จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการจัดทำสัญญา/PO แล้ว

ประกวดราคาจ้างบำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชน

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 68019614752
฿796,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 31 ม.ค. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีความประสงค์จะจ้างผู้ให้บริการบำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของสำนักงานมีความเสถียร ปลอดภัย และสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยครอบคลุมถึงระบบรับเรื่องร้องเรียน, ระบบตรวจสอบ, ระบบประสานงานคุ้มครองสิทธิมนุษยชน, ระบบให้ความช่วยเหลือ, ระบบส่งเสริมสิทธิมนุษยชน, ระบบเครือข่าย, ระบบฐานข้อมูลข่าวสาร และระบบรางวัลสิทธิมนุษยชนประจำปี รวมถึงระบบติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน ผู้รับจ้างจะต้องทำการบำรุงรักษา ปรับปรุง และพัฒนาระบบเหล่านี้ให้เป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดที่ระบุไว้ในเอกสาร, จัดทำแผนการบำรุงรักษา, ปรับปรุง System Analysis and Design, จัดอบรมผู้ใช้งาน, และให้บริการช่วยเหลือ (Help Desk) ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการดำเนินการตามข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) และการรับประกันความชำรุดบกพร่องของระบบ

นอกจากนี้ ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาระบบให้สามารถเชื่อมโยงกับระบบสารสนเทศเชิงยุทธศาสตร์ (Business Intelligent) และจัดทำรายงานตามที่กำหนด รวมถึงจัดทำ API เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์

English summary

The National Human Rights Commission of Thailand (NHRC) is seeking bids for the maintenance of its information systems and human rights databases. The objective is to ensure the stability and efficiency of the systems, supporting both internal and external users. This includes upgrading and developing the systems to align with current technologies and relevant laws. The successful bidder will be responsible for maintaining various systems related to human rights work, conducting training, and providing 24/7 help desk services. The scope includes systems for complaint reception, investigation, coordination of human rights protection, assistance, human rights promotion, networking, news databases, and the annual human rights awards. The maintenance also extends to systems for monitoring and evaluating the human rights situation. The contractor must maintain, improve, and develop these systems according to the standards and requirements outlined in the documents, create maintenance plans, update System Analysis and Design, conduct user training, and offer 24-hour help desk services, including adherence to Service Level Agreements (SLA) and warranties.

Furthermore, the contractor will be required to enhance the system to connect with a Business Intelligence system and produce the required reports, as well as create APIs to link data with the electronic archiving system.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อบำรุงรักษา ปรับปรุง และพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ
  • เพื่อปรับปรุง พัฒนา และออกแบบระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชน ให้รองรับการทำงานร่วมกับระบบสารสนเทศของสำนักงาน กสม. และกระบวนการทำงานที่เป็นปัจจุบัน
  • เพื่อให้ระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนให้บริการแก่ผู้ใช้งานทุกระดับภายในสำนักงาน กสม. และผู้ใช้บริการภายนอกได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ขอบเขตของงาน

  • การบำรุงรักษาระบบ: ดูแลระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ
  • การจัดทำแผน: จัดทำแผนการบำรุงรักษา ปรับปรุง และพัฒนาระบบตลอดระยะเวลาการดำเนินการ
  • การปรับปรุง System Analysis and Design: ปรับปรุงและจัดทำแผนภาพการพัฒนาระบบฐานข้อมูล, รายละเอียดการรักษาความปลอดภัยของระบบ
  • การปรับปรุง พัฒนา และติดตั้งระบบ: ปรับปรุง พัฒนา ออกแบบ และติดตั้งระบบสารสนเทศและฐานข้อมูล พร้อมทดสอบการทำงานร่วมกับผู้ใช้งาน และจัดทำรายงานผลการทดสอบ
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย: ปรับปรุงระบบให้เป็นไปตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • การอบรม: จัดอบรมให้แก่ผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งาน (ไม่น้อยกว่า 30 คน) พร้อมจัดทำคู่มือการใช้งาน
  • การรักษาความลับ: รักษาความลับของข้อมูลราชการ และไม่เปิดเผยข้อมูลให้บุคคลที่สาม
  • การตรวจสอบระบบ: จัดส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบการทำงานของระบบ
  • การให้บริการช่วยเหลือ (Help Desk): ให้บริการช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง x 7 วัน
  • การรับประกัน: รับประกันความชำรุดบกพร่องและดำเนินการแก้ไขข้อขัดข้อง
  • การปฏิบัติตาม SLA: ปฏิบัติตามข้อตกลงระดับการให้บริการ (Service Level Agreement: SLA) ที่กำหนด
  • การปฏิบัติงาน ณ สำนักงาน กสม.: จัดส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญมาปฏิบัติงาน ณ สำนักงาน กสม. อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง
  • การออกแบบและพัฒนา: ออกแบบ ปรับปรุง และพัฒนาระบบจัดทำข้อเสนอแนะ, พัฒนา API กับระบบงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์, ปรับปรุงระบบให้เชื่อมโยงกับระบบสารสนเทศเชิงยุทธศาสตร์ และจัดทำรายงาน

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการบำรุงรักษาและปรับปรุงระบบสารสนเทศและฐานข้อมูล
  • แผนภาพการพัฒนาระบบฐานข้อมูล (Data Flow Diagram, System Flow Diagram, User Case Diagram, Class Diagram, Sequence Diagram, Activity Diagram, Data Dictionary และ ER-Diagram)
  • รายละเอียดการพัฒนาด้านการรักษาความปลอดภัยของระบบ
  • รายงานสรุปการตรวจสอบ ปรับปรุง และบำรุงรักษาระบบประจำเดือน
  • รายงานผลความคืบหน้าในการดำเนินการ
  • เอกสารรายงานผลการทดสอบ
  • คู่มือการใช้งานระบบ (สำหรับผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบ)
  • รหัสโปรแกรมต้นฉบับ (Source Code)
  • รายงานสรุปรายงานผลการอบรม
  • รายงานการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบสารสนเทศเชิงยุทธศาสตร์ (Business Intelligent)
  • API สำหรับเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาการดำเนินการ: 1 กุมภาพันธ์ – 30 กันยายน 2568
  • การส่งมอบงานแบ่งเป็น 4 งวด
    • งวดที่ 1: ภายใน 20 วันนับถัดจากวันเริ่มต้นสัญญา
    • งวดที่ 2: ภายในห้าวันทำการแรกของเดือนเมษายน 2568
    • งวดที่ 3: ภายในห้าวันทำการแรกของเดือนกรกฎาคม 2568
    • งวดที่ 4: ภายในวันที่ 30 กันยายน 2568

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • มูลค่าสุทธิของกิจการ:
    • นิติบุคคลที่จดทะเบียนเกิน 1 ปี: มีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวกในปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    • นิติบุคคลที่ยังไม่ได้รายงานงบการเงิน: มีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว ณ วันยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
    • บุคคลธรรมดา (วงเงินเกิน 500,000 บาท): มีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของงบประมาณ
    • ขอวงเงินสินเชื่อ: มีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของงบประมาณ
  • ประสบการณ์:
    • ผู้จัดการโครงการ: มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
    • ผู้เชี่ยวชาญระบบ: มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
    • นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ: มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
    • นักพัฒนาซอฟต์แวร์ประยุกต์: มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 3 ปี
    • นักทดสอบระบบ: มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 3 ปี
    • ผู้ประสานงานโครงการ: มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 3 ปี
  • บุคลากร:
    • ผู้จัดการโครงการ: วุฒิปริญญาตรี
    • ผู้เชี่ยวชาญระบบฐานข้อมูล: วุฒิปริญญาตรี สาขาคอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
    • นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ: วุฒิปริญญาตรี สาขาคอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
    • นักพัฒนาซอฟต์แวร์ประยุกต์: วุฒิปริญญาตรี สาขาคอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
    • นักทดสอบระบบ: วุฒิปริญญาตรี สาขาคอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
    • ผู้ประสานงานโครงการ: วุฒิปริญญาตรี
  • การลงทะเบียน e-GP: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)

เกณฑ์การพิจารณา

  • การพิจารณา: ใช้หลักเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance)
  • ตัวแปร:
    • ราคาที่เสนอ: น้ำหนักร้อยละ 40
    • คุณภาพของงาน: น้ำหนักร้อยละ 60
  • เกณฑ์คุณภาพของงาน (คะแนนเต็ม 100 คะแนน):
    • ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ: 20 คะแนน
    • คุณวุฒิและประสบการณ์บุคลากรของผู้ยื่นข้อเสนอ: 20 คะแนน
    • การนำเสนอแนวทางบำรุงรักษาระบบ: 40 คะแนน
    • มาตรฐานทางด้านการพัฒนาระบบและด้านความปลอดภัย: 10 คะแนน
    • ข้อเสนออื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์: 10 คะแนน
  • เกณฑ์ขั้นต่ำด้านคุณภาพ: ต้องได้รับคะแนนรวมกันไม่น้อยกว่า 70 คะแนน
  • การนำเสนอ: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมานำเสนอด้วยตัวเองต่อคณะกรรมการพิจารณาผล (ไม่เกิน 45 นาที)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ระบบที่ต้องบำรุงรักษา: ระบบด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ระบบรับเรื่องร้องเรียน, ระบบตรวจสอบ, ระบบประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน, ระบบการให้ความช่วยเหลือ), ระบบด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน, ระบบเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชน, ระบบฐานข้อมูลข่าว, ระบบรางวัลสิทธิมนุษยชนประจำปี, ระบบติดตามผลการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน, ระบบเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน, ระบบรายงานสรุปภาพรวมด้านสิทธิมนุษยชน
  • คุณสมบัติระบบ: ระบบต้องรองรับฟังก์ชันการทำงานตามที่ระบุใน TOR, การบันทึกข้อมูล, การแสดงผลข้อมูลในรูปแบบต่างๆ, การสืบค้นข้อมูล, การออกรายงาน, การแจ้งเตือน
  • การเชื่อมโยงข้อมูล: ระบบต้องสามารถเชื่อมโยงกับระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (API) และระบบสารสนเทศเชิงยุทธศาสตร์ (Business Intelligent)
  • ความปลอดภัย: ระบบต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง
  • API: ระบบต้องมี API สำหรับเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ไม่น้อยกว่า 12 API
  • รายงาน: ต้องจัดทำรายงาน (Report) จากการเชื่อมโยงกับระบบสารสนเทศเชิงยุทธศาสตร์ (Business Intelligent) ไม่น้อยกว่า 3 รายงาน

เงื่อนไขสัญญา

  • เงื่อนไขการจ่ายเงิน:
    • งวดที่ 1: 10% ของวงเงินค่าจ้าง เมื่อส่งมอบและตรวจรับงานงวดที่ 1
    • งวดที่ 2: 30% ของวงเงินค่าจ้าง เมื่อส่งมอบและตรวจรับงานงวดที่ 2
    • งวดที่ 3: 30% ของวงเงินค่าจ้าง เมื่อส่งมอบและตรวจรับงานงวดที่ 3
    • งวดที่ 4: 30% ของวงเงินค่าจ้าง เมื่อส่งมอบและตรวจรับงานงวดที่ 4
  • ค่าปรับ:
    • ส่งมอบงานล่าช้า: 0.1% ของวงเงินตามสัญญาต่อวัน (เศษของวันนับเป็น 1 วัน)
    • ไม่สามารถบำรุงรักษาให้ระบบใช้งานได้: 0.1% ของวงเงินตามสัญญาต่อวัน (เศษของวันนับเป็น 1 วัน)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ผู้ให้บริการจะต้องดำเนินการบำรุงรักษาระบบอะไรบ้าง?
    ผู้ให้บริการจะต้องบำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนทั้งหมด รวมถึงระบบรับเรื่องร้องเรียน, ระบบตรวจสอบ, ระบบประสานงาน, ระบบให้ความช่วยเหลือ, ระบบส่งเสริม, ระบบเครือข่าย, ระบบฐานข้อมูลข่าวสาร, ระบบรางวัล, ระบบติดตาม และระบบเฝ้าระวัง
    • ผู้ให้บริการจะต้องจัดอบรมให้แก่ใครบ้าง?
      ผู้ให้บริการจะต้องจัดอบรมให้แก่ผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งานระบบ จำนวนรวมไม่น้อยกว่า 30 คน
    • มีข้อกำหนดเกี่ยวกับ SLA (Service Level Agreement) อย่างไร?
      มีข้อกำหนด SLA ในการตอบสนองและแก้ไขปัญหาตามระดับความรุนแรงของปัญหา โดยมีระยะเวลาตอบสนองภายใน 2 ชั่วโมง และระยะเวลาแก้ไขปัญหาภายใน 4, 24 ชั่วโมง หรือตามที่ตกลง
    • ผู้ให้บริการต้องส่งมอบงานอะไรบ้างในงวดสุดท้าย?
      ผู้ให้บริการต้องส่งมอบรายงานสรุปการตรวจสอบ ปรับปรุง และบำรุงรักษาระบบประจำเดือน, จัดทำรายงานสรุปการอบรม, พร้อมทั้งส่งมอบคู่มือการใช้งานระบบ (สำหรับผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบ), และรหัสโปรแกรมต้นฉบับ (Source Code)
    • ระบบต้องเชื่อมโยงกับระบบอะไรบ้าง?
      ระบบต้องสามารถเชื่อมโยงกับระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (โดยใช้ API) และระบบสารสนเทศเชิงยุทธศาสตร์ (Business Intelligent)
    • การบำรุงรักษาระบบครอบคลุมถึงการแก้ไขปัญหาอย่างไร?
      ครอบคลุมถึงการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการใช้งานตามปกติ หรือเกิดจากความผิดของผู้รับจ้าง
    • ผู้ให้บริการจะต้องให้บริการ Help Desk อย่างไร?
      ผู้ให้บริการจะต้องให้บริการ Help Desk เพื่อรับแจ้งและแก้ไขปัญหาตลอด 24 ชั่วโมง x 7 วัน
    • การส่งมอบงานมีกี่งวด?
      การส่งมอบงานมี 4 งวด ตามที่ระบุใน TOR
    • ผู้ให้บริการต้องมีบุคลากรที่มีคุณสมบัติอย่างไร?
      ผู้ให้บริการจะต้องมีทีมงานที่มีความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ตามที่กำหนดใน TOR เช่น ผู้จัดการโครงการ, ผู้เชี่ยวชาญระบบฐานข้อมูล, นักวิเคราะห์ระบบ, นักพัฒนาซอฟต์แวร์, นักทดสอบระบบ และผู้ประสานงานโครงการ
    • ผู้ให้บริการต้องมีประสบการณ์ด้านใดบ้าง?
      ผู้ให้บริการต้องมีประสบการณ์ในการพัฒนาหรือบำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานด้านจัดการเรื่องร้องเรียน หรือด้านการเฝ้าระวัง/ติดตามสถานการณ์ต่างๆ หรือด้านฐานข้อมูลองค์กร/บุคคล/เครือข่าย

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference) จ้างบำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชน 1. หลักการและเหตุผล สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) ได้ดำเนินการพัฒนาระบบสารสนเทศ และฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานตามภารกิจหลักของสำนักงาน กสม. อาทิ งานรับเรื่อง ร้องเรียน งานตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน งานจัดทำข้อเสนอแนะและแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย งานติดตาม ผลการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน งานเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน งานด้านส่งเสริม สิทธิมนุษยชน งานเครือข่ายสิทธิมนุษยชน เป็นต้น ดังนั้น เพื่อให้ระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชน ได้รับการปรับปรุง แก้ไข ให้สามารถบริการแก่ผู้ใช้งานทุกระดับภายในสำนักงาน กสม. และผู้ใช้บริการภายนอก ได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการจ้างผู้มีความรู้และเชี่ยวชาญการบำรุงรักษา ระบบสารสนเทศดังกล่าว 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อบำรุงรักษา ปรับปรุง และพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบสารสนเทศและฐานข้อมูล ด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ 2.2 เพื่อปรับปรุง พัฒนา และออกแบบระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชน ให้รองรับ การทำงานร่วมกับระบบสารสนเทศของสำนักงาน กสม. และกระบวนการทำงานที่เป็นปัจจุบัน 2.3 เพื่อให้ระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนให้บริการแก่ผู้ใช้งานทุกระดับภายใน สำนักงาน กสม. และผู้ใช้บริการภายนอกได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 3. ขอบเขตการดำเนินงาน 3.1 ผู้รับจ้างต้องบำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชน ตามข้อ 4.1 ให้สามารถ ใช้งานตามฟังก์ชั่นการทำงานตามปกติ 3.2 ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการบำรุงรักษา ปรับปรุง และพัฒนาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูล ด้านสิทธิมนุษยชนตามขอบเขตของงานจ้างตลอดระยะเวลาในการดำเนินการ 3.3 ผู้รับจ้างต้องปรับปรุงและจัดทำแผนภาพการพัฒนาระบบฐานข้อมูลและรายละเอียดการพัฒนา ด้านการรักษาความปลอดภัยของระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนเพิ่มเติม (System Analysis and Design) ให้เป็นปัจจุบัน โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังนี้ 3.3.1 แผนภาพการพัฒนาระบบฐานข้อมูลและคำอธิบายประกอบ ซึ่งแสดงถึงความต้องการ ของผู้ใช้งาน และลักษณะของข้อมูลที่มีอยู่ในระบบฐานข้อมูล ได้แก่ Data Flow Diagram, System Flow -2- Diagram, User Case Diagram, Class Diagram, Sequence Diagram, Activity Diagram, Data Dictionary และ ER-Diagram เป็นอย่างน้อย 3.3.2 รายละเอียดการพัฒนาด้านการรักษาความปลอดภัยและการรักษาความลับของระบบ สารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชน เช่น การสำรองข้อมูล การป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ การกำหนด ประเภทผู้ใช้งาน การกำหนดระดับการเข้าถึงฐานข้อมูล การบันทึกข้อมูลการเข้าใช้งาน เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอเอกสารอิเล็กทรอนิกส์รายละเอียดข้อมูลการพัฒนาระบบสารสนเทศ และฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อนำไปใช้ประกอบการพิจารณาจัดทำข้อเสนอโดยให้ติดต่อมายัง ผู้รับผิดชอบโครงการตามข้อ 13 3.4 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการปรับปรุง พัฒนา ออกแบบ และติดตั้งระบบสารสนเทศและฐานข้อมูล ด้านสิทธิมนุษยชนตามข้อ 4.2 และทดสอบการทำงานร่วมกับผู้ใช้งาน พร้อมทั้ง จัดทำสรุปการดำเนินการแก้ไข และประเมินระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไขเป็นรายเดือน และจัดทำเอกสารผลการทดสอบเพื่อการยอมรับ ระบบของผู้ใช้งาน (User Acceptant Test : UAT) รายงานให้ผู้ว่าจ้างทราบ 3.5 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการปรับปรุงระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนให้เป็นไป ตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ว่าจ้าง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 3.6 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการจัดอบรมให้กับผู้ดูแลระบบ และผู้ใช้งานจำนวนรวมไม่น้อยกว่า 30 คน เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถดูแลและใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งจัดทำคู่มือการใช้งาน ระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยช นที่เป็นปัจจุบัน 3.7 ผู้รับจ้างต้องเก็บรักษาข้อมูลของทางราชการเป็นความลับ และไม่เปิดเผยข้อมูลให้กับบุคคลที่สาม ได้ล่วงรู้โดยมิได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้างตกลงจะไม่ใช้ข้อมูลดังกล่าว ในทางที่จะทำให้ผู้ว่าจ้างได้รับความเสียหาย ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม และผู้รับจ้างตกลงจะดำเนินการ ตามขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้ข้อมูลอันเป็นความลับถูกเปิดเผย และใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าถึงข้อมูลอันเป็นความลับนั้น และผู้รับจ้างจะต้องรักษาความลับราชการ โดยปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไข เพิ่มเติม พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ หากมีการละเมิดผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบ 3.8 ผู้รับจ้างต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบการทำงานของระบบสารสนเทศและ ฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชน ให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง มีความมั่นคงปลอดภัย มีความถูกต้อง -3- และมีประสิทธิภาพโดยทำการตรวจสอบและบำรุงรักษาเพื่อป้องกัน (Preventive Maintenance) พร้อมส่ง รายงานปัญหาที่เกิดขึ้นและวิธีการแก้ไขเสนอผู้ว่าจ้างตามงวดงานที่ส่งมอบ 3.9 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบริการช่วยเหลือ (Help Desk) เพื่อรับแจ้งและแก้ไขปัญหาตลอด 24 ชั่วโมง X 7 วัน โดยหลังจากตรวจสอบและแก้ไขปัญหาแล้ว ผู้รับจ้างต้องส่งรายงานเพื่อแจ้งสาเหตุและวิธีการดำเนินการแก้ไข ปัญหาให้ผู้ว่าจ้างทราบทุกครั้งภายใน 5 วันทำการ ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ 3.10 ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องและดำเนินการแก้ไขข้อขัดข้องที่เกิดจากการใช้งาน ตามปกติ หรือเกิดจากความผิดของผู้รับจ้างด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง โดยผู้ว่าจ้างจะแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบ ปัญหาที่เกิดขึ้นผ่านช่องทางที่ผู้ว่าจ้างกำหนด เช่น E-mail, Messaging, App/Chat App (Line, Facebook) 3.11 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อตกลงระดับการให้บริการ (Service Level Agreement: SLA) บำรุงรักษา ซ่อมแซม แก้ไข และปรับปรุงโปรแกรมประยุกต์ที่เสนอทั้งหมด โดยเริ่มนับเวลาตั้งแต่ผู้รับจ้าง ได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้างตามข้อ 3.10 ดังนี้
ระดับความรุนแรง
ของปัญหา
สถานการณ์ ระยะเวลา ช่องทางการให้บริการ การตอบสนองและ
การแก้ไขปัญหา
ระดับ 1 : สูง ระบบทั้งหมดไม่สามารถ
ใช้งานได้
ติดตามการแก้ไขปัญหา แบบ Remote Access /Onsite ตอบสนองภายใน
2 ชั่วโมง และแก้ปัญหา
ให้แล้วเสร็จภายใน
4 ชั่วโมง
ระดับ 2 : ปานกลาง ระบบบางส่วน
ไม่สามารถใช้งานได้
ติดตามการแก้ไขปัญหา แบบ Remote Access /Onsite ตอบสนองภายใน
2 ชั่วโมง และแก้ปัญหา
ให้แล้วเสร็จภายใน
24 ชั่วโมง
ระดับ 3 : ต่ำ คำแนะนำเกี่ยวกับ
การใช้งานระบบ
โดยระบบยังใช้งานได้
ตามปกติ
ติดตามการแก้ไขปัญหา แบบ Remote Access /Onsite ตอบสนองภายใน
2 ชั่วโมง และแจ้งผล
การแก้ไขตามกำหนด
ที่ตกลงกับผู้แจ้ง
หมายเหตุ : การคำนวณระยะเวลาตามระดับการให้บริการ (SLA) มีเงื่อนไขการนับเวลาดังนี้ ระยะเวลาการตอบสนอง: นับตั้งแต่เวลาที่ผู้รับจ้างได้รับแจ้ง จนถึงเวลาที่ผู้รับจ้างตอบกลับผู้ว่าจ้าง ระยะเวลาการแก้ไขปัญหา: นับตั้งแต่เวลาที่ผู้รับจ้างได้รับแจ้ง จนถึงเวลาที่ผู้รับจ้างแก้ไขปัญหา ให้แล้วเสร็จ
-4- 3.12 ผู้รับจ้างต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่ผู้มีความเชี่ยวชาญและชำนาญการด้านการพัฒนาระบบ เพื่อมาบำรุงรักษา ปรับปรุงพัฒนา หรือให้คำปรึกษาเกี่ยวกับระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชน โดยให้เข้ามาปฏิบัติงานประจำ ณ สำนักงาน กสม. ในวันและเวลาราชการ อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง ในกรณี ที่มีเหตุจำเป็นทำให้บุคคลภายนอกไม่สามารถเข้ามาปฏิบัติงาน ณ สำนักงาน กสม. ได้ ให้ผู้รับจ้างดำเนินการ ประชุมหรือให้คำปรึกษาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 3.13 กรณีที่ผู้รับจ้างกระทำผิดสัญญา หรือไม่เป็นไปตามข้อตกลง หรือมีเหตุอื่นใดที่จะทำให้เกิด ความเสียหายต่อราชการ ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ในการบอกเลิกสัญญาได้ทันที โดยที่ผู้ว่าจ้างไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น และผู้ว่าจ้างอาจดำเนินการต่อเองหรือว่าจ้างผู้อื่นให้ดำเนินการต่อจนแล้วเสร็จได้ โดยผู้รับจ้างจะต้อง รับผิดชอบในค่าเสียหายที่เกิดขึ้น รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในการดำเนินการให้แล้วเสร็จตามสัญญา 4. ขอบเขตของงานจ้าง 4.1 บำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนให้สามารถใช้งานตามฟังก์ชั่น การทำงานต่อไปนี้ (ไม่รวมถึงการพัฒนาหรือปรับปรุงเพิ่มเติมระบบใหม่) 4.1.1 ระบบด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 4.1.1.1 ระบบรับเรื่องร้องเรียน มีรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้ 1) ระบบสามารถรองรับฟังก์ชั่นการใช้งานรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ผ่านระบบออนไลน์ (Online) รายละเอียดดังนี้ (1) ออกแบบหน้าจอผู้ใช้งาน (Graphical User Interface: GUI) ให้สอดคล้อง กับระบบรับเรื่องร้องเรียน รายละเอียดอย่างน้อย ได้แก่ ข้อมูลของผู้ร้อง ข้อมูลของผู้ถูกร้อง ประเด็นสิทธิมนุษยชน หัวข้อ/เรื่องร้องเรียน รายละเอียดการร้องเรียน เป็นต้น (2) รองรับการบันทึกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มต่าง ๆ (3) รองรับการสร้างรหัสเลขรับเรื่อง เลขที่ร้องเรียน โดยกำหนดอัตโนมัติ เพื่อให้ ผู้ร้องใช้อ้างอิงเรื่องร้องเรียน หรือติดตามความคืบหน้าเรื่องร้องเรียน โดยรูปแบบรหัสเป็นไปตามที่ผู้ว่าจ้าง กำหนด (4) สามารถบันทึกและแนบไฟล์ที่เกี่ยวข้องในรูปแบบเอกสาร รูปภาพ ข้อความ วิดีโอ ผ่านทางระบบได้ทุกอุปกรณ์ และข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกลงฐานข้อมูลได้โดยอัตโนมัติ 2) ระบบสามารถตรวจสอบกลั่นกรองเรื่องร้องเรียนสำหรับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยมีความสามารถตรวจสอบจำแนกเรื่องต่าง ๆ จากการรับเรื่องร้องเรียน รายละเอียดดังนี้ -5- (1) ระบบสามารถตรวจสอบเรื่องร้องเรียนได้อย่างน้อย ได้แก่ การตรวจสอบเรื่อง ที่เกี่ยวเนื่อง การตรวจสอบประวัติการดำเนินงานของเรื่อง และการตรวจสอบการซ้ำซ้อน อาทิ ชื่อผู้ร้อง ประเด็นที่ร้องเรียน ข้อมูลที่ร้องเรียน เป็นต้น (2) ระบบสามารถจำแนกกลั่นกรองเรื่องได้อย่างถูกต้อง และสามารถดำเนินการ จัดการเรื่องนั้นได้ทันที อาทิ การส่งต่อเรื่อง การยุติเรื่อง หรือดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (3) ระบบสามารถรองรับการทำงานในรูปแบบแบบฟอร์มสำหรับการจัดการ เรื่องร้องเรียนทุกขั้นตอน 3) ระบบมีการรับ - ส่งเรื่องร้องเรียนต่อให้หน่วยงานรับผิดชอบ ต้องมีรายละเอียด อย่างน้อยดังนี้ (1) มีหน้าจอที่ให้ผู้ใช้งานสามารถส่งเรื่องร้องเรียนไปให้หน่วยงานภายใน ที่รับผิดชอบหรือเกี่ยวข้องได้ (2) ระบบสามารถค้นหาตามเงื่อนไขได้อย่างน้อย ได้แก่ สถานที่เกิดเหตุ วัน - เวลาที่ร้องเรียน สถานะเรื่องร้องเรียน หน่วยงานที่รับผิดชอบ เรื่องที่ร้องเรียน เลขรับเรื่องร้องเรียน เลขบัตรประจำตัวประชาชนผู้ร้อง ชื่อ - นามสกุลผู้ร้อง เบอร์โทรศัพท์ผู้ร้อง รายชื่อผู้ถูกร้อง 4) ระบบแสดงสถานะ/ความคืบหน้าเรื่องร้องเรียน ต้องมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้ (1) สามารถกำหนดสถานะความคืบหน้า (2) สามารถแสดงผลสถานะความคืบหน้า (3) สามารถแสดงรายละเอียดข้อมูลสถานะความคืบหน้า (4) สามารถค้นหาสถานะความคืบหน้า (5) สามารถปรับปรุง แก้ไข และเปลี่ยนแปลงสถานะความคืบหน้า (6) สามารถแจ้งเตือน (Notification) ความคืบหน้าเรื่องร้องเรียนให้ผู้ร้อง ซึ่งลงทะเบียนผ่านระบบ 5) ระบบสามารถแสดงรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ ได้แก่ (1) ออกรายงานให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ค้นหาและสามารถพิมพ์ในรูปแบบ Word, Pdf, Excel, Jpeg หรือรูปแบบอื่น ๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด (2) รายงานข้อมูลสถิติเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ เช่น แบ่งตามช่องทางการรับเรื่อง ร้องเรียน แบ่งตามประเภทสิทธิ แบ่งตามพื้นที่เกิดเหตุ เป็นต้น (3) รายงานสถิติเรื่องร้องเรียนในแต่ละช่วงเวลา (รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือช่วงเวลาที่ผู้ใช้งานต้องการ) (4) สามารถแสดงข้อมูลในลักษณะลงรายละเอียด (Drill Down) ได้ในรูปแบบ ตารางข้อมูล หรือกราฟ แผนภูมิ หรือตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด 6) ระบบรองรับการร้องเรียนผ่านช่องทางที่หลากหลาย -6- 4.1.1.2 ระบบตรวจสอบเรื่องร้องเรียน มีรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้ 1) ระบบสามารถรองรับฟังก์ชั่นการใช้งานสำหรับการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน ตามสิทธิการเข้าถึง หรือสิทธิในการใช้งาน รายละเอียดดังนี้ (1) ออกแบบหน้าจอผู้ใช้งาน (GUI) ให้สอดคล้องกับกระบวนการทำงาน ตรวจสอบเรื่องร้องเรียน รายละเอียดอย่างน้อย ได้แก่ ข้อมูลของผู้ร้อง ข้อมูลของผู้ถูกร้อง ประเด็น สิทธิมนุษยชน หัวข้อ/เรื่องร้องเรียน รายละเอียดเรื่องร้องเรียน เป็นต้น (2) รองรับการบันทึกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มต่าง ๆ (3) รองรับการสร้างรหัสเลขคำร้องโดยกำหนดอัตโนมัติ โดยรูปแบบรหัสเป็นไปตาม ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด (4) สามารถบันทึกและแนบไฟล์ที่เกี่ยวข้องในรูปแบบเอกสาร รูปภาพ ข้อความ วิดีโอ ผ่านทางระบบได้ทุกอุปกรณ์ และข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกลงฐานข้อมูลได้โดยอัตโนมัติ 2) ระบบสามารถรองรับการแสวงหาข้อเท็จจริงในการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน สำหรับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยมีความสามารถตรวจสอบและบันทึกข้อมูล รายละเอียดดังนี้ (1) ระบบสามารถบันทึกข้อมูลการแสวงหาข้อเท็จจริงในการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน จากบุคคล/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดอย่างน้อย ได้แก่ ข้อมูลพยานหลักฐาน ข้อมูลหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลผลการประชุม เป็นต้น เรื่องร้องเรียนทุกขั้นตอน อย่างน้อย ดังนี้ (2) สามารถรองรับการทำงานในรูปแบบแบบฟอร์มสำหรับการจัดการการตรวจสอบ (3) สามารถรองรับการจัดทำรายงานผลการตรวจสอบและข้อเสนอแนะ 3) ระบบแสดงสถานะ/ความคืบหน้าในการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน ต้องมีรายละเอียด (1) สามารถกำหนดสถานะความคืบหน้า (2) สามารถแสดงผลสถานะความคืบหน้า (3) สามารถแสดงรายละเอียดข้อมูลสถานะความคืบหน้า (4) สามารถค้นหาสถานะความคืบหน้า (5) สามารถปรับปรุง แก้ไข และเปลี่ยนแปลงสถานะความคืบหน้า (6) สามารถแจ้งเตือน (Notification) ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อบันทึกหรือปรับปรุง ข้อมูลเมื่อครบกำหนดเวลา หรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ZN 22 ขอบเขตของงาน (Terms of W ประธานกรรมการ এটকা กรรมการ Reference) จ้างบำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชน Chir กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ -7- 4) ระบบสามารถแสดงรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ ได้แก่ (1) ออกรายงานให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ค้นหาและสามารถพิมพ์ในรูปแบบ Word, Pdf, Excel, Jpeg หรือรูปแบบอื่น ๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด (2) รายงานข้อมูลสถิติการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ เช่น แบ่งตามช่องทาง การร้องเรียน แบ่งตามประเภทสิทธิ แบ่งตามพื้นที่เกิดเหตุ เป็นต้น (3) รายงานสถิติการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนในแต่ละช่วงเวลา (รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือช่วงเวลาที่ผู้ใช้งานต้องการ) (4) สามารถแสดงข้อมูลในลักษณะลงรายละเอียด (Drill Down) ได้ในรูปแบบ ตารางข้อมูล หรือกราฟ แผนภูมิ หรือตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด 4.1.1.3 ระบบประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน มีรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้ 1) ระบบสามารถรองรับฟังก์ชั่นการใช้งานสำหรับการประสานการคุ้มครอง สิทธิมนุษยชนเรื่องร้องเรียนตามสิทธิการเข้าถึงหรือสิทธิในการใช้งานรายละเอียด ดังนี้ (1) ออกแบบหน้าจอผู้ใช้งาน (GUI) ให้สอดคล้องกับกระบวนการทำงาน ประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเรื่องร้องเรียน รายละเอียดอย่างน้อย ได้แก่ ข้อมูลของผู้ร้อง ข้อมูล ของผู้ถูกร้อง ประเด็นสิทธิมนุษยชน หัวข้อ/เรื่องร้องเรียน รายละเอียดเรื่องร้องเรียน เป็นต้น (2) รองรับการบันทึกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มต่าง ๆ (3) รองรับการสร้างรหัสเลขคำร้องโดยกำหนดอัตโนมัติ โดยรูปแบบรหัสเป็นไปตาม ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด (4) สามารถบันทึกและแนบไฟล์ที่เกี่ยวข้องในรูปแบบเอกสาร รูปภาพ ข้อความ วิดีโอ ผ่านทางระบบได้ทุกอุปกรณ์ และข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกลงฐานข้อมูลได้โดยอัตโนมัติ 2) ระบบสามารถรองรับการแสวงหาข้อเท็จจริงในการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เรื่องร้องเรียนสำหรับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยมีความสามารถตรวจสอบและบันทึกข้อมูล รายละเอียดดังนี้ (1) ระบบสามารถบันทึกข้อมูลการแสวงหาข้อเท็จจริงในการประสานการคุ้มครอง สิทธิมนุษยชนเรื่องร้องเรียนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดอย่างน้อย ได้แก่ ข้อมูลพยานหลักฐาน ข้อมูลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลผลการประชุม เป็นต้น (2) สามารถรองรับการทำงานในรูปแบบแบบฟอร์มสำหรับการจัดการผลการ ประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเรื่องร้องเรียนทุกขั้นตอน (3) สามารถรองรับการจัดทำรายงานผลการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และข้อเสนอแนะ ขอบเขตของงาน (Terms of Reference) จ้างบำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชน ประธานกรรมการ Shor กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ 22 กรรมการ กรรมการ กรรมการ -8- 3) ระบบแสดงสถานะ/ความคืบหน้าในการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ต้องมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้ (1) สามารถกำหนดสถานะความคืบหน้า (2) สามารถแสดงผลสถานะความคืบหน้า (3) สามารถแสดงรายละเอียดข้อมูลสถานะความคืบหน้า (4) สามารถค้นหาสถานะความคืบหน้า (5) สามารถปรับปรุง แก้ไข และเปลี่ยนแปลงสถานะความคืบหน้า (6) สามารถแจ้งเตือน (Notification) ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อบันทึกหรือปรับปรุง ข้อมูลเมื่อครบกำหนดเวลาหรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด 4) ระบบสามารถแสดงรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ ได้แก่ (1) ออกรายงานให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ค้นหาและสามารถพิมพ์ในรูปแบบ Word, Pdf, Excel, Jpeg หรือรูปแบบอื่น ๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด เช่น แบ่งตามช่องทางการร้องเรียน แบ่งตามประเภทสิทธิ แบ่งตามพื้นที่เกิดเหตุ เป็นต้น (2) รายงานข้อมูลสถิติการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ (3) รายงานสถิติการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเรื่องร้องเรียนในแต่ละ ช่วงเวลา (รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือช่วงเวลาที่ผู้ใช้งานต้องการ) ตารางข้อมูล หรือกราฟ แผนภูมิ หรือตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด (4) สามารถแสดงข้อมูลในลักษณะลงรายละเอียด (Drill Down) ได้ในรูปแบบ 4.1.1.4 ระบบการประสานการให้ความช่วยเหลือ มีรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้ 1) ระบบสามารถรองรับฟังก์ชั่นการใช้งาน สำหรับการประสานการให้ความช่วยเหลือ เรื่องร้องเรียนตามสิทธิการเข้าถึงหรือสิทธิในการใช้งาน รายละเอียดดังนี้ (1) ออกแบบหน้าจอผู้ใช้งาน (GUI) ให้สอดคล้องกับกระบวนการทำงาน ประสานการให้ความช่วยเหลือเรื่องร้องเรียน รายละเอียดอย่างน้อย ได้แก่ ข้อมูลของผู้ร้อง ข้อมูลของผู้ถูกร้อง ประเด็นสิทธิมนุษยชน หัวข้อ/เรื่องร้องเรียน รายละเอียดเรื่องร้องเรียน เป็นต้น ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด (2) รองรับการบันทึกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มต่าง ๆ (3) รองรับการสร้างรหัสเลขคำร้องโดยกำหนดอัตโนมัติ โดยรูปแบบรหัสเป็นไปตาม (4) สามารถบันทึกและแนบไฟล์ที่เกี่ยวข้องในรูปแบบเอกสาร รูปภาพ ข้อความ วิดีโอ ผ่านทางระบบได้ทุกอุปกรณ์ และข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกลงฐานข้อมูลได้โดยอัตโนมัติ -9- 2) ระบบสามารถรองรับการแสวงหาข้อเท็จจริงในการประสานการให้ความช่วยเหลือ เรื่องร้องเรียนสำหรับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยมีความสามารถตรวจสอบและบันทึกข้อมูล รายละเอียดดังนี้ (1) ระบบสามารถบันทึกข้อมูลการแสวงหาข้อเท็จจริงในการประสานการ ให้ความช่วยเหลือเรื่องร้องเรียนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดอย่างน้อย ได้แก่ ข้อมูลผู้ร้อง ข้อมูล ผู้ถูกร้อง ข้อมูลพยานหลักฐาน ข้อมูลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลผลการประชุม เป็นต้น (2) สามารถรองรับการทำงานในรูปแบบแบบฟอร์มสำหรับการจัดการ การประสานการให้ความช่วยเหลือเรื่องร้องเรียนทุกขั้นตอน (3) สามารถรองรับการจัดทำรายงานผลการประสานการให้ความช่วยเหลือ และข้อเสนอแนะ ต้องมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้ 3) ระบบแสดงสถานะ/ความคืบหน้าในการประสานการให้ความช่วยเหลือเรื่องร้องเรียน (1) สามารถกำหนดสถานะความคืบหน้า (2) สามารถแสดงผลสถานะความคืบหน้า (3) สามารถแสดงรายละเอียดข้อมูลสถานะความคืบหน้า (4) สามารถค้นหาสถานะความคืบหน้า (5) สามารถปรับปรุง แก้ไข และเปลี่ยนแปลงสถานะความคืบหน้าได้ (6) สามารถแจ้งเตือน (Notification) ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อบันทึกหรือปรับปรุง ข้อมูลเมื่อครบกำหนดเวลาหรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด 4) ระบบสามารถแสดงรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ ดังนี้ (1) ออกรายงานให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ค้นหาและสามารถพิมพ์ในรูปแบบ Word, Pdf, Excel, Jpeg หรือรูปแบบอื่น ๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด (2) รายงานข้อมูลสถิติการประสานการให้ความช่วยเหลือเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ (3) รายงานสถิติการประสานการให้ความช่วยเหลือเรื่องร้องเรียนในแต่ละ เช่น แบ่งตามช่องทางการร้องเรียน แบ่งตามประเภทสิทธิ แบ่งตามพื้นที่เกิดเหตุ เป็นต้น ช่วงเวลา (รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือช่วงเวลาที่ผู้ใช้ต้องการ) (4) สามารถแสดงข้อมูลในลักษณะลงรายละเอียด (Drill Down) ได้ในรูปแบบ ตารางข้อมูล หรือกราฟ แผนภูมิ หรือตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด - 10 - 4.1.2 ระบบด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน 4.1.2.1 ระบบส่งเสริมสิทธิมนุษยชน มีรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้ 1) ออกแบบและพัฒนาระบบให้สอดคล้องกับงานส่งเสริมสิทธิมนุษยชน รายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้ (1) บันทึก แก้ไข ลบ หรือเพิ่มเติมข้อมูลได้ตามสิทธิการเข้าถึงหรือสิทธิในการใช้งาน (2) บันทึก แก้ไข ลบ หรือเพิ่มเติมข้อมูล รายละเอียดอย่างน้อย ได้แก่ องค์กร/ หน่วยงาน กลุ่มเป้าหมาย ประเภทการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ระยะเวลา สถานที่ รายละเอียด สรุปผล การดำเนินงาน เป็นต้น (3) ออกแบบหน้าจอผู้ใช้งาน (GUI) ให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ต้องการใช้งาน (4) สามารถบันทึกและแนบไฟล์ที่เกี่ยวข้องในรูปแบบเอกสาร รูปภาพ ข้อความ วิดีโอ ผ่านทางระบบได้ทุกอุปกรณ์ และข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกลงฐานข้อมูลได้โดยอัตโนมัติ 2) สามารถปรับปรุงภาพแผนที่ประเทศไทย เพื่อประโยชน์ในการแสดงภาพรวม ของการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของสำนักงาน กสม. โดยสามารถแยกย่อยในระดับภาค/จังหวัด/ภูมิภาค โดยให้ แสดงผลได้ เช่น ประเภทการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในแต่ละพื้นที่ ความถี่ของการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในแต่ละพื้นที่ เป็นต้น 3) ระบบสามารถสืบค้นตามประเภทและหมวดหมู่ที่ต้องการได้อย่างน้อย ได้แก่ ประเด็นของการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน กลุ่มเป้าหมาย ภูมิภาค จังหวัด เป็นต้น 4) ระบบสามารถแสดงรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ ดังนี้ (1) ออกรายงานให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ค้นหาและสามารถพิมพ์ในรูปแบบ Word, Pdf, Excel, Jpeg หรือรูปแบบอื่น ๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด (2) รายงานข้อมูลสถิติต่าง ๆ (3) สามารถแสดงข้อมูลในลักษณะลงรายละเอียด (Drill Down) ได้ในรูปแบบ ตารางข้อมูล หรือกราฟ แผนภูมิ หรือตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด 5) ระบบสามารถแสดงผลให้กับผู้ใช้งานภายนอกทราบผ่านออนไลน์ได้ตามที่ ผู้ว่าจ้างกำหนด 4.1.2.2 ระบบเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชน มีรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้ 1) ออกแบบและพัฒนาระบบให้สอดคล้องกับงานเครือข่ายสิทธิมนุษยชน รายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้ (1) บันทึก แก้ไข ลบ หรือเพิ่มเติมข้อมูลได้ตามสิทธิการเข้าถึงหรือสิทธิในการใช้งาน 11 - (2) บันทึก แก้ไข ลบ หรือเพิ่มเติมข้อมูล รายละเอียดอย่างน้อย ได้แก่ ประเภท เครือข่าย (เช่น องค์กร บุคคล หน่วยงานราชการ เป็นต้น) ชื่อ นามสกุล ชื่อภาคีเครือข่าย ที่ตั้ง ประเด็น การทำงาน กิจกรรมที่ดำเนินงานร่วมกันกับสำนักงาน กสม. เช่น บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ผู้รับรางวัล เป็นต้น (3) ออกแบบหน้าจอผู้ใช้งาน (GUI) ให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ต้องการใช้งาน (4) สามารถบันทึกและแนบไฟล์ที่เกี่ยวข้องในรูปแบบเอกสาร รูปภาพ ข้อความ วิดีโอ ผ่านทางระบบได้ทุกอุปกรณ์ และข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกลงฐานข้อมูลได้โดยอัตโนมัติ 2) สามารถปรับปรุงภาพแผนที่ประเทศไทย เพื่อประโยชน์ในการแสดงภาพรวม ของเครือข่ายของสำนักงาน กสม. โดยสามารถแยกย่อยได้ ดังนี้ (1) ระดับภาค/จังหวัด/ภูมิภาค โดยให้แสดงผลได้ ดังนี้ - ความหนาแน่นเครือข่ายในแต่ละพื้นที่ การกระจายของเครือข่ายตามพื้นที่ต่าง ๆ แสดงความหนาแน่นและการกระจายของเครือข่ายตามประเภทเครือข่าย (2) ระดับจังหวัด สามารถแสดงพื้นที่การทำงานของเครือข่ายในระดับจังหวัดได้ โดยแสดงที่ตั้งพร้อมพื้นที่ทำงานด้วยสีที่แตกต่างกันได้ 3) ระบบสามารถสืบค้นตามประเภทและหมวดหมู่ที่ต้องการได้อย่างน้อย ได้แก่ ประเด็นของการทำงาน ประเภทเครือข่าย ภูมิภาค จังหวัด กิจกรรม เป็นต้น 4) ระบบสามารถแสดงรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ ดังนี้ (1) ออกรายงานให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ค้นหาและสามารถพิมพ์ในรูปแบบ Word, Pdf, Excel, Jpeg หรือรูปแบบอื่น ๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด (2) รายงานข้อมูลสถิติต่าง ๆ (3) สามารถแสดงข้อมูลในลักษณะลงรายละเอียด (Drill Down) ได้ในรูปแบบ ตารางข้อมูล หรือกราฟ แผนภูมิ หรือตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ผู้ว่าจ้างกำหนด 5) ระบบสามารถแสดงผลให้กับผู้ใช้งานภายนอกทราบผ่านออนไลน์ได้ตามที่ 4.1.2.3 ระบบฐานข้อมูลข่าว มีรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้ 1) ออกแบบและพัฒนาระบบให้สอดคล้องกับงานจัดการฐานข้อมูลข่าวสำนักงาน กสม. รายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้ (1) บันทึก แก้ไข ลบ หรือเพิ่มเติมข้อมูลได้ตามสิทธิการเข้าถึงหรือสิทธิในการใช้งาน ขอบเขตของงาน (Terms of Reference) จ้างบำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชน Anr که ما on 22 กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ ประธานกรรมการ นา MA กรรมการ กรรมการ (2) บันทึก แก้ไข ลบ หรือเพิ่มเติมข้อมูล รายละเอียดอย่างน้อย ได้แก่ ประเภท ข่าว หัวข้อข่าว/ชื่อข่าว ประเด็นสิทธิ รายละเอียดข่าว/เรื่อง วันเผยแพร่ วันสิ้นสุดการเผยแพร่ ครั้งที่ แหล่งที่มา กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ/ผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง คำสำคัญ สถานะ เป็นต้น (3) ออกแบบหน้าจอผู้ใช้งาน (GUI) ให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ต้องการใช้งาน วิดีโอ ผ่านทางระบบได้ทุกอุปกรณ์ (4) สามารถบันทึกและแนบไฟล์ที่เกี่ยวข้องในรูปแบบเอกสาร รูปภาพ ข้อความ และข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกลงฐานข้อมูลได้โดยอัตโนมัติ 2) ระบบสามารถสืบค้นตามประเภทและหมวดหมู่ที่ต้องการได้อย่างน้อย ได้แก่ คำค้นหา (หัวข้อข่าว/ชื่อเรื่อง) ประเภทข่าว ประเด็นสิทธิ วันที่เผยแผร่ สถานะการใช้งาน เป็นต้น 3) ระบบสามารถแสดงรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ ดังนี้ (1) ออกรายงานให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ค้นหาและสามารถพิมพ์ในรูปแบบ Word, Pdf, Excel, Jpeg หรือรูปแบบอื่น ๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด (2) รายงานข้อมูลสถิติต่าง ๆ (3) สามารถแสดงข้อมูลในลักษณะลงรายละเอียด (Drill Down) ได้ในรูปแบบ ตารางข้อมูล หรือกราฟ แผนภูมิ หรือตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ผู้ว่าจ้างกำหนด 4) ระบบสามารถแสดงผลให้กับผู้ใช้งานภายนอกทราบผ่านออนไลน์ได้ตามที่ 4.1.2.4 ระบบรางวัลสิทธิมนุษยชนประจำปี มีรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้ 1) ออกแบบและพัฒนาระบบให้สอดคล้องกับงานจัดการรางวัลบุคคลและองค์กร ที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้ (1) บันทึก แก้ไข ลบ หรือเพิ่มเติมข้อมูลได้ตามสิทธิการเข้าถึงหรือสิทธิในการใช้งาน (2) บันทึก แก้ไข ลบ หรือเพิ่มเติมข้อมูลผู้สมัครรางวัลนักสิทธิมนุษยชนประจำปี รายละเอียดอย่างน้อย ได้แก่ ประเภทเครือข่าย (เช่น องค์กร บุคคล หน่วยงานราชการ เป็นต้น) ชื่อ นามสกุล ชื่อภาคีเครือข่าย ที่ตั้ง ผลงานดีเด่นที่เป็นประจักษ์ บุคคลอ้างอิง ประกาศเกียรติคุณ/รางวัล/ผลงานที่เคยได้รับ เป็นต้น (3) บันทึก แก้ไข ลบ หรือเพิ่มเติมข้อมูลประเภทรางวัล รายละเอียดอย่างน้อย ได้แก่ ชื่อรางวัลสิทธิมนุษยชน ปี ประเด็นสิทธิ รายละเอียด วันที่เปิดลงทะเบียน วันที่ปิดลงทะเบียน เป็นต้น (4) ออกแบบหน้าจอผู้ใช้งาน (GUI) ให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ต้องการใช้งาน (5) สามารถบันทึกและแนบไฟล์ที่เกี่ยวข้องในรูปแบบเอกสาร รูปภาพ ข้อความ วิดีโอ ผ่านทางระบบได้ทุกอุปกรณ์ และข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกลงฐานข้อมูลได้โดยอัตโนมัติ - 13 - 3) ระบบสามารถสืบค้นตามประเภทและหมวดหมู่ที่ต้องการได้อย่างน้อย ได้แก่ ปี ประเด็นสิทธิ คำค้นหา ประเภทเครือข่าย สถานะพิจารณา เป็นต้น 4) ระบบสามารถแสดงรายละเอียดข้อมูลของต่าง ๆ ดังนี้ (1) ออกรายงานให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ค้นหาและสามารถพิมพ์ในรูปแบบ Word, Pdf, Excel, Jpeg หรือรูปแบบอื่น ๆ ตามผู้ว่าจ้างกำหนด (2) รายงานข้อมูลสถิติต่าง ๆ (3) สามารถแสดงข้อมูลในลักษณะลงรายละเอียด (Drill Down) ได้ในรูปแบบ ตารางข้อมูล หรือกราฟ แผนภูมิ หรือตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด 5) ระบบสามารถแสดงผลให้กับผู้ใช้งานภายนอกทราบผ่านออนไลน์ได้ตามที่ ผู้ว่าจ้างกำหนด 4.1.3 ระบบด้านการติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน 4.1.3.1 ระบบติดตามผลการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน มีรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้ 1) ระบบติดตามเรื่องร้องเรียน (1) ออกแบบหน้าจอผู้ใช้งาน (GUI) ให้เชื่อมโยงกับระบบด้านการคุ้มครอง สิทธิมนุษยชนตามข้อ 4.1.1 (2) รองรับการสืบค้นเพื่อติดตามเรื่องร้องเรียนผ่านแบบฟอร์มตามที่ผู้ว่าจ้าง กำหนด (2.1) มีหน้าจอตรวจสอบการติดตามเรื่องร้องเรียน (2.2) มีหน้าจอรายงานการติดตามเรื่องร้องเรียนสำหรับผู้ร้อง ต้องมีข้อมูล อย่างน้อย ได้แก่ รหัสเลขแจ้งเรื่อง รหัสเลขรับเรื่อง รหัสเลขคำร้อง การปฏิบัติงาน เป็นต้น 2) ระบบติดตามผลการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน (1) ระบบสามารถรองรับการติดตามมาตรการหรือข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ดังนี้ (1.1) การติดตามมาตรการหรือแนวทางที่เหมาะสมในการป้องกันหรือ แก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน (1.2) การติดตามข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและ คุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมตลอดทั้งการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำสั่ง เพื่อให้สอดคล้องกับ หลักสิทธิมนุษยชน สิทธิมนุษยชนของประเทศ (1.3) การติดตามข้อเสนอแนะในรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้าน - 14 - (1.4) การติดตามข้อเสนอในการสร้างเสริมให้ทุกภาคส่วนของสังคม ตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชน (1.5) การติดตามความคืบหน้าหรือผลการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษแทน ผู้เสียหาย (1.6) การติดตามผลการดำเนินการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับ ความเสียหายจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน (1.7) การติดตามผลการดำเนินการตามข้อเสนอในรายงานผล การปฏิบัติงานประจำปี (1.8) การติดตามผลการดำเนินการตามข้อเสนอในรายงานคู่ขนาน ตามหนังสือสัญญาที่ประเทศไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามที่จัดทำโดย กสม. (1.9) การติดตามผลการดำเนินการตามข้อเสนอในรายงานคู่ขนานทบทวน สถานการณ์สิทธิมนุษยชน (Universal Periodic Review) ของประเทศไทยที่จัดทำโดย กสม. (1.10) การติดตามผลการดำเนินการกรณีอื่นตามที่ กสม. กำหนด (2) ระบบติดตามผลการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน ต้องมีรายละเอียด อย่างน้อย ดังนี้ (2.1) ออกแบบหน้าจอผู้ใช้งาน (GUI) ให้สอดคล้องกับงานติดตาม ผลการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน รายละเอียดอย่างน้อยได้แก่ ข้อมูลของผู้ร้อง ข้อมูลของผู้ถูกร้อง ประเด็น สิทธิมนุษยชน หัวข้อ/เรื่อง รายละเอียดรายงานผลการตรวจสอบ/ข้อเสนอแนะ รายละเอียดมาตรการหรือ ข้อเสนอแนะของ กสม. เป็นต้น (2.2) รองรับการบันทึกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มต่าง ๆ ที่กำหนดขึ้นมา (2.3) ออกแบบและพัฒนาระบบให้สอดคล้องกับงานติดตามผลการดำเนินการ ด้านสิทธิมนุษยชน รายละเอียดอย่างน้อยดังนี้ (2.3.1) สามารถบันทึก แก้ไข ลบ หรือเพิ่มเติมข้อมูลได้ตามสิทธิการเข้าถึง หรือสิทธิในการใช้งาน (2.3.2) สามารถ บันทึก แก้ไข ลบ หรือเพิ่มเติมรายละเอียดข้อมูล การติดตามผลการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชนตามหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ (2.3.3) สามารถบันทึกสถานะ/ความคืบหน้าในการติดตามผล การดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน (2.3.4) สามารถแจ้งเตือน (Notification) ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อบันทึก หรือปรับปรุงข้อมูลเมื่อครบกำหนดเวลาหรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด - 15 - (2.3.5) สามารถสืบค้นข้อมูลการติดตามผลการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน ตามประเภท/หมวดหมู่/เงื่อนไขที่ผู้ว่าจ้างกำหนด (2.3.6) สามารถเชื่อมโยงกับระบบด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตามข้อ 4.1.1 หรือระบบอื่น ๆ ของสำนักงาน กสม. ที่เกี่ยวข้อง (3) ระบบสามารถรายงานสถิติข้อมูลการติดตามผลการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน ต้องมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้ (3.1) ออกรายงานให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ค้นหาและสามารถพิมพ์ในรูปแบบ Word, Pdf, Excel, Jpeg หรือรูปแบบอื่น ๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด (3.2) รายงานข้อมูลสถิติต่าง ๆ เช่น ประเภทสิทธิมนุษยชนของเรื่องที่ต้อง ติดตาม จำนวนเรื่องที่ต้องติดตาม ผลการดำเนินตามมาตรการหรือข้อเสนอแนะของ กสม. เป็นต้น (3.3) รายงานสถิติการติดตามผลการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชนตาม มาตรการหรือข้อเสนอแนะของ กสม. ในแต่ละช่วงเวลา (รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือช่วงเวลาที่ผู้ใช้งาน ต้องการ) (3.4) สามารถแสดงข้อมูลในลักษณะลงรายละเอียด (Drill Down) ได้ในรูปแบบ ตารางข้อมูล หรือกราฟ แผนภูมิ หรือตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด (3.5) สามารถสรุปผลการติดตามผลการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน ในภาพรวมได้ รายละเอียดอย่างน้อย ได้แก่ จำนวนเรื่อง ผลสัมฤทธิ์ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ หรือ รายละเอียดอื่น ๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด เพื่อรวบรวมและจัดทำรายงานผลการติดตามการดำเนินการ ด้านสิทธิมนุษยชนของ กสม. ได้ อย่างน้อย ดังนี้ 4.1.3.2 ระบบเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน มีรายละเอียด 1) ระบบเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน (1) ออกแบบและพัฒนาระบบให้สอดคล้องกับงานเฝ้าระวังและประเมิน สถานการณ์สิทธิมนุษยชน รายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้ (1.1) สามารถ บันทึก แก้ไข ลบ หรือเพิ่มเติมข้อมูลได้ตามสิทธิการเข้าถึง หรือสิทธิในการใช้งาน (1.2) สามารถบันทึก แก้ไข ลบ หรือเพิ่มเติมข้อมูลตามรายละเอียดข้อมูล เช่น ที่มาของข้อมูล ผู้รับผิดชอบ หน่วยงานที่รับผิดชอบ เป็นต้น (1.3) ออกแบบหน้าจอผู้ใช้งาน (GUI) ให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ต้องการใช้งาน 16- ข้อความ วิดีโอ ผ่านทางระบบได้ทุกอุปกรณ์ (1.4) สามารถบันทึกและแนบไฟล์ที่เกี่ยวข้องในรูปแบบเอกสาร รูปภาพ และข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกลงฐานข้อมูลได้โดยอัตโนมัติ (2) ระบบสามารถแสดงรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ ได้แก่ (2.1) ออกรายงานให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ค้นหาและสามารถพิมพ์ ในรูปแบบ Word, Pdf, Excel, Jpeg หรือรูปแบบอื่น ๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด (2.2) รายงานข้อมูลสถิติต่าง ๆ (2.3) สามารถแสดงข้อมูลในลักษณะลงรายละเอียด (Drill Down) ได้ในรูปแบบ ตารางข้อมูล หรือกราฟ แผนภูมิ หรือตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด 2) ระบบการจัดทำรายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน (1) ออกแบบและพัฒนาระบบให้สอดคล้องกับงานจัดทำรายงานประเมิน สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน รายละเอียดอย่างน้อยดังนี้ (1.1) สามารถ บันทึก แก้ไข ลบ หรือเพิ่มเติมข้อมูลได้ตามสิทธิการเข้าถึง หรือสิทธิในการใช้งาน (1.2) สามารถบันทึก แก้ไข ลบ หรือเพิ่มเติมข้อมูลตามรายละเอียดข้อมูล เช่น ที่มาของข้อมูล ผู้รับผิดชอบ หน่วยงานที่รับผิดชอบ เป็นต้น (1.3) ออกแบบหน้าจอรายงานหรือรูปแบบรายงานตามความต้องการของ ผู้ใช้งาน (2) ระบบสามารถแสดงรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ ดังนี้ (2.1) ออกรายงานให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ค้นหาและสามารถพิมพ์ ในรูปแบบ Word, Pdf, Excel, Jpeg หรือรูปแบบอื่น ๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด (2.2) รายงานข้อมูลสถิติต่าง ๆ (2.3) สามารถแสดงข้อมูลในลักษณะลงรายละเอียด (Drill Down) ได้ในรูปแบบ ตารางข้อมูล หรือกราฟ แผนภูมิ หรือตามผู้ว่าจ้างกำหนด 4.1.4 ระบบรายงานสรุปภาพรวมด้านสิทธิมนุษยชน 1) สามารถสร้างและแสดงผลรายงานสรุปภาพรวมด้านสิทธิมนุษยชนทางออนไลน์ (Dashboard) เพื่อใช้สนับสนุนการตัดสินใจ การติดตามข้อมูล และเปรียบเทียบข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชน ในมุมมองต่าง ๆ เพื่อให้ผู้บริหารและผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้โดยง่ายและรวดเร็ว 2) ออกแบบและจัดทำรายงานระบบฐานข้อมูลให้รองรับการเรียกดูข้อมูลรายงานในรูปแบบ หลายมิติ (Multi-Dimensional) ขอบเขตของงาน (Terms of Reference) จ้างบำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชน - 17 - 3) สามารถแสดงผลข้อมูล (Data Analytics) เพื่อนำไปใช้ประกอบการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ของสำนักงาน กสม. ได้ 4) สามารถแสดงผลข้อมูลและสร้างรายงานได้ อย่างน้อยดังนี้ - วิเคราะห์ข้อมูลในลักษณะ Crosstab Report จัดเรียงข้อมูล (Sorting) และกรองข้อมูล (Filter) ได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน - ส่งออกข้อมูลดังกล่าวข้างต้นได้หลายรูปแบบ เช่น PDF, Excel และ Text File เป็นต้น 5) สามารถแสดงผลรายงานในรูปแบบตาราง แผนภูมิ กราฟ หรือรูปแบบอื่น ๆ และสามารถ เลือกเปลี่ยนแปลงรูปแบบรายงานจากกราฟ เป็นตาราง และจากตารางเป็นกราฟ หรือแสดงตารางและกราฟ ในรายงานเดียวกันได้ โดยรองรับรูปแบบกราฟหลายรูปแบบ ได้แก่ List, Cross tab, Chart, Repeater, Master/Details พร้อมกราฟแผนที่ สามารถแสดงผลรวมกันได้หลายกราฟในหน้าจอเดียว (Dashboard) ได้ 6) สามารถรองรับการแสดงผลรายงานสรุปภาพรวมด้านสิทธิมนุษยชนผ่านอุปกรณ์ ได้หลากหลาย เช่น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ คอมพิวเตอร์แบบพกพา สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต 7) สามารถแสดงผลข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System: GIS) 8) สามารถเข้าดูรายงานได้ตามสิทธิ์ที่ได้รับอนุญาต เพื่อให้สามารถเรียกดูข้อมูลตามส่วนงาน ที่รับผิดชอบ และนำข้อมูลในระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนไปใช้งานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว 4.2 ปรับปรุงและพัฒนาให้ระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนสามารถใช้งาน ตามฟังก์ชั่นการทำงานต่อไปนี้ 4.2.1 ออกแบบ ปรับปรุง และพัฒนาระบบจัดทำข้อเสนอแนะ โดยผู้รับจ้างต้องดำเนินการ อย่างน้อย ดังนี้ 4.2.1.1 ออกแบบหน้าจอผู้ใช้งาน (GUI) ให้สอดคล้องกับกระบวนการการจัดทำข้อเสนอแนะ มาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมตลอดทั้งการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำสั่ง เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน ในการใช้งาน 4.2.1.2 ออกแบบ ปรับปรุง และพัฒนาระบบ และขั้นตอนการดำเนินงานอย่างน้อยดังนี้ (1) สามารถบันทึก แก้ไข ลบ หรือเพิ่มเติมข้อมูลได้ตามสิทธิการเข้าถึงหรือสิทธิ (2) สามารถบันทึก แก้ไข ลบ หรือเพิ่มเติมรายละเอียดข้อมูลเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะ มาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมตลอดทั้งการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำสั่ง เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน (3) บันทึกสถานะของเรื่อง ขอบเขตของงาน (Terms of Reference) จ้างบำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชน - 18 - (4) สามารถแจ้งเตือน (Notification) ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อบันทึกหรือปรับปรุงข้อมูล เมื่อครบกำหนดเวลาหรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด (5) สามารถสืบค้นข้อมูลข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริม และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมตลอดทั้งการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำสั่ง เพื่อให้สอดคล้อง กับหลักสิทธิมนุษยชนตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนดได้ (6) สามารถออกรายงานและข้อมูลสถิติของข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทาง ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมตลอดทั้งการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำสั่ง เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนดได้ 4.2.2 ออกแบบและพัฒนาการจัดทำโปรแกรมการเชื่อมโยงข้อมูล (API) กับระบบงาน สารบรรณอิเล็กทรอนิกส์รวมทั้งดำเนินการจัดทำหน้าจอผู้ใช้งาน (GUI) ที่เกี่ยวข้อง โดยให้ระบบมี API สำหรับเชื่อมโยงในด้านต่างๆ ตามข้อ 4.1 และ 4.2.1 ไม่น้อยกว่า 12 API ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด 4.2.3 ดำเนินการปรับปรุงระบบระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนโดยให้ สามารถเชื่อมโยงกับระบบสารสนเทศเชิงยุทธศาสตร์ (Business Intelligent) โดยนำข้อมูลมาประมวลผล และออกรายงาน (Report) ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ไม่น้อยกว่า 3 รายงาน 5. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ 5.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 5.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 5.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ 5.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง 5.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ และได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็น ผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงาน เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย 5.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา 5.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ 5.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สำนักงาน กสม. ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคา อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ 5.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น 5.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ "กิจการร่วมค้า" ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของหรือ มูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็น ผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า 5.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 5.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะ การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบ แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่น ข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท (3) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้อง มีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดง หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา (4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณที่ยื่น ข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคาร แห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบโดยพิจารณา จากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจ จากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน) (5) กรณีตาม (1) - (4) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้ (5.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ (5.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 5.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรักษาความลับหรือไม่เปิดเผยข้อมูลใด ๆ ของสำนักงาน กสม. ที่ได้จากการจัดจ้างนี้ โดยสำนักงาน กสม. อาจทำเป็นหนังสือสัญญาหรือข้อตกลงเกี่ยวกับการรักษาความลับ หรือการไม่เปิดเผย ข้อมูลดังกล่าวเพิ่มเติมกับทางผู้ยื่นข้อเสนอ หรือกับเจ้าหน้าที่ของผู้ยื่นข้อเสนอเป็นรายบุคคล 5.14 ผู้รับจ้างจะต้องเสนอรายชื่อทีมงาน ซึ่งเป็นบุคลากรที่มีความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ ด้านต่าง ๆ (พร้อมแนบหลักฐานประกอบ อาทิ สัญญาจ้าง) ดังนี้ 5.14.1 ผู้จัดการโครงการด้านการพัฒนาและออกแบบระบบฐานข้อมูลและระบบสารสนเทศ คุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีและมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี อย่างน้อย 1 คน 5.14.2 ผู้เชี่ยวชาญระบบฐานข้อมูลและระบบสารสนเทศ คุณวุฒิด้านคอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร หรือสาขาที่เกี่ยวข้องไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีและมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี อย่างน้อย 1 คน 5.14.3 นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analyst) คุณวุฒิด้านคอมพิวเตอร์หรือ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือสาขาที่เกี่ยวข้องไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีและมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี อย่างน้อย 1 คน 5.14.4 นักพัฒนาซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Developer/Programmer) คุณวุฒิด้าน คอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือสาขาที่เกี่ยวข้องไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีและ มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 3 ปี อย่างน้อย 2 คน 5.14.5 นักทดสอบระบบ คุณวุฒิด้านคอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ สาขาที่เกี่ยวข้องไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีและมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 3 ปี อย่างน้อย 1 คน - 21 - 5.14.6 ผู้ประสานงานโครงการ คุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีและมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 3 ปี อย่างน้อย 1 คน 6. เงื่อนไขการเสนอราคา 6.1 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเปรียบเทียบรายละเอียดและเงื่อนไขเฉพาะต่อข้อกำหนดรายละเอียด (Specification) ทางเทคนิคเป็นรายข้อทุกข้อ (Statement of Compliance) โดยใช้แบบฟอร์มการเปรียบเทียบ ตามตารางที่ 1 ในการเปรียบเทียบรายการดังกล่าว หากมีกรณีที่ต้องอ้างอิงข้อความหรือเอกสารในส่วนอื่น ที่เสนอมา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องระบุในเอกสารเปรียบเทียบให้เห็นอย่างชัดเจน สามารถตรวจสอบได้โดยง่าย ว่าสิ่งที่ต้องการอ้างอิงถึงนั้นอยู่ในส่วนใดตำแหน่งใดของเอกสารอื่น ๆ ที่เสนอมา สำหรับเอกสารที่อ้างอิงถึงนั้น ให้หมายเหตุหรือขีดเส้นใต้พร้อมเขียนหัวข้อกำกับไว้ เพื่อให้สามารถตรวจสอบกับเอกสารเปรียบเทียบได้ง่าย และถูกต้องตรงกัน ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องส่งเอกสารเปรียบเทียบพร้อมเอกสารอ้างอิงทั้งหมดเข้าสู่ระบบ ตามประกาศฯ
ข้อกำหนด/ อุปกรณ์ ข้อกำหนด/ อุปกรณ์ ที่นำเสนอ อ้างถึงข้อ เอกสารอ้างอิง ให้ระบุหัวข้อให้ตรงกับหัวข้อ ให้ระบุคุณลักษณะเฉพาะ ให้ระบุหมายเลขหน้า
ที่กำหนด ให้ระบุหัวข้อให้ตรงกับหัวข้อ ให้ระบุคุณลักษณะเฉพาะ ที่ระบุในเอกสารประกวดราคา
6.2 รายการทุกรายการที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอในครั้งนี้ กรณีเป็นฮาร์ดแวร์ (Hardware) ต้องมีลิขสิทธิ์ ถูกต้องตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์ และเป็นของใหม่ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน ไม่เป็นของเก่าเก็บ อยู่ในสภาพที่จะใช้งานได้ทันทีและต้องเป็นรุ่นที่ยังอยู่ในสายการผลิต (Production Line) และจำหน่าย ณ วันยื่นข้อเสนอ 6.3 รายการทุกรายการที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอในครั้งนี้ กรณีเป็นซอฟต์แวร์ (Software) ต้องเป็น ต้นฉบับ (Original) ที่ได้รับลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์ และต้องเป็นรุ่นล่าสุด หรือดีกว่า 6.4 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องส่งแค็ตตาล็อกและรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของทุกรายการ ที่ผู้ยื่นข้อเสนอ นำเสนอเพื่อประกอบการพิจารณา ซึ่งจะเก็บไว้เป็นเอกสารหลักฐานของสำนักงาน กสม. และต้องรับรองสำเนา ถูกต้องทุกหน้า โดยผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจของนิติบุคคล 6.5 ราคาที่เสนอในขั้นตอนการเสนอราคาต้องเป็นราคารวมทั้งระบบ เป็นเงินบาท และเสนอราคา เพียงราคาเดียว ทั้งนี้ ราคาที่เสนอต้องรวมรายการทั้งหมดทุกรายการที่ระบุไว้ในขอบเขตของงาน ขอบเขตของงาน (Terms of Reference) จ้างบำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชน
- 22 - 6.6 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องส่งเอกสารข้อเสนอทางด้านเทคนิค (Technical Proposal) พร้อมเอกสาร ดังนี้ 6.6.1 ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ 6.6.2 คุณวุฒิและประสบการณ์บุคลากรของผู้ยื่นข้อเสนอ 6.6.3 เอกสารการนำเสนอแนวทางบำรุงรักษาระบบ 6.6.4 มาตรฐานทางด้านการพัฒนาระบบและด้านความปลอดภัย (ถ้ามี) 6.6.5 ข้อเสนออื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ (ถ้ามี) 7. หลักเกณฑ์การพิจารณา การจัดจ้างครั้งนี้เป็นงานที่มีความซับซ้อนและมีข้อจำกัดด้านเทคนิค ซึ่งมีความแตกต่างกันไป ตามลักษณะ ชนิดประเภทของงาน ซึ่งไม่อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงให้เห็นถึงความพร้อม และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านตามขอบเขตการดำเนินงาน สำนักงาน กสม. จะพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอ ที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพ (ข้อเสนอด้านเทคนิค) และเกณฑ์ราคา โดยจะดำเนินการตามลำดับ ดังนี้ 7.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องผ่านเกณฑ์การพิจารณาตามข้อ 5 คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ และข้อ 6 เงื่อนไข การเสนอราคา 7.2 เกณฑ์ในการพิจารณาหาผู้ชนะการประกวดราคา สำนักงาน กสม. ใช้หลักเกณฑ์การประเมิน ประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) โดยจะพิจารณาให้คะแนนตามตัวแปรหลัก 2 ตัวแปร คือ ราคา ที่เสนอ และคุณภาพของงาน โดยคณะกรรมการพิจารณาผลจะพิจารณาตามค่าตัวถ่วง ดังนี้ ตัวแปรที่ 1 ราคาที่เสนอ น้ำหนักร้อยละ 40 (ระบบ e-GP คำนวณให้โดยอัตโนมัติ ) ตัวแปรที่ 2 คุณภาพของงาน น้ำหนักร้อยละ 60 (รายละเอียดตามข้อ 7.3) โดยกำหนดให้มีน้ำหนักรวมทั้งหมด เท่ากับร้อยละ 100 7.3 หลักเกณฑ์รายละเอียดการให้คะแนนคุณภาพของงาน (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) มีดังนี้ 7.3.1 ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ (20 คะแนน) 7.3.2 คุณวุฒิและประสบการณ์บุคลากรของผู้ยื่นข้อเสนอ (20 คะแนน) 7.3.3 การนำเสนอแนวทางบำรุงรักษาระบบ (40 คะแนน) 7.3.4 มาตรฐานทางด้านการพัฒนาระบบและด้านความปลอดภัย (10 คะแนน) 7.3.5 ข้อเสนออื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ (10 คะแนน) ทั้งนี้ เกณฑ์ด้านคุณภาพที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณา ต้องได้รับคะแนนรวมกันไม่น้อยกว่า 70 คะแนน รายละเอียดตามภาคผนวก ก. เกณฑ์การให้คะแนน 7.4 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมานำเสนอด้วยตัวเองต่อคณะกรรมการพิจารณาผล เพื่อประกอบการพิจารณา เกณฑ์ด้านคุณภาพตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนดในประกาศ โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะนำเสนอและ ตอบข้อซักถาม ไม่เกินรายละ 45 นาที ขอบเขตของงาน (Terms of Reference) จ้างบำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชน - 23- 8. ระยะเวลาในการดำเนินการ 1 กุมภาพันธ์ – 30 กันยายน 2568 9. งบประมาณ งบประมาณสำนักงาน กสม. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ภายในวงเงินจำนวน 796,000 บาท (เจ็ดแสนเก้าหมื่นหกพันบาทถ้วน) จากรหัสกิจกรรม 68M4-71010 10. การส่งมอบงาน ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงาน รวม 4 งวด ดังรายละเอียดต่อไปนี้ 10.1 งานงวดที่ 1 ส่งมอบแผนการบำรุงรักษาและปรับปรุงระบบสารสนเทศและฐานข้อมูล ด้านสิทธิมนุษยชนตลอดระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ 3.2 และดำเนินการปรับปรุง พัฒนา ออกแบบ และติดตั้งระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนตามข้อ 3.4 ส่งให้ผู้ว่าจ้างภายใน 20 วันนับถัดจาก วันเริ่มต้นในสัญญา 10.2 งานงวดที่ 2 ส่งมอบงานภายในห้าวันทำการแรกของเดือนเมษายน 2568 ดังนี้ 10.2.1 รายงานสรุปการตรวจสอบ ปรับปรุงและบำรุงรักษาระบบประจำเดือน 10.2.2 รายงานผลความคืบหน้าในการดำเนินการปรับปรุง พัฒนา ออกแบบ และติดตั้งระบบ สารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนตามข้อ 3.4 10.3 งานงวดที่ 3 ส่งมอบงานห้าวันทำการแรกของเดือนกรกฎาคม 2568 ดังนี้ 10.3.1 รายงานสรุปการตรวจสอบ ปรับปรุงและบำรุงรักษาระบบประจำเดือน 10.3.2 เอกสารรายงานผลการดำเนินการปรับปรุง พัฒนา ออกแบบ และติดตั้งระบบสารสนเทศ และฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนตามข้อ 3.4 ดังนี้ 10.4 งานงวดที่ 4 ส่งมอบงานภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 10.4.1 รายงานสรุปการตรวจสอบ ปรับปรุงและบำรุงรักษาระบบประจำเดือน 10.4.2 จัดทำรายงานสรุปรายงานผลการอบรมตามข้อ 3.6 พร้อมส่งมอบเอกสารคู่มือการใช้งาน (1) คู่มือการใช้งานระบบในส่วนของผู้ใช้งานสำหรับการฝึกอบรมและการใช้งานจริง จำนวนไม่น้อยกว่า 30 ชุด (2) คู่มือการใช้งานระบบในส่วนของผู้ดูแลระบบ จำนวนไม่น้อยกว่า 5 ชุด (3) รหัสโปรแกรมต้นฉบับไฟล์ (Source Code ที่ยังไม่ผ่านการ Complie) รูปภาพ ข้อมูล ประกอบต่าง ๆ ทั้งหมด จัดเก็บลงสื่อบันทึกข้อมูลแบบ USB Flash Drive ขนาดไม่น้อยกว่า 1 TB จำนวน 1 ชุด ขอบเขตของงาน (Terms of Reference) จ้างบำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชน - 24 - ทั้งนี้ ในระหว่างที่การส่งมอบงานและการตรวจรับงานยังไม่สมบูรณ์ สำนักงาน กสม. มีสิทธิที่จะใช้ ซอฟต์แวร์หรือระบบงานในส่วนที่ส่งมอบแล้วได้ และหากมีเหตุให้ต้องเลิกสัญญาอันเนื่องจากความผิดของ ผู้รับจ้างเอง ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการใช้ซอฟต์แวร์หรือระบบงานดังกล่าว 11. เงื่อนไขการจ่ายเงิน 11.1 งวดที่ 1 กำหนดจ่ายเป็นจำนวนร้อยละ 10 ของวงเงินค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญาจ้างเมื่อผู้รับจ้าง ส่งมอบงานงวดที่ 1 และตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว 11.2 งวดที่ 2 กำหนดจ่ายเป็นจำนวนร้อยละ 30 ของวงเงินค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญาจ้างเมื่อผู้รับจ้าง ส่งมอบงานงวดที่ 2 และตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว 11.3 งวดที่ 3 กำหนดจ่ายเป็นจำนวนร้อยละ 30 ของวงเงินค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญาจ้างเมื่อผู้รับจ้าง ส่งมอบงานงวดที่ 3 และตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว 11.4 งวดที่ 4 กำหนดจ่ายเป็นจำนวนร้อยละ 30 ของวงเงินค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญาจ้างเมื่อผู้รับจ้าง ส่งมอบงานงวดที่ 4 และตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว 12. ค่าปรับ 12.1 กรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานการบำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูล ด้านสิทธิมนุษยชน ได้ตามกำหนดไว้ในข้อ 10 ผู้รับจ้างจะต้องยินยอมให้ผู้ว่าจ้างคิดค่าปรับในส่วนที่เกินกำหนด เป็นรายวัน เศษของวันให้นับเป็น 1 วัน โดยคำนวณจากร้อยละ 0.1 ของวงเงินตามสัญญาจ้าง จนกว่าจะ ส่งมอบงานแล้วเสร็จครบถ้วน 12.2 กรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินการบำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชน ให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี ไม่สามารถแก้ไขข้อขัดข้องให้ระบบสามารถใช้งานได้ตามปกติภายในเวลาที่กำหนด ผู้รับจ้างต้องแจ้งเหตุผล ระยะเวลาดำเนินการและแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ผู้ว่าจ้างทราบ และหากไม่มี เหตุผลอันสมควร ผู้รับจ้างจะต้องยินยอมให้ผู้ว่าจ้างคิดค่าปรับ ในส่วนที่เกินกำหนดเป็นรายวัน เศษของวัน ให้นับเป็น 1 วัน โดยคำนวณจากร้อยละ 0.1 ของวงเงินตามสัญญาจ้าง จนกว่าจะดำเนินการให้ระบบสามารถ กลับมาใช้งานได้ตามปกติ 13. ผู้รับผิดชอบโครงการ กลุ่มงานพัฒนาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูล สำนักดิจิทัลสิทธิมนุษยชน โทรศัพท์ 02-141-1990 ขอบเขตของงาน (Terms of Reference) จ้างบำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชน - 25 - 14. คณะกรรมการจัดทำรายละเอียดขอบเขตงาน (นายคเณศศักดิ์ ชัยอินทร์) หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูล ประธานกรรมการ (นางสาวปวีณา จันทร์เอียด) หัวหน้ากลุ่มงานเสนอแนะการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย 2 กรรมการ (นางสาวแพรไพลิน บุปผา) นักวิชาการสิทธิมนุษยชนชำนาญการพิเศษ กรรมการ (นางสาวมณีรัตน์ อ่อนบุญ) นักวิชาการสิทธิมนุษยชนชำนาญการ กรรมการ (นายศรัทธาวุฒิ จันขันธ์) นักวิชาการสิทธิมนุษยชนชำนาญการ กรรมการ (นายนพดล คงสมฤทธิ์) นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ กรรมการ (นางสรินยา ไทโยธิน) นักวิชาการสิทธิมนุษยชนปฏิบัติการ กรรมการ (นายชยาภพ ภูมิเหล่าแจ้ง) นักวิชาการสิทธิมนุษยชนปฏิบัติการ กรรมการ ขอบเขตของงาน (Terms of Reference) จ้างบำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชน 15. ผู้เสนอขอบเขตงาน 16. ผู้อนุมัติขอบเขตงาน - 26 - (นางสาวจิราภรณ์ ทองคำวัฒนะ) ผู้อำนวยการสำนักดิจิทัลสิทธิมนุษยชน (นายภาณุวัฒน์ ทองสุข) รองเลขาธิการ ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขอบเขตของงาน (Terms of Reference) จ้างบำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชน ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ 20 กรรมการ ประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) รายละเอียดการนำเสนอ ทางเทคนิค แนวทางการติดตั้งและพัฒนาระบบ /จำนวนคะแนน รายละเอียดการให้คะแนน การนำเสนอทางเทคนิค การนำเสนอโครงการ หรือแนวทางการบำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูล ด้านสิทธิมนุษยชน (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) 1. ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ (20 คะแนน) 1.1 ผลงานโครงการพัฒนาหรือบำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูล โดยมีสำเนาหนังสือรับรอง ผลงานจากผู้ว่าจ้าง และสำเนาสัญญาจ้างที่ระบุมูลค่าโครงการแต่ละโครงการมากกว่าหรือเท่ากับ 390,000 บาท (10 คะแนน) 0 คะแนน 3 คะแนน 6 คะแนน 10 คะแนน ไม่มีผลงาน จำนวน 1 โครงการ จำนวน 2 โครงการ จำนวน 3 โครงการขึ้นไป 1.2 ผลงานโครงการพัฒนาหรือบำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงาน ด้านจัดการเรื่องร้องเรียน หรือด้านการเฝ้าระวัง/ติดตามสถานการณ์ต่าง ๆ หรือด้านฐานข้อมูลองค์กร/ บุคคล/เครือข่าย ย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี โดยมีสำเนาหนังสือรับรองผลงานจากผู้ว่าจ้าง หรือสำเนาสัญญา หรือสำเนาใบสั่งซื้อ หรือสำเนาใบสั่งจ้าง พร้อมแสดงรายละเอียดของผลงานดังกล่าว (10 คะแนน) 0 คะแนน 3 คะแนน 6 คะแนน 10 คะแนน ไม่มีผลงาน จำนวน 1 โครงการ จำนวน 2 โครงการ จำนวน 3 โครงการขึ้นไป 2. คุณวุฒิและประสบการณ์บุคลากรของผู้ยื่นข้อเสนอ (20 คะแนน) 2.1 ผู้จัดการโครงการ (4 คะแนน) 1 คะแนน 2.5 คะแนน 2.2 ผู้เชี่ยวชาญระบบฐานข้อมูลและระบบสารสนเทศ (4 คะแนน) 1 คะแนน 2.5 คะแนน 4 คะแนน 2.3 นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analyst) (4 คะแนน) 1 คะแนน 2.5 คะแนน 4 คะแนน 2.4 นักพัฒนาซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Developer/Programmer) คนที่ 1 (2 คะแนน) 0.5 คะแนน 1.25 คะแนน 2.5 นักพัฒนาซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Developer/Programmer) คนที่ 2 (2 คะแนน) 0.5 คะแนน 1.25 คะแนน 2 คะแนน 2.6 นักออกแบบส่วนผู้ใช้งาน UI (User Interface) (2 คะแนน) 0.5 คะแนน 1.25 คะแนน 2 คะแนน 2.7 ผู้ประสานงานโครงการ (2 คะแนน) 0.5 คะแนน ประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) รายละเอียดการนำเสนอ ทางเทคนิค แนวทางการติดตั้งและพัฒนาระบบ /จำนวนคะแนน 1.25 คะแนน 2 คะแนน 3 การนำเสนอแนวทางบำรุงรักษาและพัฒนาระบบ (40 คะแนน) 3.1 เกณฑ์การนำเสนอแผนการดำเนินโครงการ โดยพิจารณาการนำเสนอที่ชัดเจนและครบถ้วน (10 คะแนน) 0 คะแนน 2.5 คะแนน 5 คะแนน 7.5 คะแนน 10 คะแนน 3.2 เกณฑ์การนำเสนอความรู้ความเข้าใจในระบบที่บำรุงรักษาและพัฒนา (30 คะแนน) 3.2.1 เกณฑ์รายละเอียดเนื้อหาและเอกสารที่นำเสนอ (20 คะแนน) 0 คะแนน 5 ประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) รายละเอียดการนำเสนอ ทางเทคนิค แนวทางการติดตั้งและพัฒนาระบบ /จำนวนคะแนน 5 คะแนน 10 คะแนน 15 คะแนน 20 คะแนน รายละเอียดการให้คะแนน มีข้อมูลการวิเคราะห์ระบบที่จะบำรุงรักษาและ การเชื่อมโยงระบบ API ในเบื้องต้น - มีกระบวนการทำงาน Workflow ของระบบที่จะ บำรุงรักษาและพัฒนา ตามขอบเขตงานข้อ 4.1 และ 4.2 (โดยมีการนำเสนอข้อมูลอย่างใดอย่างหนึ่ง) - มีข้อมูลการวิเคราะห์ระบบที่จะบำรุงรักษา และการเชื่อมโยงระบบ API ในเบื้องต้น - มีกระบวนการทำงาน Workflow ของระบบ ที่จะบำรุงรักษาและพัฒนา ตามขอบเขตงานข้อ 4.1 และ 4.2 - มีข้อมูลการวิเคราะห์ระบบที่จะบำรุงรักษา และการเชื่อมโยงระบบ API ในเบื้องต้น - มีกระบวนการทำงาน Workflow ของระบบ ที่จะบำรุงรักษาและพัฒนา ตามขอบเขตงานข้อ 4.1 และ 4.2 - มีรายละเอียดการดำเนินงานทางเทคนิคแต่ละขั้นตอน - มีข้อมูลการวิเคราะห์ระบบที่จะบำรุงรักษา และการเชื่อมโยงระบบ API ในเบื้องต้น - มีกระบวนการทำงาน Workflow ของระบบ ที่จะบำรุงรักษาและพัฒนา ตามขอบเขตงานข้อ 4.1 และ 4.2 - มีรายละเอียดการดำเนินงานทางเทคนิคแต่ละขั้นตอน - มีการวิเคราะห์ปัญหาและแนวทางการการแก้ไขปัญหา และการดำเนินงานที่มีเหตุผลเหมาะสม 3.2.2 เกณฑ์คุณภาพของการนำเสนอและการตอบคำถาม (10 คะแนน) ขอบเขตของงาน (Terms of Reference) จ้างบำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชน ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ 6 ประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) รายละเอียดการนำเสนอ ทางเทคนิค แนวทางการติดตั้งและพัฒนาระบบ /จำนวนคะแนน 0 คะแนน 5 คะแนน 10 คะแนน รายละเอียดการให้คะแนน การนำเสนอและการตอบคำถาม ไม่มีความชัดเจน ไม่ตรงประเด็น การนำเสนอและ/หรือการตอบคำถาม มีความชัดเจน ตรงประเด็น การนำเสนอและ/หรือการตอบคำถาม มีความชัดเจน ตรงประเด็น สร้างความเชื่อมั่นในความสำเร็จ ของโครงการ 4. มาตรฐานทางด้านการพัฒนาระบบและด้านความปลอดภัย (คะแนนเต็ม 10 คะแนน) 0 คะแนน 5 คะแนน 10 คะแนน ไม่มีผลงานนำเสนอ ได้มาตรฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ - มาตรฐาน ISO/IEC 29110 หรือ CMMI มาตรฐานความปลอดภัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อาทิ CompTIA Security เป็นต้น - ได้มาตรฐาน ISO/IEC 29110 หรือ CMMI และ - มาตรฐานความปลอดภัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ - อาทิ CompTIA Security เป็นต้น 5. ข้อเสนออื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ (คะแนนเต็ม 10 คะแนน) 0 คะแนน 5 คะแนน 10 คะแนน ไม่มีผลงานนำเสนอ มีข้อเสนออื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการบำรุงรักษาระบบ ในโครงการนี้ 1 ข้อเสนอ มีข้อเสนออื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการบำรุงรักษาระบบ ในโครงการนี้อย่างน้อย 2 ข้อเสนอ ขอบเขตของงาน (Terms of Reference) จ้างบำรุงรักษาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชน ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