ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงถนน อบจ.นม.18009 สายยุทธศาสตร์บ้านกุดจิก-บ้านนากลาง อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา
มาตรฐานงานทางหลวงท้องถิ่นนี้กำหนดข้อกำหนดและวิธีการสำหรับการก่อสร้างงานแอสฟัลต์คอนกรีต ซึ่งเป็นวัสดุที่ได้จากการผสมร้อนระหว่างมวลรวม (Aggregate) และแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Asphalt Cement) ที่โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต โดยมีการควบคุมอัตราส่วนผสมและอุณหภูมิอย่างเคร่งครัดตามที่กำหนด มาตรฐานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในงานก่อสร้าง, งานบูรณะ และบำรุงรักษาทางหลวงท้องถิ่น โดยการปูหรือเกลี่ยแต่งวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตบนพื้นที่ที่ได้เตรียมไว้และผ่านการตรวจสอบแล้ว ให้เป็นไปตามแนว, ระดับ, และความลาดที่แสดงไว้ในแบบ
นอกจากนี้ มาตรฐานยังครอบคลุมถึงข้อกำหนดของวัสดุที่ใช้, การออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต, เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง (เช่น โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต, รถบรรทุก, เครื่องปูผิวทาง, รถบด), การเตรียมการก่อนการก่อสร้าง (เช่น การเตรียมสถานที่ตั้งโรงงานผสม, การเตรียมมวลรวม, การเตรียมแอสฟัลต์ซีเมนต์), วิธีการก่อสร้าง (เช่น การควบคุมการผลิตส่วนผสมที่โรงงานผสม, การขนส่ง, การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต, การบดทับ) และการตรวจสอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว เพื่อให้มั่นใจได้ว่างานก่อสร้างมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด
มาตรฐานนี้ยังระบุถึงหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบลักษณะผิว, ความเรียบ และความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จ เพื่อให้มั่นใจว่าถนนที่สร้างขึ้นมีความแข็งแรงและปลอดภัยสำหรับการใช้งาน
English summary
This standard covers asphalt concrete work, which refers to hot-mix material from aggregates and asphalt cement. It is used for construction, renovation, and road maintenance, controlling the mixing ratio and temperature at the asphalt concrete mixing plant. Paving or grading must be in accordance with the lines, levels, and slopes specified in the drawings, including various inspections to ensure compliance with standards.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- ใช้ในงานก่อสร้างทางหลวงท้องถิ่น
- ใช้ในงานบูรณะทางหลวงท้องถิ่น
- ใช้ในงานบำรุงรักษาทางหลวงท้องถิ่น
- เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้ทางหลวงท้องถิ่นทุกพื้นที่ทั่วประเทศ จะได้รับบริการสาธารณะด้วยมาตรฐานงานทางที่เท่าเทียมกัน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ดีขึ้น
ขอบเขตของงาน
- การเตรียมวัสดุ: จัดเตรียมมวลรวม (Aggregate) และแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Asphalt Cement)
- การผสมวัสดุ: ผสมมวลรวมและแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต โดยควบคุมอัตราส่วนผสมและอุณหภูมิ
- การปูผิวทาง: ปูหรือเกลี่ยแต่งแอสฟัลต์คอนกรีตบนพื้นที่ที่ได้เตรียมไว้
- การบดอัด: บดอัดชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตให้ได้ความแน่นตามที่กำหนด
- การตรวจสอบ: ตรวจสอบลักษณะผิว, ความเรียบ และความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความแน่น, ความเรียบสม่ำเสมอ, ได้ระดับและความลาดตามแบบ
- ผิวทางที่ไม่มีรอยแตก, รอยเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง, รอยคลื่น หรือความเสียหายอื่น ๆ
- การควบคุมการจราจรระหว่างการก่อสร้าง
ระยะเวลาดำเนินการ
- ไม่ได้ระบุระยะเวลาโครงการ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: -
- Standards Compliance:
- แอสฟัลต์ซีเมนต์ AC 60-70 ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก 851
- Experience: -
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities:
- โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete Mixing Plant) มีกำลังการผลิต (Rated Capacity) ไม่น้อยกว่า 60 ตันต่อชั่วโมง
- Personnel: -
เกณฑ์การพิจารณา
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะเป็นผู้ตรวจสอบเอกสารการออกแบบ หรือทําการออกแบบส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต พร้อมทั้งพิจารณากําหนดสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน (Job Mix Formula)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- แอสฟัลต์ซีเมนต์: AC 60-70 ตาม มอก 851
- ขนาดคละของมวลรวม: เป็นไปตามตารางที่ 1 (ใน TOR) หรือตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณา
- ปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์: เป็นไปตามตารางที่ 1 (ใน TOR) หรือตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณา
- คุณสมบัติของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต: เป็นไปตามตารางที่ 2 (ใน TOR)
เงื่อนไขสัญญา
- ค่าใช้จ่ายในการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต: ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบ
- ค่าใช้จ่ายในการทดสอบและตรวจสอบการออกแบบส่วนผสม: ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: แอสฟัลต์คอนกรีตที่ผสมไม่ได้ตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงานต้องทำอย่างไร?
-
A: ผู้รับจ้างจะต้องทําการปรับปรุงแก้ไข สำหรับค่าใช้จ่ายในการนี้ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
-
Q: หากวัสดุที่ใช้ผสมมีการเปลี่ยนแปลง สามารถเปลี่ยนสูตรส่วนผสมเฉพาะงานได้หรือไม่?
-
A: ผู้รับจ้างอาจขอเปลี่ยนสูตรส่วนผสมเฉพาะงานใหม่ได้ ถ้าวัสดุที่ใช้ผสมแอสฟัลต์คอนกรีต มีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยสาเหตุใด ๆ ก็ตาม การเปลี่ยนสูตรส่วนผสมเฉพาะงานทุกครั้ง ต้องได้รับความ เห็นชอบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก่อน
-
Q: องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเปลี่ยนแปลงสูตรส่วนผสมเฉพาะงานได้หรือไม่?
-
A: องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาจตรวจสอบ แก้ไข เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือกําหนดสูตรส่วนผสม เฉพาะงานใหม่ได้ตามความเหมาะสมตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
-
Q: อุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้ในการผสมควรเป็นเท่าไหร่?
-
A: เมื่อผสมกับมวลรวมที่โรงงานผสมจะต้องให้ความร้อนจนได้อุณหภูมิ 159 (8 องศาเซลเซียส หรือมีอุณหภูมิที่ แอสฟัลต์ซีเมนต์ มีความหนืด 170 (20 เซนติสโตกส์, Centistokes) หรือมีอุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ใน สูตรส่วนผสมเฉพาะงาน
-
Q: ข้อกำหนดด้านความเรียบของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตคืออะไร?
-
A: เมื่อใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบ (Straight Edge) ตามข้อ 4.8.5 ในการวัดความเรียบของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องวัดความเรียบได้ไม่เกิน 6 มิลลิเมตร
-
Q: จะต้องมีการควบคุมการจราจรอย่างไรระหว่างการก่อสร้าง?
-
A: จะต้องจัดและควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตจะเย็นตัวลงมากพอที่เมื่อเปิดให้การจราจร ผ่านแล้วจะไม่ทําให้เกิดร่องรอยบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น
-
Q: จะต้องมีเครื่องจักรชนิดใดบ้างในโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต?
-
A: อุปกรณ์สําหรับการเตรียมแอสฟัลต์ (Equipment for Preparation of Asphalt), ยังหินเย็น (Cold Bin) และเครื่องป้อนหินเย็น (Aggregate Feeder), หม้อเผา (Dryer), ชุดตะแกรงร้อน (Screening Unit), ยังหินร้อน (Hot Bin), ยังเก็บวัสดุผสมแทรก (Mineral Filter Storage Bin), เครื่องเก็บฝุ่น (Dust Collector), เครื่องวัดอุณหภูมิ (Thermiometric Equipment), ชุดอุปกรณ์ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ (Asphalt Control Unit)
-
Q: รถบรรทุกที่ใช้ขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตต้องมีลักษณะอย่างไร?
-
A: จะต้องมีผ้าใบหรือแผ่นวัสดุอื่นใดที่ใช้ได้อย่างเหมาะสมคลุมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อรักษาอุณหภูมิและป้องกันน้ําฝนหรือสิ่งสกปรกอื่น ๆ
-
Q: รถบดล้อยาง (Pneumatic Tired Roller) ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
-
A: ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 10 ตัน และสามารถ เพิ่มน้ําหนักได้ มีล้อยางไม่น้อยกว่าเก้าล้อ
-
Q: อะไรคือสิ่งที่ต้องทำเมื่อทำการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายช่องจราจรพร้อมกัน?
-
A: ในกรณีเช่นนี้ไม่จําเป็นต้องตัดรอยต่อ ตามยาว และไม่ต้องทําาแทคโคท
-
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
มาตรฐานงานทางหลวงท้องถิ่น
กรมทางหลวงชนบท
กระทรวงคมนาคม
1
+
คํานํา
กรมทางหลวงชนบทมีภารกิจด้านพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางหลวง ก่อสร้างและบํารุงรักษา ทางหลวงชนบท ให้มีโครงข่ายครอบคลุม เชื่อมโยงกับทางหลวงแผ่นดิน และทางหลวงท้องถิ่นทั่วประเทศ อย่างไร้รอยต่อ ประกอบกับ มาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2549 ในส่วนทางหลวงท้องถิ่น ได้กําหนดให้อธิบดีกรมทางหลวงชนบท มีอํานาจในการกําหนดมาตรฐานและลักษณะของทางหลวงและงานทาง รวมถึงกําหนดเขตทาง ที่จอดรถ
และเสาพาดสาย ตลอดจนควบคุมทางวิชาการและอบรมเจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างเกี่ยวกับทางหลวงและงานทาง จึงเป็นภารกิจที่สําคัญอีกประการหนึ่ง ในการขับเคลื่อนประเทศให้มีศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการ
ให้บริการสาธารณะด้านโครงสร้างพื้นฐานทางถนนแก่ประชาชน
ในปี พ.ศ. 2550 ที่ผ่านมา กรมทางหลวงชนบทได้สนองต่อภารกิจข้างต้นโดยได้ดําเนินการจัดทํา มาตรฐานงานทางหลวงท้องถิ่นขึ้น เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ใช้อ้างอิงประกอบการปฏิบัติงาน ด้านงานทาง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น ได้มีการพัฒนาวิธีการปฏิบัติงาน เทคโนโลยีและวัสดุ ทางวิศวกรรมที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 กรมทางหลวงชนบทจึงได้ดําเนินการ ทบทวน ปรับปรุง และเพิ่มเติมมาตรฐานงานทางหลวงท้องถิ่น ให้ครบถ้วน ครอบคลุมภารกิจด้านงานทางของ อปท. ยิ่งขึ้น โดยมีเนื้อหาประกอบด้วย หมวดงานโครงสร้างและปฐพีวิศวกรรม หมวดงานทาง หมวดงาน บํารุงรักษาทาง และหมวดงานท่อระบายน้ําและทางเดินเท้า ซึ่งจะเป็นหลักประกันว่าประชาชนผู้ใช้ทางหลวง ท้องถิ่นทุกพื้นที่ทั่วประเทศ จะได้รับบริการสาธารณะด้วยมาตรฐานงานทางที่เท่าเทียมกัน และยกระดับ คุณภาพชีวิตของประชาชนที่ดีขึ้น
กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า มาตรฐานงานทางหลวงท้องถิ่น เล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหาร บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและ ภาคเอกชน ในการนํามาตรฐานดังกล่าว สําหรับใช้อ้างอิงประกอบการปฏิบัติงานก่อสร้างถนนให้มีความ ถูกต้องตามมาตรฐานสากล ซึ่งจะก่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้ใช้ถนนต่อไป
(นายกฤชเทพ สิม) อธิบดีกรมทางหลวงชนบท
{
{
รายการ
สารบัญรายหมวด
หมวดที่ 1 : งานโครงสร้างและปฐพีวิศวกรรม
หมวดที่ 2 : งานทาง
หมวดที่ 3 : งานบํารุงรักษาทาง
หมวดที่ 4 : งานท่อระบายน้ําและทางเดินเท้า
หมวดที่ 5 : งานทดสอบโครงสร้างและปฐพีวิศวกรรม
:
หมวดที่ 6 : งานทดสอบงานทาง
หน้า 1-1 ถึง 1-73 2-1 ถึง 2-224 3-1 ถึง 3-39 4-1 ถึง 4-3
5-1 ถึง 5-141
6-1 ถึง 6-160
สารบัญรายมาตรฐาน
หน้า
1-1
หมวดที่ 1 : งานโครงสร้างและปฐพีวิศวกรรม
มาก. 101-2562 : มาตรฐานงานคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็ก
มาก. 102-2562 : มาตรฐานงานคอนกรีตอัดแรง
มาก. 103-2562 : มาตรฐานงานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต
มาก. 104-2552 : มาตรฐานงานไม้
มทถ. 105-2562 : มาตรฐานงานฐานราก
มหก, 106-2562 : มาตรฐานงานเสาเข็ม
มท. 107-2562 : มาตรฐานงานแผ่นยางรองรับพื้นสะพาน (Elastomeric Bearing)
หมวดที่ 2 : งานทาง
มทด. 201-2562 : มาตรฐานวัสดุถมคันทาง (Embankment)
มท. 202-2562 : มาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (Subbase)
มทส. 203-2562 : มาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (Crushed Rock Base) มาก. 204-2552 : มาตรฐานวัสดุคัดเลือก (Selected Material) มท. 205-2562 : มาตรฐานวัสดุไหล่ทาง (Shoulder)
มทถ. 206-2562 : มาตรฐานวัสดุลูกรังชนิดทําผิวจราจร
มาก. 207-2562 : มาตรฐานวัสดุมวลรวมสําหรับผิวจราจรแบบเซอร์เฟซทรีตเมนต์
(Surface Treatment)
1-14
1-24
1-36
1-43
1-49
1-69
2-1
2-3
2-5
27
2-9
2-11
2-12
หมวดที่ 2 : งานทาง (ต่อ)
สารบัญรายมาตรฐาน (ต่อ)
มาก. 208-2562 : มาตรฐานวัสดุมวลรวมสําหรับผิวทางเพเนเตรชั่นแมคคาดัม
(Penetration Macadam)
มาก, 209-2562 : มาตรฐานวัสดุมวลรวมสําหรับงานแอสฟัลต์คอนกรีต
(Aggregates for Asphalt Concrete)
มทส. 213-2562 : มาตรฐานวัสดุยางคัทแบคแอสฟัลต์ชนิดบ่มช้า (Slow Curing Cut-Back Asphalt)
มท. 215-2562 : มาตรฐานวัสดุมวลรวมผสมเย็นด้วยแอสฟัลต์อิมัลชัน (Cold Mixed Asphalt}
มาก. 216-2562 : มาตรฐานวัสดุมวลรวมสําหรับผิวจราจรแบบคอนกรีต
มาก. 217-2562 : มาตรฐานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต
มทส. 218-2562 : มาตรฐานงานถางป่า ยุคคอ (Clearing and Grubbing)
มาก. 219-2562 : มาตรฐานงานตกแต่งเกลี่ยค้นทางเดิม (Reshaping and Levelling)
มทต. 220-2562 : มาตรฐานงานถมคันทาง (Embankment)
มทส. 221-2562 : มาตรฐานงานดินตัดค้นทาง (Roadway Excavation)
มาก. 222-2562 : มาตรฐานงานชั้นรองพื้นทาง (Subbase)
มาก, 223-2562 : มาตรฐานงานชั้นพื้นทาง (Base)
หน้า
2-13
2-14
2-17
2-19
2-23
2-25
-2-27
2-28
2-29
2-33
2-35
2-37
มาก. 224-2562 : มาตรฐานงานไหล่ทาง (Shoulder)
2-38
มทส. 225-2552 : มาตรฐานงานไพรมโคท (Prime Coat)
2-39
มาก. 226-2562 : มาตรฐานงานผิวจราจรแบบเซอร์เฟซทรีตเมนต์ (Surface Treatment) มท. 227-2562 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
2-43
2-57
มาก. 228-2562 : มาตรฐานงานซีลโคท (Seal Coat)
2-59
มทส. 229-2562 : มาตรฐานงานผิวจราจรแบบเพเนตรชั่นแมคคาดัม (Penetration Macadam)
2-61
มทส. 230-2562 : มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete)
2-64
มทส. 231-2562 : มาตรฐานงานผิวจราจรแบบคอนกรีต
2-94
มท. 232-2562 : มาตรฐานการฉาบผิวทางแบบสเตอรี่ซีล (Slurry Seal)
· 2-105
บทด. 233-2562 : มาตรฐานงานผิวจราจรแบบเคพซีล (Cape Seal)
2-112
มทส. 234-2562 : มาตรฐานวัสดุโพลีเมอร์โมดิฟายด์แอสฟัลต์ซีเมนต์สําหรับงานโมดิฟายด์แอสฟัลต์คอนกรีต 2-118 (Polymer Modified Asphalt Cement for Modified Asphalt Concrete
1
สารบัญรายมาตรฐาน (ต่อ)
หมวดที่ 2 : งานทาง (ต่อ)
มาก, 235-2562 : มาตรฐานวัสดุโพลีเมอร์โมดิฟายด์แอสฟัลต์ซีเมนต์ สําหรับงานพอรัสแอสฟัลต์คอนกรีต
(Polymer Modified Asphalt Cement for Porous Asphalt Concrete)
มาก. 236-2562 : มาตรฐานงานผิวจราจรแบบโพลีเมอร์โมดิฟายด์แอสฟัลต์คอนกรีต
(Polymer Modified Asphalt Concrete)
มท. 237-2562 : มาตรฐานงานผิวจราจรแบบพอรัสแอสฟัลต์คอนกรีต (Porous Asphalt Concrete) มาก. 238-2562 : มาตรฐานวัสดุโพลีเมอร์โมดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชัน CRS-1 สําหรับงานเทคโคท
(Polymer Modified Asphalt Emulsion CRS-1 for Tack Coat)
มทส. 239-2562 : มาตรฐานพื้นทางตะกรันเหล็กโม่ (Crushed Steel Slag Aggregates for Base) มาก. 240-2562 : มาตรฐานวัสดุมวลรวมตะกรันเหล็กสําหรับงานแอสฟัลต์คอนกรีต
(Steel Slag Aggregates for Asphalt Concrete)
มทส. 241-2562 : มาตรฐานงานทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทางด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสง
(Reflective Thermoplastic Road Marking Material)
มาก. 242-2562 : มาตรฐานงานหมุนเวียนวัสดุชั้นทางเดิมมาใช้ใหม่แบบในที่
(Pavement in - Place Recycling)
มหก, 243-2562 : มาตรฐานงานฉาบผิวทางแบบพาราสเลอรีซีล (Para Sturry Seal) มท. 243.1-2562 : มาตรฐานงานผิวจราจรแบบพาราเคพซีล (Para Cape Seal) มท. 244-2562 : มาตรฐานงานพื้นทางดินซีเมนต์ (Soil Cement Base) มท. 245-2562 : มาตรฐานงานวัสดุแอสฟัลต์ซีเมนต์ปรับปรุงคุณภาพด้วยยางธรรมชาติ
(Natural Rubber Modified Asphalt Cement)
มทถ. 246-2562 : มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีตปรับปรุงคุณภาพด้วยยางธรรมชาติ
(Natural Rubber Modified Asphalt Concrete)
หมวดที่ 3 : งานบํารุงรักษาทาง
มทส. 401-2552 : มาตรฐานงานปะซ่อมผิวทางแอสฟัลต์ (Skin Patching) มาก. 402-2562 : มาตรฐานงานชุดซ่อมผิวทางแอสฟัลต์ (Deep Patching)
มท. 403-2562 : มาตรฐานการอุดซ่อมรอยแตกในถนนคอนกรีตด้วยวัสดุยารอยต่อชนิดเทร้อน มทส. 404-2562 : มาตรฐานการเปลี่ยน (Reseating) วัสดุยารอยต่อชนิดเหมือน
หน้า
2-120
2-122
2-154
2-166
2-167
2-168
- 2-170
2-179
2-189
2-198
2-204
2-211
2-215
3-1
3-5
3-10
3-15
4
หมวดที่ 3 : งานบํารุงรักษาทาง
สารบัญรายมาตรฐาน (ต่อ)
มท. 405-2562 : มาตรฐานการเปลี่ยนซ่อมแผ่นพื้นคอนกรีตแบบ Full - Depth Repair มหก, 406-2562 : มาตรฐานการอุดซ่อมโพรงใต้แผ่นพื้นถนนคอนกรีต (Subsealing) มาก. 407-2562 : มาตรฐานการซ่อมรอยแยกตัวระหว่างไหล่ทางกับผิวคอนกรีต
- ด้วยวัสดุยารอยต่อชนิดเหร้อน
หมวดที่ 4 : งานท่อระบายน้ําและทางเดินเท้า
มทส. 561-2562 : มาตรฐานงานท่อระบายน้ําคอนกรีตเสริมเหล็ก มหก, 502-2562 : มาตรฐานงานระบายน้ําและโครงสร้างประกอบอื่นๆ มาก, 503-2562 : มาตรฐานงานคันหินและรางตื้น
มทส. 564-2562 : มาตรฐานงานทางเท้า
หน้า
3-19
3-31
3-36
4-1
4-4
4.6
4-7
ง
กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม
มหล. 230 - 2562
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
(Asphalt Concrete)
- ขอบข่าย
แอสฟัลต์คอนกรีต หมายถึง วัสดุที่ได้จากการผสมร้อนระหว่างมวลรวม (Aggregate) กับแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Asphalt Cement) ที่โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete Mixing Plant) โดยการควบคุม อัตราส่วนผสมและอุณหภูมิตามที่กําหนด มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในงานก่อสร้าง งานบูรณะและบํารุงทาง โดยการปูหรือเกลี่ยแต่ง เป็นทางใด ๆ ที่ได้เตรียมไว้ และผ่านการตรวจสอบแล้ว ให้ถูกต้อง
ติดตามที่ได้แสดงไว้ในแบบ
ตามแนว ระดับ ความลาด
Un - วัสดุ
2.1 แอสฟัลต์ ในกรณีที่ไม่
โดยลงแล
เป็นอย่างอื่น ให้ใช้แอสฟัสต์ซีเมนต์ AC 60-70
ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก 851 แอสฟัลต์ซีเมนต์สําหรับงานทาง การใช้แอสฟัลต์อื่น ๆ หรือแอสฟัลต์ที่ปรับปรุงคุณสมบัติด้วยการใด นอกเหนือจากนี้ต้องมีคุณภาพเท่าหรือดีกว่า ทั้งนี้ต้อง
ผ่านการทดสอบคุณภาพและพิจาร
ปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นกรณีไป ลงท้
จึงได้รับอนุญาตให้ใช้ได้จากองค์กร
ลด์ซีเมนต์โดยประมาณ ให้เป็นไปตาม
ตารางที่ 1
2.2 วัสดุมวลรวม ให้เป็นไปตาม มีทุก 209 (Aggregates lot, Asphalti Concrete) - การออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
3.1 ก่อนเริ่มงานไม่น้อยกว่า
ผลรวมสําหรับงานแอสฟัลต์คอนกรีต
POLD
อกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
ต่อผู้ควบคุมงาน แล้วให้ผู้คว บคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุที่จะใช้จากแหล่งที่ระบุในเอกสารการออกแบบ
ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตส่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานที่เชื่อถือได้ รวมทั้งส่งเอกสาร การออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตมาพร้อมกัน เพื่อทําการตรวจสอบด้วย หรือผู้รับจ้างอาจร้องขอ ให้หน่วยงานที่เชื่อถือได้ เป็นผู้ออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตให้ก็ได้ สําหรับค่าใช้จ่ายในการนี้ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
3.2 คุณภาพทั่วไปของวัสดุที่จะใช้ทําแอสฟัลต์คอนกรีต ให้เป็นไปตามข้อ 2 ส่วนขนาดคละและปริมาณ
แอสฟัลต์ซีเมนต์ ให้เป็นไปตามตารางที่ 1
3.3 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต ให้เป็นไปตามตารางที่ 2
3.4 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะเป็นผู้ตรวจสอบเอกสารการออกแบบ หรือทําการออกแบบส่วนผสม
หมวดงานทาง 2-64
4
กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
แอสฟัลต์คอนกรีต พร้อมทั้งพิจารณากําหนดสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน (Job Milk Formula) ซึ่งมีขอบเขตต่าง ๆ ตามตารางที่ 2 เพื่อใช้ควบคุมงานนั้น ๆ กรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเห็นควรให้กําหนดขอบเขต ของสูตรส่วนผสมเฉพาะงานแตกต่างไปจากตารางที่ 2 ก็สามารถดําเนินการได้ตามความเหมาะสม 3.5 ในการผสมแอสฟัลต์คอนกรีตในสนาม ถ้ามวลรวมขนาดหนึ่งขนาดใด หรือปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ หรือคุณสมบัติอื่นใด คลาดเคลื่อนเกินกว่าขอบเขตที่กําหนดไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน จะถือว่า ส่วนผสมของแอสฟัลต์คอนกรีตที่ผสมไว้ในแต่ละครั้งนั้นมีคุณภาพไม่ถูกต้องตามที่กําหนด ผู้รับจ้าง จะต้องทําการปรับปรุงแก้ไข สําหรับค่าใช้จ่ายในการนี้ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
3.6 ผู้รับจ้างอาจขอเปลี่ยนสูตรส่วนผสมเฉพาะงานใหม่ได้ ถ้าวัสดุที่ใช้ผสมแอสฟัลต์คอนกรีต มีการ เปลี่ยนแปลงไปด้วยสาเหตุใด ๆ ก็ตาม การเปลี่ยนสูตรส่วนผสมเฉพาะงานทุกครั้ง ต้องได้รับความ เห็นชอบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก่อน
3.7 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาจตรวจสอบ แก้ไข เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือกําหนดสูตรส่วนผสม
เฉพาะงานใหม่ได้ตามความเหมาะสมตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
3.8 การทดสอบและตรวจสอบการออกแบบส่วนผลมีแอสฟัลต์คอนกรีตทุกครั้งหรือทุกสัญญาจ้าง
ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น
ตารางที่ 1 ขนาดคละของมวลร่วมและงปริมาณแลสฟิลด์ซีเมนต์ที่ใช้
7
190
1:25.0
(นา)
(1/2))
(3/4)
(1)
Wearing
Binder
Base
สําหรับหนทาง
Course Course
ความหิน ขนาดตะแกร่ง
40-70
40-80
70-100
เสลเมตร
ร้อยลงโดยมวล
37.5
100
25.0
100
90-100
19.0
90-100
12.5
100
(80-100
56-80
9.5
(3/8)
#90-100
56-80
4.75
(เบอร์ 4)
55-85
44-74
35-65
29-59
2,36
(เบอร์ 8)
32-67
28-58
23-49
19-45
1.18
(เบอร์ 16)
0.600
(เบอร์ 30)
0:300
(เบอร์ 50)
7-23
5-21
5-19
5-17
0.150
(เบอร์ 100)
0.075
(เนอร์ 200)
2-10
2-10
2-8
1-7
ปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ร้อยละ
4.0-8.0
3.0-7.0
3.0-6.5
3.0-6.0
โดยมวลของมวลรวม
หมวดงานทาง 265
กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
หมายเหตุ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงขนาดคละของมวลรวม และปริมาณ แอสฟิลด์ซีเมนต์ที่ใช้ แตกต่างจากตารางที่ 1 ก็ได้ ทั้งนี้ แอสฟัลต์คอนกรีตที่ได้ต้องมีคุณสมบัติและ
ความแข็งแรงถูกต้อง ตามตารางที่ 2
ตารางที่ 2 ข้อกาหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
ชั้นทาง
รายการ
Course
Wearing | Wearing
Course
Binder Base
Course Course
Shoulder
95125
19:0
25.0
25,0
Aggregate Size
mim
mm.
mm.
Blows
768
75
175
75
75
Stability Min,
8,006
8,006
8.006
7117
7,117
N
tb.
18000
800
1,600
1,600
Flow 0.25 mm. (0.01ao)
Percent Air Volds
Percent Volds in Mineral
€8-16
8-16
3-5
$12
Aggregate (VMA) Min.
Stability/Flow Min
N/0.25 mm.
ib./0.01 in
Percent Strengt
1645
4.5
145
75
หมายเหตุ (1) การทดสอบเ ก่ออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ดําเนินการตาม บทด.(ท) 607 :
A
มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธีมาร์แชลล์ (Marshall)
(2) การออกแบบไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ตามข้อกําหนดในตารางที่ 2 ให้ใช้มวลรวมขนาด 12.5 มิลลิเมตร ยกเว้นกรณีที่แบบกําหนดให้ชั้น Binder Course เป็นไหล่ทางด้วย ให้ใช้ข้อกําหนด ในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีตของชั้น Binder Course เป็นข้อกําหนดในการออกแบบ แอสฟัลต์คอนกรีตของไหล่ทาง
(3) การทดสอบหาค่า Percent Strength Index ใช้วิธี Ontario Vacuum immersion Marshall Test หรือวิธีอื่นที่เทียบเท่า การทดสอบรายการนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะพิจารณาทําการ
ทดสอบใหม่ได้ตามความเหมาะสมตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
หมวดงานทา 2-66
Ai
1
กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้สําหรับสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน
ผ่านตะแกรงขนาด
2.36 มม. (เบอร์ 8) และขนาดใหญ่กว่า
1.18 มม. (เบอร์ 16) 0.600 มม. (เบอร์ 30) และ 0.300 มม. (เบอร์ 50)
0.150 มม. (เบอร์ 100)
ร้อยละ
+5
£4
+3
กร
0.075 มม. (เบอร์ 200)
ปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์
นุการก่อสร้าง
£0.3
จะต้องมีสภาพใ ใช้งานได้ดี โดยจะต้องผ่านการ
ตรวจสอบและตรวจปรับ โดยผู้ควบคุมงานอนุญาตให้ใช้ได้ ในระหว่างการก่อสร้ ผู้รับจ้างจะต้อง บํารุงรักษาเครื่องจักรและเครื่องมือทุกชนิด ให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ
4.1 โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt C
Mixing Plant)
ผู้รับจ้างควรมีโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ซึ่งตั้งอยู่ในสายทางที่ก่อสร้าง หากจําเป็นอาจตั้งอยู่
นอกสายทางภายในระยะขบสูงเฉลี่ย สมพระเรย์พระยะเวลาช
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเห็นชอบ
ทั้งนี้จะก่อให้สามารถควบคุมอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์
คอนกรีตได้ตามที่กําหนด โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรี
ไม่น้อยกว่า 60 ตันต่อชั่วโมง โดยจี
2 ซาโมง หรือตาม
งการผลิต (Rated Capacity)
ก็ได้ เมไรเม
หรือแบบผสมต่อเนื่อง (Continuous Type) (Caver) ให้สามารถปได้อย่าง
โดยมีอุณหภูมิ
ต่อเนื่อง และเป็นส่วนผู้
นกลาสมาเสมอลงต
ถูกต้องตามข้อกําหนดด้วย (3)
โรงงาน
โรทดสอบ ให้อยู่ในบริเวณที่
เครื่องมือทดสอบที่ได้มาตรฐานและมีสภาพดี
การทํางานของ
โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจากห้องนั้นได้ และ
และจะต้องอนุญาตให้ผู้ค
ควบคุมงานใช้เป็นเครื่องมือตรวจสอบคุณภาพแอสฟัลต์คอนกรีตระหว่างการ
ก่อสร้างได้
โรงงานผสมนี้จะต้องมีสภาพใช้งานได้ดี และอย่างน้อยต้องมีเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 4.1.1 อุปกรณ์สําหรับการเตรียมแอสฟัลต์ (Equipment for Preparation of Asphalt) โรงงานผสม ต้องมีถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Storage Tank) ซึ่งมีอุปกรณ์ให้ความร้อนประเภทท่อเวียนไอน้ําร้อน หรือน้ํามันร้อน (Steam or Oil Coil) หรือประเภทใช้ไฟฟ้า (Electricity) หรือประเภทอื่นใด ที่ไม่มีเปลวไฟสัมผัสกับถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์โดยตรง อุปกรณ์ทุกประเภทต้องสามารถทํางานได้
อย่างมีประสิทธิภาพ มีเครื่องควบคุมอุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ให้ได้ตรงตามข้อกําหนด และ ต้องมีระบบทําให้แอสฟัลต์ซีเมนต์ไหลเวียน (Circulating System) ที่เหมาะสม ที่ทําให้แอสฟัลต์ซีเมนต์
หมวดงานทาง 2-57
}
:
กรมทางหลวงนั้นบท กระทรวงคมนาคม
ไหลเวียนได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลาขณะทํางาน พร้อมกันนี้ต้องมีอุปกรณ์ให้หรือรักษาความร้อน ที่ระบบท่อไหลเวียน โดยอาจเป็นประเภทใช้ไอน้ํา (Steam Jacket) หรือน้ํามันร้อน (Hot Oil Jacket) หรือประเภทฉนวนรักษาความร้อน (Insulation) เพื่อรักษาอุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ในท่อส่ง แอสฟัลต์ มาตรวัดแอสฟัลต์ ท่อพ่นแอสฟัลต์ ถังบรรจุแอสฟัลต์ และอื่น ๆ ให้มีอุณหภูมิตามที่ กําหนด ปลายท่อไหลเวียนแอสฟัลต์ต้องอยู่ที่ใต้ระดับแอสฟัลต์ในถังเก็บแอสฟัลต์ขณะปั้ม
แอสฟัลต์ทํางาน
U
4.1.2 ยังหินเย็น (Cold Bin) และเครื่องป้อนหินเย็น (Aggregate Feeder) โรงงานผสมต้องมียังหินเย็น ไม่น้อยกว่า 4 กุ้ง สําหรับแยกใส่วัสดุหินหรือวัสดุอื่น ๆ แต่ละขนาดช่องเปิดปากยังจะต้องเป็น แบบปรับได้ ยังหินเย็นต้องประกอบด้วยเครื่องป้อนหินเย็นแบบที่เหมาะสมสามารถป้อนหินเย็น ได้อย่างสม่ําเสมอไปยังหม้อเผา (Dre ได้ถูกต้องตามอัตราส่วนที่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครื่องป้อนหินเย็นสําหรับยังมวลละเอียด เช่น หินฝุ่น หรือทราย จะต้องเป็นแบบสายพานยาง ต่อเนื่อง หรือสายพานอื่นใดที่ให้ผลเทียบเท่า
4.1.3 หม้อเผา (Dryer) โรงงานผสมต้องมีหม้อเผาอยู่ในสภาพดี มีประสิทธิภาพในการทํางานดีพอที่จะ
ทําให้มวลรวมแห่งและ
เครื่องวัดอุณหภูมิแบบแปรคว่า
ะเอียดถึง 25 องศาเซลเซียส บันทึกอุณหภูมิของมวลรวมที่วัดไร่
4,1.4 ชุดตะแกรงร้อน (Saeaning
เพื่อแยกมัวสรวมเป็นพันธ์
(Scalpin
ที่ร่อนออกมาผิดขนาดไปจากที่ผู้
4.1.5 ยังหินร้อน (Hot Bin
สําหรับเก็บมวลร่วมร้อนที่ผ่านตะแ มีความสูงพอที่จะป้องกันไม่ให้มวลรวมไหล่ข้า
ดนตรีโดยต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิ หมาะสม เช่น (Electric fyrometer) ที่อ่านอุณหภูมิได้ จนตัวออก และจะต้องมีเครื่อง
NUDE
ร่อนมาสร่วมที่ผ่านมาจากหม้อเผา
ะแกรงร่อนนี้ต้องประกอบด้วย
ซวัตรและ
ที่กําหนด (Oversize) ออกทิ้ง การอมากเกินไป อันจะทําให้มวลรวม นจะทําให้มวลรวม
นี้โปรวมกุ้งวัสดุผสมแทรก
อันนี้ต้องมีผนังแข็งแรงไม่มีรอยรั่ว
กันได้ และต้องมีความจุมากพอที่จะ
ป้อนมวลรวมร้อนให้กับห้องผสม (Pugmill Mixer) ได้อย่างสม่ําเสมอ เมื่อโรงงานผสมทําการผสม เต็มกําลังผลิต ในแต่ละยังต้องมีท่อสําหรับให้มวลรวมไหลออกไปข้างนอก เพื่อป้องกันไม่ให้ไป ผสมกับมวลรวมที่อยู่ในยุ้งอื่น ๆ ในกรณีที่มีมวลรวมในยุ่งนั้น ๆ มากเกินไป
4.1.6 ยังเก็บวัสดุผสมแทรก (Mineral Filter Storage Bin) โรงงานผสมต้องมียุ้งเก็บวัสดุผสมแทรก ต่างหาก พร้อมกับมีเครื่องชั่ง หรือเครื่องป้อนวัสดุผสมแทรก ซึ่งสามารถควบคุมปริมาณวัสดุเข้าสู่ ห้องผสมอย่างถูกต้อง และสามารถปรับเทียบ (Calibrate) ได้
4.1.7 เครื่องเก็บฝุ่น (Dust Collector) โรงงานผสมต้องมีเครื่องเก็บฝุ่น สําหรับเก็บวัสดุส่วนละเอียด หรือฝุ่น ที่มีประสิทธิภาพดีและเหมาะสมที่สามารถเก็บฝุ่นกลับไปใช้ได้อย่างสม่ําเสมอ หรือนําไป
หมวดงานทาง 2-58
1
กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
ทิ้งได้ทั้งหมด หรือบางส่วน และเครื่องเก็บฝุ่นดังกล่าวต้องสามารถควบคุมฝุ่นไม่ให้มีฝุ่นเหลือออก สู่อากาศภายนอกมากจนทําให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม
โรงงานผสมต้องมีเครื่องเก็บฝุ่นทั้งชุดหลัก (Primary) และชุดรอง (Secondary) ชุดหลักให้ เป็นแบบแห้ง (Dry Type) และชุดรองเป็นแบบเปียก (Wet Type) หรือแบบอื่น ๆ ที่มี
ประสิทธิภาพทัดเทียมกัน
4.1.8 เครื่องวัดอุณหภูมิ (Thermiometric Equipment) โรงงานผสมต้องมีเทอร์โมมิเตอร์แบบแท่งแก้ว หุ้มด้วยปลอกโลหะ (Armoured Thermometer) หรือแบบอื่นใด ซึ่งวัดอุณหภูมิได้ระหว่าง 90-200 องศาเซลเซียส ติดตั้งไว้ที่ท่อส่งแอสฟัลต์ ที่ตําแหน่งที่เหมาะสมใกล้ทางออกของ แอสฟัลต์ที่ห้องผสม นอกจากนี้จะต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิ เช่น เทอร์โมมิเตอร์แบบใช้ปรอท ชนิดมีหน้าปัทม์ (Dial Scale Mercury Activated Thermometer) เครื่องวัดอุณหภูมิแบบแปร ความร้อนเป็นค่าไฟฟ้า (Electric : viromer หรือแบบอื่น ๆ ที่เหมาะสม ที่สถาบันที่เชื่อถือได้ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอนุญาตให้ใช้ได้ ติดตั้งที่ปลายทางออกของมวลรวม เพื่อใช้วัด ที่ใช้ต้องมีความสามารถ
กมของมวลรวมริยบทออกจากน
แสดงอุณหภูมิได้อย่างถูกต้อง นอนอัตร
มีเร็วกว่า 5 องศาเซลเซียสต่อนาที
4.1.9 ชุดอุปกรณ์ควบคุมปริมาณแอสมัสตอยด์ (Asphalt Control Unit) โรงงานผสมต้องมี
งงถิ่นผสม
ชุดอุปกรณ์ควบคุมปริมาณแอสฟัลตงโมสต์ ซึ่งอาจใช้วิธีชั่งน้ําหนักหรือวิธีวัดปริมาตรก็ได้ แต่ต้อง สามารถควบคุมปริมาณแอสซิสต์ซีเมล็ดที่อยู่ในช่ กําหนดไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน
มนต์ที่ต้องการใช้ผสมการ
อย
ยกว่าร้อยละ 2 ของน้ําหนักแอสฟัลต์
การเหลของแอสฟัลต์ซีเมนต์ ก่อนจากปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์
4.1.10 ข้อท้าย
เมื่อพยายเป็นบ้านน้อมเก
(1) ถังซึ่งมวลรวม Box of Hopper)
OAD!
24.ปกรณ์สําหรับ ซึ่งมวลรวมที่ปล อยออกมาแต่ละยุ่งได้อย่างละเอียดถูกต้อง ถังชั่งน้ําหนักต้องแขวนอยู่กับ เครื่องชั่ง และต้องมีขนาดใหญ่พอที่จะบรรจุมวลรวมได้เต็มชุด (Batch) โดยมวลรวมไม่ล้น ถัง ถังชั่งน้ําหนักจะต้องวางบนพลครัม (Fulcrum) ซึ่งวางอยู่บนขอบใบมีด (Knife Edge) อย่าง แน่นหนาอีกทีหนึ่ง ซึ่งเมื่อขณะทํางานฟิลครัมและขอบใบมีดต้องไม่เคลื่อนตัวออกจาก แนวเดิม ประตูยังหินร้อนและถังชั่ง น้ําหนักต้องแข็งแรงและไม่รั่ว
(2) ห้องผสม (Pugmill Mixer) ห้องผสมของโรงงานผสมแบบชุดนี้ จะต้องเป็นชนิดมีเพลาผสมคู่ มีอุปกรณ์ให้ความร้อนห้องผสม และสามารถผลิตแอสฟัลต์ได้ส่วนผสมที่สม่ําเสมอ ประตูปล่อย ส่วนผสมเมื่อปิดจะต้องปิดสนิทโดยไม่มีวัสดุรั่วไหล ต้องมีเครื่องตั้งเวลาและควบคุมเวลา
การผสมเป็นแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะควบคุมไม่ให้ประตูห้องผสมเปิดจนกว่าจะได้เวลาตามที่กําหนดไว้
หมวดงานทาง 2-69
กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
ภายในห้องผสมประกอบด้วยใบพาย (Paddle Tip) จํานวนเพียงพอจัดเรียงตัวกัน อย่างเหมาะสมที่จะผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตได้อย่างถูกต้องสม่ําเสมอ ระยะห่าง
ระหว่างปลายใบพายและผนังห้องผสม จะต้องน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดมวลรวมก้อนโตสุด (3) เครื่องชั่ง (Planit Scale) เครื่องชั่งต้องมีความละเอียด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของมวลรวม สูงสุดที่ต้องการชั่ง หน้าปัทม์เครื่องซึ่งต้องมีขนาดใหญ่พอ ซึ่งสามารถอ่านน้ําหนักได้ ในระยะห่างอย่างน้อย 7 เมตร และต้องอยู่ในตําแหน่งที่พนักงานควบคุมเครื่องมองเห็น ได้ชัดเจน หน้าปัทม์เครื่องชั่งมวลรวมจะต้องมีเข็มชี้น้ําหนักแต่ละกุ้ง สําหรับเครื่องชั่งต้องมี ตุ้มน้ําหนัก มาตรฐานหนักตุ้มละ 25 กิโลกรัม ไม่น้อยกว่า 10 ตุ้ม หรือมีจํานวนเพียงพอที่จะ ใช้ตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องชั่ง
วนและแอสฟัลต์ทเทผล
(4) การควบคุมป
ชุดจะต้องเป็นแบบอัตโนมัติ
ผสมแร่มตอน
(1) ชุด
4.1.11 ข้อกําหนดที่เคยสั
ณ์ควบคุมวลรวม radation Control Unit) Işaat ควบคุมปริมาณมากรวมที่ไหลออกมาจากยังหินร้อนแต่ละยังได้อย่างถูกต้องแน่นอน
ระกอบด้วย เครื่องป้อนหนั (re-le: อาภายโตียงหนึ่
จะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมปริมาณต่างหาก ติดตั้งในตําแหน่งที่ทําให้ควบคุมการป้อนวัสดุผสม
สบู่แบบนี้ต้องมีอุปกรณ์
อยู่ภายใต้ยังหินร้อน สําหรับการป้อนวัสดุผสมแทรก
แทรกลงไปทองผสมเพื่อผสม
ของการผสมแห้ง (Dry Mixing) ก่อนที่จะไป
ฟแอลฟ์ลิตซ์เป็นต์ที่ชัย
เป็นต์ที่จ่ายเข้าหาภายหลังในจังหวะของการผสมเปียก (Wet Mixing)
เมธของการคายคัม
Aggregate and Asphalt
ป้อนมวล
มองเวลา และแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Synchronization of
มแบบนี้ต้องมีอุปกรณ์ควบคุมการ
องผสมเป็นแบบขับเคลื่อนที่สัมพันธ์กัน
(3)
(PupplllMNG, ปกทองผสมของโรงง นผสมแบบต่อเนื่องนี้ ต้องเป็นแบบ ทํางานต่อเนื่อง (Continuous Moer
ntinuous Mixer Vuusugan
และห
รณ์ให้ความร้อนห้องผสม
ไม้พายจะต้องเป็นชนิดปรับมุม
ให้ไปในทางเดียวกันเพื่อให้ส่วนผสมเคลื่อนตัวได้เร็ว หรือให้กลับทางกันเพื่อถ่วงเวลาให้
ส่วนผสมเคลื่อนตัวช้าลงได้ และห้องผสมจะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมระดับของส่วนผสมด้วย
ระยะห่างระหว่างปลายใบพายและผนังห้องผสมจะต้องน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดมวลรวม
ก้อนโตสุด ที่ห้องผสมจะต้องมีแผ่นแสดงปริมาตรของห้องผสม เมื่อมีส่วนผสมบรรจุในห้องผสม ที่ความสูงต่าง ๆ ติดตั้งไว้อย่างถาวร นอกจากนั้นจะต้องมีตารางแสดงอัตราการป้อนวัสดุ มวลรวมต่อนาที เมื่อโรงงานผสมทํางานในอัตราเร็วปกติ
หมวดงานทา4 2-70
ต้
กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
การคํานวณเวลาในการผสม ให้กําหนดโดยใช้น้ําหนักตามสูตรดังนี้ คือ
เมื่อ
เวลาในการผสม (วินาที) - A/B
A = ปริมาณของส่วนผสมทั้งหมดในห้องผสม (Pugmill Dead Capacity) มีหน่วยเป็น กิโลกรัม B = ส่วนผสมที่ออกจากห้องผสม (Puemitt Output) มีหน่วยเป็น กิโลกรัมต่อวินาที
(4) ยังพักส่วนผสม (Discharge Hopper) โรงงานผสมแบบนี้ต้องประกอบด้วยกุ้งสําหรับพัก ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ออกมาจากห้องผสม ยังพักส่วนผสมนี้มีประตูเปิดที่ด้านล่างของกุ้ง และจะปล่อยส่วนผลมิได้เมื่อส่วนผสมเต็มกุ้งแล้ว
(5) สัญญาณแจ้งปริมาณมวลรวมในยังหนูร้อน โรงงานผสมต้องมีสัญญาณซึ่งจะ
ปริมาณมวลรวมในยังหพร้อม
สัญญาณซึ่งจะแจ้งให้ทราบว่า
คุณเพียงพอที่จะดําเนินการต่อไปได้หรือไม่ ถ้าปริมาณ
มวลรวมยังใดขาดหรือน้อยไป สัญญาณดังกล่าวจะทําให้ผู้ควบคุมทราบทันที ผู้รับจ้างต้อง หยุดการดําเนินการและทําการแก้ไข จนกว่าผู้ควบคุมจะเห็นสมควร จึงจะอนุญาตให้
ทําเนินการต่อได
4.2 รถบรรทก (Hault Truck
จะต้องมา
การของเควยกัน ทั้งนี้เพื่อให้การก่อสร
องโรงงานผสม และความสามารถใน
แอสฟัลต์คอนกรีตดําเนิน
เนินไปได้อย่างต่อเนื่องมากที่สุด ห้คํานวณให้เหมาะส
ในแต่ละวันที่ปฏิบัติงานจํานวนรถบรรทุกที่ใช้ให้คํานวณ
ความปลองรถบรร
ระยะเวล
ในการร
ในการปูของเครื่อง
กระบะรถบรรทุกจะต้องไปทั่ว
ปราศจากวัสดุที่ไม่พึงประสงค์
เคลือบภายในกระบะด้วยน
เกือบกรีตลงรถบรรทุก ระยะทางและ
อิสแต เดือนกรกลงานด
GAD!
ความสามารถ
ภายในกระบะจะต้องสะ
เย! ก่อนไซยนางร
ซึ่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องพ่นหรือ
ที่มีน้ําหนักผสมไม่เกินร้อยละ 5
โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน ห้ามใช้น้ํามันเบนซิน น้ํามันก๊าด น้ํามันดีเซล หรือน้ํามัน ประเภทเดียวกัน การพ่นหรือเคลือบภายในกระบะให้ทําเพียงบาง ๆ เท่านั้น และก่อนบรรจุส่วนผสม
ๆ แอสฟัลต์คอนกรีตลงกระบะ ให้ยกกระบะเทวัสดุหรือสารเคลือบที่อาจมีมากเกินความจําเป็นออกให้หมด
ในการขนส่งจะต้องมีผ้าใบหรือแผ่นวัสดุอื่นใดที่ใช้ได้อย่างเหมาะสมคลุมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อรักษาอุณหภูมิและป้องกันน้ําฝนหรือสิ่งสกปรกอื่น ๆ ด้วย 4.3 เครื่องปู (Paver or Fitisher)
เครื่องปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องเป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง โดยจะเป็นชนิดล้อ เหล็กตีนตะขาบหรือชนิดล้อยางที่มีคุณภาพเทียบเท่า มีกําลังมากพอ และสามารถควบคุมความเร็วใน การเคลื่อนที่ได้อย่างสม่ําเสมอ ทั้งในขณะที่เคลื่อนไปพร้อมกับรถบรรทุกส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตและ
หมวดงานทาง 2-71
4
กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
ในขณะเคลื่อนตัวไปตามลําพัง เครื่องปูจะต้องสามารถปรับความเร็วการได้หลายอัตรา และส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตได้ความลาดถูกต้องตามแบบ
4.3.1 ส่วนขับเคลื่อน (Tractor Unit) ประกอบด้วย เครื่องยนต์ต้นกําลังมีอุปกรณ์ควบคุมความเร็วรอบ เครื่องยนต์ (Governor) ให้คงที่ระหว่างทํางาน กระบะบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Hopper) จะต้องเป็นแบบข้างกระบะหุบได้ สายพานป้อนส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Stat Conveyor) เกลียวเกลี่ยจ่ายส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Auger หรือ Screw Conveyor) แยกเป็น 2 ข้าง ซ้ายและขวา ซึ่งสามารถแยกทํางานเป็นอิสระแก่กันได้ ประตูควบคุมการไหล (Flow Gate) ของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตสามารถปรับระดับความสูงของช่องประตูได้
4.3.2 ส่วนเตารีด (Automatic Screed Unit) ประกอบด้วย อุปกรณ์ควบคุมความหนา (Thickness Control) อุปกรณ์ควบคุมความลาดเอียงที่ผิว (Crown Control) อุปกรณ์ให้ความร้อนแผ่นเตารีด (Screed Heater) แผ่นเตารีด (Sareed Plate) และอุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ ที่จําเป็นระบบการ
ควบคุมความลาดชัน (Grade Control ) และระดับแอสฟัลต์คอนกรีตควรเป็นแบบอัตโนมัติ โดยอาจเป็นแบบ (1) Hrested Grade Line (2) Mobile Strine Line (3) Ski (Q) Lloating Beam หรือ (5) Joint matching Shoe สําหรับแบบที่ (2) แบบที่ (2) และแบบที่ (4) ต้องมีความยาว ไม่น้อยกว่า 9 เมตร แผ่นเตารีดจะต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 2.4 เมตร และสามารถขยายได้ยาว ไม่น้อยกว่า 25 เมตร แผ่นเตารีดจะต้องตรงแนวและได้ระดับ ไม่บิดงอหรือสึกหรอมากเกินสมควร ไม่สึกเป็นหนุ่ม มีระบบการอัดแอสฟัลต์คอปก
(in (Tameera) หรือ
อ้างแ
กรดของอยู่ในสภา
4.4 รถเกลี่ยปรับระดับ (Motor God
Grader
แบบกันสะเทือน (Vibratory Screed) ระกอบกับ ซึ่งสามารถปรับความถี่ของ ยแบบคานกระแทกจะต้องมีระยะห่าง
โลลิเมตร ผิวของคานกระแทกด้านล่างที่ใช้อัด ากกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดความหนาของใหม่
รถเกลี่ยปรับระดับนี ยิ่งสั่งมาใช้งานจะต้องเป็น เซนต์ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง มีล้อยาง
UT OF RUMA w
ผิวเรียบ มีใบมีดยาวไม่น้อยก การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
4.5 เครื่องจักรบดทับ
Theel Base) ไม่น้อยกว่า 4.8 เมตร
ๆ
เครื่องจักรปิดทับทุกชนิดจะต้องเป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง ต้องมีน้ําหนักและคุณสมบัติอื่น ๆ ถูกต้องตามที่ได้ระบุไว้ในรายละเอียดที่กําหนดสําหรับเครื่องจักรบดทับแต่ละชนิด น้ําหนักในการบดทับ ของเครื่องจักรบดทับแต่ละชนิดจะต้องเหมาะสมกับชนิดและลักษณะของส่วนผสมความหนาของชั้นที่ปู
ขั้นตอนการบดทับและอื่น ๆ เครื่องจักรบดทับต้องมีจํานวนเพียงพอที่จะอํานวยให้การก่อสร้างขึ้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปได้โดยปกติไม่ติดขัดหรือหยุดชะงัก เพื่อให้ได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มี ความแน่น ความเรียบ และคุณสมบัติอื่น ๆ ตามกําหนด การกําหนดน้ําหนักเครื่องจักรบดทับ น้ําหนักในการ บดทับของเครื่องจักรแต่ละคัน ตลอดจนการเพิ่มจํานวนเครื่องจักรบดทับจากจํานวนขั้นต่ําที่กําหนดไว้
งานทาง 2-72
Ahr
ตุ
กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน เครื่องจักรบดทับจะต้องประกอบด้วยเครื่องจักรชนิดต่าง ๆ ซึ่งต้อง ได้รับการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้ได้จากผู้ควบคุมงานก่อน โดยมีจํานวนอย่างน้อยดังต่อไปนี้
H
ก. รถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ ไม่น้อยกว่า 1 คัน และรถบดสั่นสะเทือน 1 คัน หรือรถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ
ไม่น้อยกว่า 2 คัน ในกรณีที่ไม่มีรถบดสั่นสะเทือน
ข. รถบดล้อยาง ไม่น้อยกว่า 3 คัน
รายละเอียดของเครื่องจักรชนิดต่าง ๆ เป็นดังนี้
4.5.1 รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ (Steel-Tired Tandem Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 8 ตัน และ สามารถเพิ่มน้ําหนักได้จนมีน้ําหนักไม่น้อยกว่า 10 ตัน จะต้องมีน้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด ไม่น้อยกว่า 37.9 กิโลกรัมต่อเซนติเมตร รถบดจะต้องอยู่ในสภาพดี สามารถขับเคลื่อนเดินหน้า และถอยหลังได้ การ บเคลื่อนไปข้างหน้า การหยุดและการถอยหลังจะต้องเรียบสม่ําเสมอ
จะต้องตรงตามแนว ที่ผิวล้อเหล็กจะต้องเรียบไม่เป็น
วล้อเหล็กจะต้องเรียบไม่เป็นร่อง (Groove) อีกเป็นหลุม หรือเป็นรอยปุ่ม (Din) สลักยึดล้อ (Kang lain) และลูกปืนล้อ (Wheel Bearing) ต้องไม่สึกหรอมาก เกินไปจนทําใหลือหลาย ต้องมีถึงนามระบ เบฉีดน้ํา (Sprinkler System) มีอุปกรณ์คราดผิวล้อเหล็ก (Scraper) และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับตัวและเก
และเกลี่ยกระจายน้ําสําหรับเลี้ยงล้อรถปิดที่ใช้การได้ดี
ล้อเหล็กทั้ง
และถูกต้องตามที่ต้องการ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อขณะมดทับ
4.5.2 รถบดล้อยาง (Pheumatic TeamA
ขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 10 ต้น และสามารถ เพิ่มน้ําหนักได้ มีล้อย่างไม่น้อยกว่าเกลือ ลอรถบดต้องเป็นชนิดผิวหน้าเรียบ มีขนาดเส้นผ่าน ศูนย์กลางของล้อ (Rum Diameter) ไม่น้อยกว่า 500 มิลลิเมตร มีผิวหน้าสู้อย่างกว้างไม่น้อยกว่า
225 มิลลิเมต
ซะอย่างนาย ย
(90 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) และต้อ
สําหรับซีซึมซับมาและเกลีย
เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอลฟิลด์
ความดันลมยางเท่า
วีกันที่แล้ว ส่วนล้อและเพลาเคลื่อนตัวขึ้นลงได้ ล้อรถบิดขณะบดอัดไม่มากกว่า 620 กิโลปาสกาล บฉีดน้ํา มีอุปกรณ์กราดผิวอย่าง และแผ่นวัสดุ แบบที่ใช้ได้ดีและถูกต้องตามที่ต้องการ แต่ทัน รถบดล้อยางขณะใช้งานจะต้องมี ลืมยางแต่ละล้อแตกต่างกันได้ไม่เกิน
4
35 กิโลปาสกาล (5 ปอนด์ต่อตํารว 4.5.3 รถบดสั่นสะเทือน (Vibratory Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 4 ตัน สําหรับชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตที่มีความหนาไม่เกิน 35 มิลลิเมตร และต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 6 ต้น สําหรับ ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาตั้งแต่ 40 มิลลิเมตร ขึ้นไป โดยอาจเป็นแบบสั่นสะเทือน ล้อเดียวหรือสองล้อก็ได้ ต้องมีความถี่การสั่นสะเทือน (frequency) ไม่น้อยกว่า 33 เฮิรตซ์ (2,000 รอบต่อนาที) และมีระยะเต้น (Amplitude) ระหว่าง 0.20-0.80 มิลลิเมตร มีน้ําหนักต่อ ความกว้างของรถบดไม่น้อยกว่า 22 กิโลกรัมต่อเซนติเมตร รถบดจะต้องอยู่ในสภาพดี สามารถบดทับ โดยการเดินหน้าและถอยหลังได้ การขับเคลื่อนไปข้างหน้า การหยุดและการถอยหลังจะต้อง เรียบสม่ําเสมอ ล้อทั้ง 2 ล้อ จะต้องตรงแนว ที่ผิวล้อเหล็กจะต้องเรียน ไม่ลึกเป็นหลุมหรือเป็นรอยบุ๋ม
Br
หมวดงานทาง 2-73
กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
สลักล้อและลูกปืนล้อต้องไม่สึกหรอมากเกินไป จนทําให้ล้อหลวม ต้องมีถังน้ํา มีระบบฉีดน้ํา มีอุปกรณ์คราดผิวล้อ และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและเกลี่ยกระจายน้ําเลี้ยงล้อรถบด เพื่อป้องกัน
ไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อขณะบดทัน มีระบบการสั่นสะเทือนที่อยู่ในสภาพดี
4.6 เครื่องพ่นแอสฟัลต์ (Asphalt Distributor)
ต้องเป็นชนิดขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง มีถังบรรจุแอสฟัลต์ติดตั้งบนรถบรรทุกหรือรถพ่วง และ ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่จําเป็นในการใช้งาน ดังนี้
4.6.1 ไม้วัด (Dipstick) หรือเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์ในถัง 4.6.2 หัวเผาให้ความร้อนแอสฟัลต์ (Burner)
4.6.3 เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิแอสฟิลด์ (Thering 4.6.4 ปั๊มแอสฟัลต์ (Asphalt. Pupp
4.6.5 เครื่องต้นกําลังหรือเครื่องท้าย (Power) 4.6.6 ท่อพ่น อัลฟีสต์ (Spray Bar) พร้อม 4.6.7 ท่อพ่นแอสฟัสต์แบบมือถือ (Hand Spi 4.6.8 อุปกรณ์วัดปริมาณการพบแอสฟลีต 4.6.3. ถึงบรรจุแอสฟิลดับปรถ (a phat
ไข่
กองมร
อสุพลตเหลว
งชนบท
(Nozzle)
ถนน irculating System) มีทีมแอสฟิสต์ที่สามารถ ซีเมนต์ และต้องทํางานได้ดัง
(1) ดูดแอสฟัลท์เข้าถึงได้
(2) หมุนเวียนแอลอีสต์ในข้อพับแ
พ่นแอล
(4)
“เอลฟ์สดแบบมือถือได้
ออฟ
แบบขอถือเข้าถึงได้
(5) ปั๊มแอสฟัลต์จากลงประ
(6) เครื่องต
เครื่องปั๊มแอสฟัล เป็นความดัน หรืออื่น
เงินเลย อย่ามนุ
งแต่เครื่อง
OF AUR
AT OF
บแอสฟัลต์ภายนอกได้
เนปัน โดยวัดเป็นรอบ หรือวัด
ท่อพ่นแอสฟัลต์ อาจประกอบด้วยท่อหลายท่อนต่อกัน มีหัวฉีดติดตั้งโดยมีระยะห่าง ระหว่างหัวฉีดเท่า ๆ กัน หัวฉีดปรับทํามุมกับท่อพ่นแอสฟัลต์ได้ และต้องมีอุปกรณ์ปิดเปิดได้ ท่อพ่นแอสฟัลต์ต้องเป็นแบบที่แอสฟัสต์หมุนเวียนผ่านได้ เมื่อใช้งานต้องมีความต้นสม่ําเสมอ
ตลอดความยาวของท่อ และสามารถปรับความสูงและความกว้างในการพ่นแอสฟัลต์ได้
ท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือที่เคลื่อนที่ได้อิสระ ต้องเป็นแบบใช้หัวฉีด ไข้พ่นแอสฟัลต์บน พื้นที่ที่รถพ่นแอสฟัลต์เข้าไปไม่ได้ อุปกรณ์วัดปริมาณการพ่นแอสฟัลต์ ประกอบด้วย ล้อวัด ความเร็ว (ล้อที่ห้า) ต่อสายเชื่อมไปยังมาตรวัดความเร็วในเก๋งรถ มาตรวัดความเร็วนี้ต้องวัด ความเร็วเป็นเมตรต่อนาที หรือฟุตต่อนาที พร้อมทั้งนี้มีตัวเลขบอกระยะทางรวมที่รถวิ่ง
หมวดงานทาง 2-74
*****หลวงชนบท กระรวงคมนาคม
ถังบรรจุแอสฟัสต์บนรถ เป็นชนิดมีฉนวนหุ้มป้องกันความร้อน ภายในถังประกอบด้วยท่อ นําความร้อนจากหัวเผา (หนึ่งหัวเผาหรือมากกว่า) มีแผ่นโลหะช่วยกระจายความร้อน มีท่อ ระบายแอสฟัลต์ ที่ถังต้องมีเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์เป็นแบบไม้วัด หรือเข็มวัดบอกปริมาณ หรือทั้งสองชนิด มีเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิเป็นแบบหน้าปัทม์ (Dial) หรือแบบแห่งแก้วหุ้มด้วย ปลอกโลหะ (Armoured Thermometer) หรือทั้งสองชนิดที่อ่านได้ละเอียดถึง 1 องศาเซลเซียส อุปกรณ์สําหรับเครื่องพ่นแอสฟัลต์ต่าง ๆ เหล่านี้ ก่อนนําไปใช้งานต้องตรวจสอบให้อยู่ใน สภาพใช้งานได้ดี การตรวจสอบและตรวจปรับอุปกรณ์ต้องดําเนินการตามวิธีที่กําหนด ซึ่งแอสฟัลต์ ที่พ่นออกมาจะต้องมีปริมาณสม่ําเสมอตลอดความกว้างและความยาว และเมื่อตรวจสอบโดยวิธี ทดสอบหาปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ราดตามขวางและตามยาว จะต้องถูกต้องตามข้อกําหนด กล่าวคือ ปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ราดตามขวางคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ 17 และปริมาณ
แอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ราดตามยาวคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ 15 ตาม
4.7 เครื่องจักรและเครื่องมือทําความสะอาดพื้นที่ที่จะก่อสร้าง
4.7.1 รถบรรทุกน้ํา (Water Truck) ต้องอยู่ในสภาพดี มีท่อพ่นน้ําและอุปกรณ์ฉีดน้ําที่ใช้การได้ดี 4.7.2 เครื่องกวาดฝุ่น (Rotary iBroom) อาจเป็นแบบลาก แบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองหรือแบบติดตั้งที่ รถไถนา (Farm Tractor) หรือรถอีกได้ แต่ต้องเป็นแบบไม้กวาดหมุนโดยเครื่องกล ชนไม้กวาด
อาจทําตอนไหนสั่งนอร์ สาดเหล็ก บลอน
ควบคุมงาน ทั้งนี้ ต้องมีประส
4.7.3 เครื่องเป่าลม (Blower
และมีประสิทธิภาพพ่อ
4.8 เครื่องมือประกอบที่ วั
พระสมเดมความเห็นชอบของ
คอสดวงตะวาต
รักเกิน หรือรถอื่นใด มีใบพัดขนาดใหญ่ให้กําลังสมแรง
ซึ่งระบาด
4.8.1 เครื่องมือพูดกับแบบสั่นสะเทือนขนาดเล็ก (Small Vibrator Compactor) ต้องมีขนาด น้ําหนัก
งานซ่อมขนาดเล็ก การใช้งานให้อยู่ในดุล
มารถเข้าไปดําเนินการได้ หรือใช้ใน
RO
4.8.2 เครื่องมือกระทั่งแอสฟัลต์คอนกรีต (Hands Kamper ต้องเป็นแบ บนและมีขนาดน้ําหนัก เหมาะสม ที่จะใช้กระทั่งอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่เครื่องปัดทับขนาดเล็กเข้าไปบดทับไม่ได้ หรือใช้งาน ซ่อมขนาดย่อย การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
4.8.3 เครื่องมือตัดรอยต่อ อาจเป็นแบบติดกับรถบดล้อเหล็ก หรือเป็นแบบรถเข็นขนาดเล็ก หรือจะมี ทั้ง 2 แบบก็ได้ หรือมีแบบอื่น ๆ ซึ่งสามารถตัดแนวรอยต่อได้เรียบร้อย ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน
4.8.4 เครื่องมือเจาะตัวอย่าง อาจเป็นชนิดใช้เครื่องยนต์หรือใช้ไฟฟ้าที่สามารถใช้เจาะตัวอย่างที่มีขนาด
เส้นผ่านศูนย์กลาง 100 มิลลิเมตร ได้อย่างเรียบร้อย
4.8.5 ไม้บรรทัดวัดความเรียบ (Straight Edge) ต้องเป็นไม้บรรทัดวัดความเรียบที่มีขนาดเหมาะสม
มีความยาว 3.00 เมตร
หมวดงานทาง 275
กรมทางหลวง นปช. กระทรวงคมนาคม
เครื่องจักร เครื่องมือ หรืออุปกรณ์อื่นใด นอกเหนือจากที่กําหนดไว้แล้วข้างต้น การนํามาใช้งาน และการใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
5. การเตรียมการก่อนการก่อสร้าง
5.1 การเตรียมสถานที่ตั้งโรงงานผสมและกองวัสดุ
สถานที่ตั้งโรงงานผสมและกองวัสดุจะต้องเหมาะสม มีบริเวณกว้างพอที่จะดําเนินการได้ โดยสะดวก นอกจากนั้นจะต้องจัดให้มีการระบายน้ําที่ดี อันจะเป็นการป้องกันมิให้มีน้ําท่วมกองวัสดุได้ พื้นที่สําหรับกองวัสดุที่นํามาใช้งานจะต้องสะอาดปราศจากวัสดุไม่พึงประสงค์ เช่น วัชพืช สิ่งสกปรกอื่น ๆ ควรรองพื้นด้วยวัสดุหินหรือปูด้วยแผ่นวัสดุที่เหมาะสม สถานที่กองวัสดุจะต้องราบเรียบได้ระดับพอควร การกองวัสดุแต่ละขนาดจะต้องกองแยกไว้อย่างชัดเจน โดยการกองแยกให้ห่างกันตามสมควร หรือทํากุ้ง กั้นไว้เพื่อป้องกันวัสดุที่จะใช้แต่ละชนิด แต่ละขนาด ไม่ให้ปะปนกัน หรือปะปนกับวัสดุไม่พึงประสงค์อื่น ๆ การกองวัสดุต้องดําเนินการให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุเกิดการแยกตัวโดยการกองวัสดุเป็นชั้น ๆ สูงชั้นละไม่เกินความสูงของกองวัสดุก่องเดียว
แรงของกอง สุดกองเติมลมมือ หาถูกรถบรรทุกเทน
เมื่อเทจากรถบรรทุกเทท้ายคนหนึ่ง ๆ ถ้าจะกองวัสดุ
1
ขั้นต่อไปจะต้องแต่งระดับยอดกองให้เสมอ และ ของสดสูงเป็นกับกรวม
5.2 การเตรียมมวลรวมตลกติดผสมหลัก
กองวัสดุที่ใช้ทุกชนิดจะต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้วัสดุเปียกน้ําฝน โดยการกองวัสดุในโรงที่มี
หลังคาคลุม หรือคลุมด้วยผ้าใบ หรือแผ่นวัสดุอน นะสม ชื่อโดยวิธีอื่นใดที่ได้รับความเห็นชอบ
จากผู้ควบคุมงาน (53
บริษัทผู้ผลิตโรงงานผสมที่ใช้งานนั้น
วัสดุที่ใช้ทุกชนิดเมื่อป้อนเข้าโรงงา
การผสมมวลรวมแต่ละชนิดจะต้องดี กุ้งหินเย็นในทุกกรณี
ARTI
เช่นเกิบเอกจนดร์ตามข้อแนะนําของ
ตะตองบุร
ได้อย่างมีประสิทธา หล
หินเย็น แยกกันแต่ละยุ่งและ
ในยังเป็นเป็นแก่
เปิดจะต้องดําเนินการเรียผ่านยกหุ่นเฮงเรี นั้น ห้ามนํามาผสมกันภายนอก
วัสดุผสมแทนขอ
การป้อนวัสดุผสมแทรก
จะต้องแยกต่างหากโดยไม่ปะปน ตัสตอน
อื่น ๆ และจะต้องป้อนเข้าห้องผสมโดยตรง 5.3 การเตรียมแอสฟัลต์ ซีเมนต์
แอสฟัลต์ซีเมนต์ในถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์ต้องมีอุณหภูมิไม่สูงกว่า 100 องศาเซลเซียส เมื่อผสม กับมวลรวมที่โรงงานผสมจะต้องให้ความร้อนจนได้อุณหภูมิ 159 (8 องศาเซลเซียส หรือมีอุณหภูมิที่ แอสฟัลต์ซีเมนต์ มีความหนืด 170 (20 เซนติสโตกส์, Centistokes) หรือมีอุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ใน สูตรส่วนผสมเฉพาะงาน การจ่ายแอสฟัลต์ซีเมนต์ไปยังห้องผสมจะต้องเป็นไปโดยต่อเนื่องและมีอุณหภูมิ ตามที่กําหนดสม่ําเสมอตลอดเวลา
5.4 การเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง
เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทุกชนิดตามที่ระบุไว้ในข้อ 4 ที่นํามาใช้งานต้องมีสภาพใช้งานได้ดี
หมวดงานทาง 2-76
4
กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
โดยจะต้องผ่านการตรวจสอบและหรือตรวจปรับ ตามรายการและวิธีการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กําหนด และผู้ควบคุมงานอนุญาตให้ใช้ได้ก่อน เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทุกชนิดต้องมีจํานวน พอเพียงที่จะอํานวยให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปโดยต่อเนื่อง ไม่ติดขัด หรือ
หยุดชะงัก และในระหว่างการก่อสร้างจะต้องบํารุงรักษาให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอตลอดระยะเวลาทํางาน 5.5 การเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง
5.5.1 รองพื้นทาง พื้นทาง หรือไหล่ทาง จะต้องเรียบสม่ําเสมอ ได้ระดับและความลาดตามรูปแบบก่อน ทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ กรณีรองพื้นทาง หรือพื้นทาง หรือไหล่ทางมีความเสียหาย เป็นคลื่น เป็นหลุมบ่อ มีจุดอ่อนตัว (Soft Spot) หรือไม่ถูกต้องตามรูปแบบ ให้แก้ไขให้ถูกต้องก่อน โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
5.5.2 ผิวทางราดยางเดีย
และไม่มีการ: จับปรับระดับ
หรือคา 2
แล้วบัด
ซึ่งแอสฟัลต์คอนกร
สม่ําเสมอ หรือเป็นคลื่น
ยินในปรับแต่งไหลมาเสมอ ถาม
หัสม่ําเสมอ ถ้ามีหลุมบ่อ รอยแตก จุดอ่อนตัว ในทาง
ทางใด ๆ จะต้องตัดหรือขุดออก แล้วปะซ่อมหรือชุดซ่อมแล้วแต่กรณี มาหนากร มําเสมอ โดยให้มีระดับและความลาดถูกต้องตามแบบ
ริมาณวัสดุที่ใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะความ
วัสดุที่นํามาใช้จะต้องมีคุณภาพดี ขน
เลยหายและหมายจะยอม
5.5.3 พื้นทางหรือไหล่ทางที่มีไพร่มโคท (Prime Coat) หลุดหรือเสียหาย ต้องแก้ไขใหม่ให้เรียบร้อย
ตามวิธีการที่ผู้ควบคุมงานกําห
5.5.4 พันทางกรงเหล
ใช้ทําให้
5.5.5 นนทางห
การก่อสร้างปกติ
ตร
เวลาบ่มตัวของแอสฟัสต์ที่ใช้ซ่อมก่อน
ชุดเสียหายเป็นพื้นที่ต่อเนื่
นพื้นที่ต่อเนื่องมากเกินกว่าที่จะซ่อม TV) พื้นทางหรือไหล่ทางนั้น แล้วบดทับใหม่
คอนกรีต ต.
ลาบ่มตัวของแอสฟัลต์ที่
งไว้นาน โดยไม่ได้ทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตตามขั้นตอน
แต่พรมโคทไม่หลุดเสียหาย ยืน งานทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ อาจพิจารณา
ให้ทําแทคโคท (Tack Coat) โดยให้ดําเนินการตา
ทั้งนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
5.5.6 ในงานเสริมผิวทาง (Overlay) ด้วยแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเดิม ซึ่งเกิดการยุบตัว (Sag and
Depression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว ให้ดําเนินการดังนี้
(1) กรณียุบตัวหรือเป็นแอ่งลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร อาจแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะปูรวมไปพร้อมกับการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้ อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่จะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนารวมเกิน 80 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบด้วย หรือเป็นแอ่งก่อน
Ar
หมายงานทาง 2-77
กรมทางหลวงชนบท กระรวงคมนาคม
(2) กรณียุบตัวหรือเป็นแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัว
หรือเป็นแอ่งก่อน โดยให้ปูเป็นชั้น ๆ หนาไม่เกินชั้นละ 50 มิลลิเมตร
การแยกปูเสริมปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต
ให้ปิดทับด้วยรถบดล้อยางจนได้ความแน่นตามที่กําหนด แล้วจึงปูนทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อไป
5.5.7 รองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางราดยางเดิมที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ
ต้องสะอาดปราศจากฝุ่น วัสดุสกปรก หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ปะปน
5.5.8 การทําความสะอาดรองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิมที่จะทําขั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตทับ โดยการกวาดฝุ่น วัสดุหลุดหลวม ทรายที่สาดทับไพรมโคท สําหรับพื้นทางหรือ ไหล่ทางออกจนหมดด้วยเครื่องกวาดฝุ่น ต้องปรับอัตราเร็วการหมุน และน้ําหนักกดที่กดลงบน รองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางราดยางเดิมให้พอดี โดยไม่ทําให้รองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางเดิมเสียหาย เสร็จแล้วให้ใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝนหรือวัสดุที่หลุดหลวม
นหรือวัสดุที่หลุดหลวมออกจนหมด 5.5.9 กรณีที่มีคราบฝุ่นหรือวัสดุจับตัวแข็งอยู่ที่พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิมที่จะทําชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตทีม เหล่าจัดคราบ มีกล่าวออกโดยการใช้เครื่องมือใจ ที่เหมาะสมตามที่ กางให้สะอาด ทิ้งไว้ให้แห้ง ใช้เครื่องกวาดฝุ่นกวาด
ควบคุมความกาหนดหรือน
แล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นหรือวัสดุ หลัดหลงมีออกให้หม่
5.5.10 ผิวทางรอดยางเดิมที่มีแอสแซด! มีทรงทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับจะต้องแก้ไ
ให้เรียบร้อยก่อน โดยการปาดแอสฟัลต์ที่เริ่มออก หรือโดยวิธีการอื่นใดที่เหมาะสมที่ผู้ควบคุมงาน
5.5.1 ผิวทางราดยางเดิมหรือ
that
จะต้องทําแทคโจทย์
5.5.12 ชอบของใช้ รองคอร์ร
เรตทจะ เอส
10
มาตรฐานงานเทคโคท (Hack coat
เอสพละ
5.5.13 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะ
กองทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ ตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
แอสฟัลต์คอนกรีตเต็มที่ต่อเชื่อมกับ
asanu uma. 227 :
วัสดุยาแนวรอยแตกและ
รอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตให้หมด ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วใช้เครื่อเป้า ลมเป่าฝุ่นออกให้หมด แล้วทําแทคโคทโดยให้ดําเนินการตาม มทส. 227: มาตรฐานงานแทคโคท
(Tack Coat)
6. วิธีการก่อสร้าง
6.1 การควบคุมการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม
การดําเนินการควบคุมการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
6.1.1 การควบคุมคุณภาพส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต มวลรวมและแอสฟัลต์ซีเมนต์ต้องมีคุณสมบัติตาม ข้อ 1 คุณภาพของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตต้องสม่ําเสมอตรงตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงานที่ได้
หมวดงานทาง 28
กรมทางหลวงชนบท (13) รวงคมนาคม
กําหนดขึ้นสําหรับแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น ๆ สูตรส่วนผสมเฉพาะงานอาจเปลี่ยนแปลงได้ตาม เหตุผลในข้อ 3.5 และ ข้อ 3.6
6.1.2 การควบคุมเวลาในการผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต โรงงานผสมต้องมีเครื่องตั้งเวลาและควบคุม
เวลาแบบอัตโนมัติ ที่สามารถตั้งและปรับเวลาในการผสมแห้งและผสมเปียกได้ตามต้องการ
สําหรับโรงงานผสมแบบชุด ระยะเวลาในการผสมแห้งและผสมเปียกควรใช้ประมาณ 15 วินาที และ 30 วินาที ตามลําดับ
สําหรับโรงงานผสมแบบต่อเนื่อง ระยะเวลาในการผสมให้คํานวณจากสูตรตาม ข้อ 4.1.11 (3) ในการผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตโดยโรงงานผสมทั้ง 2 แบบ ต้องได้ส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีตที่สม่ําเสมอ ในกรณีที่ผสมกันตามเวลาที่กําหนดไว้แล้วแต่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ยังผสมกันได้ไม่สม่ําเสมอตามต้องการ ก็ให้เพิ่มเวลาในการผสมขึ้นอีกก็ได้ แต่เวลาที่ใช้ในการผสม ทั้งหมดต้องไม่เกิน 60 วินาที ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน การกําหนดเวลาในการผสม ของโรงงานผสมใด ๆ ให้กําหนดโดยการทดสอบหาปริมาณที่แอสฟัลต์เคลือบผิวมวลรวมตาม
ๆ วิธีการทดสอบ
AASHTO 1195 Determ
Degree of Particle Coating of Bituminous-
ggregate Mixt โดยใหญ่ หลักเกณฑ์ที่กําหนดตอนตารางท
ใยกรองที่ 5 ปริมาณเซแอสทีลิตเคลือบผิวมา รวม
ปริมาณที่แอสฟัลต์เคลือบผิวมวลรวมร้อยละโดยพื้นที่
น้อยกว่า 90
จบทาง
ผิวทาง รองผิวทาง ไหล่ทาง ปรับระดับ
6:1.3.095891
อุณหภูมิของวิตก่อนก
(1) มวลรวม ก่อนการผสมต้องให้คว
ต้องในความเรียบจนเดอก ทุภูมิ 163 (8 องศาเซลเซียส และมีความชื้น
ไม่เกินร้อยละ 1 โดยน้ําหนัก และ
ไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน OF AU
มนต์
จะต้องมีอุณหภูมิตรงตามที่ระบุ
(2) แอสฟัลต์ซีเมนต์ ขณะเก็บในถังเก็บรอใช้งานต้องมีอุณหภูมิไม่สูงกว่า 100 องศาเซลเซียส เมื่อจะผสมกับมวลรวมต้องให้ความร้อนเพิ่มจนได้อุณหภูมิ 15948 องศาเซลเซียส หรือ อุณหภูมิที่แอสฟัลต์ซีเมนต์ มีความหนืด 170-20 เซนติสโตกส์ (Centistokes) หรืออุณหภูมิ ตรงตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน
(3) แอสฟัลต์คอนกรีตที่ผสมเสร็จ ก่อนออกจากห้องผสมจะต้องมีอุณหภูมิระหว่าง 121-168 องศาเซลเซียส หรือตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ถ้ามีอุณหภูมิแตกต่างไปกว่า ที่กําหนดนี้ ห้ามนําส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตดังกล่าวไปใช้งาน
หน่วยงานทาง 2-79
:
กรมทาง 1 กระรอง โดย
(4) ต้องมีการบันทึกอุณหภูมิของมวลรวมที่ผ่านหม้อเผา อุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ ขณะก่อน ผสมกับมวลรวม และอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน โดยใช้ เครื่องบันทึกอุณหภูมิแบบอัตโนมัติ พร้อมที่จะให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลา และผู้รับจ้างจะต้อง
ส่งบันทึกรายการอุณหภูมิดังกล่าวประจําวันแก่ผู้ควบคุมงานทุกวันที่ปฏิบัติงาน
(5) การวัดอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่อยู่ในรถบรรทุก ต้องใช้เครื่องวัดอุณหภูมิที่อ่าน อุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว การวัดอุณหภูมิให้วัดผ่านรูที่เจาะไว้ข้างกระบะรถบรรทุกทั้ง 2 ด้าน ที่ประมาณกึ่งกลางความยาวของกระบะ และสูงจากพื้นกระบะประมาณ 150 มิลลิเมตร การวัด อุณหภูมิให้วัดจากรถบรรทุกทุกคันแล้วจดบันทึกอุณหภูมิไว้
6.2 การขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
การขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจากโรงงานผสมไปยังสถานที่ก่อสร้าง ต้องใช้รถบรรทุกที่ เตรียมไว้แล้วโดยถูกต้องตามข้อ 4.2 ในการขนส่งจะต้องมีผ้าใบ หรือแผ่นวัสดุอื่นใดที่ใช้ได้อย่างเหมาะสม คลุมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อรักษาอุณหภูมิและป้องกันน้ําฝนหรือสิ่งสกปรกอื่น ๆ 6.3 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
ๆ
การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องใช้เครื่องที่ถูกต้องตามที่กําหนดในข้อ 13 โดยต้องผ่าน การตรวจสอบ ตรวจปรับ และอนุญาตให้ใช้ได้แล้วจากผู้ควบคุมงาน การปสวนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องคํานวณความเร็วของเครื จะสมกับกําลังผลิตของโรงงานผสม และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ รูปจะต้องดําเนินการไปโดยต่อเนื่องมากที่สุดด้วยความเร็วการปรัสมาเสมอ ปริมาณส่วนผสมแอสฟัลต์ ของเครื่องบูรณะต้องมีปริมาณมาเสม รามกว้างของพื้นที่ทีป โดยขณะปู
ตอนกรีตที่ออกจา
ควรซ่อนสา
โดยสม
ในส่วนของเตารีดอัตราเร็จการกระแท สั่นสะเทือนตลอดจนระยะเต้นจะต้องคั และ
คอนกรีตความหรูของชนท
คอนกรีตขณะยังไม่ได้บัตร
จนนาท
จ่ายทั้ง 2 ข้าง จนถึงส่วนเตารีด บัตินี้ให้เป็นไป โดยต่อเนื่องมากที่สุด
ํานวนรอบการ ก่อนของเตารีดแบบ
สมกับชนิดลักษณะของส่วนผสมแอสฟัลต์
อนกรีต ;
- ผิวหน้าของขันทางแอสฟัลต์
เรียบๆ
(Shaving) การแยกตัวของ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหรือลักษณะความเสียหายอื่น ๆ ขณะปูหากปรากฏว่ามีความเสียหายใด ๆ เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขในทันที ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีลักษณะจับตัวเป็นก้อนแข็ง ห้ามนํามาใช้ 6.3.1. สภาพผิวชั้นทางก่อนการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องแห้ง ห้ามปูส่วนผสมแอสฟัลต์
คอนกรีตขณะฝนตกหรือเมื่อผิวชั้นทางที่จะปูเปียกชื้น
ตามขวางและตามยาว โดยไม่มีรอยฉีก (Tcaring) รอบเคลื่อนตัว - มแน่นสม่ําเสมอทั้งทางด้าน
6.3.2 อุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขณะปู ไม่ควรคลาดเคลื่อนไปจากอุณหภูมิ เมื่อออกจาก โรงงานผสมที่กําหนดให้โดยผู้ควบคุมงาน เกินกว่า 14 องศาเซลเซียส แต่ทั้งนี้จะต้องไม่ต่ํากว่า 120 องศาเซลเซียส การตรวจวัดอุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูแล้วบนถนน จะต้องดําเนินการ
หมายงานทาง 2-30
DX
A
กรมทางหลวงชน กระทรวงคมนาคม
เป็นระยะ ๆ ตลอดเวลาของการปู หากปรากฏว่าอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีดไม่ถูกต้อง ตามที่กําหนด ให้ตรวจสอบหาสาเหตุและแก้ไขโดยทันที
6.3.3 การวางแนวก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ก่อนการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทุกขั้น จะต้องวางแนวขอบชั้นทางที่จะปูก่อน โดยการใช้เชือกขึงวางแนวและยึดติดกับพื้นที่ที่จะปู ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตให้แน่น หรือวิธีการกําหนดแนวอื่นใด ที่เหมาะสมตามที่ผู้ควบคุมงาน เห็นชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรกของชั้นทางแต่ละชั้น
ทั้งนี้เพื่อให้ได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ตรงแนวเรียบร้อยตามแบบ การดําเนินการนี้ไม่รวมถึง การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตติดกับคันหิน (Curb) และร่องระบายน้ํา (Gutter) หรือส่วนของ โครงสร้างใด ๆ ที่มีแนวถูกต้องตามแบบอยู่แล้ว
6.3.4 ลําดับการก่อสร้างชิ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น จะต้อง
ดําเนินการที่ช่องจราจรหลักหรือทางตรงก่อน
ส่วนช่องจราจรหรือบริเวณอื่น ๆ เช่น ทางแยก
ทางเขียม ส่วนขยาย หรือบริเวณย่องอื่น ๆ ให้ดําเนินการภายหลัง
ๆ
6.3.5 การก่อสร้างรอยต่อตามขวาง รอยต่อตามขวางหมายถึง แนวก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
ลายแปลงก่อง
จัดการเขตร
การก่อสร้างรอยต่อตามขวาง อาจดําเนินการให้ 2 วิธี คือ
ใช้ไม้แบบ โดยใช้ไม่แต่ทีมคอ ก็เท่ากับความหน้าของชนท
อสพลิตคอนกรีตถึง
เปเลยไปเป็น
หยอดยาน อแล่นผ่าน และอาจอนุญาตให้
การปแต่ละแปลงให้ตั้งฉากกับแนวการา เมื่อ
ความยาว
ลาดออก โดยให้อย
(2)
กระดาษแข็งละ
แอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เป็นทาง
ความยาวเทีย
ใช้สําหรับหัวรอยต่อตามขวาง
โดยนํามาวางที่จุดสิ้นสุด อสฟัลต์คอนกรีตทับเป็นทางลาดที่มี
เมื่อจะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อจากรอยต่อตามขวางนั้น ก็ให้ยกไม้แบบ แผ่นกระดาษแข็ง หรือแผ่นวัสดุสําเร็จรูปนั้น รวมทั้งชั้นทางส่วนที่ปูเป็นทางลาดออกไป ตรวจสอบระดับด้วยไม้ บรรทัดวัดความเรียบ หากระดับหรือความหนาของชั้นทางส่วนใดไม่ถูกต้องตามแบบ ให้ตัดชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตส่วนนั้นออกไปจนถึงชั้นทางส่วนที่มีระดับและความหนาถูกต้องตามแบบด้วย เครื่องตัดรอยต่อแอสฟัลต์คอนกรีตให้ได้แนวตรงและตั้งฉากโดยเรียบร้อย ก่อนที่จะปูชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตต่อไป ให้ทารอยต่อตามขวางนั้นด้วยแอสฟัลต์บาง ๆ เพื่อให้รอยต่อต่อเชื่อมกับ ชั้นทางที่จะปูใหม่ได้ดี การทารอยต่อด้วยแอสฟิลด์นี้ให้ดําเนินการตาม มทส. 227: มาตรฐานงาน แทคโคท (Tack Coat)
AY
หมวดงานทาง 2-81
กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
ในกรณีที่การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหยุดชะงักด้วยเหตุใดก็ตามในระหว่างการก่อสร้าง ประจําวัน จนทําให้อุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณหน้าเตารีดลดลงต่ํากว่า ที่กําหนด ก็ให้ทํารอยต่อตามขวางที่บริเวณนั้นด้วย โดยให้ตัดรอยต่อถึงบริเวณที่มีความหนาตาม แบบและได้บดทับเรียบร้อยแล้ว โดยตัดให้ตั้งฉากพร้อมกับตักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่ ตัดออกทิ้งไป ให้ทารอยต่อตามขวางนั้นด้วยแอสฟัลต์บาง ๆ เพื่อให้รอยต่อต่อเชื่อมกับชั้นทางที่ จะปูใหม่ได้ดี การหารอยต่อด้วยแอสฟัลต์ให้ดําเนินการตาม มทส. 227 : มาตรฐานงานแทคโคท
(Tack Coat)
ๆ
การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อเชื่อมกับรอยต่อตามขวางในครั้งใด ๆ เมื่อเริ่มปูส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตไปได้กระบะแรก ให้ใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบระดับที่รอยต่อ หากไม่ได้ระดับตามที กําหนด ให้ดําเนินการแก้ไขโดยด่วนขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ ปูใหม่นั้นยังร้อนอยู่
ในการปูชั้นทรงแอลฟัสดุคอ
ลดคอนกร ดูแต่ละช่องจราจร รอยต่อตามขวางของการก่อสร้างขั้นทางที่ ช่องจราจรข้างเคียงต้องไม่อยู่ในแต่ ใยตองก่อสร้างใหม
ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดเป็นจุดออ
ความเสียหายวายหลังใช้
มีน้อยกว่า 5 เมตร
ในกรณีที่ปูแอสฟัลต์คอนกรีตหลายซับ อยู่ดี ตามขวางของแต่ละขั้นจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า
เมตร และจะทองหลางจากรอยของการ ของของเราจรข้างเคียง อยกว่า 5 เมตร ด้วย 6.3.6 การก่อสร้างรอยต่อตามยาว ในการปขับทางแอสฟัสต์คอนกรีดประกบกับชั้นทางช่องจราจรข้างเคียง
ก็ได้ดําเนินการเรียบร้อยแล้วนั้น
เป็นการเรียบร้อย
ที่หล่อนเข้าไปในชั้นทางช่องจราจรข้างเคียงที่ได้ รดันส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ส่วนที่เหลื่อม ไปให้มากพอที่เมื่อยึดทับแล้ว รถบด
รอยต่อนั้นแน่นและเรียบได้ระดับสม่ําเสมอกับ
(2) การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้เหลือมเข้า
ทางช่องจราจรข้างเคียงที่ได้
ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว 25-50 มิลลิเมตร คิดเปิดวัสดุก้อนโตบริเวณที่เหลื่อมกันตรงรอยต่อ นั้นออกทิ้งไป ซึ่งเมื่อบดทับจะได้ร้อยต่อตามยาวที่แน่น ไม่ขรุขระ และเรียบได้ระดับ
สม่ําเสมอกับผิวทางที่ก่อสร้างประกบนั้น
ก่อนจะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ประกบกับชั้นทางของช่องจราจรที่ได้ ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว ให้ตัดแต่งรอยต่อตามยาวนั้นด้วยเครื่องมือตัดรอยต่อตามที่ระบุไว้ ในข้อ 4.8.3 โดยตัดให้ตั้งฉากกับชั้นทางที่ปูทับ และรอยต่อนั้นจะต้องตรงแนว เรียบร้อย คม ไม่ฉีกขาด เสร็จแล้วให้ทารอยต่อนั้นด้วยแอสฟัลต์บาง ๆ เพื่อให้รอยต่อต่อเชื่อมกันได้ดีกับ ชั้นทางที่ประกบ การหารอยต่อด้วยแอสฟัลต์นี้ ให้ดําเนินการตาม มหถ. 227 : มาตรฐาน งานแทคโคท (Tack Coat)
หมวดงานทาง 2-82
กรมทางหลวง วงคมนาคม
ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายชั้น แต่ละชั้นไห้ก่อสร้างให้มีรอยต่อตามยาว เหลื่อมกันไม่น้อยกว่า 150 มิลลิเมตร ถ้าเป็นชั้นทาง 2 ช่องจราจร รอยต่อตามยาวของชั้นทาง ชั้นบนสุดให้อยู่ในแนวขอบช่องจราจรตามแบบ
การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายช่องจราจรพร้อมกัน โดยใช้เครื่องปูหลายเครื่อง
การปูชั้นทางโดยเครื่องปูที่ตามหลัง ให้ปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเหลื่อมเข้าไปในชั้นทาง ที่กําลังปูโดยเครื่องปูเครื่องหน้า 25-50 มิลลิเมตร ในกรณีเช่นนี้ไม่จําเป็นต้องตัดรอยต่อ ตามยาว และไม่ต้องทําาแทคโคท
6.3.7 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตในทางโค้ง ให้ปูช่องจราจรด้านโค้งในก่อนไปตามลําดับจนถึงโค้งนอก แต่ถ้าก่อสร้างในฤดูฝนจะต้องดําเนิน ก่อสร้างให้เสร็จเต็มโค้งโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันน้ําขังบน
หลว
ชั้นทาง
6.3.8 การตรวจวัดความหนาของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ตรวจวัดความหนาของชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตที แล้วแต่ยังไม่โดบดทับเป็น อน ๆ ช่วงละไม่เกิน 8 เมตร โดยให้ตรวจวัดความหนา
ตลอดความกว้างของชนต่าง หากปร
ามหนาของชั้นทางคลาดเคลื่อนไปจากความหนา สฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิตามที่กําหนด กรณีที่มี
ความหนาน้อยกว่าที่กําหนด ให้คราดผิว แล้วมาส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีคุณภาพถูกต้อง
มาปูเสริม เกลี่ยให้ได้ระดับสม
6.3.9 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตด้วยระ
บนตา
ใช้รถเกลี่ยปรับระดับที่ถู
วัดความเรียบได้ได้ระดับถูกต้อง
6.3.10
อื่น
สอนระดับให้ถูก
การปสวนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณ
จะเข้าไปดําเนินการ อาจพิจารณาให้
ในการได้แล้วตรวจสอบด้วยไม้บรรทัด
ไปดําเนินการศ
ดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน ใน
กองการปรับ ประดับ พื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวาง และ โต๊ะไหม หรือไม่สะดวกที่จะเข้า
ตคอน ในบริเวณดังกล่าวได้ ทั้งนี้ให้อยู่ใน แล้วตักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตไป
กองเรียงกันบนพื้นที่ที่ต้องการปู แต่ละกองเป็นกองเดี่ยว ๆ ห้ามกองทับกันเป็นกองสูง เกลี่ยแต่ง ให้เรียบสม่ําเสมอ แล้วตรวจสอบด้วยไม้บรรทัดวัดความเรียบให้ได้ระดับถูกต้อง
6.3.11 การตรวจสอบความเรียบในการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ดําเนินการตรวจสอบภายหลังจาก
การบดทับเที่ยวแรก โดยใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบวางทาบไปบนผิวหน้าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต หากต้องเสริมแต่งปรับระดับใหม่ ให้ดําเนินการขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิ
ตามที่กําหนด
6.4 การปิดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
การปิดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น จะต้องใช้เครื่องจักรปิดทับที่ถูกต้องตามที่กําหนดในข้อ 4.5
และจะต้องมีจํานวนเพียงพอที่จะอํานวยให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปได้โดยปกติ
ANG
หมวดงานทาง 2-93
กรมทางหลวงชนบท กระจงสมาคม
ไม่ติดขัดหรือหยุดชะงัก เครื่องจักรปิดทับต่าง ๆ ดังกล่าว ก่อนนําไปใช้งานจะต้องผ่านการตรวจสอบ ตรวจปรับให้เหมาะสมตามรายการและวิธีการตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกําหนด และอนุญาต
ให้ใช้ได้จากผู้ควบคุมงาน
การปิดทับจะต้องกระทําทันทีหลังจากการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต และเริ่มบดทับขณะที่ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังร้อนอยู่ โดยมีอุณหภูมิระหว่าง 120-150 องศาเซลเซียส เมื่อปิดทับแล้ว จะต้องได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความแน่น ความเรียบสม่ําเสมอ ได้ระดับและความลาดตามแบบ ไม่มีรอยแตก รอยเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง รอยคลื่น รอยล้อรถบด หรือความเสียหายของผิวชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตอื่น ๆ
6.4.1 หลักการ ทับชั้นทางแ
ๆ ไป ในกรณีที่ข้อกําหนดไม่ได้ระบุวิธีการปิดทับเป็น อย่างอื่น การบดทับให้พิจารณาดําเนินการตามหลั กการบดทับ
ในเบื้องต้นให้บดทับรอยต่อต่าง ๆ ก่อนโดยทันที ต่อจากนั้นก็ให้บดกับขั้นต้น (Initiat or Breakdown Rolling)
“Routine) โดยให้รถบดทับตามหลังเครื่อง ให้ใกล้ชิดเครื่องปูมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และในการปิดทับซับทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับต้องไม่มีรอยแตก ไม่มีส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีตติดล้อรถบด ต่อไปเป็นการปิดกับวันกลาง (Intermediate Rolling) โดยให้ปิดทับตามติด “การบดทับในขั้นต้นให้ใกล้ชิดที่สุดเท่าที่สามารถจะทําได้ และต้องดําเนินการขณะที่ส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิเหมาะสมที่จะไว้ให้ได้ความแน่นตามที่กําหนด ต่อจากนั้นเป็นการ ปิดทับวันสุดท้าย (Finish Rolline) จึงจะต้องดําเนินการขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมี
ในการปิดทับจะๆ ระเทศท
แล้วจึงค่อย่างโปติดทับเหนือ
นัดพบยังตกมาก่อ
นตทบขนานไปกับเล่นแร่ 3)
มิลลิเมตร
เกิดเจนด
อนกรีตด้านตําหรือด้านขอบนอกก่อน
ห้องถนนงกันแต่การบดทับช่วงการยกโค้ง
งด้านสูง การบดพื้นแต่ละเที่ยวให้
ทันเหลือบไปทางอีก
และไม่เร่งบัตทา คลองก
เหลื่อมกัน (Overlap) ประมาณ 150
ยาม
เคลื่อนตัวเป็นแอ่งก็ให้เปลี่ยนเป็น
เปิดแต่ละเที่ยวของการบครับ
ยดทับเหลื่อมกันครึ่งหนึ่งของความ
ร่มกางของสือรถบัน ต้องไม่หยุดที่แนวเดียวกับรอยหยุดของรถบดเที่ยวก่อน แต่ควรหยุดรถบดให้เหลื่อมกันเป็น
ระยะห่างพอสมควร
ในระหว่างการปิดทับ หากมีส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด ควรใช้น้ําหรือสารสําหรับ เคลื่อบล้อรถบดใด ๆ ที่เหมาะสมที่ผู้ควบคุมงานเห็นชอบ พ่นล้อรถบดบาง ๆ เพียงเพื่อเคลือบ ผิวหน้าล้อรถบดให้เปียกชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด หากหมด ความจําเป็นแล้วให้เลิกใช้ การปิดทับรถบดจะต้องวิ่งด้วยความเร็วต่ําและสม่ําเสมอ โดยใช้ถือขับ (Drive Wheel) นําหน้าให้ใกล้ชิดเครื่องปูมากที่สุด หากมีการเปลี่ยนความเร็วรถบดขณะปิดทับ จะต้องค่อย ๆ เปลี่ยนความเร็วที่ละน้อย ในช่องทางการปิดทับช่องทางใด ๆ การปิดทับเดินหน้า และถอยหลังให้อยู่ในแนวช่องทางการปิดทับเดียวกัน ก่อนเดินหน้าและถอยหลังรถบดจะต้อง
หมวดงานทาง 2-34
กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
หยุดนิ่งก่อน ถ้าเป็นรถบดสั่นสะเทือนจะต้องหยุดการสั่นสะเทือนก่อนด้วย การเปลี่ยนแนว ช่องทางบดทับจะต้องค่อย ๆ เปลี่ยน โดยให้ไปเปลี่ยนบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต บริเวณที่ได้ บดทับและเย็นตัวแล้ว ห้ามเปลี่ยนบนผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับหรือที่ยังร้อนอยู่
การปิดทับช่องทางบดทับถัดไปจะต้องขนานกับช่องทางเดิม การจอดรถบิดขณะปิดทับหรือนครับ เสร็จแล้ว ให้จอดบนผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่เย็นตัวแล้ว ห้ามจอดบนผิวชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตที่ยังร้อนอยู่ ถ้าในการปิดทับทําให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเกิดการเคลื่อนตัว ออกไปต้องแก้ไขโดยด่วน โดยการคราดส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณดังกล่าวให้หลวม
แล้วนําส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีคุณภาพและอุณหภูมิถูกต้องมาเพิ่ม พร้อมกับแต่งระดับให้
สม่ําเสมอได้ระดับถูกต้องแล้วจึงปิดทับใหม่
6.4.2 ความเร็วของรถบดในการปิดทับ ในการบดทับโดยทั่ว ๆ ไป รถปิดจะต้องวิ่งด้วยความเร็วต่ําและ สม่ําเสมอ ความเร็วสูงสุดที่ใช้ในการบดทับขึ้นอยู่กับชนิดของรถบท อุณหภูมิ ชนิด ลักษณะและ ความหนาของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ขั้นตอนการปิดทับ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ความเร็วสูงสุดในการบิดทับสําหรับรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือน รถบดล้อเหล็กแบบ สั่นสะเทือนซึ่งปิดทับโดยไม่สั่นสะเทือนและรถบดล้อยางในการปิดทับขั้นตอนต่าง ๆ ควรจะ
เป็นไปตามตารางที่ 4
ชนิดของรถบด
รถบดล้อเหล็กชนิด 2
รถบดล้อยาง
รถบดสั่นสะเทือน*
หมายเหตุ
悸
ของรถบัดในการบดทับ
ตามเราของการป
การบดกับขนต้น
การบิดทับขั้นสุดท้าย
ไมล์/ชม.
การเซตหมากลาง
กม./ชม.
รวมถึงรถบดสั่นสะเทือนบดขึ้นโดยไม่สั่นสะเทือนไม่ ดูตาราง
5
7 ประกอบความเร็วสูงสุดของ การปิดทับสําหรับรถบดสั่นสะเทือนที่มีความถี่ในการสั่นสะเทือนใด ๆ ขึ้นอยู่กับระยะกระแทก
ของล้อรถบด (Impact Spacing) ซึ่งตามปกติระยะการกระแทกของล้อรถบตจะน้อยกว่า ความหนาของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่บดทับแล้ว ในการปิดทับระยะกระแทกของล้อรถบด ไม่ควรน้อยกว่า 10 ครั้งต่อระยะทาง 300 มิลลิเมตร (หรือ 33 ครั้งต่อระยะทาง 1 เมตร) ที่รถบด เคลื่อนตัวไป สําหรับความเร็วที่เหมาะสมในการบดทับของรถบดสั่นสะเทือนที่ความถี่การ สั่นสะเทือนใด ๆ ที่ใช้ และระยะกระแทกของล้อรถบดที่กําหนด ควรจะเป็นไปตามตารางที่ 7
ๆ
หมวดงานทาง 2-85
#53mKasvun nye9733AUUTAN
ตารางที่ 7 ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็ว ความถี่ และจํานวนครั้งการกระแทก
ความถี่การสั่นสะเทือน
เฮิรตซ์ (รอบต่อนาที)
(ช่วงที่ควรใช้อยู่ในกรอบเส้นหีบ)
จํานวนครั้งการกระแทกต่อ 1 เมตร (จํานวนครั้งการกระแทกต่อระยะ 1 ฟุต)
30 (1.800)
45.0
33.8
27.0
22.5
19.3
(13.6)
(10.2)
(8.2)
(6.8)
(5.8)
33 (2,000)
50.0
37.5
30.0
25.0
21.4
(15,2)
(11.4)
(9.1)
(7.6)
(6.5)
37.(2.200)
55.0
41.3
33.0
27.5.
23.6…..
(16.7) s
(12.5)
(10.0)
(8.3)
(7.1)
40 (2,400)
60.0
36:0
30.0
25.7
18.2)
(136)
(10.9).
(7.8)
43 (2,600)
65.0
48.8
390
32:5
27.9
(97)
(148)
(118)
((978),
(8,4)
47 (2.800)
70.0
RAZO
30.0
(212)
(127)
(10.6)
(9.1)
50 (3,000)
45.0
37.5
$32.1
(114)
*(9.7)
กม. ซม.
48156
ความเร็ว
3.0
W3.5
បទ
ม.2 ท ฟุตบาท
-66.7
80.0
93.3
13
264
308
6.4.3 การทําแปลงทดลองเพื่อกําหนดรูปแบบของการปิดทับ ก่อนเริ่มการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์
คอนกรีต เพื่อให้โซเครื่องจักรบตา เด็กก็ต้องเน ระสมต่องานและเกิดประโยชน์สูงสุด ควรหาแปลงทดลองในสนามยาวประมาณ 100-150 เมตร เพื่อกําหนดรูปแบบของการปิดทับ (Pattern of Rotune) ที่เหมาะสมกับชนิด จํานวนสภาพเครื่องจักรที่นํามาใช้งาน โดยเมื่อบดทับ เสร็จแล้วจะต้องได้ขั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความเรียบ ความแน่นสม่ําเสมอ ได้ระดับความ ลาดตามแบบ และมีคุณสมบัติอื่น ๆ ถูกต้องตามที่กําหนด การทําแปลงทดลองบดทับนี้ให้ คําเนินการแก้ไข ปรับการใช้งาน หรือเพิ่มจํานวนเครื่องจักรบดทับได้แล้วแต่กรณี จนกว่าจะ สามารถบดทับได้ถูกต้องตามที่กําหนด และผู้ควบคุมงานเห็นชอบแล้ว จึงนําไปใช้เป็นบรรทัดฐาน ในการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในงานนั้น ๆ ต่อไป ในระหว่างการก่อสร้าง หากมีการ เปลี่ยนแปลงใด ๆ เกี่ยวกับส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต หรือเครื่องจักรบดทับที่ใช้งานและอื่น ๆ ผู้ควบคุมงานอาจพิจารณาให้ปรับปรุงแก้ไขหรือทําแปลงทดลองในสนาม เพื่อทดลองหาความ เหมาะสมใหม่ก็ได้ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
หมวดงานห่าง 2-86
湘
กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
การกําหนดรูปแบบการปิดทับที่เหมาะสมสําหรับเครื่องจักรบดทับชุดใดที่ใช้งานนั้น ให้ผู้รับจ้าง
ดําเนินการทดลองบดทับ เพื่อกําหนดขนาดพื้นที่บดทับที่สัมพันธ์กับกําลังผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีตของโรงงานผสม อัตราการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต และเพื่อทราบจํานวนเที่ยวการ บดทับเต็มผิวหน้าขั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต (Coverage) จํานวนเที่ยวการบดทับซ้ําที่ช่องห่างบดทับ แต่ละช่อง (Pass) ความเร็วของรถบดแต่ละชนิดในการปิดทับและอื่น ๆ
6.4.4 ลําดับขั้นตอนการปิดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
(1) เมื่อปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรกหรือเต็มผิวจราจรในคราวเดียว การปิดทับ
จะต้องต่ําเนินการตามลําดับ ดังนี้
ก. บดทับรอยต่อตามขวาง
・無
ข. บดพับขอบผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านนอก
ค. นายนน
ยึดทนชนกก
4. ขอพบในสุดท้าย
เมื่อปูชั่นทางแอสฟัลต์คอนก
รพร้อมกัน หรือปูชั่นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่
ประกบกับของจรการเต็มที่ได้ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว หรือประกบกับ
พบกับแนวโครงสร้างใดที่มี
ด้วยและ การบดทบจะต้องตัดเป็น
ศปรายต่อการวาง
ปิดทับรอยต่อตามยาว
ค. บดทีมขอบผิวทางแอสฟและ
ง. ปีครับยนตร
OADS
6.4.5 การบดพับรอยต่อตามขวาง ให้ รถบดล้อเหล็
สะเทือน แต่ให้บดทับโดย อุปกรีตช่องจราจรแรกก่อนการบดบ รอยต่อตามขวาง ควรใช้แผ่นเมทมีความหนาเหมาะสม วางรอง ดขอบบันท
มาะสม วางรองขีดขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต บริเวณรอยต่อตามขวางทั้ง 2 ด้าน เพื่อรองรับล้อรถบดเวลาบดทับเลยชอบชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตออกไป เป็นการป้องกันมิให้ขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปลายรอยต่อตามขวาง เสียหาย เสร็จแล้วจึงปิดทับรอยต่อตามขวาง โดยในการบดทับเที่ยวแรกให้รถบดวิ่งบนชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปในบริเวณชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่ ประมาณ 1.50 มิลลิเมตร ใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบความ เรียบของ รอยต่อ หากไม่ถูกต้องให้แก้ไขให้เรียบร้อยทันที และในการบดทับเที่ยวต่อ ๆ ไป ให้แนวบครับค่อย ๆ เลื่อนเข้าไปในบริเวณชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่เที่ยวละ 150-200 มิลลิเมตร จนในที่สุดล้อรถบดจะเข้าไปบดทับบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่ทั้งหมด
ไม่สั่นสะเทือน สําหรับการก่อสร้างขึ้นทางแ
แอส ซิตคอ
หมวดงานทาง 2-87
กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
สําหรับการก่อสร้างขั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรประกบกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
ช่องจราจรที่ได้ก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว การปิดทับในครั้งแรกให้ปิดทับบริเวณปลายรอยต่อตามขวาง ด้านที่บรรจบกับรอยต่อตามยาว โดยให้ปิดทับขนานไปตามรอยต่อตามยาวเป็นระยะประมาณ 0.5-1 เมตร แล้วใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบความเรียบของรอยต่อ หากไม่ถูกต้อง ให้แก้ไขให้เรียบร้อยทันที ต่อจากนั้นให้เริ่มบดทับรอยต่อตามขวาง ก่อนบดทับควรใช้แผ่นไม้ที่มี ความหนาเหมาะสม วางรองชิดขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณรอยต่อตามขวางด้านนอก เสร็จแล้วให้ปิดทับรอยต่อตามขวาง โดยให้ดําเนินการตามวิธีการปิดทับดังกล่าวข้างต้น
6.4.6 การปิดทับรอยต่อตามยาว รอยต่อตามยาวแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
(1) รอยต่อเย็นหรือรอยต่อเก่า” (Cold Joint) หมายถึง รอยต่อตามยาวระหว่างช่องจราจรที่ได้ ก่อสร้างขั้นทางแอสฟัลต์ติกคอนกรีต และปิดทับเรียบร้อยแล้ว กับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ ที่ก่อสร้างประกบกัน
- ในการปิดทับรอยต่อตามยาว เมื่อใช้รถบดล้อเหล็กชนิดไม่สั่นสะเทือน การบดทับ งแอสฟัลต์คอนกรีต ก่อสร้างเสร็จแล้ว โดยให้ล้อ รถบุคเหลือมเข้าไปบนชั้นทางและผลิตคอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ 100-150 มิลลิเมตร และ
แรมเลอรถคลายไร
ในการปิดพบเหยาดอก ไปยังหลอร์กาต
อรถทดค่อย ๆ เลื่อนแนวปิดทับเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทาง
หลังสร้างใหม่เข้มขึ้นสบก
อยู่บนขับทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่
ในกรณี ขี่รถบัติกันสะเทือน
โมดทั้งจะต้องเหลือรถบดส่วนใหญ่อยู่บนชั้นทาง
เอสหลดคอนกรีตที่สร้างเหมาโดยเหลือรัตน์
ไปบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
ทีก่อสร้างแล้ว 100
ในการบัดทับซ้ําตามแนวบดทับดังกล่าว
จนกระทําตอนต่อ
ต่อร้อนหรือร้อยต่อให้ก
อยู่ต่อตามยาวของชันทางแอสฟัลต์
โดยการปด้วยเครื่องปู 2 ชุด
2
ลึกเข้าบดทับพื้นที่บริเวณ
วงประมา
ที่เว้นไว้ในการบดทับ
เดทปรอยต่อตามยา
ขั้นต้น การบดทับให้แนวรอยต่อตามยาวอยู่กึ่งกลางความกว้างของล้อรถบด โดยให้บดทับ จนกว่าจะได้รอยต่อตามยาวที่เรียบร้อยและได้ความแน่นตามที่กําหนด
6.4.7 การบดทับขั้นต้น (Initial or Breakdown Rolling) ภายหลังจากที่ได้ปิดทับรอยต่อต่าง ๆ เสร็จ เรียบร้อยแล้ว ให้ดําเนินการบดทับขั้นต้นเมื่อส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 120 องศาเซลเซียส การปิดทับให้ใช้ได้ทั้งรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือนหรือรถบดสั่นสะเทือน เครื่องจักรนดทับที่ใช้ต้องถูกต้องตามข้อ 4.5 โดยน้ําหนักรถบด น้ําหนักปิดทับ น้ําหนักต่อความ กว้างของล้อรถบด ความถี่การสั่นสะเทือน ระยะเต้นของล้อรถบด ความเร็วของรถบด และปัจจัย ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ จะต้องพิจารณาใช้ให้เหมาะสมกับชนิด ลักษณะ ความคงตัว อุณหภูมิ ความหนา ของชั้นทางที่ปู และสภาพของชั้นทางที่อยู่ภายใต้ที่จะก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ
หมวดงานทาง 2-88
กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
การบดทับให้เริ่มปิดทับจากขอบขั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านต่ํา หรือขอบขึ้นทางด้านนอก ไปหาขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านสูงหรือขอบชั้นทางด้านใน
การปิดทับโดยใช้รถบดสั่นสะเทือน ควรใช้ความถี่การสั่นสะเทือน และระยะเต้นของล้อรถบด ให้เหมาะสมความถี่การสั่นสะเทือนควรอยู่ระหว่าง 33-50 เฮิรตซ์ (2,000-3,000 รอบต่อนาที) และระยะเต้นของล้อรถบดควรอยู่ระหว่าง 0.2-0.8 มิลลิเมตร สําหรับการบดทับชั้นผิวทางหรือ ผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ควรใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเต้นด้านต่ํา แต่ถ้าเป็นชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ชั้นผิวทางและมีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร อาจใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านต่ําและใช้ค่าระยะเต้นด้านสูงได้ อย่างไรก็ตามการใช้ ค่าความถี่การสั่นสะเทือนและค่าระยะเต้นของล้อรถบูตในการบดทัน ให้พิจารณาจากผลการทํา
แปลงทดลองตาม อ
การบด
43%
ทางและพล
งมหนาน้อยกว่า 25 มิลลิเมตร ต้องพิจารณาความ
เหมาะสมเป็นพิเศษ หากเข้ากับดล้อเหล็ก ไม่ควรยึดทับโดยการสันสะเทือน หากจะใช้รถบด
ทับโดยการสั่นสะเทือนก็ให้เธอ ระยะเต้นของล้อรถบดด้านค่าต่ํา โดยเมื่อปิดทับแล้วจะต้อง เกิดความเสียหายของชั้นทรงแอสฟัลต์คอนกรีต เช่น เกิดการยุบตัว ทั้งนี้ต้องได้รับความ
ไม่เกิดด
เห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน
“การปิดทับซันทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ที่ดีงามหนาระหว่าง 25-50 มิลลิเมตร หากใช้รถบด
เปิดทับ การเชคความดเกรลินสะเทือนด้าน
การบัดทับขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีดที่มี
กันสะเทือน เรา
รถบดลานสูงสุด
ขยะเป็นของ
สิ่งก่อสร้าง เช่น คันหิน หรือชิ้นทางแอสฟัลต์คอ
ตามวิธีการปกติแล้วป
ละใช้ค่าระยะเจ็บของล้อรถบดล้
กว่า 50 มิลลิเมตร ด้วยรถบร ชีวิตย์ มีโซชันมาทรง วาจใช้ค่าระยะเต้นของ เกรด ควรจะใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือน
ามหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร และไม่มีแนว
ที่ก่อสร้างแล้วช่วยอัดด้านข้างไว้ หากบดทับ ในข้างไว้ หากบดทับ
ว่ามีการเคลื่อนตัวของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตด้านข้างให้เปลี่ยน วิธีการบดทับใหม่ โดยให้รีบแนวบดทับเที่ยวแรกเข้าไปให้ห่างจากขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ประมาณ 300 มิลลิเมตร หลังจากนั้นให้ปิดทับต่อไปตามปกติ เสร็จแล้วจึงกลับมาบดทับขอบ ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เว้นไว้นั้นในเที่ยวสุดท้ายของการปิดทับเต็มหน้าเที่ยวแรกต่อไป
การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีด 2 ช่องจราจรพร้อมกัน การบดทับในขั้นต้นนี้ให้ ดําเนินการพร้อมกันทั้ง 2 ช่องจราจร โดยให้เว้นระยะของแนวบดทับให้ห่างจากรอยต่อร้อนหรือ รอยต่อใหม่ของแต่ละช่องจราจร ไว้ข้างละประมาณ 200 มิลลิเมตร พื้นที่แนวรอยต่อดังกล่าวนี้ ให้ดําเนินการปิดทับตามข้อ 6.4.6 (2) ต่อเนื่องกันไป
6.4.8 การปิดทับขั้นกลาง (Intermediate Rolling) ให้เริ่มดําเนินการบดอัดเมื่อชั้นทางแอสฟัสต์ คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 95 องศาเซลเซียส การบดทับขั้นกลางควรดําเนินการตามรูปแบบ
ค
หมวดงานทาง 2-89
กรมทางหลวงชนบท กระรวงคมนาคม
การปิดทับขั้นต้น โดยให้ปิดทับตามหลังการบดทับขั้นต้นให้ใกล้ชิดที่สุด และให้บดทับโดยต่อเนื่อง ไปจนกว่าจะได้ความแน่นตามที่กําหนดและสม่ําเสมอทั่วทั้งแปลงที่ก่อสร้าง
การปิดทับขั้นกลางตามปกติให้ใช้รถบดล้อยางเป็นหลัก โดยเฉพาะชั้นผิวทางและผิวไหล่ทาง แอสฟัลต์คอนกรีต ให้ปรับน้ําหนักรถบด และความดันลมยางเพื่อให้ได้แรงอัดที่ผิวหน้าสัมผัสของ ล้อรถบดที่เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ
สําหรับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตอื่น ๆ หรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร ที่ไม่ใช่ชั้นผิวทางและผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต อาจพิจารณาให้ใช้รถบด ล้อเหล็ก รถบดสั่นสะเทือนบดทับร่วมกับรถบดล้อยางด้วยได้ตามความเหมาะสม โดยรถบดต้องมี น้ําหนัก น้ําหนักปิดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด ความถี่การสั่นสะเทือนระยะเต้นของ ล้อรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เหมาะสมกับชั้นทาง สต์ค
ดูคอนกรีตที่กําลังบดทับ ทั้งนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
5
6.4.3 การบตทับ สุดท้าย (Finish Routine) มีจุดประสงค์เพื่อลบรอยล้อรถบัดที่ผิวหน้าและทําให้ ผิวหน้าเรียบสมาเสมอเท่านั้น ทั้งนี้ ให้เริ่มดําเนินการเมื่อชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตมีอุณหภูมิ ของศาเซลเซียส โดยให้ใช้รถ ดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือนหรือใช้รถบดสั่นสะเทือน
แต่ซดา โดยจะเดินสะเทือนเท่านปากปลดอ
กับ นักหนักต่อความกว้างของ
ต่อความกว้างของ
ล้อรถบัติ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เหมาะสมกับขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ
6.4.10 การบ
บทเรฟ
เทลาดตน
Grade
แบบไปสและของห
โดย
นละเ
เมตรเค
ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้าง
เชนทรง
ยกโค้งสูง การจัดทับโดยรถบดล้อเหล็ก อันหน้าโดยให้ปิดทับตามหลังเครื่อง
คอนกรีตขึ้นทางลาดชั้นหรือปูลงตาม มุบัน การบดทับในเที่ยวแรกให้บิดทัน ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตของชั้นทางมีความคงตัว
เซน แฟนลงจากที่สวนผสมแอลมัลติคอ
(Stability) สยมมากพ่อท
สั่นสะเทือน โดยให้บิดาระยะเต็นของลอรถปคดานคร 104
ก็ให้บดทับต่อไปโดยการ
(2) การบดทับบนพื้นที่ที่รถบดเข้าไปดําเนินการไม่ได้ (inaccessible Area) สําหรับพื้นที่ ที่ก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่รถบดเข้าไปดําเนินการไม่ได้ เช่น บริเวณที่ชิดกับคันหิน และร่องระบายน้ํา สะพาน ขอบบ่อพัก และสิ่งกีดขวางอื่น ๆ จะต้องใช้เครื่องจักรหรือ เครื่องมือปิดทับขนาดเล็กที่ถูกต้องตามข้อ 4.8.1 และหรือข้อ 4.8.2 การนํามาใช้และการใช้งาน ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
(3) การบิดทับบริเวณทางแยกทางเชื่อม (Bett Mouth Area) อาจดําเนินการใช้ 2 วิธี คือ
ก. การบดทับทะแยงมุม ในขั้นแรกให้ดําเนินการบดทับในแนวทะแยงมุมก่อน ต่อจากนั้น
งบดทับขนานกับขอบทางโค้ง
หมวดงานทาง 2-90
蕾
กรมทางหลวงชนบท กระทรวงม
ข. การบดทับขนาน ในขั้นแรกให้ดําเนินการปิดทับในแนวขนานโดยตั้งฉากกับแนวเส้นแบ่ง
กึ่งกลางทางแยกก่อน ต่อจากนั้นจึงปิดทับขนานกับชอบทางโค้ง
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น จะต้องใช้เครื่องจักรบดทับที่ถูกต้องตามที่กําหนดในข้อ 4.5
และจะต้องมีจํานวนเพียงพอที่จะอํานวยให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปได้โดยปกติ ไม่ติดขัดหรือหยุดชะงัก เครื่องจักรบดทับต่าง ๆ ดังกล่าว ก่อนนําไปใช้งานจะต้องผ่านการตรวจสอบ ตรวจปรับให้เหมาะสมตามรายการและวิธีการตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกําหนด และอนุญาตให้
ใช้ได้จากผู้ควบคุมงาน
- การตรวจสอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว
หลักเกณฑ์ในการตรวจสอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีดังต่อไปนี้
7.1 ลักษณะผิว (Surface Texture)
กอง เรียบร้อยแล้ว จะต้องได้ระดับและความลาดตามแบบ
ขั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่
มีลักษณะผิว และลักษณะการบดทันที ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น แอสฟัลต์คอนกรีต ที่ผิวหน้าหลุด (FD) รอยฉีก (Torn) ผิวหน้า หลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น (Ripple) หรือ ความเสียหายอื่น ๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏความเสียหายดังกล่าว จะต้องดําเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง
เรียบร้อยตามเบ
7.2 ความเรียบที่มา15aracolliderance)
เมื่อใช้ใบบรรทัด ความเรียบตามาก 4.84
ในแนวตั้งฉากและในแนวขนานอนแล้วกัน
ใษัตริย์ความเรี
ภายใต้
และ 3 อสเมต
เผิวของขันทางแอสฟัลต์คอนกรีต เจ็บผิวของขันทางแอสฟัลต์คอนกรีต วัดความเรียได้ไม่เกิน 6 มิลลิเมตร
ADS
7.3 ความแน่น (Dentity
การตรา
เรื่องความแน่นของหม
ได้จากการเปรียบเทียบค่าความแน่นของตัวอย่างชั้นท
ริตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฟีลต์คอนกรีตกับค่าความแน่นของตัวอย่าง
ที่บดอัดในห้องปฏิบัติการตาม
คาม มหก (ท) 607, มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธีมาร์แซลล์ (Marshall) โดยคํานวณเป็นค่าความแน่นร้อยละของค่าความแน่นของตัวอย่างที่บดอัดในห้องปฏิบัติการ ตามรายละเอียด ดังนี้
7.3.1 การจัดเตรียมก้อนตัวอย่างแอสฟัลต์คอนกรีตในห้องปฏิบัติการ ให้เก็บตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีต จากรถบรรทุกที่โรงงานผสมก่อนส่งออกไปยังสถานที่ก่อสร้าง โดยการสุ่มตัวอย่างจาก รถบรรทุกจากการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตประจําวันเป็นระยะ ๆ แล้วนําไปดําเนินการ ในห้องปฏิบัติการ โดยให้ได้ก้อนตัวอย่างอย่างน้อย 8 ก้อนตัวอย่างในแต่ละวันที่ปฏิบัติงาน ทดสอบหาค่าความแน่น แล้วนําค่าความแน่นที่ทดสอบได้จากก้อนตัวอย่างทั้งหมดมาหาค่าเฉลี่ย เป็นความแน่นในห้องปฏิบัติการประจําวัน สําหรับใช้ในการคํานวณเปรียบเทียบเป็นค่าความแน่น
Aye-
หมวดงานทาง 21
กรมทางหลวงชนบท กรม
ร้อยละของตัวอย่างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนาม
การเก็บตัวอย่างและการเตรียมตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ดําเนินการตาม รายละเอียดและวิธีการที่กําหนด การทดสอบหาค่าความแน่นให้ดําเนินการตาม มท..(ท) 607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธีมาร์แชลล์ (Marshall) ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ในห้องปฏิบัติการ จะต้องตรงตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน และมีอุณหภูมิในขณะบดอัด ก้อนตัวอย่างตรงตามที่กําหนด สําหรับตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ดําเนินการใน
ห้องปฏิบัติการนั้นอนุญาตให้นําเข้าอบในเตาอบเพื่อรักษาอุณหภูมิไว้ได้นานไม่เกิน 30 นาที ในระหว่างดําเนินการถ้าอุณหภูมิของตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลดลงต่ํากว่าอุณหภูมิ การบดอัดที่กําหนด ให้นําตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตดังกล่าวนั้นทิ้งไป ห้ามนําไปอบ
บอีกต่อไป
เพื่อนํามาใช้บดอัดทําก้อนตัวอย่างทดสอบอีกต่อไป
7.3.2 การจัดเตรียมก้อนตัว
างแอสฟัลต์คอนกรีตในสนาม ให้เจาะก่อนตัวอย่างตัวแทนของ ตก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ด้วยเครื่องเจาะตัวอย่างที่ถูกต้อง
ทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ด้วยเครื่อง
ตามข้อ 4 8.4 โดยให้เจาะเก็บก้อนตัวอย่างไม่น้อยกว่าจํานวน 1 ก้อนตัวอย่างทุก ๆ ระยะทาง
ประมาณ 250 เมตรต่อของจราจร หร
ส่วนผสมแอสกุลต์คอนกรีตที่นํามาใช้งานประมาณ
100 ตัน แล้วนําไปทดสอ
คอนกรีตโดยวิธีมาร์แชลล์ Marshalop
สําหรับขึ้นผิวทางชนะรอง
25 มิลลิเมตร คือความแบบของ
องค์
มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์
และชุมปรับระดับแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาไม่น้อยกว่า
สตศึกษารีตเส จะต้อง” นอยกว่าร้อยละ 98
บัติการที่ใช้เปรียบเทียบประจําวัน
คิดคําความแน่นของซันทางแอสฟัลต์
องค่าความแน่นของก้อนตัวอย่างจาก
VOIL
รพ ระบายน - การอํานวยการและควบคุมการ จราจรระหว่างการก่
งการก่อสร้าง
ในระหว่างการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ๑๕๓๕
ALROA
จะต้องจัดและควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตจะเย็นตัวลงมากพอที่เมื่อเปิดให้การจราจร
ผ่านแล้วจะไม่ทําให้เกิดร่องรอยบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น โดยจะต้องติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ ควบคุมการจราจรอื่น ๆ ที่จําเป็นตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกําหนด พร้อมจัดบุคลากรเพื่ออํานวยการ จราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่นั้น
เสียหาย ระยะเวลาในการปิดและเปิดการจราจรให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
หมวดงานทาง 299
$.
กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม - หนังสืออ้างอิง
9.1 กรมทางหลวง มาตรฐานที่ ทส.-ม. 408/2532 “แอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete or Hot Mix
Asphalt)”
9.2 AMERICAN SOCIETY OF TESTING METERIALS ASTM. STANDARD D-1559
9.3 THE ASPHALT INSTITUTE “MIX DESIGN METHODS FOR ASPHALT CONCRETE AND THE HOT-
MIX TYPES MANUAL SERIES NO.2 (MS-2)
JU U N
DEPARTMENT OF RURAL ROADS
હોમ કહે કે સ
MUJA$TUN9 2-93