ซื้อระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาซื้อวัสดุการแพทย์ ออกซิเจนเหลว จำนวน ๑,๐๒๕,๐๐๐ ลบ.ม.

สงขลา 68029067310
฿12,320,500 ปีงบ 2568 ประกาศ 14 ก.พ. 2568 สงขลา
รายละเอียดการจ้าง

โครงการจัดซื้อออกซิเจนเหลวสำหรับโรงพยาบาลนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดหาออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ที่มีคุณภาพและมาตรฐานสูง เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องและเพียงพอ โดยครอบคลุมทั้งการจัดหาออกซิเจนเหลว, ถังเก็บ, การติดตั้ง, การเติม, ระบบความปลอดภัย, และการบำรุงรักษา. ผู้ขายต้องจัดหาออกซิเจนเหลวตามมาตรฐาน มอก. 540-2564 และได้รับการรับรอง Made in Thailand. ถังเก็บต้องได้มาตรฐาน ASME หรือเทียบเท่า และมีขนาดไม่น้อยกว่า 19,000 ลิตร จำนวน 2 ถัง. การติดตั้งต้องเป็นไปตามมาตรฐาน NFPA 55, NFPA 99 และ มอก. 540-2564 รวมถึงการติดตั้งระบบท่อ, ชุดปรับลดแรงดัน, และระบบ Tele-monitoring. ผู้ขายต้องมีระบบสำรองออกซิเจนเหลว, แผนฉุกเฉิน, และบริการตลอด 24 ชั่วโมง. การพิจารณาคัดเลือกผู้ขายจะพิจารณาจากราคารวม. ผู้ขายจะต้องรับประกันความปลอดภัยและมีประกันภัยไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท.

English summary

This liquid oxygen procurement project for the hospital aims to secure a consistent and sufficient supply of high-quality, medical-grade liquid oxygen for patient treatment. The project encompasses the supply of liquid oxygen, storage tanks, installation, refilling, safety systems, and maintenance. The supplier must provide liquid oxygen that meets TIS 540-2564 standards and is certified as Made in Thailand. Storage tanks must meet ASME standards (or equivalent) and have a capacity of no less than 19,000 liters (2 tanks). Installation must comply with NFPA 55, NFPA 99, and TIS 540-2564 standards, including piping, pressure reduction systems, and a Tele-monitoring system. The supplier must have a backup liquid oxygen supply, an emergency plan, and 24/7 service. Bid selection will be based on the total price. The supplier is required to provide a safety guarantee, with insurance coverage of no less than 1,000 million Baht.

สถานที่ดำเนินการ

โรงพยาบาลหาดใหญ่

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วย

ขอบเขตของงาน

  • จัดหาออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน มอก. 540-2564 และได้รับการรับรอง Made in Thailand
  • จัดหาและติดตั้งถังเก็บออกซิเจนเหลว ขนาดไม่น้อยกว่า 19,000 ลิตร จำนวน 2 ถัง ตามมาตรฐาน ASME หรือเทียบเท่า
  • ติดตั้งระบบท่อและอุปกรณ์ รวมถึงชุดปรับลดแรงดันตามอาคารต่างๆ ของโรงพยาบาล
  • ติดตั้งระบบ Tele-monitoring เพื่อตรวจสอบปริมาณออกซิเจนเหลวจากระยะไกล
  • จัดหาออกซิเจนเหลวสำรองและแผนฉุกเฉิน
  • บริการเติมออกซิเจนเหลว และบริการฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
  • ตรวจสอบและซ่อมบำรุงอุปกรณ์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
  • จัดฝึกอบรมให้ความรู้แก่บุคลากรของโรงพยาบาล
  • จัดการรื้อถอนและเคลื่อนย้ายระบบเดิมเมื่อสิ้นสุดสัญญา (กรณีมีผู้ขายรายใหม่)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ตามมาตรฐาน มอก. 540-2564
  • ถังเก็บออกซิเจนเหลว ขนาดไม่น้อยกว่า 19,000 ลิตร จำนวน 2 ถัง ตามมาตรฐาน ASME
  • ระบบท่อและอุปกรณ์ที่ติดตั้งแล้วเสร็จตามมาตรฐาน NFPA 55, NFPA 99, และ มอก. 540-2564
  • ระบบ Tele-monitoring ที่ใช้งานได้
  • รายงานการตรวจสอบและซ่อมบำรุง
  • หลักฐานการฝึกอบรมบุคลากร
  • การส่งมอบออกซิเจนเหลวตามปริมาณที่กำหนดในใบสั่งซื้อ

