จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างเหมาบริการข้อมูลติดตามและควบคุมเรือล็อก (Fishing Boat Electronic Monitoring)

กรมเจ้าท่า 68029208871
฿6,094,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 20 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดหาระบบติดตามและควบคุมเรือประมงที่กระทำผิดกฎหมาย (IUU FISHING) จำนวน 450 ลำ เพื่อให้กรมเจ้าท่าสามารถควบคุมและบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการประมงของประเทศ

ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการออกแบบ จัดหา และติดตั้งระบบต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามเรือ (Fishing Boat Electronic Monitoring) ให้สามารถใช้งานควบคุม กำกับ ติดตาม และรายงานผลได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ โดยมีขอบเขตงานที่สำคัญ ได้แก่ การสำรวจและตรวจสอบสถานที่ติดตั้ง การจัดทำเอกสารแผนงาน การติดตั้งอุปกรณ์และระบบ การทดสอบระบบ การถ่ายทอดความรู้ให้ผู้ใช้งาน และการบำรุงรักษาระบบ

ระบบที่จัดหาจะต้องมีคุณสมบัติในการระบุตำแหน่งเรือ แจ้งเตือนแบบ Real Time เมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ กำหนดเขตพื้นที่ควบคุม ติดตามและเก็บประวัติการเคลื่อนที่ และออกรายงานสถิติได้ ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของอุปกรณ์ และดูแลรักษาระบบให้พร้อมใช้งานตลอดอายุสัญญา

English summary

This project aims to procure a monitoring and control system for 450 fishing vessels that violate the law. The contractor shall design, procure, install, and maintain the system, including Fishing Boat Electronic Monitoring equipment, to ensure efficient operation, covering control, supervision, tracking, and reporting in accordance with professional standards. Key tasks include surveying installation sites, preparing work plans, installing equipment and systems, testing systems, providing user training, and maintaining the system.

The system must have the ability to locate vessels, provide real-time alerts for anomalies, define control zones, track and record movements, and generate statistical reports. The contractor shall guarantee equipment defects and maintain the system for the duration of the contract.

สถานที่ดำเนินการ

กรมเจ้าท่า

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อรับข้อมูลติดตามและควบคุมเรือล็อกจากอุปกรณ์เครื่องมือติดตามเรือประมง (Fishing Boat Electronic Monitoring)
  • เพื่อติดตามเรือประมงที่กระทําความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องจำนวน ๔๕๐ ลำ

ขอบเขตของงาน

  • สำรวจ ตรวจสอบ สถานที่จอดเรือ บริเวณพื้นที่ในเรือ
  • ออกแบบ จัดหา และติดตั้งระบบต่างๆ สำหรับการติดตามเรือประมง
  • จัดทำเอกสารแผนการดำเนินงานของโครงการ (Project Plan Document)
  • จัดทำเอกสารแผนการติดตั้งอุปกรณ์และระบบ
  • จัดทำเอกสารรายงานผลการติดตั้งระบบงาน
  • จัดทำเอกสารรายงานผลการทดสอบระบบงาน (Test Case, Integration Test, Installation Test, Unit Test, User Acceptance Test)
  • ดำเนินการติดตั้งระบบงาน จัดเตรียมข้อมูลพื้นฐาน
  • ทดสอบการใช้งานระบบงาน
  • จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อถ่ายทอดความรู้ให้ผู้ใช้งานระบบ
  • ติดตั้งอุปกรณ์บนเรือที่กรมเจ้าท่าระบุ รวมทั้งอุปกรณ์และอุปกรณ์ส่วนพ่วงจำนวน ๔๕๐ ลำ
  • จัดหาอุปกรณ์สำหรับใช้งานในการ Monitor อุปกรณ์ Fishing Boat Electronic Monitoring
    • เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) จำนวน ๑ เครื่อง หรือ Cloud Server
    • เครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (PC) จำนวน ๒ เครื่อง
    • จอแสดงผลแบบ LED หรือดีกว่า ขนาดไม่น้อยกว่า ๕๕ นิ้ว จำนวน ๒ จอ
    • ระบบเครือข่ายสำหรับเชื่อมต่อกับระบบ Fishing Boat Electronic Monitoring
  • ประสานกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อกำหนดวันติดตั้งทดสอบ และส่งมอบในการตรวจรับงาน
  • แก้ไขระบบหากทำงานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา
  • ส่งมอบเอกสารคู่มือการใช้ระบบควบคุมการทำงานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Software Management) และคู่มือการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
  • ให้บริการส่งข้อมูลติดตามเรือประมงที่กระทำความผิดตามกฎหมายจำนวน ๔๕๐ ลำ
  • สรุปรายงานประจำเดือนที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานอุปกรณ์ Fishing Boat Electronic Monitoring
  • ดูแลรักษาอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน
  • แก้ปัญหาเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และระบบควบคุมภายหลังการส่งมอบ
  • ดำเนินการปรับปรุง (Upgrade) ชุดโปรแกรมพื้นฐาน ที่ใช้สําหรับควบคุมการทํางานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Firmware) (ถ้ามี)
  • เชื่อมโยงระบบควบคุมการทํางานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปยังระบบการแสดงผลของศูนย์ควบคุมกลางที่กรมเจ้าท่า
  • รื้อถอนอุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้ทั้งหมดภายใน ๓๐ วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมเจ้าท่า (กรณีสิ้นสุดสัญญา)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • เอกสารแผนการดำเนินงานของโครงการ (Project Plan Document) (รูปแบบเอกสารและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์)
  • เอกสารแผนการติดตั้งอุปกรณ์และระบบ (รูปแบบเอกสารและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์)
  • เอกสารรายงานผลการติดตั้งระบบงาน (พร้อมภาพถ่าย)
  • เอกสารรายงานผลการทดสอบระบบงาน (Test Case, Integration Test, Installation Test, Unit Test, User Acceptance Test)
  • คู่มือการใช้ระบบควบคุมการทำงานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Software Management) (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รูปแบบเอกสารและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์)
  • คู่มือการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รูปแบบเอกสารและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์)
  • เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) จำนวน ๑ เครื่อง หรือ Cloud Server
  • เครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (PC) จำนวน ๒ เครื่อง
  • จอแสดงผลแบบ LED หรือดีกว่า ขนาดไม่น้อยกว่า ๕๕ นิ้ว จำนวน ๒ จอ
  • ระบบเครือข่ายสำหรับเชื่อมต่อกับระบบ Fishing Boat Electronic Monitoring
  • ข้อมูลติดตามเรือประมงที่กระทำความผิดตามกฎหมายจำนวน ๔๕๐ ลำ (รายเดือน)
  • สรุปรายงานประจำเดือนที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานอุปกรณ์ Fishing Boat Electronic Monitoring (รายเดือน)

