ซื้อระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาซื้อออกซิเจนเหลว จำนวน ๑ รายการ

อุบลราชธานี 68019515273
฿4,622,534.82 ปีงบ 2568 ประกาศ 13 ก.พ. 2568 อุบลราชธานี
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้เป็นการประกวดราคาซื้อออกซิเจนเหลวทางการแพทย์สำหรับโรงพยาบาล ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้โรงพยาบาลมีออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ใช้อย่างต่อเนื่องและเพียงพอ ผู้ขายจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด เช่น มีประสบการณ์ในการจำหน่ายออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ในปริมาณมาก มีโรงงานผลิตหลายแห่งที่ได้รับมาตรฐาน และไม่เคยมีประวัติการระเบิดของถังบรรจุ

ขอบเขตงานประกอบด้วย การจัดหาและติดตั้งถังบรรจุออกซิเจนเหลวขนาดไม่น้อยกว่า 19,000 ลิตร พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ เช่น มาตรวัดความดัน มาตรวัดระดับออกซิเจนเหลว อุปกรณ์เปลี่ยนสถานะ และอุปกรณ์ควบคุมความปลอดภัย รวมถึงระบบสัญญาณเตือนต่างๆ นอกจากนี้ ผู้ขายต้องรับผิดชอบในการบำรุงรักษา ซ่อมแซม และจัดหาออกซิเจนสำรองในกรณีฉุกเฉิน

ผู้ขายจะต้องส่งมอบงานโดยการติดตั้งถังบรรจุออกซิเจนเหลวที่ใช้งานได้ดี พร้อมทั้งจัดทำคู่มือการใช้งานและการบำรุงรักษา และฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลให้สามารถใช้งานระบบออกซิเจนเหลวได้อย่างถูกต้อง

English summary

Tender for the purchase of medical liquid oxygen for 50 Phansa Mahavajiralongkorn Hospital, fiscal year 2021. The seller must have experience selling at least 9,000,000 cubic meters of liquid oxygen, have at least 4 production plants with a total production capacity of at least 400,000 cubic meters per day, and install tanks with a capacity of at least 19,000 liters with equipment and alarm systems. The seller is responsible for maintenance and providing backup oxygen in emergencies, as well as training staff.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อให้โรงพยาบาลมีออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ใช้อย่างต่อเนื่องและเพียงพอ

ขอบเขตของงาน

  • จัดหาและติดตั้งถังบรรจุออกซิเจนเหลวขนาดไม่น้อยกว่า ๑๙,๐๐๐ ลิตร พร้อมเชื่อมต่อกับระบบออกซิเจนไปป์ไลน์ของโรงพยาบาลฯ
  • จัดหาแก๊สออกซิเจนสำรองในช่วงที่ทำการติดตั้งถัง
  • บำรุงรักษาและซ่อมแซมถังบรรจุออกซิเจนเหลวและระบบ
  • ให้บริการฉุกเฉินตลอด ๒๔ ชั่วโมง และแก้ไขปัญหาภายใน ๒๔ ชั่วโมง
  • จัดหาออกซิเจนแก๊สมาให้โรงพยาบาลฯ ใช้แทนก่อน ในราคาต่อลูกบาศก์เมตรที่เท่ากันกับราคาออกซิเจนเหลวที่กลายเป็นแก๊สจนกว่าจะซ่อมเสร็จ
  • บริการขนส่งและเติมออกซิเจนให้กับโรงพยาบาล
  • ตรวจเช็คและบำรุงรักษากรณีปกติปีละ ๑ ครั้ง
  • ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรับผิดชอบระบบออกซิเจนเหลวทางการแพทย์และผู้เกี่ยวข้องของโรงพยาบาลฯ
  • ดำเนินการเชื่อมระบบจ่ายออกซิเจนเหลวเข้ากับระบบออกซิเจนไปป์ไลน์ของอาคาร หากมีการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยเพิ่มเติม

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ถังบรรจุออกซิเจนเหลวขนาดไม่น้อยกว่า ๑๙,๐๐๐ ลิตร พร้อมอุปกรณ์และระบบที่ใช้งานได้
  • การติดตั้งและเชื่อมต่อระบบออกซิเจนเหลวเข้ากับระบบของโรงพยาบาล
  • แก๊สออกซิเจนสำรองในช่วงติดตั้ง
  • บริการบำรุงรักษาและซ่อมแซม
  • คู่มือรายละเอียดของเครื่องและอุปกรณ์
  • การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ติดตั้งถังบรรจุออกซิเจนเหลวให้แก่โรงพยาบาล ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันทําสัญญาจะซื้อจะขายแบบราคาคงที่ไม่จํากัดปริมาณ
  • ดําเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔ ชั่วโมง นับจากได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลฯ ทางโทรศัพท์ หรือทางโทรสาร

