จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงถนนโดยเสริมผิวแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายหลักบ้านแม่กุเหนือ หมู่ที่ ๘ บ้านแม่กุเหนือ ตำบลแม่กุ

องค์การบริหารส่วนตำบลแม่กุ 68019524855
฿1,180,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 17 ก.พ. 2568 ตาก
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงถนนสายหลักบ้านแม่กุเหนือ โดยมีขอบเขตงานหลักคือการเสริมผิวแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ขนาดความกว้าง 4.80-5.00 เมตร และยาว 540.00 เมตร หนา 0.05 เมตร คิดเป็นพื้นที่ไม่น้อยกว่า 2,646.00 ตารางเมตร รวมถึงงานลาดแอสฟัลท์แทคโค้ต (Tack Coat) ในพื้นที่เดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีงานตีเส้นจราจรด้วยสี Thermoplastic Paint ทั้งเส้นกลางสีเหลืองและเส้นขอบสีขาวทึบ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจร ในส่วนที่ไม่สามารถเสริมผิวแอสฟัลท์ติกได้ จะต้องเสริมความกว้างตามสภาพจริง หรือดำเนินการอื่น ๆ ตามที่ผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจรับงานจ้างกำหนด นอกจากงานหลักแล้ว ยังมีงานเพิ่มเติม เช่น งานรองพื้นแอสฟัลท์ติก, ขยายงานเทคอนกรีตขยายทาง, เรียงกระสอบผสมปูน และเทคอนกรีตมวลเล็กใต้พื้นถนนช่วงวางท่อ โดยกำหนดจุดต่างๆ ตามการพิจารณาของผู้ควบคุมงาน เพื่อให้การปรับปรุงถนนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน

ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแผนการปฏิบัติงานและส่งให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบภายใน 7 วันหลังลงนามสัญญา และจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน เพื่อตรวจสอบหรือออกแบบผิวทางตามมาตรฐานกรมทางหลวงชนบท

English summary

This project aims to improve the main road in Mae Gu Nuea village. The main scope of work includes asphalt concrete overlay with a width of 4.80-5.00 meters, a length of 540.00 meters, and a thickness of 0.05 meters, covering an area of at least 2,646.00 square meters. It also includes asphalt tack coat application in the same area. Additionally, thermoplastic paint will be used for traffic markings, including yellow center lines and solid white edge lines, to enhance traffic safety. In areas where asphalt overlay is not feasible, the width will be adjusted to match the actual conditions, or other measures will be implemented as determined by the supervisor and the contract inspection committee. In addition to the main tasks, there are supplementary works such as asphalt sub-base work, expansion of concrete paving, arranging mixed cement bags, and pouring small mass concrete under the road surface during pipe laying, with specific points determined by the supervisor to ensure efficient and standardized road improvement.

The contractor must prepare a work plan and submit it to the employer for review within 7 days after signing the contract, and deliver road materials within 15 days for inspection or pavement design in accordance with the standards of the Department of Rural Roads.

สถานที่ดำเนินการ

บ้านแม่กุเหนือ

ผู้เสนอราคาและผู้ชนะ

รายชื่อบริษัทที่เข้าร่วมการประมูล

ผู้เสนอราคาทั้งหมด (0)

ไม่มีข้อมูลผู้เสนอราคา

โครงการนี้ไม่มีรายชื่อผู้เสนอราคา

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ปรับปรุงถนนสายหลักบ้านแม่กุเหนือให้มีสภาพดีขึ้น
  • เสริมผิวแอสฟัลท์ติกคอนกรีตเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและอายุการใช้งานของถนน
  • ตีเส้นจราจรเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจร

ขอบเขตของงาน

  • งานเสริมผิวแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ขนาดกว้าง 4.80-5.00 เมตร ยาว 540.00 เมตร หนา 0.05 เมตร (พื้นที่ไม่น้อยกว่า 2,646.00 ตารางเมตร)
  • งานลาดแอสฟัลท์แทคโค้ต(Tack Coat) พื้นที่ไม่น้อยกว่า 2,646.00 ตารางเมตร
  • งานตีเส้นจราจร Thermoplastic Paint ระดับ 1:
    • เส้นกลางสีเหลือง กว้าง 0.10 เมตร ยาว 3.00 เมตร เว้น 9.00 เมตร หรือ ยาว 1.00 เมตร เว้น 3.00 เมตร
    • เส้นริมสีขาวทึบ กว้าง 0.10 เมตร ยาวรวมฝั่งละ 540.00 เมตร
  • งานรองพื้นแอสฟัลท์ติก จำนวน 2 ตัน
  • ขยายงานเทคอนกรีตขยายทาง 30 ตารางเมตร
  • เรียงกระสอบผสมปูน 1 ลบ.ม.
  • เทคอนกรีตมวลเล็กใต้พื้นถนนช่วงวางท่อ 5 ลบ.ม.
  • งานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม (DEEP PATCH, SKIN PATCH, LEVELLING) ตามสภาพความเสียหาย

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ถนนที่ได้รับการปรับปรุงผิวแอสฟัลท์ติกคอนกรีตตามขนาดและพื้นที่ที่กำหนด
  • พื้นผิวถนนที่ได้รับการลาดแอสฟัลท์แทคโค้ตอย่างทั่วถึง
  • เส้นจราจรที่ตีด้วยสี Thermoplastic Paint ตามมาตรฐาน
  • พื้นที่ขยายทางที่ได้รับการเทคอนกรีต
  • พื้นที่รองพื้นแอสฟัลท์ติก
  • การแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • ระยะเวลาในการทิ้งไว้หลังจากราดยางแอสฟัลต์ทำแทคโค้ทแล้ว ประมาณ 10 - 18 ชั่วโมง ก่อนที่จะทำผิวขั้นต่อไป

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • ไม่ระบุคุณสมบัติผู้เสนอราคาอื่นๆ นอกเหนือจากเงื่อนไขทั่วไป

เกณฑ์การพิจารณา

  • ไม่ได้ระบุเกณฑ์การประเมินราคา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • งานดินถมคันทาง: ใช้วัสดุคุณภาพตามมาตรฐาน มทช 201 2546, บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95% Standard Proctor Density
  • งานชั้นรองพื้นทาง: ใช้วัสดุคุณภาพตามมาตรฐาน มทช202-2545, บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor Density
  • งานชั้นพื้นทาง: ใช้วัสดุคุณภาพตามมาตรฐาน มทช.203 ฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มทช203 2545)
  • Prime Coat: ยางแอสฟัลต์ชนิด MC 70 หรือ CSS-1 ปริมาณ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร (อ้างอิง มทช225-2545)
  • Tack Coat: ยางแอสฟัลต์ชนิด CRS-2 ปริมาณ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร (อ้างอิง มทช227-2545)
  • งานแอสฟัลต์คอนกรีต:
    • อุณหภูมิเมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างไม่น้อยกว่า 132°C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วไม่น้อยกว่า 121 °C
    • ความหนาแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshall Density

เงื่อนไขสัญญา

  • ไม่ได้ระบุเงื่อนไขสัญญา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ถาม: จะต้องดำเนินการอย่างไรหากพบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) ในระหว่างการก่อสร้าง?
    • ตอบ: จะต้องขุดคุ้ย (Scarify) ออกและผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากวัสดุที่ทำการคลุกเคล้าใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกำหนด ให้นำวัสดุนั้นออกและนำวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
  • ถาม: ต้องทิ้งระยะเวลานานเท่าใดหลังจากราดยางแอสฟัลต์ทำ Tack Coat ก่อนที่จะทำผิวชั้นต่อไป?
    • ตอบ: ให้ทิ้งไว้ประมาณ 10 - 18 ชั่วโมง เพื่อที่จะให้ Volatile Matter ใน Rapid Curing Cut-Back Asphalt ระเหยออกไป และน้ำใน Cationic Asphalt Emulsion ระเหยออกไปเช่นกัน
  • ถาม: อุณหภูมิของแอสฟัลต์คอนกรีตที่ใช้ในการก่อสร้างมีข้อกำหนดอย่างไร?
    • ตอบ: อุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีต เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างจะต้องมีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 132°C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วจะต้องมีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 121 °C
  • ถาม: จะต้องทำการตรวจสอบความหนาของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตอย่างไร?
    • ตอบ: ให้เจาะตัวอย่างความหนาทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร จำนวน 1 ก้อนตัวอย่าง หรือจำนวน 3 ก้อนตัวอย่าง ในแนวตั้งฉากกับแนวถนน และก้อนตัวอย่างจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร และนำมาหาค่าเฉลี่ยความหนาจะต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในแบบ
  • ถาม: หากพบความเสียหายบนผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้ว จะต้องทำอย่างไร?
    • ตอบ: หากปรากฏว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นให้รีบแก้ไขทันที ส่วนผสมที่มีลักษณะจับตัวกันเป็นก้อนแข็งห้ามนำมาใช้
  • ถาม: การบดอัดผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตมีขั้นตอนอย่างไร?
    • ตอบ: ให้บดทับครั้งแรกด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ ที่มีน้ำหนักประมาณ 8-10 ตัน จำนวน 2 เที่ยว แล้วจึงตามด้วยรถบดล้อยางที่น้ำหนักประมาณ 10-12 ตัน ทันที เมื่อได้ความหนาแน่นตามที่ต้องการแล้ว ลบรอยร่องล้อด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ อีกครั้งหนึ่ง
  • ถาม: วัสดุที่ใช้ในงานดินถมคันทางต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
    • ตอบ: ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุดินคันทาง (มทช 201 2546) ซึ่งได้ผ่านการทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
  • ถาม: จะต้องทำอย่างไรกับผิวพื้นสะพานคอนกรีตก่อนที่จะปูแอสฟัลต์คอนกรีต?
    • ตอบ: จะต้องขุดวัสดุยาแนวรอยแตก และรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตออกให้หมด ล้างทำความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมดแล้วก็ทำ Tack Coat ก่อนปูแอสฟัลต์คอนกรีต
  • ถาม: ในกรณีที่ไม่สามารถเสริมผิวแอสฟัลท์ติกได้ จะต้องดำเนินการอย่างไร?
    • ตอบ: จะต้องเสริมความกว้างตามสภาพจริง หรือดำเนินการอื่น ๆ ตามที่ผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจรับงานจ้างกำหนด
  • ถาม: จะต้องทำอย่างไรหากแอ่งบนพื้นทางเดิมลึกเกิน 50 มิลลิเมตร?
    • ตอบ: จะต้องปูเสริมปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวก่อน โดยให้ปูเป็นชั้นๆ หนาไม่เกินชั้นละ 50 มิลลิเมตร

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ผาแดงฟิชชิง มาน์เท่น เด-แม่ตาว สภาหมู่บ้าน วัดสว่างอารมณ์ ✔าน KMD Tishing shop บริเวณที่ตั้งโครงการ 1090 คลองลม์ดาว โรงสีข้าวหน้า นเมส@MTK NPS โรงปักแม่กุ • เอ็มไพร์ซอคซิสเต็ม Grace t 7-Eleven สาขา -แม่กุ (05999) Lotus's Go fresh สาขาแม่กุ หมายเหตุ ปรับปรุงถนนสายหลักบ้านแม่กุเหนือ ร้านหมูจุ่ม หมูกะทะ เชษฐ์... หมู่ 7 ซอย ศรีวิชัย แท็กซี่แม่สอด แผนทีผังบริเวณ - งานเสริมผิวแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ขนาดกว้าง 4.80-5.00 เมตร ยาว 540.00 เมตร หนา 0.05 เมตร หรือมีพื้นทีไม่น้อยกว่า 2,646.00 ตารางเมตร - งานลาดแอสฟัลท์แทคโค้ต(Tack Coat) พื้นทีไม่น้อยกว่า 2,646.00 ตารางเมตร - คลองแม่ก ที่พักสงฆ์ ตอยเมืองแก้ว (นายจักรพงษ์ ขัติวงษ์) วิศวกรโยธา ทะเบียน เลขที่ สย. เบอร์โทร. 0856061942 เริ่ม 16.659501 ละติจูด 98.612526 ลองจิจูด สิ้นสุด 16.654735 ละติจูด 98.611513 ลองจิจูด เริ่ม 47 Q458682.89 ม. ตะวันออก1841928.16 ม. เหน็ สิ้นสุด 47 Q458573.16 ม. ตะวันออก1841401.72 ม. เ - งานตีเส้นจราจร Thermoplastic Paint ระดับ 1 เส้นกลางสีเหลือง กว้าง 0.10 เมตร ยาว 3.00 เมตร เว้น 9.00 เมตรหรือ ยาว 1.00 เมตร เว้น 3.00 เมตร - งานตีเส้นจราจร Thermoplastic Paint ระดับ 1 เส้นริมสีขาวทึบ กว้าง 0.10 เมตร ยาวรวมฝั่งละ 540.00 เมตร โครงการ ปรับปรุงถนน แอสฟัลท์ วิศวกร นายจักรพงษ์ ขัติวงษ์ ทะเบียนเลขที สย.13011 ผอ.กองช่าง ปลัด นายก หมายเหตุ ปรับปรุงถนนสายหลักบ้านแม่กุเหนือ - บริเวณที่ไม่สามารถเสริมผิวแอสฟัลท์ติกได้ ให้เสริมความกว้างตามสภาพจริง - ในส่วนที่ไม่สามารถเสริมผิดแอสฟัลท์ติกได้ จะต้องเสริมพื้นที่ให้ได้ไม่น้อยกว่า 2,646.00 ตารางเมตรหรือเป็นอย่างอื่น ตามผู้ควบคุมงาน และคณะกรรมการตรวจรับงานจ้างกำหนด งานรองพื้นแอสฟัลติก จำนวน 2 ตัน - ขยายงานเทคอนกรีตขยายทาง 30 ตารางเมตร - เรียงกระสอบผสมปูน 1 ลบ.ม. - เทคอนกรีตมวลเล็กใต้พื้นถนนช่วงวางท่อ 5 ลบ.ม. - กำหนดจุดต่างๆ โดยการพิจารณาของผู้ควบคุมงาน และคณะกรรมการตรวจรับงานจ้าง โครงการ ปรับปรุงถนน แอสฟัลท์ วิศวกร นายจักรพงษ์ ขัติวงษ์ ทะเบียนเลขที่ สย.13011 ผอ.กองช่าง ปลัด (นายจักรพงษ์ ขัติวงษ์) วิศวกรโยธา ทะเบียน เลขที่ สย. เบอร์โทร. 0856061942 นายก 24.00 1.00 ขยายงานเทคอนกรีตขยายทาง 30 ตารางเมตร หนา 0.15 เมตร เสริมเหล็กwire mesh 4 มม.#0.20 1.50 โครงการ ปรับปรุงถนน แอสฟัลท์ ขยายงานเทคอนกรีตขยายทาง 30 ตารางเมตร เทคอนกรีตมวลเล็กใต้พื้นถนนช่วงวางท่อ 5 ลบ.ม. เรียงกระสอบผสมปูน 1 ลบ.ม. ขยายเทคอนกรีตมวลเล็กใต้พื้นถนนช่วงวางท่อ 5 ลบ.ม. (นายจักรพงษ์ ขัติวงษ์) วิศวกรโยธา ทะเบียน เลขที่ สย.130 เบอร์โทร. 0856061942 วิศวกร นายจักรพงษ์ ขัติวงษ์ ทะเบียนเลขที่ สย. 13011 ผอ.กองช่าง ปลัด นายก ระดับดินเดิม SIDE SLOPE ● รูปตัดโครงสร้างทาง 1 ระดับดินเดิม SIDE SLOPE ไหล่ทาง Slope Slope ผิวจราจร ผิวจราจร ทำผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต ทํา Tack Coat ไหล่ทางเดิม ไหล่ทางลาดยางเดิม Slope Slope n SIDE SLOPE ทําผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต ทํา TACK COAT ผิวทางเดิม โครงสร้างทางเดิม ไหล่ทาง SIDE SLOPE ทำผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต ทํา Tack Coat ผิวทางเดิม โครงสร้างทางเดิม รายการประกอบแบบ 1. ทำ BEEP-PATCHING ผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมที่ชำรุดเสียหายจนถึงชั้นโครงสร้างทาง 2. ถ้าระดับผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมไม่ดีชำรุดเสียหายแต่ไม่ลึกถึงโครงสร้างทาง ให้ทำ SKIN PATCHING ให้เรียบร้อยเสียก่อน 3. ปรับระดับผิวทางและผิวไหล่ทางให้เรียบมีระดับเสมอกับบริเวณอื่น ก่อนที่จะเสริมผิว 4. ทํา TACK COAT ผิวทางและผิวไหล่ทาง 5. ทำผิวไหล่ทางแบบแอสฟัดต์คอนกรีต 6. ทำผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีตและตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง 7. รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทาง สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิต และด้านโครงสร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดำเนินการ ทั้งนี้ให้อยู่ ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง 8. ภายในระหว่างหลักกิโลเมตรตามที่กำหนดไว้ในแบบ อาจจะกำหนดให้ทำการตอนใด ก็ได้ตามความเหมาะสม และอาจจะให้ทำการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการ หรืออาคารสาธารณะ ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทำการเพิ่มบริเวณทางแยก เพื่อ ให้ได้ปริมาณงานตามที่กำหนด ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน 9. ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กำหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขได้ โดยพิจารณาดำเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง 10. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 7,8 และ ข้อ 9 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กำหนดไว้ในแบบ 11. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกำหนดในแบบแต่ละสายทาง 12. งานไหล่ทางจะกำหนดในแบบแต่ละสาย 13. งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทำติดตั้งเครื่องหมายจราจร หลักกันโค้ง หลักกิโลเมตรและ GUARD RAIL จะกำหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทำให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย หมายเหตุ แบบงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีตปรับปรุงจากแบบมาตรฐานงานบำรุงรักษาทาง แบบที่ร(มฐ.บร.3/2546) และแบบที่ 3.2(มฐ.บร. 3.2/2546) ของกรมทางหลวงชนบท รูปตัดโครงสร้างทาง 2 ลำดับที่ รายการ 1 ไหล่ทาง แอสฟัลต์คอนกรีต 2 3 TACK COAT 4 ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีต การตีเส้นจราจรบนผิวทาง ข้อกำหนดงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต ข้อกำหนด อ้างถึง " มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต "มทช230-2545 อ้างถึง มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต " มทช.230-2545 13 อ้างถึง มาตรฐานงานแทคโคท " มทช227-2545 อ้างถึง " แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง ” ทถ-3-110(1) – 110(4) (นายจักรพงษ์ ขัติวงษ์) วิศวกรโยธา ทะเบียน เลขที่ สย.13011 เบอร์โทร. 0856061942 กรมทางหลวงชนบท แบบมาตรฐานงานทาง สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น งานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต แบบเลขที่ ทถ-7-201 แผ่นที่ 94 ข้อกำหนดงานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต 1. ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อที่จะทำการตรวจสอบ และอนุมัติให้ใช้เป็นแผนการปฏิบัติงาน 2. ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เพื่อตรวจสอบ หรือออกแบบผิวทางตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท 3. งานดินถมคันทาง 3.1 “วัสดุที่ใช้ในงานดินถมกันทางต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุดินคันทาง (มทช 201 2546) ซึ่งได้ผ่านการ ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว 3.2-วัสดุที่จะทำการบดอัดแต่ละชั้นต้องผสมให้เข้ากันก่อน แล้วพรมน้าตามจำนวนที่กำหนด ใช้รถเกรดปาดเกลี่ยให้วัสดุ -มีความชื้นสม่ำเสมอแล้วทำการบดอัดแน่น 3.3 การถมกันทางให้ลมเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งๆ หนาไม่เกิน 20 เซ็นติเมตร ทุกชั้นต้องบดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ 95% Standard Proctor Density 4. งานชั้นรองพื้นทาง 4.1 วัสดุที่ใช้ในงานรองพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทช202-2545) ซึ่งได้ผ่าน ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว 4.2 “บนผิวาราารเดิม หรือกันทางใหม่ ถ้ามีหลุมจะต้องกลบและบคลัดให้แน่นก่อน แล้วจึงนำวัสดุรองพื้นทางมาเกลี่ยแผ่ บดอัดเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งหนาไม่เกิน 20 เซนติเมตร และให้มีความหนาแน่นแต่ละชั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 95% Modified Preeter Deneity 5. งานชั้นพื้นทาง 5.1 วัสดุในงานพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มทช.203 ฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มทช203 2545) ซึ่งได้ผ่านการ ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว 5.2 “บริเวณใดหรือช่วงใดพบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยแผ่บคจัดจะต้องขุดคุ้ย (Scarity) -ออกและผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากวัสดุที่ทำการคลุกเคล้าใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกำหนด ให้นำวัสดุนั้นออกและนำวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน 5.3 Control Test จะเก็บตัวอย่างทดสอบทุกๆ ระยะ 1,000 เมตร และทุกตำแหน่งที่วัสดุแปรเปลี่ยนการทดสอบเพียง Stove Analysie และ Gompeetien เท่านั้นแต่ตั้งนี้ หากเกิดความสงสัยวัสดุตำแหน่งใด ผู้ควบคุมงานสามารถทดสอบ ทั้งหมดเหมือน General Test ได้ 5.4-4าคตอนความแน่นในสนาม (Field Density) พื้นที่ 150 ตารางเมตรต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กำหมดไว้เป็นอย่างอื่น 6. 49W-Prime-Cost มทช225-2545- 6.1 -ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด MC 70 หรือ CSS-1 ปริมาณการใช้ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร 6.2 ผิวหน้าพื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุคหรือวัสดุอื่นใด โดยการกวาดและเป๋าเศษวัสดุออก 7. งาน Tock Coot มท1227-2545 7.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด CRS-2 ปริมาณการใช้ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร 7.2 ก่อนที่จะทำการ Tack Coat จะต้องทำการกวาดฝุ่นและหินที่หลุดออกให้หมดแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมด 7.3 เมื่อลาดยางแอสฟัลต์แล้วจะต้องทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมง ก่อนที่จะทำผิวชั้นต่อไป 8. งานแอสฟัลต์คอนกรีต 8.1 พื้นผิวที่จะปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องทำการ Prime Coat ตาม มทช225-2545 หรือ Tack Coat ตาม มทช227-2545 ก่อน 8.2 พื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นปะปน 8.3 พื้นทางเดิมที่เกิดการยุบตัว (Depression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว (Soft Spot) ถ้าแอ่งลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร อาจแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะปุรวมไปพร้อมกันกับ การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่จะปูจะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนาเกิน 80 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน ถ้าแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องปูเสริมปรับระดับเฉพาะส่วน ที่ยุบตัวก่อน โดยให้ปูเป็นชั้นๆ หนาไม่เกินชั้นละ 50 มิลลิเมตร 8.5 อุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีต เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 132°C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 121 °C 8.6 ทำการเก็บวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตหน้างาน พื้นที่ 9,000 ตารางเมตร ต่อ 1 ตัวอย่าง ทดสอบตาม มทช (ท)607-2545 เพื่อหาขนาดคละของมวลรวม และปริมาณแอสฟัลต์ซิเมนต์ที่ใช้ 8.7 การปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องได้ความหนาตามข้อกำหนด และผิวหน้าจะต้องมีความเรียบ ความแน่นสม่ำเสมอทั้งทางด้านตามขวามและตามยาว โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) รอยเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมหรือความเสียหายอื่นๆ เกิดขึ้น หากปรากฏว่ามีความเสียหาย เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขทันที ส่วนผสมที่มีลักษณะจับตัวกันเป็นก้อนแข็งห้ามนำมาใช้ 8.8 การบดอัดทับภายหลังจากที่ได้ปูแอสฟัลต์คอนกรีตลงบนผิวทางแล้ว ให้บดทับครั้งแรกด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ ที่มีน้ำหนักประมาณ 8-10 ตัน จำนวน 2 เที่ยว แล้วจึงตามด้วยรถบดล้อยางที่น้ำหนักประมาณ 10-12 ตัน ทันที เมื่อได้ความหนาแน่นตามที่ต้องการแล้ว ลบรอย ร่องล้อด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ อีกครั้งหนึ่ง 9 การตรวจสอบแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้ว 8.4 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องขุดวัสดุยาแนวรอยแตก และรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตออกให้หมด ล้างทำความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมดแล้วก็ทำ Tack Coat ก่อนปูแอสฟัลต์คอนกรีต 9.1 ลักษณะผิว (Surface Texture) จะต้องมีระดับความลาดตามแบบ มีลักษณะผิวและลักษณะการบดอัดที่สม่ำเสมอ ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น ผิวหน้าหลุด (Pull) รอยฉีก (Tear) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีความเสียหายดังกล่าวจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ ถูกต้องเรียบร้อยตามผู้ควบคุมงานเห็นสมควร 9.2 ความหนาของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตให้เจาะตัวอย่างความหนาทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร จำนวน 1 ก้อนตัวอย่าง หรือจำนวน 3 ก้อนตัวอย่าง ในแนวตั้งฉากกับแนวถนน และก้อนตัวอย่างจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร และ นำมาหาค่าเฉลี่ยความหนาจะต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในแบบ 9.3 ความแน่น (Density) หลังจากที่ได้ทำการบดอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเรียบร้อยแล้วให้ทำการเจาะก้อนตัวอย่าง เป็นตัวแทนของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วยเครื่องเจาะเก็บตัวอย่างจำนวน 1 ก้อนตัวอย่าง ทุกๆ ระยะ 250 เมตร แล้วนำมาทดลองหาความหนาแน่น ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshall Density 9.4 การซ่อมหลุมที่เจาะก้อนตัวอย่าง จะต้องทำความสะอาดหลุมให้เรียบร้อย และทำการ Tack Coat ก่อนที่จะปะซ่อม ด้วยแอสฟัลติกคอนกรีตที่มีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 121° C ให้ผิวเรียบเสมอผิวทาง และได้ความหนาแน่นตามแบบกำหนด 10. การอำนวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง ในระหว่างการก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องจัดและ ควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าผิวทางจะเย็นตัวลงมากพอที่จะเปิดให้การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทำ ให้เกิดร่องรอยบนผิวทางนั้น โดยต้องติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จำเป็นตามที่ผู้ว่าจ้าง กำหนดพร้อมจัดหาบุคลากร เพื่ออำนวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทำให้ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีตเสียหาย ระยะเวลาในการปิดจราจรให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน (นายจักรพงษ์ ขัติวงษ์) วิศวกรโยธา ทะเบียน เลขที่ สย.13011 เบอร์โทร. 0856061942 แบบมาตรฐานงานทาง สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น งานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต (ข้อกำหนดการก่อสร้าง) กรมหลวงชนบท แบบเลขที่ ทถ-7-601 แผ่นที่ 100 ผิวทาง คันทางเดิม หินคลุกขึ้นพื้นทาง ลูกรังกรณีที่ชั้นเสียหายลึกเกินชั้นพื้นทาง ขุดรื้อคันทางเดิมถึงชั้นที่เสียหายแล้วบดทับ DEEP PATCH คันทางเดิม ขุดรื้อผิวทางเดิมที่ชำรุด PRIME COAT COLD MIX หรือ HOT MIX SKIN PATCH ผิวทาง COLD MIX หรือ HOT MIX TACK COAT LEVELLING ข้อกำหนดงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม 1. งานชุดซ่อมผิวทางเดิม (DEEP PATCH) เป็นการซ่อมเพื่อแก้ไขโครงสร้างทางที่ไม่แข็งแรง (SOFT) หมายถึง งานขุดขึ้นคันทางในบริเวณที่คันทางเดิมชำรุดเสียหาย (SOFT SPOT) และไม่สามารถรับน้าหนักบรรทุกได้ ต้องทำการขุดรื้อลึกถึงชั้นที่เสียหาย แล้วเปลี่ยนวัสดุใหม่ที่มีคุณภาพมาแทนที่ แล้วทำการบดทับให้ได้ รูปร่างและความแน่นตามที่กำหนด วิธีการก่อสร้าง 1. ขุดรื้อผิวทางและชั้นทางที่ชำรุดออกจนถึงชั้นโครงสร้างทางที่เสียหาย ตลอดความกว้างของชั้นทางหรือตามพื้นที่ที่เสียหายตามที่ผู้ควบคุมงานกำหนด 2. ทำการบดทับคันทางเดิมให้แน่นตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบทของวัสดุคันทางนั้นๆ 3. ลงวัสดุตามชั้นคันทางเดิมหรือดีกว่า แล้วใช้เครื่องจักรกลที่เหมาะสม ตีแผ่ เกลี่ยวัสดุ คลุกเคล้า ผสมน้ำโดยที่ประมาณว่าให้ปริมาณน้ำที่ OPTIMUM MOISTURE CONTENT ± 3% 4. เกลี่ยปรับแต่งวัสดุจนได้ที่ แล้วทำการบดทับด้วยเครื่องมือบดทับที่เหมาะสม บดทับจนสม่ำเสมอจนได้ความแน่นตามข้อกำหนด การก่อสร้างขึ้นคันทางต้องก่อสร้างเป็นชั้นๆ โดยให้มีความหนาหลังบดทับชั้นละไม่เกิน 200 มิลลิเมตร และทดสอบความแน่นของการบดทับ 5. เกลี่ยปรับแต่งวัสดุให้ได้แนว ระดับ ความลาด ขนาดและรูปตัดตามแบบสายทางจนไม่มีหลุมบ่อ หรือวัสดุหลุดหลวมไม่แน่นอยู่บนผิว 6. ทำการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กำหนด 2. งานปะซ่อมผิวทางเดิม (SKIN PATCH) เป็นงานซ่อมเพื่อแก้ไขผิวทางเดิมที่ชำรุดเสียหายเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทำการ ปะซ่อม (SKIN PATCH) ได้แก่ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวแบบหนังจรเข้ (ALLIGATOR CRACKS) ที่มีรอยแตกร้าวกว้างไม่เกิน 3 มิลลิเมตร ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวจากการกดไถ (SLIPPAGE CRACKS) เป็นต้น วิธีการก่อสร้าง 1. ทำเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทำการซ่อมเป็นรูปเหลี่ยมทางเรขาคณิตตามที่ผู้ควบคุมงานกำหนด 2. ขุดรื้อผิวทางเดิมที่เสียหาย ปัดกวาดบริเวณที่จะทำการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม 3. ทํา PRIME COAT 4. ปูวัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ (นายจักรพงษ์ ขัติวงษ์) วิศวกรโยธา ทะเบียน เลขที่ สย.13011 5. บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER) หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น 6. ทำการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กำหนด 3. งานปรับระดับผิวทางเดิม (LEVELLING) เบอร์โทร. 0856061942 เป็นงานซ่อมเพื่อปรับระดับผิวทางเดิมให้ราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่นก่อนที่จะทำการฉาบผิวทางสเลอรี่ซีลหรือเสริมผิวลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต เป็นการปรับระดับผิวทางเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทางหรือชั้นผิวทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทำการปรับระดับ (LEVELLING) ได้แก่ ผิวทางที่ทรุดตัว ตามแนวชุดฝังท่อ (UTILITY CUT DEPRESSION) ผิวทางที่ยุบลงไปตามแนวร่องล้อ (RUT) ผิวทางที่ยุบเป็นแอ่งมีระดับต่ำกว่าบริเวณอื่น (DEPRESSION) เป็นต้น วิธีการก่อสร้าง 1. ทำเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทำการซ่อมตามที่ผู้ควบคุมงานกำหนด 2. ปัดกวาดบริเวณที่จะทำการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม 3. ทํา TACK COAT 4. ปูวัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ 5. บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER) หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น 6. ทำการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กำหนด กรมทางหลวงชนบท แบบมาตรฐานงานทาง สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น งานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม (ข้อกำหนดการก่อสร้าง) แบบเลขที่ ทถ-7-602 แผ่นที่ 101
ชนิดของยาง อุณหภูมิที่ใช้ราด
RC-70 50-90 °C
120-190 °F
RC-250 75-110 °C
165-230 °F
MC-30 30-70 °C
85-155 °F
MC-70 50-90 °C
120-190 °F
MC-250 75-110 °C
165-230 °F
SC-70 50-90 °C
120-190 °F
SS-K 25-55 °C
75-130 °F
38 ชอบข่าย มาตรฐานงานแทคโคท (TACK COAT) แทคโคท หมายถึง การราดยางแอสฟัลต์ชนิดเหลว (Liquid Asphalt) บนไพรมโคทเดิมบนผิวทางเดิม และบนพื้นทางเดิมชนิดแอสฟัลต์ติกคอนกรีต ตามชนิด เกรด อุณหภูมิ ปริมาณเครื่องจักร และเครื่องมือ ที่กำหนดให้เพื่อทำหน้าที่ยึดเหนี่ยวชั้นผิวทาง หรือชั้นพื้นทางชนิดแอสฟัลต์ติกคอนกรีตที่กำลังจะก่อสร้างใหม่ วัสดุที่ใช้แทคโคท ต้องเป็นวัสดุยางแอสฟัลต์ชนิดเหลวที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานของวัสดุยางแอสฟัลต์ ต่อไปนี้ (1) วัสดุยางคัทแบค แอสฟัลต์ ชนิดบ่มเร็ว (Rapid Curing Cut-Baok Asphalt) ซึ่งได้แก่ RC-70 RC-250 (2) วัสดุยางแคตอิออนิก แอสฟัลต์ อิมัลชัน (Cationio Asphalt Emulsion) ซึ่งได้แก่ RS-2K (3) อุณหภูมิของวัสดุยางแอสฟัลต์ดังกล่าวที่ใช้ราดทำแทคโคท ให้เป็นไปตามที่กำหนดดังนี้ ตารางอุณภูมิของแอสฟัลท์ที่ใช้ราด ชนิดของยาง อุณหภูมิที่ใช้ราด RC. 70 °C 50-100 OF 120-215 RC. - 250 80-110 180-235 SC. - 70 ไม่ต้องให้ความร้อนใช้อุณหภูมิปกติ (4) ข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับวัสดุยาง Cationic Asphalt Emulsion (ก) ในกรณีที่ผสมยางแอสฟัลต์กับน้ำเข้าด้วยกันตามอัตราที่กำหนดให้เรียบร้อยแล้วให้นำไปใช้งานให้หมด ถ้าเหลือแล้วยางแอสฟัลต์เกิดแตกตัวจะนำมาใช้อีกไม่ได้ (ข) ข้อควรปฏิบัติอื่น นอกเหนือจากข้อ (ก) ให้ปฏิบัติตามข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับยาง Cationio Asphalt Emulsion ในเรื่องไพรมโคท (Prime Coat) ทุกประการ (ค) ปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ราด ให้ใช้ตามที่กำหนดดังนี้ กรณีที่พื้นผิวเดิม เป็นไพรมโคท ใช้ RC-70 ในอัตรา 0.1-0.3 ลิตรต่อตารางเมตร หรือใช้ RS-2K ผสมน้ำเท่าตัวในอัตรา 0.2-0.6 ลิตรต่อตารางเมตร กรณีที่พื้นผิวเดิมเป็นผิวจราจรแบบ เซอร์เฟซทรีตเมนต์ หรือเป็นผิวจราจรแบบเพเนเตรชั่นแมคคาดัม ใช้ RC-250 ในอัตรา 0.1-0.3 ลิตรต่อตารางเมตรใช้ RS-2K ผสมน้ำเท่าตัว ในอัตรา 0.2-0.6 ลิตรต่อตารางเมตร กรณีที่พื้นผิวเดิมเป็นผิวจราจรแบบ แอสฟัลต์ติกคอนกรีตใช้ RC-70 ในอัตรา 0.1.0.3 ลิตร ต่อตารางเมตร หรือใช้ RS-2K ผสมน้ำเท่าตัวในอัตรา 0.2-0.6 ลิตรต่อตารางเมตร 39 วิธีการก่อสร้าง (1) การเตรียมพื้นผิวเดิม (ก) ถ้าพื้นผิวเดิมเป็นไพรมโคท ที่ทำทิ้งไว้นาน เมื่อจะทำผิวจราจรแบบแอสฟัลต์ติกคอนกรีต ผิวจะไม่ยึดติดกับไพรมโคทเดิม ให้ทำการ อุด ปะ หลุมบนผิวไพรมโคท (ถ้ามี) ด้วย Hot mixed หรือ Premixed แล้วบดอัดแน่นให้เรียบร้อยแล้วใช้เครื่องกวาดฝุ่นกวาดฝุ่นออกจนหมด และไม่ทำให้ผิวไพรมโคทเดิมเสียหาย เสร็จแล้วใช้เครื่องเป่าลม ทำการเป่าฝุ่นออกให้หมด (ข) ถ้าพื้นผิวเดิมเป็นผิวจราจรแบบเซอร์เพชทรีตเมนต์ หรือผิวจราจรแบบเพรเนเตรชั่นแมคคาดัม ให้ใช้เครื่องกวาดฝุ่น กวาดฝุ่นและหินที่หลุดลอยออกจนหมด แล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออก (ค) ถ้าพื้นผิวเดิมเป็นจราจรแบบแอสฟัลต์ติกคอนกรีต หรือเป็นพื้นทางแบบแอสฟัลต์ติกคอนกรีต ให้ใช้เครื่องกวาดฝุ่นหรือเครื่องเป่าลม กวาดหรือเป่าฝุ่นออกให้หมด (2) การราดยางแอสฟัลต์ (ก) ใช้เครื่องราดยางแอสฟัลต์ ซึ่งเตรียมพร้อมที่จะทำงานดำเนินการราดยางแอสฟัลต์ ตามชนิด เกรด อุณหภูมิ และอัตรา ที่กำหนดไว้ให้แล้วข้างต้น ถ้าพื้นที่ซึ่งจะทำแทคโคทมีปริมาณน้อย ให้ ใช้เครื่องพ่นด้วยมือราดยางแอสฟัลต์ได้ แต่ถ้าไม่มีเครื่องพ่นด้วยมือให้ใช้ภาชนะใส่ยางแอสฟัลต์สลัดราดบาง ๆ ให้ทั่วพื้นที่ แล้วใช้รถบดล้อยางบดทับไปมาเพื่อที่จะให้ยางแอสฟัลต์กระจายบนพื้นที่โดย สม่ำเสมอ (ข) เมื่อราดยางแอสฟัลต์ ทำแทคโคทแล้วให้ทิ้งไว้ประมาณ 10 - 18 ชั่วโมงเพื่อที่จะให้ Volatile Matter ใน Rapid Curing Cut-Back Asphalt ระเหยออกไปแและน้ำใน Cationic Asphalt Emulsion ระเหยออกไปเช่นกัน จึงจะทำผิวขั้นต่อไปได้ (ค) ให้ปิดการจราจร ห้ามยวดยานผ่าน หลังจากทำแทคโคทแล้ว จนกว่าจะทำการก่อสร้างผิวทางหรือพื้นทางแบบแอสฟัลต์ติกคอนกรีตเสร็จ graph TD A[150 ม] --> B(เส้นขอบทาง); B --> C(ไหล่ทาง); C --> D(เส้นกับ); D --> E(เส้นขอบทาง);