เช่าระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาเช่ารถนั่งส่วนกลาง รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทแบตเตอรี่ (BEV) จำนวน ๓ คัน

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 68029114871
฿3,321,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 14 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) จำนวน 3 คัน มาใช้เป็นพาหนะสำหรับรับ-ส่งเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในการเดินทางเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา หรือเดินทางไปราชการต่างจังหวัด เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ของสำนักงานฯ ในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด โดยมีระยะเวลาการเช่า 5 ปี (60 เดือน) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2573

ผู้ให้เช่าจะต้องส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2568 โดยรถยนต์ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด เช่น เป็นรถยนต์นั่งไฟฟ้าอย่างน้อย 4 ประตู 5 ที่นั่ง, มีกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 110 กิโลวัตต์, วิ่งได้ไม่น้อยกว่า 420 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง, และมีความจุของแบตเตอรี่ไม่ต่ำกว่า 55 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) นอกจากนี้ ผู้ให้เช่าต้องจัดหาเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ชนิด 3 เฟส จำนวน 2 เครื่อง พร้อมติดตั้งและอบรมการใช้งานให้แก่พนักงานขับรถยนต์ของสำนักงานฯ

สำนักงานฯ จะพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา โดยจะพิจารณาจากราคารวมที่ต่ำที่สุดของผู้ที่ยื่นเอกสารครบถ้วน ถูกต้อง และมีคุณสมบัติครบตามที่กำหนด

English summary

This project involves the leasing of 3 Battery Electric Vehicles (BEVs) for the Office of the National Economic and Social Development Council. The vehicles will be used to transport officials to meetings, training sessions, seminars, and official trips in Bangkok, its vicinity, and other provinces. The lease term is 5 years, from fiscal year 2025 to 2030. The supplier must deliver the vehicles by March 31, 2025, and provide charging stations, installation, and user training.

สถานที่ดำเนินการ

962 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อใช้เป็นพาหนะสำหรับรับ-ส่ง เจ้าหน้าที่ในการเดินทางเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา หรือเดินทางไปราชการ
  • สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ของสำนักงานฯ ในท้องที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล หรือต่างจังหวัด

ขอบเขตของงาน

  • เช่ารถนั่งส่วนกลาง รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทแบตเตอรี่ (BEV) จำนวน 3 คัน
  • ระยะเวลาการเช่า 5 ปี (60 เดือน) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2573
  • ส่งมอบรถยนต์ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2568
  • จัดหาเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ชนิด 3 เฟส จำนวน 2 เครื่อง ที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สื่อสาร
  • ติดตั้งเครื่องชาร์จในตำแหน่งที่ผู้เช่ากำหนด โดยมีสายชาร์จยาว 15 เมตร หัวชาร์จเป็นแบบ Type 2
  • จัดเจ้าหน้าที่มาฝึกอบรมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ให้แก่พนักงานขับรถยนต์ของสำนักงานฯ ภายใน 5 วันทำการ นับถัดจากวันส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า (BEV)
  • จดทะเบียนรถยนต์ที่เช่ากับกรมการขนส่งทางบก และเสียภาษีประจำปี
  • จัดทำประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ประเภทชั้นหนึ่ง และตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ พ.ศ. 2535
  • รับผิดชอบต่อการสูญหายและความเสียหายของรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่าทุกกรณี
  • จัดหารถยนต์คันใหม่ทดแทน ในกรณีที่รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่าคันใดขัดข้องใช้งานไม่ได้
  • ดูแลและซ่อมบำรุงรักษารถยนต์
  • จัดหาอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองในการดูแลบำรุงรักษาประจำวัน
  • จัดทำตราสัญลักษณ์ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ติดข้างประตูรถยนต์

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) อย่างน้อย 4 ประตู 5 ที่นั่ง จำนวน 3 คัน
  • เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ชนิด 3 เฟส จำนวน 2 เครื่อง
  • การฝึกอบรมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ให้แก่พนักงานขับรถยนต์ของสำนักงานฯ
  • แผนการทำงาน (Work Plan) ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาการเช่า 5 ปี (60 เดือน) : 1 เมษายน 2568 - 31 มีนาคม 2573
  • กำหนดส่งมอบรถยนต์ : ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2568

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี)
  • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท (กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า)
  • กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ
  • เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพให้เช่าพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาจากราคารวมต่ำสุด โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารครบถ้วน ถูกต้อง มีคุณสมบัติและข้อเสนอทางด้านเทคนิคครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนด

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • รถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV) อย่างน้อย 4 ประตู 5 ที่นั่ง ตามมาตรฐานของผู้ผลิต เป็นรุ่นที่ผลิตหรือนำเข้าไม่ก่อนปี 2567
  • มอเตอร์ขับเคลื่อน 1 ตัว กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าตั้งแต่ 110 กิโลวัตต์ขึ้นไป และกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 150 กิโลวัตต์
  • แรงบิดสูงสุดไม่ต่ำกว่า 250 นิวตันเมตร
  • สามารถวิ่งได้ไม่น้อยกว่า 420 กิโลเมตร ต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC MODE
  • ความจุของแบตเตอรี่ ไม่ต่ำกว่า 55 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh)
  • สามารถชาร์จไฟได้ทั้งแบบปกติ (Normal Charge) และแบบเร็ว (Quick Charge)
  • พวงมาลัยติดตั้งด้านขวา และมีระบบช่วยผ่อนแรง (พวงมาลัย Power)
  • ระบบเบรก หน้า-หลัง แบบดิสก์เบรก
  • ถุงลมนิรภัยอย่างน้อยคู่หน้า
  • เข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง
  • ประตูทุกบานปิดล็อคด้วยระบบเซ็นทรัลล็อค
  • ติดตั้งกล้องบันทึกภาพด้านหน้าและด้านหลังรถยนต์พร้อม Memory Card ไม่ต่ำกว่า 64GB ที่มีมาตรฐาน
  • รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่ให้เช่าทุกคัน จะต้องมี EV-ID (รหัสประจำรถ) ที่ไม่ซ้ำกัน
  • ติดตั้งเครื่องปรับอากาศรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ตามมาตรฐานของผู้ผลิต พร้อมติดฟิล์มกรองแสงเซรามิค
  • วงล้อเป็นโลหะอัลลอย ยางรถยนต์ทุกเส้นจะต้องเป็นยางเรเดียล ตามมาตรฐานของผู้ผลิต และต้องเป็นยางใหม่ อายุยางไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ผลิต
  • รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ต้องมีเครื่องมือประจำรถยนต์ตามมาตรฐานของผู้ผลิตอย่างครบถ้วน และต้องมีหนังสือคู่มือแนะนำการใช้งานและบำรุงรักษา เป็นภาษาไทย คันละ 1 ชุด

