จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างโครงการเสริมสร้างทักษะเพื่อพัฒนาสัมมาชีพ (Upskill) ให้แก่ผู้ได้รับการพักการลงโทษและผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย

สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม 68019552757
฿1,904,500 ปีงบ 2568 ประกาศ 4 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างทักษะ สร้างอาชีพในยุคดิจิทัลให้กับผู้ได้รับการพักการลงโทษและผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย เพื่อให้พวกเขาสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีอาชีพที่มั่นคง และไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำ โครงการนี้จะประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1) การเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรม Upskill 2) การจัดกิจกรรม Upskill จำนวน 2 รุ่น รุ่นละ 50 คน (การเสริมสร้างทักษะเดิม, การพัฒนาทักษะเฉพาะ) และ 3) การจัดแสดงนิทรรศการเพื่อสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการให้โอกาสในการกลับคืนสู่สังคม โครงการนี้มีงบประมาณ 1,904,500 บาท และมีระยะเวลาดำเนินการ 150 วันนับจากวันลงนามในสัญญา ผู้สนใจจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด เช่น มีประสบการณ์ในการจัดฝึกอบรม, มีผลงานด้านการจัดฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมาย, และมีคุณสมบัติอื่นๆ ตามที่ระบุใน TOR

English summary

The Office of Skills and Products Promotion for Behavioral Development (Sompop) is seeking bids for a project to enhance skills for professional development (Upskill) for those on parole and those who have completed behavioral development programs. The objectives include building skills and creating careers in the digital age, as well as organizing exhibitions to raise awareness. The budget is 1,904,500 baht, with a duration of 150 days.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการสร้างทักษะ สร้างอาชีพในยุคดิจิทัลที่มีความเหมาะสมตามความรู้ความสามารถ และความต้องการของตลาดแรงงาน
  • เพื่อเตรียมความพร้อมในการกลับคืนสู่สังคมด้วยการปรับเปลี่ยนทัศนะคติ (Mindset) ฟื้นฟูสภาพจิตใจให้เหมาะสม ติดตามประเมินผล และให้คำปรึกษา
  • เพื่อส่งเสริมทักษะด้านอาชีพ และสร้างโอกาสในการมีงานทำด้วยกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)
  • เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการส่งเสริมโอกาสให้กับผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย

ขอบเขตของงาน

  • กิจกรรมที่ 1: การเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะเพื่อพัฒนาสัมมาชีพ (Upskill)
    • การนำเสนอแนวคิดและแผนการดำเนินงาน
    • การออกแบบและจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์
    • การออกแบบและผลิตสื่อต่างๆ
    • การรับสมัครและคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ
    • การจัดหาผู้ประกอบการ
    • การจัดหาบุคลากร, สถานที่, วัสดุอุปกรณ์
  • กิจกรรมที่ 2: การจัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะเพื่อพัฒนาสัมมาชีพ (Upskill) จำนวน 2 รุ่น
    • การเสริมสร้างทักษะเดิม (Upskill) และเพิ่มเติมทักษะใหม่ (Reskill)
    • การพัฒนาและฝึกทักษะเฉพาะ
    • การฝึกอบรมในรูปแบบการอภิปราย, แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์
  • กิจกรรมที่ 3: การจัดแสดงนิทรรศการ
    • จัดหาสถานที่และอุปกรณ์สำหรับการจัดแสดงนิทรรศการ
    • จัดให้มีกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ (เสวนา, Mini Talk)
    • ดำเนินการประชาสัมพันธ์โครงการ
  • การจัดทำรายงาน: จัดทำฐานข้อมูล, รายงานการประเมินผล, และรายงานสรุปผลการดำเนินงาน

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แนวคิดและแผนการดำเนินงานโครงการ (Main Theme)
  • สื่อประชาสัมพันธ์โครงการ
  • สื่อต่างๆ ที่ใช้ในกิจกรรม (Backdrop, Main Board Exhibition, Roll up)
  • รายชื่อผู้ได้รับการพักการลงโทษและผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัยที่สมัครเข้าร่วมโครงการ
  • บุคลากร (วิทยากร, ช่างภาพ)
  • สถานที่จัดกิจกรรม
  • วัสดุอุปกรณ์สำหรับการฝึกอบรม
  • รายงานวิเคราะห์และสรุปผลการดำเนินงาน

ระยะเวลาดำเนินการ

ภายใน 150 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
    • มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างกำหนด
    • เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
    • ผู้ยื่นข้อเสนอในรูปแบบ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด
    • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP
  • Standards Compliance: -
  • Experience:
    • มีผลงานด้านการจัดฝึกอบรมประเภทเดียวกันกับงานที่จ้าง (ผู้ได้รับการพักการลงโทษ, ผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย) โดยมีวงเงินไม่น้อยกว่า 400,000 บาท
    • เคยมีประสบการณ์ในการทำงาน หรือมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ให้ความรู้ หรืออื่น ๆ อันเกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายข้างต้น
  • Previous Project Cost: ผลงานต้องมีวงเงินไม่น้อยกว่า 400,000 บาท
  • Technical Capabilities:
    • นำเสนอแนวคิดและแผนการดำเนินงานที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ
    • นำเสนอกระบวนการในการดำเนินงานที่แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนการทำงาน
    • นำเสนอบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ
  • Personnel:
    • ผู้ดำเนินการอภิปราย
    • วิทยากร (ความรู้ความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน)
    • ช่างภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว

เกณฑ์การพิจารณา

  • ราคา (20%): พิจารณาจากราคาที่เสนอ
  • ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ (80%):
    • การนำเสนอแนวคิด, แผนงาน, และกระบวนการในการดำเนินงาน (50 คะแนน)
      • แนวคิดและแผนการดำเนินงานที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ (15 คะแนน)
      • กระบวนการในการดำเนินงาน (20 คะแนน)
      • บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ (15 คะแนน)
    • ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา (30 คะแนน)
      • ประสบการณ์ในการจัดกิจกรรมฝึกอบรม (25 คะแนน)
      • เคยมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน (5 คะแนน)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • สื่อประชาสัมพันธ์: ออกแบบและผลิตสื่อประชาสัมพันธ์โครงการ
  • อุปกรณ์จัดกิจกรรม: จัดหาและเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ เช่น สถานที่, อุปกรณ์ภาพและเสียง, โต๊ะ, เก้าอี้, และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • การจัดแสดงนิทรรศการ: จัดหาสถานที่และอุปกรณ์สำหรับการจัดแสดงนิทรรศการ
  • ระบบ: จัดเตรียมระบบเสียง, ระบบภาพ, ระบบแสง, และระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต WIFI

เงื่อนไขสัญญา

  • วงเงินงบประมาณ: 1,904,500 บาท
  • การจ่ายเงิน: แบ่งจ่ายเป็น 3 งวด (รายละเอียดตาม TOR)
  • อัตราค่าปรับ: 0.10% ของราคางานจ้าง
  • กำหนดยืนราคา: 60 วัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • โครงการนี้มีเป้าหมายอะไร? โครงการนี้มีเป้าหมายหลักในการสร้างทักษะและอาชีพให้กับผู้พ้นโทษและผู้ที่ได้รับการพักการลงโทษ เพื่อให้พวกเขาสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
  • โครงการนี้มีกิจกรรมอะไรบ้าง? โครงการนี้มี 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การเตรียมความพร้อม, การจัดกิจกรรมฝึกอบรม Upskill/Reskill, และการจัดแสดงนิทรรศการ
  • ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้อะไรบ้าง? ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการพัฒนาทักษะต่างๆ ที่จำเป็นต่อการทำงานในยุคดิจิทัล, การปรับทัศนคติ, การเสริมสร้างแรงบันดาลใจ, และการฝึกทักษะอาชีพ
  • โครงการนี้จะช่วยเรื่องการหางานอย่างไร? โครงการนี้มีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ที่จะช่วยเชื่อมโยงผู้เข้าร่วมโครงการกับผู้ประกอบการที่ต้องการแรงงาน
  • โครงการนี้มีระยะเวลากี่วัน? โครงการนี้มีระยะเวลา 150 วัน
  • งบประมาณของโครงการนี้คือเท่าไหร่? งบประมาณของโครงการนี้คือ 1,904,500 บาท
  • การประเมินผลโครงการจะทำอย่างไร? มีการประเมินความพึงพอใจของผู้เข้ารับการอบรม และผลสำเร็จของโครงการ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

๑) ความเป็นมา และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย จากจำนวนประชากรไทยทั้งประเทศกว่า ๗๐ ล้านคนในปัจจุบัน มีผู้ที่อยู่ในระบบพัฒนาพฤตินิสัย ของกระทรวงยุติธรรม มากกว่า ๔๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งในแต่ละเดือนจะมีผู้ที่พ้นโทษกลับสู่สังคมประมาณ ๑๕,๐๐๐ คน โดยจะมีผู้ที่สามารถกลับคืนสู่สังคมได้จริงประมาณร้อยละ ๕๐ และผู้ที่กลับเข้ามาสู่กระบวนการบังคับโทษ (กระทำผิดซ้ำ) ประมาณร้อยละ ๓๕ ซึ่งหากประชากรกลุ่มนี้เป็นประชากรคุณภาพที่สามารถขับเคลื่อนระบบ เศรษฐกิจได้ ก็จะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก แต่ในความเป็นจริงนั้นกลับพบว่าคนจำนวน มากในกลุ่มนี้หวนกลับไปสู่การกระทำความผิดซ้ำ ทำให้งบประมาณจำนวนมากที่ภาครัฐใช้ไปกับการบำบัดพัฒนา พฤตินิสัยกว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีนั้น ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าดังที่ควรจะเป็น ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การดำเนินกระบวนการบำบัดพัฒนาพฤตินิสัยไม่สามารถดำเนินการได้อย่าง มีประสิทธิภาพ คือ การที่ผู้ที่พ้นจากกลไกการพัฒนาพฤตินิสัยแล้วถือว่าอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของ หน่วยงานในกลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย โดยเฉพาะผู้ที่ถูกคุมขังเป็นเวลานาน มักมีลักษณะเป็นคนพ้นสมัย (The Lost Generation) ไม่สามารถตามทันโลกปัจจุบันที่ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งไม่มี ปัจจัยที่จะทำให้สามารถใช้ชีวิตอยู่รอดในสังคมได้ รวมทั้งสังคมยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทำให้เกิดการ แบ่งแยกขาดความร่วมมือ ขาดความเชื่อมั่นในกลไกการพัฒนาพฤตินิสัย และประสิทธิภาพของหน่วยงานภาครัฐ นำมาซึ่งความรู้สึกไม่ปลอดภัย และหวาดระแวงในการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่มีผู้พ้นจากระบบพัฒนาพฤตินิสัย อยู่ร่วมด้วย ทั้งนี้ การบำบัดพัฒนาจิตใจ (Spiritual Healing) เพื่อสร้างความมั่นคงทางจิตใจ เป็นสิ่งสำคัญและ เร่งด่วนที่ควรจะดำเนินการ โดยเบื้องต้นควรมีกลไก/ช่องทางในการเข้าถึงการรับบริการรับคำปรึกษาปัญหา สุขภาพจิต ปัญหายาเสพติด และการปรับตัวกลับคืนสู่สังคมของผู้พ้นกระบวนการ พัฒนาพฤตินิสัย การมีโทรศัพท์ สายด่วนเพื่อรับแจ้งเหตุและช่วยเหลือผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัยในด้านต่าง