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Experience:
    • มีประสบการณ์ในการจําหน่ายออกซิเจนเหลวทางการแพทย์อย่างต่อเนื่องและเชื่อถือได้ โดยเคยทําการซื้อขาย ปริมาตรไม่น้อยกว่า 9,000,000 ลูกบาศก์เมตร โดยมีหนังสือรับรองผลงานการซื้อขาย ออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ที่ออกให้โดยส่วนราชการหรือเอกชนที่ทางส่วนราชการเชื่อถือได้ หรือนําสําเนาการซื้อขายออกซิเจนเหลวทางการแพทย์มาแสดงในวันยื่นเอกสาร
    • มีประสบการณ์การให้บริการขายให้กับโรงพยาบาลของรัฐไม่ต่ํากว่า ๕ แห่ง
    • ทําการค้าและผลิตอากาศเหลวมาแล้วไม่น้อยกว่ากว่าปี
  • Technical Capabilities:
    • ต้องมีโรงงานผลิตออกซิเจนเหลวไม่ต่ํากว่า ๔ แห่งตั้งในต่างสถานที่กันและมีกําลังการผลิตแก๊สออกซิเจนโดยรวมไม่ต่ํากว่า ๔๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวัน
    • มีโรงงานบรรจุก๊าซท่อออกซิเจนทางการแพทย์ที่จดทะเบียนในชื่อเดียวกันที่ได้มาตรฐาน มอก๕๕๐-๒๕๕๕ หรือใหม่กว่า และได้มาตรฐาน ISO๙๐๐๑
  • Standards Compliance:
    • โรงงานผลิตจะต้องได้รับรองมาตรฐาน ISO ๙๐๐๑ และ ISO ๑๔๐๐๑
    • ออกซิเจนเหลวต้องมีคุณลักษณะตามกําหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสําหรับออกซิเจนที่ใช้ ในทางการแพทย์ ตาม ม.อ.ก.ที่ ๕๔๐/๒๕๕๕ หรือใหม่กว่า
  • Other:
    • ต้องไม่เคยมีประวัติการระเบิดของถังบรรจุออกซิเจน
    • ต้องมีการประกันวินาศภัยเกี่ยวกับถังบรรจุออกซิเจนเหลว โดยมีวงเงินคุ้มครองสูงสุดไม่น้อยกว่า ๕๐๐ ล้านบาทต่อเหตุการณ์แต่ละครั้ง

เกณฑ์การพิจารณา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ออกซิเจนเหลวต้องมีคุณลักษณะตามกําหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสําหรับออกซิเจนที่ใช้ ในทางการแพทย์ ตาม ม.อ.ก.ที่ ๕๔๐/๒๕๕๕ หรือใหม่กว่า
  • ในการวัดปริมาตรออกซิเจนเหลวทางผู้ขายจะคํานวณตามหลักวิชาเทอร์โมไดนามิกให้ออกซิเจนเหลวกลายสภาพเป็นก๊าซภายใต้ภาวะอุณหภูมิ ๒๗ องศาเซลเซียส และความดัน๑,๐๑๓ มิลลิบาร์ ซึ่งในกรณีออกซิเจนเหลวปริมาตร ๑ ลิตร จะสามารถกลายเป็นออกซิเจนได้เท่ากับ ๑.๘๗๗ ลูกบาศก์เมตร หรือ ออกซิเจนเหลวปริมาตร ๑ กิโลกรัม จะสามารถกลายเป็นออกซิเจนได้เท่ากับ ๐.๗๖๙ ลูกบาศก์เมตร
  • ถังบรรจุออกซิเจนเหลวต้องมีขนาดที่เหมาะสม บรรจุไม่น้อยกว่า ๑๙,๐๐๐ ลิตร
  • ลักษณะถังบรรจุต้องเป็นถังชนิดพิเศษออกแบบมาเพื่อบรรจุของเหลวที่มีอุณหภูมิจุดเดือดต่ํามาก
  • อุปกรณ์เปลี่ยนระดับออกซิเจนเหลวให้เป็นก๊าซ (VAPORISER) จะต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • ชุดลดความดันเพื่อนําไปใช้งาน ต้องเดินท่อจ่ายก๊าซออกซิเจนจากถังบรรจุ โดยการปรับความดันที่จ่ายออกจากถังบรรจุความดัน ๑๒๐-๑๕๐ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว และจ่ายก๊าซผ่านชุดลดความดันที่มีการออกแบบให้มีชุดสํารอง (Duplex)
  • ชุดลดความดันนี้จะต้องมีอัตราการไหลของออกซิเจนในแต่ละตัวไม่ต่ํากว่า ๑๘๐ ลูกบาศก์เมตร/ ชั่วโมง ที่แรงดัน ๗๕ ปอนด์/ตารางนิ้ว และลดแรงดัน ๕๕-๖๐ ปอนด์/ตารางนิ้ว

เงื่อนไขสัญญา

  • ในกรณีที่ผู้ขายไม่สามารถจัดส่งออกซิเจนเหลวได้ทันตามกําหนดเวลา ผู้ขายจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายค่าออกซิเจนเหลวที่ทางโรงพยาบาลฯ สั่งมาจากแหล่งอื่น และค่าเสียหายอื่นๆ ที่เกิดขึ้น
  • หากการเคลื่อนย้ายถังไม่เป็นไปตามข้อกําหนดเวลาผู้ขายต้องรับผิดชอบจัดหาออกซิเจนที่ใช้แทนกันได้ให้แก่โรงพยาบาลฯ ไว้ใช้ต่อไปจนกว่าจะเคลื่อนย้ายเสร็จ โดยค่าใช้จ่ายของผู้ขายเอง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ถังบรรจุออกซิเจนเหลวมีปัญหา ผู้ขายมีแนวทางการแก้ไขอย่างไร?
    คำตอบ: ผู้ขายต้องมีบริการฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และต้องดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง นับจากได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลฯ พร้อมทั้งจัดหาออกซิเจนสำรองให้โรงพยาบาลใช้ทดแทนในระหว่างซ่อมแซม โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

    • คำถาม: ผู้ขายต้องดำเนินการอย่างไรหากโรงพยาบาลมีการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยเพิ่มเติมและต้องการเชื่อมต่อระบบออกซิเจน?
      คำตอบ: หากโรงพยาบาลฯ มีการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยเพิ่มเติม และภายในอาคารมีระบบออกซิเจนไปป์ไลน์ ทางผู้ขายต้องดําเนินการเชื่อมระบบจ่ายออกซิเจนเหลวเข้ากับระบบออกซิเจนไปป์ไลน์ของอาคาร โดยไม่คิดมูลค่า

    • คำถาม: โรงพยาบาลมีหน้าที่รับผิดชอบอะไรบ้างในโครงการนี้?
      คำตอบ: โรงพยาบาลฯ เป็นผู้จัดหาระบบไปป์ไลน์ภายในอาคาร และระบบท่อที่เชื่อมต่อจากถังบรรจุออกซิเจนเหลว

    • คำถาม: หากปริมาณออกซิเจนเหลวในถังลดลงเหลือ 30-40% จะมีสัญญาณเตือนหรือไม่?
      คำตอบ: จะมีสัญญาณเตือน “ORDER LIQUID” ปรากฏขึ้นทั้งแสงและเสียง เพื่อให้ดำเนินการสั่งออกซิเจนเหลวทันที

    • คำถาม: หากความดันในระบบท่อจ่ายแก๊สลดลงต่ำกว่า 130 PSIG จะมีสัญญาณเตือนหรือไม่?
      คำตอบ: จะมีสัญญาณเตือน “TANK LOW PRESSURE” ปรากฏขึ้นทั้งแสงและเสียง

    • คำถาม: อุปกรณ์สำคัญในถังบรรจุออกซิเจนเหลวมีอะไรบ้าง?
      คำตอบ: อุปกรณ์สำคัญประกอบด้วย มาตรวัดความดัน, มาตรวัดระดับออกซิเจนเหลว, อุปกรณ์เปลี่ยนสถานะ (Vaporiser), อุปกรณ์ควบคุมความปลอดภัย (Relief Valve, Bursting Disc), และอุปกรณ์สัญญาณเตือน

    • คำถาม: Vaporiser มีขนาดเท่าไหร่ และหาก Vaporiser ชำรุด จะมี Vaporiser สำรองหรือไม่?
      คำตอบ: Vaporiser จะต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ในกรณีที่ Vaporiser ชำรุด ทางบริษัทต้องหา Vaporiser สำรองให้ได้ภายใน ๒๔ ชั่วโมง

    • คำถาม: ผู้ขายต้องดำเนินการตรวจสอบอะไรบ้างในการตรวจเช็คและบำรุงรักษาประจำปี?
      คำตอบ: ผู้ขายต้องดำเนินการทดสอบรอยรั่วของไปป์ไลน์และวาล์ว, ทดสอบสภาพถัง, ทดสอบลิ้นนิรภัย, ทดสอบมาตรวัดออกซิเจนเหลว, ทดสอบความเที่ยงตรงของ Pressure gauge, ตรวจสอบแรงดันของออกซิเจน ณ จุดใช้งาน, ตรวจสอบการทํางานของระบบสัญญาณเตือน, ตรวจสอบระบบออกซิเจนสํารอง, และทําความสะอาดถังออกซิเจนเหลว

    • คำถาม: ในวันสิ้นสุดสัญญา ผู้ขายต้องดำเนินการอย่างไร?
      คำตอบ: ในวันสิ้นสุดสัญญา ให้ผู้ขายรับผิดชอบออกซิเจนเหลวให้ทางโรงพยาบาลต่อไป จนกว่าทางโรงพยาบาลพร้อมที่จะสั่งซื้อออกซิเจนเหลวจากผู้ขายรายใหม่ และผู้ขายต้องมาเคลื่อนย้ายถังออกไปภายในเวลาที่โรงพยาบาลกําหนด

    • คำถาม: บริษัทฯจะต้องทำอย่างไร เมื่อทำการติดตั้งถังบรรจุออกซิเจนเหลวให้แก่โรงพยาบาล?
      คำตอบ: บริษัทฯจะต้องจัดหาและติดตั้งถังบรรจุออกซิเจนเหลวให้แก่โรงพยาบาล ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ และเชื่อมต่อกับระบบออกซิเจนไปป์ไลน์ของโรงพยาบาลฯ จนสามารถใช้งานได้ดี โดยไม่คิดมูลค่าใดๆทั้งสิ้น ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันทําสัญญา และในช่วงที่บริษัทฯ ทําการติดตั้งถัง บริษัทฯ ต้องรับผิดชอบในการจัดหาแก๊สออกซิเจนสํารองสําหรับผู้ป่วยต่างๆ ให้เพียงพอกับความต้องการ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

๑.
รายละเอียดและคุณลักษณะเฉพาะ
ในรายการ ออกซิเจนเหลวทางการแพทย์
โรงพยาบาล ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ ประจําปีงบประมาณ ๒๕๖๔
รายละเอียดทั่วไป
ออกซิเจนเหลวต้องมีคุณลักษณะตามกําหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสําหรับออกซิเจนที่ใช้ ในทางการแพทย์ ตาม ม.อ.ก.ที่ ๕๔๐/๒๕๕๕ หรือใหม่กว่า โดยผู้ขายต้องแสดงหลักฐานรายงานผลการ ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทางการแพทย์ประจําปี ที่ผู้ขายได้รับจากกระทรวงอุตสาหกรรม
๑.๑ ผู้ขายต้องมีประสบการณ์ในการจําหน่ายออกซิเจนเหลวทางการแพทย์อย่างต่อเนื่องและเชื่อ ถือได้ โดยเคยทําการซื้อขาย ปริมาตรไม่น้อยกว่า 9,000,000 ลูกบาศก์เมตร โดยมีหนังสือรับรองผลงานการซื้อขาย ออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ที่ออกให้โดยส่วนราชการหรือเอกชนที่ทางส่วนราชการเชื่อถือได้ หรือนําสําเนา
การซื้อขายออกซิเจนเหลวทางการแพทย์มาแสดงในวันยื่นเอกสาร
๑.๒ ผู้ขายต้องที่มีโรงงานผลิตออกซิเจนเหลวไม่ต่ํากว่า ๔ แห่งตั้งในต่างสถานที่กันและมีกําลังการผลิต แก๊สออกซิเจนโดยรวมไม่ต่ํากว่า ๔๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทั้งนี้หากโรงงานใดโรงงานหนึ่งชํารุด หรือ ได้รับภัยธรรมชาติเช่นน้ําท่วมหรือแผ่นดินไหวจะยังมีอีกแห่งหนึ่งสํารองได้ และโรงงานผลิตจะต้องได้รับรอง มาตรฐาน ISO ๙๐๐๑ และ ISO ๑๔๐๐๑ รวมทั้งทําการค้าและผลิตอากาศเหลวมาแล้วไม่น้อยกว่ากว่าปี โดยมีประสบการณ์การให้บริการขายให้กับโรงพยาบาลของรัฐไม่ต่ํากว่า ๕ แห่ง ทั้งนี้โรงพยาบาลจะพิจารณาถึง ความสามารถในการให้บริการและความเชื่อถือจากองค์กรอื่นเป็นสําคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขาดแคลน
และเสียหายต่อทางโรงพยาบาลต่อไปในอนาคต
๑.๓ ผู้ขายต้องไม่เคยมีประวัติการระเบิดของถังบรรจุออกซิเจนและจะต้องมีการประกันวินาศภัย เกี่ยวกับถังบรรจุออกซิเจนเหลว โดยมีวงเงินคุ้มครองสูงสุดไม่น้อยกว่า ๕๐๐ ล้านบาทต่อเหตุการณ์แต่ละครั้ง
ตลอดระยะเวลาประกันภัยโดยนําหลักฐานมาแสดงในวันยื่นซอง
๑.๔ ผู้ขายต้องมีโรงงานบรรจุก๊าซท่อออกซิเจนทางการแพทย์ที่จดทะเบียนในชื่อเดียวกันที่ได้มาตรฐาน มอก๕๕๐-๒๕๕๕ หรือใหม่กว่า และได้มาตรฐาน ISO๙๐๐๑-
๒.
รายละเอียดทางเทคนิค
๒.๑ ในการวัดปริมาตรออกซิเจนเหลวทางผู้ขายจะคํานวณตามหลักวิชาเทอร์โมไดนามิกให้ออกซิเจน เหลวกลายสภาพเป็นก๊าซภายใต้ภาวะอุณหภูมิ ๒๗ องศาเซลเซียส และความดัน๑,๐๑๓ มิลลิบาร์ ซึ่งในกรณี ออกซิเจนเหลวปริมาตร ๑ ลิตร จะสามารถกลายเป็นออกซิเจนได้เท่ากับ ๑.๘๗๗ ลูกบาศก์เมตร หรือ ออกซิเจนเหลวปริมาตร ๑ กิโลกรัม จะสามารถกลายเป็นออกซิเจนได้เท่ากับ ๐.๗๖๙ ลูกบาศก์เมตรโดยอ่าน ค่าที่คํานวณได้จากหัวจ่ายออกซิเจนเหลวที่ติดมากับรถส่งออกซิเจนเหลว โดยมีการ Calibrate
หัวจ่ายอย่างน้อยปีละ ๒ ครั้ง และเมื่อมีข้อสงสัยโดยเครื่องมือวัดปริมาตรออกซิเจนเหลวต้องได้รับการ ตรวจสอบว่าได้มาตรฐาน โดยต้องนําหลักฐานมาแสดงในวันยื่นซอง
๒.๒ บริษัทฯจะต้องจัดหาและติดตั้งถังบรรจุออกซิเจนเหลวให้แก่โรงพยาบาล ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ และเชื่อมต่อกับระบบออกซิเจนไปป์ไลน์ของโรงพยาบาลฯ จนสามารถใช้งานได้ดี โดยไม่คิดมูลค่าใดๆทั้งสิ้น ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันทําสัญญาจะซื้อจะขายแบบราคาคงที่ไม่จํากัดปริมาณ และในช่วงที่บริษัทฯ ทําการติดตั้งถัง บริษัทฯ ต้องรับผิดชอบในการจัดหาแก๊สออกซิเจนสํารองสําหรับผู้ป่วยต่างๆ ให้เพียงพอกับ ความต้องการ
๒/๒.๓ ถังบรรจุ…
ลงชื่อ……………………. ลงชื่อ………………กรรมการ ลงชื่อ……….. .กรรมการ
นางยุวดี ศุภโกศล
นางสุกัญญา พลทรัพย์ศิริ พยาบาลวิชาชีพชํานาญการพิเศษ พยาบาลวิชาชีพชํานาญการพิเศษ
นายอภิสิทธิ์ ประสาทศรี
นายช่างเทคนิค
-๒-
๒.๓ ถังบรรจุออกซิเจนเหลวนั้น ต้องเป็นถังที่ผลิตขึ้นโดยมีใบรับรองมาตรฐานการผลิตจากหน่วยงานที่ รับผิดชอบของประเทศผู้ผลิตและเป็นถังที่อยู่ในสภาพดี สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยตลอดระยะเวลาที่ ติดตั้งโดยแสดงหลักฐานการตรวจสอบ และการบํารุงรักษาประจําปี
๒.๔ ขนาดของถังบรรจุออกซิเจนที่ติดตั้ง ต้องมีขนาดที่เหมาะสม บรรจุไม่น้อยกว่า ๑๙,๐๐๐ ลิตร ของ ออกซิเจนเหลวโดยต้องติดตั้งจํานวน ๑ ถัง ขึ้นไป
๒.๕ ลักษณะถังบรรจุต้องเป็นถังชนิดพิเศษออกแบบมาเพื่อบรรจุของเหลวที่มีอุณหภูมิจุดเดือดต่ํามาก ภาชนะนี้ต้องมีผนังสองชั้น ชั้นนอกเป็นเหล็กกล้า ชั้นในเป็นเหล็กกล้าไม่เป็นสนิมระหว่างช่องทั้งสองต้องเป็น สุญญากาศบุด้วยฉนวนอย่างดี ไม่มีรอบรั่ว มีอุปกรณ์ที่สําคัญ คือ
๑) มาตรวัดความดันของถังและของระบบพร้อมอุปกรณ์ควบคุมที่ทํางานแบบอัตโนมัติให้ความดัน ของระบบอยู่ระหว่าง ๑๒๐ - ๑๕๐ psi
๒)
มาตรวัดระดับออกซิเจนเหลว
๓) อุปกรณ์เปลี่ยนระดับออกซิเจนเหลวให้เป็นก๊าซ (VAPORISER) ชนิดที่ใช้ความร้อนจาก บรรยากาศมาช่วย ทั้งนี้ VAPORISER จะต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ในกรณีที่ VAPORISER ชํารุด ทางบริษัทต้องหา VAPORISER สํารองให้ได้ภายใน ๒๔ ชั่วโมง
๔)
อุปกรณ์ควบคุมความปลอดภัยเกี่ยวเนื่องกับการระเบิดหรือสภาวะความดันที่สูงขึ้น โดย
ต้องมี Relief Valve ที่สามารถช่วยลดความดันลงได้อย่างอัตโนมัติ เมื่อความดันเกิน ๒๕๐ psi อย่างน้อย ๒ ชุด กับ Bursting disc ที่จะแตกออกที่ความดัน ๓๕๐ psi เพื่อระบายความดันให้ลงมาที่ระดับความปลอดภัย
๕) อุปกรณ์สัญญาณเตือน ซึ่งจะส่งสัญญาณเตือนเป็นเสียงและแสง โดยการทํางานของชุด สัญญาณจะทําการตรวจเช็คสภาพใช้งานของระบบออกซิเจนตลอดเวลาโดยแจ้งเป็น ๔ ลักษณะดังนี้

สัญญาณเตือนที่ ๑ เตือน “ORDER LIQUID” เมื่อสัญญาณเตือนปรากฏแสงและเสียงขึ้น ที่ชุดสัญญาณเตือน แสดงว่าปริมาณออกซิเจนเหลวที่เหลือ ๓๐-๔๐ % ของปริมาณแก๊สเหลวที่ระดับเต็มถังให้ ดําเนินการสั่งออกซิเจนเหลวทันที
สัญญาณเตือนที่ ๒ เดือน “TANK LOW PRESSURE” เมื่อสัญญาณเตือนปรากฏแสงและ เสียงดังขึ้นที่ชุดสัญญาณเตือน แสดงว่าความดันในระบบท่อจ่ายแก๊สจากถังออกซิเจนเหลวถึงชุดลดความดัน ลดลงต่ํากว่า ๑๓๐ PSIG (จากแรงดันปกติ ๑๕๐ PSIG)
สัญญาณเตือนที่ ๓ เดือน “LINE LOW PRESSURE” เมื่อสัญญาณเตือนแสงและเสียงดัง ขึ้นแสดงว่าความดันในระบบท่อจ่ายแก๊สที่ออกจากชุดลดความดันเพื่อใช้งานลดลงต่ํากว่า ๔๘ PSIG (ความดัน
ปกติ ๖๐ PSIG)
สัญญาณเตือนที่ ๔ เตือน “LINE HIGH PRESSURE” เมื่อสัญญาณเตือนแสงและเสียงดัง ขึ้นแสดงว่าความดันในระบบท่อจ่ายแก๊สที่ออกจากชุดลดความดันเพื่อใช้งานสูงกว่า ๗๒PSIG (ความดันปกติ
bo PSIG)
๖) อุปกรณ์ Manual Shut off Valve ตามข้อต่อทางแยกต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการซ่อม
บํารุง
..กรรมการ
นางยุวดี ศุภโกศล พยาบาลวิชาชีพชํานาญการพิเศษ
นางสุกัญญา พลทรัพย์ศิริ
พยาบาลวิชาชีพชํานาญการพิเศษ
๓/๗) ติดตั้ง… ลงชื่อ……………….กรรมการ
นายอภิสิทธิ์ ประสาทศรี
นายช่างเทคนิค
-60-
ประกอบด้วย
๓) ติดตั้งชุดอุปกรณ์สําหรับปั้มออกซิเจนเหลว (Electrical Wiring for Cryogenic Pump)

Electrical Wiring

Breaker & Fuse
Steel Cabinet
๒.๖ อุปกรณ์ Manual Shut off Valve ตามข้อต่อทางแยกต่าง ๆ ต้องได้รับการตรวจสอบมาตรฐาน ความปลอดภัยจากบริษัทที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยราชการที่รับผิดชอบ และมีหนังสือยืนยันผ่านการตรวจสอบ
เมื่อการติดตั้งแล้วเสร็จ
คุณภาพปลอดภัยแสดง
๒.๗ ในกรณีที่ถังบรรจุออกซิเจนเหลวและระบบเกิดชํารุดเสียหายเนื่องจากการใช้งานปกติ ผู้ขายต้อง รับผิดชอบซ่อมบํารุงรักษาให้ใช้งานได้ดีโดยค่าใช้จ่ายเป็นของผู้ขาย และผู้ขายต้องมีบริการฉุกเฉินตลอด ๒๔ ชั่วโมง และมาดําเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔ ชั่วโมง นับจากได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลฯ ทางโทรศัพท์ หรือทางโทรสารโดยผู้ขายจะต้องระบุสถานที่หมายเลขโทรศัพท์ชื่อบุคคลที่จะรับแจ้งเหตุฉุกเฉินจาก โรงพยาบาลฯ แนบมาด้วย สําหรับออกซิเจนเหลวที่สูญหายไปในระหว่างการขัดข้องเสียหายดังกล่าว ผู้ขาย จะต้องชดใช้ให้โดยไม่คิดมูลค่าและจัดหาออกซิเจนแก๊สมาให้โรงพยาบาลฯ ใช้แทนก่อน ในราคาต่อลูกบาศก์ เมตรที่เท่ากันกับราคาออกซิเจนเหลวที่กลายเป็นแก๊สจนกว่าจะซ่อมเสร็จ
๒.๔ ให้ผู้จําหน่ายบริการขนส่งและเติมออกซิเจนให้กับโรงพยาบาล โดยไม่ต้องให้โรงพยาบาลฯ โทรศัพท์ตาม ทั้งนี้จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในกรณีมีความจําเป็นต้องเติมออกซิเจนก่อนกําหนด ทาง โรงพยาบาลฯ จะติดต่อให้ผู้ขายทราบ และฝ่ายผู้ขายต้องมาเติมให้กับโรงพยาบาลฯ ภายใน ๒๔ ชั่วโมง หลังจากได้รับการติดต่อ ในกรณีที่ผู้ขายไม่สามารถจัดส่งออกซิเจนเหลวได้ทันตามกําหนดเวลา ผู้ขาย จะต้อง รับผิดชอบค่าใช้จ่ายค่าออกซิเจนเหลวที่ทางโรงพยาบาลฯ สั่งมาจากแหล่งอื่น และค่าเสียหายอื่นๆ ที่เกิดขึ้น
๒.๙ ชุดลดความดันเพื่อนําไปใช้งาน ต้องเดินท่อจ่ายก๊าซออกซิเจนจากถังบรรจุ โดยการปรับความดัน ที่จ่ายออกจากถังบรรจุความดัน ๑๒๐-๑๕๐ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว และจ่ายก๊าซผ่านชุดลดความดันที่มีการ ออกแบบให้มีชุดสํารอง (Duplex) เพื่อให้สามารถซ่อมบํารุงอุปกรณ์ดังกล่าวได้โดยไม่ต้องปิดระบบเส้นท่อก๊าซ ทั้งหมด และติดตั้งอุปกรณ์คุ้มกันความปลอดภัยตามมาตรฐาน NFPA ๕๖F เพื่อใช้งานกับออกซิเจนทาง การแพทย์ โดยชุดลดความดันนี้จะต้องมีอัตราการไหลของออกซิเจนในแต่ละตัวไม่ต่ํากว่า ๑๘๐ ลูกบาศก์เมตร/ ชั่วโมง ที่แรงดัน ๗๕ ปอนด์/ตารางนิ้ว และลดแรงดัน ๕๕-๖๐ ปอนด์/ตารางนิ้ว เพื่อต่อระบบจ่ายก๊าซของ โรงพยาบาลในห้อง แมนิโฟลด์ (Manifold) ของตึกต่างๆ ตามโรงพยาบาลเป็นผู้กําหนด
ดังนี้
๒.๑๐ ผู้ขายต้องทําการตรวจเช็คและบํารุงรักษากรณีปกติปีละ ๑ ครั้ง โดยมีรายละเอียดการดําเนินการ
ทดสอบรอยรั่วของไปป์ไลน์และวาล์วทั้งหมด ตั้งแต่ถังจนถึงจุดต่อใช้งานกับผู้ป่วย
๒) ทดสอบสภาพถัง
๓) ทดสอบลิ้นนิรภัยทั้งหมดและเปลี่ยนตัวใหม่ให้ปีละครั้ง
๔) ทดสอบมาตรวัดออกซิเจนเหลวให้เที่ยงตรง
๕) ทดสอบความเที่ยงตรงของ Pressure gauge และเปลี่ยนตัวใหม่ให้ปีละครั้ง
ลงชื่อ………….ประธาน …………….
นางยุวดี ศุภโกศล พยาบาลวิชาชีพชํานาญการพิเศษ
๔/๖) ตรวจ…
.กรรมการ ลงชื่อ…………….. .กรรมการ
นายอภิสิทธิ์ ประสาทศรี
นางสุกัญญา พลทรัพย์ศิริ
พยาบาลวิชาชีพชํานาญการพิเศษ
นายช่างเทคนิค
๖) ตรวจสอบแรงดันของออกซิเจน ณ จุดใช้งานต่างๆ ให้อยู่ในสภาพคงที่มีแรงดัน
ใกล้เคียงกับจุดจ่ายออกซิเจนของระบบควบคุมความดัน หากจําเป็นต้องจัดทําจุดจ่ายออกซิเจนของระบบ ควบคุมความดันเพิ่มให้กับทางโรงพยาบาลฯ โดยไม่คิดมูลค่า
๓.
๗) ตรวจสอบการทํางานของระบบสัญญาณเตือนให้อยู่ในสภาพที่ดี และเชื่อถือได้ ๘) ตรวจสอบระบบออกซิเจนสํารองของโรงพยาบาลฯ ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย ๙) ทําความสะอาดถังออกซิเจนเหลว และบริเวณใกล้เคียงให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย รายละเอียดอื่นๆ
๓.๑ ผู้ขายต้องฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรับผิดชอบระบบออกซิเจนเหลวทางการแพทย์และผู้เกี่ยวข้อง
ของโรงพยาบาลฯให้มีความรู้ความสามารถในการใช้งานและซ่อมบํารุงอย่างถูกต้องก่อนส่งมอบงาน
๓.๒ ผู้ขายต้องจัดทําคู่มือรายละเอียดของเครื่องและอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบด้วยวิธีใช้การบํารุงรักษาการ แก้ไขปัญหาฉุกเฉิน รายการอะไหล่ ฯลฯ มามอบให้ทางโรงพยาบาลฯ ในวันส่งมอบงาน
๓.๓ หากทางโรงพยาบาลฯ มีการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยเพิ่มเติม และภายในอาคารมีระบบออกซิเจนไป ป์ไลน์ ทางผู้ขายต้องดําเนินการเชื่อมระบบจ่ายออกซิเจนเหลวเข้ากับระบบออกซิเจนไปป์ไลน์ของอาคาร โดย ไม่คิดมูลค่า โรงพยาบาลฯ จะเป็นผู้จัดหาระบบไปป์ไลน์ในอาคาร
๓.๔ ในวันสิ้นสุดสัญญา ให้ผู้ขายรับผิดชอบออกซิเจนเหลวให้ทางโรงพยาบาลต่อไป จนกว่าทาง โรงพยาบาลพร้อมที่จะสั่งซื้อออกซิเจนเหลวจากผู้ขายรายใหม่และผู้ขายต้องมาเคลื่อนย้ายถังออกไปภายใน เวลาที่โรงพยาบาลกําหนด โดยทางโรงพยาบาลฯจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าก่อนไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน หากการ เคลื่อนย้ายถังไม่เป็นไปตามข้อกําหนดเวลาผู้ขายต้องรับผิดชอบจัดหาออกซิเจนที่ใช้แทนกันได้ให้แก่ โรงพยาบาลฯ ไว้ใช้ต่อไปจนกว่าจะเคลื่อนย้ายเสร็จ โดยค่าใช้จ่ายของผู้ขายเอง
๓.๕ โรงพยาบาลฯ เป็นผู้จัดหาระบบไปป์ไลน์ภายในอาคาร และระบบท่อที่เชื่อมต่อจากถังบรรจุ
ออกซิเจนเหลว
นางยุวดี ศุภโกศล พยาบาลวิชาชีพชํานาญการพิเศษ
ลงชื่อ…….
.กรรมการ
กรรมการ
นางสุกัญญา พลทรัพย์ศิริ
นายอภิสิทธิ์ ประสาทศรี
นายช่างเทคนิค
พยาบาลวิชาชีพชํานาญการพิเศษ