ประกวดราคาเช่ารถนั่งส่วนกลาง รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทแบตเตอรี่ (BEV) จำนวน ๓ คัน
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) จำนวน 3 คัน มาใช้เป็นพาหนะสำหรับรับ-ส่งเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในการเดินทางเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา หรือเดินทางไปราชการต่างจังหวัด เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ของสำนักงานฯ ในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด โดยมีระยะเวลาการเช่า 5 ปี (60 เดือน) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2573
ผู้ให้เช่าจะต้องส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2568 โดยรถยนต์ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด เช่น เป็นรถยนต์นั่งไฟฟ้าอย่างน้อย 4 ประตู 5 ที่นั่ง, มีกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 110 กิโลวัตต์, วิ่งได้ไม่น้อยกว่า 420 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง, และมีความจุของแบตเตอรี่ไม่ต่ำกว่า 55 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) นอกจากนี้ ผู้ให้เช่าต้องจัดหาเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ชนิด 3 เฟส จำนวน 2 เครื่อง พร้อมติดตั้งและอบรมการใช้งานให้แก่พนักงานขับรถยนต์ของสำนักงานฯ
สำนักงานฯ จะพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา โดยจะพิจารณาจากราคารวมที่ต่ำที่สุดของผู้ที่ยื่นเอกสารครบถ้วน ถูกต้อง และมีคุณสมบัติครบตามที่กำหนด
English summary
This project involves the leasing of 3 Battery Electric Vehicles (BEVs) for the Office of the National Economic and Social Development Council. The vehicles will be used to transport officials to meetings, training sessions, seminars, and official trips in Bangkok, its vicinity, and other provinces. The lease term is 5 years, from fiscal year 2025 to 2030. The supplier must deliver the vehicles by March 31, 2025, and provide charging stations, installation, and user training.
962 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อใช้เป็นพาหนะสำหรับรับ-ส่ง เจ้าหน้าที่ในการเดินทางเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา หรือเดินทางไปราชการ
- สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ของสำนักงานฯ ในท้องที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล หรือต่างจังหวัด
ขอบเขตของงาน
- เช่ารถนั่งส่วนกลาง รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทแบตเตอรี่ (BEV) จำนวน 3 คัน
- ระยะเวลาการเช่า 5 ปี (60 เดือน) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2573
- ส่งมอบรถยนต์ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2568
- จัดหาเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ชนิด 3 เฟส จำนวน 2 เครื่อง ที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สื่อสาร
- ติดตั้งเครื่องชาร์จในตำแหน่งที่ผู้เช่ากำหนด โดยมีสายชาร์จยาว 15 เมตร หัวชาร์จเป็นแบบ Type 2
- จัดเจ้าหน้าที่มาฝึกอบรมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ให้แก่พนักงานขับรถยนต์ของสำนักงานฯ ภายใน 5 วันทำการ นับถัดจากวันส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า (BEV)
- จดทะเบียนรถยนต์ที่เช่ากับกรมการขนส่งทางบก และเสียภาษีประจำปี
- จัดทำประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ประเภทชั้นหนึ่ง และตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ พ.ศ. 2535
- รับผิดชอบต่อการสูญหายและความเสียหายของรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่าทุกกรณี
- จัดหารถยนต์คันใหม่ทดแทน ในกรณีที่รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่าคันใดขัดข้องใช้งานไม่ได้
- ดูแลและซ่อมบำรุงรักษารถยนต์
- จัดหาอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองในการดูแลบำรุงรักษาประจำวัน
- จัดทำตราสัญลักษณ์ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ติดข้างประตูรถยนต์
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) อย่างน้อย 4 ประตู 5 ที่นั่ง จำนวน 3 คัน
- เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ชนิด 3 เฟส จำนวน 2 เครื่อง
- การฝึกอบรมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ให้แก่พนักงานขับรถยนต์ของสำนักงานฯ