เงื่อนไขสัญญา

  • สำนักงานฯ จะจ่ายเงินค่าเช่ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) จำนวน 3 คัน ในอัตราคงที่ตลอดอายุสัญญาเป็นรายเดือน เมื่อสำนักงานฯ ได้ตรวจรับรถยนต์ที่เช่าเรียบร้อยแล้ว
  • ค่าปรับกรณีส่งมอบรถยนต์ล่าช้า: ร้อยละ 0.20 ของราคาค่าเช่ารวมทั้งปีของรถยนต์คันที่ยังไม่ได้รับมอบ ต่อวัน
  • ค่าปรับกรณีไม่สามารถจัดหารถยนต์ทดแทนกรณีรถเสีย: 1,500 บาทต่อคันต่อวัน
  • ราคายืน: 90 วัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: รถยนต์ไฟฟ้าที่ให้เช่าต้องมีคุณสมบัติทางเทคนิคอย่างไรบ้าง?
    คำตอบ: รถยนต์ไฟฟ้าต้องเป็นรถยนต์นั่งไฟฟ้าอย่างน้อย 4 ประตู 5 ที่นั่ง, มีกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 110 กิโลวัตต์, วิ่งได้ไม่น้อยกว่า 420 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง, และมีความจุของแบตเตอรี่ไม่ต่ำกว่า 55 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh)

  • คำถาม: ผู้ให้เช่าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดบ้าง?
    คำตอบ: ผู้ให้เช่าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดูแลและซ่อมบำรุงรักษาต่างๆ, ค่าต่อทะเบียนรถ, ค่าทำประกันภัยรถยนต์, และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการบำรุงดูแลรถยนต์ ยกเว้นค่าไฟฟ้าในการชาร์จแบตเตอรี่ในระหว่างการใช้งาน

  • คำถาม: หากรถยนต์ไฟฟ้าที่เช่าเกิดขัดข้อง ผู้ให้เช่าต้องดำเนินการอย่างไร?
    คำตอบ: ผู้ให้เช่าจะต้องจัดหารถยนต์คันใหม่ ที่มีคุณลักษณะเฉพาะ ขนาด และประสิทธิภาพเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่า และมีสภาพที่เทียบเท่าหรือดีกว่า มาเปลี่ยนให้ผู้เช่าทันที

  • คำถาม: ผู้ให้เช่าต้องดำเนินการเกี่ยวกับการประกันภัยรถยนต์อย่างไร?
    คำตอบ: ผู้ให้เช่าต้องจัดทำประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) คันที่ให้เช่าประเภทชั้นหนึ่ง และตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ พ.ศ. 2535 กับบริษัทประกันภัยซึ่งได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน

  • คำถาม: ผู้ให้เช่าต้องดำเนินการเกี่ยวกับการจดทะเบียนรถยนต์อย่างไร?
    คำตอบ: ผู้ให้เช่าจะต้องจดทะเบียนรถยนต์ที่เช่ากับกรมการขนส่งทางบก และเสียภาษีประจำปีตามกฎหมาย ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ให้เช่า

  • คำถาม: รถยนต์ไฟฟ้าที่นำมาให้เช่าต้องมีสีอะไร?
    คำตอบ: รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่จะนำมาให้เช่าต้องเป็นรูปลักษณ์และสีเดียวกันทุกคัน ในโทนสีดำ หรือสีขาว หรือสีเทา

  • คำถาม: ผู้ให้เช่าต้องจัดหาอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองอะไรบ้าง?
    คำตอบ: ผู้ให้เช่าจะต้องจัดหาอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลือง ในการดูแลบำรุงรักษาประจำวัน ได้แก่ น้ำยาล้างรถ น้ำยาขัดคราบสี น้ำยาขัดเบาะ น้ำยาเช็ดกระจก ผ้าเช็ดรถ ฟองน้ำล้างรถ 3 ครั้งต่อปี และถังน้ำ 1 ครั้งต่อปี

  • คำถาม: ตราสัญลักษณ์ของสำนักงานฯ บนรถยนต์ต้องมีขนาดเท่าใด?
    คำตอบ: ตราสัญลักษณ์ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ติดข้างประตูหน้าซ้ายและขวาของรถยนต์ที่เช่าทุกคัน ต้องมีขนาดกว้างและยาวไม่น้อยกว่า 18 เซนติเมตร และอักษรชื่อเต็มของส่วนราชการขนาดสูงไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร หรือชื่อย่อขนาดสูงไม่น้อยกว่า 7.5 เซนติเมตร

  • คำถาม: หากผู้เช่าต้องการเช่ารถยนต์ต่อไปหลังจากหมดสัญญา สามารถทำได้หรือไม่?
    คำตอบ: ในกรณีที่ครบกำหนดสัญญานี้แล้ว หากผู้เช่ามีความจำเป็นต้องเช่ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) นี้ต่อไป ผู้ให้เช่าตกลงให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ต่อไปอีก มีกำหนด 2 เดือน ในอัตราค่าเช่าและเงื่อนไขเดิม โดยผู้เช่าจะต้องแจ้งให้ผู้ให้เช่าทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนครบกำหนดสัญญา

  • คำถาม: ผู้ให้เช่าต้องมีศูนย์บริการครอบคลุมทุกภาคหรือไม่?
    คำตอบ: ต้องมีศูนย์บริการและซ่อมบำรุงมาตรฐานครอบคลุมทุกภาค

