จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนากฎหมายด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ กิจกรรมที่ 2 การบริการทางวิชาการและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 68019450723
฿3,471,550 ปีงบ 2568 ประกาศ 6 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้จัดทำขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เพื่อพัฒนาการให้บริการทางวิชาการและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับและขยายขอบเขตการให้บริการให้รองรับกลุ่มเปราะบางได้ดียิ่งขึ้น โครงการนี้จะเน้นการพัฒนาฟังก์ชันการแปลงข้อความเป็นเสียง (Text-to-Speech) เพื่อให้ผู้พิการทางสายตาและผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น และพัฒนาฟังก์ชันการป้อนข้อมูลด้วยเสียง (Speech-to-Text) ร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้ผู้ใช้งานที่ไม่สะดวกในการพิมพ์ข้อมูลสามารถแจ้งเรื่องหารือหรือกรอกแบบฟอร์มได้อย่างสะดวก โครงการนี้ยังรวมถึงการพัฒนาระบบคลังความรู้ในรูปแบบ Web Application ที่รองรับการทำงานบนอุปกรณ์หลากหลาย และการจัดอบรมในส่วนภูมิภาคเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ระบบและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบดิจิทัลเพื่อเผยแพร่ความรู้

English summary

This project is organized by the Office of the Personal Data Protection Commission (PDPC) to develop academic services and consultations regarding personal data protection laws. The main objectives are to enhance and expand the scope of services to better support vulnerable groups. The project will focus on developing a Text-to-Speech function to enable visually impaired and elderly users to easily access information, and develop a Speech-to-Text function with creative artificial intelligence technology to allow users who have difficulty typing to conveniently submit inquiries or fill out forms. The project also includes the development of a knowledge base system in the form of a Web Application that supports operation on various devices, and training in the regional area to create knowledge and understanding about the use of the system and personal data protection laws. In addition, the contractor must produce digital media for disseminating knowledge.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อยกระดับและขยายขอบเขตการให้บริการทางวิชาการและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้สามารถรองรับการใช้งานของกลุ่มเปราะบางได้ดียิ่งขึ้น
  • เพื่อพัฒนาระบบแปลงข้อความบนเว็บไซต์ให้เป็นเสียง (Text-to-Speech) ช่วยให้ผู้พิการทางสายตา ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่สะดวกในการอ่านข้อมูล เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น
  • เพื่อพัฒนาฟังก์ชันการป้อนข้อมูลด้วยเสียง (Speech-to-Text) ร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ ช่วยให้ผู้ใช้งานที่ไม่สะดวกในการพิมพ์ข้อมูลสามารถแจ้งเรื่องหารือหรือกรอกแบบฟอร์มได้อย่างสะดวกและถูกต้อง
  • เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลและข่าวสารด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ
  • เพื่อพัฒนาระบบและกระบวนการให้คำปรึกษา ตลอดจนระบบคลังความรู้ ให้สามารถรองรับเทคโนโลยีใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงข้อมูลและการบริการ
  • เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ในการให้คำปรึกษาและบริการทางวิชาการ รวมทั้งการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้กับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ซึ่งรวมถึงกลุ่มเปราะบาง

ขอบเขตของงาน

ผู้รับจ้างต้องดำเนินการ:

  • จัดทำแผนการดำเนินงานโครงการฯ
  • จัดประชุม (Kick off) โครงการฯ
  • พัฒนาระบบคลังความรู้ในรูปแบบ Web Application
    • รองรับการแสดงผลจากหลายอุปกรณ์ (Responsive Website)
    • ใช้งานผ่าน Web Browser หลายประเภท
    • ทำงานลักษณะ Microservices
    • การเชื่อมต่อหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลใช้เทคโนโลยี XML หรือ JSON
    • มาตรฐานการเชื่อมต่อ RESTful หรือ SOAP
    • ออกแบบฐานข้อมูลเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งาน
    • พัฒนาบนระบบปฏิบัติการ Linux หรือ Windows
    • แสดงผลภาษาไทยและอังกฤษ
    • ใช้เครื่องมือที่เป็นมาตรฐานสากลในการพัฒนา (IDE)
    • ใช้เทคโนโลยี Node.js (Nest.js), JavaScript (Next.Js, Nuxt Js)
    • ระบบสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป และรองรับกลุ่มเปราะบาง (User)
      • แปลงข้อความเป็นเสียง (Text-to-Speech)
      • ฟังก์ชันการป้อนข้อมูลด้วยเสียง (Speech-to-Text)
      • อ่านข่าวประชาสัมพันธ์
    • ระบบสำหรับเจ้าหน้าที่ (Admin)
      • จัดการฟังก์ชัน Text-to-Speech และ Speech-to-Text
      • ตรวจสอบเสียงการอ่าน
      • ดูสถิติการใช้งาน
      • บันทึก เรียกดู และค้นหาประวัติการหารือ
      • สร้างคำถามที่พบบ่อย (FAQ)
      • ตรวจสอบ และแก้ไขข้อมูล FAQ
      • เพิ่ม และลบข้อมูล FAQ
    • ระบบติดตามการทำงานและประเมินของผู้ปฏิบัติงาน (Service Level Agreement)
      • ติดตามสถานะการดำเนินงาน
      • กำหนดและแก้ไขระยะเวลาการทำงาน
      • รายงานผลการดำเนินงาน
      • รองรับ Export File
    • การเชื่อมต่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์บนคลาวด์ (AI Cloud Services)
      • รองรับการประมวลผลด้วย AI (Text-to-Speech และ Speech-to-Text)
      • กลั่นกรองข้อมูล FAQ ด้วย AI
      • รองรับการแปลงข้อมูลข้อความเป็นเสียง
      • รองรับการแปลงข้อมูลจากเสียงเป็นตัวอักษร
      • ประมวลผลและปรับฟอร์มข้อมูล
      • มีระบบรักษาความปลอดภัยในการส่งข้อมูล
      • ขยายขอบเขตการประมวลผล (Scalability)
      • เชื่อมต่อกับ API หรือบริการภายนอก
  • ทดสอบระบบ (User Acceptance Test)
    • ทดสอบการทำงานของระบบร่วมกับผู้ว่าจ้าง
    • ทดสอบการทำงานของระบบร่วมกับผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้อง
  • ทดสอบประสิทธิภาพการทำงาน (Pre-Production)
    • การทดสอบด้านประสิทธิภาพของระบบงาน (Performance Test)
    • การทดสอบด้านความปลอดภัย (Security Test)
    • ทดสอบการสำรองข้อมูลและการกู้คืนระบบ (Backup & Restore)
  • จัดฝึกอบรมการใช้งานระบบ
    • หลักสูตรสำหรับผู้ดูแลระบบ (3 ชั่วโมง)
    • หลักสูตรสำหรับผู้ใช้งาน (3 ชั่วโมง)
  • ปฏิบัติงานสนับสนุน
    • ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    • จัดทำฐานข้อมูลคำถาม - คำตอบ (FAQ)
    • บันทึกข้อมูลการปฏิบัติงาน
    • จัดทำรายงานสรุปข้อมูลการปฏิบัติงาน
    • จัดทำฐานระบบบริการทางวิชาการและให้คำปรึกษา
    • ปฏิบัติงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศ
  • จัดอบรมในส่วนภูมิภาค (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก)
    • จัดอบรม 2 ครั้ง
    • วิทยากรไม่น้อยกว่า 3 คน
    • ผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 50 คนต่อครั้ง
  • จัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
  • จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ (infographic) จำนวน 16 ชิ้นงาน
  • ปฏิบัติตามมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินงานโครงการ
  • ระบบคลังความรู้ Web Application พร้อมฟังก์ชันตามที่ระบุ
  • ผลการทดสอบระบบ (User Acceptance Test และ Pre-Production)
  • เอกสารประกอบการฝึกอบรม
  • สื่อประชาสัมพันธ์ (infographic) จำนวน 16 ชิ้นงาน
  • รายงานการจัดอบรมในส่วนภูมิภาค
  • รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลา 210 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • การส่งมอบงานและการชำระเงินแบ่งเป็น 4 งวดงาน (รายละเอียดตาม TOR)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • มีความสามารถตามกฎหมาย
    • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    • ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    • ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างการถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ
    • ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
    • มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างฯ กำหนด
    • เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอราคารายอื่น
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
    • ผู้ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด
    • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP
  • Standards Compliance:
    • การเชื่อมต่อหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลให้ใช้เทคโนโลยี XML หรือ JSON หรือดีกว่าและเป็นมาตรฐานที่ยอมรับในสากล
    • มาตรฐานในการเชื่อมต่อหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลให้ใช้ RESTful หรือ SOAP หรือมาตรฐานที่ดีกว่า
  • Experience:
    • มีผลงานด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศ หรือพัฒนา ระบบงานคอมพิวเตอร์ หรือด้านพัฒนาแพลตฟอร์มการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาทต่อสัญญา
    • ผลงานต้องเป็นคู่สัญญากับส่วนราชการ หรือหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
    • ผลงานย้อนหลังไม่เกิน 10 ปี
  • Previous Project Cost:
    • ผลงานด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศ หรือพัฒนา ระบบงานคอมพิวเตอร์ หรือด้านพัฒนาแพลตฟอร์มการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาทต่อสัญญา
  • Technical Capabilities:
    • สามารถพัฒนาระบบคลังความรู้ Web Application
    • รองรับการแสดงผลบนอุปกรณ์หลากหลาย (Responsive Website)
    • สามารถใช้งานผ่าน Web Browser หลายประเภท
    • สามารถทำงานลักษณะ Microservices
    • การเชื่อมต่อหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลใช้เทคโนโลยี XML หรือ JSON, RESTful หรือ SOAP
    • ออกแบบฐานข้อมูลเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งาน
    • พัฒนาบนระบบปฏิบัติการ Linux หรือ Windows
    • แสดงผลภาษาไทยและอังกฤษ
    • ใช้เครื่องมือที่เป็นมาตรฐานสากลในการพัฒนา (IDE)
    • ใช้เทคโนโลยี Node.js (Nest.js), JavaScript (Next.Js, Nuxt Js)
    • รองรับการประมวลผลด้วย AI (Text-to-Speech และ Speech-to-Text)
    • มีระบบรักษาความปลอดภัยในการส่งข้อมูล
  • Personnel:
    • ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย / ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ปริญญาโท, 10 ปี)
    • เจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษา (ปริญญาตรี, 1 ปี)
    • เจ้าหน้าที่ประสานงาน (ปริญญาตรี, 1 ปี)
    • ผู้รับจ้างต้องเสนอรายชื่อบุคลากรสนับสนุนที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดไว้ในข้อ 5.1 ทั้งหมด ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่อพิจารณาก่อนเข้าปฏิบัติงาน ภายใน 15 วันนับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาจากเกณฑ์ราคาและเกณฑ์อื่น ๆ
  • ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น ๆ: 80%
    • ผลงานและประสบการณ์ (20%)
    • บุคลากรหลักและประสบการณ์ (25%)
    • วิธีปฏิบัติงาน (35%)
  • ราคาที่เสนอ: 20%

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ระบบคลังความรู้ Web Application:
    • รองรับ Responsive Design
    • รองรับ Web Browser หลายประเภท
    • Microservices
    • XML/JSON, RESTful/SOAP
    • ฐานข้อมูล: MySQL หรือ NoSQL
    • ภาษา: ไทยและอังกฤษ
    • IDE: Eclipse, IntelliJ, Visual Studio Code
    • เทคโนโลยี: Node.js, JavaScript (Next.Js, Nuxt Js)
  • ฟังก์ชัน Text-to-Speech และ Speech-to-Text:
    • รองรับภาษาไทยและอังกฤษ
    • ใช้งานได้โดยไม่ต้องติดตั้ง Plugins
    • การเชื่อมต่อ AI Cloud Services (ไม่น้อยกว่า 100 ล้านตัวอักษร, 100 ล้านคำ, 100 ชั่วโมง)
    • ระบบรักษาความปลอดภัย
  • การทดสอบ: Performance Test, Security Test, Backup & Restore
  • การอบรม: หลักสูตรสำหรับผู้ดูแลระบบ และผู้ใช้งาน

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงินเป็นรายงวดงาน (4 งวด)
  • ค่าปรับ:
    • ส่งมอบงานล่าช้า: 0.10% ต่อวัน
    • ไม่สามารถดำเนินการตามเงื่อนไขการรับประกัน: 0.035% ต่อชั่วโมง
  • การรับประกัน: 2 ปี
  • การขอขยายเวลา: ต้องแจ้งเหตุภายใน 15 วัน
  • ข้อตกลงห้ามเปิดเผยข้อมูล
  • ข้อสงวนสิทธิ์ของผู้ว่าจ้าง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: ระบบ Text-to-Speech และ Speech-to-Text จะรองรับภาษาอะไรบ้าง?
    คำตอบ: ระบบจะรองรับทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  • คำถาม: ระบบจะสามารถใช้งานบนอุปกรณ์ใดได้บ้าง?
    คำตอบ: ระบบจะรองรับการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต, แล็ปท็อป และคอมพิวเตอร์ Desktop
  • คำถาม: มีการอบรมการใช้งานระบบอย่างไรบ้าง?
    คำตอบ: มีการจัดอบรม 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรสำหรับผู้ดูแลระบบ (3 ชั่วโมง) และหลักสูตรสำหรับผู้ใช้งาน (3 ชั่วโมง)
  • คำถาม: จะมีการจัดกิจกรรมอบรมในส่วนภูมิภาคหรือไม่?
    คำตอบ: มีการจัดอบรมในส่วนภูมิภาค (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก) จำนวน 2 ครั้ง
  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องมีประสบการณ์ด้านใดบ้าง?
    คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องมีผลงานด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศ หรือพัฒนา ระบบงานคอมพิวเตอร์ หรือด้านพัฒนาแพลตฟอร์มการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • คำถาม: มีเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนออย่างไรบ้าง?
    คำตอบ: พิจารณาจากเกณฑ์ราคาและเกณฑ์อื่น ๆ โดยมีน้ำหนักข้อเสนอด้านเทคนิค 80% และราคา 20%
  • คำถาม: ระบบจะมีการรองรับเทคโนโลยี AI อย่างไรบ้าง?
    คำตอบ: ระบบจะรองรับการประมวลผลด้วย AI สำหรับ Text-to-Speech และ Speech-to-Text รวมถึงการกลั่นกรองข้อมูลในส่วน FAQ
  • คำถาม: ระยะเวลาในการรับประกันผลงานเป็นเท่าไร?
    คำตอบ: ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของผลงานเป็นระยะเวลา 2 ปี
  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องมีบุคลากรประเภทใดบ้าง?
    คำตอบ: ต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย, เจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษา และเจ้าหน้าที่ประสานงาน ตามคุณสมบัติที่กำหนด
  • คำถาม: การชำระเงินจะแบ่งจ่ายเป็นกี่งวด?
    คำตอบ: การชำระเงินแบ่งจ่ายเป็น 4 งวดงาน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) โครงการพัฒนากฎหมายด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ ภายใต้กิจกรรมที่ ๒ การบริการทางวิชาการและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ๑. หลักการและเหตุผล พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นกฎหมายที่ครอบคลุมการดำเนินการ ของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ยังถือเป็นกฎหมายใหม่สำหรับประเทศไทย จึงส่งผลให้บุคคลหรือ นิติบุคคลที่อยู่ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องปรับตัวเพิ่มมากยิ่งขึ้น ในการทำความเข้าใจต่อกฎหมาย การดูแลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล หรือแม้กระทั่ง การให้ความรู้เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับบุคลากรในองค์กร โดยที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลได้พัฒนาระบบคลังความรู้และระบบให้คำปรึกษาเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป อย่างไรก็ตาม จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและการใช้ระบบดิจิทัลอย่างแพร่หลาย ในปัจจุบันพบว่ามีประชาชนบางกลุ่มที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลและการปฏิบัติงานผ่านเว็บไซต์ เช่น ผู้พิการทางสายตา ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่สะดวกในการพิมพ์ข้อมูลด้วยตนเอง เพื่อทราบข้อกฎหมาย ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งสามารถเข้าถึงและใช้สิทธิ ในการหารือหรือร้องเรียน เป็นเหตุให้ต้องมีการพัฒนาระบบให้คำปรึกษาเพื่อรองรับกลุ่มเปราะบาง ให้สอดคล้องกับหลักการตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงมีความสำคัญ ในการส่งเสริมให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการได้อย่างเท่าเทียม ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จึงได้จัดทำโครงการพัฒนากฎหมาย ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ ภายใต้กิจกรรมที่ ๒ การบริการทางวิชาการและให้คำปรึกษา เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาฟังก์ชันการแปลงข้อความในเว็บไซต์ ให้เป็นเสียง (Text-to-Speech) เพื่อให้ประชาชนสามารถฟังข้อมูล ข่าวสาร และองค์ความรู้ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ ได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังพัฒนาฟังก์ชันการรับข้อมูลด้วยเสียง (Speech-to-Text) ร่วมกับเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative Al) เพื่อช่วยให้การกรอกแบบฟอร์มหรือการแจ้งเรื่องหารือเป็นไปได้ อย่างรวดเร็วและไม่ยุ่งยากสำหรับกลุ่มเปราะบาง ซึ่งจะยกระดับคุณภาพการให้บริการทางวิชาการ การให้คำปรึกษา และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้เกิดความเสมอภาคและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน รวมทั้งให้มีความสอดคล้องกับแผนแม่บทการส่งเสริมและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๗ – ๒๕๗๐ ในยุทธศาสตร์ที่ ๑ การเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย และยุทธศาสตร์ที่ ๔ การสนับสนุนระบบนิเวศวิจัยและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี เช่น การจัดทำฐานข้อมูลกลางเพื่อประโยชน์ ในการสืบค้นข้อมูลการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอีกด้วย ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) Sa มณีจันทร์ Oб ณัฐพล ดา 1 ๒. วัตถุประสงค์ ๒.๑ เพื่อยกระดับและขยายขอบเขตการให้บริการทางวิชาการและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้สามารถรองรับการใช้งานของกลุ่มเปราะบางได้ดียิ่งขึ้น ๒.๒ เพื่อพัฒนาระบบแปลงข้อความบนเว็บไซต์ให้เป็นเสียง (Text-to-Speech) ช่วยให้ผู้พิการ ทางสายตา ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่สะดวกในการอ่านข้อมูล เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น ๒.๓ เพื่อพัฒนาฟังก์ชันการป้อนข้อมูลด้วยเสียง (Speech-to-Text) ร่วมกับเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ ช่วยให้ผู้ใช้งานที่ไม่สะดวกในการพิมพ์ข้อมูลสามารถแจ้งเรื่องหารือหรือ กรอกแบบฟอร์มได้อย่างสะดวกและถูกต้อง ๒.๔ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลและข่าวสารด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างทั่วถึงและ เป็นธรรม รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ ๒.๕ เพื่อพัฒนาระบบและกระบวนการให้คำปรึกษา ตลอดจนระบบคลังความรู้ ให้สามารถ รองรับเทคโนโลยีใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงข้อมูลและการบริการ ๒.๖ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ในการให้คำปรึกษาและบริการทางวิชาการ รวมทั้งการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้กับหน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ซึ่งรวมถึงกลุ่มเปราะบาง ๓. ขอบเขตการดำเนินงาน ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามโครงการอย่างน้อยดังนี้ ๓.๑ จัดทำแผนการดำเนินงานโครงการฯ ที่ระบุกิจกรรมการดำเนินงานอย่างละเอียด ระยะเวลา การดำเนินงาน วันที่ส่งมอบงาน และรายละเอียดสิ่งที่ส่งมอบงาน ๓.๒ จัดประชุม (Kick off) โครงการฯ เพื่อนำเสนอขอบเขตการดำเนินงานกิจกรรมการ สิ่งส่งที่มอบ จำนวนไม่เกิน ๑๐ ท่าน อย่างน้อย ๑ วัน จำนวน ๑ ครั้ง ในสถานที่ของ สคส. โดยค่าใช้จ่าย ในการจัดประชุมผู้รับจ้างเป็นคนดำเนินการ ๓.๓ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบคลังความรู้ในรูปแบบ Web Application โดยจะต้อง มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ (๑) สามารถรองรับการแสดงผลจากหลายอุปกรณ์ (Responsive Website) ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต (tablet), แล็ปท็อป (laptop) และคอมพิวเตอร์ Desktop เป็นอย่างน้อย โดยไม่ต้องแยก URL และต้องไม่สูญเสียเนื้อหาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ในการแสดงผล (๒) สามารถใช้งานผ่าน Web Browser Microsoft edge, Google Chrome, Firefox, Safari ได้เป็นอย่างน้อยและต้องแสดงผลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ (๓) สามารถทำงานลักษณะ Microservices โดยแยกฟังก์ชันหรือโมดูลการทำงานภายใน (๔) การเชื่อมต่อหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลให้ใช้เทคโนโลยี XML หรือ JSON หรือดีกว่าและ เพื่อความยืดหยุ่นของระบบ เป็นมาตรฐานที่ยอมรับในสากล (๕) มาตรฐานในการเชื่อมต่อหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลให้ใช้ RESTful หรือ SOAP หรือมาตรฐานที่ดีกว่า (๖) ต้องมีการออกแบบฐานข้อมูลให้สามารถจัดเก็บข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์พฤติกรรม การเข้าใช้งานเว็บไซต์ของผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้ (๗) เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นเพื่อติดตั้งบนเครื่องแม่ข่ายที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Linux หรือ Windows โดยสนับสนุนการสั่งงานระบบจัดการฐานข้อมูล ด้วย MySQL หรือ NoSQL (๘) ระบบต้องสามารถแสดงผลภาษาไทยและรองรับภาษาอังกฤษ (๙) ผู้รับจ้างจะต้องใช้เครื่องมือที่เป็นมาตรฐานสากลในการพัฒนาระบบสารสนเทศ ได้อย่างมีประสิทธิภาพเครื่องมือในการพัฒนา (IDE) ที่เป็นมาตรฐานสากล เช่น Eclipse, IntelliJ สำหรับพัฒนาในส่วนที่เป็น Web Service และต้องใช้ Visual Studio Code สำหรับพัฒนาในส่วนของ Client-Side (หน้าจอแสดงผล) (๑๐) ทั้งนี้ หากมีโปรแกรมย่อยหรือระบบย่อยใดที่มีความจำเป็นต้องพัฒนาด้วยภาษาอื่น ผู้รับจ้างพัฒนาระบบจะต้องใช้เทคโนโลยีสำหรับพัฒนาระบบที่ทันสมัยและเป็นมาตรฐานสากลเพื่อให้ระบบ สารสนเทศสามารถพัฒนาได้รวดเร็ว ลดข้อผิดพลาดของการทำงานของระบบสารสนเทศ และมีความยืดหยุ่น ในการพัฒนาระบบสารสนเทศต่อในอนาคตเทคโนโลยีดังกล่าว ได้แก่ Node.js node version 14 ขึ้นไป หรือ (Nest.js) สำหรับพัฒนา Web Service โดยใช้สถาปัตยกรรมการออกแบบ Microservice และใช้ JavaScript หรือ Typescript (Next.Js version 11 ขึ้นไป หรือ Nuxt Js) เพื่อพัฒนา Client-Side (หน้าจอแสดงผล) ๓.๓.๑ ระบบสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป และรองรับกลุ่มเปราะบาง (User) (๑) ระบบต้องรองรับการฟังเนื้อหาข่าวสารและข้อมูลที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ โดยสามารถ แปลงข้อความที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษเป็นเสียง (Text-to-Speech) ได้ (๒) ผู้ใช้งานสามารถฟังเนื้อหาในรูปแบบเสียงจากข้อมูลที่เจ้าหน้าที่อัปเดต (Update) บนเว็บไซต์ได้โดยอัตโนมัติ (๓) ผู้ใช้งานสามารถใช้ฟังก์ชันการป้อนข้อมูลด้วยเสียง (Speech-to-Text) เพื่อพูด ข้อมูลที่ต้องการแจ้งเรื่องหารือหรือกรอกแบบฟอร์ม (๔) ระบบต้องสามารถแปลงเสียงพูดของผู้ใช้งานเป็นข้อความได้ทั้งภาษาไทยและ ภาษาอังกฤษ (๕) ระบบต้องสามารถนำข้อมูลที่ได้จากเสียงไปกรอกลงในแบบฟอร์มที่กำหนดไว้ อย่างอัตโนมัติ (๖) ผู้ใช้งานสามารถใช้ฟังก์ชันดังกล่าวได้โดยไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์หรือโปรแกรมเสริม (Plugins) เพิ่มเติม (๗) ผู้ใช้งานสามารถอ่านข่าวประชาสัมพันธ์ที่เจ้าหน้าที่ได้บันทึกข้อมูลไว้ได้ ๓.๓.๒ ระบบสำหรับเจ้าหน้าที่ (Admin) (๑) เจ้าหน้าที่สามารถตั้งค่าและจัดการการใช้งานฟังก์ชันแปลงข้อความเป็นเสียง (Text-to-Speech) และแปลงเสียงเป็นข้อความ (Speech-to-Text) ได้ (๒) เจ้าหน้าที่สามารถกำหนดเปิด/ปิดการทำงานของฟังก์ชันเสียงได้ตามความเหมาะสม (๓) เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบเสียงการอ่านเนื้อหาเว็บไซต์ก่อนอนุญาตให้ฟังได้ ผ่านผู้ใช้งานทั่วไป (๔) เจ้าหน้าที่สามารถดูสถิติการใช้งานฟังก์ชันการฟังเสียงและการป้อนข้อมูลด้วยเสียง เช่น จำนวนครั้งที่ใช้, จำนวนคำที่แปลงเป็นเสียงหรือข้อความ, และสามารถ Export ข้อมูลสถิติเป็นไฟล์ Excel ได้ (๕) เจ้าหน้าที่สามารถบันทึก เรียกดู และค้นหาประวัติการหารือจากระบบสารสนเทศได้ (๖) เจ้าหน้าที่สามารถเลือกรายการประวัติหารือ เพื่อนำมาสร้างเป็นคำถามที่พบบ่อย (FAQ) ได้ (๗) เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบ และแก้ไขข้อมูลที่ต้องการแสดงในหน้าคำถามที่พบบ่อย (FAQ) ได้ (๘) เจ้าหน้าที่สามารถเพิ่ม และลบข้อมูลที่แสดงในหน้าคำถามที่พบบ่อย (FAQ) ได้ (๙) เจ้าหน้าที่สามารถดูสถิติ และค้นหาสถิติตามข้อมูลผู้ใช้งานและกลุ่มเปราะบาง หรือวันที่ได้ ๓.๓.๓ ระบบติดตามการทำงานและประเมินของผู้ปฏิบัติงาน (Service Level Agreement) (๑) เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามสถานะการดำเนินงาน (๒) ระบบสามารถกำหนดและแก้ไขระยะเวลาการทำงานในแต่ละขั้นตอนได้ (๓) ระบบสามารถรายงานผลการดำเนินงานในรูปแบบเชิงสถิติ (๔) ระบบรองรับ Export File ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ เช่น PDF, Excel เป็นต้น ๓.๓.๔ การเชื่อมต่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์บนคลาวด์ (AI Cloud Services) (๑) ระบบต้องรองรับการประมวลผลด้วยปัญญาประดิษฐ์บนคลาวด์ที่สามารถแปลง ข้อความเป็นเสียง (Text-to-Speech) และเสียงเป็นข้อความ (Speech-to-Text) ได้ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (๒) ระบบรองรับการกลั่นกรองข้อมูลที่แสดงในหน้าคำถามที่พบบ่อยโดยนำข้อมูล ส่วนบุคคลของข้อหารือออกโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ โดยรองรับข้อมูลไม่น้อยกว่า ๑๐๐ ล้านตัวอักษร ตลอดระยะเวลาดำเนินการไม่น้อยกว่า ๓ ปี (๓) ระบบต้องรองรับการแปลงข้อมูลข้อความเป็นเสียง ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ ล้านคำ ตลอดระยะเวลาการดำเนินการไม่น้อยกว่า ๓ ปี (๔) ระบบต้องรองรับการแปลงข้อมูลจากเสียงเป็นตัวอักษร โดยมีระยะเวลาของเสียง รวมไม่น้อยกว่า ๑๐๐ ชั่วโมง ตลอดระยะเวลาการดำเนินการไม่น้อยกว่า ๓ ปี (๕) ระบบปัญญาประดิษฐ์ต้องสามารถประมวลผลและปรับฟอร์มข้อมูลที่ได้จากเสียง ให้ตรงตามแบบฟอร์มข้อมูลที่กำหนดไว้โดยอัตโนมัติ (๖) ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยในการส่งข้อมูลเสียงและข้อความผ่านคลาวด์ เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลที่มีความสำคัญ (๗) ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการแปลงข้อความ เป็นเสียงและเสียงเป็นข้อความ (๘) ระบบต้องสามารถขยายขอบเขตการประมวลผล (Scalability) เพื่อรองรับปริมาณ การใช้งานที่เพิ่มขึ้นในอนาคต เช่น การรองรับคำหรือชั่วโมงเสียงเพิ่มเติมตามที่หน่วยงาน กำหนด (๙) ระบบต้องสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เฟซ (API) หรือบริการภายนอกอื่น ๆ ที่จำเป็น สำหรับการประมวลผลด้วยปัญญาประดิษฐ์บนคลาวด์เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน ๓.๔ ทดสอบระบบจากมุมมองผู้ใช้งาน (User Acceptance Test) ให้สามารถใช้งานได้อย่าง ถูกต้องสมบูรณ์โดยแบ่งการทดสอบเป็น ๒ ช่วง ดังนี้ ๓.๔.๑ ทดสอบการทำงานของระบบร่วมกับผู้ว่าจ้าง (๑) นำเข้าข้อมูลต่าง ๆ เพื่อทดสอบภายในตามที่ผู้ว่าจ้างร้องขอ (๒) จัดทำสรุปผลการทดสอบ พร้อมทั้งแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดจากการขั้นตอนการทดสอบ ๓.๔.๒ ทดสอบการทำงานของระบบร่วมกับผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้อง (๑) นำเข้าข้อมูลต่าง ๆ เพื่อทดสอบภายในตามที่ผู้ว่าจ้างร้องขอ (๒) จัดทำสรุปผลการทดสอบ พร้อมทั้งแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดจากการขั้นตอนการทดสอบ ๓.๕ ทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของระบบ ก่อนการใช้งานจริง (Pre-Production) โดยจะต้องผ่านการทดสอบ ดังนี้ (๑) การทดสอบด้านประสิทธิภาพของระบบงาน (Performance Test) (๒) การทดสอบด้านความปลอดภัย (Security Test) จนกว่าจะผ่านมาตรฐาน ด้านความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศที่ผู้ว่าจ้างกำหนด (๓) ทดสอบการสำรองข้อมูลและการกู้คืนระบบ (Backup & Restore) (๔) จัดทำสรุปผลการทดสอบ พร้อมทั้งแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดจากการขั้นตอนการทดสอบ ๓.๖ จัดฝึกอบรมการใช้งานระบบที่พัฒนาในโครงการ สถานที่ตามที่ สคส. กำหนด ประกอบด้วย ๓.๖.๑ การจัดฝึกอบรมแบ่งเป็น ๒ หลักสูตร ดังนี้ (๑) หลักสูตรสำหรับผู้ดูแลระบบ ระยะเวลาอย่างน้อย ๓ ชั่วโมง (๒) หลักสูตรสำหรับผู้ใช้งาน ระยะเวลาอย่างน้อย ๓ ชั่วโมง ส่วนบุคคลก่อนเริ่มปฏิบัติงาน โดยให้เริ่มทำงานภายใน ๗ วัน (ทำการ) นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจนถึง วันที่สิ้นสุดสัญญา มาปฏิบัติงาน ณ สถานที่ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดในวันและ เวลาราชการ หรือปฏิบัติงาน ณ สถานที่ตั้งอื่นในกรณีที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ หรือสถานการณ์ฉุกเฉินอื่น ๆ ที่ไม่สามารถเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลได้ ให้เป็นไปตามที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ในการส่งเสริมการสร้างความรู้ความเข้าใจและให้คำปรึกษา โดยเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษา ด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ มีหน้าที่อย่างน้อย ดังนี้ ๓.๘.๑ บริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาหารือเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้กับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และ ประชาชน รวมทั้งกลุ่มเปราะบางผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ แอปพลิเคชัน Line Official Account เป็นต้น ให้คำปรึกษา ๓.๘.๒ จัดทำฐานข้อมูลคำถาม - คำตอบที่มีการสอบถามเข้ามาบ่อย (FAQ) ๓.๘.๓ บันทึกข้อมูลการปฏิบัติงานลงในระบบสารสนเทศและสนับสนุนการปฏิบัติงาน ๓.๘.๔ จัดทำรายงานสรุปข้อมูลปฏิบัติงานการบริการให้คำปรึกษาและข้อมูลคำถาม - คำตอบ ที่มีการสอบถามเข้ามาบ่อย เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับฯ เป็นประจำทุกเดือน ๓.๘.๕ บันทึกคำถาม – คำตอบดังกล่าวในฐานระบบบริการทางวิชาการและให้คำปรึกษา เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ๓.๘.๖ ปฏิบัติงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศ การรับคำร้องเรียนและให้คำปรึกษา กฎหมายหรืออื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย ๓.๙ ดำเนินการจัดอบรมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ระบบให้คำปรึกษา และการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้กับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป รวมทั้งกลุ่มเปราะบาง ในส่วนภูมิภาค (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก) จำนวนไม่น้อยกว่า ๒ ครั้ง ครั้งละ ๑ วัน ณ สถานที่เอกชนหรือ สถาบันการศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และต้องมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมในสถานที่จัดงานครั้งละ ไม่น้อยกว่า ๕๐ คน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา สถาบันการเงิน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และประชาชนกลุ่มเปราะบาง โดยให้ทำหนังสือเชิญผู้บริหารหรือ เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างเข้าร่วมการจัดกิจกรรมด้วยไม่น้อยกว่า 5 คนต่อครั้ง โดยผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการ จัดเตรียมอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ ๓.๙.๑ จัดหาวิทยากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่เหมาะสมกับหัวข้อ ที่จะจัดอบรมเกี่ยวกับการใช้ระบบสารสนเทศสำหรับกลุ่มเปราะบางและให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวนไม่น้อยกว่า ๓ คน พร้อมทั้งตกแต่งสถานที่ จัดพิธีเปิดการอบรม จัดเตรียมเอกสารประกอบการอบรมให้เพียงพอต่อผู้เข้าร่วม จัดเตรียมอาหารกลางวัน อาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับผู้เข้าร่วม เจ้าหน้าที่ และวิทยากร จัดเตรียมอุปกรณ์ สำหรับการใช้และตกแต่งสถานที่ รวมทั้งจัดพาหนะเดินทาง พร้อมที่พักสำหรับเจ้าหน้าที่ และจะต้องเสนอ แผนและรายละเอียดการจัดการประชุมสัมมนาต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนวันที่จะจัดอบรม ไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) Sa มณีจันทร์ aть ณัฐพล ดา 6 ๓.๙.๒ จัดการเผยแพร่การจัดการอบรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยจะต้องจัดการ ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน ก่อนจัดการอบรม โครงการภายหลัง ๓.๙.๓ จัดให้มีการบันทึกภาพถ่ายในระหว่างการจัดอบรมเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ ๓.๑๐ จัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) โดยสรุปผลการดำเนินงานตลอดโครงการฯ ๓.๑๑ จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่ความรู้ในรูปแบบสื่อดิจิทัล (infographic) จำนวนอย่างน้อยเดือนละ ๒ ชิ้นงาน โดยตลอดโครงการ รวมทั้งสิ้น ๑๖ ชิ้นงาน ๓.๑๒ ในการดำเนินงานโครงการฯ ตามขอบเขตงานที่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล ผู้รับจ้างจะดำเนินการตามมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ๔. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้ ๑. มีความสามารถตามกฎหมาย ๒. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๓. ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ ๔. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างการถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ไว้ชั่วคราวเนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ กรมบัญชีกลาง ๕. ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้รับแจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริการ ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๖. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ๗. เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ๘. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอใหม่ให้แก่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็น ผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ๙. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งสละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น ๑๐. ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
กรณีที่ ข้อกำหนด
ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่น
ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
สำหรับข้อตกลระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
๑๑. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อตกลงถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๑๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าของกิจการ ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะ การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ มูลค่าจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท (๓) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันที่ยื่นข้อเสนอ โดยต้องมี เงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่น ข้อเสนอในแต่ละครั้งและหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา (๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียง พอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน (๕) กรณีตาม (๑) – (๔) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้ (๕.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ (๕.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๓. ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลและมีผลงานด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศ หรือพัฒนา ระบบงานคอมพิวเตอร์ หรือด้านพัฒนาแพลตฟอร์มการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน) ต่อสัญญา และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญา โดยตรงกับส่วนราชการ หรือหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ ผลงานจะต้องย้อนหลังไม่เกิน ๑๐ ปี นับย้อนจากวันที่ยื่นเอกสารเสนอราคา โดยต้องยื่น หลักฐานสำเนาสัญญาหรือหนังสือรับรองผลงาน ในวันยื่นเอกสารข้อเสนอโครงการฯ ๕. คุณสมบัติบุคลากร ๕.๑ ข้อกำหนดด้านบุคลากรสนับสนุน ต้องประกอบด้วยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ด้านการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือด้านที่เกี่ยวข้องกับการให้คำปรึกษากฎหมาย หรืองานในลักษณะเดียวกับงานโครงการฯ และต้องมีประสบการณ์ในการทำงานไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ เพื่อปฏิบัติงานอย่างน้อย ดังนี้
ลำดับที่ จำนวน ประสบการณ์ วุฒิการศึกษา (ขั้นต่ำ) ในด้านที่เกี่ยวข้อง ไม่ต่ำกว่า (ปี)
๑. ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย / ด้าน ๑๐ ปี ปริญญาโท สาขานิติศาสตร์ หรือ สาขาที่เกี่ยวข้อง การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
๒. เจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษา ๑ ปี ด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลหรือด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ ปริญญาตรี สาขาเทคโนโลยี สารสนเทศ หรือสาขานิติศาสตร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
เจ้าหน้าที่ประสานงาน ๑ ปี ปริญญาตรี หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
๕.๒ ผู้รับจ้างต้องเสนอรายชื่อบุคลากรสนับสนุนที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๕.๑ ทั้งหมด ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่อพิจารณาก่อนเข้าปฏิบัติงาน ภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา ๖. ระยะเวลาการดำเนินการ ระยะเวลา ๒๑๐ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา ๗. เงื่อนไขการส่งมอบงานและการชำระเงิน ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างเป็นรายงวดงานที่ดำเนินการแล้วเสร็จ และผ่านการตรวจสอบรับงาน ตามระเบียบของทางราชการแล้ว จำนวน ๔ งวดงานดังนี้
งวดงานที่ รายละเอียดงานที่ส่งมอบ การจ่ายเงิน (ร้อยละ)
เมื่อดำเนินการตามข้อ ๓.๑ และข้อ ๓.๒ แล้วเสร็จ และคณะกรรมการฯ ตรวจรับมอบงานแล้ว ภายในระยะเวลา ๗ วัน นับถัดจากลงนามในสัญญาจ้าง ๔๐
เมื่อดำเนินการจัดทำโครงร่างระบบตามข้อ ๓.๓ ให้คณะกรรมการฯ ตรวจรับ มอบงานแล้ว ภายในระยะเวลา ๙๐ วัน นับถัดจากลงนามในสัญญาจ้าง ๓๐
เมื่อดำเนินการตามข้อ ๓.๓ ข้อ ๓.๔ ข้อ ๓.๕ และข้อ ๓.๖ แล้วเสร็จ และคณะกรรมการฯ ตรวจรับมอบงานแล้ว ภายในระยะเวลา ๑๕๐ วัน นับถัดจากลงนามในสัญญาจ้าง ๒๐
เมื่อดำเนินการตามข้อ ๓.๙ และข้อ ๓.๑๐ แล้วเสร็จ และคณะกรรมการฯ ตรวจรับมอบงานแล้ว ภายในระยะเวลา ๒๑๐ วัน นับถัดจากลงนามในสัญญาจ้าง ๒๐
๘. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา ด้านราคาตามรายละเอียดดังนี้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนอ (๑) เอกสารข้อเสนอที่ยื่นหากพบข้อบกพร่องไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่ได้กำหนด ข้างต้นแม้แต่ข้อใดข้อหนึ่ง คณะกรรมการดำเนินการจ้างจะไม่ทำการพิจารณาข้อเสนอต่อไป (๒) การเปิดซองข้อเสนอ คณะกรรมการดำเนินการจ้างฯ จะดำเนินการเปิดซองข้อเสนอและเอกสารต่าง ๆ ของผู้เสนอราคาทุกรายตามกำหนดวันเวลาเปิดซองข้อเสนอ ๘.๑ เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยคัดเลือกผู้ยื่นเสนอราคา ที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพและพิจารณาเลือกรายที่ได้คะแนนรวมสูงสุดและจัดลำดับไว้ไม่เกิน ๓ ราย ตัวแปรที่ใช้ ในการพิจารณา ๑) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น ๆ ร้อยละ ๘๐ คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน ๒) ราคาที่เสนอ ร้อยละ ๒๐ คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน ๘.๒ เกณฑ์การพิจารณาด้านคุณภาพกำหนดสัดส่วนของน้ำหนักการให้คะแนนเพื่อใช้ ในการประเมินการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอร้อยละ ๑๐๐ ในกรณีที่มีผู้เสนอราคาได้คะแนนเท่ากันหลายราย คณะกรรมการดำเนินการจ้างจะพิจารณาผู้ที่ได้คะแนนคุณสมบัติและคุณภาพที่เป็นประโยชน์ต่อโครงการและ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมากที่สุด ๘.๓ เกณฑ์การพิจารณาด้านคุณภาพจะพิจารณาเอกสารหลักฐานของผู้เสนอราคาในข้อเสนอ ด้านคุณสมบัติตามข้อ ๓ ก่อนหากถูกต้องครบถ้วนแล้วจึงจะพิจารณารายละเอียดตามขอบเขต ของงานตามข้อ ๔ โดยมีหลักเกณฑ์การให้คะแนน (คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน) โดยมีรายละเอียดตามหลักเกณฑ์การให้คะแนนดังนี้ (๑) การพิจารณาเกณฑ์ด้านคุณภาพ ร้อยละ ๘๐ เกณฑ์ด้านคุณภาพกำหนดสัดส่วน ของน้ำหนักในการให้คะแนนเพื่อใช้ในการประเมินการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอร้อยละ ๑๐๐ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ (๑.๑) ผลงานและประสบการณ์ ของบริษัทผู้ยื่นข้อเสนอ ร้อยละ ๒๐ พิจารณา จากประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ เช่น งานพัฒนาแอปพลิเคชันงานพัฒนาบริการผ่านเว็บ ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๑๐ ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ มูลค่าไม่ต่ำกว่า ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน) พิจารณาจากหนังสือรับรองผลงาน เอกสารสัญญาจ้าง โดยมี เกณฑ์การให้คะแนนดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน คะแนน
ผลของโครงการฯ จำนวนตั้งแต่ ๓ สัญญา ขึ้นไป ๑๐๐
ผลของโครงการฯ จำนวน ๒ สัญญา ๘๐
ไม่มีผลงาน ๕๐
(๑.๒) บุคลากรหลักและประสบการณ์ของบุคลากรหลักของผู้เสนอราคา (คะแนนเต็ม ๒๕ คะแนน) เสนอราคาเปรียบเทียบกับข้อกำหนดและขอบเขตงานนี้ รายละเอียดประกอบการพิจารณา ลำดับที่ ๑ หัวหน้าโครงการ วุฒิปริญญาโท สาขา เทคโนโลยีหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง ๑) มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ ๑๒ ปี ขึ้นไป ๒) มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง ๑๑ ปี ๓) มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง ๑๐ ปี ลำดับที่ ๒ นักวิเคราะห์ระบบคอมพิวเตอร์ (System Analyst) วุฒิปริญญาตรี สาขาเทคโนโลยีหรือสาขาที่ เกี่ยวข้อง ๑) มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ ๑๒ ปี ขึ้นไป ๒) มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง ๑๑ ปี ๓) มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง ๑๐ ปี ลำดับที่ ๓ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Data Security/ Cyber Security/ Information Security / Information Technology ๑) มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ ๑๒ ปี ขึ้นไป ๒) มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง ๑๑ ปี ๓) มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง ๑๐ ปี ลำดับที่ ๔ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Data Privacy คะแนนที่ได้ ๙๐ Go ๙๐ Go GOO ๙๐ Go ๑) มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ ๗ ปี ขึ้นไป GOO ๙๐ Go ๒) มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง 5 ปี ๓) มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง ๕ ปี ลำดับที่ ๕ นักพัฒนาระบบ ๑) มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ ๗ ปี ขึ้นไป ๒) มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง 5 ปี ๙๐ ๓) มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง ๕ ปี Go ลำดับที่ 5 เจ้าหน้าที่ทดสอบ QA ๑) มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ ๗ ปี ขึ้นไป ๒) มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อ ๖ ปี ๙๐ ๓) มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง ๕ ปี Go ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) (๑.๓) วิธีปฏิบัติงานตามขอบเขตของงาน โดยนำเสนอแนวคิด แผนงาน และวิธีการปฏิบัติที่ สอดคล้องกับขอบเขตของงานจ้างผู้รับจ้าง พร้อมกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสม (ร้อยละ ๓๕) เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน (๑) แสดงรายละเอียดแนวคิด แผนงานและวิธีการ ปฏิบัติสอดคล้องกับขอบเขตของงานจ้างผู้รับจ้างที่ ตรงประเด็นได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ หากพิจารณาคะแนน ของผู้เสนอราคาแล้วเห็นว่ามีคะแนนเท่ากัน ให้พิจารณาจากเอกสารหลักฐานที่แสดงถึงคุณสมบัติ หรือผลงานในอดีตที่ชัดเจนและโดดเด่น (๒) แสดงรายละเอียดแนวคิด แผนงานและวิธีการ ปฏิบัติสอดคล้องกับขอบเขตของงานจ้างผู้รับจ้างตรง ประเด็น ทั้งนี้ หากพิจารณาคะแนนของผู้เสนอราคา แล้วเห็นว่ามีคะแนนเท่ากัน ให้พิจารณาจากเอกสาร หลักฐานที่แสดงถึงคุณสมบัติหรือผลงานในอดีต (๓) แสดงรายละเอียดแนวคิด แผนงานและวิธีการ ปฏิบัติสอดคล้องกับขอบเขตของงานจ้างผู้รับจ้างตรง ประเด็นเพียงบางส่วน ทั้งนี้ หากพิจารณาคะแนนของ ผู้เสนอราคาแล้วเห็นว่ามีคะแนนเท่ากัน ให้พิจารณา จากเอกสารหลักฐานที่แสดงถึงคุณสมบัติหรือผลงาน ในอดีต (๔) แสดงรายละเอียดแนวคิด แผนงานและวิธีการ ปฏิบัติไม่สอดคล้องกับขอบเขตของงานจ้างผู้รับจ้าง หรือไม่มีข้อมูล คะแนน GOO ๗๐ mo Ο วิธีการประเมิน ผู้ประเมินจะพิจารณาจากเอกสารที่ผู้ยื่น ข้อเสนอยื่นมา โดยอาจจัดทำเป็นแผนงาน หลักการแนวคิดในการดำเนินงานตาม ขอบเขตของงานจ้างผู้รับจ้าง โดยจัดทำเป็น รูปแบบเอกสารขนาด A๔ (๒) เกณฑ์ราคาที่ยื่นเสนอ (Price) กำหนดน้ำหนัก ร้อยละ ๒๐ คะแนน เกณฑ์การพิจารณาการที่ให้คะแนนด้านราคา ๑) ผู้เสนอราคาต่ำสุด ๒) ผู้เสนอราคารายอื่นลำดับรองลงมาจะได้คะแนนตามสัดส่วนจะคิดจากสูตรการคำนวณ ดังนี้ = คะแนน = - (ราคาของผู้เสนอรายอื่น – ราคาต่ำสุด) x ๑๐๐ ราคาต่ำสุด ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) ๙. เงื่อนไขและการรับประกัน ผู้ว่าจ้างจะให้ความร่วมมือความช่วยเหลือ ตามความเหมาะสมแก่ผู้รับจ้างในการประสานงานกับ หน่วยงานภายนอกและข้อมูลที่จำเป็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการเท่าที่ผู้ว่าจ้างมีอยู่ เพื่อให้การ ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างลุล่วงไปด้วยดี ๙.๑ การรับประกันผลงานและการบำรุงรักษา ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องและดำเนินการแก้ไขข้อขัดข้องที่เกิดขึ้นกับโครงการ ตลอดระยะเวลา ๒ ปี นับถัดจากวันที่ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานงวดสุดท้ายเสร็จสมบูรณ์ เรียบร้อยแล้ว ๑. เมื่อเกิดเหตุขัดข้อง ผู้ว่าจ้างสามารถแจ้งเหตุได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง โดยช่องทางดังต่อไปนี้ ๑.๑. ติดต่อผ่าน E-Mail ๑.๒. ติดต่อผ่านโทรศัพท์พื้นฐานหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๒. ผู้รับจ้างต้องสามารถให้บริการได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด (Service Level Agreement : SLA) ในกรณีที่มีข้อผิดพลาดอันเนื่องมาจากการทำงานของระบบ (Bug/Defect/Error Report) หลังจากรับแจ้งเหตุแล้ว ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไข และปรับปรุงระบบ โดยการตอบกลับและการแก้ไขปัญหา ตลอดระยะเวลาของ การให้บริการให้เป็นไปตามตารางดังนี้
ความรุนแรง (Severity) ตอบรับ (Response) แก้ไข (Resolved) สถานะ (Ticket Support)
Critical: ระบบมีปัญหากระทบต่อฟังก์ชันการทำงานทั้งหมด ซึ่งผู้ใช้ไม่สามารถใช้งานระบบได้ ๓ ชั่วโมง ๑ วัน
High: ระบบมีปัญหากระทบต่อฟังก์ชันการทำงานหลักของระบบย่อย ใดระบบหนึ่ง ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้โดยมีระบบย่อยดังนี้ ๑. ระบบยืนยันตัวตนผู้ใช้งาน ๑. ระบบบริหารจัดการคลังข้อมูล ๒. ระบบจัดการผู้ใช้งานระบบ ๓. ระบบส่งอีเมล ๔. ระบบจัดเก็บข้อมูลและสืบค้นข้อมูล ๕. ระบบคำถามคำตอบที่พบบ่อย (FAQ) ๖. ระบบบริหารจัดการ การรับเรื่องหารือและการติดตาม ๕ ชั่วโมง ๒ วัน
Medium: ระบบมีปัญหากระทบต่อฟังก์ชันการทำงานบางส่วน แต่ผู้ใช้ยังคงสามารถใช้งานระบบได้ปกติ ๑ วัน ๗ วัน
Low: ปัญหาไม่ได้มีผลกระทบต่อฟังก์ชันการทำงานแต่กระทบต่อหน้าจอ/ส่วนติดต่อผู้ใช้ และผู้ใช้ยังคงใช้งาน ระบบได้ปกติ ๓ วัน ๑๐ วัน
๑๐. ข้อกำหนดทั่วไปที่ต้องการ กรณีหากเกิดความจำเป็นที่ต้องมีการติดตั้งระบบหรืออุปกรณ์ใด ๆ เพิ่มเติมในโครงการ เพื่อให้สามารถ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทั้งนี้ ต้องคำนึงถึง หลักวิชาการและประโยชน์ของราชการเป็นสำคัญ ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
๑๑. ค่าปรับ ๑๑.๑ กรณีผู้รับจ้างส่งมอบงานไม่เป็นไปตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา ผู้ว่าจ้างจะคิดค่าปรับเป็น รายวันในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของวงเงินตามสัญญานับถัดจากวันครบกำหนดระยะเวลาส่งมอบ ตามสัญญาจนถึงวันที่ ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานครบถ้วน ๑๑.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินการได้ตามเงื่อนไขการรับประกันผลงาน ผู้รับจ้าง จะต้องชำระ ค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๐๓๕ ของมูลค่าตามสัญญาต่อชั่วโมงนับถัดจากเวลาที่ได้รับแจ้ง โดยเศษของชั่วโมงนับเป็น ๑ ชั่วโมง ๑๒. การขอขยายเวลาส่งมอบ ในกรณีที่มีเหตุสุวิสัย ภัยพิบัติ หรือเหตุใด ๆ อันเนื่องมาจากความผิดหรือความบกพร่องของผู้ว่าจ้าง หรือพฤติการณ์อันใดอันหนึ่ง ซึ่งผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงาน ตามเงื่อนไขและกำหนดเวลาแห่งสัญญาได้ ผู้รับจ้างมีสิทธิขอขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือของด หรือลดค่าปรับ ได้โดยจะต้องแจ้งเหตุหรือพฤติการณ์ดังกล่าว พร้อมหลักฐานเป็นหนังสือให้ผู้ว่าจ้างทราบภายใน ๑๕ นับแต่วันที่ เหตุนั้นสิ้นสุดลง ถ้าผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามความในวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้รับจ้างได้สละสิทธิ์เรียกร้องในการที่จะ ขอขยายเวลาทำการตามสัญญา หรือของด หรือลดค่าปรับโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น เว้นแต่กรณีเหตุเกิดจาก ความผิดหรือความบกพร่องของผู้ว่าจ้าง ซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้งหรือผู้ว่าจ้างทราบดีอยู่แล้ว การขยายเวลาทำการตามสัญญา หรือของด หรือลดค่าปรับตามวรรคหนึ่ง อยู่ในดุลยพินิจของ ผู้ว่าจ้างที่จะพิจารณา ๑๓. ข้อตกลงห้ามเปิดเผยข้อมูล ข้อมูลเอกสารหรือสัญญาที่เกี่ยวข้องกับโครงการทั้งหมดผู้รับจ้างจะดำเนินการถือเป็นความลับและ เป็นสมบัติของผู้ว่าจ้างจะไม่เปิดเผยข้อมูลและผลการดำเนินการให้แก่ผู้ใดยกเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้าง เป็นลายลักษณ์อักษร หากผู้รับจ้างละเมิดโดยการนำไปเผยแพร่และเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ฟ้อง เรียกค่าเสียหาย และดำเนินการตามกฎหมายตามแต่กรณี ๑๔. ข้อสงวนสิทธิ์ ๑๔.๑ หลังจากทำสัญญาแล้ว ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ในการให้ผู้รับจ้างส่งมอบแผนการดำเนินงาน กิจกรรมให้ผู้ว่าจ้างพิจารณาเห็นชอบก่อน ซึ่งผู้ว่าจ้างหรือผู้รับผิดชอบของสำนักงานฯ คงไว้ซึ่งสิทธิ์ที่จะสั่งให้แก้ไข ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ตามที่เห็นสมควร ๑๔.๒ ผู้ว่าจ้างอาจจะออกเอกสารเพิ่มเติม (Addendum) เงื่อนไขและรายละเอียด ข้อกำหนดและ ขอบเขตของงาน (TOR) เมื่อใดก็ได้ก่อนถึงเวลาเสนอ ๑๔.๓ ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างมีความจำเป็นไม่อาจทำสัญญาได้ หรือมีเหตุจำเป็นด้านอื่น ๆ ที่เป็นอุปสรรค ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ ที่จะยกเลิกการว่าจ้างครั้งนี้ได้ทุกขั้นตอนโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งเหตุผลใด ๆ ให้ผู้เสนอราคา ทราบ ผู้เสนอราคาไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง และเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น ๑๔.๔ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมหรือลดเนื้องานตามรายละเอียดในสัญญาได้ การเพิ่มหรือลดเนื้องานคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงเรื่องราคาใหม่โดยถือราคาที่ระบุไว้ในสัญญาเป็นฐาน ถ้าการเพิ่มหรือลดงาน จำเป็นต้องมีการขยาย หรือลดเวลา ให้ตกลงไปในคราวเดียวกัน ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) ๑๔.๕ การจัดทำข้อความรูปแบบเนื้อหา ข้อมูล รูปภาพ เครื่องหมาย และรูปแบบ สื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมสื่อการเรียนรู้ที่นำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักงานฯ ห้ามผู้รับจ้างนำส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดไปทำซ้ำหรือเผยแพร่เพื่อการอื่นใดจากการปฏิบัติงาน ไม่ว่าการกระทำดังกล่าว จะเป็นการหาประโยชน์หรือไม่ก็ตาม หากสำนักงานฯ พบว่ามีการกระทำผู้รับจ้างต้อง ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินไม่น้อยกว่าราคาจัดจ้างทางอาญา ๑๔.๖ หากเกิดปัญหาเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจากการดำเนินงานตามโครงการนี้ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ๑๕. หน่วยงานที่รับผิดชอบ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เลขที่ ๑๒๐ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษาฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ๑๐๒๑๐ ๑๖. งบประมาณ ๓,๔๗๑,๕๕๐ บาท (สามล้านสี่แสนเจ็ดหมื่นหนึ่งพันห้าร้อยห้าสิบบาทถ้วน) ซึ่งเป็นวงเงินที่รวม ภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งปวงด้วยแล้ว ๑๗. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ในโครงการนี้จะปฏิบัติตามหลักการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ดังนี้ ๑๗.๑ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยชอบ ด้วยกฎหมายมีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ (Lawfulness, Fairness and Transparency) ๑๗.๒ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ขอบเขตและ วัตถุประสงค์ที่สำนักงานฯ กำหนด และไม่นำไปใช้หรือเปิดเผยนอกเหนือขอบเขตและวัตถุประสงค์ ที่ได้แจ้งไว้ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลนั้น (Purpose Limitation) ๑๗.๓ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเพียงพอ เกี่ยวข้องและเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (Data Minimization) ๑๗.๔ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกต้องและต้อง ดำเนินการให้ข้อมูลเป็นปัจจุบันในกรณีที่จำเป็น (Accuracy) ๑๗.๕ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามระยะเวลาเท่าที่ จำเป็น (Storage limitation) ๑๗.๖ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีมาตรการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่เหมาะสม (Integrity and Confidentiality) ๑๗.๗ ผู้รับจ้างต้องกำหนดหน้าที่ กำหนดความรับผิดชอบ ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล (Accountability) ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)