จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างโครงการยกระดับผู้ประกอบการ SMEs บุกตลาด FTA

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ 68029172157
฿2,500,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 10 ก.พ. 2568 นนทบุรี
รายละเอียดการจ้าง

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้จัดทำโครงการ “ยกระดับผู้ประกอบการ SMEs บุกตลาด FTA” เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม (Future Food) ให้มีความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดการค้าเสรี และสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อขยายการส่งออก วัตถุประสงค์หลักของโครงการคือ การสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่อง FTA, กฎระเบียบทางการค้า, โอกาสทางการค้า, และการใช้ประโยชน์จาก FTA ให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ, สร้างการมีส่วนร่วมต่อ FTA, และสร้างเครือข่ายธุรกิจ โครงการนี้มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ, แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, และนโยบายของรัฐบาล โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ประกอบการ SMEs ในกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม (Future Food) จำนวนไม่น้อยกว่า 60 ราย

ขอบเขตการดำเนินงานครอบคลุมการจัดทำแผนการดำเนินงาน, การดำเนินกิจกรรมต่างๆ เช่น การประชาสัมพันธ์, การคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ, การจัดงานเปิดตัวโครงการพร้อมจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า, การจัดกิจกรรมอบรมเชิงลึก (Boot Camp), และการสำรวจศักยภาพตลาดและสร้างเครือข่ายธุรกิจในตลาดญี่ปุ่น ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าเดินทาง, ค่าที่พัก, ค่าอาหาร, ค่าตอบแทนวิทยากร, และค่าบันทึกภาพและวีดีโอ ผู้เสนอราคาจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด, เช่น มีความสามารถตามกฎหมาย, ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย, และมีคุณสมบัติทางการเงินตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยโครงการมีงบประมาณ 2,500,000 บาท และมีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ลงนามสัญญาจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2568

English summary

The Department of International Trade Negotiations (DITN) has launched the “Upgrading SMEs to Conquer FTA Markets” project to support Small and Medium Enterprises (SMEs) operating in the Future Food sector. The main objectives are to enhance SMEs’ understanding of FTAs, trade regulations, market opportunities, and how to leverage FTAs for export expansion. The project also focuses on developing SMEs’ potential, fostering participation in FTAs, and building business networks. This project aligns with the National Strategy, the National Economic and Social Development Plan, and government policies, targeting SMEs in the food and beverage (Future Food) sector, with a minimum of 60 participants.

The scope of work includes developing an action plan, conducting various activities such as publicity, participant selection, launching the project with an exhibition and sales event, organizing a Boot Camp, and market research with business networking in Japan. The contractor must cover all related expenses, including travel, accommodation, meals, speaker fees, and photography/videography. Bidders must meet the specified qualifications, such as legal capacity, solvency, and financial criteria. The project has a budget of 2,500,000 baht and will run from the contract signing date until August 31, 2025.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้ประกอบการเรื่อง FTA กฎระเบียบทางการค้า โอกาสทางการค้าในตลาดการค้าเสรี และการใช้ประโยชน์จาก FTA ขยายการส่งออก
  • เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs สินค้า Future Food และสร้างการมีส่วนร่วมต่อ FTA พร้อมเข้าถึงตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • เพื่อสร้างคลัสเตอร์กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs สินค้า Future Food และเพิ่มเครือข่ายธุรกิจ

ขอบเขตของงาน

  1. จัดทำแผนการดำเนินงาน
    • นำเสนอแนวคิดการจัดงาน (Concept) ภาพสื่อสารหลัก (Key Visual) และข้อความสื่อสารหลัก (Key message)
    • ออกแบบโลโก้โครงการ
    • จัดทำแผนการดำเนินงาน (Action Plan)
    • นำเสนอรายชื่อและประวัติการทำงานของผู้ประสานงานหลักและคณะทำงาน
  2. การประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ประกอบการ SMEs สมัครเข้าร่วมโครงการ และคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ
    • ดำเนินการประชาสัมพันธ์และรับสมัครผู้ประกอบการ SMEs (Future Food) ไม่น้อยกว่า 60 ราย
    • จัดทำระบบลงทะเบียนออนไลน์
    • จัดทำเอกสารสรุปรายชื่อผู้สมัคร
    • ออกแบบและจัดทำโปสเตอร์
    • จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์อื่นๆ เช่น ข่าว สปอตวิทยุ สปอตโทรทัศน์
    • รวบรวมและติดตามจำนวนผู้สมัคร
    • จัดทำข้อมูลผู้สมัครในรูปแบบไฟล์ Word และ Power Point
    • คัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการฯ โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
    • จัดทำคุณสมบัติและหลักเกณฑ์การคัดเลือก
    • ประสานงานกับผู้สมัคร นำตัวอย่างผลิตภัณฑ์มาประกอบการพิจารณา
    • จัดการประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาคัดเลือก
    • จัดเตรียมสถานที่ เอกสาร อาหาร และอำนวยความสะดวกในการประชุมคัดเลือก
    • รวบรวมผลคะแนนและจัดทำรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก
    • ประสานผู้ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ
  3. จัดงานเปิดตัวโครงการ พร้อมจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า
    • ประสานเชิญผู้เข้าร่วมงาน (ผู้ประกอบการ, ผู้บริหาร, สื่อมวลชน)
    • นำเสนอรูปแบบการจัดงาน และจัดเตรียมสถานที่
    • ตกแต่งสถานที่, จัดเตรียมอุปกรณ์
    • จัดเตรียมพื้นที่แสดง/จำหน่ายสินค้า
    • จัดทำพื้นที่สำหรับการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน
    • จัดพิธีเปิดงาน
  4. จัดกิจกรรมอบรมเชิงลึก Boot Camp
    • นำเสนอหัวข้ออบรมและรายชื่อวิทยากร
    • จัดเตรียมสถานที่จัดอบรม
    • ตกแต่งสถานที่, จัดเตรียมอุปกรณ์
    • ออกแบบและจัดทำ Photo Backdrop
    • จัดทำแบบสอบถามและประเมินผล
    • จัดทำใบประกาศนียบัตร
    • อำนวยความสะดวก
  5. นำผู้ประกอบการเดินทางไปสำรวจศักยภาพตลาดและสร้างเครือข่ายธุรกิจในตลาดญี่ปุ่น
    • นำเสนอรูปแบบกิจกรรมสำรวจตลาดและสร้างเครือข่ายธุรกิจ
      • สำรวจศักยภาพตลาด (2 แห่ง)
      • เยี่ยมชมงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม (1 งาน)
      • จัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายธุรกิจ
    • จัดเตรียมเจ้าหน้าที่, ล่าม
    • จัดเตรียมของที่ระลึก
    • จัดทำป้ายไวนิล
    • จัดทำคู่มือ Company Profile
    • จัดทำแบบสอบถามและประเมินผล
    • ติดตามและสรุปผลกิจกรรม
  6. การดำเนินการด้านการอำนวยความสะดวกและรับผิดชอบค่าใช้จ่าย (การเดินทาง, โรงแรมที่พัก, อาหาร, อาหารว่างและเครื่องดื่ม, ค่าตอบแทนวิทยากรและคณะกรรมการ, การบันทึกภาพนิ่งและวีดีโอ)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  1. แผนการดำเนินงาน (Action Plan)
  2. ระบบลงทะเบียนออนไลน์สำหรับผู้สมัคร
  3. โปสเตอร์และสื่อประชาสัมพันธ์อื่นๆ
  4. รายชื่อและข้อมูลผู้สมัคร (ไฟล์ Word และ Power Point)
  5. รายงานผลการดำเนินงานโครงการฯ
  6. รายงานบทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary)
  7. เอกสาร (Hard Copy) จำนวน 5 ชุด และไฟล์ดิจิทัล (Digital File)
  8. ไฟล์ภาพถ่าย, วีดีโอ, วิดีทัศน์, เสียง (Full HD) ในหน่วยบันทึกข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (External Hard Drive) จำนวน 2 ชุด
  9. Photo Backdrop
  10. Gimmick
  11. ข่าวประชาสัมพันธ์
  12. สื่อประชาสัมพันธ์อื่นๆ เช่น โปสเตอร์ Standy
  13. วิดีทัศน์แนะนำโครงการ (ไม่น้อยกว่า 3 นาที)
  14. Photo Backdrop สำหรับกิจกรรมอบรม Boot Camp
  15. แบบสอบถามและประเมินผล
  16. ใบประกาศนียบัตร
  17. ป้ายไวนิล
  18. คู่มือ Company Profile
  19. E-Catalog
  20. ของที่ระลึก
  21. ตารางกิจกรรมสร้างเครือข่ายธุรกิจ
  22. คำกล่าวเปิด (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลา: ตั้งแต่ลงนามสัญญาจ้าง – 31 สิงหาคม 2568
  • การส่งมอบงาน:
    • งวดที่ 1: ภายใน 15 วันทำการ นับถัดจากวันที่ดำเนินกิจกรรมข้อ 9.4 เสร็จสิ้น
    • งวดที่ 2: ภายใน 15 วันทำการ นับถัดจากวันที่ดำเนินกิจกรรมข้อ 9.5 เสร็จสิ้น

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • มีความสามารถตามกฎหมาย
    • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    • ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    • ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
    • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
    • มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนด
    • เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
    • กรณี “กิจการร่วมค้า”: ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด
  • Standards Compliance: -
  • Experience: -
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities: -
  • Personnel: -

เกณฑ์การพิจารณา

  1. ราคาที่ยื่นเสนอ (Price): น้ำหนัก 40%
  2. ข้อเสนอด้านเทคนิค หรือข้อเสนออื่นๆ: น้ำหนัก 60%
    • วิธีการดำเนินงาน
      • การนำเสนอแผนการดำเนินงาน (Action Plan)
      • การนำเสนอแนวคิดการจัดงาน (Concept), ภาพการสื่อสารหลัก (Key Visual) และข้อความสื่อสารหลัก (Key Message)
      • การนำเสนอการออกแบบโลโก้, โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์, ฉากหลังถ่ายภาพ, และ Gimmick
      • การนำเสนอวิธีการประชาสัมพันธ์
      • การนำเสนอหัวข้ออบรม, รายชื่อและประวัติวิทยากร
      • การนำเสนอสถานที่สำหรับดำเนินกิจกรรม Boot Camp
      • การนำเสนอโรงแรมที่พัก และจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายธุรกิจ
      • การนำเสนอสถานที่สำหรับสำรวจศักยภาพตลาดและเข้าร่วมงานแสดงสินค้า
    • การประชาสัมพันธ์โครงการ
    • ประสบการณ์และผลงานที่เกี่ยวข้อง
    • การนำเสนอรายชื่อและประวัติการทำงานของคณะทำงาน

