จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างซ่อมสร้างผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ถนนสายบ้านต้นส้มหม้าว ซอย ๑ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลหนองช้างแล่น อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง

องค์การบริหารส่วนตำบลหนองช้างแล่น 68019583806
฿8,721,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 20 ก.พ. 2568 ตรัง
รายละเอียดการจ้าง

โครงการซ่อมสร้างผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตถนนสายต้นส้มหม้าว ซอย ๑ หมู่ที่ ๗ ตําบลหนองช้างแล่น อําเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของชุมชนให้ได้มาตรฐานและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน การดำเนินงานประกอบด้วยการซ่อมสร้างผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตให้มีความกว้าง 5.00 เมตร ระยะทาง 2,372.00 เมตร และความหนา 0.05 เมตร คิดเป็นพื้นที่ทั้งหมดไม่น้อยกว่า 14,232 ตารางเมตร ตามรายละเอียดที่กำหนดในแบบมาตรฐานงานทางสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นอกเหนือจากการปรับปรุงผิวจราจรแล้ว โครงการยังรวมถึงการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์โครงการจำนวน 2 ป้าย, ป้ายถาวร 1 ป้าย และป้ายชั่วคราว 1 ป้าย เพื่อให้ข้อมูลและประชาสัมพันธ์โครงการแก่ประชาชนในพื้นที่ การดำเนินโครงการนี้จะช่วยให้การสัญจรและการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรมีความสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

English summary

The project aims to repair and construct an asphalt concrete surface on Ton Som Mao Road, Soi 1, Moo 7, Nong Chang Laen Subdistrict, Huai Yot District, Trang Province. The scope of work includes an asphalt surface with a width of 5.00 meters, a length of 2,372.00 meters, and a thickness of 0.05 meters, covering an area of at least 14,232 square meters, according to the standard specifications for local administrative organizations (LAOs). The project also involves the installation of two project information signs, one permanent sign, and one temporary sign.

สถานที่ดำเนินการ

ตําบลหนองช้างแล่น อําเภอห้วยยอด

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อก่อสร้างถนนให้ได้มาตรฐาน
  • เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในการสัญจรไปมา และขนถ่ายผลผลิตทางการเกษตร
  • เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
  • เพื่อส่งเสริมศักยภาพและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของชุมชน

ขอบเขตของงาน

  • ซ่อมสร้างผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ถนนสายต้นส้มหม้าว ซอย ๑ หมู่ที่ ๗ ตําบลหนองช้างแล่น อําเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง
  • ผิวจราจรกว้าง 5.00 เมตร ระยะทาง ๒,๓๗๒.๐๐ เมตร หนา ๐.๐๕ เมตร หรือมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า ๑๔,๒๓๒ ตารางเมตร (รายละเอียดตามแบบมาตรฐานงานทาง สําหรับ อปท.)
  • ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ ๒ ป้าย (ป้ายถาวร ๑ ป้าย และป้ายชั่วคราว ๑ ป้าย)
  • จัดทําแผนการทํางานตามแบบที่หน่วยงานกําหนด โดยจัดส่งมาให้หน่วยงานภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ถนนที่ได้รับการซ่อมสร้างผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตตามมาตรฐานที่กำหนด
  • ป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ (2 ป้าย), ป้ายถาวร (1 ป้าย), และป้ายชั่วคราว (1 ป้าย)
  • แผนการทำงานที่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงาน

ระยะเวลาดำเนินการ

ผู้รับจ้างต้องก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน ไม่เกิน ๑๒๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • ผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนงานก่อสร้างสาขางานก่อสร้างทาง ชั้น 5 ไว้กับกรมบัญชีกลาง
  • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันกับผลงานที่ประกวดราคาจ้างก่อสร้างในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๔,๓๖๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สี่ล้านสามแสนหกหมื่นบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับ หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ องค์การบริหารส่วนตําบลหนองช้างแล่น เชื่อถือ
  • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหรือต้องมีเอกสารยินยอมในผลิตภัณฑ์จากโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ของผู้อื่น
  • ต้องมีสําเนาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (แบบ ร.ง. ๔) จากกรมโรงงานอุตสาหกรรมของผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ให้ความยินยอมใช้ผลิตภัณฑ์
  • กรณีไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (แบบ ร.ง ๔) จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ให้ใช้หนังสือรับรองการตั้งหน่วยงานผลิตแอสฟัลต์คอนกรีตสําหรับหน่วยงานก่อสร้างจากหน่วยงานในสังกัดกรมโรงงานอุตสาหกรรมแทนของผู้ยื่นข้อเสนอ หรือผู้ให้ความยินยอมใช้ผลิตภัณฑ์
  • ต้องมีแผนที่แสดงที่ตั้งโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตและเส้นทางขนส่งจากโรงงานผสมถึงกึ่งกลางของโครงการก่อสร้าง โดยมีระยะทางขนส่งไม่เกิน ๘๐ กิโลเมตร อ้างอิงตาม มทถ. ๒๓๐-๒๕๖๒ มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete)
  • กรณีใช้โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตแบนเคลื่อนที่ (Mobile Asphalt Concrete Plant) ดําเนินการตามข้อ ๑๔.๑ และข้อ ๑๔.๒
  • หนังสือเรื่องแจ้งยืนยันการให้ความยินยอมให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต

เกณฑ์การพิจารณา

ให้เกณฑ์ราคารวมต่ําสุด (Price)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ผิวจราจรกว้าง 5.00 เมตร ระยะทาง 2,372.00 เมตร หนา 0.05 เมตร หรือมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 14,232 ตารางเมตร ตามแบบมาตรฐานงานทาง สําหรับ อปท.
  • อ้างอิงตาม มทถ. 230 - 2562 มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete)

เงื่อนไขสัญญา

  • กําหนดจ่ายค่าจ้างเป็น ๑ งวด (งวดสุดท้าย) จํานวนเงินตามที่ระบุไว้ในสัญญาจ้าง
  • หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญาและผู้ว่าจ้างยังมิได้บอกเลิกสัญญาผู้รับจ้างต้องชําระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้าง จะกําหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราตายตัวร้อยละ ๐.๒๕ ของราคางานจ้าง
  • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในความชํารุดบกพร่องของงานภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน ๗ วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งเหตุ
  • ใช้สูตรปรับราคาค่า K ดังนี้ งานผิวทาง Asphaltic Concrete, Penetration Macadam ใช้สูตร K = o.๓๐ + ๐.๑๐ Mt/Mo + ๐.๔๐ At/Ao +๐.๑๐ Et/Eo + ๐.๑๐ Ft/Fo

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • โครงการนี้มีพื้นที่ที่ต้องดำเนินการทั้งหมดเท่าไหร่? พื้นที่ที่ต้องดำเนินการไม่น้อยกว่า 14,232 ตารางเมตร
    • ต้องมีคุณสมบัติโรงงานผสมแอสฟัลท์อย่างไร? ต้องมีโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต หรือมีเอกสารยินยอมให้ใช้ผลิตภัณฑ์จากโรงงานผสมที่ไม่ใช่ของตนเอง
    • เอกสารที่ต้องยื่นเพิ่มเติมมีอะไรบ้าง? ต้องมีสำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) หรือหนังสือรับรองการตั้งหน่วยงานผลิตแอสฟัลต์คอนกรีต
    • มีข้อกำหนดเรื่องระยะทางขนส่งจากโรงงานผสมหรือไม่? ระยะทางขนส่งจากโรงงานผสมถึงกึ่งกลางโครงการก่อสร้างต้องไม่เกิน 80 กิโลเมตร
    • ต้องทำอย่างไรหากไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน? สามารถใช้หนังสือรับรองการตั้งหน่วยงานผลิตแอสฟัลต์คอนกรีตจากหน่วยงานในสังกัดกรมโรงงานอุตสาหกรรมแทนได้
    • ค่าปรับกรณีทำงานไม่เสร็จตามกำหนดคิดอย่างไร? ค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.25 ของราคางานจ้าง
    • ระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่องของงานคือเท่าใด? ระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่องของงานไม่น้อยกว่า 2 ปี
    • จะทราบได้อย่างไรว่าต้องแก้ไขส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตอย่างไร? หากส่วนผสมไม่ได้คุณภาพตามที่กำหนด ผู้รับจ้างต้องทำการปรับปรุงแก้ไขโดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
    • การปูผิวทางแอสฟัลท์คอนกรีต ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง? ต้องคำนึงถึงความเร็วของเครื่องปูและปริมาณส่วนผสมแอสฟัลท์คอนกรีตที่ออกจากเตารีดต้องสม่ำเสมอ
    • ต้องทำอย่างไรหากพื้นทางเดิมมีแอสฟัลต์เยิ้ม? ต้องแก้ไขให้เรียบร้อยก่อน โดยการปาดแอสฟัลต์ที่เยิ้มออก หรือโดยวิธีการอื่นใดที่เหมาะสมที่ผู้ควบคุมงานกำหนด

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ โครงการซ่อมสร้างผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตถนนสายต้นส้มหม้าว ซอย ๑ หมู่ที่
ตําบลหนองช้างแล่น อําเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง
๑.ความเป็นมา

อ้างถึง รายงานการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตําบลหนองช้างแล่น สมัยสามัญ สมัยที่ ๔ ครั้งที่ ๑ ประจําปี พ.ศ. ๒๕๑๗ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ เวลา ๑๓.๓๐ น. ณ ห้องประชุม สภาองค์การบริหารส่วนตําบลหนองช้างแล่น ได้อนุมัติจ่ายเงินสะสมโครงการ จํานวนทั้งสิ้น ๗ โครงการ และได้ อนุมัติจ่ายขาดเงินสะสมโครงการซ่อมสร้างผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตถนนสายต้นส้มหม้าว ซอย ๑ หมู่ที่ ตําบลหนองช้างแล่น อําเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง งบประมาณ ๘,๗๒๑,000.00 บาท (แปดล้านเจ็ดแสนสองหมื่น หนึ่งพันบาทถ้วน)
ตามแผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐) เปลี่ยนแปลง ครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๗ หน้า ๓ ข้อ ๑
ปริมาณงาน ผิวจราจรกว้าง 5.00 เมตร ระยะทาง ๒,๓๗๒.๐๐ เมตร หนา ๐.๐๕ เมตร หรือมี พื้นที่ไม่น้อยกว่า ๑๔,๒๓๒ ตารางเมตร (รายละเอียดตามแบบมาตรฐานงานทาง สําหรับ อปท.) พร้อมติดตั้งป้าย ประชาสัมพันธ์โครงการ ๒ ป้าย ป้ายถาวร ๑ ป้าย ป้ายชั่วคราว ๑ ป้าย
๑๐
หลักการและเหตุผล เพื่อก่อสร้างถนนให้ได้มาตรฐาน ก่อให้เกิดความสะดวกและความปลอดภัยใน ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในการสัญจรไปมาและขนถ่ายผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงเพื่อยกระดับคุณภาพ
ชีวิตของประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
๒.วัตถุประสงค์
การดําเนินการโครงการซ่อมสร้างผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ถนนสายต้นส้มหน้าว ซอย ๑
หมู่ที่ ๑๐ ตําบลหนองช้างแล่น อําเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง มีวัตถุประสงค์ดังนี้
๒.๑ เพื่อก่อสร้างถนนให้ได้มาตรฐาน
๒.๒ เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในการสัญจรไปมา และขนถ่ายผลผลิตทางการเกษตร
๒.๓ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้ ๒.๔ เพื่อส่งเสริมศักยภาพและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของชุมชน
๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
เพื่อให้การดําเนินการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ จึงกําหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอดังต่อไปนี้
๑. มีความสามารถตามกฎหมาย
๒. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.
ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๔. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ไม่ผ่าเกณฑ์การประเมินการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๕. ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ
ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
/๖. มีคุณสมบัติ…
-10-
๖. มีคุณสมบัติไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๗. เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๔. ไม่เป็นผู้มีประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่องค์การบริหาร ส่วนตําบลหนองช้างแล่น ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ราคาอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
หรือผู้กระทําอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน
๔. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ เสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๑๐. เป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนงานก่อสร้างสาขางานก่อสร้างทาง ชั้น 5 ไว้กับกรมบัญชีกลาง ๑๑. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันกับผลงานที่ประกวดราคาจ้างก่อสร้างในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๔,๓๖๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สี่ล้านสามแสนหกหมื่นบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับ หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ องค์การบริหารส่วนตําบลหนองช้างแล่น เชื่อถือ
๑๒. กิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯจะต้องมีการ กําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลัก มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น
ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
ผู้เข้าร่วมค้าหลักจะต้อง
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก เป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลาง ในส่วนของผู้ร่วมค้าที่ไม่ใช่ผู้เข้าร่วมค้าหลักจะเป็น ผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนในสาขางานก่อสร้างไว้กับกรมบัญชีกลางหรือไม่ก็ได้

สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑๓. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย
อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
๑๔. กรณีโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
๑๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหรือต้องมีเอกสารยินยอมในผลิตภัณฑ์ จากโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ของผู้อื่นข้อเสนอ (รายละเอียดตามแบบฟอร์มที่กําหนด ตามข้อ ๑๔.๖)
๑๔.๒ ต้องมีสําเนาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (แบบ ร.ง. ๔) จากกรมโรงงาน อุตสาหกรรมของผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ให้ความยินยอมใช้ผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (แบบ รง. ๔) จากกรมโรงงานอุตสาหกรรมต้องไม่หมดอายุ ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอน
๑๔.๓ กรณีไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (แบบ ร.ง ๔) จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ให้ใช้หนังสือรับรองการตั้งหน่วยงานผลิตแอสฟัลต์คอนกรีตสําหรับหน่วยงานก่อสร้างจากหน่วยงานในสังกัดกรม โรงงานอุตสาหกรรมแทนของผู้ยื่นข้อเสนอ หรือผู้ให้ความยินยอมใช้ผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ หนังสือรับรองดังกล่าวต้องไม่ หมดอายุถูกยกเลิกหรือเพิกถอน
๑๔.๔ ต้องมีแผนที่แสดงที่ตั้งโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตและเส้นทางขนส่งจากโรงงาน ผสมถึงกึ่งกลางของโครงการก่อสร้าง โดยมีระยะทางขนส่งไม่เกิน ๘๐ กิโลเมตร อ้างอิงตาม มทถ. ๒๓๐-๒๕๖๒ มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete)
/๑๔.๕ กรณีใช้โรงงาน…
-6-
๑๔.๕ กรณีใช้โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตแบนเคลื่อนที่ (Mobile Asphalt Concrete
Plant) ดําเนินการตามข้อ ๑๔.๑ และข้อ ๑๔.๒
๑๔.๖ หนังสือเรื่องแจ้งยืนยันการให้ความยินยอมให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของโรงงานผสมแอสฟัลต์ คอนกรีต (ตามรายละเอียดหนังสือเรื่องแจ้งยืนยันการให้ความยินยอมให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของโรงงานผสมแอสฟัลต์ คอนกรีตที่แนบ)
๔. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ
จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๔.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด ให้ยื่นสําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน
นิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอํานาจควบคุม (ถ้ามี) พร้อมทั้งรับรองสําเนาถูกต้อง
(ข) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด ให้ยื่นสําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอํานาจควบคุม (ถ้ามี) และบัญชีผู้ถือหุ้น รายใหญ่ (ถ้ามี) พร้อมทั้งรับรองสําเนาถูกต้อง
(๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ยื่นสําเนาบัตร ประจําตัวประชาชนของผู้นั้น สําเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน ของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสําเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย พร้อมทั้งรับรองสําเนาถูกต้อง
(๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสําเนาสัญญาของ การเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี
(๔) สําเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมสําเนาถูกต้อง
(๕) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๗ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดําเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบในข้อ ๑.๗ (๑) ให้ โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมอบอํานาจให้บุคคลอื่นกระทําการแทนให้แนบหนังสือ มอบอํานาจซึ่งติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผู้มอบอํานาจและผู้รับมอบอํานาจ ทั้งนี้
หากผู้รับมอบอํานาจเป็นบุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้วเท่านั้น
(๒) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๓) สําเนาหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างพร้อมทั้งรับรองสําเนาถูกต้อง

/(๔) สําเนาหลักฐาน…
-&-

(๔) สําเนาหลักฐานการขึ้นทะเบียนงานก่อสร้างสาขางานก่อสร้างทาง ชั้น 5 ไว้กับ
กรมบัญชีกลาง พร้อมทั้งรับรองสําเนาถูกต้อง (กรณีคณะกรรมการราคากลางได้ประกาศกําหนดให้งานก่อสร้าง สาขานั้นต้องขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการไว้กับกรมบัญชีกลาง)
(๕) เอกสารเพิ่มเติมอื่นๆ
๕.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหรือต้องมีเอกสารยินยอมใน ผลิตภัณฑ์จากโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ของผู้อื่นข้อเสนอ (รายละเอียดตามแบบฟอร์มที่กําหนด ตามข้อ ๑๔.๖) ๕.๒ ต้องมีสําเนาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (แบบ ร.ง. ๔) จากกรมโรงงาน
อุตสาหกรรมของผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ให้ความยินยอมใช้ผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (แบบ รง. ๔) จากกรมโรงงานอุตสาหกรรมต้องไม่หมดอายุ ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอน
๕.๓ กรณีไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (แบบ ร.ง ๔) จากกรมโรงงาน อุตสาหกรรมให้ใช้หนังสือรับรองการตั้งหน่วยงานผลิตแอสฟัลต์คอนกรีตสําหรับหน่วยงานก่อสร้างจากหน่วยงานใน
สังกัดกรมโรงงานอุตสาหกรรมแทนของผู้ยื่นข้อเสนอ หรือผู้ให้ความยินยอมใช้ผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ หนังสือรับรอง ดังกล่าวต้องไม่หมดอายุถูกยกเลิกหรือเพิกถอน
๕.๔ ต้องมีแผนที่แสดงที่ตั้งโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตและเส้นทางขนส่งจากโรงงาน ผสมถึงกึ่งกลางของโครงการก่อสร้าง โดยมีระยะทางขนส่งไม่เกิน ๘๐ กิโลเมตร อ้างอิงตาม มทถ. ๒๓๐-๒๕๖๒ มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete)
๕.๕ กรณีใช้โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตแบนเคลื่อนที่ (Mobile Asphalt Concrete
Plant)ดําเนินการตามข้อ ๑๔.๑ และข้อ ๑๔.๒
๕.๖ หนังสือเรื่องแจ้งยืนยันการให้ความยินยอมให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของโรงงานผสมแอสฟัลต์
คอนกรีต (ตามรายละเอียดหนังสือเรื่องแจ้งยืนยันการให้ความยินยอมให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของโรงงานผสมแอสฟัลต์ คอนกรีตที่แนบ)
(๖) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ตามแบบในข้อ ๑.๗ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดําเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้อง แล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบในข้อ ๑.๗ (๒) ให้โดยผู้ยื่น ข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๕. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
๔.๑ โครงการซ่อมสร้างผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตถนนสายต้นส้มหน้าว ซอย ๑ หมู่ที่
ตําบลหนองช้างแล่น อําเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง
๑๐
ปริมาณงาน ผิวจราจรกว้าง 5.00 เมตร ระยะทาง ๒,๓๗๒.๐๐ เมตร หนา ๐.๐๕ เมตร หรือมี พื้นที่ไม่น้อยกว่า ๑๔,๒๓๒ ตารางเมตร (รายละเอียดตามแบบมาตรฐานงานทาง สําหรับ อปท.) พร้อมติดตั้งป้าย ประชาสัมพันธ์โครงการ ๒ ป้าย ป้ายถาวร ๑ ป้าย ป้ายชั่วคราว ๑ ป้าย
๔.๒ ต้องจัดทําแผนการทํางานตามแบบที่หน่วยงานกําหนด โดยจัดส่งมาให้หน่วยงานภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
เงื่อนไขการ…
-&-
เงื่อนไขการบอกเลิกสัญญา
๑. เวลาล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน ๑ ใน ๒ ของระยะเวลาตามแผนแล้ว คู่สัญญามีผลงานสะสมไม่ถึง ร้อยละ ๒๕ ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง และความล่าช้าเป็นความผิดของคู่สัญญา
๒. เวลาล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน ๑ ใน ๒ ของระยะเวลาตามแผนแล้ว ปรากฏกรณี ดังนี้ ๒.๑ คู่สัญญามีผลงานประจําเดือนที่ตั้งไว้ไม่ถึงร้อยละ ๕๐ ของแผนงานประจําเดือนและ ๒.๒ ผลงานไม่ถึงร้อยละ ๕๐ ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างโดยความล่าช้าเป็นความผิดของคู่สัญญาทั้งหมด ๓. เวลาล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน ๓ ใน ๔ ของระยะเวลาตามแผนแล้ว คู่สัญญามีผลงานไม่ถึงร้อยละ ๖๕ ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็นความผิดของคู่สัญญา
5. กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
ผู้รับจ้างต้องก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน ไม่เกิน ๑๒๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง โดยใช้สูตรปรับราคาค่า K ดังนี้
งานผิวทาง Asphaltic Concrete, Penetration Macadam
ใช้สูตร K = o.๓๐ + ๐.๑๐ Mt/Mo + ๐.๔๐ At/Ao +๐.๑๐ Et/Eo + ๐.๑๐ Ft/Fo
๗. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
ให้เกณฑ์ราคารวมต่ําสุด (Price)
๔. วงเงินงบประมาณ
ตามโครงการจ่ายเงินสะสม ประจําปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๘ งบประมาณ ๘,๗๒๑,๐๐๐.๐๐ บาท (แปดล้านเจ็ดแสนสองหมื่นหนึ่งพันบาทถ้วน)
๙. งวดงานและการจ่ายเงิน
๑๐. อัตราค่าปรับ
กําหนดจ่ายค่าจ้างเป็น ๑ งวด (งวดสุดท้าย) จํานวนเงินตามที่ระบุไว้ในสัญญาจ้าง
หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญาและผู้ว่าจ้างยังมิได้บอก
เลิกสัญญาผู้รับจ้างต้องชําระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้าง จะกําหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราตายตัวร้อยละ ๐.๒๕ ของ
ราคางานจ้าง
๑๑. การกําหนดระยะเวลารับประกันความบกพร่อง
ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในความชํารุดบกพร่องของงานภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี โดยต้องรีบ
จัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน ๗ วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งเหตุ
๑๒.ผู้รับผิดชอบโครงการ
กองช่าง องค์การบริหารส่วนตําบลหนองช้างแล่น อําเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง
/๑๓. ข้อเสนอแนะ…
๑๓.
-b-
๓. ข้อเสนอแนะวิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็นโดยเปิดเผยตัวได้ที่
ผู้สนใจสามารถวิจารณ์เสนอข้อคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับร่างขอบเขตงานนี้ เป็นลายลักษณ์อักษร โดยไปรษณีย์ด่วนรับพิเศษ (EMS) ส่งมาที่ กองช่าง องค์การบริหารส่วนตําบลหนองช้างแล่น อําเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ที่ตั้ง ๕๖/๑ หมู่ที่ ๓ ตําบลหนองช้างแล่น อําเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ๙๒๑๓๐
หรือโทรศัพท์ ๐-๗๕๕๗-๗๒๓๔ ต่อ ๑๗ โทรสาร ๐-๗๕๕๗-๗๒๓๔ ต่อ ๑๘ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
[email protected]
ว่าที่ ร.ต.
…….ประธานกรรมการ
(อาภรณ์ อัมพันธ์)
ผู้อํานวยการกองช่าง
ลงชื่อ.
..กรรมการ
ลงชื่อ..
(นางสาวภาวิณี อัมพันธ์)
นักพัฒนาชุมชน
มณ์ศ
(นางสาววรรณิศา การจุล)
ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
กรรมการและเลขานุการ
กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
มทถ. 230 - 2562
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
(Asphalt Concrete)

  1. ขอบข่าย
    แอสฟัลต์คอนกรีต หมายถึง วัสดุที่ได้จากการผสมร้อนระหว่างมวลรวม (Aggregate) กับแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Asphalt Cement) ที่โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete Mixing Plant) โดยการควบคุม มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในงานก่อสร้าง งานบูรณะและบํารุงทาง โดยการปูหรือเกลี่ยแต่ง ๆ ที่ได้เตรียมไว้ และผ่านการตรวจสอบแล้ว ให้ถูกต้อง ตามแนว ระดับ ความลาด ขนาด ตลอดจนรูปตัดตามที่ได้แสดงไว้ในแบบ
  2. วัสดุ
    SU
    ามหก
    แ บบนชน

    เบท
    2.1 แอสฟัลต์ ในกรณีที่ไม่ได้ระบุชนิดของแอสฟัลต์ไว้เป็นอย่างอื่น ให้ใช้แอสฟัลต์ซีเมนต์ AC 60-70 ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 851 : แอสฟัลต์ซีเมนต์สําหรับงานทาง การใช้แอสฟัลต์อื่น ๆ หรือแอสฟัลต์ที่ปรับปรุงคุณสมบัติด้วยสารใด ๆ นอกเหนือจากนี้ต้องมีคุณภาพเท่าหรือดีกว่า ทั้งนี้ต้อง ผ่านการทดสอบคุณภาพและพิจารณาความเหมาะสม รวมทั้งต้องได้รับอนุญาตให้ใช้ได้จากองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นกรณีไป สําหรับปริมาณการใช้แอสฟัลต์ซีเมนต์โดยประมาณ ให้เป็นไปตาม ตารางที่ 1
    2.2 วัสดุมวลรวม ให้เป็นไปตาม มหถ. 209 : มาตรฐานวัสดุมวลรวมสําหรับงานแอสฟัลต์คอนกรีต
    (Aggregates for Asphalt Concrete)
    or PA
  3. การออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
    ว่าที่ ร.ต.
    DIXOXO
    ROAD
    3.1 ก่อนเริ่มงานไม่น้อยกว่า 30 วัน ผู้รับจ้างต้องเสนอเอกสารการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ต่อผู้ควบคุมงาน แล้วให้ผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุที่จะใช้จากแหล่งที่ระบุในเอกสารการออกแบบ
    ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตส่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานที่เชื่อถือได้ รวมทั้งส่งเอกสาร การออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตมาพร้อมกัน เพื่อทําการตรวจสอบด้วย หรือผู้รับจ้างอาจร้องขอ ให้หน่วยงานที่เชื่อถือได้ เป็นผู้ออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตให้ก็ได้ สําหรับค่าใช้จ่ายในการนี้ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
    3.2 คุณภาพทั่วไปของวัสดุที่จะใช้ทําแอสฟัลต์คอนกรีต ให้เป็นไปตามข้อ 2 ส่วนขนาดคละและปริมาณ
    แอสฟัลต์ซีเมนต์ ให้เป็นไปตามตารางที่ 1
    3.2 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต ให้เป็นไปตามตารางที่ 2
    2.1
    องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะเป็นผู้ตรวจสอบเอกสารการออกแบบ หรือทําการออกแบบส่วนผสม
    (อารณ์/อัมพันธ์) ม้าน่วยการกองช่าง หมวดงานต่าง 2-64
    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์) นักพัฒนาชุมชน
    วรณ์โด
    (นางสาววรรณิศา การจุด) ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
    กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
    แอสฟัลต์คอนกรีต พร้อมทั้งพิจารณากําหนดสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน (Job Mix Formula) ซึ่งมีขอบเขตต่าง ๆ ตามตารางที่ 2 เพื่อใช้ควบคุมงานนั้น ๆ กรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเห็นควรให้กําหนดขอบเขต ของสูตรส่วนผสมเฉพาะงานแตกต่างไปจากตารางที่ 2 ก็สามารถดําเนินการได้ตามความเหมาะสม 3.5 ในการผสมแอสฟัลต์คอนกรีตในสนาม ถ้ามวลรวมขนาดหนึ่งขนาดใด หรือปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ หรือคุณสมบัติอื่นใด คลาดเคลื่อนเกินกว่าขอบเขตที่กําหนดไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน จะถือว่า ส่วนผสมของแอสฟัลต์คอนกรีตที่ผสมไว้ในแต่ละครั้งนั้นมีคุณภาพไม่ถูกต้องตามที่กําหนด ผู้รับจ้าง
    จะต้องทําการปรับปรุงแก้ไข สําหรับค่าใช้จ่ายในการนี้ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
    3.6 ผู้รับจ้างอาจขอเปลี่ยนสูตรส่วนผสมเฉพาะงานใหม่ได้ ถ้าวัสดุที่ใช้ผสมแอสฟัลต์คอนกรีต มีการ เปลี่ยนแปลงไปด้วยสาเหตุใด ๆ ก็ตาม การเปลี่ยนสูตรส่วนผสมเฉพาะงานทุกครั้ง ต้องได้รับความ
    เห็นชอบจากอง ของถิ่นก่อน
    3.7 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาจตรวจสอบ แก้ไข เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือกําหนดสูตรส่วนผสม
    เฉพาะงานใหม่ได้ตามความเหมาะสมตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
    U%
    3.8 การทดสอบและตรวจสอบการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตทุกครั้งหรือทุกสัญญาจ้าง
    ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น
    ขนาดที่ใช้เรียก
    ตารางที่ 1 ขนาดคละของมวลรวมและปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้
    มิลลิเมตร
    9.5
    12.5
    19.0
    25.0
    (นิ้ว)
    (3/8)
    (1/2)
    (3/4)
    (1)
    สําหรับชั้นทาง
    Wearing
    Wearing
    Binder
    Base
    Course
    Course
    Course
    Course
    ความหนา
    ขนาดตะแกรง
    มิลลิเมตร มิลลิเมตร (นิ้ว)
    25-35
    40-70
    40-80
    70-100
    ปริมาณผ่านตะแกรง ร้อยละโดยมวล
    37.5
    (1 1/2)
    100
    25.0
    (1)
    100
    90-100
    19.0
    (3/4)
    100
    90-100
    12.5
    (1/2)
    100
    80-100
    56-80
    9.5
    (3/8)
    90-100
    56-80
    4.75
    (เบอร์ 4)
    55-85
    44-74
    35-65
    29-59
    2.36
    (เบอร์ 8)
    32-67
    28-58
    23-49
    19-45
    1.18
    (เบอร์ 16)
    0.600
    (เบอร์ 30)
    0.300
    เบอร์ 50)
    7-23
    5-21
    5-19
    5-17
    0.150
    (เบอร์ 100)
    0.075
    (เบอร์ 200)
    2-10
    2-10
    2-8
    1-7
    ปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ร้อยละ
    4.0-8.0
    3.0-7.0
    3.0-6.5
    3.0-6.0
    ผู้อํานวยการกองช่าง
    หมวกนางมาสรวม
    ว่าที่ ร.ต.
    (อารณ์" อัมพันธ์)
    หนัง
    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์)
    นักพัฒนาชุมชน
    (นางสาววรรณิศา การจุด) หมวดงานทาง 2-657
    กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
    หมายเหตุ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงขนาดคละของมวลรวม และปริมาณ แอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้ แตกต่างจากตารางที่ 1 ก็ได้ ทั้งนี้ แอสฟัลต์คอนกรีตที่ได้ต้องมีคุณสมบัติและ ความแข็งแรงถูกต้อง ตามตารางที่ 2
    ตารางที่ 2 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต

    ชนทาง
    รายการ
    Wearing Wearing Binder
    Base
    Shoulder
    Course Course
    Course
    Course
    9.5
    12.5
    19.0
    25.0
    25.0
    Aggregate Size
    mmn.
    mm.
    mm.
    mm.
    mm.
    Blows
    75
    75
    75
    75
    75
    Stability Min.
    8,006
    8,006
    8,006
    7,117
    7,117
    N
    lb.
    1,800
    1,800
    1,800
    1,600
    1,600
    Flow 0.25 mm. (0.01 in)
    8-16
    8-16
    8-16
    8-16
    8-16
    Percent Air Voids
    3-5
    3-5
    3-6
    3-6
    3-5
    Percent Voids in Mineral
    15
    14
    13
    12
    12
    Aggregate (VMA) Min.
    Stability/Flow Min.
    712
    712
    712
    645
    645
    N/0.25 mm.
    Ib./0.01 in.
    160
    160
    160
    145
    145
    Percent Strength Index Min.
    75
    75
    75
    หมายเหตุ (1) การทดสอบเพื่อออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
    ว่าที่ ร.ต.
    75
  • การตาม มาถ.(ท) 607 :
    มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธีมาร์แชลล์ (Marshall)
    (2) การออกแบบไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ตามข้อกําหนดในตารางที่ 2 ให้ใช้มวลรวมขนาด 12.5 มิลลิเมตร ยกเว้นกรณีที่แบบกําหนดให้ชั้น Binder Course เป็นไหล่ทางด้วย ให้ใช้ข้อกําหนด ในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีตของชั้น Binder Course เป็นข้อกําหนดในการออกแบบ
    แอสฟัลต์คอนกรีตของไหล่ทาง
    (3) การทดสอบหาค่า Percent Strength Index ใช้วิธี Ontario Vacuum Immersion Marshall Test หรือวิธีอื่นที่เทียบเท่า การทดสอบรายการนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะพิจารณาทําการ
    ทดสอบใหม่ได้ตามความเหมาะสมตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
    (อาการสัมพันธ์ ผู้อําานวยการกองช่าง
    หมวดงานทาง 2-63

    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์) นักพัฒนาชุมชน
    วิรากโศ
    :
    (นางสาววรรณิศา การจุด) ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
    กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
    เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้สําหรับสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน
    ผ่านตะแกรงขนาด
    2.36 มม. (เบอร์ 8) และขนาดใหญ่กว่า
    1.18 มม. (เบอร์ 16) 0.600 มม. (เบอร์ 30) และ 0.300 มม. (เบอร์ 50)
    0.150 มม. (เบอร์ 100)
    0.075 มม. (เบอร์ 200)
    ปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์
  1. ในการก่อสร้าง
    ร้อยละ
    5
    +4
    ± 3
    2
    ± 0.3
    โดยจะต้องผ่านการ
    เครื่องมือทุกชนิดที่จะนํามาใช้งาน นางผู้รับจ้างจะต้อง
    ตรวจสอบและตะปรบ
    บํารุงรักษาเครื่องจักรและเครื่องมือทุกชนิด ให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ
    4.1 โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete Mixing Plant)
    ว่าที่ ร.ต.
    ผู้รับจ้างควรมีโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ซึ่งตั้งอยู่ในสายทางที่ก่อสร้าง หากจําเป็นอาจตั้งอยู่ นอกสายทางภายในระยะขนส่งเฉลี่ย 80 กิโลเมตร หรือใช้ระยะเวลาขนส่งไม่เกิน 2 ชั่วโมง หรือตามที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเห็นชอบ ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถควบคุมอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีตได้ตามที่กําหนด โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตนี้ควรมีกําลังการผลิต (Rated Capacity) ไม่น้อยกว่า 60 ตันต่อชั่วโมง โดยจะเป็นแบบชุด (Batch Type) หรือแบบผสมต่อเนื่อง (Continuous Type) ก็ได้ และสามารถผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อป้อนเครื่องปู (Paver) ให้สามารถปูได้อย่าง ต่อเนื่อง และเป็นส่วนผสมที่มีคุณภาพสม่ําเสมอตรงตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน โดยมีอุณหภูมิ
    1.ข้อกําหนดด้วย 2.54
    จนตองมหอ
    โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจากห้องนั้นได้
    จากห้องนั้นได้ก
    OAL
    และจะต้องอนุญาตให้ผู้ควบคุมงานใช้เป็นเครื่องมือตรวจสอบคุณภาพแอสฟัลต์คอนกรีตระหว่างการ
    ก่อสร้างได้
    โรงงานผสมนี้จะต้องมีสภาพใช้งานได้ดี และอย่างน้อยต้องมีเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 4.1.1 อุปกรณ์สําหรับการเตรียมแอสฟัลต์ (Equipment for Preparation of Asphalt) โรงงานผสม ต้องมีถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Storage Tank) ซึ่งมีอุปกรณ์ให้ความร้อนประเภทท่อเวียนไอน้ําร้อน หรือน้ํามันร้อน (Steam or Oil Coil) หรือประเภทใช้ไฟฟ้า (Electricity) หรือประเภทอื่นใด ที่ไม่มีเปลวไฟสัมผัสกับถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์โดยตรง อุปกรณ์ทุกประเภทต้องสามารถทํางานได้
    อย่างมีประสิทธิภาพ มีเครื่องควบคุมอุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ให้ได้ตรงตามข้อกําหนด และ วีระบบทําให้แอสฟัลต์ซีเมนต์ไหลเวียน (Circulating System) ที่เหมาะสม ที่ทําให้แอสฟัลต์ซีเมนต์
    (อาภรณ์/อัมพันธ์) ผู้อําานวยการกองช่าง
    भलि
    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์) นักพัฒนาชุมชน
    วรรณา (นางสาววรรณิศา การจุด หมวดงานทาง 2-67
    กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
    ว่าที่ ร.ต.
    ไหลเวียนได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลาขณะทํางาน พร้อมกันนี้ต้องมีอุปกรณ์ให้หรือรักษาความร้อน ที่ระบบท่อไหลเวียน โดยอาจเป็นประเภทใช้ไอน้ํา (Steam Jacket) หรือน้ํามันร้อน (Hot Oil Jacket) หรือประเภทฉนวนรักษาความร้อน (Insulation) เพื่อรักษาอุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ในท่อส่ง แอสฟัลต์ มาตรวัดแอสฟัลต์ ท่อพ่นแอสฟัลต์ ถังบรรจุแอสฟัลต์ และอื่น ๆ ให้มีอุณหภูมิตามที่ กําหนด ปลายท่อไหลเวียนแอสฟัลต์ต้องอยู่ที่ใต้ระดับแอสฟัลต์ในถังเก็บแอสฟัลต์ขณะปั้ม แอสฟัสต์ทํางาน
    4.1.2 ยังหินเย็น (Cold Bin) และเครื่องป้อนหินเย็น (Aggregate Feeder) โรงงานผสมต้องมีกุ้งหินเย็น ไม่น้อยกว่า 4 กุ้ง สําหรับแยกใส่วัสดุหินหรือวัสดุอื่น ๆ แต่ละขนาดช่องเปิดปากยังจะต้องเป็น แบบปรับได้ กุ้งหินเย็นต้องประกอบด้วยเครื่องป้อนหินเย็นแบบที่เหมาะสมสามารถป้อนหินเย็น
    I (Dryer) ได้ถูกต้องตามอัตราส่วนแบบสายพานยาง
    ในเย็นสําหรับกุ้งมวลละเอียด เช่น หินฝุ่น หรือทราย จะต้องเป็นแบบสายพานยาง
    หรือสายพานอื่นใดที่ให้ผลเทียบเท่า
    4.1.3 หม้อเผา (Dryer) โรงงานผสมต้องมีหม้อเผาอยู่ในสภาพดี มีประสิทธิภาพในการทํางานดีพอที่จะ ทําให้มวลรวมแห้งและมีอุณหภูมิตามที่กําหนด โดยต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิที่เหมาะสม เช่น เครื่องวัดอุณหภูมิแบบแปรความร้อนเป็นค่าไฟฟ้า (Electric Pyrometer) ที่อ่านอุณหภูมิได้ ละเอียดถึง 2.5 องศาเซลเซียส ติดตั้งอยู่ที่ปากทางที่มวลรวมเคลื่อนตัวออก และจะต้องมีเครื่อง บันทึกอุณหภูมิของมวลรวมที่วัดได้โดยอัตโนมัติ
    4.1.4 ชุดตะแกรงร่อน (Screening Unit) โรงงานผสมต้องมีชุดตะแกรงร่อนมวลรวมที่ผ่านมาจากหม้อเผา เพื่อแยกมวลรวมเป็นขนาดต่าง ๆ ตามที่ต้องการ โดยในชุดตะแกรงร่อนนี้ต้องประกอบด้วย ตะแกรงคัด (Scalping Screen) สําหรับคัดมวลรวมก้อนโตเกินขนาดที่กําหนด (Oversize) ออกทิ้ง ตะแกรงทุกขนาดต้องอยู่ในสภาพดี เหล็กตะแกรงไม่ขาดหรือสึกหรอมากเกินไป อันจะทําให้มวลรวม
    4.1 % ***
    “ผิดขนาดไปจากที่ต้องการ
    c
    สําหรับเก็บมารอบที่ผ่านตะแกรงแยกขนาดแล้ว ยังหีบ นี้ต้องแทรก
    4.1.5 ยังหินร้อน (Hot Bin) โรงงานผสมต้องมีกุ้งหินร้อนอย่างน้อย 4 กุ้ง ทั้งนี้ไม่รวมยังวัสดุผสมแทรก ดูแล้ว ยังหินร้อนนี้ต้องมีผนังแข็งแรงไม่มีรอยรั่ว
    มีความสูงพอที่จะป้องกันไม่ให้มวลรวมไหลข้ามกุ้งไปปะปนกันได้ และต้องมีความจุมากพอที่จะ ป้อนมวลรวมร้อนให้กับห้องผสม (Pugmill Mixer) ได้อย่างสม่ําเสมอ เมื่อโรงงานผสมทําการผสม เต็มกําลังผลิต ในแต่ละยังต้องมีท่อสําหรับให้มวลรวมไหลออกไปข้างนอก เพื่อป้องกันไม่ให้ไป ผสมกับมวลรวมที่อยู่ในยุ้งอื่น ๆ ในกรณีที่มีมวลรวมในยุ้งนั้น ๆ มากเกินไป
    4.1.6 ยังเก็บวัสดุผสมแทรก (Mineral Filler Storage Bin) โรงงานผสมต้องมียุ้งเก็บวัสดุผสมแทรก ต่างหาก พร้อมกับมีเครื่องชั่ง หรือเครื่องป้อนวัสดุผสมแทรก ซึ่งสามารถควบคุมปริมาณวัสดุเข้าสู่ ห้องผสมอย่างถูกต้อง และสามารถปรับเทียบ (Calibrate) ได้
    4.1.7 เครื่องเก็บฝุ่น (Dust Collector) โรงงานผสมต้องมีเครื่องเก็บฝุ่น สําหรับเก็บวัสดุส่วนละเอียด หรือฝุ่น ที่มีประสิทธิภาพดีและเหมาะสมที่สามารถเก็บฝุ่นกลับไปใช้ได้อย่างสม่ําเสมอ หรือนําไป
    (อาภรณ์/อัมพันธ์) ผู้อํานวยการกองช่าง
    หมวดงานทาง 2-68
    জचीল (นางสาวภาวิณี ยิ้มพันธ์) นักพัฒนาชุมชน
    กรณ (นางสาววรรณิศา การจุด) ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
    A-
    กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
    ทิ้งได้ทั้งหมด หรือบางส่วน และเครื่องเก็บฝุ่นดังกล่าวต้องสามารถควบคุมฝุ่นไม่ให้มีฝุ่นเหลือออก สู่อากาศภายนอกมากจนทําให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม
    โรงงานผสมต้องมีเครื่องเก็บฝุ่นทั้งชุดหลัก (Primary) และชุดรอง (Secondary) ชุดหลักให้ เป็นแบบแห้ง (Dry Type) และชุดรองเป็นแบบเปียก (Wet Type) หรือแบบอื่น ๆ ที่มี
    ประสิทธิภาพทัดเทียมกัน
    4.1.8 เครื่องวัดอุณหภูมิ (Thermometric Equipment) โรงงานผสมต้องมีเทอร์โมมิเตอร์แบบแท่งแก้ว หุ้มด้วยปลอกโลหะ (Armoured Thermometer) หรือแบบอื่นใด ซึ่งวัดอุณหภูมิได้ระหว่าง 90-200 องศาเซลเซียส ติดตั้งไว้ที่ท่อส่งแอสฟัลต์ ที่ตําแหน่งที่เหมาะสมใกล้ทางออกของ แอสฟัลต์ที่ห้องผสม นอกจากนี้จะต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิ เช่น เทอร์โมมิเตอร์แบบใช้ปรอท ชนิดมีหน้าปัทม์ (Dial Scale Mercury Activated Thermometer) เครื่องวัดอุณหภูมิแบบแปร ความร้อนเป็นค่าไฟฟ้า (Electric Pyrometer) หรือแบบอื่น ๆ ที่เหมาะสม ที่สถาบันที่เชื่อถือได้ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอนุญาตให้ใช้ได้ ติดตั้งที่ปลายทางออกของมวลรวม เพื่อใช้วัด อุณหภูมิของมวลรวมร้อนที่ออกจากหม้อเผา เครื่องวัดอุณหภูมิชนิดใด ๆ ที่ใช้ต้องมีความสามารถ แสดงอุณหภูมิได้อย่างถูกต้อง เมื่อมีอัตราการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเร็วกว่า 5 องศาเซลเซียสต่อนาที 4.1.9 ชุดอุปกรณ์ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Asphalt Control Unit) โรงงานผสมต้องมี ชุดอุปกรณ์ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ซึ่งอาจใช้วิธีชั่งน้ําหนักหรือวิธีวัดปริมาตรก็ได้ แต่ต้อง
    สามารถควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้ให้อยู่ในช่วงที่กําหนดไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน กรณีใช้วิธีชั่งน้ําหนัก เครื่องชั่งที่ใช้ต้องมีความละเอียดไม่น้อยกว่าร้อยละ 2 ของน้ําหนักแอสฟัลต์ ซีเมนต์ที่ต้องการใช้ผสม กรณีที่ใช้วิธีวัดปริมาตร มาตรที่ใช้วัดอัตราการไหลของแอสฟัลต์ซีเมนต์ ที่ปล่อยเข้าสู่ห้องผสมจะต้องเที่ยงตรง โดยยอมให้คลาดเคลื่อนจากปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ที่ต้องการใช้เมื่อเทียบเป็นน้ําหนักไม่เกินร้อยละ 2
    (1) ถังชั่งมวลรวม (Weigh Box or Hopper)
    โรงงานผสม,ปกรณ์สําหรับ
    4.1.10 ข้อกําหนดพิเศษสําหรับโรงงานผสมแบบชุด - LE
    or
    ซึ่งมวลรวมที่ปล่อยออกมาแต่ละกุ้งได้อย่างละเอียดถูกต้อง ถังชั่งน้ําหนักต้องแขวนอยู่กับ infesta waedestien olovozu saquae valdsdage (batch) Louaneralaidu
    เครื่องชง
    เอท
    ถัง ถังชั่งน้ําหนักจะต้องวางบนฟัลครัม (Fulcrum) ซึ่งวางอยู่บนขอบใบมีด (Knife Edge) อย่าง แน่นหนาอีกทีหนึ่ง ซึ่งเมื่อขณะทํางานฟัลครัมและขอบใบมีดต้องไม่เคลื่อนตัวออกจาก แนวเดิม ประตูยุ้งหินร้อนและถังชั่ง น้ําหนักต้องแข็งแรงและไม่รั่ว
    (2) ห้องผสม (Pugmill Mixer) ห้องผสมของโรงงานผสมแบบชุดนี้ จะต้องเป็นชนิดมีเพลาผสมคู่ มีอุปกรณ์ให้ความร้อนห้องผสม และสามารถผลิตแอสฟัลต์ได้ส่วนผสมที่สม่ําเสมอ ประตูปล่อย ส่วนผสมเมื่อปิดจะต้องปิดสนิทโดยไม่มีวัสดุรั่วไหล ต้องมีเครื่องตั้งเวลาและควบคุมเวลา
    การผสมเป็นแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะควบคุมไม่ให้ประตูห้องผสมเปิดจนกว่าจะได้เวลาตามที่กําหนดไว้
    ว่าที่ ร.ต.
    (อาภรณ์/ อัมพันธ์) ผู้อํานวยการกองช่าง
    a
    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์) นักพัฒนาชุมชน
    (นางสาววรรณิศา การจุล ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
    หมวดงานทาง 2-69
    กรมทางหลวงชนบท กระรวงคมนาคม
    ภายในห้องผสมประกอบด้วยใบพาย (Paddle Tip) จํานวนเพียงพอจัดเรียงตัวกัน
    อย่างเหมาะสมที่จะผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตได้อย่างถูกต้องสม่ําเสมอ ระยะห่าง
    ระหว่างปลายใบพายและผนังห้องผสม จะต้องน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดมวลรวมก้อนโตสุด (3) เครื่องชั่ง (Piant Scale) เครื่องชั่งต้องมีความละเอียด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของมวลรวม สูงสุดที่ต้องการชั่ง หน้าปัทม์เครื่องชั่งต้องมีขนาดใหญ่พอ ซึ่งสามารถอ่านน้ําหนักได้ ในระยะห่างอย่างน้อย 7 เมตร และต้องอยู่ในตําแหน่งที่พนักงานควบคุมเครื่องมองเห็น ได้ชัดเจน หน้าปัทม์เครื่องชั่งมวลรวมจะต้องมีเข็มชี้น้ําหนักแต่ละกุ้ง สําหรับเครื่องชั่งต้องมี ตุ้มน้ําหนัก มาตรฐานหนักตุ้มละ 25 กิโลกรัม ไม่น้อยกว่า 10 ตุ้ม หรือมีจํานวนเพียงพอที่จะ ใช้ตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องชั่ง

    ระ
    (4) การควบคุมปริมาณมวลรวมและแอสฟัลต์ที่ใช้ผสมในแต่ละชุด จะต้องเป็นแบบอัตโนมัติ 4.1.11 ข้อกําหนดพิเศษสําหรับโรงงานผสมแบบต่อเนื่อง
    (1) ชุดอุปกรณ์ควบคุมมวลรวม Control Unit)
    (1) ชุดอุปกรณ์ควบคุมมวลรวม (Gradation Control Unit) โรงงานผสมแบบนี้ต้องมีอุปกรณ์ ควบคุมปริมาณมวลรวมที่ไหลออกมาจากกุ้งหินร้อนแต่ละกุ้งได้อย่างถูกต้องแน่นอน ประกอบด้วย เครื่องป้อนหิน (Feeder) อยู่ภายใต้กุ้งหินร้อน สําหรับการป้อนวัสดุผสมแทรก จะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมปริมาณต่างหาก ติดตั้งในตําแหน่งที่ทําให้ควบคุมการป้อนวัสดุผสม แทรกลงในห้องผสมเพื่อผสมกับมวลรวมในจังหวะของการผสมแห้ง (Dry Mixing) ก่อนที่จะไป ผสมกับแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่จ่ายเข้ามาภายหลังในจังหวะของการผสมเปียก (Wet Mixing) (2) จังหวะสัมพันธ์ของการควบคุมการป้อนมวลรวมและแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Synchronization of Aggregate and Asphalt Cement Feed) โรงงานผสมแบบนี้ต้องมีอุปกรณ์ควบคุมการ ป้อนมวลรวมแต่ละขนาดและแอสฟัลต์ซีเมนต์เข้าสู่ห้องผสมเป็นแบบขับเคลื่อนที่สัมพันธ์กัน
    เพื่อให้ได้อัตราส่วนผสมที่คงที่ตลอดเวลา
    (3) ชุดห้องผสม (Pugmill Mixer Unit) ห้องผสมของโรงงานผสมแบบต่อเนื่องนี้ ต้องเป็นแบบ ทํางานต่อเนื่อง (Continuous Mixer) เป็นชนิดมีเพลาผสมคู่ มีอุปกรณ์ให้ความร้อนห้องผสม และสามารถผลิตแอสฟัลต์คอนกรีตได้ส่วนผสมที่สม่ําเสมอ ใบพายจะต้องเป็นชนิดปรับมุม ให้ไปในทางเดียวกันเพื่อให้ส่วนผสมเคลื่อนตัวได้เร็ว หรือให้กลับทางกันเพื่อถ่วงเวลาให้
    ส่วนผสมเคลื่อนตัวช้าลงได้ และห้องผสมจะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมระดับของส่วนผสมด้วย
    ระยะห่างระหว่างปลายใบพายและผนังห้องผสมจะต้องน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดมวลรวม
    ก้อนโตสุด ที่ห้องผสมจะต้องมีแผ่นแสดงปริมาตรของห้องผสม เมื่อมีส่วนผสมบรรจุในห้องผสม ที่ความสูงต่าง ๆ ติดตั้งไว้อย่างถาวร นอกจากนั้นจะต้องมีตารางแสดงอัตราการป้อนวัสดุ มวลรวมต่อนาที เมื่อโรงงานผสมทํางานในอัตราเร็วปกติ
    08
    ว่าที่ ร.ต.
    (อาภรณ์ สัมพันธ์) ผู้อํานวยการกองช่าง
    หมวดงานทาง 2-70
    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์) นักพัฒนาชุมชน
    วรรษศา
    (นางสาววรรณิศา การจุล ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
    กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
    การคํานวณเวลาในการผสม ให้กําหนดโดยใช้น้ําหนักตามสูตรดังนี้ คือ
    เมื่อ
    เวลาในการผสม (วินาที) = A/B
    A = ปริมาณของส่วนผสมทั้งหมดในห้องผสม (Pugmill Dead Capacity) มีหน่วยเป็น กิโลกรัม B = ส่วนผสมที่ออกจากห้องผสม (Pugmill Output) มีหน่วยเป็น กิโลกรัมต่อวินาที
    (4) ยังพักส่วนผสม (Discharge Hopper) โรงงานผสมแบบนี้ต้องประกอบด้วยกุ้งสําหรับพัก ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ออกมาจากห้องผสม กุ้งพักส่วนผสมนี้มีประตูเปิดที่ด้านล่างของกุ้ง และจะปล่อยส่วนผสมได้เมื่อส่วนผสมเต็มกุ้งแล้ว
    .
    (5) สัญญาณแจ้งปริมาณมวลรวมในยุ้งหินร้อน โรงงานผสมต้องมีสัญญาณซึ่งจะแจ้งให้ทราบว่า ปริมาณมวลรวมในยุ้งหินร้อน ยังมีปริมาณเพียงพอที่จะดําเนินการต่อไปได้หรือไม่ ถ้าปริมาณ มวลรวมกุ้งใดขาดหรือน้อยไป สัญญาณดังกล่าวจะทําให้ผู้ควบคุมทราบทันที ผู้รับจ้างต้อง หยุดการดําเนินการและทําการแก้ไข จนกว่าผู้ควบคุมจะเห็นสมควร จึงจะอนุญาตให้
    ดําเนินการต่อไปได้
    4.2 รถบรรทุก (Haut Truck)
    รถบรรทุกที่นํามาใช้จะต้องมีจํานวนพอเพียงกับกําลังผลิตของโรงงานผสม และความสามารถใน
    การปูของเครื่องปู ทั้งนี้เพื่อให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปได้อย่างต่อเนื่องมากที่สุด ในแต่ละวันที่ปฏิบัติงาน จํานวนรถบรรทุกที่ใช้ให้คํานวณให้เหมาะสมกับกําลังผลิตของโรงงานผสม ความจุของรถบรรทุก เวลาในการบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลงรถบรรทุก ระยะทางและ ระยะเวลาในการขนส่ง เวลาในการรอ และการเทส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลงในเครื่องปู ความสามารถ ในการปูของเครื่องปู และอื่น

    AD
    ปราศจากวัสดุ ประสงค์อื่น ๆ ตกค้างอยู่ ก่อนใช้ขนส่งส่วนเกินร้อยละ 5
    กระบะรถบรรทุกจะต้องไม่รั่ว พื้นกระบะจะต้องเป็นแผ่นโลหะเรียบ ภายในกระบะจะต้องสะอาด
    ๆ เคลือบภายในกระบะด้วยน้ําสบู่ น้ําปูนขาว หรือสารเคมีเคลือบชนิดใด ๆ ที่มีน้ําหนักผสมไม่เกินร้อยละ 5 โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน ห้ามใช้น้ํามันเบนซิน น้ํามันก๊าด น้ํามันดีเซล หรือน้ํามัน ประเภทเดียวกัน การพ่นหรือเคลือบภายในกระบะให้ทําเพียงบาง ๆ เท่านั้น และก่อนบรรจุส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตลงกระบะ ให้ยกกระบะเทวัสดุหรือสารเคลือบที่อาจมีมากเกินความจําเป็นออกให้หมด
    ในการขนส่งจะต้องมีผ้าใบหรือแผ่นวัสดุอื่นใดที่ใช้ได้อย่างเหมาะสมคลุมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อรักษาอุณหภูมิและป้องกันน้ําฝนหรือสิ่งสกปรกอื่น ๆ ด้วย
    4.3 เครื่องปู (Paver or Finisher)
    เครื่องปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องเป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง โดยจะเป็นชนิดล้อ เหล็กตีนตะขาบหรือชนิดล้อยางที่มีคุณภาพเทียบเท่า มีกําลังมากพอ และสามารถควบคุมความเร็วใน
    ว่าที่ ร.ต. (การเคลื่อนที่ได้อย่างสม่ําเสมอ ทั้งในขณะที่เคลื่อนไปพร้อมกับรถบรรทุกส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตและ
    (อาภรณ์/ อัมพันธ์)
    ผู้อําานวยการกองช่าง
    s
    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์) นักพัฒนาชุมชน
    ca

    обальт (นางสาววรรณิศา การจุด) หมวดงานทาง 2-71
    กรมทางหลวงชนบท กระรวงคมนาคม
    ในขณะเคลื่อนตัวไปตามลําพัง เครื่องปูจะต้องสามารถปรับความเร็วการปูได้หลายอัตรา และปูส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตได้ความลาดถูกต้องตามแบบ
    4.3.1 ส่วนขับเคลื่อน (Tractor Unit) ประกอบด้วย เครื่องยนต์ต้นกําลังมีอุปกรณ์ควบคุมความเร็วรอบ เครื่องยนต์ (Governor) ให้คงที่ระหว่างทํางาน กระบะบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Hopper) จะต้องเป็นแบบข้างกระบะหุบได้ สายพานป้อนส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Slat Conveyor) เกลียวเกลี่ยจ่ายส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Auger หรือ Screw Conveyor) แยกเป็น 2 ข้าง ซ้ายและขวา ซึ่งสามารถแยกทํางานเป็นอิสระแก่กันได้ ประตูควบคุมการไหล (Flow Gate) ของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตสามารถปรับระดับความสูงของช่องประตูได้
    4.3.2 ส่วนเตารีด (Automatic Screed Unit) ประกอบด้วย อุปกรณ์ควบคุมความหนา (Thickness Control) อุปกรณ์ควบคุมความลาดเอียงที่ผิว (Crown Control) อุปกรณ์ให้ความร้อนแผ่นเตารีด
    (Crown.Control). (Screed Heater) แผ่นเตารีด (Screed Plate) และอุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ ที่จําเป็นระบบการ ควบคุมความลาดชัน (Grade Control) และระดับแอสฟัลต์คอนกรีตควรเป็นแบบอัตโนมัติ โดยอาจเป็นแบบ (1) Erected Grade Line (2) Mobile String Line (3) Ski (4) Lloating Beam หรือ (5) Joint-matching Shoe สําหรับแบบที่ (2) แบบที่ (3) และแบบที่ (4) ต้องมีความยาว ไม่น้อยกว่า 9 เมตร แผ่นเตารีดจะต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 2.4 เมตร และสามารถขยายได้ยาว ไม่น้อยกว่า 3.5 เมตร แผ่นเตารีดจะต้องตรงแนวและได้ระดับ ไม่บิดงอหรือสึกหรอมากเกินสมควร ไม่สึกเป็นหลุม มีระบบการอัดแอสฟัลต์คอนกรีตขั้นต้นเป็นแบบสั่นสะเทือน (Vibratory Screed) หรือแบบคานกระแทก (Tamper Bar) หรือเป็นทั้ง 2 แบบประกอบกัน ซึ่งสามารถปรับความถี่ของ การสั่นสะเทือนหรือการกระแทกได้ตามต้องการ สําหรับแบบคานกระแทกจะต้องมีระยะห่าง ระหว่างแผ่นเตารีดกับคานกระแทก 0.25-0.50 มิลลิเมตร ผิวของคานกระแทกด้านล่างที่ใช้อัด แอสฟัลต์คอนกรีตต้องอยู่ในสภาพดี และไม่สึกหรอมากกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดความหนาของใหม่ 4.4 รถเกลี่ยปรับระดับ (Motor Grader) PXXOROC
    รถเกลี่ยปรับระดับนี้ ถ้าจําเป็นต้องนํามาใช้งานจะต้องเป็นชนิดขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง มีล้อยาง ผิวเรียบ มีใบมีดยาวไม่น้อยกว่า 3.6 เมตร และมีความยาวของช่วงเพลา (Wheel Base) ไม่น้อยกว่า 4.8 เมตร
    การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานยาวของช่วงเหล่า
    4.5 เครื่องจักรบดทับ
    เครื่องจักรบดทับทุกชนิดจะต้องเป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง ต้องมีน้ําหนักและคุณสมบัติอื่น ๆ ถูกต้องตามที่ได้ระบุไว้ในรายละเอียดที่กําหนดสําหรับเครื่องจักรบดทับแต่ละชนิด น้ําหนักในการบดทับ ของเครื่องจักรบดทับแต่ละชนิดจะต้องเหมาะสมกับชนิดและลักษณะของส่วนผสมความหนาของชั้นที่ปู
    ขั้นตอนการบดทับและอื่น ๆ เครื่องจักรบดทับต้องมีจํานวนเพียงพอที่จะอํานวยให้การก่อสร้างชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปได้โดยปกติไม่ติดขัดหรือหยุดชะงัก เพื่อให้ได้ขั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มี ความแน่น ความเรียบ และคุณสมบัติอื่น ๆ ตามกําหนด การกําหนดน้ําหนักเครื่องจักรปิดทับ น้ําหนักในการ ปิดทับของเครื่องจักรแต่ละคัน ตลอดจนการเพิ่มจํานวนเครื่องจักรบดทับจากจํานวนขั้นต่ําที่กําหนดไว้
    ว่าที่ ร.ต.
    (อาภรณ์ ฮัมพันธ์)
    ผีอ่านวยการกองช่าง
    หมวดงานทาง 2-72

    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์)
    นักพัฒนาชุมชน
    →A
    วกกล (นางสาววรรณิศา การจุล ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
    กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
    ว่าที่ ร.ต.
    ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน เครื่องจักรบดทับจะต้องประกอบด้วยเครื่องจักรชนิดต่าง ๆ ซึ่งต้อง
    ได้รับการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้ได้จากผู้ควบคุมงานก่อน โดยมีจํานวนอย่างน้อยดังต่อไปนี้
    1
    ก. รถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ ไม่น้อยกว่า 1 คัน และรถบดสั่นสะเทือน 1 คัน หรือรถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ
    ไม่น้อยกว่า 2 คัน ในกรณีที่ไม่มีรถบดสั่นสะเทือน
    ข. รถบดล้อยาง ไม่น้อยกว่า 3 คัน
    รายละเอียดของเครื่องจักรชนิดต่าง ๆ เป็นดังนี้
    4.5.1 รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ (Steel-Tired Tandem Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 8 ตัน และ สามารถเพิ่มน้ําหนักได้จนมีน้ําหนักไม่น้อยกว่า 10 ตัน จะต้องมีน้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด ไม่น้อยกว่า 37.9 กิโลกรัมต่อเซนติเมตร รถบดจะต้องอยู่ในสภาพดี สามารถขับเคลื่อนเดินหน้า
    ๑๕ ได้
    การขับเคลื่อนไปข้างหน้า การหยุดและการถอยหลังจะต้องเรียบสม่ําเสมอ
    ต้
    ล้อ จะต้องตรงตามแนว ที่ผิวล้อเหล็กจะต้องเรียบไม่เป็นร่อง (Groove) อีกเป็นหลุม หรือเป็นรอยบุ๋ม (Pit) สลักยึดล้อ (King Pin) และลูกปืนล้อ (Wheel Bearing) ต้องไม่สึกหรอมาก เกินไปจนทําให้ล้อหลวม ต้องมีถังน้ํา มีระบบฉีดน้ํา (Sprinkler System) มีอุปกรณ์คราดผิวล้อเหล็ก (Scraper) และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและเกลี่ยกระจายน้ําสําหรับเลี้ยงล้อรถบดที่ใช้การได้ดี และถูกต้องตามที่ต้องการ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อขณะบดทับ 4.5.2 รถบดล้อยาง (Pneumatic-Tired Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 10 ตัน และสามารถ เพิ่มน้ําหนักได้ มีล้อยางไม่น้อยกว่า 9 ล้อ ล้อรถบดต้องเป็นชนิดผิวหน้าเรียบ มีขนาดเส้นผ่าน ศูนย์กลางของล้อ (Rim Diameter) ไม่น้อยกว่า 500 มิลลิเมตร มีผิวหน้าล้อยางกว้างไม่น้อยกว่า 225 มิลลิเมตร มีขนาดและจํานวนชั้นผ้าใบเท่ากันทุกล้อ ส่วนล้อและเพลาเคลื่อนตัวขึ้นลงได้ อิสระอย่างน้อย 1 แถว มีแรงอัดที่ผิวหน้าสัมผัสของล้อรถบดขณะบดอัดไม่มากกว่า 620 กิโลปาสกาล (90 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) และต้องมีถังน้ํา มีระบบฉีดน้ํา มีอุปกรณ์คราดผิวล้อยาง และแผ่นวัสดุ สําหรับซึมซับน้ําและเกลี่ยกระจายน้ําสําหรับเลี้ยงล้อรถบดที่ใช้ได้ดีและถูกต้องตามที่ต้องการ
    ได้ดีและถูกต้องตามที่ต้องการ ความดันลมยางเท่ากันทุกล้อ โดยอนุญาตให้มีความดันลมยางแต่ละล้อแตกต่างกันได้ไม่เกิน
    เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อขณะบดทับ รถบดล้อยางขณะใช้งานจะต้องมี
    ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)
    4.5.3 รถบดสั่นสะเทือน (Vibratory Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 4 ต้น สําหรับชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตที่มีความหนาไม่เกิน 35 มิลลิเมตร และต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 6 ตัน สําหรับ ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาตั้งแต่ 40 มิลลิเมตร ขึ้นไป โดยอาจเป็นแบบสั่นสะเทือน ล้อเดียวหรือสองล้อก็ได้ ต้องมีความถี่การสั่นสะเทือน (frequency) ไม่น้อยกว่า 33 เฮิรตซ์ (2,000 รอบต่อนาที) และมีระยะเต้น (Amplitude) ระหว่าง 0.20-0.80 มิลลิเมตร มีน้ําหนักต่อ ความกว้างของรถบดไม่น้อยกว่า 22 กิโลกรัมต่อเซนติเมตร รถบดจะต้องอยู่ในสภาพดี สามารถบดทับ โดยการเดินหน้าและถอยหลังได้ การขับเคลื่อนไปข้างหน้า การหยุดและการถอยหลังจะต้อง เรียน สม่ําเสมอ ล้อทั้ง 2 ล้อ จะต้องตรงแนว ที่ผิวล้อเหล็กจะต้องเรียบ ไม่ลึกเป็นหลุมหรือเป็นรอยบุ๋ม เรียนหม่ําโล
    (อาภรณ์/ อัมพันธ์) ผู้อ้านวยการกองช่าง
    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์) นักพัฒนาชุมชน
    e-
    วรรณศ (นางสาววรรณิศา การจุด)
    ผู้รอมวดงานทําทาน ร
    กรมทางหลวงชน กระทรวงคมนาคม
    สลักล้อและลูกปืนล้อต้องไม่สึกหรอมากเกินไป จนทําให้ล้อหลวม ต้องมีถังน้ํา มีระบบฉีดน้ํา มีอุปกรณ์คราดผิวล้อ และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและเกลี่ยกระจายน้ําเลี้ยงล้อรถบด เพื่อป้องกัน
    ไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อขณะบดทับ มีระบบการสั่นสะเทือนที่อยู่ในสภาพดี
    4.6 เครื่องพ่นแอสฟัลต์ (Asphalt Distributor)
    ว่าที่ ร.ต.
    ต้องเป็นชนิดขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง มีถังบรรจุแอสฟัลต์ติดตั้งบนรถบรรทุกหรือรถพ่วง และ ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่จําเป็นในการใช้งาน ดังนี้
    4.6.1 ไม้วัด (Dipstick) หรือเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์ในถัง
    4.6.2 หัวเผาให้ความร้อนแอสฟัลต์ (Burner)
    4.6.3 เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิแอสฟัลต์ (Thermometer) 4.6.4 ปั๊มแอสฟัลต์ (Asphalt Pump)
    4.6.5 เครื่องต้นกาสิงหรือเครื่องท้าย (Power Unit)
    เซนบท
    4.6.6 ท่อพ่นแอสฟัลต์ (Spray Bar) พร้อมหัวฉีด (Nozzle) 4.6.7 ท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือ (Hand Spray) 4.6.8 อุปกรณ์วัดปริมาณการพ่นแอสฟัลต์ (Bitumeter)
    4.6.9 ถังบรรจุแอสฟัลต์บนรถ (Asphalt Tank)
    มีปั๊มแอสฟัลต์ที่สามารถ
    เครื่องพ่นแอสฟัลต์ ต้องมีระบบหมุนเวียน (Circulating System) มีปั๊มแอส ใช้ได้ดี ตั้งแต่กับแอสฟัลต์เหลวจนถึงแอสฟัลต์ซีเมนต์ และต้องทํางานได้ดังนี้ (1) ดูดแอสฟัลต์เข้าถังได้
    (2) หมุนเวียนแอสฟัลต์ในท่อพ่นแอสฟัลต์ และในถังบรรจุแอสฟัลต์ได้ (3) พ่นแอสฟัลต์ผ่านทางท่อพ่นแอสฟัลต์ หรือผ่านท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือได้ (4) ดูดแอสฟัสต์จากถังบรรจุ หรือท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือเข้าสู่ถังได้ (5) ปั้มแอสฟัลต์จากถังบรรจุประจํารถพ่นแอสฟัลต์ไปยังถังเก็บแอสฟัลต์ภายนอกได้
    (6) เครื่องต้นกําลังหรือเครื่องท้าย ต้องมีมาตรบอกความดันหรืออื่น
    เครื่องปรับสฟิลด์ ต้องติดเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์ที่ผ่านปั๊ม โดยวัดเป็นรอบ หรือวัด
    เป็นความดัน หรืออื่น
    WT OF
    ท่อพ่นแอสฟัลต์ อาจประกอบด้วยท่อหลายท่อนต่อกัน มีหัวฉีดติดตั้งโดยมีระยะห่าง ระหว่างหัวฉีดเท่า ๆ กัน หัวฉีดปรับทํามุมกับท่อพ่นแอสฟัลต์ได้ และต้องมีอุปกรณ์ปิดเปิดได้ ท่อพ่นแอสฟัลต์ต้องเป็นแบบที่แอสฟัลต์หมุนเวียนผ่านได้ เมื่อใช้งานต้องมีความดันสม่ําเสมอ
    ตลอดความยาวของท่อ และสามารถปรับความสูงและความกว้างในการพ่นแอสฟัลต์ได้
    ท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือที่เคลื่อนที่ได้อิสระ ต้องเป็นแบบใช้หัวฉีด ใช้พ่นแอสฟัลต์บน พื้นที่ที่รถพ่นแอสฟัลต์เข้าไปไม่ได้ อุปกรณ์วัดปริมาณการพ่นแอสฟัลต์ ประกอบด้วย ล้อวัด ข้ามเร็ว ล้อที่ห้า) ต่อสายเชื่อมไปยังมาตรวัดความเร็วในเก๋งรถ มาตรวัดความเร็วนี้ต้องวัด ความเร็วเป็นเมตรต่อนาที หรือฟุตต่อนาที พร้อมทั้งนี้มีตัวเลขบอกระยะทางรวมที่รถวิ่ง
    (ฮาภรณ์” อัมพันธ์ ผู้อําานวยการกองช่าง
    หมวดงานทาง 2-74
    बीजे
    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์)
    นักพัฒนาชุมชน
    วีราโกร
    (นางสาววรรณิศา การจุด) ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
    กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
    ว่าที่ ร.ต.
    ถังบรรจุแอสฟัลต์บนรถ เป็นชนิดมีฉนวนหุ้มป้องกันความร้อน ภายในถังประกอบด้วยท่อ นําความร้อนจากหัวเผา (หนึ่งหัวเผาหรือมากกว่า) มีแผ่นโลหะช่วยกระจายความร้อน มีท่อ ระบายแอสฟัลต์ ที่ถังต้องมีเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์เป็นแบบไม้วัด หรือเข็มวัดบอกปริมาณ หรือทั้งสองชนิด มีเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิเป็นแบบหน้าปัทม์ (Dial) หรือแบบแท่งแก้วหุ้มด้วย ปลอกโลหะ (Armoured Thermometer) หรือทั้งสองชนิดที่อ่านได้ละเอียดถึง 1 องศาเซลเซียส อุปกรณ์สําหรับเครื่องพ่นแอสฟัลต์ต่าง ๆ เหล่านี้ ก่อนนําไปใช้งานต้องตรวจสอบให้อยู่ใน สภาพใช้งานได้ดี การตรวจสอบและตรวจปรับอุปกรณ์ต้องดําเนินการตามวิธีที่กําหนด ซึ่งแอสฟัลต์
    ที่พ่นออกมาจะต้องมีปริมาณสม่ําเสมอตลอดความกว้างและความยาว และเมื่อ
    กล่าวคือ ปวี เตเมนตทราดตามขวางคลาดเคล แอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ราดตามยาวคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ 15
    ******ระยะเอสมัสตินทรายตามขวางและเยละ 17 และปริมาณ
    และเมื่อตรวจสอบโดยวิธี จะต้องถูกต้องตามข้อกําหนด
    แอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ราดตามยาวคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ 15 ตามลําดับ
    4.7 เครื่องจักรและเครื่องมือทําความสะอาดพื้นที่ที่จะก่อสร้าง
    4.7.1 รถบรรทุกน
    U%
    (Water Truck) ต้องอยู่ในสภาพดี มีท่อพ่นน้ําและอุปกรณ์ฉีดน้ําที่ใช้การได้ดี
    4.7.2 เครื่องกวาดฝุ่น (Rotary Broom) อาจเป็นแบบลาก แบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองหรือแบบติดตั้งที่ รถไถนา (Farm Tractor) หรือรถอื่นใด แต่ต้องเป็นแบบไม้กวาดหมุนโดยเครื่องกล ขนไม้กวาด อาจทําด้วยไฟเบอร์ ลวดเหล็ก ไนล่อน หวาย หรือวัสดุอื่น ๆ ที่เหมาะสมโดยความเห็นชอบของ ผู้ควบคุมงาน ทั้งนี้ ต้องมีประสิทธิภาพพอที่จะทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด

    4.7.3 เครื่องเป่าลม (Blower) เป็นแบบติดตั้งที่รถไถนาหรือรถอื่นใด มีใบพัดขนาดใหญ่ ให้กําลังลมแรง
    และมีประสิทธิภาพพอเพียงที่จะทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด
    4.8 เครื่องมือประกอบ
    4.8.1 เครื่องมือบดทับแบบสั่นสะเทือนขนาดเล็ก (Small Vibratory Compactor) ต้องมีขนาด น้ําหนัก สมที่จะใช้บดทับแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่รถบดไม่สามารถเข้าไปดําเนินการได้ หรือใช้ใน
    งานซ่อมขนาดเล็ก การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
    RO
    4.8.2 เครื่องมือกระทั่งแอสฟัลต์คอนกรีต (Hand Tamper) ต้องเป็นแบบและมีขนาดน้ําหนัก เหมาะสม ที่จะใช้กระทุ้งอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่เครื่องบดทับขนาดเล็กเข้าไปบดทับไม่ได้ หรือใช้งาน ซ่อมขนาดย่อย การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
    4.8.3 เครื่องมือตัดรอยต่อ อาจเป็นแบบติดกับรถบดล้อเหล็ก หรือเป็นแบบรถเข็นขนาดเล็ก หรือจะมี ทั้ง 2 แบบก็ได้ หรือมีแบบอื่น ๆ ซึ่งสามารถตัดแนวรอยต่อได้เรียบร้อย ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน
    เครื่องมือเจาะตัวอย่าง อาจเป็นชนิดใช้เครื่องยนต์หรือใช้ไฟฟ้าที่สามารถใช้เจาะตัวอย่างที่มีขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง/100 มิลลิเมตร ได้อย่างเรียบร้อย
    48.5 ไม้บรรทัดวัดความเรียบ (Straight Edge) ต้องเป็นไม้บรรทัดวัดความเรียบที่มีขนาดเหมาะสม
    มีความยาว
    มีความยาว 3.00 เมตร
    (อาภรณ์” อัมพันธ์) ผู้อําานวยการกองช่าง
    कहीले
    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์) นักพัฒนาชุมชน
    วรรณโช
    (นางสาววรรณิศา การจุด)
    หมวดงานทาง 2-75

    กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
    เครื่องจักร เครื่องมือ หรืออุปกรณ์อื่นใด นอกเหนือจากที่กําหนดไว้แล้วข้างต้น การนํามาใช้งาน และการใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
    ว่าที่ ร.ต.
  2. การเตรียมการก่อนการก่อสร้าง
    5.1 การเตรียมสถานที่ตั้งโรงงานผสมและกองวัสดุ

    สถานที่ตั้งโรงงานผสมและกองวัสดุจะต้องเหมาะสม มีบริเวณกว้างพอที่จะดําเนินการได้ โดยสะดวก นอกจากนั้นจะต้องจัดให้มีการระบายน้ําที่ดี อันจะเป็นการป้องกันมิให้มีน้ําท่วมกองวัสดุได้ พื้นที่สําหรับกองวัสดุที่นํามาใช้งานจะต้องสะอาดปราศจากวัสดุไม่พึงประสงค์ เช่น วัชพืช สิ่งสกปรกอื่น ควรรองพื้นด้วยวัสดุหินหรือปูด้วยแผ่นวัสดุที่เหมาะสม สถานที่กองวัสดุจะต้องราบเรียบได้ระดับพอควร การกองวัสดุแต่ละขนาดจะต้องกองแยกไว้อย่างชัดเจน โดยการกองแยกให้ห่างกันตามสมควร หรือทํายัง กั้นไว้เพื่อป้องกันวัสดุที่จะใช้แต่ละชนิด แต่ละขนาด ไม่ให้ปะปนกัน หรือปะปนกับวัสดุไม่พึงประสงค์อื่น ๆ การกองวัสดุต้องดําเนินการให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุเกิดการแยกตัวโดยการกองวัสดุเป็นชั้น ๆ สูงชั้นละไม่เกินความสูงของกองวัสดุกองเดี่ยว ๆ เมื่อเทจากรถบรรทุกเทท้ายคันหนึ่ง ๆ ถ้าจะกองวัสดุ ชั้นต่อไปจะต้องแต่งระดับยอดกองให้เสมอ และไม่ควรกองวัสดุสูงเป็นรูปกรวย 5.2 การเตรียมมวลรวมและวัสดุผสมแทรก
    กองวัสดุที่ใช้ทุกชนิดจะต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้วัสดุเปียกน้ําฝน โดยการกองวัสดุในโรงที่มี หลังคาคลุม หรือคลุมด้วยผ้าใบ หรือแผ่นวัสดุอื่น ๆ ที่เหมาะสม หรือโดยวิธีอื่นใดที่ได้รับความเห็นชอบ จากผู้ควบคุมงาน
    วัสดุที่ใช้ทุกชนิดเมื่อป้อนเข้าโรงงานผสม ต้องไม่มีความชื้นเกินกําหนด ตามข้อแนะนําของ บริษัทผู้ผลิตโรงงานผสมที่ใช้งานนั้น ๆ ทั้งนี้ เพื่อให้โรงงานผสมทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพล
    มวลรวมที่ใช้แต่ละชนิด ก่อนนําไปใช้งานจะต้องบรรจุอยู่ในกุ้งหินเย็น แยกกันแต่ละกุ้งและ
    การผสมมวลรวมแต่ละชนิดจะต้องดําเนินการโดยผ่านยังหินเย็นเท่านั้น
    ยุ้งหินเย็นในทุกกรณี
    โมบ้านกันภายนอก
    วัสดุผสมแทรก หากนํามาใช้จะต้องแยกใส่กุ้งวัสดุผสมแทรกโดยเฉพาะ การป้อนวัสดุผสมแทรก จะต้องแยกต่างหากโดยไม่ปะปนกับวัสดุอื่น ๆ และจะต้องป้อนเข้าห้องผสมโดยตรง
    5.3 การเตรียมแอสฟัลต์ซีเมนต์
    แอสฟัลต์ซีเมนต์ในถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์ต้องมีอุณหภูมิไม่สูงกว่า 100 องศาเซลเซียส เมื่อผสม กับมวลรวมที่โรงงานผสมจะต้องให้ความร้อนจนได้อุณหภูมิ 159 (8 องศาเซลเซียส หรือมีอุณหภูมิที่ แอสฟัลต์ซีเมนต์ มีความหนืด 170 (20 เซนติสโตกส์, Centistokes) หรือมีอุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ใน สูตรส่วนผสมเฉพาะงาน การจ่ายแอสฟัลต์ซีเมนต์ไปยังห้องผสมจะต้องเป็นไปโดยต่อเนื่องและมีอุณหภูมิ ตามที่กําหนดสม่ําเสมอตลอดเวลา
  3. การเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง
    เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทุกชนิดตามที่ระบุไว้ในข้อ 4 ที่นํามาใช้งานต้องมีสภาพใช้งานได้ดี
    (อาภรณ์ / อัมพันธ์) ผู้อํานวยการกองช่าง
    หมวดงานทาง 2-76
    कमल
    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์)
    นักพัฒนาชุมชน

    กรกส (นางสาววรรณิศา การจุล ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
    กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
    โดยจะต้องผ่านการตรวจสอบและหรือตรวจปรับ ตามรายการและวิธีการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กําหนด และผู้ควบคุมงานอนุญาตให้ใช้ได้ก่อน เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทุกชนิดต้องมีจํานวน พอเพียงที่จะอํานวยให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปโดยต่อเนื่อง ไม่ติดขัด หรือ
    หยุดชะงัก และในระหว่างการก่อสร้างจะต้องบํารุงรักษาให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอตลอดระยะเวลาทํางาน 5.5 การเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง
    5.5.1 รองพื้นทาง พื้นทาง หรือไหล่ทาง จะต้องเรียบสม่ําเสมอ ได้ระดับและความลาดตามรูปแบบก่อน ทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ กรณีรองพื้นทาง หรือพื้นทาง หรือไหล่ทางมีความเสียหาย เป็นคลื่น เป็นหลุมบ่อ มีจุดอ่อนตัว (Soft Spot) หรือไม่ถูกต้องตามรูปแบบ ให้แก้ไขให้ถูกต้องก่อน โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
    5.5.2 ผิวทางราดยางเดิมที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ มีผิวหน้าไม่สม่ําเสมอ หรือเป็นคลื่น และไม่มีการทําชั้นปรับระดับให้ปรับแต่งให้สม่ําเสมอ ถ้ามีหลุมบ่อ รอยแตก จุดอ่อนตัว
    ยขอ
    ๆ จะต้องตัดหรือขุดออก แล้วปะซ่อมหรือขุดซ่อมแล้วแต่กรณี
    วัสดุที่นํามาใช้จะต้องมีคุณภาพดี ขนาดและปริมาณวัสดุที่ใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะความ เสียหายและพื้นที่ที่จะซ่อม
    ยบสม่ําเสมอ
    โดยให้มีระดับและความลาดถูกต้องตามแบบ
    5.5.3 พื้นทางหรือไหล่ทางที่มีไพรมโคท (Prime Coat) หลุดหรือเสียหาย ต้องแก้ไขใหม่ให้เรียบร้อย ตามวิธีการที่ผู้ควบคุมงานกําหนด แล้วทิ้งไว้จนครบกําหนดเวลาบ่มตัวของแอสฟัลต์ที่ใช้ซ่อมก่อน จึงทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับได้
    5.5.4 พื้นทางหรือไหล่ทางที่ทําไพรมโคททิ้งไว้ มีผิวหลุดเสียหายเป็นพื้นที่ต่อเนื่องมากเกินกว่าที่จะซ่อม ตามข้อ 5.5.3 ให้ได้ผลดี ให้พิจารณาคราด (Scarify) พื้นทางหรือไหล่ทางนั้น แล้วบดทับใหม่ ให้ได้ความแน่นตามที่กําหนด แล้วทําไพรมโคทใหม่ทิ้งไว้จครบกําหนดเวลาบ่มตัวของแอสฟัลต์ที ใช้ทําไพรมโคทก่อน จึงทําชันทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับได้
    5.5.5
  • 2ทางที่ทําไพรมโคททิ้งไว้นาน โดยไม่ได้ทําชันท
  • สายขันตอ การก่อสร้างปกติ แต่ไพรมโคทไม่หลุดเสียหายก่อนทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ อาจพิจารณา ให้ทําแทคโคท (Tack Coat) โดยให้ดําเนินการตาม มทถ
    ทั้งนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
    มท. 227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
    5.5.6 ในงานเสริมผิวทาง (Overlay) ด้วยแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเดิม ซึ่งเกิดการยุบตัว (Sag and
    Depression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว ให้ดําเนินการดังนี้
    (1) กรณียุบตัวหรือเป็นแอ่งลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร อาจแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะปูรวมไปพร้อมกับการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้ อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่ปูจะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนารวมเกิน 80 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบด้วย หรือเป็นแอ่งก่อน
    ว่าที่ ร.ต.
    (อาภรณ์ อัมพันธ์) ผู้อําานวยการกองช่าง
    เป็นที่
    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์) นักพัฒนาชุมชน
    A
    วรรณ์โศก
    (นางสาววรรณิศา การจุด) ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
    หมวดงานทาง 2-77
    กรมทางหลวงชนบท กระรวงคมนาคม
    (2) กรณียุบตัวหรือเป็นแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัว
    หรือเป็นแอ่งก่อน โดยให้ปูเป็นชั้น ๆ หนาไม่เกินชั้นละ 50 มิลลิเมตร
    การแยกปูเสริมปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต
    ให้บดทับด้วยรถบดล้อยางจนได้ความแน่นตามที่กําหนด แล้วจึงปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อไป
    5.5.7 รองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางราดยางเดิมที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ
    ต้องสะอาดปราศจากฝุ่น วัสดุสกปรก หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ปะปน
    5.5.8 การทําความสะอาดรองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิมที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตทับ โดยการกวาดฝุ่น วัสดุหลุดหลวม ทรายที่สาดทับไพรมโคท สําหรับพื้นทางหรือ
    ไหล่ทางออกจนหมดด้วยเครื่องกวาดฝุ่น ต้องปรับอัตราเร็วการหมุน และน้ําหนักกดที่กดลงบน
    รองพื้นทาง “ 2 เค
    ไหล่ทาง
    ไหล่ทาง พื้นทาง
    นี้
    กรณีที่ นางเดิมเสียหาย เสร็จแล้วให้ใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นหรือวัสดุที่หลุดหลวมออกจนหมด
    รอบตัวแข็งอยู่ที่พื้นทาง ไหล่ทาง หรือ 3) -
    เหมาะสมตามที่
    5.5.9 กรณีที่มีคราบฝุ่นหรือวัสดุจับตัวแข็งอยู่ที่พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิมที่จะทําชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตทับ ให้กําจัดคราบแข็งดังกล่าวออกโดยการใช้เครื่องมือใด ๆ ที่เหมาะสมตามที่ ผู้ควบคุมงานกําหนดหรือเห็นชอบ ขูดออก ล้างให้สะอาด ทิ้งไว้ให้แห้ง ใช้เครื่องกวาดฝุ่นกวาด แล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นหรือวัสดุที่หลุดหลวมออกให้หมด
    5.5.10 ผิวทางราดยางเดิมที่มีแอสฟัลต์เยิ้ม ก่อนทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับจะต้องแก้ไข ให้เรียบร้อยก่อน โดยการปาดแอสฟัลต์ที่เยิ้มออก หรือโดยวิธีการอื่นใดที่เหมาะสมที่ผู้ควบคุมงาน
    กําหนดหรือเห็นชอบ
    5.5.11 ผิวทางราดยางเดิมหรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใด ๆ ที่จะทําขั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ จะต้องทําแทคโคทก่อน โดยให้ดําเนินการตาม มหถ. 227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat) 5.5.12 ขอบของโครงสร้างคอนกรีตใด ๆ หรือผิวหน้าตัดชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตเดิมที่ต่อเชื่อมกับ
    แอสฟัลต์คอนกรีตที่จะก่อสร้างใหม่ จะต้องทําแทคโคทก่อน
    ในการตาย มห. 221 :
    แอสฟัลต์คอนกรีตที่จะก่อสร้างใหม่ จะต้องทําแท่งโลหก่อน โดยให้ดําเนิน
    (Tack Coat)
    5.5.13 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องขุดวัสดุยาแนวรอยแตกและ รอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตให้หมด ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วใช้เครื่อเป่า ลมเป่าฝุ่นออกให้หมด แล้วทําแทคโคทโดยให้ดําเนินการตาม มทส. 227: มาตรฐานงานแทคโคท
    (Tack Coat)
    ว่าที่ ร.ต.
  1. วิธีการก่อสร้าง
    6.1 การควบคุมการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม
    การดําเนินการควบคุมการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
    ควบคุร
    6.1.1 การควบคุมคุณภาพส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต มวลรวมและแอสฟัลต์ซีเมนต์ต้องมีคุณสมบัติตาม ข้อ 1 คุณภาพของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตต้องสม่ําเสมอตรงตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงานที่ได้
    (อากร อัมพันธ์)
    อ้านวยการกองช่าง
    หมวดงานทาง 2-78
    कविले (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์) นักพัฒนาชุมชน
    กฎกต (นางสาววรรณิศา การจุด) ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
    กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
    กําหนดขึ้นสําหรับแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น ๆ สูตรส่วนผสมเฉพาะงานอาจเปลี่ยนแปลงได้ตาม เหตุผลในข้อ 3.5 และ ข้อ 3.6
    6.1.2 การควบคุมเวลาในการผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต โรงงานผสมต้องมีเครื่องตั้งเวลาและควบคุม
    เวลาแบบอัตโนมัติ ที่สามารถตั้งและปรับเวลาในการผสมแห้งและผสมเปียกได้ตามต้องการ
    สําหรับโรงงานผสมแบบชุด ระยะเวลาในการผสมแห้งและผสมเปียกควรใช้ประมาณ 15 วินาที และ 30 วินาที ตามลําดับ
    สําหรับโรงงานผสมแบบต่อเนื่อง ระยะเวลาในการผสมให้คํานวณจากสูตรตาม ข้อ 4.1.11 (3) ในการผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตโดยโรงงานผสมทั้ง 2 แบบ ต้องได้ส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีตที่สม่ําเสมอ ในกรณีที่ผสมกันตามเวลาที่กําหนดไว้แล้วแต่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ยังผสมกันได้ไม่สม่ําเสมอตามต้องการ ก็ให้เพิ่มเวลาในการผสมขึ้นอีกก็ได้ แต่เวลาที่ใช้ในการผสม วินาที ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน การกําหนดเวลาในการผสม ของโรงงานผสมใด ๆ ให้กําหนดโดยการทดสอบหาปริมาณที่แอสฟัลต์เคลือบผิวมวลรวมตาม วิธีการทดสอบ AASHTO T 195 “Determining Degree of Particle Coating of Bituminous- Aggregate Mixtures” โดยให้ถือหลักเกณฑ์กําหนดตามตารางที่ 5
    ** น 60
    ตารางที่ 5 ปริมาณที่แอสฟัลต์เคลือบผิวมวลรวม
    ชันทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
    ปริมาณที่แอสฟัลต์เคลือบผิวมวลรวมร้อยละโดยพื้นที่
    ไม่น้อยกว่า 90
    พื้นทาง
    ผิวทาง รองผิวทาง ไหล่ทาง ปรับระดับ
    ไม่น้อยกว่า 95
    DE
    6.1.3 การมีของวัสดุก่อนการผสมและอุณหกของสวน#NAR
    (1) มวลรวม ก่อนการผสมต้องให้ความร้อนจนได้อุณหภูมิ 163 (8 องศาเซลเซียส และมีความชื้น
    (8
    ไม่เกินร้อยละ 1 โดยน้ําหนัก จะต้องมีอุณหภูมิตรงตามที่ระบุ
    ไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน
    OF RU
    (2) แอสฟัลต์ซีเมนต์ ขณะเก็บในถังเก็บรอใช้งานต้องมีอุณหภูมิไม่สูงกว่า 100 องศาเซลเซียส เมื่อจะผสมกับมวลรวมต้องให้ความร้อนเพิ่มจนได้อุณหภูมิ 159-8 องศาเซลเซียส หรือ อุณหภูมิที่แอสฟัลต์ซีเมนต์ มีความหนืด 170+20 เซนติสโตกส์ (Centistokes) หรืออุณหภูมิ ตรงตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน
    (3) แอสฟัลต์คอนกรีตที่ผสมเสร็จ ก่อนออกจากห้องผสมจะต้องมีอุณหภูมิระหว่าง 121-168 องศาเซลเซียส หรือตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ถ้ามีอุณหภูมิแตกต่างไปกว่า ที่กําหนดนี้ ห้ามนําส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตดังกล่าวไปใช้งาน
    ว่าที่ ร.ต.
    (อากร / อัมพันธ์)
    கும்
    ผู้อานวยการกองช่าง
    SA (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์) นักพัฒนาชุมชน
    วรรณโศก
    (นางสาววรรณิศา การจุล หมวดงานทาง 2-79การ
    กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
    (4) ต้องมีการบันทึกอุณหภูมิของมวลรวมที่ผ่านหม้อเผา อุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ ขณะก่อน ผสมกับมวลรวม และอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน โดยใช้ เครื่องบันทึกอุณหภูมิแบบอัตโนมัติ พร้อมที่จะให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลา และผู้รับจ้างจะต้อง
    ส่งบันทึกรายการอุณหภูมิดังกล่าวประจําวันแก่ผู้ควบคุมงานทุกวันที่ปฏิบัติงาน
    (5) การวัดอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่อยู่ในรถบรรทุก ต้องใช้เครื่องวัดอุณหภูมิที่อ่าน อุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว การวัดอุณหภูมิให้วัดผ่านรูที่เจาะไว้ข้างกระบะรถบรรทุกทั้ง 2 ด้าน ที่ประมาณกึ่งกลางความยาวของกระบะ และสูงจากพื้นกระบะประมาณ 150 มิลลิเมตร การวัด อุณหภูมิให้วัดจากรถบรรทุกทุกคันแล้วจดบันทึกอุณหภูมิไว้
    6.2 กรีตจากโรงงานผสมไปยังสถาน** ใช้บร
    เตรียมไว้แล้วโดยถูกต้องตามข้อ 4.2 ในการขนส่งจะต้องมีผ้าใบ หรือแผ่นวัสดุอื่นใดที่ใช้ได้อย่างเหมาะสม คลุมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อรักษาอุณหภูมิและป้องกันน้ําฝนหรือสิ่งสกปรกอื่น ๆ 6.3 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต

    การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องใช้เครื่องปูที่ถูกต้องตามที่กําหนดในข้อ 4.3 โดยต้องผ่าน การตรวจสอบ ตรวจปรับ และอนุญาตให้ใช้ได้แล้วจากผู้ควบคุมงาน การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องคํานวณความเร็วของเครื่องปูให้เหมาะสมกับกําลังผลิตของโรงงานผสม และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ การปูจะต้องดําเนินการไปโดยต่อเนื่องมากที่สุดด้วยความเร็วการปูที่สม่ําเสมอ ปริมาณส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีตที่ออกจากเตารีดของเครื่องปู จะต้องมีปริมาณสม่ําเสมอตลอดความกว้างของพื้นที่ที่ปู โดยขณะปู ควรป้อนส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจากกระบะบรรจุผ่านไปยังเกลียวเกลี่ยจ่ายทั้ง 2 ข้าง จนถึงส่วนเตารีด โดยสม่ําเสมอ มีระดับส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตคงที่ และในการปฏิบัตินี้ให้เป็นไป โดยต่อเนื่องมากที่สุด ในส่วนของเตารีดอัตราเร็วการกระแทกของคานกระแทก และจํานวนรอบการสั่นสะเทือนของเตารีดแบบ

    สั่นสะเทือนตลอดจนระยะเต้นจะต้องคงที่และใช้ให้เหมาะสมกับชนิดลักษณะของส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีตความหนาของชั้นทางและอื่น ๆ ในการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต คอนกรีตขณะยังไม่ได้บดทับ จะต้องมีลักษณะผิวหน้าที่มีความเรียบ
  2. นวหน้าของชั้นทาง
    สมอง
    ตามขวางและตามยาว โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) รอยเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shaving) การแยกตัวของ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหรือลักษณะความเสียหายอื่น ๆ ขณะปูหากปรากฏว่ามีความเสียหายใด ๆ เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขในทันที ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีลักษณะจับตัวเป็นก้อนแข็ง ห้ามนํามาใช้ 6.3.1 สภาพผิวชั้นทางก่อนการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องแห้ง ห้ามปูส่วนผสมแอสฟัลต์
    คอนกรีตขณะฝนตกหรือเมื่อผิวขั้นทางที่จะปูเปียกขึ้น
    6.3.2 อุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขณะปู ไม่ควรคลาดเคลื่อนไปจากอุณหภูมิ เมื่อออกจาก โรงงานผสมที่กําหนดให้โดยผู้ควบคุมงาน เกินกว่า 14 องศาเซลเซียส แต่ทั้งนี้จะต้องไม่ต่ํากว่า 120 องศาเซลเซียส การตรวจวัดอุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูแล้วบนถนน จะต้องดําเนินการ
    งาน ร.ด.
    (อาภรณ์ / อัมพันธ์) ผู้อํานวยการกองช่าง
    หมวดงานทาง 2-80
    -A
    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์)
    นักพัฒนาชุมชน
    eA
    วรรณโดร
    (นางสาววรรณิศา การจุด) ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
    กรมทางหลวงชนบท กระรวงคมนาคม
    ว่าที่ ร.ต.

    เป็นระยะ ๆ ตลอดเวลาของการปู หากปรากฏว่าอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตไม่ถูกต้อง ตามที่กําหนด ให้ตรวจสอบหาสาเหตุและแก้ไขโดยทันที
    6.3.3 การวางแนวก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ก่อนการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทุกชั้น จะต้องวางแนวขอบชั้นทางที่จะปูก่อน โดยการใช้เชือกขึงวางแนวและยึดติดกับพื้นที่ที่จะปู ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตให้แน่น หรือวิธีการกําหนดแนวอื่นใด ที่เหมาะสมตามที่ผู้ควบคุมงาน เห็นชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรกของชั้นทางแต่ละชั้น
    ทั้งนี้เพื่อให้ได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ตรงแนวเรียบร้อยตามแบบ การดําเนินการนี้ไม่รวมถึง การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตติดกับคันหิน (Curb) และร่องระบายน้ํา (Gutter) หรือส่วนของ โครงสร้างใด ๆ ที่มีแนวถูกต้องตามแบบอยู่แล้ว
    6.3.4 ลําดับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น จะต้อง ดําเนินการปูช่องจราจรหลักหรือทางตรงก่อน ส่วนช่องจราจรหรือบริเวณอื่น ๆ เช่น ทางแยก
    ส่วนขยาย หรือบริเวณย่อยอื่น ๆ ให้ดําเนินการภายหลัง
    6.3.5 การก่อสร้างรอยต่อตามขวาง รอยต่อตามขวางหมายถึง แนวก่อสร้างขั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    ตามขวางที่ปลายแปลงก่อสร้างที่สิ้นสุดการก่อสร้างประจําวัน
    การก่อสร้างรอยต่อตามขวาง อาจดําเนินการได้ 2 วิธี คือ
    (1) การใช้ไม้แบบ โดยใช้ไม้แบบที่มีความหนาเท่ากับความหนาของชั้นทางที่ปูวางที่จุดสิ้นสุดของ การปูแต่ละแปลงให้ตั้งฉากกับแนวการปู เมื่อปูแอสฟัลต์คอนกรีตถึงไม้แบบนี้ให้ปูเลยไปเป็น
    ทางลาดที่มีความยาวเพียงพอที่จะไม่ทําให้ยวดยานสะดุดเมื่อแล่นผ่าน และอาจอนุญาตให้
    ใช้ทรายรองพื้นส่วนลาดได้ เพื่อความสะดวกในการลอกแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เป็นทาง ลาดออก โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
    (2) การใช้กระดาษแข็งสําเร็จรูปหรือแผ่นวัสดุสําเร็จรูปใด ๆ ที่ใช้สําหรับทํารอยต่อตามขวาง โดยเฉพาะ ซึ่งใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์และผู้ควบคุมงานเห็นชอบ โดยนํามาวางที่จุดสิ้นสุด ของการปูแต่ละแปลงให้ตั้งฉากกับแนวการปู แล้วปูแอสฟัลต์คอนกรีตทับเป็นทางลาดที่มี ความยาวเพียงพอที่จะไม่ทําให้ยวดยานสะดุดเมื่อแล่นผ่าน
    เมื่อจะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อจากรอยต่อตามขวางนั้น ก็ให้ยกไม้แบบ แผ่นกระดาษแข็ง หรือแผ่นวัสดุสําเร็จรูปนั้น รวมทั้งชั้นทางส่วนที่ปูเป็นทางลาดออกไป ตรวจสอบระดับด้วยไม้ บรรทัดวัดความเรียบ หากระดับหรือความหนาของชั้นทางส่วนใดไม่ถูกต้องตามแบบ ให้ตัดชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตส่วนนั้นออกไปจนถึงชั้นทางส่วนที่มีระดับและความหนาถูกต้องตามแบบด้วย เครื่องตัดรอยต่อแอสฟัลต์คอนกรีตให้ได้แนวตรงและตั้งฉากโดยเรียบร้อย ก่อนที่จะปูชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตต่อไป ให้ทารอยต่อตามขวางนั้นด้วยแอสฟัลต์บาง ๆ เพื่อให้รอยต่อต่อเชื่อมกับ ชั้นทางที่จะใหม่ได้ดี การทารอยต่อด้วยแอสฟัลต์นี้ให้ดําเนินการตาม มท. 227: มาตรฐานงาน แทคโคท Tack Coat)
    (อาภรณ์/ อัมพันธ์) ผู้อําานวยการกองช่าง
    AF
    कले (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์) นักพัฒนาชุมชน
    วรรณโศก
    (นางสาววรรณิศา การจุล ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
    หมวดงานทาง 2-81
    กรมทางหลวงชนบฯ กระทรวงคมนาคม
    ในกรณีที่การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหยุดชะงักด้วยเหตุใดก็ตามในระหว่างการก่อสร้าง ประจําวัน จนทําให้อุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณหน้าเตารีดลดลงต่ํากว่า ที่กําหนด ก็ให้ทํารอยต่อตามขวางที่บริเวณนั้นด้วย โดยให้ตัดรอยต่อถึงบริเวณที่มีความหนาตาม แบบและได้บดทับเรียบร้อยแล้ว โดยตัดให้ตั้งฉากพร้อมกับตักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่ ตัดออกทิ้งไป ให้ทารอยต่อตามขวางนั้นด้วยแอสฟัลต์บาง ๆ เพื่อให้รอยต่อต่อเชื่อมกับชั้นทางที่ จะปูใหม่ได้ดี การทารอยต่อด้วยแอสฟัลต์ให้ดําเนินการตาม มหถ. 227 : มาตรฐานงานแทคโคท
    (Tack Coat)
    แอสฟัลต์คอนกรีตไปได้กระบะแรก
    การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อเชื่อมกับรอยต่อตามขวางในครั้งใด ๆ เมื่อเริ่มปูส่วนผสม ให้ใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบระดับที่รอยต่อ หากไม่ได้ระดับตามที่กําหนด ให้ดําเนินการแก้ไขโดยด่วนขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ ปูใหม่นั้นยังร้อนอยู่
    ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตแต่ละช่องจราจร รอยต่อตามขวางของการก่อสร้างชั้นทางที่ ช่องจราจรข้างเคียงต้องไม่อยู่ในแนวเดียวกัน โดยต้องก่อสร้างให้มีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 5 เมตร
    ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดเป็นจุดอ่อนทําให้เกิดความเสียหายภายหลังได้
    ในกรณีที่ปูแอสฟัลต์คอนกรีตหลายชั้น รอยต่อตามขวางของแต่ละชั้นจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า
    5 เมตร และจะต้องห่างจากรอยต่อตามขวางของช่องจราจรข้างเคียงไม่น้อยกว่า 5 เมตร ด้วย 6.3.6 การก่อสร้างรอยต่อตามยาว ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตประกบกับชั้นทางช่องจราจรข้างเคียง
    ที่ได้ดําเนินการเรียบร้อยแล้วนั้น อาจทําได้ 2 วิธี คือ
    (1) การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้เหลื่อมเข้าไปในชั้นทางช่องจราจรข้างเคียงที่ได้ ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว 25-50 มิลลิเมตร แล้วดันส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ส่วนที่เหลื่อม เข้าไปนี้ให้ชนแนวรอยต่อ โดยให้สูงกว่าระดับที่ด้านนอกถัดไปให้มากพอที่เมื่อบดทับแล้ว รถบด
    จะไปหัดส่วนผสมแอลมัลด์ติกคอนกรีตตรงรอยต่อนั้นแน่นและเรียบได้ระดับสม่ําเสมอกับ
    (2) การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้เหลื่อมเข้าไปในชั้นทางช่องจราจรข้างเคียงที่ได้
    (อาภรณ์ อัมพันธ์) ผู้อํานวยการกองช่าง
    ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว 25-50 มิลลิเมตร คัดเม็ดวัสดุก้อนโตบริเวณที่เหลื่อมกันตรงรอยต่อ นั้นออกทิ้งไป ซึ่งเมื่อบดทับจะได้รอยต่อตามยาวที่แน่น ไม่ขรุขระ และเรียบได้ระดับ
    สม่ําเสมอกับผิวทางที่ก่อสร้างประกบนั้น
    ก่อนจะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ประกบกับชั้นทางของช่องจราจรที่ได้ ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว ให้ตัดแต่งรอยต่อตามยาวนั้นด้วยเครื่องมือตัดรอยต่อตามที่ระบุไว้ ในข้อ 4.8.3 โดยตัดให้ตั้งฉากกับชั้นทางที่ปูทับ และรอยต่อนั้นจะต้องตรงแนว เรียบร้อย คม ไม่ฉีกขาด เสร็จแล้วให้ทารอยต่อนั้นด้วยแอสฟัลต์บาง ๆ เพื่อให้รอยต่อต่อเชื่อมกันได้ดีกับ ชั้นทางที่ประกบ การทารอยต่อด้วยแอสฟัลต์นี้ ให้ดําเนินการตาม มทถ. 227 : มาตรฐาน งานแทคโคท (Tack Coat)
    หมวดงานทาง 2-82
    ชั้นก
    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์)
  • นักพัฒนาชุมชน
    วรณ์ตา
    (นางสาววรรณิศา การจุด) ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
    ว่าที่ ร.ต.
    กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
    ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายชั้น แต่ละชั้นให้ก่อสร้างให้มีรอยต่อตามยาว เหลื่อมกันไม่น้อยกว่า 150 มิลลิเมตร ถ้าเป็นชั้นทาง 2 ช่องจราจร รอยต่อตามยาวของชั้นทาง ชั้นบนสุดให้อยู่ในแนวขอบช่องจราจรตามแบบ
    การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายช่องจราจรพร้อมกัน โดยใช้เครื่องปูหลายเครื่อง
    การปูชั้นทางโดยเครื่องปูที่ตามหลัง ให้ปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเหลื่อมเข้าไปในชั้นทาง ที่กําลังปูโดยเครื่องปูเครื่องหน้า 25-50 มิลลิเมตร ในกรณีเช่นนี้ไม่จําเป็นต้องตัดรอยต่อ ตามยาว และไม่ต้องทําแทคโคท
    6.3.7 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตในทางโค้ง ให้ปูช่องจราจรด้านโค้งในก่อนไปตามลําดับจนถึงโค้งนอก
    แต่ถ้าก่อสร้างในฤดูฝนจะต้องดําเนินการก่อสร้างให้เสร็จเต็มโค้งโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันน้ําขังบน
    ชั้นทาง
    ดําเนินการก่อสร้างให้เสร็จ
    6.3.8 การตรวจวัดความหนาของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ตรวจวัดความหนาของชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตที่ปูแล้วแต่ยังไม่ได้บดทับเป็นระยะ ๆ ช่วงละไม่เกิน 8 เมตร โดยให้ตรวจวัดความหนา ตลอดความกว้างของชั้นทาง หากปรากฏว่าความหนาของชั้นทางคลาดเคลื่อนไปจากความหนา ที่กําหนด ให้แก้ไขโดยทันทีขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิตามที่กําหนด กรณีที่มี ความหนาน้อยกว่าที่กําหนด ให้คราดผิว แล้วนําส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีคุณภาพถูกต้อง มาปูเสริม เกลี่ยให้ได้ระดับสม่ําเสมอแล้วตรวจสอบระดับให้ถูกต้อง
    6.3.9 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตด้วยรถเกลี่ยปรับระดับ การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณ ที่เครื่องปูไม่สามารถเข้าไปดําเนินการได้ หรือไม่เหมาะสมที่จะเข้าไปดําเนินการ อาจพิจารณาให้ ใช้รถเกลี่ยปรับระดับที่ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในข้อ 4.4 ดําเนินการได้แล้วตรวจสอบด้วยไม้บรรทัด วัดความเรียบให้ได้ระดับถูกต้อง ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
    6.3.10 การปูด้วยแรงคน กรณีที่เป็นพื้นที่จํากัด หรือพื้นที่ที่ต้องการปรับระดับ พื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวาง และ อื่น ๆ ที่เครื่องปูและรถเกลี่ยปรับระดับเข้าไปดําเนินการไม่ได้ ไม่เหมาะสม หรือไม่สะดวกที่จะเข้า
    ร อาจพิจารณาใช้คนปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตในบริเวณ…ที่จะเข้า
    ทั้งนี้ให้อยู่ใน
    ดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน ในการใช้คนดําเนินการนี้ ให้ใช้พลั่วตักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตไป กองเรียงกันบนพื้นที่ที่ต้องการปู แต่ละกองเป็นกองเดี่ยว ๆ ห้ามกองทับกันเป็นกองสูง เกลี่ยแต่ง ให้เรียบสม่ําเสมอ แล้วตรวจสอบด้วยไม้บรรทัดวัดความเรียบให้ได้ระดับถูกต้อง
    6.3.11 การตรวจสอบความเรียบในการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ดําเนินการตรวจสอบภายหลังจาก
    การบดทับเที่ยวแรก โดยใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบวางทาบไปบนผิวหน้าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต หากต้องเสริมแต่งปรับระดับใหม่ ให้ดําเนินการขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิ
    ตามที่กําหนด
    6.4 การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น จะต้องใช้เครื่องจักรบดทับที่ถูกต้องตามที่กําหนดในข้อ 4.5
    และจะต้องมีจํานวนเพียงพอที่จะอํานวยให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปได้โดยปกติ
    (อาภรณ์ อัมพันธ์) ผู้อํานวยการกองช่าง
    स्वच
    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์) นักพัฒนาชุมชน
    adinlari
    (นางสาววรรณิศา การจุล หมวดงานทาง 2-83านธุรการ
    ว่าที่ ร.ต.
    กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
    ว่าที่ ร.ต.
    ไม่ติดขัดหรือหยุดชะงัก เครื่องจักรบดทับต่าง ๆ ดังกล่าว ก่อนนําไปใช้งานจะต้องผ่านการตรวจสอบ ตรวจปรับ ให้เหมาะสมตามรายการและวิธีการตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกําหนด และอนุญาต ให้ใช้ได้จากผู้ควบคุมงาน
    การบดทับจะต้องกระทําทันทีหลังจากการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต และเริ่มบดทับขณะที่ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังร้อนอยู่ โดยมีอุณหภูมิระหว่าง 120-150 องศาเซลเซียส เมื่อบดทับแล้ว จะต้องได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความแน่น ความเรียบสม่ําเสมอ ได้ระดับและความลาดตามแบบ ไม่มีรอยแตก รอยเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง รอยคลื่น รอยล้อรถบด หรือความเสียหายของผิวชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตอื่น ๆ
    6.4.1 หลักการบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทั่ว ๆ ไป ในกรณีที่ข้อกําหนดไม่ได้ระบุวิธีการบดทับเป็น
    อย่างอื่น การบดทับให้พิจารณาดําเนินการตามหลักการบดทับ ดังนี้
    a
    ในเบื้องต้นให้บดทับรอยต่อต่าง ๆ ก่อนโดยทันที ต่อจากนั้นก็ให้บดทับขั้นต้น (Initial or
    ๆ Breakdown Rolling) โดยให้รถบดทับตามหลังเครื่องปู ให้ใกล้ชิดเครื่องปูมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และในการบดทับขั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับต้องไม่มีรอยแตก ไม่มีส่วนผสมแอสฟัลต์
    V
    คอนกรีตติดล้อรถบด ต่อไปเป็นการปิดทับขั้นกลาง (Intermediate Rolling) โดยให้บดทับตามติด การบดทับในขั้นต้นให้ใกล้ชิดที่สุดเท่าที่สามารถจะทําได้ และต้องดําเนินการขณะที่ส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิเหมาะสมที่จะทําให้ได้ความแน่นตามที่กําหนด ต่อจากนั้นเป็นการ บดทับขั้นสุดท้าย (Finish Rolling) ซึ่งจะต้องดําเนินการขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมี อุณหภูมิที่รถบดจะสามารถลบรอยล้อรถบดทับที่ผ่านมาได้เรียบร้อย
    ในการบดทับจะต้องเริ่มบดทับที่ขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านต่ําหรือด้านขอบนอกก่อน

    แล้วจึงค่อย ๆ บดทับเหลื่อมเข้าไปสู่ด้านเส้นแบ่งกึ่งกลางถนน เว้นแต่การบดทับช่วงการยกโค้ง ซึ่งจะต้องบดทับทางด้านต่ําก่อน แล้วจึงบดทับเหลื่อมไปทางด้านสูง การบดทับแต่ละเที่ยวให้ และให้แนวบดทับเหลื่อมกัน (Overlap) ประมาณ 150 มิลลิเมตร แต่ถ้าบดทับแล้วเกิดเป็นคลื่นตามขวางหรือส่วนผสมเคลื่อนตัวเป็นแอ่งก็ให้เปลี่ยนเป็น
  • “นไปกับเส้นแบ่งกึ่งกลางถนน
    และเป็นวรร
    บดทับเหลื่อมกันครึ่งหนึ่งของความกว้างของล้อรถบด การหยุดรถบดแต่ละเที่ยวของการปิดทับ
    ต้องไม่หยุดที่แนวเดียวกับรอยหยุดของรถบดเที่ยวก่อน แต่ควรหยุดรถบดให้เหลื่อมกันเป็น
    ระยะห่างพอสมควร
    ในระหว่างการบดทับ หากมีส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด ควรใช้น้ําหรือสารสําหรับ เคลือบล้อรถบดใด ๆ ที่เหมาะสมที่ผู้ควบคุมงานเห็นชอบ พ่นล้อรถบดบาง ๆ เพียงเพื่อเคลือบ ผิวหน้าล้อรถบดให้เปียกขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด หากหมด ความจําเป็นแล้วให้เลิกใช้ การบดทับรถบดจะต้องวิ่งด้วยความเร็วต่ําและสม่ําเสมอ โดยใช้ล้อขับ (Drive Wheel) นําหน้าให้ใกล้ชิดเครื่องปูมากที่สุด หากมีการเปลี่ยนความเร็วรถบดขณะปิดทับ จะต้องค่อย ๆ เปลี่ยนความเร็วทีละน้อย ในช่องทางการบดทับช่องทางใด ๆ การบดทับเดินหน้า ถอยหลังให้อยู่ในแนวช่องทางการบดทับเดียวกัน ก่อนเดินหน้าและถอยหลังรถบดจะต้อง
    อาภรณ์ อัมพันธ์) ผู้อําานวยการกองช่าง
    หมวดงานทาง 2-84

    सनि
    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์) นักพัฒนาชุมชน
    วรรณศ
    (นางสาววรรณิศา การจุด) ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
    24-
    กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
    หยุดนิ่งก่อน ถ้าเป็นรถบดสั่นสะเทือนจะต้องหยุดการสั่นสะเทือนก่อนด้วย การเปลี่ยนแนว ช่องทางบดทับจะต้องค่อย ๆ เปลี่ยน โดยให้ไปเปลี่ยนบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต บริเวณที่ได้ บดทับและเย็นตัวแล้ว ห้ามเปลี่ยนบนผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับหรือที่ยังร้อนอยู่
    การบดทับช่องทางบดทับถัดไปจะต้องขนานกับช่องทางเดิม การจอดรถบดขณะบดทับหรือบดทับ เสร็จแล้ว ให้จอดบนผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่เย็นตัวแล้ว ห้ามจอดบนผิวชั้นทาง
    แอสฟัลต์คอนกรีตที่ยังร้อนอยู่ ถ้าในการบดทับทําให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเกิดการเคลื่อนตัว ออกไปต้องแก้ไขโดยด่วน โดยการคราดส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณดังกล่าวให้หลวม
    แล้วนําส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีคุณภาพและอุณหภูมิถูกต้องมาเพิ่ม พร้อมกับแต่งระดับให้
    สม่ําเสมอได้ระดับถูกต้องแล้วจึงบดทับใหม่
    6.4.2
    ความในการบดทับ
    ในการบดกับโดยทั่ว ๆ
    ในการบดทับโดยทั่ว ๆ ไป รถบดจะต้องวิ่งด้วยความเร็วต่ําและ สม่ําเสมอ ความเร็วสูงสุดที่ใช้ในการบดทับขึ้นอยู่กับชนิดของรถบด อุณหภูมิ ชนิด ลักษณะและ ความหนาของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ขั้นตอนการบดทับ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ความเร็วสูงสุดในการบดทับสําหรับรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือน รถบดล้อเหล็กแบบ สั่นสะเทือนซึ่งบดทับโดยไม่สั่นสะเทือนและรถบดล้อยาง ในการบดทับขั้นตอนต่าง ๆ ควรจะ
    เป็นไปตามตารางที่ 6
    ชนิดของรถบด
    ตารางที่ 6 ความเร็วของรถบดในการบดทับ
    ความเร็วของการบดในการบดทับ การบดทับขั้นกลาง
    การบดทับขั้นต้น
    การบดทับขั้นสุดท้าย
    กม./ชม. ไมล์/ชม.
    กม./ชม.
    ไมล์/ชม.
    กม./ชม. ไมล์/ชม.
    รถบดล้อเหล็กชนิด 2
    3
    2
    5
    ()
    3
    5*
    3*
    รถบดล้อยาง รถบดสั่นสะเทือน
    5
    5
    3
    00
    5
    **
    4-5
    2.5-3
    4-5
    2.5-3
    หมายเหตุ
    ว่าที่ ร.ต.
  • รวมถึงรถบดสั่นสะเทือนบดทับโดยไม่สั่นสะเทือน
    ดูตารางที่ 7 ประกอบความเร็วสูงสุดของ ตอน ** ดูตารางที่ 7 การปิดทับสําหรับรถบดสั่นสะเทือนที่มีความถี่ในการสั่นสะเทือนใด ๆ ขึ้นอยู่กับระยะกระแทก ของล้อรถบด (Impact Spacing) ซึ่งตามปกติระยะการกระแทกของล้อรถบดจะน้อยกว่า ความหนาของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่บดทับแล้ว ในการบดทับระยะกระแทกของล้อรถบด ไม่ควรน้อยกว่า 10 ครั้งต่อระยะทาง 300 มิลลิเมตร (หรือ 33 ครั้งต่อระยะทาง 1 เมตร) ที่รถบด เคลื่อนตัวไป สําหรับความเร็วที่เหมาะสมในการบดทับของรถบดสั่นสะเทือนที่ความถี่การ สั่นสะเทือนใด ๆ ที่ใช้ และระยะกระแทกของล้อรถบดที่กําหนด ควรจะเป็นไปตามตารางที่ 7
    (ชากรณ์ / อัมพันธ์ ผู้อํานวยการกองช่าง
    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์) นักพัฒนาชุมชน
    วรรณโศ
    (นางสาววรรณิศา การจุด ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
    หมวดงานทาง 2-85
    กรมทางหลวงชนบท กระรวงคมนาคม
    ตารางที่ 7 ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็ว ความถี่ และจํานวนครั้งการกระแทก
    ความถี่การสั่นสะเทือน
    เฮิรตซ์ (รอบต่อนาที)
    (ช่วงที่ควรใช้อยู่ในกรอบเส้นทึบ)
    จํานวนครั้งการกระแทกต่อ 1 เมตร (จํานวนครั้งการกระแทกต่อระยะ 1 ฟุต)
    30 (1.800)
    45.0
    33.8
    27.0
    22.5
    19.3
    (13.6)
    (10.2)
    (8.2)
    (6.8)
    (5.8)
    33 (2,000)
    50.0
    37.5
    30.0
    25.0
    21.4
    (15.2)
    (11.4)
    (9.1)
    (7.6)
    (6.5)
    37 (2.200)
    55.0
    41.3
    33.0
    27.5
    23.6
    (12.5)
    (10.0
    (8.3)
    (7.1)
    40 (2.400)
    60.0
    45.0
    36.0
    30.0
    25.7
    (18.2)
    (13.6)
    (10.9)
    (9.1)
    (7.8)
    43 (2,600)
    65.0
    48.8
    39.0
    32.5
    27.9
    (19.7)
    (14.8)
    (11.8)
    (9.8)
    (8.4)
    47 (2.800)
    70.0
    52.5
    42.0
    35.0
    30.0
    (21.2)
    (15.9)
    (12.7)
    (10.6)
    (9.1)
    50 (3,000)
    75.0
    56.3
    45.0
    37.5
    32.1
    (22.7)
    (17.0)
    (13.0)
    (11.4)
    (9.7)
    กม./ชม.
    2.4
    3.2
    4.0
    4.8
    5.6
    ความเร็ว
    ไมล์/ชม.
    1.5
    2.0
    2.5
    3.0
    3.5
    รถบด
    ม./นาที
    40.0
    53.3
    66.7
    80.0
    93.3
    ฟุต/นาที 132
    176
    220
    264
    308
    ว่าที่ ร.ต.
    6.4.3 การทําแปลงทดลองเพื่อกําหนดรูปแบบของการปิดทับ ก่อนเริ่มการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีต เพื่อให้ใช้เครื่องจักรบดทับที่มีอยู่ได้ถูกต้องเหมาะสมต่องานและเกิดประโยชน์สูงสุด
    คลองในสนามยาวประมาณ 100-150 เมตร เพื่อการ
    (Pattern of Rolling) ที่เหมาะสมกับชนิด จํานวนสภาพเครื่องจักรที่นํามาใช้งาน โดยเมื่อบดทับ
    เสร็จแล้วจะต้องได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความเรียบ ความแน่นสม่ําเสมอ ได้ระดับความ ลาดตามแบบ และมีคุณสมบัติอื่น ๆ ถูกต้องตามที่กําหนด การทําแปลงทดลองบดทับนี้ให้ ดําเนินการแก้ไข ปรับการใช้งาน หรือเพิ่มจํานวนเครื่องจักรบดทับได้แล้วแต่กรณี จนกว่าจะ สามารถบดทับได้ถูกต้องตามที่กําหนด และผู้ควบคุมงานเห็นชอบแล้ว จึงนําไปใช้เป็นบรรทัดฐาน ในการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในงานนั้น ๆ ต่อไป ในระหว่างการก่อสร้าง หากมีการ เปลี่ยนแปลงใด ๆ เกี่ยวกับส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต หรือเครื่องจักรบดทับที่ใช้งานและอื่น ๆ ผู้ควบคุมงานอาจพิจารณาให้ปรับปรุงแก้ไขหรือทําแปลงทดลองในสนาม เพื่อทดลองหาความ เหมาะสมใหม่ก็ได้ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
    อาภรณ์’ อัมพันธ์)
    หมวผู้อํานวยการกองช่าง

    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์) นักพัฒนาชุมชน
    sk
    วรณ์โคร
    (นางสาววรรณิศา การจุล ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
    กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
    การกําหนดรูปแบบการบดทับที่เหมาะสมสําหรับเครื่องจักรบดทับชุดใดที่ใช้งานนั้น ให้ผู้รับจ้าง
    ดําเนินการทดลองบดทับ เพื่อกําหนดขนาดพื้นที่บดทับที่สัมพันธ์กับกําลังผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีตของโรงงานผสม อัตราการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต และเพื่อทราบจํานวนเที่ยวการ บดทับเต็มผิวหน้าขั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต (Coverage) จํานวนเที่ยวการบดทับซ้ําที่ช่องทางบดทับ แต่ละช่อง (Pass) ความเร็วของรถบดแต่ละชนิดในการบดทับและอื่น ๆ ๆ
    6.4.4 ลําดับขั้นตอนการบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    าที่ ร.ต.
    (1) เมื่อปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรกหรือเต็มผิวจราจรในคราวเดียว การบดทับ
    จะต้องดําเนินการตามลําดับ ดังนี้
    ก. บดทับรอยต่อตามขวาง
    ข. บดทับขอบผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านนอก
    ค.
    e
    บดทับขันกลาง
    จ. บดทับขั้นสุดท้าย
    นบท
    (2) เมื่อปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายช่องจราจรพร้อมกัน หรือปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ ประกบกับช่องจราจรเดิมที่ได้ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว หรือประกบกับแนวโครงสร้างใดที่มี อยู่แล้ว การบดทับจะต้องดําเนินการตามลําดับ ดังนี้
    ก. บดทับรอยต่อตามขวาง
    ข. บดทับรอยต่อตามยาว
    ค. บดทับขอบผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านนอก
    ง. บดทับขั้นต้น
    จ. บดทับขั้นกลาง
    บดทับขั้นสุดท้าย (2
    PADS
    6.4.5 การบดทับรอยต่อตามขวาง ให้ใช้รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือรถบดสั่นสะเทือน แต่ให้บดทับโดย ไม่สั่นสะเทือน สําหรับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรกก่อนการบดทับ รอยต่อตามขวาง ควรใช้แผ่นไม้ที่มีความหนาเหมาะสม วางรองชิดขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต บริเวณรอยต่อตามขวางทั้ง 2 ด้าน เพื่อรองรับล้อรถบดเวลาบดทับเลยขอบขั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตออกไป เป็นการป้องกันมิให้ขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปลายรอยต่อตามขวาง เสียหาย เสร็จแล้วจึงบดทับรอยต่อตามขวาง โดยในการบดทับเที่ยวแรกให้รถบดวิ่งบนชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปในบริเวณชั้นท แอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่ ประมาณ 150 มิลลิเมตร ใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบความ เรียบของ รอยต่อ หากไม่ถูกต้องให้แก้ไขให้เรียบร้อยทันที และในการบดทับเที่ยวต่อ ๆ ไป ให้แนวบดทับค่อย ๆ เลื่อนเข้าไปในบริเวณชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่เที่ยวละ 150-200 มิลลิเมตร จนในที่สุดล้อรถบดจะเข้าไปบดทับบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่ทั้งหมด
    ก็สร้างเป็นทางและวางสลัดบนทวีตของสาวแรกบนการบรทัย
    02
    (อาภรณ์ อัมพันธ์) ผู้อํานวยการกองช่าง
    পल
    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์) นักพัฒนาชุมชน
    ครูฟล์)
    (นางสาววรรณิศา การจุล ผู้หมวดงานทาง 2-87
    กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
    สําหรับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรประกบกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    ช่องจราจรที่ได้ก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว การบดทับในครั้งแรกให้บดทับบริเวณปลายรอยต่อตามขวาง ด้านที่บรรจบกับรอยต่อตามยาว โดยให้บดทับขนานไปตามรอยต่อตามยาวเป็นระยะประมาณ 0.5-1 เมตร แล้วใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบความเรียบของรอยต่อ หากไม่ถูกต้อง ให้แก้ไขให้เรียบร้อยทันที ต่อจากนั้นให้เริ่มบดทับรอยต่อตามขวาง ก่อนบดทับควรใช้แผ่นไม้ที่มี ความหนาเหมาะสม วางรองชิดขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณรอยต่อตามขวางด้านนอก เสร็จแล้วให้บดทับรอยต่อตามขวาง โดยให้ดําเนินการตามวิธีการบดทับดังกล่าวข้างต้น
    6.4.6 การบดทับรอยต่อตามยาว รอยต่อตามยาวแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
    (1) รอยต่อเย็นหรือรอยต่อเก่า (Cold Joint) หมายถึง รอยต่อตามยาวระหว่างช่องจราจรที่ได้ และบดทับเรียบร้อยแล้ว กับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่
    พ.ศ
  • คอนกรีต และเรียบร้อ
    Psw
    ในการบดทับรอยต่อตามยาว เมื่อใช้รถบดล้อเหล็กชนิดไม่สั่นสะเทือน การบดทับ เที่ยวแรกให้ล้อรถบดส่วนใหญ่อยู่บนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว โดยให้ล้อ เดเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ 100-150 มิลลิเมตร และ ในการบดทับเที่ยวต่อ ๆ ไป ให้ล้อรถบดค่อย ๆ เลื่อนแนวบดทับเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทาง ที่ก่อสร้างใหม่เพิ่มขึ้น จนกระทั่งล้อรถบดทั้งหมดจะอยู่บนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ ในกรณีใช้รถบดสั่นสะเทือนบดทับ การบดทับจะต้องให้ล้อรถบดส่วนใหญ่อยู่บนชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตที่สร้างใหม่ โดยให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ที่ก่อสร้างแล้ว 100-150 มิลลิเมตร และให้ดําเนินการบดทับซ้ําตามแนวบดทับดังกล่าว จนกระทั่งได้รอยต่อตามยาวที่เรียบร้อยและได้ความแน่นตามที่กําหนด
    (2) รอยต่อร้อนหรือรอยต่อใหม่ (Hot, Joint) หมายถึง รอยต่อตามยาวของชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีต ระหว่างช่องจราจร 2 ช่อง ที่ก่อสร้างพร้อมกัน โดยการปูด้วยเครื่องปู 2 ชุด
    2
    ในการปิดรับรอยต่อตามยาวแบบนี้
    ให้ใช้พื้นที่บริเวณ
    รอยต่อทั้ง 2 ข้างของรอยต่อตามยาว กว้างประมาณ 400 มิลลิเมตร ที่เว้นไว้ในการบดทับ
    ขั้นต้น
    จนกว่าจะได้รอยต่อตามยาวที่เรียบร้อยและได้ความแน่นตามที่กําหนด
    6.4.7 การบดทับขั้นต้น (Initial or Breakdown Rolling) ภายหลังจากที่ได้บดทับรอยต่อต่าง ๆ เสร็จ เรียบร้อยแล้ว ให้ดําเนินการบดทับขั้นต้นเมื่อส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 120 องศาเซลเซียส การบดทับให้ใช้ได้ทั้งรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือนหรือรถบดสั่นสะเทือน เครื่องจักรบดทับที่ใช้ต้องถูกต้องตามข้อ 4.5 โดยน้ําหนักรถบด น้ําหนักบดทับ น้ําหนักต่อความ กว้างของล้อรถบด ความถี่การสั่นสะเทือน ระยะเต้นของล้อรถบด ความเร็วของรถบด และปัจจัย ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ จะต้องพิจารณาใช้ให้เหมาะสมกับชนิด ลักษณะ ความคงตัว อุณหภูมิ ความหนา ของชั้นทางที่ปู และสภาพของชั้นทางที่อยู่ภายใต้ที่จะก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ
    การปิดทับให้แนวรอยต่อ ช่างของล้อรถบด
    โดยให้บดทัน
    ว่าที่ ร.ต.
    (อาภรณ์ / อัมพันธ์) ผู้อํานวยการกองช่าง
    หมวดงานทาง 2-88
    งของส์
    राखीले
    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์) นักพัฒนาชุมชน
    (นางสาววรรณิศา การจุด) ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
    กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
    ว่าที่ ร.ต.
    การบดทับให้เริ่มบดทับจากขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านต่ํา หรือขอบชั้นทางด้านนอก ไปหาขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านสูงหรือขอบชั้นทางด้านใน
    การบดทับโดยใช้รถบดสั่นสะเทือน ควรใช้ความถี่การสั่นสะเทือน และระยะเต้นของล้อรถบด ให้เหมาะสมความถี่การสั่นสะเทือนควรอยู่ระหว่าง 33-50 เฮิรตซ์ (2,000-3,000 รอบต่อนาที) และระยะเต้นของล้อรถบดควรอยู่ระหว่าง 0.2-0.8 มิลลิเมตร สําหรับการบดทับชั้นผิวทางหรือ ผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ควรใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเต้นด้านต่ํา แต่ถ้าเป็นชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ชั้นผิวทางและมีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร อาจใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านต่ําและใช้ค่าระยะเต้นด้านสูงได้ อย่างไรก็ตามการใช้
    *****และค่าระยะเต้นของล้อรถปิดในการประก
    6.4.3
    การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาน้อยกว่า 25 มิลลิเมตร ต้องพิจารณาความ เหมาะสมเป็นพิเศษ หากใช้รถบดล้อเหล็ก ไม่ควรบดทับโดยการสั่นสะเทือน หากจะใช้รถบด บดทับโดยการสั่นสะเทือนก็ให้ใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบดด้านค่าต่ํา โดยเมื่อบดทับแล้วจะต้อง ไม่เกิดความเสียหายของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต เช่น เกิดการยุบตัว ทั้งนี้ต้องได้รับความ
    เห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน
    การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาระหว่าง 25-50 มิลลิเมตร หากใช้รถบด สั่นสะเทือนบดทับ ควรใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูงและใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบดด้านต่ํา
    การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร ด้วยรถบด สั่นสะเทือน สําหรับการบดทับขั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ชั้นผิวทาง อาจใช้ค่าระยะเต้นของ ล้อรถบดด้านสูงได้ แต่สําหรับชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต ควรจะใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือน ด้านสูง และใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบดด้านต่ํา
    กับขันทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีค
    สิ่งก่อสร้าง เช่น คันหิน
    50 มิลลิเมตร และไม่มีแนว
  • ด้านข้างไว้ หากบดทับ
    ตามวิธีการปกติแล้วปรากฏว่ามีการเคลื่อนตัวของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตด้านข้างให้เปลี่ยน
    วิธีการบดทับใหม่ โดยให้รุ่นแนวบดทับเที่ยวแรกเข้าไปให้ห่างจากขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    ประมาณ 300 มิลลิเมตร หลังจากนั้นให้บดทับต่อไปตามปกติ เสร็จแล้วจึงกลับมาบดทับขอบ ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เว้นไว้นั้นในเที่ยวสุดท้ายของการบดทับเต็มหน้าเที่ยวแรกต่อไป
    การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต 2 ช่องจราจรพร้อมกัน การบดทับในขั้นต้นนี้ให้ ดําเนินการพร้อมกันทั้ง 2 ช่องจราจร โดยให้เว้นระยะของแนวบดทับให้ห่างจากรอยต่อร้อนหรือ รอยต่อใหม่ของแต่ละช่องจราจร ไว้ข้างละประมาณ 200 มิลลิเมตร พื้นที่แนวรอยต่อดังกล่าวนี้
    ให้ดําเนินการบดทับตามข้อ 6.4.6 (2) ต่อเนื่องกันไป
    6.9.8 การปิดทับขั้นกลาง (Intermediate Rolling) ให้เริ่มดําเนินการบดอัดเมื่อชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 95 องศาเซลเซียส การบดทับขั้นกลางควรดําเนินการตามรูปแบบ
    (ยาภรณ์” อัมพันธ์) ผู้อําานวยการกองช่าง
    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์)
    นักพัฒนาชุมชน
    (นางสาววรรณิศา การัฐล) ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
    หมวดงานทาง 2-89
    กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
    ว่า ระ
    การบดทับขั้นต้น โดยให้บดทับตามหลังการบดทับขั้นต้นให้ใกล้ชิดที่สุด และให้บดทับโดยต่อเนื่อง ไปจนกว่าจะได้ความแน่นตามที่กําหนดและสม่ําเสมอทั่วทั้งแปลงที่ก่อสร้าง
    การบดทับขั้นกลางตามปกติให้ใช้รถบดล้อยางเป็นหลัก โดยเฉพาะชั้นผิวทางและผิวไหล่ทาง แอสฟัลต์คอนกรีต ให้ปรับน้ําหนักรถบด และความดันลมยางเพื่อให้ได้แรงอัดที่ผิวหน้าสัมผัสของ ล้อรถบดที่เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ
    สําหรับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตอื่น ๆ หรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร ที่ไม่ใช่ชั้นผิวทางและผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต อาจพิจารณาให้ใช้รถบด รถบดสั่นสะเทือนบดทับร่วมกับรถบดล้อยางด้วยได้ตามความเหมาะสม โดยรถบดต้องมี
    ล้อเหล็ก
    ความถี่การสั่นสะเทือนระยะเต้นของ
    น้ําหนัก นํ้าหนักบดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถ เลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ ทั้งนี
    ล้อรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
    กี่ยวข้องอื่น ๆ เหมาะสมกับชั้นทางแอส
    ไทย 3 ของผู้ควบคุมงาน

    6.4.9 การบดทับขั้นสุดท้าย (Finish Rolling) มีจุดประสงค์เพื่อลบรอยล้อรถบดที่ผิวหน้าและทําให้ ผิวหน้าเรียบสม่ําเสมอเท่านั้น ทั้งนี้ ให้เริ่มดําเนินการเมื่อชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตมีอุณหภูมิ
    ไม่ต่ํากว่า 66 องศาเซลเซียส โดยให้ใช้รถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือนหรือใช้รถบดสั่นสะเทือน แต่บดทับโดยไม่สั่นสะเทือนเท่านั้น รถบดต้องมีน้ําหนัก น้ําหนักบดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของ ล้อรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ 6.4.10 การบดทับพื้นที่พิเศษ
    (1) การบดทับบนพื้นที่ลาดชันสูง (Steep Grade) สําหรับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้าง บนพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง หรือในทางโค้งที่มีการยกโค้งสูง การบดทับโดยรถบดล้อเหล็ก แบบไม่สั่นสะเทือนให้ใช้ล้อตาม (Tiller Wheel) เดินหน้าโดยให้บดทับตามหลังเครื่องปู โดยใกล้ชิดที่สุด ไม่ว่าเครื่องปูจะปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขึ้นทางลาดชันหรือปูลงตาม ทางลาดชันก็ตาม ในการบดทับโดยใช้รถบดสั่นสะเทือนนั้น การบดทับในเที่ยวแรกให้บดทับ
    *****สะเทือน แต่หลังจากที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขอ,
    ยางมี
    (Stability 2
    สั่นสะเทือน โดยให้ใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบดด้านต่ํา
    ก็ให้บดทับต่อไปโดยการ
    (2) การบดทับบนพื้นที่ที่รถบดเข้าไปดําเนินการไม่ได้ (Inaccessible Area) สําหรับพื้นที่ ที่ก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่รถบดเข้าไปดําเนินการไม่ได้ เช่น บริเวณที่ชิดกับคันหิน และร่องระบายน้ํา สะพาน ขอบบ่อพัก และสิ่งกีดขวางอื่น ๆ จะต้องใช้เครื่องจักรหรือ เครื่องมือบดทับขนาดเล็กที่ถูกต้องตามข้อ 4.8.1 และหรือข้อ 4.8.2 การนํามาใช้และการใช้งาน ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
    (3) การบดทับบริเวณทางแยกทางเชื่อม (Bell Mouth Area) อาจดําเนินการได้ 2 วิธี คือ
    ก. การบดทับทะแยงมุม ในขั้นแรกให้ดําเนินการบดทับในแนวทะแยงมุมก่อน ต่อจากนั้น
    บดทับขนานกับขอบทางโค้ง
    (อาภรณ์, อัมพันธ์) ผู้อ้านวยการกองช่าง
    หมวดงานทาง 2-90
    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์) นักพัฒนาชุมชน
    วิรุณศา
    (นางสาววรรณิศา การจุล ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
    กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
    ข. การบดทับขนาน ในขั้นแรกให้ดําเนินการปิดทับในแนวขนานโดยตั้งฉากกับแนวเส้นแบ่ง
    กึ่งกลางทางแยกก่อน ต่อจากนั้นจึงบดทับขนานกับขอบทางโค้ง
    การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น จะต้องใช้เครื่องจักรบดทับที่ถูกต้องตามที่กําหนดในข้อ 4.5
    และจะต้องมีจํานวนเพียงพอที่จะอํานวยให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปได้โดยปกติ ไม่ติดขัดหรือหยุดชะงัก เครื่องจักรบดทับต่าง ๆ ดังกล่าว ก่อนนําไปใช้งานจะต้องผ่านการตรวจสอบ ตรวจปรับให้เหมาะสมตามรายการและวิธีการตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกําหนด และอนุญาตให้
    ใช้ได้จากผู้ควบคุมงาน
  1. การตรวจสอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว
    หลักเกณฑ์ในการตรวจสอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีดังต่อไปนี้
    7.1 ลักษณะผิว
    ชัน 2 2 2 ตนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่กระ
    จะต้องได้ระดับและความลาดตามแบบ มีลักษณะผิว และลักษณะการบดทับที่สม่ําเสมอ ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น แอสฟัลต์คอนกรีต ที่ผิวหน้าหลุด (Pull) รอยฉีก (Torn) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น (Ripple) หรือ ความเสียหายอื่น ๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏความเสียหายดังกล่าว จะต้องดําเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง เรียบร้อยตามที่ผู้ควบคุมงานเห็นสมควร

    7.2 ความเรียบที่ผิว (Surface Tolerance)
    เมื่อใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตามข้อ 4.8.5 วางทาบบนผิวของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ในแนวตั้งฉากและในแนวขนานกับแนวเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนระดับผิวของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ภายใต้ไม้บรรทัดวัดความเรียบจะแตกต่างจากระดับของไม้บรรทัดวัดความเรียบได้ไม่เกิน 6 มิลลิเมตร
    และ 3 มิลลิเมตร ตามลําดับ
    7.3 ความแน่น (Density)
    การตรวจสอบรับรองความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อ…
    เรียบร้อยแล้ว
    ได้จากการเปรียบเทียบค่าความแน่นของตัวอย่างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตกับค่าความแน่นของตัวอย่าง
    มาตรฐานการเร
    ที่บดอัดในห้องปฏิบัติการตาม มหถ.(ท) 607 :
    (Marshall) โดยคํานวณเป็นค่าความแน่นร้อยละของค่าความแน่นของตัวอย่างที่บดอัดในห้องปฏิบัติการ ตามรายละเอียด ดังนี้
    7.3.1 การจัดเตรียมก้อนตัวอย่างแอสฟัลต์คอนกรีตในห้องปฏิบัติการ ให้เก็บตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัสต์ คอนกรีต จากรถบรรทุกที่โรงงานผสมก่อนส่งออกไปยังสถานที่ก่อสร้าง โดยการสุ่มตัวอย่างจาก รถบรรทุกจากการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตประจําวันเป็นระยะ ๆ แล้วนําไปดําเนินการ ในห้องปฏิบัติการ โดยให้ได้ก้อนตัวอย่างอย่างน้อย 8 ก้อนตัวอย่างในแต่ละวันที่ปฏิบัติงาน ทดสอบหาค่าความแน่น แล้วนําค่าความแน่นที่ทดสอบได้จากก้อนตัวอย่างทั้งหมดมาหาค่าเฉลี่ย เป็นความแน่นในห้องปฏิบัติการประจําวัน สําหรับใช้ในการคํานวณเปรียบเทียบเป็นค่าความแน่น
    ว่าที่ ร.ต.
    (อาวรณ์ สัมพันธ์) ผู้อ่านวยการกองช่าง
    วรรณศ)
    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์) (นางสาววรรณิศา การจุด)
    นักพัฒนาชุมชน
    ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
    หมวดงานทาง 2-91
    กรมทางหลวงชนบท กระรวงคมนาคม
    ร้อยละของตัวอย่างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนาม
    การเก็บตัวอย่างและการเตรียมตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ดําเนินการตาม รายละเอียดและวิธีการที่กําหนด การทดสอบหาค่าความแน่นให้ดําเนินการตาม มหถ.(ท) 607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธีมาร์แชลล์ (Marshall) ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ในห้องปฏิบัติการ จะต้องตรงตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน และมีอุณหภูมิในขณะบดอัด ก้อนตัวอย่างตรงตามที่กําหนด สําหรับตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ดําเนินการใน
    ห้องปฏิบัติการนั้นอนุญาตให้นําเข้าอบในเตาอบเพื่อรักษาอุณหภูมิไว้ได้นานไม่เกิน 30 นาที ในระหว่างดําเนินการถ้าอุณหภูมิของตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลดลงต่ํากว่าอุณหภูมิ การบดอัดที่กําหนด ให้นําตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตดังกล่าวนั้นทิ้งไป ห้ามนําไปอบ
    เพื่อนํามาใช้บดอัดหนา
    C แพสต์คอนกรีตดังกล่าว
    ชันทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย ตัวอย่างตัวแทน
    7.3.2 การจัดเตรียมก้อนตัวอย่างของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนาม ให้เจาะก้อนตัวอย่างตัวแทนของ
    ตามข้อ 4.8.4 โดยให้เจาะเก็บก้อนตัวอย่างไม่น้อยกว่าจํานวน 1 ก้อนตัวอย่างทุก ๆ ระยะทาง ประมาณ 250 เมตรต่อช่องจราจร หรือทุก ๆ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่นํามาใช้งานประมาณ 100 ตัน แล้วนําไปทดสอบหาค่าความแน่นตาม มหถ.(ท) 607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์ คอนกรีตโดยวิธีมาร์แชลล์ (MarshalU
    สําหรับชั้นผิวทางชั้นรองผิวทาง และชั้นปรับระดับแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาไม่น้อยกว่า
    25 มิลลิเมตร ค่าความแน่นของขันทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98
    คอนกรีตในสนามจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 97 และ 96. ของในของก้อนตัวอย่างจาก
    ของค่าความแน่นเฉลี่ยของก้อนตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการที่ใช้เปรียบเทียบประจําวัน
    สําหรับขั้นพื้นทาง และผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ค่าความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์
    ห้องปฏิบัติการที่ใช้เปรียบเทียบประจําวันตามลําดับ
    RT
    AL ROA
  2. การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างการก่อสร้าง
    ในระหว่างการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องจัดและควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านชั้นทา
    แอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตจะเย็นตัวลงมากพอที่เมื่อเปิดให้การจราจร
    ผ่านแล้วจะไม่ทําให้เกิดร่องรอยบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น โดยจะต้องติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ ควบคุมการจราจรอื่น ๆ ที่จําเป็นตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกําหนด พร้อมจัดบุคลากรเพื่ออํานวยการ จราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่นั้น
    เสียหาย ระยะเวลาในการปิดและเปิดการจราจรให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
    ว่าที่ ร.ต.
    (วนกรณ์ / อัมพันธ์) ผู้อําานวยการกองช่าง
    หมวดงานทาง 2-92
    कार्बनचे (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์) นักพัฒนาชุมชน
    วรรณ์ได้)
    (นางสาววรรณิศา การกุล) ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
    Altr
    กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
  3. หนังสืออ้างอิง
    9.1 กรมทางหลวง มาตรฐานที่ ทล.-ม.408/2532 “แอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete or Hot Mix
    Asphalt)”
    9.2 AMERICAN SOCIETY OF TESTING METERIALS ASTM. STANDARD D-1559
    9.3 THE ASPHALT INSTITUTE “MIX DESIGN METHODS FOR ASPHALT CONCRETE AND THE HOT-
    MIX TYPES” MANUAL SERIES NO.2 (MS-2)
    กรมทางหลวงบนบท
    DEPARTMENT OF RURAL ROADS
    ว่าที่ ร.ต.
    (อาภรณ์" อัมพันธ์) ผู้อํานวยการกองช่าง
    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์) นักพัฒนาชุมชน
    วรรณศ
    (นางสาววรรณิศา การกุล) ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
    หมวดงานทาง 2-93
    ท.
    หนังสือเรื่องแจ้งยืนยันการให้ความยินยอมให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
    เขียนที่
    วนท.
    ………………………
    พ.ศ.
    เรื่อง แจ้งยืนกันการให้ความยินยอมให้ใช้ผลิตภัณฑ์จากโรงงานผสมแอสฟิลด์คอนกรีต
    เรียน นายกองค์การบริหารส่วนตําบล…
    สิ่งที่ส่งมาด้วย ๑. สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
    ๒. สําเนาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4)
    โดย
    โดยหนังสือฉบับนี้ บริษัท/ห้างหุ้นส่วนจํากัด
    จํานวน ๑ ชุด
    จํานวน ๑ ชุด
    ผู้มีอํานาจทําการแทน ซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานผสม
    แอสฟัลต์คอนกรีต และได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานถูกต้องตามกฎหมาย ขอแจ้งยืนยันการให้ความ ยินยอมให้ บริษัท/ห้างหุ้นส่วนจํากัด
    ใช้ผลิตภัณฑ์จากโรงงานผสม
    แอสฟัลต์คอนกรีต และยืนยันจะให้การสนับสนุนจัดส่งยางแอสฟัลต์คอนกรีต และงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้
    บริษัท/ห้างหุ้นส่วนจํากัด
    ปรับปรุง ตามโครงการ
    ใช้ในการดําเนินการโครงการงานก่อสร้าง/
    แบบ อบต.
    ตอนที่
    ช่วง กม.
    .ถง.
    ตลอด
    ระยะเวลาการก่อสร้างของโครงการดังกล่าวข้างต้น
    จึงเรียนยืนยันมาเพื่อทราบ
    ขอแสดงความนับถือ
    ว่าที่ประด
    อาภรณ์ อัมพันธ์) ผู้อํานวยการกองช่าง
    (……….
    ผู้มีอํานาจทําการแทนบริษัท / ห้างหุ้นส่วนจํากัด
    ประทับตรา
    कीचे (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์) นักพัฒนาชุมชน
    วรรณโดย
    (นางสาววรรณิศา การจุด) ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
    หนังสือรับรอง
    การขนส่งแอสฟัลต์คอนกรีต
    จากโรงงานผสมถึงกึ่งกลางของโครงการก่อสร้าง โดยระยะทางขนส่งไม่เกิน ๘๐ กิโลเมตร
    แอสฟัลต์
    หนังสือฉบับนี้ บริษัท/ห้างหุ้นส่วนจํากัด
    เขียนที่
    วันที่………….. .เดือน.
    พ.ศ.
    โดย
    ผู้มีอํานาจทําการแทน ซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานผสม
    คอนกรีต และได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานถูกต้องตามกฎหมาย (รง. ๔) ขอแจ้งยืนยันระยะทางในการ ขนส่งจากโรงงานผสมถึงกึ่งกลางของโครงการก่อสร้าง โดยระยะทางขนส่งไม่เกิน ๘๐ กิโลเมตร ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถ ควบคุมอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตให้ได้ตามมาตรฐาน ใช้ในการดําเนินการ โครงการงานก่อสร้าง
    ปรับปรุง
    ตามแบบ อบต.
    ถึง…..กม.ที่.
    ตลอด
    ……………………..กม.ที่ ระยะเวลาการก่อสร้างของโครงการดังกล่าวข้างต้นแผนที่แสดงที่ตั้งโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีดและเส้นทางขนส่ง
    จากโรงงานผสมถึงสถานที่ก่อสร้าง
    จึงเรียนยืนยันมาเพื่อทราบ
    ขอแสดงความนับถือ
    (………..
    ..)
    ผู้มีอํานาจทําการแทนบริษัท / ห้างหุ้นส่วนจํากัด
    ประทับตรา
    ว่าที่ ร.ต.
    (ฮากรณ์ อัมพันธ์) ผู้อําานวยการกองช่าง

    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์) นักพัฒนาชุมชน
    วรรณ์โศก
    (นางสาววรรณิศา การทูต) ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ
    ๗. แผนที่แสดงที่ตั้งโรงงานแซมแอสฟิลต์คอนกรีตและเส้นทางขนส่งจากโรงงานแสบถึงสถานที่ก่อสร้าง
    ๗.๑ แผนที่เส้นทางขนส่ง
    ลาดับ
    ที่
    ๑.
    ๗.๒ ตารางแสดงระยะทางขนส่งระหว่างโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ถึงกึ่งกลางโครงการก่อสร้าง
    รายละเอียด/เส้นทางขนส่งแอสฟัลต์คอนกรีต
    ตําแหน่งที่ตั้งโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เส้นทาง
    ระยะทาง กม.
    ๒.
    ๓.
    ว่าที่ ร.ต.
    กม.ที่
    ค่าพิกัด (Latitude, Longitude)…
    ถึงตําแหน่งกึ่งกลาง เส้นทาง สาย
    ค่าพิกัด (Latitude, Longitude)………
    .กม.ท..
    เส้นทางขนส่งแอสฟัลต์จากโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ถึง กึ่งกลางหน้างาน
    0 รถบรรทุก ๑๐ ล้อ 0 รถบรรทุก ๑๐ ล้อ ลากจูงรถพ่วง
    -ช่วงที่ ๑ ผ่านเส้นทางสาย..
    -ช่วงที่ ๒ ผ่านเส้นทางสาย

    -ช่วงที่ ๓ ผ่านเส้นทางสาย -ช่วงที่ ๔ ผ่านเส้นทางสาย..
    -ช่วงที่ ๕ ผ่านเส้นทางสาย….. -ช่วงที่ ๕ ผ่านเส้นทางสาย
    ๕ ทางสาย
    (อาภรณ์..อัมพันธ์)
    ผู้คุ้มรอยการกองช่าง
    (นางสาวภาวิณี อัมพันธ์)
    นักพัฒนาชุมชน
    (นางสาววรรณิศา การกุล) ผู้ช่วยพนักงานธุรการ