ประกวดราคาจ้างบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจากวิดีโอเพื่อการบริหารงานรถไฟฟ้า (Video Analytics) ประจำปีงบประมาณ 2568
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาผู้รับจ้างในการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจากวิดีโอ (Video Analytics) เพื่อการบริหารงานรถไฟฟ้าของ รฟม. ให้มีความพร้อมในการให้บริการอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา โดยระบบที่ต้องดูแลครอบคลุมถึงระบบตรวจจับใบหน้า (Face detection), ระบบนับจำนวนผู้ใช้บริการ (People Counting), ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์ (License plate recognition), และระบบค้นหาอัตลักษณ์ของบุคคล (Appearance Search) ซึ่งติดตั้งในสถานีรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล (6 สถานี) และสายฉลองรัชธรรม (4 สถานี) รวมถึงอาคารจอดรถลาดพร้าว ขอบเขตงานรวมถึงการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) และการบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance) รวมถึงการจัดหาระบบเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัย ผู้รับจ้างต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด มี Call Center ให้บริการ 24 ชั่วโมง, ทีมงานที่ได้รับ Avigilon ACC Certificate, และมีประสบการณ์ในงานที่เกี่ยวข้องกับระบบ Video Analytics
English summary
This project aims to procure a contractor for the maintenance and repair of the Video Analytics system used for the Mass Rapid Transit Authority of Thailand’s (MRTA) railway management. The system includes face detection, people counting, license plate recognition, and appearance search, installed in the Chalerm Ratchamongkol Line (6 stations), Chalong Ratchatham Line (4 stations), and Lat Phrao car park. The scope includes preventive and corrective maintenance, as well as system upgrades for enhanced security. Bidders must meet specific qualifications, have a 24-hour Call Center, a team with Avigilon ACC Certificate, and experience in Video Analytics systems.
สถานีรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล, สถานีรถไฟฟ้าสายฉลองรัชธรรม, อาคารจอดรถลาดพร้าว
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้บริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไข ระบบประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจากวิดีโอเพื่อการบริหารงานรถไฟฟ้า (Video Analytics) ให้มีความพร้อมให้บริการได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
- เพื่อรองรับการแก้ไขปัญหาจากสาเหตุความบกพร่อง ชำรุด และเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น
- เพื่อจัดหาระบบเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มศักยภาพของระบบฯ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในด้านการรักษาความปลอดภัยของผู้ใช้งานระบบรถไฟฟ้าของ รฟม.
ขอบเขตของงาน
- บำรุงรักษากล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง (IP Fixed Camera, IP Bullet Camera, IP Dome Camera, กล่องป้องกันกล้องโทรทัศน์วงจรปิด) ในสถานีรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคลและสายฉลองรัชธรรม
- บำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลระบบ (เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายสำหรับระบบ Face Detection และ People Counting, เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายสำหรับระบบ License plate recognition, อุปกรณ์ AI Appliance, อุปกรณ์ Network Video Recorder, เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายสำหรับฐานข้อมูลระบบ (Database Server), เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการใช้งานระบบ, หน้าจอแสดงผลสำหรับการใช้งานระบบ, เครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS), ชุดอุปกรณ์ KVM Switch, ชุดอุปกรณ์ Power Supply)
- บำรุงรักษาอุปกรณ์เครือข่ายสื่อสารข้อมูลสำหรับการเชื่อมต่อระบบประมวลผล (ชุดอุปกรณ์ Distributed Network Switch, อุปกรณ์ Mini GBIC LX Module, อุปกรณ์ Core Network Switch, ตู้ Rack สำหรับเก็บอุปกรณ์ระบบเครือข่ายสื่อสารข้อมูล)
- บำรุงรักษาโปรแกรมสำหรับการประมวลผล (Software) (ระบบ Face detection, ระบบ People Counting, ระบบ License plate recognition, ระบบ Avigilon Control Center (ACC))
- ดำเนินการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance: PM) และแก้ไขปรับปรุง (Corrective Maintenance: CM)
- จัดทำแผนการสำรองข้อมูลและการเรียกคืนข้อมูล (Backup and Recovery Plan)
- จัดทำรายงานสรุปผลการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบ
- จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับการใช้งานระบบประมวลผลฯ ตามคุณสมบัติที่กำหนด
- จัดหาสิทธิ์การใช้งานระบบ Avigilon Face Recognition เพื่อดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รายงานการเริ่มงาน (Inception Report)
- แผนการสำรองข้อมูล และการเรียกคืนข้อมูล (Backup and Recovery Plan)
- รายงานสรุปผลการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบ (PM และ CM)
- ข้อมูลสรุปจำนวนอุปกรณ์ทั้งหมด รวมถึงชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ ที่ขัดข้อง
- แบบแสดงจุดติดตั้งอุปกรณ์ที่มีในระบบทั้งหมด พร้อมการวางแนวสายสัญญาณ และสายไฟฟ้าในรูปแบบ Auto CAD (AS-Built Drawing)
- สิทธิ์การใช้งานระบบ Avigilon Face Recognition (40 สิทธิ์)
- เครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับการใช้งานระบบประมวลผลฯ ตามคุณสมบัติที่กำหนด
ระยะเวลาดำเนินการ
1 เมษายน 2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีประสบการณ์ในงานที่เกี่ยวข้องกับระบบประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจากวิดีโอ (Video Analytics) ที่ รฟม. มีการใช้งานอยู่ ซึ่งประกอบไปด้วย ระบบตรวจจับใบหน้า (Face detection) ระบบนับจำนวนผู้ใช้บริการ (People Counting) ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์ (License plate recognition) และระบบค้นหาอัตลักษณ์ของบุคคล (Appearance Search) อย่างใดอย่างหนึ่ง อย่างน้อยจำนวน 1 สัญญา
- มีมูลค่าต่อสัญญาไม่น้อยกว่า 2,500,000 บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ จากส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน หรือรัฐวิสาหกิจ
- Standards Compliance: -
- Experience: มีประสบการณ์ในงานที่เกี่ยวข้องกับระบบประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจากวิดีโอ (Video Analytics)
- Previous Project Cost: มูลค่าต่อสัญญาไม่น้อยกว่า 2,500,000 บาท
- Technical Capabilities:
- ต้องมี Call Center หรือ Website ซึ่งใช้เป็นช่องทางรับแจ้งปัญหาต่างๆ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่เป็นของตนเองเป็นอย่างน้อย
- Personnel:
- ต้องมีเจ้าหน้าที่ทีมงานบำรุงรักษาระบบกล้องวงจรปิด ไม่น้อยกว่า 3 คน ที่ได้รับ Avigilon ACC Certificate จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ Avigilon โดยตรง
- ต้องมีเจ้าหน้าที่ทีมงานบำรุงรักษา ที่ผ่านการอบรมการปฏิบัติงานภายในสถานีรถไฟฟ้าและปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กำหนด และต้องได้รับใบอนุญาตเป็น Person-in-Charge (PIC) อย่างน้อย 2 คน
เกณฑ์การพิจารณา
ใช้เกณฑ์ราคา ในการคัดเลือกผู้เสนอราคาต่ำสุดเป็นผู้ชนะการจ้าง
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV): IP Fixed Camera (Avigilon), IP Bullet Camera (Avigilon), IP Dome Camera (Avigilon)
- เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย: Dell PowerEdge R740
- อุปกรณ์ประมวลผลระบบวิเคราะห์ภาพแบบปัญญาประดิษฐ์ (AI Appliance): Avigilon VMA-AIA1-CG1-NPC
- โปรแกรม: ระบบ Face detection, ระบบ People Counting, ระบบ License plate recognition, ระบบ Avigilon Control Center (ACC)
เงื่อนไขสัญญา
- งวดที่ 1: ชำระ 50% เมื่อจัดประชุม Kickoff และส่งมอบรายงาน Inception Report และดำเนินการบำรุงรักษาครั้งที่ 1 แล้วเสร็จ
- งวดที่ 2: ชำระ 50% เมื่อดำเนินการบำรุงรักษาครั้งที่ 2 แล้วเสร็จ
- ค่าปรับ:
- กรณีไม่มีเจ้าหน้าที่รับทราบเพื่อเริ่มดำเนินการภายใน 2 ชั่วโมง: ปรับรายชั่วโมง 0.01% ของมูลค่าสัญญาจ้าง
- กรณีไม่สามารถซ่อมแซมแก้ไขภายใน 48 ชั่วโมง: ปรับรายวัน 0.2% ของมูลค่าสัญญาจ้าง
- กรณีไม่จัดส่งผลการดำเนินการตามที่กำหนด: ปรับรายวัน 0.01% ของมูลค่าสัญญาจ้าง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: ระบบ Video Analytics ที่ต้องบำรุงรักษามีอะไรบ้าง?
-
ตอบ: ระบบที่ต้องบำรุงรักษาประกอบด้วย ระบบตรวจจับใบหน้า (Face detection), ระบบนับจำนวนผู้ใช้บริการ (People Counting), ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์ (License plate recognition), และระบบค้นหาอัตลักษณ์ของบุคคล (Appearance Search)
-
ถาม: สถานที่ที่ต้องดำเนินการบำรุงรักษามีที่ใดบ้าง?
-
ตอบ: สถานที่ดำเนินการคือ สถานีรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล (6 สถานี), สถานีรถไฟฟ้าสายฉลองรัชธรรม (4 สถานี), และอาคารจอดรถลาดพร้าว
-
ถาม: ผู้รับจ้างต้องมีคุณสมบัติเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่อย่างไร?
-
ตอบ: ผู้รับจ้างต้องมีเจ้าหน้าที่ทีมงานบำรุงรักษาระบบกล้องวงจรปิดที่ได้รับ Avigilon ACC Certificate อย่างน้อย 3 คน และมีเจ้าหน้าที่ที่ได้รับใบอนุญาต Person-in-Charge (PIC) อย่างน้อย 2 คน
-
ถาม: ต้องส่งมอบรายงานผลการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบเมื่อใด?
-
ตอบ: ต้องส่งมอบรายงานภายใน 15 วันทำการหลังการตรวจสอบและบำรุงรักษาแต่ละรอบ
-
ถาม: ต้องมีการสำรองข้อมูลอะไรบ้าง และจัดเก็บที่ไหน?
-
ตอบ: ต้องสำรองข้อมูลอุปกรณ์และระบบประมวลผลที่จำเป็นลงบนพื้นที่ Cloud Storage ที่ รฟม. กำหนด
-
ถาม: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไรหากเกิดเหตุขัดข้องกับระบบอื่นที่เกี่ยวข้อง?
-
ตอบ: ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือในการประสานงานและตรวจสอบหาสาเหตุ และดำเนินการแก้ไขระบบประมวลผลให้แล้วเสร็จเมื่อระบบอื่นได้รับการแก้ไข
-
ถาม: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไรหากต้องการเปลี่ยนแปลงค่า Configuration ของระบบ?
-
ตอบ: ผู้รับจ้างต้องจัดทำสรุปรายละเอียดของการดำเนินงานและแจ้งให้ รฟม. ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 7 วันทำการ
-
ถาม: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไรหากมีการ Update Software/Firmware ใหม่จากเจ้าของผลิตภัณฑ์?
-
ตอบ: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการ Update Software/Firmware นี้ให้กับ รฟม. โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หาก รฟม. พิจารณาแล้วเห็นสมควร
-
ถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดทำข้อมูลอะไรเกี่ยวกับพนักงานที่ปฏิบัติงาน?
-
ตอบ: ผู้รับจ้างต้องส่งประวัติ รูปถ่าย และประวัติอาชญากรของพนักงานให้ รฟม. ภายใน 30 วันทำการ
-
ถาม: หากผู้รับจ้างไม่สามารถแก้ไขระบบได้ภายในเวลาที่กำหนด จะมีผลอย่างไร?
-
ตอบ: รฟม. มีสิทธิ์จ้างผู้รับจ้างรายอื่นให้ดำเนินการแทน และผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
-
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ภาคผนวก ก.
ภาคผนวก ข.
-
2 -
-
3 -
2
สารบัญ
เรื่อง หนา คํานิยาม …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 1 สวนที่ 1 นโยบายการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสําหรับผูบริหาร ………………………………………………………………… 4 สวนที่ 2 ความมั่นคงปลอดภัยที่เกี่ยวกับบุคลากร …………………………………………………………………………………………………… 5 สวนที่ 3 การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางดานกายภาพและสิ่งแวดลอม ……………………………………………………………….. 8 สวนที่ 4 การจัดการทรัพยสิน …………………………………………………………………………………………………………………………….. 10 สวนที่ 5 การจัดหา การพัฒนา และการบํารุงรักษาระบบสารสนเทศ ……………………………………………………………………… 12 สวนที่ 6 การควบคุมการเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ …………………………………………………………………………………… 15 สวนที่ 7 การควบคุมการเขาถึงระบบเครือขายไรสาย …………………………………………………………………………………………… 26 สวนที่ 8 การควบคุมหนวยงานภายนอกหรือผูใชงานภายนอกเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ………………………………. 27 สวนที่ 9 การใชงานเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ ของ รฟม. …………………………………………………………………. 29 สวนที่ 10 การใชงานอินเทอรเน็ตและสื่อสังคมออนไลน ……………………………………………………………………………………….. 32 สวนที่ 11 การใชงานจดหมายอิเล็กทรอนิกส ……………………………………………………………………………………………………….. 36 สวนที่ 12 การสํารองขอมูลและการเก็บรักษาขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอร …………………………………………………………… 37 สวนที่ 13 การตรวจสอบและประเมินความเสี่ยง ………………………………………………………………………………………………….. 40 สวนที่ 14 การถายโอน และแลกเปลี่ยนขอมูลสารสนเทศ ……………………………………………………………………………………… 43 สวนที่ 15 การควบคุมการเขารหัส ……………………………………………………………………………………………………………………… 45 สวนที่ 16 การนําอุปกรณสวนตัวมาใชงาน (Bring your own device) …………………………………………………………………. 47 สวนที่ 17 การใชบริการ Cloud (Cloud Services)………………………………………………………………………………..…………..49
1
เอกสารแนบทายประกาศ การรถไฟฟาขนสงมวลชนแหงประเทศไทย
เรื่อง นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
แนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ของ รฟม.
คํานิยาม
คํานิยามที่ใชในนโยบายนี้ ประกอบดวย
- รฟม. หมายถึง การรถไฟฟาขนสงมวลชนแหงประเทศไทย
- ฝทท. หมายถึง ฝายเทคโนโลยีสารสนเทศ
- ผูบริหารระดับสูงสุด หมายถึง ผูวาการการรถไฟฟาขนสงมวลชนแหงประเทศไทย
- ผูบังคับบัญชา หมายถึง ผูมีอํานาจสั่งการตามโครงสรางการบริหารของ รฟม.
- ผูใชงาน หมายถึง บุคคลที่ไดรับอนุญาตใหสามารถเขาใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. เพื่อประโยชน ในการดําเนินงานของ รฟม. ดังนี้
- ผูใชงานภายใน หมายถึง บุคลากรของ รฟม.
- ผูใชงานภายนอก หมายถึง บุคคลภายนอกที่ รฟม. อนุญาตใหเขามาใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. เชน ที่ปรึกษา ผูปฏิบัติงานตามสัญญา หรือนิสิตนักศึกษาฝกงาน เปนตน
- ผูใชบริการ หมายถึง ผูที่สมัครใชบริการระบบงานสารสนเทศของ รฟม. ผานเครือขายสาธารณะ (Internet) 7. หนวยงานภายนอก หมายถึง องคกรตาง ๆ รวมถึงผูรับจาง ซึ่ง รฟม. อนุญาตใหมีสิทธิ์ในการเขาถึง หรือใชขอมูล หรือสินทรัพยตาง ๆ ของ รฟม. โดยจะไดรับสิทธิ์ในการใชระบบตามประเภทงานตามอํานาจและตองรับผิดชอบ ในการรักษาความลับของขอมูล
- ผูดูแลระบบ หมายถึง พนักงานที่ไดรับมอบหมายจากผูบังคับบัญชาใหมีหนาที่รับผิดชอบในการดูแลรักษาระบบ สารสนเทศ และพนักงานของผูรับจางที่รับผิดชอบติดตั้งหรือบํารุงรักษาระบบสารสนเทศให รฟม. 9. เจาของขอมูล หมายถึง ผูไดรับมอบอํานาจจากผูบังคับบัญชาใหรับผิดชอบขอมูลของระบบงานโดยเจาของขอมูล เปนผูรับผิดชอบขอมูลนั้น ๆ หรือไดรับผลกระทบโดยตรงหากขอมูลเหลานั้นเกิดสูญหาย
- มาตรฐาน หมายถึง บรรทัดฐานที่บังคับใชในการปฏิบัติการจริงเพื่อใหไดตามวัตุประสงคหรือเปาหมาย 11. ขั้นตอนปฏิบัติ หมายถึง รายละเอียดที่บอกขั้นตอนเปนขอ ๆ ที่ตองนํามาปฏิบัติเพื่อใหไดมาซึ่งมาตรฐานตามที่ได กําหนดไวตามวัตถุประสงค
- แนวปฏิบัติ หมายถึง แนวทางที่ตองปฏิบัติตามเพื่อใหสามารถบรรลุวัตถุประสงคหรือเปาหมายไดงายขึ้น 13. ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information technology system) หมายถึง ระบบงานของ รฟม. ที่นําเอาเทคโนโลยี สารสนเทศ ระบบคอมพิวเตอร และระบบเครือขายสื่อสารขอมูลมาชวยในการสรางสารสนเทศที่ รฟม. สามารถ นํามาใชประโยชนในการวางแผน การบริหาร การสนับสนุน การใหบริการ การพัฒนาและควบคุมการติดตอสื่อสาร ซึ่งมีองคประกอบ ไดแก ระบบคอมพิวเตอร ระบบเครือขาย โปรแกรม ขอมูลและสารสนเทศ เปนตน 14. ขอมูลคอมพิวเตอรหมายถึง ขอมูล ขอความ คําสั่ง ชุดคําสั่ง หรือสิ่งอื่นใด ที่อยูในระบบคอมพิวเตอรในสภาพที่ระบบ คอมพิวเตอรอาจประมวลผลได และใหหมายความรวมถึงขอมูลอิเล็กทรอนิกสตามกฎหมายวาดวยธุรกรรม อิเล็กทรอนิกส
2 - ขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอร (Traffic log) หมายถึง ขอมูลเกี่ยวกับการติดตอสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร ซึ่งแสดงถึง แหลงกําเนิด ตนทาง ปลายทาง เวลา วันที่ ปริมาณ ระยะเวลา หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวของกับการติดตอสื่อสารของ ระบบคอมพิวเตอรนั้น
- สารสนเทศ (Information) หมายถึง ขอเท็จจริงที่ไดจากขอมูลนํามาผานการประมวลผล การจัดระเบียบใหขอมูล ซึ่งขอมูลอาจอยูในรูปของตัวเลข ขอความ หรือภาพกราฟกใหเปนระบบที่ผูใชสามารถเขาใจไดงาย และสามารถ นําไปใชประโยชนในการบริหาร การวางแผน การตัดสินใจ และอื่น ๆ
- ระบบคอมพิวเตอร (Computer system) หมายถึง อุปกรณหรือชุดอุปกรณของคอมพิวเตอรที่เชื่อมการทํางาน เขาดวยกันโดยไดมีการกําหนดคําสั่ง ชุดคําสั่งหรือสิ่งอื่นใด และแนวปฏิบัติงานใหอุปกรณหรือชุดอุปกรณทําหนาที่ ประมวลผลขอมูลโดยอัตโนมัติ
- ระบบเครือขายสื่อสารขอมูล (Network system) หมายถึง ระบบที่สามารถใชในการติดตอสื่อสารหรือการสงขอมูล และสารสนเทศระหวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศตาง ๆ ของ รฟม. เชน ระบบแลน (LAN) ระบบอินทราเน็ต (Intranet) ระบบอินเทอรเน็ต (Internet) เปนตน
- สิทธิ์ของผูใชงาน หมายถึง สิทธิ์ทั่วไป สิทธิ์จําเพาะ สิทธิพิเศษ และสิทธิ์อื่นใด ที่เกี่ยวของกับระบบสารสนเทศ ของหนวยงาน
- ความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศ หมายถึง การธํารงไวซึ่งความลับ (Confidentiality) ความถูกตองครบถวน (Integrity) และสภาพพรอมใชงาน (Availability) ของสารสนเทศ รวมทั้งคุณสมบัติอื่น ไดแก ความถูกตองแทจริง (Authenticity) ความรับผิด (Accountability) การหามปฏิเสธความรับผิด (Non-repudiation) และความนาเชื่อถือ (Reliability)
- เหตุการณดานความมั่นคงปลอดภัย หมายถึง เหตุการณที่แสดงใหเห็นความเปนไปไดที่จะเกิดการฝาฝนนโยบาย ดานความมั่นคงปลอดภัย มาตรการปองกันที่ลมเหลว หรือเหตุการณอันไมอาจรูไดวาอาจเกี่ยวของกับความมั่นคงปลอดภัย 22. สถานการณดานความมั่นคงปลอดภัยที่ไมพึงประสงคหรือไมอาจคาดคิด หมายถึง สถานการณดานความมั่นคงปลอดภัย ที่ไมพึงประสงคหรือไมอาจคาดคิด (Unwanted or unexpected) ซึ่งอาจทําใหระบบขององคกรถูกบุกรุก หรือโจมตีและความมั่นคงปลอดภัยถูกคุกคาม
- การเขาถึงหรือควบคุมการใชงานสารสนเทศ หมายถึง การอนุญาต การกําหนดสิทธิ์ หรือการมอบอํานาจใหผูใชงาน เขาถึงหรือใชงานเครือขายหรือระบบสารสนเทศ ทั้งทางอิเล็กทรอนิกสและทางกายภาพ ตลอดจนอาจกําหนดขอปฏิบัติ เกี่ยวกับการเขาถึงโดยมิชอบเอาไวดวยก็ได
- สินทรัพย (Assets) หมายถึง สินทรัพยดานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ รฟม. เชน อุปกรณ คอมพิวเตอร อุปกรณระบบเครือขาย ซอฟตแวรที่มีคาลิขสิทธิ์ ขอมูล ระบบขอมูล ฯลฯ
- จดหมายอิเล็กทรอนิกส (e-mail) หมายถึง ระบบที่บุคคลใชในการรับ - สงขอความระหวางกัน โดยผาน เครื่องคอมพิวเตอรและเครือขายที่เชื่อมโยงถึงกัน ขอมูลที่สงจะเปนไดทั้งตัวอักษร ภาพถาย ภาพกราฟก ภาพเคลื่อนไหว และเสียง ผูสงสามารถสงขาวสารไปยังผูรับคนเดียวหรือหลายคนก็ได โดยขาวสารที่สงนั้นจะถูกเก็บไวใน ตูจดหมาย (Mail box) ที่กําหนดไวสําหรับผูใชงาน ผูรับสามารถเปดอาน พิมพลงกระดาษ หรือจะลบทิ้งก็ได
3 - ชุดคําสั่งไมพึงประสงค (Malicious code) หมายถึง ชุดคําสั่งที่มีผลทําใหคอมพิวเตอร หรือระบบคอมพิวเตอร หรือชุดคําสั่งอื่นเกิดความเสียหาย ถูกทําลาย ถูกแกไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติม ขัดของหรือปฏิบัติงานไมตรง ตามคําสั่งที่กําหนดไว
- เครื่องคอมพิวเตอร หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอรแบบตั้งโตะ และเครื่องคอมพิวเตอรแบบพกพา 28. อุปกรณเคลื่อนที่ (Mobile device) หมายถึง อุปกรณอิเล็กทรอนิกสแบบพกพา ซึ่งมีความสามารถในการเชื่อมตอกับ อุปกรณอื่นเพื่อรับสงขอมูลผานระบบเครือขายโทรคมนาคมไรสายหรือโดยอาศัยคลื่นแมเหล็กไฟฟาเปนสื่อกลาง เชน Tablet, Smart Phone
- ทรัพยสินของ รฟม. หมายถึง ครุภัณฑ รฟม. และทรัพยสินที่ไมมีการขึ้นทะเบียนครุภัณฑที่ รฟม. จัดสรร งบประมาณเพื่อเปนคาใชจายใหทั้งหมดหรือบางสวน
- อุปกรณสวนตัว หมายถึง อุปกรณที่ไมใชทรัพยสินของ รฟม. ที่ผูใชงานนํามาเชื่อมตอกับระบบสารสนเทศของ รฟม. เชน เครื่องคอมพิวเตอรสวนบุคคล (Personal computer) เครื่องคอมพิวเตอรพกพา (Notebook) อุปกรณเคลื่อนที่ (Mobile device) Removable media หรืออุปกรณคอมพิวเตอรของโครงการรถไฟฟา เปนตน
4
สวนที่ 1
นโยบายการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสําหรับผูบริหาร
วัตถุประสงค
เพื่อใหการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศขององคกรมีความสอดคลองกับมาตรฐานสากลและ กฎหมายดานความมั่นคงปลอดภัยที่เกี่ยวของ
ผูรับผิดชอบ
ผูบริหารสูงสุด
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001: 2022
มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
แนวปฏิบัติ - จัดใหมีการทําและทบทวนหรือปรับปรุงนโยบายความมั่นคงปลอดภัย และแนวปฏิบัติที่สนับสนุนการทํางานตาง ๆ อยางนอยปละ 1 ครั้ง โดยพิจารณาจากปจจัยนําเขา ดังนี้
1.1 กลยุทธการดําเนินงานขององคกร
1.2 ขอมูลกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับตาง ๆ ที่ตองปฏิบัติตาม
1.3 การปรับปรุงนโยบายความมั่นคงปลอดภัยสําหรับปถัดไป
1.4 ผลการประเมินความเสี่ยงและแผนลดความเสี่ยง
1.5 ผลการแจงเตือนโดยระบบปองกันการบุกรุกในปที่ผานมา
1.6 ผลของการตรวจสอบขอมูลการปดชองโหว (Patch) สําหรับระบบตาง ๆ ในปที่ผานมา 1.7 การจัดทําและตอสัญญาบํารุงรักษาระบบและอุปกรณตาง ๆ
1.8 แผนการอบรมทางดานความมั่นคงปลอดภัยประจําปซึ่งรวมถึงการสรางความตระหนัก 1.9 ผลการทดสอบแผนกูคืนในปที่ผานมา
1.10 ขอมูลภัยคุกคามตาง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตและปจจุบัน รวมทั้งภัยคุกคามที่ไดรับแจงจากหนวยงานภายนอก 1.11 ผลการตรวจสอบการปฏิบัติตามนโยบายความมั่นคงปลอดภัยโดยผูตรวจสอบภายในหรือโดยผูตรวจสอบ อิสระดานความมั่นคงปลอดภัยจากภายนอก - จัดใหมีทรัพยากรดานบุคลากร งบประมาณ การบริหารจัดการ และวัตถุดิบที่เพียงพอตอการบริหารจัดการความ มั่นคงปลอดภัยสารสนเทศในแตละปงบประมาณ
- จัดใหมีบุคลากรดําเนินงานดานความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและกําหนดหนาที่ความรับผิดชอบรวมทั้ง ปรับปรุงโครงสรางดังกลาวตามความจําเปน
- แสดงเจตนารมณหรือสื่อสารอยางสม่ําเสมอเพื่อใหผูใชงานทั้งหมดไดเห็นถึงความสําคัญของการปฏิบัติตาม นโยบายความมั่นคงปลอดภัยและนโยบายสนับสนุนตาง ๆ โดยเครงครัดและเปนผูรับผิดชอบตอความเสี่ยง ความเสียหาย หรืออันตรายที่เกิดขึ้นกับสารสนเทศขององคกร รวมถึงสรางความรวมมือระหวางหนวยงาน ที่เกี่ยวของกับความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
5
สวนที่ 2
ความมั่นคงปลอดภัยที่เกี่ยวกับบุคลากร
วัตถุประสงค
เพื่อใหผูใชงานเขาใจถึงบทบาท หนาที่ความรับผิดชอบ ทั้งกอนการจางงาน ระหวางการจางงาน และสิ้นสุดหรือ เปลี่ยนแปลงการจางงาน ตลอดจนตระหนักถึงภัยคุกคามและปญหาที่เกี่ยวของกับความมั่นคงปลอดภัยของ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อลดความเสี่ยงอันเกิดจากการขโมย การฉอโกง การใชงานระบบเทคโนโลยี สารสนเทศผิดวัตถุประสงคและความผิดพลาดในการปฏิบัติหนาที่ ซึ่งอาจสงผลกระทบหรือทําให รฟม. เกิดความเสียหาย
ผูรับผิดชอบ
ผูอํานวยการฝายเทคโนโลยีสารสนเทศ ผูอํานวยการฝายทรัพยากรบุคคล ผูอํานวยการฝาย/สํานัก ที่กํากับดูแลงานที่มี การวาจางหนวยงานภายนอก
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001: 2022
มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
มาตรการควบคุมดานบุคลากร (People Controls)
แนวปฏิบัติ - การสรางความมั่นคงปลอดภัยกอนการจางงาน (Prior to employment) เพื่อคัดสรรบุคลากรกอนที่จะเขามา ปฏิบัติงาน และเพื่อลดความเสี่ยงจากการปฏิบัติงานผิดพลาด การขโมย การปลอมแปลง และการนําระบบ สารสนเทศหรือทรัพยากรสารสนเทศของ รฟม. ไปใชในทางที่ไมเหมาะสม รวมทั้งเพื่อใหผูใชงานเขาใจในหนาที่ ความรับผิดชอบของตนเอง
1.1 การตรวจสอบคุณสมบัติของผูสมัคร (Screening)
ฝายทรัพยากรบุคคล หรือฝาย/สํานัก ที่กํากับดูแลงานที่มีการวาจางหนวยงานภายนอกตองตรวจสอบ คุณสมบัติของผูสมัคร (ทั้งกรณีการจางเปนพนักงาน ลูกจาง การวาจางหนวยงานภายนอกเพื่อปฏิบัติงานให รฟม. รวมทั้งนิสิตนักศึกษาฝกงาน) โดยผูสมัครตองไมเคยกระทําผิดกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ หรือ จริยธรรม รวมทั้งไมมีประวัติในการบุกรุก แกไข ทําลาย หรือโจรกรรมขอมูลในระบบเทคโนโลยี สารสนเทศมากอน และมีคุณสมบัติตามที่ รฟม. กําหนด
1.2 การกําหนดเงื่อนไขการจางงาน (Terms and conditions of employment) การวาจางใหมีเงื่อนไข การจางงานใหครอบคลุมในเรื่องดังตอไปนี้
1.2.1 กําหนดหนาที่ความรับผิดชอบดานความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศอยางเปนลายลักษณอักษร (Information security roles and responsibilities) แกผูใชงาน โดยกําหนดใหสอดคลอง กับนโยบายความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม.
