ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงซ่อมสร้างถนนสายบ้านโนน-บ้านแก้วสมบูรณ์ หมู่ที่ ๓ บ้านโนน ตำบลศรีชมภู ปริมาณงาน ช่วงที่ ๑ เสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต ขนาดกว้าง ๖.๐๐ เมตร ยาว ๕๖๐.๐๐ เมตร หนา ๐.๐๕ เมตร ช่วงที่ ๒ เสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต ขนาดกว้าง ๔.๐๐ เมตร ยาว ๑,๒๖๐.๐๐ เมตร หนา ๐.๐๕ เมตร หรือพื้นที่ผิวจราจรรวมไม่น้อยกว่า ๘,๔๐๐.๐๐ ตารางเมตร พร้อมป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ องค์การบริหารส่วนตำบลศรีชมภู อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ
โครงการปรับปรุงซ่อมสร้างถนนสายบ้านโนน - บ้านแก้วสมบูรณ์ หมู่ที่ 3 บ้านโนน ตำบลศรีชมภู อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงสภาพถนนให้มีความสะดวกและปลอดภัยในการสัญจรมากยิ่งขึ้น ขอบเขตงานประกอบด้วยการเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีตในช่วงที่ 1 ขนาดกว้าง 6.00 เมตร ยาว 560.00 เมตร หนา 0.05 เมตร และช่วงที่ 2 ขนาดกว้าง 4.00 เมตร ยาว 1,260.00 เมตร หนา 0.05 เมตร คิดเป็นพื้นที่ผิวจราจรรวมไม่น้อยกว่า 8,400.00 ตารางเมตร นอกจากนี้ ยังรวมถึงการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์โครงการเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการแก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทาง
ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท รวมถึงข้อกำหนดด้านวัสดุและการก่อสร้างต่างๆ ที่ระบุในแบบและข้อกำหนด ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแผนการปฏิบัติงาน ส่งมอบวัสดุงานทางเพื่อตรวจสอบ และควบคุมคุณภาพงานให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อให้การปรับปรุงถนนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
English summary
The project involves repairing and upgrading the Ban Non - Ban Kaeo Somboon road in Bueng Kan province. The scope includes asphalt concrete overlay on Section 1 (6 meters wide, 560 meters long) and Section 2 (4 meters wide, 1,260 meters long), totaling at least 8,400 square meters of road surface. The project also includes the installation of project information signs.
บ้านโนน ตำบลศรีชมภู อำเภอพรเจริญ
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- ปรับปรุงสภาพถนนให้มีความสะดวกและปลอดภัยในการสัญจร
ขอบเขตของงาน
- ช่วงที่ 1: เสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต ขนาดกว้าง 6.00 เมตร ยาว 560.00 เมตร หนา 0.05 เมตร
- ช่วงที่ 2: เสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต ขนาดกว้าง 4.00 เมตร ยาว 1,260.00 เมตร หนา 0.05 เมตร
- ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ
- งาน DEEP PATCHING ผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมที่ชำรุดเสียหายจนถึงชั้นโครงสร้างทาง
- งาน SKIN PATCHING
- ปรับระดับผิวทางและผิวไหล่ทางให้เรียบ
- ทำ TACK COAT ผิวทางและผิวไหล่ทาง
- ทำผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
- ตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
- การอำนวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ถนนที่ได้รับการปรับปรุงและเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีตตามข้อกำหนด
- ป้ายประชาสัมพันธ์โครงการที่ติดตั้งเรียบร้อย
- แผนการปฏิบัติงาน
- JOB MIX DESIGN ASPHALTIC CONCRETE
ระยะเวลาดำเนินการ
- ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- ประสบการณ์ : ไม่ได้ระบุ
- Technical Capabilities:
- มีเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
- มีความสามารถในการจัดทำ JOB MIX DESIGN ASPHALTIC CONCRETE
- Personnel: ไม่ได้ระบุ
เกณฑ์การพิจารณา
- ไม่ได้ระบุ
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- วัสดุที่ใช้ในงานดินถมคันทางต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุในคันทาง (มท. 201-2545)
- วัสดุที่ใช้ในงานรองพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทช.202-2545)
- วัสดุในงานพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มทช.203-2545)
- งาน Prime Coat มท.1225-2545: ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณการใช้ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร
- งาน Tack Coot มา1227-2545: ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด CRS-2 ปริมาณการใช้ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร
- อุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีต เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างจะต้องมีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 132°C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วจะต้องมีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 121°C
- การตีเส้นจราจรด้วยสีจราจร (Traffic Paint) มอก 415 สีจราจร ชนิดที่ 2
- วัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) มอก 542 วัสดุเทอร์โมพลาสติก ระดับ 1
เงื่อนไขสัญญา
- ไม่ได้ระบุ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- โครงการนี้มีวัตถุประสงค์อะไร? วัตถุประสงค์ของโครงการคือการปรับปรุงสภาพถนนสายบ้านโนน - บ้านแก้วสมบูรณ์ ให้มีความสะดวกและปลอดภัยในการสัญจรมากยิ่งขึ้น
- ขอบเขตงานของโครงการนี้ครอบคลุมอะไรบ้าง? ขอบเขตงานประกอบด้วยการเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีตในช่วงที่ 1 และช่วงที่ 2 และการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ
- ผู้รับจ้างต้องส่งมอบอะไรบ้างในโครงการนี้? ผู้รับจ้างต้องส่งมอบถนนที่ได้รับการปรับปรุงและเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีตตามข้อกำหนด, ป้ายประชาสัมพันธ์โครงการที่ติดตั้งเรียบร้อย, แผนการปฏิบัติงาน, และ JOB MIX DESIGN ASPHALTIC CONCRETE
- วัสดุที่ใช้ในงานดินถมคันทางต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานใด? วัสดุที่ใช้ในงานดินถมคันทางต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุในคันทาง (มท. 201-2545)
- อุณหภูมิของแอสฟัลต์คอนกรีตที่ใช้ในการก่อสร้างต้องเป็นเท่าไร? อุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีต เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างจะต้องมีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 132°C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วจะต้องมีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 121°C
- ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไรหากพบความคลาดเคลื่อนในแบบรูปรายการ? ให้ถือตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และหรือผู้ควบคุมงานเป็นที่สุด
- ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบอะไรบ้างหากเกิดอุบัติเหตุในระหว่างการก่อสร้าง? ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด หากเกิดจากความประมาทไม่รอบคอบของผู้รับจ้าง หรือคนของผู้รับจ้าง
- ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไรเมื่อดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ? ผู้รับจ้างต้องดำเนินการทำความสะอาดบริเวณก่อสร้าง/ปรับปรุงซ่อมสร้างให้เรียบร้อย
- การตีเส้นจราจรต้องใช้สีประเภทไหน? การตีเส้นจราจรด้วยสีจราจร (Traffic Paint) มอก 415 สีจราจร ชนิดที่ 2
- งาน Prime Coat ต้องใช้ยางแอสฟัลต์ชนิดไหน? ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณการใช้ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
อบต
อําเภอพรเจร
ศรีชมภู
จังหวัดบึงการ
แบบแปลน
โครงการปรับปรุงซ่อมสร้างถนนสายบ้านโนน - บ้านแก้วสมบูรณ์ หมู่ที่ 3
บ้านโนน ตําบลศรีชมภู อําเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ
ปริมาณงาน
ช่วงที่ 1 เสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต ขนาดกว้าง 6.00 เมตร ยาว 560.00 เมตร หนา 0.05 เมตร ช่วงที่ 2 เสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต ขนาดกว้าง 4.00 เมตร ยาว 1,260.00 เมตร หนา 0.05 เมตร หรือพื้นที่ผิวจราจรรวมไม่น้อยกว่า 8,400.00 ตารางเมตร
พร้อมป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ
โดย
องค์การบริหารส่วนตําบลศรีชมภู อําเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ
N
เทพ
กาญจนบุ
www.plan
SA
จบน
จุดที่ตั้งโครงการ จังหวัดบึงกาฬ
quamas D
lum
Att
ช่วงที่ 1 กว้าง 6.00 เมตร ยาว 560 00 เมตร
พิกัด N 18010459
E 103.691496
จุดเริ่มต้นโครงการ
กม.0+000
พิกัด N 18 010479
E 103 691640
จุดสิ้นสุดโครงการ
กม 1+820
ช่วงที่ 2 กว้าง 400 เมตร ยาว 1,260 00 เมตร
ช่วงที่ 1 กว้าง 6.00 เมตร
ยาว 560 00 เมตร
พิกัด N 18 010459
E 103 691496
จุดเริ่มต้นโครงการ
กม 0+000
พิกัด N 18 010479
E 103 691640
จุดสิ้นสุดโครงการ
m.1+820
ช่วงที่ 2 กว้าง 400 เมตร ยาว 1,260 00 เมตร
ห น อ ง แ ย
0
ห น อ ะ อ ป อ
องค์การบริหารงานตําบลศรี
แผนที่สังเขป
Not
to
Scale
L
ผังบริเวณ/ผังที่ตั้งโครงการ
Not
to
Scale
OF
RURAL
ROADS
ลพ.ถ
46 050
สพ.2011
+
แบบมาตรฐานงานทาง
สําหรับ อปก
BO
3-0
กรมทางหลวงชนบท
กระทรวงคมนาคม
สริมทางหลวงชนบท
DEPARTMENT
ROADS
OF RURAL
กรมทางหลวงชนบท
แบบมาตรฐานงานทางสําหรับ อปท.
แบบมาตรฐานงานทางสําหรับอปท.