ระยะเวลาดำเนินการ

กำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๓๐๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับผลงานที่ประกวดราคาจ้าง หรือด้านการติดตั้งระบบ GPS หรือด้านโทรคมนาคม ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่กรมเจ้าท่าเชื่อถือ
    • กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงิน ที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    • กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ (๒.๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท, (๒.๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท, (๒.๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท, (๒.๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 4 ล้านบาท, (๒.๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒๐ ล้านบาท, (๒.๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 50 ล้านบาท, (๒.๘) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๑๐๐ ล้านบาท, (๒.๙) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒๐๐ ล้านบาท
    • สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
  • Standards Compliance:
    • อุปกรณ์ต้องผลิตในโรงงานที่ได้รับมาตรฐาน ISO ๙๐๐๑ หรือดีกว่า
    • อุปกรณ์ที่ถือเป็นเครื่องวิทยุคมนาคมต้องได้รับการรับรองมาตรฐานจาก กสทช.

เกณฑ์การพิจารณา

ไม่ได้ระบุไว้ใน TOR

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามเรือ (Fishing Boat Electronic Monitoring) จำนวน ๔๕๐ ชุด
    • เป็นอุปกรณ์ GPS ได้มาตราฐาน IP ๖๕ หรือดีกว่า
    • สามารถระบุตำแหน่งที่อยู่ของเรือ โดยใช้เทคโนโลยี GPS และเชื่อมโยงสัญญานผ่านเทคโนโลยี 3G, 4G, NB-iot, LoRa หรือดีกว่า
    • สามารถทํางานบนเครือข่ายสื่อสารข้อมูล ณ ปัจจุบันบนความถี่ EGSM๙๐๐, DCS๑๘๐๐, UMTS๙๐๐ หรือ ๘๕๐ หรือ NB-iot หรือ UMTS๒๑๐๐ หรือ LoRa ได้อย่างน้อย
    • มีค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน ๕ เมตร หรือดีกว่า
    • สามารถทํางานโดยระบุตําแหน่งโดยใช้ระบบ Location Base service(LBS) และ WIFI ในกรณีที่ไม่มีสัญญาณ GPS ได้เป็นอย่างน้อย
    • มี Battery ความจุขนาดไม่เกินกว่า ๕,000 mAh และ Battery ต้องสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า ๓ ปี (Internal Battery) หรืออาจจะใช้ระบบโซล่าร์เซลล์ใช้งานร่วมด้วยก็ได้
    • ใช้ซิมการ์ด (Subscriber Identity Module : SIM) และต้องมีการส่งข้อมูลทุกๆ ๑ วันเป็นอย่างน้อยวันละ ๑ ครั้ง ในเวลา ๐๙.๐๐ น.
  • ระบบบริหารจัดการเรือล็อก (Fishing Boat Electronic Monitoring)
    • มีระบบแจ้งเตือนแบบ Real Time และเตือนแบบต่อเนื่อง
    • สามารถกําหนดเขตบริเวณ พื้นที่ห้ามออก พื้นที่ที่ควบคุม เส้นทาง ความเร็ว และช่วงเวลาที่ควบคุมได้
    • สามารถติดตามและเก็บประวัติการเคลื่อนที่ (Tracking) อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเรือประมง ที่กระทําความผิดได้ โดยไม่จํากัดระยะทาง
    • สามารถแจ้งเตือน (notification) ไม่น้อยกว่า ๒ ช่องทางผ่านคือ Web, Email
    • สามารถเรียกดูข้อมูลย้อนหลังได้ ตั้งแต่วันที่เริ่มติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จนถึงวันที่ถอด อุปกรณ์และสามารถเรียกดูข้อมูลย้อนหลังได้ตลอดเวลา
    • สามารถกําหนดสิทธิการเข้าใช้งานในระบบและการเข้าถึงข้อมูลเป็นรายบุคคล รายกลุ่มและรายอุปกรณ์ได้
    • มีการจัดเก็บข้อมูลประวัติการใช้งานระบบ (Activity log)
    • หน้าจอโปรแกรมการใช้งาน การบันทึกข้อมูล และรายงานต้องรองรับภาษาไทยและ ภาษาอังกฤษ
    • ต้องจัดให้มีระบบรองรับการนําเข้าข้อมูล
    • สามารถออกรายงานสถิติ ผลการดําเนินการในการนําเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ไปใช้กับเรือประมง ในรูปแบบรายงานผลภาพรวม โดยสามารถรายงานเป็นรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน รายไตรมาส และรายปี รวมทั้งรายงานสรุปยอดของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งาน คงเหลือ และชํารุด โดยใช้ไฟล์รายงานแบบ Word, Excel, PDF เป็นอย่างน้อย
    • สามารถนําเข้าข้อมูลและใช้งานระบบจากเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านระบบ Web Browser ที่มีการรักษาความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูลแบบ SSL เป็นอย่างน้อย
    • มีแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศและสามารถทํางานร่วมกับระบบ ควบคุม ได้อย่างสมบูรณ์
  • ระบบ Help desk ในรูปแบบ Web Base Application

เงื่อนไขสัญญา

  • งวดที่ ๑: 40% เมื่อส่งมอบเอกสารแผนการดำเนินงาน, แผนการติดตั้งระบบ, ติดตั้งอุปกรณ์บนเรือ 450 ลำ, จัดหาอุปกรณ์ Monitor (Server, PC, LED), ส่งมอบเอกสารรายงานผลการติดตั้งและทดสอบระบบ, คู่มือการใช้งาน, จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ภายใน 30 วันนับจากวันลงนาม
  • งวดที่ ๒: 20% เมื่อให้บริการส่งข้อมูลติดตามเรือ 450 ลำ ครบ 3 เดือน พร้อมสรุปรายงานประจำเดือน ภายใน 120 วันนับจากวันลงนาม
  • งวดที่ ๓: 20% เมื่อให้บริการส่งข้อมูลติดตามเรือ 450 ลำ ครบ 6 เดือน พร้อมสรุปรายงานประจำเดือน ภายใน 210 วันนับจากวันลงนาม
  • งวดที่ ๔: 20% เมื่อให้บริการส่งข้อมูลติดตามเรือ 450 ลำ ครบ 9 เดือน พร้อมสรุปรายงานประจำเดือน ภายใน 300 วันนับจากวันลงนาม
  • ค่าปรับ:
    • กรณีจ้างช่วง: ร้อยละ 10 ของวงเงินจ้างช่วง
    • กรณีผิดสัญญาอื่น: ร้อยละ 0.10 ต่อวัน
  • การรับประกัน: รับประกันความชำรุดบกพร่อง 3 เดือน, แก้ไขภายใน 3 วัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามเรือต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง?
    • A: ต้องเป็นอุปกรณ์ GPS ที่ได้มาตรฐาน IP 65 หรือดีกว่า สามารถระบุตำแหน่งเรือ เชื่อมโยงสัญญาณผ่าน 3G, 4G, NB-IoT, LoRa หรือดีกว่า มีแบตเตอรี่ใช้งานได้ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 ปี และส่งข้อมูลอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง
  • Q: ระบบบริหารจัดการเรือล็อกต้องมีฟังก์ชันอะไรบ้าง?
    • A: ต้องมีระบบแจ้งเตือน Real Time, กำหนดเขตพื้นที่ควบคุม, ติดตามและเก็บประวัติการเคลื่อนที่, แจ้งเตือนผ่าน Web และ Email, เรียกดูข้อมูลย้อนหลัง, กำหนดสิทธิการเข้าใช้งาน และออกรายงานสถิติได้
  • Q: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบคู่มือการใช้งานเป็นภาษาอะไรบ้าง?
    • A: ต้องส่งมอบคู่มือการใช้งานทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  • Q: หากอุปกรณ์เกิดการสูญหายหรือเสียหาย ใครเป็นผู้รับผิดชอบ?
    • A: ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อความสูญหายหรือเสียหายที่เกิดขึ้น
  • Q: ผู้รับจ้างต้องดูแลรักษาอุปกรณ์เป็นระยะเวลานานเท่าใด?
    • A: ผู้รับจ้างต้องดูแลรักษาระบบและอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานตลอดอายุสัญญา
  • Q: กรณีสิ้นสุดสัญญา ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร?
    • A: ผู้รับจ้างต้องรื้อถอนอุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้ทั้งหมดภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมเจ้าท่า โดยค่าใช้จ่ายเป็นของผู้รับจ้าง
  • Q: ระบบ Help desk ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง?
    • A: พัฒนาในรูปแบบ Web Base Application สามารถใช้งานผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต, สามารถเพิ่มผู้ใช้งานและกําหนดกลุ่มผู้ใช้งาน
  • Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาบริการระบบเครือข่ายสื่อสารโทรศัพท์เคลื่อนที่สำหรับใช้งานกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นระยะเวลาเท่าใด?
    • A: ตลอดสัญญา
  • Q: ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุที่ผลิตภายในประเทศเป็นจำนวนเท่าใด?
    • A: ต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานจ้างที่ทั้งหมดตามสัญญา
  • Q: วงเงินงบประมาณของโครงการนี้คือเท่าไร?
    • A: ๖,๐๙๔,000 บาท (หกล้านเก้าหมื่นสี่พันบาทถ้วน )

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

๑. ความเป็นมา
ร่างขอบเขตของงาน (TERMS OF REFERENCE : TOR)
สําหรับการจ้างเหมาบริการข้อมูลติดตามและควบคุมเรือล็อก (Fishing Boat Electronic Monitoring)
ตามที่ประเทศไทยได้ดําเนินการแก้ไขปัญหาการทําประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม
(IUU FISHING) อย่างเข้มข้นในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ - ๒๕๖๑ จนประสบความสําเร็จ และได้รับใบเหลืองจาก

คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป (EU) เมื่อวันที่ 4 มกราคม ๒๕๖๒ ทั้งนี้ เหตุผลประการสําคัญในการปลด ใบเหลืองนั้น เป็นเพราะประเทศไทยสามารถแสดงให้เห็นถึงมาตรการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพในการควบคุม เรือประมงที่ผิดกฎหมายได้
ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลความจําเป็นให้กรมเจ้าท่าต้องมีระบบติดตามและควบคุมเรือล็อก (Fishing Boat Electronic Monitoring) ที่มีประสิทธิภาพ โดยสามารถแสดงจํานวนเรือประมงที่ถูกล็อกทั้งหมด จํานวนเรือ ที่ถูกล็อกในแต่ละท่าเรือ และสถานะของเรือล็อกอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะดําเนินการลดจํานวนเรือตามโครงการ ซื้อเรือคืนของภาครัฐได้ทั้งหมด เพื่อทําให้เกิดความมั่นใจในการควบคุมเรือประมงผิดกฎหมายและการบังคับใช้
กฎหมาย อันเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการประมงในภาพรวมของประเทศไทย
๒. วัตถุประสงค์
เพื่อรับข้อมูลติดตามและควบคุมเรือล็อกจากอุปกรณ์เครื่องมือติดตามเรือประมง (Fishing Boat
Electronic Monitoring) พร้อมระบบที่เกี่ยวข้องสําหรับการติดตามเรือประมงที่กระทําความผิดตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องจํานวน ๔๕๐ ลํา
๓.
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.๓
ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ
หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๓.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรมเจ้าท่า ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของ ผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น

  • ๒ -
    ๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับผลงานที่ประกวดราคาจ้าง หรือด้านการติดตั้ง ระบบ GPS หรือด้านโทรคมนาคม ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน) และ เป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่กรมเจ้าท่าเชื่อถือ ๓.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
    กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ
    หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
    กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
    ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวนหรือหนังสือเชิญชวน
    กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น
    ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
    สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า ๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
    ๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงิน ที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่น ข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
    (๒.๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกําหนดทุนจดทะเบียน (๒.๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมี
    ทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
    (๒.๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท
    (๒.๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท
    (๒.๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 4 ล้านบาท

    (๒.๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒๐ ล้านบาท
    (๒.๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า 50 ล้านบาท
    &
  • 6 -
    (๒.๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๑๐๐ ล้านบาท
    (๒.๙) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียน
    ไม่ต่ํากว่า ๒๐๐ ล้านบาท
    (๓) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมี เงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่น ข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงบัญชีเงิน
    ฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    (๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียง พอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัท เงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบ
    ธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
    แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรองหรือที่สํานักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)
    ทั้งนี้ หนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อให้เป็นไปตามแบบหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (๕) กรณีตาม (๑) – (๔) ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้
    (๕.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
    (๕.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
    (๕.๓) งานก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และ งานก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อน
    วันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุมีผลบังคับใช้
    (๖) กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะ การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    (๒) กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียก ชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
    ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
    ไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท
    (๓.๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกําหนดทุนจดทะเบียน (๓.๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
    C
    (๓.๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
    75
    &
    -&-
    (๗.๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท
    (๗.๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ต้องมีทุนจด
    ทะเบียนไม่ต่ํากว่า 4 ล้านบาท

    (๗.๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒๐ ล้านบาท
    (๗.๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า 50 ล้านบาท
    (๗.๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า 900 ล้านบาท
    ล้านบาท
    (๓.๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒๐๐
    (๔) การจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,000 บาท กรณีบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือ สัญชาติไทย จะต้องยื่นหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือ ในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง
    และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่า
    ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    (๔) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะ เข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัท เงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบ
    ธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
    แจ้งเวียนให้ทราบหรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้นตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจาก ยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรองหรือที่สํานักงานสาขารับรอง สํานักงานใหญ่ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)
    (กรณีได้รับมอบอํานาจจาก
    กรณีตามข้อ (๗) ข้อ (๔) และข้อ (๔) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตาม
    ประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารเชิญชวนในระบบ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) หรือมีหนังสือเชิญชวน จนถึงวันเสนอราคา
    ๔. รูปแบบรายการ/รายละเอียด
    ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบดําเนินการออกแบบ จัดหา และติดตั้งระบบต่าง ๆ สําหรับการติดตามเรือประมง ที่กระทําความผิดตามกฎหมาย จํานวน ๔๕๐ ลํา ให้สามารถใช้งานควบคุม กํากับติดตาม และรายงานผลตามหลัก วิธีการปฏิบัติที่ดีและมาตรฐานวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง โดยมีขอบเขตการดําเนินงานภายใต้ความรับผิดชอบและ ค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างทั้งหมดไม่น้อยกว่าที่กําหนด ดังนี้
    баъд
    ผู้รับจ้างมีหน้าที่สํารวจ ตรวจสอบ สถานที่จอดเรือ บริเวณพื้นที่ในเรือที่จะดําเนินการติดตั้ง อุปกรณ์ที่มีคุณลักษณะที่กําหนดไว้ในข้อกําหนดฉบับนี้ พร้อมทั้งตรวจสอบสภาพแวดล้อม ข้อจํากัดต่างๆ
    เพื่อนํามาวิเคราะห์ประเมินความพร้อมและความเสี่ยงเพื่อให้การดําเนินงานครั้งนี้สําเร็จลุล่วงได้ดีภายใน
    ระยะเวลาที่กําหนด
    ๔.๒ การติดตั้งอุปกรณ์และระบบโดยมีรายละเอียดของเอกสารที่ต้องส่งมอบ ตามหัวข้อต่อไปนี้ เป็นอย่างน้อย
    ๔.๒.๑ เอกสารแผนการดําเนินงานของโครงการหลังจากลงนามในสัญญาแล้วผู้รับจ้างต้องส่งมอบ เอกสารแผนการดําเนินงาน และไฟล์เอกสารที่อยู่ในรูปแบบของ Microsoft Word ๒๐๐๗ หรือสูงกว่าโดย แสดงขั้นตอนและระยะเวลาในการดําเนินงานโดยสังเขป ส่งมอบภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ทั้งนี้แผนการดําเนินงานให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
    ๔.๒.๒ เอกสารแผนการติดตั้งอุปกรณ์และระบบ ๔.๒.๓ เอกสารรายงานผลการติดตั้งระบบงาน
    ๔.๒.๔ เอกสารรายงานผลการทดสอบระบบงาน
    ๔.๒.๔.๑ Test Case
    … Integration Test ve Installation Test
    ๔.๒.๔.๓ Unit Test
    ๔.๒.๔.๔ User Acceptance Test
    ๔.๓ ดําเนินการติดตั้งระบบงาน จัดเตรียมข้อมูลพื้นฐานสําหรับเริ่มต้นเพื่อรองรับการใช้งานระบบงาน
    ทดสอบการใช้งานระบบงาน
    ๔.๔ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อถ่ายทอดความรู้ให้ผู้ใช้งานระบบ ก่อนนําไปสู่การใช้งาน
    ๕. ระยะเวลาการดําเนินงาน
    กําหนดเวลาดําเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๓๐๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
  1. สถานที่ติดตั้งระบบ
    กรมเจ้าท่า
    ๗. วงเงินงบประมาณ
    วงเงินงบประมาณ ๖,๐๙๔,000 บาท (หกล้านเก้าหมื่นสี่พันบาทถ้วน )
  2. งวดงานและการจ่ายเงิน
    กรมเจ้าท่าจะจ่ายเงินค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่นๆและค่าใช้จ่ายทั้งปวง แล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๔ งวด ดังนี้
    งวดที่ ๑ เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๔๐ ของค่าจ้างเมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบเอกสารแผนการดําเนินงาน ของโครงการ (Project Plan Document) โดยละเอียดพร้อมจัดทําในรูปแบบเอกสารและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ บันทึกลง Flash Drive ในรูปแฟ้มข้อมูลไม่น้อยกว่า 5 ชุด และจัดทําเอกสารแผนการติดตั้งระบบและอุปกรณ์
    -b-
    โดยละเอียดพร้อมจัดทําในรูปแบบเอกสารและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์บันทึกลง Flash Drive ในรูปแฟ้มข้อมูลไม่ น้อยกว่า 5 ชุด พร้อมดําเนินการส่งมอบอุปกรณ์ ตามโครงการดังนี้
    ๑. ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งอุปกรณ์บนเรือที่กรมเจ้าท่าระบุรวมทั้งอุปกรณ์และอุปกรณ์ ส่วนพ่วงโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สําหรับการติดตามเรือประมงที่กระทําความผิดตามกฎหมายจํานวน ๔๕๐ ลํา
    ๒. ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาอุปกรณ์สําหรับใช้งานในการ Monitor อุปกรณ์ Fishing Boat
    Electronic Monitoring ในโครงการ ดังนี้
    ๒.๑ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) สําหรับ Monitor จํานวน ๑ เครื่อง หรือ
    Cloud Server สําหรับการติดตั้งระบบ
    ๒.๒ เครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (PC) จํานวน ๒ เครื่อง
    ๒.๓ จอแสดงผลแบบ LED หรือดีกว่า ขนาดไม่น้อยกว่า ๕๕ นิ้ว จํานวน ๒ จอ ๒.๔ ระบบเครือข่ายสําหรับเชื่อมต่อกับระบบ Fishing Boat Electronic Monitoring ๓. ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งอุปกรณ์และระบบงานตามที่กําหนดไว้ในภาคผนวก ก.
    ให้สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์
    และสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่เสนอตามโครงการได้โดยไม่เกิดปัญหา
    ๔. ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อกําหนดวันติดตั้งทดสอบ และส่งมอบในการตรวจรับงาน หากพบว่าระบบทํางานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาผู้รับจ้างจะต้องแก้ไขให้
    แล้วเสร็จและทําการส่งมอบใหม่จนกว่าระบบจะทํางานได้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามวัตถุประสงค์โดยจะต้อง
    ดําเนินการจัดทํา
    ๔.๑ เอกสารรายงานผลการติดตั้งอุปกรณ์และระบบงานพร้อมภาพถ่ายอย่างน้อย ๒ ภาพ
    ๔.๒เอกสารรายงานผลการทดสอบระบบงาน
    ๔.๒.๑ Test Case
    .b. Integration Test ve Installation Test
    ๔.๒.๓ Unit Test
    ๔.๒.๔ User Acceptance Test
    ๕. ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบเอกสารคู่มือการใช้ระบบควบคุมการทํางานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
    ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Software Management) และคู่มือการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่อธิบาย ขั้นตอนโดยละเอียด เป็นภาษาไทย จํานวน ๓๕ ชุด (๒๕ สํานักงาน ๆละ ๑ ชุด ส่วนกลาง ๑๐ ชุด) และ ภาษาอังกฤษ จํานวน ๓๕ ชุด (๒๕ สํานักงาน ๆละ ๑ ชุด ส่วนกลาง ๑๐ ชุด) ในรูปแบบเอกสารและไฟล์ อิเล็กทรอนิกส์บันทึกลง Flash Drive ในรูปแฟ้มข้อมูล
  3. การประชุมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดความรู้โครงการ อย่างน้อย ๓๐ คน โดยผู้รับจ้างจะต้อง ประสานงานกับคณะกรรมการตรวจรับเพื่อกําหนดการประชุมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดความรู้
    ๗. ดําเนินการติดตั้งจัดเตรียมความพร้อมของระบบงาน อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้อยู่ในสภาพ พร้อมใช้งานรวมทั้งเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรของกรมเจ้าท่าให้สามารถใช้งานระบบงานได้อย่างมี
    ประสิทธิภาพ
    ส่งมอบให้กรมเจ้าท่าให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    งวดที่ ๒ เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างให้บริการส่งข้อมูลติดตามเรือประมงที่ กระทําความผิดตามกฎหมายจํานวน ๔๕๐ ลํา ครบ ๓ เดือนพร้อมสรุปรายงานประจําเดือนที่เกี่ยวข้องกับการใช้
    p
  • 6-
    งานอุปกรณ์ Fishing Boat Electronic Monitoring ส่งมอบให้กรมเจ้าท่าให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน นับถัด จากวันลงนามในสัญญา
    งวดที่ ๓ เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างให้บริการส่งข้อมูลติดตามเรือประมงที่ กระทําความผิดตามกฎหมายจํานวน ๔๕๐ ลํา ครบ 5 เดือนพร้อมสรุปรายงานประจําเดือนที่เกี่ยวข้องกับการใช้ งานอุปกรณ์ Fishing Boat Electronic Monitoring ส่งมอบให้กรมเจ้าท่าให้แล้วเสร็จภายใน ๒๑๐ วัน นับถัด จากวันลงนามในสัญญา
    งวดที่ ๔ (งวดสุดท้าย) เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างให้บริการส่งข้อมูล ติดตามเรือประมงที่กระทําความผิดตามกฎหมายจํานวน ๔๕๐ ลํา ครบ ๙ เดือนพร้อมสรุปรายงานประจําเดือน ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานอุปกรณ์ Fishing Boat Electronic Monitoring ส่งมอบให้กรมเจ้าท่าให้แล้วเสร็จ ภายใน ๓๐๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    ๙. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลงจ้าง
    เป็นหนังสือจะกําหนด ดังนี้
    ๔.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนํางานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทําอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า จะกําหนดค่าปรับสําหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจํานวน ร้อยละ 90.00 (สิบ) ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น
    ๔.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๔.๑ จะกําหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตรา
    (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของราคาค่าจ้าง
    ร้อยละ ๐.๑๐
    ๑๐. การรับประกันความชํารุดบกพร่อง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทําสัญญาจ้าง หรือทําข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓ เดือน นับถัดจาก วันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน ๓ วัน นับถัดจากวันที่ ได้รับแจ้งความชํารุดบกพร่อง

