เช่าระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาเช่าเช่าใช้ระบบ Call Center on Cloud จำนวน 1 งาน

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด 68029233186
฿3,700,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 20 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) มีความต้องการเช่าใช้ระบบ Call Center on Cloud เพื่อนำมาใช้ในการรับแจ้งปัญหาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแทนระบบเดิมที่มีค่าบำรุงรักษาสูงและไม่ทันสมัย โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการจัดหาระบบ Call Center on Cloud ที่สามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลาตลอดอายุสัญญา 36 เดือน ระบบที่จัดหาต้องมีคุณสมบัติหลัก เช่น ระบบตู้ชุมสายโทรศัพท์อัตโนมัติ (IP PBX), ระบบตอบรับอัตโนมัติ (IVR), การกระจายสายให้กับ Agent และการให้คะแนนประเมินความพึงพอใจหลังจบการสนทนา
ขอบเขตงานประกอบด้วยการพัฒนาระบบ จัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็น และส่งมอบให้ ปณท ใช้งานได้สมบูรณ์ รวมถึงการเชื่อมต่อกับระบบ IT Service and Asset Management ที่ ปณท ใช้งานอยู่ ผู้ให้เช่าต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ของ ปณท ที่เกี่ยวข้องให้สามารถดูแลระบบและใช้งานได้

English summary

Thailand Post Co., Ltd. (Thailand Post) intends to lease a Call Center on Cloud system to replace the existing system used for reporting IT problems. The lease period is 36 months. The system must have the ability to manage an automated telephone exchange (IP PBX), an automated answering system (IVR), a voice recording system, and Softphone software with headsets. The lessor must analyze, design, develop, and install the system appropriately. and connect to Thailand Post’s IT Service and Asset Management system, including technology transfer and training to relevant Thailand Post staff.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • จัดหาระบบ Call Center on Cloud สำหรับรับแจ้งปัญหาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในรูปแบบการเช่าใช้ระบบ
  • ระบบ Call Center on Cloud ต้องมีคุณสมบัติหลักหรือฟังก์ชั่นการทำงานหลัก ได้แก่ ระบบตู้ชุมสายโทรศัพท์อัตโนมัติ (IP PBX), ระบบตอบรับอัตโนมัติ (IVR), การกระจายสายให้กับ Agent และการให้คะแนนประเมินความพึงพอใจหลังจบการสนทนา
  • ระบบ Call Center on Cloud ต้องสามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา ตลอดอายุสัญญา 36 เดือน

ขอบเขตของงาน

  • ศึกษาความต้องการ กระบวนการ และระบบ Call Center เดิมที่ ปณท ใช้งานอยู่
  • ออกแบบกระบวนการทำงาน (Work flow) ของระบบตอบรับอัตโนมัติ (IVR)
  • เชื่อมต่อระบบ Call Center on Cloud กับระบบ IT Service and Asset Management (Ivanti Neurons) และระบบตู้สาขาโทรศัพท์อัตโนมัติ (IP-PBX) ของ UIH, SIEMENS และ NT
  • พัฒนาระบบและจัดหาอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นในการใช้งาน
  • ส่งมอบเอกสารรายการที่แสดงถึงสิทธิการใช้งาน และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ส่งมอบ
  • ส่งมอบรายงานผลการทดสอบระบบทุกแบบ
  • จัดทำคู่มือสำหรับผู้ใช้งาน และผู้ดูแลระบบ
  • จัดทำรายงานผลการฝึกอบรมผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบ
  • ส่งมอบรายงาน Service Availability ของระบบ และรายงานการซ่อมบำรุงรักษาของเดือนนั้น มาพร้อมกับการเรียกเก็บค่าเช่าใช้รายเดือน

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ระบบ Call Center on Cloud ที่สามารถใช้งานได้ตามข้อกำหนด
  • เอกสารรายการที่แสดงถึงสิทธิการใช้งาน และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ส่งมอบ
  • รายงานผลการทดสอบระบบทุกแบบ
  • คู่มือสำหรับผู้ใช้งาน และผู้ดูแลระบบ
  • รายงานผลการฝึกอบรมผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบ
  • รายงาน Service Availability ของระบบ (รายเดือน)
  • รายงานการซ่อมบำรุงรักษา (รายเดือน)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาการเข้าใช้ระบบ 36 เดือน นับถัดจากวันที่ ปณท รับไว้ใช้งาน
  • ผู้ให้เช่าต้องพัฒนาระบบและจัดหาอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นในการใช้งาน และส่งมอบให้ ปณท ใช้งานได้โดยสมบูรณ์ทั้งโครงการภายในระยะเวลา 90 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
  • ผู้ให้เช่าจะต้องนําระบบหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกลับคืนภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่สิ้นสุดสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือสาขาของเจ้าของผลิตภัณฑ์ซึ่งประจำอยู่ในประเทศไทย หรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเท่านั้น โดยต้องแสดงเอกสารรับรองการได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์/ระบบที่ระบุเฉพาะสำหรับโครงการนี้เท่านั้น นับตั้งแต่ การส่งของ การรับประกัน การบำรุงรักษา การซ่อมแซม/แก้ไขจาก เจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือ สาขาของเจ้าของผลิตภัณฑ์ซึ่งประจำอยู่ในประเทศไทย หรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเป็นฉบับที่แท้จริงเท่านั้นและประทับตราเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือประทับตราสาขาของเจ้าของผลิตภัณฑ์ซึ่งประจำอยู่ในประเทศไทย (ถ้ามี)

เกณฑ์การพิจารณา

ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอ ปณท จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคาในการคัดเลือกผู้เสนอราคาต่ำสุดเป็นผู้ชนะการเช่า

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • รองรับพนักงานรับสายพร้อมๆ กัน ได้ไม่น้อยกว่า 20 Users
  • สามารถกําหนดวิธีการกระจายสาย (Routing Call) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามเงื่อนไขอย่างน้อย ดังนี้ ตามเลขหมาย ANI, DNIS ค่าที่กดจากระบบตอบรับอัตโนมัติ (IVR) แยกตามเมนู, ตามทักษะของพนักงานรับสาย หรือกลุ่มพนักงานรับสาย, ระดับความสําคัญของ Call หรือผู้ใช้บริการ (priority), วันและเวลาที่กําหนด
  • สามารถโอนสายหาพนักงานรับสายที่มีเวลารอสายนานที่สุด (Longest Waiting Time)
  • มีระบบรวบรวมสถิติและการจัดทํารายงานต่างๆ ได้แบบ Real-time Monitoring Report และ Historical Report โดยสามารถค้นหารายงานด้วยการระบุวันเวลาเริ่มต้น และสิ้นสุด ในแบบรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี รวมถึงค้นหาตามวันทํางานจันทร์ – ศุกร์ (Weekday) และตามวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ (Weekend)
  • เป็นระบบตู้สาขาโทรศัพท์อัตโนมัติ (IP-PBX) ที่ใช้เทคโนโลยีแบบ SIP (Session Initiation Protocol) โดยใช้ความสามารถของระบบโทรศัพท์พื้นฐานและระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต Voice over IP (Volt) เป็นอย่างน้อย
  • สามารถรองรับการสื่อสารช่องสัญญาณเสียงได้ไม่น้อยกว่า 55 ช่องสัญญาณ (Simultaneous Calls) ในเวลาเดียวกัน และสามารถรองรับการขยายจํานวนผู้ใช้งานเลขหมายภายในในอนาคตได้ไม่จํากัด (Unlimited Extension)
  • ระบบตอบรับอัตโนมัติที่เสนอสามารถรองรับสายเข้าได้ไม่น้อยกว่า 55 Channel พร้อมๆ กัน
  • สามารถเก็บข้อมูล Online Storage ได้ไม่น้อยกว่า 3 เดือน
  • ผู้ให้เช่าต้องส่งมอบอุปกรณ์ Headset จำนวน 20 ชุด ที่ใช้งานร่วมกับโปรแกรมโทรศัพท์ Softphone

เงื่อนไขสัญญา

  • ปณท จะชำระเงินค่าเช่าใช้ระบบให้แก่ผู้ให้เช่าเป็นรายเดือนตามสัญญา โดยเริ่มนับถัดจากวันที่ ปณท รับไว้ใช้งาน
  • กรณีระบบมี Downtime เกินกว่าที่กำหนดในข้อ 11.1 ผู้ให้เช่ายินยอมให้ ปณท ปรับเป็นรายชั่วโมง ในอัตราชั่วโมงละ 1,000 บาท
  • กรณีผู้ให้เช่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาตามข้อ 11.2 ให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนด ผู้ให้เช่ายินยอมให้ ปณท ปรับเป็นรายวัน ในอัตราวันละ 1,000 บาท

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: ระบบ Call Center on Cloud นี้ต้องเชื่อมต่อกับระบบใดของ ปณท บ้าง?

    • คำตอบ: ระบบ Call Center on Cloud ที่เสนอต้องเชื่อมต่อกับระบบ IT Service and Asset Management (Ivanti Neurons) และระบบตู้สาขาโทรศัพท์อัตโนมัติ (IP-PBX) ของ UIH, SIEMENS และ NT
  • คำถาม: จำนวนสิทธิการใช้งานระบบ Call Center on Cloud ที่ ปณท ต้องการมีจำนวนเท่าใด?

    • คำตอบ: ปณท ต้องการสิทธิการใช้งานระบบ Call Center on Cloud สำหรับพนักงานรับสาย (Agent) จำนวน 20 คน, Supervisor จำนวน 2 คน และผู้ดูแลระบบ (Admin) จำนวน 1 คน
  • คำถาม: ระบบต้องมีรายงานมาตรฐานที่แสดงประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานรับสาย และจำนวนสายที่เข้ามาอย่างน้อยกี่รายงาน?