1.2.2 กําหนดใหมีการลงนามในสัญญาวาจะไมเปดเผยความลับของ รฟม. (Non-Disclosure Agreement: NDA)
6
1.2.3 ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่สรางหรือพัฒนาโดยผูใชงานในระหวางการวาจางถือเปนสินทรัพย ของ รฟม.
1.2.4 กําหนดความรับผิดชอบหรือบทลงโทษ หากผูใชงานไมปฏิบัติตามนโยบายการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รฟม. รวมทั้ง กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ หรือ ขอกําหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวของกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ - การสรางความมั่นคงปลอดภัยในระหวางการจางงาน (During employment) เพื่อสรางความตระหนักแก ผูใชงานเกี่ยวกับภัยที่เกี่ยวของกับการปฏิบัติงานสารสนเทศ รวมถึงใหความรูเพื่อใหสามารถปองกันภัยดังกลาวได 2.1 หนาที่ในการบริหารจัดการทางดานความมั่นคงปลอดภัย (Management responsibilities)
ผูบริหาร รฟม. ทุกระดับชั้นมีหนาที่สนับสนุนและสงเสริมเรื่องดังตอไปนี้ แกผูใชงาน 2.1.1 ประกาศนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศของ รฟม. เปนลายลักษณอักษรใหทุกคน รับทราบและปฏิบัติตาม
2.1.2 จูงใจใหผูใชงานปฏิบัติตามนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศของ รฟม. 2.1.3 สรางความตระหนักถึงความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศที่เกี่ยวของกับหนาที่ความรับผิดชอบ ของตนเองและของ รฟม.
2.2 การสรางความตระหนัก การใหความรู และการอบรมดานความมั่นคงปลอดภัยใหแกผูใชงาน (Information security awareness, education and training) การสรางความตระหนักในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย อยางสม่ําเสมอ
2.2.1 ผูดูแลระบบตองแจงเตือนภัยคุกคาม และชองโหวที่สงผลกระทบตอความมั่นคงปลอดภัยของ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแกผูใชงานที่เกี่ยวของ นอกจากนี้ตองแจงเตือนใหผูใชงานเพิ่มความ ระมัดระวังความเสี่ยงตาง ๆ เชน ไวรัสคอมพิวเตอร เทคนิคการหลอกลอทางจิตวิทยา (Social engineering) และชองโหวทางเทคนิค เปนตน
2.2.2 ฝทท. ตองดําเนินการฝกอบรม หรือประชาสัมพันธเพื่อสรางความตระหนักดานความมั่นคง ปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแกผูใชงานเปนประจําทุกป
2.2.3 ฝทท. ตองแจงผูใชงานใหทราบ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัย สารสนเทศของ รฟม. รวมทั้งอธิบายผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกลาว
2.3 การแจงเหตุการณไมปกติ
ผูใชงานตองแจงเหตุการณไมปกติดานเทคโนโลยีสารสนเทศที่พบผานชองทางที่ รฟม. กําหนดโดยเร็วที่สุด 2.4 การกําหนดบทลงโทษ
2.4.1 ความรับผิดตามกฎหมาย
นโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศนี้ไมไดกอใหเกิดสิทธิ์ ทางกฎหมายที่ทําใหผูใชงานพนผิดแมจะไดปฏิบัติตามนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยสารสนเทศ และผูใชงานตกลงยินยอมที่จะไมดําเนินการใด ๆ ทางกฎหมายตอ รฟม. ซึ่งได ปฏิบัติตามระเบียบนี้ แตอยางไรก็ตามหากผูใชงานกระทําการละเมิดหรือกระทําผิดตามนโยบาย
และแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ อาจเปนความผิดทางวินัยและเปนเหตุ
7
ใหถูกลงโทษทางวินัยได รฟม. ไมมีสวนรับผิดชอบตอการละเมิดทรัพยสินทางปญญาที่เกิดจาก การใชระบบคอมพิวเตอร
2.4.2 การพิจารณาโทษผูกระทําผิด
ผูใชงานที่กระทําความผิด ฝทท. จะเพิกถอนสิทธิ์การใชงานและอาจเปนความผิดทางวินัย หรือ ความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวของ
- พนักงาน/ลูกจางที่ฝาฝนหรือละเมิดนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ รฟม. ตองถูกลงโทษตามกระบวนการทางวินัยของ รฟม. รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวของ 2) หนวยงานภายนอกที่กระทําความผิด จะมีโทษตามที่ระบุไวในสัญญาหรือถูกเพิกถอนสิทธิ์ การใชงาน รวมถึงดําเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวของ
- การสิ้นสุดหรือการเปลี่ยนแปลงการจางงาน (Termination and change of employment) เพื่อกําหนดหนาที่ความรับผิดชอบเมื่อสิ้นสุดหรือเปลี่ยนแปลงการจางงาน ซึ่งรวมไปถึงการคืนทรัพยสินและ การถอดถอนสิทธิ์ในการเขาถึง
3.1 การแจงการสิ้นสุดหรือเปลี่ยนแปลงการจางงาน
3.1.1 ฝายทรัพยากรบุคคลตองแจงใหฝายเทคโนโลยีสารสนเทศทราบทันทีหากพนักงานมีการลาออก โยกยาย เกษียณ หรือเสียชีวิต เพื่อฝายเทคโนโลยีสารสนเทศจะไดตรวจสอบและบริหารจัดการสิทธิ์ ในการเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
3.1.2 ฝาย/สํานัก ที่กํากับดูแลงานที่มีการวาจางหนวยงานภายนอก ตองแจงใหฝายเทคโนโลยี สารสนเทศทราบทันทีในกรณีที่ผูรับจางภายนอกสิ้นสุดสัญญาจางหรือมีการยกเลิกสัญญาจาง เพื่อให ฝทท. ตรวจสอบการใชงานระบบสารสนเทศและถอดถอนสิทธิ์ในการเขาถึงระบบ สารสนเทศของ รฟม.
3.2 การคืนสินทรัพยของ รฟม.
ผูดูแลระบบตองตรวจสอบเพื่อเรียกคืนสินทรัพยของ รฟม. จากผูใชงาน เมื่อการสิ้นสุดหรือการเปลี่ยนแปลง การจางงาน
3.3 การถอดถอนสิทธิ์ในการเขาถึง
3.3.1 ผูดูแลระบบตองถอดถอนสิทธิ์ในการเขาถึงของผูใชงาน เมื่อสิ้นสุดหรือเปลี่ยนแปลงการจางงาน 3.3.2 การถอดถอนสิทธิ์ในการเขาถึงหมายรวมถึง ทางกายภาพ (Physical) และทางตรรกะ (Logical) เชน กุญแจ บัตรแสดงตน บัตรประจําตัวผูใชงาน และบัญชีผูใชงาน เปนตน
3.3.3 ในกรณีที่ผูใชงานที่สิ้นสุดหรือเปลี่ยนแปลงการจางงาน มีการใชบัญชีผูใชงานรวมกัน (Shared user ID) กับผูใชงานอื่น ผูบังคับบัญชาตองเปลี่ยนรหัสผานทันทีหลังจากสิ้นสุดหรือเปลี่ยนแปลงการจางงาน
8
สวนที่ 3
การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางดานกายภาพและสิ่งแวดลอม
วัตถุประสงค
เพื่อควบคุมและปองกันการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เกี่ยวของกับการเขาถึงอาคารสถานที่ และพื้นที่จัดเก็บ ขอมูลคอมพิวเตอร (Data storage area)
ผูรับผิดชอบ
ผูดูแลระบบ
ผูอํานวยการฝายจัดซื้อและบริการ
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001: 2022
มาตรการควบคุมดานกายภาพ (Physical Controls)
แนวปฏิบัติ - ผูดูแลระบบ ตองออกแบบ และติดตั้งอุปกรณหรือระบบสนับสนุน (Facilities) เพื่อปองกันความมั่นคงปลอดภัย ดานกายภาพ เชน อุปกรณดับเพลิง ระบบสํารองไฟฟา เครื่องกําเนิดไฟฟา ระบบปรับอากาศและควบคุมความชื้น ระบบเตือนภัยน้ํารั่ว และตองมีการบํารุงรักษาอยางสม่ําเสมอ
- ผูดูแลระบบตองติดตั้งอุปกรณสารสนเทศในตูแร็ก (Rack) หรือสถานที่ที่มีความมั่นคงปลอดภัยและมีการปดล็อค 3. ผูดูแลระบบ ตองมีการปองกันสายเคเบิลที่ใชเพื่อการสื่อสารหรือสายไฟ มิใหมีการดักรับสัญญาณ (Interception) หรือมีความเสียหายเกิดขึ้น โดยจะตองเดินสายเคเบิลผานทอรอยสายหรือทางเดินสายที่มั่นคงปลอดภัยจากการเขาถึง และไมเดินสายผานพื้นที่ที่เขาถึงไดอยางสาธารณะ รวมทั้งสายเคเบิลสื่อสารและสายไฟฟาตองแยกจากกันโดยมี ระยะหางที่เหมาะสม
- การกําหนดบริเวณที่มีการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
กําหนดพื้นที่ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศตาง ๆ อยางเหมาะสม เพื่อเปนการเฝาระวัง ควบคุม การรักษาความมั่นคง ปลอดภัยจากผูที่ไมไดรับอนุญาต รวมทั้งปองกันความเสียหายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได โดยแบงแยกบริเวณพื้นที่ใชงาน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศออกเปน
4.1 พื้นที่ทํางาน (Working area) หมายถึง พื้นที่ติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอรสวนบุคคลและคอมพิวเตอรพกพา ที่ประจําโตะทํางาน
4.2 พื้นที่จัดเก็บขอมูลคอมพิวเตอร (Data storage area) หมายถึง พื้นที่ศูนยของขอมูล (Data center) 5. การควบคุมการเขาออก อาคาร สถานที่
5.1 กําหนดสิทธิ์ของผูใชงานและหนวยงานภายนอกในการเขาถึงสถานที่ โดยแบงแยกได ดังนี้ 5.1.1 ผูดูแลระบบตองกําหนดสิทธิ์แกผูใชงานที่มีสิทธิ์เขา - ออก และกําหนดชวงระยะเวลาที่มีสิทธิ์ ในการเขา - ออกแตละพื้นที่ใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอยางชัดเจน
5.1.2 เจาหนาที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) จะตองใหหนวยงานภายนอกหรือบุคคลภายนอกแลกบัตร ที่สามารถระบุตัวตนของบุคคลนั้น ๆ กอนเขาถึงอาคารของ รฟม. เชน บัตรประจําตัวประชาชน ใบอนุญาตขับขี่ เปนตน แลวบันทึกขอมูลบัตรในสมุดบันทึกหรือระบบงานสารสนเทศ
9
5.1.3 หนวยงานภายนอกที่มาติดตอตองติดบัตรผูติดตอ (Visitor) ตรงจุดที่สามารถเห็นไดชัดเจนตลอดเวลา ที่อยูใน รฟม. และคืนบัตรผูติดตอ (Visitor) กอนออกจากอาคารของ รฟม.
5.1.4 เจาหนาที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ตองตรวจสอบผูติดตอ อุปกรณ พรอมลงเวลาออกที่สมุด บันทึกหรือระบบสารสนเทศใหถูกตอง
5.2 ผูดูแลระบบ ตองควบคุมการเขา – ออกพื้นที่จัดเก็บขอมูลคอมพิวเตอร (Data storage area) ไมใหผูไมมีสิทธิ์ เขาถึงได โดยกําหนดพื้นที่การสงมอบสินคาและพื้นที่การเตรียมหรือประกอบอุปกรณสารสนเทศ (Unpack Area) กอนนําเขาพื้นที่จัดเก็บขอมูลคอมพิวเตอร (Data storage area) และตองควบคุม การ เขา - ออก เพื่อหลีกเลี่ยงการเขาถึงระบบสารสนเทศและขอมูลสารสนเทศโดยไมไดรับอนุญาต โดยปฏิบัติตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด
10
สวนที่ 4
การจัดการทรัพยสิน
วัตถุประสงค
เพื่อบริหารจัดการทรัพยสินสารสนเทศ ตั้งแตการจัดหา การใชงาน จนถึงการยกเลิกใชงาน โดยมีการระบุ ทรัพยสินขององคกรและกําหนดหนาที่ความรับผิดชอบในการปกปองทรัพยสินสารสนเทศอยางเหมาะสม ผูรับผิดชอบ
ผูบังคับบัญชา
ผูดูแลระบบ
เจาของขอมูล
ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001: 2022
มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
มาตรการควบคุมดานกายภาพ (Physical Controls)
มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ - หนาที่ความรับผิดชอบตอทรัพยสินสารสนเทศ (Responsibility for assets)
1.1 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองรวมกันจัดทําบัญชีทรัพยสิน/ทะเบียนทรัพยสิน (Asset inventory) และทบทวนทะเบียนทรัพยสินอยางนอยปละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสําคัญ 1.2 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองระบุเจาของทรัพยสินสารสนเทศทุกรายการ เพื่อรับผิดชอบดูแล ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศตลอดวงจรอายุการใชงาน
1.3 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองเรียกคืนทรัพยสินสารสนเทศเมื่อสิ้นสุดหรือเปลี่ยนแปลงการจางงาน 1.4 ผูใชงานตองใชทรัพยสินสารสนเทศของ รฟม. อยางระมัดระวัง และใชเพื่อปฏิบัติงานของ รฟม. เทานั้น รวมทั้งตองปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ และนโยบาย ของ รฟม. - การจําแนกประเภทของทรัพยสินสารสนเทศ (Asset classification)
2.1 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองจําแนกประเภททรัพยสินตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด และทบทวน การจําแนกดังกลาวอยางสม่ําเสมอ
2.2 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองจัดทําปายชื่อทรัพยสินสารสนเทศ (Labeling) ใหชัดเจน พรอมทั้งจัดใหมีมาตรการ ดูแลการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศที่สอดคลองกับประเภททรัพยสินตามระดับชั้นความลับที่ รฟม. กําหนด - การจัดการสื่อบันทึกขอมูล (Media handling)
3.1 เจาของขอมูล ผูดูแลระบบ และผูใชงานตองควบคุมการใชงานและจัดเก็บสื่อบันทึกแบบถอดหรือตอพวง กับเครื่องคอมพิวเตอรได (Removable media) ตามที่ รฟม. กําหนด
11
3.2 เจาของขอมูลตองมีการเขารหัสขอมูลที่ออนไหว (Sensitive Data) ของ รฟม. ที่จัดเก็บอยูในสื่อบันทึก แบบถอดได
3.3 เจาของขอมูล ผูดูแลระบบ และผูใชงานตองทําลายขอมูลสําคัญในอุปกรณสื่อบันทึกขอมูล แฟมขอมูล ตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด โดยไมสามารถกูคืนขอมูลกลับมาไดอีกกอนจะกําจัดอุปกรณดังกลาวหรือ กอนที่จะอนุญาตใหผูอื่นนําอุปกรณนั้นไปใชงานตอเพื่อปองกันไมใหมีการเขาถึงขอมูลที่สําคัญได โดยพิจารณาวิธีการทําลายขอมูลบนสื่อบันทึกขอมูลแตละประเภท ดังนี้
ประเภทสื่อบันทึกขอมูล วิธีทําลาย
กระดาษ ใหหั่นดวยเครื่องทําลายเอกสาร
Flash Drive 1) ทําลายขอมูลบน Flash Drive ตามมาตรฐาน
DOD5220.22M ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา
ซึ่งเปนการเขียนทับขอมูลเดิมหลายรอบ
- ใชวิธีทุบหรือบดใหเสียหาย
แผน CD/DVD ใหหั่นดวยเครื่องทําลายเอกสาร
เทป ใชวิธีทุบหรือบดใหเสียหายหรือเผาทําลาย
ฮารดดิสก- ทําลายขอมูลบนฮารดดิสกตามมาตรฐาน
DOD5220.22M ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา ซึ่งเปนการเขียนทับขอมูลเดิมหลายรอบ
- ทําลายขอมูลบนฮารดดิสกตามมาตรฐาน
- ใชวิธีทุบหรือบดใหเสียหาย
3.4 เจาของขอมูล ผูดูแลระบบ และผูใชงาน ตองมีการปองกันสื่อบันทึกขอมูลที่ใชจัดเก็บขอมูลสารสนเทศ ในกรณี ที่มีการเคลื่อนยายเพื่อปองกันการเขาถึงขอมูลสารสนเทศโดยไมไดรับอนุญาต ถูกนําไปใชงาน ผิดวัตถุประสงค รวมถึงปองกันสื่อบันทึกขอมูลไมใหไดรับความเสียหาย โดยรักษาความปลอดภัย สารสนเทศตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด
4. การบริหารจัดการคาคอนฟกูเรชัน (Configuration Management)
4.1 ผูบังคับบัญชาตองกําหนดใหมีแนวทางการบริหารจัดการคาคอนฟกูเรชัน (Configuration Management) 4.2 ผูดูแลระบบตองกําหนดคา Minimum baseline standard เพื่อเปนมาตรฐานในการการตั้งคาของ ระบบปฏิบัติการ ระบบฐานขอมูล ระบบงาน และอุปกรณเครือขายสื่อสารตาง ๆ อยางเปนลายลักษณอักษร และตองการทบทวนปรับปรุงใหเปนปจจุบันอยางนอยปละ 1 ครั้ง
4.3 ผูดูแลระบบตองควบคุมการเปลี่ยนแปลงการตั้งคาของระบบปฏิบัติการ ระบบฐานขอมูล ระบบงาน และ อุปกรณเครือขายสื่อสารตาง ๆ ตามขั้นตอนปฏิบัติการควบคุมการเปลี่ยนแปลงหรือแกไขระบบที่ รฟม. กําหนด
4.4 ผูดูแลระบบตองควบคุมเวอรชันของคาคอนฟกูเรชัน (System configuration version control) 4.5 ผูดูแลระบบตองมีการสอบทานคาคอนฟกูเรชันของระบบปฏิบัติการ ระบบฐานขอมูล ระบบงาน และ อุปกรณเครือขายสื่อสารตาง ๆ อยางนอยปละ 1 ครั้ง
12
สวนที่ 5
การจัดหา การพัฒนา และการบํารุงรักษาระบบสารสนเทศ
วัตถุประสงค
เพื่อควบคุมการจัดหา พัฒนา และบํารุงรักษาระบบสารสนเทศ ใหมีการกําหนดมาตรการการรักษาความมั่นคง ปลอดภัย เพื่อปองกันความผิดพลาด สูญหาย และการเปลี่ยนแปลงแกไขระบบ
ผูรับผิดชอบ
ผูบังคับบัญชา
ผูดูแลระบบ
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001: 2022
มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ
- ผูบังคับบัญชา ตองควบคุมใหมีการกําหนดขอตกลงและความรับผิดชอบที่เกี่ยวของกับความเสี่ยงดานความมั่นคง ปลอดภัยสารสนเทศลงในสัญญากับผูใหบริการภายนอก โดยใหครอบคลุมรวมถึงผูรับจางชวงดวย 2. ผูบังคับบัญชาตองควบคุมใหมีขอตกลง (Sign off) กอนเริ่มใชงานระบบจริง (Production) หรือกอนเริ่ม Go live 3. ผูดูแลระบบ ตองจัดทําขอกําหนดโดยระบุถึงการควบคุมความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศที่สอดคลองกับนโยบาย และแนวปฏิบัติดานความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศขององคกร เชน วิธีการแบบปลอดภัยในการพัฒนาโปรแกรม ตามมาตรฐาน OWASP (Open Web Application Security Project) Top 10 หรือมาตรฐาน CWE (Common Weakness Enumeration) Top 25 หรือมาตรฐานที่ยอมรับในสากล