- แผนการทำงาน (Work Plan) ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาการเช่า 5 ปี (60 เดือน) : 1 เมษายน 2568 - 31 มีนาคม 2573
- กำหนดส่งมอบรถยนต์ : ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2568
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี)
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท (กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า)
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ
- เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพให้เช่าพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาจากราคารวมต่ำสุด โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารครบถ้วน ถูกต้อง มีคุณสมบัติและข้อเสนอทางด้านเทคนิคครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนด
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- รถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV) อย่างน้อย 4 ประตู 5 ที่นั่ง ตามมาตรฐานของผู้ผลิต เป็นรุ่นที่ผลิตหรือนำเข้าไม่ก่อนปี 2567
- มอเตอร์ขับเคลื่อน 1 ตัว กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าตั้งแต่ 110 กิโลวัตต์ขึ้นไป และกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 150 กิโลวัตต์
- แรงบิดสูงสุดไม่ต่ำกว่า 250 นิวตันเมตร
- สามารถวิ่งได้ไม่น้อยกว่า 420 กิโลเมตร ต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC MODE
- ความจุของแบตเตอรี่ ไม่ต่ำกว่า 55 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh)
- สามารถชาร์จไฟได้ทั้งแบบปกติ (Normal Charge) และแบบเร็ว (Quick Charge)
- พวงมาลัยติดตั้งด้านขวา และมีระบบช่วยผ่อนแรง (พวงมาลัย Power)
- ระบบเบรก หน้า-หลัง แบบดิสก์เบรก
- ถุงลมนิรภัยอย่างน้อยคู่หน้า
- เข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง
- ประตูทุกบานปิดล็อคด้วยระบบเซ็นทรัลล็อค
- ติดตั้งกล้องบันทึกภาพด้านหน้าและด้านหลังรถยนต์พร้อม Memory Card ไม่ต่ำกว่า 64GB ที่มีมาตรฐาน
- รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่ให้เช่าทุกคัน จะต้องมี EV-ID (รหัสประจำรถ) ที่ไม่ซ้ำกัน
- ติดตั้งเครื่องปรับอากาศรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ตามมาตรฐานของผู้ผลิต พร้อมติดฟิล์มกรองแสงเซรามิค
- วงล้อเป็นโลหะอัลลอย ยางรถยนต์ทุกเส้นจะต้องเป็นยางเรเดียล ตามมาตรฐานของผู้ผลิต และต้องเป็นยางใหม่ อายุยางไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ผลิต
- รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ต้องมีเครื่องมือประจำรถยนต์ตามมาตรฐานของผู้ผลิตอย่างครบถ้วน และต้องมีหนังสือคู่มือแนะนำการใช้งานและบำรุงรักษา เป็นภาษาไทย คันละ 1 ชุด
เงื่อนไขสัญญา
- สำนักงานฯ จะจ่ายเงินค่าเช่ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) จำนวน 3 คัน ในอัตราคงที่ตลอดอายุสัญญาเป็นรายเดือน เมื่อสำนักงานฯ ได้ตรวจรับรถยนต์ที่เช่าเรียบร้อยแล้ว
- ค่าปรับกรณีส่งมอบรถยนต์ล่าช้า: ร้อยละ 0.20 ของราคาค่าเช่ารวมทั้งปีของรถยนต์คันที่ยังไม่ได้รับมอบ ต่อวัน
- ค่าปรับกรณีไม่สามารถจัดหารถยนต์ทดแทนกรณีรถเสีย: 1,500 บาทต่อคันต่อวัน
- ราคายืน: 90 วัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
คำถาม: รถยนต์ไฟฟ้าที่ให้เช่าต้องมีคุณสมบัติทางเทคนิคอย่างไรบ้าง?
คำตอบ: รถยนต์ไฟฟ้าต้องเป็นรถยนต์นั่งไฟฟ้าอย่างน้อย 4 ประตู 5 ที่นั่ง, มีกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 110 กิโลวัตต์, วิ่งได้ไม่น้อยกว่า 420 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง, และมีความจุของแบตเตอรี่ไม่ต่ำกว่า 55 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) -
คำถาม: ผู้ให้เช่าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดบ้าง?
คำตอบ: ผู้ให้เช่าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดูแลและซ่อมบำรุงรักษาต่างๆ, ค่าต่อทะเบียนรถ, ค่าทำประกันภัยรถยนต์, และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการบำรุงดูแลรถยนต์ ยกเว้นค่าไฟฟ้าในการชาร์จแบตเตอรี่ในระหว่างการใช้งาน -
คำถาม: หากรถยนต์ไฟฟ้าที่เช่าเกิดขัดข้อง ผู้ให้เช่าต้องดำเนินการอย่างไร?
คำตอบ: ผู้ให้เช่าจะต้องจัดหารถยนต์คันใหม่ ที่มีคุณลักษณะเฉพาะ ขนาด และประสิทธิภาพเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่า และมีสภาพที่เทียบเท่าหรือดีกว่า มาเปลี่ยนให้ผู้เช่าทันที -
คำถาม: ผู้ให้เช่าต้องดำเนินการเกี่ยวกับการประกันภัยรถยนต์อย่างไร?