พิมพ์ครั้งที่ 4
จํานวน
ISBN
ลิขสิทธิ์
จัดทําโดย
ธันวาคม 2556
:
1,500 เล่ม
:
978-974-9848-75-3
กรมทางหลวงชนบท
กรมทางหลวงชนบท
กระทรวงคมนาคม
ระดับดินเดิม
SIDE SLOPE
Slope
Ө
รูปตัดโครงสร้างทาง 1
ระดับดินเดิม
SIDE SLOPE
ให้ ทาง
Ra
Slope
Slope
Slope
ทําผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต -ทํา Tack Coat ไหล่ทางเดิม ไหลทางลาดยางเดิม
รูปตัดโครงสร้างทาง 2
ลําดับที่
รายการ
1 ไหล่ทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
ข้อก้าหนดงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
อ้อกําหนด
อ้างถึง 4 มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
อ้างถึง
2
ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
3
TACK COAT
อ้างถึง
4
อ้างถึง
การตีเส้นจราจรบนผิวทาง
SIDE SLOPE
ท่าผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
ทํา TACK COAT ผิวทางเดิม โครงสร้างทางเดิม
ในทาง
SIDE SLOPE
ท่าผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต -ทา Tock Coat ผิวทางเดิม โครงสร้างทางเดิม
"
มทช.230-2545
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต มทช.230-2545 มาตรฐานงานแทค โคท มา1227-2545
แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง 11-3-110(1) - 110(4)
รายการประกอบแบบ
- ท่า DEEP PATCHING ผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมที่ชํารุดเสียหายจนถึงชั้นโครงสร้างทาง
- ถ้าระดับผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมไม่ดีชํารุดเสียหายแต่ไม่สึกถึงโครงสร้างทาง ให้ทํา SKIN PATCHING
ให้เรียบร้อยเสียก่อน - ปรับระดับผิวทางและผิวไหล่ทางให้เรียบมีระดับเสมอกับบริเวณอื่น ก่อนที่จะเสริมผิว
- ทํา TACK COAT ผิวทางและผิวไหล่ทาง
- ทาผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
- ทําผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีตและตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
- รายละเอียดตามรูปติดโครงสร้างทาง สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิต
และด้านโครงสร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการ ทั้งนี้ให้อยู่
ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - ภายในระหว่างหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบ อาจจะกําหนดให้ทําการตอนใด
ก็ได้ตามความเหมาะสม และอาจจะให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการ หรืออาคารสาธารณะ ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยก เพื่อ ให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนด ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน - ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 7,8 และ ข้อ 9 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ 11. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
- งานไหล่ทางจะกําหนดในแบบแต่ละสาย
- งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจร หลักกันโค้ง หลักกิโลเมตรและ GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย หมายเหตุ
แบบงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีตปรับปรุงจากแบบมาตรฐานงานบํารุงรักษาทาง แบบ 3 มฐ. ปร. 3/2545 และแบบที่ 3.2 มฐ. บร. 3.2/2546) ของกรมทางหลวงชนบท
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
แบบเลขที่ 10-7-201
แผ่นที่ 94.
ข้อก้าหนดงานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต - ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อที่จะทําการตรวจสอบ และอนุมัติให้ใช้เป็นแผนการปฏิบัติงาน
- ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เพื่อตรวจสอบ
หรือออกแบบผิวทางตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท - งานดินถมคันทาง
3.1 วัสดุที่ใช้ในงานดินถมคันทางต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุในคันทาง (มท. 201-2545) ซึ่งได้ผ่านการ
ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
3.2 วัสดุที่จะทําการบดอัดแต่ละชั้นต้องผสมให้เข้ากันก่อน แล้วพรมน้ําตามจํานวนที่กําหนด ใช้รถเกรดปาดเกลี่ยให้วัสดุ มีความชื้นสม่าเสมอก่อนทําการบดอัดแน่น
3.3 การถมคันทางให้ถมเป็นชั้นๆ ชิ้นหนึ่งๆ หนาไม่เกิน 20 เซ็นติเมตร ทุกชิ้นต้องบดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ
95% Standard Proctor Density - งานชั้นรองพื้นทาง
