จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างปรับปรุงระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี จำนวน 1 ระบบ

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ 68019408005
฿13,375,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 10 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) มีความประสงค์จะดำเนินการจ้างปรับปรุงระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี เพื่อยกระดับการกำกับดูแลการใช้ประโยชน์ทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาระบบให้มีความทันสมัย รองรับการดำเนินงานแบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างครบวงจร เพิ่มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาในการดำเนินการอนุญาต เชื่อมโยงข้อมูลกับระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ใช้งานทั้งภายในและภายนอกองค์กร ขอบเขตงานครอบคลุมการศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนา ปรับปรุง และติดตั้งระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบทะเบียนการอนุญาตทางนิวเคลียร์และรังสี, ระบบศูนย์กลางบริการภาครัฐเพื่อภาคธุรกิจ (Biz Portal), ระบบการชำระเงินกลางของบริการภาครัฐ และระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ThalD) นอกจากนี้ ยังรวมถึงการโอนย้ายข้อมูลจากระบบเดิม การพัฒนาระบบความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และการจัดฝึกอบรมการใช้งานระบบให้กับผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้อง ระบบที่พัฒนาขึ้นจะต้องสามารถรองรับการติดตั้งบนระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) หรือระบบคลาวด์ที่ ปส. เห็นชอบ หรือเซิร์ฟเวอร์ของ ปส.

English summary

The Office of Atoms for Peace (OAP) is seeking to procure the improvement of the Nuclear and Radiological Safety Officer Permit System. The main objectives are to modernize the system, support comprehensive electronic operations (e-Service), integrate data with other agencies, and enhance service efficiency. This project encompasses the study, analysis, design, development, improvement, and installation of the system, including data integration with various systems, data migration, and user training. Bidders must meet the specified qualifications, and the developed system must support installation on the Government Data Center and Cloud Services (GDCC) or OAP-approved cloud systems or servers.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • พัฒนาระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีให้มีความทันสมัย รองรับการดำเนินงานแบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างครบวงจร
  • เพิ่มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาในการดำเนินการอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี
  • รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบศูนย์กลางบริการภาครัฐเพื่อภาคธุรกิจ (Biz Portal) ระบบทะเบียนอนุญาตทางนิวเคลียร์และรังสี เป็นต้น
  • สร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ใช้งานระบบทั้งภายในและภายนอกองค์กร

ขอบเขตของงาน

  • ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนา ปรับปรุง และติดตั้งระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี
  • ปรับปรุงโมดูลการลงทะเบียนเข้าใช้งาน
  • ปรับปรุงโมดูลการอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี
  • ปรับปรุงโมดูลการสมัครทดสอบความรู้ความสามารถ
  • ปรับปรุงโมดูลการอบรมออนไลน์ (e-Learning)
  • พัฒนา Line official account
  • พัฒนาโมดูลการประเมินความพึ่งพอใจ
  • พัฒนาโมดูลรายงานในรูปแบบ Dashboard
  • ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ และพัฒนาการเชื่อมโยงต่าง ๆ
  • เชื่อมโยงข้อมูลกับระบบทะเบียนการอนุญาตทางนิวเคลียร์และรังสีของ ปส.
  • เชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ Biz Portal
  • เชื่อมโยงข้อมูลกับระบบการชำระเงินกลางของบริการภาครัฐ
  • เชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ DOPA-Digital ID
  • ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ และพัฒนาและดำเนินการโอนย้ายข้อมูล
  • ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ และพัฒนาระบบความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
  • ดำเนินการจัดฝึกอบรมการใช้งานระบบ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินงานโครงการ (Project Management Plan Document)
  • รายงานผลการศึกษาและวิเคราะห์ระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี
  • เอกสารข้อกำหนดและความต้องการ (Software Requirements Specification Document)
  • เอกสารข้อกำหนดและรายละเอียดการออกแบบระบบ (System Design Document)
  • รายงานการทดสอบและการแก้ไขระบบ
  • ระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีที่ติดตั้งและพร้อมใช้งาน
  • คู่มือการใช้งานระบบ
  • สื่อการสอนการใช้งานระบบในรูปแบบสื่อมัลติมีเดีย
  • ชุดติดตั้ง software
  • Source Code
  • เอกสารมาตรฐานข้อมูล
  • พจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาโครงการ: 365 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
  • งวดงาน: 4 งวด (10%, 40%, 30%, 20%)
  • แผนการทำงานต้องแล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับจากวันลงนามสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • มีความสามารถตามกฎหมาย
  • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
  • ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
  • ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทาสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
  • ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
  • เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
  • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
  • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
  • กรณี “กิจการร่วมค้า”: ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด (ผู้ร่วมค้าหลัก, ผลงาน, ลงนามในหนังสือมอบอำนาจ)
  • ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP
  • มีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นไปตามที่กำหนด (กรณีมีงบการเงิน หรือมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท) หรือมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ

เกณฑ์การพิจารณา

  • หลักเกณฑ์: ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
  • น้ำหนัก: ราคา 30%, ข้อเสนอด้านเทคนิค 70%
  • ข้อเสนอด้านเทคนิค:
    • คุณวุฒิและประสบการณ์บุคลากร (10%)
    • ความรู้ความเข้าใจในโครงการ (35%)
    • ผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอ (10%)
    • มาตรฐานการพัฒนาซอฟต์แวร์ (15%)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ระบบเป็น Web-Based Application
  • ออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (User Interface: UI) ในลักษณะ Graphical User Interface (GUI) รองรับ Web Browser 3 ประเภท และ Responsive Web
  • ใช้เทคโนโลยีที่นิยมในปัจจุบัน (เช่น MS Visual Studio 2017, Spring Tool, Eclipse)
  • UI/UX: สวยงาม, ทันสมัย, ใช้งานง่าย (User Satisfaction Testing หรือผลสำรวจ)
  • รองรับผู้ใช้งานจำนวนมากพร้อมกัน (Performance Testing)
  • สอดคล้องกับมาตรฐานสากล (เช่น ISO/IEC 25010, ISO/IEC 27001, WCAG)
  • ระบบฐานข้อมูล: มีประสิทธิภาพ, เป็นระเบียบ, รองรับการเพิ่มข้อมูลในอนาคต
  • การจัดการดัชนี (Indexing)
  • การทดสอบประสิทธิภาพฐานข้อมูล (Query, Large Data Sets, Data Integrity, Stability, Security Testing)
  • แผนการสำรองข้อมูล (Backup) และแผนการกู้คืนข้อมูล (Disaster Recovery)
  • รองรับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
  • รองรับ 2 ภาษา (ไทย, อังกฤษ)
  • รองรับไฟล์แนบ (PDF, PNG, JPEG, อื่น ๆ)
  • มีโมดูลการแจ้งเตือน (E-mail, ช่องทางอื่น ๆ)
  • การจัดการผู้ใช้งาน (User Management)
  • โมดูลผู้ดูแลระบบ (Administrator Module)
  • โมดูลลงทะเบียนและการยืนยันตัวตน
  • โมดูลการอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี
  • โมดูลการอบรมออนไลน์ (e-Learning)
  • โมดูลการจัดการข้อมูลพื้นฐาน (Master Data)
  • Dashboard หรือรายงานสถิติเชิงข้อมูล
  • การเชื่อมโยงกับระบบทะเบียนการอนุญาตทางนิวเคลียร์และรังสี
  • การเชื่อมโยงกับระบบ Biz Portal
  • การเชื่อมโยงกับระบบการชำระเงินกลางของบริการภาครัฐ
  • การเชื่อมโยงกับระบบ DOPA-Digital ID
  • การโอนย้ายข้อมูลจากระบบเดิม
  • ระบบความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: 4 งวด (10%, 40%, 30%, 20%)
  • ค่าปรับ: 0.10% ต่อวัน (ขั้นต่ำ 100 บาท/วัน)
  • ระยะเวลารับประกัน: 1 ปี หลังตรวจรับงานงวดสุดท้าย
  • ผู้รับจ้างต้องส่งมอบ Source Code พร้อมคำอธิบาย
  • ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานความก้าวหน้าของโครงการ (Progress Status Record) อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
  • ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานการประชุม
  • ราคาที่เสนอต้องเป็นราคารวมทั้งระบบ (software, hardware, การติดตั้ง, การบำรุงรักษา, ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ระบบใหม่จะช่วยลดระยะเวลาในการขอใบอนุญาตอย่างไร?
    • ระบบใหม่จะช่วยลดระยะเวลาในการขอใบอนุญาตโดยการนำระบบ e-Service มาใช้ ลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบข้อมูล
  • ระบบใหม่จะรองรับการใช้งานบนอุปกรณ์ใดบ้าง?
    • ระบบใหม่จะรองรับการใช้งานบนอุปกรณ์หลากหลาย ทั้งคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์พกพา (Mobile Device)
  • หากมีปัญหาในการใช้งานระบบ จะได้รับการสนับสนุนอย่างไร?
    • ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีการฝึกอบรมการใช้งานระบบแก่ผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้อง และจัดทำคู่มือการใช้งานระบบ
  • ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานจะได้รับการปกป้องอย่างไร?
    • ระบบจะมีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) รวมถึงการเข้ารหัสข้อมูลทั้งในขณะส่งข้อมูล (Data in Transit) และขณะจัดเก็บในระบบ (Data at Rest)
  • การเชื่อมโยงกับระบบ Biz Portal จะช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับประโยชน์อย่างไร?
    • การเชื่อมโยงกับระบบ Biz Portal จะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการของ ปส. ได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่านช่องทางเดียว
  • หากต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในใบอนุญาต จะต้องดำเนินการอย่างไร?
    • ผู้ใช้งานสามารถดำเนินการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตผ่านระบบใหม่ได้
  • จะมีการอัปเดตระบบอย่างไรในอนาคต?
    • ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบ Source Code พร้อมคำอธิบายเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของ ปส. สามารถปรับปรุงแก้ไขได้ในอนาคต
  • ระบบใหม่มีความสามารถในการตรวจสอบและติดตามสถานะการดำเนินการอย่างไร?
    • ระบบจะมีโมดูลการติดตามสถานะการดำเนินงาน (Tracking) ในทุกขั้นตอน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบความคืบหน้าของกระบวนการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
  • ระบบมีระบบสำรองข้อมูลอย่างไร?
    • ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการสำรองข้อมูลและแผนการกู้คืนระบบ (Disaster Recovery Plan) ที่สามารถรองรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
  • จะมีการฝึกอบรมการใช้งานระบบอย่างไร?
    • มีการฝึกอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่ของ ปส. ที่เกี่ยวข้องในการดูแลระบบ และการใช้งานระบบแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตและเจ้าหน้าที่ของ ปส. ที่เกี่ยวข้อง

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตงาน (Terms of Reference: TOR) สำหรับ การจ้างปรับปรุงระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี จำนวน 1 ระบบ 1. หลักการและเหตุผล สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) มีพันธกิจในการกำกับดูแลการใช้ประโยชน์ทางนิวเคลียร์และรังสีของ ประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีถือ เป็นเครื่องมือสำคัญที่สนับสนุนการกำกับดูแล โดยใช้ในการพิจารณาและอนุญาตบุคคลที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย ให้สามารถปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับทางนิวเคลียร์และรังสีในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังมีข้อจำกัดในด้านความรวดเร็ว ความแม่นยำในการตรวจสอบ ข้อมูล และความสามารถในการรองรับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้น การปรับปรุงระบบให้ทันสมัยจึงมีความจำเป็น เพื่อให้รองรับการดำเนินงานแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) ลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพใน การให้บริการ และยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานให้เทียบเท่าสากล การปรับปรุงระบบนี้จะช่วยเพิ่มความ โปร่งใสและตรวจสอบได้ รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบศูนย์กลางบริการภาครัฐ เพื่อภาคธุรกิจ (Biz Portal) ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานในภาคธุรกิจ และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ ว่ากระบวนการอนุญาตเป็นไปอย่างรวดเร็วและน่าเชื่อถือ 2. วัตถุประสงค์ 2.1. พัฒนาระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีให้มีความทันสมัย รองรับการ ดำเนินงานแบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างครบวงจร รังสี 2.2. เพิ่มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาในการดำเนินการอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และ 2.3. รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบศูนย์กลางบริการภาครัฐเพื่อภาคธุรกิจ (Biz Portal) ระบบทะเบียนอนุญาตทางนิวเคลียร์และรังสี เป็นต้น 2.4. สร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ใช้งานระบบทั้งภายในและภายนอกองค์กร 3. กลุ่มเป้าหมาย 3.1. ขอรับใบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี 3.2. เจ้าหน้าที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ 4. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ 4.1. มีความสามารถตามกฎหมาย 4.2. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 4.3. ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ 4.4. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทาสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ ของกรมบัญชีกลาง 4.5. ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน ของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดาเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย 4.6. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุ ภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา 4.7. เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว 4.8. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทาการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม 4.9. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น 4.10. ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ "กิจการร่วมค้า" ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของหรือ มูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการ ร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน ผู้เข้าร่วม สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วม ค้า 4.11. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 4.12. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัด จ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 124 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2566 และหนังสือ คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 814 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2567 ดังนี้ (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงิน ที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุน จดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท (3) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคล ธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือ ในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และ หากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่า ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา (4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็น สินเชื่อธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้นตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่ สำนักงานใหญ่รับรองหรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่น ข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน) (5) กรณีตาม (1) - (4) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้ (5.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ (5.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 5. ขอบเขตการดำเนินงาน และขั้นตอนการดำเนินงาน 5.1. ขอบเขตการดำเนินงาน โดยมีรายละเอียดและคุณลักษณะเฉพาะเป็นไปตามข้อ 6 เป็นอย่างน้อย 5.1.1. ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนา ปรับปรุง และติดตั้งระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ทางนิวเคลียร์และรังสี 5.1.1.1. ปรับปรุงโมดูลการลงทะเบียนเข้าใช้งาน สามารถเข้าใช้งานผ่านระบบการยืนยันตัวตนแบบรวมศูนย์ Single Sign-On ของ ปส. 5.1.1.1. ปรับปรุงโมดูลการลงทะเบียนเข้าใช้งาน สามารถเข้าใช้งานโดยไม่ต้องลงทะเบียนเข้าใช้งานผ่านระบบการยืนยันตัวตน แบบรวมศูนย์ Single Sign-On ของ ปส. รองรับการยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThalD 5.1.1.2. ปรับปรุงโมดูลการอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี 5.1.1.3. ปรับปรุงโมดูลการสมัครทดสอบความรู้ความสามารถเพื่อขอรับใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง กับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี 5.1.1.4. ปรับปรุงโมดูลการอบรมออนไลน์ (e-Learning) และการสะสมความรู้ความเชี่ยวชาญ 5.1.1.5. พัฒนา Line official account ของ ปส. 5.1.1.6. พัฒนาโมดูลการประเมินความพึ่งพอใจของผู้รับบริการ 5.1.1.7. พัฒนาโมดูลรายงานในรูปแบบ Dashboard หรือรายงานสถิติเชิงข้อมูล 5.1.2. ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ และพัฒนาการเชื่อมโยงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา ระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี 5.1.2.1. เชื่อมโยงข้อมูลกับระบบทะเบียนการอนุญาตทางนิวเคลียร์และรังสีของ ปส. 5.1.2.2. เชื่อมโยงข้อมูลกับระบบศูนย์กลางบริการภาครัฐเพื่อภาคธุรกิจ (Biz Portal) ของ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) ของกรมการปกครอง 5.1.2.3. เชื่อมโยงข้อมูลกับระบบการชำระเงินกลางของบริการภาครัฐของกรมบัญชีกลาง 5.1.2.4. เชื่อมโยงข้อมูลกับระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID-ThalD) 5.1.3. ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนาและดำเนินการโอนย้ายข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา ระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี 5.1.4. ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ และพัฒนาระบบความมั่นคงปลอดภัยของระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซ เบอร์ เรื่อง ประมวลแนวทางปฏิบัติและกรอบมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ สำหรับ หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ พ.ศ. 2564 เป็นอย่างน้อย 5.1.5. ระบบทั้งหมดภายใต้โครงการนี้ต้องพัฒนาให้สามารถรองรับการติดตั้ง และทำงานบนระบบ คลาวด์กลางภาครัฐ (Government Data Center and Cloud Services : GDCC) หรือระบบคลาวด์ที่ ปส. เห็นชอบ หรือเซิร์ฟเวอร์ของ ปส. และต้องจัดให้มีมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยของระบบคลาวด์สอดคล้องกับ ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 เป็นอย่างน้อย ทั้งนี้ กรณีที่ ปส. ยังไม่สามารถจัดหาระบบคลาวด์ หรือเซิร์ฟเวอร์ได้ทันก่อนส่งมอบงานงวดสุดท้าย ผู้รับจ้างต้องจัดหาระบบคลาวด์ หรือเซิร์ฟเวอร์เพื่อติดตั้งระบบที่พัฒนาทั้งหมดภายใต้โครงการนี้สำรองให้ทาง ปส. ใช้งานชั่วคราว ทั้งนี้ต้องครอบคลุมตลอดช่วงอายุสัญญา โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมทั้งสิ้น และเมื่อ ปส. สามารถหาระบบคลาวด์ หรือเซิร์ฟเวอร์ได้แล้ว ผู้รับจ้างต้องย้ายระบบทั้งหมดไปยังระบบคลาวด์หรือเซิร์ฟเวอร์ ที่ ปส. จัดหาให้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมทั้งสิ้น โดยระบบคลาวด์ หรือเซิร์ฟเวอร์สำรองต้องมีมาตรฐาน 5.1.6. ดำเนินการจัดฝึกอบรมการใช้งานระบบทั้งหมดภายใต้โครงการนี้ให้กับผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้อง 5.2. ขั้นตอนการดำเนินงาน graph LR subgraph "บริษัทผู้รับจ้าง" A[PLAN\n1. การวางแผนโครงการ (Planning)] --> B{คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นชอบ}; B --> C[งวดงาน/งวดเงิน\nงวดที่ 1 ร้อยละ 10 ของวงเงินทั้งหมดตามสัญญา\n(45 วัน นับถัดลงนามสัญญา)] end subgraph "สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.)" A --> D[2. การออกแบบและพัฒนาระบบ (System\nDesign & Development)] D --> E{คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นชอบ}; E --> F[งวดที่ 2 ร้อยละ 40 ของวงเงินทั้งหมดตามสัญญา\n(120 วัน นับถัดลงนามสัญญา)]; D --> G[2.1 ศึกษาและวิเคราะห์ระบบฐานข้อมูลที่ใช้งานอยู่ใน\nปัจจุบัน]; D --> H[2.2 ดำเนินการศึกษา รวบรวม และวิเคราะห์\nรายละเอียดความต้องการ]; D --> I[2.3 ออกแบบและจัดทำ Conceptual Design]; D --> J[3. การทดสอบและปรับแก้ไขระบบ (System\nTesting & Revision)]; J --> K{คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นชอบ}; K --> L[งวดที่ 3 ร้อยละ 30 ของวงเงินทั้งหมดตามสัญญา\n(210 วัน นับถัดลงนามสัญญา)]; J --> M[4. ส่งมอบงานขั้นสุดท้าย (Final Delivery & \nUser Acceptance)]; M --> N{คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นซอบ}; N --> O[งวดที่ 4 ร้อยละ 20 ของวงเงินทั้งหมดตามสัญญา\n(365 วัน นับถัดลงนามสัญญา)]; end 5.2.1. จัดทำแผนการดำเนินงานโครงการ (Project Management Plan Document) โดยละเอียด ซึ่งเนื้อหาจะต้องครอบคลุมตามขอบเขตการดำเนินงานทั้งหมด ตั้งแต่ขั้นตอนการดำเนินงาน การออกแบบระบบ ฐานข้อมูล การเชื่อมโยงข้อมูล และการโอนย้ายข้อมูล รวมทั้งการจัดวางรูปแบบระบบ และเครื่องมือต่าง ๆ อย่างละเอียด โดยต้องมีข้อมูลดังต่อไปนี้ เป็นอย่างน้อย 5.2.1.1. โครงสร้างทีมงาน ระบุทีมงานพร้อมบทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละคน 5.2.1.2. แผนการส่งมอบงาน กำหนดกรอบเวลาและสัดส่วนของการส่งมอบในแต่ละงวดงาน 5.2.1.3. แผนการติดตั้งระบบ ระบุขั้นตอนการติดตั้งระบบและเครื่องมือที่จำเป็น 5.2.1.4. ความเสี่ยงของโครงการ (Project Risks) ทั้งนี้ แผนการดำเนินงานโครงการที่เสนอต้องสามารถดำเนินการแล้วเสร็จ และสามารถใช้งาน ได้จริงภายในระยะเวลาที่กำหนด เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อให้ความเห็นชอบ 5.2.2. ศึกษาและวิเคราะห์ระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีที่ใช้งานอยู่ใน ปัจจุบัน รวมถึงรายงานผลการศึกษาและวิเคราะห์กระบวนการทำงาน (Process Redesign) ของสำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) พร้อมจัดทำรายงานผลการศึกษา วิเคราะห์ และเปรียบเทียบ -b- เพื่อใช้เป็นแนวทางในการออกแบบระบบคอมพิวเตอร์ภายใต้โครงการนี้ เพื่อให้มีประสิทธิภาพดีกว่าระบบที่ ปส. ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อให้ความเห็นชอบ โดยต้องประกอบด้วย 5.2.2.1. การวิเคราะห์การทำงานของระบบปัจจุบัน 5.2.2.2. การประเมินความสามารถและข้อจำกัดของระบบเดิม 5.2.2.3. ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงประสิทธิภาพ 5.2.3. ดำเนินการศึกษา รวบรวม และวิเคราะห์รายละเอียดความต้องการโดยละเอียด ให้สอดคล้อง กับความต้องการและสภาพการทำงานของ ปส. เพื่อออกแบบระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ และรังสี พร้อมจัดทำเป็นเอกสารข้อกำหนดและความต้องการ (Software Requirements Specification Document) เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อให้ความเห็นชอบ 5.2.4. ออกแบบและจัดทำ Conceptual Design โดยผู้รับจ้างต้องศึกษากระบวนการทำงานพร้อมทั้ง ออกแบบตามความต้องการที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดนี้ รวมถึงการออกแบบรายละเอียด (Detail Design) และ จัดทำระบบต้นแบบ (Prototype) โดยละเอียดในทุกขั้นตอน โดยต้องจัดทำเป็นเอกสารข้อกำหนดและรายละเอียด การออกแบบระบบ (System Design Document) เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อให้ความเห็นชอบ 5.2.5. การทดสอบและปรับแก้ไขระบบ ผู้รับจ้างต้องทดสอบใช้งานระบบที่ได้ถูกพัฒนาทั้งหมด โดย ต้องทำการทดสอบดังต่อไปนี้ 5.2.5.1. การทดสอบระบบเชิงฟังก์ชันและการทำงานโดยรวม (Functional Testing) 5.2.5.2. การทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของระบบ (Performance & Security Testing) โดยต้องมีเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจน ขั้นตอน 5.2.5.3. การทดสอบการใช้งานจริง (User Acceptance Test - UAT) โดยละเอียดในทุก ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานการทดสอบและการแก้ไขระบบโดยละเอียด เสนอต่อคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุเพื่อให้ความเห็นชอบ รายงานควรมีการระบุถึงผลการทดสอบแต่ละประเภท ข้อบกพร่องที่พบและ การแก้ไข และเกณฑ์การประเมินการผ่านการทดสอบ (Pass/Fail Criteria) 5.2.6. ติดตั้งระบบทั้งหมดภายใต้โครงการนี้ตามข้อกำหนดและรายละเอียดการออกแบบระบบ (System Design Document) ที่ผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุแล้ว โดยต้องมีการติดตั้งทั้งใน เชิงฟังก์ชันและโครงสร้าง พร้อมกับการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ใช้งานระบบเพื่อให้มั่นใจว่าระบบสามารถใช้งานได้ ตามที่ออกแบบ (นายรุจจพื้น เกตุกล่ำ) ประธานกรรมการ (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) กรรมการ (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) กรรมการ (นายชนาธิป คำเพ็ญ) กรรมการ (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขาบการ (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ - ๗ 6. รายละเอียดและคุณสมบัติเฉพาะ 6.1. ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนา ปรับปรุง และติดตั้งระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทาง นิวเคลียร์และรังสี ต้องคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นอย่างน้อย แบบร่างตัวอย่างของ Flow งานของระบบภายใต้การโครงการนี้ ระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี graph LR subgraph System Registration A[สมัครทดสอบความรู้] --> B{จัดทำรอบการทดสอบ}; B --> C[สมัครเข้าทดสอบ]; C --> D{ผลการสอบ}; end subgraph Exam Management D --> E[การบริหารจัดการ]; E --> F[คลังข้อสอบ]; F --> G[เข้าทดสอบ]; end subgraph Application Submission G --> H[ยื่นคำขอที่เกี่ยวข้องการ อนุญาตฯ]; H --> I{พิจารณา}; I --> J[กรมการปกครอง]; I --> K[กรมบัญชีกลาง]; J --> L{Linkage}; end subgraph Granting of License L --> M[ได้รับใบอนุญาต]; M --> N[รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์]; N --> O[ชำระเงิน]; O --> P[พิมพ์บัตร]; end subgraph Training Management H --> Q[ระบบบริหารจัดการหลักสูตรอบรม]; Q --> R[การอบรมออนไลน์และการสะสม]; R --> S{ความรู้ความเขียวขาญ}; S --> T[เลือกหลักสูตร]; T --> U[อบรม]; U --> V{ความรู้ความเชี่ยวชาญ}; V --> W[ทดสอบ/พิจารณาผลสำหรับ การสะสมความรู้ความเชี่ยวชาญ]; W --> X[ได้รับใบรับรอง]; X --> Y[e-Certificate]; end

หมายเหตุ : แผนภาพนี้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการใช้ออกแบบระบบ ทั้งนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความต้องการใช้งาน
ระบบ และสงวนสิทธิ์การนำแผนภาพนี้ไปใช้ในการยื่นข้อเสนอ โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องออกแบบตามความเข้าใจของผู้เสนอ
เท่านั้น
6.1.1. ระบบทั้งหมดที่พัฒนาและปรับปรุงภายใต้โครงการนี้ต้องเป็น Web-Based Application โดย
ออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (User Interface) ในลักษณะ Graphical User Interface (GUI) ที่รองรับการใช้งาน
บน Web Browser อย่างน้อย 3 ประเภท ได้แก่ Microsoft Edge, Firefox, และ Google Chrome รุ่นล่าสุด
นอกจากนี้ ระบบต้องสามารถแสดงผลในรูปแบบ Responsive Web เพื่อให้รองรับการใช้งานบนอุปกรณ์ทุก
ประเภทและขนาดหน้าจอได้อย่างเหมาะสม
6.1.2. เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาระบบต้องเป็นเทคโนโลยีที่นิยมใช้ในปัจจุบัน เช่น MS Visual
Studio 2017, Spring Tool, Eclipse หรืออื่น ๆ หากผู้รับจ้างต้องการใช้เครื่องมืออื่นที่มีลิขสิทธิ์หรือมีค่าใช้จ่าย
เพิ่มเติม ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องมือเหล่านี้พร้อมสิทธิ์การใช้งานให้แก่ ปส. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
6.1.3. ระบบที่พัฒนาและปรับปรุงต้องมีลักษณะ ทันสมัย สวยงาม และใช้งานง่าย โดยเน้นที่
ประสิทธิภาพสูงสุด ระบบต้องรองรับการใช้งานพร้อมกันจากผู้ใช้งานจำนวนมาก การออกแบบต้องยึดตาม
มาตรฐานสากล และได้รับการพิจารณาเห็นชอบจาก ปส. โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
6.1.3.1. การออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (User Interface: UI) ต้องมีลักษณะที่ สวยงาม
ทันสมัย และเข้าใจง่าย โดยยึดตามหลักการออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้ (User Experience: UX) ที่เน้นความ
(นายรุจจพัน เกตุกล่ำ)
ประธานกรรมการ
(นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์)
กรรมการ
(นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล)
กรรมการ
(นายชนาธิป คำเพ็ญ)
กรรมการ
(นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง)
กรรมการ
(นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส)
กรรมการ
(นายระชัย ตัณฑ์อำไพ)
กรรมการและเลขานการ