    • คำตอบ: ระบบต้องมีรายงานมาตรฐานที่แสดงประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานรับสาย และจำนวนสายที่เข้ามาได้อย่างน้อย 20 รายงาน
  • คำถาม: ระบบ Call Center on Cloud ต้องสามารถบันทึกเสียงได้นานเท่าใด?

    • คำตอบ: ระบบ Call Center on Cloud ต้องสามารถเก็บข้อมูล Online Storage ได้ไม่น้อยกว่า 3 เดือน
  • คำถาม: ผู้ให้เช่าต้องส่งมอบอุปกรณ์ Headset จำนวนเท่าใด?

    • คำตอบ: ผู้ให้เช่าต้องส่งมอบอุปกรณ์ Headset จำนวน 20 ชุด ที่ใช้งานร่วมกับโปรแกรมโทรศัพท์ Softphone
  • คำถาม: หากระบบมี Downtime เกินกว่าที่กำหนด จะมีค่าปรับอย่างไร?

    • คำตอบ: กรณีระบบมี Downtime เกินกว่าที่กำหนด ผู้ให้เช่ายินยอมให้ ปณท ปรับเป็นรายชั่วโมง ในอัตราชั่วโมงละ 1,000 บาท
  • คำถาม: หากผู้ให้เช่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตามเวลาที่กำหนด จะมีค่าปรับอย่างไร?

    • คำตอบ: กรณีผู้ให้เช่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตามเวลาที่กำหนด ผู้ให้เช่ายินยอมให้ ปณท ปรับเป็นรายวัน ในอัตราวันละ 1,000 บาท
  • คำถาม: ผู้ให้เช่าต้องฝึกอบรมให้ใครบ้าง?

    • คำตอบ: ผู้ให้เช่าต้องฝึกอบรมผู้ใช้งานระบบ Call Center on Cloud จำนวนไม่เกิน 20 คน และผู้ดูแลระบบ Call Center on Cloud จำนวนไม่เกิน 5 คน
  • คำถาม: ผู้ให้เช่าต้องจัดทำแผนการฝึกอบรมเมื่อใด?

    • คำตอบ: ผู้ให้เช่าต้องจัดทำแผนการฝึกอบรมเสนอแก่ ปณท ก่อนการฝึกอบรมอย่างน้อย 30 วัน
  • คำถาม: ผู้ให้เช่าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมหรือไม่?

    • คำตอบ: ผู้ให้เช่าต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมทั้งหมดโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมจาก ปณท ทั้งสิ้น

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกําหนดรายละเอียด
การเช่าใช้ระบบ Call Center on Cloud

  1. ค่านิยาม
    ปณท
    ผู้ยื่นข้อเสนอ
    ผู้ให้เช่า
    อุปกรณ์
    โปรแกรม
    Downtime
  2. ความเป็นมา
    หมายถึง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากบริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด เป็นลายลักษณ์อักษรให้รับผิดชอบดําเนินการใน ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเช่าใช้ระบบ Call Center on Cloud
    หมายถึง ผู้ยื่นข้อเสนอการเช่าใช้ระบบ Call Center on Cloud หมายถึง ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจาก ปณท ให้เป็นผู้ให้เช่าใช้ระบบ Call
    Center on Cloud
    หมายถึง อุปกรณ์จําเป็นทั้งหมดที่ต้องติดตั้งและส่งมอบ เพื่อให้ระบบ Call Center on Cloud ใช้งานได้สมบูรณ์ตามข้อกําหนดฯ นี้ หมายถึง โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดและติดตั้งใช้งานในระบบ
    Call Center on Cloud
    หมายถึง ระยะเวลาที่ระบบหยุดชะงัก ไม่สามารถใช้บริการได้
    บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด (ปณท) ได้มีการติดตั้งและใช้งานระบบโทรศัพท์สําหรับรับแจ้งปัญหา ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งระบบที่ใช้งานอยู่เดิมมีค่าใช้จ่ายในการบํารุงรักษาสูงขึ้น ประกอบกับต้องการ ให้ระบบ Call Center มีความทันสมัย สามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา จึงมีความจําเป็นในการจัดหาระบบ Call Center on Cloud มาทดแทนการใช้งานในปัจจุบัน
  3. วัตถุประสงค์
    3.1 ดําเนินการจัดหาระบบ Call Center on Cloud สําหรับรับแจ้งปัญหาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
    ที่จัดหาใหม่ ในรูปแบบการเช่าใช้ระบบ
    3.2
    3.3
    ระบบ Call Center on Cloud ที่จัดหาใหม่ต้องมีคุณสมบัติหลักหรือฟังก์ชั่นการทํางานหลัก ได้แก่ ระบบตู้ชุมสายโทรศัพท์อัตโนมัติ (IP PBX), ระบบตอบรับอัตโนมัติ (IVR), การกระจายสายให้กับ Agent และการให้คะแนนประเมินความพึงพอใจหลังจบการสนทนา
    ระบบ Call Center on Cloud ต้องสามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา ตลอดอายุสัญญา 36 (สามสิบหก)
    เดือน
  4. ขอบเขตงานและระยะเวลาการเช่าใช้ระบบ
    4.1
    ปณท ต้องการใช้งานระบบ Call Center on Cloud โดยมีรายละเอียดตามข้อกําหนดทางเทคนิคการ เช่าใช้ระบบ Call Center on Cloud
    4.2 ระยะเวลาการเข้าใช้ระบบ 36 (สามสิบหก) เดือน นับถัดจากวันที่ปณท รับไว้ใช้งาน
  5. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
    3,700,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
    dr
  6. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    6.1 มีความสามารถตามกฎหมาย ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่อยู่ในระหว่างเลิกกิจการ 6.2 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพตามข้อกําหนดนี้
    6.3 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
    ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย 6.4 ต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวาง
    การแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
    6.5 ต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น
    ข้อเสนอจะได้มีคําสั่งให้สละสิทธิและความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    6.6 ผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอราคาในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลง จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญา ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้า นั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุก รายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้
    6.7 กิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “ผู้ประกอบการ SMEs” ที่จะได้รับสิทธิแต้มต่อในการเสนอ
    ราคา ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
    6.7.1 ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
    6.7.2 ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติ
    บุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
    6.8 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือสาขาของเจ้าของผลิตภัณฑ์ซึ่ง ประจําอยู่ในประเทศไทย หรือตัวแทนจําหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเท่านั้น โดยผู้ยื่น ข้อเสนอจะต้องแสดงเอกสารรับรองการได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์/ระบบที่ระบุเฉพาะสําหรับ โครงการนี้เท่านั้น นับตั้งแต่ การส่งของ การรับประกัน การบํารุงรักษา การซ่อมแซม/แก้ไขจาก เจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือ สาขาของเจ้าของผลิตภัณฑ์ซึ่งประจําอยู่ในประเทศไทย หรือตัวแทนจําหน่าย อย่างเป็นทางการในประเทศไทยเป็นฉบับที่แท้จริงเท่านั้นและประทับตราเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือ
    ประทับตราสาขาของเจ้าของผลิตภัณฑ์ซึ่งประจําอยู่ในประเทศไทย (ถ้ามี)
  7. เอกสารหลักฐานการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารแสดงคุณสมบัติมาพร้อมกับการเสนอราคา ดังนี้
    7.1 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด ให้ยื่นสําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
    บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอานาจควบคุม (ถ้ามี) พร้อมทั้งรับรองสําเนาถูกต้อง
    (ข) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด ให้ยื่นสําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือ บริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอํานาจควบคุม (ถ้ามี) และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น รายใหญ่ (ถ้ามี) พร้อมทั้งรับรองสําเนาถูกต้อง
    1.2 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ยื่นสําเนาบัตรประจําตัว ประชาชนของผู้นั้น สําเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สําเนาบัตรประจําตัว ประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน สําเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย พร้อมทั้ง รับรองสําเนาถูกต้อง
    7.3 ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสําเนาสัญญาของการเข้า ร่วมค้าหรือข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้ร่วมค้า และในกรณีที่ ผู้เข้าร่วมค้าฝ่ายใดเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ก็ให้ยื่นสําเนาหนังสือเดินทาง หรือถ้าผู้ร่วม ค้าใดเป็นนิติบุคคลให้ยื่นเอกสารตามที่ระบุไว้ในข้อ 7.1 แล้วแต่กรณี
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนาม
    กิจการร่วมค้า
    7.4 สําเนาใบทะเบียนพาณิชย์ สําเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.20) (ถ้ามี) พร้อมทั้งรับรอง
    สําเนาถูกต้อง
    7.5 สําเนาหนังสือรับรองสินค้า Made in Thailand ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ถ้ามี) สําเนา
    ใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
    7.6 หนังสือแต่งตั้งตัวแทนจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือ สาขาของเจ้าของผลิตภัณฑ์ซึ่งประจําอยู่ในประเทศ
    ไทย ตามที่ระบุไว้ในข้อ 6.8
    7.7 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทําตารางเปรียบเทียบรายละเอียดข้อกําหนดทางเทคนิค โดยมีรูปแบบตาม เอกสารแนบ ก พร้อมแนบแค็ตตาล็อก โดยต้องเขียนเลขอ้างอิง ในแค็ตตาล็อกให้ชัดเจนว่าสิ่งที่เสนอ ตามข้อกําหนดแต่ละข้อนั้นอยู่ในส่วนใดของแค็ตตาล็อกหรือเอกสาร ที่นําเสนอ ในกรณีแค็ตตาล็อก ไม่ได้ระบุคุณลักษณะเฉพาะตามที่กําหนด ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีหนังสือยืนยันคุณลักษณะจากเจ้าของ ผลิตภัณฑ์แนบมาในวันที่ยื่นข้อเสนอด้วย
  8. เงื่อนไขการเสนอราคา
    การยื่นข้อเสนอโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ของกิจการร่วมค้าให้ผู้เข้าร่วมค้าที่
    ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้าดําเนินการดาวน์โหลดเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ จึงจะมีสิทธิในการเข้ายื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้าได้
  9. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
    9.1 ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ ปณท จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคาในการ
    คัดเลือกผู้เสนอราคาต่ําาสุดเป็นผู้ชนะการเช่า
    9.2 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่ เกินร้อยละ 10 (สิบ) ปณท จะจัดเช่าจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลําดับผู้ยื่น ข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกิน ร้อยละ 10 (สิบ) ที่จะเรียกมาทําสัญญาไม่เกิน 3 (สาม) ราย
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็น
    ผู้ประกอบการ SMEs
    :
    A
    f
    ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีวงเงินสัญญา สะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้วมีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตามขนาดที่
    ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
    9.3 หากผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอพัสดุที่ได้รับการรับรองและออกเครื่องหมายสินค้าที่ผลิตภายในประเทศไทย (Made in Thailand) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เสนอราคาสูงกว่าราคาที่ต่ําสุดของผู้ เสนอราคารายอื่นไม่เกินร้อยละ 5 (ห้า) ปณท จะจัดเช่าจากผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอพัสดุที่ได้รับการ รับรองและออกเครื่องหมายสินค้าที่ผลิตภายในประเทศไทย (Made in Thailand) จากสภา
    อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
    กรณีที่มีการเสนอราคาหลายรายการและกําหนดเงื่อนไขการพิจารณาราคารวม หากผู้อื่น
    ข้อเสนอได้เสนอพัสดุที่เป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ที่ได้รับการรับรองและออกเครื่องหมายสินค้าที่ ผลิตภายในประเทศไทย (Made in Thailand) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีสัดส่วนมูลค่า ตั้งแต่ร้อยละ 60 (หกสิบ) ขึ้นไป ให้ได้แต้มต่อในการเสนอราคาตามวรรคหนึ่ง
    อนึ่ง หากในการเสนอราคาครั้งนั้น ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติทั้งข้อ 9.2 และข้อ 9.3 ให้ ผู้เสนอราคารายนั้นได้แต้มต่อในการเสนอราคาสูงกว่าผู้ประกอบการรายอื่นไม่เกินร้อยละ 15 (สิบห้า) 9.4 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่ จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือ สัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 3 (สาม) ปณท จะจัด เช่าจากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
    ดังกล่าว
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็น บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
  10. ระยะเวลาดาเนินการและรายละเอียดการส่งมอบ
    10.1 ผู้ให้เช่าต้องพัฒนาระบบและจัดหาอุปกรณ์ต่างๆ ที่จําเป็นในการใช้งาน ตามรายละเอียดข้อกําหนด ทางเทคนิคการเช่าใช้ระบบ Call Center on Cloud และส่งมอบให้ ปณท ใช้งานได้โดยสมบูรณ์ทั้ง โครงการภายในระยะเวลา 90 (เก้าสิบ) วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา พร้อมทั้งเอกสารที่ต้องส่ง มอบ ดังนี้
    10.1.1 เอกสารรายการที่แสดงถึงสิทธิการใช้งาน และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ส่งมอบให้กับ ปณท ทั้งหมด
    ตามข้อกําหนดทางเทคนิค
    10.1.2 รายงานผลการทดสอบระบบทุกแบบที่ระบุไว้ในข้อกําหนดทางเทคนิค ข้อ 4. 10.1.3 คู่มือสําหรับผู้ใช้งาน และผู้ดูแลระบบ
    10.1.4 รายงานผลการฝึกอบรมผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบ
    10.2 เมื่อผู้ให้เช่าได้ส่งมอบระบบ ตามข้อ 10.1 แล้ว ให้เริ่มต้นนับระยะเวลาการเช่าใช้งานถัดจากวันที่ ปณท รับไว้ใช้งาน โดยในแต่ละเดือนผู้ให้เช่าต้องส่งมอบรายงาน Service Availability ของระบบ และรายงานการซ่อมบํารุงรักษาของเดือนนั้น มาพร้อมกับการเรียกเก็บค่าเช่าใช้รายเดือน
    10.3 ในการตรวจทดลองหรือทดสอบระบบ Call Center on Cloud ที่ผู้ให้เช่าส่งมอบ ผู้ให้เช่ายินยอมให้ ปณท หรือสถาบันอื่นที่ ปณท เห็นสมควรเป็นผู้ตรวจทดลองหรือทดสอบตามกรรมวิธีของ ปณท หรือ ของสถาบันที่เป็นผู้ตรวจทดลองหรือทดสอบนั้นและผู้ให้เช่ายินยอมออกค่าใช้จ่ายในการตรวจทดลอง หรือทดสอบเองทั้งหมดและ ปณท จะดําเนินการเฉพาะในเวลาทําการปกติ คือ 8.30-16.30 น. หยุดวันเสาร์
    วันอาทิตย์ และวันหยุดทําการของ ปณท ในกรณีที่เป็นความประสงค์ของผู้ให้เช่านอกเหนือจากเวลา ดังกล่าวจะต้องแจ้งให้ ปณท ทราบพร้อมทั้งจะต้องรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานล่วงเวลา ตามระเบียบของ ปณท ด้วยในกรณีที่มีความเสียหายเกิดขึ้นแก่สิ่งของที่ได้ทดลองหรือทดสอบ ผู้ให้เช่า ยอมรับความเสียหายนั้น โดยจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ในทุกกรณี
    10.4 เมื่อสิ้นสุดการเช่า ผู้ให้เช่าจะต้องนําระบบหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกลับคืนภายใน 60 (หกสิบ) วัน นับ ถัดจากวันที่สิ้นสุดสัญญา โดยต้องแจ้งให้ ปณท ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 (สิบห้า) วัน ก่อนเข้า ดําเนินการ หากพ้นกําหนด ปณท จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
  11. การรับประกันคุณภาพบริการและอุปกรณ์ในโครงการ
    11.1 ระบบที่ส่งมอบต้องมี Service Availability อย่างน้อย 99.99% ต่อเดือน (คํานวณโดยใช้จํานวนวัน
    เฉลี่ยเดือนละ 30 วัน) หรือคิดเป็นจํานวนเวลาที่ Downtime ได้ไม่เกิน 4 นาที 20 วินาที ต่อเดือน 11.2 สําหรับกรณีเกิดปัญหาที่ไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อการทํางานของระบบ หรือระบบทํางานผิดพลาด หรือไม่สามารถใช้งานได้บางส่วน หรือชุด Headset ชํารุด หรือกรณีอื่น ๆ นอกเหนือจากข้อ 11.1 ผู้ให้เช่าต้องดําเนินการแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จ ภายใน 2 (สอง) วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจาก บัณฑ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
    11.3 ผู้ให้เช่าจะต้องจัดให้มีระบบการรับแจ้งปัญหาจาก ปณท ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์ อีเมล์
    ๆ หรือแอปพลิเคชันไลน์ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยผู้ให้เช่าจะต้องทําเอกสารยืนยันการรับแจ้งปัญหาเพื่อ เป็นหลักฐานการรับแจ้ง และจัดทํารายงานสรุปผลการดําเนินการบํารุงรักษาเพื่อแก้ไข เป็นประจําทุก ๆ เดือน เพื่อส่งมอบให้ ปณท ซึ่งต้องแสดงชื่อผู้แจ้งปัญหา วันและเวลาที่รับแจ้งปัญหา วันและเวลาที่ ต้องดําเนินการแล้วเสร็จ รายละเอียดของปัญหา ผู้ดําเนินการ วันและเวลาที่ดําเนินการแก้ไขแล้วเสร็จ สรุปสาเหตุที่ทําให้เกิดปัญหา และรายละเอียดการดําเนินการแก้ไขปัญหา
    11.4 หากระบบ Call Center on Cloud ที่เสนอในระบบงานทั้งหมด มีปัญหาการใช้งาน หรือพบช่องโหว่ ด้านความมั่นคงปลอดภัย จําเป็นต้องมีการ Update Patch หรือ Upgrade Version ให้ผู้ให้เช่าเสนอ รายละเอียดการดําเนินการ ข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบของการ Update Patch หรือ Upgrade Version ให้ ปณท พิจารณาเห็นชอบก่อนที่จะดําเนินการ
  12. การจ่ายเงิน
    ปณท จะชําระเงินค่าเช่าใช้ระบบให้แก่ผู้ให้เช่าเป็นรายเดือนตามสัญญา โดยเริ่มนับถัดจากวันที่ ปณท รับไว้ใช้งาน หากการเช่าใช้ระบบในเดือนแรกไม่ครบเดือนแห่งปฏิทิน ให้คํานวณค่าเช่าเป็นรายวันโดย เริ่มต้นตั้งแต่วันถัดจากวันที่ ปณท รับไว้ใช้งานแล้วจนถึงวันสุดท้ายแห่งเดือนปฏิทิน ส่วนการเช่าใช้ระบบใน เดือนสุดท้ายให้คํานวณค่าเช่าตั้งแต่วันแรกของเดือนปฏิทินจนถึงวันที่ครบกําหนดตามสัญญา โดยถือว่า 1
    เดือนมี 30 วัน
  13. การบอกเลิกสัญญา
    เมื่อครบกําหนดส่งมอบสิ่งของตามข้อ 10 ถ้าผู้ให้เช่าไม่ส่งมอบสิ่งของบางรายการหรือทั้งหมดให้แก่ ปณท ได้ภายในกําหนดเวลาตามสัญญา หรือส่งมอบสิ่งของไม่ตรงตามสัญญา หรือมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตาม สัญญา หรือส่งมอบสิ่งของตามข้อ 10 แต่ไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือใช้งานได้ไม่ครบถ้วน ตามสัญญา หรือผู้ให้เช่าไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง ปณท มีสิทธิบอกเลิกสัญญาทั้งหมดหรือแต่ บางส่วนได้ การใช้สิทธิบอกเลิกสัญญานั้นไม่กระทบสิทธิของ ปณท ที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ให้เช่า
    बेर्त
    ในกรณีที่ ปณท ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา ปณท มีสิทธิริบหรือบังคับจากหลักประกันเป็นจํานวนเงิน ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ได้ แล้วแต่ ปณท จะเห็นสมควร และถ้า ปณท ต้องจัดหาระบบดังกล่าวจากบุคคล อื่นทั้งหมด ผู้ให้เช่ายอมรับผิดชดใช้ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากมูลค่าที่เช่าใช้ระบบที่กําหนดไว้ในสัญญานี้รวมทั้ง ค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่ ปณท ต้องใช้จ่ายในการจัดหาผู้ให้เช่ารายใหม่ดังกล่าวด้วย อีกทั้งบรรดาผลงานที่ผู้ให้เช่าได้ ทําขึ้นให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ ปณท โดยผู้ให้เช่าจะไม่เรียกร้องค่าตอบแทนและค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น
  14. การปรับ
    14.1 ในกรณีที่ผู้ให้เช่าไม่ดําเนินการหรือส่งมอบงานไม่แล้วเสร็จตามกําหนดระยะเวลาในสัญญา ผู้ให้เช่า ยอมให้ ปณท ปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.1 (ศูนย์จุดหนึ่ง) ของจํานวนเงินทั้งสัญญา นับถัดจาก วันครบกําหนดส่งมอบตามสัญญาจนถึงวันที่ผู้ให้เช่าได้นําสิ่งของมาส่งมอบแก่ ปณท จนถูกต้อง
    ครบถ้วนตามสัญญา
    ในระหว่างที่ ปณท ยังมิได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญานั้น หาก ปณท เห็นว่าผู้ให้เช่าไม่อาจปฏิบัติ ตามสัญญาต่อไปได้ ปณท จะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาและริบหรือบังคับจากหลักประกัน กับเรียกร้องให้ ชดใช้ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามที่กําหนดไว้ในสัญญาก็ได้ และถ้า ปณท ได้แจ้งข้อเรียกร้องให้ชําระค่าปรับ ไปยังผู้ให้เช่าเมื่อครบกําหนดส่งมอบแล้ว ปณท มีสิทธิที่จะปรับผู้ให้เช่าจนถึงวันบอกเลิกสัญญาได้อีก
    ด้วย
    14.2 ในกรณีที่ผู้ให้เช่าส่งมอบครบถ้วนตามสัญญาแล้ว และอยู่ในระยะเวลาเช่าใช้ระบบตามสัญญา หาก
    ผู้ให้เช่าไม่สามารถดําเนินการตามข้อ 11 ผู้ให้เช่ายินยอมให้ ปณท ปรับ ดังนี้
    14.2.1 กรณีระบบมี Downtime เกินกว่าที่กําหนดในข้อ 11.1 ผู้ให้เช่ายินยอมให้ ปณท ปรับเป็น รายชั่วโมง ในอัตราชั่วโมงละ 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน) โดยเศษของชั่วโมงคิดเป็น 1 (หนึ่ง) ชั่วโมง นับจากเวลาที่เกินกําหนดจนถึงเวลาที่ผู้ให้เช่าดําเนินการแก้ไขให้สามารถใช้งาน ใต้แล้วเสร็จ
    14.2.2 กรณีผู้ให้เช่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาตามข้อ 11.2 ให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กําหนด ผู้ให้เช่า ยินยอมให้ ปณท ปรับเป็นรายวัน ในอัตราวันละ 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน) โดยเศษของ วันคิดเป็น 1 (หนึ่ง) วัน นับจากวันที่เกินกําหนดจนถึงวันที่ผู้ให้เช่าดําเนินการแก้ไขให้สามารถ ใช้งานได้แล้วเสร็จ
  15. การปฏิบัติตามนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล
    15.1 ผู้ให้เช่าต้องปฏิบัติตามนโยบายบริหารความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลตามมาตรฐาน ISO 27001 ของ ปณท เช่น การใช้งานข้อมูลและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์กร (Acceptable Use) การลง นามในข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูล (Non-Disclosure Agreement: NDA) และปฏิบัติตามคู่มือการ ปฏิบัติงานของบุคคลภายนอก (Third Party Code of Conduct) เป็นต้น
    1.5.2 ผู้ให้เช่าต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง แนวทางการใช้บริการคลาวด์ พ.ศ. 2562
    ตนเอง
    ในกรณีที่ผู้ให้เช่ากระทําการฝ่าฝืนตามวรรคหนึ่ง ผู้ให้เช่าต้องรับผิดตามกฎหมายดังกล่าวด้วย
    15.3 หากผู้ให้เช่ามีการบริหารจัดการระบบ โดยเก็บข้อมูลบนคลาวด์ซึ่งมีเซิร์ฟเวอร์อยู่ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ ต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอทั้งนี้ ต้องเป็นไปตาม
    ใน
    หลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคกําหนด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
  16. การรักษาความมั่นคงปลอดภัย (Security) และการจัดการข้อมูล (Data Management) บนคลาวด์
    16.1 ได้รับมาตรฐานการรับรองแนวปฏิบัติมาตรการควบคุมด้านความมั่นคงปลอดภัยบนบริการคลาวด์ เช่น มาตรฐาน ISO 27017 หรือ CSA-STAR Level 2 และต้องปรับปรุงการปฏิบัติงานให้เป็นไปตาม มาตรฐานการรับรองความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศในระดับสากลฉบับปัจจุบันทันที หากมาตรฐานดังกล่าวได้ถูกปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน (Update)
    16.2 มีอุปกรณ์/ระบบรักษาความปลอดภัยดังนี้
    16.2.1 มีระบบไฟร์วอลล์ (Firewall) ชนิด Next Generation Firewall โดยสามารถควบคุมการ
    เข้าถึงในระดับ Application ได้
    16.2.2 มีอุปกรณ์ป้องกันการบุกรุก (IPS) จากผู้ไม่ประสงค์ดี
    16.2.3 มีระบบป้องกันการโจมตีรูปแบบ Denial of Service (Dos) หรือแบบ Distributed Derial of Service (DDos) หรือแบบ Brute Force โดยการจํากัดอัตราการโจมตี (Rate Limiting)
    ได้
    16.2.4 ในกรณีที่มีการว่าจ้างเฉพาะการพัฒนาระบบงานเว็บไซต์ที่มีการให้บริการบนคลาวด์ สามารถ ใช้ระบบป้องกันการบุกรุกบนคลาวด์ที่มีคุณสมบัติป้องกันการโจมตีเว็บไซต์โดยเฉพาะตามข้อ
    16.2.3 ทดแทนอุปกรณ์ตามข้อ 16.2.1 และ 16.2.2 ได้
    16.3 มีระบบเก็บ Log ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ประกอบด้วย
    ประวัติข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ที่ผ่านเข้า-ออกเครื่องคอมพิวเตอร์เสมือนโดยผู้ให้บริการบนคลาวด์ ต้องส่งข้อมูล Log ให้กับ ปณท เมื่อมีการร้องขอจาก ปณท
    16.4 มีการบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินการและการใช้บริการ (Audit Log) เพื่อให้สามารถ
    ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้
    16.5 การยกเลิกการเข้าใช้ระบบหรือการสิ้นสุดการเช่าใช้ระบบ ผู้ให้เช่าจะต้องทําลายข้อมูลตามนโยบาย และแนวทางปฏิบัติในการยกเลิกการใช้บริการ โดยกําหนดรูปแบบ กระบวนการอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งมีหนังสือ/เอกสารเป็นหลักฐานยืนยันไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
  17. ข้อกําหนดอื่น ๆ
    17.1 กรณีที่สิ้นสุดระยะเวลาการเช่าใช้ระบบแล้ว ปณท ยังหาผู้ให้เช่ารายใหม่ไม่ได้ ผู้ให้เช่าต้องยินยอมให้ ปณท ใช้ระบบต่อไปจนกว่า ปณท จะหาผู้ให้เช่ารายใหม่ได้ โดยคิดค่าเช่าใช้ระบบรายเดือนไม่เกินกว่า ค่าเช่าใช้ระบบรายเดือนตามสัญญานี้
    17.2 ข้อเสนอและรายละเอียดต่าง ๆ ที่ผู้ยื่นข้อเสนอนํามาเสนอนั้น หากมีปัญหาเกี่ยวกับการตีความของ ข้อความใด ๆ ในระหว่างการพิจารณา ให้ถือคําวินิจฉัยของ ปณท เป็นที่สุด กรณีที่ ปณท ต้องการให้ผู้ ยื่นข้อเสนอรายใดให้ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม อาจให้ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมาแจ้งด้วยวาจาหรือลาย ลักษณ์อักษรเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามที่ ปณท จะเห็นสมควร
    17.3 ในกรณีมีบุคคลภายนอกกล่าวอ้างหรือใช้สิทธิเรียกร้องใด ๆ ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิอื่นใด เกี่ยวกับระบบ Call Center ที่ผู้ให้เช่านํามาใช้งานในระบบ Call Center on Cloud ผู้ให้เช่าต้อง ดําเนินการทั้งปวงเพื่อให้การกล่าวอ้างหรือการเรียกร้องนั้นระงับสิ้นไปโดยเร็ว และ ปณท ต้อง
    df
    สามารถใช้งานต่อไป โดยไม่มีผลกระทบ หากผู้ให้เช่าไม่อาจกระทําได้เป็นเหตุให้ ปณท ต้องรับผิด ชดใช้ค่าเสียหายต่อบุคคลภายนอกเนื่องมาจ
    ชดใช้ค่าเสียหายต่อบุคคลภายนอกเนื่องมาจากผลแห่งละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิอื่นใดดังกล่าว ผู้ให้เช่าต้องรับผิดชําระค่าเสียหาย และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมทั้งค่าธรรมเนียม ค่าทนายความ แทน ปณท ทั้งสิ้น และหากกรณีดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายประการใดแก่ ปณท ผู้ให้เช่าต้องรับผิดชอบ และชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ ปณท ทั้งสิ้น หากผู้ให้เช่าเพิกเฉยไม่ดําเนินการ ปณท มีสิทธิดําเนินการเอง หรือว่าจ้างบุคคลอื่นมาดําเนินการดังกล่าว แทนผู้ให้เช่าได้ โดยผู้ให้เช่าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบใน ค่าใช้จ่ายเพื่อการนี้ทั้งหมดทุกประการ
    chr
    ความต้องการโดยรวมของ ปณท
    ข้อก้าหนดทางเทคนิค
    การเช่าใช้ระบบ Call Center on Cloud
    ปณท มีความต้องการเช่าใช้ระบบ Call Center on Cloud เพื่อใช้งานทดแทนระบบโทรศัพท์สําหรับรับ แจ้งปัญหาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเดิม เป็นระยะเวลา 36 (สามสิบหก) เดือน โดยระบบต้องมีความสามารถ ด้านการบริหารจัดการตู้ชุมสายโทรศัพท์อัตโนมัติ (IP PBX), ระบบตอบรับอัตโนมัติ (IVR), ระบบบันทึกเสียง (Voice Recording Unit), โปรแกรมโทรศัพท์ Softphone พร้อมอุปกรณ์ Headset เป็นอย่างน้อย
    ผู้ให้เช่าต้องดําเนินการวิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนาและติดตั้งระบบ Call Center on Cloud ให้ เหมาะสมกับการใช้งานและความต้องการของ ปณท และต้องต่อเชื่อมเข้ากับระบบ IT Service and Asset Management ที่ ปณท ใช้งานอยู่ โดยสามารถทํางานร่วมกับอุปกรณ์และโปรแกรมคอมพิวเตอร์เดิมที่ ปณท ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนดําเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ของ ปณท ที่
    เกี่ยวข้องให้สามารถดูแลระบบและใช้งานในส่วนที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี
  18. ความต้องการทั่วไป
    1.1 ผู้ให้เช่าต้องศึกษาความต้องการ กระบวนการ และระบบ Call Center เดิมที่ ปณท ใช้งานอยู่เพื่อใช้
    ในการออกแบบ พัฒนาระบบ Call Center on Cloud ที่จะส่งมอบ
    1.2 ผู้ให้เช่าต้องออกแบบกระบวนการทํางาน (Work flow) ของระบบตอบรับอัตโนมัติ (IVR) ตามความ
    ต้องการของ บิณฑ
    1.3 ผู้ให้เช่าต้องเชื่อมต่อระบบ Call Center on Cloud ที่เสนอ กับระบบที่เกี่ยวเนื่องและมีการใช้งานอยู่
    ในปัจจุบันของ ปณท ดังนี้
    1.3.1 ระบบ IT Service and Asset Management (Ivanti Neurons) ให้สามารถแสดงรหัส พนักงาน, ชื่อ-นามสกุล, สังกัด ของผู้ใช้บริการที่ระบบ Call Center และเมื่อรับสายระบบ สามารถแสดง Pop-Up Screen ข้อมูลผู้ใช้บริการที่ติดต่อเข้ามา
    1.3.2 ระบบตู้สาขาโทรศัพท์อัตโนมัติ (IP-PBX) ดังนี้
    1.3.2.1 ระบบตู้สาขาโทรศัพท์อัตโนมัติ IP-PBX ของ UIH (83660, 6073660) เชื่อมต่อ
    แบบ SIP Trunk มี 30 คู่สาย
    1.3.2.2 ระบบตู้สาขาโทรศัพท์ SIEMENS (02-8313660) เชื่อมต่อแบบ RJ11 มี 5 คู่สาย 1.3.2.3 ระบบตู้สาขาโทรศัพท์ NT (02-5751400) เชื่อมต่อแบบ RJ11 มี 20 คู่สาย
  19. ความต้องการด้านสิทธิการใช้งาน
    สิทธิการใช้งานระบบ Call Center on Cloud ดังนี้
    2.1 พนักงานรับสาย (Agent) จํานวน 20 คน
    2.2 Supervisor จํานวน 2 คน
    2.3 ผู้ดูแลระบบ (Admin) จํานวน 1 คน
  20. ข้อกําหนดทางเทคนิค
    3.1 ความต้องการด้านระบบ Call Center
    3.1.1 สามารถรองรับพนักงานรับสายพร้อมๆ กัน ได้ไม่น้อยกว่า 20 Users
    3.1.2 พนักงานรับสายต้องสามารถ Logon และ Logoff จากโปรแกรมรับสายบนหน้าจอ
    คอมพิวเตอร์ได้
    3.1.3 กรณีที่พนักงานรับสายให้บริการเต็มทุกคู่สายระบบต้องสามารถประกาศให้ผู้ใช้บริการเลือก
    ว่าจะรอสายต่อไป
    3.1.4 ระบบต้องสามารถกําหนดวิธีการกระจายสาย (Routing Call) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตาม
    เงื่อนไขอย่างน้อย ดังนี้
    3.1.4.1 ตามเลขหมาย ANI, DNIS ค่าที่กดจากระบบตอบรับอัตโนมัติ (IVR) แยกตามเมนู 3.1.4.2 ตามทักษะของพนักงานรับสาย หรือกลุ่มพนักงานรับสาย
    3.1.4.3 ระดับความสําคัญของ Call หรือผู้ใช้บริการ (priority)
    3.1.4.4 วันและเวลาที่กําหนด
    3.1.4.5 สามารถโอนสายหาพนักงานรับสายที่มีเวลารอสายนานที่สุด (Longest Waiting Time) 3.1.5 พนักงานรับสายที่ Logon แล้ว ต้องสามารถกําหนดลักษณะในการปฏิบัติงานที่แตกต่างกันได้ ไม่น้อยกว่า 3 สถานะ คือ พร้อมรับสาย (Ready) ไม่พร้อมรับสายชั่วคราว (Not Ready) และปฏิบัติงานอื่นอยู่
    3.1.6 พนักงานรับสายสามารถขอระงับการรับสายจากระบบชั่วคราวได้เมื่อยังไม่พร้อมที่จะรับสาย
    โดยไม่ต้องทําการ Logoff ออกจากระบบ โดยสามารถให้พนักงานรับสายบอกถึงเหตุผลเช่น ไปห้องน้ํา พักเที่ยง หรือ เลิกงาน เพื่อใช้ประโยชน์ในรายงาน โดยทําการกดปุ่มจากโปรแกรม บนเครื่องลูกข่าย (Not Ready Reason Code)
    3.1.7 เมื่อพนักงานรับสายเปลี่ยนสถานะเป็น ไม่พร้อมรับสายชั่วคราว (Not Ready) ระบบจะต้อง สามารถแสดงเวลาให้พนักงานรับสาย และผู้ควบคุมงานทราบได้ว่า ไม่พร้อมรับสายเป็น
    เวลานานเท่าไหร่แล้ว
    3.1.8 พนักงานรับสายสามารถร้องขอไปยัง Supervisor เพื่อขอความช่วยเหลือขณะกําลังสนทนา
    กับผู้ใช้บริการได้
    3.1.9 พนักงานรับสายสามารถโอนสายของผู้ใช้บริการไปยัง Supervisor หรือพนักงานรับสายท่านอื่นได้ 3.1.10 พนักงานรับสายสามารถทํางานผ่าน Agent Desktop หรือ Web-base Application ได้
    อย่างน้อย ดังนี้ 3.1.10.1 รับสาย
    3.1.10.2 วางสาย
    3.1.10.3 ประชุมสาย
    3.1.10.4 โอนสาย
    3.1.10.5 พักสาย
    3.1.10.6 ส่งข้อความ Chat
    3.1.10.7 แสดงรหัสพนักงาน ชื่อ-นามสกุล สังกัด ของผู้ใช้บริการที่ติดต่อเข้ามา 3.1.11 ผู้ใช้ประเภท Supervisor ต้องสามารถดําเนินการได้อย่างน้อย ดังนี้
    3.1.11.1 สามารถฟังการสนทนาของพนักงานรับสายขณะให้บริการกับผู้ใช้บริการได้โดยที่
    พนักงานรับสาย และผู้ใช้บริการไม่รู้ตัว (Observe)
    3.1.11.2 สามารถให้คําแนะนําแก่พนักงานรับสายขณะให้บริการกับผู้ใช้บริการได้ โดยที่
    ผู้ใช้บริการไม่ได้ยินเสียงของ Supervisor (Coaching)
    3.1.11.3 สามารถปรับสถานะของพนักงานรับสายให้พร้อมรับสาย หรือไม่พร้อมรับสายได้
    โดยควบคุมผ่านหน้าจอของ Supervisor เอง
    3.1.12 ระบบที่เสนอต้องมีวิธีการบริหารจัดการโดยง่ายไม่ซับซ้อน โดยที่ผู้ดูแลระบบ (Admin) สามารถใช้งานผ่าน Web Browser ในเวอร์ชั่นที่ Compatible ได้ หรือมีโปรแกรมที่เป็น GUI (Graphical User Interface) เพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติม Configuration ของระบบ และเปลี่ยนแปลงตรวจสอบ Call Flow ของระบบกระจายสายได้
    3.1.13 ผู้ดูแลระบบ (Admin) สามารถตั้งค่าการใช้งานโปรแกรม Softphone ได้ 3.1.14 ผู้ดูแลระบบ (Admin) สามารถเพิ่ม ยกเลิก หรือแก้ไขพนักงานรับสายได้ 3.1.15 มีระบบรวบรวมสถิติและการจัดทํารายงานต่างๆ ได้แบบ Real-time Monitoring Report และ Historical Report โดยสามารถค้นหารายงานด้วยการระบุวันเวลาเริ่มต้น และสิ้นสุด
    ในแบบรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี รวมถึงค้นหาตามวันทํางานจันทร์ – ศุกร์ (Weekday) และตามวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ (Weekend) พร้อมทั้งแสดงค่าผลรวม ค่าเฉลี่ย และร้อยละ โดยสามารถเลือกเป็นรายพนักงานรับสาย หรือ ตามกลุ่มพนักงาน รับสาย หรือตามกลุ่ม Skill ของ พนักงานรับสาย ได้ โดยสามารถแสดงรายงาน ทั้งแบบกราฟ ตาราง และข้อความ ได้เป็นอย่างน้อย ดังนี้
    3.1.15.1 รายงานด้านพนักงานรับสาย
    3.1.15.2 เวลาการเข้าใช้งานของพนักงานรับสาย (Logon-Logoff)
    3.1.15.3 เวลาการปฏิบัติงานในแต่ละวันของพนักงานรับสาย
    3.1.15.4 เวลาไม่พร้อมรับสายในสถานะต่างๆ (Not Ready Reason Code) โดยสามารถ
    เลือกแต่ละสถานะได้
    3.1.15.5 ปริมาณสายที่วางสายขณะอยู่ใน Queued (Abandoned Queue Calls) 3.1.15.6 เวลาเริ่มรับสาย
    3.1.15.7 ระยะเวลารอสายของสายที่รับได้ สูงสุด ต่ําสุด และเวลาเฉลี่ย 3.1.15.8 ระยะเวลารอสายของสายที่หลุด สูงสุด ต่ําสุด และเวลาเฉลี่ย 3.1.15.9 ระยะเวลาการสนทนา สูงสุด ต่ําสุด และเวลาเฉลี่ย
    3.1.15.10 คะแนนการประเมินความพึงพอใจการให้บริการหลังจบการสนทนา (Customer
    Survey) แบ่งตามพนักงานที่ให้บริการโดยสามารถทราบชื่อของพนักงานรับสายที่ ถูกประเมินได้ พร้อมทั้งแสดงคะแนนของการประเมิน และค่าเฉลี่ย
    3.1.15.11 ปริมาณสายที่โทรเข้าทั้งหมดโดยสามารถแยกประเภทสายที่ติดต่อเข้ามาจาก
    ช่องทางไหน
    3.1.15.12 รายงานแสดงประวัติสายสนทนาซึ่ง
    มาซึ่งแสดงทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน Call Flow
    3.1.15.13 ปริมาณสายติดต่อนอกเวลาทําการ
    3.1.15.14 ปริมาณสายที่ฝากข้อมูลติดต่อกลับ
    3.1.15.15 ปริมาณสายตามช่วงเวลา
    3.1.15.16 ผลการประเมินความพึงพอใจการให้บริการหลังจบการสนทนา (Customer
    Survey) โดยสามารถแสดง ปริมาณการตอบ Survey และผลการประเมินเฉลี่ย 3.1.16 สามารถแสดงรายงานแบบ Real Time โดยใช้ Web Browser เพื่อนําเสนอเป็น Dashboard ผ่านจอ LED TV ได้ โดยแสดงข้อมูลปริมาณสายเรียกเข้า, จํานวนสายที่รออยู่ใน
    คิว, เวลาของสายที่รอนานที่สุด, ข้อมูลปริมาณพนักงานรับสายที่พร้อมรับสายได้ และสถิติ
    การรับสายของพนักงานรับสาย
    3.1.17 ระบบต้องมีรายงานมาตรฐานที่แสดงประสิทธิภาพในการทํางานของพนักงานรับสาย และ
    จํานวนสายที่เข้ามาได้อย่างน้อย 20 รายงาน
    3.1.18 รายงานสามารถ Export ออกมาในรูปแบบต่างๆ เช่น Excel หรือ PDF ได้เป็นอย่างน้อย 3.1.19 ในกรณีที่พนักงานรับสายไม่อยู่ที่โต๊ะและสถานะพร้อมรับสาย (Ready) ระบบต้องสามารถ กระจายสายไปยังพนักงานรับสายท่านอื่นที่มีสถานะพร้อมรับสาย (Ready) และเปลี่ยน สถานะของพนักงานรับสายที่ไม่อยู่โต๊ะเป็นไม่พร้อมรับสาย (Not ready) ได้โดยอัตโนมัติ
    3.1.20 ระบบจะต้องมีฟังก์ชั่นที่จะบริหารจัดการ Web Chat อย่างน้อย ดังนี้
    3.1.20.1 สามารถเชื่อมต่อ Web Chat request เข้ากับหน้า Web page โต 3.1.20.2 สามารถ Chat ได้
    3.1.20.3 สามารถเก็บ Chat Log ได้
    3.2 คุณสมบัติด้านระบบโทรศัพท์
    3.2.1 เป็นระบบตู้สาขาโทรศัพท์อัตโนมัติ (IP-PBX) ที่ใช้เทคโนโลยีแบบ SIP (Session Initiation Protocol) โดยใช้ความสามารถของระบบโทรศัพท์พื้นฐานและระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต Voice over IP (Volt) เป็นอย่างน้อย
    3.2.2 สามารถรองรับการสื่อสารช่องสัญญาณเสียงได้ไม่น้อยกว่า 55 ช่องสัญญาณ (Simultaneous Calls) ในเวลาเดียวกัน และสามารถรองรับการขยายจํานวนผู้ใช้งานเลขหมายภายในใน อนาคตได้ไม่จํากัด (Unlimited Extension) โดยไม่ต้องซื้อ License เพิ่มภายหลัง
    3.2.3 ซอฟต์แวร์ระบบตู้สาขาโทรศัพท์อัตโนมัติ (IP-PBX) ต้องมีรหัสใบอนุญาตผลิตภัณฑ์ (License Key) จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 36 เดือน 3.2.4 ผู้ให้เช่าจะต้องดําเนินการปรับปรุงรุ่นของซอฟต์แวร์ให้เป็นรุ่นล่าสุด (Version Upgrade) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานและความปลอดภัยของซอฟต์แวร์ ตลอดระยะเวลาการเช่าใช้
    ระบบ
    3.2.5 สนับสนุนการทํางานฟังก์ชันระบบโทรศัพท์พื้นฐานอย่างน้อย ดังนี้
    3.2.5.1 ระบบตอบรับอัตโนมัติ (Auto Attendant / Digital Receptionist) การโอนสายแบบไม่รอผลการโอน (Blind Cal Transfer)
    3.2.5.2
    3.2.5.3
    การโอนสายแบบรอผลการโอน (Attended Call Transfer)
    3.2.5.4 การโอนสายเมื่อสายไม่ว่าง (Call Forward on Busy)
    3.2.5.5 การโอนสายเมื่อไม่มีผู้รับ (Call Forward on No Answer) 3.2.5.6 เสียงตอบรับอัตโนมัติสําหรับวันหยุด (Different Prompts for Holidays) 3.2.5.7 การรับฝากข้อความเสียง (Voice Mail)
    3.2.5.8 ดนตรีพักสาย (Music on Hold)
    3.2.5.9 กลุ่มการรับสาย/การกําหนดลําดับสายในกลุ่ม (Ring Groups/Hunt Groups) 3.2.5.10 การบันทึกเสียงการสนทนา (Call Recording
    3.2.5.11 การประชุมทางโทรศัพท์ (Conference Calling)
    3.2.6 รองรับมาตรฐานการทํางานของระบบเครือข่ายตามมาตรฐานการเข้ารหัสสัญญาณเสียง
    (Codec) แบบ PCMA, PCMU, และ G729 หรือ G7293 เป็นอย่างน้อย
    3.2.7 สามารถเชื่อมต่อกับ IP PBX ระบบอื่นๆ ด้วยโปรโตคอล SIP Trunk หรือ H323 Trunk ได้
    سلام
    3.3 ความต้องการด้านระบบตอบรับอัตโนมัติ (IVR)
    3.3.1 ระบบตอบรับอัตโนมัติที่เสนอสามารถรองรับสายเข้าได้ไม่น้อยกว่า 55 Channel พร้อมๆ กัน 3.3.2 สามารถรับสายได้โดยอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งกล่าวทักทายผู้ใช้บริการ และ นําเสนอบริการ (Service Type) ต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้บริการกดเลือกบริการ (Service Type) ต่างๆ ได้
    3.3.3 ระบบต้องสามารถจัดลําดับขั้นตอนการเลือกใช้บริการ (Service Type) ในลักษณะ Multi- Level Menu แบบไม่จํากัด Level และผู้ใช้บริการสามารถเลือกใช้บริการได้จากปุ่มบนแป้น โทรศัพท์ (DTMF Tone)
    3.3.4 สามารถกําหนดให้ระบบแยกการตอบรับอัตโนมัติแตกต่างกันตามวันและเวลาได้ เช่น การ ตอบรับสําหรับเวลาทําการ และ การตอบรับสําหรับนอกเวลาทําการ และ การตอบรับสําหรับ วันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยที่สามารถบันทึกวันหยุดล่วงหน้าได้
    3.3.5 สามารถแก้ไขโครงสร้างเมนูของระบบ (Call Flow) ในระหว่างที่ระบบกําลังให้บริการอยู่ โดย
    ไม่ต้องหยุดการทํางานของระบบและไม่มีผลกระทบกับผู้ที่กําลังใช้บริการ
    3.3.6 ระบบต้องสามารถกล่าวคําต้อนรับ คําประกาศต่างๆ บทสนทนา (Script) แก่ผู้ใช้บริการได้ 3.3.7 สามารถกําหนดระยะเวลาเมื่อผู้ใช้บริการไม่กดปุ่มใดๆ ให้ระบบโอนสายไปยังพนักงานรับสาย
    ที่พร้อมรับสายได้โดยอัตโนมัติ
    3.3.8 ระบบสามารถส่งสายของผู้ใช้บริการหลังจบการสนทนากับพนักงานรับสายไประบบ
    Customer Survey la
    3.3.9 มีความสามารถดึงข้อมูลในฐานข้อมูลจาก Database Server และ Web Server เป็นแบบ Real Time ได้และต้องสามารถเชื่อมต่อกับระบบ IT Service and Asset Management เพื่อการดึงข้อมูลของผู้ใช้บริการมาแสดงที่หน้าจอโดยอัตโนมัติทันทีที่พนักงานรับสายรับสาย
    (Customer Screen popup)
    3.3.10 ระบบต้องมี Application Tool ที่ใช้ในการพัฒนา Call Flow ของระบบเป็น Graphic User Interface (GUI) แบบลากและวาง (Drag & Drop) โดยมี icon ที่ใช้ในการพัฒนา เพื่อให้ ผู้ดูแลระบบ (Admin) สามารถแก้ไข Call Flow ของระบบโดยไม่ต้องเขียน Coding โปรแกรมเพิ่มเติม
    3.4 ความต้องการด้านระบบบันทึกเสียง (Voice Recording Unit)
    3.4.1 สามารถบันทึกเสียงระหว่างพนักงานรับสายกับผู้ใช้บริการได้ทั้งในลักษณะสายที่รับและสายที่
    โทรออกโดยอัตโนมัติ
    3.4.2 สามารถฟังการบันทึกข้อมูลเสียงได้แบบ Historical หรือแบบย้อนหลัง โดยกําหนดเป็น
    ย้อนหลังตามจํานวนวันที่ต้องการได้
    3.4.3 สามารถบันทึกเสียงได้ไม่น้อยกว่าจํานวนพนักงานรับสายที่ใช้งานอยู่ในเวลาเดียวกัน 3.4.4 สามารถเก็บข้อมูล Online Storage ได้ไม่น้อยกว่า 3 เดือน
    3.4.5 สามารถ Export File เสียง ออกมาในรูปแบบ WAV หรือ MP3 ได้เป็นอย่างน้อย 3.4.6 สามารถค้นหาข้อมูลที่บันทึกจาก Agent Narne, Date, Time, Incoming Calt no โดย
    สามารถใช้งานผ่าน Web Browser ได้
    3.4.7 ในกรณีที่มีการโอนสายไปให้พนักงานรับสายท่านอื่น ระบบต้องสามารถแสดงไฟล์เสียงตั้งแต่
    พนักงานรับสายคนแรกรับสาย แล้วโอนสาย หรือ Conference สายไปให้ Supervisor หรือ พนักงานรับสายท่านอื่น จนกระทั่งสิ้นสุดการสนทนาได้
    کنال
    3.4.8 ต้องมีการเข้ารหัส (Encryption) ระดับ Application Voice เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูล
    เสียงโดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต
    3.5 ความต้องการด้านโปรแกรมโทรศัพท์ Softphone พร้อมอุปกรณ์ Headset
    3.5.1 สามารถติดตั้งใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ (Client Application on Computer) หรือ ทํางานบน Web Browser ที่ใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows 10 หรือใหม่กว่าได้ 3.5.2 สามารถจัดการสายสนทนาเข้าและออกได้ ประกอบด้วย Call Transfer, Hold ได้เป็นอย่างน้อย 3.5.3 สามารถ รับสาย (Answer), การโทรออก (Make Call), การโอนสาย (Transfer) เป็นอย่างน้อย
    สามารถ Mute สําหรับป้องกันเสียงออกไปยังปลายทาง 3.5.5 ผู้ให้เช่าต้องส่งมอบอุปกรณ์ Headset จํานวน 20 ที่ใช้งานร่วมกับโปรแกรมโทรศัพท์
    Softphone มีคุณสมบัติอย่างน้อยดังนี้
    3.5.4
    ชุด
    3.5.5.1 สามารถตัดเสียงรบกวนของไมโครโฟน (Noise Canceling microphone and
    passive noise cancellation)
    3.5.5.2 ไมโครโฟนสามารถปรับหมุนได้ 320 องศา (320° bendable boom arm for
    easy adjustment without breaking) หรือดีกว่า
    3.5.5.3 ไมโครโฟนตอบสนองช่วงความถี่ (microphone frequency response range)
    150Hz - 6800Hz
    3.5.5.4 ไมโครโฟนรองรับการทํางานที่ Sensitivity:-44.0 dB re. 1 V/Pa
    3.5.5.5 มีความยาวสายอย่างน้อย 1 เมตร (from headset to calt control unit) 3.5.5.6 รองรับการเชื่อมต่อหูฟังกับอุปกรณ์แบบ USB
    3.5.5.7 รองรับการใช้งานหูฟังแบบ 1 ข้าง วัสดุ Ear Cushions เป็นแบบ Foamy ear
    cushions
    3.5.5.8 รองรับการใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์ (USB plug-and-play connect to PC) 3.5.5.9 รองรับปุ่มการใช้งาน เพิ่ม-ลดเสียง (Volume up/down), รับสาย/วางสาย (Answer/Erid Catt Button), ปิดเสียงไมโครโฟน (Mute Button) เป็นอย่างน้อย 3.5.5.10 รองรับการปรับ Headband เพื่อความสะดวกในการใช้งาน 3.5.5.11 มีน้ําหนักไม่เกิน 84 กรัม
  21. ความต้องการด้านการทดสอบระบบ
    4.1 ก่อนจะเริ่มทําการทดสอบระบบ ผู้ให้เช่าต้องจัดเตรียมแผนการทดสอบ (Acceptance Test Plan) ขั้นตอนการทดสอบ (Acceptance Test Procedure) กรณีทดสอบ (Test Cases) พร้อมทั้ง รายละเอียดการทดสอบต่าง ๆ รวมทั้งขั้นตอนการดําเนินงานเพื่อบรรลุจุดประสงค์การทดสอบ
    4.2 ดําเนินการทดสอบการทํางานของระบบ ระดับต่าง ๆ ได้แก่
    9
    4.2.1 System Integration Test (SIT) ผู้ให้เช่าจะต้องทดสอบร่วมกับ ปณท โดยเชื่อมโยงระบบ
    Call Center on Cloud กับระบบงานที่เกี่ยวข้องก่อนนําระบบขึ้นใช้งาน
    4.2.2
    User Acceptance Test (UAT) ผู้ให้เช่าจะต้องจัดให้มีการทดสอบระบบ Call Center on Cloud กับระบบงาน และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องก่อนนําระบบขึ้นใช้งาน โดยต้องเป็นการ ทดสอบแบบ Scenario Test ซึ่งเป็นการทดสอบแบบจําลองสถานการณ์การทํางานจริง และ ทดสอบโดยผู้ใช้งานหลัก
  22. ความต้องการด้านการฝึกอบรม
    5.1 ปณท ต้องการให้มีการฝึกอบรมผู้ใช้งานระบบ Call Center on Cloud จํานวนไม่เกิน 20 คน (แบ่งเป็น 2 รุ่น) โดยจัดฝึกอบรม ณ ฝ่ายปฏิบัติการและสนับสนุนด้านดิจิทัล บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด หรือสถานที่อื่นตามที่ตกลง
    5.2 ปณท ต้องการให้มีการฝึกอบรมผู้ดูแลระบบ Call Center on Cloud จํานวนไม่เกิน 5 คน โดยจัด ฝึกอบรม ณ ฝ่ายปฏิบัติการและสนับสนุนด้านดิจิทัล บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด หรือสถานที่อื่นตามที่
    ตกลง
    5.3 ผู้ให้เช่าต้องจัดทําแผนการฝึกอบรมเสนอแก่ ปณท ก่อนการฝึกอบรมอย่างน้อย 30 วัน โดยมี
    รายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้
    5.3.1 หัวข้อในการฝึกอบรม 5.3.2 เนื้อหาการฝึกอบรมโดยย่อ 5.3.3 วัตถุประสงค์และเป้าหมาย 5.3.4 คุณสมบัติผู้เข้าอบรม
    5.3.5 ระยะเวลาการฝึกอบรม (ในวันและเวลาราชการ)
    5.3.6 รายชื่อวิทยากร พร้อมประวัติวิทยากร
    5.3.7 เอกสารประกอบการฝึกอบรม
    5.4 ผู้ให้เช่าต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมทั้งหมดโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมจาก ปณท ทั้งสิ้น อาทิ ค่าวิทยากร ค่าเอกสารประกอบการฝึกอบรม ค่าสื่อการสอน ค่าสถานที่ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรม เป็นต้น ตลอดระยะเวลาการฝึกอบรมให้แก่บุคลากรของ ปณท
    كاله
    0 1
    ข้อกําหนดข้อที่
    รายละเอียดความต้องการ
    เป็นรายข้อทุกข้อ
    ยี่ห้อ / รุ่น
    ของที่เสนอ
    เอกสารเปรียบเทียบรายละเอียดข้อเสนอด้านเทคนิค
    อธิบายสิ่งทีผู้เสนอราคา ตรงตามข้อกําหนด ระบุหน้าหรือส่วน เสนอในเอกสารประกวดราคา หรือดีกว่าข้อก้าหนด ของเอกสารอ้างอิง
    หมายเหตุ
  23. ช่อง “อธิบายสิ่งที่ผู้เสนอราคา เสนอในเอกสารประกวดราคา” ให้อธิบายสิ่งที่เสนอให้สอดคล้องกับความต้องการของ ปณท และสอดคล้องกับเอกสารที่ต้องการอ้างอิง โดยใช้คําอธิบายที่ เหมาะสมที่เป็นการตอบตามความต้องการของ ปณท เพื่อ ปณท จะได้สามารถเปรียบเทียบสิ่งที่ผู้เสนอราคา เสนอในเอกสารประกวดราคากับความต้องการของ ปณท ได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และไม่ผิดพลาด
  24. ช่อง “ตรงตามข้อกําหนดหรือดีกว่าข้อกําหนด” ให้ระบุให้ชัดเจนตามสิ่งที่ผู้เสนอราคาเสนอเปรียบเทียบกับความต้องการของ ปณท เป็นรายข้อทุกข้อ
    ช่อง “ระบุหน้าหรือส่วนของเอกสารอ้างอิง” ให้ผู้เสนอราคาระบุไว้ในกรณีที่ต้องการมีการอ้างอิงเอกสาร โดยระบุหน้าหรือส่วนของเอกสารที่อ้างอิงถึงเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันในสิ่งที่เสนอตาม ข้อกําหนดแต่ละข้อให้ชัดเจน และในเอกสารอ้างอิงต้องหมายเหตุหรือขีดเส้นใต้หรือระบายสีข้อความที่อ้างอิงถึง พร้อมระบุข้อที่ของข้อกําหนดนั้น หากไม่มีกรณีที่ต้องอ้างอิงเอกสารให้พิมพ์ ข้อความ “ไม่มีเอกสารอ้างอิง” เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบของ ปณท ทั้งนี้หากไม่ระบุข้อความ “ไม่มีเอกสารอ้างอิง” โดยปล่อยว่างไม่พิมพ์ข้อความใด ๆ ลงไป ปณท จะถือว่าผู้เสนอราคา ยอมรับว่าการเปรียบเทียบข้อ ําหนด ในช่องนั้นหรือรายการนั้นไม่มีเอกสารอ้างอิง
    เอกสารแนบ ก
    คณะกรรมการร่างข้อกําหนดขอบเขตงาน (TOR)

    (นายตุลย์ ศรีวิจิตร) ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการและ สนับสนุนด้านดิจิทัล
    dns affor
    (นายอโณภรณ์ ศรีชวนะ) หัวหน้าส่วน 8 (สท.)
    จารฯ

(นายจิตรภณ ตุลาธร) นักปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 7 (สท.)
ประธานกรรมการฯ
กรรมการฯ
กรรมการฯ
di
ด.
มาตรฐานจริยธรรม (Code of Conduct)
(การจัดซื้อจัดจ้างทุกวงพิน)
คู่ค้าของ ปณท จะต้องดําเนินธุรกิจตามมาตรฐานจริยธรรมโดยมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
คู่ค้าของ ปณท จะต้องดําเนินธุรกิจตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างเคร่งครัด โดยไม่ทุจริต ติดสินบน หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ซึ่งหากพบว่า คู่ค้าได้กระทําการใดๆ เข้าขอบข่ายดังกล่าว คู่ค้าจะถูกยกเลิกสัญญา โดย ปณท จะไม่รับผิดชอบความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อคู่ค้าหรือบุคคลอื่น อันเนื่องมาจากการยกเลิกสัญญา ดังกล่าว และคู่ค้าอาจถูกดําเนินการตามกฎหมาย
๒. คู่ค้าของ ปณท จะต้องป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับของ ปณท และต้องไม่มีการนํา ข้อมูลของ ปณท ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย และ/หรือเพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล และ/หรือ เพื่อประโยชน์ ทางการค้า
๓. คู่ค้าของ ปณท จะต้องแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและรับผิดชอบต่อสังคม
๔. คู่ค้าของ ปณท จะต้องแจ้งให้ ปณท ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร หากพบว่า มีการดําเนินการใดๆ ที่เป็นประโยชน์ทับซ้อนกับ ปณท
๕. คู่ค้าของ ปณท ต้องแข่งขันกันเพื่อให้ได้มาซึ่งสัญญาโดยการดําเนินงานของคู่ค้าและการติดต่องานกับ ภาครัฐทั้งหมดนั้น จะต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส ซื่อสัตย์ และถูกต้อง
5. คู่ค้าต้องดําเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างของ ปณท รวมทั้ง กฎหมายที่ห้ามไม่ให้มีความพยายามในการมีอิทธิพลอย่างไม่เหมาะสมต่อเจ้าหน้าที่ของ ปณท รวมถึง กฎระเบียบและข้อบังคับ ซึ่งออกโดยสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
๗. คู่ค้าห้ามไม่ให้มีการติดสินบนในการดําเนินการทางธุรกิจทุกชนิด ซึ่งเกิดขึ้นโดยตรงหรือซึ่งเกิดขึ้น โดยผ่านบุคคลที่สาม
4. คู่ค้าจะต้องส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานอย่างเท่าเทียมกัน หลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้อื่น และมีการเฝ้าระวังและตอบสนอง ตลอดจนการป้องกันและแก้ไขผลกระทบทางลบด้านสิทธิมนุษยชนจากการ ประกอบธุรกิจของตน
๔. คู่ค้ายินยอมปฏิบัติตามกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน และหลักการสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในการทํางาน
คู่ค้าต้องมีการเยียวยาผลกระทบเชิงลบด้านสิทธิมนุษยชนที่บริษัทของคู่ค้าได้กระทํา หรือมีส่วนร่วม
ในการทําให้เกิดขึ้น
ข้าพเจ้าได้อ่านเข้าใจและรับทราบแนวทางปฏิบัติของคู่ค้าของ ปณท และตกลงที่จะปฏิบัติตามแนวทาง ดังกล่าวนี้ ในทุกประเด็นที่เกี่ยวกับการดําเนินธุรกิจที่ข้าพเจ้าเกี่ยว
โยวของ
ลงชื่อ.
(………..
บริษัท ห้าง..
วนท.
.
หนังสือแสดงความจํานงตามหลักการคุณธรรม (การจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่
ตั้งแต่ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๕๐ ล้านบาท)
หนังสือฉบับนี้……………
เพื่อแสดงว่าข้าพเจ้า
เมื่อวันที่
มีความประสงค์จะเข้าร่วมในการเสนอราคา
การจัดซื้อจัดจ้างกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด (ปณท) และขอปฏิบัติตามกระบวนการที่กําหนดตามกฎหมาย และกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างด้วยความโปร่งใส สุจริต และเป็นธรรม รวมทั้งให้ความ ร่วมมือในการป้องกันและต่อต้านการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อให้ทุกขั้นตอนปลอดจากการทุจริตหรือ การกระทําโดยมิชอบทั้งปวง จึงขอให้คํามั่นในการปฏิบัติตามหลักการคุณธรรมดังต่อไปนี้
๑. จะไม่ให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด หรือจูงใจ หรือทุจริตติดสินบนให้ร่วม ดําเนินการใดๆ ทั้งในทางตรงและทางอ้อม อันเป็นการให้ประโยชน์ในการเสนอราคาหรือการสมยอมในการ เสนอราคาต่อ ปณท อันจะนํามาซึ่งความได้เปรียบและ/หรือได้รับผลประโยชน์ตอบแทนบางประการ ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างหรือการปฏิบัติตามสัญญา ทั้งก่อน ระหว่างการเสนอราคาและหลังการทําสัญญา
จัดซื้อจัดจ้าง
๒. จะปฏิบัติตามมาตรการของรัฐอย่างเคร่งครัด ซึ่งรวมถึงการจัดทําบัญชีแสดงรายการรับจ่าย ของโครงการที่เป็นคู่สัญญาของรัฐยื่นต่อกรมสรรพากรตามมาตรา ๑๐๓/๗ วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒
๓. จะให้ความร่วมมือในการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับของ ปณท โดยไม่มีการ นําข้อมูลไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย และ/หรือเพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล และ/หรือ เพื่อประโยชน์ทาง
การค้าโดยมิชอบหรือปราศจากความยินยอม
๔. จะให้ความร่วมมือในกรณีที่พบว่าผู้เข้าร่วมเสนอราคา ผู้ทําสัญญาหรือตัวแทนรายใดมิได้ ปฏิบัติ ตามหนังสือแสดงความจํานงฯ หรือได้กระทําการใดๆ ที่ไม่เป็นไปตามหนังสือแสดงความจํานงฯ กําหนด หรือพบเห็นพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริตหรืออาจนําไปสู่การทุจริตได้ จะแจ้ง ปณท ทราบ นอกจากนี้ อาจแจ้งหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้พิจารณา เช่น สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นต้น
๕. จะดําเนินธุรกิจตามหนังสือแสดงความจํานงตามหลักการคุณธรรมอย่างเคร่งครัด โดยสุจริต และไม่ประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ซึ่งหาก ปณท พบว่ามีการกระทําการใดๆ เข้าขอบข่ายความผิดดังกล่าว ยินยอมให้ ปณท บอกเลิกสัญญาและยอมรับผิดในค่าเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการยกเลิกสัญญา ดังกล่าว และการดําเนินคดีตามที่กฎหมายกําหนด
5. ส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานอย่างเท่าเทียมกัน หลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้อื่นและ มีการเฝ้าระวังและตอบสนอง ตลอดจนการป้องกันและแก้ไขผลกระทบทางลบด้านสิทธิมนุษยชนจากการ ประกอบธุรกิจของตน
๗. ยินยอมปฏิบัติตามกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน และหลักการสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในการทํางาน 4. มีการเยียวยาผลกระทบเชิงลบด้านสิทธิมนุษยชนที่บริษัทของตนได้กระทํา หรือมีส่วนร่วม ในการทําให้เกิดขึ้น
ข้าพเจ้าตกลงที่จะปฏิบัติตามแนวทางข้างต้นทุกข้อที่เกี่ยวกับการดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างกับ
ปณท ที่ข้าพเจ้าเกี่ยวข้องทั้งหมด
ลงชื่อ….
บริษัท/ห้าง วันที