คำตอบ: ผู้ให้เช่าต้องจัดทำประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) คันที่ให้เช่าประเภทชั้นหนึ่ง และตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ พ.ศ. 2535 กับบริษัทประกันภัยซึ่งได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน -
คำถาม: ผู้ให้เช่าต้องดำเนินการเกี่ยวกับการจดทะเบียนรถยนต์อย่างไร?
คำตอบ: ผู้ให้เช่าจะต้องจดทะเบียนรถยนต์ที่เช่ากับกรมการขนส่งทางบก และเสียภาษีประจำปีตามกฎหมาย ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ให้เช่า -
คำถาม: รถยนต์ไฟฟ้าที่นำมาให้เช่าต้องมีสีอะไร?
คำตอบ: รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่จะนำมาให้เช่าต้องเป็นรูปลักษณ์และสีเดียวกันทุกคัน ในโทนสีดำ หรือสีขาว หรือสีเทา -
คำถาม: ผู้ให้เช่าต้องจัดหาอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองอะไรบ้าง?
คำตอบ: ผู้ให้เช่าจะต้องจัดหาอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลือง ในการดูแลบำรุงรักษาประจำวัน ได้แก่ น้ำยาล้างรถ น้ำยาขัดคราบสี น้ำยาขัดเบาะ น้ำยาเช็ดกระจก ผ้าเช็ดรถ ฟองน้ำล้างรถ 3 ครั้งต่อปี และถังน้ำ 1 ครั้งต่อปี -
คำถาม: ตราสัญลักษณ์ของสำนักงานฯ บนรถยนต์ต้องมีขนาดเท่าใด?
คำตอบ: ตราสัญลักษณ์ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ติดข้างประตูหน้าซ้ายและขวาของรถยนต์ที่เช่าทุกคัน ต้องมีขนาดกว้างและยาวไม่น้อยกว่า 18 เซนติเมตร และอักษรชื่อเต็มของส่วนราชการขนาดสูงไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร หรือชื่อย่อขนาดสูงไม่น้อยกว่า 7.5 เซนติเมตร -
คำถาม: หากผู้เช่าต้องการเช่ารถยนต์ต่อไปหลังจากหมดสัญญา สามารถทำได้หรือไม่?
คำตอบ: ในกรณีที่ครบกำหนดสัญญานี้แล้ว หากผู้เช่ามีความจำเป็นต้องเช่ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) นี้ต่อไป ผู้ให้เช่าตกลงให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ต่อไปอีก มีกำหนด 2 เดือน ในอัตราค่าเช่าและเงื่อนไขเดิม โดยผู้เช่าจะต้องแจ้งให้ผู้ให้เช่าทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนครบกำหนดสัญญา -
คำถาม: ผู้ให้เช่าต้องมีศูนย์บริการครอบคลุมทุกภาคหรือไม่?
คำตอบ: ต้องมีศูนย์บริการและซ่อมบำรุงมาตรฐานครอบคลุมทุกภาค
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
(นายนวุตม์ กิจโพธิญาณ)
ประธานกรรมการ
(นายเชาว์รัตน์ ปั้นคง) (นายพงศธร เตชะสุเมธ) กรรมการ กรรมการและเลขานุการ
(นางสาวเบญจวรรณ ศรีเงินยวง)
ผู้ช่วยเลขานุการ
เอกสารแนบ
รายละเอียดคุณลักษณะและเงื่อนไขการเช่ารถนั่งส่วนกลาง รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทแบตเตอรี่ (BEV) จ านวน 3 คัน
- คุณลักษณะทั่วไป
1.1 สภาพรถยนต์ เป็นรถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV) อย่างน้อย 4 ประตู 5 ที่นั่ง ตามมาตรฐานของผู้ผลิต เป็นรุ่นที่ผลิตหรือน าเข้าไม่ก่อนปี 2567
1.2 มอเตอร์ขับเคลื่อน 1 ตัว ก าลังมอเตอร์ไฟฟ้าตั้งแต่ 110 กิโลวัตต์ขึ้นไป และก าลังมอเตอร์ไฟฟ้า สูงสุดไม่เกิน 150 กิโลวัตต์
1.3 แรงบิดสูงสุดไม่ต่ ากว่า 250 นิวตันเมตร
1.4 สามารถวิ่งได้ไม่น้อยกว่า 420 กิโลเมตร ต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC MODE 1.5 ความจุของแบตเตอรี่ ไม่ต่ ากว่า 55 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh)
1.6 สามารถชาร์จไฟได้ทั้งแบบปกติ (Normal Charge) และแบบเร็ว (Quick Charge) 1.7 พวงมาลัยติดตั้งด้านขวา และมีระบบช่วยผ่อนแรง (พวงมาลัย Power)