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

1. ความเป็นมา เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาข้อ ๑.๑ ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) การเช่ารถนั่งส่วนกลาง รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทแบตเตอรี่ (BEV) จำนวน 3 คัน ตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร 0505/ว 426 ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2566 ด้วยในคราว ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2566 นายกรัฐมนตรีเสนอว่า ตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาไว้ สรุปว่ารัฐบาลจะไม่ละเลยเรื่องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ สานต่อนโยบาย Carbon Neutrality เพื่อให้ประเทศไทยเป็นผู้นำของอาเซียนในด้านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ และจะใช้การ พัฒนาที่ยั่งยืนเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ นั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ประเทศไทยบรรลุ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนดังกล่าว ผ่านการส่งเสริมการผลิตและการใช้ยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle) ซึ่งกำหนดเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่ร้อยละ 30 ของกำลังการผลิตยานยนต์ภายในประเทศ ภายในปี 2573 จึงขอให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐพิจารณาดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างรถยนต์ ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) มาใช้ในราชการแทนรถยนต์เดิมที่หมดอายุการใช้งานหรือที่จะต้องจัดซื้อจัดจ้างขึ้นใหม่ เพื่อรองรับภารกิจใหม่หรือผู้ดำรงตำแหน่งใหม่ รวมทั้งให้กระทรวงการคลังร่วมกับกระทรวงพลังงาน สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ และ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อรองรับการดำเนินการดังกล่าวให้ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีความประสงค์จะเช่ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) อย่างน้อย 4 ประตู 5 ที่นั่ง จำนวน 3 คัน ระยะเวลาการเช่า 5 ปี ผูกพันปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 - 2573 เพื่อทดแทนรถยนต์ (รถเก๋ง) ที่ได้มีการเช่าและสิ้นสุดสัญญาเช่าในวันที่ 31 มีนาคม 2568 และสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของสำนักงานฯ 2. วัตถุประสงค์ เพื่อใช้เป็นพาหนะสำหรับรับ-ส่ง เจ้าหน้าที่ ในการเดินทางเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา หรือเดินทางไป ราชการต่างจังหวัดในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ในท้องที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล หรือต่างจังหวัดตามที่ สำนักงานฯ กำหนด 3. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ 3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ 3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง กำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง 3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย 3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา 3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพให้เช่าพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว 3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอให้แก่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ 3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น 3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นเสนอราคาในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ 1) กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือ มูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย 2) กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ 3) กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็น สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้ร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนาม กิจการร่วมค้า 3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ 1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้อง มีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มี การตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ 2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท 3) สำหรับการเช่าครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชี ธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหาก เป็นผู้ชนะการเช่าหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง ในวันลงนามในสัญญา 4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย 5) กรณีตาม (1) - (4) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้ (5.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ (5.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 4. รายละเอียดคุณลักษณะและเงื่อนไขการเช่า เช่ารถนั่งส่วนกลาง รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทแบตเตอรี่ (BEV) จำนวน 3 คัน (รายละเอียดตามเอกสารแนบ) 5. กำหนดเวลาที่ต้องการให้งานแล้วเสร็จ ผู้ให้เช่าจะต้องส่งมอบรถนั่งส่วนกลาง รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทแบตเตอรี่ (BEV) จำนวน 3 คัน ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2568 ในวันและเวลาราชการ ยกเว้นกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม โดยมี ระยะเวลาการเช่า 5 ปี (60 เดือน) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2573 6. โดยส่งมอบรถยนต์ ณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขที่ 962 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100 หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงานฯ จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา โดยสำนักงานฯ จะพิจารณาจากราคารวม โดยคัดเลือกจากผู้ยื่นเสนอรายที่ยื่นเอกสารการเสนอ ราคาครบถ้วน ถูกต้อง มีคุณสมบัติและข้อเสนอทางด้านเทคนิค หรือเสนอพัสดุที่มีรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ครบถ้วน ถูกต้อง ตามเงื่อนไขที่สำนักงานฯ กำหนดไว้ในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเสนอราคาต่ำสุด ในกรณีที่มีผู้เสนอราคาต่ำสุดเท่ากันหลายราย จะพิจารณาราคาต่ำสุดของผู้ที่เสนอราคา เข้าสู่ระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในลำดับแรกเป็นผู้ชนะการเสนอราคา ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติการ จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 7. วงเงินงบประมาณ งบประมาณจำนวน 3,321,000.00 บาท (สามล้านสามแสนสองหมื่นหนึ่งพันบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว โดยเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 - 2573 8. งวดงานและการจ่ายเงิน สำนักงานฯ จะจ่ายเงินค่าเช่ารถนั่งส่วนกลาง รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทแบตเตอรี่ (BEV) จำนวน 3 คัน ในอัตราคงที่ตลอดอายุสัญญาเป็นรายเดือน เมื่อสำนักงานฯ ได้ตรวจรับรถยนต์ที่เช่าเรียบร้อยแล้ว 9. เงื่อนไขและข้อกำหนดอื่นๆ 9.1 ผู้ให้เช่าต้องจัดเจ้าหน้าที่มาฝึกอบรมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ให้แก่พนักงานขับรถยนต์ของ สำนักงานฯ ภายใน 5 วันทำการ นับถัดจากวันส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) 9.2 ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับแต่วันยื่นข้อเสนอ โดยภายใน กำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้ และจะถอนการเสนอราคามิได้ 9.3 คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทำ แผนการทำงานตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่เป็นกรณีสัญญาที่มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา 10. ช่องทางส่งข้อเสนอแนะ วิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็น ดังนี้ โทรสาร ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ 0-2281-3015 [email protected] ผู้ประกอบการที่ต้องการให้ข้อเสนอแนะ วิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็น ต้องเปิดเผยตัว โดยระบุชื่อและ ที่อยู่ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ (นายเชาว์รัตน์ ปั้นคง) กรรมการ คณะกรรมการจัดทำร่างขอบเขตของงาน (นางสาวเบญจวรรณ ศรีเงินยวง) ผู้ช่วยเลขานุการ (นายนวุตม์ กิจโพธิญาณ) ประธานกรรมการ (นายพงศธร เตชะสุเมธ) กรรมการและเลขานุการ เอกสารแนบ รายละเอียดคุณลักษณะและเงื่อนไขการเช่ารถนั่งส่วนกลาง รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทแบตเตอรี่ (BEV) คุณลักษณะทั่วไป 1. จำนวน 3 คัน 1.1 สภาพรถยนต์ เป็นรถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV) อย่างน้อย 4 ประตู 5 ที่นั่ง ตามมาตรฐานของผู้ผลิต เป็นรุ่นที่ผลิตหรือนำเข้าไม่ก่อนปี 2567 1.2 มอเตอร์ขับเคลื่อน 1 ตัว กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าตั้งแต่ 110 กิโลวัตต์ขึ้นไป และกำลังมอเตอร์ไฟฟ้า สูงสุดไม่เกิน 150 กิโลวัตต์ 1.3 แรงบิดสูงสุดไม่ต่ำกว่า 250 นิวตันเมตร 1.4 สามารถวิ่งได้ไม่น้อยกว่า 420 กิโลเมตร ต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC MODE 1.5 ความจุของแบตเตอรี่ ไม่ต่ำกว่า 55 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) 1.6 1.7 สามารถชาร์จไฟได้ทั้งแบบปกติ (Normal Charge) และแบบเร็ว (Quick Charge) พวงมาลัยติดตั้งด้านขวา และมีระบบช่วยผ่อนแรง (พวงมาลัย Power) 1.8 ระบบเบรก หน้า-หลัง แบบดิสก์เบรก 1.9 ถุงลมนิรภัยอย่างน้อยคู่หน้า 1.10 เข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง 1.11 ประตูทุกบานปิดล็อคด้วยระบบเซ็นทรัลล็อค 1.12 ติดตั้งกล้องบันทึกภาพด้านหน้าและด้านหลังรถยนต์พร้อม Memory Card ไม่ต่ำกว่า 64GB ที่มีมาตรฐาน 1.13 รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่ให้เช่าทุกคัน จะต้องมี EV-ID (รหัสประจำรถ) ที่ไม่ซ้ำกัน ผู้ให้เช่าต้อง จัดหาเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ชนิด 3 เฟส จำนวน 2 เครื่อง ที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สื่อสาร และ สามารถเรียกดูข้อมูลการใช้งาน เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่นำมาชาร์จ เวลา และจำนวนไฟฟ้าที่ชาร์จ และ ติดตั้งในตำแหน่งที่ผู้เช่ากำหนด โดยมีสายชาร์จยาว 15 เมตร หัวชาร์จเป็นแบบ Type 2 1.14 ติดตั้งเครื่องปรับอากาศรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ตามมาตรฐานของผู้ผลิต พร้อมติดฟิล์มกรองแสง เซรามิค ที่ได้มาตรฐานรอบคัน (แบบเต็มบาน) พร้อมป้องกันรังสียูวี ระดับความเข้ม 60 เปอร์เซ็นต์ ยกเว้น กระจกบังลมหน้าใช้ระดับความเข้ม 