จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอย

กรุงเทพมหานคร 68029074011
฿13,383,430 ปีงบ 2568 ประกาศ 17 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาระบบเดิมให้รองรับข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยฯ ฉบับใหม่ โดยเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน BKK WASTE PAY เพื่อรับสิทธิลดหย่อนค่าธรรมเนียมตามหลักเกณฑ์การคัดแยกขยะ นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งเน้นการเพิ่มช่องทางการชำระเงินค่าธรรมเนียมที่หลากหลาย เช่น Counter Service, บัตรเครดิต/เดบิต, E-wallet, แอปพลิเคชันเป๋าตัง และการตัดบัญชีอัตโนมัติ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ระบบใหม่นี้จะช่วยให้การบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้

English summary

The Bangkok Metropolitan Administration (BMA) is developing an information management system for solid waste fees to comply with the new BMA regulations. The project will allow citizens to register via the BKK WASTE PAY application to receive fee reductions based on waste separation criteria. The project also focuses on adding various payment channels, such as Counter Service, credit/debit cards, E-wallets, the Pao Tang application, and automatic account deductions, to provide convenience for citizens. This new system will improve the efficiency, transparency, and traceability of fee management.

สถานที่ดำเนินการ

กรุงเทพมหานคร

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอยให้ประชาชนสามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน BKK Waste Pay เพื่อรับสิทธิการปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร
  • เพื่อยกระดับการให้บริการรับชำระค่าธรรมเนียมฯ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้รองรับการจัดเก็บค่าธรรมเนียมที่จัดเก็บมูลฝอยแบบแยกประเภทของประชาชน

ขอบเขตของงาน

  • ๖.๑ การดำเนินการด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ประยุกต์ พร้อมติดตั้ง: ออกแบบและพัฒนาระบบลงทะเบียนในระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอย, ระบบ 2 ภาษา (ไทย/อังกฤษ)
    • ๖.๑.๑ ระบบลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมฯ: ระบบลงทะเบียน, ฐานข้อมูลผู้ลงทะเบียน, ระบบอนุมัติ, รายงาน (Dashboard/Data Visualization), ระบบระบุพิกัด (GPS), ระบบปรับอัตราค่าธรรมเนียมแบบเรียลไทม์
    • ๖.๑.๒ ระบบแจ้งเตือนและสุ่มตรวจหลักฐานการคัดแยกมูลฝอย: ระบบแจ้งเตือน, ระบบส่งหลักฐาน, ระบบเตือนผู้ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข, การระงับสิทธิ, ระบบทบทวนสิทธิ, ระบบตรวจสอบข้อมูล, ระบบยืนยันตัวตน (Authentication), ระบบจดจำสถิติ, ระบบรายงาน, รายงานสรุป, รายงานแสดง, รายงานแสดง, รายงานแสดง, ระบบรายงานการเปลี่ยนแปลงรายการบุคคล, ระบบรายงานการเปลี่ยนแปลงรายการที่รับชำระเงิน
    • ๖.๑.๓ ระบบตรวจสอบและอนุมัติหลักฐานการคัดแยกมูลฝอย: ระบบตรวจสอบวันเวลาของภาพ, ระบบตรวจสอบคุณสมบัติ, ระบบสุ่มตรวจ, ระบบสุ่มตรวจ, รายงานผลการสุ่มตรวจ
    • ๖.๑.๔ ระบบจัดการผู้รับซื้อหรือรับบริจาคขยะ และจุดทิ้งมูลฝอย: ระบบค้นหา, เชื่อมโยงฐานข้อมูล, ระบบปรับปรุงสถานะ, ระบบจัดเก็บและรายงาน, กรุงเทพมหานครจัดเตรียมข้อมูล
  • ๖.๒ การดำเนินการเพิ่มช่องทางการรับชำระเงินค่าธรรมเนียมฯ ในรูปแบบต่าง ๆ: ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ และพัฒนาระบบ
    • (๑) การรับชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส (Counter Service)
    • (๒) การรับชำระผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต
    • (๓) การรับชำระผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-wallet)
    • (๔) การรับชำระผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง
    • (๕) การรับชำระเงินผ่านการตัดบัญชีอัตโนมัติ
    • ฟังก์ชัน: หน้าตรวจสอบเงินโอน, รายงานประวัติการชำระ, API
  • ๗.๑ พัฒนา Feature ต่าง ๆ ของระบบให้เป็นไปตาม Requirement
    • ๗.๑.๒ Mobile Application (Cross Platforms)
    • ๗.๑.๓ Web Application
    • ๗.๑.๔ Handheld Computer
    • ๗.๑.๕ Native Mobile Application
    • ๗.๑.๖ ระบบการจัดทำรายงานและการแสดงผล
  • ๘. ดูแลบำรุงรักษาระบบ (Maintenance)
  • ๙. การบริการบำรุงรักษาระบบภายหลังสิ้นสุดการรับประกัน
  • ๑๐. จัดทำเอกสารคู่มือ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ๖.๑ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ พร้อมติดตั้งระบบ
  • ๖.๒ ระบบรับชำระเงินค่าธรรมเนียมฯ
  • ๖.๓, ๖.๕, ๖.๖, ๑๐ ระบบที่พัฒนาเสร็จสมบูรณ์, การฝึกอบรม, คู่มือการใช้งาน
  • ๘.๗ Source Code และ Configuration files
  • ๑๐. เอกสารคู่มือ: คู่มือจัดทำระบบ (Technical Manual) จำนวน 3 ชุด, System Requirement Analysis & Design, System Description, Operating Procedure, Use Case Specification, Program Specification
  • ๑๔.๑.๑ เอกสารแผนดำเนินงานโดยสรุปของโครงการฯ
  • ๑๔.๑.๒ เอกสารสรุปการศึกษากระบวนการทำงาน

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินการ: 180 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
  • งวดที่ 1: 30 วัน
  • งวดที่ 2: 120 วัน
  • งวดสุดท้าย: 180 วัน

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ๓.๗ เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    • ๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
    • ๓.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ
    • ๓.๑๒.๑ กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี: มีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    • ๓.๑๒.๒ กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ยังไม่มีการรายงานงบ: ทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท
    • ๓.๑๒.๔ กรณีไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน: ขอวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ
    • ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารประกอบการสาธิตต้นแบบและการนำเสนอแนวคิดในการพัฒนาระบบ (Proof of Concept: POC)
  • Experience:
    • (๑) ผู้จัดการโครงการ (Project Manager): ปริญญาโทขึ้นไป, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 16 ปี
    • (๒) ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันคุณภาพ (Quality Assurance Expert): ปริญญาโทขึ้นไป, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 11 ปี
    • (๓) ผู้เชี่ยวชาญด้านฐานข้อมูล (Database Expert): ปริญญาโทขึ้นไป, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 11 ปี
    • (๔) นักวิเคราะห์ระบบอาวุโส (Senior System Analyst): ปริญญาโทขึ้นไป, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 11 ปี
    • (๕) ผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ (Software Architecture Expert): ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 11 ปี
    • (๖) นักพัฒนาระบบอาวุโส (Senior System Developer): ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 11 ปี
    • (๗) ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและปลอดภัย (Security and Safety Expert): ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 11 ปี
    • (๘) ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis Expert): ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 11 ปี
    • (๙) นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst): ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี (2 คน)
    • (๑๐) นักพัฒนาระบบ (Developer): ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี (3 คน)
    • (๑๑) วิศวกรระบบ (System Engineer): ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี (2 คน)
    • (๑๒) นักพัฒนาระบบฐานข้อมูล (Database System Developer): ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี (2 คน)
    • (๑๓) นักพัฒนาด้านออกแบบ (UX/UI Design) (Design Developer): ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
    • (๑๔) นักออกแบบระบบสารสนเทศ (Information Systems Designer): ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
    • (๑๕) ผู้ประสานงานโครงการ (Project Coordinator): ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
    • (๑๖) ผู้ทดสอบโปรแกรม (Software Tester): ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี (3 คน)
  • Technical Capabilities: -
  • Personnel:
    • ๔.๓.๒ ผังโครงสร้างทีมงาน (Project Organization) รวมทั้งบทบาทหน้าที่ของทีมงาน (เอกสารหมายเลข ๓)

เกณฑ์การพิจารณา

  • ๕.๑ ใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
  • ๕.๒.๑ เกณฑ์ราคา: น้ำหนักร้อยละ 20
  • ๕.๒.๒ เกณฑ์อื่น: น้ำหนักร้อยละ 80 (ประเมิน Proof of Concept)
  • เกณฑ์อื่น: ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 80 จาก 100 คะแนน
  • กรณีคะแนนรวมเท่ากัน: ตัดสินจากคะแนนเกณฑ์อื่น

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ระบบลงทะเบียน, ฐานข้อมูล, ระบบอนุมัติ, รายงาน, ระบบระบุพิกัด (GPS), ระบบปรับอัตราค่าธรรมเนียม, ระบบแจ้งเตือน, ระบบส่งหลักฐาน, ระบบตรวจสอบ, Mobile Application, Web Application, API, ระบบรักษาความปลอดภัย, UX/UI Design
  • ๗.๑.๒ Mobile Application (Cross Platforms)
  • ๗.๑.๓ Web Application
  • ๗.๑.๔ Handheld Computer
  • ๗.๑.๕ Native Mobile Application
  • ๗.๑.๖ ระบบการจัดทำรายงานและการแสดงผล