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การนำเสนอแผนการดำเนินงานโดยละเอียด
  • การนำเสนอแนวคิดการจัดงาน, ภาพการสื่อสารหลัก และข้อความสื่อสารหลัก
  • การออกแบบโลโก้, โปสเตอร์, ฉากหลังถ่ายภาพ, และ Gimmick
  • วิธีการประชาสัมพันธ์
  • หัวข้ออบรมและรายชื่อวิทยากรสำหรับกิจกรรม Boot Camp
  • สถานที่สำหรับกิจกรรม Boot Camp
  • โรงแรมที่พัก และสถานที่จัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายธุรกิจ
  • สถานที่สำหรับสำรวจศักยภาพตลาดและงานแสดงสินค้า

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายค่าจ้าง:
    • งวดที่ 1: 40% ของวงเงินค่าจ้าง หลังจากส่งมอบงานตามที่กำหนด (ข้อ 9.1-9.4)
    • งวดที่ 2: 60% ของวงเงินค่าจ้าง หลังจากส่งมอบงานตามที่กำหนด (ข้อ 9.2-9.5)
  • ค่าปรับ: 0.10% ต่อวันของค่าจ้างตามสัญญา (ขั้นต่ำ 100 บาทต่อวัน)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: ผู้ประกอบการ SMEs กลุ่มใดบ้างที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้?
    คำตอบ: ผู้ประกอบการ SMEs ที่ดำเนินธุรกิจประเภทสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม (Future Food) ที่มีความประสงค์จะส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ
  • คำถาม: มีกิจกรรมอะไรบ้างในโครงการนี้?
    คำตอบ: กิจกรรมหลัก ได้แก่ การประชาสัมพันธ์, การคัดเลือกผู้เข้าร่วม, การจัดงานเปิดตัว, การอบรมเชิงลึก (Boot Camp) และการสำรวจตลาดญี่ปุ่น
  • คำถาม: ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการสนับสนุนด้านใดบ้าง?
    คำตอบ: ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการสนับสนุนด้านความรู้เรื่อง FTA, การพัฒนาศักยภาพ, การสร้างเครือข่ายธุรกิจ, และโอกาสในการเข้าถึงตลาด
  • คำถาม: การอบรมเชิงลึก (Boot Camp) จะเน้นเรื่องอะไรบ้าง?
    คำตอบ: การอบรมจะครอบคลุมหัวข้อต่างๆ เช่น เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ, FTA, การจัดทำแผนธุรกิจ, การส่งออก, แหล่งเงินทุน, และกลยุทธ์การตลาด
  • คำถาม: โครงการนี้มีประโยชน์อย่างไรต่อผู้ประกอบการ?
    คำตอบ: โครงการจะช่วยให้ผู้ประกอบการมีความรู้ความเข้าใจเรื่อง FTA มากขึ้น, สามารถใช้ประโยชน์จาก FTA ในการขยายการส่งออก, และสร้างเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่งขึ้น
  • คำถาม: จะมีการวัดผลสำเร็จของโครงการอย่างไร?
    คำตอบ: จะมีการวัดผลโดยพิจารณาจากจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ, ความรู้ความเข้าใจเรื่อง FTA ที่เพิ่มขึ้น, และความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการ
  • คำถาม: ต้องใช้เอกสารอะไรในการสมัครเข้าร่วมโครงการบ้าง?
    คำตอบ: โปรดติดตามรายละเอียดการรับสมัครจากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งจะมีการประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการรับสมัคร รวมถึงเอกสารที่ต้องใช้
  • คำถาม: หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเข้าร่วมโครงการ จะติดต่อสอบถามได้ที่ไหน?
    คำตอบ: สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักพัฒนาความพร้อมทางการค้า ส่วนประสานงานเครือข่าย 1 กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ หรือตามช่องทางที่กรมฯ จะแจ้งให้ทราบต่อไป
  • คำถาม: การสำรวจตลาดในญี่ปุ่นจะดำเนินการอย่างไร?
    คำตอบ: จะมีการสำรวจตลาด, เยี่ยมชมงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม, และจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายธุรกิจกับผู้ประกอบการและผู้นำเข้าในตลาดญี่ปุ่น
  • คำถาม: ผู้ชนะการประมูลจะต้องส่งมอบงานอะไรบ้าง?
    คำตอบ: ผู้ชนะการประมูลจะต้องส่งมอบรายงานผลการดำเนินงาน, รายงานบทสรุปผู้บริหาร, เอกสาร, ไฟล์ดิจิทัล, และสื่อต่างๆ ตามที่ระบุไว้ใน TOR

