จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 68029107524
฿53,692,849.85 ปีงบ 2568 ประกาศ 14 ก.พ. 2568 สมุทรปราการ
รายละเอียดการจ้าง

งานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เครื่องหมายบนพื้นผิวทางวิ่งของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยมีขอบเขตงานหลักประกอบด้วย:

  • งานทาสีเครื่องหมายบนผิวทาง: ทาสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทางด้วยสีจราจรชนิดน้ำ (Water Borne Traffic Paint) สีขาว สีเหลือง และสีแดง พร้อมโรยลูกแก้วสะท้อนแสง และสีดำ (ไม่โรยลูกแก้ว) ตามแบบก่อสร้าง ปริมาณงานรวม 390,000 ตารางเมตร
  • งานกำจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง: กำจัดสีเครื่องหมายเดิมบนพื้นผิวทาง (Pavement Marking Removal) ตามแบบก่อสร้าง ปริมาณงานรวม 29,475 ตารางเมตร
  • การดำเนินงาน: ผู้ว่าจ้างจะแจ้งปริมาณงาน สถานที่ และเวลาในการดำเนินงานให้ผู้รับจ้างทราบเป็นครั้งๆ ผ่านทางโทรสาร อีเมล หรือโดยเจ้าหน้าที่นำส่ง

ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมเครื่องจักรและพนักงานให้พร้อมสำหรับการดำเนินงาน และต้องใช้วัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าวัสดุทั้งหมด

English summary

This project involves the marking of the runway surface at Suvarnabhumi Airport. The main scope of work includes applying traffic paint (Water Borne Traffic Paint) in white, yellow, red, and black, with reflective glass beads (except for black). It also includes the removal of existing markings (Pavement Marking Removal). The contractor is responsible for providing machinery, materials, equipment, and personnel ready for operation according to the specified standards.

สถานที่ดำเนินการ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อให้เครื่องหมายบนพื้นผิวทางวิ่งอยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
  • บำรุงรักษาสภาพพื้นผิวทางทั้งทางวิ่ง ทางขับ และหลุมจอด ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมในการรองรับการให้บริการอากาศยานอยู่ตลอดเวลา

ขอบเขตของงาน

  • งานทาสีเครื่องหมายบนผิวทาง:
    • ทาสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทางด้วยสีจราจรชนิดน้ำ (Water Borne Traffic Paint) (สีขาว สีเหลือง และสีแดง) โรยลูกแก้วสะท้อนแสง และ(สีดํา) ไม่โรยลูกแก้วสะท้อนแสง ให้เป็นไปตามแบบก่อสร้าง มีปริมาณงานทําเครื่องหมายบนผิวทางทั้งสิ้น 390,000 ตารางเมตร
  • งานกำจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง:
    • กําจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง (Pavement Marking Removal) ให้เป็นไปตามแบบก่อสร้าง มีปริมาณงานกําจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทางทั้งสิ้น 29,475 ตารางเมตร
  • การดำเนินงาน:
    • ผู้ว่าจ้างจะแจ้งให้ผู้รับจ้างเข้าดําเนินการโดยผู้ว่าจ้างจะระบุปริมาณงาน สถานที่ และตําแหน่งที่ จะต้องดําเนินการเวลาที่จะเริ่มงานและกําหนดเวลาแล้วเสร็จ เป็นครั้งๆ จนกว่าจะครบตามปริมาณงานตามข้อที่ 3.3.1 และ3.3.2
    • การสั่งงาน และแจ้งสถานที่หรือจุดนัดพบให้ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรทางโทรสาร (Fax) หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Email) หรือเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างเป็นผู้นําส่งให้ผู้รับจ้าง ณ สํานักงานของผู้รับจ้าง ล่วงหน้าก่อนเวลาดําเนินการอย่างน้อย 1 วัน ในกรณีที่เป็นการส่งทางโทรสาร ให้ผู้รับจ้างส่งเอกสารยืนยันการได้รับ ใบสั่งงานที่มีการประทับตราของผู้รับจ้างกลับมายังผู้ว่าจ้างทางโทรสาร หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Email) ด้วย หรือช่องทางสื่อสารสังคมออนไลน์ (Social Network) อื่นๆ ที่มีการตกลงร่วมกันไว้ เช่น Line, Facebook, แบบฟอร์มออนไลน์ เป็นต้น
    • ปริมาณงานในการดําเนินงานตามใบสั่งงานแต่ละครั้ง ประกอบด้วยงานทาสีเครื่องหมายจราจรบนผิว ทางวิ่ง (Runway Marking) ด้วยวัสดุสีจราจรชนิดน้ําสะท้อนแสง (Water Borne Traffic Paint) อยู่ระหว่าง 1,000 – 3,000 ตารางเมตร และ/หรืองานกําจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง (Pavement Marking Removal) อยู่ระหว่าง 100 – 500 ตารางเมตร
  • เวลาปฏิบัติงาน:
    • เวลาเข้าปฏิบัติงานทาสีเครื่องหมายจราจร และงานกําจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง (Pavement Marking Removal) ในแต่ละครั้งอยู่ระหว่างเวลาประมาณ 01.00 น. ถึง 06.00 น. ของแต่ละวัน หรือตามผู้ว่าจ้างกําหนด ซึ่งปกติช่วงเวลาปฏิบัติงานจะอยู่ระหว่าง 4-6 ชั่วโมงทํางาน และกําหนดให้ทํางานตามใบสั่งงานไม่เกิน 1 ครั้ง (1 ใบสั่งงาน) ในแต่ละวันที่ได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้าง
  • การเตรียมความพร้อม:
    • ผู้รับจ้างจะต้องเตรียมเครื่องจักรและพนักงานให้พร้อมเข้าดําเนินงาน ณ จุดนัดพบ ภายในระยะเวลาที่ กําหนดในใบสั่งงาน
    • ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมเครื่องจักรให้สมบูรณ์พร้อมสามารถปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ดําเนินงานตามสัญญา ไม่เว้นวันหยุด ทั้งนี้ จะต้องมีชนิดและจํานวนเพียงพอเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่อง และเสร็จทันเวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนด อย่างน้อยต้องประกอบด้วย
      • รถพ่นสีขนาดใหญ่สําหรับจัดทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
        • กรณีใบสั่งระบุให้ทําเครื่องหมายเพียง 1 สี จํานวน 1 เครื่อง
        • กรณีใบสั่งระบุให้ทําเครื่องหมายเพียง 2 สีขึ้นไป จํานวน 2 เครื่อง
      • เครื่องสําหรับงานกําจัดสีจราจรบนผิวทาง จํานวน 1 เครื่อง
        • โดยผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการกําจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทางด้วยวิธีการพ่นขัดด้วยลูกเหล็ก (Shot blast) หรือ ฉีดน้ําแรงดันสูงพิเศษ (Ultra – High Water Pressure) หรือ เครื่องขัดพื้นผิวคอนกรีตแบบจาน หมุน (Single-disc Concrete Grinder) อย่างใดอย่างหนึ่งที่มีคุณสมบัติตามที่ระบุในข้อกําหนดรายละเอียเฉพาะงาน งานกําจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง (Pavement Marking Removal)
    • ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมพนักงานไว้ให้พร้อมสําหรับปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา ปฏิบัติงานตามสัญญา ไม่เว้นวันหยุด
  • การควบคุมงาน:
    • ผู้รับจ้างจะต้นภายใต้การควบคุมงานโดยเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างเท่านั้น
  • การใช้วัสดุภายในประเทศ:
    • ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา โดยต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุ ที่ผลิตภายในประเทศโดยส่งให้ ทอท. ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • สิ่งที่ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ปฏิบัติ และจัดเตรียม:
    • จัดเตรียมวัสดุและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติตามข้อกําหนด และได้รับอนุมัติให้ใช้จากผู้ว่าจ้าง
    • จัดเตรียมเครื่องจักรกล เครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติตามข้อกําหนด และได้รับอนุมัติให้ใช้จาก ผู้ว่าจ้าง
    • ขนส่งวัสดุและผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรกล เครื่องมือและอุปกรณ์ เข้าพื้นที่ดําเนินการ ในบริเวณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
    • ดําเนินการทาสีเครื่องหมายจราจรบนผิวทางวิ่ง และงานกําจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทางวิ่ง ตามข้อกําหนดในรายละเอียดเฉพาะงาน และเป็นไปตามที่กําหนดในใบสั่งงาน
    • จัดทํารายงานการดําเนินการ ประกอบด้วย รายละเอียดใบสั่งงาน ปริมาณงาน ปริมาณวัสดุที่ ใช้ในการปฏิบัติงาน ชนิดและจํานวนเครื่องจักรและบุคลากร สภาพอากาศ อุปสรรคในการปฏิบัติงาน ภาพถ่าย และอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ควบคุมงานเป็นผู้กําหนด โดยส่งให้ผู้ควบคุมงานภายใน 5 วันทําการ หลังจากที่ผู้รับจ้างได้ดําเนินการตามใบสั่งงานแล้ว
  • แผนการทํางาน:
    • ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการทํางานมาให้ ทอท. ภายใน 60 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • งานทาสีเครื่องหมายบนผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  • รายงานการดําเนินการ (รายละเอียดใบสั่งงาน, ปริมาณงาน, ปริมาณวัสดุ, ชนิดและจํานวนเครื่องจักร, บุคลากร, สภาพอากาศ, อุปสรรค, ภาพถ่าย)
  • แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
  • แผนการทํางาน

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดําเนินการ: 900 วัน (รวมระยะเวลาเตรียมงาน 60 วัน) นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • ระยะเวลาเตรียมงาน: 60 วัน

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: -
  • Standards Compliance: -
  • Experience:
    • 12.2.1 ผู้เสนอราคาจะต้องมีผลงานการทาสีตีเส้นเครื่องหมายบนผิวทางวิ่ง หรือทางขับ หรือลานจอด อากาศยาน ภายในเขตการบิน (Airside) กับสนามบินที่ได้ดําเนินกิจการสนามบินสาธารณะ ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 5,000,000.- บาท (ห้าล้านบาทถ้วน) และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับผู้ประกอบกิจการสนามบิน สาธารณะ ซึ่งมีสถานะเป็นหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ ทอท. เชื่อถือ
    • 12.2.2 ผู้เสนอราคาจะต้องมีผลงานการทาสีตีเส้นเครื่องหมายบนผิวทางวิ่ง หรือทางขับ หรือลานจอด อากาศยาน ภายในเขตการบิน (Airside) กับสนามบินที่ได้ดําเนินกิจการสนามบินสาธารณะ ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 2,500,000.- บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับผู้ประกอบกิจการ สนามบินสาธารณะ ซึ่งมีสถานะเป็นหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ ทอท. เชื่อถือ และจะต้องมีผลงานเกี่ยวกับงานทาสีตีเส้นจราจร หรือเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง ที่เป็นสัญญาฉบับ เดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 5,000,000.- บาท (ห้าล้านบาทถ้วน) และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ ทอท. เชื่อถือ
  • Previous Project Cost:
    • ผลงานการทาสีตีเส้นเครื่องหมายบนผิวทางวิ่ง หรือทางขับ หรือลานจอดอากาศยาน ภายในเขตการบิน (Airside) กับสนามบินที่ได้ดําเนินกิจการสนามบินสาธารณะ ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 5,000,000.- บาท (ห้าล้านบาทถ้วน)
    • ผลงานการทาสีตีเส้นเครื่องหมายบนผิวทางวิ่ง หรือทางขับ หรือลานจอด อากาศยาน ภายในเขตการบิน (Airside) กับสนามบินที่ได้ดําเนินกิจการสนามบินสาธารณะ ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 2,500,000.- บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) และจะต้องมีผลงานเกี่ยวกับงานทาสีตีเส้นจราจร หรือเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง ที่เป็นสัญญาฉบับ เดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 5,000,000.- บาท (ห้าล้านบาทถ้วน)
  • Technical Capabilities:
    • รถพ่นสีขนาดใหญ่สําหรับจัดทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
      • กรณีใบสั่งระบุให้ทําเครื่องหมายเพียง 1 สี จํานวน 1 เครื่อง
      • กรณีใบสั่งระบุให้ทําเครื่องหมายเพียง 2 สีขึ้นไป จํานวน 2 เครื่อง
    • เครื่องสําหรับงานกําจัดสีจราจรบนผิวทาง จํานวน 1 เครื่อง โดยผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการกําจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทางด้วยวิธีการพ่นขัดด้วยลูกเหล็ก (Shot blast) หรือ ฉีดน้ําแรงดันสูงพิเศษ (Ultra – High Water Pressure) หรือ เครื่องขัดพื้นผิวคอนกรีตแบบจาน หมุน (Single-disc Concrete Grinder) อย่างใดอย่างหนึ่งที่มีคุณสมบัติตามที่ระบุในข้อกําหนดรายละเอียเฉพาะงาน งานกําจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง (Pavement Marking Removal)
  • Personnel: -

เกณฑ์การพิจารณา

ทอท. พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • สีจราจรชนิดน้ํา (Water Borne Traffic Paint) ที่มีคุณลักษณะตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมสีจราจร มอก. 2529-2555 หรือฉบับล่าสุด หรือ FEDERAL SPECIFICATION TT-P 1952E (Type I or II )
  • ลูกแก้วสะท้อนแสง (Glass Beads) ต้องมีคุณลักษณะตาม FEDERAL SPECIFICATION TT-B-1325D (Type I )
  • ค่าความสะท้อนแสงของเครื่องหมาย (เมื่อสีแห้งสนิท):
    • สีขาว (White): ไม่น้อยกว่า 300 (mcd/m2/lux)
    • สีเหลือง (Yellow): ไม่น้อยกว่า 175 (mcd/m2/lux)

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงินแบ่งออกเป็น 24 งวด ตามรายละเอียดที่ระบุในข้อ 5.2 ของข้อกําหนด
  • ค่าปรับ:
    • หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กําหนดในสัญญา: ร้อยละ 0.25 ของมูลค่างานจ้าง (ไม่ต่ํากว่าวันละ 100 บาท)
    • กรณีที่ผู้รับจ้างไม่ได้ดําเนินการตามใบสั่งงาน: ร้อยละ 0.25 ของมูลค่างานจ้าง (ยกเว้นมีเหตุจําเป็นให้ยกเลิกโดย ทอท.)
    • กรณีที่ผู้ว่าจ้างไม่รับงานตามข้อ 3.3 และ 3.4: ร้อยละ 0.25 ของมูลค่างานจ้าง (ไม่ต่ํากว่าวันละ 100 บาท)
    • กรณีที่ผู้รับจ้างไม่ดําเนินการส่งรายงานตามข้อ 3.11.5: วันละ 1,000 บาท
    • กรณีพนักงานของผู้รับจ้างก่อความวุ่นวายหรือหยุดงาน: ร้อยละ 0.10 ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา (ไม่ต่ํากว่าวันละ 100 บาท)
  • การรับประกัน: 2 ปี นับถัดจากวันที่ตรวจรับงานแล้วเสร็จ
  • การปรับราคาค่างานก่อสร้าง: เป็นไปตามสูตรการปรับราคา (Cost Escalation) ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: วัสดุสีที่ใช้ในการทาสีเครื่องหมายต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
    A: ต้องใช้สีจราจรชนิดน้ํา (Water Borne Traffic Paint) ที่มีคุณลักษณะตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสีจราจร มอก. 2529-2555 หรือฉบับล่าสุด หรือ FEDERAL SPECIFICATION TT-P 1952E (Type I or II ) และเมื่อถูกนําไปทําเครื่องหมายแล้วจะต้องมีเฉดสีตามที่กําหนด

    • Q: ลูกแก้วสะท้อนแสงที่ใช้ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
      A: ลูกแก้วที่ใช้สําหรับโรยบนผิวหน้าของสีจราจรต้องมีคุณลักษณะตาม FEDERAL SPECIFICATION TT-B-1325D (Type I ) และเมื่อทําเครื่องหมายพร้อมโรยลูกแก้วแล้วปล่อยทิ้งไว้จนสีแห้งสนิท จะต้องมีค่าความสะท้อนแสงไม่น้อยกว่าค่าในตารางที่กำหนด

    • Q: ผู้รับจ้างต้องเตรียมเครื่องมืออะไรบ้างสําหรับงานทาสี?
      A: ต้องเตรียมเครื่องพ่นสีระบบ Atomizing Spray หรือระบบ Airless พร้อมด้วยระบบโรยลูกแก้วอัตโนมัติ, เครื่องมือสําหรับเตรียมพื้นผิว, เครื่องมือสําหรับทําความสะอาดพื้นผิว, และเครื่องมือสําหรับงานควบคุมคุณภาพ

    • Q: มีข้อกําหนดเรื่องสภาพอากาศในการทาสีหรือไม่?
      A: การทาสีจะต้องทําในขณะที่ผิวจราจรมีความแห้งสนิทและสะอาดเรียบร้อย สภาวะอากาศไม่มีลม ฝุ่น หมอก หรือความชื้นสูง หรือตามที่ผู้ควบคุมงานเห็นชอบ อุณหภูมิในอากาศ และอุณหภูมิของพื้นผิวทางขณะปฏิบัติงานต้องเป็นไปตามคําแนะนําของผู้ผลิตวัสดุสีอย่างเคร่งครัด

    • Q: ผู้รับจ้างต้องทําอย่างไรหากมีการทําเครื่องหมายชั่วคราว?
      A: หากมีการทําเครื่องหมายชั่วคราวเพื่อบริหารจัดการพื้นที่ในระหว่างดําเนินโครงการ ให้ใช้วัสดุและวิธีการเช่นเดียวกันกับเครื่องหมายถาวร แต่ก่อนทําเครื่องหมายชั่วคราวให้ทําการเคลือบพื้นผิวทางด้วยวัสดุประเภทขี้ผึ้ง หรือวัสดุบ่มคอนกรีต หรือวัสดุอื่นๆ ก่อน

    • Q: เกณฑ์การตรวจรับงานกําจัดสีเครื่องหมายเป็นอย่างไร?
      A: การกําจัดเครื่องหมาย (Marking Removal) หรือลบสีเครื่องหมายเดิมออกถาวร จะต้องกําจัดให้ได้ระดับความเกลี้ยงที่ไม่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 และการกําจัดสีเครื่องหมายเพื่อเตรียมพื้นผิวสําหรับการทํา เครื่องหมายใหม่ทับลงบนเครื่องหมายเดิม จะต้องกําจัดให้ได้ระดับความเกลี้ยงที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 โดยใช้วิธีตารางกริด (Grid Method)

    • Q: ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมอะไรบ้างก่อนเริ่มงาน?
      A: ผู้รับจ้างต้องเสนอตารางแสดงแผนการดําเนินงาน, แผนการจัดโครงสร้างการบริหารโครงการ, บัญชีรายชื่อพนักงานและคนงาน, บัญชีเครื่องจักรอุปกรณ์และรถยนต์, และบัญชีรายชื่อพนักงานขับขี่ยานพาหนะ

    • Q: ผู้รับจ้างต้องทําอย่างไรเกี่ยวกับการสื่อสาร?
      A: ผู้รับจ้างต้องเช่าใช้วิทยุสื่อสารจาก บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จํากัด (บวท.) จํานวน 3 เครื่อง เพื่อใช้ติดต่อประสานงานกับหอบังคับการบินและเจ้าหน้าที่ของ ทอท.

