จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนาเว็บไซต์การเชื่อมโยงงานวิจัยสู่นโยบายต่อต้านการทุจริต (Policy Research Platform PRP)

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 68029051031
฿1,000,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 10 ก.พ. 2568 นนทบุรี
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเว็บไซต์ Policy Research Platform (PRP) ในรูปแบบเว็บไซต์ที่รองรับสองภาษา (ไทยและอังกฤษ) เพื่อรวบรวมและเผยแพร่ผลงานวิจัย ผลงานทางวิชาการ สื่อความรู้ และข้อมูลข่าวสารด้านการต่อต้านการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช. และหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ วัตถุประสงค์หลักคือการเชื่อมโยงองค์ความรู้ หลักฐานเชิงประจักษ์ และข้อเสนอแนะจากผลการวิจัยไปสู่การกำหนดแนวทางและนโยบายต่อต้านการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม เว็บไซต์จะต้องมีระบบการจัดการเนื้อหาที่ครบถ้วน, ระบบการค้นหาข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ, ระบบจัดการผู้ใช้งานหลายระดับ (ผู้ดูแลระบบ, สมาชิก, ผู้ใช้งานทั่วไป), ระบบจัดการ FAQ, ปฏิทินออนไลน์, และระบบวิเคราะห์ข้อมูลการเข้าชมเว็บไซต์ (Google Analytics) โครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการ 150 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา และมีวงเงินงบประมาณ 1,000,000 บาท การประเมินข้อเสนอจะพิจารณาจากเกณฑ์ราคา (30%) และข้อเสนอทางเทคนิค (70%) ผู้เสนอราคาจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด รวมถึงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และต้องจัดทำคู่มือและอบรมการใช้งานเว็บไซต์ให้กับเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช.

English summary

This project aims to develop a Policy Research Platform (PRP) website, supporting both Thai and English languages, to collect and disseminate research findings, academic works, knowledge media, and information related to anti-corruption from the Office of the Public Sector Anti-Corruption Commission (PACC) and other relevant agencies, both domestic and international. The primary objective is to link knowledge, empirical evidence, and recommendations from research to the formulation of concrete anti-corruption guidelines and policies. The website must include comprehensive content management systems, efficient data search systems, multi-level user management systems (system administrators, members, general users), FAQ management, an online calendar, and website traffic analysis (Google Analytics). The project has a duration of 150 days from the contract signing date and a budget of 1,000,000 Baht. The proposal evaluation will consider the price (30%) and technical proposals (70%). Bidders must meet the specified qualifications, comply with data security requirements, and provide manuals and training on website usage to PACC officials.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อสร้างเว็บไซต์รวบรวมและเผยแพร่ผลงานวิจัย ผลงานทางวิชาการ สื่อความรู้ และข้อมูลข่าวสารด้านต่อต้านการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช. และหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • เพื่อแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงองค์ความรู้ หลักฐานเชิงประจักษ์ และข้อเสนอแนะจากผลการวิจัยไปสู่การกำหนดแนวทางและนโยบายต่อต้านการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม

ขอบเขตของงาน

  • การออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์:
    • ออกแบบเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย, รองรับหลายเบราว์เซอร์, และ Responsive Web Design
    • ออกแบบให้รองรับ Social Network, มีระบบ Website Template Design Management System
    • ศึกษาและวิเคราะห์โครงร่างข้อมูลและเนื้อหา, บันทึกข้อมูลไม่น้อยกว่า 200 ชิ้น
    • พัฒนาตามหลัก SEO, รองรับไฟล์ PDF, excel, JPEG, PNG
    • มีระบบจัดการเนื้อหา (เพิ่ม, แก้ไข, ลบข้อมูล, กำหนดการเผยแพร่, WYSIWYG Editor, แชร์ไปยัง Social Media, แนบไฟล์, ตรวจสอบการดาวน์โหลด)
    • มีระบบจัดการ Banner, ระบบจัดการผู้ใช้ 4 ประเภท (Super Admin, Admin, Member, External user)
    • มีระบบจัดการสมาชิก, ระบบบริหารจัดการ e-book
    • มีระบบสืบค้นข้อมูล, ระบบจัดการความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
    • มีระบบจัดการ FAQ, ปฏิทินออนไลน์
    • รองรับ Pop-up, รองรับผู้ใช้งานพร้อมกันไม่น้อยกว่า 500 คน
    • มีโมดูลนับจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์, ระบบติดตามกิจกรรมผู้ใช้งาน
    • ใช้ Google Analytics, ระบบแจ้งเตือนและรับข่าวสาร
    • แปลงข้อความจากไฟล์รูปภาพ/PDF เป็นข้อความดิจิทัล (OCR)
    • มี Generative AI ช่วยประมวลผลข้อมูล (ใช้ Public AI บน Cloud ได้, ผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่าย)
    • จัดทำรูปแบบเนื้อหา, รูปภาพ (ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ป.ป.ช.)
    • ใช้ CMS ที่ไม่ Open Source, มีระบบตัดคำอิงพจนานุกรม
    • ออกแบบระบบจัดการการขอความยินยอม (Consent Management: CSM) และ Cookie (Cookie Consent Management: CKCM)
  • การอบรม:
    • จัดอบรมเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทั้งด้านวิชาการและปฏิบัติการ
    • จัดอบรม 2 หลักสูตร: ระบบปฏิบัติการเว็บไซต์ และหลักสูตรสำหรับผู้ดูแลระบบ (Super Admin)
    • จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์, จัดทำ Video สื่อการสอน
    • ผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  • การจัดทำคู่มือ:
    • จัดทำคู่มือการใช้งานสำหรับ Super admin, Admin, Member, และ External user
  • การให้คำแนะนำและคำปรึกษา:
    • ให้คำแนะนำและคำปรึกษาตลอดระยะเวลาสัญญาและรับประกัน
  • คุณลักษณะพื้นฐานของระบบ:
    • รองรับ CSS3, HTML5, Responsive Design, ใช้โปรแกรมที่ถูกกฎหมาย
    • ปรับปรุงเวอร์ชันของระบบให้เป็นปัจจุบัน
    • ผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน WCAG 2.0 Level AA, Markup Validation Service, CSS Validation Service
    • รองรับ IPv4 และ IPv6, ทำงานร่วมกับ WAF (F5), ฐานข้อมูล Oracle Database
    • พัฒนา/ติดตั้งระบบแบบ Docker บน Alpine Linux, มีฟังก์ชัน Backup ข้อมูล
    • ทำการถ่ายโอนข้อมูลจากระบบเดิม
    • คำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัย (Encryption, ป้องกัน SQL Injection, CAPTCHA, Log, ทดสอบระบบ)
    • รายงานผลการทดสอบระบบ (Usability, Performance, Functional, Security, Penetration, System integration, User Acceptance Test)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินงานโครงการและแผนการฝึกอบรม (งวดที่ 1)
  • เอกสารวิเคราะห์และออกแบบระบบ, ภาพรวมการออกแบบเว็บไซต์, ต้นแบบระบบ (Prototype) (งวดที่ 2)
  • การปรับแก้เอกสารตามความเห็นของ ป.ป.ช. (งวดที่ 3)
  • ส่งมอบระบบเว็บไซต์ (งวดที่ 4)
  • ซอร์สโค้ด, ฐานข้อมูล, รายงานการติดตั้งและทดสอบ, รายงานการฝึกอบรม, คู่มือ, ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ (งวดที่ 5)
  • คู่มือการใช้งานเว็บไซต์
  • Video สื่อการสอน

ระยะเวลาดำเนินการ

150 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ซึ่งรวมถึงการฝึกอบรม, การทดสอบระบบ, และการติดตั้งระบบ

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • คุณสมบัติทั่วไป:
    • มีความสามารถตามกฎหมาย
    • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    • ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    • ไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
    • มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการฯ กำหนด
    • เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ที่มีอาชีพรับจ้างงานที่เกี่ยวข้อง
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
    • ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP
    • คุณสมบัติเพิ่มเติม (กรณีเป็นกิจการร่วมค้า):
      • มีข้อตกลงที่กำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบของกิจการร่วมค้าหลัก
      • ใช้ผลงานของกิจการร่วมค้าหลักเป็นผลงาน
      • กรณีไม่ได้กำหนดกิจการร่วมค้าหลัก, ผู้เข้าร่วมต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน
      • กรณีมอบหมายให้ผู้เข้าร่วมรายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ, ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
      • กรณีไม่ได้มอบหมาย, ผู้เข้าร่วมต้องลงนามในหนังสือมอบอำนาจ
    • คุณสมบัติทางการเงิน:
      • นิติบุคคลที่จดทะเบียนเกิน 1 ปี: มีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวกติดต่อกัน 1 ปี
      • นิติบุคคลที่ยังไม่มีงบการเงิน: มีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
      • บุคคลธรรมดา (วงเงินเกิน 500,000 บาท): มีหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก (1/4 ของงบประมาณโครงการ)
      • กรณีไม่มีมูลค่าสุทธิ/ทุนจดทะเบียนเพียงพอ: สามารถขอวงเงินสินเชื่อ (1/4 ของงบประมาณ)
  • คุณสมบัติของบุคลากร (ไม่ได้ระบุใน TOR)

เกณฑ์การพิจารณา

  • เกณฑ์การประเมิน: ใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Price Performance)
    • ราคา (Price): 30%
    • ข้อเสนอทางเทคนิค หรือข้อเสนออื่นเพิ่มเติม: 70%
  • การพิจารณา: จะพิจารณาเฉพาะผู้ที่เสนอหลักฐานเอกสารครบถ้วนและถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนด
  • คะแนนข้อเสนอทางเทคนิคและการนำเสนอตัวอย่างระบบ (70 คะแนน):
    • ความเข้าใจและแนวคิดในการออกแบบระบบและเนื้อหา: 20 คะแนน
    • คุณภาพของข้อเสนอทางเทคนิค: 50 คะแนน
  • ระยะเวลาในการบำรุงรักษาและรับประกันผลงาน (30 คะแนน):
    • 2 ปี: 15 คะแนน
    • 3 ปี: 20 คะแนน
    • 4 ปี: 30 คะแนน

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การออกแบบเว็บไซต์:
    • รองรับ Responsive Web Design, หลายเบราว์เซอร์
    • ระบบจัดการเนื้อหา: WYSIWYG Editor, แชร์ Social Media, แนบไฟล์
    • ระบบจัดการผู้ใช้: Super Admin, Admin, Member, External User
    • ระบบสืบค้นข้อมูล: General Search, Advanced Search
    • ระบบวิเคราะห์ข้อมูล: Google Analytics
    • ระบบแจ้งเตือนและรับข่าวสาร
  • CMS:
    • Web-based application (ไม่ใช่ Open Source)
    • มีระบบตัดคำอิงพจนานุกรม
  • ความมั่นคงปลอดภัย:
    • การเข้ารหัสข้อมูล (HTTPS)
    • ป้องกัน SQL Injection, Cross-site scripting, Buffer Overflow
    • CAPTCHA หรือ 2 Factor Authentication
    • การจัดเก็บ Log ตาม พรบ. คอมพิวเตอร์
    • ทดสอบความมั่นคงปลอดภัย (Penetration Testing)
  • อื่นๆ:
    • รองรับ IPv4 และ IPv6
    • ทำงานร่วมกับ WAF (F5)
    • ฐานข้อมูล Oracle Database
    • พัฒนา/ติดตั้งระบบแบบ Docker
    • ผ่านการตรวจสอบ WCAG 2.0 Level AA
    • ผ่านการตรวจสอบ Markup Validation Service, CSS Validation Service

เงื่อนไขสัญญา

  • งวดงานและการจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 5 งวดตามที่ระบุใน TOR
  • ค่าปรับ:
    • กรณีจ้างช่วง: 10% ของวงเงินจ้างช่วง
    • ผิดสัญญา: 0.10% ต่อวันของราคาจ้าง
  • การรับประกันความชำรุดบกพร่อง:
    • รับประกัน 2 ปี
    • แก้ไขปัญหาภายใน 4 ชั่วโมงทำการ, แก้ไข Bug ภายใน 3 วันทำการ
    • ค่าปรับ: 0.2% ต่อชั่วโมงของมูลค่าสัญญา (เกินกำหนด)
    • สำนักงาน ป.ป.ช. ยินยอมให้ระบบหยุดให้บริการได้ไม่เกิน 12 ชั่วโมง/เดือน
  • การส่งมอบงานและเอกสาร: ส่งมอบงานและเอกสารทั้งหมดเป็นภาษาไทย จำนวน 2 ชุด พร้อม Flash Drive จำนวน 2 ชุด
  • การรักษาข้อมูล: ผู้รับจ้างต้องเก็บรักษาข้อมูลเป็นความลับและไม่เปิดเผยข้อมูล

