ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัสท์ติกคอนกรีต จุดที่ 1 ขนาดกว้างประมาณ 9.60 เมตร ยาว ประมาณ 120.00 เมตร และจุด ที่ 2 ขนาดกว้างประมาณ 4.60 เมตร ยาว ประมาณ 119.00 เมตร หรือมีพื้นที่ผิวจราจรไม่น้อยกว่า 1,699 ตารางเมตร พร้อมตีเส้นช่องจราจร บริเวณตลาดท่าสะอ้าน หมู่ 6
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต บริเวณตลาดท่าสะอ้าน หมู่ 6 ตำบลท่าสะอ้าน อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- จุดที่ 1: ปรับปรุงผิวจราจรกว้างประมาณ 9.60 เมตร ยาวประมาณ 120.00 เมตร
- จุดที่ 2: ปรับปรุงผิวจราจรกว้างประมาณ 4.60 เมตร ยาวประมาณ 119.00 เมตร
รวมพื้นที่ผิวจราจรที่ปรับปรุงไม่น้อยกว่า 1,699 ตารางเมตร
นอกจากนี้ ยังรวมถึงงานตีเส้นช่องจราจรด้วยสีเทอร์โมพลาสติก เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและเป็นระเบียบในการสัญจร โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่และผู้ใช้เส้นทางสัญจรให้สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามรูปแบบและรายละเอียดที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้างอย่างเคร่งครัด
English summary
The project involves the asphalt concrete pavement improvement in Tha Sa-an Market area, consisting of 2 sections: Section 1 is approximately 9.60 meters wide and 120.00 meters long, and Section 2 is approximately 4.60 meters wide and 119.00 meters long, with a total pavement area of not less than 1,699 square meters. The project also includes pavement marking with thermoplastic paint to improve traffic order and safety.
บริเวณตลาดท่าสะอ้าน หมู่ 6 ต.ท่าสะอ้าน อ.บางปะกง
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- ปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตให้มีสภาพดีขึ้น
- เพิ่มความปลอดภัยในการสัญจรด้วยการตีเส้นช่องจราจร
- ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
ขอบเขตของงาน
- รื้อผิวจราจรเดิม (ถ้ามี)
- ปรับปรุงพื้นทางเดิม (Deep Patching, Skin Patching, Leveling)
- งานดินถมคันทาง (ถ้ามี)
- งานชั้นรองพื้นทาง (ถ้ามี)
- งานพื้นทาง (ถ้ามี)
- ราด Prime Coat
- ราด Tack Coat
- ปูผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนา 0.05 เมตร
- ตีเส้นจราจรด้วยสีเทอร์โมพลาสติก
- ติดตั้งป้ายโครงการ
- การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- พื้นผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตที่ปรับปรุงแล้ว จำนวนไม่น้อยกว่า 1,699 ตร.ม.
- เส้นจราจรที่ตีเส้นด้วยสีเทอร์โมพลาสติกตามมาตรฐาน
- ป้ายโครงการที่ติดตั้งตามข้อกำหนด
- แผนการปฏิบัติงาน
- การจัดการจราจรระหว่างการก่อสร้าง
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสาร
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Standards Compliance: ต้องเป็นไปตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท หรือ มอก. ที่เกี่ยวข้อง เช่น มทช.230-2545, มทช.227-2545, มอก. 542, มอก. 543
- Technical Capabilities: ต้องมีเครื่องมือ, เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เหมาะสมกับงานก่อสร้างผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตและการตีเส้นจราจร
- Personnel: ผู้รับจ้างจะต้องใช้แรงงานช่างฝีมือดี
เกณฑ์การพิจารณา
เกณฑ์การประเมินไม่ได้ระบุไว้ในเอกสาร
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนา 0.05 เมตร อ้างอิงแบบมาตรฐานงานทางสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แบบเลขที่ ทถ-7-201 “งานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต”
- การตีเส้นจราจร อ้างอิงแบบมาตรฐานงานทางสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แบบเลขที่ ทถ-3-110 (1) “งานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ตีเส้นจราจร)” ใช้วัสดุเทอร์โมพลาสติก กว้าง 15 เซนติเมตร
- วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น มาตรฐานวัสดุดินคันทาง (มท. 201-2545), มาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทช.202-2545), มาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มทช.203-2545)
- ยางแอสฟัลต์สำหรับ Prime Coat เป็นชนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณการใช้ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร
- ยางแอสฟัลต์สำหรับ Tack Coat เป็นชนิด CRS-2 ปริมาณการใช้ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร
เงื่อนไขสัญญา
เงื่อนไขสัญญาไม่ได้ระบุไว้ในเอกสาร
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: พื้นที่ที่ต้องปรับปรุงผิวจราจรอยู่ที่ไหน?
-
ตอบ: บริเวณตลาดท่าสะอ้าน หมู่ 6 ตำบลท่าสะอ้าน อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา
-
ถาม: ความหนาของผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตที่ต้องปูคือเท่าไร?
-
ตอบ: 0.05 เมตร
-
ถาม: ต้องใช้วัสดุอะไรในการตีเส้นจราจร?
-
ตอบ: สีเทอร์โมพลาสติก
-
ถาม: ต้องทำอย่างไรหากพบว่าพื้นทางเดิมไม่ดี?
-
ตอบ: หากระดับผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมไม่ดี ให้ทำ Skin Patching ให้เรียบร้อยเสียก่อน
-
ถาม: ต้องทำอย่างไรหากผิวทางเดิมชำรุดเสียหายถึงชั้นโครงสร้างทาง?
-
ตอบ: ให้ทำ Deep Patching
-
ถาม: ต้องส่งแผนการปฏิบัติงานเมื่อใด?
-
ตอบ: ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
-
ถาม: ต้องจัดส่งวัสดุงานทางเมื่อใด?
-
ตอบ: ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
-
ถาม: ต้องทำ Prime Coat ก่อนปูผิวแอสฟัลท์ติกคอนกรีตหรือไม่?
-
ตอบ: ใช่ ต้องทำ Prime Coat หรือ Tack Coat ก่อน
-
ถาม: ต้องควบคุมการจราจรอย่างไรระหว่างการก่อสร้าง?
-
ตอบ: ต้องจัดและควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าผิวทางจะเย็นตัวลงมากพอที่จะเปิดให้การจราจรผ่านได้
-
ถาม: ถ้าแบบแปลนไม่ชัดเจนต้องทำอย่างไร?