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาส่งมอบพัสดุ: 365 วัน หลังจากลงนามในสัญญา
  • ส่งมอบพัสดุ (ติดตั้งระบบ): ภายใน 90 วัน นับจากวันที่รับใบสั่งซื้อหรือวันที่ได้รับแจ้ง

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • ต้องเป็นผู้ผลิตออกซิเจนเหลวมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี
  • ต้องได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product)
  • ต้องมีโรงงานผลิตออกซิเจนเหลวไม่น้อยกว่า 3 โรงงานในสถานที่ต่างกัน, แต่ละโรงงานมีกำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 90,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน, ได้รับการรับรอง ISO 9001 และ ISO 14001
  • ต้องมีประสบการณ์ให้บริการโรงพยาบาลของรัฐ/โรงพยาบาลในกำกับของรัฐ ขนาดเทียบเท่าโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ไม่ต่ำกว่า 3 แห่ง
  • ต้องมีระบบ Tele-monitoring
  • ต้องมีวงเงินประกันภัยไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาจากราคารวม

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ออกซิเจนเหลวต้องได้มาตรฐาน มอก.540-2564
  • ถังเก็บออกซิเจนเหลวต้องได้มาตรฐาน ASME หรือเทียบเท่า
  • ถังบรรจุออกซิเจนเหลวมีขนาดไม่น้อยกว่า 19,000 ลิตร จำนวน 2 ใบ
  • ผนังถัง 2 ชั้น, ชั้นในเป็นเหล็กกล้าไม่เป็นสนิม, ระหว่างชั้นเป็นสุญญากาศบุด้วยฉนวน
  • มีมาตรวัดระดับและมาตรวัดความดัน
  • มีอุปกรณ์เปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นก๊าซ (Vaporizer)
  • มีระบบและอุปกรณ์ความปลอดภัย
  • การติดตั้งยึดมาตรฐาน NFPA 55, NFPA 99 และ มอก.540-2564
  • ฐานรากแบบเข็มเจาะ มีวิศวกรรมโยธารับรอง
  • ระบบ Tele-monitoring แสดงผลระดับออกซิเจนเหลวและแรงดัน, แจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์
  • ระบบสัญญาณเตือน (Alarm) แสดงแสงและเสียง

เงื่อนไขสัญญา

  • การชำระเงิน: ภายใน 90 วัน หลังจากแสดงหลักฐานการรับ
  • อัตราค่าปรับ: ร้อยละ 0.20 ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน
  • การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: 1 ปี, แก้ไขภายใน 60 วัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: มาตรฐาน มอก. 540-2564 คืออะไร?
    A: เป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสำหรับออกซิเจนเหลวทางการแพทย์

  • Q: ถังเก็บออกซิเจนเหลวต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง?
    A: ต้องได้มาตรฐาน ASME หรือเทียบเท่า, มีขนาดไม่น้อยกว่า 19,000 ลิตร, ผนัง 2 ชั้น, มีมาตรวัด, มี Vaporizer, และระบบความปลอดภัย.

  • Q: ระบบ Tele-monitoring มีไว้เพื่ออะไร?
    A: เพื่อตรวจสอบปริมาณออกซิเจนเหลวจากระยะไกล และแจ้งเตือนเมื่อระดับต่ำ.

  • Q: การติดตั้งระบบท่อต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง?
    A: ต้องติดตั้งชุดปรับลดแรงดันตามอาคารต่างๆ และเป็นไปตามมาตรฐาน NFPA 55, NFPA 99, และ มอก.540-2564.

  • Q: ผู้ขายต้องมีโรงงานผลิตกี่แห่ง?
    A: ไม่น้อยกว่า 3 แห่ง, แต่ละแห่งมีกำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 90,000 ลบ.ม./วัน.

  • Q: จำเป็นต้องมีระบบสำรองออกซิเจนเหลวหรือไม่?
    A: จำเป็น, เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินหรือเมื่อมีการเปลี่ยนถัง.