- ผูดูแลระบบตองออกแบบโครงสรางการจัดวางระบบงานและเสนอผูบังคับบัญชาเห็นชอบกอนเริ่ม Go Live 5. ผูดูแลระบบ ตองมีการออกแบบระบบเพื่อตรวจสอบขอมูลที่จะรับเขาสูแอปพลิเคชัน ขอมูลที่เกิดจาก การประมวลผล และขอมูลที่อยูระหวางการประมวลผล เพื่อตรวจหาและปองกันความไมถูกตองที่เกิดขึ้นกับ ขอมูล เชน หนวยความจําลน (Buffer overflows) การใชตัวแปรผิดประเภท และตองมีมาตรการปองกันหรือ ควบคุมความลมเหลวระหวางการประมวลผล (Rollback)
- ผูดูแลระบบตองมีการควบคุมการเขาถึงและควบคุมการเปลี่ยนแปลงหรือแกไขระบบตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนดเพื่อควบคุมผลกระทบที่เกิดขึ้น
- ผูดูแลระบบตองจํากัดใหมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ตอซอฟตแวรที่ใชงาน (Software package) โดยเปลี่ยนแปลง เฉพาะที่จําเปนเทานั้น และควบคุมทุก ๆ การเปลี่ยนแปลงอยางเขมงวดตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด 8. ผูดูแลระบบตองจํากัดการเขาถึง Source code ใหเขาถึงไดเฉพาะผูที่มีสิทธิ์เทานั้น
- ผูดูแลระบบตองจัดทํา Source code review เพื่อหาขอผิดพลาดหรือสิ่งผิดปกติและปรับปรุง Source code ใหมีคุณภาพ
13 - ผูดูแลระบบตองควบคุมการจัดสง Source code ผานชองทางที่มั่นคงปลอดภัยและเปนชองทางที่ รฟม. กําหนดใหใชงานเทานั้น
- ผูดูแลระบบตองปดบังขอมูลสวนบุคคล (Data Masking) ที่จัดเก็บอยูในระบบงานสารสนเทศดวยวิธีการที่ เหมาะสม
- ผูดูแลระบบตองแสดงขอมูลของผูใชงานอยางรัดกุม เชน การปดบังขอมูลสําคัญของผูใชงาน (Sensitive data masking) เปนตน
- กรณีของแอปพลิเคชันที่ใชงานผานอุปกรณเคลื่อนที่ (Mobile device) ใหผูดูแลระบบดําเนินการ ดังนี้ 13.1 ปดบังหนาจอเมื่อยอแอปพลิเคชัน (Application blurring) เพื่อลดความเสี่ยงที่ขอมูลสําคัญของผูใชงานจะ รั่วไหล
13.2 ขอสิทธิ์เขาถึงทรัพยากรหรือบริการโดยแอปพลิเคชัน (Application permission) บนอุปกรณเคลื่อนที่ ของผูใชงานเทาที่จําเปน และมีกระบวนการทบทวนการขอสิทธิ์เปนประจําเพื่อปองกันการละเมิดสิทธิ์ ความเปนสวนตัวของผูใชงาน - ผูดูแลระบบตองควบคุมขอมูลที่นํามาใชในการทดสอบระบบ (Test data) อยางเหมาะสม โดยไมนําขอมูลจริงมา ทดสอบ กรณีจําเปนตองใชขอมูลจริงตองไดรับอนุญาตขอมูลจากเจาของกอนนํามาใชงาน และทําลายขอมูล อยางเหมาะสมตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด
- ผูดูแลระบบตองแยกระบบสารสนเทศสําหรับการพัฒนา ทดสอบ และใชงานจริงออกจากกันเพื่อลดความเสี่ยงที่ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงระบบสารสนเทศโดยไมไดรับอนุญาต และตองมีการกําหนดสิทธิ์การเขาถึงระบบสารสนเทศที่ พัฒนา ทดสอบ หรือใชงานจริง ทั้งระบบสารสนเทศใหม และการปรับปรุงแกไขระบบสารสนเทศเดิม
- ผูดูแลระบบตองมีการกําหนดขั้นตอนการทดสอบระบบสารสนเทศกอนนําไปใชงานจริง ทั้งในกรณีปรับปรุงระบบ สารสนเทศเดิมและการพัฒนาระบบสารสนเทศใหม
- ผูดูแลระบบตองติดตั้งซอฟตแวรบนระบบสารสนเทศที่ใหบริการ (Production) ตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด และจํากัดสิทธิ์การติดตั้งซอฟตแวรเพื่อใหระบบสารสนเทศตาง ๆ มีความถูกตองครบถวนและนาเชื่อถือ 18. ผูดูแลระบบตองนําซอฟตแวรที่ไมละเมิดลิขสิทธิ์มาติดตั้งบนระบบสารสนเทศที่ใหบริการ (Production) 19. ผูดูแลระบบตองกํากับดูแลใหผูรับจางปฏิบัติตามสัญญาหรือขอตกลงการใหบริการที่ระบุไว โดยครอบคลุมถึง ดานความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และการปฏิบัติตามขั้นตอนที่เกี่ยวของตาง ๆ ที่ รฟม. กําหนดไว 20. ผูดูแลระบบ ตองติดตาม ตรวจสอบรายงาน หรือบันทึกการใหบริการของบุคคลหรือหนวยงานภายนอกที่ใหบริการ แกหนวยงานตามสัญญาวาจางอยางสม่ําเสมอ
- ผูดูแลระบบ ตองดูแลใหทรัพยสินสารสนเทศไดรับการบํารุงรักษาและซอมแซมตามความตองการ รวมทั้งตองมี การบันทึกประวัติการทํางานผิดปกติ การบํารุงรักษา และการซอมแซมอุปกรณนั้น ๆ อยางสม่ําเสมอ 22. ผูดูแลระบบจะตองปดชองโหวของระบบสารสนเทศที่มีระดับความรุนแรงในระดับวิกฤติ (Critical) และระดับความรุนแรง ระดับสูง (High) ทั้งหมดกอนนําไปใชงานจริง (Production) หรือกอนเริ่ม Go live โดยเฉพาะระบบที่ใหบริการ ผานเครือขายอินเทอรเน็ต (Internet facing) และระบบที่มีความสําคัญตอการดําเนินงานของ รฟม. 23. ผูดูแลระบบตองพิจารณาเลือกใช Version ของ Software ดังนี้
14
23.1 กรณีนํา Software เดิมมาใชในการจัดหาหรือพัฒนาระบบ จะตองนําผลการตรวจสอบชองโหวและผลการ ทดสอบเจาะระบบมาประกอบการพิจารณาคัดเลือกเวอรชันของ Software ดวย เพื่อปองกันไมใหเกิด ชองโหวเดิมรวมถึงเพื่อลดภาระงานในการปดชองโหวเดิมซ้ํา
23.2 กรณีเปน Software ที่ไมเคยนํามาใชงานใหเลือกใช Software เวอรชันลาสุด
15
สวนที่ 6
การควบคุมการเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
วัตถุประสงค
เพื่อควบคุมการเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศตั้งแตการกําหนดสิทธิ์ กําหนดประเภทของขอมูล จัดลําดับ ความสําคัญหรือลําดับชั้นความลับของขอมูล ระดับชั้นการเขาถึง เวลาที่เขาถึงได และชองทางการเขาถึง ทั้งนี้ เพื่อควบคุมและปองกันการเขาถึง การลวงรู และการแกไขระบบสารสนเทศของ รฟม. โดยไมไดรับอนุญาต ผูรับผิดชอบ
ผูดูแลระบบ
เจาของขอมูล
ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001: 2022
มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ - การควบคุมการเขาถึงระบบสารสนเทศ (Access control)
1.1 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองรวมกันกําหนดสิทธิ์ในการเขาถึงระบบสารสนเทศ (Authorization matrix) ที่เหมาะสมและสอดคลองกับหนาที่ความรับผิดชอบของผูใชงาน และทบทวนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง 1.2 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองรวมกันกําหนดระดับการอนุมัติ (Authorization level) การเขาถึงระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ
1.3 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองจัดใหมีการแบงแยกหนาที่ความรับผิดชอบ (Segregation of duties) ในการเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอยางเหมาะสม เชน มีการแบงแยกหนาที่ระหวางการแจงความประสงค การเขาถึงและการอนุมัติการเขาถึง เปนตน
1.4 กรณีของแอปพลิเคชันที่ใชงานผานอุปกรณเคลื่อนที่ (Mobile device) ผูดูแลระบบตองปฏิบัติ ดังนี้ 1.4.1 ไมอนุญาตใหอุปกรณเคลื่อนที่ที่ใชระบบปฏิบัติการลาสมัย (Obsolete operating system) เขาใชงาน แอปพลิเคชัน หรือหากอนุญาตใหใชบริการไดควรมีมาตรการรองรับเพื่อลดความเสี่ยงที่ รฟม. จะไดรับ รวมถึงลดผลกระทบตอผูใชงานตามความเหมาะสม เชน การเพิ่มมาตรการยืนยันตัวตน เปนตน 1.4.2 ไมอนุญาตใหอุปกรณที่มีการปรับแตงการเขาถึงระบบปฏิบัติการ (rooted/jailbroken) เขาใชงาน แอปพลิเคชัน เพื่อลดความเสี่ยงที่ผูไมประสงคดีสามารถเขาถึงขอมูลสําคัญของผูใชงานและละเมิด หรือหลีกเลี่ยงมาตรการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่ รฟม. กําหนดไว
1.4.3 ไมอนุญาตใหผูใชงานใชแอปพลิเคชันเวอรชันต่ํากวาที่ รฟม. กําหนด เพื่อใหแอปพลิเคชันมีการ รักษาความมั่นคงปลอดภัยเปนไปตามมาตรฐานของ รฟม.
16
1.5 ขั้นตอนปฏิบัติเพื่อการจัดเก็บขอมูล
เจาของขอมูล ผูดูแลระบบ และผูใชงาน ตองปฏิบัติ ดังนี้
1.5.1 แบงประเภทขอมูล ดังนี้
- ขอมูลและสารสนเทศสําหรับสนับสนุนการตัดสินใจของผูบริหาร ไดแก ขอมูลสารสนเทศที่มี ความสําคัญหรือมีความจําเปนเรงดวนที่ตองติดตามอยางใกลชิดเพื่อประกอบการตัดสินใจ เชิงนโยบาย กําหนดนโยบาย และการวางแผนของผูบริหารระดับสูง
- ขอมูลและสารสนเทศสนับสนุนเชิงยุทธศาสตร (Strategy data) ไดแก ขอมูลและสารสนเทศเชิง วิชาการเพื่อสนับสนุนการดําเนินงานตามพันธกิจและยุทธศาสตรของ รฟม. ใหบรรลุเปาหมาย รวมทั้งขอมูลที่เผยแพรแกผูรับบริการภายนอก
- ขอมูลและสารสนเทศที่สนับสนุนการปฏิบัติงานประจํา (Operation data) ไดแก ขอมูลที่ สนับสนุนการทํางานทั่วไปของ รฟม.
1.5.2 จัดแบงระดับความสําคัญของขอมูล ออกเปน 3 ระดับ คือ - ขอมูลที่มีระดับความสําคัญมาก หมายถึง ขอมูลที่ใชสําหรับสนับสนุนการตัดสินใจของผูบริหาร 2) ขอมูลที่มีระดับความสําคัญปานกลาง หมายถึง ขอมูลที่ใชปฏิบัติงานเฉพาะกลุมงาน แผนก กอง หรือฝายภายในองคกร
- ขอมูลที่มีระดับความสําคัญนอย หมายถึง ขอมูลที่พนักงาน/ลูกจางภายใน รฟม. สามารถ เขาถึงรวมกันไดหรือสามารถเผยแพรได
1.5.3 จัดแบงลําดับชั้นความลับของขอมูลตามที่ รฟม. กําหนด
1.5.4 จัดแบงระดับชั้นการเขาถึง - ระดับชั้นสําหรับผูบริหาร เขาถึงไดตามอํานาจหนาที่และภารกิจที่ไดรับมอบหมาย 2) ระดับชั้นสําหรับผูปฏิบัติงานทั่วไป เขาถึงขอมูลที่ไดรับมอบหมายตามอํานาจหนาที่
- ระดับชั้นสําหรับผูดูแลระบบหรือผูที่ไดมอบหมาย มีสิทธิ์ในการบริหารจัดการระบบและเขาถึง ขอมูลที่ไดรับมอบหมายตามอํานาจหนาที่
1.6 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบตองกําหนดเวลาการเขาถึงระบบสารสนเทศ
1.7 ผูดูแลระบบตองจํากัดชองทางการเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศตามชองทาง ดังนี้ 1) เครือขายภายในของ รฟม. - เครือขายภายนอก รฟม.
- เครือขายอื่นที่จัดไวให เชน ระบบเครือขายสื่อสารขอมูล GIN
1.8 ผูดูแลระบบตองกํากับดูแล Default permission ของไฟล (File) และ โฟลเดอร (Folder) ที่สรางขึ้นใหมี การจํากัดสิทธิ์ในการเขาถึง
1.9 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองพิจารณาขอกําหนดตาง ๆ ที่มีผลทางกฎหมายซึ่งเกี่ยวของกับการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของ รฟม. เชน พระราชบัญญัติ ขอกําหนดทางกฎหมาย ขอกําหนดในสัญญา
17
และขอกําหนดทางดานความมั่นคงปลอดภัยอื่น ๆ เปนตน เพื่อกําหนดสิทธิ์การเขาถึงสารสนเทศและระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม.
1.10 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองมีการสอบทานสิทธิ์ในการเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอยาง สม่ําเสมอ พรอมทั้งเพิกถอนสิทธิ์เมื่อพบเห็นสิทธิ์ที่ไมถูกตองตามสิทธิ์ในการเขาถึง (Authorization matrix) 2. การบริหารจัดการการเขาถึงของผูใชงาน (User access management)
ใหมีการควบคุมการลงทะเบียนผูใชงาน การบริหารจัดการรหัสผาน การบริหารจัดการสิทธิ์การใชงานระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ และการทบทวนสิทธิ์การเขาถึงของผูใชงาน
2.1 การลงทะเบียนผูใชงาน (User registration)
2.1.1 ผูดูแลระบบตองบริหารจัดการและควบคุมบัญชีชื่อผูใชงาน (Username) มิใหมีการใชงานบัญชีชื่อ ผูใชงานซ้ํากัน ทั้งนี้ ในสวนของพนักงาน/ลูกจาง รฟม. ใหกําหนดชื่อผูใชงาน (Username) ตาม มาตรฐานจดหมายอิเล็กทรอนิกส (E-Mail) ที่ใชในองคกร
2.1.2 เจาของขอมูลตองเปนผูอนุมัติการสรางบัญชีผูใชงานชั่วคราว (Temporary user) และตองจํากัด ชวงเวลาการใชงานเทาที่จําเปน
2.2 การบริหารจัดการรหัสผาน (User password management)
2.2.1 ผูดูแลระบบตองกําหนดรหัสผานแบบชั่วคราวโดยใชวิธีการสุม และบังคับใหมีการเปลี่ยนรหัสผาน เมื่อผูใชงานเขาใชงานระบบในครั้งแรก
2.2.2 ผูดูแลระบบตองกําหนดความยาวของรหัสผาน ดังนี้ - ผูดูแลระบบมีความยาวอยางนอย 16 หลัก
- ผูใชงานมีความยาวอยางนอย 12 หลัก
2.2.3 ผูดูแลระบบตองกําหนดใหมีการยืนยันตัวตนแบบหลายปจจัย (Multi-Factor Authentication) ตามความเหมาะสม
2.2.4 ผูดูแลระบบตองกําหนดใหรหัสผานมีความซับซอน โดยประกอบดวย ตัวอักษร ตัวเลข และอักขระ พิเศษ เชน (a-Z) (0-9) (@ , # , & , “ , ‘ , *, =, < , > , % , $ , + , ?) เปนตน
2.2.5 ผูดูแลระบบตองกําหนดใหมีการเปลี่ยนแปลงรหัสผาน ดังนี้ - ผูดูแลระบบตองเปลี่ยนรหัสผานทุก ๆ 3 เดือน
- ผูใชงานตองเปลี่ยนรหัสผานทุก ๆ 6 เดือน
- ผูใชงานเชิงระบบ (System account) ใหพิจารณาเปลี่ยนรหัสผานตามความเหมาะสม 2.2.6 ผูดูแลระบบตองกําหนดใหมีการเขารหัสขอมูลรหัสผานในระบบ
2.2.7 ผูดูแลระบบตองจัดใหมีการควบคุมรหัสผานอยางเขมงวด
2.2.8 ผูดูแลระบบตองจัดสงบัญชีชื่อผูใชงาน (Username) และรหัสผาน (Password) ดวยวิธีการที่ ปลอดภัย
2.2.9 ผูดูแลระบบตองควบคุมดูแลระบบปฏิบัติการ ระบบฐานขอมูล และระบบงานสารสนเทศ (Application) ที่จัดเก็บบัญชีผูใชงานและรหัสผานอยางเขมงวด โดยใหเขาถึงไดเฉพาะผูดูแลระบบที่ ไดรับอนุญาตเทานั้น
2.2.10 ผูดูแลระบบตองกําหนดวิธีการหรือกระบวนการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัย เชน กรณีที่ลืมรหัสผาน
18
2.2.11 ผูดูแลระบบตองกําหนดใหผูใชบริการ ใชรหัสผานอยางมั่นคงปลอดภัย ดังนี้ กรณีแอปพลิเคชันทั่วไป - กําหนดความยาวรหัสผานอยางนอย 12 หลัก ซึ่งประกอบดวย ตัวอักษร ตัวเลข และ อักขระพิเศษ เชน (a-Z) (0-9) (@ , # , & , “ , ‘ , *, =, < , > , % , $ , + , ?) เปนตน
- รหัสผานตองไมเปนคําที่คาดเดาไดงาย เชน คําที่อยูในพจนานุกรม ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปเกิด ที่อยู หรือเบอรโทรศัพท เปนตน
- ไมบังคับใหเปลี่ยนรหัสผาน ทั้งนี้ขึ้นอยูกับความสมัครใจในการเปลี่ยนรหัสผาน และระบบ ตองรองรับการเปลี่ยนรหัสผานในกรณีตาง ๆ ดวยวิธีการที่ปลอดภัย
กรณีแอปพลิเคชันที่ใชงานผานอุปกรณเคลื่อนที่ (Mobile device) - กําหนดรหัสผานโดยใช PIN code หรือรหัสผ านที่ ซับซอน (PIN/Password complexity) โดยกรณี PIN code ตองใชรหัสผาน 6 หลักขึ้นไป
- ไมบังคับใหเปลี่ยนรหัสผาน ทั้งนี้ขึ้นอยูกับความสมัครใจในการเปลี่ยนรหัสผาน และ ระบบตองรองรับการเปลี่ยนรหัสผานในกรณีตาง ๆ ดวยวิธีการที่ปลอดภัย
2.2.12 ผูดูแลระบบและผูใชงานตองใชรหัสผานอยางปลอดภัย ดังนี้ - ตองกําหนดรหัสผานที่ไมสามารถคาดเดาไดงาย เชน คําที่อยูในพจนานุกรม “qwerty” “abcde” “12345” ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปเกิด ที่อยู หรือเบอรโทรศัพท เปนตน
- ตองไมใชงานรหัสผานโดยกระบวนการเขาใชงานโดยอัตโนมัติ ไดแก การกําหนดคา “Remember Password” เปนตน
- ตองเก็บรหัสผานไวเปนความลับเฉพาะบุคคล ไมเปดเผยใหผูอื่นรับทราบ และไม พิมพรหัสผานในลักษณะเปดเผย เชน พิมพรหัสผานตอหนาผูใชงานคนอื่น เปนตน
- ตองไมใชบัญชีชื่อผูใชงานและรหัสผานรวมกันกับผูอื่น แมวาบัญชีชื่อผูใชงานจะไดรับ การอนุญาตจากเจาของชื่อผูใชงานบุคคลนั้นก็ตาม
- ตองเปลี่ยนแปลงรหัสผานเมื่อมีการแจงเตือนจากระบบ หรือสงสัยวารหัสผานลวงรูโดย บุคคลอื่น
2.3 การบริหารจัดการสิทธิ์ (Privilege management)
2.3.1 ผูบังคับบัญชาตองกําหนดใหมีขั้นตอนปฏิบัติสําหรับการลงทะเบียน การเพิกถอนสิทธิ์ การ เปลี่ยนแปลงสิทธิ์ และการทบทวนสิทธิ์ของผูใชงานอยางเปนลายลักษณอักษร
2.3.2 กําหนดสิทธิ์ที่เหมาะสมกับผูใชงานตามความจําเปนและสอดคลองกับหนาที่ความรับผิดชอบและ จัดเก็บประวัติ (Log) การลงทะเบียน การเพิกถอนสิทธิ์ และการเปลี่ยนแปลงสิทธิ์ของผูใชงาน 2.3.3 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองจัดใหมีการควบคุมและจํากัดสิทธิ์ในการใชงานระบบตาม ความจําเปนในการใชงานเทานั้น - สิทธิ์ในการสรางขอมูล (Create)
- สิทธิ์ในการอานขอมูลหรือเรียกดูขอมูล (READ)
- สิทธิ์ในการปรับปรุงขอมูล (Modify / Update)
- สิทธิ์ในการลบขอมูล (Delete)
19 - สิทธิ์ในการมอบหมายสิทธิ์ในการดําเนินการแทน (Assign)
- สิทธิ์ในการรับรองความถูกตองครบถวนของขอมูล (Approve/Authenticate)
- ไมมีสิทธิ์
2.3.4 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบตองเปนผูอนุมัติการใหสิทธิ์เพื่อเขาถึงสารสนเทศหรือระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศใด ๆ อยางเปนลายลักษณอักษร
2.3.5 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองจํากัดจํานวนผูใชงานที่ทําหนาที่เปนผูใหสิทธิ์กับผูใชงานใหนอย ที่สุดตามความเหมาะสม
2.3.6 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองจํากัดระยะเวลาการใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. แกหนวยงานภายนอกที่เขามาปฏิบัติงานรวมกับ รฟม.
