จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างงานบำรุง โครงการสำรวจเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลค่าความเสียดทาน (Skid Resistance) เพื่อวิเคราะห์วิธีการซ่อมบำรุงและกำหนดงบประมาณในการซ่อมบำรุง กรุงเทพมหานคร

กรมทางหลวงชนบท 68029138260
฿15,000,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 10 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อทำการสำรวจและเก็บรวบรวมข้อมูลค่าความเสียดทาน (Skid Resistance) ของผิวจราจรบนโครงข่ายทางหลวงชนบท รวมถึงวิเคราะห์และประเมินสภาพพื้นผิวถนน เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนและจัดลำดับความสำคัญของการบำรุงรักษาผิวจราจรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยพิจารณาจากสภาพพื้นผิวถนนและค่าความเสียดทาน เพื่อให้สามารถจัดสรรงบประมาณไปยังพื้นที่ที่จำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซมก่อน นอกจากนี้ยังเป็นการนำข้อมูลค่าความเสียดทานเข้าสู่ระบบบริหารงานบำรุงทาง (Pavement Maintenance Management System: PMMS) ของกรมทางหลวงชนบท เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ขอบเขตงานครอบคลุมการสำรวจค่าความเสียดทาน, การวิเคราะห์ข้อมูล, การนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ PMMS และการจัดทำรายงานผลการสำรวจ ระยะเวลาดำเนินการ 150 วัน และงบประมาณ 15,000,000 บาท โดยจะพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโดยใช้เกณฑ์ราคา

English summary

This project aims to survey and analyze skid resistance data on rural road surfaces to assess road conditions and plan maintenance effectively. The contractor will conduct surveys, analyze data, and input the data into the PMMS system, as well as prepare reports. The project duration is 150 days with a budget of 15,000,000 Baht.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อสำรวจและเก็บรวบรวมข้อมูลค่าความเสียดทานของผิวจราจรบนโครงข่ายทางหลวงชนบท และนำข้อมูลค่าความเสียดทาน (Skid Resistance) มาวิเคราะห์และประเมินสภาพพื้นผิวถนน รวมถึงช่วยระบุตำแหน่งค่าความเสียดทาน
  • เพื่อใช้ข้อมูลค่าความเสียดทานในการวางแผนและจัดลำดับความสำคัญของการบำรุงรักษาผิวจราจร โดยพิจารณาจากสภาพพื้นผิวถนนและค่าความเสียดทาน เพื่อให้สามารถจัดสรรงบประมาณไปยังพื้นที่ที่จำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซมก่อน
  • เพื่อนำข้อมูลค่าความเสียดทานไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการงบประมาณงานบำรุงรักษาผิวทางอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ข้อมูลดังกล่าวในการกำหนดจุดเสี่ยง
  • เพื่อนำข้อมูลค่าความเสียดทานเข้าสู่ระบบบริหารงานบำรุงทาง กรมทางหลวงชนบท (PMMS) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

ขอบเขตของงาน

  • ทำการสำรวจค่าความเสียดทาน (Skid Resistance) โดยใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ของผู้รับจ้างในพื้นที่ความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท
  • เก็บข้อมูลดังต่อไปนี้: ตำแหน่ง GPS, ค่า Friction, ความเร็ว, ระยะทางการทดสอบ, วันที่ เวลาทดสอบ, ชื่อ หมายเลข สายทาง, และประเภทของผิวทาง
  • วิเคราะห์ข้อมูล, คำนวณ, และแสดงรายการสูตรคำนวณ
  • นำข้อมูลค่าความเสียดทาน (Skid Resistance) เข้าสู่ระบบบริหารงานบำรุงทาง (Pavement Maintenance Management System : PMMS)
  • จัดทำรายงานการสำรวจข้อมูลประจำสายทาง และรายงานการสำรวจข้อมูลสรุปโครงการ
  • ทำการสำรวจเก็บข้อมูลบนผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต ในพื้นที่ความรับผิดชอบของสำนักงานทางหลวงชนบทที่ ๑ ๑๘ (ยกเว้นพื้นที่ในจังหวัดชายแดนใต้)
  • จัดทำบัญชีสายทางเพื่อใช้สำหรับคัดเลือกและวางแผนสายทางสำหรับการสำรวจฯ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนปฏิบัติการเสนอต่อกรมทางหลวงชนบท ภายใน 15 วัน
  • รายงานความก้าวหน้า 1 ภายใน 60 วัน
  • รายงานความก้าวหน้า 2 ภายใน 90 วัน
  • รายงานความก้าวหน้า 3 ภายใน 120 วัน
  • สรุปผลการสำรวจ ภายใน 150 วัน
  • ข้อมูลค่าความเสียดทานที่นำเข้าสู่ระบบ PMMS
  • รายงานการสำรวจข้อมูลประจำสายทาง
  • รายงานการสำรวจข้อมูลสรุปโครงการ

