จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานปรับปรุงพื้นอาคารควบคุม 500 kV. และอาคาร Relay Room 230 kV. สฟ.ร้อยเอ็ด 2

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 68029049068
฿2,568,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 17 ก.พ. 2568 ขอนแก่น
รายละเอียดการจ้าง

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความประสงค์จะจัดจ้างงานปรับปรุงพื้นอาคารควบคุม 500 kV. และอาคาร Relay Room 230 kV. ณ สถานีไฟฟ้าแรงสูงร้อยเอ็ด 2 โดยมีงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 2,568,000.00 บาท งานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงพื้น Raised Floor เดิมที่ทำจากไม้อัด ซึ่งเสื่อมสภาพและไม่สามารถรับน้ำหนักได้ตามมาตรฐาน ให้เป็นพื้น Raised Floor ชนิด calcium sulphate ป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ ซึ่งจะดำเนินการใน 3 อาคาร ได้แก่ อาคารควบคุม 500 kV. (434.16 ตร.ม.) และอาคาร Relay Room 230 kV. จำนวน 2 อาคาร (135.36 ตร.ม. และ 133.92 ตร.ม.) ขอบเขตของงานครอบคลุมถึงงานรื้อถอนพื้นเดิม, จัดหาและติดตั้งพื้นใหม่, งานตัดแต่งพื้นให้เข้ากับช่อง, และงานสำรองแผ่นพื้น โดยผู้รับจ้างจะต้องใช้วัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า 60% และเหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า 90% ของปริมาณเหล็กทั้งหมด (ถ้ามี) ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลจะต้องมีคุณสมบัติตามที่ กฟผ. กำหนด และมีผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันในสัญญาเดียวมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,284,000.00 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

English summary

This project involves the procurement of floor renovation works for the 500 kV control building and the 230 kV Relay Room at Roi Et 2 High Voltage Substation. The project aims to replace the existing deteriorated raised floor with a calcium sulphate type, anti-static raised access floor across 3 buildings. The contractor is responsible for demolition, installation, and other related works according to the drawings and specifications, and must use domestic materials for no less than 60% of the total material value.

สถานที่ดำเนินการ

สถานีไฟฟ้าแรงสูงร้อยเอ็ด 2

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ปรับปรุงพื้นอาคารควบคุม 500 kV. และอาคาร Relay Room 230 kV.
  • เปลี่ยนพื้น Raised Floor เดิมที่เสื่อมสภาพให้เป็นชนิด calcium sulphate ป้องกันไฟฟ้าสถิตย์

ขอบเขตของงาน

  • งานรื้อและขนย้ายแผ่นพื้นสำเร็จรูปเดิมพร้อมขนทิ้ง
  • งานจัดหาและติดตั้งแผ่นพื้นสำเร็จรูปป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ (Anti-static Raised Access Floor) ชนิด calcium sulphate
  • งานจัดหาและติดตั้งแผ่นลามิเนตป้องกันไฟฟ้าสถิตย์บนพื้นคอนกรีต, พื้นผิวโลหะ และพื้นผิวอื่นๆ
  • งานตัดแต่งแผ่นพื้นสำเร็จรูปให้เข้ากับช่อง
  • งานสำรองแผ่นพื้นสำเร็จรูป
  • งานอื่นๆ ตามแบบก่อสร้าง
  • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการก่อสร้างให้ครบถ้วนตามแบบและรายละเอียดของสัญญา
  • ผู้รับจ้างต้องใช้วัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า 60% ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด
  • ผู้รับจ้างต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า 90% ของปริมาณเหล็กทั้งหมด (ถ้ามี)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • พื้น Raised Floor ใหม่ในอาคารควบคุม 500 kV. และอาคาร Relay Room 230 kV. ทั้ง 3 อาคาร
  • แผ่นลามิเนตป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ติดตั้งบนพื้นผิวต่างๆ
  • แผ่นพื้นสำรอง 30 แผ่น
  • งานก่อสร้างทั้งหมดต้องเป็นไปตามแบบและข้อกำหนด
  • เอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง เช่น แผนงาน, ตารางราคา, รายงานความคืบหน้า, รูปถ่าย

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาแล้วเสร็จ: 90 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน
  • ผู้รับจ้างต้องทำตารางการใช้พัสดุและเหล็กภายในประเทศ (สำหรับสัญญายาวเกิน 60 วัน)
  • งวดที่ 1: 30% ของค่าจ้าง เมื่อทำงานเสร็จ 30% ภายใน 30 วัน
  • งวดที่ 2: 35% ของค่าจ้าง เมื่อทำงานเสร็จ 65% ภายใน 60 วัน
  • งวดสุดท้าย: 35% ของค่าจ้าง เมื่อทำงานเสร็จทั้งหมดภายใน 90 วัน

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย
    • มีอาชีพรับจ้างงานก่อสร้าง
  • Standards Compliance: ไม่ได้ระบุ
  • Experience:
    • มีผลงานจ้างก่อสร้างประเภทเดียวกันในสัญญาเดียว
    • ผลงานต้องเป็นสัญญาที่แล้วเสร็จและส่งมอบงานแล้ว
    • ผลงานต้องเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือ
    • มูลค่าผลงานไม่ต่ำกว่า 1,284,000.00 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
  • Previous Project Cost: มูลค่าผลงานไม่ต่ำกว่า 1,284,000.00 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
  • Technical Capabilities:
    • ไม่มีการระบุ
  • Personnel:
    • ต้องมีผู้แทนซึ่งทำงานเต็มเวลาเป็นผู้ควบคุมงาน
    • ผู้แทนต้องได้รับมอบอำนาจจากผู้รับจ้าง
    • ผู้แทนต้องได้รับการอนุมัติจาก กฟผ.
    • ผู้แทนต้องมีวุฒิการศึกษา ปวส. ขึ้นไป สาขาก่อสร้าง, โยธา, สำรวจ หรือเทียบเท่า หรือ ปวช. ที่มีประสบการณ์ 2 ปี
    • ต้องมีวิศวกรควบคุมงาน (ใบอนุญาต กว.)
    • ต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.)

เกณฑ์การพิจารณา

  • หลักเกณฑ์ราคา
  • พิจารณาจากราคารวมที่ต่ำที่สุดและมีรายละเอียดถูกต้องตามข้อกำหนด
  • SMEs: หาก SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดไม่เกิน 10% จะได้รับการพิจารณา
  • บุคคลธรรมดา/นิติบุคคลไทย: หากเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของบุคคลธรรมดา/นิติบุคคลต่างชาติไม่เกิน 3% จะได้รับการพิจารณา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • พื้น Raised Floor: ชนิด calcium sulphate ป้องกันไฟฟ้าสถิตย์
  • แผ่นลามิเนต: ป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ ขนาด 24"x24"
  • วัสดุและอุปกรณ์: ต้องได้รับการอนุมัติจาก กฟผ. ก่อนการจัดซื้อและติดตั้ง
  • วัสดุผสมคอนกรีต: ต้องใช้หินหรือกรวดโม่เท่านั้น
  • ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดความปลอดภัยของ กฟผ.

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: แบ่งจ่าย 3 งวด
    • งวดที่ 1: 30% เมื่อทำงาน 30% ภายใน 30 วัน
    • งวดที่ 2: 35% เมื่อทำงาน 65% ภายใน 60 วัน
    • งวดสุดท้าย: 35% เมื่อทำงานเสร็จทั้งหมดภายใน 90 วัน
  • การหักเงินประกันผลงาน: 10% ของเงินแต่ละงวด
  • ค่าปรับ:
    • จ้างช่วง: 10% ของวงเงินงานที่จ้างช่วง
    • ทำงานล่าช้า: 0.10% ต่อวัน (ไม่ต่ำกว่า 100 บาท/วัน)
    • ค่าใช้จ่ายควบคุมงาน: 500 บาท/วัน (ถ้า กฟผ. ต้องจ้างผู้ควบคุมงาน)
  • การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: 2 ปี
  • การเปลี่ยนแปลงงาน: กฟผ. มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงงานได้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • การส่งมอบงานต้องดำเนินการอย่างไร?
    • การส่งมอบงานแต่ละงวด ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานตามแบบรูปรายการ และเมื่อส่งมอบงานงวดสุดท้าย จะต้องส่งมอบงานทั้งหมดให้เรียบร้อย
  • วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
    • วัสดุอุปกรณ์ทั้งหมดต้องเป็นของใหม่, คุณภาพดี, ไม่มีรอยชำรุด, และถูกต้องตามแบบก่อสร้างหรือได้รับอนุมัติจาก กฟผ.
  • หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแบบก่อสร้าง ควรติดต่อใคร?
    • ติดต่อ แผนกธุรการและบริการ กองบริหาร ฝ่ายปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โทร. 043-224680-1 ต่อ 5330-5332
  • การยื่นเอกสารต่างๆ จะต้องดำเนินการอย่างไร?
    • เอกสารการยื่นข้อเสนอและการเสนอราคาจะต้องดำเนินการผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
  • ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการด้านความปลอดภัยอย่างไร?
    • ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามระเบียบและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของ กฟผ., กฎหมายที่เกี่ยวข้อง, และต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.)
  • มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้วัสดุภายในประเทศอย่างไร?
    • ผู้รับจ้างต้องใช้วัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า 60% ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด และเหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า 90% (ถ้ามี)
  • ผู้รับจ้างสามารถทำงานนอกเวลาทำการได้หรือไม่?
    • ได้ กฟผ. อนุญาตให้ผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างงานนี้ นอกเวลาทำการในวันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดราชการ
  • หากเกิดความเสียหายกับทรัพย์สินของ กฟผ. ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบอย่างไร?
    • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิมหรือดีกว่า โดยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเองทั้งสิ้น
  • มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดทำป้ายโครงการหรือไม่?
    • ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำป้ายชื่อโครงการตามแบบฟอร์มของ กฟผ. บริเวณที่ก่อสร้าง โดยมีข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน
  • ผู้รับจ้างจะต้องมีวิศวกรควบคุมงานหรือไม่?
    • ใช่ ผู้รับจ้างต้องแต่งตั้งวิศวกรควบคุมงานระดับไม่ต่ำกว่า - สาขา - ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมจากสภาวิศวกร

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เอกสารจ้างเหมา งานปรับปรุงพื้นอาคารควบคุม 500 Kv. และอาคารควบคุม Relay Room 230 Κν. สถานที่ สถานีไฟฟ้าแรงสูงร้อยเอ็ด 2 หมู่ 18 ถ.ร้อยเอ็ด-มหาสารคาม ต.สีแก้ว อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000 เลขที่. แผนกธุรการและบริการ กองบริหาร ฝ่ายปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หน้า 1. ขอบเขตของงาน (TOR) 2. ขอบเขตของงาน (TOR) เพิ่มเติม 3. ข้อกำหนดงานทั่วไป 4. ข้อปฏิบัติหลังลงนามสัญญา 5. คำอธิบายการกรอกแบบฟอร์ม 6. ข้อความทั่วไปของสัญญา 7. ข้อกำหนดทางวิชาการ 8. ข้อกำหนดความปลอดภัยและด้านสิ่งแวดล้อม 9. ป้ายโครงการ 10. แบบฟอร์มต่างๆ - ใบแจ้งเข้าดำเนินการก่อสร้างและแต่งตั้งผู้ควบคุมงาน - ใบขออนุญาตใช้กระแสไฟฟ้าและน้ำประปา ขออนุมัติใช้วัสดุก่อสร้าง ตารางแผนงานก่อสร้าง ตารางราคางานเพื่อการเบิกจ่าย - ใบส่งมอบงาน (งานเบิกงวด) - ใบส่งมอบงาน (งานเบิกงวดเดียว) บัญชี ๔ ข้อมูลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้าง - เอกสารแนบท้าย ภาคผนวก ๑ ภาคผนวก ๒ ภาคผนวก ต 11. แบบก่อสร้าง RE2-GR-01 - RE2-GR-02 - RE2-GR-03 ขอบเขตของงาน (TOR) งานปรับปรุงพื้นอาคารควบคุม 500 kv.และอาคารควบคุม Relay Room 230 Kv. ด้วยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความประสงค์จะจัดจ้าง งานปรับปรุงพื้น อาคารควบคุม 500 Kv. และอาคารควบคุม Relay Room 230 Kv. สฟ.ร้อยเอ็ด 2 จำนวน 1 งาน วงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 2,568,000.00 บาท โดยมีรายละเอียดสาระสำคัญของขอบเขตของ งาน (TOR) และคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ดังต่อไปนี้.- 1. ความเป็นมา เนื่องจากสภาพพื้นภายในอาคารควบคุม และอาคาร Relay Room สฟ.ร้อยเอ็ด 2 พบว่าแผ่นพื้น Raised Floor เดิมเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งานเนื่องจากแผ่นพื้นเดิมแกนกลางเป็นชนิดที่ทำจากไม้อัด เมื่อเจอความชื้นจะเกิดการพองตัวและบวมผิดรูปและไม่สามารถรับน้ำหนักตาม Spec. เดิมได้ จึงขอ ปรับปรุงพื้นอาคารจากเดิมแกนกลางเป็นแบบไม้อัด เปลี่ยนเป็นแผ่นพื้น Raised Floor เป็นชนิด calcium sulphate สำเร็จรูปป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ จำนวน 3 อาคาร ภายใน สฟ.ร้อยเอ็ด 2 โดยมี รายละเอียดดังนี้ 1. อาคารควบคุม 500 kV. (ผ.007) ขนาดพื้นที่ที่ทำการปรับปรุง 434.16 ตร.ม. 2. อาคาร Relay Room 230 kV. (ผ.004) ขนาดพื้นที่ที่ทำการปรับปรุง 135.36 ตร.ม. 3. อาคาร Relay Room 230 kV. (ผ.005) ขนาดพื้นที่ที่ทำการปรับปรุง 133.92 ตร.ม. 2. ขอบเขตของงาน จ้างเหมาค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าเครื่องมือเครื่องจักร ค่าดำเนินการ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ งานปรับปรุงพื้นอาคารควบคุม 500 kv.และอาคารควบคุม Relay Room 230 Kv. รายละเอียดตาม แบบรูปและรายการละเอียด เงื่อนไขข้อกำหนด และข้อปฏิบัติต่าง ๆ โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องรับผิดชอบใน การก่อสร้าง ให้ครบถ้วนตามที่ปรากฏในแบบและรายละเอียดต่าง ๆ ของสัญญาทุกประการ ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา และต้องใช้เหล็กที่ ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา (ถ้ามี) สถานที่ก่อสร้างบริเวณ สถานีไฟฟ้าแรงสูงร้อยเอ็ด 2 อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด พิกัด : ละติจูด 16.12504 ลองติจูด 103.51015 งานก่อสร้างนี้เป็นสัญญาแบบ ไม่ปรับราคา (ค่า K) 3. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ 3.1 เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e- bidding) ข้อ 2 คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ 3.2 ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคล ตามกฎหมายจดทะเบียนในประเทศไทย ผู้มีอาชีพรับรับจ้างงาน ที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ดังกล่าว 3.3 ต้องมีผลงานจ้างก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคางานจ้างก่อสร้าง ซึ่งผลงาน ดังกล่าวของผู้รับจ้าง ต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวเท่านั้น และเป็นสัญญาที่ผู้รับจ้างได้ทำงานแล้วเสร็จ ตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับ หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือ โดยมีราคางานสัญญาเดียวไม่ต่ำกว่า 1,284,000.00 บาท (หนึ่งล้านสองแสนแปดหมื่นสี่พันบาทถ้วน ) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 3.4 อื่นๆ (ถ้ามี) 4. หลักฐานการยื่นข้อเสนอและการเสนอราคา 4.1 เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ข้อ 3 หลักฐานการยื่นข้อเสนอ และข้อ 4 การเสนอราคา กฟผ. ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่ รับพิจารณา หากผู้ยื่นข้อเสนอยื่นเอกสารไม่ครบถ้วน 4.2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารอย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อประกอบการพิจารณา โดยยื่นมาพร้อม กับการยื่นข้อเสนอและการเสนอราคาผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ กฟผ. ขอ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับพิจารณา หากผู้ยื่นข้อเสนอยื่นเอกสารไม่ครบถ้วน 4.2.1 หนังสือรับรองผลงาน และในกรณีที่ผลงานดังกล่าวเป็นการรับจ้างทำงานให้ผู้ว่า จ้างซึ่งเป็นเอกชนให้ยื่นสำเนาสัญญาด้วย ตามข้อ 3.3 4.2.2 สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งได้ ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ SME เพื่อการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (THAI SME-GP) ในwww.thaismegp.com (ถ้ามี) หากผู้ประกอบการ SMEs ไม่ยื่นสำเนาใบขึ้นทะเบียนฯ ผู้ประกอบการ SMEs รายนั้น ก็จะ ไม่ได้รับสิทธิการได้แต้มต่อตามข้อ 8.4 ในการเสนอราคาดังกล่าว 4.2. อื่นๆ (ถ้ามี) 4.3 ให้ผู้ยื่นข้อเสนอกรอกรายละเอียดการเสนอราคาในใบเสนอราคาตามแบบเอกสารประกวด ราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ครบถ้วน โดยไม่ต้องยื่นใบแจ้ง ปริมาณงานและราคาและใบบัญชีรายการก่อสร้าง ในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) สำหรับผู้ได้รับการคัดเลือก ก่อนลงนามสัญญาให้จัดทำใบแจ้งปริมาณงานและราคาและใบบัญชี รายการก่อสร้างให้ตรงกับแบบรูปและรายการละเอียดยื่นให้กับ กฟผ. พิจารณา 4.4 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องคำนวณหาปริมาณงาน และจะต้องรับผิดชอบในความผิดพลาดของปริมาณ งานที่เสนอ หากมีข้อสงสัยในปริมาณงาน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องไปตรวจสอบเอง ณ สถานที่ก่อสร้าง ผู้ยื่น ข้อเสนอจะนำมาเป็นข้ออ้างในการขอเบิกค่าใช้จ่ายจาก กฟผ. อีกไม่ได้ เว้นในกรณีที่มีการแก้ไขงานหรือ เปลี่ยนแปลงรายละเอียดในแบบ ซึ่ง กฟผ. สงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาจ่ายให้หรือหักคืนจากผู้รับจ้าง 4.5 รายการวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ระบุไว้ในหมวดต่างๆ ในบัญชีแสดงการคำนวณราคาค่า ก่อสร้างที่ให้ไว้นั้นเป็นรายการเบื้องต้น ที่ให้ผู้ยื่นข้อเสนอกรอกราคา ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถกรอกรายการ อื่นๆที่ปรากฏไว้ในแบบหรือเงื่อนไขต่างๆ แต่มิได้ระบุไว้ในบัญชีดังกล่าวในหมวดนั้นๆ หรือหมวดเบ็ดเตล็ด ใน กรณีที่ไม่ได้เสนอมา ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องรับผิดชอบในการก่อสร้างให้เป็นไปตามรูปแบบและเงื่อนไขต่างๆ ของสัญญา 4.6 ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับตั้งแต่วันเสนอราคา โดย ภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ 5.การนำเสนองาน (Presentation) (ถ้ามี) 6. กำหนดเวลาแล้วเสร็จ ผู้รับจ้างต้องเริ่มทำงานที่รับจ้างให้แล้วเสร็จภายในกำหนด 90 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือ แจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน 6.1 กรณีสัญญาอายุเกิน 60 วัน ผู้รับจ้างจะต้องทำตารางการจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิต ภายในประเทศ, ตารางการจัดทำแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศและตารางรายงานผลการใช้พัสดุที่ ผลิตภายในประเทศ มานำเสนอให้ กฟผ. ตามตัวอย่างเอกสารแนบท้ายสัญญา (ถ้ามี) ดังนี้ 6.1.1 จัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุ ที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา ตามตารางการจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ (ภาคผนวก ๑) 6.1.2 จัดทำแผ่นการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณ เหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา ตาม ตารางการจัดทำแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ (ภาคผนวก ๒) 6.1.3 หากผู้รับจ้างไม่สามารถจัดหาพัสดุที่ผลิตในประเทศหรือการใช้เหล็กที่ผลิต ภายในประเทศตามที่ได้เคยแจ้งไว้ในแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศหรือแผนการ ใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศดังกล่าว ให้ผู้รับจ้างแก้ไขตารางการจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ ผลิตในประเทศหรือแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศส่งให้คณะกรรมการตรวจรับ พิจารณาก่อนการส่งมอบงาน (ภาคผนวก ๓) 7. หลักประกันการเสนอราคา ไม่มี 8. หลักเกณฑ์การพิจารณา 8.1 เป็นไปตามหัวข้อหลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาของเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้าง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 8.2 การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กฟผ. จะพิจารณาตัดสิน โดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา 8.3 การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กฟผ. จะพิจารณาจาก ราคารวม ของผู้เสนอราคารายที่ เสนอราคาต่ำสุดและมีรายละเอียดถูกต้องตามข้อกำหนด กฟผ. 8.4 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอราย อื่นที่ไม่เกินร้อยละ 10 กฟผ. จะจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ยื่น ข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อย ละ 10 ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน 3 ราย ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็น ผู้ประกอบการ SMEs ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีวงเงินสัญญาสะสม ตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตามขนาดที่ขึ้น ทะเบียนไว้กับ สสว. หากผู้ประกอบการ SMEs ไม่ยื่นสำเนาใบขึ้นทะเบียนฯ ผู้ประกอบการ SMEs รายนั้นจะไม่ได้รับ สิทธิการได้แต้มต่อในการเสนอราคาดังกล่าว โดย กฟผ. จะพิจารณาจากเอกสาร สำเนาใบขึ้นทะเบียน ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ SME เพื่อการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (THAI SME-GP) ใน www.thaismegp.com เท่านั้น 8.5 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติ บุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 3 กฟผ. จะจัดซื้อจัด จ้างจากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็น ผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย 9. หลักประกันสัญญา ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างตามสัญญา และเป็นจำนวนเต็ม ให้ กฟผ. ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญาโดยใช้หลักประกัน อย่างหนึ่งอย่างใด ตามหัวข้อการทำสัญญาจ้างก่อสร้าง ของเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ก.4 10.ค่าจ้างและการจ่ายเงิน กฟผ. จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วย แล้ว โดยถือราคาเหมารวมเป็นเกณฑ์ และกำหนดการจ่ายเงินเป็น จำนวน 3 งวด ดังนี้ งวดที่ 1 เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ ปฏิบัติงานตามแบบรูปรายการงานก่อสร้างได้ผลงานรวมมากกว่าร้อยละ 30 ของปริมาณงานตามแบบรูป รายการงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน งวดที่ 2 เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 35 ของค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ ปฏิบัติงานตามแบบรูปรายการงานก่อสร้างได้ผลงานรวมมากกว่าร้อยละ 65 ของปริมาณงานตามแบบรูป รายการงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 35 ของค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญา รวมทั้งทำสถานที่ก่อสร้างให้สะอาดเรียบร้อย ให้แล้ว เสร็จภายใน 90 วัน นับถัดจากได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. การจ่ายเงินให้แก้ผู้รับจ้างแต่ละงวด กรณีมีเศษสตางค์ กฟผ. อาจจะหักเศษสตางค์ออก และนำไป รวมจ่ายในงวดสุดท้าย 11 การจ่ายเงินล่วงหน้า (ไม่มี) 12. การหักเงินประกันผลงาน ในการจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างแต่ละงวด กฟผ. จะหักเงินจำนวนร้อยละ 10 ของเงินที่ต้อง จ่ายในงวดนั้นเพื่อเป็นประกันผลงาน กฟผ. จะคืนเงินประกันผลงาน และ/หรือหนังสือค้ำประกันของธนาคารดังกล่าวโดยไม่มีดอกเบี้ย ให้แก่ผู้รับจ้างพร้อมกับการจ่ายเงินค่าจ้างงวดสุดท้าย 13. ค่าปรับ 13.1 ผู้รับจ้างจะต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแห่งสัญญานี้ไปจ้างช่วงอีกทอดหนึ่ง เว้น แต่การจ้างช่วงงานแต่บางส่วนที่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก กฟผ. กรณีผู้รับจ้างไปจ้างช่วงงานแต่ บางส่วนโดยฝ่าฝืน ผู้รับจ้างต้องชำระค่าปรับให้แก่ กฟผ. เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 10 ของวงเงิน ของงานที่จ้างช่วงตามสัญญา ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิ กฟผ. ในการบอกเลิกสัญญา 13.2 หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา และ กฟผ. ยัง มิได้บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับให้แก่ กฟผ. เป็นรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัวในอัตรา ร้อยละ 0.10 ของราคางานทั้งหมดตามสัญญา แต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท และจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายในการควบคุมงาน (ถ้ามี) ในเมื่อ กฟผ. ต้องจ้างผู้ควบคุมงานอีกต่อหนึ่งเป็นจำนวนเงิน วันละ ก.5 500 บาท นับถัดจากวันที่ครบกำหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญาหรือวันที่ผู้ว่าจ้างได้ขยายเวลา ทำงานให้จนถึงวันที่ทำงานแล้วเสร็จจริง นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยอมให้ กฟผ. เรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจาก การที่ผู้รับจ้างทำงานล่าช้าเฉพาะส่วนที่เกินกว่าจำนวนค่าปรับและค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้อีกด้วย 14. การบังคับค่าปรับ ค่าเสียหาย และค่าใช้จ่าย ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใดข้อหนึ่งด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม จนเป็นเหตุให้เกิดค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแก่ กฟผ. ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่ กฟผ. โดยสิ้นเชิงภายในกำหนด 7 (เจ็ด) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจาก กฟผ. หากผู้รับจ้าง ไม่ชดใช้ให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาดังกล่าว กฟผ. มีสิทธิที่จะหักเอาจากจำนวนเงินค่าจ้างที่ต้อง ชำระ หรือจากเงินประกันผลงานของผู้รับจ้าง หรือบังคับจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาได้ทันที หากค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายที่บังคับจากเงินค่าจ้างที่ต้องชำระ เงินประกันผลงาน หรือ หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาแล้วยังไม่เพียงพอ ผู้รับจ้างยินยอมชำระส่วนที่เหลือที่ยังขาดอยู่จน ครบถ้วนตามจำนวนค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายนั้น ภายในกำหนด 7 (เจ็ด) วัน นับถัดจากวันที่ ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจาก กฟผ. 15. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่ กฟผ. ได้รับมอบงานงวดสุดท้ายของงานทั้งหมดตามสัญญา ซึ่งความชำรุดบกพร่อง หรือเสียหายนั้นเกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้างอันเกิดจากการใช้วัสดุที่ไม่ถูกต้องหรือทำไว้ไม่เรียบร้อย หรือทำไม่ถูกต้องตามมาตรฐานแห่งหลักวิชา ผู้รับจ้างจะต้องรีบทำการแก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อยโดยไม่ชักช้า โดย กฟผ. ไม่ต้องออกเงินใดๆ ในการนี้ทั้งสิ้น หากผู้รับจ้างไม่กระทำการดังกล่าวภายในกำหนด 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจาก กฟผ. หรือไม่ทำการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อยภายในเวลาที่ กฟผ. กำหนด กฟผ. มีสิทธิที่จะทำการนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นให้ทำงานนั้น โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น 16. การเปลี่ยนแปลงงาน กฟผ. มีสิทธิ์ที่จะทำการแก้ไขเพิ่มเติมหรือลดงานจากแบบ และรายการเดิมได้ทุกอย่าง โดยไม่ ต้องเลิกสัญญานี้ การเพิ่มหรือลดงานราคาที่เปลี่ยนแปลงจะคิดราคาต่อหน่วยในสัญญา (ถ้ามี) ในกรณีที่ไม่ มีราคาต่อหน่วย จะคิดและตกลงราคากันใหม่ 17. มาตรฐานฝีมือช่าง (ถ้ามี) 17.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมี สาขา ..........แขนง ระดับ จะต้องยื่นหนังสือรับรองการเป็น ดังกล่าวที่ยังไม่หมดอายุ ก.6 ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ขึ้นไป เพื่อทำหน้าที่ควบคุมงานจ้างในครั้งนี้ โดย พร้อมสำเนาใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพ (กว.) 17.2 ผู้รับจ้างตกลงเป็นเงื่อนไขสำคัญว่า ผู้รับจ้างจะต้องมีและใช้ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือ ช่าง จาก หรือผู้มีวุฒิบัตรระดับ ปวช. ปวส. หรือ ปวท. หรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองให้เข้ารับราชการได้ ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ของแต่ละสาขาช่าง แต่จะต้องมีช่าง จำนวนอย่างน้อย 1 คน ในแต่ละสาขาช่างดังต่อไปนี้ 17.2.1 17.2.2 ฯลฯ 18. การควบคุมงานของผู้รับจ้าง 18.1 ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมงานที่รับจ้างอย่างเอาใจใส่ ด้วยประสิทธิภาพและความชำนาญ และ ในระหว่าง ทำงานที่รับจ้างจะต้องจัดให้มีผู้แทนซึ่งทำงานเต็มเวลาเป็นผู้รับผิดชอบควบคุมงานของผู้รับจ้าง ผู้แทน ดังกล่าวจะต้องได้รับมอบอำนาจจากผู้รับจ้าง คำสั่งหรือคำแนะนำต่างๆ ที่ กฟผ. คณะกรรมการ ตรวจรับ พัสดุ ผู้ควบคุมงาน หรือบริษัทที่ปรึกษาที่ กฟผ. แต่งตั้งได้แจ้งแก่ผู้แทนเช่นว่านั้น ให้ถือว่าเป็น คำสั่งหรือ คำแนะนำที่ได้แจ้งแก่ผู้รับจ้าง การแต่งตั้งผู้แทนตามข้อนี้จะต้องทำเป็นหนังสือและต้องได้รับ ความ เห็นชอบเป็นหนังสือจาก กฟผ. การเปลี่ยนตัวหรือแต่งตั้งผู้แทนใหม่จะทำมิได้หากไม่ได้รับความ เห็นชอบ เป็นหนังสือจาก กฟผ. ก่อน 18.2 ผู้แทนตามข้อ 18.1 ต้องอยู่ประจำ ณ สถานที่ก่อสร้าง โดยจะต้องมีความรู้วุฒิการศึกษา สาขาวิชา ช่าง ก่อสร้าง หรือช่างโยธา หรือช่างสำรวจ หรือเทียบเท่า ตั้งแต่ระดับ ปวส. ขึ้นไป หรือ ระดับ ปวช. ที่มี ประสบการณ์อย่างน้อย 2 (สอง) ปี ซึ่งเป็นผู้มีวุฒิบัตรจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองให้เข้ารับ ราชการ หรือเป็นผู้ที่เคยควบคุมงานของ กฟผ. ทั้งนี้ต้องเสนอให้ กฟผ. พิจารณาอนุมัติ ก่อนเริ่มงาน ก่อสร้าง 18.3 ผู้รับจ้างจะต้องแต่งตั้งวิศวกรควบคุมงานระดับไม่ต่ำกว่า - สาขา - ที่ได้รับ ใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมจากสภาวิศวกร โดยใบอนุญาตนั้นต้องมีอายุครอบคลุม จนกว่างาน ก่อสร้างแล้วเสร็จตามสัญญา จำนวนอย่างน้อย - (-) คน เพื่อเป็นผู้ควบคุมงานตาม กฎหมาย ทั้งนี้ต้อง เสนอให้ กฟผ. พิจารณาภายใน 7 (เจ็ด) วัน นับจากวันลงนามสัญญา ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถจัดหาผู้ควบคุมงาน ซึ่งเสนอไว้กับ กฟผ.ในข้อ 18.2 และ 18.3 กฟผ. สงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินการปรับค่าเสียหายอันเกิดจากกรณีนี้ ในอัตราต่อไปนี้ ช่าง ก่อสร้าง หรือ ช่างโยธา หรือช่างสำรวจ หรือเทียบเท่า ตั้งแต่ระดับ ปวส. ขึ้นไป หรือระดับ ปวช. ที่มี ประสบการณ์ อย่างน้อย 2 (สอง) ปี ผู้ควบคุมงาน ปรับในอัตรา 500 บาท ต่อวันต่อคน วิศวกรควบคุมงานระดับไม่ ต่ำกว่า - สาขา - ที่ได้รับ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมจากสภาวิศวกร โดยใบอนุญาตนั้น ต้องมีอายุครอบคลุม จนกว่างานก่อสร้างแล้วเสร็จตามสัญญา จำนวนอย่างน้อย - (-) ปรับในอัตรา บาท ต่อวันต่อคน ก.7 18.4 กฟผ. มีสิทธิที่จะขอให้เปลี่ยนตัวผู้แทน วิศวกรควบคุมงาน สถาปนิกควบคุมงาน เจ้าหน้าที่ ความปลอดภัยในการทำงาน และลูกจ้าง ของผู้รับจ้าง โดยแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้รับจ้าง และผู้รับจ้างจะต้อง ทำการ เปลี่ยนตัวผู้นั้นโดยพลัน โดยไม่คิดค่าจ้างหรือราคาเพิ่ม หรืออ้างเป็นเหตุเพื่อขยายอายุสัญญาอัน เนื่องมาจากเหตุนี้ 18.5 ผู้รับจ้างถือว่าเป็นผู้มีความสามารถ มีฝีมือ และมีความชำนาญในงานก่อสร้างนี้ โดยมีการ ควบ คุมดูแล อย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอนของการปฏิบัติงาน การที่ กฟผ. พิจารณาอนุมัติวัสดุอุปกรณ์หรืองาน ก่อสร้างใดๆ ไปแล้ว มิได้หมายความว่าผู้รับจ้างจะพ้นความรับผิดชอบ หากมีการตรวจพบความผิดพลาด ของงาน ก่อสร้างในภายหลัง ผู้รับจ้างจะต้องแก้ไขให้ถูกต้องสมบูรณ์ตามสัญญา โดยจะเรียกร้อง ค่าเสียหายและขอ ขยายระยะเวลาไม่ได้ 19. ติดต่อเพื่อขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมก่อนเสนอเราคาได้ที่ 1.นายชำนาญ ทอนมาตย์ หัวหน้าแผนกธุรการและบริการ ฝ่ายปฏิบัติการภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ โทร.081-4057303 2.นางจันทร์ทิวา วงศ์ศิริ หัวหน้าแผนกจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุ ฝ่ายปฏิบัติการภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ โทร.043-224682 หมายเหตุ: ประชาชนผู้สนใจสามารถวิจารณ์ เสนอข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะหรือแสดงความ คิดเห็น โดยเปิดเผยตัวเกี่ยวกับการร่างขอบเขตงานนี้ เป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุชื่อ-สกุล ที่อยู่ และ หมายเลขโทรศัพท์ ที่สามารถติดต่อ ดังนี้ 1.ทางไปรษณีย์ตอบรับพิเศษ (EMS) ส่งที่ คุณจันทร์ทิวา วงศ์ศิริ หัวหน้าแผนกจัดซื้อจัดจ้างและ บริหารพัสดุ ฝ่ายปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่อยู่ สถานีไฟฟ้าแรงสูงขอนแก่น1 ฝ่ายปฏิบัติการ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลขที่ 110/5 หมู่ 17 ถ.มิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000 2. ทางโทรศัพท์ โทร 043-224682 และ โทรสาร 043-224682 3. ทาง E-mail ส่งที่ Email Address : [email protected] ก.8 ขอบเขตงานก่อสร้าง เพิ่มเติม 1.ขอบเขตงาน 1. งานรื้อและขนย้ายแผ่นพื้นสำเร็จรูปเดิมพร้อมขนทิ้งออกนอกพื้นที่ กฟผ. 2 งานจัดหาติดตั้งแผ่นพื้นสำเร็จรูปป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ Anti-static Raised Access Floor ชนิด ใส้แคลเซียมซัลเฟตผิวหน้าลามิเนต ขนาด 24"x24" โดยมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดทางวิชาการ 3. งานจัดหาติดตั้งแผ่นลามิเนต ป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ ขนาด 24"x24" ผิวพื้นคอนกรีต พื้นผิวโลหะ และพื้นผิวอื่นๆ ที่อยู่ภายในอาคาร ขนาดปกติ 4. งานตัดแต่งแผ่นพื้นสำเร็จรูปฯ ตามข้อ 2 ให้เข้ากับช่องของแผ่นพื้นที่มีขนาดเล็กกว่าแผ่นพื้น 5.งานสำรองแผ่นพื้นสำเร็จรูปป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ Anti-static Raised Access Floor ชนิดใส้ แคลเซียมซัลเฟตผิวหน้าลามิเนต ขนาด 24"x24" จำนวน 30 แผ่น 6. งานอื่นๆ ตามรายละเอียดที่ปรากฏในแบบก่อสร้าง RE2-GR-01 ถึง RE2-GR-03 โดยผู้เข้าเสนอราคาจะต้องรับผิดชอบในการก่อสร้าง ให้ครบถ้วนตามที่ปรากฏในแบบและ รายละเอียดต่างๆ ของสัญญาทุกประการ และให้เป็นไปตามรายละเอียดควบคุมงานก่อสร้างของ กฟผ. ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2524 นอกจากกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น 2.รายละเอียดอื่นๆ ถ้ามีข้อสงสัยแบบก่อสร้างติดต่อสอบถามได้ที่ แผนกธุรการและบริการ กองบริหาร ฝ่ายปฏิบัติการภาคะวันออกเฉียงเหนือ โทร.043-224680-1 ต่อ 5330-5332 ข.1 1. หลักเกณฑ์ทั่วไป ข้อกำหนดงานทั่วไป 1.1 กฟผ. อนุญาตให้ผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างงานนี้ นอกเวลาทำการในวันเสาร์ - อาทิตย์ และ วันหยุดราชการ 1.2 ก่อนเริ่มงานก่อสร้างส่วนใดๆ ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบ สัญญาจ้าง แบบก่อสร้างและเอกสาร แนบสัญญาทั้งหมด ให้เข้าใจชัดเจน หากมีข้อสงสัยให้สอบถามเป็นลายลักษณ์อักษรจาก กฟผ. ก่อน 1.3 ขั้นตอนก่อนการดำเนินการของงานก่อสร้าง 1.3.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำสำเนาบัตรประจำตัว-สำเนาทะเบียนบ้าน ของลูกจ้างของผู้ รับจ้างส่งให้กับ กฟผ.จำนวน 1 ชุด 1.3.2 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำเอกสารและรายละเอียดของงานเสนอต่อ กฟผ.เพื่อขออนุมัติ ดังนี้ 1.3.2.1 ตารางแผนงานการก่อสร้าง 1.3.2.2 ตารางราคางานเพื่อการเบิกจ่าย 1.3.2.3 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำบันทึกการปฏิบัติงานประจำวันต่อ กฟผ.สัปดาห์ละ 1 ครั้ง 1.3.2.4 ผู้รับจ้างจะต้องรายงานผลงานก้าวหน้า ปัญหาและอุปสรรคของงาน ก่อสร้างต่อ กฟผ.ทุก 1 สัปดาห์ 1.3.2.5 รูปถ่ายงานก่อสร้าง แสดงให้เห็นผลงานความก้าวหน้าของงานก่อสร้าง ต่อ กฟผ.ทุก 1 สัปดาห์ 1.3.2.6 ผู้รับจ้างจะต้องติดป้ายแสดงรายละเอียดต่างๆ ของงานก่อสร้าง พร้อม ทั้งป้ายเขตก่อสร้างห้ามเข้า บริเวณที่ทำการก่อสร้าง 1.4 ในระหว่างการก่อสร้างมิให้ผู้รับจ้างทำงานโดยปราศจากแบบก่อสร้างและเอกสารแนบสัญญา ห้ามตัวแทนผู้รับจ้าง หรือลูกจ้างของผู้รับจ้างกระทำไปโดยพลการ 2. หลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัย 2.1 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดต่อไปนี้ ระเบียบการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 129 ว่าด้วย ข้อกำหนดสำหรับการ ดำเนินการด้านความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง ระเบียบการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 100 ว่าด้วย มาตรฐานเครื่องหมายความ ปลอดภัย ระเบียบการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 396 ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัย ผู้รับจ้าง ปฏิบัติตามระเบียบและข้อกำหนด ด้านความปลอดภัย ของผู้รักษาบริเวณอย่างเคร่งครัดใน ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ค.1 2.2 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้าน ความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง และ กฎหมายด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง 2.3 ในการดำเนินการก่อสร้างตามสัญญานี้ หากทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของ กฟผ. ผู้รับ จ้างจะต้องรับผิดชอบซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิมหรือดีกว่า โดยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเองทั้งสิ้น 2.4 ผู้รับจ้างต้องเสนอเอกสารด้านความปลอดภัย ตามข้อกำหนดสำหรับการดำเนินการด้านความ ปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง 2.5 ผู้รับจ้างต้องเสนอรายชื่อและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับต่างๆ พร้อมใบแสดงคุณวุฒิ ที่ผ่านการอบรมจากหน่วยฝึกอบรมที่ได้รับการรับรองจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน รวมถึงเอกสารการขอขึ้นทะเบียนเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (ตามระเบียบการ ไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 396) ส่งให้ กฟผ. ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา 2.6 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยที่ได้รับอนุมัติจาก กฟผ. จะต้องทำหน้าที่รับผิดชอบความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานตลอดระยะเวลาที่มีการทำงานจนงานแล้วเสร็จ โดยต้องอยู่ปฏิบัติงานประจำ ณ สถานที่ก่อสร้าง 3. หลักเกณฑ์ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกชั่วคราว 3.1 ป้ายชื่อโครงการ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำป้ายชื่อโครงการขนาด ตามแบบฟอร์ม หน้าบริเวณที่ก่อสร้าง โดยมีข้อความให้ถูกต้องครบถ้วนตามข้อกำหนดป้ายดังกล่าว จะต้องมั่นคงแข็งแรงตลอด ระยะเวลาก่อสร้าง 3.2 เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ประกอบงานก่อสร้าง (ถ้ามี) ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาและติดตั้งนั่งร้านที่แข็งแรง มั่นคง, ติดตั้งลิฟต์ส่งของหรืออุปกรณ์ เครื่องยกต่างๆ หรือ Tower Crane ให้ถูกต้องตามมาตรฐานความปลอดภัย และตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง การติดตั้ง เคลื่อนย้าย รื้อถอน จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก กฟผ.ก่อน 3.3 การดูแลรักษา ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคนงานประจำ เพื่อดูแลความสะอาดสำหรับสิ่งปลูกสร้างชั่วคราวมี ช่างประจำสำหรับการบำรุงรักษาและซ่อมแซมเครื่องจักร เครื่องมือ ให้อยู่ในสภาพปลอดภัย และใช้งานได้ดีตลอดระยะเวลาก่อสร้าง 3.4 ค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ การขออนุญาต การดูแลรักษาความสะอาดและซ่อมบำรุงระบบสาธารณูปโภคต่างๆ รวมถึงการรื้อถอนและทำ ความสะอาดเมื่องานก่อสร้างแล้วเสร็จ เป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างทั้งสิ้น ค.2 3.5 ไฟฟ้าและน้ำ ที่ใช้ในงานก่อสร้าง 3.5.1 ระบบไฟฟ้าชั่วคราว ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีระบบไฟฟ้าชั่วคราวเพื่อใช้ในงานก่อสร้าง ตั้งแต่เริ่มงาน จนงานแล้วเสร็จ ไฟฟ้าชั่วคราว รวมทั้งค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ทั้งหลาย ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าบำรุงรักษา รวมถึง ค่ารื้อถอน โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายตั้งแต่การขออนุญาตติดตั้งระบบ 3.5.2 ความปลอดภัยจากการใช้ไฟฟ้าชั่วคราว ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์และดำเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้าชั่วคราวที่ใช้ ในงานก่อสร้าง ให้มีความปลอดภัยโดยทั้งมีระบบการป้องกันการลัดวงจรและการตัด ตอนไฟฟ้าได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ และเป็นไปตามกฎระเบียบของพื้นที่ หรือตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง 3.5.3 ขนาดของกระแสไฟฟ้าชั่วคราว ขนาดของกระแสไฟฟ้าชั่วคราวที่ใช้ในงานก่อสร้าง ให้เป็นความรับผิดชอบ ของ ผู้รับจ้างที่ต้องจัดให้มีเพียงพอกับการใช้งานดังกล่าว ตั้งแต่เริ่มงานจนงานแล้ว เสร็จ รวมถึงการทดสอบระบบไฟฟ้าทั้งหมดก่อนส่งมอบงานงวดสุดท้าย กฟผ. อาจ ออกคำสั่งให้ผู้รับจ้างแก้ไขเพิ่มเติมขนาดกระแสไฟฟ้าชั่วคราวให้เหมาะสมได้ โดยเป็น ค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างทั้งสิ้น 3.5.4 ระบบน้ำประปาชั่วคราว ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีระบบน้ำประปาชั่วคราว เพื่อใช้ในงานก่อสร้าง ตั้งแต่เริ่มงานจน งานแล้วเสร็จ รวมถึงการทดสอบระบบน้ำใช้ และระบบสุขาภิบาลทั้งหมดก่อนส่งมอบงานงวด สุดท้าย โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายตั้งแต่การขออนุญาตติดตั้งระบบน้ำประปาชั่วคราวเอง รวมทั้งค่าอุปกรณ์ต่างๆ ค่าน้ำประปา ค่าบำรุงรักษา รวมถึงค่ารื้อถอน กรณีที่ผู้รับจ้างขอใช้น้ำและ/หรือ ไฟฟ้า ของ กฟผ. กฟผ. มีสิทธิ์ระงับการจำหน่ายน้ำ และ/หรือ ไฟฟ้าดังกล่าวได้ทุกเวลา ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะถือเป็นสาเหตุเรียกร้องค่าเสียหาย หรือขอ ต่ออายุสัญญาจาก กฟผ. มิได้ 3.5.5 ที่พักคนงาน กฟผ. ไม่อนุญาตให้ผู้รับจ้างปลูกสร้างอาคารที่พักคนงาน รวมทั้งไม่อนุญาตให้คนงาน เข้าพำนักอาศัยภายในพื้นที่ กฟผ. 4. หลักเกณฑ์ด้านวัสดุและอุปกรณ์ 4.1 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบรายละเอียดวัสดุอุปกรณ์ที่ปรากฏอยู่ในแบบก่อสร้างและสัญญา หรือที่ มิได้อยู่ในแบบก่อสร้างและสัญญาก็ดี แต่เป็นส่วนประกอบของการก่อสร้าง เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพในการก่อสร้าง และเพื่อให้เป็นไปตามหลักวิชาช่างที่ดี ผู้รับจ้างจะต้องจัดหามา เพื่อใช้ในงานก่อสร้างนี้ทั้งสิ้น ค.3 4.2 วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้างจะต้องได้รับการอนุมัติจาก กฟผ. ก่อนการจัดซื้อ และติดตั้ง 4.2.1 วัสดุมวลหยาบที่ใช้ผสมคอนกรีต ให้ใช้หินหรือกรวดโม่เท่านั้น กฟผ. ไม่อนุญาตให้ใช้ กรวดแม่น้ำโดยเด็ดขาด 4.3 กฟผ. ใช้เวลาในการอนุมัติวัสดุอุปกรณ์แต่ละรายการไม่เกิน 7 วัน นับจากวันที่ลงเลขรับ สารบรรณ กฟผ. ดังนั้นผู้รับจ้างจะต้องวางแผนการจัดส่งวัสดุอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับ ระยะเวลาตามแผนงานการก่อสร้าง รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ หรือต้อง ใช้ระยะเวลาในการผลิตนาน ผู้รับจ้างจะต้องวางแผนการขออนุมัติใช้งานให้ทันเวลา กรณีผู้รับจ้างไม่ตรวจสอบรายการขออนุมัติให้ครบถ้วน ถูกต้องตามแบบและ ข้อกำหนด ใน สัญญา เป็นเหตุให้ กฟผ. ต้องเรียกขอหลักฐานเพิ่มเติมและผู้รับจ้างไม่สามารถ จัดหาได้ตามเวลากำหนด เป็นเหตุให้ กฟผ.อนุมัติรายการนั้นๆล่าช้ากว่าเวลากำหนด 7 วัน ผู้รับจ้างจะอ้างเหตุดังกล่าวในการขอขยายเวลาก่อสร้างเนื่องจากการอนุมัติวัสดุอุปกรณ์ล่าช้า ไม่ได้ 4.4 วัสดุที่ไม่ใช้แล้วในส่วนที่เป็นของผู้รับจ้างจะต้องนำออกนอกเขต กฟผ. และส่วนที่เป็นของ กฟผ. จะต้องนำไปกองไว้อย่างมีระเบียบ ณ จุดที่ กฟผ. กำหนด และห้ามผู้รับจ้างนำวัสดุอุปกรณ์ที่ ไม่ได้รับการอนุมัติเข้ามาในสถานที่ก่อสร้าง 4.5 วัสดุอุปกรณ์ทุกชนิดที่ใช้ในการก่อสร้างนี้จะต้องเป็นของใหม่ที่ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน จะต้องมีคุณภาพดี ไม่มีรอยชำรุด เสียหาย และถูกต้องตรงตามที่ระบุในแบบก่อสร้างและ สัญญา หรือ ตามที่ได้รับอนุมัติ 4.6 ในกรณีที่มีข้อกำหนดให้ทดสอบ ให้ผู้รับจ้างนำวัสดุอุปกรณ์นั้น ไปทดสอบที่หน่วยราชการ หรือ สถาบันที่ กฟผ. เห็นชอบ ในการทดสอบผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ กฟผ. ทราบล่วงหน้า เพื่อจะได้อยู่ ร่วมในการทดสอบด้วย ในกรณีที่ กฟผ. ได้มีหนังสืออนุญาตให้ตัวแทนของบริษัทผู้ทดสอบ หรือ ผู้ผลิตวัสดุอุปกรณ์รายใดเข้าไปในบริเวณก่อสร้างเพื่อตรวจสอบหรือทดสอบ บริเวณก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องให้ความสะดวกกับตัวแทนดังกล่าว 4.7 ในกรณีที่งานหรือวัสดุบางอย่าง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ปรากฏในแบบแต่มิได้มี มาตรฐานควบคุมงานก่อสร้างกำหนดไว้ หรือมิได้มีข้อกำหนดของวัสดุนั้นๆ ไว้ ให้ผู้รับจ้างถือ ปฏิบัติตามมาตรฐานการควบคุมงานก่อสร้าง ของสถาบันใดสถาบันหนึ่งเป็นหลัก หรือในกรณี เป็นวัสดุ ให้ใช้วัสดุซึ่งมีมาตรฐานเทียบเท่า หรือไม่ต่ำกว่า มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ของกระทรวงอุตสาหกรรม (มอก) หากไม่มีมาตรฐานที่กล่าวมารองรับ ให้ใช้มาตรฐานผู้ผลิต หรือโรงงาน แต่ทั้งนี้จะต้องได้รับความเห็นชอบ และอนุมัติ จาก กฟผ. ทุกครั้ง ในกรณี ดังกล่าว 4.8 ก่อนการติดตั้ง วัสดุอุปกรณ์ทั้งหมดจะต้องได้รับการตรวจสอบจาก กฟผ. ก่อน หากผู้รับจ้าง ดำเนินการติดตั้งก่อน ผู้รับจ้างจะต้องเปลี่ยนให้ใหม่ทันทีตามคำสั่งของกฟผ. โดยจะขอขยาย ระยะเวลาก่อสร้าง หรือคิดราคาเพิ่มมิได้ วัสดุอุปกรณ์ที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว ยังไม่พ้นความ รับผิดชอบของผู้รับจ้าง ในกรณีที่วัสดุอุปกรณ์นั้นไม่ได้คุณภาพ หรือการติดตั้งไม่เป็นไปตาม มาตรฐานของผู้ผลิตหรือตามหลักวิชาช่างที่ดี ค.4