จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างเหมาพัฒนาต้นแบบระบบสายอากาศแบบ Phased Array

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) 68029081783
฿3,100,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 10 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) มีความประสงค์จะจ้างเหมาพัฒนาต้นแบบระบบสายอากาศแบบ Phased Array เพื่อใช้ในการศึกษาความเป็นไปได้และต่อยอดการออกแบบระบบสายอากาศสำหรับพัฒนาดาวเทียมระบบเรดาร์ในอนาคต ผู้สนใจจะต้องเป็นนิติบุคคล มีอาชีพรับจ้างในงานที่จัดจ้าง มีคุณสมบัติไม่เป็นผู้ทิ้งงาน ไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ผู้เสนอราคาต้องส่งเอกสารรายละเอียดการออกแบบสายอากาศ, ผลการวิเคราะห์คุณภาพ, และการปรับทิศทางลำคลื่นหลัก รวมถึงแคตตาล็อกและประวัติบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ระบบสายอากาศต้องสามารถใช้งานย่านความถี่ C-Band หรือ X-Band สามารถปรับทิศทางลำคลื่นหลักได้ไม่น้อยกว่า 4 มุม และมีอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ตามที่กำหนด ผู้รับจ้างต้องดำเนินการทดสอบและอบรมบุคลากรของ GISTDA กำหนดส่งมอบภายใน 270 วัน โดยแบ่งการส่งมอบเป็น 4 งวดงาน

English summary

The Geo-Informatics and Space Technology Development Agency (GISTDA) invites interested parties to bid on the development of a Phased Array antenna prototype. This project aims to study the feasibility of developing a radar satellite system in the future. Bidders must meet specified qualifications, including personnel with antenna design expertise, published research, and the submission of design details and analysis results. The project is scheduled for completion within 270 days.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อออกแบบและพัฒนาต้นแบบระบบสายอากาศแบบ Phased Array ที่สามารถควบคุมทิศทางของลำคลื่นหลัก

ขอบเขตของงาน

ผู้รับจ้างต้อง:

  • ออกแบบสถาปัตยกรรมระบบสายอากาศแบบ Phased Array
  • พัฒนาต้นแบบระบบสายอากาศแบบ Phased Array จำนวน 1 ระบบ
    • สามารถใช้งานความถี่ย่านคลื่น C - Band หรือ X - Band
    • สามารถปรับทิศทางลำคลื่นหลัก (Beam Direction) สำหรับการส่งสัญญาณ ไม่น้อยกว่า 4 มุม
    • สามารถรับสัญญาณและระบุทิศทางของสัญญาณได้
  • พัฒนาหรือจัดหาอุปกรณ์ต่างๆ
    • ต้นแบบสายอากาศแบบ Phased Array จำนวน 2 ชุด
    • ต้นแบบอุปกรณ์เพิ่มและลดความถี่ (Up & Down Converter) และปรับทิศทางลำคลื่น (Beamforming) จำนวน 1 ชุด
    • อุปกรณ์ Software Defined Radio Device จำนวน 1 ชุด
    • อุปกรณ์ประมวลผลระบบสายอากาศแบบ Phased Array จำนวน 1 ชุด
    • ชุดซอฟต์แวร์เพื่อควบคุมปรับทิศทางลำคลื่นหลัก
  • ทดสอบต้นแบบระบบสายอากาศ
  • อบรมทฤษฎีและการออกแบบเบื้องต้นของการพัฒนาต้นแบบระบบสายอากาศแบบ Phased Array ให้กับเจ้าหน้าที่ สทอภ. (24 ชั่วโมง, ไม่น้อยกว่า 5 คน)
  • อบรมการพัฒนาต้นแบบระบบสายอากาศแบบ Phased Array ให้กับเจ้าหน้าที่ สทอภ. (24 ชั่วโมง, ไม่น้อยกว่า 5 คน)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รายงานการประชุม Kick off Meeting และแผนงาน (งวดที่ 1)
  • แบบสถาปัตยกรรมของต้นแบบระบบสายอากาศแบบ Phased Array และแผนการทดสอบ (งวดที่ 1)
  • หลักฐานการยืนยันคำสั่งซื้ออุปกรณ์ (งวดที่ 2)
  • รายงานการอบรมและเอกสารประกอบการอบรม (งวดที่ 2, งวดที่ 4)
  • ไฟล์สำหรับผลิตแผ่นวงจร (PCB Layout), Bill of materials (BOM) และเอกสารที่เกี่ยวข้อง (งวดที่ 3)
  • หลักฐานยืนยันการได้รับอุปกรณ์ (งวดที่ 3)
  • รายงานรายละเอียดวิธีการออกแบบสายอากาศ Phased Array และผลการ Simulation (งวดที่ 3)
  • Source Code และซอฟต์แวร์ทั้งหมด (งวดที่ 3)
  • ต้นแบบระบบสายอากาศแบบ Phased Array พร้อมติดตั้งและสาธิตการใช้งาน (งวดที่ 4)
  • คู่มือและวิธีการใช้งาน (งวดที่ 4)
  • รายงานผลทดสอบต้นแบบระบบสายอากาศ (งวดที่ 4)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินการ: 270 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • แบ่งการส่งมอบงานเป็น 4 งวด
    • งวดที่ 1: 30 วัน
    • งวดที่ 2: 90 วัน
    • งวดที่ 3: 150 วัน
    • งวดที่ 4: 270 วัน

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: เป็นนิติบุคคล, มีอาชีพรับจ้างในงานที่จัดจ้าง, ไม่เป็นผู้ทิ้งงาน, ไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์, ไม่เป็นผู้ถูกระงับการยื่นข้อเสนอ
  • Standards Compliance: -
  • Experience: -
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities: บุคลากรมีความรู้ความสามารถด้านพัฒนาและออกแบบสายอากาศประเภท Patch Antenna
  • Personnel: มีบุคลากรที่มีผลงานตีพิมพ์บทความในรูปแบบ Journal Paper หรือ Conference Paper ไม่น้อยกว่า 2 บทความ (อย่างน้อย 1 คน)

เกณฑ์การพิจารณา

  • ผลการจำลองอัตราขยาย (Gain) ในแต่ละมุมของการปรับทิศทางลำคลื่นหลัก (Beam Direction) (20 คะแนน)
  • ผลงานด้านวิชาการของบุคลากรในการพัฒนาและออกแบบสายอากาศฯ (10 คะแนน)
  • เกณฑ์ราคา (30 คะแนน)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • สายอากาศ: C-Band หรือ X-Band, ปรับทิศทางลำคลื่นหลัก (Beam Direction) ไม่น้อยกว่า 4 มุม
  • อุปกรณ์:
    • ต้นแบบสายอากาศแบบ Phased Array (2 ชุด): Patch Antenna (8 ชิ้นขึ้นไป), Gain ไม่น้อยกว่า 5 dBi, Return loss -10 dB หรือดีกว่า
    • Up & Down Converter และ Beamforming (1 ชุด): Frequency input 2.0 GHz - 2.3 GHz, Beamforming 4 ช่องขึ้นไป
    • Software Defined Radio Device (1 ชุด): FPGA, Frequency Range 325 MHz - 3.8 GHz, RAM 512 MB ขึ้นไป, Flash memory 32 MB ขึ้นไป
    • อุปกรณ์ประมวลผล (1 ชุด): Raspberry Pi 4, Micro SD 32 GB ขึ้นไป
    • ชุดซอฟต์แวร์: ควบคุมปรับทิศทางลำคลื่นหลัก, ระบุทิศทางสัญญาณ

เงื่อนไขสัญญา

  • การส่งมอบงานแบ่งเป็น 4 งวด
  • ผู้รับจ้างต้องอบรมบุคลากรของ สทอภ.
  • ในกรณีอุปกรณ์ไม่สามารถจัดหาได้ ให้แจ้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • การปรับทิศทางของลำคลื่นหลัก (Beam Direction) ของระบบสายอากาศนี้มีความสำคัญอย่างไร?
    • การปรับทิศทางของลำคลื่นหลักช่วยให้สามารถส่งและรับสัญญาณในทิศทางที่ต้องการได้แม่นยำมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสื่อสารกับดาวเทียม
  • อุปกรณ์ Software Defined Radio Device ที่ระบุใน TOR คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร?
    • อุปกรณ์ Software Defined Radio Device เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานของวิทยุได้โดยการใช้ซอฟต์แวร์ ทำให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งานและรองรับความถี่ที่หลากหลาย
  • การอบรมที่ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีหัวข้ออะไรบ้าง?
    • การอบรมแบ่งเป็น 2 ส่วน: ทฤษฎีและการออกแบบเบื้องต้น, และการพัฒนาต้นแบบระบบสายอากาศ ซึ่งครอบคลุมถึงทฤษฎีการทำงาน, การสร้างลำคลื่น, การออกแบบวงจร RF และการทดสอบ
  • หากอุปกรณ์บางอย่างไม่สามารถจัดหาได้ ผู้เสนอราคาควรทำอย่างไร?
    • ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุทราบ พร้อมทั้งแนบหลักฐานและเสนออุปกรณ์ทดแทนที่สามารถใช้งานได้
  • งบประมาณโครงการนี้มีกำหนดไว้หรือไม่?
      • (ไม่ได้ระบุใน TOR)
  • ผู้เสนอราคาต้องส่งเอกสารอะไรบ้างในการยื่นข้อเสนอ?
    • ผู้เสนอราคาต้องยื่นเอกสารรายละเอียดการออกแบบสายอากาศ, ผลการวิเคราะห์คุณภาพ, ตารางเปรียบเทียบ (Compliance Table), แคตตาล็อก, ประวัติบุคลากร, และเอกสารอื่นๆ ตามที่ระบุใน TOR
  • การส่งมอบงานแต่ละงวดมีอะไรบ้าง?
    • แต่ละงวดมีการส่งมอบเอกสาร รายงาน ผลิตภัณฑ์ และการอบรม ตามที่ระบุในรายละเอียดของแต่ละงวด
  • บุคลากรที่ต้องมีผลงานตีพิมพ์บทความนั้นต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
    • บุคลากรต้องมีผลงานตีพิมพ์บทความในรูปแบบ Journal Paper หรือ Conference Paper อย่างน้อย 2 บทความ
  • การทดสอบต้นแบบระบบสายอากาศจะดำเนินการอย่างไร?
    • ผู้รับจ้างต้องดำเนินการทดสอบตามขอบเขตงานและเก็บผลภายในห้องปฏิบัติการ พร้อมสรุปผลและนำเสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับ
  • สถานที่ส่งมอบงานคือที่ไหน?
    • สถานที่ส่งมอบงานคือ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ จังหวัดชลบุรี

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

1. ความเป็นมา ขอบเขตของงาน Terms of Reference : TOR จ้างเหมาพัฒนาต้นแบบระบบสายอากาศแบบ Phased Array สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เป็นหน่วยงานที่วิจัย และ พัฒนาด้านเทคโนโลยีอวกาศ การบิน และอากาศยานของประเทศไทย ผู้รับผิดชอบด้านการตรวจจับระยะไกล และการพัฒนาเทคโนโลยีดาวเทียม โดยเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ สทอภ. มีโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อประกอบ ทดสอบ ดาวเทียมขนาดเล็ก ขนาดไม่เกิน 500 กิโลกรัม แบบครบวงจร ณ Space Krenovation Park (SKP) โดยที่ สทอภ. มีขีดความสามารถในการออกแบบ พัฒนา ประกอบและทดสอบดาวเทียมสำรวจภูมิประเทศ แบบพาสซีฟออพติคอลเซนเซอร์ ขนาด 100 กิโลกรัม จากการร่วมกิจกรรมการถ่ายทอดองค์ความรู้ Khow-How Training and Transfer ภายใต้โครงการ THEOS-2 ซึ่งประสบผลสำเร็จในการร่วมพัฒนาดาวเทียม THEOS-2A ที่มี แผนกำหนดส่งขึ้นสู่วงโคจรประมาณต้นปี พ.ศ. 2568 โดยมีผู้ประกอบการไทยร่วมผลิตชิ้นส่วนดาวเทียมส่งขึ้นไปกับ ดาวเทียมดังกล่าวด้วย เป็นการสร้างความพร้อมและขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านเศรษฐกิจอวกาศไทยที่เป็น เทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งนี้ สทอภ. เล็งเห็นประโยชน์ และความจำเป็นในการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถสร้างขีดความสามารถ ทางการแข่งขันทั้งทางตรงจากการผลิตชิ้นส่วนดาวเทียม และทางอ้อมจากการใช้ประโยชน์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม สำรวจภูมิประเทศ จึงได้ดำเนินการวิจัยเพื่อพัฒนาดาวเทียมสำรวจภูมิประเทศประเภทแอคทีฟเซนเซอร์ที่กำลังเป็น เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งได้รับความสนใจจากนานาชาติ เนื่องจากมีขีดความสามารถพิเศษในการถ่ายภาพในเวลากลางคืน และถ่ายภาพทะลุเมฆ ช่วยเสริมการใช้งานระบบดาวเทียมอย่างต่อเนื่องและเต็มประสิทธิภาพ ภายใต้โครงการศึกษา ความเป็นไปได้ในการออกแบบและพัฒนาดาวเทียมแบบแอคทีฟเซนเซอร์ ดังนั้น สทอภ. จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการจ้างเหมาพัฒนาระบบสายอากาศแบบ Phased Array เพื่อ ศึกษาความเป็นไปได้ และการต่อยอดการออกแบบและพัฒนาระบบสายอากาศสำหรับพัฒนาดาวเทียมระบบเรดาร์ใน อนาคตต่อไป 2. วัตถุประสงค์ เพื่อออกแบบและพัฒนาต้นแบบระบบสายอากาศแบบ Phased Array ที่สามารถควบคุมทิศทางของลำคลื่นหลัก 3. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา 3.1 เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างในงานที่จัดจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ 3.2 ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน และได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐใน ระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย 3.3 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มี คำสั่งให้สละสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น 3.4 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้าเสนอราคาให้แก่สำนักงานฯ ณ วันประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาครั้งนี้ 3.5 ไม่เป็นนิติบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราวเนื่องจาก เป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ ของกรมบัญชีกลาง 3.6 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) 3.7 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ประกอบการที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จะต้องยื่นสำเนาใบทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 3.8 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องผ่านการคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นในการจ้างของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ และภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) 3.9 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านพัฒนาและออกแบบสายอากาศประเภท Patch Antenna โดยต้องมีผลงานตีพิมพ์บทความในรูปแบบ Journal Paper หรือ Conference Paper ไม่น้อยกว่า 2 บทความ อย่างน้อย 1 คน 4. การยื่นข้อเสนอ 4.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารรายละเอียดการออกแบบสายอากาศแบบ Phased Array รวมไปถึงผลการ วิเคราะห์คุณภาพ (Antenna Performance) และปรับทิศทางลำคลื่นหลัก (Beam Direction) ของ สายอากาศฯ ตามขอบเขตงานข้อ 5.2 และ 5.3.1 4.2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารแสดงการเปรียบเทียบข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอกับเอกสารขอบเขตของงานฯ ข้อ ที่ 5 ถึงข้อที่ 17 ในรูปแบบตารางเปรียบเทียบ (Compliance Table) โดยให้ระบุหรืออ้างอิงถึงเอกสารใน ข้อเสนอที่เกี่ยวข้องและทำเครื่องหมายในเอกสารนั้นหรือแคตตาล็อกให้สังเกตได้ง่าย 4.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นแคตตาล็อก (Catalog) หรือ โบรชัวร์ (Brochure) ซึ่งแสดงรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (Specification) ตามขอบเขตของงานฯ ข้อ 5.3.3 – 5.3.4 โดยให้กำหนดเลขหน้าและเรียงลำดับเอกสาร ทั้งนี้ ให้ยื่นข้อเสนอมาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-GP) เพื่อประกอบการพิจารณา 4.4 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นรายชื่อพร้อมประวัติและเอกสารหลักฐานอื่นๆ ของบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถตาม ขอบเขตงานข้อ 3.9 4.5 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นรายละเอียดการออกแบบสายอากาศแบบ Phased Array รวมไปถึงผลการ วิเคราะห์คุณภาพ (Antenna Performance) และการปรับทิศทางลำคลื่นหลัก (Beam Direction) ของสายอากาศ ตามขอบเขตงานข้อ 5.2 และ 5.3.1 4.6 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องให้ผู้มีอำนาจลงนามรับรองและประทับตรา (ถ้ามี) ในเอกสารรวมถึงเอกสารประกอบทุกแผ่น ที่ยื่นเสนอ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา โดยหลักฐานดังกล่าวนี้ สำนักงานฯ จะเก็บไว้เป็นเอกสารราชการ 4.7 กรณีมอบอำนาจให้บุคคลซึ่งมิใช่กรรมการ หรือหุ้นส่วนผู้มีอำนาจเต็ม ทำการยื่นข้อเสนอ หรือผูกพันในนาม นิติบุคคลนั้น ต้องมอบอำนาจเป็นหนังสือซึ่งปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย ให้บุคคลนั้นเป็นผู้แทนที่มีอำนาจ เต็มโดยชอบด้วยกฎหมาย 5. คุณลักษณะเฉพาะของงาน 5.1 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการออกแบบสถาปัตยกรรมระบบสายอากาศแบบ Phased Array เพื่อส่งให้คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุฯ เป็นผู้ตรวจสอบและเห็นชอบก่อนดำเนินการพัฒนาและทดสอบในขั้นตอนต่อไป 5.2 ผู้รับจ้างต้องพัฒนาต้นแบบระบบสายอากาศแบบ Phased Array จำนวน 1 ระบบ โดยมีรายละเอียดฟังก์ชั่น การทำงาน ดังนี้ 5.2.1 สามารถใช้งานความถี่ย่านคลื่น C - Band หรือ X - Band 5.2.2 สามารถปรับทิศทางลำคลื่นหลัก (Beam Direction) สำหรับการส่งสัญญาณ ไม่น้อยกว่า 4 มุม 5.2.3 สามารถรับสัญญาณและระบุทิศทางของสัญญาณได้ 5.3 ผู้รับจ้างต้องพัฒนาหรือจัดหาอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อใช้ในการพัฒนาต้นแบบระบบสายอากาศแบบ Phased Array ให้มีคุณสมบัติตามข้อ 5.2 ประกอบด้วย 5.3.1 ต้นแบบสายอากาศแบบ Phased Array ที่ครอบคลุมย่านคลื่นความถี่ C-Band หรือ X - Band จำนวน 2 ชุด โดยมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1) โครงสร้างสายอากาศเป็นแบบแพทซ์ (Patch Antenna) ไม่น้อยกว่า 8 ชิ้น ทำหน้าที่รับหรือส่งสัญญาณ 2) ความถี่กลางที่ใช้งาน (Operating Frequency) อยู่ในช่วง 5.350 GHz ถึง 5.460 GHz หรือตั้งแต่ 10 GHz ถึง 10.3 GHz 3) อัตราขยาย (Gain) ที่ Main lope ไม่น้อยกว่า 5 dBi 4) สายอากาศจะต้องมีค่าการสูญเสียการสะท้อน (Return loss) ณ ช่วงความถี่ตั้งแต่ 5.350 GHz ถึง 5.460 GHz หรือตั้งแต่ 10 GHz ถึง 10.3 GHz ที่ -10 dB หรือดีกว่า 5) มีรูปแบบการโพลาไรเซชั่นเชิงเส้น (Linear Polarization) แบบแนวตั้ง (Vertical Polarization) หรือแนวนอน (Horizontal Polarization) 5.3.2 ต้นแบบอุปกรณ์เพิ่มและลดความถี่ (Up & Down Converter) และปรับทิศทางลำคลื่น (Beamforming) จำนวน 1 ชุด โดยมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1) รองรับความถี่ขาเข้า (Frequency input) ที่ 2.0 GHz ถึง 2.3 GHz หรือกว้างกว่า 2) สามารถเพิ่มความถี่ใช้งาน (Upconverter) จากช่วงความถี่ขาเข้า (Frequency input) ตาม ข้อ 5.3.2 ข้อ 1) เป็นความถี่ตามข้อ 5.3.1 ข้อ 2) ใช้สำหรับส่งสัญญาณ 3) สามารถลดความถี่ใช้งาน (Downconverter) จากความถี่ตามข้อ 5.3.1 ข้อ 2) เป็นความถี่ขาเข้า (Frequency input) ตามข้อ 5.3.2 ข้อ 1) ใช้สำหรับรับสัญญาณ 4) มีช่องสัญญาณขาส่งสำหรับปรับทิศทางลำคลื่น (Beamforming) ไม่น้อยกว่า 4 ช่องสัญญาณ 5) มีช่องสัญญาณขารับสำหรับใช้ในการระบุทิศทางของสัญญาณขารับ ไม่น้อยกว่า 4 ช่องสัญญาณ 6) มีวงจรขยายสัญญาณในช่วงความถี่ตามข้อ 5.3.1 ข้อ 2) โดยมีอัตราขยาย 10 dB หรือดีกว่า 5.3.3 อุปกรณ์ Software Defined Radio Device พร้อมกล่องปิดแผงอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 1 ชุด โดยมี คุณสมบัติ ดังนี้ 1) รองรับการประมวลผลสัญญาณด้วย FPGA หรือดีกว่า 2) รองรับความถี่ใช้งาน (Frequency Range) ที่ 325 MHz ถึง 3.8 GHz หรือดีกว่า 3) มีหน่วยความจำการเข้าถึงแบบสุ่ม (Random-Access Memory: RAM) ที่ 512 MB หรือดีกว่า 4) มีหน่วยความจำแฟลช (Flash memory) ที่ 32 MB หรือดีกว่า 5) รองรับช่องสัญญาณคลื่นวิทยุขาเข้า 1 ช่องสัญญาณ และรองรับช่องสัญญาณคลื่นวิทยุขาออก 1 ช่องสัญญาณ หรือดีกว่า 6) มีอินเตอร์เฟสแบบ Micro-USB 2.0 อย่างน้อย 1 ช่องสัญญาณ 5.3.4 อุปกรณ์ประมวลผลระบบสายอากาศแบบ Phased Array จำนวน 1 ชุด โดยมีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือ ดีกว่า ดังนี้ 1) ชุดระบบประมวลผลหลัก Raspberry Pi 4 จำนวน 1 บอร์ด 2) สายไฟสำหรับจ่ายพลังงานให้ Raspberry Pi (Raspberry Pi Adapter Power Supply) จำนวน 1 ชิ้น 3) อุปกรณ์แปลงหัวเชื่อมต่อ Adapter จาก Raspberry Pi Micro HDMI to Standard HDMI Cable จำนวน 1 ชิ้น 4) การ์ดจัดเก็บข้อมูลชนิด Micro SD ขนาดความจุไม่น้อยกว่า 32 GB จำนวน 1 ชิ้น 5.3.5 ชุดซอฟต์แวร์เพื่อควบคุมปรับทิศทางลำคลื่นหลัก (Beam Direction) สำหรับสัญญาณขาส่ง และ ตรวจสอบพร้อมระบุทิศทางของสัญญาณขารับจากสายอากาศ Phased Array จำนวน 1 ชุด 5.4 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการทดสอบตามขอบเขตงานข้อ 5.2 สำหรับการพัฒนาต้นแบบระบบสายอากาศแบบ Phased Array และดำเนินการเก็บผลภายในห้องปฏิบัติการ พร้อมสรุปผลและนำเสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับ พิจารณาเห็นชอบก่อนการส่งมอบ 5.5 ผู้รับจ้างจะต้องอบรมเกี่ยวกับทฤษฎีและการออกแบบเบื้องต้นของการพัฒนาต้นแบบระบบสายอากาศแบบ Phased Array เพื่อปรับพื้นฐานความรู้ก่อนพัฒนาระบบ ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ให้กับเจ้าหน้าที่ สทอภ. จำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดทั้งหมดในการอบรม รวม ไปถึงค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าที่พักของผู้เข้ารับการฝึกอบรม ซึ่งต้องเป็นไปตามระเบียบของ สทอภ. โดยสถานที่จัดอบรมต้องเป็นไปตามที่ สทอภ. กำหนด และ หัวข้ออบรมประกอบไปด้วย 5.5.1 ทฤษฎีการทำงานและออกแบบสายอากาศแบบ Phased Array 5.5.2 ทฤษฎีการสร้างลำคลื่น (Beamforming) ของสายอากาศแบบ Phased Array 5.5.3 ทฤษฎีการออกแบบวงจร RF front – end electronics และวงจรเพิ่มและลดความถี่ (Up and Down converter) 5.6 ผู้รับจ้างจะต้องอบรมการพัฒนาต้นแบบระบบสายอากาศแบบ Phased Array ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ให้กับเจ้าหน้าที่ สทอภ. จำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิด ทั้งหมดในการอบรม รวมไปถึงค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าที่พักของผู้เข้ารับการฝึกอบรม ซึ่งต้องเป็นไปตาม ระเบียบของ สทอภ. โดยสถานที่จัดอบรมต้องเป็นไปตามที่ สทอภ. กำหนด และ หัวข้ออบรมประกอบไปด้วย 5.6.1 การออกแบบสายอากาศแบบ Phased Array 5.6.2 การออกแบบวงจรการสร้างลำคลื่น (Beamforming) ของสายอากาศแบบ Phased Array 5.6.3 การออกแบบวงจร RF front – end electronics และวงจรเพิ่มและลดความถี่ (Up and Down converter) 5.6.4 กระบวนการทดสอบสายอากาศแบบ Phased Array พร้อมอุปกรณ์การทดสอบและวิธีการทดสอบ 5.6.5 การใช้งานต้นแบบระบบสายอากาศแบบ Phased Array 6. ข้อกำหนดทั่วไป ในกรณีที่อุปกรณ์รายการใดรายการหนึ่งไม่สามารถจัดหาได้ เนื่องจากการเลิกผลิตหรือระยะเวลาในการส่งมอบ จากผู้ผลิตนานกว่าปกติ จนทำให้กระทบต่อเวลาการส่งมอบงานของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องทำหนังสือแจ้งต่อ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พร้อมทั้งแนบหลักฐานการเลิกผลิตหรือส่งของล่าช้า และเสนออุปกรณ์รายการอื่นที่ สามารถใช้แทนได้รวมถึงแคตตาล็อกใหม่ในกรณีเลิกผลิต เพื่อประกอบการพิจารณา 7. กำหนดส่งมอบ ดำเนินการภายในระยะเวลา 270 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 8. สถานที่ส่งมอบ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ เลขที่ 88 หมู่ 9 ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 20230 9. ระยะเวลาดำเนินการส่งมอบงาน ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกำหนดการโดยแบ่งเป็นจำนวน 4 งวด ดังนี้ 9.1 งวดที่ 1 ผู้รับจ้างต้องส่งมอบรายงานในรูปแบบเอกสารสี จำนวน 2 ชุด และบันทึกเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (soft file) จัดเก็บไว้ใน Flash drive 1 ชุด ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดย ประกอบด้วย 9.1.1 จัดการประชุม Kick off Meeting และนำเสนอแผนงาน แผนการส่งมอบตามงวดงาน เพื่อให้บรรลุผล ตามขอบเขตงานของงานจ้าง 9.1.2 ผู้รับจ้างต้องส่งมอบแบบสถาปัตยกรรมของต้นแบบระบบสายอากาศแบบ Phased Array และนำเสนอ แผนการทดสอบภาพรวมของระบบฯ ร่วมกับบุคลากรของ สทอภ. และส่งให้ สทอภ. เพื่อพิจารณา เห็นชอบก่อนดำเนินการในลำดับต่อไป 9.2 งวดที่ 2 ผู้รับจ้างต้องส่งมอบรายงานในรูปแบบเอกสารสี จำนวน 2 ชุด และบันทึกเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (soft file) จัดเก็บไว้ใน Flash drive 1 ชุด ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดย ประกอบด้วย 9.2.1 ส่งมอบหลักฐานการยืนยันคำสั่งซื้อรายการอุปกรณ์ ตามขอบเขตงานในข้อ 5.3.3 และ 5.3.4 9.2.2 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้ ตามขอบเขตของงานข้อ 5.5 พร้อมทั้งจัดส่งรายงานการจัด อบรมและเอกสารประกอบการอบรม เป็นรูปเล่มจำนวนไม่น้อยกว่า 2 ชุด 9.3 งวดที่ 3 ผู้รับจ้างต้องส่งมอบรายงานในรูปแบบเอกสารสี จำนวน 2 ชุด และบันทึกเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (soft file) จัดเก็บไว้ใน Flash drive 1 ชุด ให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดย ประกอบด้วย 9.3.1 ส่งมอบไฟล์สำหรับผลิตแผ่นวงจร (PCB Layout) และจัดทำเอกสาร Bill of materials (BOM) ที่ ออกแบบตามรายละเอียดขอบเขตงานในข้อ 5.3.2 ถูกต้องครบถ้วน เป็นรายงานเอกสารสีจำนวน 2 ชุด และบันทึกไว้ใน Flash drive จำนวน 1 ชุด ประกอบด้วย 1) ไฟล์ Project 2) ไฟล์ Layout 3) ไฟล์ Bill of materials (ไฟล์นามสกุล xlsx) 4) ไฟล์ PCB with components (ไฟล์นามสกุล pdf) 5) ไฟล์ PCB order specification (ไฟล์นามสกุล pdf) 6) ไฟล์ PCB fabrication drawing (ไฟล์นามสกุล pdf) 7) ไฟล์ Garber สำหรับสั่งผลิตแผ่นวงจร 9.3.2 ผู้รับจ้างต้องส่งมอบหลักฐานยืนยันการได้รับอุปกรณ์ ตามขอบเขตงานในข้อ 5.3.3 และ 5.3.4 9.3.3 ผู้รับจ้างต้องส่งรายงานรายละเอียดวิธีการออกแบบสายอากาศ Phased Array และผลจากการ Simulation ตามขอบเขตงานข้อ 5.3.1 9.3.4 ผู้รับจ้างต้องส่ง Source Code ตามขอบเขตงานข้อ 5.3.5 และซอฟต์แวร์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในการ พัฒนาต้นแบบระบบฯ ทั้งนี้ ผู้รับจ้างฯ ต้องได้รับการเห็นชอบการออกแบบตามข้อ 9.3.1, 9.3.3 และ 9.3.4 จากคณะกรรมการตรวจ รับพัสดุฯ ก่อนดำเนินการสั่งผลิตชิ้นงาน 9.4 งวดที่ 4 ผู้รับจ้างต้องส่งมอบรายงานในรูปแบบเอกสารสี จำนวน 2 ชุด และบันทึกเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (soft file) จัดเก็บไว้ใน Flash drive 1 ชุด ให้แล้วเสร็จภายใน 270 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดย ประกอบด้วย 9.4.1 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการส่งมอบต้นแบบระบบสายอากาศแบบ Phased Array จำนวน 1 ระบบ พร้อม ติดตั้ง และสาธิตการใช้งาน และส่งมอบคู่มือและวิธีการใช้งาน จำนวน 2 ชุด และบันทึกเป็นเอกสาร อิเล็กทรอนิกส์ (soft file) จัดเก็บไว้ใน Flash drive 1 ชุด 9.4.2 ผู้รับจ้างต้องส่งรายงานผลทดสอบต้นแบบระบบสายอากาศแบบ Phased Array ตามหัวข้อ 5.4 9.4.3 ผู้รับจ้างจะต้องอบรมตามขอบเขตงานหัวข้อ 5.6 พร้อมทั้งจัดส่งรายงานการจัดอบรมและเอกสาร ประกอบการอบรม เป็นรูปเล่มจำนวนไม่น้อยกว่า 2 ชุด ลำดับ รายการ คะแนน เต็ม 2.2 ผลการจำลองอัตราขยาย (Gain) ในแต่ละมุมของการ ปรับทิศทางลำคลื่นหลัก (Beam Direction) 3 ผลงานด้านวิชาการของ บุคลากรในการพัฒนาและ ออกแบบสายอากาศฯ 20 10
ลำดับ รายการ คะแนนเต็ม
ผลการจำลองอัตราขยาย (Gain) ในแต่ละมุมของการปรับทิศทางลำคลื่นหลัก (Beam Direction) 20
  • 20 คะแนน: มีผลการจำลองการปรับทิศทางลำคลื่นหลัก (Beam Direction) สำหรับการส่งสัญญาณ 7 มุม ประกอบไปมุมด้วย -45°, -30°, -15°, 0°, 45°, 30° และ 15° โดยความผิดพลาดเชิงมุม ไม่เกินกว่า 10° พร้อมทั้งแสดงการ Radiation pattern ในแต่ละมุม
  • 20 คะแนน: มีผลการจำลองอัตราขยาย (Gain) ประกอบไปด้วยมุม -45°, -30°, -15°, 0°, 45°, 30° และ 15° โดยมีอัตราขยาย มากกว่า 10 dBi ในแต่ละมุม
  • 15 คะแนน: มีผลการจำลองอัตราขยาย (Gain) ประกอบไปด้วยมุม -45°, -30°, -15°, 0°, 45°, 30° และ 15° โดยมีอัตราขยาย ระหว่าง 5 ถึง 10 dBi ในแต่ละมุม
  • 10 คะแนน: มีผลการจำลองอัตราขยาย (Gain) ประกอบไปด้วยมุม -45°, -30°, -15°, 0°, 45°, 30° และ 15° โดยมีอัตราขยาย น้อยกว่า 5 dBi ในแต่ละมุม
ลำดับ รายการ คะแนนเต็ม
ผลงานด้านวิชาการของบุคลากรในการพัฒนาและออกแบบสายอากาศฯ 10
  • 10 คะแนน: บุคลากรมีผลงานด้านวิชาการในการพัฒนาและออกแบบสายอากาศประเภท Patch Antenna โดยต้องมีผลงานตีพิมพ์บทความ International Journal Paper อย่างน้อย 2 บทความ จำนวน 1 คน
  • 5 คะแนน: บุคลากรมีผลงานด้านวิชาการในการพัฒนาและออกแบบสายอากาศประเภท Patch Antenna โดยต้องมีผลงานตีพิมพ์บทความ International Journal Paper อย่างน้อย 1 บทความ และ มีผลงานตีพิมพ์บทความ Journal
ลำดับ รายการ คะแนน เต็ม 4 เกณฑ์ราคา 30 คะแนนรวม (100) 100
ลำดับ รายการ คะแนนเต็ม
เกณฑ์ราคา 30
  • Paper ในประเทศ หรือ Conference Paper อย่างน้อย 1 บทความ จำนวน 1 คน
  • 3 คะแนน: บุคลากรมีผลงานด้านวิชาการในการพัฒนาและออกแบบสายอากาศประเภท Patch Antenna โดยต้องมีผลงานตีพิมพ์บทความ Journal Paper ภายในประเทศ หรือ Conference Paper รวมกันอย่างน้อย 2 บทความ จำนวน 1 คน
หมายเหตุ *กรณีไม่มี หรือไม่ได้ยื่นแสดงเอกสารตามข้อหลักเกณฑ์การพิจารณาข้อหนึ่งข้อใด จะพิจารณาคะแนนให้ เท่ากับ 0 (ศูนย์) คะแนนในข้อนั้น ๆ