4.1 วัสดุที่ใช้ในงานรองพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทช.202-2545) ซึ่งได้ผ่าน ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
4.2 บนผิวจราจรเดิม หรือคันทางใหม่ ถ้ามีหลุมจะต้องกลบและบดอัดให้แน่นก่อน แล้วจึงนําวัสดุรองพื้นทางมาเกลี่ยแผ่ บดอัดเป็นชั้นๆ ชิ้นหนึ่งหนาไม่เกิน 20 เซนติเมตร และให้มีความหนาแน่นแต่ละชั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ
95% Modified Proctor Density - งานขั้นพื้นทาง
5.1 วัสดุในงานพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มทช.203-2545) ซึ่งได้ผ่านการ ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
5.2 บริเวณใดหรือช่วงใดพบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยแผ่บดอัดจะต้องขุดคุ้ย (Scarify) ออกและผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากวัสดุที่ทําการคลุกเคล้าใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด
ให้นําวัสดุนั้นออกและนําวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
5.3 Control Test จะเก็บตัวอย่างทดสอบทุกๆ ระยะ 1,000 เมตร และทุกตําแหน่งที่วัสดุแปรเปลี่ยนการทดสอบเพียง Sieve Analysis และ Compaction เท่านั้นแต่ทั้งนี้ หากเกิดความสงสัยวัสดุตําแหน่งใด ผู้ควบคุมงานสามารถทดสอบ ทั้งหมดเหมือน General Test ได้
5.4 ทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density) พื้นที่ 450 ตารางเมตรต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น - งาน Prime Coat มท.1225-2545
6.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณการใช้ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร
6.2 ผิวหน้าพื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใด โดยการกวาดและเป่าเศษวัสดุออก - งาน Tack Coot มา1227-2545
7.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด CRS-2 ปริมาณการใช้ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร
1.2 ก่อนที่จะทําการ Tack Coat จะต้องทําการกวาดฝุ่นและหินที่หลุดออกให้หมดแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมด
7.3 เมื่อลาดยางแอสฟัลต์แล้วจะต้องทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมง ก่อนที่จะทําผิวชั้นต่อไป - งานแอสฟัลต์คอนกรีต
8.1 พื้นผิวที่จะปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องทําการ Prime Coat ตาม มาช 225-2545 หรือ Tack Coat ตาม มทช.227-2545 ก่อน 8.2 พื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นปะปน
8.3 พื้นทางเดิมที่เกิดการยุบตัว (Depression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว (Soft Spot) ถ้าแอ่งลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร อาจแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะรวมไปพร้อมกันกับ การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่จะจะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนาเกิน 80 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน ถ้าแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องปูเสริมปรับระดับเฉพาะส่วน ที่ยุบตัวก่อน โดยให้เป็นชั้นๆ หนาไม่เกินขึ้นละ 50 มิลลิเมตร
8.4 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องขุดวัสดุยาแนวรอยแตก และรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตออกให้หมด ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมดแล้วก็ทํา Tack Coat ก่อนแอสฟัลต์คอนกรีต
8.5 อุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีต เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 132°C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 121 C 8.6 ทําการเก็บวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตหน้างาน พื้นที่ 9,000 ตารางเมตร ต่อ 1 ตัวอย่าง ทดสอบตาม มาช (1) 607-2545 เพื่อหาขนาดคละของมวลรวม และปริมาณแอสฟัลต์ซิเมนต์ที่ใช้
8.7 การปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องได้ความหนาตามข้อกําหนด และผิวหน้าจะต้องมีความเรียบ ความแน่นสม่ําเสมอทั้งทางด้านตา นตามขวามและตามยาว โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) ร้อยเคลื่อนตัวเป็นแข็ง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมหรือความเสียหายอื่นๆ เกิดขึ้น หากปรากฏว่ามีความเสียหาย เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขทันที ส่วนผสมที่มีลักษณะจับตัวกันเป็นก้อนแข็งห้ามนํามาใช้