ระยะเวลาดำเนินการ

150 วัน

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Standards Compliance: อุปกรณ์สำรวจสภาพความเสียดทานแบบต่อเนื่อง (Continuous Friction Measuring Equipment) มีเปอร์เซ็นต์ Slip น้อยกว่า 20% และยางล้อทดสอบตามมาตรฐาน ASTM E1551
  • Technical Capabilities: อุปกรณ์สำรวจสภาพความเสียดทานแบบต่อเนื่อง (Continuous Friction Measuring Equipment), สามารถสร้างฟิลม์น้ำบริเวณหน้าล้อทดสอบที่ความหนา 1 มิลลิเมตรและสามารถแปรผันตามความเร็วที่ทดสอบ
  • Personnel: บุคลากรที่ผ่านการอบรมใช้งานอุปกรณ์สำรวจสภาพความเสียดทานแบบต่อเนื่อง (Continuous Friction Measuring) จากผู้ผลิต

เกณฑ์การพิจารณา

การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโดยใช้เกณฑ์ราคา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • อุปกรณ์สำรวจ: เครื่องมือสำรวจสภาพความเสียดทานแบบต่อเนื่อง (Continuous Friction Measuring Equipment) ที่มีเปอร์เซ็นต์ Slip น้อยกว่า 20%
  • ยางล้อทดสอบ: ตามมาตรฐาน ASTM E1551
  • หัวจ่ายน้ำ: สามารถสร้างฟิลม์น้ำบริเวณหน้าล้อทดสอบที่ความหนา 1 มิลลิเมตรและสามารถแปรผันตามความเร็วที่ทดสอบ
  • การสอบเทียบ: ผู้รับจ้างจะต้องเสนอรูปแบบวิธีการในการสำรวจฯและวิธีการสอบเทียบเครื่องทดสอบ (Calibrate) ที่ใช้ในการสำรวจฯ

เงื่อนไขสัญญา

  • ค่าปรับ: กรณีผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้าง กำหนดค่าปรับเป็นรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาจ้าง
  • การชำระเงิน: ไม่ได้ระบุใน TOR