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ระบบจัดการเนื้อหา (CMS) ที่ใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์มีคุณสมบัติอย่างไร?
    A: ระบบ CMS จะต้องเป็นแบบ Web-based application ที่ไม่ใช่ Open Source, มีระบบตัดคำอิงพจนานุกรม, และมีฟังก์ชันที่จำเป็นสำหรับการจัดการเนื้อหาบนเว็บไซต์
  • Q: การออกแบบเว็บไซต์รองรับอุปกรณ์ใดบ้าง?
    A: เว็บไซต์ต้องรองรับการแสดงผลบนคอมพิวเตอร์, โน้ตบุ๊ก, แท็บเล็ต, และสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS, Android และ Windows ในรูปแบบ Responsive Web Design
  • Q: การฝึกอบรมบุคลากรของสำนักงาน ป.ป.ช. มีรายละเอียดอย่างไร?
    A: ผู้รับจ้างต้องจัดอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทั้งด้านวิชาการและปฏิบัติการ รวมถึงหลักสูตรสำหรับผู้ดูแลระบบ
  • Q: มีการเก็บข้อมูลอะไรบ้างเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์?
    A: มีการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ (Log) และข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งต้องสอดคล้องกับ พรบ. ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ฯ
  • Q: มีการทดสอบระบบเว็บไซต์อย่างไรบ้าง?
    A: มีการทดสอบการใช้งานของผู้ใช้งาน (Usability Testing), การทดสอบประสิทธิภาพ (Performance Testing), การทดสอบความถูกต้องสมบูรณ์โดยรวม (Functional Testing), การทดสอบการรักษาความปลอดภัย (Security Testing), การทดสอบความมั่นคงปลอดภัยระบบ (Penetration Testing) และการทดสอบระบบกับผู้ใช้งานจริง (User Acceptance Test)
  • Q: มีการนำเทคโนโลยี Generative AI มาใช้ในโครงการนี้อย่างไร?
    A: เว็บไซต์จะมี Generative AI ช่วยในการประมวลผลและสังเคราะห์ข้อมูลเฉพาะที่บันทึกบนเว็บไซต์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการจัดทำนโยบายต่อต้านการทุจริต
  • Q: ระบบเว็บไซต์มีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างไร?
    A: ระบบเว็บไซต์มีการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) เพื่อเพิ่มความปลอดภัย, ป้องกันการโจมตีตามมาตรฐาน SQL Injection, Cross Site Script และ Buffer Overflow, และมี CAPTCHA หรือ 2 Factor Authentication ก่อนเข้าสู่ระบบ
  • Q: มีการจัดการ Banner บนเว็บไซต์อย่างไร?
    A: ผู้รับจ้างต้องพัฒนาเว็บไซต์ให้มีระบบการบริหารจัดการ Banner โดยสามารถกำหนดหมวดหมู่, ขนาด, การแสดงผล, ระยะเวลา, และลำดับความสำคัญของ Banner ได้
  • Q: ระบบเว็บไซต์มีการจัดการความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอย่างไร?
    A: สมาชิกสามารถส่งความคิดเห็นและข้อเสนอแนะได้, และผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบและดำเนินการตามความคิดเห็นได้ เช่น อนุมัติ, ส่งต่อ, ตอบกลับ หรือเปิด/ปิดการแสดงความคิดเห็น
  • Q: มีระบบการแจ้งเตือนและการรับข่าวสารอย่างไร?
    A: สมาชิกจะได้รับการแจ้งเตือนเมื่อเนื้อหาที่อัปโหลดได้รับการอนุมัติหรือปฏิเสธ, และสามารถลงทะเบียนเพื่อรับข่าวประชาสัมพันธ์จากระบบบริหารจัดการข้อมูลบนเว็บไซต์