2.3.7 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองจัดใหมีการถอดถอนหรือเปลี่ยนแปลงสิทธิ์การเขาถึงทันที เมื่อ ผูใชงานเกษียณ เปลี่ยนแปลงหนาที่ความรับผิดชอบ เปลี่ยนแปลงการจางงาน หรือไมมีความ จําเปนในการใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
2.3.8 ผูดูแลระบบตองลบหรือระงับการใชงานสิทธิ์ของผูใชงานที่มากับระบบ (Default user) ในกรณีที่มี ความจําเปนตองใชงานตองกําหนดรหัสผานอยางมั่นคงปลอดภัย
2.4 การทบทวนสิทธิ์การเขาถึงของผูใชงาน (Review of user access rights)
2.4.1 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองมีการสอบทานสิทธิ์การเขาถึงของผูใชงานระบบเมื่อ รฟม. มี การเปลี่ยนแปลงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือโครงสรางองคกร
2.4.2 ผูดูแลระบบ ตองมีการสอบทานและระงับการใชงานบัญชีผูใชงานที่ไมไดใชงานเกิน 180 วัน หากผูใชงาน ตองการกลับมาใชงานจะตองยืนยันตัวตนให ฝทท. ทราบ ทั้งนี้ ระยะเวลาที่ไมไดใชงานของบัญชี ผูใชงานอาจจะขึ้นอยูกับแตละระบบสารสนเทศ
- การปองกันอุปกรณที่ไมมีผูดูแล และการควบคุมการไมทิ้งสินทรัพยสารสนเทศสําคัญไวในที่ที่ไมปลอดภัย 3.1 การปองกันอุปกรณที่ไมมีผูดูแล (Unattended user equipment)
3.1.1 ผูดูแลระบบตองจัดใหมีมาตรการสําหรับปองกันระบบคอมพิวเตอร ระบบเครือขายสื่อสารขอมูล และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยการกําหนดคาของระบบ (Configuration) ใหมีการล็อก หนาจอสําหรับอุปกรณที่ไมมีพนักงานดูแล หรือล็อกอุปกรณอยูเสมอ
3.1.2 ผูใชงานและหนวยงานภายนอก ตองล็อกหนาจออัตโนมัติเมื่อไมมีการใชงานระบบเทคโนโลยี สารสนเทศของ รฟม. ตามระยะเวลาที่กําหนด โดยตองพักหนาจอ (Screen saver) อัตโนมัติ หลังจากที่ไมมีการใชงานคอมพิวเตอรเปนระยะเวลานานกวา 15 นาที ผูใชงานและหนวยงานภายนอกจะ ใชงานตอไดเมื่อมีการใสรหัสผานที่ถูกตอง
3.1.3 ผูใชงานตอง Log out ออกจากเครื่องคอมพิวเตอรเมื่อมีความจําเปนตองละทิ้งเครื่องคอมพิวเตอร 3.1.4 ผูใชงานตองปองกันไมใหผูอื่นใชอุปกรณ เชน กลองดิจิทัล เครื่องสําเนาเอกสาร เครื่องสแกน เอกสารโดยไมไดรับอนุญาต
3.2 การควบคุมสินทรัพยสารสนเทศและการใชงานระบบคอมพิวเตอร (Clear desk and clear screen control) 3.2.1 ผูบังคับบัญชาตองกําหนดใหมีผูรับผิดชอบในการดูแลสถานที่ที่มีการรับ - สงแฟกซ หรือจดหมายเขา – ออก 3.2.2 ผูใชงานตองออกจากระบบคอมพิวเตอร (Log out) ทันที เมื่อจําเปนตองปลอยทิ้งโดยไมมีผูดูแล
20
3.2.3 ผูใชงานตองจัดเก็บขอมูลสําคัญแยกตางหาก และปองกันใหมีความปลอดภัยอยางพอเพียง 3.2.4 ผูใชงานตองนําเอกสารออกจากเครื่องพิมพทันทีที่พิมพงานเสร็จ - การควบคุมการเขาถึงเครือขาย (Network access control)
ใหมีการควบคุมการใชงานบริการเครือขาย การควบคุมการพิสูจนตัวตนสําหรับผูใชงานที่อยูภายนอก รฟม. การ ควบคุมการพิสูจนตัวตนอุปกรณบนเครือขาย การปองกันพอรต (Port) ที่ใชสําหรับตรวจสอบและปรับแตงระบบ การ แบงแยกเครือขาย (Segregation in networks) อยางเหมาะสม การควบคุมการเชื่อมตอทางเครือขาย และการ ควบคุมการกําหนดเสนทางบนเครือขาย
4.1 การใชงานบริการเครือขาย (Use of network services)
4.1.1 ผูดูแลระบบตองควบคุมการเผยแพรแผนผังระบบเครือขายสื่อสารขอมูล (Network diagram) รวมถึงโครงสราง IP address ชื่อระบบ และชื่ออุปกรณสารสนเทศแกผูที่ไมไดรับอนุญาตหรือ หนวยงานภายนอก
4.1.2 ผูดูแลระบบตองควบคุมการใชงานระบบเครือขายสื่อสารขอมูล เพื่อปองกันการเขาถึงระบบเครือขาย สื่อสารขอมูลและบริการของระบบเครือขายสื่อสารขอมูลโดยไมไดรับอนุญาต
4.1.3 ผูดูแลระบบตองควบคุมการเชื่อมตอเครือขายภายนอก เพื่อใชงานอินเทอรเน็ต ซึ่งอาจเปนชองทางให หนวยงานภายนอกเขาถึงสารสนเทศหรือระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. โดยมิไดรับ อนุญาต
4.1.4 ผูใชงานตองแจงความประสงคในการขอใชงานบริการเครือขายแก ฝทท. และสามารถใชบริการ เครือขายไดหลังจากไดรับการอนุมัติจาก ฝทท. แลว
4.1.5 ผูใชงาน ตองไมใชระบบเครือขายสื่อสารขอมูลเพื่อเปนชองทางในการเจาะระบบ (Hacking) หรือการ สแกนชองโหวของระบบโดยมิไดรับอนุญาต
4.2 การพิสูจนตัวตนของผูใชงานที่อยูภายนอก รฟม. (User authentication for external connections) ผูดูแลระบบตองกําหนดใหมีการพิสูจนตัวตนผานระบบ Active directory ของ รฟม. กอนอนุญาตให ผูใชงานที่อยูภายนอก รฟม. เขาใชงานเครือขายและระบบสารสนเทศของ รฟม.
4.3 การพิสูจนตัวตนของอุปกรณในระบบเครือขายสื่อสารขอมูล (Equipment identification in networks) ผูดูแลระบบตองกําหนดใหมีการพิสูจนตัวตนของอุปกรณในระบบเครือขายสื่อสารขอมูล ไดแก การตรวจสอบ MAC address
4.4 การปองกันพอรตที่ใชสําหรับตรวจสอบและปรับแตงระบบ (Remote diagnostic and configuration port protection)
ผูดูแลระบบตองระงับบริการและพอรต (Port) ที่ไมมีความจําเปนตองใชบนเครื่องคอมพิวเตอรหรือ อุปกรณเครือขาย
4.5 ผูดูแลระบบตองติดตั้งระบบตรวจจับการบุกรุก (Instrusion prevention system/ instrusion detection system) ของระบบเครือขาย
4.6 การแบงแยกเครือขาย (Segregation in networks)
4.6.1 ผูดูแลระบบตองจัดใหมีการแบงแยกเครือขายตามกลุมของผูใชงาน หรือกลุมของระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ เพื่อควบคุมการใชงานในแตละเครือขายยอยอยางเหมาะสม โดยพิจารณาจากความตองการ
21
ในการเขาถึงขอมูล ระดับความสําคัญของขอมูล รวมถึงการพิจารณาดานราคา ประสิทธิภาพ และผลกระทบทางดานความปลอดภัยดังตอไปนี้
- เครือขายที่อนุญาตใหเขาถึงจากภายนอกและเครือขายที่ใชภายใน รฟม.
- เครือขายแอปพลิเคชัน (Application) ที่มีความสําคัญกับเครือขายอื่น ๆ ที่มี ความสําคัญนอยกวา
- เครือขายสําหรับเครื่องใหบริการ (Server farm) กับเครือขายของผูใชงาน ควรมีการ ติดตั้งอุปกรณที่สามารถแบงแยกเครือขายได เชน Firewall หรือ Switch ที่สามารถ
แบง VLAN ได เปนตน
4.6.2 ผูดูแลระบบจะกําหนดเสนทางบนเครือขายที่เขมงวด เพื่อจํากัดการเขาถึงระยะไกลไปเฉพาะเครือขาย ที่กําหนดเทานั้น
4.6.3 ผูดูแลระบบตองตั้งคา (Configuration) อุปกรณเครือขาย เชน Firewall หรือ Router มิใหสามารถ บริหารจัดการจากภายนอกเครือขายได เวนแตในกรณีฉุกเฉินซึ่งตองไดรับการอนุญาตจากผูดูแล ระบบเทานั้น
4.7 การควบคุมการเชื่อมตอทางเครือขาย (Network connection control)
4.7.1 ผูดูแลระบบตองจํากัดการใชงานเครือขายของผูใชงานในการเชื่อมตอกับเครือขายของ รฟม. เชน Router หรือ Firewall เปนตน พรอมทั้งติดตั้งระบบควบคุมเพื่อกลั่นกรองขอมูลที่รับ - สง เชน Web filtering, E-mail filtering เปนตน เพื่อทําใหการเชื่อมตอมีความปลอดภัย
4.7.2 ผูดูแลระบบตองติดตั้ง Firewall ระหวางเครือขายของ รฟม. กับเครือขายภายนอก ทั้งนี้ การติดตั้ง Firewall ตองพิจารณาเรื่องดังตอไปนี้ - การปองกันการจราจรจากภายนอก ตองถูกกําหนดใหใชเสนทางที่ผาน First tier firewall ที่มีความมั่นคงปลอดภัยเพื่อปองกันทรัพยสินสารสนเทศของ รฟม. และ
โครงสรางพื้นฐานที่มีความสําคัญจากการเขาถึงที่ไมไดรับอนุญาต - Firewall ตองระบุตัวตนและพิสูจนตัวตนของผูใชงานกอนที่จะใหสิทธิ์การเขาถึง อินเทอรเฟส (Interface) เพื่อการบริหารจัดการ Firewall
- Firewall ตองตั้งคาใหระงับบัญชีผูใชงานหลังจากมีความพยายามที่จะเขาสูระบบไม สําเร็จ 5 ครั้ง การยกเลิกการระงับตองดําเนินการโดย ฝทท.
- ไมอนุญาตใหพิสูจนตัวตนผานทางอินเทอรเฟส (Interface) การจัดการ Firewall จาก ระยะไกล (Remote)
- ผูที่ไดรับการมอบหมายจาก ฝทท. เทานั้นที่มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนการตั้งคาดานความ ปลอดภัยบน Firewall
- Firewall ตองตั้งคาใหบันทึกเหตุการณดานความมั่นคงปลอดภัย
- Firewall ตองไดรับการสอบทาน ทดสอบ และตรวจสอบอยางสม่ําเสมอ
- Firewall ตองถูกบริหารจัดการผานทางการติดตอสื่อสารที่มีการเขารหัส
- ตองปดบริการและพอรต (Port) ที่ไมจําเปนตองใชบน Firewall
22 - Firewall ประเภทซอฟตแวร (Software) ตองติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอรแมขายแยก ตางหาก
- Firewall ตองสามารถปองกันตัวเองจากการโจมตี DOS (Denial of service) ได อยางเชน Ping, Sweeps หรือ TCP SYN Floods เปนตน
- ตองใชเวอรชันของซอฟตแวร (Software) Firewall และระบบปฏิบัติการที่เจาของ ผลิตภัณฑยังใหการสนับสนุน
- ผูดูแล Firewall ตองติดตามขอมูลชองโหวจากผูใหบริการ (Vendor) เพื่อรับทราบ ขาวสาร การ Upgrade และแพ็ตช (Patch) ที่จําเปน และตองติดตั้งแพ็ตช (Patch)
ทั้งหมดที่เกี่ยวของ
4.7.3 ผูดูแลระบบตองติดตั้ง Firewall เพื่อแบงแยก Zone ใหมีการใช DMZ (Demilitarized zone) โดยตองพิจารณาเรื่องดังตอไปนี้ - เครื่องคอมพิวเตอรแมขายที่ใหบริการผานอินเทอรเน็ต เชน FTP, Email, Web และ External DNS server เปนตน ตองติดตั้งอยูใน DMZ
- การเขาถึงจากระยะไกลตองพิสูจนตัวตนที่ Firewall หรือผานบริการที่อยูใน DMZ
- DNS Servers ตองไมอนุญาตใหมีการแลกเปลี่ยนโซน (Zone transfers) เวนแตมีเหตุ จําเปน
4.8 การควบคุมการกําหนดเสนทางบนเครือขาย (Network routing control)
ผูดูแลระบบตองควบคุมการกําหนดเสนทางบนเครือขายเพื่อใหมั่นใจวาการเชื่อมตอเครื่องคอมพิวเตอร และการไหลเวียนของสารสนเทศบนเครือขาย โดยมีกลไกในการตรวจสอบที่อยูปลายทางและตนทางของ การเชื่อมตอ เชน การควบคุมโดย Firewall หรือ Proxy เปนตน
- การควบคุมการเขาถึงระบบปฏิบัติการ (Operating system access control)
ใหมีการควบคุมการเขาถึงระบบปฏิบัติการอยางมั่นคงปลอดภัย การควบคุมการระบุและพิสูจนตัวตนของ ผูใชงาน การควบคุมระบบบริหารจัดการรหัสผาน การควบคุมการใชงานโปรแกรมประเภทยูทิลิตี้ (System utilities) การควบคุมการหมดเวลาการใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และควบคุมการจํากัดระยะเวลาการ เชื่อมตอระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
5.1 ขั้นตอนปฏิบัติในการเขาถึงระบบอยางมั่นคงปลอดภัย (Secure log-on procedures) 5.1.1 ผูดูแลระบบ ตองจัดใหมีการควบคุมการเขาถึงระบบปฏิบัติการอยางมั่นคงปลอดภัยโดย ขั้นตอนการเขาสูระบบตองเปดเผยขอมูลเกี่ยวกับระบบใหนอยที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงผูใชงานที่ไมได รับอนุญาต ซึ่งขั้นตอนการ Log-on ตองพิจารณา ดังนี้
- หากกระบวนการเขาสูระบบไมสําเร็จ ระบบตองไมแสดงขอมูลของระบบหรือแอปพลิเคชัน (Application) ที่ใชงานอยู
- ระบบตองแสดงขอความเตือนผูใชงานวาสามารถเขาใชงานเครื่องคอมพิวเตอรไดเฉพาะผูที่มี สิทธิ์เทานั้น
- หากกระบวนการเขาสูระบบไมสําเร็จ ระบบตองไมแสดงขอมูลที่สามารถระบุตัวตนของ ระบบ เชน เครือขายที่ใชงาน สถานที่ตั้งของระบบ หรือชื่อเครื่องคอมพิวเตอรแมขาย เปนตน
23 - ระบบตองไมแสดงขอความที่ชี้เฉพาะเหตุของการเขาสูระบบไมสําเร็จ เชน ไมแสดงขอความวา บัญชีผูใชงานผิด หรือ รหัสผานผิด เปนตน
- หามเขาสูระบบจากบัญชีผูใชงานสวนบุคคลเดียวกันมากกวาหนึ่ง Session ในระบบ เดียวกัน
- ระบบตองจํากัดจํานวนครั้งในการพยายามเขาสูระบบที่ไมสําเร็จ และตองพิจารณาเงื่อนไข ตอไปนี้
(ก) การเก็บบันทึกผลการเขาสูระบบทั้งที่สําเร็จและไมสําเร็จ
(ข) หนวงระยะเวลาในการเขาใชงานระบบครั้งตอไป
(ค) การตัดการเชื่อมตอ
(ง) การแสดงขอความเตือนที่หนาจอของผูดูแลระบบเมื่อมีการเขาสูระบบเกินจํานวนครั้ง ที่จํากัดไว - ระบบตองแสดงวัน เวลา ในการเขาสูระบบที่สําเร็จในครั้งกอน พรอมทั้งบันทึกจํานวนครั้ง ที่พยายามเขาไมสําเร็จนับแตการเขาสูระบบที่สําเร็จในครั้งกอนของผูใชงาน
- ระบบตองไมสงรหัสผานแบบ Clear text ผานระบบเครือขายสื่อสารขอมูล
- ผูดูแลระบบตองกําหนดจํานวนครั้งที่ยอมใหใสรหัสผานผิดไดไมเกิน 5 ครั้ง
5.2 การระบุและพิสูจนตัวตนของผูใชงาน (User identification and authentication) ผูดูแลระบบ ตองจัดใหผูใชงานมีบัญชีผูใชงานของแตละบุคคลเพื่อใชพิสูจนตัวตนในการเขาถึงระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ และตองใชระบบเทคโนโลยีสารสนเทศพิสูจนตัวตนผูใชงานในการเขาถึง ระบบปฏิบัติการ โดยผานระบบ Active directory หรือ Lightweight Derectory Access Protocol (LDAP) ทุกครั้ง พรอมทั้งบันทึกขอมูลการเขาถึง
5.3 การใชงานโปรแกรมประเภทยูทิลิตี้ (Use of system utilities)
ผูดูแลระบบ ตองควบคุมการใชงานโปรแกรมประเภทยูทิลิตี้บนระบบที่ใชงานจริง (Production system) ดังนี้ 5.3.1 ตองจัดทําบัญชีโปรแกรมประเภทยูทิลิตี้ (System utilities) ที่นํามาใชงาน
5.3.2 กําหนดความรับผิดชอบในการใชโปรแกรมประเภทยูทิลิตี้ (System utilities) แตละรายการ อยางชัดเจนและสื่อสารใหผูเกี่ยวของทราบเพื่อถือปฏิบัติ
5.3.3 ใหมีการพิสูจนตัวตน และกําหนดสิทธิ์ในการใชงานโปรแกรมประเภทยูทิลิตี้เฉพาะกลุมคนที่มี หนาที่รับผิดชอบ
5.3.4 มีการบันทึกเหตุการณ (Log) การใชงานโปรแกรมประเภทยูทิลิตี้ และตองสอบทานจากผูดูแล ระบบอยางสม่ําเสมอ
5.3.5 ตองทําการเพิกถอนหรือระงับโปรแกรมประเภทยูทิลิตี้ที่ไมจําเปน
5.4 การหมดเวลาการใชงานระบบสารสนเทศ (Session time-out)
5.4.1 ผูดูแลระบบตองกําหนด Session time-out ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ไมมีการใชงานภายใน ระยะเวลา 15 นาที ทั้งนี้ ถาระบบที่ไมสามารถตัดการเชื่อมตอแบบอัตโนมัติได กําหนดใหใช โปรแกรมพักหนาจอที่ตองใสรหัสผานหรือกําหนดใหมีการล็อกหนาจอ
5.4.2 ผูดูแลระบบ และผูใชงาน ตองตั้งคาใหมีโปรแกรมพักหนาจอที่ตองใสรหัสผานสําหรับเครื่อง คอมพิวเตอรสวนบุคคล เครื่องคอมพิวเตอรแบบพกพา และเครื่องคอมพิวเตอรแมขาย ทั้งนี้
24
โปรแกรมพักหนาจอกําหนดใหปอนรหัสผานหลังจากที่มีการทิ้งเครื่องดังกลาวไวโดยไมมีการใชงาน เปนเวลา 15 นาที
5.5 การจํากัดระยะเวลาการเชื่อมตอระบบสารสนเทศ (Limitation of connection time) 5.5.1 ผูดูแลระบบ ตองจํากัดระยะเวลาในการเชื่อมตอระบบสารสนเทศที่มีความสําคัญสูง โดยตอง คํานึงถึงระยะเวลาที่จําเปนในกระบวนการดําเนินงานทางธุรกิจ ไดแก กําหนดใหเขาใชงานได ในชวงเวลาทําการของ รฟม. 08.00 น. – 17.00 น. และเชื่อมตอเพื่อใชงานไดครั้งละไมเกิน 3 ชั่วโมง 5.5.2 ผูใชงาน หากมีความจําเปนตองใชงานนอกเวลาที่กําหนดตองขออนุมัติจากผูบังคับบัญชาเทานั้น 6. การควบคุมการเขาถึงโปรแกรมประยุกตและสารสนเทศ (Application and information access control) ใหมีการจํากัดการเขาถึงสารสนเทศ และการแยกระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีความสําคัญสูงไวในบริเวณที่ ควบคุมเฉพาะ
6.1 การจํากัดการเขาถึงสารสนเทศ (Information access restriction)
6.1.1 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบตองกําหนดสิทธิ์การเขาถึงแกผูใชงานเทาที่จําเปนตองใชในการ ปฏิบัติงาน โดยการใหสิทธิ์ตองพิจารณาในเรื่องดังตอไปนี้ - การจํากัดไมใหใชตัวเลือก (Options) ที่ไมไดรับอนุญาต
- การจํากัดการเขาถึง Command Line
- การจํากัดการเขาถึงขอมูลและฟงกชันการใชงานของแอปพลิเคชัน (Application) ที่ไมเกี่ยวของกับ หนาที่ความรับผิดชอบ
- การจํากัดระดับสิทธิ์ในการเขาถึงไฟล เชน อานอยางเดียว เปนตน
- การควบคุมการแจกจาย การเขาถึงขอมูล การนําขอมูลออกจากระบบสารสนเทศ เชน รายงาน เปนตน
6.1.2 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ควรกําหนดใหระบบสารสนเทศรองรับการกําหนดสิทธิ์ในการ เขาถึงแบบกลุมได
6.2 การแยกระบบสารสนเทศที่ไวตอการรบกวน (Sensitive system isolation) มีผลกระทบตอคนกลุมใหญ หรือระบบ ที่มีความสําคัญตอหนวยงาน ตองดําเนินการดังนี้
6.2.1 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ แยกระบบซึ่งไวตอการรบกวนออกจากระบบอื่น ๆ และควบคุม สภาพแวดลอมของระบบโดยเฉพาะ ไดแก ระบบ File sharing ระบบสารสนเทศทางการเงิน และระบบ Active directory โดยเขาถึงไดทั้งอุปกรณคอมพิวเตอรและสื่อสารเคลื่อนที่และการ ปฏิบัติงานจากภายนอกองคกร (Mobile computing and teleworking)
6.2.2 ผูดูแลระบบตองควบคุมอุปกรณคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่และการปฏิบัติงานจาก ภายนอกหนวยงาน (Mobile computing and teleworking) ที่เกี่ยวของกับระบบดังกลาว 6.2.3 เจาของขอมูลที่เปนเจาของระบบสารสนเทศที่มีความสําคัญสูงตองเปนผูอนุญาต ในกรณีที่ระบบ สารสนเทศที่มีความสําคัญสูงมีความจําเปนตองทํางานรวมกับระบบสารสนเทศอื่นที่มีความสําคัญนอยกวา 7. การควบคุมการปฏิบัติงานจากภายนอก รฟม. (Teleworking)
7.1 ผูดูแลระบบตองกําหนดใหมีการพิสูจนตัวตนกอนการใชงาน และเชื่อมตอผานชองทางที่มีความปลอดภัยที่ มีเทคโนโลยีเขารหัสปองกัน
25
7.2 ผูดูแลระบบตองทําการถอดถอนสิทธิ์ในการเขาถึงของผูใชงานจากภายนอกสํานักงาน เมื่อครบกําหนด ระยะเวลาที่ขออนุญาต
7.3 ผูใชงาน หากจําเปนตองมีการปฏิบัติงานจากภายนอกสํานักงานของ รฟม. ตองไดรับการอนุญาตจาก ผูบังคับบัญชาอยางเปนลายลักษณอักษร ในกรณีเรงดวนสามารถดําเนินการกอน โดยแจงใหผูบังคับบัญชา รับทราบดวย โดยผูบังคับบัญชาตองพิจารณาเงื่อนไขในการเตรียมการ ดังตอไปนี้ - ความมั่นคงปลอดภัยทางกายภาพและสภาพแวดลอมของการปฏิบัติงานจากภายนอก รฟม. 2) ความมั่นคงปลอดภัยทางการสื่อสาร โดยยึดจากระดับความสําคัญ (Sensitivity) ของขอมูลที่จะ ถูกเขาถึงและสงผานชองทางการเชื่อมตอสื่อสาร (Communication link) รวมถึงระดับ ความสําคัญ (Sensitivity) ของระบบภายใน รฟม.
7.4 ผูใชงานตองจัดเก็บเอกสารที่เปนความลับในอุปกรณที่ล็อกไดและมีการควบคุมการเขาถึง โดยใชหลักเกณฑการ รักษาความลับเชนเดียวกับสารสนเทศที่อยูในสํานักงานของ รฟม.
7.5 ผูใชงาน ตองติดตั้งโปรแกรมปองกันไวรัสและ Personal firewall สําหรับอุปกรณสวนตัวที่ใชเชื่อมตอ เครือขายของ รฟม. จากภายนอก
- ผูบังคับบัญชา ตองควบคุมการใชงานขอมูลสวนบุคคลใหมีการใชงานที่สอดคลองกับกฎหมาย พระราชบัญญัติ กฎระเบียบ ขอบังคับที่เกี่ยวของ เชน พระราชบัญญัติคุมครองขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. 2562
26
สวนที่ 7
การควบคุมการเขาถึงระบบเครือขายไรสาย
วัตถุประสงค
เพื่อกําหนดมาตรการในการควบคุมการเขาถึงระบบเครือขายไรสาย (Wireless LAN) ของ รฟม. โดยการกําหนด สิทธิ์ของผูใชงานในการเขาถึงระบบใหเหมาะสมตามหนาที่ความรับผิดชอบในการปฏิบัติงาน รวมทั้งมีการทบทวน สิทธิ์การเขาถึงอยางสม่ําเสมอ
เพื่อสรางความมั่นคงปลอดภัยของการใชงานระบบเครือขายไรสาย
ผูรับผิดชอบ
ผูดูแลระบบ
ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001: 2022
มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ - ผูใชงานที่ตองการเขาถึงระบบเครือขายไรสายของ รฟม. ตองลงทะเบียนกับผูดูแลระบบ และตองไดรับการ อนุญาตจาก ฝทท. อยางเปนลายลักษณอักษร
- ผูดูแลระบบตองกําหนดมาตรฐานความปลอดภัยของระบบเครือขายไรสายไมต่ํากวามาตรฐาน WPA2 3. ผูดูแลระบบตองลงทะเบียนกําหนดสิทธิ์ผูใชงานในการเขาถึงระบบเครือขายไรสายใหเหมาะสมกับหนาที่ ความรับผิดชอบในการปฏิบัติงาน รวมทั้งมีการทบทวนสิทธิ์การเขาถึงอยางสม่ําเสมอ
- ผูดูแลระบบตองลงทะเบียนอุปกรณทุกตัวที่ใชติดตอระบบเครือขายไรสาย
- ผูดูแลระบบ ตองกําหนดตําแหนงการวางอุปกรณ Access Point (AP) ไมใหสัญญาณของอุปกรณรั่วไหลออกไป นอกบริเวณที่ใชงาน เพื่อปองกันไมใหผูโจมตีใช Access Point (AP) ของ รฟม. รับ - สงสัญญาณได 6. ผูดูแลระบบตองเลือกใชกําลังสงใหเหมาะสมกับพื้นที่ใชงานและตองสํารวจวาสัญญาณรั่วไหลออกไปภายนอก หรือไม นอกจากนี้การใชเสาอากาศพิเศษที่สามารถกําหนดทิศทางการแพรกระจายของสัญญาณอาจชวยลดการ รั่วไหลของสัญญาณใหดีขึ้น
- ผูดูแลระบบตองเปลี่ยนคา SSID (Service Set Identifier) ที่ถูกกําหนดเปนคา Default มาจากผูผลิตทันทีที่นํา Access Point (AP) มาใชงาน
- ผูดูแลระบบตองเปลี่ยนคาชื่อ Login และรหัสผานสําหรับการตั้งคาการทํางานของอุปกรณไรสาย และผูดูแลระบบ ตองเลือกใชชื่อ Login และรหัสผานที่มีความคาดเดาไดยากเพื่อปองกันผูโจมตีไมใหสามารถเดาหรือเจาะรหัส ไดโดยงาย
- ผูดูแลระบบตองควบคุม MAC address ชื่อผูใช (Username) และรหัสผาน (Password) ของผูใชงานที่มีสิทธิ์ ในการเขาใชงานระบบเครือขายไรสาย โดยอนุญาตเฉพาะผูใชงานที่ไดรับอนุญาตใหเขาใชเครือขายไรสายไดอยาง ถูกตองเทานั้น
- ผูดูแลระบบตองตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยของระบบเครือขายไรสายอยางสม่ําเสมอ และบันทึกเหตุการณ นาสงสัยที่เกิดขึ้นในระบบเครือขายไรสายตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด
27
สวนที่ 8
การควบคุมหนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอกเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
วัตถุประสงค
เพื่อควบคุมหนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอกที่มีการเขาใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. ใหเปนไปอยางมั่นคงปลอดภัย
ผูรับผิดชอบ
ผูดูแลระบบ
ผูบังคับบัญชา
หนวยงานภายนอก
ผูใชงาน (บุคคลภายนอก)
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001: 2022
มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
มาตรการควบคุมดานกายภาพ (Physical Controls)
แนวปฏิบัติ - ผูดูแลระบบตองประเมินความเสี่ยงจากการเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรืออุปกรณที่ใชในการประมวลผล โดยหนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอก และกําหนดมาตรการรองรับหรือแกไขที่เหมาะสมกอนที่จะอนุญาตให เขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม.
- การควบคุมการเขาใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของหนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอก 2.1 เจาของขอมูลตองเปนผูอนุญาตการใหสิทธิ์แกหนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอกที่ตองการสิทธิ์ในการเขา ใชงานระบบสารสนเทศของ รฟม. อยางเปนลายลักษณอักษร
2.2 ผูบังคับบัญชาตองกําหนดใหมีการลงนามการไมเปดเผยขอมูลที่สําคัญและเปนความลับของ รฟม. 2.3 ผูบังคับบัญชา ตองควบคุมใหมีการกําหนดขอตกลงและความรับผิดชอบที่เกี่ยวของกับความเสี่ยง ดานความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศลงในสัญญากับหนวยงานภายนอกที่ใหบริการดานสารสนเทศและ บริการดานการสื่อสาร โดยใหครอบคลุมรวมถึงผูรับจางชวง
2.4 ผูบังคับบัญชาตองกําหนดใหจัดทําเอกสารแบบฟอรมสําหรับใหหนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอก ระบุเหตุผลความจําเปนที่ตองเขาใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
2.4.1 เหตุผลในการขอใช
2.4.2 ระยะเวลาในการใช
2.4.3 การตรวจสอบความปลอดภัยของอุปกรณที่เชื่อมตอเครือขาย
2.4.4 การตรวจสอบ MAC address ของเครื่องคอมพิวเตอรที่เชื่อมตอ
2.5 ผูดูแลระบบมีสิทธิ์ในการตรวจสอบการใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของหนวยงานภายนอกและ ผูใชงานภายนอก เพื่อควบคุมการใชงานไดอยางมั่นคงปลอดภัยตามสัญญา
28
2.6 ผูดูแลระบบตองควบคุมใหหนวยงานภายนอกจัดทําแผนการดําเนินงาน คูมือการปฏิบัติงานและเอกสารที่ เกี่ยวของ รวมทั้งตองปรับปรุงใหทันสมัยอยูเสมอ เพื่อใชสําหรับควบคุมหรือตรวจสอบการทํางาน และ เพื่อใหมั่นใจวาการปฏิบัติงานเปนไปตามขอบเขตที่ไดกําหนดไว - ผูดูแลระบบตองแจงแนวปฏิบัติตาง ๆ ที่เกี่ยวของแกหนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอกเพื่อใหปฏิบัติตาม 4. ผูดูแลระบบ ตองกํากับดูแลหนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอกใหปฏิบัติตามสัญญาหรือขอตกลงการ ใหบริการที่ระบุไว ซึ่งตองครอบคลุมถึงดานความมั่นคงปลอดภัย
- ผูดูแลระบบ ตองติดตาม ตรวจสอบรายงานหรือบันทึกการใหบริการของหนวยงานภายนอกตามที่วาจางอยาง สม่ําเสมอตามสัญญาวาจาง
- ผูดูแลระบบ ตองกําหนดขั้นตอนและชองทางในการติดตอกับหนวยงานภายนอกที่มีหนาที่ในการกํากับดูแล หรือ หนวยงานที่เกี่ยวของกับการบังคับใชกฎหมาย รวมทั้งหนวยงานที่ควบคุมดูแลสถานการณฉุกเฉินภายใต สถานการณตาง ๆ ไวอยางชัดเจน
- ผูดูแลระบบ ตองมีขั้นตอนและชองทางในการติดตอกับหนวยงานภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะดานหรือ หนวยงานที่มีความเชี่ยวชาญดานความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศภายใตสถานการณตาง ๆ ไวอยางชัดเจน 8. ผูดูแลระบบตองควบคุมการเปลี่ยนแปลงของหนวยงานภายนอกที่สงผลกระทบตอการใหบริการขององคกร และ
ตองประเมินความเสี่ยงอยางเหมาะสมเพื่อควบคุมผลกระทบอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงนั้น 9. หนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอก ตองใชงานทรัพยสินสารสนเทศของ รฟม. ดวยความระมัดระวัง และ รักษาความลับของ รฟม. ไมนําไปเปดเผย และตองขออนุญาตพรอมทั้งปฏิบัติตามเงื่อนไขในการเขาถึงระบบ สารสนเทศของ รฟม. ทุกครั้ง - หนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอกตองแจงเหตุการณไมปกติตาง ๆ ดานเทคโนโลยีสารสนเทศที่พบผาน ชองทางที่ รฟม. กําหนดโดยเร็วที่สุด
- หนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอกตองจัดเก็บบัญชีผูใชงานที่ รฟม. จัดทําไวใหใชงานเปนความลับ เฉพาะ บุคคล ไมเปดเผยใหผูอื่นรับทราบ
29
สวนที่ 9
การใชงานเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ ของ รฟม.
วัตถุประสงค
เพื่อควบคุมการใชงานทรัพยสินของ รฟม. ประเภทเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ใหเหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อปองกัน การสูญหาย เสียหาย หรือถูกเขาถึงขอมูลโดยไมไดรับอนุญาต
ผูรับผิดชอบ
ผูดูแลระบบ
ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001: 2022
มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
มาตรการควบคุมดานบุคลากร (People Controls)
มาตรการควบคุมดานกายภาพ (Physical Controls)
มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ - การใชงานทั่วไป
1.1 ผูดูแลระบบตองกําหนดบัญชีซอฟตแวรมาตรฐาน (Software standard) ที่อนุญาตใหติดตั้งบนเครื่อง คอมพิวเตอรของผูใชงาน และปรับปรุงใหเปนปจจุบันเสมอ
1.2 ผูดูแลระบบตองเปนผูกําหนดการตั้งชื่อเครื่องคอมพิวเตอร (Computer name) เทานั้น 1.3 ผูใชงานตองติดตั้งโปรแกรมสําหรับควบคุมการใชงานอุปกรณเคลื่อนที่ (Mobile Device Management: MDM) รวมถึงอุปกรณอื่น ๆ ที่ รฟม. ไมสามารถควบคุมการใชงานผานระบบ Active Directory ได 1.4 ผูใชงานตองใชงานอยางมีประสิทธิภาพเพื่องานของ รฟม.
1.5 ผูใชงานตองไมติดตั้งโปรแกรมที่ละเมิดลิขสิทธิ์บนเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ของ รฟม. 1.6 ผูใชงานตองขอนุญาตติดตั้งโปรแกรมในเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด 1.7 ผูใชงานตองไมติดตั้งและแกไขเปลี่ยนแปลงโปรแกรมในเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ของ รฟม. การดําเนินการดังกลาวตองดําเนินการโดยผูดูแลระบบเทานั้น
1.8 ผูใชงานตองศึกษาและปฏิบัติตามคูมือการใชงานเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่อยางละเอียด เพื่อใหสามารถใชงานอยางปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
1.9 ผูใชงานตองไมดัดแปลงแกไขสวนประกอบตาง ๆ ของคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ และรักษาใหมีสภาพเดิม 1.10 ผูใชงานตองแจงซอมเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ที่อยูในความรับผิดชอบของ ฝทท. ให ฝทท. เปนผูดําเนินการเทานั้น
1.11 ผูใชงานตองอัปเดต Patch และระบบปฏิบัติการใหทันสมัยอยูเสมอ
1.12 ผูใชงานตองไมสราง Shortcut ไวบน Desktop ที่เชื่อมตอไปยังขอมูลสําคัญของ รฟม. 1.13 กรณีเครื่องคอมพิวเตอรแบบพกพาและอุปกรณเคลื่อนที่ ผูใชงานตองปฏิบัติเพิ่มเติม ดังนี้
30
1.13.1 ตองติดตั้ง Application จาก Official Store หรือเว็บไซตที่ใหบริการผานโปรโตคอล https 1.13.2 ไมปรับแตงการเขาถึงระบบปฏิบัติการ (rooted/jailbroken)
1.13.3 ในกรณีที่มีการใชงานอุปกรณประเภทพกพาในที่สาธารณะ หองประชุม และพื้นที่ภายนอก อื่น ๆ ที่ไมมีการปองกัน หรือไมไดอยูในบริเวณของ รฟม. ใหปองกันการเขาถึงที่ไมไดรับอนุญาต เชน ไมเปดการเชื่อมตอแบบไรสายโดยไมมีการเขารหัสขอมูล เปนตน
1.13.4 ตองระมัดระวังการเคลื่อนยาย โดยตองใสกระเปาเพื่อปองกันอันตรายที่เกิดจากการกระทบกระเทือน เชน การตกจากโตะทํางานหรือหลุดมือ เปนตน
1.13.5 ไมใสในกระเปาเดินทางที่เสี่ยงตอการถูกกดทับโดยไมไดตั้งใจจากการมีของหนักทับหรืออาจถูก จับโยนได
1.13.6 การใชงานเปนระยะเวลานานเกินไป ในสภาพที่มีอากาศรอนจัดตองปดเครื่องคอมพิวเตอรเพื่อเปน การพักเครื่องสักระยะหนึ่งกอนเปดใชงานใหมอีกครั้ง
1.13.7 หลีกเลี่ยงการใชนิ้วหรือของแข็ง เชน ปลายปากกา กดสัมผัสหนาจอ LCD ใหเปนรอย ขีดขวนหรือ ทําใหจอ LCD ของเครื่องคอมพิวเตอรแบบพกพาแตกเสียหายได
1.13.8 ไมวางของทับบนหนาจอและแปนพิมพ
1.13.9 การเคลื่อนยายเครื่องขณะที่เครื่องเปดใชงานอยู ใหทําการยกจากฐานภายใตแปนพิมพ หามยายเครื่องโดยการดึงหนาจอภาพขึ้น
1.13.10 ไมคลื่อนยายเครื่องในขณะที่ Harddisk กําลังทํางาน
1.13.11 ไมใชหรือวางใกลสิ่งที่เปนของเหลว ความชื้น เชน อาหาร น้ํา กาแฟ เครื่องดื่มตาง ๆ เปนตน 1.13.12 ไมวางใกลอุปกรณที่มีสนามแมเหล็กไฟฟาแรงสูง เชน แมเหล็ก โทรทัศน ไมโครเวฟ ตูเย็น เปนตน 1.13.13 ไมติดตั้งหรือวางในที่ที่มีการสั่นสะเทือน เชน ในยานพาหนะที่กําลังเคลื่อนที่
1.13.14 การเช็ดทําความสะอาดหนาจอภาพตองเช็ดอยางเบามือที่สุด และตองเช็ดไปในแนวทาง เดียวกันหามเช็ดแบบหมุนวน เพราะจะทําใหหนาจอมีรอยขีดขวนได
1.13.15 รับผิดชอบในการปองกันการสูญหาย เชน ตองล็อกเครื่องขณะที่ไมไดใชงาน ไมวางเครื่องทิ้งไวในที่ สาธารณะ หรือในบริเวณที่มีความเสี่ยงตอการสูญหาย
1.13.16 นําติดตัวไปดวยเสมอ เชน ไมละทิ้ง อุปกรณประมวลผลประเภทพกพาในรถยนต หองพัก ในโรงแรม หรือหองประชุม เปนตน ในกรณีที่มีความจําเปนตองละทิ้งใหจัดเก็บไวในสถานที่ มั่นคงปลอดภัย
1.13.17 ไมเก็บหรือใชงานในสถานที่ที่มีความรอน ความชื้นหรือฝุนละอองสูงและตองระวังปองกันการ ตกกระทบ
1.13.18 ไมเปลี่ยนแปลงแกไขสวนประกอบยอย (Sub component) ที่ติดตั้งอยูภายใน เชน แบตเตอรี่ หนวยความจํา - แนวปฏิบัติในการใชรหัสผาน
ใหผูใชงานปฏิบัติตามการใชงานรหัสผาน (Password Use) (สวนที่ 6) - การปองกันจากโปรแกรมชุดคําสั่งไมพึงประสงค (Malicious code)
31
3.1 ผูดูแลระบบตองควบคุมการ Update ระบบปฏิบัติการ เว็บเบราวเซอร และโปรแกรมใชงานตาง ๆ อยางสม่ําเสมอ เพื่อปดชองโหว (Vulnerability) ที่เกิดขึ้นจากซอฟตแวรเปนการปองกันการโจมตีจาก ภัยคุกคามตาง ๆ
3.2 ผูดูแลระบบตองติดตั้งและปรับปรุงโปรแกรมปองกันไวรัสใหทันสมัยอยูเสมอ
3.3 ผูใชงานตองไมปดหรือยกเลิกระบบการปองกันไวรัสที่ติดตั้งอยู
3.4 ผูใชงานตองตรวจสอบหาไวรัสจากสื่อบันทึกตาง ๆ เชน Thumb drive และ Data storage อื่น ๆ กอน นํามาใชงานรวมกับเครื่องคอมพิวเตอรของ รฟม.
3.5 ผูใชงาน หากพบหรือสงสัยวาเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ติดชุดคําสั่งไมพึงประสงค ใหรีบยกเลิก เชื่อมตอเครื่องเขากับระบบเครือขายสื่อสารขอมูลเพื่อปองกันการแพรกระจายของชุดคําสั่งที่ไมพึงประสงค ไปยังเครื่องอื่น ๆ ได และแจง ฝทท. ทราบทันที - การสํารองขอมูลและการกูคืน
4.1 ผูใชงานตองรับผิดชอบในการสํารองขอมูลจากเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ไวบนสื่อบันทึกอื่น ๆ เชน ระบบ File Sharing, CD, DVD, External harddisk เปนตน
4.2 ผูใชงานมีหนาที่เก็บรักษาสื่อขอมูลสํารอง (Backup media) ไวในสถานที่ที่เหมาะสม ไมเสี่ยงตอการรั่วไหลของ ขอมูลและทดสอบการกูคืนขอมูลที่สํารองไวอยางสม่ําเสมอ - ผูดูแลระบบ ตองควบคุมใหเครื่องคอมพิวเตอรไดรับการปรับตั้งคาอยางเหมาะสม เพื่อปองกันการใชงานหรือติดตั้ง Mobile code เชน Active x, Java จากแหลงที่ไมนาเชื่อถือ
32
สวนที่ 10
การใชงานอินเทอรเน็ตและสื่อสังคมออนไลน
วัตถุประสงค
เพื่อควบคุมการใชงานอินเทอรเน็ตและการใชงานสื่อสังคมออนไลน (Social network) ของ รฟม. ใหมีความปลอดภัย และปองกันการละเมิดพระราชบัญญัติวาดวยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร จนสงผลกระทบตอ รฟม. ผูรับผิดชอบ
ผูดูแลระบบ
ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001: 2022
มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ - ผูดูแลระบบตองควบคุมการเชื่อมตอทางเครือขายสําหรับการเขาถึงอินเทอรเน็ตโดยพิจารณาเรื่องดังตอไปนี้ 1) ผูดูแลระบบตองไมอนุญาตใหใชงานอุปกรณ Video streaming อุปกรณ audio streaming หรือ Download ไฟลที่มีขนาดใหญ ในกรณีที่จําเปนตองไดรับการอนุญาตจากผูบังคับบัญชากอนเทานั้น
- ผูดูแลระบบตองจํากัดการใชงานอินเทอรเน็ตเพื่อเรื่องสวนตัวหรือที่ไมใชการดําเนินงานของ รฟม. ใหนอยที่สุด เทาที่เปนไปได เชน การระงับการเขาถึง Website ที่ไมจําเป ็น การระงับการเขาถึง Website ที่มีเนื้อหาตองหาม ตามพระราชบัญญัติวาดวยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร
- ผูดูแลระบบตองปองกันไมใหมีการรับสงขอมูลที่ไมเหมาะสมจากภายนอก รฟม. เชน
(ก) Executable เชน .EXE .COM เปนตน
(ข) ไฟล (File) เสียง เชน AUD .WAV และ.MP3 เปนตน
(ค) ไฟล (File) วีดิทัศน เชน .MPG .MPEG .MOV และ .AVI เปนตน
(ง) Peer to Peer เชน .torrent เปนตน
ในกรณีที่มีความจําเปนตองไดรับอนุญาตจากผูบังคับบัญชา และ ฝทท. - ผูดูแลระบบตองกําหนดเสนทางการเชื่อมตอระบบคอมพิวเตอรเพื่อการเขาใชงานอินเทอรเน็ตที่ตอง เชื่อมตอผานระบบรักษาความปลอดภัยที่ รฟม. จัดสรรไวเทานั้น เชน Proxy, Firewall เปนตน 5) ผูดูแลระบบตองทดสอบเสนทางสําหรับการเชื่อมตออินเทอรเน็ตขององคกรระหวางเสนทางที่ใชงานจริงและ เสนทางสํารองอยางนอยปละ 2 ครั้ง
- ผูใชงานตองไมเชื่อมตอระบบคอมพิวเตอรผานชองทางอื่น ยกเวนมีความจําเปนและขออนุญาตจาก ฝทท. เปนลายลักษณอักษรแลว
- ผูใชงานตองขออนุญาตติดตั้งซอฟตแวร (Software) ที่ Download จากอินเทอรเน็ต และการติดตั้งตองดําเนินการโดย ผูที่ไดรับมอบหมายจากผูดูแลระบบเทานั้น
- ผูใชงานตองไมมีเจตนาปดบังหรือบิดเบือนตัวตนเมื่อมีการใชงานอินเทอรเน็ต
33 - ผูใชงานติดตั้งโปรแกรมปองกันไวรัส พรอมทั้งตองปรับปรุง Virus signature ที่เครื่องคอมพิวเตอรสวนบุคคลและ เครื่องคอมพิวเตอรพกพาใหมีความทันสมัยอยูเสมอ กอนทําการเชื่อมตออินเทอรเน็ตผานเว็บเบราวเซอร (Web browser) และตองปดชองโหวของระบบปฏิบัติการที่เว็บเบราวเซอรติดตั้งอยู
- ผูใชงานจะตองตรวจสอบไวรัส (Virus scanning) กอนการรับ - สงขอมูลคอมพิวเตอรผานทางอินเทอรเน็ต 5. ผูใชงานตองไมใชเครือขายอินเทอรเน็ตของ รฟม. เพื่อหาประโยชนในเชิงธุรกิจสวนตัว และทําการเขาสู เว็บไซตที่ ไมเหมาะสม เชน เว็บไซตที่ขัดตอศีลธรรม เว็บไซตที่มีเนื้อหาที่ขัดตอชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย หรือเว็บไซตที่ เปนภัยตอสังคม เปนตน
- ผูใชงานจะถูกกําหนดสิทธิ์ในการเขาถึงแหลงขอมูลตามหนาที่ความรับผิดชอบเพื่อประสิทธิภาพของเครือขายและ ความปลอดภัยทางขอมูลของ รฟม.
- ผูใชงานตองหลีกเลี่ยงการกระทําที่สิ้นเปลืองทรัพยากรของเครือขายอินเทอรเน็ต ดังนี้ (ก) สงจดหมายอิเล็กทรอนิกสลูกโซ
(ข) ใชเวลาในการเขาถึงอินเทอรเน็ตเกินความจําเปนยกเวนเพื่อปฏิบัติงานให รฟม.
(ค) เลนเกม Online
(ง) เขาหองพูดคุย Online ที่ไมไดมีวัตถุประสงคเพื่อปฏิบัติงานให รฟม. - ผูใชงานตองไมเผยแพรขอมูลที่เปนการหาประโยชนสวนตัวหรือขอมูลที่ไมเหมาะสมทางศีลธรรม หรือขอมูลที่ ละเมิดสิทธิ์ของผูอื่น หรือขอมูลที่อาจกอความเสียหายใหกับ รฟม.
- ผูใชงานตองไมเปดเผยขอมูลสําคัญที่เปนความลับเกี่ยวกับงานของ รฟม.
- ผูใชงานตองไมนําเขาขอมูลคอมพิวเตอรใด ๆ ที่มีลักษณะอันเปนเท็จ อันเปนความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแหง ราชอาณาจักร อันเปนความผิดเกี่ยวกับการกอการราย หรือภาพที่มีลักษณะอันลามก และไมทําการเผยแพรหรือสง ตอขอมูลคอมพิวเตอรดังกลาวผานอินเทอรเน็ต
- ผูใชงานตองไมนําเขาขอมูลคอมพิวเตอรที่เปนภาพของผูอื่นและภาพนั้นเปนภาพที่เกิดจากการสรางขึ้น ตัดตอ เติม หรือดัดแปลงดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส หรือวิธีการอื่นใด ที่จะทําใหผูอื่นเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือไดรับความอับอาย
- ผูใชงานมีหนาที่ตรวจสอบความถูกตองและความนาเชื่อถือของขอมูลคอมพิวเตอรที่อยูบนอินเทอรเน็ตกอนนํา ขอมูลไปใชงาน
- ผูใชงานตองคํานึงวาขอมูลจากอินเทอรเน็ตอาจไมมีความทันสมัยหรือไมมีความถูกตอง ผูใชงานตองตรวจสอบความ ถูกตองของขอมูลจากแหลงที่นาเชื่อถือกอนที่จะเผยแพรขอมูลดังกลาว
- ผูใชงานตองระมัดระวังการดาวนโหลดโปรแกรมใชงานจากอินเทอรเน็ต ซึ่งรวมถึง Patch หรือ Fixes ตาง ๆ จาก ผูขาย ตองเปนไปโดยไมละเมิดทรัพยสินทางปญญา
- ผูใชงานตองไมใชขอความที่ยั่วยุ ใหรายในการเสนอความคิดเห็นที่จะทําใหเกิดความเสื่อมเสียตอชื่อเสียงของ รฟม. การทําลายความสัมพันธกับเจาหนาที่ของหนวยงานอื่น ๆ
- ผูใชงานตองไมบันทึกรหัสผานใน Web browser (Remember password) เพื่อปองกันบุคคลอื่นที่สามารถ เขาถึงคอมพิวเตอรของผูใชงานนํารหัสผานดังกลาวไปใชงานในอินเทอรเน็ตโดยไมไดรับอนุญาต
34 - ผูใชงานตองไม Download เอกสาร หรือสารสนเทศตาง ๆ เชน ขอมูล รูปภาพ วิดีโอ เสียง และซอฟตแวร (Software) ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือผิดกฎหมาย
- ผูใชงานตองปดเว็บเบราวเซอรเพื่อปองกันการเขาใชงานโดยบุคคลอื่น ๆ ภายหลังจากใชงานอินเทอรเน็ตเสร็จแลว 19. การใชงานสื่อสังคมออนไลน (Social network)
19.1 ผูใชงานตองระมัดระวังในการนําเสนอขอมูลขาวสาร การสงขอความ หรือการแสดงความคิดเห็นผาน สื่อสังคมออนไลนเพื่อไมกอใหเกิดความเสียหายแก รฟม.