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 3 งวด (15%, 45%, 40%)
  • การรับประกัน: ไม่น้อยกว่า 1 ปี
  • ค่าปรับ: ร้อยละ 0.10 ของราคางานจ้างทั้งหมดต่อวัน
  • ๘.๑ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในการซ่อมแซม แก้ไข ดูแลและ บำรุงรักษาต่าง ๆ
  • ๘.๔ หากระบบเกิดเหตุขัดข้อง ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขระบบให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ ภายใน ๓ วันทำการ
  • ๘.๖ ผู้รับจ้างต้องจัดทำบันทึกการแก้ไขปัญหาพร้อมระบุเลขที่รับเรื่อง (Case ID)
  • ๘.๗ ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบ Source Code และ Configuration files
  • ๑๑. กรรมสิทธิ์ในข้อมูล รายงาน เอกสาร และซอฟต์แวร์ที่ใช้ในโครงการ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ถาม: ระบบสามารถรองรับการชำระเงินผ่านช่องทางใดได้บ้าง?
    ตอบ: รองรับการชำระผ่าน Counter Service, บัตรเครดิต/เดบิต, E-wallet, แอปพลิเคชันเป๋าตัง และการตัดบัญชีอัตโนมัติ
    • ถาม: ประชาชนจะได้รับสิทธิลดหย่อนค่าธรรมเนียมได้อย่างไร?
      ตอบ: ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน BKK WASTE PAY และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การคัดแยกขยะ
    • ถาม: หากไม่คัดแยกขยะ จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเท่าไหร่?
      ตอบ: กรณีไม่มีการคัดแยกขยะ ค่าเก็บขนและค่ากำจัด เดือนละ 60 บาท (ปริมาณไม่เกิน 20 ลิตร/วัน)
    • ถาม: หากคัดแยกขยะ จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเท่าไหร่?
      ตอบ: กรณีมีการคัดแยกขยะ ค่าเก็บขนและค่ากำจัด เดือนละ 20 บาท (ปริมาณไม่เกิน 20 ลิตร/วัน)
    • ถาม: ระบบมีการแจ้งเตือนการส่งหลักฐานการคัดแยกขยะอย่างไร?
      ตอบ: แจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน, SMS, หรืออีเมล
    • ถาม: หากไม่ส่งหลักฐานการคัดแยกขยะตามกำหนด จะเกิดอะไรขึ้น?
      ตอบ: จะถูกระงับสิทธิการลดหย่อนค่าธรรมเนียม
    • ถาม: สามารถทบทวนสิทธิการลดหย่อนค่าธรรมเนียมได้หรือไม่?
      ตอบ: ได้ ระบบมีฟังก์ชันทบทวนสิทธิ
    • ถาม: ระบบสามารถตรวจสอบหลักฐานการคัดแยกขยะได้อย่างไร?
      ตอบ: ตรวจสอบวันเวลาของภาพถ่าย และมีระบบสุ่มตรวจ
    • ถาม: สามารถค้นหาสถานที่รับซื้อ/บริจาคขยะผ่านระบบได้หรือไม่?
      ตอบ: ได้ ระบบมีฟังก์ชันค้นหาสถานที่รับซื้อ/บริจาคขยะ
    • ถาม: Mobile Application รองรับระบบปฏิบัติการใดบ้าง
      ตอบ: iOS (Version 11 ขึ้นไป) และ Android (Version 6.0 ขึ้นไป)