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

๑. ความเป็นมา ร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) โครงการพัฒนาเว็บไซต์การเชื่อมโยงงานวิจัย สู่นโยบายต่อต้านการทุจริต (Policy Research Platform: PRP) ปัจจุบันนี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สถาบันการศึกษา และหน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศไทยมีการวิจัยด้านต่อต้านการทุจริตอย่างเป็นอิสระ และไม่ มีการรวบรวมอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้เกิดการขาดความเชื่อมโยงข้อมูลและไม่สามารถสะท้อนภาพรวมที่ ชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์การทุจริตในประเด็นต่าง ๆ ของประเทศไทย รวมทั้งยังทำให้ผลงานวิจัยด้าน ต่อต้านทุจริตจำนวนมากที่มีคุณภาพ ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์ สังเคราะห์เพื่อพัฒนานโยบายที่มี ประสิทธิภาพและตอบสนองต่อปัญหาการทุจริตในประเด็นต่าง ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม สำนักงาน ป.ป.ช. ในฐานะองค์กรหลักของประเทศไทยด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มีอำนาจหน้าที่สำคัญประการหนึ่งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๔๒ (๔) คือ การดำเนินการหรือจัดให้มีการรวบรวม วิเคราะห์ ศึกษาวิจัย และเผยแพร่ข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบและอันตรายของการทุจริตและประพฤติมิ ชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ประกอบกับสำนักงาน ป.ป.ช. ได้มีประกาศคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการและหน้าที่และอำนาจของส่วนราชการ ในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ กำหนดให้สำนักวิจัยและ บริการวิชาการฯ มีหน้าที่และอำนาจสำคัญในการรวบรวมผลงานวิจัยและผลงานวิชาการเกี่ยวกับการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตทั้งในประเทศและต่างประเทศ ศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ และเสนอแนะต่อภารกิจ ของสำนักงาน ป.ป.ช. รวมทั้งเป็นศูนย์บริการวิชาการด้านผลจากการวิจัยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประสานเครือข่ายวิจัยเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างความร่วมมือทางวิชาการด้านการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต ดังนั้น สำนักวิจัยและบริการวิชาการฯ จึงมีความจำเป็นต้องสร้างและพัฒนาแพลตฟอร์มการเชื่อมโยง งานวิจัยสู่นโยบายต่อต้านการทุจริต (Policy Research Platform: PRP) ในรูปแบบเว็บไซต์ที่รองรับ การให้บริการอย่างน้อย ๒ ภาษา (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) เพื่อรวบรวมและแสดงข้อมูลผลงานวิชาการ ผลงานวิจัย และนโยบายต่อต้านการทุจริตที่มาจากการประมวลผลงานวิจัยด้านต่อต้านการทุจริตในรูปแบบ ต่าง ๆ เช่น รายงานการวิจัย ตารางรายงาน กราฟ อินโฟกราฟิก ซึ่งสะดวกและง่ายต่อการนำเสนอและเรียกใช้ งาน เนื่องจากจะเป็นระบบศูนย์กลางในการรวบรวมผลงานวิจัยและข้อมูลเชิงประจักษ์จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้เกิดการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลของทุกภาคส่วน รวมถึงผลงาน วิชาการและผลงานวิจัยบนแพลตฟอร์มจะมีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งอ้างอิงและฐานความรู้สำหรับ การพัฒนานโยบายภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์การทุจริตในประเทศไทย ส่งเสริม การพัฒนานโยบายที่มีความครอบคลุมเพื่อลดความเสี่ยงจากการทุจริตในอนาคต และเสริมสร้าง มาตรฐานสากลให้กับการดำเนินงานด้านวิชาการของสำนักงาน ป.ป.ช. ได้อีกด้วย ๒. วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อสร้างเว็บไซต์รวบรวมและเผยแพร่ผลงานวิจัย ผลงานทางวิชาการ สื่อความรู้ และข้อมูล ข่าวสารด้านต่อต้านการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช. และหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ๒. เพื่อแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงองค์ความรู้ หลักฐานเชิงประจักษ์ และข้อเสนอแนะจากผลการวิจัย ไปสู่การกำหนดแนวทางและนโยบายต่อต้านการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม ๓. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ๓.๑ สำนักงาน ป.ป.ช. มีระบบรวบรวมและเผยแพร่ผลงานวิจัย ผลงานทางวิชาการ สื่อความรู้ และ ข้อมูลข่าวสารด้านต่อต้านการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช. และหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่รองรับการใช้งานผ่านระบบเครือข่ายสื่อสารและอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่าง ๆ เช่น สมาร์ทโฟน หรือ แทบเล็ต เป็นต้น ๓.๒ สำนักงาน ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบายและการดำเนินงานด้าน ต่อต้านการทุจริตสามารถกำหนดแนวทางและนโยบายต่อต้านการทุจริตจากการเชื่อมโยงองค์ความรู้ หลักฐาน เชิงประจักษ์ และข้อเสนอแนะจากผลการวิจัย ๓.๓ สำนักงาน ป.ป.ช. สามารถขยายเครือข่ายทางวิชาการด้านการต่อต้านการทุจริตไปยังหน่วยงาน ภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม ๓.๔ ภารกิจด้านวิชาการของสำนักงาน ป.ป.ช. มีความสอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากขึ้น ๔. กลุ่มเป้าหมาย ๔.๑ นักวิจัย/นักวิชาการ ๔.๒ เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ ๔.๓ เจ้าหน้าที่หน่วยงานเอกชน และภาคธุรกิจ ๔.๔ นิสิตนักศึกษา/นักเรียน ๔.๕ เครือข่ายภาคประชาสังคมและภาคประชาชน ๕. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ๕.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๕.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๕.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ ๕.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ๕.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๕.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ๕.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือที่จะ ดำเนินการจัดจ้างครั้งนี้ ๕.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สำนักงาน ป.ป.ช. ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ๕.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาลของ ผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น ๕.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๕.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอราคาในรูปแบบของ "กิจการร่วมค้า" ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ ๕.๑๑.๑ กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็น ผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบ ในปริมาณงาน สิ่งของหรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย ๕.๑๑.๒ กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็น ผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้า ที่ยื่นข้อเสนอ ๕.๑๑.๓ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็น ผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน ๕.๑๑.๔ กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใด รายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ ๕.๑๑.๕ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่น ข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า ๕.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๕.๑๒.๑ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะ การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวกติดต่อกัน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ ๕.๑๒.๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่น ข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท ๕.๑๒.๓ สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่น ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๕.๑๒.๔ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้า ประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรองหรือที่สำนักงาน สาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน) ๕.๑๒.๕ กรณีตามข้อ ๕.๑๒.๑ – ๕.๑๒.๔ ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้ (๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ (๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑ ๖. ระยะเวลาดำเนินโครงการ ระยะเวลาดำเนินการ ๑๕๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยระยะเวลาดังกล่าวครอบคลุมเวลา ในการฝึกอบรม การทดสอบระบบ และการติดตั้งระบบ ๗. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของการจ้าง ๗.๑ การจัดทำเว็บไซต์ ๗.๑.๑ การออกแบบเว็บไซต์ (๑) ผู้รับจ้างต้องออกแบบเว็บไซต์ที่มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดี ให้กับผู้ใช้เว็บไซต์ โดยที่บุคคลทั่วไปสามารถใช้งานได้ง่าย สะดวก ไม่ซับซ้อน และผู้ใช้สามารถได้รับข้อมูลที่ คาดหวังตามความเห็นของสำนักงาน ป.ป.ช. (๒) ผู้รับจ้างต้องดำเนินการพัฒนาเว็บไซต์ให้แสดงผลผ่านเว็บบราวเซอร์ โดยรองรับ Google Chrome, Mozilla, Firefox, Safari และ Microsoft Edge ได้เป็นอย่างน้อย (๓) ผู้รับจ้างต้องออกแบบเว็บไซต์ให้รองรับการแสดงผลทั้งในส่วน Front End และ Back End บนเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา เช่น โน้ตบุ๊ก แทบเล็ต และสมาร์ทโฟน ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android, iOS และ Windows ในรูปแบบ Responsive Web Design ได้ (๔) ผู้รับจ้างต้องออกแบบเว็บไซต์ให้รองรับการทำงานร่วมกันโซเชียลเน็ตเวิร์ค (Social Network) ผู้ใช้บริการที่มี Facebook, Instagram, Twitter (X) หรืออื่น ๆ (ถ้ามี) แบ่งปัน (Share) หรือเผยแพร่บทความภายในเว็บไซต์กับโซเชียลเน็ตเวิร์คของผู้ใช้บริการเองได้ (๕) ผู้รับจ้างต้องออกแบบและจัดทำต้นแบบของเว็บไซต์นำเสนอต่อสำนักงาน ป.ป.ช.กำหนด โดยการออกแบบต้องสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ดี ความทันสมัย ความน่าเชื่อถือ และการเป็น องค์กรแห่งความรู้ด้านต่อต้านการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช. ให้มีความเป็นสากล (๖) ผู้รับจ้างต้องพัฒนาเว็บไซต์ที่มีระบบบริหารการออกแบบเว็บไซต์ (Website Template Design Management System) เพื่อให้ผู้ดูแลระบบหรือผู้ใช้งานระบบสามารถสร้างรูปแบบของ เว็บไซต์หรือกำหนดโครงสร้างของ Webpage ในลักษณะ Template ช่วยในการกำกับโครงสร้างหลักของ Website ให้มีลักษณะเป็นรูปแบบเดียวกัน โดยมีคุณสมบัติ ดังนี้ สามารถกำหนดโครงสร้างของเว็บไซต์เป็นแบบ Template ซึ่งเป็นการกำกับ ให้โครงสร้างหลักของเว็บไซต์มีลักษณะเป็นรูปแบบเดียวกัน เช่น กำหนด Header, Footer หรือ Menu ต่าง ๆ ได้ - สามารถทำการแก้ไข กำหนดคุณลักษณะหรือรายละเอียดเฉพาะได้ และ เมื่อทำการเปลี่ยน Template แล้วจะไม่กระทบกับข้อมูลภายในที่ได้สร้างไว้ สามารถจัดทำ Template ขึ้นใหม่ได้ไม่จำกัดจำนวน สามารถแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบดีไซน์ของเว็บไซต์ได้ตามต้องการ ๗.๑.๒ ผู้รับจ้างต้องศึกษาและวิเคราะห์โครงร่างข้อมูล และเนื้อหา (Content) ที่น่าสนใจ นำเสนอแก่สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อใช้พิจารณาเผยแพร่บนเว็บไซต์ ๗.