    ๑๐.๑ หากอุปกรณ์ฯ เกิดขัดข้องขึ้นในระหว่างดําเนินการโครงการผู้รับจ้างต้องส่งเจ้าหน้าที่หรือช่างที่มี ความชํานาญเข้ามาดําเนินการแก้ไขให้ใช้งานได้ตามปกติ ภายใน ๓ วัน นับจากวันและเวลาที่ได้รับแจ้งถ้าไม่สามารถ ดําเนินการดังกล่าวได้ จะต้องหาอุปกรณ์ฯที่มีคุณภาพเท่าเทียมกันมาเปลี่ยนทดแทนให้ใช้งานจนกว่าจะส่งคืน อุปกรณ์ฯ ที่ได้นําไปตรวจซ่อมโดยหากไม่สามารถดําเนินการได้ผู้รับจ้างจะต้องเสียค่าปรับจํานวน ๓๐ บาท ต่ออุปกรณ์ต่อวัน
    ๑๐.๒ กรณีอุปกรณ์เกิดการสูญหาย เสียหาย หรือใช้การไม่ได้ไม่ว่ากรณีใดๆ ผู้รับจ้างจะต้องเป็น ผู้รับผิดชอบต่อความสูญหาย เสียหาย และใช้การไม่ได้ดังกล่าว โดยผู้รับจ้างจะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากกรมเจ้าท่ามิได้
    ๑๑. การติดตามผลและการดําเนินงาน
    ผู้รับจ้างจะต้องติดตามและประเมินผลการใช้งาน เมื่อเริ่มใช้งานระบบจริง โดยผู้รับจ้างจะต้อง นําเสนอรายงานการประเมินผลการใช้งาน พร้อมทั้งติดตามการใช้งานของระบบเป็นระยะเวลาอย่างน้อย ทุก ๓ เดือน นับจากติดตั้งอุปกรณ์

    вы
  • B -
    ๑๒. กรรมสิทธิ์และลิขสิทธิ์
    ๑๒.๑ ข้อมูล เอกสาร และคู่มือการใช้งาน จากการจัดทําโครงการทั้งหมด ซึ่งผู้รับจ้างปฏิบัติให้กับ กรมเจ้าท่าตามสัญญา จะตกเป็นกรรมสิทธิ์และลิขสิทธิ์ของกรมเจ้าท่าโดยผู้รับจ้างต้องส่งมอบเอกสารให้แก่ กรมเจ้าท่า และผู้รับจ้างห้ามทําซ้ํา ดัดแปลง เปลี่ยนแปลง แก้ไข มอบข้อมูล เอกสารผลการศึกษา การใช้งานตามสัญญาแก่ผู้ใด หากไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากกรมเจ้าท่า
    และ คู่มือ
    ๑๒.๒ ในกรณีที่บุคคลภายนอกกล่าวอ้างหรือใช้สิทธิเรียกร้องใดๆว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ สิทธิบัตรเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และ/หรือชุดโปรแกรมที่เสนอผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการทั้งปวงเพื่อให้การกล่าว อ้างหรือการเรียกร้องดังกล่าวระงับสิ้นสุดไปโดยเร็วโดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ชําระค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายต่างๆ
    ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
    ๑๓.
    การบํารุงรักษา
    ผู้รับจ้างจะต้องทําการบํารุงรักษาระบบ พร้อมอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้ดีเสมอ เพื่อให้สามารถบริการข้อมูลติดตามและควบคุมเรือล็อกได้ตลอดอายุสัญญา
    ๑๔. ปัญหาข้อขัดแย้งและการตีความ
    ในกรณีที่มีความจําเป็นต้องตีความข้อความใดที่ขัดแย้งกันในประกาศประกวดราคาจ้างหรือเอกสาร เสนอราคาหรือเอกสารอื่นใดก็ตามซึ่งมีความจําเป็นต้องวินิจฉัยตัดสินในการประกวดราคาจ้างเพื่อให้การ ประกวดราคาจ้างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุวัตถุประสงค์กรมเจ้าท่าสงวนสิทธิ์ที่จะเป็นผู้มีความ
    และวินิจฉัยข้อขัดแย้งซึ่งให้ถือเป็นอันเด็ดขาดและถึงที่สุด
    สํานักมาตรฐานทะเบียนเรือ กรมเจ้าท่า โทรศัพท์ ๐๒-๒๓๓๑๓๑๑-๘ ต่อ ๔๓๐๖
    นักวิชาการขนส่งชํานาญการพิเศษ ประธานกรรมการ
    ๑๕. หน่วยงานที่รับผิดชอบ
    ๑๕.๑ นายประเสริฐ ฉัตรไชยพฤกษ์
    ๑๕.๒ นางธนภรณ์ จําปาศรี
    นักวิชาการขนส่งชํานาญการ
    กรรมการ
    ๑๕.๓ นายสมโภช วัฒนไวฑูรย์ชัย
    นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชํานาญการ กรรมการ
    ๑๕.๔ นายณัฐพัชร์ จัตุพรหงษ์ทอง ๑๕.๕ นายศิริศักดิ์ นพศรี
    เจ้าพนักงานสื่อสารชํานาญงาน
    กรรมการ
    กรรมการ
    ๑๖. ติดต่อสอบถามและเสนอข้อคิดเห็น
    เจ้าพนักงานขนส่งชํานาญงาน
    ประชาชน ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถาม วิจารณ์ เสนอข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ ขอบเขตของงานนี้ เป็นลายลักษณ์อักษรทางไปรษณีย์ตอบรับด่วนพิเศษ (EMS) ส่งไปที่สํานักมาตรฐานทะเบียนเรือ กรมเจ้าท่า เลขที่ ๑๒๗๘ ถนนโยธา แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ รหัสไปรษณีย์ ๑๐๑๐๐ หรือ ผ่านทางเว็บไซต์ www.md.go.th เมนูกระดานถาม-ตอบ หมวดกระทู้ “รับฟังข้อคิดเห็นจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธี ทางอิเล็กทรอนิกส์”
    ภาคผนวก ก.
    -6-
    f
    Дъ
    ภาคผนวก ก.
    รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ งานจ้างเหมาบริการข้อมูลติดตามและควบคุมเรือล็อก (Fishing Boat Electronic Monitoring)
    อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามเรือกระทําผิดตามกฎหมายกรมเจ้าท่า (Fishing Boat Electronic Monitoring) หมายถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ติดตั้งบนเรือที่กระทําความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และ
    หมายถึงอุปกรณ์เสริมและระบบควบคุมการทํางานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้สําหรับตรวจสอบการทํางานของ
    อุปกรณ์
    อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จํานวน ๔๕๐ ชุดมีคุณสมบัติพื้นฐานอย่างน้อย ดังนี้
    ๑.๑ เป็นอุปกรณ์ระบบระบุตําแหน่ง Global Positioning System : GPS โดยสามารถติดตั้งบน เรือ ที่กระทําความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและอุปกรณ์ต้องได้มาตราฐาน IP ๖๕ หรือ ติดตั้งกล่องที่ได้รับ มาตราฐาน IP ๖๕ หรือดีกว่า
    ๑.๒ อุปกรณ์สามารถระบุตําแหน่งที่อยู่ของเรือที่กระทําความผิดตามที่กรมเจ้าท่าได้กําหนดโดยใช้ เทคโนโลยี GPS และเชื่อมโยงสัญญานผ่านเทคโนโลยี ๓G, 4G, NB-iot, LoRa หรือดีกว่า ซึ่งสามารถใช้งานได้ ในกรณีที่อับสัญญาณหรือมีหน่วยความจําสามารถบันทึก เก็บข้อมูลตําแหน่งได้แม้ว่าอยู่ในที่อับสัญญาณ
    ๑.๓
    อุปกรณ์สามารถทํางานบนเครือข่ายสื่อสารข้อมูล ณ ปัจจุบันบนความถี่ EGSM๙๐๐, DCS๑๘๐๐, UMTS๙๐๐ หรือ ๘๕๐ หรือ NB-iot หรือ UMTS๒๑๐๐ หรือ LoRa ได้อย่างน้อย
    ๑.๔ อุปกรณ์มีระบบ GPS ในการระบุตําแหน่งของเรือที่กระทําความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ เป็นอย่างน้อย โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน ๕ เมตร หรือดีกว่า