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

๑. ความเป็นมา ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) พัฒนาระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอย กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการพัฒนาระบบบริหารจัดการค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการมูลฝอย ของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้หน่วยงานมีระบบบริหารจัดการค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการมูลฝอย อย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยเริ่มดำเนินการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางระบบ อิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๕ จนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลาประมาณ ๓ ปี โดยเพิ่มช่องทาง การชำระเงินค่าธรรมเนียมการจัดการมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ประชาชนและผู้รับบริการทุกกลุ่ม สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส โดยมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานรับชำระค่าธรรมเนียมมูลฝอยของ สำนักสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ ทั้ง ๕๐ สำนักงานเขต รวมถึงใช้ใน การติดตามประวัติการชำระค่าธรรมเนียมมูลฝอยของแต่ละหลังคาเรือน โดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ ในการบริหารจัดการค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการมูลฝอยของกรุงเทพมหานครผ่านทางระบบ อิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ประชาชนและผู้รับบริการทุกกลุ่มสามารถชำระเงินได้หลากหลายช่องทาง ได้แก่ ชำระผ่าน เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่จัดเก็บค่าธรรมเนียม หรือชำระผ่านระบบ Mobile Banking หรือชำระผ่านตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย หรือชำระผ่านเคาน์เตอร์ของธนาคารกรุงไทย ในขณะเดียวกันระบบสามารถพิมพ์ ใบเสร็จรับเงิน และใบแจ้งหนี้แทนการเขียน ทำให้ลดเวลา เกิดความแม่นยำในการดำเนินงาน และมีระบบ การจัดเก็บข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ทำให้มีระบบบริหารจัดการค่าธรรมเนียมที่มีความทันสมัย การปรับปรุง ฐานข้อมูลหลังคาเรือนและประวัติการชำระค่าธรรมเนียมมูลฝอยจะมีการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ โดยสำนักสิ่งแวดล้อม และฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ ทั้ง ๕๐ สำนักงานเขต สำนักสิ่งแวดล้อมมีแนวคิดที่จะพัฒนาระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอย โดยพัฒนาเพิ่มเติมจากระบบเดิม คือ ระบบบริหารจัดการค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการมูลฝอยของ กรุงเทพมหานครที่เริ่มใช้งานมาแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ จนถึงปัจจุบัน โดยระบบใหม่ที่จะพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อรองรับ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยตามกฎหมาย ว่าด้วยการสาธารณสุขฉบับใหม่ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้จะให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สำนักสิ่งแวดล้อมจึงจำเป็นต้องมี การเตรียมความพร้อมด้านระบบ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ บุคลากร มาตรฐาน กฎหมาย และแผนสำรอง เพื่อรองรับ การใช้งานระบบใหม่ที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือสถานที่ใด ๆ ที่เป็นแหล่งกำเนิด สิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย ต้องเสียค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยตามที่กำหนดใน บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เช่น ค่าธรรมเนียมมูลฝอยทั่วไป เป็นรายเดือน กรณีที่มีปริมาณวันหนึ่งไม่เกิน ๒๐ ลิตร สำหรับกรณีที่ไม่มีการคัดแยกมูลฝอยตามระเบียบกรุงเทพมหานครที่ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำหนด คิดค่าเก็บขนและค่ากำจัด เดือนละ ๖๐ บาท สำหรับกรณีที่มีการคัดแยก มูลฝอยตามระเบียบกรุงเทพมหานครที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำหนด คิดค่าเก็บขนและค่ากำจัด เดือนละ ๒๐ บาท เป็นต้น เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนลดและคัดแยกมูลฝอยตั้งแต่ต้นทาง หากประชาชน ดำเนินการคัดแยกมูลฝอยตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กรุงเทพมหานครกำหนดสามารถ ชำระค่าธรรมเนียมในอัตราที่น้อยกว่าประชาชนที่ไม่มีการคัดแยกมูลฝอย โดยพัฒนาระบบให้ประชาชน สามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน BKK WASTE PAY เพื่อรับสิทธิการปรับลดอัตราค่าธรรมเนียม การให้บริการในการจัดการมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร ๒. วัตถุประสงค์ ๒.๑ เพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอยให้ประชาชนสามารถลงทะเบียน ผ่านแอปพลิเคชัน BKK Waste Pay เพื่อรับสิทธิการปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการมูลฝอย ของกรุงเทพมหานคร ๒.๒ เพื่อยกระดับการให้บริการรับชำระค่าธรรมเนียมฯ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้รองรับการจัดเก็บ ค่าธรรมเนียมที่จัดเก็บมูลฝอยแบบแยกประเภทของประชาชน ๓. คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ ๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ ๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ ของกรมบัญชีกลาง ๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ๓.๗ เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรุงเทพมหานคร ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ ๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น ๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e GP) ของกรมบัญชีกลาง ๓.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ ๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๓.๑๒.๑ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะ การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ ๓.๑๒.๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่น ข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๓ ล้านบาท ๓.๑๒.๓ สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่น ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมี เงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๓.๑๒.๔ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะ เข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนี้ (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้าประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน) ๓.๑๒.๕ ข้อยกเว้น กรณีตามข้อ ๓.๑๒.๑ - ๓.๑๒.๔ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้ (๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ (๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑ ๔. ข้อกำหนดทั่วไป ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารประกอบการสาธิตต้นแบบและการนำเสนอแนวคิดในการพัฒนา ระบบ (Proof of Concept: POC) ไปพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประกอบการพิจารณาการประเมินการสาธิตต้นแบบฯ ของคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องผ่านเกณฑ์การประเมินการสาธิตต้นแบบทั้งหมด จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์ การประเมินตามที่กรุงเทพมหานครกำหนด และมีสิทธิได้รับการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอต่อไป โดยให้ถือว่า การตัดสินของคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เป็นเด็ดขาด ทั้งนี้รายละเอียด การประเมินการสาธิตต้นแบบฯ (เอกสารหมายเลข ๑) ๔.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องทำเอกสารเปรียบเทียบรายละเอียดและเงื่อนไขเฉพาะต่อข้อกำหนดรายละเอียด (Specification) เป็นรายข้อทุกข้อ (Statement of Compliance) ของเอกสารโครงการฯ โดยใช้ตัวอย่าง แบบฟอร์มที่กำหนดให้ (เอกสารหมายเลข ๒) เพื่อเปรียบเทียบรายการดังกล่าว หากมีกรณีที่ต้องมีการอ้างอิง ข้อความหรือเอกสารในส่วนอื่นที่จัดทำเสนอมา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องระบุให้เห็นอย่างชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ โดยง่ายไว้ในเอกสารเปรียบเทียบด้วยว่าอยู่ในส่วนใด ตำแหน่งใดของเอกสารอื่น ๆ ที่จัดทำเสนอมา สำหรับ เอกสารที่อ้างอิงถึงให้หมายเหตุหรือขีดเส้นใต้หรือระบายสี พร้อมเขียนหัวข้อกำกับไว้ เพื่อให้สามารถ ตรวจสอบกับเอกสารเปรียบเทียบได้ง่ายและตรงกันด้วย หากผู้ยื่นข้อเสนอไม่ดำเนินการตามข้อนี้ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่พิจารณาข้อเสนอตาม เอกสารของผู้ยื่นข้อเสนอ สำหรับแคตตาล็อกที่แนบให้พิจารณา หากเป็นสำเนารูปถ่ายจะต้องรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจ ทำนิติกรรมแทนนิติบุคคล หากคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์มีความประสงค์จะ ขอดูต้นฉบับแคตตาล็อก ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องนำต้นฉบับมาให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ตรวจสอบภายใน ๓ วัน ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเตรียมเอกสารข้อเสนอทางเทคนิคให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ดังนี้ ๔.๓.๑ แผนการส่งมอบงาน ๔.๓.