จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างเหมาเอกชนให้บริการแรงงานภายนอกปฏิบัติหน้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกผู้โดยสารทั่วไปและผู้โดยสารที่ต้องการการดูแลพิเศษ (Passengers with Reduced Mobility PRM) รวมถึงสร้างความประทับใจแก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ (Airport Ambassador) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จำนวน ๑ งาน

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 68019539100
฿20,767,065.13 ปีงบ 2568 ประกาศ 11 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์จะจัดจ้างเหมาเอกชนให้บริการแรงงานภายนอก เพื่อปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารทั่วไปและผู้โดยสารที่ต้องการการดูแลพิเศษ (PRM) รวมถึงสร้างความประทับใจแก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ (Airport Ambassador) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) เป็นระยะเวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 ถึง 1 เมษายน 2571 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาพนักงานปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็น 3 ผลัด ผลัดละ 6 คน รวม 18 คน/วัน พนักงานมีหน้าที่ช่วยเหลือผู้โดยสารบริเวณเคาน์เตอร์ตรวจบัตรโดยสาร, ด่านตรวจคนเข้าเมือง, ให้ข้อมูลการใช้บริการ, จัดระเบียบแถว, และปฏิบัติงานอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรและสร้างความประทับใจแก่ผู้โดยสาร ผู้รับจ้างต้องมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดหาอุปกรณ์บันทึกเวลาเข้า-ออกงาน, จัดทำรายงานการทำงาน, กำหนดเครื่องแต่งกายให้พนักงาน, ฝึกอบรมพนักงาน, และปฏิบัติตามข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและการบริการ

English summary

Airports of Thailand Public Company Limited (AOT) is seeking to hire an external workforce to provide services for a period of 3 years at Don Mueang Airport (DMK). The contractor must provide personnel to facilitate and assist general passengers and Passengers with Reduced Mobility (PRM), manage various areas within the passenger terminal, and perform as Airport Ambassadors to create a positive impression on users. The scope of work includes 24-hour service with 18 staff members per day, divided into three shifts. The staff will assist passengers at check-in counters, immigration, provide airport information, manage queues, and perform other tasks to enhance the organization’s image and impress passengers. The contractor is responsible for providing time recording equipment, preparing work reports, determining staff uniforms, training employees, and complying with safety and service-related requirements.

สถานที่ดำเนินการ

ท่าอากาศยานดอนเมือง

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์จัดจ้างเหมาเอกชนให้บริการแรงงานภายนอกปฏิบัติหน้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกผู้โดยสารทั่วไปและผู้โดยสารที่ต้องการการดูแลพิเศษ (Passengers with Reduced Mobility : PRM) รวมถึงสร้างความประทับใจแก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ (Airport Ambassador) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.)

ขอบเขตของงาน

  • ผู้รับจ้างต้องจัดพนักงานปฏิบัติงานอำนวยความสะดวก และให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารทั่วไปและผู้โดยสารที่ต้องการการดูแลพิเศษ (PRM) บริเวณเคาน์เตอร์ตรวจบัตรโดยสาร รวมถึงตามแนวทางการอำนวยความสะดวกที่ ทอท.กำหนด
  • ผู้รับจ้างต้องจัดพนักงานปฏิบัติงานอำนวยความสะดวก และให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารทั่วไปและผู้โดยสารที่ต้องการการดูแลพิเศษ (PRM) บริเวณก่อนถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้งขาเข้าและขาออก รวมถึงตามแนวทางการอำนวยความสะดวกที่ ทอท.กำหนด
  • ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีพนักงานของผู้รับจ้างปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้ควบคุมงานในแต่ละผลัดอย่างน้อย 1 คน เพื่อปฏิบัติหน้าที่ติดต่อประสานงานหน่วยงานภายใน ทดม.และสายการบิน รวมถึงส่วนงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือ กรณีได้รับการร้องขอจากผู้โดยสาร
  • ผู้รับจ้างต้องจัดพนักงานปฏิบัติงานช่วยเหลือ แนะนำ และให้ข้อมูลการใช้บริการท่าอากาศยานภายใต้ขอบเขตของงานจ้างนี้ให้กับผู้โดยสารภายในพื้นที่ปฏิบัติงาน
  • ผู้รับจ้างต้องจัดพนักงานปฏิบัติงานอำนวยความสะดวกและดำเนินการอื่นๆ เพื่อจัดระเบียบการเข้าแถวรอรับการตรวจเอกสารการเดินทาง และจัดระเบียบการเข้าแถวของผู้โดยสารภายในบริเวณพื้นที่เคาน์เตอร์ออกบัตรโดยสาร ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
  • ผู้รับจ้างต้องจัดพนักงานปฏิบัติงานอื่นๆ ที่เป็นการบริการลักษณะเชิงรุก และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรรวมถึงสร้างความประทับใจให้ผู้โดยสารตามที่ ทอท.กำหนด
  • พื้นที่ปฏิบัติงาน: บริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาออกและขาเข้า และบริเวณห้องพักผู้โดยสารส่วนขาออกและขาเข้า ภายในอาคารผู้โดยสาร ณ ทดม., บริเวณพื้นที่สำคัญต่างๆ ที่จัดไว้ให้บริการผู้โดยสารทั่วไปและผู้โดยสารที่ต้องการการดูแลพิเศษ (PRM) ตามแนวทางการอำนวยความสะดวกที่ ทอท.กำหนด, พื้นที่อื่นๆ ตามที่ ทอท.กำหนด
  • การจัดพนักงานเข้าปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง (06:00 - 06:00 น. ของวันถัดไป) จำนวน 18 คน แบ่งเป็น 3 ผลัด:
    • ผลัดที่ 1: 06:00 - 14:00 น. (6 คน: ผู้ปฏิบัติงาน 5, ผู้ควบคุมงาน 1)
    • ผลัดที่ 2: 14:00 - 22:00 น. (6 คน: ผู้ปฏิบัติงาน 5, ผู้ควบคุมงาน 1)
    • ผลัดที่ 3: 22:00 - 06:00 น. (6 คน: ผู้ปฏิบัติงาน 5, ผู้ควบคุมงาน 1)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • พนักงานปฏิบัติงานอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือผู้โดยสาร
  • ผู้ควบคุมงานในแต่ละผลัด
  • พนักงานให้ข้อมูลการใช้บริการท่าอากาศยาน
  • พนักงานจัดระเบียบแถว
  • พนักงานปฏิบัติงานอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดี
  • อุปกรณ์บันทึกเวลาเข้า-ออกงาน
  • รายงานการบันทึกเวลาทำงานของพนักงาน
  • เครื่องแต่งกายพนักงานตามที่ ทอท. กำหนด
  • พนักงานที่ผ่านการทดสอบและได้รับความเห็นชอบจาก ทอท.
  • พนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมตามที่กำหนด
  • เอกสารสำคัญของพนักงาน (ผลสอบ TOEIC, ใบรับรองวุฒิการศึกษา, ประวัติพนักงาน, เอกสารการอบรม)
  • วิทยุสื่อสาร (2 เครื่อง)
  • คอมพิวเตอร์แท็บเล็ต (6 เครื่อง)
  • รายงานข้อขัดข้องและข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงาน
  • รายงานผลการตรวจสอบคุณภาพการให้บริการ (Auditor)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาจ้าง 3 ปี: 1 เมษายน 2568 เวลา 06.00 น. ถึง 1 เมษายน 2571 เวลา 06.00 น.

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
    • ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานที่เกี่ยวข้องกับงานจ้างเหมาให้บริการด้านอำนวยความสะดวกและบริการในการให้ข้อมูลข่าวสารแก่ผู้โดยสารหรือผู้ใช้บริการ และมีระยะเวลาดำเนินงานไม่น้อยกว่า 1 ปี ที่เป็นสัญญาฉบับเดียวนับย้อนหลังจากวันยื่นเสนอราคาไม่เกิน 5 ปี และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ ทอท.เชื่อถือ
  • Standards Compliance: -
  • Experience:
    • มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับงานจ้างเหมาให้บริการด้านอำนวยความสะดวกและบริการในการให้ข้อมูลข่าวสารแก่ผู้โดยสารหรือผู้ใช้บริการ และมีระยะเวลาดำเนินงานไม่น้อยกว่า 1 ปี ที่เป็นสัญญาฉบับเดียวนับย้อนหลังจากวันยื่นเสนอราคาไม่เกิน 5 ปี และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ ทอท.เชื่อถือ
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities:
    • ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์บันทึกเวลาเข้า - ออกงาน ที่สามารถระบุตัวตนและตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล เช่น ใบหน้า หรือ ลายนิ้วมือ เป็นต้น ของพนักงานแต่ละคนได้
    • ผู้รับจ้างต้องจัดหาคอมพิวเตอร์แทปเล็ต ให้แก่พนักงานและผู้ควบคุมงานจำนวน 6 เครื่อง สำหรับค้นคว้าข้อมูลในการให้บริการข้อมูลข่าวสารแก่ผู้โดยสารและผู้มาใช้บริการภายใน ทดม.
  • Personnel:
    • พนักงาน:
      • มีสัญชาติไทย, หากเป็นชายต้องพ้นภาระรับราชการทหาร
      • อายุ 22 – 40 ปี
      • วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี
      • เพศชาย สูงไม่ต่ำกว่า 165 ซม., เพศหญิง สูงไม่ต่ำกว่า 155 ซม.
      • ผ่านการทดสอบ TOEIC ไม่ต่ำกว่า 450 คะแนน (อายุผลสอบไม่เกิน 2 ปี)
      • มีบุคลิกภาพดี, สุภาพเรียบร้อย, มีทัศนคติดี, จิตสำนึกที่ดีต่องานให้บริการ
      • มีประสบการณ์ทำงานด้านการให้บริการ (พิจารณาเป็นพิเศษ)
      • ผ่านการคัดเลือกและได้รับความเห็นชอบจาก ทอท.
    • ผู้ควบคุมงาน:
      • มีสัญชาติไทย, หากเป็นชายต้องพ้นภาระรับราชการทหาร
      • อายุ 29 – 47 ปี
      • วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี
      • เพศชาย สูงไม่ต่ำกว่า 165 ซม., เพศหญิง สูงไม่ต่ำกว่า 155 ซม.
      • ผ่านการทดสอบ TOEIC ไม่ต่ำกว่า 550 คะแนน (อายุผลสอบไม่เกิน 2 ปี)
      • มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานดังกล่าวไม่น้อยกว่า 2 ปี
      • มีบุคลิกภาพดี, สุภาพเรียบร้อย, มีทัศนคติดี, จิตสำนึกที่ดีต่องานให้บริการ
      • ผ่านการคัดเลือกและได้รับความเห็นชอบจาก ทอท.

เกณฑ์การพิจารณา

  • เกณฑ์ราคา (พิจารณาราคารวมทั้งสิ้น)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • คุณสมบัติพนักงาน:
    • ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ (TOEIC)
    • ความสามารถในการสื่อสารภาษาต่างประเทศอื่นๆ (เช่น จีน, เกาหลี, ญี่ปุ่น)
    • สุขภาพแข็งแรง, ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง
    • บุคลิกภาพ, ทัศนคติในการให้บริการ
  • อุปกรณ์:
    • อุปกรณ์บันทึกเวลาเข้า-ออกงาน
    • วิทยุสื่อสาร (2 เครื่อง)
    • คอมพิวเตอร์แท็บเล็ต (6 เครื่อง)
      • CPU: ไม่น้อยกว่า 6 core
      • RAM: ไม่น้อยกว่า 64 GB
      • หน้าจอ: ไม่น้อยกว่า 10 นิ้ว
      • การเชื่อมต่อ: Wifi, Bluetooth 4.2, 4G LTE
      • กล้อง: ด้านหน้าและหลัง ไม่น้อยกว่า 8MP
  • เครื่องแต่งกาย:
    • ชุดสุภาพ, เหมาะสมกับการปฏิบัติงาน, มีป้ายชื่อ
    • ต้องแตกต่างจากเครื่องแบบของเจ้าหน้าที่ ทอท.
    • เสื้อ, กระโปรง/กางเกง, รองเท้า, เครื่องประกอบการแต่งกาย (มีสัญลักษณ์ ทอท.)

เงื่อนไขสัญญา

  • ระยะเวลา: 3 ปี (1 เมษายน 2568 – 1 เมษายน 2571)
  • การจ่ายเงิน: งวดรายเดือน (36 งวด)
  • การปรับราคา:
    • ค่าแรงขั้นต่ำ (ตามประกาศราชการ)
    • ค่าจ้างพนักงาน (ตามที่ ทอท. อนุมัติ)
    • เงินสมทบกองทุนประกันสังคม (ตามกฎหมาย)
    • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ตามกฎหมาย)
  • ค่ากะ: พนักงานที่ทำงานนอกเวลาปกติ (08:00-17:00 น.) ได้รับค่ากะ 8 บาท/ชั่วโมง
  • ค่าเครื่องแบบ: 3,500 บาท/ชุด/ปี
  • บทปรับ: มีบทปรับสำหรับการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ (รายละเอียดใน TOR)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • พนักงานจะต้องผ่านการฝึกอบรมอะไรบ้าง? พนักงานจะต้องผ่านการอบรมความรู้, ขั้นตอน, ระเบียบ, วิธีการให้บริการผู้โดยสาร, การตรวจเอกสารการเดินทาง, ข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการให้บริการ, จิตสำนึกและมารยาทในการให้บริการ (Service Mind), ทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ, และมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน
  • พนักงานต้องแต่งกายอย่างไร? พนักงานจะต้องแต่งกายตามที่ ทอท. กำหนด ซึ่งต้องเป็นชุดสุภาพและแตกต่างจากเครื่องแบบของเจ้าหน้าที่ ทอท.
  • ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไรหากต้องการเปลี่ยนพนักงาน? ผู้รับจ้างต้องส่งพนักงานที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่ามาทดแทน และต้องได้รับความเห็นชอบจาก ทอท.
  • ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์อะไรบ้าง? ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์บันทึกเวลาเข้า-ออกงาน, วิทยุสื่อสาร (2 เครื่อง), และคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต (6 เครื่อง)
  • การประเมินผลงานของผู้รับจ้างทำอย่างไร? ทอท. จะประเมินผลการทำงานของผู้รับจ้างทุกเดือน โดยใช้แบบฟอร์มที่แนบมา
  • มีบทลงโทษอะไรบ้างหากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญา? มีบทปรับตามที่ระบุในเงื่อนไขของสัญญา และอาจมีการบอกเลิกสัญญาหากมีการกระทำผิดร้ายแรง
  • ผู้รับจ้างต้องมีหน้าที่อะไรเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย? ผู้รับจ้างต้องส่งประวัติอาชญากรของพนักงาน, จัดทำบัตรพนักงาน, และปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของ ทอท.
  • ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไรหากพนักงานทำผิด? หากพนักงานไม่ตั้งใจปฏิบัติงาน, มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม, หรือกระทำผิดระเบียบ ผู้รับจ้างต้องเปลี่ยนตัวพนักงาน
  • ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไรหากพนักงานทำผิด? หากพนักงานไม่ตั้งใจปฏิบัติงาน, มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม, หรือกระทำผิดระเบียบ ผู้รับจ้างต้องเปลี่ยนตัวพนักงาน
  • ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไรในกรณีที่รัฐบาลหรือสายการบินมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย? ทอท. และผู้รับจ้างจะเจรจาเพื่อปรับเปลี่ยนงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงนั้น

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกำหนดและรายละเอียดของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) งานจ้างเหมาเอกชนให้บริการแรงงานภายนอกปฏิบัติหน้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกผู้โดยสารทั่วไปและผู้โดยสาร ที่ต้องการการดูแลพิเศษ (Passengers with Reduced Mobility : PRM) รวมถึงสร้างความประทับใจ แก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ (Airport Ambassador) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง 1. วัตถุประสงค์ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์จัดจ้างเหมาเอกชนให้บริการแรงงาน ภายนอกปฏิบัติหน้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกผู้โดยสารทั่วไปและผู้โดยสารที่ต้องการการดูแลพิเศษ (Passengers with Reduced Mobility : PRM) รวมถึงสร้างความประทับใจแก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ (Airport Ambassador) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) จำนวน 1 งาน 2. ระยะเวลาจัดจ้าง ระยะเวลาจ้าง 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 เวลา 06.00 น. ถึงวันที่ 1 เมษายน 2571 เวลา 06.00 น. 3. รายละเอียดและขอบเขตของงาน 3.1 ผู้รับจ้างต้องจัดพนักงานปฏิบัติงานอำนวยความสะดวก และให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารทั่วไปและ ผู้โดยสารที่ต้องการการดูแลพิเศษ (PRM) บริเวณเคาน์เตอร์ตรวจบัตรโดยสาร รวมถึงตามแนวทางการอำนวยความ สะดวกที่ ทอท.กำหนด 3.2 ผู้รับจ้างต้องจัดพนักงานปฏิบัติงานอำนวยความสะดวก และให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารทั่วไปและ ผู้โดยสารที่ต้องการการดูแลพิเศษ (PRM) บริเวณก่อนถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้งขาเข้าและขาออก รวมถึงตาม แนวทางการอำนวยความสะดวกที่ ทอท.กำหนด 3.3 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีพนักงานของผู้รับจ้างปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้ควบคุมงานในแต่ละผลัดอย่างน้อย 1 คน เพื่อปฏิบัติหน้าที่ติดต่อประสานงานหน่วยงานภายใน ทดม.และสายการบิน รวมถึงส่วนงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือ กรณีได้รับการร้องขอจากผู้โดยสาร 3.4 ผู้รับจ้างต้องจัดพนักงานปฏิบัติงานช่วยเหลือ แนะนำ และให้ข้อมูลการใช้บริการท่าอากาศยานภายใต้ ขอบเขตของงานจ้างนี้ให้กับผู้โดยสารภายในพื้นที่ปฏิบัติงาน 3.5 ผู้รับจ้างต้องจัดพนักงานปฏิบัติงานอำนวยความสะดวกและดำเนินการอื่นๆ เพื่อจัดระเบียบการเข้าแถว รอรับการตรวจเอกสารการเดินทาง และจัดระเบียบการเข้าแถวของผู้โดยสารภายในบริเวณพื้นที่เคาน์เตอร์ออกบัตร โดยสาร ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 3.6 ผู้รับจ้างต้องจัดพนักงานปฏิบัติงานอื่นๆ ที่เป็นการบริการลักษณะเชิงรุก และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของ องค์กรรวมถึงสร้างความประทับใจให้ผู้โดยสารตามที่ ทอท.กำหนด 0915501 4. พื้นที่ปฏิบัติ... -2- 4. พื้นที่ปฏิบัติงาน 4.1 บริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาออกและขาเข้า และบริเวณห้องพักผู้โดยสารส่วนขาออกและขาเข้า ภายใน อาคารผู้โดยสาร ณ ทดม. 4.2 บริเวณพื้นที่สำคัญต่างๆ ที่จัดไว้ให้บริการผู้โดยสารทั่วไปและผู้โดยสารที่ต้องการการดูแลพิเศษ (PRM) ตามแนวทางการอำนวยความสะดวกที่ ทอท.กำหนด 4.3 พื้นที่อื่นๆ ตามที่ ทอท.กำหนด 5. การจัดพนักงานของผู้รับจ้างเข้าปฏิบัติงาน 5.1 ผู้รับจ้างต้องจัดพนักงานเข้าปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง ในเวลา 06.00 น. - 06.00 น.ของวันถัดไป จำนวน 18 คน ดังนี้ 5.1.1 ผลัดที่ 1 ปฏิบัติงานตั้งแต่เวลา 06.00 - 14.00 น.จำนวน 6 คน แบ่งเป็นผู้ปฏิบัติงาน 5 คน ผู้ควบคุมงาน 1 คน 5.1.2 ผลัดที่ 2 ปฏิบัติงานตั้งแต่เวลา 14.00 - 22.00 น.จำนวน 6 คน แบ่งเป็นผู้ปฏิบัติงาน 5 คน ผู้ควบคุมงาน 1 คน 5.1.3 ผลัดที่ 3 ปฏิบัติงานตั้งแต่เวลา 22.00 - 06.00 น.จำนวน 6 คน แบ่งเป็นผู้ปฏิบัติงาน 5 คน ผู้ควบคุมงาน 1 คน 5.2 พนักงานของผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานตามสัญญานี้จะปฏิบัติงานต่อเนื่องเกิน 1 ช่วงเวลา (ผลัด) ไม่ได้เว้นแต่ กรณีจำเป็นหรือมีเหตุสุดวิสัย ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากผู้ควบคุมงานของ ทอท.แล้ว โดยจำนวนพนักงานที่ปฏิบัติงาน ต่อเนื่องเกิน 1 ช่วงเวลานั้น จะต้องไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานทั้งหมดต่อผลัด (อนุญาตให้ปฏิบัติงานต่อเนื่อง ไม่เกิน 2 คนต่อผลัด) *ทอท. ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเวลาทำงานโดยจะแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน* 5.3 ในกรณีที่ต้องมีการเปลี่ยนพนักงานของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องส่งพนักงานที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่า มาทดแทน โดยต้องได้รับการเห็นชอบจาก ทอท. และหาก ทอท. พิจารณาแล้วเห็นว่าคุณสมบัติไม่เหมาะสม ผู้รับจ้าง จะต้องจัดส่งพนักงานใหม่มาเปลี่ยนให้คุณสมบัติตรงตามสัญญา -3- 6. คุณสมบัติพนักงานของผู้รับจ้าง 6.1 คุณสมบัติของพนักงาน 6.1.1 เป็นเพศชายหรือหญิง มีสัญชาติไทย หากเป็นชายต้องพ้นภาระรับราชการทหารตาม พ.ร.บ. รับราชการทหารมาแล้ว 6.1.2 มีอายุระหว่าง 22 – 40 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญา 6.1.3 วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ไม่จำกัดสาขา 6.1.4 เพศชาย มีส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 165 ซม. 6.1.5 เพศหญิง มีส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 155 ซม. 6.1.6 ผ่านการทดสอบข้อเขียนภาษาอังกฤษ Test of English for International Communication (TOEIC) โดยมีผลคะแนนไม่ต่ำกว่า 450 คะแนน และผลการสอบข้อเขียนภาษาอังกฤษดังกล่าวต้องไม่เกิน 2 ปี นับจาก วันที่เริ่มสัญญา 6.1.7 มีความสามารถสื่อสารภาษาต่างประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะภาษาจีน เกาหลี และญี่ปุ่น จะเป็นประโยชน์ในการพิจารณา 6.1.8 เป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรง ตาไม่บอดสี ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง หรือโรคที่สังคมรังเกียจ ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ หรือเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง และไม่ทุพพลภาพ โดยต้องมีใบรับรองแพทย์มาแสดง 6.1.9 มีบุคลิกภาพดี สุภาพเรียบร้อย และมีทัศนคติดี จิตสำนึกที่ดีต่องานให้บริการ 6.1.10 มีประสบการณ์ในการทำงานด้านการให้บริการ จะเป็นประโยชน์ในการพิจารณา 6.1.11 พนักงานของผู้รับจ้างต้องผ่านการคัดเลือก และได้รับความเห็นชอบจาก ทอท.ก่อนที่ผู้รับจ้าง จะรับเข้ามาปฏิบัติงาน ณ ทดม. 6.2 คุณสมบัติของผู้ควบคุมงาน 6.2.1 เป็นเพศชายหรือหญิง มีสัญชาติไทย หากเป็นชายต้องพ้นภาระรับราชการทหารตาม พ.ร.บ. รับราชการทหารมาแล้ว 6.2.2 มีอายุระหว่าง 29 – 47 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญา 6.2.3 วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ไม่จำกัดสาขา 6.2.4 เพศชาย มีส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 165 ซม. 6.2.5 เพศหญิง มีส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 155 ซม. 6.2.6 เป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรง ตาไม่บอดสี ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง หรือโรคที่สังคมรังเกียจ ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ หรือเป็นโรคพิษสุราเรื้อรังและไม่ทุพพลภาพ โดยต้องมีใบรับรองแพทย์มาแสดง 6.2.7 มีบุคลิก... -4- 6.2.7 มีบุคลิกดี สุภาพเรียบร้อย และมีทัศนคติดี จิตสำนึกที่ดีต่องานให้บริการ 6.2.8 ผ่านการทดสอบข้อเขียนภาษาอังกฤษ Test of English for International Communication (TOEIC) โดยมีผลคะแนนไม่ต่ำกว่า 550 คะแนน และผลการสอบข้อเขียนภาษาอังกฤษต้องมีอายุไม่เกิน 2 ปี ก่อนวันเริ่มปฏิบัติงาน 6.2.9 มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานดังกล่าวไม่น้อยกว่า 2 ปี 6.2.10 พนักงานของผู้รับจ้างต้องผ่านการคัดเลือก และได้รับความเห็นชอบจาก ทอท.ก่อนที่ผู้รับจ้าง จะรับเข้ามาปฏิบัติงาน ณ ทดม. 7. หน้าที่และเงื่อนไขที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ 7.1 ผู้รับจ้างต้องส่งประวัติ รูปถ่าย และประวัติอาชญากรของพนักงานของผู้รับจ้างทุกคน ให้กองทะเบียน ประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใน 60 วัน นับจากวันเริ่มสัญญา และผู้รับจ้างต้องส่งผลการตรวจ ประวัติอาชญากรดังกล่าวให้ ทอท.ไม่เกิน 7 วันหลังจากได้รับผลตรวจสอบประวัติอาชญากร โดยผู้รับจ้างเป็น ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมด 7.2 จัดทำประวัติพนักงานของผู้รับจ้างโดยมีรูปถ่ายของเจ้าของประวัติส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท.รวมทั้งผู้รับจ้างต้องจัดทำบัตรติดรูปถ่ายให้พนักงานของผู้รับจ้างและพนักงานของผู้รับจ้างต้องติดบัตรตลอดเวลา ขณะปฏิบัติหน้าที่ 7.3 จัดให้พนักงานของผู้รับจ้างบันทึกประวัติลงในแบบฟอร์มที่ ทอท.กำหนดส่งให้ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานดอนเมืองทำการตรวจสอบและแจ้งขอทำบัตรรักษาความปลอดภัยสำหรับบุคคลชนิดถาวรให้แก่พนักงาน ของผู้รับจ้างล่วงหน้าโดยเสียค่าใช้จ่ายตามระเบียบที่ ทอท.กำหนด เพื่อให้พนักงานของผู้รับจ้างมีบัตรรักษาความ ปลอดภัยสำหรับบุคคลชนิดถาวรเป็นหลักฐานแสดงตนในการปฏิบัติงานในพื้นที่เขตหวงห้าม ห้ามผู้รับจ้างเรียกเงิน ค่าใช้จ่ายในการทำบัตรรักษาความปลอดภัยสำหรับบุคคลชนิดถาวรจากพนักงานของผู้รับจ้าง หาก ทอท.ตรวจพบ อาจถือเป็นเหตุในการบอกเลิกสัญญาจ้างได้ และหากพนักงานลาออก ถูกไล่ออกหรือ เปลี่ยนตัวพนักงาน ผู้รับจ้างต้องส่งคืนบัตรรักษาความปลอดภัยสำหรับบุคคลชนิดถาวรให้ ทอท.ทันที พร้อมทั้งมี หนังสือแจ้งให้ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท.ทราบ ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างต้องควบคุมให้พนักงานของ ผู้รับจ้างต้องติดบัตรรักษาความปลอดภัย สำหรับบุคคลชนิดถาวรที่บริเวณหน้าอกเสื้อ เพื่อให้มองเห็นด้านหน้าบัตรชัดเจนห้ามแลกเปลี่ยนบัตรฯ หรือนำบัตรฯให้ บุคคลอื่นใช้ หรือนำบัตรฯ มาใช้นอกเวลาปฏิบัติงานโดยเด็ดขาด กรณีพนักงานของผู้รับจ้างไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่หวงห้ามของ ทอท.ผู้รับจ้างต้องจัดทำบัตรให้พนักงาน ติดแสดงตนขณะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ของ ทอท.โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมด กรณีที่... -5- กรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างลาออกในระหว่างสัญญาจ้างยังไม่สิ้นสุด และจำเป็นต้องนำพนักงานใหม่เข้ามา ทดแทน พนักงานใหม่ดังกล่าวจะต้องทำประวัติตามวรรคแรก และก่อนที่จะให้เข้ามาทำงานในพื้นที่ตามสัญญาจ้าง 7.4 ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์บันทึกเวลาเข้า - ออกงาน ที่สามารถระบุตัวตนและตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ บุคคล เช่น ใบหน้า หรือ ลายนิ้วมือ เป็นต้น ของพนักงานแต่ละคนได้ เข้า 7.5 ผู้รับจ้างต้องควบคุมการปฏิบัติงานของพนักงานของผู้รับจ้าง โดยต้องจัดระบบการควบคุมข้อมูลเวลา ออก ของพนักงานที่ทันสมัยสามารถวัดผลความมีระเบียบวินัยในการเข้าปฏิบัติงานของพนักงานได้ และมีการ แสดงผลเป็นลายลักษณ์อักษร รวมทั้งผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานการบันทึกเวลาทำงานของพนักงานของผู้รับจ้าง ที่เข้าปฏิบัติงาน ส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้ควบคุมงานของ ทอท.ตรวจสอบการเข้าปฏิบัติงานของ พนักงานและเอกสารนี้ ทอท.จะถือเป็นเอกสารในการเบิกจ่ายเงินด้วย อนึ่ง ทอท.สามารถตรวจสอบการปฏิบัติงานของ ผู้รับจ้างได้ตลอดเวลา หากพนักงานไม่มาปฏิบัติงานเป็นไปตามข้อกำหนดนี้ ถือว่าผู้รับจ้างผิดสัญญา และ ทอท.อาจ บอกเลิกสัญญาว่าจ้างได้ 7.6 ทอท.จะกำหนดรูปแบบเครื่องแต่งกาย ให้พนักงานของผู้รับจ้างเอง โดยจะต้องเป็นชุดสุภาพเหมาะสม ต่อการปฏิบัติงาน มีป้ายชื่อแสดงชัดเจน อีกทั้งพนักงานของผู้รับจ้างต้องแต่งกายให้สะอาดเรียบร้อยอยู่เสมอ โดยเครื่องแต่งกายดังกล่าวต้องแตกต่างจากเครื่องแบบของเจ้าหน้าที่ของ ทอท.และต้องได้รับการอนุมัติจาก ทอท.ก่อน ทั้งนี้ชุดเครื่องแบบดังกล่าวจะต้องมีคุณลักษณะอย่างน้อย ดังนี้ 7.6.1 เสื้อมีรูปแบบและสีเป็นไปตามที่ ทอท.กำหนด 7.6.2 กระโปรง หรือกางเกงขายาว ทรงสุภาพ หากเป็นกระโปรงความยาวต้องคลุมเข่า 7.6.3 รองเท้าหนังหรือรองเท้าหุ้มส้น สีสุภาพเข้าชุดกับเครื่องแบบ 7.6.4 ต้องมีเครื่องประกอบการแต่งกายที่มีสัญลักษณ์ของ ทอท. 7.7 ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลกวดขันพนักงานของผู้รับจ้างให้แต่งกายเรียบร้อย หาก ทอท.ตรวจพบการ แต่งกายไม่เรียบร้อย ทอท.มีสิทธิ์ที่จะไม่อนุญาตให้พนักงานผู้นั้นเข้าไปปฏิบัติงานในช่วงเวลานั้นได้ โดยผู้รับจ้างจะต้อง จัดพนักงานมาปฏิบัติงานทดแทนให้ครบจำนวนตามที่กำหนดไว้ในข้อ 5 โดยไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น 7.8 พนักงานของผู้รับจ้างทุกคนต้องผ่านการทดสอบข้อเขียน และการสัมภาษณ์ ความรู้ ทักษะ ทัศนคติในการ ปฏิบัติงานตามสัญญาได้ จาก ทอท. ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ซึ่งหากผลการทดสอบ/สัมภาษณ์ ของพนักงานของ ผู้รับจ้างรายใดไม่ผ่านเกณฑ์ที่ ทอท. กำหนดและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาแล้วเห็นว่าหากพนักงานผู้นั้น ปฏิบัติงานต่อไปอาจเกิดความเสียหายต่อ ทอท. ผู้รับจ้างจะต้องเปลี่ยนตัวพนักงานของผู้รับจ้างรายนั้นให้กับ ทอท. โดยไม่ชักช้า รวมถึงพนักงานใหม่ที่จะปฏิบัติงานตามสัญญาในภายหลังด้วย 7.9 ผู้รับจ้างต้องจัดการฝึกอบรมพนักงานทุกคนที่จะเข้าปฏิบัติงานให้มีความรู้ความสามารถที่จะปฏิบัติงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพโดยอย่างน้อยต้องดำเนินการ ดังนี้ 7.9.1 จัดอบรม... -6- 7.9.1 จัดอบรมเรื่องความรู้, ขั้นตอน, ระเบียบ และวิธีการให้บริการบุคคลที่ต้องการความช่วยเหลือ เป็นพิเศษ รวมถึงวิธีปฏิบัติงานในการตรวจเอกสารการเดินทาง และความรู้เกี่ยวกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการให้บริการ แก่ผู้โดยสาร, ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการ/พิธีการ ตรวจหนังสือเดินทาง และระเบียบปฏิบัติงาน ณ พื้นที่ต่าง ๆ ของ ทดม.ให้กับพนักงานของผู้รับจ้างทุกคนก่อนเข้าปฏิบัติงานตามสัญญา ทั้งนี้ ให้รวมถึงพนักงานใหม่ที่จะปฏิบัติงานตาม สัญญาในภายหลังด้วย โดยที่ ทอท. จะเป็นผู้จัดเตรียมข้อมูล ความรู้ดังกล่าวให้กับผู้รับจ้างเพื่อใช้ในการจัดการอบรม ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเพิ่มเติม ได้ในภายหลัง 7.9.2 จัดทำเอกสารหรือคู่มือการปฏิบัติงานแจกจ่ายให้กับพนักงานผู้ปฏิบัติงานทุกคน 7.9.3 จัดอบรมความรู้เกี่ยวกับจิตสำนึกและมารยาทในการให้บริการที่ดี (Service Mind) และทักษะ การใช้ภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน เพื่อการสื่อสารสำหรับการให้บริการ 7.9.4 จัดอบรมมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน 7.10 ผู้รับจ้างต้องจัดให้พนักงานของผู้รับจ้างทั้งหมดเข้ารับการอบรมแนะนำการปฏิบัติงานตามข้อ 7.9 จากเจ้าหน้าที่ ทอท. โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน 7.11 ผู้รับจ้างต้องจัดส่งเอกสารสำคัญของพนักงานทุกคนที่จะเข้าปฏิบัติงาน เพื่อให้ ทอท.ตรวจสอบหลักฐาน ว่าผู้รับจ้างได้ดำเนินการครบถ้วนตามสัญญา ทั้งนี้ให้รวมถึงกรณีผู้รับจ้างจัดส่งพนักงานใหม่เข้าปฏิบัติงานทดแทน พนักงานที่ปฏิบัติงานอยู่เดิมในภายหลังจากที่ได้เริ่มงานตามสัญญาแล้วด้วยตามรายการดังต่อไปนี้ 7.11.1 เอกสารแสดงผลสอบภาษาอังกฤษ Test of English for International Communication (TOEIC) โดยผลการทดสอบต้องไม่เกิน 2 ปี นับย้อนหลังจากวันเริ่มปฏิบัติงาน 7.11.2 เอกสารใบรับรองผลการศึกษา (Transcript) และ/หรือ ใบรับรองวุฒิการศึกษา ที่แสดงว่าเป็น ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า 7.11.3 ประวัติพนักงานติดรูปถ่ายโดยแนบสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านที่มีการรับรอง 7.11.4 เอกสารหลักฐานการผ่านการอบรมความรู้เกี่ยวกับงานให้บริการข้อมูลข่าวสาร รวมถึงความรู้ เกี่ยวกับข้อมูล กระบวนการ/พิธีการ ตรวจหนังสือเดินทาง และระเบียบปฏิบัติงาน ณ พื้นที่ต่าง ๆ ของ ทดม.ตามข้อ 7.9.1 7.11.5 เอกสารหลักฐานการผ่านการอบรมความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน 7.11.6 ใบรับรองแพทย์จากแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพทางการแพทย์มาแสดง เพื่อแสดงว่าพนักงาน ของผู้รับจ้างเป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรงไม่เป็นผู้ทุพพลภาพ ไร้ความสามารถจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ และปราศจากโรค ที่สังคมรังเกียจเหล่านี้ คือ วัณโรคระยะอันตราย โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคมโรคติด ยาเสพติดให้โทษ และโรคพิษสุราเรื้อรัง โดยวันที่ตรวจร่างกายที่ระบุในใบรับรองแพทย์ดังกล่าวจะต้องไม่เกิน 6 เดือน นับย้อนหลังจากวันที่เข้าปฏิบัติงาน 7.11.7 เอกสาร... -7- 7.11.7 เอกสารแสดงประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้านการให้บริการไม่น้อยกว่า 2 ปี (เฉพาะตำแหน่ง ผู้ควบคุมงาน) 7.12 ผู้รับจ้างต้องยึดถือและปฏิบัติตามแนวทางการอำนวยความสะดวก และบริการให้ข้อมูลข่าวสาร แก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการตามที่ ทอท.กำหนดโดยเคร่งครัดและการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างต้องไม่ส่งผลกระทบหรือ รบกวนต่อการใช้บริการท่าอากาศยานตามปกติของผู้โดยสารหรือผู้ใช้บริการของ ทอท. 7.13 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งของ ทอท.โดยเคร่งครัด และก่อนส่งพนักงานของ ผู้รับจ้างไปปฏิบัติงานต้องทำการอบรมชี้แจงให้พนักงานทราบถึง คำสั่ง ระเบียบ ข้อบังคับของ ทอท.ตลอดจนวิธีการ ปฏิบัติต่างๆ จนเข้าใจและสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี 7.14 ผู้รับจ้างต้องกำหนดให้พนักงานของผู้รับจ้าง จัดทำแบบบันทึกรายงาน เพื่อรายงานข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะต่างๆ ในการปฏิบัติงานและส่งให้ ทอท.เป็นข้อมูลในการดำเนินการต่อไป การไม่จัดทำรายงาน ดังกล่าว หาก ทอท.เกิดความเสียหาย ทอท.สามารถบอกเลิกสัญญาจ้างได้ 7.15 ผู้รับจ้างต้องเช่าวิทยุสื่อสาร จำนวน 2 เครื่อง เพื่อใช้ในการตรวจสอบและติดต่อประสานงานตลอด 24 ชม.โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย และต้องดำเนินการภายใน 7 วัน หลังจากลงนามในสัญญา พร้อมกันนี้เพื่อให้ การติดต่อประสานกับ ทอท.ด้วยวิทยุสื่อสาร ผู้รับจ้างต้องทำหนังสือผ่านประธานกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท.ถึง ฝ่ายไฟฟ้าและเครื่องกล ท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อขออนุญาตใช้ช่องสัญญาณสื่อสาร หากผู้รับจ้างไม่ได้ดำเนินการจนเป็นเหตุให้ไม่มีวิทยุสื่อสารใช้งาน ผู้รับจ้างยินยอมให้ ทอท.ปรับเป็นเงิน เครื่องละ 3,000.- บาท ต่อเดือน ในกรณีที่ ทอท.ไม่สามารถจัดหาวิทยุสื่อสารมาให้ผู้รับจ้างได้ ผู้รับจ้างยินยอมให้ ทอท.ลดเงินค่าจ้างลง เครื่องละ 3,210.- บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ต่อเดือน 7.16 ในกรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างพบกระเป๋า หีบห่อ หรือสิ่งของซึ่งถูกทิ้งไว้ในพื้นที่รับผิดชอบเป็นเวลานาน โดยไม่ทราบผู้เป็นเจ้าของ ห้ามแตะต้องหรือเคลื่อนย้ายหรือนำไปเป็นสมบัติส่วนตนโดยเด็ดขาด ให้แจ้งผู้ควบคุมงาน หรือพนักงานของ ทอท.ที่อยู่ใกล้ที่สุด เพื่อตรวจสอบตามมาตรการการรักษาความปลอดภัย 7.17 ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีการตรวจสอบคุณภาพการให้บริการ (Auditor) ของพนักงาน โดยให้มี การตรวจสอบตามพื้นที่ปฏิบัติงานของพนักงานให้ครบทุกผลัด ได้แก่ ผลัดที่ 1 เวลา 06.00 – 14.00 น. ผลัดที่ 2 เวลา 14.00 – 22.00 น.และผลัดที่ 3 เวลา 22.00 – 06.00 น.อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และสรุปรายงานผลการ ตรวจสอบให้กับ ทอท.ทราบเป็นรายเดือน 7.18 ผู้รับจ้างต้องควบคุมพนักงานของผู้รับจ้างให้ปฏิบัติงานตามสัญญาโดยใช้กิริยา วาจา ที่สุภาพ อ่อนน้อม ในขณะปฏิบัติงานตลอดเวลา และให้งดเว้นการกระทำต่อไปนี้ โดยเด็ดขาด คือ 7.18.1 ห้ามรับประทานของขบเคี้ยว สูบบุหรี่ ดื่มสุรา หรือสิ่งมึนเมา 7.18.2 ห้ามพูดคุย เล่นหยอกล้อ ร้องเพลง หรือส่งเสียงดัง 7.18.3 ห้ามนั่ง หรือพักผ่อนด้วยอาการไม่สุภาพ หรือไม่เหมาะสมในพื้นที่ปฏิบัติงานโดยเด็ดขาด 7.18.4 ห้ามอ่านหนังสืออ่านเล่น หรือหนังสือใดๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติงาน 7.18.5 ห้ามวางสิ่งของเครื่องใช้รวมถึงขวดน้ำดื่มและอาหารต่าง ๆ ในพื้นที่ปฏิบัติงาน 7.18.6 ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในการติดต่อภารกิจส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นการโทร หรือการส่งข้อความ ใด ๆ ภายในพื้นที่ให้บริการ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีผู้โดยสารคับคั่ง ยกเว้นเป็นการปฏิบัติงานตามสัญญา หรือมีกรณี จำเป็นในภารกิจของการทำงาน 7.18.7 ห้ามละทิ้งหน้าที่ที่ ทอท. มอบหมาย หากมีความจำเป็นจะต้องแจ้งและได้รับอนุญาตจาก ผู้ควบคุมงาน หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุมงานของ ทอท. ก่อน 7.19 ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้จัดหาคอมพิวเตอร์แทปเล็ต ให้แก่พนักงานและผู้ควบคุมงานจำนวน 6 เครื่อง สำหรับ ค้นคว้าข้อมูลในการให้บริการข้อมูลข่าวสารแก่ผู้โดยสารและผู้มาใช้บริการภายใน ทดม.โดยคอมพิวเตอร์แทปเล็ตที่ ผู้รับจ้างจัดหาต้องมีคุณลักษณะพื้นฐานดังนี้ 7.19.1 มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ไม่น้อยกว่า 6 แกนหลัก (6 core) 7.19.2 มีหน่วยความจำขนาดไม่น้อยกว่า 64 GB 7.19.3 มีหน้าจอสัมผัสขนาดไม่น้อยกว่า 10 นิ้ว 7.19.4 สามารถเชื่อมต่อด้วยข้อมูล Wifi และ Bluetooth 4.2 รวมถึง 4G LTE 7.19.5 มีกล้องด้านหน้าและด้านหลังความละเอียดไม่น้อยกว่า 8 Megapixel 7.20 ผู้รับจ้างต้องยึดถือและปฏิบัติตามแนวทางในการให้บริการและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้โดยสารและ ผู้ใช้บริการตามที่ ทอท.กำหนดโดยเคร่งครัด 7.21 ผู้รับจ้างต้องควบคุม ดูแลมิให้พนักงานของผู้รับจ้างเข้าไปในพื้นที่เขตหวงห้ามที่ ทอท. มิได้อนุญาต เป็นอันขาด 7.22 ผู้รับจ้างต้องสำรวจตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับกระบวนการเดินทางของผู้โดยสารในพื้นที่ ปฏิบัติงานและพื้นที่ใกล้เคียงและรายงานให้ ทอท. ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร หรือผ่านช่องทางการสื่อสารอื่น ๆ ในแต่ละช่วงเวลา และวิธีการที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุแจ้งให้ทราบ 7.23 ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือจัดส่งพนักงานของผู้รับจ้างเข้ารับการอบรม/สัมมนา ตามแผนปฏิบัติการด้าน การให้บริการหรือด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องของ ทอท. เมื่อได้รับการร้องขอ 8. ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง -9- 8.1 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง และปฏิบัติต่อพนักงานของผู้รับจ้างให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงาน ทั้งที่ บัญญัติไว้ในปัจจุบันหรือที่จะใช้บังคับในโอกาสต่อไปรวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่กำหนดไว้ หรือที่จะใช้บังคับในโอกาส ต่อไปที่รัฐพึงมีให้แก่ลูกจ้าง สำหรับงานใดที่จำเป็นต้องใช้แรงงานต่างด้าว ผู้รับจ้างต้องแจ้งรายชื่อให้ทอท.ทราบ และผู้รับจ้างต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงานต่างด้าว 8.2 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม โดยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เองทั้งหมด 8.3 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน อย่างเคร่งครัด ตลอดระยะเวลาที่มีการปฏิบัติงาน 8.4 พนักงานของผู้รับจ้างต้องไม่ติดสารเสพติดทุกชนิด ทั้งนี้ ทอท.มีสิทธิสุ่มตรวจสารเสพติดพนักงานของ ผู้รับจ้างได้ทุกคนตลอดเวลาสัญญาจ้าง โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจ 8.5 ในกรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน วัสดุ อุปกรณ์ของ ทอท.หรือผู้ใช้บริการ ของ ทอท.ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นให้กับ ทอท.หรือผู้ใช้บริการของ ทอท.ทั้งหมด เว้นแต่ กรณีเป็นเหตุสุดวิสัย 8.6 ในกรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างกระทำการละเมิดต่อ ทอท.หรือเจ้าหน้าที่ของ ทอท.หรือผู้โดยสาร หรือ ผู้ใช้บริการของ ทอท.อันเกี่ยวกับงานจ้างนี้ ไม่ว่าจะกระทำเอง หรือร่วมกับผู้อื่น ผู้รับจ้างต้องยินยอมชดใช้ค่าเสียหาย ที่เกิดขึ้นทั้งหมดทันที 8.7 ในกรณีที่ผู้รับจ้างกระทำหรืองดเว้นการกระทำการใดๆ อันเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามสัญญา ข้อหนึ่งข้อใดก็ดี และ ทอท.ได้แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว แต่ผู้รับจ้างไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง ตามสัญญาภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งจาก ทอท.หรือกรณีที่ผู้รับจ้างตกเป็นบุคคลล้มละลายทอท.มีสิทธิบอก เลิกสัญญาได้ทันทีโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และ ทอท.มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้ด้วยเมื่อผู้รับจ้างได้รับทราบ การบอกเลิกสัญญาแล้ว ผู้รับจ้างยินยอมให้ถือว่าสัญญานี้เป็นอันระงับสิ้นสุดโดยทันที 8.8 ถ้าพนักงานของผู้รับจ้างคนใดไม่ตั้งใจหรือขาดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน หรือมีอาการมึนเมาขณะ ปฏิบัติงานอันเนื่องจากได้ดื่มสุราก่อนหรือขณะปฏิบัติงาน หลบเลี่ยงหรือละทิ้งงาน ขัดคำสั่ง หรือฝ่าฝืนระเบียบของ ทอท.แสดงกิริยาไม่สุภาพต่อผู้มาใช้บริการของ ทอท.และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน หรือกระด้างกระเดื่อง ต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ควบคุมงานของ ทอท.หรือปฏิบัติงานนอกเหนือจากหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย หรือกระทำการอื่นใด เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตนหรือผู้อื่น รับงานหรือรับจ้างผู้อื่น มีพฤติการณ์อันส่อไปในทาง ทุจริต รวมทั้งประพฤติตนอันอาจก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อชื่อเสียงของ ทอท. เช่น กระทำการขโมยสิ่งของ หรือรับ สินบนหรือเจตนากระทำความผิดทำให้เกิดความไม่สะดวกต่อการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่และผู้ใช้บริการสนามบิน นอนหลับที่พื้นที่ปฏิบัติงาน รวมถึงรับประทานอาหารในบริเวณที่ไม่เหมาะสม เมื่อ ทอท.ได้แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็น ลายลักษณ์อักษรแล้ว ผู้รับจ้างจะส่งพนักงานผู้นั้นเข้าปฏิบัติงานอีกไม่ได้ ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาพนักงานมา ปฏิบัติงานทดแทน ให้ครบจำนวนที่กำหนดไว้ โดยไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ทั้งสิ้นจาก ทอท. หากพนักงาน... 8.9 ผู้รับจ้างจะไม่เอางานทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของงานนี้ไปให้ผู้อื่นรับจ้างช่วงต่ออีกทอดหนึ่งโดยมิได้รับ อนุญาตเป็นหนังสือจาก ทอท.ในกรณีที่ ทอท.อนุญาตให้ผู้รับจ้างดำเนินการจ้างช่วงได้ ผู้รับจ้างยังคงต้องรับผิดชอบ งานที่ให้ช่วงไปนั้นทุกประการ 8.10 ในกรณีที่พนักงานเข้าปฏิบัติงานไม่ครบตามจำนวนที่กำหนดในแต่ละช่วงเวลา ตามข้อ 5 ผู้รับจ้างยินยอม ให้ ทอท.ลดค่าจ้างลงตามจำนวนค่าจ้างรายวันของพนักงาน และปรับในอัตราดังต่อไปนี้ บอกล่วงหน้า 8.10.1 ตำแหน่งผู้ควบคุมงาน จำนวน 5,000.- บาทต่อคนในแต่ละช่วงเวลา 8.10.2 ตำแหน่งผู้ปฏิบัติงาน จำนวน 3,000.- บาทต่อคนในแต่ละช่วงเวลา ทั้งนี้ ทอท.มีอำนาจที่จะยึดและหักเอาจากเงินค่าจ้างประจำงวดที่ ทอท.ต้องจ่ายให้แก่ผู้รับจ้างโดยมิต้อง 8.11 การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างต้องไม่กระทบกระเทือน หรือรบกวนต่อผู้ใช้บริการของ ทอท. และต้อง ควบคุมดูแลมิให้เจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้าง เข้าไปในพื้นที่เขตหวงห้ามที่ ทอท.มิได้อนุญาตเป็นอันขาด 8.12 ในกรณีผู้รับจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้างหรือค่าทดแทนอื่นใดแก่พนักงานของผู้รับจ้าง ทอท.มีสิทธิเอาเงินค่าจ้าง ที่จะต้องจ่ายแก่ผู้รับจ้างมาจ่ายให้แก่พนักงานของผู้รับจ้างได้ และให้ถือว่า ทอท.ได้จ่ายเงินจำนวนนั้นเป็นค่าจ้างให้แก่ ผู้รับจ้างตามสัญญาแล้ว และ ทอท.อาจถือเป็นสาเหตุบอกเลิกสัญญาได้ด้วย 8.13 พนักงานที่ผู้รับจ้างจัดเข้ามาปฏิบัติงานต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญงาน มีคุณสมบัติตามที่กำหนดและผ่าน การอบรมความรู้ในงานที่จะได้รับมอบหมายซึ่งผู้รับจ้างต้องจ่ายเงินค่าจ้างและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้กับพนักงานของผู้ รับจ้างในอัตราไม่ต่ำกว่าที่เสนอราคาไว้กับทอท.และห้ามรับเงินกินเปล่าหรือเงินค่านายหน้าในการรับพนักงานเข้ามา ปฏิบัติงาน หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ข้างต้น ผู้รับจ้างยินยอมให้ ทอท.ปรับในอัตราสามสิบ (30) เท่าของ จำนวนค่าจ้างรายวันของพนักงานต่อ 1 ครั้ง/คน ที่ตรวจพบ และ ทอท.อาจถือเป็นสาเหตุบอกเลิกสัญญาได้ด้วย 8.14 ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลให้พนักงานปฏิบัติงานด้วยความเรียบร้อย หากพนักงานของผู้รับจ้างก่อ ความวุ่นวายนัดหยุดงาน หรือกระทำการอันเป็นเหตุให้ทอท.เสื่อมเสียชื่อเสียง ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้ ทอท.ปรับตาม อัตรา 100,000.- บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) ต่อครั้งที่ตรวจพบ และ ทอท.มีสิทธิ์เรียกค่าเสียหายเพิ่มเติม รวมทั้ง ทอท. อาจถือเป็นสาเหตุในการบอกเลิกสัญญาได้อีกด้วย 8.15 ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลตรวจสอบให้พนักงานของผู้รับจ้างส่งคืนบัตรรักษาความปลอดภัยสำหรับบุคคล ให้กับผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างเก็บรักษาไว้ตามเงื่อนไข หาก ทอท.ตรวจพบผู้รับจ้างยินยอมให้ ทอท.ปรับในอัตรา ครั้งละ 2,000.- บาท (สองพันบาทถ้วน) ต่อครั้งที่ตรวจพบ รวมทั้ง ทอท.มีสิทธิที่จะไม่อนุญาตให้พนักงานที่ไม่ส่งคืน บัตรผู้นั้นเข้าไปปฏิบัติงานอีกต่อไปได้ 8.16 ผู้รับจ้าง... -11- 8.16 ผู้รับจ้างต้องควบคุมการดูแลใช้งานระบบสารสนเทศที่ ทอท.อนุญาตให้ใช้งานตามนโยบายความมั่นคง ปลอดภัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศตามที่ ทอท.กำหนด และตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 8.17 ในกรณีที่ ทอท.ตรวจพบว่าผู้รับจ้างส่งพนักงานที่มีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ 6 ผู้รับจ้างยินยอมให้ ทอท.ปรับในอัตราคนละ 30 (สามสิบ) เท่าของจำนวนเงินค่าจ้างรายวันของพนักงานต่อ 1 ครั้งที่ตรวจพบ 8.18 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุและความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการทำงานของผู้รับจ้างเอง ทุกกรณี 8.19 ในกรณีพนักงานของผู้รับจ้างมาปฏิบัติงานสายเกินกว่าเวลาที่ ทอท.ระบุในสัญญา ผู้รับจ้างยินยอมให้ ทอท.ปรับตามอัตราค่าจ้างจากจำนวนค่าจ้างต่อคน ที่ผู้รับจ้างเสนอราคาไว้ 5 (ห้า) เท่าของค่าจ้างรายวัน คิดเฉลี่ยเป็น นาทีที่พนักงานของผู้รับจ้างมาปฏิบัติงานสาย 8.20 ผู้รับจ้างต้องคอยดูแล และกวดขันพนักงานของผู้รับจ้างให้ปฏิบัติตามคำสั่ง และแนวทางการปฏิบัติ หน้าที่ตามที่ ทอท.กำหนด รวมถึงศึกษาข้อมูลการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ ที่ ทอท.ส่งมอบให้ พร้อมทั้งปฏิบัติต่อ ผู้ใช้บริการด้วยกิริยามารยาทสุภาพเรียบร้อย 8.21 ผู้รับจ้างต้องจัดอบรมความรู้เกี่ยวกับมารยาทในการให้บริการ (Service Mind) หรือภาษาสำหรับ การให้บริการ โดยผู้รับจ้างต้องเน้นให้พนักงานมีความกระตือรือร้น และตระหนักในความสำคัญของงานบริการ โดยต้องจัดฝึกอบรมอย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี และรายงานผลการฝึกอบรมให้ผู้ว่าจ้างทราบด้วย ทั้งนี้ ทอท.มีอำนาจที่จะ ยึดและหักเอาจากเงินค่าจ้างประจำงวดที่ ทอท.ต้องจ่ายให้แก่ผู้รับจ้าง โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า 8.22 กรณีผู้รับจ้างไม่ดำเนินการตามข้อ 7.22 ผู้รับจ้างยินยอมให้ ทอท.ปรับในอัตราครั้งละ 1,000.- บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน) 9. บทปรับ ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติงานให้เป็นไปตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย หรือผิดเงื่อนไข ผู้รับจ้างจะต้องชำระ ค่าปรับตามที่ได้ระบุไว้แล้วในเงื่อนไขของสัญญานี้ และให้รวมถึงการกระทำหรือการปฏิบัติผิดเงื่อนไขสัญญาของ ผู้รับจ้างหรือพนักงานของผู้รับจ้างซึ่งผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับให้แก่ ทอท. ตามรายละเอียดการกระทำผิดหรือการ ปฏิบัติไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญาและค่าปรับ ตามผนวก ก. 10. เงื่อนไขเพิ่มเติม 10.1 ในระหว่างอายุสัญญาหากรัฐบาลมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายในการใช้ท่าอากาศยานดอนเมืองหรือบริษัท สายการบินมีการปรับเปลี่ยนเที่ยวบิน และมีผลกระทบกับงานจ้างนี้ ทอท.และผู้รับจ้างตกลงที่จะเจรจาเพิ่มหรือลด หรือยกเลิกงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงนั้น 10.2 ผู้รับจ้าง... -12- 10.2 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตาม “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้างในส่วน ที่เกี่ยวข้อง” ตามผนวก ข. 10.3 ในกรณีที่ ทอท.มีการกำหนดหน้าที่และข้อปฏิบัติเพิ่มเติมอันเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานได้อย่าง สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามหน้าที่และข้อปฏิบัติที่ ทอท.กำหนด 10.4 ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ ทอท.ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 11. เงื่อนไขตามแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) 11.1 ในกรณี ทอท.ประกาศใช้แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan : BCP) และย้ายไปปฏิบัติงาน ณ สถานที่ปฏิบัติงานสำรองตามที่กำหนดไว้ในแผน BCP ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือในการส่ง พนักงานของผู้รับจ้างไปปฏิบัติงานในสถานที่ปฏิบัติงานสำรองด้วยความรวดเร็วภายในเวลาและตามจำนวนที่ ทอท. กำหนด 11.2 ในกรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างไปปฏิบัติงาน ณ สถานที่ปฏิบัติงานสำรองตามแผน BCP ทอท.จะชำระ เงินค่าจ้างให้ตามจำนวนของพนักงานของผู้รับจ้างที่ได้เข้าปฏิบัติงานตามความเป็นจริง 12. การจ่ายเงินค่าจ้าง 12.1 ทอท.จะจ่ายเงินค่าจ้างให้ผู้รับจ้างเป็นงวดๆ เป็นรายเดือน จำนวน 36 งวด เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการใน แต่ละงวดแล้วเสร็จ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท.ได้ตรวจรับงานไว้เรียบร้อยแล้ว 12.2 อัตราค่าจ้างที่ผู้รับจ้างได้เสนอราคาไว้ต้องยืนราคาเดิมไปตลอดจนครบอายุสัญญา ผู้รับจ้างจะอ้าง เหตุใดๆ มาขอปรับราคาค่าจ้างเพิ่มไม่ได้ ยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้ 12.2.1 ในกรณีที่ทางราชการประกาศเพิ่มค่าแรงงานขั้นต่ำ ทอท.จะปรับเพิ่มค่าจ้างให้กับพนักงาน ที่จ้างด้วยอัตราค่าแรงงานขั้นต่ำ โดยปรับเพิ่มเฉพาะค่าจ้างแรงงาน เงินประกันสังคมและภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น 12.2.2 ในกรณีที่ ทอท.อนุมัติให้ปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างที่ ทอท.กำหนดในการจ้างเอกชน ทอท.จะปรับ เพิ่มค่าจ้างให้กับพนักงานที่จ้างด้วยอัตราค่าจ้างดังกล่าวโดยปรับเพิ่มเฉพาะค่าจ้างแรงงานเงินประกันสังคมและ ภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น 12.2.3 ในกรณีที่มีการเพิ่มอัตราการออกเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมตามกฎหมาย ทอท. และผู้รับจ้างตกลงที่จะเพิ่มอัตราการออกเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมในงานจ้างนี้ ให้เป็นไปตามอัตราที่กฎหมาย กำหนดและภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น 12.2.4 ในกรณีที่มีการเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย ทอท.และผู้รับจ้างตกลงที่จะเพิ่มอัตรา ภาษีมูลค่าเพิ่มในงานจ้างนี้ให้เป็นตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ทอท.และผู้รับจ้างจะได้มีการแก้ไขสัญญาระหว่างกันเพื่อเปลี่ยนแปลงวงเงินค่าจ้างให้ สอดคล้องกับจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว 12.3 ในกรณี... -13- 12.3 ในกรณีที่มีการลดหย่อนการออกเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมตามกฎหมาย หรือลดอัตรา ภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายจากที่ผู้รับจ้างได้เสนอราคาไว้กับทอท. ทอท.และผู้รับจ้างตกลงที่จะลดค่าจ้างในส่วนของ เงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม หรือภาษีมูลค่าเพิ่มให้สอดคล้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ การลดเงินค่าจ้างดังกล่าว ผู้รับจ้างตกลงยินยอมให้ ทอท.หักเอาจากเงินค่าจ้างที่จะจ่ายให้แก่ผู้รับจ้าง 12.4 ทอท.ตกลงจ่ายเงินค่าจ้างทำงานเป็นกะให้กับพนักงานของผู้รับจ้างที่มีชั่วโมงการทำงานไม่อยู่ในช่วง ชั่วโมงปกติ (08.00 น. 17.00 น.) ในอัตราชั่วโมงละ 8.-บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ตามจำนวนพนักงานที่ ปฏิบัติงานจริงในช่วงเวลานั้น โดยให้ผู้รับจ้างทำการเบิกจ่ายพร้อมกับเงินค่าจ้างรายเดือน ทั้งนี้ หาก ทอท.ปรับเพิ่มค่ากะ ทอท.จะปรับเพิ่มค่ากะให้กับพนักงานของผู้รับจ้างด้วยค่ากะที่ปรับ เพิ่มขึ้นโดยปรับเพิ่มเฉพาะค่ากะ และเงินภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น 12.5 ทอท.จะจ่ายเงินค่าเครื่องแบบให้กับพนักงานของผู้รับจ้าง จำนวน 1 ชุดต่อคน/ปี เป็นจำนวนเงินชุดละ 3,500.- บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) 13. เกณฑ์การตรวจรับงาน 13.1 เอกสารการลงเวลาทำงานของพนักงานของผู้รับจ้าง ตามที่กำหนดในข้อ 7.5 13.2 รายงานผลการปฏิบัติงาน ตามที่กำหนดในข้อ 7.14 13.3 ผู้รับจ้างต้องแสดงเอกสารการเช่าวิทยุสื่อสารจาก ทอท. เช่น ใบแจ้งหนี้หรือสำเนาใบเสร็จรับเงิน ฯลฯ เพื่อประกอบการเบิกจ่ายในแต่ละงวด 14. การประเมินผลงาน ในการปฏิบัติงาน ทอท.จะประเมินผลการทำงานของผู้รับจ้างทุกเดือนตามแบบฟอร์ม ผนวก ค. ที่แนบโดย ผลการประเมินจะมีผลต่อการพิจารณายกเลิกสัญญา ตามรายละเอียดดังนี้ หากระดับผลงานข้อใดข้อหนึ่งที่มีค่าความสำคัญ 4 - 5 อยู่ในระดับปรับปรุง (คะแนน 0 - 4 คะแนน) ติดต่อกัน 2 เดือน ทอท.จะพิจารณายกเลิกสัญญา หากสรุปคะแนนประเมินที่ผู้รับจ้างได้รับทั้งสิ้นในแต่ละเดือนต่ำกว่า 5 คะแนนติดต่อกัน 2 เดือน ทอท. จะพิจารณายกเลิกสัญญา 15. นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งต้องปฏิบัติตามประกาศ ทอท. เรื่อง นโยบายการคุ้มครองส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy) และแนวปฏิบัติสำหรับการดำเนินการ ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.ที่กำหนดไว้ตลอดจนคำสั่ง ประกาศ หรือเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ออกโดย ทอท. ซึ่ง ทอท.จะได้แจ้งให้ทราบต่อไปอย่างเคร่งครัด -14- ผู้รับจ้างสามารถศึกษารายละเอียดของประกาศและแนวปฏิบัติฯ ดังกล่าวได้ที่ https://www.airportthai.co.th >เกี่ยวกับ ทอท.>กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ ทอท.>ประกาศบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เรื่องนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy) 16. นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท. 16.1 คู่ค้าต้องสนับสนุนนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท.ที่กำหนดให้บุคลากรทุกคนของ ทอท. ต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม และต้องปฏิบัติตามนโยบาย ต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท.อย่างเคร่งครัด 16.2 ห้ามมิให้ผู้เสนอราคาคู่ค้าให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด รวมถึงจ่ายค่าบริการต้อนรับและ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้แก่บุคลากรของ ทอท. 17. การดำเนินการตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. คู่ค้าต้องลงนามรับทราบในเอกสารแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.(AOT Supplier Sustainable Code of Conduct) ตามรายละเอียดแนบท้าย พร้อมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าวเพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท.มีการดำเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลอาชีวอนามัย และคำนึงถึงความปลอดภัยของ ลูกจ้าง รวมถึงการดำเนินงานที่อันซึ่งจะส่งผลกระทบถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องผ่านการกำกับดูแล กิจการ ทั้งด้านเศรษฐกิจสังคม และสิ่งแวดล้อม 18. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา 18.1 ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย 18.2 ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานที่เกี่ยวข้องกับงานจ้างเหมาให้บริการด้านอำนวยความสะดวกและบริการในการ ให้ข้อมูลข่าวสารแก่ผู้โดยสารหรือผู้ใช้บริการ และมีระยะเวลาดำเนินงานไม่น้อยกว่า 1 ปี ที่เป็นสัญญาฉบับเดียวนับ ย้อนหลังจากวันยื่นเสนอราคาไม่เกิน 5 ปี และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ ทอท. เชื่อถือ -15- 19. เงื่อนไขที่ผู้เสนอราคาต้องปฏิบัติในการยื่นเสนอราคา ผู้เสนอราคาต้องส่งหนังสือรับรองผลงานที่เกี่ยวข้องกับงานจ้างเหมาให้บริการด้านอำนวยความสะดวกและ บริการในการให้ข้อมูลข่าวสารแก่ผู้โดยสารหรือผู้ใช้บริการ และมีระยะเวลาดำเนินงานไม่น้อยกว่า 1 ปี ที่เป็นสัญญา ฉบับเดียวนับย้อนหลังจากวันยื่นเสนอราคาไม่เกิน 5 ปี และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงาน เอกชนที่ ทอท.เชื่อถือ กรณีหนังสือรับรองผลงานที่ผู้เสนอราคานำมาแสดงเป็นงานที่ออกโดยหน่วยงานเอกชน ผู้รับรอง ต้องเป็นผู้มีอำนาจของหน่วยงานเอกชนนั้น พร้อมทั้งประทับตราหน่วยงาน (ถ้ามี) และต้องแนบสำเนาสัญญา และสำเนาหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายของสัญญาที่เสนอมาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย 20. หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้เสนอราคา ทอท.พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น ผู้ออกข้อกำหนดและรายละเอียด (นางสาวจารุภัสสร์ บุญมา) จทส.บกอ.6 สบผ.ฝทอ.ทดม. (นางสาวอรวรรณ พงษ์จินดา) จทส.บกอ.6 สบผ.ฝทอ.ทดม. (นาย ปฏิพนธ์ สระแก้ว) จทส.บกอ.5 สบผ.ฝทอ.ทดม. ข้าพเจ้า สัญญาเลขที่. แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct) โดย.. มีสำนักงาน/ภูมิลำเนาตั้งอยู่ ณ ซึ่งเป็นคู่สัญญากับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ตามสัญญาเลขที่. ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “คู่ค้าของ ทอท.” ได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.รายละเอียดดังนี้ บทนำ ทอท.มีความมุ่งมั่นต่อการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกกระบวนการ ดังนั้น “แนวทางการปฏิบัติ อย่าง ยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.” จึงได้ถูกกำหนดขึ้น โดยพิจารณาเนื้อหาและขอบเขตให้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดและ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. ดำเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของลูกจ้าง คำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงาน ผ่านการกำกับดูแลกิจการและแนวปฏิบัติที่ดี ดังนี้ มิติเศรษฐกิจ - การกำกับดูแลกิจการที่ดี 1. การปฏิบัติตนตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และความซื่อสัตย์สุจริต: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดำเนินธุรกิจอย่าง เคารพกฎหมายของประเทศและระเบียบข้อบังคับของ ทอท.อย่างเคร่งครัด และดำเนินธุรกิจตามหลักจริยธรรม โดยปราศจากการติดสินบน หรือทุจริตในทุกรูปแบบ หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย 2. การรักษาความลับ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเก็บรักษาข้อมูลและป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับ ของ ทอท. และไม่นำข้อมูลของ ทอท.ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล หรือ เพื่อประโยชน์ทางการค้า 3. ความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือผลประโยชน์ทับซ้อน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องแจ้งให้ ทอท.ทราบเป็น ลายลักษณ์อักษร หากพบการดำเนินการใด ๆ ที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่าง ทอท.และคู่ค้า 4. การแข่งขันเสรีและกฎหมายการแข่งขันทางการค้า: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องปฏิบัติตนภายใต้การแข่งขันที่เสรี เป็นธรรมและดำเนินการตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างเคร่งครัด และไม่กระทำการอื่นใดซึ่งจะ ส่งผลกระทบเชิงลบต่อคู่แข่งทางการค้า มิติสังคม - การจ้างงานและการเคารพสิทธิมนุษยชน 1. อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของแรงงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดูแลแรงงานด้านอาชีวอนามัยและ ความปลอดภัยให้เหมาะสม อาทิ สถานที่และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการดูแลสุขภาพของลูกจ้างและ ผู้รับเหมาช่วงให้สอดคล้องตามกฎหมายหรือมาตรฐานสากล 2. อิสรภาพของการจ้างงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดำเนินธุรกิจโดยปราศจากการใช้แรงงานบังคับ ต้องไม่มีการใช้ แรงงานไม่สมัครใจ และเปิดโอกาสให้แรงงานสามารถรวมกลุ่มเพื่อเจรจาและต่อรองได้ตามกฎหมายของ ประเทศ 3. ค่าจ้างและสิทธิประโยชน์: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องจ่ายค่าจ้างและให้สิทธิประโยชน์อื่นใดที่ลูกจ้างพึงได้รับ อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และตรงตามกำหนดเวลา 4. การใช้แรงงานเด็ก: คู่ค้าของ ทอท.ต้องไม่จ้างแรงงานเด็กที่มีอายุไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด และ ไม่อนุญาตให้เด็กหรือบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในเวลากลางคืน หรือในสถานที่ที่มีลักษณะ เป็นอันตราย 5. ระยะเวลาในการทำงาน: คู่ค้าของ ทอท. จะต้องดูแลไม่ให้แรงงานทำงานนานเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้จะรวมถึงการทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด 6. การปฏิบัติอย่างเท่าเทียม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมต่อลูกจ้าง โดยไม่เลือกปฏิบัติในการ จ้างงาน การจ่ายค่าตอบแทน การเข้ารับการฝึกอบรม การเลื่อนตำแหน่ง การเลิกจ้างหรือการให้ออกจากงาน อันเนื่องมาจากการแบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ ถิ่นกำเนิด สีผิว ศาสนา อายุ ความนิยมทางการเมือง สถานภาพ การสมรส สภาพการตั้งครรภ์ หรือความพิการ 7. การเลิกจ้าง: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติและการดำเนินการเลิกจ้างในแต่ละขั้นตอนตามกฎหมายกำหนด และ ไม่ยกเลิกสัญญาจ้างด้วยความไม่เป็นธรรม 8. การเคารพสิทธิมนุษยชน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเคารพสิทธิมนุษยชนและมีการปฏิบัติต่อลูกจ้างของตนอย่าง เป็นธรรม ตามกฎหมายและมาตรฐานสากล และห้ามมิให้มีการกระทำอันเป็นการล่วงละเมิดทางร่างกายและ วาจา รวมถึงการคุกคามและการข่มขู่ใด ๆ แก่ลูกจ้าง 9. แรงงานต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหากมีการจ้างแรงงาน ต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ โดยต้องจัดเตรียมเอกสารสัญญาจ้างในภาษาแม่ของแรงงานหรือภาษาที่แรงงาน อ่านแล้วเข้าใจก่อนการจ้างงาน รวมทั้ง หนังสือเดินทางและเอกสารประจำตัวของแรงงานต้องเก็บโดยเจ้าของ เอกสารตลอดเวลา นายจ้างหรือบุคคลที่สามไม่สามารถถือครองเอกสารดังกล่าวของแรงงานได้ 10. ความรับผิดชอบต่อสังคม: คู่ค้าของ ทอท.ควรแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและรับผิดชอบ ต่อสังคม มิติสิ่งแวดล้อม - การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ 1. การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ข้อกำหนด และ แนวปฏิบัติที่ดีที่เกี่ยวข้อง ในทุกกระบวนการผลิตและการให้บริการ เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชุมชนรอบข้าง 2. มาตรการป้องกันและลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องดำเนินมาตรการป้องกันและ ควบคุมมลพิษ อาทิ ของเสีย น้ำเสีย เสียงรบกวน มลพิษทางอากาศ และก๊าซเรือนกระจก โดยต้องควบคุมหรือ บำบัดก่อนปล่อยออกสู่ภายนอกตามกฎหมายและมาตรฐานสากล ทอท.คาดหวังให้คู่ค้าพิจารณานำแนวทางการปฏิบัติเหล่านี้ ทั้งการกำกับดูแลกิจการที่ดี การจ้างงานและ การเคารพสิทธิมนุษยชน และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ มาปรับใช้ในการดำเนินงานของคู่ค้า พร้อมส่งเสริมให้คู่ค้ามีแนวทางปฏิบัติอย่างยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานของตนเองตามความเหมาะสม ข้าพเจ้าได้อ่าน เข้าใจ และรับทราบ แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้าของ ทอท. และตกลงที่จะปฏิบัติ ตามแนวทางดังกล่าวนี้ในทุกประเด็นที่การดำเนินธุรกิจของบริษัทข้าพเจ้าเกี่ยวข้อง โดยจะแจ้งให้ลูกจ้างของบริษัท ที่เกี่ยวข้องทุกคนรับทราบรวมถึงเก็บข้อมูลซึ่งเป็นหลักฐานการปฏิบัติตามแนวทางนี้ไว้ และส่งมอบให้ตามที่ ทอท. ร้องขอ (ลงชื่อ). (............. (ประทับตราบริษัท) (คู่ค้าของ ทอท.) ..)
ลำดับ รายการ ค่าปรับ (บาท)
1 นำบัตรรักษาความปลอดภัยไปให้ผู้อื่นหรือนำบัตรรักษาความปลอดภัยของผู้อื่นมาใช้ หรือใช้บัตรดังกล่าวเพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตัว 50,000/ครั้ง
2 มีพฤติกรรมยักยอกหรือลักขโมยสิ่งของของผู้ใช้บริการหรือ ของ ทอท. 10,000/ครั้ง
3 มีพฤติกรรมหยาบคายไม่สุภาพ ทั้งทางกริยาและวาจาต่อผู้ใช้บริการ, ผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่สนามบิน หรือเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในสนามบิน 5,000/ครั้ง
4 ไม่ปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยและข้อกำหนดของท่าอากาศยาน 5,000/ครั้ง
5 ทะเลาะวิวาท หรือส่งเสียงดังจนเป็นที่รบกวนผู้โดยสาร 5,000/ครั้ง
6 ดื่มสุรา หรือเล่นการพนันในเวลาปฏิบัติงาน 5,000/ครั้ง
7 ปฏิบัติหน้าที่บกพร่องส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ต่อ ทอท. 5,000/ครั้ง
8 ไม่เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ที่รับผิดชอบภายใน 15 นาที นับจากเวลาที่ต้องเริ่มปฏิบัติงาน 1,000/คน
9 ละทิ้งจากหน้าที่ก่อนเวลาที่กำหนดไว้ 1,000/คน
10 นอนหลับในเวลาปฏิบัติงาน 1,000/คน
11 ไม่แต่งกายเครื่องแบบตามที่ ทอท.กำหนดไว้ 1,000/คน
12 คุยโทรศัพท์ หรืออ่าน ฟัง เล่นจากสื่อต่าง ๆ ในเวลาปฏิบัติงาน 1,000/คน
13 พนักงานไม่อยู่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบตามที่ ทอท.กำหนด ในช่วงเวลาปฏิบัติงาน 1,000/คน
14 รับประทานอาหารขณะปฏิบัติงาน หรือพักผ่อนในบริเวณที่ไม่เหมาะสม 1,000/คน
15 วางสิ่งของเครื่องใช้รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มบริเวณจุดปฏิบัติงาน ทำให้เกิดความไม่สะดวกต่อเจ้าหน้าที่ และผู้ใช้บริการสนามบิน 1,000/ครั้ง
16 รับทำงานอื่นที่ไม่ได้รับมอบหมาย 1,000/ครั้ง
17 จงใจกระทำความผิด 1,000/ครั้ง
ภาพหน้าปกเป็นภาพประกอบสีสันสดใส โดยมีภาพบุคคลสี่คนในชุดทำงานก่อสร้างและการบำรุงรักษา อาชีพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสนามบิน โดดเด่นด้วยเฉดสีน้ำเงินและเทาเข้มบนพื้นหลังสีเบจอ่อน ภาพองค์ประกอบของภาพแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกันและการทำงานที่เชื่อถือได้ มีตราสัญลักษณ์ของบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) อยู่บนมุมซ้ายบนของภาพ ที่ด้านล่างของภาพมี QR Code สำหรับดาวน์โหลดเอกสารและข้อความที่แสดงถึงการปรับปรุงคู่มือและข้อบังคับด้านความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง AOT บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) Airports of Thailand Public Company Limited ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงาน สำหรับผู้รับจ้าง ดาวน์โหลดข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัยในการทำงาน สำหรับผู้รับจ้าง ฝ่ายความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย ปรับปรุงครั้งที่ 2 ปีงบประมาณ 2566 (ม.ค.66) Rev.02 AOT ทำงาน ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงาน สำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 ปีงบประมาณ 2566 จัดทำโดย ฝ่ายความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย (ฝปอ.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) รับรองโดย นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ 10 มกราคม 2566 ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -ก- คำนำ ตามกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคล เพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ.2565 หมวดที่ 3 หน่วยงานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ข้อ 40(3) ที่กำหนดให้หน่วยงานความปลอดภัยจัดทำคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบการ เพื่อใช้กำกับดูแลการดำเนินงาน ภายในสถานประกอบกิจการให้เป็นไปตามกฎหมาย ฝ่ายความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย (ฝปอ.) ได้จัดทำข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัย ในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 เพื่อกำกับควบคุมการปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงของผู้รับจ้าง ที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ ทอท. ได้ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานและปฏิบัติ ให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ฝ่ายความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย ม.ค.66 ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) สารบัญ เรอง 1. วัตถุประสงค์ 2. ขอบเขต 3. นิยาม 4. อ้างอิง 5. การควบคุมการปฏิบัติ 5.1 ข้อกำหนดทั่วไปสำหรับผู้รับจ้างทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติ 5.2 ข้อกำหนดเฉพาะงาน 5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ (เอกสารแนบ 1) 5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ (เอกสารแนบ 2) -ข- 5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป (เอกสารแนบ 3) 5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า (เอกสารแนบ 4) 5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคน 5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ (เอกสารแนบ 6) 5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย (เอกสารแนบ 7) ขึ้นทำงานบนที่สูงและเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบำรุง (เอกสารแนบ 5) 5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ำ (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร 90 เมตร (เอกสารแนบ 8) 5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกำเนิดรังสีเอกซเรย์ (เอกสารแนบ 9) 5.2.10 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานก่อสร้างอื่น ๆ ให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎกระทรวง กำหนด มาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ.2564 และกฎหมายความปลอดภัยฯ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หน้า 1 1 2 2 3 3 8 9 11 13 15 17 22 26 27 28 ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง 1. วัตถุประสงค์ (Purpose) -1- ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้างฉบับนี้ ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อควบคุม การปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยง จัดทำขึ้นสำหรับให้ผู้รับจ้างชั้นต้นและผู้รับจ้างช่วงที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ ทอท. ได้ใช้ เป็นแนวทางในการดำเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานและปฏิบัติได้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีรายละเอียดที่สำคัญคือ การปฏิบัติด้านความปลอดภัยในการทำงานของงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่าง ๆ และเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย ข้อห้าม และข้อแนะนำในการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย รวมถึงการรายงานการเกิดอุบัติเหตุ ของผู้รับจ้างเพื่อให้ ทอท. ได้ทราบ 2. ขอบเขต (Scope) 2.1 ข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ใช้กับผู้รับจ้างที่เข้ามาปฏิบัติงานกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดความปลอดภัยและควบคุมการเกิดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมในการปฏิบัติงาน ดังนั้น ผู้รับจ้างต้องศึกษาและทำความเข้าใจ รวมถึงต้องปฏิบัติงานตามข้อกำหนดต่าง ๆ ในเอกสารขุดนี้อย่างเคร่งครัด 2.2 ประเภทผู้รับจ้างตามข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ แบ่งเป็น 4 ประเภทคือ 2.2.1 ผู้รับจ้างทั่วไปที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ได้แก่ (1) งานจ้างเหมาแรงงานเพื่องานด้านเอกสาร (Outsource) (2) งานทำความสะอาดที่ไม่เป็นการทำงานบนที่สูง (3) งานอื่น ๆ ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. และเป็นงานที่ไม่เข้าข่ายตามข้อ 2.2.2 2.2.2 ผู้รับจ้างงานความเสี่ยงสูงที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ได้แก่ (1) งานก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบำรุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร สนามบิน อุโมงค์ สะพาน ท่อระบายน้ำ โทรศัพท์ ไฟฟ้า ก๊าซ ประปา หรือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ รวมทั้งการเตรียมการหรือการวางรากฐานของการก่อสร้าง (2) งานขนส่งคนโดยสารหรือสินค้า รวมทั้งการบรรทุกขนถ่ายสินค้า (3) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ (4) การปฏิบัติงานในที่อับอากาศ (5) การปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป (6) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า (7) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง และเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบำรุงเครื่องจักร (8) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ (9) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย (10) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ำ (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร 90 เมตร) (11) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกำเนิดรังสี (12) งานที่มีความเสี่ยงอื่น ๆ ตามที่ ทอท. กำหนดในภายหลัง (ถ้ามี) ซึ่งผู้รับจ้างที่มีงานเกี่ยวข้องกับลำดับที่ (1) – (12) ตามข้อ 2.2.2 นี้ ต้องปฏิบัติเพิ่มเติมตามเอกสารแนบที่เกี่ยวข้องกับงาน ท้ายข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้หรือเอกสารอื่น ๆ ที่ ทอท. ได้กำหนดเพิ่มเติมในแต่ละพื้นที่ 2.2.3 ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้แก่ ผู้รับจ้างที่เข้ามาก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบำรุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนสิ่งต่าง ๆ ภายในพื้นที่เข่าของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ซึ่งผู้รับจ้างประเภทนี้ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ในข้อ 5.1.19 และปฏิบัติตามหลักความปลอดภัยฯ ที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้กำหนดไว้ กรณีที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ยังไม่ได้กำหนดไว้ ให้ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ถือปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ที่เกี่ยวข้องควบคู่กับข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ 2.2.4 ผู้รับจ้างหรือผู้ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงในข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของ ฝปอ., ฝมอ. หรือ สมอ. ในแต่ละพื้นที่ของ ทอท. เป็นผู้กำหนดเพิ่มเติม บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -2- 3. นิยาม (Definition) 3.1 ทอท. หมายถึง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 3.2 ฝปอ. หมายถึง ฝ่ายความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 3.3 ฝมอ. หมายถึง ฝ่ายมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย ของแต่ละท่าอากาศยานที่ ทอท. กำกับดูแล 3.4 สมอ. หมายถึง ส่วนมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย ของแต่ละท่าอากาศยานที่ ทอท. กำกับดูแล 3.5 จป. ย่อมาจาก เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน หมายถึง เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด 3.6 ผู้รับจ้าง หมายถึง ผู้รับจ้าง (Contractor), ผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor), งานจ้างเหมาแรงงานเพื่องานด้านเอกสาร (Outsource), ผู้รับเหมา, ผู้ขาย, ผู้ให้บริการจากภายนอก, หน่วยงานหรือบุคคลอื่นๆ ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ตามสัญญาจ้าง หรือเข้ามาทำกิจกรรมใดๆ หรือเข้ามาใช้ประโยชน์ใดๆ ในพื้นที่ของ ทอท. ยกเว้นผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ซึ่งไม่เข้าข่ายตามนิยาม ข้อ 3.6 นี้ 3.7 ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. หมายถึง กลุ่มลูกค้าของ ทอท., ผู้ประกอบการ/สายการบินที่มีการเช่าพื้นที่ของ ทอท. 3.8 ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. หมายถึง ผู้รับจ้างที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ว่าจ้างมาเพื่อดำเนินการต่าง ๆ ให้ เช่น การปรับปรุงพื้นที่ภายในบริเวณพื้นที่เช่า เป็นต้น 3.9 PPE ย่อมาจาก Personal Protective Equipment หมายถึง อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ซึ่งใช้สำหรับสวมใส่ขณะปฏิบัติงานตามกฎหมายและตามการประเมินความเสี่ยงของงานซึ่งได้กำหนดไว้ 3.10 JSA ย่อมาจาก Job Safety Analysis หมายถึง การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย 4. อ้างอิง (Reference) 4.1 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 4.2 กฎกระทรวงภายใต้พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 4.3 กฎกระทรวงภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความปลอดภัยฯ 4.4 กฎหมายและมาตรฐานอื่น ๆ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน 4.5 มาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เช่น ISO 45001, NIOSH, OSHA, ACGIH ฯลฯ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มีอว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 5. การควบคุมการปฏิบัติ 5.1 ข้อกำหนดทั่วไปสำหรับผู้รับจ้างทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติ -3- 5.1.1 ผู้รับจ้างทุกประเภทที่เข้ามาปฏิบัติงานให้กับ ทอท. จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบความปลอดภัยที่ ทอท. ได้กำหนดไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ โดยถือเป็นข้อกำหนด ขั้นพื้นฐานของการปฏิบัติงานให้เกิดความปลอดภัย หากการปฏิบัติใดที่ ทอท. ไม่ได้ระบุไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตาม “กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ” เป็นระเบียบปฏิบัติขั้นพื้นฐาน ในกรณีที่ข้อกำหนดใดถูกกำหนดไว้ทั้ง ในส่วนของ “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง” และ “กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน” ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามข้อบังคับหรือข้อกำหนดที่ดีกว่าเพื่อการปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง หากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ข้อกำหนดดังกล่าว จะถูกลงโทษตามกฎระเบียบต่อไป 5.1.2 ผู้รับจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปที่เข้ามาปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ต้องจัดให้มีระบบการจัดการ ด้านความปลอดภัยในการทำงานตามที่ได้กำหนดไว้ใน กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับระบบการจัดการ ด้านความปลอดภัย พ.ศ.2565 ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย (1) นโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (2) การจัดการองค์กรด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (3) แผนงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานและการนำไปปฏิบัติ (4) การประเมินผลและทบทวนการจัดการด้านความปลอดภัย (5) การปรับปรุงและพัฒนาระบบการจัดการด้านความปลอดภัย 5.1.3 ให้ผู้รับจ้างดำเนินการให้เป็นไปตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงาน ตามข้อ 5.1.2 และให้ผู้รับจ้างมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ (1) ควบคุมดูแลการดำเนินงานตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงาน (2) ส่งเสริมให้ลูกจ้างทุกคนมีส่วนร่วมในการดำเนินการตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงาน (3) ให้ผู้รับจ้างจัดทำเอกสารเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงานตามข้อ 5.1.2 เก็บไว้ในสถานประกอบกิจการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีนับจากวันที่จัดทำหรือจนกว่างานจะแล้วเสร็จในโครงการนั้น ๆ และพร้อมที่จะได้รับการตรวจสอบจากพนักงานตรวจแรงงานหรือจาก ทอท. ได้ทุกเมื่อ โดยเอกสารฯ จะจัดทำในรูปแบบ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วยก็ได้ (4) ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัย หมายเหตุ : กรณีที่ผู้รับจ้างได้จัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มาตรฐานขององค์การมาตรฐานสากล (International Standardization for Organization : ISO) มาตรฐานของ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) มาตรฐานของสถาบันมาตรฐาน สหราชอาณาจักร (British Standards Institution : BSI) มาตรฐานของสำนักงานบริหารความปลอดภัยและ อาชีวอนามัยแห่งชาติ (Occupational Safety and Health Administration : OSHA) มาตรฐานของสถาบัน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 5.2 ข้อกำหนดเฉพาะงาน -8- ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ผู้รับจ้างต่าง ๆ ต้องปฏิบัติเพิ่มเติม หากงานที่ผู้รับจ้างเข้ามาดำเนินกิจกรรมในพื้นที่ ทอท. เกี่ยวข้อง กับกิจกรรมตามหัวข้อด้านล่างนี้ โดยผู้รับจ้างสามารถเลือกหัวข้อเพื่อดำเนินการเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ได้แก่ 5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ (เอกสารแนบ 1) 5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ (เอกสารแนบ 2) 5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนสูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป (เอกสารแนบ 3) 5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า (เอกสารแนบ 4) 5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคน (เอกสารแนบ 5) 5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ 5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย (เอกสารแนบ 6) (เอกสารแนบ 7) ขึ้นทำงานบนที่สูงและเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบำรุง 5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ำ (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร – 90 เมตร) (เอกสารแนบ 8) 5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกำเนิดรังสี (เอกสารแนบ 9) 5.2.10 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง ให้ปฏิบัติตามข้อ 5.2.1 – 5.2.9 เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องควบคู่ กับกฎหมายและมาตรฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -9- เอกสารแนบ 1 5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและ ดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ.2555 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการ อาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดำเนินการดังนี้ 1. ดำเนินการขอ “ใบอนุญาตการทำงานที่มีความร้อนและประกายไฟ (Hot work)” ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อ 5.1.7 2. พื้นที่ที่มีก๊าซ ไอ หรือฝุ่นละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจวัด % LEL (ปริมาณ เปอร์เซ็นต์ของสารไวไฟ) และผลการตรวจวัดต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ำของสารเคมีแต่ละชนิด ในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (LFL : lower flammable limit และ LEL : lower explosive limit) กรณีพื้นที่ใด มีการกำหนดมาตรฐานไว้ดีกว่าข้อกำหนดในฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ดีกว่า 3. ก่อนใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้าและเครื่องเชื่อมก๊าซ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ 3.1 ต้องจัดเตรียมถังดับเพลิงที่เหมาะสมกับประเภทของไฟ และมี Fire Rating ไม่น้อยกว่า 6A-20B ในจำนวนที่เพียงพอกับความเสี่ยงที่ทำการประเมิน แต่ต้องจัดให้มีอย่างน้อย 2 ถังต่อจุดปฏิบัติงานหนึ่งจุด 3.2 จัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้ลูกจ้างสวมใส่อย่างเพียงพอและเหมาะสมตามที่ กฎหมายและการประเมินความเสี่ยงได้กำหนด และแสงจ้า 3.3 จัดพื้นที่ปฏิบัติงานไม่ให้มีวัสดุที่ติดไฟง่ายวางอยู่ใกล้บริเวณที่มีการทำงานความร้อนและประกายไฟ 3.4 จัดให้มีฉากกั้นหรืออุปกรณ์ป้องกันอันตรายอื่น ๆ ที่เหมาะสม เพื่อป้องกันอันตรายจากประกายไฟ 4. ... 5. ... 6. ... 7. ... 8. ... 8.1 ... 8.2 ... 8.3 ... 8.4 ... 9. ... 9.1 ... 9.2 ... 9.3 ... 9.4 ... 10. ... ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -10- 8.4 จัดสายไฟฟ้าและสายดินให้ห่างจากการบดทับของยานพาหนะ น้ำ หรือที่ชื้นแฉะ หากไม่สามารถ หลีกเลี่ยงได้ ต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันความเสียหายข้างต้น 9. ... 9.1 ... 9.2 ... 9.3 ... 9.4 ... 10. ... ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -11- เอกสารแนบ 2 5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการ และ ดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดำเนินการดังนี้ 1. ... 2. ... 2.1 ... 2.2 ... 3. ... 4. ... 5. ... 6. ... 7. ... 8. ... 9. ... 10. ... 11. ... 12. ... 13. ... 14. ... ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -12- 3. ... 4. ... 5. ... 6. ... 7. ... 8. ... 9. ... 10. ... 11. ... 12. ... 13. ... 14. ... ข้อบังคับและคู่มีอว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -13- เอกสารแนบ 3 5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและ ที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ.2564 ประกอบกับกฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับนั่งร้านและค้ำยัน พ.ศ.2564 และข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้าง ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ดำเนินการดังนี้ 1. การทำงานบนที่สูง ต้องจัดให้มีการขอใบอนุญาตการทำงานบนที่สูงก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ซึ่งรายละเอียด การขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อ 5.1.7 2. การตรวจสุขภาพของการปฏิบัติงานบนที่สูง กรณีเป็นการปฏิบัติงานบนที่สูงที่ความสูงน้อยกว่า 4 เมตร ทอท. ไม่ได้กำหนดให้มีการตรวจสุขภาพ เว้นแต่สัญญาจ้างใดจะกำหนดเพิ่มเติมว่าต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพในงานนั้น ๆ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติเพิ่มเติมเป็นกรณีไป กรณีที่ผู้รับจ้างจะปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ได้แก่ งานเช็ด กระจกอาคาร, งานทาสี, งานตัดแต่งกิ่งไม้, งานซ่อมบำรุงสะพานเทียบ, งานเปลี่ยนหลอดไฟหรือโคมฉาย, การปฏิบัติงาน บนนั่งร้าน, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้า, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้าขากรรไกร (Scissors lift) และการปฏิบัติงานบนที่สูงอื่น ๆ ซึ่ง ทอท. อาจมีการกำหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและมีใบรับรองการตรวจสุขภาพ (ใบรับรองแพทย์) อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 2.1 มีใบรับรองแพทย์ทั่วไปโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งอายุการรับรองของใบรับรองแพทย์ประเภทนี้ มีอายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ หรือ 2.2 มีใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานบนที่สูง ตรวจ โดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ซึ่งอายุการรับรองของใบรับรองแพทย์ประเภทนี้มีอายุไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ คำอธิบายเพิ่มเติม : ใบรับรองแพทย์สำหรับการทำงานบนที่สูงใช้เฉพาะครั้งแรกของการเริ่มงานหรือเริ่มโครงการเท่านั้น ในรอบ 1 ปี เช่น บริษัท A เป็นผู้รับจ้างงานเช็ดกระจกของสำนักงานใหญ่ ทอท. มีสัญญาจ้าง 1 ปี เริ่มปฏิบัติงานครั้งแรก วันที่ 1 มกราคม และจะสิ้นสุดเดือนธันวาคม โดยการทำงานจะเข้ามาทำงานทุก ๆ 3 เดือนต่อครั้ง หรือ 1 ปีจะเข้ามา ทำงานเช็ดกระจกเพียง 4 ครั้ง ซึ่งก่อนเริ่มงานครั้งแรกในเดือนมกราคมตามสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจ สุขภาพเพื่อการทำงานบนที่สูงหรือหากมีใบรับรองแพทย์อยู่แล้วและเป็นใบรับรองแพทย์ตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 อย่างใด อย่างหนึ่ง ก็สามารถนำมาแนบกับใบอนุญาตก่อนเริ่มปฏิบัติงานได้ แต่ใบรับรองแพทย์นั้นต้องไม่หมดอายุตามที่ได้กำหนดไว้ ในข้อ 2.1 และ 2.2 กรณีผู้รับจ้างจะเข้ามาปฏิบัติงานในครั้งถัดไป คือครั้งที่ 2, 3 และ 4 ผู้รับจ้างไม่ต้องแนบใบรับรองแพทย์มาก็ ได้ ยกเว้นทางแต่ละพื้นที่หรือแต่ละท่าอากาศยานจะกำหนดให้มีการตรวจสุขภาพเพิ่มเติมหรือให้แนบใบรับรองแพทย์ เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ (ที่มาของคำอธิบายเพิ่มเติมโดยส่วนบริการทางการแพทย์ ฝ่ายการแพทย์ ทอท.) 3. การทำงานบนที่สูงจากพื้นดินหรือพื้นอาคารตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีนั่งร้าน บันได ขาหยั่ง ม้ายืนหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยอื่น ๆ ตามความเหมาะสม เช่น กระเช้า รถกระเช้า ที่มีความปลอดภัยตามสภาพของงาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -14- ให้กับผู้ปฏิบัติงานในการทำงานนั้น ๆ หรือจัดให้มีเชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยพร้อมอุปกรณ์หรือเครื่องป้องกันอื่นใด ที่มีลักษณะเดียวกัน ให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ในการทำงานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย 4. ในกรณีผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานในสถานที่ที่ผู้ปฏิบัติงานอาจได้รับอันตรายจากการพลัดตกหรือถูก วัสดุพังทับ เช่น การทำงานบนหรือในเสา ตอม่อ เสาไฟฟ้า ปล่อง หรือคานที่มีความสูง ตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป หรือทำงาน บนหรือในถัง บ่อ กรวยสำหรับเทวัสดุหรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน ผู้รับจ้างต้องจัดทำราวกั้นหรือรั้วกันตก ตาข่าย สิ่งปิดกั้น หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นใด ที่มีลักษณะเดียวกัน เพื่อป้องกันการพลัดตกของผู้ปฏิบัติงานหรือสิ่งของ และจัดให้มี การใช้สายหรือเชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวพร้อมตะขอเกี่ยวแบบ 2 เส้น (Full Body Harness ชนิด 2 lanyards) พร้อมอุปกรณ์ หรือเครื่องป้องกันอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกันให้ผู้ปฏิบัติงานได้ใช้ในการทำงาน 5. กรณีด้านล่างเป็นทางสัญจรต้องจัดทำตาข่ายนิรภัยป้องกันวัสดุเครื่องมือต่างๆ ที่อาจตกหล่นไปโดน ผู้ปฏิบัติงานที่ทำงานหรือผู้สัญจรด้านล่าง 6. ต้องจัดทำป้ายเตือนที่เห็นชัดเจนและบริเขตพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องในงานเข้าไปในพื้นที่ที่มี ความเสี่ยงต่อการถูกวัสดุสิ่งของหล่นทับ 7. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานในชั้นของอาคารหรือสิ่งก่อสร้างที่เปิดโล่งและอาจพลัดตกลงมาได้ ผู้รับจ้างต้องจัดทำราวกั้นหรือรั้วกันตกตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน 8. ขณะที่มีฝนตก ลมแรง หรือพายุฝนฟ้าคะนอง ควรพิจารณาการหยุดปฏิบัติงานไว้ชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -15- เอกสารแนบ 4 5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดำเนินการดังนี้ 1. ก่อนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบ หรือซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า ต้องจัดให้มีการขอใบอนุญาต การทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าหรือขออนุญาตเกี่ยวกับงานที่ต้องมีการตัดแยกแหล่งพลังงาน (Lock out – Tag out) ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อ 5.1.7 2. ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าต้องสำเร็จการศึกษาทางด้านไฟฟ้าโดยตรงหรือผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตร การทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าจนมีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะที่จำเป็นในการทำงานอย่างปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า ตามที่กฎหมายกำหนด 3. ห้ามผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าเข้าใกล้หรือนำสิ่งที่เป็นตัวนำไฟฟ้าที่ไม่มีที่หุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าที่เหมาะสมกับ แรงดันไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตามมาตรฐานของ วสท. กำหนด หากยังไม่มี มาตรฐานดังกล่าว ให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจำท้องถิ่นกำหนด เว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานได้ดำเนินการสวมใส่อุปกรณ์ คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เป็นฉนวนที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้า หรือนำฉนวนไฟฟ้าที่สามารถป้องกัน แรงดันไฟฟ้านั้นมาหุ้มสิ่งที่มีกระแสไฟฟ้า 4. ห้ามผู้รับจ้างหรือบุคคลใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตาม มาตรฐานของ วสท. กำหนด หากยังไม่มีมาตรฐานดังกล่าวให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจำท้องถิ่นกำหนด 5. ห้ามผู้รับจ้างงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสวมใส่เครื่องนุ่งห่มที่เปียกหรือเป็นสื่อไฟฟ้าปฏิบัติงานเกี่ยวกับสิ่งที่มี กระแสไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกินกว่า 50 โวลต์โดยไม่มีฉนวนไฟฟ้าปิดกั้น เว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลหรือใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ 6. ในกรณีผู้รับจ้างทำงานโดยใช้อุปกรณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าหรืออยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับสิ่งที่มี กระแสไฟฟ้า ผู้ปฏิบัติงานต้องจัดหาอุปกรณ์ที่เป็นฉนวนไฟฟ้าหรือหุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ป้องกันอันตราย ที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าสำหรับปฏิบัติงานในครั้งนั้นด้วย 7. ผู้รับจ้างต้องดูแลบริภัณฑ์ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าในพื้นที่ปฏิบัติงานให้ใช้งานได้โดยปลอดภัย หากมีการชำรุด หรือมีกระแสไฟฟ้ารั่ว หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ ผู้รับจ้างต้องแจ้งผู้เกี่ยวข้องกับงานซ่อมไฟฟ้าเพื่อดำเนินการ แก้ไขให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัยทันทีที่พบปัญหานั้น 8. ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าต้องทราบวิธีการทำงานที่ปลอดภัย, วิธีปฏิบัติตัวเมื่อได้รับอันตราย จากไฟฟ้า, การปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานโดยการผายปอดด้วยวิธีเป่าอากาศเข้าทางปากหรือจมูกของ ผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้า และวิธีการนวดหัวใจจากภายนอก 9. กรณีผู้ปฏิบัติงานจะต่อพ่วงหรือติดตั้งบริภัณฑ์ไฟฟ้าใหม่หรือติดตั้งเพิ่มเติม ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติตาม มาตรฐานของ วสท. 10. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยเป็นประจำเมื่อมีการปฏิบัติงาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -16- 11. อุปกรณ์ไฟฟ้าจะต้องมีการติดตั้งสายดิน (Equipment Ground Conductor) ที่ถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้ เกิดไฟฟ้าดูดในขณะที่สัมผัสตัวอุปกรณ์ 12. ต้องจัดให้มีการปิดล้อมหรือการบริเขตพื้นที่ทำงาน เพื่อป้องกันบุคคลอื่นเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติงาน ซึ่งอาจ เกิดอันตรายได้ และควรพิจารณาติดตั้งแสงสว่างเพื่อให้มองเห็นในเวลากลางคืน 13. ต้องมีการจัดเก็บอุปกรณ์หรือเครื่องมือ และรักษาความสะอาดของพื้นที่ปฏิบัติงานให้เรียบร้อยตลอดเวลา 14. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง 15. ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น ถุงมือหนัง ถุงมือยาง แขนเสื้อยาง หมวกนิรภัย รองเท้าพื้นยางหุ้มข้อชนิดมีส้นหรือรองเท้าพื้นยางหุ้มส้น โดยสวมใส่ ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงานและจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น แผ่นฉนวนไฟฟ้า ฉนวนหุ้มสาย ฉนวนครอบลูกถ้วย กรงฟาราเดย์ (Faraday Cage) ชุดตัวนำไฟฟ้า (Conductive suit) ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติงานงานในที่สูงกว่าพื้นตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการใช้สายหรือ เชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวพร้อมตะขอเกี่ยวแบบ 2 เส้น (Full Body Harness ชนิด 2 lanyards) พร้อมอุปกรณ์หรืออุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูงอื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพ และหมวกนิรภัยที่เหมาะสมตามมาตรฐานที่ กำหนดสำหรับให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงาน เว้นแต่อุปกรณ์ดังกล่าวจะทำให้ลูกจ้างเสี่ยงต่อ อันตรายมากขึ้น ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยอย่างอื่นที่สามารถใช้คุ้มครองความปลอดภัยได้อย่างมี ประสิทธิภาพแทน โดยอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าต้องเป็นไปตาม มาตรฐานที่กำหนดไว้และต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ 15.1 อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันกระแสไฟฟ้าต้องเหมาะสมกับ แรงดันไฟฟ้าสูงสุดในบริเวณที่ปฏิบัติงานหรือบริเวณใกล้เคียงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ 15.2 ถุงมือยางป้องกันไฟฟ้า ต้องมีลักษณะสวมกับนิ้วมือได้ทุกนิ้ว 15.3 ถุงมือหนังที่ใช้สวมทับถุงมือยาง ต้องมีความยาวหุ้มถึงข้อมือและมีความคงทนต่อการฉีกขาดได้ดี การใช้ถุงมือยางต้องใช้ร่วมกับถุงมือหนังทุกครั้งที่ปฏิบัติงาน 15.4 การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าที่อยู่ใกล้น้ำหรือเหนือน้ำซึ่งอาจทำให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดอันตรายจาก การจมน้ำได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่ชูชีพกันจมน้ำ เว้นแต่การสวมใส่ชูชีพอาจทำให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับ อันตรายมากกว่าเดิม ให้ผู้รับจ้างใช้วิธีการอื่นที่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพแทน 15.5 ผู้รับจ้างต้องบำรุงรักษาและจัดเก็บอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกัน อันตรายจากไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มีอว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -17- เอกสารแนบ 5 5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง และเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบำรุง เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั่นจั่น หม้อน้ำ พ.ศ.2564 ดำเนินการด้านความปลอดภัย กฎหมายอื่น ๆ และข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและ ความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดำเนินการดังนี้ ส่วนที่ 1 เครื่องจักร 1. ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ต้องสวมใส่เครื่องนุ่งห่มให้เรียบร้อย รัดกุม ไม่สวมเครื่องประดับที่ อาจเกี่ยวโยงกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ กรณีที่ผู้ปฏิบัติงานมีผมยาว ให้รวบผมที่ปล่อยยาวเกินสมควรหรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้อยู่ ในลักษณะที่ปลอดภัย 2. ในบริเวณที่มีการติดตั้ง การซ่อมแซม หรือการตรวจสอบเครื่องจักรหรือเครื่องป้องกันอันตรายของเครื่องจักร ต้องมีการติดป้ายแสดงการดำเนินงานดังกล่าวโดยใช้เครื่องหมายหรือข้อความที่เข้าใจง่าย ชัดเจน รวมทั้งจัดให้มีระบบ วิธีการ หรืออุปกรณ์ป้องกันไม่ให้เครื่องจักรนั้นทำงาน (Lock out - Tag out) และให้แขวนป้าย หรือแสดงเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ห้ามเปิดสวิตซ์ของเครื่องจักรด้วย 3. ในการประกอบ ติดตั้ง ทดสอบ ใช้ ซ่อมแซม บำรุงรักษา ตรวจสอบ รื้อถอน หรือการเคลื่อนย้ายเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดและคู่มือการใช้งาน ที่ผู้ผลิตกำหนด หากไม่มีรายละเอียดหรือคู่มือดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องให้วิศวกรเป็นผู้จัดทำรายละเอียดหรือคู่มือเป็นหนังสือ และให้มีสำเนาไว้ ณ พื้นที่ปฏิบัติงานเพื่อให้ ทอท. สามารถดำเนินการตรวจสอบได้ รายละเอียดหรือคู่มือดังกล่าวต้องจัดทำเป็นภาษาไทยหรือภาษาอื่น ๆ ที่ลูกจ้างสามารถศึกษาและปฏิบัติ เพื่อความปลอดภัยในการทำงานได้ 4. การเคลื่อนย้ายเครื่องจักรที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไปที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีแผนป้องกัน อันตรายจากการเคลื่อนย้ายดังกล่าวและให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด 5. ผู้รับจ้างต้องดูแลเครื่องจักรให้พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย และต้องจัดให้มีการตรวจสอบเครื่องจักรประจำปี ตามประเภทและชนิดเครื่องจักรที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้าน ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั่นจั่น หม้อน้ำ พ.ศ.2564 หมวดที่ 1 เครื่องจักร ส่วนที่ 1 บททั่วไป ข้อ 9 6. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้หรือยอมให้ลูกจ้างใช้เครื่องจักรทำงานเกินพิกัด หรือขีดความสามารถที่กำหนดไว้ใน รายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนด 7. เครื่องมือเครื่องจักรขนาดเล็กที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีข้อความเกี่ยวกับวิธีการทำงานกับ เครื่องมือเครื่องจักรนั้นติดไว้ในบริเวณที่ลูกจ้างทำงาน 8. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประเมินอันตรายของเครื่องจักรที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากการใช้งานถึงขั้นสูญเสียอวัยวะ โดยอย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย การชี้บ่งอันตราย การประเมินความเสี่ยง และแผนบริหารจัดการความเสี่ยง 9. การทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการทำงาน ที่ปลอดภัย จนมีความรู้ความชำนาญ และประสบการณ์ ตลอดจนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -18- 10. เครื่องจักรที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าต้องมีระบบหรือวิธีการป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วเข้าตัวผู้ปฏิบัติงานและต้องมี การติดตั้งสายดิน 11. ต้องจัดทำรั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงเขตอันตราย ณ ที่ตั้งของเครื่องจักรหรือเขตที่เครื่องจักรทำงานที่อาจ เป็นอันตรายให้ชัดเจนทุกแห่ง 12. ผู้รับจ้างต้องไม่ติดตั้งเครื่องจักรที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์ในบริเวณพื้นที่ที่มี กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำจนอาจมีผลทำให้การทำงานของเครื่องจักรผิดปกติและก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้ 13. ผู้รับจ้างต้องควบคุมไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติ ที่ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ส่วนที่ 2 รถยก 1. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้พนักงานทำงานเกี่ยวกับรถยก ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ 1.1 จัดให้มีโครงหลังคาที่มั่นคงแข็งแรง สามารถป้องกันอันตรายจากวัสดุตกหล่นได้ 1.2 จัดทำป้ายบอกพิกัดน้ำหนักยกให้ตรงกับความสามารถในการยกสิ่งของได้โดยปลอดภัยติดไว้ที่รถยก เพื่อให้ลูกจ้างเห็นได้ชัดเจน 1.3 ตรวจสอบรถยกให้มีสภาพใช้งานได้อย่างปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้งและเก็บผลการตรวจสอบไว้ให้ พนักงานตรวจแรงงานหรือ ทอท. ตรวจสอบได้ 1.4 จัดให้มีสัญญาณเสียงหรือแสงไฟเตือนภัยในขณะทำงาน 1.5 จัดให้มีอุปกรณ์ช่วยการมองเห็นตามสภาพในที่ทำงาน เช่น กระจกมองข้าง 1.6 ให้ผู้ทำหน้าที่ขับรถยกขนิดนั่งขับสวมใส่เข็มขัดนิรภัยในขณะทำงานบนรถตลอดเวลา 2. ห้ามผู้รับจ้างทำการดัดแปลงหรือกระทำการใด ๆ ที่มีผลทำให้ความปลอดภัยในการทำงานของรถยกลดลง 3. ผู้รับจ้างต้องกำหนดเส้นทางเดินรถยกในอาคารหรือบริเวณที่มีการใช้รถยกเป็นประจำ 4. ผู้รับจ้างต้องติดตั้งกระจกนูนหรือวัสดุอื่นที่มีคุณสมบัติคล้ายกันไว้ที่บริเวณทางแยกหรือทางโค้งที่มอง ไม่เห็นเส้นทางข้างหน้า 5. ผู้รับจ้างต้องจัดให้พื้นเส้นทางเดินรถยกมีความมั่นคงแข็งแรงและสามารถรองรับน้ำหนักรถรวมทั้งน้ำหนัก บรรทุกของรถยกได้อย่างปลอดภัย 6. ผู้รับจ้างต้องจัดให้พนักงานขับรถยกได้ผ่านการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับการใช้รถยก แต่ละประเภท 7. ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลการนำรถยกไปใช้ปฏิบัติงานใกล้สายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้า โดยต้องมีระยะห่างเพื่อความปลอดภัยเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด หรืออย่างน้อยควรห่างไม่น้อยกว่า 6 เมตร 8. ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้บุคคลอื่นนอกจากผู้ขับรถยกโดยสารหรือขึ้นไปบนส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยก 9. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคู่มือการใช้ การตรวจสอบ และการบำรุงรักษารถยกให้ผู้ปฏิบัติงานได้ศึกษาและปฏิบัติตาม เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -23- 6. ผู้รับจ้างต้องเคลื่อนย้ายวัตถุไวไฟออกจากบริเวณที่ใช้ปั้นจั่น กรณีไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ผู้รับจ้างต้อง จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายที่เหมาะสมก่อนให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติงาน 7. ห้ามผู้รับจ้างให้ลูกจ้างใช้ปั้นจั่นที่ชำรุดเสียหายหรืออยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย 8. ห้ามผู้รับจ้างดัดแปลงหรือแก้ไขส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่นหรือยินยอมให้ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้อื่นกระทำการ เช่นว่านั้น อันอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ถ้าจำเป็นต้องดัดแปลงส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างที่มีผลต่อการรับน้ำหนัก ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการคำนวณทางวิศวกรรมพร้อมกับการทดสอบ 9. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสัญญาณเสียงและแสงไฟเตือนภัยตลอดเวลาที่ปั้นจั่นทำงานโดยติดตั้งไว้ให้เห็นได้ชัดเจน 10. ในกรณีที่มีการซ่อมบำรุงปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องติดป้ายแสดงการซ่อมบำรุงปั้นจั่น โดยใช้เครื่องหมายหรือ ข้อความที่เข้าใจง่ายและเห็นได้ชัดเจน รวมทั้งจัดให้มีระบบ วิธีการหรืออุปกรณ์ป้องกัน (Lock out) ไม่ให้ปั้นจั่นนั้นทำงาน และให้แขวนป้าย (Tag out) แสดงเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ห้ามเปิดสวิตช์ไว้ที่สวิตช์ของปั้นจั่นด้วย 11. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีป้ายบอกพิกัดน้ำหนักยกไว้ที่ปั้นจั่นเพื่อเตือนให้ระวังอันตราย และติดตั้งสัญญาณเตือน อันตรายให้ผู้บังคับปั้นจั่นทราบ 12. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคู่มือการใช้สัญญาณสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงาน ในกรณีที่การใช้สัญญาณเป็นการใช้ สัญญาณมือ ต้องจัดให้มีรูปภาพหรือคู่มือการใช้สัญญาณมือตามที่กฎหมายประกาศกำหนด ติดไว้ที่จุดหรือตำแหน่งที่ ผู้ปฏิบัติงานเห็นได้ชัดเจน กรณีที่มีการใช้วิธีการสื่อสารแบบอื่นที่มีประสิทธิภาพกว่าการใช้สัญญาณมือ เช่น การใช้วิทยุ สื่อสาร เป็นต้น ผู้รับจ้างไม่ต้องปฏิบัติตามข้อนี้ 13. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ปั้นจั่นใกล้สายไฟฟ้า ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ 13.1 ในกรณีที่ใช้ปั้นจั่นยกวัสดุ ให้ระยะห่างระหว่างสายไฟฟ้ากับส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่นหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดของวัสดุที่ปั้นจั่นกำลังยก เป็นดังต่อไปนี้ (ก) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 69 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3.1 เมตร (ข) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 69 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 115 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3.3 เมตร (ค) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 115 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 230 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 4 เมตร (ง) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 230 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 6 เมตร 13.2 ในกรณีที่เคลื่อนย้ายปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่ โดยไม่ยกวัสดุและไม่ลดแขนปั้นจั่นลง ให้ระยะห่างระหว่าง ส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่นกับสายไฟฟ้า เป็นดังต่อไปนี้ (ก) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 69 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 1.3 เมตร (ข) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 69 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 230 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3 เมตร (ค) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 230 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 5 เมตร กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อ 13.1 – 13.2 ได้ ผู้รับจ้างต้องมีมาตรการที่ปลอดภัยเพียงพอ และได้รับการ อนุญาตจากการไฟฟ้าประจำท้องถิ่นที่รับผิดชอบสายไฟฟ้านั้น ก่อนดำเนินการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -28- เอกสารแนบ 9 5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกำเนิดรังสี เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการทำงานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ.2564 พระราชบัญญัตินิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2556 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดำเนินการดังนี้ 1. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีหรือเจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิครังสีเกี่ยวกับวัสดุ นิวเคลียร์ตามกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน อย่างน้อยหนึ่งคนทำหน้าที่ควบคุมดูแลความปลอดภัยทางรังสีของสถานที่ทำงานที่มีการใช้รังสี และปฏิบัติหน้าตาม กฎกระทรวง (แรงงาน) กำหนดมาตรฐานการทำงานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ.2564 ข้อ 15 2. ต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้รับการตรวจสุขภาพ โดยแพทย์ที่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพ เวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือมีคุณสมบัติตามที่อธิบดีประกาศกำหนด โดยระยะเวลาตรวจสุขภาพลูกจ้างให้เป็นไปตามข้อ 5.1.15 3. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีกฎ ข้อบังคับ ระเบียบ แนวปฏิบัติหรือมาตรการด้านความปลอดภัยทางรังสีตาม กฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ซึ่งอย่างน้อยต้องเป็นภาษาไทยและภาษาอื่นที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถเข้าใจได้ พร้อมทั้งปิดประกาศให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีทราบ ณ บริเวณพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงาน เกี่ยวกับรังสีได้รับปริมาณรังสีสะสมเกินปริมาณที่กำหนด 4. ห้ามผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตรปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี 5. จัดให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี ได้รับการฝึกอบรมให้เข้าใจและทราบถึงอันตรายและวิธีการป้องกันอันตราย จากรังสี ก่อนเข้ารับหน้าที่และมีการทบทวนความรู้แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง 6. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์บันทึกปริมาณรังสีประจำตัวบุคคลและต้องควบคุมให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงาน เกี่ยวกับรังสีใช้อุปกรณ์ดังกล่าวตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน 7. ผู้รับจ้างต้องจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณรังสีสะสมของพนักงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีที่ได้รับเป็น ประจำทุกเดือนหรือทุกสามเดือนขึ้นอยู่กับประเภทของต้นกำเนิดรังสี และต้องแจ้งข้อมูลปริมาณรังสีสะสมดังกล่าวให้ ผู้ปฏิบัติงานรับทราบทุกครั้ง ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้รับปริมาณรังสีสะสมเกินปริมาณที่กำหนดตามกฎหมายว่า ด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ให้ผู้รับจ้างแจ้งปริมาณรังสีสะสมดังกล่าวพร้อมหาสาเหตุและการป้องกันแก้ไขต่อ อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบข้อมูลปริมาณรังสีสะสม 8. ผู้รับจ้างต้องจัดทำรั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงแนวเขต หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม และจัดให้มีป้ายสัญลักษณ์ ทางรังสี พร้อมข้อความเตือนภัยที่เหมาะอย่างน้อยเป็นภาษาไทยและภาษาอื่นที่ลูกจ้างสามารถเข้าใจได้ แสดงให้เห็น ชัดเจนในบริเวณนั้น 9. ไม่ให้บุคคลใดซึ่งไม่มีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีเข้าไปในพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลพื้นที่ ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี เจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุ นิวเคลียร์ หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งปิดประกาศให้ผู้ปฏิบัติงาน ได้รับทราบ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -29- 10. ไม่ให้บุคคลใดเข้าพักอาศัยหรือพักผ่อน หรือนำอาหาร เครื่องดื่ม หรือบุหรี่เข้าไปในพื้นที่ควบคุมทางรังสี 11. ไม่ให้บุคคลใดนำต้นกำเนิดรังสีที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ออกนอกพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้ดำเนินการตาม มาตรการความปลอดภัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 12. ไม่ให้บุคคลใดนำภาชนะหรือวัสดุซึ่งปนเปื้อนวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ออกไปนอกพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้ดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 13. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีที่ล้างมือ ที่ล้างหน้า และที่อาบน้ำ เพื่อให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้ใช้หลังจาก การปฏิบัติงานหรือก่อนออกจากพื้นที่ปฏิบัติงานของลูกจ้าง และต้องจัดให้มีสถานที่ที่ปลอดภัยในการเก็บชุดทำงาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีถอดชุดทำงานและเก็บไว้ในสถานที่ดังกล่าว 14. ต้องจัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) เกี่ยวกับรังสี 15. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทำความสะอาดชุดทำงาน อุปกรณ์ เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่มีการปนเปื้อนรังสี 16. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีแผนเพื่อป้องกันและระงับอัคคีภัยจากรังสีในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางรังสี และต้องจัดให้ มีการฝึกซ้อมตามแผนดังกล่าวอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และเก็บเอกสารหรือหลักฐานการฝึกซ้อมไว้ ณ พื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยและ ทอท. ตรวจสอบได้ 17. ข้อกำหนดอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารแนบฉบับนี้ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐาน การทำงานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ.2564 พระราชบัญญัตินิวเคลียร์เพื่อสันติ กฎหมายความปลอดภัยอื่น ๆ และมาตรฐานความ ปลอดภัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ผนวก ค. แบบประเมินผลการงานจ้างเหมาเอกชนให้บริการแรงงานภายนอกปฏิบัติหน้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกผู้โดยสารทั่วไป และผู้โดยสารที่ต้องการการดูแลพิเศษ (Passengers with Reduced Mobility : PRM) รวมถึงสร้างความประทับใจแก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ (Airport Ambassador) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง ตามสัญญาจ้างเลขที่. ผู้รับจ้าง กำหนดงานแล้วเสร็จ ปี วัน การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ประจำเดือน เกณฑ์การประเมิน 1. การวางแผนการดำเนินงาน 2. ความสมบูรณ์ของวัสดุอุปกรณ์ 3. ความสมบูรณ์ ของแรงงาน 4. ความซื่อสัตย์ไว้วางใจได้ในการปฏิบัติงาน 5. ฝีมือในการทำงาน 6. ความตั้งใจในการปฏิบัติงาน 7. การปฏิบัติงานไม่สร้างปัญหา 8. การแก้ปัญหา 9. ฐานะการเงินและการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน 10. ผลงานรวมโดยทั่วไป ข้อเสนอแนะ รวม จำนวนเงินค่าจ้าง .บาท ตั้งแต่วันที่ ถึงวันที่ ตั้งแต่วันที่ ถึงวันที่
เกณฑ์การประเมิน ดีมาก (1) ดี (2) พอใช้ (3) ปรับปรุง (4) คะแนน ค่าความสำคัญ ผลลัพธ์ (1) ถึง (4) x (5)
1. การวางแผนการดำเนินงาน 2
2. ความสมบูรณ์ของวัสดุอุปกรณ์ 5
3. ความสมบูรณ์ ของแรงงาน 5
4. ความซื่อสัตย์ไว้วางใจได้ในการปฏิบัติงาน 5
5. ฝีมือในการทำงาน 4
6. ความตั้งใจในการปฏิบัติงาน 5
7. การปฏิบัติงานไม่สร้างปัญหา 4
8. การแก้ปัญหา 4
9. ฐานะการเงินและการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน 3
10. ผลงานรวมโดยทั่วไป 3
เกณฑ์การให้คะแนน : ดีมาก = 9-10 ดี = 7-8 พอใช้ = 5-6 ต้องปรับปรุง = 0-4 สรุปคะแนนประเมินที่ผู้รับจ้างได้รับทั้งสิ้น.............40) = คะแนน (ลงชื่อ) ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ (... ..) (ลงชื่อ) กรรมการ (......... ..) (ลงชื่อ) กรรมการ (. ..) (ลงชื่อ) กรรมการ ( ..) (ลงชื่อ) ผู้รับการประเมิน (. ..) ../. ../. หากระดับผลงานข้อใดข้อหนึ่งที่มีค่าความสำคัญ 4-5 อยู่ในระดับปรับปรุง (คะแนน 0-4 คะแนน) ติดต่อกัน 2 เดือน ทอท.จะพิจารณายกเลิกสัญญา หากคะแนนสรุปคะแนนประเมินที่ผู้รับจ้างได้รับทั้งสิ้นในแต่ละเดือนต่ำกว่า 5 คะแนน ติดต่อกัน 2 เดือน ทอท.จะพิจารณายกเลิกสัญญา