จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างเหมาเอกชนดำเนินงานควบคุมการยกป้ายรับผู้โดยสารขาเข้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 68029014149
฿8,625,745.39 ปีงบ 2568 ประกาศ 17 ก.พ. 2568 สมุทรปราการ
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดจ้างเอกชนเข้ามาดำเนินงานควบคุมการยกป้ายรับผู้โดยสารขาเข้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เป็นระยะเวลา 3 ปี ขอบเขตงานครอบคลุมถึงการควบคุมและตรวจสอบการแลกบัตรเข้าพื้นที่ควบคุมสำหรับตัวแทนสมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และสมาคมโรงแรมไทย (THA) โดยผู้รับจ้างจะต้องจัดพนักงานประจำที่เคาน์เตอร์เพื่อตรวจสอบเอกสารและดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ควบคุม นอกจากนี้ยังต้องควบคุมการยกป้ายรับผู้โดยสารของบุคคลทั่วไป โดยตรวจสอบหลักฐาน, แนะนำการลงทะเบียน, และจัดเตรียมอุปกรณ์สำนักงานที่จำเป็น เช่น แบบฟอร์ม, ปากกา, และแท่นประทับตรา ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานสรุปประจำวันส่งให้ ทอท. และปฏิบัติตามวิธีการปฏิบัติงานที่ ทอท. กำหนด รวมถึงจัดหาพนักงานที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดเพื่อปฏิบัติงานกะเช้า, บ่าย, และดึก รวมทั้งหมด 12 คน

English summary

This project involves hiring a private company to manage and control passenger greeting signs at Suvarnabhumi Airport (BKK) for a 3-year period. The scope includes controlling and verifying access badges for representatives from the Association of Thai Travel Agents (ATTA) and the Thai Hotels Association (THA). The contractor must provide staff at counters to verify documents and maintain order in controlled areas. The project also includes managing general public passenger greetings, verifying documents, providing registration assistance, and supplying necessary office equipment such as forms, pens, and stamp pads. The contractor must submit daily summary reports to AOT, follow AOT’s operational procedures, and provide qualified staff to work morning, afternoon, and night shifts, totaling 12 personnel.

สถานที่ดำเนินการ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • จัดจ้างดำเนินงานควบคุมการยกป้ายรับผู้โดยสารขาเข้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.)

ขอบเขตของงาน

  • ควบคุมและตรวจสอบการแลกบัตรเข้าเขตพื้นที่ควบคุมของตัวแทนสมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และสมาชิกสมาคมโรงแรมไทย (THA)
    • จัดพนักงานประจำที่เคาน์เตอร์ภายในอาคารผู้โดยสาร ทสภ. บริเวณชั้น 1 เพื่อควบคุมและตรวจสอบการแลกบัตรรักษาความปลอดภัย
    • ตรวจสอบและดูแลความเรียบร้อย ภายในเขตพื้นที่ควบคุมการยกป้ายรับผู้โดยสาร ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร ทสภ.
    • ส่งสรุปรายงานให้ ทอท. ทราบเป็นประจำทุกวัน
    • ควบคุมและตรวจสอบการยกป้ายรับผู้โดยสารของบุคคลทั่วไป ในพื้นที่ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร ทสภ.
    • ตรวจสอบหลักฐานรายละเอียดของผู้ที่มารับผู้โดยสาร
    • แนะนำผู้ที่มายกป้ายต้อนรับผู้โดยสารให้มาลงทะเบียนพร้อมให้ยกป้ายในเขตพื้นที่ที่ ทอท. อนุญาต
    • จัดอุปกรณ์สำนักงาน เช่น กระดาษถ่ายเอกสารขนาด A4 (80 แกรม), แท่นประทับตรายางพร้อมหมึกเติม, ปากกามาร์คเกอร์
    • จัดทำแบบฟอร์มสำหรับผู้ที่มารอรับผู้โดยสารของบุคคลทั่วไป เพื่อกรอกข้อมูลขออนุญาตเข้าพื้นที่ยกป้ายรับผู้โดยสารขาเข้าตามรูปแบบที่ ทอท. กำหนด
    • ดำเนินการตามวิธีการปฏิบัติงานของพนักงานควบคุมการยกป้ายรับผู้โดยสารขาเข้า ณ ทสภ.
    • จัดทำแผนการทำงานให้ ทอท. ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    • จัดส่งพนักงานมีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วน
    • จัดทำประวัติพนักงานของผู้รับจ้าง และส่งให้ ทอท. ทราบ
    • จัดให้พนักงานของผู้รับจ้างเข้ารับฟังการชี้แจงรายละเอียดของการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งดูพื้นที่ในสถานที่ปฏิบัติงานจริง ก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญา
    • ควบคุมกำกับดูแลเพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานของผู้รับจ้างมีความกระตือรือร้นในการปฏิบัติงานตามสัญญาและตระหนักในความสำคัญของงานบริการ
    • ให้ความร่วมมือจัดส่งพนักงานของผู้รับจ้างเข้ารับการอบรม/สัมมนา ตามแผนปฏิบัติการด้านการให้บริการหรือด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องของ ทอท. เมื่อได้รับการร้องขอ
    • ส่งรายงานรายละเอียดการใช้บริการยกป้าย รายงานการตรวจสอบ และรายชื่อผู้กระทำผิดทั้งของตัวแทนสมาชิกสมาคมฯ และของบุคคลทั่วไป (ถ้ามี) ให้ ทอท. ทราบข้อมูลเป็นประจำทุกวัน
    • ส่งประวัติรูปถ่ายและประวัติอาชญากรจากกองทะเบียนประวัติอาชญากรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ของพนักงานของผู้รับจ้างทุกคนให้ผู้ว่าจ้างภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันเริ่มสัญญาจ้าง
    • จัดทำแบบฟอร์มการลงเวลาปฏิบัติงานประจำวันของพนักงานของผู้รับจ้างที่จัดเข้าปฏิบัติงานแต่ละวัน ส่งให้ ทอท. ตรวจสอบ
    • จัดทำสมุดบันทึกสำหรับให้เจ้าหน้าที่ควบคุมงานของ ทอท. ลงนามผลการตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง หรือบันทึกข้อเสนอแนะต่าง ๆ
    • ปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติในการควบคุมการยกป้ายรับผู้โดยสารขาเข้าตามที่ ทอท. กำหนดโดยเคร่งครัด
    • จัดให้พนักงานมีเครื่องแบบ เครื่องหมาย ป้ายชื่อ และควบคุมให้พนักงานแต่งกายตามที่กำหนด

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการทำงาน (ภายใน 15 วันหลังลงนามสัญญา)
    • รายงานสรุปประจำวัน
    • อุปกรณ์สำนักงาน (เช่น กระดาษ, ปากกา, แท่นประทับตรา)
    • แบบฟอร์มสำหรับผู้ที่มารอรับผู้โดยสารทั่วไป
    • ประวัติพนักงาน
    • รายงานรายละเอียดการใช้บริการยกป้าย
    • รายงานการตรวจสอบ
    • รายชื่อผู้กระทำผิด (ถ้ามี)
    • ประวัติรูปถ่ายและประวัติอาชญากรของพนักงาน
    • แบบฟอร์มการลงเวลาปฏิบัติงานประจำวันของพนักงาน
    • สมุดบันทึกสำหรับเจ้าหน้าที่ควบคุมงาน
    • เครื่องแบบพนักงาน

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาจ้าง: 3 ปี (1 พฤษภาคม 2568 - 1 พฤษภาคม 2571)
    • กะเช้า: 07.00 - 15.00 น.
    • กะบ่าย: 15.00 - 23.00 น.
    • กะดึก: 23.00 - 07.00 น.

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: -
  • Standards Compliance: -
  • Experience: -
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities:
    • มีความสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้
    • มีความสามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ Microsoft Word และ Microsoft Excel ได้
  • Personnel:
    • เพศหญิง หรือ เพศชาย อายุระหว่าง 21 - 40 ปี มีสัญชาติไทย
    • วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
    • มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง โดยมีใบรับรองแพทย์มาแสดง
    • มีบุคลิกภาพดี สุภาพเรียบร้อย และผ่านความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อนปฏิบัติงาน

เกณฑ์การพิจารณา

  • ทอท. พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การควบคุมและตรวจสอบการแลกบัตร: ตรวจสอบเอกสาร, หลักฐานการจอง, และรายละเอียดเที่ยวบิน
    • การควบคุมการยกป้าย: ตรวจสอบหลักฐาน, แนะนำการลงทะเบียน, และจัดพื้นที่ให้เหมาะสม
    • การรายงาน: จัดทำรายงานสรุปประจำวันเกี่ยวกับการใช้บริการและการกระทำผิด (ถ้ามี)

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: จ่ายเป็นงวดรายเดือน จำนวน 36 งวด
    • การปรับราคา: ปรับได้ในกรณีที่ ทอท. อนุมัติให้ปรับเพิ่มอัตราค่าจ้าง, ราชการประกาศปรับค่าแรงงานขั้นต่ำ, มีการเพิ่มอัตราการออกเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม, มีการเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม, หรือ ทอท. ประกาศเปลี่ยนแปลงเงินค่ากะ
    • ค่าปรับ: มีค่าปรับกรณีทำผิดเงื่อนไขสัญญา ตามผนวก 2
    • การลดค่าจ้าง: ลดค่าจ้างกรณีมีการลดหย่อนการออกเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม หรือลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • ค่าทำงานเป็นกะ: ชั่วโมงละ 8 บาท (ไม่รวม VAT) สำหรับพนักงานที่ทำงานนอกช่วงเวลาปกติ (08.00 - 17.00 น.)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: พนักงานต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
    • A: พนักงานต้องมีอายุระหว่าง 21-40 ปี, วุฒิ ปวช. ขึ้นไป, สามารถใช้ภาษาอังกฤษและโปรแกรมคอมพิวเตอร์พื้นฐานได้, มีสุขภาพแข็งแรง, และมีบุคลิกภาพดี

    • Q: ต้องจัดพนักงานกี่คน และเข้างานกี่โมง?

    • A: ต้องจัดพนักงานทั้งหมด 12 คน แบ่งเป็น 3 กะ: กะเช้า (07:00-15:00), กะบ่าย (15:00-23:00), และกะดึก (23:00-07:00) กะละ 4 คน

    • Q: ต้องส่งแผนการทำงานเมื่อไหร่?

    • A: ต้องส่งแผนการทำงานภายใน 15 วันหลังจากลงนามในสัญญา

    • Q: ต้องทำรายงานอะไรบ้าง?

    • A: ต้องทำรายงานสรุปประจำวัน, รายงานรายละเอียดการใช้บริการยกป้าย, และรายงานการตรวจสอบ

    • Q: มีค่าปรับกรณีทำผิดหรือไม่?

    • A: มีค่าปรับตามรายละเอียดที่ระบุในผนวก 2 ของเอกสาร TOR

    • Q: ต้องจัดหาอุปกรณ์อะไรบ้าง?

    • A: ต้องจัดหาอุปกรณ์สำนักงาน เช่น กระดาษ, ปากกา, แท่นประทับตรา, และแบบฟอร์มสำหรับผู้ที่มารอรับผู้โดยสารทั่วไป

    • Q: พนักงานต้องแต่งกายอย่างไร?

    • A: พนักงานต้องแต่งกายตามเครื่องแบบที่ ทอท. กำหนด

    • Q: ต้องทำอย่างไรหากพนักงานพบสิ่งของต้องสงสัย?

    • A: ห้ามแตะต้องหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของ และให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ทอท. ทันที

    • Q: ต้องอบรมพนักงานหรือไม่?

    • A: ต้องอบรมพนักงานให้เข้าใจระเบียบและวิธีการปฏิบัติงานก่อนเริ่มงาน

    • Q: ต้องทำอย่างไรหากต้องการเปลี่ยนพนักงาน?

    • A: ต้องแจ้งให้ ทอท. ทราบ และส่งคืนบัตรรักษาความปลอดภัยของพนักงานเดิมภายใน 7 วัน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกำหนดรายละเอียดงานจ้างเหมาเอกชนดำเนินงานควบคุมการยกป้ายรับผู้โดยสารขาเข้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 1. วัตถุประสงค์ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์จะจัดจ้างดำเนินงานควบคุม การยกป้ายรับผู้โดยสารขาเข้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จำนวน 1 งาน 2. ระยะเวลาจ้าง ระยะเวลาจ้าง 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เวลา 07.00 น. ถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2571 เวลา 07.00 น. 3. รายละเอียดและขอบเขตของงาน 3.1 การควบคุมและตรวจสอบการแลกบัตรเข้าเขตพื้นที่ควบคุมของตัวแทนสมาชิกสมาคมไทยธุรกิจ การท่องเที่ยว (ATTA) และสมาชิกสมาคมโรงแรมไทย (THA) ผู้รับจ้างต้องจัดพนักงานเข้าปฏิบัติงานประจำที่เคาน์เตอร์ตามที่ ทอท. จัดให้ ภายในอาคารผู้โดยสาร ทสภ. บริเวณชั้น 1 ให้ครบตามจำนวนที่กำหนด เพื่อควบคุมและตรวจสอบการแลกบัตรรักษาความปลอดภัย สำหรับ ตัวแทนสมาชิกสมาคมฯ เข้า- ออก พื้นที่ควบคุมบริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร ทสภ. โดยลง หลักฐานตามที่ ทอท. กำหนดทุกครั้ง พร้อมทั้งตรวจสอบและดูแลความเรียบร้อย ภายในเขตพื้นที่ควบคุมการยกป้าย รับผู้โดยสาร ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร ทสภ. และส่งสรุปรายงานให้ ทอท. ทราบ เป็นประจำ ทุกวัน 3.2 การควบคุมการยกป้ายรับผู้โดยสารของบุคคลทั่วไป 3.2.1 ผู้รับจ้างต้องจัดพนักงานเข้าปฏิบัติงานประจำที่เคาน์เตอร์ตามที่ ทอท. จัดให้ ภายในอาคาร ผู้โดยสาร ทสภ. บริเวณชั้น 2 ให้ครบตามจำนวนที่กำหนด เพื่อควบคุมและตรวจสอบการยกป้ายรับผู้โดยสาร ของบุคคลทั่วไป ในพื้นที่ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร ทสภ. โดยตรวจสอบหลักฐานรายละเอียดของ ผู้ที่มารับผู้โดยสาร พร้อมทั้งตรวจสอบและดูแลความเรียบร้อย บริเวณพื้นที่ยกป้ายต้อนรับผู้โดยสารบุคคลทั่วไป และ แนะนำผู้ที่มายกป้ายต้อนรับผู้โดยสารให้มาลงทะเบียนพร้อมให้ยกป้ายในเขตพื้นที่ที่ ทอท. อนุญาต และส่งสรุป รายงานให้ ทอท. ทราบเป็นประจำทุกวัน 3.2.2 ผู้รับจ้างจะต้องจัดอุปกรณ์สำนักงาน เช่น กระดาษถ่ายเอกสารขนาด A4 (80 แกรม) ไว้สำหรับ พิมพ์หรือเขียนชื่อผู้โดยสารที่มาขอใช้บริการ แท่นประทับตรายางพร้อมหมึกเติม ปากกามาร์คเกอร์ หรืออุปกรณ์สำนักงานอื่น ๆ ให้เพียงพอต่อการให้บริการ จัดทำแบบฟอร์มสำหรับผู้ที่มารอรับผู้โดยสารของบุคคลทั่วไป เพื่อกรอกข้อมูลขออนุญาตเข้าพื้นที่ยกป้ายรับผู้โดยสารขาเข้าตามรูปแบบที่ ทอท. กำหนด โดยผู้รับจ้างจะต้องจัดหา มาเองล่วงหน้าเป็นแบบฟอร์มพร้อมใช้งาน ทั้งนี้ ทอท. ไม่อนุญาตให้ใช้อุปกรณ์ของ ทอท. ในการพิมพ์แบบฟอร์ม ดังกล่าว หากผู้รับจ้างไม่จัดอุปกรณ์ดังกล่าวให้ครบถ้วนจะต้องถูกปรับตามตารางค่าปรับ ตามผนวก 2 3.3 ในกรณีที่ ทอท. มีความจำเป็นต้องควบคุมและตรวจสอบการยกป้ายรับผู้โดยสารในพื้นที่อื่น ๆ นอกเหนือจากพื้นที่ในข้อ 3.1 และ 3.2 ทอท. มีสิทธิ์ให้ผู้รับจ้างเป็นผู้ดำเนินการได้ตามแต่จะเห็นสมควร โดยที่ ทอท. จะแจ้งให้ทราบก่อนล่วงหน้า 3.4 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการตามวิธีการปฏิบัติงานของพนักงานควบคุมการยกป้ายรับผู้โดยสารขาเข้า ณ ทสภ. 4. คุณสมบัติของพนักงานของผู้รับจ้าง 4.1 เพศหญิง หรือ เพศชาย อายุระหว่าง 21 - 40 ปี มีสัญชาติไทย 4.2 วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) มีความสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ 4.3 มีความสามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ Microsoft Word และ Microsoft Excel ได้ 4.4 มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง โดยมีใบรับรองแพทย์มาแสดง 4.5 มีบุคลิกภาพดี สุภาพเรียบร้อย และผ่านความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อนปฏิบัติงาน 5. การจัดพนักงานของผู้รับจ้างเข้าปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างต้องจัดพนักงานเข้าปฏิบัติงานประจำ ณ ทสภ. ตามที่ ทอท. กำหนด โดยแบ่งการปฏิบัติงานเป็น 3 กะ รวมจำนวนทั้งสิ้น 12 คน ดังนี้ 5.1 กะเช้า เวลา 07.00 - 15.00 น. จำนวน 4 คน 5.2 กะบ่าย เวลา 15.00 - 23.00 น. จำนวน 4 คน 5.3 กะดึก เวลา 23.00 - 07.00 น. จำนวน 4 คน 6. หน้าที่และเงื่อนไขที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ 6.1 ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการทำงานให้ ทอท. ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาประกอบด้วย อย่างน้อย แผนการจัดพนักงานเข้าปฏิบัติงาน, แผนการฝึกอบรมพนักงาน และแผนอื่น ๆ (ถ้ามี) ให้คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุของ ทอท. พิจารณาเห็นชอบก่อนดำเนินการ 6.2 การปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างนี้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งพนักงานมีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนตามข้อ 4 และ ครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ในข้อ 5 ในการเข้าปฏิบัติงานตามสัญญา โดยผู้ว่าจ้างต้องแสดงเอกสารสำคัญของพนักงาน ของผู้รับจ้างทุกคนที่จะเข้าปฏิบัติงาน เพื่อให้ ทอท. ตรวจสอบหลักฐานก่อนเริ่มงานตามสัญญา รวมถึงกรณีที่ผู้รับจ้าง จัดส่งพนักงานใหม่เข้าปฏิบัติงานทดแทนพนักงานที่ปฏิบัติงานอยู่เดิมในภายหลังจากที่ได้เริ่มงานตามสัญญาแล้ว โดยมี เอกสารสำคัญที่ต้องแสดงดังต่อไปนี้ 6.2.1 เอกสารใบรับรองผลการศึกษา (Transcript) และ/หรือ ใบรับรองวุฒิการศึกษาที่แสดงว่าเป็น ผู้สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 6.2.2 ข้อมูลประวัติพนักงานพอสังเขป เช่น ชื่อ-นามสกุล แผนที่ที่อยู่ปัจจุบันที่สามารถติดต่อได้ หมายเลขโทรศัพท์ พร้อมทั้งแนบเอกสารสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านที่มีการรับรองสำเนาถูกต้อง 6.2.3 ใบรับรองแพทย์จากแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพทางการแพทย์มาแสดง เพื่อแสดงว่าพนักงาน ของผู้รับจ้างเป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรงไม่เป็นผู้ทุพพลภาพ ไร้ความสามารถจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ และปราศจาก โรคเหล่านี้คือโรคที่สังคมรังเกียจ วัณโรคระยะอันตราย โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคติดยาเสพติดให้โทษ และโรคพิษสุราเรื้อรัง โดยวันที่ตรวจร่างกายตามใบรับรองแพทย์ดังกล่าวจะต้องไม่เกินกว่า 3 เดือน ก่อนวันที่เริ่มปฏิบัติงานตามสัญญา 6.3 การบันทึกประวัติพนักงาน 6.3.1 ผู้รับจ้างต้องจัดทำประวัติพนักงานของผู้รับจ้าง และส่งให้ ทอท. ทราบ อย่างน้อยต้องมี รายละเอียดดังต่อไปนี้ ชื่อและที่อยู่ เชื้อชาติ สัญชาติ เพศ อายุ วุฒิการศึกษา หน้าที่ ตำแหน่ง สถานที่ พื้นที่ปฏิบัติงาน วันที่ได้รับการบรรจุเป็นพนักงาน 6.3.2 ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงสถานภาพ และจำนวนพนักงานของผู้รับจ้างให้ ทอท. ทราบเป็นหนังสือเป็นประจำ ในกรณีที่มีพนักงานต้องเข้ารับการฝึกอบรม พนักงานลาออก ให้ออก การจัดพนักงาน ทดแทนพนักงานที่ลาออก หรือกรณีอื่น ๆ ที่มีความจำเป็น 6.4 ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้พนักงานของผู้รับจ้างเข้ารับฟังการชี้แจงรายละเอียดของการปฏิบัติงาน พร้อมทั้ง ดูพื้นที่ในสถานที่ปฏิบัติงานจริง ก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญา 6.5 ผู้รับจ้างต้องควบคุมกำกับดูแลเพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานของผู้รับจ้างมีความกระตือรือร้นในการปฏิบัติงาน ตามสัญญาและตระหนักในความสำคัญของงานบริการ 6.6 ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือจัดส่งพนักงานของผู้รับจ้างเข้ารับการอบรม/สัมมนา ตามแผนปฏิบัติการ ด้านการให้บริการหรือด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องของ ทอท. เมื่อได้รับการร้องขอ 6.7 ในการ รับ-ส่ง หน้าที่ของพนักงานของผู้รับจ้าง ให้ รับ-ส่ง หน้าที่ ณ พื้นที่ปฏิบัติงาน เว้นแต่มีเหตุจำเป็น เร่งด่วนหรือมีเหตุผลอันสมควร ผู้รับจ้างสามารถเสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. พิจารณา รับ-ส่ง หน้าที่ ณ จุดที่เหมาะสมได้ 6.8 ผู้รับจ้างจะต้องส่งรายงานรายละเอียดการใช้บริการยกป้าย รายงานการตรวจสอบ และรายชื่อผู้กระทำ ผิดทั้งของตัวแทนสมาชิกสมาคมฯ และของบุคคลทั่วไป (ถ้ามี) ให้ ทอท. ทราบข้อมูลเป็นประจำทุกวัน 6.9 พนักงานของผู้รับจ้างจะต้องเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ภายในเวลา 15 นาที นับจากเวลาที่เริ่มปฏิบัติงาน ของแต่ละกะ 6.10 ผู้รับจ้างต้องส่งประวัติรูปถ่ายและประวัติอาชญากรจากกองทะเบียนประวัติอาชญากรสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ ของพนักงานของผู้รับจ้างทุกคนให้ผู้ว่าจ้างภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันเริ่มสัญญาจ้าง โดยผู้รับจ้าง เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมด 6.11 ผู้รับจ้างต้องมีหนังสือขอทำบัตรรักษาความปลอดภัยสำหรับบุคคลให้แก่พนักงานของผู้รับจ้างใช้เข้าออก หรืออยู่ในพื้นที่หวงห้าม โดยผ่านประธานกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. พร้อมทั้งให้พนักงานของผู้รับจ้างบันทึก ประวัติลงในแบบฟอร์มที่ ทอท. กำหนด โดยผู้รับจ้างต้องเสียค่าใช้จ่ายตามที่ ทอท. กำหนด และห้ามผู้รับจ้างเรียกเงิน ค่าใช้จ่ายในการทำบัตรรักษาความปลอดภัยสำหรับบุคคลจากพนักงานของผู้รับจ้าง หากผู้ว่าจ้างตรวจพบอาจถือเป็น เหตุในการบอกเลิกสัญญาจ้างได้ กรณีพนักงานของผู้รับจ้างลาออกหรือถูกไล่ออก หรือเปลี่ยนตัวพนักงาน ผู้รับจ้างต้อง 6.11 (ต่อ) ส่งคืนบัตรรักษาความปลอดภัยสำหรับบุคคลให้ผู้ว่าจ้างภายใน 7 วัน โดยมีหนังสือผ่านประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ ของ ทอท. หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามนี้ ผู้รับจ้างต้องถูกปรับ ตามที่ ทอท. กำหนด ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างต้องควบคุมกำกับดูแลพนักงานของผู้รับจ้างใช้บัตรรักษาความ ปลอดภัยบุคคลตามคำเตือนที่ระบุไว้บนหลังบัตร และทุกครั้งที่พนักงานของผู้รับจ้างออกกะปฏิบัติงาน ต้องส่งคืนบัตร รักษาความปลอดภัยบุคคลให้กับผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างเก็บรักษาไว้ในทันที กรณีพนักงานของผู้รับจ้างปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่หวงห้ามของ ทอท. ผู้รับจ้างต้องทำบัตรให้พนักงาน ติดแสดงตนขณะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ของ ทอท. โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมด 6.12 จัดทำแบบฟอร์มการลงเวลาปฏิบัติงานประจำวันของพนักงานของผู้รับจ้างที่จัดเข้าปฏิบัติงานแต่ละวัน ส่งให้ ทอท. ตรวจสอบจำนวนพนักงานที่เข้าปฏิบัติงาน โดยสามารถให้ ทอท. ตรวจสอบจำนวนพนักงานของ ผู้รับจ้างได้ตลอดเวลา และให้ถือว่าเป็นหลักฐานประกอบการจ่ายเงินค่าจ้างด้วย 6.13 จัดทำสมุดบันทึกสำหรับให้เจ้าหน้าที่ควบคุมงานของ ทอท. ลงนามผลการตรวจสอบการปฏิบัติงาน ของผู้รับจ้าง หรือบันทึกข้อเสนอแนะต่าง ๆ ในการปฏิบัติงานที่เห็นสมควร 6.14 ปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติในการควบคุมการยกป้ายรับผู้โดยสารขาเข้าตามที่ ทอท. กำหนดโดยเคร่งครัด และจะต้องอบรมชี้แจงให้พนักงานของผู้รับจ้างทราบและเข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพก่อน ส่งพนักงานไปปฏิบัติงาน 6.15 จัดให้พนักงานมีเครื่องแบบ เครื่องหมาย ป้ายชื่อ และควบคุมให้พนักงานแต่งกายตามที่กำหนด โดยเครื่องแบบดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจาก ทอท. และต้องแตกต่างจากสัญญาจ้างอื่น ๆ ภายใน ทสภ. 6.16 ควบคุมดูแลกวดขันพนักงานของผู้รับจ้างให้แต่งกายเรียบร้อย ตามที่ ทอท. กำหนด ห้ามแต่งกายผิดไป จากที่ ทอท. กำหนดไว้หากตรวจสอบพบ ทอท. มีสิทธิที่จะไม่อนุญาตให้พนักงานผู้นั้นเข้าไปปฏิบัติงานในช่วงเวลา นั้นได้ โดยผู้รับจ้างจะต้องจัดพนักงานมาปฏิบัติงานทดแทนให้ครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ โดยไม่มีสิทธิเรียกร้อง ค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น 6.17 ในกรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างพบกระเป๋า หีบห่อ หรือสิ่งของซึ่งถูกทิ้งไว้ในพื้นที่รับผิดชอบเป็นเวลานาน โดยไม่ทราบผู้เป็นเจ้าของ ห้ามแตะต้องหรือเคลื่อนย้ายหรือนำไปเป็นสมบัติส่วนตนโดยเด็ดขาด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ควบคุมงานหรือพนักงานของ ทอท. ที่อยู่ใกล้ที่สุด เพื่อตรวจสอบตามมาตรการการรักษาความปลอดภัย 7. ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง 7.1 ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการทำงานให้ ทอท. ภายใน 15 วัน นับจากวันลงนามในสัญญาประกอบด้วย อย่างน้อยแผนการจัดพนักงานเข้าปฏิบัติงาน แผนการฝึกอบรมพนักงานและแผนอื่น ๆ เพื่อให้คณะกรรมการตรวจรับ พัสดุของ ทอท. พิจารณาเห็นชอบก่อนดำเนินการ 7.2 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง และปฏิบัติต่อพนักงานของผู้รับจ้างให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงาน รวมทั้งกฎหมายอื่น ๆ ที่กำหนดไว้ที่รัฐพึงมีให้แก่ลูกจ้าง ทั้งที่บัญญัติไว้ในปัจจุบันหรือที่จะใช้บังคับในภายภาคหน้า ต่อไป 7.3 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยเป็นผู้รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เองทั้งหมด 7.4 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน อย่างเคร่งครัด ตลอดระยะเวลาที่มีการปฏิบัติงาน 7.5 ในกรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน วัสดุอุปกรณ์ของ ทอท. หรือ ผู้ใช้บริการของ ทอท. ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นให้กับ ทอท. หรือผู้ใช้บริการของ ทอท. ทั้งหมด เว้นแต่กรณีเป็นเหตุสุดวิสัย 7.6 ในกรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างกระทำละเมิดต่อ ทอท. หรือเจ้าหน้าที่ของ ทอท. หรือผู้ใช้บริการ ของ ทอท. อันเกี่ยวกับงานจ้างนี้ ไม่ว่าจะกระทำเองหรือร่วมกับผู้อื่น ผู้รับจ้างต้องยินยอมรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย ที่เกิดขึ้นทั้งหมดทันที 7.7 ในกรณีที่ผู้รับจ้างกระทำหรืองดเว้นการกระทำการใด ๆ อันเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามสัญญา ข้อหนึ่งข้อใดก็ดี และ ทอท. ได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบแล้ว แต่ผู้รับจ้างไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามสัญญา ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งจาก ทอท. หรือกรณีที่ผู้รับจ้างตกเป็นบุคคลล้มละลาย ทอท. มีสิทธิบอกเลิก สัญญาได้ทันทีโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ตลอดถึงกรณีสิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายของ ทอท. เมื่อผู้รับจ้าง ได้รับทราบการบอกเลิกสัญญาแล้ว ผู้รับจ้างยินยอมให้ถือว่าสัญญานี้เป็นอันระงับสิ้นไป 7.8 ถ้าพนักงานของผู้รับจ้างคนใดไม่ตั้งใจหรือขาดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน มีอาการมึนเมา ขณะปฏิบัติงานอันเนื่องจากได้ดื่มสุราก่อน หรือขณะปฏิบัติงานหลบเลี่ยงหรือละทิ้งงานขัดคำสั่งหรือฝ่าฝืนแนวทาง การปฏิบัติของ ทอท. แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ กระด้างกระเดื่องต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้ควบคุมงานของ ทอท. ปฏิบัติงานนอกเหนือจากหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย หรือกระทำการอื่นใดเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตนหรือผู้อื่น รับจ้างหรือรับงานผู้อื่น กระทำการอันมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต รวมทั้งประพฤติตนอันอาจจะก่อให้เกิดความ เสียหายต่อชื่อเสียงของ ทอท. เมื่อ ทอท. ได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบแล้ว ผู้รับจ้างจะส่งพนักงานผู้นั้น เข้าปฏิบัติงานอีกไม่ได้ ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาพนักงานมาปฏิบัติงานทดแทนให้ครบจำนวนที่กำหนดไว้โดยไม่มีสิทธิ เรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จาก ทอท. ทั้งสิ้น หากพนักงานของผู้รับจ้างกระทำผิดตามวรรคแรก ผู้ควบคุมงานของ ทอท. มีสิทธิยึดบัตรรักษา ความปลอดภัยบุคคลชนิดถาวรที่ ทอท. เป็นผู้ออกให้และพนักงานผู้นั้นต้องออกจากพื้นที่รับผิดชอบทันที 7.9 ผู้รับจ้างจะต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือบางส่วนแห่งสัญญานี้ไปให้ผู้อื่นรับจ้างช่วงอีกต่อหนึ่งโดยไม่ได้รับ ความยินยอมเป็นหนังสือจาก ทอท. ก่อน ในกรณีที่ ทอท. อนุญาตให้ผู้รับจ้างดำเนินการจ้างช่วงได้ผู้รับจ้างยังคงต้อง รับผิดชอบงานที่ให้ช่วงไปนั้นทุกประการ 7.10 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุและความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการทำงานของผู้รับจ้าง เองทุกกรณี 7.11 การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างต้องไม่กระทบกระเทือนหรือรบกวนต่อผู้ใช้บริการของ ทอท. และต้อง ควบคุมดูแลมิให้เจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างเข้าไปในพื้นที่เขตหวงห้ามที่ ทอท. มิได้อนุญาตเป็นอันขาด 7.12 ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลให้พนักงานของผู้รับจ้างปฏิบัติงานตามสัญญาด้วยความเรียบร้อย หากพนักงาน ของผู้รับจ้างก่อความวุ่นวาย, นัดหยุดงาน หรือมีเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้พนักงานของผู้รับจ้างไม่เข้าปฏิบัติงานตามสัญญา ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้ ทอท. ปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา แต่ต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100.- (หนึ่งร้อยบาทถ้วน) 2 ตามผนวก 1 4. คุณสมบัติของพนักงานของผู้รับจ้าง 4.1 เพศหญิง หรือ เพศชาย อายุระหว่าง 21 - 40 ปี มีสัญชาติไทย 4.2 วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) มีความสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ 4.3 มีความสามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ Microsoft Word และ Microsoft Excel ได้ 4.4 มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง โดยมีใบรับรองแพทย์มาแสดง 4.5 มีบุคลิกภาพดี สุภาพเรียบร้อย และผ่านความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อนปฏิบัติงาน 5. การจัดพนักงานของผู้รับจ้างเข้าปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างต้องจัดพนักงานเข้าปฏิบัติงานประจํา ณ ทสภ. ตามที่ ทอท. กําหนด โดยแบ่งการปฏิบัติงานเป็น 3 กะ รวมจํานวนทั้งสิ้น 12 คน ดังนี้ 5.1 กะเช้า เวลา 07.00 - 15.00 น. จํานวน 4 คน 5.2 กะบ่าย เวลา 15.00 - 23.00 น. จํานวน 4 คน 5.3 กะดึก เวลา 23.00 - 07.00 น. จํานวน 4 คน 6. หน้าที่และเงื่อนไขที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ 6.1 ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการทํางานให้ ทอท. ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาประกอบด้วย อย่างน้อย แผนการจัดพนักงานเข้าปฏิบัติงาน, แผนการฝึกอบรมพนักงาน และแผนอื่น ๆ (ถ้ามี) ให้คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุของ ทอท. พิจารณาเห็นชอบก่อนดําเนินการ 6.2 การปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างนี้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งพนักงานมีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนตามข้อ 4 และ ครบตามจํานวนที่กําหนดไว้ในข้อ 5 ในการเข้าปฏิบัติงานตามสัญญา โดยผู้ว่าจ้างต้องแสดงเอกสารสําคัญของพนักงาน ของผู้รับจ้างทุกคนที่จะเข้าปฏิบัติงาน เพื่อให้ ทอท. ตรวจสอบหลักฐานก่อนเริ่มงานตามสัญญา รวมถึงกรณีที่ผู้รับจ้าง จัดส่งพนักงานใหม่เข้าปฏิบัติงานทดแทนพนักงานที่ปฏิบัติงานอยู่เดิมในภายหลังจากที่ได้เริ่มงานตามสัญญาแล้ว โดยมี เอกสารสําคัญที่ต้องแสดงดังต่อไปนี้ 6.2.1 เอกสารใบรับรองผลการศึกษา (Transcript) และ/หรือ ใบรับรองวุฒิการศึกษาที่แสดงว่าเป็น ผู้สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 6.2.2 ข้อมูลประวัติพนักงานพอสังเขป เช่น ชื่อ-นามสกุล แผนที่ที่อยู่ปัจจุบันที่สามารถติดต่อได้ หมายเลขโทรศัพท์ พร้อมทั้งแนบเอกสารสําเนาบัตรประชาชนและสําเนาทะเบียนบ้านที่มีการรับรองสําเนาถูกต้อง 6.2.3 ใบรับรองแพทย์จากแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพทางการแพทย์มาแสดง เพื่อแสดงว่าพนักงาน ของผู้รับจ้างเป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรงไม่เป็นผู้ทุพพลภาพ ไร้ความสามารถจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ และปราศจาก โรคเหล่านี้คือโรคที่สังคมรังเกียจ วัณโรคระยะอันตราย โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคติดยาเสพติดให้โทษ และโรคพิษสุราเรื้อรัง โดยวันที่ตรวจร่างกายตามใบรับรองแพทย์ดังกล่าวจะต้องไม่เกินกว่า 3 เดือน ก่อนวันที่เริ่มปฏิบัติงานตามสัญญา ট 6 7.13 ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลให้พนักงานของผู้รับจ้างปฏิบัติงานด้วยความเรียบร้อย หากพนักงาน ของผู้รับจ้างกระทำการอันเป็นเหตุให้ผู้ว่าจ้างเสื่อมเสียชื่อเสียง ผู้รับจ้างยินยอมให้ ทอท. ปรับตามอัตราขั้นต่ำ ครั้งละ 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ต่อ 1 ครั้ง ที่ผู้ว่าจ้างตรวจพบ หากมูลค่าความเสียหายสูงกว่าที่กำหนด ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าเสียหายตามที่เกิดขึ้นจริงและ ทอท. อาจถือเป็นเหตุในการบอกเลิกสัญญาได้อีกด้วย 7.14 ผู้รับจ้างต้องอบรมชี้แจงให้พนักงานของผู้รับจ้าง ทราบถึงระเบียบ คำสั่ง และข้อบังคับของ ทอท. ที่เกี่ยวกับงานที่ได้รับมอบหมาย ตลอดจนวิธีปฏิบัติงานต่าง ๆ ให้เข้าใจและสามารถปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดีก่อนที่จะ ส่งพนักงานของผู้รับจ้างไปปฏิบัติงานพร้อมทั้งปฏิบัติต่อผู้ใช้บริการด้วยกิริยามารยาทสุภาพเรียบร้อย 7.15 ในกรณีที่พนักงานเข้าปฏิบัติงานไม่ครบตามจำนวนที่กำหนดในข้อ 5. ผู้รับจ้างยินยอมให้ ทอท. ลดค่าจ้างลงตามจำนวนค่าจ้างรายวันของพนักงานและปรับในอัตราคนละ 5 (ห้า) เท่าของจำนวนค่าจ้างรายวัน ของพนักงาน โดยคำนวณตามจำนวนพนักงานที่ขาดงานในแต่ละช่วงเวลา 7.16 ในกรณีผู้รับจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้างแก่พนักงานของผู้รับจ้าง ทอท. มีสิทธิเอาเงินค่าจ้างที่จะต้องจ่ายแก่ ผู้รับจ้างมาจ่ายให้แก่พนักงานของผู้รับจ้างได้ และให้ถือว่า ทอท. ได้จ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างตามสัญญาแล้ว ทั้งนี้ ทอท. อาจถือเป็นเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญาได้ 7.17 พนักงานที่ผู้รับจ้างจัดเข้ามาปฏิบัติงานต้องเป็นผู้มีความชำนาญงาน และผ่านการอบรมความรู้ในงานที่ จะได้รับมอบหมาย ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องจัดส่งพนักงานที่มีคุณสมบัติของพนักงานของผู้รับจ้างตามที่ ทอท. กำหนด ซึ่งผู้รับจ้างต้องจ่ายเงินค่าจ้าง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ให้กับพนักงานของผู้รับจ้างในอัตราไม่ต่ำกว่าที่เสนอราคาไว้กับ ทอท. และห้ามรับเงินกินเปล่า หรือเงินค่านายหน้าในการรับพนักงานเข้ามาปฏิบัติงานหากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามที่ กำหนดไว้ข้างต้น ผู้รับจ้างยินยอมให้ ทอท. ปรับในอัตราสามสิบ (30) เท่า ของจำนวนค่าจ้างรายวันของพนักงาน ต่อ 1 ครั้งที่ตรวจพบ และ ทอท. อาจถือเป็นสาเหตุบอกเลิกสัญญาได้ด้วย 7.18 ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานจ้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยต้อง ใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานจ้างทั้งหมดตามสัญญา โดยต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิต ภายในประเทศ โดยส่งให้ ทอท. ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา (เอกสารตามแนบ) 8. บทปรับ ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติงานให้เป็นไปตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย หรือผิดเงื่อนไข ผู้รับจ้างจะต้องชำระ ค่าปรับตามที่ได้ระบุไว้แล้วในเงื่อนไขของสัญญานี้ และให้รวมถึงการกระทำหรือการปฏิบัติผิดเงื่อนไขสัญญาของ ผู้รับจ้างหรือพนักงานของผู้รับจ้างซึ่งผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับให้แก่ ทอท. ตามรายละเอียดการกระทำผิดหรือการ ปฏิบัติไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญาและค่าปรับ ตามผนวก 2 9. การจ่ายเงินค่าจ้าง 9.1 ทอท. จะจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างเป็นงวด ๆ เป็นรายเดือน จำนวน 36 งวด เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการ ในแต่ละงวดแล้วเสร็จ และคณะกรรมการตรวจการรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับพัสดุไว้เรียบร้อยแล้ว 9.2 อัตราค่าจ้างที่ผู้รับจ้างเสนอราคาไว้ต้องยืนตามราคาเดิมไปตลอดจนครบอายุสัญญา ผู้รับจ้างจะอ้างเหตุ ใด ๆ มาขอปรับราคาค่าจ้างเพิ่มไม่ได้ ยกเว้นกรณีดังต่อไปนี้ 7 9.2.1 ในกรณีที่ ทอท. อนุมัติให้ปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างที่ ทอท. กำหนดในการจ้างเอกชน ทอท. จะปรับเพิ่มค่าจ้างให้กับพนักงานที่จ้างด้วยอัตราค่าจ้างดังกล่าว โดยปรับเพิ่มเฉพาะค่าจ้างแรงงานเงินประกันสังคมและ ภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น 9.2.2 ในกรณีที่ทางราชการ ประกาศปรับค่าแรงงานขั้นต่ำ ทอท. จะปรับค่าจ้างให้กับผู้ปฏิบัติงาน ที่จ้างด้วยอัตราค่าแรงงานต่ำ โดยปรับเพิ่มเฉพาะค่าแรงงาน เงินประกันสังคมและภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น 9.2.3 ในกรณีที่มีการเพิ่มอัตราการออกเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมตามกฎหมาย ทอท. และ ผู้รับจ้างตกลงที่จะเพิ่มอัตราการออกเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมในงานจ้างนี้ ให้เป็นไปตามอัตราที่กฎหมาย กำหนด 9.2.4 ในกรณีที่มีการเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย ทอท. และผู้รับจ้างตกลงที่จะเพิ่มอัตรา ภาษีมูลค่าเพิ่มในงานจ้างนี้ให้เป็นไปตามอัตราที่กฎหมายกำหนด 9.2.5 ในกรณีที่ทาง ทอท. ประกาศเปลี่ยนแปลงเงินค่ากะ ทอท. จะเปลี่ยนแปลงเงินค่ากะให้กับ ผู้ปฏิบัติงานทุกคนตามอัตราที่ทาง ทอท. เปลี่ยนแปลง และภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น ทั้งนี้ ทอท. และผู้รับจ้างจะได้มีการแก้ไขสัญญาระหว่างกันเพื่อเปลี่ยนแปลงวงเงินค่าจ้าง ให้สอดคล้องกับจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว 9.3 ในกรณีที่มีการลดหย่อนการออกเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมตามกฎหมาย หรือลดอัตรา ภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายจากที่ผู้รับจ้างได้เสนอราคาไว้กับ ทอท. ทอท. และผู้รับจ้างตกลงที่จะลดค่าจ้างในส่วนของ เงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้สอดคล้องตามกฎหมาย ทั้งนี้การลดเงินค่าจ้าง ดังกล่าว ผู้รับจ้างตกลงยินยอมให้ ทอท. หักเอาจากเงินค่าจ้างที่จะจ่ายให้แก่ผู้รับจ้าง 9.4 ทอท. ตกลงจ่ายค่าจ้างทำงานเป็นกะให้กับพนักงานของผู้รับจ้างที่มีชั่วโมงการทำงานไม่อยู่ในช่วง ชั่วโมงปกติ (08.00 น. - 17.00 น.) อัตราชั่วโมงละ 8.- บาท (แปดบาทถ้วน) (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ตามจำนวน พนักงานที่ปฏิบัติงานจริงในช่วงเวลานั้น โดยให้ผู้รับจ้างทำการเบิกจ่ายพร้อมกับเงินค่าจ้างรายเดือน 10. เกณฑ์การตรวจรับงาน ผู้รับจ้าง เอกสารการลงเวลาทำงานของพนักงาน พร้อมหลักฐานการลงชื่อการปฏิบัติงานประจำวันของพนักงานของ 11. การประเมินผลงาน ในการปฏิบัติงานผู้ว่าจ้างจะประเมินผลการทำงานของผู้รับจ้างทุกเดือน ตามเอกสารแบบประเมินผลงานจ้างฯ ตามผนวก 3 โดยผลการประเมินจะมีผลต่อการพิจารณายกเลิกสัญญา ตามรายละเอียดดังนี้ หากระดับผลงานข้อใดข้อหนึ่งที่มีค่าความสำคัญ 4-5 อยู่ในระดับปรับปรุง (คะแนน 0-4คะแนน) ติดต่อกัน 2 เดือน ทอท. จะพิจารณายกเลิกสัญญา หากคะแนนสรุปคะแนนประเมินที่ผู้รับจ้างได้รับทั้งสิ้นในแต่ละเดือนต่ำกว่า 5 คะแนน ติดต่อกัน 2 เดือน ทอท. จะพิจารณายกเลิกสัญญา 15 8 12. นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท. 12.1 คู่ค้าต้องสนับสนุนนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท. ที่กำหนดให้บุคลากรทุกคนของ ทอท. ต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม และต้องปฏิบัติตามนโยบาย ต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท. อย่างเคร่งครัด 12.2 ห้ามมิให้ผู้เสนอราคาหรือคู่ค้าให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด รวมถึงจ่ายค่าบริการต้อนรับ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่หรือส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ บริษัทให้แก่บุคลากรของ ทอท. 13. การดำเนินการตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. คู่ค้าต้องลงนามรับทราบในเอกสารแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct) ตามรายละเอียดแนบท้าย พร้อมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท.มีการดำเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลอาชีวอนามัย และ คำนึงถึงความปลอดภัยของลูกจ้าง รวมถึงการดำเนินงานที่อันซึ่งจะส่งผลกระทบถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องผ่านการกำกับดูแลกิจการ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม 14. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งต้องปฏิบัติตามประกาศ ทอท. เรื่อง นโยบายการคุ้มครองส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy) และแนวปฏิบัติสำหรับการ ดำเนินการของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.ที่กำหนดไว้ตลอดจนคำสั่ง ประกาศ หรือเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ออกโดย ทอท. ซึ่ง ทอท.จะได้แจ้งให้ทราบต่อไป อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ผู้รับจ้างสามารถศึกษารายละเอียดของประกาศและแนวปฏิบัติฯดังกล่าวได้ ที่ https://www.airportthai.co.th >เกี่ยวกับ ทอท.>กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ ทอท.>ประกาศ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เรื่องนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy) 15. การสนับสนุนสถานการณ์ฉุกเฉินท่าอากาศยาน 15.1 ในกรณีที่ ทอท. เผชิญสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ประกาศใช้แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan : BCP), ประกาศแผนฉุกเฉินท่าอากาศยาน และประกาศแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน มีความจำเป็น ต้องย้ายไปปฏิบัติงาน ณ สถานที่ปฏิบัติงานสำรองตามที่กำหนด ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือในการส่งพนักงาน ของผู้รับจ้างไปปฏิบัติงานในสถานที่ปฏิบัติงานสำรองด้วยความรวดเร็วภายในเวลาและตามจำนวนที่ ทอท. กำหนด 15.2 ในกรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างไปปฏิบัติงาน ณ สถานที่ปฏิบัติงานสำรอง ทอท. จะชำระเงินค่าจ้าง ให้ตามจำนวนของพนักงานของผู้รับจ้างที่ได้เข้าปฏิบัติงานตามความเป็นจริง 16. เงื่อนไขเพิ่มเติม ในระหว่างอายุสัญญา หากมีเหตุสุดวิสัยหรือเป็นกรณีที่รัฐบาล หรือ ทอท. มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการใช้ ท่าอากาศยาน หรือบริษัทสายการบินมีการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน และมีผลกระทบกับงานจ้างตามสัญญานี้ ทอท. สามารถเปลี่ยนแปลงจำนวนพนักงาน และหรือเวลาในการปฏิบัติงานได้ โดย ทอท. จะแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็นหนังสือ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน และผู้รับจ้างจะต้องยินยอมให้ ทอท. ปรับราคาค่าจ้างให้สอดคล้องกับงานที่ปฏิบัติจริง 9 ตามรายละเอียดที่ผู้รับจ้างเสนอราคาไว้ โดย ทอท. จะจ่ายค่าจ้างในงวดงานนั้นๆ ตามจำนวนผู้ปฏิบัติงานจริง ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะต้องไม่มีผลต่อการเพิ่มวงเงินค่าจ้างตามสัญญา 17. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคา ทอท. พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น ผู้ออกข้อกำหนดและรายละเอียด ชื่อ นามสกุล (นายอติยุทธ ไวว่อง) ตำแหน่ง จทส.บกอ.6 งปท.สบอ.ฝทอ.ทสภ. vàng ชื่อ นามสกุล (นายเมธัสสิทธิ์ ตรีชยาชุติสิริ) ตำแหน่ง จทบ.7 สบอ.ฝทอ.ทสภ. ผู้รับรอง ชื่อ นามสกุล (นายกิตติพงษ์ พวงเงิน) ตำแหน่ง ผอก.สบอ.ฝทอ.ทสภ. วิธีการปฏิบัติงานของพนักงานควบคุมการยกป้ายรับผู้โดยสารขาเข้า ณ ทสภ. ผนวก 1 1. วิธีการควบคุมและตรวจสอบการแลกบัตรเข้าเขตพื้นที่ควบคุมของตัวแทนสมาชิกสมาคมไทยธุรกิจ การท่องเที่ยว (ATTA) 1.1 สมาคม ฯ จัดส่งเอกสารการจองการท่องเที่ยวล่วงหน้ามาให้ก่อนเวลา 08.00 น. ของทุกวัน ที่เคาน์เตอร์แลกบัตร บริเวณประตู 7 ชั้น 1 อาคารผู้โดยสาร ทสภ. เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบตัวแทนบริษัท สมาชิกสมาคมฯ ที่จะเข้ามาขอแลกบัตรเข้าไปยืนยกป้ายต้อนรับผู้โดยสารในเขตพื้นที่ควบคุม โดยในปัจจุบันมีตัวแทน บริษัทอยู่ 2 ประเภท คือ มัคคุเทศก์, ผู้แทนบริษัทนำเที่ยว (TRANFERS MAN) ซึ่งจะต้องนำหลักฐานมายื่นที่เคาน์เตอร์ เพื่อแลกบัตรเข้าเขตพื้นที่ควบคุมโดยจะต้องมีเอกสารหลักฐาน ในการยื่นขอแลกบัตรประกอบด้วย บัตรมัคคุเทศก์ หรือบัตรผู้แทนบริษัทนำเที่ยว (TRANSFERMAN) แบบฟอร์มคำร้องของสมาคมฯ (ATTA) ที่ประทับตราผ่านการตรวจสอบจากสมาคมฯ รับรองแล้ว 1.2 พนักงานแลกบัตรประจำเคาน์เตอร์ จะตรวจสอบเอกสารหลักฐานให้ครบและถูกต้องตามที่ กำหนดไว้ ซึ่งแบบฟอร์มคำร้องต้องกรอกให้ครบถ้วนโดยมีรายชื่อ และรายละเอียดของผู้โดยสารพร้อมทั้งตรวจสอบ เที่ยวบินที่ตัวแทนจะมารับ จะต้องเป็นเที่ยวบินที่ลงแล้ว และรายละเอียดต่าง ๆ ถูกต้องตรงกับเอกสารใบจอง การท่องเที่ยวล่วงหน้าของสมาคมฯ ตามที่จัดส่งมาไว้เป็นหลักฐานที่เคาน์เตอร์แลกบัตร 1.3 ในกรณีที่มีเอกสารการจองการท่องเที่ยวล่าช้า (LATE) ขอให้บริษัทตัวแทนสมาชิกสมาคมฯ นำเอกสารมายื่นที่เคาน์เตอร์แลกบัตรได้ไม่เกิน 30 นาที ก่อนเที่ยวบินลง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบก่อน รวมถึงถ้ามีรายชื่อบุคคลต้องห้ามเข้าเขตพื้นที่ควบคุม พนักงานประจำเคาน์เตอร์จะต้องตรวจสอบรายชื่อก่อนเสมอ 1.4 เมื่อตรวจสอบรายละเอียดหลักฐานเรียบร้อยแล้ว จึงอนุญาตให้ผู้แทนเข้าไปรับผู้โดยสารในเขต พื้นที่ควบคุม โดยเข้าได้ไม่เกิน 90 นาที นับจากเวลาที่แลกบัตรเข้าพื้นที่ควบคุม หากเกินเวลาที่กำหนดจะต้อง มาต่อเวลาบัตรก่อนเสมอ รวมถึงพนักงานจัดจ้างจะต้องตรวจสอบความเรียบร้อยภายในเขตพื้นที่ควบคุม ห้องโถง ผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 ทสภ. โดยตรวจสอบขนาดป้ายโลโก้ที่ตัวแทนบริษัทสมาชิกสมาคมฯ ใช้ยกในเขตพื้นที่ต้อนรับ ผู้โดยสาร (BUFFER ZONE) จะต้องมีขนาดใกล้เคียง A4 และหากว่าเป็นป้ายที่มีชื่อผู้โดยสาร จะต้องนำป้ายดังกล่าวไป ให้สมาคมฯ ตรวจสอบและประทับตรารับรองก่อน ทั้งนี้ผู้ที่แลกบัตรเข้าไปจะต้องยืนยกป้ายต้อนรับภายในเขตพื้นที่ที่ ทสภ. กำหนดไว้เท่านั้น 2. วิธีการควบคุมและตรวจสอบการแลกบัตรเข้าเขตพื้นที่ควบคุมของตัวแทนสมาชิกสมาคมโรงแรมไทย (THA) 2.1 สมาคมฯ จัดส่งเอกสารการจองห้องพักโรงแรมของบุคคลสำคัญ (VIP) ที่จองมาล่วงหน้าให้กับ ทอท. โดยยื่นที่เคาน์เตอร์แลกบัตรก่อนเวลา 08.00 น. ของทุกวัน บริเวณประตู 7 ชั้น 1 อาคารผู้โดยสาร ทสภ. เพื่อใช้ เป็นหลักฐานในการตรวจสอบตัวแทนโรงแรมสมาชิกสมาคมฯ ที่จะเข้าไปยืนยกป้ายต้อนรับผู้โดยสารในเขตพื้นที่ ควบคุม โดยจะต้องนำเอกสารหลักฐานมายื่นที่เคาน์เตอร์ เพื่อแลกบัตรเข้าเขตพื้นที่ควบคุม โดยมีรายละเอียดของ เอกสารประกอบด้วย 2 บัตรสมาชิกสมาคมโรงแรมไทย (THA) แบบฟอร์มคำร้องของสมาคมโรงแรมไทยที่กรอกรายละเอียดถูกต้องครบถ้วน 2.2 พนักงานแลกบัตรประจำเคาน์เตอร์ จะตรวจสอบเอกสารหลักฐานให้ครบและถูกต้องตามที่ กำหนดไว้ ซึ่งแบบฟอร์มคำร้องต้องกรอกให้ครบโดยมีรายชื่อ และรายละเอียดของผู้โดยสารพร้อมทั้งตรวจสอบเที่ยวบิน ที่ตัวแทนจะมารับ จะต้องเป็นเที่ยวบินที่ลงแล้ว และรายละเอียดต่าง ๆ ถูกต้องตรงกับเอกสารใบจองห้องพักโรงแรม ล่วงหน้าของสมาคมฯตาม ที่จัดส่งให้ไว้เป็นหลักฐานที่เคาน์เตอร์แลกบัตร 2.3 ในกรณีที่มีเอกสารการจองห้องพักโรงแรมล่าช้า (LATE) ขอให้ตัวแทนโรงแรมสมาชิกสมาคมฯ นำเอกสารมายื่นที่เคาน์เตอร์แลกบัตรได้ไม่เกิน 30 นาทีก่อนเที่ยวบินลง พร้อมประทับตราที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว จากสมาคมฯ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบได้ รวมถึงถ้ามีรายชื่อบุคคลต้องห้ามเข้าเขตพื้นที่ควบคุม พนักงานประจำเคาน์เตอร์จะต้องตรวจสอบรายชื่อก่อนเสมอ 2.4 เมื่อตรวจสอบรายละเอียดหลักฐานเรียบร้อยแล้ว จึงอนุญาตให้ผู้แทนเข้าไปรับผู้โดยสารในเขต พื้นที่ควบคุม โดยเข้าได้ไม่เกิน 90 นาที นับจากเวลาที่แลกบัตรเข้าพื้นที่ควบคุม หากเกินเวลาที่กำหนดจะต้อง มาต่อเวลาบัตรก่อนเสมอ รวมถึงพนักงานจัดจ้างจะต้องตรวจสอบความเรียบร้อยภายในเขตพื้นที่ควบคุม โดยตรวจสอบ ขนาดป้ายโลโก้ที่ตัวแทนโรงแรมสมาชิกสมาคมฯ ใช้ยกในเขตพื้นที่ต้อนรับผู้โดยสาร (BUFFER ZONE) จะต้องเป็นป้าย ที่เขียนได้เฉพาะชื่อโรงแรมเท่านั้น และมีขนาดใกล้เคียง A4 ซึ่งผู้ที่แลกบัตรเข้าไปจะต้องเข้าไปยืนในเขตพื้นที่ต้อนรับ ผู้โดยสารที่ ทสภ. กำหนดไว้เท่านั้น 3. วิธีการควบคุมการยกป้ายรับผู้โดยสารของบุคคลทั่วไป 3.1 ผู้ใช้บริการจะต้องขอรับแบบฟอร์มการขออนุญาตยกป้ายรับผู้โดยสารบุคคลทั่วไป ณ เคาน์เตอร์ ลงทะเบียนยกป้ายรับผู้โดยสาร บริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 ประตู 3 อาคารผู้โดยสาร ทสภ. 3.2 ลงรายละเอียดในแบบฟอร์มที่ ทอท. จัดไว้ให้ครบถ้วน พร้อมให้พนักงานตรวจสอบข้อมูลให้ตรง กับความเป็นจริง โดยตรวจสอบชื่อผู้โดยสาร, ข้อความป้าย, เที่ยวบินขาเข้า, เวลาเครื่องลง, ชื่อและที่อยู่ของผู้มารับ พร้อมหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน 3.3 พนักงานประจำเคาน์เตอร์ตรวจสอบหลักฐานการลงทะเบียน 3.4 เมื่อตรวจสอบรายละเอียดหลักฐานเรียบร้อยแล้ว พนักงานจะเขียนป้ายยกรับผู้โดยสารให้แล้ว จึงนำป้ายไปยกรับได้ในบริเวณทางออกของผู้โดยสารบุคคลทั่วไป ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 ประตู 3 และ 4 อาคารผู้โดยสาร ทสภ. เท่านั้น ในกรณีที่ผู้ใช้บริการนำป้ายมาเอง จะต้องเป็นป้ายที่มีขนาด A4 และจะต้องเป็นป้าย ที่แสดงเฉพาะชื่อของผู้โดยสารเท่านั้น ทั้งนี้ ทอท. ไม่อนุญาตให้แสดงป้ายที่เป็นชื่อบริษัทนำเที่ยว หรือโรงแรม ในพื้นที่ ดังกล่าว 3.5 เมื่อพนักงานตรวจสอบป้ายยกรับผู้โดยสารเรียบร้อยแล้ว จะประทับตรา “ตรวจแล้ว” พร้อม ลงชื่อ, วันที่ และเวลาในป้าย หากในกรณีถ้าผู้ใช้บริการมารับผู้โดยสารหลังจากเวลาเครื่องลง พนักงานประจำ เคาน์เตอร์จะประทับตรา “LATE” ไว้ที่ป้ายดังกล่าว จากนั้นจึงอนุญาตให้นำป้ายไปยกรับผู้โดยสารในเขตพื้นที่ BUFFER ZONE บุคคลทั่วไป ทั้งนี้พนักงานควบคุมการยกป้ายจะต้องตรวจสอบ และแนะนำผู้ที่ต้องการยกป้ายต้อนรับ ผู้โดยสาร บริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ให้มาลงทะเบียนและยกป้ายในเขตพื้นที่ที่ ทสภ. กำหนดไว้เท่านั้น 3 4. วิธีการตรวจสอบพื้นที่ให้บริการและรายงานการใช้บริการภายในพื้นที่ยกป้ายรับผู้โดยสารขาเข้า ณ ทสภ. 4.1 บริเวณพื้นที่ยกป้ายรับผู้โดยสารขาเข้าสำหรับสมาชิกสมาคมโรงแรมไทย (THA) และ สมาชิก สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ตรวจสอบจำนวนผู้ใช้บริการและแนะนำให้ผู้ใช้บริการอยู่ภายในพื้นที่ที่ ทอท. กำหนด กรณีตรวจพบผู้ฝ่าฝืนระเบียบการยกป้ายรับผู้โดยสาร ให้รายงานแจ้งผู้ควบคุมงานทราบต่อไป จัดทำสรุปรายงานการใช้บริการและรายงานเหตุการณ์ประจำวันให้ ทอท. ทราบ 4.2 บริเวณพื้นที่ยกป้ายรับผู้โดยสารขาเข้าสำหรับบุคคลทั่วไป ตรวจสอบจำนวนผู้ใช้บริการและแนะนำให้ผู้ใช้บริการทำการลงทะเบียนยกป้าย รับผู้โดยสาร กรณีพบความไม่เรียบร้อยภายในพื้นที่ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ทอท. หรือผู้ควบคุมงานทราบทันที จัดทำสรุปรายงานการใช้บริการและรายงานเหตุการณ์ประจำวันให้ ทอท. ทราบ ค่าปรับกรณีที่มีการกระทำผิด ลำดับ รายการ ค่าปรับ ผนวก 2 (บาท/ครั้ง) 1 กระทำการที่เข้าข่ายเรียกเก็บเงิน หรือรับสินบน 10,000 2 ลักขโมยสิ่งของ ของผู้ใช้บริการหรือผู้ว่าจ้าง 5,000 3 ดื่มสุรา หรือเล่นการพนันในเวลาปฏิบัติงาน 5,000 4 มีพฤติกรรมหยาบคายไม่สุภาพ ทั้งทางกริยาและวาจาต่อผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่ 5,000 ของสนามบิน หรือผู้ว่าจ้าง 5 ทางผู้ว่าจ้างกำหนดไว้ หรือใช้บัตรดังกล่าวเพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตัว นำบัตรรักษาความปลอดภัยของผู้ว่าจ้างไปให้ผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนถูกต้องตามที่ ไม่ปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยและข้อกำหนดของท่าอากาศยาน ทะเลาะวิวาท หรือส่งเสียงดังจนเป็นที่รบกวนผู้โดยสาร 5,000 6 2,500 7 2,000 8 นอนหลับในเวลาปฏิบัติงาน 1,000 9 เพิกเฉยต่อการกระทำผิดระเบียบการยกป้ายรับผู้โดยสาร 1,000 10 ปฏิบัติงานอื่นที่ไม่ได้รับมอบหมาย 1,000 11 ไม่เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ที่รับผิดชอบภายใน 15 นาที นับจากเวลาที่ต้องเริ่มปฏิบัติงาน 1,000 ของแต่ละกะ 12 ละทิ้งจากหน้าที่ก่อนเวลาที่กำหนดไว้ 1,000 13 ไม่ส่งคืนบัตรรักษาความปลอดภัยสำหรับบุคคลให้ผู้ว่าจ้างภายใน 7 วัน หลังจาก 1,000 พนักงานของผู้รับจ้างลาออก หรือถูกไล่ออก หรือเปลี่ยนตัวพนักงาน 14 ไม่จัดส่งรายงานการเข้าปฏิบัติงานของพนักงานในแต่ละวัน 500 15 ไม่แต่งกายเครื่องแบบตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนดไว้ 500 16 17 คุยโทรศัพท์ หรืออ่าน ฟัง เล่นจากสื่อต่างๆ ในเวลาปฏิบัติงาน ไม่อยู่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนดในเวลาที่ต้องปฏิบัติงาน 500 500 18 รับประทานอาหารขณะปฏิบัติงาน หรือพักผ่อนในบริเวณที่ไม่เหมาะสม 500 19 ผู้รับจ้างไม่จัดพิมพ์เอกสารหรือเขียนชื่อผู้โดยสาร และไม่จัดทำแบบฟอร์มสำหรับ 500 ผู้ที่มารอรับผู้โดยสารของบุคคลทั่วไป (ตามข้อ 3.2.2) ผนวก 3 แบบประเมินผลงานจ้างเหมาเอกชนดำเนินงานควบคุมการยกป้ายรับผู้โดยสารขาเข้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ งานจ้าง ตามสัญญาจ้างเลขที่ ผู้รับจ้าง จำนวนเงินค่าจ้าง ..บาท กำหนดงานแล้วเสร็จ ปี วัน ตั้งแต่วันที่ ถึงวันที่ การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ประจำเดือน ตั้งแต่วันที่ ถึงวันที่ ระดับผลงาน คะแนน ค่ า เกณฑ์การประเมิน ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ความสำคัญ ถ่วงน้ำหนัก (1) (2) (3) (4) ค่าความสำคัญ (5) (1) ถึง (4) x (5) 9. ฐานะการเงินและการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน รวม 1. การวางแผนการดำเนินงาน 2. ความสมบูรณ์ของวัสดุอุปกรณ์ 3. ความสมบูรณ์ ของแรงงาน 4. ความซื่อสัตย์ไว้วางใจได้ในการปฏิบัติงาน 5. ฝีมือในการทำงาน 6. ความตั้งใจในการปฏิบัติงาน 7. การปฏิบัติงานไม่สร้างปัญหา 8. การแก้ปัญหา 10. ผลงานรวมโดยทั่วไป เกณฑ์การให้คะแนน : ดีมาก = 9-10 ดี = 7-8 พอใช้ = 5-6 ต้องปรับปรุง = 0-4 สรุปคะแนนประเมินที่ผู้รับจ้างได้รับทั้งสิ้น( /40) = คะแนน 2 5 5 5 4 5 4 4 3 3 40 ข้อเสนอแนะ (ลงชื่อ) ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ (. .) (ลงชื่อ) กรรมการ (... ..) (ลงชื่อ) กรรมการ ..) (ลงชื่อ) ผู้ควบคุมงาน ..) (ลงชื่อ) ผู้รับการประเมิน (.. ..) หากระดับผลงานข้อใดข้อหนึ่งที่มีค่าความสำคัญ 4-5 อยู่ในระดับปรับปรุง (คะแนน 0-4 คะแนน) ติดต่อกัน 2 เดือน ทอท.จะพิจารณายกเลิกสัญญา หากคะแนนสรุปคะแนนประเมินที่ผู้รับจ้างได้รับทั้งสิ้นในแต่ละเดือนต่ำกว่า 5 คะแนน ติดต่อกัน 2 เดือน ทอท.จะพิจารณายกเลิกสัญญา ตารางการจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โครงการ รายการพัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในโครงการ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ลำดับ รายการ หน่วย ปริมาณ ราคาต่อหน่วย เป็นเงิน (บาท) (รวม) พัสดุ ในประเทศ พัสดุ ต่างประเทศ ๒ ๔ ๕ รวม อัตรา (ร้อยละ) ลงชื่อ ( ) (คู่สัญญาฝ่ายผู้รับจ้าง) ตารางรายงานผลการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ การใช้พัสดุทั้งโครงการ รายการพัสดุทั้งโครงการ xxx รายการ มูลค่าพัสดุทั้งโครงการ xxx บาท มูลค่าการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
รายการ จำนวนเงิน (บาท) อัตรา (ร้อยละ)
รายการ หน่วย จำนวน อัตรา (ร้อยละ)
ปริมาณการใช้เหล็กทั้งโครงการ ตัน xxx
มูลค่าเหล็กทั้งโครงการ xxx
ปริมาณการใช้เหล็ก ตัน
สรุป เป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริม หรือสนับสนุน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓ ร้อยละ ๖๐ พัสดุทั่วไป (มูลค่า) ร้อยละ ๙๐ เหล็ก (ปริมาณ) ไม่เป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริม หรือสนับสนุน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓ เหตุผล/ความจำเป็นที่หน่วยงานของรัฐไม่สามารถดำเนินการได้ ลงชื่อ (ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ) ( )
ข้าพเจ้า สัญญาเลขที่ แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct) ..โดย. มีสำนักงาน/ภูมิลำเนาตั้งอยู่ ณ ซึ่งเป็นคู่สัญญากับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ตามสัญญาเลขที่.. ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “คู่ค้าของ ทอท.” ได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.รายละเอียดดังนี้ บทนํา ทอท.มีความมุ่งมั่นต่อการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกกระบวนการ ดังนั้น “แนวทางการปฏิบัติ อย่าง ยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.” จึงได้ถูกกำหนดขึ้น โดยพิจารณาเนื้อหาและขอบเขตให้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดและ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. ดำเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของลูกจ้าง คำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงาน ผ่านการกำกับดูแลกิจการและแนวปฏิบัติที่ดี ดังนี้ มิติเศรษฐกิจ - การกำกับดูแลกิจการที่ดี 1. การปฏิบัติตนตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และความซื่อสัตย์สุจริต: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดำเนินธุรกิจอย่าง เคารพกฎหมายของประเทศและระเบียบข้อบังคับของ ทอท.อย่างเคร่งครัด และดำเนินธุรกิจตามหลักจริยธรรม โดยปราศจากการติดสินบน หรือทุจริตในทุกรูปแบบ หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย 2. การรักษาความลับ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเก็บรักษาข้อมูลและป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับ ของ ทอท. และไม่นำข้อมูลของ ทอท.ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล หรือ เพื่อประโยชน์ทางการค้า 3. ความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือผลประโยชน์ทับซ้อน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องแจ้งให้ ทอท.ทราบเป็น ลายลักษณ์อักษร หากพบการดำเนินการใด ๆ ที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่าง ทอท.และคู่ค้า 4. การแข่งขันเสรีและกฎหมายการแข่งขันทางการค้า: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องปฏิบัติตนภายใต้การแข่งขันที่เสรี เป็นธรรมและดำเนินการตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างเคร่งครัด และไม่กระทำการอื่นใดซึ่งจะ ส่งผลกระทบเชิงลบต่อคู่แข่งทางการค้า มิติสังคม - การจ้างงานและการเคารพสิทธิมนุษยชน 1. อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของแรงงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดูแลแรงงานด้านอาชีวอนามัยและ ความปลอดภัยให้เหมาะสม อาทิ สถานที่และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการดูแลสุขภาพของลูกจ้างและ ผู้รับเหมาช่วงให้สอดคล้องตามกฎหมายหรือมาตรฐานสากล 2. อิสรภาพของการจ้างงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดำเนินธุรกิจโดยปราศจากการใช้แรงงานบังคับ ต้องไม่มีการใช้ แรงงานไม่สมัครใจ และเปิดโอกาสให้แรงงานสามารถรวมกลุ่มเพื่อเจรจาและต่อรองได้ตามกฎหมายของ ประเทศ 3. ค่าจ้างและสิทธิประโยชน์: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องจ่ายค่าจ้างและให้สิทธิประโยชน์อื่นใดที่ลูกจ้างพึงได้รับ อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และตรงตามกำหนดเวลา 4. การใช้แรงงานเด็ก: คู่ค้าของ ทอท.ต้องไม่จ้างแรงงานเด็กที่มีอายุไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด และ ไม่อนุญาตให้เด็กหรือบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในเวลากลางคืน หรือในสถานที่ที่มีลักษณะ เป็นอันตราย 5. ระยะเวลาในการทำงาน: คู่ค้าของ ทอท. จะต้องดูแลไม่ให้แรงงานทำงานนานเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้จะรวมถึงการทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด 6. การปฏิบัติอย่างเท่าเทียม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมต่อลูกจ้าง โดยไม่เลือกปฏิบัติในการ จ้างงาน การจ่ายค่าตอบแทน การเข้ารับการฝึกอบรม การเลื่อนตำแหน่ง การเลิกจ้างหรือการให้ออกจากงาน อันเนื่องมาจากการแบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ ถิ่นกำเนิด สีผิว ศาสนา อายุ ความนิยมทางการเมือง สถานภาพ การสมรส สภาพการตั้งครรภ์ หรือความพิการ 7. การเลิกจ้าง: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติและการดำเนินการเลิกจ้างในแต่ละขั้นตอนตามกฎหมายกำหนด และ ไม่ยกเลิกสัญญาจ้างด้วยความไม่เป็นธรรม 8. การเคารพสิทธิมนุษยชน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเคารพสิทธิมนุษยชนและมีการปฏิบัติต่อลูกจ้างของตนอย่าง เป็นธรรม ตามกฎหมายและมาตรฐานสากล และห้ามมิให้มีการกระทำอันเป็นการล่วงละเมิดทางร่างกายและ วาจา รวมถึงการคุกคามและการข่มขู่ใด ๆ แก่ลูกจ้าง 9. แรงงานต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหากมีการจ้างแรงงาน ต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ โดยต้องจัดเตรียมเอกสารสัญญาจ้างในภาษาแม่ของแรงงานหรือภาษาที่แรงงาน อ่านแล้วเข้าใจก่อนการจ้างงาน รวมทั้ง หนังสือเดินทางและเอกสารประจำตัวของแรงงานต้องเก็บโดยเจ้าของ เอกสารตลอดเวลา นายจ้างหรือบุคคลที่สามไม่สามารถถือครองเอกสารดังกล่าวของแรงงานได้ 10. ความรับผิดชอบต่อสังคม: คู่ค้าของ ทอท.ควรแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและรับผิดชอบ ต่อสังคม มิติสิ่งแวดล้อม - การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ 1. การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ข้อกำหนด และ แนวปฏิบัติที่ดีที่เกี่ยวข้อง ในทุกกระบวนการผลิตและการให้บริการ เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชุมชนรอบข้าง 2. มาตรการป้องกันและลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องดำเนินมาตรการป้องกันและ ควบคุมมลพิษ อาทิ ของเสีย น้ำเสีย เสียงรบกวน มลพิษทางอากาศ และก๊าซเรือนกระจก โดยต้องควบคุมหรือ บำบัดก่อนปล่อยออกสู่ภายนอกตามกฎหมายและมาตรฐานสากล ทอท.คาดหวังให้คู่ค้าพิจารณานำแนวทางการปฏิบัติเหล่านี้ ทั้งการกำกับดูแลกิจการที่ดี การจ้างงานและ การเคารพสิทธิมนุษยชน และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ มาปรับใช้ในการดำเนินงานของคู่ค้า พร้อมส่งเสริมให้คู่ค้ามีแนวทางปฏิบัติอย่างยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานของตนเองตามความเหมาะสม ข้าพเจ้าได้อ่าน เข้าใจ และรับทราบ แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้าของ ทอท. และตกลงที่จะปฏิบัติ ตามแนวทางดังกล่าวนี้ในทุกประเด็นที่การดำเนินธุรกิจของบริษัทข้าพเจ้าเกี่ยวข้อง โดยจะแจ้งให้ลูกจ้างของบริษัท ที่เกี่ยวข้องทุกคนรับทราบรวมถึงเก็บข้อมูลซึ่งเป็นหลักฐานการปฏิบัติตามแนวทางนี้ไว้ และส่งมอบให้ตามที่ ทอท. ร้องขอ (ลงชื่อ).. (ประทับตราบริษัท) (คู่ค้าของ ทอท.) ..) Contract No. AOT Supplier Sustainable Code of Conduct authorized by..... residing at/working at deemed as a contract partner of Airports of Thailand Public Company Limited (AOT) in accordance with the Contract No. hereinafter referred as 'AOT Supplier', has acknowledged the AOT Supplier Sustainable Code of Conduct with the following details. Introduction AOT commits to operate in a sustainable manner and with responsible practices throughout the business processes. Hence, AOT Supplier Sustainable Code of Conduct has been established with the scope and boundary in line with applicable laws and regulations, as well as three sustainable development dimensions namely economics, society and environment. This code of conduct aims to promote suppliers of AOT to operate with transparency and ethics, respect human rights, protect occupational health of their employees, and aware of the impact towards surrounding community and environment through good corporate governance and best practices as follows. Economics - Good Corporate Governance 1. Compliance of Regulatory Requirements and Transparency: The AOT Supplier shall strictly operate the business in line with the regulations in the Kingdom of Thailand, regulatory requirements of AOT, and code of business ethics without dealing with all forms of bribery, corruption, or illegal business operation. 2. Confidentiality: The AOT Supplier shall protect and prevent leakage of all AOT's confidential information, and shall not use any AOT's confidential information for illegal purposes, personal advantages, or trade benefits. 3. Conflict of Interests: The AOT Supplier shall keep AOT informed in a written notification on any certain operations or actions that could lead to the conflict of interests. 4. Free Trade Agreement and Law: The AOT Supplier shall operate the business based on the free and fair trade principles, and strictly adhere to trade competition law and shall not proceed any illegal or undesirable action that directly or indirectly causes a negative effect on competitors. Society - Employment and Respect of Human Rights 1. Occupational Health and Safety. The AOT Supplier shall ensure occupational health and safety of the employee and contractor such as provision of appropriate working environment and health and wellbeing programs for employee or sub-contractor in accordance with the laws and international standards. 2. Freedom of Employment: The AOT Supplier shall not involve with any form of forced labor, and shall provide opportunity for freedom of association and collective bargaining under the Thai laws. 3. Wages and Benefits: The AOT Supplier shall provide wages and other benefits that its labor is righteously entitled to on a timely manner. 4. Child Labor. The AOT Supplier shall not involve with the employment of child labor whose age is below than standard as prescribed by law, and shall not allow anyone whose age is below 18 to work on the night shift or in hazardous operations. 5. Working Period: The AOT Supplier shall not allow exceeded working hours than the standard as prescribed by law, covering working overtime and holidays. 6. Fair Treatment. The AOT Supplier shall fairly treat all of its employees on payment, training, career advancement, and termination of employment or lay-off without discrimination regarding sex, nationality, ethnicity, race, religion, age, political belief, marital status, pregnancy or disability. 7. Termination of Employment: The AOT Supplier shall proceed termination of employment in accordance with the laws and shall not approve any unbiased manner on termination of employment. 8. Human Rights: The AOT Supplier shall respect the human rights and treat its employee in accordance with applicable laws and standards, and shall not allow any form of harassment both physically and verbally as well as intimidation and mental infringement. 9. Foreign or Migrant Workers: The AOT Supplier shall fully comply with the labor and immigration laws in case of foreign or migrant workers employment. The basic terms of employment must be provided to workers in their native or understandable language prior to the employment process. Passports and personal identification must remain in the worker's possession at all times and never to be withheld by employer or any third party. 10. Social Responsibility: The AOT Supplier shall promote and demonstrate its cooperation in fostering social development and responsibility. Environment - Environment and Pollution Management 1. Environmental Management: The AOT Supplier shall develop and implement effective environmental management in accordance with applicable standards, regulations, and good practices throughout the production and service processes; in order to optimize resources efficiency, minimize environmental impact, and cause no nuisances to the surrounding communities. 2. Environmental Impact Protection and Mitigation Measures: The AOT Supplier shall implement pollution mitigation and control measures including but not limited to solid waste, wastewater, noise, air pollution and greenhouse gases. The aforementioned pollutions shall be controlled or treated in compliance with the laws and international standards before being released into the environment. AOT expects the AOT Supplier to integrate all requirements in this AOT Supplier Sustainable Code of Conduct, encompassing Good Corporate Governance, Employment and Respect of Human Rights and Environment and Pollution Management, in its operation. AOT also encourages the AOT Supplier to adopt similar standards in its own Supplier Sustainable Code of Conduct as deemed appropriate. I acknowledge and understand the AOT Supplier Sustainable Code of Conduct and shall strictly comply with its requirements in operating businesses involved with my organization. Meanwhile, I shall keep all of my employees informed about the aforementioned codes of conduct as well as ensure systematic collection of evidence regarding complied actions, and will submit such evidence to AOT upon request. (Name)................... (Company Stamp) ..(AOT Supplier)