๒ ผังโครงสร้างทีมงาน (Project Organization) รวมทั้งบทบาทหน้าที่ของทีมงาน (เอกสารหมายเลข ๓) ซึ่งจะต้องประกอบไปด้วยบุคลากรที่มีวุฒิการศึกษา และมีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์และเชี่ยวชาญในการพัฒนา การติดตั้ง และการพัฒนาระบบสารสนเทศที่จัดหาในครั้งนี้เป็นอย่างน้อย ดังนี้ (๑) ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) จำนวน ๑ คน มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป มีประสบการณ์ในการบริหารโครงการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์สารสนเทศ (Application) ไม่น้อยกว่า ๑๖ ปี (๒) ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันคุณภาพ (Quality Assurance Expert) จำนวน ๑ คน มีวุฒิ การศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป และมีประสบการณ์ในการตรวจสอบคุณภาพของระบบสารสนเทศ หรือ ใกล้เคียงกับงานที่จ้าง ไม่น้อยกว่า ๑๑ ปี (๓) ผู้เชี่ยวชาญด้านฐานข้อมูล (Database Expert) จำนวน ๑ คน มีวุฒิการศึกษาระดับ ปริญญาโทขึ้นไป และมีประสบการณ์ในการบริหารระบบฐานข้อมูลระบบสารสนเทศ หรือใกล้เคียงกับงานที่จ้าง ไม่น้อยกว่า ๑๑ ปี (๔) นักวิเคราะห์ระบบอาวุโส (Senior System Analyst) จำนวน ๑ คน มีวุฒิการศึกษา ระดับปริญญาโทขึ้นไป และมีประสบการณ์ในการเขียนโปรแกรมในโครงการเกี่ยวกับงานระบบสารสนเทศ หรือใกล้เคียงกับงานที่จ้าง ไม่น้อยกว่า ๑๑ ปี (๕) ผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ (Software Architecture Expert) จำนวน ๑ คน มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป และมีประสบการณ์ในการวิเคราะห์สถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ระบบงาน สารสนเทศ หรือใกล้เคียงกับงานที่จ้าง ไม่น้อยกว่า ๑๑ ปี (๖) นักพัฒนาระบบอาวุโส (Senior System Developer) จำนวน ๑ คน มีวุฒิการศึกษา ระดับปริญญาตรีขึ้นไป และมีประสบการณ์ในการเขียนระบบ หรือโปรแกรมในโครงการเกี่ยวกับงานระบบ สารสนเทศ หรือใกล้เคียงกับงานที่จ้าง ไม่น้อยกว่า ๑๑ ปี (๗) ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและปลอดภัย (Security and Safety Expert) จำนวน ๑ คน มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป และมีประสบการณ์ในเกี่ยวกับป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ในระบบ สารสนเทศ หรือใกล้เคียงกับงานที่จ้าง ไม่น้อยกว่า ๑๑ ปี (๘) ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis Expert) จำนวน ๑ คน มีวุฒิ การศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป และมีประสบการณ์วิเคราะห์ข้อมูลในระบบงานสารสนเทศ หรือใกล้เคียงกับ งานที่จ้าง ไม่น้อยกว่า ๑๑ ปี (๙) นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst) จำนวน ๒ คน มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญา ตรีขึ้นไป และมีประสบการณ์ในการวิเคราะห์และออกแบบระบบงานคอมพิวเตอร์ในโครงการเกี่ยวกับงาน ระบบสารสนเทศ หรือใกล้เคียงกับงานที่จ้าง ไม่น้อยกว่า ๕ ปี (๑๐) นักพัฒนาระบบ (Developer) จำนวน ๓ คน มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป และมีประสบการณ์ในการเขียนโปรแกรมในโครงการเกี่ยวกับงานระบบสารสนเทศ หรือใกล้เคียงกับงานที่จ้าง ไม่น้อยกว่า ๕ ปี (๑๑) วิศวกรระบบ (System Engineer) จำนวน ๒ คน มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี ขึ้นไป และมีประสบการณ์ในการให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ มีความรู้ด้านการแก้ไขปัญหาเครื่องแม่ ข่าย และระบบเครือข่ายในโครงการเกี่ยวกับงานระบบสารสนเทศ หรือใกล้เคียงกับงานที่จ้างไม่น้อยกว่า ๕ ปี (๑๒) นักพัฒนาระบบฐานข้อมูล (Database System Developer) จำนวน ๒ คน มีวุฒิ การศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป และมีประสบการณ์ในการพัฒนาระบบฐานข้อมูล หรือใกล้เคียงกับงานที่จ้าง ไม่น้อยกว่า ๕ ปี (๑๓) นักพัฒนาด้านออกแบบ (UX/UI Design) (Design Developer) จำนวน ๑ คน มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป และมีประสบการณ์ในออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้ หรือใกล้เคียงกับงานที่จ้าง ไม่น้อยกว่า ๕ ปี (๑๔) นักออกแบบระบบสารสนเทศ (Information Systems Designer) จำนวน ๑ คน มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป และมีประสบการณ์ในการออกแบบระบบสารสนเทศ หรือใกล้เคียงกับ งานที่จ้าง ไม่น้อยกว่า ๕ ปี (๑๕) ผู้ประสานงานโครงการ (Project Coordinator) จำนวน ๑ คน มีวุฒิการศึกษา ระดับปริญญาตรีขึ้นไป และมีประสบการณ์ในการประสานงานโครงการ หรือใกล้เคียงกับงานที่จ้าง ไม่น้อยกว่า ๕ ปี (๑๖) ผู้ทดสอบโปรแกรม (Software Tester) จำนวน ๓ คน มีวุฒิการศึกษาระดับ ปริญญาตรีขึ้นไป และมีประสบการณ์ในการทดสอบระบบงานสารสนเทศ หรือใกล้เคียงกับงานที่จ้าง ไม่น้อยกว่า ๕ ปี ๔.๔ กรุงเทพมหานครทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับเงื่อนไขใด ๆ เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๕ ผู้ชนะการยื่นข้อเสนอจะต้องศึกษา ออกแบบ พัฒนา จัดทำระบบโปรแกรมประยุกต์ ติดตั้ง ระบบงาน การทดสอบระบบงาน และจัดการฝึกอบรม พร้อมคู่มือการใช้งานตามโครงการฯ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง ๔.๖ ผู้ชนะการยื่นข้อเสนอต้องรับประกันความชำรุดบกพร่อง หรือความขัดข้องของระบบ และ โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมาไม่น้อยกว่า ๑ ปีนับถัดจากวันที่ส่งมอบงานงวดสุดท้ายครบถ้วนสมบูรณ์ ๔.๗ ผู้ชนะการยื่นข้อเสนอต้องจัดทำศูนย์รับแจ้งเหตุและแก้ไขปัญหา โดยต้องจัดให้มีโทรศัพท์อย่างน้อย ๑ หมายเลขพร้อมเจ้าหน้าที่รับแจ้งและแก้ไขปัญหาให้กับเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร ตลอดสัญญาจ้างและ การรับประกันผลงาน ๕. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ๕.๑ ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรุงเทพมหานคร จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรุงเทพมหานคร จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้ ๕.๒.๑ เกณฑ์ราคา กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐ ๕.๒.๒ เกณฑ์อื่น กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๘๐ เกณฑ์อื่น คือ การพิจารณาเพื่อประเมินระดับความสามารถและความพร้อมของ ผู้ยื่นข้อเสนอ ในการพัฒนาระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอย ตามการประเมินการสาธิตต้นแบบและ การนำเสนอแนวคิดในการพัฒนาระบบ (Proof of Concept: POC) (ตามเอกสารหมายเลข ๑) โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ หมายเหตุ (๑) กรุงเทพมหานครจะพิจารณาคะแนนเกณฑ์อื่นของผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด และจะต้องแสดงรายละเอียดต่าง ๆ ในแต่ละหัวข้อให้ครบถ้วนถูกต้องชัดเจนสอดคล้องตามข้อกำหนด ในขอบเขตของงาน (TOR) จึงจะได้คะแนนตามที่กำหนดในแต่ละหัวข้อ โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้คะแนนรวม ของเกณฑ์อื่นไม่ต่ำกว่า ๘๐ คะแนนจาก ๑๐๐ คะแนน จึงจะผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำของเกณฑ์อื่นสำหรับผู้ไม่ผ่าน เกณฑ์ขั้นต่ำของเกณฑ์อื่น กรุงเทพมหานครจะไม่นำเกณฑ์ราคามาพิจารณา (๒) กรุงเทพมหานครจะพิจารณาจัดเรียงลำดับคะแนนของเกณฑ์อื่น รวมกับเกณฑ์ราคาจาก คะแนนรวมมากที่สุดไปน้อยที่สุด การประกวดราคา กรณีคะแนนรวมเท่ากันให้ตัดสินจากผู้มีคะแนนจากเกณฑ์การพิจารณาเพื่อประเมินระดับ ความสามารถและความพร้อมของผู้ยื่นข้อเสนอในการพัฒนาระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอย และจะพิจารณาผู้ยื่นข้อเสนอรายที่ได้รับคะแนนรวมสูงสุดเป็นผู้ชนะ มากกว่าเป็นผู้ชนะการประกวดราคา (๓) รายละเอียดของการประเมินเกณฑ์อื่น กำหนดไว้ในขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) ๕.๓ ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะถือว่า การประเมินการสาธิตต้นแบบและ/หรือการนำเสนอแนวคิดในการ พัฒนาระบบ (Proof of Concept: POC) ครั้งนี้เป็นสาระสำคัญ ๖. ขอบเขตงาน ๖.๑ การดำเนินการด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ประยุกต์ พร้อมติดตั้ง ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการ ออกแบบ พัฒนา ระบบการลงทะเบียนในระบบสารสนเทศบริหาร จัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอย ด้วยรูปแบบที่สวยงาม ทันสมัย น่าสนใจ มีเอกลักษณ์ คำนึงถึงอัตลักษณ์ขององค์กร น่าเชื่อถือ ปลอดภัย มีเสถียรภาพ และใช้งานง่าย ดำเนินการจัดทำเนื้อหาเป็น ๒ ภาษา ได้แก่ ภาษาไทยและ ภาษาอังกฤษสำหรับส่วนที่สำคัญและมีความจำเป็นต่อการใช้งานสำหรับชาวต่างชาติที่เป็นผู้มีหน้าที่ชำระ ค่าธรรมเนียม ๖.๑.๑ ระบบลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการมูลฝอย ของกรุงเทพมหานครในระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอยผ่านแอปพลิเคชัน BKK Waste Pay และ Web Application อย่างน้อยประกอบด้วย (๑) ระบบการลงทะเบียน ได้แก่ ข้อมูลพื้นฐานของผู้ลงทะเบียน หลักฐานการคัดแยกมูลฝอย (๒) ฐานข้อมูลของผู้ลงทะเบียน โดยเครื่องแม่ข่าย (Server) เก็บข้อมูลหลักฐานฯ เป็นปีต่อปี (๓) ระบบอนุมัติการลงทะเบียน (๔) รายงานข้อมูลในรูปแบบ Dashboard หรือ Data Visualization ที่มีประสิทธิภาพ หรือการสรุปผลแบบรายวัน รายเดือน รายปี ตามเงื่อนไขหรือตามความต้องการของผู้จ้าง (๕) ระบบระบุพิกัด (GPS) แสดงตำแหน่งอาคารหรือสถานที่ของผู้ลงทะเบียน ที่พักรวมมูลฝอย จุดคัดแยกและรวบรวมมูลฝอย (๖) ระบบสามารถปรับอัตราค่าธรรมเนียมมูลฝอยได้แบบเรียลไทม์ หลังจากได้รับสิทธิ การอนุมัติลดอัตราค่าธรรมเนียม ๖.๑.