40 เปอร์เซ็นต์ พร้อมใบรับประกันคุณภาพไม่น้อยกว่า 5 ปี 1.15 วงล้อเป็นโลหะอัลลอย ยางรถยนต์ทุกเส้นจะต้องเป็นยางเรเดียล ตามมาตรฐานของผู้ผลิต และ ต้องเป็นยางใหม่ อายุยางไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ผลิต 2. กำหนด เงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมของรถยนต์ที่เช่า 2.1 ระยะเวลาการเช่า 60 เดือน (1 เมษายน 2568 - 31 มีนาคม 2573) 2.2 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) รุ่นใหม่และไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน 2.3 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่มีผลิตภัณฑ์และส่วนประกอบถูกต้อง และเป็นไปตามที่กฎหมาย เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาข้อ 1.1 ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) การเช่ารถนั่งส่วนกลาง รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทแบตเตอรี่ (BEV) จ านวน 3 คัน 1. ความเป็นมา ตามหนังสือส านักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร 0505/ว 426ลงวันที่18ตุลาคม 2566ด้วยในคราว ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2566 นายกรัฐมนตรีเสนอว่า ตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาไว้ สรุปว่ารัฐบาลจะไม่ละเลยเรื่องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ สานต่อนโยบาย Carbon Neutrality เพื่อให้ประเทศไทยเป็นผู้น าของอาเซียนในด้านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ และจะใช้การ พัฒนาที่ยั่งยืนเป็นพลังส าคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ นั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ประเทศไทยบรรลุ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนดังกล่าว ผ่านการส่งเสริมการผลิตและการใช้ยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle) ซึ่งก าหนดเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่ร้อยละ 30ของก าลังการผลิตยานยนต์ภายในประเทศ ภายในปี 2573 จึงขอให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐพิจารณ าด าเนินการจัดซื้อจัดจ้างรถยนต์ ไฟฟ้า (ElectricVehicle: EV) มาใช้ในราชการแทนรถยนต์เดิมที่หมดอายุการใช้งานหรือที่จะต้องจัดซื้อจัดจ้างขึ้นใหม่ เพื่อรองรับภารกิจใหม่หรือผู้ด ารงต าแหน่งใหม่ รวมทั้งให้กระทรวงการคลังร่วมกับกระทรวงพลังงาน ส านักงบประมาณ ส านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ และ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อรองรับการด าเนินการดังกล่าวให้ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป ส านักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีความประสงค์จะเช่ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) อย่างน้อย 4 ประตู 5 ที่นั่ง จ านวน 3 คัน ระยะเวลาการเช่า 5 ปี ผูกพันปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 - 2573 เพื่อทดแทนรถยนต์ (รถเก๋ง) ที่ได้มีการเช่าและสิ้นสุดสัญญาเช่าในวันที่ 31 มีนาคม 2568 และสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของส านักงานฯ 2. วัตถุประสงค์ เพื่อใช้เป็นพาหนะส าหรับรับ-ส่ง เจ้าหน้าที่ ในการเดินทางเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา หรือเดินทางไป ราชการต่างจังหวัดในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ในท้องที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล หรือต่างจังหวัดตามที่ ส านักงานฯ ก าหนด 3. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ 3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ 3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือท าสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ก าหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง 3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอ านาจในการด าเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย - 2 - 3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐก าหนดในราชกิจจานุเบกษา 3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพให้เช่าพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว 3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอให้แก่ส านักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระท าการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ 3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีค าสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น 3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นเสนอราคาในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ 1) กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า ก าหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า จะต้องมีการก าหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือ มูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย 2) กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า ก าหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ ส าหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า ที่ไม่ได้ก าหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ก าหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ 3) กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า ก าหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็น ผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอ านาจ ส าหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า ที่ไม่ได้ก าหนดให้ผู้ร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอ านาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนาม กิจการร่วมค้า 3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ 1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้อง มีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มี การตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ 2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการก าหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกช าระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ ากว่า 1 ล้านบาท 3) ส าหรับการเช่าครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชี ธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหาก เป็นผู้ชนะการเช่าหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง ในวันลงนามในสัญญา 4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ าประกันตาม - 3 - ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบโดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่ส านักงานใหญ่รับรอง หรือที่ส านักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบ อ านาจจากส านักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน) 5) กรณีตาม (1) - (4) ยกเว้นส าหรับกรณีดังต่อไปนี้ (5.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ (5.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 4. รายละเอียดคุณลักษณะและเงื่อนไขการเช่า เช่ารถนั่งส่วนกลาง รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทแบตเตอรี่ (BEV) จ านวน 3 คัน (รายละเอียดตามเอกสารแนบ) 5. ก าหนดเวลาที่ต้องการให้งานแล้วเสร็จ ผู้ให้เช่าจะต้องส่งมอบรถนั่งส่วนกลาง รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทแบตเตอรี่ (BEV) จ านวน 3 คัน ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2568 ในวันและเวลาราชการ ยกเว้นกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม โดยมี ระยะเวลาการเช่า 5 ปี (60 เดือน) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2573 โดยส่งมอบรถยนต์ ณ ส านักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขที่ 962 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100 6. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ ส านักงานฯ จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา โดยส านักงานฯ จะพิจารณาจากราคารวม โดยคัดเลือกจากผู้ยื่นเสนอรายที่ยื่นเอกสารการเสนอ ราคาครบถ้วน ถูกต้อง มีคุณสมบัติและข้อเสนอทางด้านเทคนิค หรือเสนอพัสดุที่มีรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ครบถ้วน ถูกต้อง ตามเงื่อนไขที่ส านักงานฯ ก าหนดไว้ในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเสนอราคาต่ าสุด ในกรณีที่มีผู้เสนอราคาต่ าสุดเท่ากันหลายราย จะพิจารณาราคาต่ าสุดของผู้ที่เสนอราคา เข้าสู่ระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในล าดับแรกเป็นผู้ชนะการเสนอราคา ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติการ จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 7. วงเงินงบประมาณ งบประมาณจ านวน 3,321,000.00 บาท (สามล้านสามแสนสองหมื่นหนึ่งพันบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว โดยเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่าย ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 - 2573 8. งวดงานและการจ่ายเงิน ส านักงานฯ จะจ่ายเงินค่าเช่ารถนั่งส่วนกลาง รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทแบตเตอรี่ (BEV) จ านวน 3 คัน ในอัตราคงที่ตลอดอายุสัญญาเป็นรายเดือน เมื่อส านักงานฯ ได้ตรวจรับรถยนต์ที่เช่าเรียบร้อยแล้ว 9. เงื่อนไขและข้อก าหนดอื่นๆ 9.1 ผู้ให้เช่าต้องจัดเจ้าหน้าที่มาฝึกอบรมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ให้แก่พนักงานขับรถยนต์ของ ส านักงานฯ ภายใน 5 วันท าการ นับถัดจากวันส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) - 4 - 9.2 ราคาที่เสนอจะต้องเสนอก าหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับแต่วันยื่นข้อเสนอ โดยภายใน ก าหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ 9.3 คู่สัญญาต้องจัดท าแผนการท างานมาให้ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดท า แผนการท างานตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่เป็นกรณีสัญญาที่มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ทั้งนี้ แผนการท างานให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา 10. ช่องทางส่งข้อเสนอแนะ วิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็น ดังนี้ โทรสาร 0-2281-3015 ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] ผู้ประกอบการที่ต้องการให้ข้อเสนอแนะ วิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็น ต้องเปิดเผยตัว โดยระบุชื่อและ ที่อยู่ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ คณะกรรมการจัดท าร่างขอบเขตของงาน

(นายนวุตม์ กิจโพธิญาณ)
ประธานกรรมการ

(นายเชาว์รัตน์ ปั้นคง) (นายพงศธร เตชะสุเมธ) กรรมการ กรรมการและเลขานุการ

(นางสาวเบญจวรรณ ศรีเงินยวง)
ผู้ช่วยเลขานุการ
เอกสารแนบ
รายละเอียดคุณลักษณะและเงื่อนไขการเช่ารถนั่งส่วนกลาง รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทแบตเตอรี่ (BEV) จ านวน 3 คัน

  1. คุณลักษณะทั่วไป
    1.1 สภาพรถยนต์ เป็นรถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV) อย่างน้อย 4 ประตู 5 ที่นั่ง ตามมาตรฐานของผู้ผลิต เป็นรุ่นที่ผลิตหรือน าเข้าไม่ก่อนปี 2567
    1.2 มอเตอร์ขับเคลื่อน 1 ตัว ก าลังมอเตอร์ไฟฟ้าตั้งแต่ 110 กิโลวัตต์ขึ้นไป และก าลังมอเตอร์ไฟฟ้า สูงสุดไม่เกิน 150 กิโลวัตต์
    1.3 แรงบิดสูงสุดไม่ต่ ากว่า 250 นิวตันเมตร
    1.4 สามารถวิ่งได้ไม่น้อยกว่า 420 กิโลเมตร ต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC MODE 1.5 ความจุของแบตเตอรี่ ไม่ต่ ากว่า 55 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh)
    1.6 สามารถชาร์จไฟได้ทั้งแบบปกติ (Normal Charge) และแบบเร็ว (Quick Charge) 1.7 พวงมาลัยติดตั้งด้านขวา และมีระบบช่วยผ่อนแรง (พวงมาลัย Power)
    1.8 ระบบเบรก หน้า-หลัง แบบดิสก์เบรก
    1.9 ถุงลมนิรภัยอย่างน้อยคู่หน้า
    1.10 เข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง
    1.11 ประตูทุกบานปิดล็อคด้วยระบบเซ็นทรัลล็อค
    1.12 ติดตั้งกล้องบันทึกภาพด้านหน้าและด้านหลังรถยนต์พร้อม Memory Card ไม่ต่ ากว่า 64GB ที่มีมาตรฐาน
    1.13 รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่ให้เช่าทุกคัน จะต้องมี EV-ID (รหัสประจ ารถ) ที่ไม่ซ้ ากัน ผู้ให้เช่าต้อง จัดหาเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ชนิด 3 เฟส จ านวน 2 เครื่อง ที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สื่อสาร และ สามารถเรียกดูข้อมูลการใช้งาน เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่น ามาชาร์จ เวลา และจ านวนไฟฟ้าที่ชาร์จ และ ติดตั้งในต าแหน่งที่ผู้เช่าก าหนด โดยมีสายชาร์จยาว 15 เมตร หัวชาร์จเป็นแบบ Type 2
    1.14 ติดตั้งเครื่องปรับอากาศรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ตามมาตรฐานของผู้ผลิต พร้อมติดฟิล์มกรองแสง เซรามิค ที่ได้มาตรฐานรอบคัน (แบบเต็มบาน) พร้อมป้องกันรังสียูวี ระดับความเข้ม 60 เปอร์เซ็นต์ ยกเว้น กระจกบังลมหน้าใช้ระดับความเข้ม 40 เปอร์เซ็นต์ พร้อมใบรับประกันคุณภาพไม่น้อยกว่า 5 ปี
    1.15 วงล้อเป็นโลหะอัลลอย ยางรถยนต์ทุกเส้นจะต้องเป็นยางเรเดียล ตามมาตรฐานของผู้ผลิต และ ต้องเป็นยางใหม่ อายุยางไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ผลิต
  2. เงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมของรถยนต์ที่เช่า
    2.1 ระยะเวลาการเช่า 60 เดือน (1 เมษายน 2568 - 31 มีนาคม 2573)
    2.2 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) รุ่นใหม่และไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน
    2.3 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่มีผลิตภัณฑ์และส่วนประกอบถูกต้อง และเป็นไปตามที่กฎหมาย ก าหนด
  • 2 -
    2.4 ผู้ให้เช่าจะต้องจดทะเบียนรถยนต์ที่เช่ากับกรมการขนส่งทางบก และเสียภาษีประจ าปีตาม กฎหมาย ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ให้เช่าให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา รวมทั้งต้องเสีย ภาษีประจ าปี ส าหรับปีต่อๆ ไป ภายในก าหนดเวลาทุกปี และสามารถใช้งานได้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยผู้เช่า ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
    2.5 ผู้ให้เช่าต้องจัดท าประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) คันที่ให้เช่าประเภทชั้นหนึ่ง และตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ พ.ศ. 2535กับบริษัทประกันภัยซึ่งได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน ที่ผู้ให้เช่าให้ความยินยอม ตลอดอายุสัญญาเช่า โดยแบ่งการคุ้มครองออกเป็น
  1. คุ้มครองการบาดเจ็บและเสียชีวิตของบุคคลภายนอกในวงเงิน 1,000,000 (หนึ่งล้าน) บาท/คน และไม่เกิน 10,000,000 (สิบล้าน) บาท/ครั้ง
  2. คุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอกในวงเงิน 5,000,000 (ห้าล้าน) บาท/ครั้ง
  3. คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล และการเสียชีวิตส าหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถยนต์คันที่เอา ประกันภัยในวงเงินไม่ต่ ากว่า 200,000 (สองแสน) บาท/คน
    2.6 ผู้ให้เช่าจะต้องรับผิดชอบต่อการสูญหายและความเสียหายของรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่าทุกกรณี
    2.7 ค่าปรับตามสัญญา กรณีที่ผู้ให้เช่าส่งมอบรถยนต์ล่าช้ากว่าก าหนดในสัญญา ผู้ให้เช่าจะต้องช าระ ค่าปรับให้ผู้เช่าเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 (ศูนย์จุดสองศูนย์) ของราคาค่าเช่ารวมทั้งปีของรถยนต์คันที่ยัง ไม่ได้รับมอบ
    2.8 ความบกพร่องในรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่า