๑.๓ ผู้รับจ้างต้องบันทึกข้อมูลที่ได้รับจากสำนักงาน ป.ป.ช. บนเว็บไซต์ จำนวนไม่น้อยกว่า ๒๐๐ ชิ้น และสรุปผลงานวิจัย ผลงานทางวิชาการ บทความ และข้อมูลอื่น ๆ ให้สั้น กระชับ เข้าใจงาน และ นำเสนอในรูปแบบที่สวยงามและน่าสนใจ เช่น อินโฟกราฟิก เป็นต้น ๗.๑.๔ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาเว็บไซต์ตามหลัก SEO (Search Engine Optimization) เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพในการถูกค้นหาด้วย Google Search Engine และอธิบายวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพในการถูก ค้นหาดังกล่าวลงในรายงานผลการออกแบบและพัฒนาระบบเว็บไซต์ ๗.๑.๕ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบเว็บไซต์ให้สามารถนำเสนอข้อมูลในลักษณะ PDF, excel, JPEG, PNG ได้ ๗.๑.๘ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาเว็บไซต์ที่มีระบบการจัดการเนื้อหา โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อยดังนี้ (๑) เพิ่ม แก้ไข และลบข้อมูลได้ (๒) สามารถกำหนดให้บางข้อมูลต้องผ่านผู้ที่มีหน้าที่อนุมัติ จึงจะทำการเผยแพร่ได้ เมื่อเนื้อหาได้รับการอนุมัติจะถูกเผยแพร่สู่สาธารณะและได้รับการแจ้งเตือนทางอีเมล หากถูกปฏิเสธจะได้รับ การแจ้งให้แก้ไขทางอีเมล (๓) สามารถกำหนดข้อมูลในการแสดงผล ๒ ภาษาได้ (๔) มีระบบจัดการเนื้อหาข้อมูลบนหน้าเว็บเพจแบบ WYSIWYG Editor (๕) กำหนดตำแหน่งการแสดงผลของข่าวหรือบทความในหน้าต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ (๖) สามารถ Share ข่าวสารไปที่ Social Media ได้แก่ Facebook Line X (Twitter) Instagram หรืออื่น ๆ (ถ้ามี) โดยผู้รับจ้างต้องพัฒนาและปรับปรุงระบบเว็บไซต์ที่สามารถแบ่งปัน (Share) ข้อมูลข่าวสารไปยังสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ได้ตลอดการใช้งาน โดยครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่การ จัดทำเว็บไซต์ การตรวจรับและส่งมอบเว็บไซต์ และการบำรุงรักษาเว็บไซต์ (Maintenance) (๗) กำหนดการเผยแพร่และตั้งระยะเวลาในการเผยแพร่ข้อมูลได้ (๘) สามารถแนบไฟล์เอกสารประกอบ และ Multimedia เช่น รูปภาพ, VDO, Word, Excel, PowerPoint, PDF เป็นต้น (๙) สามารถตรวจสอบจำนวนครั้งการดาวน์โหลดเอกสารประกอบแต่ละไฟล์ได้ ๗.๑.๙ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาเว็บไซต์ให้มีระบบจัดการเนื้อหาข้อมูลบนหน้าเว็บเพจแบบ WYSIWYG Editor สามารถจัดการข้อมูลที่ต้องการได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Multimedia, Image, Text, Sound, Video Streaming หรือ Link ภายใน Web Page ได้ และปรับแต่งข้อความ องค์ประกอบ ต่าง ๆ ได้ตามที่ต้องการ สามารถจัดรวม Contents เข้าด้วยกันเป็นกลุ่มได้หลายระดับ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ (๑) สามารถกำหนดรูปแบบการแสดงผลในส่วนของข้อความได้ เช่น ตัวอักษร (text) การเลือกชนิดของอักษร (Font) และขนาดของตัวอักษร (Size) รวมถึงสีที่ใช้ในการแสดง (Color) และ คุณสมบัติพิเศษ เช่น ตัวหนา (Bold) ตัวเอียง (Italic) หรือตัวขีดเส้นใต้ (Underline) ได้ (๒) สามารถกำหนดรูปแบบการจัดวางย่อหน้า (Paragraph) การจัดตำแหน่ง (Alignment) การใช้ตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์แสดงย่อหน้าได้ (Numbering Or Bullets) (๓) สามารถกำหนดรูปแบบการแสดงผลของรูปภาพ (Graphic) เช่น การจัด ตำแหน่ง (Alignment) การกำหนดขนาด (Size) ได้ (๔) มีเครื่องมือให้ผู้ใช้สามารถสร้างและแก้ไขตาราง รวมทั้งกำหนดคุณลักษณะของ ตาราง เช่น ขนาดขอบเขต (Border) สีตาราง (Border Color) สีพื้น (Background Color) และการจัด ตำแหน่ง (Alignment) ได้ (๕) มีส่วนของการจัดการแฟ้มข้อมูลที่ทำการ Upload เข้าไปใน Website เช่น แฟ้มข้อมูลเพิ่มเติม (Attach File) แฟ้มรูปภาพ (Graphic File) เพื่อให้ผู้ใช้สามารถ Download ไปใช้งานได้ โดยเครื่องมือในการจัดการแฟ้มข้อมูลและการ Upload File จะต้องสามารถใช้งานผ่านทาง Web Browser ได้โดยตรง (๖) ระบบจะทำการเก็บข้อมูลลงฐานข้อมูลเฉพาะข้อมูลประเภทข้อความ (Text) หรือ Link ของข้อมูลเท่านั้น และไม่จัดเก็บข้อมูลชนิดอื่นลงฐานข้อมูล (๗) รองรับการนำ Source Code มาใส่ในระบบเพื่อแสดงผล เช่น iFrame Youtube ๗.๑.๑๐ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาเว็บไซต์ให้มีระบบการบริหารจัดการ Banner โดยมีรายละเอียดดังนี้ (๑) สามารถกำหนดหมวดหมู่ของ Banner ได้ (๒) สามารถกำหนดการแสดงผลแนวตั้งหรือแนวนอนได้ (๓) กำหนดขนาดของ Banner ได้ (๔) Banner แต่ละกลุ่ม สามารถกำหนดให้วางในตำแหน่งต่างกันได้ (๕) กำหนดการเผยแพร่ และตั้งระยะเวลาในการเผยแพร่ Banner ได้ (๖) กำหนดจำนวน Banner ที่จะแสดงได้ (๗) กำหนดลำดับความสำคัญของ Banner ได้ (๘) สามารถกำหนดการแสดงผลของ Banner ในลักษณะต่าง ๆ เช่น การเลื่อนวน และกำหนดความเร็วในการเลื่อนวนได้ (๙) สร้าง Link สำหรับ Banner ได้ ๗.๑.๑๑ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาเว็บไซต์ที่รองรับผู้ใช้ระบบ ๔ ประเภท ที่มีสิทธิ์การใช้งานดังนี้ (๑) ผู้ดูแลระบบทั้งหมด (Super admin) มีสิทธิ์ในการเข้าถึงและจัดการเนื้อหา ทั้งหมด ผู้ใช้ การตั้งค่า และรายงานจากระบบได้อย่างสมบูรณ์ ผู้ใช้และสร้างรายงานได้ (๒) ผู้ดูแลระบบ (Admin) มีสิทธิ์ในการบันทึกข้อมูล อนุมัติ/ปฏิเสธเนื้อหา จัดการ (๓) สมาชิก (Member) มีสิทธิ์ในการเรียกดู ดาวน์โหลด บันทึกและส่งข้อมูล ผลงานวิจัย หรือบทความสำหรับวารสาร หรือบทความทั่วไปได้ สามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อหา และแจ้งลบความคิดเห็นได้ ในกรณีการบันทึกข้อมูลเพื่อส่งผลงานวิจัย หรือบทความสำหรับวารสาร หรือ บทความทั่วไป ต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแลระบบก่อนเผยแพร่ข้อมูล และมีขั้นตอนในการพิจารณา ซึ่งจะแจ้งผลให้สมาชิกทราบ เพื่อแก้ไข หรือรับทราบผลการพิจารณา ตามลำดับ (๔) ผู้ใช้งาน (External user) มีสิทธิ์ในการเรียกดูเนื้อหาที่เผยแพร่สู่สาธารณะ ๗.๑.๑๒ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาเว็บไซต์ที่มีระบบการจัดการผู้ใช้ โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อยดังนี้ (๑) การลงทะเบียนผู้ใช้ โดยผู้ใช้สามารถลงทะเบียนเป็นสมาชิกโดยบันทึกชื่อ-สกุล อีเมล หน่วยงาน และวัตถุประสงค์การใช้ข้อมูล ซึ่งจะได้รับลิ้งก์ยืนยันทางอีเมลและสามารถเข้าสู่ระบบได้ หลังจากยืนยันบัญชีแล้ว (๒) การเข้าสู่ระบบ โดยผู้ใช้ทุกประเภทสามารถเข้าสู่ระบบได้ด้วยข้อมูลการเข้าสู่ ระบบที่ถูกต้องและจะสามารถเข้าถึงระบบได้ตามสิทธิ์ของตน (๓) การกำหนดบทบาทผู้ใช้ โดยผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดหรือปรับปรุงบทบาท ของผู้ใช้ผ่านแดชบอร์ดของผู้ดูแลระบบ โดยบทบาทและสิทธิ์การเข้าถึงของผู้ใช้จะถูกอัปเดตตามการตั้งค่า (๔) ระบบจะต้องทำการเข้ารหัสข้อมูลส่วนบุคคล (Data Encryption) เพื่อรักษา ความปลอดภัยของข้อมูล ๗.๑.๑๓ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาเว็บไซต์ให้มีระบบการจัดการสมาชิก โดยผู้สมัครสมาชิกต้อง บันทึกข้อมูลอย่างน้อยดังนี้เพื่อสมัครสมาชิก (๑) ชื่อ - สกุล (๒) หน่วยงานที่สังกัด (๓) จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (email) (๔) วัตถุประสงค์การใช้งานเว็บไซต์ (๕) การประสงค์รับแจ้งเตือนข้อมูลข่าวสาร (๖) การกำหนดรหัสผ่าน ๗.๑.๑๔ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาเว็บไซต์ให้มีระบบบริหารจัดการ e-book ที่มีรายละเอียด อย่างน้อยหรือดีกว่า ดังนี้ (๑) มี User Interface แบบกราฟฟิก ที่มีรูปแบบการแสดงผลเหมือนการอ่าน หนังสือผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ (๒) สามารถย่อ – ขยายขนาดของหนังสือที่อ่านได้ (๓) สามารถดูแบบ Full Screen ได้ (๔) สามารถทำการพิมพ์หน้าที่ต้องการได้โดยเฉพาะในส่วนของ Content (๕) ผู้ดูแลระบบสามารถจัดทำ e-book เองได้ โดยสามารถ กำหนดหมวดหมู่ของหนังสือที่นำเข้าได้ กำหนดขนาดของไฟล์ที่ใช้แนบได้ รองรับการนำเข้าเอกสารในรูปแบบของไฟล์ JPG, GIF และ PDF ได้ - บริหารจัดการไฟล์แนบได้ ๗.๑.๑๕ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาเว็บไซต์ให้มีระบบการสืบค้นข้อมูลที่ง่าย สะดวก และรวดเร็ว ที่มีคุณสมบัติดังนี้ ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลจาก Keyword ในทุกภาษาที่แสดงในเว็บไซต์ได้ ค้นหาแบบทั่วไป (General Search) เป็นการสืบค้นข้อมูลจาก Keyword ที่ผู้ใช้ ป้อนเข้าสู่ระบบผ่านช่องสืบค้นข้อมูลเพียงช่องเดียว และสืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อแสดงผล ข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์ - ค้นหาแบบขั้นสูง (Advanced Search) เป็นการสืบค้นข้อมูลจาก Keyword ที่ผู้ใช้ ป้อนเข้าสู่ระบบผ่านช่องสืบค้นข้อมูลเพียงช่องเดียว แต่ระบบสามารถแสดงผลการค้นหาโดยการแยกประเภท ของข้อมูลได้ เช่น ข้อมูลจากข่าว บทความ เนื้อหา เป็นต้น ๗.๑.๑๖ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาเว็บไซต์ให้มีระบบการจัดการความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ (๑) สมาชิกสามารถส่งความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับงานวิจัยหรือสื่อที่ อัปโหลดทั้งหมดได้ โดยความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจะได้รับการบันทึกพร้อมให้ผู้ดูแลระบบ ตรวจสอบ (๒) ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบความคิดเห็นที่ผู้ใช้ส่งมา และสามารถดำเนินการ ตามความคิดเห็นที่ได้รับ เช่น อนุมัติส่งต่อ การตอบกลับ หรือ เปิด/ปิดการแสดงความคิดเห็น รายละเอียดดังนี้ ๗.๑.๑๗ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาเว็บไซต์ให้สามารถรองรับระบบจัดการข้อมูล FAQ โดยมี (๑) สามารถเพิ่ม ลบ แก้ไข ข้อมูล FAQ ได้ (๒) สามารถค้นหา แสดงรายการรายละเอียดข้อมูลได้ (๓) สามารถบันทึกเนื้อหา FAQ โดยมีเครื่องมือในการจัดการข้อมูลคล้ายกับ Microsoft Word เช่น ตัวอักษรเอียง หนา กำหนดสี แทรกตาราง กำหนดลิงก์ สามารถบันทึกการสอบถาม ของผู้ใช้งานเว็บไซต์ได้ (๔) สามารถกำหนดแสดงผล หรือซ่อน ได้ (๕) สามารถเรียงลำดับรายการเนื้อหาได้ (๖) สามารถค้นหาด้วยคำ หรือวลีได้ (๗) มีสถิติ หรือจำนวนความนิยมในการเปิดอ่านแต่ละรายการ ๗.๑.๑๘ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาเว็บไซต์ให้มีระบบบริหารจัดการปฏิทินแบบ Online มีคุณสมบัติ อย่างน้อยหรือดีกว่า ดังนี้ (๑) เป็นระบบสำหรับแสดงกิจกรรมต่าง ๆ ในรูปแบบของปฏิทิน เพื่อใช้แจ้งข่าวสาร การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านหน้าเว็บไซต์ (๒) สามารถแสดงกิจกรรมในหน้าหลักที่อยู่ในระยะเวลาที่กำหนด หรือไม่แสดง กิจกรรมเก่าที่ผ่านไปในหน้าหลัก หรือไม่อยู่ในช่วงระยะเวลาที่กำหนดได้ (๓) สามารถเลือกดูการแสดงผลในรูปแบบรายวัน รายเดือน และรายปี ได้ (๔) สามารถบันทึกชื่อ วัน เวลา และรายละเอียดของกิจกรรม (๕) สามารถแบ่งหมวดหมู่ของกิจกรรม (๖) สามารถกำหนดการแสดงผลของกิจกรรมที่ต่อเนื่องได้ (๗) สามารถกำหนด link จากปฏิทินเพื่อเข้าไปอ่านรายละเอียด (๘) สามารถอัพโหลดเอกสารประกอบแต่ละกิจกรรมได้ โดยรองรับการนำเข้า เอกสารในรูปแบบของไฟล์ PDF, Microsoft Word, Excel, PowerPoint เป็นอย่างน้อย ๗.๑.๑๙ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาเว็บไซต์ที่รองรับการสร้างและบริหารจัดการระบบ Pop up ได้ ๗.๑.๒๐ ผู้รับจ้างต้องใช้โปรแกรมที่ถูกต้องตามกฎหมายในการพัฒนาและบริหารจัดการ เว็บไซต์ โดยเว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้นจะต้องรองรับผู้ใช้งานได้ไม่จำกัดจำนวน และสามารถรองรับการใช้งานพร้อม กัน (Concurrent Users) ได้ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ คนขึ้นไป ๗.๑.๒๑ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาเว็บไซต์ให้มีโมดูลสำหรับนับจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ (Counter) และสามารถตรวจสอบผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้ โดยแยกเป็นรายปี เดือน หรือวัน และผู้ที่ชมเว็บไซต์ที่ออนไลน์อยู่ เป็นจำนวนเท่าไหร่ (Online Users) เมื่อเข้าสู่หน้าจอจะต้องเห็นยอดผู้เข้าชมในหน้าหลัก และหน้าเว็บเพจ ในเว็บไซต์ได้โดยง่าย ๗.๑.๒๒ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาเว็บไซต์ให้มีระบบติดตามและบันทึกกิจกรรมของผู้ใช้งาน เช่น การดูเนื้อหาแต่ละงานวิจัย/บทความ/ข้อมูลต่าง ๆ การดาวน์โหลดแต่ละงานวิจัย/บทความ/ข้อมูลต่าง ๆ หรือการส่งความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ข้อมูลจะได้รับการบันทึกและสามารถแสดงในแดชบอร์ดของผู้ดูแล ระบบ (Admin) ๗.๑.๒๓ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาเว็บไซต์โดยใช้ Google Analytics เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล โดยให้มีระบบรายงานและดาวน์โหลดสถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ในรูปแบบไฟล์ Word หรือ Excel ได้ เช่น สามารถ ตรวจสอบข้อมูลสถิติการใช้งานของสมาชิกรายบุคคล สามารถตรวจสอบข้อมูลสถิติการดาวน์โหลดเอกสาร งานวิจัย สามารถตรวจสอบข้อมูลสถิติการค้นหาเอกสารงานวิจัย แยกเป็นรายเดือนหรือตามช่วงเวลาที่กำหนด ได้ เป็นต้น โดยมีรายละเอียดดังนี้ (๑) ระบบจะประมวลผลสถิติที่ถูกกำหนดในรูปแบบของกราฟ (๒) สามารถกำหนดช่วงเวลาที่ต้องการเรียกดูสถิติได้ (๓) สามารถวิเคราะห์กลุ่มผู้เยี่ยมชมจาก IP โดยสามารถแสดงคนเข้ามาเป็นจำนวน ครั้งต่อวัน ในช่วงเวลา ๑ เดือน รายชื่อ New Visitor ใน ๑ เดือน และรายชื่อประเทศ (๔) สามารถวิเคราะห์ Referrer ของเว็บไซต์ ประกอบด้วย รายชื่อ Referrer Domain Search Engine ที่ทำการค้นหาเว็บไซต์ Search Keyword ที่ใช้ค้นหาเว็บไซต์ (๕) สามารถวิเคราะห์เนื้อหาหน้าเว็บไซต์ ประกอบด้วย ชื่อ URL ของเว็บไซต์ ชื่อหน้าของเว็บไซต์ เวลาที่ผู้เยี่ยมชมเข้าเว็บไซต์ ภาษาของผู้เยี่ยมชม (๖) สามารถตรวจสอบข้อมูลสถิติการใช้งานแยกตามเว็บไซต์ ตามหมวดหมู่ เป็นราย เดือนหรือตามช่วงเวลาที่กำหนดได้ ๗.๑.๒๔ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาเว็บไซต์ให้มีระบบแจ้งเตือนและระบบรับข่าวสาร โดยมี รายละเอียดดังนี้ (๑) สมาชิกจะได้รับการแจ้งเตือนเมื่อเนื้อหาที่อัปโหลดได้รับการอนุมัติหรือปฏิเสธ จากผู้ดูแลระบบ โดยระบบจะส่งการแจ้งเตือนทางอีเมลหรือในระบบให้กับสมาชิก (๒) สมาชิกสามารถเข้ามาลงทะเบียนและแจ้งอีเมล Address ในการรับข่าว ประชาสัมพันธ์จากระบบบริหารจัดการข้อมูลบนเว็บไซต์จากจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ได้ (๓) สมาชิกสามารถเลือกประเภทข่าวประชาสัมพันธ์ที่ต้องการรับได้ รวมทั้งสามารถ ยกเลิกการรับข่าวประชาสัมพันธ์ได้โดยอัตโนมัติ (๔) สามารถกำหนดให้เรียกหน้าเว็บเพจ มาใช้เป็นหน้าข่าวสารได้ทันที ในจดหมาย ข่าวจะมีแค่ตัวเชื่อมไปยังหน้าข่าวที่แสดงอยู่บนเว็บไซต์เท่านั้น เพื่อทำให้ขนาดของอีเมลที่ส่งมีขนาดเล็กลง ๗.๑.๒๕ เว็บไซต์ที่เสนอในระบบบริหารจัดการสำหรับเจ้าหน้าที่ (Back-End) ต้องมีฟังก์ชั่น หรือระบบที่สามารถแปลงข้อความ จากไฟล์รูปภาพ เช่น jpg, tiff เป็นต้น หรือจากไฟล์ PDF ให้อยู่ในรูปแบบ ของข้อความดิจิทัล (Text) โดยอาจใช้เทคโนโลยี เช่น Optical Character Recognition (OCR) เป็นต้น พร้อมทั้งมี Generative Al ที่ช่วยในการประมวลผลและสังเคราะห์ข้อมูลเฉพาะที่บันทึกบนเว็บไซต์นี้เท่านั้น เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการจัดทำนโยบายต่อต้านการทุจริตในประเด็นต่าง ๆ การสรุปเรื่อง และ สามารถส่งออกข้อมูลรายงานที่ได้ในรูปแบบเอกสาร Word (.docx) ทั้งนี้ อนุญาตให้มีการพัฒนาโดยใช้งาน Public Ai บน Cloud ได้ และในกรณีที่มีค่าใช้จ่าย/ค่าเช่าใช้บริการเพิ่มเติม ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดตลอดระยะเวลารับประกัน ๗.๑.๒๖ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำรูปแบบเนื้อหาข้อมูล รูปภาพ นำไปเผยแพร่ทางเว็บไซต์ โดยต้องให้สำนักงาน ป.ป.ช. ให้ความเห็นชอบก่อน และบริหารจัดการข้อมูลดังกล่าวให้เป็นปัจจุบัน โดยต้อง รักษาความลับ และไม่นำเนื้อหาข้อมูล รูปภาพ สื่อมัลติมีเดียใด ๆ และเนื้อหาอื่น ๆ ของสำนักงาน ป.ป.ช. อันเป็นความลับ ไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ หากผู้รับจ้างนำเนื้อหาดังกล่าวมาจากแหล่งอื่น รวมทั้งตัวอักษร (Font) รูปภาพ และสื่อมัลติมีเดียใด ๆ ที่ใช้สำหรับจัดทำเนื้อหาทั้งหมด จะต้องดำเนินการให้ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้สิทธิ์โดยชอบธรรมในการใช้เนื้อหาดังกล่าว และต้องรับผิดชอบในกรณีมีการกล่าวหา ฟ้องร้องค่าเสียหายใด ๆ จากเจ้าของลิขสิทธิ์ที่นำมาใช้นั้น ๗.๑.๒๗ จัดหา หรือพัฒนาซอฟต์แวร์บริหารจัดการข้อมูลเว็บไซต์ (CMS) เพื่อที่จะนำมาใช้ใน การพัฒนาเว็บไซต์ โดยมีรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะอย่างน้อย หรือดีกว่า ดังนี้ - มีลักษณะเป็นแบบ Web-based application สามารถทำงานตามที่กำหนดผ่าน โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยโปรแกรมพิเศษอื่นเพิ่มเติมนอกเหนือไปจากโปรแกรมพื้นฐาน เช่น Web Browser Microsoft Office, Adobe Acrobat Reader หรือ Windows Media Player เป็นต้น - เป็นระบบที่ไม่ใช่พัฒนาต่อยอดมาจากโปรแกรมจัดการเนื้อหาเว็บไซต์ (CMS) ประเภท Open Source เช่น Joomla, Wordpress, Drupal เป็นต้น O ๗.๑.๒๘ มีระบบตัดคำแบบอิงพจนานุกรม โดยมีคุณลักษณะ ดังนี้ สามารถตัดแบ่งคำจากข้อความที่เป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และตัวเลข รวมทั้ง อักขระพิเศษ เช่น ช่องว่าง ลูกน้ำ โคลอน เป็นต้น - ใช้คำศัพท์จากพจนานุกรมภาษาไทยจำนวนอย่างน้อย ๕๐,๐๐๐ คำ รวมถึงคำที่ เป็นภาษาไม่เป็นทางการ ภาษาพูดและภาษาแสลง ๗.๑.๒๙ ออกแบบพัฒนาระบบเว็บไซต์อินเทอร์เน็ตให้สามารถบริหารจัดการการขอความ ยินยอม (Consent Management: CSM) ๗.๑.๓๐ ออกแบบพัฒนาระบบเว็บไซต์อินเทอร์เน็ตให้สามารถบริหารจัดการคุกกี้ (Cookie Consent Management: CKCM) ๗.๒ จัดอบรมการใช้งานเว็บไซต์ ผู้รับจ้างต้องจัดการฝึกอบรมแก่เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. ทั้งด้านวิชาการและด้านปฏิบัติการ ให้มีความรู้และความเข้าใจจนสามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดส่งคู่มือ การใช้งานต่าง ๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้ ๗.๒.๑ ผู้รับจ้างต้องนำเสนอรายละเอียดเนื้อหาการฝึกอบรมและช่วงเวลาการฝึกอบรมต่อ สำนักงาน ป.ป.ช. ให้ความเห็นชอบก่อนเริ่มทำการฝึกอบรม และจัดให้มีเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ให้เพียงพอต่อการอบรมในช่วงที่มีภาคปฏิบัติ ๗.๒.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐ คน เกี่ยวกับระบบปฏิบัติการของเว็บไซต์และวิธีการใช้งานด้านต่าง ๆ ณ สำนักงาน ป.ป.ช. หรือสถานที่เอกชน ซึ่งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครหรือปริมณฑล ๗.๒.๓ ผู้รับจ้างต้องจัดอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐ คน เกี่ยวกับหลักสูตรการใช้งานเว็บไซต์ สำหรับผู้ดูแลระบบในหัวข้อดังต่อไปนี้ ณ สำนักงาน ป.ป.ช. หรือสถานที่ เอกชน ซึ่งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครหรือปริมณฑล การใช้งานเครื่องมือในการออกแบบ พัฒนา และปรับปรุงระบบของโครงการ การใช้งานเครื่องมือบริหารจัดการระบบ การใช้งานสำหรับผู้ดูแลระบบทางด้านเทคนิค เช่น การติดตั้ง การทำ Configuration, คู่มือการใช้งาน Command และ Utility ของอุปกรณ์สนับสนุนการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ๗.๒.๔ ในระหว่างการฝึกอบรมสำนักงาน ป.ป.ช. สงวนสิทธิในการยกเลิกผู้บรรยายที่ไม่มี ความรู้ความสามารถเพียงพอ และผู้รับจ้างจะต้องจัดหาผู้บรรยายให้ใหม่และทำการอบรมในหลักสูตรนั้นใหม่ รวมทั้งหากเนื้อหาในหลักสูตรใดไม่ครบถ้วนผู้รับจ้างต้องจัดฝึกอบรมเพิ่มเติมให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม ๗.๒.๕ สำนักงาน ป.ป.ช. สงวนสิทธิที่จะให้ผู้รับจ้างจัดอบรมมากกว่า ๑ ครั้งในกรณีที่ สำนักงาน ป.ป.ช. เห็นสมควร ๗.๒.๖ ผู้รับจ้างต้องจัดทำและส่งมอบ Video สำหรับใช้เป็นสื่อการสอนให้สำนักงาน ป.ป.ช. ในรูปแบบ Flash Drive ๗.๒.๗ ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นในการฝึกอบรม รวมทั้ง ค่าเอกสาร ค่าห้องอบรม (รวมถึงการใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ หรือห้องอบรมต่าง ๆ ของสำนักงาน ป.ป.ช. ด้วย) ค่าวิทยากร อุปกรณ์ ค่ารถรับส่ง (กรณีอบรมนอกสำนักงาน ป.ป.ช.) ค่าอาหารว่าง และอาหารกลางวัน ของผู้เข้าร่วมการฝึกอบรม ๗.๓ จัดทำคู่มือการใช้งานเว็บไซต์ ๗.๓.๑ ผู้รับจ้างต้องจัดทำคู่มือการใช้งานเว็บไซต์สำหรับผู้ดูแลระบบทั้งหมด (Super admin) ๗.๓.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดทำคู่มือการใช้งานเว็บไซต์สำหรับผู้ดูแลระบบ (Admin) ๗.๓.๓ ผู้รับจ้างต้องจัดทำคู่มือการใช้งานเว็บไซต์สำหรับสมาชิก (Member) ๗.๓.๔ ผู้รับจ้างต้องจัดทำคู่มือการใช้งานเว็บไซต์สำหรับผู้ใช้งาน (External user) ๗.๔ การให้คำแนะนำและคำปรึกษา ผู้รับจ้างต้องให้คำแนะนำและคำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้เว็บไซต์ เมื่อสำนักงาน ป.ป.ช. ต้องการ รวมถึง การแก้ไขปัญหา หรือวิธีการที่จะแก้ไขงานบนระบบเว็บไซต์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบได้ตลอดระยะเวลา ของสัญญาและช่วงระยะเวลารับประกัน โดยผู้รับจ้างต้องมีช่องทางการติดต่อสื่อสารที่ชัดเจน เช่น อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ หรือช่องทางอื่นที่ได้ตกลงกัน และต้องมีรายชื่อผู้รับผิดชอบในเรื่องต่าง ๆ อย่างชัดเจน และ ต้องแจ้งสำนักงาน ป.ป.ช. ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้รับผิดชอบ ๘. คุณลักษณะพื้นฐานของระบบ ๘.๑ ผู้รับจ้างต้องกำหนดรูปแบบการแสดงผล ออกแบบ และจัดทำภาพที่ใช้ประกอบ ทั้งที่เป็นภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว ทั้งระบบด้วย CSS๓ (Cascading Style Sheets ๓) และ HTML๕ รวมถึงสามารถทำงาน และแสดงผลได้อย่างถูกต้องสวยงามบน Web Browser สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างน้อยดังนี้ Mozilla Firefox Google Chrome Microsoft Edge Safari ทั้งนี้ ต้องสนับสนุนการทำงานของ Web Browser ในเวอร์ชั่นใหม่ด้วย และต้องสามารถแสดงผลบน Web Browser สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Device) ที่มีระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ได้เป็น อย่างน้อย ๘.๒ ผู้รับจ้างต้องออกแบบเว็บไซต์ให้รองรับการแสดงผลบนเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา เช่น PC, Laptop, Tablet และ Smartphone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS Android และ Window ในรูปแบบ Responsive Web Design ๘.๓ ผู้รับจ้างต้องใช้โปรแกรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากมีค่าใช้จ่าย เช่น ค่าใบอนุญาตต่าง ๆ ค่าลิขสิทธิ์ ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ๘.๔ หากผู้รับจ้างนำเนื้อหาดังกล่าวมาจากแหล่งอื่น รวมทั้งตัวอักษร (Front) รูปแบบ และสื่ออื่นใด ที่มีลิขสิทธิ์ดังกล่าวให้สำนักงาน ป.ป.ช. ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบลิขสิทธิ์การใช้งานดังกล่าวให้สำนักงาน ป.ป.ช. โดยที่สามารถนำไปใช้งานต่อได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ๘.๕ ผู้รับจ้างจะต้องปรับปรุงเวอร์ชันของระบบให้เป็นปัจจุบันตลอดระยะเวลาการรับประกัน ๘.๖ เว็บไซต์จะต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ ของเว็บไซต์ https://achecks.org/checker/ อย่างน้อยระดับ WCAG 2.0 Level AA และผ่านการตรวจสอบโครงสร้าง และการวางโครงสร้างของเอกสาร (Markup Validation Service) ของเว็บไซต์ http://validator.w3.org และผ่านการตรวจสอบ CSS Validation Service ของเว็บไซต์ ๘.๗ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาเว็บไซต์การเชื่อมโยงงานวิจัยสู่นโยบายต่อต้านการทุจริตให้สามารถรองรับ การทำงานบนเครือข่ายแบบ IPV4 และ IPV6 ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด ๘.๘ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาเว็บไซต์การเชื่อมโยงงานวิจัยสู่นโยบายต่อต้านการทุจริตให้สามารถทำงาน ร่วมกับ WAF (Networks Web Application Firewall) ยี่ห้อ F5 หรือที่สำนักงาน ป.ป.ช. ใช้งานในปัจจุบัน ๘.๙ ระบบที่เสนอต้องทำงานบนฐานข้อมูลกลาง Oracle Database ที่สำนักงาน ป.ป.ช. ใช้งานอยู่ได้ ๘.๑๐ ผู้รับจ้างต้องทำการพัฒนาหรือติดตั้งระบบที่เสนอแบบ Docker บน Virtual Machine (VM) ที่สำนักงาน ป.ป.ช. ใช้งานอยู่ ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการ Alpine Linux 3.20 หรือที่สำนักงาน ป.ป.ช. ใช้งานใน ปัจจุบัน ๘.๑๑ มีฟังก์ชันการ Backup ข้อมูล Source code และไฟล์แนบของเว็บไซต์การเชื่อมโยงงานวิจัย สู่นโยบายต่อต้านการทุจริต โดยสามารถส่งออกภายนอกได้ ๘.๑๒ ผู้รับจ้างจะต้องทำการถ่ายโอนข้อมูล (Migrate) จากเว็บไซต์และระบบงานเดิมที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเข้าสู่ระบบใหม่ตามหมวดหมู่ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ป.ป.ช. ก่อนที่จะดำเนินการนำ เว็บไซต์การเชื่อมโยงงานวิจัยสู่นโยบายต่อต้านการทุจริตใหม่ขึ้นใช้งานจริง ๘.๑๓ ผู้รับจ้างต้องคำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัยของเว็บไซต์การเชื่อมโยงงานวิจัยสู่นโยบายต่อต้าน การทุจริต โดยต้องดำเนินการอย่างน้อยดังนี้ การเข้ารหัส (Encryption) เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ในการสื่อสารหรือส่งข้อมูลผ่าน เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น การใช้ Secure Socket Layer (SSL) (HTTPS) เป็นต้น ได้เป็นอย่างน้อย - ป้องกันการโจมตีตามมาตรฐาน SQL Injection, Cross Site Script และ Buffer Overflow - มีการทดสอบผู้ใช้งานด้วย CAPTCHA หรือ 2 Factor Authentication ก่อนการเข้าสู่ ระบบ และการบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบที่ไม่มีการ Login / (Anonymous user) - มีการตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วนของข้อมูล รวมทั้งเงื่อนไขที่จำเป็นของข้อมูลที่ ผู้ใช้งานบันทึกในแบบฟอร์มก่อนส่งข้อมูล - ระบบสามารถจัดเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log) โดยการเก็บข้อมูลดังกล่าวต้อง สอดคล้องตาม พรบ.ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ฯ - ระบบสามารถจัดเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ ๘.๑๔ ต้องสามารถเรียกดูข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์และข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ผ่านระบบได้ ๘.๑๕ มีการติดตั้งระบบแจ้งเตือน หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบนเว็บไซต์การเชื่อมโยงงานวิจัยสู่ นโยบายต่อต้านการทุจริต หรือถูกโจมตีจากผู้ไม่หวังดี มายังอีเมลผู้ดูแลระบบ ๘.๑๖ ผู้รับจ้างต้องทำการทดสอบระบบเว็บไซต์การเชื่อมโยงงานวิจัยสู่นโยบายต่อต้านการทุจริต จากนั้นนำผลที่ได้จากการทดสอบปรับปรุงแก้ไขระบบงาน เพื่อตรวจสอบการ และรายงานผลการทดสอบ ทำงานของระบบว่าสามารถรองรับกระบวนการทำงานตามที่ต้องการได้ อย่างน้อยดังนี้ การทดสอบการใช้งานของผู้ใช้งาน (Usability Testing) การทดสอบประสิทธิภาพ (Performance Testing) การทดสอบความถูกต้องสมบูรณ์โดยรวม (Functional Testing) การทดสอบการรักษาความปลอดภัย (Security Testing) การทดสอบความมั่นคงปลอดภัยระบบ (Penetration Testing) โดยจะต้องทดสอบ SQL injection, Cross-site scripting และ Buffer Overflow เป็นอย่างน้อย การทดสอบการทำงานของระบบทั้งหมด (System integration Testing) - การทดสอบระบบกับผู้ใช้งานจริง (User Acceptance Test) รายงานผลการทดสอบ ๙. กำหนดเวลาส่งมอบ กำหนดแล้วเสร็จภายใน ๑๕๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยระยะเวลาดังกล่าวครอบคลุม เวลาในการฝึกอบรม การทดสอบระบบ และการติดตั้งระบบ ๑๐. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ๑๐.๑ สำนักงาน ป.ป.ช. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (เกณฑ์ ราคาประกอบเกณฑ์อื่น) ซึ่งพิจารณาให้คะแนนการประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) โดยพิจารณาให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้ ราคาที่เสนอราคา (Price) เป็นน้ำหนัก ร้อยละ ๓๐ และข้อเสนอทางเทคนิค หรือข้อเสนออื่นเพิ่มเติม เป็นน้ำหนักร้อยละ ๗๐ (รายละเอียดตาม ภาคผนวก ๑) ๑๐.๒ ข้อเสนอโครงการต้องประกอบด้วยเนื้อหาที่แสดงถึงความรู้ความสามารถด้านระบบ คอมพิวเตอร์ และการพัฒนาระบบสารสนเทศ โดยผู้เสนอในรูปแบบที่มีการแสดงการเปรียบเทียบระหว่าง ข้อเสนอกับคุณสมบัติหรือเงื่อนไขในส่วนต่าง ๆ ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. ได้กำหนดไว้ ๑๐.๓ สำนักงาน ป.ป.ช. จะพิจารณาตัดสินคัดเลือกเฉพาะรายที่เสนอหลักฐานเอกสารครบถ้วน ถูกต้อง และปฏิบัติถูกต้องตามเงื่อนไขที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนดเท่านั้น ทั้งนี้การพิจารณาของสำนักงาน ป.ป.ช. ถือเป็นเด็ดขาด ผู้เสนอราคาจะอุทธรณ์หรือฟ้องร้องหรือเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากสำนักงาน ป.ป.ช. ไม่ได้ทั้งสิ้น ๑๐.๔ ผู้เสนอราคาต้องนำเสนอการออกแบบระบบตามความต้องการข้างต้น และแผนการดำเนินงาน ตามวันและเวลาที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด ทั้งนี้หากผู้เสนอราคาไม่เข้าร่วมการนำเสนอ สำนักงาน ป.ป.ช. จะไม่พิจารณารายละเอียดและข้อเสนอของผู้เสนอราคารายนั้น ๑๑. วงเงินงบประมาณ ภายในวงเงินงบประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) โดยเบิกจ่ายจากงบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๖๔๘ ๑๒. งวดงานและการจ่ายเงิน ๑๒.๑ งวดงาน ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานและเอกสารทั้งหมดเป็นภาษาไทย ซึ่งสามารถใช้คำศัพท์เทคนิคเป็น ภาษาอังกฤษได้ จำนวน ๒ ชุด พร้อม Flash Drive จำนวน ๒ ชุด การส่งมอบงานแบ่งออกเป็น ๕ งวด ดังนี้ งวดที่ ๑ ภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงาน ดังนี้ ๑.๑ แผนการดำเนินงานโครงการแสดงระยะเวลาในการทำงานขั้นตอนต่าง ๆ จนถึง วันส่งมอบงาน และรายละเอียดบุคลากรทั้งหมดที่เป็นทีมของผู้รับจ้าง ๑.๒ แผนการฝึกอบรม ตามข้อ ๗.๒ งวดที่ ๒ ภายใน ๔๕ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงาน ดังนี้ ๒.๑ รายละเอียดภาพรวมและแผนผังการออกแบบระบบเว็บไซต์ ดังนี้ ๒.๑.๑ เอกสารเกี่ยวกับการวิเคราะห์และออกแบบระบบตามหลักวิชาการ ๒.๑.๒ ภาพรวมการออกแบบระบบและการทำงานของเว็บไซต์ ๒.๑.๓ รูปแบบการแสดงผลและการทำงานของฟังก์ชันแต่ละหน้า (Web Page) ๒.๒ นำเสนอโครงร่าง รูปแบบ และการออกแบบเว็บไซต์ต่อสำนักงาน ป.ป.ช. ๒.๓ ต้นแบบระบบ (Prototype) งวดที่ ๓ ภายใน ๙๐ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงาน ดังนี้ ๓.๑ การปรับแก้รายละเอียดภาพรวมและแผนผังการออกแบบเว็บไซต์ตามความเห็นของ สำนักงาน ป.ป.ช. ดังนี้ ๓.๑.๑ เอกสารเกี่ยวกับการวิเคราะห์และออกแบบระบบตามหลักวิชาการ ๓.๑.๒ ภาพรวมการออกแบบระบบและการทำงานของเว็บไซต์ ๓.๑.๓ รูปแบบการแสดงผลและการทำงานของฟังก์ชันแต่ละหน้า (Web Page) ๑๖ ตามสัญญา งวดที่ ๔ ภายใน ๑๒๐วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงาน ดังนี้ ๔.๑ ส่งมอบระบบเว็บไซต์ งวดที่ ๕ ภายใน ๑๕๐ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงาน ดังนี้ ๕.๑ ซอสโค้ดโปรแกรมรวมถึง Database (Source Code Program & Database) ส่วนที่ เหลือทั้งหมด ๕.๒ ส่งมอบระบบเว็บไซต์ส่วนที่เหลือทั้งหมด ๕.๓ รายงานการติดตั้งและทดสอบระบบ ๕.๔ รายงานการฝึกอบรมและเอกสารประกอบการฝึกอบรม ๕.๕ คู่มือและเอกสารประกอบการพัฒนาระบบ ๕.๖ ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ระบบ ทั้งนี้ หากวันครบกำหนดข้างต้นตรงกับวันหยุดราชการ ให้ถือวันทำการถัดไปเป็นวันครบกำหนด (สำนักงาน ป.ป.ช. สงวนสิทธิที่จะใช้งานระบบทั้งหมดที่ส่งมอบได้ ในช่วงการตรวจรับ โดยผู้รับจ้าง ไม่สามารถเรียกร้องค่าเสื่อมราคาจากการใช้งาน หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ไม่ว่าสำนักงาน ป.ป.ช. จะรับมอบงาน ไว้ใช้หรือไม่ก็ตาม) ๑๒.๒ การจ่ายเงิน สำนักงาน ป.ป.ช. จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้ว โดยให้ถือราคาเหมารวมเป็นเกณฑ์ และกำหนดการจ่ายเงิน เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จ เรียบร้อยตามสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุถูกต้อง ครบถ้วนแล้ว ๑๓. ข้อกำหนดสำหรับผู้รับจ้าง ๑๓.๑ อุบัติเหตุหรือภยันตรายที่เกิดกับทรัพย์สิน บุคลากรของสำนักงาน ป.ป.ช. หรือบุคลากรของ ผู้รับจ้าง และฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของระบบ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจาก การทำงานของผู้รับจ้าง ๑๓.๒ ผู้รับจ้างต้องไม่ทำให้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เกิดความชำรุดบกพร่อง หากมีการดำเนินการ ใด ๆ ผู้รับจ้างจะต้องซ่อมแซมและปรับปรุงให้อยู่ในสภาพตามเดิม ๑๓.๓ ในกรณีที่มีอุปกรณ์ หัวต่อ สายนำสัญญาณ หรืออื่น ๆ เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อให้การบำรุงรักษา ระบบสามารถทำงานร่วมกันได้ถูกต้อง มีประสิทธิภาพ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดหามาโดยไม่คิดมูลค่าเพิ่มเติม ๑๓.๔ ผู้รับจ้างจะต้องไม่เปิดเผย ไม่ทำสำเนา หรือไม่กระทำการใด ๆ ในทำนองเดียวกัน เกี่ยวกับ ข้อความ ข้อเท็จจริง หรือข้อมูลที่ได้มาจากการปฏิบัติตามสัญญาตลอดอายุสัญญา และตลอดไป แม้ว่าสัญญา จะสิ้นสุด แล้วก็ตาม ๑๗ ๑๓.๕ ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมการปฏิบัติงานของพนักงาน ลูกจ้าง หรือตัวแทนของผู้รับจ้าง ไม่ให้เปิดเผย ไม่ทำสำเนาหรือไม่กระทำการใด ๆ ในทำนองเดียวกัน เกี่ยวกับข้อความ ข้อเท็จจริง หรือข้อมูล ที่ได้มาจากการปฏิบัติตามสัญญาตามข้อ ๑๓.๔ ๑๓.