    • Q: มีข้อกําหนดเรื่องความปลอดภัยในการทํางานอย่างไรบ้าง?
      A: ผู้รับจ้างต้องวางแผนปฏิบัติงานให้ถูกต้องและปลอดภัยตามกฎระเบียบความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน, ปฏิบัติงานเฉพาะในพื้นที่ที่กําหนด, เผื่อช่องทางสําหรับรถดับเพลิงและกู้ภัย, ติดธงสัญญาณบนเครื่องจักร, และกําจัดเศษวัสดุอย่างเหมาะสม

    • Q: สัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) คืออะไร?
      A: สัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) เป็นสัญญาที่ใช้ในการก่อสร้างที่อนุญาตให้มีการปรับราคาค่างานตามการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างที่จัดทําโดยกระทรวงพาณิชย์

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกําหนดรายละเอียดงานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

  1. วัตถุประสงค์
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด(มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์จะจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิว ทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จํานวน 1 งาน โดยมีรายละเอียดประกอบด้วย
    1.1 แบบเลขที่ VTBS/AFD/11-67 (รวมปก)
    จํานวน 25 แผ่น
    1.2
    ข้อกําหนดรายละเอียดงานจ้าง
    จํานวน 10 แผ่น
    1.3 เงื่อนไขทั่วไป
    จํานวน 6
    แผ่น
    1.4. ข้อกําหนดรายละเอียดเฉพาะงาน
    1.4.1 งานทําเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง (Pavement Marking)
    จํานวน 6
    แผ่น
    จํานวน 4 แผ่น
    1.4.2 งานกําจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง
    (Pavement Marking Removal)
    1.5 ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง จํานวน 1 แผ่น
    1.6 สูตรการปรับราคาค่าก่อสร้าง (Cost Escalation)
    1.7 แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct)
    1.8 ตารางการจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    จํานวน
    18 แผ่น
    จํานวน 6 แผ่น
    จํานวน 1 แผ่น
    จํานวน 1 แผ่น
    1.9 ตารางรายงานผลการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
  2. มาตรฐานที่กําหนด
    เป็นไปตามเงื่อนไขทั่วไปข้อ 5 เรื่องมาตรฐานอ้างอิง และการทดสอบวัสดุ
  3. ขอบเขตงาน
    3.1 ผู้รับจ้างต้องทําความเข้าใจและดําเนินการโครงการนี้ตามมาตรฐานข้างต้นให้บรรลุวัตถุประสงค์ของ โครงการฯ ด้วยขบวนการทางด้านเทคนิค (Technical Evaluation) และจะต้องประสานงานอย่างใกล้ชิด กับ ทอท.
    และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ รวมทั้งสํารวจพื้นที่ปฏิบัติงานจริงจนเป็นที่เข้าใจโดยแจ่มแจ้งทุกประการ ถ้าปรากฏ ปัญหาความไม่เข้าใจในรายการหรือพบเห็นว่ามีความคลาดเคลื่อนขัดแย้งหรือไม่ละเอียด หรือไม่ชัดเจน หรืออาจไม่ ปลอดภัย หรือมีปัญหาอุปสรรคใด ๆ ก็ตามให้รีบเสนอรายการนั้น ๆ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุทราบ เพื่อชี้ขาด ซึ่งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะถือหลักเกณฑ์จากสัญญาความถูกต้องตามหลักการช่างและความเหมาะสม ในประโยชน์ใช้สอยเป็นหลักในการชี้ขาด คําวินิจฉัยถือเป็นเด็ดขาด ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะไม่ดําเนินการไปก่อนที่ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะให้ความเห็นชอบหรือวินิจฉัย
    งานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
    ข้อกําหนดรายละเอียดงานจ้าง -2/10-
    3.2 สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่มิได้ปรากฏในแบบ รูปแบบขยายหรือรายการละเอียด หากเป็นส่วนหนึ่งหรือองค์ประกอบ หรือจําเป็นต้องทํา หรือเป็นวิสัยที่ควรจะต้องทํา เพื่อให้ได้งานสําเร็จบริบูรณ์ไปโดยรวดเร็วด้วยดีและถูกต้องตาม หลักการช่างที่ดี ผู้รับจ้างจะต้องกระทําการทุกอย่างโดยเต็มที่และถูกต้อง เสมือนว่าได้มีปรากฏในแบบแปลน ข้อกําหนดและรายการนั้นๆ โดยจะคิดค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มขึ้นจาก ทอท. ไม่ได้ และผู้รับจ้างจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายค่า ทดแทน หรือสิทธิประโยชน์ใดๆ จาก ทอท.
    3.3 ขอบเขตงานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นการทํา เครื่องหมายบนพื้นผิวทางทับเครื่องหมายเดิมที่มีอยู่แล้ว และกําจัดสีเครื่องหมายเดิม ในพื้นที่บริเวณตามที่กําหนดให้ โดยให้มีรายละเอียด ขนาด มิติ และสีของเครื่องหมาย ตามที่ระบุในแบบแปลน โดยมีรายละเอียดดังนี้
    Su
    3.3.1 งานทําเครื่องหมายบนผิวทาง ด้วยสีจราจรชนิดน้ํา (Water Borne Traffic Paint) (สีขาว สีเหลือง และสีแดง) โรยลูกแก้วสะท้อนแสง และ(สีดํา) ไม่โรยลูกแก้วสะท้อนแสง ให้เป็นไปตามแบบก่อสร้าง มีปริมาณ งานทําเครื่องหมายบนผิวทางทั้งสิ้น 390,000 ตารางเมตร
    3.3.2 งานกําจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง (Pavement Marking Removal) ให้เป็นไปตามแบบ ก่อสร้าง มีปริมาณงานกําจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทางทั้งสิ้น 29,475 ตารางเมตร
    3.3.3 ผู้ว่าจ้างจะแจ้งให้ผู้รับจ้างเข้าดําเนินการโดยผู้ว่าจ้างจะระบุปริมาณงาน สถานที่ และตําแหน่งที่ จะต้องดําเนินการเวลาที่จะเริ่มงานและกําหนดเวลาแล้วเสร็จ เป็นครั้งๆ จนกว่าจะครบตามปริมาณงานตามข้อที่
    3.3.1 และ3.3.2
    การสั่งงาน และแจ้งสถานที่หรือจุดนัดพบให้ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรทางโทรสาร (Fax) หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Email) หรือเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างเป็นผู้นําส่งให้ผู้รับจ้าง ณ สํานักงานของผู้รับจ้าง ล่วงหน้าก่อนเวลาดําเนินการอย่างน้อย 1 วัน ในกรณีที่เป็นการส่งทางโทรสาร ให้ผู้รับจ้างส่งเอกสารยืนยันการได้รับ ใบสั่งงานที่มีการประทับตราของผู้รับจ้างกลับมายังผู้ว่าจ้างทางโทรสาร หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Email) ด้วย หรือช่องทางสื่อสารสังคมออนไลน์ (Social Network) อื่นๆ ที่มีการตกลงร่วมกันไว้ เช่น Line, Facebook, แบบฟอร์มออนไลน์ เป็นต้น
    3.4 ปริมาณงานในการดําเนินงานตามใบสั่งงานแต่ละครั้ง ประกอบด้วยงานทาสีเครื่องหมายจราจรบนผิว ทางวิ่ง (Runway Marking) ด้วยวัสดุสีจราจรชนิดน้ําสะท้อนแสง (Water Borne Traffic Paint) อยู่ระหว่าง 1,000 – 3,000 ตารางเมตร และ/หรืองานกําจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง (Pavement Marking Removal) อยู่ระหว่าง
    100 – 500 ตารางเมตร
    3.5 เวลาปฏิบัติงาน
    เวลาเข้าปฏิบัติงานทาสีเครื่องหมายจราจร และงานกําจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง (Pavement Marking Removal) ในแต่ละครั้งอยู่ระหว่างเวลาประมาณ 01.00 น. ถึง 06.00 น. ของแต่ละวัน หรือตามผู้ว่าจ้างกําหนด ซึ่งปกติช่วงเวลาปฏิบัติงานจะอยู่ระหว่าง 4-6 ชั่วโมงทํางาน และกําหนดให้ทํางานตามใบสั่งงานไม่เกิน 1 ครั้ง (1 ใบสั่งงาน) ในแต่ละวันที่ได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้าง
    3.6 ผู้รับจ้างจะต้องเตรียมเครื่องจักรและพนักงานให้พร้อมเข้าดําเนินงาน ณ จุดนัดพบ ภายในระยะเวลาที่ กําหนดในใบสั่งงาน
    งานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
    ข้อกําาหนดรายละเอียดงานจ้าง -3/10-
    3.7 ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมเครื่องจักรให้สมบูรณ์พร้อมสามารถปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ดําเนินงานตามสัญญา ไม่เว้นวันหยุด ทั้งนี้ จะต้องมีชนิดและจํานวนเพียงพอเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่อง และเสร็จทันเวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนด อย่างน้อยต้องประกอบด้วย
    3.7.1 รถพ่นสีขนาดใหญ่สําหรับจัดทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
    จํานวน 1 เครื่อง
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีรถพ่นสีขนาดใหญ่สําหรับจัดทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทางในกรณี
    3.7.1.1 กรณีใบสั่งระบุให้ทําเครื่องหมายเพียง 1 สี
    จํานวน 1 เครอง
    3.7.1.2 กรณีใบสั่งระบุให้ทําเครื่องหมายเพียง 2 สีขึ้นไป จํานวน
    3.7.2 เครื่องสําหรับงานกําจัดสีจราจรบนผิวทาง
    2
    เครื่อง
    จํานวน 1 เครื่อง
    โดยผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการกําจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทางด้วยวิธีการพ่นขัดด้วยลูกเหล็ก
    (Shot blast) หรือ ฉีดน้ําแรงดันสูงพิเศษ (Ultra – High Water Pressure) หรือ เครื่องขัดพื้นผิวคอนกรีตแบบจาน หมุน (Single-disc Concrete Grinder) อย่างใดอย่างหนึ่งที่มีคุณสมบัติตามที่ระบุในข้อกําหนดรายละเอียเฉพาะงาน งานกําจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง (Pavement Marking Removal)
    3.8 ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมพนักงานไว้ให้พร้อมสําหรับปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา ปฏิบัติงานตามสัญญา ไม่เว้นวันหยุด
    3.9 ผู้รับจ้างจะต้นภายใต้การควบคุมงานโดยเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างเท่านั้น
    3.10 ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา โดยต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุ ที่ผลิตภายในประเทศโดยส่งให้ ทอท. ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา (เอกสารตามแนบ)
    3.11 สิ่งที่ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ปฏิบัติ และจัดเตรียม
    ผู้ว่าจ้าง
    3.11.1 จัดเตรียมวัสดุและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติตามข้อกําหนด และได้รับอนุมัติให้ใช้จากผู้ว่าจ้าง 3.11.2 จัดเตรียมเครื่องจักรกล เครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติตามข้อกําหนด และได้รับอนุมัติให้ใช้จาก
    3.11.3 ขนส่งวัสดุและผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรกล เครื่องมือและอุปกรณ์ เข้าพื้นที่ดําเนินการ ในบริเวณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
    3.11.4 ดําเนินการทาสีเครื่องหมายจราจรบนผิวทางวิ่ง และงานกําจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทางวิ่ง ตามข้อกําหนดในรายละเอียดเฉพาะงาน และเป็นไปตามที่กําหนดในใบสั่งงาน
    3.11.5 จัดทํารายงานการดําเนินการ ประกอบด้วย รายละเอียดใบสั่งงาน ปริมาณงาน ปริมาณวัสดุที่ ใช้ในการปฏิบัติงาน ชนิดและจํานวนเครื่องจักรและบุคลากร สภาพอากาศ อุปสรรคในการปฏิบัติงาน ภาพถ่าย และอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ควบคุมงานเป็นผู้กําหนด โดยส่งให้ผู้ควบคุมงานภายใน 5 วันทําการ หลังจาก
    ที่ผู้รับจ้างได้ดําเนินการตามใบสั่งงานแล้ว
    3.12 ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตามข้อ 3.11 ให้เป็นไปตามรูปแบบและวิธีการที่ผู้ว่าจ้างกําหนดทุกประการ 3.13 ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการทํางานมาให้ ทอท. ภายใน 60 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    งานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  4. สิทธิของผู้ว่าจ้าง
    ข้อกําหนดรายละเอียดงานจ้าง -4/10-
    4.1 ผู้ว่าจ้างสามารถยกเลิกใบสั่งงานได้ หากได้แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบก่อนเวลาใช้งานมากกว่า 12 ชั่วโมง หรือในกรณีที่ผู้ว่าจ้างประสงค์จะยกเลิกใบสั่งงานก่อนเวลาใช้งานน้อยกว่า 12 ชั่วโมง หากผู้รับจ้างยินยอมสามารถ
    กระทําได้
    4.2 ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิที่จะไม่รับงานในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้
    4.2.1 ผู้รับจ้างเตรียมเครื่องจักรและพนักงานไม่พร้อมเข้าดําเนินงาน ณ จุดนัดพบ ภายในระยะเวลา
    ที่กําหนดในใบสั่งงาน
    4.2.2 ผู้รับจ้างใช้วัสดุงานทําเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง ที่มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อกําหนด
    4.2.3 ผู้รับจ้างไม่สามารถดําเนินงานให้แล้วเสร็จทันตามกําหนดเวลา หรือไม่สามารถดําเนินงานให้ เป็นไปตามรูปแบบที่ผู้ว่าจ้างกําหนดได้อันเนื่องจากความบกพร่องของผู้รับจ้างเอง ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายอันเนื่องจากเหตุ ดังกล่าวข้างต้น ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
  5. กําหนดระยะเวลาดําเนินการและการแบ่งงวดงาน
    5.1 ผู้รับจ้างต้องทํางานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้แล้วเสร็จภายใน 900 วัน (รวมระยะเวลาเตรียมงาน 60 วัน) นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้อง เตรียมงานให้แล้วเสร็จพร้อมเข้าปฏิบัติงานภายใน 60 วัน หากเตรียมงานแล้วเสร็จก่อนกําหนดระยะเวลาเตรียมงาน 60 วัน ผู้รับจ้างสามารถเข้าดําเนินการก่อนได้ซึ่งผู้ว่าจ้างจะแจ้งเป็นใบสั่งตามข้อ 3.3.3 และหากเลยกําหนดระยะเวลา เตรียมงานแล้วผู้รับยังไม่พร้อมเข้าปฏิบัติงาน ทอท. ขอสงวนสิทธิ์บอกเลิกสัญญาต่อไป
    5.2 การจ่ายเงินแบ่งออกเป็น 24 งวด ดังนี้
    งวดที่ 1 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 3 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้วเสร็จ สะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 4 ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับ พัสดุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 2 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 3 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้วเสร็จ สะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 8 ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับ พัสดุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 3 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 3 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้วเสร็จ สะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 12 ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจ รับพัสดุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 4 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 3 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้วเสร็จ สะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 16 ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจ รับพัสดุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 5 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 3 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้วเสร็จ สะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจ รับพัสดุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    ба
    งานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
    ข้อก้าหนดรายละเอียดงานจ้าง -5/10-
    งวดที่ 6 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 3 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้วเสร็จ สะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 24 ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจ รับพัสดุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 7 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 3 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้วเสร็จ สะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 28 ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจ รับพัสดุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 8 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 3 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้วเสร็จ สะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 32 ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจ รับพัสดุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 9 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 4 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้วเสร็จ สะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 36 ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจ รับพัสดุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 10 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 4 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้วเสร็จ สะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจ รับพัสดุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 11 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 4 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้วเสร็จ สะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 44 ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจ รับพัสดุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 12 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 4 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้วเสร็จ สะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 48 ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจ รับพัสดุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 13 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 4 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้วเสร็จ สะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 52 ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจ รับพัสดุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 14 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 4 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้วเสร็จ สะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 56 ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจ รับพัสดุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 15 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 4 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้วเสร็จ สะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจ รับพัสดุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 16 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 4 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้วเสร็จ สะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 64 ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจ รับพัสดุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    i
    งานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
    ข้อก้าหนดรายละเอียดงานจ้าง -6/10-
    งวดที่ 17 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 5 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้วเสร็จ สะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 68 ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจ รับพัสดุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 18 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 5 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้วเสร็จ สะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 72 ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจ รับพัสดุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 19 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 5 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้วเสร็จ สะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 76 ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจ รับพัสดุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 20 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 5 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้วเสร็จ สะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจ รับพัสดุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 21 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 6 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้วเสร็จ สะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจ รับพัสดุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 22 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 6 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้วเสร็จ สะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจ รับพัสดุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 23 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 6 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้วเสร็จ สะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจ รับพัสดุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 24 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 6 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้วเสร็จ ทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับพัสดุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  6. อัตราค่าปรับ
    6.1 หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กําหนดในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับ ให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.25 (ศูนย์จุดสองห้า) ของมูลค่างานจ้าง แต่ต้องไม่ต่ํากว่าวันละ 100.- บาท
    (หนึ่งร้อยบาทถ้วน)
    6.2 กรณีที่ผู้รับจ้างไม่ได้ดําเนินการให้แก่ผู้ว่าจ้างตามใบสั่งงานที่ผู้ว่าจ้างได้แจ้งในแต่ละครั้ง ผู้รับจ้างจะต้อง จ่ายค่าปรับในครั้งนั้นให้แก่ผู้ว่าจ้างในอัตราร้อยละ 0.25 (ศูนย์จุดสองห้า) ของมูลค่างานจ้าง ยกเว้นกรณีมีเหตุจําเป็น ให้ยกเลิกการดําเนินการโดยทอท. ผู้รับจ้างจะไม่ถูกปรับตามข้อนี้
    6.3 กรณีที่ผู้ว่าจ้างไม่รับงานตามข้อ 3.3 และ3.4 ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นรายครั้งตาม ใบสั่งงานนั้นๆ ในอัตราร้อยละ 0.25 (ศูนย์จุดสองห้า) ของมูลค่างานจ้าง แต่ต้องไม่ต่ํากว่าวันละ 100.- บาท (หนึ่งร้อยบาทถ้วน)
    สูง
    งานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
    ข้อกําหนดรายละเอียดงานจ้าง -7/10-
    6.4 กรณีที่ผู้รับจ้างไม่ดําเนินการส่งรายงานตามข้อ 3.11.5 ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็น รายวันในอัตราวันละ 1,000.- บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน) นับตั้งแต่วันครบกําหนดส่งรายงานจนถึงวันที่ผู้รับจ้างได้ ดําเนินการดังกล่าวครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว
    6.5 ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลพนักงานของผู้รับจ้างปฏิบัติงานตามสัญญาด้วยความเรียบร้อย หากพนักงาน ของผู้รับจ้างก่อความวุ่นวาย นัดหยุดงาน หรือมีเหตุอื่นๆ ที่ทําให้พนักงานของผู้รับจ้างไม่เข้าปฏิบัติงานตามสัญญา ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้ ทอท. ปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา แต่ต้องไม่ต่ํากว่าวันละ 100 (หนึ่งร้อยบาทถ้วน)
  7. เงื่อนไขอื่นๆ
    ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตาม “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” ในส่วนที่ผู้รับจ้างเกี่ยวข้อง
  8. การรับประกัน
    ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องตามวิสัยในงานที่ผู้รับจ้างเป็นผู้ดําเนินการตามสัญญาเป็นระยะเวลา
    2 ปี นับถัดจากวันที่ตรวจรับงานแล้วเสร็จ
  9. แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.
    คู่ค้าต้องลงนามรับทราบในเอกสารแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct) ตามรายละเอียดแนบท้าย พร้อมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. มีการดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลชีวอนามัย และคํานึงถึงความปลอดภัยของ ลูกจ้าง รวมถึงการดําเนินงานที่อันซึ่งจะส่งผลกระทบถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อมต่างๆที่เกี่ยวข้องผ่านการกํากับดูแลกิจการ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
  10. นโยบายต่อต้านการคอรัปชั่นของ ทอท.
    10.1 คู่ค้าต้องสนับสนุนนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท. ที่กําหนดให้บุคลากรทุกคนของ ทอท. ต้อง ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม และต้องปฏิบัติตามนโยบายต่อต้าน การคอร์รัปชั่นของ ทอท. อย่างเคร่งครัด
    10.2 ห้ามมิให้ผู้เสนอราคาหรือคู่ค้าให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด รวมถึงจ่ายค่าบริการต้อนรับ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่หรือส่งผลกระทบต่อการดําเนินงานของ บริษัทให้แก่บุคลากรของ ทอท.
    งานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  11. นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.

    ข้อกําหนดรายละเอียดงานจ้าง -8/10-
    นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งต้องปฏิบัติตามประกาศ ทอท. เรื่อง นโยบายการคุ้มครองส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy) และแนวปฏิบัติสําหรับการดําเนินการของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท. ที่กําหนดไว้ตลอดจนคําสั่ง ประกาศ หรือเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ออกโดย ทอท. ซึ่ง ทอท.จะได้แจ้งให้ทราบ
    ต่อไป อย่างเคร่งครัด
    ทั้งนี้ผู้รับจ้างสามารถศึกษารายละเอียดของประกาศและแนวปฏิบัติฯดังกล่าวได้ที่ https://www.airportthai.co.th > เกี่ยวกับ ทอท. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ ทอท. > ประกาศบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) เรื่องนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy)
  12. คุณสมบัติผู้เสนอราคา
    12.1 ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
    12.2 ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
    12.2.1 ผู้เสนอราคาจะต้องมีผลงานการทาสีตีเส้นเครื่องหมายบนผิวทางวิ่ง หรือทางขับ หรือลานจอด อากาศยาน ภายในเขตการบิน (Airside) กับสนามบินที่ได้ดําเนินกิจการสนามบินสาธารณะ ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 5,000,000.- บาท (ห้าล้านบาทถ้วน) และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับผู้ประกอบกิจการสนามบิน สาธารณะ ซึ่งมีสถานะเป็นหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ ทอท. เชื่อถือ
    12.2.2 ผู้เสนอราคาจะต้องมีผลงานการทาสีตีเส้นเครื่องหมายบนผิวทางวิ่ง หรือทางขับ หรือลานจอด อากาศยาน ภายในเขตการบิน (Airside) กับสนามบินที่ได้ดําเนินกิจการสนามบินสาธารณะ ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 2,500,000.- บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับผู้ประกอบกิจการ สนามบินสาธารณะ ซึ่งมีสถานะเป็นหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ ทอท. เชื่อถือ
    และจะต้องมีผลงานเกี่ยวกับงานทาสีตีเส้นจราจร หรือเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง ที่เป็นสัญญาฉบับ เดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 5,000,000.- บาท (ห้าล้านบาทถ้วน) และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ ทอท. เชื่อถือ
  13. เงื่อนไขที่ผู้เสนอราคาต้องปฏิบัติในวันยื่นเสนอราคา
    ผู้เสนอราคาต้องส่งหนังสือรับรองผลงานตามข้อ 13.1 หรือ 13.2 อย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
    13.1 ผู้เสนอราคาจะต้องส่งหนังสือรับรองผลงานการทาสีตีเส้นเครื่องหมายบนผิวทางวิ่ง หรือทางขับ หรือ ลานจอดอากาศยาน ภายในเขตการการบิน (Airside) กับสนามบินที่ได้ดําเนินกิจการสนามบินสาธารณะ ที่เป็นสัญญา ฉบับเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 5,000,000.- บาท (ห้าล้านบาทถ้วน) และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับผู้ประกอบกิจการ สนามบินสาธารณะ มาให้ ทอท.พิจารณา ผู้ประกอบกิจการสนามบินสาธารณะต้องเป็นหน่วยงานของรัฐ หรือ หน่วยงานเอกชนที่ ทอท. เชื่อถือ
    a.
    งานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
    ข้อกาหนดรายละเอียดงานจ้าง -9/10-
    กรณีหนังสือรับรองผลงานที่ผู้เสนอราคานํามาแสดงเป็นผลงานที่ออกโดยผู้ประกอบกิจการสนามบิน สาธารณะที่มีสถานะเป็นหน่วยงานเอกชน ผู้รับรองต้องเป็นผู้มีอํานาจของหน่วยงานเอกชนนั้น พร้อมทั้งประทับตราของ หน่วยงาน (ถ้ามี) และต้องแนบสําเนาหนังสือสัญญาและสําเนาหนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่าย ของสัญญาที่เสนอมาเพื่อ ประกอบการพิจารณาด้วย
    13.2 ผู้เสนอราคาจะต้องส่งหนังสือรับรองผลงานดังนี้

    13.2.1 ผู้เสนอราคาจะต้องส่งหนังสือรับรองผลงานการทาสีตีเส้นเครื่องหมายบนผิวทางวิ่ง หรือทางขับ หรือลานจอดอากาศยาน ภายในเขตการการบิน (Airside) กับสนามบินที่ได้ดําเนินกิจการสนามบินสาธารณะ ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 2,500,000.- บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) และเป็นคู่สัญญาโดยตรง กับผู้ประกอบกิจการสนามบินสาธารณะซึ่งมีสถานะเป็นหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานของเอกชนที่ ทอท. เชื่อถือ
    มาให้ ทอท.พิจารณา
    กรณีที่หนังสือรับรองผลงานที่ผู้เสนอราคานํามาแสดงเป็นผลงานที่ออกโดยผู้ประกอบกิจการ สนามบินสาธารณะที่มีสถานะเป็นหน่วยงานเอกชน ผู้รับรองต้องเป็นผู้มีอํานาจของหน่วยงานเอกชนนั้น พร้อมทั้งประทับตราของ หน่วยงาน (ถ้ามี) และต้องแนบสําเนาหนังสือสัญญาและสําเนาหนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่าย ของสัญญาที่เสนอมาเพื่อ
    ประกอบการพิจารณาด้วย
    13.2.2 ผู้เสนอราคาจะต้องส่งหนังสือรับรองผลงานเกี่ยวกับงานทาสีตีเส้นจราจร หรือเครื่องหมาย จราจรบนผิวทาง ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 5,000,000.- บาท (ห้าล้านบาทถ้วน) และเป็นคู่สัญญา โดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ ทอท. เชื่อถือ มาให้ ทอท.พิจารณา
    E
    กรณีที่หนังสือรับรองผลงานที่ผู้เสนอราคานํามาแสดงเป็นผลงานที่ออกโดยหน่วยงานเอกชน ผู้รับรองต้องเป็นผู้มีอํานาจของหน่วยงานเอกชนนั้น พร้อมทั้งประทับตราของหน่วยงาน (ถ้ามี) และต้องแนบสําเนา หนังสือสัญญาและสําเนาหนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่าย ของสัญญาที่เสนอมาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย
  14. การปรับราคาค่าก่อสร้าง
    การปรับราคาค่างานก่อสร้างตามสูตรการปรับราคา จะนํามาใช้ในกรณีที่ค่างานก่อสร้างลดลงหรือเพิ่มขึ้น
    โดยวิธีการต่อไปนี้
    ตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ สูตรและวิธีคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532 เรื่อง การพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง ตามหนังสือสํานักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรี นร 0203/ว 109 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2532
    สูตรการปรับราคา (สูตรค่า K) จะต้องคงที่ที่ระดับที่กําหนดไว้ในวันแล้วเสร็จตามที่กําหนดไว้ในสัญญาหรือ ภายในระยะเวลาที่ ทอท. ได้ขยายออกไป

    งานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
    ข้อกําหนดรายละเอียดงานจ้าง -10/10-
  15. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคา
    ทอท. พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น
    คณะกรรมการจัดทําข้อกําหนดรายละเอียดงาน
    ลงชื่อ
    ประธานกรรมการ ลงชื่อ
    t
    กรรมการ
    (นายนิตินัย ชัยเชื้อ) ผอก.สสบ.ฝสอ.
    (จ.อ.ปัญญา ได้ทุกทาง) วกซ.7 สสบ.ฝสอ.ทสภ.
    ลงชื่อ
    กรรมการ
    (นายปริญญา ขวัญตา) ชยส.6 จพ.สสบ.ฝสอ.ทสภ.
    ลงชื่อ…
    กรรมการ
    (นางสาวจิราภา ประทุม) วกส.5 สสบ.ฝสอ.ทสภ.
    ลงชื่อ
    กรรมการ
    (นายณธีพัฒน์ กิจการนันทศรี) วกส.5 สสบ.ฝสอ.ทสภ.
    เงื่อนไขทั่วไป
  16. แบบรูปและรายละเอียด
    1.1 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตามที่กําหนดไว้ในแบบรูป และรายละเอียดนี้ ทุกประการให้ครบถ้วนสมบูรณ์ 1.2 ผู้รับจ้างจะต้องศึกษาแบบรูป และรายการอย่างละเอียดถี่ถ้วนจนเป็นที่เข้าใจโดยแจ่มแจ้งทุกประการ ถ้าปรากฏปัญหาความไม่เข้าใจในแบบรูป และรายการ หรือพบเห็นว่ามีความคลาดเคลื่อนขัดแย้ง หรือไม่ละเอียด หรือไม่ชัดเจน หรืออาจไม่ปลอดภัย หรือมีปัญหาอุปสรรคใดๆ ก็ตาม ให้รีบเสนอรายการนั้นๆ ให้คณะกรรมการตรวจ รับพัสดุของผู้ว่าจ้างทราบ เพื่อตรวจสอบวินิจฉัยและชี้ขาดซึ่งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะถือหลักเกณฑ์จากสัญญา ความถูกต้องตามหลักการช่าง และความเหมาะสมในประโยชน์ใช้สอยเป็นหลักในการชี้ขาด คําวินิจฉัยถือเป็นเด็ดขาด ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะไม่ดําเนินการไปก่อนที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะให้ความเห็นชอบหรือวินิจฉัยชี้ขาด
    1.3 สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่มิได้ปรากฏในรูป รูปแบบขยาย หรือรายละเอียด หากเป็นส่วนหนึ่งหรือเป็นองค์ประกอบ หรือสิ่งจําเป็นต้องทํา หรือเป็นวิสัยที่ควรจะต้องทําเพื่อให้ได้งานสําเร็จบริบูรณ์ไปโดยรวดเร็วด้วยดี และถูกต้องตาม หลักการช่างที่ดี ผู้รับจ้างจะต้องกระทําการทุกอย่างโดยเต็มที่และถูกต้องเสมือนว่าได้มีปรากฏในรูปแบบ รูป และ รายการนั้นๆ ผู้รับจ้างต้องเชื่อฟังคําสั่งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้จ้างที่กําหนดให้แก่ผู้รับจ้าง เมื่อเกิดปัญหา ตามที่กล่าวข้างต้นทุกประการ
  17. ความรับผิดชอบ
    ผู้ว่าจ้างถือว่าผู้รับจ้างเข้าใจแบบ รูป และรายละเอียดแนบท้ายสัญญาอย่างถ่องแท้ ตลอดจนยอมรับเงื่อนไข ใดๆ ที่ทางผู้ว่าจ้างกําหนดไว้ทั้งสิ้น ฉะนั้น ถ้าในระหว่างดําเนินการงานจ้างฯ มีปัญหาเกิดขึ้น คณะกรรมการตรวจรับ พัสดุของผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะดําเนินการในทางที่เป็นประโยชน์ต่อทางผู้ว่าจ้างในอันที่จะปฏิบัติได้ โดยผู้รับจ้างจะต้อง
    ทําตามทั้งสิ้น
  18. สิ่งของ
    3.1 สิ่งของที่ปรากฏในแบบรูป และรายละเอียดก็ดี หรือมิได้ปรากฏในแบบรูป และรายละเอียดก็ดี แต่เป็นส่วนประกอบของการดําเนินการนี้ จะต้องเป็นของที่ถูกต้องสอดคล้องตามความต้องการของแบบรูป และ รายละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัสดุสําเร็จรูป ผู้รับจ้างจะต้องนําตัวอย่างมาให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ผู้ว่าจ้างตรวจสอบและเห็นชอบก่อนลงมือใช้
    3.2 อุปกรณ์หรือสิ่งของที่ได้รื้อถอดถอนออก หากไม่ระบุให้ดําเนินการอย่างอื่นให้ส่งคืนคลังพัสดุ ทอท.
  19. การใช้วัสดุเทียบเท่า
    วัสดุเทียบเท่า หมายถึง วัสดุที่สามารถใช้แทนกันได้ มีคุณภาพไม่ต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในรายการ ทั้งนี้จะต้อง ถูกต้องในทางเทคนิค และประโยชน์ใช้สอย ตลอดจนความสวยงามซึ่งสามารถใช้แทนกันได้เป็นอย่างดี ฉะนั้นถ้า ผู้รับจ้างจะใช้วัสดุเทียบเท่า ก็ต่อเมื่อได้แสดงหลักฐานแห่งคุณภาพความถูกต้องในทางเทคนิคประโยชน์ใช้สอยและ ความสวยงาม และราคา ตลอดจนนําตัวอย่างวัสดุเทียบเท่านั้นมาให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้าง ตรวจสอบคุณภาพก่อน

    T
    งานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  20. มาตรฐานอ้างอิง และการทดสอบวัสดุ
    เงื่อนไขทั่วไป -2/6-
    5.1 การทดสอบวัสดุต่างๆ ที่ใช้ในงานจ้างฯ โครงการนี้ จะต้องกระทําโดยสถาบันทดสอบของราชการ หรือ สถาบันการศึกษาที่น่าเชื่อถือ ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องเสนอขออนุมัติต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเสียก่อน
    5.2 ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการจัดเตรียม ขนส่ง รวมถึงค่าธรรมเนียม ค่าทดสอบตัวอย่างต่างๆ นั้น ผู้รับจ้าง จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น
  21. การปฏิบัติงาน
    6.1 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแผนดําเนินงานในสัญญาจ้างอย่างสม่ําเสมอต่อเนื่อง
    ถ้าคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างเห็นว่า ผู้รับจ้างเร่งรัดทํางานจนอาจเกิดความเสียหายแล้ว คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุมีสิทธิ์ที่จะยับยั้ง และให้ผู้รับจ้างปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามหลักการช่างที่ดี ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะถือเป็นข้ออ้าง ในการปฏิบัติงานไม่ทันเพื่อขอต่ออายุสัญญา และ/หรือเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ว่าจ้างมิได้
    6.2 ผู้รับจ้างจะต้องวางแผนการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ หรือการปฏิบัติงานของผู้ว่าจ้าง 6.3 ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมเครื่องจักรให้สมบูรณ์พร้อมสําหรับใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้
    หมายความถึงชนิดและจํานวนซึ่งจะต้องสมบูรณ์พร้อม และเพียงพอเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง
    6.4 ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมจํานวนพนักงานและจํานวนแรงงานไว้ให้พร้อมสําหรับงานทุกด้าน
    6.5 ผู้ควบคุมงานจะเป็นผู้กําหนดเวลาเข้าปฏิบัติงานของผู้รับจ้างในแต่ละวัน ซึ่งส่วนใหญ่ต้องปฏิบัติงาน
    ในเวลากลางคืนเพื่อให้กระทบต่อการให้บริการสนามบินให้น้อยที่สุด
    6.6 ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จ่ายเงินค่าปฏิบัติงานล่วงเวลาของเจ้าหน้าที่ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง
    6.7 การปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง หากทําให้อาคารหรือทรัพย์สินข้างเคียงของผู้ว่าจ้างหรือที่อยู่ในความ รับผิดชอบของผู้ว่าจ้างเกิดความเสียหาย ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายดังกล่าว และจัดทําหรือหามาให้
    ใหม่เหมือนของเดิม โดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องค่าใช้จ่ายจากผู้ว่าจ้างแต่อย่างใด
    6.8 การปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง การตัดต่อกระแสไฟฟ้าทุกครั้งจะต้องได้รับการอนุญาตจากผู้รับผิดชอบ โดยตรงก่อนทุกครั้ง
  22. ความรับผิดชอบระหว่างสัญญา
    ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในความผิดพลาดเสียหายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นแก่งานและบุคคลในระหว่างการ ปฏิบัติงานจนกระทั่งหมดพันธะแห่งสัญญา ด้วยการชดใช้ค่าเสียหาย ซ่อมแซม หรือรื้อถอนทําให้ใหม่ตามควรแก่ กรณีที่ผู้ว่าจ้างเห็นสมควร
    Dovn
    ī
    î
    งานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  23. ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้าง
    เงื่อนไขทั่วไป -3/6-
    8.1 ผู้รับจ้างจะต้องมีผู้ควบคุมงานที่มีความชํานาญ และความสามารถในงานประเภทตามสัญญาจ้างนี้ ประจํา และปฏิบัติงานอยู่ตลอดเวลาระหว่างการดําเนินการนี้ และผู้ควบคุมของผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามคําแนะนํา หรือคําสั่งที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างแนะนํา โดยให้ถือว่าได้สั่งแก่ผู้รับจ้างโดยตรง ซึ่งผู้รับจ้างจะต้อง
    ยินยอมรับปฏิบัติตามทุกกรณี
    8.2 หากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างพิจารณาเห็นว่าผู้ควบคุมงาน วิศวกรหรือช่างของ ผู้รับจ้างไม่เหมาะสมที่จะปฏิบัติงาน กล่าวคือ ไม่มีฝีมือและความชํานาญพอเพียงที่จะทํางานนี้ ให้ผู้รับจ้างเปลี่ยน วิศวกรหรือผู้คุมงานภายใน 7 วัน นับจากวันที่รับ
    รับทราบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุแล้ว โดยไม่นํามาถือเป็น
    ข้ออ้างในการขอต่ออายุสัญญา และ/หรือเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ว่าจ้าง
    8.3 ขณะดําเนินการก่อสร้างต้องไม่กีดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และจะต้องควบคุมคนงานของ ผู้รับจ้างไม่ให้พลุกพล่าน าเข้าไปในเขตห้ามต่างๆ ของผู้ว่าจ้างเป็นอันขาด
  24. การรายงาน

    การทํารายงานผลงานจ้างฯ นั้น ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําส่งให้ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างตามที่ผู้ควบคุมงานของ ผู้ว่าจ้างกําหนด โดยที่ข้อมูลต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในรายงานจะต้องตรงตามข้อเท็จจริง
  25. การประชุม
    เพื่อให้การดําเนินงานจ้างฯ เป็นไปโดยเรียบร้อยและมีปัญหาน้อยที่สุด ผู้รับจ้างต้องจัดการประชุมเพื่อรายงาน และ/หรือแจงรายละเอียดงาน ตามที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือเจ้าหน้าที่ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างกําหนดหรือ
    ร้องขอ
  26. การตกแต่งก่อนการส่งมอบครั้งสุดท้าย
    เมื่อผู้รับจ้างทํางานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องตกแต่งในบริเวณหรือพื้นที่ที่ใช้ในระหว่างดําเนินงานจ้างฯ ให้เรียบร้อย ไม่กีดขวางการระบายน้ํา หรือเป็นอุปสรรคต่อการใช้ประโยชน์ของพื้นที่โดยรอบบริเวณ โดยภาระ ค่าใช้จ่ายเป็นของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
  27. ความปลอดภัยในการทํางาน
    ผู้รับจ้างจะต้องวางแผนปฏิบัติงานให้ถูกต้องและปลอดภัยตามกฎระเบียบความปลอดภัยอาชีวอนามัยและ สภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับงานจ้างฯ นี้ และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีการดําเนินงานเพื่อการควบคุมดูแล ผู้ทํางานและรับเหมาช่วงให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กําาหนดดังต่อไปนี้
    12.1 ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติงานอยู่เฉพาะในขอบเขตพื้นที่ๆ ผู้ว่าจ้างกําหนดให้เท่านั้น ไม่ล่วงล้ําเข้าไปในเขตพื้นที่ ใช้งานของอากาศยาน หรือพื้นที่ซึ่งรบกวนการทํางานของระบบเครื่องช่วยในการเดินอากาศ
    Dorn
    งานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
    เงื่อนไขทั่วไป 4/6-
    12.2 ในเขตพื้นที่ปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างจะต้องเผื่อช่องทางสําหรับรถดับเพลิงและกู้ภัย สามารถใช้ได้ตลอดเวลา 12.3 เครื่องจักรกล จะต้องติดธงสัญญาณไว้ให้เห็นเด่นชัด ซึ่งธงควรมีขนาดกว้างยาวไม่น้อยกว่า 90X90
    เซนติเมตร สีแดงหรือสีส้ม หรือสีแดงสลับสีขาว หรือสีส้มสลับสีขาว
    12.4 เศษวัสดุ หรือวัสดุที่ใช้ในงานจ้างฯ ให้กําจัดหรือจัดเก็บให้อยู่ในสภาพไม่สามารถเคลื่อนตัวได้อัน เนื่องมาจากลมพัดหรือแรงดูด/เป่าของเครื่องยนต์อากาศยาน ทั้งนี้เพื่อป้องกันเครื่องยนต์ดูดวัสดุดังกล่าวเข้าไปสร้าง
    ความเสียหายต่ออากาศยาน หรือเกิดอุบัติเหตุเป่าวัสดุไปถูกผู้ที่กําลังปฏิบัติงานในบริเวณนั้นได้
    12.5 เศษอาหาร ถุงพลาสติก หรือสิ่งล่อใจสัตว์ ให้เก็บในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด เพื่อป้องกันสุนัข นก หรือ สัตว์อื่นๆ เข้าสู่เขต Airside และผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมให้มีการรักษาความสะอาดอย่างสม่ําเสมอในพื้นที่บริเวณ
    ทํางาน
    12.6 ผู้รับจ้างต้องควบคุมฝุ่นละอองที่เกิดจากการปฏิบัติงานให้อยู่ในสถานที่น้อยที่สุดเท่าที่จะทําได้ เพื่อป้องกันฝุ่นละอองดังกล่าว บดบังการมองเห็นของนักบินและเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานที่กําลังปฏิบัติงานอยู่
    โดยผู้รับจ้างจะต้องเสนอวิธีการป้องกันการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองอันเกิดจากการดําเนินงานก่อสร้างต่อเจ้าหน้าที่
    ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างเพื่อการพิจารณาอนุมัติก่อนดําเนินการก่อสร้าง
    การอนุมัติของเจ้าหน้าที่ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างเป็นเพียงข้อควรปฏิบัติของผู้รับจ้างที่ต้องยึดถือตาม แต่มิได้ หมายความว่า ผู้รับจ้างจะพ้นความรับผิดชอบหากเกิดความเสียหายอันเนื่องจากการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองที่ผู้รับจ้าง
    อให้เกิดขึ้น ผู้รับจ้างจะต้องชดเชยค่าเสียหายแทนทุกประการให้แก่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.)
    ในกรณีที่มีการเรียกร้องจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขึ้น
    อนึ่งในขณะดําเนินการงานจ้างฯ หากเจ้าหน้าที่ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างพิจารณาว่ามีการฟุ้งกระจายของ ฝุ่นละออง จนคาดว่าจะมีผลกระทบกระเทือนต่อสิ่งข้างเคียง เจ้าหน้าที่ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ที่จะให้ผู้รับจ้าง หยุดงานทันที และผู้รับจ้างจะสามารถดําเนินการต่อไปได้เมื่อได้ทําการป้องกันการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองจนเป็นที่ พอเพียง และเจ้าหน้าที่ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างเห็นชอบแล้ว
    12.7 ในเขต Airside อากาศยานจะเป็นผู้ได้รับสิทธิในการใช้เส้นทางก่อน โดยหอบังคับการบินจะเป็น ผู้ควบคุมการสัญจรทั้งทางอากาศและยานพาหนะ ตลอดจนบุคคลที่กําลังปฏิบัติงานอยู่ ดังนั้นผู้รับจ้างจะต้องมีวิทยุ รับ-ส่ง (Two-Way Radio Communication) เพื่อสามารถติดต่อหอบังคับการบินได้ตลอดเวลา
    12.8 การเข้า-ออกสถานที่ปฏิบัติงาน ให้ใช้เฉพาะช่องทางที่ผู้ว่าจ้างกําหนดให้เท่านั้น ยานพาหนะทุกชนิด ให้ติดธงสัญญาณไว้บนที่ที่เห็นได้ชัด มาตรการในการใช้ปฏิบัติในการข้ามทางขับหรือลานจอดส่วนที่ผู้ว่าจ้างยังใช้งาน
    อยู่นั้น ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้กําหนดให้ในขณะปฏิบัติงาน
    12.9 ห้ามทําให้เกิดประกายไฟหรือทําให้เกิดไฟ และห้ามทําการสูบบุหรี่ในเขต Airside โดยเด็ดขาด
  28. ข้อกําหนดเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยบริเวณสถานที่ปฏิบัติงาน
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีความปลอดภัยในพื้นที่ปฏิบัติงาน และบริเวณใกล้เคียงอย่างเพียงพอ โดยที่ผู้รับจ้าง จะต้องปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง ไม่เป็นอุปสรรคหรือขัดขวางต่อการดําเนินงานของผู้ว่าจ้าง
    A
    งานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  29. การทําความสะอาดสถานที่
    เงื่อนไขทั่วไป -5/6-
    เมื่อผู้รับจ้างทํางานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องตกแต่ง เก็บกวาดทําความสะอาดในบริเวณพื้นที่ปฏิบัติงาน หรือ พื้นที่ที่ใช้ระหว่างการก่อสร้าง ให้เรียบร้อยไม่กีดขวางการระบายน้ํา หรือเป็นอุปสรรคต่อการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ดิน ทั้งสองข้างทาง ให้ผู้ว่าจ้างสามารถใช้งานได้ทันทีหลังจากการตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว โดยภาระค่าใช้จ่ายเป็นของ ผู้รับจ้างทั้งสิ้น
  30. ยานพาหนะสําหรับเจ้าหน้าที่ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีรถยนต์จํานวน 1 คัน สําหรับเจ้าหน้าที่ควบคุมงานของ ผู้ว่าจ้างตามสัญญาจ้างตั้งแต่วันเริ่ม ทํางานจนแล้วเสร็จ รถยนต์ที่ใช้เป็นแบบรถกระบะ 4 ประตู มีอายุการใช้งานไม่เกิน 3 ปี (อายุใช้งานให้นับอายุทางทะเบียนโดย นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก) มีเครื่องปรับอากาศ พวงมาลัยพาวเวอร์ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหา ผู้ดูแลบํารุงรักษา และ ออกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับน้ํามันเชื้อเพลิง น้ํามันหล่อลื่น ค่าอะไหล่ และค่าซ่อมแซมให้ใช้งานได้อย่างปกติ และผู้รับจ้างต้อง รับผิดชอบในกรณีที่เกิดความเสียหายหรืออุบัติเหตุอันเกิดจากการใช้รถยนต์ดังกล่าว ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดกับ ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างหรือบุคคลอื่นตลอดระยะเวลาตามสัญญาจ้างจนกว่างานจะแล้วเสร็จ
  31. ข้อกําหนดเบื้องต้นที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติก่อนเข้าดําเนินงาน
    16.1 เสนอตารางแสดงแผนการดําเนินงานให้แก่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้าง เพื่อพิจารณาอนุมัติ 16.2 เสนอแผนการจัดโครงสร้างการบริหารโครงการ (Organization Chart) พร้อมบุคลากรให้ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้าง เพื่อพิจารณาอนุมัติ
    16.3 จัดทําบัญชีรายชื่อพร้อมเอกสารของพนักงานและคนงานที่จะเข้าปฏิบัติงาน เสนอคณะกรรมการตรวจ รับพัสดุของผู้ว่าจ้าง เพื่อขอให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิออกใบอนุญาตบุคคลให้เข้าปฏิบัติงานในเขตปฏิบัติการ
    ทางการบิน (Airside)
    16.4 จัดทําบัญชีเครื่องจักรอุปกรณ์และรถยนต์ทุกประเภทซึ่งจะนํามาใช้ในการปฏิบัติงานพร้อมหลักฐาน เอกสาร เสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้าง เพื่อให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิออกใบอนุญาตให้
    เข้าปฏิบัติงานในเขตปฏิบัติการทางการบิน (Airside)
    16.5 จัดทําบัญชีรายชื่อพนักงานผู้ขับขี่ยานพาหนะทุกชนิด พร้อมสําเนาใบอนุญาตขับขี่เพื่อเสนอขอเข้ารับ การฝึกอบรมหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติพนักงานขับยานพาหนะในเขตปฏิบัติการทางการบิน (Airside)
    16.6 ผู้รับจ้างต้องเช่าใช้วิทยุสื่อสารจาก บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จํากัด (บวท.) จํานวน 3 เครื่อง เพื่อใช้ติดต่อประสานงานกับหอบังคับการบินและเจ้าหน้าที่ของ ทอท. โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายและต้อง ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา พร้อมกันนี้เพื่อให้การติดต่อประสานงานกับผู้ว่า จ้างด้วยวิทยุสื่อสาร ผู้ว่าจ้างต้องมีหนังสือผ่านประธานกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างถึงฝ่ายสื่อสาร อิเล็กทรอนิกส์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฝสส.) เพื่อขออนุญาตใช้ช่องสัญญาณสื่อสาร โดย ฝบท. จะมีหนังสือถึง บวท. เพื่อแจ้งขออนุญาต และเพื่อโปรแกรมช่องสัญญาณสื่อสารให้ผู้รับจ้างใช้งานได้ต่อไป
    Dom
    งานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
    เงื่อนไขทั่วไป -6/6-
    หากผู้รับจ้างไม่ดําเนินการจนเป็นเหตุให้ไม่มีวิทยุสื่อสารใช้งาน ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างลดค่าจ้างลง
    เครื่องละ 3,691.50 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ต่อเครื่องต่อเดือน และปรับเป็นเงินเครื่องละ 3,691.50 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ต่อเครื่องต่อเดือน ยกเว้นกรณีที่ บวท. ไม่สามารถให้เช่าวิทยุสื่อสารแก่ผู้รับจ้างได้ ผู้รับจ้าง ยินยอมให้ผู้ว่าจ้างลดเงินค่าจ้างลงเครื่องละ 3,691.50 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ต่อเครื่องต่อเดือน
    16.7 จัดเตรียมธงเพื่อใช้สําหรับติดตั้งแสดงแนวขอบเขตพื้นที่ก่อสร้าง และติดตั้งบนเครื่องจักร, ยานพาหนะ ทั้งหมดที่ปฏิบัติงานในเขตปฏิบัติการทางการบิน (Airside) ธงมีขนาดกว้างยาวไม่น้อยกว่า 90x90 เซนติเมตร มีสีแดง
    หรือส้ม หรือแดงสลับสีขาว หรือสีส้มสลับสีขาว
    16.8 เสนอขออนุมัติสถาบันทางราชการหรือเอกชนที่เชื่อถือได้เพื่อทดสอบวัสดุต่อคณะกรรมการตรวจรับ พัสดุของผู้ว่าจ้าง
    16.9 เสนอขอใช้วัสดุ/อุปกรณ์การก่อสร้างตามที่กําหนดในแบบรูป/ รายละเอียดงาน เงื่อนไขทั่วไป/รายการ ประกอบแบบ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างพิจารณาอนุมัติ
    16.10 จัดเตรียมเรื่องอื่นๆ ที่จําเป็นตามที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างแจ้งให้ผู้รับจ้างต้อง
    ดําาเนินการก่อนการดําเนินการก่อสร้าง

ทั่วไป
งานทําเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง (Pavement Marking)
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เป็นท่าอากาศยานหลักของประเทศ มีปริมาณการจราจรทาง อากาศคับคั่งจํานวนมาก จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบํารุงรักษาสภาพพื้นผิวทางทั้งทางวิ่ง ทางขับ และหลุมจอด ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมในการรองรับการให้บริการอากาศยานอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเครื่องหมาย (Marking) เป็นสิ่งอํานวยความสะดวกบนพื้นผิวทางที่มีความจําเป็นจะต้องได้รับการบํารุงรักษาอยู่ในสภาพ ที่สามารถให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพเป็นไปตามมาตรฐานตลอดระยะเวลาที่ให้บริการ
งานทําเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง (Pavement Marking) ประกอบไปด้วยการเตรียมพื้นผิว การพ่นสี ตีเส้น และทําเครื่องหมายต่างๆ ลงบนผิวทาง ให้สอดคล้องตามข้อกําหนด และตามที่แสดงไว้ในแบบแปลน หรือตามที่ผู้ว่าจ้างประสงค์ รวมถึงการจัดหาแรงงาน เครื่องมือและอุปกรณ์ วัสดุ ป้ายเตือน ป้ายแนะนํา การจราจร และอุปกรณ์ความปลอดภัยเท่าที่จําเป็น เพื่อความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพตลอดระยะเวลา การปฏิบัติงาน และเมื่องานทั้งหมดเสร็จสิ้น
2.
วัสดุ
2.1 การยอมรับวัสดุ
ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํารายงานผลการทดสอบหรือเอกสารใบรับรองวัสดุที่ได้รับการรับรองแล้ว
สําหรับวัสดุทั้งหมดที่จะใช้ในโครงการ โดยผลการทดสอบหรือใบรับรองจะต้องแสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติที่ตรง หรือสอดคล้องกับข้อกําหนด ซึ่งรายงานนี้สามารถนําเสนอในการขออนุมัติใช้วัสดุและผู้ควบคุมงานสามารถ นําไปใช้ในการตรวจสอบวัสดุที่จะนํามาใช้ได้ด้วย ทั้งนี้วัสดุจะต้องไม่ถูกเปิดบรรจุภัณฑ์รวมถึงจะต้องยังไม่เท
วัสดุลงในถังของรถพ่นสีจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบจากผู้ควบคุมงานก่อน โดยผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้แจ้งให้
ผู้ควบคุมงานเข้าตรวจสอบทุกครั้ง รวมทั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างสามารถสุ่มตรวจคุณสมบัติ ผลิตภัณฑ์ได้ตลอดระยะเวลาสัญญาจ้าง โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการดําเนินการทดสอบวัสดุ ทั้งหมด ทั้งนี้การใช้งานวัสดุ การกองเก็บ การบรรจุ หรืออื่นๆ ให้ปฏิบัติตามคําแนะนําของผู้ผลิตอย่าง เคร่งครัด และถังบรรจุเปล่า หรือบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ของวัสดุที่ถูกนําไปใช้แล้ว จะต้องกองเก็บในบริเวณที่ ผู้ว่าจ้างกําหนดห้ามมีการเคลื่อนย้ายจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบจากผู้ควบคุมงาน และได้รับอนุญาตจาก
ผู้ควบคุมงานก่อนเท่านั้นจึงจะให้ขนย้ายออกไปได้

งานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
2.2 วัสดุสี
งานทําเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง
(Pavement Marking) -2/6-
ให้ใช้สีจราจรชนิดน้ํา (Water Borne Traffic Paint) ที่มีคุณลักษณะตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมสีจราจร มอก. 2529-2555 หรือฉบับล่าสุด หรือ FEDERAL SPECIFICATION TT-P 1952E (Type I or II ) โดยผู้รับจ้างจะต้องเสนอให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างพิจารณา อนุมัติก่อนนําไปดําเนินการ และเมื่อถูกนําไปทําเครื่องหมายแล้วจะต้องมีเฉดสีดังต่อไปนี้
สีของเครื่องหมาย
ขาว (White)
เหลือง (Yellow)
รหัสเฉดสีตาม
Fed Std. No 595
37925
33538 หรือ 33655
37038
3.
in (Black)
2.3 ลูกแก้วสะท้อนแสง (Glass Beads)
ลูกแก้วที่ใช้สําหรับโรยบนผิวหน้าของสีจราจรต้องมีคุณลักษณะตาม FEDERAL
SPECIFICATION TT-B-1325D (Type I ) โดยผู้รับจ้างจะต้องเสนอให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ของผู้ว่าจ้างพิจารณาอนุมัติก่อนนําไปดําเนินการ และเมื่อทําเครื่องหมายพร้อมโรยลูกแก้วแล้วปล่อย
ทิ้งไว้จนสีแห้งสนิท จะต้องมีค่าความสะท้อนแสงไม่น้อยกว่าค่าในตารางดังนี้
สีของเครื่องหมาย
ค่าความสะท้อนแสง
(mcd/m2/lux)
ขาว (White)
300
เหลือง (Yellow)
175
เครื่องจักรและเครื่องมือ
ผู้รับจ้างจะต้องเสนออุปกรณ์ เครื่องจักร หรือเครื่องมือต่างๆ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาก่อนเข้าดําเนินการ ดังนี้
Dorr
งานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
3.1 อุปกรณ์ทาสี (เครื่องพ่นสี)
งานทําเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง
(Pavement Marking) -3/6-
เครื่องพ่นสีจะต้องเป็นระบบ Atomizing Spray หรือระบบ Airless พร้อมด้วยระบบโรย ลูกแก้วอัตโนมัติที่เหมาะสมกับการทําเครื่องหมาย อุปกรณ์จะต้องสามารถปรับแต่งหรือตั้งค่าให้
สามารถทาสีและโรยลูกแก้วในลักษณะที่คงที่สม่ําเสมอและเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่ควบคุมได้ ทั้งนี้ เพื่อให้ได้เครื่องหมายที่มีขนาด รูปร่าง ความหนาของชั้นฟิล์มสี และการกระจายตัวของลูกแก้ว สม่ําเสมอตามต้องการ รวมทั้งสามารถพ่นสีให้ได้หน้าตัดเส้นที่สม่ําเสมอตลอดทั้งเส้น ขอบเส้นและ ปลายเส้นตรงคม โดยไม่มีการหยด ฟุ้งกระจายออกนอกแนว และเพื่อให้อัตราการใช้วัสดุ (Application Rate) เป็นไปตามต้องการ จะต้องมีการสอบเทียบหัวพ่นสี หัวพ่นลูกแก้วเป็นประจํา ทุกวันที่มีการทําเครื่องหมาย โดยผู้รับจ้างต้องเตรียมเครื่องมือและแจ้งให้ผู้ควบคุมงานสังเกตุการณ์ ในการสอบเทียบทุกครั้ง
3.2 เครื่องมือสําหรับเตรียมพื้นผิว และกําจัดสีเครื่องหมาย
ได้แก่เครื่องพ่นขัดด้วยลูกเหล็ก (Shot blast), เครื่องฉีดน้ําแรงดันสูงพิเศษ (Ultra – High Water Pressure) และเครื่องขัดพื้นผิวคอนกรีตแบบจานขัด (Single-disc Concrete Grinder) หรือ อุปกรณ์เครื่องมืออื่นๆ ที่สามารถเตรียมพื้นผิว และกําจัดวัสดุที่อาจหลุดร่อน (Loose) ออกได้อย่าง มีประสิทธิภาพตามกําหนดโดยไม่สร้างความเสียหายต่อพื้นผิวทาง หรือเกิดร่องรอย (Scar) เกินกว่าที่
ผู้ควบคุมงานกําหนด โดยคุณสมบัติของเครื่องมือเครื่องจักรให้เป็นไปตามรายละเอียดข้อกําหนดงานจ้าง หัวข้อ “งานกําจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง (Pavement Marking Removal)”
3.3 เครื่องมืออุปกรณ์สําหรับทําความสะอาดและเตรียมพื้นผิวทั่วไป
ให้ผู้รับจ้างเตรียมไม้กวาด เครื่องดูด เครื่องเป่าลม หรือรถกวาดดูด หรือเครื่องมือใดๆ ก็ตามที่ จําเป็นสําหรับการทําความสะอาดพื้นผิวหรือเตรียมพื้นผิว เพื่อกําจัดเศษ ฝุ่น วัสดุหลวม วัสดุที่อาจ หลุดร่อน หรืออะไรก็ตามที่จะทําให้สูญเสียการยึดเกาะระหว่างวัสดุสีที่พ่นใหม่และพื้นผิวทาง (Pavement) หรือสีเครื่องหมายเดิม (Existing Marking) ให้พร้อมสําหรับการใช้งานตลอดระยะเวลา การปฏิบัติงาน
3.4 เครื่องมืออุปกรณ์สําหรับงานควบคุมคุณภาพ
ให้ผู้รับจ้างเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือสําหรับใช้ในงานควบคุมภาพไว้ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอดังนี้ เครื่องวัดค่าความสะท้อนแสง (Retro - Reflectometer) ถังตวงขนาดเล็ก (Bigger) สําหรับสอบเทียบอัตราการใช้วัสดุ เครื่องวัดความหนาชั้นฟิล์มลีเปียก (Wet Film Gauge)
As
งานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
แว่นขยายตรวจสอบลูกแก้ว (Magnifying Glass)
แผ่นตารางกริดสําหรับตรวจสอบการเตรียมพื้นผิว
งานทําเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง
(Pavement Marking) -4/6-
อื่นๆ ตามที่ผู้ควบคุมงานร้องขอ เช่น แผ่นเหล็กสําหรับทดสอบอัตราการพ่น แถบเทียบเฉดสี เทปตรวจสอบเศษตกค้างบนพื้นผิว เครื่องมือวัดมิติของเครื่องหมายและระยะทาง เป็นต้น
4.
วิธีการก่อสร้าง
4.1 ข้อกําหนดของสภาวะอากาศ
การทาสีจะต้องทําในขณะที่ผิวจราจรมีความแห้งสนิทและสะอาดเรียบร้อย สภาวะอากาศไม่มี ลม ฝุ่น หมอก หรือความชื้นสูง หรือตามที่ผู้ควบคุมงานเห็นชอบ อุณหภูมิในอากาศ และอุณหภูมิของ พื้นผิวทางขณะปฏิบัติงานต้องเป็นไปตามคําแนะนําของผู้ผลิตวัสดุสีอย่างเคร่งครัด หากความเร็วลม
ในอากาศเกิน 10 ไมล์/ชั่วโมง และไม่มีอุปกรณ์ป้องกันลมที่ปลายหัวพ่นสีและหัวจ่ายลูกแก้ว ห้ามทําการพ่นสี และโรยลูกแก้วเด็ดขาด
4.2 การเตรียมพื้นผิว (Surface Preparation)
การเตรียมพื้นผิวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มั่นใจได้ว่ามีการยึดเกาะที่ดีระหว่างพื้นผิวทางและวัสดุ
สี ซึ่งการเตรียมพื้นผิวไม่ว่าด้วยวิธีการหรือเครื่องมือประเภทใดก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใช้ เครื่องมือ ตามข้อ 3.2 จะต้องมีการป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับวัสดุหยอดรอยต่อ (Joint Sealant) หรือโคมไฟ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่ติดตั้งไว้บนพื้นผิวทาง รวมทั้งควบคุมระมัดระวังการ ทํางานไม่ให้เกิดความเสียหายต่อพื้นผิวทาง หรือเกิดร่องรอย (Scar) เกินกว่าที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
4.2.1 การกําจัดเครื่องหมายชั่วคราว และเครื่องหมายเดิม (Temporary & Exiting Marking)
หากมีการทําเครื่องหมายชั่วคราวเพื่อบริหารจัดการพื้นที่ในระหว่างดําเนินโครงการ การยกเลิกใช้เครื่องหมายชั่วคราวนั้นให้ทําการกําจัดออกด้วยเครื่องมือตามข้อ 3.2 เท่านั้น
ห้ามลบ (ทาทับ) ด้วยสีดําหรือสีอื่นใดก็ตาม ในกรณีที่ต้องทําเครื่องหมายทับเครื่องหมายเดิม ที่มีสภาพโดยรวมยึดเกาะไม่ดี แตก และมีแนวโน้มที่จะหลุดร่อน (Loose) ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่กําหนดไว้ในแบบแล้ว หรือที่ผู้ควบคุมงานกําหนด ให้ทําการเตรียมพื้นผิวบนผิวเครื่องหมาย เดิมด้วยเครื่องมือตามข้อ 3.2 ให้ได้ระดับความเกลี้ยง (Degree of Removal) ไม่น้อยกว่า 80% ก่อนที่จะทําเครื่องหมายทับ
Dorn
งานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
4.2.2 การทําความสะอาดพื้นผิว และเตรียมพื้นผิวทั่วไป
งานทําเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง
(Pavement Marking) -5/6-
พื้นผิวทุกประเภทบริเวณที่จะทําเครื่องหมายรวมทั้งพื้นผิวที่ถูกเตรียมพื้นผิวด้วย เครื่องมือตามข้อ 3.2 ให้ทําความสะอาดหรือเตรียมพื้นผิวด้วยเครื่องมือตามข้อ 3.3 ทุกครั้ง ก่อนทําเครื่องหมาย โดยพื้นผิวทางจะต้องแห้งและไม่มีเศษผง คราบน้ํามัน คราบเกลือหรือปูน หรือวัสดุแปลกปลอมอื่นๆ ที่จะลดการยึดเกาะของวัสดุสีกับพื้นผิวทาง ซึ่งจะต้องทําความ สะอาดหรือเตรียมพื้นผิวด้วยการเป่า กวาด หรือวิธีอื่นๆ จนกว่าจะได้รับความเห็นชอบจาก
ผู้ควบคุมงานจึงจะสามารถทําเครื่องหมายลงบนพื้นผิวทางได้
4.3 การวางแนวกําหนดตําแหน่งเครื่องหมาย (Layout of Markings)
ก่อนทําเครื่องหมายใดๆ ก็ตาม ต้องมีการวางแนวกําหนดตําแหน่งล่วงหน้าก่อนเสมอ เพื่อให้ มั่นใจได้ว่าจะได้ขนาด รูปร่าง ตําแหน่ง ทิศทาง หรือระยะต่างๆ ของเครื่องหมายตรงตามที่ระบุ ในแบบแปลน โดยห้ามจัดทําเครื่องหมายจนกว่าการวางแนวกําหนดตําแหน่งดังกล่าวได้รับความ เห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน
4.4 การทําเครื่องหมาย (Application of Marking)
ห้ามทําเครื่องหมายลงบนพื้นผิวใดๆ ก็ตาม จนกว่าสภาพพื้นผิวทาง การเตรียมพื้นผิว และ การวางแนวกําหนดตําแหน่งจะได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน แนวขอบของเครื่องหมาย ที่เป็นเส้นยาวจะต้องได้แนวตามระบุในแบบ โดยในทุกความยาวที่ระยะไม่เกิน 15 ม ให้มีความ คลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน 12 มม. สําหรับขนาด (มิติ) และระยะห่างของเครื่องหมาย (Marking Dimensions and Spacing Tolerance) จะต้องมีค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกินค่าตามที่ระบุดังนี้
ขนาด (มิติ) และระยะห่าง
ระยะแตกต่างที่ยอมรับได้
910 มม. หรือ น้อยกว่า
+/-12 มม.
มากกว่า 910 มม. ถึง 1.85 ม.
+/-25 มม.
มากกว่า 1.85 ม. ถึง 18.3 ม.
+/-51 มม.
มากกว่า 18.3 ม.
+/-76 มม.
วัสดุสีต้องผสมหรือใช้งานตามข้อแนะนําของผู้ผลิตให้ไว้อย่างเคร่งครัด ห้ามมีการเติมทินเนอร์ ผสมเด็ดขาด อัตราการใช้วัสดุ (Application Rate) หรืออัตราการพ่นสีให้ใช้ที่ค่าเฉลี่ย 2.8 ตร.ม./ลิตร หรือควบคุมอัตราการใช้วัสดุสีที่ 0.34 - 0.40 ลิตร/ตร.ม. และอัตราโรยลูกแก้วให้ใช้ในอัตราขั้นต่ํา ที่ 0.85 กก./ลิตร การโรยลูกแก้วจะต้องทําทันทีที่พ่นสีให้มีการกระจายตัวของลูกแก้วที่สม่ําเสมอ
Don
งานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
งานทําเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง
(Pavement Marking) -6/6-
และติดแน่นกับชั้นฟิล์มสีตลอดทั้งผืนของเครื่องหมาย อุปกรณ์โรยลูกแก้วจะต้องติดตั้งไว้กับเครื่อง พ่นสีและโรยลูกแก้วได้สัมพันธ์กับการพ่นสี เครื่องหมายที่เป็นสีดําไม่ต้องโรยลูกแก้วและจะต้อง ระมัดระวังไม่ให้ลูกแก้วถูกโรยบนเครื่องหมายบริเวณที่เป็นสีดํา หากมีลูกแก้วฝังตัวหรือถูกโรยลง
เครื่องหมายที่เป็นสีดําให้หยุดพ่นสีก่อน และทําการแก้ไขให้เรียบร้อยรวมทั้งปรับตั้งแก้ไขอุปกรณ์
และระมัดระวังไม่ให้ลูกแก้วถูกปล่อยออกมาก่อนที่จะทําการพ่นสีดําต่อ ลูกแก้วที่นํามาใช้ให้เป็น ชนิดใดชนิดหนึ่งห้ามไม่ให้มีการผสมกันระหว่างลูกแก้วแต่ละชนิดกัน และให้ตรวจสอบการกระจายตัว และการฝังตัวของลูกแก้วอย่างสม่ําเสมอตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงาน
4.5
แปลงทดสอบ
ผู้รับจ้างจะต้องทําแปลงทดสอบ หรือแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการทํางานให้ได้ เครื่องหมายที่มีคุณภาพ หากผู้ควบคุมงานร้องขอ เช่น ทําแปลงทดสอบเพื่อทดสอบอัตราการพ่นสี และอัตราโรยลูกแก้ว ทดสอบความสม่ําเสมอของชั้นฟิล์มสีและลูกแก้ว ทดสอบประสิทธิภาพของ เครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งทดสอบประสิทธิภาพของผู้ปฏิบัติงาน เป็นต้น โดยค่าใช้จ่ายผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบ
4.6 การป้องกัน
หลังจากทําเครื่องหมายเสร็จแล้วผู้รับจ้างจะต้องป้องกันรักษาไม่ให้เกิดการเสียหาย
ต่อเครื่องหมาย ป้องกันความชื้นจนกว่าวัสดุสีจะแห้งสนิท ผู้รับจ้างจะต้องติดป้ายเตือนมีสัญลักษณ์ บอกตําแหน่งตะแกรงปิดหรืออื่นๆ ที่จําเป็น และผู้รับจ้างจะต้องป้องกันไม่ให้เกิดรอย การสาด การหก หรือ การหยดของสี เลอะเทอะสกปรกจากการทําเครื่องหมายในส่วนอื่น
4.7 เครื่องหมายชั่วคราว (Temporary Marking)
หากมีการทําเครื่องหมายชั่วคราวเพื่อบริหารจัดการพื้นที่ในระหว่างดําเนินโครงการ และให้
เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยในเขตการบิน โดยให้ทําเครื่องหมายชั่วคราวให้ได้ตําแหน่ง ขนาด สี ตามที่ระบุในแบบ หรือตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด ให้ใช้วัสดุและวิธีการเช่นเดียวกันกับ เครื่องหมายถาวร แต่ก่อนทําเครื่องหมายชั่วคราวให้ทําการเคลือบพื้นผิวทางด้วยวัสดุประเภทขี้ผึ้ง หรือวัสดุบ่มคอนกรีต หรือวัสดุอื่นๆ ก่อนที่จะทําเครื่องหมายชั่วคราวลงไปในบริเวณนั้น ทั้งนี้เพื่อให้ การกําจัดเครื่องหมายชั่วคราวนั้นออกทําได้ง่ายขึ้น ไม่ทําความเสียหายต่อพื้นผิวทาง และเมื่อยกเลิก การใช้งานเครื่องหมายชั่วคราวให้ทําการกําจัดออกด้วยวิธีตามข้อ 4.2.1 เท่านั้น
Donn
งานกําจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง (Pavement Marking Removal)
1.
ทั่วไป
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เป็นท่าอากาศยานหลักของประเทศ มีปริมาณการจราจรทางอากาศ คับคั่งจํานวนมาก จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบํารุงรักษาสภาพพื้นผิวทางทั้งทางวิ่ง ทางขับ และ หลุมจอด ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมในการรองรับการให้บริการอากาศยานอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเครื่องหมาย (Marking) เป็นสิ่งอํานวยความสะดวกบนพื้นผิวทางที่มีความจําเป็นจะต้องได้รับการบํารุงรักษาอยู่ในสภาพที่ สามารถให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพเป็นไปตามมาตรฐานตลอดระยะเวลาที่ให้บริการ
งานกําจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง (Pavement Marking Removal) เป็นการกําจัดสีเครื่องหมาย เดิม (Existing Marking) ออกถาวร หรือเตรียมพื้นผิวสําหรับการทําเครื่องหมายใหม่ทับบนสีเครื่องหมายเดิม โดยให้สอดคล้องตามข้อกําหนด และตามที่แสดงไว้ในแบบแปลน หรือตามที่ผู้ว่าจ้างประสงค์ รวมถึงการจัดหา แรงงาน เครื่องมือและอุปกรณ์ วัสดุ ป้ายเตือน ป้ายแนะนําการจราจร และอุปกรณ์ความปลอดภัยเท่าที่จําเป็น เพื่อความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงาน และเมื่องานทั้งหมดเสร็จสิ้น
ซึ่งการกําจัดสีเครื่องหมายเดิม (Existing Marking Removal) ที่อยู่ในสภาพชํารุดหรืออาจหลุดร่อน (Loose) ก่อนทําเครื่องหมายใหม่นั้น เป็นสิ่งที่จําเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้สภาพของเครื่องหมายมีสภาพสมบูรณ์ พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัยเป็นไปตามมาตรฐาน และการกําจัดสีเครื่องหมายที่ไม่ได้ใช้งานก็มีความจําเป็น
เช่นกัน เนื่องจากหากมีสีเครื่องหมายที่ไม่ได้ใช้งานปรากฏบนพื้นผิวทางอาจสร้างความสับสนต่อการใช้งาน ซึ่งอาจไม่ปลอดภัย โดยเห็นว่าการกําจัดสีเครื่องหมายด้วยวิธี Shot Blasting หรือ Water Blasting หรือ ขัดด้วย Concrete Grinder เป็นวิธีที่เหมาะสมเนื่องจากเป็นวิธีที่สามารถดําเนินการได้รวดเร็วมีประสิทธิภาพ เหมาะสําหรับการปฏิบัติงานในเขตการบิน (Airside) ซึ่งเครื่องหมายในเขตการบินมักมีขนาดใหญ่กว่า เครื่องหมายของงานถนนโดยทั่วไป และเวลาการทํางานที่จํากัด อีกทั้งเป็นวิธีที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อ พื้นผิวน้อยและยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
2. ขอบเขตงาน
2.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมบุคลากรให้เพียงพอ และพร้อมที่จะเข้าปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จตาม ข้อกาหนด
2.2 ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมเครื่องจักรกล เครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติตามข้อกําหนด และได้รับอนุมัติให้ใช้จากผู้ว่าจ้าง ให้พร้อมสําหรับการดําเนินงาน
2.3 ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการกําจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง (Pavement Marking Removal)
io
งานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
งานกําจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง (Pavement Marking Removal) -2/4-
ด้วยวิธีการพ่นขัดด้วยลูกเหล็ก (Shot blast) หรือ ฉีดน้ําแรงดันสูงพิเศษ (Ultra – High Water Pressure) หรือ เครื่องขัดพื้นผิวคอนกรีตแบบจานหมุน (Single-disc Concrete Grinder) เป็นเครื่องมือหลักในการ ปฏิบัติงาน
2.4 เครื่องจักรงานพ่นขัดด้วยลูกเหล็ก (Shot blast), เครื่องจักรงานฉีดน้ําแรงดันสูงพิเศษ (Ultra - High Water Pressure) และเครื่องขัดพื้นผิวคอนกรีตแบบจานขัด (Single-disc Concrete Grinder) ที่ผู้รับ จ้างนํามาใช้ในการกําจัดสีเครื่องหมาย (Marking Removal) จะต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามที่กําหนดไว้ในข้อ
3. และต้องได้รับอนุมัติให้ใช้จากผู้ว่าจ้างก่อนนํามาใช้งาน
2.5 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการเก็บ ทําความสะอาด สิ่งแปลกปลอม (FOD) ที่ตกค้างอยู่บนพื้นผิวทางขับ บริเวณที่ผู้รับจ้างเข้าดําเนินการให้เรียบร้อย อยู่ในสภาพพร้อมให้บริการต่ออากาศยาน
2.6 ผู้รับจ้างจะต้องเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือ หรือมีการป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับวัสดุ หยอดรอยต่อ (Joint Sealant) หรือโคมไฟ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่ติดตั้งไว้บนพื้นผิวทาง รวมทั้งควบคุม ระมัดระวังการทํางานไม่ให้เกิดความเสียหายต่อพื้นผิวทาง หรือเกิดร่องรอย (Scar) เกินกว่าที่ผู้ควบคุมงาน กําหนด หากเกิดความเสียหายเกินกว่าที่ผู้ควบคุมงานกําหนด ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการ
ดําเนินการซ่อมแซมตามมาตรฐานของผู้ว่าจ้าง
3. คุณสมบัติของเครื่องจักร
ผู้รับจ้างจะต้องปรับความสามารถของเครื่องจักรให้ลบสีได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กําหนด และต้องไม่สร้างความเสียหายต่อพื้นผิวทาง หรือเกิดร่องรอย (Scar) เกินกว่าที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
3.1 คุณสมบัติเฉพาะของระบบเครื่องจักร Shot Blasting

  • มีระบบพ่นเม็ดเหล็ก (Shot Blast) ดูดกลับและเก็บฝุ่นขณะปฏิบัติงาน - มีความสามารถในการทํางานไม่ต่ํากว่า 1,000 ตารางฟุตต่อชั่วโมง - สามารถปรับความลึกสําหรับความหนาสีที่แตกต่างกัน
  • การพ่นเม็ดเหล็กจะต้องเป็นระบบแห้งไม่ใช้น้ําหรือสารเคมีใดๆ
  • จะต้องมีระบบดูดกลับและแยกสิ่งสกปรกออกจากเม็ดโลหะขนาดเล็กไว้ในเครื่องเก็บฝุ่น
    3.2 คุณสมบัติเฉพาะของระบบเครื่องจักร Ultra High Pressure Water blasting
  • เป็นเครื่องจักรประเภทนั่งขับ สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง (Ride On)
  • แรงดันน้ําระบบฉีดน้ําแรงดันสูงพิเศษ (Ultra – High Pressure) แรงดันน้ําที่ใช้ได้ต้องไม่น้อยกว่า
    2,750 bar
    งานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

งานกําจัดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง (Pavement Marking Removal)

  • สามารถกําจัดเครื่องหมายได้ที่อัตราสูงมากกว่า 1,000 ตร.ฟุต ต่อชั่วโมง
  • มีระบบดูดเก็บซึ่งจะดูดเก็บทั้งเศษต่างๆ และน้ําขึ้นมาพร้อมกัน
    3.3 เครื่องขัดพื้นผิวคอนกรีตแบบจานขัด (Single-disc Concrete Grinder)
  • มีความสามารถในการทํางานไม่ต่ํากว่า 1,000 ตารางฟุตต่อชั่วโมง
  • สามารถปรับความลึกสําหรับความหนาสีที่แตกต่างกัน
  • จะต้องเป็นระบบแห้งไม่ใช้น้ําหรือสารเคมีใดๆ
  • จะต้องมีระบบดูดเก็บเศษวัสดุสีเครื่องหมายและฝุ่นขณะปฏิบัติงาน
    3.4 เครื่องมือเครื่องจักรอื่นๆ
    -3/4-
    นอกจากเครื่องจักรข้อใดข้อหนึ่งตามที่ระบุข้อ 3.1, ข้อ 3.2 และ 3.3 แล้ว ผู้รับจ้างต้องเตรียมเครื่องมือ เพื่อช่วยเสริมในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งการกําจัดเครื่องหมาย (Marking Removal) และการทําความสะอาดพื้นที่ รวมทั้งเครื่องมือในการตรวจสอบความเกลี้ยงของการกําจัดเครื่องหมาย เช่น รถ กวาดดูดฝุ่น เครื่องกระเทาะสีขนาดเล็ก แผ่นตารางกริดสําหรับการตรวจสอบการกําจัดเครื่องหมายแบบ ตารางกริด(Grid Method) เป็นต้น
    เกณฑ์การตรวจรับงาน
    การกําจัดเครื่องหมาย (Marking Removal) หรือลบสีเครื่องหมายเดิมออกถาวร จะต้องกําจัดให้ได้ ระดับความเกลี้ยงที่ไม่
    ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 และการกําจัดสีเครื่องหมายเพื่อเตรียมพื้นผิวสําหรับการทํา เครื่องหมายใหม่ทับลงบนเครื่องหมายเดิม จะต้องกําจัดให้ได้ระดับความเกลี้ยงที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
    การระบุร้อยละของความเกลี้ยง (Degree of Paint Removal) ให้ใช้วิธีตารางกริด (Grid Method) ซึ่ง ตารางกริดดังกล่าวนี้ จะประกอบไปด้วยช่องตารางสี่เหลี่ยมจตุรัสเล็กๆ ขนาด 1 นิ้ว จํานวน 100 ช่องดังแสดง ตามรูปข้างล่าง โดยแบ่งเป็น 2 แบบดังนี้
    (1) แบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า (รูปซ้าย : 5 x 20 ซอง) ให้ใช้สําหรับเครื่องหมาย (เส้น) กว้างไม่เกิน 6 นิ้ว และ (2) แบบสี่เหลี่ยมจตุรัส (รูปขวา : 10 x 10 ซอง) ให้ใช้สําหรับเครื่องหมาย (เส้น) กว้าง 6 นิ้วขึ้นไป
    :
    }
    งานจ้างทาสีเครื่องหมาย (Marking) บนพื้นผิวทางวิ่ง (Runway) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
    งานก๋าจ๊ดสีเครื่องหมายบนพื้นผิวทาง
    (Pavement Marking Removal)
    -4/4-
    เมื่อทําการกําจัดเครื่องหมายบริเวณใดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้ว่าจ้างจะทําการตรวจวัดร้อยละของความ เกลี้ยง (ปราศจากเนื้อสีตกค้างบนพื้นผิวที่สามารถมองเห็นด้วยตา) เช่นหากกําหนดระดับความเกลี้ยงไว้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 เมื่อวางแผ่นตารางกริดบนผืนเครื่องหมายที่ทําการกําจัดออกแล้ว จะต้องมีจํานวนช่อง ที่มีสีเครื่องหมายค้างอยู่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 10 ช่อง ถือว่าได้ตามกําหนด หากนับได้มากว่า 10 ช่อง ให้ทําการ กําจัดเครื่องหมายซ้ําจนกว่าจะได้ตามที่ระบุไว้ โดยผู้ควบคุมงานจะเป็นผู้สุ่มตรวจสอบ
    ทั้งนี้ ผู้ว่าจ้างจะตรวจวัดร้อยละของความเกลี้ยงจํานวน 1 ตัวอย่าง ทุกๆ พื้นที่ที่มีการกําจัดสีเครื่องหมาย ขนาดไม่เกิน 30 ตารางเมตร
  1. แปลงทดสอบ
    ผู้รับจ้างจะต้องทําแปลงทดสอบ หรือแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการทํางานให้ได้งานที่มีคุณภาพ หากผู้ควบคุมงานร้องขอ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งทดสอบ ประสิทธิภาพของผู้ปฏิบัติงาน เป็นต้น โดยค่าใช้จ่ายผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบ
    Dos
    :
    :
    ī
    Rev.02
    AOT
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    Airports of Thailand Public Company Limited
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง
    5
    1
    ดาวน์โหลดข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย
    ความปลอดภัยในการทํางาน
    สําหรับผู้รับจ้าง
    ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย
    ปรับปรุงครั้งที่ 2 ปีงบประมาณ 2566 (ม.ค.66)
    Dorn
    (สําเนา)
    ที่
    นร 0203/ว 109
    สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทําเนียบรัฐบาล กทม. 10300
    24 สิงหาคม 2532
    เรื่อง การพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง
    เรียน
    อ้างถึง หนังสือสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0203/ว 81 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2532 สิ่งที่ส่งมาด้วย สําเนาหนังสือสํานักงบประมาณ ที่ กพส 7/2532 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2532
    และเอกสารประกอบ
    ตามที่ได้ยืนยันมติคณะรัฐมนตรี เรื่อง การพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงาน
    ก่อสร้างมาเพื่อถือปฏิบัติต่อไป นั้น
    บัดนี้
    คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาแก้ไขปัญหาการก่อสร้างได้เสนอเงื่อนไข สูตร และวิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ รวม
    หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง
    6 ข้อ มาเพื่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ ความละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย
    คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532 ลงมติอนุมัติตามที่ คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาแก้ไขปัญหาการก่อสร้าง เสนอ ทั้ง 6 ข้อ โดยข้อ 1 ให้ตัดคําว่า “ก่อนหรือ” ออก และให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการ ส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นของรัฐถือปฏิบัติต่อไป
    และ
    จึงเรียนยืนยันมา และขอได้โปรดแจ้งให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตาม กฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็น ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นของรัฐถือปฏิบัติต่อไปด้วย
    ขอแสดงความนับถือ
    กองนิติธรรม
    โทร. 2828149
    อนันต์ อนันตกูล
    (นายอนันต์ อนันนกุล)
    เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
    i
    ที่ กพส 7/2532
    (สําเนา)
    สํานักงบประมาณ ถนนพระรามที่ 6 กทม. 10400
    4 สิงหาคม 2532
    เรื่อง การพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง
    เรียน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
    อ้างถึง หนังสือสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0203/ว 81 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2532
    สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. เอกสารผนวก ก จํานวน 13 แผ่น
  2. เอกสารผนวก ข จํานวน 11 แผ่น
    ตามหนังสือที่อ้างถึง คณะรัฐมนตรีมีมติวันที่ 27 มิถุนายน 2532 เห็นชอบตาม ข้อเสนอของคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาแก้ไขปัญหาการก่อสร้าง ในเรื่องสัญญาแบบปรับราคา
    ได้ (ค่า K) ดังนี้
  3. เห็นชอบในหลักการที่จะให้นําสัญญาแบบปรับราคาได้มาใช้กับสัญญาที่ลงนาม หลังวันที่ 28 มิถุนายน 2531 ในการพิจารณาจ่ายเงินชดเชยค่างานก่อสร้างให้แก่ผู้รับเหมาก่อสร้าง
    ของทางราชการ
    ก่อสร้าง
  4. เห็นควรนําสัญญาแบบปรับราคาได้มาใช้เป็นการถาวร
  5. ให้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณากําหนดเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงาน
    สูตรและวิธีการคํานวณในการพิจารณาจ่ายเงินชดเชยให้สอดคล้องกับวิกฤตการณ์และ
    ลักษณะงานก่อสร้าง แล้วนําเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
    คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาแก้ไขปัญหาการก่อสร้าง พิจารณาเงื่อนไข
    หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ ตามที่
    คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการใช้สัญญาแบบปรับราคาได้นําเสนอตามมติคณะรัฐมนตรี แล้วเห็นว่า การนําสัญญาแบบปรับราคาได้มาใช้เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้รับจ้างไทยที่ได้รับความ
    เดือดร้อน
    -2-
    เดือดร้อนและสามารถที่จะประกอบกิจการต่อไปได้ในช่วงที่เกิดภาวะวัสดุก่อสร้างขาดแคลนและขึ้น ตลอดจนเป็นการช่วยลดความเสี่ยงของผู้รับจ้างและป้องกันมิให้ผู้รับจ้างบวกราคาเพื่อการ
    ราคา
    1
    เปลี่ยนแปลงราคาวัสดุไว้ล่วงหน้ามาก ๆ รวมทั้งเกิดความเป็นธรรมต่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายด้วย จึง เห็นควรนําเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบ ปรับราคาได้ ตลอดจนตัวอย่างการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาเดิม มาใช้เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพ งานก่อสร้างตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว และเห็นควรนําเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติดังนี้
  6. ให้นําสัญญาแบบปรับราคาได้มาใช้กับสัญญาที่ลงนาม หลังวันที่ 28 มิถุนายน 2531 โดยมีเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบ ปรับราคาได้ (ดังเอกสารผนวก ก)
  7. ให้นําสัญญาแบบปรับราคาได้มาใช้เป็นการถาวร โดยมีเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ (ดังเอกสารผนวก ข)
  8. งานจ้างเหมาก่อสร้างของรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยการ
    บริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วน ท้องถิ่นหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ก็ให้นําเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการ คํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ไปใช้ด้วย ในกรณีที่จําเป็นต้องเพิ่มเงิน ให้ใช้เงินจากงบ ประมาณของรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงาน อื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงนอื่นของรัฐนั้นเองหรือ จ่ายตามสัดส่วนแหล่งที่มาของเงินค่าก่อสร้างนั้น หรือตามที่สํานักงบประมาณพิจารณาวินิจฉัยแล้ว
    แต่กรณี
  9. เมื่อให้มีการนําสัญญาแบบปรับราคาได้มาใช้แล้ว มีผลทําให้ผู้ว่าจ้างต้องจ่าย เงินชดเชยเพิ่ม จนทําให้เกินวงเงินงบประมาณที่ได้รับอนุมัติ ก็ให้ถือว่าได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ให้ก่อหนี้ผูกพันเกินกว่างบประมาณ ตามนัยมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการงบประมาณ และให้ส่วนราชการเจ้าของสัญญานั้น ๆ ขอทําความตกลงเรื่องการเงินกับสํานักงบประมาณ
  10. การพิจารณาคํานวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกเงินคืนจาก ผู้รับจ้างตามเงื่อนไขของสัญญาแบบปรับราคาได้ ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากสํานัก
    งบประมาณ และให้ถือการพิจารณาวินิจฉัยของสํานักงบประมาณเป็นที่สิ้นสุด
  11. เพื่อความ ….
  • 3-
    1. เพื่อความรวดเร็วในการดําเนินงาน และเพื่อให้การปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้สัญญา
      จ้างแบบปรับราคาได้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
      จึงมอบอํานาจให้สํานักงบประมาณทําการวินิจฉัย
      ปัญหาข้อหารือและกําหนดแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมได้ตามความจําเป็นด้วย
      จึงเรียนมาเพื่อนําเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
      ขอแสดงความนับถือ
      พงศ์ สารสิน
      (นายพงศ์ สารสิน)
      รองนายกรัฐมนตรี
      ประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาแก้ไขปัญหาการก่อสร้าง
      กองกลาง
      โทร. 2710092 ต่อ 245
      เงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้
      ก. เงื่อนไขและหลักเกณฑ์
  1. สัญญาแบบปรับราคาได้นี้ให้ใช้กับงานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุง และซ่อมแซมซึ่งเบิกจ่ายค่างานในลักษณะหมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หมวดเงิน อุดหนุนและหมวดรายจ่ายอื่นที่เบิกจ่ายในลักษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ที่อยู่ในเงื่อนไขและ
    หลักเกณฑ์ตามที่ได้กําหนดนี้
  2. สัญญาแบบปรับราคาได้นี้ให้ใช้ทั้งในกรณีเพิ่มหรือลดค่างานจากค่างานเดิมตาม สัญญา เมื่อดัชนีราคาซึ่งจัดทําขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์ มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลง จากเดิม ขณะเมื่อวันเปิดซองประกวดราคา สําหรับกรณีที่จัดจ้างโดยวิธีอื่น ให้ใช้วันเปิดซอง
    ราคาแทน
  3. การนําสัญญาแบบปรับราคาได้ไปใช้นั้น ผู้ว่าจ้างต้องแจ้งและประกาศให้ผู้รับจ้าง ทราบ เช่น ในประกาศประกวดราคาฯ และต้องระบุในสัญญาจ้างด้วยว่างานจ้างเหมานั้น ๆ จะ ใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ พร้อมทั้งกําหนดประเภทของงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณที่ ให้มีการปรับเพิ่มหรือลดค่างานไว้ให้ชัดเจน
    ในกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทในงานจ้างคราวเดียวกัน จะต้องแยกประเภท งานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงานก่อสร้างนั้น ๆ และให้สอดคล้องกับ
    สูตรที่กําหนดไว้
  4. การขอเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้นี้ เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง ที่จะต้องเรียกร้องภายในกําหนด 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย หาก พ้นกําหนดนี้ไปแล้ว ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างจากผู้ว่าจ้างได้อีกต่อไป
    และในกรณีที่ผู้ว่าจ้างจะต้องเรียกเงินคืนจากผู้รับจ้าง ให้ผู้ว่าจ้างที่เป็นคู่สัญญารีบเรียกเงินคืน จากผู้รับจ้างโดยเร็ว หรือให้หักค่างานของงวดต่อไป หรือให้หักเงินจากหลักประกันสัญญา แล้วแต่กรณี
  5. การพิจารณาคํานวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกเงินคืนจาก ผู้รับจ้างตามเงื่อนไขของสัญญาแบบปรับราคาได้ ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจาก
    สํานักงบประมาณและให้ถือการพิจารณาวินิจฉัยของสํานักงบประมาณเป็นที่สิ้นสุด
    -2-
    ข. ประเภทงานก่อสร้างและสูตรที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ ในการพิจารณาเพิ่มหรือลดราคาค่างานจ้างเหมาก่อสร้างให้คํานวณตามสูตรดังนี้
    P
    กําหนดให้
    P
    Po
    K
    mo
    (Po) x (K)
    ราคาค่างานต่อหน่วยหรือราคาค่างานเป็นงวดที่จะต้องจ่าย
    ให้ผู้รับจ้าง
    ราคาค่างานต่อหน่วยที่ผู้รับจ้างประมูลได้ หรือราคาค่างาน เป็นงวดซึ่งระบุไว้ในสัญญาแล้วแต่กรณี
    ESCALATION FACTOR ที่พักด้วย 4% เมื่อต้องเพิ่มค่างาน หรือบวกเพิ่ม 4% เมื่อต้องเรียกค่างานคืน
    ESCALATION FACTOR K หาได้จากสูตร ซึ่งแบ่งตามประเภทและลักษณะงานดังนี้
    หมวดที่ 1

งานอาคาร

งานอาคาร หมายถึง ตัวอาคาร เช่น ที่ทําการ โรงเรียน โรงพยาบาล หอพัก ที่พักอาศัย หอประชุม อัฒจันทร์ ยิมเนเซียม สระว่ายน้ํา โรงอาหาร คลังพัสดุ โรงงาน รั้ว เป็นต้น และให้หมายความรวมถึง
1.1 ไฟฟ้าของอาคารบรรจบถึงสายเมนจําหน่าย แต่ไม่รวมถึงหม้อแปลงและ
ระบบไฟฟ้าภายในบริเวณ
ภายในบริเวณ
1.2 ประปาของอาคารบรรจบถึงท่อเมนจําหน่าย แต่ไม่รวมถึงระบบประปา
1.3 ระบบท่อหรือระบบสายต่าง ๆ ที่ติดหรือฝังอยู่ในส่วนของอาคาร เช่น
ท่อปรับอากาศ ท่อก๊าซ สายไฟฟ้าสําหรับเครื่องปรับอากาศ สายล่อฟ้า ฯลฯ
1.4 ทางระบายน้ําของอาคารจนถึงทางระบายน้ําภายนอก
1.5 ส่วนประกอบที่จําเป็นสําหรับอาคาร เฉพาะส่วนที่ติดกับอาคารโดยต้อง สร้างหรือประกอบพร้อมกับการก่อสร้างอาคาร แต่ไม่รวมถึงเครื่องจักรหรือเครื่องมือกลที่นํามา ประกอบหรือติดตั้ง เช่น ลิฟท์ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องสูบน้ํา เครื่องปรับอากาศ พัดลม ฯลฯ
1.6 ทางเท้ารอบอาคาร ดินถม ดินตัก ห่างจากอาคาร โดยรอบไม่เกิน 3 เมตร
ใช้สูตร K
0.25 + 0.15 It/lo + 0.10 Ct/Co + 0.40 Mt/Mo + 0.10 St/So