  • Q: การวัดปริมาณออกซิเจนเหลวที่เติมทำอย่างไร?
    A: คำนวณตามหลักเทอร์โมไดนามิก และใช้ Flow Meter ที่ได้มาตรฐาน.

  • Q: ระบบสัญญาณเตือนต้องมีอะไรบ้าง?
    A: สัญญาณแจ้งระดับออกซิเจนเหลว, สัญญาณแจ้งความดัน, และสัญญาณแจ้งความดันต่ำกว่า 50 psi.

  • Q: ผู้ขายต้องมีการประกันภัยหรือไม่?
    A: ต้องมี, วงเงินไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท.

  • Q: หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ขายมีบริการอย่างไร?
    A: มีระบบบริการฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และจัดหาออกซิเจนเหลวสำรอง.

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

1. ความเป็นมา รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ (Terms of Reference:TOR) ออกซิเจนเหลว ออกซิเจนเป็นส่วนประกอบที่มากเป็นอันดับสองในบรรยากาศ ประมาณ 20.8% โดยปริมาตร ออกซิเจนเหลวมีสี น้ำเงินจางๆและเย็นจัด ถึงแม้ไม่เป็นสารติดไฟแต่ออกซิเจนสามารถช่วยให้ติดไฟได้ดี และเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต ของมนุษย์และสัตว์ออกซิเจนจะทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย์และโลหะในรูป Oxide การเผาไหม้ในออกซิเจนรุนแรงกว่า การเผาไหม้ในอากาศ อุปกรณ์ที่นำมาใช้กับออกซิเจนต้องสะอาด ระบบต้องเป็นวัสดุที่สามารถทนความร้อนได้สูงและไม่ ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนภายใต้การใช้งาน ถังบรรจุต้องผลิตตามข้อกำหนดของ American Society of Mechanical Engineers (ASME) และถูกออกแบบเพื่อให้สามารถต้านทานอุณหภูมิและความดันออกซิเจนเหลวเป็นของเหลวที่เย็น ยิ่งยวด (Cryogenic Liquid) ของเหลวเย็นยิ่งยวดคือแก๊สเหลวใดๆ ที่มีจุดเดือดต่ำกว่า -38°F (-150°C) ในขณะที่ ออกซิเจนเหลวมีจุดเดือดอยู่ที่ -97.3 °F (-183 °C)อุณหภูมิที่แตกต่างกันอย่างมากระหว่างออกซิเจนเหลวและสภาวะ แวดล้อมภายนอกการเก็บออกซิเจนเหลวจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษสำหรับการจัดเก็บ Oxygen นิยมจัดเก็บ ในรูปของเหลวถึงแม้จะถูกนำไปใช้ในรูปของแก๊สก็ตาม เนื่องจากประหยัดเนื้อที่จัดเก็บและค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าแบบการ บรรจุแก๊สแรงดันสูง รูปแบบการจัดเก็บประกอบไปด้วย ถังบรรจุของเหลวเย็นจัด Vaporization ระบบควบคุมแรงดัน และท่อต่างๆสำหรับการเติม การระเหย และการจ่ายแก๊ส หลักการสร้างถังบรรจุของเหลวเย็นจัดคล้ายกับขวด Thermos โดยจะมีถังบรรจุภายในและมีถังภายนอกหุ้มอีกหนึ่งชั้นโดยมีฉนวนกั้นอยู่ตรงกลางทำหน้าที่ป้องกันความร้อนไม่ให้เข้าไป ในถังบรรจุออกซิเจนเหลวข้างในVaporizerทำหน้าที่แปรสภาพออกซิเจนเหลวให้ระเหยการเป็นแก๊ส ท่อควบคุมแรงดัน ทำหน้าที่ควบคุมแรงดันแก๊สก่อนจ่ายเข้าสู่กระบวนการหรือใช้งานถังที่นำมาใช้สำหรับออกซิเจนเหลวควรออกแบบตาม ASME ว่าด้วยเรื่องอุณหภูมิและความดันแบบท่อต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ American National Standards Institute(ANSI) 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วย 3. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ 3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ 3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจาก เป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ประธานกรรมการ .