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

๑. หลักการและเหตุผล ขอบเขตของงาน โครงการ “ยกระดับผู้ประกอบการ SMEs บุกตลาด FTA” ๑.๑ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ มีวิสัยทัศน์ "ขับเคลื่อนการเจรจาการค้าเชิงรุก เพื่อประโยชน์ สูงสุดของประเทศครอบคลุม ๘๐% ของการค้าไทยกับโลก ภายในปี ๒๕๗๐" โดยมีพันธกิจหลักในการเจรจา จัดทำความตกลงการค้าเสรีและเจรจาการค้าระหว่างประเทศเพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าในเวทีต่าง ๆ ทั้งระดับทวิภาคี ภูมิภาค และพหุภาคี จากการดำเนินการของกรมที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีความ ตกลงการค้าเสรี (FTA) ทั้งหมด ๑๔ ฉบับกับ ๑๘ ประเทศ ล่าสุด ไทยได้ร่วมลงนามความตกลงการค้าเสรี ไทย- ศรีลังกา เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ โดยความตกลงดังกล่าวนับเป็น FTA ฉบับที่ ๑๕ ของไทย ปัจจุบัน กรมได้ดำเนินการประชุมเจรจาความตกลงกับประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างต่อเนื่องเพื่อเปิดตลาดสินค้า บริการ และการลงทุนเพิ่มเติมกับประเทศคู่ภาคี รวมถึงการเจรจาเพื่อยกระดับ/ปรับปรุงความตกลงเดิม และการฟื้น/ เปิด การเจรจาใหม่ อาทิ ความตกลงการค้าเสรี ไทย-สหภาพยุโรป ไทย-สมาคมการค้าเสรียุโรป (EFTA) ไทย-สหราชอาณาจักร ไทย-สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) อาเซียน-แคนาดา และไทย-สหรัฐอาหรับเอ มิเรตส์ เป็นต้น ๑.๒ ๒ ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๔๐) ด้านความมั่นคง แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการต่างประเทศ ในด้านความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่าง ประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ หมุดหมาย ๕ ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุน และยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค และยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ด้านความมั่นคง กรมได้ดำเนินการเจรจาการค้าในระดับต่างๆ ซึ่งส่งผลให้ การค้าระหว่างประเทศของไทยขยายตัว และทำให้ไทยกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้า การลงทุน ในภูมิภาค ในทางคู่ขนาน กรมยังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการทั้งในด้านองค์ความรู้ เกี่ยวกับความตกลงการค้าเสรีและเน้นย้ำการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีเพื่อขยายการส่งออกของ ประเทศ การเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับกฎเกณฑ์ทางการค้า มาตรการนำเข้าส่งออกของประเทศคู่ค้า พร้อมกับ การสร้างเครือข่ายพันธมิตร โดยดำเนินการยกระดับการสร้างความรู้ ความเข้าใจในเชิงลึกเป็นรายกลุ่มสินค้า ครอบคลุมแต่ละภูมิภาคทั่วประเทศ อีกทั้งยังดำเนินการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลการเจรจา การทำประชาพิจารณ์ การรับฟังความเห็นในทุกภาคส่วน เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้เตรียมตัวรองรับผลกระทบจากการเปิดเสรี ๑.๓ กรมได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติราชการกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ.๒๕๖๖-๒๕๗๐ ประเด็นที่ ๓ สร้างขีดความสามารถการแข่งขันระหว่างประเทศ และแนวนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ผลักดันให้มีการใช้ประโยชน์จาก FTA โดยมีการผลักดันส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ และภาคประชาชนต่างๆ ใช้ประโยชน์จากความตกลง/ความร่วมมือทางการค้าภายใต้กรอบ ความร่วมมือระหว่างประเทศในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ ชี้ช่องทางการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี การลงพื้นที่ให้คำปรึกษาแก่ภาคส่วนต่างๆ ลงลึกถึงระดับชุมชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของ ผู้ประกอบการและพร้อมรับมือกับการแข่งขันในตลาดโลกต่อไป ๑.๔ เหตุผลความจำเป็นในการทำโครงการ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศมีพันธกิจหลักในการ ดำเนินการเจรจาการค้าในระดับพหุภาคี ภูมิภาค และทวิภาคี เพื่อเปิดตลาดสินค้า บริการ และการลงทุน และอีกหนึ่ง พันธกิจที่กรมดำเนินการควบคู่กันคือ การสร้างความรู้ความเข้าใจให้เรื่องการใช้ประโยชน์จาก FTA ให้กับ -๒- ผู้ประกอบการ SMEs เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ และทุกภาคส่วน เพื่อสร้างแต้มต่อทางการค้า ขยายการ ส่งออก และเตรียมตัวรองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเปิดเสรีทางการค้า ผู้ประกอบการ SMEs หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เป็นกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมีมูลค่าต่อ GDP ของประเทศมากกว่าร้อยละ ๓๕ โดยปี ๒๕๖๗ ไทยมีผู้ประกอบการ SMEs หรือวิสาหกิจขนาด กลางและขนาดย่อม จำนวน ๓.๒๒ ล้านราย ขยายตัวจากปีก่อนร้อยละ ๑.๒๐ และมีสัดส่วนร้อยละ ๙๙.๕ เมื่อเทียบ กับวิสาหกิจทั้งประเทศ โดยวิสาหกิจส่วนใหญ่เป็นวิสาหกิจรายย่อยจำนวน ๒.๗๓ ล้านราย คิดเป็นร้อยละ ๘๔.๕ ส่วน วิสาหกิจขนาดใหญ่มีจำนวน ๑๓,๓๖๑ ราย คิดเป็นร้อยละ ๐.๕ ซึ่ง SMEs เป็นแหล่งจ้างงานสำคัญของประเทศ ที่มีจำนวน ๑๓ ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ ๗๑ ของการจ้างงานทั้งหมด ทั้งนี้ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เป็นสาขาการผลิตสำคัญของเศรษฐกิจและเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมต่อเนื่องจำนวนมาก สร้างรายได้ผลิตภัณฑ์ มวลรวม ภายในประเทศอยู่อันดับที่ ๑ ในภาคอุตสาหกรรม คิดเป็นมูลค่า ๒๗,๖๙๖ ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นมูลค่า จาก SMEs ๙,๒๐๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมีสัดส่วนร้อยละ ๓๓.๒ ของ GDP ในสาขาอาหารและเครื่องดื่ม และมี SMEs อยู่ในอุตสาหกรรมดังกล่าว ๑๓๖,๖๖๓ ราย คิดเป็นร้อยละ ๔.๕๖ ของจำนวน SMEs ทั้งหมดของประเทศ มีการจ้างงาน ๕๒๔,๔๙๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๔.๓๑ ของการจ้างงานรวม ไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่อันดับที่ ๑๓ ของโลก มีมูลค่าการส่งอออกกว่า ๓๐๕,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ สหรัฐ แต่ปัจจุบันประเทศต่างๆ รวมทั้งไทยกำลังประสบปัญหาภัยแล้ง หรือ “เอลนีโญ” โดยเฉพาะในปี ๒๕๖๗ ซึ่งคาด ว่า จะส่งผลกระทบต่อการทำพืชผลการเกษตรและการปศุสัตว์ ทำให้ “อาหารแห่งอนาคต” หรือ Future Food เป็นอาหารทางเลือกของกลุ่มคนรักสุขภาพ ซึ่งผลิตจากแหล่งโปรตีนพืชและนำมาใช้เป็นอาหารทดแทนเนื้อสัตว์ เมื่อปี ๒๕๖๖ ไทยส่งออกอาหารแห่งอนาคตอยู่ที่ ๓,๗๓๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๓.๕๖ จากปีก่อน ซึ่งไทยเป็นผู้ส่งออกโปรตีนทางเลือกรายใหญ่อันดับที่ ๒๕ ของโลก ตลาดส่งออกหลัก คือ สหรัฐอเมริกา เวียดนาม กัมพูชา จีน และเมียนมา คิดเป็นสัดส่วนรวมร้อยละ ๕๒.๗๙ อาหารแห่งอนาคตแบ่งออกเป็น ๔ กลุ่ม ได้แก่ (๑) อาหารฟังก์ชัน (Functional Food) เป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่เมื่อบริโภคเข้าสู่ร่างกาย แล้วจะทำหน้าที่อื่นๆ ให้กับร่างกาย นอกเหนือจากความอิ่มและรสชาติอร่อย ให้คุณค่าทางอาหารที่จำเป็นในด้านการปรับปรุงระบบ ภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยมีกลุ่มอาหารที่มีการแต่งเติมสารอาหารหรือลดสารอาหารที่เป็นประโยชน์น้อย สามารถ บริโภคเป็นอาหารประจำวัน ไม่มีข้อจำกัดเหมือนยา เช่น อาหารและเครื่องดื่มที่เสริมด้วยวิตามินหรือแร่ธาตุต่างๆ และกลุ่มอาหารที่แปรรูปจากวัตถุดิบธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเฉพาะที่ส่งผลดีต่อร่างกาย เช่น ถั่วเหลือง กระเทียม มะเขือเทศ โยเกิร์ต เป็นต้น (๒) อาหารใหม่ (Novel Food) เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้จากพืชหรือสัตว์ที่ ไม่ได้ใช้เทคนิค การผลิตโดยทั่วไปของอาหารนั้นๆ มีการปรับแต่งกระบวนการผลิตแบบใหม่ด้านโครงสร้างหรือรูปแบบอาหาร เช่น โปรตีนจากพืช เนื้อจากพืช นมจากพืช (๓) อาหารทางการแพทย์ (Medical Food) เป็นผลิตภัณฑ์อาหาร ที่ใช้ทดแทนยาหรืออาหารเสริมภายใต้การควบคุมของแพทย์ เช่น เจลลี่สำหรับผู้ป่วย และ (๔) อาหารอินทรีย์ (Organic Food) เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ผลิตหรือแปรรูป โดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลงที่สังเคราะห์ทางเคมี ไม่มีการตัดแต่ง พันธุกรรม ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs สินค้า Future Food ที่มีจำนวนมากกระจายในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าจากวัตถุดิบอาหารในพื้นที่ ที่เป็นจุดแข็งของประเทศโดยใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีและงานวิจัย ผลิตอาหารที่มีความปลอดภัยต่อสุขภาพ สามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มา และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิต ของคนในชุมชน อีกทั้งผลผลิตที่ออกมาสามารถส่งออก โดยใช้ประโยชน์จาก FTA เข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ในตลาด การค้าเสรีที่มีแนวโน้มที่ตระหนักถึงคุณภาพและสุขภาพ ตลอดจนวัตถุดิบและส่วนผสม รวมถึงให้ความใส่ใจเรื่อง การรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน -៣- ๒. วัตถุประสงค์ ๒.๑ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้ประกอบการเรื่อง FTA กฎระเบียบทางการค้า โอกาสทางการค้า ในตลาดการค้าเสรี และการใช้ประโยชน์จาก FTA ขยายการส่งออก ๒.๒ เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs สินค้า Future Food และสร้างการมีส่วนร่วมต่อ FTA พร้อมเข้าถึงตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ๒.๓ เพื่อสร้างคลัสเตอร์กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs สินค้า Future Food และเพิ่มเครือข่ายธุรกิจ ๓. ความสอดคล้องกับแผนระดับนโยบาย ๓.๑ ยุทธศาสตร์ชาติ : ด้านความมั่นคง ๓.๒ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ : ประเด็นที่ ๒ การต่างประเทศ ๓.๓ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ : หมุดหมายที่ ๕ ไทยเป็นประตูการค้า การลงทุนและยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค ๓.๔ ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ : ด้านความมั่นคง ข้อย่อย ๑.๑.๖ ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ ๓.๕ นโยบายรัฐบาล : นโยบายที่ ๓ นโยบายระยะกลาง ๓.๑.๑.๒ การเจรจากรอบความร่วมมือทางการค้าระหว่างประเทศ (FTA) ๓.๖ แผนปฏิบัติราชการกระทรวงพาณิชย์ (ปี ๒๕๖๖-๒๕๗๐) : ประเด็นที่ ๓ สร้างขีดความสามารถการแข่งขันระหว่างประเทศ ๔. กลุ่มเป้าหมาย ผู้ประกอบการ SMEs ที่ดำเนินธุรกิจประเภทสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม (Future Food) ๕. งบประมาณ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) โดยเบิกจ่ายจากงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ งบรายจ่ายอื่น โครงการ จัดทำเขตการค้าเสรี รายการค่าใช้จ่ายในการจัดทำเขตการค้าเสรี ๖. ระยะเวลาและสถานที่ดำเนินการ ๖.๑ ระยะเวลา นับตั้งแต่ลงนามสัญญาจ้าง – ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ ๖.๒ สถานที่ดำเนินการ คือ ประเทศไทย และประเทศญี่ปุ่น ๗. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ๗.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๗.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๗.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ -๔- ๗.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ๗.๕ ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของ รัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินการในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วยแล้ว ๗.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ๗.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๗.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกับผู้ยื่นข้อเสนอราคายื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมเจรจาการค้าระหว่าง ประเทศ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน ราคาอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ ๗.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้เสนอ ราคาได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น ๗.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ "กิจการร่วมค้า" ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ กิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ในเอกสารเชิญชวน เว้นแต่ในกรณีกิจการร่วมค้าที่มีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใด รายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นสามารถใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของ กิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงดังกล่าว จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่า ตามสัญญา มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย ๗.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นคู่สัญญาต้องลงทะเบียนในระบบจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๗.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อ จัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๑๒๔ ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๖ ดังนี้ มูลค่าสุทธิของกิจการ (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะ การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท (๓) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงิน ฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชี เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา -๕- (๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่าสำเนาถูกต้อง งบประมาณที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณี ได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน) (๕) กรณีตาม (๑) - (๔) ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้ (๕.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ (๕.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑ (๕.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และ งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ ๘. ขอบเขตการดำเนินงาน ผู้ว่าจ้างจะต้องดำเนินการและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ซึ่งมีขอบเขตการดำเนินงาน ดังนี้ ๘.๑ จัดทำแผนการดำเนินงาน ๘.๒ การดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการฯ ๘.๒.๑ ประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ประกอบการ SMEs สมัครเข้าร่วมโครงการ และคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ ๘.๒.๒ จัดงานเปิดตัวโครงการ พร้อมจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า ๘.๒.๓ จัดกิจกรรมอบรมเชิงลึก Boot Camp ๘.๒.๔ จัดกิจกรรมสำรวจศักยภาพตลาดและสร้างเครือข่ายธุรกิจในตลาดญี่ปุ่น ๘.๓ การดำเนินการด้านการอำนวยความสะดวกและรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ๘.๓.๑ การดำเนินการด้านการเดินทาง ๘.๓.๒ การดำเนินการด้านโรงแรมที่พัก ๘.๓.๓ การดำเนินการค่าอาหาร ๘.๓.๔ การดำเนินการค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ๘.๓.๕ การดำเนินการด้านค่าตอบแทนวิทยากรและคณะกรรมการฯ ๘.๓.๖ การดำเนินการด้านการบันทึกภาพนิ่งและวีดีโอ ๙. รายละเอียดการดำเนินงาน ให้ดำเนินการและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ๙.๑. จัดทำแผนการดำเนินงาน ให้ดำเนินการ ดังนี้ ๑) นำเสนอแนวคิดการจัดงาน (Concept) ภาพสื่อสารหลัก (Key Visual) และข้อความสื่อสารหลัก (Key message) ที่สร้างสรรค์มาเพื่อโครงการโดยเฉพาะ ๒) ออกแบบโลโก้โครงการภายใต้ชื่อ “ยกระดับผู้ประกอบการ SMEs บุกตลาด FTA” ๓) จัดทำแผนการดำเนินงาน (Action Plan) ของโครงการฯ รวมทั้งการดำเนินงานของทุกกิจกรรมภายใต้ โครงการฯ โดยละเอียด -b- โครงการ ๔) นำเสนอรายชื่อและประวัติการทำงานของผู้ประสานงานหลักและคณะทำงานที่รับผิดชอบตลอดทั้ง ๙.๒ การประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ประกอบการ SMEs สมัครเข้าร่วมโครงการ และคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ ๙.๒.๑ การประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ประกอบการ SMEs สมัครเข้าร่วมโครงการ ๑) ดำเนินการประชาสัมพันธ์เชิญชวนและรับสมัครผู้ประกอบการ SMEs ที่ดำเนินธุรกิจประเภท สินค้าอาหารและเครื่องดื่ม (Future Food) พร้อมส่งออกไปตลาดต่างประเทศ จำนวนไม่น้อยกว่า ๖๐ ราย ๒) จัดทำระบบการลงทะเบียนออนไลน์เพื่อรับสมัครเข้าร่วมโครงการ (Registration System) ๓) จัดทำเอกสารสรุปรายชื่อผู้สมัครรายละเอียดผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ ในการรับสมัครให้ดำเนินการตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยจัดให้มีผู้ประสานงานและตอบข้อซักถามอย่างน้อย ๑ คน ๔) ออกแบบและจัดทำโปสเตอร์เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนกลุ่มเป้าหมายสมัครเข้าร่วมโครงการ และประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ อีเมล จดหมาย และโทรศัพท์ เป็นต้น ๕) จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์อื่น ๆ เช่น ข่าว สปอตวิทยุ สปอตโทรทัศน์ เป็นต้น ๖) รวบรวมและติดตามจำนวนผู้สมัครตั้งแต่วันเริ่มรับสมัครจนถึงวันสิ้นสุดการรับสมัคร โดย แจ้งความคืบหน้าจำนวนผู้สมัครให้กรมทราบ ๗) จัดทำข้อมูลผู้สมัครทั้งหมดในรูปแบบไฟล์ Word และ Power Point เพื่อใช้ประกอบการ พิจารณาของคณะกรรมการในการคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ ๙.๒.๒ การคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการฯ ๑) บริษัทผู้รับจ้างนำเสนอรายชื่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่น้อยกว่า ๕ คน ให้กรม พิจารณา โดยต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ หรือเป็นที่ยอมรับในด้านที่เกี่ยวข้อง เช่น ด้านกฎระเบียบ และมาตรฐาน การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การตลาด นวัตกรรม และการผลิตและส่งออกสินค้าไทย (โดยเฉพาะสินค้า Future Food) เป็นต้น เพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ มีองค์ประกอบของคณะกรรมการ ดังนี้ (๑.๑) กรรมการภาครัฐ เช่น กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เมืองนวัตกรรมอาหาร สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย เป็นต้น (๑.๒) กรรมการภาคเอกชน เช่น สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ ไทย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย เป็นต้น ๒) จัดทำคุณสมบัติและหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งประกอบด้วย ผู้เข้าร่วมโครงการ ๒๐ ราย และสำรอง ๑๐ราย รวม ๓๐ ราย ทั้งนี้ คุณสมบัติและหลักเกณฑ์การพิจารณาจะต้องผ่าน ความเห็นชอบของกรม ๓) ประสานงานกับผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ นำตัวอย่างผลิตภัณฑ์มาประกอบการพิจารณา คัดเลือกของคณะกรรมการฯ โดยบริษัทผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รวบรวมผลิตภัณฑ์ดังกล่าว มาจัดวางในวันคัดเลือก ๔) จัดการประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ ๕) จัดเตรียมสถานที่ เอกสาร อาหารกลางวัน อาหารว่างและเครื่องดื่ม พร้อมอำนวยความสะดวก ในการประชุมคัดเลือกผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ หากมีเหตุการณ์พิเศษที่ไม่สามารถจัดการประชุมฯ ร่วมกัน ณ สถานที่ดังกล่าวได้ อาจปรับรูปแบบเป็นการประชุมออนไลน์ หรือผสมผสาน (Hybrid) แทน โดยบริษัทผู้ รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและจัดเตรียมระบบหรือโปรแกรมที่สามารถรองรับการดำเนินการจัดประชุม ในรูปแบบออนไลน์ เช่น โปรแกรม Zoom, Microsoft Team หรือ Google Meet เป็นต้น -๗- ๖) รวบรวมผลคะแนนการคัดเลือกของคณะกรรมการฯ และจัดทำรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเสนอ ให้กรมทราบ ๗) ประสานผู้ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ เพื่อเตรียมพร้อมเข้าร่วมกิจกรรมงานเปิดตัวโครงการ/ จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า ๙.๓ จัดงานเปิดตัวโครงการ พร้อมจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า ๙.๓.๑ ประสานเชิญเข้าร่วมงาน ๑) ผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือก จำนวนไม่น้อยกว่า ๒๐ ราย เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมเปิดตัว โครงการ/จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า ๒) ผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ แขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชล และเจ้าหน้าที่กรม จำนวนไม่น้อยกว่า ๘๐ คน เข้าร่วมงาน ประกอบด้วย ๓) สื่อมวลชนร่วมทำข่าวในวันงาน และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวผ่านช่องทางของสำนักข่าวต่าง ๆ (๓.๑) สื่อโทรทัศน์ไม่น้อยกว่า ๑ ช่อง (๓.๒) สื่อสิ่งพิมพ์ไม่น้อยกว่า ๑ ฉบับ ๙.๓.๒ พื้นที่จัดงาน ๑) นำเสนอรูปแบบการจัดงาน และจัดเตรียมสถานที่จัดงาน ณ กระทรวงพาณิชย์ ๒) ตกแต่งสถานที่ จัดเตรียมอุปกรณ์ เช่น อุปกรณ์แสง สี เสียง สัญญาณอินเตอร์เน็ต เป็นต้น และอำนวยความสะดวกระหว่างการจัดงานให้กับผู้เข้าร่วมงาน ๓) จัดเตรียมพื้นที่แสดง/จำหน่ายสินค้า พร้อมอุปกรณ์แสดงสินค้าสำหรับผู้ประกอบการ ที่เข้าร่วมโครงการ เช่น โต๊ะ ตู้ ชั้นแสดงสินค้า ปลั๊กไฟ ถังขยะ ป้ายแสดงชื่อร้านและข้อมูลของผู้เข้าร่วมโครงการ เป็นต้น โครงการ ๔) จัดทำพร้อมออกแบบพื้นที่สำหรับการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชลและถ่ายภาพประชาสัมพันธ์ ๙.๓.๓ พิธีเปิดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า ๑) ผู้เข้าร่วมงาน ได้แก่ ผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เจ้าหน้าที่ กรม แขกผู้มีเกียรติ ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน ๒) การดำเนินงาน ให้ดำเนินงาน ดังนี้ (๒.๑) ออกแบบและจัดทำรูปแบบ Gimmick & Effect พร้อมติดตั้งอุปกรณ์แสง สี เสียงให้เหมาะสม และควบคุมการดำเนินงานสำหรับพิธีเปิดงาน (๒.๒) จัดเตรียมพิธีกร ที่มีประสบการณ์ในการทำงานด้านพิธีการ จำนวน ๑ คน (๒.๓) จัดทำพร้อมออกแบบวิดีทัศน์แนะนำโครงการไม่น้อยกว่า ๓ นาที โดยเนื้อหา และรูปแบบต้องสื่อถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ มีการบรรยายเป็นภาษาไทย และในวีดีทัศน์ต้องมีคำบรรยาย (Subtitle) เป็นภาษาอังกฤษ (๒.๔) จัดทำพร้อมออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์ เช่น โปสเตอร์ Standy เป็นต้น (๒.๕) จัดทำข่าวประชาสัมพันธ์ในวันจัดงานผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ เว็บไซต์ข่าว และอีเมล เป็นต้น (๒.๖) ออกแบบและจัดทำ Photo Backdrop ด้วยวัสดุที่เหมาะสมกับการใช้งานและ มีขนาดไม่น้อยกว่า ๒ × ๓ เมตร จำนวน ๑ ชิ้นงาน (๒.๗) จัดทำพร้อมออกแบบวัสดุสื่อประชาสัมพันธ์โครงการ จำนวนไม่น้อยกว่า ๕๐ ชิ้น มูลค่าไม่ต่ำกว่าชิ้นละ ๒๕๐ บาท -៨- ทั้งนี้ การดำเนินการตามข้อ (๒.๑) - (๒.๗) บริษัทผู้รับจ้างต้องส่งให้กรมพิจารณา (๒.๘) จัดให้มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกตลอดงาน จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๕ คน (๒.๙) จัดให้มีการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live บนเฟซบุ๊กเพจของกรมเจรจา การค้าระหว่างประเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลและกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในงาน (ถ้ามี) และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (๒.๑๐) จัดให้มีจุดลงทะเบียน และรับผิดชอบการลงทะเบียน (๒.๑๑) รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง รื้อถอน ค่าทำความสะอาด ค่าเสียหาย ๙.๔ กิจกรรมการอบรมเชิงลึก Boot Camp ๙.๔.๑ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ ผู้ประกอบการ SMEs ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ ตามข้อ ๙.๒ ข้อ ๙.๒.๒ จำนวนไม่น้อยกว่า ๒๐ ราย รวมทั้งผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และวิทยากร ไม่น้อยกว่า ๑๒ คน ๙.๔.๒ การดำเนินงาน ดังนี้ ๑) นำเสนอหัวข้ออบรม จำนวน ๖ หัวข้ออบรม และรายชื่อวิทยากร จำนวน 5 ราย ที่เชี่ยวชาญ ด้านต่าง ๆ เช่น เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ FTA การจัดทำแผนธุรกิจ ขั้นตอนและกฎระเบียบการส่งออก แหล่งเงินทุนสำหรับ SMEs งานวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรม กลยุทธ์การทำตลาดและแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภค สินค้า Future Food ในตลาดญี่ปุ่น รวมทั้งข้อมูลด้านทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น มาอบรมและให้คำปรึกษา ผู้ประกอบการ ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓ วัน ๒ คืน ไม่เกิน ๓๐๐ กิโลเมตร ๒) จัดเตรียมสถานที่จัดอบรม ในสถานที่เดียวกับที่พัก (โรงแรมระดับ ๔ ดาวขึ้นไป) อยู่ในระยะทาง ๓) ตกแต่งสถานที่จัดอบรม จัดเตรียมอุปกรณ์ในการอบรม เช่น แสง สี เสียง สัญญาณอินเตอร์เน็ต ความเร็วสูง และอุปกรณ์สำนักงาน เป็นต้น และอำนวยความสะดวกระหว่างการจัดกิจกรรมให้กับวิทยากร ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ ๔) ออกแบบและจัดทำ Photo Backdrop สำหรับกิจกรรมอบรม Boot Camp ขนาดไม่น้อยกว่า ๒ - ๓ เมตร จำนวน ๑ ชิ้นงาน ๕) จัดทำแบบสอบถามและประเมินผลสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการทุกราย ๖) จัดทำพร้อมออกแบบใบประกาศนียบัตร และจัดพิธีมอบใบประกาศนียบัตรให้ผู้ที่ผ่านการ เข้าร่วมอบรมในกิจกรรมอบรมเชิงลึก Boot Camp *๗) อำนวยความสะดวกให้กับผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรม คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ วิทยากร และผู้ประกอบการ ตลอดระยะเวลาการจัดกิจกรรม ๙.๕ นำผู้ประกอบการเดินทางไปสำรวจศักยภาพตลาดและสร้างเครือข่ายธุรกิจในตลาดต่างประเทศ ๙.๕.๑ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ ผู้ประกอบการ SMEs ที่ผ่านการคัดเลือกจากกิจกรรมอบรมเชิงลึก Boot Camp จำนวน ๑๐ ราย และผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ จำนวน ๗ คน รวมทั้งสิ้น ๑๗ คน ๙.๕.๒ การดำเนินงาน ดังนี้ ๑) นำเสนอรูปแบบและจัดกิจกรรมนำผู้ประกอบการสำรวจศักยภาพตลาดและสร้างเครือข่าย ธุรกิจในตลาดต่างประเทศให้กับผู้ประกอบการ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระยะเวลา ๓ วัน ๒ คืน โดยนำเสนอ รูปแบบกิจกรรม ดังนี้ -৯৩- (๑.๑) สำรวจศักยภาพตลาดสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม จำนวน ๒ แห่ง ๑.๑.๑ นำเสนอสถานที่สำหรับสำรวจศักยภาพตลาด อาทิ ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซุปเปอร์มาร์เก็ต และสหกรณ์ญี่ปุ่น (ZEN-NOH) เป็นต้น ให้กรมพิจารณา ๑.๑.๒ ประสานงาน อำนวยความสะดวกในการเข้าเยี่ยมชม พบหารือผู้บริหารหรือ ผู้แทนสถานที่ พร้อมจัดเตรียมข้อมูลสถานที่ (๑.๒) เยี่ยมชมงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม จำนวน ๑ งาน ระบุวันและเวลาที่จัดงาน ๑.๒.๑ นำเสนองานแสดงสินค้าเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่ม Future Food พร้อม ๑.๒.๒ จัดเตรียมบัตรเข้าชมงานดังกล่าว พร้อมอำนวยความสะดวก ๑.๒.๓ จัดเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับงานแสดงสินค้าดังกล่าว (๑.๓) จัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายธุรกิจ โดยบริษัทผู้รับจ้าง ต้องดำเนินการ ดังนี้ ๑.๓.๑ จัดเตรียมสถานที่ และอำนวยความสะดวกในกิจกรรมสร้างเครือข่ายธุรกิจ ๑.๓.๒ ประสานงาน เตรียมการให้ผู้ประกอบการหรือผู้นำเข้าสินค้าอาหารและ เครื่องดื่ม Future Food ในตลาดญี่ปุ่น จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐ ราย มาพบเพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย จำนวน ๑ คน ๑.๓.๓ จัดทำตารางกิจกรรมสร้างเครือข่ายธุรกิจ ๑.๓.๔ จัดทำคำกล่าวเปิดของประธานเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ๑.๓.๕ จัดเตรียมพิธีกร ภาษาไทย-อังกฤษ-ญี่ปุ่น (๓ ภาษา) เพื่อดำเนินกิจกรรม ๑.๓.๖ จัดเตรียมข้อมูลผู้นำเข้า เป็นภาษาไทย ในรูปแบบ E-Catalog ๒) จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ ไม่น้อยกว่า ๒ คน ร่วมเดินทางกับคณะ เพื่อประสานงานเจ้าหน้าที่กรม สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว ผู้ประกอบการ และอำนวยความสะดวก ตลอดระยะเวลา ๓ วัน ๓) จัดเตรียมล่าม ภาษาไทย-ญี่ปุ่น (๒ ภาษา) ที่มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจการค้าในตลาดญี่ปุ่น จำนวนไม่น้อยกว่า ๒ คน ตลอดการดำเนินกิจกรรมทั้ง ๓ วัน ยกเว้นวันจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายธุรกิจ เพิ่มจำนวน ล่ามอีก ๓ คน รวมทั้งสิ้น ๕ คน และเยี่ยมชมงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม เพิ่มจำนวนล่ามอีกจำนวน ๑ คน รวมทั้งสิ้น ๓ คน เพื่อให้ข้อมูลภาพรวม การทำตลาด และธุรกิจการค้าในตลาดญี่ปุ่น และอำนวยความสะดวกให้กับ คณะ รวมทั้งนำเสนอผลิตภัณฑ์และแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการค้า ๔) จัดเตรียมของที่ระลึกที่แสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทย สำหรับผู้แทนสำนักงานส่งเสริม การค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว และผู้แทนสถานที่ จำนวน ๒ ชิ้น ราคาชิ้นละ ๒,๕๐๐ - ๓,๐๐๐ บาท ๕) จัดทำพร้อมออกแบบป้ายไวนิล ขนาดไม่ต่ำกว่า ๑ x ๑.๘ เมตร จำนวน ๑ ชิ้น ๖) จัดทำคู่มือ Company Profile ของผู้เข้าร่วมโครงการจำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐ ราย เป็นภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น ในรูปแบบ Hard Copy ปริ้นสี จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐๐ ชิ้น และ E-Catalog ๗) จัดทำแบบสอบถามและประเมินผลผู้เข้าร่วมโครงการทุกราย ๘) ติดตามและสรุปผลกิจกรรมสร้างเครือข่ายธุรกิจโดยส่งให้กรมภายใน ๑๕ วันทำการ หลังจากดำเนินกิจกรรมเสร็จสิ้น ๙.๕.๓ การดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ๑) อำนวยความสะดวกให้กับผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรม คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และ ผู้ประกอบการ SMEs จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๗ คน ตลอดระยะเวลาการจัดกิจกรรม ๓ วัน ๒) รับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่นๆ สำหรับผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรม คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และผู้ประกอบการ SMEs เช่น ค่าจัดทำวีซ่า ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ค่าสถานที่ในการจัดกิจกรรมต่างๆ ค่าบัตรเข้าเยี่ยม ชมสถานที่ต่างๆ ตลอดระยะเวลา ๓ วัน -06- ๓) รับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่นๆ สำหรับผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้แก่ ค่าหนังสือเดินทาง (ถ้ามี) ค่าเครื่องแต่งกาย ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าแพ็คเกจอินเตอร์เน็ต หรือซิมการ์ดของไทยสำหรับ ใช้ในต่างประเทศ ทั้งนี้ อัตราค่าใช้จ่ายสำหรับค่าเครื่องแต่งกายและค่าเบี้ยเลี้ยง ให้เป็นไปตามระเบียบราชการกำหนด ๙.๖ การดำเนินการด้านการอำนวยความสะดวกและรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ๙.๖.๑ การดำเนินการด้านการเดินทาง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกตลอดระยะเวลาที่ดำเนินโครงการ โดยต้อง จัดเตรียมพาหนะที่มีสภาพใหม่ มีประกันภัย และมีพนักงานขับรถ พร้อมอาหารว่างและเครื่องดื่มอย่างเพียงพอ เหมาะสม รวมถึงค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าธรรมเนียมค่าผ่านทาง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการเดินทาง สำหรับผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรม คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ วิทยากร และผู้ประกอบการ จำนวน ๖ วัน รวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า ๒๙ คน โดยมีรายละเอียดดังนี้ ๑) รับผิดชอบค่าใช้จ่ายการเดินทาง ระยะเวลา ๓ วัน ๒ คืน ตามกิจกรรมข้อ ๙.๔ จัดเตรียมพร้อมรับผิดชอบรถตู้ปรับอากาศ (ไป-กลับ) จากกระทรวงพาณิชย์ไปยังสถานที่ อบรม จำนวน ๒ คัน จำนวน ๓ วัน สำหรับผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรม คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และวิทยากร จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๒ คน โดยต้องเป็นรถตู้ปรับอากาศสภาพดี และไม่ต่ำกว่ารุ่นปี ๒๐๒๐ จำนวน ๙ ที่นั่ง รวมทั้งต้อง รับผิดชอบค่าแท็กซี่ (ไป-กลับ) จากบ้านพักไปยังกระทรวงพาณิชย์ของเจ้าหน้าที่ ๒) รับผิดชอบค่าใช้จ่ายการเดินทาง ระยะเวลา ๓ วัน ๒ คืน ตามกิจกรรมข้อ ๙.๕ (๑) จัดเตรียมพร้อมรับผิดชอบค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน (ไป-กลับ) รวมค่าภาษีสนามบิน หรือภาษีอื่นๆที่เกี่ยวข้อง สำหรับผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรม คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และผู้ประกอบการ รวมจำนวน ทั้งสิ้น ๑๗ คน (๒) จัดเตรียมพร้อมรับผิดชอบรถบัสสำหรับเดินทางในประเทศญี่ปุ่นและพื้นที่จัดเก็บ สัมภาระ ที่เพียงพอและเหมาะสมกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนทั้งสิ้น ๑๗ คน (๓) รับผิดชอบค่าแท็กซี่ ไป-กลับ จากบ้านพักไปยังสนามบิน สำหรับผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรม และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ จำนวนทั้งสิ้น ๗ คน ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องอำนวยความสะดวกอื่นๆ หากมีเหตุปัจจัยที่ส่งผลให้การเดินทางไม่เป็นไปตาม กำหนดการ ให้มีการดูแล การรับรอง และการอำนวยความสะดวกทีเหมาะสมแก่ผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้อง ๙.๖.๒ การดำเนินการด้านโรงแรมที่พัก ผู้รับจ้างต้องสำรองและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายสำหรับผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรม คณะกรรมการตรวจ รับพัสดุ วิทยากร และผู้ประกอบการ จำนวน ๔ คืน รวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า ๒๙ ห้อง (Room Night) หรือตามจำนวนที่ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศกำหนด กรณีการจับคู่ห้องพักชายหญิงตกเศษ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ๑) รับผิดชอบค่าใช้จ่ายโรงแรมที่พัก ระยะเวลา ๓ วัน ๒ คืน ตามกิจกรรมข้อ ๙.๔ จัดเตรียมพร้อมรับผิดชอบรับค่าที่พัก (โรงแรมระดับ ๔ ดาวขึ้นไป) สำหรับผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ กรม คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ วิทยากร และผู้ประกอบการ จำนวน ๒ คืน รวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า ๒๐ ห้อง (Room Night) ๒) รับผิดชอบค่าใช้จ่ายโรงแรมที่พัก ตามกิจกรรมข้อ ๙.๕ จัดเตรียมพร้อมรับผิดชอบรับค่าที่พัก (โรงแรมระดับ ๓ ดาวขึ้นไป) สำหรับผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรม คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และผู้ประกอบการ จำนวน ๒ คืน รวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า ๙ ห้อง (Room Night) ๙.๖.๓ การดำเนินการค่าอาหาร -๑๑- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอาหารพร้อมน้ำดื่มครบทุกมื้อให้ครอบคลุมระยะเวลาการจัดกิจกรรม ตามความเหมาะสมและมีจำนวนเพียงพอตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ จำนวน ๑๙ มื้อ แบ่งเป็น อาหารเช้า ๕ มื้อ (กิจกรรม ๙.๓ จำนวน ๓๒ คน และกิจกรม ๙.๔ จำนวน ๑๗ คน) อาหารกลางวัน ๘ มื้อ (กิจกรรม ๙.๒.๒ จำนวน ๑๐ คน กิจกรรม ๙.๓ จำนวน ๑๐๐ คน กิจกรรม ๙.๔ จำนวน ๓๒ คน และกิจกรรม ๙.๕ จำนวน ๑๗ คน) และอาหารเย็น ๖ มื้อ (กิจกรรม ๙.๒.๒ จำนวน ๑๐ คน กิจกรรม ๙.๔ จำนวน ๓๒ คน และกิจกรรม ๙.๕ จำนวน ๑๗ คน) โดยมีรายละเอียดดังนี้ ๑) รับผิดชอบค่าอาหารที่เกิดขึ้น ตามกิจกรรมข้อ ๙.๒.๒ จัดเตรียมและรับผิดชอบค่าอาหารกลางวันและอาหารเย็นพร้อมน้ำดื่ม รวม ๒ มื้อ ในวันคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการฯ สำหรับคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และเจ้าหน้าที่ จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐ คน ๒) รับผิดชอบค่าอาหารที่เกิดขึ้น ตามกิจกรรมข้อ ๙.๓ จัดเตรียมและรับผิดชอบค่าอาหารกลางวันพร้อมน้ำดื่ม ๑ มื้อ ในวันจัดงานเปิดตัวโครงการ พร้อมจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า สำหรับผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เจ้าหน้าที่กรม ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน ๓) รับผิดชอบค่าอาหารที่เกิดขึ้น ตามกิจกรรมข้อ ๙.๔ จัดเตรียมและรับผิดชอบค่าอาหารพร้อมน้ำดื่มครบทุกมื้อ ในกิจกรรมอบรม Boot Camp สำหรับผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรม คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ วิทยากร และผู้ประกอบการ SMEs ที่ผ่านการคัดเลือกเข้า ร่วมโครงการฯ ระยะเวลา ๓ วัน ๒ คืน จำนวนไม่น้อยกว่า ๓๒ คน ได้แก่ อาหารเช้า จำนวน ๒ มื้อ อาหารกลางวัน ๓ มื้อ และอาหารเย็น ๒ มื้อ รวมจำนวนทั้งสิ้น ๗ มื้อ ๔) รับผิดชอบค่าอาหารที่เกิดขึ้น ตามกิจกรรมข้อ ๙.๕ จัดเตรียมและรับผิดชอบค่าอาหารพร้อมน้ำดื่มครบทุกมื้อ ในกิจกรรมสำรวจศักยภาพตลาด และสร้างเครือข่ายธุรกิจในตลาดต่างประเทศ สำหรับผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรม คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และผู้ประกอบการ SMEs ระยะเวลา ๓ วัน ๒ คืน จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๗ คน ได้แก่ อาหารเช้า จำนวน ๓ มื้อ อาหารกลางวัน ๓ มื้อ และอาหารเย็น ๓ มื้อ รวมจำนวนทั้งสิ้น ๙ มื้อ ๙.๖.๔ การดำเนินการค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอาหารว่างและเครื่องดื่มให้ครอบคลุมระยะเวลาการจัดกิจกรรมตาม ความเหมาะสมและมีจำนวนเพียงพอตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ รวมทั้งสิ้นจำนวน ๑๔ มื้อ โดยมี รายละเอียด ดังนี้ ๑) รับผิดชอบค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มที่เกิดขึ้น ตามกิจกรรมข้อ ๙.๒.๒ จัดเตรียมและรับผิดชอบค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม รวม ๒ มื้อ ในวันคัดเลือกผู้เข้าร่วม โครงการฯ สำหรับคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และเจ้าหน้าที่กรม จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐ คน ๒) รับผิดชอบค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มที่เกิดขึ้น ตามกิจกรรมข้อ ๙.๓ จัดเตรียมและรับผิดชอบค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ๑ มื้อ ในวันจัดงานเปิดตัวโครงการ พร้อมจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า สำหรับผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เจ้าหน้าที่กรม ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน ๓) รับผิดชอบค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มที่เกิดขึ้น ตามกิจกรรมข้อ ๙.๔ จัดเตรียมและรับผิดชอบค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ในกิจกรรมอบรม Boot Camp สำหรับ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรม คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ วิทยากร และผู้ประกอบการ SMEs ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วม โครงการฯ ระยะเวลา ๓ วัน ๒ คืน จำนวนไม่น้อยกว่า ๓๒ คน จำนวนทั้งสิ้น ๕ มื้อ -๑๒- ๔) รับผิดชอบค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มที่เกิดขึ้น ตามกิจกรรมข้อ ๙.๕ จัดเตรียมและรับผิดชอบค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ในกิจกรรมสำรวจศักยภาพตลาด และสร้างเครือข่ายธุรกิจในตลาดต่างประเทศ สำหรับผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรม คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และผู้ประกอบการ SMEs ระยะเวลา ๓ วัน ๒ คืน จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๗ คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 5 มื้อ ๙.๖.๕ การดำเนินการด้านค่าตอบแทนวิทยากรและคณะกรรมการฯ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าตอบแทนวิทยากรและคณะกรรมการฯ แต่ละกิจกรรมที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ อัตราค่าใช้จ่ายให้เป็นไปตามระเบียบราชการกำหนด โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ๑) รับผิดชอบค่าตอบแทนคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน ๕ คน (ตามกิจกรรมข้อ ๙.๒.๒) ๒) รับผิดชอบค่าตอบแทนคณะกรรมการคัดเลือกผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรมสำรวจ ตลาดและสร้างเครือข่ายธุรกิจในตลาดญี่ปุ่น จำนวน ๓ คน และค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 5 คน (ตามกิจกรรม ข้อ ๙.๔) ๙.๖.๖ การดำเนินการด้านการบันทึกภาพนิ่งและวีดีโอ ๑) จัดให้มีการบันทึกภาพนิ่งและวีดีโอบรรยากาศภายในงาน โดยเจ้าหน้าที่บันทึกภาพนิ่งและ วีดีโอต้องไม่ใช่บุคคลเดียวกัน (ตามกิจกรรมข้อ ๙.๓ และ ๔.๔) พร้อมจัดส่งภายถ่ายและวีดีโอในรูปแบบไฟล์ให้กรม เจรจาการค้าระหว่างประเทศ ภายหลังสิ้นสุดกิจกรรมดังกล่าว ๒) บันทึกภาพนิ่งและวีดีโอบรรยากาศภายในงาน (ตามกิจกรรมข้อ ๙.๕) พร้อมจัดส่งภายถ่าย และวีดีโอในรูปแบบไฟล์ให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ภายหลังสิ้นสุดกิจกรรมดังกล่าว ๑๐. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาคัดเลือก ๑๐.๑ กรมจะพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคของผู้เสนอราคาทุกรายที่ผ่านการประเมินคุณสมบัติเบื้องต้น แล้ว และดำเนินการพิจารณาให้คะแนนข้อเสนอด้านเทคนิคของผู้เสนอราคาโดยการนำเสนอผลงานของ ผู้เสนอราคาแต่ละราย ซึ่งผู้เสนอราคาที่มีสิทธิเสนอราคาโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ๑๐.๒ การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะพิจารณาตัดสิน โดยใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Price-Performance) และพิจารณาจากราคารวม ๑๐.๓ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรมจะใช้หลักเกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา โดยพิจารณาให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๔๐ ข้อเสนอด้านเทคนิค หรือข้อเสนออื่น ๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๖๐ ซึ่งมีเกณฑ์การพิจารณาให้เต็ม ๑๐๐ คะแนน เกณฑ์การพิจารณา ๑๐.๓.๑ ราคาที่ยื่นเสนอ ๑๐.๓.๒ ข้อเสนอด้านเทคนิค หรือข้อเสนออื่นๆ เกณฑ์ คะแนนรวม คะแนน ๔๐ bo -៣- ข้อเสนอด้านเทคนิค หรือข้อเสนออื่น ๆ มีเกณฑ์พิจารณาให้คะแนน ดังนี้ เกณฑ์การพิจารณา เกณฑ์ คะแนน คะแนนรวม (๑๐๐) วิธีการดำเนินงาน ๑. การนำเสนอแผนการดำเนินงาน (Action Plan) ตลอดโครงการ (ตามข้อ ๙.๑ ข้อ (๓)) - มีการนำเสนอแผนการดำเนินงานโดยละเอียด ครบถ้วนทุกกิจกรรม - มีการนำเสนอแผนการดำเนินงาน แต่ไม่ครบถ้วน หรือไม่มีรายละเอียด ๒. การนำเสนอแนวคิดการจัดงาน (Concept) ภาพการสื่อสารหลัก (Key Visual) และ ข้อความสื่อสารหลัก (Key Message) ที่สร้างสรรค์มาเพื่อโครงการโดยเฉพาะ มีความทันสมัย สามารถสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการประชาสัมพันธ์ การออกแบบ ตกแต่ง ตลอดโครงการ (ตามข้อ ๙.๑ ข้อ (๑)) มีการนำเสนอครบถ้วน ทั้งแนวคิดการจัดงาน (Concept) ภาพการสื่อสารหลัก (Key Visual) และ ข้อความสื่อสารหลัก (Key Message) อย่างน้อยหัวข้อละ ๒ แนวทาง มีการนำเสนอแนวคิดการจัดงาน (Concept) ภาพการสื่อสารหลัก (Key Visual) และ ข้อความสื่อสารหลัก (Key Message) หัวข้อละ ๑ แนวทาง ๓. การนำเสนอการออกแบบโลโก้ (ตามข้อ ๙.๑ ข้อ (๒)) โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์รับสมัคร โครงการ (ตามข้อ ๙.๒.๑ ข้อ (๔)) ฉากหลังในการถ่ายภาพ (Photo Backdrop) (ตามข้อ ๙.๓.๓ ข้อย่อ (๒.๖) และข้อ ๙.๔.๒ ข้อ (๕)) และ Gimmick (ตามข้อ ๙.๓.๓ ข้อย่อย (๒.๑)) ที่ใช้ในโครงการ ที่มีความทันสมัย มีการออกแบบจัดวางองค์ประกอบภาพที่มีจุดเด่น ทั้งรูปแบบ สีสัน ข้อความและภาพประกอบ สามารถนำเสนอเนื้อหาของโครงการเพื่อ โน้มน้าวหรือดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้เกิดความสนใจเข้าร่วมโครงการ - มีการนำเสนอการออกแบบโลโก้ โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์รับสมัครโครงการ ฉากหลังในการ ถ่ายภาพ (Photo Backdrop) และ ที่ใช้ในโครงการ อย่างน้อยหัวข้อละ ๒ แนวทาง - มีการนำเสนอการออกแบบโลโก้ โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์รับสมัครโครงการ ฉากหลังในการ ถ่ายภาพ (Photo Backdrop) และ Gimmick ที่ใช้ในโครงการ หัวข้อละ ๑ แนวทาง หมายเหตุ นำเสนอนอกเหนือจากที่กำหนด ๔. การนำเสนอวิธีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนและรับสมัครผู้ประกอบการในกลุ่มเป้าหมาย เข้าร่วมโครงการ (ตามข้อ ๙.๒.๑) - มีการนำเสนอวิธีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนและรับสมัครผู้ประกอบการในกลุ่มเป้าหมาย เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่ ๓ วิธีขึ้นไป - มีการนำเสนอวิธีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนและรับสมัครผู้ประกอบการในกลุ่มเป้าหมาย เข้าร่วมโครงการ น้อยกว่า ๓ วิธี - ไม่มีการนำเสนอ ๕. การนำเสนอหัวข้ออบรม รายชื่อและประวัติของวิทยากรซึ่งมีความรู้ความสามารถ สอดคล้องกับกิจกรรมอบรมเชิงลึก Boot Camp (ตามข้อ ๙.๔.๒ ข้อ (๑)) การนำเสนอหัวข้ออบรม - มีการนำเสนอหัวข้ออบรม พร้อมรายละเอียด ๖ หัวข้อ - มีการนำเสนอหัวข้ออบรม ๖ หัวข้อ หมายเหตุ นำเสนอนอกเหนือจากที่กำหนด -๑๔- รายชื่อวิทยากร มีการนำเสนอรายชื่อและประวัติของวิทยากรซึ่งมีความรู้ความสามารถสอดคล้องกับ (๑๐) หัวข้อในกิจกรรมอบรมเชิงลึก Boot Camp 5 คน โดยแต่ละคนมีประสบการณ์มาแล้ว ไม่น้อยกว่า ๕ ปี มีการนำเสนอรายชื่อและประวัติของวิทยากรซึ่งมีความรู้ความสามารถสอดคล้องกับ หัวข้อในกิจกรรมอบรมเชิงลึก Boot Camp 5 คน โดยแต่ละคนมีประสบการณ์ มาแล้วไม่น้อยกว่า ๓ ปี มีการนำเสนอเฉพาะรายชื่อวิทยากรซึ่งมีความรู้ความสามารถสอดคล้องกับหัวข้อ ฝึกอบรมเชิงลึก Boot Camp 5 คน แต่ไม่เสนอประวัติของวิทยากร หมายเหตุ นำเสนอนอกเหนือจากที่กำหนด ๖. การนำเสนอสถานที่สำหรับดำเนินกิจกรรม Boot Camp (ตามข้อ ๙.๔.๒ ข้อ (๒)) - มีการนำเสนอโรงแรมสำหรับกิจกรรมอบรม Boot Camp อย่างน้อย ๒ แห่ง โดยเป็น โรงแรมที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วนสำหรับการจัดกิจกรรม เป็นโรงแรมระดับ ๔ ดาว หรือมากกว่า - มีการนำเสนอโรงแรมสำหรับกิจกรรมอบรม Boot Camp อย่างน้อย ๒ แห่ง โดยเป็น โรงแรมที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วนสำหรับการจัดกิจกรรม เป็นโรงแรมระดับ ๓ ดาว - มีการนำเสนอโรงแรมสำหรับกิจกรรมอบรม Boot Camp ๑ แห่ง โดยเป็นโรงแรมที่มี สิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วนสำหรับการจัดกิจกรรม เป็นโรงแรมระดับ ๓ ดาว หรือมากกว่า - ไม่มีการนำเสนอ ๗. การนำเสนอโรงแรมที่พัก และจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายธุรกิจ (ตามข้อ ๙.๕) - มีการนำเสนอโรงแรมที่พัก และจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายธุรกิจ ในสถานที่เดียวกัน โดยเป็นโรงแรมระดับไม่น้อยกว่า ๓ ดาวขึ้นไป ที่เดินทางสะดวกและมีสิ่งอำนวยความสะดวก ครบถ้วนสำหรับการจัดกิจกรรม อย่างน้อย ๒ แห่ง - มีการนำเสนอโรงแรมที่พัก และจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายธุรกิจ โดยเป็นโรงแรมระดับ ไม่น้อยกว่า ๓ ดาวขึ้นไป ที่เดินทางสะดวกและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วนสำหรับ การจัดกิจกรรม อย่างน้อย ๒ แห่ง - มีการนำเสนอโรงแรมที่พัก และจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายธุรกิจ โดยเป็นโรงแรมระดับ ไม่น้อยกว่า ๓ ดาวขึ้นไป ที่เดินทางสะดวกและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วนสำหรับ การจัดกิจกรรม ๑ แห่ง - ไม่มีการนำเสนอ ๘. การนำเสนอสถานที่สำหรับสำรวจศักยภาพตลาดและเข้าร่วมงานแสดงสินค้าที่ เกี่ยวข้อง (ตามข้อ ๙.๕.๒ ข้อย่อย (๑.๑ - ๑.๒)) นำเสนอสถานที่สำหรับสำรวจศักยภาพตลาดที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย ๓ แห่ง และงาน แสดงสินค้าที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย ๑ งาน - นำเสนอสถานที่สำหรับสำรวจศักยภาพตลาดที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย ๒ แห่ง และงาน แสดงสินค้าที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย ๑ งาน หมายเหตุ นำเสนอนอกเหนือจากที่กำหนด หรือไม่มีการนำเสนอ -๑๕- ๙. การประชาสัมพันธ์โครงการ การประชาสัมพันธ์ (ตามข้อ ๙.๒.๑) - มีการนำเสนอแผนการประชาสัมพันธ์โครงการในภาพรวม และรูปแบบ/ช่องทาง/วิธีการ ประชาสัมพันธ์รับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ โดยมีการเสนอช่องทางและเครือข่าย การประชาสัมพันธ์ ๓ ช่องทางขึ้นไป - มีการนำเสนอแผนการประชาสัมพันธ์โครงการในภาพรวม และรูปแบบ/ช่องทาง/วิธีการ ๗ ประชาสัมพันธ์รับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ การประชาสัมพันธ์ ๑ - ๒ ช่องทาง คุณสมบัติผู้เสนอราคา ๑๐. ประสบการณ์และผลงานที่เกี่ยวข้องของผู้เสนอราคา (พิจารณาจากหนังสือรับรอง ผลงาน และ/หรือสำเนาสัญญาที่สิ้นสุดแล้ว) - มีผลงานในลักษณะเดียวกันกับโครงการ มีมูลค่าไม่น้อยกว่า ๒ ล้านบาท จำนวน ๓ ผลงานขึ้นไป - มีผลงานในลักษณะเดียวกันกับโครงการ มีผลงานในลักษณะเดียวกันกับโครงการ มีมูลค่า ไม่น้อยกว่า ๒ ล้านบาท จำนวน ๑ - ๒ ผลงานขึ้นไป - มีผลงานในลักษณะเดียวกันกับโครงการ มีมูลค่าน้อยกว่า ๒ ล้านบาท ไม่มีการนำเสนอ ๑๑. การนำเสนอรายชื่อและประวัติการทำงานของคณะทำงาน นำเสนอรายชื่อและประวัติการทำงานของผู้ประสานงานหลักและคณะทำงาน ที่รับผิดชอบตลอดทั้งโครงการ โดยมีประสบการณ์ในงานที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย ๕ ปีขึ้นไป และมีจำนวนบุคลากร ไม่น้อยกว่า ๕ คน นำเสนอรายชื่อและประวัติการทำงานของผู้ประสานงานหลักและคณะทำงาน ที่รับผิดชอบตลอดทั้งโครงการ โดยมีประสบการณ์ในงานที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยกว่า ๓ ปี ขึ้นไป และมีจำนวนบุคลากร ไม่น้อยกว่า ๕ คน ที่รับผิดชอบตลอดทั้งโครงการ โดยมีประสบการณ์ในงานที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย ๑ ปี นำเสนอรายชื่อและประวัติการทำงานของผู้ประสานงานหลักและคณะทำงาน และมีจำนวนบุคลากร ไม่น้อยกว่า ๕ คน หมายเหตุ นำเสนอนอกเหนือจากที่กำหนด รวม ๑๕ ๕ Ο ๕ ๕ ៣ ด ๑๐๐ ๑๐.๔ ผู้เสนอราคาต้องมานำเสนอข้อเสนอทางเทคนิค ตามวัน เวลา ที่กรมกำหนด ทั้งนี้ ไม่เกิน ๕ วันทำ การนับถัดจากวันเสนอราคา ๑๐.๕ หากผู้เสนอราคารายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง หรือยื่นเอกสารในระบบไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะไม่รับพิจารณาราคาของผู้เสนอราคารายนั้น เว้นแต่เป็นข้อผิดพลาดในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญ ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่พิจารณาเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ ต่อส่วนราชการเท่านั้น -๑๖- ๑๐.๖ ข้อเท็จจริง ฐานะ หรือข้อเท็จจริงอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผู้เสนอราคาได้ และมีสิทธิ์ที่จะไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากหลักฐานดังกล่าวไม่มีความเหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญากรมมีสิทธิ์ให้ผู้เสนอราคาชี้แจง ๑๐.๗ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิ์ที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคาที่เสนอทั้งหมดก็ได้และ อาจจะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้เสนอราคาจะเรียกร้อง ค่าเสียหายใด ๆ มิได้ รวมทั้ง กรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้เสนอราคา เป็นผู้ทิ้งงานไม่ว่าจะเป็นผู้เสนอราคาที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่า การยื่นข้อเสนอ กระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมาเสนอ ราคาแทน เป็นต้น ๑๐.๘ กรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงภายหลังจากการพิจารณาข้อเสนอว่า ผู้เสนอราคาที่มีสิทธิ์ได้รับการ คัดเลือกเป็นผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่น ๆ ณ วันประกาศประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หรือเป็นผู้เสนอราคาที่กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม กรมมี อำนาจที่จะตัดรายชื่อ ผู้เสนอราคาที่ได้รับคัดเลือกรายดังกล่าวออก และกรมจะพิจารณาลงโทษผู้เสนอราคา รายนั้นเป็นผู้ทิ้งงาน ในกรณีนี้ หากกรมพิจารณาเห็นว่า การยกเลิกการพิจารณาผลการเสนอราคาที่ได้ดำเนินการไป แล้วจะเป็นประโยชน์แก่ทางราชการอย่างยิ่ง เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และถือว่าผลการพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคาของกรมเป็นผลการ ตัดสินอันเด็ดขาด ผู้เสนอราคาจะฟ้องร้องหรือเรียกร้องสิทธิ์ใด ๆ มิได้ กรมมีอำนาจยกเลิกการพิจารณาผลการเสนอดังกล่าวได้ ทั้งนี้ ๑๑. ค่าจ้างและวิธีจ่ายค่าจ้าง กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศกำหนดส่งมอบงาน จำนวน ๒ งวด และชำระเงินหลังจากที่คณะกรรมการตรวจรับ พัสดุดำเนินการรตรวจรับเรียบร้อยแล้ว ดังนี้ ๑๑.๑ การส่งมอบงานงวดที่ ๑ ชำระเงินค่าจ้างงวดที่ ๑ คิดเป็นร้อยละ ๔๐ ของวงเงินค่าจ้าง โดยผู้รับจ้างต้องส่ง มอบงานให้แก่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศถูกต้องครบถ้วน ภายในระยะเวลา ๑๕ วันทำการนับถัดจากวันที่ดำเนิน กิจกรรมข้อ ๙.๔ เสร็จสิ้น ในรูปแบบเอกสาร (Hard Copy) จำนวน ๕ ชุด และไฟล์ดิจิทัล (Digital File) โดยมีรายละเอียด การส่งมอบงาน ดังนี้ ๑๑.๑.๑ รายงานผลการดำเนินงานโครงการฯ ตามขอบเขตของงานข้อ ๙.๑ - ๙.๔ และส่งมอบงานด้านการ อำนวยความสะดวกและค่าใช้จ่าย ตามขอบเขตของงานข้อ ๙.๖ ประกอบด้วย ๑) การดำเนินการด้านการเดินทาง ตามข้อ ๙.๖.๑ ข้อ ๑) ๒) การดำเนินการด้านโรงแรมที่พัก ตามข้อ ๙.๖.๒ ข้อ ๑) ๓) การดำเนินการค่าอาหาร ตามข้อ ๙.๖.๓ ข้อ ๑) - ๓) ๔) การดำเนินการค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ตามข้อ ๙.๖.๔ ข้อ ๑) - ๓) ๕) การดำเนินการด้านค่าตอบแทนวิทยากรและคณะกรรมการฯ ตามข้อ ๙.๖.๕ ข้อ ๑) และ ๒) ๖) การดำเนินการด้านการบันทึกภาพนิ่งและวิดีโอ ตามข้อ ๙.๖.๖ ข้อ ๑) และ ๒) ๑๑.๑.๒ อื่น ๆ ตามที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศพิจารณาตามความเหมาะสม -๑๗- ๑๑.๒ การส่งมอบงานงวดที่ ๒ ชำระเงินค่าจ้างงวดที่ ๒ คิดเป็นร้อยละ ๖๐ ของวงเงินค่าจ้าง โดยผู้รับจ้างต้อง ส่งมอบงานให้แก่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศถูกต้องครบถ้วน ภายในระยะเวลา ๑๕ วันทำการนับถัดจากวันที่ ดำเนินกิจกรรมข้อ ๙.๕ เสร็จสิ้น โดยมีรายละเอียดการส่งมอบงาน ดังนี้ ๑๑.๒.๑ รายงานบทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary) ในทุกกิจกรรมตามขอบเขตของงานข้อ ๙.๒ - ๔.๕ ๑๑.๒.๒ รายงานผลการดำเนินงานโครงการฯ ตามขอบเขตของงานข้อ ๙.๑ - ๙.๕ และส่งมอบงานด้าน การอำนวยความสะดวกและค่าใช้จ่าย ตามขอบเขตของงานข้อ ๙.๖ ให้ครบถ้วน ๑๑.๒.๓ จัดทำรูปเล่มเอกสาร (Hard Copy) ตามขอบเขตของงานข้อ ๙.๑ - ๙.๖ จำนวน ๕ ชุด พร้อม ไฟล์ดิจิทัล (Digital File) เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการทั้งหมด ไฟล์ภาพถ่าย วีดีโอ วิดีทัศน์ เสียง ที่มีความละเอียดสูง Full HD (Full High Definition) โดยให้จัดเก็บและส่งมอบในรูปแบบหน่วยบันทึกข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ (External Hard Drive) จำนวน ๒ ชุด ๑๑.๒.๔ อื่น ๆ ตามที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศพิจารณาตามความเหมาะสม ๑๒. อัตราค่าปรับ หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามเงื่อนไขและเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาผู้รับจ้างจะต้องชำระ ค่าปรับให้แก่กรมเป็นรายวันอัตราร้อยละ ๐.๑๐ (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของค่าจ้างตามสัญญา แต่ไม่ต่ำกว่าวันละ ๑๐๐ บาท (หนึ่งร้อยบาทถ้วน) ๑๓. ผลที่คาดว่าจะได้รับ ๑๓.๑ ผู้ประกอบการ SMEs มีความรู้ความเข้าใจเรื่อง FTA กฎระเบียบทางการค้า โอกาสทางการค้าใน ตลาดการค้าเสรี และการใช้ประโยชน์จาก FTA ขยายการส่งออก ๑๓.๒ ผู้ประกอบการมีศักยภาพและมีความเข้มแข็ง และมีส่วนร่วมต่อ FTA พร้อมเข้าถึงตลาดทั้งใน ประเทศและต่างประเทศ ๑๓.๓ กรมได้คลัสเตอร์กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs สินค้า Future Food และผู้ประกอบการเพิ่มเครือข่ายธุรกิจ ๑๔. ตัวชี้วัดความสำเร็จโครงการ “ยกระดับผู้ประกอบการ SMEs บุกตลาด FTA” ๑๔.๑ ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ ผู้เข้าร่วมโครงการ ๕๐ ราย ๑๔.๒ ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ (๑) ร้อยละของผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจเรื่อง FTA เพิ่มขึ้น ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๘๐ (๒) ร้อยละของผู้เข้าร่วมโครงการเห็นว่ามีความคุ้มค่าในการเข้าร่วมโครงการ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๘๐ ๑๕. ผลสัมฤทธิ์ของโครงการ ๑๕.๑ กลุ่มเป้าหมายมีความพร้อมเข้าสู่ตลาดการค้าเสรี และสามารถใช้ประโยชน์จาก FTA เพื่อส่งออก สินค้า Future Food ไปตลาดโลก และมีส่วนร่วมต่อการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่าง ประเทศ ๑๕.๒ กลุ่มเป้าหมายสามารถยกระดับการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐาน และเพิ่มขีด ความสามารถในการแข่งขันทางการค้า -១៨- ๑๖. หน่วยงานรับผิดชอบ สำนักพัฒนาความพร้อมทางการค้า ส่วนประสานงานเครือข่าย ๑ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เลขที่ ๕๖๓ ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ๑๑๐๐๐