จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างเหมาประเมินและติดตามการใช้น้ำของพืช จากเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ร่วมกับอุปกรณ์ตรวจวัดภาคพื้นดิน (IOT Sensor)

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) 68029046382
฿3,300,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 6 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ สทอภ. มีความประสงค์จะจัดจ้างผู้รับเหมาเพื่อประเมินและติดตามการใช้น้ำของพืช โดยใช้อุปกรณ์ตรวจวัดภาคพื้นดิน (IOT Sensor) เพื่อสนับสนุนการจัดทำฐานข้อมูลการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำภาคการเกษตร โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรวบรวมข้อมูลการใช้น้ำของพืชในพื้นที่ปลูกข้าวและทุเรียน เพื่อนำไปสอบเทียบกับข้อมูลจากดาวเทียม ขอบเขตงานครอบคลุมการศึกษาอุปกรณ์ตรวจวัดที่เหมาะสม, การจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดภาคพื้นดิน (IOT Sensor) ในแปลงทดลอง, และการฝึกอบรมการใช้งานอุปกรณ์ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดการใช้น้ำของพืชแบบอัตโนมัติ (IOT Sensor) และระบบตรวจวัดสภาพอากาศในแปลงข้าว (นครปฐม) และแปลงทุเรียน (ยะลา) พร้อมทั้งจัดทำรายงานผลการศึกษาและฝึกอบรมการใช้งานให้กับเจ้าหน้าที่ สทอภ. การประเมินข้อเสนอจะพิจารณาจากเกณฑ์คุณภาพ (70%) และราคา (30%) ระยะเวลาดำเนินงาน 180 วัน งบประมาณ 3,300,000 บาท

English summary

This project is a procurement for the assessment and monitoring of plant water usage using ground-based measurement devices (IOT Sensors) for the purpose of calibrating satellite data. The project focuses on the installation and development of IOT sensor systems in rice and durian fields, along with report generation and user training. Bidders must meet the specified qualifications and have personnel with expertise in related fields.

สถานที่ดำเนินการ
  • สถานีทดลองการใช้น้ำชลประทานที่ 5 (แม่กลองใหญ่) ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
  • สถานีทดลองการใช้น้ำชลประทานที่ 7 (ปัตตานี) ต.ตาเซะ อ.เมือง จ.ยะลา
  • สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (บางเขน)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อสนับสนุนงานจัดทำฐานข้อมูลการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำภาคการเกษตร โดยใช้ข้อมูลดาวเทียมร่วมกับเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ในพื้นที่พืชพื้นที่ปลูกข้าว และทุเรียน

ขอบเขตของงาน

  • ศึกษา รูปแบบ ประเภท/ชนิดของอุปกรณ์ตรวจวัดภาคพื้นดินที่เหมาะสมในการติดตามการใช้น้ำของพืชแบบอัตโนมัติ (IOT Sensor) ครอบคลุมพืชไร่ และพืชสวน ทั้งในเขตชลประทานและนอกเขตชลประทาน
  • จัดหา/จัดเตรียม อุปกรณ์ตรวจวัดภาคพื้นดินที่เหมาะสมในการติดตามการใช้น้ำของพืช พร้อมติดตั้งระบบตรวจวัดการใช้น้ำของพืชแบบอัตโนมัติ (IOT Sensor) ในการแสดงผลแบบปัจจุบัน (Real time)
    • จัดหา Lysimeter และติดตั้งในแปลงปลูกข้าว เขตชลประทาน จำนวน 4 ชุด
    • Tensiometer ติดตั้งในแปลงปลูกทุเรียน จำนวนไม่น้อย 4 แปลง
  • ฝึกอบรมการใช้งานและการใช้ประโยชน์ข้อมูลจากเครื่องมือตรวจวัดการใช้น้ำในของพืชให้แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รายงานสรุปผลการศึกษาอุปกรณ์ตรวจวัดการใช้น้ำของพืช (Hard copy 3 ชุด, ไฟล์ word และ pdf, SSD External 1 ชุด)
  • รายงานเบื้องต้น (Interim Report)
  • รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 (Progress Report)
  • รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 (Progress Report)
  • รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
  • source code การพัฒนาระบบตรวจวัดการใช้น้ำ
  • คู่มือการใช้งาน มาตรฐานงานบำรุงรักษาอุปกรณ์ และข้อแนะนำการใช้ประโยชน์ข้อมูลจากเครื่องมือตรวจวัดการใช้น้ำในของพืช (Hard copy 10 ชุด, ไฟล์ Digital, SSD External 1 ชุด)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินงาน: 180 วัน
  • งวดการส่งมอบงานและชำระเงิน: 4 งวด
    • งวดที่ 1: 45 วันหลังลงนามสัญญา (20%)
    • งวดที่ 2: 90 วันหลังลงนามสัญญา (35%)
    • งวดที่ 3: 135 วันหลังลงนามสัญญา (25%)
    • งวดที่ 4: 180 วันหลังลงนามสัญญา (20%)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: เป็นนิติบุคคลและเป็นผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
  • Standards Compliance: -
  • Experience:
    • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีบุคลากรหลักที่มีคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ ที่มีความเชี่ยวชาญ
  • Technical Capabilities: -
  • Personnel:
    • หัวหน้า/ผู้จัดการโครงการ: ปริญญาตรีขึ้นไป มีประสบการณ์ 15 ปี, ปริญญาโทขึ้นไป มีประสบการณ์ 10 ปี, หรือปริญญาเอก มีประสบการณ์ 5 ปี (ด้านวิทยาศาสตร์, ภูมิศาสตร์, เทคโนโลยีสารสนเทศ, วิศวกรรมศาสตร์, เกษตร, หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง)
    • นักวิจัย: ปริญญาตรีขึ้นไป (ด้านวิทยาศาสตร์, ภูมิศาสตร์, เทคโนโลยีสารสนเทศ, เกษตร, หรือที่เกี่ยวข้อง) มีประสบการณ์ 2 ปี
    • ผู้ช่วยนักวิจัย: ปริญญาตรีขึ้นไป (ด้านวิทยาศาสตร์, ภูมิศาสตร์, เทคโนโลยีสารสนเทศ, เกษตร, หรือที่เกี่ยวข้อง)
    • เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ: ปริญญาตรีขึ้นไป (ด้านสังคมศาสตร์, การจัดการ, บริหาร, วิศวกรรมศาสตร์, วิทยาศาสตร์, หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง)

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาโดยใช้หลักเกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา
  • คะแนนราคา: 30 คะแนน
  • คะแนนคุณภาพ: 70 คะแนน

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • จัดหาและติดตั้ง Lysimeter ในแปลงข้าว (นครปฐม): 4 ชุด (ถังก้นปิด 2 ถัง, ถังก้นเปิด 2 ถัง) พร้อมระบบ IOT Sensor และระบบตรวจวัดสภาพอากาศ
  • จัดหาและติดตั้ง Tensiometer ในแปลงทุเรียน (ยะลา): 12 ชุด (4 แปลงๆ ละ 3 ชุด) พร้อมระบบ IOT Sensor และระบบตรวจวัดสภาพอากาศ
  • อุปกรณ์ IOT Sensor: สามารถบันทึกข้อมูลและส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต, แหล่งจ่ายไฟ: DC 5-30V, มีระบบแสดงผลแบบ Real time
  • จัดทำป้ายสถานีตรวจวัดให้มีความคงทน แข็งแรง มั่นคง ปลอดภัย
  • จัดฝึกอบรมการใช้งานและการใช้ประโยชน์ข้อมูลจากเครื่องมือตรวจวัดการใช้น้ำในของพืช

เงื่อนไขสัญญา

  • วงเงินในการจัดจ้าง: 3,300,000 บาท (รวม VAT)
  • ค่าปรับ: ร้อยละ 0.10 ต่อวัน (ขั้นต่ำ 100 บาทต่อวัน)
  • การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: 1 ปีหลังตรวจรับงานงวดสุดท้าย
  • หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง
  • การชำระเงิน: 4 งวด ตามระยะเวลาและรายละเอียดการส่งมอบงานที่ระบุ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • อุปกรณ์ IOT Sensor ที่ติดตั้งในแปลงข้าวและทุเรียนต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
    • อุปกรณ์ IOT Sensor ต้องสามารถบันทึกข้อมูล, ส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต, ทำงานด้วยแรงดันไฟฟ้า DC 5-30V และมีระบบแสดงผลข้อมูลแบบ Real time
  • การติดตั้ง Lysimeter ในแปลงข้าวต้องมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง?
    • ติดตั้ง Lysimeter 4 ชุด โดยแต่ละชุดมีถังปลูกพืช 4 ถัง (ถังก้นปิด 2 ถัง, ถังก้นเปิด 2 ถัง), ขนาด 75x75x100 ซม., และต้องมีระบบ IOT Sensor และระบบตรวจวัดสภาพอากาศ
  • การติดตั้ง Tensiometer ในแปลงทุเรียนต้องมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง?
    • ติดตั้ง Tensiometer จำนวน 12 ชุด (4 แปลงๆ ละ 3 ชุด), แต่ละชุดมีหัววัด 3 หัว (วัดที่ความลึก 10, 30, 60 ซม.), พร้อมระบบ IOT Sensor และระบบตรวจวัดสภาพอากาศ
  • การฝึกอบรมที่ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีรายละเอียดอย่างไร?
    • จัดฝึกอบรม 2 ครั้ง, วิทยากรต้องมีความเชี่ยวชาญ, ผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 10 คน, และจัดทำคู่มือการใช้งาน
  • ผู้รับจ้างต้องส่งมอบอะไรบ้างในงวดที่ 1?
    • ส่งมอบรายงานเบื้องต้น (Interim Report) พร้อมไฟล์, และนำเสนอผลการศึกษาอุปกรณ์ตรวจวัดการใช้น้ำของพืช

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกำหนดขอบเขตงาน (Term of Reference: TOR) จ้างเหมาประเมินและติดตามการใช้น้ำของพืช จากอุปกรณ์ตรวจวัดภาคพื้นดิน (IOT Sensor) สำหรับสอบเทียบข้อมูลจากดาวเทียม ภายใต้โครงการ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำภาคการเกษตร ด้วยเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ 1. ความเป็นมา สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เป็นที่ทราบกันดีว่า การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเป็นปัญหาสำคัญระดับโลกที่นานาประเทศกำลังเผชิญ และมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่งคงทางด้านอาหารและทรัพยากร สำหรับประเทศไทยนั้นเป็นประเทศ เกษตรกรรม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ ความ แปรปรวนของฤดูกาล การกระจายตัวของฝน จะส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตภาคการเกษตรโดยตรง ก่อให้เกิด ความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆแต่ สามารถส่งผลต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงและก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้างและยาก ต่อการแก้ไข เช่น การแพร่ระบาดของแมลง การเกิดโรคระบาด การเกิดพายุ น้ำท่วม ภัยแล้ง เป็นต้น โดยเฉพาะ ภัยแล้งที่ทวีความรุ่นแรงมากขึ้น พื้นที่การเกษตรที่ต้องยังพึ่งพาอาศัยน้ำฝนตามธรรมชาติจึงได้รับผลกระทบจากภัย แล้งเพิ่มมากขึ้น การจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพจึงจำเป็นอย่างยิ่งต่อการทำการเกษตรของเกษตรกรไทย ในการนี้ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) จึงเล้งเห็นของการใช้ ประโยชน์จากเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ในการจัดการน้ำในพื้นที่เกษตร และเพื่อใช้ในการประเมินสถาการณ์น้ำบน พื้นฐานข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง แม่นยำ โดยข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำเกี่ยวกับการใช้น้ำ เช่น ปริมาณน้ำที่จำเป็นที่ พืชต้องใช้ ปริมาณน้ำที่อยู่ในพื้นที่ ปริมาณความชื้นดิน รวมไปถึงเครื่องมือทางภาคพื้นที่ช่วยในการจัดการข้อมูล เหล่านี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้ำของพืช และการวางแผนการใช้น้ำเพื่อการเกษตรได้ผลดียิ่งขั้น ปัจจุบัน เทคโนโลยีการสำรวจด้วยดาวเทียมที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการน้ำ การนำข้อมูลจากดาวเทียมเข้ามา ใช้ประโยชน์ จะช่วยในการติดตามและคาดการณ์สถานการณ์น้ำได้ เช่น ในกรณีการเพาะปลูก สามารถใช้ข้อมูล จากดาวเทียมในการวิเคราะห์ ระยะการเติบโตของพืช และนำมาประมวลร่วมกับข้อมูลจากสภาพภูมิอากาศและ ความชื้นในดิน เพื่อประมาณความต้องการใช้น้ำของพืช ก็จะช่วยเรื่องเวลาและปริมาณที่จะจัดสรรน้ำในช่วงที่พืช ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นการประเมินประสิทธิภาพการใช้น้ำภาคการเกษตรด้วยเทคโนโลยีภูมิ สารสนเทศ จำเป็นต้องมีข้อมูลที่ถูกต้อง และแม่นยำ โดยการสอบเทียบกับค่าข้อมูลจากภาคพื้นดิน mar หน้า 1/17 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อสนับสนุนงานจัดทำฐานข้อมูลการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำภาคการเกษตร โดยใช้ข้อมูล ดาวเทียมร่วมกับเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ในพื้นที่พืชพื้นที่ปลูกข้าว และทุเรียน 3. คุณสมบัติผู้เสนอราคา 3.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลและเป็นผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาจ้างด้วยวิธีการทาง อิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ 3.2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการและได้แจ้งเวียน ชื่อแล้ว หรือไม่เป็นผู้ที่ได้รับผลของการสั่งให้นิติบุคคลหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของ ทางราชการ 3.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอม ขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาลของผู้เสนอราคาได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น 3.4 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่นที่เข้ามาเสนอราคาให้แก่ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ณ วันประกาศประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิคครั้งนี้ 3.5 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่อยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตาม ระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่าย สารสนเทศของกรมบัญชีกลาง 3.6 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัด จ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา 3.7 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องผ่านการคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเบื้องต้นในการจ้างของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยี อวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) 3.8 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลที่ได้ลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลางที่ เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-Government Procurement : e-GP) 3.9 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ประกอบการที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม (SMEs) จะต้องยื่นสำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาด ย่อม (SMEs) mar หน้า 2/17 4. บุคลากรที่ต้องการ ผู้ยื่นข้อเสนอ ต้องยื่นรายชื่อ บุคลากรหลักที่มีคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่ง หน้าที่ ที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับวิชาชีพเป็นอย่างดี และรายชื่อผู้ร่วมดำเนินโครงการต้องมีผลงานประจักษ์และ สามารถตรวจสอบได้ โดยต้องยื่นสำเนา วุฒิการศึกษา ประวัติการทำงาน (ประสบการณ์) เพื่อประกอบการ พิจารณา ดังต่อไปนี้ 4.1.1 หัวหน้า/ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) จำนวน 1 คน คุณสมบัติ: สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ปริญญาตรีขึ้นไป มีประสบการณ์การทำงานไม่น้อยกว่า 15 ปี หรือสำเร็จการศึกษาตั้งแต่ปริญญาโทขึ้นไป มีประสบการณ์การทำงานไม่น้อยกว่า 10 ปี หรือ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี ด้านวิทยาศาสตร์ หรือด้าน ภูมิศาสตร์ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือด้านวิศวกรรมศาสตร์ หรือด้านเกษตร หรือด้านอื่นที่ เกี่ยวข้อง 4.1.2 นักวิจัย จำนวนอย่างน้อย 2 คน คุณสมบัติ: สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ปริญญาตรีขึ้นไปด้านวิทยาศาสตร์ หรือด้านภูมิศาสตร์ หรือ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือด้านเกษตร หรือด้านที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์การทำงานไม่น้อยกว่า 2 ปี 4.1.3 ผู้ช่วยนักวิจัย จำนวนอย่างน้อย 2 คน คุณสมบัติ: สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ปริญญาตรีขึ้นไปด้านวิทยาศาสตร์ หรือด้านภูมิศาสตร์ หรือ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือด้านเกษตร หรือด้านที่เกี่ยวข้อง 4.1.4 เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ (Project Coordinator) จำนวน 1 คน คุณสมบัติ: สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ปริญญาตรีขึ้นไปด้านสังคมศาสตร์ การจัดการ บริหาร วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง หน้า 3/17 5. ขอบเขตงานการดำเนินงาน 5.1 ผู้รับจ้างต้องศึกษา รูปแบบ ประเภท/ชนิดของอุปกรณ์ตรวจวัดภาคพื้นดินที่เหมาะสมในการ ติดตามการใช้น้ำของพืชแบบอัตโนมัติ (IOT Sensor) ครอบคลุมพืชไร่ และพืชสวน ทั้งในเขต ชลประทานและนอกเขตชลประทาน 5.2 ผู้รับจ้างต้องจัดหา/จัดเตรียม อุปกรณ์ตรวจวัดภาคพื้นดินที่เหมาะสมในการติดตามการใช้น้ำของ พืช พร้อมติดตั้งระบบตรวจวัดการใช้น้ำของพืชแบบอัตโนมัติ (IOT Sensor) ในการแสดงผลแบบ ปัจจุบัน (Real time) 5.3 ผู้รับจ้างต้องฝึกอบรมการใช้งานและการใช้ประโยชน์ข้อมูลจากเครื่องมือตรวจวัดการใช้น้ำในของ พืชให้แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้อง 6. ข้อกำหนดทางเทคนิค 6.1 ผู้รับจ้างจะต้องศึกษา รูปแบบ ประเภท/ชนิดของอุปกรณ์ตรวจวัดภาคพื้นดินที่เหมาะสมในการ ติดตามการใช้น้ำของพืชแบบอัตโนมัติ (IOT Sensor) ครอบคลุมพืชไร่ และพืชสวน ทั้งในเขต ชลประทานและนอกเขตชลประทาน โดยมีรายละเอียดดังนี้ 6.1.1 ศึกษา รวบรวม อุปกรณ์ และทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการตรวจวัดการใช้น้ำของพืช อย่างน้อย 2 ประเภท ครอบคลุมการตรวจวัดแบบปัจจุบัน (manual) และการตรวจวัดแบบอัตโนมัติ (IOT Sensor) 6.1.1.1 อุปกรณ์ตรวจวัดการใช้น้ำของพืชสำหรับพืชไร่ ในเขตชลประทานหรือนอกเขต ชลประทาน ได้แก่ Lysimeter เป็นอย่างน้อย 6.1.1.2 อุปกรณ์ตรวจวัดการใช้น้ำของพืชสำหรับพืชสวน ในเขตชลประทานหรือนอกเขต ชลประทาน ได้แก่ Tensiometer เป็นอย่างน้อย 6.1.2 ศึกษา เปรียบเทียบข้อดี-ข้อจำกัด คุณสมบัติของอุปกรณ์ตรวจวัดการใช้น้ำของพืช 6.1.3 สรุปและเสนอแนะในการเลือกใช้อุปกรณ์การตรวจวัดการใช้น้ำของพืชที่เหมาะสม สำหรับพืชไร่ และพืชสวน 6.1.4 อุปกรณ์ตรวจวัดการใช้น้ำของพืชที่ผู้รับจ้างศึกษา จะต้องมีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ หรือ แสดงให้เห็นถึงการเลือกสรรข้อมูลจากแหล่งที่ได้รับการยอมรับ 6.1.5 จัดทำรายงานสรุปผลการศึกษาอุปกรณ์ตรวจวัดการใช้น้ำของพืช ในรูปแบบ Hard copy จำนวน อย่างน้อย 3 ชุด พร้อมไฟล์รูปแบบ word และ pdf บันทึกลง SSD External จำนวนอย่างน้อย 1 ชุด 6.1.6 นำเสนอผลการศึกษาอุปกรณ์ตรวจวัดการใช้น้ำของพืช กับกรรมการตรวจรับ พร้อมส่งไฟล์นำเสนอ รูปแบบ PPT และ pdf หน้า 4/17 6.2 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหา/จัดเตรียม อุปกรณ์ตรวจวัดภาคพื้นดินที่เหมาะสมในการติดตามการใช้น้ำของ พืช พร้อมติดตั้งระบบตรวจวัดการใช้น้ำของพืชแบบอัตโนมัติ (IOT Sensor) ในการแสดงผลแบบ ปัจจุบัน (Real time) โดยมีรายละเอียดังนี้ 6.2.1 จัดหา Lysimeter และติดตั้งในแปลงปลูกข้าว เขตชลประทาน จำนวน 4 ชุด โดยมีคุณสมบัติ ดังนี้ 6.2.1.1 จัดหา/จัดเตรียม ถังไลซิมิเตอร์ (Rice Lysimeter) จำนวน 4 ชุด แต่ละชุดมีถังปลูกพืชจำนวน 4 ถัง (ถังก้นปิด 2 ถัง และถังก้นเปิด 2 ถัง) รวม 16 ถัง 1) ถังไลซิมิเตอร์ 1 ถัง มีขนาด 75×75×100 เซนติเมตร 2) ถังไลซิมิเตอร์จะต้องสร้างจากแผ่นเหล็กขนาดหนาไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตร หรือ ดีกว่า โดยฝังลงไปในแปลงทดลอง เพื่อวัดปริมาณการใช้น้ำของข้าว ประกอบด้วย 2.1) ถัง A เป็นถังก้นปิดส่วนล่าง ใช้ปลูกข้าว วัดค่า ET (Evapotranspiration) 2.2) ถัง B เป็นถังก้นปิดส่วนล่าง ไม่ปลูกข้าว วัดค่า E (Evaporation) 2.3) ถัง C เป็นถังก้นเปิดส่วนล่าง ใช้ปลูกข้าว วัดค่า ETP (Evapotranspiration and percolation) 2.4) ถัง D เป็นถังก้นเปิดส่วนล่างไม่ปลูกข้าว วัดค่า EP (Evaporation and percolation) graph TD; A[ET] -->|2.1| ET; B[E] -->|2.2| E; C[ETP] -->|2.3| ETP; D[EP] -->|2.4| EP; subgraph ถังวัดการใช้น้ำของข้าว (Rice Lysimeter) 1 --> 2; 2 --> 3; 3 --> 4; end ภาพที่ 1 แสดงถังไลซิมิเตอร์ตรวจวัดการใช้น้ำของพืชในนาข้าว หน้า 5/17 6.2.1.2 ติดตั้ง Lysimeter ในแปลงทดลองปลูกข้าวในถังก้นปิด 1 ถังและถังก้นเปิด 1 ถัง พร้อมแนบแบบการ ติดตั้งถังไลซิมิเตอร์ ณ สถานีทดลองการใช้น้ำชลประทานที่ 5 (แม่กลองใหญ่) ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 6.2.1.3 ติดตั้ง Lysimeter ในแปลงทดลอง โดยใช้วัสดุอื่นที่ไม่ใช่ข้าวหรือให้ต้นข้าวเทียมแทน ในถังก้นปิด 1 ถัง และถังก้นเปิด 1 ถัง เพื่อให้สภาพถังคล้ายถังปลูกข้าว พร้อมแนบแบบการติดตั้งถังไลซิมิเตอร์ 6.2.1.4 ปลูกข้าวบริเวณรอบๆ ถังไลซิมิเตอร์ทั้ง 4 ชุด เพื่อให้สภาพแวดล้อมทั่วไปคล้ายแปลงใหญ่ หรือ ใกล้เคียงกับการปลูกข้าวโดยทั่วไป 6.2.1.5 ติดตั้งและพัฒนาระบบตรวจวัดการใช้น้ำของพืชแบบอัตโนมัติ (IOT Sensor) ในแปลงทดลอง 1 ชุด โดยให้มีอุปกรณ์เก็บข้อมูล (Data Logger) พร้อมซอฟต์แวร์ควบคุมการรับ-ส่งข้อมูลได้ต่อเนื่องอย่าง น้อย 2 ปี 6.2.1.6 จัดทำป้ายพร้อมติดตั้ง สถานีตรวจวัดให้มีความคงทน แข็งแรง มั่นคง ปลอดภัย โดยให้มีขนาดเห็นได้ ชัดเจน 6.2.1.7 อุปกรณ์ตรวจวัดการใช้น้ำของพืชแบบอัตโนมัติ (IOT Sensor) สามารถอ่านค่าการตรวจวัดใกล้เคียง ด้วยวิธีปัจจุบัน (manual) โดยมีความคลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน 20 % 6.2.1.8 ติดตั้งและพัฒนาระบบตรวจวัดสภาพอากาศแบบอัตโนมัติ (IOT Sensor) ในแปลงทดลอง 1 ชุด โดย ให้มีอุปกรณ์เก็บข้อมูล (Data Logger) พร้อมซอฟต์แวร์ควบคุมการรับ-ส่งข้อมูลได้ต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี โดยมีเซ็นเซอร์ตรวจวัดอย่างน้อย ดังนี้ 1) อุณหภูมิของอากาศ 2) ความชื้นสัมพัทธ์ 3) ความเร็วและทิศทางลม 4) ความเข้มแสง 5) ปริมาณน้ำฝน 6) ความชื้นในดิน 7) ความดันบรรยากาศ 6.2.1.9 ระบบประมวลผลและการจัดเก็บข้อมูลอุปกรณ์ตรวจวัดการใช้น้ำของพืชแบบอัตโนมัติและ ตรวจวัดสภาพอากาศแบบอัตโนมัติ 1) สามารถบันทึกข้อมูล มีการแสดงสถานะการทำงานหรือมีจอแสดงผล ให้ผู้ใช้ทราบว่า เครื่องยังทำงานเป็นปกติ 2) สามารถบันทึกข้อมูลในหน่วยความจำในตัวเครื่อง ที่สามารถบันทึกได้ไม่น้อยกว่า 2 ปี mar หน้า 6/17 20745 3) สามารถส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต มาบันทึกบนพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบ Cloud หรือ Co-location ที่ผู้รับจ้างจัดหา และสำรองบันทึกบน Cloud หรือ Co- location ของ สทอภ. 4) บันทึกข้อมูลการใช้น้ำของพืชและสภาพอากาศ ในรูปแบบ csv เป็นอย่างน้อย 5) แหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าเป็นแบบไฟฟ้ากระแสตรง ใช้แรงดันไฟฟ้าในช่วงอย่างน้อย 5- 30 โวลต์ พร้อมสายไฟ และระบบป้องกันกระแสไฟฟ้าเกิน 6) มีกล่องบรรจุที่แข็งแรงทนทาน และสามารถป้องกันความชื้น ฝุ่นละอองและสิ่งอื่น ๆ ที่ อาจทำให้ระบบประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลเสียหายได้ 7) มีชุดเครื่องมือช่างสำหรับใช้ติดตั้งและเคลื่อนย้ายชุดอุปกรณ์ จำนวน 1 ชุด 8) มีเสาสูงสำหรับติดตั้งชุดอุปกรณ์เครื่องตรวจสภาพอากาศแบบอัตโนมัติ สูงไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร 9) มีระบบแสดงผลแบบปัจจุบัน (Real time) ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย 6.2.1.10 เก็บข้อมูลสถิติของต้นพืชต่าง ๆ อย่างน้อย 1 รอบการเพาะปลูกและจัดทำรายละเอียด ข้อมูลการจัดการแปลงแต่ละแปลง อย่างน้อย ดังนี้ 1) วันที่เริ่มเพาะปลูก 2) วันที่หรือจำนวนครั้งในการนำน้ำเข้าหรือน้ำออก 3) วันที่หรือจำนวนครั้งในการใส่ปุ๋ย สูตรปุ๋ย และปริมาณ 4) วันที่เก็บเกี่ยว 5) ผลผลิตและความชื้น ตามที่เกษตรกรเก็บเกี่ยว 6.2.1.11 หากผู้รับจ้างพบข้อจำกัดในการดำเนินการบนพื้นที่แปลงตัวอย่าง หรือ ต้องการ เปลี่ยนแปลงตำแหน่ง ให้แจ้งทาง สทอภ. พิจารณาอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้า อย่างน้อย 5 วัน โดย สทอภ. ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติการ เปลี่ยนแปลงดังกล่าว 6.2.1.12 ในกรณีเกิดเหตุสุวิสัย เช่น ภัยธรรมชาติ ภาวะฉุกเฉิน เป็นต้น ไม่สามารถดำเนินงานได้ ให้ ผู้รับจ้าง แจ้งต่อ สทอภ. ภายใน 3 วันทำการ นับถัดจากวันที่เหตุนั้นสิ้นสุดลง 6.2.2 Tensiometer ติดตั้งในแปลงปลูกทุเรียน จำนวนไม่น้อย 4 แปลง ๆ ละ 3 ชุดๆ ละ 3 หัวตรวจวัด โดยมีรายละเอียดดังนี้ 6.2.2.1 จัดหา/จัดเตรียมเครื่อง Tensiometer จำนวน 12 ชุด แต่ละชุดมีเครื่องบันทึกข้อมูล และ หัววัดค่าความตึงผิวของน้ำในดินที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ จำนวน 3 หัวตรวจวัด รวม 36 หัวตรวจวัด 1) เครื่อง Tensiometer มีลักษณะที่ทนทานทำจากเซรามิก หรือหลอดแก้ว หรือพลาสติก แข็ง หรือวัสดุอื่นที่ดีกว่า สามารถฝังลงในดินที่ระดับความลึก 0 - 60 เซ็นติเมตร ได้เป็น อย่างน้อย 2) มีท่อเชื่อมต่อกับเครื่องวัดความดันที่สามารถอ่านค่าแรงตึงผิวของน้ำในดินได้ 3) มีเกจวัดความดัน (แบบอนาล็อกหรือแบบดิจิทัล) ที่ใช้ในการแสดงผล 4) มีฟังก์ชันที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบการวัดระยะไกล (Remote Monitoring) เพื่อให้ ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบข้อมูลจากระยะไกลได้ 5) มีช่องสำหรับการเติมน้ำเข้าไปในท่อ โดยใช้เทคโนโลยี Jet Fill ช่วยให้การเติมน้ำลงใน ท่อได้เพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ 6) สามารถวัดค่าความตึงผิวของน้ำในดิน ในหน่วย centibars หรือ kPa 7) ความละเอียดของการวัดอยู่ในช่วง 0-85 centibars หรือ 0-85 kPa หรือดีกว่า 8) เครื่อง Tensiometer 1 ชุด จะต้องสามารถวัดความตึงผิวของน้ำในดินได้อย่างน้อย 3 ระดับ ดังนี้ 8.1) หัววัด A วัดค่าความตึงผิวของน้ำในดิน ที่ระดับความลึก 10 ซม. 8.2) หัววัด B วัดค่าความตึงผิวของน้ำในดิน ที่ระดับความลึก 30 ซม. 8.3) หัววัด C วัดค่าความตึงผิวของน้ำในดิน ที่ระดับความลึก 60 ซม. graph LR A[หัววัด A] --> B{ระดับความลึก 10 ซม.}; B --> C{วัดค่าความตึงผิว}; D[หัววัด B] --> E{ระดับความลึก 30 ซม.}; E --> F{วัดค่าความตึงผิว}; G[หัววัด C] --> H{ระดับความลึก 60 ซม.}; H --> I{วัดค่าความตึงผิว}; subgraph Root System O[รากไม้] --> J(ระบบราก); end style Root System fill:#f9f,stroke:#333,stroke-width:2px

รูปที่ 2 แสดง Tensiomter ตรวจวัดค่าความตึงผิวของน้ำในดิน ในแปลงทุเรียน
6.2.2.2 คัดเลือกแปลงทดลองปลูกทุเรียน ที่มีขนาดพื้นที่ไม่น้อยกว่า 10 ไร่ จำนวน ไม่น้อยกว่า 4
แปลง (ขนาดและจำนวนแปลงตามที่กรรมการตรวจรับเห็นชอบ) โดย สทอภ. จะเป็นผู้
ประสานงานกับเจ้าของแปลงหรือหน่วยงานที่ให้ความอนุเคราะห์พื้นที่ติดตั้งเครื่องวัด

1) แปลงที่ 1 ทุเรียนอายุ 1-2 ปี ติดตั้งเครื่องวัด Tensiometer จำนวน 3 จุด จุดละ 3 หัวตรวจวัด ณ สถานีทดลองการใช้น้ำชลประทานที่ 7 (ปัตตานี) ต.ตาเซะ อ.เมือง จ.ยะลา 2) แปลงที่ 2 ทุเรียนอายุ 2-5 ปี ติดตั้งเครื่องวัด Tensiometer จำนวน 3 จุด จุดละ 3 หัวตรวจวัด 3) แปลงที่ 3 ทุเรียนอายุ 5-10 ปี ติดตั้งเครื่องวัด Tensiometer จำนวน 3 จุด จุดละ 3 หัวตรวจวัด 4) แปลงที่ 4 ทุเรียนอายุ มากกว่า 10 ปี ติดตั้งเครื่องวัด Tensiometer จำนวน 3 จุด จุด ละ 3 หัวตรวจวัด 6.2.2.3 ติดตั้งและพัฒนาระบบตรวจวัดค่าศักย์น้ำในดินแบบอัตโนมัติ (IOT Sensor) จำนวน 3 จุด ในแปลงทดลอง 4 แปลง โดยให้มีอุปกรณ์เก็บข้อมูล (Data Logger) พร้อมซอฟต์แวร์ ควบคุมการรับ-ส่งข้อมูลได้ต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี 6.2.2.4 จัดทำป้ายพร้อมติดตั้ง สถานีตรวจวัดให้มีความคงทน แข็งแรง มั่นคง ปลอดภัย โดยให้มี ขนาดเห็นได้ชัดเจน 6.2.2.5 ติดตั้งและพัฒนาระบบตรวจวัดสภาพอากาศแบบอัตโนมัติ (IOT Sensor) จำนวน 3 ชุดใน แปลงทดลอง 4 แปลง โดยให้มีอุปกรณ์เก็บข้อมูล (Data Logger) พร้อมซอฟต์แวร์ควบคุม การรับ-ส่งข้อมูลได้ต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี โดยมีเซ็นเซอร์ตรวจวัดอย่างน้อย ดังนี้ 1) อุณหภูมิของอากาศ 2) ความชื้นสัมพัทธ์ 3) ความเร็วและทิศทางลม 4) ความเข้มแสง 5) ปริมาณน้ำฝน 6) ความชื้นในดิน 7) ความดันบรรยากาศ 6.2.2.6 คุณสมบัติเฉพาะของอุปกรณ์ตรวจวัดและระบบจัดเก็บข้อมูล 1) เครื่องบันทึกข้อมูล มีการแสดงสถานะการทำงานหรือมีจอแสดงผล ให้ผู้ใช้ทราบว่า เครื่องยังทำงานเป็นปกติ 2) สามารถบันทึกข้อมูลในหน่วยความจำในตัวเครื่อง ที่สามารถบันทึกได้ไม่น้อยกว่า 1 ปี 3) สามารถส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต มาบันทึกบนพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบ Cloud หรือ Co-location ได้ 4) ทำงานด้วยแบตเตอรี่ และสามารถประจุไฟด้วยแผงพลังงานแสงอาทิตย์ได้ 5) มีระบบแสดงผลแบบปัจจุบัน (Real time) ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย 6) ผู้รับจ้างต้องดูแล บำรุงรักษาความปลอดภัย (Security) ของระบบทั้งหมดโดยให้ความ ร่วมมือในการจัดทำแผนและแนวทางการปฏิบัติเพื่อรองรับสถานการณ์แก้ไขภัยพิบัติ รวมทั้งประสานงาน ตรวจสอบข้อมูล และระบบงานร่วมกับทีมงานที่สทอภ.กำหนด 6.2.2.7 เก็บข้อมูลค่าความตึงผิวของน้ำในดินและสถิติของต้นพืชต่าง ๆ รวมถึงสภาพอากาศอย่าง น้อย 1 รอบผลผลิต 6.2.2.8 สทอภ. จะเป็นผู้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือกับเจ้าของแปลงทดลองที่ให้ ความอนุเคราะห์ติดตั้งเครื่องวัด 6.2.2.9 หากผู้รับจ้างพบข้อจำกัดในการดำเนินการบนพื้นที่แปลงตัวอย่าง หรือ ต้องการ เปลี่ยนแปลงตำแหน่ง ให้แจ้งทาง สทอภ. พิจารณาอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้า โดย สทอภ. ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว 6.3 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการจัดฝึกอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่ สทอภ. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2 ครั้ง โดยจัดให้มีวิทยากรซึ่งเป็นผู้มีความรู้ ความชำนาญ ทักษะ และความเชี่ยวชาญเฉพาะที่ เหมาะสมกับหัวข้อการฝึกอบรม และผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดฝึกอบรม ทั้งหมด (หากมี) โดยมีรายละเอียดการอบรม ดังนี้ 6.3.1 จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่องการใช้งานและการใช้ประโยชน์ข้อมูลจากเครื่องมือตรวจวัดการใช้ น้ำในของพืช ณ สถานที่ที่ได้ดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดเสร็จสิ้น 6.3.2 จำนวนผู้เข้าร่วมฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 10 คน 6.3.3 จัดทำคู่มือการใช้งาน มาตรฐานงานบำรุงรักษาอุปกรณ์ และข้อแนะนำการใช้ประโยชน์ข้อมูลจาก เครื่องมือตรวจวัดการใช้น้ำในของพืชในรูปแบบที่เข้าใจง่าย และพิมพ์เอกสารในรูปแบบ Hard copy จำนวนอย่างน้อย 10 ชุด พร้อมไฟล์ Digital บันทึกลง SSD External จำนวนอย่างน้อย 1 ชุด 6.3.4 ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบ source code การพัฒนาระบบตรวจวัดการใช้น้ำให้กับ สทอภ. 7. ระยะเวลาดำเนินงาน ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จและส่งมอบงานภายในระยะเวลา 180 วัน 8. วงเงินในการจัดจ้าง งบประมาณในการจัดจ้าง 3,300,000 บาท (สามล้านสามแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ราคากลางในการจัดจ้าง 3,299,000 (สามล้านสองแสนเก้าหมื่นเก้าพันบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว 9. เงื่อนไขการส่งมอบงานและการชำระเงิน ผู้รับจ้างต้องดำเนินงานตามสัญญา และส่งมอบงาน ภายใน 180 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดย ผู้จ้างจะชำระค่าจ้างตามสัญญาจ้างเป็นรายงวด จำนวน 4 งวด ดังนี้ งวดที่ ระยะเวลา งวดที่ 1 ชำระเงินเป็น ภายในระยะเวลา 45 วันนับถัดจาก จำนวนร้อยละ 20 ของมูลค่าตามสัญญา งวดที่ 2 ชำระเงินเป็น จำนวนร้อยละ 35 ของมูลค่าตามสัญญา วันลงนามในสัญญาและ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ ดำเนินการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว ภายในระยะเวลา 90 วันนับถัดจาก วันลงนามในสัญญาและ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ ดำเนินการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว งวดที่ 3 ชำระเงินเป็น ภายในระยะเวลา 135 วันนับถัดจาก จำนวนร้อยละ 25 ของ วันลงนามในสัญญาและ มูลค่าตามสัญญา คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ ดำเนินการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว รายละเอียดการส่งมอบงาน รายงานเบื้องต้น (Interim Report) ของ โครงการ และตามขอบเขตงานข้อ 6.1 ใน รูปแบบ Hard copy จำนวนอย่างน้อย 3 ชุด พร้อมไฟล์รูปแบบ word และ pdf บันทึกลง SSD External จำนวนอย่างน้อย 1 ชุด พร้อม นำเสนอผลการศึกษาอุปกรณ์ตรวจวัดการใช้ น้ำของพืช กับกรรมการตรวจรับ พร้อมส่ง ไฟล์นำเสนอรูปแบบ PPT และ pdf รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 (Progress Report) ตามขอบเขตงานข้อ 6.2.1 ใน รูปแบบ Hard copy จำนวนอย่างน้อย 3 ชุด พร้อมไฟล์รูปแบบ word และ pdf บันทึกลง SSD External จำนวนอย่างน้อย 1 ชุด พร้อม นำเสนอผลการศึกษาอุปกรณ์ตรวจวัดการใช้ น้ำของพืช กับกรรมการตรวจรับ พร้อมส่ง ไฟล์นำเสนอรูปแบบ PPT และ pdf รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 (Progress Report) ตามขอบเขตงานข้อ 6.2.2 ใน รูปแบบ Hard copy จำนวนอย่างน้อย 3 ชุด พร้อมไฟล์รูปแบบ word และ pdf บันทึกลง SSD External จำนวนอย่างน้อย 1 ชุด พร้อม งวดที่ ระยะเวลา งวดที่ 4 ชำระเงินเป็น ภายในระยะเวลา 180 วันนับถัดจาก จำนวนร้อยละ 20 ของ วันลงนามในสัญญาและ มูลค่าตามสัญญา คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ ดำเนินการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว รายละเอียดการส่งมอบงาน นำเสนอผลการศึกษาอุปกรณ์ตรวจวัดการใช้ น้ำของพืช กับกรรมการตรวจรับ พร้อมส่ง ไฟล์นำเสนอรูปแบบ PPT และ pdf รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ตาม ขอบเขตงานข้อ 6.1-6.3 ในรูปแบบ Hard copy จำนวนอย่างน้อย 3 ชุด พร้อมไฟล์ รูปแบบ word และ pdf บันทึกลง SSD External จำนวนอย่างน้อย 1 ชุด พร้อม นำเสนอผลการศึกษาอุปกรณ์ตรวจวัดการใช้ น้ำของพืช กับกรรมการตรวจรับ พร้อมส่ง ไฟล์นำเสนอรูปแบบ PPT และ pdf 10. ค่าปรับ หากผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินการส่งมอบงานให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาผู้รับจ้างจะต้อง ชำระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นรายวันอัตราร้อยละ 0.10 (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของมูลค่าจ้างตามสัญญา แต่ไม่ต่ำกว่า วันละ 100 บาท 11. สถานที่ส่งมอบงาน สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (บางเขน) เลขที่ 196 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 หรือ สทอภ. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคารB ชั้น 6-7 ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ หลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 12. เกณฑ์การพิจารณา การคัดเลือกข้อเสนอ 12.1 สทอภ. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา โดยพิจารณาให้ คะแนนราคา 30 คะแนน และเกณฑ์คุณภาพ 70 คะแนน รวม 100 คะแนน ดังนี้ ลำดับ เกณฑ์การให้ คะแนน หลักเกณฑ์การพิจารณา 1 กรอบแนวคิดการศึกษาประเภท/ชนิดของอุปกรณ์ตรวจวัด ภาคพื้นดินที่เหมาะสมในการติดตามการใช้น้ำของพืชแบบอัตโนมัติ ตามข้อกำหนดทางเทคนิคข้อ 6.1 15 สทอภ. จะพิจารณาแผนภาพกรอบแนวคิด การศึกษาอุปกรณ์ตรวจวัด วิธีการตรวจวัด แหล่งอ้างอิง 2 1.1 นำเสนอแผนภาพกรอบแนวคิด การศึกษาอุปกรณ์ตรวจวัด วิธีการ ตรวจวัด แหล่งอ้างอิง มีคำอธิบาย เนื้อหาครบถ้วนเข้าใจง่าย และ ถูกต้องตามหลักวิชาการ และมีข้อเสนอเพิ่มเติมมากกว่าข้อกำหนด และเป็นประโยชน์ต่อสำนักงาน 15 1.2 นำเสนอแผนภาพกรอบแนวคิด การศึกษาอุปกรณ์ตรวจวัด วิธีการ ตรวจวัด แหล่งอ้างอิง มีคำอธิบาย เนื้อหาครบถ้วนเข้าใจง่าย และ ถูกต้องตามหลักวิชาการ 10 1.3 นำเสนอแผนภาพกรอบแนวคิด การศึกษาอุปกรณ์ตรวจวัด วิธีการ ตรวจวัด แหล่งอ้างอิง ไม่มีคำอธิบาย เนื้อหาไม่ครบถ้วน 5 1.4 ไม่นำเสนอแผนภาพกรอบแนวคิด การศึกษาอุปกรณ์ตรวจวัด วิธีการ ตรวจวัด แหล่งอ้างอิง 0 อุปกรณ์ตรวจวัดภาคพื้นดินที่เหมาะสมในการติดตามการใช้น้ำของ พืช พร้อมติดตั้งระบบตรวจวัดการใช้น้ำของพืชแบบอัตโนมัติ ตาม ข้อกำหนดทางเทคนิคข้อ 6.2 40 2.1 นำเสนอแบบ คุณสมบัติของอุปกรณ์ตรวจวัด การคัดเลือกแปลง ทดลอง การติดตั้งและพัฒนาระบบการรับส่งข้อมูล มากกว่า 4 แปลง มีคำอธิบาย เนื้อหาครบถ้วนเข้าใจง่าย ถูกต้องตามหลักวิชาการ 40 2.2 นำเสนอแบบ คุณสมบัติของอุปกรณ์ตรวจวัด การคัดเลือกแปลง ทดลอง การติดตั้งและพัฒนาระบบการรับส่งข้อมูล 4 แปลง มี คำอธิบาย เนื้อหาครบถ้วนเข้าใจง่าย ถูกต้องตามหลักวิชาการ 30 2.3 นำเสนอแบบ คุณสมบัติของอุปกรณ์ตรวจวัด การคัดเลือกแปลง ทดลอง การติดตั้งและพัฒนาระบบการรับส่งข้อมูล 4 แปลง มี คำอธิบาย เนื้อหาไม่ครบถ้วน 20 2.4 นำเสนอแบบ คุณสมบัติของอุปกรณ์ตรวจวัด การคัดเลือกแปลง ทดลอง การติดตั้งและพัฒนาระบบการรับส่งข้อมูล 4 แปลง ไม่มี คำอธิบาย 10 2.5 ไม่นำเสนอแบบ คุณสมบัติของอุปกรณ์ตรวจวัด การคัดเลือกแปลง ทดลอง การติดตั้งและพัฒนาระบบการรับส่งข้อมูล 0 แนวทางการฝึกอบรมการใช้งานและการใช้ประโยชน์ข้อมูลจาก 3 เครื่องมือตรวจวัดการใช้น้ำในของพืช ตามข้อกำหนดทางเทคนิคข้อ 6.3 10 สทอภ. จะพิจารณาเนื้อหาการอบรม รูปแบบการฝึกอบรม แผนการดำเนินงาน วิทยากรที่มีความรู้ ทักษะ ความ เชี่ยวชาญด้านเครื่องมือตรวจวัด พร้อมแนบประวัติวิทยากรมาด้วย 3.1 นำเสนอเนื้อหาการอบรม รูปแบบการฝึกอบรม แผนการดำเนินงาน และคุณสมบัติของวิทยากร อย่างน้อย 1 คน และมีประสบการณ์ มากกว่า 10 ปี 10 3.2 นำเสนอเนื้อหาการอบรม รูปแบบการฝึกอบรม แผนการดำเนินงาน และคุณสมบัติของวิทยากร อย่างน้อย 1 คน และมีประสบการณ์ 5 -10 ปี 8 3.3 นำเสนอเนื้อหาการอบรม รูปแบบการฝึกอบรม แผนการดำเนินงาน และคุณสมบัติของวิทยากร อย่างน้อย 1 คน และมีประสบการณ์ 1 - 5 ปี 5 3.4 ไม่นำเสนอเนื้อหาการอบรม รูปแบบการฝึกอบรม แผนการดำเนินงาน และคุณสมบัติของวิทยากร หรือวิทยากรมีประสบการณ์ไม่ตรงกับ เครื่องมือตรวจวัด 0 4 ผลงาน ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ 5 สทอภ. จะพิจารณาผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการหน่วยงานตาม กฎหมายว่าด้วยระเบียบราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา หรือภาคเอกชน พร้อมแนบ สำเนาสัญญาหรือหนังสือรับรองผลงานมาด้วย 4.1 นำเสนอผลงานที่มีมูลค่าสัญญาในสัญญาเดียวกัน ตั้งแต่ 3,000,000 บาท 5 4.2 นำเสนอผลงานที่มีมูลค่าสัญญารวมทุกสัญญา ตั้งแต่ 3,000,000 บาท 4 4.3 นำเสนอผลงานที่มีมูลค่าสัญญาในสัญญาเดียวกันหรือรวมทุกสัญญา 1,000,000 3,000,000 บาท 3 4.4 ไม่นำเสนอผลงานหรือไม่ใช่ผลงานประเภทเดียวกับงานจ้าง 0 หลักเกณฑ์การพิจารณาด้านราคา 30 คะแนน รวมคะแนน 12.2 สทอภ. จะพิจารณาข้อเสนอด้านคุณภาพและด้านราคาของที่ผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายตามเกณฑ์การ พิจารณาที่กำหนดไว้ในข้อ 12.1 แล้วจะจัดลำดับ โดยผู้ที่ได้คะแนนรวมด้านคุณภาพและด้านราคามากที่สุดจะเป็นผู้ ชนะ และหากราคาที่เสนอสูงกว่างบประมาณที่ได้ตั้งไว้ จะทำการเจรจาต่อรองให้ได้ราคาที่เหมาะสม ตามระเบียบ กระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 13. การยื่นข้อเสนอ 13.1 ผู้ยื่นข้อเสนอ ต้องยื่นรายชื่อ บุคลากรหลักที่มีคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถเหมาะสมกับ ตำแหน่งหน้าที่ ที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับวิชาชีพเป็นอย่างดี และรายชื่อผู้ร่วมดำเนินโครงการต้องมีผลงาน ประจักษ์และสามารถตรวจสอบได้ โดยต้องยื่นสำเนา วุฒิการศึกษา ประวัติการทำงาน (ประสบการณ์) เพื่อ ประกอบการพิจารณา ตามข้อกำหนด ข้อ 4 13.2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นตารางเปรียบรายละเอียดคุณสมบัติ หรือคุณลักษณะเฉพาะของานที่เสนอ ตามข้อกำหนด ข้อ 6 โดยมีรายละเอียดดังนี้ ลำดับที่ รายละเอียดที่สำนักงานฯ กำหนด รายละเอียดที่ยื่นข้อเสนอ หน้าที่อ้างอิง 13.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารหลักฐานที่ชัดแจ้ง เพื่อนำมาใช้ในการพิจารณาให้คะแนนในแต่ละ หัวข้อ ตามข้อกำหนด ข้อ 12 13.4 กรณีมอบอำนาจให้บุคคลซึ่งมิใช่กรรมการหรือหุ้นส่วนผู้มีอำนาจเต็ม ทำการยื่นข้อเสนอ หรือ ผูกพันในนามนิติบุคคลนั้น ต้องมอบอำนาจเป็นหนังสือซึ่งปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมายให้บุคคลนั้นเป็นผู้แทนที่มี อำนาจเต็มโดยชอบด้วยกฎหมาย 14. กำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 60 วัน นับถัดจากวันเสนอราคา 15. การรับประกันความชำรุดบกพร่องของงาน ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องหรือขัดข้องของสิ่งของ ภายในกำหนด 1 ปี นับถัดจากวันที่ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานงวดสุดท้ายแล้ว นับถัดจากวันที่สำนักงานฯ ได้รับมอบ และ คณะกรรมการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว โดยภายในกำหนดเวลาดังกล่าว หากสิ่งของเกิดชำรุดบกพร่อง หรือขัดข้อง ผู้รับจ้างจะต้องซ่อมแซมหรือแก้ไขให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจาก สำนักงานฯ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น หากผู้รับจ้างไม่จัดการซ่อมแซม หรือแก้ไขภายในกำหนดเวลาดังกล่าว สำนักงานฯ มีสิทธิ์ที่จะทำการนั้นเอง หรือจ้างผู้อื่นให้กระทำการนั้นแทนผู้รับจ้าง โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออก ค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น 16. หลักประกันสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องนำหลักประกันอัตราร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง มามอบไว้แก่ สทอภ. เพื่อเป็นหลักประกัน การปฏิบัติตามสัญญา และหลักประกันจะต้องมีอายุครอบคลุมความรับผิดทั้งปวงของผู้รับจ้างตลอดอายุสัญญา สำนักงานจะคืนหลักประกันสัญญาให้แก่ผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างพ้นจากข้อผูกพันและความรับผิดทั้งปวง ตามสัญญาแล้ว 17. การสงวนสิทธิ์ สทอภ. เป็นผู้มีสิทธิในอุปกรณ์ ข้อมูล โปรแกรมและระบบที่ได้พัฒนาขึ้นนี้ โดยทาง สทอภ. สามารถที่จะ ทำการปรับปรุง ดัดแปลง หรือแก้ไขเพิ่มเติมตัวโปรแกรมและระบบได้ ทั้งนี้จะรวมถึงการแจกจ่าย หรือจำหน่าย โปรแกรมและระบบดังกล่าวให้กับหน่วยงานอื่นได้ด้วย ผลจากการดำเนินงานนี้ทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) แต่เพียงผู้เดียว ห้ามมิให้ผู้รับจ้างทำการ สำเนาหรือให้ผู้อื่นนำไปใช้เพื่อการอื่นใด เว้นแต่ได้รับอนุญาตจาก สทอภ. เป็นลายลักษณ์อักษร Mor หน้า 16/17 উমাভূন ONSHO WOULD 18. หน่วยงานที่รับผิดชอบ สำนักพัฒนานวัตกรรมภูมิสารสนเทศ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การ มหาชน) ชื่อ นางสาวชมภูนุช ฉายาเวช โทร 087 497 2211 19. เงื่อนไขอื่น ๆ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตาม ประกาศ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ลงวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ.2565 เรื่อง นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 mar หน้า 17/17 OLSD UY:NUM