สะดวกในการใช้งาน นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องทำการทดสอบความพึงพอใจของผู้ใช้งาน (User Satisfaction Testing) หรือจัดทำผลการสำรวจจากกลุ่มผู้ใช้ตัวอย่าง เพื่อยืนยันว่าการออกแบบ UI และ UX สอดคล้องกับ ข้อกำหนดที่กำหนดไว้ในเรื่องความสวยงามและการใช้งานง่าย 6.1.3.2. สามารถรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากพร้อมกัน โดยต้องมีการทดสอบประสิทธิภาพของ ระบบ (Performance Testing) เช่น การทดสอบโหลด (Load Testing) หรือ การทดสอบความทนทานของระบบ (Stress Testing) เพื่อพิสูจน์ว่าระบบสามารถรองรับผู้ใช้งานได้พร้อมกันตามที่กำหนด ผู้รับจ้างต้องส่งมอบ ผลการ ทดสอบประสิทธิภาพ ที่ดำเนินการโดยใช้เครื่องมือที่เชื่อถือได้ เช่น JMeter, LoadRunner หรือเครื่องมือที่ได้รับ ความนิยมอื่นๆ ในการทดสอบโหลดของระบบ 6.1.3.3. การออกแบบและพัฒนาระบบต้องสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยผู้รับจ้างต้อง จัดทำเอกสารหลักฐานที่แสดงถึงการปฏิบัติตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรฐานการออกแบบซอฟต์แวร์ (เช่น ISO/IEC 25010) มาตรฐานความปลอดภัย (เช่น ISO/IEC 27001) มาตรฐานการเข้าถึงข้อมูล (เช่น Web Content Accessibility Guidelines - WCAG) โดยเอกสารเหล่านี้ต้องส่งมอบพร้อมกับระบบที่พัฒนาเพื่อให้ ปส. สามารถตรวจสอบความสอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่ระบุไว้ 6.1.4. ระบบฐานข้อมูลที่พัฒนาภายใต้โครงการนี้ต้องมีประสิทธิภาพในการจัดเก็บและสืบค้นข้อมูล มี ความเป็นระเบียบ ง่ายต่อการค้นหา ข้อมูลต้องถูกต้อง น่าเชื่อถือ และรองรับการเพิ่มขึ้นของข้อมูลในอนาคตได้ ระบบฐานข้อมูลต้องมีเสถียรภาพ สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตามวัตถุประสงค์การใช้งาน และต้องมีระบบ รักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เหมาะสม โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย 6.1.4.1. ออกแบบโครงสร้างข้อมูล (Data Model) เช่น ER Diagram (Entity-Relationship Diagram) ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดและวัตถุประสงค์การใช้งานของระบบ 6.1.4.2. จัดทำการจัดการดัชนี (Indexing) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบค้นข้อมูล โดยดัชนี ต้องได้รับการออกแบบอย่างเหมาะสม เพื่อให้การค้นหาและการจัดการข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว 6.1.4.3. ฐานข้อมูลต้องสามารถรองรับการเพิ่มขึ้นของข้อมูลในอนาคต โดยต้องวางแผน รองรับการขยายตัวของข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ โดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของระบบ ครอบคลุมถึง 6.1.4.4. ต้องดำเนินการทดสอบประสิทธิภาพฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดยอย่างน้อย (1) ความเร็วในการสืบค้นข้อมูล (Query Performance) ทดสอบความเร็วในการ ดำเนินการภายใต้เงื่อนไขและปริมาณข้อมูลที่หลากหลาย (2) การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Large Data Sets) ทดสอบความสามารถในการ จัดการข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบสามารถรองรับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นได้ (3) การทดสอบความถูกต้องของข้อมูล (Data Integrity Testing) เพื่อให้มั่นใจว่า ข้อมูลที่บันทึกในฐานข้อมูลมีความถูกต้องและน่าเชื่อถือ ควรครอบคลุมถึง ก. การป้องกันข้อมูลซ้ำซ้อน (Data Duplication) ข. การรักษาความสมบูรณ์ของข้อมูล (Referential Integrity) - ७- (4) การทดสอบความเสถียรของระบบฐานข้อมูล (Database Stability Testing) เพื่อให้แน่ใจว่าระบบสามารถทำงานได้อย่างเสถียร ทั้งในสภาวะปกติและภาวะที่มีภาระงานสูง (Heavy Load) โดยไม่ทำให้ประสิทธิภาพลดลง (5) การทดสอบความปลอดภัยของข้อมูล (Security Testing) เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูล ในฐานข้อมูลมีการป้องกันที่เหมาะสม ควรครอบคลุมถึง ก. การควบคุมการเข้าถึงข้อมูล (Access Control) ข. การเข้ารหัสข้อมูล (Data Encryption) ค. การตรวจสอบความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูล (Security Auditing) 6.1.4.5. จัดทำแผนการสำรองข้อมูล (Backup Plan) และแผนการกู้คืนข้อมูล (Disaster Recovery Plan) ที่ระบุขั้นตอนการสำรองข้อมูล, ความถี่ในการดำเนินการ และวิธีการกู้คืนข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อความต่อเนื่องของการให้บริการ แม้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ระบบล่มหรือข้อมูลสูญหาย 6.1.5. ระบบที่พัฒนาภายใต้โครงการนี้ต้องรองรับการใช้งานลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ ซึ่งใช้ใบรับรองที่ออกโดยผู้ให้บริการออกใบรับรอง (Certificate Authority) ที่มีลักษณะตามที่กำหนดในมาตรา 26 และอาศัยใบรับรองที่ออกโดยผู้ให้บริการออกใบรับรองเพื่อสนับสนุนลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา แห่งกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 28 6.1.6. ระบบที่พัฒนาภายใต้โครงการนี้ต้องรองรับการใช้งานอย่างน้อย 2 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทยและ ภาษาอังกฤษ โดยรูปแบบการแสดงผลและการใช้งานต้องเป็นไปตามที่ ปส. กำหนด 6.1.7. ระบบที่พัฒนาภายใต้โครงการนี้ต้องสามารถรองรับการแนบเอกสารในรูปแบบไฟล์ PDF, PNG, JPEG หรือรูปแบบอื่น ๆ ตามที่ ปส. กำหนดเป็นอย่างน้อย 6.1.8. ระบบที่พัฒนาภายใต้โครงการนี้ต้องมีโมดูลการแจ้งเตือนครอบคลุมฟังก์ชันการทำงานที่ เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยการแจ้งเตือนอาจเป็นในรูปแบบอีเมล (E-mail) หรือช่องทางอื่น ๆ ตามที่ ปส. กำหนด โดย ไฟล์ที่แนบต้องสามารถจัดเก็บและเรียกดูได้อย่างปลอดภัย รวมถึงรองรับการกำหนดขนาดไฟล์สูงสุดตาม ข้อกำหนดของ ปส. 6.1.9. การจัดการผู้ใช้งาน (User Management) ระบบต้องรองรับการจัดการผู้ใช้งานที่มีประสิทธิภาพในระดับต่าง ๆ โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เป็นอย่างน้อย 6.1.9.1. การจัดการผู้ใช้เป็นกลุ่ม (Group Management) ระบบต้องสามารถจัดกลุ่มผู้ใช้งาน ได้หลากหลาย เช่น การแบ่งตามสิทธิ์การเข้าถึง (Access Level) หรือบทบาท (Role) เพื่อลดความซับซ้อนในการ บริหารจัดการผู้ใช้หลายรายพร้อมกัน 6.1.9.2. การกำหนดบทบาทของผู้ใช้ (User Roles) ระบบต้องรองรับการกำหนดบทบาทผู้ใช้ ที่สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ เช่น ผู้ดูแลระบบ (Administrator), ผู้ใช้ทั่วไป (General User), ผู้ใช้ ระดับพิเศษ (Power User) โดยแต่ละบทบาทจะมีสิทธิ์เข้าถึงและดำเนินการตามหน้าที่และข้อจำกัดที่กำหนด 6.1.9.3. ระบบต้องรองรับการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลและฟังก์ชันในระดับที่หลากหลาย เช่น ระดับหน้าจอ (Screen), เมนู (Menu), หรือฟังก์ชัน (Function) เพื่อให้การใช้งานระบบมีความปลอดภัยและ เหมาะสมกับแต่ละบทบาท 6.1.9.4. ระบบต้องสามารถบันทึกและจัดเก็บประวัติการใช้งาน (Audit Log) ของผู้ใช้แต่ละ รายอย่างครบถ้วน เพื่อใช้ในการตรวจสอบ ติดตาม และควบคุมความถูกต้องในการเข้าถึงข้อมูลและการปฏิบัติงาน ต่าง ๆ ภายในระบบ 6.1.10. โมดูลผู้ดูแลระบบ (Administrator Module) ระบบต้องมีโมดูลสำหรับผู้ดูแลระบบเพื่อจัดการผู้ใช้งานและการกำหนดค่าเริ่มต้นของระบบ ดังต่อไปนี้ เป็นอย่างน้อย 6.1.10.1. การบริหารจัดการผู้ใช้งาน (User Role Management) สามารถเพิ่ม แก้ไข และลบ ผู้ใช้งาน รวมถึงการกำหนดบทบาท (Role) และกลุ่ม (Group) ของผู้ใช้งานได้ 6.1.10.2. การกำหนดและลบสิทธิ์ผู้ใช้งาน (Permission Assignment and Removal) สามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลและฟังก์ชันต่าง ๆ รวมถึงการยกเลิกสิทธิ์เมื่อไม่จำเป็นต้องใช้งานอีกต่อไป 6.1.10.3. การเรียกดูสถิติการใช้งาน (Usage Statistics) สามารถตรวจสอบสถิติการใช้งาน ระบบ เช่น จำนวนผู้ใช้งาน, ปริมาณการใช้งานในช่วงเวลาที่กำหนด หรือข้อมูลอื่น ๆ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการ ระบบให้มีประสิทธิภาพ 6.1.10.4. การกำหนดค่าเริ่มต้นของระบบ (System Configuration) สามารถกำหนด IP address ของฐานข้อมูล, Username และ Password ของฐานข้อมูล หรือการตั้งค่าพื้นฐานอื่น ๆ รวมถึง การปรับค่าต่าง ๆ ในกรณีที่มีการย้ายฐานข้อมูล ดังต่อไปนี้ 6.1.11. ปรับปรุงโมดูลการลงทะเบียนเข้าใช้งานและการยืนยันตัวตน ระบบต้องออกแบบให้มีการลงทะเบียนเข้าใช้งานและการยืนยันตัวตนอย่างน้อย 2 ช่องทาง 6.1.11.1. ระบบต้องรองรับการลงทะเบียนและการยืนยันตัวตนผ่านระบบการยืนยันตัวตนแบบ รวมศูนย์ (Single Sign-On) ของ ปส. 6.1.11.2. ระบบต้องรองรับการลงทะเบียนและการยืนยันตัวตนโดยผ่านแอปพลิเคชัน ThalD สำหรับคนไทย โดยไม่จำเป็นต้องผ่านระบบการยืนยันตัวตนแบบรวมศูนย์ (Single Sign-On) ของ ปส. และต้อง รองรับการลงทะเบียนและการยืนยันตัวตนของชาวต่างชาติตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด 6.1.11.3. ระบบต้องสามารถแจ้งผลการลงทะเบียนเข้าใช้งานแก่ผู้ลงทะเบียนในรูปแบบอีเมล (E-mail) หรือช่องทางอื่น ๆ ตามที่ ปส. กำหนด 6.1.12. ปรับปรุงโมดูลการอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี ตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย 6.1.12.1. ปรับปรุงและแก้ไขโมดูลการยื่นคำขอตามเอกสารแนบท้ายหมายเลข 1 เป็นอย่าง น้อย โดยมีรูปแบบตามที่ ปส. กำหนดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย ๑๑ (1) ปรับปรุงและแก้ไขขั้นตอนการทำงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด (2) ปรับปรุงและแก้ไขโมดูลการกรอกแบบคำขอต่าง ๆ ให้เป็นไปตามรูปแบบที่ ปส. กำหนดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย ก. ระบบต้องสามารถรองรับการบันทึกคำขอในรูปแบบร่าง (Draft) เพื่อให้ผู้ กรอกคำขอสามารถกลับมาแก้ไขและดำเนินการต่อในภายหลังตามรูปแบบและขั้นตอนที่ ปส. กำหนด ข. ระบบต้องรองรับการเพิ่ม ลบ และแก้ไขข้อมูลที่ผู้ยื่นคำขอกรอกไว้ในระบบ ได้ตามรูปแบบและข้อกำหนดที่ ปส. กำหนด เพื่อให้ผู้ใช้สามารถปรับปรุงข้อมูลได้อย่างยืดหยุ่นตามความจำเป็น ค. ระบบต้องรองรับการคัดลอกข้อมูลคำขอ หรือจัดเก็บข้อมูลผู้ยื่นคำขอไว้ เพื่อให้สามารถดึงข้อมูลที่เคยบันทึกไว้มาใช้อีกครั้งในการยื่นคำขอรอบถัดไป โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำ ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำ ขอยังคงสามารถแก้ไขข้อมูลส่วนตัวได้ตามต้องการ ง. ระบบต้องรองรับการสืบค้นข้อมูลตามเงื่อนไขที่หลากหลาย เช่น การสืบค้น ด้วยคำสำคัญ (Keyword Search), การสืบค้นตามช่วงเวลา, หรือรูปแบบอื่น ๆ ตามที่ ปส. กำหนด เพื่ออำนวยความ สะดวกในการค้นหาข้อมูลอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ จ. ระบบต้องมีการระบุขั้นตอนการดำเนินงานที่ชัดเจน โดยผู้กรอกข้อมูลต้อง สามารถเข้าใจขั้นตอนการใช้งานได้ง่าย และไม่มีความซับซ้อนเกินความจำเป็น (3) ระบบต้องรองรับขั้นตอนการยืนยันข้อมูลทุกครั้งก่อนการบันทึกข้อมูลเข้าสู่ ระบบ โดยรูปแบบและขั้นตอนการยืนยันข้อมูลต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ ปส. เช่น การแสดงหน้าจอแสดงผล สรุปข้อมูลให้ผู้ผู้กรอกคำขอตรวจสอบและกดยืนยันก่อนบันทึก เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการบันทึกข้อมูล (4) ระบบต้องรองรับการตรวจสอบความถูกต้องของรูปถ่ายให้เป็นไปตามมาตรฐาน ที่ ปส. กำหนด โดยต้องสามารถตรวจสอบลักษณะของรูปถ่าย เช่น ความคมชัดของภาพ, ความถูกต้องของขนาด และสัดส่วนรูป, ความเหมาะสมของพื้นหลัง, และคุณภาพไฟล์รูป เป็นต้น หากรูปถ่ายไม่ตรงตามมาตรฐานที่ กำหนด ระบบต้องแจ้งเตือนให้ผู้ใช้งานอัปโหลดรูปใหม่ที่ถูกต้องตามมาตรฐาน (5) ระบบต้องรองรับการตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูลและเอกสารแนบตาม รูปแบบและข้อกำหนดที่ ปส. กำหนด โดยระบบต้องมีฟังก์ชันในการตรวจสอบเงื่อนไขการกรอกข้อมูล, ชนิด เอกสารแนบ, และการระบุตำแหน่ง/ลำดับของข้อมูลตามแบบฟอร์มที่กำหนด หากข้อมูลหรือเอกสารแนบไม่ ครบถ้วน ระบบต้องสามารถแจ้งเตือนผู้ใช้งานให้แก้ไขหรือเพิ่มข้อมูล/เอกสารได้ (6) ออกแบบให้สามารถรับข้อมูลจากโมดูลการสมัครทดสอบความรู้ความสามารถ เพื่อขอรับใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด (7) ออกแบบให้สามารถรับข้อมูลจากโมดูลการอบรมออนไลน์ (e-Learning) และ การสะสมความรู้ความเชี่ยวชาญตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด (8) ระบบต้องรองรับการปรับปรุงและแก้ไขแบบคำขอและขั้นตอนการทำงานให้มี ความยืดหยุ่น โดยต้องสามารถปรับเปลี่ยนแบบคำขอและขั้นตอนการทำงานในอนาคตได้อย่างง่ายดาย ทั้งนี้ ผู้ดูแล (รายชื่อผู้มีส่วนร่วม)
ตำแหน่ง ชื่อ ชื่อสกุล
ประธานกรรมการ นายรุจจพัน เกตุกล่ำ
กรรมการ นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์
กรรมการ นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล
กรรมการ นายชนาธิป คำเพ็ญ
กรรมการ นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง
กรรมการ นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส
กรรมการและเลขานุการ นายระชัย ตัณฑ์อำไพ
๑๒ - ระบบต้องสามารถดำเนินการปรับปรุงหรือแก้ไขแบบคำขอและขั้นตอนการทำงานได้ด้วยตนเองผ่านอินเทอร์เฟซ ของระบบ โดยไม่จำเป็นต้องพัฒนาโปรแกรมเพิ่มเติมหรือปรับปรุงระบบใหม่ (9) ระบบต้องรองรับการแนบเอกสารในรูปแบบไฟล์ PDF, PNG, JPEG หรือรูปแบบ อื่น ๆ ที่ ปส. กำหนดเป็นอย่างน้อย โดยไฟล์ที่แนบต้องสามารถจัดเก็บและเรียกดูได้อย่างปลอดภัย รวมถึงรองรับ การกำหนดขนาดไฟล์สูงสุดตามข้อกำหนดของ ปส. (10) ระบบต้องรองรับการแจ้งการรับคำขอแก่ผู้ยื่นคำขอในรูปแบบอีเมล (E-mail) หรือช่องทางอื่น ๆ ตามที่ ปส. กำหนด โดยการแจ้งเตือนต้องระบุข้อมูลสำคัญ เช่น เลขที่คำขอ วันที่รับคำขอ และ สถานะเบื้องต้นของคำขอ ทั้งนี้ ระบบควรมีความสามารถในการกำหนดรูปแบบข้อความและข้อมูลในอีเมลหรือ การแจ้งเตือนอื่น ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น 6.1.12.2. ปรับปรุงและแก้ไขโมดูลการพิจารณาคำขอต่าง ๆ โดยมีรูปแบบตามที่ ปส. กำหนด ดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย (1) ปรับปรุงและแก้ไขขั้นตอนการทำงานที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับรูปแบบและ ข้อกำหนดของ ปส. โดยระบบควรมีความยืดหยุ่นในการปรับปรุงกระบวนการทำงาน เช่น การกำหนดลำดับ ขั้นตอน การเพิ่ม/ลดขั้นตอน และการอัปเดตข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถปรับตัวได้ตามนโยบายหรือ ข้อกำหนดใหม่ของ ปส. (2) การบันทึกผลการพิจารณาคำขอต่าง ๆ โดยสามารถออกแบบฟอร์มบันทึกผล การพิจารณาให้สอดคล้องกับรูปแบบและข้อกำหนดที่ ปส. กำหนด ระบบต้องสามารถจัดเก็บข้อมูลผลการ พิจารณาในรูปแบบที่สามารถสืบค้นและเรียกดูได้ง่ายในภายหลัง (3) ในกรณีที่ข้อมูลของผู้ยื่นคำขอไม่ครบถ้วน ระบบต้องรองรับฟังก์ชันให้เจ้าหน้าที่ ผู้พิจารณาสามารถส่งคำขอเอกสารเพิ่มเติมหรือแจ้งปรับปรุง/แก้ไขข้อมูลไปยังผู้ยื่นคำขอผ่านระบบได้โดยตรง โดย เจ้าหน้าที่สามารถกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการตามที่ ปส. กำหนด และระบบต้องมีการแจ้งเตือนให้ผู้ยื่นคำ ขอทราบถึงคำขอดังกล่าว (4) รองรับการเรียกดูเอกสารแนบของคำขอผ่านหน้าจอของระบบโดยตรง โดย เอกสารต้องสามารถเปิดดูในรูปแบบ preview หรือ viewer ได้ทันทีภายในระบบ โดยไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลด เอกสารลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ ระบบต้องรองรับการเปิดดูเอกสารในรูปแบบ PDF, Word, Excel และ รูปภาพ เช่น JPEG, PNG เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาและเพิ่มความปลอดภัยในการใช้ งานเอกสาร (5) ระบบต้องสามารถแจ้งผลการพิจารณาคำขอแก่ผู้ยื่นคำขอในรูปแบบอีเมล (E-mail) หรือรูปแบบอื่น ๆ ตามที่ ปส. กำหนด โดยการแจ้งผลควรระบุข้อมูลสำคัญ เช่น สถานะการอนุมัติ เหตุผล (ถ้ามี) และข้อมูลอื่น ๆ ที่จำเป็น เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอทราบผลการพิจารณาได้อย่างชัดเจนและเข้าใจง่าย (รายชื่อผู้มีส่วนร่วม) … (same table as previous page)
(รายชื่อผู้มีส่วนร่วม) … (same table as previous page)
(รายชื่อผู้มีส่วนร่วม) … (same table as previous page)
(รายชื่อผู้มีส่วนร่วม) … (same table as previous page)
b (6) ปรับปรุงและแก้ไขโมดูลการติดตามสถานะการดำเนินงาน (Tracking) ในทุก ขั้นตอนตามรูปแบบและข้อกำหนดที่ ปส. กำหนด เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบความคืบหน้าของกระบวนการ ต่าง ๆ เช่น สมัครสอบแล้วยังไม่ชำระค่าธรรมเนียม สมัครสอบและชำระเงินแล้ว การสมัครถูกยกเลิก ฯลฯ ได้อย่าง สะดวกและรวดเร็ว (7) ระบบต้องสามารถแสดงข้อมูลให้ผู้สมัครสอบทราบในแต่ละรอบการสมัครสอบ ว่า มีจำนวนผู้สมัครสอบแล้วกี่คน และยังคงเหลือที่ว่างสำหรับการสมัครอีกเท่าใด เพื่อให้ผู้สมัครตัดสินใจและวาง แผนการสมัครสอบได้อย่างเหมาะสม (8) ปรับปรุงและแก้ไขโมดูลการจัดการข้อมูลพื้นฐาน (Master Data) หรือข้อมูล อ้างอิง (Reference Data) ตามรูปแบบและข้อกำหนดที่ ปส. กำหนด เพื่อให้สามารถเพิ่ม, แก้ไข, ลบ และบริหาร จัดการข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่ ปส. กำหนด (9) มีระบบบริหารจัดการหน้าเว็บไซต์โดยมีลักษณะเป็น Content Management System (CMS) ประกอบด้วย ก. มีระบบการบริหารจัดการข้อมูลเว็บไซต์และคลังสัญลักษณ์หน่วยงานเพื่อให้ สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญลักษณ์ของหน่วยงานให้เข้ากับเทศกาลหรือวาระสำคัญต่าง ๆ ได้ สามารถแก้ไข ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงรายละเอียดของเว็บไซต์ได้โดยไม่ ต้องเขียนโปรแกรม สามารถกำหนดระยะเวลาในการเปลี่ยนแปลงสัญลักษณ์หน่วยงานได้ มีเครื่องมือในการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลต่าง ๆ ในการพิมพ์เนื้อหารูปแบบ What You See Is What You Get (WYSIWYG) สามารถ เพิ่ม ลบ และแสดงรูปภาพ (Picture) ภาพเคลื่อนไหว (Animation) ภายในเว็บไซต์ ข. มีระบบบริหารข้อมูลข่าวสารการสอบ กำหนดการการสอบและการรับสมัคร สอบ มีระบบบริหารจัดการข้อมูล ข่าวสาร ที่สามารถปรับปรุงข้อมูลได้โดยง่าย โดย ปส. สามารถกำหนดหัวข้อข่าวการสอบ การรับสมัคร และกำหนดการการสอบไว้ได้ล่วงหน้า สามารถกำหนดระยะเวลาการแสดงผลข้อมูลข่าวสารการสอบ กำหนดการสอบ และการรับสมัครสอบ มีเครื่องมือในการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลต่าง ๆ ในการพิมพ์เนื้อหารูปแบบ What You See Is What You Get (WYSIWYG) สามารถจัดกลุ่มข้อมูล ข่าวสารได้ สามารถเพิ่มหัวข้อข้อมูล ข่าวสารได้ ค. มีระบบการสร้างข้อความสำคัญในรูปแบบของหน้าต่างพิเศษ (เช่น Pop-up หรือแบนเนอร์เด่น) เพื่อประกาศข้อมูลเร่งด่วน ข้อความแจ้งเตือน หรือข่าวสำคัญ Om (นายรุจจพัน เกตุกล่ำ) (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) ประธานกรรมการ กรรมการ (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) (นายชนาธิป คำเพ็ญ) (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ กรรมการ กรรมการ pr (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขานุการ ๑๗ มีเครื่องมือในการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลต่าง ๆ ในการพิมพ์เนื้อหารูปแบบ What You See Is What You Get (WYSIWYG) สามารถกำหนดช่วงเวลาในการเปิด/ปิดข้อความสำคัญได้ สามารถสร้างการเชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลทั้งภายในภายนอกโมดูลรับ สมัครสอบในรูปแบบของกราฟิกโหมดหรือข้อความ ง. มีระบบปฏิทินกิจกรรม มีระบบสร้างปฏิทินแสดงรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านเว็บไซต์ สามารถจัดกลุ่มกิจกรรมได้ สามารถแสดงรายละเอียด กำหนดการต่าง ๆ ของกิจกรรมได้ มีเครื่องมือในการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลต่าง ๆ ในการพิมพ์เนื้อหารูปแบบ What You See Is What You Get (WYSIWYG) จ. การพัฒนาเว็บไซต์ต้องเป็นไปตามมาตรฐานสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ว่าด้วยมาตรฐานเว็บไซต์ภาครัฐ เวอร์ชัน 3.0 เป็นอย่างน้อย 6.1.13.2. ปรับปรุงและแก้ไขโมดูลการบริหารการสอบ เพื่อใช้ในการเตรียมการรับสมัครสอบ การจัดการที่นั่งสอบ บริหารการสอบ เก็บประวัติผู้เข้าสอบ ฯลฯ ตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย (1) ระบบต้องสามารถให้เจ้าหน้าที่สร้างโครงการรับสมัครทดสอบตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย ก. ระบบต้องสามารถรองรับการบันทึกโครงการรับสมัครทดสอบในรูปแบบร่าง (Draft) เพื่อให้ผู้สร้างโครงการรับสมัครทดสอบสามารถกลับมาแก้ไขและดำเนินการต่อในภายหลังตามรูปแบบและ ขั้นตอนที่ ปส. กำหนด ข. ระบบต้องรองรับการเพิ่ม ลบ และแก้ไขข้อมูลที่ผู้สร้างโครงการรับสมัคร ทดสอบสร้างไว้ในระบบได้ตามรูปแบบและข้อกำหนดที่ ปส. กำหนด เพื่อให้ผู้ใช้สามารถปรับปรุงข้อมูลได้อย่าง ยืดหยุ่นตามความจำเป็น ทดสอบรอบถัดไป โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำ ค. ระบบต้องรองรับการคัดลอกข้อมูลโครงการรับสมัครทดสอบ หรือจัดเก็บ ข้อมูลโครงการรับสมัครทดสอบไว้เพื่อให้สามารถดึงข้อมูลที่เคยบันทึกไว้มาใช้อีกครั้งในการสร้างโครงการรับสมัคร ง. ระบบต้องรองรับการสืบค้นข้อมูลตามเงื่อนไขที่หลากหลาย เช่น การสืบค้น ด้วยคำสำคัญ (Keyword Search), การสืบค้นตามช่วงเวลา, หรือรูปแบบอื่น ๆ ตามที่ ปส. กำหนด เพื่ออำนวย ความสะดวกในการค้นหาข้อมูลอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ จ. ระบบต้องสามารถรองรับการดำเนินการทางเอกสารเพื่ออนุมัติโครงการสอบ ในระบบ โดยผู้บริหารสามารถพิจารณา อนุมัติ หรือปฏิเสธโครงการสอบผ่านระบบได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เอกสาร ในรูปแบบกระดาษ (นายรุจจพื้น เกตุกล่ำ) ประธานกรรมการ (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) กรรมการ .. (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) กรรมการ ฝกสิทธ์ วรก (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ (นายชนาธิป คำเพ็ญ) (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ กรรมการ (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขานุการ ๑๘ (2) ระบบสามารถสุ่มจัดที่นั่งสอบสำหรับผู้เข้าสอบแต่ละรอบการสอบได้ และ สามารถออกรายงานเป็นใบลงชื่อผู้เข้าสอบแต่ละรอบตามแบบฟอร์มที่ ปส. กำหนด ในรูปแบบไฟล์ MS Excel และสามารถส่งออกไฟล์รายชื่อผู้เข้าสอบ เพื่อนำไปใช้ในโมดูลจัดสอบได้ (3) ระบบต้องสามารถเพิ่มที่นั่งสอบหลังจากการสุ่มที่นั่งสอบได้ (4) ระบบต้องจัดเก็บข้อมูลได้อย่างน้อย ดังต่อไปนี้ ก. ข้อมูลผู้สมัครสอบ ข. รอบสอบ ค. เลขที่นั่งสอบ ง. ผลการสอบ จ. รายวิชาสอบ ฉ. ชุดข้อสอบ ช. ศูนย์สอบ/สนามสอบ (5) ระบบต้องสามารถสืบค้นข้อมูลได้อย่างน้อย ดังต่อไปนี้ ก. ข้อมูลผู้สมัครสอบ ข. รอบสอบ ค. เลขที่นั่งสอบ ง. ผลการสอบ จ. รายวิชาสอบ ฉ. ชุดข้อสอบ ช. ศูนย์สอบ/สนามสอบ (6) สามารถจัดทำรายงานข้อมูลการสอบรายบุคคล ประกอบด้วยข้อมูลวันสอบ รอบสอบ เลขที่นั่งสอบ ชุดข้อสอบ รายวิชาสอบ ผลการสอบ และอื่น ๆ ตามที่ ปส. กำหนด และส่งออกรายงาน Personal Profile ในรูปแบบไฟล์ MS Word หรือตามที่ ปส. กำหนด และส่งออกรายการข้อมูลในรูปแบบไฟล์ MS Excel เป็นอย่างน้อย (7) ระบบต้องมีโมดูลการรับรองผลการสอบ ตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมี รายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย ก. ระบบต้องสามารถแสดงรายงานผลการสอบแก่ผู้สอบตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยรายงานดังกล่าวต้องแสดงข้อมูลที่จำเป็นอย่างครบถ้วนและเข้าใจง่าย ข. ระบบต้องอนุญาตให้เจ้าหน้าที่สามารถเรียกดูคะแนนของผู้สอบแต่ละคนได้ โดยสามารถเลือกโครงการสอบที่ต้องการตรวจสอบคะแนนได้ตามความจำเป็น ค. ระบบต้องรองรับการพิมพ์รายงานผลการสอบโดยเจ้าหน้าที่ ตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด เพื่อใช้ในการจัดทำเอกสารประกาศผลการสอบ (นายรุจจพัน เกตุกล่ำ) ประธานกรรมการ Om² (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) กรรมการ (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) (นายชนาธิป คำเพ็ญ) กรรมการ กรรมการ (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขานการ ศักสิทธิ์ ช (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ ๑๙ ง. สามารถจัดส่งหนังสือรับรองผลการสอบให้แก่ผู้สอบในรูปแบบอีเมล (E-mail) หรือช่องทางอื่น ๆ ตามที่ ปส. กำหนด โดยผู้สอบขอสามารถดาวน์โหลดหนังสือรับรองผลการสอบ ดังกล่าวได้ผ่านระบบตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด 6.1.13.3. ปรับปรุงและแก้ไขโมดูลการจัดสอบ เพื่อตรวจสอบผู้เข้าสอบ กระจายชุดข้อสอบให้ผู้ เข้าสอบและดำเนินการสอบตามแนวทางที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย (1) ระบบต้องสามารถตรวจสอบและยืนยันตัวตนของผู้เข้าสอบก่อนเริ่มการสอบใน แต่ละรอบ ตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด (2) ระบบต้องสามารถกระจายชุดข้อสอบจากโมดูลคลังข้อสอบให้แก่ผู้สอบแต่ละที่ นั่งสอบ เพื่อให้ผู้สอบแต่ละคนได้รับข้อสอบตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด เวลา 5 นาที) (3) ระบบต้องสามารถแสดงข้อมูลบนหน้าจออย่างน้อยดังต่อไปนี้ ก. ข้อมูลผู้สอบ (เช่น ชื่อ-นามสกุล หมายเลขผู้สมัครสอบ) ข. เวลา (เวลาที่เหลือในการทำข้อสอบ, เวลาสอบเริ่มต้น/สิ้นสุด) ค. ข้อมูลวิชาที่สอบ (ชื่อวิชา หรือรายวิชา) ง. การแจ้งเตือนก่อนหมดเวลาทำข้อสอบ (เช่น pop-up แจ้งเตือนก่อนหมด (4) ระบบต้องสามารถแสดงข้อสอบบนหน้าจอของผู้สอบ พร้อมแสดงภาพ กระดาษคำตอบบนหน้าจอควบคู่กัน เพื่อให้ผู้สอบเห็นคำตอบที่เลือกในแต่ละข้อได้อย่างชัดเจน (5) ระบบต้องสามารถแสดงข้อสอบบนหน้าจอได้ทั้งแบบแสดงทีละข้อเดียว หรือ หลายข้อพร้อมกัน โดยผู้สอบสามารถเลือกได้เอง รวมถึงสามารถเลือกไปยังข้อที่ต้องการดูหรือแก้ไขคำตอบได้ตาม ต้องการ และสามารถแก้ไขคำตอบได้จนกว่าจะหมดเวลาทำข้อสอบ (6) เมื่อเวลาสอบสิ้นสุดลง ระบบต้องหยุดรับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำตอบในทันที และทำการส่งคำตอบที่ผู้สอบบันทึกไว้ไปยังระบบโดยอัตโนมัติ (9) สำหรับการสอบภาคปฏิบัติ ระบบต้องรองรับการบันทึกผลการสอบภาคปฏิบัติ (7) ระบบต้องสามารถกำหนดเวลาทำข้อสอบในแต่ละวิชาเป็นรายบุคคลได้ (เช่น ต่อเวลาให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งตามข้อกำหนด) (8) สามารถกำหนดเงื่อนไขให้ระบบตรวจให้คะแนนและแสดงผลการสอบได้ทันที หลังหมดเวลาทำข้อสอบ หรือแสดงผลภายใต้เงื่อนไขอื่น ๆ ตามที่ ปส. กำหนด ของผู้สอบโดยเจ้าหน้าที่ผ่านระบบได้ จัดชุดข้อสอบ ตามแนวทางที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย ดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย 6.1.13.4. ปรับปรุงและแก้ไขโมดูลคลังข้อสอบ เพื่อใช้ในการสร้างข้อสอบ จัดเก็บข้อสอบ และ (นายรุจจพัน เกตุกล่ำ) ประธานกรรมการ (1) ระบบต้องมีระบบสร้างข้อสอบ ตามรูปแบบที่ ปส. กำหนดโดยมีรายละเอียด ก. สามารถเพิ่ม แก้ไข ลบ วิชาได้ตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด ข. สามารถเพิ่ม คัดลอก แก้ไข และลบข้อสอบได้ตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด Oroz (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) กรรมการ (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) กรรมการ (นายชนาธิป คำเพ็ญ) (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ กรรมการ (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขานการ - ๒๐ - ค. สามารถสร้างข้อสอบที่เป็นทั้งแบบคำตอบเดียวและแบบกลุ่มคำตอบสัมพันธ์ (Responses Related) ซึ่งมีหลายรูปแบบ เช่น รูปภาพ ข้อความ บทความ ตารางข้อมูล (Multimedia) เป็นต้น ง. สามารถนำเข้าไฟล์ข้อสอบตามวิชาและรูปแบบที่ ปส. กำหนด จ. สามารถให้เจ้าหน้าที่สร้างข้อสอบ เพื่อจัดเก็บเข้าสู้ระบบฐานข้อมูลที่มีตัว แปรและองค์ประกอบเชิงคุณสมบัติของข้อสอบตามที่ ปส. กำหนด เช่น คำสั่ง ตัวข้อสอบ ตัวเลือก ข้อเฉลยของแต่ ละข้อ ค่าความยากง่าย ค่าอำนาจจำแนก สถานะข้อสอบแต่ละข้อ เป็นต้น ฉ. สามารถนำเข้าข้อสอบมาจัดเป็นกลุ่มข้อสอบตามวิชาได้ตามเงื่อนไขที่ ปส. กำหนด และสามารถแก้ไข ลบ กลุ่มข้อสอบตามวิชาได้ ช. สามารถให้ผู้ใช้งานระบบที่รับผิดชอบปรับเปลี่ยนสถานะของข้อคำถามราย ข้อได้ เช่น ใช้งาน (Active) ระงับใช้ชั่วคราวตามระยะเวลาที่ ปส. กำหนด (2) ระบบต้องมีระบบฐานข้อมูลข้อสอบ ตามรูปแบบที่ ปส. กำหนดโดยมี รายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย ก. สามารถจัดเก็บข้อมูลข้อสอบ กลุ่มข้อสอบตามวิชา และชุดข้อสอบ ข. สามารถแสดงผลข้อมูลข้อสอบให้เหมือนต้นฉบับจากระบบสร้างข้อสอบ ค. สามารถค้นหาประวัติการใช้และผลการวิเคราะห์คุณภาพข้อสอบแต่ละข้อ ตามเงื่อนไขที่ ปส.กำหนด เช่น ค่าความยากง่าย ค่าอำนาจจำแก เป็นต้น Ms Excel และ PDF ง. สามารถส่งออกชุดข้อสอบและข้อเฉลยข้อสอบออกมาให้รูปแบบ MS Word (3) ระบบต้องมีระบบจัดชุดข้อสอบ ตามรูปแบบที่ ปส. กำหนดโดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย ได้ ก. สามารถสร้างชุดข้อสอบต้นฉบับโดยเลือกจากกลุ่มข้อสอบตามวิชาที่ต้องการ ข. สามารถนำชุดข้อสอบต้นฉบับมาสร้างรูปแบบชุดข้อสอบที่แตกต่างกันได้ ตั้งแต่ 1 รูปแบบ ถึง 9 รูปแบบเป็นอย่างน้อย โดยระบบจะต้องจัดทำข้อเฉลยคำตอบของชุดข้อสอบทุกรูปแบบให้ สอดคล้องกับรูปแบบที่สร้างขึ้น โดยแยกชุดข้อสอบและข้อเฉลยข้อสอบออกจากกัน เพื่อนำชุดข้อสอบไปใช้งานใน โมดูลการจัดสอบ ค. สามารถจำลองการสอบ (Test Simulation) เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ของข้อเฉลยคำตอบของชุดข้อสอบทุกรูปแบบไม่น้อยกว่า 3 เงื่อนไข โดยเงื่อนไขดังกล่าวที่ระบบจัดชุดข้อสอบ สร้างขึ้น ต้องถูกปรับเปลี่ยนได้โดยเจ้าหน้าที่ ปส. เช่น ทดสอบกับคำตอบที่ถูกต้องทั้งหมด (100%) ถูกต้อง ครึ่งหนึ่ง (50%) ผิดทั้งหมด (0%) เงื่อนไขอื่นตามที่ ปส. กำหนด และจำลองการสอบเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ง. ในการจัดชุดข้อสอบที่แตกต่างกันของข้อสอบแบบกลุ่มคำตอบสัมพันธ์ (Responses Related) ระบบจัดชุดข้อสอบจะต้องเลือกข้อคำถามจากกลุ่มเดียวกันเท่านั้น จ. สามารถเรียกดูข้อมูลได้ตามเงื่อนไขที่ ปส. กำหนด และสามารถส่งออก ข้อมูลในรูปแบบ MS Word Ms Excel และ PDF (นายรุจจพัน เกตุกล่ำ) ประธานกรรมการ (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) กรรมการ (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) กรรมการ (นายชนาธิป คำเพ็ญ) กรรมการ (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขานการ - ๒๑ - ฉ. มีการจัดเก็บประวัติการจัดชุดข้อสอบ และสามารถค้นหาประวัติการใช้ชุด ข้อสอบของผู้เข้าสอบและตามเงื่อนไขที่ ปส. กำหนด ช. สามารถค้นหาผลการวิเคราะห์คุณภาพของชุดข้อสอบและรายกลุ่มข้อสอบ ตามวิชา ตามเงื่อนไขที่ ปส. กำหนด เช่น ค่าความเชื่อมั่นของชุดข้อสอบ ค่าความเชื่อมั่นของรายกลุ่มข้อสอบตาม วิชา เป็นต้น (4) สามารถแสดงรายงานเกี่ยวกับข้อสอบที่มีอยู่ในระบบได้ตามเงื่อนไขที่ต้องการ เช่น จำนวนข้อง่าย จำนวนข้อยาก จำนวนข้อสอบทั้งหมด จำนวนชุดข้อสอบ ผลการวิเคราะห์ข้อสอบ เป็นต้น 6.1.13.5. ปรับปรุงและแก้ไขโมดูลประมวลผล เพื่อใช้ประมวลผลการสอบ วิเคราะห์ข้อสอบ ตามแนวทางที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย (1) สามารถนำเข้าข้อมูลการทำตอบของผู้เข้าสอบจากโมดูลการจัดสอบ และข้อ เฉลยคำตอบจากโมดูลคลังข้อสอบในแต่ละรูปแบบเพื่อใช้ในการตรวจคำตอบของผู้เข้าสอบแต่ละรายมา ประมวลผลตามเกณฑ์ที่ ปส. กำหนด และผลการสอบรายบุคคลได้ (2) สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อเฉลยคำตอบก่อนประมวลผลการสอบ (3) สามารถจัดเก็บ ค้นหา และพิมพ์คำตอบรายบุคคล คะแนนการสอบรายบุคคล (4) สามารถส่งออกข้อมูลผลการสอบของผู้สอบในระบบบริหารการสอบ หรือระบบ อื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกาศผลการสอบตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด (5) สามารถวิเคราะห์ข้อสอบตามทฤษฎีการวิเคราะห์ข้อสอบแบบดั้งเดิม (Classical Test Theory : CTT) ที่สามารถวิเคราะห์ผลค่าความยากง่าย (Difficulty Index) ค่าอำนาจจำแนก (Discrimination Index) ค่าความเชื่อมั่น (Reliability) และส่งผลวิเคราะห์ข้อสอบให้กับระบบคลังข้อสอบ 6.1.14. ปรับปรุงโมดูลการอบรมออนไลน์ (e-Learning) และการสะสมความรู้ความเชี่ยวชาญ ตาม รูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย 6.1.14.1. โมดูลการอบรมออนไลน์ (e-Learning) ที่รองรับการจัดการ การเข้าถึง และการ ติดตามผลการเรียนรู้ของผู้อบรม ตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย (1) มีโมดูลการจัดการหลักสูตรการอบรมออนไลน์ ตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด เพื่อให้ผู้ดูแลระบบสามารถบริหารจัดการเนื้อหาและรายละเอียดของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย ดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย (นายรุจจพัน เกตุกล่ำ) ประธานกรรมการ ก. ระบบต้องรองรับการสร้างหลักสูตรใหม่ โดยสามารถระบุข้อมูลที่จำเป็น ชื่อหลักสูตร รหัสหลักสูตร คำอธิบายหลักสูตร (Course Description) วัตถุประสงค์ของหลักสูตร ระยะเวลาของหลักสูตร (เช่น วันที่เริ่มต้นและสิ้นสุด) OMR (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) กรรมการ (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ ল (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) (นายชนาธิป คำเพ็ญ) กรรมการ กรรมการ (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขานการ (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ ๒๒ - ข. สามารถแก้ไขหรือปรับปรุงข้อมูลหลักสูตรที่มีอยู่ได้ เช่น การอัปเดตเนื้อหา เปลี่ยนวันที่ หรือปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์ ค. ระบบต้องรองรับการลบหลักสูตรที่ไม่ใช้งานหรือหมดอายุ ง. ระบบต้องสามารถจัดกลุ่มหรือหมวดหมู่หลักสูตร เช่น หมวดการอบรม เบื้องต้น (Basic Training) หมวดการอบรมขั้นสูง (Advanced Training) หรือหมวดเฉพาะทาง จ. สามารถตั้งค่าหลักสูตรให้แสดงในหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ง่ายต่อการ ค้นหา ฉ. ระบบต้องรองรับการเพิ่มเนื้อหาประกอบการเรียนการสอนในรูปแบบที่ หลากหลายดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย วิดีโอ เอกสาร PDF ไฟล์นำเสนอ (PPT) ข้อความหรือบทความ การแทรกสื่อมัลติมีเดีย เช่น ภาพ เสียง หรือวิดีโอ ช. รองรับการกำหนดลำดับเนื้อหาบทเรียน เช่น การปลดล็อกบทเรียนถัดไป เมื่อผ่านบทเรียนก่อนหน้า ซ. สามารถอัปเดตหรือเปลี่ยนแปลงเนื้อหาบทเรียนได้ในภายหลัง ณ. สามารถตั้งค่าเงื่อนไขการเข้าถึงหลักสูตรตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมี รายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย การกำหนดคุณสมบัติของผู้เรียน เช่น ต้องผ่านหลักสูตรเบื้องต้นก่อน การกำหนดจำนวนผู้เรียนสูงสุดในแต่ละรอบ การกำหนดระยะเวลาเข้าเรียน เช่น ระยะเวลาที่ต้องเรียนจบภายใน 30 วัน หลักสูตร ญ. รองรับการตั้งค่าเกณฑ์การประเมินผล เช่น คะแนนขั้นต่ำที่ต้องได้เพื่อผ่าน ฎ. ระบบต้องสามารถติดตามและแสดงสถานะความก้าวหน้าของหลักสูตรตาม รูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย บทเรียนที่ผู้เรียนได้เรียนจบ บทเรียนที่ยังไม่ได้เริ่ม คะแนนจากแบบทดสอบในแต่ละบท ฎ. แสดงภาพรวมของผู้เรียนในหลักสูตร เช่น จำนวนผู้เรียนที่กำลังเรียน ผู้เรียน ที่จบหลักสูตร และผู้เรียนที่ไม่ผ่าน Omz (นายรุจจพื้น เกตุกล่ำ) (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ M my (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) (นายชนาธิป คำเพ็ญ) (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ กรรมการ กรรมการ (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขานุการ ๒๓ - ฐ. ระบบต้องสามารถสร้างแบบทดสอบหรือการประเมินผลการเรียนในแต่ละ หลักสูตร โดยรองรับรูปแบบการประเมินหลากหลายตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็น อย่างน้อย แบบเลือกคำตอบเดียว (Single Choice) แบบเลือกหลายคำตอบ (Multiple Choice) แบบเติมคำในช่องว่าง (Fill in the Blank) แบบเรียงลำดับ (Sequence) ฑ. สามารถตั้งค่าคะแนนของแต่ละคำถาม รวมถึงเกณฑ์การผ่าน (Passing Score) ฒ. ระบบต้องแสดงผลคะแนนและการประเมินผลให้แก่ผู้เรียนหลังจบหลักสูตร ณ. ระบบต้องรองรับการกำหนดรอบการอบรมของแต่ละหลักสูตร เช่น รอบการ อบรมรายเดือน หรือรอบการอบรมเฉพาะกิจ ด. สามารถกำหนดวันที่เริ่มและสิ้นสุดการอบรม รวมถึงเวลาเรียนในแต่ละวัน ต. ระบบต้องสามารถแจ้งเตือนผู้เรียนเกี่ยวกับหลักสูตรตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย การแจ้งเตือนเริ่มต้นหลักสูตร การแจ้งเตือนกำหนดส่งแบบทดสอบ การแจ้งเตือนเมื่อใกล้ถึงกำหนดสิ้นสุดหลักสูตร (2) มีโมดูลการจัดการผู้เรียนและการลงทะเบียน ตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมี รายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย ก. ระบบต้องรองรับการลงทะเบียนผู้เรียนในหลักสูตรการอบรมแบบอัตโนมัติ (Self-Enrollment) หรือการลงทะเบียนโดยเจ้าหน้าที่ (Manual Enrollment) ข. รองรับการตั้งค่าเงื่อนไขในการลงทะเบียน เช่น จำนวนที่นั่งว่างของหลักสูตร วันที่เปิด-ปิดการลงทะเบียน และเกณฑ์คุณสมบัติของผู้สมัคร ค. ผู้เรียนสามารถดูหลักสูตรที่เปิดรับสมัคร และเลือกลงทะเบียนในหลักสูตรที่ ตนสนใจได้ ง. ระบบต้องสามารถแจ้งเตือนผู้เรียนเกี่ยวกับการลงทะเบียนสำเร็จหรือการ ลงทะเบียนที่รอการอนุมัติ จ. ระบบต้องสามารถแบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่มตามหลักสูตร หรือเกณฑ์เฉพาะ ตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด เช่น ระดับความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือตามหน่วยงาน ฉ. รองรับการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงเนื้อหาของแต่ละกลุ่ม ตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด เช่น กลุ่มเรียนพื้นฐาน (Basic), กลุ่มเรียนขั้นสูง (Advanced) ช. สามารถแก้ไข ปรับปรุง หรือย้ายผู้เรียนระหว่างกลุ่มได้ (นายรุจจพ้น เกตุกล่ำ) ประธานกรรมการ (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) กรรมการ Onz (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ กรรมการ (นายชนาธิป คำเพ็ญ) গ্যাস (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ กรรมการ (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขานุการ ๒๔- ซ. ระบบต้องแสดงสถานะการลงทะเบียนและความก้าวหน้าในหลักสูตรตาม รูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย หลักสูตรที่ลงทะเบียนสำเร็จ หลักสูตรที่กำลังเรียน หลักสูตรที่เรียนจบแล้ว ณ. สามารถติดตามสถานะการเข้าถึงเนื้อหา เช่น จำนวนครั้งที่เข้าชม ระยะเวลา การเรียน หรือบทเรียนที่ผ่าน/ยังไม่ผ่าน การแจ้งเตือนเมื่อใกล้ถึงกำหนดเริ่มต้นหรือสิ้นสุดของหลักสูตร ญ. ระบบต้องส่งแจ้งเตือนเกี่ยวกับการลงทะเบียนตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย การยืนยันการลงทะเบียน การแจ้งเตือนเมื่อมีหลักสูตรใหม่เปิดรับสมัคร กำหนด เพื่อให้ผู้เรียนและผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบสถานะและผลการเรียนได้อย่างละเอียด โดยมี รายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย ชัดเจนตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย ประเมิน ระยะเวลาเรียน (3) มีโมดูลการจัดการและติดตามความก้าวหน้าในการเรียน ตามรูปแบบที่ ปส. ก. ระบบต้องสามารถแสดงสถานะการเรียนของผู้เรียนในแต่ละหลักสูตรได้ ยังไม่เริ่ม (Not Started): ผู้เรียนที่ลงทะเบียนแล้วแต่ยังไม่ได้เริ่มเรียน กำลังเรียน (In Progress): ผู้เรียนที่กำลังเรียนอยู่ในหลักสูตร เรียนจบแล้ว (Completed): ผู้เรียนที่เรียนจบทุกบทเรียนและผ่านการ ไม่ผ่าน (Failed): ผู้เรียนที่เรียนจบหลักสูตรแต่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ข. แสดงข้อมูลเพิ่มเติม เช่น วันที่เริ่มเรียน วันที่คาดว่าจะจบ หรือวันที่สิ้นสุด รูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย ค. ระบบต้องสามารถแสดงความก้าวหน้าของผู้เรียนในแต่ละบทเรียนตาม บทเรียนที่เรียนจบแล้ว บทเรียนที่ยังไม่เริ่ม บทเรียนที่กำลังเรียน ง. ระบบต้องมีการแสดงเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จในหลักสูตรตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด เช่น เรียนครบ 70% ของเนื้อหาหลักสูตร จ. ผู้เรียนสามารถดูรายการบทเรียนที่เหลือและรายการที่ต้องทำให้เสร็จเพื่อจบ หลักสูตร 4 O (นายรุจจพัน เกตุกล่ำ) ประธานกรรมการ স (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) กรรมการ (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) กรรมการ (นายชนาธิป คำเพ็ญ) กรรมการ p (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขานการ (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ - ๒๕ - ฉ. ระบบต้องสามารถบันทึกผลการทำแบบทดสอบของผู้เรียนในแต่ละบทเรียน หรือในหลักสูตรตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย คะแนนที่ได้ในการทำแบบทดสอบ สถานะผ่านหรือไม่ผ่าน (Pass/Fail) เวลาที่ใช้ในการทำแบบทดสอบ ประวัติการทำแบบทดสอบ (เช่น ครั้งที่ 1 คะแนน 70%, ครั้งที่ 2 คะแนน 85%) ช. ผู้เรียนสามารถดูผลการประเมินและคำแนะนำเพื่อปรับปรุงการเรียนของ ตนเอง ซ. ระบบต้องบันทึกเวลาเรียนของผู้เรียนในแต่ละบทเรียนตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย เวลาที่ใช้เรียนในแต่ละบท เวลารวมที่ใช้เรียนในหลักสูตร ฌ. หากหลักสูตรกำหนดเวลาเรียนขั้นต่ำ (Minimum Learning Time) ระบบ ต้องแสดงสถานะว่าเวลาที่เรียนครบตามกำหนดหรือยัง ญ. ระบบต้องส่งการแจ้งเตือนเกี่ยวกับความก้าวหน้าในการเรียนตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย แจ้งเตือนเมื่อใกล้ถึงกำหนดเวลาเรียนจบหลักสูตร แจ้งเตือนเมื่อยังไม่ได้เรียนบทเรียนที่กำหนดในระยะเวลาที่เหมาะสม แจ้งเตือนเมื่อมีแบบทดสอบหรือกิจกรรมที่ต้องทำให้เสร็จ ฎ. ระบบต้องอนุญาตให้เจ้าหน้าที่หรือผู้สอนสามารถดูข้อมูลความก้าวหน้าของ ผู้เรียนในหลักสูตรที่ตนรับผิดชอบได้ ฎ. ระบบต้องจำกัดการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาต เช่น ผู้สอนสามารถ ดูเฉพาะข้อมูลในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ฐ. ผู้ดูแลระบบสามารถอัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับความก้าวหน้าของผู้เรียนในกรณีที่ เกิดข้อผิดพลาด เช่น การแก้ไขสถานการณ์เรียนหรือคะแนนจากการสอบ ต. ระบบต้องสามารถเก็บประวัติการแก้ไขข้อมูลเพื่อความโปร่งใส (4) มีโมดูลการทดสอบและการประเมินผล ตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด เพื่อวัดความ เข้าใจของผู้เรียนในหลักสูตรการอบรมออนไลน์ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย ก. ระบบต้องรองรับการสร้างแบบทดสอบในรูปแบบที่หลากหลายตามรูปแบบ ที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย แบบเลือกคำตอบเดียว (Single Choice) แบบเลือกหลายคำตอบ (Multiple Choice) แบบเรียงลำดับ (Ordering) (นายรุจจพัน เกตุกล่ำ) ประธานกรรมการ স (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) กรรมการ (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) กรรมการ (นายชนาธิป คำเพ็ญ) (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ กรรมการ p (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขานการ ดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย - ๒๖ แบบเติมคำในช่องว่าง (Fill in the Blank) แบบจับคู่คำตอบ (Matching) แบบคำถามเชิงอัตนัย (Essay) ข. สามารถเพิ่มรูปภาพ วิดีโอ หรือไฟล์เสียงประกอบคำถามได้ ค. รองรับการจัดรูปแบบคำถาม เช่น การแทรกตารางหรือแผนภูมิ ง. การกำหนดคุณสมบัติคำถามตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียด สามารถกำหนดคะแนนของแต่ละคำถาม ระบุคำถามที่ต้องผ่านเกณฑ์เป็นข้อสำคัญ (Mandatory Questions) กำหนดลำดับการแสดงคำถามแบบสุ่มหรือเรียงลำดับตามที่กำหนด จ. การตั้งค่ารอบการสอบตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียด กำหนดวันและเวลาเริ่ม-สิ้นสุดของการสอบ ระบุเวลาสอบที่จำกัดสำหรับแต่ละแบบทดสอบ (Time Limit) ตั้งค่าให้เริ่มการสอบทันทีที่ผู้เรียนเข้าสู่ระบบ ฉ. การกำหนดจำนวนครั้งที่ทำได้ตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย ระบบต้องรองรับการกำหนดจำนวนครั้งที่ผู้เรียนสามารถทำแบบทดสอบ ได้ เช่น ทำได้ 1 ครั้ง หรือทำได้หลายครั้ง (ระบุจำนวนครั้ง) หากอนุญาตให้ทำซ้ำ ระบบต้องบันทึกคะแนนที่ดีที่สุด หรือค่าเฉลี่ย คะแนนตามเงื่อนไข ช. การตรวจคำตอบอัตโนมัติตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย ระบบต้องสามารถตรวจสอบคำตอบของแบบทดสอบที่มีคำตอบชัดเจน เช่น แบบเลือกคำตอบเดียวหรือแบบจับคู่คำตอบ ระบบต้องให้ผลคะแนนอัตโนมัติทันทีหลังการสอบเสร็จ รายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย เจ้าหน้าที่ ซ. การตรวจคำตอบเชิงอัตนัย (Essay) ตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมี คำตอบแบบอัตนัยต้องได้รับการตรวจสอบและให้คะแนนโดยผู้สอนหรือ ระบบต้องมีพื้นที่ให้ผู้สอนแสดงความคิดเห็นหรือคำแนะนำประกอบการ ให้คะแนน ณ. การแสดงผลการประเมินตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย (นายรุจจพัน เกตุกล่ำ) (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) กรรมการ (นายชนาธิป คำเพ็ญ) (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ กรรมการ (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขานการ ๒๗ ระบบต้องแสดงผลคะแนนรวมของแบบทดสอบ แสดงสถานะผ่าน (Pass) หรือไม่ผ่าน (Fail) ตามเกณฑ์ที่กำหนด ระบบต้องแสดงคำตอบที่ถูกต้องของคำถามแต่ละข้อ แสดงคำตอบที่ผู้เรียนเลือกพร้อมคำอธิบายเพิ่มเติม (ถ้ามี) ระบบต้องสามารถเปรียบเทียบผลการทำแบบทดสอบของผู้เรียนแต่ละ รอบ หรือเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มผู้เรียน ญ. การวิเคราะห์ผลการสอบตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย ระบบต้องแสดงผลการวิเคราะห์คำถาม เช่น คำถามที่ตอบถูกบ่อยที่สุด คำถามที่มีความยากง่าย (Difficulty Index) และอัตราการเลือกคำตอบผิด (Distractor Analysis) เป็นต้น ระบบต้องสามารถแสดงผลรวมของกลุ่มผู้เรียน เช่น ค่าเฉลี่ยคะแนนรวม จำนวนผู้เรียนที่ผ่านและไม่ผ่าน เวลาที่ใช้เฉลี่ยในการทำแบบทดสอบ ฎ. ระบบต้องรองรับการเพิ่ม แก้ไข หรือยกเลิกแบบทดสอบโดยผู้ดูแลระบบ หรือเจ้าหน้าที่ ฎ. ระบบต้องบันทึกประวัติการเปลี่ยนแปลงแบบทดสอบ เช่น การปรับคำถาม หรือเปลี่ยนเกณฑ์คะแนน (5) มีโมดูลการออกใบประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) ตามรูปแบบ ที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย ก. ระบบต้องสามารถออกใบประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ผู้เรียนที่ผ่าน เกณฑ์การอบรมในแต่ละหลักสูตรได้โดยอัตโนมัติ ชื่อ-นามสกุลผู้เรียน ข. ใบประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ต้องแสดงข้อมูลสำคัญดังนี้ ชื่อหลักสูตรที่อบรม วันที่สำเร็จการอบรม ลายเซ็นผู้อนุมัติ เช่น ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ หมายเลขประจำใบประกาศนียบัตร (Certificate ID) เพื่อใช้ในการ ตรวจสอบความถูกต้อง ผู้เรียนสามารถเข้าถึงผ่านบัญชีผู้ใช้งานของตน อบรม ค. ระบบต้องรองรับการดาวน์โหลดใบประกาศนียบัตรในรูปแบบ PDF โดย ง. ระบบต้องสามารถส่งใบประกาศนียบัตรไปยังอีเมลของผู้เรียนที่สำเร็จการ จ. ใบประกาศนียบัตรต้องมีระบบตรวจสอบความถูกต้องผ่าน QR Code หรือ ลิงก์ตรวจสอบ เพื่อให้ผู้ใช้งานหรือบุคคลที่สามสามารถตรวจสอบสถานะความถูกต้องของใบประกาศได้ (นายรุจจพัน เกตุกล่ำ) ประธานกรรมการ (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) กรรมการ (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) กรรมการ (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ (นายชนาธิป คำเพ็ญ) กรรมการ (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขานการ n (1) ผู้ใช้งานต้องสามารถปรับแต่ง Dashboard ได้เองตามความต้องการ เช่น การ เลือกข้อมูลที่ต้องการแสดง การจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ และการเลือกรูปแบบการแสดงผล (เช่น เปลี่ยนจาก กราฟเส้นเป็นกราฟแท่ง) เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานแต่ละกลุ่ม (2) ระบบต้องรองรับการปรับแต่งรายงานสถิติ โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกฟิลด์ข้อมูล ที่ต้องการสรุป และเลือกรูปแบบกราฟที่ต้องการแสดงผลได้ 6.1.18.3. การอัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Real-Time Data Update) (1) Dashboard ต้องรองรับการอัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Real-Time) เพื่อให้ ผู้ใช้งานสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลที่เกิดขึ้นได้ทันที (2) ควรมีตัวบ่งชี้สถานะการอัปเดตข้อมูลที่ชัดเจน เพื่อแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบว่าข้อมูล (1) ผู้ใช้งานต้องสามารถกรองข้อมูล (Filter) ตามเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น ช่วงเวลา สถานะ หรือประเภทของข้อมูลที่ต้องการแสดง เพื่อให้การแสดงผลข้อมูลมีความยืดหยุ่นและตรงกับความต้องการ ที่แสดงบน Dashboard นั้นเป็นข้อมูลล่าสุด ของผู้ใช้งานมากที่สุด 6.1.18.4. การกรองข้อมูล (Data Filtering) (2) ระบบต้องรองรับการแสดงผลข้อมูลเฉพาะส่วนที่ต้องการ เช่น ข้อมูลเฉพาะ สำหรับหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง 6.1.18.5. การส่งออกและการพิมพ์รายงาน (Export and Print Reports) (1) ระบบต้องรองรับการส่งออกรายงานในรูปแบบ PDF, Excel, หรือ CSV เพื่อ นำไปใช้งานภายนอก (2) ผู้ใช้งานต้องสามารถพิมพ์รายงานจาก Dashboard ได้โดยตรง โดยข้อมูลที่พิมพ์ ต้องมีรูปแบบที่อ่านง่ายและสอดคล้องกับรูปแบบการแสดงผลในระบบ 6.2. การศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ และพัฒนาการเชื่อมโยงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา ระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี ดังนี้ 6.2.1. การเชื่อมโยงกับระบบทะเบียนการอนุญาตทางนิวเคลียร์และรังสี ของ ปส. โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เป็นอย่างน้อย 6.2.1.1. ระบบต้องสามารถรับและส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตของเจ้าหน้าที่ความ ปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี เช่น ข้อมูลใบอนุญาต สถานะการอนุญาต วันเริ่มต้นและหมดอายุของใบอนุญาต เป็นต้น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 6.2.1.2. ระบบต้องรองรับรูปแบบข้อมูลที่สอดคล้องกับมาตรฐานที่ ปส. กำหนด เช่น รูปแบบ ไฟล์ JSON หรือ XML เป็นต้น 6.2.1.3. ต้องมีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ส่งและรับ เช่น ชนิดข้อมูล (Data Types), ความสมบูรณ์ของข้อมูล (Data Completeness) และการจัดการข้อมูลที่ขัดแย้ง (Conflict Resolution) 6.2.1.4. ระบบต้องรองรับการอัปเดตข้อมูลและการตรวจสอบสถานะการอนุญาตแบบ เรียลไทม์ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นปัจจุบันได้อย่างรวดเร็ว (นายรุจจพัน เกตุกล่ำ) ประธานกรรมการ (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) กรรมการ 2 (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) กรรมการ (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ (นายชนาธิป คำเพ็ญ) (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ กรรมการ (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขาบการ 6.2.1.5. การเชื่อมโยงต้องมีความเสถียรและปลอดภัย เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายหรือการ เข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต 6.2.1.6. ระบบต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) และการตรวจสอบสิทธิ์ (Authentication) เพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูล 6.2.1.7. ระบบต้องมีการป้องกันการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นจากช่องโหว่ของ API 6.2.1.8. ระบบต้องมีการตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามแบบเรียลไทม์ (Real-Time Threat Detection) เช่น การใช้ Intrusion Detection Systems (IDS) และ Intrusion Prevention Systems (IPS) เป็นต้น 6.2.1.9. การจัดเก็บและแลกเปลี่ยนข้อมูลต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น 6.2.1.10. ระบบต้องสามารถจัดการข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเชื่อมโยง เช่น การแจ้ง เตือนเมื่อข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือการจัดเก็บบันทึกข้อผิดพลาดเพื่อการตรวจสอบภายหลัง และแก้ไขได้ 6.2.1.11. รองรับการสร้างรายงานปัญหา (Error Logs) เพื่อให้ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบ 6.2.1.12. ทดสอบการทำงานในประเด็นต่าง ๆ อย่างน้อย ดังนี้ ความสามารถของบริการ (Functional Test) ประสิทธิภาพของบริการ (Performance Test) ความปลอดภัยของบริการ (Security Test) ทดสอบการเชื่อมต่อกับ Service อื่นๆ (System Integration Test) และทดสอบโดยใช้งานจริงของผู้ใช้ (User Acceptance Test) 6.2.2. การเชื่อมโยงกับระบบศูนย์กลางบริการภาครัฐเพื่อภาคธุรกิจ (Biz Portal) ของสำนักงานพัฒนา รัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ เป็นอย่างน้อย 6.2.2.1. ศึกษารายละเอียดการพัฒนาการเชื่อมโยงจากเว็บไซต์ kb.dga.go.th ของสำนักงาน พัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) 6.2.2.2. ออกแบบแนวทางการเชื่อมโยงระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ และรังสีและระบบศูนย์กลางบริการภาครัฐเพื่อภาคธุรกิจ (Biz Portal) ของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ตามรูปแบบที่สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) กำหนด โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เป็นอย่างน้อย (1) เชื่อมโยงข้อมูลผู้ใช้งาน (User Profile) จากแพลตฟอร์มกลางของงานบริการ (2) ประชาชนสามารถดูข้อมูลของตนที่เกี่ยวข้องกับงานบริการของ ปส. ได้ เช่น รายการ/และรายละเอียดใบอนุญาตที่ได้รับ (My Information) (3) ประชาชนสามารถกรอกรายละเอียดเพื่อขอรับบริการผ่าน e-Form ได้ โดยนำ ข้อมูลผู้ใช้งานจากแพลตฟอร์มกลางของงานบริการภาครัฐสำหรับภาคธุรกิจ ไปกรอก (Prefill) ไม่ต้องให้ประชาชน กรอกข้อมูลซ้ำซ้อน (Service Request) โดยงานบริการของ ปส. ต้องตรวจสอบข้อมูลที่กรอกตามเงื่อนไขของงาน บริการของ ปส. ก่อนรับคำขอ (Data Validation) (นายรุจจพัน เกตุกล่ำ) ประธานกรรมการ (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) กรรมการ (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) กรรมการ (นายชนาธิป คำเพ็ญ) กรรมการ (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขานการ (5) งานบริการของ ปส. สามารถแจ้งเตือนข้อมูลต่าง ๆ ให้ประชาชนทราบ ผ่านแพลตฟอร์มกลางฯ ได้ เช่น มีใบอนุญาตที่กำลังจะหมดอายุ หรือ การขอรับบริการที่ยื่นไว้ได้รับการอนุมัติแล้ว เป็นต้น (Service Notification) 6.2.2.3. ทดสอบการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มกลางฯ ร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 6.2.2.4. ทดสอบการทำงานในประเด็นต่าง ๆ อย่างน้อย ดังนี้ ความสามารถของบริการ (Functional Test) ประสิทธิภาพของบริการ (Performance Test) ความปลอดภัยของบริการ (Security Test) ทดสอบการเชื่อมต่อกับ Service อื่นๆ (System Integration Test) และทดสอบโดยใช้งานจริงของผู้ใช้ (User Acceptance Test) แบบร่างตัวอย่างของ Flow งานของการเชื่อมโยงกับระบบศูนย์กลางบริการภาครัฐเพื่อภาคธุรกิจ (Biz Portal) ของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) graph LR subgraph "ระบบ Biz Portal" A[ค้นหาและสอบถาม] --> B{ลงทะเบียนและยืนยันตัวตน (ทางรัฐ)}; B --> C[กรอกแบบฟอร์มละอัปโหลดเอกสารแนบ]; C --> D[ยื่นคำขอ]; D --> E{ตรวจสอบและพิจารณา}; E --> F[สร้าง Bill Payment/ช่องทางชำระค่าธรรมเนียมออนไลน์]; F --> G[ตรวจสอบการชำระเงินค่าธรรมเนียม]; G --> H[จัดทำและนำส่ง e-license]; H --> I[ติดตามสถานะ]; end subgraph "ระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี" J[รับค่าจากระบบ ปล. มาแสดง] --> F; E --> K{รับ e-License}; K --> I; I --> L{อัปเดตสถานะ}; end style A fill:#ccf,stroke:#333,stroke-width:2px; style B fill:#ccf,stroke:#333,stroke-width:2px; style C fill:#ccf,stroke:#333,stroke-width:2px; style D fill:#ccf,stroke:#333,stroke-width:2px; style E fill:#ccf,stroke:#333,stroke-width:2px; style F fill:#ccf,stroke:#333,stroke-width:2px; style G fill:#ccf,stroke:#333,stroke-width:2px; style H fill:#ccf,stroke:#333,stroke-width:2px; style I fill:#ccf,stroke:#333,stroke-width:2px; style J fill:#ccf,stroke:#333,stroke-width:2px; style K fill:#ccf,stroke:#333,stroke-width:2px; style L fill:#ccf,stroke:#333,stroke-width:2px; หมายเหตุ : แผนภาพนี้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการใช้ออกแบบระบบ ทั้งนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความต้องการ ใช้งานระบบ และสงวนสิทธิ์การนำแผนภาพนี้ไปใช้ในการยื่นข้อเสนอ โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องออกแบบตามความเข้าใจ ของผู้เสนอเท่านั้น 6.2.3. การเชื่อมโยงกับระบบการชำระเงินกลางของบริการภาครัฐ ของกรมบัญชีกลาง โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ เป็นอย่างน้อย (นายรุจจพัน เกตุกล่ำ) ประธานกรรมการ (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) กรรมการ (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) กรรมการ (นายชนาธิป คำเพ็ญ) กรรมการ (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขานการ 6.2.3.1. ออกแบบแนวทางการเชื่อมโยงระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ และรังสีและระบบการชำระเงินกลางของบริการภาครัฐของกรมบัญชีกลางตามรูปแบบและมาตรฐานที่ กรมบัญชีกลางกำหนด 6.2.3.2. ต้องมีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ส่งและรับ เช่น ชนิดข้อมูล (Data Types), ความสมบูรณ์ของข้อมูล (Data Completeness) และการจัดการข้อมูลที่ขัดแย้ง (Conflict Resolution) 6.2.3.3. ระบบต้องรองรับการอัปเดตข้อมูลและการตรวจสอบสถานะการอนุญาตแบบ เรียลไทม์ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นปัจจุบันได้อย่างรวดเร็ว 6.2.3.4. การเชื่อมโยงต้องมีความเสถียรและปลอดภัย เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายหรือการ เข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต 6.2.3.5. ระบบต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) และการตรวจสอบสิทธิ์ (Authentication) เพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูล 6.2.3.6. ระบบต้องมีการป้องกันการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นจากช่องโหว่ของ API 6.2.3.7. ระบบต้องมีการตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามแบบเรียลไทม์ (Real-Time Threat Detection) เช่น การใช้ Intrusion Detection Systems (IDS) และ Intrusion Prevention Systems (IPS) เป็นต้น 6.2.3.8. การจัดเก็บและแลกเปลี่ยนข้อมูลต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น 6.2.3.9. ระบบต้องสามารถจัดการข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเชื่อมโยง เช่น การแจ้ง เตือนเมื่อข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือการจัดเก็บบันทึกข้อผิดพลาดเพื่อการตรวจสอบภายหลัง และแก้ไขได้ 6.2.3.10. รองรับการสร้างรายงานปัญหา (Error Logs) เพื่อให้ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบ 6.2.3.11. ทดสอบการทำงานในประเด็นต่าง ๆ อย่างน้อย ดังนี้ ความสามารถของบริการ (Functional Test) ประสิทธิภาพของบริการ (Performance Test) ความปลอดภัยของบริการ (Security Test) ทดสอบการเชื่อมต่อกับ Service อื่นๆ (System Integration Test) และทดสอบโดยใช้งานจริงของผู้ใช้ (User Acceptance Test) 6.2.4. การเชื่อมโยงกับระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) ของกรมการ ปกครอง โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ เป็นอย่างน้อย 6.2.4.1. ออกแบบแนวทางการเชื่อมโยงระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ และรังสีและระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) ในแอปพลิเคชัน ThalD ของกรมการ ปกครอง ตามรูปแบบและมาตรฐานที่กรมการปกครองกำหนด 6.2.4.2. ทดสอบการทำงานในประเด็นต่าง ๆ อย่างน้อย ดังนี้ ความสามารถของบริการ (Functional Test) ประสิทธิภาพของบริการ (Performance Test) ความปลอดภัยของบริการ (Security Test) ทดสอบการเชื่อมต่อกับ Service อื่นๆ (System Integration Test) และทดสอบโดยใช้งานจริงของผู้ใช้ (User Acceptance Test) (นายรุจจพัน เกตุกล่ำ) ประธานกรรมการ (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) กรรมการ (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) กรรมการ (นายชนาธิป คำเพ็ญ) กรรมการ (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขานการ 6.2.5. หากการเชื่อมโยงข้อมูลในข้อใดยังไม่พร้อมที่จะเชื่อมโยงได้ ให้ผู้รับจ้างทำการจำลองการ เชื่อมโยงตามรูปแบบที่ ปส. กำหนด เพื่อทดสอบผลการเชื่อมโยงข้อมูล 6.3. การศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนาและดำเนินการโอนย้ายข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบ อนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ เป็นอย่างน้อย 6.3.1. การออกแบบและพัฒนาโอนย้ายข้อมูลจากระบบปัจจุบัน 6.3.1.1. ระบบที่พัฒนาต้องสามารถโอนย้ายข้อมูลจากฐานข้อมูลที่ ปส. ใช้อยู่ในปัจจุบันเข้าสู่ ระบบใหม่ได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และไม่มีการสูญหายของข้อมูล 6.3.1.2. การโอนย้ายต้องมีการออกแบบโครงสร้างข้อมูลใหม่ให้รองรับข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้องรักษาความสัมพันธ์ของข้อมูลและความถูกต้องของข้อมูลต้นฉบับทั้งหมด 6.3.2. การจัดการประเภทข้อมูลและความสอดคล้อง (Data Mapping and Consistency) 6.3.2.1. ต้องมีการวิเคราะห์และกำหนดรูปแบบการจับคู่ข้อมูล (Data Mapping) ระหว่าง ฐานข้อมูลเดิมและฐานข้อมูลใหม่ โดยให้แน่ใจว่าข้อมูลทั้งหมดสามารถถูกโอนย้ายไปยังระบบใหม่ได้อย่างถูกต้อง 6.3.2.2. ต้องระบุประเภทของข้อมูลและโครงสร้างข้อมูลที่แตกต่างกันระหว่างฐานข้อมูลทั้ง ต่างกัน หรือการแก้ไขความไม่เข้ากันของข้อมูล สองและมีการจัดการข้อมูลเหล่านั้นเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างของระบบใหม่ เช่น การจัดการกับฟิลด์ข้อมูลที่ 6.3.3. การทดสอบและตรวจสอบการโอนย้ายข้อมูล (Data Migration Testing and Validation) 6.3.3.1. ต้องมีการทดสอบการโอนย้ายข้อมูล (Migration Testing) เพื่อยืนยันว่าข้อมูลที่ถูก โอนย้ายมีความถูกต้องและครบถ้วน การทดสอบนี้ต้องครอบคลุมถึงการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ถูกย้าย เช่น ความสอดคล้องของข้อมูล ข้อมูลที่ไม่สูญหาย และการเชื่อมโยงของข้อมูลที่ถูกต้อง 6.3.3.2. ต้องทำการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่โอนย้ายในหลายขั้นตอน เช่น การตรวจสอบข้อมูลต้นทาง (Source Data Validation) และข้อมูลปลายทาง (Destination Data Validation) เพื่อป้องกันความผิดพลาดในกระบวนการโอนย้าย 6.3.4. การวางแผนการโอนย้ายข้อมูล (Data Migration Plan) 6.3.4.1. ระบบต้องมีการวางแผนการโอนย้ายข้อมูลที่ชัดเจน โดยต้องกำหนดขั้นตอนการ ดำเนินการโอนย้ายอย่างละเอียด เช่น การสำรองข้อมูลก่อนการโอนย้าย (Backup) การจัดลำดับความสำคัญของ ข้อมูล และการวางแผนการหยุดระบบ (Downtime Planning) หากจำเป็น 6.3.4.2. ต้องจัดทำเอกสารการโอนย้ายข้อมูล ซึ่งครอบคลุมการดำเนินการทั้งหมดตั้งแต่การ เตรียมข้อมูล การโอนย้ายข้อมูล และการตรวจสอบหลังการโอนย้าย (Post-Migration Verification) 6.3.5. การโอนย้ายข้อมูลอย่างต่อเนื่อง (Incremental Data Migration) หากข้อมูลในระบบปัจจุบันยังมีการเปลี่ยนแปลงในระหว่างการโอนย้าย ระบบต้องสามารถ รองรับการโอนย้ายข้อมูลแบบ Incremental Migration เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลใหม่ที่ถูกเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงจะถูก นำเข้าไปยังระบบใหม่อย่างถูกต้องหลังจากการโอนย้ายหลัก (นายรุจจพัน เกตุกล่ำ) ประธานกรรมการ (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) กรรมการ (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) กรรมการ (นายชนาธิป คำเพ็ญ) กรรมการ (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขานการ 6.4. การศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ และพัฒนาระบบความมั่นคงปลอดภัยของระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความ ปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ ปส. กำหนด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย 6.4.1. การจัดการความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security Management) 6.4.1.1. การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection) (1) ระบบต้องมีมาตรการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) (2) ข้อมูลต้องได้รับการเข้ารหัสทั้งในขณะส่งข้อมูล (Data in Transit) และขณะ จัดเก็บในระบบ (Data at Rest) เพื่อป้องกันการโจมตีและการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต 6.4.1.2. การยืนยันตัวตนและการควบคุมการเข้าถึง (Authentication and Access Control) (1) ระบบต้องรองรับการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication - MFA) (2) ต้องมีการควบคุมการเข้าถึงตามบทบาท (Role-Based Access Control - RBAC) เพื่อจำกัดการเข้าถึงฟังก์ชันและข้อมูลให้แก่ผู้ใช้งานที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น 6.4.1.3. การบันทึกและตรวจสอบกิจกรรม (Audit and Logging) (1) ระบบต้องบันทึกกิจกรรมการเข้าถึงและการดำเนินงานต่าง ๆ อย่างละเอียด (2) การบันทึกต้องครอบคลุมถึงการเข้าถึงข้อมูล การแก้ไขข้อมูล การลบข้อมูล และ การเพิ่มผู้ใช้งานใหม่ เพื่อสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ 6.4.1.4. ระบบต้องติดตั้งระบบป้องกันการบุกรุก (Intrusion Detection and Prevention Systems - IDPS) เพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ 6.4.2. การรับส่งข้อมูลอย่างปลอดภัย (Secure Data Transmission) 6.4.2.1. การเข้ารหัสข้อมูลในการส่งผ่าน (Data Encryption in Transmission) (1) การรับส่งข้อมูลระหว่างผู้ใช้งานและเซิร์ฟเวอร์ต้องใช้โปรโตคอล SSL/TLS เพื่อ ป้องกันการดักฟังหรือการปลอมแปลงข้อมูล (2) ข้อมูลที่มีความสำคัญหรือมีความละเอียดอ่อนต้องได้รับการเข้ารหัสอย่าง ปลอดภัยระหว่างการส่งผ่าน เพื่อป้องกันการถูกดักจับหรือเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต (3) ต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่ามาตรการนี้ถูกนำไปใช้ในทุกการรับส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง กับระบบอย่างสม่ำเสมอและตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนด Response) 6.4.3. การกู้คืนระบบและตอบสนองต่อเหตุการณ์ผิดปกติ (System Recovery and Incident 6.4.3.1. การตอบสนองต่อเหตุการณ์ทางความปลอดภัย (Incident Response Plan) (1) ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการตอบสนองต่อเหตุการณ์ทางความปลอดภัยที่สามารถ จัดการกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที โดยแผนต้องครอบคลุมเหตุการณ์สำคัญ เช่น การรั่วไหลของ ข้อมูล การโจมตีทางไซเบอร์ หรือการละเมิดความปลอดภัยอื่น ๆ (นายรุจจพัน เกตุกล่ำ) ประธานกรรมการ (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) กรรมการ (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) กรรมการ (นายชนาธิป คำเพ็ญ) กรรมการ (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขานการ ๓๗ (2) ผู้รับจ้างต้องกำหนดขั้นตอนในการตรวจสอบและประเมินผลกระทบจาก รวมถึงกระบวนการรายงานสถานการณ์และการดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่าง เหตุการณ์ดังกล่าวอย่างละเอียด รวดเร็วเพื่อป้องกันการขยายตัวของเหตุการณ์และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น (3) ผู้รับจ้างต้องดำเนินการทดสอบแผนการตอบสนองต่อเหตุการณ์ทางความ ปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และรายงานผลการทดสอบพร้อมแผนการปรับปรุงแก้ไขให้เสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่ กำหนดในสัญญา 6.4.3.2. การสำรองข้อมูลและกู้คืนระบบ (Backup and Recovery Plan) (1) ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการสำรองข้อมูลและแผนการกู้คืนระบบ (Disaster Recovery Plan) ที่สามารถรองรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น การสูญหายหรือความเสียหายของข้อมูล โดยแผน ต้องมีการกำหนดขั้นตอนในการสำรองข้อมูลอย่างเป็นระเบียบและครอบคลุม (2) ผู้รับจ้างต้องทำการสำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอและตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดใน แผนการสำรองข้อมูล โดยต้องสามารถกู้คืนข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วนในกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด (3) ผู้รับจ้างต้องดำเนินการทดสอบแผนการสำรองข้อมูลและการกู้คืนระบบอย่าง สม่ำเสมอ เพื่อยืนยันว่าระบบสามารถกู้คืนข้อมูลได้ในเวลาอันสั้นและตามความต้องการที่ ปส. กำหนด (4) ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานผลการทดสอบแผนการสำรองข้อมูลและการกู้คืน ระบบ พร้อมแผนการปรับปรุงแก้ไขหากพบข้อบกพร่องในการทดสอบ 6.4.4. การปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐาน (Legal Compliance and Standards) 6.4.4.1. การปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA Compliance) (1) ผู้รับจ้างต้องดำเนินการให้ระบบปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคล (Personal Data Protection Act - PDPA) และกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยจะต้องมีมาตรการในการ ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและการบริหารจัดการข้อมูลที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมาย (2) ผู้รับจ้างต้องจัดทำและดำเนินการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งจัดทำรายงานผลการตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 6.4.4.2. การปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยสากล (International Security Standards) (1) ผู้รับจ้างต้องดำเนินการให้ระบบปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยสากลที่ เกี่ยวข้อง เช่น ISO/IEC 27001, NIST Cybersecurity Framework หรือมาตรฐานอื่น ๆ ที่ได้รับการยอมรับใน ระดับสากล (2) ผู้รับจ้างต้องจัดทำและดำเนินการตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยของระบบ ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด และจัดทำรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยสากล (3) ผู้รับจ้างต้องดำเนินการปรับปรุงระบบความปลอดภัยให้ทันสมัยอยู่เสมอ โดยให้ สอดคล้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีและข้อกำหนดมาตรฐานใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้อง 6.4.5. ระบบตรวจสอบมนุษย์กับบอท (Bot Detection) ๓๘ 6.4.5.1. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการติดตั้งและทดสอบระบบเพื่อตรวจสอบว่า ผู้ใช้งานเป็นมนุษย์ หรือไม่ใช่โปรแกรมอัตโนมัติ (Bot) โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เช่น CAPTCHA หรือ reCAPTCHA เพื่อป้องกัน การใช้งานระบบโดยบอท 6.4.5.2. ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานผลการทดสอบระบบและยืนยันว่า ระบบสามารถตรวจจับ บอทได้อย่างมีประสิทธิภาพ 6.4.6. การเข้ารหัสรหัสผ่าน (Password Encryption) 6.4.6.1. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเข้ารหัสรหัสผ่านของผู้ใช้งานโดยใช้มาตรฐานที่มีความ ปลอดภัยสูง เช่น SHA256 หรือมาตรฐานที่ดีกว่า เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอก รวมถึงผู้ดูแลระบบสามารถ ถอดรหัสได้ 6.4.6.2. ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบและยืนยันว่า ระบบมีการเก็บรักษารหัสผ่านอย่างปลอดภัย ตลอดระยะเวลาใช้งาน 6.4.7. การรองรับมาตรฐานความปลอดภัย (Security Protocols) 6.4.7.1. ผู้รับจ้างต้องรองรับและติดตั้งมาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสมในการป้องกัน ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น JWT, OAuth 2.0 หรือมาตรฐานความปลอดภัยอื่น ๆ ที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบัน 6.4.7.2. ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบการใช้โปรโตคอลที่รองรับความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานในทุก การรับส่งข้อมูล และต้องจัดทำรายงานผลการตรวจสอบการใช้โปรโตคอลความปลอดภัย 6.4.8. การสำรองและระบบสำรอง (Backup and Standby Systems) 6.4.8.1. การสำรองข้อมูลและการกู้คืน (Backup and Recovery) อัตโนมัติในระยะเวลาที่เหมาะสม (1) ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการสำรองข้อมูลที่ครอบคลุมถึงการสำรองข้อมูลแบบ เพื่อให้สามารถกู้คืนข้อมูลได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด (2) ผู้รับจ้างต้องติดตั้งระบบสำรองข้อมูลที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถกู้คืนข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและมั่นคง รายงานผลการทดสอบให้เสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา (3) ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานการทดสอบการสำรองข้อมูลและการกู้คืนข้อมูล และ 6.4.8.2. ระบบสำรองที่ใช้งานได้ทันที (Standby System) (1) ผู้รับจ้างต้องจัดทำและติดตั้งระบบสำรองที่สามารถทำงานได้ทันทีเมื่อระบบ หลักเกิดล้มเหลว โดยระบบสำรองต้องมีความมั่นคงปลอดภัยเทียบเท่ากับระบบหลัก (2) ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบและยืนยันว่า ระบบสำรองสามารถป้องกันการเข้าถึง ข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์ที่กำหนดในพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 (3) ผู้รับจ้างต้องทำการทดสอบความพร้อมใช้งานของระบบสำรองตามระยะเวลาที่ กำหนดในแผนและจัดทำรายงานผลการทดสอบให้เสร็จสิ้นตามกำหนด ๓๙ 6.4.9. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการตรวจสอบและวิเคราะห์ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของเว็บไซต์ (Vulnerability Assessment: VA Scan) โดยใช้ชุดซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับการทดสอบความ ปลอดภัยของเว็บไซต์ โดยควรอ้างอิงมาตรฐาน OWASP Top 10 เป็นอย่างน้อย 6.4.9.1. ผู้รับจ้างต้องจัดทำและนำเสนอรายงานผลการตรวจสอบและวิเคราะห์ช่องโหว่ด้าน ความปลอดภัยของเว็บไซต์ (Vulnerability Assessment: VA Scan) พร้อมระบุระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ช่องโหว่ที่พบ 6.4.9.2. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขช่องโหว่ให้เสร็จสิ้นก่อนส่งมอบงานงวดสุดท้าย และต้อง ดำเนินการตรวจสอบและวิเคราะห์ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของเว็บไซต์ (Vulnerability Assessment: VA Scan) อีกครั้งหลังการปรับปรุงแก้ไข 6.5. การทดสอบการใช้งานระบบทั้งหมดภายใต้โครงการนี้ 6.5.1. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการทดสอบระบบในลักษณะการทดสอบการทำงานของแต่ละหน่วยย่อย (Unit Testing), การทดสอบการรวมระบบ (Integration Testing) และการทดสอบระบบ (System Testing) อย่างครบถ้วนและมีหลักฐานยืนยันก่อนดำเนินการทดสอบโดยใช้งานจริงของผู้ใช้ (Acceptance Testing: UAT) 6.5.2. ผู้รับจ้างต้องจัดส่งแผนการทดสอบโดยใช้งานจริงของผู้ใช้ (User Acceptance Testing: UAT) ให้สำนักงานตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องก่อนดำเนินการทดสอบ 6.5.3. การทดสอบโดยใช้งานจริงของผู้ใช้ (UAT) ต้องดำเนินการโดยมุ่งลดข้อผิดพลาด (Bug/Error) ให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ทั้งนี้ หากสำนักงานพิจารณาแล้วพบว่าผู้รับจ้างส่งมอบระบบเพื่อการทดสอบ UAT ในสภาพที่ยังมีข้อบกพร่องในระดับสูงหรือระบบยังไม่มีความพร้อมเพียงพอ สำนักงานขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่ ดำเนินการทดสอบ UAT จนกว่าระบบจะได้รับการปรับปรุงแก้ไขตามมาตรฐานที่กำหนด 6.5.4. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีระบบหรือรายงานแบบรายวันหรือรายสัปดาห์ เพื่อแสดงรายการที่ สำนักงานแจ้งจุดชำรุดบกพร่องหรือให้แก้ไข โดยจะต้องมีสถานะของดำเนินการในแต่ละรายการ 6.6. คู่มือการใช้งานระบบทั้งหมดภายใต้โครงการนี้ โดยผู้รับจ้างต้องจัดให้มีดังต่อไปนี้ เป็นอย่างน้อย 6.6.1. จัดทำเอกสารคู่มือการใช้งานระบบให้ครอบคลุมทุกกระบวนการทำงานของระบบโดยละเอียด จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ชุด 6.6.2. จัดทำสื่อการสอนการใช้งานระบบในรูปแบบสื่อมัลติมีเดีย เช่น VDO เป็นต้น ให้ครอบคลุมทุก กระบวนการทำงานของระบบโดยละเอียด จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ชุด 6.7. การจัดฝึกอบรมการใช้งานระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีให้กับผู้ใช้งานที่ เกี่ยวข้อง โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย 6.7.1. มีการฝึกอบรมถ่ายทอดความรู้ด้านการดูแลรับผิดชอบระบบ ให้แก่เจ้าหน้าที่ของ ปส. ที่มีหน้าที่ เกี่ยวข้องในการดูแลระบบ อย่างน้อย 1 ครั้ง จำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานปรมาณูเพื่อ สันติสามารถติดตั้ง แก้ไขปัญหาเบื้องต้น บำรุงรักษา ตรวจสอบความผิดปกติได้ด้วยตนเอง โดยจะจัดฝึกอบรม ณ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ หรือสถานที่ที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติเห็นชอบ 6.7.2. มีการฝึกอบรมถ่ายทอดความรู้ด้านการใช้งานระบบแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตและเจ้าหน้าที่ของ ปส. ที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย 1 ครั้ง จำนวนไม่น้อยกว่า 30 คน โดยมีจุดมุ่งหมายให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้งานระบบได้อย่าง - ๔๐ - 6.7.3. จัดทำแผนการฝึกอบรมโดยมีรายละเอียดไม่น้อยกว่าที่กำหนดดังนี้ 7. ข้อกำหนดอื่น ๆ (1) ชื่อวิชา (Title) (2) เนื้อหา (Content) (3) กลุ่มผู้เรียน (Target Group) (4) กำหนดวันที่จะฝึกอบรม (Timing) (5) ระยะเวลาที่จะต้องใช้ (Duration) (6) วิธีการสอน (เช่น Workshop, การบรรยาย) (7) สถานที่ทำการสอน (Location) (8) จำนวนคนในชั้น (Class Size) (9) Training Course Material 7.1. การเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ 7.1.1. การรักษาความลับของข้อมูลในการดำเนินงาน ข้อมูล โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เอกสาร หรือวัสดุ ใดๆ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด ซึ่งผู้รับจ้างได้รับจาก ปส. เพื่อเป็นข้อมูลในการทำงานตามสัญญานี้ ผู้รับจ้างต้อง ตกลงรักษาไว้เป็นความลับ ผู้รับจ้างและ/หรือคู่สัญญาของผู้รับจ้างจะไม่กระทำเองหรือร่วมกับบุคคลใด ในการ นำข้อมูลไปใช้ไม่ว่าเพื่อวัตถุประสงค์ใดๆ หรือเปิดเผย หรือเผยแพร่ข้อมูลไม่ว่าโดยการใดๆ หากปรากฏว่าความลับ เกี่ยวกับงานจ้างดังกล่าวล่วงรู้ไปถึงบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่บุคคลที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง โดยความบกพร่อง โดยการกระทำ การประมาท เลินเล่อหรืองดเว้นการกระทำใดๆ ของผู้รับจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้าง โดยประการที่น่าจะเกิด ความเสียหายแก่ผู้ว่าจ้าง ผู้ขอรับบริการ หรือผู้หนึ่งผู้ใด ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบและแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ให้เป็นที่เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด รวมถึงชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ว่าจ้าง และผู้เสียหายอื่น ทั้งนี้ หากผู้ว่าจ้างพิจารณา แล้วว่าเป็นความผิดร้ายแรง ผู้ว่าจ้างจะทำการดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติโทษไว้สูงสุด ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้อง ลงนามใน “สัญญาไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ” พร้อมสัญญาจ้าง 7.2. ความหมายของ “ตลอดอายุสัญญา” ที่กล่าวถึงในเอกสาร หมายถึง ระยะเวลานับตั้งแต่วันลงนาม ในสัญญาจนถึงวันสิ้นสุดการรับประกัน (ระยะเวลารับประกันจะเริ่มนับถัดจากวันตรวจรับระบบคอมพิวเตอร์ใน งวดสุดท้ายไปเป็นระยะเวลา 1 ปี) 7.3. ระบบงานที่พัฒนาขึ้นนี้ผู้รับจ้างต้องส่งมอบ Source Code พร้อมคำอธิบายโดยให้ทางเจ้าหน้าที่ของ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติสามารถปรับปรุงแก้ไขได้ ในงวดงานสุดท้ายที่จะส่งมอบให้สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ 7.4. การบริหารงานโครงการ เพื่อให้การดำเนินงานโครงการนี้แล้วเสร็จภายในระยะเวลากำหนดและมีคุณภาพของงานที่ดี ดังนั้น ผู้รับจ้างต้องดำเนินการบริหารโครงการตามข้อกำหนด ดังนี้ ๔๑ 7.4.1. ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานความก้าวหน้าของโครงการ (Progress Status Record) และ เข้าร่วมประชุมเพื่อรายงานความก้าวหน้าต่อสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง หรือตามที่ ผู้ว่าจ้างกำหนด 7.4.2. ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานการประชุมโดยละเอียดทุกครั้งที่มีการประชุมร่วมกันระหว่างผู้รับจ้าง และผู้ว่าจ้าง เสนอต่อผู้รับจ้างภายใน 3 วันนับจากวันที่ประชุมเสร็จสิ้น โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ในการจัดประชุมทุกครั้ง 7.5. การยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาค่าจ้างบริการบำรุงรักษาซ่อมแซมแก้ไข และ/หรือ ปรับปรุงซอฟต์แวร์ ที่พัฒนาขึ้น รวมถึงการกำกับดูแลและการให้บริการระบบเป็นรายปี เพื่อประกอบการพิจารณา ต่อสำนักงาน ปรมาณูเพื่อสันติ พร้อมใบเสนอราคา โดยต้องคิดค่าจ้างบริการบำรุงรักษาในการซ่อมแซมแก้ไข และ/หรือเปลี่ยน แทนระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งได้รวมค่าอะไหล่ ค่าแรง ค่าภาษีต่าง ๆ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมถึงค่ากำกับดูแล การให้บริการระบบ โดยเอกสารดังกล่าวต้องยื่นมาพร้อมการยื่นข้อเสนอและเสนอราคา 7.6. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงตารางเปรียบเทียบข้อกำหนดของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติกับของเสนอของ ผู้ยื่นข้อเสนอพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ภายใต้โครงการนี้โดยละเอียดเป็นรายข้อ ตามเอกสารแนบท้ายหมายเลข 2 ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอไม่ยื่นเอกสารดังกล่าว คณะกรรมการพิจารณาผลจะไม่รับพิจารณาเอกสาร 7.7. ราคาที่เสนอต้องเป็นราคาทั้งระบบโดยรวม 7.7.1. ค่า software 7.7.2. ค่า Hardware 7.7.3. ค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง software และ/หรือ Hardware ทั้งหมดภายในโครงการและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) 7.7.4. ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการบำรุงรักษา software และ/หรือ Hardware ทั้งหมดภายในโครงการและ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งค่าอะไหล่และค่าแรง ตลอดระยะเวลาการรับประกันตามสัญญาหลังจากตรวจรับ 7.7.5. ค่าใช้จ่ายในการศึกษาออกแบบ พัฒนา การทดสอบ การติดตั้ง software ของโครงการนี้ 7.7.6. ค่าใช้จ่ายในฝึกอบรม เช่น วิทยากร เอกสาร คู่มือการใช้งาน สถานที่จัดฝึกอบรม อาหารว่าง อาหารกลางวัน เป็นต้น 7.7.7. ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการทดสอบต่าง ๆ ทุกขั้นตอน (ก่อนติดตั้ง ขณะติดตั้งและหลังติดตั้งระบบ คอมพิวเตอร์) 7.7.8. ค่าจัดประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องในการรวมรวบความต้องการของผู้ว่าจ้าง เช่น ค่าอาหารว่าง และ ค่าอาหารกลางวัน เป็นต้น 7.8. ต้องเสนอราคารวมทั้งระบบเป็นเงินบาท และเสนอราคาเพียงราคาเดียว โดยมีรายละเอียดของราคาแต่ ละรายการด้วย ทั้งนี้ราคารวมทั้งระบบที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ ตรงกันให้ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ ราคารวมทั้งระบบที่เสนอจะต้องรวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอากรอื่น ๆ ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งปวง จนกระทั่งส่งมอบพัสดุให้ ณ สถานที่ติดตั้ง ที่สำนักงาน ปรมาณูเพื่อสันติ กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคานี้ (นายรุจจพัน เกตุกล่ำ) ประธานกรรมการ (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) กรรมการ (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) กรรมการ (นายชนาธิป คำเพ็ญ) กรรมการ (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขานการ (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ 10.3. งวดที่ 3 ภายในระยะเวลา 210 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา ผู้รับจ้างจัดทำและส่งมอบงาน ดังต่อไปนี้ (1) รายงานการติดตั้งระบบที่ได้ถูกพัฒนาทั้งหมดเพื่อพร้อมสำหรับทดสอบการใช้งาน (2) รายงานผลการทดสอบใช้งานระบบที่ได้ถูกพัฒนาทั้งหมด (User Acceptance Test (UAT)) โดยละเอียดทุกขั้นตอน (3) เอกสารตัวอย่างชุดข้อมูลที่ใช้ทดสอบ (Test Cases and Test Procedures) โดยเอกสารดังกล่าวให้จัดทำเป็นเอกสารพร้อมยูเอสบี/แฟลชไดรฟ์ จำนวน 3 ชุด 10.4. งวดที่ 4 ภายในระยะเวลา 365 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา ผู้รับจ้างจัดทำและส่งมอบงาน ดังต่อไปนี้ (1) รายงานการติดตั้งระบบที่ได้ถูกพัฒนาทั้งหมดที่พร้อมการใช้งาน (Production) (2) รายงานผลการจัดฝึกอบรมตามหลักสูตรที่กำหนด (3) ส่งมอบชุดติดตั้ง software ที่พัฒนาขึ้นในโครงการนี้ทุกระบบ (4) ส่งมอบ Source Code ทั้งหมดที่พัฒนาขึ้นในโครงการนี้ทุกระบบ (5) คู่มือการใช้งานระบบสำหรับผู้ใช้ (Software User Document) (6) คู่มือการใช้งานระบบสำหรับผู้ดูแลระบบ (Product Operation Guide) (7) คู่มือการดูแลรักษาระบบงาน (Maintenance Document) (8) เอกสารมาตรฐานข้อมูล สำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานภายนอก (9) พจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary) ที่ปรับปรุงล่าสุด (10) ส่งมอบเอกสารข้อกำหนดและรายละเอียดการออกแบบระบบ (System Design Document) ที่ปรับปรุงล่าสุด โดยเอกสารดังกล่าวให้จัดทำเป็นเอกสารพร้อมยูเอสบี/แฟลชไดรฟ์ จำนวน 3 ชุด 11. แผนการทำงาน คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา โดยการจัดทำ แผนการทำงานตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่การเป็นกรณีสัญญาที่มีวงเงิน ไม่เกิน 500,000 บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา (นายรุจจพัน เกตุกล่ำ) ประธานกรรมการ (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) กรรมการ (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) กรรมการ (นายชนาธิป คำเพ็ญ) กรรมการ (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขานการ 12. หลักเกณฑ์ในการพิจารณา 12.1. ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงานจะพิจารณาตัดสิน โดยใช้หลักเกณฑ์ ราคาประกอบเกณฑ์อื่น 12.2. การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สำนักงานจะ พิจารณาโดยใช้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้ 12.2.1. จ้างทำระบบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี (1) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 30 (2) ข้อเสนอด้านเทคนิค กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 70 ประกอบด้วย (2.1) คุณวุฒิและประสบการณ์บุคลากรของผู้ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 10 เงื่อนไข มีจำนวนบุคลากร คุณวุฒิ และประสบการณ์ ตามขอบเขตของงาน ข้อ 7.10 มีจำนวนบุคลากร คุณวุฒิ คุณวุฒิ และประสบการณ์สูงกว่า ขอบเขตของงาน ข้อ 7.10 วิธีการประเมินหรือการให้คะแนน พิจารณาให้คะแนนจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา คะแนน 50 คะแนน 100 คะแนน (2.2) เกณฑ์ความรู้ความเข้าใจในโครงการและระบบที่นำเสนอ โดยการพิจารณาการ นำเสนอที่ชัดเจน และครบถ้วน กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 35 ประกอบด้วย 1. แผนการดำเนินโครงการ 2. นำเสนออธิบาย (Concept) ความเข้าใจของทั้งโครงการ 3. รายละเอียดผู้รับผิดชอบในแต่ละกิจกรรมที่สอดคล้องกับบุคลากรที่นำเสนอ 4. รายละเอียดทางเทคนิคของวิธีการพัฒนาระบบสารสนเทศ อาทิ Workflow หรือสถาปัตยกรรมของระบบ 5. รายละเอียดการดำเนินงานทางเทคนิคแต่ละขั้นตอน 6. เสนอแนวทางการวิเคราะห์ปัญหา และการแก้ไขปัญหาระหว่างการ และสถาปัตยกรรมระบบถูกออกแบบให้รองรับการ ดำเนินงานที่มีเหตุผลอย่างเหมาะสม สร้างความเชื่อมั่นในความสำเร็จของโครงการ 7. นำเสนอแนวทางที่รวดเร็วมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาผลงาน สามารถส่งมอบ ผลงานได้เป็นระยะโดยไม่ต้องรอให้ผลงานเสร็จสิ้นทั้งหมด ทำงานที่มีประสิทธิภาพและบริหารจัดการได้ง่าย 8. ตัวอย่างหน้าจอ Mock up หรือต้นแบบ (Prototype) มาประกอบการ นำเสนอ เพื่อแสดงให้เห็นว่าสามารถดำเนินงานได้จริงตามข้อเสนอ (นายรุจจพัน เกตุกล่ำ) ประธานกรรมการ (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) กรรมการ (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) กรรมการ (นายชนาธิป คำเพ็ญ) กรรมการ (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขานการ ยื่น 5 ข้อ ยื่น 6 ข้อ ยื่น 7 ข้อ ยื่น 8 ข้อ เงื่อนไข คะแนน 25 คะแนน 50 คะแนน 75 คะแนน 100 คะแนน วิธีการประเมินหรือการให้คะแนน พิจารณาให้คะแนนจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา (2.3) ผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอ (ตามเอกสารแนบท้ายหมายเลข 4) กำหนดน้ำหนัก เท่ากับร้อยละ 10 เงื่อนไข มีจำนวนผลงานด้านพัฒนาสารสนเทศ ให้กับหน่วยงานของรัฐที่เชื่อถือได้อย่างน้อย 2 สัญญา โดยมีวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ซึ่งเป็นผลงานที่มีอายุไม่เกิน 5 ปี นับตั้งแต่วันส่งมอบงานงวดสุดท้ายหรือติดตั้งแล้วเสร็จและใช้งานจริงถึงวันยื่นเอกสารประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์ โดยเป็นสัญญาเดียวกัน และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงาน ของรัฐเท่านั้น มีจำนวนผลงานด้านพัฒนาสารสนเทศ ให้กับหน่วยงานของรัฐที่เชื่อถือได้อย่างน้อย 5 สัญญา โดยมีวงเงินไม่น้อยกว่า 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน) ซึ่งเป็นผลงานที่มีอายุไม่เกิน 5 ปี นับตั้งแต่วันส่งมอบงานงวดสุดท้ายหรือติดตั้งแล้วเสร็จและใช้งานจริงถึงวันยื่นเอกสารประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์ โดยเป็นสัญญาเดียวกัน และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงาน ของรัฐเท่านั้น วิธีการประเมินหรือการให้คะแนน พิจารณาให้คะแนนจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา คะแนน 50 คะแนน 100 คะแนน (2.4) มาตรฐานการพัฒนาซอฟต์แวร์ขององค์กร กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 15 เงื่อนไข มีมาตรฐาน ISO/IEC 29110 และ CMMI ตั้งแต่ Level 1 (เอกสารการรับรองมาตรฐานมีอายุ ครอบคลุมตลอดอายุสัญญา) คะแนน 25 คะแนน มีมาตรฐาน ISO/IEC 29110 และ CMMI ตั้งแต่ Level 2 (เอกสารการรับรองมาตรฐานมีอายุ 50 คะแนน ครอบคลุมตลอดอายุสัญญา) มีมาตรฐาน ISO/IEC 29110 และ CMMI ตั้งแต่ Level 3 (เอกสารการรับรองมาตรฐานมีอายุ 75 คะแนน ครอบคลุมตลอดอายุสัญญา) มีมาตรฐาน ISO/IEC 29110 และ CMMI ตั้งแต่ Level 4-5 (เอกสารการรับรองมาตรฐานมีอายุ 100 คะแนน ครอบคลุมตลอดอายุสัญญา) 13. กำหนดการจ่ายเงิน จ่ายเงินเป็นงวด จำนวน 4 งวด ดังนี้ งวดที่ 1 ร้อยละ 10 ของวงเงินทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงวดงานที่ 1 ครบถ้วน สมบูรณ์ ถูกต้อง ทุกรายการและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับไว้แล้ว งวดที่ 2 ร้อยละ 40 ของวงเงินทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงวดงานที่ 2 ครบถ้วน สมบูรณ์ ถูกต้อง ทุกรายการและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับไว้แล้ว งวดที่ 3 ร้อยละ 30 ของวงเงินทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงวดงานที่ 3 ครบถ้วน สมบูรณ์ ถูกต้อง ทุกรายการและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับไว้แล้ว งวดที่ 4 ร้อยละ 20 ของวงเงินทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงวดงานที่ 4 ครบถ้วน สมบูรณ์ ถูกต้อง ทุกรายการและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับไว้แล้ว 14. อัตราค่าปรับ 14.1. กรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานตามเวลาที่กำหนดไว้ในแต่ละงวด หรือไม่สามารถดำเนินการได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารนี้ ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาตาม สัญญาในแต่ละงวด แต่ต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท จนกว่าจะสามารถส่งมอบงานได้ตามที่กำหนดโดยเศษของ วันจะถือเป็นหนึ่งวันเต็ม 15. วงเงินในการจัดจ้าง เงินงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เป็นเงิน 13,375,000บาท (สิบสามล้านสามแสนเจ็ด หมื่นห้าพันบาทถ้วน) 16. คณะกรรมการกำหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ หรือขอบเขตงาน 16.1. นายรุจจพัน เกตุกล่ำ 16.2. นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล 16.3. นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง 16.5. นายชนาธิป คำเพ็ญ 16.4. นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์ 16.6. นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส 16.7. นายระชัย ตัณฑ์อำไพ ผู้อำนวยการกองอนุญาตทางนิวเคลียร์และรังสี ประธานกรรมการ นักนิวเคลียร์เคมีชำนาญการ กรรมการ นักฟิสิกส์รังสีชำนาญการ กรรมการ นักฟิสิกส์รังสีปฏิบัติการ กรรมการ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ กรรมการ นักฟิสิกส์รังสีปฏิบัติการ กรรมการ นักฟิสิกส์รังสี กรรมการและเลขานุการ เอกสารแนบท้ายหมายเลข 1 1. แบบฟอร์มทั้งหมดตามประกาศสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เรื่อง แบบคำขอรับใบอนุญาต ใบรับคำขอ ใบอนุญาต คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาต คำขอต่ออายุใบอนุญาต และคำขอรับใบแทนใบอนุญาต เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี พ.ศ. 2563 2. แบบฟอร์มทั้งหมดตามประกาศสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เรื่อง แบบเกี่ยวกับการอนุญาตเป็นเจ้าหน้าที่ ดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ พ.ศ. 2567 3. แบบฟอร์มทั้งหมดตามประกาศสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เรื่อง แบบเกี่ยวกับการอนุญาตเป็นเจ้าหน้าที่ ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ พ.ศ. 2567 - ๕๑ - เอกสารแนบท้ายหมายเลข 2 แบบตารางเปรียบเทียบข้อกำหนดของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติกับข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนองาน พัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ภายใต้โครงการนี้ ลำดับ ข้อกำหนด ข้อเสนอ การยอมรับ หมายเหตุ ของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ของผู้ยื่นข้อเสนอ (นายรุจจพัน เกตุกล่ำ) ประธานกรรมการ ประทับตรา (ถ้ามี) ลงชื่อ. (...... ตำแหน่ง. วันที่ ผู้ยื่นข้อเสนอ // ..)
ลำดับ ข้อกำหนดของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอ การยอมรับ หมายเหตุ
0102 (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) กรรมการ (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) (นายชนาธิป คำเพ็ญ) กรรมการ กรรมการ (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขาบการ (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ
- ๕๒ - เอกสารแนบท้ายหมายเลข 3 จำนวนบุคลากรของผู้ยื่นข้อเสนอ รายละเอียดบุคลากรในโครงการที่เสนอ 1. ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) จำนวน...............คน 2. นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst) จำนวน...............คน 3. นักวิเคราะห์และพัฒนาระบบ (Program Analyst) จำนวน...............คน 4. นักพัฒนาโปรแกรม (Programmer) จำนวน...............คน 5. นักออกแบบศิลป์ด้านคอมพิวเตอร์ (Web Graphic Designer) จำนวน...............คน 6. เจ้าหน้าที่ติดตั้งระบบสารสนเทศ จำนวน...............คน 7. เจ้าหน้าที่ทดสอบระบบ จำนวน...............คน 8. ผู้ประสานงาน (Project Coordinator) จำนวน...............คน 9. บุคลากร อื่น ๆ โปรดระบุ จำนวน.......... .คน (นายรุจจพัน เกตุกล่ำ) ประธานกรรมการ (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) กรรมการ (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) กรรมการ (นายชนาธิป คำเพ็ญ) กรรมการ (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขาจบการ (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ ๕๓ ตารางสรุปรายชื่อ ประวัติ และประสบการณ์ ของบุคลากรในโครงการที่เสนอ ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ตำแหน่งในโครงการที่จัดจ้าง วุฒิการศึกษา/สาขา ประทับตรา (ถ้ามี) ลงชื่อ. (.. ตำแหน่ง ..) ผู้ยื่นข้อเสนอ 002 (นายรุจจพัน เกตุกล่ำ) ประธานกรรมการ (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) กรรมการ (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) กรรมการ (นายชนาธิป คำเพ็ญ) กรรมการ (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) ๕๔ - ชื่อ-สกุล สัญชาติ ประวัติ คุณสมบัติ และประสบการณ์ ของบุคลากร อาชีพ ที่อยู่ ตำแหน่งปัจจุบัน หน้าที่ความรับผิดชอบ จำนวนปีที่ทำงาน ตำแหน่งและหน้าที่ความรับผิดชอบที่ได้รับในโครงการ ตำแหน่ง ประวัติการศึกษา ตั้งแต่ - ถึง ชื่อสถานศึกษา/ประเทศ ปริญญา/ประกาศนียบัตรที่ได้รับ ประวัติการทำงาน ตั้งแต่ - ถึง ชื่อหน่วยงาน/ประเทศ ตำแหน่ง วิชาเอก ขอบเขตและหน้าที่ความรับผิดชอบ ประวัติการฝึกอบรม ดูงาน ฝึกงาน ผลงาน ตั้งแต่ - ถึง ชื่อสถานศึกษา/ชื่อ หน่วยงาน/ประเทศ ชื่อหลักสูตร/ชื่อผลงาน ขอบเขต/ ประโยชน์และการ รายละเอียด นำไปใช้ประโยชน์ ใบรับรอง (Certificate) ข้าพเจ้าขอรับรองว่ารายละเอียดตามรายการข้างต้นเป็นความจริงทุกประการ และยินยอมให้ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติตรวจสอบข้อมูล ตลอดจนให้ข้อมูลดังกล่าวในการใด ๆ อันเกี่ยวกับการจ้างพัฒนา ระบบงานของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติได้ ลงชื่อเจ้าของประวัติ ประทับตรา ลงชื่อ (ถ้ามี) ) ( ตำแหน่ง ) ผู้ยื่นข้อเสนอ วันที่. ./. (นายรุจจพัน เกตุกล่ำ) ประธานกรรมการ (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) กรรมการ (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) กรรมการ (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ (นายชนาธิป คำเพ็ญ) กรรมการ (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) ๕๕ - เอกสารแนบท้ายหมายเลข 4 แบบรายละเอียดผลงานของผู้ยื่นข้อเสนองานพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ภายใต้โครงการนี้ ลำดับ ชื่อผลงาน ประเภทผลงาน ผู้ว่าจ้าง ชื่อหน่วยงาน ผู้ติดต่อ/เบอร์ เอกสารอ้างอิง โทรศัพท์ เช่น ตัวอย่างหน้าจอผลงาน , Link ของผลงาน เป็นต้น ข้าพเจ้าขอรับรองว่ารายละเอียดตามรายการข้างต้นเป็นความจริงทุกประการ และยินยอมให้ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติตรวจสอบข้อมูล ตลอดจนให้ข้อมูลดังกล่าวในการใด ๆ อันเกี่ยวกับการจ้างพัฒนา ระบบงานของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติได้ (นายรุจจพัน เกตุกล่ำ) ประธานกรรมการ ประทับตรา (ถ้ามี) ลงชื่อ. (.. ตำแหน่ง Om ผู้ยื่นข้อเสนอ ../. ...) (นายวุฒิศักดิ์ ไตรภพชัยกุล) กรรมการ (นายศักสิทธิ์ คำภามิ่ง) กรรมการ (นางสาวอัฉรารัตน์ ฉายเหมือนวงศ์) กรรมการ (นายชนาธิป คำเพ็ญ) กรรมการ (นายระชัย ตัณฑ์อำไพ) กรรมการและเลขานการ (นายณัฐวุฒิ พรมแสงใส) กรรมการ