ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการเสริมผิวแอสฟัลท์คอนกรีต ทางหลวงท้องถิ่น ชม.ถ.197-002 สายบ้านมหาธาตุ-บ้านม่วงป็อก ตำบลแสนไห อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 6 ช่วง พื้นที่ไม่น้อยกว่า 8,070 ตารางเมตร
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงและเสริมผิวถนนแอสฟัลท์คอนกรีตบนทางหลวงท้องถิ่น ชม.ถ 197-002 สายบ้านมหาธาตุ-บ้านม่วงป็อก ในตำบลแสนไห อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ครอบคลุมพื้นที่รวมไม่น้อยกว่า 8,070 ตารางเมตร โดยมีรายละเอียดงานประกอบด้วยการเสริมผิวทางด้วยแอสฟัลท์คอนกรีต, งานผิวทางปอร์ตแลนด์ซีเมนต์คอนกรีต, และงานตีเส้นจราจรด้วยสีเทอร์โมพลาสติก
โครงการแบ่งการจ่ายเงินเป็น 2 งวด งวดแรกจ่ายเมื่อเสร็จงานผิวทางปอร์ตแลนด์ซีเมนต์คอนกรีตและเสริมผิวทางแอสฟัลท์คอนกรีตไม่น้อยกว่า 4,000 ตารางเมตร งวดที่สองจ่ายเมื่อเสร็จงานเสริมผิวทางแอสฟัลท์คอนกรีตทั้งหมด, งานตีเส้นจราจร, และงานส่วนอื่นๆ ที่เหลือทั้งหมด
ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบแบบและรายการต่างๆ ให้ถูกต้อง, วางแผนงานให้เหมาะสม, และส่งแผนการปฏิบัติงานให้ผู้ว่าจ้างพิจารณา นอกจากนี้, ต้องใช้วัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าวัสดุทั้งหมด และใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กทั้งหมด
English summary
The project aims to improve and overlay asphalt concrete on local highway Chor.Tor. 197-002, Ban Maha That - Ban Muang Pok route, in San Hai Subdistrict, Wiang Haeng District, Chiang Mai Province, covering a total area of not less than 8,070 square meters. The work includes asphalt concrete overlay, Portland cement concrete pavement, and thermoplastic traffic paint striping.
The project divides payments into 2 installments. The first installment is paid upon completion of the Portland cement concrete pavement and asphalt concrete overlay of at least 4,000 square meters. The second installment is paid upon completion of all asphalt concrete overlay work, traffic paint striping, and all other remaining work.
The contractor must verify the drawings and items for accuracy, plan the work appropriately, and submit the work plan for the employer’s consideration. In addition, domestically produced materials must be used for no less than 60 percent of the total material value, and domestically produced steel must be used for no less than 90 percent of the total steel quantity.
ทางหลวงท้องถิ่น ชม.ถ 197-002 สายบ้านมหาธาตุ-บ้านม่วงป็อก ตำบลแสนไห อำเภอเวียงแหง
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เสริมผิวทางด้วยแอสฟัลท์คอนกรีตเพื่อปรับปรุงสภาพถนน
- สร้างผิวทางปอร์ตแลนด์ซีเมนต์คอนกรีต
- ตีเส้นจราจรด้วยสีเทอร์โมพลาสติกเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
ขอบเขตของงาน
- งานผิวทางปอร์ตแลนด์ซีเมนต์คอนกรีต
- ที่ กม.1+050-กม.1+320 ขยายถนนคอนกรีต กว้างเฉลี่ย 1.00 เมตร ยาว 270.00 เมตร หนา 0.15 เมตร
- ที่ กม.1+400-กม.1+420 ปรับปรุงถนนคอนกรีต กว้าง 4.00 เมตร ยาว 20.00 เมตร หนา 0.15 เมตร
- งานเสริมผิวทางด้วยแอสฟัลท์คอนกรีต พื้นที่ไม่น้อยกว่า 8,070.00 ตารางเมตร
- ช่วงที่ 1 กม.0+000-กม.0+120 กว้าง 5.00 เมตร ยาว 120.00 เมตร หนา 0.05 เมตร
- ช่วงที่ 2 กม.0+120-กม.0+160 กว้าง 4.00 เมตร ยาว 40.00 เมตร หนา 0.05 เมตร
- ช่วงที่ 3 กม.0+160-กม.0+800 กว้าง 5.00 เมตร ยาว 640.00 เมตร หนา 0.05 เมตร
- ช่วงที่ 4 กม.0+800-กม.1+050 กว้าง 4.00 เมตร ยาว 250.00 เมตร หนา 0.05 เมตร
- ช่วงที่ 5 กม.1+050-กม.1+320 กว้าง 5.00 เมตร ยาว 270.00 เมตร หนา 0.05 เมตร
- ช่วงที่ 6 กม.1+385-กม.1+825 กว้าง 4.00 เมตร ยาว 440.00 เมตร หนา 0.05 เมตร
- งานตีเส้นจราจรด้วยสีเทอร์โมพลาสติก
- พื้นที่ 455.00 ตารางเมตร
- งานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้โครงการแล้วเสร็จสมบูรณ์
- ผู้รับจ้างต้องทำการตรวจสอบแบบและรายการต่างๆ ให้เป็นที่ถูกต้อง
- ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานให้ผู้ว่าจ้างพิจารณา
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ผิวทางแอสฟัลท์คอนกรีตที่ได้รับการปรับปรุงและเสริมผิวทาง
- ผิวทางปอร์ตแลนด์ซีเมนต์คอนกรีตที่สร้างใหม่/ปรับปรุง
- เส้นจราจรที่ตีด้วยสีเทอร์โมพลาสติก
- แผนการปฏิบัติงานที่ได้รับการอนุมัติ
- การส่งมอบงานก่อสร้างที่แล้วเสร็จสมบูรณ์ตามงวดงาน
ระยะเวลาดำเนินการ
- งวดที่ 1: 45 วัน
- งวดที่ 2: 45 วัน
- ระยะเวลารวมทั้งหมด: 90 วัน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Standards Compliance:
- วัสดุต่างๆ ที่นำมาใช้ในงานก่อสร้าง ก่อนนำมาใช้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานเสียก่อน วัสดุใดหากมีการกำหนดมาตรฐานไว้ในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)
- Technical Capabilities:
- ผู้รับจ้างต้องมีมาตรการป้องกันอุบัติเหตุต่างๆ อันเกิดขั้นจากการทำงานก่อสร้าง ไม่ว่าอันตรายนั้นๆ จะมีสาเหตุมาจากสภาพแวดล้อมแห่งงานที่กระทำ หรือมีสาเหตุจากการจัดการงานก่อสร้างที่ไม่เหมาะสม ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง มาตรการเกี่ยวกับการป้องกันอุบัติเหตุนี้ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้างที่กฎหมายกำหนด
- ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งป้ายเตือน เครื่องหมายจราจร หรือสัญญาณไฟ ในระหว่างการก่อสร้างตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท
- Personnel:
- ผู้ควบคุมงานหมายถึง ผู้ควบคุมงาน และ/หรือผู้แทนของอปท. หรือบริษัทที่ปรึกษาตามคำสั่งของผู้มีอำนาจ
เกณฑ์การพิจารณา
รายละเอียดการประเมินผลยังไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารนี้
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- งานเสริมผิวแอสฟัลท์คอนกรีต: อ้างอิงมาตรฐานงานแอสฟัลท์คอนกรีต มทช230-2545
- งานลาดแอสฟัลท์แทคโค้ต: อ้างอิงมาตรฐานงานแทคโค้ต มทช.227-2545
- การตีเส้นจราจร: อ้างอิงแบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง ทถ-3-110(1) - 110(4) และสีเทอร์โมพลาสติกตาม มอก. 542 หนาไม่น้อยกว่า 3 มม.
- งานดินถมคันทาง: วัสดุที่ใช้ในงานดินถมคันทางต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุดินคันทาง (มทช. 201-2545)
- งานชั้นรองพื้นทาง: วัสดุที่ใช้ในงานรองพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทช202-2545)
- งานชั้นพื้นทาง: วัสดุในงานพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มทช203-2545)
- งาน Prime Coat มทช225-2545: ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณการใช้ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร
- งาน Tack Coot มทช227-2545: ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด CRS-2 ปริมาณการใช้ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร
- อุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีต เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 132°C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 121 °C
- คอนกรีตต้องมีกำลังอัดไม่น้อยกว่า 240 กก./ตร.ซม. ของแท่งเก็บตัวอย่างทรงลูกบาศ์กขนาด 15x15x15 เซนติเมตร
- ปูนซีเมนต์ผสมคอนกรีตให้ใช้ปูนซีเมต์ไฮดรอลิก ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 2594
- เหล็กเส้นกลมผิวเรียบให้ใช้เหล็กตามมาตรฐาน มอก.20 ชั้นคุณภาพ SR24
- ตะแกรงลวดเหล็กกล้า (WELDED WIRE MESH) ให้ใช้ลวดตระแกรงเหล็กกล้าตามมาตรฐาน มอก.737
เงื่อนไขสัญญา
- งวดที่ 1: 40% ของค่าจ้างเหมา จ่ายเมื่อ (1) งานผิวทางปอร์ตแลนด์ซีเมนต์คอนกรีตแล้วเสร็จ (2) งานเสริมผิวทางด้วยแอสฟัลท์คอนกรีต แล้วเสร็จพื้นที่รวมไม่น้อยกว่า 4,000.00 ตารางเมตร
- งวดที่ 2: 60% ของค่าจ้างเหมา จ่ายเมื่อ (1) งานเสริมผิวทางด้วยแอสฟัลท์คอนกรีต ทั้งหมดแล้วเสร็จ (2) งานตีเส้นจราจรด้วยสีเทอร์โมพลาสติก ทั้งหมดแล้วเสร็จ (3) งานส่วนอื่นๆ ที่เหลือทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: ต้องใช้วัสดุภายในประเทศในโครงการนี้หรือไม่?
-
ตอบ: ใช่ ผู้รับจ้างต้องใช้วัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าวัสดุทั้งหมด และใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กทั้งหมด
-
ถาม: มาตรฐานอะไรที่ใช้อ้างอิงในการก่อสร้างผิวทางแอสฟัลท์คอนกรีต?
-
ตอบ: มาตรฐานงานแอสฟัลท์คอนกรีต มทช230-2545 ถูกใช้อ้างอิงในการก่อสร้างผิวทางแอสฟัลท์คอนกรีต
-
ถาม: จะมีการตรวจสอบความหนาแน่นของผิวทางแอสฟัลท์คอนกรีตอย่างไร?
-
ตอบ: ให้ทำการเจาะก้อนตัวอย่างเป็นตัวแทนของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วยเครื่องเจาะเก็บตัวอย่างจำนวน 1 ก้อนตัวอย่าง ทุกๆ ระยะ 250 เมตร แล้วนำมาทดลองหาความหนาแน่น ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshall Density
-
ถาม: หากพบความเสียหายบนผิวทางแอสฟัลท์คอนกรีตที่สร้างเสร็จแล้วจะต้องทำอย่างไร?
-
ตอบ: หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีความเสียหาย เช่น ผิวหน้าหลุด (Pull) รอยฉีก (Tear) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ จะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อยตามผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
-
ถาม: ต้องมีมาตรการควบคุมการจราจรระหว่างการก่อสร้างอย่างไร?
-
ตอบ: จะต้องจัดและควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าผิวทางจะเย็นตัวลงมากพอที่จะเปิดให้การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทำให้เกิดร่องรอยบนผิวทางนั้น โดยต้องติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จำเป็นตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนดพร้อมจัดหาบุคลากร เพื่ออำนวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย
-
ถาม: งาน DEEP PATCH คืออะไร?
-
ตอบ: เป็นการซ่อมเพื่อแก้ไขโครงสร้างทางที่ไม่แข็งแรง (SOFT) หมายถึง งานชุดชั้นคันทางในบริเวณที่คันทางเดิมชำรุดเสียหาย (SOFT SPOT) และไม่สามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้ ต้องทำการขุดรื้อลึกถึงชั้นที่เสียหาย แล้วเปลี่ยนวัสดุใหม่ที่มีคุณภาพมาแทนที่ แล้วทำการบดทับให้ได้รูปร่างและความแน่นตามที่กำหนด
-
ถาม: งาน SKIN PATCH คืออะไร?
-
ตอบ: เป็นงานซ่อมเพื่อแก้ไขผิวทางเดิมที่ชำรุดเสียหายเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทำการปะซ่อม (SKIN PATCH) ได้แก่ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวแบบหนังจรเข้ (ALLIGATOR CRACKS) ที่มีรอยแตกร้าวกว้างไม่เกิน 3 มิลลิเมตร ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวจากการกดไถ (SLIPPAGE CRACKS) เป็นต้น
-
ถาม: งาน LEVELLING คืออะไร?
-
ตอบ: เป็นงานซ่อมเพื่อปรับระดับผิวทางเดิมให้ราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่นก่อนที่จะทำการฉาบผิวทางสเลอรี่ซีลหรือเสริมผิวลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต เป็นการปรับระดับผิวทางเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทางหรือชั้นผิวทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทำการปรับระดับ (LEVELLING) ได้แก่ ผิวทางที่ทรุดตัวตามแนวชุดฝังท่อ (UTILITY CUT DEPRESSION) ผิวทางที่ยุบลงไปตามแนวร่องล้อ (RUT) ผิวทางที่ยุบเป็นแอ่งมีระดับต่ำกว่าบริเวณอื่น (DEPRESSION) เป็นต้น
-
ถาม: ข้อกำหนดเรื่องขนาดของแท่งคอนกรีตคืออะไร?
-
ตอบ: คอนกรีตต้องมีกำลังอัดไม่น้อยกว่า 240 กก./ตร.ซม. ของแท่งเก็บตัวอย่างทรงลูกบาศ์กขนาด 15x15x15 เซนติเมตร
-
ถาม: มีข้อกำหนดเรื่องการบ่มคอนกรีตหรือไม่?
-
ตอบ: เมื่อเทคอนกรีตครบ 24 ชั่วโมง ต้องบ่มคอนกรีตอยู่เสมอไม่น้อยกว่า 7 วัน
-
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
โครงการ เสริมผิวแอสฟัลท์คอนกรีต พื้นที่ไม่น้อยกว่า 8,070.00 ตารางเมตร
สร้างที่ ทางหลวงท้องถิ่น ชม.ถ 197-002 สายบ้านมหาธาตุ-บ้านม่วงป็อก ตำบลแสนไห อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่
งวดที่ 1 เป็นเงินร้อยละ….40… ของค่าจ้างเหมาตามที่ตกลงทำสัญญาว่าจ้าง จะจ่ายให้เมื่อผู้รับจ้างได้ทำการก่อสร้างดังนี้
- งานผิวทางปอร์ตแลนด์ซีเมนต์คอนกรีต ทั้งหมดแล้วแสร็จ
- งานเสริมผิวทางด้วยแอสฟัลท์คอนกรีต แล้วเสร็จพื้นที่รวมไม่น้อยกว่า 4,000.00 ตารางเมตร
กำหนดเวลาแล้วเสร็จ…….45……วัน
งวดที่ 2 เป็นเงินร้อยละ….60… ของค่าจ้างเหมาตามที่ตกลงทำสัญญาว่าจ้าง จะจ่ายให้เมื่อผู้รับจ้างได้ทำการก่อสร้างดังนี้
- งานเสริมผิวทางด้วยแอสฟัลท์คอนกรีต ทั้งหมดแล้วเสร็จ
- งานตีเส้นจราจรด้วยสีเทอร์โมพลาสติก ทั้งหมดแล้วเสร็จ
- นอกจากนี้ให้ทำการก่อสร้างงานส่วนอื่นๆ ที่เหลือทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อย ถูกต้อง ครบถ้วนตามแบบรูป
รายการก่อสร้าง และสัญญาทุกประการ
กำหนดเวลาแล้วเสร็จ…….45……วัน
หมายเหตุ : แบ่งงวดงานออกเป็น 2 งวด กำหนดเวลาแล้วเสร็จทั้งหมด 90 วัน ผู้รับจ้างสามารถส่งมอบงานได้ เมื่อทำการ
ก่อสร้างงานงวดนั้นๆ แล้วเสร็จ เรียบร้อย ครบถ้วน ตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในแต่ละงวดงาน
ลงชื่อ……………………………………………………………………………………………………………………….ประธานกรรมการ
(นายทาวัชร์ กำละ)
ผู้อำนวยการกองช่าง
ลงชื่อ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………กรรมการ
(ว่าที่ร้อยตรี ศุภฤกษ์ ฝันมูล)
นายช่างโยธาชำนาญงาน
ลงชื่อ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….กรรมการ
(นางสาวมณีรัตน์ เจ้ายอด)
นักวิชาการพัสดุชำนาญการ
โครงการ เสริมผิวถนนด้วยแอสฟัลท์คอนกรีต
สถานที่ ทางหลวงท้องถิ่น ชม.ถ. 197-002 สายบ้านมหาธาตุ-บ้านม่วงป็อก
ตำบลแสนไห อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่
ปริมาณงาน จำนวน 6 ช่วง พื้นที่ไม่น้อยกว่า 8,070.00 ตารางเมตร
ช่วงที่ 1 กว้าง 5.00 เมตร ยาว 120.00 เมตร หนา 0.05 เมตร
ช่วงที่ 2 กว้าง 4.00 เมตร ยาว 40.00 เมตร หนา 0.05 เมตร
ช่วงที่ 3 กว้าง 5.00 เมตร ยาว 640.00 เมตร หนา 0.05 เมตร
ช่วงที่ 4 กว้าง 4.00 เมตร ยาว 250.00 เมตร หนา 0.05 เมตร
ช่วงที่ 5 กว้าง 5.00 เมตร ยาว 270.00 เมตร หนา 0.05 เมตร
ช่วงที่ 6 กว้าง 4.00 เมตร ยาว 440.00 เมตร หนา 0.05 เมตร
งบประมาณ 4,000,000.00 บาท (สี่ล้านบาทถ้วน)
เจ้าของงาน เทศบาลตำบลแสนไห อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่
สารบัญแบบและรายการประกอบแบบก่อสร้าง
รายการประกอบแบบก่อสร้าง
- ผู้รับจ้างต้องทำการตรวจสอบแบบและรายการต่างๆ ให้เป็นที่ถูกต้อง พร้อมทั้งวางแผนงานให้เหมาะสมถูกต้องตามขั้นตอนและ
ตามมาตรฐานงานก่อสร้างที่ดีของงานก่อสร้างแต่ละราย โดยผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานให้ผู้ว่าจ้างพิจารณาให้ความ
เห็นชอบก่อนดำเนินการ - วัสดุต่างๆ ที่นำมาใช้ในงานก่อสร้าง ก่อนนำมาใช้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานเสียก่อน วัสดุใดหากมีการกำหนด
มาตรฐานไว้ในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) การทดสอบและการพิจารณาอนุมัติหให้นำวัสดุดังกล่าวมาใช้ในงาน
ก่อสร้างให้ถือปฏิบัติการข้อกำหนดของ มอก. สำหรับวัสดุนั้นๆ หากภายหลังปรากฏว่าวัสดุที่นำมาใช้ในงานก่อสร้างไม่ถูกต้อง
ตามมาตรฐานกำหนด หรือไม่ถูกต้องตาม มอก. ผู้รับจ้างยังคงต้องรับผิดชอบความเสียหายหรือความผิดพลาดที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น - ผู้รับจ้างต้องทำการก่อสร้างด้วยความระมัดระวัง โดยไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของางราชการและเอกชน
- ค่าระดับของหมุดหลักฐานตามแบบที่กำหนด (BM.) เป็นค่าระดับสมมุติที่ใช้เฉพาะในการก่อสร้างเท่านั้น
- รถขนส่งรวมทั้งเครื่องกลและเครื่องจักรที่ใช้ในงานก่อสร้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายของทางราชการ
- ผู้ควบคุมงานหมายถึง ผู้ควบคุมงาน และ/หรือผู้แทนของอปท. หรือบริษัทที่ปรึกษาตามคำสั่งของผู้มีอำนาจ
- มาตรฐานการก่อสร้างและการทดสอบวัสดุงานทางให้ใช้มาตรฐานงาน (มทช.) และมาตรฐานการทดสอบวัสดุงานทาง มทช. (ท)
- ที่จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดโครงการฯ รวมทั้งทางแยก ให้ปรับระดับถนนให้กลมกลืนกับถนนเดิม โดยไม่ให้เกิดอุปสรรคต่อการ
จราจร และไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน - สาธารณูปโภคและสาธารณูประการต่างๆ เช่น ไฟฟ้า,โทรศัพท์, ประปา, ท่อระบายน้ำ เป็นต้น ที่อยู่บริเวณที่ก่อสร้างและเป็น
อุปสรรคต่อการก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อย้ายสิ่งต่างๆ ไปให้พ้น โดยค่าใช้จ่ายต่างๆ
ให้เป็นของผู้รับจ้าง
10.ตำแหน่งก่อสร้าง ท่อลอดเหลี่ยม ท่อระบายน้ำ รางระบายน้ำ เครื่องหมายจราจร ทางเชื่อม ฯลฯ อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความ
เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ได้ โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน และปริมาณงานของแต่ละรายการต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนด
ในแบบก่อสร้าง
11.รายการใดที่ไม่ได้กำหนดไว้ในแบบหรือกำหนดไว้ไม่ชัดเจน หรือแสดงไว้ขัดแย้งกัน หรือมีปัญหาในการก่อสร้าง หรือไม่เป็นไป
ตามหลักวิชาช่างที่ดี ให้รายงานและดำเนินการตามดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน/กรรมการการตรวจรับ
12.ผู้รับจ้างต้องมีมาตรการป้องกันอุบัติเหตุต่างๆ อันเกิดขั้นจากการทำงานก่อสร้าง ไม่ว่าอันตรายนั้นๆ จะมีสาเหตุมาจากสภาพ
แวดล้อมแห่งงานที่กระทำ หรือมีสาเหตุจากการจัดการงานก่อสร้างที่ไม่เหมาะสม ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง มาตรการเกี่ยวกับการป้องกันอุบัติเหตุนี้ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้างที่
กฎหมายกำหนด
13.ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งป้ายเตือน เครื่องหมายจราจร หรือสัญญาณไฟ ในระหว่างการก่อสร้างตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท
งานเสริมผิวแอสฟัลท์คอนกรีต
ข้อกำหนดงานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
ข้อกำหนดงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง(ตีเส้นจราจร)
ข้อกำหนดการตีเส้นจราจร
แบบถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก
หมายเหตุ
- ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
โดยต้องใช้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา - ผู้รับจ้างต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา
ปริมาณงานที่ต้องทำการเสริมผิวแอสฟัลท์คอนกรีตดังนี้
ช่วงที่ 1 กม.0+000-กม.0+120 กว้าง 5.00 เมตร ยาว 120.00 เมตร หนา 0.05 เมตร
ช่วงที่ 2 กม.0+120-กม.0+160 กว้าง 4.00 เมตร ยาว 40.00 เมตร หนา 0.05 เมตร
ช่วงที่ 3 กม.0+160-กม.0+800 กว้าง 5.00 เมตร ยาว 640.00 เมตร หนา 0.05 เมตร
ช่วงที่ 4 กม.0+800-กม.1+050 กว้าง 4.00 เมตร ยาว 250.00 เมตร หนา 0.05 เมตร
ช่วงที่ 5 กม.1+050-กม.1+320 กว้าง 5.00 เมตร ยาว 270.00 เมตร หนา 0.05 เมตร
ช่วงที่ 6 กม.1+385-กม.1+825 กว้าง 4.00 เมตร ยาว 440.00 เมตร หนา 0.05 เมตร
ปริมาณงานที่ต้องทำผิวทางปอร์ตแลนด์ซีเมนต์คอนกรีตดังนี้
- ที่ กม.1+050-กม.1+320 ขยายถนนคอนกรีต กว้างเฉลี่ย 1.00 เมตร
ยาว 270.00 เมตร หนา 0.15 เมตร - ที่ กม.1+400-กม.1+420 ปรับปรุงถนนคอนกรีต กว้าง 4.00 เมตร
ยาว 20.00 เมตร หนา 0.15 เมตร
ภาพรวมแสดงแผนที่สังเขปของโครงการก่อสร้างถนนในตำบลแสนไห อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ภาพแสดงตำแหน่งต่างๆ เช่น วัด สถานที่ราชการ ร้านค้า และสถานที่ท่องเที่ยว โดยมีเส้นทางการก่อสร้างถนนระบุไว้บนแผนที่
วัดศรีดอนชัย (วัดม่วงบอก)
หมอก ดาว เขา ไม้สน
ฟาร์มสุข 360°
ซิทดาว คาเฟ
ฟาร์มกัญเขา
อกไม้เมืองเหนือ
เวียงแหงคันทรีฮิลล์
ร้านป้ามิน
สมค่า&หมูกะทME
วัดสนที่สุข
อ.เวียงแห่ง
ก๋วยเตี๋ยวป้าย
ธาด - บ้านม่วงปอก
างหลวงท้องถิ่น ชม.ถ.197-002 สาย
ก๋วยเตี๋ยว
กสนติสุข
ห้องพักลักษมี
โรงเรียนบ้านม่วงป๊อก
- ร้านบุญช่วยหมูสด
ร้านชานมไข่มุก
บ้านสันป่าตึง
มอนลานชาง
เวียงแหง 321 Small Bar
วัดพระธาตุแสนไห
บ่อนำช้างศึก
สมเด็จพระนเรศวร
graph LR
A[เส้นขอบทางกว้าง 10.00 ซม. ทั้งสองข้างตลอดแนว] --> B(ถนนเดิมกว้าง 4.00-5.00 ม.)
B --> C{ไหล่ทาง}
B --> D{ผิวจราจร}
B --> E{ไหล่ทาง}
C --> F[เส้นแบ่งทิศทางจราจรกว้าง 10.00 ซม. ตลอดแนว \(ผิวจราจรกว้างตั้งแต่ 5.00 ม.\)]
F --> G{SIDE SLOPE}
G --> H[ระดับดินเดิม]
H --> I{SIDE SLOPE}
I --> J[โครงสร้างทางเดิม]
C --> K{Slope}
E --> L{Slope}
K --> M[ทำผิวทางแบบแอสฟัลท์คอนกรีต]
K --> N[ทำ TACK COAT ผิวทางเดิม]
L --> O[ทำผิวทางแบบแอสฟัลท์คอนกรีต]
L --> P[ทำ TACK COAT ผิวทางเดิม]
B --> Q[ขยายถนนคอนกรีต]
เส้นขอบทางกว้าง 10.00 ซม. ทั้งสองข้างตลอดแนว
ถนนเดิมกว้าง 4.00-5.00 ม.
ไหล่ทาง
ผิวจราจร
ไหล่ทาง
เส้นแบ่งทิศทางจราจรกว้าง 10.00 ซม. ตลอดแนว (ผิวจราจรกว้างตั้งแต่ 5.00 ม.)
SIDE SLOPE
ระดับดินเดิม
SIDE SLOPE
Slope
Slope
- งานตัดดิน
- งานทรายรองใต้ผิวทางคอนกรีต
- งานผิวทางปอร์ตแลนด์ซีเมนต์คอนกรีต หนา 15 ซม.
- งานทำความสะอาดผิวทางเดิม
- งานลาดแอสฟัลท์แทคโค้ต
- งานชั้นผิวทางแอสฟัลท์คอนกรีต หนา 5 ซม.
- งานตีเส้นจราจรด้วยสีเทอร์โมพลาสติก
ระดับดินเดิม
●
SIDE SLOPE
graph LR
A[ระดับดินเดิม] --> B(SIDE SLOPE);
C[ไหล่ทาง] --> D(Slope);
E[Slope] --> F(ผิวจราจร);
G[E] --> H(Slope);
I[Slope] --> J(ผิวจราจร);
K[ทำผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต] --> L;
M[ทำ Tack Coat ไหล่ทางเดิม] --> L;
N[ไหล่ทางลาดยางเดิม] --> L;
B --> L;
ระดับดินเดิม
SIDE SLOPE
graph LR
A[ระดับดินเดิม] --> B(SIDE SLOPE);
C[ไหล่ทาง] --> D(Slope);
E[Slope] --> F(ผิวจราจร);
G[E] --> H(Slope);
I[Slope] --> J(ผิวจราจร);
K[ทำผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต] --> L;
M[ทํา TACK COAT ผิวทางเดิม] --> L;
N[โครงสร้างทางเดิม] --> L;
O[ทำผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต] --> P;
Q[ทำ Tack Coat ผิวทางเดิม] --> P;
R[โครงสร้างทางเดิม] --> P;
B --> L;
B --> P;
รูปตัดโครงสร้างทาง 2
รายการประกอบแบบ
- ทำ DEEP PATCHING ผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมที่ชำรุดเสียหายจนถึงชั้นโครงสร้างทาง
- ถ้าระดับผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมไม่ดีชำรุดเสียหายแต่ไม่สึกถึงโครงสร้างทาง ให้ทำ SKIN PATCHING
ให้เรียบร้อยเสียก่อน - ปรับระดับผิวทางและผิวไหล่ทางให้เรียบมีระดับเสมอกับบริเวณอื่น ก่อนที่จะเสริมผิว
- ทำ TACK COAT ผิวทางและผิวไหล่ทาง
- ทำผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
- ทำผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีตและตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
- รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทาง สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิต
และด้านโครงสร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดำเนินการ ทั้งนี้ให้อยู่
ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - ภายในระหว่างหลักกิโลเมตรตามที่กำหนดไว้ในแบบ อาจจะกำหนดให้ทำการตอนใด
ก็ได้ตามความเหมาะสม และอาจจะให้ทำการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการ
หรืออาคารสาธารณะ ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทำการเพิ่มบริเวณทางแยก เพื่อ
ให้ได้ปริมาณงานตามที่กำหนด ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน - ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กำหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง
แก้ไขได้ โดยพิจารณาดำเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 7,8 และ ข้อ 9 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กำหนดไว้ในแบบ
- ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกำหนดในแบบแต่ละสายทาง
- งานไหล่ทางจะกำหนดในแบบแต่ละสายทาง
- งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทำติดตั้งเครื่องหมายจราจร หลักกันโค้ง หลักกิโลเมตรและ
GUARD RAIL จะกำหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทำให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
หมายเหตุ
แบบงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีตปรับปรุงจากแบบมาตรฐานงานบำรุงรักษาทาง แบบที่ส(มฐ. บร.3/2546)
และแบบที่ 3.2 (มฐ. บร. 3.2/2546) ของกรมทางหลวงชนบท
- ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อที่จะทำการตรวจสอบ
และอนุมัติให้ใช้เป็นแผนการปฏิบัติงาน - ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เพื่อตรวจสอบ
หรือออกแบบผิวทางตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท - งานดินถมคันทาง
3.1 วัสดุที่ใช้ในงานดินถมคันทางต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุดินคันทาง (มทช. 201-2545) ซึ่งได้ผ่านการ
ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
3.2 วัสดุที่จะทำการบดอัดแต่ละชั้นต้องผสมให้เข้ากันก่อน แล้วพรมน้ำตามจำนวนที่กำหนด ใช้รถเกรดปาดเกลี่ยให้วัสดุ
มีความชื้นสม่ำเสมอก่อนทำการบดอัดแน่น
3.3 การถมคันทางให้ถมเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งๆ หนาไม่เกิน 20 เซ็นติเมตร ทุกชั้นต้องบดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ
95% Standard Proctor Density - งานชั้นรองพื้นทาง
4.1 วัสดุที่ใช้ในงานรองพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทช202-2545) ซึ่งได้ผ่าน
ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
4.2 บนผิวจราจรเดิม หรือค้นทางใหม่ ถ้ามีหลุมจะต้องกลบและบดอัดให้แน่นก่อน แล้วจึงนำวัสดุรองพื้นทางมาเกลี่ยแผ่
บดอัดเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งหนาไม่เกิน 20 เซนติเมตร และให้มีความหนาแน่นแต่ละชั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ
95% Modified Proctor Density - งานชั้นพื้นทาง
5.1 วัสดุในงานพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มทช203-2545) ซึ่งได้ผ่านการ
ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
5.2 บริเวณใดหรือช่วงใดพบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยแผ่บดอัดจะต้องขุดคุ้ย (Scarify)
ออกและผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากวัสดุที่ทำการคลุกเคล้าใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกำหนด
ให้นำวัสดุนั้นออกและนำวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
5.3 Control Test จะเก็บตัวอย่างทดสอบทุกๆ ระยะ 1,000 เมตร และทุกตำแหน่งที่วัสดุแปรเปลี่ยนการทดสอบเพียง
Sieve Analysis และ Compaction เท่านั้นแต่ทั้งนี้ หากเกิดความสงสัยวัสดุตำแหน่งใด ผู้ควบคุมงานสามารถทดสอบ
ทั้งหมดเหมือน General Test ได้
5.4 ทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density) พื้นที่ 450 ตารางเมตรต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น - งาน Prime Coat มทช225-2545
6.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณการใช้ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร
6.2 ผิวหน้าฟื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใด โดยการกวาดและเป่าเศษวัสดุออก - งาน Tack Coot มทช227-2545
7.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด CRS-2 ปริมาณการใช้ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร
7.2 ก่อนที่จะทำการ Tack Coat จะต้องทำการกวาดฝุ่นและหินที่หลุดออกให้หมดแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมด
7.3 เมื่อลาดยางแอสฟัลต์แล้วจะต้องทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมง ก่อนที่จะทำผิวชั้นต่อไป - งานแอสฟัลต์คอนกรีต
8.1 พื้นผิวที่จะปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องทำการ Prime Coat ตาม มทช225-2545 หรือ Tack Coat ตาม มทช227-2545 ก่อน
8.2 พื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นปะปน
8.3 พื้นทางเดิมที่เกิดการยุบตัว (Depression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว (Soft Spot) ถ้าแผ่ศึกไม่เกิน 30 มิลติเมตร
อาจแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะปูรวมไปพร้อมกันกับ การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้
โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่จะปูจะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนาเกิน 80 มิลลิเมตร
จะต้องแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน ถ้าแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องปูเสริมปรับระดับเฉพาะส่วน
ที่ยุบตัวก่อน โดยให้ปูเป็นชั้นๆ หนาไม่เกินชั้นละ 50 มิลลิเมตร
8.4 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องขุดวัสดุยาแนวรอยแตก และรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตออกให้หมด
ล้างทำความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมดแล้วก็ทำ Tack Coat ก่อนปูแอสฟัลต์คอนกรีต
8.5 อุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีต เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 132°C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 121 °C
8.6 ทำการเก็บวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตหน้างาน พื้นที่ 9,000 ตารางเมตร ต่อ 1 ตัวอย่าง ทดสอบตาม มทช (ท)607-2545 เพื่อหาขนาดคละของมวลรวม
และปริมาณแอสฟัลต์ซิเมนต์ที่ใช้
8.7 การปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องได้ความหนาตามข้อกำหนด และผิวหน้าจะต้องมีความเรียบ ความแน่นสม่ำเสมอทั้งทางด้านตามขวามและตามยาว
โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) รอยเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมหรือความเสียหายอื่นๆ เกิดขึ้น หากปรากฏว่ามีความเสียหาย
เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขทันที ส่วนผสมที่มีลักษณะจับตัวกันเป็นก้อนแข็งห้ามนำมาใช้
8.8 การบดอัดทับภายหลังจากที่ได้ปูแอสฟัลต์คอนกรีตลงบนผิวทางแล้ว ให้บดทับครั้งแรกด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ ที่มีน้ำหนักประมาณ
8-10 ตัน จำนวน 2 เที่ยว แล้วจึงตามด้วยรถบดล้อยางที่น้ำหนักประมาณ 10-12 ตัน ทันที เมื่อได้ความหนาแน่นตามที่ต้องการแล้ว ลบรอย
ร่องล้อด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ อีกครั้งหนึ่ง - การตรวจสอบแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้ว
9.1 ลักษณะผิว (Surface Texture) จะต้องมีระดับความลาดตามแบบ มีลักษณะผิวและลักษณะการบดอัดที่สม่ำเสมอ
ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น ผิวหน้าหลุด (Pull) รอยฉีก (Tear) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น
(Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีความเสียหายดังกล่าวจะต้องดำเนินการแก้ไขให้
ถูกต้องเรียบร้อยตามผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
9.2 ความหนาของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตให้เจาะตัวอย่างความหนาทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร จำนวน 1 ก้อนตัวอย่าง
หรือจำนวน 3 ก้อนตัวอย่าง ในแนวตั้งฉากกับแนวถนน และก้อนตัวอย่างจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร และ
นำมาหาค่าเฉลี่ยความหนาจะต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในแบบ
9.3 ความแน่น (Density) หลังจากที่ได้ทำการบดอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเรียบร้อยแล้วให้ทำการเจาะก้อนตัวอย่าง
เป็นตัวแทนของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วยเครื่องเจาะเก็บตัวอย่างจำนวน
1 ก้อนตัวอย่าง ทุกๆ ระยะ 250 เมตร แล้วนำมาทดลองหาความหนาแน่น ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98
ของค่า Marshall Density
9.4 การซ่อมหลุมที่เจาะก้อนตัวอย่าง จะต้องทำความสะอาดหลุมให้เรียบร้อย และทำการ Tack Coat ก่อนที่จะปะซ่อม
ด้วยแอสฟัลติกคอนกรีตที่มีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 121° C ให้ผิวเรียบเสมอผิวทาง และได้ความหนาแน่นตามแบบกำหนด - การอำนวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง ในระหว่างการก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องจัดและ
ควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าผิวทางจะเย็นตัวลงมากพอที่จะเปิดให้การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทำ
ให้เกิดร่องรอยบนผิวทางนั้น โดยต้องติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จำเป็นตามที่ผู้ว่าจ้าง
กำหนดพร้อมจัดหาบุคลากร เพื่ออำนวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทำให้ผิวทาง
แอสฟัลต์คอนกรีตเสียหาย ระยะเวลาในการปิดจราจรให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
ข้อกำหนดงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
- งานชุดซ่อมผิวทางเดิม (DEEP PATCH)
เป็นการซ่อมเพื่อแก้ไขโครงสร้างทางที่ไม่แข็งแรง (SOFT) หมายถึง งานชุดชั้นคันทางในบริเวณที่คันทางเดิมชำรุดเสียหาย (SOFT SPOT)
และไม่สามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้ ต้องทำการขุดรื้อลึกถึงชั้นที่เสียหาย แล้วเปลี่ยนวัสดุใหม่ที่มีคุณภาพมาแทนที่ แล้วทำการบดทับให้ได้
รูปร่างและความแน่นตามที่กำหนด
วิธีการก่อสร้าง- ขุดรื้อผิวทางและชั้นทางที่ชำรุดออกจนถึงชั้นโครงสร้างทางที่เสียหาย ตลอดความกว้างของชั้นทางหรือตามพื้นที่ที่เสียหายตามที่ผู้ควบคุมงานกำหนด
- ทำการบดทับคันทางเดิมให้แน่นตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบทของวัสดุคันทางนั้นๆ
- ลงวัสดุตามชั้นคันทางเดิมหรือดีกว่า แล้วใช้เครื่องจักรกลที่เหมาะสม ตีแผ่ เกลี่ยวัสดุ คลุกเคล้า ผสมน้ำโดยที่ประมาณว่าให้ปริมาณน้ำที่ OPTIMUM MOISTURE CONTENT ± 3%
- เกลี่ยปรับแต่งวัสดุจนได้ที่ แล้วทำการบดทับด้วยเครื่องมือบดทับที่เหมาะสม บดทับจนสม่ำเสมอจนได้ความแน่นตามข้อกำหนด การก่อสร้างขึ้นคันทางต้องก่อสร้างเป็นชั้นๆ
โดยให้มีความหนาหลังบดทับชั้นละไม่เกิน 200 มิลลิเมตร และทดสอบความแน่นของการบดทับ - เกลี่ยปรับแต่งวัสดุให้ได้แนว ระดับ ความลาด ขนาดและรูปตัดตามแบบสายทางจนไม่มีหลุมบ่อ หรือวัสดุหลุดหลวมไม่แน่นอยู่บนผิว
- ทำการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กำหนด
- งานปะซ่อมผิวทางเดิม (SKIN PATCH)
เป็นงานซ่อมเพื่อแก้ไขผิวทางเดิมที่ชำรุดเสียหายเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทำการ
ปะซ่อม (SKIN PATCH) ได้แก่ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวแบบหนังจรเข้ (ALLIGATOR CRACKS) ที่มีรอยแตกร้าวกว้างไม่เกิน 3 มิลลิเมตร ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวจากการกดไถ
(SLIPPAGE CRACKS) เป็นต้น
วิธีการก่อสร้าง- ทำเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทำการซ่อมเป็นรูปเหลี่ยมทางเรขาคณิตตามที่ผู้ควบคุมงานกำหนด
- ขุดรื้อผิวทางเดิมที่เสียหาย ปัดกวาดบริเวณที่จะทำการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม
- ทำ PRIME COAT
- ปูวัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ
- บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER) หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น
- ทำการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กำหนด
- งานปรับระดับผิวทางเดิม (LEVELLING)
เป็นงานซ่อมเพื่อปรับระดับผิวทางเดิมให้ราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่นก่อนที่จะทำการฉาบผิวทางสเลอรี่ซีลหรือเสริมผิวลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต
เป็นการปรับระดับผิวทางเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทางหรือชั้นผิวทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทำการปรับระดับ (LEVELLING) ได้แก่ ผิวทางที่ทรุดตัว
ตามแนวชุดฝังท่อ (UTILITY CUT DEPRESSION) ผิวทางที่ยุบลงไปตามแนวร่องล้อ (RUT) ผิวทางที่ยุบเป็นแอ่งมีระดับต่ำกว่าบริเวณอื่น (DEPRESSION) เป็นต้น
วิธีการก่อสร้าง- ทำเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทำการซ่อมตามที่ผู้ควบคุมงานกำหนด
- ปัดกวาดบริเวณที่จะทำการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม
- ทำ TACK COAT
- ปูวัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ
- บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER)
หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น - ทำการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กำหนด