  • 3 -
    หมวดที่ 2 งานคืน
    2.1 งานดิน หมายถึง การขุดดิน การตักดิน การบดอัดดิน การขุดเปิดหน้าดิน การเกลี่ยบดอัดดิน การขุด - ถมบดอัดแน่นเขื่อน คลอง คันคลอง คันกั้นน้ํา คันทาง ซึ่งต้องใช้ เครื่องจักรเครื่องมือกลปฏิบัติงาน
    สําหรับการถมดินให้หมายความถึงการถมดินหรือทรายหรือวัสดุอื่นที่มีการ
    ควบคุมคุณสมบัติของวัสดุนั้น และมีข้อกําหนดวิธีการถม รวมทั้งมีการบดอัดแน่นโดยใช้เครื่องจักร เครื่องมือกล เพื่อให้ได้มาตรฐานตามที่กําหนดไว้ เช่นเดียวกับงานก่อสร้างถนนหรือเขื่อน
    ชลประทาน
    ทั้งนี้ ให้รวมถึงงานประเภท EMBANKMENT, EXCAVATION, SUBBASE,
    SELECTED MATERIAL, UNTREATED BASE !až SHOULDER
    ใช้สูตร K
    0.30+ 0.10 IuIo † 0.40 Et/Eo + 0.20 Ft/Fo
    2.2 งานหินเรียง หมายถึง งานหินขนาดใหญ่นํามาเรียงกันเป็นชั้นให้เป็น ระเบียบจนได้ความหนาที่ต้องการ โดยในช่องว่างระหว่างหินใหญ่จะแซมด้วยหินย่อยหรือกรวด ขนาดต่าง ๆ และทรายให้เต็มช่องว่าง มีการควบคุมคุณสมบัติของวัสดุและมีข้อกําหนดวิธีปฏิบัติ โดยใช้เครื่องจักร เครื่องมือกล หรือแรงคน และให้หมายความรวมถึงงานหินทิ้ง งานหินเรียง ยาแนว หรืองานหินใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
    ลาดตลิ่งและท้องล่าน้า
    ใช้สูตร K
    เพื่อการป้องกันการกัดเซาะพังทลายของ
    0.40 + 0.20 It To + 0.20 Mt/Mo + 0.20 Ft/Fo
    2.3 งานเจาะระเบิดหิน หมายถึง งานเจาะระเบิดหินทั่ว ๆ ไป ระยะทางขนย้าย
    ไป-กลับ ประมาณไม่เกิน 2 กิโลเมตร ยกเว้นงานเจาะระเบิดอุโมงค์ซึ่งต้องใช้เทคนิคชั้นสูง
    ใช้สูตร K
    หมวดที่ 3
    งานทาง
    ใช้สูตร K
    0.45 + 0.15 IVIo + 0.10 MU/Mo + 0.20 Et/Eo +0.10 Ft/Fo
    3.1 งานผิวทาง PRIME COAT, TACK COAT, SEAL COAT
    0.30 + 0.40 At Ao + 0.20 Et/co +0.10 FtTo
  • 4 -
    ใช้สูตร K
    ใช้สูตร K
    3.2 งานผิวทาง SURFACE TREATMENT SLURRY SEAL
    0.30 +0.10 MťMo + 0.30 AUAo + 0.20 EVEo + 0.10 Ft/Fo
    3.3 งานผิวทาง ASPHALTIC CONCRETE, PENETRATION MACADAM
    0.30 +0.10 Mt/Mo + 0.40 At/Ao + 0.10 EvEo + 0.10 Ft/Fo
    3.4 งานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก หมายถึง ผิวถนนคอนกรีตที่ใช้เหล็กเสริม ซึ่งประกอบด้วยตะแกรงเหล็กเส้นหรือตะแกรงลวดเหล็กกล้าเชื่อมติด (WELDED
    STEEL
    WIRE FARRIC) เหล็กเดือย (DOWEL BAR) เหล็กยึด (DEFORMED TIE BAR) และรอยต่อ (JOINT) ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงแผ่นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กบริเวณคอสะพาน
    ต่าง ๆ
    (R.C, BRIDGE APPROACH) ด้วย
    ใช้สูตร K
    0.30 + 0.10 It/lo 4 0.35 Ct/Co + 0.10 MtMo + 0.15 StSo
    3.5 งานท่อระบายน้ําคอนกรีตเสริมเหล็กและงานบ่อพัก หมายถึง ท่อคอนกรีต เสริมเหล็กสําหรับงานระบายน้ํา (PRECAST REINFORCED CONCRETE DRAINAGE PIPE) งานรางระบายน้ําคอนกรีตเสริมเหล็ก งานคาดคอนกรีตเสริมเหล็กรางระบายน้ําและบริเวณลาด
    คอสะพาน รวมทั้งงานบ่อพักคอนกรีตเสริมเหล็กและงานคอนกรีตเสริมเหล็กอื่นที่มีรูปแบบและ ลักษณะงานคล้ายคลึงกัน เช่น งานบ่อพัก (MANHOLE) ท่อร้อยสายโทรศัพท์ ท่อร้อยสายไฟฟ้า
    เป็นต้น
    ใช้สูตร K
    0.35 +0.20 IVIo + 0.15 CVCo + 0.15 MuMo+ 0.15 St/So
    3.6 งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและงานเพื่อนกันตลิ่ง หมายถึง สะพาน คอนกรีตเสริมเหล็ก โครงสร้างฐานรากคอนกรีตเสริมเหล็กคอสะพาน (R.C. BEARING UNIT) ท่อเหลี่ยมคอนกรีตเสริมเหล็ก (R.C, BOX CULVERT) หอถังน้ําโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เขื่อนกันตลิ่งคอนกรีตเสริมเหล็ก ท่าเทียบเรือคอนกรีตเสริมเหล็กและสิ่งก่อสร้างอื่นที่
    คล้ายคลึงกัน
    งอนามสกษณะ
    ใช้สูตร K
    0.30 + 0.10 It/ll + 0.15 CtiCo +0.20 MtMo + 0.25 St/So
  • 5-
    4 ม
    3.7 งานโครงสร้างเหล็ก หมายถึง สะพานเหล็กสําหรับคนเดินข้ามถนน โครงเหล็กสําหรับติดตั้งป้ายจราจรชนิดแขวนสูง เสาไฟฟ้าแรงสูง เสาวิทยุ เสาโทรทัศน์ หรือ
    งานโครงเหล็กอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
    ใช้สูตร K
    หมวดที่ 4
    แต่ไม่รวมถึงงานติดตั้งเสาโครงเหล็กสายส่งของ
    0.25 +0.10 It/lo ÷ 0.05 CỰCo ÷ 0.20 Mť/Mo + 0.40 St/So
    งานชลประทาน
    4.1 งานอาคารชลประทานไม่รวมบานเหล็ก หมายถึง อาคารคอนกรีตเสริม เหล็กชนิดต่าง ๆ ที่ก่อสร้างในแนวคลองส่งน้ําหรือคลองระบายน้ํา เพื่อควบคุมระดับและหรือ ปริมาณน้ํา ได้แก่ ท่อระบายน้ํา น้ําตกรางเท สะพานน้ํา ท่อลอด ไซฟอน และอาคารชลประทาน ชนิดอื่น ๆ ที่ไม่มีบานระบายเหล็ก แต่ไม่รวมถึงงานอาคารชลประทานขนาดใหญ่ เช่น ฝ่าย ทางระบายน้ําล้น หรืออาคารชลประทานประกอบของเขื่อน เป็นต้น
    ใช้สูตร K
    0.40 + 0.20 TV/Io + 0.10 CV/Co + 0.10 MƯMo + 0.20 SUSO

    4.2 งานอาคารชลประทานรวมบานเหล็ก หมายถึง อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ชนิดต่าง ๆ ที่ก่อสร้างในแนวคลองส่งน้ําหรือคลองระบายน้ํา เพื่อควบคุมระดับและหรือปริมาณน้ํา ได้แก่ ท่อส่งน้ําเข้านา ท่อระบายน้ํา ประตูระบายน้ํา อาคารอัดน้ํา ท่อลอดและอาคารชลประทาน ชนิดต่าง ที่มีบานระบายน้ํา แต่ไม่รวมถึงงานอาคารชลประทานขนาดใหญ่ เช่น ฝ่าย ทางระบายนํ้าล้น หรืออาคารชลประทานประกอบของเขื่อน เป็นต้น
    ใช้สูตร K

    0.35 - 0.20 Itflo + 0.10 Ct Co + 0.10 Mt/Mo + 0.25 StSo
    4.3 งานบานระบาย TRASHRACK และ STEEL LINER หมายถึง บานระบาย เหล็กเครื่องคว้านและโครงยก รวมทั้ง BULK HEAD GATE และงานท่อเหล็ก
    ใช้สูตร K
    0.35 + 0.20 Ito + 0.45 GtGo
    -6-
    4.4 งานเหล็กเสริมคอนกรีต และ ANCHOR BAR หมายถึง เหล็กเส้นที่ใช้เสริม ในงานคอนกรีตและเหล็ก ANCHOR BAR ของงานฝาย ทางระบายน้ําล้น หรืออาคารชลประทาน ประกอบของเขื่อน ซึ่งมีสัญญาแยกจ่ายเฉพาะงานเหล็กดังกล่าวเท่านั้น
    ใช้สูตร K
    0.25 + 0.15 ItTo + 0.60 S So
    4.5 งานคอนกรีตไม่รวมเหล็กและคอนกรีตคาดคลอง หมายถึง งานคอนกรีต
    เสริมเหล็กที่หักส่วนของเหล็กออกมาแยกคํานวณต่างหากของงานฝ่าย
    ทางระบายน้ําล้นหรือ
    อาคารชลประทานประกอบของเขื่อน ซึ่งมีสัญญาแยกจ่ายเฉพาะงานคอนกรีตดังกล่าวเท่านั้น
    ใช้สูตร K
    0.40 + 0.15 It/lo + 0.25 CtCo +0.20 Mt/Mo
    4.6 งานเจาะ หมายถึง การเจาะพร้อมทั้งฝังท่อกรุ ขนาดรูในไม่น้อยกว่า 48 มิลลิเมตร ในชั้นดิน หินผุหรือหินที่แตกหัก เพื่ออัดฉีดน้ําปูน และให้รวมถึงงานซ่อมแซม ฐานรากอาคารชลประทาน ถนนและอาคารต่าง ๆ โดยการอัดฉีดน้ําปูน
    ใช้สูตร K
    A
    0.40+ 0.20 It/lo + 0.10 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
    4.7 งานอัดฉีดน้ําปูน ค่าอัดฉีดน้ําปูนจะเพิ่มหรือลด ให้เฉพาะราคาซีเมนต์ที่ เปลี่ยนแปลงตามดัชนีราคาของซีเมนต์ที่กระทรวงพาณิชย์จัดทําขึ้น ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    กับเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    หมวดที่ 5
    ใช้สูตร K
    ใช้สูตร K
    ใช้สูตร K
    งานระบบสาธารณูปโภค
    5.! งานวางท่อ AC และ PVC
    5.1.1 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้
    0.50 +0.25 It/lo + 0.25 MU/Mo
    5.1.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ AC และหรืออุปกรณ์
    0.40 + 0.10 Ito + 0.10 Mt/Mo+ 0.40 AC/ACo
    5.1.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ PVD และหรืออุปกรณ์
    0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.40 PVC/PVCo
    W
    ใช้สูตร K
    5.2 งานวางท่อเหล็กเหนียวและห่อ HYDENSITY POLYETHYLENE 5.2.1 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้
    0.40 + 0.10 IVIo + 0.15 MƯMo + 0.20 EvEo + 0.15 FUFO
    5.2.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อเหล็กเหนียวและหรืออุปกรณ์และ
    ให้รวมถึงงาน TRANSMISSION CONDUIT
    ใช้สูตร K
    แถะหรืออุปกรณ์
    0.40+ 0.10 IV/lo + 0.10 Mt/Mo + 0.10 Eť/Eo + 0,30 GIP✔/GIPo
    5.2.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE
    ใช้สูตร K
    ใช้สูตร K
    0.50 +0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.30 PEU/PEO
    5.3 งานปรับปรุงระบบอุโมงค์ส่งน้ําและงาน SECONDARY LINING
    0.40+ 0.10 It/Io + 0.15 EVEO + 0.35 GIPVGIPO
    5.4 งานวางท่อ PVC หุ้มด้วยคอนกรีต
    ใช้สูตร K
    0.30+0.101t/lo+0.20Ct/Co+0.05MU/Mo+0.05St/So+0.30PVCUPVCo
    5.5 งานวางท่อ PVC กลบทราย
    ใช้สูตร K
    0.25 + 0.05 Ilo + 0.05 MtMo ~ 0.6$ PVC PVC。
    5.6 งานวางท่อเหล็กอาบสังกะสี
    ใช้สูตร K
    0.25 +0.25 It/Io +0.50 GIPUGIPO
    ประเภทงานและสูตรต่อไปนี้ใช้เฉพาะงานก่อสร้างของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเท่า

    นั่น
    5.7 งานก่อสร้างระบบสายส่งแรงสูงและสถานีไฟฟ้าย่อย
    5.7.1 งานติดตั้ง เสา โครงเหล็กสายส่งและอุปกรณ์ รวมทั้งงานติดตั้งอุปกรณ์
    ไฟฟ้าสถานีไฟฟ้าย่อย
    -8-
    สําหรับงานติดตั้ง เสา โครงเหล็กสายส่งและอุปกรณ์ ประกอบด้วย ลักษณะงาน ดังนี้คือ PRELIMINARY WORK (ยกเว้น BOUNDARY POST), TOWERS, INSULATOR
    STRING AND OVERHEAD GROUND WIRE ASSEMBLIES, CONDUCTOR AND
    OVERHEAD GROUND WIRE STRINGING, LINE ACCESSORIES, GROUNDING
    MATERIALS
    สําหรับงานติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าสถานีไฟฟ้าย่อย หมายถึง เฉพาะการติดตั้ง
    อุปกรณ์ไฟฟ้าเท่านั้น
    ใช้สูตร K
    0.60 +- 0.25 Itto + 0.15 Ft/Fo
    5.7.2 งานก่อสร้างฐานรากเสาไฟฟ้า (TOWER FOUNDATION) และงาน
    ติดตั้ง BOUNDARY POST
    0.35 +0.20 IU/Io + 0.20 Ct/Co + 0.10 St/So + 0.15 Ft/Fo
    ใช้สูตร K
    5.7.3 งานก่อสร้างฐานรากอุปกรณ์ไฟฟ้าสถานีไฟฟ้าย่อย
    ใช้สูตร K
    0.50 +0.20 It/Io + 0.15 CT/Co + 0.15 St/So
    5.8 งานหล่อและตอกเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
    5.8.1 งานเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
    ใช้สูตร K
    0.35 +0.15 It/lo + 0.20 Ct/Co + 0.30 StSo
    5.8.2 งานเสาเข็มแบบ CAST IN PLACE
    ใช้สูตร K
    0.30 +0.10 It/Io +0.25 CV/Co+0.35 SU/So
    ประเภทงานและสูตรต่อไปนี้ใช้เฉพาะงานก่อสร้างของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเท่านั้น
    ใช้สูตร K
    ใช้สูตร K
    5.9 งานก่อสร้างสายส่งแรงสูงระบบแรงดัน 69 - 115 KV. 5.9.1 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาวัสดุและหรืออุปกรณ์ให้
    0.80 +0.05 It/Io + 0.10 Mt/Mo+ 0.05 Ft/Fo
    5.9.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาวัสดุหรืออุปกรณ์
    0.45 + 0.05 IVIo + 0.20 MUMO + 0.05 FVFo ÷ 0.25 WWWo
    -9-
    ดัชนีราคาที่ใช้คํานวณตามสูตรที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ จัดทําขึ้นโดย
    กระทรวงพาณิชย์
    ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ
    K
    ESCALATION FACTOR
    It
    Io
    Ct
    Co
    Mt
    Mo
    ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ดัชนีราคาซีเมนต์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาซีเมนต์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) ในเดือนที่ส่งงาน
    แต่ละงวด
    ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) ในเดือนที่เปิดซอง
    ประกวดราคา
    ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบที่ผลิตในประเทศ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบที่ผลิตในประเทศ ในเดือนที่เปิดซองประกวด
    ดัชนีราคาแอสฟัลท์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาแอสฟัลท์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    St
    So
    Gt
    Go
    ราคา
    At
    Ao
    Et
    Eo
    Ft
    Fo
    ACt
    ACo
    PVCt
    PVCo
    ดัชนีราคาท่อ PVC ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    GIPt
    GIPO
    ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ดัชนีราคาน้ํามันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ดัชนีราคา ามันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา ดัชนีราคาท่อ PVC ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
  • 10 -
    PET
    PEO
    Wt
    Wo
    }}
    !!}
    ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY POL YETHYLENE ในเดือนที่ส่งงาน
    แต่ละงวด
    ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY PLOYETHYLENE ในเดือนที่เปิดซอง
    ประกวดราคา
    ดัชนีราคาสายไฟฟ้า
    ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาสายไฟฟ้า ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ค. วิธีการ านวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้
  1. การคํานวณค่า K จากสูตรตามลักษณะงานนั้น ๆ ให้ใช้ตัวเลขดัชนีราคาวัสดุ ก่อสร้างของกระทรวงพาณิชย์ โดยใช้ฐานของปี 2530 เป็นเกณฑ์ในการคํานวณ
  2. การคํานวณค่า K สําหรับกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทรวมอยู่ในสัญญา
    เดียวกัน จะต้องแยกต่างานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงานนั้น และให้
    สอดคล้องกับสูตรที่ได้กําหนดไว้
  3. การคํานวณหาค่า K กําหนดให้ใช้เลขทศนิยม 3 ตําแหน่งทุกขั้นตอนโดยไม่ มีการปัดเศษ และกําหนดให้ทําเลขสัมพันธ์ (เปรียบเทียบ) ให้เป็นผลสําเร็จก่อน แล้วจึงนํา ผลลัพธ์ไปคูณกับตัวเลขคงที่หน้าเลขสัมพันธ์นั้น
  4. ให้พิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาค่างานจากราคาที่ผู้รับจ้างทําสัญญาตกลงกับ ผู้ว่าจ้าง เมื่อค่า K ตามสูตรสําหรับงานก่อสร้างนั้น ๆ ในเดือนที่ส่งมอบงานมีค่าเปลี่ยนแปลงไป จากค่า K ในเดือนเปิดซองราคามากกว่า 4% ขึ้นไป โดยนําเฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคํานวณ ปรับเพิ่มหรือลดค่างานแล้วแต่กรณี (โดยไม่คิด 4% แรกให้)
  5. ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทําการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาใน สัญญา โดยเป็นความผิดของผู้รับจ้าง ค่า K ตามสูตรต่าง ๆ ที่จะนํามาใช้ในการคํานวณค่างาน ให้ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ว่า ค่า K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า
  6. การจ่ายเงินแต่ละงวดให้จ่ายค่าจ้างงานที่ผู้รับจ้างทําได้แต่ละงวดตามสัญญา ไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่มหรือค่างานลดลงซึ่งจะคํานวณได้ต่อเมื่อทราบคัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ซึ่งนํามาคํานวณค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานงวดนั้น ๆ เป็นที่แน่นอนแล้ว เมื่อคํานวณเงินเพิ่ม ได้ให้ขอทําความตกลงเรื่องการเงินกับสํานักงบประมาณ
    :
    ด่วนทีสุด

    ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว 990
    “คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อ
    จัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง
    ถนนพระราม ๖ กทม. ๑๐๐๐
    ๕ มีนาคม ๒๕๖๒
    เรื่อง ซ้อมแนวทางปฏิบัติในการกําหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์สัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K
    ไว้ในสัญญาจ้างก่อสร้าง
    เรียน ปลัดกระทรวง อธิบดี อธิการบดี เลขาธิการ ผู้อํานวยการ ผู้บัญชาการ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าการ หัวหน้ารัฐวิสาหกิจ หัวหน้าส่วนราชการส่วนท้องถิ่น และ หัวหน้าหน่วยงานอื่นของรัฐ
    อ้างถึง หนังสือสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๒๐๓/ว ๑๐๙ ลงวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๓๒
    เรื่อง การพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง
    ตามหนังสือที่อ้างถึง คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๓๒ กําหนดเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ โดยที่มาตรา ๙๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติว่า “หน่วยงานของรัฐต้องทําสัญญาตามแบบที่คณะกรรมการนโยบายกําหนดโดยความเห็นชอบของสํานักงาน อัยการสูงสุด ทั้งนี้ แบบสัญญานั้นให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาด้วย” ซึ่งคณะกรรมการนโยบายได้กําหนด แบบสัญญาจํานวน ๓๔ สัญญา โดยความเห็นชอบของสํานักงานอัยการสูงสุด และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามนัยมาตรา ๔๓ แล้ว เนื่องจากในการทําสัญญาจ้างก่อสร้างจะมีสัญญาที่ต้องกําหนดเงื่อนไข และหลักเกณฑ์สัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า ) และที่มีต้องกําหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์สัญญา แบบปรับราคาได้ (ค่า K โดยที่แบบสัญญาจ้างก่อสร้างที่คณะกรรมการนโยบายกําหนดเป็นแบบสัญญา จ้างก่อสร้างที่มิได้กําหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์สัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า ) ไว้ ดังนั้น กรณีการทําสัญญา จ้างก่อสร้างที่จะต้องกําหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์สัญญาแบบปรับราคาได้จะต้องดําเนินการอย่างไร นั้น
    คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พิจารณาแล้ว
    เห็นว่า เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐ จึงอาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๙ (๓) เห็นสมควรซ้อมแนวทางปฏิบัติในการกําหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์สัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า 4 ไว้ในสัญญาจ้างก่อสร้างตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๖ แจ้งตามหนังสือ
    สํานัก..
    JER.
    KI
    สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๖.๐๓/ว ๑๐๙ ลงวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๒ เรื่อง การพิจารณาช่วยเหลือ ผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง โดยให้กําหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์สัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K ไว้ในประกาศ เอกสารเชิญชวน และหนังสือเชิญชวนรวมถึงระบุไว้ในสัญญาจ้างก่อสร้างเพิ่มเติม
    ในแบบสัญญาจ้างก่อสร้างที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกําหนด
    จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
    กองการพัสดุภาครัฐ ฝ่ายเลขานุการ
    โทรศัพท์ ๐ ๒๑๒๘ ๗๐๐๐ ต่อ ๔๕๕๑,๖๔๗๓
    โทรสาร ๐ ๒๑๒๗ ๗๒๘๕-๖
    ขอแสดงความนับถือ
    (นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ) อธิบดีกรมบัญชีกลาง
    ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการวินิจฉัย
    ที่ นร ๐๗๓๑.๑/ว ๑๐๘
    สํานักงบประมาณ
    ถนนพระรามที่ 5 กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐
    9 มิถุนายน ๒๕๖๑
    เรื่อง ซ้อมความเข้าใจแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับวันเปิดซองที่ใช้ในการคํานวณเงินเพิ่มหรือลดค่างาน
    ตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K
    เรียน ปลัดกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น
    อ้างถึง ๑.
    ๑. หนังสือสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๒๐๓/ว ๑๐๙ ลงวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๓๒ ๒. พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐
    ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐
    ตามหนังสือที่อ้างถึง ๑ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้นําสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า มาใช้ กับสัญญาก่อสร้าง โดยให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานอื่นของรัฐ ถือปฏิบัติ
    ต่อไป โดยมีเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ในการนําสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K ให้ใช้ทั้งในกรณีเพิ่มหรือลดค่างาน จากค่างานเดิมตามสัญญา เมื่อดัชนีราคาซึ่งจัดทําขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์ มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลง จากเดิม ขณะเมื่อวันเปิดซองประกวดราคา สําหรับกรณีที่จัดจ้างโดยวิธีอื่น ให้ใช้วันเปิดซองราคาแทน ประกอบกับพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้กําหนดวิธีการจัดซื้อ จัดจ้าง โดยมีระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๒๐ ใต้กําาหนดวันเสนอราคาในแต่ละวิธีไว้ชัดเจน ตามหนังสือที่อ้างถึง ๒ และ ๓ นั้น
    ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวถูกต้องและรวดเร็ว สํานักงบประมาณขอเรียน ชี้แจงแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมกรณีวันเปิดซองที่จะนํามาใช้ในการคํานวณเงินเพิ่มหรือลดค่างานตามสัญญาแบบ
    ปรับราคาได้ (ค่า K ดังนี้
    ๑. วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป มี ๓ วิธี ดังนี้
    ๑) วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (e-market) กําหนดวันเปิดซอง คือ วันที่เสนอราคาด้วยวิธี ตลาดอิเล็กทรอนิกส์ หรือวันที่ต่อรองราคาเป็นที่ยุติ แล้วแต่กรณี
    ๒) วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-biding) กําหนดวันเปิดซอง คือ วันที่เสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือวันที่ต่อรองราคาเป็นที่ยุติ แล้วแต่กรณี
    เป็นที่ยุติ แล้วแต่กรณี
    ๓) วิธีสอบราคา กําหนดวันเปิดซอง คือ วันที่เปิดของข้อเสนอหรือวันที่ต่อรองราคา
    ๒. วิธีการ :
    D
    .
    ๒. วิธีการคัดเลือก กําหนดวันเปิดซอง คือ วันที่ยื่นของข้อเสนอหรือวันที่ต่อรองราคา เป็นที่ยุติ แล้วแต่กรณี
    ๓. วิธีการเฉพาะเจาะจง กําหนดวันเปิดซอง คือ วันที่ยื่นข้อเสนอราคาหรือวันทีต่อรองราคา เป็นที่ยุติ แล้วแต่กรณี
    จึงเรียนมาเพื่อถือเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป
    กองมาตรฐานงบประมาณ ๑ โทร. ๐ ๒๒๖๕ ๒๐๑๙
    โทรสาร ๐ ๒๒๗m soo
    ขอแสดงความนับถือ
    Austin
    (นายเตชาภิวัฒน์ ณ สงขลา)
    ผู้อําานวยการสํานักงบประมาณ
    ข้าพเจ้า
    สัญญา…………
    แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    มีสํานักงาน/ภูมิลําเนาตั้งอยู่ ณ
    (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct)
    ..โดย………
    ซึ่งเป็นคู่สัญญากับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) ตามสัญญาเลขที่ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “คู่ค้าของ ทอท.” ได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.รายละเอียดดังนี้
    บทนํา
    ทอท.มีความมุ่งมั่นต่อการดําเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกกระบวนการ ดังนั้น “แนวทางการปฏิบัติ อย่าง ยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.” จึงได้ถูกกําหนดขึ้น โดยพิจารณาเนื้อหาและขอบเขตให้อยู่ภายใต้ข้อกําหนดและ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. ดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของลูกจ้าง คํานึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากการดําเนินงาน ผ่านการกํากับดูแลกิจการและแนวปฏิบัติที่ดี ดังนี้
    มิติเศรษฐกิจ - การกํากับดูแลกิจการที่ดี
  7. การปฏิบัติตนตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และความซื่อสัตย์สุจริต คู่ค้าของ ทอท.ต้องดําเนินธุรกิจอย่าง เคารพกฎหมายของประเทศและระเบียบข้อบังคับของ ทอท.อย่างเคร่งครัด และดําเนินธุรกิจตามหลักจริยธรรม โดยปราศจากการติดสินบน หรือทุจริตในทุกรูปแบบ หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย
  8. การรักษาความลับ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเก็บรักษาข้อมูลและป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับ
    ของ ทอท. และไม่นําข้อมูลของ ทอท.ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล หรือ เพื่อประโยชน์ทางการค้า
  9. ความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือผลประโยชน์ทับซ้อน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องแจ้งให้ ทอท.ทราบเป็น ลายลักษณ์อักษร หากพบการดําเนินการใด ๆ ที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่าง ทอท.และคู่ค้า
  10. การแข่งขันเสรีและกฎหมายการแข่งขันทางการค้า คู่ค้าของ ทอท.จะต้องปฏิบัติตนภายใต้การแข่งขันที่เสรี เป็นธรรมและดําเนินการตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างเคร่งครัด และไม่กระทําการอื่นใดซึ่งจะ
    ส่งผลกระทบเชิงลบต่อคู่แข่งทางการค้า
    มิติสังคม - การจ้างงานและการเคารพสิทธิมนุษยชน
  11. อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของแรงงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดูแลแรงงานด้านอาชีวอนามัยและ
    ความปลอดภัยให้เหมาะสม อาทิ สถานที่และสภาพแวดล้อมในการทํางาน และการดูแลสุขภาพของลูกจ้างและ ผู้รับเหมาช่วงให้สอดคล้องตามกฎหมายหรือมาตรฐานสากล
  12. อิสรภาพของการจ้างงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดําเนินธุรกิจโดยปราศจากการใช้แรงงานบังคับ ต้องไม่มีการใช้ แรงงานไม่สมัครใจ และเปิดโอกาสให้แรงงานสามารถรวมกลุ่มเพื่อเจรจาและต่อรองได้ตามกฎหมายของ
    ประเทศ
  13. ค่าจ้างและสิทธิประโยชน์: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องจ่ายค่าจ้างและให้สิทธิประโยชน์อื่นใดที่ลูกจ้างจึงได้รับ
    อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และตรงตามกําหนดเวลา
  14. การใช้แรงงานเด็ก: คู่ค้าของ ทอท.ต้องไม่จ้างแรงงานเด็กที่มีอายุไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกําหนด และ
    ไม่อนุญาตให้เด็กหรือบุคคลที่มีอายุต่ํากว่า 18 ปี ทํางานในเวลากลางคืน หรือในสถานที่ที่มีลักษณะ
    เป็นอันตราย
  15. ระยะเวลาในการทํางาน: คู่ค้าของ ทอท. จะต้องดูแลไม่ให้แรงงานทํางานนานเกินกว่าที่กฎหมายกําหนด
    ทั้งนี้จะรวมถึงการทํางานล่วงเวลาและการทํางานในวันหยุด
  16. การปฏิบัติอย่างเท่าเทียม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมต่อลูกจ้าง โดยไม่เลือกปฏิบัติในการ
    จ้างงาน การจ่ายค่าตอบแทน การเข้ารับการฝึกอบรม การเลื่อนตําแหน่ง การเลิกจ้างหรือการให้ออกจากงาน อันเนื่องมาจากการแบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ ถิ่นกําเนิด สีผิว ศาสนา อายุ ความนิยมทางการเมือง สถานภาพ การสมรส สภาพการตั้งครรภ์ หรือความพิการ
  17. การเลิกจ้าง: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติและการดําเนินการเลิกจ้างในแต่ละขั้นตอนตามกฎหมายกําหนด และ
    ไม่ยกเลิกสัญญาจ้างด้วยความไม่เป็นธรรม
  18. การเคารพสิทธิมนุษยชน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเคารพสิทธิมนุษยชนและมีการปฏิบัติต่อลูกจ้างของตนอย่าง
    เป็นธรรม ตามกฎหมายและมาตรฐานสากล และห้ามมิให้มีการกระทําอันเป็นการล่วงละเมิดทางร่างกายและ วาจา รวมถึงการคุกคามและการข่มขู่ใด ๆ แก่ลูกจ้าง
  19. แรงงานต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหากมีการจ้างแรงงาน
    ต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ โดยต้องจัดเตรียมเอกสารสัญญาจ้างในภาษาแม่ของแรงงานหรือภาษาที่แรงงาน อ่านแล้วเข้าใจก่อนการจ้างงาน รวมทั้ง หนังสือเดินทางและเอกสารประจําตัวของแรงงานต้องเก็บโดยเจ้าของ เอกสารตลอดเวลา นายจ้างหรือบุคคลที่สามไม่สามารถถือครองเอกสารดังกล่าวของแรงงานได้
  20. ความรับผิดชอบต่อสังคม: คู่ค้าของ ทอท.ควรแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและรับผิดชอบ
    ต่อสังคม
    มิติสิ่งแวดล้อม - การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ
  21. การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ข้อกําหนด และ
    แนวปฏิบัติที่ดีที่เกี่ยวข้อง ในทุกกระบวนการผลิตและการให้บริการ เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และไม่สร้างความเดือดร้อนรําคาญให้กับชุมชนรอบข้าง
  22. มาตรการป้องกันและลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องดําเนินมาตรการป้องกันและ ควบคุมมลพิษ อาทิ ของเสีย น้ําเสีย เสียงรบกวน มลพิษทางอากาศ และก๊าซเรือนกระจก โดยต้องควบคุมหรือ บําบัดก่อนปล่อยออกสู่ภายนอกตามกฎหมายและมาตรฐานสากล
    ทอท.คาดหวังให้คู่ค้าพิจารณานําแนวทางการปฏิบัติเหล่านี้ ทั้งการกํากับดูแลกิจการที่ดี การจ้างงานและ การเคารพสิทธิมนุษยชน และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ มาปรับใช้ในการดําเนินงานของคู่ค้า พร้อมส่งเสริมให้คู่ค้ามีแนวทางปฏิบัติอย่างยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานของตนเองตามความเหมาะสม
    ข้าพเจ้าได้อ่าน เข้าใจ และรับทราบ แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้าของ ทอท. และตกลงที่จะปฏิบัติ ตามแนวทางดังกล่าวนี้ในทุกประเด็นที่การดําเนินธุรกิจของบริษัทข้าพเจ้าเกี่ยวข้อง โดยจะแจ้งให้ลูกจ้างของบริษัท ที่เกี่ยวข้องทุกคนรับทราบรวมถึงเก็บข้อมูลซึ่งเป็นหลักฐานการปฏิบัติตามแนวทางนี้ไว้ และส่งมอบให้ตามที่ ทอท.
    ร้องขอ
    (ลงชื่อ………..
    (…………..
    (ประทับตราบริษัท)
    (คู่ค้าของ ทอท.)
    ……………)
    Contract No.
    AOT Supplier Sustainable Code of Conduct
    │……………
    residing at/working at
    authorized by……….
    deemed as a contract partner of Airports of Thailand Public Company Limited (AOT) in accordance with the
    Contract No.
    ..; hereinafter referred as ‘AOT Supplier’,
    has acknowledged the AOT Supplier Sustainable Code of Conduct with the following details.
    Introduction
    AOT commits to operate in a sustainable manner and with responsible practices throughout the
    business processes. Hence, AOT Supplier Sustainable Code of Conduct has been established with the scope
    and boundary in line with applicable laws and regulations, as well as three sustainable development
    dimensions namely economics, society and environment. This code of conduct aims to promote suppliers of
    AOT to operate with transparency and ethics, respect human rights, protect occupational health of their
    employees, and aware of the impact towards surrounding community and environment through good
    corporate governance and best practices as follows.
    Economics - Good Corporate Governance
  23. Compliance of Regulatory Requirements and Transparency: The AOT Supplier shall strictly operate
    the business in line with the regulations in the Kingdom of Thailand, regulatory requirements of AOT, and
    code of business ethics without dealing with all forms of bribery, corruption, or illegal business operation.
  24. Confidentiality: The AOT Supplier shall protect and prevent leakage of all AOT’s confidential information,
    and shall not use any AOT’s confidential information for illegal purposes, personal advantages, or trade
    benefits.
  25. Conflict of Interests: The AOT Supplier shall keep AOT informed in a written notification on any certain
    operations or actions that could lead to the conflict of interests.
  26. Free Trade Agreement and Law: The AOT Supplier shall operate the business based on the free and
    fair trade principles, and strictly adhere to trade competition law and shall not proceed any illegal or
    undesirable action that directly or indirectly causes a negative effect on competitors.
    Society - Employment and Respect of Human Rights
  27. Occupational Health and Safety: The AOT Supplier shall ensure occupational health and safety of the
    employee and contractor such as provision of appropriate working environment and health and wellbeing
    programs for employee or sub-contractor in accordance with the laws and international standards.
  28. Freedom of Employment. The AOT Supplier shall not involve with any form of forced labor, and shall
    provide opportunity for freedom of association and collective bargaining under the Thai laws.
  29. Wages and Benefits: The AOT Supplier shall provide wages and other benefits that its labor is righteously
    entitled to on a timely manner.
  30. Child Labor: The AOT Supplier shall not involve with the employment of child labor whose age is below
    than standard as prescribed by law, and shall not allow anyone whose age is below 18 to work on the
    night shift or in hazardous operations.
  31. Working Period: The AOT Supplier shall not allow exceeded working hours than the standard as
    prescribed by law, covering working overtime and holidays.
    Fair Treatment. The AOT Supplier shall fairly treat all of its employees on payment, training, career
    advancement, and termination of employment or lay-off without discrimination regarding sex, nationality,
    ethnicity, race, religion, age, political belief, marital status, pregnancy or disability.
  32. Termination of Employment: The AOT Supplier shall proceed termination of employment in
    accordance with the laws and shall not approve any unbiased manner on termination of employment.
  33. Human Rights: The AOT Supplier shall respect the human rights and treat its employee in accordance
    with applicable laws and standards, and shall not allow any form of harassment both physically and
    verbally as well as intimidation and mental infringement.
  34. Foreign or Migrant Workers: The AOT Supplier shall fully comply with the labor and immigration laws
    in case of foreign or migrant workers employment. The basic terms of employment must be provided to
    workers in their native or understandable language prior to the employment process. Passports and
    personal identification must remain in the worker’s possession at all times and never to be withheld by
    employer or any third party.
  35. Social Responsibility: The AOT Supplier shall promote and demonstrate its cooperation in fostering
    social development and responsibility.
    Environment - Environment and Pollution Management
    Environmental Management: The AOT Supplier shall develop and implement effective environmental
    management in accordance with applicable standards, regulations, and good practices throughout the
    production and service processes; in order to optimize resources efficiency, minimize environmental
    impact, and cause no nuisances to the surrounding communities.
  36. Environmental Impact Protection and Mitigation Measures: The AOT Supplier shall implement
    pollution mitigation and control measures including but not limited to solid waste, wastewater, noise, air
    pollution and greenhouse gases. The aforementioned pollutions shall be controlled or treated in
    compliance with the laws and international standards before being released into the environment.
    AOT expects the AOT Supplier to integrate all requirements in this AOT Supplier Sustainable Code of Conduct,
    encompassing Good Corporate Governance, Employment and Respect of Human Rights and Environment and
    Pollution Management, in its operation. AOT also encourages the AOT Supplier to adopt similar standards in
    its own Supplier Sustainable Code of Conduct as deemed appropriate.
    I acknowledge and understand the AOT Supplier Sustainable Code of Conduct and shall strictly comply with
    its requirements in operating businesses involved with my organization. Meanwhile, I shall keep all of my
    employees informed about the aforementioned codes of conduct as well as ensure systematic collection of
    evidence regarding complied actions, and will submit such evidence to AOT upon request.
    Company Name :
    Address:
    Signature Acknowledgement and Company Stamp
    Print Name:
    Position :
    Signature :
    Date :
    (Please complete this form and submit to AOT alongside with TOR)
    ตารางการจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    โครงการ
    MAYLOADTakondeakONKURENTIUEKORATIONákkkkkkkkää¶ARDÓNADIAN
    รายการพัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในโครงการ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    ล่าดับ
    รายการ
    หน่วย ปริมาณ ราคาต่อหน่วย เป็นเงิน พัสดุ
    (บาท)
    พัสดุ ในประเทศ ต่างประเทศ
    (รวม)


    E
    ใน
    รวม
    อัตรา
    (ร้อยละ)
    ลงชื่อ
    XXXXX
    ๒๐๐
    XXXXX
    XXX
    wo
    Ele
    (คู่สัญญาฝ่ายผู้รับจ้าง)
    (

    ตารางรายงานผลการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    การใช้พัสดุทั้งโครงการ รายการพัสดุทั้งโครงการ มูลค่าพัสดุทั้งโครงการ
    xxx รายการ
    XXX บาท
    มูลค่าการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    รายการ
    มูลค่าพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    มูลค่าพัสดุที่ผลิตจากต่างประเทศ
    ปริมาณการใช้เหล็กทั้งโครงการ
    ปริมาณการใช้เหล็กทั้งโครงการ xxx ตัน
    รายการ
    ปริมาณการใช้เหล็ก
    น่วย
    จํานวนเงิน
    อัตรา (ร้อยละ)
    (บาท)
    (บาท)
    (บาท)
    (บาท)
    หน่วย


    มูลค่าเหล็กทั้งโครงการ xxx บาท
    จํานวน
    สน
    อัตรา (ร้อยละ)
    สรุป
    11 เป็นไปตามกฎกระทรวงกําหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริม
    หรือสนับสนุน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓
    ร้อยละ ๖๐ พัสดุทั่วไป (มูลค่า)
    อ. ร้อยละ ๙๐ เหล็ก (ปริมาณ
    ไม่เป็นไปตามกฎกระทรวงกําหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริม
    หรือสนับสนุน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓ เหตุผล/ความจําเป็นที่หน่วยงานของรัฐไม่สามารถดําเนินการได้
    (ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ)
    (
    }