ้าที่แท้จริงของอุปกรณ์ต่าง ๆ
5.8.5.5 INDICATING INSTRUMENT
ที่บานประตูหน้าแผง ผู้รับจ้างต้องติดตั้งอุปกรณ์ต่อไปนี้
(1) หลอดไฟสัญญาณ 3 ดวง สำหรับแสดงว่าไฟมาป้อนเข้าแผงครบเฟส
(2) โวลท์มิเตอร์ที่สามารถอ่านค่าได้ระหว่าง 0-500 โวลท์ พร้อมสวิทช์เลือก
สำหรับวัดค่าความต่างศักย์แต่ละเฟส
(4) แอมป์มิเตอร์ที่มีช่วงวัดพอเหมาะพร้อมสวิทช์เลือกและCURRENT
TRANSFORMER สำหรับวัดค่ากระแสไฟในสายแต่ละเส้น
5.8.5.6 PUSH BUTTON และหลอดไฟสัญญาณ
ซึ่งแสดงว่าเครื่องกำลังทำงานอยู่ สำหรับอุปกรณ์ที่มีความสำคัญ รวมทั้งเครื่องส่งลม
เย็นขนาดใหญ่ทุกเครื่อง
5.8.5.7 หม้อแปลงวงจรควบคุม (CONTROL TRANSFORMER)
ต้องเป็นชนิด DRY TYPE SEPARATE WINDING ใช้กับระบบไฟ 1PH/50HZ ติดตั้ง
พร้อม สวิทช์ตัดตอนอัตโนมัติทางด้าน PRIMARY
5.8.5.8 หม้อแปลงของระบบไฟสัญญาณ (LIGHTING TRANSFORMER)
ถ้าจำเป็นต้องติดตั้งให้ใช้ชนิด DRY TYPE
5.8.5.9 ป้ายชื่อ (NAMEPLATE)
ป้ายชื่อของอุปกรณ์ทุกชนิด ต้องเป็นแบบพลาสติกสีดำอัดแข็ง
แกะสลักอักษรตัวใหญ่สีขาวขนาดตามที่จะพิจารณาอนุมัติ
5.8.5.10 แผงสวิทช์จ่ายไฟเฉพาะแห่ง (LOCALIZED A/C SWITCHBOARD)
(PHENOLIC)
แผงสวิทช์สำหรับควบคุมการทำงานของมอเตอร์ติดตั้งกระจัดกระจายตามที่ต่างๆนั้น
ต้องมีการออกแบบให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การใช้งาน ตัวตู้ต้องเป็นแบบ GENERAL PURPOSE หรือแบบ
กันน้ำได้ (WATER TIGHT) ขนาดแผงต้องมีขนาดพอเหมาะที่จะบรรจุเครื่องช่วยการเริ่มเดินของมอเตอร์
(MOTOR STARTER) พร้อมวงจร INTERLOCK และวงจรควบคุมจากระยะไกล (REMOTELY CONTROL
CIRCUIT) และปุ่มกดปิด-เปิด (PUSH BUTTON) TOGGLE SWITCH หลอดไฟสัญญาณสีแดงซึ่งแสดงว่า
มอเตอร์กำลังทำงาน บานประตูหน้าแผงต้องติดแผ่นป้ายบอกชื่ออุปกรณ์ทุกชนิด
</page>
<page title="161">
161
5.8.6 การติดตั้ง
5.8.6.1 การเดินสายไฟวงจรควบคุม (CONTROL WIRING)
สายไฟที่ใช้ต้องเป็นชนิด มอก. 838-2531 70°C ขนาดไม่เล็กกว่า 1.5 ตร.มม.