19.2 ผูใชงานตองระมัดระวังในการใชสื่อสังคมออนไลน เนื่องจากพื้นที่บนสื่อสังคมออนไลนเปนพื้นที่ สาธารณะไมใชพื้นที่สวนบุคคล ซึ่งขอมูลการใชงานตาง ๆ จะถูกบันทึกไวและอาจมีผลทางกฎหมาย ถึงแมจะเปนการแสดงความคิดเห็นในนามชื่อบัญชีสวนตัว และพึงตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิด ขึ้นกับ รฟม. ได
19.3 ผูใชงานที่ใชสื่อสังคมออนไลนเปนเครื่องมือสื่อสารขอมูลในกิจการของ รฟม. หรือชื่อบุคคลที่ทําใหเขาใจ ไดวาเปนบุคคลในสังกัด ตองแสดงภาพ และขอมูลใหถูกตองชัดเจนในขอมูล โปรไฟล (Profile) และพึง ใชดวยความสุภาพและมีวิจารณญาณ
19.4 ผูใชงานควรตั้งคําถามที่ใชในกรณีกูคืนบัญชีผูใชงานหรือกูคืนรหัสผาน (Forgot your password) ควรเลือกใชขอมูลหรือคําถามที่เปนสวนบุคคลและเปนขอมูลที่ผูอื่นคาดเดาไดยากเพื่อปองกันการสุมคําถาม จากผูประสงคราย
19.5 ผูใชงานตองไมใชระบบอีเมลของเว็บไซตประเภทสื่อสังคมออนไลน หากจําเปนตองใชจะตองระมัดระวัง ในการคลิกลิงกที่นาสงสัย โดยเฉพาะอีเมลแจงเตือนจากเว็บไซตตาง ๆ ในลักษณะเชื้อเชิญใหคลิกลิงกที่ แนบมาในอีเมล ผูใชงานตองสงสัยวาลิงกดังกลาวเปนลิงกที่ไมปลอดภัย (ลิงกที่ถูกสรางมาเพื่อใชขโมยขอมูล สวนบุคคล ดวยการนําไปสูเว็บไซตที่ดูนาเชื่อถือที่ผูประสงครายสรางไวเพื่อใหผูใชงานกรอกขอมูล สวนตัว เชน รหัสผาน เปนตน)
19.6 ผูใชงานตองศึกษาการตั้งคาความเปนสวนตัวหรือ “Privacy settings” ใหเขาใจเปนอยางดีและ ปรับแตงการตั้งคาความเปนสวนตัวใหเหมาะสมเพื่อปองกันการถูกละเมิดความเปนสวนตัวซึ่ง อาจจะสงผลกระทบตอตนเองหรือ รฟม.
19.7 ผูใชงานตองใชงานสื่อสังคมออนไลนอยางเหมาะสม โดยไมละเมิดกฎหมายและไมกอใหเกิดความเสียหายหรือ สงผลกระทบตอการทํางานขององคกร
19.8 ผูใชงานควรปดการใชงานระบบโพสตขอความสาธารณะทุก ๆ สวนของเว็บไซตประเภท Social network หาก จําเปนตองใชงานตองปรับคาใหมีการตรวจสอบขอความกอนเพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสแพรกระจายลิงกที่ไม ปลอดภัยจากผูประสงคราย ซึ่งเปนหนึ่งในเทคนิคที่ใชในการโจมตีประเภท Spear-phishing
19.9 ผูใชงานตองตรวจสอบกอนจะรับเพื่อนเขากลุมในเว็บไซตประเภท Social network โดยตองแนใจวา ขอมูลสวนตัวของเพื่อนคนนั้น เชน รูปถายและประวัติสวนตัวไมถูกแกไขเพื่อปลอมแปลงตัวตนจาก ผูประสงครายที่หวังแอบอางเพื่อคุกคามเปาหมาย
35
19.10 ผูใชงานตองตระหนักไวเสมอวาขอมูลตาง ๆ ที่ผูใชงานเผยแพรไวบนบริการสื่อสังคมออนไลนนั้นคงอยู ถาวรและผูอื่นอาจเขาถึงและเผยแพรขอมูลเหลานั้นได
19.11 ผูใชงานตองมีขอพิจารณาในการรับเพื่อนเขากลุมที่ชัดเจน และควรประกาศขอความปฏิเสธความ รับผิดชอบที่เกี่ยวกับเนื้อหาหรือขอความแสดงความคิดเห็นซึ่งถูกโพสตจากเพื่อนในกลุมที่อาจปรากฏใน เว็บไซตประเภท Social network ของผูใชงานเอง
19.12 ผูใชงานตองติดตั้งซอฟตแวรปองกันไวรัส และอัปเดตฐานขอมูลไวรัสของโปรแกรมอยูเสมอ และตอง หลีกเลี่ยงการใชโปรแกรมที่ละเมิดลิขสิทธิ์เพราะอาจจะมีโปรแกรมประสงครายแฝงตัวอยูภายในเพื่อ ลักลอบ ปลอมแปลง หรือขโมยขอมูลสําคัญของผูใชงานได
19.13 ผูใชงานตองระมัดระวังการใชถอยคําและภาษาที่อาจเปนการดูหมิ่น ยุยง ทาทาย หรือเปนการละเมิดตอ บุคคลอื่น กรณีบุคคลอื่นมีความคิดเห็นที่แตกตางพึงงดเวนการโตตอบดวยถอยคํารุนแรง
19.14 ผูใชงานตองระมัดระวังกระบวนการหาขาว หรือภาพจากสื่อสังคมออนไลน โดยมีการตรวจสอบอยางถี่ถวน รอบดานและตองอางอิงแหลงที่มาเมื่อนําเสนอ เวนแตสามารถตรวจสอบและอางอิงจากแหลงขาว ไดโดยตรง
19.15 หากผูใชงานตองการใชสื่อสังคมออนไลนเปนเครื่องมือในการรายงานขาวในนามของบุคคลธรรมดาตอง แสดงใหชัดเจนวา ขอความใดเปน “ขาว” ขอความใดเปน “ความคิดเห็นสวนตัว”
19.16 การสงตอหรือเผยแพรขอมูลในสื่อสังคมออนไลน (Social media)
19.16.1 ผูใชงานตองไมสงตอหรือเผยแพรขอมูลที่เปนเท็จ ขาวลือ ขาวไมปรากฏที่มา เปนเพียงการ คาดเดา หรือสงผลเสียหายกับบุคคล สังคม หรือ รฟม.
19.16.2 ผูใชงานตองไมสงตอหรือเผยแพรขอมูลเรื่องบุคคลเสียชีวิต เด็กและเยาวชน ผูสูญหาย ผูตองหา เวนเสียแตตรวจสอบขอเท็จจริงแลวและเห็นวาเปนประโยชนตอสาธารณะ
19.16.3 ผูใชงานตองไมสงตอหรือเผยแพรขอมูลที่กระทบตอสิทธิความเปนสวนตัว และศักดิ์ศรีความ เปนมนุษย
19.17 ผูใชงานตองตั้งคาความปลอดภัยของการใชงานสื่อสังคมออนไลน และระมัดระวังการถูกนําขอมูลจากชื่อบัญชี ไปใชโดยไมเหมาะสม ผิดวัตถุประสงค และลักษณะการแอบอางโดยบุคคลอื่น - ผูใชงานตองใชงานอินเทอรเน็ตและสื่อสังคมออนไลนโดยตระหนักถึงพระราชบัญญัติการกระทําความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอรที่บังคับใชอยูเสมอ
36
สวนที่ 11
การใชงานจดหมายอิเล็กทรอนิกส
วัตถุประสงค
เพื่อกําหนดมาตรการการใชงานจดหมายอิเล็กทรอนิกสของ รฟม. ใหมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ผูรับผิดชอบ
ผูดูแลระบบ
ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001: 2022
มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ - ผูดูแลระบบตองกําหนดสิทธิ์การเขาถึงระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกสของ รฟม. ใหเหมาะสมกับหนาที่ความ รับผิดชอบของผูใชงาน รวมทั้งทบทวนสิทธิ์การเขาใชงานอยางสม่ําเสมอ
- ผูดูแลระบบตองกําหนดบัญชีผูใชงานตามมาตรฐานจดหมายอิเล็กทรอนิกส (E-mail) ที่ใชในองคกร 3. ผูใชงานตองระมัดระวังในการใชจดหมายอิเล็กทรอนิกสไมใหเกิดความเสียหายตอ รฟม. ละเมิดลิขสิทธิ์ สราง ความนารําคาญตอผูอื่น ผิดกฎหมาย ละเมิดศีลธรรม และไมแสวงหาประโยชน หรืออนุญาตใหผูอื่นแสวงหา ผลประโยชนในเชิงธุรกิจจากการใชจดหมายอิเล็กทรอนิกสของ รฟม.
- ผูใชงานตองไมใชที่อยูจดหมายอิเล็กทรอนิกส (E-mail address) ของผูอื่นเพื่ออาน รับ - สงขอความ ยกเวนไดรับการ ยินยอมจากเจาของบัญชีและใหถือวาเจาของบัญชีจดหมายอิเล็กทรอนิกสเปนผูรับผิดชอบตอการใชงานตาง ๆ ในจดหมาย อิเล็กทรอนิกสของตน
- ผูใชงานตองใชที่อยูจดหมายอิเล็กทรอนิกสของ รฟม. เพื่อปฏิบัติงาน ติดตอ และประสานงานของ รฟม. เทานั้น 6. ผูใชงานตองไมใชที่อยูจดหมายอิเล็กทรอนิกสฟรีของเอกชนในการปฏิบัติงาน ติดตอ และประสานงานของ รฟม. 7. ผูใชงานตอง Logout ออกจากระบบทุกครั้ง หลังจากใชงานระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกสเสร็จสิ้นเพื่อปองกันบุคคล อื่นเขาใชงานจดหมายอิเล็กทรอนิกส
- ผูใชงานตองตรวจสอบเอกสารแนบจากจดหมายอิเล็กทรอนิกสกอนเปดอาน โดยใชโปรแกรมปองกันไวรัส เพื่อตรวจสอบมัลแวรตาง ๆ
- ผูใชงานตองไมเปดหรือสงตอจดหมายอิเล็กทรอนิกสที่ไดรับจากผูสงที่ไมรูจัก
- ผูใชงานตองใชขอความที่สุภาพในการรับ – สงจดหมายอิเล็กทรอนิกส และไมจัดสงจดหมายที่มีเนื้อหาอาจทําให รฟม. เสียชื่อเสียงหรือทําใหเกิดความแตกแยกภายใน รฟม.
- ผูใชงานตองไมระบุความสําคัญของขอมูลลงในหัวขอจดหมายอิเล็กทรอนิกสและตองเขารหัสเพื่อปองกัน การเขาถึงขอมูลโดยผูไมเกี่ยวของเมื่อมีการสงขอมูลที่เปนความลับ
- ผูใชงานตองตรวจสอบตูเก็บจดหมายอิเล็กทรอนิกสของตนเองทุกวัน และตองจัดเก็บจดหมายอิเล็กทรอนิกสในตู ของตนใหเหลือจํานวนนอยที่สุด หากมีขอมูลที่จําเปนตองนํามาใชอางอิงในการปฏิบัติงานภายหลังใหผูใชงาน โอนยายจดหมายอิเล็กทรอนิกสมายังเครื่องคอมพิวเตอรของตน ทั้งนี้ เพื่อลดปริมาณการใชเนื้อที่ของระบบ จดหมายอิเล็กทรอนิกส
37
สวนที่ 12
การสํารองขอมูลและการเก็บรักษาขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอร
วัตถุประสงค
เพื่อใหมีขอมูลสํารองไวใชงานในกรณีที่ขอมูลหลักเกิดความเสียหายไมสามารถใชงานหรือเขาถึงได หรือเมื่อเกิด ภาวะฉุกเฉินตาง ๆ
เพื่อใหมีการปฏิบัติที่สอดคลองกับกฎหมาย พระราชบัญญัติ หรือขอบังคับภายนอกอื่น ๆ ผูรับผิดชอบ
ผูบังคับบัญชา
ผูดูแลระบบ
เจาของขอมูล
ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001: 2022
มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ - การสํารองขอมูลระบบแมขาย
ขอมูลระบบแมขายและขอมูลสําคัญซึ่งเปนความลับของ รฟม. ตองไดรับการเก็บรักษาไวที่ระบบเก็บขอมูล สวนกลาง และสํารองขอมูลไวอยางสม่ําเสมอ เพื่อใหมีขอมูลสํารองไวใช ในกรณีที่ขอมูลหลักเกิดความเสียหาย หรือไมสามารถใชงาน ความถี่ในการดําเนินการสํารองขอมูลและขั้นตอนการสํารองขอมูลระบบแมขายเปนความ รับผิดชอบของ ฝทท. โดยมีแนวปฏิบัติ ดังนี้
1.1 ผูบังคับบัญชากําหนดผูรับผิดชอบในการสํารองขอมูล
1.2 ผูดูแลระบบตองกําหนดชนิดของขอมูลของระบบที่มีความจําเปนตองสํารองขอมูลเก็บไว เชน ขอมูล คาคอนฟกกูเรชัน (Configuration) ขอมูลคูมือการปฏิบัติงานสําหรับระบบ ขอมูลในฐานขอมูลของ ระบบงาน ขอมูลซอฟตแวร เชน ซอฟตแวรระบบปฏิบัติการ ซอฟตแวรระบบงาน และซอฟตแวรอื่น ๆ เปนตน
1.3 ผูดูแลระบบตองสํารองขอมูลตามความถี่ที่กําหนดไว ทั้งนี้ หากเปนขอมูลที่สนับสนุนกระบวนการทํางานที่ สําคัญของ รฟม. ใหสํารองตามความถี่ที่ รฟม. กําหนด
1.4 ผูดูแลระบบตองตรวจสอบวาการสํารองขอมูลสําเร็จครบถวนหรือไม หากไมสําเร็จใหหาสาเหตุและ ดําเนินการแกไขอีกครั้งหนึ่ง
1.5 ผูดูแลระบบตองนําขอมูลที่สํารองไวไปเก็บไวทั้งภายในและภายนอก รฟม. อยางนอยอยางละ 1 ชุด 1.6 ผูดูแลระบบทดสอบกูคืนขอมูลที่สํารองเก็บไวอยางสม่ําเสมอ อยางนอยปละ 1 ครั้ง เพื่อใหมั่นใจวาขอมูล ที่สํารองไวมีความถูกตอง ครบถวน และพรอมใชงาน
38 - การสํารองขอมูลคอมพิวเตอรสวนบุคคล
ผูใชงานจะตองสํารองขอมูลสําคัญที่เก็บรักษาไวในเครื่องคอมพิวเตอรสวนบุคคลหรือคอมพิวเตอร หรืออุปกรณพกพา อื่น ๆ อยางสม่ําเสมอ ความถี่ในการสํารองขอมูลขึ้นอยูกับความถี่ของการเปลี่ยนแปลงของขอมูลและระดับ ความสําคัญของขอมูลหากเกิดการสูญหาย - การเก็บรักษาขอมูลจราจรคอมพิวเตอร
เพื่อใหสามารถระบุตัวบุคคลผูใชงานไดอยางถูกตอง ผูดูแลระบบตองดําเนินการดังนี้
3.1 เลือกใชนาฬิกาจากแหลงที่นาเชื่อถือที่มีการเชื่อมตอในลําดับชั้น Stratum 0 โดยนาฬิกาจากแหลงดังกลาวจะตอง ไดรับการอนุมัติใหใชงาน
3.2 ตั้งนาฬิกาของอุปกรณที่ใหบริการทุกชนิดจาก NTP Server ของ รฟม. เทานั้น
3.3 ตองทบทวนนาฬิกาที่ NTP Server อยางนอยสัปดาหละ 1 ครั้ง
3.4 ตองจัดเก็บรักษาขอมูลจราจรคอมพิวเตอร โดยระยะเวลาในการเก็บตามประกาศกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร เรื่อง หลักเกณฑการเก็บรักษาขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอรของผูใหบริการ พ.ศ. 2550 (อยางนอย 90 วัน)
3.5 เก็บรักษาขอมูลจราจรคอมพิวเตอรในสื่อที่สามารถรักษาความครบถวนถูกตองแทจริง มีการเก็บรักษา ความลับของขอมูลตามระดับชั้นความลับในการเขาถึงตามที่ รฟม. กําหนด
3.6 ประเภทของสารสนเทศที่เก็บรักษา แสดงตามตาราง
ประเภทของสารสนเทศ กฎหมายที่เกี่ยวของ ระยะเวลาการเก็บ รักษา (ป)
Authentication server logs (RADIUS, TACACS)
- พระราชบัญญัติวาดวยการกระทําความผิด
1
เกี่ยวกับคอมพิวเตอร พ.ศ. 2550 - พระราชบัญญัติวาดวยการกระทําความผิด
Email server logs 1 เกี่ยวกับคอมพิวเตอร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560
Web application server logs 1 - ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
เรื่อง หลักเกณฑการเก็บรักษาขอมูลจราจรทาง
NTP server logs 1 คอมพิวเตอรของผูใหบริการ พ.ศ. 2564
DHCP server logs 1 IPS logs 1 Firewalls logs 1 Routers & Switches logs 1
Active directory logs
- การจัดเก็บบันทึกขอมูลล็อกและการเฝาระวัง (Logging and monitoring)
1
4.1 ผูดูแลระบบตองมีการจัดเก็บบันทึกเหตุการณ (Event logs) การใชงานระบบสารสนเทศ 4.2 ผูดูแลระบบตองเก็บบันทึกขอมูล Audit log ซึ่งบันทึกกิจกรรมการใชงานของผูใชงานระบบสารสนเทศและ เหตุการณเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยตาง ๆ เพื่อประโยชนในการสืบสวน สอบสวน และเพื่อการติดตาม การควบคุมการเขาถึง
39
4.3 ผูดูแลระบบตองมีการตรวจสอบขอมูลบันทึกเหตุการณอยางสม่ําเสมอ (Log review) 4.4 ผูดูแลระบบตองไมลบขอมูลล็อก (Log) หรือปดการใชงานการบันทึกขอมูลล็อก (Log) 4.5 ผูดูแลระบบตองปองกันระบบสารสนเทศที่จัดเก็บล็อก (Log) และขอมูลล็อก (Log) เพื่อปองกันการเขาถึงหรือ แกไขเปลี่ยนแปลงโดยไมไดรับอนุญาต
40
สวนที่ 13
การตรวจสอบและประเมินความเสี่ยง
วัตถุประสงค
เพื่อใหมีการตรวจสอบการดําเนินงานของระบบจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และปรับปรุงอยางตอเนื่อง เพื่อควบคุม และติดตามการปฏิบัติงานของผูดูแลระบบสารสนเทศ ใหสอดคลองตามขอกําหนด กฎหมาย หรือ ระเบียบขอบังคับที่เกี่ยวของกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
เพื่อประเมินความเสี่ยงดานความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศและบริหารจัดการความเสี่ยงใหอยูในระดับที่ องคกรยอมรับได
ผูรับผิดชอบ
ผูบังคับบัญชา
ผูดูแลระบบ
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001: 2022
ขอกําหนดหลัก: การวางแผน (Planning)
ขอกําหนดหลัก: การตรวจประเมินภายใน (Internal Audit)
มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ
-
ผูบังคับบัญชา ตองกําหนดใหมีแนวทางในการดําเนินงานของระบบสารสนเทศสอดคลองกับกฎหมาย พระราชบัญญัติ กฎระเบียบ ขอบังคับที่เกี่ยวของกับความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศโดยตองจัดทําเปนลายลักษณอักษร และมีการปรับปรุงใหเปนปจจุบันอยูเสมอ
-
ผูบังคับบัญชา ตองกําหนดมาตรการในการควบคุมและบริหารจัดการสินทรัพยทางปญญา ไดแก ลิขสิทธิ์ในเอกสารหรือ ซอฟตแวร เครื่องหมายการคา สิทธิบัตร และใบอนุญาตการใชงานซอรสโคด หรือการใชงานซอฟตแวร เพื่อให การดําเนินงานเปนไปตามขอกําหนดทั้งในแงของขอสัญญา และดานกฎหมาย พระราชบัญญัติ กฎระเบียบ ขอบังคับ ดานสินทรัพยทางปญญาที่เกี่ยวของ
-
ผูบังคับบัญชา ตองควบคุมใหมีการคุมครองขอมูลสวนบุคคลโดยใหสอดคลองกับกฎหมาย พระราชบัญญัติ กฎระเบียบ ขอบังคับที่เกี่ยวของ
-
ผูบังคับบัญชา ตองกํากับดูแล และควบคุมการปฏิบัติงานของผูที่อยูใตการบังคับบัญชา เพื่อปองกันการใชงานระบบ สารสนเทศผิดวัตถุประสงค หรือละเมิดตอนโยบายและแนวทางปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ สารสนเทศของ รฟม.