1.8 ระบบเบรก หน้า-หลัง แบบดิสก์เบรก
1.9 ถุงลมนิรภัยอย่างน้อยคู่หน้า
1.10 เข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง
1.11 ประตูทุกบานปิดล็อคด้วยระบบเซ็นทรัลล็อค
1.12 ติดตั้งกล้องบันทึกภาพด้านหน้าและด้านหลังรถยนต์พร้อม Memory Card ไม่ต่ ากว่า 64GB ที่มีมาตรฐาน
1.13 รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่ให้เช่าทุกคัน จะต้องมี EV-ID (รหัสประจ ารถ) ที่ไม่ซ้ ากัน ผู้ให้เช่าต้อง จัดหาเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ชนิด 3 เฟส จ านวน 2 เครื่อง ที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สื่อสาร และ สามารถเรียกดูข้อมูลการใช้งาน เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่น ามาชาร์จ เวลา และจ านวนไฟฟ้าที่ชาร์จ และ ติดตั้งในต าแหน่งที่ผู้เช่าก าหนด โดยมีสายชาร์จยาว 15 เมตร หัวชาร์จเป็นแบบ Type 2
1.14 ติดตั้งเครื่องปรับอากาศรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ตามมาตรฐานของผู้ผลิต พร้อมติดฟิล์มกรองแสง เซรามิค ที่ได้มาตรฐานรอบคัน (แบบเต็มบาน) พร้อมป้องกันรังสียูวี ระดับความเข้ม 60 เปอร์เซ็นต์ ยกเว้น กระจกบังลมหน้าใช้ระดับความเข้ม 40 เปอร์เซ็นต์ พร้อมใบรับประกันคุณภาพไม่น้อยกว่า 5 ปี
1.15 วงล้อเป็นโลหะอัลลอย ยางรถยนต์ทุกเส้นจะต้องเป็นยางเรเดียล ตามมาตรฐานของผู้ผลิต และ ต้องเป็นยางใหม่ อายุยางไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ผลิต - เงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมของรถยนต์ที่เช่า
2.1 ระยะเวลาการเช่า 60 เดือน (1 เมษายน 2568 - 31 มีนาคม 2573)
2.2 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) รุ่นใหม่และไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน
2.3 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่มีผลิตภัณฑ์และส่วนประกอบถูกต้อง และเป็นไปตามที่กฎหมาย ก าหนด
- 2 -
2.4 ผู้ให้เช่าจะต้องจดทะเบียนรถยนต์ที่เช่ากับกรมการขนส่งทางบก และเสียภาษีประจ าปีตาม กฎหมาย ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ให้เช่าให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา รวมทั้งต้องเสีย ภาษีประจ าปี ส าหรับปีต่อๆ ไป ภายในก าหนดเวลาทุกปี และสามารถใช้งานได้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยผู้เช่า ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
2.5 ผู้ให้เช่าต้องจัดท าประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) คันที่ให้เช่าประเภทชั้นหนึ่ง และตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ พ.ศ. 2535กับบริษัทประกันภัยซึ่งได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน ที่ผู้ให้เช่าให้ความยินยอม ตลอดอายุสัญญาเช่า โดยแบ่งการคุ้มครองออกเป็น
- คุ้มครองการบาดเจ็บและเสียชีวิตของบุคคลภายนอกในวงเงิน 1,000,000 (หนึ่งล้าน) บาท/คน และไม่เกิน 10,000,000 (สิบล้าน) บาท/ครั้ง
- คุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอกในวงเงิน 5,000,000 (ห้าล้าน) บาท/ครั้ง
- คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล และการเสียชีวิตส าหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถยนต์คันที่เอา ประกันภัยในวงเงินไม่ต่ ากว่า 200,000 (สองแสน) บาท/คน
2.6 ผู้ให้เช่าจะต้องรับผิดชอบต่อการสูญหายและความเสียหายของรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่าทุกกรณี