๒ ระบบแจ้งเตือนและสุ่มตรวจหลักฐานการคัดแยกมูลฝอย อย่างน้อยประกอบด้วย (๑) ระบบแจ้งเตือนให้ผู้ลงทะเบียนส่งหลักฐานการคัดแยกมูลฝอยทุก ๆ ๓ เดือน หรือ ตามรอบระยะเวลาที่กรุงเทพมหานครกำหนด เช่น แสดงสัญลักษณ์ หรือข้อความแจ้งเตือนผ่าน แอปพลิเคชัน หรือส่งข้อความ SMS ผ่านหมายเลขโทรศัพท์ หรือผ่านอีเมล เป็นต้น (๒) ระบบส่งหลักฐานการคัดแยกมูลฝอยของผู้ใช้งาน สามารถรองรับการส่งหลักฐานการ คัดแยกมูลฝอยเป็นไฟล์รูปภาพ ตามประเภทมูลฝอย และไฟล์เอกสารได้ ตามประเภทมูลฝอย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กรุงเทพมหานครกำหนด (๓) ระบบการเตือนสำหรับผู้ใช้งานที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข (๔) การระงับสิทธิการปรับลดอัตราค่าธรรมเนียม รวมถึงข้อกำหนดต่าง ๆ ตามเงื่อนไข (๕) ระบบทบทวนสิทธิการลงทะเบียน และระบบแจ้งเตือนให้ผู้ใช้งานส่งหลักฐานการ คัดแยกมูลฝอยเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการระงับสิทธิ (๖) ระบบตรวจสอบข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลง สามารถเพิ่ม แก้ไข และลบข้อมูลการชำระ ค่าธรรมเนียมที่มีการเปลี่ยนแปลง สามารถส่งข้อมูลการรับชำระค่าธรรมเนียม ไปยังส่วนกลางให้ทราบผลการ ดำเนินงานได้ (๗) ระบบยืนยันตัวตน (Authentication) เพื่อแสดงตนเป็น User ของสำนักสิ่งแวดล้อม ก่อนใช้งานสามารถบันทึกรหัสผู้ใช้งาน และกำหนดสิทธิผู้ใช้งานในการเข้าใช้งานข้อมูลด้วยการเข้ารหัสความ ปลอดภัยแบบ Private Key (๘) ระบบจดจำสถิติและประวัติการเข้าใช้งานของเจ้าหน้าที่ ผู้ที่ทำการเข้าถึงข้อมูล (รหัสผู้ใช้/วันที่/เวลา) ระบุชื่อโปรแกรม/ตาราง/ฐานข้อมูล ที่ผู้ใช้เรียกใช้งาน (User Log) การทำงานผิดพลาด ของโปรแกรม (Error Log) สามารถเรียกดูข้อมูลย้อนหลังจำแนกตามประเภทค่าธรรมเนียม หรือปริมาณมูลฝอย ที่ประเมินหรือตามหลังคาเรือน (๙) ระบบรายงานการเข้าใช้งานระบบสามารถแสดงข้อมูลและออกรายงานที่เป็นประโยชน์ ต่อการตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ได้ (๑๐) รายงานสรุปยอดหลังคาเรือนที่ได้รับสิทธิการปรับลดอัตราค่าธรรมเนียม สามารถจำแนก เป็นรายเดือน รายปี (๑๑) รายงานแสดงหลังคาเรือนที่ได้รับสิทธิการปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมจำแนกรายเขต (๑๒) รายงานแสดงหลังคาเรือนที่ขอทบทวนสิทธิ จำแนกรายเขต (๑๓) รายงานแสดงหลังคาเรือนที่ถูกระงับสิทธิ จำแนกรายเขต (๑๔) ระบบรายงานการเปลี่ยนแปลงรายการบุคคล (๑๕) ระบบรายงานการเปลี่ยนแปลงรายการที่รับชำระเงิน ๖.๑.๓ ระบบตรวจสอบและอนุมัติหลักฐานการคัดแยกมูลฝอยที่ผู้ใช้งานส่งไฟล์ขึ้นสู่ระบบ อย่างน้อยประกอบด้วย (๑) ระบบตรวจสอบวันและเวลาของภาพถ่าย (๒) ระบบตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนขอรับสิทธิการปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมใน เบื้องต้นได้ รวมถึงสามารถกำหนดในระบบอนุมัติสิทธิการปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมแบบอัตโนมัติได้ (๓) ระบบสุ่มตรวจสอบการคัดแยกมูลฝอยทุก ๆ ๓ เดือน หรือตามระยะเวลาที่ กรุงเทพมหานครกำหนด และฟังก์ชันเงื่อนไขการอัปโหลดหลักฐานการคัดแยกมูลฝอย (๔) ระบบสุ่มตรวจผู้ลงทะเบียนหรือผู้ได้รับสิทธิฯ (๕) รายงานผลการสุ่มตรวจหลักฐานการคัดแยกมูลฝอยในรอบ ๓ เดือน ๖.๑.๔ ระบบจัดการผู้รับซื้อหรือรับบริจาคขยะ และจุดทิ้งมูลฝอย (๑) ระบบค้นหาสถานที่รับซื้อขยะ ขายขยะ รับบริจาคขยะ จุดทิ้งขยะที่อยู่ใกล้ผู้ใช้งาน ผู้ให้บริการรับซื้อขยะถึงสถานที่ของผู้ใช้งาน โดยสามารถแสดงผลในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แผนที่ (Map) หรือ ลำดับรายชื่อ (List) แสดงรายละเอียดผู้ให้บริการหรือสถานที่ และมีระบบนำทางผู้ใช้งานไปยังสถานที่นั้นด้วย แอปพลิเคชัน Google Map (๒) เชื่อมโยงฐานข้อมูลการซื้อขายหรือบริจาคมูลฝอยของผู้ใช้งานกับผู้รับซื้อหรือ รับบริจาคมูลฝอย ด้วยรหัสประจำบ้านและข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ (๓) ระบบการปรับปรุงสถานะการส่งหลักฐานการคัดแยกมูลฝอยโดยอัตโนมัติ เมื่อผู้ใช้งาน ซื้อขายหรือบริจาคมูลฝอยกับผู้รับซื้อหรือรับบริจาคมูลฝอยตามรอบของการสุ่มตรวจหลักฐานการคัดแยก มูลฝอยนั้น ๆ (๔) ระบบจัดเก็บและรายงานข้อมูลผลการดำเนินการซื้อขายหรือบริจาคมูลฝอยของผู้ใช้งาน (๕) กรุงเทพมหานครเป็นผู้จัดเตรียมข้อมูลสำหรับเชื่อมโยงฐานข้อมูลการซื้อขายหรือบริจาค กับผู้รับซื้อหรือรับบริจาคมูลฝอยตามรูปแบบที่กรุงเทพมหานครกำหนด ๖.๒ การดำเนินการเพิ่มช่องทางการรับชำระเงินค่าธรรมเนียมฯ ในรูปแบบต่าง ๆ ๖.๒.๑ ผู้รับจ้างต้องทำการศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ และพัฒนาระบบงานให้สามารถรับชำระ เงินค่าธรรมเนียมฯ ผ่านช่องทางที่กรุงเทพมหานครกำหนด เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องการชำระ ค่าธรรมเนียมฯ เพื่อประโยชน์ในการเชื่อมต่อกระบวนการทำงานให้มีความสอดคล้องเป็นไปโดยอัตโนมัติ ลดขั้นตอนและความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นประโยชน์ร่วมกัน สำหรับ วิธีการดำเนินการเชื่อมโยงในแต่ละระบบให้พิจารณาตามความเหมาะสม สะดวกต่อการใช้งานทั้งนี้การ เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการภายนอก หากมีเหตุอันเนื่องมาจากข้อจำกัดของผู้ให้บริการ หรือมีเงื่อนไขอันเป็นเหตุอื่น ให้ไม่สามารถเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการนั้นได้ ให้ผู้รับจ้างที่ได้รับการคัดเลือกนำเสนอทางเลือกพร้อมเหตุผลให้ สำนักสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร พิจารณาตามความเหมาะสม ทั้งนี้อัตราค่าบริการชำระค่าธรรมเนียมฯ ของ ผู้ให้บริการตามช่องทาง ๖.๒.๑ (๑) - (๕) ดังกล่าว ให้ผู้รับจ้างเสนอกรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาให้ สอดคล้องกับรูปแบบที่ต้องแสดงผลลงในใบแจ้งหนี้และใบเสร็จรับเงิน โดยมีตัวอย่างช่องทางที่ต้องดำเนินการ เชื่อมต่อมีดังนี้ (๑) การรับชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส (Counter Service) (๒) การรับชำระผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต (๓) การรับชำระผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-wallet) อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น True Money หรือ Alipay หรือ Wechat หรือช่องทางอื่นที่ดีกว่า (๔) การรับชำระผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือแอปพลิเคชันกลางที่หน้าเชื่อถือของรัฐ (๕) การรับชำระเงินผ่านการตัดบัญชีอัตโนมัติ โดยมีฟังก์ชันรูปแบบการทำงานดังนี้ - จัดทำหน้าสำหรับตรวจสอบเงินโอนของการชำระเงินในรูปแบบต่าง ๆ รายงานประวัติการชำระเงินประเภทรับชำระเงินในรูปแบบต่าง ๆ API สำหรับตรวจสอบสถานะการชำระเงินของใบแจ้งหนี้ ยืนยันการชำระเงิน และ การสร้างใบเสร็จรับเงิน Platforms) โดยจะต้องรองรับการ Compile อย่างน้อยในรูปแบบ iOS และ Android และจะต้องเป็น เครื่องมือที่ไม่จำกัดจำนวนผู้ใช้งาน ๗.๑.๓ ระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอยสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ (Web Application) มีคุณลักษณะอย่างน้อยดังนี้ (๑) ทำงานในลักษณะ Web-based Application รองรับการทำงานด้วยรูปแบบ Web Responsive ผ่านโปรแกรม Web Browser ได้เป็นอย่างน้อย ๓ โปรแกรม ได้แก่ Microsoft Edge, Mozilla Firefox และ Google Chrome โดยต้องสามารถแสดงผลและทำงานได้ตามคุณลักษณะหรือ คุณสมบัติต่าง ๆ ที่ได้ยื่นข้อเสนอให้แก่กรุงเทพมหานครได้อย่างครบถ้วน (๒) ระบบการบริหารจัดการผู้ใช้งานด้วยรูปแบบ Destroy Concurrent User โดยผู้ใช้งานสามารถเข้าใช้งานระบบด้วยบัญชีผู้ใช้งานในช่วงเวลาเดียวกันได้ครั้งละ ๑ อุปกรณ์เท่านั้น หากทำ การลงชื่อเข้าใช้งานด้วยอุปกรณ์อื่นในช่วงเวลาเดียวกัน สถานะการเข้าใช้งานของบัญชีผู้ใช้งานซึ่งเข้าใช้งาน ด้วยอุปกรณ์ก่อนหน้านี้ต้องหมดสภาพลง และสามารถเปิด - ปิดการใช้งานรูปแบบ Destroy Concurrent User ได้ (๓) กระบวนการยืนยันตัวบุคคล (Authentication) เพื่อเข้าสู่ระบบในการดำเนินงาน ระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอย กระบวนการตรวจสอบสิทธิ (Authorization) ว่าสามารถ ใช้งานบริการของระบบได้อย่างไร กระบวนการเก็บข้อมูล (Accounting) เพื่อบันทึกว่าแต่ละบุคคลหรือแต่ละ กลุ่มได้ใช้บริการหรือได้ดำเนินการอะไรในระบบ และกำหนดสิทธิผู้ใช้งานในการเข้าใช้งานข้อมูลด้วยการ เข้ารหัสความปลอดภัยแบบ Private Key เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลในการตรวจสอบ (๔) ระบบสามารถบันทึกเหตุการณ์หรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ (Event Log) โดยจัดเก็บหมายเลขไอพี ชื่อ Login ของผู้ใช้งาน วันเวลาที่ผู้ใช้งานเข้าและออกจากระบบ และระบุ ชื่อโปรแกรม/ตาราง/ฐานข้อมูล ที่ผู้ใช้เรียกใช้งาน การทำงานผิดพลาดของโปรแกรม (Error Log) สามารถ เรียกดูข้อมูลย้อนหลังจำแนกตามประเภทค่าธรรมเนียม หรือปริมาณมูลฝอยที่ประเมินหรือตามหลังคาเรือน (๕) มีระบบสำรองข้อมูล (Backup) ซึ่งสามารถตั้งวัน เวลา เพื่อให้โปรแกรมสำรองข้อมูล ได้โดยอัตโนมัติ และสามารถทำการเรียกคืนข้อมูล (Restore) ได้ (๖) ระบบต้องทำงานบนโปรโตคอล Hypertext Transfer Protocol Secure (HTTPS) ได้ และทำงานผ่าน Secure Socket Layer (SSL) ได้ (๗) ระบบลงทะเบียนขอปรับลดอัตราค่าธรรมเนียม โดยมีเจ้าหน้าที่บุคคลากรสนับสนุน ตรวจสอบข้อมูลการลงทะเบียนของประชาชน และส่งต่อให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตอนุมัติ เมื่อประชาชนได้รับ การอนุมัติปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมฯ แล้ว การจัดเก็บในรอบเดือนถัดไปประชาชนสามารถชำระอัตรา ค่าธรรมเนียมใหม่ ผ่านทางแอปพลิเคชัน BKK WASTE PAY (๘) ข้อมูลการขอปรับลดอัตราค่าธรรมเนียม โดยนำข้อมูลดังกล่าวไปปรับปรุงฐานข้อมูล หลังคาเรือนของระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมฯ (๙) การตรวจสอบหลักฐานการคัดแยก โดยให้ประชาชนทำการแนบหลักฐานเป็นรูปภาพ ผ่านแอปพลิเคชัน BKK WASTE PAY ภายในเวลาที่กำหนด (๑๐) ระบบทบทวนสิทธิการขอปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมส่งข้อความไปแจ้งเตือนครั้งที่ ๑ - ๒ เพื่อเตือนให้ทำรายการดังกล่าวข้างต้น ภายในเวลาที่กำหนด จากนั้นหากไม่มีการอัปโหลดหลักฐาน ระบบจะให้สถานะระงับสิทธิการขอปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมฯ เป็นระยะเวลา 5 เดือน หรือตามที่ กรุงเทพมหานครกำหนด ทั้งนี้หากครบเวลา 5 เดือนตามที่ถูกระงับสิทธิ ระบบจะมีการเปิดให้ส่งหลักฐานเป็น รูปภาพใหม่อีกครั้ง ๑). Viin ២). (๑๑) ใบแจ้งหนี้ที่ได้รับการปรับลดอัตราค่าธรรมเนียม ใบแจ้งหนี้แสดงผลตามข้อมูลตาม หลังคาเรือนที่ได้รับสิทธิการลดหย่อน (๑๒) ใบเสร็จรับเงินที่ได้รับการปรับลดอัตราค่าธรรมเนียม ใบเสร็จรับเงินแสดงผลตาม ข้อมูลตามหลังคาเรือนที่ได้รับสิทธิการลดหย่อน (๑๓) การตรวจสอบเงินโอน และทำรายการใบนำส่ง สามารถแสดงข้อมูลตามหลังคาเรือน ที่รับการลดหย่อนส่วนหลังใดที่ไม่ได้รับสิทธิการลดหย่อนจะแสดงอัตราค่าธรรมเนียมปกติ (๑๔) รายงานเกี่ยวกับการปรับลดอัตราค่าธรรมเนียม มีระบบรายงานแสดงถึงข้อมูล หลังคาเรือนที่ได้รับสิทธิการปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมแยกออกเป็น รายวัน รายเดือน รายปี แบบพกพาหรือสำหรับอุปกรณ์อื่นที่รองรับกับระบบดังกล่าว มีคุณลักษณะอย่างน้อยดังนี้ ๗.๑.๔ ระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอยสำหรับเครื่อง Handheld Computer (๑) ทำงานในลักษณะ Web-base Application ผ่านโปรแกรม Web Browser บนเครื่อง Handheld Computer แบบพกพาหรือสำหรับอุปกรณ์อื่นที่รองรับกับระบบดังกล่าว โดยต้องสามารถแสดงผล และทำงานได้ตามคุณลักษณะหรือคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ได้ยื่นข้อเสนอให้แก่กรุงเทพมหานครได้อย่างครบถ้วน (๒) ระบบงานที่พัฒนาขึ้นต้องสามารถใช้งานผ่านโปรแกรม Web Browser บนเครื่อง Handheld Computer แบบพกพาหรือสำหรับอุปกรณ์อื่นที่รองรับกับระบบดังกล่าว ที่มีในโครงการฯ ได้พร้อม ๆ กัน (๓) ต้องออกแบบ User Interface ให้เป็นมาตรฐานสอดคล้องกันทั้งระบบงาน ครบถ้วน และใช้งานง่าย (๔) สามารถลงทะเบียนขอปรับลดอัตราค่าธรรมเนียม ผ่านทางเครื่อง Handheld Computer แบบพกพาหรือสำหรับอุปกรณ์อื่นที่รองรับกับระบบดังกล่าว ด้วยโปรแกรม Web Browser ได้ (๕) ข้อมูลการขอปรับลดอัตราค่าธรรมเนียม โดยนำข้อมูลดังกล่าวไปปรับปรุงฐานข้อมูล หลังคาเรือนของระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมฯ และสามารถเพิ่มรูปภาพหลักฐานเพื่อรับสิทธิการปรับลดอัตรา ค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร (๖) การตรวจสอบหลักฐานการคัดแยก โดยให้เจ้าหน้าที่ทำการแนบหลักฐานเป็นรูปภาพ ผ่านโปรแกรม Web Browser บนเครื่อง Handheld Computer แบบพกพาหรือสำหรับอุปกรณ์อื่นที่รองรับ กับระบบดังกล่าว ภายในเวลาที่กำหนด ๗.๑.๕ ระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอยสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่หรืออุปกรณ์พกพา (Native Mobile Application) มีคุณลักษณะอย่างน้อยดังนี้ (๑) พัฒนาระบบ Mobile Application ที่เรียกใช้งานด้วยระบบปฏิบัติการ iOS อย่างน้อย Version ๑๑ ขึ้นไป ใช้งานได้ทั้ง iPad, iPhone และระบบปฏิบัติการ Android อย่างน้อย Version ๖.๐ Marshmallow ขึ้นไป ใช้งานได้กับอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ Smart Phone, Tablet รวมทั้ง Front and Mobile Application บนอุปกรณ์ Mobile Device ที่สามารถ Download Application จาก App Store บนระบบปฏิบัติการ iOS และจาก Play Store บนระบบปฏิบัติการ Android โดยสามารถรองรับความ ละเอียดของหน้าจอที่หลากหลาย มีความยืดหยุ่นในการแสดงผล (Responsive Design) Application (๒) รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลในระบบระหว่าง Mobile Application กับ Web-based (๓) การออกแบบ Mobile Application ให้ง่ายต่อการใช้งาน อาทิ การจัดหมวดหมู่ (Categories) สี (Color) และการจัดวาง Layout (๔) การออกแบบ Mobile Application ให้มีระบบเลือกแสดงผลข้อมูลได้เป็นอย่างน้อย ๒ ภาษา คือ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ (๕) สามารถตรวจสอบข้อมูลการลงทะเบียนของประชาชน เมื่อประชาชนได้รับการอนุมัติ ปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมฯ แล้ว การจัดเก็บในรอบเดือนถัดไปประชาชนสามารถชำระอัตราค่าธรรมเนียมใหม่ ผ่านทางแอปพลิเคชัน BKK WASTE PAY (๖) สามารถเรียกดูรายการใบแจ้งหนี้ค้างชำระได้ (๗) สามารถเรียกดูข้อมูลประวัติการชำระย้อนหลังได้ (๘) สามารถเรียกดูพิกัดบ้านของตนเองได้ (๙) สามารถเรียกดูข้อมูลบ้านของตนเองได้ (๑๐) กรณีระบบปฏิบัติการ iOS และ Android มีการ Update Version ใหม่ ผู้รับจ้าง ต้องดำเนินการปรับปรุงแอปพลิเคชันให้รองรับกับระบบปฏิบัติการนั้น ๆ ให้สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ และผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายดำเนินการต่าง ๆ ทั้งหมดเองตลอดระยะเวลาสัญญาและระยะเวลา การรับประกัน ที่กำหนด ๗.๑.๖ ระบบการจัดทำรายงานและการแสดงผล มีคุณลักษณะอย่างน้อยดังนี้ (๑) สามารถนำข้อมูลจากระบบมาสร้างเป็น Template รายงาน หรือแบบฟอร์มรายงาน (๒) สามารถแสดงผลของรายงานได้หลายรูปแบบ โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกรายงานได้ เช่น Microsoft word, Microsoft excel, PDF, RTF, HTML เป็นต้น (๓) รายงานของระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอยสามารถ Export ข้อมูล เป็นรูปแบบ Microsoft Excel, PDF ได้ (๔) รายงานตำแหน่งพิกัดบ้านของประชาชนสามารถ Export ข้อมูลเป็นรูปแบบพิกัด ละติจูด ลองติจูด หรือ KML ได้ (๕) รายงานต่าง ๆ อย่างน้อยดังนี้ รายงานข้อมูลหลังคาเรือนที่ลงทะเบียนทุกแพลตฟอร์ม (Platform) จำแนกเขต จำแนกการคัดแยกมูลฝอย รายงานหลังคาเรือนที่ชำระ และค้างชำระค่าธรรมเนียม รายงานสรุปค่าธรรมเนียม จำแนกตามรายเดือน รายปี รายงานประวัติการชำระค่าธรรมเนียม รายงานลูกหนี้ค้างชำระ จำแนกตามรายเดือน รายปี (๖) มีระบบ Export ข้อมูลตารางที่ปรากฏบนหน้าจอ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สร้างรายงาน เฉพาะกิจนำเสนอผู้บริหารกรุงเทพมหานครได้ทันที ของผู้ใช้งานทั่วไป (๗) มี Module การจัดเรียงข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจอในลักษณะตาราง เพื่อความสะดวก ๘.๑ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในการซ่อมแซม แก้ไข ดูแลและ บำรุงรักษาต่าง ๆ ๘.๒ ผู้รับจ้างต้องดูแลระบบงานให้สามารถบริหารจัดการการชำระเงิน เช่น รายการชำระแล้ว รายการ ค้างชำระ หรือรายการอื่น ๆ ที่กรุงเทพมหานครกำหนด โดยมีหน้าจอแสดงผลและรายงานให้แก้ให้ผู้ดูแลระบบ ๘.๓ สามารถใช้งานร่วมกับเครื่อง Handheld Computer แบบพกพาในโครงการฯ ได้ ๘.๔ หากระบบเกิดเหตุขัดข้อง มีความผิดปกติ หรือไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ อันมีสาเหตุมาจาก เหตุไม่คาดคิด ได้แก่ ระบบไฟฟ้าขัดข้อง ภัยธรรมชาติ ระบบเครือข่าย สัญญาณสื่อสารขัดข้อง หรือผู้ไม่ประสงค์ดี ทำลายข้อมูลหรืออุปกรณ์อันประกอบอยู่ในระบบ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขระบบให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ ภายใน ๓ วันทำการ นับตั้งแต่ได้รับแจ้งปัญหาหรือเมื่อทราบเหตุขัดข้อง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น และ รายงานผลเหตุขัดข้องให้สำนักสิ่งแวดล้อมทราบ ๘.๕ ผู้รับจ้างต้องจัดส่ง Error Report ของระบบทุกเดือน (ถ้ามี) เพื่อให้ผู้ว่าจ้างเตรียมความพร้อมใน การปรับปรุงหรือเพิ่มทรัพยากรตามความเหมาะสม ๘.๖ ผู้รับจ้างต้องจัดทำบันทึกการแก้ไขปัญหาพร้อมระบุเลขที่รับเรื่อง (Case ID) เพื่อใช้ในการ ตรวจสอบและติดตามผลการดำเนินการ โดยผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งแจ้งผลการ ดำเนินการกลับมายังผู้ว่าจ้างตามกรอบระยะเวลาดำเนินการ ดังต่อไปนี้ ๘.๖.๑ รับทราบปัญหา ภายใน ๑๕ นาที ในวันจันทร์ - ศุกร์ ช่วงเวลา ๐๘.๐๐ – ๑๖.๓๐ น. นับจากเวลาที่มีการแจ้งปัญหา ๘.๖.๒ รับทราบปัญหา ภายใน ๓๐ นาที ในวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ช่วงเวลา ๐๘.๐๐ – ๑๖.๓๐ น. ๘.๖.๓ แก้ไขปัญหาเพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ภายใน ๓ ชั่วโมง นับเวลาที่มี การแจ้งปัญหา หากผู้รับจ้างไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ใช้งานได้ตามปกติ ภายใน ๓ ชั่วโมง ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งสาเหตุ แนวทางการดำเนินการ และคาดการณ์เวลาที่ระบบจะสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ให้แก่ผู้ว่าจ้างรับทราบ ๘.๗ ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบ Source Code และ Configuration files ส่วนที่ปรับปรุงหรือพัฒนา เพิ่มเติมในช่วงรับจ้างดำเนินการ พร้อมส่งมอบเอกสารสิทธิ์การใช้งานระบบทั้งหมดที่พัฒนาขึ้นในโครงการฯ โดยจัดส่ง Source Code ในรูปแบบไฟล์บันทึกลงใน Flash Drive หรือฮาร์ดดิสก์ External อย่างน้อย ๑ ชุด ในงวดสุดท้ายของสัญญา กรรมสิทธิ์และลิขสิทธิ์ในข้อมูล รายงาน เอกสาร โปรแกรมและอุปกรณ์ที่ใช้ใน โครงการฯ เมื่อสิ้นสุดสัญญา และเมื่อสิ้นสุดรับประกันสัญญาถือเป็นกรรมสิทธิ์ และลิขสิทธิ์ของ กรุงเทพมหานคร ๘.๘ หากผู้รับจ้างไม่ดำเนินการดังกล่าว กรุงเทพมหานครสงวนสิทธิในการให้บุคคลภายนอก เข้าดำเนินการแก้ไขแทน โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการจ้างบุคคลภายนอกทำการซ่อมแซมแก้ไขทั้งสิ้น แทนกรุงเทพมหานคร ๙. การบริการบำรุงรักษาระบบภายหลังสิ้นสุดการรับประกัน การบริการบำรุงรักษาระบบภายหลังสิ้นสุดการรับประกันมีคุณลักษณะอย่างน้อย ผู้รับจ้างจะต้องเสนอ รายละเอียดของค่าบริการบำรุงรักษาระบบและซ่อมแซมแก้ไขระบบที่เสนอหลังหมดประกันสัญญาในปีที่ ๒, ๓ และ ๔ โดยกำหนดคาบเวลาในการบำรุงรักษาระบบ ได้แก่ วันจันทร์ - ศุกร์ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ - ๑๖.๓๐ น. ให้มีช่างผู้ชำนาญในการให้บริการทำหน้าที่บำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีตลอด ระยะเวลาดังกล่าว และจะต้องดูแลบำรุงรักษาระบบไม่น้อยกว่าปีละ ๔ ครั้ง ทั้งนี้ ให้เสนอราคาเป็นราคารวม ต่อเดือนและราคารวมในแต่ละปี ซึ่งเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ๑๐. เอกสารคู่มือ ผู้รับจ้างต้องจัดส่งเอกสารในรูปแบบเอกสารและดิจิทัล พร้อม Source Code ซึ่งในเอกสารจะต้องมี เนื้อหาครอบคลุมรายละเอียดการใช้ระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอย การบำรุงรักษาและ ซ่อมแซมแก้ไขระบบงานทั้งหมด โดยพิจารณาจัดทำให้เหมาะสมและสะดวกต่อการใช้งาน โดยจะต้องนำเสนอ ร่างต้นฉบับให้กรุงเทพมหานครพิจารณาก่อนจัดทำฉบับจริง เพื่อส่งมอบให้กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย เอกสารเป็นอย่างน้อยดังต่อไปนี้ ๑๐.๑ คู่มือจัดทำระบบ (Technical Manual) จำนวน ๓ ชุด ประกอบด้วย ๑๐.๑.๑ System Requirement Analysis & Design ๑๐.๑.๒ System Description ๑๐.๑.๓ Operating Procedure ๑๐.๑.๔ Use Case Specification ประกอบด้วย (๑) Brief Description (๒) Flow of Events (๓) User Interface (๔) ตัวอย่าง Output Report (๕) Business Logic (๖) Class Diagram (๗) Sequence Diagram ๑๐.๑.๕ Program Specification ประกอบด้วย (๑) Program Name Listing (๒) Class Description (๓) ER-Diagram (๔) Data Flow Diagram (&) Data Structure (b) Data Dictionary (๗) System Architecture (๘) Data Specification (๙) Detail Design ๑๑. กรรมสิทธิ์ในข้อมูล รายงาน เอกสาร และซอฟต์แวร์ที่ใช้ในโครงการ ๑๑.