-
ตอบ: ให้ถือรายการก่อสร้างเป็นใหญ่ ถ้าไม่ปรากฏแน่ชัดทั้งสองอย่างให้ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการตรวจการจ้าง
-
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
บล
เทศบาลสะอ้าน
จังหวัดฉะเชิงเทรา
โครงการปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัสท์ติกคอนกรีต จุดที่ 1 ขนาดกว้างประมาณ 9.60 ม. ยาวประมาณ 120,00 ม. และจุด ที่ 2 ขนาดกว้างประมาณ 4.60 ม. ยาวประมาณ 119.00
ม. หรือมีพื้นที่ผิวจราจรไม่น้อยกว่า 1,699 ตร.ม พร้อมตีเส้นช่องจราจร สถานที่ก่อสร้าง บริเวณตลาดท่าสะอ้าน ม.6 ต.ท่าสะอ้าน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา
คาลด
เท่าสะอ้าน,
โครงการก่อสร้าง ผิวจราจรแอสฟัสท์ติกคอนกรีต จุดที่ 1 ขนาดกว้างประมาณ 9.60 ม. ยาว ประมาณ 120.00 ม. และจุด ที่ 2 ขนาดกว้างประมาณ 4.60 ม. ยาว ประมาณ 119.00 ม. หรือมีพื้นที่ผิวจราจรไม่น้อยกว่า 1,699 ตร.ม พร้อมตีเส้นช่องจราจร
บริเวณเขตก่อสร้าง บริเวณตลาดท่าสะอ้าน หมู่ 6 ต.ท่าสะอ้าน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา
รายการทั่วไปประกอบแบบก่อสร้าง
มิติต่างๆมีหน่วยเป็นเมตร, เซนติเมตร นอกจากระบุเป็นอย่างอื่น
2. แนวระดับและระยะต่างๆ จะกําหนดให้ระหว่างก่อสร้าง
3.
5.
แนวระดับและระยะต่างๆ สามารถปรับให้เข้ากับสภาพพื้นที่ได้ตามความเหมาะสม
4. ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ต่อความเสียหายใดๆ อันเกิดแก่อาคารที่อยู่ใกล้เคียง หรือ บุคคลอันเนื่องจากการกระทําใดๆในงานนี้
ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบในการป้องกันอันตราย ตลอดจนเฝ้าดูแลสถานที่ทํางานทุกสิ่งทุกอย่าง และจุดโคมไฟในเวลากลางคืน ผู้รับจ้างต้องให้จราจรผ่านไปมาสะดวก จะต้องทําและติดตั้งป้ายจราจร เครื่องหมายกัน และสิ่งประกอบอื่นๆ เพื่อความปลอดภัย
6.
7. ผู้รับจ้างต้องติดตั้งป้ายโครงการให้เห็นเด่นชัด โดยต้องมีขนาดป้ายและข้อความที่ระบุไว้ในสัญญารายการ แก่การจราจร ตั้งแต่เริ่มงานก่อสร้าง จนกระทั่งงานเสร็จบริบูรณ์ 8. ถ้าหากมีความจําเป็นที่จะทําการก่อสร้าง หรือจัดหาอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องกับงานนี้ ผู้รับจ้างสัญญาว่าจะเป็นผู้จัดหา จัดทํา และเป็นผู้รับผิดชอบทุกสิ่งทุกอย่างตลอดจนเฝ้ารักษา 9. ในขณะที่ผู้รับจ้างกําลังทําการก่อสร้างปรากฏว่าแผนผังรูปแบบรายละเอียดที่กล่าวในแบบแปลนและสัญญาการก่อสร้างส่วนใดส่วนหนึ่งคลาดเคลื่อนบกพร่องผู้รับจ้างจะทําการแก้ไขและ
ดําเนินการก่อสร้างตามคําแนะนําของผู้ว่าจ้างทันทีในเมื่อการแก้ไขนั้นไม่ผิดไปจาก รายการสําคัญในรูปแบบแต่เป็นส่วนที่จําเป็นจะต้องกระทําเพื่อให้งานก่อสร้างนั้นสําเร็จไปโดยเรียบร้อยผู้รับ จ้างยอมที่จะทํางานนั้นให้เสร็จเรียบร้อยโดยไม่คิดค่าจ้างนอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้
10. กรณีมีปัญหาอุปสรรคหรือมีเหตุใดที่ผู้รับจ้างไม่สามารถก่อสร้างได้ปริมาณงานครบตามที่กําหนดไว้ในแบบแปลนรายการและสัญญาผู้ว่าจ้างจะคิดหักลดเงินค่าจ้างลงตามสัดส่วนหากก่อสร้าง
เกินกว่าปริมาณเกินกว่าที่กําหนดไว้จะไม่คิดเงินให้ หรืออยู่ที่ดุลยวินิจของผู้ควบคุมงานทั้งนี้ต้องถูกหลักในทางวิชาช่าง และไม่ทําให้เสียประโยชน์ต่อทางราชการ 11. ผู้รับจ้างจะต้องใช้แรงงานช่างฝีมือดีและวัสดุที่มีคุณภาพดีมาดําเนินการก่อสร้าง ให้งานนี้แล้วเสร็จอย่างเรียบร้อยสมบูรณ์ทุกประการหากผู้รับจ้างก่อสร้างผิดไปจากแบบแปลนรายการและ สัญญาผู้รับจ้างจะต้องรื้อถอนเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ถูกต้องทันที ในกรณีดังกล่าวผู้ว่าจ้างอาจสั่งให้ ผู้รับจ้างหยุดงานก่อสร้างไว้ก่อนและหยุดงานนี้ไม่สามารถนําเป็นสาเหตุเพื่อขอต่อสัญญา ผู้รับจ้างรับรองว่าได้ตรวจดูแบบและรายละเอียดต่างๆที่กล่าวในแบบแปลนและสัญญาการก่อสร้าง โดยถี่ถ้วนทุกอย่างแล้ว ผู้รับจ้างจะทําการก่อสร้างตามแบบแปลน กรณีแบบแปลนไม่ชัดเจน ให้ถือรายการก่อสร้างเป็นใหญ่ ถ้าไม่ปรากฏแน่ชัดทั้งสองอย่างแต่จําเป็นให้งานก่อสร้างสมบูรณ์ ผู้รับจ้างยินยอมปฏิบัติตามคําสั่งของคณะกรรมการตรวจการจ้าง ซึ่งจะสั่งตามหลักวิชาการ สิ่งใดไม่เข้าใจหรือสงสัยให้ สอบถามคณะกรรมการ การตรวจการจ้างให้เข้าใจเสียก่อนปฏิบัติเสมอ
12.
13. การก่อสร้างตามสัญญาจ้างจะต้องเป็นไปตามรูปแบบและรายละเอียดต่อท้ายสัญญาก่อสร้าง สิ่งใดที่ผู้รับจ้างทําไปผิดหรือไม่เรียบร้อยเพราะอ่านแบบไม่เข้าใจหรือได้รับทราบรายละเอียดแล้ว ไม่ปฏิบัติตามหรือได้รับทราบรายละเอียดแล้วไม่ปฏิบัติตามหรือทําไปโดยไม่มีรายละเอียดที่ถูกต้อง ย่อมถือว่าเป็นความบกพร่องเองของผู้รับจ้าง จะต้องรื้อหรือแก้ไขส่วนที่ผิด หรือไม่เรียบร้อย
นั้นให้ถูกต้องโดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ
จังหวัดฉะเ
ชิงเทรา
โครงการก่อสร้าง ผิวจราจรแอสฟัสท์ติกคอนกรีต จุดที่ 1 ขนาดกว้างประมาณ 9.60 ม. ยาวประมาณ 120.00 ม. และ จุดที่ 2 ขนาดกว้างประมาณ 4.60 ม. ยาว ประมาณ 119.00 ม. หรือมีพื้นที่ ผิวจราจรไม่น้อยกว่า 1,699 ตร.ม พร้อมตีเส้นช่องจราจร
สถานที่ก่อสร้าง
บริเวณตลาดท่าสะอ้าน หมู่ 6
สํารวจ
นายสมภูมิ สําเภาจันทร์ ผู้อําานวยการกองช่าง คณะกรรมการจัดทําแบบรูปรายการ
งานก่อสร้าง
นายปราการ แกล้วทนง ประธานกรรมการ
นายสมภูมิ สําเภาจันทร์
กรรมการ
นายปิยะณัฐ สายเมฆ
เห็นชอบ
กรรมการ
นายปราการ แกล้วทนง ปลัดเทศบาลตาบลท่าสะอ้าน
อนุมัติ
นายปรีชา เอี่ยมอ่อน นายกเทศมนตรีตําบลท่าสะอ้าน
แสดงแบบ
รายการประกอบแบบ
มาตราส่วน
แผนที่
1
จํานวนแผ่น
วัน/เดือน/ปี
11
ไปสี่แยกไฟแดงท่าสะอ้าน
ด้านขวาทาง
ทางเข้าวัดท่าสะอ้าน
ซอยกวนอู
0
ผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนา 0.05 ม.
ทางเท้า
.
0
0
0
0
สี่แยกตลาดท่าสะอ้าน
รายการประกอบแบบ
ทางเท่า
ชุมชนพักอาศัยหนาแน่น
จุดสิ้นสุด 0+120.00
0
0
D
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
กว้าง 9.60 ม.
0
ชุมชนพักอาศัยหนาแน่น
0
0
0
0
ผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนา 0.05 ม.
แบบ แผนที่สังเขป
- งานรื้อพื้นกระเบื้องเดิม ม.มีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,699.00 ตร.ม.
จุดสิ้นสุด 0 +049.00ม.
กว้าง 4.80 ม.
จุดเริ่มต้น 0 +070.00
ם
0
บ้านพักนายอําเภอ
0
0
0
เทศบาลด
เลทาสะ
สะอ้าน,
ชุมชนพักอาศัยหนาแน่น
จุดเริ่มต้น 0 +000.00
–กว้าง 4.80 ม.
ชุมชนพักอาศัยหนาแน่น
จังหวัดฉะ
ชิงเทร
วัดฉะเชิง
โครงการก่อสร้าง ผิวจราจรแอสฟัสท์ติกคอนกรีต จุดที่ 1 ขนาดกว้างประมาณ 9.60 ม. ยาวประมาณ 120,00 ม. และ จุดที่ 2ขนาดกว้างประมาณ 4.60 ม. ยาว ประมาณ 119.00 ม. หรือมีพื้นที่ ผิวจราจรไม่น้อยกว่า 1,699 ตร.ม พร้อมที่เส้นช่องจราจร
สถานที่ก่อสร้าง
บริเวณตลาดท่าสะอ้าน หมู่ 6
สํารวจ
นายสมภูมิ สําเภาจันทร์ ผู้อํานวยการกองช่าง คณะกรรมการจัดทําแบบรูปรายการ
งานก่อสร้าง
0
0
0
0
0
ทางเข้าที่ว่าการอําเภอฯ
ด้านขวาทาง
ด้านซ้ายทาง
นายปราการ แกล้วทนง ประธานกรรมการ
นายสมภูมิ สาเภาจันทร์
กรรมการ
นายปิยะณัฐ สายเมฆ
เห็นชอบ
กรรมการ
นายปราการ แกล้วทนง ปลัดเทศบาลตําบลท่าสะอ้าน
อนุมัติ
บลท่าสะอ้าน
2 Tommer.
นายปรีชา เอี่ยมอ่อน นายกเทศมนตรีตําบลท่าสะอ้าน
แสดงแบบ
มาตราส่วน
แผนที่สังเขป
แผนที่
2
จ่านวนแผ่น
วัน/เดือน/ปี
11
เทศบาลด
“บลท่าสะ
10.05
10.05999
ผิวจราจรปูพื้นแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนา 0.05 ม.
9.60.
ผิวถนน คสล.เดิม
แบบ รูปตัดถนนขนาดกว้าง 9.60 ม.ยาว 120.00 ม.
ผิวจราจรปูพื้นแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนา 0.05 ม.
-ผิวถนน คสล.เดิม
- 4.60 ม.
แบบ รูปตัดถนนขนาดกว้าง 4.60 ม.ยาว 119.00 ม.
งหวัด
งเทรา
โครงการก่อสร้าง ผิวจราจรแอสฟัสท์ติกคอนกรีต จุดที่ 1 ขนาดกว้างประมาณ 9.60 ม. ยาวประมาณ 120,00 ม. และ จุดที่ 2ขนาดกว้างประมาณ 4.60 ม. ยาว
หรือมีพื้นที่
ประมาณ 119.00 ม. ผิวจราจรไม่น้อยกว่า 1,699 ตร.ม พร้อมตีเส้นช่องจราจร
สถานที่ก่อสร้าง
บริเวณตลาดท่าสะอ้าน หมู่ 6
สํารวจ
นายสมภูมิ สําเภาจันทร์ ผู้อ้านวยการกองช่าง คณะกรรมการจัดทําแบบรูปรายการ
งานก่อสร้าง
นายปราการ แกล้วทนง ประธานกรรมการ
นายสมภูมิ สําเภาจันทร์
กรรมการ
نحله
นายปิยะณัฐ สายเมฆ
๘ เห็นชอบ
กรรมการ
นายปราการ แกล้วทนง ปลัดเทศบาลตําบลท่าสะอ้าน
อนุมัติ
นายปรีชา เอี่ยมอ่อน นายกเทศมนตรีตําบลท่าสะอ้าน
แสดงแบบ
มาตราส่วน
แบบรูปตัดถนน
แผนที่
รายการประกอบแบบ - ผิวจราจรปูพื้นแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนา 0.05 ม.
- อ้างอิงแบบมาตรฐานงานทางสําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แบบเลขที่ ทถ-7-201 “งานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต”
วัน / เลอน/ปี
จํานวนแผ่น
3
11
9.60
4.80
A
สีขาว Thermoplastic กว้าง 15 เซนติเมตร
อาบลท่าสะ
เทศบาลด
โครงการก่อสร้าง
เชิงเท
สีเหลือง Thermoplastic กว้าง 15 เซนติเมตร
สีขาว Thermoplastic กว้าง 15 เซนติเมตร
สถานที่ก่อสร้าง
บริเวณตลาดท่าสะอ้าน หมู่ 6
สํารวจ
นายสมภูมิ สําเภาจันทร์ ผู้อ้านวยการกองช่าง
คณะกรรมการจัดทําแบบรูปรายการ
งานก่อสร้าง
…
นายปราการ แกล้วทนง ประธานกรรมการ
นายสมภูมิ สําเภาจันทร์
กรรมการ
1 นายปิยะณัฐ สายเมฆ
เห็นชอบ
กรรมการ
นายปราการ แกล้วทนง ปลัดเทศบาลตําบลกกสะอ้าน
อนุมัติ
ลูกสะอ้า
Homer.
นายปรีชา เอี่ยมอ่อน นายกเทศมนตรีตําบลท่าสะอ้าน
แสดงแบบ
แบบแปลนตีเส้นจราจร
แบบแปลนตีเส้นผิวจราจร
มาตราส่วน
แผนที่
4
อ้างอิงแบบมาตรฐานงานทางสําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แบบเลขที่ ทถ-3-110 (1) “งานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง(ตีเส้นจราจร) "
จํานวนแผ่น
วัน/เดือน/ปี
11
2.40
โครงการก่อสร้างของ
ประเภทของสิ่งก่อสร้าง,
ปริมาณงานก่อสร้าง
ระยะเวลาเริ่มต้นและระยะเวลาสิ้นสุด รวมเป็นระยะเวลากี่วัน
ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพย์ ผู้รับจ้าง
1.20
วงเงินงบประมาณที่ได้ตั้งไว้หรือที่ได้รับ __
ราคากลาง ค่าก่อสร้าง
วงเงินค่าก่อสร้างตามที่ได้ลงนามในสัญญาจ้าง..
ชื่อกรรมการตรวจการจ้าง และผู้ควบคุมงาน พร้อมหมายเลข โทรศัพท์ -
1.20
0.50
1.20
·ตราเทคบาล
เทศบาล าบลท่าสะอ้าน
0.60
โครงการ ปีงบประมาณ. งบประมาณ
จ่ายจาก
1.20
เสาไม้ | 0.10 เมตร
ระดับดินเดิม
คอนกรีต 0.20 X0.20 เมตร
0.50
ป้ายระหว่างดําเนินการ
แบบป้ายโครงการ
รายการประกอบแบบ
- เสา พื้นป้ายทาสีน้ําเงินทั้ง 2 ด้าน
- ตัวหนังสือสีขาว ตามความเหมาะสม
หมายเหต - จุดติดตั้งป้ายให้คํานึงถึงความเหมาะสมและสามารถมองเห็น ชัดเจน
- งานป้ายระหว่างดําเนินการก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งแผ่นป้าย ภายใน 7 วัน
นับตั้งแต่ลงนามในสัญญาจ้าง - งานป้ายที่ดําเนินการแล้วเสร็จผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งให้แล้วเสร็จก่อนส่งมอบงาน
แผ่นเหล็ก
ท่อเหล็กกลม,Ø 2 นิ้ว
V ระดับดินเดิม
คอนกรีต 0.20 X0.20 เมตร
วัดฉะ
“งเทรา
โครงการก่อสร้าง ผิวจราจรแอสฟัสท์ติกคอนกรีต จุดที่ 1 ขนาดกว้างประมาณ 9.60 ม. ยาวประมาณ 120.00 ม. และ จุดที่ 2 ขนาดกว้างประมาณ 4.60 ม. ยาว ประมาณ 119.00 ม. หรือมีพื้นที่ ผิวจราจรไม่น้อยกว่า 1,699 ตร.ม พร้อมที่เส้นช่องจราจร
สถานที่ก่อสร้าง
บริเวณตลาดท่าสะอ้าน หมู่ 6
สํารวจ
นายสมภูมิ สําเภาจันทร์ ผู้อํานวยการกองช่าง
คณะกรรมการจัดทําแบบรูปรายการ
งานก่อสร้าง
el
นายปราการ แกล้วทนง ประธานกรรมการ
นายสมภูมิ สําเภาจันทร์
กรรมการ
محله
นายปิยะณัฐ สายเมฆ
เห็นชอบ
กรรมการ
นายปราการ แกล้วทนง ปลัดเทศบาลตําบลท่าสะอ้าน
อนุมัติ
2
Home
นายปรีชา เอี่ยมอ่อน นายกเทศมนตรีตําบลท่าสะอ้าน
แสดงแบบ
มาตราส่วน
รายละเอียดป้ายโครงการ
แผนที่
ป้ายที่ดําเนินการแล้วเสร็จ
5
จํานวนแผ่น
วัน/เดือน/ปี
11
ระดับดินเดิม
SIDE SLOPE
Slope
รูปตัดโครงสร้างทาง 1
ระดับอินเดิม
SIDE SLOPE
Ө
ให้ทาง
Slope
Pr
ผิวจราจร
ทําผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
ทํา Tack Coat ไหล่ทางเดิม ไหล่ทางลาดยางเดิม
รูปตัดโครงสร้างทาง 2
ลําดับที
1 ไหล่ทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
รายการ
อ้างถึง
"
2
ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
3
TACK COAT
4
อ้างถึง
"
อ้างถึง
การตีเส้นจราจรบนผิวทาง
อ้างถึง
Slope
Slope
SIDE SLOPE
ทําผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
ท่า TACK COAT ผิวทางเดิม
โครงสร้างทางเดิม
ไปทาง
SIDE SLOPE
ทําผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
ทํา Tack Coat ผิวทางเดิม โครงสร้างทางเดิม
รายการประกอบแบบ
- ทํา DEEP PATCHING ผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมที่ชํารุดเสียหายจนถึงชั้นโครงสร้างทาง
- ถ้าระดับผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมไม่ดีชํารุดเสียหายแต่ไม่ลึกถึงโครงสร้างทาง ให้ทํา SKIN PATCHING
ให้เรียบร้อยเสียก่อน - ปรับระดับผิวทางและผิวไหล่ทางให้เรียบมีระดับเสมอกับบริเวณอื่น ก่อนที่จะเสริมผิว
- ทํา TACK COAT ผิวทางและผิวไหล่ทาง
- ทําผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
- ท่าผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีตและตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
- รายละเอียดตามรูปติดโครงสร้างทาง สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิต
และด้านโครงสร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการ ทั้งนี้ให้อยู่
ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - ภายในระหว่างหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบ อาจจะกําหนดให้ทําการตอนใด
ก็ได้ตามความเหมาะสม และอาจจะให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการ หรืออาคารสาธารณะ ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยก เพื่อ ให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนด ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน - ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 7.8 และ ข้อ 9 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ
- ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
- งานไหล่ทางจะกําหนดในแบบแต่ละสาย
- งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจร หลักกันโค้ง หลักกิโลเมตรและ
GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
หมายเหตุ
แบบงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีตปรับปรุงจากแบบมาตรฐานงานบํารุงรักษาทาง แบบที่3 ม. ปร. 3/2545 และแบบที่ 3.2 มฐ. บร. 3.2/2546) ของกรมทางหลวงชนบท
ขอก้าหนดงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
ข้อกําหนด
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
"
มท 230-2545
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต มทช.230-2545
มาตรฐานงานแทคโคท มทช.227-2545
แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง nn-3-110(1) 110(4)
กรมทางหลวง
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
แบบแบบ net-7-201
แผ่นที่ 44
บ
ข้อกําหนดงานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
- ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อที่จะทําการตรวจสอบ
และอนุมัติให้ใช้เป็นแผนการปฏิบัติงาน - ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เพื่อตรวจสอบ
หรือออกแบบผิวทางตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท - งานดินถมคันทาง
3.1 วัสดุที่ใช้ในงานดินถมคันทางต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุดินคันทาง (มท. 201-2545) ซึ่งได้ผ่านการ
ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
3.2 วัสดุที่จะทําการบดอัดแต่ละชั้นต้องผสมให้เข้ากันก่อน แล้วพรมน้ําตามจํานวนที่กําหนด ใช้รถเกรดปาดเกลี่ยให้วัสดุ
มีความชื้นสม่ําเสมอก่อนทําการบดอัดแน่น
3.3 การถมคันทางให้ถมเป็นชั้นๆ ชิ้นหนึ่งๆ หนาไม่เกิน 20 เซ็นติเมตร ทุกชิ้นต้องบดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ
95% Standard Proctor Density - งานชั้นรองพื้นทาง
4.1 วัสดุที่ใช้ในงานรองพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทช.202-2545) ซึ่งได้ผ่าน
ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
4.2 บนผิวจราจรเดิม หรือคันทางใหม่ ถ้ามีหลุมจะต้องกลบและบดอัดให้แน่นก่อน แล้วจึงนําวัสดุรองพื้นทางมาเกลี่ยแผ่
บดอัดเป็นชิ้นๆ ชั้นหนึ่งหนาไม่เกิน 20 เซนติเมตร และให้มีความหนาแน่นแต่ละชั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ
95% Modified Proctor Density - งานในพื้นทาง
5.1 วัสดุในงานพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มทช.203-2545) ซึ่งได้ผ่านการ
ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
5.2 บริเวณใดหรือช่วงใดพบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยแผ่บดอัดจะต้องขุดคุ้ย (Scarity)
ออกและผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากวัสดุที่ทําการคลุกเคล้าใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด
ให้น่าวัสดุนั้นออกและนําวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
5.3 Control Test จะเก็บตัวอย่างทดสอบทุกๆ ระยะ 1,000 เมตร และทุกตําแหน่งที่วัสดุแปรเปลี่ยนการทดสอบเพียง
Sieve Analysis และ Compaction เท่านั้นแต่ทั้งนี้ หากเกิดความสงสัยวัสดุตําแหน่งใด ผู้ควบคุมงานสามารถทดสอบ ทั้งหมดเหมือน General Test ได้
5.4 ทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density) พื้นที่ 450 ตารางเมตรต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น - งาน Prime Coot มท.225-2545
6.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณการใช้ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร
6.2 ผิวหน้าฟื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใด โดยการกวาดและเป่าเศษวัสดุออก - งาน Tock Coat มา1227-2545
7.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด CRS-2 ปริมาณการใช้ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร
1.2 ก่อนที่จะทําการ Tack Coat จะต้องทําการกวาดฝุ่นและหินที่หลุดออกให้หมดแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมด
7.3 เมื่อลาดยางแอสฟัลต์แล้วจะต้องทิ้งไว้ประมาณ 10–18 ชั่วโมง ก่อนที่จะทําผิวชั้นต่อไป - งานแอสฟัลต์คอนกรีต
8.1 พื้นผิวที่จะปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องทําการ Prime Coat ตาม มาช 225-2545 หรือ Tock Coat ตาม มทร. 227-2545 ก่อน
8.2 พื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นปะปน
8.3 พื้นทางเดิมที่เกิดการยุบตัว (Depression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว (Soft Spot) ถ้าแข่งอีกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร
อาจแยกเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะรวมไปพร้อมกันกับ การปูชั่นทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่จะปูจะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนาเกิน 80 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน ถ้าแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องเสริมปรับระดับเฉพาะส่วน ที่ยุบตัวก่อน โดยให้ปูเป็นชั้นๆ หนาไม่เกินชิ้นละ 50 มิลลิเมตร
8.4 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องขุดวัสดุยาแนวรอยแตก และรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตออกให้หมด
ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมดแล้วก็ทํา Tack Coat ก่อนปูแอสฟัลต์คอนกรีต
8.5 อุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีต เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 132°C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 121 8.6 ทําการเก็บวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตหน้างาน พื้นที่ 9,000 ตารางเมตร ต่อ 1ตัวอย่าง ทดสอบตาม มทส (1)607-2545 เพื่อหาขนาดคละของมวลรวม
และปริมาณแอสฟัลต์ซิเมนต์ที่ใช้
8.7 การปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องได้ความหนาตามข้อกําหนด และผิวหน้าจะต้องมีความเรียบ ความแน่นสม่ําเสมอทั้งทางด้านตามความและตามยาว
โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) รอบเคลื่อนตัวเป็นแข็ง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมหรือความเสียหายอื่นๆ เกิดขึ้น หากปรากฏว่ามีความเสียหาย เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขทันที ส่วนผสมที่มีลักษณะจับตัวกันเป็นก้อนแข็งห้ามนํามาใช้
8.8 การบดอัดทับภายหลังจากที่ได้ปูแอสฟัลต์คอนกรีตลงบนผิวทางแล้ว ให้ปิดทับครั้งแรกด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ ที่มีน้ําหนักประมาณ
8-10 ตัน จํานวน 2 เที่ยว แล้วจึงตามด้วยรถบดล้อยางที่น้ําหนักประมาณ 10-12 ต้น ทันที เมื่อได้ความหนาแน่นตามที่ต้องการแล้ว ลบรอย ร่องล้อด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ อีกครึ่งหนึ่ง
9 การตรวจสอบแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้ว
9.1 ลักษณะผิว (Surface Texture) จะต้องมีระดับความลาดตามแบบ มีลักษณะผิวและลักษณะการบดอัดที่สม่ําเสมอ
ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น ผิวหน้าหลุด (Pull) รอยฉีก (Tear) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น
(Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีความเสียหายดังกล่าวจะต้องดําเนินการแก้ไขให้ ถูกต้องเรียบร้อยตามผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
9.2 ความหนาของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตให้เจาะตัวอย่างความหนาทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร จํานวน 1 ก้อนตัวอย่าง
หรือจํานวน 3 ก้อนตัวอย่าง ในแนวตั้งฉากกับแนวถนน และก้อนตัวอย่างจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร และ
นํามาหาค่าเฉลี่ยความหนาจะต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
9.3 ความแน่น (Density) หลังจากที่ได้ทําการบดอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเรียบร้อยแล้วให้ทําการเจาะก่อนตัวอย่าง
เป็นตัวแทนของขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วยเครื่องเจาะเก็บตัวอย่างจํานวน
1 ก้อนตัวอย่าง ทุกๆ ระยะ 250 เมตร แล้วนํามาทดลองหาความหนาแน่น ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshall Density
9.4 การซ่อมหลุมที่เจาะก่อนตัวอย่าง จะต้องทําความสะอาดหลุมให้เรียบร้อย และทําการ Tack Coat ก่อนที่จะปะซ่อม
ด้วยแอสฟัลติกคอนกรีตที่มีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 121 6 ให้ผิวเรียบเสมอผิวทาง และได้ความหนาแน่นตามแบบกําหนด - การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง ในระหว่างการก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องจัดและ
ควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าผิวทางจะเย็นตัวลงมากพอที่จะเปิดให้การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทํา ให้เกิดร่องรอยบนผิวทางนั้น โดยต้องติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จําเป็นตามที่ผู้ว่าจ้าง กําหนดพร้อมจัดหาบุคลากร เพื่ออํานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีตเสียหาย ระยะเวลาในการปิดจราจรให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
แบบเลต ทu-7-601
แผนที่ 100
ผิวทาง
คันทางเดิม
หินคลุกชั้นพื้นทาง
ลูกรังกรณีที่ นเสียหายลึกเกิน นพื้นทาง ขุดรื้อค้นทางเดิมถึงชัน เสียหายแล้วบดทับ
DEEP PATCH
คันทางเดิม
ขุดรื้อผิวทางเดิมที่ชํารุด
PRIME COAT
COLD MIX หรือ HOT MIX
SKIN PATCH
ผิวทาง
COLD MIX หรือ HOT MIX
TACK COAT
LEVELLING
ข้อกําหนดงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
1.งานชุดซ่อมผิวทางเดิม (DEEP PATCH)
เป็นการซ่อมเพื่อแก้ไขโครงสร้างทางที่ไม่แข็งแรง (SOFT) หมายถึง งานชุดชั้นคันทางในบริเวณที่ต้นทางเดิมชํารุดเสียหาย (SOFT SPOT)
และไม่สามารถรับน้ําหนักบรรทุกได้ ต้องทําการขุดรื้อลึกถึงขั้นที่เสียหาย แล้วเปลี่ยนวัสดุใหม่ที่มีคุณภาพมาแทนที่ แล้วทําการปิดทับให้ได้ รูปร่างและความแน่นตามที่กําหนด
วิธีการก่อสร้าง - ขุดรื้อผิวทางและชั้นทางที่ชํารุดออกจนถึงชั้นโครงสร้างทางที่เสียหาย ตลอดความกว้างของชิ้นทางหรือตามพื้นที่ที่เสียหายตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
- ทําการปิดทับค้นทางเดิมให้แน่นตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบทของวัสดุคันทางนั้นๆ
- ลงวัสดุตามชั้นคันทางเดิมหรือดีกว่า แล้วใช้เครื่องจักรกลที่เหมาะสม ตีแผ่ เกลี่ยวัสดุ คลุกเคล้า ผสมน้ําโดยที่ประมาณว่าให้ปริมาณน้ําที่ OPTIMUM MOISTURE CONTENT ± 3%
4.เกลี่ยปรับแต่งวัสดุจนได้ที่ แล้วทําการปิดทับด้วยเครื่องมือบดทับที่เหมาะสม บดทับจนสม่ําเสมอจนได้ความแน่นตามข้อกําหนด การก่อสร้างขึ้นคันทางต้องก่อสร้างเป็นชั้นๆ
โดยให้มีความหนาหลังบดทับชิ้นละไม่เกิน 200 มิลลิเมตร และทดสอบความแน่นของการปิดทับ
5.เกลี่ยปรับแต่งวัสดุให้ได้แนว ระดับ ความลาด ขนาดและรูปตัดตามแบบสายทางจนไม่มีหลุมบ่อ หรือวัสดุหลุดหลวมไม่แน่นอยู่บนผิว - ท่าการก่อสร้าง นผิวทางตามแบบที่กําหนด
2.งานปะซ่อมผิวทางเดิม (SKIN PATCH)
เป็นงานซ่อมเพื่อแก้ไขผิวทางเดิมที่ชํารุดเสียหายเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทําการ
ปะซ่อม (SKIN PATCH) ได้แก่ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวแบบหนังจรเข้ (ALLIGATOR CRACKS) ที่มีรอยแตกร้าวกว้างไม่เกิน 3 มิลลิเมตร ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวจากการกดได้ (SLIPPAGE CRACKS) เป็นต้น
วิธีการก่อสร้าง - ทําเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทําการซ่อมเป็นรูปเหลี่ยมทางเรขาคณิตตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
- ชุดซื้อผิวทางเดิมที่เสียหาย ปัดกวาดบริเวณที่จะทําการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม
- ทํา PRIME COAT
- ปูวัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ
- บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER) หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น
- ทําการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
3.งานปรับระดับผิวทางเดิม (LEVELLING)
เป็นงานซ่อมเพื่อปรับระดับผิวทางเดิมให้ราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่นก่อนที่จะทําการฉาบผิวทางสเลอรีซีลหรือเสริมผิวลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต
เป็นการปรับระดับผิวทางเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทางหรือชั้นผิวทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทําการปรับระดับ (LEVELLING) ได้แก่ ผิวทางที่ทรุดตัว ตามแนวชุดฝังท่อ (UTILITY CUT DEPRESSION) ผิวทางที่ยุบลงไปตามแนวร่องล้อ (RUT) ผิวทางที่ยุบเป็นแอ่งมีระดับต่ํากว่าบริเวณอื่น (DEPRESSION) เป็นต้น วิธีการก่อสร้าง - ทําเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทําการซ่อมตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
- ปัดกวาดบริเวณที่จะทําการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม
- ทํา TACK COAT
- วัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ
- บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER)
หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น - ทําการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
แบบเลขที่ 70-7-602
แผ่นที่ 101
เนบ
A
150 11
D
150 ม
ระยะมองเห็นสุดหรับการแข่ง (ดูจากตาราง)
แมส
- บริเวณหางแข็ง 0 ถึง 5
B
C
D
.
9.0°
b.b
E
บริเวณท้ายแซง 6 ถึง 5
ต้นตรงบริเวณห้าแข่ง
ปลายบริเวณแซง
เส้นทับยางเหรี่ยงกันได้
การตีเส้นจราจรบริเวณโค้งราบ
ตาราง : ระยะทางมองเห็นฝ่าสุด สําหรับการแข่งที่ความเร็วต่างๆ
ความเญ ()
ระยะมองเห็นค่าสุดสําหรับการแข่ง (1)
บาง
8 8 8 8 8
90
80
50
80
ไทบ้าน 2
150 11
ย กาง
ไทรท
ரிய
1560
180
210
240
275
150
96
15014 N
ใกล
ได้ฟัง
150 11
ใหล่ทาง
ไหล่
เบอ N
URLSu
ไท พ
Kr 1501 นาม )
เส้นบ
เป็นบ
เส้นท
ระยะมองเห็นสําหรับการแข่ง (ดูจากตาราง)
ไหง
เนยบง
150 21
ไหล่ทาง
B - แนวสายล
C - แข่ง 3 ง 5
D - แข่ง " ถึง 5
E
-275,24
4,0
b.b - เต้นตรงปลายแซง
ปลายบริเวณแห่ง
เส้นจราจรบริเวณโค้งทั้ง
150บ
ไททาง
150 ม. UN
o.ed tis-0.10
0.50
-OLD-G80
150
เนย T - ( 1604 )
เป
Ferrag
15011
iamt
I
การเส้นจราจรทานยา
ขนาดและระยะเครื่องหมายจราจรบนทาง
- เส้นแบ่งพร
ไหง
ไท พง
ในประ
ก. ชน
0.10
เส้นจราจร กรณีความกว้างของช่องจราจรลดลง
13.00
9.00
3.00
9.00 +3.00↓
กรณี: ในรอบน
0.10
150 14
1.co.j
3.00 11.004
3.00 £1.001
umm
ใหม่ทาง
2 เบ
0.10
கூரிய
(15011 MN
2 เส้นคู่
Q.10
030
0.10
ไม่ตกง
0.10
การตีเส้นจราจร กรณีความกว้างของไหล่ทางเพลง
บ เส้นรอบวง
0.48 10
Kan
ใน
กรณีความกว้างสะพานน้อยกว่าความกว้างผิวจราจรถนน
ให้ทั้งป้าย 2-25
150 ม
- ไหล่ทาง
ไทรง
ISOM SMIN
แนบ บาง
150 MIN
เส้นขอบทอง
สีเส้นจราจรบริเวณสะพาน
ไหล่ทอง
150 1
ไหล่ทาง
ให้ทั้งป้าย A-25
รายการประกอบแบบ
1 ต่างๆ มีหน่วยเป็นนครนอกจากระบุเป็นอย่างอื่น
2 เส้นแบ่งทาง ใช้เส้นสีเหลือง ขนาดกว้าง 1 ซม. เส้นที่ลากแนว
21 เส้นประเป็นเส้นสีเหมืองแบ่งทิศทางของการในสายทาง 2 ช่องจราจรในบริเวณที่ยอมให้แซงขึ้นหน้ากันได้สองทาง
ขนาด ยาว และเว้นช่องของเส้นประจําหนดไว้ดังนี้ - หางนอกเชน เส้นยาว 3 ม. เว้นช่อง 9 ม
- ทางหลวงในเขตชุมชน เส้นยาว 1 ม. เป็นช่อง 3
22 เส้นใบเดี่ยว เป็นเส้นทับสีเหลือง ใช้เป็นเส้นแบ่งทางจราจรในบริเวณที่ห้ามแข่งในสายทาง 2 ช่องจราจรหรือบริเวณก่อนถึงทางแยก
โดยบริเวณก่อนถึงทางแยก ห้ามเปลี่ยนช่องจราจรยานกันต้องไม่น้อยกว่า 24 ม
23 เส้นประตูกับเส้นทึบ เป็นเส้นสีเหลือง คู่ขนานกันไป โดยเส้นทั้งสองห่างกันเท่ากับความกว้างของเส้นประ ให้ใช้เส้นที่บ
กับเส้นประเด็นเส้นทางจราจรในบริเวณที่ห้ามจากทางหนึ่งแซง แต่ยอมให้รถที่มาจากด้านตรงข้ามแซงได้ ด้านที่ห้ามแซง
ใช้ต้นกับ ส่วนด้านที่ยอมให้แข็งใช้เส้นประ
24 การเส้นทางแห่ง บริเวณทางได้ทราบและทางโค้งแนวตั้งให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานก่อสร้าง
25 กว้าง 5 ม. หรือน้อยกว่าไม่มีไหล่ทาง ไม่ต้องตีเส้นแบ่งทางก
ให้เฉพาะบริเวณที่ เป็นชุมชนที่อยู่อาศัย, บริเวณห้างแข็ง, ระยะ 20 เมตรอนถึงบริเวณดังกล่าว
และภายในโค้งที่มีกว่า 300 เมตร, ระยะ 30 เมตรก่อนถึงป้ายหยุดและบริเวณที่มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
- เส้นขอบทาง ให้ใช้เส้นที่เสียว กว้าง 1 ซม. ทั้ง 2 ข้าง สอดแนว
- นายบทั้งหมด ( เคมี, แอสฟัสต์คอนกรีต คอนกรีตเสริมเหล็ก )
ให้ใช้เทอร์โมพลาสติก ตาม มอก. 542 หนาไม่น้อยกว่า 3 มม.
หมายเหตุ
แบบเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ตีเส้นจราจร) ปรับปรุงจากแบบเลขที่ทะ-3-109/45 (แก้ไขครั้งที่ 1.) ของกรมทางหลวงชนบท
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ตีเส้นจราจร)
แผ่นที่ 19
ข้อกําหนดการตีเส้นจราจรด้วยสีจราจร (Traffic Paint) และวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้ - วิธีดําเนินการจัดท่า
1.1 การเตรียมผิวทาง : ผิวทางจราจรที่ทําการตีเส้นหรือเครื่องหมายจราจรต้องสะอาดและแห้ง ต้องไม่ทําบนผิวทางที่สกปรก มีฝุ่นจับ หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นใด และไม่ลงทับไปบนวัสดุจราจรเดิมที่ชํารุด
การลงวัสดุรองพื้น ต้องใช้วิธีพ่นเพื่อให้วัสดุติดแน่นกับผิวจราจรสม่ําเสมอ โดยไม่ก่อให้เกิดการเพิ่มตัวและเปลี่ยนสีเดิม สารวัสดุรองพื้นดังกล่าวต้องสอดคล้องกับผิวจราจรที่จะทํางาน รวมทั้งปริมาณจะต้องเหมาะสม ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อน ในกรณีที่เครื่องหมายจราจรเดิมไม่อยู่ในแนวหรือรูปแบบที่ถูกต้องกับเครื่องหมายจราจรที่จะทําขึ้นใหม่ ผู้รับจ้างมีหน้าที่
รับผิดชอบในการลบเครื่องหมายจราจรเดิมออกโดยใช้เครื่องจักรกล
1.2 ในกรณีที่ตีเส้นจราจรหรือเครื่องหมายจราจรบนผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ให้ดําเนินการภายหลังการก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์
1.3
การเตรียมวัสดุเทอร์โมพลาสติก : เพื่อป้องกันมิให้สีผิดเพี้ยนหรือเกิดการแตกเปราะของเทอร์โมพลาสติกเนื่องจากให้ความร้อนสูงเกินกว่าผู้ผลิตกําหนดไว้ ต้องใช้ วัสดุเทอร์โมพลาสติกให้เพียงพอกับความร้อนในเตาต้มที่มีการกวนอยู่ตลอดเวลาและจะต้องไม่ให้ความร้อนสูงกว่าที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ไม่ว่าขณะใดๆเมื่อวัสดุเหลวแล้วจะต้องรีบใช้ทันทีห้ามมิให้นํา
วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวอยู่นานเกิน 6 ชั่วโมงมาใช้งาน
1.4 การเตรียมเครื่องมือ : ต้องใช้เครื่องมือ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ ตามลักษณะของวัสดุที่ใช้ทํางาน ปริมาณของวัสดุต้องอยู่ในกรอบขอบข่ายที่ผู้ผลิตกําหนดไว้หากมีการทํามากกว่าหนึ่งชั้น
ขึ้นไปต้องรอให้ชั้นแรกแห้งเสียก่อน - ข้อกําหนดคุณสมบัติ
2.1 สีจราจร (Traffic Paint) หมายถึง สีจราจรที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก
415 สีจราจร ชนิดที่ 2
2.2 วัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) หมายถึง วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น รีด หรือปากลาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมาย
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก 542 วัสดุเทอร์โมพลาสติก ระดับ 1 ซึ่งมีคุณสมบัติและอัตราส่วนของลูกแก้วในส่วนผสมไม่น้อยกว่า 20% โดยน้ําหนักรวมทั้งใช้โรยบนเส้น เทอร์โมพลาสติก สะท้อนแสงในอัตราส่วน 400-500 กรัมต่อตารางเมตร
2.3 ลูกแก้ว (Glass Beads) ที่ใช้กับวัสดุทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทางเพื่อให้เกิดการสะท้อนแสงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทยซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
มอก 543 ไว้ที่ผลิตภัณฑ์
2.4 วัสดุรองพื้น (Tock Coat หรือ Primmer) เป็นน้ํายาเคมีใช้พ่นบนผิวทางก่อนทําเครื่องหมายจราจรเพื่อช่วยในการยึดเกาะระหว่างวัสดุทําเครื่องหมายจราจรกับผิวทาง มีคุณสมบัติตามที่ผู้ผลิต
วัสดุเทอร์โมพลาสติกกําหนด - การตรวจวัดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
3.1 ความหนา - Ing.
3.1 ขอกินด
ตารางที่ 1 แสดงเกณฑ์กําหนดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
รายการที่กําหนด
สีรา วัสดุเทอร์โมพลาสติก
มยก415–2541 ชนิดที่ 2 มอก.542-2530 ระดับ 1
1.2 การใช้งาน - ตรวจสอบคุณลักษณะขณะทํางาน
2.1 ความหนา เมื่อแห้ง, มิลลิเมตร
พัน
รีดหรือปาดลาก
2.2 อัตราการใช้ลูกแก้ว (โรยจากเครื่อง) กรัม/ตร.ม. - ตรวจสอบคุณลักษณะเมื่อเสร็จทันที (ตรวจรับงาน)
3.1 ความหนาเมื่อแห้ง, มิลลิเมตร
3.2 การมองเห็นในเวลากลางคืน
3.2.1 การสะท้อนแสง (Retroreflectivity), medix m
สีขาว
สีเหลือง - ตรวจสอบคุณลักษณะหลังใช้งาน (ระยะเวลาประกัน)
การมองเห็นในเวลากลางคืน
4.1
ทป
พัน หรือปากลาก
0.2
3.0
400
3.0 2400
20.2
≥ 3.0
-2
2300 2200
-1-2
4.1.1 การสะท้อนแสง (Retroreflectivity), medix m
สีขาว
สีเหลือง
- ระยะเวลาประกัน
ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงานไม่เกิน 100 ตารางเมตร อย่างน้อย 3 ค่า ต่อ 1 ครั้ง โดยใช้แผ่นโลหะผิวเรียบวางรับในแนวที่ เครื่องตีเส้น
จะผ่าน เมื่อพ่นรีดหรือปาดลากวัสดุไปบนแผ่นโลหะนั้นแล้ว ให้นํามาวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรดังนี้
(1) สีจราจร ( Traffic Paint ) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 0.2 มิลลิเมตร
(2) วัสดุเทอร์โมพลาสติก ( Thermoplastic) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 3.0 มิลลิเมตร หรือไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
3.2 ค่าแฟกเตอร์ การสะท้อนแสง (Reflectonce หรือ Luminance Factor)
ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดค่าการสะท้อนแสงของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงานไม่น้อยกว่า 10 ตําแหน่ง แต่ละตําแหน่งอย่างน้อย 3 ค่า และในทุกช่วงเวลา 1 ชั่วโมง ให้ตรวจสอบ มาตรฐานเครื่องมือ (Standardization) และปรับค่าให้ถูกต้อง
2300
200
6 เดือน 1 ครั้ง 12 เดือน 1 ครั้ง 12 เดือน 1 ครั้ง 24 เดือน 1 ครั้ง
150 2100
150 >100
12 เดือน
24 เรียน
th outs
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
แบบเลขที่ 10-3-110 (4)
เผ่าที่ 52
- นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี
- นายกฤชเทพ สิม
- นายดรุณ แสงฉาย
- นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน
รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท - นายสุรพล ศรีเสาวชาติ
- นายสมเกียรติ ทองโต
วิศวกรใหญ่ด้านบารุงรักษาทางและสะพาน
คณะกรรมการดําเนินการจัดทําแบบมาตรฐาน
คณะที่ปรึกษา
อธิบดีกรมทางหลวงชนบท
รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท
รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท
วิศวกรใหญ่ด้านสารวจและออกแบบ - นายสุธรรม ชมชื่น
9.นายสมบูรณ์ กนกนภากุล - นายวิศว์ รัตนโชติ
- นายปฐม เฉลยวาเรศ
- นายสุพร เตไชยา
ผู้อ่านวยการสํานักวิเคราะห์ วิจัยและพัฒนา
ผู้อําานวยการสํานักส่งเสริมการพัฒนาทางหลวงท้องถิ่น
ผู้อํานวยการสํานักบํารุงทาง
ผู้อํานวยการสํานักก่อสร้างสะพาน
ผู้อํานวยการสํานักสํารวจและออกแบบ
13.นายสุรเดช เบ็ญจศิริวรรณ
ผู้อํานวยการสํานักฝึกอบรม - นายโกสินท์ พิทยะเวส สุนทร
วิศวกรใหญ่ด้านควบคุมการก่อสร้าง (รก.)
คณะทํางาน
1.นายทักษิณ บุญต่อ
2.นายพิสิฐ ศรีวรานันท์
ผู้อํานวยการสํานักทางหลวงชนบทที่ 8
ผู้อํานวยการกลุ่มออกแบบโครงสร้าง (สสอ.)
3.นายอมร จันทร์สกุล
ผู้อําานวยการกลุ่มออกแบบทางโลจิสติกส์ (สสอ.)
4.นายณรงค์ คู่บารมี
ผู้อํานวยการกลุ่มบํารุงสะพาน/ถนนในเขต กทม.และปริมณฑล (สบร.)
13.นายกล้าหาญ ทารักษา
14.นายธงชัย วิจิตรรณพัสดุ - ว่าที่ร้อยตรีจักรพงศ์ อึ้งตระกูล
16.นายจักราวุธ ไชยสุขัง
ผู้อํานวยการกลุ่มบริหารสินทรัพย์งานทางและสะพาน (สบร.)
ผู้อํานวยการศูนย์บํารุงทางหลวงชนบทลาดบัวหลวง
นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชํานาญการ (สพร.)
วิศวกรโยธาปฏิบัติการ (สกส.)
5.นายกนกเทพ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต
ผู้อํานวยการกลุ่มควบคุมการก่อสร้างที่ 1 (สกส.)
6.นายกฤษดา ธีระชวาลวงศ์
ผู้อําานวยการทางหลวงชนบทจังหวัดมุกดาหาร
7.นายจีระพงษ์ ปิณฑะบุตร
ผู้อํานวยการทางหลวงชนบทจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
18.นายชัยพร พรหมเลิศ
วิศวกรโยธาปฏิบัติการ (สสท.)
นายช่างโยธาชานาญงาน (สสอ.)
19.นายเอกรินทร์ สายฝน
นายช่างโยธา พร. (สสอ.)
8.นายทินกร คุณสมิตปัญญา
9.นายเขตโสภณ โภคารัตนานันท์
10.นายอาคม ตันติพงศ์อาภา
11.นายแก่นวิทย์ วงศ์ชูศิริ
ผู้อํานวยการกลุ่มมาตรฐานทางหลวงท้องถิ่น (สสท.)
วิศวกรโยธา านาญการพิเศษ (สพร.)
ผู้อํานวยการทางหลวงชนบทจังหวัดนนทบุรี
20.นายพงศธร ดุลยวรนันท์
นายช่างโยธา พร. (สสอ.)
ผู้อํานวยการกลุ่มงานพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่ง (สอท.)
21.นายอนุวัฒน์ พ่วงพลับ
นายช่างโยธา พร. (สสอ.)
22.นายสวัสดิ์ พงศ์ธไนศวรรย์
ช่างสํารวจ ระดับ 14 (สสอ.)
23.น.ส.สมจิตร ลักษร
เจ้าพนักงานธุรการ วุฒิสถาปัตยกรรม (สสอ.)
17.นายนิติกร คล้ายชม
12.นายพิสุทธิ์ สุทธิพูน
ผู้อํานวยการส่วนตรวจสอบและวิเคราะห์ (สทช.ที่12)