    ๑.๕ อุปกรณ์สามารถทํางานโดยระบุตําแหน่งโดยใช้ระบบ Location Base service(LBS) และ WIFI ในกรณีที่ไม่มีสัญญาณ GPS ได้เป็นอย่างน้อย
    ๑.๖ อุปกรณ์มี Battery ความจุขนาดไม่เกินกว่า ๕,000 mAh และ Battery ต้องสามารถใช้งาน ได้อย่างต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า ๓ ปี (Internal Battery) หรืออาจจะใช้ระบบโซล่าร์เซลล์ใช้งานร่วมด้วยก็ได้
    ๑.๗ อุปกรณ์ใช้ซิมการ์ด (Subscriber Identity Module : SIM) และต้องมีการส่งข้อมูลทุกๆ ๑ วันเป็นอย่างน้อยวันละ ๑ ครั้ง ในเวลา ๐๙.๐๐ น.
    ๑.๔ อุปกรณ์จะต้องสามารถติดตั้งเข้ากับโครงสร้างที่มั่นคงแข็งแรงภายในสะพานเดินเรือแบบยึด ติดกับเรือประมง หรือติดตั้งในพื้นที่ที่กรมเจ้าท่าระบุให้ติดตั้ง
    ๑.๔ อุปกรณ์ต้องผลิตในโรงงานที่ได้รับมาตรฐาน ISO ๙๐๐๑ หรือดีกว่า
    อุปกรณ์ที่ถือเป็นเครื่องวิทยุคมนาคมต้องได้รับการรับรองมาตรฐานจาก กสทช.
    ๒. ระบบบริหารจัดการเรือล็อก Fishing Boat Electronic Monitoring ซึ่งต้องประกอบด้วย คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) สําหรับระบบที่พัฒนา จํานวน ๑ เครื่อง หรือติดตั้งระบบที่พัฒนาบน Cloud Server, คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะจํานวน ๒ เครื่อง จอแสดงผล LED ขนาดไม่น้อยกว่า ๕๕ นิ้ว จํานวน ๒ จอ, เป็นอย่างน้อย
    fr
    ตั้งเป็นระบบที่สามารถควบคุมการทํางานของอุปกรณ์ Fishing Boat Electronic Monitoring โดยระบบต้องมี
    คุณสมบัติดังนี้
    ๒.๑ มีระบบแจ้งเตือนแบบ Real Time และเตือนแบบต่อเนื่อง เมื่อเกิดเหตุการณ์กับอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์มายังกรมเจ้าท่ารายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้
    ๒.๑.๑ ออกนอกเขตพื้นที่ที่กําหนด
    ๒.๑.๒ มีการถอดหรือเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ โดยไม่ได้รับอนุญาต
    ๒.๑.๓ มีการทําลายอุปกรณ์ หรือถูกทําให้เสียหาย หรือ ถูกกระทําการใดๆ อันเป็นการ รบกวนการทํางานปกติของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
    ๒.๑.๔ เมื่อไม่มีสัญญาณ และ ๓G,4G, NB-iot, LoRa
    ๒.๑.๕ เคลื่อนที่ออกนอกเส้นทางที่กําหนด และ เคลื่อนที่เกินความเร็วที่กําหนด
    ๒.๒ สามารถกําหนดเขตบริเวณ พื้นที่ห้ามออก พื้นที่ที่ควบคุม เส้นทาง ความเร็ว และช่วงเวลาที่ควบคุมได้ ๒.๓ สามารถติดตามและเก็บประวัติการเคลื่อนที่ (Tracking) อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเรือประมง ที่กระทําความผิดได้ โดยไม่จํากัดระยะทาง
    ๒.๔ สามารถแจ้งเตือน (notification) ไม่น้อยกว่า ๒ ช่องทางผ่านคือ Web, Email ได้เป็นอย่าง น้อย พร้อมทั้งสามารถกําหนดเงื่อนไขการแจ้งเตือนเป็นรายบุคคล รายกลุ่ม รายอุปกรณ์ ประเภทการแจ้งเตือน และ ตามช่วงเวลาด้วยวิธีการดังนี้
    ๒.๔.๑ สามารถแจ้งเตือนผ่านหน้า Web ระบบควบคุมการทํางานโดยระบุเงื่อนไขเขตพื้นที่ และความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ ตามที่กรมเจ้าท่ากําหนด เช่น สํานักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า เป็นต้น พร้อมทั้งให้มีระบบป้องกันมิให้ลบข้อมูลการแจ้งเตือนออกจากฐานข้อมูล และในกรณีที่จะระงับการ
    แสดงผลการแจ้งเตือนต้องได้รับอนุญาต
    ๒.๔.๒ สามารถส่ง E-mail ไปยังรายชื่อ ตามเขตพื้นที่ และความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ ตามที่กรมเจ้าท่ากําหนดได้ เช่น สํานักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า เป็นต้น
    ๒.๕ สามารถเรียกดูข้อมูลย้อนหลังได้ ตั้งแต่วันที่เริ่มติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จนถึงวันที่ถอด อุปกรณ์และสามารถเรียกดูข้อมูลย้อนหลังได้ตลอดเวลา
    อุปกรณ์ได้
    ๒.๖ สามารถกําหนดสิทธิการเข้าใช้งานในระบบและการเข้าถึงข้อมูลเป็นรายบุคคล รายกลุ่มและราย
    ๒.๗ มีการจัดเก็บข้อมูลประวัติการใช้งานระบบ (Activity log) เพื่อตรวจสอบประวัติการใช้งาน ย้อนหลังของผู้ใช้แต่ละราย
    ๒.๔ หน้าจอโปรแกรมการใช้งาน การบันทึกข้อมูล และรายงานต้องรองรับภาษาไทยและ ภาษาอังกฤษ
    ๒.๔ ต้องจัดให้มีระบบรองรับการนําเข้าข้อมูล เพื่อใช้งานระบบ และสามารถประยุกต์ใช้งานข้อมูลนั้นได้ รายละเอียดข้อมูลอย่างน้อย ดังนี้
    5
    4 P3
  • ๑๒
    ๑) เลขทะเบียนเรือ ๒) ชื่อเรือ
    ๓) ขนาดตันกรอส
    ๔) ชื่อเจ้าของเรือ
    ๕) ที่อยู่เจ้าของเรือ
    ๖) เลขบัตรประชาชน หรือ เลขทะเบียนนิติบุคคล
    ๒.๑๐ สามารถออกรายงานสถิติ ผลการดําเนินการในการนําเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ไปใช้กับเรือประมง ในรูปแบบรายงานผลภาพรวม โดยสามารถรายงานเป็นรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน รายไตรมาส และรายปี รวมทั้งรายงานสรุปยอดของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งาน คงเหลือ และชํารุด โดยใช้ไฟล์รายงานแบบ Word, Excel, PDF เป็นอย่างน้อย
    ๒.๑๑ สามารถนําเข้าข้อมูลและใช้งานระบบจากเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านระบบ Web Browser ที่มีการรักษาความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูลแบบ SSL เป็นอย่างน้อย เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถนําเข้าข้อมูลได้
    ทุกสถานที่
    ๒.๑๒ มีแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศและสามารถทํางานร่วมกับระบบ ควบคุม ได้อย่างสมบูรณ์
    ๓. ระบบบริหารจัดการเรือล็อก Fishing Boat Electronic Monitoring ต้องสามารถจัดเก็บข้อมูลไว้ได้ ในเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) หรือ Cloud Server ได้ และสามารถแสดงผลผ่านคอมพิวเตอร์รวมทั้ง จอภาพ LED ที่จัดหาตามโครงการได้
    ๔. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นแคตตาล็อกและ/หรือแบบรูปรายการรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของ อุปกรณ์ตามข้อ ๑ และ ๒ พร้อมทั้งจัดทําเอกสารตารางการเปรียบเทียบรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะที่
    กําหนดกับรายละเอียดที่ผู้ยื่นข้อเสนอโดยระบุเอกสารอ้างอิงแคตตาล็อกให้ถูกต้องและในเอกสารอ้างอิง แคตตาล็อกต้องขีดเส้นใต้หรือใช้ปากกาเน้นข้อความระบุหมายเลขข้อที่อ้างอิงให้ชัดเจนตามที่ระบุในตาราง เปรียบเทียบและหากไม่มีการอ้างอิงหรืออ้างอิงไม่ถูกต้องหรือไม่มีรายละเอียดที่อ้างอิงหรือมีข้อมูลขัดแย้งไม่ ตรงกันจะถือว่าการเสนอราคาในครั้งนี้ผิดเงื่อนไขและไม่ผ่านการพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคพร้อมทั้งลงนาม
    รับรองเอกสาร
    ๕. ระบบ Help desk เพื่อเป็นช่องทางในการรับแจ้งปัญหาข้อขัดข้องและให้คําแนะนําในการแก้ปัญหา
    การใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้กับเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่าโดยมีคุณสมบัติพื้นฐานอย่างน้อย ดังนี้
    ๕.๑ พัฒนาระบบในรูปแบบ Web Base Application
    สามารถใช้งานผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ๕.๒ สามารถเพิ่มผู้ใช้งานและกําหนดกลุ่มผู้ใช้งาน โดยแบ่งกลุ่มผู้ใช้งานได้อย่างน้อย ๓ ระดับ คือ Users, Admin และ Super Admin โดยแบ่งตามหน้าที่ในการใช้
    ประกอบด้วย
    ๕.๓ หน้าจอระบบ ประกอบด้วย หน้าจอต่าง ๆ อย่างน้อย ดังนี้
    ๕.๓.๑ หน้าจอรับแจ้งปัญหา สําหรับผู้ใช้งานที่ต้องการแจ้งปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน
  • ชื่อ และนามสกุลของผู้แจ้งปัญหา
  • หน่วยงานที่สังกัด
  • ประเภทของปัญหา
    Jasur Af 815
  • ๑๓ -
  • รายละเอียดของปัญหา
    วัน เดือน ปี เวลา ที่แจ้งปัญหา
    ๕.๓.๒ หน้าจอสําหรับบันทึกผลการแก้ไขปัญหา
  • รายละเอียดในการแก้ไขปัญหา
    ชื่อและนามสกุลของผู้แก้ไขปัญหา
  • วัน เดือน ปี เวลา ที่แก้ไขปัญหาแล้วเสร็จ
  • สถานการณ์แก้ไขปัญหา (ดําเนินการแล้วเสร็จหรืออยู่ระหว่างดําเนินการ) ๕.๓.๓ หน้าจอรายงานการแจ้งปัญหา สามารถเรียกดูในรูปแบบ รายวัน รายเดือน และ รายงานสถานการณ์แก้ไขปัญหา
  1. ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาบริการระบบเครือข่ายสื่อสารโทรศัพท์เคลื่อนที่สําหรับใช้งานกับอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์จํานวน ๔๕๐ ชุด ซึ่งแต่ละชุดสามารถใช้งานได้ตลอดสัญญา
    ๗. อุปกรณ์และระบบที่ติดตั้งตามโครงการต้องสามารถทํางานร่วมกันได้เป็นอย่างดี
    ๔. ผู้รับจ้างมีหน้าที่ดูแลรักษาอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานหลังจากมีการถอดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ออก จากเรือประมง
    ๔. ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบและกํากับดูแล แก้ปัญหาเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และ ระบบควบคุมภายหลังการส่งมอบ และดําเนินการปรับปรุง (Upgrade) ชุดโปรแกรมพื้นฐาน ที่ใช้สําหรับ ควบคุมการทํางานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Firmware) (ถ้ามี) เพื่อให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีประสิทธิภาพ ๑๐. ผู้รับจ้างจะต้องเชื่อมโยงระบบควบคุมการทํางานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปยังระบบการแสดงผล
    ของศูนย์ควบคุมกลางที่กรมเจ้าท่าให้สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์
    ๑๑. กรณีสิ้นสุดสัญญาและไม่มีการต่อสัญญา ผู้รับจ้างต้องรื้อถอนอุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้ทั้งหมดภายใน ๓๐ วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมเจ้าท่า โดยค่าใช้จ่ายในการดําเนินการรื้อถอนเป็นของผู้รับจ้าง ในกรณีที่ ผู้รับจ้างไม่รื้อถอนภายในเวลาที่กําหนดผู้รับจ้างต้องยินยอมให้กรมเจ้าท่ายึดอุปกรณ์และวัสดุต่าง ๆ บรรดาที่ได้
    กระทําไปแล้วอยู่บริเวณนั้นไปด้วย
    ๑๒. ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานจ้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศโดย ต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานจ้างที่ทั้งหมดตามสัญญา โดยให้จัดทําแผนการใช้ พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานจ้างทั้งหมดตามสัญญา โดย ส่งให้ผู้ว่าจ้างภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันได้ลงนามสัญญา
    43