  4. ในกรณีที่รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่าคันใดขัดข้องใช้งานไม่ได้ตามปกติไม่ว่าจะเกิดจากเหตุใด ผู้ให้เช่าจะต้องจัดหารถยนต์คันใหม่ ที่มีคุณลักษณะเฉพาะ ขนาด และประสิทธิภาพเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่า และมีสภาพที่เทียบเท่าหรือดีกว่าทั้งในเรื่องความนิยมในยี่ห้อรถยนต์ (brand name) และราคา ในท้องตลาดมาเปลี่ยนให้ผู้เช่าทันทีที่ผู้ให้เช่าได้รับแจ้งจากผู้เช่าด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ให้เช่าเองทั้งสิ้น
    ในกรณีผู้ให้เช่าไม่น ารถยนต์ทดแทน มาเปลี่ยนให้ตามวรรคหนึ่ง หรือผู้ให้เช่าจัดหารถยนต์ ทดแทนอื่นมาเปลี่ยน แต่ไม่ตรงตามที่ก าหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ผู้เช่ามีสิทธิเช่ารถยนต์ทดแทน จากบุคคลอื่นมาใช้งานแทนได้ จนกว่าผู้ให้เช่าจะจัดหารถยนต์ทดแทนมาเปลี่ยนให้โดยถูกต้อง โดยผู้ให้เช่า จะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเช่ารถยนต์ทดแทน จากบุคคลอื่นทั้งสิ้นและต้องรับภาระค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น (ถ้ามี)
  5. หากผู้ให้เช่าไม่น ารถยนต์มาเปลี่ยนให้หรือรถยนต์ที่น ามาเปลี่ยนให้ไม่ถูกต้องตามวรรคหนึ่ง ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตามนอกจากผู้เช่ามีสิทธิหักค่าเช่า คิดเป็นรายวันต่อคัน ผู้เช่ามีสิทธิปรับผู้ให้เช่าเป็นรายวัน ในอัตราวันละ 1,500 บาท (หนึ่งพันห้าร้อยบาทถ้วน) ต่อคัน ตั้งแต่วันที่ผู้ให้เช่าได้รับแจ้งจากผู้เช่าให้น า รถยนต์มาเปลี่ยน จนถึงวันที่ผู้ให้เช่าน ารถยนต์คันใหม่มาเปลี่ยนให้
  6. กรณีเกิดเหตุในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ผู้ให้เช่าจะต้องน ารถยนต์มาทดแทนทันที หรือไม่เกินระยะเวลา 8 ชั่วโมง นับแต่ได้รับแจ้งเหตุ
  7. กรณีเกิดเหตุในส่วนภูมิภาคที่มีระยะทางไกล ผู้ให้เช่าจะต้องน ารถยนต์ มาทดแทนทันที หรือไม่เกินระยะเวลา 24 ชั่วโมง นับแต่ได้รับแจ้งเหตุ
  8. หากผู้ให้เช่าไม่น ารถยนต์ทดแทน มาเปลี่ยนให้ตามวรรคหนึ่ง เมื่อได้รับแจ้งจากผู้เช่าแล้ว เป็นระยะเวลาติดต่อกันเกิน 10 (สิบ) วัน ผู้เช่ามีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาทั้งหมดหรือแต่บางส่วนได้โดยท าเป็น หนังสือแจ้งไปยังผู้ให้เช่า
  • 3 -
    2.9 การตรวจสอบประสิทธิภาพรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่ตกลงจะเช่าหรือรถยนต์คันที่จะน ามาเปลี่ยน ในกรณีข้อ 2.8 ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้เช่า
    2.10 การน ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ไปซ่อมหรือบ ารุงรักษาตามก าหนดระยะเวลา ผู้ให้เช่าต้องน ารถยนต์ มาทดแทนก่อน เมื่อส่งรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) กลับมาให้ผู้เช่า ผู้ให้เช่าต้องตรวจสอบแบตเตอรี่ให้มีการชาร์จไฟ ไว้เต็มพร้อมใช้งาน ก่อนน ารถมาส่ง
    2.11 ค่าใช้จ่ายในการดูแลและซ่อมบ ารุงรักษาต่างๆ รวมทั้งค่าต่อทะเบียนรถ ค่าท าประกันภัยรถยนต์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการบ ารุงดูแลรถยนต์ให้อยู่ในความรับผิดชอบของผู้ให้เช่า ยกเว้นค่าไฟฟ้า ในการชาร์จแบตเตอรี่ในระหว่างการใช้งาน
    2.12 รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่าทุกคันต้องมีการเข้ารับบริการตรวจเช็คระยะ อัพเดทซอฟแวร์ ตรวจเช็ค แบตเตอรี่ เปลี่ยนอะไหล่และอุปกรณ์ต่างๆตลอดจนการบ ารุงรักษาตามก าหนดของผู้ผลิตรถยนต์ เมื่อรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่าได้ผ่านการใช้งานและยางรถยนต์เส้นหนึ่งเส้นใดมีสภาพความลึกของดอกยางต่ ากว่า 3 มิลลิเมตร หรือตามที่ผู้เช่าเห็นว่าจะไม่ปลอดภัย ผู้ให้เช่าต้องเปลี่ยนยางรถยนต์ที่มีสภาพใหม่ไม่เคยใช้งานมาก่อนพร้อมใช้งาน ได้ดี โดยห้ามใช้ยางหล่อดอก
    2.13 ผู้ให้เช่าต้องน ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ทุกคันเข้ารับบริการล้างอัดฉีดอย่างน้อย 4 ครั้งต่อปีหรือ ตามที่ผู้เช่าร้องขอ
    2.14 ต้องมีเครื่องดับเพลิงส าหรับใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่า คันละ 1 ชุด
    2.15 ผู้ให้เช่าจะต้องจัดหาอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลือง ในการดูแลบ ารุงรักษาประจ าวัน ได้แก่ น้ ายาล้างรถ น้ ายาขัดคราบสี น้ ายาขัดเบาะ น้ ายาเช็ดกระจก ผ้าเช็ดรถ ฟองน้ าล้างรถ 3 ครั้งต่อปี และถังน้ า 1 ครั้งต่อปี 2.16 รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ต้องมีเครื่องมือประจ ารถยนต์ตามมาตรฐานของผู้ผลิตอย่างครบถ้วน และ ต้องมีหนังสือคู่มือแนะน าการใช้งานและบ ารุงรักษา เป็นภาษาไทย คันละ 1 ชุด
    2.17 ผู้ให้เช่าต้องจัดท าตราสัญลักษณ์ของส านักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ติดข้าง ประตูหน้าซ้ายและขวาของรถยนต์ที่เช่าทุกคัน ขนาดกว้างและยาวไม่น้อยกว่า 18 เซนติเมตร และอักษรชื่อเต็ม ของส่วนราชการขนาดสูงไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร หรือชื่อย่อขนาดสูงไม่น้อยกว่า 7.5 เซนติเมตร
    2.18 รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่าต้องมีแบตเตอรี่ไฟฟ้าไม่ต่ ากว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ในวันส่งมอบรถยนต์ 2.19 รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่จะน ามาให้เช่าต้องเป็นรูปลักษณ์และสีเดียวกันทุกคัน ในโทนสีด า หรือ สีขาว หรือสีเทา
    2.20 ต้องมีศูนย์บริการและซ่อมบ ารุงมาตรฐานครอบคลุมทุกภาค
    2.21 ในกรณีที่ครบก าหนดสัญญานี้แล้ว หากผู้เช่ามีความจ าเป็นต้องเช่ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) นี้ต่อไป ผู้ให้เช่าตกลงให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ต่อไปอีก มีก าหนด 2 เดือน ในอัตราค่าเช่าและเงื่อนไขเดิม โดยผู้เช่า จะต้องแจ้งให้ผู้ให้เช่าทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนครบก าหนดสัญญา
    ………………………………………………..
  • 2 -
    2.4 ผู้ให้เช่าจะต้องจดทะเบียนรถยนต์ที่เช่ากับกรมการขนส่งทางบก และเสียภาษีประจำปีตาม
    กฎหมาย ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ให้เช่าให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา รวมทั้งต้องเสีย
    ภาษีประจำปี สำหรับปีต่อๆ ไป ภายในกำหนดเวลาทุกปี และสามารถใช้งานได้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยผู้เช่า
    ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
    และตาม
    2.5 ผู้ให้เช่าต้องจัดทำประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) คันที่ให้เช่าประเภทชั้นหนึ่ง
    พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ พ.ศ. 2535 กับบริษัทประกันภัยซึ่งได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน
    ที่ผู้ให้เช่าให้ความยินยอม ตลอดอายุสัญญาเช่า โดยแบ่งการคุ้มครองออกเป็น
  1. คุ้มครองการบาดเจ็บและเสียชีวิตของบุคคลภายนอกในวงเงิน 1,000,000 (หนึ่งล้าน) บาท/คน
    และไม่เกิน 10,000,000 (สิบล้าน) บาท/ครั้ง
  2. คุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอกในวงเงิน 5,000,000 (ห้าล้าน) บาท/ครั้ง
  3. คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล และการเสียชีวิตสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถยนต์คันที่เอา
    ประกันภัยในวงเงินไม่ต่ำกว่า 200,000 (สองแสน) บาท/คน
    2.6 ผู้ให้เช่าจะต้องรับผิดชอบต่อการสูญหายและความเสียหายของรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่าทุกกรณี
    2.7 ค่าปรับตามสัญญา กรณีที่ผู้ให้เช่าส่งมอบรถยนต์ล่าช้ากว่ากำหนดในสัญญา ผู้ให้เช่าจะต้องชำระ
    ค่าปรับให้ผู้เช่าเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 (ศูนย์จุดสองศูนย์) ของราคาค่าเช่ารวมทั้งปีของรถยนต์คันที่ยัง
    ไม่ได้รับมอบ
    2.8 ความบกพร่องในรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่า
  4. ในกรณีที่รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่าคันใดขัดข้องใช้งานไม่ได้ตามปกติไม่ว่าจะเกิดจากเหตุใด
    ผู้ให้เช่าจะต้องจัดหารถยนต์คันใหม่ ที่มีคุณลักษณะเฉพาะ ขนาด และประสิทธิภาพเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า
    (BEV) ที่เช่า และมีสภาพที่เทียบเท่าหรือดีกว่าทั้งในเรื่องความนิยมในยี่ห้อรถยนต์ (brand name) และราคา
    ในท้องตลาดมาเปลี่ยนให้ผู้เช่าทันทีที่ผู้ให้เช่าได้รับแจ้งจากผู้เช่าด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ให้เช่าเองทั้งสิ้น
    ในกรณีผู้ให้เช่าไม่นำรถยนต์ทดแทน มาเปลี่ยนให้ตามวรรคหนึ่ง หรือผู้ให้เช่าจัดหารถยนต์
    ทดแทนอื่นมาเปลี่ยน แต่ไม่ตรงตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ผู้เช่ามีสิทธิเช่ารถยนต์ทดแทน
    จากบุคคลอื่นมาใช้งานแทนได้ จนกว่าผู้ให้เช่าจะจัดหารถยนต์ทดแทนมาเปลี่ยนให้โดยถูกต้อง โดยผู้ให้เช่า
    จะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเช่ารถยนต์ทดแทน จากบุคคลอื่นทั้งสิ้นและต้องรับภาระค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น (ถ้ามี)
  5. หากผู้ให้เช่าไม่นำรถยนต์มาเปลี่ยนให้หรือรถยนต์ที่นำมาเปลี่ยนให้ไม่ถูกต้องตามวรรคหนึ่ง
    ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตามนอกจากผู้เช่ามีสิทธิหักค่าเช่า คิดเป็นรายวันต่อคัน ผู้เช่ามีสิทธิปรับผู้ให้เช่าเป็นรายวัน
    ในอัตราวันละ 1,500 บาท (หนึ่งพันห้าร้อยบาทถ้วน) ต่อคัน ตั้งแต่วันที่ผู้ให้เช่าได้รับแจ้งจากผู้เช่าให้นำ
    รถยนต์มาเปลี่ยน จนถึงวันที่ผู้ให้เช่านำรถยนต์คันใหม่มาเปลี่ยนให้
  6. กรณีเกิดเหตุในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ผู้ให้เช่าจะต้องนำรถยนต์มาทดแทนทันที
    หรือไม่เกินระยะเวลา 8 ชั่วโมง นับแต่ได้รับแจ้งเหตุ
  7. กรณีเกิดเหตุในส่วนภูมิภาคที่มีระยะทางไกล ผู้ให้เช่าจะต้องนำรถยนต์ มาทดแทนทันที
    หรือไม่เกินระยะเวลา 24 ชั่วโมง นับแต่ได้รับแจ้งเหตุ
  8. หากผู้ให้เช่าไม่นำรถยนต์ทดแทน มาเปลี่ยนให้ตามวรรคหนึ่ง เมื่อได้รับแจ้งจากผู้เช่าแล้ว
    เป็นระยะเวลาติดต่อกันเกิน 10 (สิบ) วัน ผู้เช่ามีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาทั้งหมดหรือแต่บางส่วนได้โดยทำเป็น
    หนังสือแจ้งไปยังผู้ให้เช่า