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจค่าความเสียดทานจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร?
    คำตอบ: ข้อมูลจะนำไปใช้ในการวางแผนและจัดลำดับความสำคัญของการบำรุงรักษาผิวจราจร, กำหนดจุดเสี่ยง, และบริหารจัดการงบประมาณงานบำรุงรักษาผิวทาง
  • คำถาม: พื้นที่ในการสำรวจครอบคลุมที่ใดบ้าง?
    คำตอบ: พื้นที่ในการสำรวจครอบคลุมผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต ในพื้นที่ความรับผิดชอบของสำนักงานทางหลวงชนบทที่ ๑ ๑๘ (ยกเว้นพื้นที่ในจังหวัดชายแดนใต้)
  • คำถาม: อุปกรณ์ที่ใช้ในการสำรวจมีข้อกำหนดอย่างไรบ้าง?
    คำตอบ: อุปกรณ์สำรวจต้องเป็นแบบ Continuous Friction Measuring Equipment ที่มีเปอร์เซ็นต์ Slip น้อยกว่า 20% และยางล้อทดสอบตามมาตรฐาน ASTM E1551
  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบรายงานอะไรบ้าง?
    คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบแผนปฏิบัติการ, รายงานความก้าวหน้า 3 ฉบับ, และสรุปผลการสำรวจ
  • คำถาม: การนำส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ PMMS มีความสำคัญอย่างไร?
    คำตอบ: เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกและรวดเร็วในการวางแผนและบริหารจัดการงานบำรุงรักษา
  • คำถาม: การวิเคราะห์ข้อมูลที่ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการมีอะไรบ้าง?
    คำตอบ: ผู้รับจ้างจะต้องวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ เพื่อเสนอแนะแนวทางการใช้ค่าความเสียดทานในการบริหารจัดการงบประมาณ และสรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ
  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานความก้าวหน้าตามระยะเวลาใดบ้าง?
    คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานความก้าวหน้า 3 ฉบับ: ฉบับแรกภายใน 60 วัน, ฉบับที่สองภายใน 90 วัน, และฉบับที่สามภายใน 120 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
  • คำถาม: หากผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนด จะมีผลกระทบอย่างไร?
    คำตอบ: ความล่าช้าในการส่งมอบงานจะมีผลต่อการพิจารณาคุณสมบัติของผู้รับจ้างสำหรับงานในโครงการอื่น และอาจมีการปรับตามเงื่อนไขในสัญญา
  • คำถาม: ผู้รับจ้างจะต้องทำการเสนอรูปแบบการสำรวจอย่างไร?
    คำตอบ: ผู้รับจ้างจะต้องเสนอรูปแบบวิธีการในการสำรวจฯและวิธีการสอบเทียบเครื่องทดสอบ(Calibrate) ที่ใช้ในการสำรวจฯ ต่อคณะกรรมการบริหารโครงการฯ เพื่อให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

รายการข้อกำหนด (Terms of Reference) งานบำรุง โครงการสำรวจเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลค่าความเสียดทาน (Skid Resistance) เพื่อวิเคราะห์วิธีการซ่อมบำรุงและกำหนดงบประมาณในการซ่อมบำรุง กรุงเทพมหานคร กรมทางหลวงชนบทโดยสำนักบำรุงทาง เป็นหน่วยงานที่ต้องดูแลโครงข่ายสายทางทั่วประเทศ ปัจจุบันมีระยะทางในความรับผิดชอบประมาณ ๕๐,๐๐๐ กิโลเมตร โดยผิวทางลาดยางประมาณ ๔๕,๐๐๐ กิโลเมตร ที่ผ่านมากรมทางหลวงชนบทได้นำเอาระบบบริหารงานบำรุงทาง (Pavement Maintenance Management System : PMMS) เป็นโปรแกรม ในการวิเคราะห์วิธีการซ่อมบำรุง และงบประมาณที่ใช้ใน การซ่อมบำรุงทาง เพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำแผนบำรุงทาง โดยข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์เป็นข้อมูลค่า สำรวจทางวิศวกรรม ประกอบด้วยข้อมูล ค่าดัชนีความขรุขระสากล (International Roughness Index : IRI) ค่าสำรวจปริมาณจราจร (Passenger Car Unit : PCU) ข้อมูลสภาพผิวทาง (Road Condition Index : RCI) และปริมาณความเสียหาย และข้อมูลความเสียดทาน (Skid Resistance) ที่ได้จากการสำรวจและวิเคราะห์ สภาพทาง โดยข้อมูลทั้งหมดจัดเก็บในระบบบริหารงานบำรุงทาง (Pavement Maintenance Management System : PMMS) ที่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และมีการใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึง ปัจจุบัน เพื่อให้สามารถวางแผนในการซ่อมบำรุงได้ทันท่วงที และมีข้อมูลสภาพโครงข่ายที่มีความถูกต้อง สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ดังนั้นกรมทางหลวงชนบทจึงมีความจำเป็นต้องว่าจ้างผู้รับจ้างในการดำเนินโครงการ สำรวจเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลความเสียดทาน (Skid Resistance) เพื่อวิเคราะห์วิธีการซ่อมบำรุงและ กำหนดงบประมาณในการซ่อมบำรุงให้ข้อมูลต่างๆจากการสำรวจได้ถูกนำเข้าข้อมูลมาประมวลผลในโปรแกรม PMMS เพื่อวางแผนบำรุงรักษาทางในระยะยาว ส่งผลให้การใช้จ่ายงบประมาณ บำรุงทางเป็นไปอย่างมี ประสิทธิผล ๑. บทนำ ๒. วัตถุประสงค์ ๒.๑ เพื่อสำรวจและเก็บรวบรวมข้อมูลค่าความเสียดทานของผิวจราจรบนโครงข่ายทางหลวงชนบท และ นำข้อมูลค่าความเสียดทาน (Skid Resistance) มาวิเคราะห์และประเมินสภาพพื้นผิวถนน รวมถึง ช่วยระบุตำแหน่งค่าความเสียดทาน ๒.๒ เพื่อใช้ข้อมูลค่าความเสียดทานในการวางแผนและจัดลำดับความสำคัญของการบำรุงรักษาผิวจราจร โดยพิจารณาจากสภาพพื้นผิวถนนและค่าความเสียดทาน เพื่อให้สามารถจัดสรรงบประมาณไปยัง พื้นที่ที่จำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซมก่อน ๒.๓ เพื่อนำข้อมูลค่าความเสียดทานไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการงบประมาณงานบำรุงรักษาผิวทาง อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ข้อมูลดังกล่าวในการกำหนดจุดเสี่ยง ๒.๔ เพื่อนำข้อมูลค่าความเสียดทานเข้าสู่ระบบบริหารงานบำรุงทาง กรมทางหลวงชนบท (PMMS) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ๓. ขอบเขตของงาน ผู้รับจ้างจะต้องทำการสำรวจและประมวลผลข้อมูลของสายทางที่อยู่ในความรับผิดชอบของผู้ว่าจ้าง โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ๓.๑ พื้นที่สำรวจ ผู้รับจ้างจะต้องทำการสำรวจค่าความเสียดทาน (Skid Resistance) โดยใช้เครื่องมือ และอุปกรณ์ของผู้รับจ้าง สำรวจในพื้นที่ความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท ๓.๒ ข้อมูลสำรวจ ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการสำรวจค่าความเสียดทาน (Skid Resistance) โดยต้อง ได้ข้อมูล ดังต่อไปนี้ ๔.๒.๑ ตำแหน่ง GPS ค่า Friction ๔.๒.๒ ความเร็ว ๔.๒.๓ ระยะทางการทดสอบ ๔.๒.๔ วันที่ เวลาทดสอบ ๔.๒.๕ ชื่อ หมายเลข สายทาง ๔.๒.๖ ประเภทของผิวทาง ๓.๓ ผู้รับจ้างจะต้องวิเคราะห์ข้อมูล และนำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจมาคำนวณและวิเคราะห์ พร้อม ทั้งแสดงรายการสูตรคำนวณต่างๆ ๓.