2.7 ค่าปรับตามสัญญา กรณีที่ผู้ให้เช่าส่งมอบรถยนต์ล่าช้ากว่าก าหนดในสัญญา ผู้ให้เช่าจะต้องช าระ ค่าปรับให้ผู้เช่าเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 (ศูนย์จุดสองศูนย์) ของราคาค่าเช่ารวมทั้งปีของรถยนต์คันที่ยัง ไม่ได้รับมอบ
2.8 ความบกพร่องในรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่า - ในกรณีที่รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่าคันใดขัดข้องใช้งานไม่ได้ตามปกติไม่ว่าจะเกิดจากเหตุใด ผู้ให้เช่าจะต้องจัดหารถยนต์คันใหม่ ที่มีคุณลักษณะเฉพาะ ขนาด และประสิทธิภาพเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่า และมีสภาพที่เทียบเท่าหรือดีกว่าทั้งในเรื่องความนิยมในยี่ห้อรถยนต์ (brand name) และราคา ในท้องตลาดมาเปลี่ยนให้ผู้เช่าทันทีที่ผู้ให้เช่าได้รับแจ้งจากผู้เช่าด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ให้เช่าเองทั้งสิ้น
ในกรณีผู้ให้เช่าไม่น ารถยนต์ทดแทน มาเปลี่ยนให้ตามวรรคหนึ่ง หรือผู้ให้เช่าจัดหารถยนต์ ทดแทนอื่นมาเปลี่ยน แต่ไม่ตรงตามที่ก าหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ผู้เช่ามีสิทธิเช่ารถยนต์ทดแทน จากบุคคลอื่นมาใช้งานแทนได้ จนกว่าผู้ให้เช่าจะจัดหารถยนต์ทดแทนมาเปลี่ยนให้โดยถูกต้อง โดยผู้ให้เช่า จะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเช่ารถยนต์ทดแทน จากบุคคลอื่นทั้งสิ้นและต้องรับภาระค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น (ถ้ามี) - หากผู้ให้เช่าไม่น ารถยนต์มาเปลี่ยนให้หรือรถยนต์ที่น ามาเปลี่ยนให้ไม่ถูกต้องตามวรรคหนึ่ง ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตามนอกจากผู้เช่ามีสิทธิหักค่าเช่า คิดเป็นรายวันต่อคัน ผู้เช่ามีสิทธิปรับผู้ให้เช่าเป็นรายวัน ในอัตราวันละ 1,500 บาท (หนึ่งพันห้าร้อยบาทถ้วน) ต่อคัน ตั้งแต่วันที่ผู้ให้เช่าได้รับแจ้งจากผู้เช่าให้น า รถยนต์มาเปลี่ยน จนถึงวันที่ผู้ให้เช่าน ารถยนต์คันใหม่มาเปลี่ยนให้
- กรณีเกิดเหตุในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ผู้ให้เช่าจะต้องน ารถยนต์มาทดแทนทันที หรือไม่เกินระยะเวลา 8 ชั่วโมง นับแต่ได้รับแจ้งเหตุ
- กรณีเกิดเหตุในส่วนภูมิภาคที่มีระยะทางไกล ผู้ให้เช่าจะต้องน ารถยนต์ มาทดแทนทันที หรือไม่เกินระยะเวลา 24 ชั่วโมง นับแต่ได้รับแจ้งเหตุ
- หากผู้ให้เช่าไม่น ารถยนต์ทดแทน มาเปลี่ยนให้ตามวรรคหนึ่ง เมื่อได้รับแจ้งจากผู้เช่าแล้ว เป็นระยะเวลาติดต่อกันเกิน 10 (สิบ) วัน ผู้เช่ามีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาทั้งหมดหรือแต่บางส่วนได้โดยท าเป็น หนังสือแจ้งไปยังผู้ให้เช่า
- 3 -
2.9 การตรวจสอบประสิทธิภาพรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่ตกลงจะเช่าหรือรถยนต์คันที่จะน ามาเปลี่ยน ในกรณีข้อ 2.8 ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้เช่า
2.10 การน ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ไปซ่อมหรือบ ารุงรักษาตามก าหนดระยะเวลา ผู้ให้เช่าต้องน ารถยนต์ มาทดแทนก่อน เมื่อส่งรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) กลับมาให้ผู้เช่า ผู้ให้เช่าต้องตรวจสอบแบตเตอรี่ให้มีการชาร์จไฟ ไว้เต็มพร้อมใช้งาน ก่อนน ารถมาส่ง
2.11 ค่าใช้จ่ายในการดูแลและซ่อมบ ารุงรักษาต่างๆ รวมทั้งค่าต่อทะเบียนรถ ค่าท าประกันภัยรถยนต์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการบ ารุงดูแลรถยนต์ให้อยู่ในความรับผิดชอบของผู้ให้เช่า ยกเว้นค่าไฟฟ้า ในการชาร์จแบตเตอรี่ในระหว่างการใช้งาน