    -3-
    2.9 การตรวจสอบประสิทธิภาพรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่ตกลงจะเช่าหรือรถยนต์คันที่จะนำมาเปลี่ยน
    ในกรณีข้อ 2.8 ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้เช่า
    2.10 การนำรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ไปซ่อมหรือบำรุงรักษาตามกำหนดระยะเวลา ผู้ให้เช่าต้องนำรถยนต์
    มาทดแทนก่อน เมื่อส่งรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) กลับมาให้ผู้เช่า ผู้ให้เช่าต้องตรวจสอบแบตเตอรี่ให้มีการชาร์จไฟ
    ไว้เต็มพร้อมใช้งาน ก่อนนำรถมาส่ง
    2.11 ค่าใช้จ่ายในการดูแลและซ่อมบำรุงรักษาต่างๆ รวมทั้งค่าต่อทะเบียนรถ ค่าทำประกันภัยรถยนต์
    และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการบำรุงดูแลรถยนต์ให้อยู่ในความรับผิดชอบของผู้ให้เช่า ยกเว้นค่าไฟฟ้า
    ในการชาร์จแบตเตอรี่ในระหว่างการใช้งาน
    2.12 รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่าทุกคันต้องมีการเข้ารับบริการตรวจเช็คระยะ อัพเดทซอฟแวร์ ตรวจเช็ค
    แบตเตอรี่ เปลี่ยนอะไหล่และอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนการบำรุงรักษาตามกำหนดของผู้ผลิตรถยนต์ เมื่อรถยนต์ไฟฟ้า
    (BEV) ที่เช่าได้ผ่านการใช้งานและยางรถยนต์เส้นหนึ่งเส้นใดมีสภาพความลึกของดอกยางต่ำกว่า 3 มิลลิเมตร
    หรือตามที่ผู้เช่าเห็นว่าจะไม่ปลอดภัย ผู้ให้เช่าต้องเปลี่ยนยางรถยนต์ที่มีสภาพใหม่ไม่เคยใช้งานมาก่อนพร้อมใช้งาน
    ได้ดี โดยห้ามใช้ยางหล่อดอก
    2.13 ผู้ให้เช่าต้องนำรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ทุกคันเข้ารับบริการล้างอัดฉีดอย่างน้อย 4 ครั้งต่อปี หรือ
    ตามที่ผู้เช่าร้องขอ
    2.14 ต้องมีเครื่องดับเพลิงสำหรับใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่า คันละ 1 ชุด
    2.15 ผู้ให้เช่าจะต้องจัดหาอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลือง ในการดูแลบำรุงรักษาประจำวัน ได้แก่ น้ำยาล้างรถ
    น้ำยาขัดคราบสี น้ำยาขัดเบาะ น้ำยาเช็ดกระจก ผ้าเช็ดรถ ฟองน้ำล้างรถ 3 ครั้งต่อปี และถังน้ำ 1 ครั้งต่อปี
    2.16 รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ต้องมีเครื่องมือประจำรถยนต์ตามมาตรฐานของผู้ผลิตอย่างครบถ้วน และ
    ต้องมีหนังสือคู่มือแนะนำการใช้งานและบำรุงรักษา เป็นภาษาไทย คันละ 1 ชุด
    2.17 ผู้ให้เช่าต้องจัดทำตราสัญลักษณ์ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ติดข้าง
    ประตูหน้าซ้ายและขวาของรถยนต์ที่เช่าทุกคัน ขนาดกว้างและยาวไม่น้อยกว่า 18 เซนติเมตร และอักษรชื่อเต็ม
    ของส่วนราชการขนาดสูงไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร หรือชื่อย่อขนาดสูงไม่น้อยกว่า 7.5 เซนติเมตร
    2.18 รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เช่าต้องมีแบตเตอรี่ไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ในวันส่งมอบรถยนต์
    2.19 รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่จะนำมาให้เช่าต้องเป็นรูปลักษณ์ และสีเดียวกันทุกคัน ในโทนสีดำ หรือ
    สีขาว หรือสีเทา
    2.20 ต้องมีศูนย์บริการและซ่อมบำรุงมาตรฐานครอบคลุมทุกภาค
    2.21 ในกรณีที่ครบกำหนดสัญญานี้แล้ว หากผู้เช่ามีความจำเป็นต้องเช่ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) นี้ต่อไป
    ผู้ให้เช่าตกลงให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ต่อไปอีก มีกำหนด 2 เดือน ในอัตราค่าเช่าและเงื่อนไขเดิม โดยผู้เช่า
    จะต้องแจ้งให้ผู้ให้เช่าทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนครบกำหนดสัญญา