ประกวดราคาซื้ออุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำ จำนวน 1 รายการ
สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) เล็งเห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ จึงมีความจำเป็นต้องจัดซื้ออุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำ เพื่อสนับสนุนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ และโครงการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติเพื่อตรวจวัดข้อมูลภูมิอากาศ ปริมาณน้ำฝน และระดับน้ำในพื้นที่ป่าต้นน้ำ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมของสถานีโทรมาตรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ ในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำได้อย่างต่อเนื่องและครอบคลุมพื้นที่การตรวจวัด
ขอบเขตงานประกอบด้วยการจัดซื้ออุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำแบบเรดาร์ จำนวน 100 ชุด ซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะที่กำหนดไว้ เช่น สามารถตรวจวัดระยะสูงสุดได้ 30 เมตร, มีมาตรฐานการป้องกันฝุ่นและน้ำไม่น้อยกว่า IP66, สามารถตั้งค่าการทำงานผ่าน Application บนสมาร์ทโฟน, และต้องสามารถติดตั้งร่วมกับชุดควบคุมการทำงานและสถานีโทรมาตรอัตโนมัติของ สสน. ได้โดยไม่ต้องดัดแปลง
ผู้ขายจะต้องส่งมอบอุปกรณ์ทั้งหมด ณ ที่ทำการของ สสน. หรือสถานที่ตามที่ สสน. กำหนด ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาหรือใบสั่งซื้อ และรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานเป็นระยะเวลา 1 ปี
English summary
The Hydro Informatics Institute (HII) needs to purchase 100 sets of radar water level sensors to prepare the automatic telemetry stations for maximum efficiency. This supports various agencies in managing water situations continuously and comprehensively across the monitoring area. The equipment must meet specified characteristics, such as a maximum measuring distance of 30 meters, a dust and water protection standard of at least IP66, and the ability to configure settings via a smartphone application.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำ จำนวน 1 รายการ (100 ชุด)
- เพื่อสนับสนุนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ
- เพื่อสนับสนุนโครงการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติเพื่อตรวจวัดข้อมูลภูมิอากาศ ปริมาณน้ำฝน และระดับน้ำในพื้นที่ป่าต้นน้ำ
- เพื่อเตรียมความพร้อมของสถานีโทรมาตรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
- เพื่อสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ ในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำได้อย่างต่อเนื่องและครอบคลุมพื้นที่การตรวจวัด
ขอบเขตของงาน
- จัดซื้ออุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำแบบเรดาร์ จำนวน 100 ชุด ตามคุณสมบัติที่กำหนด
- จัดส่งอุปกรณ์ทั้งหมด ณ ที่ทำการของ สสน. หรือสถานที่ตามที่ สสน. กำหนด
- รับประกันความชำรุดบกพร่องของงานเป็นระยะเวลา 1 ปี
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- อุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำแบบเรดาร์ จำนวน 100 ชุด ที่มีคุณสมบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (TOR) ข้อ 3
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาการส่งมอบ: ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาหรือใบสั่งซื้อ
- ระยะเวลารับประกัน: 1 ปี นับถัดจากวันที่ สสน. ได้รับมอบพัสดุทั้งหมด และผ่านการตรวจรับพัสดุ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- ผู้เสนอราคาต้องเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพขายพัสดุประเภทเดียวกันกับที่ สสน. ต้องการซื้อในครั้งนี้
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบ Electronic Government Procurement (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ต้องมีทุนจดทะเบียนตามเกณฑ์ที่กำหนดใน TOR ข้อ 9.11.2 (เช่น มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องกำหนดทุนจดทะเบียน, มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท, เป็นต้น)
- สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ
- กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ
เกณฑ์การพิจารณา
- ใช้เกณฑ์ราคา
- ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) หรือเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย จะได้รับสิทธิในการพิจารณาเสนอราคาตามที่กฎหมายกำหนด
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- อุปกรณ์วัดระดับน้ำเป็นแบบเรดาร์ จำนวน 100 ชุด
- สามารถตรวจวัดระยะสูงสุดได้ 30 เมตร ความถี่ย่านการวัด 80 GHz
- อุปกรณ์ผลิตจาก PVDF ป้องกันรังสี UV สำหรับติดตั้งแบบ Outdoor
- หัววัดมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดไม่เกิน 100 มิลลิเมตร ความยาวไม่เกิน 150 มิลลิเมตร
- ด้านบนหัววัดมีเกลียวขนาด 1 นิ้ว เชื่อมต่อสายนำสัญญาญแบบ PUR ความยาวสาย ไม่น้อยกว่า 5 เมตร (ผลิตมาจากโรงงาน)
- ค่าการเบี่ยงเบนในการตรวจวัด (Deviation) ไม่เกิน ± 2 มิลลิเมตร
- สัญญาณเอาต์พุตแบบ 4 - 20 มิลลิแอมป์ 2 สาย
- รองรับแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงตั้งแต่ 12 ถึง 35 โวลต์
- รองรับการทำงานภายใต้อุณหภูมิตั้งแต่ -10 ถึง 70 องศาเซลเซียส
- มาตรฐานการป้องกันฝุ่นและน้ำไม่น้อยกว่า IP66
- สามารถตั้งค่าการทำงานผ่าน Application บนสมาร์ทโฟน ด้วยระบบสื่อสารแบบ HART หรือ Bluetooth และมีรหัสป้องกันการเข้าถึงตัวอุปกรณ์
- สามารถทดสอบความผิดปกติของอุปกรณ์ได้โดยตรงจาก Application บนสมาร์ทโฟนและสามารถดาวน์โหลดข้อมูลเป็นไฟล์ .PDF
- อุปกรณ์ทั้งหมดสามารถติดตั้งร่วมกับชุดควบคุมการทำงานและสถานีโทรมาตรอัตโนมัติของ สสน. ได้โดยไม่ต้องทำการดัดแปลง
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: งวดเดียว เมื่อผู้ขายส่งมอบพัสดุถูกต้องและครบถ้วน ภายในระยะเวลา 60 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญาหรือใบสั่งซื้อ และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
- ค่าปรับ: สสน. สงวนสิทธิ์ค่าปรับกรณีที่ผู้ขายไม่สามารถส่งมอบพัสดุภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยคิดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.2 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ แต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
- การรับประกัน: ผู้ขายต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงาน เป็นระยะเวลา 1 ปี นับถัดจากวันที่ สสน. ได้รับมอบพัสดุทั้งหมด หากพัสดุเกิดชำรุดบกพร่อง ผู้ขายต้องจัดการซ่อมแซมหรือแก้ไขภายใน 7 วัน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
คำถาม: อุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำที่จัดซื้อนี้ จะนำไปใช้ประโยชน์อะไร?
คำตอบ: อุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำจะถูกนำไปใช้ในโครงการเพิ่มประสิทธิภาพสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ และโครงการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ เพื่อตรวจวัดข้อมูลภูมิอากาศ ปริมาณน้ำฝน และระดับน้ำในพื้นที่ป่าต้นน้ำ สนับสนุนการบริหารจัดการน้ำของประเทศ -
คำถาม: ผู้เสนอราคาสามารถยื่นข้อเสนอได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลหรือไม่?
คำตอบ: ได้ ผู้เสนอราคาสามารถเป็นได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ที่มีอาชีพขายพัสดุประเภทเดียวกันกับที่ สสน. ต้องการ -
คำถาม: หากอุปกรณ์เกิดความชำรุดบกพร่องในช่วงระยะเวลารับประกัน ผู้ขายต้องดำเนินการอย่างไร?
คำตอบ: ผู้ขายจะต้องจัดการซ่อมแซมหรือแก้ไขให้อุปกรณ์อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดีดังเดิม ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจาก สสน. โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น -
คำถาม: การตั้งค่าและตรวจสอบอุปกรณ์ สามารถทำได้ผ่านช่องทางใด?
คำตอบ: สามารถตั้งค่าการทำงานผ่าน Application บนสมาร์ทโฟน ด้วยระบบสื่อสารแบบ HART หรือ Bluetooth และสามารถทดสอบความผิดปกติของอุปกรณ์ได้โดยตรงจาก Application บนสมาร์ทโฟน -
คำถาม: คุณสมบัติของ Application บนสมาร์ทโฟนที่ใช้ในการตั้งค่าและตรวจสอบอุปกรณ์ มีอะไรบ้าง?
คำตอบ: Application ต้องมีรหัสป้องกันการเข้าถึงตัวอุปกรณ์ และสามารถดาวน์โหลดข้อมูลเป็นไฟล์ .PDF เพื่อนำไปใช้งานต่อได้ -
คำถาม: อุปกรณ์ที่เสนอมาต้องเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่หรือไม่?
คำตอบ: อุปกรณ์ทั้งหมดต้องเป็นของแท้ ของใหม่ที่ไม่เคยใช้งานมาก่อน ไม่เป็นของเก่าเก็บ และมีคุณภาพและคุณสมบัติไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ตามคุณลักษณะเฉพาะ -
คำถาม: หากส่งมอบพัสดุล่าช้า จะมีค่าปรับหรือไม่?
คำตอบ: มี สสน. สงวนสิทธิ์ค่าปรับกรณีที่ผู้ขายไม่สามารถส่งมอบพัสดุภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยคิดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.2 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ แต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท -
คำถาม: ผู้เสนอราคาต้องมีคุณสมบัติเกี่ยวกับทุนจดทะเบียนอย่างไร?
คำตอบ: กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ต้องมีทุนจดทะเบียนตามเกณฑ์ที่กำหนดใน TOR ข้อ 9.11.2 -
คำถาม: เกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการเสนอราคาคืออะไร?
คำตอบ: ใช้เกณฑ์ราคาเป็นหลัก -
คำถาม: อุปกรณ์ที่จัดซื้อต้องสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เดิมของ สสน. ได้หรือไม่?
คำตอบ: อุปกรณ์ทั้งหมดสามารถติดตั้งร่วมกับชุดควบคุมการทำงานและสถานีโทรมาตรอัตโนมัติของ สสน. ได้โดยไม่ต้องทำการดัดแปลง
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (TOR)
สำหรับจัดซื้ออุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำ จำนวน 1 รายการ
- ความเป็นมาและเหตุผลความจำเป็น
สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. ได้เริ่มดำเนินการพัฒนาเทคโนโลยี โทรมาตร มาตั้งแต่ ปี 2547 และได้ดำเนินการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ ครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทย ปัจจุบัน สสน. มีสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ ในความดูแลทั้งสิ้นมากกว่า 1,000 สถานี โดยได้ ดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพและบำรุงรักษาสถานีโทรมาตร ฯ มาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการปรับปรุงสถานีโทรมาตร ฯ ทั้งหมด ให้มีความทันสมัยและมีเสถียรภาพในการทำงาน
มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของสถานีโทรมาตรอัตโนมัติภายใต้การดูแล ของ สสน. สามารถส่ง ข้อมูลแบบ Real Time มายังคลังข้อมูลน้ำและสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ สามารถสนับสนุนสำนักงาน ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการบริหารจัดการน้ำของประเทศได้อย่าง ต่อเนื่อง รวมทั้งข้อมูลที่ได้จากสถานีโทรมาตร ฯ สามารถแจ้งเตือนเหตุการณ์ฝนตกหนักผ่านข้อความสั้น (SMS) ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ผู้ที่สนใจยังสามารถติดตามข้อมูลจากสถานีโทรมาตร ฯ ผ่าน www.thaiwater.net และ Application ThaiWater บนสมาร์ทโฟน อีกช่องทางหนึ่งด้วย
สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์และ ขยายผลการใช้งานข้อมูล สสน. ได้รับอนุมัติให้ดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ เพื่อสนับสนุนการบริหารการจัดการน้ำของประเทศ และ โครงการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติเพื่อตรวจวัด ข้อมูลภูมิอากาศ ปริมาณน้ำฝน และระดับน้ำ ในพื้นที่ป่าต้นน้ำ
ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมของสถานีโทรมาตร ฯ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถให้การสนับสนุน หน่วยงานต่าง ๆ ในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำได้อย่างต่อเนื่อง และครอบคลุมพื้นที่การตรวจวัด สสน. จึงจำเป็นต้องจัดซื้ออุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำ จำนวน 1 รายการ - วัตถุประสงค์
เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำ จำนวน 1 รายการ - รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของอุปกรณ์
3.1 [SEN004] อุปกรณ์วัดระดับน้ำเป็นแบบเรดาร์ จำนวน 100 ชุด
3.1.1 สามารถตรวจวัดระยะสูงสุดได้30 เมตร ความถี่ย่านการวัด 80 GHz
3.1.2 อุปกรณ์ผลิตจาก PVDF ป้องกันรังสี UV สำหรับติดตั้งแบบ Outdoor
3.1.3 หัววัดมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดไม่เกิน 100 มิลลิเมตร ความยาวไม่เกิน 150 มิลลิเมตร 3.1.4 ด้านบนหัววัดมีเกลียวขนาด 1 นิ้ว เชื่อมต่อสายนำสัญญาญแบบ PUR ความยาวสาย ไม่น้อยกว่า 5 เมตร (ผลิตมาจากโรงงาน)
3.1.5 ค่าการเบี่ยงเบนในการตรวจวัด (Deviation) ไม่เกิน ± 2 มิลลิเมตร
3.1.6 สัญญาณเอาต์พุตแบบ 4 - 20 มิลลิแอมป์ 2 สาย
3.1.7 รองรับแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงตั้งแต่ 12 ถึง 35 โวลต์
3.1.8 รองรับการทำงานภายใต้อุณหภูมิตั้งแต่ -10 ถึง 70 องศาเซลเซียส
3.1.9 มาตรฐานการป้องกันฝุ่นและน้ำไม่น้อยกว่า IP66
(1)
3.1.10 สามารถตั้งค่าการทำงานผ่าน Application บนสมาร์ทโฟน ด้วยระบบสื่อสารแบบ HART หรือ Bluetooth และมีรหัสป้องกันการเข้าถึงตัวอุปกรณ์และระบบจัดเก็บรหัสดังกล่าวที่สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย 3.1.11 ในกรณีที่ต้องการตรวจสอบความผิดปกติของอุปกรณ์ ต้องสามารถทดสอบได้โดยตรงจาก Application บนสมาร์ทโฟนและสามารถดาวน์โหลดข้อมูลเป็นไฟล์ .PDF เพื่อนำไปใช้งานต่อได้ 3.2 อุปกรณ์ทั้งหมดสามารถติดตั้งร่วมกับชุดควบคุมการทำงานและสถานีโทรมาตรอัตโนมัติของ สสน. ได้โดยไม่ต้องทำการดัดแปลง
3.3 อุปกรณ์ทั้งหมดต้องของแท้ ของใหม่ที่ไม่เคยใชงานมากอน ไม่เป็นของเก่าเก็บ และมีคุณภาพและ คุณสมบัติไม่ต่ำกวาที่กำหนดไว้ตามคุณลักษณะเฉพาะนี้
3.4 อุปกรณ์ทั้งหมดให้จัดส่ง ณ ที่ทำการของ สสน. หรือ สถานที่ตามที่ สสน. กำหนด - วงเงินงบประมาณ
ภายใต้ พรบ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2568 โครงการเพิ่มประสิทธิภาพสถานีโทรมาตร อัตโนมัติ เพื่อสนับสนุนการบริหารการจัดการน้ำของประเทศ จำนวน 3,800,000 บาท (สามล้านแปดแสนบาทถ้วน) - ระยะเวลาการส่งมอบ
ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาหรือใบสั่งซื้อ - การจ่ายเงิน
งวดเดียว เมื่อผู้ขายส่งมอบพัสดุถูกต้องและครบถ้วน ภายในระยะเวลา 60 วัน นับถัดจากวันที่ลงนาม ในสัญญาหรือใบสั่งซื้อ และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ - ค่าปรับ
สสน. สงวนสิทธิ์ค่าปรับกรณีที่ผู้ขายไม่สามารถส่งมอบพัสดุภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยคิด ค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.2 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ แต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท - การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ขายต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงาน เป็นระยะเวลา 1 ปี นับถัดจากวันที่ สสน. ได้รับมอบ พัสดุทั้งหมด และผ่านการตรวจรับพัสดุจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ไว้โดยถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา เรียบร้อยแล้ว โดยภายในกำหนดเวลาดังกล่าว หากพัสดุตามสัญญานี้เกิดชำรุดบกพร่องหรือขัดข้องอันเนื่องมาจาก การใช้งานตามปกติ ผู้ขายจะต้องจัดการซ่อมแซมหรือแก้ไขให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดีดังเดิม ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจาก สสน. โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น หากผู้ขายไม่จัดการซ่อมแซมหรือแก้ไข ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว สสน. มีสิทธิที่จะทำการนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นให้ทำการนั้นแทนผู้ขาย โดยผู้ขายต้อง เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น - คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
9.1 ผู้เสนอราคาต้องเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพขายพัสดุประเภทเดียวกันกับที่ สสน. ต้องการซื้อในครั้งนี้
9.2 มีความสามารถตามกฎหมาย
9.3 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
9.4 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
(2)
9.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างการถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
9.6 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
9.7 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
9.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สสน. หรือ ไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมในการจัดซื้อจัดจ้างในครั้งนี้ 9.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของ ผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
9.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
9.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
9.11.1 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะ การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
9.11.2 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบ แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่น ข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอดังนี้
- มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องกำหนดทุนจดทะเบียน
- มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ตํ่ากว่า 1 ล้านบาท
- มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 5 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ตํ่ากว่า 2 ล้านบาท
- มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 10 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 20 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ตํ่ากว่า 3 ล้านบาท
- มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 20 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 60 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ตํ่ากว่า 8 ล้านบาท
- มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 60 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 150 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ตํ่ากว่า 20 ล้านบาท
- มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 150 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 300 ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ตํ่ากว่า 60 ล้านบาท
- มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 300 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ตํ่ากว่า 100 ล้านบาท
(3) - มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 500 ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ตํ่ากว่า 200 ล้านบาท
9.11.3 สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากบัญชีเงินฝากธนาคาร โดยให้ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก ธนาคารไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือ เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งในวันที่ลงนามในสัญญา
9.11.4 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้า ประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้ง เวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
9.11.5 กรณีตามข้อ 9.11.1 - 9.11.4 ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้ - การจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งไม่เกิน 500,000 บาท
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟู กิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561
- การซื้อและการเช่าอสังหาริมทรัพย์
- เกณฑ์พิจารณาคัดเลือก
ใช้เกณฑ์ราคา ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) หรือเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย จะได้รับสิทธิในการ พิจารณาเสนอราคาตามฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือ สนับสนุน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 และแนวทางปฏิบัติสำหรับการส่งเสริมหรือสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เพิ่มเติม - เอกสารในการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอ โดยแยกเป็น 2 ส่วน คือ
11.1 ส่วนที่ 1 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
11.1.1 ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
- ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคลซึ่งออกไม่เกิน 6 เดือน นับถึงวันที่ยื่นซองข้อเสนอ รายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม พร้อม รับรองสำเนาถูกต้อง
(4) - บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติ บุคคลซึ่งออกไม่เกิน 6 เดือน นับถึงวันที่ยื่นซองข้อเสนอ สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ รายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
11.1.2 ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ยื่นสำเนาบัตรประจำตัว ประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของ ผู้เป็นหุ้นส่วน พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง
11.1.3 ในกรณีที่ปรึกษาเป็นที่ปรึกษาร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสำเนาสัญญาของการ เข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ในข้อ 1) หรือ 2) ของผู้ร่วมค้าแล้วแต่กรณี
11.1.4 สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง
11.1.5 ในกรณีผู้ประสงค์จะยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ ให้ยื่นสำเนาหลักฐานดังนี้ 1) สำเนาหลักฐานแสดงการจัดตั้งหน่วยงาน พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง - สำเนาหนังสือหรือคำสั่งหรือประกาศแต่งตั้งผู้มีอำนาจหน่วยงานของรัฐ พร้อมทั้ง รับรองสำเนาถูกต้อง
- สำเนาบัตรเจ้าหน้าที่รัฐหรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง 11.1.6 เอกสารแสดงคุณสมบัติตามข้อ 9.11 โดยหากเป็นกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แสดงหลักฐานทุนจด
ทะเบียนที่ชำระมูลค่าหุ้นแล้ว หรือแสดงสำเนาแบบสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง 11.1.7 เอกสารแสดงคุณสมบัติตามเงื่อนไขของหนังสือเชิญชวน หรือ เอกสารเชิญชวน 11.2 ส่วนที่ 2 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
11.2.1 ใบเสนอราคาหรือหนังสือเสนอราคา
11.2.2 เอกสารแจงรายการละเอียดแบบรูป และ/หรือ แคตตาล็อกแสดงคุณลักษณะเฉพาะ ตามข้อ3 11.2.3 หนังสือมอบอำนาจซึ่งปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมายในกรณีที่ผู้ประสงค์จะยื่นข้อเสนอ มอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน (ถ้ามี)
ทั้งนี้ กรณีผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคลเอกสารในการยื่นข้อเสนอต้องลงลายมือชื่อกำกับทุกแผ่น และลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล ปรากฏตามหนังสือรับรองของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ยกเว้น กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำการแทน และกรณีผู้ประกอบการที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ให้ผู้มีอำนาจหน่วยงานลงลายมือชื่อกำกับทุกแผ่น ยกเว้น กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำการแทนหมายเหตุ
- หมายเหตุ
หากข้อความหนึ่งข้อความใดใน TOR หรือเอกสารประกวดราคามีความขัดแย้งกัน สสน. ขอสงวน สิทธิ์เป็นผู้พิจารณาตีความและวินิจฉัยทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ทางราชการเป็นสำคัญ
(นายวรวิทย์ มีสุข)
ประธานกรรมการ
(นายภาคภูมิ อรุณเมือง) กรรมการ
(นายธิตินันท์ ตะเภาน้อย)
กรรมการ
วันที่ ……………………………………………..
(5)