ฉนวนหุ้มสายมีหลายสีเพื่อใช้เป็นรหัสสาย สายทั้งหมดต้องร้อยในท่อ EMT หรือ IMC จำนวนสูงสุดที่ร้อยได้ใน
ท่อแต่ละขนาดต้องเป็นไปตามที่ระบุใน NEC บริเวณใดที่จำเป็นต้องทำการบำรุงรักษา ผู้รับจ้างต้องร้อยสายใน
ท่อชนิดอ่อน (FLEXIBLE CONDUIT) หรือติดตั้งสวิทช์ตัดตอนไว้ตามความจำเป็น
5.8.6.2 การเดินสายไฟกำลัง (POWER WIRING)
(1) สายไฟกำลังต้องเป็นชนิด มอก. 11-2531 ตัวนำแกนเดียว ฉนวนสามารถทน
แรงดันไฟฟ้าได้ 750 โวลต์ ขนาดสายต้องทนกระแสไฟฟ้าได้ตาม NEC แต่ไม่น้อยกว่า 125% ของกระแสสูงสุด
ที่อุณหภูมิ 40 °C และแรงดันไฟฟ้าต้องตกไม่เกิน 2% ที่กระแสไฟฟ้าสูงสุดโดยวัดจากแผง A/C POWER
DISTRIBUTION BOARD
(2) สายไฟฟ้าที่เดินภายในอาคารให้ร้อยในท่อชนิดบาง (EMT) หรือท่อโลหะชนิด
อ่อน (FLEXIBLE METALLIC CONDUIT) ที่สามารถกันน้ำได้
(IMC)
(3) ส่วนสายไฟที่เดินฝังในคอนกรีตหรืออยู่ภายนอกอาคารให้ร้อยในท่อชนิดกลาง
(4) ต้องทำตามกฎของการไฟฟ้านครหลวง มาตรฐานควบคุมการก่อสร้างและติดตั้ง
ไฟฟ้าของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และ US, NEC โดยถือฉบับล่าสุดเป็นหลัก ผู้รับจ้างต้องแก้ไขงานที่
ทำผิดกฎต่างๆ ดังกล่าวให้ถูกต้องโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มทั้งสิ้น
5.9 การทาสีและพ่นสี
5.9.1 ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ทุกชนิดตามมาตรฐานของผู้ผลิต จะต้องพ่นสีเสร็จเรียบร้อยจาก
โรงงาน ผิวส่วนใดที่เสียหายหรือบุบ จะต้องซ่อม และตบแต่งให้สวยงามเข้ากับสีเดิม
5.9.2 ทาสีหรือพ่นสีในสถานที่ติดตั้ง (FIELD PAINTING) ของผิวของวัสดุและอุปกรณ์ ต่อไปนี้
(1) ที่รองรับที่ประกอบขึ้นใช้เอง (SHOP FABRICATED SUPPORT)
ท่อร้อยสายไฟส่วนที่มองเห็นได้ (EXPOSED CONDUIT)
(2)
5.9.3 การเตรียมพื้นผิว (SURFACE PREPARATION)
เนื้อโลหะส่วนที่จะทาสี ต้องทำความสะอาดเพื่อขจัดขี้สนิมและสิ่งสกปรกต่างๆออกให้
หมดก่อน โดยใช้แปรงลวดขัด หลังจากนั้นจึงค่อยทาสีรองพื้นชนิดกันสนิมสำหรับเหล็กลงไปชั้นหนึ่ง เพื่อให้สี
จริงที่มิใช่สารพวก ASPHALT VARNISH จับได้ง่ายขึ้น ระวังมิให้เนื้อโลหะถูกับพื้นดิน มิฉะนั้นสีที่พ่นหรือทาไป
แล้ว จะเปื้อนสกปรกหรือเสื่อมคุณสมบัติได้ การทาสีโลหะที่ชุบด้วยสังกะสี ต้องใช้สารละลายทำความสะอาด
ก่อน แล้วค่อยใช้ VINYLE TYPE WASH COAT
</page>
<page title="162">
162
5.10 ป้ายชื่อ (IDENTIFICATION)
เครื่องมือวัดและอุปกรณ์ (Instrument and equipment) ผู้รับจ้างต้องจัดทำป้ายชื่อติดไว้ข้างใต้เกจ
เทอร์โมมิเตอร์ มาตรวัด หลอดไฟสัญญาณ remote control switch, motor controller และอื่นๆ เพื่อ
แสดงชื่อการใช้งานตามที่ปรากฏใน flow diagram แผ่นป้ายต้องทำด้วยพลาสติกอัดสีดำ (Phenolic)
แกะสลักตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวใหญ่ตามที่พิจารณาเห็นชอบ การยึดแผ่นป้ายให้ใช้สกรู
5.11 การปรับสมดุล และการทดสอบระบบลม
5.11.1
ข้อกำหนดทั่วไป
(1) ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นและเหมาะสมทั้งหมด เพื่อใช้วัด
ปริมาณลม แรงดันไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า ความเร็วรอบพัดลม ความดันสถิต ความเร็วลม ความดันตกคร่อม
แรงดันน้ำยาและค่าอื่นๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในการประเมินสมรรถนะของระบบ การปรับแต่งปริมาณต่างๆ
ให้เป็นไปตามที่ต้องการและเพื่อการทดสอบระบบ
(2) ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหา บำรุงรักษา และเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายต่างๆทั้งหมด ได้แก่
อุปกรณ์เครื่องมือวัดและดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของผู้ดำเนินการทดสอบ
(3) ในการปรับแต่งหรือปรับสมดุลขั้นสุดท้าย อุปกรณ์หรือระบบจะต้องทำงานใน
สภาวะและสมรรถนะตามที่ระบุในแบบหรือในรายการข้อกำหนด
(4) ให้ถอดเปลี่ยนหรือถอดซ่อมอุปกรณ์ระบบหรืองานที่ตรวจพบความผิดปกติใน
ระหว่าง ทำการทดสอบการปรับสมดุลและการทดสอบระบบลม ให้เริ่มทำการทดสอบ เมื่อระบบได้รับการ
ติดตั้งอย่างสมบูรณ์ครบถ้วนแล้ว และให้ดำเนินการทดสอบเต็มรูปแบบและต่อเนื่องตลอดวันทำการทดสอบ
5.11.2
รายงานการปรับสมดุลและสมรรถนะที่ได้จากการทดสอบ
จัดส่งรายงานการประเมินผล การปรับสมดุลระบบลมทั้งระบบที่ผ่านการอนุมัติจากวิศวกร
ควบคุมงาน จำนวนสาม 3 ชุด รายงานผลการทดสอบดังกล่าวต้องประกอบด้วยหัวข้อข้างล่างนี้เป็นอย่างน้อย
5.11.3
รายงานการปรับสมดุลและการทดสอบด้านลม
5.11.3.1 เครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ เครื่องปรับอากาศขนาดเล็ก พัดลม ประกอบด้วย
ข้อมูลการติดตั้งดังนี้
ก. ชื่อผู้ผลิตและรุ่นเครื่อง
ข. ขนาด
ค.
ง.
จ.
การจัดวางเครื่อง ด้านลมจ่ายและระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์
ขนาดแรงม้ามอเตอร์ แรงคันไฟฟ้า ความถี่ เฟสและกระแสไฟฟ้าที่ภาระสูงสุด
ตำแหน่งติดตั้งและข้อมูลจำเพาะต่างๆ
ฉ. ข้อมูลออกแบบของอุปกรณ์ทั้งหมดตามที่ระบุใน EQUIPMENT SCHEDULE,
DRAWING และ SPECIFICATION
</page>
<page title="163">
163
5.11.3.2 ข้อมูลการทดสอบพัดลม ดังนี้ (ทั้งที่อัตราการไหลสูงสุดและต่ำสุด )
ก.
ปริมาณลม
ข. ความดันสถิตย์ด้านดูดและด้านจ่ายของพัดลมทุกเครื่อง
ค.
ความเร็วรอบ (RPM)
ง.
กระแสไฟฟ้าขณะใช้งานของมอเตอร์
จ.
แรงม้าเบรคขณะใช้งานของมอเตอร์ (หน่วย WATTS หรือ KW)
5.11.3.3 ข้อมูลการทดสอบระบบส่งลม ดังนี้
ก. ปริมาณลมในท่อที่อัตราการไหลสูงสุดและต่ำสุดที่ท่อลมหลัก ท่อลมรอง ท่อลม
กิ่ง ปริมาณอากาศบริสุทธิ์ ปริมาณลมทั้งหมด ปริมาณอากาศระบาย
ข.
ขนาดท่อลม
ค. จำนวนจุดวัดความดัน
ง. ผลรวมความเร็วลมสุทธิ (หมายเหตุ ไม่ควรเพิ่มความดันที่วัดได้)
จ. ความเร็วลมเฉลี่ย
ฉ. ปริมาณลมที่วัดได้จากการทดสอบ
ช. ปริมาณลมที่ออกแบบ
ซ. อุณหภูมิห้องภายใต้สภาวะการใช้งานจริง (ขณะเปิดไฟแสงสว่าง) และที่
อุณหภูมิภายนอกในฤดูร้อนสำหรับระบบปรับอากาศ
5.11.3.4 ข้อมูลอุปกรณ์ขับเคลื่อนอากาศ ดังนี้
และจำนวนที่ออกแบบ
ก. หมายเลขเครื่องดูดอากาศหรือจ่ายอากาศ ตำแหน่งติดตั้งหรือพื้นที่ใช้ งาน
ข. ชนิด ขนาด ผู้ผลิตและแคตตาล็อคแสดงข้อมูลจำเพาะ
ความเร็วลมที่ออกแบบและที่บันทึกได้ ความเร็วที่ STATE CORE ความเร็วที่
ค. การประยุกต์แฟคเตอร์การใช้งาน ความเร็ว พื้นที่ และพื้นที่ที่ออกแบบ
ง.
ทางเข้า เป็นต้น
จ.
5.11.4
ปริมาณลมที่ออกแบบและที่วัดได้
ฉ. ตำแหน่ง DEFLECTOR VANE หรือ DIFFUSER CONE ที่ปรับตั้ง
การทดสอบเบื้องต้นโดยผู้รับจ้าง
5.11.4.1 ก่อนที่จะเดินเครื่องหรือระบบใดๆก็ตาม ให้ตรวจสอบทั้งระบบให้ทั่วก่อนว่าได้ ล้าง
และทำความสะอาดระบบหรือไม่ อุปกรณ์ต่างๆติดตั้งอย่างถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ ระบบต่างๆของเครื่อง
พร้อมใช้งานหรือไม่ โดยให้ยึดถือปฏิบัติตามคู่มือจากโรงงานผู้ผลิต
</page>
<page title="164">
164
5.11.4.2 ตรวจสอบระบบหล่อลื่นลูกปืนต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายจาก
OVERLUBRICATION และ BLOWING OUT SEAL พร้อมทั้งตรวจสอบการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ผู้รับจ้างต้อง
ดำเนินการแก้ไขอุปกรณ์ที่เสียหายโดยการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่ ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจาก
ผู้ว่าจ้างก่อน
5.11.4.3 ภายหลังจากดำเนินการตามข้างต้นแล้ว ให้ผู้รับจ้างถอดทำความสะอาดแผงกรอง
อากาศหรือเปลี่ยนชิ้นใหม่ก่อนที่จะดำเนินการทดสอบ
5.11.4.4 ผู้รับจ้างต้องทำความสะอาดท่อทั้งระบบให้ปราศจากสิ่งสกปรก สิ่งแปลกปลอม
จัดเตรียมท่อ BYPASS ชั่วคราวที่คอยล์น้ำทุกเครื่อง เพื่อป้องกันสิ่งแปลกปลอมจากการล้างระบบท่อจะเข้าไป
อุดตันในคอยล์และให้ทำความสะอาดตัว STRAINER และวาล์วทุกตัวด้วย ในขณะที่เติมน้ำหรือสารทำความ
เย็นเข้าสู่ระบบให้ทำการระบายอากาศในระบบทิ้งผ่านทาง AIR VENT VALVE
5.11.4.5 ผู้รับจ้างต้องทำความสะอาดชิ้นส่วนภายในของเครื่องส่งลมเย็นและ PLENUM
ทั้งหมด จากนั้นเดินแว็คคั่มดูดเอาสิ่งสกปรกในระบบออกให้หมดก่อน จึงจะเริ่มเดินเครื่องส่งลมเย็นและติดตั้ง
OUTLET AND INLET GRILLES, REGISTERS, DIFFUSERS
5.11.5 การทดสอบสมรรถนะและปรับสมดุล
5.11.5.1 แจ้งวันทดสอบให้วิศวกรควบคุมงานทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วัน
5.11.5.2 นอกเหนือจากความสมบูรณ์ในการทดสอบแรกเริ่มหรือก่อนที่วิศวกรควบคุมงานจะ