2.12 รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่าทุกคันต้องมีการเข้ารับบริการตรวจเช็คระยะ อัพเดทซอฟแวร์ ตรวจเช็ค แบตเตอรี่ เปลี่ยนอะไหล่และอุปกรณ์ต่างๆตลอดจนการบ ารุงรักษาตามก าหนดของผู้ผลิตรถยนต์ เมื่อรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่าได้ผ่านการใช้งานและยางรถยนต์เส้นหนึ่งเส้นใดมีสภาพความลึกของดอกยางต่ ากว่า 3 มิลลิเมตร หรือตามที่ผู้เช่าเห็นว่าจะไม่ปลอดภัย ผู้ให้เช่าต้องเปลี่ยนยางรถยนต์ที่มีสภาพใหม่ไม่เคยใช้งานมาก่อนพร้อมใช้งาน ได้ดี โดยห้ามใช้ยางหล่อดอก
2.13 ผู้ให้เช่าต้องน ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ทุกคันเข้ารับบริการล้างอัดฉีดอย่างน้อย 4 ครั้งต่อปีหรือ ตามที่ผู้เช่าร้องขอ
2.14 ต้องมีเครื่องดับเพลิงส าหรับใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่า คันละ 1 ชุด
2.15 ผู้ให้เช่าจะต้องจัดหาอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลือง ในการดูแลบ ารุงรักษาประจ าวัน ได้แก่ น้ ายาล้างรถ น้ ายาขัดคราบสี น้ ายาขัดเบาะ น้ ายาเช็ดกระจก ผ้าเช็ดรถ ฟองน้ าล้างรถ 3 ครั้งต่อปี และถังน้ า 1 ครั้งต่อปี 2.16 รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ต้องมีเครื่องมือประจ ารถยนต์ตามมาตรฐานของผู้ผลิตอย่างครบถ้วน และ ต้องมีหนังสือคู่มือแนะน าการใช้งานและบ ารุงรักษา เป็นภาษาไทย คันละ 1 ชุด
2.17 ผู้ให้เช่าต้องจัดท าตราสัญลักษณ์ของส านักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ติดข้าง ประตูหน้าซ้ายและขวาของรถยนต์ที่เช่าทุกคัน ขนาดกว้างและยาวไม่น้อยกว่า 18 เซนติเมตร และอักษรชื่อเต็ม ของส่วนราชการขนาดสูงไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร หรือชื่อย่อขนาดสูงไม่น้อยกว่า 7.5 เซนติเมตร
2.18 รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่าต้องมีแบตเตอรี่ไฟฟ้าไม่ต่ ากว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ในวันส่งมอบรถยนต์ 2.19 รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่จะน ามาให้เช่าต้องเป็นรูปลักษณ์และสีเดียวกันทุกคัน ในโทนสีด า หรือ สีขาว หรือสีเทา
2.20 ต้องมีศูนย์บริการและซ่อมบ ารุงมาตรฐานครอบคลุมทุกภาค
2.21 ในกรณีที่ครบก าหนดสัญญานี้แล้ว หากผู้เช่ามีความจ าเป็นต้องเช่ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) นี้ต่อไป ผู้ให้เช่าตกลงให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ต่อไปอีก มีก าหนด 2 เดือน ในอัตราค่าเช่าและเงื่อนไขเดิม โดยผู้เช่า จะต้องแจ้งให้ผู้ให้เช่าทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนครบก าหนดสัญญา
……………………………………………….. - 2 -
2.4 ผู้ให้เช่าจะต้องจดทะเบียนรถยนต์ที่เช่ากับกรมการขนส่งทางบก และเสียภาษีประจำปีตาม
กฎหมาย ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ให้เช่าให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา รวมทั้งต้องเสีย
ภาษีประจำปี สำหรับปีต่อๆ ไป ภายในกำหนดเวลาทุกปี และสามารถใช้งานได้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยผู้เช่า
ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
และตาม
2.5 ผู้ให้เช่าต้องจัดทำประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) คันที่ให้เช่าประเภทชั้นหนึ่ง