8.8 การบดอัดทับภายหลังจากที่ได้ปูแอสฟัลต์คอนกรีตลงบนผิวทางแล้ว ให้ปิดทับครั้งแรกด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ ที่มีน้ําหนักประมาณ 8-10 ตัน จํานวน 2 เที่ยว แล้วจึงตามด้วยรถบดล้อยางที่น้ําหนักประมาณ 10-12 ตัน ทันที เมื่อได้ความหนาแน่นตามที่ต้องการแล้ว ลบรอย ร่องล้อด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ อีกครั้งหนึ่ง
9 การตรวจสอบแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้ว
9.1 ลักษณะผิว (Surface Texture) จะต้องมีระดับความลาดตามแบบ มีลักษณะผิวและลักษณะการบดอัดที่สม่ําเสมอ ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น ผิวหน้าหลุด (Pull) รอยฉีก (Tear) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีความเสียหายดังกล่าวจะต้องดําเนินการแก้ไขให้ ถูกต้องเรียบร้อยตามผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
9.2 ความหนาของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตให้เจาะตัวอย่างความหนาทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร จํานวน 1 ก้อนตัวอย่าง หรือจํานวน 3 ก้อนตัวอย่าง ในแนวตั้งฉากกับแนวถนน และก้อนตัวอย่างจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร และ
น่ามาหาค่าเฉลี่ยความหนาจะต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
9.3 ความแน่น (Density) หลังจากที่ได้ทําการบดอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเรียบร้อยแล้วให้ทําการเจาะก่อนตัวอย่าง
เป็นตัวแทนของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วยเครื่องเจาะเก็บตัวอย่างจํานวน
1 ก้อนตัวอย่าง ทุกๆ ระยะ 250 เมตร แล้วนํามาทดลองหาความหนาแน่น ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshall Density
9.4 การซ่อมหลุมที่เจาะก่อนตัวอย่าง จะต้องทําความสะอาดหลุมให้เรียบร้อย และทําการ Tack Coat ก่อนที่จะปะซ่อม ด้วยแอสฟัลติกคอนกรีตที่มีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 121 C ให้ผิวเรียบเสมอผิวทาง และได้ความหนาแน่นตามแบบกําหนด 10. การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง ในระหว่างการก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องจัดและ ควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าผิวทางจะเย็นตัวลงมากพอที่จะเปิดให้การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทํา ให้เกิดร่องรอยบนผิวทางนั้น โดยต้องติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จําเป็นตามที่ผู้ว่าจ้าง กําหนดพร้อมจัดหาบุคลากร เพื่ออํานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีตเสียหาย ระยะเวลาในการปิดจราจรให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต (ข้อกําาหนดการก่อสร้าง)
แบบเลขที่ ทด-7-60
แผ่นที่ 100
Aวทาง
คันทางเดิม
หินคลุกชั้นฟีนทาง
ลูกรังกรณีที่ชั้นเสียหายลึกเกินชั้นพื้นทาง ขุดรื้อคันทางเดิมถึงชั้นที่เสียหายแล้วบดทั
DEEP PATCH
คันทางเดิม
ขุดรื้อผิวทางเดิมที่ชํารุด
PRIME COAT
COLD MIX 13@ HOT MIX
SKIN PATCH
ผิวทาง
COLD MIX หรือ HOT MIX
TACK COAT
LEVELLING
ข้อกําหนดงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
1.งานขุดซ่อมผิวทางเดิม (DEEP PATCH)
เป้นการซ่อมเพื่อแก้ไขโครงสร้างทางที่ไม่แข็งแรง (SOFT) หมายถึง งาน คนค้นทางในบริเวณที่ค้นทางเดิม ชุดเสียหาย (SOFT SPOT) และไม่สามารถรับน้ําหนักบรรทุกได้ ต้องทําการขุดรื้อลึกถึงชั้นที่เสียหาย แล้วเปลี่ยนวัสดุใหม่ที่มีคุณภาพมาแทนที่ แล้วทําการปิดทับให้ได้ รูปร่างและความแน่นตามที่กําหนด
วิธีการก่อสร้าง
1.ขุดรื้อผิวทางและชั้นทางที่ชํารุดออกจนถึงขั้นโครงสร้างทางที่เสียหาย ตลอดความกว้างของชิ้นทางหรือตามพื้นที่ที่เสียหายตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด - ท่าการบดทับค้นทางเดิมให้แน่นตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบทของวัสดุคันทางนั้นๆ
3.ลงวัสดุตามชั้นคันทางเดิมหรือดีกว่า แล้วใช้เครื่องจักรกลที่เหมาะสม ตีแผ่ เกลี่ยวัสดุ คลุกเคล้า ผสมน้ําโดยที่ประมาณว่าให้ปริมาณน้ําที่ OPTIMUM MOISTURE CONTENT + 3% 4.เกลี่ยปรับแต่งวัสดุจนได้ที แล้วทําการบดทับด้วยเครื่องมือบดทับที่เหมาะสม บดทับจนสม่ําเสมอจนได้ความแน่นตามข้อกําหนด การก่อสร้างขึ้นคันทางต้องก่อสร้างเป็นชั้นๆ โดยให้มีความหนาหลังบดทับชั้นละไม่เกิน 200 มิลลิเมตร และทดสอบความแน่นของการปิดทับ
5.เกลี่ยปรับแต่งวัสดุให้ได้แนว ระดับ ความลาด ขนาดและรูปตัดตามแบบสายทางจนไม่มีหลุมบ่อ หรือวัสดุหลุดหลวมไม่แน่นอยู่บนผิว
6.ทําการก่อสร้างชินผิวทางตามแบบที่กําหนด
2.งานปะชอมผิวทางเดิม (SKIN PATCH)
เป็นงานซ่อมเพื่อแก้ไขผิวทางเดิมที่ชํารุดเสียหายเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทําการ
ปะซ่อม (SKIN PATCH) ได้แก่ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวแบบหนังจรเข้ (ALLIGATOR CRACKS) ที่มีรอยแตกร้าวกว้างไม่เกิน 3 มิลลิเมตร ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวจากการกดได (SLIPPAGE CRACKS) เป็นต้น
วิธีการก่อสร้าง
1.ทําเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทําการซ่อมเป็นรูปเหลี่ยมทางเรขาคณิตตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด - ขุดรื้อผิวทางเดิมที่เสียหาย ปัดกวาดบริเวณที่จะทําการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม
3.ทํา PRIME COAT - ปูวัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ
- บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER) หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น
6.ทําการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด - งานปรับระดับผิวทางเดิม (LEVELLING)
เป็นงานซ่อมเพื่อปรับระดับผิวทางเดิมให้ราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่นก่อนที่จะทําการฉาบผิวทางสเลอรีซีลหรือเสริมผิวลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต
เป็นการปรับระดับผิวทางเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทางหรือชั้นผิวทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทําการปรับระดับ (LEVELLING) ได้แก่ ผิวทางที่ทรุดตัว ตามแนวขุดฝังท่อ (UTILITY CUT DEPRESSION) ผิวทางที่ยุบลงไปตามแนวร่องล้อ (RUT) ผิวทางที่ยุบเป็นแอ่งมีระดับต่ํากว่าบริเวณอื่น (DEPRESSION) เป็นต้น วิธีการก่อสร้าง - ทําเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทําการซ่อมตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
- ปัดกวาดบริเวณที่จะทําการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม
- ทํา TACK COAT
- ปูวัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ
- บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (MBRATING ROLLER)
หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น
6.ทําการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
CUT W T
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
แบบเลขที่ 18-7-602
แผ่นที 10
เฟ
15011
150
ระยะมองเห็นสุดหรับการแข่ง (ตรง)
UxX ก
- Amarudio fob
A
8
C
D
·
a,a’
b,b’
E
ต้นตรงบริเวณทะแซง
สยบ เท้าแข่ง
เห็นทีม จะเหลี่ยมกันได้
การตีเส้นจราจรบริเวณโค้งราบ
ตรง : ระยะทางมองเห็นต่ําสุด สําหรับการแข่งที่ความเร็วต่างๆ
คง
B
- แพ
C
D
ปลาแซง " ถึง 5
E
-275,24
Co
b.b-aren
15014
lhine
150 11 MIN
150 L HÖVDELIN
( 130H UIC ) เม
iians
กรณีมีความกว้างสามากกว่าความกว้างสา
ใหล่ทาง
100 11
Trimat
เส้นขอบทาง
เส้นกับ
เLIN
กรณีความกว้างสะพานน้อยกว่าความกว้างผิวจราจรถนน
ให้ทั้งป้าย
150 14
-เส้น อบทาง
15014MIN
15011
ใหล่ทาง
ไหล่ทาง
ความสาคัญ (กลม)
ระยะมองเห็นชุดสําหรับการแข่ง (1)
m
B 8 2 8 8 8
180
兀
20
240
276
150
100
EE
ให้เป็น R2
15014
เจลมง
மரிய
เง้อมทางในทาง
การเส้นจราจร กรณีมีความกว้างของช่องจราจรลดลง
inst
150 11
0.5d 50-0.10
0.50
ไท ทาง
-030-G80
ใหม่ แทง
เรก ผม
การเส้นจราจรทางแยก
ขนาดและระยะเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
1 302
ใria
0.10
E
9.00 +3001
แกง
เส้นประ
LS.MO I Tel: ใน
9.00
ܣܝܢܐ
3.00
11001
150
ให้กลง
LEUK
ให้ร่าง
2 เค.บ
பாரிய
150R MEN
0.10
0.10
3.00 41.001
รายการประกอบแบบ
1 มีต่างๆ มีหน่วยเป็นคนนอกจะเป็นอย่างอื่น
เมษาท
150
ไหล่ทง
การเส้นจราจรบริเวณสะพาน
ให้บ้ย G
2 เส้นแบ่ง กราต ใช้เส้นสีเหลือง ขนาดกว้าง 1 ซม เส้นกลาง จากคลอดแนว
21 เส้นประเมินเส้นสีเหลืองแบ่งทิศทางของคนในสายทาง 2 ช่องจราจรในบริเวณที่ยอมให้แรงนั้นหน้ากันใต้ของทาง
บาท สกาย แตลก วันช่องของต้นประกาหนดไว้ดังนี้ - ทางหลวงนอกเขชุมชน เส้นยาว 3 ม. เว้นช่อง 9 ม
-ทางหลวงในชุมชน เส้นยาว 1 ม. เป็นช่อง 3 ม
22 เป็นใบเดี่ยว เป็นต้นไปเหลือง ใช้เป็นเส้นแบ่งทางรางในที่ห้ามแซงใน 2 ช่องจราจรหรือบริเวณก่อนถึงทางแยก โดยบริเวณก่อนถึงทางแยก ห้ามรถเปลี่ยนสระยากันกับห้องไม่น้อยกว่า 24 ม.
23 เส้นประตูกับมันรับ เป็นเป็นสีเหลือง ขนานกันไป โดยเส้นทั้งสองห่างกันเท่ากับความกว้างของเส้นประ ให้ใช้เส้น กับเส้นประเมินเส้นทางจราจรในบริเวณที่ห้ามรบกทางหนึ่งแซง แต่ยอมให้รถที่มาจากด้านตรงข้ามแรงได้ ด้านที่ห้ามแซง
ใช้ต้นกับ ส่วนด้านที่ยอมให้แข็งใช้เส้นประ
24 เส้นห้ามแซง บริเวณทางโค้งราบและทางโค้งแนวตั้งให้อยู่ในคุณนิจของผู้ควบคุมงานก่อสร้าง
25 กว้าง 5 ม. หรือน้อยกว่าไม่มีให้กง ไม่ต้องแบ่งศาล
ให้เฉพาะปราบที่ เป็นชุมชนที่อยู่บ้าน, บริเวณห้ามแซง, ระยะ 20 เมตสอนถึงปรวมดังกล่าว
และภายในที่มีกว่า 200 เมต, ระยะ 3 แพร่อนถึงป้าย และบริเวณที่มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
3 เส้นขอบทาง ให้ใช้ต้นกับ กว้าง 1 ณ ทั้ง 2 ข้าง แนว
- นายบวร ( เคสใส, แอสฟัลต์คอนกรีต, คอนกรีตเสริมเหล็ก
ให้ใช้กรมสาเก คม มอ. 52 หนาไม่น้อยกว่า 3
หมายเหตุ
แบบเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ตีเส้นจราจร) ปรับปรุงจากแบบเลขที่11-3-109/45 (แก้ไขครั้งที่ 1.) ของกรมทางหลวงชนบท
ในง
TTเนจ กรณีความกว้างของไหล่ทางสดลง
naire
ล เลค
0.10
0.10
010
พ เนท - กาง
0.10
tra
10
mwam
E
MTUE-mir บน
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เครีองหมายจราจรบนผิวทาง (ตีเส้นจราจร)
KBBB ที่ บม 3 110 (1)
แผ่นที่ 49
ข้อก้าหนดการตีเส้นจราจรด้วยสีจราจร (Traffic Paint) และวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ให้ เนินการดังต่อไปนี้ - วิธี าเนินการจัดทํา
1.1 การเตรียมผิวทาง : ผิวทางจราจรที่ทําการตีเส้นหรือเครื่องหมายจราจรต้องสะอาดและแห้ง ต้องไม่ทําบนผิวทางที่สกปรก มีฝุ่นจับ หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นใด และไม่ลงทับไปบนวัสดุจราจรเดิมที่ชํารุด การลงวัสดุรองพื้น ต้องใช้วิธีพ่นเพื่อให้วัสดุติดแน่นกับผิวจราจรสม่ําเสมอ โดยไม่ก่อให้เกิดการเพิ่มตัวและเปลี่ยนสีเดิม สารวัสดุรองพื้นดังกล่าวต้องสอดคล้องกับผิวจราจรที่จะทํางาน รวมทั้งปริมาณจะต้องเหมาะสม ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อน ในกรณีที่เครื่องหมายจราจรเดิมไม่อยู่ในแนวหรือรูปแบบที่ถูกต้องกับเครื่องหมายจราจรที่จะทําขึ้นใหม่ ผู้รับจ้างมีหน้าที่
รับผิดชอบในการลบเครื่องหมายจราจรเดิมออกโดยใช้เครื่องจักรกล
1.2 ในกรณีที่ตีเส้นจราจรหรือเครื่องหมายจราจรบนผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ให้ดําเนินการภายหลังการก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์
1.3 การเตรียมวัสดุเทอร์โมพลาสติก : เพื่อป้องกันมิให้สีผิดเพี้ยนหรือเกิดการแตกเปราะของเทอร์โมพลาสติกเนื่องจากให้ความร้อนสูงเกินกว่าผู้ผลิตกําหนดไว้ ต้องใช้
วัสดุเทอร์โมพลาสติกให้เพียงพอกับความร้อนในเตาต้มที่มีการกวนอยู่ตลอดเวลาและจะต้องไม่ให้ความร้อนสูงกว่าที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ไม่ว่าขณะใดๆเมื่อวัสดุเหลวแล้วจะต้องรีบใช้ทันทีห้ามมิให้นา
วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวอยู่นานเกิน 6 ชั่วโมงมาใช้งาน
1.4 การเตรียมเครื่องมือ : ต้องใช้เครื่องมือ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ ตามลักษณะของวัสดุที่ใช้ทํางาน ปริมาณของวัสดุต้องอยู่ในกรอบขอบข่ายที่ผู้ผลิตกําหนดไว้หากมีการทํามากกว่าหนึ่งชั้น ขึ้นไปต้องรอให้ชั้นแรกแห้งเสียก่อน - ข้อกําหนดคุณสมบัติ
2.1 สีจราจร (Traffic Paint) หมายถึง สีจราจรที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก 415 สีจราจร ชนิดที่ 2
2.2 วัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) หมายถึง วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น รีด หรือปาดตาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมาย มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก 542 วัสดุเทอร์โมพลาสติก ระดับ 1 ซึ่งมีคุณสมบัติและอัตราส่วนของลูกแก้วในส่วนผสมไม่น้อยกว่า 20% โดยน้ําหนักรวมทั้งใช้โรยบนเส้น เทอร์โมพลาสติก สะท้อนแสงในอัตราส่วน 400-500 กรัมต่อตารางเมตร
2.3 ลูกแก้ว (Glass Beads) ที่ใช้กับวัสดุทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทางเพื่อให้เกิดการสะท้อนแสงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทยซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก 543 ไว้ที่ผลิตภัณฑ์
2.4. วัสดุรองพื้น (Tock Coat หรือ Primer) เป็นน้ํายาเคมีใช้พ่นบนผิวทางก่อนทําเครื่องหมายจราจรเพื่อช่วยในการยึดเกาะระหว่างวัสดุทําเครื่องหมายจราจรกับผิวทาง มีคุณสมบัติตามที่ผู้ผลิต วัสดุเทอร์โมพลาสติก าหนด - การตรวจวัดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
31 ความหนา
ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงานไม่เกิน 100 ตารางเมตร อยางนอย 3 ค ย 1