กรรมการ กรรมการ 3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการกรรมการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย 3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา 3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว 3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอ ให้แก่ จังหวัด ณ วันประกาศ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ 3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้ มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น 3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลง ระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของหรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการ ร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วม ค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น ข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอผู้เข้าร่วมค้าทุก รายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วม ค้า 3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง 3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว124 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2566 ดังนี้ มูลค่าสุทธิของกิจการ (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียน ประธานกรรมการ .กรรมการ กรรมการ เกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏใน งบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ (2.1) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องกำหนดทุนจดทะเบียน (2.2) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องมีทุน จดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท (2.3) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 5 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านบาท (2.4) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 10 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 20 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท (2.5) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 20 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 60 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาท (2.6) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 60 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 150 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท (2.7) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 150 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 300 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท (2.8) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 300 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท (2.9) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 500 ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียน (3) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ ในแต่ ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก ที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ประธานกรรมการ .กรรมการ กรรมการ (4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะ เข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้าประกันตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบโดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบ อำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน) (5) กรณีตาม (1) - (4) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้ (5.1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ (5.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2561 4. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะดำเนินการจัดซื้อ 4.1 ออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ 4.1.1 ต้องได้มาตรฐานออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ มอก.540-2564 แนบเอกสารการทดสอบมาตรฐาน ประกอบกับเอกสารประกวดราคาในวันยื่นเสนอราคา 4.1.2 ออกซิเจนเหลว ต้องได้รับรองจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ผลิต ภายในประเทศไทย (Made in Thailand) โดยต้องแนบสำเนาหลักฐานใบรับรองดังกล่าวมาแสดงในวันยื่นเสนอราคา 4.1.3 ผู้เสนอราคาจะต้องเป็นผู้ผลิตออกซิเจนเหลวมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี โดยให้นำหลักฐานมาแสดงในวันยื่น ประกวดราคา ทั้งนี้เพื่อแสดงความน่าเชื่อถือของระบบการผลิตและความชำนาญในการให้บริการทางด้านเทคนิค รวมถึง ได้รับการประเมิณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product) เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ของประเทศไทย 4.2 ถังเก็บออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ 4.2.1 ต้องเป็นถังที่อยู่ในสภาพดี ผ่านการทดสอบความปลอดภัยและต้องได้รับรองมาตรฐานการผลิตตาม มาตรฐานสากล แนบเอกสารรับรองประกอบกับเอกสารประกวดราคาในวันยื่นเสนอราคา 4.2.2 มาตรฐานของถังบรรจุออกซิเจนเหลวต้องเป็นถังที่ผลิตตามมาตรฐาน ASME (American Society of Mechanical Engineers) หรือมาตรฐานเทียบเท่า แนบเอกสารรับรองประกอบกับเอกสารประกวดราคาในวันยื่นเสนอ ราคา ประธานกรรมการ .กรรมการ กรรมการ 4.2.3 เป็นถังที่ใช้บรรจุออกซิเจนเหลวทางการแพทย์และไม่มีรอยชำรุด 4.2.4 ถังบรรจุออกซิเจนเหลวมีขนาดไม่น้อยกว่า 19,000 ลิตร จำนวน 2 ใบ 4.2.5 ผนังเป็น 2 ชั้น ชั้นในเป็นเหล็กกล้าไม่เป็นสนิม ระหว่างชั้นเป็นสุญญากาศบุด้วยฉนวนอย่างดีไม่มีรอยรั่ว 4.2.6 มีมาตรวัดระดับออกซิเจนเหลวที่เห็นได้ชัดเจน 4.2.7 มีมาตรวัดความดันพร้อมอุปกรณ์ควบคุมความดัน (Pressure-Relief) ที่สามารถทำงานอย่างอัตโนมัติ และ สามารถควบคุมความดันให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการงานและไม่เกิดอันตรายได้ 4.2.8 มีอุปกรณ์เปลี่ยนสถานะจากออกซิเจนเหลวเป็นก๊าซ (Vaporizer) ที่สามารถเปลี่ยนออกซิเจนเหลวเป็นก๊าซ ออกซิเจนได้อย่างเพียงพอกับอัตราการใช้ของโรงพยาบาล 4.2.9 มีระบบและอุปกรณ์ความปลอดภัยที่สามารถลดความดันภายในได้อย่างรวดเร็ว 4.2.10 เครื่องหมายและฉลากบนถังบรรจุออกซิเจนเหลวต้องปฏิบัติตาม มอก. 540-2564 4.3 การติดตั้ง 4.3.1 ฐานรากใช้ฐานรากแบบเข็มเจาะที่มีความมั่นคง แข็งแรง สามารถรับน้ำหนักและการเกิดแผ่นดินไหวได้โดย มีวิศวกรรมโยธารับรอง หากเป็นผู้ขายรายใหม่จะต้องทำฐานรากให้กับโรงพยาบาลใหม่ทั้งหมด 4.3.2 ผู้ขายจะต้องสร้างฐานรากแบบเข็มเจาะที่มีความมั่นคง แข็งแรง สามารถรับน้ำหนักและการเกิด แผ่นดินไหวได้โดยมีวิศวกรรมโยธารับรองเพื่อติดตั้งถังออกซิเจนเหลว รวมถึงรั้วทั้งหมดนั้นเป็นค่าใช้จ่ายของผู้เสนอราคา ได้(ผู้ขาย) กรณีผู้ประสงค์เสนอราคาได้เป็นผู้ขายรายใหม่ ผู้ขายรายใหม่นั้นจะต้องออกแบบฐานคอนกรีตเพื่อรองรับน้ำหนัก ถังบรรจุออกซิเจนเหลวพร้อมอุปกรณ์และรั้วทั้งหมด โดยมีวิศวกรโยธาระดับสามัญรับรอง ยื่นให้แก่โรงพยาบาลเพื่ออนุมัติ ก่อนดำเนินการติดตั้ง 4.3.3 การติดตั้งยึดมาตรฐาน NFPA 55 (National Fire Protection Association), NFPA 99 และ มอก.540- 2564 โดยทางโรงพยาบาลจะเป็นผู้กำหนดที่ตั้ง