จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างสำรวจความต้องการ ความคาดหวัง ความผูกพัน ความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ รฟม. ประจำปีงบประมาณ 2568

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย 68019610189
฿5,000,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 11 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มีความประสงค์จะจัดจ้างผู้ให้บริการในการสำรวจความต้องการ, ความคาดหวัง, ความผูกพัน, ความพึงพอใจ, และความไม่พึงพอใจของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ รฟม. ประจำปีงบประมาณ 2568 เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการวางแผนและบริหารจัดการความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างมีประสิทธิภาพ, พัฒนาปรับปรุงยุทธศาสตร์ด้านต่างๆ, และพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของ รฟม. ให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น

ขอบเขตงานครอบคลุมถึงการศึกษาและวิเคราะห์การดำเนินงานของ รฟม., การจัดทำแผนงานและวิธีการดำเนินงาน, การทบทวนและจัดทำแบบสอบถามเพื่อสำรวจความต้องการ, ความคาดหวัง และความผูกพันของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย, การสำรวจความพึงพอใจและความไม่พึงพอใจของลูกค้า, การจัดทำสรุปผลการสำรวจ, การให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ, รวมถึงการจัดสัมมนาเพื่อนำเสนอผลการศึกษา

English summary

The Mass Rapid Transit Authority of Thailand (MRTA) is seeking a contractor to conduct a survey of the needs, expectations, engagement, satisfaction, and dissatisfaction of its stakeholder groups for the fiscal year 2025. The objective is to use the data to improve strategies and enhance the services and products offered by MRTA. The contractor will be required to conduct both online and offline surveys, covering users of the electric train, buildings and parking lots, and real estate tenants.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อสำรวจความต้องการ ความคาดหวัง และความผูกพันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อ รฟม.
  • เพื่อสำรวจและประเมินผล ความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ และความภักดีที่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์และบริการของ รฟม.
  • เพื่อให้ได้ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ และความภักดี และสารสนเทศที่สามารถนำไปใช้ในการตอบสนองลูกค้าได้เหนือกว่าที่ลูกค้าคาดหวัง

ขอบเขตของงาน

  • ศึกษาและวิเคราะห์การดำเนินงานของ รฟม.
  • จัดทำแผนงานและวิธีการดำเนินงานตลอดโครงการ
  • ทบทวน จัดทำแบบสอบถาม และดำเนินการสำรวจความต้องการ/ความคาดหวัง/ความผูกพัน ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
  • วิเคราะห์/กำหนดวัตถุประสงค์ ขอบเขต ระดับ (Levels) ที่คาดหวัง และวิธีการ/รูปแบบ (Methods) ของการสร้างความสัมพันธ์/บริหารจัดการกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
  • วิเคราะห์ประเด็น/ความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีต่อองค์กร
  • สำรวจความต้องการ/ความคาดหวัง/ความผูกพันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่ละกลุ่มของแต่ละส่วนงานของ รฟม.
  • ดำเนินการสำรวจระดับความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ ความผูกพัน ของลูกค้า รฟม.
  • จัดทำสรุปผลสำรวจความผูกพัน ความพึงพอใจ และความไม่พึงพอใจของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ รฟม. ย้อนหลัง 3-5 ปี
  • ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ ความผูกพัน และความต้องการของกลุ่มลูกค้าของ รฟม.
  • ศึกษาและวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์และบริการของ รฟม.
  • ออกแบบและจัดทำแบบสอบถามสำหรับกลุ่มลูกค้า
  • ออกแบบคำถามปลายเปิด เพื่อรวบรวมข้อมูลวิเคราะห์และสรุปปัญหา
  • กำหนดรูปแบบการสำรวจ โดยใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mix Collection Data)
  • ดำเนินการสำรวจฯ จากกลุ่มลูกค้าตามขนาดตัวอย่างที่กำหนด
  • ประเมินประสิทธิผลของแนวทางการประเมินความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ และความผูกพัน
  • ให้คำปรึกษาแก่ รฟม. และเสนอแนะการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของ รฟม.
  • จัดให้มีการสัมมนาเพื่อสื่อสารและถ่ายทอดผลการศึกษา

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนงานและวิธีการดำเนินงาน
  • แบบสอบถาม
  • รายงานผลการสำรวจความต้องการ/ความคาดหวัง/ความผูกพัน
  • รายงานผลการสำรวจความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ ความภักดี
  • สรุปผลการสำรวจความผูกพัน ความพึงพอใจ และความไม่พึงพอใจของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
  • ข้อมูล Infographic/Dashboard
  • รายงานและข้อเสนอแนะการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ
  • การจัดสัมมนาเพื่อนำเสนอผลการศึกษา

ระยะเวลาดำเนินการ

  • การสำรวจครั้งที่ 1: ส่งผลสำรวจฯ ภายในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2568 หรือ 60 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
  • การสำรวจครั้งที่ 2: กลุ่มผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า ส่งผลสำรวจฯ ภายในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2568 หรือ 180 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: เป็นนิติบุคคล, มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
  • Standards Compliance: -
  • Experience: มีประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจความพึงพอใจ
  • Previous Project Cost:
    • กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    • กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท
    • สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง
    • ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์)
  • Technical Capabilities: -
  • Personnel: -

เกณฑ์การพิจารณา

  • ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (30%)
  • คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ (70%) โดยพิจารณาจาก
    • ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ (35 คะแนน)
    • วิธีการ ขั้นตอนดำเนินงาน และแผนการดำเนินงานอย่างละเอียด (15 คะแนน)
    • แนวทางการศึกษา/ข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น ที่ผู้รับจ้างเสนอเพิ่มเติม (25 คะแนน)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การสำรวจความพึงพอใจและความต้องการของกลุ่มลูกค้า (ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า, อาคารและลานจอดรถ, และผู้เช่าอสังหาริมทรัพย์)
  • การวิจัยแบบผสมผสาน (Mix Collection Data)
  • การสำรวจเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และเชิงคุณภาพ (Qualitative Research)
  • จำนวนตัวอย่าง: ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า (1,600 ตัวอย่าง), อาคารและลานจอดรถ, และผู้เช่าอสังหาริมทรัพย์ (ตามความเหมาะสม)
  • แบบสอบถามครอบคลุม: ความพึงพอใจ, การเปรียบเทียบกับคู่แข่ง, ความภักดี, การชำระค่าโดยสาร, ความสะดวกและความปลอดภัย, คุณภาพและสิ่งอำนวยความสะดวก, กิจกรรมทางการตลาด, ระบบเชื่อมต่อการเดินทาง, การให้บริการ, และระบบการรับฟังความคิดเห็นของลูกค้า

เงื่อนไขสัญญา

  • การชำระเงิน: -
  • ค่าปรับ: -

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านการสำรวจความพึงพอใจอย่างไร?
    • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานการสำรวจความพึงพอใจ หรือความต้องการและความคาดหวังของลูกค้า หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กร และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • การสำรวจความพึงพอใจจะครอบคลุมกลุ่มลูกค้าใดบ้าง?
    • การสำรวจจะครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า, ผู้ใช้บริการอาคารและลานจอดรถ, และผู้เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • การสำรวจความพึงพอใจจะใช้วิธีการใดบ้าง?
    • จะใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน (Mix Collection Data) ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ และใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือหลัก
  • การสำรวจจะต้องดำเนินการกี่ครั้ง?
    • การสำรวจผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าจำนวน 2 ครั้ง และการสำรวจผู้ใช้บริการอาคารและลานจอดรถ และผู้เช่าอสังหาริมทรัพย์ของ รฟม. จำนวน 1 ครั้ง
  • ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำรายงานผลการสำรวจในรูปแบบใด?
    • รายงานผลการสำรวจจะต้องจัดทำทั้งในรูปแบบรายงานสรุปและข้อมูลภาพ (Infographic/Dashboard)
  • การสัมมนาเพื่อนำเสนอผลการศึกษาจะต้องจัดขึ้นเมื่อใด?
    • ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีการสัมมนาอย่างน้อย 2 ครั้ง: หลังจากการสำรวจครั้งที่ 1/2568 และหลังจากการสำรวจครั้งที่ 2/2568
  • ผู้รับจ้างจะต้องให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะในด้านใดบ้าง?
    • ผู้รับจ้างจะต้องให้คำปรึกษาและเสนอแนะการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของ รฟม. ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านต่างๆ ตามแบบสอบถาม และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและกลยุทธ์ทางการตลาด

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน จ้างสำรวจความต้องการ ความคาดหวัง ความผูกพัน ความพึงพอใจ และความไม่พึงพอใจ ของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ รฟม. ประจำปีงบประมาณ 2568 1. หลักการและเหตุผล การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้มีการจัดทำแผนวิสาหกิจ ประจำปีงบประมาณ 2566 – 2570 และกำหนดวิสัยทัศน์ของการดำเนินงาน คือ “ร่วมยกระดับเมืองด้วยโครงข่ายรถไฟฟ้าขนส่ง มวลชนและนวัตกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” โดยมีการประเมินกระบวนการปฏิบัติงานและการจัดการ (Enablers) ของรัฐวิสาหกิจ ด้าน 4 การมุ่งเน้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและลูกค้า (Stakeholder & Customer Management : SCM) ทั้งนี้ รฟม. ได้ดำเนินการศึกษาและเรียนรู้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งในปัจจุบันและอนาคต นำไปสู่การตอบสนอง ต่อความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและลูกค้าทุกกลุ่ม เพื่อสร้างโอกาสใหม่ทางการตลาด รฟม. มีการกำหนดเกณฑ์วัดการดำเนินงานในหัวข้อความพึงพอใจของผู้ใช้บริการและชุมชนตามแนว สายทางรถไฟฟ้า รฟม. เฉลี่ยต่อปีไว้อย่างชัดเจนและจำเป็นต้องดำเนินงานให้สำเร็จเป็นไปตามเป้าหมายและเกณฑ์ ที่กำหนดไว้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัย วิเคราะห์ประเมินผลจากการสำรวจ ความต้องการ ความคาดหวัง ความผูกพันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อนำมาบริหารความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย และสำรวจความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจของกลุ่มผู้ใช้บริการรถไฟฟ้ามหานคร ผู้ใช้บริการอาคารและ ลานจอดรถ และผู้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ของ รฟม. เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการของ รฟม. ต่อไป ดังนั้น งานสำรวจความต้องการ ความคาดหวัง ความผูกพัน ความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจของ กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ รฟม. ประจำปีงบประมาณ 2568 จึงต้องให้หน่วยงานภายนอกเป็นผู้ดำเนินการสำรวจ โดยอาจร่วมกับสถาบันทางวิชาการของรัฐ/เอกชน และมีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันทางวิชาการ ของรัฐ/เอกชน รวมทั้งองค์กรด้านรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนหรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้งานวิจัยสอดคล้องกับ ความต้องการนำไปใช้งานและเป็นประโยชน์สูงสุด 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อสำรวจความต้องการ ความคาดหวัง และความผูกพันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อ รฟม. เพื่อให้ได้ ปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการ ความคาดหวังและความผูกพันที่สามารถนำไปใช้วางแผนและบริหารจัดการ ความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำมาพัฒนาและปรับปรุงการจัดทำ ยุทธศาสตร์ด้านการมุ่งเน้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและกระบวนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องของ รฟม. 2.2 เพื่อสำรวจและประเมินผล ความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ และความภักดีที่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ และบริการของ รฟม. รวมถึงสำรวจความต้องการ ความคาดหวังของผู้ใช้บริการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) รถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) รถไฟฟ้ามหานคร สายนัคราพิพัฒน์ (สายสีเหลือง) และรถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู ผู้ใช้บริการอาคารและลานจอดรถ และผู้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ของ รฟม. 2.3 เพื่อให้ได้ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ และความภักดี และสารสนเทศ ที่สามารถนำไปใช้ในการตอบสนองลูกค้าได้เหนือกว่าที่ลูกค้าคาดหวัง และเพิ่มความภักดีให้กับลูกค้า โดยนำมาใช้พัฒนาและปรับปรุงการจัดทำยุทธศาสตร์ด้านลูกค้าและตลาดการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการ และกระบวนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง 3. คุณสมบัติของผู้รับจ้าง 3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ 3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจาก เป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำหนด ตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง 3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย 3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา 3.7 เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว 3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับที่ปรึกษารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ รฟม. ณ วันเสนอราคา หรือ ไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมในการเสนอราคาครั้งนี้ 3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของ ที่ปรึกษาได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น 3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 3.11 ไม่เป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด 3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่า สุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มี การตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุน จดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท (3) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคล ธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชี ธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้งและหากเป็น ผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง ในวันลงนามในสัญญา (4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคาร แห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวม ของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรองหรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน) (5) กรณีตาม (1) - (4) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้ (5.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ (5.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการพื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (1) กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักข้อตกลง ระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญา ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย (2) กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ (3) กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน หรือหนังสือเชิญชวน (4) กรณีที่... (4) กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น ข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า 4. หลักเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในครั้งนี้ รฟม. จะพิจารณาตัดสินผู้ชนะ โดยใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Price Performance) โดยพิจารณาให้คะแนนตามปัจจัยหลักและ น้ำหนักที่กำหนด (กำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมด เท่ากับร้อยละ 100) ดังนี้ 1) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับ ร้อยละ 30 2) คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ กำหนดน้ำหนักเท่ากับ ร้อยละ 70 5. ขอบเขตการดำเนินงาน ขอบเขตของการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ต้องครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ 5.1 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการศึกษาและวิเคราะห์การดำเนินงานของ รฟม. เพื่อให้สอดคล้องกับแผน วิสาหกิจและแผนปฏิบัติการ รฟม. ประจำปีงบประมาณ 2567 - 2570 สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ด้านการ มุ่งเน้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประจำปีงบประมาณ 2566 -2570 (ฉบับปรับปรุงปีงบประมาณ 2568) สอดคล้องกับ แผนยุทธศาสตร์ลูกค้าและตลาด ปีงบประมาณ 2566 -2570 (ฉบับปรับปรุงปีงบประมาณ 2568) และดำเนินงาน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การประเมินกระบวนการปฏิบัติงานและการจัดการ (Core Business Enablers) ของ รัฐวิสาหกิจ ด้านที่ 4 การมุ่งเน้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและลูกค้า (Stakeholder and Customer Management : SCM) เพื่อกำหนดแนวทางในการคัดเลือกผู้ตอบแบบสอบถาม โดยให้มีการวิเคราะห์ผลการสำรวจที่เป็นไปตาม หลักวิธีการทางสถิติที่เหมาะสม และสามารถบรรลุเป้าประสงค์ตามตัวชี้วัดขององค์กรได้อย่าง มีประสิทธิภาพ 5.2 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแผนงานและวิธีการดำเนินงานตลอดโครงการ ซึ่งประกอบไปด้วย ที่มาและ ความสำคัญ วัตถุประสงค์ แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง กรอบแนวคิดการวิจัย วิธีการศึกษา แผนการดำเนินงาน และระยะเวลาการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรม และผลที่คาดว่าจะได้รับ 5.3 ผู้รับจ้างจะต้องทบทวน จัดทำแบบสอบถาม และดำเนินการสำรวจความต้องการ/ความคาดหวัง/ ความผูกพัน ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่ละกลุ่ม (9 กลุ่ม) ในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ โดยผู้รับจ้างจะต้อง วิเคราะห์รูปแบบในการสำรวจให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่ละกลุ่ม และนำเสนอวิธีการให้ รฟม. เห็นชอบก่อนการสำรวจ หรือนำข้อมูลการสัมภาษณ์ที่ รฟม. มีอยู่มาวิเคราะห์และจัดทำรายงานสรุปผล การวิเคราะห์ ความต้องการ/ความคาดหวัง/ความผูกพัน ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเพื่อให้ รฟม. ใช้เป็นข้อมูล สรุปผลมาทบทวนและปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์ด้านการมุ่งเน้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ รฟม. 5.4 ผู้รับจ้างจะต้องวิเคราะห์/กำหนดวัตถุประสงค์ ขอบเขต ระดับ (Levels) ที่คาดหวัง และวิธีการ/ รูปแบบ (Methods) ของการสร้างความสัมพันธ์/บริหารจัดการกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อตอบสนองระดับที่ คาดหวังครอบคลุมทุกกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยให้เหมาะสมกับกรอบอัตรากำลังและขีดความสามารถของแต่ละ ส่วนงานของ รฟม. (ตามเกณฑ์ CBEs ด้าน 4 SCM ข้อย่อย SM3.1.2) 5.5 ผู้รับจ้างจะต้องวิเคราะห์ประเด็น/ความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีต่อองค์กร รวมทั้ง นำประเด็น/ความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีต่อองค์กรมาจัดอันดับความสำคัญของประเด็นอย่างเป็นระบบ 5.6 ผู้รับจ้างจะต้องสำรวจความต้องการ/ความคาดหวัง/ความผูกพันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่ละกลุ่มของ แต่ละส่วนงานของ รฟม. (ศึกษาและวิเคราะห์จากแผนยุทธศาสตร์ด้านการมุ่งเน้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประจำปี งบประมาณ 2566 - 2570 (ฉบับปรับปรุงปีงบประมาณ 2568) พร้อมทั้งจัดทำรายงานผลสำรวจความต้องการ/ ความคาดหวัง/ความผูกพัน ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่ละกลุ่มปีงบประมาณ 2568 5.7 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการสำรวจระดับความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ ความผูกพัน ของลูกค้า รฟม. (ตามเกณฑ์ CBEs ด้าน 4 SCM ข้อย่อย CM3.2 รวมถึงให้ได้ผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดแผนยุทธศาสตร์ ด้านลูกค้าและตลาด และแผนงานที่เกี่ยวข้อง (CM1.1, CM5.2) 5.8 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำสรุปผลสำรวจความผูกพัน ความพึงพอใจ และความไม่พึงพอใจของกลุ่มผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียของ รฟม. ย้อนหลัง 3-5 ปี เป็นภาพรวมตามตัวชี้วัดของ รฟม. ในรูปแบบข้อมูลภาพ หรือ Infographic หรือ Dashboard หรือตามที่ รฟม. เห็นชอบ 5.9 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการสำรวจความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ ความผูกพัน และความต้องการของ กลุ่มลูกค้าของ รฟม. จำนวน 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มผู้ใช้บริการรถไฟฟ้ามหานคร 2) กลุ่มผู้ใช้บริการอาคารและ ลานจอดรถ และ 3) กลุ่มผู้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ของ รฟม. 5.10 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการศึกษาและวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์และบริการของ รฟม. เพื่อกำหนดแนวทาง ในการคัดเลือกผู้ตอบแบบสอบถาม โดยให้มีการวิเคราะห์ผลการสำรวจที่เป็นไปตามหลักวิธีการทางสถิติที่เหมาะสม 5.11 ผู้รับจ้างจะต้องออกแบบและจัดทำแบบสอบถามสำหรับกลุ่มลูกค้า โดยให้ครอบคลุมด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 5.11.1 ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการต่อการให้บริการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) รถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) รถไฟฟ้ามหานคร สายนัคราพิพัฒน์ (สายสีเหลือง) และ รถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู 5.11.2 เปรียบเทียบกับคู่แข่ง/คู่เทียบ ได้แก่ BTS, SRT, ARL (Asia Era One),รถไฟฟ้าสายสีแดง (SRTET) รถตู้โดยสารสาธารณะ รถโดยสารสาธารณะ และรวมถึงบริการขนส่งมวลชนสาธารณะอื่น ๆ 5.11.3 ความภักดีต่อการใช้บริการ (การแนะนำ การบอกต่อ การใช้บริการซ้ำ/ใช้เพิ่ม) 5.11.4 ... -6- 5.11.4 ความพึงพอใจต่อการชำระค่าโดยสาร 5.11.5 ความพึงพอใจต่อความสะดวกและความปลอดภัย 5.11.6 ความพึงพอใจต่อคุณภาพและสิ่งอำนวยความสะดวก 5.11.7 ความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมทางการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ 5.11.8 ความพึงพอใจต่อระบบเชื่อมต่อการเดินทาง 5.11.9 ความพึงพอใจต่อการให้บริการอาคารและลานจอดรถ 5.11.10 ความพึงพอใจต่อการให้บริการเช่าพื้นที่พัฒนาเชิงพาณิชย์ 5.11.11 ความพึงพอใจต่อระบบการรับฟังความต้องการของลูกค้า 5.11.12 ความพึงพอใจต่อระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนลูกค้า 5.12 ผู้รับจ้างจะต้องออกแบบคำถามปลายเปิด เพื่อรวบรวมข้อมูลวิเคราะห์และสรุปปัญหาประเด็นที่ ไม่พึงพอใจ ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ความต้องการและความคาดหวังของลูกค้า รวมถึงคำถามเพื่อสะท้อน ความภักดีของลูกค้าที่มีต่อ รฟม. (VOC) 5.13 ผู้รับจ้างจะต้องกำหนดรูปแบบการสำรวจ โดยใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mix Collection Data) ตามความเหมาะสมของแต่ละกลุ่มลูกค้า และใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในลักษณะ 2 รูปแบบ โดยวิธีการแบบ Online ดังนี้ 5.13.1 การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยวิธีวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) 5.13.2 การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยวิธีการสอบถามปัญหาประเด็นที่ไม่พึงพอใจ ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ความต้องการ และความคาดหวังของลูกค้า ทั้งนี้ การสำรวจภาคสนาม (Field Survey) ให้ระบุวิธีการที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่ม รวมถึงวิธีควบคุมคุณภาพในแต่ละวิธีการ 1) สำรวจด้วยวิธีการ สัมภาษณ์แบบเข้าพบ (Personal Interview) จำนวนตัวอย่างไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนตัวอย่างการสำรวจ ภาคสนามทั้งหมด ในแต่ละส่วนตลาดและกลุ่มลูกค้า 2) สำรวจทางโทรศัพท์ (Telephone Survey) หรือผ่านระบบ ประชุมทางไกล (VDO Conference) หรือวิธีการสัมภาษณ์แบบ Focus Group 5.14 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการสำรวจฯ จากกลุ่มลูกค้าตามขนาดตัวอย่าง ดังต่อไปนี้ 5.14.1 กลุ่มผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า จำนวนหน่วยตัวอย่างไม่น้อยกว่า 1,600 ตัวอย่าง (แบ่งเป็นกลุ่มละ 400 ตัวอย่าง ตามโครงการรถไฟฟ้าแต่ละสาย) ในแต่ละรอบการสำรวจฯ โดยเป็นไปตามหลักสถิติที่สามารถเป็น ตัวแทนของประชากร 5.14.2 กลุ่มผู้ใช้บริการอาคารและลานจอดรถ, กลุ่มผู้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ของ รฟม. โดยมีจำนวน หน่วยตัวอย่างตามความเหมาะสม และเป็นไปตามหลักสถิติที่สามารถเป็นตัวแทนของประชากร 5.14.3 นำเสนอต่อ รฟม. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแบบสอบถามและวิธีการดำเนินงานสำรวจฯ 5.14.4 ดำเนินการ... -7- 5.14.4 ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจและความต้องการของกลุ่มผู้ใช้บริการรถไฟฟ้ามหานคร จำนวน 2 ครั้ง และกลุ่มผู้ใช้บริการอาคารและลานจอดรถ และกลุ่มผู้เช่าอสังหาริมทรัพย์ของ รฟม. จำนวน 1 ครั้ง โดยมีกลุ่มเป้าหมาย/ประชากรที่ศึกษา ดังนี้ 1) การสำรวจครั้งที่ 1 (รอบครึ่งปี) : กลุ่มลูกค้า (กลุ่มผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า, ผู้ใช้บริการอาคาร และลานจอดรถ และกลุ่มผู้เช่าอสังหาริมทรัพย์ของ รฟม.) ส่งผลสำรวจฯ ภายในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2568 หรือ 60 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยประเมินระดับความพึงพอใจและจัดทำรายงานผลการสำรวจฯ ประจำปีงบประมาณ 2568 เชิงปริมาณในรูปแบบ Likert Scale 6 ระดับ พร้อมทั้งสรุปประเด็นปัญหา ความไม่พึงพอใจ ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ความต้องการและความคาดหวัง ความภักดีของลูกค้าจากข้อคำถาม ปลายเปิด และเปรียบเทียบผลการศึกษาในปัจจุบันและผลการศึกษาย้อนหลังอย่างน้อย 3 ปี 2) การสำรวจครั้งที่ 2 (รอบครึ่งปี): กลุ่มผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า ส่งผลสำรวจฯ ภายในเดือน สิงหาคม พ.ศ. 2568 หรือ 180 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยประเมินระดับความพึงพอใจและจัดทำ รายงานผลการสำรวจฯ ประจำปีงบประมาณ 2568 เชิงปริมาณในรูปแบบ Likert Scale 6 ระดับ พร้อมทั้งสรุป ประเด็นปัญหา ความไม่พึงพอใจ ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ความต้องการและความคาดหวัง ความภักดีของลูกค้า จากข้อคำถามปลายเปิด และเปรียบเทียบผลการศึกษาในปัจจุบันและผลการศึกษาย้อนหลังอย่างน้อย 3 ปี 5.15 ผู้รับจ้างจะต้องประเมินประสิทธิผลของแนวทางการประเมินความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ และ ความผูกพัน โดยพิจารณาจากประเด็นต่าง ๆ เช่น ความเหมาะสมของระเบียบวิธีวิจัย ความครอบคลุมของประเด็น ในการสำรวจ ความเหมาะสมของการสุ่มตัวอย่าง ความเที่ยงตรง/น่าเชื่อถือของผลสำรวจ และร้อยละการตอบ กลับของกลุ่มตัวอย่าง เป็นต้น (ตามเกณฑ์ CBEs ด้าน 4 SCM ข้อย่อย CM3.2) 5.16 ผู้รับจ้างจะต้องให้คำปรึกษาแก่ รฟม. และเสนอแนะการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของ รฟม. ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านต่าง ๆ ตามแบบสอบถาม รวมทั้งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและกลยุทธ์ทางการตลาด ที่ได้จากการสำรวจความพึงพอใจและความต้องการของลูกค้า 5.17 ก่อนการจัดทำเล่มรายงานฉบับสมบูรณ์ ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีการสัมมนาเพื่อสื่อสารและถ่ายทอดผล การศึกษาประจำปีให้ผู้บริหาร พนักงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องทราบอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยใช้เวลาครั้งละไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง ในรูปแบบออฟไลน์ หรือตามที่ตกลงร่วมกับ รฟม. โดยให้จัดหลังจากการสำรวจความพึงพอใจ ครั้งที่ 1/2568 เสร็จเรียบร้อยแล้ว จำนวน 1 ครั้ง และหลังจากการสำรวจ ครั้งที่ 2/2568 เสร็จเรียบร้อยแล้ว จำนวน 1 ครั้ง หรือให้เป็นไปตามที่ รฟม. เห็นสมควร 5.18 ก่อนจัดสัมมนา ผู้รับจ้างต้องนำเสนอข้อมูลและส่งรายชื่อผู้บรรยายให้ รฟม. พิจารณาก่อน และ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบจัดหาสถานที่สัมมนาที่เหมาะสม โดยจะต้องนำเสนอสถานที่ให้ รฟม. พิจารณาให้ ความเห็นชอบก่อน โดยผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดสัมมนา การจัดทำเอกสารที่ใช้ ประกอบการสัมมนา การบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว (VDO) การจัดเตรียมอาหาร อาหารว่างและอื่น ๆ 11 - 12. หน่วยงานผู้รับผิดชอบดำเนินการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) 13. ผู้ประสานงานของ รฟม. 1. นายมารุต คงรำพึง ผู้อำนวยการกองการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ โทรศัพท์ 0 2716 4000 ต่อ 2342 อีเมล [email protected] 2. นายภูเบศ อัคคเดชพิพัธ หัวหน้าแผนกอาวุโส แผนกลูกค้าสัมพันธ์ กองการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ โทรศัพท์ 0 2716 4000 ต่อ 2359 อีเมล [email protected] 3. นางสาวกัญญณัฐ วีรกุลวัฒนา พนักงานบริหารธุรกิจ 7 แผนกลูกค้าสัมพันธ์ กองการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ โทรศัพท์ 0 2716 4000 ต่อ 2328 อีเมล [email protected] 4. นายปริญญา เหย่าเอื้อง พนักงานบริหารธุรกิจ 4 แผนกลูกค้าสัมพันธ์ กองการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ โทรศัพท์ 0 2716 4000 ต่อ 2358 อีเมล [email protected] dyo หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ งานจ้างสำรวจความต้องการ ความคาดหวัง ความผูกพัน ความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ ของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ รฟม. ประจำปีงบประมาณ 2568 ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในครั้งนี้ รฟม. จะพิจารณาตัดสินผู้ชนะ โดยใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Price Performance) โดยพิจารณาให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนัก ที่กำหนด (กำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ 100) ดังนี้ 1) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 30 (100 คะแนน) 2) คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ (Performance) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 70 (100 คะแนน) โดยจะพิจารณา ดังนี้ 1. ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) เป็นไปตามการคำนวณของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ e-GP ของกรมบัญชีกลาง 2. เกณฑ์ด้านคุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ (Performance) แบ่งออกเป็น 4 ข้อหลัก โดยมีคะแนนเต็มในการพิจารณาทั้งหมด 100 คะแนน ดังนี้ 1) ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ 2) วิธีการ ขั้นตอนดำเนินงาน และแผนการดำเนินงานอย่างละเอียด 3) แนวทางการศึกษา/ข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็นที่ผู้รับจ้างเสนอเพิ่มเติม ที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษานอกเหนือจากที่ระบุไว้ในข้อกำหนดและ ขอบเขตงาน (TOR)
ผลงานและประสบการณ คะแนน
นำเสนอผลงานในการสำรวจความพึงพอใจฯ จำนวน 10 เรื่องขึ้นไป 35
นำเสนอผลงานในการสำรวจความพึงพอใจฯ จำนวน 7-9 เรื่อง 25
นำเสนอผลงานในการสำรวจความพึงพอใจฯ จำนวน 4-6 เรื่อง 15
นำเสนอผลงานในการสำรวจความพึงพอใจฯ จำนวน 1-3 เรื่อง 10
ไม่มีการนำเสนอผลงานในการสำรวจความพึงพอใจฯ 0
ผลงานและประสบการณ 35 คะแนน 15 คะแนน 25 คะแนน 25 คะแนน รวม 100 คะแนน โดยการพิจารณาเกณฑ์ด้านคุณภาพในแต่ละหัวข้อ มีรายละเอียดดังนี้ 1) ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ (35 คะแนน) รฟม. จะพิจารณาจากแบบฟอร์มตามภาคผนวก 1 ผลงานและประสบการณ์ของผู้รับจ้างจาก งานที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานที่ได้มี การกำหนดไว้ในข้อกำหนดและขอบเขตงาน (TOR) ซึ่งพิจารณาจากผลงานและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ การสำรวจความพึงพอใจ รวมทั้ง ผู้รับจ้างต้องยื่นหนังสือรับรองเพื่อแสดงให้เห็นว่ามีผลงานการศึกษา "ความพึงพอใจ” หรือ "ความต้องการและความคาดหวัง” หรือ “ความผูกพัน” ของผู้ใช้บริการหรือของประชาชน หรือของผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียขององค์กร และเป็นคู่สัญญาที่โดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการ ส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้เป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจ ภายในระยะเวลา 3 ปี นับจากวันที่งานเสร็จจนถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ
โดยมีคำอธิบายหลักเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ 2) วิธีการ ขั้นตอนดำเนินงาน และแผนการดำเนินงานอย่างละเอียด ซึ่งพิจารณาจากความครบถ้วนตาม วัตถุประสงค์และขอบเขตงาน (15 คะแนน) รฟม. จะพิจารณาจากแผนการดำเนินงานของผู้ยื่นข้อเสนอที่ระบุไว้ในข้อกำหนดและขอบเขตงาน (TOR) โดยรายละเอียดของแผนการดำเนินงานมีความถูกต้อง เหมาะสม และสอดคล้องกับขอบเขตงาน (TOR) และระยะเวลา ของกิจกรรม วิธีการจัดการบริหารการดำเนินงานและข้อมูลอื่น ๆ โดยมีคำอธิบายหลักเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
รายละเอียด คะแนน
แผนการดำเนินงานมีความละเอียดและชัดเจน การดำเนินงานสอดคล้องตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนด และขอบเขตงาน (TOR) โดยระบุระยะเวลาของกิจกรรม และแผนงานที่เสนอสอดคล้องกับแนวทางและ วิธีปฏิบัติ กิจกรรมต่าง ๆ สามารถดำเนินการได้จริง 15
มีแผนการดำเนินงานหรือคัดลอกแผนการดำเนินงานตามข้อกำหนดและขอบเขตงาน (TOR) 5
ไม่มีการนำเสนอแผนงาน และไม่มีการเพิ่มเติมรายละเอียดวิธีการ ขั้นตอนดำเนินงาน และแผนการ ดำเนินงานใด ๆ 0
3) แนวทางการศึกษา/ข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น เพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษานอกเหนือจากที่ ระบุไว้ในข้อกำหนดและขอบเขตงาน (TOR) (25 คะแนน) รฟม. จะพิจารณาจากการนำเสนอแนวทางการศึกษาเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษานอกเหนือ จากที่ระบุไว้ในข้อกำหนดและขอบเขตงาน (TOR) เช่น มีการเพิ่มจำนวนกลุ่มตัวอย่าง มีการเปรียบเทียบผลการศึกษา ในปัจจุบันและผลการศึกษาย้อนหลังมากกว่า 3 ปี มีการจัดประชุมชี้แจงผลการสัมมนาเพิ่มเติมหลังจากการจัดสัมมนา ถ่ายทอดผลการศึกษาแล้วเสร็จ เป็นต้น โดยเปรียบเทียบกับผู้ยื่นข้อเสนอด้วยกัน ซึ่งมีคำอธิบายหลักเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
รายละเอียด คะแนน
มีการนำเสนอแนวทางการศึกษา/ข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น เพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์อันดับ 1 ต่อการศึกษานอกเหนือจากที่ระบุไว้ในข้อกำหนดและขอบเขตงาน (TOR) 25
มีการนำเสนอแนวทางการศึกษา/ข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น เพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์อันดับ 2 ต่อการศึกษานอกเหนือจากที่ระบุไว้ในข้อกำหนดและขอบเขตงาน (TOR) 15