๖ ในกรณีที่ผู้รับจ้างได้กระทำการหรือละเว้นที่จะกระทำการอันส่งผลให้ข้อความ ข้อเท็จจริง หรือ ข้อมูล ที่ผู้รับจ้างได้มาจากการปฏิบัติตามสัญญานั้น ถูกเปิดเผย ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหาย ที่เกิดขึ้นกับผู้ว่าจ้างโดยผู้ว่าจ้างมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้ และผู้รับจ้างอาจถูกดำเนินการตามกฎหมาย อย่างถึงที่สุด โดยผู้รับจ้างมีหน้าที่อำนวยความสะดวกหรือร่วมกับผู้ว่าจ้างในการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ทำให้ ข้อความ ข้อเท็จจริง หรือข้อมูลนั้น ถูกเปิดเผย ๑๓.๗ ในกรณีมีเหตุที่ถือได้ว่าเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้ข้อความ ข้อเท็จจริง หรือข้อมูลนั้น ถูกเปิดเผย ให้ผู้รับจ้างรีบแจ้งผู้ว่าจ้างหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างทันที ๑๓.๘ สำนักงาน ป.ป.ช. มีกระบวนการทำงาน และมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2013 ดังนั้น ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการทำงานของสำนักงาน ป.ป.ช. อย่างเคร่งครัด ๑๓.๙ ผู้เสนอราคาต้องเก็บรักษาข้อมูลสำนักงาน ป.ป.ช. และข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นความลับและ ไม่เปิดเผยให้บุคคลภายนอกทราบ ทั้งนี้ หากมีการฝ่าฝืนผู้เสนอราคาจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหาย ที่เกิดขึ้นและตามที่กฎหมายกำหนดและต้องลงนาม “สัญญาที่จะไม่เปิดเผยข้อมูล (Non-Disclosure Agreement) และข้อตกลงในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) และการ ปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ” ทั้งนี้ร่างสัญญา ดังกล่าว มีรายละเอียดตามภาคผนวกที่แนบท้ายร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) ฉบับนี้ ๑๔. อัตราค่าปรับ ๑๔.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้อนุญาตจากสำนักงาน ป.ป.ช. จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐.๐๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น ๑๔.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๑๑.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็นรายวัน เป็นจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง ๑๕. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง ๑๕.๑ ในระหว่างการติดตั้งระบบงานตามโครงการนั้น จะต้องไม่มีผลกระทบต่อการทำงานของ ระบบงานต่าง ๆ หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน ป.ป.ช. หากเกิดผลกระทบหรือความเสียหายผู้รับ จ้างต้องดำเนินการแก้ไขให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการแก้ไขส่วนที่เกิดขึ้น ทั้งสิ้น ๑๘ ๑๕.๒ ผู้รับจ้างต้องรับประกันผลงานที่ส่งมอบหลังจากสำนักงาน ป.ป.ช. รับมอบงานงวดสุดท้ายแล้ว เสร็จเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี โดยผู้รับจ้างจะต้องบริการบำรุงรักษาระบบ ให้สามารถใช้งานได้อย่าง มีประสิทธิภาพและให้ใช้งานได้ดีอยู่เสมอ ในกรณีที่เกิดปัญหาไม่สามารถใช้งานได้ ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการ แก้ไขให้ใช้งานได้ภายใน 4 ชั่วโมงทำการ และกรณีที่เป็นการแก้ไขข้อบกพร่องของโปรแกรม (Bug) ให้แก้ไข ให้แล้วเสร็จภายใน ๓ วันทำการ (วันทำการคือ วันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา ๘.๓๐ – ๑๖.๓๐ น. เว้นวันหยุดราชการ) ทั้งนี้ ให้นับตั้งแต่เวลาที่ได้รับแจ้งจากสำนักงาน ป.ป.ช. โดยสามารถแจ้งเหตุได้ทุกวัน อย่างน้อย ๑ ช่องทาง ดังนี้ ทางโทรศัพท์พื้นฐาน โทรสาร จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือช่องทางอื่นที่ได้ตกลงกัน หากยังไม่สามารถ แก้ไขปัญหาให้ใช้งานได้ตามระยะเวลาที่กำหนด จะเริ่มนับค่าปรับจนสามารถแก้ไขให้ใช้งานได้ การคิดค่าปรับ ผู้รับจ้างต้องเสียค่าปรับตามเวลาที่ไม่สามารถใช้ระบบงานได้ในส่วนที่เกินกำหนดข้างต้นในอัตราร้อยละ ๐.๒ ต่อชั่วโมงของมูลค่าสัญญา และสำนักงาน ป.ป.ช. ยินยอมให้ระบบที่ส่งมอบหยุดให้บริการได้ไม่เกินเดือนละ ๑๒ ชั่วโมงทำการ ๑๕.๓ หากผู้รับจ้างไม่ดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนดข้อใดข้อหนึ่ง ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญากับ ผู้รับจ้างและผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ชำระค่าเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งผู้ว่าจ้างจะพิจารณาเสนอให้ผู้รับจ้างเป็น ผู้ทิ้งงานของทางราชการต่อไป ๑๕.๔ กรณีผู้รับจ้างไม่ดำเนินการแก้ไข หรือแก้ไขไม่แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ จ้างบุคคลภายนอกดำเนินการแก้ไข โดยค่าจ้างในการจ้างบุคคลภายนอก ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย แทนผู้ว่าจ้างทั้งสิ้น ๑๕.๕ ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานหลังการแก้ไขเสร็จสิ้นภายใน ๑ วัน โดยรายงานจะต้องแสดงข้อมูล ของปัญหา อย่างน้อยดังนี้ วันที่และเวลาที่ได้รับแจ้ง - วันที่และเวลาที่มาถึง วันที่และเวลาที่แล้วเสร็จ ค่าการปรับเปลี่ยนในแต่ละรายการที่แก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้น วิธีการแก้ไขปัญหา รายการระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบสารสนเทศที่มีปัญหา ๑๕.๖ ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานการบำรุงรักษาเป็นราย ๓ เดือนและส่งมอบให้สำนักงาน ป.ป.ช. ทุก ๓ เดือน ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้ - วันที่และเวลาที่มาถึง วันที่และเวลาที่แล้วเสร็จ ขั้นตอนดำเนินการ ผลการดำเนินการ - รายการอุปกรณ์, หมายเลขเครื่อง - สถานะของอุปกรณ์ - คำแนะนำ ๑๕.๗ ระบบที่ผู้รับจ้างเสนอและส่งมอบจะต้องสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีข้อจำกัดตลอดอายุ การใช้งานของ Software และหลังหมดระยะเวลารับประกันตามสัญญา สำนักงาน ป.ป.ช. จะต้องใช้งาน ระบบได้ครบทุกฟังก์ชัน แม้จะไม่มีการจ้างบำรุงรักษาระบบต่อ ๑๖. การรักษาข้อมูล ผู้เสนอราคาต้องเก็บรักษาข้อมูลสำนักงาน ป.ป.ช. และข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นความลับ และไม่ เปิดเผยให้บุคคลภายนอกทราบ ทั้งนี้ หากมีการฝ่าฝืนผู้เสนอราคาจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และตามที่กฎหมายกำหนดและต้องลงนาม “สัญญาที่จะไม่เปิดเผยข้อมูล (Nom-Disclosure Agreement) และข้อตกลงในการประเมินผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) และการปฏิบัติตามนโยบาย และแนวทางปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ” ทั้งนี้ ร่างสัญญาดังกล่าวมีรายละเอียด ตามภาคผนวกที่แนบท้ายร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) ฉบับนี้ ๑๗. ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ๑๗.๑ ในกรณีที่บุคคลภายนอกกล่าวอ้างหรือใช้สิทธิเรียกร้องใด ๆ ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตร เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และหรือซอฟต์แวร์ที่เสนอ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการทั้งปวงเพื่อให้การกล่าวอ้าง หรือ การเรียกร้องดังกล่าวระงับสิ้นไปโดยเร็ว ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ชำระค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ๑๗.๒ ระบบทั้งหมดที่ส่งมอบ จะต้องส่งมอบสิทธิการใช้งานทั้งหมดให้กับสำนักงาน ป.ป.ช. โดย สำนักงาน ป.ป.ช. สามารถนำระบบทั้งหมด หรือส่วนหนึ่งส่วนใด หรือ Source Code หรือ library ไปใช้งาน ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ๑๗.๓ รูปภาพ Font สื่อต่าง ๆ และโปรแกรมเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่นำมาใช้ และส่งมอบให้สำนักงาน ป.ป.ช. จะต้องมีสิทธิการใช้งานที่ถูกต้อง และถือเป็นสิทธิของสำนักงาน ป.ป.ช. ที่จะสามารถนำไปใช้งาน ส่วนอื่น ๆ ได้ ๑๘. รายละเอียดเอกสารประกอบการพิจารณา ๑๘.๑ ผู้เสนอราคาต้องจัดเตรียมเอกสารขอบเขตการดำเนินงานที่จะต้องนำเสนอทั้งหมด โดยไม่ อนุญาตให้มีการขอส่งเอกสารเพิ่มเติมในภายหลังไม่ว่ากรณีใด ๆ นับจากวันที่ให้ยื่นข้อเสนอ เว้นแต่ คณะกรรมการพิจารณาผลได้พิจารณาแล้วเห็นควรขอเอกสารเพิ่มเติม เพื่อความชัดเจนในการพิจารณา ๑๘.๒ ผู้เสนอราคาต้องจัดทำตารางการเปรียบเทียบรายละเอียดของขอบเขตการดำเนินงานตาม ข้อกำหนดของสำนักงาน ป.ป.ช. กับที่เสนอเป็นข้อๆ ในแต่ละรายการอย่างละเอียด โดยจัดพิมพ์เป็นเอกสาร ประกอบการนำเสนอ พร้อมทั้งบ่งชี้ในแต่ละรายการอย่างครบถ้วนและชัดเจน ๑๙. สถานที่ติดต่อเพื่อขอทราบข้อมูลเพิ่มเติม เสนอแนะ วิจารณ์ หรือแสดงความเห็นโดยเปิดเผยตัวได้ที่ ๑๙.๑ ทางไปรษณีย์ ส่งถึง เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ช. เลขที่ ๓๖๑ ถ.นนทบุรี ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ๑๑๐๐๐ ๑๙.๒ โทรศัพท์ ๐-๒๕๒๘-๔๘๐๐ ต่อ ๕๘๑๙ ๑๙.๓ โทรสาร ๐-๒๕๒๘-๔๗๐๓ ๑๙.๔ อีเมล [email protected] ๑. สำนักงาน ป.ป.ช. จะพิจารณาคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอหากคุณสมบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่กำหนดไว้ สำนักงาน ป.ป.ช. จะไม่พิจารณาข้อเสนอทางเทคนิค ๒. สำนักงาน ป.ป.ช. จะพิจารณาโดยใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น เป็นเกณฑ์ในการพิจารณา คัดเลือกข้อเสนอ โดยพิจารณาให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด คือ ร้อยละ ๗๐ ๒.๑ ราคาที่เสนอราคา (Price) เป็นตัวแปรหลักบังคับ น้ำหนักร้อยละ ๓๐ ๒.๒ ข้อเสนอด้านเทคนิคและคุณภาพที่เป็นประโยชน์ต่อทางสำนักงาน ป.ป.ช. น้ำหนัก ทั้งนี้ กำหนดให้มีน้ำหนักรวมทั้งหมด เท่ากับ ร้อยละ ๑๐๐ ๓. สำนักงาน ป.ป.ช. จะนำคะแนนทั้ง ๒ ตัวแปรหลักตามข้อ ๒ มาคำนวณเป็นร้อยละ และคัดเลือก ผู้ชนะจากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้คะแนนสูงสุด สำนักงาน ป.ป.ช. จะพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคและคุณภาพของผู้ยื่นข้อเสนอเฉพาะที่มีคุณสมบัติ และหลักฐานเอกสารถูกต้อง โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณา ดังนี้ หลักเกณฑ์การให้คะแนน (๑) คุณภาพของข้อเสนอด้านเทคนิคและการนำเสนอตัวอย่างระบบ (๒) ระยะเวลาในการบำรุงรักษาและรับประกันผลงาน รวม คะแนน ๗๐ คะแนน ๓๐ คะแนน ๑๐๐ คะแนน ๔. เกณฑ์การให้คะแนนของข้อเสนอด้านเทคนิคและคุณภาพ และการนำเสนอตัวอย่างระบบ (๑๐๐ คะแนน) ๔.๑ การนำเสนอข้อเสนอด้านเทคนิคและตัวอย่างระบบ (๗๐ คะแนน) หลักเกณฑ์การให้คะแนน ๑. ความเข้าใจและแนวคิดในการออกแบบระบบและเนื้อหา คะแนน ๒๐ ไม่มีการนำเสนอ ได้ ๐ คะแนน นำเสนอได้เข้าใจพอใช้ ได้ ๑๐ คะแนน นำเสนอได้เข้าใจดี ได้ ๑๕ คะแนน - นำเสนอได้เข้าใจดีมาก ได้ ๒๐ คะแนน มีการนำเสนอเอกสารที่สื่อถึงความเข้าใจและแนวคิดในการพัฒนาเว็บไซต์ ให้กับสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อสื่อว่าผู้ยื่นข้อเสนอมีความเข้าใจในระดับใด ๔.๒ ระยะเวลาในการบำรุงรักษาและรับประกันผลงาน (คะแนนเต็ม ๓๐ คะแนน) หลักเกณฑ์การให้คะแนน คะแนน ๒ ปี ๑๕ ๓ ปี ๒๐ ๔ ปี … ระยะเวลาในการบำรุงรักษาและรับประกันผลงาน อย่างน้อย ๒ ปี และเข้ามาตรวจสอบระบบอย่างน้อย (เป็นไปตาม ทุก ๓ เดือน ตลอดระยะเวลารับประกันผลงาน ปัญหาขัดแย้งหรือการตีความ ข้อกำหนด ขั้นต่ำ) ๒ ๓.๓ ผู้รับข้อมูลตกลงที่จะควบคุมมิให้พนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง หรือตัวแทน ของตนล่วงรู้หรือสามารถเข้าถึงข้อมูลนั้น เว้นแต่บุคคลเหล่านั้น ได้รับมอบหมายหรือมีหน้าที่เกี่ยวข้อง หรือมีความจำเป็นในการเข้าถึงข้อมูล และตกลงที่จะควบคุมบุคคลเหล่านั้น มิให้เปิดเผยข้อมูลไม่ว่า ด้วยวิธีการใด ๆ และไม่ว่าทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่บุคคลอื่นใด ๓.๔ ผู้รับข้อมูลตกลงใช้มาตรการที่เหมาะสมในการเก็บรักษาข้อมูล เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลถูกนำไปใช้โดยมิได้รับอนุญาตหรือถูกเปิดเผยแก่บุคคลใด โดยผู้รับข้อมูลต้องใช้ มาตรการการเก็บรักษาข้อมูลในระดับเดียวกันกับที่ผู้รับข้อมูลใช้กับข้อมูลของตน และต้องไม่น้อยกว่า ระดับที่วิญญูชนที่ประกอบวิชาชีพเช่นนั้น พึงรักษาข้อมูลของตน โดยเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้อง ดำเนินการเก็บรักษาข้อมูล ส่วนบุคคลให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ๓.๕ ผู้รับข้อมูลตกลงที่จะปฏิบัติตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยด้านสารสนเทศ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตลอดจนกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไข เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยต้านสารสนเทศซึ่งใช้บังคับทั้งที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันทำสัญญา รวมถึงที่ได้ มีการแก้ไขในอนาคต ๓.๖ ผู้รับข้อมูลตกลงที่จะจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม ทั้งในเชิงองค์กรและเชิงเทคนิค ตามประกาศที่คณะกรรมการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดและเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยคำนึงถึงลักษณะ ขอบเขต และวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กำหนด ในสัญญาฉบับนี้ ๓.๗ ผู้รับข้อมูลตกลงที่จะดำเนินการตามข้อ ๓ แห่งสัญญาฉบับนี้ ตลอดระยะเวลา ตามกิจกรรมตามสัญญา และตลอดไป ข้อ ๔ การเปิดเผยข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลและผู้รับข้อมูล ตกลงให้เปิดเผยข้อมูลที่ผู้รับข้อมูลได้รับจากผู้ให้ข้อมูลตาม ๔.๑ ข้อมูลที่อยู่ในการรับรู้ การครอบครอง หรือการควบคุม ไม่ว่าด้วยวิธีใด ของผู้รับข้อมูลที่ได้รับข้อมูลเหล่านั้นมาโดยชอบด้วยกฎหมาย ก่อนที่จะได้รับข้อมูลนั้นจาก สัญญาฉบับนี้ ในกรณีดังต่อไปนี้ ผู้ให้ข้อมูล ๔.๒ ข้อมูลที่เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปหรือที่เป็นการรู้กันอย่างแพร่หลาย ในเวลาที่ได้รับข้อมูลนั้น ซึ่งไม่ได้เป็นผลมาจากการละเมิดหรือผิดเงื่อนไข ข้อกำหนดตามกิจกรรม ตามสัญญาโดยผู้รับข้อมูล ๔.๓ ข้อมูลที่ผู้รับข้อมูลได้รับรู้มาจากบุคคลอื่นที่มีสิทธิให้ข้อมูลและ ไม่มีหน้าที่ต้องปกปิดข้อมูลตามสัญญาฉบับนี้ ๔.๔ ข้อมูลที่เป็นข้อมูลสาธารณะอันประชาชนทั่วไปเข้าถึงข้อมูลได้ /๔.๕ ... ๔.๕ ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยตามกฎหมาย ตามคำสั่งศาลหรือเจ้าพนักงานของรัฐ หรือหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลที่อาศัยอำนาจตามกฎหมาย โดยผู้รับข้อมูลต้องมีหนังสือแจ้งให้ ผู้ให้ข้อมูลได้ทราบถึงข้อกฎหมายตามกฎหมาย หรือคำสั่งดังกล่าว พร้อมทั้งหมายศาลหรือคำสั่งของ เจ้าพนักงานของรัฐอื่นใด ก่อนดำเนินการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ๔.๖ ข้อมูลที่เปิดเผยโดยได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูลเป็น ลายลักษณ์อักษรก่อนที่ผู้รับข้อมูลจะเปิดเผยข้อมูลนั้น ข้อ ๕ ข้อกำหนดและการใช้ข้อมูล ๕.๑ ผู้รับข้อมูลตกลงใช้ข้อมูลและข้อมูลส่วนบุคคล เฉพาะแต่การใดเพื่อให้ บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในสัญญาเท่านั้น ๕.๒ ผู้รับข้อมูลตกลงจัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Record of Processing) ทั้งหมดที่ประมวลผลในขอบเขตของกิจกรรม ตามสัญญาและตกลงส่งมอบบันทึกรายการดังกล่าวให้แก่ผู้ให้ข้อมูลก่อนการประมวลผลข้อมูล หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการประมวลผลข้อมูลทันทีที่ผู้ให้ข้อมูลร้องขอ ๕.๓ ผู้รับข้อมูลตกลงที่จะดำเนินการเพื่อช่วยเหลือผู้ให้ข้อมูลในการ ดำเนินการตามคำร้องขอที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแจ้งต่อผู้ให้ข้อมูลที่เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในขอบเขตของกิจกรรมตามสัญญา ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยื่นคำร้องขอใช้สิทธิตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่อผู้รับข้อมูลโดยตรงนั้น ผู้รับข้อมูลตกลงจะดำเนินการแจ้งและส่ง คำร้องขอดังกล่าวให้ผู้ให้ข้อมูลทันที โดยผู้รับข้อมูลจะตกลงที่จะไม่ดำเนินการตามคำร้องขอดังกล่าว เว้นแต่จะได้รับมอบหมายจากผู้ให้ข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรให้ดำเนินการแทนผู้ให้ข้อมูล ข้อ 5 การทำซ้ำหรือดัดแปลง และทำให้เสียรูปซึ่งข้อมูล ๖.๑ ผู้รับข้อมูลตกลงที่จะไม่ทำซ้ำหรือดัดแปลงข้อมูลและข้อมูลส่วนบุคคล และตกลงที่จะควบคุมมิให้พนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง หรือตัวแทนของตนกระทำการดังกล่าวเช่นเดียวกัน ๖.๒ ผู้รับข้อมูลจะทำซ้ำหรือดัดแปลงข้อมูลและข้อมูลส่วนบุคคลมิได้ เว้นแต่ เป็นการทำซ้ำหรือดัดแปลงเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้ และกิจกรรมตามสัญญา ๖.๓ ผู้รับข้อมูลตกลงจะไม่กระทำการวิศวกรรมย้อนกลับ ถอดรหัส หรือกระทำ การอื่นใดที่ให้เกิดผลในลักษณะเดียวกันต่อข้อมูล รวมทั้งไม่เคลื่อนย้าย พิมพ์ทับ หรือทำให้เสียรูป ซึ่งสัญลักษณ์ที่แสดงเครื่องหมายสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า ตราสัญลักษณ์และเครื่องหมายอื่นใด ที่แสดงความเป็นกรรมสิทธิ์ของต้นฉบับหรือสำเนาของข้อมูลที่ได้รับจาก ผู้ให้ข้อมูล ข้อ ๗ ๔ ข้อ ๗ ทรัพย์สินทางปัญญา ผู้ให้ข้อมูลและผู้รับข้อมูลตกลงกันว่าสัญญาฉบับนี้ ไม่มีผลเป็นการโอนสิทธิหรือการ อนุญาตให้ใช้สิทธิ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ให้แก่ผู้รับข้อมูลที่ได้รับข้อมูล ซึ่งสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ การออกแบบ เครื่องหมายการค้า ตราสัญลักษณ์ รูปประดิษฐ์อื่นใด ชื่อทางการค้า ความลับทางการค้า หรือ สิทธิอื่นใดภายใต้กฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ว่าจดทะเบียนไว้ตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม หรือ สิทธิอื่นใดของผู้ให้ข้อมูลซึ่งปรากฏอยู่หรือนำมาทำซ้ำไว้ในข้อมูล ทั้งนี้ ผู้รับข้อมูลรวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลตกลงจะไม่ยื่นขอรับสิทธิหรือขอจด ทะเบียนใด ๆ ตามกฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนไม่นำไปใช้ โดยไม่ได้รับการอนุญาต เป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดข้อมูลหรือส่วนหนึ่งส่วนใด ข้อ ๔ เหตุละเมิดต่อข้อมูลและข้อมูลส่วนบุคคล ๔.๑ กรณีที่มีเหตุอันถือว่าเป็นความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดเหตุละเมิด หรือรับทราบ ข้อเท็จจริงอันเป็นพฤติการณ์ใด ๆ แก่ข้อมูลและข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ให้ข้อมูลที่กระทำต่อการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลนั้น ทั้งในส่วนของการประมวลผลภายใต้กิจกรรมตามสัญญา ซึ่งจะก่อให้เกิด ความเสียหาย ลบ ทำลาย สูญหาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง เข้าถึง ใช้ เปิดเผย หรือด้วยวิธีการใด ๆ อันเป็นการ มิชอบด้วยกฎหมายนั้น ผู้รับข้อมูลตกลงที่จะแจ้งผู้ให้ข้อมูลทราบทันที ๔.๒ กรณีที่พบว่ามีเหตุละเมิดต่อข้อมูลและข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้กิจกรรม ตามสัญญานั้น ผู้รับข้อมูลตกลงที่จะใช้มาตรการตามที่เหมาะสมในการระบุสาเหตุของการละเมิดและ ป้องกันเหตุละเมิดดังกล่าวมิให้เกิดซ้ำ รวมทั้งต้องแจ้งรายละเอียดตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ภายใน รวมถึงประเภท ๔๘ ชั่วโมงนับแต่เกิดเหตุละเมิดต่อผู้ให้ข้อมูลอันประกอบไปด้วยรายละเอียดของเหตุละเมิด ของข้อมูลและเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกละเมิดและผลกระทบที่ได้รับ ตลอดจนมาตรการตอบสนอง อื่น ๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบความเสียหายทั้งในส่วนข้อมูลที่ถูกละเมิดและข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ๘.๓ ผู้รับข้อมูลตกลงให้ผู้ให้ข้อมูลใช้สิทธิทางศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งใด ๆ ให้ผู้รับข้อมูลยับยั้งการกระทำการใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามสัญญา ฉบับนี้ไม่ว่าข้อใดข้อหนึ่ง ข้อ ๔ การชดใช้ค่าเสียหาย ๙.๑ กรณีที่ผู้รับข้อมูล พนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับจ้างหรือตัวแทนของตนฝ่าฝืนหรือ ไม่ปฏิบัติตามสัญญาฉบับนี้ไม่ว่าข้อใดข้อหนึ่งนั้น ผู้รับข้อมูลตกลงจะชดใช้ค่าเสียหาย โดยสิ้นเชิงให้แก่ ผู้ให้ข้อมูลและ/หรือบุคคลที่มีสิทธิในการใช้ข้อมูลของผู้ให้ข้อมูลที่ได้รับความเสียหาย โดยต้องชดใช้ ค่าเสียหายภายใน ๓๐ (สามสิบ) วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล /๙.๒... & ๔.๒ กรณีที่ผู้ให้ข้อมูลใช้สิทธิทางศาลอันเนื่องมาจากการกระทำที่ผู้รับข้อมูล ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามสัญญาฉบับนี้ไม่ว่าข้อใดข้อหนึ่งหรือผู้ให้ข้อมูลได้รับความเสียหายจากการกระทำ เช่นว่านั้น ผู้รับข้อมูลตกลงเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ๆ ต่างที่เกิดขึ้นในการดำเนินการดังกล่าว ข้อ ๑๐ การส่งคืน ลบ หรือการทำลายข้อมูล ๑๐.๑ เมื่อกิจกรรมตามสัญญาได้เสร็จสิ้นลงตามวัตถุประสงค์ผู้รับข้อมูลตกลง ส่งมอบข้อมูลตลอดจนสำเนาของข้อมูลที่ได้ทำซ้ำขึ้นไม่ว่าในรูปแบบใดที่ผู้รับข้อมูลได้รับและจัดทำขึ้น คืนให้แก่ผู้ให้ข้อมูลภายในระยะเวลาที่ผู้ให้ข้อมูลแจ้งเป็นหนังสือแก่ผู้รับข้อมูล ๑๐.๒ ผู้รับข้อมูลตกลงจะลบหรือทำลายข้อมูลและข้อมูลส่วนบุคคล ที่ถูกจัดเก็บ ไว้ในคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นใดที่ใช้จัดเก็บข้อมูล ตลอดจนที่ทำซ้ำไว้และจัดเก็บด้วยวิธีการอื่นใด (ถ้ามี) ตลอดจนดำเนินการอื่นตามที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล รวมถึงต้องไม่กระทำการอื่นใด อันเป็นการใช้ข้อมูลและข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากผู้ให้ข้อมูลทันที ข้อ ๑๑ การบังคับใช้ ๑๑.๑ หากผู้รับข้อมูลกระทำการฝ่าฝืนหรือผิดสัญญาฉบับนี้ข้อหนึ่งข้อใด ผู้รับข้อมูลตกลงให้ผู้ให้ข้อมูลดำเนินการเรียกร้องตามข้อสัญญาและดำเนินการตามกฎหมายได้ทันที ๑๑.๒ กรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าส่วนหนึ่งส่วนใดของสัญญาฉบับนี้เป็นโมฆะ ให้ถือว่าข้อกำหนดส่วนที่เป็นโมฆะไม่มีผลบังคับในสัญญานี้ และข้อกำหนดอื่นที่เหลืออยู่ในสัญญาฉบับนี้ ยังคงใช้บังคับได้และมีผลอยู่อย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้ สัญญาฉบับนี้ อยู่ภายใต้การบังคับใช้และตีความตามกฎหมายไทย สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นสองฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาได้อ่านและเข้าใจข้อความ โดยละเอียดทั้งหมด จึงได้ลงลายมือชื่อพร้อมทั้งประทับตรา (ถ้ามี) ไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยานและคู่สัญญา ต่างยึดถือไว้ฝ่ายละหนึ่งฉบับ ลงชื่อ. (................. ..) ผู้ให้ข้อมูล ลงชื่อ.. ผู้รับข้อมูล (............... ...) ลงชื่อ. (..................... พยาน ..) ลงชื่อ. (.. พยาน ..)