และผู้ขายจะต้องจัดให้มีแสงสว่างอย่างเพียงพอเพื่อความปลอดภัยและ ความสะดวกในการปฏิบัติงานทั้งกลางวันและกลางคืน 4.3.4 อุปกรณ์และระบบความปลอดภัยยึดตามมาตรฐาน Safety gram-16 (การจัดการอย่างปลอดภัยกับ ของเหลวเย็นจัด) 4.3.5 การติดตั้งระบบท่อเข้าสู่จุดเชื่อมต่อของโรงพยาบาล จะต้องมีการติดตั้งชุดปรับลดแรงดันแต่ละอาคารของ โรงพยาบาลตามความเหมาะสมกับการใช้งานของโรงพยาบาลที่สามารถปรับลดแรงดันจากถังเข้าสู่ระบบท่อออกซิเจน ของโรงพยาบาลได้อย่างเหมาะสมที่จะสามารถทำให้การใช้ออกซิเจนเป็นไปตามปกติ (หมายเหตุ ความดันใช้งานวัดที่ Outlet ของโรงพยาบาลอยู่ในช่วง 50 – 60 psi) โดยต้องติดตั้งอาคารดังต่อไปนี้ ประธานกรรมการ กรรมการ .กรรมการ 1. อาคารตึกผู้ป่วยใน IPD 2. อาคารตึกผู้ป่วยนอก OPD 3. อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน 10 ชั้น 4. อาคารตึก 50 ปี 5. อาคารเวชกรรม 114 เตียง 4.3.6 ผู้ขายจะต้องจัดหาออกซิเจนสำรองเพื่อใช้ในระยะเวลาที่ทำการเปลี่ยนถังหรือระบบจนกว่าระบบใหม่จะ ใช้งานได้ตามปกติ 4.3.7 การติดตั้งถังและระบบจะต้องแล้วเสร็จสามารถใช้ออกซิเจนได้ปกติ ภายในระยะเวลา 90 วัน นับจากวันทำสัญญา 4.4 การบรรจุและการเติมออกซิเจนเหลว 4.4.1 ผู้ขายต้องสามารถจัดหาและเติมออกซิเจนเหลวได้อย่างเพียงพอกับอัตราการใช้ของโรงพยาบาล 4.4.2 ผู้ขายต้องจัดบุคลากรที่เป็นพนักงานของผู้ขายที่มีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานในการส่งและเติม ออกซิเจนเหลวและผ่านการอบรมเรื่องการเติมออกซิเจนเหลว โดยจัดส่งรายชื่อและบัตรแสดงตนอย่างชัดเจนพร้อมทั้ง มาตรฐานการปฏิบัติงานและเอกสารยืนยันผ่านการอบรมมาแสดง 4.4.3 การวัดปริมาณออกซิเจนเหลวที่เติมแต่ละครั้ง ใช้การคำนวณตามหลักวิชาเทอร์โมไดนามิกให้ออกซิเจน กลายเป็นแก๊สออกซิเจนภายใต้อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส และความดัน 1 บรรยากาศ ซึ่งออกซิเจนเหลว 1 ลิตรเท่ากับ 0.769 ลูกบาศก์เมตร โดยใช้มาตรวัดที่ได้มาตรฐานที่ติดประจำรถขนย้ายออกซิเจนเหลวทุกครั้ง 4.4.4 ผู้ขายได้จะต้องวัดปริมาณน้ำหนักของออกซิเจนเหลวที่ส่งให้กับโรงพยาบาลในหน่วยกิโลกรัม โดยจะต้อง อ่านค่าจาก Flow Meter ที่ติดมากับรถขนส่ง และจะต้องเป็นมาตรวัดที่ใช้วัดจำนวนก๊าซเหลวเมื่ออยู่ในสถานะของเหลว เท่านั้น โดยมาตรวัดต้องสามารถทนอุณหภูมิได้ถึงลบ 190 องศาเซลเซียส ระบบการทำงานของมาตรวัดต้องได้ มาตรฐานสากลเทียบเท่ากับประเทศทางยุโรปหรืออเมริกา การแสดงผลปริมาณก๊าซของมาตรวัดต้องอ่านค่าได้เป็นตัวเลข เพื่อลดความคลาดเคลื่อนจากการอ่านด้วยสายตา โดยมาตรวัดปริมาณก๊าซจะต้องได้รับการสอบเทียบอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง 4.4.5 ผู้ขายต้องบริการจัดส่งและเติมออกซิเจนเหลวให้เพียงพอกับความต้องการต่อการใช้งานของโรงพยาบาล โดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่ทางโรงพยาบาลโทรศัพท์แจ้ง ดังนั้นผู้ขายต้องมีระบบ Tele-monitoring ที่สถานีจ่ายแก๊ส ออกซิเจนเหลว เพื่อตรวจสอบปริมาณออกซิเจนเหลวจากระยะทางไกล (โรงงานของผู้ขาย) เพื่อระบบสามารถแจ้งเตือน .ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ 4.4.5.1 ระบบจะต้องสามารถแสดงผลระดับออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ (Telemetry) และ แรงดันภายในถังบรรจุในรูปแบบดิจิตอลบนแอปพลิเคชันที่สามารถใช้งานบนโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบสมาร์ตโฟนใน ระบบปฏิบัติการ iOS และ Android นอกจากนี้ต้องสามารถใช้งานผ่านเว็บไซต์ของผู้ขายอีกทางเลือกหนึ่งด้วย ทั้งนี้ผู้ขาย และ/หรือเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจะต้องสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ตลอดเวลา (Real-time) ระบบดังกล่าวจะต้องสามารถ แจ้งเตือนไปยังผู้ขาย และ/หรือเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลให้รับทราบเหตุการณ์ ในกรณีที่โรงพยาบาลร้องขอ รวมไปถึงการ บอกตำแหน่งของรถขนส่งออกซิเจนเหลว ตลอดจนการคาดการณ์วันและเวลาการเข้าเติมออกซิเจนเหลวที่โรงพยาบาล 4.4.5.2 ระบบจะต้องสามารถแสดงผลระดับออกซิเจนเหลวในถังบรรจุ โดยให้เจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลตรวจสอบข้อมูลได้โดยผ่านระบบ Internet อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถตรวจสอบ อัตราการใช้งานว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ 4.5 ระบบความปลอดภัยและการประกันภัย 4.5.1 ระบบสัญญาณเตือน 4.5.1.1 ตู้สัญญาณเตือนระบบออกซิเจนให้ติดตั้งรวมที่หน่วยงานสอบเทียบ ชั้น 1 อาคารสนับสนุนทาง การแพทย์ 17 ชั้น ทั้งระบบ 4.5.1.2 สัญญาณเตือนอย่างน้อยต้องประกอบด้วยตัวบ่งชี้ (Indicator) ที่มองเห็นได้ มีเสียงดังอย่างน้อย 80 เดซิเบลเมื่อวัดที่ระยะห่าง 1 เมตร สามารถปิดเสียงให้เงียบได้ และสามารถทำงานได้จากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ของโรงพยาบาลทันที ในกรณีที่ไฟฟ้าดับ 4.5.1.3 สัญญาณเตือนจะแสดงทั้งแสงและเสียงอย่างน้อย 3 ลักษณะ ดังนี้ - สัญญาณแจ้งระดับออกซิเจนเหลวที่จะต้องเติม (Low Level Alarm) - สัญญาณแจ้งความดันที่จ่ายออกจากถังบรรจุออกซิเจนเหลวต่ำหรือสูงผิดปกติ - สัญญาณแจ้งความดันที่จ่ายเข้าระบบโรงพยาบาลต่ำกว่า 50 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว 4.5.2 ผู้ขายจะต้องรับประกันความปลอดภัยของถังออกซิเจนเหลวและส่วนประกอบทั้งหมดที่ติดตั้งใน โรงพยาบาล รวมถึงต้องรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุอันเนื่องมาจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหาดใหญ่/ เจ้าหน้าที่ของบริษัท ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ตลอดระยะเวลาสัญญาซื้อขายออกซิเจนเหลวที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อร่างกายและทรัพย์สินของโรงพยาบาลหาดใหญ่ และของผู้เสียหายอื่น ทั้งนี้ผู้ขายจะต้องมีวงเงินประกันภัยไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทให้มีผลบังคับใช้ตลอดระยะเวลาสัญญา โดยต้องแนบหลักฐานสำเนากรมธรรม์ประกันภัย ประกอบกับ เอกสารประกวดราคาในวันยื่นเสนอราคา 4.5.3 ผู้ขายจะต้องนำกรมธรรม์ประกันภัยฉบับตัวจริงหรือสำเนาพร้อมลงชื่อรับรองสำเนาไปแสดงและสำเนา เอกสารประกอบการทำสัญญาซื้อขาย 4.5.4 การประกันความปลอดภัย แยกต่างหากกับการค้ำประกันสัญญา 4.5.5 ผู้ขายต้องมีแผนการตรวจสอบอุปกรณ์และซ่อมบำรุงอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง 4.5.6 ผู้ขายต้องมีระบบบริการฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพื่อ 4.5.6.1 แก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นเป็นกรณีฉุกเฉิน 4.5.6.2 จัดหาออกซิเจนเหลวสำรองให้กับโรงพยาบาลได้อย่างเพียงพอจนกว่าระบบจะเป็นปกติ 4.6 เงื่อนไขเฉพาะ 4.6.1 เป็นผู้ผลิตออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานอย่างน้อย 5 ปี โดยต้องแนบหลักฐานใบอนุญาต ประกอบกิจการประกอบกับเอกสารประกวดราคาในวันยื่นเสนอราคา 4.6.2 ผู้ขายจะต้องประกอบกิจการผลิต และจัดจำหน่ายออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ ให้โรงพยาบาลของรัฐ/ โรงพยาบาลในกำกับของรัฐ ต้องมีขนาดเทียบเท่าโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (ตามประกาศของกระทรวง