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ พ.ศ. 2535 กับบริษัทประกันภัยซึ่งได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน
ที่ผู้ให้เช่าให้ความยินยอม ตลอดอายุสัญญาเช่า โดยแบ่งการคุ้มครองออกเป็น
- คุ้มครองการบาดเจ็บและเสียชีวิตของบุคคลภายนอกในวงเงิน 1,000,000 (หนึ่งล้าน) บาท/คน
และไม่เกิน 10,000,000 (สิบล้าน) บาท/ครั้ง - คุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอกในวงเงิน 5,000,000 (ห้าล้าน) บาท/ครั้ง
- คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล และการเสียชีวิตสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถยนต์คันที่เอา
ประกันภัยในวงเงินไม่ต่ำกว่า 200,000 (สองแสน) บาท/คน
2.6 ผู้ให้เช่าจะต้องรับผิดชอบต่อการสูญหายและความเสียหายของรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่าทุกกรณี
2.7 ค่าปรับตามสัญญา กรณีที่ผู้ให้เช่าส่งมอบรถยนต์ล่าช้ากว่ากำหนดในสัญญา ผู้ให้เช่าจะต้องชำระ
ค่าปรับให้ผู้เช่าเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 (ศูนย์จุดสองศูนย์) ของราคาค่าเช่ารวมทั้งปีของรถยนต์คันที่ยัง
ไม่ได้รับมอบ
2.8 ความบกพร่องในรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่า - ในกรณีที่รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่าคันใดขัดข้องใช้งานไม่ได้ตามปกติไม่ว่าจะเกิดจากเหตุใด
ผู้ให้เช่าจะต้องจัดหารถยนต์คันใหม่ ที่มีคุณลักษณะเฉพาะ ขนาด และประสิทธิภาพเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า
(BEV) ที่เช่า และมีสภาพที่เทียบเท่าหรือดีกว่าทั้งในเรื่องความนิยมในยี่ห้อรถยนต์ (brand name) และราคา
ในท้องตลาดมาเปลี่ยนให้ผู้เช่าทันทีที่ผู้ให้เช่าได้รับแจ้งจากผู้เช่าด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ให้เช่าเองทั้งสิ้น
ในกรณีผู้ให้เช่าไม่นำรถยนต์ทดแทน มาเปลี่ยนให้ตามวรรคหนึ่ง หรือผู้ให้เช่าจัดหารถยนต์
ทดแทนอื่นมาเปลี่ยน แต่ไม่ตรงตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ผู้เช่ามีสิทธิเช่ารถยนต์ทดแทน
จากบุคคลอื่นมาใช้งานแทนได้ จนกว่าผู้ให้เช่าจะจัดหารถยนต์ทดแทนมาเปลี่ยนให้โดยถูกต้อง โดยผู้ให้เช่า
จะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเช่ารถยนต์ทดแทน จากบุคคลอื่นทั้งสิ้นและต้องรับภาระค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น (ถ้ามี) - หากผู้ให้เช่าไม่นำรถยนต์มาเปลี่ยนให้หรือรถยนต์ที่นำมาเปลี่ยนให้ไม่ถูกต้องตามวรรคหนึ่ง
ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตามนอกจากผู้เช่ามีสิทธิหักค่าเช่า คิดเป็นรายวันต่อคัน ผู้เช่ามีสิทธิปรับผู้ให้เช่าเป็นรายวัน
ในอัตราวันละ 1,500 บาท (หนึ่งพันห้าร้อยบาทถ้วน) ต่อคัน ตั้งแต่วันที่ผู้ให้เช่าได้รับแจ้งจากผู้เช่าให้นำ
รถยนต์มาเปลี่ยน จนถึงวันที่ผู้ให้เช่านำรถยนต์คันใหม่มาเปลี่ยนให้ - กรณีเกิดเหตุในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ผู้ให้เช่าจะต้องนำรถยนต์มาทดแทนทันที
หรือไม่เกินระยะเวลา 8 ชั่วโมง นับแต่ได้รับแจ้งเหตุ - กรณีเกิดเหตุในส่วนภูมิภาคที่มีระยะทางไกล ผู้ให้เช่าจะต้องนำรถยนต์ มาทดแทนทันที
หรือไม่เกินระยะเวลา 24 ชั่วโมง นับแต่ได้รับแจ้งเหตุ - หากผู้ให้เช่าไม่นำรถยนต์ทดแทน มาเปลี่ยนให้ตามวรรคหนึ่ง เมื่อได้รับแจ้งจากผู้เช่าแล้ว
เป็นระยะเวลาติดต่อกันเกิน 10 (สิบ) วัน ผู้เช่ามีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาทั้งหมดหรือแต่บางส่วนได้โดยทำเป็น
หนังสือแจ้งไปยังผู้ให้เช่า
-3-