๔ ผู้รับจ้างต้องนำข้อมูลค่าความเสียดทาน (Skid Resistance) ที่ได้จากการสำรวจ เข้าสู่ระบบ บริหารงานบำรุงทาง (Pavement Maintenance Management System : PMMS) ๓.๕ การจัดทำรายงาน ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำรายงานการสำรวจข้อมูลประจำสายทาง และรายงาน การสำรวจข้อมูลสรุปโครงการ ๓.๖ ทั้งนี้ที่ผู้รับจ้างจะต้องทำการสำรวจเก็บข้อมูลบนผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต ในพื้นที่ความ รับผิดชอบของสำนักงานทางหลวงชนบทที่ ๑ ๑๘ ซึ่งไม่รวมถึงพื้นที่ในจังหวัดชายแดนใต้ตาม พ.ร.บ. รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้แก่ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส และ จะต้องดำเนินการจัดทำบัญชีสายทาง เพื่อใช้สำหรับคัดเลือกและวางแผนสายทางสำหรับการสำรวจฯ ๔. รายละเอียดการดำเนินงาน ๔.๑ การคัดเลือกและวางแผนสายทางสำรวจฯ ๔.๑.๑ ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการสำรวจตามที่กรมทางหลวงชนบทคัดเลือกสายทางให้ ๔.๑.๒ สายทางที่มีความเสี่ยงจากต่อเหตุการลื่นไถลบนผิวทาง โดยอ้างอิงจากค่าลักษณะ ความลึกเฉลี่ยผิวทาง (Mean Profile Depth : MPD) ๔.๑.๓ การสำรวจสายทาง โดยจะต้องสำรวจสายทางในโครงข่ายทางหลวงชนบท ๔.๒ การจัดเตรียมชุดอุปกรณ์สำรวจ ๔.๒.๑ ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมชุดอุปกรณ์สำรวจ เพื่อใช้ในการสำรวจและจัดทำข้อมูลใน โครงการ โดยอุปกรณ์สำรวจสภาพความเสียดทานแบบต่อเนื่อง (Continuous Friction Measuring Equipment) มีเปอร์เซ็นต์ Slip น้อยกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้การทดสอบมีความใกล้เคียงกับ ระบบเบรกของรถยนต์ในปัจจุบัน ยางล้อทดสอบตามมาตรฐาน ASTM E๑๕๕๑ มีหัวจ่ายน้ำที่ สามารถสร้างฟิลม์น้ำบริเวณหน้าล้อทดสอบที่ความหนา ๑ มิลลิเมตรและสามารถแปรผันตาม ความเร็วที่ทดสอบ อีกทั้งสามารถนำไปใช้ในการคำนวณค่าความเสียดทานสากลและเป็นที่ยอมรับใน ระดับสากล ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้องเครื่องมือนำเสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่อพิจารณาและ อนุมัติให้ใช้ในการสำรวจต่อไป ๔.๒.๒ ผู้รับจ้างจะต้องมีบุคลากรที่ผ่านการอบรมใช้งานอุปกรณ์สำรวจสภาพความเสียดทาน แบบต่อเนื่อง (Continuous Friction Measuring) จากผู้ผลิต ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้องเสนอเอกสาร อนุมัติจากกรรมการตรวจรับพัสดุอนุมัติบุคลากรต่อไป ๔.๓ การดำเนินการสำรวจสภาพทาง ๔.๔.๑ การกำหนดรูปแบบการสำรวจฯและสอบเทียบเครื่องทดสอบที่ใช้ในการสำรวจสภาพ ทางก่อนเริ่มดำเนินการการสำรวจผู้รับจ้างจะต้องเสนอรูปแบบวิธีการในการสำรวจฯและวิธีการสอบ เทียบเครื่องทดสอบ(Calibrate) ที่ใช้ในการสำรวจฯ ในพื้นที่ ข้อมูลที่ได้จากการกำหนดรูปแบบของ การสำรวจและการสอบเทียบต้องแสดงถึงความเหมาะสมของค่าที่ได้ เพื่อใช้เป็นค่าของตัวแทนแปลง ทดสอบนั้นๆ และแสดงถึงระดับความถูกต้องแม่นยำของเครื่องทดสอบด้วยวิธีทางสถิติ ซึ่งก่อนเริ่ม ดำเนินการต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารโครงการฯ เพื่อใช้ดำเนินการในการ สำรวจในโครงการฯต่อไป ๔.๔.๒ ดำเนินการสำรวจสภาพความต้านทานการลื่นไถลโดยใช้รถสำรวจค่าความเสียดทาน ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการสำรวจ ค่าความเสียดทานของผิวทาง ในสายทางตามที่กรมทางหลวงชนบท กำหนด โดยใช้ยานพาหนะที่ติดตั้งอุปกรณ์สำรวจความเสียดทานของผิวทาง แบบต่อเนื่อง (Continuous Friction Measuring Equipment) ตามรูปแบบวิธีการในการสำรวจฯ ที่ได้รับความ เห็นชอบจากคณะกรรมฯ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดต้องระบุพิกัดภูมิศาสตร์ (Global Position System : GPS) ได้ ๔.๔ การจัดเก็บข้อมูลสู่ระบบฐานข้อมูลกรมทางหลวงชนบท ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล พร้อมนำเข้าและแสดงผลข้อมูล ที่ได้จากการสำรวจ ในระบบบริหารงานบำรุงทาง กรมทางหลวงชนบท เพื่อใช้ในการสืบค้น การ จัดเก็บข้อมูล โดยจะต้องไม่มีผลกระทบกับข้อมูลเดิมที่มีอยู่ในระบบและรูปแบบจะต้องสอดคล้องกับ ข้อมูลที่มีอยู่ในระบบเดิม ๔.๕ วิเคราะห์ข้อมูลในการบริหารจัดการงบประมาณบำรุงทาง จากข้อมูลทั้งหมดที่ดำเนินการ สำรวจและรวบรวมจากกรมทางหลวงชนบท ๔.๕.๑ ผู้รับจ้างจะต้องนำข้อมูลจากการสำรวจและจากการรวบรวมนำมาวิเคราะห์ เพื่อเสนอแนะแนวทางการใช้ค่าความเสียดทานมาเป็นปัจจัยรวมในการบริหารจัดการงบประมาณ บำรุงทาง ๔.๕.๒ สรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไขจุดที่มีความเสี่ยงเชิงนโยบาย แก่ผู้บริหาร สำหรับการกำหนดยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุการลื่นไถลบนผิว ทางในอนาคต ซึ่งเป็นผลมาจากโครงการสำรวจความต้านทานการลื่นไถลของผิวทางเพื่อลดความ เสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุบนโครงข่ายทางหลวงสายหลักและพื้นที่จุดเสี่ยงอันตราย ๕. ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อผูกพัน และจะต้องให้ความรู้ ความชำนาญ ทางด้าน เทคนิคอย่างดีที่สุด เป็นไปตามมาตรฐานที่ยอมรับกันทางวิชาชีพนานาชาติ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงาน ด้วยความชำนาญ และเอาใจใส่ในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเกิดประโยชน์แก่กรมทางหลวงชนบทมากที่สุด ตลอดเวลา เมื่อมีความจำเป็นที่เกิดขึ้นหลังจากสิ้นสุดสัญญาว่าจ้างแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องพร้อมที่จะช่วย บริการให้คำปรึกษาแก่กรมทางหลวงชนบท เพื่อแก้ไขปัญหาทางด้านการจัดการอื่นๆ(ถ้ามี) การให้ คำปรึกษาจะดำเนินการให้เป็นอย่างดี โดยไม่ชักช้าและมีประสิทธิภาพสูงสุดผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียม แผนต่างๆ ภายในเวลาที่กำหนดและเร่งปฏิบัติให้เป็นไปตามแผน ความล่าช้าใดๆ ที่เกิดขึ้นในส่วนของ ผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานภายในเวลา ที่กำหนด จะมีผลต่อการพิจารณาคุณสมบัติของผู้รับจ้าง สำหรับงานในโครงการอื่น กรณีล่าช้าเกินกำหนดเวลาในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติหน้าที่ของตน ต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ ๖. การจัดส่งรายงานและเอกสารต่างๆ ๖.๑ ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนปฏิบัติการเสนอต่อกรมทางหลวงชนบท ภายในเวลา ๑๕ วัน นับถัด จากวันลงนามในสัญญา ๖.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานความก้าวหน้า ๑ ภายในเวลา ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา ๖.๓ ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานความก้าวหน้า ๒ ภายในเวลา ๙๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา ๖.๔ ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานความก้าวหน้า ๓ ภายในเวลา ๑๒๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา ๖.๕ ผู้รับจ้างต้องจัดทำสรุปผลการสำรวจ ภายในเวลา ๑๕๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ๗. ระยะเวลาในการดำเนินการและการส่งมอบ ระยะเวลาดำเนินงาน ๑๕๐ วัน ๘. งบประมาณการดำเนินการ ๑๕,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สิบห้าล้านบาทถ้วน) ๙. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโดยใช้เกณฑ์ราคา ๑๐. อัตราค่าปรับ กรณีผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้าง กำหนดค่าปรับเป็นรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อย ละ ๐.๑๐ ของราคาจ้าง (ลงชื่อ). 8 ประธานกรรมการฯ (นายนพปฎล เสี่ยงบุญ) วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ (ลงชื่อ). กรรมการฯ (ลงชื่อ). .กรรมการฯ (นายณัฐ สุทธิ) วิศวกรโยธาชำนาญการ (นางสาวณัฐธิดา กิ่งแก้ว) เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป (พร) เห็นชอบ (นายไกวัล วัฒนา) ผู้อำนวยการสำนักบำรุงทาง ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมทางหลวงชนบท