จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างบริหารจัดการและปฏิบัติงานโครงการสูบผันน้ำท่อส่งน้ำเชื่อมโยงคลองพระองค์ไชยานุชิต-อ่างเก็บน้ำบางพระ กปภ.สาขาชลบุรี(พ) สำหรับระยะเวลาตั้งแต่ เม.ย.68 - มี.ค.69

การประปาส่วนภูมิภาค 68019514329
฿33,601,252.8 ปีงบ 2568 ประกาศ 28 ม.ค. 2568 ชลบุรี
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้เป็นการจ้างผู้รับจ้างเพื่อบริหารจัดการและปฏิบัติงานโครงการสูบผันน้ำ ท่อส่งน้ำเชื่อมโยงคลองพระองค์ไชยานุชิต-อ่างเก็บน้ำบางพระ รวมถึงโครงการท่อเชื่อมโยงจากคลองชลประทานพานทอง-อ่างเก็บน้ำบางพระ หรือจากแหล่งอื่นๆ มายังอ่างเก็บน้ำบางพระ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้ปริมาณน้ำตามแผนที่กำหนดในแต่ละเดือน ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการเดินระบบเครื่องสูบน้ำ, บำรุงรักษาเครื่องจักร, ระบบไฟฟ้า, ระบบควบคุม, และระบบส่งน้ำ รวมถึงซ่อมแซมเมื่อจำเป็น นอกจากนี้ ยังต้องดูแลความปลอดภัยของทรัพย์สินและสถานที่, จัดเก็บตัวอย่างน้ำ, และจัดหายานพาหนะให้ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างต้องมีผู้จัดการโครงการมาบริหารงาน, จัดทำแผนการดำเนินงาน, และส่งมอบงานตามระยะเวลาที่กำหนด ระยะเวลาของโครงการคือ เมษายน 2568 ถึง มีนาคม 2569 การจ่ายเงินค่าจ้างเป็นไปตามผลงานที่แล้วเสร็จและได้รับการตรวจรับจากคณะกรรมการ

English summary

This project involves the management and operation of a water pumping project, specifically the pipeline connecting Khlong Phra Ong Chaiyanuchit to Bang Phra Reservoir. The scope includes pumping water through the pipeline system, maintaining pumping machinery, electrical systems, control systems, and water pipelines. The contractor is also responsible for asset and site security, water sampling, and providing vehicles for the client. A project manager is required to oversee operations, develop work plans, and deliver outputs according to schedule. The project duration is from April 2025 to March 2026. Payment will be based on completed work, inspected and approved by the committee.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ดำเนินการสูบผันน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำและระบบท่อส่งน้ำ จากสถานีสูบน้ำคลองพระองค์ฯ และสถานีสูบน้ำคลองชลประทานพานทอง ไปยังอ่างเก็บน้ำบางพระ ให้ได้ปริมาณตามแผนการสูบผันน้ำ
  • ดำเนินงาน หรือจัดให้มีการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของสัญญาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงตามความจำเป็นที่คู่สัญญาจะได้ตกลงกันเป็นครั้งคราวตามสัญญานี้

ขอบเขตของงาน

  • บริหารจัดการและปฏิบัติงานโครงการสูบผันน้ำ
  • เดินระบบเครื่องสูบน้ำและบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำ มอเตอร์และอุปกรณ์ประกอบ
  • บำรุงรักษาระบบไฟฟ้า
  • บำรุงรักษาระบบควบคุมและเครื่องมือวัด
  • บำรุงรักษาระบบส่งน้ำ
  • ซ่อมแซมระบบส่งน้ำและ/หรือสถานีสูบน้ำ
  • ดูแลทรัพย์สินและสถานที่, รักษาความปลอดภัย สถานีสูบน้ำคลองพระองค์ฯ และสถานีสูบน้ำคลองชลประทานพานทอง
  • เก็บตัวอย่างน้ำต้นทางและปลายทาง
  • จัดหายานพาหนะให้ผู้ว่าจ้าง
  • จัดหาผู้จัดการโครงการมาบริหารงาน

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนงานการบำรุงรักษาเครื่องจักรอุปกรณ์
  • แบบฟอร์มการปฏิบัติงาน
  • แบบฟอร์มบันทึกคุณภาพน้ำและระดับน้ำ
  • รายงานการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า
  • รายงานผลการสอบเทียบเครื่องมือวัด
  • รายงานผลการปฏิบัติงานประจำเดือน
  • รายงานสรุปความพร้อมใช้งานของสถานี
  • รายงานการซ่อมแซมแก้ไขหรืองานสนับสนุนอื่นๆ
  • รูปแบบ Digital File ข้อมูลรายงาน
  • แผนงานหลักที่ใช้ดำเนินงาน
  • รายงานความก้าวหน้าประจำเดือน
  • ส่งมอบงานโดยการจัดทำเป็นรายงานประจำงวดงาน
  • ผังโครงสร้างบุคลากร (Organize Chart) พร้อมรายละเอียดประวัติของบุคลากร
  • รายงานประจำวัน, รายงานประจำเดือน, รายงานประจำไตรมาส และรายงานประจำปี

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาตามสัญญา: เมษายน 2568 – มีนาคม 2569
  • การส่งมอบแผนงานหลัก: ภายใน 15 วันหลังจากได้รับแจ้งหนังสือเริ่มงาน
  • การส่งมอบรายงานความก้าวหน้า: ไม่เกินวันที่ 1 ของเดือนถัดไป
  • การส่งมอบงานและชำระค่าจ้าง: ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ตรวจสอบรับรองความถูกต้อง

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: -
  • Standards Compliance: -
  • Experience:
    • ประสบการณ์ด้านบริหารจัดการ/บำรุงรักษา เครื่องสูบน้ำต้นกำลังมอเตอร์ขนาดไม่น้อยกว่า 1 MW ที่ระดับแรงดันไม่ต่ำกว่า 3.3 KV (3 ปีขึ้นไป)
    • ประสบการณ์ด้านการติดตั้งเครื่องสูบน้ำต้นกำลังมอเตอร์ พร้อมระบบควบคุม ที่ระดับแรงดันไม่ต่ำกว่า 3.3 KV ขนาดมากกว่า 1.5 MW ขึ้นไป
    • ประสบการณ์ด้านบริหารจัดการ/บำรุงรักษา ระบบท่อส่งน้ำใต้ดินชนิดเหล็กเหนียว ขนาด Ø ไม่น้อยกว่า 1,000 มม. (3 ปีขึ้นไป)
    • ประสบการณ์ด้านงานซ่อมระบบท่อส่งน้ำใต้ดินชนิดเหล็กเหนียวขนาด Ø ไม่น้อยกว่า 1,000 มม. (มากกว่า 10 ครั้ง)
    • ประสบการณ์ด้านงานวางท่อส่งน้ำใต้ดินชนิดเหล็กเหนียวยาวไม่น้อยกว่า 10 กิโลเมตร ขนาด Ø มากกว่า 1,200 มม.ขึ้นไป
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities:
    • ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ (ผู้ชำนาญการเฉพาะทาง) ในการดูแลและบำรุงรักษาระบบส่งน้ำและอุปกรณ์ประกอบ
    • เครื่องมือและอุปกรณ์พื้นฐานประจำหน่วยงาน
    • อุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับการตรวจวัด วิเคราะห์ข้อมูลที่จำเป็น
    • อุปกรณ์สื่อสาร ที่สามารถถ่ายภาพพร้อมรายละเอียด
  • Personnel:
    • ผู้จัดการโครงการ:
      • สัญชาติไทย
      • อายุไม่น้อยกว่า 27 ปีบริบูรณ์
      • วุฒิขั้นต่ำ ปริญญาตรี สาขาวิศวกรรม ด้าน โยธา หรือ ไฟฟ้า หรือ เครื่องกล
      • มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรม

เกณฑ์การพิจารณา

  • กปภ. จะทำการคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติถูกต้อง และมีข้อเสนอทางด้านเทคนิคเป็นไปตามเงื่อนไขและความต้องการของ กปภ.
  • ผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องได้คะแนนข้อเสนอทางด้านเทคนิครวมทุกข้อไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของคะแนนเต็มทั้งหมด จึงจะได้รับสิทธิพิจารณาการเสนอราคา โดยใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุด

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • เครื่องสูบน้ำ:
    • Motor: 3 MW, 11 kV, 995 rpm. จำนวน 5 เครื่อง
    • Pump: 1.375 m/s, 160m, 995 rpm จำนวน 5 เครื่อง
    • Suction Valve: DN1400 จำนวน 5 ชุด
    • Discharge Valve: DN1800 จำนวน 5 ชุด
    • Check Valve: DN1200 จำนวน 5 ชุด
    • Motor Pump Hydraulic Check valve 7.5 kW, 380 V. จำนวน 5 ชุด
    • Electric Actuator: 15 kW, 380 V. จำนวน 5 ชุด
    • Air Valve: DN200 จำนวน 5 ชุด
    • Drainage Pump: 0.7 m/min, 3.7 kW, 380 V. จำนวน 5 ชุด
    • Overhead Crane: 30 Tons. จำนวน 1 ชุด
    • Generator: 82.5 kVA. 400/230 V. จำนวน 1 ชุด
  • ระบบไฟฟ้า:
    • สายส่งและอุปกรณ์ไฟฟ้า 11 kV และ 115 kV (หลังมิเตอร์ กฟน. เป็นต้นมา)
    • อุปกรณ์ตัดตอน 11 kV และ 115 kV รวมทั้งตู้ควบคุม
    • หม้อแปลงไฟฟ้า แนวรั้วหม้อแปลง และลานหม้อแปลง
    • สายไฟฟ้าระหว่างหม้อแปลง และโรงสูบน้ำ
    • ห้องควบคุมไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในห้องทั้งหมดรวมถึงสายไฟฟ้าไปยังมอเตอร์เครื่องสูบน้ำ
  • ระบบควบคุมและเครื่องมือวัด:
    • Ultrasonic หรือ Magnetic Flow Meter/Transmitter
    • Pressure Transmitter
    • ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบ
    • ระบบควบคุม (PLC System)
  • ระบบส่งน้ำ:
    • ท่อส่งน้ำหลัก Steel Pipe ขนาด 1,800 มม. ระยะทางประมาณ 58 กิโลเมตร และ 300 เมตร

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน:
    • จ่ายเงินค่าจ้างเป็นรายเดือน
    • หมวดค่าบริหารงานโครงการ: 591,920 บาท/เดือน (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
    • หมวดค่าใช้จ่ายที่เบิกคืนได้ (Reimbursable): ไม่เกิน 24,300,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
  • การประกัน:
    • ผู้รับจ้างรับประกันความชำรุดบกพร่อง:
      • ภายในระยะเวลาดำเนินการตามโครงการ (ไม่น้อยกว่า 1 ปี) สำหรับงานซ่อมแซม
      • 2 ปี สำหรับการเปลี่ยนเครื่องจักรและ/หรืออุปกรณ์ใหม่
  • ค่าใช้จ่ายที่ผู้รับจ้างรับผิดชอบ:
    • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมด ยกเว้น:
      • ค่าไฟฟ้าที่ผ่านมิเตอร์ไฟฟ้าขนาด 115 KV
      • ค่าไฟฟ้าผ่านมิเตอร์ระบบบำรุงรักษาเส้นท่อ (ระบบ Cathodic protection) และค่าไฟฟ้าสำหรับระบบวัดปริมาณน้ำในเส้นท่อ
      • ค่าไฟฟ้าอื่นๆ ที่ใช้เพื่อการสูบผันน้ำและการบำรุงรักษาระบบส่งน้ำ
  • ค่าปรับ:
    • ปริมาณน้ำที่สูบไม่ได้ตามแผน: 0.5 บาท/ลบ.ม.
    • งานที่เบิกคืนได้ตามที่คณะกรรมการฯ เห็นชอบแล้ว: 0.1-0.25% ของมูลค่างาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการบำรุงรักษาอะไรบ้าง?
    • คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำ, ระบบไฟฟ้า, ระบบควบคุม, และท่อส่งน้ำ รวมถึงซ่อมแซมเมื่อจำเป็น
  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดส่งรายงานอะไรบ้าง และเมื่อไหร่?
    • คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องจัดส่งรายงานประจำวัน, รายงานประจำเดือน, รายงานประจำไตรมาส, และรายงานประจำปี ตามที่ระบุใน TOR
  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติอย่างไร?
    • คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการดูแลระบบ, รวมถึงผู้จัดการโครงการที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด
  • คำถาม: การจ่ายเงินค่าจ้างเป็นอย่างไร?
    • คำตอบ: การจ่ายเงินค่าจ้างแบ่งเป็น 2 ส่วน: ค่าบริหารงานโครงการจ่ายเป็นรายเดือน และค่าใช้จ่ายที่เบิกคืนได้จ่ายตามผลงานที่เกิดขึ้นจริง
  • คำถาม: ค่าปรับสำหรับการสูบน้ำไม่ได้ตามแผนคิดอย่างไร?
    • คำตอบ: คิดค่าปรับ 0.5 บาทต่อลูกบาศก์เมตรสำหรับปริมาณน้ำที่สูบไม่ได้ตามแผน
  • คำถาม: ระยะเวลาการรับประกันผลงานเป็นอย่างไร?
    • คำตอบ: การรับประกันผลงาน 1 ปีสำหรับงานซ่อมแซม และ 2 ปีสำหรับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ใหม่
  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์อะไรบ้าง?
    • คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องมีเครื่องมือและอุปกรณ์พื้นฐานประจำหน่วยงาน, อุปกรณ์สำหรับการตรวจวัดและวิเคราะห์ข้อมูล, และอุปกรณ์สื่อสาร
  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องมีหน้าที่อะไรเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย?
    • คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องดูแลทรัพย์สินและสถานที่, รักษาความปลอดภัย, และจัดหาพนักงานรักษาความสะอาดและรักษาความปลอดภัย
  • คำถาม: มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิดชอบ?
    • คำตอบ: ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิดชอบค่าไฟฟ้าที่ผ่านมิเตอร์ 115KV, ค่าไฟฟ้าสำหรับระบบ Cathodic Protection, และค่าไฟฟ้าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสูบผันน้ำ
  • คำถาม: ผู้จัดการโครงการมีหน้าที่รับผิดชอบอะไรบ้าง?
    • คำตอบ: ผู้จัดการโครงการมีหน้าที่วางแผน, บริหารจัดการ, ตรวจสอบ, ติดตาม, และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพื่อให้โครงการเป็นไปตามวัตถุประสงค์

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

การประปาส่วนภูมิภาค ข้อกำหนดขอบเขตของงาน (TOR) การบริหารจัดการและปฏิบัติงานโครงการสูบผันน้ำ ท่อส่งน้ำเชื่อมโยงคลองพระองค์ไชยานุชิต-อ่างเก็บน้ำบางพระ ๑.ความเป็นมาและวัตถุประสงค์ การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) มีความประสงค์จะจ้างผู้รับจ้างมาดำเนินการบริหารจัดการและ ปฏิบัติงานโครงการสูบผันน้ำท่อส่งน้ำเชื่อมโยงคลองพระองค์ไชยานุชิต-คลองชลประทานพานทอง-อ่างเก็บน้ำ บางพระเพื่อดำเนินการสูบผันน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำและระบบท่อส่งน้ำ จากสถานีสูบน้ำคลองพระองค์ฯ และ สถานีสูบน้ำคลองชลประทานพานทอง ไปยังอ่างเก็บน้ำบางพระ ให้ได้ปริมาณตามแผนการสูบผันน้ำ ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินงาน หรือจัดให้มีการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของสัญญาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่ กำหนด ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงตามความจำเป็นที่คู่สัญญาจะได้ตกลงกันเป็นครั้งคราวตามสัญญานี้ ๒.คำจำกัดความ ขอบเขตของงานจ้างนี้ จะใช้คำจำกัดความและความหมายของคำต่อไปนี้ ๒.๑ “โครงการ” หมายถึง โครงการสูบผันท่อส่งน้ำเชื่อมโยงจากคลองพระองค์ไชยานุชิต- โครงการท่อเชื่อมโยงจากคลองชลประทานพานทอง-อ่างเก็บน้ำบางพระหรือจากแหล่งอื่นๆมายังอ่างเก็บน้ำ บางพระ ๒.๒ “ระบบส่งน้ำ” หมายถึง สถานีสูบน้ำ ท่อส่งน้ำ เครื่องจักรส่วนควบอุปกรณ์หรือสิ่งอื่นใด ที่เกี่ยวเนื่องในการใช้สูบผันน้ำของโครงการนี้ ๒.๓ “สถานีสูบน้ำ” หมายถึงโรงสูบน้ำอาคารสิ่งก่อสร้างเครื่องจักรกลไฟฟ้าท่อและอุปกรณ์ ต่างๆที่ใช้เพื่อสูบน้ำดิบรวมถึงสถานที่ซึ่งมีไว้ประชุม และ/หรือบริเวณที่ดินที่เป็นที่ตั้งของสถานีสูบน้ำคลอง พระองค์ไชยานุชิต และสถานีสูบน้ำคลองชลประทานพานทอง ๒.๔ “ซ่อมแซม” หมายถึง ซ่อม เปลี่ยน ปรับปรุงแก้ไข ระบบส่งน้ำของโครงการนี้ ๒.๕ “บำรุงรักษา” หมายถึง การดูแล ตรวจสอบ ทดสอบ เพื่อรักษาสภาพของระบบส่งน้ำ ของโครงการนี้ ให้มีสภาพที่พร้อมจะใช้งานอยู่ตลอดเวลา ๒.๖ “ปรับปรุงระบบ” หมายถึง การดำเนินการใดๆ ในการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขระบบส่งน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ หรือให้ทันสมัย รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องที่จะต้องดำเนินการ หากแนวท่อกีดขวาง การ/อุปสรรคในการก่อสร้าง หรืออื่นๆ ของโครงการนี้ ๒.๗ “เหตุสุดวิสัย” หมายถึงเหตุใดๆอันจะเกิดขึ้นก็ดีจะให้ผลพิบัติก็ดีเป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกัน ได้แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้นจะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมาย ได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น ๑/๙ ร่าง TOR ๓. ขอบเขตทั่วไปของงานจ้าง ขอบเขตทั่วไปของงานจ้างประกอบไปด้วย งานดังต่อไปนี้ ๓.๑ ผู้รับจ้างจะต้องบริหารจัดการและปฏิบัติงานโครงการสูบผันน้ำเพื่อสูบส่งน้ำผ่านระบบ ท่อเชื่อมโยงจากคลองพระองค์ไชยานุชิตและสถานีสูบน้ำคลองชลประทานพานทอง ไปยังอ่างเก็บน้ำบางพระให้ ได้ปริมาณตามแผนการสูบผันน้ำที่ผู้ว่าจ้างจะได้กำหนดให้ในแต่ละเดือน ๓.๒ งานเดินระบบเครื่องสูบน้ำ และบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำมอเตอร์และอุปกรณ์ประกอบ ตามรายละเอียดในภาคผนวก ๑ ๓.๓ งานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า ตามรายละเอียดในภาคผนวก ๒ ๓.๔ งานบำรุงรักษาระบบควบคุมและเครื่องมือวัด ตามรายละเอียดในภาคผนวก ๓ ๓.๕ งานบำรุงรักษาระบบส่งน้ำตามรายละเอียดในภาคผนวก๔ ๓.๖ งานซ่อมแซมระบบส่งน้ำและ/หรือสถานีสูบน้ำในส่วนที่นอกเหนือไปจากงานบำรุงรักษา ตามปกติตามข้อ๓.๒ -๓.๕ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การคิดค่าใช้จ่ายที่เบิกคืนได้(Reimbursable) ๓.๗ งานดูแลทรัพย์สินและสถานที่ ตลอดจนรักษาความปลอดภัย สถานีสูบน้ำคลองพระองค์ฯ และสถานีสูบน้ำคลองชลประทานพานทอง ตามรายละเอียดในภาคผนวก ๖ ๓.๘ ผู้รับจ้างต้องเก็บตัวอย่างน้ำต้นทางและปลายทางตามวิธีการและมาตรฐานของ กปภ. มา ส่งให้ผู้ว่าจ้างตามกำหนด ดังนี้ ๓.๘.๑ ในช่วงเวลาสูบผันน้ำเก็บตัวอย่างน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง หรือตามที่ ผู้ว่าจ้างเห็นสมควร ณ สถานที่ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ๓.๘.๒ นอกช่วงเวลาสูบผันน้ำเก็บตัวอย่างน้ำตามที่ผู้ว่าจ้างเห็นสมควร ณ สถานที่ ๓.๙ ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องจัดหายานพาหนะให้ผู้ว่าจ้าง เพื่อใช้สำหรับการดำเนินงานใน โครงการ ตามรายละเอียดในภาคผนวก ๑๑ ๓.๑๐ผู้รับจ้างต้องจัดหาผู้จัดการโครงการมาบริหารงานตามโครงการ โดยมีขอบเขตและ หน้าที่ความรับผิดชอบตามรายละเอียดในภาคผนวก ๕ ๔. บทเบ็ดเตล็ดทั่วไป ๔.๑ งานซ่อมแซม ในระบบส่งน้ำและ/หรือสถานีสูบน้ำ ๔.๑.๑ กรณีจำเป็นเร่งด่วน ให้ผู้รับจ้างระงับเหตุและบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้น ในทันที นับแต่ทราบหรือได้รับแจ้ง และให้ผู้รับจ้างเข้าตรวจสอบหน้างาน เตรียมความพร้อม เสนอแผนการ ทำงาน ประมาณราคาเบื้องต้น พร้อมกำหนดเวลาที่จะใช้ดำเนินการเบื้องต้นภายใน ๒๔ ชั่วโมง นับแต่ทราบ หรือได้รับแจ้ง โดยให้ผู้รับจ้างดำเนินการตามแผนการทำงานที่เสนอให้แล้วเสร็จภายใน ๗๒ ชั่วโมง หรือตาม ระยะเวลาที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีดุลพินิจ ทั้งนี้ หากผู้ว่าจ้างเห็นว่าผู้รับจ้างจะดำเนินการไม่แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดตาม วรรคแรก ผู้ว่าจ้างอาจใช้สิทธิเข้าดำเนินการแทน และมีสิทธิเรียกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากผู้รับจ้างโดยที่ ผู้ว่าจ้างมีสิทธินำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดมาหักกลบลบหนี้จากเงินที่ผู้รับจ้างมีสิทธิได้รับจากผู้ว่าจ้าง และขอ สงวนสิทธิ์ไม่เบิกจ่ายค่าจ้างให้กับผู้รับจ้างในงานที่ได้ทำไปแล้วตามวรรคแรก หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จภายในกำหนดและเป็นเหตุให้เกิด ความเสียหายเพิ่มเติมและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายในส่วนที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด ตามคำวินิจฉัยของผู้ควบคุมงานหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ๔.๑.๒ กรณีที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน การสอบเทียบมาตรวัดน้ำและ/หรืองานปรับปรุงระบบ ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นให้ผู้รับจ้างทำรายละเอียดเสนอผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อน เข้าดำเนินการซ่อมแซมและปรับปรุงเมื่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นชอบแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการ ให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดตามแผน หากไม่สามารถดำเนินการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จตามระยะเวลา ที่กำหนด ผู้ว่าจ้างอาจใช้สิทธิเข้าดำเนินการแทน และมีสิทธิเรียกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากผู้รับจ้าง โดยที่ ผู้ว่าจ้างมีสิทธินำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดมาหักกลบลบหนี้จากเงินที่ผู้รับจ้างมีสิทธิได้รับจากผู้ว่าจ้าง และขอสงวนสิทธิไม่เบิกจ่ายค่าจ้างให้กับผู้รับจ้างในงานที่ได้ทำไปแล้ว ๔.๒ งานตามข้อ ๔.๑.๑ และข้อ ๔.๑.๒ ที่ผู้รับจ้างได้ดำเนินการไปแล้ว ผู้รับจ้างตกลง รับประกันความชำรุดบกพร่องภายในระยะเวลาดำเนินการตามโครงการนี้ แต่ไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถัดจากวันที่ ผู้ว่าจ้างได้รับมอบงานดังกล่าว ผู้รับจ้างตกลงจะดำเนินการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนให้กลับมาอยู่ในสภาพดีดังเดิม ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเองทั้งหมด ๔.๓ ในกรณีการเปลี่ยนเครื่องจักร และ/หรืออุปกรณ์ของใหม่ ไม่เคยใช้งานมาก่อน ผู้รับจ้าง ตกลงรับประกันความชำรุดบกพร่องภายในกำหนด ๒ ปี นับถัดจากวันที่ผู้ว่าจ้างได้รับมอบงานดังกล่าว ๔.๔ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมด ยกเว้น ๔.๔.๑. ค่าไฟฟ้าที่ผ่านมิเตอร์ไฟฟ้าขนาด ๑๑๕ KV ๔.๔.๒. ค่าไฟฟ้าผ่านมิเตอร์ระบบบำรุงรักษาเส้นท่อ (ระบบ Cathodic protection) และค่าไฟฟ้าสำหรับระบบวัดปริมาณน้ำในเส้นท่อ ๔.๔.๓. ค่าไฟฟ้าอื่นๆ ที่ใช้เพื่อการสูบผันน้ำและการบำรุงรักษาระบบส่งน้ำ ๕. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ ร้อยละ ๖๐ ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา และต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐ ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา โดยผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ ผลิตในประเทศและแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศฯ เสนอผู้ว่าจ้างภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันที่ ได้ลงนามสัญญา ๗. การคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอ ๗.๑ กปภ.จะทำการคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติถูกต้อง และมีข้อเสนอทางด้านเทคนิคเป็นไป ตามเงื่อนไขและความต้องการของกปภ. ภาคผนวก ๘ ผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องได้คะแนนข้อเสนอทางด้านเทคนิครวมทุกข้อไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ของ คะแนนเต็มทั้งหมด จึงจะได้รับสิทธิพิจารณาการเสนอราคา โดยใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุด โดยการให้คะแนนข้อเสนอทางด้านเทคนิคจะแสดงรายละเอียดใน ๗.๒ กปภ.ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอทั้งหมดหรือบางส่วน หรือจะยกเลิกการคัดเลือกก็ ได้โดยถือผลประโยชน์ของกปภ.เป็นสำคัญและให้ถือว่าการตัดสินของกปภ.เป็นที่สุดจะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ไม่ได้ ๘. การจ่ายเงินค่าจ้าง กปภ.จะจ่ายเงินค่าจ้างแต่ละครั้ง รวมถึงครั้งสุดท้ายให้แก่ผู้รับจ้างตามผลงานที่ผู้รับจ้างได้ดำเนินการ แล้วเสร็จจริง และได้รับการตรวจรับผลการดำเนินงานจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุที่ กปภ.แต่งตั้ง และมี หนังสือรับรองงานแล้วเสร็จ โดยผู้ว่าจ้างตกลงจ่ายและผู้รับจ้างตกลงรับเงินค่าจ้างเป็นจำนวนเงิน ๓๓,๖๐๑,๒๕๒.๘๐ บาท (สามสิบสามล้านหกแสนหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบสองบาทแปดสิบสตางค์) ซึ่งได้รวม ภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว มีรายละเอียดในภาคผนวก ๙ ๙. ระยะเวลาของโครงการ ระยะเวลาตามสัญญา เมษายน ๒๕๖๘ – มีนาคม ๒๕๖๙ ๑๐. การส่งมอบงาน ๑๐.๑ ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งแผนงานหลักที่ใช้ดำเนินงาน พร้อมรายละเอียดและเทคนิคการดำเนินงาน สำหรับโครงการนี้ให้แก่กปภ.เป็นภาษาไทย หลังจากวันที่กปภ.ได้แจ้งหนังสือเริ่มงานภายใน ๑๕ วัน ๑๐.๒ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำรายงานความก้าวหน้าประจำเดือนในแต่ละรายการ และเสนอต่อผู้ว่าจ้าง ไม่เกินวันที่ ๑ ของเดือนถัดไป ๑๐.๓ ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานต่อผู้ว่าจ้าง โดยผู้ว่าจ้างจะชำระค่าจ้างภายใน ๓๐ วัน นับจากวันที่ ได้ตรวจสอบรับรองความถูกต้องแล้ว ๑๑. หลักเกณฑ์ในการทำสัญญา ๑๑.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง จะต้องลงนามในสัญญากับ กปภ. ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ กปภ.แจ้งให้ทราบ ๑๑.๒ ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องดูแลบำรุงรักษาระบบส่งน้ำ เครื่องจักรกล ระบบไฟฟ้า ระบบควบคุม และเครื่องมือตรวจวัด ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดอายุสัญญา และจะต้องรับผิดชอบใน การซ่อมแซมให้ดีดังเดิมก่อนสิ้นสุดสัญญา ๓. รายละเอียดการดำเนินงาน ผู้รับจ้างจะต้องสำรวจรายการเครื่องจักร และอุปกรณ์จากพื้นที่ปฏิบัติงานจริง เพื่อจัดทำแผนการ ดำเนินงานและแบบฟอร์มต่างๆเสนอขอความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อนการดำเนินงานภายใน๗วัน หลังจากวัน เริ่มงานดังต่อไปนี้ ๓.๑ แผนงานการบำรุงรักษาเครื่องจักรอุปกรณ์ ๓.๑.๑ แผนงานการตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำ-มอเตอร์ และอุปกรณ์ประกอบ แผนงานการทำความสะอาด แผนงานการปรับแต่งปรับตั้ง (หรือตามสภาพเครื่องจักร) แผนงานการหล่อลื่นเครื่องจักร แผนงานการเปลี่ยนอะไหล่ ๓.๑.๒ แผนงานบำรุงรักษา, การตรวจสอบ และการรับรองความปลอดภัย Overhead Crane ๓.๑.๓ แผนงานการบำรุงรักษาระบบป้องกันแรงดันน้ำย้อนกลับ (Surge Valve) และอุปกรณ์ ประกอบ ๓.๑.๔ แผนงานการบำรุงรักษาเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Diesel Generator) ๓.๒ แบบฟอร์มการปฏิบัติงาน ๓.๒.๑ แบบฟอร์มใบงานตรวจเช็คสภาพเครื่องจักรแบบ Visual Check ๓.๒.๒ แบบฟอร์มใบงานตรวจเช็คสภาพเครื่องสูบน้ำและมอเตอร์ด้วยเครื่องมือวัด ๓.๒.๓ แบบฟอร์มสรุปผลการตรวจเช็คสภาพเครื่องจักรอุปกรณ์ ๓.๒.๔ แบบฟอร์มรายงานการซ่อมแซมแก้ไข ๓.๒.๕ แบบฟอร์มบันทึกคุณภาพน้ำและระดับน้ำ ทุกๆ 5 ชม. ๓.๒.๖ แบบฟอร์มบันทึกค่าพารามิเตอร์ด้านไฟฟ้าของเครื่องสูบน้ำขณะเดินเครื่อง รายชั่วโมง ๓.๒.๗ แบบฟอร์มบันทึกปริมาณและแรงดันการส่ง/จ่ายน้ำ รายชั่วโมง ๓.๒.๘ แบบฟอร์มบันทึกค่าพารามิเตอร์ด้านไฟฟ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า กฟภ./กฟน. รายชั่วโมง ๓.๓ งานตรวจสอบเครื่องจักรอุปกรณ์โดยเครื่องมือวัด ๓.๓.๑ งานตรวจวัดค่าความสั่นสะเทือน ๓.๓.๒ งานตรวจวัดสัญญาณแบริ่ง ๓.๓.๓ งานตรวจวัดอุณหภูมิเครื่องจักรและอุปกรณ์ ๓.๓.๔ งานตรวจวัดความเป็นฉนวนของมอเตอร์ ๓.๓.๕ งานตรวจวัดค่า LCR ของขดลวดมอเตอร์ ๓.๔ งานทำความสะอาด ๓.๔.๑ งานทำความสะอาดเครื่องจักรอุปกรณ์ กรณี มีการหยุดเดินเครื่องเป็นเวลานาน หรือตามที่ผู้ว่าจ้างร้องขอ ๓.๔.๒ งานทำความสะอาดพื้น ภายในอาคารและห้องเครื่องสูบน้ำหลังจากปฏิบัติงานแล้วเสร็จ ๓.๕ งานปรับแต่งปรับตั้ง ๓.๕.๑ งานปรับตั้งระบบน้ำหล่อเย็น (Packing Seal) ๓.๕.๒ งานปรับตั้งค่า Protection and Alarm ของอุปกรณ์ป้องกันเครื่องจักร ๓.๕.๓ งานปรับตั้งค่า Alignment ของเครื่องจักร/เครื่องสูบน้ำ ๓.๖ งานตรวจสอบและวิเคราะห์ปัญหา ๓.๖.๑ งานตรวจวิเคราะห์ปัญหาความสั่นสะเทือน (เครื่องมือวัด) ๓.๖.๒ งานตรวจวิเคราะห์ปัญหาความร้อน (เครื่องมือวัด) ๓.๖.๓ งานตรวจวิเคราะห์ปัญหาทางกลและทางไฟฟ้า (เครื่องมือวัด) ๒/๖ ภาคผนวก ๓.๖.๔ งานรื้อถอดแยกชิ้นส่วนเครื่องจักรอุปกรณ์เพื่อตรวจเช็ควิเคราะห์สภาพและปัญหา (กรณี ที่ผู้ว่าจ้าง แจ้งงานเพิ่มเติม) ๓.๗ งานเปลี่ยนอะไหล่และงานซ่อมแก้ไข (เบื้องต้น) ๓.๗.๑ งานรื้อถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่ที่ชำรุดเสื่อมสภาพ ๓.๗.๒ งานดัดแปลงแก้ไขปัญหาอุปกรณ์ต่างๆ ๓.๗.๓ งานจัดหาและสำรองวัสดุสิ้นเปลืองได้แก่จารบี,น้ำมันหล่อลื่นและซีลเชือก (Packing Seal) ฯลฯ ๓.๘ งานหล่อลื่น ๓.๘.๑ งานอัดและเปลี่ยนจารบีแบริ่ง ๓.๘.๒ งานเปลี่ยนถ่าย / เติมน้ำมันหล่อลื่น/ น้ำมันไฮดรอลิค ๓.๙ งานรับรองความปลอดภัยตามกฎหมายกำหนด ๓.๙.๑ งานตรวจสอบและรับรองความปลอดภัย Overhead Crane (ปีละครั้ง) ๓.๙.๒ ปฏิบัติตามระเบียบความปลอดภัยและที่กฎหมายกำหนด ๓.๙.๓ งานบำรุงรักษา Overhead Crane ตามแผนงานโดยอ้างอิงมาตรฐานของผู้ผลิต ๓.๙.๔ งานตรวจวัดคุณภาพไอเสียเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ตามมาตรฐานคุณภาพและสิ่งแวดล้อม ISO ๑๔๐๐๑ มาตรฐานอ้างอิง USEPA ๓.๑๐ การปฏิบัติงานและอื่นๆ ระหว่างการปฏิบัติงานหากมีอุปกรณ์หรือทรัพย์สินของระบบเครื่องสูบน้ำ มอเตอร์และ อุปกรณ์ประกอบได้รับความเสียหาย ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงานทราบทันที และรีบ ตรวจสอบวิเคราะห์สาเหตุและเสนอแนวทางแก้ไขหรือปรับปรุงให้ผู้ควบคุมงานทราบอีกครั้ง ภายใน ๒๔ ชั่วโมง โดยผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาให้ผู้รับจ้างดำเนินการ หากเห็นว่า จำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญหรือใช้เครื่องมือเฉพาะในการดำเนินการแก้ไข ๔. รายการอุปกรณ์หลักสถานีสูบน้ำคลองพระองค์ไชยานุชิต ลำดับ รายการ ขนาด/พิกัด จำนวน Motor ๓ MW, ๑๑ kV., ๙๙๕rpm. ๕ Pump ๑.๓๗๕ m/s, ๑๖๐m.,๙๙๕rpm ๕ Suction Valve DN๑๔๐๐ ๕ Discharge Valve DN๑๘๐๐ ๕ Check Valve DN๑๒๐๐ ๕ Motor Pump Hydraulic Check valve ๗.๕ kW., ๓๘๐ V. ๕ Electric Actuator ๑๕ kW., ๓๘๐ V. ๕ Air Valve DN๒๐๐ ๕ Drainage Pump ๐.๗ m/min, ๓.๗ kW., ๓๘๐ V. ๕ Overhead Crane ๓๐ Tons. ๑ Generator ๘๒.๕ kVA. ๔๐๐/๒๓๐ V. ๑ ภาคผนวก ๒. ขอบเขตของงานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า สถานีสูบน้ำคลองพระองค์ไชยานุชิตและสถานีสูบน้ำคลองชลประทานพานทอง พื้นที่ความรับผิดชอบ ๑.๑ สายส่งและอุปกรณ์ไฟฟ้า ๑๑ kV และ ๑๑๕ kV (หลังมิเตอร์ กฟน. เป็นต้นมา) ๑.๒ อุปกรณ์ตัดตอน ๑๑ kV และ ๑๑๕ kV รวมทั้งตู้ควบคุม ១.៣ หม้อแปลงไฟฟ้า แนวรั้วหม้อแปลง และลานหม้อแปลง ๑.๔ สายไฟฟ้าระหว่างหม้อแปลง และโรงสูบน้ำ ๑.๕ ห้องควบคุมไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในห้องทั้งหมดรวมถึงสายไฟฟ้าไปยังมอเตอร์เครื่องสูบน้ำ ๒ การบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า ๑๑ kV ๓ ๒.๑ ความถี่ : เดือนละ ๑ ครั้ง (ที่มีการสูบผันน้ำ) ๒.๑.๑ เพื่อให้มีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ บันทึกค่า ทำความสะอาด ห้องควบคุมระบบไฟฟ้า รวมถึงการตรวจตราความเรียบร้อยต่างๆของระบบไฟฟ้า ณ สถานีนั้นๆ ๒.๑.๒ เพื่อให้ระบบไฟฟ้าได้รับการดูแลและปรับปรุงส่วนต่างๆให้มีความปลอดภัยและพร้อมใช้ งานอยู่เสมอ ๒.๒ ผู้รับรองผลการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าประจำเดือน ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมไฟฟ้า แขนงไฟฟ้ากำลัง ระดับสามัญวิศวกร ขึ้นไปตามที่กฎหมายกำหนด มีประสบการณ์ตรงทางด้านการวางแผนการบำรุงรักษา และการ บำรุงรักษาอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าที่ระดับแรงดัน ๑๑ kV สามารถให้คำปรึกษา มาตรฐานงานไฟฟ้า ระดับแรงดันปานกลาง และแรงดันต่ำ ได้เป็นอย่างดี ๒.๓ การส่งรายงาน งานบำรุงรักษาประจำเดือน ให้ส่งรายงานพร้อมทำสรุปการทำงานและการซ่อมแซมทุกเดือนที่มีการสูบผันน้ำ การบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า ๑๑๕ kV ៣. ความถี่ : รอบปีละ ๑ ครั้ง (ก่อนการสูบผันน้ำประจำปี) ๓.๑.๑ เพื่อเตรียมความพร้อมของระบบไฟฟ้าก่อนเริ่มดำเนินการสูบผันน้ำตามแผน ๓.๑.๒ เพื่อให้มีการนำค่าต่างๆที่ตรวจวัดได้ นำมาวิเคราะห์ในเชิงลึก ทั้งจากข้อกำหนดตาม มาตรฐานสากล และการคาดการจากข้อมูลทางสถิติที่ผ่านมา ๓.๑.๓ เพื่อให้สามารถตรวจสอบ/ทำความสะอาดส่วนที่มีไฟ (Hot part) ได้เป็นประจำทุกปี ๓.๑.๔ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรวจวัดได้จากเครื่องมือ อย่างสม่ำเสมอทุกปี และสามารถนำมา วิเคราะห์ทางสถิติต่างๆได้ ๓.๑.๕ เพื่อป้องกันไม่ให้ เครื่องจักรอุปกรณ์จ่ายไฟฟ้าชำรุดฉุกเฉิน(ตรวจพบก่อนการชำรุด ทั้ง การตรวจวัด และการคาดคะเนทางสถิติ) ๑/๒ ภาคผนวก ๒ ๓.๒ ขอบเขตงาน ๓.๒.๑ การวางแผนการตรวจสอบ และบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งระบบ ภายในสถานีจ่าย ไฟฟ้าย่อยขนาด ๑๑๕ kV สถานีสูบผันน้ำคลองพระองค์ไชยานุชิต-บางพระ ก่อนการ เดินเครื่องสูบน้ำตามแผนที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ซึ่งไม่สามารถดำเนินการได้ในช่วงที่มีการใช้ งานปกติของระบบไฟฟ้า โดยมีการรับรองแผนจากวิศวกรไฟฟ้าระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป หรือตามที่กฎหมายกำหนด ๓.๒.๒ การเข้าตรวจสอบ ทดสอบอุปกรณ์และทำความสะอาด (Inspection, Testing and Cleaning) ตามแผนที่ผู้รับจ้างเสนอและเห็นชอบโดยผู้ว่าจ้างซึ่งจะเป็นการหยุดระบบ และดับกระแสไฟฟ้าเพื่อให้มีการตรวจสอบ ทดสอบและทำความสะอาดภายในตู้ไฟฟ้า หม้อแปลงและอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆทั้งหมด โดยหลักจะต้องทดสอบกับเครื่องมือเฉพาะ หรือความเสี่ยง ของแต่ละอุปกรณ์ เพื่อนำค่าที่ทดสอบได้เปรียบเทียบกับค่าตามที่มาตรฐานกำหนด และ บันทึกค่าที่ได้ในเชิงสถิติ เพื่อนำมาวิเคราะห์หรือพยากรณ์อายุการใช้งาน ที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับอุปกรณ์นั้นๆ เพื่อจะได้นำมาวางแผนการซ่อมหรือเปลี่ยนให้ระบบ ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานและมีความปลอดภัยสูงสุด ๓.๓ ผู้รับรองผลการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า ๑๑๕ kV ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมไฟฟ้า แขนงไฟฟ้ากำลัง ระดับวุฒิวิศวกร ตามที่กฎหมายกำหนด สามารถให้คำปรึกษา, วางแผน และกำกับดูแลการปฏิบัติงานไฟฟ้าระดับ แรงดันสูงให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นตัวแทนของผู้รับจ้างในการตรวจสอบ รับรองและ เสนอรายงานผลการปฏิบัติงาน โดยจะต้องเสนอรายชื่อและสำเนาเอกสารใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพวิศวกรรม (ใบ กว.) ให้ผู้รับจ้างพิจารณาก่อนปฏิบัติงานทุกครั้ง ๓.๔ การส่งมอบงาน ๓.๔.๑ ให้ส่งรายงานภายหลังจากปฏิบัติงานแล้วเสร็จไม่เกิน ๓๐ วัน ๓.๔.๒ สรุปผลการตรวจสอบ/ทดสอบ กรณีตรวจพบอุปกรณ์ที่ชำรุด หรือคาดว่าจะชำรุด พร้อม นำเสนอวิธีแก้ไข/ปรับปรุงและประเมินค่าใช้จ่ายในการแก้ไข/ปรับปรุง ๓.๔.๓ ให้ดำเนินการรับรองความปลอดภัยระบบไฟฟ้า ตามที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม กำหนด โดยวิศวกรไฟฟ้าระดับสามัญวิศวกรขึ้นไปเป็นผู้รับรอง *** ๒/๒ ภาคผนวก ๒ ภาคผนวก ๓. ขอบเขตของงานบำรุงรักษาระบบควบคุมและเครื่องมือวัด สถานีสูบน้ำคลองพระองค์ไชยานุชิตและสถานีสูบน้ำคลองชลประทานพานทอง ๑. วัตถุประสงค์ เพื่อให้ระบบควบคุมและเครื่องมือวัดมีความพร้อมใช้งานมีอายุการใช้งานนานขึ้นและสามารถใช้เป็น เครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง ๒. ขอบเขตของงาน จะต้องทำการปฏิบัติงานในพื้นที่สถานีสูบน้ำให้สอดคล้องกับแผนงานบำรุงรักษา ให้บรรลุเป้าหมาย ความพร้อมใช้งานของสถานีควบคุมและเครื่องมือวัดของสถานีสูบน้ำจัดทำแผนย่อย เพื่อเข้าดำเนินการงาน บำรุงรักษาตามแผนประจำปี ๒.๑. การบำรุงรักษาระบบควบคุมและเครื่องมือวัดได้แก่ ระบบควบคุม ระบบเครื่องมือวัดภายในสถานี และการรายงานโดยดำเนินการอย่างสม่ำเสมอตามแผนการบำรุงรักษาและดำเนินการ ๒.๒. เสนอแนะการปรับปรุงระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานระบบ ๒.๓. สอบเทียบเครื่องมือวัดที่ใช้งานของระบบสูบน้ำให้ครบถ้วนให้สอดคล้องตามแผนงานที่กำหนด ขอบเขตของงานอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมเพื่อให้สอดคล้องกับแผนการสูบจ่ายหรือ สถานการณ์น้ำระหว่างปี โดยผู้ควบคุมงานจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าหรือภายใต้ข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้ควบคุม งานกับผู้รับจ้าง ๓. รายละเอียดการดำเนินงาน ๓.๑. การบำรุงรักษาระบบควบคุมและเครื่องมือวัด ตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ควบคุมและเครื่องมือวัดตามรอบระยะเวลาที่กำหนด โดยกำหนดระยะเวลาในการบำรุงรักษา รายละเอียดการบำรุงรักษาของอุปกรณ์ในสถานี อันประกอบด้วยรายการต่างๆ ดังนี้ ๓.๑.๑. Ultrasonic หรือ Magnetic Flow Meter/Transmitter ตรวจสอบสภาพภายนอกโดยทั่วไป ตรวจสอบการใช้งานเป็นประจำ ตรวจสอบค่า Totalizer (Update PLC) ตรวจสอบค่าสัญญาณหากไม่อยู่เกณฑ์มาตรฐานให้ทำการแก้ไข พร้อมทั้งบันทึกค่า สัญญาณต่างๆที่จำเป็นและจัดส่งประกอบเป็นรายงาน ๓.๑.๒. Pressure Transmitter ตรวจสอบสภาพภายนอกโดยทั่วไป/ขั้วต่อสายต่างๆ ถอดล้างตะกอนในท่อและ Valve ตรวจสอบการทำงาน ๓.๑.๓. ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบ ซึ่งประกอบด้วย • • • ระบบรับ/จ่ายไฟฟ้าหลักจากการไฟฟ้าฯ ตรวจสอบสภาพความพร้อมใช้งานของ Meter ไฟฟ้าและอุปกรณ์ประกอบ ตรวจสอบสายไฟฟ้าระหว่าง Meter ไฟฟ้า และตู้ควบคุม Surge Protection System ตรวจสอบสภาพภายนอกโดยทั่วไป ตรวจสอบสถานะ (Indicator) Surge Protector และการเชื่อมต่อสาย ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง Control Cabinet ตรวจสอบทำความสะอาด ทำการหล่อลื่นบานพับ ประตูต่างๆ และทำการปรับปรุงแก้ไขให้อยู่ใน สภาพใช้งานได้พร้อมทั้งทำการอุดรูและรอยรั่วต่างๆเพื่อป้องกันสัตว์/แมลง เข้าภายใน การทำงานของพัดลมและหลอดแสงสว่าง Electric Actuator ทดสอบการสั่งงานที่สถานี (Local) ด้วยมือหมุนหรือ Control SW ตรวจสอบสถานะต่างๆ ระหว่าง Local และ Remote ทำการหล่อลื่น(ตามสภาพ) ๓.๑.๔. ระบบควบคุม (PLC System) ดำเนินการตรวจสอบ อุปกรณ์ระบบควบคุมดังนี้ ตรวจสอบสภาพภายนอกโดยทั่วไป ตรวจสอบ Battery Back Up ของ CPU หากเสื่อมสภาพให้ทำการแก้ไข ตรวจสอบ Port สื่อสารต่างๆ ทำการ Up Load Program เพื่อ Back Up ข้อมูล ทำการ Update Totalizerของมาตรวัดน้ำและบันทึกค่าตามเวลา ตรวจสอบการรับค่าทางด้าน Analog และการทำ scale ของ PLC ตรวจสอบการรับค่าของเครื่องมือวัดและควบคุมภายในสถานีฯ ๓.๑.๕. การปฏิบัติงานและอื่นๆ ก่อนเริ่มงานผู้รับจ้างจะต้องร่วมสำรวจสภาพ และสถานะของอุปกรณ์ภายในสถานี โดยละเอียดเพื่อสรุปความพร้อมใช้ เพื่อนำไปเป็นเกณฑ์ในการปฏิบัติงานต่อไป ในการประสานงานเข้าปฏิบัติงานให้ผู้รับจ้างเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด แต่ต้อง แจ้งแผนการในวันที่จะเข้าปฏิบัติต่อผู้ควบคุมงานและผู้เกี่ยวข้องทราบล่วงหน้า อย่างน้อย ๑๕ วัน ในระหว่างการปฏิบัติงานหากอุปกรณ์หรือทรัพย์สินได้รับความเสียหายอันเกิดจาก การกระทำของผู้รับจ้างไม่ว่าจะโดยความประมาทหรือไม่ ผู้รับจ้างจะต้องทำการ แก้ไขให้แล้วเสร็จทันทีและต้องรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด จะเรียกร้อง ภายหลังมิได้ ๓.๒. งานสอบเทียบเครื่องมือวัด ผู้รับจ้างต้องสอบเทียบเครื่องมือวัดที่มีอยู่ในระบบคุณภาพอันประกอบด้วย Flow Meter, Pressure Transmitter, Level Transmitter ให้มีความเที่ยงตรงภายใต้มาตรฐานการ สอบเทียบและสอดคล้องตามแผนงานที่กำหนดโดยมีรายละเอียดงานดังนี้ ๓.๒.๑. ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องมือมาตรฐานที่ใช้ในการตรวจสอบ สอบเทียบ/ปรับเทียบ หรือ มีห้องสอบเทียบ/ ปรับเทียบเครื่องมือวัด ที่ได้รับการรับรองจากสถาบันที่ได้มาตรฐาน ISO หรือได้รับเอกสารรับรองความเที่ยงตรงที่สามารถอ้างอิงสถาบันมาตรฐานตาม ระบบ ISO ซึ่งพร้อมที่จะทำงานในยามปกติและกรณีเร่งด่วนได้ทันทีทั้งนี้ผู้รับจ้าง จะต้องเสนอรายการและจำนวนเครื่องมือ และเอกสารรับรองมาตรฐานต่างๆ ก่อน ปฏิบัติงานตามสัญญา ๓.๒.๒. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการสอบเทียบตามแผนงานที่กำหนดและจะต้องจัดทำเป็นแผน นำเสนอต่อผู้ควบคุมงานก่อนเริ่มงาน เพื่อให้ผู้ควบคุมงานสามารถกำกับดูแลงานได้ ตามแผนงาน ๓.๒.๓. การรายงานผลการสอบเทียบเครื่องมือวัดโดยผู้รับจ้างต้องส่งผลการสอบเทียบตาม แผนหรือสอดคล้องตามเหตุการณ์ ๔. ระยะเวลาการดำเนินงาน ระยะเวลาตามสัญญา ๕. การบันทึกผลและรายงานผลการปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างต้องทำการบันทึกผลการดำเนินงานให้มีความสมบูรณ์ครบถ้วนตามแผน/ผลการปฏิบัติงาน และจัดทำรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานประจำเดือนเมื่อปฏิบัติงานได้ครบถ้วนตามที่กำหนดในเงื่อนไขสัญญา โดยรายงานจะต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้ ๕.๑. การบันทึกผลการปฏิบัติงาน ๕.๑.๑. การเปิด/ปิดงานตามแผนบำรุงรักษา ๕.๑.๒. การบันทึกประวัติเครื่องจักร ๕.๑.๓. การบันทึกสภาพเครื่องจักร ๕.๒. การจัดรายงานผลดำเนินงาน ๕.๒.๑ สรุปความพร้อมใช้ของสถานี ๕.๒.๒ สรุปผลการสอบเทียบเครื่องมือวัด ๕.๒.๓ รายงานแบบ Visual Check ๕.๒.๔ รายงานการซ่อมแซมแก้ไขหรืองานสนับสนุนอื่นๆ ๕.๒.๕ แผนงานของเดือนถัดไปภาพถ่ายการปฏิบัติงาน ๕.๒.๖ ข้อมูลรายงานในรูปแบบ Digital File ๕.๒.๗ ภาคผนวก/อื่นๆ ๖. การส่งมอบงาน ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานโดยการจัดทำเป็นรายงานประจำงวดงาน รายละเอียดตามข้อ ๗ จำนวน ๑ ชุด พร้อมสำเนาข้อมูลรายงานรวมทั้ง PLC Back Up ในรูปแบบ Digital File อีกจำนวน ๑ ชุด ๗. การตรวจรับงาน ๗.๑. กำหนดประชุมตรวจรับงานภายในของเดือนที่จัดทำแผนเข้า Preventive Maintenance หลังจากได้รับรายงานผลการปฏิบัติงานครบถ้วน และให้ทำการนำส่งต่อผู้ควบคุมงานหรือ กรรมการตรวจการจ้าง เพื่อพิจารณาความพร้อมใช้งานของระบบสูบน้ำ ๗.๒. การสุ่มเข้าตรวจสอบระบบต่างๆก่อนการนัดประชุมตรวจรับงานโดยจะดำเนินการจัดทำเอกสาร ตรวจรับงานภายหลังจากการตรวจสอบผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามข้อกำหนดเรียบร้อยแล้วหาก มีความไม่เรียบร้อยหรือผลการปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามข้อกำหนดผู้ว่าจ้างจะไม่ทำการตรวจรับ งานในรอบนั้นๆจนกว่าผู้รับจ้างจะดำเนินการให้แล้วเสร็จหรืออาจพิจารณาปรับลดปริมาณงาน หากผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินการได้ครบถ้วนให้แล้วเสร็จตามแผนงาน ๗.๓. การตรวจรับงานจะควบคู่กับการประเมินผลงานของผู้รับจ้างทุกรอบการส่งมอบงาน ๘. การประกันผลงาน หากพิสูจน์ได้ว่าผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างเกิดความผิดพลาดจนทำให้ผู้ว่าจ้างหรือลูกค้าของ ผู้ว่าจ้างเกิดความเสียหาย ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดและจะต้องเข้าดำเนินการแก้ไข ทันที ******************* ************** ๔/๔ ภาคผนวก ก. วัตถุประสงค์ ภาคผนวก ๔. ขอบเขตของงานบำรุงรักษาระบบส่งน้ำ คลองพระองค์ไชยานุชิต-คลองชลประทานพานทอง-อ่างเก็บน้ำบางพระ ๑.๑ เพื่อเป็นการบำรุงรักษาระบบส่งน้ำ และอุปกรณ์ประกอบให้มีสภาพพร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา ๑.๒ เพื่อให้การส่งจ่ายน้ำแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกตามแผนการสูบผันน้ำ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง ๑.๓ เพื่อเป็นการตรวจสอบและแจ้งเตือนให้ทราบว่าอุปกรณ์ใด มีความจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุง ให้มีความพร้อมใช้งานได้ตามปกติ ๑.๔ เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับระบบส่งน้ำและอุปกรณ์ประกอบ ๑.๕ เพื่อยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ระบบส่งน้ำและอุปกรณ์ประกอบให้ยาวนานขึ้น ๒ ขอบเขตของงาน ผู้รับจ้างต้องดำเนินการบำรุงรักษาท่อส่งน้ำและอุปกรณ์ประกอบให้อยู่ในสภาพที่ดีพร้อมใช้ งานตลอดเวลา ตลอดจนสามารถควบคุมปริมาณน้ำสูญเสียโดยรวมและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับ สถานีสูบน้ำคลองพระองค์ไชยานุชิต-อ่างเก็บน้ำบางพระ ท่อส่งน้ำหลักเป็นชนิด Steel Pipe ขนาด ๑,๘๐๐ มม. ระยะทางประมาณ ๕๘ กิโลเมตร และอุปกรณ์ประกอบตามรายการและปริมาณ ในเอกสารประกอบการส่งมอบงาน และสถานีสูบน้ำคลองชลประทานพานทอง-อ่างเก็บน้ำบางพระ ท่อส่งน้ำหลักเป็นชนิด Steel Pipe ขนาด ๑,๘๐๐ มม. ระยะทางประมาณ ๓๐๐ เมตร และอุปกรณ์ประกอบตามรายการและปริมาณ ในเอกสารประกอบการส่งมอบงาน ๓ รายละเอียดการดำเนินงาน ขั้นตอนการบำรุงรักษาท่อส่งน้ำและอุปกรณ์ประกอบ การปรับปรุง ๓.๑ ตรวจสอบรอยเชื่อมท่อส่งน้ำหลังจากหยุดสูบผันน้ำเพื่อหาสาเหตุของการรั่วซึมเพื่อนำไปสู่ ๓.๒ ขั้นตอนการระบายตะกอนในท่อส่งน้ำ (BLOW OFF) ๑) เตรียมอุปกรณ์ ปิด-เปิด ประตูน้ำ (T-Key) สำหรับ Blow Off ของแต่ละแนวท่อส่งน้ำ ๒) กรณีที่อาคารระบายตะกอนมีบานระบาย ให้ดึงบานระบายน้ำขึ้นก่อน เปิดฝา Surface Valve Box ออก แล้วใส่ T – Key ให้ล็อคพอดีกับวาล์ว ๓) เปิดวาล์วโดยหมุน T-Key ทวนเข็มนาฬิกา ๔) สังเกตและบันทึกคุณภาพน้ำทางกายภาพ เช่น ความขุ่น, สี, สิ่งปลอมปน และอื่นๆ รวมถึงบันทึกระยะเวลาที่ใช้ในการระบายตะกอน ๕) เมื่อปิดวาล์วแน่นสนิท แล้วพบว่ายังมีน้ำรั่วไหลออกจากท่อ หรืออาคารระบายตะกอน ต้องแจ้งผู้ควบคุมงานทราบ เพื่อวางแผนดำเนินการซ่อมแซมแก้ไข ๓.๓ การบำรุงรักษาBlow Off Valve ๑) ตรวจสอบทางกายภาพของท่อส่งน้ำ เช่น การรั่วซึม, การสูญหายของอุปกรณ์ รวมถึงผลกระทบจากการกระทำของบุคคล / หน่วยงานภายนอก ๒) ระบายตะกอนตกค้างในท่อส่งน้ำ (พร้อมบันทึกระยะเวลา) 1/5 ภาคผนวก ๔. ๓) ทำความสะอาดบริเวณพื้นที่โดยรอบตำแหน่งอุปกรณ์ ให้ปราศจากเศษขยะ หรือสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว เพิงพักอาศัยริมทางหลวง และในกรณีที่มีหญ้าขึ้นรก ให้ทำการตัด/ถอน ให้เรียบร้อยสามารถสังเกตเห็นตำแหน่งของอุปกรณ์ ได้อย่างชัดเจน ๓.๔ ขั้นตอนการบำรุงรักษา AIR VALVE ๑) ตรวจสอบตำแหน่งการทำงานของ AIR VALVE ปกติ (เปิด ๑๐๐%) ๒) ตรวจสอบบริเวณก้านวาล์ว ถ้าพบรอยรั่วซึม ให้ทำการปรับน็อตทั้ง ๒ ข้างเท่าๆกัน ๓) ปิด Gate Valve จนสุด ถอดฝากระบังออก ๔) ตรวจสอบสภาพปะเก็นยาง กรณีที่พบมีรอยฉีกขาดหรือสึกกร่อนให้เปลี่ยนทันที ๕) ตรวจสอบการทำงานของลูกลอย โดยเปิด Gate Valve พอที่น้ำจะดันลูกลอยขึ้นมา ถ้าไม่สามารถดันขึ้นมาได้ ให้ปิด Gate Valve ทันที และถอดลูกลอยออกมา ตรวจสอบวัสดุที่ตกค้างและล้างทำความสะอาด ที่กล่องลูกลอย และภายในเสื้อวาล์ว 5) เมื่อกำจัดสิ่งตกค้างในกล่องลูกลอยและเสื้อวาล์วเรียบร้อยแล้ว ให้ใส่ลูกลอย เข้าตำแหน่งเดิม ทดสอบการทำงานอีกครั้ง เมื่อลูกลอยทำงานให้ปิด Gate Valve และติดตั้งฝาครอบกระบังลมให้อยู่ในสภาพเดิม ๓) ทำความสะอาดบริเวณพื้นที่โดยรอบตำแหน่งอุปกรณ์ ให้ปราศจากเศษขยะ หรือสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว เพิงพักอาศัยริมทางหลวง และในกรณีที่มีหญ้าขึ้นรก ให้ทำการตัด / ถอน ให้เรียบร้อยสามารถสังเกตเห็นตำแหน่งของอุปกรณ์ ได้อย่างชัดเจน ๓.๕ ขั้นตอนการบำรุงรักษา MAIN VALVE (ISOLATING VALVE) ๑) ตรวจสอบสารหล่อลื่นของชุดเฟืองขับ โดยการถอดน็อตบริเวณพวงมาลัย ถ้าพบสารหล่อลื่นยุบตัว ให้เติมสารหล่อลื่นให้เต็มและปิดฝากลับ และทำการตรวจสอบสารหล่อลื่นบริเวณที่บอกเปอร์เซ็นต์วาล์ว ถ้าพบว่า สารหล่อลื่นยุบตัวให้เติมสารหล่อลื่น แล้วให้ใส่กลับเข้าสภาพเดิม ๒) ตรวจสอบการรั่วซึมบริเวณแกนวาล์วและบริเวณหน้าจาน ถ้าพบว่าการขยาย ตัวหรือมีน้ำรั่วซึม ให้ขันน็อตให้ตึงโดยใช้แรงเท่ากันทุกตัว ๓) ตรวจสอบ Mechanical Coupling ที่บริเวณหน้าวาล์วว่ามีการคลายตัวของน็อต หรือไม่ ถ้าพบว่ามีการคลายตัวให้ทำการขันน็อตทุกตัวเข้าให้มีแรงตึงเท่าๆ กัน ๔) ทดสอบหมุนวาล์วให้มีการขยับเคลื่อนตัวของ วาล์ว (สังเกตที่ชุดชี้ตำแหน่งของ %) ๕) ทำความสะอาดภายในบ่อให้สะอาดอยู่ตลอดเวลา หากตรวจพบน้ำรั่วซึมจากผนังบ่อ เข้าบริเวณภายในบ่อวาล์วให้จัดทำรายละเอียดและแจ้งผู้ควบคุมงานให้ทราบ ๖) ตรวจสอบสารหล่อลื่นของชุดเฟืองขับวาล์ว ๓) เปลี่ยนสารหล่อลื่นของชุดเฟืองขับวาล์วตามคำแนะนำของผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด พร้อมบันทึกวันที่ทำการเปลี่ยนถ่ายลงในแบบฟอร์มที่กำหนด ๔) ทำความสะอาดบริเวณพื้นที่โดยรอบตำแหน่งอุปกรณ์ ให้ปราศจากเศษขยะ หรือสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว เพิงพักอาศัยริมทางหลวง และในกรณีที่มีหญ้าขึ้นรก ให้ทำการตัด / ถอนให้เรียบร้อย สามารถสังเกตเห็นตำแหน่งของอุปกรณ์ ได้อย่างชัดเจน 2/5 ภาคผนวก ๔. ๓.๖ ขั้นตอนการบำรุงรักษา CP RECTIFIER ๑) ตรวจสอบ Indicator ของตัวสร้างแรงเคลื่อนไฟฟ้า (Transformer Rectifier) ๒) ตรวจสอบ Lamps, Volt, Amp Meter ต่าง ๆ ๓) ทำความสะอาดภายในตู้ Control ๔) ตรวจสอบชุด Transformer Rectifier ทดสอบการทำงานของชุด Rectifier โดยการปรับ Coarse & Fine Switch ๕) ตรวจสอบระดับของน้ำมันหม้อแปลง ๖) ตรวจสอบ Insulation Coil ใช้อุปกรณ์เครื่องมือ Mega-Ohm ทดสอบที่ ๕๐๐ VDC. ค่าที่ได้ต้องไม่น้อยกว่า ๕ Mega-Ohm. ๗) ทำความสะอาดบริเวณพื้นที่โดยรอบตำแหน่งอุปกรณ์ ให้ปราศจากเศษขยะ หรือสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว เพิงพักอาศัยริมทางหลวง และในกรณีที่มีหญ้าขึ้นรก ให้ทำการตัด / ถอนให้เรียบร้อย สามารถสังเกตเห็นตำแหน่งของอุปกรณ์ ได้อย่างชัดเจน ๓.๗ ขั้นตอนการบำรุงรักษา TEST BOX ๑) ตรวจสอบสภาพของตัว Test Box โดยตรวจดูสภาพทั่วไปและรั้วกั้นต่าง ๆ ๒) นำแท่ง Cu/Cuso ปักลงบนดินให้ลึกลงไปในดิน ไม่น้อยกว่าส่วนหัวของแท่งฝัง อยู่ในดินให้อยู่ใกล้ท่อมากที่สุด ๓) ต่อสายระหว่างขั้วลบของ DC Voltmeter เข้ากับขั้วของแท่ง Cu/Cuso๔ และขั้วบวกของ DC Voltmeter ต่อเข้ากับ Remote Test Box วัดค่าแรงดันไฟฟ้า จะอยู่ช่วง – ๘๕๐ mV. ถึง –๒๕๐๐ mV. อ่านค่าที่วัดได้ ๔) กรณีค่าแรงดันไฟฟ้าที่ตรวจวัดได้อยู่นอกเกณฑ์มาตรฐานกำหนด ให้ตรวจสอบ Transformer Rectifier โดยการปรับ Coarse & Fine Switch หรือตรวจหาสาเหตุ พร้อมแนวทางแก้ไข ๕) ทาสีรั้วตามสีที่กำหนดใหม่อย่างน้อยปีละครั้ง ๖) ทำความสะอาดบริเวณพื้นที่โดยรอบตำแหน่งอุปกรณ์ ให้ปราศจากเศษขยะ หรือสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว เพิงพักอาศัยริมทางหลวง และในกรณีที่มีหญ้าขึ้นรก ให้ทำการตัด / ถอนให้เรียบร้อย สามารถสังเกตเห็นตำแหน่งของอุปกรณ์ ได้อย่างชัดเจน ๓.๘ ขั้นตอนการบำรุงรักษาป้ายชี้บ่งแนววางท่อส่งน้ำและแนวสายสัญญาณเคเบิ้ลใยแก้วนำแสง ๑) ตรวจสอบซ่อมแซมป้ายชี้บ่ง ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ๒) การทำความสะอาดโดยรอบบริเวณป้ายชี้บ่ง ๓.๙ ขั้นตอนการบำรุงรักษาอุปกรณ์ประกอบท่อส่งน้ำภายในสถานีลูกค้า/สถานีควบคุมOUTDOOR ๑) ทำความสะอาด ภายในบ่อที่ติดตั้งมาตรวัดน้ำ เครื่องวัดแรงดันน้ำ มอเตอร์ไฟฟ้า สำหรับขับวาล์ว ของสถานีให้สะอาดอยู่ตลอดเวลา หากตรวจพบน้ำรั่วซึมจากผนังบ่อ เข้าบริเวณภายในบ่อวาล์วให้จัดทำรายละเอียด และแจ้งผู้ควบคุมงานให้ทราบ ๒) ตรวจสอบการชำรุดเสียหาย / สูญหาย ของป้ายชี้บ่งหรือป้ายชื่อสถานี ๓) ตรวจสอบซ่อมแซมการชำรุดเสียหายของอาคาร, รั้ว ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน 3/5 ภาคผนวก ๔. ๔) ดูแลรักษาความสะอาดบริเวณสถานีโดยรอบ และจุดติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า ให้ผู้ปฏิบัติงาน สามารถเข้าทำงานได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ๔ บุคลากร ๔.๑ บุคลากร ๔.๑.๑ ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ (ผู้ชำนาญการเฉพาะทาง) ในการดูแลและบำรุงรักษาระบบส่งน้ำและอุปกรณ์ประกอบ โดยปฏิบัติหน้าที่ตามแผนงานที่กำหนด สามารถวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา กำหนดวิธีการแก้ไข และเข้าปฏิบัติงานได้ทันทีในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ๔.๑.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดทำผังโครงสร้างบุคลากร (Organize Chart) พร้อมรายละเอียดประวัติ ของบุคลากร ให้ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง พิจารณาตรวจสอบและอนุมัติก่อน การดำเนินงาน และผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะขอเปลี่ยนแปลงบุคลากรที่ปฏิบัติงานได้ทันที หากพบว่าบุคลากรมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมกับงานที่ปฏิบัติ ๔.๒ เครื่องมือและยานพาหนะ ๔.๒.๑ ผู้รับจ้างต้องมีเครื่องมือและอุปกรณ์พื้นฐานประจำหน่วยงาน ที่สามารถ บำรุงรักษาระบบส่งน้ำและอุปกรณ์ประกอบ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งพร้อม ที่จะทำงานในกรณีปกติและกรณีฉุกเฉินได้ทันที โดยผู้รับจ้างต้องจัดทำ แผนการปฏิบัติงานและรายการจำนวนเครื่องมือให้ผู้ว่าจ้าง/ผู้ควบคุมงาน ตรวจสอบก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญา ๔.๒.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดหายานพาหนะเพื่อใช้สำหรับการปฏิบัติงานโดยสอดคล้องกับปริมาณ งานทั้งตามแผนและในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินให้เพียงพอ ทั้งนี้ยานพาหนะดังกล่าว ต้องมีสภาพที่ปลอดภัยต่อการใช้ปฏิบัติงาน ๔.๒.๓ ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับการตรวจวัด วิเคราะห์ข้อมูลที่จำเป็น สำหรับการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบส่งน้ำและอุปกรณ์ประกอบ เพื่อใช้ สำหรับการบำรุงรักษาทุกกรณี ๔.๒.๔ ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้ ผู้ว่าจ้าง/ผู้ควบคุมงาน สามารถเข้าตรวจสอบบุคลากร และเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในการปฏิบัติงานได้ตลอดเวลา ตามระบบคุณภาพกำหนด ๔.๒.๕ ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์สื่อสาร ที่สามารถถ่ายภาพพร้อมรายละเอียด ขณะปฏิบัติงานให้แก่ทีมงานเพื่อใช้ในการรายงานให้ผู้ควบคุมงานได้ทราบขณะปฏิบัติ งาน เพื่อความรวดเร็วในการสื่อสาร และทันต่อการแก้ไขปัญหาในกรณีฉุกเฉิน ๔.๓ เวลาปฏิบัติงาน บุคลากรตามผังโครงสร้างของผู้รับจ้าง ต้องมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน ปฏิบัติงานให้ครอบคลุมทั้ง ๒๔ ชั่วโมงในแต่ละวัน เพื่อให้พร้อมสำหรับการรับแจ้งเหตุ และเข้าตรวจสอบรวมถึงการซ่อมแซมแก้ไขกรณีเร่งด่วน และรายงานเหตุการณ์ให้ ผู้ว่าจ้างทราบได้ทันที 4/5 ภาคผนวก ๔. ๕ การรายงานผลการปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างต้องทำการบันทึกผลการดำเนินงานให้มีความสมบูรณ์ครบถ้วนตามแผน/ผลการปฏิบัติงาน และจัดทำรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานประจำเดือน เมื่อปฏิบัติงานได้ครบถ้วนตามที่กำหนดในเงื่อนไข สัญญาแต่ละเดือน ส่งมอบให้กับผู้ว่าจ้าง โดยรายงานจะต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้ ๕.๑ สรุปความพร้อมใช้ของระบบท่อส่งน้ำและอุปกรณ์ประกอบ ๕.๒ สรุปผลการบำรุงรักษาเชิงป้องกันระบบท่อส่งน้ำและอุปกรณ์ประกอบ ๕.๓ รายงานผลการตรวจสอบอุปกรณ์แบบ Visual Check ๕.๔ รายงานการซ่อมแซมแก้ไขหรืองานสนับสนุนอื่นๆ ๕.๕ แผนงานของเดือนถัดไปภาพถ่ายการปฏิบัติงาน ๕.๖ ข้อมูลรายงานในรูปแบบ Digital File ๕.๗ ภาคผนวก/อื่นๆ ๖ ระยะเวลาการดำเนินงาน ระยะเวลาตามสัญญา ๗ การส่งมอบงาน ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานโดยการจัดทำเป็นรายงานประจำงวดงานตามข้อ ๖ จำนวน ๒ เล่ม พร้อมสำเนาข้อมูลรายงานในรูปแบบ Digital file อีกจำนวน ๒ ชุด ******** *** 5/5 ภาคผนวก ๔. ! : i ๑. วัตถุประสงค์ ภาคผนวก ๕. ขอบเขตและหน้าที่ผู้จัดการโครงการ ๑.๑ เพื่อให้มีการวางแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ๑.๒ เพื่ออำนวยการและบริหารการดำเนินงานในแต่ละส่วนให้เป็นไปตามแผนงานของโครงการฯ ๑.๓ เพื่อให้มีเกิดการประสานงาน ติดตาม และแก้ไขปัญหาอุปสรรคในทุกขั้นตอนการปฏิบัติงาน ๑.๔ เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและเสนอวิธีการแก้ปัญหาในสถานะการณ์เร่งด่วน ๒. ขอบเขตงาน ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาผู้จัดการโครงการ เพื่อปฏิบัติงานในการวางแผนและบริหารจัดการ ตรวจสอบ ติดตาม การดูแล บำรุงรักษา ระบบส่งน้ำ และพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เครื่องจักรกลไฟฟ้า เครื่องมือ วัสดุ-อุปกรณ์ รวมถึงการกำกับ ดูแลบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในส่วนต่างๆ ของผู้รับจ้างตลอดจนการประสานงานกับหน่วยงานหรือบุคคลภายนอกที่ เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนงาน และบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ๓. บทบาทหน้าที่ ๓.๑ เป็นผู้ประสานงานหลักกับผู้ว่าจ้าง ตลอดจนการประสานงานกับหน่วยงานหรือบุคคลภายนอกที่ เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนและกำหนดแนวทางการดำเนินงาน พร้อมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานอื่นใดรวมถึงการ จัดทำเอกสารรายงานต่างๆ ที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ๓.๒ จัดวางตัวผู้ปฏิบัติงานประจำพื้นที่หรือจุดปฏิบัติงาน เพื่อให้สอดคล้องเหมาะสมและสามารถปรับ เปลี่ยนเพิ่มเติม ในกรณีเกิดปัญหาอุปสรรคเร่งด่วนรวมถึงการควบคุม กำกับ ดูแล บุคลากรดังกล่าวให้ปฏิบัติ งานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ มีความประพฤติเรียบร้อย อยู่ภายใต้ กฎ ระเบียบของทางราชการ และข้อตกลง อื่นๆ ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ๓.๓ กำหนดแผนงานการบำรุงรักษากันเสีย ตามภาคผนวก ๑-๔ โดยแผนงานดังกล่าวจะต้องเป็นไป ตามหลักวิชาการ เหมาะสมกับสถานะการณ์ปัจจุบันและคาดการณ์ในอนาคต คลอบคลุมตลอดอายุสัญญา ซึ่ง ต้องเรียงลำดับรายการตามความสำคัญก่อนหลังและต้องสอดคล้องกับงบประมาณที่ระบุในสัญญา จึงต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อนดำเนินการ รวมถึงต้องสรุปผลการดำเนินงานดังกล่าวนี้ ในรอบเดือนที่ผ่านมา เปรียบเทียบกับแผน เสนอต่อผู้ว่าจ้างประกอบการเบิกจ่ายทุกครั้ง ๓.๔ กำหนดแผนงานในการใช้งบประมาณในหมวดค่าใช้จ่ายที่เบิกคืนได้ คลอบคลุมตลอดระยะเวลา ของสัญญาและต้องสอดคล้องกับงบประมาณที่ระบุในสัญญา รวมถึงการปรับปรุงทบทวนแผนในกรณีเกิด เหตุการณ์ความชำรุดเสียหายและ/หรือ เหตุความจำเป็นอื่นใดเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการภายใต้กรอบของสัญญา โดยจะต้องประกอบด้วย รายการ, ปริมาณงาน, ขั้นตอนการปฏิบัติงานและระยะเวลาดำเนินงาน เพื่อเสนอ ผู้ว่าจ้างให้ความเห็นชอบทุกครั้งก่อนเริ่มดำเนินการ ตลอดจนการบริหารจัดการงานดังกล่าวข้างต้นให้แล้วเสร็จ ตามแผนงานที่กำหนด ๑/๒ ภาคผนวก ๕. ๔. คุณสมบัติ ๔.๑ มีสัญชาติไทย ๔.๒ มีอายุ ไม่น้อยกว่า ๒๗ ปีบริบูรณ์ (หากเป็นเพศชายต้องพ้นภาระทางทหารแล้ว) ๔.๓ มีคุณวุฒิขั้นต่ำ ปริญญาตรี สาขาวิศวกรรม และมีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรม ด้าน โยธา หรือ ไฟฟ้า หรือ เครื่องกล ๔.๔ ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือมีหนี้สินล้นพ้นตัว ๔.๕ เป็นผู้มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ ไม่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรังหรือ โรคที่ร้ายแรง หรือสังคมรังเกียจ และเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน ๔.๖ ไม่เป็นผู้ที่เคยถูกลงโทษทางวินัยถึงออกจากราชการ ออกจากงาน หรือไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่าง ถูกพักราชการ ถูกพักงาน ถูกสั่งให้ออกจากราชการหรือออกจากงานไว้ก่อน จากหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ๒/๒ ภาคผนวก ๕. ภาคผนวก ๖. ขอบเขตของงานดูแลทรัพย์สินและสถานที่ตลอดจนรักษาความปลอดภัย รายละเอียดการจ้างพนักงานรักษาความสะอาดภายในและภายนอกอาคาร ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาพนักงานรักษาความสะอาดภายในและภายนอกอาคาร โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ จัดหาวัสดุ อุปกรณ์ในการทำความสะอาด โดยมีหน้าที่ความรับผิดชอบดังนี้ ๑.พนักงานรักษาความสะอาดภายในอาคาร -ทำความสะอาดบริเวณภายในอาคารทั้งหมด -อำนวยความสะดวกและต้อนรับผู้บริหารของผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้างหรือบุคคลภายนอก ๒ พนักงานรักษาความสะอาดภายนอกอาคาร - ทำความสะอาดบริเวณพื้นที่โดยรอบทั้งหมด โดยการเก็บกวาดใบไม้ เศษขยะ รวมถึงกำจัดวัชพืช ตัดหญ้าบริเวณพื้นที่โดยรอบ รดน้ำต้นไม้ บำรุงรักษาฟื้นฟูต้นไม้ ตามระยะเวลาที่เหมาะสม รายละเอียดการจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัย ๑. สถานที่และพื้นที่รักษาความปลอดภัย ผู้รับจ้างต้องจัดหาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่มีคุณสมบัติตามที่พระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความ ปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๕๘ กำหนดไว้ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยแก่สถานที่และบริเวณโดยรอบตามผัง บริเวณ โดยประจำจุดอยู่ที่บริเวณซุ้มหน้าประตูทางเข้า-ออก และมีหน้าที่เดินตรวจความเรียบร้อยโดยทั่ว บริเวณ ๒. การจัดอัตรากำลังและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ดังนี้ การปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยแก่สถานที่และทรัพย์สิน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ทุกวันไม่เว้นวันหยุด ผลัดที่ ๑ ตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐ น. ถึงเวลา ๑๙.๐๐ น. จำนวน ๑ คน ผลัดที่ ๒ ตั้งแต่เวลา ๑๙.๐๐ น. ถึงเวลา ๐๗.๐๐ น. ของวันรุ่งขึ้น จำนวน ๑ คน ๓ หน้าที่ความรับผิดชอบ ๓.๑ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดหาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพื่อปฏิบัติงานเกี่ยวกับการดูแล รักษาความปลอดภัย ป้องกันการโจรกรรม การทำให้เสียหาย สูญหาย การก่อวินาศกรรม และอัคคีภัยต่อ ทรัพย์สินและสถานที่ ๓.๒ ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ความสะดวกแก่ผู้ที่มาติดต่อด้วย มารยาทที่สุภาพเรียบร้อย และควบคุมดูแลเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ความเคารพผู้บริหารระดับสูง เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้าง ๓.๓ ผู้รับจ้างจะต้องจัดอบรมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของผู้รับจ้างให้อยู่ในระเบียบวินัย และ มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ก่อนส่งไปปฏิบัติหน้าที่ ๓.๔ ผู้รับจ้างจะต้องส่งรายละเอียดของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ส่งเข้ามาปฏิบัติงานภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ส่งตัวมาปฏิบัติงาน ดังนี้ ๓.๔.๑ ประวัติโดยย่อของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ๓.๔.๒ รูปถ่ายในชุดเครื่องแบบ รปภ. ขนาด ๒ นิ้ว จำนวน ๑ รูป ๓.๔.๓ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ๓.๔.๔ สำเนาทะเบียนบ้าน ๓.๔.๕ หลักฐานการฝึกอบรมของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ๓.๕ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเครื่องแบบ อาวุธประจำกาย และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลดังนี้ ๓.๕.๑ อาวุธประจำกาย กระบอง ๑ อัน กุญแจมือ ๑ ชุด นกหวีด ๑ ตัว ๓.๕.๒ เสื้อกันฝนอย่างน้อยคนละ ๑ ตัว ๓.๕.๓ ไฟฉายคนละ ๑ กระบอก ๓.๕.๔ เครื่องแบบ รปภ. อย่างน้อยคนละ ๒ ชุด ๓.๖ ผู้รับจ้างต้องควงคุมดูแลให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ หรือ กฎของหน่วยงานที่กำหนด ถ้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของผู้รับจ้างขัดคำสั่ง หรือฝ่าฝืนกฎระเบียบ ข้อบังคับ หรือปฏิบัติเฉื่อยชา ไม่มีสมรรถภาพ หรือ มีกิริยาวาจาไม่สุภาพ ดื้อรั้นกระด้างกระเดื่องต่อผู้แทนของ -๒- กปภ. หรือมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต รวมทั้งมีความประพฤติเสียหายอื่นๆ ซึ่งผู้แทนของ กปภ.เห็นว่าไม่ สมควรให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผู้นั้นปฏิบัติงานให้ กปภ.ต่อไป ผู้แทนของ กปภ.จะแจ้งให้ผู้รับจ้าง ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ในกรณีเช่นนี้ ผู้รับจ้างจะส่งตัวเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผู้นั้นมาปฏิบัติงานให้ กปภ.อีกต่อไปไม่ได้ และจะต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนใหม่มาปฏิบัติหน้าที่แทนทันที่ เว้นแต่ กรณีความผิดร้ายแรง เช่น หลับยาม เมาสุรา หรือละทิ้งหน้าที่ ผู้แทนของ กปภ. มีสิทธิห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัยผู้นั้นปฏิบัติงานให้แก่ กปภ.ทันที โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อน พร้อมทั้งส่งตัวเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผู้นั้นกลับสำนักงานผู้รับจ้างทันที ในการที่ผู้รับจ้างต้องส่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาเปลี่ยนให้ ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ ผู้รับจ้างส่งมาปฏิบัติหน้าที่แทนไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ๓.๗ ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จะต้องรายงานการปฏิบัติหน้าที่ ตามแบบฟอร์มที่ผู้แทนของ กปภ.กำหนดให้ใช้ ๓.៨ ในกรณีที่มีการส่งตัวกลับเนื่องจากกระทำความผิดร้ายแรง ตามข้อ ๓.๔ มากกว่า ๓ ครั้ง ภายใน ๑ เดือน และหรือมีผลการปฏิบัติงานไม่ได้ตามที่กำหนดไว้ในขอบเขตของงาน กปภ.จะถือว่าการ บริหารงานบุคคลของผู้รับจ้างไม่มีประสิทธิภาพ กปภ.มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ ผู้รับจ้างจะต้องไม่เอางานจ้างทั้งหมด หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของสัญญานี้ไปให้ผู้อื่นรับจ้างช่วง ๓.๙ อีกทอดหนึ่ง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง และหากได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างแล้ว ผู้รับจ้างยังต้องรับผิดชอบงานที่ได้จ้างช่วงไปนั้นทุกประการ ๓.๑๐ ผู้รับจ้างต้องไม่โอนสิทธิเรียกร้องของผู้รับจ้างที่มีอยู่กับผู้ว่าจ้างตามสัญญานี้ไปให้แก่บุคคลอื่น เด็ดขาด หากผู้รับจ้างผิดสัญญานี้ ผลของการโอนสิทธิเรียกร้องย่อมไม่ผูกพันกับผู้ว่าจ้าง ๓.๑๑ ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับกฎหมายแรงงานเองทั้งสิ้น ๓.๑๒ ผู้รับจ้างยินยอมที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนด กฎเกณฑ์ หรือระเบียบในการปฏิบัติงานของ กปภ. ที่จะกำหนดขึ้นมาภายหลังอันเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยตามสัญญานี้ ๔. คุณสมบัติเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ๔.๑ เจ้าหน้าที่อายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปี และไม่เกิน ๕๕ ปี สัญชาติไทย ๔.๒ การศึกษาไม่ต่ำกว่าประถมศึกษาภาคบังคับ และสามารถอ่านออกเขียนได้ ๔.๓ ต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงและสมบูรณ์ ไม่เป็นโรคที่ต้องห้ามที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ รักษาความปลอดภัย ๔.๔ ผ่านการตรวจสอบประวัติจากกองทะเบียนประวัติอาชญากรรมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ไม่เคยกระทำผิดและต้องพิพากษาถึงจำคุกเว้นแต่เป็นการกระทำโดยประมาท หรือถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคล ล้มละลาย ๔.๕ ไม่เป็นผู้ถูกให้ออก ไล่ออก พักงาน หรือปลดออกจากงาน ๔.๖ ๔.๗ ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษ หรือ โรคพิษสุราเรื้อรัง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างน้อยต้องได้รับการฝึกอบรมตามหลักสูตรดังนี้ (๑) มาตรการรักษาความปลอดภัยเกี่ยวกับสถานที่ (๒) การบรรเทาสาธารณภัย (๓) การอำนวยความสะดวกด้านจราจร (๔) ศิลปะการป้องกันตนเอง -៣- (๕) การรักษาวินัยและการปฏิบัติหน้าที่ โดยต้องมีใบรับรองแสดงประกอบ หรือมีวิทยากรจากหน่วยงานที่ชำนาญการเป็นผู้จัด ฝึกอบรมให้และมีหลักฐานแสดงว่าได้ผ่านการฝึกอบรมข้างต้นมาแล้ว ๕ การแต่งกาย ๕.๑ เครื่องแบบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ๕.๒ มีบัตรติดแสดงตนโดยมีรูปถ่ายชัดเจน ๖. ความรับผิดของผู้รับจ้างต่อผู้ว่าจ้าง ๖.๑ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงและอยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ในกรณีความเสียหายที่ เกิดขึ้นแก่สถานที่และอาคารที่ทำการของผู้ว่าจ้าง เช่น กรณีจากเพลิงไหม้ ซึ่งเกิดจากความประมาทเลินเล่อ ของเจ้าหนี้ที่รักษาความปลอดภัยของผู้รับจ้างที่เกิดขึ้น ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นโดย สิ้นเชิง สำหรับในกรณี ทรัพย์สินของผู้ว่าจ้างหรือผู้ว่าจ้างมีหน้าที่ดูแลรักษา หรือผู้ว่าจ้างมีส่วนได้เสียโดยชอบ ด้วยกฎหมายเกิดสูญหาย เนื่องจากการเอาไปโดยมิชอบด้วยกฎหมายของบุคคลใดๆ หรือเสียหายอัน เนื่องมาจากการกระทำของบุคคลหรือเหตุอื่นใด ซึ่งความสูญหาย หรือเสียหายเช่นนั้นอยู่ในวิสัยของเจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัยของผู้รับจ้างที่สามารถป้องกันขัดขวางได้ ความรับผิดชอบของผู้รับจ้างสำหรับความสูญ หายหรือเสียหายที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งเท่ากับราคาประเมินของทรัพย์สิน ณ วันที่สูญหาย ในกรณีนี้ผู้รับจ้าง จะต้องรับผิดต่อความสูญเสียหรือเสียหายโดยไม่มีข้อโต้แย้งและจะอ้างเหตุสุดวิสัยเป็นข้อยกเว้นความรับผิดใน การชดใช้ราคาค่าเสียหายดังกล่าวมิได้ ๖.๒ ความเสียหายหรือสูญหายอันเกิดจากการโจรกรรมทรัพย์สินซึ่งเก็บไว้ในอาคารสถานที่และ ปรากฏร่องรอยการงัดแงะ หรือทำลายเครื่องกีดขวาง หรือทำลายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์สิน ผู้ว่าจ้าง จะต้องมีหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่า มีทรัพย์สินนั้นอยู่ก่อนหน้าการเกิดโจรกรรม ๖.๓ ความเสียหาย หรือสูญหายอันเกิดแก่ทรัพย์สิน ซึ่งอยู่นอกอาคารสถานที่ แต่อยู่ในบริเวณที่ ระบุตามข้อ ๑ จะต้องเป็นทรัพย์สินที่เห็นประจักษ์ตามปกติด้วยสายตาหรือเป็นทรัพย์สินที่ผู้ว่าจ้างได้แจ้งให้ ผู้รับจ้างทราบเป็นหนังสือหรือภาพถ่าย หรือได้มีการตรวจสอบบันทึกประเภท ชนิด จำนวน โดยเจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัยของ ผู้รับจ้างแล้ว ๖.๔ ผู้รับจ้างมีสิทธิ์ที่จะเลือกรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้รับจ้าง โดยชดใช้เป็นทรัพย์สิน ประเภทและชนิดเดียวกัน หรือโดยชดใช้ราคาให้ตามราคาหรือค่าเสียหายจริงในปัจจุบันแต่ไม่เกินราคาเดิมที่ผู้ ว่าจ้างจัดหามา โดยหักค่าเสื่อมราคาตามอายุการใช้งานของทรัพย์สิน ๗. ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิดต่อผู้ว่าจ้าง ในกรณีดังต่อไปนี้ ๗.๑ ความเสียหายหรือสูญหายอันเกิดจากเหตุสุดวิสัยผลของสงคราม การรุกราน การกระทำของ ข้าศึกต่างชาติ สงครามกลางเมือง การเกิดจราจล ภัยธรรมชาติ ๗.๒ ความเสียหายหรือสูญหายอันเกิดจากผู้ว่าจ้าง ลูกจ้าง หรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง เป็นผู้กระทำ เสียเอง หรือให้ความร่วมมือกับบุคคลภายนอกในกรณีที่สามารถรู้ตัวผู้กระทำผิด ๗.๓ ความเสียหาย หรือสูญหาย อันเกิดจากการปล้น อัคคีภัย หรือภัยต่างๆ ซึ่งไม่อยู่ในวิสัยที่จะ ป้องกันได้ เว้นแต่ความเสียหายนั้นเกิดขึ้นจากความจงใจ หรือประมาทเลินเล่อหรือละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ ของผู้รับจ้างหรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของผู้รับจ้าง -๔- ๗.๔ ผู้รับจ้าง ไม่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายไม่ว่ากรณีใดๆ ที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินส่วนตัวของ เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง หรือทรัพย์สินของบุคคลภายนอกที่มิใช่คู่สัญญา เว้นแต่ทรัพย์สินส่วนตัวที่เจ้าหน้าที่ของผู้ ว่าจ้างนำมาใช้ในในสำนักงานของผู้ว่าจ้างเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานและได้แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบรายการ ทรัพย์สินนั้นแล้ว ๘. หน้าที่ของผู้ว่าจ้าง ๘.๑ กรณีทรัพย์สินของผู้ว่าจ้างเกิดความเสียหายหรือเกิดสูญหายอันเนื่องมาจากการโจรกรรม ซึ่ง ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามสัญญา ประเภท จำนวน และมูลค่าของทรัพย์สินที่แท้จริงพร้อมหลักฐานอื่นๆ ประกอบด้วย ผู้ว่าจ้างจะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างทราบโดยด่วนที่สุดพร้อมระบุ ชนิด ๘.๒ ผู้ว่าจ้างจะต้องให้เวลาแก่ผู้รับจ้างในการติดตามเอาทรัพย์สินที่สูญหายคืน ภายใน ๓๐ (สามสิบ) วัน นับแต่วันที่ทราบผลการสอบสวนของพนักงานสอบสวนและหากครบกำหนดแล้วยังไม่ได้คืน ผู้รับ จ้างจะต้องชดใช้ค่าความเสียหายให้แก่ผู้ว่าจ้าง ข้อ ภาคผนวก ๗ แบบฟอร์มประมาณราคา งานจ้างการบริหารจัดการและปฏิบัติงานโครงการสูบผันน้ำท่อส่งน้ำเชื่อมโยง คลองพระองค์ไชยานุชิต – คลองชลประทานพานทอง - อ่างเก็บน้ำบางพระ รายละเอียดค่าใช้จ่าย หน่วย จำนวน ราคา/หน่วย รวมทั้งสิ้น หมวดค่าบริหารงานโครงการ ๑.๑ งานเดินระบบเครื่องสูบน้ำ และบำรุงรักษา ๑.๒ งานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า ๑.๓ งานบำรุงรักษาระบบควบคุมและเครื่องมือวัด ๑.๔ งานบำรุงรักษาระบบท่อส่งน้ำ เดือน เดือน เดือน เดือน เดือน เดือน เดือน รวมข้อ ๑ เดือน ๑.๕ งานดูแลทรัพย์สินสถานที่ และรักษาความปลอดภัย ๑.๖ งานจัดหายานพาหนะสำหรับผู้ควบคุมงาน ๑.๗ งานจ้างผู้จัดการโครงการฯ ๒ หมวดค่าใช้จ่ายที่เบิกคืนได้ (Reimbursable) ๒.๑ งานซ่อมเปลี่ยนระบบท่อส่งน้ำและอุปกรณ์ประกอบ ๒.๒ งานซ่อมแซมอุปกรณ์ระบบเครื่องกล,ระบบไฟฟ้า,ระบบควบคุม และเครื่องมือตรวจวัด ๒.๓ งานสอบเทียบความเที่ยงตรงเครื่องมือวัด ๒.๔ งานบำรุงรักษาในระบบไฟฟ้าระดับแรงดันปานกลาง และแรงดันสูง ๒.๕ งานปรับปรุงระบบการสูบผันน้ำ เพื่อให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ๒.๖ หมวดค่าน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์เพื่อใช้ในการบริหารโครงการ ๒.๗ หมวดค่าจัดหาประกันวินาศภัย รวมข้อ ๒ รวมค่าจ้างทั้งสิ้น (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมค่าจ้างทั้งสิ้น (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ข้อ ภาคผนวก ๘. การให้คะแนนข้อเสนอทางด้านเทคนิค ข้อเสนอทางด้านเทคนิค บทสรุปของข้อเสนอ ๒ ผลงาน หรือประสบการณ์การทำงาน ๒.๑ ด้านบริหารจัดการ/บำรุงรักษา เครื่องสูบน้ำต้นกำลังมอเตอร์ขนาดไม่น้อยกว่า ๑ MW ที่ระดับ แรงดันไม่ต่ำกว่า ๓.๓ KV ประสบการณ์ ๑ ๓ ปี ได้ ๕ คะแนน ประสบการณ์ มากกว่า ๓ ปีขึ้นไป ได้ ๑๐ คะแนน ๒.๒ ด้านการติดตั้งเครื่องสูบน้ำต้นกำลังมอเตอร์ พร้อมระบบควบคุม ที่ระดับแรงดันไม่ต่ำกว่า ๓.๓ KV ขนาด ๑ ๑.๕ MW ได้ ๕ คะแนน ขนาด มากกว่า ๑.๕ MW ขึ้นไป ได้ ๑๐ คะแนน ๒.๓ด้านบริหารจัดการ/บำรุงรักษา ระบบท่อส่งน้ำใต้ดินชนิดเหล็กเหนียว ขนาด Ø ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ มม. ประสบการณ์ ๑ ๓ ปี ได้ ๕ คะแนน ประสบการณ์ มากกว่า ๓ ปีขึ้นไป ได้ ๑๐ คะแนน ๒.๔ ด้านงานซ่อมระบบท่อส่งน้ำใต้ดินชนิดเหล็กเหนียวขนาด Ø ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ มม. จำนวน ๓ ๑๐ ครั้ง ได้ ๕ คะแนน จำนวน มากกว่า ๑๐ ครั้งขึ้นไป ได้ ๑๐ คะแนน ๒.๕ ด้านงานวางท่อส่งน้ำใต้ดินชนิดเหล็กเหนียวยาวไม่น้อยกว่า ๑๐ กิโลเมตร ขนาด Ø ๑,๐๐๐-๑,๒๐๐ มม. ได้ ๕ คะแนน ขนาด Ø มากกว่า ๑,๒๐๐ มม.ขึ้นไป ได้ ๑๐ คะแนน การจัดรูปองค์กรในการดำเนินงาน บุคลากรหลักและหน้าที่รับผิดชอบ ๓ แผนการดำเนินงาน ๔.๑ การบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำแบบ Split Case ๔.๒ การบำรุงรักษาระบบป้องกันแรงดันน้ำย้อนกลับ (Surge Valve) ๔.๓ การบำรุงรักษามอเตอร์ ขนาด ๓ MW ๔.๔ การบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าขนาด ๑๑ KV และสถานีจ่ายไฟฟ้าขนาด ๑๑๕ KV ๔.๕ การบำรุงรักษาระบบท่อส่งน้ำใต้ดิน ชนิดเหล็กเหนียว ขนาด ๑,๘๐๐ มม. รวม หมายเหตุ : ผู้ยื่นข้อเสนอจะได้รับสิทธิเข้ายื่นเสนอราคา โดยมีข้อกำหนดดังนี้ ๑.จะต้องได้คะแนนข้อเสนอทางด้านเทคนิครวมทุกข้อไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ของคะแนนเต็มทั้งหมด
คะแนน คะแนนที่ได้รับ
เต็ม ย่อย
๕๐ O
๑๐
๑๐
๑๕ ๑๕
๒๕
๑. ภาคผนวก ๙ การจ่ายเงินค่าจ้าง กปภ.จะจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างเป็นรายเดือน โดยบริษัทจะต้องจัดทำรายการงานที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จพร้อมจำนวนเงินที่ขอเบิกจ่ายเสนอคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ โดยมีเงื่อนไข ดังนี้ ๑.๑ หมวดค่าบริหารงานโครงการ กำหนดจ่ายเป็นรายเดือนๆละ ๕๙๑,๙๒๐ บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยผู้รับจ้างต้องดำเนินการตามรายละเอียด ดังนี้ 0.0.0 งานเดินระบบเครื่องสูบน้ำ และบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำ มอเตอร์และอุปกรณ์ประกอบ ๑.๑.๒ งานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า ๑.๑.๓ งานบำรุงรักษาระบบควบคุมและเครื่องมือวัด ๑.๑.๔ งานบำรุงรักษาระบบท่อส่งน้ำ ๑.๑.๕ งานจัดหาผู้จัดการโครงการ ๑.๑.๖ งานดูแลทรัพย์สิน สถานที่ และรักษาความปลอดภัย ๑.๑.๗ งานจัดหายานพาหนะสำหรับผู้ควบคุมงาน ๑.๑.๘ งานสนับสนุนการดำเนินงาน เช่น การเก็บและส่งตัวอย่างน้ำ การจัดหาวัสดุอุปกรณ์ สำนักงานและเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จำเป็นระหว่างดำเนินการ การจัดการประชุม การจัดทำเอกสารและสิ่งพิมพ์ การจัดหาอุปกรณ์และสัญญาณระบบสื่อสาร การจ่ายเงินสมทบค่าประกันสังคมในส่วนของนายจ้าง การจัดหา เครื่องแบบและอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่จำเป็นในระหว่างปฏิบัติงาน และงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องตามที่ผู้ว่าจ้าง มอบหมาย ๑.๒ หมวดค่าใช้จ่ายที่เบิกคืนได้ (Reimbursable) ผู้ว่าจ้างจะจ่ายค่าจ้างตามผลงานที่เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ไม่เกิน ๒๔,๓๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งมีหลักเกณฑ์การคิดค่าใช้จ่าย ดังนี้ ๑.๒.๑ ค่าใช้จ่ายที่เบิกคืนได้ (Reimbursable) ของงานนี้ประกอบด้วย ๑) งานซ่อมเปลี่ยน ระบบท่อส่งน้ำและอุปกรณ์ประกอบที่ชำรุดเสียหาย ๒) งานซ่อมแซมอุปกรณ์ระบบเครื่องกล,ระบบไฟฟ้า,ระบบควบคุมและเครื่องมือตรวจ วัดที่ชำรุดเสียหายตามอายุการใช้งาน และนอกเหนือจากงานบำรุงรักษาตามปกติ ๓) งานสอบเทียบความเที่ยงตรงเครื่องมือวัดต่างๆ (เช่น ระดับน้ำ, แรงดันน้ำ, อัตรา การไหล, อุณหภูมิ, และอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ว่าจ้างเห็นควรให้สอบเทียบความ เที่ยงตรง) จากหน่วยงานภายนอก ๔) งานบำรุงรักษาในระบบไฟฟ้าระดับแรงดันปานกลาง และแรงดันสูง (๖.๖ kV, ๑๑ kV และ ๑๑๕ kV) ๕) งานปรับปรุงระบบการสูบผันน้ำ เพื่อให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น 5) งานป้องกันความชำรุดเสียหายต่อระบบสูบผันน้ำ, คลองหรือลำราง ส่งน้ำที่เกี่ยวเนื่อง ที่ประเมินแล้วพบว่าส่งผลกระทบให้การสูบผันน้ำ ไม่เป็น ไปตามแผนที่กำหนด ๗) หมวดค่าน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์เพื่อใช้ในการบริหารโครงการ กำหนดจ่ายตามจริง ไม่เกิน ๓๐๐ ลิตร/คัน/เดือน ๘) หมวดค่าจัดหาประกันวินาศภัย กำหนดจ่ายตามจริง โดยเงินค่าประกัน วินาศภัยและค่าประกันภัยต่อบุคคลภายนอก ให้เบิกจ่ายตามจริงไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาทต่อรอบการทำประกันภัย เว้นแต่ผู้รับจ้างสามารถจัดทำ กรมธรรม์ประกันภัยครอบคลุมระยะเวลาตามสัญญาทั้งหมด (๑๒ เดือน) ผู้รับจ้างสามารถเบิกจ่ายได้ ๑ ครั้งตามจริงไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท และกรณีหากการทำประกันภัยดังกล่าวยังมีเงินคงเหลืออยู่ในแต่ละรอบการทำประ กันภัย หากผู้รับจ้างเห็นว่าควรจัดทำประกันภัยเพิ่มเติมให้เสนอคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ ให้ความเห็นชอบเป็นครั้งๆไป หรือคณะกรรมการตรวจรับงาน เห็นควรให้ผู้รับจ้างจัดทำประกันภัยเพิ่มเติม จะแจ้งให้ผู้รับจ้างดำเนินการก็ได้ ๑.๒.๒ วิธีการปฏิบัติดำเนินงาน ในส่วนงานที่เบิกค่าใช้จ่ายคืนได้ งานซ่อมเปลี่ยนอุปกรณ์ระบบเครื่องกล/ไฟฟ้า/ควบคุม/เครื่องมือตรวจวัด รวมทั้ง ระบบท่อและอุปกรณ์ประกอบที่ชำรุดเสียหาย ในกรณีจำเป็นเร่งด่วน ให้ผู้รับจ้างแจ้งผู้ควบคุมงาน และเข้าดำเนินการซ่อมแซมได้เลย สำหรับงานซ่อมเปลี่ยนอุปกรณ์และงานป้องกันความชำรุดเสียหาย ระบบสูบผันน้ำ อันได้แก่ ระบบเครื่องกล/ไฟฟ้า/ควบคุม/เครื่องมือตรวจวัด ระบบท่อและอุปกรณ์ประกอบ รวมถึง คลองหรือลำรางส่งน้ำที่เกี่ยวเนื่อง ในกรณีไม่จำเป็นเร่งด่วน และการสอบเทียบมาตรวัดน้ำ ตลอดจน งานปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น ให้ผู้รับจ้างทำรายละเอียดเสนอความเห็นชอบจาก คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ ก่อนเข้าดำเนินการซ่อมแซมและปรับปรุง ๑.๒.๓ วิธีการคิดค่าใช้จ่ายที่เบิกคืนได้ การคิดค่าใช้จ่ายเมื่อปฏิบัติงานจริงให้ใช้ราคากลางค่าวัสดุ และค่าแรงงาน และอื่นๆตามภาคผนวก หากรายการใดไม่ได้กำหนดราคาต่อหน่วย หรือราคาใดๆ ที่จะนำมาใช้สำหรับ งานที่จะต้องทำ ให้ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างทำการตกลงกันที่จะกำหนดราคาต่อหน่วย หรือราคาตายตัวกันใหม่ ตามข้อเท็จจริงและเป็นราคาที่สมเหตุสมผล ในกรณีที่ตกลงกันไม่ได้ ผู้ว่าจ้างจะกำหนดราคาต่อหน่วย หรือราคาตายตัวตามแต่ที่ผู้ว่าจ้างจะเห็นว่าเหมาะสม ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง ๒. กปภ.จะจ่ายเงินค่าจ้างของโครงการนี้ เป็นสกุลเงินบาทเท่านั้น โดยในการชำระเงินค่าจ้างดังกล่าว กปภ.จะสั่งจ่ายเป็นเช็ค หรือ โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย ของผู้รับจ้างหรือผู้รับโอนสิทธิ แล้วแต่กรณีเท่านั้น ៣. ค่างานที่เสนอราคาของผู้รับจ้างต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วย ๔. รายละเอียดการจ่ายเงินให้เป็นไปตามภาคผนวก ๗ ๑. รายงานประจำวัน (Daily Report) ภาคผนวก ๑๐. การส่งรายงานความก้าวหน้า ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งรายงานประจำวันให้กับผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง รายงานดังกล่าวจะต้อง สรุปผลการทำงาน และปริมาณงานที่เกิดขึ้นจริง โดยให้ผู้ควบคุมงานลงนามรับรองสำเนาทุกวัน ๒. รายงานประจำเดือน (Monthly Report) ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งรายงานประจำเดือนให้กับผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง รายงานดังกล่าวจะต้อง สรุปผลการทำงาน และปริมาณงานที่ดำเนินงานในเดือนนั้นๆ นอกจากนั้นจะต้องรวมไปถึงความคิดเห็นและ ข้อเสนอแนะของผู้รับจ้าง โดยให้ผู้ควบคุมงานลงนามรับรอง ៣. รายงานประจำไตรมาส (Quarter Report) ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งรายงานประจำไตรมาสให้กับผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง รายงานดังกล่าว จะต้องสรุปผลการทำงาน และปริมาณงานที่ดำเนินงานในไตรมาสนั้นๆ นอกจากนั้นจะต้องรวมไปถึงความ คิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้รับจ้าง โดยให้ผู้ควบคุมงานลงนามรับรอง ๔. รายงานประจำปี (Yearly Report) ในช่วงสิ้นเดือนที่ ๑๒ ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งรายงานประจำปีของโครงการให้กับผู้ควบคุมงานของ ผู้ว่าจ้าง รายงานดังกล่าวจะต้องสรุปผลการทำงาน และปริมาณงานที่ดำเนินงานในปีนั้น โดยให้ผู้ควบคุมงาน ลงนามรับรอง และจัดส่งเป็นรูปแบบ Digital File จำนวน ๒ ชุด ภาคผนวก ๑๑ การจัดหายานพาหนะสำหรับการดำเนินงานในโครงการ การจัดหายานพาหนะสำหรับการดำเนินงานในโครงการ ๑. ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องจัดหายานพาหนะให้ผู้ว่าจ้าง เพื่อใช้สำหรับการดำเนินงานในโครงการ โดยมีอายุการใช้งานไม่เกิน ๓ ปี และระยะทางใช้งานมาแล้วไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ กิโลเมตร ไม่มีรอยชำรุดหรือ ตำหนิใดๆ สภาพพร้อมใช้งานทันทีและมีอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นติดตั้งครบถ้วน โดยเป็นรถยนต์บรรทุกขนาด ๑ ตัน แบบสองตอน (๔ ประตู) ขับเคลื่อน ๒ ล้อ ขนาดเครื่องยนต์ไม่น้อยกว่า ๑,๘๐๐ ซีซี เกียร์อัตโนมัติ ๖ สปิด หรือรถยนต์อื่นที่มีคุณสมบัติสูงกว่าที่กล่าวมาข้างต้น จำนวน ๒ คัน ๒. คุณลักษณะทางเทคนิคและอื่นๆ ๒.๑ ติดฟิล์มกรองแสง รอบคัน ๒.๒ ชุดเครื่องมือมาตรฐานผู้ผลิตพร้อมยางอะไหล่ ๒.๓ ผ้าใบคลุมหลังกระบะ ๒.๔ อุปกรณ์อื่นๆ ตามมาตรฐานผู้ผลิต ๓. การรับประกันรถยนต์ ๓.๑ ผู้รับจ้างต้องทำประกันภัยรถยนต์ที่นำมาให้ใช้ เป็นประเภทชั้นหนึ่งและประกันภัยตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๕๐ ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้าง และจะต้องส่งมอบ กรมธรรม์ประกันภัยและหลักฐานการเอาประกันภัยดังกล่าวให้แก่ กปภ.ในวันส่งมอบรถ และทุกครั้งที่มีการต่อ อายุสัญญาหรือทำสัญญาประกันภัยใหม่ โดยผู้รับจ้างต้องทำประกันภัยรถยนต์คันที่ให้เช่าแบบประเภทหนึ่ง โดยคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยเฉพาะส่วนเกินวงเงินสูงสุดตาม พรบ. คุ้มครองประสบ ภัยจากรถ ดังนี้ ๓.๑.๑ คุ้มครองการบาดเจ็บหรือมรณะของบุคคลภายนอก. (๑) คุ้มครองครั้งละไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐.- บาทต่อครั้ง (๒) ความเสียหายต่อทรัพย์สิน ๒,๕๐๐,๐๐๐.- บาทต่อครั้ง ๓.๑.๒ อุบัติเหตุส่วนบุคคล เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร ผู้ขับขี่ ๑๐๐,๐๐๐.- บาท และผู้โดยสาร ๑๐๐,๐๐๐.- บาทต่อคน ๓.๑.๓ ค่ารักษาพยาบาล ๑๐๐,๐๐๐.- บาทต่อคน ๓.๑.๔ การประกันตัวผู้ขับขี่คันเอาประกันคดีอาญาไม่เกินวงเงิน ๒๕๐,๐๐๐.- บาท ๓.๒ ผู้รับจ้างจะต้องจดทะเบียนและเสียภาษีประจำปีตามกฎหมายให้แล้วเสร็จก่อนวันครบ กำหนดส่งมอบรถยนต์ รวมทั้งต้องเสียภาษีประจำปีสำหรับปีต่อ ๆไป ภายในกำหนดเวลาทุกปี ๔. การหารถทดแทน/ตรวจสภาพ/ซ่อมแซม/การปรับ ๔.๑ ผู้รับจ้างมีหน้าที่บำรุงรักษาตรวจสภาพและซ่อมแซมรถ ในกรณีเกิดการสึกหรอ หรือการ เสียหายอันเกิดจากการใช้งานตามปกติ และผู้รับจ้างมีหน้าที่บำรุงรักษาตรวจสภาพรถคันที่เช่าทุกๆระยะ ๑๐,๐๐๐ (หนึ่งหมื่น) กม. หรือในเวลาอันสมควรเมื่อได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างเพื่อให้รถสามารถใช้งาน ได้ในสภาพที่ปลอดภัย ๔.๒ การนำรถ... -๒- ๔.๒ การนำรถไปซ่อมหรือบำรุงรักษา ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบน้ำมันเชื้อเพลิงในถังว่ามีระดับ เท่าใด เมื่อส่งรถกลับมาให้ผู้ว่าจ้าง น้ำมันเชื้อเพลิงในถังจะต้องอยู่ในระดับเดิม ถ้าต่ำกว่าระดับเดิม ผู้รับจ้าง จะต้องเติมให้อยู่ในระดับเดิม ๔.๓ หากรถไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติในวันใดก็ตาม หรือกรณีที่ผู้รับจ้างนำรถไป บำรุงรักษา ผู้รับจ้างจะต้องนำรถมาทดแทนภายใน ๑ วันนับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง การจัดหารถทดแทน ผู้รับจ้างจะต้องจัดหารถคันใหม่ ซึ่งมีสภาพและขนาดเทียบเท่า หรือดีกว่ามาทดแทน เพื่อใช้งานทันทีจนกว่ารถคันที่ชำรุดพร้อมใช้งาน หากผู้รับจ้างละเลยไม่จัดหารถคันใหม่ ให้ผู้ว่าจ้างแทนคันที่ชำรุด กรณีนี้ผู้ว่าจ้างจะหักเงินค่าเช่าเป็นรายวันตามความเป็นจริง กรณีตามวรรคหนึ่ง เมื่อผู้รับจ้างได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้างให้นำรถมาเปลี่ยนแล้ว หาก ผู้รับจ้างไม่นำรถมาเปลี่ยนให้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม ผู้ว่าจ้างมีสิทธิปรับผู้รับจ้างเป็นรายวันในอัตราวันละ ๕๔๐.- บาท/คัน นับถัดจากวันที่ผู้รับจ้างได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้างให้นำรถมาเปลี่ยนจนถึงวันที่ผู้รับจ้างนำรถคันใหม่มา เปลี่ยนให้ ๔.๔ การตรวจสอบประสิทธิภาพรถหรือรถคันที่จะนำมาเปลี่ยนในกรณีข้อ ๔.๓ ให้อยู่ใน ดุลพินิจของผู้ว่าจ้าง ๔.๕ หน้าที่บำรุงรักษาตรวจสภาพและซ่อมแซมตามข้อ ๔.๑ และข้อ ๔.๒ ผู้รับจ้างจะต้องเป็น ผู้มารับรถจากผู้ว่าจ้าง และจัดหารถสำรองที่มีสภาพ ขนาด ประสิทธิภาพและอายุการใช้งานเช่นเดียวกันมาให้ผู้ ว่าจ้างใช้ทันที และถ้าหากผู้รับจ้างไม่อาจดำเนินการตามเงื่อนไขนี้ได้ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิดำเนินการตามข้อ ๔.๓ วรรค ๑ และ ๒ โดยอนุโลม ๕. ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์เพื่อใช้ในการบริหารโครงการ โดยเบิกจ่ายตามจริงแต่ไม่เกิน ๓๐๐ลิตร/คัน/เดือน ภาคผนวก ๑๒. เอกสาร แบบรูปและรายการ สินทรัพย์ในโครงการ ภาคผนวก ๑๓ ตัวอย่างการคิดค่าปรับ
ลำดับ เดือน แผน (ลบ.ม.) สูบได้จริง (ลบ.ม.) ส่วนต่าง (+ขาด/-เกิน) (ลบ.ม.) อัตราค่าปรับ (บาท/ลบ.ม.) ค่าปรับ (บาท) หมายเหตุ
1 เดือนที่ 1 P1 F1 L1=P1-F1 0.5 B1=L1x0.5; B1>0
2 เดือนที่ 2 P2 F2 L2=P2-F2 0.5 B2=L2x0.5; B1>0
n เดือนที่ n Pn Fn Lt=Pt-Ft 0.5 BnLnx0.5; Bn>0
Pt=P1+...+Pn Ft=F1+...+Fn Bt= B1+...+Bn
ลำดับ เดือน แผน (ลบ.ม.) สูบได้จริง (ลบ.ม.) ส่วนต่าง (+ขาด/-เกิน) (ลบ.ม.) อัตราค่าปรับ (บาท/ลบ.ม.) ค่าปรับ (บาท) หมายเหตุ
1 เดือนที่ 1 0 0 0 0
2 เดือนที่ 2 0 0 0 0
2 เดือนที่ 3 0 0 0 0
3 เดือนที่ 4 0 0 0 0
4 เดือนที่ 5 0 0 0 0
5 เดือนที่ 6 0 0 0 0
6 เดือนที่ 7 0 0 0 0
7 เดือนที่ 8 0 1,000,000 -1,000,000 0.5 0
8 เดือนที่ 9 15,000,000 14,000,000 1,000,000 0.5 500,000
9 เดือนที่ 10 15,000,000 15,000,000 0 0
10 เดือนที่ 11 7,500,000 10,000,000 -2,500,000 0 0
11 เดือนที่ 12 7,500,000 5,000,000 2,500,000 1,250,000
12 เดือนที่ 13 5,000,000 5,000,000 0 0
13 เดือนที่ 14 5,000,000 4,000,000 1,000,000 500,000
14 เดือนที่ 15 0 1,000,000 -1,000,000 0 0
15 เดือนที่ 16 0 0 0 0 0
รวม 55,000,000 55,000,000 0 2,250,000
สูตรการคิดค่าจ้างและค่าปรับ แต่ละงวดงาน(ประจำเดือน) ตามสัญญาข้อ 9.3 ลำดับ รายการ หมวดค่าบริหารงานโครงการ 1 สถานีคลองพระองค์ไชยานุชิต และท่อส่งน้ำ มูลค่างาน แล้วเสร็จ ค่าจ้างที่จ่าย หมายเหตุ 1.1 งานเดินระบบเครื่องสูบน้ำและบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำและ อุปกรณ์ประกอบ 1.1.1 งานเดินเครื่องสูบน้ำ และเตรียมความพร้อมเครื่องจักร Sa1.1 Ra1.1 1.1.2 งานบำรุงรักษารายเดือน Sa1.2 Ra1.2 1.2 งานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า 1.2.1 งานบำรุงรักษารายเดือน Sa2.1 Ra2.1 1.3 งานบำรุงรักษาระบบควบคุมไฟฟ้า และครื่องมือวัด 1.3.1 งานบำรุงรักษารายเดือน Sa3.1 Ra3.1 1.4 งานบำรุงรักษาระบบท่อส่งน้ำ 1.4.1 งานบำรุงรักษารายเดือน 1.4.2 ยานพาหนะ+น้ำมัน (สำหรับผู้รับจ้างใช้งาน) Sa4.1 Ra4.1 Sa4.2 Ra4.2 1.5 งานดูแลทรัพย์สินและสถานที่ และรักษาความปลอดภัย 1.5.1 ค่าดูแลทำความสะอาดสถานที่ (อาคาร+บริเวณ) 1.5.2 ค่าดูแลรักษาความปลอดภัยสถานที่ Sa5.1 Ra5.1 Sa5.2 Ra5.2 รวมข้อ 1 Sa Sa1.1+...+Sa5.2 Ra Ra1.1+...+Ra5.2 จ่ายเท่ากับ มูลค่างาน เฉพาะผลงาน 2 สถานีคลองชลประทานพานทอง 2.1 งานเดินระบบเครื่องสูบน้ำและบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำและ อุปกรณ์ประกอบ 2.1.1 งานเดินเครื่องสูบน้ำ และเตรียมความพร้อมเครื่องจักร Sb1.1 Rb1.1 2.1.2 งานบำรุงรักษารายเดือน Sb1.2 Rb1.2 2.2 งานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า 2.2.1 งานบำรุงรักษารายเดือน Sb2.1 Rb2.1 2.3 งานบำรุงรักษาระบบควบคุมไฟฟ้า และครื่องมือวัด 2.3.1 งานบำรุงรักษารายเดือน Sb3.1 Rb3.1 2.4 งานบำรุงรักษาระบบท่อส่งน้ำ 2.4.1 งานบำรุงรักษารายเดือน Sb4.1 Rb4.1 2.4.2 ยานพาหนะ+น้ำมัน (สำหรับผู้รับจ้างใช้งาน) Sb4.2 Rb4.2 2.5 งานดูแลทรัพย์สินและสถานที่ และรักษาความปลอดภัย 2.5.1 ค่าดูแลทำความสะอาดสถานที่ (อาคาร+บริเวณ) 2.5.2 ค่าดูแลรักษาความปลอดภัยสถานที่ Sb5.1 Rb5.1 Sb5.2 Rb5.2 รวมข้อ 2 Sb =Sb1.1+...+Sb5.2 Rb Rb1.1+...+Rb5.2 ที่ครบถ้วน และถูกต้อง รายการใด ไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง ไม่คิดค่างาน ในงวด (เดือน) นั้น ค่ายานพาหนะที่ใช้ในการบริหารโครงการและ 3 งานสนับสนุนการดำเนินงาน 4 ค่าจ้างผู้จัดการโครงการฯ 5 6 ยกยอดมาจากเดือนที่แล้ว(ถ้ามี) 6.1 งานที่(1) Sc Rc Sd Rd รวมข้อ 1-4 Se = Sa+Sb+Sc+Sd Re Ra+Rb+Rc+Rd 6.ท งานที่(ก) 7 ค่าปรับ(ถ้ามี) 8 รวมทั้งสิ้น หมายเหตุ : รวมเดือนที่ยกมา Sfn Sf Sf1+...+Sfn S =Se+Sf ข้อ1.1.1, ข้อ1.5.1, ข้อ1.5.2, ข้อ2.1.1, ข้อ2.5.1, ข้อ2.5.2, ข้อ3 และข้อ4 หากผู้รับจ้างดำเนินการไม่แล้วเสร็จในงวดงาน(เดือน)นั้นๆ จะไม่นำมาคิดเบิกจ่าย และไม่สามารถยกมาดำเนินการในเดือนถัดไปได้ Rfn Rf Rf1+...+Rfn G = 0.001 x Se x 30 (วัน) R =Re+Rf-G ลำดับ รายการ หมวดค่าบริหารงานโครงการ เดือนที่1 1 สถานีคลองพระองค์ไชยานุชิต และท่อส่งน้ำ 1.1 งานเดินระบบเครื่องสูบน้ำและบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำและ อุปกรณ์ประกอบ มูลค่างาน แล้วเสร็จ ค่าจ้างที่จ่าย หมายเหตุ 1.1.1 งานเดินเครื่องสูบน้ำ และเตรียมความพร้อมเครื่องจักร 45,000 / 45,000 1.1.2 งานบำรุงรักษารายเดือน 51,000 / 51,000 1.2 งานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า 1.2.1 งานบำรุงรักษารายเดือน 62,000 X 0 1.3 งานบำรุงรักษาระบบควบคุมไฟฟ้า และครื่องมือวัด 1.3.1 งานบำรุงรักษารายเดือน 34,000 / 34,000 1.4 งานบำรุงรักษาระบบท่อส่งน้ำ 1.4.1 งานบำรุงรักษารายเดือน 50,000 / 50,000 1.4.2 ยานพาหนะ+น้ำมัน (สำหรับผู้รับจ้างใช้งาน) 4,000 / 4,000 1.5 งานดูแลทรัพย์สินและสถานที่ และรักษาความปลอดภัย 1.5.1 ค่าดูแลทำความสะอาดสถานที่ (อาคาร+บริเวณ) 30,000 / 30,000 1.5.2 ค่าดูแลรักษาความปลอดภัยสถานที่ 34,000 / 34,000 รวมข้อ 1 310,000 248,000 2 สถานีคลองชลประทานพานทอง …
ลำดับ รายการ หมวดค่าบริหารงานโครงการ เดือนที่ 2 1 สถานีคลองพระองค์ไชยานุชิต และท่อส่งน้ำ 1.1 งานเดินระบบเครื่องสูบน้ำและบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำและ อุปกรณ์ประกอบ …
สูตรการคิดค่าปรับ งานที่เบิกคืนได้ตามที่คณะกรรมฯเห็นชอบแล้ว (สัญญาข้อ 9.4) ลำดับ 1 2 งานที่1 งานที่2 รายการ มูลค่างาน (บาท) ระยะเวลาดำเนินงาน (วัน) ตามแผน เสร็จจริง ล่าช้า กระทบการจราจร อัตราค่าปรับ ค่าปรับ หมายเหตุ (/มี, x ไม่) ร้อยละ(บาท) S1 t1 F= S2 t2 0.1 กรณี ไม่กระทบ การจราจร 0.25 กรณี n งานที่ n Pn tn รวม St=S1+...+Sn กระทบ การจราจร Bn= Sn x tn x F/100 Bt= B1+...+Bn หมายเหตุ : จะคิดค่าปรับเฉพาะกรณีดำเนินการเสร็จล้าช้ากว่าแผนที่คณะกรรมการฯกำหนด ให้นับเป็นวัน ตัวอย่างวิธีคิดคำนวณค่าปรับ งานที่เบิกคืนได้ตามที่คณะกรรมฯเห็นชอบแล้ว (สัญญาข้อ 9.4) ลำดับ รายการ มูลค่างาน ระยะเวลาดำเนินงาน (วัน) กระทบการจราจร อัตราค่าปรับ ค่าปรับ หมายเหตุ (บาท) ตามแผน เสร็จจริง ล่าช้า (x) ร้อยละ (บาท) 1 งานซ่อมท่อจุดที่1 1,000,000 10 9 0 / 0.25 0 2 งานซ่อมท่อจุดที่2 2,000,000 12 15 3 / 0.25 15,000 2 งานซ่อมหม้อแปลงไฟฟ้า 700,000 60 65 5 X 0.10 3,500 3 งานซ่อมประตูน้ำด้านดูด 400,000 45 40 0 X 0.10 0 รวม 4,100,000 18,500 หมายเหตุ : จะคิดค่าปรับเฉพาะกรณีดำเนินการเสร็จล้าช้ากว่าแผนที่คณะกรรมการฯกำหนด ให้นับเป็นวัน ภาคผนวก ๑๔ คู่มือความปลอดภัยในการทำงานของผู้รับจ้าง คู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงาน ในการทำงาน สำหรับผู้รับจ้าง กองอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (กอป.) ΔΩ 13 คู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง คำนำ การจัดทำข้อกำหนดและคู่มือและมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการทำงานตามเจตนารมณ์ของ พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เพื่อให้นายจ้างแจ้งให้ ลูกจ้างทราบถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทำงานและแจกคู่มือปฏิบัติงานให้ลูกจ้างทุกคนก่อนที่ลูกจ้างจะเข้า ทำงาน เปลี่ยนงานหรือเปลี่ยนสถานที่ทำงาน โดยข้อกำหนดและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานอย่าง น้อยต้องกำหนดขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย เพื่อควบคุมมิให้มีการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความไม่ ปลอดภัยในการทำงาน ข้อกำหนดและคู่มือฯ นี้กล่าวถึงข้อควรระวังที่ผู้รับจ้างและแรงงานรับเหมาทุกคน ควร ปฏิบัติเมื่ออยู่ในบริเวณพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันการบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุ เมื่อกำลังทำงานอย่างหนึ่งอย่างใด หรือก่อนเริ่มทำงานของแต่ละวันทุกคน ควรตั้งปณิธานที่จะทำงานโดยไม่มีอุบัติเหตุ เพราะการบาดเจ็บหรือเกิด อุบัติเหตุอาจนำความเสียหายและความเศร้าโศกมาสู่ครอบครัวและเพื่อนร่วมงานได้ ผู้รับจ้างและแรงงานรับเหมาทุกคนควรศึกษาคู่มือฉบับนี้อย่างละเอียดจนเกิดความเข้าใจและ สามารถนำไปปฏิบัติได้ อย่างถูกต้อง และหรือศึกษาการปฏิบัติก่อนเริ่มปฏิบัติงานหรือเปลี่ยนงานใหม่ทุกครั้ง ทั้งนี้ เป็นการกำจัด ลด ควบคุม ป้องกันการสูญเสียและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อตนเอง ทรัพย์สิน และชุมชน จึงขอให้ผู้รับจ้างทุกท่านตระหนักและคิดคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยอยู่เสมอ กองอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล พฤศจิกายน ๒๕๖๕ กองอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (กอป.) สารบัญ คำนำ ๑. วัตถุประสงค์ ๒. เอกสารอ้างอิง ๓. คำจำกัดความ ๔. การดำเนินการด้านความปลอดภัยในการทำงาน ๔.๑ การดำเนินการของบริษัทผู้รับจ้าง ๔.๒ การดำเนินการของหัวหน้างาน (Foreman) ๔.๓ การดำเนินการก่อนเริ่มงาน ๔.๔ การผ่านเข้า – ออกพื้นที่ ๔.๕ กฎความปลอดภัยเรื่องการสูบบุหรี่ ๔.๖ กฎความปลอดภัยกรณีแรงงานหญิง ๔.๗ กฎความปลอดภัยเกี่ยวกับสภาวะแวดล้อม คู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง หน้า ๒-๑๐ ២-៣ ๓ ๓-๔ ๔ ๔ ๔ ๕ ๕ ๔.๘ อุปกรณ์ดับเพลิงและระงับอัคคีภัย ๔.๙ อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment : PPE) ๖ ๔.๑๐ ข้อบังคับข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัยในการทำงานทั่วไป ๔.๑๑ ข้อบังคับข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัยในการทำงานที่มีความเสี่ยงอันตราย ๔.๑๑.๑ ความปลอดภัยในการทำงานกับเครื่องจักร ๔.๑๑.๒ ความปลอดภัยในการทำงานยกอุปกรณ์ด้วยปั้นจั่น ๔.๑๑.๓ ความปลอดภัยในการใช้ถังบรรจุก๊าซแรงดัน ๔.๑๑.๔ ความปลอดภัยในการทำงานที่เกิดความร้อนและประกายไฟ ๔.๑๑.๕ ความปลอดภัยในการทำงานสำหรับงานที่อับอากาศ ๔.๑๑.๖ ความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง ๔.๑๑.๗ ความปลอดภัยในการติดตั้ง การใช้ และการรื้อถอนนั่งร้าน ๔.๑๑.๘ ความปลอดภัยในการทำงานขุด เจาะ ๔.๑๑.๙ ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อมสารเคมี ๔.๑๑.๑๐ ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกัน และระงับอัคคีภัย ๔.๑๑.๑๑ การปฏิบัติตนเมื่อเกิดภาวะฉุกเฉิน ๕. การรายงานและการสอบสวนอุบัติเหตุ/เหตุการณ์ ผิดปกติ ๖. การตรวจสอบ ติดตาม การดำเนินการด้านความปลอดภัยในการทำงานของบริษัทผู้รับจ้าง ๗. ภาคผนวก เอกสารที่เกี่ยวข้องกับผู้รับจ้าง แบบฟอร์มลงนามเข้ารับการอบรมความปลอดภัยสำหรับผู้รับจ้าง แบบฟอร์มวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (Job Safety Analysis) ใบขออนุญาตทำงานประเภทต่างๆ (Work Permit) แบบรายงานการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ ๖-๗ ๗ ๗ 2 ہ ๑๐-๑๑ ๑๑ ๑๑ ๑๑ ๑๑-๑๒ ๑๒ กองอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (กอป.) ๑.วตถุประสงค์ คู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.๒๕๕๔ ได้บัญญัติ นิยามคำว่า “ลูกจ้าง” ลูกจ้างหมายความว่า ลูกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับ ความยินยอมให้ทำงานหรือทำผลประโยชน์ให้แก่หรือในสถานประกอบกิจการของนายจ้างไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไรก็ตาม ดังนั้น จึง ถือว่าลูกจ้างของบริษัทเอกชนซึ่งเป็นผู้รับจ้างงานและรับเหมาแรงงาน เป็นลูกจ้างของหน่วยงานตามนิยามดังกล่าว คู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับการควบคุมการปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อให้ ผู้รับจ้างชั้นต้นและผู้รับจ้างช่วงที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ กปภ. ได้ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการ ทำงานและปฏิบัติได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีรายละเอียดที่สำคัญคือ ข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัยในการ ทำงานของงานที่มีความเสี่ยงต่ออันตรายต่างๆ และเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย ข้อห้าม และข้อแนะนำในการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย รวมถึงการรายงานการเกิดอุบัติเหตุของผู้รับจ้างให้ กปภ. ทราบและบริษัทผู้รับจ้างมีหน้าที่ดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องตาม ข้อกำหนดของกฎหมายความปลอดภัย มาตรา ๒๓ ให้ผู้รับจ้างชั้นต้นและผู้รับจ้างช่วงตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน มี หน้าที่ดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของลูกจ้างควบคู่กันไปด้วย ๒. เอกสารอ้างอิง ๑. พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ๒. กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย ๒๕๕๕ ๔. กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. ๒๕๕๖ ๕. กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการ ทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ.๒๕๕๘ ៦. กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. ๒๕๕๙ ๗. กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. ๒๕๖๒ ៨. กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ.๒๕๖๔ ๙. กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ.๒๕๖๔ ๑๐. กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับนั่งร้านและค้ำยัน พ.ศ. ๒๕๖๔ ๑๑. กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานในสถานที่มีอันตรายจากกการตกจากที่สูงและที่ลาดชันจากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และ จากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๔ ๑๒. กฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการ ด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. ๒๕๖๕ กองอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (กอป.) หน้า ๑ ของ ๑๔ คู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ๓. คาจากดความง ว่าจ้าง ผู้รับจ้างชั้นต้น หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงรับจะดำเนินงานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนของงานใดจนสำเร็จประโยชน์ของผู้ ผู้รับจ้างช่วง หมายความว่า ผู้ซึ่งทำสัญญากับผู้รับจ้างชั้นต้นโดยรับจะดำเนินงานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนของงานใดใน ความรับผิดชอบของผู้รับจ้างชั้นต้นเพื่อประโยชน์แก่ผู้ว่าจ้าง และหมายความรวมถึงผู้ซึ่งทำสัญญากับผู้รับจ้างช่วงเพื่อรับช่วงงานใน ความรับผิดชอบของผู้รับจ้างช่วง ทั้งนี้ ไม่ว่าจะรับเหมาช่วงกันกี่ช่วงก็ตาม สัญญาจ้าง หมายความว่า สัญญาไม่ว่าเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาระบุชัดเจน หรือเป็นที่เข้าใจโดยปริยายซึ่งบุคคลหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้างตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกบุคคลหนึ่งเรียกว่านายจ้างและนายจ้างตกลงจะให้ค่าจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้ บริษัทผู้รับจ้าง หมายความว่า ผู้รับจ้างงาน หรือ ผู้รับจ้างแรงงานแล้วแต่กรณี ผู้รับจ้างงาน หมายความว่า บริษัทเอกชนซึ่งรับจ้างเหมางาน โดยในการดำเนินการบริษัทดังกล่าวเป็นผู้จัดหาลูกจ้างและ อุปกรณ์ในการทำงานทั้งหมด ผู้รับจ้างแรงงาน หมายความว่า บริษัทเอกชนซึ่งรับเหมาแรงงาน โดยเป็นผู้จัดหาเฉพาะลูกจ้างเข้ามาดำเนินการ เช่น งานทำความสะอาดสำนักงาน ๕. การดำเนินการด้านความปลอดภัยในการทางาน ๔.๑ การดำเนินการของบริษัทผู้รับจ้าง ๑) บริษัทผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยในการทำงานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้เพื่อให้เกิด ความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง ๒) บริษัทผู้รับจ้างมีหน้าที่ให้คำแนะนำและชี้แจงข้อปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยแก่พนักงานบริษัทผู้รับจ้าง ๓) บริษัทผู้รับจ้าง มีหน้าที่รับผิดชอบในการควบคุมกำกับพนักงานผู้รับจ้างให้เข้าใจ ถึงวิธีการทำงานอย่างปลอดภัย ๔) พนักงานผู้รับจ้างต้องปฏิบัติติตามป้ายเตือน, ป้ายบังคับ, ป้ายห้าม, อื่นๆ ในสถานที่ทำงานโดยเคร่งครัด ๕) บริษัทผู้รับจ้างและพนักงานผู้รับจ้าง มีหน้าที่รับผิดชอบในการป้องกันอุบัติเหตุและอันตรายใดๆ อันอาจจะเกิดขึ้น ๖) พนักงานผู้รับจ้างเมื่อเข้าเขตพื้นที่ปฏิบัติงาน จะต้องสวมเสื้อผ้าอย่างรัดกุมเหมาะสมกับสภาพการทำงานหรือเขตงาน อันตราย และจะต้องมีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่จำเป็นต้องใช้ ดังนี้ หมวกนิรภัย, รองเท้าหุ้มส้น, เสื้อสะท้อนแสง เป็นหลัก และอุปกรณ์อื่นๆ ตามลักษณะงานเสี่ยงที่ปฏิบัติ ๗) บริษัทผู้รับจ้างต้องรายงานการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทุกครั้งตามแบบแจ้งการประสบอันตรายโดยต้องดำเนินการภายใน ๒๔ ชม. ต่อหน่วยงานที่ติดต่องานโดยตรง ซึ่งจะประสานงานกับคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและเจ้าหน้าที่ความ ปลอดภัย เพื่อสอบสวนอุบัติเหตุและจัดทำรายงานการเกิดอุบัติเหตุภายใน ๓ วัน หลังจากเกิดอุบัติเหตุ ๔) บริษัทผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับต่างๆ และทำหน้าที่ตามที่กฎกระทรวง การจัดให้มี เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถาน ประกอบกิจการ พ.ศ.๒๕๖๕ กำหนดไว้ ๔) บริษัทผู้รับจ้างต้องจัดการฝึกอบรมตามหลักเกณฑ์ วิธีการที่กฎหมายกำหนดให้พนักงานหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ควบคุม เครื่องจักร ปั้นจั่น การทำงานบนที่สูง และผู้ที่ต้องลงไปทำงานในที่อับอากาศ หรือลักษณะงานอื่นๆ ที่มีความเสี่ยงต่อการ เกิดอันตราย ๑๐) บริษัทผู้รับจ้างต้องจัดอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้พนักงานของตนได้สวมใส่อย่างน้อย ต้องได้มาตรฐาน ไม่ต่ำกว่าที่กฎหมายความปลอดภัยในการทำงานกำหนดไว้ ๑๑) บริษัทผู้รับจ้างต้องจัดบุคลากรซึ่งมีหน้าที่ควบคุมงานในสนาม ได้แก่ หัวหน้างาน (Foreman) เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยใน การทำงาน ที่มีความสามารถและประสบการณ์ที่เหมาะสม และมีทัศนคติที่ให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยอย่างจริงจัง มาทำงาน ๑๒) บริษัทผู้รับจ้างต้องประกาศเป้าหมายในเรื่องความปลอดภัยในการทำงานให้ชัดเจนและประกาศหรือแจ้งให้พนักงานทุก คนทราบ ๑๓) ส่งเสริม สนับสนุนและติดตามการดำเนินงานเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานให้เป็นไปตามแผนงานโครงการ เพื่อให้ มีการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงานที่เหมาะสม กองอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (กอป.) หน้า ๒ ของ ๑๔ คู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ๔.๒ การดำเนินการของหัวหน้างาน (Foreman) ๑) กำกับดูแลและควบคุมการปฏิบัติงานของพนักงานอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบให้พนักงานปฏิบัติงานด้วยความปลอดภัยตาม ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงาน ๒) ให้คำแนะนำแก่พนักงานในเรื่องวิธีการป้องกันอุบัติเหตุ และวิธีการทำงานที่ปลอดภัย ๓) ควบคุมดูแลให้พนักงานสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลตลอดเวลาที่ปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยง ๔) ห้ามผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์น้อยในกิจกรรมใดๆ ทำกิจกรรมนั้นตามลำพัง เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุจากการขาด ความรู้หรือขาดประสบการณ์ได้ ๕) สังเกตสภาพร่างกายและสุขภาพพนักงานทุกคน ทุกวัน ทุกเวลา ถ้าร่างกายไม่พร้อม ควรให้เปลี่ยนงานหรือให้ไปพัก เช่น มีอาการมึนเมา หรือยังไม่สร่างเมา ไม่สบาย หน้ามืด เวียนหัว ฤทธิ์ยาแก้หวัด ยาแก้ไข้ ท้องเสีย อดนอนมาและต้องทำตัว ให้ลูกน้องไม่กลัวที่จะแจ้งว่าไม่สบาย หรือไม่พร้อม ๖) ตรวจสภาพการทำงานจริงที่หน้างานอย่างสม่ำเสมอแสดงให้ทุกคนประจักษ์ว่า หัวหน้างานมีความตั้งใจและเอาใจใส่อย่าง งจังในการดำเนินการให้เกิดความปลอดภัยในการทำงานกับทุกคน ๗) ตรวจสอบสภาพการทำงาน เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยก่อนการปฏิบัติงานประจำวัน • ระวัง อุปกรณ์/สิ่งปลูกสร้างชั่วคราวพังทลาย เช่น ไม้ขอนหนุน หรืออุปกรณ์อื่นๆ • เอาใจใส่เครื่องมือ อุปกรณ์ที่ถูกดัดแปลงแก้ไขมา เช่น สว่านหรือหินเจียรที่ถอดการ์ดครอบป้องกันสะเก็ดออก • เน้นป้องกันการบาดเจ็บที่มือ ซึ่งมักเป็นการบาดเจ็บสูงสุดของงาน • เอาใจใส่การทำงานของพาหนะเฉพาะกิจทั้งหลาย รถส่งของ รถส่งเครื่องมือ รถ Forklift รถเครนเล็ก ซึ่งมักถูกมองข้าม • เตรียมอุปกรณ์ช่วยให้เพียงพอที่หน้างาน เช่น เชือก รอก ภาชนะช่วยขนเครื่องมือขึ้นลงที่สูง เพื่อลดโอกาสแก้ปัญหา เฉพาะหน้า ๔.๓ ขอบเขตที่อยู่รับจ้างต้องรับผิดชอบด้านความปลอดภัย ๑) การจัดทำแผนความปลอดภัย บริษัทผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนความปลอดภัยในการทำงานที่สอดคล้องกับแผนงาน และนำส่งให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบ ก่อนเข้าเริ่ม ดำเนินโครงการ โดยการจัดทำแผนงานความปลอดภัย อย่างน้อยต้องประกอบไปด้วยหัวข้อ ดังนี้ ขั้นตอน/วิธีการ/รายละเอียดของการดำเนินการ แบบวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (Job Safety Analysis) อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลของลูกจ้าง เครื่องมือ/เครื่องจักร ที่นำมาใช้ในแต่ละรายการงานก่อสร้าง มาตรการควบคุมป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากงาน ระบุชื่อผู้รับผิดชอบงาน เช่น วิศวกรโครงการ / วิศวกรสนาม / เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย พร้อมแนบเอกสารใบประกอบ วิชาชีพหรือใบรับรองตามที่กฎหมายกำหนด รายชื่อพนักงานที่จะเข้ามาทำงาน บริษัทผู้รับจ้างจะต้องแจ้งกำหนดเวลาที่จะมาเริ่มงาน ระยะเวลาในการเตรียมงาน รวมทั้งกำหนดเสร็จของงาน ก่อนการเริ่มงาน ตามสัญญา ให้ผู้ควบคุมงาน กปภ. ทราบก่อนเข้าทำงานทุกครั้ง ๒) การอบรมก่อนเริ่มงานตามกฎหมาย บริษัทผู้รับจ้างงานต้องจัดให้มีการอบรมก่อนเริ่มงานตามที่กฎหมายกำหนดให้กับลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงาน และแสดงหลักฐาน การผ่านการฝึกอบรมของลูกจ้าง ก่อนเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยค่าใช้จ่ายในการอบรมเป็นของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
หัวข้อ บุคคลากรที่ต้องผ่านการอบรมตามลักษณะงานที่เกี่ยวข้อง หลักสูตร เอกสารรับรอง
ความปลอดภัยในการทำงาน พนักงานรับเหมาทุกคนต้องผ่านการอบรม บุคคลากรด้านความปลอดภัย, เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานทุกระดับ ความปลอดภัยในการทำงาน (หลักสูตร 5 ชั่วโมง) ใบประกาศนียบัตร/เลขทะเบียน จป.
หัวหน้างาน/บริหาร/เทคนิค/เทคนิคขั้นสูง/วิชาชีพ ซึ่งอบรมโดยบริษัทรับเหมา ใบประกาศนียบัตร
• อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) พื้นฐาน หมวกนิรภัย เสื้อสะท้อนแสง รองเท้านิรภัยหุ้มส้น • อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) ตามลักษณะของงาน
ประเภทงาน อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE)
งานที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น หน้ากากป้องกันฝุ่น
งานที่เกี่ยวข้องกับเสียงดัง ที่อุดหู / ที่ครอบหู
งานที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า ถุงมือยางกันไฟฟ้า
ชุดป้องกันอันตรายจากไฟฟ้า
(Arc Flash)
รองเท้าพื้นยางกันไฟฟ้า
งานที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี แว่นครอบตากันสารเคมี / แว่นตาใส
หน้ากากป้องกันสารเคมี
ถุงมือยางกันสารเคมีและสารกัดกร่อน
รองเท้าบูทยางกันสารเคมี
(พ่นสี/ทาสี)
ชุดป้องกันสารเคมี
คู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ซ่อมแซม เครื่องมือ อุปกรณ์การทำงานหรือเปลี่ยนวิธีการทำงานใหม่ ให้แน่ใจว่ามีความปลอดภัยเพียงพอแล้ว จึง จะเริ่มทำงานต่อไปได้ ๓) ต้องมีความเข้าใจในงานที่ทำอย่างแท้จริงโดยเฉพาะงานที่ได้รับมอบหมายใหม่หากผู้รับจ้างไม่เข้าใจขั้นตอนการ ทำงานจะต้องหยุดทำงานและสอบถามให้เข้าใจวิธีการทำงานนั้น ๔) ผู้รับจ้างจะต้องคุ้นเคยกับสถานที่เก็บอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยและอุปกรณ์ดับเพลิงในบริเวณตนเองทำงาน ๕) ผู้รับจ้างจะต้องทราบตำแหน่งของทางออกฉุกเฉินในบริเวณที่ทำงาน ๖) ผู้รับจ้างต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล ตามความจำเป็นของงานให้ครบถ้วนตลอดเวลาที่ทำงาน ๗) อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่นำมาใช้ต้องมีมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดหรือมีมาตรฐานสากลรับรอง ๔) การทำงานบนที่สูงจะต้องใช้ Safety Harness (Double lanyard) ในกรณีที่ทำงานบนที่สูงที่มีพื้นที่มั่นคงถาวร และมีราวกันตกที่มั่นคง ให้พิจารณาใช้ Safety belt ตามความเหมาะสม ๔) งานเกี่ยวกับเครื่องเชื่อมไฟฟ้า เครื่องเชื่อมแก๊ส รถยก หรือเครื่องจักรใดที่ กปภ. หรือกฎหมายกำหนดผู้ใช้งานต้อง ผ่านการอบรมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ๑๐) การติดตั้ง การซ่อมแซม หรือการตรวจสอบเครื่องจักรหรือเครื่องป้องกันอันตรายของเครื่องจักร ต้องติดป้ายแสดง การดำเนินการให้เข้าใจง่ายและเห็นชัดเจน ๔.๑๑ ข้อบังคับข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัยในการทำงานที่มีความเสี่ยงอันตราย การทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุหรือมีความอันตรายสูง เช่น การทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร การ ทำงานบนที่สูง การทำงานในที่อับอากาศ ก่อนเริ่มปฏิบัติในแต่ละวันจะต้องขออนุญาตก่อนเริ่มงาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ควบคุมงาน ของ กปภ. ได้ตรวจสอบความปลอดภัยก่อนเริ่มงานโดยมีขั้นตอนการทำงานดังนี้ ๔.๑๑.๑ ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ๑) บริษัทผู้รับจ้างต้องเป็นผู้จัดให้พนักงานผู้รับจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับ เครื่องจักร สวมใส่หมวกนิรภัย ถุงมือ แว่นตานิรภัย หน้ากาก เครื่องป้องกันเสียง รองเท้าพื้นยางหุ้มส้น หรือเครื่องป้องกันอันตรายส่วนบุคคลอื่นๆ ตามสภาพและ ลักษณะของงาน ๒) บริษัทผู้รับจ้างต้องดูแลพนักงานผู้รับจ้างให้สวมใส่เครื่องนุ่งห่มให้เรียบร้อย รัดกุม ไม่ขาดรุ่งริ่ง และในกรณีที่ทำงาน เกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าจะต้องให้พนักงานสวมเครื่องนุ่งห่มที่ไม่เปียกน้ำ ๓) บริษัทผู้รับจ้างต้องดูแลมิให้พนักงานที่มีผมยาวเกินสมควร และมิได้รวบหรือทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้อยู่ในลักษณะที่ ปลอดภัย หรือสวมใส่เครื่องประดับอื่นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เข้าทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ๔) บริษัทผู้รับจ้างต้องจัดทำรั้วกั้นบริเวณ หรือเส้นแสดงเขตอันตราย ณ ที่ตั้งของเครื่องจักรหรือเขตที่เครื่องจักรทำงาน ที่อาจเป็นอันตรายให้ชัดเจนทุกแห่ง และทุกครั้งที่ปฏิบัติงาน ๕) บริษัทผู้รับจ้างต้องดูแลพนักงานผู้รับจ้าง ที่ต้องทำงานเกี่ยวกับเครื่องมือกล ดังนี้ ทุกวันก่อนนำเครื่องมือกลมาใช้งาน ต้องตรวจดู ให้แน่ใจว่าเครื่องมือกลนั้นอยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดี และปลอดภัย เครื่องมือกลที่ขับเคลื่อนได้ จะต้องมีสภาพที่ผู้ใช้งานสามารถมองเห็นข้างหลังได้เว้นแต่จะมีสัญญาณเสียงเตือน หรือมี ผู้บอกสัญญาณเมื่อถอยหลัง ๔.๑๑.๒ ความปลอดภัยในการทำงานยกอุปกรณ์ด้วยปั้นจั่น (Crane) การใช้ปั้นจั่นในงานยกอุปกรณ์หรือเครื่องจักร ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนการดำเนินงานยกอุปกรณ์ด้วยปั้นจั่น (Crane) โดยมี ข้อกำหนดสำคัญดังต่อไปนี้ ๑) ปั้นจั่น (Crane) และอุปกรณ์ช่วยยกต่างๆ ต้องผ่านการตรวจสอบและทดสอบจากวิศวกรเรียบร้อยแล้ว ๒) ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ควบคุมงาน และผู้ผูกรัด ยึดเกาะวัสดุต้องผ่านการอบรมตามที่ กฎหมายกำหนด ๓) ผู้ควบคุมงานยกต้องตรวจสอบน้ำหนักของอุปกรณ์ที่จะทำการยก และอุปกรณ์การยึดเกาะให้แน่นหนา ๔) ผู้ควบคุมงานต้องอยู่ควบคุมระหว่างการทำงานจนกระทั่งการยกเคลื่อนย้ายเสร็จสิ้น ... (rest of page 2 content) ... (rest of page 3 content) ... (rest of page 4 content) ... (rest of page 5 content) คู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง (๒.๒) ปิดสวิตช์อุปกรณ์ไฟฟ้า หรือตัดเชื้อเพลิงที่แหล่งจ่าย เช่น ปิดวาล์วหัวถังแก๊สสำหรับงานตัดทุกจุดทำการปิดสวิตช์แผงจ่ายไฟฟ้าทันที (๒.๓) ถ้าเหตุการณ์ไม่รุนแรง ให้ดับเพลิงด้วยอุปกรณ์ดับเพลิงทันที และแจ้งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบหรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยของบริษัทฯ ทราบ (๒.๔) ถ้าเหตุการณ์รุนแรง ให้ปฏิบัติ ดังนี้ หยุดเครื่องจักรทุกชนิด ที่กำลังทำงานอยู่แล้วออกจากบริเวณที่เกิดเหตุทันทีและแจ้งเหตุการณ์โดยเร็วที่สุดรายงานต่อบริษัทผู้รับจ้างทันทีด้วยตนเองห้ามกลับเข้าไปในบริเวณนั้นๆ อีก จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากผู้รับผิดชอบพื้นที่นั้นๆ ๓) ไปรวมกันที่จุดรวมพลตามจุดรวมพลที่กำหนด โดยการควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยของผู้รับจ้างและหัวหน้าควบคุมงาน ๔) หัวหน้างานหรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานของบริษัทผู้รับจ้าง จะต้องนับจำนวนคนและตรวจสอบรายชื่อ และให้แจ้งผลต่อเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานของ กปภ. ทราบทันที ๕) การกลับเข้าปฏิบัติงานต่อภายหลังเหตุการณ์ยุติจะกระทำต่อเมื่อควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว b) บริเวณพื้นที่ที่เกิดความเสียหายจำเป็นต้องคงสภาพไว้เพื่อรอการตรวจสอบห้ามบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปพื้นที่ดังกล่าว ๗) การตอบโต้ภาวะฉุกเฉินเป็นความรับผิดชอบของพนักงาน กปภ.ที่จะควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและอาจร้องขอกำลังสนับสนุนจากบริษัทผู้รับจ้างเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์หรือกำลังคน ๑) บริษัทผู้รับจ้างจะต้องรายงานการเกิดอุบัติเหตุ และเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นในระหว่างการทำงานด้วยวาจาแก่เจ้าหน้าที่ควบคุมงาน กปภ. โดยเร็วและต้องตามด้วยรายงานอย่างเป็นทางการ ๒) บริษัทผู้รับจ้างจะต้องยินยอมและให้ความสะดวกแก่พนักงาน กปภ. ในการเข้าร่วมการตรวจสอบเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุและเหตุการณ์ผิดปกตินั้น ๆ ๓) บริษัทผู้รับจ้างต้องสรุปรายงานการเกิดอุบัติเหตุ หรือการเจ็บป่วยจากการทำงานและจำนวนชั่วโมงการทำงานส่ง กปภ. ทุกเดือน ๔) ผู้รับจ้างต้องหาแนวทางแก้ไข ป้องกัน ต้องติดตามและรายงานผลการดำเนินการแก้ไข ป้องกันตามระยะเวลาที่กำหนดในรายงานการสอบสวนฯ และสื่อสารสิ่งที่ได้เรียนรู้ของอุบัติการณ์ให้กับ กปภ. หรือผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ ๕) บริษัทผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายในเรื่องความปลอดภัยในการทำงานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ 5. การตรวจสอบ ติดตามการค้าเป็นการดีกันความปลอดภัยในการทำง การตรวจสอบความปลอดภัยเป็นมาตรการหนึ่งที่ใช้สำหรับตรวจสอบ และประเมินมาตรการควบคุมทางด้านความปลอดภัยในการทำงานของบริษัทผู้รับจ้าง ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทผู้รับจ้างได้จัดให้มีมาตรการควบคุมความปลอดภัยในการทำงานที่เพียงพอ และเหมาะสม โดยได้กำหนดให้มีการตรวจสอบความปลอดภัยไว้ดังต่อไปนี้ ๑. บริษัทผู้รับจ้างจะต้องส่งรายงานด้านความปลอดภัยในการทำงานให้ กปภ. ทราบประจำทุกเดือนหรือตามระยะเวลาที่ กปภ. กำหนด ซึ่งมีหัวข้อที่สำคัญประกอบด้วย (๑) ระยะเวลาเริ่มงาน และสิ้นสุดงานตามสัญญา จำนวนพนักงานที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ กปภ. (๒) รายงานการประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน (กรณีมีอุบัติเหตุจากการทำงานเกิดขึ้น) (๓) รายงานเหตุการณ์ผิดปกติ หรือรายงานความเสียหายของอุปกรณ์ ๒. กปภ. จะใช้รายงานนี้ในการประเมินผลด้านความปลอดภัยในการทำงานของบริษัทผู้รับจ้างโดยอาจจะใช้เป็นเงื่อนไขในการพิจารณาคัดเลือกบริษัทผู้รับจ้างเข้ามาทำงานในงานต่อไป ๓. ๔. การตรวจสอบความปลอดภัยโดยหัวหน้างานและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานของผู้รับจ้าง จะต้องดำเนินการตรวจสอบติดตามความปลอดภัยในงานที่ควบคุมดูแลทุกงานอย่างต่อเนื่อง การตรวจสอบความปลอดภัยจะต้องตรวจสอบสภาพการทำงานและพฤติกรรมการทำงานของผู้รับจ้าง รวมถึงการดำเนินการตามมาตรการควบคุมความปลอดภัยต่างๆ ได้แก่ คู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ๕. (๑) การปฏิบัติตามขั้นตอนมาตรฐานวิธีการทำงานต่างๆ เช่น Job Method Statement, Job Safety Analysis (JSA) เป็นต้น (๒) การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) ของผู้ปฏิบัติงาน (๓) การใช้ป้ายเตือนอันตรายและการปิดกันพื้นที่เสี่ยง การรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ๖. การปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ๗. ความพร้อมของอุปกรณ์ เครื่องจักร เครื่องมือที่ใช้ในการทำงาน ๘. พฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงาน ๙. ผลการตรวจสอบความปลอดภัยหากมีข้อแก้ไขจะต้องติดตามให้ได้รับการแก้ไขปัญหานั้นและแจ้งเตือนหรือสื่อสารไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุจากการทำงานขึ้นอีก ๑๐. ในการทำงานของผู้รับจ้างทุกครั้ง ทั้งในด้านของสัญญาจ้างงาน และการลงมือปฏิบัติงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับผิดชอบ และต้องแจ้งเรื่องข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานให้กับผู้รับจ้างทราบและลงชื่อรับทราบที่จะปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด กองอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (กอป.) หน้า ๑๔ ของ ๑๔ A2 แบบฟอร์มลงนามเข้ารับการอบรมความปลอดภัยสำหรับผู้รับจ้าง บริษัท / หน่วยงาน ชื่องาน / โครงการ ลักษณะงานที่ทำ จำนวน วันที่อบรม ระยะเวลางาน คน สถานที่ ออนไลน์ เวลา ลำดับ รายชื่อผู้เข้ารับการอบรม ตำแหน่ง / หน้าที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 / การประปาส่วนภูมิภาค ลงนาม / รับทราบ ผู้มีรายชื่อข้างต้นได้รับแจกคู่มือความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้างงานและรับเหมาแรงงาน และได้รับการชี้แจงการใช้คู่มือฯ รับทราบมาตรการ/แนวทางปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยทั่วไป และมีความเข้าใจในการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดความปลอดภัยเป็นอย่างดี พร้อมทั้งยินดีปฏิบัติตามข้อบังคับด้านความปลอดภัยในการทำงานที่ กปภ. กำหนด จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน โดยจะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หัวข้อการอบรม วิทยากร / ผู้อบรม ลายมือชื่อ ต้นฉบับ - หน่วยงานที่อบรม กปภ.สาขา / กปภ.ข / กปภ.สนญ. สำเนา - กอป. 1 น. แบบฟอร์มวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย ชื่องาน / กิจกรรม : ชื่อโครงการ / ชื่องาน : ชื่อผู้วิเคราะห์งาน : สถานที่ปฏิบัติงาน : ระยะเวลาปฏิบัติงาน : วันที่วิเคราะห์ : อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล / อุปกรณ์ที่จำเป็น (ใส่เครื่องหมาย √) - หน้ากากป้องกันฝุ่น หน้ากากกันสารเคมี เข็มขัดนิรภัย หมวกนิรภัย Σ รองเท้านิรภัย แว่นตานิรภัย อื่นๆ อื่นๆ ลำดับ ขั้นตอนการทำงาน อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น มาตรการควบคุมเพื่อลด หรือขจัดอันตราย ปลั๊กอุดหู / ที่ครอบหู ☐ ปลอกแขนกันบาด เสื้อสะท้อนแสง ถุงมือกันบาด อื่นๆ Logout - Tag out ถุงมืองานเชื่อม อื่นๆ ใบอนุญาตทำงานทั่วไป (General Work Permit) ๑. สำหรับผู้ขออนุญาตแจ้งรายละเอียดงาน ชื่อผู้ขออนุญาตทำงาน เบอร์โทร วันที่ขออนุญาต เข้าปฏิบัติงาน เวลา ถึง น. บริษัท/หน่วยงานที่ปฏิบัติงาน จำนวนผู้ปฏิบัติงาน คน สถานที่/บริเวณที่ปฏิบัติงาน กปภ. เขต/สาขา เลขที่ใอนุญาต G กรุณาแสดงเอกสารในพื้นที่ปฏิบัติงานตลอดเวลา ผู้ขออนุญาต ผู้ควบคุมงาน ผู้อนุญาต ลักษณะงานที่ปฏิบัติ ๒. ประเภทของงานทั่วไป งานขุดเจาะ (ประเมินข้อ 3.1-3.2 ต่อ) งานเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในงานก่อสร้าง (ประเมินข้อ 3.3 ต่อ) ๓. ข้อกำหนดเพื่อดำเนินการและตรวจสอบ - ๓.๑ งานขุดเจาะ ลึก .... เซนติเมตร ๑. มีท่อพลังงานใดที่ใกล้เคียงหรือไม่ ๒. ป้ายเตือนอันตราย,สัญญาณไฟสีส้ม / ป้ายสะท้อนแสง ๓. กั้นเขตอันตรายบริเวณที่ทำการขุดเจาะโดยคำนึงถึงลักษณะของดินและน้ำหนักเครื่องจักรในบริเวณที่ขุด ๔. แผ่นโลหะหรือวัสดุอื่นที่มีความแข็งแรงเพียงพอปิดคลุม ๕. ระบบการถ่ายเทอากาศที่เหมาะสม ๖. เครื่องสูบน้ำ(กรณีมีน้ำใต้ดิน) ๗. ทางขึ้นลงที่สะดวกและปลอดภัยและมีสะพานข้ามสำหรับการขุดพื้นที่ยาวหรือวงกว้าง (มากกว่า ๕๐ ซม.) ๘.ทำราวล้อมกั้นด้วยไม้หรือโลหะ กรณีหลุมลึก >๑ เมตร กั้นห่างจากปากหลุม >๒ เมตร ๓.๓ งานที่ต้องใช้รถ เครื่องจักร เครื่องสกัด รถบด แบ็กโฮ รถแทรกเตอร์ รถเฮียบ เครื่องผสมคอนกรีต เครื่องจักรใช้ในการก่อสร้าง อื่น ๆ ตามกฎหมายกำหนด อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน สำเนาใบตรวจสอบประจำปี/ปจ.2 กรณี ปั้นจั่น หมดอายุวันที่ เลขทะเบียนรถ พนักงานที่ใช้ผ่านการอบรม วันที่อบรม ปฏิบัติ ไม่ปฏิบัติ ปฏิบัติ ไม่ปฏิบัติ ./....../...... /....../...... ./....../...... เวลา น. เวลา ......... น. เวลา ......... น. งานทาสี / งานเกี่ยวกับสารเคมี(ประเมินข้อ 3.4 ต่อ) อื่นๆระบุ ๓.๒ งานขุดเจาะ กรณีลึกตั้งแต่ 150 ซม. เป็นต้นไป ๑. จัดให้มีปลอกเหล็ก แผ่นเหล็ก ค้ำยันหรืออุปกรณ์อื่นเพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดจากดินพังทลาย ๒. ต้องจัดให้มีการป้องกันดินพังทลายโดยติดตั้งเสาเข็มพืด (sheet pile) หรือโดยวิธีอื่น ๓. ผู้ควบคุมงานที่มีประสบการณ์ด้านงานดินและผ่านการอบรมช่วยเหลือและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นประจำบริเวณปากรูเจาะ รูขุด หลุม บ่อ คู ตลอดเวลาทำงาน ๔. ห้ามพนักงานลงไปทำงานในรูเจาะ รูขุด หลุม บ่อ คูหรือพื้นที่อื่นที่มีขนาดกว้างน้อยกว่า ๗๕ ซม. ความลึกตั้งแต่ ๒ ม. ขึ้นไป ๕. จัดให้มีอุปกรณ์ช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินและควบคุมงานโดยวิศวกรโยธา ตลอดระยะเวลาปฏิบัติงาน ๓.๔ การทำงานเกี่ยวกับสารเคมี รายการสารเคมี 1. 2. 3. มีเอกสาร SDS เป็นภาษาไทยครบทุกสารเคมี มีวัสดุดูดซับ หรือ ทรายกลบกรณีหกรั่วไหล มีภาชนะบรรจุ/ทิ้งสารเคมีปิดสนิท ผ่านการอบรมการทำงานเกี่ยวกับสารเคมี ห้ามทิ้งน้ำ, ภาชนะ, PPE ที่ปนเปื้อนสารเคมีในพื้นที่ กปภ. ให้นำกลับไปกำจัดที่บริษัทผู้รับเหมาอย่างถูกต้อง ผู้ให้สัญญาณ ชื่อ-สกุล ผู้ควบคุม ชื่อ-สกุล ผู้บังคับ ชื่อ-สกุล ผู้ยึดโยง ชื่อ-สกุล ปฏิบัติ ไม่ปฏิบัติ ปฏิบัติ ไม่ปฏิบัติ ๑. สำหรับผู้ขออนุญาตแจ้งรายละเอียดงาน ชื่อผู้ขออนุญาตทำงาน วันที่ขออนุญาต เข้าปฏิบัติงาน บริษัท/หน่วยงานที่ปฏิบัติงาน สถานที่/บริเวณที่ปฏิบัติงาน ลักษณะงานที่ปฏิบัติ ใบอนุญาตทำงานประกายไฟ (Hot Work Permit) เลขที่ใอนุญาต H กรุณาแสดงเอกสารในพื้นที่ปฏิบัติงานตลอดเวลา ผู้ขออนุญาต ผู้ควบคุมงาน ผู้อนุญาต เบอร์โทร เวลา ถึง น. จำนวนผู้ปฏิบัติงาน คน กปภ. เขต/สาขา ...../....../...... ๓.ข้อกำหนดเพื่อดำเนินการและตรวจสอบ ๑.กั้นพื้นที่บริเวณทำงานด้วยวัสดุที่ทนไฟและติกป้ายระวังอันตราย ๒.ใช้ถังดับเพลิงขนาด ๑๕ ปอนด์อย่างน้อย ๒ ถัง ถังน้ำ ๑ ถัง ติดตั้งไว้บริเวณหน้างาน ระยะห่างไม่เกิน ๕ เมตร ๓.จัดให้มีแสงสว่างอย่างเพียงพอ และมีการระบายอากาศ ๔.กรณีทำงานกับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า ได้ตัด/ล็อคสะพานไฟฟ้าที่จ่ายเข้าและ แขวนป้ายเตือน ๕.จัดสายไฟ สายดิน ให้ห่างจากการบดทับของยานพาหนะ น้ำ หรือที่ชื้นแฉะ ๖.ปิด/ลดระดับความดัน/ระบบความร้อน ตัดระบบสารเคมี/ระบบแก๊สในท่อ ๗.ผู้ปฏิบัติงานสวม PPE เรียบร้อย (รองเท้า, หมวก,กระบังหน้า/แว่นตาเชื่อม) ๘.เครื่องเจียร/ลับ/ฝนหรือแต่งผิว ให้มีการ์ดครอบที่พร้อมใช้งานและปลอดภัย ๙.กรณีงานเชื่อม/ตัดแก๊ส ถังแก๊สติดตั้บนรถเข็นหรือถูกผูกมัดอย่างมั่นคงปลอดภัย ๑๐.กรณีงานเชื่อม/ตัดแก๊ส มี Regulator ๑๑.กรณีงานเชื่อม/ตัดแก๊ส ติดตั้งตัวกันไฟย้อนกลับ (Flash back Arrestor) ครบทั้ง ๔ จุด และสภาพพร้อมใช้งาน ๑๒.กรณีเชื่อม/ตัดแก๊ส ตรวจสอบการรั่วหรือหลุดหลวม การสึกหรอของอุปกรณ์แล้ว ๑๓.ปิดกั้นไม่ให้ประกายไฟกระเด็นออกจากจุดทำงานด้วยวัสดุทนไฟอย่างมิดชิด ๑๔.กรณีทำงานบนที่สูง จัดให้มีการควบคุมประกายไฟที่สามารถล่วงหล่นลงไปได้และ ไม่มีผู้ปฏิบัติงานอยู่ด้านล่าง ๑๕.กำจัด/นำสารเคมีออกจากเครื่อง/อุปกรณ์ที่ทำงาน และทำความสะอาด ๑๖.นำวัสดุติดไฟง่ายออกจากแหล่งที่ทำงานประกายไฟอย่างน้อย ๑๑ เมตร ๑๗. จัดให้มีผู้เฝ้าระวังไฟทำหน้าที่ตลอดระยะเวลาการทำงาน
รายการ ปฏิบัติ ไม่ปฏิบัติ
เครื่องเชื่อมไฟฟ้า
หัวเชื่อมมีฉนวนกันไฟฟ้า
หัวจับสายดินมีฉนวนกันไฟฟ้า
สายเมนไฟไม่มีรอยไหม้หรือฉีกขาด
สายเชื่อมไม่มีรอยไหม้หรือฉีกขาด
เครื่องเชื่อมมีสายกราวด์
เครื่องเชื่อมอยู่ในสภาพดีไม่เป็นสนิม
สวิตช์เปิด-ปิด ไม่ชำรุด
อุปกรณ์เชื่อม/เครื่องตัดไฟฟ้า
หัวแก๊ส สายแก๊ส
และถังแก๊สไม่มีรอยรั่ว
เกจวัดแรงดันใช้งานได้ปกติ
วาล์วแก๊สไม่ชำรุด
ถังแก๊สถูกยึดให้มั่นคงแข็งแรง
มีตัวป้องกันไฟย้อนกลับ ๔ จุด
เครื่องเจียร์ไฟฟ้า แท่นเจียร สว่าน เลื่อยวงเดือน
มีการ์ดครอบหินเจียร์
มีสายดินหรือฉนวนป้องกันไฟ ๒ ชั้น
หินเจียร์มีอัตราเร็วกำหนดมากกว่า
เครื่องเจียร์
สภาพตัวเครื่องแข็งแรง ด้ามจับ,หูหิ้ว
แข็งแรงมั่นคง
สวิตช์เปิด-ปิด ไม่ชำรุด