จะผ่าน เมื่อพ่นรีดหรือปาดลากวัสดุไปบนแผ่นโลหะนั้นแล้ว ให้นํามาวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรดังนี้
(1) สีจราจร ( Traffic Paint ) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 0.2 มิลลิเมตร - วัสดุ
1.1 ขอ ทนด
ตารางที่ 1 แสดงเกณฑ์กําหนดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
รายการที่ทําหนด
สีจราจร วัสดุเทอร์โมพลาสติก
มอก. 415-2541 ชนิดที่ 2 มอก. 642-2530ระดับ เ หิน วัดหรือปาดาก
WILL
1.2 การใช้งาน
2 ตรวจสอบคุณลักษณะขณะทํางาน 2.1 ความหนา เมื่อแห้ง, มิสเมตร
พน
วีดหรือปาดลาก
2.2 อัตราการใช้ลูกแก้ว (โรยจากเครื่อง) กรัม/ตร.ม. - ตรวจสอบคุณลักษณะเมื่อแร็จทันที (ตรวจรับงาน)
31 ความหนาเบี้ยแห้ง มิลลิเมตร การมองเห็นในเวลากลางคืน
3.2
3.2.1 การสะท้อนแสง (Retroreflectivity), meals m
สีขาว
สีเหลือง - ตรวจสอบคุณลักษณะหลังใช้งาน (ระยะเวลาประกัน) การมองเห็นในเวลากลางคืน
4.1
4.1.1 การสะท้อนแสง (Retroreflectivity), mcdlk l m
สีขาว สีเหลือง - ระยะเวลาประกัน
ครั้ง โดยใช้แผ่นโลหะผิวเรียบวางรับในแนวที เครื่องตีเส้น
(2) วัสดุเทอร์โมพลาสติก ( Thermoplastic) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 3.0 มิลลิเมตร หรือไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
3.2 ค่าแฟคเตอร์ การสะท้อนแสง (Reflectance หรือ Luminance Factor)
ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดค่าการสะท้อนแสงของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงานไม่น้อยกว่า 10 ตําแหน่ง แต่ละตําแหน่งอย่างน้อย 3 ค่า และในทุกช่วงเวลา 1 ชั่วโมง ให้ตรวจสอบ มาตรฐานเครื่องมือ (Standardization) และปรับค่าให้ถูกต้อง
0.2
3.0
400
3.0 ≥ 400
2 0.2
3,0
300
300
200
200
-1-2
6 เดือน 1 ครัง 12 เดือน 1 ครั้ง 12 เดือน 1 ครึ่ง 24 เดือน 1 ครึ่ง
150 ≥ 100
150
≥ 100
12 เดือน
24 เดือน
mamamam
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
แบบเลขที่ 70-3-110 (4)
แผ่นที่ 52
โครงการก่อสร้างของ อบต.ศรีชมภู
ชื่อโครงการ.. ปริมาณงาน….. งบประมาณ..
..บาท
วันสิ้นสุดสัญญา..
วันเริ่มสัญญา ผู้รับจ้าง………..
2
ผู้ควบคุมงาน..
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ 3.
4
รูปด้านหน้า 1:25
2.40 ม.
พื้นป้ายทาสีน้ํามัน
1.20 ม.
9/
เสาเหล็กแป๊ปกลมดา 1 - นิว
เหล็กกล่อง ขนาด 25x25 มม.
แผ่นเหล็กหรือแผ่นสังกะสีขนาด 1.20x2.40 ม.
รูปด้านหลัง 1:25
เหล็กกล่อง ขนาด 25x25 มม.
เสาเหล็กแป๊ปกลมดํา 12 นิ้ว
คอนกรีต 1:3:5
รูปด้านข้าง 1:50
รายละเอียดประกอบแบบ
1.เสา พื้นป้ายทาสีเขียวทั้งสองด้าน ใช้สีน้ํามัน ก่อนทาสีจริงให้ทาสีกันสนิม 2 ครั้ง
2.ตัวหนังสือสีขาว
3.ขนาดข้อความตามความเหมาะสม ข้อความตามแบบป้ายกําหนด
4.จุดที่ตั้งป้ายกําหนดตามความเหมาะสมให้สามารถมองเห็นได้ชัด
รายการประกอบแบบแปลน (เพิ่มเติม)
- ผู้รับจ้างจะต้องส่ง JOB MIX DESIGN ASPHALTIC CONCRETE ให้กับองค์การบริหารส่วนตําบลศรีชมภู เพื่อ ตรวจสอบก่อนการดําเนินการ พร้อมถ่ายเอกสารใบนําส่ง ASPHALTIC CONCRETE ที่นํามาใช้งาน และใบประกอบกิจการ โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตให้กับองค์การบริหารส่วนตําบลศรีชมภู ด้วย
- ความคลาดเคลื่อน หรือขาดตกบกพร่องสิ่งใดที่ปรากฏในแบบรูปรายการละเอียดขัดแย้งกัน หรือมิได้ระบุไว้ แน่นอน ให้ถือตามคําวินิจฉัยของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และหรือผู้ควบคุมงานเป็นที่สุด
- ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งเครื่องหมายสัญญาณเตือนภัย หรือเครื่องหมายจราจร ชนิดชั่วคราว บริเวณงานที่มียาน พาหนะใช้ถนน รวมถึงการระวังป้องกันยานพาหนะต่างๆ วิ่งผ่านพื้นที่งาน หากเกิดความเสียหายหรืออุบัติเหตุต่างๆ อันเกิดจากความประมาทไม่รอบคอบของผู้รับจ้าง หรือคนของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิด
ขนทงหมด
4.ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตามรูปตัดโครงสร้างทาง 1
5.รายการประกอบแบบอื่นที่ไม่ได้ใช้ หรือเกี่ยวข้อง ใช้อยู่ในดุลยพินิจหรือคําวินิจฉัยของผู้ว่าจ้าง หรือ
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และหรือผู้ควบคุมงาน
6.ผู้รับจ้างต้องติดตั้งป้ายโครงการชนิดชั่วคราว (ป้ายไวนิน) จํานวน 2 ชุด และป้ายถาวร (ป้ายเหล็ก)จํานวน 1 ชุด 7.เมื่อดําเนินการแล้วเสร็จ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการทําความสะอาดบริเวณก่อสร้าง/ปรับปรุงซ่อมสร้างให้เรียบร้อย