ยอมรับมอบงาน ระบบและอุปกรณ์ต่างๆต้องเดินเครื่องทดสอบเป็นเวลาต่อเนื่องอย่างน้อย 5 วัน เพื่อยืนยัน
ความสมบูรณ์ของระบบทั้งหมด
5.11.5.3 ปรับแต่งและปรับสมดุลทั้งทางด้านลม รวมถึงอุปกรณ์ร่วมอื่นๆ เพื่อให้ระบบ
สามารถส่งลม ได้ตามที่ออกแบบและตามคำแนะนำจากวิศวกรควบคุมงาน โดยทดสอบแบบแยกย่อยเป็นจุดๆ
ว่าสามารถทำงานได้ครบตามต้องการ ทำการทดสอบขั้นสุดท้าย หลังจากได้แก้ไขและปรับแต่งแล้วเสร็จ ให้ปิด
รูสอดเครื่องมือวัดต่างๆเมื่อได้ดำเนินการปรับสมดุลระบบเสร็จสมบูรณ์
ของค่าออกแบบ
ออกแบบ
5.11.5.4 ทดสอบและปรับแต่งปริมาณลมที่ OUTLET และ INLET ให้อยู่ในช่วง + 10%
5.11.5.5 ทดสอบและปรับแต่งปริมาณลมที่ทางออกพัดลม ให้อยู่ในช่วง + 10% ของค่า
5.11.6 การปรับสมดุลด้านระบบลม
5.11.6.1 วัดปริมาณลมในท่อลมหลักและท่อลมกิ่ง โดยใช้ PITOT TUBE วัดที่จุดกึ่งกลาง
พื้นที่หน้าตัดของท่อลม กรณีที่ความเร็วในท่อลมตั้งแต่ 5.1 M/S ขึ้นไป ให้ใช้ INCLINED MANOMETER
(DRAFT GAUGE) หรือ MAGNETIC GAUGE ส่วนความเร็วต่ำกว่า 5.1 M/S ให้ใช้ MICROMANOMETER,
HOOK GAUGE หรือเครื่องมือวัดอื่นๆ ภายหลังจากทำการปรับสมดุลด้านลมเรียบร้อยแล้ว ให้ปิดช่องสอด
เครื่องมือวัดดังกล่าวด้วย SNAP-IN PLUG
</page>
```markdown
<page title="165">
165
5.11.6.2 วัดปริมาณอากาศที่ OUTLET และ INLET โดยอ่านค่าโดยตรงจาก VELOCITY
METER ทั้งนี้ต้องทำตามคำแนะนำของผู้ผลิต REGISTER และ GRILLE
5.11.6.3 ปรับความเร็วรอบของพัดลมเพื่อให้ได้ปริมาณลมทั้งหมดตามต้องการ ใช้ SPLITTER
DAMPER สำหรับปรับปริมาณลมที่ท่อลมกิ่ง หลังจากได้ปรับสมดุลด้านลมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ทำ
เครื่องหมายถาวรแสดงตำแหน่ง DAMPER ไว้ด้วย เพื่อให้สามารถกลับมาตำแหน่งที่ถูกต้องได้ ถ้ามีการขยับ
DAMPER
5.11.6.4 ห้ามปรับแต่งปริมาณลมที่ OUTLET DEFLCTOR, GRILLE หรือ AIR SCOOP
5.11.6.5 หลังจากที่ปรับสมดุลปริมาณลมที่ทุกๆหัวจ่ายของ REGISTER การปรับแต่ง
SUPPLY REGISTER BAR ต้องดำเนินการภายใต้คำแนะนำของวิศวกรควบคุมงาน เพื่อให้ได้แนวการกระจาย
ลมที่ดีที่สุด
5.11.6.6 ทำการทดสอบและวัดปริมาณลมที่ FULL SPEED MODE นอกเหนือจากทำที่
LOW SPEED MODE
5.11.6.7 ปรับแต่งอุปกรณ์ควบคุมปริมาณลมของ AHU เช่น ACTUATOR, DAMPER
และอื่นๆ ให้ได้ปริมาณลมตามที่ออกแบบ และปรับสมดุลภายใต้สภาวะต่างๆ ได้แก่ การหมุนเวียนลมกลับ
และที่ FREE COOLING MODE พร้อมกับส่งบันทึกผลการทดสอบด้วย
5.12 การทดสอบ
5.12.1 ถ้าผู้ว่าจ้างเห็นว่าวัสดุและอุปกรณ์ที่นำมาใช้มีคุณสมบัติไม่ดีเท่าที่กำหนดไว้ในรายการ
ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ที่จะไม่ยอมให้นำมาใช้ในงานนี้ หรือถ้าผู้ว่าจ้างมีความเห็นว่าควรส่งให้สถาบันที่ผู้ว่าจ้างเชื่อถือทำ
การทดสอบคุณสมบัติเพื่อเปรียบเทียบกับข้อกำหนดความต้องการของผู้ว่าจ้างก่อนที่จะอนุมัติให้นำมาใช้ได้
ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ดำเนินการและเสียค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น
5.12.2 เมื่องานเสร็จแล้วในการตรวจรับมอบ ผู้รับจ้างจะต้องทำการทดสอบอุปกรณ์ การใช้งานระบบ
ไฟฟ้าและอื่นๆตามกฏของท้องถิ่น และตามที่ผู้ว่าจ้างจะกำหนดให้ทดสอบ เพื่อแสดงให้เห็นว่างานที่ทำถูกต้อง
ตามรายการและแบบทุกประการ โดยต้องมีผู้แทนของผู้ว่าจ้างร่วมในการทดสอบด้วย ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้เสีย
ค่าใช้จ่ายในการนี้ทั้งสิ้น
5.13 แผนผัง แบบ และคู่มือ
5.13.1 แบบใช้งาน (SHOP DRAWINGS)
ผู้รับจ้างจะต้องเสนอแบบใช้งานและแบบแสดงการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ให้ผู้ว่าจ้างพิจารณา
ก่อนดำเนินการติดตั้งตามที่ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้กำหนดให้ ขนาดของแบบต้องเท่าแบบของผู้ว่าจ้างหรือขนาดตาม
มอก. 37-2516 เมื่อผู้ว่าจ้างเห็นชอบด้วยแล้ว มิได้หมายความว่าผู้รับจ้างจะพ้นความรับผิดชอบในความ
ผิดพลาดต่าง ๆ ผู้รับจ้างยังคงต้องรับผิดชอบต่องานที่จัดทำทุกประการและต้องส่งแบบพิมพ์เขียวให้ผู้ว่าจ้าง
ห้า (5) ชุด เพื่อใช้ในการควบคุมงาน
</page>
<page title="166">
166
5.13.2 แผนผังและแบบตามที่สร้างจริง (AS-BUILT DRAWINGS)
ถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงานไปจากแบบ เช่น เปลี่ยนแนวทางเดินท่อ เป็นต้น หรือมี
การสั่งเปลี่ยนแปลงใดๆที่ผู้ว่าจ้างไม่ได้จัดทำแบบให้ ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนผังตามที่สร้างจริง โดยให้ส่งแบบ
พิมพ์หนึ่ง (1) ชุด ซึ่งวิศวกรเครื่องกลของผู้รับจ้างลงนามรับรองความถูกต้องแล้วให้แก่ผู้ว่าจ้างภายในสามสิบ
(30) วันนับแต่วันที่งานแล้วเสร็จ เมื่อผู้ว่าจ้างตรวจรับรองความถูกต้องและส่งแบบคืนให้ผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้อง
ส่งต้นฉบับเขียนลงกระดาษเขียนแบบชนิดน้ำหนักไม่น้อยกว่า 100,105 กรัม/ม2 หรือเป็นแบบพิมพ์ลงกระดาษ
ซีเปียร์หนาชนิดใช้น้ำยาพร้อมแบบพิมพ์อีกสาม (3) ชุด และคืนต้นฉบับแบบพิมพ์ที่ผู้ว่าจ้างรับรองให้แก่
ผู้ว่าจ้างแล้ว จึงจะชำระเงินงวดสุดท้ายให้ตามเงื่อนไขการชำระเงินต่อไป ขนาดของแบบให้ใช้เหมือนกับ
ที่กำหนดในข้อ 2.9.1
5.13.3 หนังสือคู่มือการใช้และการบำรุงรักษา
5.13.3.1 ผู้รับจ้างต้องจัดรายละเอียดของอุปกรณ์ที่ใช้ ประกอบด้วย วิธีใช้ วิธีและระยะเวลา
ของการบำรุงรักษา รายการอะไหล่ และอื่นๆ เป็นภาษาไทย และ/หรือ ภาษาอังกฤษสำหรับอุปกรณ์ทุกชิ้นที่
ผู้รับจ้างนำมาใช้จำนวน 3 ชุด มอบให้แก่ผู้ว่าจ้างก่อนที่จะส่งงานงวดสุดท้าย คู่มือทั้งหมด ผู้รับจ้างต้องร่าง
