จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างบำรุงรักษาแหล่งน้ำบึงระหารใหญ่ หมู่ที่ 3,14,15 ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท

กรมทรัพยากรน้ำ 68019541719
฿1,059,489 ปีงบ 2568 ประกาศ 29 ม.ค. 2568 สระบุรี
รายละเอียดการจ้าง

โครงการบำรุงรักษาแหล่งน้ำบึงระหารใหญ่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปรับปรุงและดูแลรักษาสภาพของแหล่งน้ำให้มีความสมบูรณ์และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีขอบเขตงานที่หลากหลาย ได้แก่ งานถากถาง งานซ่อมแซมผิวถนนคอนกรีต และงานซ่อมรอยต่อคอนกรีต ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามแบบรูปรายการและข้อกำหนดที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคา (TOR) อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ผู้เสนอราคายังต้องจัดทำแผนการทำงานที่แสดงรายละเอียดการดำเนินงานตามระยะเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งแสดงรายการเจ้าหน้าที่และยานพาหนะที่เกี่ยวข้องกับโครงการ งบประมาณที่ได้รับจัดสรรสำหรับโครงการนี้คือ 1,085,100.00 บาท และมีราคากลางอยู่ที่ 1,059,344.00 บาท ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลควรศึกษา TOR อย่างละเอียดเพื่อให้เข้าใจถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

English summary

This project aims to maintain the Bung Raharn Yai water source, encompassing clearing work, concrete road surface repair, and concrete joint repair. Bidders must adhere to the specifications outlined in the TOR, including the development of a work plan and the provision of personnel and vehicle details. The allocated budget for this project is 1,085,100.00 baht, with a median price of 1,059,344.00 baht.

สถานที่ดำเนินการ

บึงระหารใหญ่ หมู่ที่ 3,14,15 ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อบำรุงรักษาแหล่งน้ำบึงระหารใหญ่ให้มีสภาพสมบูรณ์
  • เพื่อให้แหล่งน้ำสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขอบเขตของงาน

  • งานถากถาง (Clearing work)
  • งานซ่อมผิวถนนคอนกรีต (Concrete road surface repair)
  • งานซ่อมรอยต่อคอนกรีต (Concrete joint repair)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • งานบำรุงรักษาแหล่งน้ำที่แล้วเสร็จตาม TOR
  • แผนการทำงาน (Work plan)
  • รายการเจ้าหน้าที่และยานพาหนะ (Personnel and vehicle list)
  • แบบฟอร์มประมาณราคา (Cost estimate forms)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ไม่ระบุระยะเวลาใน TOR

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • (ไม่มีระบุใน TOR)

เกณฑ์การพิจารณา

  • (ไม่มีระบุใน TOR)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • (ไม่มีระบุใน TOR)

เงื่อนไขสัญญา

  • สัญญาแบบปรับราคาได้ (สัญญาค่า K)
  • การเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างต้องเรียกร้องภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบงานงวดสุดท้าย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: โครงการนี้มีงบประมาณเท่าไหร่?
    • คำตอบ: งบประมาณที่ได้รับจัดสรร 1,085,100.00 บาท
    • คำถาม: ราคากลางของโครงการนี้เท่าไหร่?
    • คำตอบ: ราคากลางของโครงการนี้ 1,059,344.00 บาท
    • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบอะไรบ้าง?
    • คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานบำรุงรักษาที่แล้วเสร็จตาม TOR, แผนการทำงาน, และรายการเจ้าหน้าที่และยานพาหนะ
    • คำถาม: สัญญาจ้างเป็นแบบใด?
    • คำตอบ: สัญญาจ้างเป็นแบบปรับราคาได้ (สัญญาค่า K)
    • คำถาม: การเรียกร้องค่า K ต้องทำอย่างไร?
    • คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องเรียกร้องภายใน 90 วัน นับจากวันส่งมอบงานงวดสุดท้าย
    • คำถาม: โครงการนี้ตั้งอยู่ที่ไหน?
    • คำตอบ: โครงการตั้งอยู่ที่บึงระหารใหญ่ หมู่ที่ 3,14,15 ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท
    • คำถาม: หน่วยงานเจ้าของโครงการคือหน่วยงานใด?
    • คำตอบ: สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 2 กรมทรัพยากรน้ำ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

แบบ บก.๐๑ ๓.๑ การเปิดเผยราคากลางและการคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง ตารางแสดงวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรและราคากลางในงานจ้างก่อสร้าง ๑. ชื่อก่อสร้างโครงการบำรุงรักษาแหล่งน้ำบึงระหารใหญ่ หมู่ที่ ๓,๑๔,๑๕ ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท ๒. หน่วยงานเจ้าของโครงการ สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ ๒ กรมทรัพยากรน้ำ ๓. วงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร ๑,๐๘๕,๑๐๐.๐๐ บาท ประมาณราคา ๑,๐๕๔,๔๘๙.๐๐ บาท ๔. ลักษณะงานโดยสังเขป งานบำรุงรักษาแหล่งน้ำ ๔.๑ งานถากถาง ๔.๒ งานซ่อมผิวถนนคอนกรีต ๔.๓ งานซ่อมรอยต่อคอนกรีต ๕. ราคากลางคำนวณ ณ วันที่ 5 มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นเงิน ๑,๐๕๙,๓๔๔.๐๐ บาท ๖. บัญชีประมาณการราคากลาง ๖.๑ แบบ ปร.๔ - ปร.๕ ๖.๒ แบบสรุปราคางานก่อสร้างงานอาคาร ๗. รายชื่อคณะกรรมการกำหนดราคากลาง ๑. นายภาสกร คอนสาย ๒. นายทศมาศ สุดใจ ๓. นายบัณฑิต สิงห์ทอง ตำแหน่ง วิศวกรปฏิบัติการ ประธานกรรมการ ตำแหน่ง นายช่างโยธาชำนาญงาน กรรมการ กรรมการ ตำแหน่ง นายช่างโยธาชำนาญงาน (นายชุมพร พูลเพิ่ม) นายช่างโยธาชำนาญงาน ปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้อำนวยการส่วนบำรุงรักษาแหล่งน้ำ
ลำดับที่ รายการ ปริมาณงาน หน่วย ค่า K สูตรที่ ราคา (บาท/หน่วย) รวมเงินทั้งสิ้น (บาท)
๑.๑ งานถากถาง ๒๒,๔๒๐ ตร.ม. 0.0000 ๒.๖๐ ๕๘,๒๙๒.๐๐
๑.๒ งานถากถางและล้มต้นไม้ ลบ.ม. ๓,๐๘๐.๐๐ ๒๖๐.০০
งานซ่อมผิวคอนกรีต
งานซ่อมรอยต่อคอนกรีต ไร่ ๓,๒๔๙.๕๑
งานกำจัดวัชพืช ลบ.ม. ๑,๓๕๑.๒๓
๑,๖๑๒ ลบ.ม. ๖๒๑.๐๙ ๑๐๐๑๑๙๗.๐๘

รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑,๐๕๙,๕๘๙.๐๘

ขอใช้ ๑,๐๕๙,๓๔๔.๐๐ (หนึ่งล้านห้าหมื่นเก้าพันสามร้อยสี่สิบสี่บาทถ้วน)

ลำดับที่ รายการ ประเภทงาน รวมเป็นเงิน (บาท)
งานบำรุงรักษาบริเวณหัวงาน งานบำรุงรักษา ๕๘,๒๙๒.๐๐
งานซ่อมผิวคอนกรีต งานบำรุงรักษา
งานซ่อมรอยต่อคอนกรีต งานบำรุงรักษา
งานกำจัดวัชพืช งานบำรุงรักษา
งานทางลำเลียงย่อย งานบำรุงรักษา
งานปลูกหญ้า งานบำรุงรักษา
งานหินทิ้ง งานบำรุงรักษา
งานบำรุงรักษาพร้อมอุปกรณ์ประกอบ งานบำรุงรักษา
สรุป ๑,๐๕๔,๔๘๙.๐๘

คิดเป็นเงินประมาณ ๑,๐๕๙,๕๘๙.๐๐ (หนึ่งล้านห้าหมื่นเก้าพันสี่ร้อยแปดสิบเก้าบาทถ้วน)

ลำดับที่ รายการ ปริมาณ หน่วย ราคาต่อหน่วย (บาท/หน่วย) รวมเงินทั้งสิ้น (บาท) หมายเหตุ
๑.๑ งานถากถาง ๒๒,๔๒๐.๐๐ ตร.ม. ๒.๖๐ ๕๘,๒๙๒.๐๐
งานถากถางและล้มต้นไม้ ลบ.ม.
งานซ่อมผิวคอนกรีต เมตร
งานซ่อมรอยต่อคอนกรีต ไร่
งานกำจัดวัชพืช ลบ.ม.
งานทางลำเลียงย่อย ลบ.ม.
งานปลูกหญ้า ไร่
งานหินทิ้ง ลบ.ม.
งานบำรุงรักษาพร้อมอุปกรณ์ประกอบ
งานตรวจตติดตาม และส่งเสริมความเข้มแข็ง

รวม ๑,๐๕๙,๕๘๙.๐๘

คิดเพียง ๑,๐๕๙,๕๘๙.๐๐ (หนึ่งล้านห้าหมื่นเก้าพันสี่ร้อยแปดสิบเก้าบาทถ้วน)

ตัวอย่างแบบการจัดทำแผนการทำงาน ที่ รายการ หน่วย ปริมาณงาน ราคาต่อหน่วย เป็นเงิน % 1 งานรื้อโครงสร้างเดิม รายการ.... ลบ.ม. รายการ..... ลบ.ม. 2 งานผิวทาง รายการ.... ตร.ม. รายการ.... ตร.ม. รวม 0% Money AccMoney 1 2 3 4 5 6 7 8 เดือน... เดือน... เดือน... เดือน... เดือน... เดือน... เดือน... เดือน... ACC PLAN ACC ACTUAL % PLAN % ACC PLAN 100% 90% 80% 70% % ACTUAL % ACC ACTUAL 60% 50% 40% % ACC DIFF 30% 20% 10% 960 0% 0% 560 0% 0% 05% 0% 096 0% 1 30% % 5 90 % PLAN/2 7 % PLAN/2 DIFF หมายเหตุ: 1) กรณีตัวอย่าง กำหนดระยะเวลาการก่อสร้างตามแผนดำเนินงานทั้งสัญญา จำนวน 8 เดือน 2) 3) 25 4 Money มูลค่างานแต่ละรายการ คำนวณจากร้อยละตามแผนงานเทียบกับมูลค่างานของแต่ละรายการ หมายถึง ระยะเวลาการก่อสร้างตามแผนดำเนินงานของแต่ละรายการก่อสร้าง เช่น งานรื้อโครงสร้างเดิม กำหนดระยะเวลาก่อสร้าง จำนวน 4 เดือน (ไม่รวมระยะเวลาการก่อสร้างผิวทาง) หมายถึง ร้อยละของงานที่ผู้รับจ้างต้องดำเนินการก่อสร้างตามแผนงานประจำคือนของแต่ละรายการก่อสร้าง ซึ่งแต่ละรายการก่อสร้าง คิดเป็น 100 % 5) % PLAN ร้อยละของแผนดำเนินงาน คำนวณจากมูลค่าของงานตามแผนดำเนินการ เมื่อเทียบกับมูลค่าของงานทั้งโครงการ
ที่ SL รายการ หน่วย ปริมาณงาน ราคาต่อหน่วย เป็นเงิน %
1 a1 งานรื้อโครงสร้างเดิม ลบ.ม. 100 5,000 500,000 16%
a2 ลบ.ม. 120 2,000 240,000 8%
2 b1 งานผิวทาง ตร.ม. 400 2,000 800,000 26%
b2 ตร.ม. 300 5,000 1,500,000 49%
รวม 3,040,000 100%
หมายเหตุ: ACC PLAN ACC ACTUAL Money AccMoney % PLAN 100% 90% 100% % ACC PLAN 82% 30% 65% % ACTUAL 70% 58% 54% 60% % ACC ACTUAL 47% 50% 42% 40% 30% 29% 30% 20% % ACC DIFF 20% 12% 4% 10% 17% 0% 6% 10% 1% 1 2 3 % PLAN/2 5 6 7 8 % PLAN/2 DIFF กำหนดระยะเวลาการก่อสร้างตามแผนดำเนินงานทั้งสัญญา จำนวน 8 เดือน หมายถึง ระยะเวลาการก่อสร้างตามแผนดำเนินงานของแต่ละรายการก่อสร้าง เช่น 1. งานรื้อโครงสร้างเดิม กำหนดระยะเวลาก่อสร้าง จำนวน 4 เดือน 2. งานก่อสร้างผิวทาง กำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 5 เดือน หมายถึง ร้อยละของงานที่ผู้รับจ้างต้องดำเนินการก่อสร้างตามแผนงานประจำตือนของแต่ละรายการก่อสร้าง ซึ่งแต่ละรายการก่อสร้าง คิดเป็นร้อยละ 100 ตามตัวอย่าง งานรื้อโครงสร้างเดิม ถือเป็นร้อยละ 100 ของรายการนี้ มูลค่างานแต่ละรายการ คำนวณจากร้อยละตามแผนงานเทียบกับมูลค่างานของแต่ละรายการ ร้อยละของแผนดำเนินงาน คำนวณจากมูลค่าของงานตามแผนดำเนินการ เมื่อเทียบกับมูลค่าของงานทั้งโครงการ
ตัวอย่างการคำนวณและการประเมินการดำเนินการตามแผนการทำงาน กรณีระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี ระยะเวลาเกิน 1 ใน 2 ระยะเวลาเกิน 3 ใน 4 เดือนที่ 1 เดือนที่ 2 เดือนที่ 3 เดือนที่ 4 เดือนที่ 5 SL รายการ หน่วย ปริมาณงาน ราคาต่อหน่วย เป็นเงิน % ตค พย ธศ มค กพ เดือนที่ 6 มีค เดือนที่ 7 สิ้นสุดสัญญา เดือนที่ 8 เมย พศ 1 งานรื้อโครงสร้างเดิม al ลบ.ม. 100 5,000 a2 ลบ.ม. 120 2,000 500,000 240,000 16% 20 20 20 20 20 8% 50 50 2 งานผิวทาง bi ตร.ม. 400 2,000 800,000 26% 15 20 15 20 30 b2 ตร.ม. 300 5,000 1,500,000 49% รวม 3,040,000 100% (500,000 X 20) 100 = 100,000 10 25 25 25 100,000 Money 100,000 220,000 220,000 220,000 410,000 495,000 535,000 615,000 X 100 = 3.29% 3,040,000 AccMoney 100,000 320,000 540,000 760,000 1,170,000 1,665,000 2,200,000 2,815,000 % PLAN 3.29% 7.24% 7.24% 7.24% 13.49% 16:28% 17.60% 20.23% ACC PLAN ACC ACTUAL % ACC PLAN 92.60% 3.29% 10.53% 17.76% 25.00% 38.49% 54.77% 72.37% 92.60% 100.00% 90.00% 30.005% 70.00% 60.00% 50.00% % ACTUAL 0.66% 5.07% 3.62% 5.07% 9,44% 11.40% 12.32% 4.05% 1% 1 % ACC ACTUAL 0.66% 5.72% 9.34% 14.415 23.85% 35.25% 47.57% 51.61% 40.00% 30.00% 20.00% 10.53% 3.29% 10.00% 14.41% % ACC DIFF 2.63% 4.80% 8.42% 10.59% 14.64% 19.52% 24.80% 40.99% 0.00% 5.72% 9.34% 0.66% 1 2 3 4 5 6 7 8 หมายเหตุ: 1) กรณีตัวอย่าง กำหนดระยะเวลาการก่อสร้างตามแผนดำเนินงานทั้งสัญญา จำนวน 8 เดือน ผลงานสะสมไม่ถึงร้อยละ 25 โดยความล่าช้าเป็นความผิดของคู่สัญญา 2) 3) หมายถึง ระยะเวลาการก่อสร้างตามแผนดำเนินงานของแต่ละรายการก่อสร้าง เช่น งานรื้อโครงสร้างเดิม กำหนดระยะเวลาก่อสร้าง จำนวน 4 เดือน (ไม่รวมระยะเวลาการก่อสร้างผิวทาง) หมายถึง ร้อยละของงานที่ผู้รับจ้างต้องดำเนินการก่อสร้างตามแผนงานประจำตือนของแต่ละรายการก่อสร้าง (แต่ละรายการก่อสร้าง รวมกัน 100 %) 4) Money มูลค่างานแต่ละรายการ คำนวณจากร้อยละตามแผนงานเทียบกับมูลค่างานของแต่ละรายการ 5) AccMoney มูลค่างานสะสมในแต่ละเดือน 6) % PLAN ร้อยละของแผนดำเนินงาน คำนวณจากมูลค่าของงานตามแผนดำเนินการ เมื่อเทียบกับมูลค่าของงานทั้งโครงการ 7) % ACC PLAN ร้อยละของแผนดำเนินงานสะสม 8) % ACTUAL ร้อยละของการดำเนินงานจริง 9) % ACC ACTUAL ร้อยละของการดำเนินงานจริงสะสม 10) % ACC DIFF ร้อยละของความแตกต่างระหว่างการทำงานจริงเทียบกับแผนดำเนินการสะสม รายการ หน่วย 1 งานรื้อโครงสร้างเดิม ตัวอย่างการคำนวณและการประเมินการดำเนินการตามแผนการทำงาน กรณีระยะเวลาเกิน 1 ปี ปริมาณงาน ราคาต่อหน่วย เป็นเงิน 96 ระยะเวลาเกิน 1 ใน 2 เดือนที่ 1 เพื่อนที่ 2 เดือนที่ 3 เดือนที่ 4 เดือนที่ 5 เดือนที่ 6 เดือนที่ 7 เดือนที่ 8 NO さき WA דח ปีท พย เดือนที่ 9 นิย เดือนที่ 10 เดือนที่ 11 เดือนที่ 12 เดือนที่ 13 เดือนที่ 14 เดือนที่ 15 An SA 100 5,000 500,000 20 20 15 15 30 42 120 2.000 240,000 4% 25 2 30 ลบม. 150 2.000 300,000 57% 23 ענת 150 2.000 300,000 5% 2 งานผิวทาง ระยะเวลาเกิน 3 ใน 4 สิ้นสุดสัญญา เดือนที่ 16 เดือนที่ 17 เดือนที่ 18 เดือนที่ 19 เดือนที่ 20 ក אות มีค WA 400 2,000 800,000 13% 2 200 5,000 1,000,000 16% (500,000 X 20) - 100,000 2 พร.ม. 300 10.000 3.000,000 49% 100 20 25 10 10 10 10 รวม 6,140,000 100% 105,000 5,840,000 X 100 1.71% Money AccMoney 100.000 100,000 135,000 75,000 360,000 410,000 310,000 100,000 200,000 335,000 410,000 410.000 770,000 1,160,000 1,490,000 1,490,000 1,490,000 1,490,000 1,490, 90,000 1,490.00 1,490,000 1,490,000 1,490.000 1,490,000 200.00 30.00% 50.00% 30.00% 4030% 20000 20.00% DDON LUS проч SOC PLACE ACTUAL PLAN 1.63% 1.63% 220% 1.22% 0.00% 5.8676 6.68% 5.05% % ACC PLAN 1.03% 3.26% 5.46% 6.68% 6.6816 12.54% 19.22% 24.27% % ACTUAL 0% 1% 1% 196 0% 4% 5% % 4% ACC ACTUAL 0% 19% 3% 30% 3% 13% 16 ACC DIFF 1% 2% 34% 3% 3% 576 7% 11% PLAN/2 1 1% 2% 1% % PLAN/2 DIFF %0 09 杏 09 1) กรณีตัวอย่าง กำหนดระยะเวลาการก่อสร้างพรมแผนค้าเป็นงานทั้งสัญญา จํานวน 8 เดือน หมายถึง ระยะเวลาการก่อสร้างตามแผนดำเนินงานของแต่ละรายการก่อสร้าง เช่น งานรื้อโครงสร้งเดิม กำหนดระยะเวลาก่อสร้าง จำนวน 4 เดือน (ไม่รวมระยะเวลาการก่อสร้างผิวทาง) 2) 25 หมายถึง ร้อยละของงานที่ผู้รับจ้างต้องดำเนินการก่อสร้างตามแผนงานประจำตือนของแต่ละรายก (แต่ละรายการก่อสร้าง รวมกัน 100 %) 4) Money มูลค่างานแต่ละรายการ ด้านวณจากร้อยละตามแผนงานเสียบกับมูลค่างานของแต่ละรายการ 5) PLAN ร้อยละของแผนดำเนินงาน คำนวณจากมูลค่าของงานตามแผนดำเนินการ เมื่อเทียบกับบูทค่าของงานทั้งโครงการ 杏昌 3% 3% 1% 1% 丢丢 ที่ กค ๐๙๐๐/๑.๑๑ک กระทรวงการคลัง ถนนพระรามที่ 5 กทม. ๑๐๔๐๐ MO กันยายน ๒๕๕๘ เรื่อง แนวทางการใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกัน เรียน ปลัดกระทรวง อธิบดี อธิการบดี เลขาธิการ ผู้อำนวยการ และผู้ว่าราชการจังหวัด อ้างถึง หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค ๐๙๐๐/ว. ๖๕ ลงวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๖ สิ่งที่ส่งมาด้วย ภาพถ่ายหนังสือธนาคารแห่งประเทศไทย ลงวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๘ เกี่ยวกับการกำหนด พิธีปฏิบัติในการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน พร้อมเอกสารประกอบ จำนวน ๘ แผ่น ตามหนังสือที่อ้างถึง กระทรวงการคลังได้กำหนดวิธีปฏิบัติในการใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็น หลักประกันไว้ว่า ให้ส่วนราชการที่เป็นผู้รับหลักประกันขอให้ผู้ที่ประสงค์จะนำพันธบัตรรัฐบาลมาใช้เป็น หลักประกันนำพันธบัตรดังกล่าวจดทะเบียนการใช้พันธบัตรที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก่อนจะรับไว้ เป็นหลักประกัน ซึ่งการดำเนินการตามแนวทางนี้ทำให้ส่วนราชการที่เป็นผู้รับหลักประกันเกิดความไม่สะดวก ในการดำเนินการ นั้น ในการนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกัน กระทรวงการคลังจึงได้กำหนดแนวทางในการดำเนินการจากเดิมเป็นดังนี้ (๑) ให้ผู้ให้หลักประกันส่งมอบ พันธบัตรให้กับผู้รับหลักประกัน และ (๒) ให้ผู้รับหลักประกันมีหนังสือแจ้ง ธปท. ว่ามีการนำพันธบัตรมาใช้ เป็นหลักประกัน โดยไม่ต้องนำพันธบัตรไปให้ ธปท. จดข้อความแสดงการใช้เป็นหลักประกัน ซึ่งเป็นไปตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๕๐ ทั้งนี้ ธปท. ได้กำหนดพิธีปฏิบัติเพื่อรองรับการดำเนินการตาม แนวทางนี้มาด้วยแล้ว รายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งให้หน่วยงานในสังกัดถือปฏิบัติต่อไปด้วย จะขอบคุณยิ่ง ขอแสดงความนับถือ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กลุ่มกฎหมาย โทร. ๐ ๒๒๖๕ ๘๐๕๐ ต่อ ๕๙๑๔ โทรสาร ๐ ๒๒๗๓ ๙๐๕๘ www.pdmo.go.th (นายนริศ ชัยสูตร) รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน ปฏิบัติราชการแทน ปลัดกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย พิธีปฏิบัติในการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน เพื่อให้เป็นไปตามกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออก การซื้อขาย การโอน และการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน พ.ศ. 2550 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงขอยกเลิกพิธีปฏิบัติ ในการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันแก่ส่วนราชการ ฉบับลงวันที่ 5 กันยายน 2556 และให้ใช้พิธีปฏิบัติในการ ใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันฉบับนี้แก่ส่วนราชการและภาคเอกชนแทน ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ 1. หากผู้รับหลักประกันไม่ประสงค์ให้ ธปท. บันทึกข้อความแสดงการใช้ตราสารหนี้เป็น หลักประกันไว้ในใบตราสารหนี้ให้ดำเนินการ ดังนี้ 1.1 การใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน 1.1.1 ผู้ให้หลักประกันต้องส่งมอบใบตราสารหนี้ให้ผู้รับหลักประกัน พร้อมหนังสือส่งมอบ ใบตราสารหนี้ (ตามแบบที่ ธปท. กำหนด) 1.1.2 ผู้รับหลักประกันต้องมีหนังสือแจ้งการขอใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน หรือตามแบบ ที่ ธปท. กำหนด ซึ่งระบุชื่อผู้ให้หลักประกัน รุ่นตราสารหนี้ เลขที่ต้น เลขที่ท้าย ราคาที่ตราไว้ และลงนามโดย ผู้มีอำนาจลงนาม แจ้งต่อ ธปท. พร้อมเอกสาร ดังนี้ 1) หนังสือส่งมอบใบตราสารหนี้ ตามข้อ 1.1.1 2) สำเนาใบตราสารหนี้ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง 1.2 การถอนหลักประกันตราสารหนี้ ผู้รับหลักประกันต้องทำหนังสือแจ้งการถอนหลักประกันในตราสารหนี้ หรือตามแบบที่ ธปท. กำหนด ซึ่งระบุชื่อผู้ให้หลักประกัน รุ่นตราสารหนี้ เลขที่ต้น เลขที่ท้าย ราคาที่ตราไว้ และลงนามโดยผู้มีอำนาจ ลงนาม แจ้งต่อ ธปท. พร้อมแนบสำเนาใบตราสารหนี้ 1.3 การใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน และการถอนหลักประกันตราสารหนี้ ในกรณีผู้ให้ หลักประกัน และ/หรือ ผู้รับหลักประกัน ไม่ใช่หน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ให้นำส่ง เอกสารเพิ่มเติม ดังนี้ กรณีบุคคลธรรมดา 1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง กรณีนิติบุคคล 1) สำเนาหนังสือรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ที่ออกไว้ไม่เกิน 1 เดือน หรือ หนังสือแสดงความเป็นนิติบุคคลที่ออกโดยส่วนราชการ พร้อมลงลายมือชื่อรับรอง สำเนาถูกต้อง และตราประทับ (ถ้ามี) และตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนาม (ตามแบบที่ ธปท. กำหนด) - 2 - 2) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมลงลายมือชื่อรับรอง สำเนาถูกต้อง และตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนาม 1.4 ธปท. จะดำเนินการบันทึกการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน หรือบันทึกการถอนหลักประกัน ตราสารหนี้ แล้วแต่กรณี ในระบบทะเบียน เมื่อได้รับเอกสารถูกต้องครบถ้วน ทั้งนี้ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ จะมีหนังสือแจ้งให้ทราบภายในเวลา 7 วัน 2. หากผู้รับหลักประกันประสงค์ให้ ธปท. บันทึกข้อความแสดงการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน ในใบตราสารหนี้ให้ดำเนินการ ดังนี้ 2.1 การใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน 2.1.1 ผู้ให้หลักประกันต้องส่งมอบใบตราสารหนี้ให้ผู้รับหลักประกัน พร้อมหนังสือส่งมอบ ใบตราสารหนี้ (ตามแบบที่ ธปท. กำหนด) 2.1.2 ผู้รับหลักประกันต้องมีหนังสือแจ้งการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน หรือตามแบบ ที่ ธปท. กำหนด ซึ่งระบุชื่อผู้ให้หลักประกัน รุ่นตราสารหนี้ เลขที่ต้น เลขที่ท้าย ราคาที่ตราไว้ และลงนามโดย ผู้มีอำนาจลงนาม แจ้งต่อ ธปท. พร้อมเอกสาร ดังนี้ 1) หนังสือส่งมอบใบตราสารหนี้ ตามข้อ 2.1.1 2) สำเนาใบตราสารหนี้ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง 2.1.3 นำส่งใบตราสารหนี้ให้ ธปท. เพื่อบันทึกข้อความแสดงการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน 2.1.4 ชำระค่าธรรมเนียม (บุคคลธรรมดา ฉบับละ 20 บาท นิติบุคคล ฉบับละ 100 บาท) 2.2 วิธีการถอนหลักประกันตราสารหนี้ ที่ ธปท. กำหนด) 2.2.1 ผู้รับหลักประกันต้องทำหนังสือให้ความยินยอมถอนหลักประกันในตราสารหนี้ (ตามแบบ 2.2.2 ผู้ให้หลักประกันต้องมีหนังสือแจ้งการถอนหลักประกันในตราสารหนี้ หรือตามแบบ ที่ ธปท. กำหนด ซึ่งต้องระบุชื่อผู้ให้หลักประกัน รุ่นตราสารหนี้ เลขที่ต้น เลขที่ท้าย ราคาที่ตราไว้ และลงนาม โดยผู้มีอำนาจลงนาม แจ้งต่อ ธปท. พร้อมหนังสือให้ความยินยอมถอนหลักประกันในตราสารหนี้ ตามข้อ 2.2.1 2.2.3 นำส่งใบตราสารหนี้ให้ ธปท. เพื่อบันทึกข้อความแสดงการถอนหลักประกันตราสารหนี้ 2.2.4 ชำระค่าธรรมเนียม (บุคคลธรรมดา ฉบับละ 20 บาท นิติบุคคล ฉบับละ 100 บาท) 2.3 การใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน และการถอนหลักประกันตราสารหนี้ ในกรณีผู้ให้ หลักประกัน และ/หรือ ผู้รับหลักประกัน ไม่ใช่หน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ให้นำส่ง เอกสารเพิ่มเติม ดังนี้ กรณีบุคคลธรรมดา 1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง 2) หนังสือมอบอำนาจ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ พร้อมลง ลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง -3- กรณีนิติบุคคล 1) สำเนาหนังสือรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ที่ออกไว้ไม่เกิน 1 เดือน หรือ หนังสือแสดงความเป็นนิติบุคคลที่ออกโดยส่วนราชการ พร้อมลงลายมือชื่อ รับรองสำเนาถูกต้อง และตราประทับ (ถ้ามี) และตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอำนาจ ลงนาม (ตามแบบที่ ธปท. กำหนด) 2) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมลงลายมือชื่อรับรอง สำเนาถูกต้อง และตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนาม 3) หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง 2.4 ธปท. จะดำเนินการบันทึกข้อความการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน หรือบันทึกข้อความ การถอนหลักประกันตราสารหนี้แล้วแต่กรณี ในระบบทะเบียน พร้อมบันทึกลงในใบตราสารหนี้ เมื่อได้รับ เอกสารถูกต้องครบถ้วน หากเป็นกรณีส่งเอกสารทางไปรษณีย์มาให้ ธปท. ดำเนินการ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ จะส่งใบตราสารหนี้คืนให้ตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในหนังสือแจ้งการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน หรือหนังสือแจ้งถอน หลักประกันตราสารหนี้ภายในเวลา 7 วัน ทั้งนี้ สามารถส่งเอกสารข้างต้น ให้แก่ ธปท. ด้วยตนเอง หรือส่งไปรษณีย์ตามที่อยู่ ดังนี้ ทีมบริการพันธบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย 273 ถนนสามเสน แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กทม.10200 ธนาคารแห่งประเทศไทย (นางภรวดี ตาปสนันทน์) ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการชำระเงินและพันธบัตร 15 กันยายน 2558 ธนาคารแห่งประเทศไทย หนังสือส่งมอบตราสารหนี้ วันที่. .เดือน. .พ.ศ. ข้าพเจ้า. (ระบุชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์) บัตรประจำตัวประชาชน/บัตรประจำตัวผู้เสียภาษี เลขที่ ขอส่งมอบตราสารหนี้/พันธบัตร รวมราคาที่ตราไว้ ให้แก่ เพื่อเป็นหลักประกัน. .บาท (.. ..) รายละเอียด ดังนี้ ตราสารหนี้/พันธบัตร เลขที่ต้น เลขที่ท้าย จำนวนเงิน (บาท) (.......... สำหรับดอกเบี้ยตราสารหนี้ให้นำเข้าบัญชี รวม ..) หากมีการชำระเงินต้นตามตราสารหนี้ ผู้รับหลักประกันและผู้ให้หลักประกันตกลงชำระให้แก่ผู้รับหลักประกัน เป็นผู้รักษาไว้ กรณีตกลงเป็นอย่างอื่น โปรดระบุ ลงชื่อ (.. หมายเหตุ เจ้าของกรรมสิทธิ์ลงลายมือชื่อเหมือนตัวอย่างที่ให้ไว้กับ ธปท. (เจ้าของกรรมสิทธิ์) .) 7. บัญชีแสดงเจ้าหน้าที่ และยานพาหนะ วิศวกรและข่างประจำโครงการ ๑.๑ วิศวกรโครงการ ชื่อ นามสกุล ได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมประเภท สาขา คุณวุฒิ เลขทะเบียน ข้าพเจ้าขอรับรองว่าเป็นวิศวกรประจำโครงการ (ลงชื่อ) ของบริษัท / ห้างหุ้นส่วนจำกัดนี้จริง วิศวกรโครงการ ๑.๒ วิศวกรโครงการ ชื่อ นามสกุล ได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมประเภท สาขา คุณวุฒิ เลขทะเบียน ข้าพเจ้าขอรับรองว่าเป็นวิศวกรประจำโครงการ (ลงชื่อ) (.. ..) ของบริษัท / ห้างหุ้นส่วนจำกัดนี้จริง วิศวกรโครงการ ๑.๓ ช่างประจำโครงการ ชื่อ นามสกุล คุณวุฒิ ประสบการณ์ควบคุมงาน ๑. ๒. ๓. ข้าพเจ้าขอรับรองว่าเป็นช่างประจำโครงการ และจะดำเนินการตามโครงการดังกล่าวนี้แล้วเสร็จ .) ของบริษัท/ห้างหุ้นส่วนจำกัดนี้จริง ช่างประจำโครงการ (ลงชื่อ) (... .) - ๒ - ๒. ยานพาหนะสำหรับช่างผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง ประเภท กระบะบรรทุก หมายเลขทะเบียน พร้อมพนักงานขับ จำนวน ๑ คัน ข้าพเจ้าขอรับรองว่ารายการบัญชีแสดงเจ้าหน้าที่และยานพาหนะที่ได้เสนอมานี้เป็นจริงทุกประการ หากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบทันที (ลงชื่อ) (.. ผู้เสนอราคา ..) ***หมายเหตุ*** แนบสำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสำเนาหนังสือรับรอง วุฒิการศึกษา (พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ) (สำเนา) ที่ นร 0203/ว 109 24 สิงหาคม 2532 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล กทม. 10300 เรื่อง การพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง เรียน อ้างถึง หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0203/ว 81 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2532 สิ่งที่ส่งมาด้วย สำเนาหนังสือสำนักงบประมาณ ที่ กพส 7/2532 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2532 และเอกสารประกอบ ตามที่ได้ยืนยันมติคณะรัฐมนตรี เรื่อง การพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงาน ก่อสร้างมาเพื่อถือปฏิบัติต่อไป นั้น บัดนี้ คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาแก้ไขปัญหาการก่อสร้างได้เสนอเงื่อนไข สูตร และวิธีการคำนวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ รวม หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง 6 ข้อ มาเพื่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ ความละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532 ลงมติอนุมัติตามที่ คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาแก้ไขปัญหาการก่อสร้าง เสนอ ทั้ง 6 ข้อ โดยข้อ 1 ให้ตัดคำว่า “ก่อนหรือ” ออก และให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการ ส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นของรัฐถือปฏิบัติต่อไป และ จึงเรียนยืนยันมา และขอได้โปรดแจ้งให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตาม กฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็น ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นของรัฐถือปฏิบัติต่อไปด้วย กองนิติธรรม โทร. 2828149 ขอแสดงความนับถือ อนันต์ อนันตกูล (นายอนันต์ อนันนกูล) เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สำเนา) ที่ กพส 7/2532 สำนักงบประมาณ ถนนพระรามที่ 6 กทม. 10400 4 สิงหาคม 2532 เรื่อง การพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง เรียน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี อ้างถึง หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0203/ว 81 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2532 สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. เอกสารผนวก ก จำนวน 13 แผ่น 2. เอกสารผนวก ข จำนวน 11 แผ่น ตามหนังสือที่อ้างถึง คณะรัฐมนตรีมีมติวันที่ 27 มิถุนายน 2532 เห็นชอบตาม ข้อเสนอของคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาแก้ไขปัญหาการก่อสร้าง ในเรื่องสัญญาแบบปรับราคา ได้ (ค่า K) ดังนี้ 1. เห็นชอบในหลักการที่จะให้นำสัญญาแบบปรับราคาได้มาใช้กับสัญญาที่ลงนาม หลังวันที่ 28 มิถุนายน 2531 ในการพิจารณาจ่ายเงินชดเชยค่างานก่อสร้างให้แก่ผู้รับเหมาก่อสร้าง ของทางราชการ ก่อสร้าง 2. เห็นควรนำสัญญาแบบปรับราคาได้มาใช้เป็นการถาวร 3. ให้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณากำหนดเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงาน สูตรและวิธีการคำนวณในการพิจารณาจ่ายเงินชดเชยให้สอดคล้องกับวิกฤตการณ์และ ลักษณะงานก่อสร้าง แล้วนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาแก้ไขปัญหาการก่อสร้าง พิจารณาเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคำนวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ ตามที่ คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการใช้สัญญาแบบปรับราคาได้นำเสนอตามมติคณะรัฐมนตรี แล้วเห็นว่า การนำสัญญาแบบปรับราคาได้มาใช้เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้รับจ้างไทยที่ได้รับความ เดือดร้อน -2- เดือดร้อนและสามารถที่จะประกอบกิจการต่อไปได้ในช่วงที่เกิดภาวะวัสดุก่อสร้างขาดแคลนและขึ้น ตลอดจนเป็นการช่วยลดความเสี่ยงของผู้รับจ้างและป้องกันมิให้ผู้รับจ้างบวกราคาเพื่อการ ราคา เปลี่ยนแปลงราคาวัสดุไว้ล่วงหน้ามาก ๆ รวมทั้งเกิดความเป็นธรรมต่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายด้วย จึง เห็นควรนำเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคำนวณที่ใช้กับสัญญาแบบ ปรับราคาได้ ตลอดจนตัวอย่างการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาเดิม มาใช้เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพ งานก่อสร้างตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว และเห็นควรนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติดังนี้ 1. ให้นำสัญญาแบบปรับราคาได้มาใช้กับสัญญาที่ลงนาม หลังวันที่ 28 มิถุนายน 2531 โดยมีเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคำนวณที่ใช้กับสัญญาแบบ ปรับราคาได้ (ดังเอกสารผนวก ก). หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยการ 2. ให้นำสัญญาแบบปรับราคาได้มาใช้เป็นการถาวร โดยมีเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคำนวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ (ดังเอกสารผนวก ข) 3. งานจ้างเหมาก่อสร้างของรัฐวิสาหกิจ บริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วน ท้องถิ่นหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ก็ให้นำเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการ คำนวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ไปใช้ด้วย ในกรณีที่จำเป็นต้องเพิ่มเงิน ให้ใช้เงินจากงบ ประมาณของรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงาน อื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงนอื่นของรัฐนั้นเองหรือ จ่ายตามสัดส่วนแหล่งที่มาของเงินค่าก่อสร้างนั้น หรือตามที่สำนักงบประมาณพิจารณาวินิจฉัยแล้ว แต่กรณี 4. เมื่อให้มีการนำสัญญาแบบปรับราคาได้มาใช้แล้ว มีผลทำให้ผู้ว่าจ้างต้องจ่าย เงินชดเชยเพิ่ม จนทำให้เกินวงเงินงบประมาณที่ได้รับอนุมัติ ก็ให้ถือว่าได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ให้ก่อหนี้ผูกพันเกินกว่างบประมาณ ตามนัยมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการงบประมาณ และให้ส่วนราชการเจ้าของสัญญานั้น ๆ ขอทำความตกลงเรื่องการเงินกับสำนักงบประมาณ 5. การพิจารณาคำนวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกเงินคืนจาก ผู้รับจ้างตามเงื่อนไขของสัญญาแบบปรับราคาได้ ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากสำนัก งบประมาณ และให้ถือการพิจารณาวินิจฉัยของสำนักงบประมาณเป็นที่สิ้นสุด -3- 6. เพื่อความรวดเร็วในการดำเนินงาน และเพื่อให้การปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้สัญญา จ้างแบบปรับราคาได้เป็นมาตรฐานเดียวกัน จึงมอบอำนาจให้สำนักงบประมาณทำการวินิจฉัย ปัญหาข้อหารือและกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมได้ตามความจำเป็นด้วย จึงเรียนมาเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป กองกลาง โทร. 2710092 ต่อ 245 ขอแสดงความนับถือ พงส์ สารสิน (นายพงศ์ สารสิน) รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาแก้ไขปัญหาการก่อสร้าง เงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคำนวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ ก. เงื่อนไขและหลักเกณฑ์ 1. สัญญาแบบปรับราคาได้นี้ให้ใช้กับงานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุง และซ่อมแซมซึ่งเบิกจ่ายค่างานในลักษณะหมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หมวดเงิน อุดหนุนและหมวดรายจ่ายอื่นที่เบิกจ่ายในลักษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ที่อยู่ในเงื่อนไขและ หลักเกณฑ์ตามที่ได้กำหนดนี้ 2. สัญญาแบบปรับราคาได้นี้ให้ใช้ทั้งในกรณีเพิ่มหรือลดค่างานจากค่างานเดิมตาม สัญญา เมื่อดัชนีราคาซึ่งจัดทำขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์ มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลง จากเดิม ขณะเมื่อวันเปิดซองประกวดราคา สำหรับกรณีที่จัดจ้างโดยวิธีอื่น ให้ใช้วันเปิดซอง ราคาแทน ຈະ 3. การนำสัญญาแบบปรับราคาได้ไปใช้นั้น ผู้ว่าจ้างต้องแจ้งและประกาศให้ผู้รับจ้าง ทราบ เช่น ในประกาศประกวดราคาฯ และต้องระบุในสัญญาจ้างด้วยว่างานจ้างเหมานั้น ๆ ใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ พร้อมทั้งกำหนดประเภทของงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคำนวณที่ ให้มีการปรับเพิ่มหรือลดค่างานไว้ให้ชัดเจน ในกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทในงานจ้างคราวเดียวกัน จะต้องแยกประเภท งานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงานก่อสร้างนั้น ๆ และให้สอดคล้องกับ สูตรที่กำหนดไว้ 4. การขอเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้นี้ เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง ที่จะต้องเรียกร้องภายในกำหนด 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย หาก พ้นกำหนดนี้ไปแล้ว ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างจากผู้ว่าจ้างได้อีกต่อไป และในกรณีที่ผู้ว่าจ้างจะต้องเรียกเงินคืนจากผู้รับจ้าง ให้ผู้ว่าจ้างที่เป็นคู่สัญญารีบเรียกเงินคืน จากผู้รับจ้างโดยเร็ว หรือให้หักค่างานของงวดต่อไป หรือให้หักเงินจากหลักประกันสัญญา แล้วแต่กรณี 5. การพิจารณาคำนวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกเงินคืนจาก ผู้รับจ้างตามเงื่อนไขของสัญญาแบบปรับราคาได้ ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจาก สำนักงบประมาณและให้ถือการพิจารณาวินิจฉัยของสำนักงบประมาณเป็นที่สิ้นสุด เมียนม่า • เชียงราย • แม่ฮ่องสอน • พะเยา ทะเลอันดามัน ลาว ประเทศไทย กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โครงการบำรุงรักษาแหล่งน้ำบึงระหารใหญ่ หมู่ที่3,14,15 ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดที่ตั้งโครงการ • เชียงใหม่ • น่าน • ลำพูน • ลำปาง • แพร่ • อุตรดิตถ •สุโขทัย •ตาก • พิษณุโลก • กำแพงเพชร หนองคาย •สกลนคร เลย •อุดรธานี นครพนม • ขอนแก่น มุกดาหาร • เพชรบูรณ • รอยเอ็ด • ยโสธร • นครสวรรค นครราชสีมา •อุบลราชธานี •สุรินทร์ •อุทัยธา .ลพบุรี ชัยนาท • สิงหบุรี อยุธยา ปทุมธานี กรุงเทพฯ สระแต่ว ราชบุรี สมุทรปราการ สระบุรี บุรีรัมย์ กาญจนบุรีนนทบุรี พชรบุรี ระยอง ตราด กัมพูชา ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง อ่าวไทย สุราษฎร์ธานี พังงา นครศรีธรรมราช กระบี่ ภูเก็ต ทลุง ใดรัง สงขลา ปัตตานี สตูล ยะลานราธิวาส bV Bari Nong Krabap บานดอนชงโค Bàn Dan Chóng ho 19 19 Ban Khương Khot 18 18 บ้านคลองกด Ban Khlong Khat านทับชี้เหล็ก an Thap Khilek radon. 16 18 66 5 64 จุดที่ตั้งโครงการ แผ่นที่ รายการ สารบัญ แบบเลขที่ จำนวน แผ่น 1 2 สารบัญ แผนที่แสดงอาณาเขตติดต่อ แผนที่แสดงที่ตั้งโครงการ แบบแปลนรวมทั้งโครงการ รวม Mubah Cha 63 62 บานหวยต่าสี Ban Huai Tasi 18 บานชุม -61 บ้านวัดหัวตะพาน Ban Wat Hua Taphan Ban Khan We บานควาย Ban Khwa 60 Ban Wat Kam eng บานวัดหัวตะพาน Ban Wat Hua Taphan Ban Tha 16 59 13 14 15 16 05 17 18 19 20 2 แผ่นที่1/2 แผนที่แสดงที่ตั้งโครงการ มาตราส่วน 1 : 50,000 มาเลเซีย ลำดับชุด L7018 ระวาง 5040 III จุดเริ่มต้นโครงการระบบ WGS 1984 พิกัด 47P- 614323 E 1723058 N แผนที่แสดงอาณาเขตติดต่อ อนุมัติ (นายพิสิทธิ์ ทิพย์โอสถ) ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 2 ปฏิบัติราชการแทน อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ คณะกรรมการจัดทำแบบรูปรายการงานก่อสร้าง กรมทรัพยากรน้า โครงการบำรุงรักษาแหล่งน้ำบึงระหารใหญ่ หมู่ที่3,14,15 ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท สารบัญ แผนที่แสดงอาณาเขตติดต่อ แผนที่แสดงจุดที่ตั้งโครงการ สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 2 สระบุรี ประธานกรรมการฯ นายชุมพร พูลเพิ่ม สำรวจ ทวีวัฒน์, อุทัย, กฤษดา เสนอ กรรมการฯ นายพรหมมาศ ปวงแก้ว ออกแบบ ชุมพร พูลเพิ่ม ผ่าน กรรมการฯ นายกิตติชัย กลิ่นบหงา เขียนแบบ กิตติชัย กลิ่นบุหงา เห็นชอบ หนก. ผอส. ผอ.สทน. ภาพถ่ายทางอากาศแสดงพื้นที่บึงระหารใหญ่ มีการทำเครื่องหมายเขตพื้นที่ที่ต้องการบำรุงรักษาด้วยเส้นสีแดง มีอาคารบ้านเรือนอยู่บริเวณรอบๆ บึง มีถนนและพื้นที่สีเขียวอยู่โดยรอบ บึงระหารใหญ่มีลักษณะเป็นน้ำนิ่ง ค่อนข้างแบนราบ มีพื้นที่ด้านหนึ่งเป็นแหล่งน้ำขนาดเล็กที่เชื่อมต่อกับบึง มีพื้นที่ส่วนที่เป็นสีเขียวโดยรอบบึง ภาพประกอบด้วยภาพถ่ายทางอากาศสองภาพซ้อนทับกัน เพื่อแสดงรายละเอียดของพื้นที่ทั้งภาพบนและภาพล่างประกอบด้วยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำโครงการบำรุงรักษาบึงระหารใหญ่ สีของภาพมีโทนสีเขียว น้ำตาล และน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีที่เกิดจากพื้นที่ต่างๆ เช่น ต้นไม้ พื้นดิน และน้ำ รูปแบบรายการก่อสร้าง งานถากกางบริเวณหัวงาน งานหินคลุกปรับเกลี่ยผิวจราจร 1.งานบำรุงรักษาบริเวณหัวงาน (ถากถาง) ปริมาณไม่น้อยกว่า 11 ไร่ 2.งานหินคลุกปรับเกลี่ยผิวจราจร ปริมาณไม่น้อยกว่า 1,024 ลบ.ม. งานถากกางบริเวณหัวงาน แผ่นที่2/2 กรมทรัพยากรน้ำ โครงการบำรุงรักษาแหล่งน้ำบึงระหารใหญ่ หมู่ที่3,14,15 ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท แบบแปลนรวมทั้งโครงการ สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 2 สระบุรี ทวีวัฒน์, อุทัย, กฤษดา เสนอ สำรวจ ออกแบบ ชุมพร พูลเพิ่ม เขียนแบบ กิตติชัย กลิ่นบุหงา ผ่าน เห็นชอบ หนก. ผอส. ผอ.สทน หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าจ้างหรือค่าซื้อทรัพย์สิน ๑. การโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าจ้างหรือค่าซื้อทรัพย์สินให้กระทำได้ ดังนี้ ๑.๑ ผู้รับจ้างหรือผู้ขาย โอนให้แก่ธนาคารภายในประเทศ บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่ง ประเทศไทยบริษัทเงินทุนหรือบริษัททุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ทางธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ส่วนราชการต่างๆ ทราบ ๑.๒ ผู้รับโอนตามข้อ ๑.๑ ดังกล่าวข้างต้นโอนกลับคืนให้แก่ผู้รับจ้างหรือผู้ขาย ๒. ห้ามมิให้มีการโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าจ้างหรือค่าซื้อทรัพย์สิน ในกรณีดังต่อไปนี้ ๒.๑ สัญญา ใบสั่ง หรือข้อตกลงที่กำหนดการจ่ายเงินค่าจ้างหรือค่าซื้อทรัพย์สินโดยวิธีจ่ายผ่าน ธนาคาร เว้นแต่จะมีระเบียบหลักเกณฑ์ของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องรวมทั้งระเบียบหลักเกณฑ์ที่จะออกมาใน ภายหลังกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ๒.๒ สัญญา ใบสั่ง หรือข้อตกลงภายใต้โครงการที่ดำเนินการด้วยเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือจาก ต่างประเทศที่กำหนดให้การจ่ายเงินค่าจ้างหรือค่าซื้อทรัพย์สินเบิกจ่ายด้วยวิธีเบิกตรง (Direct Payment) ๓. การโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าจ้างหรือค่าซื้อทรัพย์สิน ผู้โอนและผู้รับโอนจะต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้ กรมทรัพยากรน้ำทราบตามแบบฟอร์มที่แนบ และจะต้องตกลงยินยอมผูกพันกับกรมทรัพยากรน้ำดังต่อไปนี้ ๓.๑ หากมีค่าเสียหายหรือเงินอื่นใดที่กรมทรัพยากรน้ำมีสิทธิจะได้รับ หรือหักออกจากค่าจ้าง หรือค่าซื้อ ทรัพย์สินตามเงื่อนไขสัญญา ใบสั่ง หรือข้อตกลงผู้รับโอนยินยอมให้กรมทรัพยากรน้ำรับหรือหักออกไว้ได้ทันที ๓.๒ หากกรมทรัพยากรน้ำมีความจำเป็นต้องสั่งจ่ายเงินค่าจ้างหรือค่าซื้อทรัพย์สินล่าช้าเกินกว่า กำหนดเวลาที่สมควร ไม่ว่าเนื่องจากสาเหตุการอนุมัติเงินประจำงวดล่าช้า หรือเหตุอื่นใดก็ตาม ผู้รับโอนยินยอม สละสิทธิในการเรียกดอกเบี้ย หรือค่าเสียหายอื่นใดในระหว่างที่ล่าช้านั้นจากกรมทรัพยากรน้ำ ๓.๓ หากกรมทรัพยากรน้ำมีสิทธิเรียกเงินที่ผู้รับโอนได้รับคืนทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนแล้วผู้โอนและ ผู้รับโอนจะรับผิดชอบใช้เงินให้กรมทรัพยากรน้ำภายในระยะเวลาที่กรมทรัพยากรน้ำกำหนด ๓.๔ หากกรมทรัพยากรน้ำมีสิทธิเรียกร้องจากผู้โอนและผู้รับโอนไม่ว่าสิทธิเรียกร้องนั้นจะเกิดจาก มูลหนี้ใดๆหรือจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการโอนสิทธิเรียกร้องในครั้งนี้ ผู้รับโอนยินยอมให้กรมทรัพยากรน้ำนำสิทธิ เรียกร้องดังกล่าวมาหักกลบลบกับเงินค่าจ้างหรือค่าซื้อทรัพย์สินที่ผู้รับโอนจะได้รับตามสัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง ๓.๕ หากกรมทรัพยากรน้ำ มีข้อต่อสู้ใดๆ ต่อผู้โอนผู้รับโอนยินยอมให้กรมทรัพยากรน้ำยกขึ้นเป็น ข้อต่อสู้แก่ผู้รับโอนได้เช่นกัน ๔. การส่งหนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องให้ผู้โอนและผู้รับโอนส่งที่กองการเงินและบัญชี หรือหน่วยงาน ในท้องถิ่นซึ่งเป็นผู้เบิกจ่ายเงินค่าจ้างหรือค่าซื้อทรัพย์สินตามสัญญาใบสั่งหรือข้อตกลงดังกล่าว ๕. ผู้รับจ้างหรือผู้ขายจะต้องเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีตามจำนวนเงินที่ระบุในใบสั่งมอบงานหรือใบส่งของ ๖. ผู้รับโอนจะต้องเป็นผู้ออกใบเสร็จรับเงินตามจำนวนเงินสุทธิที่ได้รับ เรียน อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ หนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้อง เขียนที่. วันที่ เดือน พ.ศ. โดย.. อายุ.. ปี ข้าพเจ้า. (ชื่อผู้โอน) ตำแหน่ง... ผู้มีอำนาจลงนามผูกพัน............ชื่อผู้โอน ปรากฏตามหนังสือรับรองของ...........สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์/สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัด/และหรือหนังสือมอบอำนาจ) สำนักงานเลขที่..... ถนน. ตำบล/แขวง.........อำเภอ/เขต. จังหวัด....... ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้โอน” และ.....ชื่อผู้รับโอน)......โดย อายุ............ปี ตำแหน่ง.... เป็นผู้มีอำนาจลงนามผูกพัน.............ชื่อผู้รับโอน) หนังสือรับรองของ.....(สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร ดังแนบ ปรากฏตาม กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวง สำนักงาน พาณิชย์/ สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัด/และหรือหนังสือมอบอำนาจ...........ดังแนบ เลขที่.. .....ถนน....... จังหวัด... ....... ตำบล/แขวง..........อำเภอ/เขต. ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้รับโอน” ข้าพเจ้าผู้โอนและผู้รับโอน ขอแจ้งให้กรมทรัพยากรน้ำทราบว่า บัดนี้ ผู้โอนได้โอนสิทธิเรียกร้องรับ เงิน......ค่าจ้าง/ค่าซื้อทรัพย์สิน.....ตาม.......สัญญา/ใบสั่ง/ข้อตกลง..........ลขที่ วันที่ (.......... ตามที่ผู้โอนมีสิทธิได้รับรวมทั้งค่า K (ถ้ามี) ภายในวงเงิน.. ลง ..........บาท )* / ทั้งหมดโดยไม่จำกัดวงเงิน**ให้แก่ผู้รับโอน ซึ่งปรากฏ รายละเอียดตามสำเนา สัญญาโอนสิทธิเรียกร้องดังแนบ โดยผู้โอนและผู้รับโอนตกลงยินยอมผูกพันกับกรมทรัพยากรน้ำตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ ๑. หากมีค่าเสียหายหรือเงินอื่นใดที่กรมทรัพยากรน้ำมีสิทธิจะได้รับ (ค่าจ้าง/ค่าซื้อทรัพย์สิน) ลงวันที่ ตามเงื่อนไข.........สัญญา/ใบสั่ง/ข้อตกลง).. ผู้รับโอนยินยอมให้กรมทรัพยากรน้ำรับหรือหักออกไว้ได้ทันที หรือหักออกจาก.... เลขที่............ ๒. หากกรมทรัพยากรน้ำมีความจำเป็นต้องสั่งจ่าย.......เงินค่าจ้าง/ค่าซื้อทรัพย์สินล่าช้าเกิน กว่ากำหนดเวลาที่สมควร ไม่ว่าเนื่องจากสาเหตุการอนุมัติเงินประจำงวดล่าช้าหรือเหตุอื่นใดก็ตาม ผู้รับโอน ยินยอมสละสิทธิในการเรียกดอกเบี้ยหรือค่าเสียหายอื่นใดในระหว่างที่ล่าช้านั้นจากกรมทรัพยากรน้ำ ៣. หากกรมทรัพยากรน้ำ มีสิทธิเรียกร้องเงินค่าจ้าง/ค่าซื้อทรัพย์สิน......ที่ผู้รับโอนได้รับ ไปคืนทั้งหมดหรือบางส่วนแล้ว ผู้โอนและผู้รับโอนขอรับผิดชอบใช้เงินให้กรมทรัพยากรน้ำภายในระยะเวลาที่กรม ทรัพยากรน้ำกำหนด ๔. หากกรมทรัพยากรน้ำมีสิทธิเรียกร้องจากผู้โอนและหรือผู้รับโอนไม่ว่าสิทธิเรียกร้องนั้นจะเกิดจาก มูล หนี้ใดๆ หรือจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการโอนสิทธิเรียกร้องในครั้งนี้ ผู้รับโอนยินยอมให้กรมทรัพยากรน้ำนำสิทธิ เรียกร้องดังกล่าวมาหักกลบลบกับเงิน......ค่าจ้าง/ค่าซื้อทรัพย์สิน......ที่ผู้รับโอนจะได้รับตามสัญญาโอนสิทธิ เรียกร้อง ๕. หากกรมทรัพยากรน้ำ มีข้อต่อสู้ใดๆ ต่อผู้โอน ผู้รับโอนยินยอมให้กรมทรัพยากรน้ำ ยกขึ้นเป็นข้อ ต่อสู้แก่ผู้รับโอนได้เช่นกัน (ลงชื่อ). ผู้โอน (..................... ....) (ลงชื่อ). ผู้รับโอน .................... ...) (ลงชื่อ) พยาน (...................... ..) (ลงชื่อ) พยาน (............... ..) หมายเหตุ. */** : โปรดระบุให้ชัดเจนว่าต้องการโอนสิทธิเรียกร้องตาม *หรือ **และขีดฆ่า ข้อความที่ไม่ต้องการออก ธนาคารแห่งประเทศไทย หนังสือแจ้งการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน เรียน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ข้าพเจ้า ขอใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันดังต่อไปนี้ให้แก่ เพื่อเป็นหลักประกัน รวมราคาที่ตราไว้. .บาท (.. วันที่. .เดือน. .พ.ศ.. รายละเอียด ดังนี้ ตราสารหนี้/พันธบัตร เลขที่ต้น เลขที่ท้าย จำนวนเงิน (บาท) สำหรับดอกเบี้ยตราสารหนี้ให้นำเข้าบัญชี รวม ...) ..) หากมีการชำระเงินต้นตามตราสารหนี้ ผู้รับหลักประกันและผู้ให้หลักประกันตกลงชำระให้แก่ผู้รับหลักประกัน เป็นผู้รักษาไว้ กรณีตกลงเป็นอย่างอื่น โปรดระบุ ที่อยู่สำหรับจัดส่งตราสารหนี้ หรือเอกสาร (ระบุชื่อผู้รับหลักประกัน, ผู้ติดต่อ/ตำแหน่ง และสถานที่ติดต่อ ของผู้รับหลักประกัน) จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการ ลงชื่อ (ผู้รับหลักประกัน) ..) ธนาคารแห่งประเทศไทย หนังสือให้ความยินยอมถอนหลักประกันในตราสารหนี้ เรียน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ตามที่ข้าพเจ้า ได้รับตราสารหนี้ของ วันที่ เดือน. .พ.ศ. (ผู้รับหลักประกัน) เป็นหลักประกัน เมื่อวันที่ รายละเอียด ดังนี้ ตราสารหนี้/พันธบัตร เลขที่ต้น เลขที่ท้าย จำนวนเงิน (บาท) (.. รวม บัดนี้ การใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันได้สิ้นสุดลงแล้ว ข้าพเจ้าจึงได้คืนตราสารหนี้ดังกล่าว ให้แก่ และยินยอมให้ผู้ให้หลักประกันถอนการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันได้ ลงชื่อ .............................. .) ผู้รับหลักประกัน .) ธนาคารแห่งประเทศไทย หนังสือขอถอนการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน (โดยผู้รับหลักประกัน) (กรณีไม่ประสงค์ให้ ธปท. บันทึกข้อความแสดงการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันในตราสารหนี้) เรียน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ตามที่ข้าพเจ้า (ผู้รับหลักประกัน) ได้รับตราสารหนี้ของ. เป็นหลักประกัน เมื่อวันที่ วันที่. .เดือน. .พ.ศ. บัดนี้ การใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันได้สิ้นสุดลง และข้าพเจ้ายินยอมถอนหลักประกันให้แก่ (ผู้ให้หลักประกัน) รายละเอียด ดังนี้ ตราสารหนี้/พันธบัตร เลขที่ต้น เลขที่ท้าย จำนวนเงิน (บาท) (............ สำหรับดอกเบี้ยตราสารหนี้ให้นำเข้าบัญชี จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการ รวม ลงชื่อ .) (ผู้รับหลักประกัน) ..) ธนาคารแห่งประเทศไทย หนังสือขอถอนการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน (โดยผู้ให้หลักประกัน) (กรณีประสงค์ให้ ธปท. บันทึกข้อความแสดงการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันในตราสารหนี้) วันที่ .เดือน. .พ.ศ. เรียน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ตามที่ข้าพเจ้า ผู้มีกรรมสิทธิ์ในตราสารหนี้ รวมราคาที่ตราไว้ ได้ใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันแก่ .บาท (.. บัดนี้ การใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันได้สิ้นสุดลง และผู้รับหลักประกันยินยอมถอนหลักประกัน ตามหนังสือให้ความยินยอมถอนหลักประกันในตราสารหนี้ซึ่งแนบมาด้วยแล้ว ให้แก่ (ผู้ให้หลักประกัน) รายละเอียด ดังนี้ ตราสารหนี้/พันธบัตร เลขที่ต้น เลขที่ท้าย รวม จำนวนเงิน (บาท) (........ สำหรับดอกเบี้ยตราสารหนี้ให้นำเข้าบัญชี ที่อยู่สำหรับจัดส่งตราสารหนี้ หรือเอกสาร (ระบุชื่อและสถานที่ติดต่อของผู้ให้หลักประกัน). จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการ ลงชื่อ ..) (ผู้ให้หลักประกัน) ..) นั้น นน ..) ธนาคารแห่งประเทศไทย หนังสือส่งมอบตราสารหนี้ วันที่. .เดือน. .พ.ศ. นายสุวรรณ รักชาติ บัตรประจำตัวประชาชน/บัตรประจำตัวผู้เสียภาษี เลขที่ (ระบุชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์) 3333333333333 ขอส่งมอบตราสารหนี้/พันธบัตร ออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง พ.ศ. 2553 รวมราคาที่ตราไว้. 100,000.- ให้แก่ เพื่อเป็นหลักประกัน. .บาท (. กรมทางหลวง หนึ่งแสนบาทถ้วน ..) ยื่นซองประกวดราคาซ่อมแซมถนน รายละเอียด ดังนี้ ตราสารหนี้/พันธบัตร ออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง พ.ศ. เลขที่ต้น เลขที่ท้าย จำนวนเงิน (บาท) 1 1000 100,000 2553 รวม 100,000 (................ หนึ่งแสนบาทถ้วน เจ้าของกรรมสิทธิ์ สำหรับดอกเบี้ยตราสารหนี้ให้นำเข้าบัญชี. ..) หากมีการชำระเงินต้นตามตราสารหนี้ ผู้รับหลักประกันและผู้ให้หลักประกันตกลงชำระให้แก่ผู้รับหลักประกัน เป็นผู้รักษาไว้ กรณีตกลงเป็นอย่างอื่น โปรดระบุ ลงชื่อ (เจ้าของกรรมสิทธิ์) (...... นายสุวรรณ รักชาติ........ หมายเหตุ เจ้าของกรรมสิทธิ์ลงลายมือชื่อเหมือนตัวอย่างที่ให้ไว้กับ ธปท. -2- ข. ประเภทงานก่อสร้างและสูตรที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ ในการพิจารณาเพิ่มหรือลดราคาค่างานจ้างเหมาก่อสร้างให้คำนวณตามสูตรดังนี้ P = (Po) x (K) กำหนดให้ P ราคาค่างานต่อหน่วยหรือราคาค่างานเป็นงวดที่จะต้องจ่าย ให้ผู้รับจ้าง Po ราคาค่างานต่อหน่วยที่ผู้รับจ้างประมูลได้ หรือราคาค่างาน เป็นงวดซึ่งระบุไว้ในสัญญาแล้วแต่กรณี K ESCALATION FACTOR ที่หักด้วย 4% เมื่อต้องเพิ่มค่างาน หรือบวกเพิ่ม 4% เมื่อต้องเรียกค่างานคืน ESCALATION FACTOR K หาได้จากสูตร ซึ่งแบ่งตามประเภทและลักษณะงานดังนี้ หมวดที่ 1 งานอาคาร งานอาคาร หมายถึง ตัวอาคาร เช่น ที่ทำการ โรงเรียน โรงพยาบาล หอพัก ที่พักอาศัย หอประชุม อัฒจันทร์ ยิมเนเซียม สระว่ายน้ำ โรงอาหาร คลังพัสดุ โรงงาน รั้ว เป็นต้น และให้หมายความรวมถึง 1.1 ไฟฟ้าของอาคารบรรจบถึงสายเมนจำหน่าย แต่ไม่รวมถึงหม้อแปลงและ ระบบไฟฟ้าภายในบริเวณ 1.2 ประปาของอาคารบรรจบถึงท่อเมนจำหน่าย แต่ไม่รวมถึงระบบประปา ภายในบริเวณ 1.3 ระบบท่อหรือระบบสายต่าง ๆ ที่ติดหรือฝังอยู่ในส่วนของอาคาร เช่น ท่อปรับอากาศ ท่อก๊าซ สายไฟฟ้าสำหรับเครื่องปรับอากาศ สายล่อฟ้า ฯลฯ 1.4 ทางระบายน้ำของอาคารจนถึงทางระบายน้ำภายนอก 1.5 ส่วนประกอบที่จำเป็นสำหรับอาคาร เฉพาะส่วนที่ติดกับอาคารโดยต้อง สร้างหรือประกอบพร้อมกับการก่อสร้างอาคาร แต่ไม่รวมถึงเครื่องจักรหรือเครื่องมือกลที่นำมา ประกอบหรือติดตั้ง เช่น ลิฟท์ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องสูบน้ำ เครื่องปรับอากาศ พัดลม ฯลฯ 1.6 ทางเท้ารอบอาคาร ดินถม ดินตัก ห่างจากอาคารโดยรอบไม่เกิน 3 เมตร ใช้สูตร K = 0.25 +0.15 It/Io + 0.10 Ct/Co + 0.40 Mt/Mo + 0.10 St/So -3- หมวดที่ 2 งานดิน 2.1 งานดิน หมายถึง การขุดดิน การตักดิน การบดอัดดิน การขุดเปิดหน้าดิน การเกลี่ยบดอัดดิน การขุด - ถมบดอัดแน่นเขื่อน คลอง คันคลอง คันกั้นน้ำ คันทาง ซึ่งต้องใช้ เครื่องจักรเครื่องมือกลปฏิบัติงาน สำหรับการถมดินให้หมายความถึงการถมดินหรือทรายหรือวัสดุอื่นที่มีการ ควบคุมคุณสมบัติของวัสดุนั้น และมีข้อกำหนดวิธีการถม รวมทั้งมีการบดอัดแน่นโดยใช้เครื่องจักร เครื่องมือกล เพื่อให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนดไว้ เช่นเดียวกับงานก่อสร้างถนนหรือเขื่อน ชลประทาน ทั้งนี้ ให้รวมถึงงานประเภท EMBANKMENT, EXCAVATION, SUBBASE, SELECTED MATERIAL, UNTREATED BASE และ SHOULDER ใช้สูตร K = 0.30 +0.10 It/Io + 0.40 Et/Eo + 0.20 Ft/Fo 2.2 งานหินเรียง หมายถึง งานหินขนาดใหญ่นำมาเรียงกันเป็นชั้นให้เป็น ระเบียบจนได้ความหนาที่ต้องการ โดยในช่องว่างระหว่างหินใหญ่จะแซมด้วยหินย่อยหรือกรวด ขนาดต่าง ๆ และทรายให้เต็มช่องว่าง มีการควบคุมคุณสมบัติของวัสดุและมีข้อกำหนดวิธีปฏิบัติ โดยใช้เครื่องจักร เครื่องมือกล หรือแรงคน และให้หมายความรวมถึงงานหินทิ้ง งานหินเรียง ยาแนว หรืองานหินใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เพื่อการป้องกันการกัดเซาะพังทลายของ ลาดตลิ่งและท้องลำน้ำ ใช้สูตร K = 0.40+0.20 It/Io + 0.20 Mt/Mo + 0.20 Ft/Fo 2.3 งานเจาะระเบิดหิน หมายถึง งานเจาะระเบิดหินทั่ว ๆ ไป ระยะทางขนย้าย ไป-กลับ ประมาณไม่เกิน 2 กิโลเมตร ยกเว้นงานเจาะระเบิดอุโมงค์ซึ่งต้องใช้เทคนิคชั้นสูง ใช้สูตร K = 0.45 +0.15 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo หมวดที่ 3 งานทาง 3.1 งานผิวทาง PRIME COAT, TACK COAT, SEAL COAT ใช้สูตร K = 0.30 +0.40 At/Ao + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo 3.2 งานผิวทาง SURFACE TREATMENT SLURRY SEAL ใช้สูตร K = 0.30 +0.10 Mt/Mo +0.30 At/Ao + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo 3.3 งานผิวทาง ASPHALTIC CONCRETE, PENETRATION MACADAM ใช้สูตร K = 0.30 +0.10 Mt/Mo +0.40 At/Ao+ 0.10 Et/Eo +0.10 Ft/Fo 3.4 งานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก หมายถึง ผิวถนนคอนกรีตที่ใช้เหล็กเสริม ซึ่งประกอบด้วยตะแกรงเหล็กเส้นหรือตะแกรงลวดเหล็กกล้าเชื่อมติด (WELDED STEEL WIRE FARRIC) เหล็กเดือย (DOWEL BAR) เหล็กยึด (DEFORMED TIE BAR) และรอยต่อ ต่าง ๆ (JOINT) ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงแผ่นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กบริเวณคอสะพาน (R.C. BRIDGE APPROACH) ด้วย ใช้สูตร K = 0.30 +0.10 It/Io + 0.35 Ct/Co + 0.10 Mt/Mo +0.15 St/So 3.5 งานท่อระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กและงานบ่อพัก หมายถึง ท่อคอนกรีต เสริมเหล็กสำหรับงานระบายน้ำ (PRECAST REINFORCED CONCRETE DRAINAGE PIPE) งานรางระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก งานดาดคอนกรีตเสริมเหล็กรางระบายน้ำและบริเวณลาด คอสะพาน รวมทั้งงานบ่อพักคอนกรีตเสริมเหล็กและงานคอนกรีตเสริมเหล็กอื่นที่มีรูปแบบและ ลักษณะงานคล้ายคลึงกัน เช่น งานบ่อพัก (MANHOLE) ท่อร้อยสายโทรศัพท์ ท่อร้อยสายไฟฟ้า เป็นต้น ใช้สูตร K = 0.35 +0.20 It/lo + 0.15 Ct/Co + 0.15 Mt/Mo +0.15 St/So 3.6 งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและงานเขื่อนกันตลิ่ง หมายถึง สะพาน คอนกรีตเสริมเหล็ก โครงสร้างฐานรากคอนกรีตเสริมเหล็กคอสะพาน (R.C. BEARING UNIT) ท่อเหลี่ยมคอนกรีตเสริมเหล็ก (R.C. BOX CULVERT) หอถังน้ำโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เขื่อนกันตลิ่งคอนกรีตเสริมเหล็ก ท่าเทียบเรือคอนกรีตเสริมเหล็กและสิ่งก่อสร้างอื่นที่มีลักษณะ คล้ายคลึงกัน ใช้สูตร K = 0.30 +0.10 It/Il + 0.15 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.25 St/So -4- 3.7 งานโครงสร้างเหล็ก หมายถึง สะพานเหล็กสำหรับคนเดิมข้ามถนน โครงเหล็กสำหรับติดตั้งป้ายจราจรชนิดแขวนสูง เสาไฟฟ้าแรงสูง เสาวิทยุ เสาโทรทัศน์ หรือ งานโครงเหล็กอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย แต่ไม่รวมถึงงานติดตั้งเสาโครงเหล็กสายส่งของ ใช้สูตร K = 0.25 +0.10 It/Io + 0.05 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo +0.40 St/So หมวดที่ 4 งานชลประทาน 4.1 งานอาคารชลประทานไม่รวมบานเหล็ก หมายถึง อาคารคอนกรีตเสริม เหล็กชนิดต่าง ๆ ที่ก่อสร้างในแนวคลองส่งน้ำหรือคลองระบายน้ำ เพื่อควบคุมระดับและหรือ ปริมาณน้ำ ได้แก่ ท่อระบายน้ำ น้ำตก รางเท สะพานน้ำ ท่อลอด ไซฟอน และอาคารชลประทาน ชนิดอื่น ๆ ที่ไม่มีบานระบายเหล็ก แต่ไม่รวมถึงงานอาคารชลประทานขนาดใหญ่ เช่น ฝาย ทางระบายน้ำล้น หรืออาคารชลประทานประกอบของเขื่อน เป็นต้น ใช้สูตร K = 0.40 +0.20 It/Io + 0.10 Ct/Co +0.10 Mt/Mo + 0.20 St/So 4.2 งานอาคารชลประทานรวมบานเหล็ก หมายถึง อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ชนิดต่าง ๆ ที่ก่อสร้างในแนวคลองส่งน้ำหรือคลองระบายน้ำ เพื่อควบคุมระดับและหรือปริมาณน้ำ ได้แก่ ท่อส่งน้ำเข้านา ท่อระบายน้ำ ประตูระบายน้ำ อาคารอัดน้ำ ท่อลอดและอาคารชลประทาน ชนิดต่าง ๆ ที่มีบานระบายน้ำ แต่ไม่รวมถึงงานอาคารชลประทานขนาดใหญ่ เช่น ฝาย ทางระบายน้ำล้น หรืออาคารชลประทานประกอบของเขื่อน เป็นต้น ใช้สูตร K = 0.35 +0.20 It/Io + 0.10 Ct/Co +0.10 Mt/Mo +0.25 St/So 4.3 งานบานระบาย TRASHRACK และ STEEL LINER หมายถึง บานระบาย เหล็กเครื่องกว้านและโครงยก รวมทั้ง BULK HEAD GATE และงานท่อเหล็ก ใช้สูตร K = 0.35 +0.20 It/Io + 0.45 Gt/Go -5- 4.4 งานเหล็กเสริมคอนกรีต และ ANCHOR BAR หมายถึง เหล็กเส้นที่ใช้เสริม ในงานคอนกรีตและเหล็ก ANCHOR BAR ของงานฝาย ทางระบายน้ำล้น หรืออาคารชลประทาน ประกอบของเขื่อน ซึ่งมีสัญญาแยกจ่ายเฉพาะงานเหล็กดังกล่าวเท่านั้น ใช้สูตร K = 0.25 +0.15 It/Io + 0.60 St/So 4.5 งานคอนกรีตไม่รวมเหล็กและคอนกรีตดาดคลอง หมายถึง งานคอนกรีต เสริมเหล็กที่หักส่วนของเหล็กออกมาแยกคำนวณต่างหากของงานฝ่าย ทางระบายน้ำล้นหรือ อาคารชลประทานประกอบของเขื่อน ซึ่งมีสัญญาแยกจ่ายเฉพาะงานคอนกรีตดังกล่าวเท่านั้น ใช้สูตร K = 0.40 +0.15 It/lo + 0.25 Ct/Co +0.20 Mt/Mo 4.6 งานเจาะ หมายถึง การเจาะพร้อมทั้งฝังท่อกรุขนาดรูในไม่น้อยกว่า 48 มิลลิเมตร ในชั้นดิน หินผุหรือหินที่แตกหัก เพื่ออัดฉีดน้ำปูน และให้รวมถึงงานซ่อมแซม ฐานรากอาคารชลประทาน ถนนและอาคารต่าง ๆ โดยการอัดฉีดน้ำปูน ใช้สูตร K = 0.40 +0.20 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo 4.7 งานอัดฉีดน้ำปูน ค่าอัดฉีดน้ำปูนจะเพิ่มหรือลด ให้เฉพาะราคาซีเมนต์ที่ เปลี่ยนแปลงตามดัชนีราคาของซีเมนต์ที่กระทรวงพาณิชย์จัดทำขึ้น ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด กับเดือนที่เปิดซองประกวดราคา หมวดที่ 5 งานระบบสาธารณูปโภค 5.1 งานวางท่อ AC และ PVC 5.1.1 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้ ใช้สูตร K = 0.50 +0.25 It/Io + 0.25 Mt/Mo 5.1.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ AC และหรืออุปกรณ์ ใช้สูตร K = 0.40+0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo+ 0.40 ACt/ACo 5.1.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ PVD และหรืออุปกรณ์ ใช้สูตร K = 0.40+0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.40 PVCt/PVCo ธนาคารแห่งประเทศไทย หนังสือแจ้งการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน วันที่. .เดือน. .พ.ศ. เรียน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ตามที่ นายสุวรรณ รักชาติ (ระบุชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์) ขอใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันดังต่อไปนี้ ให้แก่ เพื่อเป็นหลักประกัน กรมทางหลวง (ระบุชื่อผู้รับหลักประกัน) ยื่นซองประกวดราคาซ่อมแซมถนน รวมราคาที่ตราไว้. 100,000.- รายละเอียด ดังนี้ ตราสารหนี้/พันธบัตร ออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง พ.ศ.2553 (..............หนึ่งแสนบาทถ้วน .บาท (. เลขที่ต้น เลขที่ท้าย จำนวนเงิน (บาท)
1 1000 100,000
รวม 100,000 ..) ..) สำหรับดอกเบี้ยตราสารหนี้ให้นำเข้าบัญชี. เจ้าของกรรมสิทธิ์ หากมีการชำระเงินต้นตามตราสารหนี้ ผู้รับหลักประกันและผู้ให้หลักประกันตกลงชำระให้แก่ผู้รับหลักประกัน เป็นผู้รักษาไว้ กรณีตกลงเป็นอย่างอื่น โปรดระบุ ที่อยู่สำหรับจัดส่งตราสารหนี้ หรือเอกสาร (ระบุชื่อผู้รับหลักประกัน, ผู้ติดต่อ/ตำแหน่ง และสถานที่ติดต่อ ของผู้รับหลักประกัน) อธิบดีกรมทางหลวง ถนนพญาไท เขตพญาไท กท.10400 จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการ ลงชื่อ (ผู้รับหลักประกัน) (.......... อธิบดีกรมทางหลวง .......)
ธนาคารแห่งประเทศไทย หนังสือขอถอนการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน (โดยผู้รับหลักประกัน) (กรณีไม่ประสงค์ให้ ธปท. บันทึกข้อความแสดงการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันในตราสารหนี้) เรียน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ตามที่ข้าพเจ้า ได้รับตราสารหนี้ของ. กรมทางหลวง (ผู้รับหลักประกัน) นายสุวรรณ รักชาติ วันที่. .เดือน. .พ.ศ. เป็นหลักประกัน เมื่อวันที่ *** บัดนี้ การใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันได้สิ้นสุดลง และข้าพเจ้ายินยอมถอนหลักประกันให้แก่........ นายสุวรรณ รักชาติ (ผู้ให้หลักประกัน) รายละเอียด ดังนี้ เลขที่ต้น เลขที่ท้าย จำนวนเงิน (บาท)
1 1000 100,000
ตราสารหนี้/พันธบัตร ออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง พ.ศ. 2553 รวม 100,000 ..) ..................... สำหรับดอกเบี้ยตราสารหนี้ให้นำเข้าบัญชี หนึ่งแสนบาทถ้วน เจ้าของกรรมสิทธิ์ จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการ ลงชื่อ (ผู้รับหลักประกัน) (..... อธิบดีกรมทางหลวง ........) *** วันที่ ธปท. บันทึกการใช้เป็นหลักประกันในระบบ
-7- 5.2 งานวางท่อเหล็กเหนียวและท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE 5.2.1 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้ ใช้สูตร K = 0.40 +0.10 It/Io + 0.15 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.15 Ft/Fo 5.2.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อเหล็กเหนียวและหรืออุปกรณ์และ ให้รวมถึงงาน TRANSMISSION CONDUIT ใช้สูตร K = 0.40 +0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.10 Et/Eo + 0.30 GIPt/GIPO 5.2.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE และหรืออุปกรณ์ ใช้สูตร K = 0.50 +0.10 It/lo + 0.10 Mt/Mo + 0.30 PEt/PEo 5.3 งานปรับปรุงระบบอุโมงค์ส่งน้ำและงาน SECONDARY LINING ใช้สูตร K = 0.40 +0.10 It/Io + 0.15 Et/Eo + 0.35 GIPt/GIPO 5.4 งานวางท่อ PVC หุ้มด้วยคอนกรีต ใช้สูตร K = 0.30+0.10It/Io+0.20Ct/Co+0.05Mt/Mo+0.05St/So+0.30PVCt/PVCo 5.5 งานวางท่อ PVC กลบทราย ใช้สูตร K = 0.25 +0.05 It/Io + 0.05 Mt/Mo + 0.65 PVCt/PVCo 5.6 งานวางท่อเหล็กอาบสังกะสี ใช้สูตร K = 0.25 +0.25 It/lo +0.50 GIPt/GIPO ประเภทงานและสูตรต่อไปนี้ใช้เฉพาะงานก่อสร้างของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเท่า นั้น 5.7 งานก่อสร้างระบบสายส่งแรงสูงและสถานีไฟฟ้าย่อย 5.7.1 งานติดตั้ง เสา โครงเหล็กสายส่งและอุปกรณ์ รวมทั้งงานติดตั้งอุปกรณ์ ไฟฟ้าสถานีไฟฟ้าย่อย -8- สำหรับงานติดตั้ง เสา โครงเหล็กสายส่งและอุปกรณ์ ประกอบด้วย ลักษณะงาน ดังนี้คือ PRELIMINARY WORK (ยกเว้น BOUNDARY POST), TOWERS, INSULATOR STRING AND OVERHEAD GROUND WIRE ASSEMBLIES, CONDUCTOR AND OVERHEAD GROUND WIRE STRINGING, LINE ACCESSORIES, GROUNDING MATERIALS สำหรับงานติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าสถานีไฟฟ้าย่อย หมายถึง เฉพาะการติดตั้ง อุปกรณ์ไฟฟ้าเท่านั้น ใช้สูตร K = 0.60 +0.25 It/Io + 0.15 Ft/Fo 5.7.2 งานก่อสร้างฐานรากเสาไฟฟ้า (TOWER FOUNDATION) และงาน ติดตั้ง BOUNDARY POST ใช้สูตร K = 0.35+0.20 It/Io + 0.20 Ct/Co + 0.10 St/So + 0.15 Ft/Fo 5.7.3 งานก่อสร้างฐานรากอุปกรณ์ไฟฟ้าสถานีไฟฟ้าย่อย ใช้สูตร K = 0.50 +0.20 It/Io + 0.15 CT/Co + 0.15 St/So 5.8 งานหล่อและตอกเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง 5.8.1 งานเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง ใช้สูตร K = 0.35+0.15 It/Io + 0.20 Ct/Co + 0.30 St/So 5.8.2 งานเสาเข็มแบบ CAST IN PLACE ใช้สูตร K = 0.30 +0.10 It/Io + 0.25 Ct/Co + 0.35 St/So ประเภทงานและสูตรต่อไปนี้ใช้เฉพาะงานก่อสร้างของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเท่านั้น 5.9 งานก่อสร้างสายส่งแรงสูงระบบแรงดัน 69 – 115 KV. 5.9.1 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาวัสดุและหรืออุปกรณ์ให้ ใช้สูตร K = 0.80 +0.05 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.05 Ft/Fo 5.9.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาวัสดุหรืออุปกรณ์ ใช้สูตร K = 0.45 +0.05 It/Io + 0.20 Mt/Mo + 0.05 Ft/Fo + 0.25 Wt/Wo -9- K = ESCALATION FACTOR It = ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด Io = ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา Ct = ดัชนีราคาซีเมนต์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด Co = ดัชนีราคาซีเมนต์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา Mt = ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) ในเดือนที่ส่งงาน แต่ละงวด Mo = ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) ในเดือนที่เปิดซอง ประกวดราคา St = ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด So = ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา Gt = ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบที่ผลิตในประเทศ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด Go = ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบที่ผลิตในประเทศ ในเดือนที่เปิดซองประกวด ราคา At = ดัชนีราคาแอสฟัลท์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด Ao = ดัชนีราคาแอสฟัลท์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา Et = ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด Eo = ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา Ft = ดัชนีราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด Fo = ดัชนีราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา ACt = ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ACo = ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา PVCt = ดัชนีราคาท่อ PVC ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด PVCo = ดัชนีราคาท่อ PVC ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา GIPt = ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด GIPO = ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา -10- PET = ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY POL YETHYLENE ในเดือนที่ส่งงาน แต่ละงวด PEo = ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY PLOYETHYLENE ในเดือนที่เปิดซอง ประกวดราคา Wt = ดัชนีราคาสายไฟฟ้า ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด Wo = ดัชนีราคาสายไฟฟ้า ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา ค. วิธีการคำนวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ 1. การคำนวณค่า K จากสูตรตามลักษณะงานนั้น ๆ ให้ใช้ตัวเลขดัชนีราคาวัสดุ ก่อสร้างของกระทรวงพาณิชย์ โดยใช้ฐานของปี 2530 เป็นเกณฑ์ในการคำนวณ 2. การคำนวณค่า Kสำหรับกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทรวมอยู่ในสัญญา เดียวกัน จะต้องแยกค่างานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงานนั้น และให้ สอดคล้องกับสูตรที่ได้กำหนดไว้ 3. การคำนวณหาค่า K กำหนดให้ใช้เลขทศนิยม 3 ตำแหน่งทุกขั้นตอนโดยไม่ มีการปัดเศษ และกำหนดให้ทำเลขสัมพันธ์ (เปรียบเทียบ) ให้เป็นผลสำเร็จก่อน แล้วจึงนำ ผลลัพธ์ไปคูณกับตัวเลขคงที่หน้าเลขสัมพันธ์นั้น ผู้ว่าจ้าง เมื่อค่า K 4. ให้พิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาค่างานจากราคาที่ผู้รับจ้างทำสัญญาตกลงกับ ตามสูตรสำหรับงานก่อสร้างนั้น ตามสูตรสำหรับงานก่อสร้างนั้น ๆ ในเดือนที่ส่งมอบงานมีค่าเปลี่ยนแปลงไป จากค่า K ในเดือนเปิดซองราคามากกว่า 4% ขึ้นไป โดยนำเฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคำนวณ ปรับเพิ่มหรือลดค่างานแล้วแต่กรณี (โดยไม่คิด 4% แรกให้) 5. ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทำการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาใน สัญญา โดยเป็นความผิดของผู้รับจ้าง ค่า K ตามสูตรต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้ในการคำนวณค่างาน ให้ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ว่า ค่า K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า 6. การจ่ายเงินแต่ละงวดให้จ่ายค่าจ้างงานที่ผู้รับจ้างทำได้แต่ละงวดตามสัญญา ไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่มหรือค่างานลดลงซึ่งจะคำนวณได้ต่อเมื่อทราบดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ซึ่งนำมาคำนวณค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานงวดนั้น ๆ เป็นที่แน่นอนแล้ว เมื่อคำนวณเงินเพิ่ม ได้ให้ขอทำความตกลงเรื่องการเงินกับสำนักงบประมาณ