ๆ (Help Line) รวมถึงรับปรึกษา ปัญหาสุขภาพจิตและการปรับตัวกลับคืนสู่สังคมของผู้พ้นกระบวนการ พัฒนาพฤตินิสัย (Hotline) จะช่วยยึดเหนี่ยว ทางจิตใจ ซึ่งจะรั้งให้ผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัยไม่หวนกลับไปกระทำสิ่งไม่ดีได้ ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อการกลับไปสู่วงจรอาชญากรรมของผู้พ้นกระบวนการ พัฒนาพฤตินิสัย ทั้งในส่วนของตัวผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัยเอง และในส่วนของสังคมหลังพ้นโทษ สำนักงานส่งเสริมสัมมาชีพและผลิตภัณฑ์เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัย (สมภพ.) จึงเห็นควรจัดทำ โครงการเสริมสร้าง ทักษะเพื่อพัฒนาสัมมาชีพ (Upskill) ให้แก่ผู้ได้รับการพักการลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย โดยมีเป้าหมายของในการสร้างทักษะ สร้างอาชีพในยุคดิจิทัล เพื่อพัฒนาและยกระดับทักษะใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมี เช่น ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ ความต้องการของตลาดด้านอาชีพที่เปลี่ยนไป และส่งผลถึงประสิทธิภาพการใช้ชีวิตหลังพ้นโทษทำให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างดี รวมถึงการเปลี่ยน หรือเพิ่มทักษะใหม่ เพื่อยกระดับให้ผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัยสามารถใช้ชีวิต สามารถทำงานกับการ เปลี่ยนแปลง รวมถึงมีทักษะในการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ เนื่องจากเทคโนโลยีใหม่ ๆ อาจเข้ามาแย่งงานทำให้เกิด อัตราการว่างงานสูงขึ้น หากไม่มีการ Upskill - Reskill เพื่อพัฒนาและเพิ่มพูนทักษะใหม่ ๆ ให้เท่าทันก็จะทำให้ กลายเป็นบุคคลว่างงานเพราะไม่เป็นที่ต้องการของตลาดได้ และเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ในส่วนของผู้ได้รับการพัก การลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย ทั้งนี้ โดยเน้นการปฏิบัติด้วยความตระหนักถึงศักดิ์ศรี และคุณค่า ของความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมของผู้ที่เข้าสู่กระบวนการบำบัดพัฒนาพฤตินิสัยทุกคนซึ่งครอบคลุมถึงการมีโอกาส ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ ๒ ในการกลับคืนสู่สังคมด้วยความปกติ เข้าสู่กระบวนการฝึกอาชีพ และใช้ชีวิตตามปกติภายหลังพ้นโทษ โดยมีอาชีพสุจริตที่สอดคล้องกับความสามารถ ความสนใจ อันสามารถสร้างรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตและ เลี้ยงดูครอบครัว เพื่อสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีคุณภาพชีวิตที่ดี ตลอดจนเพื่อส่งเสริม ความตระหนักรู้ และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับผู้ได้รับการพักการลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย ที่กลับคืนสู่สังคมของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ผู้ประกอบการที่ต้องการแรงงาน ผู้ให้การสนับสนุนทุนเพื่อ ประกอบอาชีพ และประชาชนในชุมชน ที่ผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัยกลับไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสังคม เป็นต้น โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น ๓ กิจกรรม ดังนี้ กิจกรรมที่ ๑ : การเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะเพื่อพัฒนาสัมมาชีพ (Upskill) ให้แก่ผู้ได้รับ การพักการลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย (ก่อน ระหว่าง หลัง) กิจกรรมที่ ๒ : กา การจัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะเพื่อพัฒนาสัมมาชีพ (Upskill) ให้แก่ผู้ได้รับการพักการลงโทษ และ ผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย จำนวน ๒ รุ่น รุ่นละ ๕๐ คน ประกอบไปด้วย ๒ หัวข้อ ดังนี้ ๑) การเสริมสร้างทักษะเดิม (Upskill) เพิ่มเติมทักษะใหม่ (Reskill) เพื่อพัฒนาสัมมาชีพ ให้แก่ ผู้ได้รับการพักการลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย จำนวน ๕ วัน/รุ่น ๒) การพัฒนาและฝึกทักษะเฉพาะ สำหรับใช้ทำงานในสถานประกอบการแต่ละแห่ง ด้วยกิจกรรม จับคู่ธุรกิจ (Business Matching) การพบปะกันระหว่างผู้ประกอบการกับกลุ่มผู้ได้รับการพักการ ลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย ที่สนใจสมัครเข้าทำงาน จำนวน ๓ วัน/รุ่น กิจกรรมที่ ๓ : การจัดแสดงนิทรรศการเสริมสร้างความตระหนักรู้ ความเชื่อมั่น และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ การให้โอกาสในการกลับคืนสู่สังคม ด้วยการส่งเสริมให้มีอาชีพ มีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว ของผู้ได้รับการพักการลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย ไม่กลับไปกระทำผิดซ้ำ ๒) วัตถุประสงค์ ๒.๑ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการสร้างทักษะ สร้างอาชีพในยุคดิจิทัลที่มีความเหมาะสมตามความรู้ ความสามารถที่เหมะสม และความต้องการของตลาดแรงงาน รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการกลับคืนสู่สังคม ด้วยการปรับเปลี่ยนทัศนะคติ (Mindset) ฟื้นฟูสภาพจิตใจให้เหมาะสม ติดตามประเมินผล และให้คำปรึกษา แนะนำเพิ่มเติมอันจะนำไปสู่การกลับคืนสู่สังคมด้วยดีแบบยั่งยืน ๒.๒ เพื่อส่งเสริมทักษะด้านอาชีพ และสร้างโอกาสในการมีงานทำด้วยกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ได้รับการพักการลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย และผู้ประกอบการใน เครือข่ายที่มีความต้องการด้านแรงงาน เพื่อให้มีอาชีพ มีรายได้ เลี้ยงตนเองและครอบครัวและใช้ชีวิตให้พ้นภัย ยาเสพติด รวมถึงการสร้างเครือข่ายในการประสานความร่วมมือ ตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผล ๒.