เสนอผู้ว่าจ้างเพื่อขออนุมัติก่อนพิมพ์เป็นฉบับจริงในครั้ง สุดท้าย บทความโฆษณาของผู้ผลิตหรือแคตาล็อคไม่
ถือว่าเป็นคู่มือการใช้และการบำรุงรักษา
5.13.3.2 หนังสือคู่มือการใช้และการบำรุงรักษาประกอบด้วยรายละเอียดแบ่งออกเป็น 6 ภาค
อย่างน้อยดังต่อไปนี้
บทที่ 1 ประกอบด้วย เอกสารแสดงรายละเอียด ข้อมูลของอุปกรณ์ทั้งหมดที่ได้ยื่น
เสนอและได้รับการอนุมัติให้ใช้ในโครงการ (SUBMITTAL DATA)
บทที่ 2 อธิบายรายละเอียดการทำงานของระบบทุกระบบ พร้อม FLOW
DIAGRAM และ CONTROL DIAGRAM
บทที่ 3 ประกอบด้วย CATALOGUE เครื่อง อุปกรณ์ แยกเป็นหมวดหมู่ พร้อมทั้ง
เอกสารแนะนำวิธีการติดตั้ง การใช้งาน การบำรุงรักษาแนบมาด้วย (INSTALLATION, OPERATION AND
MAINTENANCE MANUAL) รวมทั้งรายชื่อบริษัทผู้แทนจำหน่ายเครื่องและอุปกรณ์
บทที่ 4 ประกอบด้วยรายงานการทดสอบเครื่อง และระบบตามความเป็นจริง
(TEST REPORT)
บทที่ 5 ประกอบด้วยรายการเครื่อง อะไหล่ และข้อแนะนำ ชิ้นส่วนอะไหล่ที่ควรมี
สำรองไว้ขณะใช้งาน (RECOMMEND SPARE PARTS LIST)
</page>
<page title="167">
167
บทที่ 6 ประกอบด้วย รายการตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องอุปกรณ์แต่ละชิ้น
เช่น รายเดือน ทุก 3 เดือน ทุก 6 เดือน และรายปี
5.13.3.3 ผู้รับจ้างต้องจัดทำ FLOW DIAGRAM และ CONTROL DIAGRAM ของระบบ
ปรับอากาศและระบายอากาศทั้งระบบขนาดตามที่ผู้ว่าจ้างจะกำหนดใส่ในกรอบกระจกหรือหุ้มอัดด้วยแผ่น
พลาสติกใสติดตั้งไว้ที่ห้องควบคุม ผู้รับจ้างต้องจัดทำให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือนหลังการตรวจรับมอบงาน
5.14 การฝึกอบรม
ผู้รับจ้างต้องจัดหาช่างผู้ชำนาญงานมาช่วยเดินเครื่องระบบปรับอากาศชั่วระยะเวลาหนึ่งตามที่ผู้
ว่าจ้างจะกำหนดโดยไม่น้อยกว่าหกสิบ (60) วัน ในระหว่างนั้นผู้รับจ้างต้องฝึกอบรมพนักงานของผู้ว่าจ้างให้มี
ความรู้ความสามารถในการใช้งานและการบำรุงรักษางานที่ผู้รับจ้างเป็นผู้ทำภายในระยะเวลารับประกันตาม
สัญญานั้น หากมีความจำเป็นที่ต้องจัดทำคู่มือเพิ่มเติมเพื่อให้ความรู้แก่พนักงานของผู้ว่าจ้างแล้ว ผู้รับจ้างต้อง
รีบจัดทำให้โดยมิชักช้า
5.15 การบำรุงรักษาระบบปรับอากาศ
ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมช่างผู้ชำนาญงานไว้สำหรับการซ่อมแซม การตรวจและบำรุงรักษาระบบปรับ
อากาศ ระบบควบคุม ล้างฟิลเตอร์ เปลี่ยนชิ้นส่วนที่เสีย และ/หรือ เสื่อมคุณภาพเป็นประจำทุกเดือนภายใน
ระยะเวลา 1 ปี รวม 12 ครั้ง การบำรุงรักษาทุกครั้ง ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานผลการตรวจสอบอุปกรณ์ทุกชิ้น
ต่อผู้ว่าจ้าง ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างมีความจำเป็นต้องใช้บริการฉุกเฉินนอกเวลาทำงานปกติ ผู้รับจ้างต้องรีบจัดทำให้
โดยไม่ชักช้า
</page>