-
ผูบังคับบัญชา ตองควบคุมใหมีการปองกันขอมูลสําคัญขององคกร ขอมูลสําคัญที่เกี่ยวของกับขอกําหนดทาง กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ สัญญา ควรไดรับการปองกันจากการสูญหาย ถูกทําลาย และปลอมแปลง
41 -
ผูบังคับบัญชาตองจัดใหมีการตรวจสอบการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ โดยผูตรวจสอบ ภายใน (Internal auditor) หรือโดยผูตรวจสอบอิสระดานความมั่นคงปลอดภัยจากภายนอก (External auditor) ตามระยะเวลาอยางนอยปละ 1 ครั้ง
-
ผูดูแลระบบตองกําหนดกระบวนการตรวจสอบและการแจงเตือนเมื่อเกิดเหตุผิดปกติเกี่ยวกับการใชงาน ทรัพยากร (Capacity) กําหนดเกณฑการใชงานทรัพยากรและวางแผนดานทรัพยากรสารสนเทศใหรองรับการ ปฏิบัติงานในอนาคตอยางเหมาะสม รวมถึงตองติดตามผลการใชงานทรัพยากรสารสนเทศ
-
ผูดูแลระบบตองมีการตรวจสอบการทํางาน (Monitor) ของระบบสารสนเทศอยางสม่ําเสมอและเสนอผูบังคับบัญชา รับทราบเมื่อมีเหตุการณผิดปกติเกิดขึ้น รวมถึงแจงผูเกี่ยวของเพื่อดําเนินการแกไขโดยไมชักชา 9. ผูดูแลระบบ ตองปองกันการเขาใชงานเครื่องมือที่ใชเพื่อการตรวจสอบ เพื่อมิใหเกิดการใชงานผิดประเภทหรือถูก ละเมิดการใชงาน (Compromise) โดยควบคุมการเขาถึง และตรวจสอบการนําเครื่องมือไปใชงานอยางสม่ําเสมอ 10. ผูดูแลระบบตองประเมินความเสี่ยงของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอยางนอยปละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการ เปลี่ยนแปลงอยางมีนัยสําคัญ
-
ผูบังคับบัญชาตองติดตามผลการดําเนินการตามแผนบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk treatment plan) เปนประจําทุกไตรมาส
-
ผูดูแลระบบตองประเมินความเสี่ยงแลวจัดลําดับความสําคัญของความเสี่ยงนั้นและคนหาวิธีการเพื่อลดความเสี่ยงตาม ขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด พรอมทั้งพิจารณาขอดีขอเสียของวิธีการเหลานั้นเพื่อใหผูบริหารของ รฟม. ตัดสินใจเลือก วิธีการเพื่อลดความเสี่ยงหรือยอมรับความเสี่ยง เมื่อเลือกวิธีการลดความเสี่ยงแลวผูบริหารตองจัดสรรทรัพยากร อยางเพียงพอเพื่อดําเนินการ แนวทางการลดความเสี่ยง แบงไดเปน 3 รูปแบบ ไดแก
12.1 การเลือกใชเทคโนโลยี เพื่อใชในการลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ รฟม. เปนวิธีที่จําเปนตองใชงบประมาณและทรัพยากรอยางเพียงพอในการดําเนินการ เชน การเลือกใชอุปกรณ Firewall มากกวาหนึ่งผลิตภัณฑในการปองกันการเขาถึงเครือขายที่สําคัญ การใช อุปกรณสมารทการด หรือ USB Token ในการตรวจสอบยืนยันตัวตนในการเขาใชงานระบบจากภายนอก รฟม. เปนตน
12.2 การปรับเปลี่ยนขั้นตอนปฏิบัติ ตองออกแบบขั้นตอนปฏิบัติใหมที่รัดกุมและสามารถรักษาความมั่นคง ปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รฟม. ไดดีขึ้น เมื่อออกแบบขั้นตอนปฏิบัติใหมแลวตองมีการ พิจารณาหารือความเหมาะสม ความเปนไปได และผูบริหารตองเปนผูอนุมัติใหมีการบังคับใชขั้นตอนปฏิบัติ ใหมนั้น
12.3 ผูดูแลระบบตองแจงขั้นตอนปฏิบัติใหผูเกี่ยวของรับรูอยางทั่วถึง รวมทั้งตองจัดฝกอบรมผูใชงาน ที่เกี่ยวของเพื่อใหสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนปฏิบัติใหมไดอยางราบรื่นและมีประสิทธิภาพ -
การตรวจสอบความปลอดภัยของระบบสารสนเทศ
13.1 ผูดูแลระบบ ตองวางแผนการตรวจสอบและประเมินชองโหวหรือจุดออนดานความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และแจงผูที่เกี่ยวของเพื่อแกไขในกรณีที่พบวาชองโหวหรือจุดออนนั้นอาจเปนเหตุการณดานความมั่นคง ปลอดภัย อยางนอยปละ 1 ครั้ง
42
13.2 ผูดูแลระบบตองตรวจสอบระบบสารสนเทศที่จะตองมีการปรับปรุงเมื่อมีเวอรชันใหม (Patch) รวมทั้งขอมูล ที่เกี่ยวของกับชองโหวดานเทคนิคอยางสม่ําเสมอเพื่อใหทราบถึงภัยคุกคามและความเสี่ยง รวมถึงหาวิธีปองกัน และแกไขที่เหมาะสมกับชองโหวนั้น
13.3 ผูใชงาน ผูดูแลระบบ และหนวยงานภายนอก ตองบันทึกและรายงานชองโหวหรือจุดออนใด ๆ ดานความมั่นคง ปลอดภัยสารสนเทศ ที่อาจสังเกตพบระหวางการติดตามการใชงานระบบสารสนเทศ ผานชองทางบริหารจัดการ ที่กําหนดไวอยางเหมาะสม และตองดําเนินการปดชองโหวที่มีการตรวจพบหรือไดรับแจง -
การวิเคราะหขอมูลเชิงลึกของภัยคุกคาม (Threat Intelligence)
14.1 ผูดูแลระบบตองรวบรวมขอมูลที่เกี่ยวของกับภัยคุกคามทั้งจากภายในและภายนอกองคกร เชน ชองโหว หรือ เหตุการณภัยคุกคามตาง ๆ ที่เกิดขึ้น
14.2 ผูดูแลระบบตองนําขอมูลภัยคุกคามที่รวบรวมไดมาวิเคราะหเชิงลึก ไดแก Tactics, Techniques หรือ Procedures (TTPs) ที่กลุมผูไมประสงคดีนํามาใช รวมถึงแรงจูงใจ เปาหมาย และพฤติกรรมการโจมตี ของผูไมประสงคดี เพื่อให รฟม. สามารถจัดเตรียมวิธีการปองกันหรือวิธีการรับมือกับภัยคุกคาม ไดอยางมีประสิทธิภาพและทันทวงที -
ผูดูแลระบบตองมีการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการจัดเตรียมการใหบริการ การดูแลปรับปรุง นโยบายในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศ ขั้นตอนปฏิบัติงาน หรือการควบคุมเกี่ยวกับความมั่นคง ปลอดภัยดานสารสนเทศ โดยคํานึงถึงระดับความสําคัญของการดําเนินธุรกิจที่เกี่ยวของและการประเมินความเสี่ยง อยางตอเนื่อง
-
การเตรียมความพรอมกรณีฉุกเฉิน
เพื่อใหมีการบริหารจัดการความตอเนื่องใหกับกระบวนการทางธุรกิจที่สําคัญขององคกร เมื่อมีเหตุการณที่ทํา ใหเกิดการหยุดชะงักหรือติดขัดตอกระบวนการดังกลาว โดยมีแนวปฏิบัติ ดังนี้
16.1 ผูดูแลระบบตองกําหนดระบบที่มีความสําคัญทั้งหมดขององคกร และจัดทําเปนบัญชีรายชื่อระบบ ดังกลาวรวมทั้งปรับปรุงรายชื่อระบบสําคัญและบัญชีฯ ตามความเปนจริง
16.2 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบประเมินความเสี่ยงสําหรับระบบเหลานั้น กําหนดมาตรการเพื่อลดความเสี่ยง ที่พบและจัดทํารายงานการประเมินความเสี่ยง
16.3 ผูดูแลระบบตองทบทวน/ปรับปรุงแผนบริหารความตอเนื่องทางธุรกิจ (Business Continity Plan: BCP) อยางนอยปละ 1 ครั้ง
16.4 ผูดูแลระบบจัดทําและปรับปรุงแผนกูคืนระบบอยางนอยปละ 1 ครั้ง
16.5 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบตองทดสอบแผนบริหารความตอเนื่องทางธุรกิจและแผนกูคืนระบบอยางนอย ปละ 1 ครั้ง พรอมทั้งบันทึกผลการทดสอบรวมถึงปญหาที่พบ และนําเสนอผลการทดสอบและแนวทางแกไข ตอผูบังคับบัญชา
16.6 ผูดูแลระบบตองจัดประชุมและชี้แจงใหผูที่เกี่ยวของทั้งหมดไดรับทราบเกี่ยวกับแผนบริหารความตอเนื่อง ทางธุรกิจและแผนกูคืน และผลของการฝกซอมการกูคืนระบบและผลการทดสอบแผนบริหารความตอเนื่อง ทางธุรกิจ
43
สวนที่ 14
การถายโอน และแลกเปลี่ยนขอมูลสารสนเทศ
วัตถุประสงค
เพื่อใหมีการควบคุมการถายโอนและแลกเปลี่ยนขอมูลสารสนเทศ ปองกันการรั่วไหล หรือมีการแกไขขอมูลโดยที่ ไมไดรับอนุญาต รวมถึงการปองกันสื่อบันทึกขอมูลใหมีความปลอดภัยเปนไปตามขอกําหนด ผูรับผิดชอบ
ผูบังคับบัญชา
เจาของขอมูล
ผูดูแลระบบ
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001: 2022
มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ -
ผูบังคับบัญชา ตองควบคุมใหมีการจัดทํานโยบาย และขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อปองกันขอมูลสารสนเทศที่มีการ สื่อสาร หรือแลกเปลี่ยนผานระบบสารสนเทศใหเหมาะสมตามระดับชั้นความลับขอมูลสารสนเทศ ตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด
-
ผูบังคับบัญชา และเจาของขอมูล ตองควบคุมใหมีการจัดทําขอตกลงในการแลกเปลี่ยนขอมูลสารสนเทศระหวาง องคกรกับบุคคลหรือหนวยงานภายนอก
-
ผูดูแลระบบตองแลกเปลี่ยนขอมูลสารสนเทศตองแลกเปลี่ยนผานชองทางที่ปลอดภัย เชน Web Service ที่ใชงาน ผานโปรโตคอล https
-
ผูดูแลระบบตองปดบังขอมูล (Data Masking) ทั้งขอมูลสวนบุคคลและขอมูลออนไหวขององคกร (Sensitive Data) ที่มีการถายโอนหรือแลกเปลี่ยนขอมูล
-
ผูดูแลระบบ ตองมีการปองกันขอมูลสารสนเทศที่มีการสื่อสารกันผานขอมูลอิเล็กทรอนิกส (Electronic messaging) เชน จดหมายอิเล็กทรอนิกส (E-mail) หรือ Instant messaging ดวยวิธีการหรือมาตรการที่เหมาะสม 6. ผูดูแลระบบ ตองปองกันขอมูลสารสนเทศที่มีการแลกเปลี่ยนในการทําพาณิชยอิเล็กทรอนิกส (Electronic commerce) ผานเครือขายคอมพิวเตอรสาธารณะ เพื่อมิใหมีการฉอโกง ละเมิดสัญญา หรือมีการรั่วไหล หรือ ขอมูลสารสนเทศถูกแกไขโดยมิไดรับอนุญาต
-
ผูดูแลระบบ ตองปองกันขอมูลสารสนเทศที่มีการสื่อสาร หรือแลกเปลี่ยนในการทําธุรกรรมทางออนไลน (Online transaction) เพื่อมิใหมีการรับสงขอมูลที่ไมสมบูรณ สงขอมูลไปผิดที่ การรั่วไหลของขอมูล ขอมูลถูกแกไข เปลี่ยนแปลง ถูกทําซ้ําใหม หรือถูกสงซํ้าโดยมิไดรับอนุญาต
-
ผูดูแลระบบ ตองควบคุมการรับสงขอมูลสารสนเทศเพื่อปองกันความผิดพลาด ดังนี้
8.1 ความไมสมบูรณของขอมูลสารสนเทศที่รับ-สง
44
8.2 การสงขอมูลสารสนเทศผิดจุดหมายปลายทาง
8.3 การเปลี่ยนแปลงขอมูลสารสนเทศโดยไมไดรับอนุญาต
8.4 การเปดเผยขอมูลสารสนเทศโดยไมไดรับอนุญาต
8.5 การเขาถึงขอมูลสารสนเทศโดยไมไดรับอนุญาต
8.6 การนําขอมูลสารสนเทศกลับมาใชใหมโดยไมไดรับอนุญาต -
เจาของขอมูล และผูดูแลระบบ ตองมีการปองกันขอมูลสารสนเทศที่มีการเผยแพรตอสาธารณชน มิใหมีการแกไข เปลี่ยนแปลงโดยมิไดรับอนุญาต เพื่อรักษาความถูกตองครบถวนของขอมูลสารสนเทศ
45
สวนที่ 15
การควบคุมการเขารหัส
วัตถุประสงค
เพื่อใหมีการเขารหัสขอมูลอยางเหมาะสมและมีประสิทธิผลในการปกปองความลับ ปองกัน การปลอมแปลงขอมูล และ ควบคุมความถูกตองของขอมูล
ผูรับผิดชอบ
ผูดูแลระบบ
เจาของขอมูล
ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001: 2022
มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ -
เจาของขอมูล ตองเขารหัส หรือการใสรหัสผานขอมูลอิเล็กทรอนิกสขององคกรตามระดับชั้นความลับเพื่อปองกัน ผูไมมีสิทธิเขาถึง ตามระเบียบวาดวยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด 2. เจาของขอมูล ผูดูแลระบบ และผูใชงานตองปฏิบัติตามระเบียบวาดวยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 ในการ
นําการเขารหัสมาใชกับขอมูลที่เปนความลับจะตองใชวิธีการเขารหัส (Encryption) ที่เปนมาตรฐานสากล 3. ผูดูแลระบบ ตองใชวิธีการเขารหัส (Encryption) ที่เปนมาตรฐานสากล หลีกเลี่ยงการใชรูปแบบการเขารหัสที่พัฒนาขึ้นเอง เพื่อใหมั่นใจวาขั้นตอนวิธี (Algorithm) ที่ใชในการเขารหัสนั้นมีความมั่นคงปลอดภัย ดังนี้
ประเภทกุญแจ / วิธีการเขารหัส เกณฑขั้นต่ํา ความยาวกุญแจ (อยางนอย) กุญแจแบบสมมาตร (Symmetric) AES 256 bits
กุญแจแบบอสมมาตร (Asymmetric) RSA 1024 bits
การ Hashing
BCrypt
Cost Factor 10 ขึ้นไป -
ผูดูแลระบบ ตองมีการทบทวนขั้นตอนวิธี (Algorithm) และความยาวของกุญแจที่เขารหัสอยางนอยปละ 1 ครั้ง เพื่อใหยังสามารถรักษาไวซึ่งความมั่นคงปลอดภัย
-
ผูดูแลระบบ ตองกําหนดใหมีการบริหารจัดการกุญแจที่ใชในการเขารหัส ดังนี้
5.1 การสรางกุญแจรหัสควรกระทําในสถานที่ที่มีมาตรการปองกันความปลอดภัย
5.2 เมื่อมีการสรางกุญแจรหัสที่เปนกุญแจลับ (Private key) ควรสงมอบใหกับเจาของกุญแจโดยตรง โดยวิธีการ ที่ปลอดภัย
5.3 ควรจัดใหมีการเก็บบันทึก Log เพื่อการตรวจสอบสําหรับกิจกรรมตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับการจัดการกุญแจรหัส 6. ผูใชงาน ควรรักษาความปลอดภัยในการใชงานกุญแจ ดังนี้
6.1 เก็บกุญแจรหัสในสถานที่ที่ปลอดภัย เชน ตูนิรภัย หรือสื่อบันทึกที่ปลอดภัย และไมมีใครสามารถเขาถึงได
46
6.2 เมื่อมีการรับกุญแจสาธารณะ (Public key) มาใช กอนใชงานจะตองพิสูจนความถูกตองของกุญแจสาธารณะ โดยสอบถามกับผูสงหรือตรวจสอบกับผูแทนในการรับรองความถูกตองของกุญแจสาธารณะ (Certificate authority) ที่เชื่อถือไดเทานั้น
6.3 ควบคุมการใชงานและจัดเก็บกุญแจใหสอดคลองกับการรักษาความลับขอมูลตามที่ รฟม. กําหนด
47
สวนที่ 16
การนําอุปกรณสวนตัวมาใชงาน (Bring your own device)
วัตถุประสงค
เพื่อควบคุมการนําอุปกรณสวนตัวมาเชื่อมตอหรือเขาถึงระบบสารสนเทศของ รฟม. ที่ใชในการบริหารจัดการ ระบบสารสนเทศของ รฟม. หรือปฏิบัติงานให รฟม. ทั้งนี้เพื่อปองกันภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นกับระบบ สารสนเทศของ รฟม. รวมถึงเพื่อปองกันไมใหขอมูลของ รฟม. เกิดการรั่วไหล
ผูรับผิดชอบ
ผูดูแลระบบ
ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001: 2022
มาตรการควบคุมดานบุคลากร (People Controls)
มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ -
ผูดูแลระบบตองกําหนดคุณสมบัติของระบบปฏิบัติการของอุปกรณสวนตัวที่อนุญาตใหนํามาเชื่อมตอหรือเขาถึง ระบบงานสารสนเทศของ รฟม. ได โดยตองเปนระบบปฏิบัติการที่ไมลาสมัย (Obsolete operating system) และยังไดรับการสนับสนุนการใชงานจากเจาของผลิตภัณฑ
-
ผูดูแลระบบตองตัดการเชื่อมตอหากระบบปฏิบัติการของอุปกรณสวนตัวที่อนุญาตใหนํามาเชื่อมตอหรือเขาถึง ระบบงานสารสนเทศของ รฟม. เกิดการลาสมัย (Obsolete operating system) หรือเจาของผลิตภัณฑ ไมสนับสนุนการใชงานแลว
-
ผูดูแลระบบตองมีมาตรการปองกันมัลแวร และตรวจสอบการอัปเดต Patch เวอรชันของระบบปฏิบัติการที่ เจาของผลิตภัณฑยังใหการสนับสนุนการใชงาน
-
ผูดูแลระบบตองไมอนุญาตใหอุปกรณที่มีการปรับแตงการเขาถึงระบบปฏิบัติการ (rooted/jailbroken) มาเชื่อมตอ หรือเขาถึงระบบสารสนเทศของ รฟม.
-
ผูดูแลระบบตองแบงแยกเครือขายของอุปกรณสวนตัวที่นํามาเชื่อมตอหรือเขาถึงระบบสารสนเทศของ รฟม. 6. ผูดูแลระบบตองทบทวนเวอรชันของระบบปฏิบัติการที่อนุญาตใหนํามาเชื่อมตอกับระบบสารสนเทศของ รฟม. อยางนอยปละ 2 ครั้ง หากมีการเปลี่ยนแปลงเวอรชันของระบบปฏิบัติการที่อนุญาตใหเขาถึงระบบสารสนเทศของ รฟม. ผูดูและระบบตองแจงใหผูใชงานรับทราบลวงหนา 7 วัน กอนเริ่มบังคับใช
-
ผูใชงานตองติดตั้งโปรแกรมปองกันมัลแวรตามเงื่อนไขที่ รฟม. กําหนด
-
ผูใชงานตองไมนําอุปกรณสวนตัวที่ติดตั้งแอปพลิเคชันนอก Official store มาเชื่อมตอหรือเขาถึงระบบงาน สารสนเทศของ รฟม.
-
ผูใชงานตองไมนําอุปกรณสวนตัวที่ติดตั้งโปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์มาเชื่อมตอหรือเขาถึงระบบงานสารสนเทศ ของ รฟม.
48 -
ผูใชงานตองอัปเดต Patch ของระบบปฏิบัติการที่อุปกรณสวนตัวใหเปนเวอรชันลาสุด รวมถึงตองเปนระบบปฏิบัติการ ที่เจาของผลิตภัณฑยังใหการสนับสนุนการใชงาน
-
ผูใชงานตองยืนยันตัวตนกอนเขาถึงระบบสารสนเทศของ รฟม. ทุกครั้ง
-
ผูใชงานตองติดตั้ง Network Access Control agent (NAC agent) หรือ Mobile Device Management agent (MDM agent) ตามที่ รฟม. กําหนด เพื่อควบคุมการใชงานเครือขายและการเขาถึงระบบสารสนเทศของ รฟม. 13. กรณีอุปกรณสวนตัวสูญหายหรือถูกขโมยผูใชงานตองแจงผูดูแลระบบโดยเร็วที่สุด เพื่อจัดการขอมูลที่จัดเก็บอยู ในอุปกรณสวนตัวของผูใชงาน
-
ผูใชงานตองเขาถึงระบบสารสนเทศของ รฟม. ผานชองทางที่ รฟม. กําหนด เชน VPN
49
สวนที่ 17
การใชบริการ Cloud (Cloud Services)
วัตถุประสงค
เพื่อควบคุมการเลือกใชงาน การบริหารจัดการ และการยกเลิกการใชบริการ Cloud อยางปลอดภัย ผูรับผิดชอบ
ผูบังคับบัญชา
ผูดูแลระบบ
เจาของระบบ/เจาของขอมูล
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001: 2022
มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
แนวปฏิบัติ -
ผูบังคับบัญชาตองควบคุม กํากับ ดูแล ใหการใชงานบริการ Cloud สอดคลองตามที่กฎหมาย นโยบาย ระเบียบ หรือขอบังคับที่ภาครัฐกําหนด
-
ผูดูแลระบบตองวิเคราะหความเสี่ยงกอนเลือกบริการ Cloud มาใชงานภายในองคกร
-
ผูดูแลระบบตองเลือกใชบริการ Cloud ตามที่กฎหมาย นโยบาย ระเบียบ หรือขอบังคับที่ภาครัฐกําหนด 4. ผูดูแลระบบตองเลือกผูใหบริการ Cloud (Cloud Service Provider) ที่เหมาะสมกับการดําเนินงานองคกร 5. ผูดูแลระบบตองพิจารณาขอกําหนดหรือเงื่อนไขของผูใหบริการ Cloud (Cloud Service Provider) ใหชัดเจน กอนตัดสินใจเลือกใชบริการ
-
ผูดูแลระบบตองเลือกใชบริการ Cloud ที่เหมาะสมกับการดําเนินงานขององคกร
-
ผูดูแลระบบตองเลือกใชบริการ Cloud ที่มีการรักษาความปลอดภัย การบริหารจัดการความตอเนื่องทางธุรกิจ และการจัดใหมีระบบฉุกเฉินสํารองตามมาตรฐานสากล เชน ISO, NIST หรือ CSA STAR
-
ผูดูแลระบบตองเลือกใชบริการ Cloud ที่มีความพรอมใชงานของบริการครอบคลุมรอยละของเวลาที่พรอม ใหบริการตอป (Uptime) อยางนอยรอยละ 99.00
-
ผูดูแลระบบตองเลือกใชบริการ Cloud ที่มีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของขอมูลสวนบุคคลตาม พ.ร.บ. คุมครอง ขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือกฎหมายคุมครองขอมูลสวนบุคคลของสหภาพยุโรป (General Data Protection Regulation: GDPR) หรือเทียบเทา
-
ผูดูแลระบบ และเจาของระบบ/เจาของขอมูลตองพิจารณาขอมูลสารสนเทศที่จะนําไปใชงานบนระบบ Cloud ใหสอดคลองตามที่กฎหมาย นโยบาย ระเบียบ หรือขอบังคับที่ภาครัฐกําหนด
-
ผูดูแลระบบตองตองติดตาม ทบทวน และประเมินผลการใชบริการ Cloud อยางนอยปละ 1 ครั้ง
เอกสารแนบ 7
แบบ บก.06
ตารางแสดงวงเงินงบประมาณและรายละเอียดค่าใช้จ่ายการจัดซื้อจัดจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง -
ชื่อโครงการ งานจ้างบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจากวิดีโอเพื่อการบริหารงาน รถไฟฟ้า (Video Analytics) ประจำปีงบประมาณ 2568
-
หน่วยงานเจ้าของโครงการ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย 3. วงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร 7,000,000.00 บาท (เจ็ดล้านบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 4. วันที่กำหนดราคากลาง 28 มกราคม 2568
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6,760,583.33 บาท (หกล้านเจ็ดแสนหกหมื่นห้าร้อยแปดสิบสามบาทสามสิบสามสตางค์) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม -
แหล่งที่มาของราคากลาง (ราคาอ้างอิง)
5.1 สืบราคาจากบริษัท อินสแตนท์ เซอร์วิสเซส จำกัด
5.2 สืบราคาจากบริษัท ไวร์เออแอนด์ไวร์เลส จำกัด
5.3 สืบราคาจากบริษัท เอ็นเทค เอสไอ จำกัด
5.4 สืบราคาจากบริษัท เอสทีพีโลจิสติกส์ แอนด์ ซัพพอร์ท จำกัด
5.5 สืบราคาจากบริษัท อินทิกรัล คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย)จำกัด(สำนักงานใหญ่)
5.6 สืบราคาจากบริษัท เจ็น คอนเน็คท์จำกัด -
รายชื่อเจ้าหน้าที่ผู้กำหนดราคากลาง (ราคาอ้างอิง) ทุกคน
6.1 นายศิกานต์ ประถมบูรณ์ ผอ.กรค. ฝทท.
6.2 นายณภัทร ศิริบุตร หน.บฟ.1 กบร. ฝปก.
6.3 นายนัทธียิ้มย่อง พนักงานสื่อสาร ระดับ 7 สส. สภก. ฝรภ.
6.4 นางสาววิรนาถ คงบัว พนักงานบริหารพัสดุ ระดับ 7 จพ.1 กพท. ฝจบ. 6.5 นายสรกฤช ฉัตรมาลัย พนักงานบริหารระบบคอมพิวเตอร์ระดับ 7คค. กปค. ฝทท.
-6-
5.4 โปรแกรมสำหรับการประมวลผล (Software)
5.4.1 ระบบตรวจจับใบหน้า (Face detection)
5.4.2 ระบบนับจำนวนผู้ใช้บริการ (People Counting)
5.4.3 ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์ (License plate recognition)
5.4.4
ระบบ Avigilon Control Center (ACC)
5.5 การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน Preventive Maintenance (PM)
5.5.1 ผู้รับจ้าง ต้องบำรุงรักษาระบบประมวลผลฯ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในโครงการ
รถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล ได้แก่ สถานีสุทธิสาร สถานีห้วยขวาง สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
สถานีพระราม 9 สถานีเพชรบุรี สถานีสุขุมวิท อาคารจอดรถลาดพร้าว ศูนย์กำกับดูแลและบริหารจัดการ
การเดินรถไฟฟ้า (Monitoring Management Center : MMC) และโครงการรถไฟฟ้าสายฉลองรัชธรรม
ได้แก่ สถานีเตาปูน สถานีวงศ์สว่าง สถานีกระทรวงสาธารณสุข และสถานีตลาดบางใหญ่ ให้สามารถใช้งานได้
ดีและมีประสิทธิภาพตลอดระยะเวลาสัญญาอย่างน้อย ดังนี้
- กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตามข้อ 5.1
ตรวจสอบสัญญาณภาพ โฟกัส และมุมกล้องให้ชัดเจน
ตรวจสอบสัญญาณและ Connector ให้เป็นปกติ
ตรวจสอบสภาพกล้องและการจับยึดกล้องให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ปกติ และปลอดภัย
ตรวจสอบการทำงานของระบบบันทึกภาพ และการเรียกดูภาพย้อนหลัง
ตรวจสอบการทำงานของกล้อง เพื่อให้ระบบสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา
ทำความสะอาดส่วนประกอบต่าง ๆ และ Connector ที่ใช้เชื่อมต่อทั้งหมด - เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลระบบตามข้อ 5.2
(1) รายการอุปกรณ์ข้อ 5.2.1 – 5.2.6
ตรวจสอบอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ (Operation System) Memory,
CPU, Interfaces, Power Supply และ โปรแกรมที่ใช้งานทั้งหมด ให้สามารถใช้งานได้ปกติ
ตรวจสอบสภาพการทำงานของ Hard disk
ตรวจสอบการเชื่อมต่อสายไฟ สายสัญญาณต่าง ๆ
ตรวจสอบความถูกต้องของ Configuration ต่าง ๆ การเชื่อมต่อกับระบบ
เครือข่าย วันที่ และเวลาบนอุปกรณ์ให้ถูกต้อง
ตรวจสอบ Log File และโปรแกรม Anti-Virus รวมถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น
แก้ไข/ลบข้อมูล ที่ไม่จำเป็นต่อการประมวลผลระบบ
Backup Configuration อุปกรณ์/ระบบ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ตรวจสอบความเรียบร้อย และทำความสะอาดส่วนประกอบของอุปกรณ์ทั้งหมด
(2) รายการอุปกรณ์ขอ 5.2.7
ตรวจสอบการแสดงภาพต้องเป็นปกติ
ตรวจสอบความเรียบร้อย และทำความสะอาดส่วนประกอบของอุปกรณ์ทั้งหมด
(3) รายการอุปกรณ์ข้อ 5.2.8
ตรวจสอบการสำรองไฟฟ้า การทำงานต่าง ๆ และตรวจวัดสุขภาพแบตเตอรี่
A.