2.9 การตรวจสอบประสิทธิภาพรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่ตกลงจะเช่าหรือรถยนต์คันที่จะนำมาเปลี่ยน
ในกรณีข้อ 2.8 ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้เช่า
2.10 การนำรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ไปซ่อมหรือบำรุงรักษาตามกำหนดระยะเวลา ผู้ให้เช่าต้องนำรถยนต์
มาทดแทนก่อน เมื่อส่งรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) กลับมาให้ผู้เช่า ผู้ให้เช่าต้องตรวจสอบแบตเตอรี่ให้มีการชาร์จไฟ
ไว้เต็มพร้อมใช้งาน ก่อนนำรถมาส่ง
2.11 ค่าใช้จ่ายในการดูแลและซ่อมบำรุงรักษาต่างๆ รวมทั้งค่าต่อทะเบียนรถ ค่าทำประกันภัยรถยนต์
และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการบำรุงดูแลรถยนต์ให้อยู่ในความรับผิดชอบของผู้ให้เช่า ยกเว้นค่าไฟฟ้า
ในการชาร์จแบตเตอรี่ในระหว่างการใช้งาน
2.12 รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่าทุกคันต้องมีการเข้ารับบริการตรวจเช็คระยะ อัพเดทซอฟแวร์ ตรวจเช็ค
แบตเตอรี่ เปลี่ยนอะไหล่และอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนการบำรุงรักษาตามกำหนดของผู้ผลิตรถยนต์ เมื่อรถยนต์ไฟฟ้า
(BEV) ที่เช่าได้ผ่านการใช้งานและยางรถยนต์เส้นหนึ่งเส้นใดมีสภาพความลึกของดอกยางต่ำกว่า 3 มิลลิเมตร
หรือตามที่ผู้เช่าเห็นว่าจะไม่ปลอดภัย ผู้ให้เช่าต้องเปลี่ยนยางรถยนต์ที่มีสภาพใหม่ไม่เคยใช้งานมาก่อนพร้อมใช้งาน
ได้ดี โดยห้ามใช้ยางหล่อดอก
2.13 ผู้ให้เช่าต้องนำรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ทุกคันเข้ารับบริการล้างอัดฉีดอย่างน้อย 4 ครั้งต่อปี หรือ
ตามที่ผู้เช่าร้องขอ
2.14 ต้องมีเครื่องดับเพลิงสำหรับใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่า คันละ 1 ชุด
2.15 ผู้ให้เช่าจะต้องจัดหาอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลือง ในการดูแลบำรุงรักษาประจำวัน ได้แก่ น้ำยาล้างรถ
น้ำยาขัดคราบสี น้ำยาขัดเบาะ น้ำยาเช็ดกระจก ผ้าเช็ดรถ ฟองน้ำล้างรถ 3 ครั้งต่อปี และถังน้ำ 1 ครั้งต่อปี
2.16 รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ต้องมีเครื่องมือประจำรถยนต์ตามมาตรฐานของผู้ผลิตอย่างครบถ้วน และ
ต้องมีหนังสือคู่มือแนะนำการใช้งานและบำรุงรักษา เป็นภาษาไทย คันละ 1 ชุด
2.17 ผู้ให้เช่าต้องจัดทำตราสัญลักษณ์ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ติดข้าง
ประตูหน้าซ้ายและขวาของรถยนต์ที่เช่าทุกคัน ขนาดกว้างและยาวไม่น้อยกว่า 18 เซนติเมตร และอักษรชื่อเต็ม
ของส่วนราชการขนาดสูงไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร หรือชื่อย่อขนาดสูงไม่น้อยกว่า 7.5 เซนติเมตร
2.18 รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่าต้องมีแบตเตอรี่ไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ในวันส่งมอบรถยนต์
2.19 รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่จะนำมาให้เช่าต้องเป็นรูปลักษณ์ และสีเดียวกันทุกคัน ในโทนสีดำ หรือ
สีขาว หรือสีเทา
2.20 ต้องมีศูนย์บริการและซ่อมบำรุงมาตรฐานครอบคลุมทุกภาค
2.21 ในกรณีที่ครบกำหนดสัญญานี้แล้ว หากผู้เช่ามีความจำเป็นต้องเช่ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) นี้ต่อไป
ผู้ให้เช่าตกลงให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ต่อไปอีก มีกำหนด 2 เดือน ในอัตราค่าเช่าและเงื่อนไขเดิม โดยผู้เช่า
จะต้องแจ้งให้ผู้ให้เช่าทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนครบกำหนดสัญญา