จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ถนนเทศบาล 14 (ถนนกันทรลักษ์ - เทศบาล 14 ตอนเลี่ยงเมือง)

เทศบาลเมืองวารินชำราบ 68019556352
฿3,530,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 17 ก.พ. 2568 อุบลราชธานี
รายละเอียดการจ้าง

โครงการปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ถนนเทศบาล 14 (ถนนกันทรลักษ์ – ถนนเทศบาล 14 เลี่ยงเมือง) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแก้ไขปัญหาผิวจราจรที่ชำรุดและเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจร โดยจะดำเนินการปรับปรุงผิวจราจรเดิมด้วยการลงผิวแอสฟัลท์ติกคอนกรีตใหม่ หนาเฉลี่ย 3 เซนติเมตร บนผิวแทคโค้ท ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงและยืดอายุการใช้งานของถนน

ขอบเขตงานประกอบด้วย การเตรียมพื้นผิวเดิม การราดยางแทคโค้ท การลงผิวแอสฟัลท์ติกคอนกรีต การบดอัดให้ได้ระดับและความหนาแน่นตามที่กำหนด นอกจากนี้ ยังรวมถึงการยกระดับและเปลี่ยนฝาบ่อพักให้เป็นฝาตะแกรงเหล็กใหม่ เพื่อให้การระบายน้ำมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการตีเส้นจราจรด้วยสีเทอร์โมพลาสติกตามรูปแบบที่กำหนดในแบบ

ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามมาตรฐานงานทางที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรฐานงานไพรโค้ท (Prime Coat), มาตรฐานงานแทคโค้ท (Tack Coat) และมาตรฐานงานผิวจราจรแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต รวมถึงการใช้วัสดุที่ได้มาตรฐาน มอก. และเป็นไปตามข้อกำหนดของเทศบาลเมืองวารินชำราบ

English summary

The project aims to improve the asphalt concrete pavement on Thetsaban 14 Road (Kantharalak Road – Thetsaban 14 Bypass Road). The existing pavement will be overlaid with an average of 3 cm thick asphalt concrete on a tack coat surface. Additionally, the project includes raising and improving manholes with new steel grating covers and applying new traffic lines to improve traffic flow and safety. The project is located in Warin Chamrap District, Ubon Ratchathani Province.

สถานที่ดำเนินการ

ถนนเทศบาล 14 (ถนนกันทรลักษ์ – ถนนเทศบาล 14 เลี่ยงเมือง)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตบนถนนเทศบาล 14 ให้มีสภาพดีขึ้น
  • เพิ่มความปลอดภัยในการสัญจร
  • ยืดอายุการใช้งานของถนน
  • ปรับปรุงระบบระบายน้ำ โดยการยกระดับและเปลี่ยนฝาบ่อพัก

ขอบเขตของงาน

  • สำรวจพื้นที่และกำหนดแนวการก่อสร้าง
  • ติดตั้งป้ายแสดงรายละเอียดโครงการและป้ายเตือน
  • ถางวัชพืชและรื้อถอนสิ่งกีดขวาง (ถ้ามี)
  • ปรับปรุงพื้นผิวทางเดิม
  • ราดยาง Prime Coat และ Tack Coat
  • ก่อสร้างผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนาเฉลี่ย 3 ซม.
  • บดอัดผิวทางให้ได้ระดับและความหนาแน่นตามที่กำหนด
  • ยกระดับและเปลี่ยนฝาบ่อพักเป็นฝาตะแกรงเหล็กใหม่
  • ทาสีคันหิน คสล. เดิม
  • ตีเส้นจราจรด้วยสีเทอร์โมพลาสติก

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตที่ได้มาตรฐาน
  • บ่อพักและฝาตะแกรงเหล็กที่ได้รับการปรับปรุง
  • เส้นจราจรที่ชัดเจน
  • ป้ายแสดงรายละเอียดโครงการ
  • แบบปรับปรุง (ถ้ามีการแก้ไขแบบ)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • วันเริ่มต้นสัญญาจ้าง: (ระบุในสัญญา)
  • วันสิ้นสุดสัญญาจ้าง: (ระบุในสัญญา)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Standards Compliance: วัสดุเหล็กเสริมคอนกรีตและวัสดุอื่นๆ ต้องได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)
  • Experience: ผู้รับจ้างต้องมีประสบการณ์ในการก่อสร้างผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
  • Technical Capabilities: ผู้รับจ้างต้องมีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการก่อสร้างผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต เช่น เครื่องผสมแอสฟัลท์, รถปูผิวทาง (Paver), รถบดล้อเหล็ก, รถบดล้อยาง
  • Personnel:
    • นายช่างโยธาชำนาญงาน
    • วิศวกรโยธา

เกณฑ์การพิจารณา

(ไม่ได้ระบุเกณฑ์การประเมินราคา)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนาเฉลี่ย 3 ซม.
  • วัสดุยางแอสฟัลต์: AC 60-70, AC80-100 หรือ AC 85-100 ตาม มยธ.210-2526
  • วัสดุชนิดเม็ด: เป็นไปตาม มยธ. 209-2531
  • สีที่ใช้ตีเส้นจราจร: สีเทอร์โมพลาสติก

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: (ไม่ได้ระบุรายละเอียดการจ่ายเงิน)
  • การปรับ: (ไม่ได้ระบุรายละเอียดการปรับ)
  • การใช้พัสดุภายในประเทศ: ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุส่งเสริมการผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละหกสิบของพัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้าง โดยเฉพาะเหล็กหรือเหล็กกล้าต้องไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ถาม: ต้องใช้มาตรฐานอะไรในการก่อสร้างผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต?
    • ตอบ: ต้องเป็นไปตามมาตรฐานงานทางที่เกี่ยวข้อง เช่น มยธ.227-2531 ถึง มยธ.230-2536, มาตรฐานงานไพรโค้ท (Prime Coat), มาตรฐานงานแทคโค้ท (Tack Coat) และมาตรฐานงานผิวจราจรแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (ASPHALTIC CONCRETE)

    • ถาม: ต้องใช้วัสดุอะไรในการตีเส้นจราจร?

    • ตอบ: ต้องใช้สีเทอร์โมพลาสติก

    • ถาม: จะต้องติดตั้งป้ายอะไรบ้างในระหว่างการก่อสร้าง?

    • ตอบ: ต้องติดตั้งป้ายแสดงรายละเอียดโครงการ, ป้ายแสดงเขตก่อสร้าง, ป้ายสัญญาณเตือน และป้ายบังคับ

    • ถาม: ถ้ามีการแก้ไขแบบ ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไร?

    • ตอบ: ให้ผู้รับจ้างทำแบบปรับปรุงเสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อพิจารณาเห็นชอบก่อนก่อสร้าง

    • ถาม: ต้องดำเนินการเรื่องการจัดการพื้นที่อย่างไรก่อนเริ่มงาน?

    • ตอบ: ผู้รับจ้างต้องทำการถางวัชพืชออกจากบริเวณก่อสร้าง และทำการรื้อถอนต้นไม้เดิมและอื่นๆ ที่กีดขวางออกจากบริเวณก่อสร้าง (ถ้ามี)

    • ถาม: เหล็กที่ใช้ในโครงการต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?

    • ตอบ: ต้องเป็นเหล็กหรือเหล็กกล้าที่เป็นพัสดุส่งเสริมการผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบของมูลค่าหรือปริมาณเหล็กที่ใช้ในงาน

    • ถาม: อุณหภูมิของวัสดุแอสฟัลต์ติกคอนกรีตมีผลต่อการก่อสร้างอย่างไร?

    • ตอบ: มีผลอย่างมาก วัสดุต้องมีอุณหภูมิตามที่กำหนดในขั้นตอนต่างๆ เช่น การผสม การขนส่ง การปู และการบดอัด หากอุณหภูมิไม่เป็นไปตามเกณฑ์ จะต้องแก้ไขหรือทำการรื้อถอน

    • ถาม: รถบดที่ใช้ในการบดอัดผิวทางมีกี่ประเภท อะไรบ้าง?

    • ตอบ: มี 2 ประเภทหลัก คือ รถบดล้อเหล็ก (Tandem Steel Wheel Roller หรือ Theer Wheel Steel Roller) และรถบดล้อยาง (Self Propelled Pneumatic Tired Roller)

    • ถาม: รอยต่อตามขวางและตามยาวมีความสำคัญอย่างไร?

    • ตอบ: มีความสำคัญในการทำให้ผิวทางมีความแข็งแรงและเรียบสม่ำเสมอ การทำรอยต่อที่ไม่ถูกต้องจะทำให้เกิดการชำรุดเสียหายได้ง่าย

    • ถาม: จะทราบได้อย่างไรว่าผิวทางที่สร้างเสร็จแล้วได้มาตรฐาน?

    • ตอบ: จะต้องตรวจสอบความเรียบของผิวทางโดยการใช้ Straight Edge วัด และตรวจสอบความหนาแน่นให้เป็นไปตามข้อกำหนด

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

NORTH แผนที่เขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ รายการประกอบแบบ 1. ก่อนดำเนินการก่อสร้างผู้รับจ้างต้องสำรวจค่าของงานเพื่อนำมากำหนดแนวและพื้นที่ พร้อมนำเสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อพิจารณาทั้งนี้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุสามารถจะปรับปริมาณงาน ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ได้ โดยยึดปริมาณงานรวมเป็นหลัก ในกรณีที่มีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงแบบแปลนให้ผู้รับจ้างทำแบบปรับปรุง เสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อพิจารณาเห็นชอบก่อนก่อสร้าง 2. ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งป้ายแสดงรายละเอียดโครงการ จำนวน 4 ป้าย จุดเริ่มต้นโครงการ จุดสิ้นสุดโครงการ, เครื่องหมายแสดงเขตก่อสร้าง ป้ายสัญญาณเตือน, ป้ายบังคับ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุขณะก่อสร้าง ตามที่ช่างควบคุมงานหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุกำหนด 3. วัสดุเหล็กเสริมคอนกรีต, และวัสดุอื่นๆ ที่มีมาตราฐานอุตสาหกรรมกำหนดไว้ในรายการก่อสร้าง จะต้องมีการตรวจสอบก่อนการก่อสร้างว่าได้รับ มาตราฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และมีสำเนาใบรับรองมาตราฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นำเสนอต่อช่างควบคุมงาน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่อพิจารณาเห็นชอบกอน จึงสามารถนำมาก่อสร้างในโครงการได้ โดยมาตราฐานอุตสาหกรรมของวัสดุ ตามข้อกำหนดวัสดุ 4. ผู้รับจ้างต้องทำการถางวัชพืชออกจากบริเวณก่อสร้าง ตามช่างควบคุมงานกำหนด (ถ้ามี) 5. ผู้รับจ้างต้องทำการรื้อถอนต้นไม่เดิมและอื่นๆ ที่กีดขวางออกจากบริเวณก่อสร้าง (ถ้ามี) ตามที่กำหนดไว้ 5. แนวและระดับการก่อสร้างจะกำหนดใหขณะก่อสร้าง 6. ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการยึดรั้วเดิมให้มั่นคงแข็งแรงก่อนดำเนินการก่อสร้าง เพื่อป้องกันการพังทลายในระหว่างก่อสร้าง (ถ้ามี) 7. งานสีใช้ผลิตภัณฑ์ ตรา TOA หรือคุณสมบัติเทียบเท่าที่ได้รับมาตราฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ขอกำหนด 1. การก่อสร้างผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตให้เป็นไปตามข้อกำหนดการก่อสร้าง (เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้อง ) 2. คุณสมบัติของวัสดุ นอกจากที่ระบุไว้ในแบบให้เป็นไปตามมาตรฐานงานก่อสร้าง มยธ. 227-2531 ถึง มย5.230-2536 เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้อง 3. มิติที่กำหนดเป็น เมตร นอกจากที่ระบุเป็นอย่างอื่น 4. วัสดุที่ไม่ได้กำหนดในแบบนี้ ให้มีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานการบริหารและบริการของ อปท. หมายเหตุ 1. ระดับถนนและฝาท่อระบายน้ำ คสล. จะกำหนดให้ขณะก่อสร้าง โดยช่างผู้ควบคุมงาน 2. คุณสมบัติของวัสดุ นอกจากที่ระบุไว้ในแบบให้เป็นไปตามมาตรฐานงานก่อสร้าง มย5. 227-2531 ถึง มย5.230-2536 เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้อง 3. มิติที่กำหนดเป็น เมตร นอกจากที่ระบุเป็นอย่างอื่น 4. วัสดุที่ไม่ได้กำหนดในแบบนี้ ให้มีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานการบริหารและบริการของ อปท. หมายเหตุ : การจัดจางกอสร้าง ใหผู้รับจ้าง " ใช้พัสดุส่งเสริมการผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละหกสิบของพัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้าง ” และดำเนินการตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ 1. ให้ใช้เหล็กหรือเหล็กกล้าที่เป็นพัสดุส่งเสริมการผลิตภายในประเทศก่อนซึ่งต้องไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบของมูลค่าหรือปริมาณเหล็กหรือเหล็กกล้าที่ใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดในครั้งนี้ 2. หากการใช้เหล็กหรือเหล็กกล้าตาม ข้อ 1. ยังไม่ครบร้อยละของมูลค่าหรือปริมาณที่กำหนดให้ใช้พัสดุส่งเสริมการผลิตภายในประเทศให้ผู้รับจ้างใช้พัสดุส่งเสริมการผลิตภายในประเทศประเภทอื่นให้ครบตามร้อยละของมูลค่าหรือบริมาณที่กำหนดไว้ ( -1.20- โครงการก่อสร้าง งบประมาณการก่อสร้าง กำลังก่อสร้างด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน ผู้รับจ้าง ) -โครงการแผ่นป้ายไวนิล แสดงรายละเอียดโครงการ พื้นทาสีขาวตัวหนังสือและดวงตราหน่วยงานสีน้ำเงิน -ดวงตราหน่วยงาน " เทศบาลเมืองวารินชำราบ ” ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.30 เมตร โดยรอบ -ชื่อประเภท และชนิดของสิ่งก่อสร้าง - ตัวเลขจำนวนวงเงินงบประมาณก่อสร้าง - ตัวอักษรจำนวนวงเงินงบประมาณก่อสร้าง แบบก่อสร้าง โครงการปรับปรุงผิวจราจร แอสฟัลท์ติกคอนรีต ถนนเทศบาล 14 (ถนนกันทรลักษ์ – ถนนเทศบาล 14 เลี่ยงเมือง) ฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง กองช่างเทศบาลเมืองวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบสราชธานี สํารวจ นายประสิท สีสัน นายช่างโยธาชำนาญงาน นายชนะภัย เจริญรอย นายช่างโยธาชำนาญงาน นายคัชรินทร ทุมชาลี วิศวกรโยธาปฏิบัติการ/ นายสันติศักดิ์ แสวงทรัพย หัวหน้าฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง 2.40 ที่ตั้งโครงการ ผังบริเวณที่ตั้งโครงการโดยสังเขป 0.30 ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง เทศบาลเมืองวารินชำราบ ขออภัยในความไม่สะดวก ” ชื่อ บริษัท / ห้าง / ร้าน / ผู้รับจ้าง -ที่อยู่ บริษัท / ห้าง / ร้าน / ผู้รับจ้าง -เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ ของผู้รับจ้าง -วันเริ่มต้นสัญญาจ้าง -วันสิ้นสุดสัญญาจ้าง -ชื่อ - นามสกุล และตำแหน่งเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมงาน ชื่อ – ป้าย เทศบาลเมืองวารินชำราบ " ขออภัยในความไม่สะดวก " พื้นทาสีน้ำเงินตัวหนังสือสีขาว ขนาด 1.00 x 0.30 ม. นายสัมพันธ์ ศิริปักมานนท์ ผู้อำนวยการกองช่าง S นางรุ่งนภา ทับหนองฮี หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล รักษาราชการแทน ปลัดเทศบาลเมืองวารินชำราบ นายณรงชัย ประสิทธิ์ภูริปรีชา รองนายกเทศมนตรี นายจีระชัย ไกรกังวาร นายกเทศมนตรี แบบแสดง : ผังบริเวณที่ตั้งโครงการโดยสังเขป รายการประกอบแบบ แผนป่ายแสดงรายละเอียดโครงการ แบบเลขที -1.00- แผ่นป้ายแสดงรายละเอียดโครงการ π./2568 : แบบแผนที / จำนวนแผน : 01/10 วัสดุ มย5.225-2531 มาตรฐานงานไพรโคท (Prime Coat) * งาน Prime Coat หมายถึงการราดยางแอสฟัลต์ลงบนพื้นทางที่ได้ตบแต่งและเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้วัสดุผิวหน้าของพื้นทางเกาะยึดได้ดี และช่วยป้องกันน้ำมีให้ไหลซึมเข้าไปในพื้นที่ทาง แอสฟัลต์เหลวที่จะนำมาใช้ต้องมีคุณสมบัติผ่านการทดสอบตรงตามมาตรฐานแอสฟัลต์แต่ละประเภท และเกรดดังนี้ วัสดุ มย5.227-2531 มาตรฐานงานแทคโคท (TACK COAT) วัสดุที่ใช้แทคโคท ต้องเป็นวัสดุยางแอสฟัลต์ชนิดเหลวที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานของวัสดุยางแอสฟัลต์ต่อไปนี้ วัสดุยางศัทแบค แอสฟัลต์ ชนิดบ่มเร็ว (Rapid Curing Cut-Back Asphalt) ซึ่งได้แก่ RC-70 RC-250 วัสดุยางแคตอิออนิก แอสฟัลต์ อิมัลชั่น (Cationic Asphalt Emulsion) ซึ่งได้แก่ RS-2K วัสดุดังกล่าวต้องได้ผ่านการทดสอบคุณสมบัติและรับรองให้ใช้ได้แล้ว วัสดุ -Cut Back RC 70-250 MC 30-250 SC 70 -Asphalt Emulsions ตารางอุณหภูมิของแอสฟัลต์ที่ใช้ราด อุณหภูมิ ชนิดของแอสฟัลต์ องศาเซลเซียส ฟาเรนไฮต์ RC-70 50-90 120-190 RC-250 75-110 RC-70 165-230 MC-30 30-70 85-155 RC-250 อุณหภูมิของวัสดุยางแอสฟัลต์ดังกล่าวที่ใช้ราดทำแทคโคท ให้เป็นไปตามกำหนดดังนี้ MC-70 MC-250 SC-70 50-90 75-110 50-90 120-190 165-230 120-190 ปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ประมาณ 0.8-1.4 ลิตรต่อตารางเมตร จำนวนยางที่ราดจะมีปริมาณเท่าไรขึ้นอยู่กับลักษณะผิวทางให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน ทรายละเอียด ถ้ามีความจำเป็นที่จะทับหน้า Prime Coat ทรายที่ใช้จะต้องมีส่วนละเอียดผ่านตะแกรง เบอร์ 4 ซึ่งไม่มีหญ้าหรือวัสดุอื่นเจือปน และจะต้องได้รับการยินยอมอนุญาตให้ สาดทรายไตจากผู้ควบคุมงานเสียก่อน วิธีการก่อสร้าง 1. การทํา Prime Coot ด้วยยาง Cut Back พื้นทางที่จะ Prime Coat ผิวหน้าจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใด โดยการกวาดและเป่าเศษวัสดุออกด้วยเครื่องจักร หรือวิธีอื่นที่ผู้ควบคุมงานเห็นสมควร ถ้าผิวหน้าของพื้นทางแห้งและมีฝุ่นเกาะให้พรมน้ำ (Spray) บางๆเล็กน้อยก่อนราดยาง (Prime) เครื่องพ่นยางและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการ Prime Coat ต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อควบคุมอัตราจำนวนยางที่ราดลงพื้นทางได้สม่ำเสมอ การราดยางควรราดให้เต็มความกว้างของถนน หากจำเป็นจะราดยางทีละครึ่งของความกว้างหรือทีละช่องทางวิ่งก็ได้ บริเวณรอยต่อการราดยางต่อเนื่องแต่ละครั้งต้องมีอัตรายางสม่ำเสมอโดยเฉพาะรอยต่อตามขวางที่ราดโดยวิธีการใช้ท่อพ่นยาง (Spray bay) ที่ติดกับรถวิ่งราด ให้ใช้กระดาษแข็ง หรือวัสดุที่ไม่ดูดซึมกว้างไม่น้อยการ 40 ซม. ปิดผิวยางที่ราดไปแล้ว หลังจากราดยางแล้วให้ทิ้งบ่ม (Curing) ยางไว้ 24-48 ชั่วโมง โดยไม่ให้ยวดยานวิ่งผ่านเข้าไปในบริเวณที่ราดไว้เป็นอันขาด หลังจากพ้นกำหนดเวลานี้แล้ว ถ้าจะอนุญาตให้ยวดยาน วิ่งผ่านได้ หากมียางส่วนเกินเหลือให้ปรากฏอยู่ ให้ใช้ทรายละเอียดสาดซับบางส่วนที่เกินให้แห้งได้ ในกรณีที่จำเป็นจริงๆ เช่นทางเข้าบ้านหรือทางแยกที่มียวดยานผ่าน การทำ Prime Coat ธรรมดาโดยทั่วไปในภาวะอากาศแจ่มใส ปราศจากฝน พื้นทางแห้งหรือวัสดุพื้นทางมีความชื้น (Moisture Content) ไม่เกินร้อยละ 5 ให้ใช้ยาง Cut Block ที่จะใช้นั้นแล้วแต่ลักษณะของสภาพพื้นทางความแน่น เวลาและการจราจรของเส้นทางนั้นๆ ส่วน พื้นทางที่มีความชื้นสูงเปียก (ไม่แฉะ) สภาวะอากาศไม่ดีหรือมีลักษณะความจำเป็นเร่งด่วนอนุญาตให้ใช้ยาง Asphalt Emulsions ได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานเสียก่อน การทํา Prime Coat ด้วยยาง Asphalt Emulsions พื้นทางที่จะ Prime Coat ผิวหน้าจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นหรือหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใดและผู้ควบคุมงานตรวจสอบเห็นชอบแล้ว ถ้าผิวหน้าของพื้นทางแห้งต้องพรมน้ำให้เปียกชิ้นเสียก่อน เครื่องพ่นยางและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการ Prime Coat ต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อควบคุมอัตราจำนวนยางที่ราดบนพื้นผิวทางได้สม่ำเสมอ เมื่อราดยาง (Prime) แล้วต้องทิ้งไว้จนกว่า Asphalt จะแยกตัวออกเสียก่อนจึงทำชั้นผิวทางได้ การแยกตัวของ Emulsified Asphalt คือส่วนผสมของน้ำที่อยู่ใน Emulsions ระเหย ออกไป จะสังเกตุได้จากการเปลี่ยนสีของ Emulsion ซึ่งปกติมีสีน้ำตาลเข้มเปลี่ยนเป็นสีดำของ Asphalt การแยกตัวนี้จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับชนิดของ Emulsions Asphalt ให้อุณหภูมิธรรมดา จะให้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง เมื่อ Asphalt แยกตัวแล้ว ถ้ายังไม่สามารถทำผิวทางได้ทันที มีความจำเป็นต้องเปิดให้ยวดยานวิ่งบนชั้น Prime Coat ให้ใช้ทรายละเอียดสาดปิดหน้าได้ หามราดยาง (Prime Coot) ในขณะที่มีฝนตกเป็นอันขาด และเมื่อราดยาง (Prime) แล้วใหม่ ๆ ก่อนที่ Emulsion จะแตกตัวถ้ามีฝนตกมากน้ำฝนละชะบางส่วนของ Emulsion บน ผิวหน้าออกไปจะต้องทำการราด Emulsion เพิ่มเติมในส่วนนั้นใหม่ ข้อควรระวัง ยาง Cut Back Asphalt เป็นยางชนิดติดไฟได้ง่ายมาก ดังนั้นในขณะต้มยางหรือขณะทำการราดยางจะต้องระมัดระวังมิให้มีเปลวไฟจากภายนอกมาถูกยางได้ การขนส่งต้องกระทำด้วยความระมัดระวังมิให้ถังบรรจุ Emulsion ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงมาก เพราะอาจจะทำให้เกิดการแตกแยกตัวขึ้น Emulsion ชนิดบรรจุถัง ถ้าเก็บไว้นาน ๆ จะต้องกลิ้งถังไปมาทุกด้านหลาย ๆ ครั้ง เป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งเพื่อให้ Emulsion มีลักษณะเหลวเป็นเนื้อเดียวกันทั่วทั้งถัง เมื่อเปิดถังบรรจุ Emulsion ออกใช้ ควรใช้ให้หมดถังหรือต้องปิดฝาให้แน่น มิฉะนั้นน้ำในส่วนผสม Emulsion จะระเหยทำให้ Asphalt เกิดการแยกตัวและหมดคุณภาพ ทุกครั้งที่บรรจุ Emulsion ลงในรถราดยางหรือเครื่องพ่นยางควรใช้ให้หมดแล้วใช้น้ำสะอาดล้างให้สะอาด โดยเฉพาะที่ Spray bar เพราะถ้าไม่ล้างออก ทันที Asphalt จะแยกตัวเกาะติดแน่น ทำให้ไม่สะดวกในการใช้งานของวันต่อไป และป้องกันการกัดกร่อนของกรดใน Emulsion Emulsion ต้องเหลวมีเนื้อเดียวกันและมีสีน้ำตาลเข้ม ถ้าหากลักษณะเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นให้ใช้พายกวนผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันจึงจะนำไปใช้ได้ ถ้าหากกวนผสมแล้ว Emulsion ไม่เข้าเป็นเนื้อเดียวกันแสดงว่า Emulsion นั้นเสื่อมคุณภาพห้ามนำไปใช้เป็นอันขาด RS-2K ชนิดของยาง ข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับวัสดุยาง Cationic Asphalt Emulsion องศาเซลเซียส 50-100 80-110 อุณหภูมิ ฟาเรนไฮต์ ไม่ต้องให้ความร้อนใช้อุณหภูมิปกติ 120-215 180-235 ในกรณีที่ผสมยางแอสฟัลต์กับนำเข้าด้วยกันตามอัตราที่กำหนดให้เรียบร้อยแล้วให้นำไปใช้งานให้หมด ถ้าเหลือแล้วยางแอสฟัลต์เกิดแตกตัว จะนำมาใช้ อีกไม่ได้ ให้ปฏิบัติเกี่ยวกับยาง Cationic Asphalt Emulsion ในเรื่องไพรมโคท (Prime Coat) ทุกประการ RS-2K ปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ราด ให้ใช้ตามที่กำหนดดังนี้ กรณีที่พื้นผิวเดิมเป็น ไพรมโคท ใช้ RC-70 ในอัตรา 0.1-0.3 ลิตรต่อตารางเมตร หรือใช้ CRS-1 ผสมน้ำเท่าตัวในอัตรา 0.2-0.6 ลิตรต่อตารางเมตร กรณีที่พื้นผิวเดิมเป็นผิวจราจรแบบเซอร์เฟซทรีตเมนต์หรือเป็นผิวจราจนแบบเพเนเตรชั่นแมคคาดัม ใช้ RC-250 ในอัตรา 0.1-0.3 ลิตรต่อตารางเมตร กรณีพื้นผิวเดิมเป็นผิวจราจรแบบแอสฟัลต์ติกคอนกรีต หรือเป็นพื้นทางแบบแอสฟัลต์ติกคอนกรีตใช้ RC-70 ในอัตรา 0.1-0.3 ลิตรต่อตารางเมตร ใช้ RS-2K ผสมน้ำเท่าตัวในอัตรา 0.2-0.6 ลิตรต่อตารางเมตร วิธีการก่อสร้าง แบ่งเป็น 2 ตอน 1. การเตรียมพื้นผิวเดิม ถ้าพื้นผิวเดิมเป็นไพรมโคทที่ทำทิ้งไว้นาน เมื่อจะทำผิวจราจรแบบแอสฟัลต์ติกคอนกรีต ผิวจะไม่ยึดติดกับไพรมโคทเดิม ให้ทำการอุด ปะ หลุมบนผิว ไพรมโคท (ถ้ามี) ด้วย Hot Mixed หรือ Primixed แล้วบดอัดแน่นให้เรียบร้อย แล้วใช้เครื่องกวาดฝุ่น กวาดฝุ่นออกจนหมด และไม่ทำให้ผิวไพรมโคท เดิมเสียหาย เสร็จแล้วใช้เครื่องเป่าลมทำการเป่าฝุ่นออกให้หมด ถ้าพื้นผิวเดิมเป็นผิวจราจรแบบเซอร์เฟซทรีตเมนต์ หรือผิวจราจรแบบเพเนเตรชั่นแมคคาดัม ให้ใช้เครื่องกวาดฝุ่นหรือเครื่องเป่าลมกวาดหรือเป่าฝุ่นออกให้หมด 2. การราดยางแอสฟัลต์ ใช้เครื่องราดยางแอสฟัลต์ ซึ่งเตรียมพร้อมที่จะทำงานดำเนินการราดยางแอสฟัลต์ตามชนิด เกรด อุณหภูมิ และอัตรา ที่กำหนดไว้ให้แล้วข้างต้น ถ้า พื้นที่ซึ่งจะทำแทคโคทมีปริมาณน้อยให้ใช้เครื่องพ่นด้วยมือราดยางแอสฟัลต์ได้ แต่ถ้าไม่มีเครื่องพ่นด้วยมือ ให้ใช้ภาชนะใส่ยางแอสฟัลต์สลัดราด บาง ๆ ให้ทั่วพื้นที่ แล้วใช้รถบดล้อยางบดทับไปมาเพื่อที่จะให้ยางแอสฟัลต์กระจายบนพื้นที่โดยสม่ำเสมอ เมื่อราดยางแอสฟัลต์ ทำแทคโคทแล้วให้ทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมงเพื่อที่จะให้ volatile Matter ใน Rapid Curing Cut-Back Asphalt ระเหย ออกไปและน้ำใน Cationic Asphalt Emulsion ระเหยออกไปเช่นกัน จึงจะทำผิวขั้นต่อไปได้ ให้ปิดการจราจรห้ามยวดยานผ่านหลังจากทำแทคโคทแล้วจนกว่าจะทำการก่อสร้างผิวทางหรือพื้นทางแบบแอสฟัลต์ติกคอนกรีตสำเร็จ แบบกอสร้าง โครงการปรับปรุงผิวจราจร แอสฟัลท์ติกคอนรีต ถนนเทศบาล 14 (ถนนกันทรลักษ์ – ถนนเทศบาล 14 เลี่ยงเมือง) ฝายแบบแผนและก่อสร้าง กองช่างเทศบาลเมืองวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี สํกจ นายประสิทธิ์ สีสัน นายช่างโยธาชำนาญงาน นายชนะภัย เจริญรอย นายช่างโยธาชำนาญงาน นายคัชรินทร์ ทุมชาลี วิศวกรโยธาปฏิบัติการ นายสันติศักดิ์ แสวงทรัพย์ หัวหน้าฝายแบบแผนและกอสราง イラス นายสัมพันธ์ ศิริปักมานนท์ ผู้อำนวยการกองช่าง Sou นางรุ่งนภา ทับหนองฮี หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล รักษาราชการแทน ปลัดเทศบาลเมืองวารินชำราบ แบบแสดง : นายณรงชัย ประสิทธิ์ภูริปรีชา รองนายกเทศมนตรี นายจีระชัย ไกรกังวาร นายกเทศมนตรี มาตรฐานงานไพรโคท (Prime Coat) มาตรฐานงานแทคโคท (TACK COAT) ຄ.00/2568 : แบบแผ่นที่ / จำนวนแผ่น : 02/10 แบบเลขที่ วัสดุ มย5.230-2536 มาตรฐานงานผิวจราจรแบบแอสฟัลต์ติกคอนกรีต (ASPHALTIC CONCRETE) วัสดุยางแอสฟัลต์ที่จะนำมาใช้ต้องเป็นยางแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Asphalt Cement) ชนิด AC 60-70,AC80-100 และ AC 85-100 คุณสมบัติของยางแอสฟัลต์ ให้เป็นไปตาม มยธ.210-2526 และอัตราส่วนผสมของยางแอสฟัลต์ที่ใช้ผสมกับวัสดุเม็ดมีดังนี้ วัสดุชนิดเม็ดชนิด ก. ใช้ยางแอสฟัลต์ประมาณร้อยละ 3.5-7.0 โดยน้ำหนัก วัสดุชนิดเม็ดชนิด ข. ใช้ยางแอสฟัลต์ประมาณร้อยละ 3.0-6.5 โดยน้ำหนัก วัสดุชนิดเม็ดหยาบ วัสดุชนิดเม็ดละเอียด และวัสดุชนิดละเอียดที่นำมาใช้ให้เป็นไปตาม มยธ. 209-2531 วิธีการก่อสร้าง การเตรียมสถานที่ ลักษณะของผิวทางหรือพื้นที่ที่จะปูด้วยวัสดุ Asphaltic Concrete จะต้องสะอาดปราศจากสิ่งสกปรก และมียางแอสฟัลต์ที่ Prime Coat หรือ Track Coat ไม่มากหรือน้อยเกินความต้องการ สำหรับชั้นพื้นทางที่ก่อสร้างใหม่ยังไม่ได้ราดยางจะต้องลง Prime Coat ก่อนที่จะปูทับด้วยวัสดุ Asphaltic Concrete สำหรับผิวทางเดิมที่เป็นผิวทางราดยางหรือ Asphaltic Concrete จะต้องลงชั้น Track Coat ก่อนปูทับด้วยวัสดุ Asphaltic Concrete ในกรณีชั้น Prime Coat นั้นเกิดการชำรุดเสียหายจำเป็นต้องลงชั้น Track Coat ก่อนปูทับด้วยวัสดุแอสฟัลต์ติกคอนกรีตเช่นเดียวกันการนำวัสดุแอสฟัลต์ติกคอนกรีต จากเครื่องผสมไปยังสถานที่ที่จะลงผิวทางให้นำไปโดยรถบรรทุกเทท้าย (Dump Truck) ที่มีพื้นสะอาดและทาด้วยน้ำมันหล่อลื่นหรือน้ำมันพาราชินเพื่อ กันไม่ให้วัสดุแอสฟัลต์ติกคอนกรีตติดพื้นรถ แต่น้ำมันที่ทานี้จะต้องไม่มากเกินไป ซึ่งจะทำให้คุณภาพของแอสฟัลต์ติกคอนกรีตเปลี่ยนแปลงไป ถ้าระยะขนส่งไกล ต้องใช้ผ้าใบคลุมวัสดุแอสฟัลต์ติกคอนกรีต เพื่อมิให้อุณหภูมิของวัสดุแอสฟัลต์ติกคอนกรีตต่ำกว่า 270 ฟาเรนไฮต์ หรือ 132 องศาเซลเซียส เมื่อถึงสถานที่ทำการก่อสร้าง อุณหภูมิของแอสฟัลต์ติกคอนกรีต (Asphaltic Concrete) วัสดุชนิดเม็ด (Aggregate) จะต้องเผาให้อุณภูมิร้อนถึง 325 ค่าความคลาดเคลื่อน 15 ฟาเรนไฮต์ (162 ค่าความคลาดเคลื่อน 8 องศาเซลเซียส) หรือ เมื่อขณะที่ผสมกับวัสดุยางแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ผสมในเครื่องผสม Mixer จะต้องมีอุณหภูมิเท่ากับที่ระบุไว้ใน Job Mix Formular วัสดุยางแอสฟัลต์ซีเมนต์จะต้องเผาให้อุณหภูมิร้อนถึง 300 ค่าความคลาดเคลื่อน 15 ฟาเรนไฮต์ (149 ค่าความคลาดเคลื่อน 8 องศาเซลเซียส) หรือ ขณะที่ผสมกับวัสดุชนิดเม็ดที่ผสมในเครื่องผสม Mixer จะต้องมีอุณหภูมิเท่ากับที่ระบุไว้ใน Job Jormular อุณหภูมิของวัสดุแอสฟัลต์ติกคอนกรีต หลังจากนำออกจากเครื่องผสมแล้วจะต้องมีอุณหภูมิระหว่าง 270-310 ฟาเรนไฮต์ (132-171 องศาเซลเซียส) ถ้ามีอุณหภูมิแตกต่างกว่านี้จะนำวัสดุ Asphaltic Cencrete นั้นไปใช้ไม่ได้ วัสดุแอสฟัลต์ติกคอนกรีต ภายหลังจากปูลงบนถนนด้วย Finisher แล้วจะต้องมีอุณหภูมิ ไม่ต่ำกว่า 270 ฟาเรนไฮต์ หรือ 132 องศาเซลเซียส การส่งผิว ทางแอสฟัลต์ติกคอนกรีต ให้ใช้ Self Powered Paver วัสดุแอสฟัลต์ติกคอนกรีตที่ลงเป็นผิวทางแล้ว (ขณะลงบนถนน) อุณหภูมิจะต้องไม่ต่ำกว่า 250 ฟาเรนไฮต์ หรือ 121 องศาเซลเซียส ถ้าหากต่ำกว่า 250 ฟาเรนไฮต์ หรือ 121 องศาเซลเซียส แล้วให้ขุดออกและทำ Transverse Joints สำหรับการลงผิวทางต่อไป วัสดุแอสฟัลต์ ติกคอนกรีตทางต้องไม่เกิดการแยกตัว (Segregation) ทันทีที่ Paver ได้ปูวัสดุแอสฟัลต์ติกคอนกรีตเป็นผิวทางแล้วให้ตรวจสอบความเรียบของผิวทางโดยการใช้ Straight Edge วัด ถ้าพบบริเวณไหนสูงไปให้ใช้คราดขุดส่วนที่สูงออกแล้วตบแต่งให้เรียบ ส่วนที่ต่ำไปก็ให้เพิ่มวัสดุแอสฟัลต์ติก คอนกรีต ลงไปจนได้ระดับ และต้อง ระวังไม่ให้เกิดการแยกตัวเป็นชั้น ๆ ได้ อาจใช้วัสดุแอสฟัลต์ติกคอนกรีตส่วนที่ผ่านตะแกรงเบอร์ 4 ตบแต่งบริเวณดังกล่าวเพื่อให้ผิวทางเรียบ การบดทับ (Compaction of Mixture) ภายหลังจาก Paver ได้ลงวัสดุแอสฟัลต์ติกคอนกรีต เป็นผิวทางแล้วให้บดทับครั้งแรกด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ (Tandem Steel Wheel Roller) หรือรถบดล้อเหล็ก 3 ล้อ (Theer Wheel Steel Roller) ที่มีน้ำหนัก 8-10 ตัน บดด้วยความเร็ว 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การบดทับครั้ง แรกเรียกว่า Initial Breakdown Tolling อุณหภูมิของแอสฟัลต์ติกคอนกรีต จะต้องไม่ต่ำกว่า 250 ฟาเรนไฮต์ หรือ 121 องศาเซลเซียส การบดทับให้บดทับเริ่มจาก ขอบถนนเข้าหาศูนย์กลางถนน (Center Line) การบดทับครั้งแรกให้บดทับ 2 เที่ยว ทันที่การบดทับเที่ยวแรกผ่านไปให้ตรวจสอบด้วย Straight Edge อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าผิวทางที่ลงได้ระดับดี ถ้าหากส่วนใดต่ำหรือสูงไปให้แก้ไขโดยการเติม Asphaltic Concrete หรือขูดออกในขณะที่ผิวทางยังร้อนอยู่ ถ้าพบว่าระดับยัง ไม่ดีพอต้องขุดออกและทำการก่อสร้างใหม่เมื่อบดทับครั้งแรกเรียบร้อยแล้ว ให้ตามด้วยรถบดล้อยาง (Self Propelled Pneumatic Tired Roller) หนักประมาณ 10- 12 ตันทันที รถบดล้อยางควรมีล้ออย่างน้อย 9 ล้อ บดทับด้วยความเร็ว 7 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและมี Pressure มากพอที่จะได้ความแน่นตามต้องการ เมื่อแน่ใจว่าผิว ทางแอสฟัลต์ติกคอนกรีต มีความแน่นตามต้องการแล้วให้บดครั้งสุดท้าย (Finish Rolling) เพื่อลบรอยล้อของรถบดล้อยางด้วย Tandem Steel Wheel Roller ที่มี น้ำหนักพอที่จะลบรอยดังกล่าวได้ให้บดด้วยความเร็ว 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หลังจากการบดทับครั้งนี้แล้ว ผิวทางจะต้องเรียบได้ระดับตามที่แสดงไว้ในแบบก่อสร้าง และไม่มีรอยบดล้อยางหรือล้อใด ๆ ที่ใช้อยู่บนผิวทางนั้นจนกว่าจะถึงเวลาเปิดให้ใช้ทางได้ ผิวทางที่บดทับเรียบร้อยแล้วควรทิ้งไว้อย่างน้อย 16 ชั่วโมง จึงเปิด การจราจรได้ การบดทับครั้งแรก วัสดุแอสฟัลต์ติกคอนกรีต ต้องมีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 250 ฟาเรนไฮต์ หรือ 121 องศาเซลเซียส การบดทับด้วยรถบดล้อยาง วัสดุ แอสฟัลต์ติกคอนกรีตต้องมีอุณหภูมิ 170 ค่าความคลาดเคลื่อน 15 ฟาเรนไฮต์ (77 ค่าความคลาดเคลื่อน 8 องศาเซลเซียส) การบดทับครั้งสุดท้าย วัสดุ Asphaltic Concrete ต้องมีอุณหภูมิ 140 ค่าความคลาดเคลื่อน 15 ฟาเรนไฮต์ (60 ค่าความคลาดเคลื่อน 8 องศาเซลเซียส) รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ ซึ่งใช้บดทับครั้งแรก ต้องมีน้ำหล่อเพื่อกันมิให้วัสดุแอสฟัลต์ติกคอนกรีต ติดล้อรถ น้ำที่ใช้หล่อต้องมีปริมาณไม่มากเกินไป ให้มีเพียงพอเพื่อกันมิให้วัสดุแอสฟัลต์ติกคอนกรีตติดล้อรถ เท่านั้น และให้หยุดใช้น้ำหล่อทันทีเมื่อแอสฟัลต์ติกคอนกรีตไม่ติดล้อรถบดดังกล่าวแล้ว ห้ามใช้วัสดุอื่นใดหล่อ นอกจากได้รับอนุญาตจากผู้ควบคุมงานเสียก่อน น้ำ ที่ใช้จะต้องไม่มีสารเคมีหรือเกลือใด ๆ ละลายอยู่ อันจะทำให้เกิดการเสียหายแก่ผิวทางขึ้นได้เมื่อเหิดการจราจรแล้ว รอยต่อตามขวาง (Transverse Joints) ผิวทางที่บดทับเสร็จในแต่ละวันจะต้องทำรอยต่อตามขวาง (Tramsverse Joint) เพื่อลงผิวทางในวันต่อไป รอยต่อตามขวางนี้ต้องเป็นแนวเส้นตรงและตั้งได้ฉากกับถนนโดยการตัดด้วยเลื่อย หรือ ขวาน แล้วทาด้วยยางแอสฟัลต์บาง ๆ เพื่อให้รอยต่อแนบสนิทดี เพื่อความสะดวกให้ใช้ไม้สี่เหลี่ยมที่มีความหนาเท่ากับผิว ทางและมีความยาวเท่ากับความกว้างของผิวทางที่ลงแต่ละครั้งฝังลงไปผิวทางแอสฟัลต์ติกคอนกรีต ที่ยังไม่ได้บดทับ หลังจากฝังเรียบร้อยแล้วจึงบดทับ เวลาจะลงผิวทางครั้งต่อไปให้แกะออกและขุดผิวทางส่วนที่ต่อจากไม้ ออกจึงลงผิว ทางต่อไปได้ ผิวทางส่วนที่ขุดออกถ้าพื้นทางเกิดชำรุดเสียหาย ต้องทำการซ่อมให้เรียบร้อยเสียก่อน ถ้าปูผิวทางแอสฟัลต์ ติกคอนกรีต ทีละครึ่งของความกว้างของผิวจราจรทั้งหมดแล้ว รอยต่อตามขวางจะต้องไม่อยู่ในแนวเดียวกันและจะต้อง หางกันอย่างน้อย 5 เมตร รอยต่อตามยาว (Longitudenal Joints) จะต้องเป็นตั้งฉากกับผิวถนนเช่นเดียวกับรอยต่อตามขวาง เวลาบด ทับต้องพยายามรักษาให้ของที่จะให้เป็นรอยต่อตามยาวตั้งได้ฉากกับผิวถนน มิฉะนั้นจะต้องตัดด้วยเลื่อยหรือขวานแล้ว ทาด้วยแอสฟัลต์บาง ๆ จึงลงผิวทางอีกข้างหนึ่งได้ ในการทำผิวทางแอสฟัลต์ติกคอนกรีตครั้งหนึ่ง ๆ จะต้องปูกว้างเท่ากับ 1 ช่องจราจร หรือมากกว่า แต่การเพิ่มต้องเพิ่มเป็นช่อง ๆ จราจรไป ห้ามมิให้มีรอยต่อตามยาวอยู่ในระหว่างช่องจราจร การลงผิวทางอีกข้างหนึ่งให้ลงให้เกินมาทางด้านที่ก่อสร้างแล้วประมาณ 2 นิ้ว และใช้รถบดล้อเหล็กบดทับที่รอยต่อให้ ล้อรถบดทับ เหลื่อมเข้าไปบนผิวทางติดกับรอยต่อตามยาวนี้ประมาณ 6 นิ้ว บดทับจนกระทั่งรอยต่อเรียบและแน่นดีจึง มาเริ่มต้นบขอบข่าย ม.5.225-2531 มาตรฐานงานไพรโลก (Prime Coat) * งาน Prime Coat หมายถึงการราดยางแอสฟัสต์ลงบนพื้นทางที่ได้อบแห้งและเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ของพื้นทางเกาะ และช่วยป้องกันน้ํามีให้เหลซึมเข้าไปในพื้นที่ทาง แอสฟัลต์เหลวที่จะนํามาใช้ต้องมีคุณสมบัติผ่านการทดสอบตรงตามมาตรฐ แอสฟัลต์แต่ละประเภท และเกรดดังนี้ วัสดุ -Cut Back RC 70-250 VC 3C-250 SC 70 -Asphalt Emulsions ตารางอุณหภูมิของแอสฟัลต์ที่ใช้ราด อุณหภูมิ ชนิดของแอสฟัล องศาเซลเซียส พาเรไล RC-7C 50-90 วัสดุ มย5.227-2531 มาตรฐานงานแทคโคท (TACK COAT) วัสดุที่ใช้แทคโศก ต้องเป็นวัสดุยางแอสฟัสต์ชนิด...ที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานของวัสดุยางแอสฟัสต์ต่อไปนี้ วัสดุยางตันแบต แอสฟัลต์ ชนิดปมเร็ว (Rapid Curing Cut-Back Asphalt) ซึ่งได้แก่ RC-20, RC-255 วัสดุยางแตกออก แอสฟัลต์ อิมัลชั่น (Cationic Asphalt Emulsion) ซึ่งได้แก่ RS-2K วัสดุดังกล่าวต้องได้ผ่านการทดสอบคุณสมบัติและรับรอง...แล้ว อุณหภูมิของวัสดุยางแอสฟัลต์ดังกล่าวที่ใช้ราดทําแทคโท ให้เป็นไปตามกําหนดดังนี้ ชนิดของยาง RC-250 75-110 20-190 RC-70 165-230 MC-30 30-70 85-155 MC-70 MC-250 SC-70 50-90 75-110 50-90 120-150 165-230 120-190 ปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ประมาณ 0.9-1.4 ลิตร ต่อตารางเมตร จํานวนยางที่ราดจะมีปริมาณเท่าไรขึ้นอยู่กับลักษณะทางให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน รายละเอียด ถ้ามีความจําเป็นที่จะทับหน้า Prime Coat ทรายที่ใช้จะต้องมีส่วนละเอียดผ่านตะแกรง เบอร์ 4 ซึ่งไม่มีหญ้าหรือวัสดุอื่นเจือปน และจะต้องได้รับการยินยอมอนุญาตให้ สาดทรายได้จากผู้ควบคุมงานเสียก่อน การสร้าง 1. การทํา Prime Coat ด้วยยาง Cut Back พื้นทางที่จะ Prime Coat ผิวจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและมีหลุดหรือวัสดุอื่นใด โดยการกวาดและเป็นวัสดุออกด้วยเครื่องจักร หรือวิธีอื่นที่ผู้ควบคุมงานเห็นสมควร ถ้าหน้าของพื้นทางแห้งและมีฝุ่นเกาะให้พรน้ํา (Spray) บางๆ เล็กน้อยก่อนราดยาง (Prime) เครื่องพ่นยางและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการ Prime Coat ต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อควบคุมอัตราจํานวนยาที่รายลงพื้นทางได้สม่ําเสมอ การราดยางควรรายให้เต็มความกว้างของคน หากจําเป็นจะราดยางที่ทีละครึ่งของความกว้างหรือที่ละช่องทางวงก็ได้ บริการอยต่อการหย่างต่อเนื่องแต่ละครั้งต้องมีอัตรายางสม่ําเสมอโดยเฉพาะรอยต่อตามาวางที่รายโดยวิธีการใช้ท่อหนาง (Spray boy ) ที่ติดกับรถวิ่งขาด ให้ใช้กระดาษ ซึ่ง หรือวัสดุที่ไม่ดามกว้างไม่น้อยการ 40 ซม. ปิดผิวบางที่รายไปแล้ว “หลังจากราดยางแล้วให้ทั้งนุ่ม (Curing) ยางไว้ 24-48 ชั่วโมง โดยไม่ให้ยวดยานวิ่งผ่านเข้าไปในบริเวณที่ราดไว้เป็นอันขาด หลังจากพ้นกําหนดเวลานี้แล้ว ถ้าจะอนุญาตให้ขวดยาน วิ่งผ่านได้ หากมีบางส่วนเกินเหลือให้ปรากฏอยู่ ให้ใช้ทรายละเอียดสายซับบางส่วนที่เกินให้แท้งได้ ในกรณีที่จําเป็นจริง เช่นทางเข้าบ้านหรือทางแยกที่มียวดยานผ่าน การทํา Prime Coal โดยทั่วไปในภาวะอากาศแจ่มใส ปราศจากฝน พื้นทางแห่งหรือวัสดุพื้นทางมีความชื้น (Moisture Content ) ไม่เกินร้อยละ 5 ให้ใช้ยาง Cut Black ที่จะใช้นั้นแล้วแต่ลักษณะของสภาพพื้นความแน่น เวลาและการจราจรของเส้นทางนั้นๆ ส่วน พื้นทางที่มีความชื้นสูงเปียก (และ) สภาวะอากาศไม่ดีหรือมีลักษณะความจําเป็นเร่งด่วนอนุญาตใช้ยาง Asphalt Emulsions ได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานเสียก่อน การท้า Prime Coat ด้วยยาง Asphalt Emulsions - พื้นทางที่จะ Prime Coat ผิวหน้าจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นหรือที่หลุดหรือวัสดุอื่นใดและผู้ควบคุมงานตรวจสอบเห็นชอบแล้ว ถ้าผิวหน้าของพื้นทางแห่งต้องพรมน้ําให้เปียกขึ้นเสียก่อน เครื่องพ่นยางและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการ Prime Coat ต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อควบคุมอัตราจํานวนยางที่ราดบนพื้นผิวทางให้สม่ําเสมอ เมื่อราดยาง (Prime) แล้วต้องทิ้งไว้จนกว่า Asphalt จะแยกตัวออกเสียก่อนจึงทําชั้นผิวทางใต้ การแยกตัวของ Emulsified Asphalt คือส่วนผสมของน้ําที่อยู่ใน Emulsions ระเหย ออกไป จะสังเกตุได้จากการเปลี่ยนสีของ Emulsion ซึ่งปกติมีสีน้ําตาลเข้มเปลี่ยนเป็นสีดําของ Asphalt การแยกตัวนี้จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับชนิดของ Emulsions Asphalt ให้อุณหภูมิธรรมดา จะให้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง เมื่อ Asphalt แยกตัวแล้ว ถ้ายังไม่สามารถทําผิดทางได้ทันที มีความจําเป็นต้องเปิดให้เรตยานางบนชั้น Prime Coat ให้รายละเอียดสาดปิดหน้าด้ ห้ามราดยาง (Prime Coat) ในขณะที่มีฝนตกเป็นอันขาด และเมื่อราดยาง (Frime) แล้วใหม่ ๆ ก่อนที่ Emulsion จะแตกตัวถ้ามีฝนตกมากน้ํามันจะชะบางส่วนของ Emulsion บน ผิวหน้าออกไปจะต้องทําการราด Emulsion เพิ่มเติมในส่วนนั้นใหม่ อดระวัง ยาง Cut Book Asphalt เป็นยางชนิดติดไฟได้ง่ายมาก ดังนั้นในขณะต้มยางหรือขณะทําการราดยางจะต้องระมัดระวังมิให้มีเปลวไฟจากภายนอกมาผูกยางใต้ การขนส่งต้องกระทําด้วยความระมัดระวังมิให้ถังบรรจุ Emulsion ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงมาก เพราะอาจจะทําให้เกิดการแตกแยกตัวขึ้น Emulsion ชนิดถัง ถ้าเก็บไว้นาน ๆ จะต้องลงถังไปมาทุกด้านหลาย ๆ ครั้ง เป็นประจําอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งเพื่อให้ Emulsion มีลักษณะเหลวเป็นเนื้อเดียวกันทั่วทั้งยัง เมื่อเปิดถังบรรจุ Emulsion ออกใช้ ควรใช้ให้หมดถึงหรือต้องปิดฝาให้แน่น มีนั้นน้ําในส่วนผสม Emulsion จะระเหยทําให้ Asphet เกิดการแยกตัวและหมดคุณภาพ ทุกครั้งที่บรรจุ Emulsion ลงในรถราดยางหรือเครื่องพ่นยางควรใช้ให้หมดแล้วใช้น้ําสะอาดล้างให้สะอาด โดยเฉพาะที่ Spray Bar เพราะถ้าไม่ล้างออก ทันที Asphalt จะแยกตัวเกาะติดแน่น ทําให้ไม่สะดวกในการใช้งานของวันต่อไป และป้องกันการกัดกร่อนของกรดใน Emulsion - Emulsion ต้องเหลวมีเนื้อเดียวกันและมีสีน้ําตาลเข้ม ถ้าหากลักษณะเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นให้ใช้พายกวนผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันจึงจะนําไปใช้ได้ ถ้าหากนะ ม.ว Emulsion ไม่เข้าเป็นข้อเดียวกันแสดงว่า Emulsion นั้นเสื่อมคุณภาพห้ามนําไปใช้เป็นอันขาด RC-250 RS-2K ข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับวัสดุยาง Cationic Asphalt Emulsion องศาเซลเซียส 50-100 B0-110 ไม่ต้องให้ความร้อนใช้อุณหภูมิปกติ ฟาเรนไฮต์ 120-215 180-235 ในกรณีที่ผสมยางแอสฟัสต์กัน นําเข้าด้วยกันตามอัตราที่กําหนดให้เรียบร้อยแล้วให้นําไปใช้งานให้หมด ถ้าเหลือแล้วยางแอสฟัลต์เกิดแตกตัว จะนํามาใช้ อีกไม่ได้ ให้ปฏิบัติเกี่ยวกับยาง Cationic Asphalt Emulsion ในเรื่องไหมโคร (Prime Coat) ทุกประการ RS-24 ปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ราด ให้ใช้ตามที่กําหนดดังนี้ กรณีที่พื้นผิวเดิมเป็น พรมาท ใช้ RC-70 ในอัตรา 0.1-0.3 ลิตรต่อตารางเมตร หรือใช้ CRS-1 ผสมน้ําเท่าตัวในอัตรา 0.2-0.5 เตะตารางเมตร กรณีที่พื้นผิวเดิมเป็นผิวจราจรแบบเซอร์เฟซทรีตเมนต์หรือเป็นผิวพร จนแบบเทเนเรชั่นเมตตารัม ใช้ 20-250 ในอัตรา 0.1-0.3 ลิตรต่อตารางเมตร กรณีพื้นผิวเดิมเป็นผิวจราจรแบบแอสฟัลต์คอนกรีต หรือเป็นพื้นทางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีตใช้ PC 70 ในอัตรา 0.1-0.3 ลิตร ต่อตารางเมตร ใช้ RS-24 ผสมน้ําเท่าตัวในอัตรา 0.2-0.6 ลิตรต่อตารางเมตร วิธีการก่อสร้าง แบ่งเป็น 2 ตอน 1. การเตรียมพื้นผิวเดิม ถ้าพื้นผิวเดิมเป็นพระโคกทําไว้นาน เมื่อจะทําผิวจราจรแบบแอสฟัลติกคอนกรีต ผิวจะไม่ยึดติดกับไพรมโชติม ให้ทําการอุด 1 หลุมบนผิว ไพรมโคน (ถ้ามี) ด้วย Hot Mixed หรือ Primixed แล้วบดอัดแน่นให้เรียบร้อย แล้วใช้เครื่องกวาดฝุ่น กวาดฝุ่นออกจนหมด และไม่ทําให้ผิวไพรมโท เดิมเสียหาย เสื้อแล้วใช้เครื่องเป่าผมทําการเป่าฝุ่นออกให้หมด - ถ้าพื้นผิวเดิมเป็นผิวจราจรแบบเซอร์เฟซทรีตเมนต์ หรือผิวจราจรแบบ..เนตรชั้นแมคคาดัม ให้ใช้เครื่องกดฝุ่นหรือเครื่องเป่าลมกวาดหรือเป่าฝุ่นออกให้หมด 2. การราดยางแอสฟัล - ใช้เครื่องราดยางแอสฟัลต์ ซึ่งเตรียมพร้อมที่จะทํางานดําเนินการราดยางแอสฟัลต์ตามชนิด เกรด อุณหภูมิ และอัตรา ที่กําหนดให้แล้วข้างต้น ถ้า พื้นที่ซึ่งจะทําแทคโดยมีปริมาณน้อยให้ใช้เครื่องพ่นด้วยมือราดยางแอสฟัลต์ได้ แต่ถ้าไม่มีเครื่องพ่นด้วยมือ ให้ใช้ภาชนะใส่ยางแอสฟัลต์สลัดราด บาง ๆ ให้ทั่วพื้นที่ แล้วใช้รถบดล้อยางปิดทับไป เพื่อที่จะให้ยางแอสฟัลต์กระจายบนพื้นที่โดยสม่ําเสมอ - เมื่อราดยางแอสฟัลต์ ทําเวลาแล้วให้ทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมงเพื่อที่จะให้ so stile Matter ใน Rapid Curing Cut - Back Asphalt ระเหย ออกไปและน้ําใน Cationic Asphalt Emulsion ระเหยออกไปเช่นกัน จึงจะทําผิวขั้นต่อไปได้ - ให้ปิดการจราจรห้าม ยวดยานผ่านหลังจากทําแนวโรแล้วจนกว่าจะทําการก่อสร้างผิวทางหรือพื้นแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีตสําเร็จ แบบก่อสร้าง โครงการปรับปรุงผิวจราจร แอสฟัลท์ติกคอน์ต ถนนเทศบาล 14 (ถนนกันทรลักษ์ - ถนนเทศบาล 14 เลี่ยงเมือง) ฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง กองช่างเทศบาลเมืองวารินชําราบ อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี นายปร นายชาโยธาชํานาญงาน นายชนะภัย เจริญรอย นายช่างโยธาชํานาญงาน นายชาร ทุมชาติ วิศวกรโยธาปฏิบัติการ นายสันติศักดิ์ แสวงทรัพย์ นายแบบแผนและก่อสร้าง 0778 นายสัมพันธ์ ศิริมานนท์ ผู้อํานวยการกองช่าง Ser นางนภา กับทอง หัวหน้าสํานักปลัดเทศบาล รักษาราชการแทน ปลัดเทศบาลเมืองวารินชําราบ แบบแสดง : & นายณรงชัย ประสิทธิ์ปรีชา รองนายกเทศมนตรี นายสิระชัย ไกรกั นายกเทศมนตรี มาตรฐานงานไพรโท (Prime Coat) มาตรฐานงานเทคโลก (TACK COAT) แบบเลขที่ : 0.001/2568 : แบบแผ่นที่ 2 จํานวนแผ่น : 02 / 10 คันหิน คสล. เดิม (ทาสีใหม )- ทางเทาเดิม บ -กอสร้างผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนาเฉลีย 3 ซม. บนผิวแทคโคท -10.20 กวางเฉลีย 16.00 ม. ผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็กเดิม - ผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตเดิม ทอระบายน้ำเดิม คันหิน คสล. เดิม (ทาสีใหม่)- ทางเท่าเดิม V -กอสรางผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนาเฉลีย 3 ซม. บนผิวแทคโคท - ผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตเดิม รูปตัดตามขวางแนว A Scale.... -10.20 .............1: 50 A A กอสรางผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนาเฉลีย 3 ซม. บนผิวแทคโคท B -คันหิน คสล. เดิม (ทาสีใหม่) บ -ทางเท่าเดิม ทอระบายน้าเดิม ยกระดับขอบบอพัก ( ดูขยาย ) - + ฝาตะแกรงเหล็กใหม่ -คันหิน คสล. เดิม (ทาสีใหม ) ทางเท่าเดิม -บอพัก คสล. เดิม -ท่อระบายน้ำเดิม แบบก่อสร้าง โครงการปรับปรุงผิวจราจร แอสฟัลท์ติกคอนรีต ถนนเทศบาล 14 (ถนนกันทรลักษ์ – ถนนเทศบาล 14 เลี่ยงเมือง) ฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง กองช่างเทศบาลเมืองวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี แบบแสดง : แบบเลขที่ : สํารวจ นายประสิทธิ์ สีสัน นายช่างโยธาชำนาญงาน เขียนแบบ นายชนะภัย เจริญรอย นายช่างโยธาชำนาญงาน นายคัชรินทร์ ทุมชาลี วิศวกรโยธาปฏิบัติการ นายสันติศักดิ์ แสวงทรัพย หัวหน้าฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง นายสัมพันธ์ ศิริปักมานนท์ ผู้อำนวยการกองช่าง S นางรุ่งนภา ทับหนองฮี หัวหนาสำนักปลัดเทศบาล รักษาราชการแทน ปลัดเทศบาลเมืองวารินชำราบ นายณรงชัย ประสิทธิ์ภูริปรีชา รองนายกเทศมนตรี ༢ นายจีระชัย ไกรกังวาร นายกเทศมนตรี รูปตัดตามขวางแนว A รูปตัดตามขวางแนว B π.00 /2568 : แบบแผนที / จำนวนแผ่น : 06/10 กว้างเฉลี่ย 16.00 ม.. กอสร้างผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนาเฉลีย 3 ซม. บนผิวแทคโคท ผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็กเดิม รูปตัดตามขวางแนว B B Scale.... .1: 50 1.06 เหล็กแบน 75x6 มม. ซองละ 7 ตัว ผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนาเฉลีย 3 ซม. บนผิวแทคโค้ท ผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตเดิม หนา 0.05 ม. ผิวจราจร- คอนกรีตเสริมเหล็กเดิม บอพัก คสล. เดิม เหล็กแบน 4-125x9 มม. 1.09- ขยายฝาตะแกรงเหล็ก (MH.1) ( ฝาตะแกรงเหล็กใหม่ + ยกระดับ ) Scale.. 2 .1: 25 - เหล็กแบน 4-125×9 มม. -1.09- ดูขยาย MH.1 - ฝาตะแกรงเหล็ก (ใหม่) (ดูขยาย) ขยายบ่อพักฝาตะแกรงเหล็ก ( MH.1) ( ฝาตะแกรงเหล็กใหม่ + ยกระดับ ) Scale... .1: 25 ผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนาเฉลีย 3 ซม. บนผิวแทคโคท ผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตเดิม หนา 0.05 ม. ผิวจราจร คสล. เดิม บอพัก คสล. เดิม -ฝาตะแกรงเหล็ก (ใหม) (ทาสีน้ำมัน 2 รอบ) แบบก่อสร้าง โครงการปรับปรุงผิวจราจร แอสฟัลท์ติกคอนรีต ถนนเทศบาล 14 (ถนนกันทรลักษ์ - ถนนเทศบาล 14 เลี้ยงเมือง) ฝ่ายแบบแผนและกอสร้าง กองช่างเทศบาลเมืองวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี นายประสิทธิ์ สีสัน นายช่างโยธาชำนาญงาน เบรนแ นายชนะภัย เจริญรอย นายช่างโยธาชำนาญงาน นายคัชรินทร ทุมชาลี วิศวกรโยธาปฏิบัติการ นายสันติศักดิ์ แสวงทรัพย หัวหนาฝายแบบแผนและกอสราง -ผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนาเฉลีย 3 ซม. บนผิวแทคโคท ขยาย (MH.1) -ผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตเดิม หนา 0.05 ม. Scale.... .1: 25 แบบแสดง : แบบเลขที : นายสัมพันธ์ ศิริปักมานนท์ ผู้อำนวยการกองช่าง นางรุ่งนภา ทับหนองฮี หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล รักษาราชการแทน ปลัดเทศบาลเมืองวารินชำราบ นายณรงชัย ประสหธิ์ภูริปรีชา รองนายกเทศมนตรี นายจีระชัย ไกรกังวาร นายกเทศมนตรี ขยายฝาตะแกรงเหล็ก (MH.1) ขยายบอพักฝาตะแกรงเหล็ก (MH.1) ขยาย (MH.1) π./2568 : แบบแผ่นที่ / จำนวนแผ่น : 07/10 1.09 เหล็กแบน 75x6 มม. ช่องละ 7 ตัว ผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนาเฉลีย 3 ซม. บนผิวแทคโคท ผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตเดิม หนา 0.05 ม. ผิวจราจร คอนกรีตเสริมเหล็กเดิม บอพัก คสล. เดิม- 2 1.09- เหล็กแบน 4-100×9 มม. ขยายฝาตะแกรงเหล็ก (MH.2) ( ฝาตะแกรงเหล็กใหม่ + ยกระดับ ) Scale.. .1: 25 2 1.09 - เหล็กแบน 4-100×9 มม. - ดูขยาย MH.2 - ฝาตะแกรงเหล็ก (ใหม่) (ดูขยาย) ขยายบ่อพักฝาตะแกรงเหล็ก (MH.2 ) ( ฝาตะแกรงเหล็กใหม่ + ยกระดับ ) Scale.. .1: 25 ผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนาเฉลีย 3 ซม. บนผิวแทคโคท ผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตเดิม หนา 0.05 ม. ผิวจราจร คสล. เดิม บอพัก คสล. เดิม -ผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนาเฉลี่ย 3 ซม. บนผิวแทคโค้ท ขยาย (MH.2) V Scale.. -ผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตเดิม หนา 0.05 ม. -ฝาตะ ตะแกรงเหล็ก (ใหม่) (ทาสีน้ำมัน 2 รอบ) .1: 25 แบบก่อสร้าง โครงการปรับปรุงผิวจราจร แอสฟัลท์ติกคอนรีต ถนนเทศบาล 14 (ถนนกันทรลักษ์ – ถนนเทศบาล 14 เลี่ยงเมือง) ฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง กองช่างเทศบาลเมืองวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุชลราชธานี สำรวจ นายประสิทธิ์ สีสัน นายช่างโยธาชำนาญงาน เขียนแบบ นายชนะภัย เจริญรอย นายช่างโยธาชำนาญงาน นายคัชรินทร์ ทุมชาลี วิศวกรโยธาปฏิบัติการ นายสันติศักดิ์ แสวงทรัพย หัวหน้าฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง 2 นายสัมพันธ์ ศิริปักมานนท์ ผู้อำนวยการกองช่าง S นางรุ่งนภา ทับหนองฮี หัวหนาสำนักปลัดเทศบาล รักษาราชการแทน ปลัดเทศบาลเมืองวารินชำราบ E Book นายณรงชัย ประสิทธิ์สุรปริชา รองนายกเทศมนตรี แบบแสดง : แบบเลขที่ นายจีระชัย ไกรกังวาร นายกเทศมนตรี ขยายฝาตะแกรงเหล็ก (MH.2) ขยายบ่อพักฝาตะแกรงเหล็ก (MH.2) ขยาย (MH.2) ຄ. 60/2568 : แบบแผ่นที่ / จำนวนแผ่น : 08/10 1.03 เหล็กแบน 75x6 มม. ซองละ 7 ตัว ผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนาเฉลีย 3 ซม. บนผิวแทคโคท ผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตเดิม หนา 0.05 ม. ผิวจราจร คอนกรีตเสริมเหล็กเดิม บอพัก คสล. เดิม- eeeeeee R 1.03 เหล็กแบน 4-100×9 มม. ขยายฝาตะแกรงเหล็ก (MH.3) ( ฝาตะแกรงเหล็กใหม่ + ยกระดับ ) Scale... .1: 25 2 เหล็กแบน 4-100x9 มม. ผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนาเฉลี่ย 3 ซม. บนผิวแทคโค้ท ผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตเดิม หนา 0.05 ม. ผิวจราจร คสล. เดิม -1.03- - ดูขยาย MH.3 -ฝาตะแกรงเหล็ก (ใหม่) (ดูขยาย) -ผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนาเฉลีย 3 ซม. บนผิวแทคโคท ขยายบ่อพักฝาตะแกรงเหล็ก (MH.3) ( ฝาตะแกรงเหล็กใหม่ + ยกระดับ ) Scale.. .1: 25 บอพัก คสล. เดิม -ฝาตะแกรงเหล็ก (ใหม่) (ทาสีน้ำมัน 2 รอบ) แบบก่อสร้าง โครงการปรับปรุงผิวจราจร แอสฟัลท์ติกคอนรีต ถนนเทศบาล 14 (ถนนกันทรลักษ์ – ถนนเทศบาล 14 เลี่ยงเมือง) ฝายแบบแผนและก่อสร้าง กองช่างเทศบาลเมืองวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี สารวจ นายประสิทธิ์ สีสัน นายช่างโยธาชำนาญงาน นายชนะภัย เจริญรอย นายช่างโยธาชำนาญงาน นายคัชรินทร์ ทุมชาลี วิศวกรโยธาปฏิบัติการ นายสันติศักดิ์ แสวงทรัพย์ หัวหน้าฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง ขยาย ( MH.3) Scale.. .1: 25 - ผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตเดิม หนา 0.05 ม. แบบแสดง : นายสัมพันธ์ ศิริปักมานนท์ ผู้อำนวยการกองช่าง Su . นางรุ่งนภา ทับหนองฮี หัวหนาสำนักปลัดเทศบาล รักษาราชการแทน ปลัดเทศบาลเมืองวารินชำราบ นายณรงชัย ประสิทธิ์ภูริปรีชา รองนายกเทศมนตรี A นายจีระชัย ไกรกังวาร นายกเทศมนตรี ขยายฝาตะแกรงเหล็ก (MH.3) ขยายบ่อพักฝาตะแกรงเหล็ก (MH.3) ขยาย (MH.3) แบบเลขที : ຄ.00/2568 : แบบแผ่นที่ จำนวนแผ่น : 09/10 2.05 0.75- 0.30 0.30 2.95 2.05 0.30 0.75- -0.75- 0.75- 45 0.95 0.80 0.80 0.30 0.30 0.30 0.30 0.50 3.45 0.50 2.95 + 0.50 2.50 0.50 + 0.70 0.70 0.15 0.15 <0.60 0.30 0.15 บ แบบทางมาลาย หมยเหตุ A = 0.30 -0.60 m. B = 1.00 m. C = 2.00 -4.00 m. D = 0.60 m. E = หมายเหตุ 0.80 m. สีที่ใช้ทำเครื่องหมายเส้นจราจร ให้ใช้สีเทอร์โมพลาสติก 0.15 0.300.60- แบบแบบแสดงเครื่องหมายจราจร 15 เล่นปะ 4.00 0.30- 0.680.68 1.48 45: 2.05 1.03 0.30 0.75 0.80 2.05 3.53 0.50 2.95 2.95 2.50 0.50 -1.00- -3.00- 0.15 4.00- 0.70 0.15 0.300.60 บ เสนทิบ บ บ แบบเส้นจราจรเส้นทึบ 0.71 4.00- เสนปะ เล่นปะ -3.00- -3.00- บ แบบเส้นจราจรเส้นปะ บ เสนปะ แบบกอสร้าง โครงการปรับปรุงผิวจราจร แอสฟัลท์ติกคอนรีต ถนนเทศบาล 14 (ถนนกันทรลักษ์ - ถนนเทศบาล 14 เลี่ยงเมือง) ฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง กองช่างเทศบาลเมืองวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี สำรวจ นายประสิทธิ์ สีสัน นายช่างโยธาชานาญ ญงาน นายชนะภัย เจริญรอย นายช่างโยธาชำนาญงาน さん นายศิชรินทร ทุมชาลี วิศวกรโยธาปฏิบัติการ นายสันติศักดิ์ แสวงทรัพย หัวหนาฝายแบบแผนและกอสราง นายสัมพันธ์ ศิริปักมานนท์ ผู้อำนวยการกองช่าง Sm นางรุ่งนภา ทับหนองฮี หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล รักษาราชการแทน ปลัดเทศบาลเมืองวารินชำราบ นายณรงชัย ประลีทธภูริปรีชา รองนายกเทศมนตรี แบบแสดง : นายจีระชัย ไกรกังวาร นายกเทศมนตรี แบบแบบแสดงเครื่องหมายจราจร แบบทางมาลาย แบบเส้นจราจรเส้นทึบ, แบบเส้นจราจรเส้นปะ แบบเลขที่ : ถ.00/2568 : แบบแผ่นที่ / จำนวนแผ่น : 10/10