Ssorf
State…
-7-
(State Of Health : SOH) ให้เป็นปกติ กรณีหากพบว่าแบตเตอรี่มีการชำรุด แตก บวม หรือค่า SOH
ต่ำกว่า 80% ต้องดำเนินการเปลี่ยนแบตเตอรี่หลังจากที่ตรวจพบภายในรอบการบำรุงรักษานั้น
ตรวจสอบความเรียบร้อย และทำความสะอาดส่วนประกอบของอุปกรณ์ทั้งหมด
(4) รายการอุปกรณ์ข้อ 5.2.9 – 5.2.10
ตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ทั้งหมด ให้สามารถใช้งานได้เป็นปกติ
ตรวจสอบความเรียบร้อย และทำความสะอาดส่วนประกอบของอุปกรณ์ทั้งหมด - อุปกรณ์เครือข่ายสื่อสารข้อมูลสำหรับการเชื่อมต่อระบบประมวลผล ตามข้อ 5.3
ทำการ Backup และตรวจสอบความถูกต้องของ Configuration
ตรวจสอบการเชื่อมต่อสายไฟ สายสัญญาณต่าง ๆ และการทำงานของอุปกรณ์
ทั้งหมดให้สามารถใช้งานได้เป็นปกติ
ตรวจสอบการทำงานของ OS, Memory, CPU, Interfaces, Power Supply เป็นต้น
ตรวจสอบ แก้ไข ติดตั้ง ปรับปรุง Software ต่าง ๆ ของอุปกรณ์ให้เป็นปัจจุบัน (ถ้ามี)
ตรวจสอบความเรียบร้อย และทำความสะอาดส่วนประกอบของอุปกรณ์ทั้งหมด - โปรแกรมสำหรับการประมวลผล (Software) ตามข้อ 5.4
ตรวจสอบการทำงานตามฟังก์ชันหลักของระบบ ที่ รฟม. จำเป็นต้องใช้งาน
ตรวจสอบ แก้ไข ติดตั้ง ปรับปรุงเวอร์ชันซอฟต์แวร์ของระบบให้เป็นปัจจุบัน
ตรวจสอบความถูกต้อง และความแม่นยำของระบบต่าง ๆ ที่ รฟม. ใช้งาน
แก้ไข/ลบข้อมูล ที่ไม่จำเป็นต่อการประมวลผลระบบ
5.5.2 ระหว่างการดำเนินการ PM ต้องมีผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างที่ได้รับใบอนุญาตเป็น
Person-in-Charge (PIC) ซึ่งสามารถขอเอกสาร Work Permit จาก บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ
จำกัด (มหาชน) และได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติงานภายในสถานีรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล และสาย
ฉลองรัชธรรม เข้าร่วมปฏิบัติงานด้วยโดย รฟม. จะเป็นผู้ประสานงาน และอำนวยความสะดวก ให้ในส่วนที่
เกี่ยวข้อง
5.5.3 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประชุมเริ่มงาน (Kickoff Meeting) เพื่อทำความเข้าใจ และ
นำเสนอแผนการดำเนินงาน ภายใน 10 วันทำการ หรือวันที่ รฟม. กำหนด นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
รวมทั้งต้องส่งรายชื่อผู้ติดต่อหลัก ผู้ติดต่อสำรอง และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมหมายเลขโทรศัพท์
โทรศัพท์เคลื่อนที่ และ Email Address หากมีการเปลี่ยนแปลงในระหว่างดำเนินโครงการ ผู้รับจ้างต้องมี
หนังสือแจ้งให้ รฟม. ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรโดยเร็วที่สุด โดยให้เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
5.5.4 ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการสำรองข้อมูล และการเรียกคืนข้อมูล (Backup and Recovery
Plan) สำหรับระบบประมวลผลฯ เสนอผู้ดูแลระบบประมวลผลฯ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. เพื่อ
พิจารณาอนุมัติก่อนทำการสำรองข้อมูลจริง และสำรองข้อมูลตามแผนที่ได้รับการอนุมัติ โดยการสำรอง
ฐานข้อมูล (Database) และการสำรองค่า Configuration ของระบบ จะต้องจัดเก็บลงบนพื้นที่ Cloud
Storage ตามที่ รฟม. กำหนด พร้อมทั้งจัดทำคู่มือการสำรองข้อมูล ส่งมอบให้กับผู้ดูแลระบบประมวลผลฯ
ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. เป็นผู้เก็บรักษา ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าว ต้องได้รับการทดสอบแล้วว่า
สามารถใช้งานได้จริง หากเกิดความขัดข้องขึ้นต้องสามารถเรียกมาใช้งานได้ทันที
-8-
5.5.5 อุปกรณ์ทั้งหมดที่ผู้รับจ้างดำเนินการบำรุงรักษาเรียบร้อยแล้ว ให้ติดเครื่องหมาย
(Marker) ที่ทนทานสามารถสังเกตได้ง่าย และมีแถบสีที่แตกต่างกันในแต่ละครั้ง โดยให้ระบุวันที่ดำเนินการ
ในเครื่องหมายดังกล่าวด้วย
5.5.6 ในระหว่างการบำรุงรักษา หากผู้รับจ้างมีความจำเป็นต้องปิดการทำงานของอุปกรณ์ใด ๆ
ที่อยู่ภายในงานจ้างบำรุงรักษาฯ ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ดูแลระบบประมวลผลฯ ฝ่ายเทคโนโลยี
สารสนเทศของ รฟม. ก่อนดำเนินการ
5.5.7 หลังจากที่ผู้รับจ้างได้ทำการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามรอบแล้วเสร็จ ผู้รับจ้างต้อง
จัดทำรายงานเอกสารสรุปผลการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบ รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งหมด พร้อมทั้งให้
ข้อเสนอแนะ วิธีแก้ไขปัญหา และต้องจัดให้มีทีมงานที่มีความรู้และมีประสบการณ์ในการดูแลระบบ
ประมวลผลฯ ประชุมเพื่อนำเสนอรายงานสรุปผลการตรวจสอบและบำรุงรักษา ให้ รฟม. รับทราบ ทุกครั้ง
ภายใน 15 วันทำการ หรือตามวันเวลาที่ รฟม. กำหนด รวมถึงต้องจัดทำใบลงชื่อผู้เข้าร่วมฟังรายงาน
สรุปผลฯ ดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องส่งเอกสารรายงานในรูปแบบไฟล์ดิจิทัลที่สมบูรณ์ซึ่งได้รับการ
ยอมรับหรือปรับแก้ไขแล้วจาก รฟม. ภายใน 30 วันทำการ นับตั้งแต่วันสุดท้ายที่เข้ามาดำเนินการ
ตรวจสอบและบำรุงรักษาในแต่ละรอบ
5.5.8 ตามข้อ 5.5.7 ผู้รับจ้างต้องมีหนังสือแจ้งให้ รฟม. ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ล่วงหน้า
ไม่น้อยกว่า 5 วันทำการของ รฟม. โดยให้เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
5.5.9 ผู้รับจ้างต้องทำการสำรองข้อมูลทั้งในส่วนของอุปกรณ์ และระบบประมวลผลฯ ตามข้อ
5.2 – 5.4 ที่จำเป็นและมีความสำคัญ โดยต้องจัดเก็บลงบนพื้นที่ Cloud Storage ตามที่ รฟม. กำหนด ต่อรอบ
การบำรุงรักษา ทั้งนี้ให้จัดส่งพร้อมกับรายงานสรุปผลการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบ รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ
ทั้งหมด ตามข้อ 5.5.7 ในการประชุมแต่ละครั้งด้วย
5.5.10 การปรับค่า (Configuration) หรือการเปลี่ยนแปลงค่าใด ๆ ที่เกี่ยวกับอุปกรณ์หรือ
ระบบ ตามข้อ 5.1 – 5.4 อันเนื่องมาจากความผิดปกติหรือความต้องการของ รฟม. ผู้รับจ้างต้องจัดทำสรุป
รายละเอียดของการดำเนินงานในแต่ละครั้ง โดยให้แสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน เช่น สาเหตุ
หรือปัจจัย สถานะก่อนและหลังการปรับค่าหรือเปลี่ยนแปลงค่า วัน/เวลาที่ดำเนินการ รวมถึงผู้ดำเนินการ
เป็นอย่างน้อย แล้วแจ้งให้ รฟม. ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ภายใน 7 วันทำการของ รฟม. หลังจากการ
ดำเนินงานแล้วเสร็จ โดยให้เสนอต่อผู้ดูแลระบบประมวลผลฯ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม.
5.5.11 ผู้รับจ้างต้องจัดทำแบบแสดงจุดติดตั้งอุปกรณ์ที่มีในระบบทั้งหมด พร้อมการวางแนว
สายสัญญาณ และสายไฟฟ้าในรูปแบบ Auto CAD (AS-Built Drawing) โดยให้สอดคล้องและถูกต้องเมื่อ
เปรียบเทียบกับสถานที่จริง ทั้งนี้ให้จัดส่งพร้อมกับรายงานสรุปผลการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบ รวมถึง
อุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งหมด ตามข้อ 5.5.7 ในการประชุมแต่ละครั้งด้วย
5.5.12 การบำรุงรักษาอุปกรณ์ตามข้อ 5.1 – 5.4 ผู้รับจ้างต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้
ความสามารถเข้ามาดำเนินการตรวจสอบบำรุงรักษา ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง หรือตามวันและเวลาที่ รฟม.
กำหนด (ครั้งที่ 1 : เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ครั้งที่ 2 : เริ่มดำเนินการตั้งแต่
วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป) เพื่อให้อุปกรณ์ในระบบประมวลผลฯ อยู่ในสภาพปกติ สามารถใช้งาน
ได้ดี และมีประสิทธิภาพตลอดอายุสัญญา โดยผู้รับจ้างต้องส่งแผนการบำรุงรักษาและกำหนดวัน/เวลาที่
จะดำเนินการ แจ้งให้ รฟม. ทราบมาพร้อมกับการลงนามในสัญญา หากในระหว่างดำเนินโครงการมี
ความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงวันและเวลาจากแผนเดิม ผู้รับจ้างต้องมีหนังสือแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเป็น
ลายลักษณ์อักษร…
Starf
- 9 -
ลายลักษณ์อักษร ก่อนถึงวันที่กำหนดตามแผนเดิมอย่างน้อย 10 วันทำการของ รฟม. โดยให้เสนอต่อ
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
5.5.13 ผู้รับจ้างต้องส่งรายชื่อผู้ติดต่อหลัก ผู้ติดต่อสำรอง และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อม
หมายเลขโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ และ Email Address มาพร้อมกับการลงนามในสัญญา หากมีการ
เปลี่ยนแปลงในระหว่างดำเนินโครงการ ผู้รับจ้างต้องมีหนังสือแจ้งให้ รฟม. ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
โดยเร็วที่สุด โดยให้เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
5.6 การบำรุงรักษาเชิงแก้ไขปรับปรุง Corrective Maintenance (CM)
5.6.1 ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามข้อกำหนดนี้ ผู้รับจ้างตกลงยอมรับประกันความชำรุด
บกพร่องหรือขัดข้องของอุปกรณ์/ระบบ ทั้งหมดในข้อ 5.1 – 5.4 หากอุปกรณ์/ระบบ ชำรุดบกพร่อง หรือใช้
ไม่ได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน รฟม. จะแจ้งให้ผู้รับจ้างทำการแก้ไขซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์/ระบบ ที่ชำรุด
บกพร่องนั้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง การที่จะแก้ไขซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์/ระบบ ดังกล่าวให้อยู่ในดุลยพินิจ
และการตัดสินใจของ รฟม. แต่เพียงผู้เดียว โดยผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ ที่มีความเชี่ยวชาญและมี
ประสบการณ์ รับทราบเพื่อเริ่มดำเนินการภายใน 2 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาที่ รฟม. ได้แจ้งความชำรุดบกพร่องให้
ผู้รับจ้างทราบทางโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด
และต้องดำเนินการแก้ไข ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์/ระบบ ให้แล้วเสร็จสามารถใช้งานได้เป็นปกติดีดังเดิม
ภายใน 48 ชั่วโมงนับแต่เวลาที่ รฟม. ได้แจ้งความชำรุดบกพร่องดังกล่าว ทั้งนี้ ในระหว่างเวลาแก้ไขซ่อมแซม
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาอุปกรณ์/ระบบ ที่เหมาะสมมาใช้ทดแทนเพื่อให้ รฟม. สามารถปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่อง
โดยอะไหล่หรือวัสดุอุปกรณ์ที่นำมาใช้ในการซ่อมแซมแก้ไข หรือให้ใช้เป็นการชั่วคราว หรือที่นำมาเปลี่ยนให้
ใหม่นั้น จะต้องมีคุณสมบัติไม่ต่ำกว่าของเดิม กรณีการเปลี่ยนวัสดุอุปกรณ์ให้ใหม่ วัสดุอุปกรณ์นั้นจะต้องเป็น
ของใหม่ที่ไม่เคยถูกใช้งานมาก่อนและไม่เป็นของเก่าเก็บ
5.6.2 ระหว่างการดำเนินการ CM ต้องมีผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างเข้าร่วมปฏิบัติงานด้วย
โดย รฟม. จะเป็นผู้ประสานงาน และอำนวยความสะดวก ให้ในส่วนที่เกี่ยวข้อง
5.6.3 จัดทำรายงานผลการ CM รายเดือน (ทุกเดือน) ในกรณีที่ได้รับแจ้งเหตุจาก รฟม. ส่งให้
ผู้ดูแลระบบประมวลผลฯ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. พร้อมกับการตรวจรับงานในแต่ละงวด ซึ่งต้องมี
ข้อมูล วันเวลาที่รับแจ้งเหตุ สาเหตุการขัดข้อง วิธีการแก้ไข วันเวลาที่ดำเนินการแล้วเสร็จ และชื่อผู้ดำเนินการ
แก้ไข ตลอดจนวิธีการป้องกัน เป็นอย่างน้อย
5.6.4 ผู้รับจ้างต้องจัดทำข้อมูลสรุปจำนวนอุปกรณ์ทั้งหมด รวมถึงชิ้นส่วนอะไหล่ ต่าง ๆ ที่
ขัดข้อง อาการขัดข้อง สถิติการเปลี่ยนอุปกรณ์ และการซ่อมแซมอุปกรณ์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับวิเคราะห์การ
บริหารจัดการอุปกรณ์ ของ รฟม. ส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พร้อมการตรวจรับงานในงวดสุดท้าย
5.6.5 ผู้รับจ้างต้องจัดหาผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับระบบประมวลผลฯ ของ รฟม. ที่มีความ
ชำนาญทั้งด้าน Hardware และ Software ให้เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหารวมทั้งให้คำแนะนำแก่ผู้ดูแล
ระบบประมวลผลฯ ของ รฟม. ตลอดอายุสัญญาจ้าง
5.6.6 หากผู้รับจ้างไม่สามารถแก้ไข ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์/ระบบ ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้
ข้างต้นได้ รฟม. มีสิทธิ์จ้างผู้รับจ้างรายอื่นให้ดำเนินการแทนจนกว่าการซ่อมแซมแก้ไข หรือเปลี่ยนอุปกรณ์/ระบบ จน
แล้วเสร็จ โดยไม่ทำให้ระยะเวลาการรับประกันสิ้นสุดลง และผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเพื่อการนี้ทั้งสิ้น
แทน รฟม. โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น รฟม. จะหักเอาจากค่าจ้างหรือเงินอื่น ๆ ที่ค้างจ่ายได้ทันที และ รฟม. ไม่ต้อง
บอกสงวนสิทธิ์แต่อย่างใด
- 10 -
5.6.7 ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมพาหนะ หรือบริการรับ-ส่งเจ้าหน้าที่ รฟม. ในการปฏิบัติงาน
นอกสถานที่ เพื่อการซ่อมแซมแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์/ระบบ นอกสถานที่ทุกครั้ง ตามที่
เจ้าหน้าที่ รฟม. ร้องขอ ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริงจากการเดินทางดังกล่าว
5.7 การให้บริการดูแลและจัดหารายการอุปกรณ์/ระบบ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ
5.7.1 ผู้รับจ้างต้องจัดหาสิทธิ์การใช้งานระบบ Avigilon Face Recognition เพื่อดำเนินการ
ปรับปรุงประสิทธิภาพ และเพิ่มศักยภาพของระบบตรวจจับใบหน้า (Face Detection) ให้สามารถทำงาน
ร่วมกับระบบค้นหาอัตลักษณ์ของบุคคล (Appearance Search) ที่ รฟม. มีการใช้งานอยู่ (ภาคผนวก ก.)
ได้พร้อมกัน พร้อมทั้งติดตั้งสิทธิ์การใช้งานระบบฯ ดังกล่าว ให้สามารถเชื่อมโยงกับกล้องโทรทัศน์วงจรปิด
ที่ รฟม. ได้ดำเนินการติดตั้งแล้ว ทั้งสิ้น 40 สิทธิ์
5.7.2 ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับการใช้งานระบบประมวลผลฯ ที่มีคุณสมบัติ
อย่างน้อย ดังนี้
- มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ไม่น้อยกว่า 20 Core และ 28 Tread รุ่นล่าสุดที่มี
ในท้องตลาด และมีเทคโนโลยีเพิ่มสัญญาณนาฬิกาได้ในกรณีที่ต้องใช้ความสามารถในการประมวลผลสูง
(Turbo Boost หรือ Max Boost) โดยมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาสูงสุด ไม่น้อยกว่า 5.4 GHz
ไม่น้อยกว่า 33 MB - หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) มีหน่วยความจำแบบ Cache Memory ขนาด
- มีหน่วยความจำหลักแบบ DDR5 หรือดีกว่า ขนาดไม่น้อยกว่า 16 GB
- มี Hard Disk ชนิด M.2 SSD ที่มี Interface แบบ PCIe NVMe ความจุไม่น้อยกว่า
256 GB และมี Hard Disk ชนิด SATA ติดตั้งมาด้วยขนาดไม่น้อยกว่า 2 TB - มีหน่วยควบคุมการแสดงผลแบบ GDDR6 ที่มีหน่วยความจำไม่น้อยกว่า 4 GB (แยกจาก
หน่วยความจำหลัก) โดยรองรับการเชื่อมต่อแบบ Display port หรือ mini-Display Port หรือ HDMI เป็นอย่างน้อย - มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย Gigabit Ethernet จำนวน 1 หน่วย
- มีช่องเชื่อมต่อตามมาตรฐาน USB 2.0 USB 3.0 และ USB-C จำนวนรวมไม่น้อยกว่า 6 ช่อง
- มีระบบเครือข่ายไร้สายแบบติดตั้งภายใน และรองรับมาตรฐาน IEEE802.11ax
(WIFI-6E) หรือดีกว่า - มี Bluetooth 5.2 หรือดีกว่า ติดตั้งภายในเครื่อง
- มีระบบเสียงพร้อมลำโพงติดตั้งภายในเครื่อง
- ตัวเครื่องเป็นแบบ Medium Tower (MT) หรือเทียบเท่า ที่มีระบบเตือนการเปิดฝา
เครื่อง (Intrusion switch) - มีระบบจ่ายกำลังไฟฟ้าแบบติดตั้งภายในตัวเครื่อง ขนาดไม่น้อยกว่า 180 Watt
- มีหลอดไฟแบบ LED ด้านหน้าเครื่องสำหรับแสดงสถานะการเปิด/ปิดเครื่อง และการ
ทำงานของ Hard Disk ได้เป็นอย่างน้อย - เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องมีระบบ Online Support ที่ให้บริการ Download
Driver ผ่านช่องทาง Internet จากผู้ผลิต - มีจอภาพแบบ LED (Wide Screen) ขนาดไม่น้อยกว่า 23 นิ้ว ที่มีลำโพงติดตั้งอยู่ภายในและมี
ช่องเชื่อมต่อแบบ VGA หรือ Display Port หรือ HDMI ที่ความละเอียดสูงสุดไม่น้อยกว่า 1920 x 1080 Pixels โดย
ขาตั้งสามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ - มีแป้น….
11 - - มีแป้นพิมพ์ ที่มีตัวอักษรภาษาไทยและภาษาอังกฤษติดบนปุ่มกดอย่างถาวร
เชื่อมต่อแบบ USB 2.0 หรือดีกว่า โดยเป็นยี่ห้อเดียวกับผลิตภัณฑ์ที่เสนอ - มี Optical Mouse เชื่อมต่อแบบ USB 2.0 หรือดีกว่า โดยเป็นยี่ห้อเดียวกับผลิตภัณฑ์
ที่เสนอ พร้อมแผ่นรอง - มีซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ Windows 11 Professional 64 bit แบบ OEM License
ที่สามารถดาวน์เกรดเป็น Windows 10 Professional 64 bit ได้ โดยจะต้องมีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย
จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ และเป็นสิทธิ์การใช้งานของ รฟม. - มีการรับประกันความชำรุดบกพร่องของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ทุกชิ้นส่วน
ทั้งค่าแรง อะไหล่ โดยเข้ามาทำการแก้ไข/ซ่อมแซม ณ ที่ติดตั้งเครื่อง (On-Site Service) จากบริษัทผู้ผลิต
ภายในวันทำการถัดไป (Next Business Day)
5.8 การดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษาระบบประมวลและวิเคราะห์ข้อมูลจากวิดีโอ
เพื่อการบริหารงานรถไฟฟ้า (Video Analytics)
5.8.1 หากเกิดปัญหาข้อขัดข้องจากระบบอื่น ๆ ที่เชื่อมต่อกับระบบประมวลผลฯ และอยู่ใน
ความรับผิดชอบของ รฟม. หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับ รฟม. เช่น ระบบไฟฟ้าหลักขัดข้อง เป็นต้น
แล้วส่งผลกระทบทำให้ระบบประมวลผลฯ ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือกับ
รฟม. ในการประสานงานและตรวจสอบหาสาเหตุของปัญหาดังกล่าวด้วย โดยเมื่อระบบอื่น ๆ ได้รับการ
แก้ไขให้กลับมาใช้งานได้ดีดังเดิมแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการแก้ไขข้อขัดข้องของระบบประมวลผลฯ
ให้แล้วเสร็จ เป็นไปตามเงื่อนไขข้อตกลงที่กำหนดไว้ ตามข้อ 5.6.1
5.8.2 หากอุปกรณ์ของระบบประมวลผลฯ ที่ติดตั้งใช้งานบริเวณพื้นที่ ที่มีความสำคัญกับมาตรการ
การรักษาความปลอดภัยของ รฟม. หรือพื้นที่อื่น ๆ ตามที่ รฟม. กำหนดไว้ เกิดปัญหาข้อขัดข้องขึ้น ผู้รับจ้างต้องเร่ง
ดำเนินการแก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อย เพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้ดีดังเดิมโดยเร่งด่วน ตามข้อ 5.6.1
5.8.3 ในการทำ PM และ CM แต่ละครั้ง หากพบปัญหาความไม่เรียบร้อยหรือผิดปกติ ให้
ผู้รับจ้างรายงานผู้ดูแลระบบประมวลผลฯ ของ รฟม. ทราบทันที พร้อมทั้งเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา
ภายในวันถัดไปของการเข้ามาดำเนินการ
5.8.4 กรณีที่เจ้าของผลิตภัณฑ์ Software ระบบประมวลผลฯ ภายในโครงการดังกล่าว ได้ทำ
การ Update Software/Firmware เป็นรุ่นใหม่เพื่อมาแก้ไขปัญหาข้อขัดข้อง และ/หรือข้อจำกัด ของ
Software/Firmware รุ่นเดิม ที่ รฟม. ใช้งานอยู่ ซึ่งอุปกรณ์ในระบบของ รฟม. สามารถรองรับได้ ผู้รับจ้างต้อง
ดำเนินการ Update Software/Firmware นี้ให้กับ รฟม. โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดย รฟม. จะพิจารณาถึงความ
จำเป็นที่ต้องดำเนินการ และแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบถึงความประสงค์ก่อน ผู้รับจ้างจึงจะมีสิทธิ์ทำการ Update
Software/Firmware ได้
5.8.5 กรณี รฟม. หรือสัญญาจ้างอื่น ๆ ภายในการกำกับดูแลของ รฟม. ต้องการพื้นที่เพื่อ
ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใด ๆ และมีอุปกรณ์ของระบบประมวลผลฯ เป็นอุปสรรคหรือกีดขวางการดำเนินงาน
ผู้รับจ้างต้องดำเนินการตรวจสอบ แก้ไข/ปรับปรุง เพื่อให้ระบบฯ สามารถใช้งานได้ตามปกติภายใน 5 วัน
ทำการ หลังจากระบบอื่น ๆ หรือสัญญาจ้างอื่น ๆ ภายในการกำกับดูแลของ รฟม. ได้รับการแก้ไขให้กลับมา
ใช้งานได้ดีดังเดิมแล้ว โดยผู้รับจ้างต้องประสานงาน และติดตามกับผู้รับจ้างรายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย อีกทั้ง
ต้องจัดส่งรายงานที่ได้ดำเนินการแก้ไขแล้วเสร็จ ให้แก่ผู้ดูแลระบบประมวลผลฯ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ
ของ รฟม.
/5.8.6 ผู้รับจ้าง…
1./586