๑ ลิขสิทธิ์ในระบบงานทั้งหมดและโปรแกรมประยุกต์ที่ได้พัฒนาขึ้น ตลอดจนกรรมสิทธิ์ในคู่มือ เอกสารต่าง ๆ ของระบบงานทั้งหมดให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกรุงเทพมหานครทันทีที่ส่งมอบงาน ๑๑.๒ ในกรณีที่บุคคลภายนอกกล่าวอ้าง หรือใช้สิทธิเรียกร้องใด ๆ ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ สิทธิบัตรเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และ/หรือซอฟต์แวร์ที่เสนอ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการทั้งปวงเพื่อให้การกล่าวอ้าง หรือการเรียกร้องดังกล่าวระงับสิ้นไปโดยเร็ว โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหาย และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ซึ่งผู้รับจ้างจะไม่มอบข้อมูล รายงาน เอกสารผลการวิเคราะห์ระบบ รวมถึง Source code ที่ได้พัฒนาขึ้นตามสัญญานี้แก่ผู้หนึ่งผู้ใด หากไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากกรุงเทพมหานคร ๑๑.๓ ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ที่นำมาใช้ในการพัฒนาระบบตามโครงการฯ ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบให้แก่ กรุงเทพมหานครเมื่อเสร็จสิ้นโครงการฯ พร้อมลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย (ถ้ามี) ๑๖ ๑๑.๔ ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบกรรมสิทธิ์ในข้อมูล รายงาน เอกสาร และซอฟต์แวร์ที่ใช้ในโครงการฯ เป็นอย่างน้อย ดังนี้ เมื่อสิ้นสุดสัญญา และเมื่อสิ้นสุดรับประกันสัญญา ๑๒. ระยะเวลาดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการตามสัญญาของการจ้างพัฒนาระบบตามโครงการฯ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้างหรือจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากกรุงเทพมหานครให้เริ่มงาน ๑๓. วงเงินในการจัดหา วงเงินงบประมาณโครงการฯ ภายในวงเงิน ๑๓,๓๘๓,๔๓๐ บาท (สิบสามล้านสามแสนแปดหมื่นสามพัน สี่ร้อยสามสิบบาทถ้วน) ๑๔. การส่งมอบ การตรวจรับ การจ่ายเงินค่าจ้าง การส่งมอบงานผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานภายใน ๑๘๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง สำหรับการ ส่งมอบ การตรวจรับ และการจ่ายเงิน แบ่งเป็น ๓ งวด โดยมีรายละเอียดดังนี้ ๑๔.๑ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๕ ของวงเงินค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ ส่งมอบงาน ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง และคณะกรรมการตรวจรับฯ ได้พิจารณาตรวจรับแล้วเสร็จ ดังนี้ ๑๔.๑.๑ เอกสารแผนดำเนินงานโดยสรุปของโครงการฯ ๑๔.๑.๒ เอกสารสรุปการศึกษากระบวนการทำงานเพื่อสรุปขั้นตอนการทำงานของระบบ สารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอย ๑๔.๒ งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๔๕ ของวงเงินค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้าง ได้ส่งมอบงานตามข้อกำหนด TOR ข้อ ๖.๑ ข้อ ๖.๒ และ ข้อ ๖.๔ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน นับถัดจากวัน ลงนามในสัญญาจ้าง และคณะกรรมการตรวจรับฯ ได้พิจารณาตรวจรับแล้วเสร็จ ดังนี้ ๑๔.๒.๑ รายละเอียดงานตามข้อ ๖.๑ ๑๔.๒.๒ รายละเอียดงานตามข้อ ๖.๒ ๑๔.๒.๓ รายละเอียดงานตามข้อ ๖.๔ ๑๔.๓ งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๔๐ ของวงเงินค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้าง ได้ส่งมอบงานตามข้อกำหนด TOR ข้อ ๖.๓ ข้อ ๖.๕ ข้อ ๖.๖ และ ข้อ ๑๐ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง และคณะกรรมการตรวจรับฯ ได้พิจารณาตรวจรับแล้วเสร็จ ดังนี้ ๑๔.๓.๑ รายละเอียดงานตามข้อ ๖.๓ ๑๔.๓.๒ ฝึกอบรมการใช้งานระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอยให้กับ บุคลากรของกรุงเทพมหานคร ตามข้อ ๖.๕ ๑๕. การจ้างช่วง ๑๔.๓.๓ ส่งมอบเอกสารคู่มือต่าง ๆ สำหรับผู้ใช้งานระบบ ตามข้อ ๖.๖ และตามข้อ ๑๐ ห้ามผู้รับจ้างไปจ้างช่วง ให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่ง ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน เว้นแต่การจ้างช่วง แต่บางส่วนที่ได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้าง ถ้าผู้รับจ้างไปจ้างช่วงโดยฝ่าฝืนข้อตกลงดังกล่าว ต้องกำหนดให้ มีค่าปรับร้อยละสิบของวงเงินของงานที่จ้างช่วงตามสัญญา ๑๖. บทกำหนดโทษ ๑๖.๑ ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญา หากกรุงเทพมหานครยังไม่ใช้สิทธิ์บอกเลิกสัญญาแล้ว กรุงเทพมหานครอาจจะกำหนดระยะเวลาพอสมควรแล้วแจ้งให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามสัญญาอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ ๑๗ ไม่ลบล้างสิทธิ์ของกรุงเทพมหานครที่จะเรียกค่าปรับและค่าเสียหายที่เกิดขึ้น หากผู้รับจ้างไม่ดำเนินการหรือ ดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดไว้ในสัญญา ผู้รับจ้างยินยอมชำระค่าปรับให้แก่กรุงเทพมหานครเป็น รายวันเป็นจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของราคางานจ้างทั้งหมด แต่จะต้อง ไม่ต่ำกว่าวันละ ๑๐๐ บาท กรณีที่มีค่าปรับเกิดขึ้นดังกล่าว ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับให้กรุงเทพมหานครภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่กรุงเทพมหานครแจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร หากผู้รับจ้างไม่ชำระเงินค่าปรับภายในระยะเวลา ดังกล่าว กรุงเทพมหานครมีสิทธิ์หักเงินค่าปรับจากเงินประกันสัญญาหรือเรียกจากธนาคารผู้ค้ำประกันได้ทันที ๑๖.๒ หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามรายละเอียดของขอบเขตงานนี้ หรือไม่ปฏิบัติงานอย่างผู้ชำนาญ พึงกระทำ ผู้รับจ้างยินยอมให้กรุงเทพมหานครบอกเลิกสัญญาได้ และชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดแก่การนี้ให้กับ กรุงเทพมหานคร ๑๖.๓ ในกรณีที่กรุงเทพมหานครบอกเลิกสัญญา บรรดางานที่ผู้รับจ้างได้ทำไปแล้วให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ ของกรุงเทพมหานคร โดยผู้รับจ้างจะเรียกร้องค่าตอบแทนและค่าเสียหายใด ๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น และผู้รับจ้างยอมให้ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ระงับการจ่ายเงินค่าจ้างที่ค้างชำระสำหรับงานที่ทำไปแล้ว เพื่อเป็นหลักประกันการชำระหนี้ ในกรณีที่ต้องจ้างนิติบุคคลอื่นทำงานที่ค้างอยู่ให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ หากปรากฏว่า ค่างานที่เหลือจ่ายไม่พอ สำหรับการทำงานรายนี้เป็นจำนวนเท่าใด ผู้รับจ้างต้องยอมให้ผู้ว่าจ้างหักเงินนั้น จากค่าจ้างที่ค้างชำระและ ยอมรับผิด ชดใช้จำนวนเงินที่ยังขาดอยู่นั้นจนครบถ้วน หากมีเงินค่าจ้างตามสัญญาที่หักไว้จ่ายเป็นค่าปรับและ ค่าเสียหายแล้วยังเหลืออยู่อีกเท่าใด กรุงเทพมหานครจะคืนให้แก่ผู้รับจ้างทั้งหมด ๑๖.๔ ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญา และกรุงเทพมหานครยังไม่บอกเลิกสัญญา หากการไม่ ปฏิบัติตามสัญญาก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้ว่าจ้างแล้ว นอกจากค่าปรับตามที่ระบุไว้ในสัญญา กรุงเทพมหานครอาจเรียกค่าเสียหายอื่น ๆ ได้อีก ๑๗. การขอรายละเอียดเพิ่มเติม ผู้ประกอบการต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะและขอบเขต ของงาน (Terms of Reference: TOR) โครงการนี้ โปรดสอบถามมายังกรุงเทพมหานคร ผ่านทางอีเมล [email protected] ช่องทางตามที่กรมบัญชีกลางกำหนดภายในวันที่ โดยกรุงเทพมหานครจะชี้แจงรายละเอียดดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ http://www.bangkok.go.th/environment และ www.gprocurement.go.th ในวันที่. ๑๗ การประเมินการสาธิตต้นแบบและการนำเสนอแนวคิดในการพัฒนาระบบ (Proof of Concept: POC) ๑. หลักการและเหตุผล การประเมินการสาธิตต้นแบบและการนำเสนอแนวคิดในการพัฒนาระบบ (Proof of Concept: POC) เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาคัดเลือกสำหรับการยื่นข้อเสนอในครั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้พิจารณาถึงประโยชน์ และวัตถุประสงค์ของการใช้งานเป็นสำคัญ ดังนั้น เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของผู้ยื่น ข้อเสนอรวมทั้งความเป็นไปได้ของระบบทั้งหมดที่นำเสนอ จึงกำหนดให้มีการประเมินการสาธิตต้นแบบและ การนำเสนอแนวคิดในการพัฒนาระบบ (Proof of Concept: POC) ขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณา คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ ตามขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอยนี้ ๒. วัตถุประสงค์ ๒.๑ เพื่อทดสอบคุณสมบัติและความสามารถ รวมทั้งประเมินแนวคิดการนำเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอ ที่จะดำเนินการโครงการฯ ให้ประสบผลสำเร็จ ๒.๒ เพื่อทดสอบคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ และความเป็นไปได้ของข้อเสนอที่สำคัญของผู้ยื่นข้อเสนอ ๒.๓ เพื่อนำผลการทดสอบไปใช้ประกอบการพิจารณาผู้ยื่นข้อเสนอ ๓. เกณฑ์ตัดสินการผ่านการประเมิน ๓.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องสามารถสาธิตต้นแบบฯ ตามหัวข้อที่ “๕. หัวข้อและเกณฑ์การนำเสนอแนวคิด ในการพัฒนาระบบ และการประเมินการสาธิตต้นแบบฯ” โดยจะต้องทำการนำเสนอ บรรยาย หรือทดสอบ ระบบที่สาธิตต้นแบบฯ พร้อมตอบคำถาม ทุกหัวข้อภายในเวลา ๓ ชั่วโมง โดยให้ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องสาธิต ต้นแบบฯ ภายใน ๓ วันทำการ นับถัดจากวันที่ยื่นเสนอราคา ตั้งแต่เวลา ๙.๐๐ น. ๑๖.๓๐ น. ณ ห้องประชุม สำนักสิ่งแวดล้อม ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง หรือหากมีปัญหาอุปสรรคไม่สามารถดำเนินการทดสอบได้ ทางกรุงเทพมหานคร จะกำหนดวัน เวลา และสถานที่ในภายหลัง หากผู้ยื่นข้อเสนอไม่มานำเสนอตามวันเวลา ที่กำหนด คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ขอสงวนสิทธิ์ไม่พิจารณาผลการประเมิน ตามเกณฑ์อื่น ๆ กรณีคณะกรรมการเห็นว่าสิ่งที่นำเสนอเป็นประโยชน์ต่อกรุงเทพมหานคร ผู้ชนะการประกวดราคา จะต้องดำเนินการตามที่ได้นำเสนอด้วย โดยให้ถือว่าการตัดสินของคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์เป็นเด็ดขาด ๓.