๓ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการส่งเสริมโอกาสให้กับ ผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย และผู้ได้รับการพักการลงโทษเพื่อการกลับคืนสู่สังคมด้วยดีแบบยั่งยืน ๓) คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ๓ ๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สำนักงาน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ การแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง ๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของ ผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น ๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอราคาในรูปแบบของ "กิจการร่วมค้า" ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลง ระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่า ตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการ ร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน หรือหนังสือเชิญชวน กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า ๓.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อ จัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ที่ ๐๔๐๕.๒/ว๕๐๘ ลงวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๗ ดังนี้ (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงิน ที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียนโดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมี ทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ เป็นเงิน ๑,๙๐๔,๕๐๐ บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนสี่พัน ห้าร้อยบาทถ้วน) (๓) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอโดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละ ครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มี มูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา (๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน และประกอบธุรกิจ หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ ค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียน ให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรองหรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน (๕) กรณีตาม (๑) – (๔) ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้ (๕.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ (๕.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑ ๔ ๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านการจัดฝึกอบรมประเภทเดียวกันกับงานที่จ้าง โดยมีการ ทำกิจกรรม หรือมีกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมงานเป็นกลุ่มผู้อยู่ในระบบพัฒนาพฤตินิสัย หรือ ผู้พ้นกระบวนการ พัฒนาพฤตินิสัย หรือ ผู้ได้รับการพักการลงโทษ โดยจะต้องแนบหนังสือรับรองผลงาน สำเนาสัญญา หรือสำเนา ข้อตกลงการว่าจ้าง หรือเคยมีประสบการณ์ในการทำงาน หรือมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ให้ความรู้ หรืออื่น ๆ อันเกี่ยวข้องกลับกลุ่มเป้าหมายข้างต้น โดยจะต้องแนบหนังสือรับรองจากหน่วยงานเจ้าของโครงการหรือ ผู้จัดโครงการโดยตรง หรือ ภาพถ่ายการจัดกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมตลอดระยะเวลา โครงการ โดยผลงานต้องมีวงเงินไม่น้อยกว่า ๔๐๐,๐๐๐ บาท (สี่แสนบาทถ้วน) ๔) ขอบเขตของงานที่จะดำเนินการจัดจ้าง ๔.๑ การเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะเพื่อพัฒนาสัมมาชีพ (Upskill) ให้แก่ ผู้ได้รับการพักการลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย ๔.๑.๑ การนำเสนอแนวคิด และแผนการดำเนินงานภาพรวมที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยแสดงให้เห็นลำดับขั้นตอน/กิจกรรมที่ดำเนินการอย่างชัดเจน ประกอบไปด้วย ๔.๑.๑.๑ แนวคิดหลัก (Main Theme) โครงการเสริมสร้างทักษะเพื่อพัฒนาสัมมาชีพ (Upskill) ให้แก่ผู้ได้รับการพักการลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย ๔.๑.๑.๒ แนวคิดและแผนการดำเนินงาน ด้านการประชาสัมพันธ์ การรับสมัคร และการคัดเลือก ผู้ได้รับการพักการลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย ๔.๑.๑.๓ แนวคิดการลงทะเบียนในรูปแบบ Online และ Onsite รวมถึงการจัดเก็บข้อมูล ๔.๑.๑.๔ แนวคิดและแผนการจัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะเพื่อพัฒนาสัมมาชีพ (Upskill) รายชื่อผู้ได้รับการพักการลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย ที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรม ให้แก่ผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย และผู้ได้รับการพักการลงโทษ ประกอบไปด้วย ๒ หัวข้อ ดังนี้ (๑) การเสริมสร้างทักษะเดิม (Upskill) เพิ่มเติมทักษะใหม่ (Reskill) เพื่อพัฒนา สัมมาชีพ ให้แก่ผู้ได้รับการพักการลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย จำนวน ๕ วัน โดยแบ่งเป็น ๒ รุ่น รุ่นละ ๕๐ คน (๒) การพัฒนาและฝึกทักษะเฉพาะ สำหรับใช้ทำงานในสถานประกอบการแต่ละแห่ง ด้วยกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) การพบปะกันระหว่างผู้ประกอบการกับกลุ่มผู้ได้รับการพักการ ลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย ที่สนใจสมัครเข้าทำงาน จำนวน ๓ วัน แบ่งเป็น ๒ รุ่น รุ่นละ ๕๐ คน ๕ ๔.๑.๑.๕ แนวคิดในการจัดหาผู้ประกอบการที่ประสงค์รับผู้ได้รับการพักการลงโทษ และ ผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย เข้าทำงาน ๔.๑.๑.๖ แนวคิด (Concept) และแผนการดำเนินงานภาพรวมของการจัดแสดงนิทรรศการ ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ และร้อยเรียงเนื้อหาให้เป็นในแนวทางเดียวกับภาพรวมของโครงการ เสริมสร้างทักษะเพื่อพัฒนาสัมมาชีพ (Upskill) ให้แก่ผู้ได้รับการพักการลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย ๔.๑.๑.๗ แนวคิดการติดตาม / ประเมินผลการดำเนินงานภายใต้โครงการเสริมสร้างทักษะ เพื่อพัฒนาสัมมาชีพ (Upskill) ให้แก่ผู้ได้รับการพักการลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย ๔.๑.๒ การออกแบบและจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์โครงการ ประกาศรับสมัคร ผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งเป็น กลุ่มผู้ได้รับการพักการลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย และผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ๔.๑.๓ การออกแบบ และผลิต ๔.๑.๓.๑ แผนภาพรายละเอียดพื้นที่จัดการกิจกรรมในภาพรวม เช่น จุดลงทะเบียน พื้นที่ จัดฝึกอบรม พื้นที่รับประทานอาหาร พื้นที่สำหรับเจ้าหน้าที่ สมภพ. และอื่น ๆ ตามที่สำนักงาน สมภพ.กำหนด ๔.๑.๓.๒ ฉากหลัง / backdrop ในห้องจัดกิจกรรมที่มีความน่าสนใจ ๔.๑.๓.๓ Main Board Exhibition ขนาดไม่น้อยกว่า ๒ x ๒ เมตร หรือหรือขนาดที่เหมาะสม กับพื้นที่จัดนิทรรศการ ๔.๑.๓.๔ Roll up หรือ Standy แบบตั้งพื้น โครงสร้างทำด้วยอะลูมิเนียมหรือวัสดุอย่างดี สามารถถอดประกอบได้ จัดเก็บ และเคลื่อนย้ายได้สะดวก ขนาดไม่น้อยกว่า ๐.๘๐ x ๑.๖๐ เมตร หรือขนาด ที่เหมาะสมกับพื้นที่จัดนิทรรศการ อย่างน้อย 5 ชุด ๔.๑.๓.๕ ออกแบบผังบริเวณ (Lay out) ของนิทรรศการ ให้สอดคล้องกับพื้นที่ เหมาะสม สวยงาม รวมถึงการตกแต่งสถานที่ และอุปกรณ์อื่นที่จำเป็น เช่น ระบบภาพ แสง สี เสียง ระบบสื่อผสม (Multimedia) และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามที่สำนักงาน สมภพ.กำหนด ๔.๑.๔ การรับสมัครและคัดเลือกผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย และผู้ได้รับการพักการลงโทษ ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ โดยครอบคลุมถึงการดำเนินการ ดังนี้ ๔.๑.๕ จัดหาผู้ประกอบการที่มีความประสงค์รับผู้ได้รับการพักการลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการ พัฒนาพฤตินิสัย และประสานเชิญผู้ประกอบการเข้าร่วมสังเกตการณ์ให้ความรู้ ข้อเสนอแนะ และคำแนะนำ เกี่ยวกับตำแหน่งงาน คุณสมบัติที่ต้องการรับสมัคร รวมถึงการเปิดรับสมัครและสัมภาษณ์เข้าทำงาน โดยต้องมี สถานประกอบการ ไม่ต่ำกว่า ๕ สถานประกอบการ เข้าร่วมในกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งอาจเป็นสถานประกอบการ ทั่วไป สถานประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เช่น ธุรกิจ Online หรือเจ้าของธุรกิจ ขนาดเล็ก เป็นต้น ๔.๑.๖ การจัดหาบุคลากร สถานที่ วัสดุอุปกรณ์ และการดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ๔.๑.๖.๑ จัดหาผู้ดำเนินการอภิปราย ที่มีความรู้ความสามารถ พร้อมค่าตอบแทน ไม่น้อยกว่า ๑ คน ๔.๑.๖.๒ วิทยากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ครอบคลุมตามองค์ประกอบหลักสูตร ที่กำหนด หรือตามที่สำนักงาน สมภพ. กำหนด พร้อมค่าตอบแทน ไม่น้อยกว่า ๕ คน/รุ่น ๔.๑.๖.๓ จัดหาช่างภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวตลอดระยะเวลาจัดกิจกรรม ไม่น้อยกว่า ๒ คน ๔.๑.๖.๔ จัดเตรียมสื่อที่ใช้ประกอบการจัดกิจกรรม เครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่น้อยกว่า ๒ เครื่อง เครื่องพิมพ์เอกสาร พร้อมหมึกพิมพ์ สำหรับวิทยากร และทีมงาน สมภพ. เพื่อใช้รองรับการปฏิบัติงาน ๔.๑.๖.๕ จัดหาสถานที่สำหรับจัดฝึกอบม และรับประทานอาหารที่สามารถรองรับผู้ได้รับการ พักการลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัยที่เข้าร่วมโครงการ มีความเหมาะสม รวมถึงอุปกรณ์ ระบบภาพและเสียง และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จำเป็นในการจัดกิจกรรม ๔.๑.๖.๖ จัดหาที่พัก หรือค่าพาหนะแล้วแต่กรณี ให้เพียงพอสำหรับผู้ได้รับการพักการลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัยที่เข้าร่วมโครงการตามความจำเป็นเหมาะสม ๔.๑.๖.๗ จัดหาที่พัก สำหรับผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ สมภพ. จำนวน ๕ ท่าน ไม่น้อยกว่า ๓ ห้อง พร้อมพาหนะในการเดินทางและน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่น้อยกว่า ๑ คัน หรือตามที่สำนักงาน สมภพ. กำหนด ๔.๑.๖.๘ จัดหาอาหารแบบครบมื้อสำหรับผู้พักค้างคืน และอาหารแบบไม่ครบมื้อสำหรับ ผู้เดินทาง ไป-กลับ สำหรับรองรับผู้เข้ารับการฝึกอบรม จำนวน ๕๐ คน/รุ่น โดยแบ่งเป็น ๒ รุ่น ระยะเวลาในการ จัดกิจกรรม จำนวน ๘ วัน/รุ่น ๔.๑.๖.๙ จัดหาอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน ๒ มื้อ/วัน สำหรับรองรับผู้เข้ารับการฝึกอบรม จำนวน ๕๐ คน/รุ่น โดยแบ่งเป็น ๒ รุ่น ระยะเวลาในการจัดกิจกรรม จำนวน ๘ วัน/รุ่น ๔.๑.๖.๑๐ จัดหากระเป๋า วัสดุและอุปกรณ์สำหรับใช้ประกอบการฝึกอบรม การทำกิจกรรมกลุ่ม สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ ทั้ง ๒ รุ่น จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐๐ ชุด ๔.๑.๖.๑๑ จัดเตรียมระบบเสียง ระบบภาพ และระบบแสงให้พร้อมสำหรับการจัดกิจกรรม ภายใต้โครงการจนเสร็จสิ้นและบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ๔.๑.๖.๑๒ จัดเตรียมระบบเชื่อมโยงสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต WIFI ๔.๑.๖.๑๓ จัดเตรียมอุปกรณ์ (อาทิ โต๊ะ เก้าอี้) ณ สถานที่จัดงาน และพื้นที่รับประทานอาหาร พร้อมเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการแจกอาหารและทำความสะอาดตลอดระยะเวลาการจัดกิจกรรม ๔.๑.๖.๑๔ จัดให้มีเจ้าหน้าที่ในการควบคุมดูแลกลุ่มผู้ได้รับการพักการลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการ พัฒนาพฤตินิสัยให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ ๔.๑.๖.๑๕ ประสาน และอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เพื่อให้การเตรียมการจัดกิจกรรมเป็นไปได้ อย่างราบรื่น ๔.๑.๖.๑๖ จัดเตรียม และจัดหาวัสดุอุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็นในการดำเนินกิจกรรมตามความ ต้องการของสำนักงาน สมภพ. เพื่อให้การจัดกิจกรรมดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประธานกรรมการ กรรมการ .กรรมการ ๗ ๔.๒ ดำเนินการจัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะเพื่อพัฒนาสัมมาชีพ (Upskill) ให้แก่ผู้ได้รับการพัก การลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย จำนวน ๒ รุ่น ดังนี้ ๔.๒.๑ จัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะเดิม (Upskill) เพิ่มเติมทักษะใหม่ (Reskill) เพื่อพัฒนาสัมมาชีพ ให้กับผู้ได้รับการพักการลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย จำนวน ๕๐ คน/รุ่น โดยแบ่งเป็น ๒ รุ่น ระยะเวลาในการจัดกิจกรรม จำนวน ๕ วัน/รุ่น ๔.๒.๒ การพัฒนาและฝึกทักษะเฉพาะ สำหรับใช้ทำงานในสถานประกอบการแต่ละแห่ง ด้วยกิจกรรม จับคู่ธุรกิจ (Business Matching) การพบปะกันระหว่างผู้ประกอบการกับกลุ่มผู้ได้รับการพักการลงโทษ และผู้พ้น กระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย ที่สนใจสมัครเข้าทำงาน จำนวน ๕๐ คน/รุ่น โดยแบ่งเป็น ๒ รุ่น ระยะเวลาในการ จัดกิจกรรม จำนวน ๓ วัน/รุ่น ๔.๒.๓ ดำเนินการฝึกอบรมในรูปแบบการอภิปราย และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อการ พัฒนาจิตใจ (Spiritual Healing) และทักษะชีวิต เพื่อเตรียมความพร้อมในการกลับคืนสู่สังคม และการเข้าทำงาน ในสถานประกอบการ โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการมีกิจกรรม กลุ่มสัมพันธ์ เพื่อพัฒนาศักยภาพ พัฒนาฝีมือ พัฒนาทัศนคติด้านการทำงานเป็นทีม และทักษะด้านต่าง ๆ ที่จำเป็น โดยแบ่งเป็น ๒ รูปแบบ ดังนี้ ๑) ภาควิชาการ ได้แก่ การบรรยาย การอภิปราย และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ตามองค์ประกอบ ของหลักสูตร โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน บุคคลผู้มีชื่อเสียง บุคคลที่สามารถ สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต การสร้างงาน สร้างอาชีพ และผู้มีประสบการณ์ในด้านที่เกี่ยวข้อง ๒) ภาคปฏิบัติการ - กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ (การพัฒนาศักยภาพ และทัศนคติ) การฝึกปฏิบัติ ๔.๒.๔ องค์ประกอบหลักสูตร ประกอบไปด้วย ๑) ปฐมนิเทศ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับนโยบาย และ เจตนารมณ์ของโครงการจากผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม/หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม หรือผู้ประกอบการ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการกลับคืนสู่สังคมด้วยดีของผู้พ้นโทษและผู้ถูกปล่อยตัวพักการลงโทษ และส่งเสริมการ พัฒนาพฤตินิสัยเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมแบบยั่งยืน ๒) ปรับทัศนคติทางจิตใจ (Mindset) ผู้เข้าร่วมการอบรมรู้และเข้าใจตัวเอง และการจัดการ กับอารมณ์เพื่อให้เกิดความตระหนักถึงความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแนวทางการใช้ชีวิต ด้วยการปรับเปลี่ยน ทัศนคติในการใช้ชีวิต มีแนวคิด แนวทางในการใช้ชีวิตหลังพ้นโทษ โดยไม่ต้องหวนกลับไปสู่วงจรของการ ก่ออาชญากรรมซ้ำ โดยเฉพาะผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำมาเป็นเวลานาน และผู้พ้นโทษที่มีความเสี่ยงสูงในการ กลับไปกระทำผิดซ้ำ เนื่องจากพบว่าไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติในสังคมได้ เพื่อให้มีความหวัง และแรงบันดาลใจ ที่จะกลับไปใช้ชีวิตปกติในสังคม ๓) หลักปรัชญาเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการอบรมมีหลักยึด มีที่พึ่งทางใจในการ ใช้ชีวิต ซึ่งอาจเป็นหลักปรัชญา ศาสนา บุคคลผู้ประสบความสำเร็จ บุคคลต้นแบบ ที่สามารถใช้เป็นสิ่งยึดเหนี่ยว และแรงบันดาลใจไม่หวนกลับไปสู่วงจรอาชญากรรมซ้ำ ๔) รู้จักและก้าวทันเทคโนโลยีปัจจุบัน รู้จักวิถีชีวิตในโลกและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ในปัจจุบันที่มีความแตกต่างจากก่อนเข้าเรือนจำ เช่น ในเรื่องการติดต่อสื่อสาร การเดินทาง การเงิน การซื้อขาย สินค้าและบริการ และอื่น ๆ ประธานกรรมการ กรรมการ .กรรมการ ๕) แรงบันดาลใจในการสร้างงาน สร้างอาชีพ มองเห็นถึงโอกาสและความเป็นได้ของการ กลับคืนสู่สังคมด้วยดี จากผู้พ้นโทษที่ประสบความสำเร็จในการกลับคืนสู่สังคม หรือโอกาสจากผู้ประกอบการ ในการรับเข้าทำงานยังสถานประกอบการ สามารถมีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว มีทักษะอาชีพ มีงานทำ ไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก ๖) การใช้ชีวิต สร้างอาชีพในสังคมปัจจุบัน การรู้จักกระบวนการสร้างงาน สร้างอาชีพ การหารายได้ในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงด้วยการใช้สื่อออนไลน์ และเทคโนโลยีใหม่ ตลอดจนได้แนวคิด ช่องทาง ในการใช้ความสามารถที่มีอยู่เพื่อประกอบอาชีพต่าง ๆ เช่น การขับร้อง เล่นดนตรี ศิลปะ ทำอาหาร การขาย ของออนไลน์ การประกอบธุรกิจ การเลี้ยงสัตว์ และการปลูกพืชผักผลไม้สร้างอาชีพ เช่น การปลูกทุเรียน เป็นต้น ๗) การฝึกทักษะด้านอาชีพ การฝึกปฏิบัติ และการเรียนรู้ด้านอาชีพ เพื่อเตรียมความพร้อม ในการปฏิบัติงานในสถานประกอบการแต่ละแห่ง ๔.๓ ดำเนินการจัดแสดงนิทรรศการเสริมสร้างความตระหนักรู้ ความเชื่อมั่น และความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการให้โอกาสในการกลับคืนสู่สังคม ด้วยการส่งเสริมให้มีอาชีพ มีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว ของผู้ได้รับการพักการลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย ไม่กลับไปกระทำผิดซ้ำ ๔.๓.๑ จัดหาสถานที่สำหรับจัดแสดงนิทรรศการ ประกอบไปด้วย Main Board Exhibition ขนาดไม่น้อยกว่า ๒ x ๒ เมตร จำนวน ๑ ชุด และ Roll up หรือ Standy แบบตั้งพื้น โครงสร้างทำด้วยอะลูมิเนียม หรือวัสดุอย่างดี สามารถถอดประกอบได้ จัดเก็บ และเคลื่อนย้ายได้สะดวก ขนาดไม่น้อยกว่า ๐.๘๐ x ๑.๖๐ เมตร หรือขนาดที่เหมาะสมกับพื้นที่จัดนิทรรศการ อย่างน้อย 5 ชุด ๔.๓.๒ จัดให้มีกิจกรรมในรูปแบบการเสวนา หรือ กิจกรรม Mini Talk หรือ การแนะนำให้ความรู้ เกี่ยวกับอาชีพ ความต้องการแรงงานในกลุ่มผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย และผู้ได้รับการพักการลงโทษ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ตามที่สำนักงาน สมภพ. เห็นสมควร ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ Online หรือ Onsite และเปิดโอกาส ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถแสดงความคิดเห็น หรือ ให้ข้อมูลในรูปแบบ Interactive ได้ ๔.๓.๓ ดำเนินการจัดเตรียม และร้อยเรียงหนังสั้นไอ้ขี้คุก อีขี้คุก อีบัวแล้งน้ำ สุดทางที่งดงาม จิตใต้สำนึก วน และแว่ว พร้อมจอทีวีขนาดไม่น้อยกว่า ๕๕ นิ้ว สำหรับนำเสนอภายในงาน ๔.๓.๔ จัดให้มีพื้นที่จัดแสดงภาพวาด หรือผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องขัง และผู้พ้นระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย ขนาดไม่น้อยกว่า ๒ x ๒ เมตร หรือตามที่สำนักงาน สมภพ. กำหนด ๔.๓.๕ ดำเนินการการประชาสัมพันธ์โครงการเพื่อให้เกิดการรับรู้ผ่านสื่อ Social Media ตามที่ สำนักงาน สมภพ. กำหนด ไม่น้อยกว่า ๒ ช่องทาง ๔.๒.๖ บริหารจัดการ ควบคุมดูแล ประสานงานและอำนายความสะดวกแก่วิทยากร เจ้าหน้าที่ ผู้เข้ารับการฝึกอบรม และผู้สังเกตการณ์ในระหว่างการจัดกิจกรรม ให้สามารถดำเนินไปอย่างเรียบร้อย ตามที่สำนักงาน สมภพ. กำหนด ๔.๔ การจัดทำรายงานวิเคราะห์และสรุปผลการดำเนินงาน ๔.๔.๑ จัดทำฐานข้อมูลรายชื่อผู้ได้รับการพักการลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย และผู้ประกอบการ ให้สามารถรายงานผลข้อมูลดิบและใช้อ้างอิงทางสถิติได้ ๔.๔.๒ จัดทำรายงานการประเมินผลการกิจกรรม ซึ่งประกอบด้วย ความพึงพอใจและผลสำเร็จของ ผู้เข้ารับการฝึกอบรม พร้อมให้ข้อเสนอแนะถึงแนวทางการจัดโปรแกรมฝึกอบรมในครั้งต่อไป ๔.๔.๓ จัดทำรายงานวิเคราะห์และสรุปผลการดำเนินงาน รวมทั้งวิเคราะห์ผลผลิต (Output) ผลลัพธ์ (Outcome) และแนวทาง/สิ่งที่ควรปรับปรุงหรือพัฒนา ตลอดจนการใช้จ่ายงบประมาณในภาพรวม ทั้งโครงการ ประธานกรรมการ .กรรมการ .กรรมการ ๔.๕ เงื่อนไขอื่น ๆ ๔.๕.๑ ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการ และเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายภายใต้ระเบียบกระทรวงการคลังว่า ด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๙ (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๕๕) รวมถึงกฎ ระเบียบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ๔.๕.๒ จัดหาผู้ดำเนินการอภิปราย และวิทยากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญที่จะสามารถ สร้างแรงบันดาลใจในชีวิต ปรับเปลี่ยนทัศนคติ เกิดความเชื่อมั่นและความมั่นคงทางจิตใจในการปฏิสัมพันธ์ กับบุคคลอื่นและการเข้าสังคม รวมถึงเพิ่มพูนทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกยุคดิจิทัล และเกิดการเห็นคุณค่า ของการมีชีวิตอยู่เพื่อสร้างคุณงามความดีให้เกิดขึ้น ๔.๕.๓ ดำเนินการติดตั้ง และตกแต่งสถานที่ บริเวณพื้นที่จัดกิจกรรม พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ ให้แล้วเสร็จก่อนการเริ่มงาน พร้อมดำเนินการรื้อถอนฯลฯ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและรื้อถอนทั้งก่อน-หลัง การจัดงานแล้วเสร็จ พร้อมทำความสะอาดพื้นที่ ในวันและเวลาที่สำนักงาน สมภพ. กำหนด ๔.๕.๔ จัดหาเจ้าหน้าที่ประสานงาน และอำนวยความสะดวกภายในงาน แก้ไขปัญหาข้อขัดข้อง ควบคุมดูแลระบบแสง เครื่องเสียง ระบบสื่อสาร และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เหมาะสมเพียงพอตลอด ระยะเวลาการจัดกิจกรรมจนเสร็จสิ้นโครงการ ๕. กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ ภายใน ๑๕๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ๖. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงานจะพิจารณาตัดสิน โดยใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่นในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สำนักงาน จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้ (๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐ วิธีคำนวณเกณฑ์ราคา ร้อยละของคะแนน = ๑๐๐ ((ราคาของผู้เสนอราคา – ราคาของผู้เสนอราคาต่ำสุด / ราคาของผู้เสนอราคาต่ำสุด) x ๑๐๐) (๒) พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิค หรือข้อเสนออื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ กำหนดน้ำหนัก เท่ากับร้อยละ ๘๐ รายละเอียดการพิจารณา ๒.๑ การนำเสนอแนวคิด แผนงาน และกระบวนการในการ ดำเนินงาน ที่สอดคล้อง และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ รวมถึงการนำเสนอบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในด้าน ที่เกี่ยวข้อง (๕๐ คะแนน) หลักฐาน/เอกสารประกอบการพิจารณา ๒.๑.๑ นำเสนอแนวคิด (Concept) และแผนการดำเนินงาน พิจารณาจากเอกสารการนำเสนอแนวคิด ภาพรวมที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ (๑๕ คะแนน) (Concept) และแผนการดำเนินงานภาพรวม การให้คะแนน ๐ คะแนน : นำเสนอแนวคิด และแผนการดำเนินงานไม่สอด สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ รวมถึงจัดแสดงนิทรรศการ เสริมสร้างความตระหนักรู้ฯ ๑๐ คะแนน : นำเสนอแนวคิด และแผนการดำเนินงานสอดคล้อง กับวัตถุประสงค์ รวมถึงจัดแสดงนิทรรศการเสริมสร้าง ความตระหนักรู้ฯ ๑๕ คะแนน : นำเสนอแนวคิด และแผนการดำเนินงานสอดคล้อง กับวัตถุประสงค์ รวมถึงการจัดแสดงนิทรรศการ เสริมสร้างความตระหนักรู้ฯ ที่แสดงให้เห็นถึงการ การ Upskill – Reskill เพื่อส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ ที่ตรงกับความต้องการของตลาด/ ผู้ประกอบการ หรือสามารถประกอบอาชีพได้จริง โดยต้องแนบเอกสารหลักฐานมาพร้อมกับ การยื่นเสนอราคา ๒.๑.๒ นำเสนอกระบวนการในการดำเนินงานที่แสดงให้เห็น พิจารณาจากเอกสารการนำเสนอกระบวนการ ถึงขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอน ครบถ้วนทั้ง ๓ กิจกรรมภายใต้ ในการดำเนินงาน โดยต้องแนบเอกสาร โครงการ รวมถึงการนำเสนอร่างกำหนดการฝึกอบรม (๒๐ คะแนน) หลักฐานมาพร้อมกับการยื่นเสนอราคา การให้คะแนน ๐ คะแนน : ไม่มีการนำเสนอข้อมูล/นำเสนอแต่ไม่ครบถ้วน ๑๐ คะแนน : นำเสนอกระบวนการในการดำเนินงานที่แสดงให้เห็น ถึงขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนครบถ้วนทั้ง ๓ กิจกรรมภายใต้โครงการ รวมถึงการนำเสนอร่าง กำหนดการฝึกอบรม ๒๐ คะแนน : นำเสนอกระบวนการในการดำเนินงานที่แสดงให้เห็น ถึงขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนโดยละเอียด ครบถ้วนทั้ง ๓ กิจกรรมภายใต้โครงการ รวมถึงการ นำเสนอร่างกำหนดการฝึกอบรม พร้อมภาพกราฟฟิก การจัดแสดงนิทรรศการ รายละเอียดการพิจารณา หลักฐาน/เอกสารประกอบการพิจารณา ๒.๑.๓ นำเสนอบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เช่น วิทยากร พิจารณาจากเอกสารการนำเสนอ ผู้ดำเนินการอภิปราย ที่มีความเชี่ยวชาญ พร้อมทั้งทีมงานในการ กระบวนการในการดำเนินงาน โดยต้อง บริหารจัดการโครงการให้บรรลุวัตถุประสงค์ (๑๕ คะแนน) การให้คะแนน ๐ คะแนน : ไม่มีการนำเสนอข้อมูล/นำเสนอแต่ไม่ครบถ้วน ๑๐ คะแนน : นำเสนอบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เช่น วิทยากร ผู้ดำเนินการอภิปราย ที่มีความเชี่ยวชาญ พร้อมทั้ง ทีมงานในการบริหารงาน ๑๕ คะแนน : นำเสนอบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เช่น วิทยากร ผู้ดำเนินการอภิปราย ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เป็นบุคคลผู้มีชื่อเสียงในหัวข้อที่อภิปราย ที่จะสามารถ สร้างแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ พร้อมทั้ง มีทีมงานที่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมาย ของโครงการ ๒.๒ ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา (๓๐ คะแนน) แนบเอกสารหลักฐานมาพร้อมกับการยื่น เสนอราคา ๒.๒.๑ มีประสบการณ์ในการจัดกิจกรรมฝึกอบรม ซึ่งเป็นงาน พิจารณาจากหนังสือรับรองผลงาน สำเนา ประเภทเดียวกับงานจ้าง โดยมีการทำกิจกรรม และมีกลุ่มเป้าหมาย สัญญา หรือสำเนาข้อตกลงการว่าจ้าง ที่เข้าร่วมงานงานเป็นกลุ่มผู้อยู่ในระบบพัฒนาพฤตินิสัย หรือ ผู้ได้รับ โดยต้องแนบเอกสารหลักฐานมาพร้อมกับ การพักการลงโทษ และผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย การยื่นเสนอราคา โดยผลงานต้องมีวงเงินไม่น้อยกว่า ๔๐๐,๐๐๐ บาท (สี่แสนบาทถ้วน) (จำนวน ๒๕ คะแนน) การให้คะแนน ๐ คะแนน : ไม่มีประสบการณ์ที่ตรงกับงานจ้าง ๒๕ คะแนน : มีประสบการณ์ที่ตรงกับงานจ้าง และแนบเอกสาร ถูกต้องครบถ้วน ๒.๒.๒ เคยมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ให้ความรู้ หรืออื่น ๆ พิจารณาจากหนังสือรับรองจากหน่วยงาน อันเกี่ยวข้องกลับกลุ่มเป้าหมายข้างต้น (จำนวน ๕ คะแนน) การให้คะแนน ๐ คะแนน : ไม่เคยมีส่วนร่วมการจัดกิจกรรม ๕ คะแนน : มีประสบการณ์ที่ตรงกับงานจ้าง และแนบเอกสาร ถูกต้องครบถ้วน เจ้าของโครงการหรือผู้จัดโครงการโดยตรง หรือ ภาพถ่ายการจัดกิจกรรมที่แสดงให้ เห็นถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมตลอด ระยะเวลาโครงการ โดยต้องแนบเอกสาร หลักฐานมาพร้อมกับการยื่นเสนอราคา ประธานกรรมการ กรรมการ .กรรมการ ๗. วงเงินงบประมาณ ภายในวงเงิน ๑,๙๐๔,๕๐๐ บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนสี่พันห้าร้อยบาทถ้วน) ๘. งวดงานและการจ่ายเงิน ผู้ว่าจ้างจะจ่ายค่าจ้างสำหรับการทำงานเป็นการเหมาจ่าย เป็นเงิน ๑,๙๐๔,๕๐๐ บาท (หนึ่งล้านเก้าแสน สี่พันห้าร้อยบาทถ้วน) ซึ่งได้รวมภาษีอากรและค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว ในการจ่ายค่าจ้าง ผู้ว่าจ้าง จะจ่ายเงิน โดยแบ่งจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างเป็นงวด จำนวน ๓ งวด ดังนี้ (รายละเอียดของงวดงานและการจ่ายเงิน) (รายละเอียดของงวดงานและการจ่ายเงินต่อ) ๙. อัตราค่าปรับ หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาและผู้ว่าจ้างยังมิได้บอกเลิก สัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคางานจ้าง ๑๐. กำหนดยืนราคา กำหนดยืนราคา ๖๐ วัน (นางสาวปริยานุช จริงจิตร) ประธาน กรรมการ กรรมการ (นางสาวน้ำฝน เกตุสิงห์สร้อย) (นางสาววราลักษณ์ ทองภู)