สาธารณสุข) จำนวนไม่ต่ำกว่า 3 โรงพยาบาล โดยแนบหลักฐานเอกสารการรับรองหรือสำเนาสัญญาจะซื้อจะขายทั้ง 3 แห่ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ให้บริการมีประสบการณ์ ในการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ 4.6.3 ผู้ขายต้องสามารถจัดหาออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ ให้กับโรงพยาบาลหาดใหญ่ได้อย่างเพียงพอและไม่ ขาดแคลน เพื่อให้กิจการของโรงพยาบาลหาดใหญ่สามารถดำเนินไปได้โดยปกติตลอดสัญญา 4.6.4 ผู้ขายต้องสามารถจัดหาออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ ให้กับโรงพยาบาลในกรณีฉุกเฉินเร่งด่วนหรือกรณี เกิดอุทกภัยได้ทันทีเมื่อมีการร้องขอ 4.6.5 ผู้ขายจะต้องมีโรงงานผลิตออกซิเจนเหลวจะต้องมีโรงงานผลิตออกซิเจนเหลวที่จดทะเบียนเป็นชื่อเดียวกัน ไม่น้อยกว่า 3 โรงงาน อยู่ในสถานที่ต่างกัน โดยแต่ละโรงงานมีกำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 90,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อจะได้ มีออกซิเจนเหลวทางการแพทย์อย่างเพียงพอและส่งได้อย่างต่อเนื่องในกรณีที่โรงงานใดโรงงานหนึ่งไม่สามารถผลิตและส่ง ออกซิเจนเหลวได้ และอย่างน้อยได้รับการรับรองระบบคุณภาพตามมาตรฐานได้รับการรับรองคุณภาพ ISO 9001 และ ISO 14001 จากหน่วยที่ได้รับรองมาตรฐานสากล โดยจะต้องนำหลักฐานการรับรองดังกล่าวมาแสดงในวันยื่นเสนอราคา ปลอดภัย 4.6.6 ผู้ขายต้องจัดฝึกอบรมให้ความรู้แก่บุคลากรของโรงพยาบาลในเรื่องมาตรฐานการใช้ออกซิเจนและความ .ประธานกรรมการ .กรรมการ กรรมการ 4.6.7 เมื่อครบสัญญา - ในกรณีมีผู้ขายรายใหม่ได้รับการพิจารณาจากการประมูลจะต้อง รอให้โรงพยาบาลใช้ออกซิเจนเหลวให้หมด ก่อน และรอให้ผู้ขายรายใหม่ติดตั้งระบบใหม่ให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ สามารถจ่ายออกซิเจนให้กับระบบได้เป็นปกติก่อนจึง จะอนุญาตให้รื้อถอนและเคลื่อนย้ายระบบเดิมได้ 5. กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ กำหนดเวลาการส่งมอบ หรือให้งานนั้นแล้วเสร็จภายใน 365 วันหลังจากลงนามในสัญญา นับถัดจากวันลงนาม ในสัญญาจะซื้อจะขายแบบราคาคงที่ไม่จำกัดปริมาณ และส่งมอบพัสดุภายใน 90 วัน นับถัดจากวันที่รับใบสั่งซื้อหรือวันที่ ได้รับแจ้งเป็นหนังสือ การออกใบสั่งซื้อคราวละอย่างมากไม่เกิน 20,000 ลบม. หรืออย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 1 ลบม. 6. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ พิจารณาจากราคารวม 7. วงเงินที่ได้รับจัดสรร 12,320,500 บาท (สิบสองล้านสามแสนสองหมื่นห้าร้อยบาทถ้วน) 8. งวดงานและการจ่ายเงิน ผู้จะซื้อจะชำระเงินค่าสิ่งของที่คำนวณตามปริมาณที่กำหนดในใบสั่งซื้อแต่ละคราวและตามราคาต่อหน่วย ให้แก่ ผู้จะขายภายใน 90 (เก้าสิบ) วัน นับถัดจากวันที่ผู้จะขายได้แสดงหลักฐานการรับ 9. อัตราค่าปรับ ผู้จะขายจะต้องชำระค่าปรับให้ ผู้จะซื้อเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.20 (ศูนย์จุดสองศูนย์) ของราคาสิ่งของที่ ยังไม่ได้รับมอบ นับถัดจากวันครบกำหนดส่งมอบตามใบสั่งซื้อจนถึงวันที่ผู้จะขายได้นำสิ่งของมาส่งมอบให้แก่ผู้จะซื้อจน ถูกต้องครบถ้วนตามใบสั่งซื้อ 10. การกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง 1 ปี นับถัดจากวันที่ผู้ซื้อได้รับมอบสิ่งของทั้งหมดไว้ โดยถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา และจะต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง .ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