จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างปรับปรุงระบบจ่ายน้ำประปา ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 68029022899
฿3,210,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 6 ก.พ. 2568 เชียงใหม่
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงระบบจ่ายน้ำประปา ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ให้มีประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือสูงขึ้น โดยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมเพื่อเสริมระบบเดิม และปรับปรุงระบบท่อประปาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานของผู้โดยสารภายในอาคารผู้โดยสาร การดำเนินงานครอบคลุมถึงการจัดหาและติดตั้งเครื่องสูบน้ำ, สร้างโรงคลุม, เดินท่อประปาทั้งภายในและภายนอกอาคาร, รื้อถอนระบบเก่า และทดสอบระบบทั้งหมดให้ได้ตามมาตรฐาน ผู้เสนอราคาต้องมีคุณสมบัติทางเทคนิคที่เกี่ยวข้อง, ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001, และมีประสบการณ์ตามที่กำหนด การประเมินข้อเสนอจะพิจารณาจากเกณฑ์ราคา

English summary

This project aims to improve the water supply system at Chiang Mai Airport to increase efficiency and reliability by installing additional water pumps to supplement the existing system and improve the associated water pipe system. This is to ensure sufficient water supply for passengers within the passenger terminal. The operation covers the procurement and installation of water pumps, construction of pump houses, laying of water pipes both inside and outside the building, demolition of the old system, and testing of the entire system to meet standards. Bidders must have relevant technical qualifications, have ISO 9001, ISO 14001 and ISO 45001 certifications, and have the required experience. The evaluation of proposals will be based on price criteria.

สถานที่ดำเนินการ

ท่าอากาศยานเชียงใหม่

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการใช้งานของผู้ใช้บริการภายในอาคารผู้โดยสาร
  • ลดความเสี่ยงในการให้บริการ
  • เพิ่มเสถียรภาพของระบบผลิตและจ่ายน้ำประปาของท่าอากาศยานเชียงใหม่

ขอบเขตของงาน

  • จัดหาและติดตั้งเครื่องสูบจ่ายน้ำประปาแบบแนวตั้งหลายใบพัด (Vertical Multistage Centrifugal Pump) จำนวน 2 เครื่องพร้อมอุปกรณ์ประกอบและชุดควบคุม
  • สร้างโรงคลุมสำหรับเครื่องสูบจ่ายน้ำประปาบริเวณถังเก็บน้ำประปา และติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่าง
  • เดินท่อจากเครื่องสูบน้ำประปาไปยังถังเก็บน้ำใต้ดินอาคารผู้โดยสารภายในประเทศและต่างประเทศ และเชื่อมต่อท่อจ่ายน้ำเข้าสู่ท่อประปาบ้านพักพนักงานและระบบ Backwash ของถังกรองน้ำ
  • รื้อถอนเครื่องสูบน้ำและระบบท่อจ่ายน้ำประปาเก่าที่ไม่ใช้แล้ว
  • ทำการทดสอบแรงดันท่อที่ทำการติดตั้งวางใหม่
  • สำรวจพื้นที่ติดตั้งและเชื่อมต่อเพื่อเสนอขั้นตอน วิธีการดำเนินงาน และรายละเอียดต่าง ๆ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณา

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • เครื่องสูบจ่ายน้ำประปา 2 เครื่องพร้อมอุปกรณ์ประกอบและชุดควบคุม
  • โรงคลุมเครื่องสูบจ่ายน้ำประปา
  • ระบบท่อประปาใหม่ที่ติดตั้งตามข้อกำหนด
  • ระบบไฟฟ้าแสงสว่างในโรงคลุม
  • เอกสารการติดตั้ง, คู่มือการใช้งาน, และผลการทดสอบ
  • การฝึกอบรมการใช้งานและการบำรุงรักษา
  • AS-BUILT DRAWING

ระยะเวลาดำเนินการ

  • 150 วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญา
  • ระยะเวลารับประกัน 365 วัน นับถัดจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานไว้เรียบร้อยแล้ว

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายในรูปแบบบริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    • ได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในการจำหน่ายเครื่องสูบน้ำยี่ห้อที่เสนอราคาจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือเป็นผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งให้มีสิทธิจำหน่ายจากตัวแทนจำหน่ายในประเทศ
  • Standards Compliance:
    • ผลิตภัณฑ์ชุดเครื่องสูบจ่ายน้ำประปาต้องประกอบหรือผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพมาตรฐาน ISO : 9001, ISO : 14001 และ ISO : 45001
    • มอเตอร์ไฟฟ้าของชุดเครื่องสูบจ่ายน้ำประปาต้องได้รับมาตรฐานตามมาตรฐาน IEC ไม่ต่ำกว่า IE3
    • อุปกรณ์ประกอบงานต้องได้รับมาตรฐานอย่างน้อย 1 รายการดังต่อไปนี้ ISO 9001/ISO 14001/CE/UL/JIS/TÜV/ BS/TIS หรือ มอก.
    • ท่อน้ำ HDPE PN10 PE100 ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก. 982-2556
    • ท่อน้ำ PP-R PN10 SDR11 ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน DIN 8077, DIN 8078
  • Experience:
    • มีผลงานติดตั้งระบบท่อน้ำประปา/ท่อจ่ายน้ำ/ท่อน้ำใช้ หรืองานปรับปรุงระบบท่อน้ำประปา/ท่อจ่ายน้ำ/ท่อน้ำใช้ ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท นับย้อนหลังจากวันยื่นซองไม่เกิน 5 ปี และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ ทอท. เชื่อถือ
  • Technical Capabilities:
    • ความสามารถในการจัดหาและติดตั้งเครื่องสูบน้ำประปา, เดินท่อ, และสร้างโรงคลุมตามแบบ
    • ความสามารถในการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าและควบคุมการทำงานของเครื่องสูบน้ำ
  • Personnel:
    • มีวิศวกรในสาขาที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับรองรายการ
    • ผู้ควบคุมงานช่างต้องมีความชำนาญและความสามารถในงาน
  • Previous Project Cost:
    • มีผลงานติดตั้งระบบท่อน้ำประปา/ท่อจ่ายน้ำ/ท่อน้ำใช้ หรืองานปรับปรุงระบบท่อน้ำประปา/ท่อจ่ายน้ำ/ท่อน้ำใช้ ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท นับย้อนหลังจากวันยื่นซองไม่เกิน 5 ปี

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคารวมทั้งสิ้น

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ชุดเครื่องสูบจ่ายน้ำประปาใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับ 380VAC/3-Phase/50 HZ
  • เครื่องสูบน้ำเป็นแบบแนวตั้งหลายใบพัด (Vertical Multistage Centrifugal Pump) จำนวน 2 เครื่อง
  • ถังเพิ่มความดัน (Pressure Tank) เป็นแบบ Diaphragm Pressure Tank
  • ตู้ควบคุมเป็นแบบ Variable Speed Control Pump Operation Alternate/Parallel by Inverter
  • ปริมาณสูบน้ำส่ง (Rated Flow) ไม่น้อยกว่า 45 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง
  • สูบส่งสูง (TDH) ไม่น้อยกว่า 50 เมตร
  • NPSHr ไม่เกิน 2.3 เมตร
  • ประสิทธิภาพ ไม่น้อยกว่า 72%
  • มอเตอร์เป็นแบบ TEFC, Efficiency class IE3
  • วาล์วทั้งหมดในระบบต้องทนแรงดันใช้งานไม่น้อยกว่า 10 บาร์
  • แผ่นโลหะรีดลอนมีความแข็งแรง ณ จุดครากของเหล็ก (ค่า Minimum Yield Strength) ต้องไม่น้อยกว่า 550 Mpa (G550)

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงินค่าจ้างเมื่อผู้รับจ้างดำเนินงานตามสัญญาแล้วเสร็จทั้งหมด
  • ค่าปรับหากทำงานไม่แล้วเสร็จตามกำหนด: ร้อยละ 0.1 (ศูนย์จุดหนึ่ง) ของราคาค่าจ้างตามสัญญาต่อวัน แต่ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
  • การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: 365 วัน นับจากวันที่ตรวจรับงาน
  • ผู้รับจ้างต้องส่งช่างเข้าให้บริการบำรุงรักษาทุก 3 เดือน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ผู้เสนอราคาต้องส่งเอกสารอะไรบ้างในการเสนอราคา?
    • ผู้เสนอราคาต้องส่งเอกสารการได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่าย, หนังสือรับรองผลงาน, แคตตาล็อกของชุดเครื่องสูบจ่ายน้ำประปา, และตารางเปรียบเทียบรายละเอียดของสินค้าที่เสนอ
  • การติดตั้งท่อประปาใช้ท่อชนิดใด?
    • ภายนอกอาคารใช้ท่อชนิด HDPE PN10 PE100 และภายในอาคารใช้ท่อชนิด PP-R PN10 SDR11
  • มีการทดสอบระบบอย่างไรบ้าง?
    • ทดสอบการทำงานของมอเตอร์, ฟังก์ชันการทำงานของเครื่องสูบน้ำ, และการทดสอบแรงดันท่อ
  • มีการฝึกอบรมให้แก่พนักงานของ ทอท. หรือไม่?
    • ผู้รับจ้างต้องฝึกอบรมการใช้งาน, การซ่อมบำรุง, และการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นของระบบและอุปกรณ์ที่ติดตั้งใหม่
  • ผู้รับจ้างต้องส่งมอบเอกสารอะไรบ้างเมื่อส่งมอบงาน?
    • เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน, รายงานผลการทดสอบ, แบบการติดตั้งจริง (AS-BUILT DRAWING), คู่มือการใช้งาน, และบัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์
  • หากเกิดความเสียหายในระหว่างการติดตั้ง ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบอย่างไร?
    • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในความผิดพลาดเสียหายต่าง ๆ ที่อาจเกิดแก่งานและบุคคลในระหว่างการปฏิบัติงานจนกระทั่งหมดพันธะแห่งสัญญาด้วยการชดใช้ค่าเสียหาย ซ่อมแซม หรือรื้อถอน
  • ในกรณีที่ต้องการใช้วัสดุเทียบเท่า จะต้องดำเนินการอย่างไร?
    • ต้องแสดงหลักฐานแห่งคุณภาพ, ความถูกต้องทางเทคนิค, ประโยชน์ใช้สอย, ความสวยงาม, และราคา พร้อมทั้งนำตัวอย่างมาให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจสอบคุณภาพก่อน
  • หากพบปัญหาในการติดตั้งท่อ ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไร?
    • หากพบอุปสรรคจนไม่สามารถทำการติดตั้งท่อให้ถูกต้องตามหลักวิศวกรรมได้ ให้ผู้รับจ้างเสนอวิธีการแก้ไขและรูปแบบการติดตั้งเสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผ่านผู้ควบคุมงานเพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนดำเนินการติดตั้ง

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

1. วัตถุประสงค์ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) สาขาท่าอากาศยานเชียงใหม่ มีความประสงค์จะจ้าง ปรับปรุงระบบจ่ายน้ำประปา ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ 1 งาน เพื่อปรับปรุงประสิทธิในการบริหารจัดการน้ำ ให้เพียงพอต่อการใช้งานของผู้ใช้บริการภายในอาคารผู้โดยสารจากเดิมที่มีเพียงระบบส่งน้ำโดยหอถังสูง เป็น การสูบส่งน้ำโดยเครื่องสูบน้ำเพิ่มอีกระบบ ทั้งหมด เพื่อลดความเสี่ยงในการให้บริการ และเพิ่มเสถียรภาพของระบบผลิตและจ่ายน้ำประปาของ ท่า รวมไปถึงการเดินท่อและปรับปรุงท่อประปาในงานที่เกี่ยวข้อง อากาศยานเชียงใหม่ 2. มาตรฐานที่กำหนด 2.1 ในการปฏิบัติงานติดตั้ง ให้ยึดถือมาตรฐานและกฎข้อบังคับต่าง ๆ ที่ใช้อ้างอิง ยกเว้นกรณีมี กำหนดแน่นอนในแบบหรือรายละเอียด หากมีข้อขัดแย้งระหว่างแบบและมาตรฐาน หรือระหว่างมาตรฐาน อ้างอิงต่าง ๆ ให้ถือคำชี้ขาดของวิศวกรออกแบบหรือตัวแทนผู้ว่าจ้างเป็นที่สิ้นสุด มาตรฐานอ้างอิง ประกอบด้วย วสท. วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย มอก. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มยผ. กรมโยธาธิการและผังเมือง กปน. การประปานครหลวง กปภ. การประปาภูมิภาค BS British Standard DIN Deutsche Industrie Norm (German Industrial standard) NFPA National Fire Protection Association - UL Underwriter's Laboratories, Inc. - ANSI American National Standard Institute ASPE American Society of Plumbing Engineers - ASTM American Society of Testing Materials - AWWA... - AWWA American Water Works Association FM Factory Mutual 2.2 ชุดเครื่องสูบจ่ายน้ำประปาต้องเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจากโรงงานผู้ผลิตต้องเป็นของใหม่ 100 % ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อนและไม่เป็นของเก่าเก็บ 2.3 ชุดเครื่องสูบจ่ายน้ำประปาต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประกอบหรือผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรอง ระบบคุณภาพมาตรฐาน ISO : 9001,ISO : 14001 และ ISO : 45001 2.4 เครื่องสูบจ่ายน้ำประปาต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นไปตามมาตรฐานอย่างน้อย 1 รายการดังต่อไปนี้ EN/ ASTM/ JIS/ DIN/SIS/ ISO/ IEC/ AISI อย่างใดอย่างหนึ่ง 2.5 มอเตอร์ไฟฟ้าของชุดเครื่องสูบจ่ายน้ำประปาต้องได้รับมาตรฐานตามมาตรฐาน IEC ไม่ต่ำกว่า IE3 2.6 ผลิตภัณฑ์ชุดเครื่องสูบจ่ายน้ำประปาต้องมีศูนย์บริการของเจ้าของผลิตภัณฑ์ตั้งอยู่ภายในประเทศ 2.7 อุปกรณ์ประกอบงาน ดังต่อไปนี้ Check Valve, Ball Valve, Gate Valve, Foot Valve, Flow Switch, Y-Strainer, Pressure Switch, Pressure Gauge ต้องได้รับมาตรฐานอย่างน้อย 1 รายการดังต่อไปนี้ ISO 9001/ISO 14001/CE/UL/JIS/TÜV/ BS/TIS หรือ มอก. อย่างใดอย่างน้อย หรือได้รับมาตรฐาน ตามที่กรรมการตรวจรับพัสดุเห็นชอบ 2.8 สายไฟฟ้าที่ใช้ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก. 11-2553 2.9 ท่อเหล็กร้อยสายไฟฟ้า ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก. 770-2533 2.10 การดำเนินการเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า หรือ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับเครื่องสูบน้ำ และระบบ การส่ง-จ่ายน้ำ ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับ ประเทศไทย พ.ศ.2564 หรือล่าสุด ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) 2.11 ท่อน้ำ HDPE PN10 PE100 ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก. 982-2556 และต้องไม่ด้อย กว่าที่การประปาส่วนภูมิภาคกำหนด 2.12 ท่อน้ำพอลิโพรพิลีน แรนดอม โคพอลิเมอร์ (PP-R) SDR11 PN10 ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน POLYPROPYLENE (PP) PIPE DIMENSION และ DIN 8078 TYPE 1, 2 AND 3 DIN 8077 POLYPROPYLENE (PP) PIPES GENERAL QUALITY REQUIREMENTS AND TESTING 2.13 ท่อน้ำและข้อต่อท่อพอลิโพรพิลีน แรนดอม โคพอลิเมอร์ (PP-R) ที่นำมาใช้จะต้องมีเอกสาร รับรองคุณภาพของท่อและข้อต่อท่อจาก WRAS หรือ BS 6920 Part II เพื่อรับรองความสะอาดของน้ำที่ขังใน ท่อว่าไม่มีสารเคลือบและสารประกอบท่อและข้อต่อปนเปื้อนมากับน้ำที่ไหลผ่านท่อ 2.14 แผ่น... 2.14 แผ่นโลหะรีดลอน จะต้องเป็นชนิดเคลือบกันสนิม ตามมาตรฐานออสเตรเลีย AS 1397-G550- AZ150 หรือเทียบเท่า 2.15 เหล็กรูปพรรณจะต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานมอก. 1227-2539 หรือ ASTM หรือ JIS ที่ เหมาะสม หรือเทียบเท่า A36 หรือ SS 400 2.16 อุปกรณ์ อะไหล่ ขั้นตอนการติดตั้ง และการทดสอบระบบ ให้เป็นไปตามมาตรฐานในข้อ 2.9 หากไม่ได้กำหนดไว้ ให้ใช้มาตรฐานของบริษัทผู้ผลิตแทน 2.17 อุปกรณ์และวัสดุที่นำมาส่งสามารถใช้ร่วมกับอุปกรณ์เกี่ยวข้องที่ติดตั้งอยู่เดิมได้ 3. ขอบเขตงาน 3.1 ผู้รับจ้างต้องจัดหาและติดตั้งเครื่องสูบจ่ายน้ำประปาแบบแนวตั้งหลายใบพัด (Vertical Multistage Centrifugal Pump) จำนวน 2 เครื่องพร้อมอุปกรณ์ประกอบและชุดควบคุมการทำงาน โดย เชื่อมต่อแหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้าบริเวณถังเก็บน้ำประปา และสร้างโรงคลุมเครื่องสูบจ่ายน้ำประปาบริเวณถัง เก็บน้ำประปา 3.2 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการสร้างโรงคลุมสำหรับเครื่องสูบจ่ายน้ำประปาบริเวณบนฝาถังเก็บ น้ำประปา ตามแบบที่กำหนด และติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่าง 3.3 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเดินท่อจากเครื่องสูบน้ำประปาไปยังถังเก็บน้ำใต้ดินอาคารผู้โดยสาร ภายในประเทศและต่างประเทศ โดยภายนอกอาคารใช้ชนิด HDPE PN10 PE100 ขนาด 4 นิ้ว ระยะทาง ประมาณ 140 เมตร และท่อประปาภายในอาคารด้วยท่อชนิด PP-R PN10 SDR11 ขนาด 4 นิ้ว ระยะทาง ประมาณ 130 เมตร เพื่อจ่ายน้ำประปาลงสู่ถังเก็บน้ำภายในอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ และอาคาร ผู้โดยสารระหว่างประเทศ รวมไปถึงเชื่อมต่อท่อจ่ายน้ำจากเครื่องสูบจ่ายน้ำประปาเข้าสู่ท่อประปาบ้านพัก พนักงาน ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และระบบ Back wash ของถังกรองน้ำด้วยท่อชนิด HDPE PN10 PE100 ขนาด 4 นิ้ว ระยะทางประมาณ 72 เมตร 3.4 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการรื้อถอนเครื่องสูบน้ำและระบบท่อจ่ายน้ำประปาเก่ารวมถึงอุปกรณ์ ประกอบที่ไม่ใช้แล้วบริเวณ Sorting Area และเมื่อรื้อถอนแล้วให้ทำความสะอาด และนำเครื่องสูบน้ำเก่าและ อุปกรณ์ต่าง ๆ ไปเก็บไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยให้เป็นไปตามที่เจ้าหน้าที่ควบคุมงานของ ทอท. กำหนด 3.5 ผู้รับ... 3.5 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการวางท่อจ่ายน้ำประปาให้ถูกต้องครบถ้วนตามแบบและรายละเอียดของ ข้อกำหนดของงานนี้ให้แล้วเสร็จเรียบร้อย พร้อมเชื่อมต่อระบบท่อจ่ายน้ำประปาให้สามารถใช้งานได้ปกติ สมบูรณ์ ซึ่งการตัดต่อเชื่อมบรรจบท่อใหม่กับท่อเก่านั้น ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนของระยะเวลาในการปฏิบัติงาน และมีบุคคลากรที่มีความรู้เกี่ยวกับรายละเอียดของงาน ที่สามารถประสานงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการของ การให้บริการน้ำประปาได้ตลอดเวลาในการปฏิบัติงาน เพื่อให้สามารถจ่ายน้ำให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลา ซึ่งเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการให้บริการน้ำประปาของ ทชม. 3.6 ผู้รับจ้างต้องทำการการทดสอบแรงดันท่อที่ทำการติดตั้งวางใหม่ รวมทั้งอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้สามารถรับแรงดัน (Static Pressure) ระบบท่อจ่ายน้ำประปาที่ทำการติดตั้งตามมาตรฐาน ตลอดจนแก้ไขปรับแต่งให้ได้ตามความต้องการของผู้ว่าจ้างโดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการทดสอบและตรวจรับ งานรวมอยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้างทั้งสิ้น 3.7 ตำแหน่ง ระยะทาง และรายละเอียดการติดตั้งตามแบบงานจ้างปรับปรุงระบบท่อน้ำประปา ภายในอาคารผู้โดยสารเป็นรูปแบบการติดตั้งทั่วไป ซึ่งผู้รับจ้างต้องทำการสำรวจพื้นที่ติดตั้งและเชื่อมต่อ เพื่อ เสนอขั้นตอน วิธีการดำเนินงาน และรายละเอียดต่าง ๆ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาเห็นชอบก่อน ดำเนินการ โดยรูปแบบ รายละเอียด ตำแหน่ง ระยะ และปริมาณงานที่กำหนดอาจปรับเปลี่ยนได้ตามความ เหมาะสมและสภาพหน้างานจริง โดยวัตถุประสงค์ของงานและปริมาณงานไม่น้อยกว่าเดิม โดยผู้รับจ้างไม่ เรียกร้องค่าใช้จ่ายเพิ่ม 4. คุณสมบัติทางเทคนิค 4.1 ชุดเครื่องสูบจ่ายน้ำประปาติดตั้งบริเวณอาคารผู้โดยสาร ใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับ 380VAC/3- Phase/50 HZ ประกอบด้วยเครื่องสูบน้ำแบบแนวตั้งหลายใบพัด (Vertical Multistage Centrifugal Pump) จำนวน 2 เครื่อง ถังเพิ่มความดัน (Pressure Tank) เป็นแบบ Diaphragm Pressure Tank ซึ่งถังเพิ่มความ ดันเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปภายใต้แบรนด์เดียวกันกับเครื่องสูบน้ำพร้อม Safety Valve จำนวน 1 ใบ ขนาดไม่ น้อยกว่า 24 ลิตร โดยมีแรงดันใช้งานไม่ต่ำกว่า 10 บาร์ ตู้ควบคุมจำนวน 1 ตู้ และอุปกรณ์ประกอบงานที่ เกี่ยวข้อง ประกอบเป็นชุดสำเร็จอยู่บนฐานโครงสร้างเหล็กเดียวกัน พร้อมชุดควบคุมการทำงาน มีคุณสมบัติ ทางเทคนิคดังนี้ 4.1.1 ขีดความสามารถ และสมรรถนะของเครื่องสูบน้ำ 4.1.1.1 ปริมาณสูบน้ำส่ง (Rated Flow) ไม่น้อยกว่า 45 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง 4.1.1.2 สูบส่งสูง (TDH) ไม่น้อยกว่า 50 เมตร 4.1.1.3... 4.1.1.3 NPSHr ไม่เกิน 2.3 เมตร 4.1.1.4 ความดันสูงสุด (Max pressure) ไม่น้อยกว่า 16 bar 4.1.1.5 ประสิทธิภาพ ไม่น้อยกว่า 72% 4.1.1.6 ขนาดของท่อทางดูดและจ่าย ไม่น้อยกว่า 80 มม. 4.1.2 คุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ในการผลิตเครื่องสูบน้ำ 4.1.2.1 ตัวเรือน (Casing) เป็น Cast Iron หรือ Stainless Steel ตามมาตรฐาน AISI 304 หรือเทียบเท่า 4.1.2.2 ใบพัด (Impeller) เป็น Stainless Steel ตามมาตรฐาน AISI 304 หรือ AISI 316L หรือเทียบเท่า 4.1.2.3 เพลา (Shaft) เป็น Stainless Steel ตามมาตรฐาน AISI 431 หรือ AISI 316 หรือ เทียบเท่า 4.1.3 คุณสมบัติของมอเตอร์ไฟฟ้า 4.1.3.1 มอเตอร์เป็นแบบ TEFC, Efficiency class IE3 4.1.3.2 Power Factor ไม่น้อยกว่า 0.88 4.1.3.3 มอเตอร์จะต้องผลิตและประกอบจากโรงงานเดียวกันกับเครื่องสูบน้ำ 4.1.3.4 ขนาดมอเตอร์ (Rated Output) ไม่น้อยกว่า 11 กิโลวัตต์ 4.1.3.5 ความเร็วรอบ (Rated Speed) ไม่มากกว่า 3,000 รอบ/นาที 4.1.3.6 ระดับความเป็นฉวน (Insulation class) ตามมาตรฐาน IEC 85 ไม่ต่ำกว่า Class F 4.1.3.7 ระดับการป้องกันฝุ่นและน้ำ (Enclosure class) ตามมาตรฐาน IEC 60529 หรือ EN 60529 ไม่ต่ำกว่า IP55 4.1.4 คุณสมบัติของชุดควบคุมการทำงานเครื่องสูบจ่ายน้ำประปา 4.1.4.1 ชุดตู้ควบคุมเครื่องสูบน้ำ แบบ Variable Speed Control Pump Operation Alternate/Parallel by Inverter จำนวน 1 ตู้ โดยอุปกรณ์ควบคุม Inverter เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปภายใต้ แบรนด์เดียวกันกับเครื่องสูบน้ำ มีฟังก์ชั่นการทำงานอย่างน้อยดังนี้ (1) การควบคุมการทำงานสามารถเลือกได้ทั้ง Auto, Manual และ Off โดยการ ควบคุมแบบ Auto ใช้ Pressure Sensor เป็นอุปกรณ์ในการควบคุมเครื่องสูบน้ำส่งสัญญาณ ไปยัง Invertor ในฟังก์ชั่นควบคุมความเร็วรอบของมอเตอร์กับการทำงานของเครื่องสูบน้ำ (2) มีระบบ... 6 (2) มีระบบป้องกัน อย่างน้อยดังนี้ Protect Run dry Protect Frost and Condensation Protect Electric Current: Over Voltage, Over current, Overload, Low voltage Protect Short-Current Protect Overpressure 4.1.4.2 มี Phase Protection ควบคุมกระแสก่อนชุดควบคุมการทำงาน เพื่อป้องกันปัญหา กระแสไฟฟ้าผิดปกติ 4.1.4.3 สามารถสั่งให้เครื่องสูบน้ำสลับเปลี่ยนการทำงานอัตโนมัติโดยเปลี่ยนตำหน่งของ เครื่องสูบน้ำตัวที่สตาร์ทใหม่ทุกครั้ง 4.1.4.4 แผงชุดควบคุมมีหน้าจอควบคุมแบบสัมผัส (Touch screen) และสามารถแสดง สถานะของระบบและมีหน่วยความจำรหัสข้อผิดพลาดและ แสดงผลเป็นรหัสข้อผิดพลาดเพื่อตรวจสอบ ย้อนหลังได้ 4.1.4.5 แผงชุดควบคุมติดตั้ง Voltmeter, Amp meter และ Emergency Stop 4.1.4.6 ชุดควบคุมการทำงานสามารถกลับมาทำงานอัตโนมัติเมื่อระบบไฟกลับมาปกติ โดย ไม่ต้องปรับตั้งค่าอุปกรณ์ใหม่ 4.1.4.7 มี Emergency Stop เพื่อหยุดการทำงานของเครื่องสูบน้ำในกรณีฉุกเฉิน พร้อมติด ป้ายกำกับให้ชัดเจน 4.1.4.8 มีอุปกรณ์สัญญาณเสียง และไฟแสดงเมื่อเกิดความผิดปกติ และมีป้ายกำกับให้ ชัดเจน 4.2 วาล์ว 4.2.1 วาล์วทั้งหมดในระบบจะต้องสามารถทนแรงดันขณะใช้งานไม่น้อยกว่า 10 บาร์ 4.2.2 GATE VALVE OS&Y ขนาด 4 นิ้ว ทำด้วย Cast Iron ชนิด Outside Screw and Yoke แบบ Rising stem 4.2.4 BALL VALVE ขนาด 1 นิ้ว ทำด้วย BRONZE ชนิด SCREW BODY CAP ยึดข้อต่อโดยใช้ เกลียว 4.2.4 CHECK VALVE ขนาด 4 นิ้ว ทำด้วย Cast Iron ชนิด Wafer type 4.2.5... 7 4.2.5 BUTTERFLY VALVE สำหรับใช้กับท่อขนาด 4 นิ้ว ตัววาล์วทำด้วย CAST IRON หรือ DUCTILE IRON ส่วน DISC ทำด้วย ALUMINUM BRONZE หรือ BRASS หรือ DUCTILE IRON EPDM COATING และต้องมี VALVE POSITION INDICATOR ด้วย 4.2.6 Y-STRAINER ขนาด 4 นิ้ว ทำด้วย Cast Iron ชนิด Strainer Filter แบบหน้าแปลน 4.2.7 HEADER ทำด้วย Stainless Steel ตามมาตรฐาน AISI 304 4.3 อุปกรณ์ประกอบ ข้อต่อและอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ ของระบบท่อจ่ายน้ำประปาจะต้องเป็นอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ และกำหนดขนาดให้ถูกต้องเหมาะสม เพื่อให้ระบบสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ต้องติดตั้งเข้ากับท่อจ่ายน้ำประปาตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง 4.4 แผ่นโลหะรีดลอน 4.4.1 แผ่นโลหะรีดลอน มีความแข็งแรง ณ จุดครากของเหล็ก (ค่า Minimum Yield Strength) ต้องไม่น้อยกว่า 550 Mpa (G550) 4.4.2 การเคลือบสีแผ่นเหล็กตามมาตรฐานออสเตรีย AS 2728 “Pre-painted and Organic Film/ Metal Laminate Products” หรือเทียบเท่าชั้นเคลือบด้านบน ประกอบด้วย สีรองพื้นชนิด หนา 5 ไมครอน เคลือบทับด้วยสีโพลีเอสเตอร์หนา 20 ไมครอนชั้นเคลือบด้านล่าง ประกอบด้วย สีโพลีเอสเตอร์สีเทา Shadow Grey หนา 5 ไมครอน เคลือบทับสีรองพื้น หนา 5 ไมครอน 4.5 แผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิท 4.5.1 แผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิท พื้นผิวของแผ่นอะลูมิเนียมผลิตขึ้นโดยใช้อะลูมิเนียมอัลลอย ชนิด ALLOY 3105-H14 มีความหนา 0.5 มม. 4.5.2 ด้านหน้าเคลือบสีระบบ Fluorocarbon Coating ชนิด F.E.V.E. (Fluoro Ethylene Vinyl Ether) คุณภาพสูง หรือ PVDF (Poly Vinylidene Fluoride) 4.5.3 ด้านหลังแผ่นต้องมี Service Coating เคลือบสีด้วยระบบ Polyester Coating เพื่อป้องกัน การสึกกร่อนจากปฏิกิริยา Oxidation 4.5.4 การ Coating ผิวแผ่นอะลูมิเนียมส่วนที่สัมผัสกับแกนกลางหรือติดกับแกนกลาง ต้องมีการใช้ สีป้องกันสนิมด้วย 4.5.5 ผิวหน้ามีแผ่นฟิล์มป้องกันความเสียหาย (Protective Film) บนแผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิทโดย จะต้องไม่หลุดลอกออกมา ก่อนกำหนดเปิดใช้งานแผ่น 4.6 สีที่... 8 4.6 สีที่นำมาใช้จะต้องบรรจุอยู่ในถังหรือภาชนะที่ปิดสนิทเรียบร้อยมาจากโรงงาน โดยมีใบส่งของ และรับรองคุณภาพจากโรงงานผู้ผลิตที่สามารถตรวจสอบได้ 5. รายการที่ผู้รับจ้างต้องทราบและปฏิบัติ 5.1 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตรวจสอบสำรวจพื้นที่จะทำการปรับปรุง เพื่อให้รู้สภาพต่าง ๆ ของ สถานที่ก่อสร้างหรือบริเวณก่อสร้าง จะได้เป็นแนวทางในการพิจารณาทำงาน Site work ต่าง ๆ เช่น ทางเข้า ออก สภาพพื้นที่ที่จะดำเนินการ สภาพถนนหรือรั้วเดิมโดยรอบ และสภาพอาคารข้างเคียง เป็นต้น 5.2 ผู้รับจ้างจะต้องทำการรังวัดสถานที่ปรับปรุง ตรวจสอบแนวและระยะต่างๆ ตามรูปแบบ ครอบคลุมทั้งในส่วนพื้นที่ที่ทำการปรับปรุงและพื้นที่ข้างเคียง โดยแสดงให้เห็นถึงระยะห่างจากสิ่งก่อสร้างและ อาคารต่างๆ พร้อมจัดทำรายงานความถูกต้องหรือความคลาดเคลื่อนต่าง ๆ ที่แตกต่างไปจากรูปแบบเป็นลาย ลักษณ์อักษร โดยจัดทำเป็นรูปแบบ Shop Drawing โดยให้ใช้ได้กับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ AutoCAD 2014 ขึ้นไป ให้ผู้ควบคุมงานและผู้ออกแบบพิจารณาตรวจสอบและอนุมัติ ก่อนดำเนินงานขั้นต่อไป 5.3 ผู้รับจ้างต้องเสนอรายละเอียดของวัสดุ อุปกรณ์ ชนิด ขนาด วิธีการติดตั้ง แผนการดำเนินงาน รวมถึงเสนอรายละเอียดต่างๆ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาเห็นชอบก่อนดำเนินการติดตั้ง ภายใน ระยะเวลา 15 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยมีวิศวกรในสาขาที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับรองรายการ และ ต้องปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแผนดำเนินงานในสัญญาจ้างอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง เอกสารอย่างน้อย ประกอบด้วย 5.3.1 หนังสือแสดงเอกสารนำเข้าสินค้า (Invoice) 5.3.2 ใบรับรองแหล่งที่ผลิตจากโรงงานผู้ผลิตกรณีนำเข้าจากต่างประเทศ 5.3.3 แคตตาล็อคหรือหนังสือคู่มือรายการสินค้าที่แสดงคุณสมบัติของพัสดุที่ส่งมอบ 5.3.4 แผนการดำเนินงานพร้อมระยะเวลาในการดำเนินงาน 5.4 ผู้รับจ้างต้องเสนอรายละเอียดคุณสมบัติของวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทั้งหมด ให้คณะกรรมการตรวจรับ พัสดุพิจารณาอนุมัติก่อนดำเนินงาน 5.5 ในการเสนอขออนุมัติผลิตภัณฑ์เครื่องสูบน้ำผู้รับจ้างต้องแนบ Performance Curve ของเครื่อง สูบน้ำมาด้วย จุดที่เลือกสำหรับการใช้งานควรอยู่ในบริเวณกลางของ Curve ซึ่งเป็นจุดที่เครื่องสูบน้ำที่มี ประสิทธิภาพ โดยจะต้องไม่ต่ำกว่า 72% 5.6 แผนผัง... 9 5.6 แผนผังแสดงตำแหน่งท่อจ่ายน้ำประปาเป็นเพียง Diagram แสดงให้เห็นเป็นแนวทางการเดินท่อน้ำ โดยการเดินท่อและแบบช่วงท่อหักเลี้ยวหลบและข้อต่อวาล์วไม่ได้แสดงไว้ในแบบ การติดตั้งท่อน้ำจะต้อง เป็นไปโดยถูกต้อง โดยการวัดขนาดความยาวแท้จริง ณ สถานที่ติดตั้ง ผู้รับจ้างต้องทำการสำรวจตำแหน่งติดตั้ง และรายละเอียดการเชื่อมต่อท่อจ่ายน้ำประปา เพื่อเสนอขั้นตอน วิธีการดำเนินงาน และ Shop Drawing โดยมี วิศวกรในสาขาที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับรองให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาเห็นชอบก่อนดำเนินการ 5.7 การกำหนดตำแหน่งวัสดุและอุปกรณ์ผู้รับจ้างต้องตรวจดูแบบและข้อกำหนดอื่น ๆ ที่มีความ เกี่ยวข้องกับงานนี้ เช่น แบบสถาปัตยกรรม แบบโครงสร้าง และแบบงานระบบทุกแบบ เพื่อกำหนดตำแหน่ง ของวัสดุอุปกรณ์ให้ได้ตามแบบและไม่ขัดกับงานอื่น ๆ เมื่อตำแหน่งของวัสดุ หรืออุปกรณ์ที่จะติดตั้งขัดกันกับ งานอื่น ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบทันทีที่ตรวจพบก่อนที่จะติดตั้ง เพื่อผู้ว่าจ้างจะได้จัดให้มีการทำความ ตกลงแก้ไข ถ้าตำแหน่งที่ติดตั้งวัสดุ หรืออุปกรณ์ขัดกับงานอื่นหลังจากที่ได้ติดตั้งไปแล้ว โดยผู้รับจ้างไม่ได้แจ้ง ให้ผู้ว่าจ้างทราบตามกำหนด ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิ์ที่จะสั่ง ให้แก้ไขโดยผู้รับจ้างจะเรียกค่าจ้างเพิ่มหรือขอต่อเวลา ทำงานมิได้ 5.8 กรณีที่งานของผู้รับจ้างต้องทำหรือติดตั้งใกล้กับงานระบบอื่น ๆ หรือพื้นที่ที่หลักฐานปรากฏว่า งานของผู้รับจ้างกีดขวางการทำงานของระบบอื่น ๆ ผู้รับจ้างต้องช่วยเหลือขยับขยายหรือจัดเนื้อที่หรือพื้นที่ เพื่อให้พอใจแก่ทุกฝ่าย ถ้าผู้รับจ้างติดตั้งงานไปก่อนที่จะร่วมพิจารณากับงานระบบอื่น ๆ ผู้รับจ้างต้อง เปลี่ยนแปลง ดัดแปลงหรือแก้ไขงานของผู้รับจ้างเพื่อให้เข้ากับงานอื่น ๆ ได้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มจากผู้ว่าจ้าง 5.9 วัสดุหรืออุปกรณ์ยี่ห้อใดที่ถูกกำหนดให้ใช้ในรายการที่แนบหรือในแผนผัง ให้ถือว่าผู้รับจ้างต้อง นำมาติดตั้ง หากจะใช้วัสดุหรือยี่ห้ออื่นที่ต่างออกไปจากที่กำหนดก็ต้องมีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่าที่ถูก กำหนดให้ใช้ แต่ทั้งนี้ต้องเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อขออนุมัติใช้วัสดุ หรืออุปกรณ์ที่เทียบเท่าหรือดีกว่าต่อ ผู้ว่าจ้างก่อน ผู้รับจ้างต้องเสนอราคาเปรียบเทียบของอุปกรณ์วัสดุที่กำหนดไว้ในแบบหรือรายการกับอุปกรณ์ หรือวัสดุที่ขออนุมัติใช้แทน ถ้าผู้รับจ้างติดตั้งหรือใช้วัสดุยี่ห้ออื่นที่ไม่ได้กำหนดไว้ในรายการนี้หรือแบบนี้ โดย มิได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างถือสิทธิที่จะให้ผู้รับจ้างถอดถอนอุปกรณ์หรือวัสดุดังกล่าวออกโดยผู้ รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น 5.10 ผู้รับจ้างต้องมีเครื่องมือเครื่องใช้ในการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ และเป็นชนิดที่ถูกต้อง เหมาะสมกับประเภทของงานที่ทำเป็นจำนวนที่เพียงพอ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะบังคับให้ผู้รับจ้างเพิ่มและ เปลี่ยนแปลงจำนวน และประเภทของเครื่องมือต่าง ๆ เมื่อเห็นว่าผู้รับจ้างมีเครื่องมือไม่เพียงพอหรือใช้ เครื่องมือที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมกับการทำงาน 5.11 การ... 10 5.11 การติดตั้งท่อและเดินท่อทั้งหมดจะต้องติดตั้งด้วยความประณีต ไม่เกิดการรั่วซึม แนวท่อจะต้อง ได้ฉากหรือขนานไปกับแนวผนัง พื้น เสา และต้องเป็นแนวตรง โดยอุปกรณ์ส่วนต่าง ๆ ที่ประกอบเข้ากับท่อ จะต้องติดตั้งในตำแหน่งที่สามารถ ถอด เปลี่ยน ซ่อมบำรุงได้สะดวก และเป็นไปตามรายละเอียดของผู้ผลิต แนะนำ และพร้อมต่อการใช้งานได้ดีตามปกติ 5.12 การติดตั้งท่อน้ำจะต้องปล่อยให้มีการยืดและหดตัวโดยไม่เกิดความเสียหายต่อข้อต่อต่าง ๆ และ อุปกรณ์ โดยใช้ข้อต่อที่ได้มาตรฐานในการต่อท่อเปลี่ยนแปลงแนวทางเดิน เปลี่ยนขนาด หรือมีข้อแยก 5.13 การยึด รองรับ และแขวนท่อ (Support & Hanger) โดยท่อทุกชนิดที่แขวนลอยและระดับเหนือ พื้นจะต้องได้รับการยึด แขวน หรือรองรับ ให้ติดไว้กับโครงสร้างอาคารอย่างมั่นคงและแข็งแรง 5.14 ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งบริเขต (Barricade) เป็นแนวกั้นรั้วล้อมรอบบริเวณพื้นที่ที่จะทำงานให้เป็น สัดส่วนมิดชิดและมั่นคงแข็งแรงสวยงามเพื่อภาพลักษณ์ ทอท. 5.15 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จตามช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ ทอท. เป็นผู้กำหนด เพื่อมิให้ เกิดผลกระทบต่อการให้บริการตลอดระยะเวลาที่ผู้รับจ้างทำการปฏิบัติงานให้กับ ทอท. 5.16 หากผู้รับจ้างพบอุปสรรคจนไม่สามารถทำการติดตั้งท่อให้ถูกต้องตามหลักวิศวกรรมได้ ให้ผู้รับ จ้างเสนอวิธีการแก้ไขและรูปแบบการติดตั้งเสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผ่านผู้ควบคุมงานเพื่อ พิจารณาอนุมัติก่อนดำเนินการติดตั้ง 5.17 ผู้รับจ้างต้องจัดทำใบแจ้งปริมาณงานและราคาของงานจ้างนี้ โดยส่งให้ ทอท. ภายใน 15 วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญา 5.18 ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าวัสดุที่จะใช้ใน งานจ้างทั้งหมดตามสัญญา ตามผนวก 1 โดยส่งให้ ทอท. ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 6. การดำเนินงาน 6.1 การวางท่อน้ำบาดาล 6.1.1 รูปแบบเป็นเพียง DIAGRAM แสดงให้เห็นเป็นแนวทางการเดินท่อ การจัดแนวท่อและระดับท่อ ผู้รับจ้างจะต้องสำรวจแบบต่าง ๆ ประกอบกับสภาพหน้างานจริง โดยทำการวัดขนาดความยาวแท้จริง ณ สถานที่ติดตั้ง เพื่อกำหนดแนวท่อและระดับการวางท่อ โดยต้องให้สอดคล้องกับความลึกหลังท่อที่ระบุไว้ใน แบบก่อสร้าง การเดินท่อและจัดท่อจริงขนาดของแบบช่วงท่อหักเลี้ยวหลบอาจไม่ได้แสดงไว้ในแบบ 6.1.2 การ... 11 6.1.2 การวางท่อตามแนวที่กำหนด ต้องวางด้วยความลาดชันที่สม่ำเสมอ และต้องวางท่อใต้พื้นถนน ให้ระดับความลึกหลังท่อขนาด 100 มิลลิเมตร มีความลึกไม่น้อยกว่า 0.60 เมตร ตามมาตรฐาน กปภ.02- 2558 (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1) เรื่อง มาตรฐานงานวางท่อทั่วไป และระดับความลึกของพื้นผิวอื่นๆ มีความลึก ไม่น้อยกว่า 0.5 ของมาตรฐานความลึกหลังท่อ ตามมาตรฐาน กปภ.02-2558 โดยระยะความลึกจะอนุญาตให้ เปลี่ยนแปลงได้ในกรณีที่แนวท่อวางผ่านบริเวณที่ระดับของพื้นที่เปลี่ยนแปลงกระทันหัน หรือวางท่อตามระดับ ความลึกที่แบบกำหนด หรือวางท่อเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางหรือสิ่งก่อสร้างที่อยู่ในแนววางท่อ หรือแนวท่อช่วง ที่วางลอดตัดแนวลำคลอง ที่ขังน้ำ แอ่งน้ำ เป็นต้น 6.1.3 การดำเนินการวางท่อ ฝังกลบ และซ่อมแซมพื้นผิวให้ดำเนินการเป็นช่วง ๆ ช่วงละประมาณ 20 เมตร หรือตามระยะที่อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ 6.2 การเปิดแนวร่องวางท่อ 6.2.1 การเปิดแนวร่องเพื่อวางท่อ จะต้องมีความลึกและความกว้างตามที่ระบุในแบบ เพื่อให้วางท่อ และอุปกรณ์ข้อต่อต่าง ๆ และต้องพอสำหรับโครงสร้างค้ำยันและเผื่อสำหรับระบบระบายน้ำเพื่อให้ท้องร่องดิน แน่นและแห้งตลอดเวลาทำงาน ถ้าในระหว่างการก่อสร้างพบสิ่งปลูกสร้างสาธารณูปโภคเดิมกีดขวางแนวท่อ ผู้รับจ้างจะต้องเสนอแนวทางวางแนวท่อ ขนาด และความลึกของแนวร่องเพื่อให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการ 6.2.2 การเปิดแนวร่องท่อในผิวถนนแอสฟัลต์ จะต้องตัดแนวก่อนขุดร่องดิน โดยใช้เครื่องตัดอัดลม หรือเครื่องมือชนิดอื่นที่เหมาะสม เพื่อให้ขอบแนวตัดสม่ำเสมอ หากภายหลังพบว่าผิวถนนที่จัดซ่อมแล้วเกิด รอยแตกร้าวที่เกิดจากการทรุดตัวของดินใต้ผิวถนน ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการซ่อมใหม่ให้เรียบร้อย 6.2.3 การเปิดแนวร่องดินในพื้นทางเท้า ผู้รับจ้างจะต้องย้ายแผ่นที่ปูทางเท้าออกเสียก่อน หลังจาก งานวางท่อเสร็จสิ้นจะต้องรับผิดชอบในการปูทางเท้าให้แน่น แข็งแรง และทำให้ความสะอาดพื้นทางเท้าไม่ให้ มีเศษวัสดุและขยะเหลืออยู่บนทางเท้าและถนน 6.2.4 การเปิดแนวร่องดินที่ต้องผ่านกำแพงหรือคันหิน อาจใช้วิธีขุดช่องลอด ถ้ามีการรื้อย้ายกำแพง หรือคันหิน จะต้องดำเนินการซ่อมให้เรียบร้อย 6.3 การขุดร่องดิน 6.3.1 ในการขุดร่องดินผู้รับจ้างจะต้องกำหนดตำแหน่ง ความยาวของร่องขุด และระยะเวลาทำงาน ในการวางท่อให้ชัดเจน จะต้องขุดดร่องดินวางท่อให้ลึกไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในแบบ 6.3.2 หลังจากที่ได้ขุดร่องดินจนได้ความลึกตามที่กำหนดแล้วหากปรากฏว่าพื้นร่องดินที่ขุดเป็นชั้น ของดินอ่อน (Soft Soil) ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ให้ทำการก่อสร้างรองรับท่อหรือยึดท่อ หรือใช้วิธีการอื่นที่ เหมาะสม 6.3.3 ดิน... 12 6.3.3 ดินที่ขุดขึ้นจากร่องดิน ผู้รับจ้างจะต้องกองไว้ข้างร่องดิน โดยมีระยะห่างร่องดินพอสมควร ซึ่ง ดินจะไม่ร่วงหล่นลงในร่องดินได้ และไม่เป็นที่กีดขวางทางจราจร 6.3.4 ดินที่ขุดขึ้นมาจากร่องดิน ผู้รับจ้างจะต้องขนย้ายในพื้นที่ที่ผู้ควบคุมงานกำหนด ห้ามมิให้ผู้รับ จ้างนำออกนอกพื้นที่ โดยไม่ได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด 6.4 การระบายน้ำจากร่องดิน 6.4.1 ต้องไม่ระบายน้ำทิ้งลงบนผิวจราจร หากจำเป็นต้องระบายน้ำทิ้งฝั่งตรงข้ามถนนจะต้องทำสิ่ง ป้องกันสายยางที่จะวางพาดข้ามถนน เพื่อให้ยวดยานสามารถแล่นผ่านไปมาได้สะดวก และจะต้องติดป้าย ประกาศและไฟสัญญาณเตือนก่อนถึงบริเวณที่ระบายน้ำเป็นระยะทางไม่น้อยกว่า 20 เมตร 6.4.2 ผู้รับจ้างจะต้องไม่ปล่อยให้น้ำขังอยู่ในท้องร่อง ซึ่งจะทำให้ดินข้างๆ ร่องพังหรือยุบตัวและไม่ สะดวกในการวางท่อ ถ้ามีน้ำขังอยู่ในท้องร่อง ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้ภายในท่อสกปรก ผู้รับจ้างจะต้องสูบน้ำหรือ วิดน้ำออกจนแห้ง แล้วจึงทำการต่อท่อวิดติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ได้ 6.5 การปรับพื้นฐานรองท่อ 6.5.1 ก่อนทำการวางท่อ ผู้รับจ้างจะต้องปรับพื้นฐานรองท่อด้วยชั้นทรายบดอัดแน่นความหนาไม่ น้อยกว่า 150 มิลลิเมตรหรือความหนาตามที่แบบกำหนด หรือคอนกรีตกำลังต่ำ ความหนาไม่น้อยกว่า 150 มิลลิเมตร 6.5.2 คุณสมบัติของทรายที่ใช้ต้องเป็นทรายหยาบสะอาดปราศจากสิ่งปะปนต่าง ๆ เช่น ดิน ดิน เหนียว เป็นต้น ขนาดของเม็ดทรายมีขนาดใหญ่ที่สุดไม่เกิน 6 มิลลิเมตร ทรายที่รองพื้นต้องได้รับการบดอัดจน แน่นก่อนวางท่อ 6.5.3 คุณสมบัติของคอนกรีตกำลังต่ำ คือมีส่วนผสม ได้แก่ ปอร์ตแลนด์ซีเมนต์ ทรายและน้ำ 1.) ปอร์ตแลนด์ซีเมนต์ประเภท 1 2.) ปริมาณซีเมนต์ที่ใช้ต่อ 1 ลูกบาศก์เมตร คอนกรีตกำลังต่ำจะต้องไม่น้อยกว่า 60 กิโลกรัม 3.) ทรายให้ใช้ทรายน้ำจืด สะอาด ปราศจากดิน หรือวัสดุเจือปน 4.) น้ำที่ใช้ในการผสมต้องเป็นน้ำจืดสะอาด ปราศจากวัสดุเจือปนอื่นๆ 5.) ค่ากำลังรับแรงอัดของคอนกรีตกำลังต่ำจะต้องไม่น้อยกว่า 0.55 เมกาปาสกาล (5.5 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร) และไม่เกิน 1 เมกาปาสกาล (10 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร) ที่อายุครบ 28 วัน 6.6 การ... 13 6.6 การกรุแผงกันดิน 6.6.1 การขุดร่องดินสำหรับวางท่อบางช่วง จะต้องหาอุปกรณ์และเครื่องใช้ในการกรุกันดินพัง เพื่อ ป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อพื้นผิวถนน สิ่งปลูกสร้าง อุปกรณ์ สาธารณูปโภค หรือทรัพย์สินส่วนบุคคลที่ อยู่ใกล้บริเวณที่ดำเนินการก่อสร้าง การกรุกันดินพังนี้ ต้องทำให้แข็งแรงและป้องกันการเคลื่อนตัวของดินชั้น ล่าง หรือตามที่ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้างจะพิจารณาสั่งการ ผู้รับจ้างจะรื้อถอนแผงกรุดินพังนี้ได้ก็ต่อเมื่อได้ ทำการกลบร่องดินที่ขุดและ/หรือเมื่อผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้างอนุญาตแล้ว ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการนี้เป็นของ ผู้รับจ้างเองทั้งสิ้น 6.6.2 ทันทีที่มีการรื้อย้ายผิวจราจรบริเวณที่จะขุดร่องดินออกแล้ว จะต้องกรุแผงกันดินพังก่อนที่จะลง มือขุดร่องดิน 6.6.3 การกรุแผงกันดิน จะต้องใช้เข็มพืดเหล็ก (Sheet Pile) ซึ่งโยงด้วยเหล็กดามและเหล็กค้ำยัน ถ้า เห็นว่าระบบกรุแผงกันดินไม่มีความแข็งแรงหรือไม่เหมาะสม ผู้รับจ้างจะต้องเพิ่มความแข็งแรงระบบกรุแผง กันดิน 6.7 การวางท่อและติดตั้งอุปกรณ์ท่อ 6.7.1 ผู้รับจ้างจะต้องใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับขนาดท่อและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการต่อท่อ ผู้รับจ้าง จะต้องตรวจท่อและอุปกรณ์ต่าง ๆ ว่าไม่แตก รั่ว ชำรุดเสียหายแล้วจึงจะใช้ลงวางในร่องดินได้ ท่อหรืออุปกรณ์ ที่แตกชำรุดห้ามใช้ในการวางท่อ 6.7.2 การวางท่อและติดตั้งอุปกรณ์ท่อต่าง ๆ จะต้องอยู่ห่างจากโครงสร้างเดิม เช่น ท่อระบายน้ำ เสา ไฟฟ้า เป็นต้น ไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร 6.7.3 ผู้รับจ้างจะต้องทำฝาบ่อฟุตวาล์ว เป็นผ่าเหล็ก Gray Cast Iron หรือดีกว่า ขนาดพอดีกับบ่อ ได้รับมาตรฐานอย่างน้อย TIS 536-2527 หรือเป็นมาตรฐานที่กรรมการตรวจรับพัสดุเห็นชอบ 6.7.4 การยกท่อ การกองท่อ การขนส่งท่อ การขึ้นลงท่อ และการตัดท่อจะต้องตัดและแต่งปลาย ให้ ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตท่อ 6.7.5 ต้องใช้เครื่องที่เหมาะสมกับขนาดท่อและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการต่อท่อโดยต้องตรวจท่อและ อุปกรณ์ต่างๆ ว่าไม่แตกหรือชำรุดเสียหายก่อน แล้วจึงวางลงในร่องดินโดยท่อหรืออุปกรณ์ที่แตกชำรุดห้าม นำมาใช้งาน 6.7.6 ท่อและอุปกรณ์ที่จะวางในร่องดิน ภายในท่อและอุปกรณ์จะต้องสะอาดปราศจากผง เศษขยะ ดิน หรือสัตว์ เป็นต้น 6.7.7 เมื่อ... 14 6.7.7 เมื่อเลิกหรือหยุดงานทุกครั้ง จะต้องอุดหรือปิดปลายสุดของท่อและอุปกรณ์ไว้ให้มิดชิด เพื่อ ป้องกันผงเศษขยะ ดินหรือสัตว์ เข้าไปในท่อ 6.7.8 การตัดท่อให้ยาวพอเหมาะพอดีกับระยะทาง ผู้รับจ้างจะต้องตัดปลายท่อด้วยความระมัดระวัง และเรียบร้อยทุกประการ การตัดและแต่งปลายท่อให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้าง 6.7.9 การติดตั้งวาล์วโดยทั่วไป วาล์วที่ติดตั้งบนท่อน้ำในแนวนอน (Horizontal Pipe) ต้องให้ก้าน วาล์วอยู่ในแนวดิ่ง เว้นแต่จะมีสาเหตุจำเป็นหรืออุปสรรคในการติดตั้งหรือใช้งาน จึงอนุญาตให้ก้านวาล์วอยู่ใน แนวเอียงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณา และอนุมัติจากผู้ควบคุมงานเป็นแต่ละกรณีไป 6.7.10 ท่อและอุปกรณ์ทั้งหมด ผู้รับจ้างจะต้องทำความสะอาดภายในก่อนแล้วจึงนำลงต่อในร่องดิน 6.7.11 แนวท่อ จุดติดตั้งอุปกรณ์ อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติ ตามคำแนะนำของผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้าง ค่าใช้จ่ายในการนี้ถ้าเพิ่มขึ้นเป็นของผู้รับจ้างเองทั้งสิ้น 6.7.12 ท่อและอุปกรณ์ที่ใช้ในการวางและติดตั้งทั้งหมด ถ้าไม่ได้กำหนดไว้จะต้องเป็นของใหม่ไม่เคย ใช้งานมาก่อน 6.8 การต่อท่อ HDPE 6.8.1 ผู้รับจ้างต้องเชื่อมต่อท่อ HDPE ด้วยวิธีเชื่อมชน หรือ Butt Welding Joint ใช้วิธีการเชื่อมด้วย ไฟฟ้า (ARC – WELDING) การต่อเชื่อมโดยวิธี Butt Welding ปลายท่อจะต้องเตรียมแต่งให้เรียบและจะต้อง หลอมให้ได้จุดหลอม (Melting Point) แล้วจึงต่อชนเข้ากันด้วยแรงดัน ระยะเวลาที่หลอมอุณหภูมิและแรงดัน จะต้องปรับเพื่อให้คุณสมบัติทางกายภาพของวัสดุท่อเดิมคงสภาพ ซึ่งจะต้องตรวจสอบควบคุม ทั้งอุณหภูมิ และความดันอย่างถูกต้องและปรับให้คงสภาพของวัสดุท่อ ขนาดและความหนาของท่อ การทำการเชื่อมต่อ จะต้องกระทำโดยช่างทีมงานที่มีความรู้ความชำนาญในการใช้อุปกรณ์เครื่องมือต่อเชื่อม (Butt Welding Machine) การควบคุมอุณหภูมิและความดันที่ใช้ทำการต่อเชื่อม และจะต้องเป็นไปตามคำแนะนำและวิธีการ ที่ผู้ผลิตท่อ แผลเชื่อมต้องเป็นไปอย่างสม่ำเสมอตลอดแนวเชื่อมโลหะที่นำมาเชื่อมละลายเข้ากันได้อย่างทั่วถึง 6.8.2 ในกรณีที่การทำข้อต่อขนาดใหญ่ชนิดต่าง ๆ ได้แก่ ข้อโค้ง สามทาง เป็นต้น ไม่สามารถต่อเชื่อม โดยวิธี Butt Welding ให้กระทำข้อต่อต่างได้โดยวิธี Electrofusion Welding ซึ่งรอยต่อท่อเชื่อมต่อจะต้อง ทำเป็นร่องเชื่อม (Weld Grove) ซึ่งจะต้องทำให้ร้อนจนถึงอุณหภูมิที่จะเชื่อมต่อกับการทำ ให้ร่องเชื่อมร้อน จะใช้วิธี Hot Air Heating เมื่อร้อนได้อุณหภูมิกำหนดธูปเชื่อม (Weld Rod) จะถูกอัดเข้าไปในร่องเชื่อม เพื่อให้เกิดเนื้อรอยเชื่อมดังวิธีปกติทั่วไป การผลิตอุปกรณ์ข้อต่อที่มีการเชื่อมต่อ โดย Electrofusion Welding ผู้ผลิตจะต้องควบคุมอุณหภูมิต่างๆ ความดันที่ใช้ ระยะเวลาของการ ดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ตลอดจน การทำให้เย็นตัวลงให้ได้มาตรฐานเพื่อให้ได้อุปกรณ์และรอยต่อที่ดี 6.8.3 การ... 15 6.8.3 การตัดท่อให้ยาวพอเหมาะพอดีกับระยะทาง ผู้รับจ้างจะต้องตัดปลายท่อด้วยความระมัดระวัง และเรียบร้อยทุกประการ 6.9 การต่อท่อ PP-R การตัดและแต่งปลายท่อให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้าง 6.9.1 ผู้รับจ้างต้องเชื่อมต่อท่อ PP-R ด้วยวิธีเชื่อมสอดด้วยความร้อน (Socket Fusion) โดยให้ความ ร้อนผ่านเครื่องเชื่อมที่อุณหภูมิ 260 องศาเซลเซียส ระยะเวลาการให้ความร้อน และระยะเวลาการเชื่อมต่อให้ เป็นไปตามมาตรฐานของผู้ผลิต หรือตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง 6.9.2 ข้อต่อ (Fitting) สำหรับท่อ PP-R การต่อท่อให้ใช้วิธีการเชื่อมสอดด้วยความร้อน (Socket Fusion) หรือตามคำแนะนำของผู้ผลิต และให้ใช้ข้อต่อจากผู้ผลิตรายเดียวกัน 6.10 การกลบและการบดอัดวัสดุหลังท่อ 6.10.1 ผู้รับจ้างต้องกลบหลังท่อทันทีภายหลังจากการวางท่อ เชื่อมต่อท่อ และทำการทดสอบการ รั่วซึม (Leakage Test) เรียบร้อยแล้ว โดยให้กลบและบดอัดให้แน่นจนถึงระดับที่ระบุไว้ในแบบแปลน 6.10.2 ในการกลบดินจะต้องอัดหรือกระทุ้งดินให้แน่น และระมัดระวังไม่ให้เกิดอันตรายกับท่อที่วาง ไว้แล้ว กรรมวิธีการกลบดินและการใช้เครื่องมือสำหรับบดอัดหลังท่อให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตท่อ ส่วนดินที่เหลือให้น้ำไปทิ้งหรือเกลี่ย 6.10.3 วัสดุกลบหลังท่อจะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ 1.) วัสดุกลบหลังท่อ จะต้องเป็นทรายหยาบหรือคอนกรีตกำลังต่ำ ที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับ วัสดุ ที่ใช้ปรับพื้นฐานรองท่อ 2.) ชั้นบนสุดของการกลบร่องดิน จะเป็นชั้นทรายหยาบบดอัดแน่น ความหนาตามแบบ โดย จะต้องบดอัดทรายเป็นชั้น ความหนาชั้นละไม่เกิน 15 เซนติเมตร (ความหนาแต่ละชั้นก่อนการบดอัด) ให้มี ความหนาแน่นสูงสุดไม่น้อยกว่าที่กำหนดในแบบก่อสร้าง 6.11 การซ่อมแซมถนน ทางเท้า สนามหญ้า ต้นไม้ และสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ 6.11.1 ในการวางท่อ และติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ หากมีการชำรุดเสียหาย ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาและ ซ่อมแซมให้มีสภาพดีดังเดิม หรือดีกว่าเดิม และถูกต้องตามมาตรฐานที่กำหนด 6.11.2 ในบางสถานที่ เช่น ทางแยก ปากซอย ทางเขาอาคารบ้านเรือน หรือสถานที่ซึ่งมีการจราจร คับคั่ง หากการซ่อมคืนสภาพเดิมไม่สามารถทำได้ทันที หลังจากการกลบและบดอัดร่องดิน จะต้องรีบซ่อมผิว จราจรชั่วคราวเป็นขั้นตอนแรก หลังจากนั้นให้ซ่อมผิวจราจรถาวรเป็นขั้นตอนที่สอง การคืนพื้นผิวจราจร ชั่วคราวให้ดำเนินการโดยวางแผ่นเหล็กหนา 10 มม. ขนาดกว้างกว่าแนวร่องวางท่อเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ขณะที่รถสัญจรผ่าน 6.11.3... 16 6.11.3 วิธีการรื้อและการซ่อมแซมถนนและทางเท้า หากไม่ได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่นจะต้องดำเนินการให้ สอดคล้องกับมาตรฐานของหน่วยงานเจ้าของถนนและทางเท้า 6.11.4 วัสดุที่ใช้สำหรับชั้นพื้นฐานของถนนให้ใช้หินคลุก หรือวัสดุอื่นโดยให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ของหน่วยงานเจ้าของถนนและทางเท้า และวัสดุที่ใช้สำหรับชั้นพื้นฐานของทางเท้าให้ใช้หินฝุ่น หรือวัสดุอื่น ตามที่กำหนดความหนา 10 เซนติเมตร บดอัดแน่น วัสดุที่ใช้สำหรับชั้นพื้นฐานของถนนและทางเท้าต้องเป็น วัสดุที่ปราศจากอินทรียวัตถุ 6.11.5 หลังจากได้ทำชั้นพื้นฐานและบดอัดแน่นเรียบร้อยแล้ว การซ่อมผิวจราจรชั่วคราวจะต้อง ดำเนินด้วยการราดด้วยวัสดุชนิด Prime Coat บนชั้นพื้นฐาน และ ตามด้วยชั้นคอนกรีตแอสฟัลต์ (Asphaltic Concrete) 6.11.6 การก่อสร้างงานผิวแอสฟัลต์ จะต้องใช้วัสดุที่เป็นแอสฟัลต์ผสมร้อน ซึ่งต้องประกอบด้วย ส่วนผสมของแอสฟัลต์ ซีเมนต์และหินคลุก ก่อนปูแอสฟัลต์ผสมร้อนต้องบดอัดชั้นพื้นฐานให้ได้ความหนาแน่น ตามกำหนดและฉีดพ่นวัสดุชนิด Prime Coat มาแล้วเกินกว่า 24 ชั่วโมง และพื้นที่บริเวณที่จะก่อสร้างจะต้อง แห้งตลอดเวลาผิวจราจรแอสฟัลต์ที่ก่อสร้างใหม่จะต้องเรียบและปราศจากหลุมบ่อ 6.11.7 การก่อสร้างงานผิวทางคอนกรีต จะต้องใช้วัสดุที่เป็นปูนซีเมนต์ชนิดปอร์ตแลนด์ซีเมนต์ ประเภท 1 เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตจะต้องเป็นเหล็กเส้นสำหรับงานโครงสร้าง ได้แก่ เหล็กเส้นกลมตาม มาตรฐาน มอก. 20 เหล็กข้ออ้อยตามมาตรฐาน มอก. 24 และตะแกรงลวดผิวเรียบตามมาตรฐาน มอก. 737 6.11.8 ในบางสถานที่ หากมีการก่อสร้างที่กระทบต่อระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่นั้น ๆ ผู้รับจ้าง จะต้องซ่อมแซมหรือซ่อมเปลี่ยนระบบสาธารณูปโภคให้อยู่ในสภาพเดิม และสามารถใช้งานได้ตามปกติ ตาม หลักการช่างที่ดี 6.12 การทำความสะอาดระบบท่อ 6.12.1 ผู้รับจ้างต้องจัดทำความสะอาดภายในเส้นท่อของทั้งระบบ การใช้น้ำประปาในการทำความ สะอาดนั้น ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด 6.12.2 ขั้นตอนการรักษาความสะอาดในท่อ 1.) จะต้องระมัดระวังสิ่งสกปรกต่างๆ เข้าภายในท่อและอุปกรณ์ท่อในระหว่างขนส่งท่อและ อุปกรณ์ท่อเพื่อก่อสร้าง 2.) ปิดช่วงเปิดท่อด้วยปลั๊กขณะที่เก็บไว้เตรียมใช้ในการก่อสร้าง 3.) หากพบภายในท่อสกปรก จะต้องทำความสะอาดและเช็ดบริเวณที่สกปรกด้วยน้ำคลอรีน (Calcium Hypochlorite Solution) 6.13 งาน... 17 6.13 งานแผ่นโลหะรีดลอน 6.13.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาตัวอย่างวัสดุ แสดงรายละเอียดคุณสมบัติของวัสดุ สี ขนาด และวิธีการ ติดตั้ง ให้ผู้ควบคุมงานพิจารณาอนุมัติก่อนดำเนินการ 6.13.2 แผ่นโลหะรีดลอนในส่วนที่เป็นหลังคาให้ติดตั้งฉนวนกันความร้อนแบบฉนวนแซนวิช ความ หนาไม่น้อยกว่า 20 มม. 6.13.3 แผ่นโลหะรีดลอน ต้องเป็นแผ่นเดียวยาวตลอดความสูง 6.13.4 ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งให้เป็นไปตาม Shop Drawing ที่ได้รับอนุมัติ การติดตั้งส่วนอื่นที่ เกี่ยวข้องกับงานหลังคาโลหะ เช่น หลังคาโปร่งแสง ผนังเหล็ก และเกล็ดระบายอากาศ จะต้องถูกต้องตาม กรรมวิธีและคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิต และได้รับการอนุมัติจากผู้ควบคุมงาน 1.) ติดตั้งด้วยระบบคลิปล็อคไม่ใช้สกรู ในการติดตั้ง 2.) วิธีการติดตั้งเป็นไปตามมาตรฐานของผู้ผลิต 6.13.5 ในกรณีต้องการดัดโค้งแผ่น Crimp Curve 1.) รัศมีดัดแผ่นโค้งที่สุดที่ทำได้คือ 700 มม. โดยจะต้องเข้าเครื่องดัดโค้งซึ่งเรียกว่าแผ่น 2.) การดัดแผ่นโค้งแผ่นตรงตามโครงสร้าง โดยไม่ต้องเข้าเครื่องดัดโค้งซึ่งเรียกว่าแผ่น Sprung Curve รัศมีต่ำสุดที่ทำได้คือ 50 ม. โดยจะต้องวางแปกลาง 1.20-1.50 ม. ให้ปรึกษาผู้ผลิตก่อนทำการติดตั้ง 6.13.6 การทดสอบและการทำความสะอาด 1.) หลังการติดตั้ง จะต้องมีการทดสอบการรั่วซึมของหลังคา โดยการฉีดน้ำตามคำแนะนำของ ผู้ควบคุมงาน หากมีการรั่วซึม ผู้รับจ้างจะต้องเปลี่ยน หรือซ่อมแซมให้เรียบร้อยโดยไม่คิดมูลค่าใด ๆ ทั้งสิ้น 2.) ก่อนส่งมอบงานงวดสุดท้าย ผู้รับจ้างจะต้องทำความสะอาดหลังคาให้ปราศจากสิ่งสกปรก และเศษวัสดุต่าง ๆ ทั้งบนหลังคาและรางน้ำให้สะอาดเรียบร้อย 6.14 งานเหล็กรูปพรรณ 6.14.1 งานเหล็กรูปพรรณครอบคลุมถึงเหล็กรูปพรรณ ท่อกลม ท่อเหลี่ยม (Steel Tubing) ทุกชนิด 6.14.2 การกองเก็บวัสดุของเหล็กรูปพรรณทั้งที่ประกอบแล้วและยังไม่ได้ประกอบจะต้องเก็บไว้บน ยกพื้นเหนือพื้นดิน จะต้องรักษาเหล็กให้ปราศจากฝุ่น ไขมัน หรือสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ และต้องระวังรักษาอย่า ให้เหล็กเป็นสนิม ในกรณีที่ใช้เหล็กที่มีคุณสมบัติต่างกันหลายชนิดต้องแยกเก็บและทำเครื่องหมาย เช่น โดย การทาสีแบ่งแยกให้เห็นอย่างชัดเจน 18 6.14.3 ก่อนที่ผู้รับจ้างจะทำการประกอบเหล็กรูปพรรณทุกชิ้น ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำ Shop Drawing ส่งต่อวิศวกรผู้ควบคุมงานเพื่อรับความเห็นชอบโดย Shop Drawing นั้น จะต้องประกอบด้วย 1.) แบบที่สมบูรณ์แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการตัดต่อ การประกอบ และการติดตั้งรูสลัก เกลียว รอยเชื่อม และรอยต่อที่กระทำในโรงงาน 2.) สัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ใช้จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล 3.) ต้องมีสำเนาเอกสารแสดงบัญชีวัสดุ และวิธีการยกติดตั้ง ตลอดจนการยึดโยงชั่วคราว 6.14.4 การดัด ต้องทำด้วยความระมัดระวังเพื่อมิให้เกิดการบิดเบี้ยว หรือเกิดเป็นริ้วลูกคลื่น การดัด แผ่นเหล็กที่อุณหภูมิปกติจะต้องใช้รัศมีของการดัดไม่น้อยกว่า 2 เท่าของความหนาของแผ่นเหล็กนั้น ในกรณีที่ ทำการดัดที่อุณหภูมิสูงห้ามทำให้เย็นตัวลงโดยเร็ว สำหรับเหล็กกำลังสูง (High-Strength Steel) ให้ทำการดัดที่ อุณหภูมิสูงเท่านั้น 6.14.5 รูและช่องเปิด การเจาะ หรือตัด หรือกดทะลุให้เป็นรู ต้องกระทำตั้งฉากกับผิวของเหล็ก นอกจากจะระบุเป็นอย่างอื่น ห้ามใช้วิธีเจาะรูด้วยไฟ หากรูที่เจาะไว้ไม่ถูกต้องจะต้องอุดให้เต็มด้วยวิธีเชื่อม และ เจาะรูใหม่ให้ถูกตำแหน่ง ในเสาที่เป็นเหล็กรูปพรรณซึ่งต่อกับคาน ค.ส.ล. จะต้องเจาะรูไว้เพื่อให้เหล็กเสริมใน คานคอนกรีตสามารถลอดได้ รูจะต้องเรียบร้อยปราศจากรอยขาดหรือแหว่ง ขอบรูซึ่งคมและยื่นเล็กน้อยอันเกิด จากการเจาะด้วยสว่านให้ขจัดออกให้หมดด้วยเครื่องมือที่เหมาะสมโดยลบมุม 2 มิลลิเมตร ช่องเปิดอื่นๆ นอกเหนือจากรูสลักเกลียวจะต้องเสริมแหวนเหล็กซึ่งมีความหนาไม่น้อยกว่าความหนาขององค์อาคารที่เสริม รู หรือช่องเปิดภายในของแหวนจะต้องเท่ากับช่องเปิดขององค์อาคารที่เสริมนั้น 6.14.6 การประกอบ และยกติดตั้ง 1.) การตัดเฉือน ตัดด้วยไฟ สกัด และกดทะลุ ต้องกระทำอย่างละเอียดประณีต 2.) องค์อาคารที่วางทาบกันจะต้องวางให้แนบสนิทเต็มหน้า 3.) การติดตัวเสริมกำลังและองค์อาคารยึดโยงให้กระทำอย่างประณีต สำหรับตัวเสริมกำลังที่ ติดแบบอัดแน่นต้องอัดให้สนิทจริง ๆ 4.) รายละเอียดให้เป็นไปตาม “มาตรฐานสำหรับอาคารเหล็กรูปพรรณ” ของวิศวกรรมสถาน แห่งประเทศไทยฯ ที่ 1003-18 ทุกประการ” 5.) ไฟที่ใช้ตัดควรมีเครื่องมือกลเป็นตัวนำ 6.14.7 การเชื่อม 1.) ให้เป็นไปตามมาตรฐาน AISC/AWS สำหรับการเชื่อมในงานก่อสร้างอาคาร 2.) ผิวหน้า... 19 2.) ผิวหน้าที่จะทำการเชื่อมจะต้องสะอาดปราศจากสะเก็ดร่อน ตะกรัน สนิม ไขมัน สี และ วัสดุแปลกปลอมอื่นๆ ที่จะทำให้เกิดผลเสียต่อการเชื่อมได้ 3.) ในระหว่างการเชื่อมจะต้องยึดชิ้นส่วนที่จะเชื่อมติดกันให้แน่นเพื่อให้ผิวแนบสนิทสามารถ ทาสีอุดได้โดยง่าย 4.) หากสามารถปฏิบัติได้ให้พยายามเชื่อมในตำแหน่งราบ 5.) ให้วางลำดับการเชื่อมให้ดีเพื่อหลีกเลี่ยงการบิดเบี้ยว และหน่วยแรงตกค้างในระหว่าง กระบวนการเชื่อม 6.) ในการเชื่อมแบบชนจะต้องเชื่อมในลักษณะที่จะให้ได้ Penetration โดยสมบูรณ์ โดยมิให้ กระเปาะตะกรันขังอยู่ ในกรณีนี้อาจใช้วิธีลบมุมตามขอบหรือ Backing Plates ก็ได้ 7.) ชิ้นส่วนที่จะต้องเชื่อมแบบทาบจะต้องวางให้ชิดกันที่สุดเท่าที่จะมากได้ และไม่ว่ากรณีใด จะต้องห่างกันไม่เกิน 6 มิลลิเมตร 8.) ช่างเชื่อมจะต้องมีความชำนาญในเรื่องการเชื่อมเป็นอย่างดี โดยช่างเชื่อมทุกคนจะต้องมี หนังสือรับรองว่าผ่านการทดสอบจากสถาบันที่เชื่อถือได้ เช่น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นต้น 9.) สำหรับเหล็กหนาตั้งแต่ 25 มม. ขึ้นไป ต้อง Preheat ก่อนเชื่อมโดยให้ผู้รับจ้างเสนอวิธีการ ต่อวิศวกรผู้ควบคุมงานเพื่อรับความเห็นชอบ 10.) สำหรับเหล็กหนา 50 มม. ขึ้นไป ให้เชื่อมแบบ Submerged Arc Welding 6.14.8 การตรวจสอบรอยเชื่อม ผู้รับจ้างจะต้องทำการตรวจสอบความสมบูรณ์ของรอยเชื่อมใน ตำแหน่งที่วิศวกรผู้ออกแบบหรือวิศวกรผู้ควบคุมงานเป็นผู้กำหนด ลักษณะของรอยเชื่อมที่ยอมรับได้จะต้องมี พื้นผิวที่เรียบ ไม่มีมุมแหลมคม และจะต้องไม่มีรอยแตกร้าว 6.14.9 การซ่อมแซมรอยเชื่อม 1.) บริเวณที่ได้รับการตรวจสอบรอยเชื่อมแล้วพบว่ามีปัญหา จะต้องทำการขจัดทิ้ง และทำ การเชื่อมแล้วตรวจสอบใหม่ 2.) ในบริเวณโลหะเชื่อมที่มีรอยแตกจะต้องขจัดรอยเชื่อมออกวัดจากปลายรอยแตกไม่น้อย กว่า 50 มม. และทำการเชื่อมใหม่ 3.) หากองค์อาคารเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างขึ้นจากการเชื่อมจะต้องทำการแก้ไขให้ได้ รูปทรงที่ถูกต้องหรือเสริมความแข็งแรงให้มากกว่าหรือเทียบเท่ากับรูปทรงที่เกิดจากการเชื่อมที่ถูกต้อง 6.14.10 งานสลักเกลียว 1.) การ... 20 1.) การตอกสลักเกลียวจะต้องกระทำด้วยความประณีตโดยไม่ทำให้เกลียวเสียหาย 2.) ต้องแน่ใจว่าผิวรอยต่อเรียบและผิวที่รองรับจะต้องสัมผัสกันเต็มหน้าก่อนจะทำการขัน 3.) ขันรอยต่อด้วยสลักเกลียวทุกแห่งให้แน่นโดยใช้กุญแจปากตายที่ถูกขนาด 4.) ให้ขันสลักเกลียวให้แน่นโดยมีเกลียวโผล่จากสลักเกลียวไม่น้อยกว่า 3 เกลียว หลังจากนั้น ให้ทุบปลายเกลียวเพื่อป้องกันมิให้สลักเกลียวคลายตัว 6.14.11 การต่อและประกอบในสนาม 1.) ให้ปฏิบัติตามที่ระบุในแบบขยายและคำแนะนำในการยกติดตั้งโดยเคร่งครัด 2.) ค่าผิดพลาดที่ยอมให้ ให้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานสากล 3.) จะต้องทำนั่งร้าน ค้ำยัน ยึดโยง ฯลฯ ให้พอเพียง เพื่อยึดโครงสร้างให้แน่นหนาอยู่ในแนว และตำแหน่งที่ต้องการเพื่อความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงานจนกว่างานประกอบจะเสร็จเรียบร้อยและแข็งแรงดี แล้ว เบี้ยวชำรุดเท่านั้น 4.) หมุด (Rivet) ให้ใช้สำหรับยึดชิ้นส่วนต่าง ๆ เข้าหากันโดยไม่ให้เหล็ก (โลหะ) เกิดการบิด 5.) ห้ามใช้วิธีตัดด้วยแก๊สเป็นอันขาด นอกจากจะได้รับอนุมัติจากวิศวกรผู้ควบคุมงาน 6.) สลักเกลียวยึด และสมอให้ติดตั้งโดยใช้แบบนำเท่านั้น 7.) แผ่นรอง (Base Plate) ใช้ตามที่กำหนดในแบบขยายให้รองรับ และปรับแนวด้วยลิ่มเหล็ก โดยหลังจากได้ยกติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วให้อัดมอร์ต้าชนิดที่ไม่หดตัว (Non-Shrink Mortar) ใต้แผ่นรองให้ แน่นแล้วตัดขอบลิ่มให้เสมอกับขอบแผ่นรอง โดยทิ้งส่วนที่เหลือไว้ในที่ ในกรณีที่ใช้ Anchor Bolt จะต้องฝัง Anchor Bolt ให้ได้ตำแหน่งและความสูงที่ถูกต้องและระวังไม่ให้หัวเกลียวบิด งอ เสียรูป หรือขึ้นสนิม และถ้า ไม่มีการระบุในแบบให้ยึดขันกับแผ่นรองโดยใช้ Double Nuts 6.14.12 การป้องกันเหล็กมิให้ผุกร่อน หมายรวมถึงการทาสีและการป้องกันการผุกร่อนของงานเหล็ก ให้ตรงตามบทกำหนดและแบบ และให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสัญญานี้ทุกประการ 6.15 งานแผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิท 6.15.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุ แรงงาน เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อดำเนินการติดตั้งแผ่น อะลูมิเนียมคอมโพสิท ตามที่กำหนดเพื่อการเพื่อการยึดแผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิท รวมทั้งอุปกรณ์อื่น ๆ และ วัสดุยาแนว เพื่อเป็นการป้องกันการรั่วซึมของน้ำ และการรับแรงลม ในพื้นที่ที่กำหนดตามระบุไว้ในแบบ ก่อสร้างให้แล้วเสร็จสมบูรณ์และเป็นไปตามมาตรฐานวิธีการติดตั้งโดยตรงจากบริษัทผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด 6.15.2... 21 6.15.2 ผู้รับจ้างต้องเสนอวัสดุที่จะใช้แต่ละชนิด รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งแบบ SHOP DRAWING ของ DETAIL ส่งให้กับผู้ควบคุมงานเพื่อขออนุมัติและตรวจสอบก่อนที่จะนำไปติดตั้ง 6.15.3 การขนส่ง จัดเก็บ และการโยกย้าย และการนำออกจากบรรจุภัณฑ์ จะต้องมีแผ่นฟิล์มป้องกัน ผิวอะลูมิเนียมคอมโพสิทปกป้องอยู่โดยตลอด การจัดเก็บที่สถานที่ก่อสร้างจะต้องบรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่มี ผู้ผลิตกำหนด และจัดเก็บในพื้นที่ตามคำแนะนำของผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด ผู้ผลิต 6.15.4 อุปกรณ์ที่ใช้ในการติดตั้ง 1.) วัสดุสำหรับการยาแนว กำหนดให้เป็น ซิลิโคนยาแนว ชนิดไม่ก่อให้เกิดคราบ 2.) สกรู หรือสลักเกลียว และแหวน ต้องเป็นไปตามที่แบบก่อสร้างกำหนด 3.) โครงคร่าวย่อยต้องเป็นไปตามที่แบบก่อสร้างกำหนด โดยให้เป็นไปตามข้อกำหนดของ 4.) การเสริมกำลังแผ่น ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของผู้ผลิต 6.15.5 การตรวจสอบ 1.) ผู้รับจ้างจะต้องมีการประสานงานกับผู้รับจ้างหลัก เพื่อกำหนดตำแหน่งของโครงสร้างต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการติดตั้ง เพื่อกำหนดตำแหน่งโครงคร่าว และตรวจสอบสถานที่ก่อสร้างทุกแห่งที่จะมีการติดตั้ง ให้สมบูรณ์เรียบร้อย ถ้ามีข้อบกพร่องใด ๆ ให้แก้ปัญหาให้ถูกต้องก่อนที่จะมีการติดตั้ง 2.) ระบบโครงคร่าวที่ใช้ในการติดตั้งจะต้องได้รับการตรวจสอบว่ามีความถูกต้อง แข็งแรง ได้ ระดับและเส้นแนวตรงเรียบร้อย หรือลวดลายได้ฉาก แห้ง สะอาด และปราศจากข้อเสียหาย ตามที่ผู้ออกแบบ กำหนดด้วยความประณีตเรียบร้อย 6.15.6 การติดตั้ง 1.) ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาช่างติดตั้งฝีมือดี มีความชำนาญในการติดตั้งแผ่นอะลูมิเนียม ทุกส่วน ที่ติดตั้งจะต้องได้ระดับ และเส้นแนวตรงเรียบร้อย หรือลวดลายได้ฉาก ตามที่ผู้ออกแบบกำหนดด้วยความ ประณีตเรียบร้อย 2.) ระยะรอยต่อของแผ่น แต่ละแผ่นต้องได้แนวเท่ากันตลอด และต้องเสริมโฟม (Backer Rod) ก่อนยาแนวด้วยซิลิโคนที่กำหนด 3.) กรณีที่ติดตั้งแผ่นอลูมิเนียมเป็นผนังโค้ง แผ่นอลูมิเนียมนั้นจะต้องดัดโค้ง โดยใช้แท่น ลูกกลิ้งและให้ทำในขณะที่มีแผ่นฟิล์มป้องกันความเสียหาย ติดตั้งอยู่เท่านั้น 6.15.7... 22 6.15.7 การทำความสะอาด ผู้รับจ้างจะต้องทำความสะอาดทุกแห่งหลังจากการติดตั้ง ผิวของวัสดุต้อง ปราศจากรอย ขูดขีด หรือรอยแตกร้าวของสี รอยด่าง หรือมีตำหนิ และต้องไม่เปรอะเปื้อน ก่อนการอนุมัติ ตรวจสอบจากผู้ควบคุมงาน และก่อนการส่งมอบงาน 6.16 งานทาสีน้ำมัน 6.16.1 ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุและอุปกรณ์ ที่มีคุณภาพ แรงงานที่มีฝีมือและความชำนาญ มีระบบ คุณภาพที่ดี สำหรับงานทาสี ตามที่ระบุในรูปแบบ พร้อมการรับประกันคุณภาพ 6.16.2 ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งแค็ตตาล็อกสี หรือตัวอย่างสีที่ใช้ สีรองพื้น และอื่นๆ ให้ผู้ควบคุมงาน พิจารณาอนุมัติตามวัตถุประสงค์ของผู้ออกแบบก่อนการสั่งซื้อ โดยจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตอย่าง เคร่งครัด ให้ดำเนินการภายใต้การแนะนำ การตรวจสอบ และการเก็บตัวอย่างของผู้เชี่ยวชาญจากผู้ผลิตสี 6.16.3 สีที่นำมาใช้จะต้องบรรจุอยู่ในถังหรือภาชนะที่ปิดสนิทเรียบร้อยมาจากโรงงาน โดยมีใบส่งของ และรับรองคุณภาพจากโรงงานผู้ผลิตที่สามารถตรวจสอบได้ 6.16.4 การเก็บรักษาจะต้องแยกห้องสำหรับเก็บสีเฉพาะ โดยไม่มีวัสดุอื่นเก็บรวม และเป็นห้องที่ไม่มี ความชื้น สีที่เหลือจากการผสมหรือการทาแต่ละครั้ง จะต้องนำไปทำลายทันที พร้อมภาชนะที่บรรจุสีนั้น หรือ ตามความเห็นชอบของผู้ควบคุมงาน 6.16.5 การผสมสีและขั้นตอนการทาสี จะต้องปฏิบัติตามวิธีการของผู้ผลิตสีอย่างเคร่งครัด โดยได้รับ อนุมัติจากผู้ควบคุมงาน 6.16.6 ห้ามทาสีขณะฝนตก อากาศชื้นจัด หรือบนพื้นผิวที่ยังไม่แห้งสนิท และจะต้องมีเครื่องตรวจวัด ความชื้นของผนังก่อนการทาสีทุกครั้ง 6.16.7 งานทาสีทั้งหมด จะต้องเรียบร้อยสม่ำเสมอ ไม่มีรอยแปรง รอยหยดสี หรือข้อบกพร่องอื่นใด และจะต้องทำความสะอาดรอยสีเปื้อนส่วนอื่นๆ ของอาคารที่ไม่ต้องทาสี เช่น พื้น ผนัง กระจก อุปกรณ์ต่างๆ เป็นต้น 6.16.7 งานงานที่ไม่ต้องทาสี โดยทั่วไปสีที่ทาทั้งภายนอกและภายใน จะทาผนังปูนฉาบ ผิวคอนกรีต ผิวท่อโลหะ โครงเหล็กต่างๆ ที่มองเห็น หรือตามระบุในแบบ สำหรับสิ่งที่ไม่ต้องทาสี มีดังนี้ 1.) ผิวกระเบื้องปูพื้นและบุผนัง ฝ้าอคูสติก กระจก 2.) อุปกรณ์สำเร็จรูปที่มีการเคลือบสีมาแล้ว 3.) สแตนเลส 4.) ผิวภายในรางน้ำ 5.) โคมไฟ 6.) ส่วน... 23 6.) ส่วนของอาคารหรือโครงสร้างซึ่งซ่อนอยู่ภายในไม่สามารถมองเห็นได้ ยกเว้น การทาสีกัน สนิม หรือระบุในแบบเป็นพิเศษ 6.16.8 การดำเนินการ 1.) พื้นผิวโลหะทั่วไปหรือพื้นผิวเหล็ก ให้ขจัดคราบน้ำมันด้วยทินเนอร์หรือน้ำมันก๊าด ขจัดสนิม ออกโดยการขัดด้วยกระดาษทรายหรือแปรงลวด ขจัดตะกรันรอยเชื่อมโดยขัดด้วยเครื่องเจียร ทำความสะอาด และเช็ดด้วยผ้าสะอาด ทิ้งให้แห้งไม่เกิน 4 ชั่วโมง ทาสีรองพื้นกันสนิม Red lead 1 ครั้ง ขณะส่งเหล็กถึง หน่วยงานก่อสร้าง (หากเป็นเหล็กกลวง ให้ใช้วิธีชุบสีกันสนิม) ทาครั้งที่ 2 ด้วย Red lead เมื่อประกอบหรือ เชื่อมเป็นโครงเหล็ก และเจียรแต่งรอยเชื่อมเรียบร้อยแล้ว และทาครั้งที่ 3 ด้วย Red lead รอบรอยเชื่อมอีก ครั้ง (การทาสีรองพื้นกันสนิมทิ้งระยะครั้งละ 6 ชั่วโมง) ทาสีทับหน้า 2 ครั้งด้วยสีน้ำมันเฉพาะโครงเหล็กที่ ต้องการทาสีทับหน้า (การทาสีทับหน้าทิ้งระยะครั้งละ 8 ชั่วโมง) 2.) พื้นผิวโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก ทำความสะอาดพื้นผิวด้วยกระดาษทราย แล้วเช็ดด้วย ผ้าสะอาด ทิ้งให้แห้ง ทาสีรองพื้นกันสนิม Zinc Chromate 2 ครั้ง ทิ้งระยะครั้งละ 6 ชั่วโมง 3.) พื้นผิวสังกะสีและเหล็กเคลือบสังกะสี ทำความสะอาดพื้นผิวและทำให้ผิวหยาบด้วย กระดาษทราย เช็ดด้วยผ้าสะอาด ทิ้งให้แห้ง ทาสีรองพื้นเสริมการยึดเกาะ Wash Primer 1 ครั้ง ทิ้งระยะ 1 ชั่วโมง ทาสีรองพื้นกันสนิม Zinc chromate 1 ครั้ง ทาสีน้ำมันทับหน้า 2 ครั้ง 6.16.9 งานทาสีทั้งหมดที่เสร็จแล้วและแห้งสนิทดีแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบความเรียบร้อย พร้อม ทั้งซ่อมแซมส่วนที่ไม่เรียบร้อย และทำความสะอาดรอยสีเปื้อนส่วนอื่นของอาคารที่ไม่ต้องการทาสีทั้งหมด ตาม ขั้นตอนและคำแนะนำของผู้ผลิต โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน และจะต้องป้องกันไม่ให้งานสี สกปรกหรือเสียหายจากงานก่อสร้างส่วนอื่นๆ ของอาคารตลอดระยะเวลาก่อสร้าง หากมีความสกปรก เสียหาย หรือไม่เรียบร้อยสวยงามใดๆ ที่เกี่ยวกับงานทาสี ผู้รับจ้างจะต้องแก้ไขในทันที ตามคำสั่งของผู้ควบคุมงาน โดย ค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้าง 7. เงื่อนไขทั่วไป 7.1 แบบและข้อกำหนดรายละเอียด 7.1.1 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดรายละเอียดนี้ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ 7.1.2 ผู้รับ... 24 7.1.2 ผู้รับจ้างจะต้องศึกษารายการอย่างละเอียดถี่ถ้วน รวมทั้งสำรวจพื้นที่ปฏิบัติงานจริง จนเป็น ที่เข้าใจโดยแจ่มแจ้งทุกประการ ถ้าปรากฏปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างแบบและรายการประกอบแบบให้ยึดถือ รายละเอียดที่แสดงในแบบหรือแผนผังเป็นหลัก และถ้าปรากฏปัญหาความไม่เข้าใจในแบบรูปและรายการหรือ พบเห็นว่ามีความคลาดเคลื่อนขัดแย้ง ไม่ละเอียด หรือไม่ชัดเจน หรืออาจไม่ปลอดภัย หรือมีปัญหาอุปสรรคใด ๆ ก็ตามให้รีบเสนอรายการนั้น ๆ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. ทราบ เพื่อตรวจสอบวินิจฉัยและชี้ ขาด ซึ่งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะถือหลักเกณฑ์จากสัญญา ความถูกต้องตามหลักการช่างและความ เหมาะสมในประโยชน์ใช้สอยเป็นหลักในการชี้ขาด คำวินิจฉัยถือเป็นเด็ดขาด ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะไม่ดำเนินการไป ก่อนที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะให้ความเห็นชอบหรือวินิจฉัย 7.1.3 สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่มิได้ปรากฏในแบบรูป แบบขยายหรือรายการละเอียดหากเป็นส่วนหนึ่ง หรือ เป็นองค์ประกอบ หรือสิ่งจำเป็นต้องทำ หรือเป็นวิสัยที่ควรจะต้องทำเพื่อให้งานสำเร็จบริบูรณ์ไปโดยรวดเร็ว ด้วยดี และถูกต้องตามหลักการช่างที่ดี ผู้รับจ้างจะต้องกระทำการทุกอย่างโดยเต็มที่และถูกต้อง เสมือนว่าได้มี ปรากฏในแบบแปลนและรายการนั้น ๆ ผู้รับจ้างต้องเชื่อฟังคำสั่งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุที่จะกำหนดให้แก่ ผู้รับจ้าง เมื่อเกิดปัญหาตามที่กล่าวมาข้างต้นทุกประการ 7.1.4 ค่าระยะ ระดับ และตำแหน่งที่ระบุในแบบเป็นค่าโดยประมาณ ให้ผู้รับจ้างตรวจสอบระยะ และระดับจากหน้างานจริงก่อนการดำเนินงานก่อสร้าง ให้ยึดถือพื้นที่จริงและแบบประกอบการปฏิบัติ โดยให้ เจ้าหน้าที่ควบคุมงานเห็นชอบก่อนดำเนินการ 7.2 การใช้วัสดุเทียบเท่า วัสดุเทียบเท่า หมายถึง วัสดุที่สามารถใช้แทนกันได้ มีคุณภาพไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในรายการ ทั้งนี้จะต้องถูกต้องในทางเทคนิค และประโยชน์ใช้สอยตลอดจนความสวยงาม ซึ่งสามารถใช้แทนกันได้เป็น อย่างดี ฉะนั้น ถ้าผู้รับจ้างจะใช้วัสดุเทียบเท่าก็ต่อเมื่อได้แสดงหลักฐานแห่งคุณภาพ ความถูกต้องในทางเทคนิค ประโยชน์ใช้สอย ความสวยงามและราคา ตลอดจนนำตัวอย่างวัสดุเทียบเท่านั้นมาให้คณะกรรมการตรวจรับ พัสดุของ ทอท. ตรวจสอบคุณภาพก่อน 7.3 ความรับผิดชอบ ข้อกำหนดรายละเอียดที่ผู้รับจ้างนำไปคำนวณราคาและใช้ในการดำเนินการนี้ ทอท. ถือว่า ผู้รับจ้างเข้าใจอย่างถ่องแท้ตลอดจนยอมรับเงื่อนไขใด ๆ ที่ทาง ทอท. กำหนดไว้ทั้งสิ้น ถ้าในระหว่างดำเนินการ ก่อสร้างมีปัญหาเกิดขึ้น คณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีสิทธิที่จะดำเนินการในทางที่เป็นประโยชน์ต่อทาง ทอท. อันที่จะปฏิบัติได้โดยผู้รับจ้างจะต้องทำตามทั้งสิ้นโดยไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายใด ๆ จาก ทอท. 7.4 เงื่อน... 25 7.4 เงื่อนไขในการปฏิบัติงาน 7.4.1 ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการดำเนินงาน เสนอขออนุมัติต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และ ต้องปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแผนดำเนินงานในสัญญาจ้างอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง ถ้าคณะกรรมการตรวจรับ พัสดุของ ทอท. เห็นว่าผู้รับจ้างเร่งรัดทำงานจนอาจเกิดความเสียหายแล้ว คณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีสิทธิที่ จะยับยั้ง และให้ผู้รับจ้างปฏิบัติงานให้ถูกต้อง ตามหลักการช่างที่ดีทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะถือเป็นข้ออ้างในการ ปฏิบัติงานไม่ทันเพื่อขอต่ออายุสัญญา หรือเรียกร้องค่าเสียหายจาก ทอท. ไม่ได้ ทอท. 7.4.2 การปฏิบัติงานต้องวางแผนให้สอดคล้องกับกฎ ระเบียบ ข้อบังคับในการปฏิบัติงานของ 7.4.3 เวลาทำงานปกติของ ทอท. คือ ในระหว่าง เวลา 8.00-17.00 น. ของวันทำการ หาก ลักษณะงานที่ทำไม่สามารถดำเนินการในเวลาทำงานปกติหรือผู้รับจ้างประสงค์จะทำงานนอกเวลาหรือทำงาน ในวันหยุด ให้ผู้รับจ้างขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเสนอต่อประธานกรรมการตรวจรับพัสดุและจะต้อง ชำระเงินค่าปฏิบัติงานล่วงเวลาของผู้ควบคุมงานของทอท. โดยจ่ายผ่านทอท. ในอัตราตามข้อบังคับของทอท. ว่าด้วย วันทำการ เวลาทำงาน วันหยุดงานและค่าทำงานล่วงเวลา 7.4.4 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยในการทำงานพร้อมทั้งควบคุมดูแลการ ปฏิบัติงานของผู้ทำงานและผู้รับเหมาช่วงอย่างเคร่งครัดตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. และต้อง เตรียมอุปกรณ์ป้องกันอุบัติภัยอันตรายส่วนบุคคลขั้นพื้นฐานตามความเหมาะสมให้กับผู้ปฏิบัติงาน เพื่อความ ปลอดภัยในขณะทำงาน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 และพระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 7.4.5 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น ในการปฏิบัติงานที่มี การใช้ปั้นจั่นจะต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ โดยผู้บังคับปั้นจั่นของผู้ รับจ้างต้องได้รับใบรับรองตามกฎกระทรวงฯ และมีใบตรวจรับรองความปลอดภัย ปจ.1 หรือ ปจ.2 เคร่งครัด 7.4.6 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยและป้องกันอัคคีภัยของ ทอท. โดย 7.4.7 ผู้รับจ้างจะต้องมีผู้ควบคุมงานช่างที่มีความชำนาญและความสามารถในงาน รวมทั้งวิศวกร ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมหรือสถาปัตยกรรมในสาขาที่จำเป็นตามที่กฎหมายกำหนดอยู่ ปฏิบัติงานระหว่างการดำเนินการนี้ 7.4.8 หาก... 26 7.4.8 หากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาเห็นว่า ผู้ควบคุมงานหรือช่างของผู้รับจ้างไม่ เหมาะสมที่จะปฏิบัติงาน กล่าวคือ ไม่มีฝีมือและความชำนาญพอเพียงที่จะทำงานนี้ ให้ผู้รับจ้างเปลี่ยนผู้ ควบคุมงานหรือช่างภายใน 7 วัน นับจากวันที่รับทราบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุแล้ว โดยไม่นำมาถือ เป็นข้ออ้างในการต่ออายุสัญญา 7.4.9 ในการดำเนินการก่อสร้างหรือปรับปรุงต้องไม่กีดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และ จะต้องควบคุมคนงานของผู้รับจ้างไม่ให้พลุกพล่าน ล้ำเข้าไปในเขตห้ามต่างๆ ของ ทอท. เป็นอันขาด 7.4.10 การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างหากทำให้อาคารหรือสิ่งก่อสร้างหรืออุปกรณ์ข้างเคียงเกิด ความเสียหาย ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และต้องรับผิดชอบแก้ไขให้แล้วเสร็จ เหมือนเดิมโดยเร็ว โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดและไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใด ๆ จาก ทอท. 7.4.11 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในความผิดพลาดเสียหายต่าง ๆ ที่อาจเกิดแก่งานและบุคคลใน ระหว่างการปฏิบัติงานจนกระทั่งหมดพันธะแห่งสัญญาด้วยการชดใช้ค่าเสียหาย ซ่อมแซม หรือรื้อถอนทำให้ ตามควรแก่กรณีที่ ทอท. เห็นสมควร 7.4.12 วัสดุและอุปกรณ์ของเดิมที่ผู้รับจ้างรื้อถอนออก ผู้รับจ้างต้องรื้อด้วยความระมัดระวังให้ อยู่ในสภาพดีและนำส่ง ทอท. พร้อมจัดทำรายการวัสดุและอุปกรณ์ที่ส่งคืนด้วย 7.4.13 ผู้รับจ้างจะต้องกั้นขอบเขตที่ทำการก่อสร้าง พร้อมทั้งจัดหามาตรการป้องกันฝุ่นละออง ไม่ให้มีผลกระทบกับพื้นที่ใกล้เคียง และขอให้ติดป้ายบริเวณที่ทำการก่อสร้างตามรูปแบบที่แนบมาแสดง ณ สถานที่ก่อสร้างให้เห็นชัดเจนโดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ 7.4.14 ผู้รับจ้างต้องทำบัญชีผลงานที่ดำเนินการแล้วเสร็จทุก 30 วัน และรายงานผลการ ดำเนินงานที่เสร็จแล้วเปรียบเทียบกับแผนการดำเนินการ แล้วสรุปผลการดำเนินการดังกล่าว ข้าหรือเร็วกว่า แผนการดำเนินการ 7.5 เงื่อนไขในการปฏิบัติงานในพื้นที่เขตปฏิบัติการเขตการบิน 7.5.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้างและบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเป็นเขต ปฏิบัติการเขตการบิน (Airside) อย่างเพียงพอ โดยที่ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง ไม่เป็นอุปสรรคหรือขัดขวางต่อการดำเนินงานของผู้ว่าจ้าง 7.5.2 ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติงานอยู่เฉพาะในขอบเขตพื้นที่ ๆ ผู้ว่าจ้างกำหนดให้เท่านั้นไม่ล่วงล้ำเข้าไป ในเขตพื้นที่ใช้งานของอากาศยาน หรือพื้นที่ซึ่งรบกวนการทำงานของระบบเครื่องช่วยในการเดินอากาศ ตลอดเวลา 7.5.3 ในเขตพื้นที่ก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องเผื่อช่องทางสำหรับรถดับเพลิงและกู้ภัย สามารถใช้ได้ 7.5.4 ให้... 27 7.5.4 ให้ผู้รับจ้างติดตั้ง Barricade แสดงแนวขอบเขตพื้นที่ก่อสร้าง พร้อมทั้งติดตั้งสัญญาณไฟไว้ บน Barricade ไฟสัญญาณใช้สีแดงหรือสีที่ผู้ควบคุมงานกำหนด ซึ่งมีความเข้มแห่งการส่องสว่างเหมาะสม สามารถมองเห็นและแยกแยะพื้นที่ได้อย่างชัดเจน 7.5.5 การเข้าออกสถานที่ก่อสร้างให้ใช้เฉพาะช่องทางที่ผู้ว่าจ้างกำหนดให้เท่านั้น 7.5.6 ห้ามทำการสูบบุหรี่ในเขต Airside โดยเด็ดขาด 7.5.7 ในกรณีที่จำเป็นต้องจัดให้มีสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายพิเศษอื่นใดเพื่ออำนวยความ ปลอดภัยในบริเวณพื้นที่ก่อสร้างหรือต่อเนื่องกับพื้นที่ก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมาย พิเศษนั้นตามที่เจ้าหน้าที่ควบคุมงานเห็นสมควรโดยค่าใช้จ่ายเป็นของผู้รับจ้างทั้งสิ้น 7.6 วัสดุ อุปกรณ์ที่จะนำมาใช้งาน ก่อนที่ผู้รับจ้างจะนำวัสดุอุปกรณ์ใด ๆ มาใช้ในงานก่อสร้างนี้ ผู้รับจ้างต้องส่งรายละเอียดหรือ แคตตาล็อควัสดุ อุปกรณ์นั้น ๆ มาให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นชอบก่อนใช้งาน 7.7 การทำความสะอาดสถานที่ ให้ผู้รับจ้างรักษาความสะอาดบริเวณพื้นที่ที่ก่อสร้างและบริเวณข้างเคียงให้สะอาด ตลอดเวลา ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง และก่อนส่งมอบงานให้ผู้รับจ้างทำความสะอาดบริเวณพื้นที่ที่ก่อสร้างรวมทั้งวัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งหมดให้เรียบร้อย ให้ ทอท. ใช้งานได้ทันทีหลังจากตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว 8. การทดสอบ 8.1 ผู้รับจ้างจะต้องทดสอบการทำงานของอุปกรณ์ พร้อมอุปกรณ์ประกอบติดตั้งอื่น ๆ เพื่อให้มั่นใจ ว่าสามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ โดยส่งแผนการทดสอบและแบบฟอร์มการทดสอบ เพื่อเสนอ ขออนุมัติจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนการทดสอบ ในส่วนของเครื่องสูบน้ำต้องตรวจสอบสมรรถนะ และขีดความสามารถการใช้งาน และต้องเป็นไปตามมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ในวันส่งมอบ รายละเอียดการ ทดสอบไม่น้อยกว่าที่กำหนดดังนี้ 8.1.1 ทดสอบการทำงานของมอเตอร์ แรงดันไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า อุณหภูมิขณะใช้งาน 8.1.2 ทดสอบฟังก์ชั่นการทำงานของเครื่องสูบน้ำ 8.2 การทดสอบระบบท่อ 8.2.1 ผู้รับจ้างต้องจัดทำตารางแผนงานการทดสอบ เอกสารแสดงวิธีการทดสอบ แบบฟอร์มการ ทดสอบเสนอขออนุมัติต่อผู้ควบคุมงาน ก่อนการดำเนินการทดสอบ 28 8.2.2 วิธีการทดสอบที่ผู้รับจ้างเสนอและปฏิบัติ ต้องเป็นวิธีที่มีมาตรฐาน ถูกต้องตามหลักวิชาการ และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ 8.2.3 อุปกรณ์และเครื่องมือที่จะนำมาใช้ในการทดสอบ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดหามาทั้งหมด และจะต้องเป็นอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการทดสอบวัสดุอุปกรณ์และระบบ ให้เป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้างเองทั้งสิ้น 8.2.4 การทดสอบท่อ รวมทั้งอุปกรณ์ ประตูน้ำที่ติดตั้ง จะต้องปฏิบัติตามรายละเอียดที่กำหนดไว้ ในมาตรฐาน SFS 315: E “Plastic Pipes Water Tightness Test for Pressure Pipelines” หรือตาม ขั้นตอนของการปฏิบัติมาตรฐานงานวางท่อทั่วไป ของ กปภ.02-2558 หรือตามขั้นตอนตามที่ผู้ว่าจ้างให้ความ เห็นชอบ 8.2.5 การทดสอบระบบท่อ แบ่งเป็น 2 แบบ ดังนี้ 1.) การทดสอบการรั่วซึม (Leakage Test) ให้ดำเนินการเป็นช่วง ๆ เมื่อวางท่อพร้อมติดตั้ง อุปกรณ์ต่างๆ แล้วเสร็จ ตามลักษณะงานและความเหมาะสมทางเทคนิค ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือทดสอบ ทำการทดสอบตามมาตรฐานต่อหน้าผู้ควบคุมงานก่อนที่จะปิดช่องท่อ เมื่อทดสอบแล้วผู้ รับจ้างต้องทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ ให้เรียบร้อย แล้วทำการกลบทรายหยาบบดอัดแน่น และซ่อมถนน หรือพื้นดินตามลักษณะงาน 2.) การทดสอบความดันน้ำในเส้นท่อ (Pressure Test) ให้ดำเนินการเมื่อวางท่อครบตาม ระยะทางที่กำหนด เมื่อทำการกลบดินและซ่อมแซมพื้นผิวเรียบร้อยแล้ว โดยให้ทดสอบกับความดันน้ำตาม มาตรฐานของงานวางท่อทั่วไป ของ กปภ.02-2558 8.2.6 การทดสอบ และปรับแต่งระบบภายหลังการติดตั้งเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ จะต้องเป็นไป ตามหลักวิชาการและมาตรฐานสากล โดยผู้รับจ้างจะต้องเดินเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพใช้ งานได้เต็มที่เป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมงติดต่อกันหากมีจุดบกพร่องต้องแก้ไขจนเป็นที่พอใจของผู้ว่าจ้าง 8.2.7 การส่งผลการทดสอบที่ดำเนินการเป็นช่วงๆ ผู้รับจ้างจะต้องเก็บรักษาผลการทดสอบ ทั้งหมดไว้ และจะต้องส่งสำเนาผลการทดสอบให้แก่ผู้ควบคุมงานก่อสร้างทุกครั้ง เมื่อการทดสอบดำเนินการ เสร็จสมบูรณ์ และผ่านการทดสอบเรียบร้อยแล้ว ก่อนส่งมอบงานแต่ละงวด การส่งผลการทดสอบเมื่อระบบ ท่อติดตั้งสมบูรณ์ทั้งระบบแล้ว ผู้รับจ้างต้องส่งผลการทดสอบทั้งหมด (ทั้งการทดสอบเป็นช่วงๆ และการ ทดสอบทั้งระบบ) ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาอนุมัติก่อนการส่งมอบงานงวดสุดท้ายภายใน 5 วัน ทำการ 8.2.8 ผู้รับ... 29 8.2.8 ผู้รับจ้างต้องทำความสะอาดระบบต่าง ๆ ให้เรียบร้อย และจัดทำป้ายชื่อที่เป็นตัวหนังสือ และเครื่องหมายต่าง ๆ และลูกศรตามมาตรฐานความปลอดภัยและการบำรุงรักษา 8.2.9 การทดสอบความดันน้ำในเส้นท่อ น้ำที่ใช้ในการทดสอบผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 8.3 หากพบว่ามีความผิดพลาด ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ผู้ขายต้องทำการแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนส่ง มอบ โดยผู้ขายเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการทดสอบ และสาธิตทั้งหมด 9. การฝึกอบรม ผู้รับจ้างต้องฝึกอบรมการใช้งาน การซ่อมบำรุง และการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นของระบบและอุปกรณ์ที่ ติดตั้งใหม่ทั้งหมด ให้แก่พนักงานของ ทอท. ที่เกี่ยวข้อง โดยมีเอกสารประกอบการฝึกอบรมอย่างครบถ้วน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 วันทำการ จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน โดย ทอท. จะเป็นผู้แจ้งรายชื่อผู้ใช้งานหลัก ดังกล่าว ทั้งนี้ผู้ขายจะต้องเสนอแผนการฝึกอบรม ให้กับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาก่อนการ ฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ โดยผู้ขายต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการฝึกอบรมทั้งหมด 10. หนังสือคู่มือหรือเอกสารที่ต้องส่งมอบในวันส่งมอบสิ่งของตามสัญญา 10.1 เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตั้งแต่เริ่มจนแล้วเสร็จโครงการ เอกสารอย่างน้อย ประกอบด้วย 10.1.1 หนังสือแสดงเอกสารนำเข้าสินค้า (Invoice) 10.1.2 ใบรับรองแหล่งที่ผลิตจากโรงงานผู้ผลิตกรณีนำเข้าจากต่างประเทศ 10.1.3 แคตตาล็อคหรือหนังสือคู่มือรายการสินค้าที่แสดงคุณสมบัติของพัสดุที่ส่งมอบ 10.1.4 แผนการดำเนินงานพร้อมระยะเวลาในการดำเนินงาน 10.1.5 ผลการทดสอบการทำงานของอุปกรณ์ 10.2 รายงานผลการทดสอบการทำงานของอุปกรณ์ตามข้อ 8 10.3 แบบการติดตั้งจริง (AS-BUILT DRAWING) ในรูปแบบ AUTOCAD บันทึกใน USB-Drive จำนวน 1 ชุด และพิมพ์ด้วยกระดาษ จำนวน 3 ชุด โดยจะต้องมีวิศวกรสาขาที่เกี่ยวข้องของผู้ขายลงนาม รับรอง 10.4 เอกสาร... 30 10.4 เอกสารคู่มือการใช้งานเครื่องสูบน้ำ (Operating Manual) การซ่อมบำรุงรักษา (Service Manual) ฉบับภาษาอังกฤษหรือฉบับภาษาไทย ซึ่งแสดงรายละเอียดของอุปกรณ์ต่างๆ การแก้ปัญหา ข้อขัดข้อง (Trouble Shooting) ชิ้นส่วนอะไหล่ (Parts Catalog) วงจรไฟฟ้า (Schematic Diagram) ขั้นตอน ในการปรับแต่ง (Adjustment) และแผนการบำรุงรักษาตามกำหนดระยะเวลาที่ผู้ผลิตแนะนำ (Recommended Maintenance Schedule/Plan) โดยต้องระบุรายการการบำรุงรักษาอุปกรณ์ทั้งหมด (ตรวจ,เปลี่ยน,ทำความสะอาด หรือแก้ไข) จำนวน 5 ชุด พร้อมทั้งบันทึกใน USB-Drive จำนวน 1 ชุด 10.5 บัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์ในรูปแบบ excel file ส่งเป็นเอกสารต้นฉบับ 1 ชุด และจัดทำใน รูปแบบ Thumb drive จำนวน 1 ชุด 11. การจ่ายเงินค่าจ้าง ทอท. จะจ่ายเงินค่าจ้างตามสัญญาให้แก่ผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินงานตามสัญญาแล้วเสร็จทั้งหมด พร้อมทั้งผู้รับจ้างต้องส่งข้อมูลครุภัณฑ์ตามแบบที่แนบ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. ได้ตรวจรับ งานไว้เรียบร้อยแล้ว 12. กำหนดงานแล้วเสร็จ ผู้รับจ้างต้องทำงานตามสัญญาให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา 13. อัตราค่าปรับ หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนดในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับ ให้แก่ ทอท. เป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.1 (ศูนย์จุดหนึ่ง) ของราคาค่าจ้างตามสัญญา แต่ต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100.- บาท (หนึ่งร้อยบาทถ้วน) 14. การรับประกัน 14.1 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในความชำรุดบกพร่องหรือความเสียหายของงานจ้างนี้ เป็นเวลา 365 วัน นับถัดจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานไว้เรียบร้อยแล้ว 14.2 ผู้รับจ้างต้องส่งช่างเข้าให้บริการบำรุงรักษาทุก 3 เดือน หลังการส่งมอบงาน พร้อมส่งรายงาน ผลการตรวจเช็ค ข้อเสนอแนะแก่ ทอท. 14.3 ในช่วง... 31 ต่างๆ แล้ว 14.3 ในช่วงเวลารับประกัน ผู้รับจ้างจะต้องเตรียมการในการสำรองวัสดุและอุปกรณ์ในการติดตั้ง รวมถึงบุคลากรสำหรับการซ่อมแซมงานภายในระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน หลังจากได้รับแจ้งจาก ทอท. 14.4 หากผู้รับจ้างเพิกเฉยหรือไม่ดำเนินการซ่อมแซมให้สามารถใช้งานได้โดยเร็วแล้ว ทอท.สงวนสิทธิ์ ในการดำเนินการเอง โดยคิดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมดจากผู้รับจ้าง 15. คุณสมบัติผู้เสนอราคา 15.1 ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ซึ่งจดทะเบียนในประเทศในรูปแบบบริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด 15.2 ผู้เสนอราคาต้องได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในการจำหน่ายเครื่องสูบน้ำ ยี่ห้อที่เสนอราคาจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือเป็นผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งให้มีสิทธิจำหน่ายจากตัวแทน จำหน่ายในประเทศ 15.3 ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานติดตั้งระบบท่อน้ำประปา/ท่อจ่ายน้ำ/ท่อน้ำใช้ หรืองานปรับปรุงระบบ ท่อน้ำประปา/ท่อจ่ายน้ำ/ท่อน้ำใช้ ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000.- บาท (หนึ่งล้าน บาทถ้วน) นับย้อนหลังจากวันยื่นซองไม่เกิน 5 ปี และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงาน เอกชนที่ ทอท. เชื่อถือ 16. เงื่อนไขที่ผู้เสนอราคาต้องปฏิบัติในการเสนอราคา ผู้เสนอราคาต้องจัดส่งรายละเอียด ดังต่อไปนี้ 16.1 คุณสมบัติผู้เสนอราคา ประกอบด้วย 16.1.1 ผู้เสนอราคาต้องส่งเอกสารการได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการใน การจำหน่ายเครื่องสูบน้ำยี่ห้อที่เสนอราคาจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือเป็นผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งให้มีสิทธิ จำหน่ายจากตัวแทนจำหน่ายในประเทศมาให้ ทอท. พิจารณา 12 16.1.2 ผู้... 32 16.1.2 ผู้เสนอราคาต้องส่งหนังสือรับรองผลงานติดตั้งระบบท่อน้ำประปา/ท่อจ่ายน้ำ/ท่อน้ำ ใช้ หรืองานปรับปรุงระบบท่อน้ำประปา/ท่อจ่ายน้ำ/ท่อน้ำใช้ ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000.-บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) นับย้อนหลังจากวันยื่นซองไม่เกิน 5 ปี และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับ หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ ทอท. เชื่อถือ กรณีที่ผลงานที่ผู้เสนอราคานำมาแสดงเป็นผลงานที่ ออกโดยหน่วยงานเอกชนผู้รับรองต้องเป็นผู้มีอำนาจของหน่วยงานเอกชนนั้น โดยต้องสำเนาสัญญาและสำเนา หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือสำเนาใบเสร็จรับเงินหรือสำเนาใบกำกับภาษีของสัญญาที่เสนอมา เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย พร้อมกับการยื่นเอกสารในระบบอิเล็กทรอนิกส์ 16.2 ข้อเสนอด้านเทคนิค ประกอบด้วย 16.2.1 ผู้เสนอราคาต้องแนบแคตตาล็อกของชุดเครื่องสูบจ่ายน้ำประปามาให้พิจารณาด้วยซึ่ง จะต้องแสดงคุณสมบัติตาม ข้อ 2.3, 2.5, 2.6 และ 4.1 โดย ทอท.จะพิจารณาคุณสมบัติเฉพาะ (Specification) ที่ปรากฏในแคตตาล็อกหรือหนังสือคู่มือเท่านั้น กรณีคุณลักษณะเฉพาะ ที่ ทอท. ต้องการไม่ ปรากฏตามแคตตาล็อกหรือหนังสือคู่มือ ผู้เสนอราคาต้องแนบใบรับรองจากผู้ผลิต (Manufacture's Certificate) ยืนยันคุณสมบัติเฉพาะที่ขาดไปแต่ละข้อเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมลายเซ็นของผู้มีอำนาจว่า ผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดตรง ในกรณีการรับรองคุณสมบัติมีข้อมูลขัดแย้งกับคุณสมบัติที่กำหนดไว้ในแคตตาล็ อกหรือหนังสือคู่มือ และไม่มีข้อชี้แจงที่มีเหตุผลเพียงพอถึงเหตุแห่งความขัดแย้งนั้น ทอท. จะถือตามแคตตาล็ อกหรือหนังสือคู่มือ 16.2.2 ในกรณีแคตตาล็อกชุดเครื่องสูบจ่ายน้ำมีหลายรุ่น และ/หรือ Option ผู้เสนอราคาต้อง ระบุให้ชัดเจนโดยพิมพ์เป็นรายงานว่าจะส่งมอบรุ่น และ/หรือ Option ใด 16.2.3 ผู้เสนอราคาต้องทำตารางเปรียบเทียบรายละเอียด ระหว่างชุดเครื่องสูบจ่ายน้ำที่เสนอ กับรายละเอียดที่กำหนดไว้ของ ทอท. ว่าตรงกันหรือไม่เพื่อประกอบการพิจารณา 17. นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท. 17.1 คู่ค้าต้องสนับสนุนนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นของ ทอท. ที่กำหนดให้บุคลากรทุกคนของ ทอท. ต้อง ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมและต้องปฏิบัติตามนโยบาย ต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท. อย่างเคร่งครัด 17.2 ห้ามมิ... 33 17.2 ห้ามมิให้ผู้เสนอราคาหรือคู่ค้าให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด รวมถึงจ่ายค่าบริการ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่หรือส่งผลกระทบต่อการ ต้อนรับและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ดำเนินงานของบริษัทให้แก่บุคลากรของ ทอท. 18. นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งต้องปฏิบัติตามประกาศ ทอท. เรื่อง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy) และแนวปฏิบัติสำหรับการ ดำเนินการของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.ที่กำหนดไว้ตลอดจนคำสั่ง ประกาศ หรือเอกสารอื่น ๆ ที่ เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ออกโดย ทอท. ซึ่ง ทอท.จะได้แจ้งให้ทราบต่อไปอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ผู้รับจ้างสามารถศึกษารายละเอียดของประกาศและแนวปฏิบัติฯดังกล่าวได้ที่ http://www.airportthai.co.th >เกี่ยวกับ ทอท.>กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ ทอท.>ประกาศ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เรื่อง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy) 19. การดำเนินการตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. คู่ค้าต้องลงนามรับทราบในเอกสารแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct) ตามรายละเอียดแนบท้าย พร้อมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. มีการดำเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลอาชีวอนามัย และคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกจ้าง รวมถึงการดำเนินงานที่อันซึ่งจะส่งผลกระทบถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อม ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องผ่านการกำกับดูแลกิจการ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (ผนวก ก.) 20. เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคา ทอท. พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคารวมทั้งสิ้น ผู้ออกข้อกำหนดรายละเอียด (น.ส.กานต์ศุภณัฐ์ สุวรรณนิคม) วกส.5 สสอ.ฝบร.ทชม. ตารางการจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประทศ โครงการ. รายการพัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในโครงการ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศ ภาคผนวก 1 ลำาดับ รายการ หน่วย ปริมาณ ราคาต่อหน่วย เป็นเงิน (บาท) (บาท) พัสดุ พัสดุ ในประเทศ ต่างประเทศ 1 2 3 4 5 รวม อัตรา (ร้อยละ) XXX XXX XXX 100 70 30 ลงชื่อ (................... ..) (คู่สัญญาฝ่ายผู้รับจ้าง) ภาพประกอบของป้ายโฆษณาหรือเอกสารในหัวข้อ "ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง" ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) แสดงภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง เช่น ช่างก่อสร้าง คนงาน และเครื่องจักรกลต่างๆ มีสีน้ำเงิน สีเทา และสีขาวเป็นหลัก ภาพมีลักษณะเป็นภาพถ่ายหรือภาพประกอบแบบขาวดำ มีตารางหรือรายละเอียดข้อความเกี่ยวกับการจัดทำแผนการใช้พัสดุ และ QR Code สำหรับการดาวน์โหลดเอกสาร ภาพกราฟิกมีลวดลายและข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) และมีรายละเอียดการดาวน์โหลดข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงาน สำหรับผู้รับจ้าง มีการระบุปีงบประมาณ 2566 และหมายเลขปรับปรุง Rev.02 AOT บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) Airports of Thailand Public Company Limited ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงาน สำหรับผู้รับจ้าง ดาวน์โหลดข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัยในการทำงาน สำหรับผู้รับจ้าง ฝ่ายความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย ปรับปรุงครั้งที่ 2 ปีงบประมาณ 2566 (ม.ค.66) Rev.02 AOT ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงาน สำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 ปีงบประมาณ 2566 จัดทำโดย ฝ่ายความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย (ฝปอ.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) รับรองโดย นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ 10 มกราคม 2566 ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -ก- คำนำ ตามกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคล เพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ.2565 หมวดที่ 3 หน่วยงานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ข้อ 40(3) ที่กำหนดให้หน่วยงานความปลอดภัยจัดทำคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบการ เพื่อใช้กำกับดูแลการดำเนินงาน ภายในสถานประกอบกิจการให้เป็นไปตามกฎหมาย ฝ่ายความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย (ฝปอ.) ได้จัดทำข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัย ในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 เพื่อกำกับควบคุมการปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงของผู้รับจ้าง ที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ ทอท. ได้ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานและปฏิบัติ ให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ฝ่ายความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย ม.ค.66 ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) สารบัญ -ข- เรื่อง หน้า 1. วัตถุประสงค์ 1 2. ขอบเขต 1 3. นิยาม 2 4. อ้างอิง 3 5. การควบคุมการปฏิบัติ 5.1 ข้อกำหนดทั่วไปสำหรับผู้รับจ้างทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติ 8 5.2 ข้อกำหนดเฉพาะงาน 9 5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ (เอกสารแนบ 1) 13 5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ (เอกสารแนบ 2) 13 5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป (เอกสารแนบ 3) 15 5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า (เอกสารแนบ 4) 15 5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคน ขึ้นทำงานบนที่สูงและเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบำรุง (เอกสารแนบ 5) 17 5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ (เอกสารแนบ 6) 22 5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย (เอกสารแนบ 7) 26 5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ำ (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร (เอกสารแนบ 8) 27 5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกำเนิดรังสีเอกซเรย์ (เอกสารแนบ 9) 28 5.2.10 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานก่อสร้างอื่น ๆ ให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎกระทรวง กำหนด มาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ.2564 และกฎหมายความปลอดภัยฯ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง 1. วัตถุประสงค์ (Purpose) -1- ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้างฉบับนี้ ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อควบคุม การปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยง จัดทำขึ้นสำหรับให้ผู้รับจ้างชั้นต้นและผู้รับจ้างช่วงที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ ทอท. ได้ใช้ เป็นแนวทางในการดำเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานและปฏิบัติได้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีรายละเอียดที่สำคัญคือ การปฏิบัติด้านความปลอดภัยในการทำงานของงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่าง ๆ และเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย ข้อห้าม และข้อแนะนำในการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย รวมถึงการรายงานการเกิดอุบัติเหตุ ของผู้รับจ้างเพื่อให้ ทอท. ได้ทราบ 2. ขอบเขต (Scope) 2.1 ข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ใช้กับผู้รับจ้างที่เข้ามาปฏิบัติงานกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดความปลอดภัยและควบคุมการเกิดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมในการปฏิบัติงาน ดังนั้น ผู้รับจ้างต้องศึกษาและทำความเข้าใจ รวมถึงต้องปฏิบัติงานตามข้อกำหนดต่าง ๆ ในเอกสารชุดนี้อย่างเคร่งครัด 2.2 ประเภทผู้รับจ้างตามข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ แบ่งเป็น 4 ประเภทคือ 2.2.1 ผู้รับจ้างทั่วไปที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ได้แก่ (1) งานจ้างเหมาแรงงานเพื่องานด้านเอกสาร (Outsource) (2) งานทำความสะอาดที่ไม่เป็นการทำงานบนที่สูง (3) งานอื่น ๆ ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. และเป็นงานที่ไม่เข้าข่ายตามข้อ 2.2.2 2.2.2 ผู้รับจ้างงานความเสี่ยงสูงที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ได้แก่ (1) งานก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบำรุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร สนามบิน อุโมงค์ สะพาน ท่อระบายน้ำ โทรศัพท์ ไฟฟ้า ก๊าซ ประปา หรือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ รวมทั้งการเตรียมการหรือการวางรากฐานของการก่อสร้าง (2) งานขนส่งคนโดยสารหรือสินค้า รวมทั้งการบรรทุกขนถ่ายสินค้า (3) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ (4) การปฏิบัติงานในที่อับอากาศ (5) การปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป (6) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า (7) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง และเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบำรุงเครื่องจักร (8) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ (9) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย (10) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ำ (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร (11) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกำเนิดรังสี บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 90 เมตร) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -2- (12) งานที่มีความเสี่ยงอื่น ๆ ตามที่ ทอท. กำหนดในภายหลัง (ถ้ามี) ซึ่งผู้รับจ้างที่มีงานเกี่ยวข้องกับลำดับที่ (1) – (12) ตามข้อ 2.2.2 นี้ ต้องปฏิบัติเพิ่มเติมตามเอกสารแนบที่เกี่ยวข้องกับงาน ท้ายข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้หรือเอกสารอื่น ๆ ที่ ทอท. ได้กำหนดเพิ่มเติมในแต่ละพื้นที่ 2.2.3 ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้แก่ ผู้รับจ้างที่เข้ามาก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบำรุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนสิ่งต่าง ๆ ภายในพื้นที่เช่าของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ซึ่งผู้รับจ้างประเภทนี้ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ในข้อ 5.1.19 และปฏิบัติตามหลักความปลอดภัยฯ ที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้กำหนดไว้ กรณีที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ยังไม่ได้กำหนดไว้ ให้ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ถือปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ที่เกี่ยวข้องควบคู่กับข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ 2.2.4 ผู้รับจ้างหรือผู้ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงในข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของ ฝปอ., ฝมอ. หรือ สมอ. ในแต่ละพื้นที่ของ ทอท. เป็นผู้กำหนดเพิ่มเติม 3. นิยาม (Definition) 3.1 ทอท. หมายถึง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 3.2 ฝปอ. หมายถึง ฝ่ายความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 3.3 ฝมอ. หมายถึง ฝ่ายมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย ของแต่ละท่าอากาศยานที่ ทอท. กำกับดูแล 3.4 สมอ. หมายถึง ส่วนมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย ของแต่ละท่าอากาศยานที่ ทอท. กำกับดูแล 3.5 จป. ย่อมาจาก เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน หมายถึง เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด 3.6 ผู้รับจ้าง หมายถึง ผู้รับจ้าง (Contractor), ผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor), งานจ้างเหมาแรงงานเพื่องานด้านเอกสาร (Outsource), ผู้รับเหมา, ผู้ขาย, ผู้ให้บริการจากภายนอก, หน่วยงานหรือบุคคลอื่นๆ ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ตามสัญญาจ้าง หรือเข้ามาทำกิจกรรมใดๆ หรือเข้ามาใช้ประโยชน์ใดๆ ในพื้นที่ของ ทอท. ยกเว้นผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ซึ่งไม่เข้าข่ายตามนิยาม ข้อ 3.6 นี้ 3.7 ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. หมายถึง กลุ่มลูกค้าของ ทอท., ผู้ประกอบการ/สายการบินที่มีการเช่าพื้นที่ของ ทอท. 3.8 ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. หมายถึง ผู้รับจ้างที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ว่าจ้างมาเพื่อดำเนินการต่าง ๆ ให้ เช่น การปรับปรุงพื้นที่ภายในบริเวณพื้นที่เช่า เป็นต้น 3.9 PPE ย่อมาจาก Personal Protective Equipment หมายถึง อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ซึ่งใช้สำหรับสวมใส่ขณะปฏิบัติงานตามกฎหมายและตามการประเมินความเสี่ยงของงานซึ่งได้กำหนดไว้ 3.10 JSA ย่อมาจาก Job Safety Analysis หมายถึง การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย 4. อ้างอิง (Reference) 4.1 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 4.2 กฎกระทรวงภายใต้พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 4.3 กฎกระทรวงภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความปลอดภัยฯ 4.4 กฎหมายและมาตรฐานอื่น ๆ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน 4.5 มาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เช่น ISO 45001, NIOSH, OSHA, ACGIH ฯลฯ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -3- 5. การควบคุมการปฏิบัติ 5.1 ข้อกำหนดทั่วไปสำหรับผู้รับจ้างทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติ - ผู้รับจ้างทุกประเภทที่เข้ามาปฏิบัติงานให้กับ ทอท. จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบความปลอดภัยที่ ทอท. ได้กำหนดไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ โดยถือเป็นข้อกำหนด ขั้นพื้นฐานของการปฏิบัติงานให้เกิดความปลอดภัย หากการปฏิบัติใดที่ ทอท. ไม่ได้ระบุไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตาม “กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ” เป็นระเบียบปฏิบัติขั้นพื้นฐาน ในกรณีที่ข้อกำหนดใดถูกกำหนดไว้ทั้ง ในส่วนของ “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง” และ “กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน” ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามข้อบังคับหรือข้อกำหนดที่ดีกว่าเพื่อการปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง หากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ข้อกำหนดดังกล่าว จะถูกลงโทษตามกฎระเบียบต่อไป 5.1.2 ผู้รับจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปที่เข้ามาปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ต้องจัดให้มีระบบการจัดการ ด้านความปลอดภัยในการทำงานตามที่ได้กำหนดไว้ใน กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับระบบการจัดการ ด้านความปลอดภัย พ.ศ.2565 ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย (1) นโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (2) การจัดการองค์กรด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (3) แผนงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานและการนำไปปฏิบัติ (4) การประเมินผลและทบทวนการจัดการด้านความปลอดภัย (5) การปรับปรุงและพัฒนาระบบการจัดการด้านความปลอดภัย 5.1.3 ให้ผู้รับจ้างดำเนินการให้เป็นไปตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงาน ตามข้อ 5.1.2 และให้ผู้รับจ้างมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ (1) ควบคุมดูแลการดำเนินงานตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงาน (2) ส่งเสริมให้ลูกจ้างทุกคนมีส่วนร่วมในการดำเนินการตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงาน (3) ให้ผู้รับจ้างจัดทำเอกสารเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงานตามข้อ 5.1.2 เก็บไว้ในสถานประกอบกิจการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีนับจากวันที่จัดทำหรือจนกว่างานจะแล้วเสร็จในโครงการนั้น ๆ และพร้อมที่จะได้รับการตรวจสอบจากพนักงานตรวจแรงงานหรือจาก ทอท. ได้ทุกเมื่อ โดยเอกสารฯ จะจัดทำในรูปแบบ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วยก็ได้ (4) ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัย หมายเหตุ : กรณีที่ผู้รับจ้างได้จัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มาตรฐานขององค์การมาตรฐานสากล (International Standardization for Organization: ISO) มาตรฐานของ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) มาตรฐานของสถาบันมาตรฐาน สหราชอาณาจักร (British Standards Institution : BSI) มาตรฐานของสำนักงานบริหารความปลอดภัยและ อาชีวอนามัยแห่งชาติ (Occupational Safety and Health Administration : OSHA) มาตรฐานของสถาบัน ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -4- มาตรฐานแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา (American National Standards Institute : ANSI) มาตรฐานของประเทศ ออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์ (Australia Standards/New Zealand Standards: AS/NZS) มาตรฐานของ สมาพันธ์การกำหนดมาตรฐานของประเทศแคนาดา (Canadian Standards Association: CSA) หรือมาตรฐานอื่นที่ เทียบเท่าตามที่กฎหมายกำหนด ให้ถือว่าได้จัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามข้อกำหนด 5.1.2 นี้แล้ว 5.1.4 ลูกจ้างของผู้รับจ้างต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยฯ จากหน่วยงานด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. หรือผู้ที่ ทอท. ได้มอบหมายให้ดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ แทน ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน สำหรับงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีระบบควบคุม มีวิธีการทำงานที่ได้มาตรฐาน ไม่ส่งผลกระทบต่อ พื้นที่ใกล้เคียงโดยตรงหรือเป็นพื้นที่ที่ถูกกำหนดให้เป็นเขตก่อสร้างที่มีรั้วรอบขอบชิด เป็นเสมือนพื้นที่หนึ่งที่มีการ บริหารจัดการภายในโดยผู้รับจ้างเอง การจัดฝึกอบรมด้านความปลอดภัยฯ ผู้รับจ้างสามารถดำเนินการอบรม ด้านความปลอดภัยในการทำงานให้กับพนักงานของตนเองได้ แต่ต้องได้รับการเห็นชอบจาก ทอท. ที่ทำหน้าที่กำกับดูแล งานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานก่อน (ฝปอ. ฝมอ. หรือ สมอ.) จึงจะสามารถดำเนินการ ฝึกอบรมได้ และให้ส่งผลการอบรมให้กับ ทอท. ได้รับทราบ 5.1.5 กรณีผู้รับจ้าง (Contractor) ได้ว่าจ้างผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ให้ดำเนินการใด ๆ แทน ไม่ว่าจะดำเนินการบางส่วนหรือดำเนินการแทนทั้งหมดนั้น ผู้รับจ้าง (Contractor) ต้องกำกับควบคุมการปฏิบัติงาน ของผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ทั้งหมดให้เป็นไปตาม “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงาน สำหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ เสมือนว่าผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ที่ได้ว่าจ้างมาเป็นพนักงานของผู้รับจ้างเอง 5.1.6 ก่อนการปฏิบัติงานในแต่ละงาน ผู้รับจ้างจะต้องมีการชี้บ่งอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยง ที่อาจได้รับในการปฏิบัติงาน โดยใช้ JSA หรือแบบประเมินอันตรายอื่น ๆ ที่ ทอท. ให้การยอมรับและส่ง JSA หรือแบบ ประเมินอันตรายนั้น ๆ ให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยของ ทอท. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการแทนด้านความปลอดภัย เพื่อพิจารณาก่อนเริ่มงานหรือโครงการ และให้นำมาตรการที่กำหนดใน JSA หรือแบบประเมินอันตรายนั้น ๆ มาเป็น มาตรการขั้นพื้นฐานในการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยทุกครั้ง และผู้รับจ้างต้องนำมาตรการที่ระบุไว้มาสื่อสารให้กับ ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้รับทราบ ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -5- 5.1.9 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับต่าง ๆ และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ตามที่ กฎหมายด้านความปลอดภัยกำหนด ดังนี้
ประเภทกิจการ คณะกรรมการความ ปลอดภัยฯ (คปอ.) หน่วยงาน ความปลอดภัย จป.บริหาร จป.วิชาชีพ จป.เทคนิคขั้นสูง จป.เทคนิค จป.หัวหน้างาน
2-19 คน
20-49 คน
50-99 คน
100-199 คน
200 คนขึ้นไป
หมายเหตุ 1. ✓ หมายถึง กำหนดให้ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบุคลากรและทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด 2. งานอื่น ๆ ซึ่งไม่เข้าข่ายตามประเภทกิจการตามบัญชี 2 และ 3 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ.2565 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างานอย่างน้อย 1 คนทำหน้าที่เป็น ผู้ประสานงานด้านความปลอดภัย
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -6- 5.1.10 ทอท. สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้ตลอดเวลา เพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อม การทำงาน, สำรวจพื้นที่ปฏิบัติงานหรือสำรวจพฤติกรรมการทำงานของผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบถึง สภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไม่ปลอดภัยเพื่อหยุดงานชั่วคราวได้ เมื่อพบว่าการปฏิบัติงานหรือสภาพแวดล้อมในการทำงาน ไม่ปลอดภัย ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการแก้ไขโดยด่วน เพื่อที่จะให้งานกลับมาอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน 5.1.11 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการจัดหา PPE ให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ มีจำนวนเพียงพอ เหมาะสมตามกฎหมายและ ตามความเสี่ยงของประเภทงานที่ได้กำหนดไว้ และ PPE ต้องได้มาตรฐานไม่ต่ำกว่าที่กฎหมายหรือมาตรฐานสากลกำหนด รวมทั้งต้องกำกับควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่ PPE ตลอดระยะเวลาทำงาน 5.1.12 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบความปลอดภัยฯ ของพื้นที่ปฏิบัติงานที่อยู่ในความรับผิดชอบเป็นประจำ 5.1.13 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบการทำงานของพนักงานในความรับผิดชอบของตนเป็นประจำ สม่ำเสมอ หากเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน ให้แจ้งรายงานการเกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ควบคุมงานของ ทอท. และหน่วยงานด้านความ ปลอดภัยของ ทอท. (ฝปอ., ฝมอ. หรือ สมอ.) ทราบทันทีหลังจากเกิดเหตุ เช่น ทางโทรศัพท์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ หรือเอกสาร และร่วมกันสอบสวนอุบัติเหตุโดยด่วน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ลักษณะการเกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายหรือการบาดเจ็บ และวิธีป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำด้วย 5.1.14 ห้ามพนักงานของผู้รับจ้างกระทำผิดกฎระเบียบหรือผิดกฎหมาย เช่น นำอุปกรณ์สำหรับการพนันเข้ามา ในพื้นที่ ทอท. หรือเล่นการพนัน, ลักทรัพย์, ทะเลาะวิวาท, ทำร้ายร่างกาย, ทำลายทรัพย์สินของ ทอท. ผู้มาติดต่อ ลูกค้า ผู้ใช้บริการ หรือของผู้รับจ้างรายอื่น ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎระเบียบและผิดกฎหมายในเขตพื้นที่ของ ทอท. 5.1.15 การตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน (ใบรับรองผลการตรวจสุขภาพหรือใบรับรองแพทย์) ทอท. กำหนดประเภท ใบรับรองแพทย์ออกเป็น 2 ประเภท คือ ใบรับรองแพทย์ทั่วไป เป็นใบรับรองแพทย์ที่ตรวจโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งมีอายุการรับรองไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ และใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ ตามปัจจัยเสี่ยง เป็นใบรับรองแพทย์ที่ตรวจโดยแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง ซึ่งมีอายุ การรับรองไม่เกิน 1 ปีนับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -7- 5.1.16 ห้ามผู้รับจ้างสูบบุหรี่ในพื้นที่ซึ่ง ทอท. กำหนดให้เป็นเขตห้ามสูบบุหรี่ เช่น พื้นที่หวงห้าม พื้นที่เขตการบิน พื้นที่ที่กำหนดว่าห้ามทำให้เกิดความร้อนและประกายไฟ สถานที่เก็บเชื้อเพลิง สารเคมี สารไวไฟ ยกเว้นในบริเวณที่ ทอท. ได้กำหนดให้เป็นเขตสูบบุหรี่ 5.1.17 การเข้า-ออกพื้นที่ของผู้รับจ้างในเขตพื้นที่ ทอท. (พื้นที่ทั่วไป พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เขตก่อสร้าง) (1) การเข้า - ออกเพื่อปฏิบัติงานในพื้นที่ของ ทอท. ผู้รับจ้างต้องใช้ประตูและเส้นทางที่ ทอท. กำหนดให้ (2) ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัย อย่างเคร่งครัด (3) ต้องติดบัตรอนุญาตบุคคลของ ทอท. ไว้ที่เสื้อบริเวณจุดที่มองเห็นได้ง่ายและชัดเจนตลอดเวลา พร้อมให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจสอบได้ตลอดเวลาที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. 5.1.18 การแลกบัตร/การจัดทำบัตรอนุญาตบุคคลและการผ่านเข้าออกของยานพาหนะ ให้ผู้รับจ้างร่วมกับ เจ้าหน้าที่ควบคุมงานของ ทอท. ประสานงานกับหน่วยงานด้านการรักษาความปลอดภัยของแต่ละท่าอากาศยาน เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกฎระเบียบของแต่ละพื้นที่ต่อไป 5.1.19 หลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยสำหรับผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ที่เข้ามาสร้าง ติดตั้ง ต่อเติม รื้อถอนสิ่งต่าง ๆ ภายในพื้นที่ของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ให้ดำเนินการตามที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. กำหนด ซึ่งข้อกำหนดดังกล่าวต้อง สอดคล้องตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ในกรณีผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ยังไม่ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติ ให้ผู้รับจ้างของ ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ที่เกี่ยวข้องควบคู่กับข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ยกเว้น การปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ที่ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่ ทอท. ได้กำหนด ประกอบด้วย (1) การขออนุญาตก่อนเริ่มงาน (work permit) ให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่/ท่าอากาศยานเป็นผู้กำหนด (2) การเข้า-ออกพื้นที่ในเขตพื้นที่ ทอท. (พื้นที่ทั่วไป พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เขตก่อสร้าง) ให้เป็นไปตาม หลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่/ท่าอากาศยานเป็นผู้กำหนด (3) การผ่านเข้า-ออกของยานพาหนะ ให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่/ท่าอากาศยานเป็นผู้กำหนด 5.2 ข้อกำหนดเฉพาะงาน -8- ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ผู้รับจ้างต่าง ๆ ต้องปฏิบัติเพิ่มเติม หากงานที่ผู้รับจ้างเข้ามาดำเนินกิจกรรมในพื้นที่ ทอท. เกี่ยวข้อง กับกิจกรรมตามหัวข้อด้านล่างนี้ โดยผู้รับจ้างสามารถเลือกหัวข้อเพื่อดำเนินการเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ได้แก่ 5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ (เอกสารแนบ 1) 5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ (เอกสารแนบ 2) 5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนสูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป (เอกสารแนบ 3) 5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า (เอกสารแนบ 4) 5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคน ขึ้นทำงานบนที่สูงและเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบำรุง (เอกสารแนบ 5) 5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ (เอกสารแนบ 6) 5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย. (เอกสารแนบ 7) 5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ำ (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร – 90 เมตร) (เอกสารแนบ 8) 5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกำเนิดรังสี (เอกสารแนบ 9) 5.2.10 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง ให้ปฏิบัติตามข้อ 5.2.1 – 5.2.9 เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องควบคู่ กับกฎหมายและมาตรฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ภาพประกอบในเอกสารแนบ 1 นี้แสดงภาพแผนผังของระบบการเชื่อมต่อและการติดตั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานที่มีความร้อนและประกายไฟ. ภาพประกอบแสดงถึงการเชื่อมต่อสายดิน โครงสร้างโลหะ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อม. มีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับขนาดสายดิน และการปฏิบัติตามมาตรฐานของการไฟฟ้าในท้องถิ่น และสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์. สีของภาพประกอบ ส่วนใหญ่เป็นโทนสีเทาเข้มและดำ.

8.1 จัดให้มีการต่อสายดินกับโครงโลหะของเครื่องเชื่อมไฟฟ้าที่ต่อจากอุปกรณการเชื่อม ทั้งนี้ ขนาดของ
สายดิน ต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานของการไฟฟ้าในทองถิ่นนั้น กรณีที่ไม่มีมาตรฐานดังกลาว ใหปฏิบัติตามมาตรฐานของ
สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
8.2 จัดสถานที่ปฏิบัติงานใหมีแสงสว่างและมีการระบายอากาศอยางเหมาะสม
8.3 จัดให้มีการใช้สายดิน สายเชื่อม หัวจับสายดิน และหัวจับลวดเชื่อม ตามขนาดและมาตรฐานที่ผูผลิตกำหนด
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)




ภาพการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟย้อนกลับ (Flashback arrestor) 4 ชิ้นในเครื่องเชื่อมก๊าซแบบต่อพ่วง 2 ถัง. แสดงให้เห็นถึงการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันเปลวไฟย้อนกลับ ระหว่างหัวต่อกับอุปกรณ์ควบคุมการลดกำลังดัน. ภาพประกอบมีเส้นสีดำและสีขาว ซึ่งแสดงถึงองค์ประกอบของระบบ. สีของพื้นหลังเป็นโทนสีขาว.

graph LR A[ถังบรรจุก๊าซ 1] --> B(หัวต่อ); B --> C{Flashback arrestor}; C --> D[ถังบรรจุก๊าซ 2]; D --> E[อุปกรณ์ควบคุมการลดกำลังดัน];
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -13- เอกสารแนบ 3 5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและ ที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ.2564 ประกอบกับกฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับนั่งร้านและค้ำยัน พ.ศ.2564 และข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้าง ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ดำเนินการดังนี้ 1. การทำงานบนที่สูง ต้องจัดให้มีการขอใบอนุญาตการทำงานบนที่สูงก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ซึ่งรายละเอียด การขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อ 5.1.7 2. การตรวจสุขภาพของการปฏิบัติงานบนที่สูง กรณีเป็นการปฏิบัติงานบนที่สูงที่ความสูงน้อยกว่า 4 เมตร ทอท. ไม่ได้กำหนดให้มีการตรวจสุขภาพ เว้นแต่สัญญาจ้างใดจะกำหนดเพิ่มเติมว่าต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพในงานนั้น ๆ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติเพิ่มเติมเป็นกรณีไป กรณีที่ผู้รับจ้างจะปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ได้แก่ งานเช็ด กระจกอาคาร, งานทาสี, งานตัดแต่งกิ่งไม้, งานซ่อมบำรุงสะพานเทียบ, งานเปลี่ยนหลอดไฟหรือโคมฉาย, การปฏิบัติงาน บนนั่งร้าน, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้า, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้าขากรรไกร (Scissors lift) และการปฏิบัติงานบนที่สูงอื่น ๆ ซึ่ง ทอท. อาจมีการกำหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและมีใบรับรองการตรวจสุขภาพ (ใบรับรองแพทย์) อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 2.1 มีใบรับรองแพทย์ทั่วไปโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งอายุการรับรองของใบรับรองแพทย์ประเภทนี้ มีอายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ หรือ 2.2 มีใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานบนที่สูง ตรวจ โดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ซึ่งอายุการรับรองของใบรับรองแพทย์ประเภทนี้มีอายุไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ คำอธิบายเพิ่มเติม : ใบรับรองแพทย์สำหรับการทำงานบนที่สูงใช้เฉพาะครั้งแรกของการเริ่มงานหรือเริ่มโครงการเท่านั้น ในรอบ 1 ปี เช่น บริษัท A เป็นผู้รับจ้างงานเช็ดกระจกของสำนักงานใหญ่ ทอท. มีสัญญาจ้าง 1 ปี เริ่มปฏิบัติงานครั้งแรก วันที่ 1 มกราคม และจะสิ้นสุดเดือนธันวาคม โดยการทำงานจะเข้ามาทำงานทุก ๆ 3 เดือนต่อครั้ง หรือ 1 ปีจะเข้ามา ทำงานเช็ดกระจกเพียง 4 ครั้ง ซึ่งก่อนเริ่มงานครั้งแรกในเดือนมกราคมตามสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจ สุขภาพเพื่อการทำงานบนที่สูงหรือหากมีใบรับรองแพทย์อยู่แล้วและเป็นใบรับรองแพทย์ตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 อย่างใด อย่างหนึ่ง ก็สามารถนำมาแนบกับใบอนุญาตก่อนเริ่มปฏิบัติงานได้ แต่ใบรับรองแพทย์นั้นต้องไม่หมดอายุตามที่ได้กำหนดไว้ ในข้อ 2.1 และ 2.2 กรณีผู้รับจ้างจะเข้ามาปฏิบัติงานในครั้งถัดไป คือครั้งที่ 2, 3 และ 4 ผู้รับจ้างไม่ต้องแนบใบรับรองแพทย์มาก็ ได้ ยกเว้นทางแต่ละพื้นที่หรือแต่ละท่าอากาศยานจะกำหนดให้มีการตรวจสุขภาพเพิ่มเติมหรือให้แนบใบรับรองแพทย์ เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ (ที่มาของคำอธิบายเพิ่มเติมโดยส่วนบริการทางการแพทย์ ฝ่ายการแพทย์ ทอท.) 3. การทำงานบนที่สูงจากพื้นดินหรือพื้นอาคารตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีนั่งร้าน บันได ขาหยั่ง ม้ายืนหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยอื่น ๆ ตามความเหมาะสม เช่น กระเช้า รถกระเช้า ที่มีความปลอดภัยตามสภาพของงาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -14- ให้กับผู้ปฏิบัติงานในการทำงานนั้น ๆ หรือจัดให้มีเชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยพร้อมอุปกรณ์หรือเครื่องป้องกันอื่นใด ที่มีลักษณะเดียวกัน ให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ในการทำงานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย 4. ในกรณีผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานในสถานที่ที่ผู้ปฏิบัติงานอาจได้รับอันตรายจากการพลัดตกหรือถูก วัสดุพังทับ เช่น การทำงานบนหรือในเสา ตอมอ เสาไฟฟ้า ปล่อง หรือคานที่มีความสูง ตั้งแต 4 เมตรขึ้นไป หรือทำงาน บนหรือในถัง บอ กรวยสำหรับเทวัสดุหรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน ผู้รับจ้างต้องจัดทำราวกั้นหรือรั้วกันตก ตาข่าย สิ่งปิดกั้น หรืออุปกรณปองกันอื่นใด ที่มีลักษณะเดียวกัน เพื่อปองกันการพลัดตกของผู้ปฏิบัติงานหรือสิ่งของ และจัดใหมี การใชสายหรือเชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวพร้อมตะขอเกี่ยวแบบ 2 เส้น (Full Body Harness ชนิด 2 lanyards) พร้อมอุปกรณ หรือเครื่องปองกันอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกันใหผู้ปฏิบัติงานได้ใชในการทำงาน 5. กรณีด้านล่างเป็นทางสัญจรต้องจัดทำตาข่ายนิรภัยป้องกันวัสดุเครื่องมือต่างๆ ที่อาจตกหล่นไปโดน ผู้ปฏิบัติงานที่ทำงานหรือผู้สัญจรด้านล่าง 6. ต้องจัดทำป้ายเตือนที่เห็นชัดเจนและบริเขตพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องในงานเข้าไปในพื้นที่ที่มี ความเสี่ยงต่อการถูกวัสดุสิ่งของหล่นทับ 7. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานในชั้นของอาคารหรือสิ่งกอสรางที่เปดโลงและอาจพลัดตกลงมาได ผู้รับจ้างต้องจัดทำราวกั้นหรือรั้วกันตกตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ หรืออุปกรณปองกันอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน 8. ขณะที่มีฝนตก ลมแรง หรือพายุฝนฟ้าคะนอง ควรพิจารณาการหยุดปฏิบัติงานไว้ชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -15- เอกสารแนบ 4 5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดำเนินการดังนี้ 1. ก่อนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบ หรือซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า ต้องจัดให้มีการขอใบอนุญาต การทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าหรือขออนุญาตเกี่ยวกับงานที่ต้องมีการตัดแยกแหล่งพลังงาน (Lock out – Tag out) ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อ 5.1.7 2. ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าต้องสำเร็จการศึกษาทางด้านไฟฟ้าโดยตรงหรือผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตร การทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าจนมีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะที่จำเป็นในการทำงานอย่างปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า ตามที่กฎหมายกำหนด 3. ห้ามผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าเข้าใกล้หรือนำสิ่งที่เป็นตัวนำไฟฟ้าที่ไม่มีที่หุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าที่เหมาะสมกับ แรงดันไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตามมาตรฐานของ วสท. กำหนด หากยังไม่มี มาตรฐานดังกล่าว ให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจำท้องถิ่นกำหนด เว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานได้ดำเนินการสวมใส่อุปกรณ์ คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เป็นฉนวนที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้า หรือนำฉนวนไฟฟ้าที่สามารถป้องกัน แรงดันไฟฟ้านั้นมาหุ้มสิ่งที่มีกระแสไฟฟ้า 4. ห้ามผู้รับจ้างหรือบุคคลใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตาม มาตรฐานของ วสท. กำหนด หากยังไม่มีมาตรฐานดังกล่าวให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจำท้องถิ่นกำหนด 5. ห้ามผู้รับจ้างงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสวมใส่เครื่องนุ่งห่มที่เปียกหรือเป็นสื่อไฟฟ้าปฏิบัติงานเกี่ยวกับสิ่งที่มี กระแสไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกินกว่า 50 โวลต์โดยไม่มีฉนวนไฟฟ้าปิดกั้น เว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลหรือใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ 6. ในกรณีผู้รับจ้างทำงานโดยใช้อุปกรณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าหรืออยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับสิ่งที่มี กระแสไฟฟ้า ผู้ปฏิบัติงานต้องจัดหาอุปกรณ์ที่เป็นฉนวนไฟฟ้าหรือหุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ป้องกันอันตราย ที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าสำหรับปฏิบัติงานในครั้งนั้นด้วย 7. ผู้รับจ้างต้องดูแลบริภัณฑ์ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าในพื้นที่ปฏิบัติงานให้ใช้งานได้โดยปลอดภัย หากมีการชำรุด หรือมีกระแสไฟฟ้ารั่ว หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ ผู้รับจ้างต้องแจ้งผู้เกี่ยวข้องกับงานซ่อมไฟฟ้าเพื่อดำเนินการ แก้ไขให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัยทันทีที่พบปัญหานั้น 8. ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าต้องทราบวิธีการทำงานที่ปลอดภัย, วิธีปฏิบัติตัวเมื่อได้รับอันตราย จากไฟฟ้า, การปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานโดยการผายปอดด้วยวิธีเป่าอากาศเข้าทางปากหรือจมูกของ ผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้า และวิธีการนวดหัวใจจากภายนอก 9. กรณีผู้ปฏิบัติงานจะต่อพ่วงหรือติดตั้งบริภัณฑ์ไฟฟ้าใหม่หรือติดตั้งเพิ่มเติม ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติตาม มาตรฐานของ วสท. 10. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยเป็นประจำเมื่อมีการปฏิบัติงาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -16- 11. อุปกรณ์ไฟฟ้าจะต้องมีการติดตั้งสายดิน (Equipment Ground Conductor) ที่ถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้ เกิดไฟฟ้าดูดในขณะที่สัมผัสตัวอุปกรณ์ 12. ต้องจัดให้มีการปิดล้อมหรือการบริเขตพื้นที่ทำงาน เพื่อป้องกันบุคคลอื่นเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติงาน ซึ่งอาจ เกิดอันตรายได้ และควรพิจารณาติดตั้งแสงสว่างเพื่อให้มองเห็นในเวลากลางคืน 13. ต้องมีการจัดเก็บอุปกรณ์หรือเครื่องมือ และรักษาความสะอาดของพื้นที่ปฏิบัติงานให้เรียบร้อยตลอดเวลา 14. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง 15. ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น ถุงมือหนัง ถุงมือยาง แขนเสื้อยาง หมวกนิรภัย รองเท้าพื้นยางหุ้มข้อชนิดมีส้นหรือรองเท้าพื้นยางหุ้มส้น โดยสวมใส่ ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงานและจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น แผ่นฉนวนไฟฟ้า ฉนวนหุ้มสาย ฉนวนครอบลูกถ้วย กรงฟาราเดย์ (Faraday Cage) ชุดตัวนำไฟฟ้า (Conductive suit) ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติงานงานในที่สูงกว่าพื้นตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการใชสายหรือ เชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวพร้อมตะขอเกี่ยวแบบ 2 เส้น (Full Body Harness ชนิด 2 lanyards) พร้อมอุปกรณ์หรืออุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูงอื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพ และหมวกนิรภัยที่เหมาะสมตามมาตรฐานที่ กำหนดสำหรับให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงาน เว้นแต่อุปกรณ์ดังกล่าวจะทำให้ลูกจ้างเสี่ยงต่อ อันตรายมากขึ้น ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยอย่างอื่นที่สามารถใช้คุ้มครองความปลอดภัยได้อย่างมี ประสิทธิภาพแทน โดยอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าต้องเป็นไปตาม มาตรฐานที่กำหนดไว้และต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ 15.1 อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันกระแสไฟฟ้าต้องเหมาะสมกับ แรงดันไฟฟ้าสูงสุดในบริเวณที่ปฏิบัติงานหรือบริเวณใกล้เคียงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ 15.2 ถุงมือยางป้องกันไฟฟ้า ต้องมีลักษณะสวมกับนิ้วมือได้ทุกนิ้ว 15.3 ถุงมือหนังที่ใช้สวมทับถุงมือยาง ต้องมีความยาวหุ้มถึงข้อมือและมีความคงทนต่อการฉีกขาดได้ดี การใช้ถุงมือยางต้องใช้ร่วมกับถุงมือหนังทุกครั้งที่ปฏิบัติงาน 15.4 การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าที่อยู่ใกล้น้ำหรือเหนือน้ำซึ่งอาจทำให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดอันตรายจาก การจมน้ำได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่ชูชีพกันจมน้ำ เว้นแต่การสวมใส่ชูชีพอาจทำให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับ อันตรายมากกว่าเดิม ให้ผู้รับจ้างใช้วิธีการอื่นที่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพแทน 15.5 ผู้รับจ้างต้องบำรุงรักษาและจัดเก็บอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกัน อันตรายจากไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -17- เอกสารแนบ 5 5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง และเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบำรุง เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั่นจั่น หม้อน้ำ พ.ศ.2564 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและ ความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดำเนินการดังนี้ ส่วนที่ 1 เครื่องจักร 1. ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ต้องสวมใส่เครื่องนุ่งห่มให้เรียบร้อย รัดกุม ไม่สวมเครื่องประดับที่ อาจเกี่ยวโยงกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ กรณีที่ผู้ปฏิบัติงานมีผมยาว ให้รวบผมที่ปล่อยยาวเกินสมควรหรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้อยู่ ในลักษณะที่ปลอดภัย 2. ในบริเวณที่มีการติดตั้ง การซ่อมแซม หรือการตรวจสอบเครื่องจักรหรือเครื่องป้องกันอันตรายของเครื่องจักร ต้องมีการติดป้ายแสดงการดำเนินงานดังกล่าวโดยใช้เครื่องหมายหรือข้อความที่เข้าใจง่าย ชัดเจน รวมทั้งจัดให้มีระบบ วิธีการ หรืออุปกรณ์ป้องกันไม่ให้เครื่องจักรนั้นทำงาน (Lock out - Tag out) และให้แขวนป้าย หรือแสดงเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ห้ามเปิดสวิตซ์ของเครื่องจักรด้วย 3. ในการประกอบ ติดตั้ง ทดสอบ ใช้ ซ่อมแซม บำรุงรักษา ตรวจสอบ รื้อถอน หรือการเคลื่อนย้ายเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดและคู่มือการใช้งาน ที่ผู้ผลิตกำหนด หากไม่มีรายละเอียดหรือคู่มือดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องให้วิศวกรเป็นผู้จัดทำรายละเอียดหรือคู่มือเป็นหนังสือ และให้มีสำเนาไว้ ณ พื้นที่ปฏิบัติงานเพื่อให้ ทอท. สามารถดำเนินการตรวจสอบได้ รายละเอียดหรือคู่มือดังกล่าวต้องจัดทำเป็นภาษาไทยหรือภาษาอื่น ๆ ที่ลูกจ้างสามารถศึกษาและปฏิบัติ เพื่อความปลอดภัยในการทำงานได้ 4. การเคลื่อนย้ายเครื่องจักรที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไปที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีแผนป้องกัน อันตรายจากการเคลื่อนย้ายดังกล่าวและให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด 5. ผู้รับจ้างต้องดูแลเครื่องจักรให้พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย และต้องจัดให้มีการตรวจสอบเครื่องจักรประจำปี ตามประเภทและชนิดเครื่องจักรที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้าน ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั่นจั่น หม้อน้ำ พ.ศ.2564 หมวดที่ 1 เครื่องจักร ส่วนที่ 1 บททั่วไป ข้อ 9 6. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้หรือยอมให้ลูกจ้างใช้เครื่องจักรทำงานเกินพิกัด หรือขีดความสามารถที่กำหนดไว้ใน รายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนด 7. เครื่องมือเครื่องจักรขนาดเล็กที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีข้อความเกี่ยวกับวิธีการทำงานกับ เครื่องมือเครื่องจักรนั้นติดไว้ในบริเวณที่ลูกจ้างทำงาน 8. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประเมินอันตรายของเครื่องจักรที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากการใช้งานถึงขั้นสูญเสียอวัยวะ โดยอย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย การชี้บ่งอันตราย การประเมินความเสี่ยง และแผนบริหารจัดการความเสี่ยง 9. การทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการทำงาน ที่ปลอดภัย จนมีความรู้ความชำนาญ และประสบการณ์ ตลอดจนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -18- 10. เครื่องจักรที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าต้องมีระบบหรือวิธีการป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วเข้าตัวผู้ปฏิบัติงานและต้องมี การติดตั้งสายดิน 11. ต้องจัดทำรั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงเขตอันตราย ณ ที่ตั้งของเครื่องจักรหรือเขตที่เครื่องจักรทำงานที่อาจ เป็นอันตรายให้ชัดเจนทุกแห่ง 12. ผู้รับจ้างตองไมติดตั้งเครื่องจักรที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกสหรือคอมพิวเตอรในบริเวณพื้นที่ที่มี กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำจนอาจมีผลทำใหการทำงานของเครื่องจักรผิดปกติและกอใหเกิดอันตรายตอผู้ปฏิบัติงานได้ 13. ผู้รับจ้างต้องควบคุมไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติ ที่ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ส่วนที่ 2 รถยก 1. ในกรณีที่ผู้รับจ้างใหพนักงานทำงานเกี่ยวกับรถยก ผู้รับจ้างตองปฏิบัติดังตอไปนี้ 1.1 จัดใหมีโครงหลังคาที่มั่นคงแข็งแรง สามารถปองกันอันตรายจากวัสดุตกหลนได 1.2 จัดทำปายบอกพิกัดน้ำหนักยกใหตรงกับความสามารถในการยกสิ่งของไดโดยปลอดภัยติดไวที่รถยก เพื่อใหลูกจางเห็นไดชัดเจน 1.3 ตรวจสอบรถยกใหมีสภาพใชงานไดอยางปลอดภัยกอนการใชงานทุกครั้งและเก็บผลการตรวจสอบไวให พนักงานตรวจแรงงานหรือ ทอท. ตรวจสอบได 1.4 จัดใหมีสัญญาณเสียงหรือแสงไฟเตือนภัยในขณะทำงาน 1.5 จัดให้มีอุปกรณ์ช่วยการมองเห็นตามสภาพในที่ทำงาน เช่น กระจกมองข้าง 1.6 ให้ผู้ทำหน้าที่ขับรถยกชนิดนั่งขับสวมใส่เข็มขัดนิรภัยในขณะทำงานบนรถตลอดเวลา 2. ห้ามผู้รับจ้างทำการดัดแปลงหรือกระทำการใด ๆ ที่มีผลทำใหความปลอดภัยในการทำงานของรถยกลดลง 3. ผู้รับจ้างตองกำหนดเสนทางเดินรถยกในอาคารหรือบริเวณที่มีการใชรถยกเป็นประจำ 4. ผู้รับจ้างตองติดตั้งกระจกนูนหรือวัสดุอื่นที่มีคุณสมบัติคลายกันไว้ที่บริเวณทางแยกหรือทางโคงที่มอง ไมเห็นเสนทางขางหนา 5. ผู้รับจ้างตองจัดใหพื้นเสนทางเดินรถยกมีความมั่นคงแข็งแรงและสามารถรองรับน้ำหนักรถรวมทั้งน้ำหนัก บรรทุกของรถยกไดอยางปลอดภัย 6. ผู้รับจ้างตองจัดให้พนักงานขับรถยกได้ผ่านการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับการใช้รถยก แต่ละประเภท 7. ผู้รับจ้างตองควบคุมดูแลการนำรถยกไปใช้ปฏิบัติงานใกล้สายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้า โดยต้องมีระยะห่างเพื่อความปลอดภัยเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด หรืออย่างน้อยควรห่างไม่น้อยกว่า 6 เมตร 8. ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้บุคคลอื่นนอกจากผู้ขับรถยกโดยสารหรือขึ้นไปบนส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยก 9. ผู้รับจ้างตองจัดใหมีคูมือการใช การตรวจสอบ และการบำรุงรักษารถยกใหผู้ปฏิบัติงานไดศึกษาและปฏิบัติตาม เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -19- ส่วนที่ 3 ลิฟต์ 1. กรณีงานของผู้รับจ้างมีการนำลิฟต์มาใช้เพื่อโดยสารในพื้นที่ปฏิบัติงาน (งานก่อสร้าง) ให้ปฏิบัติดังนี้ 1.1 ติดตั้งลิฟต์ไว้ในที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย 1.2 จัดให้มีการตรวจสอบความพร้อมของลิฟต์ทุกวัน หากส่วนใดชำรุดเสียหายต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อย ก่อนใช้งาน และต้องมีสำเนาเอกสารการตรวจสอบไว้ให้ ทอท. สามารถตรวจสอบได้ 1.3 จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตราย และติดป้ายห้ามใช้ลิฟต์ให้ผู้เกี่ยวข้องเห็นได้ชัดเจนในระหว่างที่ทดสอบ ตรวจสอบ ซ่อมแซม หรือบำรุงรักษาลิฟต์ 1.4 จัดให้มีระบบสัญญาณเตือน และมีอุปกรณ์ตัดระบบการทำงานของลิฟต์ เมื่อมีการใช้ลิฟต์บรรทุก น้ำหนักเกินพิกัดที่ผู้ผลิตกำหนด 1.5 จัดให้มีมาตรการป้องกันไม่ให้ลิฟต์เคลื่อนที่ ในกรณีที่ประตูลิฟต์ยังไม่ปิด 1.6 จัดทำคำแนะนำและวิธีการใช้ลิฟต์ และการขอความช่วยเหลือติดไว้ในห้องลิฟต์ 1.7 จัดให้มีระบบติดต่อกับภายนอกห้องลิฟต์และสัญญาณแจ้งเหตุขัดข้อง 1.8 จัดทำคำแนะนำและวิธีการให้ความช่วยเหลือติดไว้ในห้องเครื่องต้นกำลัง และห้องผู้ดูแลลิฟต์ 1.9 จัดทำข้อห้ามการใช้ลิฟต์ ติดไว้ที่ข้างประตูลิฟต์ด้านนอกทุกชั้น 1.10 จัดทำป้ายบอกพิกัดน้ำหนักและจำนวนคนโดยสารได้อย่างปลอดภัยติดตั้งไว้ในห้องลิฟต์ 1.11 จัดให้มีระบบไฟส่องสว่างและระบบระบายอากาศที่เพียงพอภายในห้องลิฟต์ ทั้งในขณะใช้งานปกติ และกรณีฉุกเฉิน 2. ในกรณีที่มีลิฟต์ขนส่งวัสดุ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อ 1.1, 1.2, 1.3, 1.4, และ 1.5 และจัดทำป้ายบอกพิกัด น้ำหนักวัสดุสิ่งของที่บรรทุกได้อย่างปลอดภัยตามที่ผู้ผลิตกำหนด และติดป้ายห้ามโดยสารไว้ในจุดที่เห็นชัดเจนนอก ประตูลิฟต์ทุกชั้น รวมทั้งกำหนดมาตรการเกี่ยวกับการดูแลวัสดุที่ขนส่งเพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุเคลื่อนที่และมาตรการ ป้องกันการติดขัดของลิฟต์ 3. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของลิฟต์หลังการติดตั้ง และเมื่อมีการใช้งาน อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ การทดสอบการรับน้ำหนักของลิฟต์ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 100 ของน้ำหนักการใช้งานสูงสุดที่ผู้ผลิต กำหนด และให้ติดประกาศผลการทดสอบที่อย่างน้อยต้องมีรายละเอียดประกอบไปด้วย วัน เดือน ปี ที่มีการทดสอบ วัน เดือน ปี ที่การรับรองหมดอายุ และรายชื่อผู้ทดสอบไว้ในลิฟต์ให้เห็นชัดเจน และมีสำเนาเอกสารการทดสอบให้ ทอท. สามารถตรวจสอบได้ 4. ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบระบบความปลอดภัยและระบบการทำงานของลิฟต์เป็นประจำทุกเดือน และมีสำเนา เอกสารการทดสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้ 5. ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลวดสลิงที่ใช้สำหรับลิฟต์ขนส่งวัสดุมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5 ในกรณีใช้โซ่ต้องมีค่า ความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4 และลวดสลิงที่ใช้สำหรับลิฟต์โดยสารต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 10 6. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของกฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และการดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ำ พ.ศ.2564 กับลิฟต์ทุกชนิด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -20- ส่วนที่ 4 เครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง 1. การทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง นายจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ 1.1 จัดให้มีการป้องกันการตกจากที่สูงตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจาก ที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ 1.2 จัดให้มีป้ายบอกพิกัดน้ำหนักและจำนวนคนที่สามารถยกได้อย่างปลอดภัย 1.3 ตรวจสอบสภาพเครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูงและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้มีสภาพใช้งาน ได้อย่างปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้ง และต้องมีสำเนาเอกสารการตรวจสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้ 1.4 จัดให้มีสัญญาณเสียงหรือแสงเตือนภัยขณะทำงานตามความเหมาะสมของการใช้งาน 1.5 จัดให้มีอุปกรณ์ตัดระบบการทำงานเมื่อมีการใช้งานเกินพิกัดที่ผู้ผลิตกำหนด และต้องตรวจสอบให้ อุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในสภาพที่สามารถทำงานได้ตลอดเวลา 2. ผู้รับจ้างต้องไม่ดัดแปลงหรือกระทำการใดกับเครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูงที่มีผลทำให้ ความปลอดภัยในการทำงานลดลง 3. การทำงานบนเครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูงที่มีการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรนั้นไปตาม แนวราบ ผู้รับจ้างต้องจัดให้พื้นที่ที่เป็นเส้นทางเคลื่อนย้ายมีความแข็งแรง ราบเรียบ ไม่ต่างระดับ และปรับระดับของ เครื่องจักรดังกล่าวให้อยู่ในตำแหน่งที่ผู้ผลิตกำหนดหรือในตำแหน่งที่ปลอดภัย 4. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการอบรมลูกจ้างเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งาน เครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน 5. การใช้เครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูงแบบแขวน ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังนี้ 5.1 จัดให้มีการทดสอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องภายหลังการติดตั้ง และต้องสำเนาเอกสารการทดสอบ ไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้ 5.2 ต้องใช้ลวดสลิงที่มีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 10 และต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและการดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ำ พ.ศ.2564 กับเครื่องจักรที่ใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง ส่วนที่ 5 รอก 1. ในการใช้รอกโยก รอกมือสาว รอกหางปลา รอกไฟฟ้าหรือรอกที่ใช้พลังงานอื่น หรือรอกชนิดอื่นที่มีการใช้ งานลักษณะเดียวกัน นายจ้างต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ 1.1 ติดตั้งรอกไว้ในที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย 1.2 จัดให้มีการตรวจสอบความพร้อมของรอกทุกวัน หากส่วนใดชำรุดเสียหายต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อน ใช้งาน และต้องมีสำเนาเอกสารดังกล่าวไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้ 1.3 จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายและติดป้ายห้ามใช้รอกให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นได้ชัดเจนในระหว่างที่มีการทดสอบ การซ่อมบำรุง และการตรวจสอบรอก 1.4 จัดให้มีป้ายบอกขนาดพิกัดน้ำหนักยกอย่างปลอดภัยตามที่กำหนดไว้ในรายละเอียด คุณลักษณะและ คู่มือการใช้งานพร้อมทั้งติดป้ายเตือนให้ระวัง ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -21- 1.5 ต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของกฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและ การดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ำ พ.ศ.2564 กับรอก 1.6 อุปกรณ์สำหรับการผูกมัดหรือยึดโยงวัสดุสิ่งของต้องมีค่าความปลอดภัยที่กฎหมายกำหนด 1.7 ควบคุมดูแลไม่ให้บุคคลใดเกาะเกี่ยวไปกับส่วนหนึ่งส่วนใดของรอกหรือไปกับวัสดุสิ่งของที่ทำการยก หรืออยู่ภายใต้วัสดุสิ่งของที่ทำการยกหรือบริเวณที่ใช้รอกที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ 1.8 รอกที่มีขนาดพิกัดน้ำหนักยกตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไป นายจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ ของรอกเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และต้องมีสำเนาเอกสารการทดสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -22- เอกสารแนบ 6 5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั่นจั่น หม้อน้ำ พ.ศ. 2564 ดำเนินการด้านความปลอดภัย กฎหมายอื่น ๆ และข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัย และความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดำเนินการดังนี้ ส่วนที่ 1 ปั้นจั่น 1. ในการประกอบ การทดสอบ การใช การซอมบำรุง และการตรวจสอบปนจั่นหรืออุปกรณอื่นที่นำมาใช้กับ ปนจั่น ผู้รับจ้างตองปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะหรือคูมือการใชงานที่ผู้ผลิตกำหนดไว หากไมมีรายละเอียด คุณลักษณะหรือคูมือการใชงานดังกลาว ไดกำหนดขึ้นเป็นหนังสือ ผู้รับจ้างตองปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะหรือคู่มือการใช่งานที่วิศวกร 2. ผู้รับจ้างตองจัดใหมีการตรวจสอบและการทดสอบการติดตั้งปนจั่น ตามรายละเอียดคุณลักษณะและคูมือ การใซงานของผูผลิตโดยวิศวกรกอนการใชงาน และจัดทำรายงานการตรวจสอบและการทดสอบ ซึ่งมีลายมือชื่อวิศวกร รับรองเก็บไวให้สามารถตรวจสอบได และกรณีที่มีการหยุดใชงานปนจั่นตั้งแต 6 เดือนขึ้นไป กอนนำมาใชงานใหม ผู้รับจ้าง ตองดำเนินการตรวจสอบและทดสอบตามคู่มืออีกครั้ง 3. ผู้รับจ้างตองจัดใหมีการทดสอบสวนประกอบและอุปกรณของปนจั่นไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด 4. ในกรณีที่ผู้รับจ้างใหผู้ปฏิบัติงานทำงานเกี่ยวกับปนจั่น ผู้รับจ้างตองดำเนินการ ดังตอไปนี้ 4.1 ควบคุมใหมีลวดสลิงเหลืออยู่ในมวนลวดสลิงไมนอยกวา 2 รอบ ตลอดเวลาที่ปนจั่นทำงาน 4.2 จัดใหมีชุดล็อกปองกันลวดสลิงหลุดจากตะขอของปนจั่น และทำการตรวจสอบใหอยู่ในสภาพที่ใชงานได้ อย่างปลอดภัย 4.3 จัดใหมีที่ครอบปดหรือกั้นสวนที่หมุนรอบตัวเอง สวนที่เคลื่อนไหวได หรือสวนที่อาจเป็นอันตรายของปนจั่น และใหสวนที่เคลื่อนที่ของปนจั่นหรือสวนที่หมุนไดของปนจั่นอยู่หางจากสิ่งกอสรางหรือวัตถุอื่นในระยะที่ปลอดภัย 4.4 จัดให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่เข็มขัดนิรภัยและสายช่วยชีวิตตลอดเวลาที่ทำงานบนแขนปั้นจั่นหรือขุดสะพาน 4.5 จัดให้มีพื้นชนิดกันลื่น ราวกันตก และแผงกันตกระดับพื้นสำหรับปั้นจั่นชนิดที่ต้องมีการจัดทำพื้นและทางเดิน 4.6 จัดให้มีเครื่องดับเพลิงที่เหมาะสมและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานไว้ที่ห้องบังคับปั้นจั่นหรือตำแหน่งที่สามารถ ใช้งานได้สะดวก ได้ตามปกติ 4.7 ติดตั้งปั้นจั่นบนฐานที่มั่นคงโดยมีวิศวกรเป็นผู้รับรอง 4.8 จัดให้มีการติดตั้งชุดควบคุมการทำงานเมื่อยกวัสดุขึ้นถึงตำแหน่งสูงสุด (Upper limit switch) ที่ใช้งาน 4.9 จัดให้มีชุดควบคุมน้ำหนักยก (Overload limit switch) ที่ใช้งานได้ตามปกติ 5. ในกรณีที่ผู้รับจ้างใหผู้ปฏิบัติงานทำงานเกี่ยวกับปนจั่นที่ใขเครื่องยนต์ ผู้รับจ้างตองดำเนินการดังตอไปนี้ 5.1 จัดใหมีที่ครอบปดหรือฉนวนหุ้มทอไอเสีย หรือรั่วออกมา 5.2 จัดใหมีมาตรการในการเก็บและเคลื่อนยายเชื้อเพลิงสำรองดวยความปลอดภัย 5.3 จัดใหมีถังเก็บเชื้อเพลิงและทอสงเชื้อเพลิงติดตั้งอยู่ในลักษณะที่จะไมเกิดอันตราย เมื่อเชื้อเพลิงหกลน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -23- 6. ผู้รับจ้างต้องเคลื่อนย้ายวัตถุไวไฟออกจากบริเวณที่ใช้ปั้นจั่น กรณีไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ผู้รับจ้างต้อง จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายที่เหมาะสมก่อนให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติงาน 7. ห้ามผู้รับจ้างให้ลูกจ้างใช้ปั้นจั่นที่ชำรุดเสียหายหรืออยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย 8. ห้ามผู้รับจ้างดัดแปลงหรือแก้ไขส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่นหรือยินยอมให้ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้อื่นกระทำการ เช่นนั้น อันอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ถ้าจำเป็นต้องดัดแปลงส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างที่มีผลต่อการรับน้ำหนัก ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการคำนวณทางวิศวกรรมพร้อมกับการทดสอบ 9. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสัญญาณเสียงและแสงไฟเตือนภัยตลอดเวลาที่ปั้นจั่นทำงานโดยติดตั้งไว้ให้เห็นได้ชัดเจน 10. ในกรณีที่มีการซ่อมบำรุงปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องติดป้ายแสดงการซ่อมบำรุงปั้นจั่น โดยใช้เครื่องหมายหรือ ข้อความที่เข้าใจง่ายและเห็นได้ชัดเจน รวมทั้งจัดให้มีระบบ วิธีการหรืออุปกรณ์ป้องกัน (Lock out) ไม่ให้ปั้นจั่นนั้นทำงาน และให้แขวนป้าย (Tag out) แสดงเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ห้ามเปิดสวิตช์ไว้ที่สวิตช์ของปั้นจั่นด้วย 11. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีป้ายบอกพิกัดน้ำหนักยกไว้ที่ปั้นจั่นเพื่อเตือนให้ระวังอันตราย และติดตั้งสัญญาณเตือน อันตรายให้ผู้บังคับปั้นจั่นทราบ 12. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคู่มือการใช้สัญญาณสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงาน ในกรณีที่การใช้สัญญาณเป็นการใช้ สัญญาณมือ ต้องจัดให้มีรูปภาพหรือคู่มือการใช้สัญญาณมือตามที่กฎหมายประกาศกำหนด ติดไว้ที่จุดหรือตำแหน่งที่ ผู้ปฏิบัติงานเห็นได้ชัดเจน กรณีที่มีการใช้้วิธีการสื่อสารแบบอื่นที่มีประสิทธิภาพกว่าการใช้สัญญาณมือ เช่น การใช้วิทยุ สื่อสาร เป็นต้น ผู้รับจ้างไม่ต้องปฏิบัติตามข้อนี้ 13. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ปั้นจั่นใกล้สายไฟฟ้า ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ 13.1 ในกรณีที่ใช้ปั้นจั่นยกวัสดุ ให้ระยะห่างระหว่างสายไฟฟ้ากับส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่นหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดของวัสดุที่ปั้นจั่นกำลังยก เป็นดังต่อไปนี้ (ก) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 69 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3.1 เมตร (ข) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 69 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 115 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3.3 เมตร (ค) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 115 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 230 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 4 เมตร (ง) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 230 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 6 เมตร 13.2 ในกรณีที่เคลื่อนย้ายปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่ โดยไม่ยกวัสดุและไม่ลดแขนปั้นจั่นลง ให้ระยะห่างระหว่าง ส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่นกับสายไฟฟ้า เป็นดังต่อไปนี้ (ก) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 69 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 1.3 เมตร (ข) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 69 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 230 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3 เมตร (ค) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 230 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 5 เมตร กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อ 13.1 – 13.2 ได้ ผู้รับจ้างต้องมีมาตรการที่ปลอดภัยเพียงพอ และได้รับการ อนุญาตจากการไฟฟ้าประจำท้องถิ่นที่รับผิดชอบสายไฟฟ้านั้น ก่อนดำเนินการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -24- 14. ในกรณีที่มีการติดตั้งปั้นจั่นหรือใช้ปั้นจั่นใกล้เสาสัญญาณคลื่นโทรคมนาคม ก่อนให้ผู้ปฏิบัติงานทำงาน ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีการตรวจสอบการเกิดประจุไฟฟ้าเหนี่ยวนำ ถ้าพบว่ามีประจุไฟฟ้าเหนี่ยวนำ ให้ผู้รับจ้างต่อสายตัวนำกับ ปั้นจั่นหรือวัสดุที่จะยกเพื่อให้ประจุไฟฟ้าไหลลงดิน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 15. ผู้รับจ้างต้องติดประกาศวิธีการทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่นของผู้ปฏิบัติงานไว้บริเวณที่ผู้ปฏิบัติงานทำงาน โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งาน การซ่อมบำรุง และการใช้ อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล 16. ในกรณีที่ผู้บังคับปั้นจั่นไม่สามารถมองเห็นจุดที่ทำการยกสิ่งของหรือเคลื่อนย้ายวัสดุ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มี ผู้ให้สัญญาณแกผู้บังคับปั้นจั่นตลอดระยะเวลาที่มีการใช้งาน 17. ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแกผู้บังคับปั้นจั่น ผูยึดเกาะวัสดุ หรือ ผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่นได้ผ่านการอบรมหลักสูตรการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว และต้องจัดให้มีการอบรมหรือทบทวนการ ทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่นตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ให้การอบรมและทบทวนเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่กฎหมายประกาศกำหนด ส่วนที่ 2 ปั้นจั่นเหนือศีรษะและปั้นจั่นขาสูง 18. กรณีเป็นปั้นจั่นเหนือศีรษะและปั้นจั่นขาสูง ให้ดำเนินการต่อไปนี้เพิ่มเติม 18.1 ปั้นจั่นเหนือศีรษะหรือปั้นจั่นขาสูงที่เคลื่อนที่บนราง ต้องจัดให้มีสวิตช์หยุดการทำงานของปั้นจั่นได้ โดยอัตโนมัติ และให้มีกันชนหรือกันกระแทกที่ปลายทั้งสองข้างของราง 18.2 นายจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้มีสิ่งกีดขวางการเคลื่อนของล้อปั้นจั่น 18.3 กรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานขึ้นไปทำงานบนปั้นจั่นหรืออุปกรณ์อื่นของปั้นจั่นที่มีความสูงเกิน 2 เมตร ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบันไดพร้อมราวจับและโครงโลหะกันตกหรือจัดให้มีอุปกรณ์อื่นใดที่มีความเหมาะสมและปลอดภัย ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทำงาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจาก การตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ.2564 ส่วนที่ 3 ปั้นจั่นหอสูง 19. กรณีเป็นปั้นจั่นหอสูง ให้ดำเนินการต่อไปนี้เพิ่มเติม 19.1 กรณีที่ต้องปฏิบัติงานบนแขนปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันการพลัดตกของผู้ปฏิบัติงาน และให้สวมใส่เข็มขัดนิรภัยและสายช่วยชีวิตตลอดเวลาที่ทำงาน 19.2 ปั้นจั่นที่มีรางล้อเลื่อนที่อยู่บนแขนปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสวิตช์หยุดการทำงานของปั้นจั่นได้โดย อัตโนมัติ และให้มีกันชนหรือกันกระแทกที่ปลายทั้งสองข้างของราง 19.3 ปั้นจั่นที่มีแขนเคลื่อนที่ขึ้นลงได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสวิตช์ควบคุมมุมองศาการทำงานของแขนปั้นจั่น ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งาน 19.4 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีตารางการยกสิ่งของตามที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือ การใช้งานที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับน้ำหนักสิ่งของ มุมองศา และระยะของแขนที่ทำการยก ติดไว้ในบริเวณที่ผู้บังคับ ปั้นจั่นเห็นได้ชัดเจน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มีอว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -25- 19.5 ในการประกอบ การติดตั้ง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง การเพิ่มความสูง หรือการรื้อถอนปั้นจั่นหอสูง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีวิศวกรควบคุมตลอดระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าจะแล้วเสร็จ 19.6 ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลใดเกาะเกี่ยวไปกับส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่น หรือไปกับวัสดุที่ทำการยก หรืออยู่ภายใต้วัสดุที่ทำการยกหรือบริเวณที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ส่วนที่ 4 อุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับปั้นจั่น 20. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ต่อไปนี้ 20.1 ลวดสลิงที่ลวดเส้นนอกสึกไปตั้งแต่หนึ่งในสามของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นลวด 20.2 ลวดสลิงที่ขมวด ถูกบดกระแทก แตกเกลียว หรือชำรุดที่ทำให้ประสิทธิภาพในการใช้งานของลวดสลิงลดลง 20.3 ลวดสลิงมีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กลงเกินร้อยละ 5 ของเส้นผ่านศูนย์กลางที่ระบุ 20.4 ลวดสลิงถูกความร้อนทำลายหรือเป็นสนิมมากจนเห็นได้ชัดเจน 20.5 ลวดสลิงถูกกัดกร่อนชำรุดมากจนเห็นได้ชัดเจน 20.6 ลวดสลิงเคลื่อนที่ที่มีเส้นลวดในหนึ่งช่วงเกลียวขาดตั้งแต่สามเส้นขึ้นไปในเส้นเกลียวเดียวกัน หรือขาดรวมกันตั้งแต่หกเส้นขึ้นไปในหลายเส้นเกลียว 21. ผู้รับจ้างต้องใช้ลวดสลิงที่มีค่าความปลอดภัยตามที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้ 21.1 ลวดสลิงเคลื่อนที่ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5 21.2 ลวดสลิงยึดโยง ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5 22. ผู้รับจ้างต้องใช้อุปกรณ์สำหรับการผูก มัด หรือยึดโยงวัสดุที่มีค่าความปลอดภัยตามที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้ 22.1 ลวดสลิง ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5 22.2 โซ่ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4 22.3 เชือก ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5 22.4 ห่วงหรือตะขอ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5 22.5 อุปกรณ์สำหรับผูก มัด หรือยึดโยงอื่น ๆ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5 23. ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุที่มีความทนทานและอ่อนตัวมารองรับบริเวณจุดที่มีการสัมผัสระหว่างอุปกรณ์ที่ใช้ ในการผูก มัด หรือยึดโยงกับวัสดุที่ทำการยกเคลื่อนย้าย 24. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ตะขอที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ 24.1 มีการบิดตัวของตะขอ 24.2 มีการถ่างออกของปากตะขอเกินร้อยละ 5 24.3 มีการสึกหรอที่ท้องตะขอเกินร้อยละ 10 24.4 มีการแตกหรือร้าวส่วนหนึ่งส่วนใดของตะขอ 24.5 มีการเสียรูปทรงหรือสึกหรอของห่วงตะขอ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -26- เอกสารแนบ 7 5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ.2556 กฎหมายอื่น ๆ และ ข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดำเนินการดังนี้ 1. ให้ผู้รับจ้างที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครองตาม “ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเรื่องบัญชี รายชื่อสารเคมีอันตราย” ต้องจัดทำบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายและรายละเอียดข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี อันตรายตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด (สอ.1) พร้อมทั้งแจ้งต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายใน 7 วันนับแต่ วันที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครอง 2. ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ปฏิบัติงานทราบและอธิบายให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี อันตรายที่อยู่ในครอบครองของผู้รับจ้าง ข้อความและเครื่องหมายต่าง ๆ ที่ปรากฏในเอกสาร คู่มือ ฉลาก ป้าย หรือ ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งข้อมูลต่าง ๆ ตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎหมาย 3. ให้ผู้รับจ้างจัดให้ผู้ปฏิบัติงานที่ทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายทราบและเข้าใจวิธีการในการทำงานที่ถูกต้อง และปลอดภัย รวมทั้งต้องจัดให้มีมาตรการควบคุมผู้ปฏิบัติงานของตนให้ปฏิบัติตามวิธีการดังกล่าว ในการนี้ ให้ผู้รับจ้าง จัดทำคู่มือเกี่ยวกับแนวปฏิบัติและขั้นตอนในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย คำแนะนำผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการป้องกัน อันตราย ความหมายของข้อมูลที่มีบนฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีอันตราย 4. ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามวิธีการทำงานที่ถูกต้องและปลอดภัยตามคู่มือการปฏิบัติงานที่ผู้รับจ้าง จัดทำขึ้นตามข้อ 3 และเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย ผู้ปฏิบัติงานต้องบรรเทาเหตุและแจ้งให้ผู้รับจ้าง ทราบทันที 5. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลแก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเพียงพอ เหมาะสมตาม กฎหมายและตามความเสี่ยงที่ได้ประเมิน และกำกับควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ตลอดระยะเวลาที่มีการทำงานกับ สารเคมีและวัตถุอันตราย 6. การปฏิบัติอื่น ๆ ที่ไม่ได้กำหนดไว้ในคู่มือฉบับนี้ ให้นำกฎหมายด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับสารเคมีและ วัตถุอันตรายที่เกี่ยวข้องมาเป็นข้อกำหนดในการทำงานกับสารเคมีและวัตถุอันตรายต่อไป บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มีอว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -27- 5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ำ (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร – 90 เมตร) เอกสารแนบ 8 เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานประดาน้ำ พ.ศ. 2563 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดำเนินการดังนี้ 1. ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานประดาน้ำได้รับการตรวจสุขภาพตามกำหนดระยะเวลาและจัดทำบัตรตรวจ สุขภาพผู้ปฏิบัติงานไว้ตามที่กฎหมายกำหนด 2. ผู้ปฏิบัติงานซึ่งผู้รับจ้างทำงานประดาน้ำต้องดำเนินการดังนี้ 2.1 มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ 2.2 สุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ ไม่เป็นโรคตามที่กฎหมายกำหนด 2.3 มีความรู้และมีประสบการณ์ในงานประดาน้ำและต้องผ่านการอบรมตามมาตรฐานสากลหรือหน่วยงาน รัฐรับรอง หรือหลักสูตรตามที่กฎหมายกำหนด 3. ผู้รับจ้างต้องควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งทำงานประดาน้ำปฏิบัติตามตารางมาตรฐานของการดำน้ำและการลด ความกดดัน ตลอดจนการพักเพื่อปรับสภาพร่างกายก่อนลงในทำงานใต้น้ำในครั้งถัดไป ทั้งที่ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด 4. ผู้รับจ้างและหัวหน้านักประดาน้ำต้องสั่งให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งทำงานประดาน้ำหยุดหรือเลิกการดำน้ำในกรณี ต่อไปนี้ 4.1 เมื่อพี่เลี้ยงนักประดาน้ำและนักประดาน้ำไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ 4.2 เมื่อนักประดาน้ำต้องใช้อากาศสำรองจากขวดอากาศหรือขวดอากาศสำรอง 4.3 เมื่อมีการดำน้ำในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย 5. สำหรับการทำงานในน้ำ (การปฏิบัติงานที่มีความลึกไม่ถึง 3 เมตร) และการทำงานบนผิวน้ำ (ปฏิบัติงานบน เรือหรือแพ) ขอให้ผู้รับจ้างปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ส่วนเรื่องการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานสำหรับการทำงาน ในน้ำและการทำงานบนผิวน้ำ ทอท. ยังไม่ได้กำหนดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -28- 5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกำเนิดรังสี เอกสารแนบ 9 เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการทำงานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ.2564 พระราชบัญญัตินิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2556 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดำเนินการดังนี้ 1. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีหรือเจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิครังสีเกี่ยวกับวัสดุ นิวเคลียร์ตามกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน อย่างน้อยหนึ่งคนทำหน้าที่ควบคุมดูแลความปลอดภัยทางรังสีของสถานที่ทำงานที่มีการใช้รังสี และปฏิบัติหน้าตาม กฎกระทรวง (แรงงาน) กำหนดมาตรฐานการทำงานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ.2564 ข้อ 15 2. ต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้รับการตรวจสุขภาพ โดยแพทย์ที่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพ เวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือมีคุณสมบัติตามที่อธิบดีประกาศกำหนด โดยระยะเวลาตรวจสุขภาพลูกจ้างให้เป็นไปตามข้อ 5.1.15 3. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีกฎ ข้อบังคับ ระเบียบ แนวปฏิบัติหรือมาตรการด้านความปลอดภัยทางรังสีตาม กฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ซึ่งอย่างน้อยต้องเป็นภาษาไทยและภาษาอื่นที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถเข้าใจได้ พร้อมทั้งปิดประกาศให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีทราบ ณ บริเวณพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงาน เกี่ยวกับรังสีได้รับปริมาณรังสีสะสมเกินปริมาณที่กำหนด 4. ห้ามผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตรปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี 5. จัดให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี ได้รับการฝึกอบรมให้เข้าใจและทราบถึงอันตรายและวิธีการป้องกันอันตราย จากรังสี ก่อนเข้ารับหน้าที่และมีการทบทวนความรู้แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง 6. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์บันทึกปริมาณรังสีประจำตัวบุคคลและต้องควบคุมให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงาน เกี่ยวกับรังสีใช้อุปกรณ์ดังกล่าวตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน 7. ผู้รับจ้างต้องจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณรังสีสะสมของพนักงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีที่ได้รับเป็น ประจำทุกเดือนหรือทุกสามเดือนขึ้นอยู่กับประเภทของต้นกำเนิดรังสี และต้องแจ้งข้อมูลปริมาณรังสีสะสมดังกล่าวให้ ผู้ปฏิบัติงานรับทราบทุกครั้ง ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้รับปริมาณรังสีสะสมเกินปริมาณที่กำหนดตามกฎหมายว่า ด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ให้ผู้รับจ้างแจ้งปริมาณรังสีสะสมดังกล่าวพร้อมหาสาเหตุและการป้องกันแก้ไขต่อ อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบข้อมูลปริมาณรังสีสะสม 8. ผู้รับจ้างต้องจัดทำรั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงแนวเขต หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม และจัดให้มีป้ายสัญลักษณ์ ทางรังสี พร้อมข้อความเตือนภัยที่เหมาะอย่างน้อยเป็นภาษาไทยและภาษาอื่นที่ลูกจ้างสามารถเข้าใจได้ แสดงให้เห็น ชัดเจนในบริเวณนั้น 9. ไม่ให้บุคคลใดซึ่งไม่มีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีเข้าไปในพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลพื้นที่ ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี เจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุ นิวเคลียร์ หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งปิดประกาศให้ผู้ปฏิบัติงาน ได้รับทราบ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -29- 10. ไม่ให้บุคคลใดเข้าพักอาศัยหรือพักผ่อน หรือนำอาหาร เครื่องดื่ม หรือบุหรี่เข้าไปในพื้นที่ควบคุมทางรังสี 11. ไม่ให้บุคคลใดนำต้นกำเนิดรังสีที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ออกนอกพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้ดำเนินการตาม มาตรการความปลอดภัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 12. ไม่ให้บุคคลใดนำภาชนะหรือวัสดุซึ่งปนเปื้อนวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ออกไปนอกพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้ดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 13. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีที่ล้างมือ ที่ล้างหน้า และที่อาบน้ำ เพื่อให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้ใช้หลังจาก การปฏิบัติงานหรือก่อนออกจากพื้นที่ปฏิบัติงานของลูกจ้าง และต้องจัดให้มีสถานที่ที่ปลอดภัยในการเก็บชุดทำงาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีถอดชุดทำงานและเก็บไว้ในสถานที่ดังกล่าว 14. ต้องจัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) เกี่ยวกับรังสี 15. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทำความสะอาดชุดทำงาน อุปกรณ์ เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่มีการปนเปื้อนรังสี 16. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีแผนเพื่อป้องกันและระงับอัคคีภัยจากรังสีในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางรังสี และต้องจัดให้ มีการฝึกซ้อมตามแผนดังกล่าวอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และเก็บเอกสารหรือหลักฐานการฝึกซ้อมไว้ ณ พื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยและ ทอท. ตรวจสอบได้ 17. ข้อกำหนดอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารแนบฉบับนี้ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐาน การทำงานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ.2564 พระราชบัญญัตินิวเคลียร์เพื่อสันติ กฎหมายความปลอดภัยอื่น ๆ และมาตรฐานความ ปลอดภัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้าพเจ้า สัญญาเลขที่ แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct) โดย.. ผนวก ก. มีสำนักงาน/ภูมิลำเนาตั้งอยู่ ณ ซึ่งเป็นคู่สัญญากับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ตามสัญญาเลขที่ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “คู่ค้าของ ทอท.” ได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.รายละเอียดดังนี้ บทนำ ทอท.มีความมุ่งมั่นต่อการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกกระบวนการ ดังนั้น “แนวทางการปฏิบัติ อย่าง ยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.” จึงได้ถูกกำหนดขึ้น โดยพิจารณาเนื้อหาและขอบเขตให้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดและ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. ดำเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของลูกจ้าง คำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงาน ผ่านการกำกับดูแลกิจการและแนวปฏิบัติที่ดี ดังนี้ มิติเศรษฐกิจ - การกำกับดูแลกิจการที่ดี 1. การปฏิบัติตนตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และความซื่อสัตย์สุจริต: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดำเนินธุรกิจอย่าง เคารพกฎหมายของประเทศและระเบียบข้อบังคับของ ทอท.อย่างเคร่งครัด และดำเนินธุรกิจตามหลักจริยธรรม โดยปราศจากการติดสินบน หรือทุจริตในทุกรูปแบบ หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย 2. การรักษาความลับ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเก็บรักษาข้อมูลและป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับ ของ ทอท. และไม่นำข้อมูลของ ทอท.ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล หรือ เพื่อประโยชน์ทางการค้า 3. ความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือผลประโยชน์ทับซ้อน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องแจ้งให้ ทอท.ทราบเป็น ลายลักษณ์อักษร หากพบการดำเนินการใด ๆ ที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่าง ทอท.และคู่ค้า 4. การแข่งขันเสรีและกฎหมายการแข่งขันทางการค้า: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องปฏิบัติตนภายใต้การแข่งขันที่เสรี เป็นธรรมและดำเนินการตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างเคร่งครัด และไม่กระทำการอื่นใดซึ่งจะ ส่งผลกระทบเชิงลบต่อคู่แข่งทางการค้า มิติสังคม - การจ้างงานและการเคารพสิทธิมนุษยชน 1. อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของแรงงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดูแลแรงงานด้านอาชีวอนามัยและ ความปลอดภัยให้เหมาะสม อาทิ สถานที่และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการดูแลสุขภาพของลูกจ้างและ ผู้รับเหมาช่วงให้สอดคล้องตามกฎหมายหรือมาตรฐานสากล 2. อิสรภาพของการจ้างงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดำเนินธุรกิจโดยปราศจากการใช้แรงงานบังคับ ต้องไม่มีการใช้ แรงงานไม่สมัครใจ และเปิดโอกาสให้แรงงานสามารถรวมกลุ่มเพื่อเจรจาและต่อรองได้ตามกฎหมายของ ประเทศ 3. ค่าจ้างและสิทธิประโยชน์: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องจ่ายค่าจ้างและให้สิทธิประโยชน์อื่นใดที่ลูกจ้างพึงได้รับ อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และตรงตามกำหนดเวลา 4. การใช้แรงงานเด็ก: คู่ค้าของ ทอท.ต้องไม่จ้างแรงงานเด็กที่มีอายุไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด และ ไม่อนุญาตให้เด็กหรือบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในเวลากลางคืน หรือในสถานที่ที่มีลักษณะ เป็นอันตราย 5. ระยะเวลาในการทำงาน: คู่ค้าของ ทอท. จะต้องดูแลไม่ให้แรงงานทำงานนานเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้จะรวมถึงการทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด 6. การปฏิบัติอย่างเท่าเทียม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมต่อลูกจ้าง โดยไม่เลือกปฏิบัติในการ จ้างงาน การจ่ายค่าตอบแทน การเข้ารับการฝึกอบรม การเลื่อนตำแหน่ง การเลิกจ้างหรือการให้ออกจากงาน อันเนื่องมาจากการแบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ ถิ่นกำเนิด สีผิว ศาสนา อายุ ความนิยมทางการเมือง สถานภาพ การสมรส สภาพการตั้งครรภ์ หรือความพิการ 7. การเลิกจ้าง: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติและการดำเนินการเลิกจ้างในแต่ละขั้นตอนตามกฎหมายกำหนด และ ไม่ยกเลิกสัญญาจ้างด้วยความไม่เป็นธรรม 8. การเคารพสิทธิมนุษยชน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเคารพสิทธิมนุษยชนและมีการปฏิบัติต่อลูกจ้างของตนอย่าง เป็นธรรม ตามกฎหมายและมาตรฐานสากล และห้ามมิให้มีการกระทำอันเป็นการล่วงละเมิดทางร่างกายและ วาจา รวมถึงการคุกคามและการข่มขู่ใด ๆ แก่ลูกจ้าง 9. แรงงานต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหากมีการจ้างแรงงาน ต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ โดยต้องจัดเตรียมเอกสารสัญญาจ้างในภาษาแม่ของแรงงานหรือภาษาที่แรงงาน อ่านแล้วเข้าใจก่อนการจ้างงาน รวมทั้ง หนังสือเดินทางและเอกสารประจำตัวของแรงงานต้องเก็บโดยเจ้าของ เอกสารตลอดเวลา นายจ้างหรือบุคคลที่สามไม่สามารถถือครองเอกสารดังกล่าวของแรงงานได้ 10. ความรับผิดชอบต่อสังคม: คู่ค้าของ ทอท.ควรแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและรับผิดชอบ ต่อสังคม มิติสิ่งแวดล้อม - การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ 1. การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ข้อกำหนด และ แนวปฏิบัติที่ดีที่เกี่ยวข้อง ในทุกกระบวนการผลิตและการให้บริการ เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชุมชนรอบข้าง 2. มาตรการป้องกันและลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องดำเนินมาตรการป้องกันและ ควบคุมมลพิษ อาทิ ของเสีย น้ำเสีย เสียงรบกวน มลพิษทางอากาศ และก๊าซเรือนกระจก โดยต้องควบคุมหรือ บำบัดก่อนปล่อยออกสู่ภายนอกตามกฎหมายและมาตรฐานสากล ทอท.คาดหวังให้คู่ค้าพิจารณานำแนวทางการปฏิบัติเหล่านี้ ทั้งการกำกับดูแลกิจการที่ดี การจ้างงานและ การเคารพสิทธิมนุษยชน และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ มาปรับใช้ในการดำเนินงานของคู่ค้า พร้อมส่งเสริมให้คู่ค้ามีแนวทางปฏิบัติอย่างยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานของตนเองตามความเหมาะสม ข้าพเจ้าได้อ่าน เข้าใจ และรับทราบ แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้าของ ทอท. และตกลงที่จะปฏิบัติ ตามแนวทางดังกล่าวนี้ในทุกประเด็นที่การดำเนินธุรกิจของบริษัทข้าพเจ้าเกี่ยวข้อง โดยจะแจ้งให้ลูกจ้างของบริษัท ที่เกี่ยวข้องทุกคนรับทราบรวมถึงเก็บข้อมูลซึ่งเป็นหลักฐานการปฏิบัติตามแนวทางนี้ไว้ และส่งมอบให้ตามที่ ทอท. ร้องขอ (ลงชื่อ). (....... (ประทับตราบริษัท) (คู่ค้าของ ทอท.) ..)