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องบันทึกการแสดงหน้าจอ (Print Screen) และ/หรือผลลัพธ์การทำงานของ โปรแกรมที่ใช้ในการสาธิตต้นแบบฯ ทุกขั้นตอนโดยละเอียดที่แสดงให้เห็นว่า ผู้ยื่นข้อเสนอได้สาธิตในแต่ละ หัวข้อและประเด็นย่อยได้ เพื่อให้สะดวกต่อการตรวจสอบหรือพิจารณาการประเมินสาธิตต้นแบบและ/หรือ การนำเสนอแนวคิดในการพัฒนาระบบ (Proof of Concept: POC) ในภายหลังได้ แล้วจัดทำเอกสารจากการ สาธิตต้นแบบฯ ตามที่ได้สาธิตต้นแบบฯ ตามข้อ ๓.๑ เป็นรูปเล่มให้เรียบร้อย จำนวน ๑ ชุด ส่งให้กับ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ ภายหลังจากเสร็จสิ้นการสาธิตต้นแบบฯ โดยให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจให้มา นำเสนอแนวคิดในการพัฒนาระบบ (Proof of Concept: POC) ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจให้ ๓.๓ คณะกรรมการฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปิดพิจารณาผลราคา หากผู้ยื่นข้อเสนอไม่ผ่านเกณฑ์การ ประเมินดังกล่าว ๓.๔ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรุงเทพมหานครจะ พิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้ ๓.๔.๑ เกณฑ์ราคา กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐ ๓.๔.๒ เกณฑ์อื่น กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๘๐ เกณฑ์อื่น คือ การพิจารณาเพื่อประเมินระดับความสามารถและความพร้อมของ ผู้ยื่นข้อเสนอ ในการพัฒนาระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอย การนำเสนอแนวคิดในการพัฒนาระบบ (Proof of Concept: POC) โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ หมายเหตุ ตามการประเมินการสาธิตต้นแบบและ (๔) กรุงเทพมหานครจะพิจารณาคะแนนเกณฑ์อื่นของผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด และจะต้องแสดงรายละเอียดต่าง ๆ ในแต่ละหัวข้อให้ครบถ้วนถูกต้องชัดเจนสอดคล้องตามข้อกำหนด ในขอบเขตของงาน (TOR) จึงจะได้คะแนนตามที่กำหนดในแต่ละหัวข้อ โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้คะแนนรวม ของเกณฑ์อื่นไม่ต่ำกว่า ๘๐ คะแนนจาก ๑๐๐ คะแนน จึงจะผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำของเกณฑ์อื่นสำหรับผู้ไม่ผ่าน เกณฑ์ขั้นต่ำของเกณฑ์อื่น กรุงเทพมหานครจะไม่นำเกณฑ์ราคามาพิจารณา (๕) กรุงเทพมหานครจะพิจารณาจัดเรียงลำดับคะแนนของเกณฑ์อื่น รวมกับเกณฑ์ราคาจาก คะแนนรวมมากที่สุดไปน้อยที่สุด การประกวดราคา กรณีคะแนนรวมเท่ากันให้ตัดสินจากผู้มีคะแนนจากเกณฑ์การพิจารณาเพื่อประเมินระดับ ความสามารถและความพร้อมของผู้ยื่นข้อเสนอในการพัฒนาระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอย และจะพิจารณาผู้ยื่นข้อเสนอรายที่ได้รับคะแนนรวมสูงสุดเป็นผู้ชนะ มากกว่าเป็นผู้ชนะการประกวดราคา (๖) รายละเอียดของการประเมินเกณฑ์อื่น กำหนดไว้ในขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) ๓.๕ ทั้งน ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะถือว่า การประเมินการสาธิตต้นแบบและ/หรือการนำเสนอแนวคิดในการ พัฒนาระบบ (Proof of Concept: POC) ครั้งนี้เป็นสาระสำคัญ ๔. ข้อกำหนดทั่วไป ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องสาธิตต้นแบบและการนำเสนอแนวคิดในการพัฒนาระบบ (Proof of Concept: POC) ตามเงื่อนไขและกรอบเวลาที่คณะกรรมการฯ กำหนด เพื่อให้ผู้ยื่นข้อเสนอได้สรุปถึงประเด็นสำคัญของข้อเสนอ ด้านเทคนิคที่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อกรุงเทพมหานคร และเปิดโอกาสให้คณะกรรมการฯ ได้ซักถามข้อสงสัย เกี่ยวกับข้อเสนอด้านเทคนิค ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดให้มีการนำเสนอเป็นภาษาไทยแต่ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอ นำเสนอเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีล่ามหรือเจ้าหน้าที่ซึ่งทำหน้าที่แปลภาษาในระหว่างการสาธิตต้นแบบฯ นั้น ๔ ๔.๙ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะพิจารณาผู้ยื่นข้อเสนอที่สาธิต ต้นแบบฯ ที่แสดงให้เห็นว่า มีศักยภาพเพียงพอ และมีความเหมาะสมที่จะดำเนินงานโครงการฯ ให้แล้วเสร็จได้ เท่านั้นที่จะได้รับสิทธิรับการพิจารณาข้อเสนอต่อไป เพื่อประโยชน์สูงสุดของกรุงเทพมหานคร ๔.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการสาธิตต้นแบบฯ ทั้งหมดเอง ไม่ว่าจะผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการฯ หรือไม่ ๕. หัวข้อและเกณฑ์การนำเสนอแนวคิดในการพัฒนาระบบ และการประเมินการสาธิตต้นแบบฯ การประเมินการสาธิตต้นแบบและการนำเสนอแนวคิดในการพัฒนาระบบ (Proof of Concept: POC)
หัวข้อ รายการ คะแนนเต็ม
การนำเสนอแนวคิดในการพัฒนาระบบ ๒๐
สาธิตต้นแบบฯ ระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอย ๒๐
รวมหัวข้อ ๑+๒ ๑๐๐
หมายเหตุ (๑) คะแนนเต็มของเกณฑ์อื่น ทุกหัวข้อรวม ๑๐๐ คะแนน คิดเป็นน้ำหนักคะแนนรวมของผู้ยื่นข้อเสนอ ในการประเมินการสาธิตต้นแบบและการนำเสนอแนวคิดในการพัฒนาระบบ (Proof of Concept: POC) (ร้อยละ) ๘๐ คะแนน (๒) คณะกรรมการฯ จะพิจารณาคะแนนเกณฑ์อื่นของผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้คะแนนรวมในการประเมินการสาธิตต้นแบบและการนำเสนอแนวคิดในการพัฒนาระบบ (Proof of Concept: POC) ไม่ต่ำกว่า ๘๐ คะแนนจาก ๑๐๐ คะแนน จึงจะผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำในการพิจารณา เพื่อประเมินระดับความสามารถและความพร้อมของผู้ยื่นข้อเสนอ สำหรับผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำในการพิจารณา เพื่อประเมินระดับความสามารถและความพร้อมของผู้ยื่นข้อเสนอ กรุงเทพมหานครจะไม่นำเกณฑ์ราคามาพิจารณา (๓) ตัวอย่างการคิดคะแนนในการพิจารณาเพื่อประเมินระดับความสามารถและความพร้อมของผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอได้คะแนนรวมในการประเมินการสาธิตต้นแบบและการนำเสนอแนวคิดในการ พัฒนาระบบ (Proof of Concept: POC) = ๘๐ คะแนน จากคะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน คิดเป็นน้ำหนักคะแนนรวมของการพิจารณาเพื่อประเมินระดับความสามารถและความพร้อม ของผู้ยื่นข้อเสนอ (ร้อยละ) = (๘๐ คะแนน x ๘๐) + ๑๐๐ คะแนน = ๖๔ คะแนน
ลำดับที่ รายการ คะแนนเต็ม ผลการพิจารณา
๑.๒ นำเสนอประวัติ ประสบการณ์และผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอ และทีมงาน ตามที่ยื่นเสนอทุกคน ๕ คะแนน
□ นำเสนอได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ (๕ คะแนน)
□ นำเสนอ แต่ไม่ครบถ้วนครอบคลุมทุกหัวข้อ (๓ คะแนน)
□ ไม่มีข้อมูลนำเสนอ (๐ คะแนน)
๑.๓ นำเสนอวิธีการเชื่อมต่อช่องทางการชำระเงินอย่างน้อย ดังนี้ ๕ คะแนน
(๑) การรับชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส (Counter Service)
(๒) การรับชำระผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต
(๓) การรับชำระผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-wallet) อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น True Money หรือ Alipay หรือ Wechat หรือช่องทางอื่นที่ดีกว่า
(๔) การรับชำระผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือแอปพลิเคชันกลางที่หน้าเชื่อถือ ของรัฐ
(๕) การรับชำระเงินผ่านการตัดบัญชีอัตโนมัติ
□ นำเสนอวิธีการเชื่อมต่อช่องทางการชำระเงิน ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ (๕ คะแนน)
□ นำเสนอวิธีการเชื่อมต่อช่องทางการชำระเงิน แต่ไม่ครบถ้วนครอบคลุม ทุกหัวข้อ (๓ คะแนน)
□ ไม่มีข้อมูลนำเสนอ (๐ คะแนน)
๑.๔ นำเสนอแนวคิดในการให้บริการข้อมูลและเรียกใช้ข้อมูลจากหน่วยงาน หรือระบบอื่นได้ ๕ คะแนน
□ นำเสนอแนวคิดในการให้บริการข้อมูลและเรียกใช้ข้อมูลจากหน่วยงาน หรือระบบอื่น ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ (๕ คะแนน)
□ นำเสนอแนวคิดในการให้บริการข้อมูลและเรียกใช้ข้อมูลจากหน่วยงาน หรือระบบอื่น แต่ไม่ครบถ้วนครอบคลุมทุกหัวข้อ (๓ คะแนน)
□ ไม่มีข้อมูลนำเสนอ (๐ คะแนน)
นำเสนอคุณสมบัติการบริหารโครงการฯ และแนวทางในการสร้าง ความสำเร็จของโครงการฯ ๕ คะแนน
□ นำเสนอคุณสมบัติการบริหารโครงการฯ และแนวทางในการสร้าง ความสำเร็จของโครงการฯ ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ (๕ คะแนน)
□ นำเสนอคุณสมบัติการบริหารโครงการฯ และแนวทางในการสร้าง ความสำเร็จของโครงการฯ แต่ไม่ครบถ้วนครอบคลุมทุกหัวข้อ (๓ คะแนน)
□ ไม่มีข้อมูลนำเสนอ (๐ คะแนน)
ผลคะแนนรวม ๒๐ คะแนน
ลำดับที่ รายการ คะแนนเต็ม ผลการพิจารณา
๒.๑ นำเสนอสาธิตการทำงานเว็บแอปพลิเคชันต้นแบบด้วยการนำเข้าข้อมูล หลังคาเรือน ข้อมูลอัตราค่าธรรมเนียมเก่า และใบเสร็จรับเงินเดิม ที่ออกก่อน มีการปรับอัตราค่าธรรมเนียม ๒๐
ลำดับที่ รายการ คะแนนเต็ม ผลการพิจารณา
๒.๓ นำเสนอสาธิตการทำงานเว็บแอปพลิเคชันต้นแบบสำหรับระบบการ ลงทะเบียนสำหรับประชาชนผ่านแอปพลิเคชัน BKK Waste Pay ๒๐
ลำดับที่ รายการ คะแนนเต็ม ผลการพิจารณา
๒.๔ นำเสนอสาธิตการทำงานเว็บแอปพลิเคชันต้นแบบสำหรับเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบการลงทะเบียนและระบบแจ้งเตือนและสุ่มตรวจสถานะผู้ ลงทะเบียน ๒๐
๒.๕ นำเสนอสาธิตการทำงานเว็บแอปพลิเคชันต้นแบบระบบตรวจสอบรูปภาพ ที่ประชาชนทำการส่งไฟล์รูปภาพขึ้นสู่ระบบ ๑๐
นำเสนอคุณสมบัติการบริหารโครงการฯ และแนวทางในการสร้าง ความสำเร็จของโครงการฯ ๑๐
ผลคะแนนรวม ๘๐ คะแนน
(เอกสารหมายเลข ๒) เอกสารเปรียบเทียบรายละเอียดและเงื่อนไขเฉพาะต่อข้อกำหนดรายละเอียด (Specification) ของระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอย รายละเอียดที่นำเสนอ เอกสารอ้างอิง
หัวข้อ (๑) ข้อกำหนด (๒) รายละเอียดเพิ่มเติม (๓) เอกสารอ้างอิง (๔) หมายเหตุ (๕)
๑)..
(เอกสารหมายเลข ๓) รายชื่อทีมงานพัฒนาระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอย
หัวข้อ ชื่อ-สกุล ตำแหน่ง/ความรับผิดชอบ วุฒิการศึกษา/ประสบการณ์ หมายเหตุ
๑).
๒).
๓)
(เอกสารหมายเลข ๔) รายชื่อทีมงานเข้าร่วมนำเสนอประเด็น ในการพัฒนาระบบสารสนเทศบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอย
หัวข้อ ชื่อ-สกุล ตำแหน่ง/ความรับผิดชอบ หมายเหตุ
๑)...
๒).